Page 1


คำำถำม • ทีมคืออะไร เรำใช้ทีมในกำรทำำงำนเมื่อไหร่ • องค์ประกอบของทีมส่ งผลต่อประสิ ทธิภำพอย่ำงไร • กระบวนกำรกลุ่มมีอิทธิพลส่ งผ่ำนควำมสัมพันธ์ระหว่ำง input-output อย่ำงไร • ทีมมีประสิ ทธิภำพได้อย่ำงไร เรำจะปรับปรุ งประสิ ทธิภำพ ของทีมได้อย่ำงไร 2


ทีมคืออะไร •

ให ้ยกตัวอย่างทีมในบริบทต่างๆ • ธุรกิจ • ทหาร • โรงเรียน • มหาวิทยาลัย

3


ทีมคือกลุ่ม แต่เป็ นกลุ่มที่มีคุณสมบัติในระดับที่เข้มกว่ำกลุ่มทัว่ ไป • คุณลักษณะของทีม

• ปฏิสมั พันธ์ • เป้ ำหมำย • พึ่งพำซึ่ งกันและกัน • มีโครงสร้ำง • มีควำมเป็ นปึ กแผ่น/เหนียวแน่น


ประเภทของทีม • Table 12.1


Teams vs. other task-focused groups • Task forces: having specific, well-defined purpose, exist for only as long as the project • Crews: using specialized tools or equipment to accomplish their appointed tasks • Member-founded teams • Mandated or concocted teams: forming by outsider


Degree of autonomy: ลักษณะที่ทำำ ให้ ทีมแตกต่ำงกันอย่ำงหนึ่ง • Hackman’s model of team autonomy • Figure 12.1


เมื่อไหร่ ใช้ทีม • งำนยำกแค่ไหน • งำนซับซ้อนแค่ไหน • งำนสำำคัญแค่ไหน • ไม่อยำกรับผิดชอบคนเดียวหำกผิดพลำด • เชื่อในประสิ ทธิภำพของทีม (อำจเกินจริ ง)


I-P-O Model of Teams • Figure 12.2


I-P-O Model of Teams


Limitations of I-P-O model • ไม่ได้เน้นกำรมีอิทธิพลต่อกันและกันของ I, P, O • P อำจไม่ใช่ process แต่เป็ น mediators ของควำม สัมพันธ์ระหว่ำง I และ O • Output feedback เป็ น input ในขั้นตอนต่อไป สมควรปรับเป็ น Input-Mediator-OutputInput model


กำรสร้ำงทีม • ผูร้ ่ วมทีม • ควำมรู ้ ทักษะ และควำมสำมำรถ • ควำมหลำกหลำย • ควำมแตกต่ำงระหว่ำงเพศ


ผูร้ ่ วมทีม • Figure 12.3


ผูร้ ่ วมทีม


ผลกำรวิจยั ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงบุคลิกภำพกับผลงำน • ศึกษำทีมใน lab พบควำมสัมพันธ์นอ้ ยมำก • ศึกษำทีมในบริ บทองค์กำรพบควำมสัมพันธ์ดงั Figure 12.3 ค่ำ ำ คงเส้นคงวำ สหสัมพันธ์ต่ำแต่ • ยกเว้น emotional stability-performance relationship: ไม่ สำมำรถทำำนำยผลงำนเมื่ออยูใ่ นทีมได้


ผลกำรวิจยั ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงบุคลิกภำพกับผลงำน • Personality traits

อื่น ๆ:-

• Assertiveness • Type A • Locus of control • Achievement motivation • บำงกรณี บุคลิกภำพเหล่ำนี้ข้ ึนอยูก่ บั ตัวแปรอื่นด้วย เช่น องค์ ประกอบของกลุ่ม สถำนกำรณ์


