Issuu on Google+

B

Chelsea FC Magazine Online

Issue 1

LUE LOOD

“พยัคฆ์ตดิ ปี ก” ไม่ต้องหาหรอก ตัวแทน “ดร็อกบา”

เพตเตอร์ เชดิ ก็ ฉลองวนั เก ป ร โ ุ ์ ย ป ม ช แ ย ว ด้

า บ ก ็ อ ร ” ด น ์ า ร ิด เิ ย บั คำ� ว่า“ตำ� น ด ก ี ป 8 ราคา ฟรีสำ� หรับแฟนสิงห์ทุกคน 1905 3 5 1 13 12 1991

Chelsea FC Magazine Issue 1


WWW.CHELSEA.IN.TH ที่สำ� หรับเหล่าแฟนสิงห์ตัวจริง !


“ผมรักเชลซี ผมจะไม่เล่นให้กบั ทีมใดในอังกฤษอีก พวกคุณจะอยู่ ในใจของผม ไปตลอดกาล”

ดิดิเยร์ ดร็อกบา กล่าวอ�ำลาสโมสรหลังจากพาทีมได้แชมป์ใบใหญ่ของยุโรป มาครองได้ส�ำเร็จ และเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ ให้กับทีม โดยสัญญาของ ศูนย์หน้ารายนี้จะหมดลงในเดือนมิถุนายนซึ่งเกมรอบชิงชนะเลิศที่ อัลลิอันซ์ อาริน่า คือเกมสุดท้ายของ ดร็อกบา ในยูนิฟอร์ม “สิงโตน�้ำเงินคราม” BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู

3


Editor ถ�้ำสิงห์ทอล์ค สวัสดีสาวก “สิงห์บลู” ทุก ๆ ท่านเลย นะครับ... นิตยสาร Blue Blood ฉบับนี้เป็นผล งานชิ้นแรกของเราที่จัดทำ�ขึ้น เพื่อตอบสนอง ความต้องการของแฟน ๆ เชลซี ที่พูดกันบ่อยๆ ว่า “ทีมเราก็แฟนบอลเยอะ น่าจะมีนิตยสาร เหมือนทีมอื่นมั่งนะ” ผมคิดว่า ฐานแฟนบอลของเราเติบโตขึ้น ทุกวันจริงๆ ครับ แถมมีแนวโน้มที่จะไม่หยุดอยู่ เพียงเท่านี้ด้วย ไล่ตั้งแต่แฟนบอลยุคของตำ�นาน อย่าง จานฟรังโก้ โซล่า หรือยุคของโชเซ่ มูรินโญ่ และอาจจะมียุคหลังได้แชมป์ยุโรปก็เป็นได้ “บลู บลัด” ฉบับปฐมฤกษ์เริ่มวางโครง หลังจากทีมได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มา ครองผมเลยมองว่า “ฮีโร่” ของเราอย่าง ดิดิเยร์ ดร็อกบา น่าจะได้รับการยกย่อง และการจาก ลาที่เหมาะสมสำ�หรับตำ�นานศูนย์หน้าหมายเลข 11 รายนี้ ไม่ว่า ดร็อกบา จะย้ายไปเล่นในที่แห่ง ไหน พวกเราชาว “สิงโตน้ำ�เงินคราม” จะจดจำ� คุณไปตลอด และจะไม่มีวันลืมเลยว่าครั้งหนึ่ง ในชีวิตคุณทำ�ให้พวกเรามีความสุขอย่างมากกับ การลงเล่นที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ความทรงจำ�ดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นได้ไม่บ่อย มีเพียงนักเตะน้อยคนที่ทำ�ให้เรานึกถึง.. ที่แน่ ๆ หนึ่งในนั้นคือคุณ.. ดิดิเยร์ ดร็อกบา

Petr Boat

4 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู

P 36

8 ปีอย่างสมบูรณ์กับ ดร็อกบา ที่ เชลซี P 20 P 46

“พยัคฆ์ติดปีก” ไม่ต้องหา “นี่คือวันเกิดของผม แต่ผม ตัวแทนดร็อกบาหรอก ไม่ต้องการเค้กวันเกิดนะ”


Contents >> สัมภาษณ์นอ้ งวิว สาวสิงห์หวั ใจน�้ำเงินคราม P 52

สารบัญ

P8

6 ภาพแห่งความทรงจ�ำ 8 สิงห์บลู เจ้ายุโรป 16 ที่สุดแห่งปีของเชลซี 20 บทความเชลซี 30 กระบอกเสียงเชลซี 36 8 ปี กับ ดร็อกบา 42 7 ดาวยิงยุค ดร็อกบา 46 สัมภาษณ์ เช็ก 50 หลังบ้าน ดร็อกบา 52 น้องวิวสาว “สิงห์บลู”

P 50

บรรณาธิการ ดลธเนศ รุ่งเรือง ที่ปรึกษา ปภังกรณ์ นิลวรกุล ณรงศักดิ์ อินทรโชติ กราฟฟิกดีไซน์ ภวินท์ โลวัฒนะศิริ ทีมงานบรรณาธิการ ศิรสิทธิ์ โสภาศิลป์

ทศพล ตุงคะเสน นันทิภาคย์ จ�ำเริญ ชัยยะ ฤดีนิยมวุฒิ กัญญา ชะเอมเทศ วัชระ เมฆเกลื่อน ปภังกรณ์ นิลวรกุล นฤพล ทองนุช ชนิกา ช้างวิเศษ Techit Waiyathira

Ratchata Luengsa Sasuke Chelsea สนับสนุน Chelsea.in.th อ. สมยศ สุขขัง อ. นันทวิช เหล่าวิชยา ธี อุทิศ Pantharee, Chutikarn KP, ฺBoonyarit R.

BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 5


Blue History

“มันอาจไม่ใช่ความทรงจ�ำทีย่ าว แต่อกี 10 ปี ขา้ งหน้ามัน 6 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู


Blue History

วนาน นจะเป็ นภาพประวัตศิ าสตร์ ให้คนรุ่นหลังต้องจดจ�ำ” BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 7


Special Scoop

“สิงห์บลู” สู่ “แชมป์ยุโรป”

ลายครั้งหลายคราวเลยนะครับที่ เชลซี เข้าใกล้ ความจริงของการเป็นแชมป์ยุโรป แต่ก็โดนขัด ขวางด้วยเหตุผลหลายประการ โดยมีความทรงจ�ำน่า เจ็บปวดหลายครั้ง ไล่ตั้งแต่ควรได้เข้าชิง หรือไม่ก็ควร จะได้แชมป์ นี่ยังไม่นับการการโดนเล่นงานตั้งแต่ยังไป ไม่ถึงรอบลึกๆ เช่นปี 2006 กับ 2010 ที่โดน บาร์ซ่า

กับ อินเตอร์ ปราบตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้าย เชียร์ กันยังไม่ถึงใจก็กระเด็นเสียแล้ว ล�ำบากครับก่อนจะ ได้เป็นเจ้ายุโรป เราไปดูความจ�ำกันดีกว่าว่าก่อนจะมา ถึงจุดนี้ เชลซี ผ่านอะไรมาบ้าง เรียกว่าฉบับปฐมฤกษ์ ของนิตยสาร Blue Blood ผมขอเปิดตัวด้วยเส้นทาง ก่อนจะเป็นแชมป์.. ไปติดตามกันได้เลยครับ ^ ^

ในอดีตกาล.. คุณจ�ำความเจ็บปวดเหล่านี.้ . ได้หรือไม่ ? 1. เชลซี VS โมนาโก (2004)

เฟร์นานโด มอริเอนเตส ดาวยิงสแปนชิชได้โอกาสหลุดเดี่ยวไปดวล กับ คาร์โล คูดิชินี่ ก่อนจะซัลโวประตูส่ง เชลซี ตกรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาล 2003 – 2004 อย่างชอกช�้ำหลังจากเกมแรกแพ้ มาก่อน 3 – 1 ซึ่งพอมาเล่นใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ น�ำไปก่อนแล้ว 2 – 0 จาก เยสเปอร์ กรุนชาร์ กับ แฟรงค์ แลมพาร์ด แต่ก็โดนยิงคืน 2 ประตูรวด ท�ำเอาน�้ำตาของสาวก “สิงห์บลู” ต่างพากันไหลออกมาโดยไม่ได้นัดหมาย

8 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู


Road to Champions 2. ลิเวอร์พูล VS เชลซี (2005, 2007)

ประตูของ หลุยส์ การ์เซีย ยังคงเป็นที่สงสัยอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ว่า ตกลงแล้ว “เข้าหรือไม่” เพราะถ้าหากไปสัมภาษณ์ โชเซ่ มูรินโญ่ ถึงเป็น ประเด็นนั้น อดีตนายใหญ่ เชลซี คงตอบได้เพียงค�ำเดียวก็คือ “ไม่แน่นอน” ซึ่งประตูนั้นท�ำให้ เชลซี เป็นฝ่ายตกรอบรองชนะเลิศเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน แถมเวลาผ่านไปจนมาถึงปี 2007 เชลซี ก็มาตกรอบรองฯ อีกครั้งโดยพ่าย ให้กับ ลิเวอร์พูล เช่นเคยและต้องไปดวลจุดโทษกันและลูกทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ ในตอนนั้นยิงได้แม่นกว่าท�ำให้เข้าไปชิงกับ เอซี มิลาน ในที่สุด

3. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS เชลซี (2008) นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่ เชลซี เข้าใกล้ความเป็นจริงที่สุดหลังจากที่

โชเซ่ มูรินโญ่ ถูกปลดออกจากการเป็นผู้จัดการทีมและใช้ อัฟรัม แกรนท์ เข้ามาเป็นกุนซือขัดตาทัพก่อนจะพาทีมเข้าไปเล่นรอบชิงชนะเลิศ โดยเวลา 90 นาที เสมอกันไป 1 – 1 จนต้องไปดวลจุดโทษกันเนื่องจากท�ำอะไรกัน ไม่ได้ในช่วงต่อเวลา.. ซึ่งจะว่าไปโชคชะตาดันเล่นตลกกับทีมเมื่อ เพตเตอร์ เช็ก อุตส่าห์เซฟจุดโทษของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้ส�ำเร็จและถ้าหากคนยิง คนสุดท้ายของ เชลซี อย่าง จอห์น เทอร์รี่ ซัดเข้าไปจะคว้าแชมป์ทันทีแต่ว่า เหตุการณ์ที่ท�ำให้ทุกคนต้องช็อคก็คือ เทอร์รี่ กลับลื่นอย่างเหลือเชื่อ แฟน เชลซีใจแตกสลายในเกมนั้นอย่างแท้จริง

4. เชลซี VS บาร์เซโลน่า (2009)

เป็นอีกครั้งที่โชคชะตาเล่นตลกกับ เชลซี เพราะน่าจะเข้าสู่รอบชิง ชนะเลิศเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันเพราะการเจอกับ บาร์เซโลน่า เลกแรกที่ คัมป์ นู เชลซี สามารถบุกไปยันเสมอได้ก่อน 0 – 0 แต่พอมาเล่นใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ อุตส่าห์น�ำไปก่อน 1 – 0 จากประตูของ ไมเคิ่ล เอสเซียง แต่ก็มาโดน อันเดรส อิเนียสต้า ยิงไกลในช่วงก่อนทดเวลาบาดเจ็บจนท�ำให้ เชลซี ตก รอบไปด้วยผลของประตูทีมเยือนพร้อมกับท�ำให้ แอชลีย์ โคล ถึงกับท้อแถม ดร็อกบา ก็ไปพูดจาหยาบคายผ่านหน้าจอทีวีจนท�ำให้โดนแบน ในทุ ก ๆ ครั้ ง มั น เป็ น ความเจ็ บ ปวดที่ ย ากจะ ทำ�ใจได้นะครับ ยิ่งตอนที่ จอห์น เทอร์รี่ ลื่นล้มในนัด ชิงชนะเลิศที่ มอสโกว์ เชื่อว่าแฟน เชลซี เกือบทุกคน คงใจแทบสลาย รวมถึงตอนที่ อันเดรส อิเนียสต้า ยิง ไกลผ่านมือ เพตเตอร์ เช็ก เข้าไปทำ�เอาช็อกกันทั่วโลก เพราะว่าเกมนั้นเราควรจะได้จุดโทษตั้งหลายครั้งแต่ ว่า ทอม เฮนนิ่ง ออฟเรโบ ปฏิเสธทุกทีจนทำ�ให้ เชลซี

ในยุคของ กุสส์ ฮิดดิ้งค์ หมดโอกาสที่จะได้เข้าไปล้าง แค้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งหลังจากการตกรอบ หนนั้น เชลซี กับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปได้ไม่ไกลนัก เพราะตกรอบ 16 ทีมสุดท้า���ในปี 2010 แล้วก็รอบ 8 ทีมสุดท้ายในปี 2011 ซึ่งต้องบอกว่าท�ำเอาความรู้สึก ช�้ำใจยิ่งนัก.. จนเมื่อถึงปี 2012 เรามีโอกาสแล้ว.. ไปดู กันดีกว่าว่าประวัติศาสตร์หน้าใหม่นั้นจะเป็นเช่นใด....

BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 9


Special Scoop

รอบแบ่งกลุ่ม.. ลุ้นจนถึงนั ดสุดท้าย !!! เชลซี เริ่มต้นรอบแบ่งกลุ่ม ได้ดีใน 3 เกมแรก โดยเอาชนะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 2 – 0 แล้ว ก็บุกไปเสมอ วาเลนเซีย 1 – 1 ก่ อ นจะมาเล่ น ในถิ่ น สแตมฟ อร์ด บริดจ์ ไล่ถล่ม ราซิ่ง เกงค์ ไป 5 – 0 ซึ่งถือว่าเป็นการเปิด ตัวที่ดีทีเดียวของ อังเดร วิลลาส โบอาส กับผลงานการพาทีมลง เล่นในเวทียุโรป ทว่าหลังจากนั้นผลงานทีมเริ่มไม่ดีนัก บุกไปเสมอกับ ราซิ่ง เกงค์ 1 – 1 แล้วก็พ่ายให้กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น จนท�ำให้ทีมต้องไปลุ้นเข้ารอบจนถึงนัดสุด ซึ่งทางทัพ “สิงโตน�้ำเงินคราม” ก็ สามารถเอาชนะ วาเลนเซีย ไปได้ 3 – 0 ท�ำให้ผ่านเข้ารอบไปในฐานะแชมป์กลุ่มแม้ว่าทาง ไบเออร์ เล เวอร์คูเซ่น จะเป็นทีมแรกที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปก่อนก็ตาม

10 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู


Road to Champions นาโปลี.. เราสะกดค�ำว่า “โกงความตาย” ให้คุณรู้จัก ! นับว่าเป็นเกมที่เรียกว่า “ปาฏิหารย์” ที่สุดในฤดูกาลเลยก็ว่า ได้ เริ่มจากการบุกไปแพ้ นาโปลี เกมแรกที่ ซาน เปาโล ถึง 3 – 1 ในชนิดที่เรียกว่าโดน “3 ทหารเสือ” ของเจ้าบ้านอย่าง เอดินสัน คาวานี่, มาเร็ค ฮัมซิก และ เอเซเกล ลาเวซซี่ ที่ประสานงานกันได้ดี จนช่วยกันไล่ถลุงใส่ เชลซี จนท�ำให้หลายฝ่ายมองว่าเส้นทางบนเวที ยุโรปของ เชลซี น่าจะจบลงในนัดนั้น อย่างไรก็ตาม เลกที่ 2 ที่มาเตะในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เชลซี ไม่ได้ใช้ อังเดร วิลลาส โบอาส คุมทีมเหมือนเช่นเคยเพราะบุกไปพ่าย เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ในเกมลีกจนโดน โรมัน อบราโมวิช ปลดออก แล้วตั้ง โรแบร์โต้ ดิ มัตเทโอ้ ขึ้นมารักษาการแทนไปก่อนซึ่งใครจะไป คาดคิดว่ากุนซือขัดตาทัพรายนี้จะท�ำผลงานได้ดีเดินคาด ไล่ตั้งแต่ประเดิมสนามเอาชนะ เบอร์มิ่งแฮม ซิตี้ ได้ในเกมแรกอย่างเป็นทางการที่ ดิ มัตเทโอ้ ลง แล้วก็ สามารถเอาชนะไปได้ในที่สุดจนรวมถึงเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดนี้ที่สร้างโคตรปาฏิหารย์ไล่ถล่ม นาโปลี คืนไป 4 – 1 จากการช่วยเหลือกันของดาวเตะแข้งเก๋าอย่าง ดิดิเยร์ ดร็อกบาม, แฟรงค์ แลมพาร์ด และ จอห์น เทอร์รี่ ที่ยิงกันไปคนละ 1 ประตูจนมีส่วนร่วมในการพาทีมเข้าสู่รอบควอเตอร์ไฟนอลในที่สุด ผมขอยกให้เกมนัดที่ 2 ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นเกมแห่งฤดูกาลอย่างแท้จริง !

เบนฟิ ก้า.. คุณเล่ นดี.. แต่ขอโทษทีเรายิงประตูได้ !

การเจอกับ เบนฟิก้า หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องง่าย แต่เอาเข้า จริงๆ นั้นไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะพวกเขาก็มีนักเตะชื่อดังหลายรายไม่ ว่าจะเป็น ออสก้า คาร์โดโซ่ ดาวยิงตีนควายทีมชาติ ปารากวัย รวมถึง นิโกลัส ไกตัน้ กับ ปาโบล ไอมาร์ อีกด้วยเช่นกัน ซึง่ พวกเขาสามารถสร้าง ความกดดันใส่นักเตะของ เชลซี ได้อย่างดีมาก โดยเฉพาะเกมแรกจะว่าไปเล่นได้ดีกว่า เชลซี ด้วยซ้ำ� บุกมากกว่า โอกาสยิงมากกว่า ทว่าทำ�ประตูไม่ได้จนโดนสวนกลับแล้วเป็น เฟร์นาน โด ตอร์เรส ที่เปิดเข้ากลางประตูให้ ซาโลมง กาลู เข้าชาร์จเผาขนเข้าไป ทำ�ให้เกมแรก เชลซี กุมความได้เปรียบเอาไว้มาก พอกลับมาเล่นเลก 2 ที่ เดอะ บริดจ์ โรแบร์โต้ ดิ มัตเทโอ้ เลือก เฟร์นานโด ตอร์เรส ลงเป็นตัวจริงไปฟัด กับทีม “เหยี่ยวลิสบอน” แล้วมาได้ประตูขึ้นน�ำไปก่อนจากลูกจุดโทษของ แฟรงค์ แลมพาร์ด แต่ก็มาโดนตีเสมอ จากลูกโหม่งของ ฆาบี การ์เซีย ซึ่งนั่นท�ำให้ เบนฟิก้า มีความหวังอีกครั้งและเป็น ราอูล เมย์เรเรส ที่ยิงได้อย่าง มันส์เท้าพาทีมเข้าสู่รอบต่อไปแบบแอบลุ้นจนถึงช่วงท้ายเกม

BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 11


Special Scoop

บาร์เซโลน่า.. จ�ำไว้เราคือชาวโลกผู ก้ ล้ าหาญ ! ทุ ก คนพู ด กั น เป็ น เสี ย งเดี ย วกั น ว่า “เชลซีเละ” และไม่มีทางสู้แชมป์เก่า อย่าง บาร์เซโลน่า ได้อย่างแน่นอน นี่คือ สิ่งที่ผู้คนกล่าวเอาไว้ก่อนเกมหากแต่ว่า ผลที่เกิดออกมากลับไม่ใช่เช่นนั้น โดยใน เกมนี้ เชลซี เล่นแบบเน้นเกมรับแล้วรอ สวนกลับเป็นหลัก โดนทีมเยือนขึงเกมบุก นวดกันตลอดเวลา ครั้นพอจะมีโอกาส อ เล็กซิส ซานเชซ ก็ท�ำได้เพียงแตะข้ามหัว เพตเตอร์ เช็ก แล้วบอลไปชนคาน รวมถึง จังหวะการสกัดจากเส้นของ แอชลีย์ โคล แต่ด้วยการอดทนและเล่นกันอย่างมีระเบียบวินัยท�ำให้ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก เชลซี ฉวยโอกาสสวน กลับได้ส�ำเร็จ จากการที่ เมสซี่ เสียบอลกลางสนามให้กับ แฟรงค์ แลมพาร์ด แล้วโดนมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษเปิด บอลยาวให้ รามิเรส เจ้าของฉายา “ผมไม่ช้านะครับ” ลากไปจนสุดเส้นก่อนจะปาดไปให้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา เข้าชาร์จ จ่อๆ ไม่พลาดส่ง เชลซี ออกน�ำไปก่อน 1 – 0 ครึ่งหลังเกมก็ยังเป็นแบบเดิม บาร์เซโลน่า เล่นได้เหนือกว่าทั้งหมดแต่ก็ยังเจาะเข้าไม่ได้ ซึ่งโอกาสส�ำคัญๆ 3 ครั้งที่ เพตเตอร์ เช็ก ต้องออกแรงเซฟลูกยิงไกลของ อาเดรียโน่ กับลูกโหม่งของ คาร์เลส ปูโยล รวมถึงลูกยิงชน เสาท้ายเกมของ เปรโด โรดริเกซ เช่นกัน นั่นท�ำให้ เชลซี ชนะไปก่อน 1 – 0 ซึ่งกุมความได้เปรียบไว้เยอะทีเดียว

12 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู


Road to Champions

ส่วนเกมนัดที่ 2 บุกไปเยือน บาร์เซโลน่า ที่ คัมป์ นู ซึ่งต้องบอกว่าเป็นการโกงความตายอีกเช่นกัน เพราะทัพ “สิงโตน�้ำเงินคราม” เสียเปรียบทุกกระบวน ท่า ไล่ตั้งแต่ตัวผู้เล่นน้อยกว่ายันสกอร์ โดยเกมเริ่มต้น มาและเป็น เซอร์จิโอ้ บุสเกตต์ ที่ยิงให้ บาร์เซโลน่า ขึ้นน�ำไปก่อน โดยอีกไม่กี่นาทีต่อมา จอห์น เทอร์รี่ ไป ตีเข่าใส่ อเล็กซิส ซานเชซ จนโดนใบแดงและท�ำให้ทีม เสียเปรียบอย่างมาก ไม่พอหลังจากนั้น อันเดรส อิเนียสต้า มายิง บวกลูกที่ 2 อีกยิ่งท�ำให้ เชลซี ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ ยากล�ำบากอย่างถึงที่สุด ไม่มีใครคิดว่า เชลซี จะกลับ มาได้ จนเมื่อ แฟรงค์ แลมพาร์ด จ่ายบอลให้ รามิเรส หลุดไปดวลกับ วิคตอร์ วัลเดซ แล้วจัดการชิพบอล ข้ามหัวเสียบตาข่ายเข้าไป เรียกว่าปลุกชีวิตของ เชลซี ให้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง ทว่ามันเป็นงานที่ยากโคตร ๆ เพราะต้องเจอ กับ บาร์เซโลน่า ที่ตัวผู้เล่นมากกว่าแถมมาเสียจุดโทษ อีก แต่ว่า ลิโอเนล เมสซี่ ซัดไปชนคานอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งถ้าลูกนี้เข้าไปน่าจะเป็นการปิดฉาก เชลซี ได้แบบ เนียนสนิท แต่ !

