Page 1

Chelsea FC Magazine Online

Issue 3


ที่สุดของเว็บไซต์เชลซี

WWW.CHELSEA.IN.TH www.facebook.com/ChelseaInThailand


Petr Cech

The Best Goalkeeper


IN MEMORIES OF CHELSEA

4

BLUE BLOOD MAGAZINE


14 MARCH 2012 ในวันที่เขากระชากน�้ำตาให้แฟนบอล

14 พฤษภาคม อาจเป็นวันที่แฟนๆ เชลซี ทั่วโลกต้องจดจ�ำไปจนวันตาย หลังจากที่ โรแบร์โต้ ดิ มัตเทโอ้ พาทีมโกงความตายด้วยการเอาชนะ นาโปลี 4 - 1 ในแชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีม ซึ่งแน่นอนว่าทุกอย่างของ เขาที่ฝากเอาไว้ให้กับ เชลซี นั้นจะไม่มีใครลืมกุนซือประวัติศาสตร์รายนี้ อย่างแน่นอน ไม่รู้จะกล่าวค�ำอ�ำลาใดๆ นอกจาก ขอบคุณ และ ขอบคุณ

BLUE BLOOD MAGAZINE 5


WELCOME TO THE BRIDGE

EditorTalk

B

LUE LOOD

บรรณาธิการบริหาร ดลธเนศ รุ่งเรือง ผู้ช่วยบรรณาธิการ ณรงศักดิ์ อินทรโชติ ที่ปรึกษา ปภังกรณ์ นิลวรกุล, จัดหน้านิตยสาร ดลธเนศ รุ่งเรือง, กราฟฟิกดีไซน์ ภวินท์ โลวัฒนะศิริ กองบรรณาธิการ ศิรสิทธิ์ โสภาศิลป์, ทศพล ตุงคะเสน, นันทิภาคย์ จำ�เริญ, ชัยยะ ฤดีนิยมวุฒิ, กัญญา ชะเอมเทศ, วัชระ เมฆเกลื่อน, นฤพล ทองนุช, ชนิกา ช้างวิเศษ, เตชิต ไวยธิรา ธนภัทร ชัยประสิทธิกุล, ทสมล ชนาดิศัย, ธนพงศ์ ศุภนารา พิสูจน์อักษร กีรติ ประเสริฐยิ่ง ผู้สนับสนุน www.chelsea.in.th, อ. สมยศ สุขขัง, อ. นันทวิช เหล่าวิชยา, ชุติกาญจน์ กฤดาแสงสว่าง, ธี อุทิศ, ปัณฑารีย์ สุจิดวรงค์, บุญฤทธิ์ รุ่งเรือง Facebook Blue Blood Magazine Email : Petrboat@hotmail.com

แทบไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันสำ�หรับการติดสินใจครั้งใหญ่ของ โรมัน อบราโมวิช ที่จัดการปลด โรแบร์โต้ ดิ มัตเทโอ้ ออกจากทีมทั้งๆ ที่เป็นกุนซือประวัติศาสตร์เสกแชมป์ยุโรปสมใจ “เสี่ยหมี” ได้... ความขัดแย้งครั้งนี้จะไม่รุนแรงถ้าหากคนที่แ ต่งตั้งขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่ ราฟาเอล เบนิเตซ ที่เคยออกฝีปากใส่แฟนบอล เชลซี อย่างเจ็บ แสบสมัยที่เป็นกุนซือของ ลิเวอร์พูล ลองมองมุมกลับหากคนใหม่ที่เข้ามาแทน ดิ มัตเทโอ้ เป็นคน ที่แฟนๆ เชลซี ไม่เคยมีปัญหาด้วย ผมคิดว่าอย่างมากก็คงมีแค่อาการ เสียใจที่ไปปลด ดิ มัตเทโอ้ หาใช่ป้ายประกาศ “Rafa Out” เหมือน อย่างที่พวกเราเห็นกัน แบบนี้แหละครับ ผมว่าความจริงถ้าหาก อบราโมวิช คิดว่ายัง ไงแล้ว ดิ มัตเทโอ้ ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ ก็ไม่ควรที่จะให้โอกาสยาวมา จนถึงตอนนี้ เพราะทีตอนนั้นคุณไม่เด็ดขาด แต่ทำ�ไมกันตอนคิดจะไล่ ใครถึงได้เด็ดขาดแบบดิบสุดขีด ? ผลออกมาทรงนี้เสียความรู้สึกกันเปล่าๆ และน่าเห็นใจ โรแบร์โต้ ดิ มัตเทโอ้ มากๆ แม้ว่าผลงานพักหลังจะไม่ดีแต่ก็ต้องบอกว่าที่ เชลซี มี วันนี้ได้ โรมัน อบราโมวิช จัดว่าเป็นบุคคลที่สำ�คัญที่สุดของทีม ต่อให้ทีมตกอยู่ในสถานการณ์ทีเลวร้ายยังไง.. โรมันเนี่ยแหละที่ เป็นพระเอกของ “เชลซี” มาโดยตลอด... ผมเชื่อแบบนั้น ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าจะให้ลองเชื่อใจอีกสักครั้ง ประเด็นการต่อต้าน ราฟา มันไม่ได้ทำ�ให้ศรัทธาของผมที่มีต่อ เจ้าของทีมที่ชื่อว่า โรมัน อบราโมวิช ลดลงแม้แต่น้อย...

ฉบับที่ 3 : Blues Three Riders

6

BLUE BLOOD MAGAZINE

Petr Boat

Editorial Director www.facebook.com/Petrboat


P42 RAFA

ใครๆ ก็บอกว่าเขาไม่เป็นที่ยอมรับ แต่ในแง่ดีเขาก็มี เช่นกัน.. ว่าแต่อยู่ที่ตรงไหนล่ะ ?

CONTENTS “พวกเขาสร้างความแปลกใหม่ให้กับ ฟุ ต บอลอั ง กฤษและแน่ น อนเราอาจ เรียกได้พวกเขาว่า 3 ทหารสิงห์” ฆวน มานูเอล มาต้า, อาซาร์, ออสการ์ 3 ประสานของ เชลซี ที่พร้อมจะประกาศให้ ทุกทีมในยุโรปต้องเกรงกลัว P 14

“เขาว่ากันว่าหมายเลข 9 ของ เชลซี นั้นมีอาถรรพ์อยู่มาจนถึงทุกวันนี้”

จาก จานลูก้า วิอัลลี่ ถึงดาวเตะค่าตัว 50 ล้านปอนด์อย่าง เฟร์นานโด ตอร์เรส มาดู กันว่าเบอร์ 9 นั้นมีใครกันบ้าง ? P 22

“เธอมีมุมมองความคิดในแบบที่ดีและ น่าเอาเป็นแบบอย่าง”

คุยกันกับ “กวาง” สาวสิงห์บลูที่เชียร์สโมสร P 56 แห่งนี้มาเป็นเวลายาวนาน

14

22 56

P 50 “คุยกับ บ.เบียร์ ชิกกะชิก” P 28 “Blues Column” P 52 “Blues Secret” P 46 “Blues Analysis” BLUE BLOOD MAGAZINE 7


Lucas Piazon Youth Talent Player


BLUESNEWS

คนใหม่ : เบนิเตซ เซ็นสัญญาจนจบฤดูกาล

ช็อก ! อากู๋สงั่ ปลด ดิ มัตเทโอ้ พ้นทีมพร้อม ตัง้ ราฟา คุมทัพสิงห์ยนั จบซีซนั่ กลายเป็ น อดี ต กุ น ซื อ ของที ม ไป เสียแล้วสำ�หรับ โรแบร์โต้ ดิ มัตเทโอ้ ที่แม้ จะพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปมาครองได้ แต่ก็ ไม่แคล้วโดนเสี่ยหมีสั่งปลดออกจากทีม โรมัน อบราโมวิช จัดการไล่กุนซือ ตำ�นานสโมสรรายนี้ อ อกจากที ม หลั ง จบ เกมที่ บุ ก ไปพ่ า ยให้ กั บ ยอดจากที ม อิ ต าลี่ อย่าง ยูเวนตุส ในเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก พร้อมแต่งตั้ง ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการ ทีมที่แฟนๆ เชลซี ไม่ปลื้มขึ้นมาแทนที่โดย มีสัญญาอยู่กับทีมยันจบฤดูกาล “ผมดี ใจมากที่ ไ ด้ ม ารั บ งานที่ นี่ สำ�หรับผมแล้ว เชลซี เป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ และมีขุมกำ�ลังที่ยอดเยี่ยม และแน่นอนผม จะเอาชนะใจแฟนบอลให้ได้” ราฟากล่าว “ผมจะยั ง คงไม่ เ ปลี่ ย นแปลง ระบบการเล่ น ของที ม แต่ จ ะแก้ ไ ขข้ อ บกพร่องของทีมที่มีอยู่ให้แข็งแกร่งขึ้นแทน เพียงแต่ผมต้องขอเวลาในการดูลูกทีมลง เล่นสักระยะหนึ่ง”

ขณะที่ทาง ดิ มัตเทโอ้ ออกมา กล่าวหลังจากรับทราบข่าวร้ายของตนเอง เช่นกัน ซึ่งนั่นยิ่งทำ�ให้แฟน เชลซี ยิ่งเสียใจ มากไปกว่าเดิมกับการตัดสินใจของ เสี่ยหมี ในครั้งนี้ “ผมไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกัน แต่ ผมบอกได้เลยว่าการคว้าแชมป์ยุโรปกับทีม เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์สโมสรได้ นั่นคือความภูมิใจที่สุดในชีวิตของผม” “ผมรักที่นี่ สนุกกับ การทำ�งานที่นี่ แต่ตอนนี้ผม ไม่ ไ ด้ เ ป็ น ผู้ จั ด การที ม แล้ ว ก็ ไ ด้ แ ต่ ข ออวยพรให้ พ วก เขาทุกคนโชคดี เชลซี ยั ง คงอยู่ ใ นใจของ ผมเสมอตลอดไป ไม่ว่าจะเกิดอะไร ขึ้นก็ตาม” อดีต กุนซือของสโมสร ทิ้งท้าย

จอห์น เทอร์รี่ ประกาศ อำ�ลาทีมชาติ

จอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีม ของสโมสรตัดสินใจลาจากทีมชาติ อังกฤษเป็นที่เรียบร้อยหลังจากไม่ ได้ รั บ ความเป็ น ธรรมจากสมาคม ฟุตบอลอังกฤษ กัปตันทีมหมายเลข 26 ผู้นี้ ติ ด ที ม ชาติ ค รั้ ง ในเดื อ นมิ ถุ น ายน ปี 2003 ในเกมที่พบกับ เซอร์เบีย แอนด์ มอนเตเนโกร โดย เทอร์รี่ ลงเล่นไปทั้งหมด 78 นัด และทำ�ได้ 6 ประตู ซึ่งประตู แรกที่ทำ�ได้เป็นเกมที่พบกับทีมชาติ บราซิล ในปี 2007 ที่สนามเวมบลีย์ ดาวเตะวัย 31 ปี ผู้นี้เคยเป็น กัปตันให้ทีมชาติอังกฤษมากถึง 34 ครั้งด้วยกัน

มาต้า คว้ารางวัลผู้เล่น ยอดเยี่ยมประจำ�เดือน ฆวน มาต้า โคตรจอมทัพ ของ เชลซี คว้ารางวัลนักเตะยอด เยี่ยมประจำ�เดือนตุลาคมไปครอง หลั ง จากโชว์ ผ ลงานให้ กั บ ที ม ได้ อย่างยอดเยี่ยม “ผมดีใจมากที่ได้รางวัลนี้ ผม จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้กลับ ไปติดทีมชาติอีกครั้ง”

BLUE BLOOD MAGAZINE 9


RYAN BERTRAND


RYAN BERTRAND

LIFE STYLE BERTRAND ว่ากันว่าแบ็คซ้ายดาวรุ่งจากอเคเดมี่ของ เชลซี รายนี้กำ�ลังจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวแทน แอชลีย์ โคล ในอนาคต เพราะอะไรกัน ? และเขาดีพอหรือยัง ?

ห ลั ง จ า ก เ ป ็ น ช ่ ว ง พั ก ฤดู ร ้ อ นที่ น ่ า ตื่ น ตาตื่ น ใจที่ สุ ด ใน ประวั ติ ศ าสตร์ กี ฬ าของชาว อังกฤษ มีหลายคนได้ที่สร้างชื่อ จากทัวร์นาเม้นต์หรือบางคนที่ได้ แจ้งเกิดในวงการลูกหนัง หนึ่งใน นั ก เตะของเราที่ ไ ด้ ร ่ ว มแข่ ง ใน ฐานะตั ว แทนที ม ชาติ อั ง กฤษยุ ค ทองคือ ไรอัน เบอร์ทรานด์ ด้วย การลงแข่งทั้ง 3 นัดให้ทีมสหราช อาณาจั ก รก่ อ นจะตกรอบด้ ว ย น�้ำมือของเกาหลีใต้ การลงแข่งขันในโอลิมปิกนี้ เป็นเพียงแค่หนึ่งในเรื่องสำ�คัญที่ เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนนี้สำ�หรับ แข้งวัย 23 ปี นอกจากจะได้ ลงเล่ น แชมเปี้ ย นลี ก นั ด แรกกั บ โคตรทีมอย่าง บาเยิร์น มิวนิค

และเอาชนะได้ส�ำเร็จ... รวมถึง ไรอัน เบอร์ทรานด์ ยังได้ยิงประตู แรกให้กับ เชลซี ไปจนถึงก้าวเข้า สู่ระดับสากลอย่างเต็มที่ด้วยการ เซ็นสัญญาระยะยาว 5 ปีกับ สโมสร ‘มั น เป็ น อะไรที่ เ ยอะเอา มากๆ ครับ’ เบอร์ทรานด์บอกกับ เว็บไซต์สโมสร ‘แม้มันจะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แต่เป็นเวลาไม่กี่เดือนที่บ้าคลั่ง จริง ๆ ยังไงผมก็ยังเฝ้ารอที่ได้ลง เล่นให้มากขึ้น’ ฟุ ตบอลโอลิ ม ปิ ก ช่ วยเพิ่ ม พัฒนาการของ เบอร์ทรานด์ หนุ่ม แบ๊คซ้ายดาวรุ่ง และเขาก็ได้รับค�ำ ชมตลอดจากความยอดเยี่ ย มที่ ปรากฎแก่สายตาคนทั้งโลก

‘วิเศษไปเลยที่ได้เป็นส่วน หนึ่งของโอกาสดีๆ แบบนี้ มันคง ไม่ เ กิ ด ขึ้ น บ่ อ ยนั ก โดยเฉพาะ ส�ำหรับทีมฟุตบอล’ ‘เราอยากจะท� ำ ให้ ทุ ก คน ได้เห็นความส�ำเร็จและถึงแม้มัน จะไม่ได้ออกมาเป็นอย่างนั้น เรา ก็ได้รู้ว่าตัวเราได้ท�ำอย่างสุดความ สามารถแล้ว’ เจ้าตัวอธิบาย ดรี ม ที ม สหราชอาณาจั ก ร ชุดนี้ประกอบไปด้วยนักเตะชาว เวลส์และอังกฤษ ตั้งแต่อายุ 19 ลากยาวไปจนถึง 38 ปี การผสมผสานของผู ้ เ ล่ น มากประสบการณ์ แ ละนั ก เตะ เยาวชนถื อ เป็ น โอกาสพิ เ ศษใน สายตาของแบ๊คซ้ายชาวลอนดอน แต่ก�ำเนิดรายนี้

BLUE BLOOD MAGAZINE 11


RYAN BERTRAND

‘พวกเราหลายคนเคยเล่น ด้วยกันมาบ้างแล้วเลยจูนกันติดไม่ ยาก เรายังมีพี่รุ่นเก๋าอย่าง กิ๊กส์ และ เบลลามี่ ผู้ที่เป็นขวัญใจของ เรา นี่เป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้จาก พวกเขา’ ไม่กี่วันหลังจบการแข่งขัน ศึกโอลิมปิก ณ กรุงลอนดอน เบอร์ ทรานด์ ถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ เป็น ครั้ ง แรกในนั ด กระชับมิตรกับ อิตาลี เขาถูกเปลี่ยนลงจากตัว ส�ำรองแทนที่ เลตัน เบนส์ หลังจาก ที่ เจอเมน เดโฟ ยิงประตูตัดสิน ชัยชนะ 2-1 ที่เมืองเบินน์ เขายอมรั บ ว่ า นี่ คื อ ช่ ว ง เวลาที่รอมานานจากการคัดเลือก ผ่ า นระบบเยาวชนของที ม ชาติ อังกฤษ ตั้งแต่ชุดอายุไม่เกิน 17 ปี จนถึงชุดอายุไม่เกิน 21 ปี ก้าวต่อ

ไปของเขาคือการสอดแทรกเข้าเล่น ชุดใหญ่และท�ำให้เขามีความหวังที่ จะยึดต�ำแหน่งนี้ต่อไป แข้งจอมมานะผู้นี้เริ่มต้นที่ แมตช์กับ อิตาลี และในเดือน เดี ย วกั น ก็ ไ ด้ ล งเล่ น เกมระดั บ แข่งขันครั้งแรกที่ เวมบลีย์ ในฐานะ ตัวส�ำรองเช่นเคย ซึ่งลูกจุดโทษของ อังกฤษในเกมนั้นเริ่มที่การโยนเข้า ในของ เบอร์ทรานด์ และจบด้วย การยิงประตูเฉียบคมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ถึงแม้ทีมชาติอังกฤษไม่ สามารถชนะในเกมนั้นได้แต่เจ้า ตัวก็ดีใจกับบทบาทที่ได้ท�ำ ‘การได้ ล งเล่ นในเกม รอบคัดเลือกฟุตบอลโลกด้วย ฟอร์มที่ผมท�ำได้ก็สุดยอดมาก แล้ว ส่วนการเปิดบอลเข้าไป แ ล ้ ว ไ ด ้ จุ ด โ ท ษ นั่ น ถื อ

12 BLUE BLOOD MAGAZINE

(บน) รอบชิง ชนะเลิศถ้วย ยุโรปที่ทุกคน ต่างปราถนา เบอร์ทรานด์ ก็ผ่านมาแล้ว

เป็นของแถมละกัน อย่างแรกคือผม ดี ใจที่ ไ ด้ ล งเล่ น และสิ่ ง ที่ ผ มท� ำ ใน เกมนั้นก็เยี่ยมจริง ๆ ’ ชีวิตของ เบอร์ทรานด์ ใน สโมสรก็ด�ำเนินไปได้ดีเช่นกัน จาก การได้เล่นในลีกฤดูกาลที่แล้ว และ ค�่ำคืนนั้นที่มิวนิค เขาได้ออกสตาร์ท ตัวจริงถึง 2 ใน 3 เกมแรกของ ฤดูกาลนี้ซึ่งท�ำได้ดีในเกมที่พบกับ นิวคาสเซิล และ วีแกน นอกจากนี้ เขายังได้ยิงประตูแรกใน คอมมูนิตี้ชิ ลด์ กับ แมนเชสเตอร์ซิตี้ ก่อนที่จะ แพ้ซิตี้ไปอย่างไม่เหมาะเท่าไหร่ เพราะประตู ที่ ท� ำ ได้ ก็ ไ ม่ พ อ ส�ำหรับความพ่ายแพ้ 3-2 ที่ เวมบลีย์ ‘แหม ถ้าลูกนั้นผมยิงได้ใน สถานการณ์อื่น อย่างเช่น เป็ น การยิ ง ให้ ที ม ขึ้ น น� ำ


RYAN BERTRAND

ผมคงได้ฉลองประตูอย่างที่ควรจะเป็นน ล่ะนะ ยังไงก็หวังว่าลูกหน้าคงมาเร็วๆ นี้ เนี่ยแหละ’ ‘ผู ้ จั ด การรวมถึ ง ผู ้ ช ่ ว ยโค๊ ช อย่าง สตีฟ ฮอลแลนด์ และ เอ็ดดี้ นิวตัน ตั้งความหวังไว้กับผมมาก’ เบอร์ทรานด์ เน้นเสียง ‘พวกเขาสุดยอดกับผมมาก ทั้ง เชื่อในตัวผม และยังให้โอกาสผม และ ผ ม คิ ด ว ่ า สิ่ ง ที่ ผ ม ท� ำ ต อ น นี้ ค ง จ ะ ตอบแทนเขาได้แล้ว’ ส� ำ หรั บ คนที่ ป ระสบความ ส�ำเร็จมากมายในช่วงเวลาสั้น ๆ อย่าง ไรอัน เบอร์ทรานด์ ก็ยังมองหาความ ส�ำเร็จอื่น อีกมากมาย และเมื่อต้นเดือน ก็ได้ต่อสัญญาออกไปอีก 5 ปี ความหวัง ของเขาในช่วงเวลาเหล่านั้นคือสิ่งเรียบ ง่าย.. คว้าแชมป์มากขึ้น ลงเล่นให้มาก และพัฒนาไม่หยุดในฐานะนักฟุตบอล

ค ว า ม ส� ำ เร็ จ ใ น ก า ร แ ส ด ง ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมของเขาท�ำให้ สโมสรตัดสินใจยื่นสัญญาใหม่ และไม่ น่าแปลกใจเลยที่ ไรอัน จะได้ลงสนาม มากขึ้ น แม้ แ ต่ ใ นต� ำ แหน่ ง กองกลาง ส�ำหรับในต�ำแหน่งแบ๊คซ้ายต้องบอกว่า เบอร์ทรานด์ ยังเป็นรองเบอร์หนึ่งของ โลกอย่าง แอชลี่ย์ โคล อยู่มาก แข้งที่น่า ยกย่องผู้นี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับ รุ่นน้อง ‘แอช ได้เอาชนะทุกรายการที่ เคยลงแข่ง เขาคว้าถ้วย เอฟเอคัพ มา มากกว่าใครทั้งสิ้น และเค้ายังมีทัศนคติ ต่อเหมือนเดิมตลอดเวลาที่ซ้อมในทุก ๆ วันเลยนะ’ เบอร์ทรานด์เปิดเผย ‘เค้ารับมือกับทุกเกมอย่างเต็ม ร้อยนะ และนั่นคือสิ่งที่ผมได้รับจากตัว ของ แอชลี่ย์ - ทัศนคติที่ดี และ การลง เล่นแบบเต็มที่’

ไรอัน เบอร์ทรานด์ ก�ำลังอยู่ใน ช่วงขาขึ้นของอาชีพ แม้จะประสบความ ส�ำเร็จหลาย ๆ อย่างในเวลาไม่กี่เดือนที่ ผ่านมาเขาก็ยังตั้งเป้าหมายที่จะได้ฉลอง ชัยชนะในอนาคต ไม่ว่าจะกับสโมสรหรือทีมชาติ และหากอดีตได้สอนอะไรบางอย่าง สิ่ง นั้ น คื อ การท� ำ ให้ ค นเรากล้ า หาญที่ จ ะ เผชิญหน้ากับอนาคต

