Page 1

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชด�ำเนิน เยี่ยมราษฎรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

6 ครบรอบ 1 ปี การบริหารงาน ศอ.บต.

ของ... พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง “เพื่อความสมานฉันท์ สร้างความเป็นธรรม และพัฒนาทั่วถึง”

ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555


16

12

“เครือข่ายวิชาการเพื่อการ พัฒนาจังหวัดชายแดนภาค ใต้”จับมือ ศอ.บต. และ สกว. สร้างองค์ความรู้แก้ปัญหา จชต.

23

มอบเงินเยียวยาให้ทายาทผู้ ได้รับผล กระทบจากเหตุการณ์กรณีตากใบและ สะบ้าย้อย งวดที่ 2

ศอ.บต.ส่งผู้แสวงบุญเดินทางไปประกอบ พิธีฮัจย์ / คัดเลือกจาก 5 จังหวัดชายแดนใต้ จ�ำนวน 200 คน สัมมนาศาสนากับ กระบวนการสร้างสันติภาพ ในอาเซียน / เลขาธิการ สันนิบาตโลกมุสลิม ยกย่องรัฐบาลไทยเปิด กว้างต่อโลกอิสลาม

14

ศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ Southern Border Provinces Administration Centre 60 ถนนสุขยางค์ อ�ำเภอเมือง จังหวัดยะลา โทรศัพท์ / โทรสาร 073 - 274100 สป.มท.75540-2 Website : www.sbpac.go.th E-mail : info@sbpac.go.th

17

“องค์ ค วามรู ้ ที่ ส� ำ คั ญ ในการแก้ ไ ข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้”

11

เลขาธิการศอ.บต.เชื่อมั่น ชายแดนใต้ เชิญชวนนักธุรกิจ เข้ามาลงทุนในพื้นที่

คณะที่ปรึกษา : พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง นายประมุข ลมุล นายอดินันท์ ปากบารา นายฐานิส ศรียะพันธ์ ผศ.ปิยะ กิจถาวร บรรณาธิการ : นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ช่วยบรรณาธิการ : นายวุฒิศักดิ์ สุวรรณ ดร.กร ปราชญ์นคร ออกแบบจัดพิมพ์ : บริษัท โบนัส พรีเพลส จ�ำกัด


เด่นในฉบับ

ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชด�ำเนิน เยี่ยมราษฎรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุรี เสด็จ พระราชด�ำเนินแทนพระองค์ ในการเยี่ยมราษฎรและติดตาม งานในโครงการพระราชด�ำริในพืน้ ที่ 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ (นราธิวาส ปัตตานี และจังหวัดยะลา) ระหว่างวันที่ 24 - 26 กันยายนนี้ เพือ่ เยีย่ มเยียนและให้กำ� ลังใจประชาชน ทัง้ ชาวไทย พุทธและชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงประกอบพิธีเปิดอาคารส�ำนักงาน อธิ ก ารบดี มหาวิ ท ยาลั ย นราธิ ว าส ราชนคริ น ทร์ และเสด็ จ ฯ ยั ง สวน สาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบ พระชนมพรรษา พระราชทานรางวัล ให้แก่ผชู้ นะการประกวดผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร, ผูช้ นะการประกวดผลิตภัณฑ์ศลิ ปาชีพและกระจูด และเจ้าของ นกเขาที่ชนะการประชันเสียงนกเขาชวา ชิงถ้วยพระราชทาน และทอดพระเนตรนิทรรศการต่างๆ ของงานวันลองกอง ในงานของดีเมืองนรา ครั้งที่ 37 จากนัน้ เสด็จพระราชด�ำเนินไปยังส�ำนักงานเหล่ากาชาด จังหวัดนราธิวาส พระราชทานพระราชวโรกาสให้ คณะกรรมการ

ปริญญาบัตรให้แก่ผู้ที่ส�ำเร็จการศึกษาประจ�ำปี 2554 และ เสด็จฯไปทีศ่ นู ย์เรียนรูต้ ามแนวพระราชด�ำริ ด้านการเพาะเห็ด ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส ทรงทอดพระเนตรกิจกรรมภายในศูนย์ฯ และ นิทรรศการโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์กระจูด กลุม่ สาธิตการผลิต และกลุ่มผลิตภัณฑ์ จากนั้นเสด็จฯไปยังเรือนรับรองพิกุลทอง พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่ อ ง เลขาธิการศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้  น� ำ ผู ้ มี ผ ลงานดี เ ด่ น ในรอบปี ข องจั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ ประจ�ำปี 2554 จ�ำนวน 88 คน เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทาน ประกาศนียบัตรและเข็มอักษรพระนามาภิไธย  สธ   วันที่ 26 ก.ย. 2555 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชด�ำเนินไปยังค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นค่ายทหารที่สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระราชทานพระนามให้เป็น ชื่อค่าย อันเป็นที่ตั้งของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โดยมี พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้ว่าราชการ จังหวัดปัตตานี ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และข้าราชการใน พื้นที่ เฝ้าฯ รับเสด็จ ได้ทรงทอดพระเนตรกิจกรรมของเด็ก

โดยในวันที่ 24 ก.ย. 2555 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้เสด็จพระราชด�ำเนินไปเปิดแท่นผลิตก๊าซธรรมชาติ แหล่งบงกชใต้ บริษัท ปตท.ส�ำรวจและผลิตปิโตรเลียม จ�ำกัด (มหาชน) ซึ่งตั้งอยู่ในอ่าวไทย จากนั้นจึงเสด็จ พระราชด�ำเนินไปยังศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองราชสมบัติ ครบ 60 ปี อ�ำเภอหาดใหญ่ ทรงพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้ส�ำเร็จการศึกษา ประจ�ำปีการศึกษา 2554 จาก มหาวิ ท ยาลั ย เทคโนโลยี ร าชมงคลศรี วิ ชั ย สงขลา, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขต นครศรีธรรมราช ทุ่งใหญ่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ไสใหญ่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขต นครศรีธรรมราช ขนอม และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง โดยพระราชทานพระราชวโรกาสให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ไพโรจน์ ด้วงวิเศษ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา พร้ อ มคณะผู ้ บ ริ ห าร เฝ้ า ทู ล ละอองพระบาททู ล เกล้ า ทู ล กระหม่ อ มถวายปริ ญ ญาวิ ท ยาศาสตร์ ดุ ษ ฎี บั ณ ฑิ ต กิตติมศักดิ์ สาขาวิชาฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ในฐานะที่ทรงมี คุณูปการในวงการศึกษาด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ให้มีความ เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ และมีพระราชประสงค์ จะกระจายโอกาสทางการศึกษาการเรียนรู้ องค์ความรู้ด้าน ดาราศาสตร์ให้กับนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ทุกระดับ การศึกษา วันที่ 25 ก.ย. 2555 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็ จ พระราชด� ำ เนิ น ไปยั ง อาคารส� ำ นั ก งานอธิ ก ารบดี

การจัดงาน 2 เมษารวมใจน้อมเกล้าฯ ประจ�ำปี 2555 เฝ้าทูล ละอองพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินรายได้จาก การจัดงาน “2 เมษารวมใจน้อมเกล้าฯ อ�ำเภอสุไหงโก - ลก จังหวัดนราธิวาส” พร้อมนีค้ ณะกรรมการอาชีวศึกษา น�ำคณะ ผู้บริหารสถานศึกษา ใน 14 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เฝ้าทูล ละอองพระบาท ทูลเกล้าฯถวายเงิน เพื่อโดยเสด็จพระราช กุศลตามพระราชอัธยาศัย ต่อมาได้เสด็จพระราชด�ำเนินไปทีห่ อประชุมคณะพยาบาล ศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พระราชทาน

นักเรียน ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และ ทอดพระเนตรกิจการ อาคารผ้าบาติก ณ อาคารห้องสมุดค่ายสิรนิ ธร โดยทรงแสดง ฝีพระหัตถ์ลงลายผ้าบาติก ก่อนเสด็จฯ ไปยังจวนผูว้ า่ ราชการ จังหวัดยะลา และวัดเมืองยะลา อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อท�ำพิธี ยกฉัตรยอดพระมหาเจดีย์และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ โดยมีคณะสงฆ์ในพืน้ ทีจ่ งั หวัดชายแดนภาคใต้รว่ มประกอบพิธี ท่ามกลางการเฝ้ารอรับเสด็จอย่างเนื่องแน่น จากข้าราชการ ภาครัฐ เอกชน และประชาชนชาวยะลา จ�ำนวนมาก

3


4

เด่นในฉบับ

ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงประกอบพิธียกฉัตรยอดพระมหาเจดีย์และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

ณ วัดเมืองยะลา พระอารามหลวง อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2555 เวลา 13.15 น. สมเด็จ พระเทพรั ต นราชสุ ด าฯ สยามบรมราชกุ ม ารี เสด็ จ พระราชด�ำเนินทรงประกอบพิธียกฉัตรยอดพระมหาเจดีย์ และบรรจุพระบรมสารีรกิ ธาตุ ณ วัดเมืองยะลา พระอาราม หลวง อ.เมือง จ.ยะลา โดยมี นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่า ราชการจังหวัดยะลา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์ อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วน หน้า นางอนงค์ศรี สิมศิริ นายกเหล่ากาชาติจังหวัดยะลา ผูพ้ พิ ากษาหัวหน้าศาลจังหวัดยะลา ผูบ้ ญั ชาการศูนย์ปฏิบตั ิ การต�ำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้บังคับการต�ำรวจภูธร จังหวัดยะลา ข้าราชการ ต�ำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองและ ประชาชน เฝ้ารับเสด็จ เมื่อเสด็จถึงพลับพลาที่ประทับ ทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการบูชาพระพุทธนวราชบพิตร จากนั้น นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้กราบ บังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ความเป็นมาของพิธียก ฉัตรยอดพระมหาเจดีย์ และบรรจุพระบรมสารีริธาตุ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรง สรงพระบรมสารีริธาตุแล้วทรงบรรจุลงในพระกัณฑ์ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ พระราชทานพระกัณฑ์ที่ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธี เพื่ออัญเชิญไปประดิษฐานภายในพระมหาเจดีย์ จาก นั้นพระสงฆ์ถวายอนุโมทนา จนเสด็จพิธี โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ขอพระราชทาน พระราชานุญาต กราบบังคมทูลเบิกผู้มีจิตศรัทธาทูลเกล้า ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย เข้า รับพระราชทาน ของที่ระลึก จ�ำนวน 135 ราย พระธรรม สิทธิมงคล ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดยะลา / เจ้าอาวาสวัด เมืองยะลา พระอารามหลวง ได้ถวายรูปหล่อพระสังกัจ จายน์ เนื้อโลหะรมด�ำ ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว จ�ำนวน 1 องค์ จากนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ทรงเยีย่ มราษฎรทีม่ าเข้าเฝ้ารับ เสด็จจ�ำนวนมาก ก่อนจะเสด็จฯ ไปยังจังหวัดสงขลา เพื่อ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ ส�ำหรับวัดเมืองยะลา ตั้งอยู่เลขที่ 48 ถนนสุขยางค์ ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2505 และได้ประกาศให้จัดตั้ง เป็นวัด เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2506 โดย มีพระมหาฉิ้น โชติโก เจ้าอาวาส วัดเมืองยะลาในขณะนั้น ปัจจุบันได้ รับพระราชทานสมณศักดิ์ ชั้นพระ ราชาคณะทีพ่ ระธรรมสิทธิมงคล ต่อ มาเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2555 ได้รับพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นพระอาราม หลวงชั้นตรีชนิดสามัญ วั ด เมื อ งยะลามี ก ารพั ฒ นามา