ใครจะไปคิดว่าแทคติคเล่นเกมรับแล้วรอสวน กลับจะใช้ได้ผลอีกครั้ง ซึ่งหนนี้อยู่ในช่วงก่อนทด เวลาบาดเจ็บกองหลัง บาร์ซ่า ดันกันขึ้นมาทั้งสนาม โดยเหลือ บุสเกตต์ ห้อยหลังไว้เพียงคนเดียวจนโดน แอชลีย์ โคล หวดยาวไปข้างหน้าท�ำให้ เฟร์นานโด ตอร์เรส หลุดไปล็อคหลบ วัลเดซ ก่อนจะยิงง่ายๆ เข้าไปจนเรียกเสียงร้องของ แกร์รี่ เนวิลล์ ออกมา ดังๆ ว่า “โอ๊วววววววววววววว อันบิลีฟเวเบิ้ลลลล อันบีลีฟเวเบิ้ลลลลล !!!!!!!”

BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 13


Special Scoop “เสือใต้ ” คือเจ้ าบ้าน.. แต่ว่า “สิงห์บลู” คือเจ้ าป่ า

และเป็ นเจ้ ายุโรปโว้ยยยย !!!

ก่อนที่เกมนี้จะเริ่มเซียนบอลหลายส�ำนักพากัน ฟันธงว่า “เสือใต้” จะคว้าแชมป์ยุโรปมาครองได้ใน ที่สุด เนื่องจากได้เปรียบทั้งการเล่นเป็นเจ้าบ้านและ ตัวหลักที่ติดโทษแบนเสียหายน้อยกว่าทางฝั่ง เชลซี จึงท�ำให้เกมนี้ บาเยิร์น มิวนิค เป็นต่อพอสมควร รูปเกมก็เป็นไปตามนั้นจริงๆ เพราะว่า บาเยิร์น มิวนิค เล่นได้ดีมาก ครองเกมบุกจากรอบสารทิศไม่ว่า จะเป็นจาก โธมัส มุลเลอร์ กับ มาริโอ โกเมซ ตรงกลาง สนาม หรือจะเป็นปีก 2 ข้างระดับเวิร์ลคลาสอย่าง อาร์เยน ร็อบเบน และ ฟรองค์ ริเบรี่ ที่กดดันเกมรับ ของ เชลซี ได้ต่อเนื่องจนมีเป๋ไปหลายครั้งเหมือนกัน แฟนสิงห์ต้องนั่งดูกันอย่างอดทนเพราะยอมรับ ว่าเกมสู้ไม่ได้ โอกาสยิงจะๆ ในครึ่งแรกก็มีเพียงแค่

14 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู

ตอนที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด จ่ายให้ ซาโลมง กาลู ยิงไปติดเซฟ มานูเอล นอยเออร์ แต่ในทางกลับกัน ของ บาเยิร์น มิวนิค มีทั้งจังหวะที่ ร็อบเบน ยิงไปโดน ขาของ เพตเตอร์ เช็ก รวมถึงลูกยิงที่น่าจะเป็นประตู อย่างยิ่งของ มาริโอ โกเมซ ที่หลอก แกร์รี่ เคฮิลล์ อย่างดีแต่ว่ายิงข้ามคานไปอย่างเหลือเชื่อ จนกระทั่งครึ่งหลังสิ่งที่ เชลซี พยายามมาแทบ แตกสลายเมื่อ โธมัส มุลเลอร์ มาโหม่งประตูขึ้นน�ำให้ กับ บาเยิร์น มิวนิค.. เรียกว่าสนามแทบแตกเพราะทุก คนเชื่อว่าน่าจะเป็นประตูชัยส่ง “เสือใต้” เถลิงบรรลัง ก์แชมป์ไปในที่สุด.. อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งเกม เชลซี ไม่ได้ลูกเตะ มุมเลยสักครั้ง แต่พอได้เพียงหนเดียว ฆวน มาต้า


Road to Champions เปิดมุมมาให้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา เทคตัวขึ้นโหม่ง ตีเสมอให้ เชลซี ยังไม่ตายได้แบบเหลือเชื่อ เรียกว่า ดิดิเยร์ ดร็อกบา เป็นราชาแห่งการเล่นฟุตบอลรอบชิง ชนะเลิศอย่างแท้จริง ทุกๆ อย่าง เชลซี เสียเปรียบหมด แม้แต่ตอน ต่อเวลาพิเศษก็มาเสียจุดโทษ แต่ว่า ร็อบเบน ซัดไม่ ผ่านมือของ เพตเตอร์ เช็ก จนท�ำให้ทั้ง 2 ฝ่ายท�ำอะไร กันไม่ได้แล้วต้องไปดวลจุดโทษกัน.. 3 คนแรกของ บาเยิร์น มิวนิค ยิงได้อย่าง คมกริบ ไม่ว่าจะเป็น ฟิลลิป ลาห์ม หรือ มาริโอ โกเมซ รวมถึง มานูเอล นอยเออร์ ที่อาสาขอยิงจุดโทษด้วย ตนเองอีกด้วย ส่วนทางฝั่ง เชลซี คนแรก ฆวน มาต้า ยิงไม่เข้าแต่ว่า ดาวิด ลุยซ์ กับ แฟรงค์ แลมพาร์ด ก็ซัด ไม่พลาดท�ำให้สกอร์ยังไม่ขาดจนเกินไป คิวของ อิวิก้า โอลิช ที่ยิงไปติดเซฟของ เพต เตอร์ เช็ก กอปรกับการที่ แอชลีย์ โคล สังหารเข้าไป ท�ำให้สถานการณ์ของทั้ง 2 ทีมกลับมาเท่ากันอีกครั้ง.. 2 คนสุดท้ายที่จะชี้ชะตาก็คือ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ กับ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ซึ่งดาวเตะทีมชาติ เยอรมัน ซัดไปโดนปลายนิ้วของ เช็ก ก่อนที่บอลจะชนเสา นั่นท�ำให้ถ้า หาก ดร็อกบา ยิงเข้าไป เชลซี จะเป็นแชมป์ยุโรปทันที ซึ่ง ดร็อกบา ที่เคยอดยิงในปี 2008 เพราะโดนใบแดงไม่พลาด ท�ำให้ เชลซี เป็นแชมป์ยุโรป

สมัยแรกของประวัติศาสตร์ในที่สุด..

(ล่าง) พลพรรคสิงโตน�้ำเงินครามแสดงความดีใจสุดขีดหลังได้แชมป์ยุโรปหนแรกในชีวติ

BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 15


Special Scoop

16 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู


Best of the Year

BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 17


Special Scoop

Scoop By Castus Design By Pawin Dance

www.facebook.com/paphankgon.nilvorakul

18 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู

www.facebook.com/pwint.dance


Best of the Year

. . ! ย ย อ ย ค ย ้ อ ว ่ ี โ ร ้ ว ท ี ล ป แ ป 9 ร โ ุ ย ย ้ ว ถ ้ ีเสย่ ได BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 19


“ตอร์เรส เนยี่ แหละ อนาคตขอ งทมี เรา”

ตัวแทนดร็อกน่ะหรือ? ไม่ต้องหาหรอก ! “ใครจะเป็นตัวแทนของ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ?” ไม่ ต้องไปหาหรอกครับ.. ท่านผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดแต่อย่างใด ในมุมมองของ ผมคิดแบบนัน้ จริงๆ เพราะว่าทัพ “สิงโตน้ำ�เงินคราม” ยึด รูปแบบการเล่น 4 – 3 – 3 โดยใช้ ดร็อกบา เป็นศูนย์หน้า ตัวเป้ามาเป็นเวลานาน.. นับๆ ดูก็เท่ากับจำ�นวน 8 ปีที่ ดร็อกบา เล่นในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ นั่นเอง บุคคลที่นำ�แทคติคนี้เข้าสู่รากฐานของ เชลซี ก็คือ โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตกุนซือจอมอหังการณ์ผู้พาทีมได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก 2 สมัยติดต่อกัน โดยในตอนนั้น เชลซี มีปีกที่ จั ด ว่ า เป็ น ระดั บ ท็ อ ปของยุ โรปหลายรายไม่ ว่ า จะเป็ น อาร์เยน ร็อบเบน, โจ โคล, ดาเมี่ยน ดัฟฟ์ หรือจะเป็น ไรท์ ฟิลลิป ซึ่งต้องบอกว่าหากเทียบกันในปัจจุบัน บาเยิร์น มิวนิค คือทีมที่มีปีกดีที่สุดในยุโรปแล้วไซร้ หากย้อนกลับ ไปสัก 7 – 8 ปีทีมทีมนั้นก็คือ เชลซี ของเรา.. ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ครับว่ายุคของ มูรนิ โญ่ การจูโ่ จม ริมเส้นอันตรายมาก.. บ้างก็กระชากไปครอสริมเส้น บ้างก็ เลี้ยงตัดเข้ามาตรงกลางและยิงเอง เรียกว่าครบเครื่อง พร้ อ มสลั บ สั บ เปลี่ ย นนั ก เตะได้ แ บบทุ ก ตำ�แหน่ ง ตาม อุดมคติของ มูรินโญ่ อย่างไรก็ตาม เวลาเปลี่ยนไปนักเตะ เชลซี ที่เคยมี ความเร็วปานจรวดเริ่มหายไปทีละคน.. นับจาก 4 คนนั้น ถึงปัจจุบันไม่มีใครที่ยังเล่นให้กับทีมเหมือนเดิม.. ด้วย เหตุผล 2 ประการที่เป็นเช่นนั้นก็คือ 1.อายุการใช้งานของ นักเตะสไตล์นี้มักเข้าสู่ช่วงฟอร์มดรอป ไวกว่าตำ�แหน่งอื่น

20 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู

2.นักเตะประเภทนี้สามารถพลิกเกมได้ตลอดเวลาด้วย ความเร็ว เพราะฉะนั้นไม่แปลกใจที่จะมีหลายทีมอยาก ได้ ตั ว เหมื อ นกั บ ที่ เราขาย อาร์ เ ยน ร็ อ บเบน ให้ กั บ เรอัล มาดริด ไปในปี 2007 ด้วยสนนราคา 30 ล้านยูโร นั่นแหละครับ ซึ่งเมื่อถึงการจากไปของ ดร็อกบา เราจะไปมัวหา “นิวแมลงสาบ” คงไม่เหมาะสมนัก เพราะอย่าลืมว่าหลาย ปีที่ผ่านมา เชลซี ขาดองค์ประกอบเกมริมเส้นไปอย่างแรง จะไปหวังให้นกั เตะสไตล์แบบ ดร็อกบา เป็นอนาคตของทีม ในโครงสร้างนักเตะแบบนี้ต้องบอกว่าลำ�บาก ลองจินตนาการภาพดูเล่นๆ เช่น ดันทางด้าน โรเมลู ลูกากู ขึ้นมาแทนแต่นักเตะยังน้อยประสบการณ์ แถมใน ทีมเราไม่มีปีกธรรมชาติ ผลที่ออกมาจะเป็นยังไงเชื่อว่าคง พอเดาภาพได้ไม่ยาก แต่กน็ ะครับ.. เสียออกไป 1 ยังไงก็ตอ้ งหาเข้ามาใหม่ เช่นกัน จึงเป็นเรื่องปกติที่ช่วงนี้จะมีข่าวทีมเราไล่ล่าศูนย์ หน้าระดับพระกาฬมากมายในยุโรป แต่เอาจริงๆ ผมเชื่อ ว่า เฟร์นานโด ตอร์เรส ถ้าหากให้โอกาสเต็มๆ 1 ฤดูกาล โดยเป็นผูเ้ ล่นตัวหลัก ผมคิดว่าเขาน่าจะรีดศักยภาพตัวเอง กลับคืนมาได้อีกครั้ง ปีที่ผ่านมาแอบโชคร้ายๆ นิดๆ กำ�ลังจะฟอร์มดีก็ ดันไปโดนใบแดงเกมที่พบกับ สวอนซี แล้วหลังจากนั้นก็ โดน ดร็อกบา แย่งตำ�แหน่งกลับคืนไปอย่างถาวร จนเมื่อ ทาง ดร็อกบา ไปเตะ แอฟริกัน เนชั่นคัพ โอกาสเป็นของ ตอร์ เ รส เต็ ม ๆ แล้ ว แต่ ก็ ไ ม่ ส ามารถถล่ ม สกอร์


ได้อีกแม้จะเล่นได้ดีมากและมีส่วนร่วมกับทีมแบบทวีคูณ ครั้นพอก�ำลังจะเข้าที่เข้าทาง ดร็อกบา กลับมา จากเกมทีมชาติ กอปรกับการที่ทีมฟอร์มตกอย่างหนัก จึงท�ำให้โอกาส ตอร์เรส หลังจากนั้นเรียกว่าดร็อปไปพอ สมควร.. ผมคิดว่าโค๊ชทุกคนรู้นะครับว่า ตอร์เรส เป็นนัก เตะที่ดี แต่ระบบและปัจจัยอื่นๆ ของทีมไม่เหมาะที่จะ เล่นหน้าคู่อย่างแรง จึงมีทางเดียวที่จะท�ำให้ทีมเดินหน้า ไปในเชิงบวกก็คือฝืนใช้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ที่ฝากความหวัง ได้มากที่สุดอีกครั้ง

หากโปรเจ็กซ์ต่อไปวางเป้าหมายไว้ที่ใครเราก็น่า จะได้บทสรุปของค�ำตอบนี้ดีเกี่ยวกับอนาคตของ เฟร์ นานโด ตอร์เรส รอดูกันต่อไปว่าจะเป็นเช่นไร.. รอยย์ กูร์เรย์ ซีอีโอ ของทีมก็ออกมาประกาศแล้วว่า ตอร์เรส จะเป็นตัวหลัก ในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน นั่นท�ำให้ตัว “เอลนินโญ่” เองเริ่มมีความกระหายที่จะให้ฤดูกาลใหม่เริ่มต้นในเร็ว วันแม้จะมีศึก ยูโร 2012 รออยู่ข้างหน้า ซึ่งถือว่าเป็นทัวร์ นาเมนต์พิสูจน์จิตใจของ ตอร์เรส ได้เหมือนกัน

(บน) ดิดิเยร์ ดร็อกบา บอกก่อนไป���่าอนาคตของ เชลซี ที่เหลือหลังจากนี้อยู่ที่ ตอร์เรส แล้ว ถึงบัดนี้ทีมก�ำลังสร้างระบบกันใหม่ มีแนวโน้มว่า จะมาเล่นบอลบนพื้นมากขึ้นหากเลือกใช้ ตอร์เรส เป็น แกนหลักเนื่องจากดาวยิงสแปนิชรายนี้ถนัดการรับบอล ทะลุช่องกระชากไปยิง 1 – 1 กับผู้รักษาประตูมากกว่า ที่จะรอบอลโยนจากเพื่อนร่วมทีมแล้วไปชงเอง.. ตอร์เรส กับ ดร็อกบา จัดว่าเป็นกองหน้าที่ครบเครื่องทั้งคู่เลยนะ ครับ แต่วิธีการใช้งานแตกต่างกันก็เท่านั้น นับๆ ดูในทีมคนที่เล่นบอลบนพื้นๆ ดีๆ ก็มี ฆวน มาต้า, รามิเรส รวมถึง มาร์โก้ มาริน ที่ย้ายเข้ามาใหม่ เรียกว่าเริ่มเห็นทิศทางของทีมมากขึ้น

แต่กอ่ นทีจ่ ะพูดถึงตอนนัน้ .. เราคงต้องหา ผู้จัดการทีมที่ตายตัวให้ได้ก่อนล่ะครับ ไม่ งั้ น อนาคตของ ตอร์ เรส ก็ ค งครึ่ ง ๆ กลางๆ เหมือน ณ ปัจจุบันนี้..

Petr Boat

www.facebook.com/Petrboat BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 21


“หมูหยองสีน้ำ� เงิน”

16ปีแห่งความหลัง

“ความสุขจากลูกกลมๆ”

เด็กชายอายุ 10 ขวบ นั่งเฝ้า ดูแม่เย็บผ้า เขาหยิบนิตยาสารขึ้นมา อ่าน “โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ทำ�สถิติ ยิ ง ประตู เร็ ว ที่ สุ ด ช่ ว ยให้ เชลซี ค ว้ า แชมป์ เอฟ เอ คัพ มาครอง” เห้ย!! ใครว่ะ? เชลซีไหน? ไม่เห็นเคยรู้จัก? เป็นแชมป์เลยหรอ? ไหนๆก็ไม่มีทีม เชียร์ ทีมนี้แหละเพิ่งได้แชมป์ แล้ว เสื้อมันก็สีสวยดี ขึ้น ม.1 เจอเพื่อนใหม่ เฮ้ย!! เชียร์ฟุตบอลกันรึเปล่า? ทีมอะไร? “แมนยูฯ” “ลิเวอร์พลู ” “อา เซน่อล” เสียงส่วนใหญ่โผล่ขึ้นมา และจะมี อี ก เสี ย งส่ ว นน้ อ ยที่ จ ะพู ด ว่า“ลีดส์” “วิลล่า” “นิวคลาสเซิ่ล” เด็กชายนั่งเงียบ คิดในใจ “แล้วเชล ซีหล่ะไม่มีใครรู้จักหรอ?” จนเพื่อน หันมาถาม “เชียร์อะไรว่ะ?” “อ๋อ...เชลซี” ทุกคนนิ่งหลัง จากนัน้ เชลซีและเด็กชายก็กลายเป็น ตัวตลกให้เพือ่ นๆทีมใหญ่ๆเค้าล้อเล่น กันอยู่บ่อยๆ แต่มันก็ไม่ทำ�ให้ใจของ เขาเปลี่ยนไปจากเชลซีเลยแม้แต่นิด เดียว และถ้าหากวันไหนที่เชลซีชนะ ทีมที่พวกมันเชียร์ ก็ถึงคราวที่จะเอา คืนบ้างแล้ว ฮ่าๆ หรือหากปีไหนที่

เชลซีได้แชมป์มา เด็กชายก็จะดีใจ สุดๆ พร้อมทั้งตื่นไปโรงเรียนแต่เช้า เพื่อประกาศให้พวกมันรู้ว่าทีมเล็กๆ ของกูได้แชมป์โว้ย!!! เด็กชายเติบโตขึน้ เรือ่ ยๆ และ เชลซีของเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จากทีม กลางตาราง ลุ้นพื้นที่บอลยุโรป จน กระทัง่ เกาะกลุม่ ท็อบไฟท์ได้อย่างต่อ เนื่อง แต่ก็ยังโดนบรรดาเด็กผี และ ปืนข่มอยู่ ที่เห็นจะเงียบเสียงไปก็คือ บรรดาเด็กหงส์ทั้งหลายที่โดนเชลซี ทำ�ผลงานได้ดีกว่าในระยะหลังๆ และแล้วก็มีมหาเศรษฐีที่ชื่อ “โรมัน อับราฮิมโมวิช” เข้ามาเทคโอ เว่อร์ เชลซี และตามมาด้วยผูช้ ายทีช่ อื่ “โจเซ่ มูรินโญ่” …เชลซีกลายเป็นทีม ใหญ่ เป็นทีมเต็งทีล่ นุ้ แชมป์ เป็นทีมที่ ไม่มใี ครกล้ามองข้ามไปได้ แต่กย็ งั ถูก กระแนะกระแหน จากบรรดาเพือ่ นๆ ทัง้ หลายว่า “ใช้เงินซือ้ แชมป์” พร้อม กับการโตเป็นผูใ้ หญ่ของเด็กชายเข้าสู่ รั้วมหาวิทยาลัย คำ�ถามเดิมเมื่อเจอเพื่อนใหม่ ในรัว้ มหาวิทยาลัย “เชียร์ฟตุ บอลทีม อะไร?” คราวนี้เด็กหนุ่มมั่นใจและ ตอบแบบไม่ลังเลด้วยความภูมิใจว่า

22 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู

“สิงโตน้ำ�เงินคราม เชลซี” แต่ก็ยัง ไม่มีเสียงสนับสนุนว่ามีใครเชียร์ทีม เดียวกับเขาแม้แต่คนเดียว “ไม่เป็นไร เว้ย กูเชียร์คนเดียวมานานแล้ว 55” เขาคิดในใจ ช่วงเวลาปี 1 ที่อยู่หอใน ทุก คืนที่มีฟุตบอลพรีเมียรลีก และยูฟ่า แชมป์ลีกแข่ง ที่ห้องดูทีวี จะเต็มไป ด้วยบรรดาคอบอลนัง่ เฝ้าติดจอ ส่วน ใหญ่ไม่ “หงส์” ก็ “ผี” ที่จะยึดช่อง ไปดูด้วยจำ�นวนแฟนบอลที่มากกว่า และอาจจะมี “ปืน” เข้ามาบ้าง ถ้า จะได้ดู “สิงห์” เตะก็คงต้องรอนัดที่ ไม่ชนกับ 3 ทีมนั้นแหละ แต่ถ้าวันไห นที่เชลซีเป็นคู่แข่งของ 3 ทีมนี้หล่ะก็ ได้ดูแน่ๆ แถมเด็กหนุ่มยังได้นั่งหน้า จออีกต่างหาก เพราะดูเหมือนจะเป็น คนเดียวที่แสดงออกอย่างจริงจังว่า “กูแฟนพันธุแ์ ท้เชลซีเว้ย” สาเหตุทไี่ ด้ รับทีน่ งั่ พิเศษนีก้ เ็ ป็นเพราะว่าบรรดา แฟนบอลของ 3 ทีมนั้น รอจะซ้ำ� เติม หรือพูดจาทับถมตลอดเกมการ แข่งขันด้วยกองเชียร์ที่มากกว่าจาก เพื่อนรักคอบอลทั้งหลายในหอ ชนะ บ้าง แพ้บา้ ง เสมอบ้าง มันเป็นรสชาติ ของฟุตบอลที่ไม่น่าเบื่อนะ เราชนะ


“หมูหยองสีน้ำ� เงิน”

