Page 1

ปกหน้า


คณะที่ปรึกษาวารสาร ภก.วิสุทธิ์ สุริยาภิวัฒน์ ภก.คทา บัณฑิตานุกูล ภก.ชูศักดิ์ ไมตรีมิตร ภญ.ผศ.อภิฤดี เหมะจุฑา ภก.ธีรวุฒิ พงศ์เศรษฐไพศาล ภก.ผศ.ดร.บุรินทร์ ต.ศรีวงษ์ ผศ.ดร.ภญ.รุ่งเพ็ชร สกุลบำ�รุงศิลป์์ ภก.รศ.ดร.วิวรรธน์ อัครวิเชียร กรรมการบริหารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน(ประเทศไทย) นายกสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) ภญ.ช้องมาศ นิติศฤงคาริน อุปนายก ภก.สมบัติ แก้วจินดา ภญ.ผศ.ดร.นิตยาวรรณ กุลณาวรรณ เลขาธิการสมาคมฯ ภก.ดร.วิรัตน์ ทองรอด เหรัญญิก ภญ.อัจฉรี ธัญธนาพงศ์ วิชาการ และ วิเทศสัมพันธ์ ภญ.สุดา สวาทสุต สมาชิกสัมพันธ์และสือ่ สารสังคม ภก.ประวิทย์ ตันติสุวิทย์กุล ภก.จิรศักดิ์ โออริยกุล ภก.ชาญชัย ศรีมงคลปทุม ภก.ทวีสิทธิ วีระวัธนชัย ภญ.ณีรนุช ทรัพย์ทวี พัฒนาวิชาชีพและมาตรฐานร้านยา ภญ.ดร.ศิริรัตน์ ตันปิชาติ ภก.ภิญโญ รุจิจนากุล ภญ.กันทิมา จิตติชัยรัตน์ พัฒนากิจการภายในและหารายได้ ภญ.เพ็ญทิพา แก้วเกตุทอง เจ้าของผูพ้ มิ พ์และเผยแพร่ สมาคมเภสัชกรรมชุมชน(ประเทศไทย) อาคารเภสัชกรรมแห่งประเทศไทย (ภ.ส.ท.) 40 ซอยสันติสุข (สุขุมวิท 38) ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 โทร. 0 2713 5261-63 โทรสาร 0 2713 5541 ฝ่ายประสานงาน น.ส.กฤษญา ทองเทศ น.ส.บัวไล สุระสาย จัดพิมพ์โดย หจก.ปันชะยา ครีเอชั่น ลาดปลาเค้า 14 แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230 โทร.086-3674864, 0-2940-3813, 0-2940-3981 โทรสาร.0-2940-3813, 0-2940-3981 กด 16

Content

สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย)

COMMUNITY PHARMACY ASSOCIATION (THAILAND)

ปีที่ 12 ฉบับที่ 66 เดือนมกราคม 2556

www.pharcpa.com, E-mail : cpa_thailand@yahoo.com

สารบัญ บทบรรณาธิการ คุยกับนายก สรุปผลงานสมาคมปี 2555 งบการเงิน ปี 2555 รายงานการประชุมใหญ่ สามัญประจำ�ปี 2554 ร้านยาในยุค Marketing 3.0 เภสัชกรยิ้มต้อนรับ AEC พอใจไหมเอ่ย Sope Note เรตินอยด์ บทบาทในการรักษา โรคผิวหนัง

บทความพิเศษ บทความพิเศษ บทความพิเศษ บทความพิเศษ บทความการศึกษา ต่อเนื่อง (CPE) ข่าวประชาสัมพันธ์ ใบสมัครสมาชิกสมาคม แบบทดสอบความรู้ แบบตอบคำ�ถาม

4 5 6 14

21 22 29 31 33 40 41 47 48 49

บทความต่างๆ ที่ตีพิมพ์ในวารสารฉบับนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ และผู้เขียน ห้ามนำ�ไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต


บทบรรณาธิการ

สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) COMMUNITY PHARMACY ASSOCIATION (THAILAND)

สวัสดีคะ่ สมาชิกสมาคมเภสัชกรรมชุมชนฯ ทุกท่าน วารสารฉบับนี้ขอทำ�หน้าที่เป็นสื่อกลางรายงานผลการปฏิบัติงานมากมายของคณะกรรมการสมาคมฯ ตลอดเวลาปี 2555ที่ผ่านมา ตลอดจนรายงานสถานการณ์ทางการเงินของสมาคมฯ ตามระเบียบของสมาคมฯ คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ชุดปัจจุบนั ได้หมดวาระลง แต่เราก็ได้คณะกรรมการชุดใหม่มาทำ�หน้าทีต่ อ่ ในปี 2556 ซึ่งท่านจะมีโอกาสรู้จักในงานประชุมใหญ่สามัญประจำ�ปี ในวันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 กรรมการชุดใหม่ ทุกท่านก็ได้แสดงเจตนาชัดเจนที่จะสานต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาวิชาชีพ ด้วยกิจกรรมต่างๆที่เอื้อประโยชน์ให้ กับสมาชิก ด้วยความตัง้ ใจให้บรรลุเป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์ทไ่ี ด้รายงานไว้ในวารสารฉบับนี้ ขอสมาชิกทุกท่าน ส่งกำ�ลังใจให้ท่านเหล่านี้ด้วยเพื่อช่วยผลักดันวิชาชีพเภสัชกรรมชุมชนมีมาตรฐานสากลเพื่อรองรับสถาณการณ์ การค้าเสรีแห่งอาเซียน สำ�หรับเนื้อหาบทความต่างๆในฉบับนี้ มีบทความพิเศษ บทความวิชาการ ตลอดจนบทความการศึกษา ต่อเนื่อง ท่านสามารถอ่านเพิ่มพูนความรู้ได้ ขอให้สมาชิกทุกท่านที่มาร่วมประชุมสนุกกับการพบปะสังสรรค์เพื่อนฝูงร่วมอาชีพ มีความสุขกับ การหัวเราะในห้องประชุมใหญ่ เพิ่มพูนความรู้วิชาการในห้องประชุมย่อย และการชมนิทรรศการผลิตภัณฑ์ มากกว่า 50 บริษัท ในงานประชุมใหญ่ครั้งนี้ สำ�หรับสมาชิกที่พลาด สามารถติดตามสาระการประชุมได้ทาง อินเตอร์เนตและวารสารฉบับหน้าค่ะ ภญ.นิตยาวรรณ กุลณาวรรณ บรรณาธิการ

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

3


คุยกับนายก

สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) COMMUNITY PHARMACY ASSOCIATION (THAILAND)

ขอบคุณค่ะ ภญ.ช้องมาศ นิติศฤงคาริน นายกสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย)

4

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

CPA

วารสารฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของวาระกรรมการ สมาคมเภสั ช กรรมชุ ม ชน(ประเทศไทย) 2553-2555 ในสองปีที่ผ่านมา สมาคมฯได้ทำ�งานตามโครงการต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่จะทำ�ให้วิชาชีพมีความก้าวหน้า ได้รับการยอมรับ และประชาชนมีสุขภาวะที่ดีตามที่ได้ตั้งไว้ ดังปรากฏอยูใ่ นรายงานสรุปผลงานในรอบปี 2555 ในวารสาร ฉบับนี้นะคะ ในปี 2556 คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น มากมายในวิชาชีพเภสัชกรรมชุมชนของเรา โดยเฉพาะการ เข้าเป็นส่วนหนึง่ ของระบบประกันสุขภาพในฐานะหน่วยร่วม บริการ ซึง่ ถือว่าเป็นโอกาสทีร่ า้ นยาโดยเภสัชกรจะพัฒนาการประกอบวิชาชีพนำ�ธุรกิจให้เติบโตและ ยั่งยืนและแข่งขันได้ด้วยคุณภาพ ในการนี้เภสัชกรจะต้องมีการพัฒนาด้านสมรรถนะ มีการรับรอง โดยผ่านการอบรมกระบวนการและทำ�งานวิชาชีพอยู่ในร้านยาที่ได้รับรองคุณภาพ สมาคมฯได้ตั้งเป้าการพัฒนาในวาระต่อไปที่จะต้องทำ�ให้ร้านยาสมาชิกเป็นร้านยาคุณภาพ สามารถเป็นส่วนหนึ่งของระบบประกันสุขภาพอย่างยั่งยืน และแข็งแรงในด้านทักษะและวิชาการ ตอบโจทย์ปัญหาด้านยาและการบริการสุขภาพของประเทศ ถึงเวลา.................เภสัชกร.................เพื่อคุณภาพชิวิตที่ดีของคนไทย

Community Pharmacy Association Thailand

สวัสดีค่ะ


สรุปผลงาน สมาคมเภสัชกรรมชุมชน(ประเทศไทย) พ.ศ. 2555

สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) COMMUNITY PHARMACY ASSOCIATION (THAILAND)

สรุปผลงานของสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) ในรอบปี 2555 ในปีพ.ศ.2555 ที่ผ่านมา สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) ดำ�เนินงานภายใต้การนำ�ของนายก สมาคมฯหญิงคนแรก คือ ภญ.ช้องมาศ นิติศฤงคาริน ด้วยประสบการณ์ในวิชาชีพเภสัชกรรม สาขาเภสัชกรรม ชุมชน และในคณะกรรมการสมาคมฯหลายสมัย คณะกรรมการวาระปี 2554-2555 จึงสืบสาน ริเริ่ม ผลักดัน และส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมโครงการทางเภสัชกรรมชุมชนมากมาย ภายใต้วิสัยทัศน์ “เภสัชกรรมชุมชน มุง่ พัฒนาสูค่ วามก้าวหน้า เพือ่ เกียรติศกั ดิแ์ ห่งวิชาชีพ และสุขภาวะทีด่ ขี องประชาชน ” และพันธกิจ 4 ข้อ ดังนี้ คือ 1. พัฒนาความก้าวหน้าและผดุงเกียรติ วิชาชีพ 2. ส่งเสริมความสามัคคี และสนับสนุนสวัสดิการของ สมาชิกฯ 3. เป็นตัวกลางในการประสานความร่วมมือ และ เป็นตัวแทนดูแลผลประโยชน์ ให้กับสมาชิกฯ 4. คุ้มครองผลประโยชน์ของผู้บริโภคในการได้รับบริการทางด้านเภสัชกรรมชุมชน และจากวิสัยทัศน์และพันธกิจข้างต้น คณะกรรมการสมาคมฯ ได้ประชุมระดมสมอง วางแผนและ จัดทำ�ยุทธศาสตร์ 5 ยุทธศาสตร์ขึ้นมา ดังนี้คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 : เพิ่มศักยภาพและความร่วมมือของสมาชิก ยุทธศาสตร์ที่ 2 : เพิ่มประสิทธิภาพ ความเข้มแข็งองค์กร ตามหลักธรรมาภิบาล ยุทธศาสตร์ที่ 3 : ส่งเสริมให้สมาชิกมีศักยภาพในการแข่งขัน ยุทธศาสตร์ที่ 4 : สร้างและพัฒนาเครือข่ายการทำ�งานทั้งภายในและภายนอกวิชาชีพ ยุทธศาสตร์ที่ 5 : การเพิ่มการรับรู้ ตระหนัก และ การยอมรับจากสังคม ทั้งนี้ ในวาระของคณะกรรมการชุดปัจจุบันได้ทยอยดำ�เนินงาน และจัดกิจกรรมโครงการต่างๆ ตามยุทธศาสตร์ที่ได้วางไว้ โดยในรอบปีที่ผ่านมา สมาคมได้จัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสมาชิกและกิจกรรมเพื่อ สาธารณประโยชน์ และได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนอันดีจากองค์กรหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างๆ สามารถสรุปแบ่งตามยุทธศาสตร์หลัก 5 ยุทธศาสตร์ ดังต่อไปนี้ วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

5


สรุปผลงานของสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) ในรอบปี 2555

ยุทธศาสตร์ที่ 1 เพิ่มศักยภาพและความร่วมมือของสมาชิก

การเพิ่มจำ�นวนสมาชิก และการกระจายตัวของสมาชิก

+ ด้านสมาชิกสัมพันธ์และทะเบียน : ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 สมาคมฯมีสมาชิกทั้งหมด 3,591 คน(ติดต่อได้ 3,385 คน) จำ�นวนสมาชิกที่สมัครใหม่ในปี 2555 จำ�นวน 160 คน ข้อมูลจำ�นวนสมาชิก สมาคม สถิตจิ �ำ นวนร้อยละสมาชิกแสดงแยกตามประเภทงานต่างๆ และตามภูมภิ าค ดังแสดงในแผนภูมติ อ่ ไปนี้

สมาชิกทั้งหมดระหว่างปี 2550-2555

ร้อยละของจำ�นวนสมาชิกแบ่งแยกตามประเภทของงาน 6

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน


สรุปผลงานของสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) ในรอบปี 2555

+ สมาคมฯเข้าไปมีสว่ นร่วมในงานปัจฉิมนิเทศนักศึกษาเภสัชศาสตร์ ตามคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่างๆ เช่นมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยอิสเทิร์นเอเชีย และมหาวิทยาลัย สยาม เป็นต้น ในการบรรยายความรู้ด้านเภสัชกรรมชุมชนให้กับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อให้นักศึกษาได้รู้จักและ เข้าใจบทบาทวิชาชีพเภสัชกรรมชุมชนมากยิ่งขึ้น + สมาคมฯสร้างสิทธิประโยชน์ต่างๆอย่างเหมาะสมเพื่อจูงใจสมาชิก เพื่อสร้างสิทธิประโยชน์ต่างๆ ใน การจัดซื้อสินค้าให้กับสมาชิกสมาคมฯ เช่น การจัดหาน้ำ�เกลือเพื่อแบ่งเบาภาวการณ์ขาดแคลน + สมาคมฯขยายฐานสมาชิกสู่ภูมิภาค โดยสร้างร่วมมือกับชมรมเภสัชกรจังหวัดเชียงใหม่ ในการจัด ประชุมวิชาการจังหวัดภูมิภาค และจัดอบรมเภสัชกรภูมิภาคในโครงการบริบาลเภสัชกรรมชุมชนเชื่อมต่อระบบ เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และจังหวัดภูเก็ต โดยวิทยากรจากประเทศออสเตรเลีย

เพิ่มพูนความรู้และทักษะแก่สมาชิกเพื่อให้เป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการอย่างเต็มประสิทธิภาพ

+ การจัดประชุมวิชาการประจำ�ทุกเดือน และการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ : จัดประชุม 15 ครั้ง เป็น การประชุมวิชาการ 12 ครั้ง, ประชุมใหญ่ 1 ครั้ง และประชุมเชิงปฏิบัติการ 2 ครั้ง ได้แก่ o งาน All About Infection เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2555 ซึ่งเป็นการรวบรวมความรู้ทางด้าน การใช้ยาปฏิชีวนะต่างๆอย่างรอบด้าน แนะนำ�แนวทางและสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปฏิบัติการใช้ยาทาง เภสัชกรรมชุมชน เพื่อให้สมาชิกนำ�กลับไปปฏิบัติในร้านยาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย o งาน All About Business เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2555 ซึ่งเป็นการรวบรวมองค์ความ รู้ ในการทำ�ธุรกิจร้านยาเพื่อความอยู่รอด การต่อยอดธุรกิจร้านยา รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้กับร้านยาใน การก้าวเข้าสู่ยุคประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 • สมาคมฯจัดทำ�วารสารเภสัชกรรมชุมชน เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในแวดวงวิชาชีพ รวมทั้งนำ� เสนอเนื้อหาที่ทันสมัยทางวิชาการเกี่ยวกับโรค ยา การรักษา การดูแลสุขภาพและการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ต่างๆ โดยเผยแพร่วารสารไปยังสมาชิกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ปีละ 6 ฉบับ (ออกทุก 2 เดือน) • สมาคมฯร่วมมือกับภาควิชาเภสัชศาสตร์สงั คมและบริหาร คณะเภสัชศาสตร์จฬุ าลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ในการจัดทำ�หลักสูตรนวัตกรรมการบริบาลเภสัชกรรมชุมชน รุ่นที่ 1 มีระยะเวลาจัดการอบรม 16 สัปดาห์ เพื่อพัฒนาทักษะและมาตรฐานการปฏิบัติที่ดีในงานบริบาลเภสัชกรรมชุมชนในร้านยา และเพื่อเพิ่มศักยภาพ การบริหารจัดการสู่ธุรกิจร้านยาที่ยั่งยืน ทำ�ให้ร้านยาสามารถรวมกลุ่มกันทำ�กิจกรรมต่างๆ มีศักยภาพในการ แข่งขันมากยิ่งขึ้น และเป็นตัวอย่างที่ดีของร้านยาอื่นๆ

“สร้างความเป็นปึกแผ่น และประสานความร่วมมือของสมาชิกในส่วนของสมาคมฯ”