โดยตลอด โดยพระธรรมสิทธิ มงคล (ฉิ้น โชติโก) ได้ท�ำการ บู ร ณะและพั ฒ นาวั ด ในด้ า น ต่างๆ มากมาย เช่นการสร้าง พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ โรงเรี ย นพระปริ ยั ติ ธ รรมและ ต่อมามีการด�ำริถึงการก่อสร้าง พระมหาเจดีย์ ครอบพระมหา กัจจายนะ ซึ่งเป็นพระรูปปูนปั้น ก่อสร้างกลางแจ้ง และพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน ดวงพระเนตรพระสังกัจจายนะ เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2506 โดยเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2550 ได้มีพิธี วางศิลาฤกษ์ เพื่อสร้างพระมหาเจดีย์ ต่อมา เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2550 สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกล มหาสังฆปรินายกได้พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุ ให้ แก่วัดเมืองยะลา การสร้างพระมหาเจดีย์ ได้ดำ� เนินการต่อมาจนแล้ว เสร็จในปี พ.ศ.2555 จนกระทั่งสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีฯ เสด็จพระราชด�ำเนิน ทรงประกอบพิธียกฉัตรยอดพระมหาเจดีย์และบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ ณ พระมหาเจดีย์วัดเมืองยะลา พระอารามหลวง จังหวัดยะลา น�ำมาซึ่งความเป็นสิริ สวัสดิ์พิพัฒน์มงคลแก่ปวงชนชาวยะลาทุกหมู่เหล่า และวัดเมืองยะลาสืบไป


เด่นในฉบับ

ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

เลขาธิการศอ.บต. ให้ก�ำลังใจผู้ ได้รับบาดเจ็บ และผู้สูญเสียจากเหตุคาร์บอมที่อ�ำเภอสายบุรี เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำ� นวยการบริหารจังหวัดชายแดน ภาคใต้ พร้อมด้วย นายประมุข  ลมุล  และนายวิเชียร  จันทรโณทัย รองเลขาฯ ศอ.บต. เดินทางเยีย่ มผูไ้ ด้รบั บาด เจ็บทีโ่ รงพยาบาลพระยุพราชสายบุรี จังหวัดปัตตานี และ ได้เดินทางไปเยีย่ มญาติผเู้ สียชีวติ พร้อมทัง้ ตรวจดูจดุ เกิด เหตุ จากกรณีคนร้ายขับรถยนต์กระบะ เชฟโรเล็ต ตอน ครึ่ง สีด�ำ ทะเบียน บว 8864 สงขลา ที่กลุ่มคนร้ายก่อเหตุ ระเบิดปล้นฆ่าชิงทรัพย์ ผู้หญิง 3 ศพที่รับซื้อน�้ำยาง เหตุเกิดที่ บ.ร่อง มุด ม.8 ต.ล�ำไพร จ.สงขลา เมื่อวัน ที่ 7 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยคนร้ายน�ำรถมาจอดไว้หน้า บริษัท พิธานพาณิชย์จ�ำกัด ย่าน ตลาดชุมชน เขตเทศบาลต�ำบล ตะลูบัน ถนนสายบุรี อ.สายบุรี จ.ปัตตานี หลังกราดยิงร้านทอง ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่ส่งผลให้มีอาสา สมัครรักษาดินแดนและ ชาวบ้าน เสียชีวิต 6 ราย ได้รับบาดเจ็บกว่า 50 ราย แรงระเบิดท�ำให้บ้านเรือน ประชาชนที่อยู่อยู่สองฝั่งถนนเสีย หายหนักรวม 28 หลังคาเรือน โดย

เฉพาะบ้านเรือนที่เป็นอาคารไม้ 2 ชั้นใกล้ที่เกิดเหตุ 5 ห้อง เกิดเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ต้องดับเพลิงเพื่อไม่ให้ลามไปที่อื่น ประมาณ 2 ชัว่ โมงจึงควบคุมเพลิงได้ เสียหายหมดทัง้ 5 หลัง พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อ�ำนวยการ บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวให้ก�ำลังใจกับผู้ได้รับ บาดเจ็บและญาติผเู้ สียชีวติ นอกจากนีย้ งั ได้สงั่ การเจ้าหน้าที่ ทีเ่ กีย่ วข้องดูแลด้านการให้ความช่วย เหลือเยียวยาแก่ผไู้ ด้รบั ผลกระทบฯอย่างเร่งด่วน

ทางด้าน นายแจ้ง สกลธวุฒิ บิดาของนายวิชัย สกลธ วุฒิ กล่าวภายหลังเดินทางมารับศพบุตรชายทีโ่ รงพยาบาล สมเด็จพระยุพราช สายบุรี จ.ปัตตานีว่า ตนเองสูญเสีย บุตรชายและลูกสะไภ้จากเหตุการณ์ความไม่สงบและบุตร ชายอีกคนก็โดน ผู้ก่อเหตุยิงได้รับบาดเจ็บ ตนเองเสียใจ มากที่สุด ไม่สามารถบรรยายได้ ส�ำหรับนายวิชัย สกล ธวุฒิ บุตรชายที่เสียมีลูกเล็ก ๆ อีก3 คนที่ตนเองต้อง รับมาดูแลและไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกตนเชื่อ ว่าชาว บ้านในพื้นที่ทุกคนไม่ว่าศาสนาใด รู้สึกเบื่อหน่าย กับเหตุการณ์ความรุนแรง เพราะส่งผลกระทบกับคนใน พื้นที่ทุกคน และส�ำหรับศพผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ราย ญาติมา รับไปบ�ำเพ็ญกุศลในพื้นที่เขต อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ต่อไป

ศอ.บต.จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ

ช่วยเหลือเยียวยาผู้ ได้รับผลกระทบฯ เป็นรายกรณี

ที่ ห ้ อ งน�้ ำ พราว โรงแรม ซี เอส ปั ต ตานี   ผู ้ ช ่ ว ย ศาสตราจารย์ปิยะ กิจถาวร  รองเลขาธิการศูนย์อ�ำนวยการ บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานโครงการสัมมนา เชิงปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูผู้ได้รับผู้ กระทบจาก ความไม่สงบเป็นรายกรณี (Case management) ตามคณะ รัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2555 เห็น ชอบหลักเกณฑ์และวิธีการช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูเพื่อให้ผู้ได้ รับผลกระทบ สามารถด�ำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ โดย ส�ำคัญอย่างยิง่ ต่อผูส้ ญู เสียและผูไ้ ด้รบั ผลกระทบทุกกลุม่ และ

ได้กำ� หนดหลักเกณฑ์ให้มกี ารเยีย่ มดูแลเพือ่ เยียวยาด้านความ รู้สึก จิตใจ และชีวิตความเป็นอยู่อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานระดับอ�ำเภอ คือ ปลัดอ�ำเภอ ผู้รับผิดชอบงานเยียวยา เจ้าหน้าที่งานเยียวยา นักจิตวิทยา ประจ�ำโรงพยาบาลอ�ำเภอ สาธารณสุขอ�ำเภอ พัฒนาอ�ำเภอ เจ้าพนักงานปกครองผูป้ ฎิบตั หิ น้าหัวหน้าศูนย์การเยียวยาผูไ้ ด้ รับผลกระทบใน จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาสและ สงขลา เข้าร่วมสัมมนาดังกล่าว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปิยะ กิจถาวร รองเลขาธิการศูนย์ อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้กล่าวว่า การเยียวยา ไม่ใช้แค่ตัวเงินเท่านั้น แต่สิ่งส�ำคัญคือ การเยียวด้านจิตใจ ที่ จะท�ำอย่างไรไม่ให้ผไู้ ด้ผลกระทบรูส้ กึ ว่าตัวเองถูกทอดทิง้ เรา ทุกคนจะต้องร่วมมิกนั เยียวยาแบบมิตใิ หม่ ต้องดูแลเรือ่ งการ ศึกษา การรักษาพยาบาล ซึ่งการเยียวเป็นยุทธศาสตร์ของ ศอ.บต. ที่มีหน้าต้องให้ความเป็นธรรม ดูแลประชาชนที่รับ ผลกระทบให้ทวั่ ถึง และจะท�ำอย่างไรทีจ่ ะเยียวให้ลดความขัด แย้ง น�ำไปสูส่ นั ติภาพ คุณภาพชีวติ ดีขนึ้ และสิง่ ทีส่ ำ� คัญ  คือ การเยียวยาทีไ่ ม่ใช้การสือ่ สารหรือการพูดคุย ท่าที่ ทีไ่ ม่ทำ� ให้ผู้ ได้รบั ผลกระทบรูส้ กึ เสียใจ การให้กำ� ลังเป็นส่วนส�ำคัญในการ เข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบ

การสัมมนาเชิงปฏิบัติการช่วยเหลือ เยียวยาฟื้นฟู ผู้ได้รับผู้กระทบจากความไม่สงบเป็นรายกรณี (Case management) ในครั้งนี้ จะแบ่งออกเป็น 3 รุ่น รุ่นที่ 1 จังหวัดปัตตานี ระหว่างวันที่ 13-14 กันยายน 2555 รุ่นที่ 2 จังหวัดยะลาและสงขลา ระหว่างวันที่ 17-18 กันยายน 2555 และรุ่นที่ 3 จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 19 -22 กันยายน 2555   มีการบรรยายเรื่อง การเยียวยาด้วยสันติ และเยียวยา อย่างไรให้ได้ใจประชาชน โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ปิยะ กิจ ถาวร  รองเลขาธิการศูนย์อำ� นวยการบริหารจังหวัดชายแดน ภาคใต้ การบรรยายเรื่อง เสียงสะท้อนจากผู้สูญเสีย โดย อาจารย์เอกจิตรา  จันทร์จิตจริงใจ และการบรรยายเรื่อง ประสบการณ์ Case management และเทคนิคการเยีย่ มบ้า นผูไ้ ด้รบั ผลกระทบ โดยนางอายีสาห์ หะยีอาลี เพือ่ เพิม่ ความ รูแ้ ละความเข้าใจของผูป้ ฏิบตั งิ านด้านการเยียวยาให้สามารถ เข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบ น�ำไปพัฒนาระบบการให้ความช่วย เหลือเยียวยาฟื้นฟูให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

5


6

สันติสุขชายแดนใต้

ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

ครบรอบ 1 ปี การบริหารงาน ศอ.บต. ของ... พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง “เพื่อความสมานฉันท์ สร้างความเป็นธรรมและพัฒนาทั่วถึง”

ศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของ พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้คือ บทบาทและทิศทางการท�ำงานของ ศอ.บต.ก่อนจะ ก้าวเข้าสู่ปีงบประมาณปี 2556 • ภาพการท� ำ งานของ ศอ.บต. ใน ปีงบประมาณ 2555 ได้ตอบโจทย์พี่น้องประชาชนใน พื้นที่อย่างไรบ้าง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง : สิง่ หนึง่ คือจะต้องสร้างความ เชือ่ มัน่ ให้กบั ประชาชนในพืน้ ทีจ่ งั หวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2554 คณะรัฐมนตรีในรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้อนุมัติให้ พันต�ำรวจเอก ทวี สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ย้ายไปด�ำรง ต�ำแหน่งเลขาธิการศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) แทนนายภานุ อุทัยรัตน์ ซึ่งย้ายไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการ ประจ�ำ โดยให้เหตุผลว่า เพื่อสร้างความเป็นเอกภาพ ในการแก้ไขปัญหาเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ การแต่งตั้งพันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง ในครั้งนั้น หลายคนอาจจะมองด้วยความเป็นห่วงว่าพันต�ำรวจเอก ทวี สอดส่อง จะเข้าไปท�ำหน้าทีก่ ำ� กับดูแลศอ.บต.เชือ่ ม ต่องานด้านการพัฒนาและการสร้างสันติสขุ ให้เกิดขึน้ ในพื้นที่ได้อย่างไร เนื่องจากพี่น้องมุสลิมบางส่วน ยังคงมองการท�ำงานของต�ำรวจและทหารด้วยสายตา หวาดระแวง ขณะที่เหตุการณ์ความไม่สงบยังคงเกิด ขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนถึงกับพูดว่า “การย้ายพันต�ำรวจเอกทวี สอดส่องลงไปชายแดนใต้ในครัง้ นี้ ประหนึง่ ว่าจะมีการ ขยายรัฐต�ำรวจลงไปยังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” แต่ศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้การบริหารงานของ พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง ได้ น ้ อ มน� ำ พระราชด� ำ รั ส ของพระบาทสมเด็ จ พระเจ้าอยู่หัว เรื่อง “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” มา ด�ำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนือ่ ง ด้วยมาตรการการ ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่ สงบในพืน้ ทีจ่ งั หวัดชายแดนภาคใต้ การเปิดเวทีรบั ฟัง ความคิดเห็นและน�ำข้อเสนอแนะต่างๆ ของประชาชน ผู้น�ำศาสนา ผู้น�ำท้องถิ่น และนักวิชาการในพื้นที่มา

“โครงการต่างๆ ที่ได้ดำ�เนินการไว้ ก่อนหน้านี้ จะต้องปรับมิตใิ ห้เกิดผล ในทางปฏิบัติ คือ การเปิดพื้นที่ให้ ประชาชนและภาคประชาสังคมทุก ส่วนได้เข้ามามีสว่ นร่วมในกิจกรรม ต่างๆ อย่างแท้จริง และเมือ่ ประชาชน ได้มาร่วมคิดร่วมทำ�แล้ว ผลทีอ่ อก มาก็จะตรงกับความต้องการของพี่ น้องประชาชน”

ปรับใช้ โดยไม่เลือกพวกเลือกฝ่าย ด้วยระยะเวลาเพียง 1 ปี พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง ได้ทำ� ให้ศนู ย์อำ� นวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลายเป็นองค์กรทีม่ บี ทบาทส�ำคัญยิง่ ส�ำหรับประชาชน ในพื้นที่ทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยที่นับถือศาสนา อิสลาม การเชื่อมต่อระหว่างภาครัฐและประชาชนใน พืน้ ทีเ่ ริม่ มีความชัดเจนขึน้ เป็นล�ำดับ พีน่ อ้ งประชาชน ต่างรับรูถ้ งึ ความจริงใจของพันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง และรัฐบาลชุดนีท้ มี่ งุ่ หวังจะแก้ปญั หาความไม่สงบด้วย เพื่อที่ภาครัฐและประชาชนจะได้ร่วมมือกันแก้ไข นโยบายสมานฉันท์และสันติวิธี ปัญหา สิ่งที่ได้ด�ำเนินการแผนงานต่างๆ โครงการ ในโอกาสครบรอบ 1 ปี บนต�ำแหน่ง เลขาธิการ ต่างๆ ทีไ่ ด้ดำ� เนินการเอาไว้กอ่ นหน้านี้ จะต้องปรับมิติ


สันติสุขชายแดนใต้

ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

ซึ่งผลกระประเมินอย่างเป็นทางการยังไม่ส่งกลับ มาที่ ศอ.บต. ส่วนในเรือ่ งการประเมินด้านการท�ำงาน การให้การต้อนรับของ ศอ.บต. ภาพความเชือ่ มัน่ ของ รัฐบาล ซึง่ รวมถึง ศอ.บต.เองและหน่วยงานในพืน้ ทีน่ นั้ ได้รับการยอมรับจากพี่น้องประชาชนมาก ประชาชน มีความเชื่อมั่นค่อนข้างสูง • ด้านการสร้างความเป็นธรรมของ ศอ.บต. ในพื้นที่ ได้มุ่งเน้นอะไรบ้าง ให้เกิดผลในทางปฏิบตั ิ คือ การเปิดพืน้ ทีใ่ ห้ประชาชน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง : ในด้านมิติด้านความเป็น และภาคประชาสังคมทุกส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมใน ธรรม ส่ ว นใหญ่ แ ล้ ว เราจะมุ ่ ง เน้ น ที่ ก ระบวนการ กิจกรรมต่างๆ อย่างแท้จริง และเมื่อประชาชนได้ ยุติธรรม แต่ความเป็นธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดน มาร่วมคิดร่วมท�ำแล้ว ผลที่ออกมาก็จะตรงกับความ ต้องการของพี่น้องประชาชน โดยการพยายามสร้าง ความสัมพันธ์กับประชาชนก่อน ซึ่งตรงนี้ คือสิ่งแรก ที่ทาง ศอ.บต. ได้เริ่มท�ำก่อนอื่นใด หลังจากที่ได้ท�ำงานในพื้นที่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ในด้านการส่งเสริมและพัฒนา ทาง ศอ.บต. เองได้ พยายามหาตัวชี้วัด เกี่ยวกับความส�ำเร็จในการแก้ไข ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้ทาง นักวิชาการ และประชาชนได้ตอบโจทย์การท�ำงาน ภาคใต้ ศอ.บต. มองว่า คือการให้ความเป็นธรรม ของ ศอ.บต. ในส่วนของการประเมินผลการด�ำเนินของ ศอ.บต. ในทุกๆ ด้าน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึง ในปีงบประมาณ 2555 ที่ผ่านมา ทาง ศอ.บต. เอง โอกาสการให้บริการของรัฐมากที่สุด ถ้ามองในเรื่อง ได้ให้มหาวิทยาลัยในพื้นที่ทั้งมหาวิทยาลัยหลัก 5 กระบวนการยุติธรรมในพื้นที่ เราจะมาแก้ปัญหาเรื่อง มหาวิ ทยาลั ย และมหาวิ ทยาลั ยที่แ ตกแขนงออก ความเป็นธรรมของเจ้าหน้าทีใ่ นกระบวนการยุติธรรม มา 3 มหาวิทยาลัย ท�ำหน้าที่ในการประเมินแผน เวลาที่มีการร้องเรียนก็จะร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐ งานโครงการ การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายกับเจ้าหน้าที่ของรัฐใน รวมทั้งประเมินในเรื่องการเยียวยาและฟื้นฟู ซึ่งใน กระบวนการยุติธรรม ปีงบประมาณทีผ่ า่ นมาทางรัฐบาลมีเจตนาทีจ่ ะด�ำเนิน ดังนั้น อยากให้มองในมิติที่ว่า เราน่าจะก้าวผ่าน การเยียวยาฟื้นฟูผู้ที่เสียหายและผู้ที่ได้รับผลกระทบ กระบวนการยุติธรรม มองความเป็นธรรมตามความ จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดน เป็นจริง คือการให้ความเป็นธรรมประชาชนอย่างทั่ว ภาคใต้ย้อนหลังไป 8 ปี โดยพิจารณาว่าจากการ หน้า ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วน ประเมินการเยียวยานั้น ได้มีการด�ำเนินการช่วยเหลือ ร่วมในกระบวนการยุตธิ รรม และระบบความเป็นธรรม ครอบคลุมแล้วหรือไม่ นอกจากนี้ยังประเมินต่อไปอีกว่าหลังจากที่ให้ ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบฯ แล้ว คุณภาพ ชีวิตของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบฯ เป็น อย่างไรบ้าง รวมทั้งสภาพจิตใจที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ ในสังคมได้โดยไม่เป็นภาระ และไม่ได้ถูกทอดทิ้งแต่ อย่างใด

“ความเป็นธรรมในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. มองว่า คือการให้ความเป็นธรรมในทุกๆ ด้าน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน เข้าถึงโอกาสการให้บริการของรัฐ มากที่สุด”

“จากการที่เคยมองว่าภาพต่างๆ ซึ่ ง สื่ อ ออกไปจากพื้ น ที่ จั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ เขาอาจจะได้รับรู้ และเห็นเป็นแบบหนึง่ แต่พอได้มาดู ได้สมั ผัสพืน้ ทีจ่ ริงๆ ก็จะพบเห็นถึง ความแตกต่างจากสิง่ ทีเ่ คยรับรูม้ า เพราะความจริงคือทางรัฐบาลไทย ได้ให้สทิ ธิและเสรีภาพกับประชาชน ไทยทุกหมู่เหล่า” ซึ่งในขณะนี้ในเรื่องของการร้องเรียน การละเมิดสิทธิ มนุษยชน แทบไม่เกิดขึน้ เลย ก็จะมีบา้ ง เช่นเหตุการณ์ ปุโล๊ะปูโย ซึ่งเราเปิดโอกาสให้ครอบครัวของผู้ที่ได้ รับผลกระทบฯ เข้ามาเป็นกรรมการร่วมกัน รวมทั้ง ผู้น�ำศาสนาด้วย เพื่อสร้างความเป็นธรรมอย่างตรง ไปตรงมา ซึ่งบางครั้งการท�ำงานของเจ้าหน้าที่อาจ จะมีปัญหาบ้าง แต่นโยบายการให้ความเป็นธรรมเรา ท�ำงานอย่างเต็มที่ • ข้าราชการ และ เจ้าหน้าที่ ศอ.บต. ทุกวัน นี้ มีการท�ำงานอย่างไรและขับเคลื่อนไปในทิศทางใด พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง : ต้องเข้าใจว่าข้าราชการใน พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกคนมีความพร้อมใน การท�ำงานอยู่แล้ว เพียงแต่ทาง ศอ.บต. มีการปรับ ยุทธศาสตร์ในด้านการท�ำงานตามแนวทางนโยบาย ของรัฐบาล โดยทาง ศอ.บต. เรามุ่งเน้นส่งเสริม สนับสนุนให้คนในพื้นที่ได้มีโอกาสในการแก้ไขปัญหา ให้มากยิ่งขึ้น โดยแนวทางการด�ำเนินงานของศอ.บต. นั้น ต่อไปนี้เราจะมุ่งเน้นส่งเสริมการลงไปท�ำงาน

