Page 1

ปีที่ 10 ฉบับที่ 94 ทั ประจำ น ส�เดืถอานกุนมภาพั ก านรธ์ 2555 ณ์

ติ ด ต า ม ข่ า ว ส า ร ไ ด้ ที่

w w w . t h a i s a e r e e .หน้ c oาm1

ปีที่ 10 ฉบับที่ 94 ประจำ�เดือนกุมภาพันธ์ 2555 ราคา 10 บาท

ขอนแก่ น ระดมสมอง อ้ อ นของบครม.สั ญ จร ผลักดันเป็นเมืองมหานคร นั ก ธุ ร กิ จ เ ชื่ อ มั่ น เลื อ กลงทุ น ขอนแก่ น รับเปิดเสรีอาเซียน

นั ก ธุ ร กิ จ ขอนแก่ น มองภาคอี ส าน เศรษฐกิจจะเติบโตเฉลี่ยดีกว่าภูมิภาค อื่นเพราะมีปัจจัยพื้นฐานกระตุ้นต้อง ส่ ง เสริ ม การท่ อ งเที่ ย วควบคู่ กั บ จั ด ประชุม-สัมมนาให้ธรุ กิจโรงแรมอยูร่ อด เป็นปีทองด้านการลงทุนของภาคอีสาน จากเขตประชาคมอาเซียน อ่านต่อหน้า 11 โชคชัย คุณวาสี

หนึ่งใจเดียวกัน ; นางพนิตา กำ�ภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้แทนพระองค์ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนา พรรณวดี มอบสิ่งของพระราชทานและผ้าห่มแก่ผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่ตำ�บลนาพู่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี

ขอนแก่นเดินหน้า ตัง้ นิคมอุตฯสีเขียว ยื่น ครม.สัญจร ขอ50ล.ทำ�พิมพ์เขียว ขอนแก่น ดันตัง้ นิคมอุตสาหกรรมสีเขียวเข้า ครม.สัญจร อุดรธานี ของบศึกษาและทำ�พิมพ์เขียว 50 ล้านบาท มั่นใจขอนแก่นมีโอกาสเกิดกว่า 70% แม้มีคู่แข่งหลาย จังหวัด อ้อน อปท.ช่วยหาพื้นที่เหมาะสม อ่านต่อหน้า 11

ก้าวสู่ความเป็นเมืองมหานคร ; นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ ประธาน หอการค้าจังหวัดขอนแก่น มอบหนังสือเปิดผนึกต่อ ดร.สมศักดิ์ เกียรติ สุรนนท์ ประธานรัฐสภา ในงานเสวนา “ขอนแก่นมุ่งสู่..เมืองมหานคร” เพื่อผลักดันให้จังหวัดขอน แก่นเป็นศูนย์กลางการคมนาคม-ขนส่ง และ เป็นเมืองหลวงของภาคอีสาน

ขอนแก่ น พร้ อ มที่ จ ะเป็ น ประตู สู่ ป ระชาคมอาเซี ย น ในปี 2015 ที่ จ ะถึ ง ชี้ ศั ก ยภาพพร้ อ มแต่ ข าดการ ปัจจัยสนับสนุน เตรียมยื่น เสนอโครงการต่อรัฐบาลใน การประชุม ครม.สัญจร ที่ อุดรธานี หวังพัฒนาจังหวัด ไปสู่ระดับสากล อ่านต่อหน้า 11

บุญคูนลาน บุญข้าวจี่ ; นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน บุญคูนลาน สานไมตรี ข้าวจี่แซบ อำ�เภอบ้านฝาง ประจำ�ปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ เพื่อสืบสานจารีตประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามของชาวอีสาน ตามฮีตสิบ สอง คองสิบสี่ ระหว่างวันที่ ๓ - ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ณ สนามหน้าที่ว่าการ อำ�เภอบ้านฝาง จ.ขอนแก่น

ขยับขึ้นราคาNGV ปั๊ ม ยั น ไร้ ปั ญ หา “ยู ดี ท าวน์ ” รั บ ปี มั ง กรทอง ขอเพี ย งให้ มี ข าย ทุ่ม80ล.เปิดโซนแฟชั่น/รีโนเวตศูนย์อาหาร

ปั๊ม เอ็นจีวี ขอนแก่น ยันไร้ปัญหา ไม่ ห วั่ น คนหั น กลั บ ไปใช้ นํ้ า มั น ตาม เดิม เหตุปรับราคาเพิ่มไม่มาก ด้าน ผู้ประกอบการรถบรรทุกอีสาน ค้าน รัฐบาลขึน้ ราคาก๊าซเอ็นจีวี ยันทำ�ต้นทุน ขนส่งพุ่งถึง 75% สุดท้ายประชาชน ต้องแบกรับภาระ อ่านต่อหน้า 11 ธนกร วีรชาติยานุกูล

ยูดี ทาวน์ โวปี 2554 ยอดทะลุเป้า กว่า 150 ล้านบาท คาดปี 2555 จะโตอีก 15-20 % พร้อมทุ่ม 80 ล้านบาท เปิดโซนแฟชัน่ และรีโนเวต ศูนย์อาหาร รอรับเมกกะโปรเจ็กต์ รถไฟความเร็วสูง อ่านต่อหน้า 11


หน้า 2 ถวายพุทธบูชา เฉลิมพระเกียรติฯ ๘๔ พรรษา

ปีที่ 10 ฉบับที่ 94 ประจำ�เดือนกุมภาพันธ์ 2555

ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร

นายธี ร ะศั ก ดิ์ ฑี ฆ ายุ พั น ธุ์ รองนายก เทศมนตรี น ครขอนแก่ น เป็ น ประธานพิ ธี ม หา มงคลเททองหล่อพระพุทธรูป และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประดิ ษ ฐาน ณ พระมหาธาตุ ร าชมั ช ฌิ ม า เฉลิมพระเกียรติ (ศาลาประชาธรรมเมืองขอนแก่น) ซึ่ ง ประชาชนชาวขอนแก่ น ได้ ร่ ว มแรงร่ ว มใจ กั น สร้ า งขึ้ น เพื่ อ ถวายเป็ น พุ ท ธบู ช าและเพื่ อ น้อมเกล้าฯ ถวายเป็นราชสักการะเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวาระทรงเจริญ พระชนมพรรษา ๗ รอบ ๘๔ พรรษา

โดยมี พ ระสงฆ์ ท รงสมณศั ก ดิ์ ๑๐ รู ป เจริญพระพุทธมนต์ เจริญชัยมงคลคาถา หล่อ พระพุทธรูป และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จำ�นวน ๙๙ องค์ เพื่ อ ประดิ ษ ฐานบนพระมหาธาตุ ร าชมั ช ฌิ ม า เฉลิมพระเกียรติ และวัตถุมงคลรูปหล่อลอยองค์ หลวงพ่อกิตติศกั ดิ์ กิตติสาโร วัดป่าบ้านหนองหลุบ เพื่อหาเงินสมทบทุนในการก่อสร้างพระมหาธาตุ ราชมัชฌิมาเฉลิมพระเกียรติ ณ บริเวณมณฑลพิธี วัดกลาง ริมบึงแก่นนคร อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อ วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา

ผู้สนใจร่วมสร้างมหากุศล แสดงความจำ�นงเป็นเจ้าภาพได้ที่ พระครูมัชฌิมธรรมโสภณ รองเจ้า คณะตำ�บลในเมือง เขต ๒ เจ้าอาวาส วัดกลาง โทร.๐๘๖-๘๕๕๒๗๓๔ ,คุณสารทูล นิรมัยถาวร (นุ้ย เมือง เก่า) ร้านเมืองเก่าเฟอร์นิเจอร์ โทร. ๐๘๑-๗๑๑๑๑๑๗ และที่ สำ�นักการ ช่าง เทศบาลนครขอนแก่น โทร. ๐๔๓-๒๒๑๕๗๘

นายกเล็ ก บ้ า นดุ ง ลาออก ความคืบหน้า“ขอนแก่นเกมส์” โวยรัฐไม่เห็นความสำ�คัญท้องถิน่ นายกเล็กเทศบาลตำ�บลบ้านดุง อ้างรัฐบาล จุน้ การเมืองท้องถิน่ ยกมือยอมแพ้ยนื่ ใบลาออกกับ ผู้ว่าฯ ทั้งที่เหลือเวลาการบริหารงานอีก 9 เดือน หลายฝ่ายมองข้ามช็อตว่าการเมืองท้องถิ่นเมือง อุดรธานีน่าจะวุ่นวายหลังอีกหลายแห่งหมดวาระ การทำ�งานอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เมื่อวันที่ 24 มกราคม นายแก่นเพชร ช่วง รังษี ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งจากนาย วรงค์ คลังเงิน ท้องถิ่น จ.อุดรธานี ว่านางภัทราวดี จิระเมธากร นายกเทศมนตรีเมืองบ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ได้มอบหมายให้เลขาฯมายื่นหนังสือ ลาออก จากตำ�แหน่งนายกเทศมนตรีเมืองบ้านดุง ต่อผูว้ า่ ราชการจังหวัดอุดรธานี ผ่าน สนง.ท้องถิน่ จังหวัด ลงวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา และขอให้มี ผลการลาออกในวันเดียวกัน โดยนางภัทราวดีฯ ระบุว่า ตามที่ได้รับ เลือกตั้งให้ดำ�รงตำ�แหน่ง นายกเทศมนตรีเมือง บ้านดุง จ.อุดรธานี ปฏิบัติราชการมาจนใกล้ครบ วาระ 4 ปี ได้ดำ�เนินการพัฒนาพื้นที่ ตามที่ได้เคย แถลงนโยบาย และหาเสียงไว้ต่อหน้าประชาชน ครบทุ ก ประการแล้ ว รวมถึ ง ได้ ริ เ ริ่ ม โครงการ ต่างๆ อีกเป็นจำ�นวนมาก ประกอบกับเมื่อมีการ เปลี่ยนแปลงทางการเมือง โครงการบางโครงการ เช่น โครงการศูนย์กำ�จัดขยะ ซึ่งเคยได้รับแจ้งเป็น ลายลักษณ์อกั ษร จากกรมทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ให้ทราบว่าอาจะถูกยกเลิก ไม่จัดสรร งบประมาณให้ ซึง่ อาจจะมีอกี หลายโครงการทีอ่ าจ จะเป็นในลักษณะเดียวกัน การเข้ามาทำ�หน้าที่ก็ด้วยความตั้งใจ ที่จะ พัฒนาพื้นที่ แต่หากกลายเป็นเงื่อนไขอื่น ก็ยินดี ที่จะลาออกเพื่อเป็นการคืนอำ�นาจแก่ประชาชน ได้มีโอกาสคัดสรรผู้บริหารท้องถิ่นชุดใหม่ได้ ดัง นัน้ จึงใคร่ขอลาออกจากตำ�แหน่ง นายกเทศมนตรี เมืองบ้านดุง โดยให้มผี ลบังคับตัง้ แต่วนั จันทร์ที่ 23

มกราคม 2555 เป็นต้นไป มีรายงานในพื้นที่ อ.บ้านดุงถึงสาเหตุที่ นางภัทราวดี นายกบ้านดุงต้องยื่นใบลาออกจาก ตำ�แหน่งในครั้งนี้ มาจากปัญหางบประมาณการ ก่อสร้างโครงการศูนย์กำ�จัดขยะวงเงิน 70 ล้าน บาท เพือ่ กำ�จัดขยะครอบคลุม อปท.ในพืน้ ทีอ่ �ำ เภอ บ้านดุง และถนนพนังป้องกันเกลือไหลลงนาข้าว วงเงิน 50 ล้านบาท ถูกถอดออกงบประมาณปี 55 จึงตัดสินใจลาออกทันที ทั้งๆ ที่ระยะเวลาการ บริหารงานของนางภัทราวดีเหลืออีก 9 เดือน แหล่งข่าวในพืน้ ทีอ่ �ำ เภอบ้านดุง เมือ่ ทราบ ข่าวการยืน่ ใบลาออกของนางภัทราวดี ต่างวิจารณ์ กันว่า ปัญหาเกิดจากการเมืองระดับชาติหนั มาเล่น งานนักการเมืองท้องถิน่ และยังวิจารณ์ตอ่ ไปอีกว่า ต่อไปนีก้ ารเมืองระดับท้องถิน่ ของจังหวัดอุดรธานี ก็ยิ่งจะวุ่นวาย หาความเป็นเอกภาพไม่ได้ เพราะ นักการเมืองระดับชาติไม่รู้จักแบ่ง และโดยเฉพาะ ในเดือนเมษายน เทศบาลนครอุดรธานี จะครบ วาระการบริหารงาน และ กลางปีนี้ อบต. อีกกว่า 50 แห่งก็จะครบวาระการบริหารเช่นเดียวกัน จะมี การเลือกตั้งตำ�แหน่งสมาชิก และนายกเทศมนตรี อีกหลายร้อยตำ�แหน่ง ก็จะมีแต่ความวุน่ วาย เพราะ ไม่มีความเป็นเอกภาพของท้องถิ่น นายเกษม หมั ด คง ปลั ด เทศบาลเมื อ ง บ้านดุง เปิดเผยว่า ไม่เคยมีการส่งสัญญาณมาก่อน ว่านางภัทราวดี จะลาออกจากตำ�แหน่ง ทั้งที่วาระ ดำ�รงตำ�แหน่งถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2555 หรืออีกกว่า 9 เดือน และกล่าวว่าต้องเตรียมที่จะมีการเลือกตั้ง ซ่อม ซึง่ ตามกฎหมายจะต้องเลือกตัง้ ภายใน 60 วัน ซึ่งขณะนี้ก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องบาง ส่วนดำ�เนินการในบางเรือ่ งทีจ่ ะทำ�ได้ไปก่อน ส่วน การคัดเลือกบุคคลทีจ่ ะมาเป็น กกต.ประจำ�ท้องถิน่ ก็เป็นเรื่องของ กกต.จังหวัด

น ค ร ข อ น แ ก่ น ป ลื้ ม

ยอดเก็บภาษีปี 54 ทะลุเป้า

ชาวขอนแก่น ที่ ทำ � ส ถิ ติ ใ ห ม่ ร่วมใจชำ�ระภาษี ปี 2554 กว่า 85 ล้ า นบาททำ � ลาย สถิ ติ เ ดิ ม ที่ ทำ � ไว้ จำ � นวน 75 ล้ า น บ า ท ห ลั ง จ า ก ก ารปรั บ ปรุ ง มารุต อ้วนไตร มีขยายฐานข้ อ มู ล และการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจในการ ทำ�หน้าที่พลเมืองดี ชำ�ระภาษีตามกำ�หนด นายมารุต อ้วนไตร รองนายกเทศมนตรี นครขอนแก่ น สำ � นั ก การคลั ง เปิ ด เผยว่ า ใน ปี 2543 เป็นต้นมา เทศบาลนครขอนแก่นได้ พัฒนาการจัดเก็บรายได้ โดยกำ�หนดนโยบายการ จัดเก็บภาษีในอัตราเดิม แต่ขยายฐานภาษีให้กว้าง ขึ้น เพื่อครอบคลุมจำ�นวนผู้ที่ต้องเสียภาษีให้แก่ เทศบาล รวมทั้งการปรับปรุงข้อมูลผู้มีหน้าที่ เสียภาษี และประชาสัมพันธ์การดำ�เนินงานการ จัดเก็บภาษี เพื่อนำ�เงินงบประมาณมาใช้ในการ พัฒนาท้องถิ่น ซึ่งการเก็บภาษีแบบเดิมที่ต้อง ให้ประชาชนมาชำ�ระภาษีด้วยตนเอง ทำ�ให้ไม่ สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เสียภาษี ได้อย่างทั่วถึง แม้เทศบาลมุ่งเน้นให้บริการด้าน ความรู้เกี่ยวกับภาษีอากรแก่ผู้เสียภาษีในทุกรูป แบบมาโดยตลอดก็ตาม ด้วยเหตุนี้คณะผู้บริหาร เทศบาล จึงได้ปรับปรุงพัฒนาระบบการจัดเก็บ ภาษีเพื่อให้มีความสะดวก รวดเร็ว ครอบคลุม และเป็นธรรม ซึ่งประชาชนสามารถชำ�ระภาษี ได้ถึง 3 ช่องทาง คือ การชำ�ระด้วยตนเองที่ฝ่าย

พัฒนารายได้ สำ�นักการคลัง เทศบาลนครขอนแก่น ,ชำ�ระภาษีออนไลน์ โดยชำ�ระผ่านธนาคารไทย พาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ และการรับบริการ ชำ�ระภาษีถึงบ้าน ซึ่ ง การเปิ ด ช่ อ งการให้ บ ริ ก ารที่ ส ะดวก รวดเร็ว ประหยัด ทำ�ให้ประชาชนเกิดความพึง พอใจและเต็มใจที่จะชำ�ระภาษีเพิ่มมากขึ้น จาก การตั้งเป้าหมายของการจัดเก็บของหมวดภาษี อากรในปี 2553 เป็นเงิน 74 ล้านบาท จากการ จัดเก็บ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำ�รุงท้องที่ ภาษีป้าย รวมถึงอากรฆ่าสัตว์ และสำ�หรับในปี 2554 เทศบาลนครขอนแก่นสามารถจัดเก็บได้ถึง กว่า 85 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับการจัดเก็บ เดิมในปี 2553 ทำ�ให้มีผลต่างของยอดการจัดเก็บ ถึง10 ล้านบาทในการใช้พัฒนาบ้านเมือง เช่น การ พัฒนา-ปรับปรุงสาธารณูปโภค การพัฒนาคุณภาพ ชีวิต การพัฒนาด้านการศึกษา เป็นต้น รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น สำ�นักการคลัง กล่าวต่อว่า การมีเป้าหมายในการทำ�งานเป็นแรง ผลักดันให้การดำ�เนินงานบรรลุถึงวัตถุประสงค์ แต่สำ�หรับการพัฒนาท้องถิ่นนั้นเป้าหมายของ การทำ � งานคื อ การสร้ า งการมี ส่ ว นร่ ว มของ ภาคประชาชน รับฟัง แลกเปลี่ยน ปรังปรุงให้ สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนด้วย ความพึงพอใจ ในนามของคณะผู้บริหาร สมาชิก สภาเทศบาล หัวหน้าส่วนการงานและพนักงาน เทศบาลนครขอนแก่ น ขอขอบคุ ณ พี่ น้ อ ง ประชาชนทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการดำ�เนินงาน ร่วมกับเทศบาลนครขอนแก่นมาโดยตลอด ทำ�ให้ การพั ฒ นาบ้ า นเมื อ งเป็ น ไปอย่ า งมี ร ะบบเจริ ญ ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป

นายสมบั ติ ตรี วั ฒ น์ สุ ว รรณ ผู้ ว่ า ราชการจั ง หวั ด ขอนแก่ น กล่ า วว่ า จั ง หวั ด ขอนแก่นกำ�หนดจัดการแข่งขัน กีฬาแห่งชาติครั้งที่ 40 ขอนแก่น เกมส์ ในระหว่างวันที่ 3 – 13 มี น าคม 2555 สำ � หรั บ ความ พร้ อ ม ในด้ า นสนามแข่ ง ขั น เราใช้ ส นามหลั ก ๆ 2 สนาม คือ สนามกีฬาองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดขอนแก่น ซึ่งใช้งบ ปรับปรุงไปแล้วกว่า 130 ล้าน บาท และสนามในมหาวิทยาลัย ขอนแก่น ซึ่งใช้งบปรับปรุงไป แล้ ว หลายสิ บ ล้ า นบาท มี ก าร ปรับปรุงอาคารพลศึกษา สนาม เปตอง สนามว่ายนํ้า สนามรักบี้ ฟุตบอล สนามแบดมินตัน สนาม เทนนิส ฯลฯ ให้สวยงาม ซึง่ ตอน นี้แล้วเสร็จไปแล้วกว่า 90% ส่ ว นด้ า นการประชาสั ม พั น ธ์ ได้ มี ก าร จัดแถลงข่าวทั้งในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น และใน กรุงเทพมหานคร มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการ ประชาสั ม พั น ธ์ และให้ ค นขอนแก่ น มามี ส่ ว น ร่วมด้วยอย่างต่อเนื่อง โดยมีดารานักร้องที่มีชื่อ เสี ย งโด่ ง ดั ง ทั่ ว เมื อ งไทย และมี นั ก กี ฬ าที่ มี ชื่ อ เสียงมากมาย ที่เป็นคนขอนแก่น มาร่วมในการ ประชาสัมพันธ์ด้วย พร้อมกันนี้ก็มีการติดตั้งป้าย

ประชาสัมพันธ์สัญลักษณ์การแข่งขัน เพื่อกระตุ้น ให้คนขอนแก่นมีส่วนร่วมตลอด รวมทั้งการปรับปรุงเมืองเพื่อรองรับการ เป็นเจ้าภาพกีฬาแห่งชาติในครั้งนี้ เพื่อสมกับการ เป็นเมืองใหญ่และเมืองที่เป็นศูนย์กลางของภาค อีสานรวม ทัง้ ได้รบั การคัดเลือกเป็นเมืองแห่งมนต์ เสน่ห์ของอาเซียนในด้านความน่าอยู่น่าลงทุนเมื่อ ปีที่ผ่านมา

ขอบคุณสือ่ มวลชน ; นายสุรยิ นต์ วะสมบัติ ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำ�กัด ร่วม กับ นายเอกราช ช่างเหลา ผูจ้ ดั การสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ ได้จดั งาน “สวัสดีปใี หม่ 2555 ขอบคุณ ทุกข่าวสารที่ได้ดูแลเรา” เมื่อคํ่าวันที่ 20 ม.ค.2555 ที่บริเวณหน้าสำ�นักงานสหกรณ์ออมทรัพย์ ครูขอนแก่น จำ�กัด มีสื่อมวลชน ทีวี หนังสือพิมพ์ และคณะกรรมการ สอ.ครูขอนแก่น ร่วมงาน อย่างคับคั่ง ขณะที่ นายสุภฎั ฐวิทย์ ธารชัย ปลัดเทศบาล นครขอนแก่น เปิดเผยด้วยว่า จากการปรับปรุงการ ให้บริการทีส่ ามารถสนองตอบความต้องการของพี่ น้องประชาชนได้อย่างสะดวก ทำ�ให้การดำ�เนินงาน เกิดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นตามลำ�ดับ จึงนับเป็นการให้บริการเป็นรูปแบบใหม่ ของการให้บริการประชาชนทีม่ าติดต่อราชการ ดัง นัน้ เพือ่ เป็นการขยายฐานการให้บริการทีค่ รอบคลุม ทั่วถึงตรงกับการดำ�เนินชีวิตประจำ�วัน เทศบาล นครขอนแก่ น จึ ง เปิ ด ศู น ย์ บ ริ ก ารเบ็ ด เสร็ จ แห่ ง ใหม่เพิ่มขึ้นอีกแห่ง คือ ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ทีบ่ ริเวณชัน้ G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่าขอนแก่น (ฝั่งลานจอดรถห้างสรรพสินค้า โรบินสัน) ตัง้ แต่เวลา 10.30-20.30 น. ทุกวันไม่เว้น วันหยุดราชการ