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

7


สรุปผลงานของสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) ในรอบปี 2555

ยุทธศาสตร์ที่ 2 เพิ่มประสิทธิภาพความเข้มแข็งขององค์กรตามหลักธรรมาภิบาล

พัฒนาระบบการสื่อสารในองค์กรที่มีประสิทธิภาพ

• สมาคมฯปรับปรุงหน้าเว็บไซต์ www.pharcpa.com และปรับปรุงให้มีการพัฒนาระบบการลง ทะเบียนประชุมวิชาการออนไลน์ สร้างระบบบันทึกกิจกรรม การประชาสัมพันธ์ข่าวสารและกิจกรรมผ่านทาง เว็บไซต์ นอกจากนี้ยัง Update Domain เพื่อใช้รองรับระบบใหม่และเพื่อให้สามารถรองรับความทันสมัยของ โปรแกรมใหม่ๆมากยิ่งขึ้น • สมาคมฯพัฒนารูปแบบการนำ�เสนอระบบการส่งข้อมูลข่าวสารหรือจดหมายวิชาการออนไลน์ เช่น การสร้าง Facebook Fanpage เพื่อส่งข่าวสารและกิจกรรมถึงสมาชิกได้อย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์

การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และมีความโปร่งใสทางการเงิน

• สมาคมฯจัดหารายได้เพื่อสนับสนุนการดำ�เนินกิจกรรมต่างๆของสมาคม ยกตัวอย่างเช่น การจัดทำ� CPA Catalog การจัดทำ�โครงการพัฒนาสื่อวิทยุ การจัดประชุมวิชาการประจำ�เดือน งานประชุมใหญ่สามัญ ประจำ�ปี การออกบูธในงานประชุมต่างๆ การจัดทำ�วารสาร การทำ�โครงการต่างๆที่ได้รับทุนจากแหล่งอื่นๆ • สมาคมฯจัดระบบการบริหารการเงินต่างๆ เช่น การเพิ่มมูลค่าเงินฝาก การจัดทำ�งบประมาณค่าใช้ จ่ายในการทำ�กิจกรรมในแต่ละโครงการ การจัดระเบียบการจัดการทางการเงินและบัญชี ให้มีความโปร่งใสมาก ขึ้น ตรวจสอบได้ • สมาคมฯมีการสร้างระบบการติดตามผลการประชุม และการทำ�โครงการต่างๆเพื่อให้ทราบถึงความ คืบหน้าและความต่อเนื่องของการดำ�เนินกิจกรรม • สมาคมสนั บ สนุ น ให้ ม ี ก ารทำ � การวิ จ ั ย เภสั ช กรรมชุ ม ชน โดยการจั ด เวที ก ารประกวดงานวิ จ ั ย เภสัชกรรมชุมชน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อให้เป็นที่รวบรวมงานวิจัยของนักศึกษา และสมาชิกที่สนใจในการ ทำ�งานวิจัยทางด้านเภสัชกรรมชุมชน

ยุทธศาสตร์ที่ 3 ส่งเสริมให้สมาชิกมีศักยภาพในการแข่งขัน การสร้างระบบที่ปรึกษาสำ�หรับร้านเภสัชกรชุมชน • สมาคมฯจัดตั้งคณะทำ�งานในการจัดทำ�สมรรถนะเภสัชกรชุมชน เพื่อหาลักษณะและอัตลักษณ์เฉพาะ ของเภสัชกรชุมชนที่ควรมีและควรเป็น ตอบสนองบริบทสุขภาพของประเทศไทย รวมทั้ง เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และสมรรถนะ ของวิชาชีพเภสัชกรรมชุมชนที่มีเอกลักษณ์ และ อัตลักษณ์ในวิชาชีพ เสนอแก่สภา เภสัชกรรรม ศูนย์การศึกษาทางเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย และคณะเภสัชศาสตร์ทุกมหาวิทยาลัย เพื่อ สร้างเภสัชกรชุมชนที่มีความสามารถในอนาคต • สมาคมฯเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาความรู้ด้านเภสัชศาสตร์ โดยการทำ� MOU ร่วมกับศูนย์ศึกษา เภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (ซึ่งเป็นศูนย์รวมของคณะเภสัชทุกสถาบัน) เพิ่มการพัฒนาวิชาการ การส่งเสริม งานวิจัยและส่งเสริมร้านยาเพื่อเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพด้านเภสัชกรรมชุมชน 8

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน


สรุปผลงานของสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) ในรอบปี 2555

Á • สมาคมฯจัดทำ�โครงการพี่เลี้ยง(ที่ปรึกษา)ร้านยาเภสัชกรชุมชนขึ้น เพื่อให้คำ�ปรึกษาสำ�หรับผู้ที่ ต้องการพัฒนาร้านยาให้มีคุณภาพและมีวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมที่ดี หรือต้องการเริ่มต้นเปิดร้านยา

การสร้างค่านิยมที่เหมาะสมในการประกอบวิชาชีพ

• สมาคมฯจัดทำ�โครงการร้านยาพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค (ร้านยาสีเขียว) เพื่อเป็นกำ�ลังใจและสนับสนุน ให้กับร้านยาที่ปฏิบัติดี และเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ปฏิบัติตามหลัก GPP (Good Pharmacy Practice) สามารถพัฒนาเข้าสู่การเป็นร้านยาคุณภาพได้ต่อไป โดยประชาสัมพันธ์และเชิญชวนสมาชิกเข้าร่วมผ่านงาน ประชุมวิชาการและประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์ การเตรียมนำ�ร้านยาเข้าร่วมโครงการระบบประกันสุขภาพ • สมาคมฯมีการพัฒนาและส่งเสริมมาตรฐานร้านยาสู่ร้านยาคุณภาพ ดังนี้ o สมาคมฯร่วมกับสภาเภสัชกรรมและสำ�นักพัฒนาร้านยา สนับสนุนร้านยาที่ต้องการเข้าร่วม เป็นร้านยาคุณภาพโดยมอบส่วนลดค่าธรรมเนียมจาก 3,000 บาท เหลือ 1,500 บาท และยกเว้นค่าธรรมเนียม การต่ออายุร้านยาคุณภาพให้กับร้านที่ได้รับการรับรองแล้ว (การยกเว้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมขึ้นกับสภา เภสัชกรรมเป็นผู้พิจารณา) o สมาคมฯร่วมกับบริษัท ชุมชนเภสัชกรรม จำ�กัด(มหาชน) จัดทำ�ป้ายสนับสนุนการทำ�ร้านยา คุณภาพ แจกให้กับร้านยาคุณภาพ และร้านยาที่ต้องการเข้าร่วมเป็นร้านยาคุณภาพ จำ�นวน 200 ชุด • สมาคมฯ จัดตั้งคณะกรรมการปรับปรุงคู่มือ GPP (Good Pharmacy Practice) และจัดพิมพ์ หนังสือคู่มือการพัฒนาตนเองสู่การมีวิธีการปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมในร้านยา ครั้งที่ 2

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างและพัฒนาเครือข่ายการทำ�งานทั้งในและนอกวิชาชีพ

สมาคมฯมีการพัฒนาเครือข่ายในการทำ�งานร่วมกับหน่วยงานต่างๆดังนี้

ในระดับนานาชาติ • International Pharmaceutical Federation (F.I.P) ภายใต้โครงการ GPP Concept Promotion Project ซึง่ สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) และเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้พัฒนาขึ้น โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก Nagai Foundation ในการส่งเสริมให้ร้านยามีวิธีปฏิบัติที่ดี (GPP) และการจัดทำ�ตัวชี้วัดคุณภาพเพื่อใช้พัฒนาร้านยา นอกจากนี้สมาคมฯได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุม เพื่อแลกเปลี่ยนผลงานของโครงการในการประชุมF.I.P. World Congress ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศ เนเธอร์แลนด์ ในเดือนตุลาคม2555 ที่ผ่านมา อีกทั้งในการประชุมครั้งนี้ยังได้มีการเซ็นข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสมาคมเภสัชกรรมชุมชน(ประเทศไทย) -The Pharmacy Guild of Australia ในการร่วมกัน พัฒนางานเภสัชกรรมชุมชนของทั้งสองประเทศในอนาคต • The Pharmacy Guild of Australia ภายใต้โครงการศึกษาดูงานการบูรณาการร้านยาในระบบ บริการปฐมภูมิ ประเทศออสเตรเลีย เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ GPP Concept Promotion Project ซึ่ง เป็นการไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับระบบ Primary Health care ของประเทศออสเตรเลียในการทำ�งานร่วมกับ วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

9


สรุปผลงานของสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) ในรอบปี 2555

สหสาขาวิชาชีพ และนำ�ความรู้ที่ได้กลับมาพัฒนา กิจกรรมที่ส่งเสริมบทบาทเภสัชกรรมชุมชนและระบบการคิด ค่าตอบแทนให้แก่ร้านยา ตลอดจนระบบการพัฒนาคุณภาพและการจัดการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับร้านยา เป็นการ สร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนความร่วมมือเกี่ยวกับความรู้ในบริการด้านเภสัชกรรมระหว่างประเทศ อันเป็นผล ให้เกิดข้อตกลงร่วมมือ(MOU)ระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้สมาคมฯยังได้นำ�ความรู้ที่ได้จากการศึกษาดูงาน มาจัดระบบ ปรับโครงสร้างการบริหารภายในสมาคมอีกด้วย

ในระดับประเทศ • อย. ภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่ายการเฝ้าระวังการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา และ โครงการศึกษาผลกระทบการเปิดการค้าเสรีอาเซียนกับร้านขายยา • สปสช. ภายใต้โครงการดูแลปัญหาจากการใช้ยาในผู้ป่วยเฉพาะรายในชุมชน และโครงการพัฒนา ศักยภาพเภสัชกรชุมชนในร้านยาคุณภาพ • สำ�นักอนามัยกรุงเทพมหานคร ภายใต้โครงการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรังและจัดการด้านยาในกลุ่ม โรคเรื้อรังโดยร้านยา • สภาเภสัชกรรม ภายใต้โครงการอบรมเพื่อการรับรองเภสัชกรผู้รับอนุญาตปฏิบัติการเภสัชกรรม ชุมชน โครงการ 1,000 ร้านยาคุณภาพ งานสมัชชาเภสัชกรรมไทย 99 ปี และงานสัปดาห์เภสัชกรรม • มูลนิธิเภสัชกรรมชุมชน และสมาพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย ภายใต้โครงการ ประกวดสุดยอดเภสัชกรชุมชนรุ่นใหม่ และการประกวดงานวิจัยเภสัชกรชุมชน ปีที่ 3 • สมาพันธ์พัฒนาคุณภาพร้านขายยาแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือของ 3 องค์กร ได้แก่ สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) สมาคมร้านขายยา และชมรมร้านขายยาแห่งประเทศไทย ในการร่วม มือกันพัฒนาและขับเคลื่อนธุรกิจร้านยาภายใต้กฎหมาย จรรยาบรรณ และกติกาของวิชาชีพเภสัชกรรม • ศ.ศ.ภ.ท. ภายใต้โครงการพัฒนาแหล่งฝึกงานวิชาชีพ • เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมเพื่อการควบคุมยาสูบ (คภยส.) ภายใต้โครงการเภสัชอาสาพาเลิกบุหรี่ 10

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน


สรุปผลงานของสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) ในรอบปี 2555

ร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์โครงการเภสัชอาสาพาเลิกบุหรี่ และกระตุ้นให้เภสัชกรหรือผู้ประกอบการร้านยาเข้า มาช่วยเหลือหรือส่งต่อผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่มากยิ่งขึ้น • มูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัย หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ภายใต้โครงการส่งเสริมการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผลในร้านยา และโครงการแลก เลี่ยนเรียนรู้ เพื่อลด ละ เลิก การใช้ยาปฏิชีวนะผิดๆในชุมชน • คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาควิชาเภสัชศาสตร์สังคมและบริหาร ภายใต้โครงการ จัดทำ�หลักสูตรอบรมระยะสั้น “นวัตกรรมการบริบาลเภสัชกรรมชุมชน” • เภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยส่งตัวแทนของสมาคมฯเป็นวิทยากรให้ รายการ 91 ยาน่ารู้ ซึง่ สนับสนุนโดยเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ คลืน่ สวพ.91 MHz. • บริษัทยา o ภายใต้โครงการ Opentrade ในการจัดการเป็นตัวแทนของสมาชิกในการทำ� Promotion ร่วมกับบริษัท o ภายใต้โครงการ Retail Management เป็นการจัดการการบริหารการวางสินค้าหน้าร้านให้ มีความน่าสนใจ รวมถึงการปรับปรุงร้านใหม่ให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

11


สรุปผลงานของสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) ในรอบปี 2555

ยุทธศาสตร์ที่ 5 การเพิ่มการรับรู้ ตระหนัก และการยอมรับจากสังคม สมาคมฯร่วมถ่ายทอดนวัตกรรม เพื่อพัฒนางานวิจัยเภสัชกรรมชุมชน ภายใต้โครงการ ประกวดสุดยอดเภสัชกรชุมชนรุ่นใหม่ และการประกวดงานวิจัยเภสัชกรรมชุมชน ปีที่ 3 สมาคมฯร่วมรณรงค์แก้ปัญหาจากการใช้ยาระดับประเทศ ภายใต้โครงการรณรงค์การใช้ ยาปฏิชีวนะ อย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นการพัฒนา Guideline การใช้ยาปฏิชีวนะที่รับรองโดยสมาคม เภสัชกรรมชุมชน(ประเทศไทย) นอกจากนี้ยังจัดทำ�การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างร้านยาเภสัชกร ชุมชนเพื่อนำ�ความรู้ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มาจัดทำ�แนวทางสำ�หรับเภสัชกรชุมชน สมาคมฯมีการพัฒนาช่องทางสื่อสาธารณะ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อให้เป็นที่ รู้จักของทั้งบุคคลในวงการวิชาชีพ และประชาชนทั่วไป ซึ่งได้พัฒนาสื่อต่างๆดังนี้ • ประชาสัมพันธ์ผ่านทางเว็บไซด์ www.pharcpa.com • ประชาสัมพันธ์ผา่ นทาง Facebook Fanpage และ จัดตัง้ กลุม่ Young CPA สำ�หรับกลุม่ นิสติ นักศึกษา • ประชาสัมพันธ์ข่าวสารและความรู้ทางวิชาชีพผ่านทางวารสารเภสัชกรรมชุมชน • ให้ความรูท้ างด้านการใช้ยา และการรักษาสุขภาพ ผ่านทางรายการวิทยุและเคเบิลทีวี โดยมีกรรมการ และตัวแทนของสมาคมฯเป็นผู้ดำ�เนินรายการและเป็นวิทยากรรับเชิญในรายการต่างๆดังนี้ o รายการสุขภาพกับชีวิต ทาง FM 95.75 MHz. o รายการสุขภาพน่ารู้กับเภสัชกร จัดร่วมกับเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมเพื่อการควบคุมยาสูบ ทางวิทยุราชมมงคล FM 89.5 MHz. o วิทยากรรับเชิญรายการ 91 ยาน่ารู้ สนับสนุนโดยเภสัชกรรมสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ ทาง FM. สวพ.91 o วิทยากรรับเชิญรายการล้ำ�ยุคเรื่องสุขภาพ ร่วมกับพรีม่า ทาง จส.100

12

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน


งบการเงิน

สมาคมเภสัชกรรมชุมชน(ประเทศไทย) พ.ศ. 2555

สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) COMMUNITY PHARMACY ASSOCIATION (THAILAND)

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

13


งบการเงิน

14

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน


งบการเงิน

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

15


งบการเงิน

16

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน


งบการเงิน

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

17


งบการเงิน

18

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน


งบการเงิน

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

19


รายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำ�ปี 2554 สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมประชุมไบเทค บางนา วาระที่ 1 เรื่องแจ้งเพื่อทราบ

ภก.ดร. วิรัตน์ ทองรอด เลขาธิการสมาคมฯ แถลงผลงานสมาคมฯ ในรอบปี 2554 ที่ผ่านมา โดยแบ่งตามฝ่าย ต่างๆดังนี้ ฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมฯมีสมาชิกทั้งหมด 3,432 คน ที่สามารถติดต่อได้มีจำ�นวน 3,245 คน มีจำ�นวนสมาชิก ที่สมัครใหม่ในปี 2554 จำ�นวน 98 คน ฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ มีการจัดประชุมวิชาการเป็นประจำ�ทุกเดือน จำ�นวน 14 ครั้ง คือ เป็นการประชุม วิชาการ 12 ครั้ง ประชุมเชิงปฏิบัติการ 1 ครั้ง และประชุมใหญ่สามัญประจำ�ปี อีก 1 ครั้ง จัดทำ�วารสาร เภสัชกรรมชุมชน ทุก 2 เดือน รวม 6 ฉบับ โดยเป็นการเผยแพร่วารสารไปยังสมาชิกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังมีการจัดทำ�ซีดีวิชาการ บันทึกเทปรายการความรู้สุขภาพต่างๆ รวมทั้งสื่อสุขภาพออนไลน์ต่างๆนำ�เสนอผ่านสมาชิกทางเว็บไซต์ ฝ่ายพัฒนาเครือข่ายและสื่อสารสังคม สื่อประชาสัมพันธ์หลักผ่านทางเว็บไซต์ www.pharcpa.com ทางวารสาร เภสัชกรรมชุมชน และ www.Facebook.com/pharcpa นอกจากนี้ทางสมาคมฯ ยังได้รับเชิญเป็นวิทยากรและผู้ดำ�เนิน รายการในรายการหนี้แผ่นดิน สุขภาพดีกับพรีม่า ทาง True vision 8 และ TNN 2 รายการสายใยสุขภาพทุกวันเสาร์ทาง ช่อง P5TV ทางคลื่นวิทยุ FM. 89.5 MH.z, 95.75 MHz., 98.75 MHz., FM 103 MHz., AM 1143 MHz. ฝ่ายพัฒนาวิชาชีพและมาตรฐานร้านยา สมาคมฯได้จัดทำ�โครงการดูแลปัญหาจากการใช้ยาในผู้ป่วยเฉพาะราย ในชุมชน เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร โครงการคัดกรองผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน อ้วนลงพุงโดยได้งบประมาณ สนับสนุนจากสำ�นักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร ฝ่ายพัฒนากิจการภายในและหารายได้ ได้ มีการจัดทำ� CPA Catalogue เพื่อสิทธิประโยชน์ของสมาชิกในการจัด ซื้อจัดหาผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีคุณภาพเพื่อใช้ในร้านยา