แปลโดย Chu - O www.facebook.com/petchuo BLUE BLOOD MAGAZINE 13


MATA - HAZARD - OSCAR


MATA - HAZARD - OSCAR

BLUES THREE RIDERS การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ของ เชลซี ที่ได้รับคำ�ชื่นชมเป็นอย่างมาก อาจบอกได้ว่าทีมใดที่มี การประสานงานที่ดีอยู่ในทีมว่าดีแล้ว... หากแต่ว่าถ้าเป็น “3 ทหารสิงห์” ล่ะ... จะเกิดอะไรขึ้น ? ขึ้นชื่อว่าฟุตบอลการทำ�งานร่วม กั น เป็ น ที ม ย่ อ มสำ�คั ญ กว่ า การฉายเดี่ ย ว อยู่เสมอ สมัยนี้ถ้าหากไม่ใช่โคตรทีมอย่าง บาร์เซโลน่า ที่มี ลิโอเนล เมสซี่ หรือคู่แข่ง อย่าง เรอัล มาดริด ที่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็คงไม่มีทางที่จะไปหาซูเปอร์สตาร์โซโล่เก่ง ขั้นเทพแบบนั้นมาครอง เมื่อเป็นเช่นนั้นการประสานงาน ของนักเตะภายในทีมเพื่อสร้างทีมเวิร์คขึ้น มาจึงจัดว่าเป็นสิ่งที่สำ�คัญอย่างมาก ฤดูกาล นี้ในศึกพรีเมียร์ลีก เจมส์ มอริสัน กับทาง เชน ลอง ของทีม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ได้รับการชื่นชมจากสื่อทุกสำ�นักว่าเป็นคู่หู ดูโอ้ที่ร้อนแรงที่สุดไปแล้วในเวลานี้ ทว่าการประสานงานที่จัดว่าเป็น “ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์” มากที่สุดคง ไม่พ้น 3 ประสานมิดฟิลด์ตัวรุกของ เชลซี ที่นำ�โดยจอมทัพอย่าง ฆวน มาต้า แล้วมีผู้ กล้าอย่าง เอเด็น อาซาร์ กับ ออสการ์ คอย ประสานงานจนได้รับฉายาสวยหรูในครั้งนี้ ว่า “3 ทหารสิงห์” โรแบร์โต้ ดิ มัตเทโอ้ อดีตกุนซือ ของสโมสรเป็ น คนที่ ว างรู ป แบบการเล่ น อั น นี้ ไว้ ตั้ ง แต่ ช่ ว งเปิ ด ฤดู ก าลแต่ ต้ อ งบอก

ว่าน่าเสียดายที่เขาไม่มีโอกาสได้ใช้ขุนพล ชุดนี้ลุยต่อจนถึงฝั่งฝัน เพราะหน้าที่ในการ คุมทีมตกเป็นของนายใหม่ชาวสแปนิชอย่าง ราฟาเอล เบนิเตซ ที่ทาง โรมัน อบราโมวิช แต่งตั้งขึ้นมา อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทาง เบนิเตซ คงไม่ปรับเปลี่ยนผังการเล่นมากนัก แต่น่า จะไปเน้นที่ระบบของทีมมากกว่า เนื่องจาก ช่วงเวลาที่ 3 คนดังกล่าวลงเล่นพร้อมกัน สามารถสร้างความกดดันให้แก่คู่แข่งได้ดี แม้ว่ามันจะเป็นการเสี่ยงที่ส่งตัวรุกลงพร้อม กันถึง 3 คนแบบนี้ แถมปราศจากนักเตะ ริมเส้นในการช่วงแบ็ค 2 ข้างป้องกัน แต่ถ้า มองกันถึงโอกาสได้เสียแน่นอนว่าต้องเป็น เชิงบวกมากกว่าลบ

แน่นอนว่าการมาของ 3 เพลย์เมก เกอร์ พร้อมกันในคราวเดียวแบบนี้สามารถ สร้างผลกระทบให้กับแฟนบอลอย่างมาก เพราะทุ ก คนใฝ่ ฝั น ที่ จ ะเห็ น ที ม มี นั ก เตะ สไตล์สร้างสรรค์เกมเยอะ ๆ แบบนี้มานาน เพราะว่าปีก่อนมีเพียงแค่ ฆวน มาต้า เพียง รายเดียว แต่ปีนี้เบิกเงินไปกว่า 57 ล้าน ปอนด์ เพื่อให้ได้ลายเซ็นของ อาซาร์ และ ออสการ์ มาครอง แม้ว่าครั้งหนึ่งทาง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูซัน เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าการใช้งาน ทั้ง 3 คนลงพร้อมกันนั้นเป็นการเสี่ยงอย่าง มาก เพราะมันจะทำ�ให้เกมรับอ่อนยวบลง ไปพอสมควร แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่มุมมอง จากภายนอก ไม่มีใครทราบดีเท่ากับบุคคล ภายในสโมสร ความจริงที่แสนมหัศจรรย์ของ 3 ประสานมันคือความสวยงามอย่างปฏิเสธ ไม่ได้ของฟุตบอล Blue Blood ฉบับนี้ จะพาท่านผู้ อ่านทุกคนไปพบกับสไตล์การเล่นของทั้ง 3 คนว่าเป็นเช่นไร ? แล้วเมื่อรวมกันพวกเขา นั้นเจ๋งขนาดไหน ? สูบลมหายใจเข้าไปให้ ลึกๆ แล้วเชิญรับชมไปพร้อมๆ กัน... BLUE BLOOD MAGAZINE 15


MATA - HAZARD - OSCAR

MAGICIAN OF THE BRIDGE มิดฟิลด์ตัวรุกชาวสแปนิชพันธ์จิ๋วแต่มากไปด้วยพิษสงและบุคลิกของการเป็นเพลย์เมกเกอร์ อาจกล่าว ได้ว่าถ้าเปรียบกับโลกเวทย์มนต์ ฆวน มาต้า คงจะเป็นเหมือนสุดยอดพ่อมดที่เกรียงไกรมากที่สุดคนหนึ่ง

ฆวน มานูเอล มาต้า ย้ายจากทีม วาเลนเซีย มาอยู่กับ เชลซี เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ด้วยค่าตัว 23.5 ล้านปอนด์ ซึ่งต้องบอกว่า ปรั บ ตั ว กั บ สโมสรได้ เร็ ว มากจนผงาดคว้ า รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรไป ครอง ซึ่งจะว่าไปก่อนหน้านี้มีเพียงแค่ตำ� นานอย่าง รุด กุลลิท เท่านั้นที่สามารถคว้า รางวัลนี้ได้จากการย้ายมาเพียงฤดูกาลเดียว ทรงบอลและสไตล์ ก ารเล่ น ของ มาต้า ถูกนำ�ไปเปรียบว่าใกล้เคียงกับทาง จานฟรังโก้ โซล่า สุดยอดตำ�นานของสโมสร ด้วยลีลาการเล่นสุดคลาสสิก มีวิสัยทัศน์ที่ ดีแถมมีออร่าของความเป็นผู้นำ�ในการทำ� เกมรุกในสนาม จึงไม่แปลกใจที่เขาจะเป็น เหมือนหัวหน้าของ 3 ประสานเกมรุกครั้งนี้ หากใครลองสังเกตุดี ๆ ช่วงท้าย ฤดูกาลซีซั่นก่อนฟอร์มของ ฆวน มาต้า นั้น ตกลงไปพอสมควร เพราะโดนจับไปยืนเป็น เหมือนหน้าต่ำ�อยู่ด้านหลัง ดิดิเยร์ ดร็อกบา กอปรกับการที่สไตล์ทีมเน้นการบอมยาว ให้ ดร็อกบา ไปชงบอลเล่นเอง นั่นจึงทำ�ให้ นักเตะตัวเล็กแบบ มาต้า คอนโทรลบอลได้ ยากแถมต้องยอมรับว่าเหนื่อยที่เหมือนคน ทำ�เกมรุกคนเดียวในสนาม แต่ปีนี้การได้ อาซาร์ กับ ออสการ์ มาสามารถทำ�ให้ทาง มาต้า วิ่งไปรอบสนาม ได้มากขึ้น อาจบอกได้ว่ามีอิสระมากกว่า เก่าก็คงไม่ผดิ นัก ตำ�แหน่งการยืนเน้นอยูท่ าง

16 BLUE BLOOD MAGAZINE

กราบขวาเป็นหลักเพื่อคอยพักบอลแล้วตัด เข้ามาตรงกลางก่อนจะหาเป้าหมายต่อไป ว่ า ควรจะส่ ง บอลทะลุ ช่ อ งไปให้ ก องหน้ า หรือจะครอสเปิดไปเสาไกลให้เพื่อนที่กำ�ลัง ว่างอยู่ได้เติมมาช่วยเกมรุก ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าบอลที่ออก จากเท้าของ มาต้า อันตรายอย่างมากจน ผู้คนชื่นชมถึงวิวัฒนาการที่ดีขึ้นชัดเจนใน ปีนี้ เรียกว่าการที่หลุดโผทีมชาติของกุนซือ เฒ่าอย่าง บิเซนเต้ เดล บอสเก้ ทำ�เอาเป็น ข้อดีเสียดื้อ ๆ ที่มีโอกาสได้พักเต็มๆ จนมี สภาพร่ า งกายที่ ฟิ ต เต็ ม ถั ง พร้ อ มลงสนาม ตลอดทุกๆ เกม

เมื่อผลงานดี มันจึงทำ�ให้การนำ�ไป เปรียบกับ ดาบิด ซิลบา เกิดขึ้นอีกครั้งหลัง จากปีก่อนฝีเท้าของ ซิลบา นั้นยังคงขี่ทาง มาต้า อยู่พอสมควร ซึ่งต้องบอกว่าการวัด กันหนนี้น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะแม้ว่า ฝีเท้าของ มาต้า จะยังคงเป็นรอง แต่ราศี ของการเป็นเพลย์เมกเกอร์ หรือท่าทางใน การบัญชาการเกมรุกก็ไมได้ด้อยไปกว่าทาง ซิลบา เลยแม้แต่น้อย กลับกันบุคลิกต่าง ๆ ที่ดีจนเป็น ผู้นำ� 3 ทหารสิงห์ได้ นั่นคือข้อแข็งที่ทำ�ให้ มาต้า กำ�ชัยเหนือ ซิลบา ในจุดนี้ไปครอง แบบเต็มภาคภูมิ


MATA - HAZARD - OSCAR


MATA - HAZARD - OSCAR


MATA - HAZARD - OSCAR

SUPER EDEN

BEST HAZARD 1 ในนักเตะที่ได้รับความสนใจมากที่สุดแห่งยุค อายุเพียง 21 ปี แต่กลายเป็นนักเตะที่หลาย ๆ ทีมทั่ว ยุโรปให้ความสนใจ ทว่าเขาเลือก เชลซี ด้วยเหตุผลที่ว่า “แชมป์ยุโรปของพวกเขามันยอดเยี่ยมจริงๆ”

ค่าตัว 32 ล้านปอนด์ กับนักเตะ วัย 21 ปี จัดว่าเป็นเรื่องเสี่ยงไม่น้อยสำ�หรับ วงการลูกหนัง แต่นั่นอาจไม่ใช่ปัญหาที่น่า กังวลของหนุ่มหน้าหล่อฝีเท้าจัดจ้านอย่าง เอเด็น อาซาร์ ที่มีดีกรีนักเตะยอดเยี่ยมของ ลีกเอิง ฝรั่งเศส ถึง 2 ปีซ้อนก่อนจะเดินหน้า เข้าสู่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในช่วงซัมเมอร์ที่ ผ่านมา เอเด็น อาซาร์ ถูกยกย่องจากผู้คน มากมาย โดยเฉพาะทาง ซีเนอร์ดีน ซีดาน ที่ชื่นชมในตัวจอมทัพทีมชาติ เบลเยี่ยม ราย นี้เป็นพิเศษจนถึงขั้นออกหน้าออกตาเชียร์ ให้ เรอัล มาดริด ซื้อตัวไปให้ได้ แต่ในที่สุด แล้วความฝันดังกล่าวก็พังทลายเมื่อ อาซาร์ เลือกที่จะฝากอนาคต 5 ปีไว้ที่ เดอะ บริดจ์ เพื่อก้าวเข้าสู่สุดยอดนักเตะในอนาคต

ซึ่งเมื่อดูจากฟอร์มกันจริง ๆ แล้ว ตอนนี้ อาซาร์ อาจจะยังเป็นรองทาง มาต้า ในระดับหนึ่ง... แต่ก็ปฏิเสธไมได้อีกเช่นกันว่า อาซาร์ อาจเป็นนักเตะที่มีแววดีที่สุดใน 3 คนจน ผู้คนมากมายถึงกับเอ่ยปากชมออกมาว่า “ในอนาคตไม่ แ น่ เจ้ า หนู ค นนี้ อ าจจะคว้ า บัลลงดอร์ก็เป็นได้” สไตล์การเล่นของ อาซาร์ เน้นที่ การชิงจังหวะการเล่นบอลที่รวดเร็วและได้ เปรียบ ไปกับบอลได้ดีจนเรียกว่าเป็นจุด เด่นที่สุดของเจ้าตัวเลยก็ว่าได้ แถมมุมมอง และความคิดสร้างสรรค์ในการเล่นก็ไม่ได้ ด้อยไปกว่าใคร ที่สำ�คัญคือการเล่นที่ทะลุ ทวงสามารถช่วยเหลือทีมได้เป็นอย่างมาก เวลาเจอทีมที่เน้นตั้งโซนเกมรับป้องกัน

ตำ�แหน่ ง การยื น ในสนามจะอยู่ ทางฝั่งซ้ายเป็นหลัก เล่นคล้ายๆ กับ มาต้า คือตัดเข้ามาตรงกลางแล้วคิดต่อว่าจะทำ� อะไร แต่ทาง อาซาร์ จะเน้นโจมตีด้วยการ เลี้ยงบอลมากกว่าคอยเชื่อมเกมแบบ มาต้า ซึ่งใน 90 นาที ก็มีหลายครั้งที่ทั้ง 2 คนสลับ ข้างกันเล่นเพื่อให้เกิดมิติที่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องการปรับ ตัวก็เป็นอุปสรรคของ อาซาร์ ไม่น้อยทั้งๆ ที่ เริ่มต้นฤดูกาลได้ยอดเยี่ยม แต่ก็มีแผ่วปลาย ลงพอสมควร อาการไม่ เ ลี้ ย งลุ ย เหมื อ นเก่ า ซึ่ ง ความจริงแล้วจุดเด่นของเขาคือการไปกับ บอลที่ดี ซึ่งพอจะไปเน้นส่งบอลทะลุช่อง ตรงกลางแบบ มาต้า ก็ต้องยอมรับว่าความ คิดยังเป็นรองทาง ฆวน มาต้า อยู่ในจุดนี้ แม้ว่าอายุจะพึ่ง 21 ปี แต่ค่าตัว 32 ล้านปอนด์ ก็จัดว่าเป็นความกดดันที่ ต้องบีบเค้นให้ อาซาร์ ทำ�ผลงานออกมาให้ ได้ดีที่สุดสมกับการเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุด คนหนึ่งของวงการลูกหนังในปัจจุบันสมกับ ที่หลายๆ คนนำ�ตัวเขาไปเปรียบกับยอดนัก เตะอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ของ เรอัล มาดริด ที่ทำ�ผลงานได้ไม่แพ้ ลิโอเนล เมสซี่ ซึ่ ง ถ้ า หากเขางั ด จุ ด เด่ น ออกมา เล่นได้อย่างเต็มที่เมื่อไหร่ จะเจอทีมบุก แหลกหรือตั้งรับ 3 ประสานสิงห์บลูก็พร้อม ที่จะกัดแหลกไม่ยั้งเช่นกัน BLUE BLOOD MAGAZINE 19


MATA - HAZARD - OSCAR

BRAZILIAN KING OF FLAIR เขาเบียด ลูคัส มัวร่า กับ เปาโล เอนริเก้ ออกจากตัวจริงทีมชาติบราซิล แถมได้หมายเลข 10 ซึ่งเป็น เบอร์เสื้อที่ทรงคุณค่าอย่างมากและเป็นที่หมายปองของนักเตะ บราซิล ทุกคน... เพราะอะไรกัน ?

ออสการ์ อาจเป็นนักเตะที่สไตล์ แตกต่างจาก 2 คนก่อนหน้านี้พอสมควร ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าค่าตัว 25 ล้าน ปอนด์ แลกกับนักเตะที่เลี้ยงบอลได้เด่นไม่ สุด ส่งบอลก็ยังไม่ใช่จุดขาย แล้วอะไรกันที่ ทำ�ให้ดาวรุ่งชาวบราซิลเลี่ยนรายนี้มีค่าตัว มากมายมหาศาลเช่นนั้น ? อาจบอกได้ ว่ า การยิ ง ไกลจาก ผลงานที่หวดใส่ ยูเวนตุส ในเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ถึง 2 ประตูคือจุดเด่นของ เขา แต่ถ้าว่ากันตามความจริงนั่นก็ยังไม่ใช่ คุณสมบัติหลักของการเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัว รุกสมัยใหม่แม้แต่นิดเดียว แถมหน่วยก้าน ของ ออสการ์ ก็ค่อนข้างผอมบาง โดนชน แทบกระเด็น ฟังดูเหมือนแง่ลบแต่ทำ�ไมกัน กองหลังทุกคนจึงกลัวเขากันแบบสุดขีด คำ�ตอบคื อ เซนส์ บ อลของเจ้ า ตั ว ที่ดีแบบคาดไม่ถึง หลายครั้งไม่ต้องมีส่วน กับเกม แต่โผล่มามีส่วนร่วมเพียงครั้งเดียว สามารถมีส่วนในการทำ�ประตูได้เลยทีเดียว เช่นประตูฝังทาง นอร์จเยลันด์ 4–0 ที่ เดนมาร์ค ก็ได้มาจากการที่ ออสการ์ ประสานงานกับ ตอร์เรส ก่อนจะถวายพาน ให้ รามิเรส ยิงเข้าไปแบบง่ายดาย ว่าที่ตัวฟรีระดับโลกอาจไม่ใช่คำ� ยกย่ อ งที่ ม ากเกิ น ไปถ้ า ว่ า กั น ถึ ง ไหวพริ บ และการเคลื่อนที่ในสนาม เล่นบอลสไตล์ไม่ ฝืน ส่งได้ก็คือส่งแล้วค่อยใช้ทักษะในการหา

20 BLUE BLOOD MAGAZINE

ที่ว่างช่วยฉีกกองหลังคู่แข่งรวมถึงเป็นการ เปิ ด โอกาสในการเติ ม ไปทำ�ประตู ไ ด้ เช่ น เดียวกัน เวลาอยู่ ใ นสนามตามผั ง การเล่ น เราอาจเห็น ออสการ์ ยืนอยู่ตรงกลาง ระหว่าง อาซาร์ กับ มาต้า แต่ว่าอันที่จริง แล้ว ออสการ์ ใช้การเคลื่อนที่ไปทั่วสนาม มากกว่าทาง มาต้า เสียอีก เพราะจุดเด่น ของ ออสการ์ คือเซนส์บอลที่ไม่เป็นสอง รองใคร... นั่นทำ�ให้การปักหลักอยู่ตรงกลาง เกินไปอาจกลืนศักยภาพของเจ้าตัวก็เป็นได้ แถมหลายครั้งเวลาที่ทีมเล่นเกม รับ ออสการ์ ก็จะลงมาช่วย รามิเรส กับ

มิเกล ในการไล่บอล เรียกว่าครบเครื่องเลย ทีเดียวสำ�หรับมิดฟิลด์พันธ์จิ๋วรายนี้ แต่ก็ ต้องบอกว่าการเสริมร่างกายให้แข็งแกร่ง มากขึ้นเป็นสิ่งที่สำ�คัญอย่างมาก เพราะว่า บุคลิกของออสการ์ดูผอมบางและดูแข็งแรง น้อยกว่าทุก ๆ คนในสนาม ซึ่ ง จะว่ า ไปศึ ก พรี เ มี ย ร์ ลี ก ก็ เ น้ น การใช้ร่างกายพอสมควร หรือจะเรียกว่า มากที่สุดในยุโรปเลยก็เป็นได้ ถ้าหากเจ้าตัวแก้ไขปัญหาดังกล่าว ได้เมื่อไหร่ นี่อาจเป็นนักเตะหมายเลข 10 ของทีมชาติบราซิลที่เกรียงไกรที่สุดคนหนึ่ง ของยุคเลยก็เป็นได้


MATA - HAZARD - OSCAR


CHELSEA NUMBER 9

CFC NUMBER 9

หมายเลข 9 คือหมายเลขที่เป็นที่ ชื่นชอบของกองหน้าจอมถล่มประตู โดย นั ก เตะที่มีกองหน้า ที่มีชื่อเสีย งหลายคน เลือกที่จะสวมใส่เสื้อที่มีเบอร์นี้แปะอยู่ที่ หลัง อาทิ เช่น คาริม เบนเซม่า , อเล็กซิส ซานเชส , โรนัลโด้(บราซิล) เป็นต้น และ เบอร์ 9 ของสโมสร เชลซี ก็เป็นที่ต้องการ ของผู้เล่นที่มาค้าแข้งกับสโมสรแห่งนี้ด้วย เช่นกัน

โ ด ย นั ก เ ต ะ ที่ เ ค ย ค ร อ บ ค ร อ ง หมายเลข 9 นี้ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีหลากหลายตำ�แหน่งด้วยกันตั้งแต่ กอง หน้า กองกลาง และกองหลัง บางคน ประสบความสำ�เร็จจนเป็นตำ�นานบางคน ล้มเหลวไม่เป็นท่าจนต้องย้ายออกจากทีม เรามาทำ�ความรู้จักกับนักเตะที่ครอบ ครองเสื้อหมายเลข 9 นี้กันดีกว่าว่ามีใคร กันบ้าง ไปชมกันครับ

22 BLUE BLOOD MAGAZINE


CHELSEA NUMBER 9

่ ี ล ล ั ิ อ ว า ้ ก ู ล 9 9 9 จาน 6-1 199

ย้ายจาก ยูเวนตุส เข้ามาในทีมเชลซีแบบไร้ ค่าตัว ในสมัยของ รุด กุลลิท สไตล์การเล่นของ วิอัลลี่ คือกองหน้าตัวเป้าที่ชอบเล่นในกรอบเขตโทษ มีความ แข็งแกร่งในลูกกลางอากาศและลูกบนพื้นดิน และที่ สำ�คัญเค้าเป็นกองหน้าที่คมมากในกรอบเขตโทษ ซึ่ง ในปีแรก วิอัลลี่ พา เชลซี เป็นแชมป์เอฟเอคัพด้วย การเอาชนะ ลิเวอร์พูลไป 4-2 โดยเป็น วิอัลลี่ ที่ยิง 2ประตู แต่ภายใต้การคุมทีมของ รุด กุลลิท ที่มักจะ จับ วิอัลลี่ เป็นตัวสำ�รองอยู่เสมอ

เหตุการณ์สำ�คัญของ วิอัลลี่ คือในปีต่อมา รุด กุลลิท ถูกไล่ออกและเป็น วิอัลลี่ ที่ทำ�หน้าที่เป็นผู้ จัดการทีมควบคู่ไปกับเป็นนักเตะ และทำ�ได้ดีจนพา เชลซี คว้าแชมป์ รายการคัพวินเนอร์คัพได้สำ�เร็จ และเคยคุมทีมเชลซีถล่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปถึง 5-0 โดยลงเล่น 58 นัด ยิงไป 21 ประตู BLUE BLOOD MAGAZINE 23


CHELSEA NUMBER 9

คริส ซัตตัน (1999 - 2000) จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลแบงค์ (2000 - 2004) หัวหอกร่างโย่งผู้มีที่มีความ เยื อ กเย็ น ยามจะยิ ง ประตู แ ละ แข็ ง แกร่ ง มากในลู ก กลางอากาศ เนื่องด้วยขนาดร่างกายที่สูงใหญ่ โดย คริส ซัตตัน โด่งดังมากใน สมัยที่จับคู่กับ อลัน เชียร์เลอร์ และช่วยกันยิงจนพา แบล็คเบิร์น คว้ า แชมป์ พ รี เ มี ย ร์ ลี ก มาครอง อย่ า งเหนื อ ความคาดหมายและ ย้ายมาอยู่ เชลซี ด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์ ในปี 1999 ซึ่ ง ถื อ ว่ า แพงมากในสมั ย นั้ น แต่ ก ลั บ ตอบแทนสโมสรด้ ว ย การเล่นลงเกมลีก 28 นัด ยิงประตู กระปิดกระปอยเพียง 1 ลูก ท�ำให้ ในฤดูกาลถัดมา ซัตตัน ต้องโยก ย้ายไปร่วมทีม กลาสโกว์ เซลติก ด้วยค่าตัวลดลงเหลือเพียง 5 ล้าน ปอนด์ โดยทาง ซัตตัน นั้นลงเล่น ให้กับ เชลซี ไปทั้งหมด 28 นัด และยิงไป 1 ประตู

