Issuu on Google+

ถึงแม้ วา่ บลิซครี กจะเป็ นแค่แก้ งค์ข้างถนนเล็กๆ แต่สาหรับดิดเิ ยร์ แล้ วมันก็เป็ นการเริ่มต้ นที่ยิ่งใหญ่ เป็ นครัง้ แรกที่เขารู้สึกว่าเขาได้ มีสว่ นร่วมในการทากิจกรรมต่างๆกับผู้อื่นนอกจากการทางานกลุม่ ที่ สดุ ท้ าย ทังกลุ ้ ม่ ก็ผลักมาให้ เขาทางานคนเดียว... ดิมาชวนเขาให้ ไปดูแหล่งรวมตัวของแก้ งค์ ซึง่ ดิดเิ ยร์ ก็ตอบรับทันที ... อย่างน้ อยมันก็ดีกว่าการอยู่ บ้ านอย่างโดดเดี่ยว ไม่มีอะไรทา รถกระบะสีแดงสด เลี ้ยวเข้ าไปยังหัวมุมของถนนก่อนที่ตกึ สูงใหญ่ค้ นุ ตาจะปรากฎต่อสายตาของ พวกเขา...มันคือที่วา่ ราชการประจาเมืองมิราบีเลียเก่าที่ถกู ปล่อยทิ ้งร้ างมานาน มันเคยเป็ นโบสถ์เมื่อหลาย ร้ อยปี ที่แล้ ว แต่เมื่อโบสถ์ใหม่ประจามิราบีเลียถูกสร้ างขึ ้น โบสถ์แห่งนี ้ก็ถกู เปลี่ยนเป็ นที่วา่ ราชการ แต่ สุดท้ าย เมื่อเวลาเปลี่ยน ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป...ตอนนี ้ที่วา่ ราชการแห่งมหานครมิราบีเลียกลับ กลายเป็ นตึกสูงเสียดฟ้าที่ถกู ออกแบบโดยสถาปนิกชันน ้ าให้ มนั เป็ นรูปเกลียวคลื่นที่ไม่วา่ จะมองจากที่ไหน ในมิราบิเลียก็จะสามารถมองเห็นตึกทรงเกลียวคลื่นนี ้ได้ ทุกครัง้ ที่เขามองไปยังตึกนัน้ เขามักจะรู้สกึ เหมือน มีทะเลสาบสีฟ้าใสลอยอยู่กลางมิราบีเลีย มันทาให้ คนที่ได้ มองเห็นรู้สึกผ่อนคลายในขณะที่ตกึ เบื ้องหน้ า เขากลับให้ ความรู้สกึ หดหูอ่ ย่างบอกไม่ถกู ดิดเิ ยร์ ลงมาจากรถพร้ อมๆกับพวกบลิซทครี ก เขาแหงนมองอาคารเบื ้องหน้ า แต่แล้ วเขาก็ สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง... “มันไม่ได้ เป็ นอาคารร้ างเหรอครับ” ดิดเิ ยร์ กล่าวอย่างงงๆ ถึงแม้ วา่ ตัวอาคารยังจะคงความเก่าและ บรรยากาศขมุกขมัวเอาไว้ แต่ทว่าสวนรอบๆที่เคยถูกปล่อยรกจนแทบจะบังตึกจนมิดกลับถูกตัดอย่าง สวยงามพร้ อมทังทางเดิ ้ นที่ถกู ปูซีเมนต์ใหม่อย่างเรี ยบร้ อย นอกจากนี ้ที่ประตูของอาคารที่แต่เดิมถูกกัน้ เอาไว้ ด้วยขอนไม้ เพื่อป้องกันการบุกรุกกลับถูกเปิ ดออกและถูกทาสี แต่งเติมลวดลายเสียใหม่ เหล่ารูปปั น้ การ์ กอยล์และเทวดาได้ รับการเช็ดถูและขัดมันเหมือนใหม่ นอกจากนี ้เหนือประตูทางเข้ าอาคารยังมีป้าย เหล็กสีดาแผ่นใหญ่ตดิ เอาไว้ มันเขียนว่า... “FRIKAR Dance School” โรงเรี ยนสอนเต้ นมาเช่าที่โบสถ์เก่าอย่างนันหรื ้ อ...ช่างเป็ นการผสมผสานที่ผิดเพี ้ยนจริงๆ


เมื่อเขาเดินเข้ าไปใกล้ ตวั อาคารมากขึ ้นเรื่ อยๆ เสียงเพลงฮิพฮอพก็ดงั ขึ ้นมา ถึงแม้ ดมิ าจะเดินผ่าน ประตูบานนันไป ้ ดิดเิ ยร์ ก็อดไม่ได้ ที่จะแอบแง้ มประตูเล็กน้ อยเพื่อดูบรรยากาศภายในโรงเรี ยนสอนเต้ น ดวงตาสีฟ้าหม่นสอดส่องไปรอบโถงใหญ่เท่าที่ซอกเล็กๆจะอานวยเขา เขามองเห็นผู้คนกลุม่ หนึง่ กาลังเต้ น อย่างเป็ นจังหวะอยู่บนเวที รอบๆมันเป็ นที่นงั่ ไล่ระดับราวกับโรงหนังขนาดใหญ่ เท่... นี่เป็ นความคิดแรกที่เข้ ามาในหัวของเขา เขาเห็นเหล่าวัยรุ่นหญิงชายมากหน้ าหลายตาในเสื ้อยืด สกรี นหลายสุดเท่ หรื อเสื ้อกล้ ามกาลังเต้ นตามจังหวะเพลงด้ วยท่าเต้ นที่ดหู วือหวาเหมือนกับในหนังที่เขา เคยดู ดิดเิ ยร์ มองดูการขยับกายอย่างพริว้ ไหวอย่างเคลิบเคลิ ้มจนกระทัง่ เพลงหยุดลงกะทันหัน “เฮ้ นายน่ะ จะมาเต้ นหรื อจะมารากันฮะ! ถึงจะเป็ นเอลฟ์แต่ก็ต้องพยายามนะโว้ ย” เสียงว่า ตักเตือนของใครบางคนดังขึ ้น...