วาระที่ 2 เรื่องรับรองรายงานการประชุมใหญ่ปี 2554 เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555

มติที่ประชุม : รับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำ�ปี 2554 เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555

วาระที่ 3 เรื่องรายงานและรับรองงบการเงินของสมาคมฯ

ภญ. อัจฉรี ธัญธนาพงศ์ เหรัญญิกสมาคมฯ กล่าวรายงานงบดุล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 จากงบดุลที่แสดงใน วารสารรายจ่ายหลักของสมาคมฯ จะมี 2 รายการหลัก คือ ค่าใช้จ่ายในการดำ�เนินกิจกรรมสมาคมฯ และค่าภาษีเงินได้ ใน ปี 2554 สมาคมฯมีรายได้ทั้งหมด 15,419,101.58 บาท รายจ่ายทั้งหมด 14,313,097.55 บาท ซึ่งสรุปแล้ว ณ สิ้นปี สมาคมฯ มีรายได้สูงกว่ารายจ่าย 1,106,004.03 บาท นอกจากนี้ได้เสนอให้ที่ประชุมรับรองให้ นายสุชาติ พฤกษ์มหาดำ�รง หมายเลขผู้สอบบัญชีเลขที่ 7601 บริษัท ทองเพลิน คอนซัลติ้ง จำ�กัด เป็นผู้สอบบัญชีให้สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) ในปี 2555 มติที่ประชุม รับรองงบการเงินของสมาคมและให้นายสุชาติ พฤกษ์มหาดำ�รง หมายเลขผู้สอบบัญชี 7601 บริษัท ทองเพลิน คอนซัลติ้ง จำ�กัด เป็นผู้สอบบัญชีให้สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) ในปี 2555


บทความพิเศษ ภก.วิสุทธิ์ สุริยาภิวัฒน์

สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) COMMUNITY PHARMACY ASSOCIATION (THAILAND)

ร้านยาในยุค Marketing 3.0

จากการที่สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) จัดการประชุมวิชาการ All About Business for Pharmacy วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2555 ณ ห้องสยามมกุฎราชกุมาร อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรี ที่ผ่านมา วิทยากรจากสถาบันปัญญาภิวัฒน์ได้บรรยายเกี่ยวกับอนาคตธุรกิจร้านยา มีการกล่าวถึงเรื่อง Customer Behavior; Inducible Factors; What Drug Store could sell; My beloved Drug Store เป็นต้น วิทยากรได้พูดถึงรายละเอียดในการรักษาลูกค้า รูปแบบร้านยาที่ควรจะมีควรจะเป็น วิธีการสร้างความประทับใจแรกพบให้เกิดในใจของลูกค้า จากนั้น ภก.วิบูลย์ จรรยานุภาพ จาก บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำ�กัด ได้บรรยายเกี่ยวกับ “การค้าปลีกยุคใหม่กับร้านขายยา” เล่าถึงการทำ�ธุรกิจค้าปลีกของร้าน สะดวกซือ้ ในเครือของ CPAll ว่าสามารถสร้าง Network ทีใ่ หญ่โตและเข้มแข็งได้ ด้วยการมีประสิทธิภาพในการ ควบคุมสินค้าคงคลังให้น้อยวันที่สุด (ดูหมายเหตุท้ายเรื่อง) แล้วย้อนกลับมาว่าร้านยาเดี่ยวควรจะแข่งขัน อย่างไรในยุคที่เวทีร้านยากำ�ลังก้าวเข้าสู่ดินแดนของการค้าเสรีระดับภูมิภาคอย่างประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งผู้เขียนชอบใจที่ ภก.วิบูลย์ กล่าวว่า ร้านยาจะประสบความสำ�เร็จสู้ยักษ์ได้ นอกจากสนอง Desired ของ ลูกค้าได้แล้ว ยังจะต้องทำ�ให้ลกู ค้าเกิดความรูส้ กึ อีกสองประการ คือ การสร้างความ Surprised และ Unbelievable (Wow!) วิธีการสร้างความรู้สึกสองประการหลังคงไม่ง่าย แต่ถ้าพยายามสร้างให้เกิดขึ้นได้แล้ว ย่อมมีฐานลูกค้า ประจำ�ค้ำ�จุนร้านยาของเราให้ยั่งยืนสถาพรตลอดไปได้อย่างแน่นอน ในงานประชุมวิชาการครั้งนี้ มีแนวทางเชิง ปฏิบัติที่วิทยากรให้ไว้อย่างมากมายที่เป็นประโยชน์มาก ประจวบกับผู้เขียนได้อ่านบทความของการทำ�ธุรกิจใน ยุคของ Marketing 3.0 จึงขอนำ�มาเล่าสู่กันฟังเป็นการต่อเนื่องกับ Business for Pharmacy อีกระดับหนึ่ง วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

21


ร้านยาในยุค Marketing 3.0

Marketing 3.0 คืออะไร

“Sustainable marketing (การตลาดยั่งยืน) คือ การทำ�การตลาดเพื่อหวังผลให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน โดยคำ�นึงถึงบุคคลทีเ่ กีย่ วข้องทัง้ หมด (Stakeholder) ไม่วา่ จะเป็นตัวองค์กร พนักงาน ลูกค้า ซัพพลายเออร์(คูค่ า้ ) สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ที่ต้องเติบโตไปพร้อมกัน” แนวคิดทางการตลาดแบบ Holistic Marketing นี้ เองที่ทำ�ให้เกิดการเรียกที่ง่ายขึ้นว่าเป็น Marketing 3.0

Marketing

3.0

ธุรกิจมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ยุคแรกๆของธุรกิจ คือ ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ยุคเน้นการผลิต ยุคเน้นการขาย ยุคการตลาด ยุคแรก ซึง่ ก็คอื การตลาด ยุค 1.0 และพัฒนาต่อเนือ่ งมาเป็น ยุค 2.0 และยุค 3.0 แนวคิดทางการตลาดของ Holistic Marketing เป็นมุมมองว่าถ้าได้ทั้งหมดอย่างที่กล่าวมาจะทำ�ให้องค์กรได้ กลายเป็นองค์กรที่สามารถสร้างได้ถึงระดับ Human Spirit คือลูกค้ามีความผูกพันกับองค์กรถึงขั้นวิญญาณ ในขณะที่ Marketing 1.0 เป็นการเน้นคุณภาพของสินค้า และ Marketing 2.0 เป็นการตลาด ที่เน้นถึงความ ต้องการของลูกค้าเป็นหลักเท่านั้น Marketing 3.0 จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นการนิยามตั้งใหม่โดยคุณ Philip Kotler และคณะเพื่อชี้ให้ เห็นถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบใหม่ของการตลาด จุดเริ่มของแนวคิดนี้ได้กล่าวถึงพัฒนาการใน แนวคิดทางธุรกิจที่ออกมาเป็นช่วงต่างๆ ที่เริ่มจากการเน้นการพัฒนาระบบผลิตเพื่อให้ต้นทุนการผลิตต่ำ�ที่สุด (Production concept) เพราะต้นทุนที่ต่ำ�กว่าย่อมนำ�มาซึ่งกำ�ไรที่มากกว่า แต่ลูกค้าให้ความสนใจกับคุณภาพ ของสินค้าด้วย ถ้าสินค้าคุณภาพไม่ดีลูกค้าก็จะไม่ซื้อ องค์กรควรได้เน้นย้ำ�ถึงการปรับปรุงคุณภาพของสินค้า เพราะเชื่อว่าถ้าสินค้ามีคุณภาพดีก็จะสามารถทำ�ให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้ (Product concept) แต่บ่อยครั้งสินค้า ที่คุณภาพไม่ดีกลับขายได้มากกว่าสินค้าที่คุณภาพดี ธุรกิจจึงต้องหาวิธีจูงใจให้ลูกค้าซื้อจึงกลายมาเป็นการเน้น เทคนิคการขาย (Selling concept) แทน แต่การขายได้อย่างเดียวก็ไม่ได้รับประกันถึงความสำ�เร็จในอนาคต จึงเกิดแนวคิดว่าการตลาดไม่ได้มคี วามสำ�คัญเพียงแค่เทคนิคการขายเท่านัน้ แต่ตอ้ งครบเครือ่ งด้วยองค์ประกอบ เป็นระบบ คือ ทั้งสินค้า ราคา ช่องทางการจำ�หน่ายและการส่งเสริมการตลาดที่สามารถตอบสนองความ ต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง และเป็นแนวคิดการตลาดที่เน้นความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก (Consumer requirement)ยิ่งกว่านี้ ในฐานที่ธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งของสังคมจึงต้องมีการพิจารณาถึงสังคมและสภาพแวดล้อม ด้วย จึงเกิดแนวคิดของการตลาดเพื่อสังคม (Societal Marketing Concept) ด้วยการสร้างความสัมพันธ์กับ ลูกค้าและฝ่ายต่างๆ (Relationship Marketing) รวมทัง้ การสร้างการตลาดภายในองค์กร (Internal Marketing) ก็เป็นสิ่งสำ�คัญด้วยเช่นกันทำ�ให้เกิดแนวความคิดของ Holistic Marketing ที่เสมือนจะบอกว่าต้องทำ�ทุกอย่าง 22

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน


ร้านยาในยุค Marketing 3.0

ครบทั้งสี่มิติ ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นคือการตลาดเชิงวัฒนธรรมของประเทศเกาหลี ที่ผู้บริโภคทั้งโลกเป็นแฟนคลับ พันธุ์แท้ของดารานักร้องเกาหลี ภาพยนตร์เกาหลี ลีลาการเต้นของเกาหลี ซึ่งล้วนเป็นกิจกรรมการตลาดรูป แบบที่ทำ�ให้ลูกค้าเกิดลักษณะการบริโภคเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำ�วันไปเลย

ตัวอย่างของธุรกิจไทย

ผู้บริหารเอสซีจีเปเปอร์ คนต้นคิด “กระดาษรักษ์โลก” ที่นำ�เอาแนวคิดการตลาดยั่งยืน โดยสร้างความ คาดหวังใหม่ของคนถ่ายเอกสารว่ากระดาษต้อง “ไม่ติดเรื่องขาวและเรียบเนียน” มาพ่วงกับสำ�นึกรักษ์โลกและ สิ่งแวดล้อม กลายเป็นที่มาของนวัตกรรมกระดาษที่ลดการใช้ไม้ลงได้ถึง 30% อีกทั้งบอกเราว่า ธุรกิจในเมือง ไทยไม่วา่ จะเล็กหรือใหญ่หากต้องการทำ�การตลาดยัง่ ยืน “ต้องลงมือทำ� ทำ�เอง ทำ�จริง ทีส่ �ำ คัญต้องตัง้ สติ อย่ายึด ติดทฤษฎี อาจช้าบ้าง พลาดบ้าง แต่อย่าหยุด” เจ้าของอีกกิจการหนึ่งกล่าวว่า การดำ�เนินธุรกิจในอนาคตจะต้อง มีความซื่อสัตย์ ต้องมีความเสมอต้นเสมอปลาย และ “ต้องคิดให้ กว้าง ยาว และลึก”คิดให้กว้าง จากที่เคยมอง ตัวสินค้า ตัวผู้บริโภคเพียงกลุ่มเดียว ก็มองไปถึงชีวิตของเขา คนรอบข้างเขา ชุมชน และสังคมของเขาด้วย คิด ให้ยาว ไม่ใช่มองทุกอย่างแค่วันนี้ แต่ต้องมองถึงวันข้างหน้าด้วย และ คิดให้ลึก อย่าปิดตัวเองกับมิติใดมิติหนึ่ง แต่หาโอกาสที่เหนือกว่าในสิ่งที่จะทำ�ต่อไป หากเปรียบความยั่งยืนทางการตลาดเสมือนบ้าน บ้านที่จะสามารถคงอยู่และแบกรับภาระน้ำ�หนัก ต่างๆได้ดีต้องมีฐานรากที่มั่นคงแข็งแรง และมีองค์ประกอบของฐานรากที่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามมาตรฐาน วิศวกรรม เช่นเดียวกับการทำ�การตลาด 3.0 ที่เป็นการต่อยอดการตลาดจาก 1.0 และ 2.0 ไปสู่การตลาดเพื่อ สังคม และการตลาดที่ยั่งยืน(Sustainable Marketing) องค์ประกอบของฐานรากประการแรก เราต้องทบทวน และพัฒนา แนวคิด คุณค่า ผลประโยชน์ของผลิตภัณฑ์หรือบริการของเราอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นแนวคิดที่สำ�คัญ ในการทำ�การตลาด 1.0 อะไรคือผลประโยชน์หลักหรือคุณค่าหลัก (Core Benefit) ที่ลูกค้าจะได้รับจากสินค้า หรือบริการของเรา และอะไรคือ ผลประโยชน์เสริม (Supplementary Benefit) ที่ลูกค้าจะได้จากเรา เพื่อให้ ลูกค้ารับรู้ได้ถึงผลประโยชน์ที่แตกต่าง (Different Benefit) จากการซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการจากผู้จำ�หน่ายราย อื่นๆ ซึ่งเราต้องรู้จักลูกค้าของเราให้ได้ในทุกมิติ ของความต้องการ (Need) และความปรารถนา (Passion) ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลา วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

23


ร้านยาในยุค Marketing 3.0

การบริหารร้านยา

กิจการทุกประเภทล้วนมีส่วนเกี่ยวของกับ “การตลาด” ทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจข้างถนน กิจการค้า ขนาดเล็ก รวมไปจนถึงกิจการขนาดใหญ่ระดับชาติ เพราะการตลาดเป็นปัจจัยสำ�คัญที่ทำ�ให้ขายสินค้าได้ ร้านยา เป็นอุตสาหกรรมค้าปลีกที่กระจายตัวอยู่ทั้งประเทศ การบริหารจัดการร้านยาเป็นการสร้างความเชื่อถือ (Trust) ให้แก่ชุมชนที่ร้านยานั้นตั้งอยู่ ร้านยานั้นสามารถนำ�หลักการของ Marketing 3.0 มาประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน แต่ร้านยาจะใช้หลักเศรษฐศาสตร์จุลภาคเสียมากกว่า กล่าวคือ เราต้องมีการสร้างฐานลูกค้าให้มีความไว้วางใจ (Customer Loyalty) ต่อสินค้า (ยา เวชภัณฑ์ สินค้าสุขภาพอื่นๆ) และบริการของเรา เพื่อดึงดูดให้เขาเหล่านั้น พร้อมที่จะเป็นลูกค้าประจำ�ของเรา เพื่อให้ประชาชนในชุมชนหรือลูกค้าของเรามีความตั้งใจซื้อ (Purchase Intention) ซื้อซ้ำ� (Repeat Purchase) และการบอกต่อ (Word of Mouth) ไปยังลูกค้าใหม่ เพื่อช่วยเราใน การรักษาฐานลูกค้าและขยายฐานลูกค้าให้กับเราอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพราะ การตลาด 3.0 มุ่งเน้นการใช้พลัง เครือข่ายสังคมของลูกค้าให้เป็นประโยชน์ และทั้งร้านยาเองกับลูกค้าต้องมีส่วนร่วมในการทำ�กิจกรรมที่เป็นการ ช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาสังคม

จากนี้ไป ในอนาคตที่ไร้ทิศทาง ไร้ความชัดเจน การรับรู้เพียงเหตุการณ์ (Events) ต่างๆที่เกิดขึ้น หรือศึกษาแนว โน้ม (Trends) เพื่อคาดเดาเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะไม่เพียงพอที่จะให้เราตั้งรับสู้กับการเปลี่ยนแปลง ได้ เพราะการเปลี่ยนแปลงจากนี้ไปจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรม และพฤติกรรมของ มนุษย์ ตัวอย่างเช่น ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศจีนเป็นโรงงานแหล่งผลิตสินค้าของโลก สินค้าจีนมีราคา ถูกมาก แต่ผู้บริโภคมักเคลือบแคลงสงสัยในคุณภาพ เพราะข่าวการปลอมนมผงเด็ก ปลอมเรื่องยา-อาหารเป็น ข่าวให้ได้ยินเสมอ อีกทั้งประเทศจีนยังเป็นประเทศหนึ่งที่สร้างมลภาวะเป็นพิษมากที่สุดประเทศหนึ่งด้วย จาก เหตุการณ์และแนวโน้มของประเทศจีนนี้ หากจีนประสงค์จะเป็นผู้นำ�ของโลก คงยังต้องมีการพัฒนาปรับปรุง ตนเองอีกมากพอสมควร 24

