Issuu on Google+


1. นายณรงค์ พรหมชนะ รหัสนักศึกษา 544148015 2. นางสาวญาณี อุทกิจ ,, 544148103 3. นางสาวเพชรมณี โภคาพานิช ,, 544148123 4. นางสาวเพ็ญนภา ทนทาน ,, 544148124


แหล่งข้อมูลการสื บค้นบนเครื อข่ายอินเทอร์เน็ต การสื บค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต คำาแนะนำาการใช้ Google ไปรษณี ยอ์ ิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) กระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส์ (Web forum) ห้องสมุด แหล่งข้อมูลความรู้ Digital Library ห้องสมุดบนเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ แหล่งข้อมูลของประเทศไทยบนเครื อข่ายคอมพิวเตอร์


1.1 อินทราเน็ต (Intrsnet) อินทราเน็ต(Intranet) คือ ระบบเครื อข่ายภาย ในองค์กร เป็ นบริ การ และการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ เหมือนกันอินเทอร์เน็ต แต่จะเปิ ดให้ใช้เฉพาะสมาชิกในองค์กร เท่านั้น เช่น อินทราเน็ตของธนาคารแต่ละแห่ง หรื อระบบเครื อข่าย มหาดไทย ที่เชื่อมศาลากลางทัว่ ประเทศ เป็ นต้น เป็ นการสร้างระบบบริ การ ข้อมูลข่าวสาร ซึ่งเปิ ดบริ การคล้ายกับอินเทอร์เน็ตเกือบทุกอย่าง แต่ยอมให้ เข้าถึงได้เฉพาะคนในองค์กรเท่านั้น


1.2 เอกซ์ ทราเน็ต (Extranet) คือระบบเครื อข่ายซึ่งเชื่อมต่อภายในองค์กร (Intranet) เข้ากับ ระบบที่อยูภ่ ายนอกองค์กรโดยการเชื่อมโยงอาเป็ นได้ท้ งั การเชื่อมต่อ โดยตรง (Direct Link) ระหว่าง 2 จุด หรื อการเชื่อมต่อแบบ เครื อข่าย เสมือน (Virtual Network) ระหว่างระบบเครื อข่าย Intranet จำานวนหลายๆ เครื อข่ายผ่านอินเทอร์เน็ตได้ ระบบเครื อข่ายแบบเอ็กซ์ทราเน็ต โดยปกติแล้วจะอนุมตั ิให้ใช้งาน เฉพาะสมาชิกขององค์กรหรื อผูท้ ี่ได้รับสิ ทธิในการใช้งานเท่านั้น โดยผูใ้ ช้ จากภายนอกที่เชื่อมเข้ามาผ่านเครื อข่ายเอ็กซ์ทราเน็ตอาจจะถูกแบ่งเป็ น ประเภทๆ เช่น ผูด้ ูแลระบบ สมาชิก คู่คา้ หรื อผูท้ ี่สนใจทัว่ ไป เป็ นต้น


ตัวอย่าง ระบบเครื อข่ายแบบเอ็กซ์ทราเน็ต


1.3 อินเทอร์ เน็ต (Internet)

อินเทอร์เน็ต ( Internet ) คือ เครื อข่ายของคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยง เครื อข่ายคอมพิวเตอร์ทวั่ โลกเข้าด้วยกัน โดยอาศัยเครื อข่ายโทรคมนาคม เป็ นตัวเชื่อมเครื อข่าย ภายใต้มาตรฐานการเชื่อมโยงด้วยโปรโตคอล เดียวกันคือ TCP/IP (Transmission Control Protocol / Internet Protocol) เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทุกเครื่ องในอินเทอร์เน็ตสามารถสื่ อสารระหว่างกัน ได้ นับว่าเป็ นเครื อข่ายที่กว้างขวางที่สุดในปัจจุบนั เนื่องจากมีผนู ้ ิยมใช้ โปรโตคอลอินเทอร์เน็ตจากทัว่ โลกมากที่สุด