24 BLUE BLOOD MAGAZINE

ฮัสเซลแบงค์ ย้ายเข้า มาเชลซีในปี 2000 ด้วยราคา 15ล้านปอนด์ โดย ฮัสเซลแบงค์ เป็นกองหน้าร่างใหญ่ ยิงแรง ยิง คม ยิงยังไงก็เข้า ทำ�ให้หัวหอกชาว ฮอลแลนด์มีสถิติในการยิงประตู ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ที่ค่อน ข้างจะดีเลยทีเดียวซึ่งฮัสเซลแบงค์ ได้จับคู่กับ ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น ได้อย่างลงตัวและล่าตาข่ายให้กับ เชลซีได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ� ฮัสเซลแบงค์ คือกองหน้า ประวัติศาสตร์ เชลซี คนแรก ที่ลง มาในฐานะตัวสำ�รองแต่สามารถ ทำ�แฮตทริกได้สำ�เร็จก่อนจะอำ�ลา เชลซีไปในปี 2004 หลังจากการ เข้ามาคุมทีมของ มูรินโญ่ แม้ว่า ฮัสเซลแบงค์ จะ อำ�ลาทีมไปแล้วแต่แฟนบอลยังคง ไม่ลืมตำ�นานคนหนึ่งของ สโมสรที่ ลงเล่น 136 นัด ยิงไป 70 ประตู

มาเตย่า เคซมัน (2004 - 2005)

มาเตย่า เคซมัน กองหน้า ชาวเซอร์เบีย ผู้มีสถิติการยิงประตู ก่อนหน้าย้ายมา เชลซี โหดมาก จนน่าขนลุก โดย เคซมัน ลงเล่นให้ พีเอสวี ไอนด์โอเฟ่น 122 นัด ยิง ไป 105 ประตูด้วยกัน (นี่มันระดับ เดียวกับโรนัลโด้เหยินเลยนะ) แถม เป็ น ดาวซั ล โวของลี ก ฮอลแลนด์ มาก่อน ซึ่งค่าตัวที่จ่ายให้ พีเอสวี เพียงแค่ 5 ล้านปอนด์ แลกกับดาว ยิงความหวังที่มีสถิติการยิงประตู ที่ สุ ด จะบรรลั ย กั ล ป์ ช่ า งคุ้ ม เสี ย เหลือเกิน ทว่าที่ไหนได้ เคซมัน ไม่ สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับ เชลซี ได้ เลยโดย เคซมัน อยู่กับเชลซีเพียง ฤดู ก าลเดี ย วก่ อ นถู ก ขายให้ กั บ แอตเลติโก้ มาดริด ในราคาเท่ากับ ตอนซื้อมา 5 ล้านปอนด์และลง เล่นทั้งหมด 25 นัด แต่ยิงไปเพียง 4 ประตูเท่านั้น


CHELSEA NUMBER 9

ป โ ส ร ค 6 เ 0 น ั 5 น ์ 0 ร , อ เฮ -2004 3 0 0 2

ดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ย้ายเข้ารัง เชลซี มาใน ยุคของ เคราดิโอ รานีเอรี่ ด้วยราคา 16 ล้านปอนด์ จากทีม อินเตอร์มิลาน เครสโป คือกองหน้าที่ล่นด้วย สไตล์แข็งแกร่ง และถนัดเข้าฮอสในกรอบเขตโทษ ไม่ ว่าลูกจะมาในลักษณะใด ลูกต่ำ� ลูกแรง ลูกกระดอน สามารถยิงได้หมด ลูกโยนมาสูงย้อนหลัง เครสโป ก็ ตีลังกายิงมาแล้ว เป็นกองหน้าที่หน้าเกรงขามมาก สำ�หรับกองหลังฝ่ายตรงข้าม แต่ในฤดูกาลแรกเล่นให้ กับ เชลซี เพียง 19 นัดยิงไป 10 ประตู และจุดเปลี่ยน ที่สำ�คัญของ เครสโป คือการมาของ มูรินโญ่ ที่มองว่า เครสโป ไม่ไม่อยู่ในแผนทำ�ทีม จึงปล่อยให้ เอซี มิลาน ยืมตัวไป

ซึ่งเจ้าตัวก็สามารถทำ�ได้ตามมาตรฐาน และใน ปีต่อมา เชลซี จึงดึงกลับมาช่วยทีม แต่ก็ยังทำ�ผลงาน ไม่เข้าตาผู้จัดการทีมอย่าง มูรินโญ่ ในปีถัดมา เครส โป จึงต้องอพยพไปอยู่ อินเตอร์ มิลาน สวนทางกับ การมาของ อังเดร เชฟเชนโก้ จาก เอซี มิลาน ผลงาน ของ เครสโป ถ้าเทียบกับความคาดหวังของแฟนบอล จะบอกว่าการย้ายมาของ เครสโป คือเป็นการซื้อตัวที่ ล้มเหลวก็คงไม่ผิดมากนัก รวม 2 ฤดูกาล เครสโป ลง เล่นให้ เชลซี ไป 49 นัด ยิงไป 20 ประตู BLUE BLOOD MAGAZINE 25


CHELSEA NUMBER 9

คาลิด บูราห์รูซ (2006 - 2007)

คงจะมีผู้เล่นตำ�แหน่งกองหลังไม่กี่คนที่เลือกใส่ เบอร์ 9 คาลิด บูราห์รูซ เป็นหนึ่งในนั้นครับ ผู้เล่นคน นี้ย้ายมาจาก ฮัมบูร์ก ด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์ โดยมี ใบเหลือง 16 ใบ ใบแดง 3 คือใบหลักฐานการเข้าบอล สุดโหดของกองหลังชาว ฮอลแลนด์ ผู้นี้ และความ สามารถพิเศษของ บูราห์รูซ คือสามารถเล่นได้ในทุก ตำ�แหน่งในแผงหลัง แต่ความสามารถพิเศษดังกล่าว นั่นแหละ ที่ทำ�ให้เค้าไม่มีตำ�แหน่งที่แท้จริงในทีม เชลซี และต้องย้ายแบบยืมตัวในปีต่อมาโดย ปล่อยให้ กับ เซบีย่า โดยเล่นให้กับ เชลซี ไปเพียง 13 นัด ไม่ สามารถทำ�ประตูได้

สตีฟ ซิดเวลล์ (2007 - 2008)

กองกลางชาวอังกฤษย้ายจากสโมสร เรดดิ้ง ซึ่งในขณะนั้นตัวเค้าเป็นถึงกัปตันทีม พอหมดสัญญา กับ เรดดิ้ง จึงย้ายมารับเสื้อเบอร์ 9 ของเชลซี พร้อม รับค่าเหนื่อยสูงถึ 5 หมื่นปอนด์ ต่อสัปดาห์ ซึ่งถือว่า เป็นปัจจัยหลักเลยทีเดียวที่ทำ�ให้ ซิดเวลล์ เลือกย้าย มาอยู่กับ เชลซี แต่คงมีคำ�บรรยายสถานการณ์ในถิ่น สแตมฟอร์ดบริดจ์ แต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสลงสนาม ใน ปีถัดมาจึงถูกขายไปเล่น แอสตัน วิลล่า โดย ซิดเวลล์ ลงเล่นให้กับเชลซีไป 15 นัด ไม่สามารถยิงประตูใน เกมลีกได้เลยแม้แต่ลูกเดียว แม้ว่ามิดฟิลด์หัวทองราย นี้จะมีทีเด็ดที่การยิงไกลก็ตาม

ฟรังโก้ ดิ ซานโต้ (2008 - 2009)

ฟรังโก้ ดิ ซานโต้ คือหนึ่งในดาวรุ่งที่ เชลซี ซื้อมาปั้นในชุดเยาวชนของสโมสร จากทีม Audax Italiano และเป็นดาวรุ่งพรสวรรค์ชาวอาร์เจนไตน์ ที่สามารถขึ้นมาสอดแทรกเล่นให้กับชุดใหญ่ของเชล ซี แต่ไม่สามารถลงเล่นได้อย่างต่อเนื่องเนื่องในระบบ หน้าเป้า และในขณะนั้น เชลซีมีกองหน้าระดับโลกอยู่ หลายคนจึงไม่ค่อยมีโอกาสลงเล่น จนต้องปล่อยย้าย ทีมแบบยืมตัว กับแบล็คเบิร์น โรเวอร์ และ ขายขาด ให้กับ วีแกน แอธเลติก ในฤดูกาลถัดมาซึ่งลงเล่นให้ เชลซี ทั้งหมด 8 นัด ไม่สามารถยิงประตูได้

26 BLUE BLOOD MAGAZINE


CHELSEA NUMBER 9

ส ร เ ์ ร อ ต t ด โ n e น า es

r น ์ P ร เฟ 2011 ดาวยิงเลือดกระทิงดุย้ายมาจาก ลิเวอร์พูล ด้วย ราคาเป็นสถิติสูงสุดของสโมสร เชลซี จำ�นวน 50 ล้าน ปอนด์ ในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะโดย ตอร์เรส คือนักเตะที่มีความพร้อมไปด้วย ความเร็ว ความ แข็งแกร่ง เทคนิคเยี่ยม และความคมในการยิงโดย ตัวเค้าได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วกับการเล่นให้ ลิเวอร์พูล และมีสิถิติมายืนยันความสุดยอดด้วยการลงเล่น 102 นัด ยิงไป 65 ประตู แต่ฟอร์มการเล่นในอดีตของ ตอร์เรส แทบไม่ปรากฏในสีเสื้อน้ำ�เงินของ เชลซี เลย ทั้งที่มีโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงตั้งแต่ย้ายเข้ามา แต่ กลับไม่สามารถสร้างผลงานได้อย่างสม่ำ�เสมอ และไม่ สามารถผลิตสกอร์ได้อย่างต่อเนื่อง จนต้องหลีกทาง ให้กลับ ดร็อกบา ซึ่งกลับมาฟอร์มดีอีกครั้ง

หลังจาก เชลซี คว้าแชมป์ UCL มาได้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับ เซี่ยงไฮ้ เซิ่นหัว สโมสร ใน ไชนีส ซูเปอร์ลีก ทำ�ให้ในฤดูกาลถัดมา เชลซี ซึ่ง คุมทัพโดย โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ เลือกที่จะวางให้ ตอร์เรส เป็นกำ�ลังหลักในแนวรุ แต่ ตอร์เรส ก็ยังไม่ สามารถตอบแทนความไว้วางใจของ ดิ มัตเตโอ และ มีส่วนให้ทีมผลงานตกต่ำ�จน ดิ มัตเตโอ โดนขับออก จาก ถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ และผู้ทีมาแทนก็ไม่ใช่ คนอื่นไกล แต่เป็น ราฟาเอล เบนิเตซ อดีตผู้จัดการ ทีมลิเวอร์พูล ผู้ปลุกปั้นให้ ตอร์เรส กลายเป็นดาวยิง ที่สมบูรณ์แบบในครั้งวันวาน การมาของ เบนิเตซ คือ โอกาสสุดท้าของ ตอร์เรส จะพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนได้ เห็นกันอีกครั้ง

No.9 Scoop By LORMAKK

www.facebook.com/profile.php?id=100002136847200 BLUE BLOOD MAGAZINE 27


BLUES COLUMN TALK OF THE TOWN

Oppa Lampard Style BY ลุงมอลลี่สีน้ำ� เงิน

หลังจากเสร็จศึก UEFA Super Cup 2012 ที่แฟนๆ เชลซีทุกคนเกิดรอยแผล เล็กๆ ในใจ ซึ่งทีมแชมป์ยุโรปถ้วยใหญ่ อย่าง เชลซี เจอที ม แชมป์ ยุ โรปถ้ ว ยเล็ ก ข่ ว นเบาๆ เอาชนะไป 4 ประตูต่อ 1 ซึ่งลุงได้ยินหลาย กระแสในโลกของโซเชียลเนตเวิร์ก ที่ต่างตั้ง ค�ำถามถึงสไตล์การเล่นของทีมเชลซีในฤดูกาล นี้ว่า จะเน้นเกมส์รุกเอาใจเจ้าของทีมมากเกิน ไปหรือเปล่า (แต่อย่างว่านักเตะส่วนใหญ่ที่ซื้อ มาเพิ่มก็เป็นนักเตะสไตล์บุกแหลกทั้งนั้น) พอหันกลับมามองรูปแบบเกมส์รับ จึงเห็นได้ว่าช่างเสียประตูง่ายดายเหลือเกิน รวมทั้ ง ยั ง มี ก ารถกเถี ย งตั้ ง ข้ อ สั ง เกตกั น ถึ ง ความเหมาะสมในต�ำแหน่งการเล่นของนักเตะ ที่มีนามว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด อีกด้วย แฟรงค์ แลมพาร์ด เป็นนักเตะในวัย 34 ปี ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในนักเตะรุ่นซีเนียร์ ที่ก้าวขึ้นเป็นต�ำนานของทีมเชลซีอย่างแท้จริง หลังจากที่เขาสวมบทบาทกัปตันทีมลงเล่นใน นัดชิงชนะเลิศศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก และเป็น กั ป ตั น ที ม คนแรกที่ ไ ด้ ชู ถ ้ ว ยบิ๊ ก เอี ย ร์ ส ร้ า ง ประวัติศาสตร์แก่สโมสร แต่น่าแปลกที่ในหลายๆ นัดตั้งแต่ ฤดูกาลก่อน เมื่อทีมเชลซีประสบพบกับความ พ่ายแพ้ ชื่อของเขามักจะถูกหยิบยกขึ้นมา วิจารณ์อยู่สม�่ำเสมอ “แก่แล้ว” ... “ฟอร์มตก” ... “ขาใหญ่ในทีม” คือ ส่วนหนึ่งในเสียงวิจารณ์ ฟอร์มการเล่นของแลมพาร์ด หลังจากที่เขา ได้รับบทบาทใหม่ต่างจากเดิมที่เคยเล่นเป็นก องกลางตัวรุก กลับถูกปรับถอยลงมาเล่นใน ต�ำแหน่งกองกลางตัวรับคู่กับ โอบี มิเกล (ซึ่ ง แต่ เ ดิ ม ก็ เ คยเล่ น เป็ น หน้ า ต�่ ำ ในที ม ชาติ ไนจีเรียเช่นกัน)

28 BLUE BLOOD MAGAZINE

“เขามีพลังมากพอที่จะทำ�มันออกมาได้ดี เพราะพลังของเขามาจาก กองเชียร์ ต่อให้ถูกผู้จัดการทีมจับเล่นเป็นโกล์ ผมก็มั่นใจว่าเขาจะเล่น”

หลายคนเลยเกิ ด ค� ำ ถามว่ า แล้ ว ต� ำ แหน่ ง การเล่ น ในปั จ จุ บั น มั น เหมาะกั บ สไตล์ของเขาจริงหรือเปล่า? เพราะหลายๆ ครั้งเราจะเห็นได้ว่าเวลาที่ทีมคู่แข่งโต้กลับ กองกลางตั ว รั บ ทั้ ง สองคนของเชลซี ไ ม่ สามารถหยุดการโต้กลับเร็ว หรือเบรคเกมส์ รุกของคู่แข่งได้เลย หลายจังหวะที่แลมพาร์ดเผลอดัน ตัวเองขึ้นไปอยู่ในกรอบเขตโทษคู่แข่งบ่อย กว่ากองกลางตัวรุกอย่างมาต้าด้วยซ�้ำไปซึ่ง นั้นท�ำให้แผงกองหลังของเชลซีต้องท�ำงาน และรับบทหนักกว่าปกติ แล้วต�ำแหน่งไหนล่ะ... ที่เหมาะกับ แฟรงค์ แลมพาร์ด? ลุงคิดว่าหลาย ๆ คนคงมีค�ำตอบให้ ตัวเองอยู่ในใจ “กลางรุก, กลางรับ, กองหน้า หรือตัวส�ำรอง” แต่ถ้าศึกษาจากสไตล์การ เล่น และสัญชาตญาณของแลมพาร์ดเองแล้ว ลุงมีความเห็นว่า บทบาทกองกลางตัวรุกหรือ

หน้าต�่ำ คือต�ำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดส�ำหรับ เจ้าตัว.. แต่ด้วยอายุขัยที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้ง แผนดึงนักเตะใหม่ในแนวรุกเข้ามาเสริมทีม เป็นจ�ำนวนมาก ท�ำให้ผู้จัดการทีมตั้งแต่ยุค โบอาส จนมาถึง ดิมัทเตโอ ต้องปรับเปลี่ยน ให้แฟรงค์ลงไปยืนในต�ำแหน่งที่ห่างไกลจาก ปากประตูคู่แข่งกว่าที่เคย ซึ่งนั่นท�ำให้เกิดทั้งผลดีและผลเสีย ขึ้นกับตัวแฟรงค์ แลมพาร์ดเองเช่นกัน THE RIGHT MAN .. ON THE RIGHT JOBs (จงมอบหมายหน้าที่ตามความ ถนัดของบุคลากร) ประโยคที่ลุงว่านี้ทุกคน คงเคยได้ยินมาบ้าง ดังนั้น เมื่อพูดถึงระบบ แผนการเล่นของทีมเชลซี หรือ ต�ำแหน่งการ เล่นของนักเตะแต่ละ ต�ำแหน่ง หากมีความ ผิดพลาดเกิดขึ้น หรือ ทีมพบกับความพ่าย แพ้ ผู้รับผิดชอบอันดับต้นๆ คือ ผู้จัดการทีม นั่ น เองที่ จั ด ต� ำ แหน่ ง ของนั ก เตะไม่ ต รงกั บ ความสามารถของนักเตะแต่ละคน


BLUES COLUMN

ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นถึงผลดีและผล เสียของการที่ ดิ มัทเตโอ ปรับต�ำแหน่งของ แลมพาร์ด มาเล่นเป็นกองกลางตัวรับ ซึ่งผลดี ก็ คื อ ปกติ ใ นต� ำ แหน่ ง นี้ แ ลมพาร์ ด ไม่ จ� ำ เป็ น ต้องวิ่งขึ้นวิ่งลงมากเท่ากับต�ำแหน่งกองกลาง ตัวรุก แต่ข้อเสียคือ ลุงว่ามันเป็นการฝืน สัญชาตญาณการเล่นของเขาหรือเปล่า? ซึ่ง ปกติสไตล์เดิมของแลมพาร์ด คือ จ่ายบอลให้ กองหน้าและวิ่งสอดเข้ากรอบเขตโทษเพื่อยิง ประตู(จากการที่เขาท�ำสถิติยิงไปแล้ว มากกว่า 150 ประตู) ต�ำแหน่งกองกลางตัวรับอาจ ท�ำให้เขาไม่ได้เล่นในแบบที่ต้องการ (ทั้งใน สโมสรและในนามทีมชาติ) และจากนี้ต้อง เล่นแบบฝืนธรรมชาติเรื่อยๆ ไป จากข่าวที่ทีมเชลซีปล่อย มิคาเอล เอสเซียง ให้ รีล มาดริด ยืมตัวและขายทาง ราอูล เมไรเลส ให้เฟร์เน่บาเช่แล้ว ซึ่งความ จริงทั้งสองคนสามารถเล่นแทนในต�ำแหน่ง ของแลมพาร์ดได้ แต่เมื่อทั้งคู่ไม่อยู่แล้ว ยิ่ง ท�ำให้ตัวเลือกในต�ำแหน่งกองกลางตัวรับของ ทีมเหลือน้อยลงเข้าไปอีก เหลือใครที่พอจะ เล่นทดแทนได้ แค่ โรเมอู กับ รามิเรส ??

ดังนั้น ในฤดูกาลนี้แฟนๆ เชลซีจะ ได้เห็น แฟรงค์ แลมพาร์ด ลงเล่นเกือบทุก นัดอย่างแน่นอน (หากเสี่ยหมียังไม่ซื้อกอง กลางตัวรับเพิ่ม) เพราะตัวส�ำรองที่จะเล่น ทดแทนเขามี น ้ อ ยเหลื อ เกิ น เมื่ อ เที ย บกั บ ต�ำแหน่งตัวรุกทั้งหลาย จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ ดิ มัตเตโอจะ ต้องใช้งาน แลมพาร์ด ในต�ำแหน่งนี้ต่อไป แม้ว่าสไตล์ที่แท้จริงของเขาจะไม่ใช่กองกลาง ตัวรับธรรมชาติอย่าง มาเคเลเล่ หรือ เดนิส ไวส์ ก็ตาม แล้วแลมพาร์ดท�ำไมต้องฝืนลงเล่น ในต�ำแหน่งที่ไม่ถนัด? เพราะความรักที่เขามีต่อสโมสรและ แฟนบอลเชลซีทุกคนทั่วโลก ลุงว่าสิ่งนี้ล่ะที่ ท�ำให้นักเตะอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ยอม เล่นในต�ำแหน่งไหนก็ได้ แม้ว่าจะขัดกับสไตล์ ของตัวเอง ฝืนธรรมชาติการเป็นนักเตะเกมส์ รุกของตัวเอง แต่เขาพยายามทิ้งทุกอย่าง เพื่อจะได้ลงสนามและสร้างความสุขให้กับ แฟนบอลที่เขารัก ดังนั้นบางครั้งที่คุณเห็นเขาวิ่งเขาไป ในกรอบเขตโทษ โดยบังเอิญไปทับต�ำแหน่ง

กับจอมทัพอย่าง มาต้า หรือว่า ออสการ์ บางครั้งเขาอาจจะวิ่งตัดเกมส์ของคู่ แข่งไม่ทัน... บางครั้ ง เขาอาจจะจ่ า ยบอลช้ า ... ไม่เข้าจังหวะกับนักเตะรุ่นใหม่... แต่ เ ชื่ อ ลุ ง เถอะนะว่ า ชายที่ ชื่ อ แฟรงค์ แลมพาร์ด คือ นักเตะที่ดีและมี คุณภาพอย่างแท้จริงแม้ว่าจะเปลี่ยนสไตล์ จากเล่นเกมส์รุกมาเน้นเกมส์รับ หรือ ประคองจังหวะทีมก็ตาม เขาก็มีพลังมากพอที่จะท�ำมันออก มาได้ดี เพราะพลังของเขามาจากกองเชียร์ อย่างพวกเราทุกคน แม้ว่าซักวันหนึ่งผู้จัดการ ทีมจะดรอปเขา หรือสั่งให้เขาเล่นเป็นโกล์ ลุงก็มั่นใจว่าเขาจะลงเล่น และท�ำหน้าที่อย่างดีที่สุด .... นั่นล่ะ OPPA LAMPARD STYLE แล้วคุณล่ะ ... เลือกแลมพาร์ดลง เล่นต�ำแหน่งไหน?