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน


ร้านยาในยุค Marketing 3.0

ไม่ว่ากูรูทางด้านการตลาดจะมีแนวคิดการตลาดใหม่ๆออกมาอย่างไรก็ตามทั้งในปัจจุบันและในอนาคต แต่ตาม หลักปรัชญาและหลักของพุทธแล้ว แนวคิดของกูรูหรือวิชาการที่ศึกษาในมหาวิทยาลัย ล้วนเป็นไปตามสมมติ สัจจะ (Conventional Truth) ที่กำ�หนดตกลงกันเป็นกฎเกณฑ์ของมนุษย์ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับความเป็นจริง ตามปรมัตถสัจจะ (Absolute Truth) ซึ่งเป็นความจริงที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น เรื่องของโลภ เวทนา การเกิด การดับ เป็นต้น แม้แต่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็บัญญัติไว้ว่า “ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการ ชำ�ระหนี้ก็ดี ท่านว่าบุคคลทุกคนต้องกระทำ�โดยสุจริต ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลทุกคนกระทำ�การโดย สุจริต” (มาตรา ๕ และ ๖) อีกทั้งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๑๒ บัญญัติวาง หลักเกณฑ์ควบคุมคุณธรรมและจริยธรรมของผู้ประกอบธุรกิจไว้ว่า “ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำ�ระหนี้ก็ ดี ผู้ประกอบธุรกิจต้องกระทำ�ด้วยความสุจริต โดยคำ�นึงถึงมาตรฐานทางการค้าที่เหมาะสม ภายใต้ระบบธุรกิจ ทีเ่ ป็นธรรม” แม้บทบัญญัตนิ จ้ี ะไม่มบี ทลงโทษ (Punishment) ไว้ในตัวบทกฎหมายอย่างชัดแจ้งก็ตาม แต่จะเป็นผล ร้ายต่อผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนมาตรานี้ เพราะเป็นเครื่องมือให้ศาลจะใช้ประกอบการตีความสัญญาในคดีผู้บริโภค ดังนี้ การตีความตาม มาตรฐานทางการค้าที่เหมาะสม ภายใต้ระบบธุรกิจที่เป็นธรรม ซึ่งศาลท่านจะตีความไป ตามความประสงค์ในทางสุจริต โดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วย นั้น จึงมีความสำ�คัญถึงขนาดกลายเป็นข้อ แพ้ชนะในคดีผู้บริโภคได้

ร้านยาที่ยั่งยืนได้บทเวทีโลก

สรุปได้ว่า การตลาดแบบ Marketing 3.0 หมายถึงการตลาดแบบยั่งยืน (Sustainable Marketing) ที่ประสงค์หวังผลให้ธุรกิจสามารถเติบโตก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืนถาวร ทั้งนี้โดยต้องคำ�นึงถึงบุคคลที่เข้ามา เกี่ยวข้องด้วยทุกฝ่ายทั้งหมด (Stakeholders) ไม่ว่าจะเป็นตัวองค์กรเอง พนักงานของเรา ลูกค้า คู่ค้า สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ที่ทุกฝ่ายจะต้องเติบโตไปพร้อมกัน ทั้งการดำ�เนินการก็ต้องเป็นไปด้วยความสุจริต มี คุณธรรม มีจริยธรรม มีธรรมาภิบาลควบคู่ไปกับกิจการด้วย ร้านยาเป็นสถานประกอบการวิชาชีพด้าน สาธารณสุข และเป็นกิจการที่เกี่ยวกับธุรกิจด้วย การนำ�แนวคิดของ Marketing 3.0 มาประยุกต์ใช้เพื่อแข่งขัน กับตลาดเปิดเสรีของ AEC หรือ TPP ให้อยู่รอดปลอดภัยและก้าวหน้าได้จึงเป็นสิ่งจำ�เป็น กล่าวคือ เริ่มต้นแต่ วันนี้เป็นต้นไป ร้านยาจะต้องมีส่วนร่วมในการสร้างมูลค่าทางสังคม ซึ่งสิ่งที่ร้านยาทำ�ได้โดยไม่ยากคือต้องแสดง การใส่ใจและร่วมแบ่งปัน (Caring & Sharing) ต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับกิจการของร้านยา เดิมร้านยา

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

25


ร้านยาในยุค Marketing 3.0

ถือว่าลูกค้าคือพระเจ้า แต่จากนี้ไปพนักงาน คู่ค้า ชุมชนที่ร้านยาตั้งอยู่ และสิ่งแวดล้อมของชุมชนล้วนมีความ สำ�คัญต่อร้านยาของเราทั้งสิ้น ไล่ไปตั้งแต่ตัวร้านเองต้องสะอาด สว่าง การแต่งกายของเภสัชกร ของพนักงาน ผู้ช่วยต้องบ่งบอกถึงวิชาชีพ การสื่อสารกับลูกค้า คู่ค้าต้องสุภาพถ่อมตน ซองยา ภาชนะบรรจุยาต้องมีราย ละเอียดเพียงพอที่ให้ลูกค้าปฏิบัติตามไป มีคำ�แนะนำ�ที่ดี มีการบันทึกประวัติของอาการเรื้อรัง มีการไปเยี่ยมบ้าน เพื่อช่วยให้ชุมชนใช้ยาและดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะด้วย เหล่านี้ คือภาพพจน์ที่แสดงให้เห็นว่า ร้านยามีความใส่ใจและแบ่งปัน ถ้าทำ�ได้ดังนี้ แม้ว่าร้านยาของเราจะเป็นกิจการ เล็กๆ แต่เราดูแลชุมชน ชุมชนพึ่งพาเรา เมื่อเราเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนแล้ว เราก็สามารถอยู่ร่วมกับชุมชน ได้อย่างยั่งยืนสถาพร ประการสำ�คัญที่สุด โลกในอนาคตเป็นโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาแบบก้าว กระโดด การเตรียมตัวให้พร้อมของพวกเราจึงมีความสำ�คัญอย่างยิ่งต่อร้านยาของเรา (ดังที่กล่าวไว้ในหนังสือ Only the Paranoid Survive) คำ�ขวัญของสมาคมที่ว่า Be the Difference, To the Excellence จึงยังคงทัน สมัยเสมอที่จะใช้เป็นทิศทางสำ�หรับการพัฒนาของสมาชิก เพราะสิ่งที่กล่าวไว้นี้ มีความสำ�คัญที่จะทำ�ให้ร้านยา ของพวกเราเป็นร้านยาที่ Small But Smart นั่นเอง

หมายเหตุท้ายเรื่อง : ข้อมูลที่น่าสนใจของ CPALL ร้านสะดวกซื้อยักษ์ใหญ่ของไทย ตั้งเป้าหมาย จะมี 7,300 สาขาในปี 2556 และตั้งเป้าให้ครบหนึ่งหมื่นสาขาในปี 2561 ซึ่งเดิมเพิ่ม 500 สาขาต่อปีจะ เพิ่มเป็น 550 สาขาต่อปี โดยมีการบุกเบิกสาขาต่างจังหวัดมาตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งมีสาขาต่างจังหวัดต่อกรุงเทพ 49 : 51 แต่ปัจจุบันมีอัตราส่วน 53 : 47 แล้ว แล้วยังตั้งนโยบายอนาคตไว้ว่าจะเป็น Food Convenience Store เน้นขายสินค้าประเภทอาหารพร้อมทานเป็นหลัก พร้อมทั้งกำ�หนดนโยบายเน้น Product Mix ด้วยสินค้า อาหารและอาหารเสริมสุขภาพด้วย (ข้อมูลจากโพสต์ทูเดย์ วันอังคารที่ 18 ธันวาคม 2555, หน้าเศรษฐกิจ หุ้น-ตลาดทุน)

26

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน


ร้านยาในยุค Marketing 3.0

บรรณานุกรม Marketing 3.0: From Products to Customers to the Human Spirit ;Philip Kotler, Hermawan Kartajaya, Iwan Setiawan “ดร.กฤตินี ณัฏฐวุฒิสิทธิ์” นักวิชาการด้านการตลาด สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย หนึ่งในกูรูการตลาดยั่งยืน ที่ร่วมสัมมนาในเวที “Sustainable Marketing: Marketing 3.0” http://www.nationejobs.com/content/worklife/careertalk/template.php?conno=1163 http://www.acc.chula.ac.th/index.php?option=com_k2&view=item&id=632:marketing-30-Itemid=158 http://gs.utcc.ac.th/ceomba/mk/0%2055/504%20-%20Summer%20Mar55/c01/compare%20 Marketing%201%20-2-%203.0.pdf ภก.วิสุทธิ์ สุริยาภิวัฒน์ เพื่อวารสารเภสัชกรรมชุมชน ธันวาคม ๒๕๕๕

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

27


บทความพิเศษ

ภก.ธีรวุฒิ พงศ์เศรษฐไพศาล

สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) COMMUNITY PHARMACY ASSOCIATION (THAILAND)

เภสัชกรยิ้ม ต้อนรับ สวัสดีครับ พี่น้องชาวเภสัชกรชุมชนทุกท่าน หลายคนถามผมว่าหายหน้าหายตาไปไหน ไม่ค่อยเห็น กันเลย ใช่ครับเกือบสองปีที่ผ่านมาผมไม่ค่อยได้เข้าร่วมประชุมวิชาการหรือโดดเรียนเป็นประจำ�เพราะอยาก พักนานๆเหมือนท่านอดีตนายกฯ แต่อย่างไรก็ดีก็ได้ติดตามการทำ�งานของคณะกรรมการชุดปัจจุบันโดยตลอด และอดชื่นชมไม่ได้ต่อผลงานของพวกท่านตามที่มีตามรายงานสรุปผลงานประจำ�ปีในวารสารฉบับนี้ อาทิเช่น การมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลไปถึงต่างประเทศจนสามารถจับมือฝรั่งจากออสเตรเลียมาเซ็นต์พันธะสัญญา MOU ท่ามกลางเภสัชกรจากทั่วโลกที่นครอัมสเตอร์ดัมในการประชุมใหญ่ของสมาพันธ์เภสัชกรรมนานาชาติ FIP ซึ่ง ถือเป็นเกียรติย่างยิ่งของสมาคมฯ นอกจากนี้ยังมีผลงานอื่นๆที่โดดเด่นอีกมากของกรรมการชุดนี้ซึ่งสอดคล้อง กับความเปลี่ยนแปลงที่กำ�ลังเกิดขึ้นในปัจจุบันยุค AEC อันส่งผลต่อการปรับตัวของธุรกิจทุกๆสาขาจากผลที่เกิด ขึ้นในการเคลื่อนไหวของกระแสเศรษฐกิจและสังคมรวมทั้งวัฒนธรรมของคนในภูมิภาคนี้ ความเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้นของลูกค้าที่มีหลายชนชาติ หลายภาษา หลายวัฒนธรรม วิธีการในการจับจ่ายสินค้า บริการ และ พฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งไทยและเทศที่เกิดขึ้นตามกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ทำ�ให้กระบวนการในการทำ� ธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย ลองคิดดูนะครับ หากจะมีลูกค้ารายใหม่ๆเข้ามาอยู่ในชุมชนของท่านที่เป็น ชาวต่างชาติ ต่างภาษา มาจับจ่ายที่ร้านยาของท่าน ท่านสามารถจะสื่อสารกับเขาได้อย่างไรทั้งภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษามือ มีเครื่องมืออันใดที่ท่านอาจต้องนำ�มาใช้เพื่อการนี้หรือไม่ หรือการจัดกลุ่มของสินค้า เพื่อตอบสนองต่อลูกค้าแต่ละชาติเพือ่ สะดวกและตรงกลุม่ ลูกค้าเป้าหมายมากขึน้ รวมทัง้ สินค้าอืน่ ๆทีล่ กู ค้าเหล่า นัน้ มักมามองหา อาทิเช่น ยาดม ยาอม ยาหม่อง เป็นต้น 28

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน


เภสัชกรยิ้มต้อนรับ AEC

นอกจากการปรับตัวในเรือ่ งเฉพาะหน้าแล้ว สิง่ ทีน่ า่ จะมีความสำ�คัญคือในเรือ่ งของการมีอธั ยาศัย ไมตรีที่ดีสมฉายาสยามเมืองยิ้ม และในเรื่องของการ นำ�ความรู้ทางด้านเภสัชกรรมมาใช้ในการบริบาล เช่น การซักประวัตกิ ารใช้ยา การทบทวนยาของผูป้ ว่ ย ที่ใช้อยู่ ประวัติการเจ็บป่วย วิถีการดำ�เนินชีวิต ประวัติการแพ้ยา การติดตามการใช้ยา การค้นหา ปัญหาจากการใช้ยา ฯลฯ เพื่อทำ�ให้การทำ�หน้าที่ของเภสัชกรชุมชนสมบูรณ์ และสร้างความเชื่อมั่น(Trust) แก่ผู้มาใช้บริการ ทำ�ให้เกิดการใช้บริการซ้ำ�ในครั้งต่อไปและส่งผลให้เกิดความยั่งยืนต่อกิจการของเรา ดังนั้น การบันทึกประวัติผู้ป่วยที่มีองค์ประกอบดังกล่าวก็จะมีประโยชน์มากหากมีการบริหารจัดการที่ดี ทำ�ให้สามารถ ติดตามผู้มาใช้บริการและทำ�ให้ช่องว่างระหว่างผู้มาใช้บริการกับเราลดลง ยิ่งในสังคมปัจจุบันด้วยแล้วกลุ่มผู้สูง อายุมีมากขึ้นและเป็นกลุ่มที่มักมีโรคประจำ�ตัวเป็นโรคเรื้อรังอยู่แล้วจึงมีการใช้ยาในแต่ละวันหลายชนิดทำ�ให้เกิด ปัญหาจากการใช้ยาโดยที่ผู้ใช้ยาเองก็ไม่ทราบ หากเภสัชกรสามารถค้นหาปัญหาเหล่านั้นได้ก็จะสามารถทำ�การ แก้ไขได้ถกู จุด ส่งเสริมให้การใช้ยามีประสิทธิภาพมากยิง่ ขึน้ ดังนั้นสิ่งที่ทางสมาคมฯตระหนักดี ดังกล่าวจึงร่วมกับทางคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดหลักสูตรนวัตกรรมการบริบาลเภสัชกรรมชุมชนขึน้ โดยมีวตั ถุประสงค์เพือ่ เน้นให้เภสัชกรชุมชนสามารถนำ�เอา ความรูท้ ไ่ี ด้รว่ มกับการปฏิบตั เิ พือ่ การให้บริบาลทีด่ แี ก่ประชาชนทีม่ าใช้บริการจากร้านยาสมาชิกฯ ผมเห็นว่าเป็น โครงการทีด่ มี ากและเป็นก้าวสำ�คัญในการปรับตัวเพือ่ รองรับกับการเปลีย่ นแปลงทีก่ �ำ ลังก่อตัวขึน้ จึงขอให้เพือ่ น สมาชิกโปรดพิจารณาสนับสนุนโครงการดังกล่าวด้วยการเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรนี้ อันจะเป็นกำ�ลังสำ�คัญ สำ�หรับวิชาชีพต่อไป และผมมีความเชื่อมั่นว่าถึงโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แค่ไหน พวกเราที่ประกอบ วิชาชีพอย่างเต็มความสามารถที่ดีเป็นมาตรฐานโดยเข้าใจต่องานบริบาลเภสัชกรรมตามหลักสูตรนี้ โดยสุจริต มีคุณธรรม ย่อมได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่าครับ และยิ่งเรารู้จักกับความพอเพียงด้วยแล้ว เราก็จะอยู่กับพี่น้อง ในชุมชนของเราอย่างมีความสุข อบอุน่ และเป็นทีเ่ คารพ เป็นทีพ่ ง่ึ พาของคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี

ขอเป็นกำ�ลังใจให้ทกุ ท่าน ยิม้ สู้ ต้อนรับ AEC ครับ เภสัชกรยิ้มสู้ ต้อนรับ AEC

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

29


บทความพิเศษ

ภญ.อรุณลักษณ์ ชนินทรภิวงศ์

สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) COMMUNITY PHARMACY ASSOCIATION (THAILAND)

