Page 1

Hypo ปั จจัยที่สง่ สัญญาณภัยคุกคาม จะไปเพิ่มอคติในการจัดแบ่งคนที่ไม่ค้ นุ เคยไปเป็ น พวกคนอื่น มากกว่า พวกเราเอง Intro เคยคิดไหมว่าทำาไมเราถึงต้ องจัดแบ่งคนที่เป็ นพวกเดียวกันกับเรา หรื อว่าเป็ นคนอื่น การจัดแบ่งกลุม่ เป็ นกระบวนการของการวิเคราะห์ความเป็ น พวกเรา และ พวกเขา เพื่อให้ เกิดความเข้ าใจวิธีการที่คนคิด และรู้สกึ ว่าสมาชิกของกลุม่ หนึง่ ๆ โดยต้ องเข้ าใจถึงกระบวนการที่คนรับรู้ว่าแต่ละคนเป็ นสมาชิกของกลุม่ บทความนี ้จะแสดงแนวความคิดเรื่องภัยคุกคาม ซึง่ ทำาให้ เข้ าใจและทำานายอคติที่คนไว้ ใช้ แบ่งคนอืน่ เป็ น พวกเราหรื อพวก เขา - The Psychological Process of Group Categorization เรามีหลักการง่ายๆ ในการจัดแบ่งคน โดยจะใช้ ข้อมูลหลากหลาย ได้ แก่ บทบาททางสังคม ความสามารถ ลักษณะนิสยั มา จัดคนออกเป็ นกลุม่ ๆ ขณะเดียวกันก็จะดูตามบริบทสังคมด้ วย เช่น เห็นคนใส่สทู ภูมิฐานแต่งตัวดี เดินไปที่มหาวิทยาลัย เรา จะจัดว่าเป็ นอาจารย์ แต่ถ้าเดินอยูห่ น้ าศาลก็จะคิดว่าเป็ นทนาย - A Threat-Based Framework for Intergroup Cognition พอรู้ว่ามีอนั ตราย กระบวนการทางจิตของคนเราจะช่วยให้ เราหลีกเลี่ยงมัน จะหนีทนั ที ถ้ าสิ่งนันเป็ ้ นอันตรายทางร่างกาย และเป็ นมากถ้ าเจอกับสิ่งที่เราไม่ค้ นุ เคย แต่ทงนี ั ้ ้ทังนั ้ น้ มันเป็ นไปไม่ได้ ถ้าเราเจออะไรก็หนีหมด จึงต้ องเลือกตามสถานการณ์ นันๆ ้ - Self-Protective Biases in Social Categorization เกี่ยวข้ องกับ Error management theory เป็ นทฤษฎีที่บอกว่าเมื่อมีสิ่งที่บง่ บอกว่าเป็ นอันตราย คนจะประเมิน มันไปในทางร้ ายแรงไว้ ก่อน ซึง่ อาจจะทำาให้ จดั แบ่งคนที่ไม่ค้ นุ เคยเป็ นพวกคนอื่น และเกิดความผิดพลาดในการจัดคนเข้ า ผิดกลุม่ ได้ - Ecologically Relevant Threat Cues สิ่งที่บอกว่าเป็ นภัยคุกคามมีปัจจัยเฉพาะที่อยูใ่ นตัวเป้าหมายที่เป็ นภัย และผู้รับรู้ภยั คุกคาม โดยปั จจัยเหล่านี ้จะส่งสัญญาณ ที่บอกว่าอาจเกิดอันตรายได้ ซึง่ ทำาให้ จดั เป้าหมายนันเป็ ้ นคนอื่น ไม่ใช่พวกเดียวกับตนเอง - Factors Associated With the Target 1.Target’s masculinity คนผิวขาวมองว่าเป็ นสเตอริ โอไทป์ว่าเป็ นพวกผิวดำา และจัดเป็ นคนนอกกลุม่ 2.Target’s movement ท่าทางที่เดินเข้ าหาตัวผู้รับรู้นนั ้ จะทำาให้ ดอู นั ตรายกว่า 3.Angry facial expression - Factors Within the Perceiver 1.Experience of fear ความรู้สกึ กลัวเป็ นสิ่งที่บอกว่ามันมีอนั ตรายนะ และจะเพิ่มการตอบสนองโดยต้ องหลีกเลี่ยง อันตรายเหล่านี ้ เช่น คนขาวจะรู้สกึ กลัวเมื่อต้ องเผชิญหน้ ากับคนดำา ซึง่ เป็ นคนนอกกลุม่ ทางเชื ้อชาติของคนขาวนัน่ เอง 2.Chronic beliefs about vulnerability to danger คนที่มีความเชื่อรุนแรงว่า โลกนี ้มันอันตรายก็จะรับรู้ ถึงภัยอันตรายมากเกินกว่าเหตุ


