Issuu on Google+

สนร.เกาสง จุลสาร ฉบั บ เดื อ น มกร าคม - มี น าคม 2 5 5 6

ข า วสารแทนความห ว งใย ถึ ง พี่ น อ งแรงงานไทยทุ ก คน

ผอ.สนร. สวัสดี เชื่อว่าทุกคนที่เดินทางมาทํางานในไต้หวัน ล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือการหา รายได้เพื่อครอบครัว โดยยอมจ่ายเงินลงทุนเพื่อให้ได้งาน ยอมอยู่ห่างไกลจากบ้านเกิด บ ร ร ณา ธิ ก า ร . . . เมืองนอน ยอมอดทนทํางานไม่ต่ํากว่าวันละ 8-12 ชม. ฯลฯ เมื่อยอมลงทุนและลงแรง ขนาดนี้แล้ว จึงควรรักษาสิทธิอันพึงมีพึงได้จากการทํางานให้เป็นไปตามสัญญาจ้างและ กฎหมายมาตรฐานแรงงานที่ ร ะบุ ไว้ เนื้ อ หาของจุ ล สารฉบั บ นี้ จึ งนํ าเรื่ องดั งกล่ าวมา น.ส.ขวัญตา มังกรรัตน อธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น หากสงสัยเมื่อไร สามารถหยิบมาดูมาเทียบเคียงกับสิ่งที่ได้รับ ผอ. ผอ.สนร. สนร.เกาสง การปฏิบัติจากนายจ้าง หรือจากล่ามได้ทันที แถมด้วยวิธีการเก็บออมเงินสําหรับอนาคต โทร. โทร. 0909-333 33304322 พร้อมกันนี้ ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ของไทยที่จะมาถึงในวันที่ 13 เมษายน 2556 น.ส.พินยุดา แจมจันทรศรี สนร.เกาสง ขออวยพรให้แรงงานไทยและครอบครัว ประสบความสําเร็จ มีความสุข รอง ผอ. ผอ.สนร. สนร.เกาสง ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ในชีวิต สุขภาพกาย สุขภาพใจสมบูรณ์แข็งแรง... โทร. โทร. 0909-32742432 นางสายสวาท แซจู ลาม สนร. สนร.เกาสง โทร. โทร. 0909-29635721

“มีปญหาขอสงสัยใน สัญญาจาง การจายคาจาง / โอที วันหยุดงาน ประสบปญ หา ฯลฯ ติดตอ สํานักงานแรงงานไทย เมืองเกาสง ” ติดตอ สนร.เกาสง ชั้น 14 อาคารฉางกู่ซื่อเม่าต๋าโหลว (อาคาร Grand 50) หมินจู่อีลู่ ซันหมินซี เมืองเกาสง โทร.07-3927620,3958745, 3926614 โทรสาร. 07-3925914 เว็บไซต์ http://kaohsiung.mol.go.th


สนร. สนร..เกาสง เกาสง จุลสาร สาร

2

เลิกจายคาหัวแพง...กันเถอะ

เมื่อลงทุนมาทํางานไกลบ้าน นอกจากได้เงินแล้ว ควรเก็บเกี่ยวสิ่งอื่น ๆ ติดตัว ไปด้วย เช่น ภาษาจีน เทคนิควิธีการทํางาน มิตรภาพที่ดี ฯลฯ