พอใจไหมเอ่ย ..วันนีโ้ ชคดีจริงเรา เดินเล่นในห้างอยูด่ ๆี ก็มคี นแปลกหน้าเสนอเงินให้ 800 บาท หะแรกทีร่ วู้ า่ เหตุไฉนเขาจึงใจดี นัก ฉันก็สนองไปแล้วเชียวนะว่า..อ๋อ..ถ้าจะขอให้ชว่ ยในเรือ่ งจิบ๊ จ๊อยเพียงแค่นน้ั น่ะ..ฉันทำ�ให้ฟรีกไ็ ด้..ไม่เอาตังค์หรอก แต่ เขากลับไม่ลดละ ฉันก็เลยตกกระไดพลอยโจน ว้าว ส้มหล่น ได้ตง้ั แปดร้อย ! เขาขอเวลาแค่ 20 นาทีเพือ่ พาเดินเยีย่ มทัว่ ทุกมุมห้างแล้วให้ฉันติชมเสนอแนะว่าทางห้างน่าจะต้องปรับปรุงตรงไหนจึงจะบริการได้ถูกใจฉัน ฮ่า ฮ่า ช่างเป็นงานที่ ง่ายแสนง่ายจริงๆ เลย..ถามถูกคนแล้วล่ะน้องเอ๊ย ไม่ตอ้ งพาเดินหรอกแค่หลับตาพีก่ ต็ อบให้ได้ทกุ ซอกทุกมุมแล้ว เพราะ พีน่ ะ่ มาเดินของพีท่ กุ อาทิตย์ สำ�หรับคนทำ�ธุรกิจนั้นความพึงพอใจที่ลูกค้ามีต่อสินค้าและบริการมีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของท่านอย่าง มากเชียวนะคะ ถ้าเราอุตส่าห์ลงทุนเปิดร้านตบแต่งเสียหรูหราแต่ฝูงลูกค้า ( ไม่รักดี? ) กลับกรูกันไปแย่งซื้อแต่ในร้านคู่ แข่งของเราอยูไ่ ด้ ก็คงต้องทบทวนกันยกใหญ่แล้วล่ะว่าทำ�ไม? และแทนทีจ่ ะมัวคิดว่า..แห่ไปซือ้ กันได้ไง..ร้านกระจอกนัน่ มันดูซอมซ่อ ซกมก โลโซจะตาย? เราน่าจะหันมาสงสัยตัวเองมากกว่านะคะว่าทำ�ไมลูกค้าเข้ามาซือ้ ร้านเราน้อยกว่าร้าน โน้น? และทีส่ �ำ คัญทีส่ ดุ ก็คอื ..ลูกค้าต้องการอะไร? อยากรูก้ ต็ อ้ งถามลูกค้าค่ะ ว่าแต่จะมีใครกล้าทำ�นอกกรอบกันบ้างไหมเล่า? ถ้ากล้า..ฉันก็กล้าเสนอแนวทาง เช่น ถามลูกค้าตรงๆไปเลยว่าอยากให้ร้านเราปรับปรุงบริการเรื่องไหนบ้าง? แต่ถ้าหากคุณเองหรือลูกค้าคุณขี้อาย ไม่ชอบ ตอบถามกันแบบซึ่งหน้า ก็ลองทำ�เป็นแบบสอบถามง่ายๆ ให้ลูกค้ากรอกแล้วแอบหยอดใส่ภาชนะที่ตั้งรอในร้าน (เผื่อลูกค้าอยากติ อยากด่า แต่ไม่กล้าพูดต่อหน้าและ ( มัก ) ไม่ประสงค์ออกนาม ) หรือถ้าคุณเป็นพวกสิงห์ไซเบอร์ ก็ลองชักชวนลูกค้าให้มาร่วมเป็นพลพรรครักเอยกันในเฟซบุ้คแล้วลองชักชวนให้พวกเขาเขียนเม้นท์บอกความในใจมา ให้คุณรู้ก็ได้นะ แต่ในทุกวิธีที่จะสอบถามขอจงอย่าลืมว่า..ไม่มีของดีที่ได้มาฟรี ( ขนาดอากาศหายใจที่ว่าดีและฟรี ก็ยัง ต้องลงทุนออกแรงสูดเข้าไปเลย ) และถ้าลูกค้าให้ความคิดเห็นมาก็จงอย่าลืมกล่าวขอบคุณและแจกสินน้ำ�ใจกลับคืน ไปให้พวกเขาบ้าง ( อาจเป็นของชำ�ร่วยจากบริษัทยาที่แจกให้มา หรือ สินค้าเล็กน้อยในร้านเราเท่าที่จะมีปัญญาแจก นี่ เป็นการสร้างความพอใจขัน้ พืน้ ฐาน ฉะนัน้ ..โปรดระงับความงกเอาไว้ให้มน่ั อย่าให้มนั ออกมาป่วนให้เสียพิธี ) ไม่แน่หรอกนะ การกล้าหาญฮึดขึน้ มาทำ�การสำ�รวจคราวนีอ้ าจทำ�ให้คณ ุ ค้นพบเรือ่ งราวของร้านคุณและตัวคุณ เองในแง่มมุ ทีค่ ณ ุ อาจคาดไม่ถงึ เอาเลยก็ได้ ฉันมีตวั อย่างร้านยาทีม่ ลี กู ค้าชืน่ ชอบอย่างน่าชืน่ ใจมาเล่าให้ฟงั ร้านนีเ้ จ้าของ มิใช่เภสัชกรแต่ขายเอง เธอเปิดร้านเล็กๆใน Community mall ได้ไม่ถึงปีแต่มีลูกค้าขาประจำ�เยอะ ขนาดที่ว่าเธอแนะ ให้ลูกค้าของเธอเดินไปเพียง 10 ก้าวเพื่อซื้อยาตัวเดียวกันในราคาที่ถูกกว่า 4-5 บาทจากร้านในมินิมาร์ทข้างๆลูกค้าเธอ ก็ไม่ยอมไป แถมบอกกับเธอว่า..ผมไม่ไปหรอก..ถึงแพงกว่าผมก็จะซื้อยาร้านคุณ..ผมชอบเจ้าของร้านแบบคุณ โอ้วาว ฟัง แล้วขนลุกมั๊ยคะ? ( อย่าจินตนาการเป็นอื่น เธอเป็นเจ้าของร้านสาวใหญ่ร่างท้วมจัด มีสามีและลูกครบค่ะ และลูกค้า รายนั้นก็มาพร้อมลูกเมียเหมือนกัน ) เนื่องจากฉันรู้จักเธอคนนี้มานานเป็นสิบปี จึงพอจะเฉลยเคล็ดลับจับใจลูกค้าของ เธอให้พวกเราทราบกันได้ ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะเธอแค่เป็นผู้ฟังที่ดีไม่ค่อยขัดคอใครก็เลยมักมีลูกค้าชอบมานั่งพูดพล่าม ให้ฟังเป็นอาจิณ ( และพอฟังการพล่ามเสร็จ คนขายเจ้าเสน่ห์ของเราก็จะเช็คบิลค่าฟังด้วยการเสนอขายสินค้าตาม ลำ�ดับ ) และขยันทักทายคนแม้แต่ลกู เล็กเด็กแดงทีต่ ดิ สอยห้อยตามผูป้ กครองเข้ามาในร้าน ( ถึงแม้จะไม่ได้ยม้ิ แย้มหวาน เจี๊ยบหรือพูดจาจ๊ะจ๋าตลอด แต่เรื่องวาจาเธอไม่เคยประหยัดค่ะ ฉันนี่นะเคยเดินหนีจากร้านยาออกมาแบบไม่คิดจะย้อน กลับและไม่ยอมซือ้ ด้วย เพราะเจอผูข้ ายทีม่ หี น้าตาเป็นอาวุธร้ายคล้ายตัวโกงในเทพนิยายหน้าหงิกหน้าตาย..นีย่ งั แคลงใจ

30

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน


พอใจไหมเอ่ย

อยู่่เลยนะว่า..ตกลงเขาได้ตายอยู่ในท่านั่งที่หลังเคาน์เตอร์นั้นไปจริงๆแล้วหรือเปล่า? อย่างนี้อย่าตั้งรูปแมวกวักหน้าร้าน ให้เปลืองแรงแมวมันเลยค่ะ เพราะพอแมวกวักคนเข้า..เจ้าของก็ใช้หน้าหงิกกวักคนออก ฟิ๊ว ) หมัดเด็ดอีกประการคือ เธอไม่ยอมปล่อยโอกาสการขายให้หลุดจากมือไปง่ายๆ หากลูกค้าต้องการสินค้าทีไ่ ม่มใี นร้านเธอก็จะพยายามดิน้ รนเสาะ หามาให้จนได้ภายในวันรุง่ ขึน้ ( ทีท่ �ำ ได้เพราะเธอมีเครือข่ายร้านยาทีด่ ที ย่ี นิ ดีให้พง่ึ พากันได้ยามขัดสน นีไ่ ม่ใช่โชคช่วยแต่ เป็นเพราะนิสัยการคบคนแบบมีน้ำ�ใจไม่เค็มไม่เขี้ยวเกินไปของเธอนั่นเอง ) แต่เห็นเป็นร้านยาเอื้ออารีอย่างนี้เธอไม่ยอม ขายตัดราคาเด็ดขาดนะคะ เพราะฉะนั้นร้านยาเธอจึงอยู่ได้ไปฉิวแบบ ลั๊น ลา ถึงปิดบ้างเปิดบ้างลูกค้าก็ยังพร้อมจะรอ ลูกค้าหลายคนทำ�เอาเธอเขินจนไปไม่ถูกด้วยการเรียกเธออย่างนิยมชมชอบว่า..คุณหมอ คุณเภสัช ( ทั้งๆ ที่ความรู้เรื่อง ยาของเธอนั้นยังถือว่าต้องศึกษาอีกเยอะ ) อ่านแล้วได้แรงบันดาลใจกลับไปใช้ในร้านเราได้บ้างไหมคะ คุณเภสัชกรตัว จริงเจ้าขา? ฉันไม่ได้คิดว่าลูกค้าคือพระเจ้าหรอกนะ ( ตราบที่เงินลงทุนทำ�ธุรกิจยังต้องเป็นภาระของเรา ) และไม่ได้ สนับสนุนให้ตามใจลูกค้าไปเสียทุกอย่าง เช่น ลูกค้างี่เง่าที่คิดแต่ว่าตนต้องได้ของดีราคาต่ำ�เท่าทุนของเราอยู่เรื่อย หรือ ลูกค้ากริยากักขฬะทีซ่ อ้ื ของแค่ไม่กส่ี บิ บาทแต่วางอำ�นาจราวเข้ามาซือ้ กิจการ เพราะเราอยากทำ�อาชีพอย่างมีศกั ดิศ์ รีและ มีเกียรติ ไม่ได้ง้อขอใครกิน แต่ถ้ากับลูกค้ามารยาทเกรดดีหรือพอใช้ได้ฉันคิดว่าเราน่าจะต้องหาทางพยุงระดับความพึง พอใจของพวกเขาต่อเราเอาไว้ให้เหนียวแน่น เพราะคนเหล่านีก้ บั ธุรกิจเราต่างก็ตอ้ งอิงประโยชน์ซง่ึ กันและกันไป..ยิง่ นาน ยิ่งดี เขาเข้ามาร้านเราแล้วถูกใจกลับไปแถมหายจากโรค ส่วนเราก็ได้ใช้ความรู้ช่วยเขาคลายทุกข์จากโรคหรือไม่ก็ชี้แนะ ให้ไปตรวจเพิม่ เติมในกรณีทโ่ี รคอาจพาอันตรายมาให้เขา เราอาจคิดว่าทำ�ไมต้องง้อลูกค้า? ทำ�ไมต้องทำ�ให้เขาพอใจด้วย? ที่นี่ร้านเรา..เงินลงทุนก็เงินเรา หึ หึ เงินเราลงทุนก็จริง..แต่เงินเขาเข้ามาแปรทุนของเราให้เพิ่มพอกงอกงามขึ้นนะคะ และก็ต้องมีร้านยายอดแย่ยกขึ้นมาให้สติ เช่น ร้านยาร้านหนึ่งแถวบ้านฉันที่เจ้าของคงไม่มีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลนี้แน่นอน และเขาก็คงยังต้อง..งง..ก่งก๊ง..ต่อไปอีกนานว่าทำ�ไมลูกค้าถึงไม่คอ่ ยเข้าร้านตูเลย? ไม่เชือ่ ก็ลองอ่านข้อความเฟซบุค้ ทีผ่ คู้ น ในหมูบ่ า้ นขนาดใหญ่มโหฬารแห่งนีก้ รูดา่ กระหน่�ำ ใส่เขาสิคะ และเนือ่ ง จากปริมาณการด่ามีเยอะจัด ฉันจึงขอขยุม้ เขียน ยัดลงเป็นข้อติดต่อกันแบบเพลงแร็พเลยแล้วกันนะ.. 1..ใครเจอแบบเราบ้าง? จะไปกินซาบูแวะจอดรถริมถนนแต่เจ้าของร้านยา zzz ที่ตั้งอยู่ข้างๆ มาไล่ไม่ ให้จอด ปะทะคารม สะใจ๊ สะใจ รอด่ามันนานแล้ว เพราะไปทีไรมันไม่เคยให้จอดซักที 2...ไอ้ร้านที่อยู่ติดเซเว่นใช่มั๊ย? บ้านเรา เลิกซือ้ ไปนานแล้วล่ะ เพราะมันหวงทีจ่ อดรถเหลือเกิน เล่นออกมานัง่ เฝ้าหน้าร้านเชียวนะ ทีเราจอดหน้าเซเว่นแล้วเดิน ไปซื้อยาร้านมัน..เซเว่นเขายังไม่เคยว่าเลย ทั้งที่ลูกค้าเซเว่นเขามีเยอะกว่าตั้งแยะ 3...ร้านยาเจ้านี้แย่มากนะคะ เราเคย ไปขอจอดเพือ่ ทานข้าวร้านข้างๆ 30 นาที แต่เค้าบอกจอดได้ไม่เกิน 5 นาที ( แล้วใครมันจะไปกินข้าวทันกันละยะ แค่ 5 นาทีเนีย่ นะ? ) 4...เคยเถียงกับร้านยาเจ้านี้ เขาบอกว่าทีร่ มิ ฟุตบาทนีส้ งวนไว้ส�ำ หรับลูกค้าร้านยา zzz จอดเท่านัน้ ก็เลย ถามมันไปว่านี่ซื้อร้านยาแล้วได้แถมที่บนถนนมาด้วยหรือไง? 5...โฮะ โฮะ เคยถามไปอย่างนี้ด้วยแหละ แล้วเจอมันตอก กลับว่าไงรู้มะ? มันว่า..แล้วถ้าผมเอารถไปจอดหน้าบ้านคุณมั่งล่ะ? เฮ่อ เอากะมันดิ 6...ริมถนนเป็นที่สาธารณะ ไม่ใช่ เหรอคะ? ร้านยามีสิทธิ์มาห้ามเราจอดได้ด้วยเหรอ? ทำ�ตัวหวงก้างอย่างนี้จะมีใครอยากไปซื้อ? 7...เราเคยว่าไปแบบนี้ เหมือนกัน แล้วเขาก็ยอ้ นกลับมาว่า..’ ผมไม่สนใจหรอก พวกคุณไม่ใช่ลกู ค้าผม ‘ 8...เจ้าของร้านยา zzz เขาจะปวดหัวทุก วันไหมนะ? ก็เล่นทะเลาะกับชาวบ้านไปทั่ว แต่คิดว่าคงไม่ปวด เพราะในร้านมียาแก้ปวดให้กินตั้งหลายขนานนี่นา 555 8...พวกเรา ไปเช็คกันดีกว่าว่าร้านยานี้มีเภสัชตัวจริงอยู่หรือเปล่า ? ชื่อมันตรงกับป้ายที่แขวนอยู่รึเปล่า ถ้าไม่ใช่..ก็..เล่น มันซะเลย ! ....ฯลฯ ถึงเวลาที่ร้านยาเราจะต้องลุกขึ้นมาปฏิบัติการณ์เชิงรุกเสียทีแล้วดีไหมคะ? แทนที่จะมัวนั่งพะวักพะวงว่าปีนี้ เศรษฐกิจจะย่ำ�แย่จนทำ�ให้กิจการเราพลอยยอบแยบไปด้วยหรือเปล่า? ลองเริ่มสำ�รวจความพึงพอใจของลูกค้า ( หรือ อย่างน้อยก็สำ�รวจตัวเอง ) เสียบ้าง ( ถ้าคิดว่าตูเป็นเองอย่างนี้มาแต่เกิดไม่ปรับหรอกเฟ้ย ก็เปลี่ยนชื่อเป็น..ฤาษีเภสัช คนเขาจะได้ไม่รบกวน ) ก็เผื่อจะพบปมปริศนาว่าทำ�อย่างไรลูกค้าจึงจะอยากซื้อของเราเพิ่มขึ้น? ถ้าร้านยาอื่นๆก็ยังเปิด ขายกันให้สลอน แล้วร้านเราทำ�ไมจะต้องอยูไ่ ม่ได้ดว้ ยล่ะ? สู้ สู้ วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

31


บทความพิเศษ

สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) COMMUNITY PHARMACY ASSOCIATION (THAILAND)

ภก.ธีรวุฒิ พงศ์เศรษฐไพศาล

Gout SOAP NOTE

Problem list : Gouty arthritis with DRP untreated indications of allopurinol Subjective data มีโรคประจำ�ตัวเป็น gouty arthritis มาประมาณ 2 ปี

Objective data รายการยาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน : Colchicine 0.6 mg 1x1 po pc เช้า