1.4 รู ปแบบของข้ อมูลในเครือข่ ายของคอมพิวเตอร์ ประเภท ต่ างๆ

เครื อข่ายคอมพิวเตอร์ท้ งั 3 ประเภทที่ได้กล่าวมาแล้ว เป็ นเครื อ ข่ายที่จดั ตั้งขึ้นโดยมีวตั ถุประสงค์ต่างกัน ดังนั้น รู ปแบบของการนำา เสนอของข้อมูลและการเปลี่ยนแปลงข้อมูลจึงอาจแตกต่างกันได้ โดย เฉพาะอย่างยิง่ ในกรณี ของอินทราเน็ตและเอกซ์ทราเน็ต ซึ่งผูใ้ ช้บริ การ เป็ นสมาชิกในวงปิ ดอาจใช้รูปแบบและวิธีการของตัวเอง แต่ในกรณี เป็ น เครื อข่ายสาธารณะจะต้องใช้รูปแบบและวิธีการเปลี่ยนข้อมูลที่แพร่ หลาย มากจนกลายเป็ นมาตรฐานไปแล้ว คือรู ปของ WWW ซึ่งมีอิทธิพลสู ง มาก ทำาให้เครื อข่ายเกือบทุกประเภทเปลี่ยนมาใช้ตามเป็ นส่ วนใหญ่ เนื่องจากผูใ้ ช้มีความคุน้ เคยเป็ นอย่างดีแล้ว


แหล่งข้อมูลสารสนเทศ บนอินเทอร์เน็ตเป็ นแหล่งข้อมูลทาง อิเล็กทรอนิกส์ที่สาำ คัญ และใหญ่ ที่สุดมีการเปลี่ยนแปลงอยูต่ ลอดเวลา แทบทุกวินาที ดังนั้นในการสื บ ค้นข้อมูลสารสนเทศบนอินเทอร์เน็ต ควรดำาเนินการดังนี้


1. กำาหนดวัตถุประสงค์การสื บค้น

ผูส้ ื บค้นหรื อผูว้ ิจยั ที่จะนำาข้อมูลสารสนเทศไปใช้ ควรตั้ง วัตถุประสงค์การสื บค้นที่ชดั เจน ทำาให้สามารถกำาหนดขอบเขตของแหล่ง ข้อมูลสารสนเทศที่จะสื บค้นให้แคบลง กำาหนดประเภทของเครื่ องมือ หรื อโปรแกรมสำาหรับการสื บค้นทางอินเทอร์เน็ต ที่เรี ยกว่า Search Engineให้เหมาะสม กำาหนดช่วงเวลาที่ขอ้ มูลสารสนเทศถูกสร้างขึ้น เช่น ช่วงปี ที่ตีพิมพ์ของวารสารอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้เพื่อให้ผลการสื บค้นมี ปริ มาณไม่มากเกินไป มีความตรง (Validity) ตามวัตถุประสงค์ และมี ความน่าเชื่อถือ (Reliability) มากที่สุดอีกทั้งยังสามารถสื บค้นได้ผลใน เวลาอันรวดเร็ ว


2. ประเภทของข้ อมูลสารสนเทศทีส่ ามารถสื บค้ นได้

ข้อมูลสารสนเทศที่อยูบ่ นอินเทอร์เน็ตมีมากมายหลายประเภท มี ลักษณะเป็ นมัลติมีเดีย คือมีท้ งั ที่เป็ นข้อความ(Text) ภาพ วาด (Painting) ภาพเขียนหรื อภาพลายเส้น (Drawing) ภาพไดอะแกรม (Diagram) ภาพถ่าย (Photograph) เสี ยง(Sound) เสี ยงสังเคราะห์ เช่น เสี ยง ดนตรี (Midi) ภาพยนตร์ (Movie) ภาพเคลื่อนไหวอะนิเม ชัน (Animation) จากเทคโนโลยีการสื บค้นที่มีอยูใ่ นปั จจุบนั การสื บค้นที่ เร็ วที่สุด มีประสิ ทธิภาพที่สุด และแพร่ หลายที่สุด คือ การสื บค้นข้อมูล สารสนเทศประเภทข้อความ สำาหรับ