ซึง่ สามารถใช้บริการได้ตงั้ แต่บดั นีเ้ ป็นต้น ไป สำ�หรับการให้บริการจะมีเจ้าหน้าที่ที่รับผิด ชอบในด้านต่างๆคอยให้บริการและคำ�แนะนำ� อาทิ เ ช่ น งานบริ ก ารทะเบี ย นราษฎร งานบั ต ร ประจำ�ตัวประชาชน แจ้งเกิด แจ้งตาย แจ้งย้ายที่ อยู่ รับเรือ่ งร้องเรียนทัว่ ไป การขอใบอนุญาตสะสม อาหาร การขออนุ ญ าตก่ อ สร้ า งอาคารบ้ า นพั ก อาศัยชั้นเดียว คำ�ร้องการติดต่อชำ�ระภาษี คำ�ร้อง ทัว่ ไป ไฟฟ้า ท่อระบายนํา้ แหล่งมัว่ สุม รวมทัง้ แจ้ง เบาะแสแหล่งมัว่ สุม การทารุณกรรมเด็ก-สตรี เหตุ เดือนร้อนรำ�คาญ การจดทะเบียนพาณิชย์ จึงนับ เป็นการขยายฐานการให้บริการที่สามารถเข้าถึง ความต้องการให้กับพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่าง ดีอีกด้วย

ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เป็น ศาลที่สร้างขึ้นมาพร้อมกับการสถาปนากรุง รัตนโกสินทร์เป็นราชธานี ตามธรรมเนียมพิธี พราหมณ์ว่า ก่อนที่จะสร้างเมืองจะต้องทำ�พิธี ยกเสาหลักเมืองในที่อันเป็นชัยภูมิสำ�คัญ เพื่อ เป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองที่จะสร้างขึ้น ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ บริเวณมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ท้องสนามหลวง  ตรงข้ามพระบรมมหาราช วั ง   ถนนหลั ก เมื อ ง  แขวงพระบรมมหาราช วัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็ จ พระพุ ท ธยอดฟ้ า จุฬาโลกมหาราช  รัชกาลที่ ๑ ได้โปรดเกล้า ให้กระทำ�พิธียกเสาหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ เดือน ๖ ขึ้น ๑๐ คํ่า ตรงกับวันที่ ๒๑ เมษายน ปี พุทธศักราช ๒๓๒๕ เวลา ๖.๕๔ นาฬิกา การ ฝังเสาหลักเมืองมีพธิ รี ตี องตามพระตำ�ราทีเ่ รียก ว่า พระราชพิธีนครฐาน ใช้ไม้ชัยพฤกษ์ทำ�เป็น เสาหลั ก เมื อ ง ประกั บ ด้ า นนอกด้ ว ยไม้ แ ก่ น จันทน์ ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางวัดที่โคนเสา ๒๙ เซนติเมตร สูง ๑๘๗ นิ้ว กำ�หนดให้ความสูง ของเสาหลักเมืองอยู่พ้นดิน ๑๐๘ นิ้ว ฝังลงใน ดินลึก ๗๙ นิ้ว มีเม็ดยอดรูปบัวตูม สวมลงบน เสาหลัก ลงรักปิดทอง ล้วงภายในไว้เป็นช่อง สำ�หรับบรรจุดวงชะตาเมือง

วั น ค น พิ ก า ร ส า ก ล ขอนแก่น ; นายทรงพล จำ�ปาพันธุ์ รองผูว้ า่ ราชการ จั ง หวั ด ขอนแก่ น เป็ น ประธานในพิธวี นั คนพิการ สากล และมอบเกียรติบตั ร ให้แก่นางสุมาลี ฐานวิเศษ รองปลั ด องค์ ก ารบริ ห าร ส่วนจังหวัดขอนแก่น ใน ฐานะผู้ ใ ห้ ก ารสนั บ สนุ น ในการจั ด งาน ณ ศาลา ประชาคมจังหวัดขอนแก่น

ใ น รั ช ส มั ย พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงโปรด เกล้าให้ขุดเสาหลักเมืองเดิม และจัดสร้างเสา หลั ก เมื อ งขึ้ น ใหม่ ท ดแทนของเดิ ม ที่ ชำ � รุ ด เป็นแกนไม้สัก ประกับนอกด้วยไม้ชัยพฤกษ์ ๖ แผ่น สูง ๑๐๘ นิ้ว ฐานเป็นแท่นกว้าง ๗๐ นิ้ว บรรจุดวงเมืองในยอดเสาทรงมัณฑ์ที่มี ความสูงกว่า ๕ เมตร และอัญเชิญหลักเมือง เดิม และหลักเมืองใหม่ ประดิษฐานในอาคาร ศาลหลักเมืองที่สร้างใหม่ มียอดปรางค์ ก่ออิฐ ฉาบปูนขาว ได้แบบอย่างจากศาลหลักเมืองกรุง ศรีอยุธยา เมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๙๕ ศาลหลั ก เมื อ งได้ รั บ การปฏิ สั ง ขรณ์ อีกหลายครั้ง ในปี พ.ศ.๒๕๒๓ มีการบูรณะ ซ่อมแซมครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมการเฉลิมฉลอง สมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ครบ ๒๐๐ ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ศาลหลักเมืองได้รับการบูรณะอย่าง สวยงาม ด้ า นทิ ศ เหนื อ จั ด สร้ า งซุ้ ม สำ � หรั บ ประดิษฐานเทพารักษ์ทั้ง ๕ คือ เจ้าพ่อหอก ลอง เจ้าพ่อเจตคุปต์ พระเสื้อเมือง พระทรง เมือง และพระกาฬไชยศรี มีการจัดละครรำ� ละครชาตรี ให้ผู้ต้องการบูชา ว่าจ้างรำ�บูชา ศาลหลักเมืองอยู่ด้านข้าง

มอบผ้ า ห่ ม กั น หนาว ; นายสมบั ติ ตรี วั ฒ น์ สุ ว รรณ ผู้ ว่ า ราชการ จั ง หวั ด ขอนแก่ น พร้ อ ม เ ห ล่ า ก า ช า ด จั ง ห วั ด ขอนแก่ น และหั ว หน้ า ส่วนราชการ นำ�ผ้าห่มกัน หนาวไปมอบให้ กั บ ผู้ สู ง อายุที่ประสบภัยหนาวใน ตำ � บลโนนหั น อ.ชุ ม แพ จ.ขอนแก่น

สนั บ สนุ น “ขอนแก่ น เกมส์ ” ; นายพี ร ะพล พั ฒ นพี ร ะเดช นายก เทศมนตรี น ครขอนแก่ น มอบเงิ น แก่ นายสมบั ติ ตรี วั ฒ น์ สุ ว รรณ ผู้ ว่ า ราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อสนับสนุนการแข่งขัน กี ฬ าแห่ ง ชาติ ครั้ ง ที่ 40 “ขอนแก่นเกมส์” และกีฬา คนพิการ ครั้งที่ 30 “นคร ขอนแก่นเกมส์” ณ ห้องประชุมพระธาตุขามแก่น ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2555 มอบผ้ า ห่ ม กั น หนาว ; นายเสกสรรค์ พนา วัฒนวงศ์ นายกเทศบาล เมืองหนองสำ�โรง ร่วมกับ นายศราวุ ธ เพชรพนม พร ส.ส.อุดรธานี เขต 1 มอบผ้าห่มกันหนาวให้กับ ราษฎรที่ประสบภัยหนาว เพื่ อ บรรเทาความเดื อ ด ร้ อ นในเบื้ อ งต้ น ณ วั ด สุวรรณเกสร ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี

หมู่บ้านเอื้ออาทรศิลา ซ.1 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น

ออกแบบ/ผลิ ต ป้ายไวนิล ป้ายโฆษณา ธงญี่ปุ่น สติ๊กเกอร์ นามบัตร เก่งความรู้คู่คุณธรรม ; นายสุชัย บุตรสาระ นายอำ�เภอหนองสองห้อง จ.ขอนแก่น เป็นประธาน มอบเกียรติบตั รพร้อมเงินรางวัลแก่นกั เรียนทีเ่ ก่งความรูค้ คู่ ณ ุ ธรรม จำ�นวน 12 คน ทีไ่ ด้รบั คัดเลือก ระดับตำ�บล ทีห่ อ้ งประชุมอำ�เภอหนองสองห้อง โดยมีนายเสรี ถิรทัฬหกุล ประธานสภาวัฒนธรรม ร่วมมอบ

ใบปลิว การ์ด ตรายาง แผ่นพับ โปสเตอร์ สื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด

ถ่ายเอกสาร ปริ๊นงาน รับ-ส่งแฟกซ์

ติดต่อ ยิ้ม 0834170363 E-mail : smile7738@gmail.com


หน้า 3

ปีที่ 10 ฉบับที่ 94 ประจำ�เดือนกุมภาพันธ์ 2555

สนามบิ น อุ ด รฯเนื้ อ หอม สายการบิ น แห่ ใ ช้ บ ริ ก าร สนามบินนานาชาติอุดรธานี กลายเป็น ฮั บ การเดิ น ทางทางอากาศอย่ า งแท้ จ ริ ง เมื่ อ สายการบินหลายสายทั้งในประเทศและนอก ประเทศ มีแผนมาใช้สนามบินนานาชาติอุดร ธานีเป็นฮับการบินไปยังจุดหมายต่างๆ ทั้งใน และนอกประเทศ เริ่ ม ต้ น จากการลงนามใน MOU อุดรธานี-แม่โขงแอร์ของเวียดนาม ที่จะ เปิดบินตรงอุดรธานี-ดานัง-อุดรธานี ขณะนี้อยู่ ในขั้นดำ�เนินการสุดท้ายอยู่ ตามมาด้วย เดือน กุมภาพันธ์ โซล่าแอร์ จับมือกับ ทีวีแอล แอร์ ไลน์ เปิดบินอุดร-ฮานอย และอีกหลายจุดหมาย และเดือนมีนาคม คิงส์สะกายแอร์ไลน์ จะเปิด บินเชือ่ มอีสาน-ใต้ อุดรธานี-กรุงเทพฯ, อุดรธานีเชียงใหม่ ภาคเอกชนเตรียมนำ�แผนการพัฒนา อาคารผู้ โ ดยสารเก่ า -ใหม่ ให้ เ ชื่ อ มต่ อ กั น เพื่ อ สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น นายสวาท ธี ร ะรั ต นนุ กู ล ชั ย ประธาน หอการค้าจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่าขณะนี้ทาง ภาคเอกชนในฐานะของ กรอ.จังหวัด เตรียม รวบรวมแผนงานต่างเสนอเข้าสู่ ครม.สัญจร ที่ จะประชุมสัญจรในระหว่างวันที่ 21-22 กุมภา

พันธุ์ 2555 ที่จังหวัดอุดรธานี โดยเฉพาะแผน เร่งด่วนการพัฒนาสนามบินนานาชาติอุดรธานี ให้สมบูรณ์แบบสามารถให้การรับรองผู้โดยสาร ที่ใช้บริการเพิ่มขึ้นจนอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ แออัด โดยขอให้ทำ�การก่อสร้างเชื่อมต่ออาคาร ผู้โดยสารหลังเก่า-ใหม่ เพื่อให้สามารถรองรับ จำ�นวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้จะขอให้กระทรวงคมนาคมและกรม การขนส่งทางอากาศบรรจุเข้าในแผนเป็นเรื่องเร่ง ด่วน เนื่องจากว่าเดิมนั้นอาคารผู้โดยสารถูกสร้าง ขึ้ น มาเพื่ อ รองรั บ จำ�นวนผู้โดยสาร แต่ ต่ อ มาได้ มี จำ � นวน สายการบิ น หลาย สายมาใช้บริการของ สนามบินนานาชาติ อุดรธานีมากขึ้นจาก เดิมมาอยู่ที่ 15 เที่ยว บิ น /วั น ทำ � ให้ พื้ น ที่ ไม่พอเพียงกับจำ�นวน ผู้ ใ ช้ บ ริ ก าร และใน อนาคตทีจ่ ะมีสายการ บินอีกหลายสายมาใช้ บริการของสนามบิน นานาชาติอดุ รธานีอกี จำ�นวนหนึ่ง นายสวาทฯ ก ล่ า ว ต่ อ ไ ป อี ก ว่ า สาเหตุ ที่ กรอ. จังหวัดอุดรธานี จะ เสนอเรื่ อ งดั ง กล่ า ว

เป็นเรื่องเร่งด่วนเพราะว่า เดิมทีจังหวัดอุดรธานี ก็ถกู กำ�หนดให้เป็นจุดศูนย์กลางของการเดินทาง ทางอากาศที่เชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และทีผ่ า่ นมาสนามบินนานาชาติอดุ รธานีกม็ กี าร ทำ�การบินเชือ่ มโยงภาคอีสาน-ภาคใต้, ภาคอีสานภาคเหนือ, อุดรธานี-สิงคโปร์, อุดรธานี-หลวง พระบาง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางจังหวัดอุดรธานี ก็มี การลงนามในบันทึก MOU กับทางสายการบิน แม่โขงแอร์ ของเอกชนเวียดนาม ที่จะทำ�การบิน ตรงในเส้นทางอุดรธานี-ดานัง และขณะนี้กำ�ลัง ดำ�เนินการในขั้นสุดท้ายอยู่ ในเดือนกุมภาพันธุ์ นี้ สายการบินโซล่าร์แอร์ ก็จะมาใช้สนามบิน นานาชาติอุดรธานี ในการทำ�การบินในเส้นทาง อุดรธานี-ดานัง, อุดรธานี-ฮานอย และอุดรธานี-อู่ ตะเภา ในเดือนมีนาคม สายการบินคิงส์สกายแอร์ ก็จะทำ�การบินในเส้นทางอุดรธานี-หาดใหญ่ นอกจากนี้ แ ล้ ว ได้ รั บ การติ ด ต่ อ จากผู้ บริ ห ารของสายการบิ น ไทเกอร์ แ อร์ ที่ เ คยมา ทำ�การบินตรงอุดรธานี-สิงคโปร์-อุดรธานี มา แล้วครั้งหนึ่ง แต่ต้องหยุดบินไปเนื่องจากเหตุ ทางธุรกิจที่ต้องนำ�เครื่องบินไปบินในเส้นทาง อื่น ทั้งๆ ที่ในเส้นทางดังกล่าวมีจำ�นวนผู้โดยสาร ในแต่ ล ะเที่ ย วบิ น มากกว่ า 65 % จะกลั บ มา ทำ�การบินในเส้นทางดังกล่าวใหม่อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เกิดความล้มเหลวในการที่จะร่วมกับ บริษัทการบินไทย ในการเปิดสายการบินลูกของ การบินไทย นางทิพย์วรรณ วังศานุวัตร รักษาการ ผู้ อำ � นวยการท่ า อากาศยานอุ ด รธานี กล่ า วว่ า ในปั จ จุ บั น นี้ มี ส ายการบิ น ที่ บิ น มาใช้ บ ริ ก าร

สนามบิ น นานาชาติ อุ ด รธานี 3 สาย คื อ บ.การบินไทย,นกแอร์ และ สายการบินไทยแอร์ เอเชีย มีเที่ยวบิน 15 เที่ยวบิน/วัน ในปี 2554 ที่ผ่านมามีตัวเลขสถิติของผู้โดยสาร ใช้ บ ริ ก ารเดิ น ทางด้ ว ยเครื่ อ งบิ น ตั้ ง แต่ เ ดื อ น มกราคม-พฤศจิ ก ายน จำ � นวน 900,357 คน เฉลี่ยวันละ 2,467 คน/วัน แบ่งเป็นผู้โดยสารลง 457,395 คน ผู้โดยสารขึ้น 442,962 คน มีเที่ยว บินจำ�นวน 7,743 เทีย่ วบิน ซึง่ ในปี 2553 มีสถิตผิ ู้ โดยสารใช้บริการสนามบินอุดรธานีทงั้ ปี จำ�นวน 815,690 คน ในปี 2554 มีมากกว่าในปี 2553 ทั้ง ปีจำ�นวน 84,667 คน นางทิพย์วรรณฯ เปิดเผยว่า ได้รบั หนังสือ จาก บริษัทสายการบิน คิงส์สกาย ไดมอน แอร์ ไลน์ จำ�กัด ลงวันที่ 17 มกราคม 2555 แจ้งว่า บริ ษั ท ทำ � ธุ ร กิ จ เกี่ ย วกั บ ขนส่ ง ผู้ โ ดยสารและ สินค้าทางอากาศทั้งใน และต่างประเทศ เพื่อ เป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นำ� รายได้เข้าประเทศ โดยบริษัทมีความประสงค์ ที่จะขอเช่าพื้นที่ของอาคารผู้โดยสารสนามบิน นานาชาติอุดรธานี เพื่อใช้เป็นที่ตั้งสำ�นักงาน ของบริษัทในการทำ�ธุรกิจ เป็นระยะเวลา 3 ปี ขณะนี้ท่าอากาศยานอุดรธานี กำ�ลังตรวจสอบ รายละเอียดในด้านต่างๆ รวมทั้งใบอนุญาตของ กรมการขนส่งทางอากาศ ตารางการบิน และเส้น ทางการบิน นอกจากนี้แล้ว บริษัท โซล่าร์ เอวีเอชั่น จำ�กัด ผูป้ ระกอบการสายการบินโซล่าร์ แอร์ ก็ได้ ทำ�หนังสือแจ้งมายังท่าอากาศยานอุดรธานี ว่า บริษทั โซล่าร์เอวี จำ�กัด ได้ท�ำ บันทึกข้อตกลงร่วม กับ บริษัท ทีวีแอล แอร์ไลน์ ในการเปิดเส้นทาง บินใหม่รว่ มกัน และได้แจ้งความประสงค์ทจี่ ะใช้ สนามบินนานาชาติอดุ รธานีเป็นสถานีหลัก(ฮับ) ในการทำ�การบินไปยังจุดหมายต่างๆ หลายเมือง ในเบื้องต้นนี้จะใช้เครื่องบินแบบ SAAB 340 ขนาดความจุ 33 ที่นั่ง และ แบบ DORNIER 228 จะทำ�การบินใน 5 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทาง อุดรธานี-อู่ตะเภา-อุดรธานี, อุดรธานี-หาดใหญ่อุดรธานี, อุดรธานี-ฮานอย-อุดรธานี, อุดรธานี-โฮ จิมิน-อุดรธานี และอุดรธานี-ดานัง-อุดรธานี

ยงยุทธ ขาวโกมล... รายงาน

ระวังจะเป็น “ลิงแก้แห” แม้ปีนี้จะเป็นปีมังกรทอง แต่เวลานี้จะ เห็นได้ว่าเศรษฐกิจยังไม่นิ่งและอึมครึม ตั้งแต่ เกิดวิกฤตนํ้าท่วมใหญ่ปลายปี 2554 กระทบ ชิ่งต่อต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อ ธุรกิจกันถ้วนหน้า ถึงวันนีส้ งั คมก็ยงั ไม่มนั่ ใจในแผนรับมือ นํ้าท่วมของรัฐบาล ปีนี้นํ้าจะท่วมหรือไม่ อยู่ที่การบริหาร จัดการของรัฐบาล ไม่ได้อยู่ที่ภัยธรรมชาติว่ามี ปริมาณนํ้ามากหรือน้อย ต้องยอมรับก่อนว่า วิกฤตนํา้ ท่วมใหญ่ปี 54 เกิดจากการบริหารผิดพลาดไม่ใช่ธรรมชาติ เอาคนที่ไม่รู้จริงมาบริหารนํ้า ถ้าปีนี้การบริหาร ไม่ ดี เ กิ ด นํ้ า ท่ ว มแน่ น อน ประเทศไทยแย่ แ น่ รับรองไม่มใี ครกล้ามาลงทุน ต่างชาติทงิ้ โรงงาน ย้ายฐานหนีหมดแน่นอน รั ฐ บาลควรเอาเวลาที่ มั ว แต่ จ ะคิ ด แก้ รัฐธรรมนูญ ไปเตรียมแก้ปัญหานํ้า น่าจะเกิด ประโยชน์กับชาวบ้านมากกว่านะ ไม่ว่าใครจะออกมาปฏิเสธแก้ตัวว่า ไม่ ได้ให้การสนับสนุนกับกลุ่มนักวิชาการในการ แก้ไข ม.112 ก็ตาม งานนี้ใครจะเกี่ยวหรือไม่ เกี่ยว แต่ถ้าแตะต้องสถาบัน ไม่ใช่มีแต่ทหาร ที่มีหน้าที่ปกป้อง “ชาติ ศาสนา และ พระมหา

กษัตริย์” ด้วยชีวิตแล้วนั้น จะออกมาทำ�หน้าที่ เชื่อว่า ยังมีคนไทยอีกกว่า 95% ยังคง เทิดทูนเคารพรักสถาบัน และพร้อมที่จะออก มารวมตัวกัน ต่อต้านปกป้องทุกวิถีทางไม่ให้ผู้ ใดมากระทำ�การยํ่ายีสถาบันที่เราเคารพรักด้วย ชีวิต ในภาวะที่บ้านเมืองเต็มไปด้ว ยความ เดือดร้อน จากปัญหาปากท้อง การเพิม่ ประเด็น ที่อ่อนไหวเข้าไปในสังคมที่เปราะบาง ก็เท่ากับ การราดนํ้ามันลงไปในกองไฟดีๆ นี่เอง ความคิ ด เห็ น ที่ แ ตกต่ า งจะทำ � ให้ เ กิ ด การแบ่งแยก และสุดท้ายถ้าไม่เผชิญหน้า ก็ ต้ อ งต่ า งคนต่ า งอยู่ ไ ม่ ยุ่ ง เกี่ ย วกั น สุ ด ท้ า ย ประเทศไทยต้องแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เราอยาก เห็นประเทศไทยเป็นอย่างนั้นหรือ ... “บรรพบุ รุ ษ ของไทยแต่ โ บราณ ปก บ้านป้องเมืองคุ้มเหย้า เสียเลือดเสียเนื้อมิใช่ เบา หน้าทีเ่ รา รักษาสืบไป ลูกหลานเหลนโหลน ภายหน้า จะได้มีพสุธาอาศัย อนาคตจะต้องมี ประเทศไทย มิยอมให้ผู้ใดมาทำ�ลาย ...” “เราสู้ ” เพลงพระราชนิ พ นธ์ ลำ�ดั บ ที่ ๔๔ ทรงพระราชนิ พ นธ์ ใ น พ.ศ.๒๕๑๖ พระราชทานให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่ ทหาร อาสาสมัคร และตำ�รวจชายแดน