ผลกำรทดลอง • สร้ำงทีม:• All Type A: aggressive, competitive, excessively time oriented, hi nAch • All Type B: more relaxing, slow going • Mixed • พบว่ำ • บุคลิกภำพคล้ำยคลึงกันมีควำมพึงพอใจในกำรทำำงำนมำกกว่ำ • Type A ทำำงำนเสร็ จมำกกว่ำ


KSAs • ทักษะมำกกว่ำทำำงำนได้ดีกว่ำ • กำรมีผนู ้ ำำ ที่ดี ได้ฝึกฝน มีควำมตั้งใจ ก็สำมำรถทำำให้บรรลุเป้ ำ หมำยได้กจ็ ริ ง แต่ไม่สำมำรถได้ผลงำนที่เป็ นเลิศ • ทีมที่สำมำรถผลิตผลผลิตใหม่ ๆ แก้ปัญหำยำก ๆ ได้ มักต้องมี ลูกทีมที่.....high intelligence, motivation, and energy • “The best individuals make the best team.”


KSA • ในกำรทำำงำนทีมต้องกำรคนที่มีทกั ษะ • จัดกำรกับควำมขัดแย้ง • ร่ วมมือกับผูอ้ ื่นในกำรแก้ปัญหำ • มีกำรสื่ อสำรที่ดี


ควำมหลำกหลำย (Diversity)


ออกแบบควำมหลำกหลำย • ข้อดี: ปรับตัวกับควำมเปลี่ยนแปลงในงำนได้ดีกว่ำ • ข้อเสี ย: ขำดควำมเหนียวแน่น เพิ่มควำมขัดแย้ง


จะลดข้อเสี ย เพื่อใช้ประโยชน์ของข้อดีได้อย่ำงไร • ขั้นที่ 1 ให้เวลำสำำหรับทำำควำมเข้ำใจควำมแตกต่ำง • หำวิธีกำรทำำให้สมำชิกเข้ำใจว่ำ ควำมแตกต่ำงในเรื่ องเพศ เชื้อชำติ อำยุ เป็ นเพียง surface-level qualities ซึ่งไม่สำำ คัญ ที่สำำ คัญคือ ค่ำนิยมและ หลักกำร ซึ่ งเป็ น deep-level differences • ขั้นที่ 2 สร้ำงวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริ มควำมร่ วมมือ • ขั้นที่ 3 ลดควำมแตกต่ำงทำง social categorization เน้นกำรเป็ นทีม เดียวกัน


เพศชำย เพศหญิงในกลุ่ม Evolutionary anthropologists แย้งว่ำ • การมีผ้หู ญิงในกลุ่มทีเ่ คยเป็ นทีมชายล้ วนส่ งผลเสี ยต่ อการทำางานของทีม • เพศชาย (ไม่ ใช่ หญิง) ทีใ่ ฝ่ สั มพันธ์ กบั กลุ่มเพศเดียวกันเพือ่ ความอยู่รอด bonding ของเพศชายจึงเหนียวแน่ นกว่ าเพศหญิง


เพศชำย เพศหญิงในกลุ่ม • กลุ่มคละเพศจึงทำางานได้ น้อยกว่ ากลุ่มเพศเดียวกัน • ปัญหาทีเ่ พศหญิงพบในการทำางานร่ วมกับกลุ่มเพศชายคือ ความ กระตือรือร้ นต่ อเพศหญิง ทำาให้ รบกวนการทำางานและเป็ นอันตรายต่ อ ศักดิ์ศรีของกลุ่มเพศชาย ไม่ ใช่ ว่าผู้ชายไม่ ชอบผู้หญิง


เพศชำย เพศหญิงในกลุ่ม • ผลกำรศึกษำไม่สนับสนุนแนวคิด evolutionary

• Bonding ของกลุ่มชำยล้วนไม่ได้เข้มข้นกว่ำกลุ่มหญิงล้วน • ทีมชำยไม่ได้ผลิตผลงำนได้ดีกว่ำทีมหญิง