นักวิจยั บอกว่า ถึงแม้ จะมีการจัดคนไปเป็ นนอกกลุม่ หลายมิติ แต่วา่ ในงานวิจยั นี ้บทบาทของ Group Stereotype ในการจัดกลุม่ คนนันจะชั ้ ดเจนที่สดุ การทดลองจึงเกี่ยวกับเรื่ อง สเตอริโอไทป์ที่คนผิวขาวมีต่อคนผิวดำา - Overview of Experimental ใน Study 1-4 ปั จจัยที่มาจากเป้าหมายจะเพิ่มอคติของคนผิวขาว ให้ จดั แบ่งทางเชื ้อชาติกบั คนที่ไม่ใช่พวกตัวเองไปเป็ น คนพวกอื่นหรื อเปล่า ใน Study 5 ปั จจัยภายในของผู้รับรู้มีผลในการจัดแบ่งทางเชื ้อหรื อไม่ ส่วน Study 6 อคติในการจัดคนเป็ นคนนอกกลุม่ เกิดยังไง ในกรณีที่ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับกลุม่ นันมาก่ ้ อน ใช้ วิธี minimal group paradigm - Study 1 คนผิวขาวจะจัดเป้าหมายที่แสดงถึงความเป็ นชายสูงไปเป็ นคนดำา - ผู้วิจยั นำาเสียงที่อดั มาจากผู้ชายคนขาว จำานวน 20 ประโยคสันๆ ้ ทำาเป็ น 2 เวอร์ ชนั่ คือ เสียงแบบไม่ปรับ กับแบบที่แสดง ความเป็ นชายสูง - ผู้วิจยั บอกผู้ร่วมการทดลองว่าเป็ นการศึกษาการรับรู้เชื ้อชาติจากเสียงที่ฟัง โดยมีทงคนผิ ั ้ วขาวและดำา - ผู้ร่วมการทดลองฟั ง 20 ประโยคที่สมุ่ จากคอมพิวเตอร์ โดยให้ ฟังแต่ละเสียง 4 ครัง้ 2 ครัง้ เป็ นเสียง masculinity สูง อีก 2 ครัง้ เป็ นเสียงที่ไม่ปรับและจะได้ ยินเสียงไม่ซ้ำากัน แล้ วประเมินว่าเสียงที่ได้ ฟังเป็ นคนผิวขาว หรื อ ดำา RESULT & DISCUSSION ผลการศึกษาบอกว่า คนขาวประเมินว่าเสียงที่มี masculinity สูงเป็ นเสียงของคนผิวดำา ซึง่ หมายความว่า คนที่มีเสียงที่ บ่งบอกถึง masculinity สูง จะถูกจัดเป็ นสมาชิกนอกกลุม่ เชื ้อชาติ - Study 2 คนผิวขาวจะจัดเป้าหมายเป็ นคนผิวดำา เมื่อแสดงถึงความเป็ นชาย โดยใช้ ท่าทางการเดินแสดงความ เป็ นชาย เมื่อเทียบกับหญิง เช่ น ไหล่ กว้ าง สะโพกแคบ เป็ นต้ น - ผู้วิจยั สร้ าง point-light walkers ซึง่ เป็ นท่าทางการเดินโดยใช้ โปรแกรมคอม เป็ นคลิป 1 นาที จำานวน 4 คลิป คือ 1.ค่อนข้ างเป็ นชาย 2.เป็ นชายสูง 3.ค่อนข้ างเป็ นหญิง 4.