ปลูกคน – ปลูกต้นไม้ คิดว่าหลายๆ ท่านคงเคยได้ยินคำ�กล่าว ที่ว่า “จะปลูกพืชก็ต้องเตรียมดิน จะกินก็ต้องเต รียมอาหาร จะพัฒนาการก็ต้องพัฒนาคน จะ พัฒนาตนก็ต้องพัฒนาที่จิตใจ จะพัฒนาใครๆ ให้พัฒนาที่ตนเองก่อน” หากจะพูดถึงการปลูกต้นไม้หรือการ ปลูกพืช สิ่งแรกที่จะต้องนึกถึงก็คือ การเลือก ต้นพันธุ์ จะต้องเลือกต้นพันธุ์ที่ดี เมื่อได้ต้น พันธุ์ที่ดีแล้ว ก็ต้องเตรียมหลุมที่จะปลูก เตรียม ดิน เตรียมปุ๋ย และปลูกต้นไม้นั้นลงไป เมื่อปลูก แล้วก็ตอ้ งหมัน่ ดูแลด้วยการรดนํา้ พรวนดิน ใส่ ปุ๋ย เพื่อให้ต้นไม้นั้นเจริญงอกงาม ผลิดอกออก ผล ให้เจ้าของได้เก็บกิน การคัดเลือกคนหรือการบรรจุคนเข้า ทำ�งาน ก็คงจะไม่แตกต่างจากการปลูกต้นไม้ กล่าวคือ ก็ต้องคัดเลือกคนที่ดี มีความรู้ความ สามารถ เมือ่ คัดเลือกคนได้แล้ว บรรจุเข้าทำ�งาน แล้ว ก็ต้องเพิ่มพูนความรู้ความสามารถด้วย การศึกษาอบรม เพื่อให้บุคคลนั้นๆ มีความรู้ มี ประสบการณ์ และทำ�ประโยชน์ให้กบั หน่วยงาน หรือองค์กรนั้นๆ ได้อย่างสูงสุด การปลู ก ต้ น ไม้ เมื่ อ ปลู ก แล้ ว รดนํ้ า พรวนดิน ใส่ปยุ๋ ดูแลอย่างดีแล้ว แต่ตน้ ไม้นนั้ ไม่ เจริญงอกงาม ไม่ผลิดอกออกผล เพื่อให้เจ้าของ ได้เก็บกิน หากปล่อยทิ้งไว้ก็ยังแต่จะเปลืองนํ้า

เปลืองดิน เปลืองปุ๋ยและเสียเวลาไปโดยเปล่า ประโยชน์ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ก็สมควรที่จะ ตัดโค่นต้นไม้นั้นทิ้งไปเสีย แล้วหาต้นไม้ใหม่มา ปลูกทดแทน คนเราก็เช่นเดียวกัน เมือ่ บรรจุเข้าทำ�งาน แล้ ว ผ่ า นการศึ ก ษาอบรมอย่ า งดี แ ล้ ว แต่ ไ ม่ สามารถทำ�งานได้ ไม่สามารถทำ�ประโยชน์ให้ หน่วย ให้องค์กรได้ หากปล่อยทิ้งไว้ก็มีแต่จะ สิน้ เปลืองงบประมาณ และเสียเวลาไปโดยเปล่า ประโยชน์เช่นเดียวกัน เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วก็ สมควรที่จะปลดหรือไล่ออกไปเสีย แล้วหาคน ใหม่เข้ามาทดแทน คนเราเมื่อได้รับการบรรจุ หรือคัดเลือก เข้ามาทำ�งานแล้ว ก็ควรที่จะต้องทำ�งานที่ได้รับ มอบหมายอย่างเต็มขีดความสามารถ มีความรับ ผิดชอบต่อหน้าที่ หมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มพูน ประสบการณ์อยู่ตลอดเวลา ทำ�ตัวให้มีคุณค่ามี ประโยชน์ตอ่ หน่วยหรือองค์กรนัน้ ๆ จะได้ไม่ถกู โค่นทิง้ เหมือนต้นไม้หรือไล่ออกเพราะความไม่มี ค่า ไม่มีประโยชน์ พวกลิงค่างกลางป่าจับมามัดสารพัดฝึก ได้ดั่งใจหมาย เกิดเป็นคนเขาเพียรสอนแทบตายแต่เอา ดีไม่ได้ก็อายลิง

ยกเลิกจุดตัดทางรถไฟ

บ้านสีขาว ชุมชนสีขาว นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น สมาชิกสภาเทศบาลฯ พนักงานเทศบาล ประธาน

และคณะกรรมการชุมชน ร่วมกันมอบโล่และแสดงความยินดีแก่ครอบครัว ทัง้ หมด จำ�นวน 9 ชุมชน ทีด่ แู ลบุตรหลานให้หา่ งไกลจากยาเสพติด ส่งเสริม ให้คนในครอบครัวมีความรักความเข้าใจ ให้ความอบอุ่นในครอบครัว ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เป็นการลดปัญหาสังคมในปัจจุบัน

เทศกาลกล้ ว ยไม้ แรลลี่ รั ก ษ์ โ ลก ป่าบาน และของดี 2012 ; นายธนวัฒน์ เมื อ งมั ญ จาคี รี ; พลอยโสภณ รองผู้ นายภู มิ สาระผล ว่ า ราชการจั ง หวั ด รั ฐ มนตรี ช่ ว ยว่ า การ ข อ น แ ก่ น เ ป็ น กระทรวงพาณิ ช ย์ ประธานเปิ ด งาน เป็นประธานเปิดงาน แฟรี่ แรลลี่ รักษ์โลก “เทศกาลกล้วยไม้ป่า 2012 โดยมี นายนพ บาน และของดีเมือง ดล พัฒนพีระเดช ผู้ มั ญ จาคี รี ประจำ � บริหารแฟรี่ พลาซ่า ปี ๒๕๕๕” โดยมี ร่วมเปิดงาน ซึ่งศูนย์ หั ว หน้ า หน่ ว ยงาน สรรพสิ น ค้ า แฟรี่ ส่ ว นราชการ และ พลาซ่ า ขอนแก่ น ร่ ว มกั บ ชมรมแรลลี ่ ขอนแก่ น จั ด ขึ น ้ ระหว่ า งวั น ที ่ 28-29 มกราคม 2555 มีผู้เข้า องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ร่วมพิธีเปิดงาน ณ เวทีกลางสนามหน้าที่ว่าการอำ�เภอมัญจาคีรี ร่วมโครงการเป็นจำ�นวนมาก โดยจุดหมายปลายทางอยู่ที่ อ.ภูเรือ จ.เลย เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๕

เมื่ อ วั น ที่ 1 กุ ม ภาพั น ธ์ 2555 ที่ ห้ อ ง ประชุมศูนย์ปฏิบัติการชั้น 3 ศาลากลางจังหวัด ขอนแก่ น นายพยั ต ชาญประเสริ ฐ รองผู้ ว่ า ราชการจั ง หวั ด ขอนแก่ น เป็ น ประธานการ ประชุมการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟระดับ จังหวัด โดยกรมทางหลวงชนบท ได้ขออนุญาต ดำ � เนิ น การก่ อ สร้ า งทางต่ า งระดั บ ตั ด ผ่ า น ทางรถไฟ บริเวณจุดตัดทางรถไฟถนนสาย ขก. 1027 แยกทางหลวงหมายเลข 2 บ้านโคกท่า อ.เมืองขอนแก่น และจุดตัดบ้านหนองไผ่ นอกจากนี้ ใ นที่ ป ระชุ ม ลงมติ เ ห็ น ด้ ว ยในการ ให้ยกเลิกใช้ทางลัดผ่านจุดตัดรถไฟที่องค์การ บริหารส่วนตำ�บลโจดหนองแก อ.พล และขอ

อนุญาตใช้ทางลัดผ่านจุดตัดทางรถไฟที่ ที่ กม. 381+508.00 และ 385+412.00 แทน นายกำ�พล บุญชม วิศวกรกำ�กับการกอง บำ�รุงทางเขตขอนแก่น กล่าวว่า จุดตัดทางรถไฟ ถนนสาย ขก.1027 แยกทางหลวงหมายเลข 2 จุด ตัดบ้านโคกท่า อ.เมืองขอนแก่น และจุดตัดบ้าน หนองไผ่ ได้ยื่นหนังสือดำ�เนินการขออนุมัติไป เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงการออกพระราชกฤษฎีกา เวียนคืน คาดว่าภายใน 2 ปีหากอนุมัติก็จะเร่ง ดำ�เนินการก่อสร้างต่างระดับตัดผ่านทางรถไฟ อย่างไรก็ตาม หากโครงการนี้แล้วเสร็จ จะทำ�ให้ ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนผ่านเส้นทางดังกล่าว มี ความมั่นใจและปลอดภัยในการใช้ถนนมากยิ่งขึ้น

ง า น ศ า ล เ จ้ า พ่ อ ห มื่ น ศ รี ; นายสุชาติ โคตรทุม ปลัดองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดงาน ประเพณี ศ าลเจ้ า พ่อหมื่นศรี ประจำ�ปี 2555 ณ บริเวณสวน สาธารณะหนองห้วย หาด หน้ า ที่ ว่ า การ อำ � เ ภ อ แ ว ง น้ อ ย จั ง ห วั ด ข อ น แ ก่ น เมือ่ วันที่ 16 มกราคม 2555


หน้า 4

แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ; นายสมบัติ ตรีวัฒน์สุวรรณ ผู้ว่าราชการ จังหวัดขอนแก่น ให้การต้อนรับ มร.ทาคาชิ โอกาตะ อัครราชทูต แผนก การเมือง ประเทศญีป่ นุ่ ในโอกาสเดินทางมาเยือนจังหวัดขอนแก่นและเข้า เยีย่ มคาราวะ พร้อมทัง้ ปรึกษาแนวทางเศรษฐกิจเมืองขอนแก่น ณ ห้องรับ รองพงษ์พานิช ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น

ปีที่ 10 ฉบับที่ 94 ประจำ�เดือนกุมภาพันธ์ 2555

สักการบูชา พระทันตธาตุ ; นายสมบัติ ตรีวฒ ั น์สวุ รรณ ผูว้ า่ ราชการจังหวัด ขอนแก่น เป็นประธานพิธีเวียนเทียนรอบพระบรมสารีริกธาตุ พระทันตธาตุ พระมหากัสสปะพุทธเจ้า จากภูฏาน ณ มณฑลพิธศี าลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยมีพุทธศาสนิกชนร่วมพิธี เพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นจำ�นวนมาก

ปลายทางชีวติ ดร.สมศักดิ์ เกียรติสรุ นนท์ ประธานสภาผูแ้ ทนราษฎร เป็นประธานพิธพี ระราชทานเพลิงศพ ดร.วิญญู คุวานันท์ ประธานกรรมการ บริหาร บริษัท โค้วยู่ฮะมอเตอร์ จำ�กัด โดยมีแขกผู้ใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน มาร่วมงานอย่างคับคั่ง สร้างความปลาบปลื้มให้กับครอบครัว คุวานันท์เป็นอย่างมาก ณ เมรุวัดป่าแสงอรุณ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2555

ความภูมิใจ 1 ปี 7 รางวัล ; นายธนวัฒน์ พลอยโสภณ รองผู้ว่าราชการ จังหวัดขอนแก่น ร่วมแสดงความยินดีกบั นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพนั ธุ์ ประธาน หอการค้าจังหวัดขอนแก่น และคณะกรรมการบริหาร ในงานสังสรรค์ ประจำ�ปี 2555 และฉลองความสำ�เร็จ 1 ปี 7 รางวัล ณ ลานหน้าสำ�นักงาน หอการค้าจังหวัดขอนแก่น ถนนมิตรภาพ อ.เมือง จ.ขอนแก่น

ถวายพระประธาน ; คุ ณ อภั น ตรี จิ ต วิ ข าม ประธานมู ล นิ ธิ อ ภั น ตรี เจเอสแอล ร่วมกับ นายสุวรรณ ไตรมาลัย ที่ปรึกษาหนังสือพิมพ์สยามรัฐ/ ประธานชมรมสื่อสร้างสรรค์ ขอนแก่น พันตรี พิสิษฐ์ ชาญเจริญ เจ้าของ/ บรรณาธิการบริหารไทยเสรีและสมาชิกชมรมฯ ถวายพระประธาน วัดสว่าง อุทัย ต.โนนสะอาด อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี

วันชื่นคืนสุข ; ดร.อัษฏางค์ – ดร.อรอนงค์ แสวงการ ผู้บริหารมหาวิทยาลัย มอบทุนการศึกษา ; คุณโฉมสุดา วโนทยาโรจน์ มอบทุนการศึกษา ใน อีสาน ร่วมแสดงความยินดีในงานมงคลสมรส ระหว่าง นางสาวณัฐธิดา นิล กองทุนสโมสรพงษ์-ซิวให้กับบุตรของพนักงานแฟรี่ พลาซ่า เพื่อเป็นการ ไสล กับ นายวันเฉลิม บุณยะกาญจน โดยมีสุพัตรา ศุขโข บรรณาธิการไทย สนับสนุนให้บตุ รของพนักงานได้มกี �ำ ลังใจในการศึกษา เมือ่ วันที่ 13 มกราคม เสรี และเพื่อนพ้อง น้องพี่ ร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น ณ ห้องศรีจันทร์ 2555 ณ ศูนย์สรรพสินค้า แฟรี่ พลาซ่า ขอนแก่น โรงแรมเจริญธานี ขอนแก่น เมื่อเร็วๆ นี้

สาขาอุบลราชธานี Tel. 045-242-297

043-325-378

Tel. 043-001-341 Tel. 081-592-5539


หน้า 5

ปีที่ 10 ฉบับที่ 94 ประจำ�เดือนกุมภาพันธ์ 2555

ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน (Hypothyroidism) สวัสดีค่ะ พบกันอีกครั้งกับคอลัมน์ก้าว ทันโลก กับโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันต แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฉบับนี้ เรามาทำ�ความรู้จักกับอาการที่เกิดจากภาวะขาด ไทรอยด์ฮอร์โมน นะคะ สาเหตุ 1. เกิดจากความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ เรี ย กว่ า ภาวะขาดไทรอยด์ ฮ อร์ โ มนปฐมภู มิ (primary hypothyrodism) 2. เกิดจากความผิดปกติของไฮโปทาลามั สหรือต่อมใต้สมอง 3 . ก า ร มี แ อ น ติ บ อ ดี ต่ อ ต้ า น ตั ว เอง (autoantibodies) ต่ อ ไทโรโกลบู ลิ น (thyroglobulin) หรือ ไทรอยด์ไมโครโซม (thyroid microsomes) เช่น ในโรคต่อมไทรอยด์อักเสบฮา ชิโมโต 4. การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ 5. การฉายรังสีที่ต่อมไทรอยด์ 6. บางครัง้ อาจเป็นมาแต่ก�ำ เนิดแต่พบได้ น้อยมาก 7. การขาดธาตุไอโอดีน การตรวจวินิจฉัย โดยการตรวจระดับไทรอยด์ สติมเู ลทติง ฮอร์โมน ที่สูงขึ้น และ T4 มีระดับปกติ อาการและอาการแสดง ผู้ ป่ ว ย จ ะ มี นํ้ า ห นั ก ตั ว เ พิ่ ม ขึ้ น เหน็ดเหนื่อย (lassitude) ผิวแห้ง สูญเสียขน หั ว ใจล้ ม เหลว โลหิ ต จาง ปั ญ หาทางระบบ ประสาทและความผิดปกติทางจิตใจ เสียงแหบ

(hoarseness) หัวใจเต้นช้า (bradycardia) อุณหภู มิตํ่า (hypothermia) ความคิดอ่านช้า ในกรณีผู้ป่วยที่เป็นมาแต่กำ�เนิดที่เรียก ว่าสภาพแคระโง่ ผู้ป่วยจะมีลิ้นใหญ่ พัฒนาการ ทางสมองช้า ร่างกายเจริญเติบโตช้า รูปร่างเตี้ย ไม่ได้สัดส่วน การเจริญของกระดูกใบหน้าและ กะโหลกศีรษะผิดส่วน ทำ�ให้กระดูกขากรรไกร บนและล่างมีขนาดเล็ก แต่กะโหลกศีรษะใหญ่ ใบหน้าสั้น จมูกสั้นและแบนราบ ฟันนํ้านมขึ้น ช้า และหลุดช้ากว่าปกติ ขนาดฟันปกติ ฟันแท้ ขึ้นช้าปลายรากฟันปิดช้า 80% ของผู้ป่วยพบ ว่ามี การเจริญพร่องของชั้นเคลือบฟัน (enamel hypoplasia) ทั้งฟันนํ้านมและฟันแท้ การรักษา โดยการให้ไทรอกซีน โซเดียม (thyroxine sodium) ซึ่งเป็นฮอร์โมนทดแทน ข้อควรระวังในการบำ�บัดทางทันตกรรม ผู้ ป่ ว ยอาจเป็ น อั น ตรายจากการได้ รั บ ยาสงบ ประสาท (sedative) เช่น ไดอะซีแพม (diazepam) หรือพวกสารเข้าฝิน่ (opioid) หลีกเลีย่ งการวางยา สลบจนกระทั่งฮอร์โมนไทรอกซีน กลับมาสู่ ระดับปกติ

ความรู้เปรียบได้กับขุมพลังที่สำ�คัญ การ เรียนรู้ ใฝ่หาความรู้ ให้กบั ตัวเองอย่างสมํา่ เสมอนัน้ ไม่จ�ำ เป็นต้องอยูแ่ ต่ในห้องเรียนเสมอไป การศึกษา นอกห้องเรียนเป็นกระบวนการเรียนการสอนวิธี หนึ่งที่กระตุ้นให้เด็กเกิดความสนใจ มีความอยาก

“ธรรมดายาตรา”

พลังศรัทธาแห่งสายนํ้าพอง – นํ้าชี

รู้อยากเห็นสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว ซึ่งสอดคล้อง กับธรรมชาติของเด็ก การที่เด็กมีโอกาสได้สังเกต สำ�รวจสิ่งแวดล้อมต่างๆ โดยใช้ประสาทสัมผัส ทั้งห้า จะทำ�ให้เด็กเกิดการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบ ตั ว อย่ า งมี ค วามหมายสามารถนำ � ไปใช้ ใ นชี วิ ต ประจำ�วัน ความสำ�คัญของการศึกษานอกห้องเรียน เป็นกิจกรรมที่มีคุณค่า ทำ�ให้เด็กเกิดการเรียนรู้ ได้ รับประสบการณ์ตรง ตลอดจนส่งเสริมทักษะด้าน

สอบถามรายละเอียดได้ที่

รศ.ทพญ.มุขดา ศิริเทพทวี

คลินิกเวชศาสตร์ช่องปาก โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันต แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โทร.043-202222-41 ต่อ 11181

ต่างๆ เป็นกิจกรรมทีเ่ ปิดโอกาสให้เด็กลงมือปฏิบตั ิ สังเกต สำ�รวจ แก้ปัญหา พัฒนาการคิดของเด็ก เป็นการขยายประสบการณ์ให้กับเด็กนอกเหนือ จากประสบการณ์ที่ได้รับในห้องเรียน นายธวัชชัย รืน่ รมย์สริ ิ รองนายกเทศมนตรี นครขอนแก่น ฝ่ายการศึกษา กล่าวว่า สังคมไทยใน ปัจจุบนั เป็นสังคมยุคใหม่ ทีเ่ จริญไปด้วยเทคโนโลยี ที่ทันสมัย ยิ่งความเจริญทางด้านเทคโนโลยีทัน สมัยเท่าใด จริยธรรมและคุณธรรมที่ดีงามซึ่งเป็น เอกลักษณ์ของสังคมไทยก็เริ่ม เลือนรางจางหายไป ทำ�ให้เด็ก และเยาวชน ขาดจิตสาธารณะ ที่พึงมีแก่คนในสังคม เทศบาลนครขอนแก่ น จึ ง มีนโยบายในการติดอาวุธทาง ปั ญ ญาให้ กั บ เด็ ก ในโรงเรี ย น สังกัดเทศบาล โดยการส่งเสริม การเรียนรู้นอกห้องเรียน เช่น โครงการเส้นทางสายรุ้ง โฮงมู นมังเมืองขอนแก่น ห้องสมุด เด็กสวนดอกคูน โรงเรียนวิถี ชุ ม ชน โรงเรี ย นสามภาษา ห้องเรียนขอบฟ้ากว้าง ศูนย์ พั ฒ นาทั ก ษะและการเรี ย นรู้ ICTขอนแก่น เป็นต้น นอกจากนี้กิจกรรมธรรมดา ยาตรา เป็นอีกหนึง่ ในกิจกรรม นอกห้ อ งเรี ย น ซึ่ ง เกิ ด จาก กลุ่ ม ครู - นั ก เรี ย น รวมถึ ง

กลุ่ ม คนทำ � งานด้ า นการ ศึ ก ษาและสิ่ ง แวดล้ อ ม จั ง หวั ด ขอนแก่ น ที่ ไ ด้ เรี ย นรู้ ป ระสบการณ์ ได้ รับแรงบันดาลใจการเดิน ธรรมยาตราลุ่ ม นํ้ า ประ ทาว จ.ชัยภูมิ โดยคณะครู นักเรียน ในสังกัดเทศบาล ได้รว่ มกิจกรรมในครัง้ นัน้ จึ ง นำ � รู ป แบบของธรรม ยาตราลุ่ ม นํ้ า ประทาวมา ต่อยอด ปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับจังหวัด ขอนแก่น โดยเทศบาลนครขอนแก่นร่วมกับเครือข่าย สมาคม ชมรม มูลนิธิ และองค์กรต่างๆ กว่า ๒๐ หน่วยงาน ได้จัดกิจกรรม ธรรม(ดา)ยาตรา ครั้งที่ ๒ “เฮียนฮู้ ฮักแพง แหล่งนํ้าของเฮา” ระหว่างวัน ที่ ๓ – ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ระยะทางประมาณ ๒๑ กิโลเมตร ซึ่งมีกิจกรรมน้อมนำ�จิตใจ, การชม นิทรรศการเกี่ยวกับสายนํ้า, การสำ�รวจคุณภาพนํ้า, การโยน E.M. Ball และการเปิดเวทีเสวนากับชาวบ้าน เพื่อเปิดเวทีให้กลุ่มคนที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้ฝกึ ฝนตนเองในการเรียนรูธ้ รรมะผ่านการเดิน – การทำ�งานร่วมกัน อีกทัง้ ยังได้สะท้อนสถานการณ์ สิง่ แวดล้อมท้องถิน่ ในปัจจุบนั ให้กบั กลุม่ คนทีร่ ว่ ม เดิน ได้รับรู้ข้อมูลสภาพปัญหา ตระหนักถึงคุณค่า ของแหล่งนํา้ สิง่ แวดล้อม ธรรมชาติ สุขภาวะชุมชน นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เด็ก – เยาวชน ได้เรียนรู้ อนุรกั ษ์ ฟืน้ ฟู การอยูร่ ว่ มกันกับธรรมชาติ ฝึกความ