คงจะเป็ นครูสอนล่ะมังเขาคิ ้ ดแต่ทาไมเขาไม่เห็นร่างของครูของนักเต้ น เหล่านี ้เลยล่ะ ดิดเิ ยร์ พยายามมองด้ านหน้ าเวทีที่เต็มไปด้ วยที่นงั่ แต่กลับไม่เห็นมีใครเลยแม้ แต่น้อย และแล้ วคาตอบก็ปรากฏแก่สายตาของดิดเิ ยร์ ร่างเล็กๆของชาวดวาฟร์ ตนหนึง่ เดินขึ ้นมาบนเวทีก่อนจะเตะขาเอลฟ์หนุม่ หน้ าตาหล่อเหลาตนนัน้ ทันที ดิดเิ ยร์ มองอย่างไม่เชื่อสายตา คนแคระหรื อชาวดวาฟร์ เผ่าพันธุ์ที่ได้ ชื่อว่าไร้ ประโยชน์ที่สดุ บนโลกใบ นี ้เนื่องจากช่วงขาและแขนที่สนท ั ้ าให้ พวกเขาขับรถไม่ได้ เป็ นนักบาสเกตบอลล์หรื อเล่นกีฬาอื่นๆเหมือนคน ปกติไม่ได้ แต่ทว่าคนแคระตนนันกลั ้ บกลายเป็ นครูสอนเหล่าหนุม่ สาวเหล่านี ้หรื อ !? “ดูอะไรอยูน่ ะ่ ” ภารโรงหนุม่ เดินมาสมทบดิดเิ ยร์ ก่อนจะมองผ่านซอกประตูเข้ าไป ก่อนจะหัวเราะ ออกมา “กาลังอึ ้งล่ะสิ” เขายิ ้ม ส่วนดิดเิ ยร์ ก็ได้ แต่อ้าปากกว้ างด้ วยความแปลกใจไม่หาย “หมอนัน่ น่ะ ชื่อฟริก้า เป็ นเจ้ าของโรงเรี ยนเต้ นที่นี่แหละ” สิ่งที่เขากล่าวไปทาให้ เด็กเนิร์ดเบิกตา กว้ างมากกว่าเดิม ฟริก้า ฮายฮา เป็ นคนแคระที่พิเศษสุดๆ สิ่งที่เขาชอบคือสีมว่ งกับชมพู ดูได้ จากการแต่งตัวของเขา ที่มกั จะมีสีมว่ งกับสีชมพูผสมอยูใ่ นชุดทุกวัน อย่างเช่นวันนี ้ เขาใส่แจ็คเก็ตกันลมสีม่วงมันพร้ อมกับกางเกง


สีมว่ งเข้ มที่ถกู แต่งแต้ มด้ วยลวดลายดวงดาวสีขาว รองเท้ ากีฬาของเขาเป็ นสีชมพูสดพร้ อมเชือกผูกรองเท้ า สีสายรุ้ง แต่อย่างไรก็ตาม มันช่างไม่เข้ ากับใบหน้ าของเขาเอาเสียเลย เขามีเคราขึ ้นเขียวครึม้ พร้ อมกับผิวสี แทน ดวงตาสีมว่ งคมเข้ มพร้ อมกับผมสีดาสนิทที่ถกู ไฮไลท์เป็ นสีชมพูเล็กน้ อย... ...นี่คงจะเป็ นสไตล์ใหม่ละ่ มัง... ้ ดิดเิ ยร์ คิดก่อนที่เขาจะถูกดิมาเรี ยกให้ รีบเดินตามมา มนุษย์หมาป่ าหนุม่ พาเขามายังด้ านหลังของ ตัวอาคารซึง่ เป็ นทางเข้ าของหอนาฬกิ าระฆังที่ตอนนี ้มันได้ หยุดทางานและถูกทิ ้งร้ างไปแล้ ว ดิมาเปิ ดประตู ไม้ โอ้ คที่ยงั อยูใ่ นสภาพดี ดิดิเยร์ เอียงคอมองด้ วยความมึนงง...แหล่งกบดานของพวกเขาอยูใ่ นโบสถ์เก่า หรื อเนี่ย เด็กหนุม่ มองไปรอบๆสวนด้ านหน้ าประตูทางเข้ า มันดูขลังสมกับเป็ นโบสถ์เก่าจริงๆ ในสวนนัน้ เต็มไปด้ วยรูปปั น้ เทวดา... เทวดาเหล่านันอยู ้ ใ่ นหลายอริยาบถ ไม่วา่ จะเป็ นเทวดาที่กาลังปราบเหล่าอสูรและปี ศาจ เทวดาใน ท่าที่ยืนนิ่งเงียบ เทวดานัง่ อยู่บนโขดหินท่ามกลางสัตว์ป่า แต่ทว่ารูปปั น้ ที่ดจู ะเด่นที่สดุ ก็คือ รูปปั น้ ของ เทวดากับหญิงสาวชาวมนุษย์ที่กาลังกอดกัน และสิ่งที่ทาให้ มนั ดูเด่นสะดุดตาก็คือ...หัวของเทวดาน่ะสิ! ใช่แล้ วล่ะ รูปปั น้ ทุกตนในสวนแห่งนี ้ถูก หักคอไปหมดแล้ ว ยกเว้ นรูปปั น้ รูปนี ้ที่ยงั อยูใ่ นสภาพสมบูรณ์ดีในขณะที่รูปปั น้ รูปอื่นนันเป็ ้ นรูปปั น้ คอขาดที่ เต็มไปด้ วยรอยร้ าวและคราบสกปรก “ดูอะไรอยูเ่ หรอเจ้ าแว่น” ไทสันเข้ ามาสะกิดไหล่เขา ตอนนี ้ทุกคนได้ เดินเข้ าไปในตัวอาคาร หมดแล้ วเหลือแค่พวกเขาและดิมาเท่านัน้ “รูปปั น้ พวกนัน...” ้ “หัวหน้ าของพวกเราเป็ นคนหักมันเองแหละ” ไทสันกล่าวด้ วยน ้าเสียงปกติราวกับไม่มีเรื่ องอะไร เกิดขึ ้น ในขณะที่ดดิ เิ ยร์ ได้ อ้าปากค้ างอีกรอบ หักคอรูปปั น้ เกือบครึ่งร้ อยเนี่ยนะ! แล้ วรูปปั น้ พวกนี ้ก็ไม่ใช่รูปปั น้ เล็กๆเสียด้ วย มันสูงพอๆกับเขา และบางตัวก็สงู กว่าแจ็กซ์ด้วยซ ้า!


