Issuu on Google+

เด่นในฉบับ

ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2555

ศอ.บต. มอบเงินช่วยเหลือเยียวยา ผู้สูญเสียและได้รับผลกระทบ สืบเนื่องเหตุความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ตามทีร่ ฐั บาลมีนโยบายเร่งด่วนในการ เยียวยาผูไ้ ด้รบั ผลกระทบจากความไม่สงบ อย่างเป็นธรรม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการ เร่งน�ำสันติสุข และความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สนิ ของประชาชนกลับมาสูพ่ นื้ ที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้น ศู น ย์ อ� ำ นวยการบริ ห ารจั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกับผู้ว่า ราชการจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลาและ สงขลา รวมทั้งคณะอนุกรรมการเยียวยา ชุดต่างๆ ได้ท�ำการมอบเงินช่วยเหลือ เยียวยาผู้สูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบ สื บ เนื่ อ งจากความไม่ ส งบในจั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ ก่อนสิน้ สุดเดือนรอมฏอน ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2555 นี้เป็นต้นไป ดังต่อไปนี้ 1. ศอ.บต. ได้ร่วมกับผู้ว่าราชการ จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลาและสงขลา ด�ำเนินการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยากรณี ประชาชนที่ เ สี ย ชี วิ ต ทุ พ พลภาพและ บาดเจ็บ ในแต่ละจังหวัด 4 จังหวัด รวม 6,868 คน เป็นเงิน 430,210,000 บาท 2. ศอ.บต. ร่วมกับคณะอนุกรรมการ ชุดต่าง ๆ ด�ำเนินการมอบเงินช่วยเหลือ เยียวยาให้แก่ผู้รับผลกระทบกรณีต่าง ๆ ในวันที่ 17 สิงหาคม 2555 ณ อาคาร เอนกประสงค์ ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา โดยได้เชิญกงสุลใหญ่ประเทศอินโดนีเซีย และกงสุลใหญ่ประเทศมาเลเซียประจ�ำ จังหวัดสงขลา ประธานคณะกรรมการ อิสลามประจ�ำจังหวัด 5 จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ผู้แทน กอ.รมน. สื่อมวลชนและ

ภาคประชาสังคมเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน รวม 4 กรณี เป็นเงิน 528,596,800 บาท ดังนี้ 2.1 กรณี รายละ 7.5 ล้านบาท จ่าย งวดแรก 3.5 ล้านบาท ทีเ่ หลือจะทยอยจ่าย ปีละ 1 ล้านบาท รวม 4 ปี ดังนี้ 1) กรณี อ� ำ เภอตากใบ จั ง หวั ด นราธิวาส 85 รายๆละ 3.5 ล้านบาท เป็น เงิน 297.5 ล้านบาท 2) กรณีอ�ำเภอสะบ้าย้อย จังหวัด สงขลา 19 รายๆละ 3.5 ล้านบาท เป็น เงิน 66.5 ล้านบาท 3) กรณี สู ญ หายและละเมิ ด สิ ท ธิ มนุษยชน จ�ำนวน 5 ราย เป็นเงิน 17.5

ซึ่ง ศอ.บต. ได้แจ้งให้กระทรวงศึกษา พิจารณาให้ความช่วยเหลือเยียวยาและจัด สวัสดิการเพิ่มเติมให้เพื่อความเสมอภาค และเป็นธรรมแล้ว 2.4 กรณีชดเชยเยียวยาผู้ถูกควบคุม ตั ว หรื อ ถู ก คุ ม ขั ง ตามพระราชก� ำ หนด

ล้านบาท รวมเป็นเงิน 381.5 ล้านบาท 2.2 กรณีมัสยิดกรือเซะ 34 ราย เป็น ประชาชน 32 ราย เจ้าหน้าที่ 2 ราย ราย ละ 4 ล้านบาท เป็นเงิน 136 ล้านบาท 2.3 กรณีข้าราชการที่เสียชีวิตและ ทุพพลภาพ จ�ำนวน 100 รายๆละ 100,000 บาท เป็นเงิน 10,000,000 บาท กรณี ข้าราชการยังได้ขอให้กระทรวง ทบวง กรม ต้นสังกัดของข้าราชการท�ำการเยียวยาโดย ให้สทิ ธิ และจัดสวัสดิการให้เป็นพิเศษ และ ได้ให้ความส�ำคัญเป็นพิเศษกับข้าราชการ ที่เป็นเป้าหมายอ่อนแอได้แก่ ข้าราชการ ครู บุคลากรทางการศึกษา พระ เป็นต้น การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และต่อมาได้รับการปล่อยตัว โดยไม่มีความผิด จ�ำนวน 29 ราย เป็นเงิน 1,096,800 บาท โดยจะได้เร่งรัดจ่ายเงินเยียวยาทุก กรณี ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2555 นี้ 3. ในการช่วยเหลือเยียวยา ศอ.บต. ยังได้ให้ความส�ำคัญการมีสว่ นร่วมของทุก ฝ่าย การยึดหลักธรรมาภิบาล การป้องกัน การแสวงหาผลประโยชน์จากผู้ที่แอบอ้าง เป็นนายหน้าในรูปแบบต่าง ๆ รวมทัง้ ได้ทำ� การชีแ้ จงประชาสัมพันธ์ให้ผรู้ บั ผลกระทบ รวมทั้งประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูล ข่าวสารด้านการเยียวยาอย่างทั่วถึง

3


4

เด่นในฉบับ

ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2555

10 คำ�ถาม-ตอบ “การเยียวยา” ผู้ ได้รับผลกระทบหรือผู้สูญเสีย จากเหตุการณ์ความไม่สงบใน จชต.

ถาม : ท�ำไมต้องมีการเยียวยา ตอบ : รัฐบาลมีนโยบายส�ำคัญที่จะน�ำ “ความสันติสุขกลับคืนสู่จังหวัดชายแดนภาค ใต้โดยเร็ว” การเยียวยาจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ เป็นการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่ผู้ที่เป็น พลเมืองไทยทุกคนให้สามารถด�ำรงชีวิตอยู่ได้ อย่างมีความสุขเหมาะสมตามสภาพ ไม่ทอดทิ้ง ผู้สูญเสียที่เป็นผู้พิการ ผู้บาดเจ็บ รวมถึงพ่อแม่ ภรรยา ลูกๆของผูเ้ สียชีวติ หรือบุคคลทีผ่ เู้ สียชีวติ ต้องอุปการะเลีย้ งดู และมุง่ ให้เกิดความรัก ความ สามัคคี ลดความโกรธแค้นชิงชัง ไม่ทอดทิ้ง ผู้เสียหายและผู้ที่ได้รับผลกระทบออกไปจาก สังคม การเยียวยาไม่เกี่ยวข้องกับความผิดทาง อาญาซึ่งต้องด�ำเนินการตามกฎหมาย ตาม กระบวนการยุ ติ ธ รรมรวมทั้ ง รั ฐ จะช่ ว ยเหลื อ บุคคลทีไ่ ม่ได้รบั ความเป็นธรรมในด้านกฎหมาย ทนายความ ค่าใช้จ่ายในการประกันตัวหรือการ ฟ้องร้อง การด�ำเนินคดี รวมถึงการคุม้ ครองสิทธิ มนุษยชนแก่ผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรม ถาม : ท�ำไมการเยียวยาจึงจ่ายไม่เท่ากัน ความเป็นธรรมอยู่ตรงไหน ตอบ : การช่ ว ยเหลื อ เยี ย วยาครั้ ง นี้ เป็นการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบหรือ ผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ทุกกลุ่ม ย้อนหลังไปถึงเดือน มกราคม 2547 จนถึงปัจจุบนั ซึง่ มีผเู้ สียชีวติ และ บาดเจ็บไปแล้วร่วม 14,000 คน ครอบคลุมทั้ง ผู้ที่ไม่เคยได้รับการช่วยเหลือเยียวยาหรือได้รับ การช่วยเหลือเยียวยาไปแล้วแต่ยงั มีความทุกข์ยาก เดือดร้อน ไม่สามารถพึ่งตนเองรวม 4 กลุ่ม คือ ทั้งกลุ่มประชาชนทั่วไป กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ กลุ่มผู้ที่ถูกกระท�ำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือผู้ก่อ เหตุรุนแรงที่เป็นเหตุการณ์เฉพาะกรณีและกลุ่ม ผู้ที่ถูกควบคุมตัว หรือถูกคุมขัง หรือถูกด�ำเนิน คดีเป็นผู้ต้องหา หรือเป็นจ�ำเลยและถูกควบคุม ตัว หรือคุมขังตามประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณา ความอาญาโดยไม่ได้รบั การปล่อยตัวชัว่ คราว ต่อ มาปรากฏหลักฐานว่าผู้นั้นมิได้เป็นผู้กระท�ำผิด หรือมีการถอนฟ้อง หรือมีค�ำพิพากษายกฟ้อง โดยแต่ ล ะกลุ ่ ม จะมี ค ณะอนุ ก รรมการ ซึ่ ง ประกอบด้ ว ยตั ว แทนจากส่ ว นราชการที่ เกี่ยวข้อง ผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าคณะจังหวัด ประธานกรรมการอิสลามประจ�ำจังหวัด ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผูแ้ ทนฝ่ายทหาร ต�ำรวจ สื่อมวลชน นักวิชาการ แพทย์ ตัวแทนผู้รับ ผลกระทบหรือผูส้ ญู เสีย และผูแ้ ทนภาคประชาชน

ครอบคลุมกลุม่ ทีต่ อ้ งให้การช่วยเหลือเยียวยาทัง้ 4 กลุ่มดังกล่าวข้างต้น เพื่อท�ำหน้าที่ตรวจสอบ ข้อเท็จจริง เสนอการให้ความช่วยเหลือเยียวยาฯ ทั้ ง ที่ เ ป็ น ตั ว เงิ น การช่ ว ยเหลื อ เยี ย วยาด้ า น คุ ณ ภาพชี วิ ต ด้ า นจิ ต ใจ และจิ ต วิ ญ ญาณ การช่วยเหลือเยียวยาเฉพาะในส่วนที่เป็นตัวเงิน ของแต่ ล ะกลุ ่ ม จึ ง มี ค วามแตกต่ า งกั น ไป ตามข้อเท็จจริงและผลการพิจารณาของคณะ อนุกรรมการ แต่ที่ส�ำคัญที่สุดคือการช่วยเหลือ เยียวยาด้านคุณภาพชีวิตเช่น ด้านทุนการศึกษา การรักษาพยาบาล ทีอ่ ยูใ่ นมาตรฐานเดียวกันและ มีความต่อเนื่อง กรณี ก ารเยี ย วยาจากเดิ ม ที่ ป ระชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐได้ไม่เท่าเทียมกัน ก็ได้มีการ ปรับอัตราการช่วยเหลือเยียวยากรณีประชาชน เสียชีวิตจากเดิมรายละ 100,000 บาท ให้เป็น 500,000 บาททั ด เที ย มกั บ กรณี ข ้ า ราชการ เสียชีวิต

ปลอดภัยของประชาชน กรณีที่เกิดสูญเสียจาก การกระท�ำของเจ้าหน้าที่รัฐ นอกจากต้องรับ โทษทางกฎหมายและทางวินัยแล้ว การช่วย เหลือเยียวยาจึงต้องมีอัตราที่เพิ่มเติมมากกว่า อัตราการช่วยเหลือเยียวยาผู้รับผลกระทบหรือ ผูส้ ญู เสียทัว่ ไปทีเ่ กิดจากการกระท�ำของผูก��� อ่ เหตุ รุนแรง

ถาม : ท�ำไมจึงให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับ ความเสียหายและได้รับผลกระทบจาก การกระท�ำของเจ้าหน้าทีร่ ฐั ในจ�ำนวนเงิน ที่สูงกว่าการกระท�ำของผู้ก่อเหตุรุนแรง ตอบ : กรณีการเยียวยาที่เกิดจากการ กระท�ำของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นหน้าที่ของ ศอ.บต. ที่จะต้องด�ำเนินการตามพระราชบัญญัติการ บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 มาตรา 9 (7) ที่บัญญัติให้ ศอ.บต.มีหน้าที่ ต้องให้ความช่วยเหลือเยียวยา ตามระเบียบ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ดา้ นการพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้(กพต.) ว่าด้วยการให้ความช่วย เหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้รวมทั้ง เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งต้องมีระเบียบวินัย และมีหน้าที่ ในการให้ความคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพและความ

ใด ๆ จากทางราชการ ก็ขอให้ท่านไปแจ้งลง ทะเบียนได้ที่งานเยียวยา ณ ที่ว่าการอ�ำเภอทุก แห่ง