ลุงมอลลี่สีน�้ำเงิน

www.facebook.com/suptarmolliez.love

BLUE BLOOD MAGAZINE 29


BLUES COLUMN NICE TO MEET BLUES

Oh.. Romeu BY THIRTEEN

ถาม : “โรเมอู มีหลายคนบอกว่า เชลซี จะ ดูดีขึ้นเมื่อคุณลงเล่น.... นี่เป็นค�ำชมที่เยี่ยม ใช่ไหม” ตอบ : “แน่นอน ผมอยากได้ยินอะไรแบบ นี้แหละ มันดีส�ำหรับผมนะ แต่พวกเขา ไม่ใช่โค้ช! โค้ชรู้ดีว่าอะไรดีที่สุดส�ำหรับทีม และเขาก็เลือกจะท�ำแบบนั้น ถ้าเขาให้ผม นั่งส�ำรองเขาก็ต้องมีเหตุผลของเขา” หลังปล่อย เอสเซียง ให้ มาดริด ยืมตัว ต�ำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับเชลซี (ไม่นับ คนที่เล่นได้ทั้งรุกและรับอย่างแลมพาร์ด กับ รามิเรส) จึงเหลืออยู่ 2 คน ตัวเลือก แรกอย่างมิเกลท�ำหน้าที่ได้ดี มีผิดพลาด บ้างเป็นธรรมดา แต่ผลงานชิ้นโบว์ด�ำใน เกมแชมเปี้ยน ลีกส์ ที่เสมอ ยูเวนตุส (จ่าย บอลขึ้นหน้าพลาด --เสียประตู) และเสมอ คิวพีอาร์ (ส่งคืนหลังพลาด – ยังดีที่เช็ก ออกมาปิดมุมทัน) ก็ท�ำให้แฟน ๆ ชักอยาก จะเห็น โรเมอู ลงสนาม...บ้าง เจ้าของเสื้อหมายเลข 6 เชลซี พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีดีแค่ไหน มองย้อน กลั บ ไปตอนได้ รั บ โอกาสก็ ไ ม่ เ คยมี ช็ อ ต พลาดแบบจัง ๆ ให้เห็น จะเห็นก็แต่ความ ขยัน วิ่งไล่บอลไม่มีเหนื่อย ส่วนทักษะอัน พึ่งมีอย่างการอ่านเกม ชั้นเชิง การคุม จังหวะ ตัด-แย่งบอล โรเมอู ก็แสดง ให้เห็นแล้วว่ามีอยู่เต็มเปี่ยม ฤดูกาลที่แล้ว อาการบาดเจ็บ ท�ำให้โรเมอูหลุดจากทีมไปพักใหญ่ (ลงตัว จริง 14 ครั้ง) ระหว่างนั้น โบอาช ผู้หวัง ปลุกปั้นให้เขาเป็นหนึ่งในฟันเฟืองส�ำคัญ ของทีมต้องออกจากต�ำแหน่งกลางคันซึ่ง

30 BLUE BLOOD MAGAZINE

“ผู้จัดทีมรู้ดีว่าอะไรน่ะดีที่สุดสำ�หรับทีม และเขาก็เลือกจะทำ�แบบนั้น เช่นถ้าหากเขาเลือให้ผมนั่งสำ�รองเขาก็ต้องมีเหตุผลของเขานั่นเอง”

โรเมอู ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่เห็นคนที่ ดึงเขามาเชลซีถูกไล่ออก “ผมเป็นหนี้บุญคุณเขา ผมอยาก ขอบคุณเขามากๆ เขาพาผมมาที่นี่และให้ โอกาสผมได้เล่นในทีมใหญ่แบบนี้ มันก็ เป็นแบบนี้แหละ ผู้จัดการทีมจะโดนไล่ ออกหากทีมผลงานแย่ แต่พวกเราขอบคุณ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาท�ำนะ และผมก็ภูมิใจ มากที่เขาเชื่อมั่นในตัวผม” พอถึงยุค ดิ มัตเตโอ โรเมอู ที่สลัด อาการบาดเจ็บออกไปแล้วก็ได้แต่นั่งรอ โอกาสอยู่บนม้านั่งส�ำรอง จนจะกลายเป็น ภาพจ�ำไปแล้ว เกมส�ำคัญอย่างนัดชิงชนะ เลิศเอฟ เอ คัพ กับยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ ไม่ได้ลงซักวินาที ซัมเมอร์ที่ผ่านมาจึงมี หลายทีมสนใจยืมตัว โรเมอู ยังดีที่อดีต โค๊ชของเราอย่าง ดิ มัตเตโอ ไม่ได้ปล่อย ตัวออกไป

และในฤดูกาลนี้ โรเมอู ก็ยังมี สถานะเป็นตัวส�ำรอง รอคอยโอกาสอย่าง ใจเย็น ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ มกรานี้ก็ คงได้ตามข่าวอย่างจิตตก เพราะ โรเมอู อาจย้ายทีมเพื่อโอกาสลงสนาม กรณีนี้จะ ยอมรับได้ก็ต่อเมื่อเป็นการให้ยืมและเรา ได้ มิ ด ฟิ ล ด์ หั ว ฟู จ ากเอฟเวอร์ ตั น เข้ า มา แทน ฮ่าๆๆ ตอนนี้ จึ ง ต้ อ งลุ ้ น ตั ว โก่ ง กั น ว่ า ฟอร์มลุ่มๆ ดอนๆ ของ มิเกล จะสั่น คลอนเหตุผลของ เบนิเตซ บ้าง อันที่จริง ถ้าขอได้เราก็ขอให้คนที่ได้ลงสนามท�ำ ผลงานดีๆ อยู่แล้ว สงสัยความรู้สึกเห็น ด้วยเรื่องเชลซีจะดูดีขึ้นเมื่อโรเมอูลงเล่น มันจะรุนแรงเกินไป อิอิอิ

Thirteen www.facebook.com/yuikc13


BLUES COLUMN HOPE MANAGER

What You Want ?

BY BANK TERRY

“เราให้เวลาคุณทำ�งานเต็มที่ ขออย่างเดียวช่วยทำ�ให้ทีมดีขึ้นไม่ใช่แย่ ลงกว่าเดิม ไม่งั้นคนเป็นล้านๆ คนเขาจะร้องบอกได้ว่า Rafa Out !!!”

ค�ำว่าลูกกลม ๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ในตอนนี้...ผู้เขียนยอมรับว่าตอนนี้เริ่มจะ เชื่อสนิทใจแล้วหลังจากโค้ชที่พา เชลซี ได้ ถึง UCL โดนปลดลงไปแบบฟ้าผ่าแม้ว่าจะ มีลางมาก่อนหน้านั้นแล้วก็เถอะ แต่... มันไม่น่าจะรวดเร็วขนาดนี้ค�ำว่า โอกาสคงจะมีน้อยมากส�ำหรับคนที่ชื่อว่า โรมัน อบมาโมวิช ที่สั่งเด้งโค้ชเป็นว่าเล่นมี ทั้งสมควรและไม่สมควร การเปลี่ยนโค้ช นั้นข้อดีก็คือจะได้แนวทางการท�ำทีมใหม่ ของโค้ชคนใหม่ ข้อเสียก็เยอะเช่นกัน ยกตัวอย่างใกล้ ๆ ตัว ก็ ราฟาเอล เบนิเตซ เนี่ยแหละครับ... 3 นัดถึงจะพิสูจน์ อะไรได้ไม่เต็มปากเต็มค�ำนัก ด้วยผลงาน สุดจะย�่ำแย่ของ ราฟา เองในหลายๆปีมานี้ ก็ไม่น่าจะน�ำมาเป็นโค้ชแล้ว หรือจะมอง เพี ย งแต่ ก ารเปลี่ ย นแปลงฟอร์ ม ของ เฟร์นานโด ตอร์เรส ซึ่งฟอร์มไม่เหมือนค่า

ในเกมบอลของค่ายเกมหลายๆ ค่ายเลย บางที เชลซี อาจจะไม่ได้ต้องการ โค้ชใหม่เพียงแต่ต้องการความมั่นใจที่เพิ่ม ขึ้นหลังจากท�ำฟอร์มไม่ดีมาต่างหาก อีก อย่างหนึ่งการท�ำประตูจากกองหน้าก็เป็น สิ่ ง ที่ ต ้ อ งรี บ ปรั บ ปรุ ง อย่ า งยิ่ ง ส� ำ หรั บ ที ม เชลซี เพราะล�ำพังประตูแต่ละนัดที่ได้มาไม่ กองกลางก็ ก องหลั ง นั่ น แหละที่ ขึ้ น ไปยิ ง คุ ณ อาจจะส่ ง ดี มี ส ่ ว นร่ ว มกั บ เกมส์ แต่ อ ย่ า งไรก็ ต ามกองหน้ า ก็ คื อ กองหน้ า อารมณ์ ป ระมานแบบว่ า เรี ย นจบวิ ศ วะ ท�ำงานก็ต้องวิศวกร จะเป็นอย่างอื่นบอก เลยครับว่ามันไม่ “คือ” ถ้าลองให้ผู้เขียนไปเป็นประธาน สโมสร ผู้เขียนจะมอบโอกาสให้กับทาง ดิ มัทเตโอ้ ได้จับจ่ายใช้สอยในตลาดเปิด รอบสองแล้วค่อยดูว่าสถานการณ์จะดีขึ้น หรือไม่ ?

ผู้อ่านทุกคนถ้ายังนึกภาพไม่ออก ลองจิ น ตนาการว่ า เวลาท� ำ อะไรหลายๆ อย่างพร้อมกันมันจะท�ำยากและออกมาไม่ ดีแต่คนที่ท�ำหลายๆอย่างได้และออกมาดี คนนั้นจะได้เปรียบอย่างมากครับซึ่งทาง ดิ มัทเตโอ้ ก�ำลังฝึกให้เพชรทั้ง 3 อันที่แข็ง มาละลายรวมกันเป็นโคตรเพชรให้ได้ ยังไม่ทันจะท�ำเสร็จดีกลับต้องโดน ออกจากต�ำแหน่งไปซะก่อนทิ้งโจทย์ปัญหา ระดับห้าดาวไว้ให้กับราฟาเอล เบนิเตซ ไป ท�ำต่อไป... ในเมื่อทุกอย่างเป็นแบบนี้ทุกคน ต้องร่วมมือกันท�ำให้มันดีขึ้นใครไม่ชอบใคร ผู้เขียนยอมรับว่าไม่ชอบ ราฟาเอล เบนิเซ แต่ต้องใช้ค�ำว่า ลงเรือล�ำเดียวกันแล้ว จะ ไม่ช่วยกันก็คงจะดูไม่ดี งานแรกของราฟาก็ คือน�ำสปริตในทีมกลับคืนมา และ ท�ำให้ นั ก เตะและคนทั้ ง โลกเชื่ อ ใจได้ ว ่ า เขานี่ แหละคือคนที่จะมากอบกู้เชลซี ไม่ใช่คนที่ จะมาท�ำให้ เฟร์นานโด ตอร์เรส ดีขึ้น เพราะที่นี่ เชลซี ไม่ว่าแฟนบอล นักบอล โค้ช และ ทุกๆคนที่เกี่ยวข้อง จะ ร่ ว มกั น ท� ำ ทุ ก อย่ า งเพื่ อ ให้ ส โมสรก้ า วไป ข้างหน้า ราฟาเอล เบนิเตซ ยังมีเวลาให้ พิสูจน์ตัวเองอยู่.... เราให้เวลาคุณเต็มที่ ขอเพียง อย่างเดียวช่วยท�ำให้ดีขึ้นมาไม่ใช่แย่ลง ไม่งั้นคนเป็นล้านๆ คนเขาจะร้องบอกได้ ว่า RAFA OUT !!

Bank Terry

www.facebook.com/bank.terry.1 BLUE BLOOD MAGAZINE 31


BLUES COLUMN FOCUS THE STARS

Oscar.. Best BY PLAYMAKELOVE

ดอกไม้เบ่งบานก็ต้องมีวันร่วงโรย เป็นธรรมดา เปรียบกับคนเราก็เช่นกัน ยิ่ง เป็นนักฟุตบอลแล้วด้วยล่ะก็ อายุปาเข้าไป 30 อัพ ก็เริ่มเข้าสู่ขาลงของการค้าแข่งแล้ว สภาพความฟิต ปฏิกิริยาตอบสนองย่อมช้า หรือดาวน์ลงเป็นธรรมดา ในบรรดามิดฟิลด์ตัวรุกในสมัยก่อน นั้นจะใช้ แฟรงค์ แลมพาร์ด เป็นคนคอยจ่าย คุมเกมส์ รวมถึงสอดแทรกขึ้นมายิงประตูใน บางจังหวะ จนมาถึงปัจจุบันทุกอย่างก็เปลี่ยน ไปตามกาลเวลา เลยต้องผันตัวเองลงต�่ำไปจับ คู่เป็นกลางตัวรับ และมาถึงปัจจุบัน ซึ่งต้อง บอกว่ า เชลซี เ ป็ น ที ม ที่ ทุ ก ที ม หรื อ แม้ แ ต่ สื่ อ คอยจับตามองเป็นพิเศษ เพราะสามารถคว้า แชมป์ UCL ได้เป็นสมัยแรกแถมได้มีการ เปลี่ยนแปลงของทีมมากมาย ทั้งสไตล์การ เล่นที่เน้นเล่นบอลบนพื้น อุดมการณ์ รวมถึง นักเตะที่ซื้อเพิ่มเขามา โดยในรายของ ออสการ์ แล้วถ้า เทียบตามต�ำแหน่ง ก็คือต�ำแหน่งจอมทัพ ซึ่ง ก็ก็คือต�ำแหน่งของ แลมพาร์ด ในสมัย ก่อน นั่นเองและ ออสการ์ เป็นนักเตะมิดฟิลด์ที่เล่น บอลง่าย จ่ายบอลดี มีลูกยิงไกลที่เป็นลูก ทีเด็ด พยายามหาจังหวะยิงได้ทุกสถานการณ์ รวมไปถึงความขยันในการวิ่งไล่บอล หาบอล ลงไปช่วยเพรสซิ่ง ตัดบอลในเกมส์รับได้ดี ตามสไตล์ นั ก เตะหนุ ่ ม ไฟแรงที่ อ ยากจะท� ำ หน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เมื่อได้ลงสนามความสามารถและ ความขยันของ ออสการ์ได้เผยออกมาให้แฟน สิงห์บลูได้ประจักษ์ เมื่อได้รับโอกาสได้ลงเล่น เป็นตัวจริงในเกมส์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ แบ่งกลุ่ม อี นัดแรก ที่ เชลซี เปิดบ้านรับการ มาเยือนของ ยูเวนตุส โดย ออสการ์ ฟอร์มดี มาก ใช้โอกาสไม่เปลือง ยิงเข้ากรอบ 2 ครั้ง

34 BLUE BLOOD MAGAZINE

“ออสการ์, มาต้า, อาซาร์ พวกเขากลุ่มนี้เนี่ยแหละคือหนุ่มยุคใหม่ ที่ จะมาช่วยกันสร้างความเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ของ เชลซี” เป็นประตูเลย โดยลูกที่ 2 นี่เหลือเชื่อ เจ้าตัว แตะไขว้หลบ อันเดรีย ปีร์โล่ บอลเข้าจังหวะ พอดี แล้วปั่นด้วยขวา บอลแรงไซด์โค้งหุบเข้า สามเหลี่ยมอย่างสวยสดงดงาม ซึ่งในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวของ ออสการ์ อย่างเต็มตัวเลยก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่ ได้ย้ายมา ก็ตกอยู่บนม้านั่งส�ำรอง แต่นัดนัดนี้ แหละ ที่ท�ำให้ RDM เห็นฟอร์มและความ สามารถที่แท้จริงของตัวเขาสักทีด้วยฟอร์มที่ดี บวกกับความขยันที่วิ่งขึ้นลงหาบอล ท�ำให้ RDM ส่งเขาลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งออสการ์ เอง ก็ท�ำได้ดี และไม่ท�ำให้ความไว้วางใจของ RDM ได้สูญเปล่าเลย ครั้นถึงเกมส์ UCL ที่เชลซี ต้อง โคจรมทาพบกับ ชัตเตอร์ โดเน็ตสค์ ทั้งเหย้า ทั้งเยือน ออสการ์ก็สามารถท�ำประตูได้ทั้ง 2 เกมส์ โดยในนัดที่ 2 ผู้รักษาประตูของ ชัตเตอร์ ออกมาเคลียร์ลูกนอกกรอบเขตโทษ แต่ไม่ดีพอ บอลมาเข้าทาง ออสการ์ ก่อนจะ ยิงไกลจากครึ่งสนามเข้าไปอย่างสวยงาม

แต่ เ นื่ อ งด้ ว ยที ม ที่ ก� ำ ลั ง เข้ า สู ่ ก าร เปลี่ยนแปลงยุคใหม่ การประสานงานระหว่าง อาซาร์ , มาต้า , และออสการ์ ยังไม่ดีเท่าที่ ใคร จึงท�ำให้ฟอร์มเชลซีกระท่อนกระแท่น อาจดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ในเรื่องของประสบการณ์ กระดูก บอล คงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย เพื่อเพิ่มพูน และสั่งสมไปเรื่อยๆ คงต้ อ งติ ด ตามกั น ต่ อ ไปว่ า เมื่ อ สุ ด ยอดนักเตะอย่าง ออสการ์ และบรรดาผอง เพื่อนเพลย์เมกเกอร์อย่าง มาต้า และ อาซาร์ เล่นได้อย่างเข้าขาและรู้ใจกันมากกว่านี้ ผล งานที่ออกมาจะป็นเช่นไร แต่รับประกันได้เลยว่า พวกเขานี่ แหละ คือคนหนุ่มยุคใหม่ ที่จะมาช่วยสร้าง และเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ของเรา

Playmakelove

www.facebook.com/Watchy.buu


BLUES COLUMN FOCUS THE STARS

Marko Marin BY llSevenFolDll

ในปัจจุบัน มาริน ยังไม่ค่อยได้ รับโอกาสในการลงเล่นให้กับทีมแม่สัก เท่าไหร่ เนื่องจากได้รับการบาดเจ็บ ระหว่างซ้อมในการเตะอุ่นเครื่อง จะมีก็ แต่การลงเล่นในการทัวร์อเมริกา เมื่อ ช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัว สามารถท�ำประตูแรกของตัวเองให้กับ ทีมแม่ได้ส�ำเร็จ แต่ผิดกับศึกพรีเมียร์ลีค มาริน แทบไม่ได้ลงไปสัมผัสกับเกมเลย แต่ในยุคของผู้จัดการทีมคนใหม่ อย่าง “ราฟาเอล เบนิเตส” หรือ “ราฟา” ที่เรารู้จักกัน มาริน เพิ่งได้รับ โอกาสในการเปลี่ยนลงไปเป็นตัวส�ำรอง ใน2นัดหลังสุด รวมกันเป็นเวลากว่า 20 นาทีเลยทีเดียว ซึ่งเจ้าตัวสามารถท�ำผล งานได้โดนใจแฟนบอลเป็นอย่างดี แต่ ส�ำหรับ เอล ราฟา ไม่ทราบว่าจะเข้าตา ของเขาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ราฟา ควร ให้โอกาสกับ มาร์โค มาริน ในการเคาะ สนิม เพราะว่าเขาเพิ่งหายเจ็บกลับมาได้ ไม่นาน ทั้งนี้ มาร์โค มาริน ได้รับความ คาดหวังจากแฟนบอลว่า เขาจะเป็น หนึ่งในแกนหลักที่จะน�ำความยิ่งใหญ่มา สู่รั้วแสตมฟอร์ดบริดจ์ได้ในฤดูกาลนี้ แต่ เขาจะท�ำตามที่แฟนบอลคาดหวังไว้ได้ หรือไม่โปรดติดตามได้ในศึก Premier League ฤดูกาล 2012-2013 !!

“ผมเป็นตัวรุกนะ ผมถนัดตำ�แหน่งปีก ดังนั้นผมหวังว่าผมจะแอส ซิสให้กองหน้าได้เยอะ ๆ เพราะพวกเค้าต้องทำ�ประตูให้มากที่สุด” เมื่อท้ายฤดูกาล 2011-2012 ที่ ผ่านมา เชลซีสโมสรชั้นน�ำแห่งเกาะ อังกฤษได้ท�ำการเซ็นสัญญายอดดาวรุ่ง ทีมชาติเยอรมันอย่าง “มาร์โค มาริน” มาไว้ในอ้อมกอดเป็นที่เรียบร้อย มาร์โค มาริน ได้รับฉายาว่าเป็น “แมสซี่แห่งเยอรมัน” ฉายานี้ไม่ได้รับมา โดยการแต่งตั้งลอยๆหรือจับฉลากได้มา แต่เขาได้มาเพราะว่า สไตล์การเล่น ฟุตบอลของเขาแทบจะทุกอย่างไม่ว่าจะ เป็นการเลี้ยงบอลการจ่ายบอลการจบ สกอร์นั้นเหมือน ลิโอเนล แมสซี่ อย่าง หมดจด ในช่วงที่เขาอยู่กับ เบรเมน นั้น เข า ล ง เ ล ่ น ไ ป ทั้ ง ห ม ด 1 5 0 นั ด ยิ ง ไป17ประตูกับอีก40แอสซิสต์ ถือว่าเป็น ผลงานที่สุดยอดส�ำหรับดาวรุ่งคนหนึ่ง

แต่ ด ้ ว ยอาการบาดเจ็ บ ในฤดู ก าล สุดท้ายของเขากับเบรเมนท�ำให้เขาไม่ ค่ อ ยได้ ล งเล่ น ท� ำ ให้ เขาท� ำ ประตู ไ ด้ แค่1ประตูกับอีก6แอสซิสต์แต่ก็เพียง ส�ำหรับการได้ลงเล่นแค่ไม่กี่นัด “ถ้าคุณได้เล่นกับทีมอย่างเชลซี แล้วละก็คุณจะต้องคว้าถ้วยแชมป์ได้ มากมายอยู่แล้ว เหมือนเมื่อปีที่แล้วไง ได้แชมป์ แชมป์เปี้ยนลีก กับ เอฟเอ คัพ” มาร์โค มารินกล่าว “ผมเป็นผู้เล่นตัวรุกนะ ผมถนัด ต�ำแหน่งปีก ดังนั้นผมหวังว่าผมจะแอส ซิสให้กองหน้าได้เยอะๆ เพราะพวกเค้า ต้ อ งช่ ว ยที ม โดยการยิ ง ประตู ใ ห้ ม าก ที่สุดที่จะมากได้ ผมคิดว่า พรีเมียร์ลีก เป็นลีกที่ดีที่สุดในโลก และการชนะ รายการนี้ คือเป้าหมายของผม”

llSevenFolDll

www.facebook.com/techit.waiyathira BLUE BLOOD MAGAZINE 35


BLUES COLUMN AT THE BRIDGE’1

BLUES... SICK ??? BY BANKY และแล้ ว สิ ง ห์ ตั ว นี้ ก็ ไ ด้ เ ปลี่ ย น คนขี่ใหม่อีกครั้ง.... ยังไงก็ขอแสดงความ เสียใจต่อ โรแบร์โต้ ดิ มัตเทโอ้ อดีตฮีโร่ ผู้พา เชลซี เถลิงแชมป์ยูฟ่าสมัยแรกของ สโมสร และยังพ่วง เอฟเอ คัพ อีกหนึ่ง ใบ และผู้จัดการทีมคนใหม่ก็ไม่ใช่ใคร รา ฟาเอล เบนิเตซ นั้นเอง หลายคนคงคุ ้ น เคยกั บ เขาอยู ่ แล้ ว กั บ อดี ต ผู ้ จั ด การที ม หงส์ แ ดง ลิเวอร์พูล สมัยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับ เฮีย มูริญโญ่ นั่นเอง ฮ่า และผลงานสามนัด แรกก็เข้าตา(จน) มากเลยครับ กับผล งานสามนัด สองแต้ม เล่นในบ้านนัดแรก เจอกับแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับผลงานยิงทะลุร้อย เมื่อฤดูกาลก่อน จบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ก็ถือว่าไม่น่า เกลียดอะไรมากมาย กับฟอร์มที่ยังไม่ ค่อยดี ไม่เข้าที่แบบนี้ เกมรับที่เสียทุก เกมส์ ก็รักษาคลีนชีตไว้ได้ ก็ถือว่ายังไม่ เสียหายอะไรมากมาย มาเกมส์ ส องเปิ ด บ้ า นพบกั บ ฟูแล่ม ในดาร์บี้แมตย์ลอนดอนด้วยกัน และอี ก อย่ า งศั ก ดิ์ ศ รี เรายั ง ไงก็ ดี ก ว่ า แถมยังได้เล่นใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ บ้านของตัวเองด้วย แต่กลับจบสกอร์ไม่ ได้ ทั้ง ๆ ที่มีโอกาสหลายครั้งมากมาย เมื่ อ มาถึ ง พื้ น ที่ สุ ด ท้ า ยก็ ต ายทุ ก ที อารมณ์ประมาณ ได้แต่ป้อ...ล่อไม่เป็น สุดท้าย นัดสองของ เอลบอส ก็ เลยจบลงไปด้วยสกอร์ 0-0 นัดนี้ถือว่า

36 BLUE BLOOD MAGAZINE

“ราฟา เบนิเตซ คุณไม่ใช่คนโง่ แต่คุณเป็นคนที่มีฝีมือพอสมควร ลองใช้

ความสามารถที่คุณมีประคองสิงห์ตัวนี้ให้กลับมาสดใดอีกทีได้ไหม?”