การสื บค้นข้อมูลที่เป็ นภาพ (Pattern Recognition) และเสี ยง ยังมีขอ้ จำากัดอยูม่ าก ใช้เวลานาน และยังไม่มีประสิ ทธิภาพ จึงยังไม่มีการ สื บค้นข้อมูลประเภทอื่นๆ นอกจากประเภทข้อความในการให้บริ การ การสื บค้นบนอินเทอร์เน็ต

3. การสื บค้ นต้ องอาศัยอุปกรณ์ และความรู้

ก่อนที่ผสู ้ ื บค้นจะสามารถสื บค้นข้อมูลสารสนเทศทาง อินเทอร์เน็ตได้ ต้องมีการจัดเตรี ยมอุปกรณ์ดงั ต่อไปนี้ คือ เครื่ อง คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อเข้าอินเทอร์เน็ตซึ่งอาจเป็ น Modem ในกรณี ที่ใช้คู่กบั สายโทรศัพท์ หรื อแผ่น LAN Card ในกรณี ที่ใช้คู่กบั ระบบ เครื อข่ายที่ได้รับการติดตั้งไว้แล้ว


4. บริการบนอินเทอร์ เน็ต

บริ การบนอินเทอร์เน็ตที่สามารถใช้ช่วยในการสื บค้นข้อมูล สารสนเทศมีมากมายหลายบริ การเช่น บริ การเครื อข่ายใยแมงมุมโลก หรื อ Word-Wide-Web(WWW)บริ การค้นหาข้อมูล Gopher บริ การ โปรแกรมค้นหาที่นิยมใช้กนั มาก เพราะมีความสามารถสูงนั้น มีอยู่ ตามเว็บไซต์ ต่อไปนี้ http://www.google.com http://www.altavista.com http://www.excite.com http://www.yahoo.com


3.1 การค้ นหาแบบง่ าย

ให้พิมพ์คาำ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่ งที่ตอ้ งการค้นหา เพียง 2-3 คำาลงไป แล้วกดแป้ น Enter หรื อคลิกที่ปุ่ม Go บนหน้าจอ Google ก็จะแสดงเว็บเพจที่คน้ พบ โปรแกรมค้นหาของ Google จะแสดงเฉพาะเว็บเพจที่มีคาำ ทุกคำาที่ ท่านได้พิมพ์ลงไปนั้น ถ้ายิง่ ใส่ จาำ นวนคำาลงไปมาก จำานวนเว็บเพจที่ ค้นพบจะยิง่ ลดจำานวนลง เพราะเป็ นการค้นหาที่มีเงื่อนไขมากขึ้น นัน่ เอง


3.2 ข้ อควรทราบเกีย่ วกับหลักการทำางานของ Google เพือ่ การ ค้นหาชั้นสู ง มีอยู่ 9 ข้ อดังนี้

1. อักษรภาษาอังกฤษตัวเล็กตัวใหญ่มีผลไม่ต่างกัน 2. คำาว่า and มีอยูแ่ ล้วโดยปริ ยาย เฉพาะ Google จะหาเฉพาะเว็บเพจ ที่มีคาำ ครบทุกคำา 3. คำาสามัญประเภท a, an, the, where, how จะถูกตัดทิ้งโดยอัตโนมัติ 4. การกำาหนดเงื่อนไขไม่ใช่คาำ บางคำาในการค้นหา โดยนำาหน้าคำานั้น ด้วยเครื่ องหมาย ( - ) 5. การกำาหนดให้ใช้คาำ ที่มีความหมายคล้ายกัน