ถาม : ถ้าไม่ได้ไปลงทะเบียน ผูไ้ ด้รบั ผลกระทบฯ จะได้รับเงินเยียวยาหรือไม่ ตอบ :  ห ากท่ า นเป็ น ผู ้ ไ ด้ รั บ ผลกระทบตาม เกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาของทางราชการหรือ เป็นผูท้ มี่ สี ทิ ธิได้รบั การช่วยเหลือเยียวยา ก็ถอื ว่า ท่านเป็นผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือเยียวยาตาม หลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาอย่างแน่นอน เพราะว่าชื่อและประวัติของท่านปรากฏอยู่ใน ฐานข้อมูลการเยียวยาฯ แล้ว กระนัน้ ก็ตาม หาก ตั้งแต่เกิดเหตุ ท่านยังไม่เคยได้รับการช่วยเหลือ

ถาม :  ประชาชนจะได้รบั การช่วยเหลือเยียวยา ด้านการเงินอย่างไร ตอบ : ประชาชนทัว่ ไป รวมทัง้ ประชาชน ที่ช่วยเหลือทางราชการและผู้น�ำศาสนาที่เสีย ชีวิตจะได้รับการช่วยเหลือเพิ่มเติมให้เท่าเทียม กับกรณีของเจ้าหน้าทีร่ ฐั จนครบจ�ำนวน 500,000 บาท โดยในปี 2555 จะได้รับการช่วยเหลือ จ�ำนวน 100,000 บาท และในปีถัดไปจะได้รับ ปีละ 100,000 บาทจนครบจ�ำนวน 500,000 บาท ภายในปีงบประมาณ 2558 เช่นเดียวกัน กรณี บาดเจ็ บ สาหั ส จะได้ รั บ การช่ ว ยเหลื อ รายละ 50,000 บาท กรณีบาดเจ็บปานกลางและบาดเจ็บ

เล็กน้อยจะได้รับช่วยเหลือรายละไม่เกิน 30,000 บาท  ถาม : เจ้าหน้าที่ของรัฐจะได้รับการช่วยเหลือ เยียวยาด้านการเงินอย่างไร ตอบ : เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับการช่วย เหลืออยู่แล้ว ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา ซึ่งได้รับ เงินในการเยียวยากรณีเสียชีวิตและทุพพลภาพ เป็นเงินจ�ำนวน 500,000 บาท และข้าราชการ ยังมีสิทธิ สวัสดิการที่กระทรวง ทบวง กรม ซึ่ง ข้าราชการนั้นสังกัดอยู่เพิ่มเติมตามแต่ละหน่วย งาน โดยคณะกรรมการเยียวยาฯได้ให้ความ ส�ำคัญเป็นพิเศษกับข้าราชการที่เป็นเป้าหมาย อ่อนแอได้แก่ ข้าราชการครู บุคลากรทางการ ศึกษา โดยได้ให้กระทรวงศึกษาพิจารณาให้ ความช่วยเหลือเยียวยาและจัดสวัสดิการเพิ่ม เติมให้เสมอภาคและเป็นธรรมแล้ว ส�ำหรับการ ช่วยเหลือเยียวยาในปี 2555 กรณีเจ้าหน้าที่รัฐ ทุกหน่วยงานจะได้รบั การช่วยเหลือเพิม่ เติมดังนี้ - กรณีเสียชีวิต จ�ำนวน 100,000 บาท - กรณีทุพลภาพ จ�ำนวน 100,000 บาท - กรณีจ�ำเป็นต้องใช้ขาเทียมหรืออุปกรณ์ ทางการแพทย์รายละไม่เกิน 250,000 บาท (ตาม ความเห็นของแพทย์) ถาม : ท�ำไมปัจจุบันยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ เยียวยาเพิ่มเติม ตอบ : เงินช่วยเหลือเยียวยาเป็นเงิน งบประมาณของทางราชการ ซึ่งได้มาจากภาษี อากรของประชาชนคนไทยทุกคน การอนุมัติ เงินดังกล่าวจ�ำเป็นต้องใช้ความรอบคอบ รัดกุม โดยมีคณะอนุกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทน จากทุกภาคส่วน ที่มีความเป็นกลาง รวมทั้ง ตัวแทนผูไ้ ด้รบั ผลกระทบทุกกลุม่ เข้ามามีสว่ นใน การพิจารณา แสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระ อีกทั้งต้องมีการตรวจสอบข้อมูล เพื่อให้มีความ ชัดเจน ถูกต้อง ครบถ้วน จึงจ�ำเป็นต้องใช้เวลา ระยะหนึ่ง ถาม : ถ้าผู้ได้รับผลกระทบฯ ไม่ไปร้องทุกข์ที่ ศอ.บต. เขาจะได้ รั บ เงิ น ช่ ว ยเหลื อ เยียวยาหรือไม่ ตอบ : ท่านต้องได้รับเงินช่วยเหลือ เยียวยาอย่างแน่นอน  เพราะท่านเป็นผู้ได้รับ ผลกระทบฯ ท่านจะอยูท่ ไี่ หนก็ตาม ชือ่ และข้อมูล ของท่าน ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลการเยียวยา อยู่แล้ว จึงเป็นหน้าที่ของทางราชการที่จะต้อง ด�ำเนินการให้ผู้ได้รับผลกระทบฯ ทุกคน ได้รับ การช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟู ทั้งที่เป็นตัวเงิน การ


เด่นในฉบับ

ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2555

เยียวยาด้านจิตใจและการด�ำรงชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพ โดยไม่จ�ำเป็นต้องเดินทางไปที่ ศอ.บต. กรณีมีข้อสงสัยประการใดก็สามารถติดต่อสอบถามที่ ศอ.บต. หมายเลขโทรศัพท์ 073-274102 และงานเยียวยาทุกอ�ำเภอในพื้นที่ ถาม : การช่วยเหลือเยียวยาด้านคุณภาพชีวิต คืออะไร ตอบ : การให้ ค วามช่ ว ยเหลื อ เยี ย วยาฟื ้ น ฟู ผู ้ เ สี ย หายและได้ รั บ ผลกระทบ ด้านคุณภาพชีวติ เพือ่ ให้สามารถด�ำรงชีวติ อยูไ่ ด้อย่างมีคณุ ภาพ ซึง่ มีความส�ำคัญอย่างยิง่ กับ ผู้สูญเสียและผู้รับผลกระทบทุกกลุ่ม รวมทั้งจะมีความต่อเนื่อง ยั่งยืน ได้แก่ (1) การรักษาพยาบาลทางด้านร่างกายและจิตใจ รวมทัง้ การส่งต่อฟืน้ ฟูผพู้ กิ ารหรือ ฟื้นฟูสมรรถภาพทางด้านร่างกายจิตใจ โดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (2) การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ (3) การเยียวยาทางด้านจิตวิญญาณ อาทิ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประกอบพิธี ฮัจญ์หรืออุมเราะฮ์ ณ ประเทศซาอุดิอาระเบียหรือประกอบศาสนกิจตามหลักศาสนาอื่น (4) การให้สิทธิในการเข้ารับการศึกษาของตนเองหรือทายาท (5) การสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่จ�ำเป็นในการศึกษาอย่างต่อเนื่องตามสมควร (6) การช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายด้านทรัพย์สิน (7)การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือการช่วยเหลือด้านที่ท�ำกิน หรือการส่งเสริมการ ประกอบอาชีพ (8) การได้รับการเยี่ยมเยียนอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มสหวิชาชีพ (9) การส่งเสริมการสร้างกลุ่มและการรวมกลุ่มของผู้ได้รับผลกระทบเพื่อดูแลซึ่ง กันและกัน (10) การได้รับความช่วยเหลือให้มีความปลอดภัย หรือมีส่วนร่วมในการจัดระบบ รักษาความปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ�้ำอีก (11) การคุ้มครองป้องกันจากการถูกปองร้าย (12)  การจัดตั้งสถานพยาบาลเฉพาะทาง หรือสถาบันส่งเสริมการศึกษาเยียวยา ฟื้นฟูผู้พิการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (13) การช่วยเหลือเยียวยาด้านกฎหมาย การฟ้องร้อง การด�ำเนินคดี หรือการ คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ (14) ค่าใช้จ่ายในการแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐาน การเข้าถึงความเป็นธรรม (15) การช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการเยียวยาฯ พิจารณา เห็นสมควร

“เป็นหน้าทีข่ องทางราชการทีจ่ ะต้องด�ำเนินการให้ผู้ได้รบั ผลกระทบฯ ทุกคน ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟู ทั้งที่เป็นตัวเงิน การเยียวยาด้านจิตใจและ การด�ำรงชีวติ อยูอ่ ย่างมีคณ ุ ภาพ โดยไม่จำ� เป็นต้องเดินทางไปที่ ศอ.บต. กรณี มีข้อสงสัยประการใดก็สามารถติดต่อสอบถามที่ ศอ.บต. หมายเลขโทรศัพท์ 073-274102 และงานเยียวยาทุกอ�ำเภอในพื้นที่”   ถาม : ประชาชนสามารถร้องทุกข์เกี่ยวกับการเยียวยาได้ที่ไหน ตอบ : (1) งานเยียวยา ณ ที่ว่าการอ�ำเภอทุกแห่ง (2) ศอ.บต. หมายเลขโทรศัพท์ 073-274-102 ถาม : ในการด�ำเนินการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมหรือไม่ ตอบ : ประชาชนมีสว่ นร่วมตัง้ แต่ตน้ โดยมีการจัดเวทีรบั ฟังความคิดเห็นจากกลุม่ ที่ได้ร���บผลกระทบกลุ่มต่างๆ อย่างต่อเนื่องหลายครั้ง เพื่อก�ำหนดหลักเกณฑ์และก�ำหนด กลุ่มเป้าหมายในการให้ความช่วยเหลือตามแต่กรณีมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ซึ่งมี ประชาชนจากหลายสาขาอาชีพสือ่ มวลชน และผูน้ ำ� ศาสนาทีส่ ำ� คัญคือการยึดหลักการมีสว่ นร่วม โดยได้เชิญตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบฯ เข้าร่วมเป็นกรรมการอยู่ในคณะอนุกรรมการฯ ทุกคณะ   ถาม : การได้รับเงินช่วยเหลือจะมีค่าใช้จ่ายใดๆ หรือไม่ ตอบ : ท่านจะได้รับเงินตามที่คณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ได้อนุมัติ โดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น อย่าหลงเชื่อนายหน้าหรือคนกลางที่แอบอ้างว่าจะ สามารถช่วยเหลือให้ได้รับเงินเยียวยา เมื่อมีการอนุมัติเงินช่วยเหลือแล้ว ศอ.บต.จะจ่าย ให้แก่ผู้มีสิทธิ์โดยตรง เป็นเช็คธนาคารระบุชื่อผู้มีสิทธิ์แต่ละคนครบตามจ�ำนวน หากสงสัยหรือไม่เข้าใจสามารถสอบถามได้ตลอดเวลาที่ ศอ.บต. หมายเลขโทรศัพท์ 073-274-102, 073-203-888

ผู้ ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจาก เหตุการณ์ความไม่สงบใน จชต.

พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต.

คณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ได้พิจารณาอนุมัติเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบฯ และขณะนี้ส�ำนัก งบประมาณได้จดั สรรงบประมาณเพือ่ มอบให้แก่ผไู้ ด้รบั ผลกระทบซึง่ เป็นทายาทของผูเ้ สียชีวติ ผู้พิการและทุพพลภาพ ดังนี้ (1) กรณีถูกกระท�ำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เป็นเหตุการณ์เฉพาะกรณี ได้แก่ 1. กรณีเหตุการณ์ตากใบ รายละ 7.5 ล้านบาท 2. กรณีเหตุการณ์วันที่ 28 เมษายน 2547 ที่มัสยิดกรือเซะ รายละ 4 ล้านบาท 3. กรณีเหตุการณ์วันที่ 28 เมษายน 2547 ที่อ�ำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา รายละ 7.5 ล้านบาท 4. กรณีละเมิดสิทธิมนุษยชน ได้แก่ นายสมชาย นีละไพจิตร นายฟัครุดดีน บอตอ นายสุไลมาน แนซานายอัลมีน นูรุสอาดิล รายละ 7.5 ล้านบาท (2) กรณีประชาชนทั่วไป รวมทั้งประชาชนที่ช่วยเหลือทางราชการและผู้น�ำศาสนา โดย จะช่วยเหลือเพิ่มเติมจากเดิมเสียชีวิต ได้รับ 100,000 บาท ประชาชนที่ช่วยเหลือราชการ และผู้น�ำศาสนา ได้รับ 200,000 บาท ผู้ทุพพลภาพ ได้รับ 80,000 บาท จะช่วยให้ได้เท่ากับ เจ้าหน้าที่ของรัฐ คือ 500,000 บาท ทุกกรณี ซึ่งในปีงบประมาณ 2555 นี้ ทายาทผู้เสียชีวิต จะได้รับ 100,000 บาท ผู้ทุพพลภาพ ได้รับ 120,000 บาท (3) เหตุการณ์เฉพาะกรณี จ�ำนวน 216 ราย ช่วยเหลือเป็นเงินรวม 118,500,000 บาท ส�ำหรับการประชุมคณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากความไม่สงบใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 7/2555 โดยมีพลต�ำรวจเอกประชา พรหมนอก เป็นประธาน ในที่ประชุม มีมติให้การช่วยเหลือ ดังนี้ กรณีวัดพรหมประสิทธิ์ อ�ำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ซึ่งผู้ก่อความไม่สงบเข้าไปฆ่า และเผาพระและเด็กวัด จ�ำนวน 3 ราย รายละ 4 ล้านบาท กรณีมสั ยิดอัลฟุรกอน ทีบ่ า้ นไอปาร์แย อ�ำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ทีม่ ผี กู้ อ่ เหตุ กราดยิงชาวบ้านขณะปฏิบตั ศิ าสนกิจมีผเู้ สียชีวติ 10 ราย และบาดเจ็บจนทุพพลภาพ จ�ำนวน 2 ราย ช่วยเหลือ รายละ 4 ล้านบาท นอกจากนั้นแล้ว ยังมีการช่วยเหลือในกรณีต่าง ๆ ดังนี้ 1. ผู้ที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐ กรณีเสียชีวิต รายละ 100,000 บาท กรณี บาดเจ็บสาหัส รายละ 50,000 บาท กรณีบาดเจ็บ รายละ 30,000 บาท 2. กรณีถูกจับกุมด�ำเนินคดีในเหตุการณ์ตากใบ รายละ 36,000 บาท 3. เหตุการณ์เฉพาะกรณี ช่วยเหลือเพิม่ เติม จ�ำนวน 191 ราย เป็นเงินรวม 97,000,000 บาท