อดทน รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ฝึกสมาธิ สิ่งสำ�คัญ การเดินเปิดโอกาสให้ทุกคนในหมู่คณะธรรมดา ยาตราได้รจู้ กั ตนเองอย่างลุม่ ลึก สามารถเผชิญกับ ความทุกข์ เรียนรู้ที่จะอยู่อย่างมีความสุขได้ นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า การเดินธรรม(ดา) ยาตรา ครั้งที่ ๒ ประจำ�ปี ๒๕๕๕ จากลุ่มนํ้าพอง ไปบรรจบแม่นํ้าชี เป็นการเดินด้วยศรัทธาของ กลุ่มเด็ก เยาวชน และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาต่อ ธรรมชาติ เมื่อธรรมชาติกำ�ลังถูกทำ�ลาย กลุ่มคน เหล่านี้ได้จัดกิจกรรมที่จะเดินบำ�เพ็ญเพียรตาม สายนํ้า เพื่อน้อมรับฟังความในใจของธรรมชาติ ที่ส่งผ่านไปกับสายนํ้า เพื่อที่จะสื่อสารไปยังผู้คน ทั้งหลายให้รับรู้ถึงความในใจเป็นการเปิดฟื้นฟู มิติความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับธรรมชาติทาง จิตสำ�นึก และจิตวิญญาณ

ทีมข่าวไทยเสรี...รายงาน

บวงสรวงศาลหลักเมืองอุดรธานี “ครูดีศรีประจักษ์ และรางวัลหนึ่งแสนครูดี”

วันเด็ก พูลแมน ขอนแก่น ; นายประเสริฐ บุญชู รองผู้จัดการใหญ่ เป็นประธานเปิดงานวัน เด็ก ซึ่งโรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด ได้จัดกิจกรรมสำ�หรับลูกหลานชาวพูลแมนฯ โดย มีการเล่นเกมส์ มอบของรางวัล และบริการอาหารให้กับน้องๆ ณ สนาม Fit Soccer เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา เมือ่ วันที่ 29 ม.ค.55 ทีบ่ ริเวณศาลหลักเมือง จั ง หวั ด อุ ด รธานี นายแก่ น เพชร ช่ ว งรั ง ษี ผวจ.อุ ด รธานี เป็ น ประธานในพิ ธี บ วงสรวง ศาลหลักเมือง ท้าวเวชสุวรรณ และพระพุทธรูป โพธิ์ทอง สิ่งศักดิ์คู่บ้านคู่เมืองอุดรธานี เนื่องใน โอกาสครบรอบปีที่ 13 ของการเปิดศาลหลักเมือง หลังใหม่ แทนศาลหลักเมืองหลังเก่าทีม่ สี ภาพทรุด โทรม ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปี 2502 ต่ อ มา จั ง หวั ด อุ ด รธานี พ่ อ ค้ า และ ประชาชนทุกภาคส่วน ต่างพร้อมใจกันบริจาค เงินเป็นทุนในการก่อสร้างศาลหลักเมือง หลังจาก แรลลี่ มอบทุน ; ศูนย์สรรพสินค้า แฟรี่ พลาซ่า ขอนแก่น ร่วมกับชมรมแรลลี่ ขอนแก่น และสปอน สร้างเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ฯ ทรงพระ เซอร์ตา่ งๆ ได้จดั โครงการ แฟรี่ แรลลี่ รักษ์โลก 2012 จุดหมายปลายทางที่ อ. ภูเรือ จ.เลย โดยแฟรี่ กรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ พลาซ่า ได้มอบทุนเพื่อซื้ออุปกรณ์การเรียน,ทุนอาหารกลางวันและอุปกรณ์กีฬา รวมมูลค่ากว่า สยามมกุฎราชกุมาร เป็นผูแ้ ทนพระองค์เสด็จฯ ทรง ประกอบพิธเี ปิดศาลหลักเมืองจังหวัดอุดรธานี เมือ่ 15,000 บาท ให้กับโรงเรียนบ้านตาดข่า จ.เลย และยังมีการปลูกต้นไม้ที่โรงเรียนอีกด้วย

วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2542 สำ � ห รั บ พิ ธี ใ น วั น นี้ น า ย ค อ น พลนํ้ า เที่ ยง ประธาน มู ล นิ ธิ เ พื่ อ ทะนุ บำ � รุ ง ศาลหลักเมืองอุดรธานี ได้ จั ด กิ จ กรรมต่ า งๆ ขึ้น เช่น พิธีบวงสรวง ศาลหลักเมือง พิธีทาง ศาสนา พิ ธี สั ก การะ ท้ า วเวชสุ ว รรณ และพิ ธี สั ก การะ พระพุ ท ธรู ป โพธิ์ ท อง รวมทั้ ง พิ ธี มอบทุ น การศึ ก ษาต่ อ เนื่ อ งให้ กั บ นักเรียน นักศึกษา จำ�นวน 6 ทุน นอกจากนั้ น ได้ จั ด ให้ มี พิ ธี รำ � บวงสรวงศาลหลั ก เมื อ ง ของ ภริ ย าข้ า ราชการชั้ น ผู้ ใ หญ่ คหปั ต ตานี ภรรยาคหบดี กลุ่ ม สตรี และเยาวชนสตรี จ.อุดรธานี จำ�นวน 1,000 คน พร้อมใจกันมารำ� บวงสรวงและสักการะในครัง้ นี้ โดย เชื่อกันว่าการรำ�บวงสรวงสิ่งศักดิ์ คู่บ้านคู่เมืองนี้ จะทำ�ให้ประสบแต่ ความสุข ความเจริญในการค้า และ การทำ�งาน

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2555 ที่หน้าเสา ธงโรงเรียนประจักศิลปาคาร นายสุจิน ขาวแก้ว ผู้ อำ � นวยการโรงเรี ย นประจั ก ศิ ล ปาคาร เป็ น ประธานในพิ ธี ม อบเกี ย รติ บั ต รและเข็ ม เชิ ด ชู เกียรติ “คนดีศรีประจักษ์ และรางวัลหนึ่งแสน ครูดี” ประจำ�ปีการศึกษา 2554 โดยมีนายอนันต ศักดิ์ ภูพลผัน ผู้อำ�นวยการโรงเรียนธาตุโพนมอง วิทยาคม ร่วมเป็นเกียรติ โดยมีครูที่ได้รับรางวัล “ครูดศี รีประจักษ์ ประจำ�ปีการศึกษา 2554 จำ�นวน 37 คน ครูที่ได้รับรางวัลหนึ่งแสนครูดี ประจำ�ปี การศึกษา 2554 จำ�นวน 25 คน นายสุจิน ขาวแก้ว ผู้อำ�นวยการโรงเรียนประ จักศิลปาคาร กล่าวว่า พระราชบัญญัติสภาครูและ บุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 กำ�หนดให้คุรุสภา เป็นสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา มีอำ�นาจหน้าที่ ตามมาตรา 9(5) สนับสนุนส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพและ มาตรา 9(6) ส่งเสริมสนับสนุนยกย่อง และผดุงเกียรติ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา การดำ�เนินงานของคุรุ สภาในส่วนที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ประกอบด้วยครู ผูบ้ ริหาร สถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ มีการพัฒนาคุณภาพการ ปฏิบตั งิ านและการประพฤติปฏิบตั ติ นตามจรรยาบรรณ ของวิชาชีพ และมีการยกย่องผดุงเกียรติในหลากหลาย รูปแบบตั้งแต่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาดำ�รงใน

วิชาชีพจนกระทั่งเกษียณอายุงาน และสำ�หรับผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่มีผล งานและการปฏิบัติตนที่ดีเป็นแบบอย่างเมื่อเสียชีวิตแล้ว ยังมีการจัดพิมพ์ประวัติและผลงานไว้เพื่อให้อนุชนรุ่นหลัง ได้ศึกษา การมอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติ “ครูดี ศรีประจักษ์ และรางวัลหนึ่งแสนครูดี ประจำ�ปีการศึกษา 2554 เพือ่ ยกย่องเชิดชูเกียรติผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา และเพื่อส่งเสริมสร้างขวัญและกำ �ลังใจให้แก่ผู้ประกอบ วิชาชีพทางการศึกษา ตลอดถึงยกย่องให้ครูมีความเป็นครู ด้วยจิตวิญญาณ ทั้งปฏิบัติตนและปฏิบัติงานเป็นแบบอย่าง ทีด่ ขี องสังคมและสร้างค่านิยมให้สงั คมยอมรับและเป็นการ ผลักดันให้ครูมีกระบวนทัศน์ใหม่ ดำ�เนินงานประสบความ สำ�เร็จและพัฒนาการศึกษาของประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป


หน้า 6

ปีที่ 10 ฉบับที่ 94 ประจำ�เดือนกุมภาพันธ์ 2555


ปีที่ 10 ฉบับที่ 94 ประจำ�เดือนกุมภาพันธ์ 2555

หน้า 7


หน้า 8

ปีที่ 10 ฉบับที่ 94 ประจำ�เดือนกุมภาพันธ์ 2555

MAZDA BT-50 PRO กระบะพันธุแ์ กร่งตัวใหม่

ขอนแก่ น ยนต์ จั บ รางวั ล มอบโชคให้ กับลูกค้า ในงานเปิดตัวรถยนต์รูปโฉมใหม่ของ “MAZDA BT-50 PRO” บริ ษั ท มาสด้ า เซลส์ (ประเทศไทย) จำ � กั ด ในฐานะผู้ ผ ลิ ต และจำ � หน่ า ยรถยนต์ ใ น ประเทศไทย สร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดรถยนต์ หลังต้องประสบกับภัยพิบตั นิ าํ้ ท่วมครัง้ ใหญ่ โดย มาสด้า พยายามเร่งกำ�ลังการผลิตเพือ่ กลับมาตอบ สนองความต้องการของลูกค้าให้เร็วที่สุด นายสุวิทย์ คุวานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โค้วยู่ฮะ มาสด้า (ขอนแก่นยนต์) จำ�กัด กล่าวว่า มาสด้ามีความพร้อมแล้วสำ �หรับการ เปิดตัว “BT-50 PRO” รถกระบะพันธุ์แกร่งตัว ใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการดีไซน์ใหม่ ที่ ลํ้ายุค และโดดเด่นไม่เหมือนใครตามสไตล์ “มา สด้า” ทั้งนี้ BT-50 PRO จะเป็นกระบะที่มีให้ เลือกทัง้ แบบ “ฟรีสไตล์แค็ป” และแบบ “ดับเบิล้ แค็ป 4 ประตู” ซึ่งมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3.2 และ 2.2 ลิตร โดยเครื่องยนต์ 3.2 ลิตร ผลิตกำ�ลังสูงสุดได้ 200 แรงม้า มีแรงม้าเพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรดีเซลที่ใช้

ใน BT-50 รุ่นปัจจุบัน ขณะที่เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ผลิตกำ�ลังสูงสุด ได้ 150 แรงม้า เทียบ กับรุ่นปัจจุบันแล้ว มี แรงมาเพิ่มขึ้นมา 5% ใ น ส่ ว น ข อ ง รู ป ทรงภายนอก มา สด้ า เน้ น การดี ไ ซน์ แบบสปอร์ต ดุดัน ใน สไตล์ “Zoom-Zoom” ด้วยล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว ขณะที่ภายในห้องโดยสาร จะเน้นในเรื่อง ของความสะดวกสบาย เท่ หรู พอ ๆ กับภายใน ห้องโดยสารของรถยนต์นั่งรุ่นอื่น ๆ ของมาสด้า มาสด้า BT-50 PRO เดินทางเปิดตัวที่ จังหวัดขอนแก่น พร้อมกิจกรรมความสนุกกับ มินิคอนเสิร์ต “นํ้ า ชา ชี ร ณั ฐ ” พร้ อ มโปรโมชั่ น สุ ด พิเศษเฉพาะผู้ที่จองภายในงานนี้เท่านั้น รับของ สมนาคุณกว่า 200,000 บาท มาสด้า BT-50 PRO

ราคาเริ่ ม ต้ น ที่ 589,000 บาท พร้ อ มแถมฟรี ประกันภัยชั้น 1 ในทุกรุ่น หรือ สอบถามราย ละเอียดเพิม่ เติมได้ที่ โค้วยูฮ่ ะ มาสด้า (ขอนแก่น ยนต์) 398 ถนนมิตรภาพ อ.เมือง จ.ขอนแก่น โทรศัพท์ 043-225-600 – 6 และ โค้วยูฮ่ ะ มาสด้า สาขาเซ็นทรัล ขอนแก่น (บริเวณประตู ทางเข้าข้าง B-Quick) โทรศัพท์ 088-340-5555 เปิดให้บริการทุกวัน

ฉลองเทศกาลตรุษจีน นายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผวจ.อุดรธานี เป็นประธาน เติมอาหารสมอง ; บริษัท โตโยต้าขอนแก่น ผู้จำ�หน่ายโตโยต้า จำ�กัด ได้ เปิดงานเทศกาลตรุษจีนอุดร 2555 ที่บริเวณถนนประจักษ์ศิลปาคม โดย จัดอบรมพนักงานในหัวข้อ Good to great leader ขึ้นเมื่อวันที่ 26-27 การจัดงานร่วมกันของเทศบาลนครอุดรธานี, อบจ.อุดรธานี และ ชมรม11 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมราชาวดี รีสอร์ท จ.ขอนแก่น เพื่อ ตระกูลแซ่อุดรธานี ระหว่างวันที่ 23-25 ม.ค.55 ที่ผ่านมา เป็นการพัฒนาทักษะและภาวะผู้นำ�ของทีมงานบริหาร และเพื่อเพิ่มขีด ความสามารถในการพัฒนาหน่วยงาน

“สถาพร” ขยายตลาดเพชรเมืองดอกบัว “เพราะเรารู้ว่า..คุณต้องการสิ่งที่ดีที่สุด”

นายสถาพร บัวใหญ่ ผูจ้ ดั การร้าน “สถาพร จิวเวอรี่” เปิดเผยว่า “ตลาดเพชร” มีโอกาสโตขึ้นได้ อีกมาก ในขณะเดียวกัน ตลาดการแข่งขันจิวเวลรีม่ ี น้อย ทัง้ ทีย่ งั เป็นความต้องการของกลุม่ ระดับกลาง ขึ้นไป จากปีที่ผ่านมากลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการ เพชรอยูใ่ นวัยทำ�งานเฉลีย่ อายุ 30-35 ปี ซึง่ เป็นกลุม่ ทีม่ อี ายุนอ้ ยลง แต่ปริมาณความต้องการเพิม่ มากขึน้ สายแร่เพชรไม่กระจายเหมือน สายแร่ทอง เมื่อเพชรมีตำ�หนิ แตกหัก ไม่สามารถซ่อมแซม ได้ ดังนั้น เพชร อาจมีวันหมดไปในขณะที่ ยังมี แร่ทองคำ�อีกมาก ในอนาคตเชื่อว่า เพชรจะเป็นสิ่ง ลํ้าค่าและหายากทั้งราคาสูง จากปี 2554 เพชรปรับ ราคาสูงขึ้น 100% จึงเชื่อว่าปี 2555 นี้อาจไม่มีการ ปรับราคาเพิ่มขึ้น แต่ปีต่อไปเชื่อว่าเพชร จะต้องมี การปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นอีกแน่นอน ดังนั้น จึงต้อง เร่งขยายสาขาก่อนทีจ่ ะต้องใช้เงินลงทุมเพิม่ มากขึน้ ภาคอีสาน มีรา้ นทีจ่ �ำ หน่ายจิวเวลรีน่ อ้ ยมาก หากต้องการซือ้ เพชรต้องไปที่ “บ้านหม้อ” จึงทำ�ให้

เพชรไม่แพร่หลายเท่าทีค่ วร โดยเฉพาะต่างจังหวัด มองว่าจังหวัดอุบลฯ มีศักยภาพและผู้บริโภคมี ความต้องการจิวเวลรี่ เพิ่มมากขึ้น จึงขยายสาขา “สถาพร จิวเวลรี่” สาขาที่ 7 ที่ถนนอุปราช อำ�เภอ เมือง จังหวัดอุบลราชธานี โดยใช้เงินลงทุนเฉพาะ สินค้า 28 ล้านบาท พร้อมเตรียมขยายสาขาที่ 8 และ 9 ต่อไปที่ จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดนครราชสีมา ในเร็วๆนี้

“นอกจากเตรี ย มขยายสาขาแล้ ว ใน อนาคต ยังมองการสร้าง “เฟรนชายส์” เพราะการ เลือกซือ้ เพชร ต้องการความน่าเชือ่ ถือ ความไว้ใจ ในคุณภาพและราคา จากประสบการณ์ที่อยู่กับ เพชรมานานกว่า 20 ปี ทำ�ให้ลูกค้ามีความมั่นใจ ในคุณภาพและชื่อ “สถาพร” ซึ่งกำ�ลังศึกษาการ เป็นเอเย่นต์นำ�เข้าเพชร โดยมีบริษัทคู่ค้าที่พาดู งาน ในประเทศอาฟริกาและอินเดีย หากเป็นผูน้ �ำ เข้าเอง เชื่อว่าจะกำ�หนดราคาได้ อาจทำ�ให้ราคา เพชรหน้าร้านลดลง ทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นใน คุณภาพให้กับลูกค้าที่ใช้บริการไม่ว่าจะเป็นที่ “สถาพร จิวเวลรี่ หรือ เพชรสถาพร” ทุกสาขา ทั่วประเทศ “เพราะเรารู้ว่า ลูกค้าทุกคนต้องการ สิ่งที่ดีที่สุด” จึงต้องคัดสรรเพชรนํ้าหนึ่งมอบให้ เพราะ “ลูกค้า คือคนสำ�คัญสำ�หรับเราเสมอ” นาย สถาพรฯ กล่าว

มข.ผนึก 3 องค์กรยักษ์ หนุนงานบริการ วิชาการสูส่ งั คม ดันธุรกิจเศรษฐกิจอีสาน วันที่ 19 มกราคม 2555 ที่อาคารสิริคุณากร สำ�นักงาน อธิ ก ารบดี มหาวิ ท ยาลั ย ขอนแก่น ได้มพี ธิ ลี งนามความ ร่วมมือสนับสนุนงานวิจยั และ วิชาการ ระหว่างมหาวิทยาลัย ขอนแก่ น กั บ 3 บริ ษั ท ใหญ่ ได้แก่ บริษัทศรีวิโรจน์ฟาร์ม จำ�กัด, บริษัทผลิตภัณฑ์ 3 เค จำ�กัด และบริษัทอีสานพิมาน กรุ๊ ป จำ � กั ด โดยมี รศ.ดร. กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัย ขอนแก่น และ รศ.มันทนา สามารถ คณบดีคณะ วิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นผู้ แทนจากศูนย์พัฒนากลยุทธ์ธุรกิจ คณะวิทยาการ จัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, นายประยุทธ์ ศรี วิโรจน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ศรีวิโรจน์ฟาร์ม จำ � กั ด , นายวี ร วั ฒ น์ ขอไพบู ร ณ์ รองประธาน บริหารอาวุโส บริษัทผลิตภัณฑ์ 3 เค และนาย ชาญณรงค์ บุรสิ ตระกูล กรรมการผูจ้ ดั การ บริษทั อีสานพิมานกรุ๊ป จำ�กัด เป็นผู้แทนกลุ่มบริษัท เอกชนผูร้ ว่ มลงนาม ทัง้ นีไ้ ด้รบั เกียรติจาก ผศ.ดร. อภิ ศั ก ดิ์ ธี ร ะวิ สิ ษ ฐ์ ผู้ ช่ ว ยอธิ ก ารบดี ฝ่ า ยการ ถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็น ผู้กล่าวต้อนรับ และมีผู้บริหารจากมหาวิทยาลัย ขอนแก่น และผู้บริหารจากบริษัทผู้ร่วมลงนาม ร่วมเป็นสักขีพยานเป็นจำ�นวนมาก กิจกรรมในพิธลี งนามความร่วมมือในงาน วิจัยและวิชาการ ระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น กับองค์กรพันธมิตรครั้งนี้ ได้จัดให้มีการแสดง ชุ ด พิ เ ศษชุ ด “เอ้ ด อกคู ณ ” จากนั ก ศึ ก ษาคณะ ศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่บ่ง บอกถึงความร่วมมือทางธุรกิจในอนุภมู ภิ าคลุม่ นํา้ โขงได้เป็นอย่างดี รวมทัง้ การชีแ้ จงเรือ่ ง “นโยบาย การสร้างและพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัย และพัฒนามหาวิทยาลัยขอนแก่นกับหน่วยงาน ภายนอก” โดยอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี

มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า มหาวิทยาลัย ขอนแก่นเป็นสถาบันที่มีศักยภาพด้านวิจัยและ วิชาการ ซึง่ ล้วนก่อประโยชน์แก่องค์กรทัง้ ภาครัฐ และเอกชนในประเทศไทย โดยเฉพาะในภูมิภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ อีกทั้งยังเป็นมหาวิทยาลัยที่ เล็งเห็นความสำ�คัญในการพัฒนาคุณภาพชีวติ ของ ประชาชนให้ดียิ่งขึ้นด้านผลงานทางวิชาการ จึง เป็นทีม่ าในการร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชนในการ ใช้องค์ความรู้ด้านการวิจัยเพื่อยกระดับคุณภาพ ด้านการผลิต หรือการวิจัยทางเทคโนโลยี รวมทั้ง การวิจัยด้านการตลาดที่คณะวิทยาการจัดการได้ ร่วมสนับสนุนผูป้ ระกอบการทุกภาคส่วนโดยการ หยิบยกงานวิจัยมาใช้ในการพัฒนาธุรกิจ รวมถึง กิจกรรมอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกันอันจะส่งผลต่อการ พัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มนํ้าโขง รวมทั้งนำ� การวิจัยสนับสนุนการจัดการองค์ความรู้เพื่อเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันระดับประเทศ ซึ่ง การจัดทำ�ข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ ข้ อ ต ก ล ง ค ว า ม ร่ ว ม มื อ ร ะ ห ว่ า ง มหาวิ ท ยาลั ย ขอนแก่ น กั บ บริ ษั ท ศรี วิ โ รจน์ ฟาร์ม จำ�กัด, บริษัทผลิตภัณฑ์ 3 เค และบริษัท อี ส านพิ ม านกรุ๊ ป จำ � กั ด มี ร ะยะเวลาบริ ษั ท ละ 3 ปี (พ.ศ.2555-2557) ซึ่งมีสาระสำ�คัญคือเพื่อ สร้างความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากร รวม ถึ ง นั ก ศึ ก ษา และบุ ค ลากรด้ า นอุ ต สาหกรรมที่ เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัยขอนแก่นกับบริษัทศรี