7


8

สันติสุขชายแดนใต้

ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

“ต้องเข้าใจว่าข้าราชการในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกคนมี ความพร้อมในการทำ�งานอยู่แล้ว เพียงแต่ทาง ศอ.บต. มีการปรับ ยุทธศาสตร์ ในด้านการทำ�งานตาม แนวทางนโยบายของรัฐบาล โดย ทาง ศอ.บต. มุ่งเน้นที่จะส่งเสริม สนับสนุนให้คนในพื้นที่ ได้มีโอกาส ในการแก้ ไขปัญหาให้มากยิ่งขึ้น” ในพื้นที่อย่างเข้าถึง จริงจัง มากยิ่งขึ้น ส่วนเรื่อง การอบรมสัมมนาก็จะให้น้อยลง และที่ส�ำคัญเราจะ พยายามส่งเสริมองค์กรปกครองท้องถิ่นให้สามารถ ท�ำงานได้อย่างเต็มที่ และส่งเสริมการมีส่วนร่วม เช่นท�ำอย่างไรจะให้สถาบันก�ำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ผู้น�ำ สี่เสาหลัก ได้ท�ำหน้าที่ของตนได้อย่างเต็มที่ ซึ่งตรง นี้เป็นแนวทางนโยบายต่อไปที่ ศอ.บต. จะท�ำต่อไป ข้างหน้า เพราะเราเชื่อว่าปัญหาของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องแก้ไขโดยพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และต้องส่ง เสริมสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือร่วมใจขึ้นในพื้นที่ • อยากทราบถึงแนวทางการท�ำงานในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของ ศอ.บต. ในปีงบประมาณ 2555 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง : ในงบประมาณปี 2555 ทีผ่ า่ น มา เรียนว่าหลายๆ เรื่องที่เกิดขึ้นในพื้นที่ บางเรื่อง เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่และในโลกมา ก่อน เช่นการประชุมศาสนิกสัมพันธ์ มีทา่ นเลขาธิการ

สันนิบาตมุสลิมโลก ผู้น�ำศาสนา 7 ศาสนา ใน 13 ประเทศ เข้ามาประชุมในพืน้ ทีจ่ งั หวัดชายแดนภาคใต้ ซึง่ เมือ่ เขาเข้ามาแล้วเขาก็ได้พบเห็นภาพรวมต่างๆ ใน พื้นที่ ผู้ที่เข้ามาประชุมนี้ถ้าเปรียบไปแล้ว ทุกคนอาจ จะเหมือนเป็นทูต

“การแก้ ไขปัญหาด้านการส่งเสริม และพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในปีงบประมาณต่อไปของ ศอ.บต. นัน้ เราจะเน้นหนักในเรือ่ งการส่งเสริม ด้านการศึกษา เรื่องศาสนา และ เรื่องความเป็นธรรม ประชาชนจะ ต้องได้รับหลักประกันในส่วนนี้”

จากการที่เคยมองว่าภาพต่างๆ ซึ่งสื่อออกไปจาก พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาอาจจะได้รับรู้และ เห็นเป็นแบบหนึง่ แต่พอได้มาดู ได้สมั ผัสพืน้ ทีจ่ ริงๆ ก็ จะพบเห็นถึงความแตกต่างจากสิง่ ทีเ่ คยรับรูม้ า เพราะ ความจริงคือทางรัฐบาลไทยได้ให้สิทธิและเสรีภาพ กับประชาชนไทยทุกหมู่เหล่า รัฐบาลไทยให้เสรีภาพ ในการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความต่างในเรื่องของการ นับถือศาสนา และสิง่ ทีส่ ำ� คัญคือผูน้ ำ� ศาสนาหลายแห่ง ที่มาร่วมประชุม ได้รับองค์ความรู้จากประเทศไทย เพื่อน�ำไปบรรยายเผยแพร่ต่อไปให้กับประเทศต่างๆ • ในด้านการท�ำงานของ ศอ.บต. มีปญั หาและ อุปสรรคอะไรบ้าง แล้วจะมีทิศทางในการด�ำเนินงาน ในปีงบประมาณต่อไป อย่างไร พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง : จริงอยูป่ ญั หาและอุปสรรคใน งานพัฒนา ของ ศอ.บต. นัน่ ก็คอื ปัญหาความไม่สงบ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ทาง ศอ.บต. ได้ พยายามแยกเรือ่ งเหตุการณ์ความไม่สงบกับประชาชน ทัว่ ๆ ไปออกจากกัน เพราะว่าผูท้ กี่ อ่ เหตุกย็ งั มีกลุม่ คน กลุ่มหนึ่งพยายามที่จะสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้นใน พืน้ ทีอ่ ย่างต่อเนือ่ ง แต่กไ็ ม่ควรเหมารวมกับประชาชน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่ ส�ำคัญ จะท�ำอย่างไรให้พลังประชาชนในพืน้ ทีท่ กุ ภาค ส่วนได้มีโอกาสมาร่วมแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ซึ่งการแก้ไขปัญหาด้านการส่งเสริมและพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในปีงบประมาณต่อไปของ ศอ.บต. นั้น เราจะเน้นหนักในเรื่องการส่งเสริม ด้านการศึกษา เรื่องศาสนา และเรื่องความเป็น ธรรม ประชาชนจะต้องได้รับหลักประกันในส่วนนี้ นอกจากนี้ศอ.บต.จะส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กร ภาคเอกชนได้เข้ามาท�ำธุรกิจการค้า การลงทุน ใน พื้นที่ให้มากขึ้น ไม่ใช่ภาครัฐเข้าไปจัดสวัสดิการ สังคมสงเคราะห์ หรือเข้าไปแย่งงานภาคประชาชน และนี่ก็คือทิศทางที่ทาง ศอ.บต.จะด�ำเนินงานใน ปีงบประมาณต่อไป


ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

สันติสุขชายแดนใต้

1 ปี กับความมุ่งมั่นและตั้งใจเพื่อการพัฒนาและแก้ปัญหาความไม่สงบ

ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

9


10 ฟ้าใหม่จังหวัดชายแดนใต้

ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

ประชุมก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2555 พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เป็น ประธานในการประชุม “สานเสวนาก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปลายด้ามขวานสันติภาพ” ซึ่งศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ร่วมกับสมาคมก�ำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย และชมรมก�ำนันผู้ใหญ่บ้าน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดให้มีขึ้น ณ โรงแรมซีเอสปัตตานี จังหวัดปัตตานี เพื่อเปิดเวทีให้ก�ำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแสวงหาแนวทาง ในการสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

PEOPLE

คอรีเยาะ หะหลี“ไม่คาดคิดว่า จะมีใครท�ำให้เราได้มากขนาดนี้” นางคอรีเยาะ หะหลี ชาว บ้านจากต�ำบลควนโนรี อ�ำเภอ โคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็น หนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก เหตุความไม่สงบที่มัสยิสกรือเซะ จังหวัดปัตตานี และได้รบั โอกาสเดินทางไปร่วมประกอบพิธฮี จั ย์ ณ ประเทศซาอุดอิ าระเบีย ตามเกญฑ์การคัดเลือกของศูนย์อำ� นวยการ บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้กล่าวถึงการท�ำงาน ของพันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อ�ำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า “ท่านพันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง ท่านเป็นคนดีมากๆ จน ท�ำให้เรารู้สึกว่าเราเป็นน้องสาวของท่านคนหนึ่ง จากการที่ได้เห็น พี่ชายคนนี้เข้ามาท�ำงานในพื้นที่ พบว่าท่านท�ำงานในหน้าที่อย่าง ทุ่มเทและเหน็ดเหนื่อยมาก จากที่ได้คลุกคลีและท�ำงานร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้น ท่านท�ำงานหนักแทบจะ เรียกได้ว่า ไม่ได้หลับไม่ได้นอน ท่านเอาใจใส่ในทุกข์และสุขของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตลอดเวลา” นางคอริเยาะกล่าวว่า พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง ได้เข้า มาช่วยเหลือและเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาค ใต้ให้ดีขึ้น ได้คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับพีน้องของเรา โดย เฉพาะอย่างยิ่งการที่ได้เข้ามาเยียวยาให้กับบรรดาผู้ที่ได้รับผล กระทบฯอย่างทั่วถึง ท�ำให้หลายชีวิตมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นทั้งด้าน ร่างกายและจิตใจ อีกทั้งยังช่วยให้คนที่ไม่มีโอกาสได้มีโอกาสเดิน ทางไปประกอบพิธีฮัจย์ “ไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมีใครทีท่ ำ� ให้เราได้มากถึงขนาดนี้ ต่อ นี้ไปคอริเยาะพร้อมที่จะช่วยเหลืองานของท่าน เท่าที่ตัวเราเอง จะสามารถกระท�ำได้ ตามที่ท่านมุ่งหวังให้เกิดความสันติสุขขึ้น ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” นางคอรีเยาะ หะหลี กล่าว

“พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ท�ำงานได้โดนใจชาวบ้านมากที่สุด” นายศักดิ์กรียา บิล แสละ ประธานคณะ กรรมการอิสลามประจ�ำ จังหวัดสงขลา เป็น อีกผู้หนึ่งที่ท�ำงานใกล้ ชิดกับพันต�ำรวจเอกทวี สอดส่ อ ง เลขาธิ ก าร ศูนย์อ�ำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมือ่ พูดถึงพันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง ก็มกั จะชืน่ ชมอยูเ่ สมอ “การท�ำงานของพันต�ำรวจเอกทวี นั้น ผมเห็นว่าท่าน เป็นคนจริงใจ ท�ำงานอย่างเอาจริงเอาจริง เสมอต้นเสมอ ปลาย จนชาวบ้านพากันยอมรับท่าน เพราะท่านเข้ามา ดูแลปัญหาและให้ความเป็นธรรมกับทุกคน หนึ่งปีที่ผ่าน มาชาวบ้านมีความสุขกับการท�ำงานของท่าน และต่างพา กันกล่าวขานว่า ท่านมีความตั้งใจดูแลปัญหาของพี่น้อง จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างมาก ต้องยอมรับว่าตัง้ แต่ มีการตั้งศอ.บต.มา ท่านเลขาธิการท่านนี้แหล่ะที่โดนใจ