5


6

สันติสุขชายแดนใต้

ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2555


ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2555

สันติสุขชายแดนใต้

7


8

สันติสุขชายแดนใต้

ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2555


ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2555

สันติสุขชายแดนใต้

9


10 ฟ้าใหม่จังหวัดชายแดนใต้

ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2555

12 สิงหา มหาราชินี : พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อ�ำนวยการ

บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมรองเลขาธิการและคณะผู้บริหารระดับสูง ของ ศอ.บต. ร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์เพื่อ ถวายพระพรเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบรอบ 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555

เยี่ยมสักการะเจ้าแม่ทับทิม : พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการ

ศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เดินทางไปร่วมงานประจ�ำปีของ ศาลเจ้าแม่ทับทิม ที่ศาลเจ้าแม่ทับทิม ถนนสิโรรส อ�ำเภอเมือง จังหวัดยะลา ในโอกาสนี้ได้ร่วมรับประทานอาหารและพบปะกับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมในงาน เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2555

รายการของ ศอ.บต.ทางสถานี โ ทรทั ศ น์ อิสลามทุกคน

PEOPLE

ต้ อ งท� ำ ความดี ในเดือนรอมฎอน อันประเสริฐ

หลั ง เหตุ จ ากเกิ ด ระเบิดด้านหลังโรงแรม ซี เ อส ปั ต ตานี นาย แวดื อ ราแม มะมิ ง จิ ประธานคณะกรรมการ อิสลามจังหวัดปัตตานี เป็นอีกผูห้ นึง่ ทีร่ สู้ กึ สลด ใจกับปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ “ผมในฐานะเป็นตัวแทนของผูน้ ำ� ศาสนา และบ้านเกิดอยูท่ นี่ ี่ อันดับแรกก็ตอ้ งแสดงความ เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในความคิดของ ผมเองก็ไม่อยากให้เกิด เพราะว่าเรื่องนี้ผิดกับ หลักศาสนา เป็นความคิดนอกกรอบนอกระบบ โดยเฉพาะในเดื อ นรอมฎอนเป็ น เดื อ นมหา ประเสริฐยิง่ ให้ทกุ คนเป็นบ่าวอัลลอฮ์ ทุกคนอยู่ ในเดือนนีก้ ็ต้องสนับสนุนส่งเสริมให้ท�ำความดี” “ต้องอย่าท�ำให้คนอื่นเดือดร้อนในเดือน รอมฎอน ต้องท�ำบุญและศาสนกิจที่อัลลอฮ์ได้ ก�ำหนดไว้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นท�ำให้คนอื่นเดือด ร้อน ทุกคนก็เดือดร้อน มันก็กระทบกับหลายๆ เรื่อง หลายๆ ด้าน ซึ่งก็ผิดกับหลักศาสนาตาม ที่ท่านศาสดาได้ก�ำหนด” นายแวดือราแมกล่าว นายแวดือราแมระบุว่าในการแก้ไข ปัญหาเรื่องความรุนแรงนั้นจะต้องส่งเสริมให้ ชาวมุสลิมและชาวพุทธอยู่ร่วมกันได้อย่างมี ความรักและสามัคคี

• รายการ“รอมฎอนกะรีม” สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๕ เวลา ๐๔.๐๕-๐๔.๕๕ น. เป็นเวลา ๕๐ นาที ห้วงเดือนรอมฎอน • รายการ “เสียงจากผู้หญิงชายแดนใต้” ช่อง ๙ อสมท. ในรายการรอมฎอนไนท์ เวลา ๐๓.๓๐ - ๐๔.๓๐ น. ห้วงเดือนรอมฎอน • สารคดีสั้น“ปอเนาะ ศาสนศึกษา พัฒนาชีวิต” สถานี โทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๕ ใน รายการ “คุยข่าว ๑๐ โมง” ทุกวันจันทร์,อังคาร ระหว่างเวลา ๑๐.๐๐ - ๑๑.๐๐ น. และ แพร่ภาพออกอากาศทาง TGN และออกเสียงสกุ๊ปทางสถานีวิทยุ จราจร FM ๙๙.๕. ห้วงเดือนรอมฎอน • ละครสั้นสะท้อนวิถีชีวิตวัฒนธรรม สังคมไทยในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ไวท์แชนแนลทีวี ทุกวันศุกร์ ระหว่าง เวลา ๒๑.๓๐ - ๒๒.๐๐ น. กรกฎาคม - กันยายน ๒๕๕๕ • รายการ“รอมฎอนกะรีม” สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมไทย มุสลิมทีวี (TMTV) เวลา ๐๓.๓๐ - ๐๔.๐๐ น. ห้วงเดือนรอมฎอน

• รายการ “ข่าวสารจาก ศอ.บต.” สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมไทยมุสลิมทีวี (TMTV) ตลอด ๒๔ ชั่วโมง • รายการ “ไทยพัฒนา” สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ กรมประชาสัมพันธ์ออกอากาศทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ เวลา ๑๖.๐๐ -๑๖.๓๐ น. ตั้งแต่กรกฎาคม - กันยายน ๒๕๕๕ • รายการ“เสียงสะท้อนจากท้องถิน่ ใต้”สถานีโทรทัศน์ สปริงนิวส์ เวลา ๑๗.๐๐ -๑๗.๓๐ น ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม - กันยายน ๒๕๕๕ • รายการ“สกุ๊ปข่าว ชายแดนใต้”สถานีโทรทัศน์ สปริงนิวส์ เวลา ๑๗.๐๐ -๑๗.๓๐ น ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่เด���อนกรกฎาคม - กันยายน ๒๕๕๕ • รายการ “ห้องข่าว ศอ.บต.” สทท.๑๑ ยะลา ทุกวันจันทร์ เวลา ๑๑.๐๐ น.

SOCIETY

เลขาธิการ ศอ.บต. เร่งฟื้นซีเอส เรียกคืนความเชื่อมั่น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. ระบุว่า ได้น�ำเจ้าหน้าที่ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ทัง้ จากส่วนกลางและในท้องทีม่ าประเมินความเสียหาย หาทางช่วยเหลือ กรณีไฟไหม้โรงแรม ซี.เอส. ปัตตานี โดยทันท่วงที “นี่เป็นวิธีการท�ำลายความเชื่อมั่นของฝ่ายก่อเหตุ โรงแรมแห่งนี้เป็นเหมือนสถาบันของ ท้องถิ่น เราเองก็ต้องเร่งฟื้นฟู เยียวยา ...อันนี้เป็นการท�ำลายอนาคตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่” พ.ต.อ.ทวี กล่าว เลขาฯ ศอ.บต. ได้ชี้แจงว่าจะต้องส่งเสริมให้ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนในการร่วมเป็นอาสาสมัคร พิทักษ์เมืองมากขึ้น เพราะว่าบางครั้งเจ้าหน้าที่รัฐเป็นคนนอกพื้นที่ ความสามารถในการสังเกตอาจจะสู้คนในพื้นที่ไม่ได้ “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของหน่วยใดหน่วยหนึ่ง ผมคิดว่าชัยชนะหรือสันติสุขต้องให้ประชาชนมาช่วย” พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง กล่าว


ฟ้าใหม่จังหวัดชายแดนใต้

ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2555

สาวนักตบทีมชาติ ไทยปลอบขวัญชาวยะลา

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานเปิดโครงการพี่เอื้อน้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีนายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนักกีฬาวอลเลย์บอล หญิงทีมชาติไทย ร่วมฝึกเทคนิคต่างๆ ในการเล่นวอลเลย์บอล ให้กับเยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อาคารพระเศวตรสุรคชาธาร เทศบาลนครยะลา จังหวัด ยะลา เมื่อเร็วๆนี้

มุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ฉลองเทศกาลฮารีรายออิดิ้ลฟิตรี ในปีฮิจเราะห์ศักราช 1433 หลังจากเดือนรอมฏอนอันประเสริฐของชาวมุสลิมทัว่ โลกหนึง่ เดือนเต็ม ได้ปฏิบตั ศิ าสนกิจถือศีลอด และร่วมกันประกอบกิจกรรมทางศาสนาด้วยการละหมาดเตาะรอแวะห์ อ่านอัรกุลอาน บริจาคซากาต และการร�ำลึกถึงพระองค์อลั เลาะห์ ปิดท้ายด้วยภารกิจส�ำคัญในการละหมาดอิดลิ ฟิตรีพร้อมกัน ร่วมกับ ประชาชาติอสิ ลามทัว่ ทุกมุมโลก เพือ่ เชิดชูความยิง่ ใหญ่แห่งเอกองค์อลั เลาะห์ พร้อมประกาศเอกลักษณ์ ของอิสลามด้วยจิตส�ำนึกแห่งความรักและความเป็นพี่น้อง สู่การสร้างสันติภาพอันแท้จริงที่ยั่งยืน ทีจ่ งั หวัดยะลา มีชาวมุสลิม ร่วม 5,000 คน มารวมกันละหมาดครัง้ ใหญ่ในรอบปี ทัง้ ทีศ่ นู ย์เยาวชน เทศบาลนครยะลา และที่มัสยิดกลาง จังหวัดยะลา โดยมีพันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์ อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (เลขาธิการ ศอ.บต.) กล่าวแสดงความยินดีที่พี่น้องมุสลิม จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาร่วมตัวกันละหมาดครั้งใหญ่ในรอบปี ซึ่งเป็นการแสดงถึงความรัก ความ เมตตา ความศรัทธาระหว่างกัน ซึ่งมนุษย์ที่ดีที่สุด คือมนุษย์ที่ท�ำประโยชน์เพื่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เลขาธิการ ศอ.บต. ให้ความส�ำคัญกับศาสนาอิสลามอันสูงส่ง พร้อมด้วยนายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายสัญญา สุวรรณโพธิ์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครยะลา นายแพทย์อนันตชัย ไทยประทาน ร่วมมอบเงินของขวัญให้ลกู หลานพีน่ อ้ งชาวไทยมุสลิมเนือ่ งในโอกาส เทศกาลฮารีรายออิดิ้ลฟิตรี ทั้งที่ศูนย์เยาวชน เทศบาลนครยะลา และที่มัสยิดกลาง จังหวัดยะลา ซึ่งเด็ก ๆ ต่าง เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ดีใจ สนุกสนาน มีความสุขในวันนี้ เป็นวิถีชีวิตวัฒนธรรมของ ชาวมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง เป็นบรรยากาศแห่งความสุข เด็ก ๆ ก็ไปกับครอบครัวแต่งตัวด้วยเสือ้ ผ้าใหม่ ได้รบั ของขวัญจากผูใ้ หญ่ เพิม่ ความสุขสนุกสนานบรรยากาศ ครึกครื้น เติมความสุขความปลาบปลื้มให้กับผู้คนต่างวัฒนธรรมที่อยู่รอบข้าง สมกับที่กล่าวขานว่า “ชายแดนใต้มีความหลากหลายที่สวยงามล�้ำค่า” จริงๆ

11


12 แม่ของแผ่นดิน

ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2555

พระราชภารกิจ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องเล่าของ พลเอกณพล บุญทับ รองสมุหราชองครักษ์

พล.อ.ณพล บุญทับ ข้าราชการบริพารที่รับใช้เบื้อง พระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถที่ได้รับมอบหมายให้ไป ติดตามสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ ได้เล่าเรื่องราวเกี่ยว กับโครงการต่างๆทีส่ มเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินนี าถ ทรงด�ำเนินการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไว้ ดังนี้