วิโรจน์ฟาร์ม จำ�กัด รวมทั้งเสริม สร้างความร่วมมือด้านการศึกษา วิจัยและบริหารจัดการองค์ความ รู้ ร่ ว มกั น เพื่ อ พั ฒ นางานด้ า น ธุรกิจยานยนต์ ธุรกิจอาหาร และ ธุ ร กิ จ อสั ง หาริ ม ทรั พ ย์ ส่ ง เสริ ม ให้ นั ก ศึ ก ษาได้ ป ฏิ บั ติ ง านสหกิ จ ศึกษา อีกทั้งยังสนับสนุนเรื่องงบ ประมาณเพื่อดำ�เนินโครงการอีก ด้วย ค ณ ะ วิ ท ย า ก า ร จั ด ก า ร มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีบทบาทสำ�คัญ ในการให้ บริการวิชาการแก่สังคม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อ ยกระดับ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทางธุรกิจ ทัง้ ในระดับท้องถิน่ และในระดับประเทศ ที่นอกเหนือจากการผลิตบัณฑิตในสาขาวิชาทาง บริหารธุรกิจ และเศรษฐศาสตร์ ด้วยการพัฒนา ศักยภาพ ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ ด้านบริหารจัดการ การตลาด การเงิน การบัญชี และ การจัดการ รวมทั้งช่วยเหลือสนับสนุน และเป็นที่ พึง่ ให้แก่วสิ าหกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม ถึงอนุภูมิภาคลุ่มแม่นํ้าโขง ให้มีขีดความสามารถ ในการแข่งขันสูงขึ้น ดังนั้นจึงจัดพิธีลงนามความ ร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อทำ�ข้อตกลง ในการพัฒนาชุมชนและประเทศชาติให้ทัดเทียม นานาชาติ นายประยุ ท ธ์ ศรี วิ โ รจน์ กรรมการผู้ จัดการบริษัท ศรีวิโรจน์ฟาร์ม จำ�กัด กล่าวว่า ศรี วิ โ รจน์ ฟ าร์ ม รู้ สึ ก ดี ใ จและเป็ น เกี ย รติ อ ย่ า งยิ่ ง ที่ ได้จัดทำ�สัญญาร่วมกับศูนย์พัฒนากลยุทธ์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย พยายามสร้างความร่วมมือในท้องถิ่นขึ้น ไม่เฉพาะ ในมหาวิ ท ยาลั ย ขอนแก่ น เท่ า นั้ น แต่ ยั ง รวมถึ ง ทุกมหาวิทยาลัยในภาคอีสาน ให้สามารถบริหาร และจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นพันธะกิจหนึ่งที่ บริษัทต้องปฏิบัติ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแนวทางการ ดำ�เนินงานของบริษัทจะเป็นกรณีศึกษาให้กับผู้

เบิร์ดเดย์ ลูกค้า V.I.P. ; ศูนย์สรรพสินค้า แฟรี่ พลาซ่า ขอนแก่น จัดงาน วันเกิดให้กับลูกค้า V.I.P ที่เกิดในเดือนมกราคม ที่ร้านอาหาร เชตเตอร์ กริลล์ โดยการจัดงานในครั้งนี้เพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้า V.I.P ทุกท่าน ISUZU INSIGHT INTELLIGENTLY ; บริษัท โค้วยู่ฮะมอเตอร์ จำ�กัด โดยผู้ที่มาร่วมงานไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และมีผู้บริหารแฟรี่ พลาซ่า จัดกิจกรรมนำ�ลูกค้าทดสอบเทคโนโลยีอัจฉริยะ INSINGHT เพื่อให้ผู้ขับขี่ ร่วมเป็นเกียรติภายในงาน ได้ทราบถึงพฤติกรรมการขับรถ รวมถึงการขับให้ประหยัดนํ้ามัน โดยใช้ เส้นทาง ขอนแก่น-อุดรธานีเป็นสนามทดสอบ โดยมีนายประยูร อังสนันท์ กรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารตีธงปล่อยรถ และหลังจากนั้นช่วงเย็น ก็มีงานเลี้ยงสังสรรค์ และมอบรางวัล ให้กับผู้ที่ขับทดสอบรถได้คะแนน INSINGHT สูงสุด ณ โชว์รูมบริษัท โค้วยู่ฮะมอเตอร์ จำ�กัด เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา

พู ล แมน ขอนแก่ น ดิ ส โก้ ปาร์ ตี้ 2012 ; คุ ณ พ นิ ด า รั ก สุ จ ริ ต แ ล ะ คุ ณ อ ร วรรณ พั ฒ นพี ร ะเดช เจ้ า ของโรงแรมพู ล แมน ขอนแก่น ราชา ออคิด ร่วมงานเลี้ยงพนักงานประจำ�ปี 2555 ภายใต้คอนเซป “ดิสโก้ ย้อน ยุค” โดยมีการแสดงโชว์จากเหล่าพนักงาน พร้อมทั้งทางโรงแรมฯ ยังได้มี การมอบประกาศเกียรติคุณและของขวัญให้กับพนักงานที่มีอายุงาน 15 ปี และมอบสร้อยคอทองคำ�แก่พนักงานที่มีอายุงานเกินกว่า 15 ปี อีกด้วย ณ ห้องออคิด บอลรูม 1-2 เมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่ผ่านมา ประกอบการในท้องถิน่ และใช้บริการวิชาการจาก มหาวิทยาลัยขอนแก่นเพิ่มมากขึ้น “บริษัทศรีวิโรจน์ฟาร์ม ขอเป็นตัวอย่างให้ กับบริษัทในท้องถิ่น ที่ไม่ได้มาใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรในท้องถิ่นที่มีอยู่ นั่นก็คือมหาวิทยาลัย ขอนแก่น สังเกตว่ามีผู้ประกอบการจำ�นวนมาก ที่ไปใช้ประโยชน์จากหน่วยงานมหาวิทยาลัยที่อยู่ เหนือนอกภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่บริษัท ศรีวิโรจน์ฟาร์ม มั่นใจว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่นมี ประสิทธิภาพเพียงพอที่จะให้บริการวิชาการกับ สังคม หากบริษัทในท้องถิ่นไม่สนับสนุนและเชื่อ ถือมหาวิทยาลัยในท้องถิ่น จะสามารถพัฒนาท้อง ถิ่นขอนแก่นให้เจริญก้าวหน้าได้อย่างไร” นายวี ร วั ฒ น์ ขอไพบู ร ณ์ รองประธาน บริหารอาวุโส บริษัทผลิตภัณฑ์ 3 เค จำ�กัด กล่าว ว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นนับเป็นเสาหลักในการ

กรอ.ขอนแก่นสัญจร ; นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ ประธานหอการค้า จังหวัดขอนแก่น นายวุฒิไกร สุวรรณวานิช รองประธานสภาอุตสาหกรรม จังหวัดขอนแก่น ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการภาครัฐและเอกชน (กรอ.) กับหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อ แก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ และศึกษาดูงาน ณ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัด แม่ฮ่องสอน ระหว่างวันที่ 24-28 มกราคม ที่ผ่านมา

ขับเคลือ่ นเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน ในภูมภิ าคตะวัน ออกเฉียงเหนือ ซึ่งในการตกลงทำ�สัญญากับศูนย์ พัฒนาธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัย ขอนแก่นครั้งนี้ ด้วยเพราะมั่นใจในคุณภาพโดย เฉพาะการดำ � เนิ น งานด้ า ยวิ จั ย และวิ ช าการเพื่ อ สนับสนุนภาคธุรกิจ นับเป็นความร่วมมือที่จะ ช่วยพัฒนาทัง้ ภาคการศึกษา ภาคการอุตสาหกรรม ภาคของเทคโนโลยีให้ทกั เทียมภูมภิ าคอืน่ ๆ รวมทัง้ การพัฒนาประเทศไทยได้อีกทางหนึ่ง ในฐานะ ตัวแทนภาคเอกชนนับเป็นสิ่งดียงิ่ ทีไ่ ด้มีโอกาสคืน กำ�ไรสู่สังคมในการช่วยเหลือการศึกษาไทย อีกทั้ง ยังเป็นการเปิดโอกาสในการสร้างบุคลากร และ บั ณ ฑิ ต ที่ มี ค วามรู้ ค วามสามรถมาพั ฒ นาระบบ เศรษฐกิจในภาคเอกชนได้อีกทางหนึ่ง นายชาญณรงค์ บุริสตระกูล กรรมการผู้ จัดการ บริษัทอีสานพิมานกรุ๊ป จำ�กัด กล่าวว่า กว่า

48 ปีของมหาวิทยาลัยขอนแก่นทีห่ ว่ งใยประชาชน และธุรกิจในชุมชนมาโดยตลอด ปฏิเสธไม่ได้ว่า ธุรกิจท้องถิ่น ผู้ประกอบการวิสาหกิจเติบโตได้ เพราะมี ม หาวิ ท ยาลั ย ขอนแก่ น ก่ อ กำ � เนิ ด ขึ้ น ใน จังหวัดขอนแก่น เป็นผลให้เกิดการศึกษา ธุรกิจ ด้านอาหาร ธุรกิจด้านเทคโนโลยี รวมถึงธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ เกิดการเอื้อเฟื้อระหว่างองค์กร ภาครัฐและเอกชนต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน ดังนัน้ เมือ่ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นผูใ้ ห้จนเราเติบ ใหญ่ วันนีจ้ งึ ถึงเวลาทีเ่ ราในฐานะตัวแทนหน่วยงาน เอกชนเพือ่ คนอีสานจึงต้องตอบแทนเพือ่ เป็นกำ�ลัง ใจสำ�คัญในการสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดำ�เนินการศึกษา วิจัย และผลิตงานวิชาการเพื่อ สนับสนุนการค้า การลงทุน และพัฒนาคุณภาพ ชีวติ ของชาวอีสาน เพราะมหาวิทยาลัยขอนแก่นนัน้ เปรียบเหมือนมหาวิทยาลัยของชาวอีสานโดยแท้

ท่องเทีย่ วปี54 ขอนแก่นสะพัดกว่า6พันล้าน

ททท.ขอนแก่น ชี้ ภาคอีสานมีเสน่ห์ดึงดูด นักท่องเที่ยว ปี 54 ทำ�ยอดพุ่ง 18.25 ล.คน เงิน สะพัดกว่า 4 หมื่นล้าน ส่วนขอนแก่นทิ้งทวนช่วง เคาท์ดาวน์ ทำ�ยอดรวมนักท่องเทีย่ วเข้า 2.9 ล้านคน เงินสะพัดจังหวัด 6.75 พันล้านบาท          นายนพรัตน์ กอกหวาน ผูอ้ �ำ นวยการการท่อง เทีย่ วแห่งประเทศไทย (ททท.) สำ�นักงานขอนแก่น สรุปภาวะภาพรวมการท่องเทีย่ วในพืน้ ทีภ่ าคอีสาน ปี 2554 ว่าการท่องเทีย่ วในภาคอีสานค่อนข้างดีเป็น ที่น่าพอใจ ถึงแม้จะมีเหตุการณ์ความไม่สงบจาก ชายแดนกัมพูชา และเหตุการณ์นํ้าท่วมในหลาย พื้นที่ภาคอีสาน แต่ถึงกระนั้นยอดนักท่องเที่ยว รวมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางเข้าพื้นที่ ภาคอีสานตลอดทั้งปีประมาณ 18.25 ล้านคน รวม รายได้ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาเฉลี่ยประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์ ส่วน 4 จังหวัด ที่ ททท.ขอนแก่นรับผิดชอบนั้น ภาพรวมค่อนข้างดี เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 7-8 เนื่ อ งจากตั ว เลขของจั ง หวั ด ขอนแก่ น และกาฬสินธุ์เพิ่มขึ้น แม้ว่าจังหวัดมหาสารคาม และร้อยเอ็ดจะมีตัวเลขค่อนข้างลดลงก็ตาม โดย ตัวเลขนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ปี 54 มีประมาณ 2.9 ล้านคน มีเงินหมุนเวียน 6.75 พัน ล้านบาท ซึ่งจังหวัดขอนแก่นเองนั้นถือว่ามีจุด ขายเด่นเป็นตลาดหลักที่สุด มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่ โด่งดังได้รับการยอมรับหลายเทศกาล โดยเฉพาะ เทศกาลสงกรานต์และล่าสุดคือ เทศกาลส่งท้ายปี

เก่าต้อนรับปีใหม่ ที่จัดเป็นเคาท์ดาวน์ปาร์ตี้ปีแสง อย่างยิ่งใหญ่ จนมีตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้าพัก โรงแรมเพิม่ ขึน้ ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ทำ�ให้ยอดนักท่อง เที่ยวของจังหวัดขอนแก่นพุ่งสูงขึ้น                      นายนพรัตน์ กล่าวอีกว่า สำ�หรับปี 55 นี้ วาง เป้าหมายเพิ่มขึ้นเฉพาะขอนแก่นไม่ตํ่ากว่า 3 ล้าน คนหรือรายได้ประมาณ 7,229 ล้านบาท และคาด ว่าเฉลี่ยทั้งภาคน่าจะเพิ่มประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากการท่องเที่ยวรวมของภาคได้รับผลกระ ทบจากภัยพิบัติน้อยมาก และขอนแก่นยังคงเป็น ตลาดหลักเหมือนเดิม นอกจากเทศกาลประจำ�ปี แล้ว ปีนี้จังหวัดขอนแก่นยังเป็นเจ้าภาพกีฬาแห่ง ชาติและกีฬาคนพิการแห่งชาติ รวมถึงเทศกาล ต่าง ๆ ทีเ่ ป็นทีข่ นึ้ ชือ่ ของจังหวัดอย่างมากมายทีส่ ง่

เสริมให้เกิดการมาท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง          “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำ�นักงาน ขอนแก่น มีแผนการตลาดที่จะเชื่อมโยงกับกลุ่ม ลูกค้าที่อยู่ในภาคเหนือตอนล่าง โดยจะเน้นกลุ่ม ลูกค้าเชิงการเรียนรู้ อย่างนักศึกษา และกลุ่มสนใจ ศิลปวัฒนธรรมรวมถึงศาสนา โดยปีนี้พร้อมส่ง เสริมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงรุก 2 เส้นทางมากขึ้น โดยเน้นเส้นทางท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ที่สมบูรณ์ แบบที่สุดของไดโนเสาร์ และเส้นทางไหว้พระธาตุ สักการะสิง่ ศักดิส์ ทิ ธิ์ 4 เมือง อาทิ พระธาตุขามแก่น, พระธาตุแก่นนคร, พระธาตุยาคู, พระธาตุนาดูน และพระมหาเจดียช์ ยั มงคล เพือ่ กระตุน้ นักท่องเทีย่ ว เข้ามาที่จังหวัดในเขตรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น” 

บันทึกข้อตกลงแก้ปญ ั หายาเสพติด ; นายสมบัติ ตรีวฒ ั น์สวุ รรณ ผวจ.ขอนแก่น เป็นประธาน การทำ�บันทึกข้อตกลงความร่วมมือประกาศเจตนารมณ์ เพือ่ แก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาด ของยาเสพติดในพืน้ ทีจ่ งั หวัดขอนแก่น ในการประชุมคณะกรรมการศูนย์อ�ำ นวยการพลังแผ่นดิน เอาชนะยาเสพติดจังหวัดขอนแก่น ทีห่ อ้ งประชุมพระธาตุขามแก่น ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 30 มกราคม 25555


ปีที่ 10 ฉบับที่ 94 ประจำ�เดือนกุมภาพันธ์ 2555

หน้า 9


หน้า 10

ปีที่ 10 ฉบับที่ 94 ประจำ�เดือนกุมภาพันธ์ 2555

วันกองทัพไทย

“สวั ส ดี ค่ ะ ” หนั ง สื อ พิ ม พ์ ไ ทยเสรี ขอ ต้อนรับทุกท่านเข้าสู่คอลัมน์ “สายตรงโรงพัก” ฉบับประจำ�เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๕ เราขอแนะนำ�ท่านให้รู้จักกับคนในแวดวงสีกากี นั่นคือ “ตำ�รวจ” หรือ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ใน พื้นที่ภาคอีสานเช่นเคยค่ะ เนื่องจากเดือนนี้เป็น เดือนแห่งความรักคอลัมน์ “สายตรงโรงพัก” ฉบับ นี้เราจึงขอแนะนำ�ท่านให้รู้จักกับสองนายตำ�รวจ หนุ่มอนาคตไกล พ.ต.ท.สรภพ หมื่นกันยา และ พ.ต.ท.ไกรสร พาน้อย สว.สส.สภ.เมืองขอนแก่น หรือที่เรียกว่า “สารวัตรสืบสวน” รับผิดชอบดูแล งานสืบสวนเป็นตำ�รวจ “ฝ่ายบู๊” ที่มีลูกน้อง-ผู้ใต้ บังคับบัญชาเป็นตำ�รวจสายสืบนอกเครือ่ งแบบชุด “พยัคฆ์” แห่งโรงพักเมืองขอนแก่น พร้อมความรัก ของเพือ่ นสนิททีม่ าทำ�งานร่วมกันจนประสบความ สำ�เร็จอย่างงดงามและลงตัวมากที่สุด สำ � หรั บ พ.ต.ท.สรภพ หมื่ น กั น ยา (สารวัตรเอ็กซ์) สว.สส.สภ.เมืองขอนแก่น จบ การศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียน แก่นนครวิทยาลัย จ.ขอนแก่น แล้วสอบเข้าเรียน ต่อโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 36 และโรงเรียน นายร้อยตำ�รวจรุ่นที่ 52 จนจบการศึกษาปริญญา ตรี รัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต (โรงเรียนนายร้อย ตำ�รวจ) และจบปริญญาโทศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาบริหารการพัฒนา จากคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้ารับราชการตำ�รวจ เริ่ม ตั้งแต่ปี 2542 เป็น พนักงานสอบสวน (สบ.1) สภ.ศรีวิไล จ.หนองคาย ปี 2545 เป็น รอง สว. (สืบสวน) ภ.จว.ขอนแก่น ปี 2550 เป็น สารวัตร สื บ สวนปราบปราม (สว.สป.) สภ.บ้ า นไผ่ จ.ขอนแก่น กระทั่งปี 2552 เป็น สว.สส.สภ.เมือง ขอนแก่ น จนถึ ง ปั จ จุ บั น นอกจากนั้ น ยั ง ได้ รั บ รางวัลปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติประจำ�ปี 2546 จากสำ�นักงานตำ�รวจแห่งชาติ (สตช.) และจาก ตำ�รวจภูธรภาค 4 พร้อมกัน ส่วน พ.ต.ท.ไกรสร พาน้อย (สารวัตร กั้ ง ) สว.สส.สภ.เมื อ งขอนแก่ น จบการศึ ก ษา ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนอุดรพิทยา นุ กู ล จ.อุ ด รธานี จากนั้ น ได้ ส อบเข้ า เรี ย นต่ อ ที่ โรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 36 และโรงเรียนนาย ร้อยตำ�รวจรุ่นที่ 52 เช่นกัน จบการศึกษาปริญญา ตรี รัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต (โรงเรียนนายร้อย ตำ�รวจ) พร้อมกัน ต่อมารับราชการตำ�รวจเริ่มจาก ปี 2542 เป็น พนักงานสอบสวน (สบ.1) สภ.กิ่ง กู่แก้ว จ.อุดรธานี ปี 2543 ช่วยราชการพนักงาน สอบสวน(สบ.1) สภ.เมืองอุดรธานี ปี 2546 เป็น รอง สว.ผ.กก.2 บก.ทท.(ตำ�รวจท่องเที่ยว) ปี 2547 เป็น รอง สว.งานสืบสวน กก.2 บก.ทท. ปี 2548 เป็น รอง สว.งานสืบสวน กก.1 บก.ทท. ปี 2549 เป็น รอง สว.จร.สภ.เมืองขอนแก่น (ช่วยราชการ งานสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น) ปี 2550 เป็น นว. (สบ.1) ผบก.อก.ภ.4 (พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์) ปี 2551 เป็น สารวัตรสืบสวนปราบปราม (สว. สป.) สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น (ช่วยราชการศูนย์ สืบสวนสอบสวนตำ�รวจภูธรภาค 4 ) ปี 2553 เป็น สว.กก.3 บก.สส.ภ.4 กระทั่งปี 2554 เป็น สว.สส. สภ.เมืองขอนแก่น จนถึงปัจจุบัน เนื่องจาก สภ.เมืองขอนแก่น เป็นโรงพัก