ชาวบ้านมากที่สุด” ในส่วนของการเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนานั้น นายศักดิ์กรียา กล่าวว่า พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่องท�ำได้ดี แม้แต่ในส่วนของ ผู้น�ำศาสนาในพื้นที่ ศอ.บต.ก็ได้จัดสรรงบประมาณให้เป็นค่า ตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเมื่อก่อนนั้นผู้น�ำศาสนาในพื้นที่ไม่ เคยได้รับค่าตอบแทนเลย นี่คือสิ่งหนึ่งที่เห็นว่าพันต�ำรวจเอก ทวี สอดส่องพยายามจะมอบความช่วยเหลือไปยังทุกภาคส่วน “ผมเชื่อว่าสันติสุขชายแดนภาคใต้ จะเกิดขึ้นได้แม้ว่าตอน นี้จะดูยังห่างไกล ถ้าเราท�ำความเข้าใจและให้ความเป็นธรรม กับประชาชนอย่างแท้จริง ปัญหาก็จะลดน้อยลง ที่ส�ำคัญคือจะ ต้องชีแ้ จงความเป็นจริงในสภาพของปัญหาต่างๆ ให้ประชาชน ได้เข้าใจ ก็จะช่วยลดจ�ำนวนผูห้ ลงผิดและลดปัญหาความรุนแรง ที่เกิดขึ้น” นายศักดิ์กรียา บิลแสละ กล่าวอีกว่า ในเรื่องแนวคิดที่ จะให้มีการเจรจากับผู้ก่อความไม่สงบนั้น ตนเองคิดว่าการ เจรจาจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ เพราะการใช้อาวุธ นั้น ไม่มีประเทศไหนจะท�ำให้เกิดความสงบและสันติสุขอย่าง ยั่งยืนได้เลย

SOCIETY

มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมเรียกร้องแนวทางสันติวิธี หลังเกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ในพื้นที่ อ�ำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เพียง 1 วัน เมื่อ วันที่ 22 มิถุนายน 2555 มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมได้ออกแถลงการณ์ต่อกรณีดังกล่าว โดยเรียกร้องให้มกี ารแสวงหาทางออกร่วมกันของรัฐ องค์กรภาคประชาสังคม และประชาชน เพื่อยุติวงจรแห่งความรุนแรงด้วยแนวทางสันติวิธี “มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมขอแสดงความ เสียใจอย่างยิ่งต่อทุกครอบครัวของผู้ สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งทางร่างกายและทางจิตใจจากเหตุการณ์นี้และทุกเหตุการณ์รุนแรงที่ผ่านมา และขอเรียกร้อง ให้ผู้ก่อเหตุได้หยุดคิดพิจารณาถึงผลกระทบจากการใช้ความรุนแรง ที่น�ำมาสู่ความสูญเสียต่อชีวิตและร่างกาย ตลอดถึง ทรัพย์สิน มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมจึงขอเรียกร้องให้รัฐแสวงหาทางออกโดยการสร้างกระบวนการในการเปิดพื้นที่พูดคุย กับประชาชนในพื้นที่ และองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อหาแนวทางสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี รวมทั้งการบังคับ ใช้กฎหมายที่ค�ำนึงถึงหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด”


ฟ้าใหม่จังหวัดชายแดนใต้

ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

วิทยาลัยสงฆ์ปัตตานีจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร

เมือ่ วันที่ 22 กันยายน 2555 ทีโ่ รงแรมซีเอส ปัตตานี จังหวัดปัตตานี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ปตั ตานี ได้จดั กิจกรรมเสริมหลักสูตร ให้กบั นักศึกษา ระดับปริญญาตรี ณ โรงแรมซีเอส ปัตตานี โดยพันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมเสวนา ตามค�ำเชิญของ พระมหาวิเชียร วชิรธมฺโม ผู้อ�ำนวยการวิทยาลัยสงฆ์ปัตตานี

เลขาธิการศอ.บต.เชื่อมั่นชายแดนใต้ เชิญชวนนักธุรกิจเข้ามาลงทุนในพื้นที่ ร้าย ในช่วงของการเกิดสถานการณ์ความไม่สงบ การ พัฒนาและสร้างคุณภาพชีวติ จะต้องด�ำเนินการควบคูก่ นั ไป ทัง้ นีภ้ าครัฐจะส่งเสริมให้ภาคประชาชนขับเคลือ่ นเป็น ผู้ด�ำเนินการทางเศรษฐกิจ ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และศักยภาพความเชื่อมั่น โดยรัฐให้การ สนับสนุนส่งเสริมการด�ำเนินการ “เชื่อมั่นว่าภาคประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีจุดแข็ง โดยมีศักยภาพด้านบุคคล มีความรู้ ความ พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อ�ำนวยการ สามารถ ในการสื่อสารได้หลายภาษาภายใต้สังคมพหุ บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เปิดเผยว่า วัฒนธรรม มีศักยภาพในพื้นที่ เพราะเป็นจังหวัดที่มี จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) มีสิ่งดี ๆ มากกว่าข่าว ยางพารา ปาล์ม ชายฝั่งประมงหนาแน่น ล�ำดับต้น ๆ

ของโลก” นอกจากนี้ แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทีเ่ สนอต่อรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงการคลัง เพือ่ น�ำไปสูก่ าร ปฏิบัติ เช่น มาตรการระยะเร่งด่วน อาทิ การขยาย เวลามาตรการสนับสนุนเขตพิเศษเฉพาะกิจ ที่จะ สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2555 การขอสถานีบริการ NGA ในจังหวัด ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล จังหวัดละ 1 แห่ง “ส่ ว นมาตรการระยะกลาง ได้ แ ก่ ก ารสร้ า ง รถไฟความเร็วสูงเชื่อมหัวเมืองและชายแดน รวม ทั้งมาตรการระยะยาว การก่อสร้างท่าเรือน�้ำลึก ปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ตลอดจนขอเชิญชวนนัก ธุรกิจ ผูป้ ระกอบการเข้ามาลงทุนในพืน้ ทีเ่ พือ่ ร่วมกัน พัฒนาอย่างยัง่ ยืน” พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง กล่าว

นวัตกรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดีของจังหวัดยะลา เมื่อวันที่19 กันยายน 2555 นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่า ราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดโครงการ Best Practices “รวมพลังสร้างสุข รุกการพัฒนา ปวงประชา ปลอดภัย” ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา โดย มีนายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวรายงาน ซึ่งโครงการนี้จัดให้มีการคัดเลือกผลงานที่ เป็นแบบอย่างที่ดี (Best Practices) จากส่วนราชการ รวม 4 ด้าน คือ ด้านการบริการประชาชน, ด้านการบริหาร จัดการองค์กรดีเด่น, ด้าน การตอบสนองยุทธศาสตร์การ พัฒนาจังหวัดดีเด่น และด้านการสนับสนุนนโยบาย “รวม พลังสร้างสุข รุกการพัฒนา ปวงประชาปลอดภัย” ของ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา หน่วยงานที่ได้รับการคัดเลือกผลงานที่เป็นอย่างที่ดี หรือผลงานที่เป็นเลิศ รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทการ บริการประชาชนดีเด่น คือ ส�ำนักงานขนส่งจังหวัดยะลา

เรื่อง การแจ้งย้ายรถผ่าน Facebook, ประเภทการบริหารจัดการองค์กรดีเด่น (Back Office) คือโรงพยาบาลเบตง เรื่องตามรอยหน้างานสู่การพัฒนา งานจ่ายกลาง, ประเภทตอบสนองยุทธศาสตร์การพัฒนา จังหวัดดีเด่น คือ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา เรือ่ ง สหวิชาชีพ กูช้ วี ติ ผูป้ ว่ ยวัณโรค, ประเภท ด้านการสนับสนุน นโยบาย “รวมพลังสร้างสุข รุกการพัฒนา ปวงประชา ปลอดภัย” ของผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา คือ ส�ำนักงาน พัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา เรื่อง 1 พัฒนากร 1 หมู่บ้านใน ฝันสันติสุขเฉลิมพระเกียรติ ปี 2555 นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า หวังอย่างยิ่งว่า ส่วนราชการที่ได้รับการคัดเลือกนวัตกรรม ที่เป็นแบบอย่างที่ดี (Best Practices) จะได้ รักษาความดี นี้ตลอดไป และน�ำไปต่อยอดหรือพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้น โดย สู่ “รวมพลังสร้างสุข รุกการพัฒนา ปวงประชาปลอดภัย” มีเป้าหมายร่วมกันในการขับเคลือ่ นจังหวัดยะลา เพือ่ น�ำไป ตามแนวคิดของการจัดโครงการครั้งนี้

11


12 ศาสนา/วัฒนธรรม

ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

ศอ.บต.ส่งผู้แสวงบุญเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ คัดเลือกจาก 5 จังหวัดชายแดนใต้ จ�ำนวน 200 คน

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2555 ที่อาคารเอนกประสงค์ ท่า อากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ อ�ำเภอหาดใหญ่ จังหวัด สงขลา พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำ� นวยการ บริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) พร้อมด้วยประธาน คณะกรรมการอิสลามในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส) ร่วมในพิธี ส่งผู้แสวงบุญจ�ำนวน 200 คน ซึ่งจะเดินทางไปประกอบพิธี ฮัจย์ ณ ประเทศซาอุดอิ าระเบีย โดยออกเดินทางตัง้ แต่วนั ที่ 19 - 5 พฤศจิกายน 2555 รวมระยะเวลากว่า 40 วัน ตาม โครงการส่งเสริมคนดีมคี ณุ ธรรมของศูนย์อำ� นวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ การคัดเลือกผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ในครั้งนี้ ศอ.บต.ได้จำ� แนกเป็น กลุม่ ผูไ้ ด้รบั ผลกระทบจากเหตุการณ์ ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ�ำนวน 120 คน และกลุ่มผู้ท�ำคุณงามความดีให้สังคม จ�ำนวน 80 คน ทั้งหมดร่วมเดินทางโดยเครื่องบินเช่าเหมาล�ำของสาย การบินไทย จากท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่สู่เมือง เจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ท่ามกลางญาติมิตรของ ผู้ซึ่งเดินทางไปประกอบบพิธีฮัจย์มาร่วมส่งและอ�ำนวยพร กว่า 1 พันคน ในโอกาสนี้พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. ซึ่งเป็นประธานในพิธี ได้กล่าวแสดงความยินดี และอ�ำนวยพรให้ผู้เดินทางประสบแต่ความสุขและได้ฮัจย์ ที่สมบูรณ์ เมื่อเดินทางกลับมาแล้วขอให้น�ำคุณค่าฮัจย์ กลับมาพัฒนาสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีแต่ความ สันติสุข พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า ปีนี้ มีผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ทั่วโลกมีประมาณ 3 ล้าน

คน เป็นชาวไทยมุสลิม 13,000 คน ในจ�ำนวนนี้เป็นชาว ไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ประมาณ 8,000 คน ซึ่งคณะท�ำงานฮัจย์ไทยโดยมี ดร.อิสมาแอ อาลี เป็น อะมีรุลฮัจย์ พร้อมอ�ำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ขณะ นี้ได้เดินทางก่อนล่วงหน้าเพื่ออ�ำนวยความสะดวก ทั้งที่ สนามบินเจดดาห์ มาดีนะห์ และนครมักกะห์เรียบร้อยแล้ว “ผู้ที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ตามแนวปฏิบัติของ ศาสนาอิสลามในครั้งนี้ ผมถือว่าท่านเป็นเสมือนทูตที่จะ เดินทางไปเสริมสร้างสัมพันธไมตรีกับพี่น้องมุสลิมทั่วโลก เป็นการเชิดชูศักดิ์ศรีของมุสลิมในประเทศไทยและมาตร ฐานฮัจย์ของไทย ซึ่งจะแสดงให้พี่น้องมุสลิมที่เดินทาง