6. การเลือกคำาหลักมีขอ้ แนะนำาดังต่อไปนี้ 1). ลองใช่คาำ ตรงๆ ก่อน เช่น ถ้าท่านต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับ Picasso ก็ให้ใส่ คาำ ว่า Picasso ลงไป 2). แทนที่จะใช้คาำ ว่า Painters 3).ใช้คาำ ที่คิดว่าน่าจะมีอยูใ่ นเว็บไซต์ที่ตอ้ งการหา เช่น Jumbo Jet ในเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง กับเครื่ องบินโดยตรง เป็ นต้น 4). ทำาให้คาำ หลักมีความเจาะจงมากที่สุดที่จะเป็ นไปได้ เช่น Antiquelead soldier จะดีกว่า old metal toys 7. รู ปคำาต่างกันที่มาจากรากศัพท์เดียวกันจะได้รับพิจารณาโดยอัตโนมัติ เช่น diet กับ dietary


8. การค้นหาตามหมวดสาขา (Category) ในกรณี ที่คาำ หลักมีความหมาย ได้หลายอย่าง และท่านไม่แน่ใจจะทำาให้เจาะจงอย่างไร ให้เข���าไปที่ Directory ของ Google ซึ่งอยูท่ ี่ Directory แต่ถา้ ท่านต้องการข้อมูล เกี่ยวกับรถยนต์ยหี่ อ้ Saturn ท่านจะใช้คาำ หลักเดียวกันนี้คน้ ภายใต้ Automotive Category 9. Google มีหน้าเว็บพิเศษสำาหรับช่วยให้สามารถทำาการค้นหาชั้นสู งได้ ง่ายขึ้นโดยผูใ้ ช้ไม่ตอ้ งจดจำาวิธีการพิมพ์เงื่อนไขแต่ใช้วิธีเลือกพิมพ์ ข้อความลงไปในช่องที่เหมาะสมแทน ซึ่งสามารถค้นหาเป็ นภาษาไทย ได้


ภาพที่ 1 ผลการค้นหาด้วยโปรแกรมค้นหาของ Google.con


ไปรษณี ยอ์ ิเล็กทรอนิกส์หรื อ Electronic Mail หรื อที่เราเรี ยกกันอย่าง สั้น ๆ ว่า E-mail ซึ่งเป็ นการรับ-ส่ ง เอกสารอิเล็กทรอนิกส์โดยผ่านระบบ เครื อข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network) ไปยังผูร้ ับที่อาจ จะอยูท่ ี่ใดก็ได้ในโลก การใช้งานอีเมล์ ทำาให้เราสามารถติดต่อกับผูค้ นทัว่ โลก ได้ทนั ที


อีเมล์จากผู้ให้ บริการอินเทอร์ เน็ต (ISP)

คือ อีเมล์ที่มีแถมมาให้ควบคู่กบั การสมัครใช้บริ การอินเทอร์เน็ต ของบริ ษทั ผูใ้ ห้บริ การอินเทอร์เน็ต (ISP) ซึ่งเป็ นการให้บริ การกับลูกค้าที่ สมัครใช้บริ การ ซึ่งเป็ นการเพิ่มคุณค่าของสิ นค้าและเป็ นอีกช่องทางใน การที่จะโฆษณาการให้บริ การ และจัดส่ งข้อมูลข่าวสารไปถึงสมาชิกที่ สมัครใช้บริ การได้อย่างรวดเร็ ว ซึ่งเมื่อสมัครแล้วทางศูนย์จะให้อีเมล์ แอดเดรสกับสมาชิก เช่น ploy241@ksc.net ซึ่งก็คืออีเมล์ที่บริ ษทั ผูใ้ ห้ บริ การอินเทอร์เน็ต KSC แจกให้กบั สมาชิก เป็ นต้น