ขนาดใหญ่ของหัว เมืองหลักในภาค อีสาน สำ�นักงาน ตำ � รวจแห่ ง ชาติ หรื อ สตช. ได้ กำ�หนดโครงสร้าง ใ ห้ ส า ร วั ต ร สืบสวนทีม่ าดำ�รง ตำ�แหน่งมีจ�ำ นวน พ.ต.ท.สรภพ หมื่นกันยา สองคนเพื่อจะได้ ร่ ว มด้ ว ยช่ ว ยกั น ควบคุมดูแลและ รั บ ผิ ด ชอบงาน สื บ สวนได้ อ ย่ า ง ทั่ ว ถึ ง โดยแบ่ ง หน้าที่รับผิดชอบ ดูแลลูกน้อง-ผู้ใต้ บังคับบัญชาอย่าง พ.ต.ท.ไกรสร พาน้อย เสมอภาคกัน นำ� ไปสู่เป้าหมายแห่งความสำ�เร็จในการติดตามจับ โจรหรือกลุ่มคนร้าย และกลุ่มมิจฉาชีพต่างๆ มา รับโทษทัณฑ์ตามกฎหมายให้ได้มากทีส่ ดุ เพือ่ ทำ�ให้ บ้านเมืองสงบสุขร่มเย็นต่อไป ไม่น่าเชื่อว่าสารวัตรสืบสวนทั้งสองท่าน นี้ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนเตรียมทหารและ โรงเรียนนายร้อยตำ�รวจที่ได้มาทำ�งานร่วมกันนี้ จะเป็ น เพื่ อ นสนิ ท กั น โดยคบหาสนิ ท สนมกั น มายาวนานกว่ า 20 ปี ตั้ ง แต่ ค รั้ ง เรี ยนโรงเรีย น เตรียมทหาร และอยู่ในกลุ่ม “พรานอีสาน” ขณะ เรียนอยู่โรงเรียนนายร้อยตำ�รวจ (หรือสามพราน จ.นครปฐม) ทางครอบครัวของสารวัตรทั้งคู่ได้ไป มาหาสู่กันอยู่เสมอ ส่งผลให้เมื่อทั้งสองมาทำ�งาน ร่วมกัน จึงประสบความสำ�เร็จตามเป้าหมายที่ผู้ บังคับบัญชาตั้งไว้อย่างงดงาม พร้อมเห็นผลงาน อย่างเป็นรูปธรรมสูงสุด ปิดท้าย พ.ต.ท.สรภพ ได้กล่าวฝากไปถึง นายตำ�รวจรุ่นน้องที่มีใจรักและอยากจะมาทำ�งาน ด้านสืบสวนตำ�รวจนอกเครื่องแบบนี้ด้วยว่า “ต้อง เข้ า ใจในเนื้ อ งานสื บ สวนอย่ า งถ่ อ งแท้ เ สี ย ก่ อ น พร้อมมีความตั้งใจที่แน่วแน่ในการทำ�งานและรัก ในงานที่ทำ�ด้วยแล้วจะประสบความสำ�เร็จในการ ทำ�งานในที่สุด สิ่งสำ�คัญสำ�หรับผมโชคดีที่ผมได้ ทำ�งานอยูท่ บี่ า้ นเกิดเมืองนอน จ.ขอนแก่น จึงเข้าถึง คนในพืน้ ที-่ ท้องถิน่ เราได้เป็นอย่างดี ทำ�ให้สบื สวน คดีจนสามารถตามจับกลุ่มคนร้ายมาดำ�เนินคดีได้ อย่างไม่ยากเย็น ยิ่งมาทำ�งานร่วมกับสารวัตรกั้ง เพื่อนสนิทยิ่งทำ�ให้มีความคล่องตัวดีครับ” ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.ไกรสร กล่าวสรุป อย่างอารมณ์ดีว่า “ผมคลุกคลีกับงานสืบสวนมา โดยตลอด งานด้านนี้จึงซึมอยู่ในสายเลือดอาชีพ ตำ�รวจของผมอยู่แล้ว จนมาทำ�งานกับเพื่อนสนิท อย่างสารวัตรเอ็กซ์ที่เราเข้าใจอะไรกันดีอยู่แล้ว และเราได้ปรึกษางานกันอยูต่ ลอดทำ�ให้เราทำ�งาน ร่วมกันได้เป็นอย่างดี ก็เพราะความเป็นเพือ่ นสนิท ของเราจึงทำ�ให้งานของเราที่ทำ�ร่วมกันนี้ประสบ ความสำ�เร็จดีมากครับ”

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2555 ณ ลานสวน สนามค่ายศรีพัชรินทร อ.เมือง จ.ขอนแก่น พลตรี วีระพงศ์ คงเกษม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก ที่ 23 เป็นประธานในพิธีกระทำ�สัตย์ปฏิญาณตน ต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย โดยมี พันเอก สมบัติ จินดาศรี รอง ผบ.กรมทหารม้าที่ 6 เป็น ผบ.กองผสม มีกองพันสวนสนาม 5 กองพัน จัดจาก กรมทหารราบที่ 8 จำ�นวน 2 กองพัน กรม ทหารม้าที่ 6 จำ�นวน 2 กองพัน และ กองพัน ทหารปืนใหญ่ที่ 8 สนธิกำ�ลังกับ มณฑลทหาร

บกที่ 23 อีก 1 กองพัน นอกจากนี้ ยังมีการแสดง แสนยานุภาพ สวนสนามด้วยขบวนยานยนต์ ด้วย รถยนต์ลำ�เลียงพล รถปืนใหญ่ และรถถัง วันกองทัพไทย เป็นวันที่ระลึก ในวาระที่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำ�ยุทธหัตถี กับพระมหาอุปราชาของพม่า โดยถือเอาวันที่ 18 มกราคม ของทุกปีเป็นวันกองทัพไทย ตามการ คำ�นวณ จากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ที่ระบุว่า พระองค์กระทำ�ยุทธหัตถี ในวันจันทร์ แรม 2 คํ่า เดือนยี่ ปีมะโรง จ.ศ.954 คำ�นวณได้ ตรงกับวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2135 (บางตำ�ราว่า ปี พ.ศ.2136) เดิมกระทรวงกลาโหมได้กำ�หนดให้วันที่

8 เมษายนของทุกปีเป็นวันกองทัพไทย ต่อมาในปี พ.ศ.2523 ได้เปลีย่ นโดยให้ถอื เอาวันที่ 25 มกราคม เป็นวันกองทัพไทย ตามมติของคณะรัฐมนตรี ใน สมัยนั้น ตามประกาศสำ�นักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำ�หนดวันกองทัพไทย และวันสถาปนากระทรวง กลาโหม ลง ๑๓ มิ.ย.๒๕๒๓ ต่อมาในภายหลัง ได้มีนักประวัติศาสตร์ หลายท่าน ได้ตรวจสอบ และพบว่าวันที่ทรงกระทำ�ยุทธหัตถีนั้น แท้จริง แล้วไม่ได้ตรงกับวันที่ 25 มกราคม แต่น่าจะตรง กับวันที่ 18 มกราคม ปีดังกล่าว ทางราชการยัง

คงถือเอาวันที่ 25 มกราคม เป็นวันกองทัพไทยต่อ ไป จนกระทั่งวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2549 คณะ รัฐมนตรีได้เห็นชอบ ตามที่กระทรวงกลาโหม เสนอ ให้เปลี่ยนแปลงกำ�หนดวันกองทัพไทยจาก วันที่ 25 มกราคม ของทุกปีเป็นวันที่ 18 มกราคม ของทุกปี และอนุมัติให้เป็นวันหยุดราชการของ กระทรวงกลาโหม ตามหลักการเดิม ตามประกาศ สำ�นักนายกรัฐมนตรี เรื่องการเปลี่ยนแปลงวัน กองทัพไทย ลง ๒๓ ส.ค.๒๕๔๙ ในปัจจุบัน วันที่ ๑๘ มกราคม จึงถือเป็น “วันยุทธหัตถี” “วันสมเด็จ พระนเรศวรมหาราช” หรือ “วันกองทัพไทย”

“พูลแมน ขอนแก่น” สร้างความมั่นใจ ซ้อมหนีไฟ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2555 โรงแรมพูล แมน ขอนแก่น ราชา ออคิด ร่วมกับ ฝ่ายป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครขอนแก่น, ป้องกันจังหวัด, สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จังหวัด และสถานีต�ำ รวจภูธรอำ�เภอเมืองขอนแก่น จัดให้มีการปฏิบัติตามแผนฝึกซ้อมระงับอัคคีภัย ในอาคารสูง เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ฉุกเฉิน และสร้างความมั่นใจระบบการระงับอัคคี ภัยภายในโรงแรมฯ

ฉีดนํ้าอัตโนมัติ (Springier) ซึ่งตัวฉีดนํ้าอัตโนมัติ จะทำ�งานเมื่อความร้อนภายในบริเวณนั้นอยู่ที่ 68 องศาเซลเซียส และมีบันไดหนีไฟอยู่ 3 แห่ง คือ ด้านซ้าย กลาง และขวา ของตัวอาคาร ซึ่งมี ขนาดกว้าง 2.50 เมตร ผนังด้านซ้ายและด้านขวา มีคณ ุ สมบัตพิ เิ ศษคือเป็นผนังกันไฟ ส่วนประตูหนี ไฟนัน้ เป็นระบบปิดล็อคอัตโนมัติ คือเมือ่ ผูป้ ระสบ ภัยหนีออกไปแล้วไม่สามารถเปิดประตูย้อนกลับ เข้ามาใหม่ได้อีก นอกจากนั้นโรงแรมยังมีแผนผัง

มร.โอเล่ นีลเซ่น ผูจ้ ดั การใหญ่ โรงแรมพูล แมน ขอนแก่น ราชา ออคิด กล่าวว่า โรงแรมมีการ อบรมพนักงานเกี่ยวกับการฝึกซ้อมระงับอัคคีภัย ทุกปี โดยแต่ละครั้งจะต้องมีพนักงานเข้าอบรมไม่ ตํา่ กว่าร้อยละ 80 เพือ่ ให้พนักงานได้มคี วามรูค้ วาม เข้าใจและปฏิบัติจริงได้ นอกจากนั้นทางโรงแรม ยังมีการตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัยทุกเดือน ส่วนถังเคมี สายไฟ มีการตรวจสอบคุณภาพทุกๆ แถลงผลงานปราบยาเสพติด ; นายสมบัติ ตรีวฒ ั น์สวุ รรณ ผูว้ า่ ราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อม วันที่ 25 ของเดือน ด้วยผู้เกี่ยวข้องกับการป้องกัน ปราบปราม บำ�บัดรักษา ร่วมกันแถลงผลงานการป้องกันปราบ “ระบบความปลอดภัยของแขกผู้มาพักใน ปรามยาเสพติดในรอบปี 2554 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2555 ที่ห้องภูผาม่าน โรงแรมขอนแก่น โรงแรมฯและพนักงาน ทุกๆ พื้นที่ของโรงแรมฯ โฮเต็ล อำ�เภอเมืองขอนแก่น มีการติดตั้งที่จับควันไฟ (Smoke detector) และตัว

การหนีไฟติดไว้ในห้องพักทุกห้อง” ในการฝึ ก ซ้ อ มครั้ ง นี้ เป็ น การสมมุ ติ เหตุ ก ารณ์ เ กิ ด อั ค คี ภั ย ที่ ชั้ น 15 ซึ่ ง มี ผู้ เ ข้ า พั ก ที่ โรงแรม 97 ห้อง จำ�นวน 180 คน เป็นการซ้อมการ ช่วยเหลือผูต้ ดิ ในอาคารด้วยการใช้รถกระเช้า และ การโรยตัวผู้ติดในอาคารให้ออกมาอย่างปลอดภัย โดยมีพนักงานโรงแรมพร้อมตัวแทนร้านเช่า เข้า ร่วมการฝึกซ้อมกว่า 400 คน มร.โอเล่ นีลเซ่น กล่าวอีกว่า โรงแรมได้ ตระหนั ก ถึ ง เรื่ อ งความปลอดภั ย ของแขกและ พนักงานอยู่ตลอดเวลาและยืนยันว่าทุกท่านจะได้ รับความปลอดภัยเมื่อมาใช้บริการที่โรงแรม

ผนึกกำ�ลัง บุกค้นหมูบ่ า้ นเป้าหมาย

เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2555 ที่ ห น้ า กองบั ง คั บ การตำ � รวจ ภู ธ รอุ ด รธานี นายสาโรช แสงอรุ ณ รอง ผวจ.อุ ด รธานี เป็นประธานในการแถลงข่าว ร่วมกับ พ.ต.อ.บุญลือ กอบาง ยาง รรก.ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ทวี ศั ก ดิ์ สุ ข เกษม รอง ผบก., พ.ต.อ.จักรกฤษณ์ จันทร รัตน์ รอง ผบก., พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สส. และเจ้าหน้าที่ สื บ สวนสอบสวนของ ภู ธ ร จั ง หวั ด , อ.นายู ง และ อ.นํ้ า โสม ในการบุกเข้าค้นหมู่บ้าน โสมสวรรค์ ต.โนนทอง อ.นายูง จ.อุดรธานี ซึง่ เป็นเป้าหมายของ การปราบปรามยาเสพติด และ อาชญากรรมต่างๆ ทั้ ง นี้ เ มื่ อ เวลา 05.30 น.วันที่ 20 ม.ค.กำ�ลังผสมตำ�รวจ ภูธรจากจังหวัด สภ.นํา้ โสม และ สภ.นายูง จำ�นวน 100 กว่าคน นำ�เอาหมายศาล จังหวัดอุดรธานี บุกจู่โจมเข้าทำ�การตรวจหมู่บ้าน โสมสวรรค์ และบ้านที่เป็นบ้านเป้าหมายของการ ปราบปรามยาเสพติด และผูร้ า้ ยก่อคดีอาชญากรรม ต่างๆ ที่เป็นเป้าหมาย โดยมีการแบ่งกำ�ลังบุกเข้า ตรวจค้น 6 จุด ปรากฏว่าในการบุกเข้าตรวจค้นครั้งนี้เจ้า หน้าทีต่ �ำ รวจสามารถจับกุมเครือข่ายยาบ้าทีส่ �ำ คัญ คือ นายวิหาญ บุญปัน หรือ เสือหาญฯอายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 139 ม.2 บ้านโสมสวรรค์ ต.โนนทอง อ.นายูง จ.อุดรธานี พร้อมกับเครือข่ายอีก 13 คน เป็นชาย 11 คน เป็นหญิง 1 คน คือ น.ส.มัชฌิมา ชัยสิทธิ อายุ 23 ปี และเยาวชนหญิง 1 คน ชื่อ ด.ญ.ดาฯ อายุ 14 ปี (นามสมมุติ) ซึ่งการนำ�ผู้ ต้องหามาแถลงข่าวต้องใช้รถบรรทุกผู้ต้องหาไป ศาล เพราะผูต้ อ้ งหาหลายคน ส่วนทรัพย์ของกลาง ต้องใช้รถยนต์กระบะขนมาถึง 2 คัน นายสาโรช กล่าวว่า สำ�หรับการตรวจค้น จับกุมหมูบ่ า้ นตามเป้าหมายครัง้ นี้ เป็นนโยบายการ ปราบปรามยาเสพติดที่รัฐบาลถือเป็นวาระแห่ง ชาติ และการตรวจค้นจับกุมเครือข่ายยาเสพติด ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของจังหวัด

ที่ต้องใช้กำ�ลังผสมตำ�รวจ ปกครองและทหาร โดย เฉพาะตัวการใหญ่คือ นายวิหาญ บุญปัน หรือ เสือ หาญเป็นบุคคลที่ทางการต้องการตัวมากคนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ยังมีเป้าหมายในพื้นที่อำ�เภอต่างๆ อีกหลายแห่ง ซึ่งทางจังหวัด จะได้ร่วมมือกับทุก ฝ่าย เข้าทำ�การตรวจค้นจับกุมในลักษณะเช่นนี้อีก ทั้งนี้เพราะเป้าหมายของจังหวัดต้องการให้ยาเสพ ติดหมดไปจากพื้นที่จังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่อำ�เภอ เสี่ยงที่มีเป้าหมายอยู่แล้วอีกหลายอำ�เภอ พ.ต.อ.บุญลือ กล่าวว่า เครือข่ายที่ อ.นายูง ทีถ่ กู จับกุมในครัง้ นี้ ถือว่าเป็นเครือข่ายทีส่ �ำ คัญและ ใหญ่มากเครือข่ายหนึง่ เพราะนอกจากจะเป็นเครือ ข่ายยาบ้าแล้ว ก็มกี ารสะสมอาวุธปืนนานาชนิดเอา ไว้ เห็นได้วา่ เตรียมเอาต่อสูก้ บั ตำ�รวจ จึงต้องทำ�งาน กันอย่างระมัดระวัง เพราะอาจจะเจอการต่อสู้จาก เครือข่ายได้ “ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ยังมีพื้นที่เป้า หมายเครือข่ายยาเสพติดและอาชญากรรมอยู่อีก หลายแห่ง และอยูใ่ นบัญชีทที่ างการจะบุกเข้าตรวจ ค้น ซึง่ ทางตำ�รวจ ฝ่ายปกครอง ทหาร มีเป้าทีจ่ ะเข้า ตรวจค้น แต่ขอให้มีการพร้อมเพรียงกันเสียก่อน” พ.ต.อ.บุญลือ กล่าว

มอบหมวกและเสือ้ กาวน์ นักศึกษาพยาบาล

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2555 คณะพยาบาล ศาสตร์ ได้จัดพิธีมอบหมวก และเสื้อกาวน์ ให้แก่ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะพยาบาลศาสตร์ ณ ห้อง ประชุมอาคารพัฒนาบุคลากร มหาวิทยาลัยอีสาน เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ที่ปฏิบัติ กันมาในทุกๆ ปีของคณะพยาบาลศาสตร์ และเป็นสิริ มงคลแก่วชิ าชีพการพยาบาลในการประกอบวิชาชีพ ต่อไป โดยมี รศ.ชูชาติ อารีจติ รานุสรณ์ รองอธิการบดี

เพลงผูห้ ญิงสีขาว ของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ทกุ ชัน้ ปี ซึง่ เป็นเพลงประจำ�คณะพยาบาลศาสตร์ และ ยังเป็นเพลงทีใ่ ช้ในพิธรี บั มอบหมวกและเสือ้ กาวน์ ของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอีสาน ใน ทุกปีอีกด้วย ในช่วงท้ายของพิธี คณบดี คณะพยาบาล ศาสตร์ มหาวิทยาลัยอีสาน ได้กล่าวให้โอวาทแก่ นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 2 ที่ได้รับหมวก

ฝ่ายบริหารและวิชาการ เป็นประธานเปิดงาน จากนัน้ มีการเปิดฉายวีดที ศั น์กจิ กรรมของ นักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ทไี่ ด้เข้าร่วมกิจกรรม ในการบำ�เพ็ญประโยชน์ต่อสังคมในด้านต่างๆ ใน ปีทผี่ า่ นมา หลังจากจบการฉายวีดที ศั น์แล้ว รศ.ดร. ปิยะรัตน์ นิลอัยกา คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอีสาน ได้มอบหมวก และเสื้อกาวน์ ให้แก่นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 จำ�นวน 58 คน จากนั้นรุ่นพี่นักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ ได้ร่วมกันทำ�พิธีมอบเชิงเทียน และเทียนไข ให้แก่ นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ที่เพิ่งได้รับหมวก ภายใต้ บรรยากาศการร่วมกันร้องเพลงมาร์ชพยาบาล และ

และเสือ้ กาวน์ ในการปฏิบตั ติ นในสายวิชาชีพการ พยาบาล โดยให้นักศึกษาทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วย ความซื่อสัตย์ สุจริตต่อตนเอง และส่วนรวม ทั้งนี้ ได้เน้นยํา้ ในเรือ่ งของความมีเมตตา เพราะถือได้วา่ หัวใจหลักอันสูงสุดของวิชาชีพการพยาบาล คือ ความมีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ภายหลังเสร็จจากการให้โอวาท นักศึกษา คณะพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ที่ได้รับมอบหมวก และเสื้อกาวน์ ได้ถ่ายภาพร่วมกับ คณาจารย์และ เจ้าหน้าที่ เพื่อเก็บความประทับใจไว้เป็นที่ระลึก และเป็นกำ�ลังใจในการที่จะมุ่งมั่น ตั้งใจในการที่ จะเป็นพยาบาลที่ดีในอนาคตต่อไป

เพ็ญศิริ นาคทน ...รายงาน


หน้า 11

ปีที่ 10 ฉบับที่ 94 ประจำ�เดือนกุมภาพันธ์ 2555 ขก.ระดมสมอง

• ต่อจากหน้า 1

เมื่ อ วั น ที่ 28 ม.ค.55 ที่ โ รงแรมเจริ ญ ธานี จ.ขอนแก่น หอการค้าจังหวัดขอนแก่นได้จัดเสวนา “ขอนแก่นมุ่งสู่..เมืองมหานคร” โดยมี ดร.สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา เป็นประธาน เพื่อ กำ�หนดจุดยุทธศาสตร์ ส่งเสริมการค้า การลงทุน และ การท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่นเป็นวาระแห่งปี และ ผลักดันให้ขอนแก่นเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจ รวมถึงการคมนาคม ขนส่ง โลจิสติกส์ ของภาคอีสาน โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา นักการเมืองระดับจังหวัด และ นักการเมืองท้องถิ่นของจังหวัด เข้าร่วมเสวนาแลก เปลี่ยนข้อคิดเห็น ในการจัดทำ�แผนพัฒนาเมืองและ การแก้ไขปัญหาต่างๆ ร่วมกัน เพือ่ เป็นการเตรียมความ พร้อมรองรับการพัฒนาเส้นทางเศรษฐกิจสูป่ ระชาคม อาเซียนที่จะมาถึงในปี 2558 นายธี ร ะศั ก ดิ์ ฑี ฆ ายุ พั น ธุ์ ประธาน หอการค้าจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า หอการค้า จั ง หวั ด ขอนแก่ น ได้ ร่ ว มกั บ หน่ ว ยงานทุ ก ภาค ส่ ว นของ จ.ขอนแก่ น กำ � หนดยุ ท ธศาสตร์ ท าง ด้ า นการขนส่ ง โลจิ ส ติ ก ส์ ซึ่ ง แนวทางที่ ท าง หอการค้าจังหวัดขอนแก่นต้องการที่จะผลักดัน ให้ จ.ขอนแก่นเป็นศูนย์กลางทางด้านการขนส่ง คมนาคมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และยัง เป็นการเตรียมความพร้อมของจังหวัดในการเป็น ประตูสปู่ ระชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เนือ่ งจากสภาพ ทีต่ งั้ ทางภูมศิ าสตร์ของ จ.ขอนแก่นอยูก่ งึ่ กลางของ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และประการสำ�คัญอีก อย่างหนึง่ คือ จ.ขอนแก่นตัง้ อยูบ่ นระเบียงเศรษฐกิจ ตะวันออก-ตะวันตก ทำ � ให้ ปั จ จุ บั น สภาพเศรษฐกิ จ ของ จ.ขอนแก่นได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอยู่มาก โดย จีดีพี ของจังหวัดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ เป็นอันดับ 2 ของภูมภิ าคตะวันออกเฉียงเหนือ รอง มาจากจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งปัจจุบันต่างก็มีนัก ลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศหันมาสนใจ ลงทุนภายใน จ.ขอนแก่นมีจำ�นวนเพิ่มขึ้นทุกปี ส่ง ผลให้เงินหมุนเวียนในจังหวัดนับพันล้านบาท นอกจากนี้ ตั้ ง แต่ ป ระเทศไทยกั บ สปป. ลาว ขยายเส้นทางการสัญจรของทั้ง 2 ประเทศ มา ถึง จ.ขอนแก่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำ�ให้ ประชาชนจาก สปป.ลาว เข้ามาจับจ่ายใช้สอย และ พักภายในจังหวัดเพิม่ ขึน้ ตลอด รวมทัง้ จ.ขอนแก่น สามารถเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ ได้รอบทิศ และ สามารถเป็นจุดเชื่อมโยงการขนส่งและบริการไป ประเทศเพื่อนบ้านได้อีกด้วย นายสุ ร เดช ทวี แ สงสกุ ล ไทย ที่ ป รึ ก ษา หอการค้าจังหวัดขอนแก่น ฝ่ายคมนาคม-ขนส่ง กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นเป็นจังหวัดที่พื้นฐาน ทางศักยภาพทีจ่ ะเป็นจังหวัดทีจ่ ะมีการเจริญเติบโต อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว โดยเฉพาะเป็นจังหวัดที่เป็น ศูนย์กลางของภาคอีสาน รวมถึงจะเป็นศูนย์กลาง ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำ�ลังจะเปิดใน อีกไม่กปี่ ขี า้ งหน้า เนือ่ งจาก จ.ขอนแก่นเป็นจังหวัด ทีอ่ ยูบ่ นเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวัน ตก ซึง่ เป็นเส้นทางเศรษฐกิจทีส่ ำ�คัญ รวมถึงถ้าหาก ประเทศจีนสร้างรถไฟความเร็วสูงไปยังประเทศ สิงคโปร์ ทั้ง 2 เส้นทางก็จะมาตัดอยู่ที่ จ.ขอนแก่น ทำ�ให้ในอนาคตขอนแก่นจะต้องมีการเปลีย่ นแปลง ในด้านต่างๆ อย่างแน่นอน แต่เนื่องจากศักยภาพของจังหวัดขอนแก่น ยังไม่สามารถทีจ่ ะรองรับความเจริญได้อย่างแท้จริง เพราะจากการที่ขอนแก่นยังขาดปัจจัยในหลายๆ ด้าน ดังนั้นจึงอยากเสนอให้ทางรัฐบาลสนับสนุน โครงการต่างๆ ในจังหวัด ที่จะเป็นตัวผลักดันให้ ขอนแก่นมีศักยภาพที่จะสามารถรองรับกับความ เปลี่ยนแปลงในอนาคตที่จะถึงนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นใน เรือ่ งของสนามบินนานาชาติ เพือ่ รองรับประชาชน จากต่างประเทศที่จะเดินทางมาติดต่อการค้าเมื่อ มีการเปิดประตูอาเซียน รวมถึงการสร้างระบบ ขนส่งอย่าง บีอาร์ที เพื่อช่วยแก้ไขปัญหารถติดใน ปัจจุบันและในอนาคต ทั้งนี้เนื่องจากขอนแก่นมี ประชาชนเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องทำ�ให้การ จราจรใน จ.ขอนแก่นไม่สะดวกเหมือนดังแต่ก่อน รวมถึงการสร้างทางข้ามยกระดับในเขตตัวเมือง ซึง่ ทัง้ หมดนีย้ งั ขาดในเรือ่ งของงบประมาณสนับสนุน แต่ อ ย่ า งไรก็ ต ามก็ ค าดหวั ง ว่ า รั ฐ บาลจะให้ ก าร สนับสนุนด้วยเช่นกัน