ตอนนี ้ภายในหัวของเขาเริ่มจินตนาการหัวหน้ าของบลิซทครี กไปต่างๆนานา คนที่เป็ นหัวหน้ าของ พวกดิมาได้ แสดงว่าเขาต้ องเถื่อนมากๆอย่างแน่นอน บางทีเขาอาจจะเป็ นมนุษย์หมาป่ าร่างใหญ่ สง่างาม องอาจ หรื อบางที เขาอาจจะแวมไพร์ กระหายเลือดสุดเท่ ที่ตอนกลางคืนจะออกไปล่าเหยื่ออย่างบ้ าคลัง่ ... คิดแล้ ว ดิดเิ ยร์ ก็ร้ ูสกึ กลัวขึ ้นมาทันที ดิมาที่เม���่อได้ เห็นใบหน้ าหวาดกลัวของเด็กหนุม่ เขาก็ร้ ูทนั ที ว่าดิดเิ ยร์ คดิ อะไรอยู่ “อย่าคิดไปไกลมากนักเลย หัวหน้ าเราแค่ไม่คอ่ ยชอบเรื่ องศาสนากับพวกเทวดาเท่าไหร่นะ่ แต่เอา จริงๆแล้ วเขาก็เป็ นคนดีคนหนึง่ เลยทีเดียว” ดิดเิ ยร์ พยายามเอาคาพูดของดิมาเข้ ามาต่อสู้กบั ความกลัวแต่ แล้ วเมื่อเขากาลังจะก้ าวข้ ามทรณีประตู เท้ าเจ้ ากรรมก็เหยียบอะไรบางอย่างเข้ า หนังสือเหรอ? จะเรี ยกว่าหนังสือก็คงจะไม่ได้ เขาควรจะเรี ยกมันว่า”เศษหนังสือ” เสียมากกว่า เพราะมันดาเมี่ยม และดูเหมือนจะโดนเผาอย่างเละเทะ เขาพยายามมองตัวอักษรบนหน้ าปกที่ยงั พอจะมีเค้ ารางพอให้ เห็น... “พระคัมภีร์” เขาเล่ นเผาหนังสือที่ขายดีท่ สี ุดในโลกเลยหรื อ? ไม่สิ สงสัยการที่คณ ุ โรสเฮ้ าส์เล่าให้ ฟังทุกวันถึงลิสต์หนังสือที่ขายดีที่สดุ ในโลกจะทาให้ เขาคิด เรื่ องนี ้เป็ นเรื่ องแรก แต่ทว่าสิ่งที่สาคัญที่สดุ ก็คือ...หัวหน้ าเป็ นพวกบูชาซาตานรึเปล่ าเนี่ย!? “ไม่ไหวเลยนะ เผาแล้ วก็ไม่เอาไปทิ ้ง” ดิมากล่าวพลางหยิบหนังสือไปจากมือของเขาแล้ วโยนเข้ าไป ในสวนก่อนจะปั ดมือตัวเองแล้ วเดินขึ ้นบันไดไปอย่างไม่แยแส...เดี๋ยวนะ...เขาเห็นสวนของโบสถ์เป็ นถัง ขยะเรอะ? ดิดเิ ยร์ เดินขึ ้นบันไดวนตามหลังดิมาพร้ อมทังมี ้ ไทสันประกบท้ าย เมื่อเขาเดินไปได้ สงู มากขึ ้น เขาก็ เริ่มได้ ยินเสียงคนหัวเราะเฮฮาดังขึ ้นเรื่ อยๆจนกระทัง่ ดิมามาหยุดที่ประตูไม้ บานหนึง่ มันยังไม่สดุ ยอดหอ ระฆังด้ วยซ ้า ดูเหมือนว่าห้ องที่จะพาเขาไปจะอยู่บนชันสามของตั ้ วโบสถ์ เมื่อเด็กหนุม่ เดินเข้ ามาในห้ อง เขาก็ร้ ูสกึ เหมือนกับเขาได้ ก้าวเข้ ามายังอีกโลกทันที...