เป็ นหญิงสูง - ผู้ร่วมทดลองเข้ า biomotion lab โดยให้ ผ้ รู ่วมการทดลองดูคลิปซึง่ มีทงผู ั ้ ้ หญิงผู้ชายต่างเชื ้อชาติ สองครัง้ ในครัง้ แรก ผู้ร่วมการทดลองดูคลิป ค่อนข้ างเป็ นชาย และ ค่อนข้ างเป็ นหญิง แล้ วระบุเพศ ซึง่ biomotion lab จะสุม่ ภาพให้ ปรากฏ 2 ด้ านของจอ แล้ วให้ ผ้ รู ่วมการทดลองระบุเพศโดยกดคีย์บอร์ ด เลข 1 ถ้ าซ้ ายเป็ นชาย และกด 2 ถ้ าขวาเป็ นหญิง - ครัง้ ต่อมาให้ ดคู ลิป ค่อนข้ างเป็ นชาย และ เป็ นชายสูง แล้ วระบุเชื ้อชาติ โดยผู้ร่วมการทดลองระบุเชื ้อชาติ โดยกดคีย์บอร์ ด เลข 1 ถ้ าซ้ ายเป็ นผิวดำา และกด 2 ถ้ าขวาเป็ นผิวขาว RESULT & DISCUSSION


- ผู้ร่วมการทดลอง ร้ อยละ 92 จัดท่าทางการเดินที่คอ่ นข้ างเป็ นชายเป็ น เพศชาย และจัดท่าทางที่คอ่ นไปทางหญิงเป็ นเพศ หญิง และ ร้ อยละ 77 จัดการเดินที่เป็ นชายสูงเป็ นคนผิวดำา - สอดคล้ องกับสมมติฐานที่วา่ ผู้ร่วมการทดลองสามารถเห็นการเดินของเพศชายโดดเด่นต่างจากเพศหญิง และการแสดง ความเป็ นชายก็จะส่งอคติในการจัดแบ่งคนออกไปเป็ นคนนอกกลุม่ ได้ มากกว่า - แต่มีข้อน่าสังเกตอีกอย่างคือว่า การรับรู้ภยั คุกคามมีเป้าหมายเป็ นผู้ชายเท่านัน้ เพราะเพศหญิงได้ ผลการทดลองที่ไม่ sig - Study 3 ท่ าทางการเดินเข้ าหาของตัวเป้าหมายที่เราไม่ ค้ ุนเคย จะทำาให้ ถูกจัดกลุ่มไปเป็ นคนดำามากกว่ า - ผู้วิจยั สร้ าง point-light walkers เหมือน Study 2 โดยมีที่เดินเข้ าหาตัว 4 คลิป และเดินไปด้ านข้ าง อีก 4 คลิป - สุม่ ผู้เข้ าร่วมการทดลองเข้ าใน 2 เงื่อนไข คือ แบบเดินเข้ าหาตัว และเดินไปด้ านข้ าง - ให้ ผ้ รู ่วมการทดลองดูคลิป 4 คลิปของแต่ละเงื่อนไข ผู้ร่วมการทดลองในแต่ละเงื่อนไข ระบุเชื ้อชาติ RESULT & DISCUSSION จากตาราง 61% ของผู้ร่วมการทดลอง จัดท่าทางการเดินแบบ Masculinity สูง และเดินเข้ าหาตัวนันเป็ ้ นคนผิวดำา มากกว่าเดินไปด้ านข้ าง ส่วนเงื่อนไขอืน่ ไม่แตกต่าง สอดคล้ องตามสมมติฐานที่วา่ เมื่อผู้ร่วมการทดลองที่เป็ นคนผิวขาวเห็น คนที่แสดงความเป็ นชายสูงเดินเข้ ามายังตัวเขา ก็มีแนวโน้ มที่จะจัดพวกนี ้เป็ นพวกคนผิวดำา - Study 4 คนผิวขาวจะจัดแบ่ งคน ตามเชือ้ ชาติ การแสดงอารมณ์ ทางสีหน้ า และเพศที่ต่างกันได้ รวดเร็ว โดย สัญญาณที่บอกว่ าเป็ นภัยคุกคามจะดึงอคติมาจัดแบ่ งคนเป็ นพวกนอกกลุ่มได้ เร็วขึน้ และพวกผิวดำาที่แสดงสีหน้ า โกรธ จะถูกจัดแบ่ งได้ ถูกต้ องมากกว่ าแบบอื่นๆ - สร้ างตัวแบบเพศชาย 8 คน หญิง 8 คน จากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ครึ่งหนึง่ เป็ นอาฟริ กนั อีกครึ่งเป็ นคอเคเซียน และผู้ วิจยั สามารถสร้ างใบหน้ าโกรธกับหน้ ามีความสุขได้ เอง - ให้ ผ้ รู ่วมการทดลองระบุเชื ้อชาติของแต่ละใบหน้ าที่เห็น โดยให้ เห็น 2 ครัง้ ทังหน้ ้ าโกรธและมีความสุข