อีเมล์จากหน่ วยงาน

คือ อีเมล์ที่องค์กรออกให้เพื่อให้บุคลากรภายในองค์กรได้ใช้ ติดต่อสื่ อสารกับบุคคลอื่น ๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่ง บุคลากรในหน่วยงานนั้น ๆ จะได้รับอีเมล์แอดเดรสของตนเองจากการ สมัคหรื อกำาหนดให้จากผูด้ ูแลระบบ เช่น ploy221@kku.ac.th คือ อีเมล์ของบุคลากรที่ชื่อ พลอยซึ่งเป็ นสมาชิกในหน่วยงานมหาวิทยาลัย ขอนแก่น


อีเมล์ฟรีจากเว็บไซต์

คือ อีเมล์ที่มีเว็บไซต์เปิ ดให้บริ การรับ-ส่ งอีเมล์ หรื อทำาหน้าที่ เป็ นผูร้ ับฝาก-ส่ งจดหมายบนอินเทอร์เน็ตฟรี ซึ่งอีเมล์ฟรี เหล่านี้พบได้ จากเว็บไซต์ชื่อดังมากมายบนอินเทอร์เน็ต ส่ วนใหญ่จะอยูใ่ นรู ปแบบการ ให้บริ การเว็บไซต์คน้ หาข้อมูล บริ การให้พ้ืนที่ฟรี สาำ หรับการสร้าง เว็บไซต์ และให้บริ การอีเมล์ฟรี โดยตรง จุดประสงค์หลักเพื่อเรี ยกให้คน เข้ามาใช้บริ การในจำานวนมาก ๆ ซึ่งเมื่อคนเข้ามาชมและใช้บริ การมาก จะทำาให้เว็บไซต์น้ นั ๆ ได้รับค่าตอบแทนในรู ปแบบอื่น ๆ เช่น จากการ โฆษณาที่ลงโฆษณาผ่านเว็บนั้น ๆ ผูใ้ ห้บริ การฟรี อีเมล์ชื่อดังรายใหญ่ อาทิ เช่น yahoo.com, hotmail.com, aol.com เป็ นต้น


เป็ นการติดต่อสื่ อสารผ่านเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ที่คล้ายกับการเขียน ข้อความไว้บนกระดาน เพื่อให้กลุ่มคนที่ตอ้ งการจะสื่ อสารกันมาอ่านและ โต้ตอบกันได้ แต่กระดานในที่น้ ี เป็ นกระดานอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรากฏบนหน้า จอคอมพิวเตอร์ของผูใ้ ช้แต่ล่ะราย ปัจจุบนั นี้ เว็บไซต์บางแห่งจัดเป็ นเวที แสดงความคิดเห็นในเรื่ องต่างๆ แยกเป็ นแต่ล่ะกระดานสำาหรับแต่ล่ะเรื่ อง เช่น กรณี เว็บไซต์ www.pantip.com เป็ นต้น นอกจากนั้น เว็บไซต์บางแห่ ง อนุญาตให้มีการจักตั้ง “ชุมชน” สำาหรับกลุ่มคนที่มีความสนใจเรื่ องเดียวกัน ใช้สื่อสารกันด้วยจดหมาย เอกสาร รู ปภาพ ฯลฯ ท่านสามารถเข้าไปดู ตัวอย่างกิจกรรมประเภทนี้ ได้ที่ http://www.groups.msn.com/