มันเป็ นห้ องกว้ างที่มีโซฟาสีแดงสดวางกระจัดกระจายอยู่สามสี่ตวั พร้ อมกับทีวีจอแบนขนาดใหญ่ ที่ตอนนี ้สมาชิกของแก้ งค์สองสามคนกาลังนัง่ เล่นเกมส์ฟุตบอลอยู่ ในขณะที่อีกมุมหนึ่งของห้ องก็เป็ นเวิ ้ง ทาครัว มีเครื่ องทากาแฟ ไมโครเวฟ เตาอบ ที่ล้างจาน...ที่ดเู หมือนว่าจะถูกใช้ งานมากเกินไปจนเศษสกปรก เลอะออกมาถึงฝาตู้ อีกฝั่ งหนึง่ แจ็กซ์กบั ภารโรงหนุม่ กาลังเริ่มตังวงไพ่ ้ บนโต๊ ะโลหะติดหน้ าต่าง พวกเขายัง เอ่ยชวนให้ ไทสันกับดิดเิ ยร์ เข้ าร่วมวงด้ วยซ ้า “นี่คือห้ องนัง่ เล่นรวม” ดิมาแนะนา ก่อนจะเปิ ดประตูอีกบานที่ติดกับโต๊ ะวงไพ่ของแจ็กซ์แล้ วพาดิดิ เยร์ เดินเข้ าไป มันเป็ นทางเดินยาวที่มีประตูหลายบานถูกเปิ ดไว้ ส่วนใหญ่แล้ วมันเป็ นห้ องพักของสมาชิกขอ งบลิซครี ก ในขณะที่บางห้ องเป็ นห้ องอาบน ้ากับห้ องว่างที่ยงั ไม่ได้ รับการตกแต่ง “ที่ตกึ นี ้โรงเรี ยนเต้ นจะใช้ แค่ครึ่งหน้ าของสองชันล่ ้ าง ส่วนพวกเราจะใช้ ครึ่งหลังของสองชันล่ ้ างกับ ชันสามถึ ้ งห้ า” ดิมาเริ่มแนะนาตัวอาคารและดิดเิ ยร์ ให้ กบั ทุกคนในห้ องนันได้ ้ ร้ ูจกั สมาชิกในกลุม่ บ ลิซทครี กล้ วนเป็ นมิตรไม่เหมือนกับคนอื่นๆที่เขาพบเจอเลยสักนิดเดียว เหล่าสมาชิกเข้ ามาตบบ่า จับมือเขา เป็ นเชิงต้ อนรับพร้ อมกับรอยยิ ้มกว้ าง และเขาก็ได้ เรี ยนรู้วา่ ภารโรงคนนันชื ้ ่อเปาโล แต่เรื่ องที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ เปาโลกับแจ็กซ์ เป็ นพี่ น้ องกัน! ใช่แล้ วล่ะ หมีขาวกับมนุษย์สองคนที่กาลังตังวงไพ่ ้ เล่นกันอยูน่ นเป็ ั ้ นพี่น้องกัน ...แถมยังสนิทกัน มากๆเสียด้ วย แจ็กซ์และเปาโลล้ วนเป็ นลูกครึ่งหมีขาวและมนุษย์ และนี่ก็ทาให้ ดมิ า ไทสันและคนอื่นๆสงสัยว่า พ่อกับแม่ของเขา...ทากันไปได้ อย่างไร? ดูจากขนาดของร่างกายของสองเผ่าพันธุ์นี ้ มันก็ดไู ม่เอื ้ออานวย เอาเสียเลย...และนี่ก็ยงั คงเป็ นปริศนามาจนถึงทุกวันนี ้ เปาโลเป็ นชายหนุม่ ถึงแม้ ไม่สงู มาก เขาก็ดกู ายาแข็งแกร่ง ดวงตาสีฟ้าคมกริ บเหมือนของแจ็กซ์นนั ้ ดูเอาเรื่ อง เรื อนผมสีขาวของเขาถูกไถเกรี ยนเป็ นทรงสกินเฮด นอกจากนี ้เขายังมีรอยสักตามแขนและลาคอ เป็ นภาษานอรร์ แลนด์...ภาษาบ้ านเกิดของเหล่าหมีขาว นี่กระมังที่ทาให้ เขาดูฮาร์ ดคอร์ มากขึ ้นอีกเป็ น กระบุง “แล้ วยอดหอระฆังนี่เป็ นห้ องอะไรเหรอครับ” ดิดเิ ยร์ ถามขึ ้นด้ วยความสงสัย ขณะที่กาลังนัง่ ร่วมวง ไพ่ของแจ็กซ์กบั เปาโล ส่วนดิมาก็ขอตัวไปจัดการแผลที่แขนของเขาโดนสมาชิกบลูเซลล์ยิงใส่


“ห้ องของบอสน่ะ” เปาโลตอบพลางลงไพ่ลงทาให้ แจ็กซ์ทาเสียงฮึดฮัดอย่างหงุดหงิด “นายอยากไปหาบอสมัยล่ ้ ะ” แจ็กซ์ที่ตอนนี ้พยายามเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อนร่วมวงเพื่อจะ หาทางเลิกเล่นเกมส์ ก็ใช่นะ่ สิ ถ้ าเขาแพ้ เขาต้ องออกไปแก้ ผ้าวิ่งรอบโบสถ์ แล้ วเต้ นระบาหน้ าท้ องให้ ผ้ คู นที่ เดินผ่านไปผ่านมาชมอีกต่างหาก ดิดเิ ยร์ ลงั เลใจอยูช่ วั่ ครู่ พวกบูชาซาตานจะเอาเขาไปบูชายัญมัย้ นะ เด็กหนุม่ มองไปรอบๆห้ อง ...