ควรที่จะชนะ เพราะการเจอทีม ระดับกลางตาราง และแถมยังเล่นใน บ้าน ควรที่จะได้สามแต้ม เพื่อเป็นการ เรียกขวัญก�ำลังใจ รวมถึงหยุดสถิติไม่ ชนะติดต่อกัน 6 นัด แต่แล้วก็จบสกอร์ ไม่ลง และ นัดสุดท้ายไปเยือน เวสแฮม ยูไนเต็ด ครึ่งแรกท�ำท่าจะดี ยิงขึ้นน�ำไป ก่อน 1-0 จาก ฆวน มาต้า ก็นับว่าเป็น ประตูแรกของ เชลซี ในยุค เอลบอส ครึ่งหลังลงมาโดน ขุนค้อน รัวยับ 3-1 จบเกมส์เศร้ากันตามระเบียบ สามนัด ยังได้ไม่ถึง สามแต้ม ฮ่า อนาคตสดใส จริง ๆ ครับ อย่างว่าเผือกร้อนอย่าง เชลซี ใครรับเผือกชิ้นนี้มางานงอกทุกคนครับ คุมดีเสมอตัว คุมไม่ดี ผลงามตกต�่ำ ก็ โดนเด้งครับ ผู้จัดการทีมเป็นอาชีพที่

รายได้ดี มีชื่อเสียง แต่เสี่ยงต่อการโดน ไล่ออกมากเกือบที่สุดแหละครับในโลก อันกลม ๆ ใบนี้ เรามาดูดีกว่าว่าตั้งแต่ ราฟา มาขี่หลังสิงห์ตัวนี้ เปลี่ยนแปลง อะไรไปบ้าง เริ่มจาก เซนเตอร์ ได้จับ อิวาโนวิช มายืนคู่กับ ดาวิด ลุยซ์ ดูแล้ว แน่นขึ้นนะครับ ไม่รู้ว่าละเมอคิดไปเอง หรือเปล่า แต่อิวาโนวิชแข็งแกร่งลูก กลางอากาศมาก ผมว่าดูเคลียร์ลูกครอสได้ดีขึ้น นิดนึง ดูดีกว่าคู่ของ เคฮิล กับ ลุยซ์ และแบ๊คขวาได้เปลี่ยนจาก อิวาโนวิช เป็น อัลปิลิกวยต้า แม้ประสบการณ์ยัง น้อย แต่ดูแววแล้ว แรงดี เติมเกมส์บุก หาช่องว่างได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ข้อเสีย คือลูกครอสยังหวังผลไม่ค่อยได้เท่าไหร่ คิดว่าถ้าได้ฝึก ลูกครอส การจับบอล


BLUES COLUMN

ท�ำชิ่งกับกองหน้าอีกหน่อย รับรองนี่คือ หนึ่งในนักเตะที่ช่วยเพิ่มมิติเกมส์รุกของ เชลซีอีกมิติหนึ่งได้อย่างแน่นอน ส่วนกองกลางก็มีโอกาสให้ชาว สเปนด้วยกันอย่าง โอริโอล โรเมอู ได้ลง สนามแทน เทพโอบี บ้างก็ถือว่าท�ำผล งานได้ พ อดี ตั ว ส� ำ หรั บ เจ้ า หนุ ่ ม ที่ เ ดิ น ทางออกจาก “ลามาเซีย” เพื่อมาหา ประสบการณ์ที่เกาะอังกฤษ แต่บาง จังหวะก็จ่ายช้า หรือ อาจจะคิดไม่ทัน โดนฉกบ้าง แต่ก็มีทักษะติดตัวช่วยให้ เอาตัวรอดมาได้ ส่วน มาร์โก มาร์ริน ก็มี โอกาสได้ลงสนามในช่วง 10 นาที สุดท้ายสองเกมส์ติดต่อกัน ก็ถือว่าลงมา เคาะสนิมหลังจากเจ็บไปนาน ร้างสนาม ไปนาน ต้องให้ชินกว่านี้ก่อน ส่วนสามทหารเสือ เอลบอส ก็ มีการโรเตชั่น โดยสลับเอา โมเสส ลงมา แทนบ้าง และพักคนที่ลงเล่นบ่อย ๆ หนัก ๆ อย่าง ฆวน มาต้า หรือ ออสการ์ พักบ้าง แต่พอเกมส์ไม่ค่อยดีสักช่วงนาที

60 – 70 ก็เปลี่ยนลงมาตามสไตล์ ณ เวลานี้จะบอกว่า ราฟา ล้มเหลวกับเชลซี มันก็เร็วเกินไป ในเมื่อก่อนรับเผือกร้อน ชิ้นนี้ เชลซีก็ไม่ชนะติดต่อกันมา 4 นัด แล้ว เสียประตูทุกนัด จะบอกว่า ราฟา มาท�ำให้เกมส์รับของเชลซีดีขึ้นมันก็ดีแค่ สองแมตย์ พอมาเจอขุนค้อนโดนรัวไป 3-1 ก�ำลังจะบอกว่าเหนียวขึ้น ก็พูดไม่ ได้เต็มปาก ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเชลซีตอนนี้ ที่ทีมไม่ชนะติดต่อกันหลาย ๆ นัด มัน เป็นเพราะอะไร โค้ชไม่ดี ไม่เก่ง นักเตะ ไม่เก่ง หรือว่าแผนไม่ดี นักเตะยังไม่เข้า กัน หรือว่า บลาบลาบลา สุดท้ายแล้วไม่ ว่าใครจะคิดยังไง สิงห์บลูจะตกต�่ำ แหก โค้งไปขนาดไหน ในฐานะแฟนบอลจาก ประเทศไทย เราก็ท�ำอะไรไม่ได้นอกจาก ส่งแรงใจเชียร์เหมือนปีที่แล้วที่ค่อย ๆ สร้างปาฐิหาริย์คว้า UCL จากนัดกลับ มาที่ชนะ นาโปลี 4-1 เราก็ได้แต่ สนับสนุน และเชียร์ต่อไป

ของแบบนี้ มี ขึ้ น ต้ อ งมี ล งครั บ มันเป็นสัจธรรมของโลกใบนี้ ไม่มีอะไร ใหญ่สูงค�้ำฟ้าได้ตลอด สักวันต้องร่วง หล่ น มาบ้ า งตามกาลเวลาที่ เ ปลี่ ย นไป สุดท้ายแล้วอยากจะโทรไปบอก ราฟา ว่า แม้แฟนเชลซีส่วนมากจะไม่ชอบคุณ แต่ผมพร้อมที่จะให้โอกาสคุณพิสูจน์ คุณไม่ใช่คนโง่ คุณเป็นคนที่มี ฝีมือพอสมควร ลองใช้ความสามารถที่ คุ ณ มี ป ระคั บ ประคองสิ ง ห์ บ ลู ตั ว นี้ ที่ ก�ำลังป่วยอย่างหนัก ให้กลับมาสดใส เหมือนที่เคยเป็น “เพราะผมคิดว่า ใคร ๆ หลาย คนก็อยากเห็น สิงห์ตัวนี้ติดปีกบินฉิ่ว เหมือนเดิม ”

Banky

มี อ ะไรที่ จ ะสนทนาภาษาลู ก หนังกับผมพบกันได้ที่ www.facebook.com/BankViper BLUE BLOOD MAGAZINE 37


CHILL OUT COLUMN

“เชลซี อคาเดมี”่ ระบบนี้ซ้ ือง่าย-ขายคล่ อง ช่ ว งกั น ยายนที่ ผ ่ า นมา ..นอกจาก “กังนัม สไตล์” ซึ่งเลี่ยง ไม่ อ อกว่ า เป็ น โรคระบาดกลายๆ บนโซเชี่ยล มีเดีย บวกกับกระแส ของเจ้า “ไอโฟน 5” ที่ใครเขาว่า กันว่าเป็นสมาร์ทโฟนอันดับ 1 ของ โลกปัจจุบัน ทั้งคู่ต่างเป็นที่พูดถึง ไม่แพ้กันในโลกสังคมออนไลน์ ทั้ ง สองสิ่ ง อย่ า งกลายเป็น เรื่องฮิต ..มากเข้าหน่อยก็เริ่มเยอะ และเกร่ อ ตามกระแสสั ง คมไปใน ที่สุด... ชนิดที่เรียกว่าแทบจะอ้วก ออกมาเป็น “ไอโอเอส” (IOS) กัน เลยทีเดียว... มารู ้ สึ ก ตั ว อี ก ที ท� ำ ให้ ต ้ อ ง นึกขึ้นว่า ข้าพเจ้าเอง ..แท้จริงแล้ว เป็นนักข่าว “ไอที” “กีฬา” หรือว่า “บันเทิง” กันแน่? แต่ใครจะเชื่อทั้ง “กังนัม 5” และ “ไอโฟน สไตล์” ท�ำให้แฟนบอลหลายคนมึนไปกับ “คาร์ลิ่ง คัพ” เดิมที่ขึ้นทะเบียนขอ

เปลี่ยนชื่อมาเป็น “แคปิตอล วัน คัพ” ในปี 2012 ด้ ว ยความที่ มี ก ลิ่ น อาย ฟุ ต บอลถ้ ว ยลู ก เมี ย น้ อ ยประจ� ำ เกาะอังกฤษเป็นทุนเดิม ผู้เล่นที่กุนซือแต่ละทีมจัด ลงสนามมักเป็นชุดผสมเยาวชนจา กอคาเดมี่ หรือบรรดาตัวหลักจาก ทีมส�ำรองซึ่งกลับกลายเป็นไปเพิ่ม ความน่ า เชื่ อ ถื อ เข้ า ไปอี ก ว่ า นี่ คื อ ฟุตบอลถ้วยทัวร์นาเมนต์ใหม่ของ เมืองผู้ดีไปเสียแล้ว...

38 BLUE BLOOD MAGAZINE

(บน) ดาวรุ่ง พุ่งแรงอย่าง เปียซอน ก็ยัง ไม่ทราบ อนาคตของ ตนเองที่ แน่นอนในถิ่น เดอะ บริดจ์

แต่ถึงจะเป็น “คาร์ลิ่ง” หรือ “แคปิตอล สไตล์” ยังไงก็ฉีก ความเป็น “ลีก คัพ” ที่เสมือนเป็น เวทีให้ดาวรุ่งได้แจ้งเกิดออกมาไม่ พ้นกับฟอร์มสุดหรูที่ เชลซี เปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไล่ถล่มทางด้าน วูฟแฮมตัน วันเดอร์เรอร์ส ยับเยิน 6-0 ช่วงปลายเดือน ก.ย. พร้อม ฟอร์ ม ที่ น ่ า ประทั บ ใจของดาวรุ ่ ง หลายราย ท�ำให้ความหวังในการปั้น เด็กขึ้นมาสู่ชุดใหญ่ถูกจุดประกาย ขึ้นมาเล็ก ๆ แม้ว่าเหล่าสาวกทัพ “สิงห์บลู” จะรอยลโฉมผลิตผล ความส�ำเร็จจากทีมอคาเดมี่มานาน กว่าทศวรรต หากเอ่ยถึงทีมเมืองผู้ดีที่ขึ้น ชื่อเรื่องศูนย์เยาวชนคงหนีไม่พ้น เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่เคยสร้างยอด นักเตะทั้ง แฟรงค์ แลมพาร์ด, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ไมเคิ่ล คาร์ริค


CHILL OUT COLUMN และ โจ โคล ขึ้นมาประดับเวทีพรีเมียร์ ลีก ขณะที่นักเตะอย่าง แกเร็ธ เบลล์, เวย์น บริจด์, ธีโอ วัตค็อตต์ และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ก็ต่างเติบโตมา จากโรงเรียนฟุตบอลของ เซาแธมป์ตัน ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูก จับตามองสมัยที่ พอล สโคลส์, เดวิด เบ็คแฮม กับสองพี่น้องตระกูล เนวิลส์ จูงมือกันขึ้นมาโลดแล่นบนโรงละครแห่ง ความฝัน ด้าน อาร์เซน่อล ของ อาร์แซน เวนเกอร์ ขึ้นชื่อเรื่องการปั้นเด็ก(ขาย) มาตั้งแต่น�ำเงินไปลงทุนสร้างเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม บ้านหลังใหม่ของพวกเขา .........หันกลับมามองทีมของเรา ..แล้ว “เชลซี” ล่ะ !?! เคยตั้ ง ข้ อ สั ง สั ย จนเกิ ด เป็ น ค�ำถามกับตัวเองถึงเรื่องดาวรุ่งของทีม ทว่ายังไม่เคยถามคนอื่นๆ และไม่ไม่คิด จะถาม ซึ่งเชื่อว่าคงได้ค�ำตอบกลับมาที่ ต่างกันไป 10 คน 10 ค�ำตอบ ...100 คน ก็ 100 ความเห็น.. สิ่ ง ที่ ไ ม่ ต ้ อ งเถี ย งมากและเป็ น ความจริงคือ “เจที” ถือเป็นความภาค ภูมิใจเดียวจากอคาเดมี่ เชลซี ก้าวขึ้นมา จาก เยาวชนสู่กัปตันทีมและได้รับความ

ไว้วางใจในนามทีมชาติอังกฤษ เพื่อสวม ปลอกแขนลงสนามยาวถึง 78 นัด ก่อน ประกาศอ�ำลา “สิงโตค�ำราม” ไปหมาดๆ กับรายอื่น ๆ แวะเวียนกันเพื่อ เข้ามาสร้างสีสันและความหวังให้แฟน บอลก่อนจะต้องโบกมือลาไปค้าแข้งกับ สโมสรอื่น ๆ ตามธรรมเนียมปฏิบัติที่เป็น มาหลายรุ่นเนื่องจากแทบไม่มี “โอกาส” ขึ้นมาสูดอากาศในทีมชุดใหญ่ ในที่ นี้ ต ้ อ งบอกว่ า “ไร้ โ อกาศ” กับ “ขาดฝีมือ” ต่างกันครับ ต่างกันแบบสุดขั้ว บางรายพก ประกาศณี ย บั ต รรั บ รองคุ ณ วุ ฒิ ร างวั ล แข้งยอดเยี่ยมประจ�ำศึก ยู21 17 19 แชมป์เยาวชนไล่มาตั้งแต่แบเบาะ ถูกตั้ง ความหวังให้เป็นนิวคนนี้ - คนนั้น ..ทว่า เอาเข้าจริงเสียท่าราคาคุย เรียกว่าขาย ของไว้เยอะข้างในกลวงครับ ... “ก๊อปปี้ จีนแดง” ยังอาย.. กาแอล กาคูต้า ปีกพรสวรรค์สูง จากแดนน�้ ำ หอมเป็ น หนึ่ ง ในตั ว เลื อ ก แรกๆ ที่ไม่นึกถึงคงไม่ได้ เพราะชื่อเสียง ดาวเตะรายนี้ไปไกลกว่าความสามารถ หลายขุมและเกือบท�ำให้ทีมต้องถูกแบน ยาวจากตลาดซื้อ-ขาย..

5 ปีที่ผ่านมาในค็อปแฮมไม่นาน เกินไปสักนิดหากจะตัดสินว่าตัวของเขา นั้นได้ “สอบตก” เซร์คิโอ เตเฆร่า ห้องเครื่องชาว สเปนที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ดึงตัวมาจาก เอสปันญอล และถูกขายกลับไปแบบ เงียบๆ ให้กับ รีล มายอร์ก้า จนตอนนี้ กลับไปตายรังเก่ากับ “เจ้านกแก้ว” อีก ครั้ง... ไมเคิ่ล วูดส์ มิดฟิลด์ร่างเล็กมีสีผม เป็นเอกลักษณ์ สมัยนั้นใครเคยนิยามว่า เป็น “นิวแฟร้งค์กี้” ล่าสุดซัมเมอร์ที่ผ่าน มาอยู่ในสถานะฟรีเอเยนต์ซะได้ หรือไหนจะ เบน ซาฮาร์ ดาวยิง ค่าตัว 7 แสนปอนด์, จิมมี่ สมิธ, เลียม บิตต์คัท ที่แวะเวียนอยู่ลีกล่างๆ แต่ก็ไม่ ถึงกับได้เป็นตัวหลัก ดีขึ้นมาหน่อยอย่าง โรเบิร์ต ฮูธ (สโต๊ค ซิตี้), คาร์ลตัน โคล (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด), ฟรังโก้ ดิ ซานโต้ (วีแกน) และ แจ็ค คอร์ก (เซาแธมป์ตัน) ยังพอให้เห็นหน้าเห็นตากันอยู่บ้าง อย่างไรก็ดี คุณค่าฝีเท้าเยาวชน เชลซี ในช่วงหลังถูกพิสูจน์ให้เห็นในยาม ที่พวกเขาเปลี่ยนสีเสื้อไปสวมยูนิฟอร์ม ของทีมอื่น... ไมเคิ่ล มานเซียน ดีกกรีกัปตัน

BLUE BLOOD MAGAZINE 39


CHILL OUT COLUMN ทีมชาติอังกฤษชุดยู - 21 ย้ายไปตั้งหลัก ปักฐานจับคู่กับ สโลโบดาน ราจโควิช กับ ทีม ฮัมบูร์ก ที่เมืองเบียร์ได้สบาย แถมอาจ พ่วง วิลเฟรด บรูม่า ที่ร�่ำๆ ว่าหลงรักเมือง เบียร์จนไม่อยากกลับ เดอะบริจด์ ไปอีก รายในอนาคต ถึงขนาดที่ทาง แฟร้งค์ อาร์เนเซ่น อดีตผู้อ�ำนวยการฟุตบอลของ “สิงห์บลูส์” ต้องโฆษณาให้ รอย ฮ็อดจ์สัน เรียกไปช่วยกู้วิกฤตแนวรับของ “สิงโต ค�ำราม” ในยามที่ขาด จอห์น เทอร์รี่ มิโลสลาฟ สต๊อช ตัวริมเส้นชาว สโลวักที่คาดว่าจะถูกดันขึ้นมาเล่นกับรุ่น พี่ แตย้ายไปยึดตัวหลักของ เฟร์เนบาเช่ อย่างมั่นคง โกคาน ทอร์เร่ ปีกทีมเล่นได้ ทั้งสองเท้าชาวเติร์กย้ายตาม อาร์เนเซ่น ไปฮัมบูร์ก ก่อนปัจจุบันจะเก็บของไปอยู่ เมืองหนาวกับ รูบิน คาซาน ที่รัสเซีย ขณะที่ เ พื่ อ นร่ ว มก๊ ว นในรุ ่ น เดียวกันอย่าง สกอตต์ ซินแคลร์, ฟาบิโอ บอรินี่ ท�ำไปท�ำมาย้ายฝั่งไปเล่นให้ “เรือ ใบสีฟ้า” และ “หงส์แดง” ตามล�ำดับ เช่น นี้มองว่าไร้ฝีมือคงล�ำเอียงเกินไปหน่อย สุดท้ายทุกอย่างคงวนกลับมาที่ เดิมราวกับว่ามันยังไม่เคยหมุนไปไหนนัก เตะอย่าง เปียซอน, โรเมอู, เบอร์ทรานด์, จอร์ช แม็คเอแคร่น, แพทริก แบมฟอร์ด, ติโบร์ คูร์ตัว, โธมัส คาลาส และอื่นๆ ที่ยัง นั่งรอโอกาสขอตัวเองในการก้าวขึ้นสู่ชุด ใหญ่ต่อไปในอนาคต กระนั้ น ก็ ดี มี ค วามเป็ น ไปได้ ว ่ า ในไม่ช้าดาวรุ่งประเภท “เก่งไม่สุด” อย่าง คอร์เนอร์ คลิฟฟอร์ด, แพทริก ฟาน อัลโฮลท์, มิลาน ลาลโควิช และ อาร์มิน แอฟฟาเน่ คงต้องเตรียมมองหาสังกัดใหม่ ในไม่ช้า แม้ว่าจะเคยเป็นก�ำลังในการคว้า เอฟเอ ยูธ คัพ ในปี 2010 และ 2012 มา แล้วก็ตาม แต่ลึก ๆ แล้วยังคงเชื่อเหลือเกิน ว่า มาตรฐานอคาเดมี่ “สิงห์บลูส์” ในช่วง หลังขอเน้นว่า “ในช่วงหลัง” กราฟก�ำลัง เอียงขึ้นอย่างช้าๆ จากผลงานในรายการ

40 BLUE BLOOD MAGAZINE

เอฟเอ ยูธ คัพ พิสูจน์ได้หลายอย่างไม่ มากก็น้อย.... บวกกับการเติบโตของ ไร อัน เบอร์ทรานด์ ในปี 2011-12 ที่ ล่าสุดสามารถไต่ขึ้นไปติดทัพ “สิงโต ค�ำราม” เป็นที่เรียบร้อยคือจุดเริ่มต้นอีก ครั้งของความหวังเล็กๆ และหากถ้วย “ยูธ คัพ” คือบัน ได้ ขั้ น แรกที่ ส ามารถก้ า วผ่ า นมาแล้ ว “คาร์ลิ่ง คัพ” หรือที่เรียกใหม่ให้งงตามส ปอนเซอร์ “แคปิตอล วัน คัพ” คือโทรฟี่ ที่บรรดาดาวรุ่ง เชลซี ชุดปัจจุบันต้อง คว้ า มาให้ ไ ด้ เ พื่ อ เป็ น กุ ญ แจพิ สู จ น์ คุณภาพในมาตรฐานที่สูงขึ้นต่อไป ในท้ายที่สุดแล้วทุกวงการความ ก้าวหน้าต้องมาพร้อมกับ “จังหวะ” และ “โอกาส”หรื อ ที่ ภ าษาฝรั่ ง เขาเรี ย กว่ า “ไทม์มิ่ง” เช่นเคย... รายอื่นๆ ที่ร่ายยาว มาก่อนหน้านี้ใช่ว่าจะห่วยบรมไปเหมือน กันหมด แต่ด้วยความที่ซูเปอร์สตาร์ขา ใหญ่ขว้างหน้าอยู่ มีฝีมือแต่ “ไทม์มิ่ง” ไม่ได้ก็ไร้ค่า... ล่าสุดที่เคสของ “เบอร์ ทรานด์” ก็เช่นกัน เขามีสกิลติดตัวที่ดีพอ

และอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมสวนทางกับ แอชลี่ย์ โคล ที่ก�ำลังเข้าสู่ช่วงท้ายของการ ค้าแข้งพอดีเป๊ะ!! ซึ่ ง หลั ง จากนี้ ก ฏควบคุ ม การเงิ น ของยูฟ่าที่เริ่มสตาร์ทใช้ในปี 2013-14 จะ กลายเป็นตัวแปรส�ำคัญช่วยท�ำให้สโมสร ต้องสร้างดาวรุ่งของตัวเองมากยิ่งขึ้น และ อนาคตที่ใกล้เข้ามาค�ำตอบที่เราท่านลุ้น กันอยู่.. คงเผยมาให้ทราบกันว่า... เหล่า “ยังบลัด” ทั้งหลายจะขึ้นสู่ชุดใหญ่ได้อีกกี่ ราย... หรือแม้กระทั่ง “กังนัม สไตล์” จะ ฮิตไปอีกนานแค่ไหน และเจ้า “ไอโฟน 5” ที่ว่านี้มันมีขายเป็นทางการเมื่อไหร่แน่ !?! แหม่ะ ...สิ่งเหล่านี้คงเป็นค�ำตอบ ที่อยากรู้ได้ไม่แพ้กัน !! ..ต่างตรง “ไอโฟน 5” ซื้อมาใช้ แล้วขายออกราคาไม่ตกเท่าไหร่ ผิดกับ “ดาวรุ่ง” กว้านซื้อมาไม่ใช้ ..ให้หล่อแค่ ไหนประเดี๋ยวปล่อยออกไปราคาจะตก เอาหน่ะซิ้

Castus


Oscar & Luiz Samba Style


RAFAEL BENITEZ

IN

E W A F A R

ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาแฟน เชลซี ส่วนมาก คงมีอารมณ์คล้าย ๆ กันสำ�หรับกรณีถูกไล่ออกสุด บาดใจของ ดิมัตติโอ้ และ การมาถึงของแขกที่ไม่ น่ารับเชิญอย่าง ราฟาเอล เบนิเตซ ทั้งหมดนี้คือ เรื่องจริง และตอนนี้เราคงต้องอยู่กับมัน สิงห์บลูทั้งหลายเลือกที่จะต่อต้าน เอล ราฟา เพราะยังฝังใจ กับภาพของอดีตเฮดโค้ช ลิเวอร์พูล

42 BLUE BLOOD MAGAZINE

? T S U R T

ร่วมกันกับคำ�พูดเสียดสีเก่า ๆ ที่เคยกรีดไว้ในใจ พวกเรา น่าเสียดายที่พุงย้วย ๆ และหนวดแบบตัว ร้ายของเจ้าตัวไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น โดยเฉพาะ อย่ า งยิ่ ง เมื่ อ เขาเข้ า มาแทนที่ ข วั ญ ใจของทุ ก คน อย่าง ดิมัตติโอ้ เอาล่ะ คงต่อว่าผู้จัดการใหม่กันพอควรแล้ว คราวนี้เราลองมาชมด้านดี ๆ ของกุนซือหนวดเฟิ้ม อย่าง ราฟาเอล เบนิเตซ ดูบ้างไหม?