Assessment Etiology : โรคเก๊าต์ เป็นโรคข้ออักเสบทีเ่ กิดจากการสะสมของผลึกของกรดยูรกิ (monosodium urate) ในข้อและเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย เป็นผลสืบเนื่องจากการมีระดับกรดยูริกในเลือดสูง (hyperuricemia) อยู่ เป็นเวลานานนับ 10 ปี พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 9-10 เท่า ส่วนมากจะพบในผู้ชายอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป ส่วนผู้หญิงพบได้น้อย ถ้าพบมักจะเป็นหลังวัยหมดประจำ�เดือน เป็นโรคที่มีทางรักษาให้หายได้ แต่ถ้าไม่ ได้รับการรักษา อาจมีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้ อาการของโรค คือ ปวดและอักเสบบริเวณข้อที่เป็น เมื่อ ตรวจเลือดพบปริมาณกรดยูริกสูงกว่าปกติ (hyperuricemia) และอาจมีปุ่มก้อนขึ้นบริเวณที่เคยอักเสบบ่อย ๆ เช่น ที่ข้อนิ้วเท้า ข้อนิ้วมือ ข้อศอก ข้อเข่า รวมทั้งที่หู เรียกว่า Tophi สำ�หรับผู้ป่วยที่วัดระดับกรดยูริกในเลือด ได้สงู กว่าปกติ โดยไม่มอี าการทางคลินกิ อืน่ เลย ไม่จดั เป็นโรคเก๊าต์ แต่จะเรียกว่า hyperuricemia (ผูช้ าย >7 mg% ผู้หญิง >6 mg%) สาเหตุของโรคเก๊าต์ เกิดจากกรดยูริกในร่างกายที่มากเกินไป ซึ่งได้มาจาก 2 แหล่ง คือ[1] 1. กรดยูริกในร่างกาย ซึ่งเป็นของเสียที่เป็นผลมาจากการเผาผลาญสาร purine และการสลายตัวของ เซลล์ในร่างกาย จึงเป็นสิ่งที่พบได้เป็นปกติในเลือดของเราและจะถูกขับออกไปทางไต แต่ถ้าหากว่าร่างกายมีการ สร้างกรดยูริกมากเกินไปหรือไตมีการขับกรดยูริกน้อยลง ก็จะทำ�ให้มีกรดยูริกคั่งอยู่ในร่างกายมากผิดปกติ ซึ่ง จะตกผลึกสะสมอยู่ตามข้อ ผิวหนัง ไตและอวัยวะอื่นๆ ทำ�ให้เกิดอาการไม่สบายต่างๆ นอกจากนี้กรดยูริกจะถูก เปลี่ยนมาจาก xanthine โดยใช้เอนไซม์ xanthine oxidase 32

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน


SOAP NOTE

2. กรดยูริกจากภายนอก คือ กรดยูริกที่ได้จากการรับประทานอาหารที่มี purine สูง เช่น เครื่องในสัตว์ สัตว์ปีก หน่อไม้ เป็นต้น

Risk factor : ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเก๊าต์ ได้แก่[1] - พันธุกรรม ถ้าตรวจพบว่ามีระดับกรดยูริกในเลือดสูงร่วมกับมีประวัติครอบครัวเป็นโรคเก๊าต์จะเสี่ยงต่อการเกิด โรคเก๊าต์ในอนาคต - เพศ มากกว่าร้อยละ 90 ของผู้ป่วยโรคเก๊าต์เป็นผู้ป่วยชายที่อายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป ในเพศหญิงจะเสี่ยงต่อ การเป็นโรคเก๊าต์นอ้ ยมากยกเว้นวัยหลังหมดประจำ�เดือน เนือ่ งจากฮอร์โมนเอสโตรเจนมีผลต่อระดับกรดยูรกิ ในเลือด - ระดับกรดยูริกในเลือด ผู้ที่ตรวจพบว่ามีระดับกรดยูริกในเลือดสูงจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคเก๊าต์มากกว่าผู้ที่มี ระดับกรดยูริกในเลือดสูงเล็กน้อย ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเก๊าต์ในผู้ป่วยรายนี้ คือ มีประวัติเป็นโรค SLE มีอาการอักเสบตามข้อ, ชอบ รับประทานยอดผัก ปีกไก่, ปฏิเสธการมีญาติพี่น้องเป็นโรคเก๊าต์ Indication for therapy : อาการของโรคเกาต์ มักจะเป็นอาการปวดที่เกิดขึ้นฉับพลัน ถ้าปวดครั้ง แรกมักจะเป็นข้อเดียว แต่ถ้าปล่อยไว้นานเกินไป จากข้อเดียวจะลามเป็น 2 และ 3 ข้อ ต่อไป โดยในช่วงแรกๆ มักจะเกิดที่นิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อมักจะบวม และเจ็บมากจนเดินไม่ไหว ผิวหนังบริเวณนั้นจะตึง ร้อน และแดง หากไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยโรคเกาต์ มักจะมีอาการความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด นิ่วในทาง เดินปัสสาวะ และภาวะไตวายได้

Assessment of therapy : วัตถุประสงค์ของการใช้ยาในการรักษาโรคเก๊าต์ มี 4 ประการ คือ[1] 1. การใช้ยาเพื่อระงับข้ออักเสบเฉียบพลันจากโรคเก๊าต์ มี 3 กลุ่ม คือ 1.1 colchicine เป็นยาที่ specific สำ�หรับการรักษาข้ออักเสบจากเก๊าต์ได้ผลดี อาการข้างเคียงไม่ รุนแรง เหมาะสำ�หรับผู้ป่วยที่เริ่มปวดข้อมาไม่เกิน 6-12 ชั่วโมง ให้กิน 1 เม็ด (0.6 mg) 3 เวลาหลังอาหารใน วันแรก ถ้าอาการดีขึ้นให้ลดขนาดลงเหลือ 1 เม็ด 2 เวลากระทั่งหายสนิทจึงหยุดยา โดยทั่วไปมักกินยาไม่เกิน 1 สัปดาห์ อาการข้างเคียงที่พบบ่อยคือท้องเดินโดยเฉพาะในวันแรกๆ ที่กินในขนาดสูง อาการจะหายได้ถ้าลด ขนาดยาลงหรือหยุดยา วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

33


SOAP NOTE

1.2 NSAID เป็นยาที่ไม่ specific ระงับการอักเสบในโรคเก๊าต์ได้ดีมาก เหมาะสำ�หรับผู้ป่วยที่มีอาการ มานานกว่า 1-2 วัน ในวันแรกๆให้กินในขนาดสูง ลดขนาดยาลงถ้าอาการดีขึ้น และหยุดยาเมื่อหายสนิท โดย ทั่วไปผู้ป่วยจะหายได้ภายใน 1 สัปดาห์ ก่อนใช้ NSAIDs ในผู้ป่วยโรคเก๊าต์ต้องแน่ใจว่าผู้ป่วยไม่มีภาวะไตพิการ ร่วมด้วย เพราะการใช้ NSAID ในขนาดสูงอาจทำ�ให้ไตวายเฉียบพลันได้ 1.3 Corticosteroid ออกฤทธิ์ต้านการอักเสบ มีทั้งชนิดฉีดเข้าข้อ รับประทาน, intramuscular (IM) และ intravenous (IV) การให้ยาโดยการฉีดเข้าข้อเหมาะสำ�หรับการอักเสบของข้อหรือถุงน้ำ�เฉพาะที่เพียง 1-2 แห่ง ในผู้ป่วยที่มีปัญหาไม่สามารถใช้ยา colchicine หรือ NSAIDs ได้ ส่วนใหญ่การให้ในรูป IM หรือ IV ใช้ใน กรณีที่ข้ออักเสบหลายข้อและมีภาวะอื่นที่เป็นข้อห้ามในการใช้ NSAIDs และ colchicine การให้ steroid ทาง systemic (รับประทาน, IM, IV) อาจทำ�ให้เกิด rebound หรือข้ออักเสบกำ�เริบได้ เมื่อหมดฤทธิ์ยาต้องค่อยๆ ลดขนาดยาและถอนยา หรือใช้ colchicine ป้องกันข้ออักเสบควบคู่ไปด้วย 2. การใช้ยาเพื่อป้องกันไม่ให้ข้ออักเสบกำ�เริบ ผู้ป่วยที่มีข้ออักเสบเป็นๆ หายๆเกือบทุกเดือน ควรป้องกันโดยให้ กิน colchicine วันละ 1 เม็ดหรือไม่เกิน 2 เม็ดต่อวันต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน แต่สำ�หรับผู้ที่เป็นปีละ 1-2 ครั้งอาจไม่จำ�เป็นต้องกินยาป้องกัน 3. การให้ยาลดระดับกรดยูริกในเลือด ไม่ควรเริ่มยาขณะที่ยังมีข้ออักเสบเพราะจะทำ�ให้การอักเสบรุนแรงขึ้น และหายช้าลงต้องรอให้ข้ออักเสบหายสนิทก่อนจึงพิจารณาเริ่มยา ควรเริ่มยาในขนาดต่ำ�แล้วค่อยปรับยาขึ้นเป็น ระยะๆ ตามระดับกรดยูริกในเลือดจนกว่าจะได้ระดับที่ต้องการ ยาที่ใช้มี 2 กลุ่ม คือ 3.1 ยาที่เร่งการขับกรดยูรกิ ออกทางปัสสาวะ (uricosuric drugs) ได้แก่ probenecid และ benzbromarone ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีนิ่วไต มีภาวะไตวาย หรือมีการขับกรดยูริกออกทางไตมากอยู่แล้ว (hyperexcretor) 3.2 ยาที่ช่วยยับยั้งการสร้างกรดยูริกในเลือด (xanthine oxidase inhibitor) ได้แก่ allopurinol 4. การใช้ยาเพื่อควบคุมโรคอื่นๆ ที่พบร่วมด้วย เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน นิ่วไต การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ไตพิการหรือไตวาย ต้องให้ความสำ�คัญกับโรคเหล่านี้และให้การรักษาควบคู่ไปกับ การรักษาโรคเก๊าต์ เนื่องจากเป็นสาเหตุการตายที่สำ�คัญที่สุดในผู้ป่วยโรคเก๊าต์

34

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน


SOAP NOTE

ประเมินยาที่ผู้ป่วยได้รับ Colchicine ออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้าง PMN (polymorphonuclear leukocytes) และการปล่อย chemotactic factor จาก PMN จึงลดอาการอักเสบได้ ขนาดยาที่แนะนำ�เพื่อป้องกันไม่ให้ข้ออักเสบกำ�เริบ ขึ้นอีกและป้องภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดตามมา คือ 0.3-1.2 mg/day[2] อาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้บ่อย คือ ท้องเสีย ขนาดยาที่ผู้ป่วยได้รับ คือ colchicine 0.6 mg 1x1 po pc ยาจึงมี efficacy ในการรักษา เป็นยาใน บัญชี ก จึงถือว่ามีความเหมาะสมทั้งด้านค่าใช้จ่าย และความปลอดภัยสำ�หรับผู้ป่วยรายนี้ สำ�หรับการป้องกัน ไม่ให้ข้ออักเสบกำ�เริบขึ้นอีก จะไม่มีการให้ colchicine เพียงอย่างเดียว จะต้องให้ยาลดกรดยูริกร่วมด้วยเสมอ ดังนั้น ผู้ป่วยควรได้รับยา allopurinol ซึ่งยา allopurinol เป็นยาลดกรดยูริก ออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างกรดยูริก ในเลือด (xanthine oxidase inhibitor) ไม่ควรเริ่มยาขณะที่ยังมีข้ออักเสบเพราะจะทำ�ให้การอักเสบรุนแรงขึ้น และหายช้าลงต้องรอให้ขอ้ อักเสบหายสนิทก่อนจึงพิจารณาเริม่ ยา ขนาดยาทีแ่ นะนำ� คือ เริม่ ใช้ในขนาด 100 mg/day

แล้วค่อยปรับขนาดยาทุก 2-4 สัปดาห์พร้อมกับตรวจหาระดับของยูริกในเลือด ปรับขนาดยาจนได้ระดับยูริก ในเลือดต่ำ�กว่า 6 mg/dL[3] เนื่องจากมีรายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงจากการใช้ยาเพิ่มมาก ขึ้น[4] เช่น Steven-Johnson syndrome (SJS), toxic epidermal necrolysis (TEN) และ drug rash with eosinophilia and systemic symptoms (DRESS) และจากการศึกษาของ Tassaneeyakul W และคณะ (2009) ได้ทำ�การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางพันธุกรรมของยีน HLA-B*5801 กับการแพยาแบบ SJS/TEN ที่เกิดจากยา allopurinol ในผู้ป่วยชาวไทย พบว่า ผู้ป่วยทุกรายที่เข้าร่วมการศึกษาที่เกิด SJS/TEN จากยา allopurinol มียนี HLA-B*5801[5] ถ้าเป็นไปได้ควรทำ�การตรวจยีน HLAB*5801 ก่อนเริม่ ยา allopurinol เพื่อป้องกันการเกิดอาการไม่พึ่งประสงค์ที่รุนแรงได้

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

35


SOAP NOTE

Plan Therapeutic plan

- colchicine 0.6 mg 1x1 po pc - add allopurinol 100 mg 1x1 po pc

- uric acid < 6 mg/dL[6]

Goal of therapy

Monitoring parameter

Efficacy : ผู้ป่วยไม่มีอาการปวดข้อเท้า ข้อมือ Adverse drug reaction : - colchicine : >10% diarrhea, nausea (high dose), vomiting (high dose), hepatotoxicity - allopurinol : rash (1.5%), renal failure (1.2%), vomiting (1.2%), Stevens-Johnson syndrome (less than 1% ), Toxic epidermal necrolysis (less than 1% )

Patient education

- ยา colchicine รับประทานไม่เกิน 4 เม็ด/วัน เพราะจะทำ�ให้เกิดอุจจาระร่วงได้โดยไม่ได้เกิดประโยชน์ เพิ่มขึ้น - หลีกเลี่ยงอาหารประเภทเครื่องในสัตว์ สัตว์ปีก หน่อไม้ ยอดผัด เพราะมี purine อยู่มาก จะทำ�ให้ โรคกำ�เริบได้ - หลีกเลี่ยงเครื่องดื่ม alcohol - รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ควรปรึกษาแพทย์หรือ เภสัชกรก่อนใช้ยาตัวอื่น

Future plan

- ในการเยีย่ มบ้านครัง้ ต่อไปควรติดตามความร่วมมือในการรับประทานยา ติดตามอาการปวดข้อเท้า ข้อมือ

36

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน


เอกสารอ้างอิง 1. ศิรภพ สุวรรณโรจน์, รัตนวดี ณ นคร. การรักษาโรคเก๊าท์ในเวชปฏิบัติ. ศรีนครินทร์เวชสาร; 2541; 13 2. Yu TF. The efficacy of colchicine prophylaxis in articular gout--a reappraisal after 20 years. Semin Arthritis Rheum. 1982 Nov;12(2):256-64. 3. เล็ก ปริวิสุทธิ์. โรคเก๊าท์ (gout) ใน : สุรวุฒิ ปรีชานนท์ และ สุรศักดิ์ นิลกานุวงศ์. บรรณาธิการ. ตำ�ราโรค ข้อ. กรุงเทพฯ:เรือนแก้วการพิมพ์, 2538. หน้า 281-300. 4. จดหมายข่าว HPVC safety news. ยาที่ต้องมีคำ�เตือนผื่นแพ้ยารุนแรงชนิด SJS/TEN [internet]. [cited 2012 Nov 3]. ที่มา http://thaihpvc.fda.moph.go.th/thaihvc/Public/NewsAdr/uploads/ hpvc_109.pdf 5. Tassaneeyakul W, Jantararoungtong T, Chen P, Lin PY, Tiamkao S, Khunarkornsiri U, et al. Strong association between HLA-B*5801 and allopurinol-induced Stevens-Johnson syndrome and toxic epidermal necrolysis in a Thai population. Pharmacogenet Genomics. 2009 Sep;19(9):704-9. 6. มนาธิป โอศิริ. แนวทางการรักษาโรคข้ออักเสบเกาต์ ใน : วิทยา ศรีดามา. บรรณาธิการ. Clinical practice guideline 2011 เล่ม 2. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. หน้า 312-8.