จากสถิติการเดินทางมาทํางานในไต้หวันของแรงงานไทย ส่วนใหญ่ นิยมใช้บริการของบริษัทจัดหางานมากกว่าใช้บริการของกระทรวงแรงงาน โดย ยินยอมจ่ายเงินตามจํานวนที่บริษัทจัดหางานเรียกเก็บพร้อมภาพฝันว่า เมื่อมา ทํางานจะได้รับค่าจ้างเป็นกอบเป็นกํา มีเงินเก็บส่งกลับบ้าน ซึ่งมีหลายรายที่ ฝันนั้นเป็นจริง และมีอีกจํานวนไม่น้อยที่ทนกัดฟันทํางานใช้หนี้ที่กู้ยืมมาเป็น ค่าหัวคิวในราคาเหยียบแสนบาท มาดูกันว่าค่าหัว(ค่าบริการจัดหางาน) ที่ บริษัทจัดหางานเรียกเก็บได้ตามกฎหมายกําหนด คือ - ระยะเวลาการจ้าง 2 ปีขึ้นไป บจง.จะเรียกเก็บค่าบริการและ ค่าใช้จ่ายตามที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 4 เท่าของอัตราค่าจ้างขั้นต่ํา ปัจจุบัน อัตราค่าจ้างขั้นต่ํา = 18,780 X 4 เท่า = ประมาณ 75,000 บาท - ระยะเวลาการจ้างงานน้อยกว่า 2 ปี บจง.จะเรียกเก็บค่าบริการ และค่าใช้จ่ายตามที่จ่ายจริง แต่ต้องลดลงตามสัดส่วนและไม่เกิน 3 เท่าครึ่ง ของอัตราค่าจ้างขั้นต่ํา ปัจจุบัน อัตราค่าจ้างขั้นต่ํา = 18,780 X 3.5 เท่า = ประมาณ 65,000 บาท หรือน้อยกว่านั้น ดังนั้ น อั ตราค่ าหั ว ไม่ ว่ าจะจ่ายเงิ น สด หรื อผ่ อนชํ าระเป็ น รายเดื อน จะต้องไม่เกินตามเงื่อนไขนี้ การโฆษณาชวนเชื่อโดยกล่าวอ้างว่า โรงงานที่จะมาทํางาน มี OT ให้ทําทุก เดือน รายได้ดี สวัสดิการดี มีเงินพิเศษ เพื่อเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มขึ้นนั้น ไม่ควรเชื่ออย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ หากจะมาทํ า งานกั บ นายจ้ างรายเดิ ม ในรอบต่ อ ไป..ควรคุ ย กั บ นายจ้างให้ต่อรองราคาค่าบริการให้ลดลงกว่าเพดานที่กําหนด เพราะเมื่อมาถึง ทํางานได้ ทันที นายจ้างไม่ต้องสอนงานอีกแล้ว และนายจ้างอีกจํ านวนมาก ต้องการแรงงานไทย...

เมื่อจ่ายเงินค่าบริการเดินทางและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้แก่บริษัทจัดหางานต้องขอใบเสร็จรับเงินทุกรายการ และทุกครั้ง และเก็บไว้เป็นหลักฐาน