แล้ วจับเวลาในการ ตอบในแต่ละข้ อ RESULT & DISCUSSION จากตารางสอดคล้ องกับสมมติฐานที่บอกว่า ในด้ านของความถูกต้ องแม่นยำา ชายผิวดำาที่แสดงสีหน้ าโกรธ ถูกจัดได้ ถกู ต้ อง มากกว่า และชายผิวขาวที่แสดงสีหน้ าโกรธถูกจัดแบ่งได้ น้อยกว่า ส่วนของศักยภาพ หรื อเวลา ก็สอดคล้ องเช่นกัน ชายผิวดำาที่แสดงสีหน้ าโกรธตอบเร็ วกว่า และชายผิวขาวที่แสดงสีหน้ าโกรธ ตอบช้ ากว่า *การทดลองจะมีผลกับเป้าหมายที่เป็ นเพศชายเท่านัน* ้ - Study 5 ปั จจัยคุกคามภายในผู้รับรู้ จะเกิดอคติท่ คี นผิวขาวใช้ จัดแบ่ งทางเชือ้ ชาติ (ได้ รับผลมาจากการ ทดลองที่แล้ วที่ว่าเกิดกับเพศชายเท่ านัน้ จึงโฟกัสไปที่ใบหน้ าเพศชาย)


- สร้ างใบหน้ าผู้ชายไม่บง่ บอกเชื ้อชาติ 42 หน้ า จากโปรแกรมคอม และมีการแสดงอารมณ์ทางสีหน้ า 3 เวอร์ ชนั่ คือ โกรธ ดีใจ และเฉยๆ ในปริ มาณเท่ากัน - สุม่ ผู้ร่วมการทดลองเข้ าสู่ 2 เงื่อนไข คือ กลุม่ เงื่อนไขความน่ากลัว และกลุม่ ควบคุม - กลุม่ เงื่อนไขความน่ากลัว ดูหนังฆาตกรรม 7 นาที อยูห่ ้ องมืดเพิ่มการจัดกระทำา ส่วนกลุม่ ควบคุม ดูหนังชีวิตชนบท 7 นาที - หลังดูหนังจบ ประเมิน BMIS=Brief Mood Introspection Scale คือมาตรที่ประเมินความรู้สกึ ตัวเอง - ผู้วิจยั จึงบอกผู้เข้ าร่วมการทดลองว่าศึกษาการรับรู้ความแตกต่างของเชื ้อชาติ โดยคอมพิวเตอร์ จะสุม่ ใบหน้ าแต่ละครัง้ ด้ วย สัดส่วนไม่เท่ากัน เช่น ขาว 60 ดำา 40 หรือขาว 20 ดำา 80 แต่ จริงๆ แล้ วจะคอมจะสุม่ เท่ากันคือ 50-50 แล้ วให้ ผ้ รู ่วม การทดลองให้ เรต ว่าแต่ละใบหน้ ามีสดั ส่วนผิวขาวกับดำาเท่าไหร่ - ประเมิน BDW scale= Belief in a Dangerous World มาตรวัดความเชื่อที่วา่ โลกนี ้เต็มไปด้ วยอันตราย RESULT & DISCUSSION - ผล BMIS ที่ให้ ประเมินครัง้ แรก คือเราใช้ ตรวจสอบการจัดกระทำากลุม่ เงื่อนไขความน่ากลัว โดยให้ ประเมินสภาวะ อารมณ์ ผลคือ หวาดกลัวและหวาดผวามากกว่ ากลุ่มควบคุม อย่ างมีนัยสำาคัญทางสถิติ - และจากตาราง สอดคล้ องกับสมมติฐาน ว่ากลุม่ เงื่อนไขความกลัวที่จดั แบ่งพวกใบหน้ าโกรธ เป็ นคนผิวดำาจะชัดเจนมาก เมื่อคนนันมี ้ ความเชื่อรุนแรงว่าโลกนี ้เต็มไปด้ วยอันตราย แต่นา่ สังเกตว่า มันมีผลกระทบแต่ผ้ รู ่วมการทดลองที่เป็ นขาว และเกิดกับใบหน้ าที่โกรธเท่านัน้ - Study 6 อคติในการจัดแบ่ งบุคคลไม่ ค้ ุนเคยเป็ นคนนอกกลุ่ม เมื่อไม่ มีข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มนัน้ มาก่ อน โดยใช้ วิธี minimal group paradigm # เป็ นวิธีทางจิตสังคมที่บอกว่ า คนที่ถูกสุ่มเข้ ากลุ่ม