เพศชำย เพศหญิงในกลุ่ม • Wood (1987) ทบทวนงำนวิจยั ที่ศึกษำควำมแตกต่ำงระหว่ำงเพศในกำร

ทำำงำนเป็ นกลุ่ม พบว่ำ • ปัจจัย 2 ประกำรกำำกับควำมแตกต่ำงระหว่ำงเพศในกำรทำำงำนกลุ่ม • Task content • Interaction style

• Math and physical strength: male > female • Verbal tasks: female>male


เพศชำย เพศหญิงในกลุ่ม • Male: task-oriented interaction style • Female: relationship-oriented interaction style • Task activity: male>female • Social activity: female>male


กลุ่มคละเพศ? • มีทรัพยำกรข้อมูลมำกกว่ำกลุ่มเพศเดียวกัน จึงประสบควำมสำำเร็ จในงำน ที่ตอ้ งอำศัยประสบกำรณ์ ควำมชำำนำญ และข้อมูลที่หลำกหลำยมำกกว่ำ • มีปัญหำ sexual harassment, stereotyping • เกิดกลุ่มย่อย ๆ เพิม่ ควำมขัดแย้ง • ต้องควบคุมสัดส่ วนเพศหญิงเพศชำย • กลุ่มที่มีเพศหญิง/เพศชำยเพียง 1 คน ต่ำงเพศหลำย ๆคน มักมีปัญหำ มำกกว่ำกลุ่มเพศเดียวกัน


กลุ่มคละเพศ? • Solo member จะถูกวิเครำะห์เจำะลึกเป็ นพิเศษ ทำำให้หวัน ่ เกรง ส่ งผล

เสี ยต่อกำรทำำงำน

• ต้องแก้โดยทำำงำนให้หนักขึ้น และผูกมัดกับกลุ่มมำกขึ้น


ทีมงำน • Marks, Mathieu, Zaccaro (2001) พัฒนำ functional

analysis of teamwork

• 3 key processes • Transitioning • Acting • Managing interpersonal relations among members


Taxonomy of team processes • 3 fundamental components • Transition processes • Action processes • Interpersonal processes • Table 12.3


Team cognition • Transactive memory: สมำชิกทีมต้องเป็ นผูเ้ ชี่ยวชำญในเรื่ องต่ำง ๆ

กัน เพื่อแบ่งปันข้อมูล ไม่ตอ้ งรู ้ทุกเรื่ องคนเดียว

• กำรทดลองของ Moreland และคณะ พบว่ำ ทีมที่ทำำ งำนได้ดีที่สุดมี ลักษณะดังนี้ • Memory differentiation • Task coordination • Task credibility


Team cognition • Team learning • ตัวอย่ำงทีมศัลยแพทย์ Mountain Medical • Figure 12.4


กำรรักษำควำมเหนียวแน่น • ต้องเน้นองค์ประกอบของ • Social cohesion • Task cohesion • Perceived cohesion • Emotional cohesion


Evaluating team performance effectiveness • Defining team effectiveness: Hackman (2002) • Quantity • Quality • Timeliness • Adaptive growth of the team as a whole • Individual development of the member • The success of teams: ทั้งสนับสนุนและไม่สนับสนุน


Evaluating team performance effectiveness • suggestions for using teams

• เป้ ำหมำยชัดเจน ทุกคนร่ วมอภิปรำยอย่ำงสร้ำงสรรค์ รับผิด ชอบงำนที่ได้รับมอบหมำย ริ เริ่ มแนวทำงแก้ปัญหำ • พัฒนำทักษะให้แก่ทีม • หน่วยงำนให้กำรสนับสนุน

13-Teams  

2 • ???????????????????????????? • ?????? • ???? • ???????? • ??????????? 3 •ค คคคคคคคคคค •ค คคคคคคค •ค คคคคคคคคคคคคคคคคคค •ค คคคคคคคคคค •ค...

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you