“ดูเหมือนผมจะเป็ นคนเดียวทีแ่ สดงออก อย่างจริงจังว่า“กูแฟนพันธ์ แท้เชลซีเว้ยยย” ก็เกทับเพื่อน เพื่อนชนะก็เกทับเรา เป็นอะไรที่มีความสุขที่ได้จากการดู ฟุตบอล ทุกวันนี้เด็กหนุ่มได้โตเป็นผู้ใหญ่ เชล ซีก็เป็นทีมใหญ่ แม้จะไม่ได้เจอเพื่อน คอบอลเยอะเท่าเมื่อก่อน แต่ก็ยังมี เพือ่ นๆ เก่าทีโ่ ทรมา หรือโพสต์ลงเฟส บุค๊ คุยเรือ่ งฟุตบอลมากมาย และสิง่ ที่ ไม่เคยขาดหายไปเลยคือการพูดเกทับ กันของเพือ่ นทีเ่ ชียร์ตา่ งสโมสรกัน ตัง้ วันแรกจนถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาลนี้ ซึ่งเขาได้ประกาศตัวเองว่า “จะปิด เฟสบุ๊ค อย่างน้อย 1 เดือนหากเชลซี ของเขาไม่ได้แชมป์ยูฟ่าฯ” และตาม มาด้วยคอมเม้นมากมาย อาทิเช่น

(บน) จอห์น เทอร์รี่ ประกาศศักดิ์ดาให้คนทั่วโลกได้รับรู้ “โห!!จะติดต่อกันยังไงหล่ะทีเนี้ย” “เฮ้ย!!เปลี่ยนใจยังทันนะ” “สงสัย จะไม่ได้คุยกันเป็นเดือน” และอีก มากมาย จนกระทั่ ง ทั น ที ที่ มุ ล เล่ อ ร์ โหม่งผ่านมือ ปีเตอร์เช็ค และมุลเล่อ ร์ ยังดีใจไม่ทันเสร็จ เสียงโทรศัพท์ ก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงเพื่อน “ฮ่าๆ เสียใจด้วยนะเพื่อน” สายที่ 2 เข้ามา “เตรียมตัวปิดเฟสบุค๊ ได้แล้วนะครับ” แต่ก็ยังมีเสียงให้กำ�ลังใจ “เดี๋ยวเชลซี ก็มาพี่ ถ้าไม่มาก็ปีหน้าก็ได้พี่” ไม่ว่า เพือ่ นจะว่ายังไงก็ไม่เคยโกรธ เขากลับ ยิ้มด้วยซ้ำ�ไป และนี่แหละคือเสน่ห์ ของฟุตบอล นอกจากจะสนุกแล้วยัง ทำ�ให้ได้เพื่อนเพิ่มอีกมากมาย

แล้ว ดร็อกบา ก็โหม่งตีเสมอ จนได้ และได้แชมป์ในที่สุด เขาได้ สลัดคราบผู้ใหญ่ทิ้ง แล้วกระโดดวิ่ง ดีใจเหมือนเด็ก 10 ขวบเมื่อ 16 ปี ที่แล้ว ทุกวันนี้ แทบจะทุกครั้งที่ เขาเห็นเด็กน้อยใส่เสื้อเชลซีที่ไหนก็ ท�ำให้เขาอมยิ้ม และคิดถึงตัวเองใน สมัยเด็กๆ พร้อมทั้งคิดในใจว่า “แล้ว เอ็งจะภูมิใจไอ้นู๋ ที่ได้ใส่เสื้อทีมนี้ สิงโตน�้ำเงินคราม เชลซี”

หมูหยอง

www.facebook.com/ mooyongzerr

BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 23


สิงห์บูรพา คอลัมน์

ใครจะมาแทน.. “ไอ้แมลงสาบ”? หลังจากฤดูกาล 2011-2012 ผ่านไป โดยทีมสิงโตน้ำ�เงินครามแห่งกรุงลอนดอนประสบความสำ�เร็จเกินความคาด หมายเป็นดับเบิ้ลแชมป์ โดยได้รับรางวัลเอฟเอคัพจากการเอาชนะทีมลิเวอร์พูล 2-1และรางวัลถ้วยใหญ่ยูฟ่าแชมป์เปี้ยน ลีคจากการเอาชนะทีมบาเยิร์นมิวนิคทั้งที่เล่นในบ้านของทีมบาเยิร์นมิวนิคเอง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผลงานของ โรแบร์โต้ ดิ มัตติโอ้ โค้ชชาวอิตาลีซึ่งเป็นผลงานชิ้วโบว์แดงชนิดที่ว่าโค้ชที่ประสบความสำ�เร็จมากที่สุดของเชลซีอย่าง มูรินโญ่ ไม่ อาจทำ�ได้ หลังจากประสบความสำ�เร็จอย่างที่กล่าวมาในข้างต้น แต่ทีมเชลซีไม่อาจรั้งกองหน้าตำ�นานอย่าง ดิดิเยร์ ดร็ อกบา ไว้ได้เนื่องจากไม่พอใจข้อเสนอสัญญา1ปีที่สโมสรยื่นให้ ทีนี้เรามาดูกันว่าใครกันที่จะมาจับคู่ล่าตาข่ายกันในถิ่น สแตมฟอร์ดบริดจ์ คู่กับเฟอนันโด ตอเรสในฤดูกาลหน้า 1.จิวานิลโด้ วิเอร่า เด ซัวซ่า ฮัลค์ (Brazil) ดาวย���งคนนี้มีทีเด็ดที่ความแข็งแกร่งของร่างกายและความเร็ว และพลังในการ ยิงสูงมาก และสามารถเล่นกองหน้าทั้งฝั่งซ้าย ขวาและตัวเป้านับว่าเป็นดาวยิวที่ครบ เครื่องคนนึงเลยทีเดียวถ้าเขาคนนี้ย้ายมาเชลซีน่าจะสร้างประโยชน์ได้อย่างมากแน่นอน โดยมีสถิติเล่นให้ปอร์โต้ 96นัด ยิงไป 52 ลูกนับว่าไม่ธรรมดาส�ำหรับผู้เล่นกองหน้า คะแนน : ครบเครื่องมากตัวนี้เอาไปเลย 8/10 โอกาสในการเซ็นสัญญา : ฮัลค์มีความสนใจที่จะย้ายมาร่วมทีมเชลซีไม่น้อยเลยทีเดียว อยู่ที่ว่าเชลซ๊จะกล้าทุ่มเงินตามที่ปอร์โต้ตั้งค่าตัวไว้รึเปล่า โอกาส70% 2.ราดาเมล ฟัลเกา(Colombia) ดาวยิงผู้เคยเป็นคู่หูกับฮัลค์สมัยที่ทั้งคู่เล่นให้กับ ปอร์โต้ นักเตะคน นี้มีส่วนสำ�คัญอย่างมากในการพาแอตเลติโก มาดริดคว้าแชมป์ยูโรป้าลีคใน ฤดูกาลทีผ่ า่ นมาโดยฟัลเกาเล่นในตำ�แหน่งหน้าเป้าและนับว่าเป็นกองหน้าที่ มีประสิทธิภาพในการเข้าทำ�ประตูมากที่สุดในขณะนี้คนนึงเลยทีเดียวโดยมี ทีเด็ดที่การชาร์จหน้าประตู โดยมีสถิติลงเล่นให้แอตเลติโกมาดริด 50 นัด ยิงไป36ประตู คะแนน: กองหน้าโหดๆ อย่างนี้เอาไปเลย 9/10 โอกาสในการเซ็นสัญญา : แอตเลติโกมาดริด คงไม่ปล่อยตัวดาว ยิงตัวหลักของทีมง่ายๆคาดว่าถ้าหากเชลซีไม่ทุ่มเงินจริงจังคงไม่มีทางได้ตัวมาแน่ๆ แต่ก็ไม่แน่เพราะปีหน้าแอตเลติโก มาดริดไม่ได้ไปเล่นในถ้วยยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีค โอกาส 50%

24 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู


สิงห์บูรพา คอลัมน์ 3.เอดิสัน คาวานี่(Uruguay) เนื่องจากในปีหน้าทีมนาโปลีไม่ได้โควตาไปเล่นในรายการยู ฟ่า แชมป์เปี้ยนลีคจึงมีโอกาสไม่น้อยที่ดาวยิงตัวหลักอย่าง คาวานี่จะ ย้ายออกจากทีม คาวานี่เป็นดาวยิงที่มีความแข็งแกร่งในการเข้าปะทะ และลูกโหม่ง และเด่นเรื่องการเข้าชาร์จหน้าประตู นับว่านี่ก็เป็นดาว ยิงที่มีความครบเครื่องมากคนนึงในยุโรปในตอนนี้เลยทีเดียว โดยมี สถิติ68นัดยิงไป49ประตู คะแนน : กองหน้าผู้นี้มีความครบเครื่องเป็นอย่างมากรับคะแนนไป เลย 8.5/10 โอกาสในการเซ็นสัญญา : มีโอกาสไม่น้อยเลยทีเดียวเนื่องจากดาว ยิงชั้นยอดย่อมอยากเล่นในรายการแชมป์เปี้ยนลีค ถ้าเชลซีสนใจอย่าง จริงจังปีหน้าอาจจะได้เห็คาวานี่สวมชุดสิงโตน�้ำเงินครามในฤดูกาลก็ เป็นไปได้ โอกาส 75% 4.อังเดร์ ชูร์เล่ (Germany) กองหน้าดาวรุ่งหน้าเกินอายุจากสโมสรห้างขายยา ไบเออร์ เลเวอร์คู่เซ่น มีความ คมในการยิงและมีความคล่องแคล่วสูงมากสามารถเล่นในต�ำแหน่งหน้าต�่ำและปีกสิถิติ ลงเล่นให้ไบเออร์เลเวอร์คู่เซ่นไป 30 นัดยิงไป 6ประตู คะแนน : 6/10 โอกาสในการย้ายร่วมทีมเชลซี : 40 % 5. เนย์มาร์ (Brazil) ดาวยิงพรสวรรค์สูงจากซานโตส ถ้าเชลซีต้องการดาวยิงเนื้อหอมคนนี้คงต้องทุ่ม เงินแข่งกับ ทีมบาเซโลน่าและเรอัลมาดริดไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะเป็นผู้เล่นที่มีความ พิเศษเป็นอย่างมากโดยเนย์มาร์ถูกยกย่องโดยเปเล่ว่าเป็นนักเตะที่เก่งเหนือกว่าเมสซี่ เลยด้วยซ�้ำ(มั่วประจ�ำเลยท่านเปเล่)โดยลงเล่นให้ซานโตสไป 85 นัดยิงไป 40 ประตู คะแนน : 9/10 โอกาสในการย้ายร่วมทีมเชลซี : 20 % 6. กอนซาโล่ อิกวาอิน (Argentina) ดาวยิงจากสโมสรเรอัลมาดริดเป็นข่าวกับสโมสรเชลซีมาช่วงนึงแต่คงเป็นเรื่องไม่ ง่ายที่เชลซีจะได้ตัวเนื่องจากมูรินโญ่คงอยากจะเก็บดาวยิงคนนี้ไว้สลับกันลงเล่นกับคา ริม เบนเซม่าแต่เจ้าตัวคงไม่พอใจในสถาณการณ์ปัจจุบันมากนักเพราะหลายครั้งที่มูริน โญ่เลือกคาริม เบนเซม่าเป็นตัวจริงแต่กลับดร็อบอิกวาอินเป็นเพียงตัวส�ำรอง สถิติลง เล่นให้กับเรอัลมาดริดไป 220 นัดยิงไป103 ประตู คะแนน : 9/10 Column by Lormakk โอกาสในการย้ายร่วมทีมเชลซี : 20 %

Facebook : นันทิภาคย์ จ�ำเริญ BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 25


At The Bridge กับ Banky ปี 1

เมือ่ สิงห์บลู..

ยกเครื่องใหม่ !

สุ ด ท้ า ยก็ จ บลงอย่ า งแฮปปี้ เอนดิ้งนะครับ สำ�หรับจ้าวยุโรปหน้า ใหม่ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ สโมสร เชลซี ฟุตบอลคลับ หลังจาก พยายามมาหลายปีก็ประสบความ สำ�เร็จอย่างยิ่งใหญ่สำ�หรับเชลซี ใคร จะคาดคิดว่า เชลซีจะได้ดับเบิ้ลคัพ ทั้ง FA Cup และ UCL จากฟอร์มตกต่ำ�ในยุคของ อัง เดร วิลลาส โบอาส เปลีย่ นมาเป็นเชล ซีคนใหม่ไฉไลกว่าเดิม ในยุคของ โร เบิร์ตโต ดิมัตเตโอ ในการเล่นเกมรุก แบบรัดกุมกับทีมเล็ก และ โครตอด ทนกับทีมใหญ่ในการเล่นรับแล้วโต้ จากกุมหัวด้วยความสิ้นหวัง ในนัดพ่ายนาโปลี 3-1 ที่ซานเปาโล จนถึงวินาทีนำ�้ ตาเอ่อล้นทะลุเบ้าตา โห่ร้องตะโกนด้วยความดีใจ ที่มิวนิค ทุกเหตุการณ์ ทุกประตู ทุกความ ทรงจำ� จะจดจำ�ฝังลึกลงไปในหัวใจ ของสายเลือดน้ำ�เงินทุกคน ต่อจากนี้ อนาคตของเชลซีจะเป็นอย่างไรลอง มาวิเคราะห์กันครับ คนเราเกิ ด

โลกอย่าง ดิดเิ ย่ร์ ดร็อก ทีป่ ระกาศอำ� ลาเชลซีทีมรักที่อยู่กินกันมานานกว่า 8 ปี หลังจากประสบความสำ�เร็จทุก ถ้วย จึงประกาศอำ�ลาทีม จากไปแบบ ตำ�นาน ทิ้งไว้แต่ความทรงจำ� ส่วนนักเตะที่ขึ้นเลขสามแล้ว ก็จะมี จอห์น เทอร์รี่ , แฟรงค์ แลม พาร์ด , แอชลี่ย์ โคล ด้านแผงหลัง เซนเตอร์ที่มี จอห์น เทอร์รี่ , แกรี่ เคฮิล , บรานิฟสลาฟ อิวาโนวิช , ดาวิด หลุย 4 คนหมุนเวียนกันเล่น ได้ ส บายๆ ไม่ ต้ อ งซื้ อ เพิ่ ม แน่ น อน ตำ�แหน่งเซนเตอร์ไม่ค่อยจะมีปัญหา มากนักเมื่ออายุมากขึ้น แค่ความเร็ว ลดลง แต่ ประสบการณ์ก็มากขึ้น ด้านแบ็คซ้ายระดับโลกอย่าง แอชลี่ ย์ โคล ก็ มี รุ่ น น้ อ งที่ ถู ก ดั น ขึ้ น มาอย่ า ง ไรอั้ น เบอร์ ท รานด์ ยั ง ค ง ต้ อ ง เ ก็ บ ป ร ะ ส บ ก า ร ณ นี้์ ผมคิดว่า ยังไม่ดีพอที่จะทดแทนได้ เต็มร้อยแน่นอน ดีกรียังห่างชั้นเยอะ เกินไป ผมคิดว่า ถ้าจะยืน่ ซือ้ อิกวาอิน มาทดแทน ดร็อกบา ผมว่าลองยืน่ ซือ้ ฟาบิโอ โคเอนเทรา ดูสิ ผมชอบนะ เป็นนักเตะที่เกมรุกและรับสมดุลดี

แก่ เจ็บ ตายครับ เวลาผ่านไป อายุ ก็มากขึ้น ก็ต้องทำ�ใจกัน สำ�หรับ กรณีคนล่าสุดของศูนย์หน้าระดับ มี ร ะ เ บี ย บ วิ นั ย ใ น ก า ร เ ล่ น 26 บาBLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู

อายุยังน้อย พัฒนาได้อีก ผ่านเกมส์ ระดับสำ�คัญมายังไม่เยอะก็จริง แต่ ถือว่าดีกรีพอตัวแน่นอน ด้านแบ็คขวา โบซิงวา ที่จะ หมดสัญญาเชลซีคงไม่ต่อสัญญาแน่ เปาโล แฟไรร่า คงไปแน่นอน คิดว่า คงจะเหลือ บรานิฟสลาฟ อิวาโนวิช และ ดาวรุ่งอย่าง แซม ฮัชชินสัน ดูๆ แล้วแซม ฮัชชินสันยังห่างชัน้ เกินไปที่ จะลงเล่นในเกมยุโรป จากข่าวทีส่ นใจ วาน เดอ วีล ก็เป็นตัวเลือกทีน่ า่ สนใจ ไม่น้อย แฟรงค์ แลมพาร์ ด เป็ น มิดฟิลด์ที่สมดุลทั้งรับและรุก มีจุด เด่นที่การหาพื้นที่ว่างบริเวณกรอบ เขตโทษ และการยิงไกล เวลาทีมจะ เล่น เกมรับ ก็สามารถลงมายืนคู่กับ มิ ด ฟิ ล ด์ ตั ว รั บ ได้ อ ย่ า งไม่ เ คอะเขิ น แต่ถ้าพูดเรื่องการทำ�ประตูที่สูงเฉลี่ย 20 ประตูต่อฤดูกาล ก็ยากมากที่จะ หาใครมาทดแทนได้ ไม่ว่าจะเป็น มา เร็ค แฮมซิก หรือ ลูก้า โมดริช ก็ตาม แดนกลางในตอนนีม้ ี แฟรงค์

แลมพาร์ด , รามิเรส , มาต้า , จอห์น โอบิ มิเกล , ไมเคิล เอสเซียง , รา อูล เมย์เรเรส และยังมีดาวรุ่งอย่าง


At The Bridge กับ Banky ปี 1 ออริโอล โรเมอู , จอสช์ แม็คเอแคร่น , เควิน เดอ บรุย์น ที่พึ่งย้ายมาอีก ใน ความคิดผม อาจจะซื้อตัวแทนของ แลมพาร์ด หรือ ยังไม่ซื้อก็ได้ ต้อง หวังให้รุ่นพี่เทรนรุ่นน้อง เพื่อที่จะ สามารถทดแทนกันได้ระหว่างตัวจริง และ ตัวสำ�รอง โดยความสามารถไม่ ห่างกันมา���เกินไป ส่ ว นด้ า นหน้ า ดร็ อ กบา ก็ โบกมือลาไปแล้ว ก็จะเหลือแค่ เฟอร์ นานโด ตอเรส , แดเนี่ยล สเตอร์ ริด ส่วน โซลามอง กาลู และ มาลูด้า ผมว่ารายแรกน่าจะไม่ตอ่ สัญญา ส่วน มาลูด้า น่าจะถูกปล่อยออกไป ใน ความคิดผมนั้น ศูนย์หน้าต้องซื้อมา แทน ดร็อกบา อย่างแน่นอน1คน เอาไว้ โรเตชั่น กับ ตอเรสด้วย จะ เป็น กอนซาโล่ อิกวาอิน หรือ เอ ดินสัน คาวานี่ ก็ได้ และการได้ปีก พรสวรรค์อย่าง มาร์โก มาริน มา เสริมก็เป็นก้าวแรกที่สำ�คัญ ของเชล ซียคุ ใหม่เลยทีเดียว “ แต่สดุ ท้ายแล้ว การจะซื้อนักเตะสักคน ก็อยู่ที่โค้ช ว่านักเตะคนนั้นเข้ากับแผนของโค้ช หรือเปล่า และเป็นคนที่เขาต้องการ หรือเปล่า ”

และสุดท้ายหัวเรือใหญ่อย่าง ผู้ จั ด การที ม ก็ ยั ง เป็ น เครื่ อ งหมาย คำ�ถามว่า จะเป็นใคร จากในข่าว เสีย่ หมีให้สัญญากับ ดิมัตเตโอ แค่ 1 ปี เท่านั้น ถ้าเขาไม่ซีเรียสคิดมากก็อาจ จะตกลงรับคุมทีมไป แต่ถ้าพูดถึงให้ เรือ่ งศักดิศ์ รีแล้วละก็ คงเป็นการดูถกู ทัง้ ๆทีเ่ ขาพาทีมได้แชมป์ยฟู า่ ครัง้ แรก ของสโมสร แต่ ผ มคิ ด ว่ า จริ ง ๆแล้ ว ผู้ จัดการทีมในดวงใจของเสี่ยหมี นั้น คือ เป๊ป กวาดิโอล่า นั้นเอง เขาอยาก เห็น “ เชลซีเล่นเกมรุก แบบ Sexy Football อยากเห็นเกมรุกแบบบา เซโลน่า ในเครื่องแบบสีน้ำ�เงินตัวนี้ ” ผมคิดว่า ถ้าเชลซีจะเล่นเกม รุก เล่นได้แน่นอน เพราะดูจากนักเตะ ทีเ่ ริม่ เปลีย่ นยุค เป็นนักเตะทีค่ ล่องตัว และ ตัวเล็กมากขึ้น ไม่ได้หมายความ ว่าคนตัวเล็กเล่นบอลเก่งกว่า เพียง แต่มีความ คล่องตัว ความว่องไวใน การหมุนตัว และเล่นบอลกับพื้นได้ดี กว่าคนตัวสูงนั้นเอง แต่การเล่นเกม รุกคงไม่ได้ต่อบอล ทำ�ชิ่ง ครองบอล ได้เนียนและบุกฝ่ายเดียวแบบ บาซ่า หรอก เพราะว่า นักเตะเราซือ้ มาแล้ว มาเล่นด้วยกัน ส่วนนักเตะของเขาปัน้ มาเล่นด้วยกันมาตัง้ แต่เด็กๆ เล่นด้วย กันมาหลายปี จนเข้าใจกัน มองตา แล้ว รู้ใจเลยทีเดียว สุดท้ายความฝันของเสี่ยหมี จะเป็นจริงหรือไม่ ใครจะเป็นโค้ชคน ต่อไปของสิงห์ไฮโซตัวนี้ และ อนาคต จะเป็ น เช่ น ไร ไม่ มี ใ ครรู้ ล่ ว งหน้ า แน่นอน สิ่งที่ผมจะทำ�ได้ในวันนี้คือ การเชียร์ ส่งแรงใจ และ สนับสนุน