ด้าน ดร.สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน รัฐสภา กล่าวว่า ตนก็เป็นคนขอนแก่นคนหนึ่งที่ ต้องการและพร้อมทีจ่ ะผลักดันให้จงั หวัดขอนแก่น มีการพัฒนากว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งทุกวันนี้ ต้องมาตั้ง คำ�ถามว่าตอนนี้เรามีความพร้อมแล้วหรือยังที่จะ เป็นประตูสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยส่วน ตัวเชื่อว่าจังหวัดมีศักยภาพพร้อมที่จะเป็นได้ เพียง แต่จะสามารถรองรับกับสิ่งที่ก�ำ ลังจะเข้ามาได้มาก น้อยแค่ไหน ดังนั้นทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นหน่วยงาน ภาครัฐ เอกชน หรือแม้แต่นักการเมืองในจังหวัด เอง ก็ต้องออกมามีส่วนร่วมในการคิดแผนรองรับ ในทิศทางเดียวกันว่าเราจะทำ�อย่างไรให้จังหวัด ขอนแก่นเจริญเติบโตขึ้น และควรที่จะเป็นไปใน ทิศทางไหนบ้าง รวมถึงจังหวัดขอนแก่นเองต้อง สร้างจุดแข็งของจังหวัดที่จะสามารถรองรับเม็ด เงินที่จะเข้ามาที่จังหวัดด้วย ไม่ใช่พัฒนาทางด้าน สภาพแวดล้อมภายในจังหวัดให้สามารถรองรับกับ ความต้องการได้เพียงอย่างเดียว ถึงเวลานั้นจังหวัด ขอนแก่นก็จะเป็นแค่ศูนย์กลางประชาคมอาเซียน จริง แต่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากจุดแข็งตรงนีไ้ ด้ อย่างเต็มที่ จากการประชุมคณะทำ�งานยกร่างข้อเสนอ โครงการที่สำ�คัญ ที่ห้องประชุมเสียงแคน ศาลา กลางจังหวัดขอนแก่น โดยมีนายธนวัฒน์ พลอย โสภณ รองผู้ ว่ า ราชการจั ง หวั ด ขอนแก่ น เป็ น ประธานการประชุมเพื่อเตรียมยื่นเสนอโครงการ ต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการ ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรนอกสถานที่อย่างเป็น ทางการ ที่จังหวัดอุดรธานี ในระหว่างวันที่ 2122 กุมภาพันธ์ 2555 จ.ขอนแก่น จะมีการเสนอโครงการเป็น 3 กลุ่ม จำ�นวน 17 โครงการ งบประมาณทั้งสิ้น 9,678,000,000 บาท โดยแผนงานหรือโครงการที่ เสนอเป็นโครงการทีม่ งุ่ เน้นแก้ไขปัญหาสำ�คัญของ พื้นที่และประชาชนในจังหวัด ที่ไม่เคยได้รับการ สนับสนุนงบประมาณ และไม่อยู่ในระหว่างการ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ

นักธุรกิจเชื่อมั่น

• ต่อจากหน้า 1

นายโชคชัย คุณวาสี กรรมการผูจ้ ดั การ บริษทั โตโยต้าแก่นนคร จำ�กัด ผู้แทนจำ�หน่ายรถยนต์โต โยต้ า ในจั ง หวั ด ขอนแก่ น และกรรมการและหุ้ น ส่วน บริษัท ขอนแก่นบุรี จำ�กัด ซึ่งเป็นผู้ร่วมลงทุน โรงแรมเซ็นทารา โฮเทล แอนด์ คอนเวนชัน่ เซ็นเตอร์ ขอนแก่น กล่าวว่า “ยังมีเรือ่ งการฟืน้ ฟูประเทศจากนํา้ ท่วมของรัฐบาล และปัญหาความขัดแย้งทางการ เมืองภายในประเทศ ที่เป็นตัวแปรสำ �คัญสำ�หรับ เศรษฐกิจไทยในปี 2555 ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าศักยภาพ ของประเทศไทยยั ง ดี อ ยู่ แต่ ส องตั ว แปรดั ง กล่ า ว เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมเชื่อ ว่าภาคอีสานเศรษฐกิจจะเติบโตเฉลี่ยดีกว่าภูมิภาค อื่น โดยขอนแก่นเป็นจังหวัดที่มีอัตราการเติบโต ทางเศรษฐกิจเป็นลำ�ดับต้นๆ ศักยภาพโดยรวมยังมี อยู่มากในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะเป็นเส้นทางระเบียง เศรษฐกิ จ แนวตะวั น ออก-ตะวั น ตก (East-West Economic Corridor : EWEC) และเส้นทางรถไฟ ความเร็วสูง ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการลงทุน ในจังหวัดขอนแก่นมากขึ้น และการค้าการลงทุนคง หลีกแนวทางการพัฒนาจากสองเส้นทางเศรษฐกิจ นี้ไม่ได้ อีกทั้งจะทำ�ให้จังหวัดขอนแก่นมีศักยภาพ เป็น Hub (ศูนย์กลาง) ด้านโลจิสติกส์ และการกระ จายสินค้าต่างๆ ไปยังภูมิภาคลุ่มนํ้าโขง ประกอบกับ จังหวัดขอนแก่นเป็นศูนย์กลางหน่วยงานราชการ ศูนย์กลางการศึกษา และศูนย์กลางการรักษาพยาบาล ของภาคอีสาน และเป็นจังหวัดที่ไม่มีปัญหาเรื่องนํ้า ท่วม ปัจจัยพื้นฐานทั้งหมดเหล่านี้จึงทำ�ให้ขอนแก่น เป็นจังหวัดหลักที่นักลงทุนเลือกมาลงทุน” นายโชคชั ย กล่ า วถึ ง ตลาดรถยนต์ แ ละ ธุรกิจโรงแรมว่า การแข่งขันของตลาดรถยนต์ยังสูง เหมือนเดิม เนือ่ งจากประเทศไทยการขนส่งมวลชน ยังไม่ดีพอ ประชาชนจึงหันมาใช้รถยนต์และรถ จักรยานยนต์มากขึน้ เพือ่ อำ�นวยความสะดวกในการ เดินทาง ส่วนธุรกิจโรงแรมทีม่ ศี นู ย์ประชุม-สัมมนา หรื อ ห้ อ งประชุ ม -สั ม มนาขนาดใหญ่ ใ นจั ง หวั ด ขอนแก่ น ปั จ จุ บั น ยั ง มี ร องรั บ ไม่ เ พี ย งพอ ทั้ ง ที่ ขอนแก่นเป็นศูนย์กลางหน่วยงานราชการ การศึกษา การรักษาพยาบาล มีการจัดประชุม-สัมมนาต่างๆ ไม่

ว่าจะเป็นภาคส่วนราชการ การศึกษา วิชาการต่างๆ รวมไปถึงการประชุม-สัมมนาทางธุรกิจ ผมมอง ว่าการดำ�เนินธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ขณะนี้รองรับ การเข้าพัก หรือการท่องเทีย่ วเป็นหลัก แต่เซ็นทารา โฮเทล แอนด์ คอนเวนชัน่ เซ็นเตอร์ ขอนแก่น ผมจะ เปิดมารองรับการจัดประชุม-สัมมนาเป็นหลัก ส่วน เรื่องห้องพักเป็นตัวรอง นายโชคชัย กล่าวอีกว่า จะเห็นได้วา่ จังหวัด ขอนแก่นมีสถานที่ท่องเที่ยวพอสมควร ถึงแม้จะ ไม่มภี เู ขา หรือทะเล แต่มธี รรมชาติทสี่ วยงามหลาย แห่ง เพียงแต่ยังไม่โปรโมทหรือพัฒนาเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ผมคิดว่าอีกไม่นานสมาคม ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่นจะผลักดันให้ เป็นรูปธรรมมากขึ้น ผมเข้าใจว่าขณะนี้มีแนวคิด พัฒนาการท่องเทีย่ วกลุม่ จังหวัด “ร้อยแก่นสารสิน” ได้ แ ก่ ร้ อ ยเอ็ ด , ขอนแก่ น , มหาสารคาม และ กาฬสินธุ์ ซึ่งมีเรื่องของประวัติศาสตร์ตั้งแต่ร่อง รอยไดโนเสาร์ย้อนไปถึงยุคทวาราวดี ที่มีปราสาท ต่างๆ เพราะฉะนัน้ จะต้องร่วมกันผลักดันเรือ่ งการ ท่องเทีย่ วเชิงอนุรกั ษ์และการศึกษาประวัตศิ สาสตร์ ตัง้ แต่ยคุ จูราสสิค ปาร์ค และทวาราวดี ประกอบกับ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัดขอนแก่น แต่ที่ ผ่านมาการจัดการยังไม่เป็นรูปธรรมมากนัก ผมเข้า มาลงทุนทำ�ธุรกิจโรงแรมซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับการ ท่องเทีย่ วด้วย การจัดประชุม-สัมมนาอย่างเดียวคง ไม่ยงั่ ยืน ดังนัน้ ธุรกิจโรงแรมจากนีไ้ ปคงต้องรุกจัด ประชุม-สัมมนาและการท่องเที่ยวควบคู่ไปด้วย “จากอายธรรมต่างๆ ที่มีความหลากหลาย มารองรับ นอกจากนี้ยังมีสถานที่สันทนาการต่างๆ ทัง้ สนามกอล์ฟ สถานบันเทิง และแหล่งช้อปปิง้ รวม ไปถึงการจัดโปรโมทจุดท่องเที่ยวในเทศกาลสำ�คัญ ด้วยการสร้างอีเวนท์ ไม่ว่าจะเป็นถนนข้าวเหนียว และการจัดงานเคาต์ดาวน์ปีใหม่ที่ผ่านมา โดยภาพ รวมจะทำ � ให้ เ กิ ด การเดิ น ทางท่ อ งเที่ ย วยั ง จั ง หวั ด ขอนแก่นมากขึ้น และมีเงินหมุนเวียนสะพัดกระตุ้น ให้เศรษฐกิจของจังหวัดขอนแก่นเติบโตอย่างแน่นอน แต่ ทั้ ง นี้ ขึ้ น อยู่ กั บ รั ฐ บาลเป็ น หลั ก ในการบริ ห าร จัดการประเทศให้เศรษฐกิจสามารถขับเคลือ่ นไปข้าง หน้าได้จริงหรือไม่ เพราะ ๔ เดือนที่ผ่านมายังไม่เห็น อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน” นายโชคชัย กล่าว

ขอนแก่นเดินหน้า

• ต่อจากหน้า 1

นายวิ ทู ร ย์ กมลนฤเมธ ประธานสภา อุ ต สาหกรรมจั ง หวั ด ขอนแก่ น ในฐานะคณะ กรรมการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว กล่าว ว่า หลังจากที่จังหวัดขอนแก่นได้มีโครงการจัดตั้ง นิคมอุตสาหกรรมสีเขียวขึ้น และได้มีการตั้งคณะ กรรมการดำ�เนินการฯ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด ขอนแก่นเป็นประธาน เพื่อศึกษาความเหมาะสม เรื่ อ งพื้ น ที่ แ ละสถานที่ ก่ อ สร้ า ง พร้ อ มแนวทาง ดำ�เนินการ และการทำ�ประชาพิจารณ์กับมวลชน ในพื้นที่ที่จะก่อสร้างว่ามีความเห็นอย่างไร ความคืบหน้าของการดำ�เนินการในการจัด ตัง้ อุตสาหกรรมสีเขียวนัน้ ได้มกี ารประชุมเมือ่ วันที่ 25 มกราคม 55 ที่ผ่านมา โดยมี รศ.ดร.กิตติชัย ไตร รัตนศิริชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น รอง ประธานคณะกรรมการฯ เป็นประธานการประชุม ร่วมกับคณะทำ�งาน ซึ่งได้มีผลสรุปพื้นที่ที่สามารถ ตั้งอุตสาหกรรมสีเขียวได้ออกมาอยู่ในโซน 2 ทิศ โดยยึดจากตัวเมืองจังหวัดขอนแก่นเป็นหลัก นายวิทูรย์ กล่าวต่อว่า คณะทำ�งานได้ข้อ สรุปเบือ้ งต้น จะเลือกใช้พนื้ ทีโ่ ซนด้านทิศตะวันตก และทิศใต้ จากตัวอำ�เภอเมืองขอนแก่นเท่านั้น เป็น ทีต่ งั้ นิคมอุตสาหกรรมสีเขียว โดยด้านทิศตะวันตก ตัง้ แต่อ�ำ เภอเมืองไปตามถนนหลวงหมายเลข 12 ไป จนถึงอำ�เภอภูเวียง มีความเหมาะสม เพราะเป็นเส้น ทางระเบียงเศรษฐกิจ EWEC และจะมีการขยายเส้น ทางเป็น 4 เลนไปจนถึง อ.แม่สอด จ.ตาก ส่วนด้านทิศใต้ ตามเส้นทางมิตรภาพฝั่ง ซ้าย ตั้งแต่อำ�เภอเมือง อำ�เภอบ้านแฮด ลงไปจนถึง อำ�เภอบ้านไผ่ เป็นพื้นที่นํ้าท่วมไม่ถึง ซึ่งมีความ เหมาะสมด้านการคมนาคมขนส่ง เป็นถนนสาย หลักมุ่งสู่พื้นที่ภาคกลาง ในอนาคตจะมีการพัฒนา เส้นทางรถไฟรางคู่ มีคอนเทนเนอร์ ยาร์ด หรือคลัง เก็บสินค้าทางรถไฟ ที่ ต.ท่าพระ อ.เมืองขอนแก่น ส่วนพืน้ ทีด่ า้ นฝัง่ ขวานัน้ จะเป็นพืน้ ทีท่ โี่ ดนนํา้ ท่วม ประจำ�เพราะติดริมแม่นํ้าชี สาเหตุที่ไม่เลือกพื้นที่โซนทิศเหนือ ด้าน

อำ�เภอนํ้าพอง อำ�เภอกระนวน เพราะเคยมีการผลัก ดันจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมมาก่อนหน้าแล้ว ซึ่ง เกิดปัญหามวลชนในพื้นที่ต่อต้านมาก ขณะที่โซน ด้านทิศตะวันออกของอำ�เภอเมืองขอนแก่น มีพนื้ ที่ จำ�กัดออกไปอีกประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ก็จะเข้าเขต จังหวัดมหาสารคาม จึงเป็นพื้นที่ไม่เหมาะสม นายวิทูรย์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้จึงอยากให้ ทางองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นพิจารณาพื้นที่ของ ตนเองว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ โดยพื้นที่นี้ต้อง มีตั้งแต่ 1500-2000 ไร่ขึ้นไป ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ใช้ใน ผลิตผลเกษตรออกมาได้นอ้ ย หรือแทบไม่ได้ รวมถึง ต้องเป็นพื้นที่ที่นํ้าท่วมไม่ถึง ใกล้ทางคมนาคม และ ไม่ใกล้พนื้ ทีท่ างการเกษตรทีส่ �ำ คัญหรือให้ผลผลิตสูง โดยตอนนีก้ ไ็ ด้มี อบต.มานำ�เสนอพืน้ ทีแ่ ล้ว แต่พนื้ ที่ น้อยกว่าที่กำ�หนด และไม่สามารถขยายพื้นที่ต่อได้ พื้นที่ผืนใหญ่ที่จะมาตั้งนิคมอุตสาหกรรม สีเขียวนั้น ไม่จำ�เป็นว่าต้องพื้นที่ของรัฐ สามารถ จัดซือ้ พืน้ ทีเ่ อกชนผืนใหญ่ได้ เพราะการจัดตัง้ นิคม อุตสาหกรรมจะเป็นการร่วมลงทุนระหว่างการ นิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กับนัก ลงทุนที่สนใจ นายวิทูรย์ กล่าวต่อว่า ที่สำ�คัญอยากจะ ประชาสัมพันธ์ให้กบั ประชาชนได้ทราบว่า คณะกร รมการฯยังไม่ได้มีการชี้เฉพาะจุดลงไป จึงไม่อยาก จะให้ประชาชนหลงเชื่อนายหน้าค้าที่ดิน เพราะ จะเป็นการปัน่ ราคาทีด่ นิ ในพืน้ ทีน่ นั้ ๆ ได้ และตอน นี้คณะกรรมการได้เตรียมเสนอแผนดังกล่าวนี้ให้ กับทางจังหวัด เพื่อนำ�ไปเสนอโครงการสร้างนิคม อุตสาหกรรมสีเขียวในจังหวัดขอนแก่น กับ ครม. สัญจร ที่ จ.อุดรธานี ในวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์นี้ ซึง่ จะมีตวั แทนจาก 12 จังหวัด ประกอบด้วย อุดรธานี, หนองคาย, หนองบัวลำ�ภู, เลย, บึงกาฬ, สกลนคร, นครพนม, ร้ อ ยเอ็ ด , มหาสารคาม, กาฬสิ น ธุ์ , ขอนแก่น และมุกดาหาร มาร่วมประชุม โดยจะของบประมาณประมาณ 50 ล้าน บาท เพื่อนำ�มาศึกษาทุกอย่าง และทำ�พิมพ์เขียวให้ กับทางรัฐบาล รวมถึงขอให้ครม.อนุมตั ใิ ห้ขอนแก่น เป็นพื้นที่ที่จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม เนื่องจากตอน นี้ทางภาคอีสานได้มีการเสนอตัวในการที่จะทำ� นิคมอุตสาหกรรมหลายจังหวัด โดยทุกจังหวัดก็ จะนำ�เข้าเสนอ ครม.สัญจรตรงนี้เหมือนกันหมด แต่ขอนแก่นของเราได้เดินเรือ่ งนีม้ านาน และมีการ เคลื่อนไหวในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง “ผมคาดว่าการทีจ่ ะสร้างนิคมอุตสาหกรรม สีเขียวขึ้นในจังหวัดขอนแก่นตอนนี้มีความเป็นไป ได้ประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์แล้ว และหลังจากที่ มีเหตุการณ์นํ้าท่วมในพื้นที่ภาคกลางที่ จ.อยุธยา นัน้ ผูป้ ระกอบการมี 2 ประเภท คือ ต้องการทีจ่ ะย้าย ฐานการผลิต กับย้ายฐานการผลิตไปแล้ว โดยส่วนที่ กำ�ลังตัดสินใจได้เบนเข็มมาที่ภาคอีสาน มีจำ�นวน สูงมาก ขณะเดียวกันจังหวัดขอนแก่น ถูกเลือกจาก การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ให้เป็นหนึง่ ในสี่จังหวัด ซึ่งประกอบด้วย ขอนแก่น กาญจนบุรี เชียงราย และ อ.แม่สอด จ.ตาก ที่เหมาะต่อการตั้ง นิคมอุตสาหกรรม”นายวิทูรย์ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ภาคอีสาน ณ ขณะ นี้มี 4 จังหวัดที่มีโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม ขึ้น ประกอบด้วย ขอนแก่น อุดรธานี มหาสารคาม และนครราชสีมา โดยแผนการดำ�เนินการผลักดัน ของจังหวัดขอนแก่น มีความคืบหน้ามากที่สุดเมื่อ เทียบกับจังหวัดอื่นในภาคอีสาน ซึ่งมั่นใจว่า นิคม อุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคอีสาน น่าจะเกิดขึ้นไม่ น้อยกว่า 1 จังหวัด นายวิทูรย์ กล่าวต่อไปอีกว่า ที่ผ่านมาได้รับ การติดต่อจากกลุม่ ผูป้ ระกอบการอย่างต่อเนือ่ ง โดย เฉพาะนักธุรกิจจากประเทศญีป่ นุ่ แต่สว่ นใหญ่กย็ งั มีข้อกังวลในเรื่องของพลังงานไฟฟ้า การคมนาคม และแผนรองรับนํ้าท่วม ทั้งในระยะสั้นและระยะ ยาว ดังนั้นหากมีการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสี เขียวขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น คาดว่าภายใน 1 ปี จะมี ผู้ประกอบการเข้ามาเต็มพื้นที่อย่างแน่นอน