นับตั้งแต่มีการพิมพ์หนังสื อเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 18 อารยธรรมของมนุษย์ มีการบันทึกเพื่อถ่ายทอดแก่อนุชนรุ่ นหลังอย่างเป็ น ระบบ การแต่งหนังสื อและการพิมพ์เผยแพร่ เป็ นจำานวนครั้งละมากๆ ทำาให้ การเรี ยนรู ้สามารถขยายขอบเขตออกไปอย่างรวดเร็ ว ยิง่ กว่านั้นหนังสื อยัง เป็ นสื่ อที่สามารถอนุรักษ์ความรู้ไว้ได้เป็ นเวลายาว นาน มากกว่าความ ยืนยาวของชีวิตมนุษย์หลายสิ บเท่า ห้องสมุดซึ่งเป็ นที่เก็บรักษาหนังสื อ จึง มีการจัดการที่เป็ นระบบ ทำาให้คน้ หาหนังสื อที่ตอ้ งการได้ง่าย จึงเป็ นแหล่ง ข้อมูลความรู ้ที่มีประสิ ทธิภาพสูงมาก


การค้นหาหนังสื อที่ ต้องการเริ่ มจาก การค้นหาบัตรรายกาก่อน โดยอาจค้น ตามชื่อหัวเรื่ องหรื อค้นตามชื่อผูแ้ ต่ง ก็ได้ แล้วอ่านดูสาระสังเขปว่าใกล้ เคียงกับสิ่ งที่ตอ้ งการหรื อไม่ หากเห็น ว่าใกล้เคียงก็จดหมู่เลขรหัส และ ภาพแสดง ตู้บัตรรายการและบัตรรายการ บริ เวณที่จดั เก็บไว้ เพื่อไปหาหนังสื อ หรื อ เอกสารนั้นบนชั้น ต่อไป


Digital Library (ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์) หมายถึง การจัดเก็บ สารสนเทศในรู ปของสื่ ออิเล็กทรอนิกส์ แทนที่จะจัดเก็บในรู ปของสื่ อพิมพ์ ขณะนี้ได้เริ่ มมีการใช้วิธีการเช่นนี้แล้ว แต่คงต้องรออีกนานทีเดียวกว่าที่หอ้ ง สมุดอิเล็กทรอนิกส์จะสามารถแทนที่หอ้ ง สมุดแบบดั้งเดิม หรื อ แม้แต่เพียง จะสามารถมีบทบาทเทียบเคียง กับห้องสมุดแบบดั้งเดิม


ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ต่างกับห้องธรรมดาตรงที่หอ้ งสมุด อิเล็กทรอนิกส์ ไม่จาำ เป็ นต้องมีอาคาร สถานที่ เพียงแต่มี คอมพิวเตอร์แม่ ข่าย (Sever) สำาหรับเก็บข้อมูล มีเครื อข่าย(Network) ต่อเชื่อมไปยัง เครื่ องคอมพิวเตอร์ลกู ข่าย (Clients) ที่ให้บริ การ ซึ่ งอาจกระจาย อยูต่ ราที่ต่างๆ ก็ได้ เครื อข่ายนั้นจะเป็ นเครื อข่ายส่ วนตัว ( Private Network หรื อ Intranet) ที่ใช้ภายในองค์กรก็ได้ หรื อจะ เป็ นเครื อข่ายสาธารณะ เช่น อินเทอร์เน็ต


ในต่างประเทศส่ วนใหญ่ ห้องสมุดสาธารณะเป็ นสิ่ งที่พบเห็น ได้ทวั่ ไป ทุกท้องที่ระดับอำาเภอซึ่ งมีประชากรตั้งแต่ 10,000 คนขั้นไป จะมีหอ้ งสมุดสาธารณะขององค์การปกครอง ท้องถิ่น แต่ใน ประเทศไทยห้องสมุดเช่นนี้จะมีตามเมืองใหญ่ๆ ที่มีเทศบาลเมืองเป็ น ผูร้ ับผิดชอบเท่านั้น การใช้หอ้ งสมุดอิเล็กทรอนิกส์แทนห้องสมุด ธรรมดา จึงเป็ นวิธีการหนึ่งที่จะทำาให้เราสามารถกระจายบริ การห้อง สมุดสาธารณะออกไป ให้ทวั่ ถึงทุกอำาเภอได้โดยลงทุนไม่มากนัก เป็ นการส่ งเสริ มการเรี ยนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนได้เป็ นอย่างดี