สโมสรของตัวเอง นักเตะทุกๆคน ที่ เคยสวมใส่เสื้อน้ำ�เงินตัวนี้ ทำ�เพื่อ ที ม ๆนี้ แม้ ว่ า จะย้ า ยที ม ไป หรื อ แขวนสตั๊ดไปแล้ว แต่ทุกๆความทรง จำ�จะอยู่ในใจของพวกเรา ผมจะเก็บความทรงจำ�ทุกๆปี และทีพ่ เิ ศษ คือปีนี้ ปีทมี่ นั สุดแสนจะ คลาสสิก ผมจะเก็บไว้ในใจผม ถ้าผม มีลูก ผมจะเล่าให้เขาฟัง ว่าทีมเรา เคยมี ศู น ย์ ห น้ า ที่ ดี ที่ สุ ด ใน โลก ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา มีกัปตันยอด ผู้น�ำ จอห์น เทอร์รี่ มีสุดยอดมิดฟิล์ด แฟรงค์ แลมพาร์ด สุดยอดผู้รักษา ประตูอย่าง เพตเตอร์ เช็ค และอีก หลายๆคน ผมจะเล่าให้เขาฟังให้รู้ว่า น�้ำตาแห่งความดีใจ ที่ไหลรินออก มาจากใจผมนั้น ผมรักเชลซีมากแค่ ไหน.. “ เลือดผมเป็นสีน�้ำเงิน แต่ ที่เข้มกว่าคือเลือดน�้ำเงินในหัวใจ ของผม - ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ”

John Banky www.facebook.com/BankViper

BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 27


Thirteen Column

หลังจากตามข่าว เอแด็น อาซาร์ มาหลายวัน ล่าสุดก็ อย่างที่รู้กัน คือ ย้ายมาเชลซีแล้ว เย้ๆ (อีกสักรอบ) ตอนแรกที่ปล่อยให้สองทีมจากแมนเชสเตอร์เขาไฟต์แย่ง ลายเซ็นต์กัน ก็เพราะสิงห์เรายังไม่รู้ว่าฤดูกาลหน้าจะได้ไป แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือเปล่า แต่พอได้ไป (ในฐานะแชมป์ อิอิ) เชลซีก็ยื่นข้อเสนอไปทันที ผลก็คือ อาซาร์ยอมรับว่าข้อเสนอ จากทีมแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2012 ท�ำให้ลังเล ซึ่งตอน นี้ก็รู้แล้วว่าท�ำให้เปลี่ยนใจกันเลยทีเดียว อ่านบทสัมภาษณ์ที่อาซาร์พูดถึงเชลซี แล้ว แว่บแรก คิด (แบบเข้าข้างตัวเอง) เลยว่า อาซาร์เปลี่ยนใจแล้วล่ะ ไม่ งั้นก็เซ็นต์กับแมนยูไปแล้ว ช่วงที่กระแสไปแมนยูแรงๆ (หลัง เกมลีกเอิงนัดสุดท้ายนั่นน่ะ) คิดว่าคงจริงแหละ แต่เราก็ยื่น ข้อไปแบบไทม์มิ่งดีมากๆ –คือเขาก�ำลังจะตกลงกันแล้ว เราก็ ปรี่เข้าไปเสนอหน้า ฮ่าๆๆ เชลซีไม่ท�ำให้ผิดหวังจริงๆ ที่ “ท�ำอะไรสักอย่าง” ใน ดีลอาซาร์ นักเตะพรสวรรค์อีกคนของวงการ ถ้าตอนนี้เรื่อง เป็นว่า อาซาร์เลือกไปแมนยู หรือแมนซิ เราก็ไม่รู้สึกติดค้าง อะไร เพราะสุดท้ายก็รู้กันอยู่แล้วว่า ค�ำตอบจากใจส�ำคัญ ที่สุด สิ่งที่ท�ำให้ชื่นใจก็คือ ถ้าพูดเรื่องการพัฒนา เชลซีไม่เคย เฉื่อยเนือย สโมสรต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทีมเสมอ แม้ จะใช้วิธีลัด คือซื้อนักเตะเก่งๆ เข้ามาแทบทั้งทีม ท�ำให้โดน ค่อนขอดในช่วงแรกๆ (ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่...บ้าง) ก็เข้าใจได้ ว่าเป็นวิธีที่เหมาะสมในช่วงนั้นๆ ซึ่งช่วงหลังๆ เชลซีก็หันมา สนใจนักเตะดาวรุ่งมากขึ้น คิดว่าปรัชญาการท�ำทีมแบบนี้ ต้องอยู่ในใจเสี่ยหมีและคนในสโมสรอยู่แล้ว แต่ความยากง่าย-ท�ำได้จริง มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เอาเป็นว่าคิดรวมๆ ไปก็แล้วกันว่า นี่คือ “สไตล์ส่วนตัว” ของเชลซียุคเสี่ยหมี (เราคนหนึ่งละที่หลงรักและเข้าใจเสมอ) กลับมาที่อาซาร์ ไม่แปลกที่เชลซีอยากได้มาก แม้ ค่าตัวไม่ใช่ถูกๆ เพราะทีมต้องการคนเก่งเสมอและยิ่งนักเตะ

28 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู

“I’m signing for champion’s league winner.” แกนหลักเริ่มโรยรา บางคนก็ย้ายออกไป ส่วนซื้อมาแล้วจะ ประสบความสำ�เร็จ, ช่วยยกระดับการเล่นของเชลซีได้หรือ เปล่า เป็นเรื่องที่ต้องเสี่ยงอยู่แล้ว รวมทั้งตัวอาซาร์เองด้วย ยิง่ ถ้ากลับไปดูเกมรุกในฤดูกาลทีแ่ ล้ว ก็ยกมือสนับสนุน ให้ซื้อแน่นอน แม้จะมี มาต้า, มาริน หรือ เปียซอน บวกเอาใจ ช่วย เดอ บรุยน์ กับ ดาวีล่า อีกก็ตาม แต่ด้วยความที่อยากให้ ทีมแข็งแกร่ง ในรายชือ่ นักเตะเกมรุก จึงอยากเพิม่ อาซาร์เข้าไป อีกสักคน เกินดีกว่าขาด ไม่อยากให้ความรู้สึกหมดหวังยาม เกมมันตื้อๆ กลับมาหลอกหลอนอีกในฤดูกาลหน้า อีกอย่าง ฤดูกาลหน้าเราต้องทั้งล้มแชมป์ (พรีเมียร์ลีก) และป้องกัน แชมป์ (เอฟเอ คัพ, แชมเปี้ยนส์ ลีก) มันต้องมีอาวุธครบมือ หน่อย เพราะฉะนัน้ การทีเ่ ชลซีมอี าซาร์นยี่ งิ่ กว่าลงตัวเสียอีก คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณแล้ว เพราะเห็นหน้าก็รู้สึกเลยว่า หมอนี่อันตราย แม้จะหมั่นไส้ในความเรื่องมาก ฮ่าๆๆ จริงๆ นักเตะมีความมั่นใจในตัวเองก็ดีอยู่แล้ว ยังคิดว่าที่เขามาบอก ว่าเลือกสโมสรไหนทางทวิตเตอร์เนี่ย ก็เป็นเรื่องของการใส่ใจ แฟนๆ นะ แม้จะยึกยักๆ มากไปหน่อยก็เถอะ (แน่นอนว่าไม่รู้ นิสยั แท้จริงของเขาหรอก สรุปตามหน้าเสือ่ แบบ ไม่คดิ มากน่ะ) พูดถึงเรื่องความมั่นใจ ก็รู้สึกสงสาร สเตอร์ริดจ์ ขึ้นมา ถูกวิพากษ์วจิ ารณ์จนต้องปรับเปลีย่ นการเล่น ช่วงท้ายฤดูกาล ดูเล่นแบบหมดความมั่นใจ คิดว่าสเตอร์ริดจ์เหมาะกับสไตล์ การเล่นแบบนั้น (โชว์เดี่ยวมากน้อย ส่งน้อยหน่อย) มากกว่า หรือเปล่า สุดท้าย สรุปแบบรวบรัดเลยก็แล้วกันว่า ในเมื่อ เชลซีมีคาแรคเตอร์ของทีมที่ต้องการประสบความสำ�เร็จ สูงสุดเสมอ และเสี่ยหมีก็ทำ�ให้ทีมมีศักยภาพพอที่จะหวัง (และทำ�ให้เป็นจริง) เช่นนั้นได้ ช่วงเวลาที่เหลือก่อนตลาด ซื้อขายนักเตะปิด อยากได้ใครก็ได้ลุ้นกันยาวๆ อิอิ ปล. ช่วงที่เขียนคอลัมน์ เชลซีมีข่าวสนใจ ธีโอ วัล คอตต์ ซึ่งข่าวเชลซีตามติดมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษของอาร์ เซน่อลคนนี้ เคยมีมาก่อนหน้าแล้ว ถ้าเล���อกได้ เก็บสเตอร์ ริดจ์ไว้ดีกว่า เทคนิคดีไม่แพ้ใคร อายุก็ยังน้อย

Thirteen www.facebook.com/yuikc13


กระบอกเสียง “สิงห์บลู”

“50 ล้ านปอนด์ นะเหรอ ?

ยิงบาร์ซ่า ลูกเดียวก็ค้ ุมแล้ วโว้ยยย”

ชาวสิงห์บลูปิดท้ายฤดูกาลอย่างชื่นมื่นด้วยการ คว้า แชมป์เอฟเอคัพก่อนที่จะตามด้วยแชมป์ยูฟ่าครั้ง แรกในประวัติศาสตร์สโมสร ผู้คนต่างสรรเสริญกองหน้า ร่างบึกบึนอย่าง ดิดิเยร์ ดร็อกบา ผมเองก็เช่นกันถ้าไม่มี ดร็อกบา เราคงไม่คว้าถ้วยใบใหญ่ของโลกใบนี้แน่นอน แต่หลายกระแสกลับต่อว่า ตอร์เรส อย่างน่ารังเกียจ ว่าเค้าแทบจะไม่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างประวัติศาสตร์ ครั้งนี้เลย ต้องยอมรับกันตรงๆเลยว่าฟอร์มของหัวหอก แดนกระทิงดุไม่ได้ร้อนแรง อย่างที่ใครหลายๆคนในที่นี้ หวังไว้ทั้ง 33 นัด ตอร์เรส ไม่ได้มีลูกยิงสวยๆเป็นกอบเป็น ก�ำอย่างที่เคยสร้างไว้กับ หงส์แดง แต่ทว่าดาวยิงวัย 28 ปีรายนี้ ได้สร้างสิ่งต่างๆไว้ มากมายในฤดูกาลนี้ ถ้ามองตัวเลข 11 ประตูนั้น อาจ จะดูน้อยมากส�ำหรับกองหน้าระดับแชมป์โลกอย่างเขา แต่ในช่วงต้นฤดูกาลในหลายๆต�ำแหน่งของ เชลซี ไม่ใช่ เฉพาะ ตอเรส ยังรวมถึง ดร็อกบา แลมพาร์ด เพตเตอร์ เช็ก ก็ฟอร์มหลุดไปอยู่เหมือนกัน ยิ่งท�ำให้การเล่นของ ตอร์เรส ยากขึ้นไปอีก จนท�ำให้หลายๆคนพูดว่า ตอเรส กองหน้าล�ำดับต้นๆของโลกก�ำลังจะเอาชื่อมาทิ้งไว้ที่นี้ แต่ถ้าท่านได้ตามดูเค้าทั้งฤดูกาลจริงๆ จะรู้เลย ว่าฟอร์มของเค้าไม่ได้ถือว่าน่าเกลียดเลย ที่โดดเด่น ส่วนมากจะเป็นการจ่ายสวยๆไม่ว่าจะเป็นการโยนบอล และลูกครอสเลียดหลายๆลูก ฤดูกาลนี้ความเร็วความ คล่องแคล่วของ ตอร์เรส เริ่มกลับมา แต่ที่เป็นปัญหาอาจ จะเพราะบางครั้งเพื่อนร่วมทีมไม่ค่อยจ่ายบอลให้เค้าใน หลายๆจังหวะ ทั้งที่ควรจ่ายทั้ง มาลูด้า สเตอร์ริดจ์ หรือ กาลู ก็เลือกที่จะยิงเองเสียมากกว่า และถ้าสังเกตดีๆส่วนมากที่ ตอเรส ลงเป็นตัวจริง จะต้องลงพร้อมกับนักเตะเหล่านี้ด้วย และอีกอย่างหนึ่ง

ก็คือแทคติคของทีมเอง จะเห็นได้ชัดเจนว่าไม่ว่าจะเป็น ดร็อกบา หรือ ตอร์เรส บอลมักจะมาไม่ถึงกองหน้าอย่าง พวกเค้าจึงท�ำให้หลายๆครั้งที่ต้องลงไปล้วงบอลต�่ำเอง จึงไม่แปลกนักที่ ตอร์เรส ไม่ได้ผลิตสกอร์ได้อย่างที่ทุก คนหวังไว้ และในพักหลังๆ ตอร์เรส เริ่มที่จะพยายามเล่น ด้านข้างเป็นปีกเสียเองสะด้วยซ�้ำ เห็นได้ชัดเจนว่า ตอร์เรส ไม่ได้มัวแต่คิดจะท�ำ ประตูเพื่อกอบกู้ชื่อเสียง แต่กลับพยายามน�ำมาซึ่ง ชัยชนะมาสู่ทีมสะมากกว่า และถ้าในนัดสุดท้าย ดิมัตติโอ้ ไม่เปลี่ยนยอมเปลี่ยน ตอร์เรส ลงมาแทน กาลู จนท�ำให้ ได้ลูกเตะมุมซึ่งท�ำให้ ดร็อกบ้า มีโอกาศโขกบอลเข้าไปตุง ตาข่าย เชลซีคงไม่ได้คว้าถ้วยใบนี้แน่ๆ และนั่นแหละคือ สิ่งที่ผมอยากเห็นจาก ตอร์เรส สุ ด ท้ า ยหลายๆท่ า นอาจจะคิ ด ว่ า ผมเข้ า ข้ า ง ตอร์เรส มากไปหรือเปล่า? แน่นอนหละครับผมเข้าข้าง ตอร์เรส ก็ผมแฟน เชลซี นิหน่า ก็คงไม่แปลกใช่ไหมครับ ที่จะเข้าข้างนักเตะในสโมสร พวกเราเองก็รู็ดีว่าฟอร์ม ของเ ชลซี ปีนี้ไม่ได้ร้อนแรงนัก หลายแมตซ์ที่ผ่านมาก็มี โชคช่วยอยู่บ้างกว่าจะมาถึงขั้นนี้ ฤดูกาลหน้ายังมีอะไรที่ ต้องปรับปรุงอีกส�ำหรับทีมแห่งลอนดอนทีมนี้ และในฤดูกาลหน้าการจากไปของ ดร็อกบา ยิ่ง ท�ำให้เราต้องคาดหวังใน ตอร์เรส มากกว่าฤดูกาลนี้เสีย อีก แต่ทั้งนักเตะระดับต�ำนานของสโมสรอย่าง ดิดิเยร์ ดร็ อกบา ยังพูดเลยว่า ตอร์เรส เป็นอนาคตของถ�้ำสิงห์ถ�้ำนี้ และ ไม่กี่วันที่ผ่านมาโค้ช ระดับ เดล บอสเก้ ก็เลือกที่จะ หนีบ ตอเรส ไปเล่นยูโรด้วย ผมยังเชื่ออยู่ลึกๆ ว่า ทั้งสองคนนี้ที่คลุกคลีอยู่ ในวงการฟุตบอลมานานกว่าผมต้องเห็นอะไรบางอย่าง ในตัวอดีตดาวยิงหงส์แดงรายนี้อย่างแน่นอน แล้ว ฤดูกาลหน้าเรามาดูกันว่า โครตดาวยิงชาวสเปนรายนี้ จะถล่มประตูให้เชลซีสักกี่ประตูกัน...

PSS Facebook : Chaiya Ruedeeniyomvuth

BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 29


กระบอกเสียง “สิงห์บลู”

Super Heros

-แน่นอนว่าเมือ่ พูดชือ่ Petr Cech ออกไปสำ�หรั บ คอบอลแล้ ว ไม่ ว่ า จะที ม ไหนๆก็ตอ้ งรูจ้ กั กันดีในฐานะผูร้ กั ษาประตู ฝีมืออันดับต้นๆของโลกและมือ1ของเชล ซีรวมไปถึงทีมชาติสาธารณรัฐเช็ค ส่วน ประวัตขิ องเขาก็คงไม่ตอ้ งพูดถึงมากเพราะ คงรูก้ นั ดีอยูแ่ ล้วในกลุม่ แฟนเชลซี ไม่วา่ จะ เป็นเรือ่ งการได้รบั บาดเจ็บทีศ่ รี ษะหรือแม้ กระทัง่ วัน-เดือน-ปีเกิดและรวมไปถึงราคา ค่าตัวที่ย้ายมา -Cech เป็นคนหนึ่งในทีมที่รักษา ฟอร์ ม การเล่ น ได้ อ ย่ า งเสมอต้ น เสมอ ปลายมากที่สุดในทีมไม่ว่าจะเป็นความ ไม่ลงตัวในช่วงต้นฤดูกาล, ความระซั่มระ ซ่ายในช่วงกลางฤดูกาล ตลอดจนถึงการ เปลี่ยนแปลงจากยุคAndre Villas Boas ในช่วงกลางๆของฤดูกาล และเมือ่ หมดลุน้ ถ้วยPremier League เหลือความหวังแค่ เพียงที่3-4 แต่ในเวลาเดียวกันกลับกำ�ลัง ไปได้สวยในFA CupและUefa Champion League ซึง่ ในนัดแรกประเดิมสนาม ของ RDM นัน้ ก็ตอ้ งเจอกับ Napoli ทีช่ นะ เชลซีที่อิตาลีมาถึง3-1 และผลงานของ เขานั้นเหนือความคาดหมายนัก ด้วยการ พลิกเอาชนะยอดทีมจากอิตาลีได้ถึง4-1 ที่ S tamford Bridge ในเกมนี้ ดู ผ่ า นๆ แล้วPetr Cech อาจจะไม่มีบทบาทอะไร มากนักแต่ที่จริงๆแล้วเราต้องให้ Credit แก่เขามากกว่านั้นไม่ว่าจะเป็นออกมาตัด บอลหรือรับบอล แต่ที่สำ�คัญที่สุดในเกม นัน้ คือ”การยืนตำ�แหน่ง” ทีเ่ ขาทำ�ได้ดมี าก ทำ�ให้กองหน้าฟอร์มร้อนแรงอย่าง Edison

Cavani นัน้ ยากทีจ่ ะหามุมยิงทำ�ให้ทมี เกม รุกของทีมเยือนด้อยลงไปมากดีเดียว -หลังจากเกมนั้นผ่านพ้นไปสิ่งที่ สังเกตุได้อย่างชัดเจนก็คือเกมรับของทีม นัน้ ดูแข็งแกร่งขึน้ อย่างผิดหูผดิ ตา การเสีย ประตูกน็ อ้ ยลงไปมาก ทัง้ นีก้ ต็ อ้ งให้เครดิต แก่ ก องหลั ง ด้ ว ยที่ มี ก ารสื่ อ สารที่ ดี กั บ ผู้ รักษาประตูด้วย เกมทุกเกมผ่านไปอย่า ไม่มีอะไรน่าผิดหรังกับฟอร์มของCech เขายังคงรักษามาตรฐานอันสูงของเขาเอา ไว้ได้จนถึงวันพิสูจน์ความสามารถที่แท้ จริงนั่นก็คือSemi Final ของถ้วย Uefa Champion League กับแชมป์เก่าอย่าง Barcelona ที่ Stamford Bridge ซึ่ง บอกได้คำ�เดียวว่าเชลซีเป็นฝ่ายตั้งรับและ โดนกดดันอยูฝ่ า่ ยเดียวก็วา่ ได้ แน้นเกมรับ และรอสวนกลับ ทุกๆคนนัน้ ทำ�หน้าทีข่ อง สุ ข คนได้ ดี ที่ สุ ด ตลอดทั้ ง เกม ทุกคนมีความมุ่งมั่นที่จะสู้แม้จะถูกมอง ว่าสู้ไม่ได้ แน่นอนว่ามันไม่ใช่เกมง่ายๆ และตลอดทั้งเกมการที่ทีมมีสมาธิอยู่ได้ ทั้ง 90 นาทีนั้นก็เป็นเพราะ เสียงตะโกน เรียกสมาธิเพื่อนๆจาก Petr Cech และ เสียงกระตุ้นจาก กัปตันJT แต่เมื่อเชล ซี ไ ด้ ป ระตู จ ากลู ก สวนกลั บ ในท้ า ยครึ่ ง แรก ทำ�ให้ เ กมในครึ่ ง หลั ง ดุ เ ดื อ ดมาก ยิ่งขึ้น แต่ไม่ว่าจะยิงมาจกทิศทางได้ ไม่ ว่ า จะผ่ า นู้ เ ล่ น มาซั ก กี่ ค น แต่ สุ ด ท้ า ยก็ ไม่สามารถผ่านนายทวารคนนี้ไปได้ จน กระทัง่ ผูต้ ดั สินเป่านกหวีดหมดเวลา เชลซี สามารถเก็บชัยชนะในบ้านของตัวเองเอา ไว้ได้ ทำ�ให้ได้เปรียบใน Leg2 อยู่เล็กน้อย

30 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู

-และในนัดสุดสัปดาห์ เชลซีมีคิว ต้องพบกับทีมอย่าง Newcastle United ทีก่ ำ�ลังแข่งขันแย่งอันดับ4อยูก่ บั Chelsea และ Spur ในเกมนั้นเราคงได้เห็นลูกยิง มหัศจรรย์ถึง2ลูกจาก กองหน้าฟอร์มแรง อย่าง Papiss Cisse ซึ่งต้องบอกตรงๆ วา”หมดปัญญา”จริงๆสำ�หรับ Petr Cech แต่ถึงแม้ว่าจะเสียถึง2ประตูและทีมเป็น ฝ่ายพ่ายแพ้ในเกมนั้นเขาก็ยังเรียกความ มั่นใจและสมาธิกลับมาได้ในเกมรอบ ตัด เชือกชี้ชะตาในรอบที่ 2 ที่ Camp Nou เกมนี้หลายๆคนไม่ว่าจะเป้นแฟนเชลซี หรือจะเป็นกองแช่งก็ตาม ต่างก็เชื่อกันว่า เชลซีจะจอดป้ายที่ สเปน ในรอบตัดเชือก นี่แหละ แต่ในความจริงมันช่างเป้นอะไร ที่ตื่นเต้นและเร้าใจมากกว่านั้น ใครจะ ไปเชื่อว่าในบางลูกที่ไม่น่ารับได้เขาคนนี้ ก็สามารถรับเอาไว้ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดของมนุษย์นั้นย่อมมีเป้น เหตุสุดวิสัย เชลซีนั้นเสีย2ประตูในช่วง เวลาที่ใกล้เคียงกัน แต่ทั้ง2ลูกนั้นก็ไม่ใช่ ความผิดของนายทวารเลย ซ้ำ�ร้ายยิ่งไป กว่านัน้ ยังต้องมาเสีย กับตันทีมผูเ้ ป็นแกน หลักในแนวรับไปจากการโดนใบแดง หลัง จากไปใส่เข่า”Alixis Sanchez” ในจังหวะ นั้น (ที่หลายคนอาจจะไม่ได้สังเกตุ) Cech ได้แสดงความใจเย็นและความแน่วแน่ทจี่ ะ อยู่กับเกมในสนามออกมาโดยการเข้าไป ห้าม John Terry ไม่ให้ไปมีปากเสียงหลื อกระทบกระทั่งกันไปมากกว่านี้ และด้วย ความทีโ่ ชคเข้าข้างและความสามารถส่วน บุคคล Ramires ยิงประตูสุดสวยด้วยการ