RAFAEL BENITEZ

มองขาดในเรื่องความฟิต ผู้จัดการหน้าใหม่ที่เข้ามาคุมบังเหียนไม่ นานมักไม่กล้าออกเสียงบ่นว่าอะไรนัก อย่างเช่น ทีมเรายังอ่อนยวบนะ ทีมเราไม่แข็งพอนะ ซึ่ง นั่นก็คือปัญหาที่เกิดขึ้นแตว่า่ เอลบอส ของเรา จัดการไปเรียบร้อยแล้ว

หลังจากผ่านการฝึกซ้อมเพียง 6 วัน และลงเล่นกับ แมนเชสเตอร์ซิตี้ และ ฟูแล่ม แล้ว โค้ชของเราเข้าพบ โรมัน อับราโมวิช และ ไมเคิ่ล เอ็มเมนาโล ผู้จัดการฝ่ายเทคนิคเพื่อแจ้ง ข้อมูลของเขาอย่างที่ เดลี่ เทเลกราฟ รายงานว่า “คุณจะเห็นได้เลยว่าลูกทีมเรายังต้องเน้นเรื่อง กายภาพอีกหน่อยนะ” ใช่แล้ว อย่างที่เราทุกคนได้เห็นทีมเล่นมา ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมาคือ สิงห์ดุดันในครึ่งแรก และ สิงห์กร่อยในครึ่งหลัง ราฟา ชี้ให้ผู้บริหาร เห็นสิ่งนี้ ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวเพิ่งเข้ามาได้ไม่นานก็ สามารถเล็งเห็นปัญหาตรงกับสิ่งที่เราทุกคนคิด เอาไว้ ให้เครดิตเค้าหน่อยแล้วกันนะ

รอเช็คฟอร์มนักเตะคนโปรดกันได้เลย! ในการแข่งขันพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เชลซี ส่ง ชื่อผู้เล่นเพียง 20 คน น้อยกว่าสโมสรอื่นๆอีก 19 สโมสร ...น้อยที่สุดในลีกนั่นเอง เบนิเตซ สังเกต เห็นสิ่งนี้และให้สัมภาษณ์กับ เมลล์ ออนไลน์ “เราส่งแต่นักเตะชุดเดิมลงเล่นแทบจะทุก เกม” เอลบอส กล่าว “ผู้เล่น 11 หรือ 12 คนได้ ลงสนามทุกเกม ในขณะที่ส่วนที่เหลือได้ลงแค่ไม่ กี่นาที เรามีขุมกำ�ลังไม่มากพอ ผมไม่ได้จะบ่นนะ แต่นี่คือความจริง” แม้ว่าเราจะอยากให้ ตอร์เรส โชว์ฟอร์ม มากขนาดไหนหลังการอำ�ลาของ ดร๊อกบา ก็ตาม แต่การส่ง แข้งสแปนิช ลงเล่นซะทุกเกมก็ไม่ใช่ กลยุทธ์ที่เหมาะเท่าไรการเปลี่ยนเอาทาง

สเตอร์ริดจ์ ลงสนาม หรือลองให้โอกาส โมเสส ดู จะน่าสนใจเสียกว่ายัดเยียดโอกาสให้ ตอร์เรส สิ่งหนึ่งที่เห็นได้หลัง 3 เกมส์ของ ราฟา คือ การไม่ยึดติดกับชุด สามทหารเสือด้วยการลองส่ง รามิเรส (เกมพบ แมนเชสเตอร์ซิตี้) , เบอทรานด์ (เกมพบ ฟูแล่ม) และ โมเสส (เกมพบ เวสต์แฮม) ลงสอดแทรกตำ�แหน่งบ้าง ..แม้ เบอทรานด์ จะไม่ ค่อยเหมาะนักก็เถอะ BLUE BLOOD MAGAZINE 43


RAFAEL BENITEZ

แผงหลังจะกลับมาปึ้กอีกครั้ง

หลังจากที่ สิงห์บลู ใต้บังเหียนของ ดิมัตโอ้ ทำ�สถิติเสีย 16 ประตู จาก 7 เกม และมีถึง 9 นัด ติดต่อกันที่ไม่ได้รักษาคลีนชีต ตอนนี้เราเพิ่งโดนไป 3 ประตูจาก 3 เกม แล้วยังเก็บคลีนชีตได้อีก 2 เกม เชลซีไม่เสียประตูนาน 243 นาทีตั้งแต่มี เอล ราฟา ยืนอยู่ข้างสนาม ก่อนที่จะเสียประตูแบบน่า กังขาโดย คาร์ตัน โคล เอาจริงเด็กเก่าวัวลืมตีนของ เราคนนี้ปีน อิวาโนวิช ขึ้นไปโหม่งชัด ๆ ก่อนจะเฮลั่น ไม่ไว้หน้ากันซะเลย อย่ างที่ ท ราบกั นว่ า แผงหลั ง ที่ ดี คื อจุ ด แข็ งที่ ทำ�ให้เราได้แชมป์ครั้งแรกในรายการ ยูฟ่าแชมเปี้ยน ลีก เมื่อเดือนพฤษภาคม โดยผ่านทีมที่มีปรัชญาเกม รุกอย่าง บาเซโลน่า และ บาเยิร์นมิวนิค เราเชื่อว่าสิ่ง นี้จะทำ�ให้ เชลซีกลับมามีผลงานที่ดีอีกครั้ง เพราะ การเล่นในสิ่งที่ตนเองถนัดนั้นคือปัจจัยหลักในการพา ทีมประสบความสำ�เร็จด้วยการเล่นในแนวทางของ ตนเองเหมือนปีที่ผ่านมา

44 BLUE BLOOD MAGAZINE

นี่คือคนที่มาเพื่อชี้ชะตา ตอร์เรส

ความสั ม พั น ธ์ ค รั้ ง ยั ง อยู่ ใ ต้ รั้ ว สี แ ดงที่ เ มอซี่ ไซด์ ทำ�ให้เกิดทฤษฎีที่ว่า ราฟา พกตำ�รามาชุบชีวิต ตอร์เรสอีกครั้ง และนั่นทำ�ให้ เบนิเตซ อยู่ในตำ�แหน่ง ที่สามารถบอกได้ว่า ตอร์เรส ควรจะอยู่หรือไปจาก สแตมฟอร์ดบริดจ์ นับตั้งแต่ย้ายเข้ามาหาแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ตอร์เรส ได้ลงเล่นภายใต้ผู้จัดการทีมถึง 4 คน จน แฟนสโมสรบางคนถึงกับกล่าวหาเขาเป็นคนที่ เตะ ไล่โค้ช การสัมภาษณ์เมื่อเร็ว ๆ นี้ของ เอลบอส กับ เดอะ การ์เดี้ยน บอกว่า หัวหอกสแปนิช ผู้ ถือศีลงดยิงประตูในพรีเมียร์ลีกเป็นเวลา 9 เกมติดต่อกันนี้ ‘ไม่เหมือนกับคนเดิมเมื่อ ครั้งก่อนอีกแล้ว’ เชื่อกันว่าเฮดโค้ชคน ล่าสุดของเราอาจจะได้เป็นคนสุดท้าย ที่บอกกับ ตอร์เรส ว่า พอแล้ว และออกตาม หากองหน้าฝีเท้าคมคนอื่นมาแทน


RAFAEL BENITEZ เสียงก่นด่าจะสามารถสร้าง แรงกระตุ้น

ด้วยความสนใจจากสื่อทุก แขนงและแรงกดดันจากผู้ศรัทธา ในสโมสรที่มีอยู่ทั่วโลก นี่เป็น โอกาสสุดวิเศษที่ผู้จัดการชั่วคราว คนนี้จะพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง แม้ว่านักเตะจะยังไม่แสดง ให้เห็นชัด ๆ ว่าพร้อมแล้ว แต่ หากสามารถเก็บชัยชนะติดต่อกัน ใน 6 เกมก่อนปิดพักผ่อนในช่วง ของ คริสมาสต์ – เหนือ นอร์ด เจลลัน, ซันเดอร์แลนด์, 2 ทีมใน รายการสโมสรโลก, ลีดส์ ยูไนเต็ด และ แอสตัน วิลล่า น่าจะช่วย เสริ ม ความมั่ น ใจของที ม และตั ว เบนิเตซ ได้เป็นอย่างดี ราฟา อาจยังไม่สามารถ ชนะนัดแรกได้ แต่มองอีกแง่ เขา ก็เพิ่งแพ้แค่เกมเดียว แต่ถูกโกรธ แค้นซะมากกว่าที่ อังเดร วิลลาส โบอาส โดนมาตลอดสมัยยังอยู่ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่ สิ่ ง ที่ เ รามี ต อนนี้ คื อ ความมั่นใจของ เอลราฟา จาก บทสัมภาษณ์ของเขากับ เดลี่ เทเลกราฟ เมื่อไม่นานนี้ ‘ผมเริ่ม ต้นกับสโมสร เอ็กตรีมาดูรา ตอน นั้ น ผมเข้ า มาแทนที่ เ ฮดโค้ ช เก่ า ที่ประสบความสำ�เร็จมาก ๆ จน สุดท้ายแฟน ๆ ก็รักผมนะ’ ราฟา เบนิเตซ กล่าว ‘ผมไปต่อที่ เตเนริเฟ่ และ

และมีความสัมพันธ์ที่ดีมากๆ กับ แฟนบอลที่นั่น บาเลนเซียก็เช่น กัน และรวมถึง ลิเวอร์พูล ผม หวังว่าจะประสบความสำ�เร็จที่นี่ เช่นกัน’ ผมเข้ า ใจที่ เราทุ ก คนผิ ด หวังเมื่อได้เห็น ดิมัตติโอ้ ถูกไล่ ออกอย่างไม่เป็นธรรม แต่มันคง ยากที่จะไปโกรธ โรมัน อับรา โมวิช ประธานสโมสรของเรา ผู้ บันดาลทุก ๆ ความสำ�เร็จให้กับ เชลซี ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา อ้อ แล้วอย่าลืมเรื่องสำ�คัญ ว่า ดิมัตติโอ้ สร้างสิ่งมหัศจรรย์ไว้ ให้เรามากขนาดไหนทั้ง ๆ ที่มียศ ติดชื่อว่า กุนซือ’ชั่วคราว’ ตอนนี้คงเป็นเวลาที่ เหมาะสมแล้ ว ที่ แ ฟนพั น ธุ์ แ ท้ สิงโตน้ำ�เงินครามเชลซี จะยืน หยัดและผลักดันเคียงข้าง ราฟา เบนิเตซ และหากคุณยังมองไม่ เห็ น แสงสว่ า งที่ ล อดผ่ า นหมอก มืดเข้ามา จงจำ�ไว้เสมอว่าเรายังมี

โอกาสเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีก ปีหน้าอีกด้วย และตำ�แหน่ง ในตารางของ พรีเมียร์ลีก ที่ไม่ได้ ขี้เหร่อะไร ตลาดช่วงหน้าหนาว เองก็กำ�ลังจะเปิดในไม่ถึง 1 เดือน และสุดท้ายคือ อับราโมวิช ยัง เมตตาเราด้วยการไม่ปลด เอวา คาเนโร คุณหมอสุดสวยประจำ�ทีม อีกด้วย ผมแปลบทความนี้ ม าจาก เรื่องของนาย Kevin Stott จาก เว็บ Bleachreport ได้ใส่ลูกเล่น และดั ด แปลงเนื้ อ หาไปบ้ า งเพื่ อ เพิ่มอรรถรสครับ ต้องขอขอบคุณ ต้นฉบับที่อ้างอิงมา ณ ที่นี้ด้วย หากมี ข้ อ ผิ ด พลาดประการใดติ ชมมาได้ ห ลายช่ อ งทางเช่ น เคย ขอบคุณครับ แปลโดย Chu - O www.facebook.com/petchuo

BLUE BLOOD MAGAZINE 45


BLUE ANALYSIS

Chelsea v Stoke

Ashley Cole : Sep 22 : Stamford Bridge ในเกมนัดที่ เชลซี ดวลกับทาง ด้าน สโต๊ค ซิตี้ ในถิ่น สแตม ฟอร์ด บริดจ์ ทัพ “สิงโตน้ำ�เงินคราม” เชลซี เดินหน้าไล่บี้ทีมเยือนอย่างหนัก ทว่า พวกเค้ากลับต้องอดทนรอจนถึงนาทีที่ 84 กว่าจะมาบรรลุผลสำ�เร็จยิงประตู ชั ย กั น ได้ แ ถมยั ง มาจากคนที่ น านที ปี หนจะยิงทีอย่าง แอชลีย์ โคลอีก ทั้งนี้ ประตู ล่ า สุ ด ของยอดแบ็ ก รายนี้ ต้ อ ง ย้อนนึกกลับไปไกลถึงเมื่อสองปีที่แล้ว เลยทีเดียว

โดยในประตู ดั ง กล่ า วเริ่ ม ต้ น หลังจากที่โคลเก็บบอลได้ทางฝั่งซ้าย แถวหน้ากรอบเขตโทษของทีมในช่วง จวนเจียนจะจบเกม ก่อนที่ดาวเตะ ทีมชาติอังกฤษรายนี้จะตะบี้ตะบันวิ่ง หน้าตั้งสอดเข้าสู่กรอบเขตโทษไปชิพ ลูกจ่ายอันยอดเยี่ยมของ ฆวน มาต้า สวนนายประตูของสโต๊กอย่างเบโกวิช เข้าไปตุงตะข่าย พร้อมเพิ่มสถิติการพัง ประตูของตัวเองเป็นลูกที่ 7 ในฐานะ แข้งเชลซีต่อไป

[83.36] เอเธอร์ริงตันถูกบีบออกด้านกว้างโดยโมเสส [83.40] เอเธอร์ริงตันผ่านบอลกลับไปที่วิลสัน [83.45] วิลสันโยนบอลไปที่โจนส์

[83.47] ลูอิซเคลียร์บอลทิ้ง [83.49] โคลตามไปเก็บบอลแล้วเลี้ยงขึ้นหน้า

ก่อนจะมาเริ่มวิเคราะห์ประตูนี้กันมีสองเรื่องที่อยากให้สังเกตกันซักหน่อย เรื่องแรกก็คือ สถานการณ์ครั้งนี้เป็นเคสของการเคาน์เตอร์ แอทแทคที่สวนใส่ เคาน์เตอร์ แอทแทคอีกทีหนึ่ง โดยในจังหวะดังกล่าวมาเกิดขึ้นในตอนที่เกมเดินทาง มาถึงช่วงท้ายแล้วและทั้งสองฝ่ายต่างก็กำ�ลังแลกหมัดเข้าใส่กันอีรุงตุงนัง เชลซี เสีย เทิร์นบุกกลับไปให้สโต๊กซึ่งทีมเยือนก็พากันบุกขึ้นหน้ามาในทันทีโดยมีแข้งที่เพิ่ง ถูกส่งลงสนามมาอย่างเอเธอร์ริงตันทำ�เกมรุกขึ้นมาทางฝั่งซ้ายของเชลซี ในขณะที่ เรื่องที่สองก็คือการที่โมเสสพยายามลงมาช่วยเกมรับของทีมด้วยการลงมาซ้อนแทน ตำ�แหน่งของ อิวาโนวิช ที่เพิ่งจะกลับมาจากการเติมเกมรุกขึ้นสูงดังที่เห็นได้ในรูป ทั้งนี้แม้ว่าแข้งไนจีเรียจะเพิ่งถูกส่งลงสนามแต่เจ้าตัวก็ไม่ละเลยภารกิจในเกมรับแต่ อย่างใด นับเป็นเรื่องดีที่ได้เห็นเลยทีเดียว และจากการที่มีเพียงโจนส์คอยยืนค้ำ�อยู่ แดนหน้าแค่คนเดียวบวกกับการตามเข้าเพรสซิ่งอย่างหนักของโมเสส เอเธอร์ริงตัน

46 BLUE BLOOD MAGAZINE

โดยในเกมดั ง กล่ า วเหล่ า ทั พ สิงห์บูลส์ต่างก็พยายามแล้วพยายาม อีกกับการสร้างสรรค์โอกาสพังประตู ในการพาบอลขึ้นมาแต่ละครั้ง อย่างไร ก็ตามในที่สุดแล้วทีมกลับมายิงประตู ได้จากจังหวะสวนกลับเร็วอีกเช่นเคย โดยใช้เวลาเซ็ทเกมรุกขึ้นมาเพียง 20 วินาทีและใช้การผ่านบอลไปทั้งสิ้นแค่ 5 ครั้งเท่านั้น มาซูมกันชัดๆ เลยว่ามี อะไรเกิดขึ้นบ้างก่อนที่ลูกบอลจะถูก ส่งไปกองตรงพิ้นที่ก้นตะข่าย...

จึ ง ถู ก บี บ ให้ ต้ อ งฉี ก ออกทางด้ า นกว้ า ง ไปก่อนที่เจ้ า ตัวจะตบบอลกลั บ ไปที่ วิ ล สันซึ่งเติมขึ้นมาเสริมเกมรุกทางฝั่งซ้าย ในเวลาต่อมา และเมื่อวิลสันตัดสินใจวัด ดวงวางบอลเข้ากรอบเขตโทษไปให้กับ เควิน โจนส์ ซึ่งทำ�ให้ ดาวิด ลูอิซ ที่กำ�ลัง อ่ า นเกมรออยู่ แ ล้ ว ก็ ชิ ง จั ง หวะกระโดด โขกเคลียร์บอลทิ้งไปได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นเหตุให้โคลตามไปเก็บบอลและเลี้ยง ขึ้ น มาเป็ น สั ญ ญาณของการเริ่ ม เกมโต้ กลับของ เชลซี...


BLUE ANALYSIS

หลั ง เกมกั บ ดิ มัตเทโอ้.. “ผมพอใจกั บ การชนะในนั ด นี้ น ะ และมันไม่สำ�คัญว่าใครจะยิงประตู จะกอง หลัง กองกลาง หรือว่ากองหน้า ขอเพียงแค่ เรายิงได้และเป็นฝ่ายชนะ นั่นก็คือสิ่งที่น่า ชื่นชม” “จังหวะที่เราได้ประตูชัยเราทำ�เกมกันได้ อย่างดีมาก เล่นกันเพียงไม่กี่จังหวะจาก แลมพาร์ด ถึง อิวาโนวิช ก่อนจะปาดเข้าใน มาให้ มาต้า ส่งให้ โคล เป็นผู้ยิงประตูชัย มันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากสำ�หรับพวกเขา แล้วผมก็รู้สึกประทับใจเอาอย่างมากจริงๆ สำ�หรับฟอร์มในเกมวันนี้”

ประเด็ น ร้ อ น เรื่องจอมพุ่ง ในเกมนี้มีเหตุการณ์ที่ โทนี่ พูลิส ออกมา จากนักเตะของ เชลซี อย่าง ดาวิด ลุยซ์ และ ออสการ์ ว่าเป็นพวกจอมพุ่ง ทำ�ให้ทาง โรแบร์โต้ ดิ มัตเทโอ้ ออกมาปฏิเสธทันที “ผมต่อต้านการพุ่งล้มเป็นอย่างมาก คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ควรจัดการให้หมดออกไป จากเกมฟุตบอลอย่างจริงจังเลยล่ะ” “มันไม่ง่ายเลยนะที่จะทำ�ได้ แต่ถ้าหากมี อะไรที่พวกเราสามารถทำ�ได้เราก็จะทำ�” “มันอาจจะซับซ้อนไปหน่อย แต่ในอนาคต ผมเชื่ อ ว่ า เทคโนโลยี โ กล์ ไ ลน์ ก็ จ ะเข้ า มามี บทบาทกับเกมมากยิ่งขึ้น” BLUE BLOOD MAGAZINE 47


BLUE ANALYSIS

[83.55] โคลเลี้ยงบอลขึ้นมา, ออสการ์ยืนทับไลน์, แลมพาร์ดกับโมเสสเติมเกมแดนกลาง, อีวาโนวิชเติมขึ้นมาทางขวา [84.00] โคลจ่ายบอลไปที่แลมพาร์ดก่อนจะรีบวิ่งเติมเกมขึ้นไป [84.02] แลมพาร์ดจ่ายบอลไปที่ วิคเตอร์ โมเสส มารูปที่สองสู่ช็อตที่โคลเลือกจะตบเข้ากลางมา ดวลกับแนวรับสโต๊กตรงๆเลยแทนการออกด้านกว้าง โคลถู ก ปล่ อ ยให้ เ ลี้ ย งตะลุ ย ขึ้ น มาจากแดนตั ว เองโดย ไม่ต้องพบกับอุปสรรคใดๆ ในเวลาเดียวกันแลมพาร์ด โมเสส และอีวาโนวิชต่างก็พากันเติมเกมขึ้นมาสนับสนุน เกมรุกอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ในขณะที่ด้านออสการ์ ก็เลือกวิ่งฉีกออกข้างซ้อนไลน์แนววิ่งของโคลเป็นการบัง คับกลายๆให้แข้งทีมชาติอังกฤษรายนี้ต้องเลือกวิ่งเข้า กลางไป และเมื่อโคลพาบอลบุกเข้ามาสู่พื้นที่สุดท้าย ตัว เค้าก็โดนมิดฟิลด์ของสโต๊กวิ่งไล่กวดเข้ามาซึ่งในช่วงเวลา ดังกล่าว การชิ่งบอลในลักษณะสามเหลี่ยมขนาดเล็กที่มี ไว้เพื่อปลดล็อคพื้นที่สำ�คัญอันแออัดไปด้วยเหล่าแนวรับ ของทีมเยือนก็บังเกิดขึ้น โดยหลังจากพาบอลขึ้นมาโคล ก็ตัดสินใจผ่านบอลไปให้กับแลมพาร์ดซึ่งก็ป้ายต่อเร็วไป ให้กับโมเสสในทันที ในกระบวนการนี้ ข องการตั้ ง เกมรุ ก ขึ้ น มาถู ก เปลี่ยนถ่ายจากซ้ายไปขวาอย่างรวดเร็ว และเมื่อบอลถูก ส่งผ่านมาสู่เท้าของโมเสส วีแลนที่กำ�ลังยืนประจันหน้า กับแลมพาร์ดอยู่ก็เข้าไปกดดันโมเสสได้ช้ามาก และนี่ก็

48 BLUE BLOOD MAGAZINE

เป็ น เหตุ ใ ห้ ฮู ท ต้ อ งยอมทิ้ ง ไลน์ แ นวรั บ ชั้ น สุ ด ท้ า ยของ ตนขึ้นมายื่นสานส์ท้าดวลกับปีกตัวพริ้วชาวไนจีเรียราย นี้ อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวได้ก่อให้เกิดช่องว่างขนาด ใหญ่ในแนวรับของสโต๊กระหว่างชอว์ครอสและวิลสันขึ้น มาส่งผลให้โคลสบโอกาสวิ่งทำ�ทางขึ้นไปนั่นเอง โดยในสถานการณ์ตอนนี้ทางฝั่งเชลซีมีเพียงแค่ ตอร์เรสและมาต้าเท่านั้นที่ยืนอยู่ตรงพื้นที่ระหว่างแผง มิดฟิลด์และแนวรับของสโต๊ก ทว่าเรื่องดังกล่าวกลับ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา...