เครื อข่ายอินเทอร์เน็ต เป็ นเครื อข่ายที่มีคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ที่ติดตั้ง อยูท่ วั่ โลกเชื่อมโยงกันจำานวนมาก เครื่ องแม่ข่ายแต่ละเครื่ องมีขอ้ มูลข่าวสาร บางอย่างบางประเภทบรรจุอยู่ เช่น ถ้าเป็ นเครื่ องแม่ข่ายของบริ ษทั ผลิต รถยนต์ ก็จะมีขอ้ มูลเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นต่างๆ ของบริ ษทั นั้นข้อมูลเกี่ยวกับ การรับบริ การต่างๆ จากบริ ษทั และอาจมีขอ้ มูลประเภทความรู ้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ประวัติความเป็ นมาและพัฒนาการของยานยนต์ เทคโนโลยีใหม่ๆ เกี่ยว กับยานยนต์ มลพิษจากไอเสี ยของรถยนต์และวิธีบาำ บัดป้ องกัน วิธีการขับ รถยนต์อย่างมีประสิ ทธิภาพ เป็ นต้น


ที่กล่าวถึงเว็บไซต์ประเภทนี้ เป็ นประเภทแรก เพราะเป็ นประเภทที่ มีประโยชน์มาก เวลาที่เราไม่แน่ใจว่า จะหาข้อมูลประเภทที่ตอ้ งการได้จาก แหล่งใด หากเราเข้าไปที่เว็บไซต์ ประเภทนี้ จะพบว่าในเว็บไซต์ได้ทาำ จุด เชื่อโยงไปยังเว็บไซต์อื่น


โดยจัดแบ่งเป็ นประเภทไว้ ทำาให้เราสามารถหาแหล่งข้อมูลที่ ต้องการได้ง่ายขึ้น คล้ายกับการค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ในสมุด โทรศัพท์หน้าเหลืองนัน่ เอง เว็บไซต์ชุมทางที่สาำ คัญในประเทศไทย คือ http://www.nectec.or.th ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และ คอมพิวเตอร์แห่งชาติ ซึ่ ง เป็ นเว็บไซต์แห่งแรกของประเทศไทย และเป็ นตัวอย่างที่ดีขอ���การจัด ทำาเว็บไซต์ แม้วา่ ในปัจจุบนั นี้ เว็บไซต์แห่งนี้จะมีขอ้ มูลมากเกินไป และการจัดระบบข้อมูลเริ่ มจะไม่รองรับปริ มาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่าง รวด เร็ ว ทำาให้การค้นหายากขึ้น อย่างไรก็ตาม เราก็ยงั ถือได้วา่ เว็บไซต์แห่งนี้เป็ นเว็บไซต์ชุมทางสำาหรับข้อมูลที่เกี่ยวกับ ประเทศไทยที่ดี


เว็บไซต์การศึกษาในประเทศไทย มีจาำ นวนมากทั้งของสถานบัน อุดมศึกษา และของโรงเรี ยนต่างๆ เว็บไซต์ที่อาจถือได้วา่ เป็ นเว็บไซต์ชุม ทางประเภทการศึกษา ได้แก่ 1. เว็บไซต์ โครงการ SchoolInet @ 1509 (http://www.school.net.th) เป็ นเว็บไซต์ชุมทางสำาหรับเว็บไซต์ต่างๆ ที่เป็ นสมาชิกโครงการ ำ าอุดมศึกษา SchoolINet และที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาระดับต่ากว่


2. เว็บไซต์ LearnOnline (http://www.learn.in.th) ของสถาบัน บัณฑิตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย (Thailand Graduate I nstitute of Science and Technology TGIST) เป็ นเว็บไซต์สาำ หรับ การเรี ยนรู ้ดว้ ยตนเอง ผ่านเครื อข่ายอินเทอร์เน็ต เน้นสาขา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในทุกระดับการศึกษา และมีทาำ เนียบ เชื่อมโยงไปสู่ เว็บไซต์อื่น ที่ให้บริ การในลักษณะเดียวกัน