คงจะไม่มงั ้ สมาชิกทุกคนที่นี่ก็ดมู ีความสุขดีนี่นา... “ฉันว่านายไปก็ดีนะ จะได้ แนะนาตัวให้ เขารู้จกั ไง” เปาโลเห็นด้ วยกับความคิดของน้ องชายของตน ถึงแม้ วา่ เขาจะรู้ดีวา่ นี่เป็ นข้ ออ้ างเพื่อจบเกมส์ และแล้ วพวกเขาก็มายืนอยูเ่ บื ้องหน้ าประตูที่จะนาเข้ าไปสูย่ อดหอระฆังจนได้ ... แจ็กซ์เคาะประตูไม้ โอ้ คแต่ทว่ามันกลับไม่มีเสียงตอบรับกลับออกมา... “บอส?” แจ็กซ์ถามก่อนจะเคาะประตูให้ หนักขึ ้นแต่กลับไม่มีเสียงตอบกลับมา เขาจึงตัดสินใจเปิ ด ประตูแล้ วเดินเข้ าไปทันที ส่วนดิดเิ ยร์ ก็เดินตามเข้ าไปในหอระฆังทันที ในหัวของดิดเิ ยร์ นนั ้ เขาวาดภาพของห้ องของ”บอส” เอาไว้ วา่ มันต้ องตกแต่งด้ วยโทนกอธธิคสีดา แดง พร้ อมกับรูปไม้ กางเขนที่ถกู แขวนกลับหัวไว้ ตรงกลางผนัง ส่วนตรงกลางของห้ องก็ต้องมีร่างสัตว์ ต่ายนอนอยู่ตรงกลางวงเวทย์สีเลือดพร้ อมกับคบเพลิงที่ถกู จุดไว้ ให้ มีแสงสลัวทัว่ ห้ อง นอกจากนี ้มันต้ องมี เลื่อยไฟฟ้า มีดหัน่ เนื ้อสัตว์เล่มใหญ่วางเกลื่อนไปทัว่ ห้ องพร้ อมกับกลิ่นเลือดที่คละคลุ้ง... ...แต่ดเู หมือนว่าดิดเิ ยร์ จะดูการ์ ตนู มากไปหน่อย... ทุกอย่างในห้ องนี ้ช่างตรงกับข้ ามกับจินตนาการของดิดเิ ยร์ อย่างสิ ้นเชิง มันช่างดู...อบอุ่น เฟอร์ นิเจอร์ ในห้ องล้ วนเป็ นสีเอิร์ธโทนพร้ อมกับเครื่ อง เล่นแผ่นเสียงที่ตงอยู ั ้ ท่ ี่มมุ หนึง่ นอกจากนี ้ มันยังมีชนหนั ั ้ งสือวางติดกับผนังฝั่ งหนึง่ เขายังมีโต๊ ะกาแฟตัวเล็กๆอยูท่ ี่อีกมุมห้ องที่มีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึง่ วางเอาไว้ แต่สิ่งที่ทาให้ ห้องนี ้ดูเด่นสะดุดตาที่สดุ คงจะเป็ น...ภาพวาด


ใช่แล้ วล่ะ ตังแต่ ้ ก้าวแรกที่เด็กหนุม่ ก้ าวเข้ ามาในห้ อง เขาก็ได้ กลิ่นสีน ้ามันโชยออกมา มีขาตังวาด ้ รูปสองสามตัวถูกกองซ้ อนๆกันไว้ ใกล้ ๆกับชุดกาแฟ ส่วนขาตังอี ้ กชุดหนึง่ ถูกวางไว้ กลางห้ องพร้ อมกับ ภาพวาดที่ยงั ไม่เสร็จสมบูรณ์ เนื่องจากนี่เป็ นชันบนสุ ้ ดของหอระฆังทาให้ มนั มีหลังคาที่สงู โปร่ง ส่วนระฆังนันก็ ้ อยูเ่ ข้ าไปลึกสุด ของห้ องใกล้ ๆกับระเบียงที่เป็ นซุ้มโค้ งเปิ ดกว้ าง ตามผนังนันล้ ้ วนเต็มไปด้ วยภาพวาด ใช่แล้ ว...ภาพวาดทังสี ้ น ้า สีน ้ามันหรื อแม้ แต่รูปวาดสเก็ตช์ขาวดาที่ถกู ติดลงไปบนผนัง เท่าที่ดดิ เิ ยร์ ดลู ายเซ็นบนภาพวาดเหล่านัน้ มันล้ วนเป็ นของศิลปิ นคนเดียวกัน “หัวหน้ าเขาชอบสะสมรูปเหรอ” ดิดเิ ยร์ ในขณะที่ดวงตาสีฟ้าหม่���กาลังไล่มองรูปภาพทีละใบ รูปภาพเหล่านี ้ดูราวกับว่ามันหลุดออกมาจากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเลยทีเดียว มันดูคลาสสิคและดูราวกับว่า ศิลปิ นที่เป็ นคนวาดต้ องเป็ นคนที่มีฝีมือและพรสวรรค์ “เปล่า เขาวาดน่ะ” แจ็กซ์ตอบพลางเดินไปรอบๆห้ อง...เขาเลิกคิ ้วขึ ้นอย่างประหลาดใจ ดูเหมือน หัวหน้ าที่เขาคาดคิดว่าจะเป็ นพวกโรคจิตซาดิสม์จะมีบคุ ลิกที่ตรงกันข้ ามอย่างสิ ้นเชิง ... เสียงประตูไม้ โอ้ คถูกเปิ ดออกมาเบาๆทาให้ พวกเขาหันมามองผู้มาใหม่ “บอส” แจ็กซ์ทกั แต่ทว่าดิดเิ ยร์ กลับตะลึงกับคนที่ทกุ คนๆในบลิทซครี กเรี ยกว่า”บอส” ...นี่มันตัวอะไรกัน... นี่คือความคิดแวบแรกที่เข้ ามาในความคิดของเขา สิ่งมีชีวิตเบื ้องหน้ าดูไม่เหมือนเผ่าพันธุ์ใดๆที่เขา เคยเห็นมาก่อน... คาที่จะอธิบายหัวหน้ าน่ะหรื อ... อัปลักษณ์ ดิดเิ ยร์ คิดคาอื่นมาอธิบายเขาไม่ได้ อีกแล้ ว ผิวหนังสี ดาแดงขรุขระที่มีเกล็ดเป็ นระยะๆราวกับสัตว์เลื ้อยคลาน ใบหลังงองุ้ม ดวงตาโปนกลมสีเขียวมรกต ใบหน้ า ที่มีบาดแผลเป็ นอยูข่ ้ างแก้ ม จมูกเหมือนจมูกของหมู อัปลักษณ์ อัปลักษณ์สดุ ๆไปเลย! ถ้ าตานานโบราณ ที่วา่ กันว่าพระเจ้ าสร้ างคนแต่ละ่ คนขึ ้นมาจากการปั น้ ดินเหนียว บุคคลเบื ้องหน้ าเขาก็คงจะต้ องถูกปั น้ เวลา ที่พระเจ้ าโมโหอยู่ เขาจึงทุบกาปั น้ ใส่หนุ่ มนุษย์ตนนันจนใบหน้ ้ า บุบเบี ้ยวอย่างที่เห็น