กระบอกเสียง “สิงห์บลู” ชิบข้ามศีรษะVictor Valdes อย่างสวยงาม ทำ�ให้ ที ม ตี ตื้ น ขึ้ น มาได้ ใ นช่ ว งครึ่ ง แรก ก่ อ นที่ จ ะจบครึ่ ง แรกในอี ก ไม่ กี่ นาทีต่อมา เริ่มครึ่งหลังได้ไม่นนเชลซีก็ ต้องมาเสียจุดโทษและเป็น Lionel Messi แต่ ใ ครจะไปเชื่ อ ดาวยิ ง ระดั บ โลกยิ ง ไป ชนคานเข้าอย่างจังก่อนที่ลูกจะกระเด็น ออกมาและไม่มีใครซ้ำ�ได้ ทำ�ให้เชลซีไม่ เสียประตูที่ 3 แต่ถึงอย่างไรก็ตามผู้เล่น ทั้ง 10 คนของเชลซีเล่นกันอย่างเต็มที่, มุ่งมั่นและตั้งใจ และแล้วสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็ เกิดขึ้นคือเชลซีได้ประตูตีเสมอจากการ สวนกลับของ Fernando Torres ที่ถูก เปลี่ยนตัวลงมาแทน Didier Drogba ใน ช่วงท้ายเกม และประตูนี้ทำ�ให้เขี่ยยอด ทีมต่างดาวตกรอบไปได้ และสิงโตจาก London ก็เข้าไปสู่รอบ Finalในที่สุด สุ ด ท้ า ยนั ด ชิ ง ชนะเลิศถ้วย Big Ear ที่ อั น เป็ น เป้ า หมายของ“เสี่ ย หมี ” ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2012 ที่สนาม Alianz Alina ประเทศ Germany ซึงคู่ ชิงก็คือ Bayern Munich ที่สามารถผ่าน Real Madrid มาได้ในรอบตัดเชือกจาก การดวลจุดโทษ ในเกมการแข่งขันอาจ จะบอกได้ว่าบาเยิร์นบุกใส่เชลซี้ฝ่ายเดียว ถึงแม้ว่าเปอร์เซนต์การคลองบอลจะแตก

แตกต่างกันไม่มากนักก็ตาม แต่อย่างไร ก็ตามบุกได้บุกไป บาร์เยิร์นโชว์เกมรุก ในขณะเดี ย วกั น เชลซี ก็ โชว์ เ กมรั บ และ สามารถยับยั้งเกมรุกของบาเยิร์นได้ทั้ง สิ้น จนกระทั้งเกมดำ�เนินมาถึงนาทีที่ 83 Thomas Muller โหม่งทำ�ประตูขึ้นนำ� ไปได้ แต่ไม่ทันไรอีกเพียง 5 นาทีต่อมา ใน นาทีที่ 88 เชลซีได้ลกู ตีเสมอจะการเตะมุม ครัง้ แรกของเชลซีจาก Juan Mata เปิดให้ Didier Drogba โหม่เข้าไปเต็มแรงตุงตะ ข่ายอย่างสวยงาม และหมดเวลา90นาที จึงทำ�ให้เกมต้องยืดเยื้อไปถึงช่วงต่อเวลา พิเศษ เกมเกมไปเพียง5นาที เชลซีก็ต้อง มาเชียจุดโทษและ Arjen Robben เด็ก เก่ า เชลซี รั บ หน้ า ที่ สั ง หารจุ ก โทษลู ก นี้ แต่ถึงแม้จะเป็นลูกจุดโทษก็ตามก็ยังไม่ สามารถผ่านPetr Cech ไปได้เขาพุ่งถูก ทางแล้วตามตะคุบบอลที่กระดอนเอาไว้ ได้ เกมดำ�เนินเลื่อยมาแต่ก็ยังไม่สามารถ ทำ�อะไรกันเพิ่มได้ในเวลา 120 นาที จึง ต้องชี้ขาดด้วยการดวลจุดโทษชี้ขาดและ ในระหว่างการยิงนั้น Cech ได้แสดงให้ เห็นถึงปฏิกิริยาที่เยี่ยมยอดของเขา จาก ที่ที่สามารถเซฟจุดโทษได้ในลูกที่ 4และ5 ก่อนที่ Didier Drogba จะยิงเป้นคนสุด ท้ายของเชลซีและเป็นประตูชัยไปในที่สุด เสียงตะโกนร้องอย่างดีใจของแฟนบอล ทั่ ว โลกก็ ค งเกิ ด ขึ้ น ในวิ น าที นั้ น เช่ น กั น เมื่ อ เกมจบลงคนส่ ว น ใหญ่บอกว่า Drogba คือ Hero ผู้ทำ�ให้ เชลซีเป็นแชมป์ แต่ถ้ามองกลับไปอีกมุม หนึง่ ก็คงต้องยกให้ Petr Cech เป้น Hero มากกว่าเนื่องจากเขาได้ทำ�หน้าที่ของตัว เองได้อย่างดีที่สุดและอาจพูดได้ว่าดีเกิน คาดก็ว่าได้ ส่วนรายของ Didier Drogba นั้นคงต้องยกบท “ลูกผู้ชายตัวจริง” จาก การโอบกาดปลอบใจ Bastian Schweinsteiger และที่สำ�คัญกว่านั้นก็คือการแย่ง ถ้วยแชมป์จากเพือ่ นร่วมทีมทีก่ ำ�ลังชูฉลอง กันอย่างดีอกดีใจไปให้กับ Roman Abramovich เจ้าของทีมเชลซี ได้ชูอย่างสมใจ

อยาก ซึง่ ถือว่าเป็นลูกผูช้ ายตัวจริงทีไ่ ม่ลมื ผู้มีพระคุญแม้ในยามที่กำ�ลังเฉลิมฉลอง อุ้ ย ! ออกทำ�เลไปซะไกล เรา กลั บ มาเรื่ อ ง Petr Cech กั น ต่ อ ดี กว่ า หลั ง จากการฉลองแชมป์ ด้ ว ยการ Paradeรอบเมืองไปแล้ว Cechก็ได้ออ กมาให้ สั ม ภาษณ์ กั บ สื่ อ ว่ า “ผมดี ใจมา กน่ะที่ได้แชมป์มันเป้นประวัติศาสตร์แก่ สโมสรเป็นอย่างมาก... แต่สิ่งที่ผมดีใจ ยิ่งกว่าก็คือ การที่เพื่อนร่วมทีมมีสมาธิ จดจ่ออยูก่ บั การเล่นฟุตบอลและทำ�หน้าที่ ของตนเอง ไม่ ใช้ อ ารมณ์ ม าก่ อ นหน้ า เหตุผลและหน้าที่ความรับผิดชอบ ซึ่งใน ปีที่ผ่านๆมา เรามาไม่ถึงจุดสูงสุดก็เพราะ ไม่มีการระงับอารมณ์ได้ดีพอ” สำ�หรับ ผมแล้ว คำ�พูดนี้มีค่ามาก มันอาจจะทำ�ให้ ทุกๆคนในทีมเข้าใจหัวอกยองผู้ที่อยู่ข้าง หลังสุด ผู้ซึ่งคอยแก้ไขข้อผิดพลาดของ พวกเขาเสมอๆ คำ�พูดในคำ�ให้สำ�ภาษณ์ ประโชคนั้ น จะทำ�ให้ Team Spirit มี มากขึ้น และทุกๆคนจะมีสมาธิจดจ่อกับ หน้าที่มากกว่าที่จะไปเล่นนอกเกม ส่วน ตัว Cech ก็ได้ของขวัญในวันคล้ายวันเกิด ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาเลยก็เป็นได้ กับคนที่อยู่กับทีมและจงรักภักดี มาอย่างยาวนาน จนบางครั้งบางทีทำ�ให้ หลายคนลืมเขาไปและไปสนใจแต่เพียง นักเตะใหม่หรือเห็นประโยชน์เพียงผู้ที่ทำ� ประตู ก็ขอให้ได้หันไปมิงยังอีกด้วยหนึ่ง ของสนามบ้ า งว่ า มี ค นอยู่ ค นหนึ่ ง ที่ ต้ อ ง ระวัง, คอยอ่านเกม และต้องตื่นตัวอยู่ ตลอดเวลา และเขาก็เหนื่อยไม่ได้น้อยไป กว่าคนอื่นๆเลย อย่าลืมน่ะครับว่าเรามีผู้ รักษาประตูทดี่ ที สี่ ดุ ในโลกอยูใ่ นทีมเราแล้ว

TheMostX

www.facebook.com/ ratchata.luengsaard

BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 31


กระบอกเสียง “สิงห์บลู”

Spirit.. Of..

“Champions” ผ่ า นพ้ น กั น ไปแล้ ว ส� ำ หรั บ ฟุตบอลลีกต่างประเทศในยุโรป ยูเวน ตุส คว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี โดยที่ไม่แพ้ใครทั้งฤดูกาล ( ยกเว้น โค ปาอิตาเลียนัดชิง ) รีลมาดริด คว้าแชมป์ ลาลีกา สเปนได้หนแรกในรอบ 3 ปี โบ รุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สามารถป้องกัน แชมป์บุนเดสลีกา ได้เป็นสมัยที่ 2 และ ยังคว้าแชมป์ DFB Pokal และ แมนเชส เต้อร์ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในรอบ 44 ปี ชนิดที่ว่าลุ้นกันจนวินาทีสุดท้าย และทีเ่ อ่ยไม่ได้กค็ อื Uefa Champions League 2012 แชมป์ตกเป็นของ สิงบลู เชลซี เส้ น ทางสู ่ แชมป์ ข องที ม จาก เมื อ งหลวงแห่ ง เกาะอั ง กฤษนั้ น ผ่ า น อุ ป สรรคมามากมาย และที่ เ หนื อ ความคาดหมายมามากๆก็คือ การคุม ที ม ของกุ น ซื อ ชั่ ว คราวอย่ า ง โรแบร์ โต เดมั ต เตโอ ที่ เข้ า มาคุ ม ที ม แทน อังเดร วีอาส โบอาส ที่ท�ำผลงานได้ ย�่ ำ แย่ หนึ่ ง ในผลงานชิ้ น โบแดงของ เจ้า “ ชินจัง” ก็คือการพาเชลซีคว้า UCL ได้เป็นหนแรกในประวัตศาสตร์ โดยผลงานอั น มหั ศ จรรย์ เริ่ ม ตั้ ง แต่ การโกงความตาย เชลซี VS นาโปลี รอบ16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เชลซีพ่าย ไปก่อน 3-1 แต่นัดที่ 2 กลับมาเล่น ที่ สแตมฟอร์ ด บริ ด จ์ รอบ16 ที ม

สุดท้าย นัดแรก เชลซีพ่ายไปก่อน 3-1 แต่นัดที่ 2 กลับมาเล่นที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เชลซีพลิกกลับมาชนะ 4-1 สกอร์ รวม เชลชีชนะ 5-4 ประตู โดยนักเตะ เชลซีทกุ คนทีเ่ ล่นถวายหัว แม้วา่ จะเล่น ได้ไม่ดนี กั แต่อาศัยใจแท้ๆ ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป ความมหั���จรรย์ต่อ มาก็คือ การผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ โดยเอาชนะทีมจากต่างดาวอย่าง บา เซโลน่าที่ต้องบอกว่าเรียกเสียงฮือฮา จากแฟนบอลทั่วโลก นัดแรกที่สแตมฟ อร์ด บริดจ์ เชลซีเอาชนะบาเซโลน่าได้ 1-0 เป็นชัยชนะทีเ่ หนือความคาดหมาย เล็กน้อย เนื่องจากตลอดทั้งเกม โคตร ทีมจากต่างดาวบุกแหลก แต่จังหวะท�ำ ประตูยังไม่เฉียบคม ยิงทิ้งยิงขว้าง โดยเชลซีอาศัยการโต้กลับเร็วใน ช่วงท้ายเกมเริ่มตั้งแต่ แฟรงค์ แลมพาร์ ด ตัดบอลได้กลางสนามฝัง่ ขวา เปิดบอล ยาวข้ามฟากมาให้ รามิเรส กระชาก และเปิดตัดมาทางเสาร์ 2 ให้ ดิดเิ ยร์ ดร็ อกบา ล้มตัวแปบอลเข้าประตู เชลซีขึ้น น�ำ 1-0 เริ่มแข่งครึ่งหลังรูปแบบเกมยัง เป็นอยู่เหมือนเดิม บาซ่าท�ำอะไรไม่ได้ จบเกมนัดแรกเชลซีเป็นฝ่ายเอาชนะ ไปได้ก่อน 1-0 นัดที่ 2 กลับไปเตะ ที่ คัมป์นู นาที่ 35 เซอจิโอ้ บุสเกต ยิง น�ำให้บาซ่าน�ำไปก่อน 1-0 ต่อมาเกม เชลซีแย่ไปกว่าเก่าเมื่อ จอร์น เทอร์รี่

32 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู

โดนใบแดงในนาทีที่ 37 เนื่องจาก ไปยันเข่าใส่ อเล็กซิส ซานเชส ท�ำให้ เชลซี เ หลื อ 10 คน สกอร์ ร วม 1-1 สถานการณ์ดูไม่สู้ดีนักและต่อ มาในเวลาไม่นาน นาทีที่ 44 บาซ่าออก น�ำเป็น 2-1 จากการลูกยิงของ อันเด รส อิเนสต้า แปเข้ามุมเสาไกล ต่อมา ในเวลาอีกไม่นาน แฟรงค์แลมพาร์ด คนเดิม ตัดบอลได้ เปิอบอลทะลุช่อง มาให้ รามิเรส คนเดิม หลุดเดี่ยว ดวล กันตัวต่อตัวกับ บิกตอร์ บัลเดส ก่อน ที่รามิเรสจะชิพบอลข้ามหัว ผู้รักษา ประตูมือสองทีมชาติสเปนเข้าประตูไป อย่างสวยงาม จบครึ่งแรก สกอร์รวม เสมอกันที่ 2-2 เริ่มเกมครึ่งหลังมาได้ 4 นาที บาซ่าได้จุดโทษ ลิโอเนล เมส ซี่ รับหน้าที่สังหารจุดโทษ แต่พลาด เจ้ า ตั ว ยิ ง ชนคานเข้ า อย่ า งจั ง บาซ่ า พลาดโอกาสน�ำอีกครั้ง โดยรูปเกมยัง เป็นอยู่เหมือนเดิม บาซ่าบุกตลอดทั้ง เกม แต่ยังท�ำไรไม่ได้ ถ้าจบเกมด้วย สกอร์ นี้ เชลซี จ ะผ่ า นเข้ า รอบด้ ว ย กฎประตูทีมเยือน ( Aways Goal ) แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อนักเตะ บาซ่ า ขึ้ น มาท� ำ เกมหวั ง จะท� ำ ประตู ให้ได้ก่อนหมดเวลา แต่กลับโดนสวน กลับ โดยจังหวะนั้น เป็นลูก Corner บาซ่าเปิดเข้ามากลางประตูแต่เป็น มิ เกล ที่ตัดบอลได้และ เคลียร์บอลยาว


ออกมาโดยที่ เ ฟอร์ น านโด ตอเรส ยื น รั ก ษาต� ำ แหน่ ง อยู ่ ใ นแดนหน้ า แต่บอลกลับเป็นใจ มาเข้าทาง กอง หน้ า เจ้ า ของฉายา “ เอลนิ ล โญ่ ” ได้ที กระชากบอล ดวลเดี่ยวกับ บิก ตอร์ บัลเดส ก่อนที่จะหลบ และยิง เข้าประตู เป็นประตู ออกน�ำอีกครั้ง ทันใดนั้นเอง เสียงเป่านกหวีด ของกรรมการก็ ดั ง ขึ้ น จบเกมเชลซี เอาชนะบาเซโลน่าด้วยประตูรวม 3-2 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปพบกับ บา เยิร์น มิวนิค โดยสถานการณ์ของคู่ ชิงชนะเลิศ ทั้งสองทีมต่างเสียเปรียบ ด้วยกันทั้งสองฝ่าย เพราะนักเตะติด โทษแบนจากการโดนใบเหลืองสะสม มาด้วยกัน โดยฝั่งบาเยิร์นติดโทษแบน กั น 3 คน เชลซี ติ ด โทษแบนถึ ง 4 คน โดยต�ำแหน่งส�ำคัญคือ ต�ำแหน่ง กองหลังตัวกลางที่ตัวจิงบาดเจ็บ จึง จ�ำเป็นต้องใช้ ดาวิด หลุยส์ และ แก รี่ เคฮิลล์ สองกองหลัวตัวส�ำรองของ ทีม ที่พึ่งหายจากอาการบาดเจ็บกลับ มาช่วยทีม และรามิเรส ตัวรุกเลือดแซม บ้า ที่ช่วงหลังเขาเป็นก�ำลังหลักและท�ำ ประตูในนัดส�ำคัญๆ ได้บ่อย โดยความ พร้อมดูรวมแล้ว บาเยิร์นเป็นต่ออยู่ เล็กน้อย โดยเฉพาะสนามเหย้าใช้เล่น ในนัดชิงซึง่ เป็น รังเหย้าของบาเยิรน์ เอง สถานการณ์บีบให้เชลซีต้องบุก เพื่อท�ำประตูคืน โดย เฟอร์นัน ตอ เรส ถูกเปลี่ยนตัวลงมาและท�ำให้เชลซี ได้ลูก Corner ซึ่งเป็นลูกแรกตั้งแต่เกม เริ่มมาจนจะจบ ฮวน มาต้า เปิดมุมเข้า มา และแล้วก็เป็น ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ที่ ขึ้นโขกเสาร์แรก บอลมุด 3 เหลี่ยมแสก หน้า นอยเอ่อเป็นประตูตีเสมอในนาที ที่ 88 ท�ำให้แฟนบอลและนักเตะเชล ซีกลับมามีหวังอีกครั้ง และแล้วเสียง นกหวีดเป่าหมดเวลา ต้องต่อเวลาพิเศษ

กระบอกเสียง “สิงห์บลู”

กันอย่างที่แฟนบอลคาดการณ์ ไว้ แต่ช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที ใน นาทีที่ 95 ดร็อกบา ลงมาช่วยเกมรับ แต่พลาดไปเข้าสกัดโดนขาจากด้านหลัง ของ ริเบรี่ แม้จะเป็นการเข้าสกัดที่ไม่ รุนแรง แต่ผู้ตัดสินก็เป่าให้จุดโทษให้ แก่บาเยิร์นอย่างไม่ลังเล แต่อาเยน ร็ อบเบน กลับยิงไม่เข้าท�ำให้พลาดโอกาส ที่จะออกน�้ำเชลซีไปอย่างน่าเสียดาย จบเกมต่อเวลาพิเศษทั้งสองทีม ก็ยังท�ำอะไรกันไม่ได้ จนต้องดวลลูก โทษที่จุดโทษ โดยทางฝั่งบาเยิร์นเป็น ต่ออยู่หลายขุมทั้งฟอร์มการเซฟลูกที่ จุดโทษที่ยอดเยี่ยมของ มานูเอล นอย แต่พวกเขากับใช้โอกาสอันน้อยนิด ท�ำ เออร์ ในรอบรองชนะเลิศที่เจ้าตัวเซฟ เป็นประตูตีเสมอ โดยเฉพาะลูก Corลูกที่จุดโทษของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ner ที่เมื่อเทียบกับทางฝั่งบาเยิร์นเอง ,ริคาโด้ กาก้า ได้ โดยนักเตะคนแรก ได้เป็น 10 แต่เชลซีใช้ครั้งเดียว ท�ำ ที่เชลซีส่งมายิงคือ ฮวน มาต้า โดย เป็นประตูได้ รวมทั้งการเซฟลูกโทษ เชื่อว่าแฟนเชลซีคงไม่ค่อยมันใจในตัว ที่จุดโทษของ เพตเตอร์ เช็ก ก็เป็น เขาเท่าไหร่ เนื่องจาก การยิงยิงลูกที่ เครือ่ งหมายการันตีความสามรถของเขา จุดโทษ 2 ครั้งล่าสุด ม้าตา ยิงไม่เข้า อยูจ่ ริงๆ การขาดหายไปของกับปันทีม ทั้ง 2 ลูก แล้วก็เป็นอย่างที่คาดไว้ มา จอร์น เทอร์รี่ แต่แฟรงค์ แลมพาร์ด และ ต้ายิงไม่เข้า นอกนั้นเชลซียิงเข้าหมด ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา รวมถึง แอชลี่ย์ โคล โดยฝั่ง บาเยิร์น ยิงไม่เข้า 2 คน คือ ที่คอยกระตุ้น นักเตะรุ่นน้อง รวมถึง อิวิก้า โอลิช กับ บาสเตียน ชไวสไต นักเตะหน้าใหม่ เพื่อไม่ให้เสียก�ำลังใจ เกอร์ จบเกมเชลซีชนะจุดโทษ 4-3 คว้า แต่ตอ่ จากนีไ้ ปเราคงต้องมาลุน้ กันต่อว่า แชมป์ แรกในประวั ติ ศ าสตร์ ไ ปครอง เส้นทางของสิงบลูจะเป็นอย่างไนต่อไป ทั้ ง การตั ด สิ น ใจย้ า ยที ม ของ จริ ง อยู ่ ก ารที่ เชลซี ไ ด้ แชมป์ Uefa Champions League 2012 ดิดเิ ย่ร์ ดร็อกบา กองหน้าตัวเก่ง รวม มาครองได้นั้นองค์ประกอบอย่างหนึ่ง ถึงสัญญาคุมทีมของ โรแบร์โต้ ดิมตั เท ที่ช่วยนั่นก็คือดวง แต่ต้องยกเครดิต โอ ที่จะได้ท�ำทีมต่อจากนี้อีกหรือไม่ ในเรื่องของ Spirit ของทีม ที่มีอยู่หลาย นั ด ที่ เ ป็ น นั ด ส� ำ คั ญ เจอกั บ ที ม ใหญ่ ๆ วัชระ เมฆเกลื่อน ระดั บ บิ๊ ก เนมและพวกเขาก็ ต กอยู ่ ใ น สถานการณ์ที่เป็นรองอยู่หลายครั้งแต่ www.facebook.com/Watchy.buu พวกเขาก็ใช้โอกาสกลับมาได้ทุกครั้ง โดยล่าสุด นัดชิง Uefa Champions League พวกเขามี Shot Target ที่ น้ อ ยมาก เมื่ อ เที ย บกั บ บาเยิ ร ์ น

BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 33


กระบอกเสียง “สิงห์บลู”

กว่าจะเป็ น... “เด็กสิงห์”

สวั ส ดี ค รั บ ท่ า นผู้ อ่ า นที่ เคารพทุกท่าน ท่านคงจะสงสัยว่า ผมเป้นใคร มาจากใหน มายังไง เอา ไว้ผมจะบอกทีหลังนะครับ เอาเป็น ว่าตอนนี้ขอให้ทุกท่านได้รู้จักผม ใน ชื่อ Sasuke008 เอาหละเรามา เข้าเรื่องกันดีกว่า หากจะกล่ า วถึ ง ที ม ฟุ ต บอล ในดวงใจ มั่นใจว่า ทุกๆ คนย่อมมี สโมสรฟุตบอลสุดที่รักที่หวงอยู่แน่ๆ สัก หนึ่งทีมหละ อาจจะเป็นลีกไทย ลีกอังกฤษ เยอร์มัน หรืออื่นๆอีก มากมายในโลก แต่ส�ำหรับผม ผม มีทีมที่เป้นเหมือนศาสนาประจ�ำใจ เลยก็ว่าได้ ทีมที่ว่านี้ คือ มหาทีมของ ลอนดอน สิงห์โต น�้ำเงินครามเชลซี นั่นเอง หากสงสัยว่าท�ำไมต้องเป็น เชลซี เอ็งเชียร์ทีมใกล้นั่นก็ได้นิ.. อา เซน่อล สเปอร์แหม…ก็ต้องบอกเลย ว่ามันมีที่���าที่ไปกันอยู่ หากจะให้นึก จะเชียร์ก็เชียร์ ป่านนี้ผมคงเป็นแฟน บอลพันธุ์ทางของ ผีแดง ไปแล้ว แหละ ก า ร ผ ม ม า บ้ า เช ล ซี เ นี่ ย แน่ น อนครั บ มั น เริ่ ม จากผมชอบ นักเตะคนหนึ่ง ในตอนนั้นเนี่ยบอก ได้เลยว่า เขาคนนี้เป็นนักเตะที่ทั้ง โลกต้ อ งรู้ จัก เพราะด้ว ยความเก่ง

แถมยังหล่ออีกด้วย ใช่ครับ เขาคน นั้นคือ เดวิด เบคแฮม มหาต�ำนาน แห่งแมนยู เอ่าแล้วท�ำไมเอ็งไม่เชียร์ แมนยูฟะ นั่นสิท�ำไมผมไม่เชียร์มัน นะ แต่แน่นอนท่านผู้อ่าน มันต้องมี จุดเปลี่ยนสิ ก็อ่านกันต่อเลยนะครับ ตอนนั้นเนี่ยผมไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยว กับ เบ็ค เท่าไหร่ รู้แค่ว่าเขาอยู่ทีม ชาติ อังกฤษ แล้วเล่นให้ ยูไนเต็ด แล้วทีนี้ ผมมีโอกาสได้ดูเฮียแกเล่น จริงๆจังๆก็ตอนยูโรปี 2004 เกมกับ ทีมชาติอังกฤษ ผมก็จ�ำไม่ได้ละ ว่า เตะกับอะไร ดูๆไปสักพัก ผมกลับไป สนใจไอ้หนุ่มคนหนึ่ง ดูไปดูมา กลาย เป้นว่าผมชอบหมอนี่กว่าเบ็คอีก จ�ำชื่อคร่าวๆ ได้ว่า “แฟร้งค์ แลมพาร์ด” ทีนี้เลยไปลองหาข้อมูล จากหนังสือพิมพ์ หรือพวกนิตยสาร ฟุตบอล..

34 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู

แหงหละครับ ตอนนั้นมยัง เล่นเน็ตไม่เป็นเลย ก็พอรู้คร่าวๆว่า อยู่ทีมเชลซี อืม…ว่าแต่เชลซีนี่มัน ทีมอะไรวะ ก็ลองค่อยๆเก็บข้อมูลไป จนมมีโอกาสได้ดูทีมๆนี้เตะครั้งแรก พอดีไป บ้านญาติ ที่เขาติด ยูบีซี ตอนนั้นเรียก ยูบีซี เป็นเกมที่ เชลซีเจอกับ แมนยู โอ้พระเจ้า! ถ้า เป็นผู้หญิง ผมคงพูดได้ว่า พบรัก ตั้งแต่แรกเห็น แมนยูที่ว่าเก่งนักหนา โดนพี่แกกระซวกไส้แตกซะ 3 - 0 ถึงแม้ แลมพาร์ด ของผมจะ ไม่ได้ยิง แต่สามประตูที่ได้มาที่เรียก ได้ว่า โคตรสวย ทั้งลูกโหม่งของกัล ลาส ลูกสับไกของโจโคล และลูก ตอกย�้ำของ คาวัลโญ่ หลังจากวันนั้นมา ผมเป็นแฟน เดนตาย ของสิงห์บลู เชลซี โดยไม่รู้ ตัว รู้ตัวอีกที ห้องนอนของผมก็เต็ม ไปด้วยโปสเตอร์ ของที่ระลึกต่างๆ เสื้อผ้าจนหลังๆหนักมากจนถึงจนาด เพื่อนชวนเข้าทีมไปเตะบอล ต้อง ลงทุนใช้ชุดแข่งของเชลซี ไม่งั้นผมไม่ เล่น เกรียนกันถึงขนาดนั้นเลย นึก แล้วก็ข�ำ.. แต่ก็อย่างว่า.. คนมันรักนี่นา..

Sasuke Chelsea

www.facebook.com/anupap. wanasawan


การเปลีย่ นแปลงครัง้ ยิง่ ใหญ่ของ.. “Chelsea”

ไม่กี่วันที่ผ่านมาแฟนบอลเชลซีทั่วโลกรวมทั้งตัวผมเอง ต้องช๊อกไปตามๆกัน เมื่อทีมเชลซีประกาศอย่างเป็นทางการว่า “ดิดิเยร์ ดร็อกบา” หัวหอกตัวหลักของเชลซีได้ออกจากทีมไป แล้ว หลังจากที่เขาเพิ่งสวมบทฮีโร่ช่วยให้เชลซีเถลิงบัลลังก์แชมป์ ถ้วยที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปมาครองได้เป็นครั้งแรกในประวัติสาสตร์ สโมสร หลังจากที่คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนคัฟเดิมเมื่อปี 1997 ในฤดูกาลที่ผ่านมา ดร็อกบา มีส่วนสำ�คัญกับทีมเชลซี เป็นอย่างมาก โดยเขาสามารถทำ�ประตูที่สำ�คัญให้กับทีมได้หลาย ประตูเช่น ยิงประตูเบิกร่องให้เชลซีขึ้นนำ�นาโปลี 1-0 ในรอบ16 ทีมสุดท้ายในศึกยูฟา่ แชมป์เปีย้ นลีคส่งผลให้เชลซีชนะนาโปลี 3-1 ในในช่วงเวลาปกติ และในช่วงต่อเวลาพิเศษเขาใช้ความสามารถ เฉพาะตัวผ่านบอลไปให้ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ยิงประตูสำ�คัญให้ เชลซีชนะนาโปลีในช่วงต่อเวลาพิเศษไป 4-1 พลิกสถาณการณ์หลัง จากที่เชลซีบุกไปพ่ายนาโปลีที่ ซานเปาโล สนามเหย้าของนาโปลี มา 3-1 ผ่านเข้ารอบ8ทีมสุดท้ายได้สำ�เร็จ ต่อมาในรอบรองชนะเลิศเขาก็เป็นผู้ทำ�ประตูชัยให้เชลซี ชนะทีมที่ได้ชื่อว่ายอดเยี่ยมที่สุดในโลกอย่าง บาเซโลน่า ที่เดอะ บริจ 1-0 ชนิดหักปากกาเซียน ก่อนที่เชลซีจะบุกไปเสมอ บาเซ โลน่า ที่แคมป์นูล 2-2 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศที่มิวนิคได้สำ�เร็จ และประตูทสี่ ำ�คัญทีส่ ดุ ในชีวคิ เขาประตูหนึง่ ก็เกิดขึน้ ในเกมส์นดั ชิง ชนะเลิศโดยเขาเป็นผูท้ ำ�ประตูตเี สมอให้ เชลซีเป็น 1-1 หลังจากที่ โดน โธมัส มุลเลอร์ ทำ�ประตูให้บาเยินมิวนิคขึ้นนำ�เชลซี 1-0 ใน นาทีที่ 83 แม้ว่าเขาจะทำ�ให้ทีมได้ประตูแต่เขาก็ทำ�ให้ทีมเกือบเสีย ประตูเช่นเดียวกันหลังจากที่เขาไปสกัดในนาทีที่ 96 ฟรองค์ ริเบ รี่ ในกรอบเขตโทษชนิดทีไ่ ม่นา่ ทำ�เลย เชลซี เสียจุดโทษในตอนนัน้ แต่เพราะโชคช่วยหรืออะไรก็ไม่ทราบ อาร์เยน ร็อบเบน สังหาร จุดโทษไปติดเซฟ เพตเตอร์ เช็ก อย่างเหลือเชื่อ ทำ�ให้เชลซีรอด จากการเสียประตูไปได้ จนถึงการดวลจุดโทษ ดร็อกบา ก็เป็นฮีโร่ ซัดประตูชัยให้เชลซีชนะบาเยินมิวนิคในการดวลจุดโทษได้สำ�เร็จ ไป 4-3 คว้ามแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีคมาครองเป็นสมัยแรกของ ประวัติศาสตร์สโมสร

กระบอกเสียง “สิงห์บลู”

ในฤดูกาล 2012-2013 ที่จะถึงนี้เป็นฤดูกาลที่น่าจับตา มองอีกฤดูกาลหนึ่ง เพราะว่าทีมเชลซีจะทำ�การถ่ายเลือดครั้งใหม่ โดยคาดว่าเชลซีมีแผนจะปล่อยตัวนักเตะที่กำ�ลังจะหมดสัญญา ออกไปบางราย เช่น โบซิงวา, กาลู ,มาลูด้า ส่วนนักเตะที่จะย้าย เข้าสูถ่ นิ่ เดอะบริดจ์ นัน้ ก็มชี อื่ ของ มาโก้ มาริน ผูท้ ไี่ ด้รบั สมญานาม ว่า “แมสซี่เยอรมัน” ซึ่งเป็นการเสริมทัพที่น่าจับตามองเป็นอย่าง มาก นอกจากนีท้ พั สิงโตน้ำ�เงินครามยังมีแผนทีจ่ ะเสริมทัพนักเตะ ภายใต้การคุมบังเหียนของ โรมัน อับราโมวิช เจ้าของสโมสรเชลซี เช่น ฮัลค์ กองหน้าร่างยักษ์ชาวบราซิลเลีย่ นของสโมสรปอร์โต้ , รา มาเดล ฟัลเกา หัวหอกเมืองโคเคน ที่กำ�ลังทำ�ผลงานได้อย่างยอด เยี่ยมในทีม แอตเลติโก้ มาดริด , อังเดร ชูลเล่ ศูนย์หน้าสัญชาติ เยอร์มันของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ซึ่งในการเสริมทัพนักเตะครั้ง นี้เสี่ยหมีได้เตรียมงบประมาณไวมหาศาลร่วม 200ล้านปอนด์ ฤดูกาลที่ผ่านมาเชลซีมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของผู้จัดการ ทีม โดยมีการปลดผู้จัดการทีมที่ทำ�ผลงานได้ไม่เป็นที่พอใจของ เสี่ยหมีคือ อังเดร วิลลาส โบอาส หลังจากที่ปลด โบอาส ได้ไม่ได้ นาน ทีมเชลซีได้แต่งตัง้ โรแบตโต้ ดิ มัตเตโอ้ มือขวาของโบอาส มา เป็นกุนซือชัว่ คราวแทน ในช่วงนัน้ มีเสียงวิพากษ์วจิ ารณ์เป็นอย่าง มากว่าดิมัตเตโอ้ จะทำ�ผลงานได้ดีหรือไม่ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ ดิมัตเตโอ้ ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัว เขา โดยการพาเชลซีคว้าดับเบิล้ แชมป์ ทัง้ FA cup และยูฟา่ แชมป์ เปีย้ นลีค แต่ถงึ ขนาดนีก้ ย็ งั มีขา่ วจากสือ่ ของต่างประเทศว่า เสีย่ หมี ต้องการที่จะดึง เป๊ป กวาดิโอล่า อดีตกุนซือของบาเซโลน่ามาทำ� งานแทนดิมัตเตโอ้ แต่ทางด้านแฟนบอลพวกเขาต้องการที่จะให้ ดิ มัตเตโอ้ เป็นผู้จัดการทีมเชลซีต่อไป สุดท้ายแล้วน่าจับตามองว่าบรรยากาศในทัพของสิงโต น้ำ�เงินครามจะเปลีย่ นไปอย่างไรและผูจ้ ดั การทีมจะใช่ โรแบตโต้ ดิ มัตเตโอ้ ตามที่แฟนบอลต้องการหรือไม่ต้องจับตาดูกันต่อไป ส่วนเรือ่ งในสนามฟุตบอลก็ตอ้ งคอยติดตามกันว่าการถ่ายเลือด ใหม่ครัง้ นีจ้ ะส่งผลดีหรือผลเสียต่อทีมอย่างไรและจะทำ�ให้เชลซี ก้าวขึน้ ไปเป็นหนึง่ ในทีมชัน้ นำ�ของโลกได้หรือไม่ น่าติดตาม !!!!

llSevenFolDll

www.facebook.com/techit.waiyathira

BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 35


Special Scoop

Didier Drogba ต�ำนานดาวยิงเบอร์ “11” ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าตลอดระยะ เวลาตั้งแต่ปี 2004 จนถึงปี 2012 ใน ปัจจุบันขุนพล “สิงห์บลู” ที่เป็นตัวหลัก ด้วยการมาตลอดตั้งแต่ยุค “สเปเชี่ยล วัน” ก็คือ เพตเตอร์ เช็ก, จอห์น เทอร์รี่, แฟรงค์ แลมพาร์ด และ ดิดิเยร์ ดร็อกบา หรือจะ เรียกว่า “Class of 2004” ก็คงไม่ดูเกิน ไปจากความเป็นจริงนัก เนื่องจากผลงานที่ ผ่านมาคือค�ำตอบส�ำหรับทุกอย่าง.. สร้าง สถิติเสียประตูน้อยที่สุด ในพรีเมียร์ลีกด้วย จอห์น เทอร์รี่ กับ เพตเตอร์ เช็ก ส่วนกอง กลางที่ท�ำประตูมากที่สุด ก็เป็น แฟรงค์ แลมพาร์ด รวมถึงเจ้าของรางวัลดาวซัลโว

2 สมัยอย่าง ดิดิเยร์ ดร็อกบา

ทว่าคนเราพบกันเพื่อจาก ไม่มีใครที่ อยู่ค�้ำฟ้า และไม่แพ้กาลเวลา ถึงตอนนี้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ศูนย์หน้าระดับต�ำนาน ของ เชลซี ได้ท�ำการประกาศออกมาแล้ว ว่าจะอ�ำลาสโมสร พร้อมฝากถึงแฟนบอล ว่าจะมีพวกเขาอยู่ในหัวใจตลอดไป ซึ่งต้อง บอกว่าแฟนบอล “สิงโตน�้ำเงินคราม” จะ ไม่มีวันลืมช่วงเวลาดีๆ ของ ดร็อกบา อย่าง แน่นอน และต่อจากไปนี้ “เดอะ บลูบลัด แม็กกาซีน” จะพาท่านผู้อ่านทุก ท่านไปดูความทรงจ�ำของ ดิดิเยร์ ดร็อกบา กับตลอด 8 ปีที่ผ่านมาในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ว่ามีช่วงเวลาใดบ้างที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน เราไป ชมกันเลยครับ

36 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู

(บน) ลีลาการดีใจของแบบนี้ ของ ดร็อกบา เราจะไม่ได้เห็น กันอีกแล้วในฤดูกาลหน้า


Didier Drogba “11” 2004 – 2005 สถิติสโมสรกับเจ้าเวหาหลอกลอน บาเยิร์น มิวนิค

ดิดิเยร์ ดร็อกบา ย้ายมาจากสโมสร โอลิมปิก มาร์กเซย ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติสโมสรในตอนนั้นด้วย วงเงิน 24 ล้านปอนด์ โดยท�ำประตูแรกให้กับทีมในการ บุกไปเยือน คริสตัล พาเลซ ในนัดที่ 3 ของฤดูกาล ซึ่ง เป็นการท�ำประตูในจังหวะที่ บาบายาโร ่ เปิดเข้าไปให้ ดร็อกบา เทกตัวขึ้นโหม่ง

มีอยู่ช่วงหนึ่งในปีนี้ ที่อาการบาดเจ็บรบกวนจน ต้องชวดรับใช้ทีมไปกว่า 2 เดือน แต่ก็จัดว่าเป็นแกน หลักของทีมในระบบ 4 – 5 – 1 มีตัวริมเส้น 2 ข้างคอย สนับสนุน อาจจะยิงได้ไม่มากแต่ก็จัดว่ามีส่วนร่วมกับ เกมเยอะมากในปีนี้ ที่ส�ำคัญ ดร็อกบา สามารถสร้างชื่อ ให้กับตัวเองได้เต็ม ๆ ตอนการเจอกับ บาเยิร์น มิวนิค ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายจากผลงาน อันยอดเยี่ยมจนทุกคนให้การยอมรับว่า “เจ้าเวหา” ตัว จริง

ประกาศผลสอบ : สอบผ่านตามเกณฑ์เนื่องจาก มีส่วนร่วมอย่างมากในการเก็บบอลจากลูกกลาง อากาศ และยังสามารถใช้ความแข็งแกร่งเบียดสู้ กับกองหลังพรีเมียร์ลีกได้แบบสบาย

2005 – 2006 เครสโป โรเตชั่น.. สิงห์สองตัวอยู่ถ้ำ� เดียวกันไม่ได้.. ปีนี้ออกสตาร์ทด้วยผลงานอันเจ๋งสุด ๆ กับ 2 ประตูในศึก คอมมูนิตี้ ชิลด์ กับ อาร์เซน่อล จนท�ำให้ ทีมคว้าแชมป์ไปครอง แต่ก็ต้องเจอปัญหาเรื่องการแย่ง ต�ำแหน่งในทีมกับ เฮอร์นัน เครสโป ที่จบสกอร์ได้อย่าง คมกริบ จนหลายๆ ครั้ง โชเซ่ มูรินโญ่ ต้องเลือกที่จะโร เตชั่นผลัดกันลงเล่น ทว่าแทคติคของ มูรินโญ่ ก็ยังเป็น 4 – 5 – 1 หรือ 4 – 3 – 3 เช่นเคย ใช้การจู่โจมจากริมเส้นที่มี ความเร็วก่อนครอสให้กองหน้าท�ำประตู ซึ่งต้องยอมรับ ว่าทั้ง ดร็อกบา และ เครสโป ก็เล่นลูกกลางอากาศได้ดี จนมีส่วนร่วมในการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกทั้งคู่ อย่างไรก็ตาม มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ ดิดิเยร์ ดร็อกบา โดนวิจารณ์เรื่องฟอร์มอย่างหนัก แต่ก็กลับมากู้ชื่อเสียง คืนได้ด้วยการยิง 2 ประตู ในเกมที่พบกับ เวสต์แฮม

ประกาศผลสอบ : เป็นปีที่แทคติค 4 - 3 - 3 ใช้ งานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด เพราะดร็อกบามี นักเตะอย่าง ดัฟฟ์, ร็อบเบน, โคล, ไรท์ ฟิลลิป คอยสนับสนุนอยู่ที่ริมเส้น BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 37


Special Scoop 2006 – 2007 ถึงขั้นเวิร์ลคลาสด้วยแรงผลักดันจาก เชฟเชนโก้

ก่อนที่ฤดูกาลนี้จะเริ่ม หลาย ๆ คนก�ำลังคิดว่า เชลซี ควรปล่อยตัว ดิดิเยร์ ดร็อกบา ออกไปหรือไม่เพื่อ ต้อนรับการเข้ามาของ อังเดร เชฟเชนโก้ ซึ่งทางเจ้าตัว เองได้ออกมาพูดเปิดอกกับ มูรินโญ่ เองเลยว่า “อยาก เล่นคู่กัน” จึงท�ำให้ตัว มูรินโญ่ เองยังมั่นใจในตัวศูนย์ หน้ารายนี้เช่นเคย แต่ก็ต้องปรับระบบการเล่นไปเยอะ จากการมาของ บัลลัค และ เชฟเชนโก้

ฤดูกาลเริ่มต้นทีมด้วยระบบ 4 – 4 – 2 แบบ ไดมอนด์ เล่นกองหน้าคู่กับ อังเดร เชฟเชนโก้ แล้วมี บัลลัค แลมพาร์ด เอสเซียง มาเกลเล่ เป็นแผงมิดฟิลด์ ทว่ากลับไม่เวิร์คในระยะยาวเนื่องจาก เชฟเชนโก้ ไม่ สามารถงัดผลงานเก่า ๆ กับ เอซี มิลาน ออกมาได้ แต่ กลับกันการมาของ “เชว่า” คือแรงผลักดันให้ ดร็อกบา ก้าวไปสู่ขั้น “เวิร์ลคลาส” ในที่สุด เพราะว่าเป็นเหมือน แรงผลักดันให้ ดร็อกบา อยากพิสูจน์ตัวเองเพื่อไม่ให้ต�ำ แหน่งศูนย์หน้าตัวจริงต้องหลุดลอยไป

ประกาศผลสอบ : เป็นปีที่ก้าวขึ้นมาเป็นดาวยิง ระดับโลกอย่างแท้จริงด้วยการคว้าต�ำแหน่งดาว ซัลโวของพรีเมียร์ลีกไปครอง พร้อมกับยังเป็นผู้ ท�ำประตูให้ทีมได้แชมป์ คาร์ลิ่ง คัพ และ เอฟเอ คัพ ในฤดูกาลนั้นด้วย สอบผ่านแบบขั้นเทพ