ศาสนา/วัฒนธรรม 13

ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

ไปฮัจย์ทั้งหลายได้เห็นว่า พี่น้องมุสลิมในประเทศไทยมี มิตรไมตรี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ยิ้มแย้มแจ่มใส ขอให้ทุกท่าน พากพูมใิ จกับการเดินทางไปครัง้ นี้ เพราะท่านไปในฐานะผู้ แทนรัฐบาลไทย และผูแ้ ทนของพีน่ อ้ งมุสลิมในประเทศไทย ในการน�ำคุณค่าฮัจย์กลับมาพัฒนาพืน้ ที่ พร้อมทัง้ น�ำมาเผย แพร่ความรู้ทางศาสนาให้กับชุมชน” ทั้งนี้ศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ สนับสนุนผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์เป็นปีที่ 5 และในปี นีไ้ ด้เปิดโอกาสโดยให้โควต้าพิเศษกับผูไ้ ด้รบั ผลกระทบจาก เหตุความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รว่ มเดินทาง ไปประกอบพิธีฮัจย์ด้วย “ผู้ที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ซึ่งมีเป้าหมายในการ ขัดเกลาจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ จะต้องใช้ความอุตสาหะ เสียสละ และอดทนต่อความยากล�ำบาก การท�ำฮัจย์เป็นสิง่ ทีม่ สุ ลิมทัว่ โลกหวังว่าจะต้องปฏิบตั ศิ าสนกิจทางศาสนาให้ ส�ำเร็จในครัง้ หนึง่ ของชีวติ ” พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าว ทางด้าน นายศักดิ์กรียา บิลแสละ ประธานคณะ กรรมการอิสลามประจ�ำจังหวัดสงขลา หนึ่งในคณะที่ร่วม เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ครั้งนี้ กล่าวว่า ตนเองได้เดิน ทางไปประกอบพิธีฮัจย์มาแล้ว 4 ครั้ง ส�ำหรับการไปท�ำพิธี ฮัจย์ครั้งนี้ยังมีหน้าที่คอยอ�ำนวยความสะดวก ดูแล ช่วย เหลือพี่น้องมุสลิมจังหวัดชายแดนใต้ที่ไปประกอบพิธีฮัจย์ เพื่อให้มีอุปสรรค์และปัญหาน้อยที่สุด “การที่ศอ.บต.มีโครงการส่งเสริมพี่น้องมุสลิมไปประกอบ พิธีฮัจย์ในปีนี้ มีความส�ำคัญมาก ศอ.บต.ได้เข้ามาให้การ สนับสนุนช่วยเหลือให้ผู้ที่ไม่มีความสามารถที่จะเดินทาง ไปฮัจย์ สามารถเดินทางไปท�ำพิธีฮัจย์ได้ ตามเป้าหมาย

ของอิสลาม 5 ประการ พี่น้องมุสลิมมีความพึงพอใจที่ โดย เฉพาะอย่างยิ่งในการคัดเลือกผู้ที่ได้รับโควตาไปฮัจย์ในปี นี้ ถือว่าเป็นธรรมที่สุด เพราะผ่านการคัดเลือกจากคณะ กรรมการในระดับมัสยิสขึ้นไปถึงอ�ำเภอและจังหวัด อีกทั้ง บรรดาผู้ที่ได้รับความสูญเสียจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รบั การคัดเลือกให้รว่ มเดินทางไป ด้วย ต้องขอขอบคุณศอ.บต.ที่ท�ำให้พี่น้องมุสลิมของเรามี ความสุข”นายศักดิ์กรียา บิลแสละ กล่าวในที่สุด

“ผู้ทเี่ ดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ตาม แนวปฏิบตั ขิ องศาสนาอิสลามในครัง้ นี้ ผมถือว่าท่านเป็นเสมือนทูตทีจ่ ะเดิน ทางไปเสริมสร้างสัมพันธไมตรีกับพี่ น้องมุสลิมทัว่ โลก เป็นการเชิดชูศกั ดิศ์ รี ของมุสลิมในประเทศไทยและมาตรฐาน ฮัจย์ของไทย”


14

ศาสนา/วัฒนธรรม

ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

สัมมนาศาสนากับกระบวนการ

สร้างสั น ติ ภ าพในอาเซี ย น เลขาธิการสันนิบาตโลกมุสลิม ยกย่องรัฐบาลไทยเปิดกว้างต่อโลกอิสลาม

จากศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้สัมมนาเรื่อง “ศาสนากับกระบวนการสร้างสันติภาพใน อาเซียน” โดยในวันที่ 17-18 มีการสัมมนากันที่ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ จากนัน้ คณะผูร้ ว่ มสัมมนาได้เดินทางลงจังหวัด ชายแดนภาคใต้ เพื่อเข้าร่วมสัมมนาฯ ที่มหาวิทยาลัยอิสลาม ยะลา และมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ปัตตานี รวมทั้งเข้าเยี่ยมชมมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี และวัดนรตานี สโมสร จังหวัดปัตตานี ทัง้ นีเ้ มือ่ วันที่ 19 กันยายน 2555 ทีห่ อ้ ง ประชุม มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ดร.นลินี ทวีสนิ รัฐมนตรีประจ�ำ ส�ำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี เปิดการสัมมนา ศาสนากับกระบวนการ สร้างสันติภาพในภูมภิ าคอาเซียน ซึง่ จัดขึน้ โดยสันนิบาตโลกมุสลิม สภาศาสนสัมพันธ์ แห่งประเทศไทย สถาบันสิทธิมนุษยชน และสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และ มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา โดยมี ดร. อับดุลลอฮ์ บิน อับดุลมุห์สิน อัต-ตุรกีย์ เลขาธิการสันนิบาตโลกมุสลิม สมเด็จ-

ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Social and Cultural Community : ASCC) ซึ่งเป็นเสาหลักต้นหนึ่ง ในประชาคมอาเซียนที่ก�ำลังจะเปิดประตูอย่างเป็นทางการใน ปี 2558 จะท�ำให้พรมแดนทางสังคม ศาสนาและวัฒนธรรมใน กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนมีพื้นที่กว้างใหญ่มากขึ้น ในการ สร้างโอกาส กิจกรรมการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทางศาสนา และวัฒนธรรมระหว่างประเทศเพื่อนบ้านใน ประชาคมอาเซียน ซึง่ จะเป็นการปูทางสูค่ วามสัมพันธ์อนั ดีระหว่างศาสนิกของ แต่ละศาสนา ที่มีความหลากหลายอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศ สมาชิกอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต และในที่สุดความ สัมพันธ์อันดีนี้จะเป็นฐานที่มั่นคงและแข็งแกร่งต่อประชาคม การเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political and Security : APSC ) และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ในระยะยาวต่อไป ในกลุ่มประเทศสมาชิกของประชาคมอาเซียนนั้น ยังมี ความขัดแย้งเกิดขึ้นในบางพื้นที่ ซึ่งอาจจะเป็นความขัดแย้งที่ มี ความสัมพันธ์ทางตรงหรือทางอ้อมกับศาสนาหรือศาสนิก ในพื้นที่นั้นๆ รวมถึงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ซึ่ง ได้สร้างความสูญเสียต่อชีวติ และทรัพย์สนิ ตลอดจนสร้างความ ไม่ไว้วางใจกันในหมู่ศาสนิกชนทั้งหลาย พระมหารัชมังคลาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะ หนเหนือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำ� นวยการบริหาร เพื่อเป็นเวทีและสะพานเชื่อมระหว่างผู้น�ำศาสนาและ จังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา ประชาชนทั่วไป ในการน�ำหลักการศาสนาที่ถูกต้องใช้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา พระราชวราจารย์ ประธาน ในกระบวนการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม สภาศาสน ร่วมศาสนาเพื่อสันติภาพ สภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย สัมพันธ์แห่งประเทศไทย ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของผู้น�ำ และผู้น�ำทางศาสนาในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน คณะ ศาสนาในพื้นที่ 5 ศาสนา คือ อิสลาม พุทธ คริสต์ ซิกข์ กรรมการสภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย นักวิชาการสันติ และฮินดู จึงได้จัดสัมมนานานาชาติในระดับอาเซียนขึ้น วิธีและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสัมมนาจ�ำนวน 200 คน เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างผู้น�ำศาสนาต่างๆ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัย ในกลุม่ ประเทศสมาชิกอาเซียน ในการจัดการปัญหาความขัดแย้ง อิสลามยะลากล่าว ว่า การจัดสัมมนานานาชาติครัง้ นีม้ ศี าสนิก ทางศาสนาหรือความขัดแย้งอื่นๆ ที่สามารถใช้หลักการ 7 ศาสนาจาก 13 ประเทศมารวมตัวในประเทศไทย เพื่อ และกระบวนการทางศาสนาเข้าไปเยียวยา อันจะน�ำไปสู่ เตรียมรับประชาคมอาเซียนใน 3 ปีข้างหน้า เป็นการสร้าง การสร้างสันติภาพอันยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียนต่อไป ความเข้าใจระหว่างศาสนิกที่นับถือศาสนาต่าง ๆ การประชุม วันนี้ต่อเนื่องจากการประชุมที่กรุงเทพมหานครเมื่อ 2 วันก่อน โดยเมื่อวันที่ 17 - 19 กันยายน 2555 สันนิบาตโลกมุสลิม เป็นความก้าวหน้าเกินกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ เป็นงานน�ำร่องที่ดี สภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย (RfP - IRC Thailand) ทีจ่ ะท�ำกันอย่างต่อเนือ่ งทุกปีในประเทศอาเซียน ส�ำหรับปัญหา สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ เห็นว่าไม่มีอะไรดีไปกว่าการน�ำ และมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ด้วยการสนับสนุนงบประมาณ ศาสนาเข้ามาช่วยแก้ปญั หาต่าง ๆ อย่างไรก็ตามปัญหาภาคใต้

ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งในเรื่องของศาสนา ดร.อับดุลลอฮ์ บิน อับดุลมุห์สิน อัต-ตุรกีย์ เลขาธิการ สันนิบาตโลกมุสลิม กล่าวว่า ราชอาณาจักรไทยถือเป็นแหล่ง บรรจบระหว่างวัฒนธรรมต่างๆ เช่น จีน อินเดีย และอิสลาม วันนีม้ แี นวโน้มทีด่ ยี งิ่ ในการเปิดกว้างและการเอาใจใส่เพิม่ มาก ขึน้ ต่อสิทธิ ของกลุ่มชาติพันธุ์และศาสนาต่าง ๆ ที่หลากหลาย ซึง่ จะส่งผลต่อความมัน่ คงและความสันติสขุ ในสังคม และเพิม่ สถานะความน่าเชือ่ ถือในสายตาของประชาคมอาเซียน รวมถึง ยกระดับบทบาทของไทย ในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง วัฒนธรรมต่าง ๆ “ทั้งนี้เพื่อเป้าหมายในการช่วยเหลือเกื้อกูลกันบนจุดรวม แห่งมนุษยธรรม การเผยภาพลักษณ์ที่ถูกต้องของอิสลาม และ แยกให้เห็นภาพความแตกต่างระหว่างอิสลามกับรูปแบบความ สุดโต่ง ทีถ่ กู น�ำมาพาดพิงกับอิสลามโดยรูเ้ ท่าไม่ถงึ การณ์ พร้อม กับการรณรงค์วา่ การก่อการร้ายจากคนบางคนในกลุม่ ของชาว