โครงการราษฎรอาสารักษาหมู่บ้าน โครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชด�ำริ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินนี าถ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการหนึง่ คือ โครงการราษฎรอาสารักษาหมูบ่ า้ น เกิด จากเมื่อปี 2547 สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จฯเยี่ยมราษฎร ราษฎรใน 5 หมู่บ้าน ได้เข้ามาร้องไห้ กับพระองค์ท่านแล้วบอกว่า อยูไ่ ม่ได้แล้ว เพราะถูกรบกวน หนัก จนมีคนในต�ำบลตันหยง ลิมอถูกตัดคอคามอเตอร์ไซด์ ระหว่างไปกรีดยางตอนเช้า มืด ชาวบ้านบอกว่าเหตุการณ์ อย่างนีไ้ ม่เคยเกิดขึน้ ชาวบ้าน ถามพระองค์ ท ่ า นว่ า จะให้ พวกฉันอยู่ที่นี่ หรือจะให้ไป จากที่ นี่ สมเด็ จ พระบรมราชินีนาถรับสั่งว่า “ในเมื่อ เราอยู่ที่นี่ เราท�ำมาหากินที่นี่ มาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย แล้วจะ อพยพไปที่ไหนกัน” พระองค์ท่านก็ทรงพระ กรุณาบอกทหารให้ส่งคนมา

ช่วยฝึกอาวุธให้ตามที่ชาวบ้านได้ถวายฎีกา และรับสั่งว่า ที่ให้ฝึกนั้นเพื่อป้องกันตัวเอง ป้องกันทรัพย์สินพี่น้องเรา กันเอง ไม่ได้มีเจตนาให้พวกเธอเที่ยวเอาปืนไปไล่ฆ่าใคร ต่อใครเขา ขอให้ท�ำความเข้าใจกันให้ถ่องแท้ ทรงรับสั่ง เสมอว่าผูบ้ ริสทุ ธิม์ สี ทิ ธิอ์ ยูบ่ นแผ่นดินนีม้ ที งั้ พุทธและมุสลิม ไม่ได้แยกเชื้อชาติ ศาสนา ใครขอมาก็ฝึกให้ ครูเองก็มา ขอฝึก บอกว่าฝึกให้แต่ชาวบ้าน พวกครูยิ่งเสี่ยงอันตราย หนักเลย ฝึกลักษณะการรวมกลุ่มกัน ใช้อาวุธเข้าเวรยาม ในการรักษาหมูบ่ า้ น ซึง่ มีผลให้หมูบ่ า้ นเกิดความปลอดภัย มากขึ้น ขณะนี้เป็นที่แน่ชัดว่ามีกลุ่มคนต้องการที่จะแบ่ง แยกดินแดน เช่น มีการน�ำวิซีดีภาพการตัดศีรษะไปแพร่ ภาพในจังหวัดปัตตานี ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง คนท�ำ มีวัตถุประสงค์ให้ชาวบ้านหวาดกลัว และไม่อยากจะอยู่ ในพื้ น ที่ ห ากเราปล่ อ ยเหตุ ก ารณ์ ใ ห้ ลุ ก ลามบานปลาย บ้านเมืองก็จะแย่ โครงการฟาร์มตัวอย่าง จากการฝึกอาวุธ ทุกคนก็ระวังตัวหมด ไปไหนก็ไม่ กล้าไป เมื่อก่อนเคยขายของในเมือง ไปรับจ้างในเมือง ตอนนี้จะไปคนเดียวก็ไม่กล้า เลยมีรับสั่งว่าจะช่วยเขา อย่างไรในเรื่องการท�ำมาหากิน จึงได้เกิดโครงการฟาร์ม ตัวอย่างขึ้นมา เพื่อจะสร้างงานให้กับชาวบ้าน คนไหนไม่ กล้าไปท�ำงานในเมืองก็มาท�ำในฟาร์มท�ำการเกษตร ปลูก


แม่ของแผ่นดิน 13

ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2555

“ผู้ ไม่หวังดีก็ใช้วิธียุยงให้ราษฎรแตก สามัคคีกนั พระองค์ทา่ นทรงลงไปช่วย 30 กว่าปี ช่วยให้เขาทำ�มาหากินได้” พืชผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์ สัตว์ปีก เช่น เป็ด ไก่ และก็มี การท�ำประมงในครัวเรือน วันใดไม่มีกับข้าวก็สามารถช้อน ปลาเป็นอาหาร นอกจากนัน้ มีการเลีย้ งแพะนม ทีม่ โี ปรตีนสูง ให้จ้างคนเข้ามาท�ำงาน เพื่อจะสอนให้เรียนรู้การท�ำเกษตร อย่างถูกหลักวิชาการ เมื่อท�ำเป็นแล้วก็จะได้ น�ำกลับไปท�ำ ในพื้นที่ของตัวเอง ได้ผลผลิตเหลือจากรับประทานก็น�ำมา ขายให้ฟาร์มรับซื้อ การจัดตัง้ ฟาร์มนัน้ อยูใ่ กล้ๆกับแหล่งชุมชนเพือ่ ทีเ่ ขาจะ ได้มาท�ำงานง่ายๆ อย่างในบางแห่งเป็นกลุ่มของไทยพุทธ อาศัยอยู่ท่ามกลางกลุ่มไทยมุสลิม ผู้ไม่หวังดีก็ใช้วิธียุยงให้ ราษฎรแตกสามัคคีกัน พระองค์ท่านทรงลงไปช่วย 30 กว่า ปี ช่วยให้เขาท�ำมาหากินได้ ทรงท�ำอย่างต่อเนื่อง เช่นเรื่อง น�้ำ บางบ้านน่าสงสารมาก เพราะขุดขึ้นมาน�้ำเป็นสนิม ดี ที่ช่วงนี้เป็นหน้าฝน จึงพอบรรเทาได้บ้าง

พระองค์ท่านทรงยอมท�ำทุกอย่าง เหน็ดเหนื่อยพระ วรกายเพื่อคนในชาติ ซึ่งเหมือนกับลูกของพระองค์ท่าน ไม่ว่าเดือดร้อนมีปัญหาอะไร เช่น โครงการปะการังเทียม อ�ำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี ชาวบ้านร้องไห้วา่ ท�ำมาหากิน ไม่ได้ เคยท�ำประมงอยู่ชายฝั่ง ตอนนี้ปลาไม่มี จากนั้นตี 3 พระองค์ท่านเรียกประชุม 2 ชั่วโมงว่าจะแก้ปัญหากัน อย่างไร ซึ่งมีสาเหตุจากอวนลากอวนรุน ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี เสนอการก�ำหนดระยะของการท�ำประมง คือ ระยะ 5 กิโลเมตรจากชายฝั่งใช้เครื่องมือตกปลาขนาดเล็ก ระยะ 5 – 10 กิโลเมตร ให้ประมงปั่นไฟ และระยะ 10 – 15 กิโลเมตร อวนลากอวนรุนด�ำเนินการ แล้วก็ทิ้งปะการัง เทียมเพื่อป้องกันการใช้อวนที่ระยะผิดประเภทไปในตัว และให้ปลาได้อาศัยปะการังเทียมนี้เป็นที่หลบยามลมพายุ แรงๆหรือใช้ชั่ง คือทางมะพร้าวถ่วงด้วยปูนซีเมนต์เพื่อให้ ปลาเกาะอยู่ชายฝั่ง พระองค์ทา่ นรับสัง่ ว่า อยากเห็นโครงการนีเ้ กิดขึน้ ก่อน เสด็จฯ กลับ ซึง่ ตอนนัน้ เป็นวันที่ 24 กันยายน พระองค์ทา่ น เสด็จฯ กลับต้นตุลาคม ทุกฝ่ายก็รีบด�ำเนินการ นี่คือการ แก้ปัญหาให้ไทยมุสลิมโดยตรง ที่ปัตตานี ไม้แก่น สายบุรี หนองจิก อ�ำเภอเมือง ปัตตานี จนถึงตากใบ นราธิวาส พอ ทิ้งไป 6 เดือน ปลาก็มาวางไข่ ตอนนี้ปลาชุกมาก ชาวบ้าน

มีกินมีใช้ สามารถน�ำปลาไปขายได้ กิโลกรัมละ 200 – 300 บาท นี่ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ พระองค์ ท ่ า นรั บ สั่ ง ว่ า เขาขาดเสาหลั ก ตอนเป็ น ข้าราชการชัน้ ผูน้ อ้ ยยังไม่ได้สร้างหลักปักฐาน พอสามีตายก็ บ้านแตกสาแหรกขาด ไม่รจู้ ะท�ำอย่างไร บางคนเป็นแม่บา้ น พระองค์ทา่ นก็ทรงเอือ้ มพระหัตถ์ลงมาชุบชีวติ คนใกล้จมน�ำ้ ให้อยู่รอด ตัวอย่างอันนี้เป็นประจักษ์พยานอย่างเห็นได้ ชัด ประธานกลางมุสลิม OIC เห็นแล้วยังเทิดพระเกียรติว่าทรง ช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม ไม่เลือกชาติศาสนา ที่มา : หนังสือ พระราชินีของเรา เรื่องเล่าจากแผ่นดิน ใต้ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า ฯพระบรมราชินนี าถ เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2548

พระราชกรณียกิจ“แม่ของแผ่นดิน”เพื่อความสุขของประชาราษฎร อยู่ในโอวาทครูอาจารย์ พระบิดามารดา เมื่ อ เข้ า สู ่ พ ระราชพิ ธี ร าชาพิ เ ษกสมรส และทรง ด�ำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินนี าถแล้ว ได้ทรงศึกษาและปฏิบตั ติ ามหลักธรรมในพระ บวรพุทธศาสนามากขึ้น ทรงยกย่องเทิดทูนพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยูห่ วั เป็นผูพ้ ระราชทานความรูแ้ ก่พระองค์ในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านพระพุทธศาสนา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงพยายาม ทุกวิถีทางและทุกโอกาสที่จะทรงแนะน�ำให้พสกนิกรเห็น ว่า ความเจริญทางด้านจิตใจเป็นสิ่งจ�ำเป็นและส�ำคัญที่สุด เพราะจะช่วยให้ชีวิตมนุษย์สมบูรณ์และมีค่า ดังพระราช ด�ำรัสที่พระราชทานแก่นักศึกษาว่าพยาบาล ณ หอประชุม ราชแพทยาลัย โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2510 ความตอนหนึ่งว่า “ความเจริญทางด้านวัตถุจ�ำต้องควบคู่ไปกับความ เจริญทางด้านจิตใจจะท�ำให้ชีวิตมนุษย์สมบรูณ์และมีค่า บุคคลแม้จะเป็นผู้ที่ขาดความมั่นคงทางวัตถุ แต่ร�่ำรวยใน พระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นพุทธมามะกะ และเป็น อัครศาสนูปถัมภก ประชาชนมีสิทธิและเสรี ในการนับถือ ศาสนา ตามที่ตนเชื่อและศรัทธา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงตระหนัก ว่า ศาสนาเป็นเครือ่ งยึดเหนีย่ วจิตใจของมนุษย์มใิ ห้ประพฤติ ปฏิบัติในสิ่งที่เป็นความชั่ว และเป็นแนวทางให้มนุษย์เลือก กระท�ำแต่ความดี จึงทรงตระหนักถึงความส�ำคัญในการ อุปถัมภ์ศาสนา นอกจากจะทรงเป็นพุทธศาสนิกชน ที่ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจทางศาสนาโดยสม�่ำเสมอแล้ว ยัง ทรงทะนุบ�ำรุงศาสนาต่าง ๆ ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น ศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์ ฮินดู และ ซิกข์ เพราะทรงถือว่าทุกศาสนาต่างก็มีความส�ำคัญในฐานะเป็น เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ของประชาชนเช่นเดียวกัน

คราวใดที่ พ ระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู ่ หั ว เสด็ จ พระราชด�ำเนินไปในงานพระราชพิธี หรือทรงประกอบพระ ราชกรณียกิจเกีย่ วกับศาสนา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินนี าถมักจะโดยเสด็จเสมอไม่วา่ จะเป็นพิธขี องศาสนาใด บางครั้งก็เสด็จพระราชด�ำเนินโดยล�ำพังพระองค์เอง ทรง ปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยความเคารพในประเพณีของ ศาสนานั้น ๆ อย่างดียิ่ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราช ศรัทธาในพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ด้วย ทรงรับการอบรมพืน้ ฐานความรูเ้ รือ่ งศาสนามาจากพระบิดา พระมารดา คือ พระวรวงศ์เธอฯ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ และหม่อมหลวงบัว กิติยากร ทรงเป็นพุทธศานาสนิกชนที่ เคร่งครัด มีนำ�้ พระราชหฤทัยเอือ้ เฟือ้ เผือ่ แผ่ ยึดมัน่ ในสัจจะ