ยูดีทาวน์

• ต่อจากหน้า 1

นายธนกร วีรชาติยานุกลู กรรมการผูจ้ ดั การ ใหญ่ บริษัท อุดรพลาซ่า จำ�กัด ผู้บริหารโครงการ ศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ เปิดเผยในโอกาสครบรอบ 2 ปี การดำ�เนินงานของศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ ว่า ในช่วง ปี 2554 ที่ผ่านมานั้น ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่

วางเอาไว้ดว้ ยตัวเลขลูกค้าทีเ่ ข้ามาใช้บริการ 2 หมืน่ คน/วัน มีรายได้เกินกว่า 150 ล้านบาท และสามารถ ทำ�ให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานี จังหวัดใกล้เคียง และจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่เข้า มาใช้บริการมีความพอใจ ในส่วนของการเติบโตของศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ในปีที่ผ่านมานั้นก็อยู่ในระดับน่าพอใจ ซึ่ง จากการที่ได้มีการเก็บตัวเลขสถิติพบว่านอกจากที่ จะมีลูกค้านักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการแล้วนั้น ก็ พบว่ามีปริมาณการจราจรหมุนเวียนวันละประมาณ 9,000 คัน เป็นรถยนต์ 4,000 คัน รถจักรยานยนต์ 5,000 คัน ซึ่งในปีที่ผ่านมานั้นทางศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์มีผลการประกอบการที่เป็นรายได้มากกว่า 150 ล้านบาท มากกว่าเมื่อปี 2553 ประมาณ 30 % นายธนกร กล่าวต่อไปอีกว่า ในปี 2555 ซึ่ง ถือว่าเป็นปีที่ดี เนื่องจากว่าคนจีนถือว่าเป็นปีมังกร ทอง ทางบริษทั อุดร พลาซ่า จำ�กัด ได้มกี ารวางแผน การพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณของศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ ให้เกิดความร่มรื่น ใช้เงินงบประมาณ 50 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นการปรับปรุงพื้นที่จอดรถ ด้านตะวันออกของศูนย์การค้าฯ หรือ เดอะแลนด์ พืน้ ทีป่ ระมาณ 10,000 ตร.ม.เพือ่ รองรับรถของลูกค้า และสามารถใช้เป็นสถานที่แสดงคอนเสิร์ตและ กิจกรรมขนาดใหญ่ได้อีกด้วย และเป็นการเตรียม พื้นที่รองรับเมกกะโปรเจ็กต์รถไฟความเร็วสูง นอกจากนีแ้ ล้วจะใช้งบประมาณ 30 ล้านบาท ในการพัฒนาปรับปรุงศูนย์อาหารให้มคี วามพร้อมใน ด้านบริการ และในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ก็จะเปิด อาคารในโซนดี เดอะพาร์ค เป็นอาคาร 2 ชั้น มีพื้นที่ ประมาณ 1,500 ตร.ม.เป็นโซนแฟชั่นและเครื่องดื่ม ระดับไฮเอ็น โดยจะแบ่งชั้นล่างพื้นที่ประมาณ 700 ตร.ม.เป็นโซนแฟชั่นหลากหลายสไตล์ด้วยแบรนด์ ชั้ น นำ � ระดั บ อิ น เตอร์ ชั้ น บนพื้ น ที่ ป ระมาณ 800 ตร.ม.จะเปิดเป็นไวน์คลับ สำ�หรับนักธุรกิจ ในส่วนของความเจริญเติบโต ในปีนี้คาด หมายว่าอัตราเติบโตของรายได้จะอยู่ที่ประมาณ 15-20 % แต่ลูกค้าน่าที่จะเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเป็น ประมาณ 30,000 คน/วัน “ ผ ม ยั ง มี เ จ ต น า มุ่ ง มั่ น ที่ จ ะ ส า น ต่ อ เจตนารมณ์หลักของบริษัทอุดร พลาซ่า ที่ตั้งเอาไว้ เดิมว่า มุง่ สร้างบรรยากาศและภาพลักษณ์ทดี่ ี พร้อม กระตุ้ น เศรษฐกิ จ และการท่ อ งเที่ ย วของจั ง หวั ด พร้ อ มที่ จ ะสนั บ สนุ น ผู้ ป ระกอบการท้ อ งถิ่ น มา เสริมสร้างความหลากหลายของสินค้า การบริการ เพื่อความพึงพอใจของลูกค้า เพื่อให้ศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ เป็นความภาคภูมิใจของชาวอุดรธานี” นาย ธนกร กล่าว

ขยับราคาเอ็นจีวี

• ต่อจากหน้า 1

นายปรัชญา ทองแท่งไทย ผู้บริหารสถานี ปตท.เอ็ น จี วี หจก.เทพประทานพรเอ็ น เนอร์ จี จ.ขอนแก่น กล่าวว่า หลังจากที่มีผลการเจรจาได้ ข้อยุติระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านการขึ้นราคาก๊าซ เอ็นจีวีและแอลพีจีกับรัฐบาลได้ข้อสรุปว่า จะมีการ ปรับราคาขึ้นสูงสุดที่ 2 บาท ภายใน 4 เดือน หลัง จากนั้นค่อยมาตกลงกันอีกทีว่าจะเป็นอย่างไร โดย ความเห็นส่วนตัวนั้นมองว่าการปรับราคาขึ้นใน ราคาที่มีข้อสรุปออกมานี้ไม่มีผลกระทบต่อกลุ่มผู้ ประกอบการและผู้ใช้ก๊าซมากนัก เพราะคาดว่าทาง รัฐบาลน่าจะมีการปรับราคาขึน้ ทีล่ ะ 50 สตางค์นาน 4 เดือนมากกว่า แต่หลังจากนัน้ ต้องมาคอยพิจารณา สถานการณ์การปรับราคาอีกครั้งหนึ่ง โดยตอนแรกทีท่ ราบข่าวว่าจะมีการปรับขึน้ ราคาก๊าซเอ็นจีวี ก็ได้มีการสอบถามผู้ใช้ก๊าซ เอ็นจีวี ทีม่ าเติมทีป่ มั๊ ของตนเอง ต่างก็บอกว่ายังสามารถรับ ได้อยู่ถ้าหากมีการปรับราคาขึ้นทีละ 50 สตางค์ แต่ ขอให้มีก๊าซเพียงพอกับความต้องการ เพราะเท่าที่ ผ่านมาปริมาณก๊าซในขอนแก่นและอีสานมีปัญหา เป็นอย่างมากในเรื่องของปริมาณก๊าซไม่เพียงพอ ทำ�ให้การบริการไม่ทวั่ ถึง ผูใ้ ช้กา๊ ซต้องต่อคิวเพือ่ เติม ก๊าซนานนับ 10 ชั่วโมง ถึงแม้ปริมาณก๊าซที่เข้ามาที่ ปั๊มของตนนั้นตกประมาณ 16.2 ตัน ต่อวัน แต่ก็ไม่ เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้อยู่ดี เนื่องจากการจำ�หน่ายก๊าซเอ็นจีวีขาดช่วง ไม่ทันต่อความต้องการใช้ เนื่องจากติดปัญหาระบบ การขนส่งก๊าซเอ็นจีวี รวมถึงปริมาณก๊าซที่มาอีสาน ยังน้อย แต่ชว่ งหลังมานีท้ างปตท.ได้มกี ารเพิม่ ปริมาณ ก๊าซเพิม่ ขึน้ ทำ�ให้ปญั หาตรงนีเ้ ริม่ หายไป ส่วนทีจ่ ะหัน

ไปใช้นาํ้ มันเหมือนเก่านัน้ คาดว่ายังนัน้ อยูเ่ พราะราคา ทีป่ รับขึน้ นัน้ ไม่ได้มากหรือราคาเกือบเท่ากับราคานํา้ มัน ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่น่าเป็นห่วงมากนัก ทั้งนี้ ก๊าซเอ็นจีวี ในจ.ขอนแก่นนั้นได้รับ การตอบรับจากประชาชนที่ใช้รถยนต์สูงมาก โดย เฉพาะในช่วงที่มีเหตุการณ์การปรับราคานํ้ามันขึ้น อย่างต่อเนื่องจนทำ�ให้เชื้อเพลิงอย่างเอ็นจีวีได้รับ ความสนใจขึ้นเป็นอย่างมาก จนอู่ที่รับปรับแต่ง เครือ่ งยนต์ให้มาใช้เชือ้ เพลิงเอ็นจีวมี ยี อดการทำ�เพิม่ มากขึ้นหลายเท่าตัว “โดยยอดจำ�หน่ายเชื้อเพลิงเอ็นจีวี ของปั๊ม มีการขยายตัวเร็วมาก ทำ�ให้มียอดการจำ�หน่ายก๊าซ เอ็นจีวีตอนนี้อยู่ที่ 21-22 ตันต่อวัน ในช่วงที่มีการ ปรั บ เพิ่ ม ปริ ม าณก๊ า ซที่ ใ นช่ ว งที่ ผ่ า นมาโดยกลุ่ ม ลูกค้าส่วนใหญ่ ตอนนี้ก็ยังเป็นจำ�พวกรถบรรทุก ขนาดใหญ่ ทีจ่ �ำ เป็นต้องใช้เชือ้ เพลิงเป็นจำ�นวนมาก เพราะต้องใช้ขนส่งระยะทางไกล รวมถึงกลุ่มที่ใช้ รถยนต์สว่ นบุคคล รถแท็กซี่ รถตูส้ าธารณะทีห่ นั มา ติดตั้งถังก๊าซ เอ็นจีวีและแอลพีจีมากขึ้น แต่อย่างไร ก็ตามสถานีทจี่ งั หวัดขอนแก่นทีเ่ ปิดรองรับผูใ้ ช้กา๊ ซ เอ็นจีวีทั้งหมด 8 แห่ง ด้วยกัน ซึ่งคาดว่าน่าจะเพียง พอกับผู้ใช้ในขอนแก่นแน่นอน”นายปรัชญา กล่าว นายสมบูรณ์ ดวงดีทวีทรัพย์ เจ้าของสถานี บริการก๊าซเอ็นจีวี บริษัท ปั๊มนํ้ามันสมบูรณ์ จำ�กัด กล่าวว่า ความเป็นจริงแล้วการปรับราคาก๊าซเอ็นจีวี นัน้ ควรทีจ่ ะปรับตัง้ นานแล้ว เพราะทางรัฐบาลต้อง แบกรับกับการขาดทุนเพื่อที่ทำ�ให้ราคาก๊าซอยู่ใน ระดับที่เป็นอยู่ ทั้งที่ความจริงราคาในต่างประเทศ แพงกว่านี้มากนัก ดังนั้นหากมีการปรับราคาขั้นสูงสุดที่ 2 บาทภายใน 4 เดือนนี้ ไม่มีผลกระทบต่อผู้ประกอบ การและผู้ใช้มากนัก เพราะราคาไม่ได้สูงเหมือนกับ ราคานํ้ามัน ขอเพียงแค่มีปริมาณก๊าซเพียงพออย่า ได้ขาดและมีสถานีบริการเพิ่มขึ้นกว่านี้เพื่อรองรับ กับความต้องการ เนื่องจากทุกวันนี้ต้องมีการต่อคิว เป็นชั่วโมงเพื่อซื้อก๊าซไปใช้ แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าผูใ้ ช้จะไม่หนั ไปกลับ ไปใช้นํ้ามันเหมือนแต่ก่อน เพราะราคาก๊าซเอ็นจีวี ที่เพิ่มขึ้นนี้ยังเทียบไม่ได้กับราคานํ้ามัน ซึ่งห่างกัน หลายเท่าตัวดังนัน้ จึงมีความเป็นไปได้นอ้ ยมากทีจ่ ะ หันกลับไปใช้ ส่วนหนึ่งการเผาไหม้ของก๊าซเอ็นจีวี เมื่อเปรียบเทียบกับนํ้ามันนั้นดีกว่ามาก ด้าน นายสุรพล ทวีแสงสกุลไทย กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท รวมทวีขอนแก่น จำ�กัด ผู้ประกอบ การจำ�หน่ายรถยนต์บรรทุกฮีโน่รายใหญ่ในภาค อีสาน กล่าวว่า หากรัฐบาลอนุมัติให้ขึ้นราคาเอ็นจี วีอีก 6 บาท/กก.ในลักษณะขั้นบันไดเดือนละ 0.50 บาท/กก.ถื อ เป็ น ราคาที่ ป รั บ ขึ้ น สู ง มาก หรื อ คิ ด เป็นราคาที่เพิ่มขึ้นกว่า 75% ของราคาเอ็นจีวีเดิมที่ กำ�หนดไว้ 8.50 บาท/กก. ผลกระทบทีต่ ามมา จะทำ�ให้ตน้ ทุนค่าขนส่ง แพงขึน้ อีกเกือบเท่าตัว และจะส่งผลกระทบต่อเนือ่ ง ไปถึงความเป็นอยู่ของประชาชน ได้รับผลกระทบ ด้วย ทำ�ให้คา่ ครองชีพ จะปรับเพิม่ ขึน้ ตามต้นทุนค่า ขนส่งเช่นกัน โดยความคิดเห็นส่วนตัว ไม่เห็นด้วย กับการปรับขึ้นราคาเอ็นจีวี “การจะปรับเพิ่มราคา NGV รัฐบาลจะต้อง ศึกษาให้ดีว่า ผลกระทบด้านบวกมีอะไรบ้าง ด้าน ลบมีอะไรบ้าง หากจะปล่อยตามกลไกตลาด ส่วน รวมจะอยู่ได้ไหม เรื่องนี้นักเศรษฐศาสตร์ควรจะ ออกมาพูดความจริง ไม่ใช่นิ่งเงียบ เพื่อให้ข้อมูลที่ ถูกต้อง เพราะเรือ่ งนีม้ ผี ลกระทบต่อคนทัง้ ประเทศ” นายสุรพล กล่าวและว่า ส่วนกรณีที่ระบุว่า รัฐบาลจะต้องชดเชย ราคาก๊าซให้กบั ผูป้ ระกอบการจำ�นวนมากนัน้ อยาก ย้อนถามว่า เงินลงทุนขุดก๊าซของ ปตท.ซึ่งผูกขาด ตลาดเกือบ 100% เป็นเงินใคร เงินเหล่านั้นเป็นเงิน ของประชาชน การขาดทุนที่ผู้ประกอบการกล่าว มานั้น ถามว่า เป็นการขาดทุนด้านไหน เป็นค่าการ ตลาดหรือไม่ ตัวแทนของรัฐบาลที่ดูแลด้านนี้ดูราย ละเอียดดีหรือยัง คนที่ถือหุ้นกำ�ไรเท่าไรแล้ว

สนใจพื้นที่โฆษณา ติดต่อ คุณสุพัตรา thaisaeree@gmail.com thaisaeree@yahoo.com


หน้า 12

ปีที่ 10 ฉบับที่ 94 ประจำ�เดือนกุมภาพันธ์ 2555

รับมอบกระเช้าปีใหม่ ; ฯพณฯ สมสะหวาด เล่งสะหวัด รองนายกรัฐมนตรี ส.ป.ป. ลาว (คนที่ 3 จากขวา) รับมอบกระเช้าของขวัญ จาก รับมอบกระเช้าปีใหม่ ; ฯพณฯวิทวัส ศรีวิหค เอกอัครราชทูตไทย ประจำ�กรุงเวียงจันทน์ ส.ป.ป. ลาว (ซ้าย) รับมอบกระเช้าของขวัญจาก คุณอรุณ ี จิวาศักดิอ์ ภิมาศ กรรมการบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร (คนที่ 2 จากซ้าย) พร้อมคุณกาญจนา สุวรรณเกษม ผูช้ ว่ ยผูจ้ ดั การต่างประเทศโรงพยาบาล คุณอรุณ ี จิวาศักดิ์อภิมาศ กรรมการบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร (คนที่ 2 จากขวา) พร้อมด้วยคุณกาญจนา สุวรรณเกษม ผู้ช่วยผู้จัดการต่างประเทศ เอกอุดร (ซ้ายสุด) และคณะ เนื่องในโอกาสเข้าเยี่ยมอวยพร เทศกาลปีใหม่ เมื่อวันที่ 23ธันวาคม 2554 (ขวาสุด) เนื่องในโอกาสเข้าเยี่ยมอวยพร เทศกาลปีใหม่ เมื่อ 24 ธันวาคม 2554

รับมอบกระเช้าปีใหม่ ; ฯพณฯ H.E. Kria Fahmi Pasaribu เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำ� กรุงเวียงจันทน์ ประเทศ ส.ป.ป. ลาว (คนที่ 3 จากขวา) รับมอบกระเช้าของขวัญจาก คุณอรุณี จิวาศักดิ์อภิมาศ กรรมการบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร (คนที่ 2 จากซ้าย) พร้อมด้วยคุณกาญจนา สุวรรณเกษม รับมอบกระเช้าปีใหม่ ; Mr. Louis Kaloginavidis เลขานุการเอกอัครราชทูตสถานทูตออสเตรเลียและคณะ (คนที่ 3จากซ้าย) รับมอบกระเช้าของขวัญ (ซ้ายสุด) และคณะ เนื่องในโอกาสเข้าเยี่ยมอวยพร เทศกาลปีใหม่ เมื่อ 22 ธันวาคม 2554 จาก คุณอรุณี จิวาศักดิ์อภิมาศ กรรมการบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร (คนที่ 2 จากขวา) พร้อม คุณกาญจนา สุวรรณเกษม ผู้ช่วยผู้จัดการต่างประเทศ โรงพยาบาลเอกอุดร (ขวาสุด) เนื่องในโอกาสเข้าเยี่ยมอวยพร เทศกาลปีใหม่ เมื่อ 26 ธันวาคม 2554

รับมอบกระเช้าปีใหม่ ; ศ.ดร.เอกสะหว่าง วงวิจิด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ส.ป.ป. ลาว (คนที่ 3 จากซ้าย) รับมอบกระเช้าของขวัญ มอบกระเช้าปีใหม่ ; คุณอรุณี จิวาศักดิ์อภิมาศ กรรมการบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร (คนที่ 2 จากขวา) คุณกาญจนา สุวรรณเกษม ผู้ช่วยผู้จัดการ จาก คุณอรุณี จิวาศักดิ์อภิมาศ กรรมการบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร (คนที่ 2 จากขวา) และคณะ เนื่องในโอกาสเข้าเยี่ยมอวยพร เทศกาลปีใหม่ เมื่อ ต่างประเทศโรงพยาบาลเอกอุดร (ขวาสุด) และคณะ เข้าเยี่ยมพร้อมมอบกระเช้าของขวัญแด่ Dr.Som Ock KINGSADA อธิการบดีมหาวิทยาลัย วันที่ 23 ธันวาคม 2554 แพทย์ศาสตร์ ส.ป.ป.ลาว (คนที่ 3 จากซ้าย) และคณะ เนื่องในโอกาสเข้าเยี่ยมอวยพร เทศกาลปีใหม่ เมื่อ 22 ธันวาคม 2554

มอบกระเช้าปีใหม่ ; คุณอรุณี จิวาศักดิ์อภิมาศ กรรมการบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร (คนที่ 3จากซ้าย) คุณกาญจนา สุวรรณเกษม ผู้ช่วยผู้จัดการ รับมอบกระเช้าปีใหม่ ; Dr. Nitchell Geary แพทย์ประจำ�คลีนิคสถานทูตออสเตรเลียและคณะ (คนที่ 3จากซ้าย) รับมอบกระเช้าของขวัญจาก ุ กาญจนา สวุ รรณเกษม ผชู้ ว่ ยผูจ้ ดั การต่างประเทศโรงพยาบาล ต่างประเทศโรงพยาบาลเอกอุดร (คนที่ 2 จากซ้าย) และคณะเข้าเยีย่ มพร้อมมอบกระเช้าของขวัญแด่ Mr. Wu Zhi Wu Counseller, Deputy Chief Of Mission คุณอรุณ ี จวิ าศักดิอ์ ภิมาศ กรรมการบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร (คนที่ 2 จากขวา) พร้อม คณ เอกอุดร (ขวาสุด) เนื่องในโอกาสเข้าเยี่ยมอวยพร เทศกาลปีใหม่ เมื่อ 26 ธันวาคม 2554 สถานทูตจีน (คนที่ 2 จากขวา) และคณะ เนื่องในโอกาสเข้าเยี่ยมอวยพร เทศกาลปีใหม่ เมื่อ 22 ธันวาคม 2554

ที่ ป รึ ก ษา พล.ต.ต.ศั ก ดา เตชะเกรี ย งไกร,ดร.สมเกี ย รติ แพทย์ คุ ณ ,รศ.ดร.ธี ร ะ ฤทธิ ร อด,ดร.อาทิ ต ย์ ฉั ต รชั ย พลรั ต น์ , วิ วั ฒ น์ หมื่ น กั น ยา,เมธี สมสี มี , สุ ว รรณ ไตรมาลั ย ,พี ร ะ วี ร ะชั ย ,ยงยุ ท ธ ขาวโกมล เจ้าของ/บรรณาธิการบริหาร พ.ต.พิสษิ ฐ์ ชาญเจริญ บรรณาธิการ/ผูพ ้ มิ พ์และผูโ้ ฆษณา สุพตั รา ศุขโข กองบรรณาธิการ เพ็ญศิริ นาคทน,พงษ์พชิ ญ์ อ่อนละมัย,มณฑล ศุขโข,รณชิต ชาญเจริญ,นาฏยาภรณ์ บุญโท,

ประคอง หนูราช,พันธ์ศักดิ์ วีระชัย,เสริมศักดิ์ ขาวโกมล สำ�นักงาน 76 ม.20 ถ.กสิกรทุ่งสร้าง ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000 โทรศัพท์ 08-9422-0228 โทรสาร 0-4324-4584 E-mail : Thaisaeree@gmail.com, Thaisaeree@yahoo.com ศูนย์อุดรธานี 152/3 ถ.อุดรดุษฏี ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 08-6864-0678 โทรสาร 0-4224-7905 E-mail: ps_veerachai@hotmail.com ศูนย์หนองคาย 78 หมู่ 4 ถนนเฉลิมพระเกียรติ์ ต.เมือง อ.เมือง จ.หนองคาย 43000 ที่ปรึกษากฎหมาย สังคม พุทธา สำ�นักงานทนายความประสพสุขธุรกิจและกฎหมาย ออกแบบ/กราฟฟิค เอื้อดีไซน์ 08-3417-0363

ไทยเสรีฉบับที่ 94  

หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอีสาน ขอนแ่ก่น

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you