เอกสารประกอบการนำ�เสนอกรณีศึกษา

โดย นส.ภ.วรรณพร พวงพันธ์ รหัสนิสิต 50010710081 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สถานที่ฝึกปฏิบัติงาน ร้านยาเภสัชกร จังหวัดกรุงเทพมหานคร วันที่ 1 ต.ค. 2555-9 พ.ย. 2555 ผู้ป่วยหญิงไทยเดี่ยว อายุ 46 ปี น้ำ�หนัก 46 กิโลกรัม สูง 156 เซนติเมตร (BMI = 18.9) สิทธิการรักษา : ประกันสุขภาพ ปฐมภูมิ โรงพยาบาลสิรินธร วันที่เข้าร่วมโครงการ : 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 CC : uncontrolled hypertension PMH : gouty arthritis เป็นมาประมาณ 2 ปี, systemic lupus erythematosus เป็นมาประมาณ 2 ปี, hypertension เป็นมาประมาณ 1 ปี MH : Alpha D3 (alfacalcidol) 0.25 µmicrogram 1x1 po pc เช้า Calcium carbonate 1,000 mg 1x1 po pc เช้า Enalapril 20 mg 1/2x1 po pc เช้า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ (1/11/55) Prednisolone 5 mg 1½x1 po pc เช้า Folic acid 5 mg 1x1 po pc เช้า Colchicine 0.6 mg 1x1 po pc เช้า Methotrexate 2.5 mg 3x1 po pc สัปดาห์ละครั้ง FH : ปฏิเสธการมีคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคเรื้อรัง SH : ปฏิเสธการสูบบุหรี่, ปฏิเสธการดื่มสุรา, ปฏิเสธการดื่มเครื่องดื่มชูกำ�ลัง, ดื่มน้ำ�อัดลม/น้ำ�หวานเป็นครั้งคราว, ดื่มชา/กาแฟ เป็นครั้งคราว, ชอบรับประทานอาหารรสชาติเปรี้ยว เผ็ด, ออกกำ�ลังกายด้วยการปั่นจักรยาน ทุกวัน วันละ 20 นาที, นอนหลับ วันละ 6.30 ชั่วโมง, มีความเครียดบางครั้ง ALL : ปฏิเสธการแพ้ยา ปฏิเสธการแพ้สารเคมี PE : V/S : PR 86/min, BP 147/70 mmHg FBS : 69 mg/dL รายการยาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน : Alpha D3 (alfacalcidol) 0.25 microgram 1x1 po pc เช้า Calcium carbonate 1,000 mg 1x1 po pc เช้า Enalapril 20 mg 1/2x1 po pc เช้า Prednisolone 5 mg 1x1 po pc เช้า Folic acid 5 mg 1x1 po pc เช้า Colchicine 0.6 mg 1x1 po pc เช้า Methotrexate 2.5 mg 3x1 po pc สัปดาห์ละครั้ง Problem list : 1. Systemic lupus erythematosus with DRP too low dose of calcium carbonate and alfacalcidol 2. Gouty arthritis with DRP untreated indications of allopurinol 3. Hypertension without DRP


ข่าวประชาสัมพันธ์ บอกเล่าเก้าสิบ ตอน อย.น้อย” เลขาอย.พร้อมด้วยรองเลขา มอบรางวัลให้กับผู้แทนโรงเรียน

หัวหน้าส่วนคุ้มครองผู้บริโภคสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย, กรรมการสภาเภสัชกรรม และผอ.กองควบคุมเครื่องสำ�อาง

เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาส ติดตามคณะของสำ�นักคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งมีท่านเลขา รองเลขา ผูเ้ ชีย่ วชาญ และผูอ้ �ำ นวยการกองต่างๆ พร้อมสือ่ มวลชน เข้าเยี่ยมการดำ�เนินกิจกรรม อย.น้อย เพื่อเดินหน้าสร้างความเข้ม แข็งให้นักเรียน อย.น้อยทั่วประเทศให้สามารถตรวจสอบสารปน เปือ้ นในอาหาร การตรวจฉลากผลิตภัณฑ์สขุ ภาพ ตรวจโฆษณา ตรวจ สารอันตรายในเครือ่ งสำ�อาง การใช้ยาอย่างปลอดภัย เพือ่ คุม้ ครอง ตนเอง ครอบครัว และชุมชนให้ได้รับความปลอดภัยในการบริโภค โดยในครั้งนี้ได้เยี่ยมชมกิจกรรมและนิทรรศการ อย.น้อยที่ประสบ ความสำ�เร็จระดับมัธยมศึกษา ณ โรงเรียนนาหนังพัฒนาศึกษา อ.โพนพิส ัย จ.หนองคาย โดยมีส ำ�นักงานสาธารณสุขจัง หวั ด หนองคายเข้าร่วมกิจกรรมด้วย

นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่สำ�นักงานคณะกรรมการ อาหารและยา(อย.)ได้ดำ�เนินโครงการ อย.น้อยมาตั้งแต่ปี 2545 โดยปัจจุบันมีนักเรียนเป็นสมาชิกอย.น้อย ประมาณ 200,000 คน จากโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการในระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ จำ�นวน 3,221 โรงเรียน และได้ขยายผล ไปยังโรงเรียนระดับประถมศึกษาทั่วประเทศในลักษณะ “อย.น้อยสอนน้อง” จำ�นวน 3,059 โรงเรียนในทุกจังหวัด ซึ่ง โครงการ อย.น้อย นับเป็นโครงการที่ประสบความสำ�เร็จอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น โดยได้รับการตอบรับจากครู และนักเรียนในการร่วมมือกันรณรงค์ความปลอดภัยด้านอาหารในโรงเรียน ทำ�ให้นักเรียนได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย ปราศจากสารปนเปื้อน จนขยายผลไปสู่การบริโภคอาหารที่ปลอดภัยในครอบครัวและชุมชนใกล้เคียงอีกด้วย อย่างไร ก็ตาม เพื่อเพิ่มศักยภาพของนักเรียน อย.น้อย ให้มีความรู้เกี่ยวกับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหาร ยา และเครื่องสำ�อาง อย่างปลอดภัย จะได้นำ�ความรู้นั้นไปเผยแพร่ยังครอบครัว และชุมชน อย. จึงได้ร่วมมือกับสำ�นักงานสาธารณสุข จังหวัดทุกจังหวัด ส่งวิทยากรไปให้ข้อมูลสาระความรู้ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่าง ปลอดภัยทั้งอาหาร ยา เครื่องสำ�อาง และเครื่องมือแพทย์ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ รวมทั้งให้นักเรียนและคนไทยทุกคนมี สุขภาพดีถ้วนหน้า ทั้งนี้เพื่อให้ได้สัมผัสกิจกรรมของนักเรียนในจังหวัดหนองคาย ที่เข้าร่วมโครงการ อย.น้อยอย่างเป็นรูปธรรม อย.ได้นำ�คณะสื่อมวลชน เข้าเยี่ยมชม การดำ�เนินงานกิจกรรม อย.น้อย ณ โรงเรียนนาหนัง พัฒนาศึกษา จังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นโรงเรียนคุ้มครองผู้บริโภคดีเด่น โดยผลงานของนักเรียน อย.น้อยที่น่าสนใจ ได้แก่กิจกรรมการตรวจ สอบไอโอดีนในเกลือ การตรวจสารปนเปื้อนในอาหาร การตรวจฉลาก อาหาร ยา เครื่องสำ�อาง วัตถุอันตราย การตรวจสอบโฆษณาผลิตภัณฑ์ สุขภาพ นอกจากนี้ยังมีการจัดทำ�โครงการลดการบริโภคน้ำ�อัดลมและ ขนมกรุบกรอบในโรงเรียน โครงการสมุนไพรอาหารและยาเพื่อสุขภาพ โครงการพี่สอนน้องสู่โรงเรียนเครือข่าย อีกทั้งนักเรียน อย.น้อย ยังจัด รณรงค์เผยแพร่และเดินรณรงค์แจกแผ่นพับให้ความรู้ในชุมชนด้วย

นิทรรศการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำ�บลนาหนัง จ.หนองคาย


บทความพิเศษ CPE

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภก. อรรถการ นาคำ� สถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน มหาวิทยาลัยนเรศวร

สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) COMMUNITY PHARMACY ASSOCIATION (THAILAND)

บทบาทในการรักษาโรคผิวหนัง วัตถุประสงค์การเรียนรู้ 1. ทราบลักษณะ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรตินอยด์ 2. ทราบบทบาทในการใช้เรตินอยด์ในการรักษาโรค 3. ทราบหลักการใช้และอาการข้างเคียงจากการรักษาโรค

เรตินอยด์

เรตินอยด์ (retinoids) หมายถึงสารประกอบธรรมชาติ และสารประกอบอนุพนั ธ์ทส่ี งั เคราะห์ขน้ึ จากวิตามินเอ (retinol) ซึ่งปัจจุบัน Internationnal Committee on Biochemistry จัดเรตินอยด์ เป็นสารที่มีสูตรโครงสร้างและออกฤทธิ์คล้ายกับ วิตามินเอ อีกทั้งรวมถึงสารที่มีคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาและ รูปที่ 1 การดัดแปลงสูตรโครงสร้างให้เกิดอนุพันธ์ใหม่ของเรตินอยด์ (4) ชีวภาพเหมือนเรตินอยด์แม้วา่ จะมีสตู รโครงสร้างทางเคมีตา่ งกัน เรตินอยด์ถกู ค้นพบและมีววิ ฒ ั นาการอย่างต่อเนือ่ งในการใช้ทางระบบผิวหนัง ตัง้ แต่ราวกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 ในปี ค.ศ. 1971 คณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐอเมริกาได้ยอมรับและให้ขึ้นทะเบียนยาเรตินอยด์ตัวแรกคือ tretinoin (trans-retinoic acid) และใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน กรดวิตามินเอไม่สามารถสังเคราะห์ได้เองภายในร่างกาย ต้องรับจากภายนอกผ่านทางอาหาร มีบทบาท สำ�คัญในกระบวนการแบ่งตัวของเซลล์ผวิ หนัง (epithelial proliferation) รวมถึงการเปลีย่ นแปลงของเนือ้ เยือ่ บุผวิ (epithelial differentiation) และมีสว่ นเกีย่ วข้องกับภูมคิ มุ้ กันและการอักเสบ (immunomodulator, inflammation) สาร Retinoids มีสตู รโครงสร้างคล้ายวิตามินเอ ประกอบด้วย hydrocarbon ring, hydrocarbon polyene side chain และ polar end group แบ่งตามสูตรโครงสร้างเป็น 3 แบบ รุ่นที่ 1 เป็น momoaromatic retinoids ซึ่งได้จากการเปลี่ยนด้าน polar end group และ polyene side chain ของกรดวิตามินเอได้แก่ Tretinoin (all-tran retinoic acid) และ Isotretinoin (13-cis retinoic acid) รุ่นที่ 2 เป็น momoaromatic retinoids ที่เปลี่ยนด้าน cyclic end group ของกรดวิตามินเอได้แก่ Etritinate และ Acritrenin ส่วนรุ่นที่ 3 เป็น polyaromatic retinoids (arotinoids) มีการสร้างวงพันธะ (cyclization) ของ polyene side chain ได้แก่ Bexarotene, Adapalene และ Tazarotene (ดังรูปที่ 1) 40

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน


บทบาทในการรักษาโรคผิวหนัง เรตินอยด์

ผลการใช้เรตินอยด์เพื่อรักษาโรคทางผิวหนัง พบว่าโรคบางโรคตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยการรักษา ด้วย retinoids เช่น โรคสะเก็ดเงิน, ความผิดปกติของการแบ่งตัวของผิวหนัง cornification , Seborrhea และ Acneiform eruptions , การเสื่อมของผิวหนังจากแสงแดด, การหายของบาดแผล, การป้องกันและรักษา มะเร็งผิวหนัง รวมถึงโรคผิวหนังอื่นๆ (ดังตารางที่ 1)

• การใช้ Retinoids ในการรักษาโรคสะเก็ดเงิน

โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมเป็นพื้นฐาน มีปัจจัยภายนอก ภายในร่างกายและ ปัจจัยทางด้านจิตใจของผู้ป่วยเป็นตัวกระตุ้นหรือส่งเสริมให้โรคกำ�เริบ ดังได้กล่าวมาแล้วว่าโรคสะเก็ดเงินไม่ได้ เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เป็นผลของเหตุและปัจจัยหลายๆ อย่างมากระทบกันแล้วทำ�ให้ปรากฎอาการของโรคให้ เห็น อาการของโรคจึงมีได้หลายรูปแบบ ยาหรือวิธีการรักษาโรคนี้ที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถแก้ไขที่ต้นเหตุ คือ ความ ผิดปกติทางพันธุกรรมที่ผู้ป่วยแต่ละคนมีอยู่ได้ การรักษาที่มีอยู่จึงเป็นเพียงการควบคุมอาการของโรคและ รอเวลาให้ปัจจัยที่กระตุ้นให้โรคกำ�เริบ ผ่านพ้นไปหรือแพทย์และผู้ป่วยสามารถหาปัจจัยที่กระตุ้นให้โรคกำ�เริบ พบแล้วหาทางกำ�จัดปัจจัยกระตุ้นเหล่านั้น ตัวอย่างเช่น แพทย์ตรวจพบว่าโรคสะเก็ดเงินกำ�เริบเพราะมีการติด เชื้อแบคทีเรียสเตร็ฟโตคอคคัสที่คอ แพทย์ก็จะให้ยาปฏิชีวนะทำ�ลายเชื้อสเตร็ฟโตคอคคัสที่คอพร้อมๆไปกับการ ให้ยาทาควบคุมผื่นผิวหนังอักเสบของผู้ป่วยร่วมไปด้วย ผู้ป่วยก็จะหายจากอาการของโรคได้ เป็นที่น่าเสียใจที่ ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินมักจะหาปัจจัยที่กระตุ้นให้โรคกำ�เริบไม่พบหรือบางครั้งหาพบแต่ผู้ป่วยและ แพทย์ไม่สามารถกำ�จัดปัจจัยที่เป็น ตัวกระตุ้นให้โรคกำ�เริบไปได้อย่างถาวร ตัวอย่างเช่น ความเครียด ความวิตก กังวลเกี่ยวกับโรคที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ ปัญหาทางด้านครอบครัว อาชีพ การงานรวมทั้งสิ่งแวดล้อมรอบตัวอื่นๆ การควบคุมโรคสะเก็ดเงินให้ได้ดีจึงไม่ใช่การใช้ยาหรือพึ่งแพทย์แต่เพียงอย่างเดียว ผู้ป่วยและญาติต้องร่วมมือ กับแพทย์สังเกตสิ่งแวดล้อมหรือปัจจัยแวดล้อมรอบตัวที่ทำ�ให้โรคกำ�เริบ คือ ปัจจัยทางเคมี ชีวะ ฟิสิกส์ ทั้งภายนอกและภายในตัวผู้ป่วย รวมทั้งปัจจัยทางด้านจิตใจด้วย

บทบาทในการเจริญเติบโตและแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังจึงมีการศึกษาทดลองและนำ�วิตามินเอตาม ธรรมชาติมาใช้รักษาโรคผิวหนังที่มีสะเก็ดหนา พบว่าผลข้างเคียงของยาในรูปรับประทานสูง ต่อมาจึงมีการ สังเคราะห์ยากลุ่มอนุพันธุ์วิตามินเอขึ้นมีทั้งในรูปรับประทานและทาเฉพาะที่ ได้มีการนำ�ยากลุ่มอนุพันธุ์วิตามิน เอ มาใช้ในการรักษาโรคสะเก็ดเงินด้วย ยาทากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ เริ่มมีการศึกษาและนำ�มาใช้รักษาผู้ป่วย โรคสะเก็ดเงินบ้างแล้ว ผลการรักษายังอยูใ่ นระยะศึกษาทดลอง ยาทาทีใ่ ช้ในการรักษาสะเก็ดเงินคือ Tazarotene สำ�หรับยาอนุพันธุ์วิตามินเอในรูปรับประทานมีการนำ�มาใช้รักษาโรคสะเก็ดเงินมานานจะได้ กรดของวิตามิน เอ แบบรับประทานพบว่ามีฤทธิ์ในการรักษาผื่นผิวหนังอักเสบของโรคสะเก็ดเงินได้ดี ปัจจุบันสารกลุ่มนี้เรียกว่า Retinoids ซึ่งรวมถึงวิตามิน เอ ด้วย ยารับประทานกลุ่ม Retinoids ที่ใช้รักษาโรคสะเก็ดเงินมี 3 ชนิด คือ Etretinate, Acitretin และ Isotretinoin ในประเทศไทยปัจจุบันนิยมใช้Acitretin แทน Etretinate เพราะยา วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

41


บทบาทในการรักษาโรคผิวหนัง เรตินอยด์

Acitretin มีช่วงครึ่งชีวิตสั้นกว่า Etretinate มาก ทำ�ให้หลีกเลี่ยงผลเสียที่จะเกิดกับเด็กในครรภ์ กรณีที่ผู้ป่วย ตั้งครรภ์หลังจากหยุดยา ในสตรีที่รับประทานยา Acitretin ต้องคุมกำ�เนิดในระหว่างที่รับประทานยาและต้อง คุมกำ�เนิดต่อเนื่องไปอีกนาน 2 ปี หลังหยุดยาเพราะยานี้สะสมอยู่ที่ไขมันในร่างกาย สามารถทำ�ให้เด็กในครรภ์ พิการได้