บ่ อยครั ง้ เลยที่จะเริ่มรู้สึกว่ าพวกเขาเหนือกว่ าคนอื่น พอแบ่ งกลุ่มปุ๊บก็จะเริ่มหาสิ่งที่เชื่อว่ ากลุ่มตนเหนือกว่ าคนนอกกลุ่ม พวกเขาจะกำาหนดเขตแดน และ "กฎ" ที่ตงั ้ ขึน้ แบ่ งแยกจากพวกคนอื่นถ้ ามีคน "อ่ อนแอ" อยู่ในกลุ่ม (ซึ่งเป็ นคนที่ไม่ ทาำ ตามกฎของกลุ่ม) พวกเขาจะขับไล่ พวกอ่ อนแอออกจากกลุ่ม # - ผู้วิจยั บอกผู้ร่วมการทดลองว่า ศึกษาความสามารถในการรับรู้ โดยให้ ผ้ รู ่วมการทดลองตัดสินความรู้สกึ ในคอมพิวเตอร์ ซึง่ จริงๆ แล้ วกำาลังจัดผู้ร่วมการทดลองเข้ าสู่ minimal group - ผู้ร่วมการทดลองโดยประเมินจำานวนครัง้ ที่สญ ั ลักษณ์เป้าหมายปรากฏท่ามกลางสัญลักษณ์ที่เป็ นกลางอื่นบนจอ มีการ ทดลอง 12 อัน โดยทัง้ 12 การทดลองนี ้ ผู้วิจยั บอกผู้ร่วมการทดลองว่า ให้ เป็ นได้ ทงผู ั ้ ้ ประเมินสูงมาก overestimator (ประเมินจำานวนเป้าหมายมากกว่า 10 จาก 12) และต่าำ เกินไป underestimator (ประเมิน จำานวนเป้าหมายต่าำ กว่า 10 จาก 12) แล้ วจากนันผู ้ ้ ร่วมการทดลองจะถูกจัดเป็ น overestimator และ underestimator


- ต่อมาให้ ผ้ รู ่วมการทดลองจัดแบ่งเสียงที่เหมือนกับ Study 1 แต่แทนที่จะจัดตามเชื ้อชาติ ให้ จดั เป็ น over และ underestimator แทน - ผู้ร่วมการทดลองประเมิน BDW เพื่อวัดความเชื่อรุนแรงเกี่ยวกับอันตราย - สุดท้ ายให้ ผ้ รู ่วมการทดลองระบุทงั ้ เชื ้อชาติ เพศ และใครเป็ นสมาชิกของกลุม่ ไหน overestimator หรื อ underestimator RESULT & DISCUSSION ผู้เข้ าร่วมการทดลองที่มีคะแนน BDW สูง จะจัดแบ่ง เสียงที่มีความเป็ นชายสูงไปเป็ นคนนอกกลุม่ Conclusion บทความนี ้ได้ ศกึ ษา วิธีที่มนุษย์จดั คนอื่นเข้ าเป็ นพวกเรา และ พวกเขา โดยการจัดกลุม่ ได้ รับอิทธิพลจาก ปั จจัยทางชีววิทยา ได้ แก่ ปั จจัยที่มาจากเป้าหมาย และมาจากผู้รับรู้ ซึง่ จำาเป็ นที่จะต้ องปกป้องตนจากอันตรายต่างๆ ปั จจัยที่สื่อถึงการคุกคามจะเพิ่มอคติในการจัดคนไปเป็ น พวก outgroup และมีแนวโน้ มที่จะจัดคนไม่ค้ นุ เคยเป็ นคนนอก กลุม่ มากกว่าในกลุม่ เดียวกับเรา ดังนัน้ งานวิจยั นี ้ได้ บง่ บอกถึงว่ามีการสร้ างกำาแพงขึ ้น เพื่อใช้ ปกป้องตนเองในทางจิตของคนเรา ตลอดในประวัติศาสตร์ ที่ ผ่านๆ มา โดยกำาแพงนี ้จะแบ่งเขตกันไว้ ้ ระหว่าง ความเป็ นพวกเรา และพวกเขา นัน่ เอง

บทพรีเซ้น  

??Study 5 ?????????????????????????????????????????????????????? ????Study 6 ???????????????????????????????????????????????????????????????...

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you