ด้านคุณธรรม มีความรักและห่วงใยในเพื่อนมนุษย์ จึงนับ ว่าเป็นผู้ที่พระพุทธศาสนายกย่องแล้วว่าเจริญแท้...” สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงยึดใน พรหมวิหาร 4 ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ทรงพระเมตตากรุณาแก่ราษฎรทั่วไป โดยเฉพาะคนป่วย


14

แม่ของแผ่นดิน

คนชรา คนพิการ คนปัญญาอ่อนและเด็ก ทรงปรารถนาให้ ผู้อื่นเป็นสุข โปรดการท�ำบุญหรือการสงเคราะห์มาแต่ทรง พระเยาว์ ทรงด�ำรงต�ำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ของสภา สังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ทรง ตั้ง “กองทุนเมตตา” ขึ้นโดยพระราชทรัพย์ริเริ่ม เพื่อช่วย เหลือผูป้ ระสบภัยอย่างรุนแรง ทรงมีนำ�้ พระราชหฤทัยเมตตา ห่วงใยบุคคลผูพ้ กิ ารทัง้ ทางร่างกายและสมอง มีพระราชด�ำริ ว่า ผูพ้ กิ ารควรได้รบั ความเอาใจใส่ดแู ลได้รบั การบ�ำบัดรักษา เมื่อป่วยเจ็บเช่นเดียวกันกับบุคคลทั่วไป นอกจากนี้ยังทรงไว้ซึ่งมุทิตาธรรม มีพระราชหฤทัย โสมนัสในความสุข ความเจริญและความส�ำเร็จของอาณา ประชาราษฎร์ ทรงส่งเสริมพระราชทานก�ำลังใจท�ำความดี ยิ่งขึ้น ทรงรักษาอุเบกขาธรรมวางพระองค์เป็นกลางไม่ทรง หวาดเกรงภยันตรายต่าง ๆ เมือ่ ต้องเสด็จพระราชด�ำเนินไป ในถิน่ ทุรกันดารเพือ่ เยีย่ มเยียนราษฎร ทรงยึดมัน่ ในเบญจศีล เบญจธรรม มีพระราชศรัทธาอุปถัมภ์บำ� รุงพุทธศาสนา โดย ทรงรับสถาบันแม่ชไี ทย และ มูลนิธสิ ง่ เสริมพระพุทธศาสนา วันอาทิตย์ ไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ด้วย นอกจากจะทรงเป็นพุทธศาสนิกชนที่เคร่งครัดแล้ว

ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2555

“เมือ่ ทรงแปรพระราชฐานไปเยีย่ มราษฎร ในภาคใต้ ซึ่งส่วนใหญ่นับถือศาสนา อิสลาม มีขนมธรรมเนียมแตกต่างออก ไปตามหลักปฏิบตั ขิ องศาสนา ทรงพระ กรุณาเสด็จพระราชดำ�เนินไปทรงเยีย่ ม ราษฎรเหล่านั้นโดยมิ ได้เว้น ด้วยท���ง ถือว่าทุกคนเป็นราษฎรของพระองค์ เช่นเดียวกัน” สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินนี าถยังทรงอุปถัมภ์บำ� รุง ศาสนาอื่นในประเทศด้วย เพราะมีพระราชศรัทธาว่า ทุก ศาสนาล้วนมีหลักธรรมที่สอนให้คนประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ ดีงามเช่นเดียวกัน มักจะเสด็จพระราชด�ำเนินหรือโดยเสด็จ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ไปในงานพิธขี องศาสนาต่าง ๆ โดยมิทรงเลือกว่าเป็นงานพิธีของศาสนาใด เมื่อทรงแปรพระราชฐานไปเยี่ยมราษฎรในภาคใต้ ซึ่ง ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม มีขนมธรรมเนียมแตกต่าง ออกไปตามหลักปฏิบัติของศาสนา ทรงพระกรุณาเสด็จ พระราชด�ำเนินไปทรงเยีย่ มราษฎรเหล่านัน้ โดยมิได้เว้น ด้วย ทรงถือว่าทุกคนเป็นราษฎรของพระองค์เช่นเดียวกัน ได้เสด็จ พระราชด�ำเนินไปทรงเยี่ยมมัสยิดที่อิหม่ามประจ�ำมัสยิด กราบบังคมทูล เชิญเสด็จ และพระราชทานเงินบ�ำรุงมัสยิด นั้น ๆ ในเดือนรอมฎอนอันเป็นเดือนที่ชาวมุสลิมถือศีลอด ยังทรงพระกรุณาพระราชทานอินทผลัมแก่อิหม่ามในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย พระราชกรณี ย กิ จ ในการทะนุ บ� ำ รุ ง ศาสนา ซึ่ ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้ทรงปฏิบัติ เป็ น แบบอย่ า งที่ ดี ข องพุ ท ธศาสนิ ก ชนตลอดมา ท� ำ ให้ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยขอพระราชทาน ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต กิตติมศักดิ์สาขาวิชาพระพุทธศาสนา เมื่อ พ.ศ. 2546 เพื่อ เฉลิมพระเกียรติให้แผ่ไพศาลยิ่งขึ้น

พระราชกรณียกิจส่งเสริมการศึกษา สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถทรงยึดมั่นใน ค�ำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า “ปัญญาท�ำให้ มนุษย์เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์” สติปัญญาเกิดขึ้นได้ด้วยการ ศึกษาหาความรู้และจากการอ่านหนังสือ ทรงส่งเสริมการ ศึกษาในระบบโรงเรียน เช่น พระราชทานทุนการศึกษาแก่ นักเรียน สร้างโรงเรียน พระราชทานพระราชทรัพย์อุดหนุน โรงเรียน พระราชทานอุปกรณ์การเรียน ทรงรับโรงเรียนไว้ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงเยี่ยม โรงเรียน เป็นต้น ด้านการศึกษานอกโรงเรียน เช่น ทรง สอนหนังสือชาวบ้าน ทรงสร้างศาลาร่วมใจ ทรงส่งเสริม การอาชีวศึกษา ทรงอนุรกั ษ์ ฟืน้ ฟู และพัฒนางานศิลปาชีพ นอกจากนี้ ยังทรงส่งเสริมการศึกษาของพระภิกษุสามเณร

“ทุกครัง้ ทีเ่ สด็จพระราชดำ�เนินจะทรง สังเกตชีวติ ความเป็นอยู่ สุขภาพอนามัย การแต่งกาย และสิ่งของที่ราษฎรนำ� มาทูลเกล้ากระหม่อมถวาย ว่าจะมี สิง่ ใดหรือวิธีใดทีจ่ ะทรงหยิบยกขึน้ มา ส่งเสริมให้เป็นอาชีพเสริมแก่ราษฎรได้” และทรงรับมูลนิธแิ ม่ชไี ทยไว้ในพระบรมราชินปู ถัมภ์ เป็นต้น ศาลารวมใจ คือโครงการที่สอดคล้องกับปรัชญาการ ศึกษาสากลว่า การศึกษาคือชีวติ ประชาชนควรมีโอกาสทีจ่ ะ ศึกษาหาความรูไ้ ด้ตลอดชีวติ ไม่เฉพาะแต่ในโรงเรียนเท่านัน้ ศาลารวมใจจึงเป็นทีพ่ บปะสังสรรค์แลกเปลีย่ นความรู้ สร้าง ความสามัคคีให้เกิดในชุมชน เป็นห้องสมุดส�ำหรับชาว บ้าน และห้องปฐมพยาบาลที่ให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งนอกจากจะมียาพระราชทานแล้ว ยังเจ้าหน้าที่ที่ผ่าน

การอบรมหลักสูตรหมอหมู่บ้าน เป็นผู้ดูแลให้ค�ำแนะน�ำ และช่วยเหลือ ศาลารวมใจมีทั้งหมด 7 แห่ง อยู่ในภาคเหนือ 4 แห่ง คือ 1. ศาลารวมใจบ้านกาด ต.บ้านกาด อ.สันป่าตอง จ. เชียงใหม่ 2. ศาลารวมใจบ้านขุนคง ต.ขุนคง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ 3. ศาลารวมใจพร้าว ต.เขื่อนผาก อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ 4. ศาลารวมใจบ้านวัดจันทร์ ต.บ้านจันทร์ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และ ตั้งอยู่ที่ภาคอีสาน 1 แห่ง คือ ศาลารวมใจเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินนี าถ ณ ศูนย์สง่ เสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม ต.เจริญศิลป์ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ส่วนศาลารวมใจในภาคใต้ ได้แก่ 1. ศาลารวมใจวัด พระพุทธ บ้านวัดพระพุทธ หมู่ที่ 3 ต.พร่อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส 2. ศาลา รวมใจวัดสารวัน บ้านลุดง (สารวัน) หมู่ที่ 2 ต.ไทรทอง กิ่งอ�ำเภอไม้แก่น จ.ปัตตานี

ตลอดระยะเวลาที่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทรง เยี่ยมราษฎร ทรงพบว่าราษฎรส่วนหนึ่งที่มาเฝ้าทูลละออง ธุลีพระบาทนั้นยากจน ไม่มีที่ท�ำกิน ไม่มีอาชีพ ด้อย โอกาสทางการศึกษา จึงทรงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมอาชีพของ ราษฎรเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นและมีรายได้พอเลี้ยง ครอบครัวให้มคี วามสุข จะทรงสังเกตว่าจะมีสงิ่ ใดหรือวิธใี ด ที่จะทรงหยิบยกขึ้นมาส่งเสริมให้เป็นอาชีพเสริมแก่ราษฎร ได้ ทรงตระหนักด้วยพระปรีชาญาณว่า หัตถกรรมพื้นบ้าน ล้วนมีคณุ ค่าทางศิลปะเป็นภูมปิ ญั ญาของบรรพบุรษุ สมควร ที่จะอนุรักษ์ไว้ให้เป็นสมบัติของชาติ จึงเป็นที่มาของโครง การศิลปาชีพของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ สัมฤทธิผลของโครงการศิลปาชีพ เป็นทีป่ ระจักษ์แก่ชาวโลก เป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นที่ชื่นชมของนานาประเทศ


แม่ของแผ่นดิน

ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2555

“ปะไหม-สุหรี กีตอ”

ผู้ทรงพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้น “ลุงดิลก ศิริวัลลภ” ในฐานะล่ามภาษามลายูประจ�ำ พระองค์ และผู้ดูแลสมาชิกศิลปาชีพภาคใต้ ซึ่งถวายงาน รับใช้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อย่างใกล้ชดิ มาเกือบ 4 ทศวรรษ ย้อนร�ำลึกถึงน�ำ้ พระราชหฤทัยอันเปีย่ ม ล้นของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อราษฎรชาวไทยมุสลิมว่า “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีน�้ำ พระทัยอย่างเหลือล้นต่อประชาชนชาวไทยมุสลิม โดยไม่ เคยแบ่งแยกว่ายากดีมีจน พิการหรือไม่พิการ และนับถือ ศาสนาไหน พระองค์ท่านพระราชทาน ความช่วยเหลือ และพระราชทานโอกาสให้ชาวไทยมุสลิมได้มีชีวิตสุขสบาย

แต่พอมีโครงการพัฒนาด้านต่างๆ อันเนือ่ งมาจากพระ ราชด�ำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงโครงการ ศิลปาชีพ และโครงการฟาร์มตัวอย่างของสมเด็จพระนาง เจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ท�ำให้ประชาชนชาวไทยมุสลิมใน พื้นที่ชายแดนภาคใต้ รู้สึกอุ่นใจมากขึ้น มีชีวิตความเป็น อยู่ดีขึ้น และครอบครัวอบอุ่นขึ้น เพราะได้อยู่ด้วยกันพร้อม หน้า ท�ำให้พวกเรารู้ว่า ถ้าขยันซะอย่าง มีฝีมือดีซะอย่าง ยังไงชีวิตนี้ก็ไม่อดตาย …ในฐานะคนไทยด้วยกัน ผมอยากให้ทกุ คนกลับมารัก ใคร่ ปรองดองเหมือนเดิม เป็นเสมือนเลือดเนือ้ ก้อนเดียวกัน