“ไม่ต้องกลัวหรอก” หัวหน้ ากล่าวอย่างใจเย็นราวกับอ่านความคิดของดิดเิ ยร์ ออก ร่างงองุ้มเดิน สวนดิดเิ ยร์ ไปยังมุมหนึง่ ของห้ อง ในมือหนาๆขรุขระของเขามีลกู นกตัวหนึง่ อยู่ สมาชิกใหม่ของบลิทซครี กม องพฤติกรรมของหัวหน้ าของเขาอย่างชัง่ ใจ เขาเก็บนกมาทานเหรอ? ในหัวของดิดเิ ยร์ มีแต่เรื่ องโหดร้ ายเด้ งขึ ้นมาเต็มไปหมด อาจจะเป็ นเพราะว่าเขาอ่านหนังสือพิมพ์ เยอะเกินไปกระมัง... ข่าวคนเอาลูกแมวโยนลงไปใส่บอ่ ปูนซีเมนต์ทงเป็ ั ้ น หรื อข่าวคนเอาลูกไก่ยดั ใส่ กระบอกไม้ ไผ่แล้ วเลี ้ยงมันจนโต หรื อข่าว... “แจ็กซ์ นายช่วยไปหยิบผ้ าพันแผลมาให้ ฉนั หน่อย ลูกนกตัวนี ้ตกลงมาจากต้ นไม้ นะ ดูเหมือนปี ก มันจะหัก” แจ็กซ์พยักหน้ าก่อนจะเดินเข้ าไปในห้ องน ้าก่อนจะกลับออกมาพร้ อมกับม้ วนผ้ าก๊ อซในขณะที่ ดิดเิ ยร์ ได้ แต่อึ ้งค้ าง... “ไม่แนะนาตัวเองหน่อยเหรอ” ชายอัปลักษณ์กล่าวขณะพันแผลรอบๆปี กของนกน้ อยอย่าง อ่อนโยน แจ็กซ์หนั มาทามือเป็ นสัญญาณให้ ดิดเิ ยร์ เดินเข้ ามาหาพวกเขา “เอ่อ ผมชื่อดิดเิ ยร์ มอร์ เกนสไตน์” “ฉันได้ ยินเรื่ องของนายจากดิมาแล้ วล่ะ ยินดีต้อนรับนะ” หัวหน้ ากล่าวขณะลูบศีรษะของนกอย่าง เบามือก่อนจะกล่าวให้ กาลังใจนกตัวนนันราวกั ้ บว่าเขาสามารถสื่อสารกับมันได้ เขาหันมาหาดิดเิ ยร์ ที่สงู กว่าตัวเองประมาณหนึง่ ช่วงหัวก่อนจะยิ ้มให้ อย่างอบอุน่ “ฉันชื่ออมอรี ยังไงว่างๆ นายก็เข้ ามาหาฉันกับคนอื่นๆที่นี่ได้ นะ พวกเรายินดีต้อนรับนายเสมอ” ดิดเิ ยร์ ได้ แต่ยิ ้มรับ เขาดูใจเย็นดูแล้ วไม่นา่ จะเป็ นคนที่ทบุ รูปปั น้ พวกนันพร้ ้ อมกับเผาหนังสือคัมภีร์พวกนัน้ เลยแม้ แต่นิดเดียว “บอส วันนี ้ไปเที่ยวกันมัย” ้ แจ็กซ์ชวนส่วนอมอรี ก็ได้ แต่ยิ ้มพลางตบหลังเขาเบาๆ “ได้ ขา่ วว่าพี่นายโดนยิงไม่ใช่เหรอ แล้ วนี่จะลากคอกันไปเที่ยวแล้ วเหรอ” “โธ่ เหล้ านี่ละ่ ตัวสมานแผลเล้ ย!” แจ็กซ์กล่าวอย่างเฮฮา ส่วนชายอัปลักษณ์ก็ได้ แต่หวั เราะเบาๆ -----------------------------------------------


“เป็ นไง เจอหัวหน้ ามาแล้ วใช่ไหม” ดิดเิ ยร์ พยักหน้ าก่อนจะหันไปมองใบหน้ าของดิมาราวกับจะสื่อ อะไรบางอย่าง “มีอะไรคาใจเกี่ยวกับหัวหน้ าก็พดู มาเถอะ” มนุษย์หมาป่ ากล่าวยิ ้มๆ เขารู้ดีวา่ เด็กหนุม่ เบื ้องหน้ า กาลังคิดอะไรอยู่ “เอ่อ หัวหน้ าเป็ น...เผ่าอะไรเหรอครับ” “คอร์ ซิทูร่าน่ะ” “คอร์ ซิทรู ่า?” “นายเคยอ่านพระคัมภีร์ฉบับเก่ามัย” ้ ดิมาถามขณะมองไปเบื ้องหน้ าราวกับว่าเขากาลังคิดอะไร บางอย่างอยู่ “ผมอ่านไม่จบน่ะ” “คอร์ ซิทรู ่าคือสุดยอดแห่งเหล่าอัศวิน พวกเขาเป็ นผลของการร่วมรักกันระหว่างมนุษย์กบั เหล่าคน แห่งสรวงสวรรค์...