BLUE ANALYSIS ในขณะที่โมเสสกำ�ลังเตรียมจะออกบอลไปที่อีวาโนวิชทางฝั่งขวามา ต้าและโคลก็พากันวิ่งเติมเข้าสู่บริเวณจุดโทษกันแล้วและสิ่งที่สามารถสังเกต เห็นได้อย่างชัดเจนในรูปที่ถูกซอยออกเป็นสามส่วนก็คือจังหวะเกมรุกอันไหล ลื่นของเชลซี โดยมี ตอร์เรส (กองหน้า) ยืนอยู่เสาไกล, อิวาโนวิช (แบ็กขวา) และ ออสการ์ (มิดฟิลด์ตัวรุก) ทำ�หน้าที่อย่างเดียวกันคือจัดการเกมด้านกว้าง, โมเสส (ปีกขวา) รับงานตรงกลางแทนมาต้า (มิดฟิลด์ตัวรุก) ที่ดันขึ้นสูง, และ โคล (แบ็กซ้าย) วิ่งเข้าสู่พื้นที่ๆปกติควรจะเป็นหน้าที่ของมิดฟิลด์ตัวรุก นี่จัด เป็นสาระสำ�คัญทีเดียวเพราะในขณะนี้โคลและออสการ์ได้สับเปลี่ยนตำ�แหน่ง กันแล้วในเกมรุกของเชลซีครั้งนี้ ในกรอบที่สองของรูปที่สาม จะเห็นได้เลยว่ามีนักเตะของเชลซีถึงสี่ รายที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ระหว่างแผงมิดฟิลด์และแนวรับของสโต๊กแล้ว ฉะนั้น สถานการณ์ในตอนนี้จึงเป็นแบบ 4 Vs 3 ทำ�ให้แนวรับของสโต๊กในตอนนี้ก็ เหมือนกับโดมิโน่ที่พร้อมจะพังครืนลงมานั่นเอง โดยในเวลาต่อมาวิลสันก็เลือก ที่จะเข้าบีบอีวาโนวิชและได้ทิ้งมาต้าให้โล่งโจ้งทำ�ให้แข้งชาวสเปนิชพร้อมจะ รับบอลมาจากตัวแบ็กขวาของทีม ในขณะเดียวกันเมื่อชอว์ครอสพร้อมเหล่า มิดฟิลด์พากันแห่ลงมากดดันมาต้า โคลก็ถูกทิ้งให้โล่งโจ้งไม่มีใครประกบติดซึ่ง เจ้าตัวก็ได้จัดแจงปิดบัญชีการบุกครั้งนี้ด้วยการสะกิดเชิงชิพลูกจ่ายของมาต้า สวนตัวเบโกวิชเข้าไปกองอยู่ก้นตะข่ายได้อย่างยอดเยี่ยมในที่สุด [84.04] โมเสสผ่านบอลไปที่อีวาโนวิช [84.05] อิวาโนวิชผ่านบอลไปที่มาต้า [84.06] มาต้าผ่านบอลไปที่โคล [84.07] โคลใส่สกอร์ ว่ า กั น ว่ า สนามสแตมฟอร์ บ ริ ด จ์ นั้ น มี ความยาวถึง 115 หลา และเมื่อลองคำ� นวนดู ค ร่ า วๆจากจุ ด ที่ โ คลเริ่ ม ระเบิ ด ฝีเท้าตรงบริเวณกรอบเขตโทษของตนที่ ราว 12 หลา นั่นก็จะทำ�ให้เจ้าตัววิ่งไปร่วม 100 หลาเลยทีเดียวสำ�หรับการยิงประตู นี้แถมสิ่งเหล่านี้ยังเกิดขึ้นในช่วงท้ายเกมคือนาทีที่ 84 อีกด้วยบวกกับการได้ เห็นโคลยิงประตูเจ๋งๆแบบนั้นได้ในตอนท้ายก็ยิ่งทำ�ให้ประจักษ์ชัดในบัดดลเลย ว่าดาวเตะวัย 31 ปีรายนี้ฟิตมากขนาดไหน อย่างไรก็ตามเมื่อข้ามไปซูมอีกฝั่ง อิวาโนวิช เองก็วิ่งเติมขึ้นมาสนับสนุนเกมรุกจากแดนหลังเช่นเดียวกัน (แถมยังเจ้า ตัวยังเพิ่งกลับมาจากเกมรุกตอนแรกด้วย) ก็จริงที่ในเกมนี้เชลซีอาจจะอาศัยความ Scoop by Admin แพรวพราวต่างๆจากแดนกลางเพื่อสร้างสรรค์โอกาสต่างๆ ทว่าสิ่งที่ทำ�ให้ภารกิจ www.chelsea-addict.com ลุล่วงกลับกลายเป็นสปีดและความอึดอันสุดยอดของคู่ฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งนั่นเอง... BLUE BLOOD MAGAZINE 49


FANS INTERVIEW

บ.เบียร์ ชิกกะชิก

วันนี้บลูบลัดของเราจะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับชายท่านหนึ่งกัน เขาเป็นแฟนเชลซีตัวยง และเข้าร่วมกิจกรรมของสโมสรอย่างสม�่ำเสมอ.. บ.เบียร์ ชิกกะชิก เขาคือใคร ? ไปรู้จักกัน..

1. สวัสดีครับพี่เบียร์ ช่วยแนะน�ำตัวให้แฟนๆ เชลซี รู้จัก กันหน่อยครับ สวัสดีครับพี่ๆ น้องๆ แฟนคลับเชลซีทุกคนนะครับ ผมชื่อนาย กัมปนาท วุฒินาม หรือเบียร์ครับ อุปนิสัยเป็นคน น่ารักครับ กินง่าย ถ่ายเป็นที่ ดูแลง่ายนะครับ อิอิ 2. แล้วนี่ตอนนี้ก�ำลังศึกษาอยู่ที่ไหนครับ แล้วเพราะอะไร ถึงเลือกเรียนคณะ / ภาควิชานี้ ตอนนี้ก�ำลังศึกษาอยู่ชั้นปี4 คณะนิเทศศาสตร์ ภาค วิชาวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ครับ (ที่เดียวกับ เจ้าโบ๊ท หรือ “เพตเตอร์โบ๊ท”ที่แฟนสิงห์บลูรู้จักกันดีนะ ครับ) ส่วนเหตุผลที่เลือกเรียนคณะนี้เหรอ อืม... คงเป็น เพราะความฝันมั้งครับ ความฝันที่อยากเป็นผู้สื่อข่าว หรือ นักพากย์ฟุตบอล โดย คุณเอกราช เก่งทุกทางเป็นเหมือนต้น แบบละมั้งครับ และหลังจากที่เรียนที่นี่มา 4ปี ก็คิดว่าการ ท�ำข่าวนี่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สันก็สนุกมากเลยล่ะครับ ยิ่งเป็น สายกีฬาที่ชอบด้วยแล้ว มันก็ยิ่งท�ำให้เรามีความสุขกับงานที่ ได้ท�ำมากๆ เลยล่ะครับ

50 BLUE BLOOD MAGAZINE

3. อยากทราบว่าเชียร์ เชลซี มากี่ปีแล้ว และเพราะอะไร ถึงเลือกสโมสรนี้ ? ถ้าเริ่มเชียร์และติดตามเลยก็จะเป็นช่วงปี 2007 นะ ครับ ก็จนถึงปัจจุบันก็ 5 ปีแล้วล่ะเนอะ นัดแรกที่ได้ดูและ เริ่มเชียร์เชลซีนั้น ผมจ�ำได้แม่นเลยคือ นัดที่เชลซีชิงแชมป์ คาร์ลิ่ง คัพ กับอาเซน่อล ซึ่งนัดนั้นจอห์น เทอร์รี่ โดนดิยาบี้ เตะเข้าไปเต็มๆ แต่สุดท้ายเราก็ชนะนั้นคือแมตช์แรกที่เป็น จุดเริ่มของการเชลซี เพราะความใจสู้ไม่ท้อถอยของนักเตะ เป็นสิ่งที่ท�ำให้ผมประทับใจมากๆ จนถึงทุกวันนี้ ส่วนเหตุผล ที่เชียร์ง่ายๆ ครับคือ ผมชอบสีน�้ำเงิน และเชลซีในยุคน้ามู เป็นยุคที่รุ่งเรืองมากที่สุด พร้อมกับสไตล์การเล่นของทีมดู แล้วสนุกมากๆ นะครับ 4. แบบนี้ก็ต้องมีความทรงจ�ำดีมากมาย งั้นบอกหน่อย ครับว่าช่วงเวลาไหนที่แฮปปี้ที่สุด และเศร้าที่สุดในการ เชียร์เชลซี ตลอด 5 ปีที่เชียร์มานั้น ย่อมมีเรื่องต่างๆเกิดขึ้น มากมายแน่นอนครับ แต่ก็จะเล่าให้ฟังล่ะกัน อิอิ เรื่องแรกที่


FANS INTERVIEW แฮปปี้มากๆเลยคือ การที่เชลซีได้แชมป์เปี้ยนลีกซึ่งเป็นถ้วย ที่สโมสรและแฟนบอลรอคอยมาอย่างยาวนานเลยล่ะ อีก เรื่องที่แฮปปี้มากๆ ไม่แพ้กันคือ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2011 ได้เชลซีได้เลือกมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง ซึ่งครั้ง แรกที่มาก็ต้องนับไปตั้งแต่ปี 1997 14ปีมาแล้วแหน่ะ และ การมาเยือนในครั้งนั้นผมทุ่มทุนทุกอย่างที่จะได้ลายเซ็นของ นักเตะมาให้ได้ ก็ต้องขอบคุณพี่ๆ ชาวบอร์ด 96 พี่แดน และ เชลซีที่เปิดโอกาสให้เด็กคนนี้ได้จับมือกับนักเตะอย่างใกล้ ชิดเลยนะครับ ส่วนเรื่องที่เศร้าที่สุดคงเป็นฤดูกาลที่เราพลาดแชมป์ เปี้ยนลีกครั้งแรกในปี 2007-08 จ�ำได้เลยว่า หลังจากที่เรา พลาดท่าให้แมนยูแล้ว ถึงกับร้องไห้ออกมาเลยทีเดียว และ การเห็นนักเตะที่เรารักหลายคนเดินก้าวออกจากสโมสรแห่ง นี้ไปนั่นเองครับ 5. โอววว แล้วแบบนี้ของสะสมพี่เบียร์มีอะไรบ้างครับ ช่วยบอกให้แฟนๆ เชลซี ทราบหน่อย ก็คงมีไม่มากขนาดนั้น เพราะถึงแม้เป็นคนที่รักและ ชอบสะสมของๆสโมสรแต่ก็ไม่ได้มีทุนมากมายจึงต้องค่อยๆ เก็บเงินซื้อนะ แต่บางชิ้นเราก็ได้มาจากกลุ่มแฟนบอลเชลซี เหมือนกันนะ ก็ต้องขอขอบคุณไว้ด้วยนะครับ 6. ได้ข่าวมาว่าพี่เบียร์ไปร่วมสันทนาการกับทางเชลซี แฟนคลับของประเทศไทยบ่อยมาก อยากทราบว่าความ รู้สึกเป็นอย่างไรบ้างครับ ? ใช่ครับ ทางแฟนคลับเชลซี ซี่งมีพี่แดนเป็นประธาน แฟนคลับของไทย และ พี่เบียร์ บี 1 เป็นฝ่ายติดต่อและดูแล แฟนคลับจะเป็นคนจัดกิจกรรมต่าง เช่น การร้องเพลงเชียร์ ดูฟุตบอลที่ร้านอาหาร จัดกิจกรรม โดยจะน�ำของรางวัลที่ เป็นของแท้จากสโมสรมาแจกให้กับแฟนบอลนะครับ ส่วนความรู้สึกคือเราได้พบเพื่อนใหม่และได้พบกับ คนที่เป็นแฟนเชลซีเหมือนกัน คุยเล่นเป็นกันเองได้ครับ โดย

ส่วนตัวก็คิดว่า ณ ตอนนี้มีจ�ำนวนแฟนบอลเพิ่มขึ้นมาก และ หากเชลซีมาจัดการแข่งขันที่เมืองไทย เขาก็จะรู้ว่าคนไทยก็ มีกลุ่มรักเชลซีไม่แพ้ทีมอื่นแน่นอนครับ จึงอยากจะขอเชิญ แฟนเชลซีที่มีใจรักจริงก็สามารถพบเจอกับพวกเราได้ครับ 7. คิดว่าในอนาคตแฟน เชลซี จะมีมากขึ้นกว่านี้ไหม ? แล้ ว ทางสโมสรมี โ อกาสจะมาเปิ ด ชอปในประเทศไทย อย่างเป็นทางการหรือเปล่า ? มีแน่นอนครับ เพราะจากที่ดูในปัจจุบันก็เพิ่มขึ้น เรื่อยๆ จากการมีตติ้งในแต่ละครั้ง ส่วนชอปนั้นต้องขึ้นอยู่ กับทางสโมสรว่าสนใจจะเปิดชอปที่เมืองไทยหรือเปล่านะ ครับว่าทางสโมสรมีแผนจะมาท�ำหรือไม่ แต่ส�ำหรับพี่ ตัวพี่ เองก็อยากจะเปิดร้านที่มีแต่ของเชลซีเหมือนกันนะ ^^ 8. อันนี้ขอถามเอาฮาตอนเห็นภาพ เฟร์นานโด ตอร์เรส กับ นุ่น วรนุช ถ่ายภาพร่วมกัน อิจฉาใครมากกว่ากัน ? 55555 ระหว่าง เอลนินโญ่ ที่ได้ถ่ายกับสาวสวย หรือ อิจฉาพี่นุ่น ที่ได้ถ่ายการเมกะโปรเจค 50 ล้านปอนด์ ? ก็คงอิจฉานุ่นล่ะมั้ง ฮ่าๆ ไม่ใช่ว่าไม่ชอบผู้หญิงนะ อิอิ แต่แบบว่าอยากมีโอกาสได้ใกล้ชิดนักเตะที่มีค่าตัวถึง 50 ล้านปอนด์ นะ ฮ่าๆๆ 9. ตอนเชลซีมาไทยหนก่อนเป็นไงบ้าง ประทับใจสุดๆ เลยหรือเปล่า ? ประทับใจมากครับผม เพราะได้เจอนักเตะในดวงใจ ได้ขอลายเซ็นและได้พบกับเพื่อนใหม่หลายคนเลยครับ 10. สุดท้ายนี้อยากให้พี่เบียร์ฝากอะไรถึงผู้อ่านไว้เป็น ข้อคิดเกี่ยวกับ เชลซี ครับ ก็อยากจะขอฝากพี่ๆ น้องๆ ที่เชียร์เชลซีทั้งยุคใหม่ และยุคเก๋าไม่ว่าทีมจะเจออุปสรรคแค่ไหน หรือมีปัญหามาก เท่าไหร่ เราก็ต้องก้าวเดินไปพร้อมๆกัน และก็ขอขอบคุณทุก คนสนับสนุนหนังสือเล่มนี้ครับ ^^ BLUE BLOOD MAGAZINE 51


THE BLUES SECRET

Happy Father’s Day

สุขสันต์วันพ่อกับป๊ะป๋าสิงห์บลู

สวัสดีค่ะชาวบลูบลัดทุกคน เดือนนี้เดือนอะไรเอ่ย ??? แน่นอนว่าคือธันวาคม เนื่องจากฉบับนี้ ของเราอยู่ในช่วงเดือนแห่งเทศกาลวันพ่อ จึงขอตามกระแส พาไปดูเหล่านักเตะของเราในมาดคุณพ่อ กันนะคะ เชิญชมได้เลยค่ะ ^ ^ ภาพแรกของเรานั้นขอ เริ่ ม ต้ น ที่ กั ป ตั น ของพวกเรา อย่าง จอห์น เทอร์รี่ และสอง ฝาแฝดคือน้อง Summer กับ Georgie นั่นเอง หมดสภาพเลยกั ป ตั น ทีมเรา อิอิ

52 BLUE BLOOD MAGAZINE


THE BLUES SECRET <<< กัปตันและหนูน้อย Georgie อนาคตจะเป็น กัปตันตามพ่อหรือเปล่า???

^^^ Georgie กับเพื่อนสนิท เอ๊ะ หน้าตาคุ้นๆ ไหมหว่า ? 555555

>>> มาต่อกันด้วยรองกัปตัน พี่แฟรงค์ และสองสาว Luna และ Isla

<<< มาดูฝั่งกองหลังกันบ้างดีกว่า อิวาโนวิช และน้อง Stefan ไปหา ดูคลิปที่น้องลากครึ่งสนามเข้าไปยิง ได้ อนาคตสดใสแน่ๆ อิอิ

BLUE BLOOD MAGAZINE 53


THE BLUES SECRET

รามิเรส คนนี้รักลูกรักเม ียมาก ถ้า หากใครตาม Instragra m ของแก จะรู้ว่า อัพโหลดแต่รูปลูกเมีย คุณพ่อ+สามีตัวอย่าง สุดๆ เลยล่ะ VVV

^^^ ิน เฟร์นานโด เง ำ ้ � น ม ้ ก แ า ๊ ป ะ ๊ ป ora และ N ย ว ส ด ุ ส ว า ส ก ู ล บ ั ก ตอร์เรส ว่า Leo ลูกชายสุดหล่อที่มีนาม ^^^ น้อง คิดถึงจัง น้าเปาโล กับ Diogo และ Maria

^^^ Eden Hazard และน ้อง Yanis (อายุพึ่ง 21 ปีมีลูกซะแล้วนะเน ี่ย) 54 BLUE BLOOD MAGAZINE

^^^

Gary Cahill และตุ๊กตาตัว น้อย น้อง Freya


THE BLUES SECRET <<< ปิดท้ายด้วย ป๊ะป๋าเช็ก กับ น้อง Adela และ Damian

2 คนล่างขอแถม !!!

^^^ ส่วนสาวน้อยตัวนี้นามว่า Milu ลูกสาวพ่อออสการ์ อิอิ

^^^ คนนี้ยังไม่มีลูก ฝึกเลี้ยงหลานไปพลางๆก่อน

รวบรวมภาพและเรียบเรียงโดย Juliano www.facebook.com/DearMontana BLUE BLOOD MAGAZINE 55


BLUES TEEN

เธอชือ่ “กวาง” เธอคือผู้หญิงที่มีมุมมองต่อการดูฟุตบอล ที่น่าเอาเป็นแบบอย่าง.... หลงรักสโมสรแห่ง นี้มาเป็นเวลายาวนานและไม่เคยท้อถอยต่อ อุปสรรคใดๆ ที่เกิดขึ้น.. เธอคือใคร ? หลายคน อาจสงสัย.. บลูบลัดฉบับนี้ขอเชิญท่านผู้อ่าน ไปรู้จักกับเธอกัน แล้วคุณจะรู้ว่าเธอนั้นเป็นผู้ หญิงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวขนาดไหน... 56 BLUE BLOOD MAGAZINE

1. สวัสดีครับกวาง ช่วยแนะน�ำตัวคร่าวๆ ให้ แฟนบอล เชลซี ได้รู้จักกันหน่อยครับ ชื่อ กวาง สุริวิภา ศิริ อายุ 22 ปี ก�ำลังศึกษา คณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยรามค�ำแหง เป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี ร่าเริง ดูเหมือนจะพูด น้อยแต่จริงๆ แล้วพูดเก่งมากค่ะ 2. ไม่ทราบว่าเริ่มเชียร์ เชลซี เพราะว่าอะไร ? และเริ่มเชียร์ตั้งแต่ตอนไหนเอ่ย ? เอาตอนเริ่มดูบอลดีกว่า ครั้งแรกเลย นั่งดู เป็นเพื่อนคุณพ่อ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะคะว่า คุณพ่อเป็นแฟนเชลซี นัดนั้นจ�ำได้ว่าเชลซีเตะกับ เอฟเวอร์ตัน (มั้ง 55 ) ด้วยความที่เราไม่เคยคิดจะดู ก็เฉยๆ แต่ดูได้ อะไรประมาณนี้ พักหลังได้ดูบ่อย ขึ้น ก็เริ่มสนใจ มีถามพ่อบ้าง ว่าคนนั้นชื่ออะไร ท�ำไมเก่งจัง ตามประสาผู้หญิงเนอะ 3. แล้วตอนเชียร์จริงๆ ล่ะครับ ? ส่วนมาเริ่มเชียร์เชลซีเพราะอะไร และตอน ไหนน่ะเหรอ? จ�ำได้ว่าตอน ม.3 นะคะ ช่วงที่ โชเซ่ มูรินโญ่ คุมทีม เพราะช่วงนั้นเชลซีฮอตมาก ได้ แชมป์พรีเมียร์ลีกด้วย เราก็เลยรู้สึกว่าทีมนี้เก่งนะ นักเตะก็เล่นดีทุกคนเลย อยากเป็นแฟนคลับขึ้นมา ทันที 55 อีกอย่างชอบ มูรินโญ่ ด้วย ชอบตรงที่เขาไม่เหมือนใครโดย เฉพาะบุคลิก เอาง่ายๆเลยว่า ชอบทั้งนักเตะ ทั้งโค้ช ก็เลย สมัครเป็นเชลซีแฟนคลับ ตั้งแต่ ตอนนั้นเลย มีโอกาสก็จะดูตลอด ถ้ า นั บ จากตอนนั้ น ถึ ง ตอนนี้ ก็ เกือบ 8 ปีแล้วนะ ก็มีทั้งหัวเราะ และร้องไห้ แต่ยังไงก็จะเชียร์ เชลซีตลอดไปค่ะ 4. ชื่นชอบใครเป็นพิเศษไหมกับ นักเตะในทีมของเรา ชอบ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ค่ะ แน่ น อนว่ า ถ้ า มี ค นมาถามแล้ ว กวางตอบแบบนี้ต้องมีคนหัวเราะ แน่นอนแต่กวางไม่แคร์หรอกค่ะ