ชีวิต เสียสละพระวรกายเพื่อประชาชนของพระองค์อย่าง แท้จริง พระองค์ท่านช่วยเหลือทุกคนที่เดือดร้อนและทุกข์ยาก โดยไม่ได้เลือกว่า จะต้องนับถือศาสนาอะไร ขอแค่เป็นคน ไทย เป็นประชาชนของพระองค์ ก็จะทรงช่วยเหลือ ท�ำให้ ทั้งคนไทยมุสลิมและคนไทยพุทธรู้สึกซาบซึ้งใจมาก พระองค์ท่านไม่เคยแบ่งชั้นวรรณะ พูดไทยไม่ได้ก็คน ไทย ถึงจะยากจนก็คนไทย พระองค์ทา่ นไม่เคยแบ่งสี จะชัน้ สูงชั้นต�่ำ ไม่เคยใส่พระทัยแม้แต่น้อย ขอให้ล�ำบากยากจน พระองค์ท่านพร้อมจะพระราชทานความช่วยเหลือ อย่างเท่าเทียมกัน พวกเราชาวไทยมุสลิมขอยกย่องให้ทรง ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหมือนเดิม!! แต่ไหนแต่ไรมาคนไทยมุสลิมในนราธิวาสอย่างพวกผม พระองค์ทา่ นทรงทุม่ เทชีวติ จิตใจมาก ทรงมีความมุง่ มัน่ เป็น “ปะไหม-สุหรี กีตอ” คือ พระราชินีของพวกเราตลอด มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากจนข้นแค้นกว่าคนไทยในภูมิภาค อยากช่วยเหลื���พวกเราทุกคนให้มคี วามสุขสบาย ทรงเสียสละ ไป อื่นๆ ขาดโอกาสทางการศึกษา และต้องต่อสู้กับโรคระบาด แปลกๆ คนทีน่ จี่ งึ มักหนีความจนไปรับจ้างกรีดยางในมาเลเซีย รับจ้างเป็นแม่บ้านในมาเลเซีย เพราะไม่รู้จะท�ำมาหากิน อะไร เนื่องจากที่ดินส่วนใหญ่เป็น “พรุ” คือดินเปรี้ยว จน ไม่สามารถท�ำประโยชน์ทางการเกษตรได้ และมักประสบ ปัญหาน�้ำท่วม ท�ำลายเรือกสวนไร่นา

15


16 ความเคลื่อนไหว

ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2555

ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แห่ดูดวงจันทร์ต้อนรับวันฮารีรายออีดิลฟิตตี้ ประจ�ำปีฮิจเราะห์ศักราช 1433

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2555 ที่ศาลาดูดวงจันทร์ อ�ำเภอยะหา จังหวัดยะลา ประชาชนในพื้นที่จังหวัด ยะลา ปัตตานี นราธิวาสและพื้นที่ใกล้เคียงกว่าพันคน เดินทาง เพื่อดูดวงจันทร์ ต้อนรับวันฮารีรายออีดิลฟิตตี้ ประจ�ำปี ฮิจเราะห์ศักราช 1433 มี“รูบูอุลมูญัยญับ” เป็นอุปกรณ์ทาง ดาราศาสตร์ ประกอบด้วยแว่นขยายและแผนที่เป็นตัวช่วย โดยมี พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำ� นวยการ บริ ห ารจั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ พร้ อ มด้ ว ย นายอุ ด ร น้ อ ยทั บ ทิ ม รองผู ้ ว ่ า ราชการจั ง หวั ด ยะลา นายปรี ช า ชนะกิจก�ำจร นายอ�ำเภอยะหา จังหวัดยะลา พันเอกยุทธนา เพชรม่วง ผู ้ บังคั บการกรมทหารพรานที่ 47 ตัวแทน ประธานคณะกรรมการอิสลามประจ�ำจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส ร่วมกับพี่น้องประชาชนดูดวงจันทร์ ปรากฏว่ า ไม่ เ ห็ น ดวงจั น ทร์ ดั ง นั้ น ทางส� ำ นั ก จุฬาราชมนตรี จึงประกาศให้พี่น้องมุสลิมทั่วประเทศ ทราบโดยทั่วกันว่าวันฮารีรายออีดิลฟิตตี้ ตรงกับวันที่ 1 ของเดือนเซาวาล ประจ�ำปีฮิจเราะห์ศักราช 1433 หรือ ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2555 พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อ�ำนวยการ บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า วันนี้เปรียบเสมือน เป็นวันครอบครัว เพราะสถานที่ดูดวงจันทร์แห่งนี้ถือเป็น ศูนย์รวมของพี่น้องชาวไทยมุสลิมในการพบปะแลกเปลี่ยน เรียนรู้ อยากให้มีหอดูดวงจันทร์ทางวิชาการที่มีมาตรฐาน เกิดขึน้ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึง่ วันนีท้ างศูนย์อำ� นวยการ บริ ห ารจั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ ไ ด้ ใ ห้ ค วามส� ำ คั ญ กั บ วันฮารีรายอ จึงได้น�ำหมวกกอปีเยาะห์และผ้าปูละหมาด มาแจกจ่ายให้กับพี่น้องชาวมุสลิมกว่า 1,000 ชุด และ ขออวยพรให้ พี่ น ้ อ งชาวไทยมุ ส ลิ ม เฉลิ ม ฉลองเทศกาล ฮารีรายออย่างมีความสุข ส�ำหรับวันฮารีรายอ เป็นวันรื่นเริงประจ�ำปี ชาวมุสลิม ทัว่ โลกจะไปเยีย่ มเยียนพ่อแม่ ญาติพนี่ อ้ ง เพือ่ ขออภัยต่อกัน ในสิ่งที่ผ่านมา และประกอบพิธีกรรมทางศาสนาโดยพร้อม เพรียงกัน โดยช่วงเช้าของวันอีดลี ฟิตรีมจี า่ ยซะกาตฟิตเราะห์ บริจาคทานแก่คนก่อนที่จะไปละหมาดในวันอีดิลฟิตรี


ความเคลื่อนไหว

ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2555

สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ “ค้าน” แนวคิดให้ ศอ.บต.อยู่ภายใต้การก�ำกับดูแลของ กอ.รมน.ภาค 4

ตามที่ได้มีกระแสข่าวอย่างแพร่หลาย ในประเด็น ทีว่ า่ รัฐบาลมีแนวคิดทีจ่ ะจัดตัง้ ศูนย์ปฏิบตั กิ ารแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้ศูนย์อ�ำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) อยู่ภายใต้การก�ำกับดูแล ของกองอ�ำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เพื่อให้ มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น อาซิส เบ็ญหาวัน

นายอาซิส เบ็ญหาวัน ประธานสภาที่ปรึกษาการ บริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สปต.) ได้ แถลงจุดยืนของสภาที่ปรึกษา ฯ หลังจากการประชุม ครั้งที่ 8/2555 เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2555 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์อำ� นวยการบริหารจังหวัดชายแดน ภาคใต้ อ�ำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ซึง่ ได้พจิ ารณาหารือ ถึงกรณีดังกล่าว โดยที่ประชุมสภาที่ปรึกษาฯ ได้มีมติร่วม กันว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่รัฐบาลจะให้ศูนย์อ�ำนวยการ บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่ภายใต้การก�ำกับดูแล ของกองอ�ำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 โดยมี เหตุผลประกอบ ดังนี้ 1. พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้ เป็น พ.ร.บ.ที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ผ่าน กระบวนการท�ำประชาพิจารณาหลายระดับ การใช้ พ.ร.บ.นี้ ไม่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหา จชต. เนือ่ งจากมีกระบวนการการมีสว่ นรวมของแก้ไขปัญหา จชต. มีกระบวนการการมีส่วนรวมของภาคประชาชนทุก ระดับ ในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จะเป็นประโยชน์ต่อการ แก้ไขปัญหาในระยะยาว 2. การที่จะให้มีระบบ CEO ในการแก้ไขปัญหา จชต. โดยรวมอ�ำนาจให้ฝ่ายทหารเป็นผู้มีอ�ำนาจบัญชาการทั้ง ฝ่ายพลเรือนด้วยจะไม่เป็นผลดีต่อการแก้ไขปัญหา จชต. เนื่องจากปัญหาใน จชต. เป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อน ซึ่งจะ

ต้องมีความรอบคอบในการแก้ไขปัญหา จะไม่เป็นผลดีใน ระยะยาว 3. เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นใน จชต. ช่วง ระยะเวลา 8 – 9 ปี ที่ผ่านมา ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหา สถานการณ์ ใ นพื้ น ที่ จั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ ไ ด้ อ ย่ า งมี ประสิทธิภาพเท่าที่ควร 4. นับตัง้ แต่พระราชบัญญัตกิ ารบริหารราชการจังหวัด ชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 มีผลบังคับใช้และมีการจัดตั้ง ศูนย์อำ� นวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รับ ผิดชอบปฏิบัติหน้าที่ในการก�ำหนดยุทธศาสตร์การบริหาร และการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในมิติฝ่ายพลเรือน ในระยะเวลา 1 ปีเศษที่ผ่านมา แผนงานโครงการก�ำลัง ก้าวหน้าเข้าสู่ระบบ เป็นที่ยอมรับและอยู่ในความศรัทธา ความต้องการของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลต่อการบริหารและแก้ไข ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 5. บทบาทภารกิจหน้าที่รับผิดชอบรักษาความมั่นคง และแก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยในมิตกิ องก�ำลัง ควร เป็นของกองทัพภาคที่ 4 หรือกองอ�ำนวยการรักษาความ มั่นคงภายในภาค 4 ส่วนบทบาทภารกิจความรับผิดชอบ ด้านการบริหารการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในมิติ พลเรือนการก�ำหนดยุทธศาสตร์และการบูรณาการแผนงาน โครงการต่าง ๆ ควรเป็นหน้าที่ของศูนย์อ�ำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนการรักษาความสงบเรียบร้อย ภายในเขตชุมชนเมือง เป็นบทบาทหน้าที่ของส�ำนักงาน ต�ำรวจแห่งชาติหรือกองบัญชาการต�ำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งมี ความชัดเจนตามทีก่ ฎหมาย และพระราชบัญญัตกิ ารบริหาร ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 ก�ำหนดไว้แล้ว เพื่อความเบ็ดเสร็จ ในการบังคับบัญชาสั่งการก็ควรจะเป็น นายกรัฐมนตรีท่ีจะเป็นผู้ใช้อ�ำนาจดังกล่าวนี้ จากข้อเท็จ จริงและเหตุผลดังกล่าว ดังนั้นพระราชบัญญัติการบริหาร ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 ไม่ได้ซ�้ำซ้อนกับ พระราชบัญญัตคิ วามมัน่ คงแห่งชาติและเป็นอุปสรรคต่อการ แก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยแต่ประการใด นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ ภาคใต้แห่งประเทศไทยและสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ ได้ กล่าวเสริมอยากให้มองว่า 1 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมี พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2553 ควบคู่กับ พ.ร.บ.ความ มั่นคงนั้น สัมฤทธิผล สิ่ ง ต่ า ง ๆ ที่ เ กิ ด ขึ้ น เป็นความพึงพอใจของ คนในพื้นที่ ���ี่เห็นการ พั ฒ นา แก้ ไ ขปั ญ หา ความไม่เป็นธรรมเดิน หน้าไป และทุก ๆ สิง่ ที่ ท�ำสอดคล้องกับความ ต้องการของประชาชน 1 ปี ที่ ผ ่ า นมาการใช้ ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับควบคู่

กันไม่ใช่ปัญหาและอุปสรรคที่ท�ำให้เกิดเหตุการณ์ความไม่ สงบ เพียงแต่ในห้วงเดือนรอมฎอนปัญหาความสงบทีเ่ กิดขึน้ เป็นปัญหาทีเ่ ราไม่สามารถควบคุมพืน้ ทีไ่ ด้ หากหน่วยงานใด ก็ตามหากเอาปัญหาที่เกิดขึ้นห้วง 20 วัน มาเปลี่ยนแปลง การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็น สิง่ ทีข่ ดั กับความต้องการของประชาชนในพืน้ ที่ ให้ดตู วั ชีน้ ำ� หรือตัวยืนยันได้ว่า 1 ปีที่ผ่านมาการใช้ พ.ร.บ. เหตุการณ์ ดีขึ้นหรือไม่

“หากหน่วยงานใดก็ตามหากเอาปัญหา ทีเ่ กิดขึน้ ห้วง 20 วัน มาเปลีย่ นแปลง การแก้ ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ เป็นสิง่ ทีข่ ดั กับความ ต้องการของประชาชนในพื้นที่” นายอับดุลรอนิ กาหะมะ สภาที่ปรึกษาฯ กล่าวว่า ข้อสรุปในวันนี้มาจากประชาชนและตัวแทนทุกภาคส่วนที่

อับดุลรอนิ กาหะมะ เป็นฉันทามติในการแก้ปัญหาให้เป็นเอกภาพ CEO ที่ใหญ่ ที่สุดก็คือนายกรัฐมนตรี CEO ของ ศอ.บต. ความมั่นคงก็มี แม่ทพั เป็น CEO ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายวิสุทธิ์ สิงห์ขจรวรกุล สภาที่ปรึกษาฯ และอดีต ผอ.ศอ.บต. กล่าวปิดท้ายว่า เจตนารมณ์หลักตาม พ.ร.บ. การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 เน้น บูรณาการแก้ปัญหาเพื่อเสริมความมั่นคง ที่ส�ำคัญคือให้ ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมให้เกิดความสงบ ความขัด แย้งขณะนี้เป็นเรื่องของอ�ำนาจ เป็นปัญหาที่พวกเราไม่ เห็นด้วย ศอ.บต.อยู่ใน บทบาทของการเริม่ ต้น ง า น ภ า ย ใ น ห นึ่ ง ป ี เท่านั้น ซึ่งเมื่อได้สดับ รั บ ฟั ง จากประชาชน พบว่ามีความประทับใจ เรามาจากประชาชน ทุกภาคส่วน การแสดง จุดยืนครั้งนี้เป็นความ ต้ อ งการของพี่ น ้ อ ง ประชาชน วิสุทธิ์ สิงห์ขจรวรกุล