มุสลิม เป็นวิธีการที่ไม่ได้รับการยอมรับโดยบทบัญญัติอิสลาม และเป็นสิ่งที่อิสลามปฏิเสธ เป็นปรปักษ์กับวิธีการนั้นด้วย” เลขาธิการสันนิบาตโลกมุสลิม ยังกล่าวชมเชยและยกย่อง รัฐบาลไทย ที่แสดงให้เห็นถึงการเปิดกว้างต่อโลกอิสลาม และ ความพยายามทุม่ เทเพือ่ ร่วมมือกับสันนิบาตโลกมุสลิม โดยหวัง ว่าจะได้เห็นบทบาทและความพยายามทีเ่ พิม่ มากขึน้ ในการยก ระดับการสานเสวนาระหว่างประชาชาติต่าง ๆ ทุกอารยธรรม ทั่วโลก บนเส้นทางการสร้างความดีงามและความมั่นคงแก่ มนุษยชาติทั้งมวล


ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

ศาสนา/วัฒนธรรม

ผู้น�ำทางศาสนาในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน คณะกรรมการสภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย นักวิชาการสันติวิธี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสัมมนา “ศาสนากับกระบวนการสร้างสันติภาพในภูมิภาคอาเซียน” ประชุมสัมมนา ณ มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา จากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมชมมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี และวัดนรตานีสโมสร จังหวัดปัตตานี เมื่อ วันที่ 19 กันยายน 2555

15


16 ความเคลื่อนไหว

ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

“เครือข่ายวิชาการเพื่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” จับมือ ศอ.บต. และ สกว. สร้างองค์ความรู้แก้ปัญหา จชต.

เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 16 กันยายน 2555 ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารเอนกประสงค์ ศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และส�ำนักงานกองทุนสนับสนุน การวิ จั ย โดยความร่ ว มมื อ ย่ า งดี ยิ่ ง จากสถาบั น การ ศึกษาหลักในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช มงคลศรีวิชัย ได้มีการจัดประชุมลงนามบันทึกความร่วม มือเครือข่ายวิชาการเพือ่ การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกับการจัด การอภิปราย หัวข้อ “องค์ความรู้ที่ส�ำคัญ ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้” โดยมีผเู้ ข้ารวม ประชุมจ�ำนวนมากกว่า 170 คน มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการแสดงเจตจ�ำนงร่วมกัน ของเครือข่ายวิชาการทีจ่ ะพัฒนา ความร่วมมือทางวิชาการ กับ ศอ.บต. และส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย เป็น “เครือข่ายวิชาการเพื่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” เพื่อท�ำหน้าที่ในการพัฒนางานวิชาการของพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ได้แก่ การศึกษาวิจัยเพื่อการแก้ไขปัญหา ปัญหาและเพื่อการพัฒนา การพัฒนาการบริหารจัดการ แบบมีส่วนร่วม การสร้างนวัตกรรมและการเรียนรู้ การ สร้าง พัฒนาและจัดการองค์ความรู้ท่ีจ�ำเป็นต่อการแก้ไข และพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การติดตามและประเมิน ผล รวมถึง การพัฒนาระบบการติดตามและประเมินผล การปฏิบัติงานตามแผนงาน โครงการภายใต้แผนปฏิบัติ การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และยุทธศาสตร์ด้าน การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจุดมุ่งหวังสูงสุด นั้นคือ การใช้องค์ความรู้และ นวัตกรรมที่สร้างโดยคนในพื้นที่เข้ามาใช้แก้ไขปัญหาและ พัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้


ความเคลื่อนไหว

ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

“องค์ความรู้ที่ส�ำคัญในการแก้ ไขปัญหา

จังหวัดชายแดนภาคใต้”

พันต�ำรวจเอก ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. ให้เกียรติกล่าวต้อนรับและกล่าวถึง วัตถุประสงค์ของการจัดงานการประชุมลงนาม บันทึกความร่วมมือเครือข่ายวิชาการเพื่อการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ และบรรยาย หัวข้อ “องค์ความรู้ที่ส�ำคัญในการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้”

: ภูมิปัญญาของคนพื้นที่แก้ไขปัญหาของพื้นที่ ทั้งนี้ ศอ.บต. ตระหนักดีกว่าความรู้ซึ่งเกิดขึ้นจาก ภูมปิ ญั ญา ประสบการณ์การแก้ไขปัญหาและการสนองตอบ ต่อการปรับตัวเพื่อการด�ำรงชีวิตของคนในสังคมจังหวัด ชายแดนภาคใต้ จ�ำเป็นจะต้องให้คนในพื้นที่ ซึ่งได้แก่ นักวิชาการและคณาจารย์ทอี่ ยูใ่ นพืน้ ที่ ได้เข้ามามีสว่ นร่วม ในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหา โดยอาศัยพลังและ ศักยภาพของคนในพื้นที่ด้วยกันเอง รวมถึง ผลจากการ ศึกษาวิจัยต่าง ๆ จะต้องถูกน�ำไปพัฒนาประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของการปฏิบตั งิ านของทุกส่วนราชการ ทัง้ ในระดับส่วนกลาง ภูมิภาค และพื้นที่ตลอดจนหน่วยงาน และภาคีองค์กรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาและ พัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปในอนาคต : มิติทางวิชาการใช้ประโยชน์จากข้อมูลในพื้นที่จริง พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. ได้ กล่าวถึงประโยชน์และความส�ำคัญ ทีจ่ ะน�ำมิตทิ างวิชาการ มาใช้ในการขับเคลือ่ นการปฏิบตั งิ านของส่วนราชการหลาย ต่อหลายเรื่อง โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มี การจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ถูกต้องตามหลักวิชาการ และ เป็นข้อมูลที่มาจากประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ซึ่งจะ เป็นตัวแทน หรือเป็นเสียงสะท้อนความจ�ำเป็น และความ ต้องการของประชาชนที่ดีที่สุด เพื่อน�ำไปใช้ประโยชน์ ในการปรับปรุงและพัฒนาแผนปฏิบัติงาน โครงการและ กิจกรรมของรัฐให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่อย่าง แท้จริง : อะไรคือตัวชี้วัดความส�ำเร็จ เลขาธิการ ศอ.บต. ยังได้กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมเพื่อ ให้ที่ประชุมเห็นว่าอะไรเป็นตัวชี้วัดของความส�ำเร็จในการ แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึง่ เป็นค�ำถามทีท่ กุ คน ตอบไม่เหมือนกัน และอะไรคือปัญหาอุปสรรค์ในการ แก้ไขปัญหา ค�ำตอบก็ไม่เหมือนกัน และในที่สุด ก็จะพบ

ว่าแผนงานโครงการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทที่ กุ คน อ้างว่า เกิดจากความต้องการประชาชนจริง บางทีแนวทาง โครงการก็ เ ป็ น แค่ ค วามรู ้ จ ากคนท� ำ โครงการ วิ สุ ท ธิ์ สิงห์ขจรวรกุล บอกว่าภาคใต้ดี ได้ท�ำโครงการ ได้ใช้เงิน ได้ใบเสร็จแต่ไม่ได้ใจ หรือก�ำนันโต๊ะเด็ง บอกว่าไม่ได้ สมองมาแก้ปัญหา เลขาธิการ ศอ.บต. มีความหวังว่า จะขับเคลื่อนเครือข่ายทางวิชาการเพื่อการพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ โดยค�ำนึงถึงความสมดุลระหว่างทฤษฎี กับการปฏิบัติ : อาชญากรที่เกี่ยวกับอุดมการณ์ พันต�ำรวจเอก ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าว อีกว่า สังคมใดสามารถบังคับให้สมาชิกทุกคน ยอมปฏิบัติ ตามในทุกเรื่อง ทุกสถานการณ์ โดยไม่มีข้อแม้ สังคมนั้น เป็นสังคมมีลักษณะเผด็จการที่นิยมการกดขี่ ไม่เปิดใจ ไม่ ยอมรับการริเริ่มใหม่ ๆ บุคคลที่ปรารถนาอิสรภาพ หรือ เสรีภาพ มีความริเริ่มใหม่จ�ำนวนมาก จะถูกกล่าวหาเป็น อาชญากร อย่างเช่น โสรเครติส นักปราชญ์โบราณที่เป็น ผูว้ างรากฐานปรัชญาตะวันตก หรือประชาธิปไตย เมือ่ 2400 ปี

ที่แล้ว ท่านถูกฆ่าตายด้วยการกรอกยาพิษ แต่ก่อนตาย หนังสือได้อ้างค�ำกล่าวส่วนหนึ่ง ด้วยการมองโลกอีกแง่ หนึ่งว่า ความตายนั้นไม่ได้น่ากลัวเลย เมื่อเทียบกับความ ชั่วร้ายที่ถาโถมเข้าใส่เราอย่างรวดเร็ว ถ้าความตายเปรียบ เสมือนการนอนหลับ ที่ปราศจากความฝัน จะมีการนอน หลับชนิดใดเล่าที่สุขไปกว่านี้ ถ้าความตายท�ำให้เราได้พบ บุรุษที่ยิ่งใหญ่ของทุกองค์กรที่ได้ล่วงลับไปแล้ว จะยิ่งเป็น โอกาสที่ดีที่เราได้พบปะสังสรรค์ และได้ไต่ถามเขาเหล่า นั้นถึงปัญหาต่างๆ หรือกรณีของกาลิเลโอทีไ่ ด้รบั การขนานนามว่า เป็นบิดา แห่งวิทยาศาสตร์ หรือดาราศาสตร์ในปัจจุบัน ในยุค ค.ศ. 16-18 หรือ 600 กว่าปี โดยสถานการณ์ในช่วงนั้นมีการล่า แม่มด และมีการสังหารแม่มดไปกว่า 200,000 คน กาลิเลโอ เป็นผู้หนึ่งที่ถูกตัดสินจากการไม่ยอมเปลี่ยน ถ้าให้การว่า ดวงอาทิตย์ไม่ได้หมุนรอบโลก และที่ส�ำคัญเมื่อได้ตัดสิน