เว็บไซต์ ประเภทของการศึกษา


เว็บไซต์วฒั นธรรมไทย http://www.culture.go.th ของ สำานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ จัดว่าเป็ นเว็บไซต์หลักใน เว็บไซต์ประเภทนี้ นอกจากนี้ ข้อมูล ด้านศิลปวัฒนธรรม มักจะมี ปรากฏอยูบ่ า้ งตามเว็บไซต์ของสถานบันอุดมศึกษาต่างๆ และของภาค เอกชนที่เกี่ยวกับธุรกิจการท่องเที่ยว


เว็บไซต์ ประเภทศิลปวัฒนธรรม


เว็บไซต์ประเภทนี้ กาำ ลังเพิ่มจำานวนขึ้นอย่างรวดเร็ ว เว็บไซต์ชุม ทางของประเภทนี้ ได้แก่ http://www.thaitambon.com ซึ่งเป็ นที่รวบรวม เว็บไซต์ของตำาบลต่างๆ ทัว่ ประเทศไทย เพื่อสนับสนุนโครงการหนึ่ง ตำาบลหนึ่งผลิตภัณฑ์นอกจากนี้ จงั หวัดใหญ่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิง่ จังหวัดที่ เป็ นแหล่งท่องเที่ยวก็มกั จะมีเว็บไซต์ของ จังหวัด และสถานบันการศึกษา ทั้งระดับอุดมศึกษาและระดับโรงเรี ยน ก็มกั จะบรรจุขอ้ มูลเกี่ยวกับท้องถิ่น ไว้ในเว็บไซต์ของสถานบันด้วย


เว็บไซต์ ประเภทท้ องถิน่


เว็บไซต์ของ สำานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่ง ชาติ หรื อ สวทช. (http://www.nstda.or.th) เป็ นเว็บไซต์หลักสำาหรับ สารสนเทศ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีการเชื่อมโยง ไปยัง เว็บไซต์ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น เว็บไซต์ของศูนย์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ทั้งสาม ได้แก่ http://www.nectec.or.th http://www.mtec.or.th http://www.biotec.or.th และ เว็บไซต์ของหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


เว็บไซต์ ประเภทวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี


พาณิ ชย์ อิเล็กทรอนิกส์ (e - Commerce) หมายถึง การทำากิจกรรม ที่เกี่ยวกับการค้าขายผ่านสื่ ออิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอย่างยิง่ ผ่านเครื อข่าย อินเทอร์เน็ต ขณะนี้ การพาณิ ชย์อิเล็กทรอนิกส์กาำ ลังขยายตัวอย่างรวดเร็ ว ทัว่ โลก ทั้งการค้าปลีกหรื อค้าส่ ง การซื้ อขายสิ นค้าหรื อบริ การ ในยุคโลกา ภิวตั น์น้ ี ทำาให้ประเทศไทยสามารถค้าขาขายกับต่างประเทศได้ถึงในระดับ ผูค้ า้ ปลีก ทั้งนี้เราต้องพยายามเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันทางการ ค้าด้วยพาณิ ชย์อิเล็กทรอนิกส์ จึงเป็ นอีกเรื่ องหนึ่งที่คนไทยจะต้องเรี ยนให้รู้ และทำาให้เป็ น เว็บไซต์ http://www.ecommerce.or.th ของศูนย์พฒั นา พาณิ ชย์อิเล็กทรอนิกส์ นับว่าเป็ นเว็บไซต์ทางการที่มีหน้าที่เผยแพร่ ความรู ้ เกี่ยวกับพาณิ ชย์ อิเล็กทรอนิกส์


ภาพแสดง เว็บไซต์ เกีย่ วกับ e - Commerce



powerpont