เทวดา” ดิมาทวนบทความที่เขาเคยอ่านมาจากตาราโบราณให้ ดิดเิ ยร์ ฟัง “เทวดาเป็ นแค่ตานานไม่ใช่เหรอครับ” “ไม่หรอกพวกเขามีตวั ตนจริงๆ เมื่องันพวกคอร์ ้ ซิทรู ่าก็ไม่เกิดหรอกจริงมัย้ เอาจริงๆแล้ วเทวดาไม่ ควรจะมีรักข้ ามเผ่าพันธุ์กบั มนุษย์เพราะลูกหลานของพวกเขาจะมีพลังแข็งแกร่งเป็ นนักรบที่ยิ่งใหญ่เหมือน เหล่าเทวดา แต่ก็มีโทสะและความโลภเหมือนมนุษย์เช่นกัน ว่ากันว่าคอร์ ซิทรู ่าแรกๆนันงดงามเหนื ้ อมนุษย์ ทัว่ ไป และเป็ นสุดยอดนักรบที่คอยสู้กบั สิ่งชัว่ ร้ ายเพื่อปกป้องมวลมนุษย์ แต่แล้ วเมื่อเวลาผ่านไป จิตใจของ พวกเขาก็ต่าทรามขึ ้นเรื่ อยๆจนคิดจะใช้ พลังอานาจของตนเพื่อความเป็ นใหญ่ พวกเขาเริ่มทาลายเผ่าพันธุ์ มนุษย์จนเหล่าเทวดาต้ องพยายามจะคิดบทลงโทษให้ กบั เหล่าคอร์ ซิทรู ่าเพื่อหยุดเหล่าเทวดาตนอื่นๆไม่ให้ ร่วมรักกับมนุษย์ เขาต้ องการบทลงโทษที่แย่ยิ่งกว่าความตายแก่เหล่าคอร์ ซิทรู ่าพวกนัน...” ้ “คอร์ ซิทูร่าจึงถูกสาปให้ มีร่างกายอัปลัษณ์ ...” ดิดเิ ยร์ กล่าวจบประโยคให้ กบั ดิมา “แต่ยงั ไงซะ รักก็เป็ นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ จริงมัย้ และอมอรี ก็คือคอร์ ซิทรู ่าตนหนึง่ ที่ไม่ได้ มีความผิดอะไร แต่กลับถูกสาปให้ มีร่างกายต่าต้ อยอัปลักษณ์ตงแต่ ั ้ เกิดเพราะสิ่งที่คอร์ ซิทรู ่าตนอื่นๆทาไว้ เมื่อหลายพันปี ที่


แล้ ว” ดิมานิ่งเงียบไปเพื่อเขากล่าวจบ ส่วนดิดเิ ยร์ ก็ร้ ูสกึ ผิดอย่างหนักที่ตอ่ ว่าอมอรี ในใจว่าอัปลักษณ์ หลังจากที่เขาได้ ฟังตานานของคอร์ ซิทรู ่าบวกกับได้ เห็นดิดเิ ยร์ ที่ดอู ่อนโยนและมีเมตตา เขาก็เข้ าใจใน ประโยคที่ว่า ...คบคนที่หวั ใจ ใช่ใบหน้ า... “มันก็ไม่ได้ แย่ขนาดนันหรอกน่ ้ า” เสียงนุม่ ๆของใครบางคนดังขึ ้นที่ประตูห้องนัง่ เล่น ดิมามองก่อน จะยิ ้มแหยๆ คอร์ ซิทรู ่าตัวเป็ นๆกาลังยืนยิ ้มให้ กบั พวกเขาที่หน้ าประตูห้อง! “ผมพูดเยอะเกินไปรึเปล่า” มนุษย์หมาป่ าดูนอบน้ อมมากกว่าปกติมากเมื่ออยูเ่ บื ้องหน้ าอมอรี จนดิดเิ ยร์ อดแปลกใจไม่ได้ ... อมอรี สา่ ยหน้ ากับดิมาเป็ นเชิงบอกว่าไม่เป็ นไร ชายอัปลักษณ์เยื ้องก้ าวเข้ าไปในมุมห้ องครัวแล้ ว กล่าวยิ ้มๆ “วันนี ้ อยากทานอะไรกันบ้ าง!” “พาสต้ า!” แจ็กซ์กบั เปาโลตะโกนประสานเสียงขึ ้นมาทันทีทาให้ หวั หน้ ากลุม่ อดยิ ้มออกมาไม่ได้ เขาพยักหน้ าแล้ วเริ่มลงมือเตรี ยมอาหารทันที ดิดเิ ยร์ อดคิดไม่ได้ วา่ สรุปแล้ วอมอรี ทาหน้ าที่เป็ นหัวหน้ ากลุม่ หรื อครูอนุบาลที่คอยทาอาหารและ ดูแลสมาชิกกลุม่ กันแน่เนี่ย! “ว่ากันว่าใครก็ตามที่ทะเลาะกับอมอรี ได้ คือคนชัว่ สุดๆเลยล่ะ” สมาชิกหญิงคนหนึง่ ที่นงั่ อยูบ่ น โซฟาตัวข้ างๆเขากล่าวอย่างแผ่วเบาพลางหันไปมองชายหนุม่ ในเวิ ้งครอบครัว ในความคิดของเหล่าบลิทซครี กนัน้ อมอรี เป็ นเสมือนพี่ชายและพ่อพระของทุกคน เขาเป็ นคนใจ เย็น และไม่มีพิธีรีตองอะไรมากนักต่างจาก บาทหลวงคริ สตอฟ...หัวหน้ าแก้ งค์บลูเซลล์ ใช่แล้ วล่ะ คุณฟั ง ไม่ผิดหรอก มิราบีเลียต่าโทรมถึงขนาดที่มีบาทหลวงตังแก้ ้ งค์ข้างถนนขึ ้นมาเพื่อเรี ยกไถ่เงินและทาเรื่ องใต้ ดินต่างๆอย่างเช่นค้ ายาและโสเภณี เหล่าตารวจต่างก็ได้ รับเงินค่าปิ ดปากทาให้ แก้ งค์บลูเซลล์ไม่เคยโดน ข้ อหาอะไรทังนั ้ น้ อย่างมากสุดก็คงเป็ นขับรถฝ่ าไฟแดงเท่านันกระมั ้ ง