•การใช้ Retinoids ในการรักษาสิว

การรักษาสิวนอกจากการแก้ไขทีส่ าเหตุ อาจมีการจ่ายยาหลายประเภท เช่น ยาปฏิชวี นะชนิดใช้ภายนอก และแบบรับประทาน การรักษาด้วยฮอร์โมน เป็นต้น ในการรักษา ยากลุ่มหนึ่งที่นิยมจ่ายคือยากลุ่มทาภายนอก กลุม่ Retinoids เช่น Tretinoin 0.025%, 0.05% และ 0.1% , Isotretinoin 0.05%, Adapalene, Tazarotene 0.05% และ 0.1% (5,6) ซึ่งมีคำ�แนะนำ�และวิธีการใช้ยาเฉพาะชนิดเพื่อหลีกเลี่ยงอาการไม่พึงประสงค์จาก การใช้ยา บทบาทของยาทาภายนอกกลุ่ม Retionoids และอนุพันธ์นั้นช่วยปรับภาวะของการหนาตัวของ เซลล์ บ ริ เวณรู ขุมขน (follicular keratinization) ลดกระบวนการผลั ด และหลุ ด ลอกของ keratinocyte (keratinocyte desquamation) ช่วยสลายโคมิโดนและลดจำ�นวนโคมิโดนขนาดเล็กลง (microcomedones) จึงส่งผลในการลดกระบวนการเกิดและกระบวนการอักเสบของสิว อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาภายนอก คือ ผิวแห้ง ลอกเป็นขุย หรือสิวเห่อขึ้นในสัปดาห์แรกของการรักษาควรทายาในปริมาณที่เหมาะสมและทา เฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น และควรใช้ครีมกันแดดในตอนกลางวัน การใช้ยารูปแบบรับประทาน Isotretinoin ปริมาณที่ใช้ให้ขนาด 0.5-1 mg/kg/day นาน 20 สัปดาห์หรือให้รวมสะสมทั้งหมด 120 mg/kg เพื่อลด การกลับเป็นซ้ำ�หลังหยุดยา สิวอาจเห่อขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกๆ ของการรักษา นอกจากนั้นยังมีอาการไม่พึง ประสงค์เกี่ยวกับความผิดปกติของทารกดังจะกล่าวในรายละเอียดต่อไป

กลุ่มโรคซึ่งตอบสนอง ต่อเรตินอยด์

ตารางที่ 1 โรคซึ่งตอบสนองต่อเรตินอยด์ในตจเวชปฏิบัติ (2) ลักษณะการตอบสนองต่อยาเรตินอยด์ ตอบสนองบ้าง มีรายงานว่าตอบสนอง ตอบสนองดีมาก (Somewhat effective) (Reported) (Very effective)

Psoriasis

• Pustular psoriasis • Pustular psoriasis of Von Zumbusch • Pustular psoriasis of palms and soles • Erythrodermic psoriasis

Disorders of cornification

• Ichthyosis vulgaris • Lamellar ichthyosis • Nonbullous congenital ichthyosiform erythroderma • Epidermolytic hyperkeratosis • X-linked ichthyosis

42

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

• Psoriatic arthritis

• Mal de Meleda • Papillon-Lefevre syndrome • Kyrle’s disease • Pachyonychia congenita


บทบาทในการรักษาโรคผิวหนัง เรตินอยด์

• Keratoderma palmaris et plantaris • Darier’s disease • Pityriasis rubra pilaris • Erythrokeratodermia variabilis Acne

• Cytic acne • Acne rosacea • Gram-negative folliculitis

• Hidradenitis suppurativa

Skin cancer and precancer chemotherapy and chemoprophylaxis

• Actinic keratoses • Keratoacanthoma

• Basal cell carcinoma • Squamous cell carcinoma • Leukoplakia • Bowen’s disease • Mycosis fungoides • Cutaneous metastases of melanoma

Misellaneous diseases

• Papular acne • Steroid acne • Oil acne

• Subcorneal pustular dermatosis • Reiter’s syndrome • Epidermodysplasia verruciformis • Discoid LE • Lichen planus • Cutaneous sarcoidosis • Scleromyxedema

ผลข้างเคียงหรือพิษของยาเรตินอยด์ทส่ี �ำ คัญทีส่ ดุ คือก่อให้ทารกพิการ ส่วนผลข้างเคียงอืน่ ก็จะเหมือนกับ ภาวะพิษจากวิตามินเอ ซึ่งอาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ภาวะพิษทางผิวหนัง (cutaneous toxicity) ได้แก่ อาการที่ผิวหนังและเยื่อบุ ซึ่งพบในผู้ป่วยเกือบทุกราย และภาวะพิษทั่วร่างกาย (systemic toxicity) อาการเกิดภายในร่างกายได้แก่ ความผิดปกติของกระดูกและกล้ามเนื้อ ความเป็นพิษต่อตับและไต ลำ�ไส้อักเสบ ความดันในกะโหลกศีรษะสูง retinoic acid syndrome และการเกิดวิรูปของตัวอ่อน โดยอาจแบ่งย่อยตาม ระยะเวลาที่ได้รับยาเป็นภาวะพิษชนิดเฉียบพลัน (acute toxicity) ได้แก่ อาการผิดปกติของผิวหนังและเยื่อบุ เยื่อบุตาอักเสบ ผมร่วง และภาวะพิษเรื้อรัง (chronic toxicity) ที่พบบ่อยที่สุดคือ การเปลี่ยนแปลงของกระดูก

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน

43


บทบาทในการรักษาโรคผิวหนัง เรตินอยด์

การเกิดทารกพิการจากการได้รับ วิตามินเอ พบว่าการเกิดวิรูปของตัวอ่อน (teratogenicity) มีรายงาน ครั้งแรกในหนู และสัตว์ทดลองหลายชนิดในปี ค.ศ. 1950 โดยเฉพาะหากรับประทานวิตามินเอในช่วง ไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์จะมีผลให้เกิด การผิดรูปของตัวอ่อน โดยพบว่ามี cranial neural crest birth defects ได้ถึง 1ใน 7 ของทารกทีเ่ กิดจากมารดาซึง่ ได้รบั วิตามินเอ เพียง 10,000 IU ต่อวัน ซึ่งอาจเป็นผลของเรตินอยด์ต่อ neural crest ในช่วง 4 สัปดาห์หลังปฏิสนธิ ยาที่เป็น teratogen แบบ species variation คือ Isotretinoin และ Etretinate พบเฉพาะในมนุษย์และลิง ยาจะถูก สันดาปในร่างกายเป็น active 13-CIS-4-DXD-RA ซึง่ มีฤทธิก์ อ่ การเกิดวิรปู ของตัวอ่อน และสามารถผ่านรกได้ แต่ในหนูพบว่าหลังได้รับ ยาหนูจะ detoxification ยาเป็น beta-glucoronide และกำ�จัดออกอย่างรวดเร็ว ส่งผ่านทางรกค่อนข้างน้อยจึงไม่มี teratogenicity ดังนั้นโอกาสเกิด retinoic acid embryopathyในสัตว์กลุ่ม primate จึงสูงกว่า ซึ่งลักษณะการแสดงออกของ retinoic acid embryopathy แตกต่างกันขึ้นกับชนิดของ เรตินอยด์ เช่น Etretinate ทำ�ให้ทารกเกิด sacral skeletal malformation ได้บอ่ ย ทำ�ให้ทารกคลอดก่อนกำ�หนด มีภาวะพร่องฮอร์โมนพาราไทรอยด์และทารกที่เกิดมามีระดับสติปัญญาต่ำ�โดยไม่พบความผิดปกติของระบบ ประสาทส่วนกลาง ส่วน Isotretinoin ทำ�ให้ทารกเกิด microcephaly หรือ hydrocephalus ไม่มีใบหูหรือมี ช่องหูส่วนนอกขนาดเล็ก ลูกตาเล็ก มีความผิดปกติของจอประสาทตาหรือเส้นประสาทตา เพดานโหว่ คางเล็ก ผนังกั้นห้องหัวใจผิดปกติและความผิดปกติของต่อม thymus พบว่า Isotretinoin เพิ่มความเสี่ยงในการเกิด spontaneous abortionได้ถึงร้อยละ 15 บางรายงานพบ spontaneous abortion และ missed abortion ร้อยละ 9.1 ส่วนการผิดรูปในเด็กทารกเกิดใหม่พบร้อยละ 5 แต่ยังไม่มีข้อมูลการผิดรูปของทารกแรกเกิดใน ระยะยาว ดังนั้นในผู้ป่วยหญิงวัยเจริญพันธุ์ควรตรวจให้แน่ใจว่าไม่ได้ตั้งครรภ์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนใช้ยา และควรเริ่มให้ยาในวันที่ 2 -3 ของช่วงมีประจำ�เดือน หลังหยุดยา 1 เดือนจะตรวจไม่พบ Isotretinoinในเลือด จึงควรแนะนำ�ให้ผู้ป่วยคุมกำ�เนิดอย่างน้อย 1 เดือนก่อนใช้ยาและคุมต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 1 เดือนหลัง หยุดยา Isotretinoin และอย่างน้อย 2 ปีหลังหยุดยา Etretinate และ Acitretin ส่วนยาทาแม้ไม่มีข้อมูลที่ เด่นชัดว่าก่อให้เกิดการผิดรูปของทารกในครรภ์ แต่ก็แนะนำ�ให้คุมกำ�เนิดในระหว่างการรักษาหากใช้ในผู้ป่วย หญิงวัยเจริญพันธ์ บริษัทผู้ผลิตเห็นความสำ�คัญในการป้องกันอาการไม่พึงประสงค์ที่สำ�คัญดังกล่าวโดยดำ�เนิน โครงการป้องกันการตั้งครรภ์ (pregnancy-prevention program) ขณะใช้ยา Isotretinoin โดยให้ความรู้แก่ แพทย์และผู้ป่วยในความจำ�เป็นของการคุมกำ�เนิดขณะใช้ยาตั้งแต่ปี ค.ศ.1988 จากการสำ�รวจโดยสมัครใจของ มหาวิทยาลัยบอสตัน ในสตรีวัยเจริญพันธ์ที่ได้รับการรักษาด้วย Isotretinoin จำ�นวน 454,273 ในปี ค.ศ.1989 ถึงปีค.ศ. 1999 พบว่ามีสตรีถึงกว่า 900 คนที่ตั้งครรภ์ระหว่างการสำ�รวจในช่วงเวลาดังกล่าว แม้มีมาตรการ การเฝ้าระวังแล้วก็ตาม

44

วารสารสมาคมเภสัชกรรมชุมชน


เอกสารอ้างอิง 1. ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. โรคสะเก็ดเงิน. [Homepage on the internet]. [cited 2012 Jan 19]. Available from: URL: http://www.si.mahidol.ac.th/project/psoria/index.asp 2. พรทิพย์ ภูวบัณฑิตสิน. Systemic retinoids. ใน: ปรียา กุลละวณิชย์, ประวิตร พิศาลบุตร, บรรณาธิการ. ตำ�ราโรคผิวหนังในเวชปฏิบัติ Dermatology 2010.กรุงเทพฯ, โฮลิสติก พับลิชชิ่ง; 2548: หน้า 730-51. 3. วิทยา นันทิยกุล. เรตินอยด์ในโรคผิวหนัง. วารสารโรคผิวหนัง 2547; 20: 124-47. 4. Orfanos CE, Zouboulis CC, Almond-Roesler B, Geilen CC. Current use and future potential role of retinoids in dermatology. Drugs 1997;53(3):358-88. 5. Chandraratana RA. Rational design of receptor-selective retinoids. J Am Acad Dermatol 1998;39:S124-8. 6. รัศนี อัครพันธุ.์ The disease of sebaceous glands: acne. ใน: ปรียา กุลละวณิชย์, ประวิตร พิศาลบุตร, บรรณาธิการ. ตำ�ราโรคผิวหนังในเวชปฏิบัติ Dermatology 2010.กรุงเทพฯ, โฮลิสติก พับลิชชิ่ง; 2548: หน้า 56-70. 7. Sekula-Gibbs S, Uptmore D, Otillar L. Retinoids. J Am Acad Dermatol 2004;50:405-15. 8. Bergfeld WF. The pathophysiology of acne vulgaris in children and adolescents, part 2: tailoring treatment. Cutis 2004;74:189-92. 9. Heinz N. Teratogenicity of isotretinoin revised : Species variation and the role of all-trans retinoic acid. J Am Acad Dermatol 2001;45:S183-7. 10. Cunliffe WJ, Vande Kerkhof PCM, Caputo R, et al. Roaccutane treatment guidelines: Result of an international survey. Dermatology 1997; 194:351-7. 11. Desai A, Kartono F, Del Rosso JQ. Systemic retinoids therapy: a status report on optimal use and safety of long-term therapy. Deratol Clin 2007; 25: 185-193. 12. Accutane-exposed pregnancies-California, 1999.MMWR Morb Mortal Wkly Rep 2000; 49: 28-31. 13. Garner S. Acne vulgaris. In: Williams H. Evidence-based dermatology. London: BMJ, 2003.


ผู้อนุมัติ................................................................................................................... ผู้บันทึก...................................................................................................................


สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) COMMUNITY PHARMACY ASSOCIATION (THAILAND)

แบบทดสอบความรู้

ถ้าท่านตอบคำ�ถามถูกต้องอย่างน้อย 7 ข้อ ท่านจะได้รับ CE 2 หน่วยกิต

เลือกคำ�ตอบทีถ่ กู ต้องทีส่ ดุ แล้วกากบาทในกระดาษคำ�ตอบ ส่งกลับมายังสมาคมฯ ภายในวันที่ 26 มีนาคม 2556

เรื่อง เรตินอยด์ บทบาทในการรักษาโรคผิวหนัง 1. ข้อใดกล่าว ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับกรดวิตามินเอ ก. มีส่วนเกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันและการอักเสบ ข. มีบทบาทกระบวนการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนัง ค. กรดวิตามินเอไม่สามารถสังเคราะห์ได้เองภายในร่างกาย ง. รูปแบบรับประทานมีอาการไม่พึงประสงค์เหมือนกับทา ภายนอก

6. ในประเทศไทยปัจจุบันนิยมใช้ Acitretin รักษาโรคสะเก็ด เงินเพราะสาเหตุใด ก. ราคาถูกกว่า หาได้ง่าย ข. ค่าครึ่งชีวิตสั้นกว่า Etretinate ค. ไม่มีโทษต่อทารกในครรภ์ ง. ไม่จำ�เป็นต้องคุมกำ�เนิดขณะใช้ยา

2. กรดวิตามินเอในข้อใดจัด ไม่จัดเป็น กรดวิตามินเอรุ่นที่ 3 ก. Isotretinoin ข. Bexarotene ค. Adapalene ง. Tazarotene

7. บทบาทของยาทาภายนอกกลุ่ม Retionoids ในการรักษาสิว คือข้อใด ก. ปรับภาวะของการหนาตัวของเซลล์บริเวณรูขุมขน ข. ลดกระบวนการผลัดและหลุดลอกของ keratinocyte ค. ช่วยสลายโคมิโดนและลดจำ�นวนโคมิโดนขนาดเล็กลง ง. ถูกทุกข้อ

3. โรคต่อไปนี้ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยกรดวิตามินเอ ยกเว้น ข้อใด ก. Cytic acne ข. Pustular psoriasis ค. Pachyonychia congenita ง. Gram-negative folliculitis 4. ข้อใดเป็นแนวทางทีด่ ที ส่ี ดุ ในการดูแลผูป้ ว่ ยโรคสะเก็ดเงินเบือ้ งต้น ก. การปลูกถ่ายผิวหนัง ข. หาปัจจัยกระตุ้น กำ�จัดหรือหลึกเลี่ยง ค. การฉายรังสียูวีเอร่วมกับการรับประทานยา ง. ให้การรักษาด้วยการรับประทานกรดวิตามินเอ 5. ข้อใด ไม่ใช่ กรดวิตามินเอชนิดรับประทานทีน่ �ำ มารักษา โรคสะเก็ดเงิน ก. Etretinate ข. Acitretin ค. Isotretinoin ง. Tazarotene

8. การรับประทาน Isotretinoin เพือ่ รักษาสิว ข้อใดช่วยลดการกลับ เป็นซ้�ำ หลังหยุดยา ก. รับประทานร่วมกับวิตามินซี ข. ควรรับประทานยาให้สั้นที่สุดเท่าที่ทำ�ได้ ค. หลีกเลี่ยงแสงแดดหรือใช้ครีมกันแดดเสมอ ง. รับประทานยารวมสะสมทั้งหมด 120 mg/kg 9. ต่อไปนีค้ อื systemic toxicity ของการใช้เรตินอยด์ ก. ลำ�ไส้อักเสบ ข. เกิดแผลพุพอง ค. ความเป็นพิษต่อตับและไต ง. ความผิดปกติของกระดูกและกล้ามเนื้อ 10. กรดวิตามินตัวใดทำ�ให้ทารกเกิด microcephaly หรือ hydrocephalus ก. Isotretinoin ข. Etretinate ค. Adapalene ง. Tazarotene


สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) COMMUNITY PHARMACY ASSOCIATION (THAILAND)

แบบตอบคำ�ถามจากบทความวิชาการ ปีที่ 12 ฉบับที่ 66 มกราคม 2556

เรื่อง เรตินอยด์ บทบาทในการรักษาโรคผิวหนัง ชื่อผู้ตอบ.......................................................................................................................................................................... เลขที่ใบประกอบโรคศิลปะ..........................................เลขรหัสสมาชิกสมาคมเภสัชกรรมชุมชนฯ....................................

กากบาท (X) ลงในช่องสี่เหลี่ยมที่เป็นคำ�ตอบที่ถูกต้อง ก.) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

ข.)

ค.)

ง.)


กรุณานำ�ส่ง

สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) เลขที่ 40 ซอยสุขุมวิท 38 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานครฯ 10110

ติดแสตมป์ 3 บาท ที่นี่

่journalJanuary2013  

journalJanuary2013

Advertisement