17


18

ความเคลื่อนไหว

ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2555

ปรับแผนระงับเหตุ “คุมเข้ม” 10 วันรอมฎอน

ขออภัยในความผิดพลาด

เน้น 7 หัวเมืองเศรษฐกิจ 13 พื้นที่เฝ้าระวัง

เมื่อเร็วๆนี้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพล.อ.สุก�ำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผูบ้ ญั ชาการทหารบก พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว เลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและคณะได้เดินทางมาตรวจเยีย่ มและติดตามผลการปฏิบตั งิ าน ในพืน้ ทีจ่ งั หวัดชายแดนภาคใต้ โดยร่วมประชุมกับผูบ้ งั คับหน่วยเฉพาะกิจในพืน้ ทีจ่ งั หวัดชายแดนภาคใต้ ทีก่ อง อ�ำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.อ.ยุทธศักดิ์เปิดเผยว่า การประชุมในครั้งนี้เพื่อชี้แจงให้เกิดความเข้าใจถึงการปรับแผนการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ โดยน�ำแผนฯ ที่ทางนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้สั่งการไว้มาชี้แจงให้ทราบ รวมถึงเตือน หน่วยต่างๆ ในพื้นที่ให้ระมัดระวังและตรวจสอบความรุนแรงที่ยังคงมีอยู่ เนื่องจากทางฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบก็ คงจะยังไม่ลดความรุนแรงเพื่อสร้างสถานการณ์ว่าพวกเขายังมีอ�ำนาจและมีอิทธิพลอยู่ในพื้นที่ “โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 10 วันสุดท้ายของ เดือนรอมฎอน ซึ่งหากสถานการณ์ยังคงมีความ รุนแรงยังคงเกิดขึน้ อย่างต่อเนือ่ ง อาจจะมีการน�ำ ประเด็นดังกล่าวเข้าที่ประชุมองค์การความร่วม มืออิสลาม (Organization of Islamic Cooperation : OIC) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 9 กันยายนนี้ และอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ได้ ที่ประชุมยังมี การพูดถึงเรื่องการติดตั้ง CCTV และการจัดหา เครื่องมือในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะได้ด�ำเนินการ ตามขั้นตอนต่อไป รวมทั้งจะได้สรุปน�ำเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีต่อไป” พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าวอีกว่ากรณีที่นายก รัฐมนตรีได้สั่งการให้เพิ่มมาตรการเข้มในการ ดูแลพื้นที่ 7 หัวเมืองเศรษฐกิจและ 13 พื้นที่เฝ้าระวังในชายแดนใต้ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้มีการเตรียม แผนการด�ำเนินมาตรการในการดูแลพืน้ ทีด่ งั กล่าวเรียบร้อยแล้ว ด้วยการเพิม่ พืน้ ทีป่ ลอดภัยหรือเขต safety zone เพื่อป้องกันปัญหาความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น ส�ำหรับกรณีทจี่ ะมีกลุม่ ผูก้ อ่ เหตุรนุ แรงเข้ามารายงานตัวกับทางเจ้าหน้าทีจ่ ำ� นวน 40 คนนัน้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่าได้มีการพูดคุยถึงประเด็นดังกล่าว แต่ติดเรื่องเงื่อนไขของการออกมารายงานตัว ตามมาตรา 21 ของพ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ซึ่งในวันเดียวกันนี้ได้มีกลุ่มชาวบ้านไทยพุทธและไทยมุสลิมกว่า 200 คน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้รวมตัวกันมาเพือ่ ทวงถามเรือ่ งเงินเยียวยาทีต่ า่ งกันมากระหว่างผูท้ ไี่ ด้รบั ผลกระทบจากการกระท�ำของเจ้าหน้าทีร่ ฐั กับกลุม่ ผูก้ อ่ ความไม่สงบ หลังจากได้เดินทางไปยืน่ หนังสือที่ ศอ.บต. มาแล้ว เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยมี พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาค 4 ออกมารับหนังสือ ภาพ/ข่าว : www.deepsouthwatch.or

ตามที่ วารสาร “ฟ้าใหม่จังหวัดชายแดนใต้” ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 ประจ�ำวันที่ 1-15 กรกฎาคม 2555 ได้ลงข้อความค�ำอภิปรายของ พลต�ำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.จังหวัดสงขลา ที่ปรึกษา คณะ อนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยไม่ครบถ้วน ที่ท�ำให้ผู้อ่านเข้าใจคลาดเคลื่อน เกิดการเข้าใจ ผิดและเสียหายต่อ พลต�ำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ อย่างมาก

• ข้อความที่ลงคลาดเคลื่อนไม่ครบถ้วน คือ “ภาพลักษณ์ด้านลบของจังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันนี้ คือ • โรงเรียนตาดีกาเป็นแหล่งบ่มเพาะที่อยู่ของโจร • ร้านต้มย�ำกุ้งเป็นแหล่งเงินทุนของผู้ก่อความไม่สงบ”

• ข้อความที่ถูกต้อง คือ “ตามที่เคยมีกระแสภาพลักษณ์ด้านลบของจังหวัดชายแดน ภาคใต้ที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ในวันนี้จะต้องมีการสื่อสาร ท�ำความเข้าใจกันใหม่ คือ • โรงเรียนตาดีกาเป็นแหล่งบ่มเพาะที่อยู่ของโจร • ร้านต้มย�ำกุ้งเป็นแหล่งเงินทุนของผู้ก่อความไม่สงบ ทั้ ง สองเรื่ อ งนี้ “ไม่ เ ป็ น ความจริ ง ” เข้ า ใจผิ ด กั น ไปเอง หน่วยงานของรัฐจะต้องมีการสื่อสารท�ำความเข้าใจกันใหม่” คณะผู้จัดท�ำวารสารฟ้าใหม่ ขอแสดงความเสียใจต่อสิ่งที่ ผิดพลาด และกราบขออภัย ต่อ พลต�ำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.จังหวัดสงขลา และที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการฯ มา ณ โอกาสนี้ • คณะผู้จัดท�ำวารสาร “ฟ้าใหม่จังหวัดชายแดนใต้”


ศาสนา/วัฒนธรรม

ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2555

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เชื่อมั่นผู้น�ำศาสนาใน 5 จชต. มีบทบาทส�ำคัญที่จะน�ำพามา ซึ่ ง สั น ติ สุ ข ชายแดนใต้   เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2555 ที่ห้องโถง อาคาร อเนกประสงค์ ศอ.บต. พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิ ก ารศู น ย์ อ� ำ นวยการบริ ห ารจั ง หวั ด ชายแดน ภาคใต้ ได้เชิญคณะกรรมการอิสลามประจ�ำจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ�ำนวน 150 คน พร้อมมอบ เงินอุดหนุนพิเศษให้กบั ส�ำนักงานคณะกรรมการอิสลาม ประจ�ำจังหวัดทัง้ 5 จังหวัด ประกอบด้วย ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง กล่าวถึงแนวทางหนึ่ง ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือการน�ำ พลังทางศาสนาทุกศาสนา และด้วยความร่วมมือของ ทุกท่าน  โดยเฉพาะองค์กรทางศาสนาอิสลาม ซึ่ง 5 จชต.  มีมสั ยิด 2,389 แห่ง และผูน้ ำ� ศาสนาทีม่ มี ากกว่า  35,835  คน ทุกท่านเป็นพลังและกลไกส�ำคัญทีส่ ามารถ เป็นสื่อในการสร้างความรู้ ความเข้าใจให้คนในพื้นที่  

โดยเฉพาะคณะกรรมการอิสลามประจ�ำจังหวัด  ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากอิหม่ามซึ่งเป็นผู้น�ำศาสนาที่ ทุกคนให้ความเคารพ มีความเชือ่ มัน่ ศรัทธา ตลอดจนให้ ความไว้วางใจในการน�ำพาสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เกิดความสันติสุข และควรท�ำอย่างไรที่จะป้องกันไม่ ให้เกิดปัญหายาเสพติดในชุมชน ทั้งนี้ ในโอกาสห้วงเทศกาลเดือนรอมฏอน ซึ่งเป็น เดือนอันประเสริฐและเดือนแห่งบุญ  รัฐบาลได้อนุมัติ งบประมาณดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ดังนี้ • เงิ น สนั บ สนุ น การปฏิ บั ติ ง านของส� ำ นั ก งาน คณะกรรมการอิสลามประจ�ำจังหวัด โดยใช้จำ� นวนมัสยิด เป็นเกณฑ์ในการจัดสรรมัสยิดละ  7,000.-  บาท /  ปี • เงินอุดหนุนพิเศษเป็นค่าตอบแทนประธาน กรรมการอิสลามประจ�ำจังหวัด จากเดิม  3,500. - บาท  เป็น  7,000.- บาท • เงิ น อุ ด หนุ น พิ เ ศษเป็ น ค่ า ตอบแทนกรรมการอิสลามประจ�ำจังหวัด จากเดิมไม่ม ี ให้ได้รบั คนละ   5,000. บาท / เดือน • เงิ น อุ ด หนุ น พิ เ ศษเป็ น ค่ า ตอบแทนอิหม่าม จากเดิมคนละ 1,200.บาท  เป็น  3,000.- บาท / เดือน • เงิ น อุ ด หนุ พิ เ ศษเป็ น ค่ า ตอบแทนคอเต็บ / บิหลั่น จากเดิม คนละ 1,000.- บาท  เป็น  2,000. -บาท

/ เดือน • เงินอุดหนุนพิเศษเป็นค่าตอบแทนกรรมการ อิสลามประจ�ำมัสยิด จากเดิม  ไม่มี  ให้ได้รับคนละ   500. - บาท / เดือน ทางด้าน นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะ กรรมการอิสลามประจ�ำจังหวัดปัตตานี ได้กล่าวขอบคุณ ศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้เห็น ความส�ำคัญของส�ำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจ�ำ จังหวัด  เป็นองค์กรศาสนาที่มีบทบาทในการพัฒนา ชุมชน และเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการองค์กร ศาสนาตามค�ำสอนของศาสนาอิสลาม ในการพัฒนา สังคมมุสลิมให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้คู่จริยธรรมและ มีความเข้มแข็ง โดยผู้แทนคณะกรรมการอิสลามได้กล่าวถึงเงินที่ ได้รับเป็นเงินภาษีอากรของประชาชน  ซึ่งแต่ละจังหวัด ต้องมียุทธศาสตร์ในการใช้จ่ายให้เกิดผลในสิ่งดีๆ แก่ ประชาชนให้มาก

19


20 สังคมสมานฉันท์

ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2555

ข้อสังเกตเกี่ยวกับการแก้ ไขปัญหาและพัฒนา ของคณะอนุกรรมาธิการ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะอนุกรรมาธิการ 5 จังหวัดฯ 1. ควรมีการบูรณาการของทุกหน่วยงานในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหา ความไม่สงบในพื้นที่อย่างแท้จริง เพราะปัจจุบันเสมือนว่า แต่ละหน่วยงานปฏิบตั งิ านตามภารกิจและหน้าที่ของตนเอง ตามภาวะปกติ การพัฒนาที่มุ่งเน้นยุทธศาสตร์การพัฒนา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 2. การแก้ไขปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ควร เร่งแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาและพัฒนาด้านเศรษฐกิจ โดย เฉพาะความยากจน การว่างงาน ยาเสพติด และควรให้ ประชาชนในพืน้ ทีไ่ ด้มสี ว่ นร่วมอย่างทัว่ ถึง เพือ่ ให้เกิดความ ตระหนักถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาของหน่วยงาน รัฐบาล 3. ยุ ท ธศาสตร์ ก ารพั ฒ นาทรั พ ยากรมนุ ษ ย์ ข อง รัฐบาลใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องที่ต้องให้ ความส�ำคัญอย่างเร่งด่วน โดยเริ่มตั้งแต่ขยาการจัดการ