“เอ่อ...อมอรี คือคนที่ทบุ รูปปั น้ เทวดาพวกนันหรื ้ อเปล่า” ดิดเิ ยร์ ถามย ้าเพื่อความแน่ใจ ส่วนสมาชิก หญิงคนนันก็ ้ พยักหน้ าหงึกหงักทันที “อื ้ม ก็พวกนันท ้ าชัว่ ใส่อมอรี ไว้ เยอะนี่นะ” ดิมาที่นงั่ ติดอยู่กบั เขาเข้ าร่วมวงสนทนา เด็กเนิร์ดเลิกคิ ้ว ขึ ้นอย่างประหลาดใจ พวกเทวดาปรากฏตัวออกมาเนี่ยนะ? “มิราบีเลียก็กาลังจะถูกพวกมันครองอยูน่ ี่ไงล่ะ” หญิงสาวกล่าวพลางส่ายหน้ าอย่างเบื่อหน่าย ส่วนดิดเิ ยร์ ก็ร้ ูสกึ ราวกับตนเองหลุดออกไปยังอีกจักรวาลหนึง่ ... ใครก็ได้ บอกเขาที คนพวกนี ้พูดเรื่ องอะไรกันอยู่! “แก้ งค์ทกุ แก้ งค์ในเมืองนี ้น่ะ ไม่ใช่แก้ งค์กระจอกหรอกน่ะ เอาจริงๆแล้ วคนที่อยูเ่ บื ้องหลังพวกมันก็ คือคนกลุม่ เดียวกันหมดนัน่ แหละ” ดิมาพยายามอธิบายให้ สมาชิกหน้ าใหม่ฟัง “และฉันว่าคนกลุม่ นัน้ นายคงจะรู้จกั ดีทีเดียวเลยล่ะ ดิดเิ ยร์ ” “รัฐบาล?” ดิดเิ ยร์ เดาสุม่ ๆออกมาตามหนังที่เขาดู เพราะส่วนใหญ่เหล่าหนังนักลืบ สายลับ ส่วน ใหญ่แล้ วพอสืบไปสืบมาคนที่เลวร้ ายที่สดุ ในเรื่ องก็มกั จะกลายเป็ นหัวหน้ าของพระเอกหรื อองค์กรที่ พระเอกทางานให้ เสมอ “องค์ กรศาสนาต่ างหากล่ ะ” ดิดเิ ยร์ นิ่งค้ างไปทันที นี่เขาหลงเข้ าไปในหนังแอ็คชัน่ ไซไฟซับซ้ อนซ่อนเงื่อนอะไรสักอย่างหรื อ เปล่านี่ หรื อว่าคนรอบตัวเขาบ้ าไปแล้ ว!? “ฮะๆ ดิมา นายทาดิดเิ มร์ มนึ ไปหมดแล้ วนะ” อมอรี เดินเข้ ามาพลางตบไหล่ดดิ เิ ยร์ ก่อนจะบอกทุก คนว่าอาหารเย็นเสร็จแล้ ว แจ็กซ์และเปาโลร้ องเฮดังลัน่ ก่อนจะรี บลงมือทานทันที คอร์ ซิทรู ่าหนุม่ ยืนพาสต้ า ราดซอสครี มให้ ดิดเิ ยร์ เขายิ ้มอย่างใจเย็นให้ กบั เด็กหนุม่ “นายก็มาทานด้ วยกันเลยสิ” ระหว่างที่ดิดเิ ยร์ รับจากมาจากหัวหน้ ากลุม่ เขาก็สงั เกตเห็นรอย บางอย่างบนมืององุ้มของอมอรี มันเป็ นรอยไหม้ รอยใหญ่ ที่สาคัญเขายังมีแผลเป็ นอยูร่ อบๆมืออีกด้ วยราว กับว่าเขาถูกใครบางคนจงใจทรมานเขา ดวงตาสีฟ้าหม่นจ้ องมายังรอยแผลเหล่านันบนผิ ้ วสีดาแดงอย่าง ครุ่นคิดจนอมอรี ต้องชักมือกลับไปราวกับรู้ทนั


“ไม่ต้องห่วง มันไม่ใช่โรคติดต่อ มันก็แค่...” ว่าแล้ วเจ้ าของดวงตากลมโปนก็เงียบไปทันทีพลาง หลุบตาลงราวกับว่าเขากาลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ “ไม่มีอะไรหรอก” ว่าแล้ วอมอรี ก็หนั หลังเดินกลับไปนัง่ ร่วมโต๊ ะกับสมาชิกกลุม่ คนอื่นๆทันที ทิ ้ง ให้ ดดิ เิ ยร์ ยืนมองร่างงองุ้มอย่างรู้สกึ ผิด ดวงเจ้ ากรรมคูน่ ี ้ไม่นา่ จ้ องไปที่มือของอมอรี เสียเลย เสียมารยาท ที่สดุ ... อย่างไรก็ตาม ดวงตาเจ้ ากรรมนันก็ ้ ยงั อดไม่ได้ ที่จะจ้ องมองไปยังร่างของคอร์ ซิทรู ่าตนนันต่ ้ อไป ถึงแม้ วา่ อมอรี จะบอกว่าการทนทุกข์กบั คาสาปเหล่านี ้ไม่ได้ ย่าแย่อะไรมากมาย แต่ทว่าดิดเิ ยร์ กลับสัมผัสได้ จากแววตาเศร้ าหมองเมื่อมองไปยังมือคูน่ นของเขา ั้ เด็กหนุม่ รู้ดีวา่ คนทุกคนย่อมต้ องการจะเป็ นปกติใน สายตาคนอื่น เหมือนกับที่เขาต้ องการให้ เพื่อนที่โรงเรี ยนเลิกคิดว่าเขาเป็ นไอ้ ขี ้แพ้ อ่อนแอ ไม่เอาไหน เขา ต้ องการเป็ นที่ยอมรับของสังคม อมอรี ก็เช่นกัน เขาสัมผัสได้ ตงแต่ ั ้ ตอนที่ชายหนุม่ บอกเขาว่าไม่ต้องกลัว เขารู้สกึ ได้ ว่าอมอรี คงจะรู้สกึ อับอายในสภาพร่างกายเช่นนี ้เหมือนกัน... ดิดเิ ยร์ เคยเกลียดชีวิตของตัวเอง และคิดว่าคงไม่มีใครโชคร้ ายเท่าเขาอี กแล้ ว... พ่อตาย แม่ติดการ พนัน ไม่มีเงินใช้ ทานนมบูด อาหารหมดอายุ โดนรังแกที่โรงเรี ยน ไม่มีเพื่อน... แต่เมื่อเขาได้ มาเจออมอรี เขากลับรู้สึกดีใจที่อย่างน้ อยพระเจ้ าก็ให้ เขาเกิดมาในร่างกายที่สมบูรณ์ ไม่ได้ มีอะไรที่ผิดมนุษย์หรื อน่า เกลียดมากเกินไปจนเป็ นที่รังเกียจของสังคม... ถ้ าอมอรี ยังคงสู้ชีวิตต่ อไปได้ ...แล้ วทาไมเขาจะทาไม่ ได้ ล่ะ?


underDOG : aboveGOD Chp. 2