2007 - 2008 รองทริปเปิ้ ลแชมป์กับใบแดงที่มอสโกว์ เป็นการเริ่มต้นฤดูกาลที่ไม่ดีนักของ ดร็อกบา หลังจากที่ โชเซ่ มูรินโญ่ โดนปลดออกจากการเป็นผู้ จัดการทีมและแต่งตั้น อัฟรัม แกรนท์ ขึ้นมาเป็นกุนซือ แทน จนมีข่าวออกมามากมายว่า ดร็อกบา จะขอ ย้ายเพราะไม่มีความสุข กับการที่ต้องเล่นอยู่ในสภาพที่ ปราศจาก “เดอะ สเปเชี่ยลวัน” อย่างไรก็ตาม ดร็อกบา กลับมากู้ชื่อเสียงของ ตนเองคืนได้อีกครั้งในช่วงท้ายฤดูกาล จนมีส่วนส�ำคัญ ให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ก่อนจะไปโดนใบแดงด้วย การเอามือไปตบปากของ เนมันย่า วิดิช และหมดสิทธิ์ สังหารจุดโทษคนสุดท้ายซึ่งเป็น จอห์น เทอร์รี่ ที่รับ หน้าที่แทนแต่ก็พลาดไป

38 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู

ประกาศผลสอบ : มาเก่งในช่วงท้ายฤดูฤดูกาล จนมีส่วนพาทีมเข้าชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ส�ำเร็จ แม้ว่าช่วงต้นซีซั่นจะออกอาการงอแงไปบ้าง แต่ ยังไงเขาก็คือตัวหลักถือว่าสอบผ่านแบบเกือบตก


Didier Drogba “11” 2008 – 2009 “สโคลารี่” ดรอป ดร็อกบา คือความคิดที่ผดิ เป็นปีที่ท�ำผลงานได้ดี แต่โอกาสลงเล่นไม่เยอะ แถมการตกรอบด้วยน�้ำมือของ บาร์เซโลน่า ท�ำให้เขา เศร้าเป็นอย่างมาก แถมยังไปสบถถ้อยค�ำอันรุนแรง ผ่านหน้ากล้องจนท�ำให้ต้องโดนแบนในปีต่อมาแต่ก็ยัง พาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้ในที่สุดพร้อมประตู ตีเสมอ เอฟเวอร์ตัน 1 – 1 จนท�ำให้ทีมมีชัยในช่วงโค้ง สุดท้าย ปิดฉากอ�ำลา กุสส์ ฮิดดิ้งค์ อย่างงดงามด้วย การลงเล่นให้กับสโมสรครบ 5 ปีเต็ม ปีนี้แอบโชคร้าย ที่มาเจ็บตั้งแต่ก่อนเปิดฤดูกาล จนท�ำให้ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ เลือกใช้งาน นิโกล่าส์ อเนลก้า เป็นศูนย์หน้าตัวหลัก แต่ก็พาทีมไปได้ไม่ไกล จนโดนปลดออกจากการเป็นกุนซือในที่สุด และได้ตัว กุสส์ ฮิดดิ้งค์ เข้ามารับต�ำแหน่งแทนพร้อมมอบความไว้ วางใจให้กับ ดร็อกบา อย่างเต็มเปี่ยมจนงัดฟอร์มของ ตัวเองออกมาได้อีกครั้ง

ประกาศผลสอบ : แรกเริ่มอาจเป็นเพียงตัวเลือก รองจาก อเนลก้า เพราะมีอาการบาดเจ็บ แต่ว่า หลังจากท�ำประตูชัยให้กับทีมได้ในเกมที่พบกับ ซีเอฟอาร์ ครูซจ์ ก็เริ่มได้รับความไว้วางใจ แต่ก็ ไม่สามารถท�ำผลงานได้แรงเหมือนตอนที่ กุสส์ ฮิดดิ้งค์ เป็นกุนซือ นับว่าสอบผ่านในระดับหนึ่ง

2009 - 2010 คู่หทู ี่ดีท่ีสดุ “นิโกล่าส์ อเนลก้า” นี่คือปีที่ร้อนแรงที่สุดของ ดร็อกบา กับสโมสร โดยการพาทีมเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้ส�ำเร็จหลังจาก ที่ต้องตกอยู่ในร่มเงาของ แมนยูฯ ไนเต็ด ถึง 3 ปีติดต่อ กันแถมยังคว้ารางวัลดาวซัลโวได้เป็นสมัยที่ 2 ด้วย���ช่น กัน หลังจากเคยท�ำได้มาก่อนหน้านี้ในฤดูกาล 2006 – 2007 ทว่าปีนี้ได้ทีเด็ดจากการสังหารฟรีคิกที่เฉียบขาด จนผลิตสกอร์มาแล้วนักต่อนัก ที่ส�ำคัญไปกว่านั้นคือ นิโกล่าส์ อเนลก้า กลาย เป็นคู่หูที่ดีที่สุดของ ดร็อกบา ภายใต้การคุมทีมของ กุนซือมากประสบการณ์อย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ กับ ระบบไดมอนด์อันโด่งดังจนพา ดร็อกบา และ อเนลก้า ประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยม จนพาทีมได้ดับเบิ้ล แชมป์ พรีเมียร์ลีก และ เอฟเอ คัพ

ประกาศผลสอบ : ฟอร์มเด่นขั้นมหาโหด คว้า รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีไปครอง ซึ่งตอนที่ ก�ำลังแย่งดาวซัลโวกับ รูนีย์ แอบมีงอน แลมพ์ นิดหน่อยแต่สุดท้ายก็คืนดีกัน โคตรเทพเลยปีนี้ BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 39


Special Scoop 2010 - 2011 เริ่มต้นได้ดี แต่ลงเอยด้วยความว่างเปล่า

ดูเหมือนจะดีส�ำหรับปีนี้ด้วยการเริ่มต้นจากการ กดแฮทริกซ์ในนัดเปิดฤดูกาลที่เอาชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ของ โรแบร์โต้ ดิ มัตเทโอ้ ตอนนั้นไป 6 – 0 แต่ผลงานทีมกลับตกลงอย่างไม่น่าเชื่อ ก่อนจะพลาด แชมป์ให้ แมนยูฯ ไนเต็ด แบบน่าเจ็บใจทั้ง ๆ ที่เริ่มต้น ฤดูกาลด้วยการชนะ 6 - 0 ติดต่อกัน 2 เกมแถมยังออก สตาร์ทแบบไม่เสียประตู 3 นัดติดต่อกัน

แถมปีนี้เป็นการน�ำเข้า เฟร์นานโด ตอร์เรส ศูนย์หน้าค่าตัว 50 ล้านปอนด์ แต่ก็ไม่สามารถลงเล่น ได้อย่างเข้าขาเหมือนที่เคยเล่นกับ นิโกล่าส์ อเนลก้า จนท�ำให้ปิดฤดูกาลทีมไม่มีแชมป์ติดมือ พร้อมทั้ง โรมัน อบราโมวิช ตัดสินใจปลด อันเชล็อตติ ที่ท�ำทีม สร้างประวัติศาสตร์ในฤดูกาลก่อนออกทันที นับว่า เป็นฤดูกาลที่ไม่ดีนักเพราะพลาดแชมป์ทุกรายการ ซึ่ง มีหลายครั้งที่ อันเชล็อตติ เลือกส่ง ตอร์เรส ลงไปเล่น ก่อนแล้วท�ำให้ ดร็อกบา เคืองใจไม่น้อย

ประกาศผลสอบ : นักเตะที่ยิงได้มากที่สุดในทีม ปีนี้กลับไม่ใช่ศูนย์หน้า หรือว่า แลมพาร์ด แต่ว่า เป็น ฟลอล็องต์ มาลูด้า ปีกเฟรนช์แมนที่ท�ำได้ นับว่าผลงานโดยรวม ดร็อกบา ไม่ค่อยดีนักแม้ จะมีประสิทธิภาพ ในการเล่นลูกโอเพ่นเพลย์อยู่ ก็ตาม

2011 - 2012 ความล้มเหลวกับความส�ำเร็จห่างกันแค่ 2 เดือน อาจไม่ใช่ปีที่เล่นได้ดีที่สุด แต่ก็เป็นปีที่สร้าง ประวัติศาสตร์สูงสุดให้กับทีมด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ กับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งตัว ดร็อกบา เองสามารถยิงประตูได้ทั้ง 2 เกม โดยก่อนหน้านี้ใน ช่วงที่ อังเดร วิลลาส โบอาส คุมทีม ดร็อกบา ต้องนั่ง เป็นเพียงตัวส�ำรองเท่านั้นก่อนที่โรแบร์โต้ ดิ มัตเทโอ้ จะเข้ามาคุมและเลือกใช้ตัวเก๋า น�ำพา “สิงห์บลู” เป็น แชมป์ยุโรปได้ในที่สุด นับว่าเป็นการปิดฉากซีซั่นที่สมบูรณ์แบบ และ เป็นการจากลาสโมสรไปแบบต�ำนานดาวยิงที่ท�ำประตู เป็นอันดับ 4 ของประวัติศาสตร์สโมสร จะลงเล่นที่ใด และไม่ว่าจะเจอกับทีมไหน ดิดิเยร์ ดร็อกบา ก็พร้อมที่ จะยัดเยียดความปราชัยให้กับทีมนั้นโดยไม่ปราณี

40 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู

ประกาศผลสอบ : หากนับฟอร์มทั้งฤดูกาลแล้ว ถือว่าพูดได้ยากว่าเล่นดีไหม แต่ด้วยการที่ยิง ประตูได้ในรอบชิงทั้ง 2 นัด แถมได้อ�ำลาสโมสร ในช่วงเวลาที่สมควร คุณคือต�ำนานตัวจริง


Didier Drogba “11” สรุปผลงานโดยรวมของโคตรต�ำนาน “ดิดเิ ยร์ ดร็อกบา” Profile & Statistic ชื่อ : ดิดิเยร์ ดร็อกบา วันเกิด : 11 มีนาคม 1978 อายุ : 34 ปี

ส่วนสูง : 189 เซ็นติเมตร น�้ำหนัก : 91 กิโลกรัม ต�ำแหน่ง : กองหน้า เบอร์เสื้อ : 11 ลงสนามทั้งหมด : 341 นัด ท�ำประตู : 157 ประตู แอสซิส : 71 ลูก ประตูแรก : คริสตัล พาเลซ ประตูสุดท้าย : บาเยิร์น มิวนิค ปีที่เล่น : 2004 - 2012

Honours พรีเมียร์ลีก : 2004-05, 2005-06, 2009-10 เอฟเอ คัพ : 2007, 2009, 2010, 2012 คาร์ลิ่ง คัพ : 2005, 2007 ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : 2012 คอมมูนิตี้ ชิลด์ : 2005, 2009 นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร : 2010 ทีมยอดเยี่ยมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : 2007

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก : 2007, 2010 ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก : 2007, 2010 นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีไอวอรีโคสต์ : 2006, 2007 นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีทวีปแอฟริกา : 2006, 2009 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 41


Special Scoop

7 ยอดดาวยิงผู อ้ ยู่ใต้ร่มเงาของ Didier Drogba เป็ น เรื่ อ งที่ ไ ม่ น่ า เชื่ อ แต่ ก็ ต้ อ งเชื่ อ ครั บ ว่าดาวยิงชื่อดังจากยุโรปหลายคนที่เคยเป็น “พระเอก” ในสโมสรเก่ามาก่อนต้องตกเป็น พระรองของ ดิดเิ ยร์ ดร็อกบา ภายใต้การเล่นใน ถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยมี นิโกล่าส์ อเนลก้า เพียงคนเดียวเท่านัน้ ทีป่ ระสานงานกับ ดร็อกบา ได้อย่างลงตัวจนพาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2009 – 2010 ได้ในที่สุด นอกจากนั้น ไม่ว่าจะเป็น เฮอร์นัน เครสโป สุดยอดศูนย์หน้า เซนส์แรงหรือ อังเดร เชฟเชนโก้ เจ้าของรางวัล บัลลงก์ ดอร์ ปี 2003 ก็ยังต้องเอาชื่อมาทิ้งที่ เชลซี เช่นกัน 42 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู

ที่ เ ป็ น เช่ น นั้ น ก็ เ พราะการเข้ า มาของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในปี 2004 ได้วางรากฐานให้กับ ทีมไว้ในระบบ 4 – 3 – 3 โดยใช้ศูนย์หน้าเพียง คนเดี ยวและต้ อ งเป็ นสไตล์ ที่ เก็ บ บอลเองได้ เด่นทั้งการท�ำประตูและลูกกลางอากาศเพราะ ทีมใช้ปีกริมเส้น 2 ข้างเป็นแพทเทิ้ลหลักใน การโจมตี วันนี้เราจะพาผู้อ่านทุกท่านไปดูอดีตกอง หน้าที่เคยแวะเวียนมาเล่นกับ เชลซี กันดีกว่า ว่าแต่ละคนนั้นเป็นอย่างไร บางคนก็พิสูจน์ตัว เองไม่ได้ ส่วนบางคนก็ต้องยอมลดบทบาทของ ตัวเอง


Didier Drogba “11” 1. ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น (2000 - 2006) อันที่จริงดาวยิงทีมชาติ ไอซ์แลนด์ รายนี้ไม่ได้ดับเลยแม้แต่นิดเดียว ใน ทางกลับกันดันเล่นได้ดีมากๆ ซะด้วยเนื่องจาก มูรินโญ่ มอบบทบาทใหม่ในการ เล่นเป็น “หน้าต�่ำ” หรือจะเรียกเป็นกองกลางตัวรุกไปเลยก็คงไม่ผิดนัก จนมี ส่วนในการพาทีมได้แชมป์พรีเมียร์ลีกปี 2004 – 2005 แม้ว่าช่วงต้นฤดูกาลจะ แย่งต�ำแหน่งกองหน้ากับ ดร็อกบา ก็ตาม แถมมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ ดร็อกบา เจ็บไป 2 เดือนท�ำให้ กุ๊ดยอห์นเซ่น ได้เล่นเป็นกองหน้า ทว่าพอ ดร็อกบา กลับมา กุ๊ด ยอห์นเซ่น ก็ไปเล่นเป็นหน้าต�่ำจนประสานงานกับ ดร็อกบา ได้ดีจากการเล่น อันชาญฉลาดของอดีตเพชรฆาตผมทองของ “สิงห์บลู” รายนี้ 2. มาเตย่า เคซมัน (2004 - 2005) คนนี้สิครับที่เรียกว่า “ดับ” ตัวจริงส�ำหรับ มาเตย่า เคซมัน เพราะย้าย มาอยู่กับสโมสรด้วยดีกรีเจ้าของรางวัลดาวซัลโวลีกดัทช์ 3 สมัยติด แต่กลับท�ำ ผลงานใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้ไม่น่าประทับใจเอาเสียเลยเพราะยิงได้เพียง 7 ประตูจากการลงเล่นทุกรายการ แถมต้องบอกว่าดวงอาภัพด้วยเช่นกันครับ ยิง ชนเสา ชนคาน บ่อยมาก กว่าจะมายิงประตูแรกให้ เชลซี ได้ก็เป็นลูกจุดโทษ แต่ว่าคลาสสิกมากเพราะเป็นการชิพเข้าไปที่กลางประตู ทว่าก็ไม่ดีพอที่จะได้ อยู่ต่อก่อนโดนขายทิ้งให้กับ แอธเลติโก้ มาดริด ในปีต่อมา 3. เฮอร์นัน เครสโป (2003 - 2008) จะว่าไป เครสโป ก็ไม่ถึงกับดับเสียทีเดียว แต่แฟนบอลทีมอื่นๆ เห็นว่า ตกเป็นรอง ดร็อกบา ก็เลยปรามาสว่าดับไปซะอย่างงั้น โดยยาวยิงรายนี้ย้ายมา อยู่กับทีมในปีแรกที่ โรมัน อบราโมวิช เข้ามาเทคโอเวอร์ด้วยราคา 16.8 ล้าน ปอนด์ ซึ่งต้องถือว่าแพงไม่เบาเลยทีเดียวในตอนนั้น แต่ว่า เครสโป ต้องพบกับ ปัญหาอาการบาดเจ็บหลายครั้งจนไม่สามารถเป็นตัวหลักให้กับทีมได้ ก่อนจะ ถูกปล่อยยืมตัวให้ เอซี มิลาน ในปีต่อมาแต่ว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ก็เรียกตัวกลับมา ในปี 2005 – 2006 ซึ่งคอยโรเตชั่นกับ ดร็อกบา แล้วก็ถือว่าท�ำผลงานได้ดี มี ทีเด็ดจากการเข้าฮอร์สที่เด็ดขาดมากเลยทีเดียว 4. อังเดร เชฟเชนโก้ (2006 - 2009) ดาวยิงฝีเท้าระดับโลกรายนี้จะว่าไปก็ได้ก�ำลังใจจากคนดูเยอะ แม้จะ ท�ำผลงานได้ไม่ดีเนื่องจากย้ายมาในช่วงที่อายุแตะหลักเลข 3 แถมเป็นศูนย์ หน้าสไตล์ที่ต้องเป็นดาวยิงหาใช่คนลงมาล้วงเก็บบอล จนมันท�ำให้ต�ำแหน่งทับ กับ ดร็อกบา ไปโดยปริยาย ซึ่งช่วงแรกลงคู่กับ ดร็อกบา ในระบบ 4 – 4 – 2 ไดมอนด์ เปิดตัวได้สวยทั้งใน คอมมูนิตี้ ชิลด์ และเกมพรีเมียร์ลีกกับ มิดเดิ้ลส โบรซ์ ทว่าทั้ง 2 นัดที่ เชว่า ยิงได้ทีมแพ้ทั้ง 2 เกมจนแฟนบอลทีมอื่นเริ่มแซวๆ ว่าถ้าหาก เชฟเชนโก้ ยิงได้ทีมคงแพ้ แต่แฟนบอลก็ไม่ได้เสียใจเลยแม้แต่นิด เดียวที่ครั้งหนึ่งทีมเคยมีดาวยิงรายนี้อยู่ในทีม

BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 43


Special Scoop 5. เคลาดิโอ ปิซาร์โร่ (2007 - 2009) ปิซาร์โร่ ย้ายมาจาก บาเยิร์น มิวนิค มาอยู่กับทีมแบบไร้ค่าตัวเพราะว่า หมดสัญญา โดยในปีนั้น โชเซ่ มูรินโญ่ เลือกเซ็นนักเตะฟรีถึง 3 คนได้แก่ สตีฟ ซิดเวลล์, ทาล เบน ฮาอิม และ ปิซาร์โร่ นั่นเอง ซึ่งไม่มีใครประสบความส�ำเร็จ เลยแม้แต่รายเดียว ยิ่งตอนที่ อัฟรัม แกรนท์ เข้ามาคุมทีมเราแทบไม่ได้เห็น นักเตะ 3 คนดังกล่าวลงเล่นเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตาม น่าแปลกใจเหลือเกินที่ อยู่ เชลซี กลับเล่นได้ไม่ค่อยดีแต่พอถูกยืมตัวไปอยู่กับ แวร์เดอร์ เบรแมน กลับ ท�ำผลงานได้ดีเอามากๆ จน ณ ปัจจุบัน ได้เซ็นสัญญากลับไปอยู่ที่ถิ่นเก่ากับ บาเยิร์น มิวนิค เป็นที่เรียบร้อย 6. นิโกล่าส์ อเนลก้า (2008 - 2012) อเนลก้า ย้ายมาอยู่กับทีมด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ในช่วงต้นมกราคมปี 2008 ภายใต้การคุมทีมของ อัฟรัม แกรนท์ ซึ่งยิงไปเพียง 2 ประตูเท่านั้น ทว่า ในปีต่อหน้า หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ เลือกใช้ อเนลก้า เป็นศูนย์หน้าตัวหลักก่อน ดิดิเยร์ ดร็อกบา ก่อนที่ทางด้าน กุสส์ ฮิดดิ้งค์ จะเข้ามาคุมทีมก็โดนดึงมาไปเล่น ด้านข้างมากยิ่งขึ่น แต่ก็ยังโชว์ฟอร์มได้ดีและได้รางวัลดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก ใน ปีนั้น ส่วนฤดูกาลต่อมาเสี่ยหมีแต่งตั้ง คาร์โล อันเชล็อตติ เข้ามาคุมทีมและเล่น ระบบหน้าคู่จนท�ำให้ ดร็อกบา กับ อเนลก้า กลายเป็นคู่กองหน้าที่ประสานงาน กันได้ดีเยี่ยมไม่แพ้ช่วงที่ กุ๊ดยอห์นเซ่น เล่นกับ ฮัสเซลแบงค์ เลยแม้แต่นิดเดียว 7. เฟร์นานโด ตอร์เรส (2011 - ปัจจุบัน) ยังไม่ได้รับค�ำตอบที่ตายตัวว่าจะดับหรือไม่ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะคล้ายกับ อังเดร เชฟเชนโก้ อยู่พอประมาณ ทว่าหากวัดกันถึงการมีส่วนร่วม ตอร์เรส ก็ ยังท�ำหน้าที่ได้ดี ไปกับบอลด้วยความเร็วและยังกดดันคู่แข่งได้อยู่ เพียงแต่ติด ที่ว่าท�ำสกอร์ไม่ค่อยได้เท่านั้น ซึ่งจะว่าไปหลังจากการจากไปของ ดร็อกบา เรา น่าจะได้ค�ำตอบเสียทีว่าตกลงแล้ว ตอร์เรส จะเรียกฟอร์มเก่งกลับคืนมา หรือ จะต้องกลายเป็นอีก 1 ศูนย์หน้าที่ “เสี่ยหมี” คิดผิด..