ศึกษาทุกระดับชั้นทีเ่ น้นการสร้างความโดดเด่น ด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์ ภาษา และอิสลาม ศึกษา และให้โอกาสเยาวชนในพืน้ ทีใ่ ห้สามารถ เข้ารับราชการในหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มากขึน้ โดยการผ่อนปรน กฎเกณฑ์การสมัครเข้ารับราชการ เพื่อสร้าง ความเข้าใจอันดีระหว่างภาครัฐและประชาชน ในพื้นที่ของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข 4. ควรให้ความส�ำคัญในการแก้ไขปัญหา แรงงานไทยที่ผิดกฎหมายในประเทศมาเลเซีย และการเตรียมความพร้อมส�ำหรับแรงงานไทย ทั้งในระบบและนอกระบบ น�ำแรงงานเหล่านี้ มาอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานในการเตรียม ความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี พ.ศ. 2558 5. หน่วยงานราชการในพื้นที่ควรด�ำเนิน งานโดยเน้นพัฒนาศักยภาพของพื้นที่ และควรส่งเสริม การท�ำวิจัยให้เกิดนวัตกรรม ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อพัฒนา ผลผลิต ผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และเกิดประโยชน์ ต่อประชาชนอย่างแท้จริง 6. การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 5 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ในเรื่องความมั่นคง ควรเป็นไปในทิศทาง เดียวกับการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะที่ ผ่านมาหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานด้านการ พัฒนาจะมีแนวทางการท�ำงานที่ไม่สอดคล้องสัมพันธ์กัน 7. การพิจารณาจัดสรรงบประมาณในการแก้ไข ปัญหาในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งที่ก่อความ ไม่สงบใน 3 จังหวัด คือ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อ�ำเภอของจังหวัดสงขลา (อ.จะนะ อ.เทพา อ.นาทวี และ อ.สะบ้าย้อย) จึงควรเน้นพิจารณาจัดสรรให้เฉพาะพืน้ ที่ ดังกล่าว

8. ควรมีการบูรณาการงานส่งเสริมและสนับสนุน สถาบันทางศาสนาอย่างจริงจัง โดยท�ำงานร่วมกันระหว่าง ส�ำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ศอ.บต. กระทรวง วัฒนธรรม และกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นรูปธรรมมาก ยิ่งขึ้น 9. ควรมี ก ารพิ จ ารณาทบทวนการประกาศใช้ พระราชก�ำหนดฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โดยให้ ศอ.บต. เป็น หน่วยงานหลัก และให้นำ� พระราชบัญญัตคิ วามมัน่ คงภายใน พ.ศ. 2551 มาใช้บังคับแทน 10. ควรให้ ศอ.บต. เป็นผู้พิจารณาบูรณาการแผน งานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ ตามแผนการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาค ใต้ เพื่อให้การด�ำเนินงานมีเอกภาพและมีความสอดคล้อง กั บ แผนการด� ำ เนิ น การการใช้ จ ่ า ยงบประมาณอย่ า งมี ประสิทธิภาพ 11. งบประมาณในส่วนของการสัมมนาและฝึกอบรม ของหน่วยงานต่าง ๆ ได้เสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่าย ไว้ค่อนข้างสูงเกินความจ�ำเป็นของภาระงานตามแผนที่จะ ด�ำเนินการ ในปี พ.ศ. 2556 และเป็นกิจกรรมที่ไม่สามารถ แก้ไขปัญหา รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาได้อย่างเป็นรูปธรรม ควรพิจารณาปรับลดงบประมาณให้มีความเหมาะสมกับ ภาระงานที่จะสามารถปฏิบัติได้จริง โดยในปีงบประมาณ ถัดไปหน่วยงานไม่ควรเสนอตั้งงบประมาณดังกล่าวไว้สูง เกินร้อยละสิบของงบประมาณรายจ่ายที่หน่วยงานนั้นตั้งไว้ 12. การเสนอขอตัง้ งบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ ควรเน้นงบประมาณในด้านการลงทุน เพื่อเป็นการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ในทุกมิตอิ ย่างเป็นรูปธรรมและยัง่ ยืน


สังคมสมานฉันท์

ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2555

พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก “ย�้ำ” รัฐบาลจริงใจ เยียวยาช่วยเหลือผู้ ได้รับผลกระทบจาก“ไฟใต้”

พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีวา่ การ กระทรวงยุ ติ ธ รรม ประธานคณะกรรมการ เยียวยาฟื้นฟูผู้ได้รับความเสียหายและผู้ได้รับ ผลกระทบจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ให้สมั ภาษณ์วา่ ตามทีส่ ำ� นักงบประมาณ อนุมตั ใิ ห้ศนู ย์อำ� นวยการบริหารจังหวัดชายแดน ภาคใต้ (ศอ.บต.) เบิกจ่ายงบประมาณราย จ่ายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 จากงบกลาง รายการเงิ น ส� ำ รองจ่ า ยเพื่ อ กรณี ฉุ ก เฉิ น หรื อ จ�ำเป็น ส�ำหรับการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับ

ผลกระทบฯ 2,000 ล้านบาท ซึ่งได้เริ่มท�ำการ จ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ที่ยื่นขอรับการเยียวยา ที่ผ่านขบวนการตรวจสอบอย่างถูกต้องแล้ว ชุดแรก เป็นเงินประมาณ 400-500 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไป ทั้งนี้ การเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบ จากปัญหาไฟใต้ มี 4 กลุ่มด้วยกัน คือ 1. กลุ่ม ประชาชนทัว่ ไปทีไ่ ด้รบั ผลกระทบจากเหตุความ ไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 2. กลุ่ม เจ้าหน้าที่ของรัฐที่สูญเสียหรือเสียชีวิตและได้ รับผลกระทบ 3. กลุ่มประชาชนที่ได้รับความ สูญเสียจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ 4. กลุ่มที่ถูกจับกุม คุมขัง แต่เมือ่ ผ่านกระบวนการวิธพี จิ ารณาความ อาญาแล้ว ศาลสั่งไม่ฟ้องหรือไม่มีความผิด “ทั้ง 4 กลุ่มนี้ รัฐบาลมีเจตนาแน่วแน่ที่ จะเยียวยาความเสียหายให้ เพือ่ ทีจ่ ะน�ำสันติสขุ กลับคืนมาสู่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรา ให้ได้โดยเร็วที่สุด ตามนโยบายของรัฐบาลที่ ต้ อ งการเยี ย วยาช่ ว ยเหลื อ ด้ า นมนุ ษ ย์ ธ รรม ให้พนี่ อ้ งในจังหวัดชายแดนภาคใต้มคี วามรูส้ กึ ที่ ดีขึ้นว่ารัฐบาลไม่ได้ละเลยหรือทอดทิ้ง” พล.ต.อ.ประชากล่าวว่า การช่วยเหลือ เยียวยานี้ คณะกรรมการเยียวยาฯ ได้พิจารณา ช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2547 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีตัวเลขของ

ผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 14,000 ราย จ�ำนวน นี้เป็นผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสประมาณ 6,800 ราย ส�ำหรับการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยานั้น แต่ละกรณีจะแตกต่างกันตามสภาพของข้อเท็จ จริงของปัญหา และความรุนแรงของเหตุการณ์ อย่ า งเช่ น กรณี ที่ อ� ำ เภอตากใบและมั ส ยิ ส กรือเซะ ซึง่ ทีผ่ า่ นมาคณะอนุกรรมการเยียวยาฯ

จากที่คณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาไปแล้ว แต่ยังมีการร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพียงพอ ในกรณีเช่นนี้สามารถร้องเรียนต่อ คณะกรรมการเยียวยาฯ ซึง่ มี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิ ก าร ศอ.บต. เป็ น เลขานุ ก ารคณะ กรรมการเยียวยาคณะใหญ่ ได้อีกเช่นกัน โดย คณะกรรมการจะน�ำมาพิจารณาอีกครั้งว่าจะ เพิ่มเงินเยียวยาได้อีกหรือไม่ อย่างไร “ส�ำหรับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจาก “รั ฐ บาลมี เ จตนาแน่ ว แน่ ที่ จ ะ เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดน แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้ไปแจ้งความจ�ำนง เยียวยาความเสียหายให้ เพื่อที่จะ ภาคใต้ ว่าจะขอรับการเยียวยาช่วยเหลือ ท่านสามารถที่ น�ำสันติสุขกลับคืนมาสู่ 4 จังหวัด จะยื่นค�ำร้องขอรับการช่วยเหลือเยียวยาได้ โดย ชายแดนภาคใต้ของเราให้ ได้ โดย ให้ไปติดต่อแจ้งไว้ที่ว่าการอ�ำเภอ หรือ ศอ.บต. เร็วที่สุด ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อขอรับการช่วยเหลือ ซึ่งคณะกรรมการฯ จะ ที่ต้องการเยียวยาช่วยเหลือด้าน น�ำไปพิจารณาตามหลักเกณฑ์ทวี่ างเอาไว้ ขอให้ รัฐบาลจะดูแลช่วยเหลือพีน่ อ้ งประชาชน มนุษย์ธรรม ให้พี่น้องในจังหวัด มัทีน่่ได้ใจว่รับาผลกระทบจากปั ญหาไฟใต้อย่างเต็มที่ ชายแดนภาคใต้” เราจะไม่ทอดทิง้ กัน เพราะความรุนแรงทีเ่ กิดขึน้ ไม่ได้เป็นความปรารถนาของพี่น้องประชาชน ประกอบด้วย ตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐบาลเองก็ไม่อยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นมา ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม จะร่วม แล้ว ก็ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องดูแล กันพิจารณาในรายละเอียด ตามสภาพปัญหา เยียวยาประชาชนให้ดีที่สุด” พล.ต.อ.ประชา และความรุนแรงของแต่ละเหตุการณ์ พรหมนอก กล่าวในที่สุด อย่างไรก็ตามในกรณีทมี่ สั ยิสกรือเซะ หลัง

การประชุมคณะกรรมการเยียวยาผู้ ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 7 / 2555 ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการท�ำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา

21


22 สังคมสมานฉันท์

ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 วันที่ 1-15 สิงหาคม 2555

ศอ.บต. ชี้แจงการเยียวยาในพื้นที่ จ.นราธิวาส ชาวบ้านปลื้มมอบก�ำลังใจให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2555 ชาวบ้าน กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความ ไม่สงบในพื้นที่ จังหวัดนราธิวาส กว่าพัน คนเดินทางไปยังส�ำนักงานคณะกรรมการ อิสลามประจ�ำจังหวัดนราธิวาส (หลังใหม่) เพื่อร่วมรับฟังการชี้แจงกรณีการมอบเงิน ช่ ว ยเหลื อ เยี ย วยาผู ้ ไ ด้ รั บ ผลกระทบจาก เหตุ ก ารณ์ ค วามไม่ ส งบในพื้ น ที่ โดยมี พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์ อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายวิเชียร จันทรโณทัย รองเลขาธิการ ศอ.บต. นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่า ราชการจังหวัดนราธิวาส ผู้น�ำศาสนา ทั้ง พุทธและมุสลิม พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ในพื้นที่เพื่อร่วมพูดคุยกับชาวบ้าน โดยพั น ต� ำ รวจเอกทวี สอดส่ อ ง เลขาธิการศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้ได้ท�ำความเข้าใจกับพี่น้อง ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ความไม่สงบในพื้นที่ กรณีการให้ความ ช่วยเหลือในกรณีต่าง ๆ ทั้งการเยียวยา ด้านตัวเงินและการเยียวยาด้านจิตใจ ตาม หลักเกณฑ์ การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน

พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ ศอ.บต.ได้ วางเอาไว้ นอกจากนี้ พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิ ก าร ศอ.บต.ยั ง ได้ เ ปิ ด เวที ใ ห้ ผู ้ ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ได้ซักถามประเด็นการช่วยเหลือเยียวยาฯ โดยประชาชนส่วนใหญ่ได้ถามเกี่ยวกับเรื่อง แนวทางการให้ความช่วยเหลือในระยะยาว ทั้งด้านอาชีพ การศึกษาบุตรและการดูแล ด้านจิตใจ พร้อมนี้ทางชาวบ้านได้สอบถาม ถึงกรณีความแตกต่างของจ�ำนวนเงินใน แต่ละกรณีซึ่งเลขาธิการ ศอ.บต. ได้ชี้แจง ตามหลักเกณฑ์ทุกประการ หลั ง จากกล่ า วชี้ แ จงเสร็ จ สิ้ น ได้ มี ชาวบ้ า นกลุ ่ ม ผู ้ ไ ด้ รั บ ผลกระทบจาก เหตุ ก ารณ์ ค วามไม่ ส งบจาก โครงการ หมู ่ บ ้ า นเศรษฐกิ จ พอเพี ย งและฟาร์ ม ตั ว อย่ า ง บ้ า นรอตั น บาตู ต.กะลุ ว อ อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส ซึ่งก่อตั้ง ขึ้ น จ า ก พ ร ะ ร า ช เ ส า ว นี ย ์ ส ม เ ด็ จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงให้ หน่วยงานราชการต่าง ๆ ร่วมกันด�ำเนินการ ช่วยเหลือครอบครัวเจ้าหน้าทีแ่ ละประชาชน ที่ประสบเคราะห์กรรมจากการกระท�ำของ

ผูก้ อ่ ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้ ง จั ง หวั ด นราธิ ว าส ยะลาและปั ต ตานี ตลอดจนประชาชนเป็นจ�ำนวนมากได้ร่วม ให้ ก� ำ ลั ง ใจและมอบดอกไม้ ก� ำ ลั ง ใจแก่ พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. ที่ได้ด�ำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อ ช่วยเหลือชาวบ้านโดยเฉพาะกรณีการช่วย เหลือเยียวยาประชาชนในพื้นที่


fhamai 5 page 3 22