สนร. สนร..เกาสง เกาสง จุลสาร

3

จ่ายภาษี ….คืนภาษี หลายคนที่มาทํางานไต้หวัน ยังมีความเข้าใจไม่กระจ่างเกี่ยวกับการจ่ายภาษีและเงินคืนภาษี มาทําความเข้าใจ กันอีกสักครั้งนะคะ ศัพท์ที่ควรเข้าใจ ปีภาษี หมายถึง ตั้งแต่ เดือนมกราคม – ธันวาคม ครบ 183 วัน หมายถึง ระยะเวลาที่อยู่ในไต้หวันตั้งแต่ 1 มกราคม - 1 กรกฎาคม และตั้งแต่ 2 กรกฎาคม - 31 ธันวาคม รัฐบาลไต้หวัน กําหนดจัดเก็บภาษีของแรงงานต่างชาติ ตามเงื่อนไขที่เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้ กรณีแรก ทํางานในไต้หวันครบปีภาษี 1. มีรายได้รวมทั้งปีน้อยกว่า 262,000 เหรียญไต้หวัน ไม่เสียภาษี ตัวอย่าง - รายได้ทั้งปีภาษี เป็นเงิน 225,360 เหรียญไต้หวัน  ไม่เสียภาษี 2. มีรายได้รวมเกินกว่า 262,000 เหรียญไต้หวัน จํานวนเงินที่เกิน จะต้องจ่ายภาษีร้อยละ 6 ตัวอย่าง - รายได้ทั้งปีภาษี เป็นเงิน 280,000 เหรียญไต้หวัน  ต้องจ่ายภาษี สูตร รายได้ทั้งปี - ค่าลดหย่อน = เงินคํานวนภาษี X อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องจ่าย 280,000 - 262,000 = 18,000 X 6% = 1,080 เหรียญไต้หวัน กรณีที่สอง ทํางานไม่ครบ 183 วันในปีภาษี 1. มีรายได้รวมน้อยกว่า 28,170 เหรียญไต้หวัน/เดือน ต้องจ่ายภาษีร้อยละ 6 2. มีรายได้รวมเกินกว่า 28,170 เหรียญไต้หวัน/เดือน ต้องจ่ายภาษีร้อยละ 18 มีภรรยา-บุตรอายุไม่เกิน 20 ปี และพ่อแม่ที่แก่เฒ่า (60-69 ปี) ลดหย่อนได้อีกคนละ 82,000 เหรียญไต้หวัน ต่อปี นําเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร แปลให้หน่วยงานในประเทศไทยและไต้หวันรับรองเท่านั้นเอง (สอบถามรายละเอียดที่ สนร.เกาสง เพิ่มเติมได้) ดังนั้น ควรเก็บใบสลิปเงินเดือนไว้ตรวจสอบ หากนายจ้างหักภาษีไว้เป็นรายเดือน จะทบทวนคํานวณได้ว่า มีเงินภาษีคืนหรือไม่ เป็นเงินเท่าไร …………..เป็นวิชาเลขคณิต คิดแล้วเป็นประโยชน์กับตัวเอง..........

อีกเรื่องที่ สนร.เกาสง ได้รับโทรศัพท์สอบถามอยู่ไม่เคยขาดคือ ถูกหักค่าตั๋วเครื่องบินขากลับหลังทํางานครบกําหนดตามสัญญาจ้าง โดยตามเอกสารสัญญาจ้างระบุไว้ชัดเจนว่า "นายจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าตั๋วเครื่องบินเที่ยวไปและกลับ" ดังนั้น เมื่อทํางานจนครบสัญญาจ้าง จะต้องไม่ถูกหักค่าใช้จ่ายเป็นค่าตั๋วเครื่องบิน หากไม่เป็นไปตามนี้ ขอให้โทรศัพท์มาแจ้ง สนร.เกาสง เพื่อเจรจา .......ค่าตั๋วเครื่องบินเที่ยวกลับ......เป็นอีกเรื่องที่พึงรักษาสิทธิเอาไว้


สนร. สนร..เกาสง เกาสง จุลสาร สาร

4

เคล็ดลับ...เก็บเงินเพื่ออนาคต รายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือน จัดแบ่งสรรปันส่วน กันอย่างไรให้มีเงินเก็บสํารองเพื่ออนาคต ใช้สูตร " รายได้ – ค่าใช้จ่าย = เงินเก็บ " กันอยู่หรือเปล่า ? ลองมากลับสูตรการเก็บเงินกันใหม่ แบบนี้ดีกว่า " รายได้ – เงินเก็บ = ค่าใช้จ่าย " เช่น รายได้สุทธิต่อเดือน 30,000 เหรียญไต้หวัน หักเงินเก็บ 5,000 เหรียญไต้หวัน คงเหลือ 25,000 เหรียญไต้หวัน เงิ น คงเหลื อ ส่ ว นนี้ แบ่ ง ออกเป็ น ค่ า ใช้ จ่ า ยต่ า ง ๆ เช่ น ส่งกลับบ้าน ชําระหนี้สิน ใช้จ่ายส่วนตัว ทําบุญ ฯลฯ เมื่ อใช้ สู ตรนี้ มาดู กัน ว่ า ระยะเวลา 3 ปี หรื อ 36 เดือนที่ทํางานอยู่ในไต้หวันจะมีเงินเหลือเก็บเท่าไร = 5,000 X 36 = 180,000 เหรียญไต้หวัน คราวนี้ อยากมีเงินเก็บมากเท่าไร ก็เพิ่ มจํานวนขึ้นตามที่ ต้องการ มองเห็นอนาคตชัดเจน นอกจากนี้ ยั ง มี คํ า สอนของพระพุ ท ธเจ้ า เรื่ อ งธรรมะ สําหรับฆราวาสผู้ครองเรือนว่า ต้องแบ่งเงินที่หาได้มาแยก เป็น 4 ส่วนคือ เงินใช้หนี้ : มีหนี้ก็ใช้หนี้ก่อน ถ้าไม่มีหนี้ ให้ใช้หนี้บุพการี และผู้มีพระคุณ บํารุงพ่อแม่ให้ท่านส���ขสบาย เงินใช้จ่ายในครอบครัว : ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง รวมทั้ง เลี้ยงดู บริวารลูกน้อง เงินออม : หมายถึงเงินออมที่ไม่ใช่บัญชีออมทรัพย์ ต้องไม่มี บัตร ATM ไม่เบิกเด็ดขาด ถ้าไม่ใช่ภาวะฉุกเฉิน เงินลงทุน : เป็นเงินเพื่ออนาคต ที่ต้องเอาเงินมาลงทุนต่อ เป็นเงินใหม่ ซึ่งให้นับรวมถึงเงินทําบุญด้วย เพราะบุญคือ การลงทุนเพื่ออนาคตเช่นกัน

แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าต้องแบ่งเงินเป็น 4 ส่ว น เท่ า ๆ กั น ความจริ ง คื อ ให้ แบ่ ง สี่ ส่ ว นไม่ จํ า เป็ น ต้ อ ง เท่ากัน แบ่งตามความเหมาะสม แต่ยังไงก็ต้องแบ่ง บางคนคงกําลังคิดแย้งว่า "ฉันจะมีเงินเก็บได้ไง แค่ใช้จ่ายกะใช้หนี้ ยังชักหน้าไม่ถึงหลัง" พอมีมิจฉาทิฐิ แบบนี้ เลยไม่ มีความเพียรในการเก็บ สุดท้ายก็ไม่มีเงิ น เก็บไว้เป็นทุนประกันเพื่ออนาคต ลองใช้วิธีการนี้เป็นตัวอย่าง.....

นายจะรวยแน่นอน ยังมีหนี้สินมาก แบ่งเงิน 4 ส่วน - เงินใช้หนี้ 50% - ค่าใช้จ่าย 45% - เงินออม 3% - ยังไงก็ต้องมีลงทุน 1-2% เริ่มจากการ ลงทุนน้อย ๆ เช่นสลากออมสิน 50 บาท ต่อเดือน ให้ ขอทาน 10 บาทต่อเดือน ใส่บาตร 1 ครั้งต่อเดือน เพื่อ สร้ างนิ สั ย ถ้ าไม่ เริ่ มจากบาทแรก ก็ จ ะไม่มี 10 บาทใน เดือนที่สอง จะไม่มีร้อยบาทในเดือนที่สามที่จะตามมา..... เมื่อบริหารแบบนี้แล้ว ต่อๆ ไป การเงินของเราจะเริ่ม มี ร ะบบ อั ต ราส่ ว นจะเปลี่ ย นไปเรื่ อ ยๆ ตั ว เลขจะ เปลี่ยนเป็นใช้หนี้ 10% รายจ่าย 10% เงินออม 40% เงิน ลงทุน 40% และเมื่อเริ่มมีเงินแล้ว ก็อาจเปลี่ยนเป็นใช้ หนี้ 1% รายจ่ า ย 5% เงิ น ออม 34% เงิ น ลงทุ น 60% อย่างนี้เป็นต้น เชื่อหรือไม่ว่า ..เศรษฐีส่วนใหญ่ยังมีหนี้ และบริหาร การเงินแบบนี้ ลองนําไปใช้กันเลย...เริ่มจากเดือนที่ได้ อ่านบทความนี้เป็นต้นไป อางอิงจาก http://jo.klongjan.com


KH-newsletter-Feb-2013