“ถ้าอยากให้ ตอร์เรส เล่นได้ดีคุณ ต้องกล้าทีจ่ ะขาย ดิดิเยร์ ดร็อกบา” Carlo Ancelotti อดีตผู้จัดการทีมเชลซี ชุดดับเบิ้ลแชมป์ 44 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู


Didier Drogba “11”

“เราจะไม่มวี นั ลืมคุณ”

BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 45


Blue Interview

” ็ ก ต ช โ ู เ ห ์ ร ั ญ อ ว ต ข เ ง ต อ ข พ เ “ ิ ด ก เ ในวนั 46 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู


Petr Cech ในช่ ว งชี วิ ต ที่ ผ่ า นพ้ น วั น คล้ า ยวั น เกิ ด มา มากมาย คงไม่มีวันเกิดครั้งใดที่ เพตเตอร์ เช็ก จะมี ความสุขได้มากเท่าคราวครบวัย 30 ปีนี้ ซึ่งเกิดขึ้น หลังผ่านแมทช์แห่งโชคชะตาด้วยฟอร์มขั้นเทพ ณ อลิอันซ์ อารีนา เพียงวันเดียว ดังคำ�กล่าวโบราณว่า ‘สถานการณ์สร้างวีรบุรษุ ’ เมือ่ เกมรับอันแข็งแกร่งของสิงโตน้ำ�เงินครามเกิดความ ผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในค่ำ�คืนปาฏิหารย์ทมี่ วิ นิคทำ�ให้ เพตเตอร์ เช็ก ต้องออกแรงป้องกันจุดโทษของอดีตนัก เตะสังกัดเชลซี “ร็อบเบน” ผูพ้ กความแค้นมาเต็มอัตรา แต่เป็นตัว ร็อบเบนเ องที่พลาดเทรนด์ทำ�ประตูทีมเก่า แบบที่ฮิตกันในสมัยนี้ไปอย่างเหลือเชื่อเมื่อ เพตเตอร์ เช็ก พุ่งถูกทางและรักษาสกอร์เสมอเอาไว้ได้จนหมด ช่วงต่อเวลาพิเศษทำ�ให้ต้องยิงจุดโทษตัดสินตามกติกา คราวนีเ้ ช็กโชว์ฟอร์มอีกครัง้ ด้วยการล้มตัวเซฟลูกของ อิ วิกา้ โอลิค และการเหยียดตัวจนปลายนิว้ มือปัดเปลีย่ น ลูกวิถียิงของ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ เกอร์ ก็ทำ�ให้ เชลซี มีโอกาสครัง้ สำ�คัญและคว้าโอกาสจากผลงานของ มือกาวชาวเช็คนัน้ ไว้สำ�เร็จด้วยลูกยิงเฉียบคมของดร็อก บา สุดท้ายเป็นเจ้ามือทวารทายาทดาร์คเวเดอร์ นั่นเองที่ได้รับการโหวตจากแฟนบอลให้เป็น แมนออฟเดอะแมทช์ เจ้าตัวนั้นยอมรับซื่อๆ ว่าแทบจำ�ไม่ได้เลยว่าฉลอง แชมป์กันยังไง

“ในฐานะมือโกล์เนี่ยนะ.. เมื่อคุณชนะในการ ดวลจุดโทษมันเป็นความสุขตัวใหญ่ๆ เลยล่ะ” เพตเตอร์ เช็ก โว “ยิ่งมีการเซฟจุดโทษในนัดชิงช่วงต่อเวลาพิเศษ ยิง่ ดับเบิล้ ความแฮปปีข้ องผมเข้าไปด้วยนะ” มือกาวเสา หลักย้ำ� “กว่า 8 ปีทเี่ ราเฝ้าถวิลหาเหรียญทองของผูช้ นะ ในเวทียุโรป ผมไม่รู้เลยว่ามันจะตื้นตันใจขนาดไหน บอกตรงๆ ว่า 20 วินาทีหลังจากที่พี่แมลงสาบซัลโวตุง ตาข่ายผมไม่รู้ตัวซักนิดว่าต้องทำ�อะไรต่อ มันอินสุดๆ ผมไม่เคยมีความสุขขนาดนี้มาก่อน” “อย่างที่บอกไว้ก่อนเกมส์ หากเราได้ชู ถ้ ว ยบิ๊ ก เอี ย ร์ ผ มก็ ไ ม่ ต้ อ งการเค้ ก วั น เกิ ด อะไรนี่อีก มันคือของขวัญที่ดีที่สุดของผม มัน มหัศจรรย์ เปรียบอย่างกับฝันที่เป็นจริง”

รู้หรือไม่ !!?? เพตเตอร์ เช็ก คือนายทวารที่ท�ำ สถิติคลีนชีทครบ 100 นัดไวที่สุดใน พรีเมียร์ลีก โดยใช้เวลาเพียง 180 นัดเท่านั้น BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 47


Blue Interview “เมื่อสี่ปีก่อนเราอยู่ในรอบชิงและพ่ายในการ ดวลจุดโทษแบบนี้แหละ เราได้แต่หวังว่าซักวันจะมี โอกาสให้แก้ตัวในที่สุดวันนั้นก็มาถึงตัวอย่างไม่ทันคิด และเราก็คว้ามันเอาไว้ได้ คิดดูสิ 9 ปีที่ผ่านมาเราเข้า ถึงรอบรอง 6 ครั้งและทะลุชิง 2 ครั้ง ยังไงซักวันมันก็ ต้องเป็นวันของเรา” เช็ ก อธิ บ ายอี ก ว่ า ได้ เ ตรี ย มพร้ อ มสำ�หรั บ การ ป้องกันลูกโทษด้วยการดูเทปบันทึกภาพจากความช่วย เหลือของโค้ชผูร้ กั ษาประตูชอื่ กวนชวนกินเด็ก “คริสโต เฟอร์ โลลิค่อน” และทีมวิเคราะห์เทปของเชลซี “ผมทำ�การบ้านมาดี คุณจะเห็นว่าวันนี้ผมต้อง ออกแรงเซฟจุดโทษอยู่ 6 ครั้งแล้วดูสิผมกระโดดถูก ทางทุกครั้งเลยนะ ลงท้ายด้วยการเซฟได้ตั้ง 3 ครั้ง ผม พอใจกับการเตรียมตัวจริงๆ” “สำ�หรับลูกยิงของร็อบเบน ผมพุ่งล้มถูกทาง และป้องกันมันไว้ได้ ส่วนช่วงยิงจุดโทษตัดสินลูกแรก ผมแตะบอลทันนะ ลูกที่สองผมก็ยังกระโดดถูกทาง

ส่วนลูกทีส่ ามผมรูส้ กึ ว่ามันเฉียดไปแค่นดิ เดียวจนผมคิด ว่ายังไงก็ตอ้ งเซฟให้ได้ สุดท้ายสองลูกหลังผมก็ทำ�สำ�เร็จ แล้วก็ได้รางวัลตอบแทน” ฮีโร่ของเราเซ็นสัญญากับเชลซีตั้งแต่ปี 2004 และคว้าแชมป์มากมายกับสโมสร ได้แก่พรีเมียร์ลีก 3 สมัย เอฟเอ คัพ 4 สมัย คาร์ลิ่งคัพ คัพ 2 สมัย พร้อม ด้วยรางวัลส่วนตัวเช่น รางวัลถุงมือทองคำ� ทีมยอด เยี่ยมทั้งลีกอังกฤษและยุโรป จะมีก็เพียงถ้วยแชมป์ยู ฟ่าแชมเปีย้ นลีกเท่านัน้ ทีเ่ ขายังไม่เคยมีโอกาสสัมผัสมา ก่อน “มันมหัศจรรย์มากเลยนะ เราทำ�ทุกอย่างได้ สำ�เร็จ นี่เป็นถ้วยใบสุดท้ายที่เราถวิลหามันเป็นความ รู้สึกที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ตอนได้บิ๊กเอียร์มาครอง เมื่อ เราได้แชมป์แล้วเราก็ยังต้องการที่จะคว้ามันอีกครั้งซึ่ง ชัยชนะครั้งนี้ก็พาให้เราได้เข้ามาเล่นในทัวนาเมนต์ยู ฟ่าอีกในปีหน้า มันดีนะที่จะได้มีโอกาสกลับมาป้องกัน แชมป์ของเรา”

(ล่าง) เพตเตอร์ เช็ก ปัดป้องลูกยิงของ โอลิช กับ ชไวน์สไตเกอร์ ซึ่งมีส่วนในการท�ำให้ทีมได้แชมป์

48 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู


Petr Cech Profile & Statistic ชื่อ : เพตเตอร์ เช็ก วันเกิด : 20 พฤษภาคม 1982 อายุ : 30 ปี

ส่วนสูง : 196 เซ็นติเมตร น�้ำหนัก : 91.71 กิโลกรัม ต�ำแหน่ง : ผู้รักษาประตู เบอร์เสื้อ : 1 ลงสนามทั้งหมด : 362 นัด ใบเหลือง : 1 ใบ ใบแดง : 1 ใบ เกมแรกที่เล่น : แมนยูฯ ไนเต็ด คลีนชีทนานสุด : 1024 นาที ปีที่เล่น : 2004 - ปัจจุบัน นี่ ไ ม่ ใช่ ค รั้ ง แรกที ม สั ญ ชาติ อั ง กฤษเอาชนะ เยอรมันจากการดวลจุดโทษ อันที่จริงแล้วเมื่อปี 1970 เอฟเวอร์ตันเอาชนะ มึนเช่น กลัดบัด ได้ในทัวนาเมนต์ ยูโรเปี้ยน คัพ รอบสองซึ่งนัดนั้น จุ๊ปป์ ไฮย์เกส กุนซือ เสือใต้ปัจจุบันก็มีรายชื่อเป็นผู้ทำ�ประตูเช่นกัน อย่างไร ก็ตามชัยชนะที่จะถูกบันทึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ ของสโมสร เชลซี ในครั้งนี้ก็ต้องขอบคุณ เพตเตอร์ เช็ก ผู้ทำ�หน้าที่ได้เยี่ยมซึ่งผลงานในสนามของเช็คก็มาจาก การเตรียมพร้อมที่ดีนั่นเอง นี่เป็นแชมป์ที่เหมาะสม สำ�หรับเช็กจริงๆ มือโกล์ทีมชาติเช็คผู้นี้มีอายุย่างก้าวเข้าปีที่ 30 แล้ว สำ�หรับนักเตะหลายคนอาจต้องทบทวนเรื่อง

อนาคตหากแต่หนทางบนสนามหญ้าของเช็คยังคง สดใสเนื่องจากความฟิตที่พร้อมลงสนามเสมอและ ฟอร์มอันยอดเยี่ยมตลอด 8 ปีที่ผ่านมาหวังว่าเราจะ ได้เห็นเช็คกับฟอร์มที่ดีที่สุดของเขาอีกครั้งในเร็ววันนี้ Všechno nejlepší k narozeninám Petr Čech! สุขสันต์วันเกิด เพ็ตเตอร์ เช็ก!

Translate By Chu - O (ฉุ - โอะ) BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 49


Blue Secret

หลั งบ้าน “ดร็อกบา”

ในทุกการทำ�งานนั้น ทุกคนล้วนต้องพึ่งพา กำ�ลังใจและการสนับสนุนจากครอบครัว ไม่เว้น แม้แต่นักฟุตบอลซุปเปอร์สตาร์อย่าง “ดิดิเยร์ ดร็อกบา” ที่กำ�ลังใจจากครอบครัวนั้น ส่งผลให้ เขากลายมาเป็นสุดยอดตำ�นานแห่ง สแตมฟอร์ด บริดจ์ จนถึงทุกวันนี้ สกู๊ปนี้จะขอนำ�เสนอ เบื้อง หลังแห่งความสำ�เร็จของบุรษุ หนุม่ ผูน้ ี้ และภรรยา ยอดดวงใจผู้เป็นกำ�ลังใจสำ�คัญในชีวิต รวมไปถึง มุมน่ารักๆ ของครอบครัว ดร็อกบา ก่อนจะก้าวเข้ามาสู่รั้ว สแตมฟอร์ด บริดจ์ ดร็ อ กบา เคยค้ า แข้ ง อยู่ กั บ สโมสร ลี แมนส์ 50 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู

ที่นี่นี่เองที่ทำ�ให้เขาได้พบกับเธอ... Lalla Diakite หรือที่บางคนเรียกว่า “Alla” หญิงสาวชาวมาลี แสนสวย ทั้งคู่พบกันระหว่างการแข่งขันฟุตบอล นัดหนึ่งซึ่งลัลลาเป็นผู้ชม เหตุการณ์ดูเหมือนจะ ไม่มอี ะไร แต่อนิจจาบุพเพสันนิวาสมันจะเกิด เพือ่ นของลัลลา เป็นญาติคนหนึ่งของดร็อกบา….นับ ตัง้ แต่วนั นัน้ เป็นเวลากว่า 12 ปีทลี่ ลั ลาอยูเ่ คียงข้าง นักเตะผูน้ มี้ าตลอดและในปี 1999 ทัง้ คูไ่ ด้ตอ้ นรับ สมาชิกใหม่ของครอบครัว “Isaac Drogba” “การ เกิดของ Isaac เปลี่ยนชีวิตผม”ดิดิเยร์ ดร็อกบา หลังจาก Isaac ทัง้ คูก่ ม็ ลี กู อีก 2 คนคือ สาว น้อย Iman และหนุ่มน้อยคนสุดท้อง Keyran ถึงจะอยู่ด้วยกันมาถึง12 ปีแต่คู่รักคู่นี้พึ่งจัดพิธี แต่งงานแบบเรียบๆเป็นส่วนตัวที่โมนาโกไปเมื่อ ช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2011 ที่ผ่านมานี้เอง โดยมี ลูกๆ ทั้ง 3 รวมไปถึงเพื่อนพ้องในวงการฟุตบอล มาร่วมเป็นสักขีพยานกันอย่างล้มหลาม ดร็อกบานั้นพยายามให้ชีวิตครอบครัวของเขาอยู่ ในแสงสีน้อยที่สุด ลัลลาเองก็ชอบที่จะอยู่แบบ เป็นส่วนตัว ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่ค่อยเห็นรูปภาพ ของครอบครัวดร็อกบาปรากฎตามสื่อมากนัก “ไม่ มี ใ ครรู้ ว่ า ฉั น เป็ น ใครแม้ ก ระทั่ ง ใน มาลีหรือฝรั่งเศส และฉันก็ชอบที่มันเป็นแบบ นั้น”Lalla Drogba ทุ ก วั น นี้ น อกจากหน้ า ที่ ใ นการดู แ ลลู ก ๆ ลั ล ลา ยั ง ช่ ว ยดู แ ลกิ จ การด้ า นการกุ ศ ลของ มู ล นิ ธิ The Didier Drogba Foundation


Blue Secret เรือ่ งน่ารู้ของ ดร็อกบา ! - ลัลลามีลูกชาย 1 คนชื่อ Kevin จากความสัมพันธ์ครั้งก่อน - Isaac ลูกชายคนโตของดร็อกบา เป็นแฟน อาร์เซน่อล ตัวยงเพราะชื่นชอบในตัว เธียร์รี่ อองรี เป็น อย่างมาก ถึงขนาดใส่เสื้อ อาร์เซน่อล เดินว่อนทั่วบ้านให้ยอดกองหน้าเชลซีถึงกับกระอักกระอ่วนมาแล้ว - ลัลลาเป็นมุสลิม ในขณะที่ดร็อกบา นับถือคาธอลิก แต่ทั้งคู่ก็เคารพนับถือในศาสนาของกันและกัน - นอกจากพิธีแต่งงานที่โมนาโกแล้ว ทั้งคู่ยังได้เข้าพิธีแต่งงานแบบแอฟริกันในปีเดียวกันนั้นอีกด้วย - ช่วงที่ย้ายมาอังกฤษใหม่ๆนั้น ดร็อกบาต้องปรับตัวหลายอย่างทั้งอาหารการกิน ความเป็นอยู่และ ภาษา แต่ลูกๆของเขานั้นกลับท�ำได้อย่าสบายมาก “ลูกๆพูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่าผมเสียอีก ดีมากๆเลยล่ะ”

“ครอบครัวส�ำคัญส�ำหรับผมมาก ผมอยากท�ำให้แน่ใจว่าพวกเขามีความสุขเพราะนั่นเป็น สิ่งส�ำคัญที่ส่งผลต่อฟอร์มการเล่นของผมเลยทีเดียว”ดิดิเยร์ ดร็อกบา

(บน) ดร็อกบา กับครอบครัวและเด็กๆ Kevin(เสื้อเหลือง) , Isaac และ Iman

Secret Scoop By (บน) ดร็อกบากับลูกชายคนเล็ก “Keyran”

“Juliano”

www.facebook.com/DearMontana BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 51


Blue Teen

” ิ ว ว ง อ ้ “น ” ม า ร ค น ิ ง เ ้ � ำ น “ จ ใ ว ั ห ์ ห ง ิ ส ว สา สวัสดีสาวก “สิงห์บลู” ทุกท่านเลยนะครับ วันนี้ นิตยสาร Blue Blood ได้ฤกษ์เปิดตัวฉบับแรก ซึ่งเราไม่ พลาดที่จะต้องเชิญสาวน้อยน่ารักมาให้ทุกคนได้รู้จักกัน เธอชือ่ ว่า “น้องวิว” เป็นแฟน เชลซี ตัวยง บุคลิกสดใส น่า รัก และกล้าแสดงออก เรียกว่าใครที่ติดตามข่าวสารของ ทีมไม่ว่าจะเป็นทาง โซเชี่ยล เน็ตเวิร์ค หรือว่าเว็บบอร์ด ฟุตบอลต่างๆ น่าจะรูจ้ กั น้องวิวในนาม “บ้า สาธารณะ” ตอนนี้ถึงเวลาที่เราจะไปทำ�ความรู้จักกับเธอกัน แล้ว ไปดูกันเลยดีกว่า ว่าสไตล์การพูดคุยของน้องวิวจะ เป็นเยี่ยงไร รวมถึงเหตุผลไหนที่ทำ�ให้สาวน้อยน่ารักผู้นี้ ตัดสินใจเลือกเชียร์สโมสรที่ชื่อว่า “เชลซี” เชิญชมได้เลย คร้าบบบ ^ ^

52 BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู

BBM : สวัสดีครับน้องวิว รบกวนแนะน�ำตัวทีฮะ น้องวิว : สวัสดีค่า ชื่อ สญาพันธุ์ ปันแก้วแสง ชื่อเล่น วิว ค่ะ อายุ19 ก�ำลังศึกษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะ การสื่อสารมวลชลค่ะ BBM : แล้วที่เลือกเรียนภาควิชานี้เพราะอะไร ? น้องวิว : มันดูเรียนสบายที่สุดแล้วมั้งคะ ฮ่าๆ วิวเป็นคน ชอบท�ำกิจกรรมค่ะ ชอบลองพูดเป็นดีเจ เป็นนักข่าว เป็น ผู้ประกาศข่าว เลยเลือกที่จะเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ อีก อย่างวิวอยากเป็นนักข่าวกีฬาค่ะ อยากท�ำข่าวฟุตบอล ชีวิต การท�ำงานคงจะมีสีสันน่าดูถ้างานที่เราท�ำเป็นสิ่งที่เราชอบ และคงภูมิใจไม่น้อย ถ้าในอนาคตเราจะเป็นคนให้ข้อมูล ข้อ เท็จจริงกับสังคมในด้านต่างๆ แล้วผู้คนก็รับฟังในสิ่งที่เราน�ำ เสนอออกไป BBM : แล้วนี่เชียร์เชลซีมานานหรือยังครับ ?


Blue Teen น้องวิว : การพบกันครั้งแรก คือในหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่ ก�ำลังออกอากาศในข่าวภาคค�่ำ น่าจะประมาณ 2008 ค่ะ และมันก็เป็นจุดเริ่มต้นของการติดตามฟุตบอล เชลซีเป็น ทีมแรกที่เราได้รับฟังข่าวความเคลื่อนไหว ความคิดที่เกิด ขึ้นในเวลานั้นคือ จะต้องดูให้ได้ อยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไง อยากจะลองเชียร์ดู เพราะที่บ้านไม่มีใครดูฟุตบอลเลย มัน เหมือนเป็นรักแรกพบหรือเปล่าที่มาเจอเชลซี ฮ่าๆๆ จาก นั้นก็ติดตามผลงานของสิงโตน�้ำเงินครามมาตลอดค่ะ วิวว่า มันคงไม่ส�ำคัญนะว่���เราเริ่มต้นที่จะรักยังไง ที่ส�ำคัญกว่าคือ เรามั่นคงในสิ่งที่เรารักมากแค่ไหน BBM : โอ้ววว แบบนี้ก็ต้องมีนักเตะที่ชื่นชอบสินะครับ ใครล่ะ ? น้องวิว : มีค่า ชอบ มิชาเอล เอสเซียง เพราะว่าสไตล์การ เล่นของเขาดูน่าตื่นเต้นดีค่ะ BBM : อยากทราบว่าช่วงเวลาใดที่น้องวิวเศร้าที่สุด และสุขใจที่สุดตั้งแต่เชียร์เชลซีมา น้องวิว : เศร้าที่สุดน่าจะเป็นปี 2008 ในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ที่เราพลาดจุดโทษ และชวดตำ�แหน่ง แชมป์ไป และทีแ่ ย่ไปกว่านัน้ คือ มันได้สร้างรอยแผลให้กบั กัปตันทีมของเรา จอห์น เทอร์รี่ และผู้คนก็ยังคงระลึกถึง เหตุการณ์นั้นอยู่ตลอดเวลา ส่วนช่วงเวลาที่สุขใจที่สุดก็คง เป็นเวลาที่เราได้แชมป์ค่ะ ไม่ว่าจะในรายการใดก็ตาม ทุก คนมีความสุข มีรอยยิม้ กับรางวัลทีต่ อบแทนความพยายาม ของพวกเขา ดูแล้วก็อดไม่ได้ที่จะมีความสุขไปด้วยนะ BBM : ทำ�ไมต้อง “บ้า สาธารณะ” น้องวิว : จุดเริ่มต้นมาจากการตั้งชื่อโปรไฟล์ใน social network ค่ะ ซึ่งเราอยากจะตั้งให้เป็นตัวของเรามากที่สุด มันก็ตรงตัวนะ บ้า ก็เหมือนกับ รั่ว ป่วน สาธารณะ ก็คือ ที่ส่วนรวม พอเป็น ‘ บ้า สาธารณะ ‘ ก็เหมือนกับ บ้าบอ ไปทุกที่ จนเพื่อนชอบแซวว่าบ้าค่ะ ฮ่าๆ > < BBM : ก่อนจากไปอยากทราบความรู้สึกที่ได้เชียร์เชล ซีครับ น้องวิว : จากเด็กที่ทางบ้านไม่ดูฟุตบอล อยู่โรงเรียนหญิง ล้วนมาตลอด และดูบอลไม่เป็น มาถึงตอนนี้ มันกลายเป็น ความผูกพันไปแล้ว ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งเราจะมาใส่ใจ ใน ทีมฟุตบอลต่างประเทศขนาดนี้ ความรู้สึกที่ได้เชียร์เชลซี

มันก็เหมือนการชอบใครซักคน เรามีความรูส้ กึ ร่วมกับทีมของ เราในทุกๆเหตุการณ์ไม่ว่าทีมจะสมหวังหรือผิดหวัง หลายปี ที่ผ่านมาทะเลาะกับเพื่อนไปหลายคนนะเพราะมาว่าทีมเรา ฮ่าๆ ในอนาคตต่อจากนี้ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็จะอยู่เคียงข้าง เป็นกำ�ลังเชียร์ให้ทีมที่รักตลอดไป

BBM : สุดท้ายนี้.. ขอ 3 คำ�ให้กับนิตยสาร Blue Blood Magazine หน่อยครับ.. น้องวิว : เหยด อ่าน ฟรี !

BLUE BLOOD นิตยสารชาวสิงห์บลู 53


ทุกการติดตาม ทุกอย่างจากใจ

Blue Blood Magazine www.facebook.com/BlueBloodMagazine


Blue Blood Magazine : No 1