BLUES TEEN หลายๆ คนอาจชอบนักเตะที่หน้าตา ก็ไม่ปฏิเสธนะคะว่า ชอบคนหล่อเหมือนกัน แต่หล่อแล้วเล่นไม่ดี จบสกอร์ไม่ ได้ ก็ไม่มีประโยชน์ค่ะ เหตุผลที่ชอบ ดร็อกบา คือเขาเป็น นักเตะที่มีทักษะดี ท�ำประตูได้แทบจะทุกนัด และหลาย ครั้งประตูที่เขาท�ำได้ มันน�ำมาซึ่งชัยชนะของเชลซีในนัด นั้นๆ ก็เลยชอบเขามาโดยตลอด ตอนนี้ถึงแม้ว่า ดร็อกบา จะไม่ได้อยู่เชลซีแล้ว กวางก็ยังชอบเขาอยู่ และไม่คิดว่า จะมีใครมาแทนเขาได้เลยค่ะ 5. กวางมีมุมมองกับ เชลซี อย่างไรบ้างในความรู้สึก ณ ปัจจุบันครับ ? เชลซี ณ ปัจจุบัน ท�ำให้กวางรู้สึกเหนื่อย ท้อ ที่ ต้องมานั่งเชียร์ทีมที่ตัวเองรักเล่น แต่ท�ำอะไรไม่ได้ ไม่ได้ รู้สึกตื่นเต้นเวลาเชียร์ เหมือนตอนที่ AVB หรือ RDM คุม เลย การที่เราแพ้หรือเสมอหลายนัดติดต่อกัน แน่นอน แฟนเชลซีทุกคนรู้สึกแย่ กวางก็เหมือนกัน แต่จะท�ำไงได้ เพราะเลือกไปแล้วว่าเชียร์ทีมนี้ จะเป็นยังไงก็ต้องยอมรับ ผลที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะแพ้ หรือชนะ รวมไปถึงยอมรับ การตัดสินใจของเสี่ยหมีในทุกๆ เรื่อง และการท�ำงานของ ผู้ชายที่ชื่อ “ ราฟาเอล เบนิเตซ “ต่อไป 6. เคยมีผู้ชายมาถามไหม ว่าท�ำไมถึงชอบดูฟุตบอล ? ถ้ามี เราตอบกลับไปว่ายังไงบ้าง แน่นอนค่ะว่าต้องมี บางทีไปกินข้าวกับเพื่อน แล้ว คุยเรื่องบอลนัดเมื่อคืน โต๊ะข้างๆที่เป็นผู้ชายก็จะหันมา มองอารมณ์ว่ารู้เรื่องด้วยเหรอ ? อะไรประมาณนี้ ส่วน มากจะถามว่า ชอบดูบอลด้วยเหรอ? เป็นผู้หญิงน่ะ กวาง ก็จะตอบไปว่า ชอบดูค่ะ บางทีผู้หญิงก็ไม่ได้ชอบอะไรที่ เป็นผู้หญิงไปซะทุกอย่างหรอก และอีกอย่างมันก็สนุกดี ได้เชียร์ทีมที่ตัวเองรัก ได้ดูนักเตะหล่อๆ มีความสุขดีออก เขาก็หัวเราะ แต่ก็ยังท�ำหน้างงๆ อยู่เหมือนเดิม 555555

7. ถ้าให้เลือกสเปคนักบอลแบบโดนใจสุดๆ 3 คนจะมี ใครบ้างครับ ไม่จ�ำเป็นต้องนักเตะเชลซีอย่างเดียวก็ได้ นะ ขอเหตุผลด้วยครับ คนแรกเลย “ ลิโอเนล เมสซี่ “ เป็นผู้ชายที่ทั้งเก่ง ทั้งน่ารัก กวางรุ้สึกเพลินมากเวลาที่ได้ดูเขาเล่นบอล รู้สึก ว่าไม่อยากละสายตาจากเขาเลย คนที่สอง “ เมซุต โอซิล “ ไม่ได้หล่อมาก แต่เขาน่ารัก (อีกแล้ว ) ชอบตั้งแต่เห็น เขาเล่นให้เยอรมันครั้งแรก คิดว่าผู้ชายคนนี้เล่นบอลก็ เก่งแล้วนะ แถมยังยิ้มสวยอีก ละลายค่ะ 555 ส่วนคน สุดท้าย “ คาริม เบนเซม่า “ คนนี้ชอบมากๆค่ะ ทั้งเก่งทั้ง หล่อ เหตุผลมันมีแค่นี้จริงๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง ^^ 8. ประตูไหนของ เชลซี ที่ท�ำให้กวางรู้สึกประทับใจ มากที่สุดแล้ว ? เพราะอะไร ? ประตูที่ประทับใจที่สุดเหรอคะ คงเป็นประตูตีไข่ แตกของ รามิเรส ในนัดที่ไปเยือน บาเซโลน่า ค่ะ เป็น ประตูที่ท�ำให้รู้สึกมีความหวังในการที่จะเชียร์ต่อ แม้ว่า ผลออกมาจะแพ้หรือชนะก็ตาม เพราะว่าตอนนั้นไม่มี ใครรู้หรอกว่าครึ่งหลัง เมสซี่จะยิงจุดโทษไม่เข้า ตอเรสจะ ท�ำประตูตีเสมอได้ในนาทีสุดท้าย ตอนนั้นรู้แค่ว่าไม่ได้มี แต่เมสซี่นะ ที่ท�ำประตูแบบชิปข้ามหัวได้ รารมิเรสของ เราก็ท�ำได้เหมือนกัน เชลซีสู้ตาย !!

BLUE BLOOD MAGAZINE 57


BLUES TEEN

9. ถ้าหาก เชลซี มาไทยอีก สิ่งแรกที่กวางจะเริ่มท�ำคือ อะไรครับ ? คงเก็บตังค์ซื้อบัตรที่ได้ใกล้ชิดกับนักเตะมากที่สุ ดมั้งคะ 55 เพราะรอบที่แล้วกวางอยู่ไกล มองไม่ชัดเลย และถ้าเป็นไปได้อีกอย่าง คงไปรอเจอหน้าโรงแรม ไป แอบมอง ประมาณนั้น ^^ 10. ข้อนี้อยากทราบมากๆ เลยล่ะ ตอนที่ ดร็อกบา ยิง จุดโทษเข้าไปปฏิกริยาของเราเป็นอย่างไรบ้าง ? กรี๊ดค่ะ ดีใจมาก น�้ำตาไหลเลย มันคุ้มมากที่อด หลับอดนอนเชียร์มาโดยตลอด ในที่สุดเชลซีก็ได้เป็น แชมป์ยุโรป สมกับที่รอคอยมานาน ความเครียดที่มี ตลอด 90 นาที รวมไปถึงช่วงที่ดวลจุดโทษกันมันหายไป หมด นับตั้งแต่วินาทีที่ดร็อกบายิงเข้าประตูไป คิดแค่ อย่างเดียว “ เราคือแชมป์ ” จากนั้นก็นั่งฉลองกะแฟน เชลซีด้วยกัน นั่งคุยกันถึงเช้าเลย 55555 11. แล้วตอนระหว่างเกมนี่นั่งตัวเกร็งไหมครับ ? ตอน โดน โธมัส มุลเลอร์ โหม่งเข้าไปนี่รู้สึกยังไง ? ถามว่านั่งเกร็งไหม ก็มีบ้างนะคะ แต่คือกวางจะ เป็นคนที่ ถ้าดูแมตซ์ส�ำคัญๆก็จะเต็มที่ตลอด จนบางครั้ง ต้องมียาดมมาถือไว้ เพื่อนบอกกลัวช็อค กลัวจะเป็นลม

58 BLUE BLOOD MAGAZINE

ไปก่อนจบเกมส์ คือเครียดกับเกมส์มาก อะไรประมาณ นั้น ส่วนความรู้สึกตอนที่โทมัส มุลเล่อร์โหม่งเข้าประตู ไปน่ะเหรอคะ ช็อคค่ะ อารมณ์นั้นอยากลุกกลับห้องเลย ทำ�ไมต้องมายิงตอนใกล้จะหมดเวลาด้วย ยิ่งเครียดไป ใหญ่เลยทีนี้ แต่ก็ดูต่อนะคะ คิดแค่ว่า เวลายังไม่หมด ท้อ ไม่ได้ มาถึงขนาดนี้แล้ว !! 12. ตอนนั้นเหลือเวลาอีกแค่ 7 นาทีจะหมดเวลา เรา เชื่อไหมว่า เชลซี จะต้องกลับมาได้ ? เพราะอะไร... ไม่อยากเชื่อค่ะ แต่ต้องเชื่อเป็นอารมณ์ประมาณ นี้มากกว่า เพราะว่ายากมากที่จะตีเสมอ แล้วพลิกกลับ มาเป็นฝ่ายชนะ ความคิดตอนนั้น คิดว่าจะทำ�ได้เหรอ ขนาดประตูแรก ก็ปาเข้าไปนาทีที่ 83 แล้ว อีกแค่นิด เดียวก็จะหมดเวลา ยอมรับว่าท้อค่ะ แล้วก็เริ่มทำ�ใจ มัน คงไม่ใช่วันของเรา แต่ใครจะไปคิดล่ะคะว่าปาฎิหารย์จะ มีจริง ผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว ดิดิเย่ ดร็อกบา ทำ�ประตู ตีเสมอได้ และทำ�ให้เรามีโอกาสลุ้นแชมป์ต่อ 13.อยากให้ ก วางฝากมุ ม มองในเรื่ อ งของการเชี ย ร์ ฟุตบอลให้กับคนที่กำ�ลังอ่านบทสัมภาษณ์นี้ของกวาง หน่อยครับ กีฬาทุกอย่างมันมีสเน่ห๋ในตัวเอง ไม่ใช่แค่ฟุตบอล แต่อยากให้ทุกคนมองว่ามันเป็นแค่กีฬาที่ให้ความสนุก ทำ�ให้เรามีเพื่อนเพิ่มขึ้น ไม่อยากให้มีการพนันเข้ามา เกี่ยวข้อง เพราะการพนันไม่เคยทำ�ให้ใครได้ดี สุดท้าย ก็อยากให้มีสติในการเชียร์บอล และมีสติในการใช้ชีวิต ด้วยค่ะ 14. คำ�ถามสุดท้ายแล้ว เป็นคำ�ถามประจำ�สกู๊ปของทุก ฉบับ ขอ 3 คำ�ให้กับ Blue Blood Magazine หน่อย ครับ “สุด ยอด ค่ะ”


BLUES TEEN

ี ซ ล ช เ บ อ ช ี ซ ล ช รักเ A E S L E H C E K I L U G Facebook www.facebook.com/pages/GU-Like-Chelsea/337457579679629

BLUE BLOOD MAGAZINE 59


STAFF PROFILE

B

LUE LOOD

ทำ�ความรู้จักทีมงาน

Blue Blood Magazine ตำ�แหน่ง : บรรณาธิการบริหาร

สวัสดีครับผม นายดลธเนศ รุ่งเรือง หรือที่รู้จักกันในนาม Petr boat นั่นเองครับ เป็น บรรณาธิการของนิตยสาร Blue Blood Magazine โดยในตอนนี้ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 ภาควิชา วารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพครับ เชียร์สโมสรแห่งนี้มาหลายปีและคิดว่าฐานแฟนบอล ของ เชลซี ก็ไม่ได้น้อยเลยสักนิด เพราะฉะนั้นถ้าหากสโมสรของเราจะมีนิตยสารกันในเวอร์ชั่น ภาษาไทยบ้าง ผมคิดว่ามันคือสิ่งที่เหมาะสมอย่างมาก สุดท้ายนี้ไม่มีอะไรนอกจากฝากนิตยสาร เล่มนี้ด้วยนะครับ ใครมีข้อแนะนำ�อะไรใดๆ สามารถแจ้้งได้ที่แฟนเพจเลยครับผม Facebook : www.facebook.com/Petrboat

ตำ�แหน่ง : ที่ปรึกษา, คอลัมนิสต์กีฬามากความสามารถ

“นายปภังกรณ์ นิลวรกุล เจ้าของนามปากกา Castus ผู้ชนะเลิศการแข่งขันงานเขียน ในรายการ เดอะ คอลัมนิสต์ ซีซั่น 1 ของเว็บไซต์ฟุตบอลชื่อดังอย่าง Soccersuck ผู้ซึ่งชื่น ชอบในงานเขียนและมีความรู้ด้านกีฬาเป็นอย่างมาก ปัจจุบันทำ�งานเป็นผู้สื่อข่าวกีฬาอยู่ที่ Manager Online ติดตามเชียร์สโมสร เชลซี มาเป็นเวลานานและมีความฝันที่จะเดินทางด้วย การทำ�งานสายกีฬาเป็นหลัก” Facebook : www.facebook.com/paphankgon.nilvorakul

ต�ำแหน่ง : ว่าที่กราฟฟิกดีไซน์ชื่อดังระดับประเทศ และอาจไปไกลกว่านั้น...

“นายภวินท์ โลวัฒนะศิริ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Pwint Dance กราฟฟิกดีไซน์สาวกสิงโต น�้ำเงินครามชื่อดังจากเว็บไซต์ Soccersuck ชอบท�ำงาน กราฟฟิกต่างๆ โดยเฉพาะพวกงาน กราฟฟิกที่เกี่ยวกับฟุตบอล ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่ง หน้าปกของนิตยสาร บลูบลัด อันสวยงามตั้งแต่ฉบับที่ 2 เป็นต้นมา เป็นผลงานการออกแบบ ของชายผู้นี้นั่นเอง” Facebook : www.facebook.com/pwint.dance

60 BLUE BLOOD MAGAZINE


STAFF PROFILE

ตำ�แหน่ง : นักแปลบทความมือฉมัง

ตำ�แหน่ง : จะสกู๊ปหรือบทความบอกเฮียล้อแมกซ์ได้ทันที

นามปากกา Chu-O อ่านว่า ฉุ-โอะ ดัดแปลงจากฉายาน่ารัก ๆ ‘เพชรฉุ’ ที่เพื่อนตั้ง ให้ตั้งแต่ม.ต้น ปัจจุบันเรียนอยู่คณะ บัญชีฯ ภาคอินเตอร์ ปี 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เชียร์ เชลซีมาประมาณ 6 ปี คิดว่าได้ผ่านช่วงเวลาดี ๆ และช่วงเวลาที่เลวร้ายของทีม มีนักเตะอย่าง จอห์น เทอร์รี่ เป็นไอดอลในใจทั้งเวลาเล่นบอลและเวลาดูบอลรู้สึกดีใจที่ได้ร่วมทำ�นิตยสารบ ลูบลัดกับเพื่อน ๆ ทุกคนครับ อาสาทำ�เพราะอยากสร้างอะไรให้กับทีมบ้าง และคิดว่าถ้าแฟน บอลเชลซีได้อ่านนิตยสารแล้วยิ่งรักเชลซีก็คงดีใจไม่น้อย : ) ขอฝากผลงานไว้ด้วยนะครับ Facebook : www.facebook.com/petchuo

ชื่อจริง : นันทิภาคย์ จำ�เริญ ชื่อเล่น : ล้อแมกซ์ ศึกษา วิทยาศาสตร์การกีฬา เอกสื่อสารมวลชน ม. บูรพา ปี 2 นามปากกา LORMAKK( ล้อแมกซ์นะ ไม่ใช่ หล่อมาก 55) ทำ�งาน เป็น ADMIN ที่ GU LIKE CHELSEA ชื่นชอบเชลซีจากการเล่นเกมวินนิ่ง และ ติดใจในค่าพลังของ อังเดร เชฟเชนโก้ แล้ว หลังจากนั้นก็ติดตามเรื่อยมาจนเดี๊ยวนี้ติดงอมแงมครับ Facebook : www.facebook.com/profile.php?id=100002136847200

ตำ�แหน่ง : คอลัมนิสต์ตัวกวนประจำ�บ้านบลูบลัด

ผมชื่อ นาย ทศพล ตุงคะเสน ชื่อ แบงค์ ครับผม นามปากกา Banky ศึกษาคณะ นิเทศศาสตร์ ปี 1 อยู่ที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ นะจ้า รักเชลซีมาก ๆ ครับ ไปบริจาคเลือดนี่ เขา บอกไม่ให้บริจาคครับ เพราะเลือดผมเป็นสีน้ำ�เงิน ฮ่า ยังไงก็ฝากติดตาม BBM และ ผลงานผม ด้วยนะครับ กับผม แบงค์กี้ถึงไม่หล่อ แต่อยากให้ลองห่อกลับบ้านนะจ้ะ ฮ่า Facebook : www.facebook.com/BankViper

ตำ�แหน่ง : สารานุกรมครอบครัวนักฟุตบอล

เชื่อกิ๊ฟค่ะ เรียนอยู่ปี1 คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เชียร์เชลซีตั้งแต่ม.1 เพราะ โจ โคล ตอนนี้มีขวัญใจคือ มาต้าและดาวิด หลุยซ์และอิวาโนวิช และออสการ์และ....โอ๊ะ ทั้งทีมอ่ะ 55555555 ถนัดเขียนเรื่องนอกสนามของนักฟุตบอล คือ ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านนั่นเอง ฮาพบเจอเราได้ในบอร์ด soccersuck ไม่ขอเปิดเผยชื่อยูสเซอร์(แต่ คงเดาได้ไม่ยาก อิอิ) ทำ�ตัวเนียนอยู่ในนั้นมาหลายปีดีดัก หลายคนในนั้นยังไม่รู้ว่าเราเป็นผู้หญิง ส่ง18+มาเต็มหลังไมค์เลย ขอบคุณทุกคนมากนะคะ 55555 Facebook : www.facebook.com/DearMontana BLUE BLOOD MAGAZINE 61


STAFF PROFILE

ตำ�แหน่ง : คอลัมนิสต์สไตล์คมในฝัก

ชื่อ วัชระ เมฆเกลื่อน ชื่อเล่น วัช ศึกษาอยู่คณะ วิทยาศาสตร์การกีฬา สาขา สื่อสารมวลชนทางการกีฬ นามปากกา Playmakelove ตอนนี้ก็เป็น Columnist ให้กับ Blue Blood อย่างเดียว ก็หาประสบการณ์ไปเรื่อยๆ อ่ะครับชื่นชอบ เชลซีได้เพราะอะไรนั้นแบบว่า ไม่รู้จะอธิบายยังไง คือตอนนั้นสักประมาณ ป.6 เพื่อนคุยกันเรื่อง Frank Lampard เลยรู้สึกอยากรู้ แล้วตอนนั้นก็พอดีเจอแมทช์ที่เชลซีแข่ง พอดี เลยดูเลยแล้วก็ติดตามตั้งแต่นั้นมาเลยครับ Facebook : www.facebook.com/Watchy.buu

ตำ�แหน่ง : คอลัมนิสต์ใฝ่รู้อารมณ์ดี

สวัสดีครับผมชื่อ นาย เตชิต ไวยธิรา ชื่อเล่นชื่อ ชิต (แต่ชอบให้เรียกเตมากกว่า ฮ่าๆ) กำ�ลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ณ โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม จังหวัดนนทบุรี ใช้ นามปากกาว่า llSevenFolDll ที่ผมใช้นามปากกานี้ก็เพราะว่าผมเป็นสาวกของวงดนตรีร๊อค ชื่อดังอย่าง Avenged Sevenfold นั่นเองงงง !! \m/ ปัจจุบันผมอายุ17 ปีกว่าๆ เชียร์เชลซี มาได้ประมาณ 9 ปีแล้ว โอ้เย !! ก่อนจะจากกันไปในฉบับนี้ผมขอให้เพื่อนๆทุ กคนคอยติดตาม Blue Blood Magazine นิตยสารของแฟนเชลซีโดยสายเลือดอย่างแท้จริง กันต่อไปนะคร้บ Facebook : www.facebook.com/techit.waiyathira

ตำ�แหน่ง : คอลัมนิสต์ผู้สถิตกับสำ�นวนฉบับปรมาจารย์

ชื่อ กัญญา ชะเอมเทศ นามปากกา Thirteen แนะนำ�ตัวแบบย่อๆ เดินอยู่บนถนนสายหนังสือในฐานะบรรณาธิการมา 5 ปี ว่างเว้นจากการทำ�งานเมื่อไรก็จะขลุกอยู่กับฟุตบอล ภาพยนตร์ และดนตรี ทุกวันนี้รอบตัวจึงรายล้อมไปด้วยหนังสือ ดีวีดี และเพลงเพราะๆ โดยเฉพาะเพลงจากยุค ‘90s Facebook : www.facebook.com/yuikc13

ตำ�แหน่ง : ผู้ช่วยบรรณาธิการมากด้วยวาทะเด็ด

“นายณรงค์ศักดิ์ อินทรโชติ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำ�แหง ผู้ช่วยบรรณาธิการนิตยสาร คอยให้คำ�แนะนำ�และเป็นผู้ที่ให้การปรึกษาด้านต่างๆ ตั้งแต่ขั้น ตอนก่อนทำ�ไปจนถึงเผยแพร่นิตยสารสู่สาธารณชน ชื่นชอบการดูฟุตบอลเป็นอย่างมาก เป็น เพื่อนกับบรรณาธิการตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม จัดว่าเป็นเพื่อนคนที่คุยเรื่องฟุตบอลได้ถูกคอที่สุด ก็คงไม่ผิดนัก” Facebook : www.facebook.com/narongsak.intachote

62 BLUE BLOOD MAGAZINE


STAFF PROFILE

ตำ�แหน่ง : พิสูจน์อักษรพร้อมความกวน

สวัสดีค่ะ ชื่อ กีรติ ประเสริฐยิ่ง ชื่อเล่นชื่อว่าก้อย อายุ 21 ปี ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์ ภาควิชาวารสารศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 ทำ�หน้าที่พิสูจน์อักษรคอยรับงานมาจากน้องๆ ในทีมงาน มีมาหลายแบบหลายสไตล์ ทั้งพวก บทความ หรือไม่ก็สกู๊ปวิเคราะห์อะไรต่างๆ แล้วก็ปรับปรุงแก้ไขก่อนจะส่งไปให้บก. ค่ะ Facebook : www.facebook.com/KeeKey.Akiko

ตำ�แหน่ง : คอลัมนิสต์มากประสบการณ์และความคิด

สวัสดีครับ ชื่อเล่นชื่อ เคี้ยง อายุ 30 ปีครับ จบนิเทศ เอกโฆษณา ม.กรุงเทพ เกิดมาก็ ชอบขีดๆเขียนๆแต่เด็กแล้ว มีความฝันอยากเป็นนักเขียนให้ได้สักครั้ง เริ่มหลงรักเชลซีมาตั้งแต่ สมัยรุดกุลลิทคุมทีม (น่าจะเกือบ10กว่าปีแล้วล่ะ) จนมาถึงยุครุ่งเรืองในปัจจุบัน ตอนนี้เลยได้ รับโอกาสดี ได้มาร่วมทีมกับ blue blood mag ในตำ�แหน่งขีดๆเขียนๆคอลัมม์ของทีมรัก และ ได้ทำ�อย่างที่ฝันแต่เด็กอีกด้วย ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ อิอิ Facebook : www.facebook.com/suptarmolliez.love

ตำ�แหน่ง : เจ้าของเว็บไซต์เชลซีแอดดิคจอมวิเคราะห์

Chelsea Addict

ชื่อ : ธนพงศ์ ศุภนารา “ณ ปัจจุบันเป็นแอดมินของเว็บไซต์ Chelsea-addict ซึ่งมีข่าวสารและสกู๊ปของ เชล ซี มากมายให้แฟนบอลได้ติดตามชมกัน โดยจะมีข่าวที่แปลให้แฟนบอลได้อ่านกัน นอกเหนือ จากนี้ก็มีการวิเคราะห์การทำ�ประตูในรูปแบบต่างๆ ของ เชลซี ด้วยเช่นกัน” Facebook : www.facebook.com/mungkorn.chelseaaddict

ตำ�แหน่ง : คอลัมนิสต์ที่มีทักษะติดตัวระดับเยี่ยม

สวัสดีแฟนๆ บลูบลัด แมกกาซีน ทุกคนครับ ผมชื่อ แบงค์ ธนภัทร ชัยประสิทธิกุล เจ้าของ นามปากกา Bank Terry ซึ่งก่อนหน้านี้ใช้ว่า Marykabin แต่เปลี่ยนเพราะไปทับกับชื่อโรงเรียน ครับ (ฮา) เรียนอยู่ชั้น มัธยม6 ใกล้จะไปสู่รั้วมหาวิทยาลัยแล้ว สิ่งที่อยากจะเป็นแน่นอนก็คือ นักเขียน เริ่มเขียนเพราะเห็นพี่โบ้ทเขียน(บ.ก.นั่นเอง) ผมเลยลองเขียนแล้วให้พี่โบ้ทลองอ่านพี่ ก็ช่วยสอนอะไรหลายๆอย่าง จนถึงวันนี้ผมกับพี่ได้ทำ�งานร่วมกัน ผมสัญญาว่าจะทำ�ให้เต็มที่ เพื่อแฟน เชลซี ทุกคนครับ Facebook : www.facebook.com/bank.terry.1 BLUE BLOOD MAGAZINE 63


ทุกการติดตาม ทุกอย่างจากใจ

Blue Blood Magazine www.facebook.com/BlueBloodMagazine

Blue Blood Magazine Issue III  

Blue Blood Magazine Issue III