แล้ว ท่านก็ยงั มีอดุ มการณ์ทคี่ ดิ ค้นงานทีไ่ ด้เป็นบิดาดาราศาสตร์ สุดท้าย ก็ตาบอด และตายอยู่ในคุก เหล่านี้คือ อาชญากรที่เกี่ยวกับอุดมการณ์ : สถาบัน “ปอเนาะ” อยู่คู่ชายแดนใต้มา 1,000 ปี “ทุกท่านที่อยู่ในที่นี้ ต้องมาช่วยกันวิจัยประเมินผล ศอ.บต. ไม่ได้คดิ ว่าเป็นเพียงผูใ้ ห้เงิน และได้รบั ใบเสร็จ และมีคนรับเงิน มีรถขี่ มี ความเจริญ ทุกคนคาดหวังให้เกิดสันติสขุ อย่างกรณี เรือ่ ง “ปอเนาะ” กับ หน่วยงานความมัน่ คงเป็นสิง่ ทีย่ าก มีความเข้าใจคลาดเคลือ่ นกันอยูม่ าก แต่อยากให้รู้ว่า “ปอเนาะ” อยู่กับจังหวัดชายแดนภาคใต้มาเป็นเวลา 1,000 ปี อยากให้เห็นมุมมองว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเกิด เหตุหรือไม่เกิดเหตุรนุ แรง “ปอเนาะ” ก็ยงั อยูค่ กู่ บั จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่นเดิม มิใช่เกิดเหตุแล้ว ปอเนาะเป็นที่ถูกเพ่งเล็ง วันนี้เป็นการเปิด เวทีเพื่อจะได้ช่วยกันท�ำงาน ท�ำความคลาดเคลื่อนให้ถูกต้องกันต่อไป” เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าว

17


18 ความเคลื่อนไหว

ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

การอภิปราย หัวข้อ “องค์ความรู้ที่ส�ำคัญ ในการแก้ ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้” ผู้อภิปราย : นายวันฮามัด โตะอาดัม กรรมการอิสลามประจ�ำจังหวัดยะลา ท�ำไมหลังจากนัน้ แม้มสุ ลิมยอมรับว่า ตนเองเป็นคนไทยถึงร้อยละ 99 แต่ทำ� ไมเหตุการณ์ยงั ไม่สงบ เป็นการตัง้ ค�ำถาม

ขอย้อนรอยประวัติศาสตร์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลัง จากการเสียชีวติ ของหะยีสหุ ลง ซึง่ ในขณะนัน้ ตนเองยังอยูช่ นั้ ประถมศึกษาปีที่ 2 ไม่มกี ารพบศพ และไม่รวู้ า่ ศพอยูท่ ไี่ หน ท�ำให้ชาวบ้านโกรธมาก เพราะหะยีสหุ ลงเป็นโต๊ะครูทชี่ าวบ้าน พึง่ พามากในเรือ่ งความรูท้ างศาสนา ดังนัน้ เมือ่ ไม่มที างแก้ ปัญหา ไม่มกี ารค้นหาความจริงเช่นในปัจจุบนั จึงเกิดเป็น กลุม่ ขบวนการต่าง ๆ เพือ่ สืบทอดการต่อสูต้ ามอุดมการณ์ ต่อไป เช่น BNPP BRN และกลุม่ พูโล ซึง่ ก็ได้มกี ารแตกกลุม่ ย่อย ไปอีกเป็นจ�ำนวนมาก ในเบือ้ งต้นหลังการตายของ หะยีสหุ ลง ก่อนหน้านัน้ มีการต่อสูข้ องคนในพืน้ ที่ ๆ ทีส่ ญู เสียเอกราช แต่เป็นการ ต่อสูท้ ไี่ ม่มอี ดุ มการณ์ หรือมีไม่มาก แต่เมือ่ มีการตายของ หะยีสหุ ลง การต่อสูข้ องคนในพืน้ ที่ ไม่มจี ดุ สิน้ สุด หรือ หาจุดลงไม่ได้ เพราะเป็นการต่อสูท้ อี่ าศัยอุดมการณ์ ซึง่ เป็นการต่อสูท้ ยี่ ากจะจบลงไปได้งา่ ย ๆ การต่อสูม้ วี ธิ กี าร จ�ำนวนมากทีจ่ ะเอาชนะ จึงไม่ได้ตดิ อยูก่ บั อาวุธต่าง ๆ ที่ ใช้ แต่แนวทางในการต่อสูม้ มี าก แรงกว่า เหนือกว่า และ ดีกว่าของฝ่ายรัฐทีม่ อี ยูใ่ นพืน้ ที่

ต้องตอบว่าก่อนหน้านั้นมีมุสลิมไม่ได้เรียนหนังสือเป็น จ�ำนวนมาก แต่เมือ่ มุสลิมเป็นไทยมากขึน้ มีสญั ชาติไทยเป็น จ�ำนวนมาก มีปญั ญาชนมุสลิมเกิดขึน้ เป็นจ�ำนวนมาก ปัญญา ชนกลุม่ นีร้ สู้ กึ ว่าตนได้รบั การกดขี่ แต่ชาวบ้านไม่ได้รสู้ กึ แบบ นัน้ เพราะรัฐบาลเข้าไปให้ความช่วยเหลือ ชาวบ้านจึงมิได้ คนในพืน้ ที่ อีกร้อยละ 80 เป็นคนนอกพืน้ ที่ คิดที่จะต่อต้านรัฐเท่าไร แต่กลุ่มที่มีพลังในการต่อสู้กับรัฐ การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพืน้ ที่ จังหวัดชายแดนภาค ใต้ มักมีการให้เหตุผลว่า ต้องแก้ ทีก่ ารศึกษา เศรษฐกิจ แต่ ไม่คอ่ ยมีการพูดถึงกันมากนักในการแก้ไขการปกครอง และ การบริหาร ซึง่ ต้องการการแก้ไขอย่างมาก ในความเป็นจริง การแก้ไขปัญหาการศึกษาและเศรษฐกิจนัน้ คนในพืน้ ทีม่ กี าร แก้ไขของตนเองได้แล้ว เพราะได้ใช้ความรูท้ ไี่ ด้ไปร�ำ่ เรียนมา จากต่างประเทศมาใช้ในการแก้ไขปัญหา แต่ในการแก้ไขการปกครองและการบริหารนัน้ ไม่มสี ทิ ธิ ในการแก้ไขเลย ดังนัน้ การแก้ไขปัญหาของทีน่ ี้ ทีจ่ ะแก้ไข ให้ทกุ อย่างจบลง จะต้องแก้ไขทีก่ ารบริหาร จะต้องมีการพูด คุยหารือกันในเรือ่ งองค์กรบริหารเป็นอย่างมาก จึงเรียกร้อง กลับเป็นปัญญาชนมุสลิม ทีร่ สู้ กึ ว่าพวกตนถูกขดขีด่ ว้ ยระบบ ให้มกี ารตรากฎหมายและต้องการ สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร การเมืองการปกครอง การบริหารในพืน้ ที่ สังเกตว่าพวกนี้ และสมาชิกวุฒสิ ภาของจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นผูเ้ สนอ เป็นกลุม่ ทีม่ กี ารศึกษาสูงจากต่างประเทศ แต่เจ้าหน้าทีร่ ฐั ใน กฎหมายทีม่ กี ารเลือกตัง้ จากคนในพืน้ ที่ ทัง้ นี้ โดยทีไ่ ม่มคี วามจ�ำเป็นทีผ่ จู้ ะสมัครเข้ารับการคัด พืน้ ทีส่ ว่ นใหญ่เป็นคนจากนอกพืน้ ทีท่ เี่ ข้ามาท�ำงานในพืน้ ที่ ซึง่ มีทงั้ คนเก่งและคนไม่เก่งเป็นจ�ำนวนมาก แม้แต่ใน ศอ.บต.เอง เลือกจะต้องเป็นมุสลิมเพียงผูเ้ ดียว แต่ผทู้ เี่ ป็นพุทธก็สามารถ ก็มบี คุ ลากรทีอ่ ยูใ่ นแนวหน้า เป็นคนนอกพืน้ ทีเ่ ป็นส่วนใหญ่ สมัครได้ เพราะเป็นคนไทยเหมือนกัน เป็นไทยเดียวกัน ดังนัน้ เพือ่ เป็นการลดความรูส้ กึ ของกลุม่ ปัญญาชนส่วนนี้ คนไทยปกครองคนไทย ไม่แปลกเลย แต่ทผี่ า่ นมา คนใน ควรจะมีการตรากฎหมายทีใ่ ห้โอกาสคนในพืน้ ทีใ่ ช้สทิ ธิในการ พืน้ ทีม่ ผี วู้ า่ ราชการจังหวัดทีเ่ ป็นมุสลิมเพียงคนเดียว จากช่วง เลือกตัง้ ต�ำแหน่งต่าง ๆ ในพืน้ ที่ เช่น นายอ�ำเภอ ผูว้ า่ ราชการ 36 ปีทผี่ า่ นมา คือ นายธีระ มินทราศักดิ์ ผูว้ า่ ราชการจังหวัด จังหวัด ทัง้ นี้ ถือตามสถิตทิ บี่ อกว่าข้าราชการร้อยละ 20 เป็น ปัตตานี


ความเคลื่อนไหว

ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

ผู้อภิปราย : ศ.ดร. ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ ศาสตราจารย์ประจ�ำภาควิชาการเมืองและการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วันนี้มีความตั้งใจมาพูดกับท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัย 6 เรือ่ ง ตามหัวข้อ “องค์ความรูท้ จี่ ำ� เป็นต่อการแก้ไขปัญหาและ พัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” ประเด็นที่ 1 มีคำ� ถาม 4 ค�ำถามเกีย่ วกับความรู้ คือ 1. ความรูท้ วี่ า่ เป็นความรูแ้ บบไหน (เพราะมีการอ้างถึงความ รูเ้ ป็นจ�ำนวนมาก) 2. ถ้ามีความรูแ้ ล้วจะใช้ความรูอ้ ย่างไร (ความรูเ้ หมือนกัน ใช้ไม่เหมือนกัน ผลทีอ่ อกมาก็ตา่ งกัน) 3. ความรูท้ มี่ ใี ครจะใช้ (คนบางคนใช้แล้วมีประสิทธิภาพมาก แต่บางคนใช้แล้วไม่มปี ระสิทธิภาพ ไม่ใช่เพราะว่าไม่มฝี มี อื แต่ อาจขาดการบริการเรือ่ งอืน่ ๆ) 4. ใช้ไปเพือ่ อะไร ประเด็นที่ 2 พัฒนาการของรัฐในเรือ่ งความรู้ เป็นเรือ่ ง ทีน่ า่ สนใจเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเจ้าหน้าทีร่ ฐั ซึง่ สามารถ แบ่งคนในภาครัฐเป็น 2 ส่วนคือ 1.ไม่สนใจจะใช้ความรูใ้ นการแก้ไขปัญหา หรือพวกไม่ เห็นความส�ำคัญของความรู้ 2. เจ้าหน้าทีท่ ไี่ ม่ได้ใช้ความรู้ แต่คดิ ว่าตัวเองใช้ เป็น กลุม่ จ�ำพวกทีใ่ ช้แต่ขอ้ มูล แต่นกึ ว่าตนเองใช้ความรู้ ซึง่ ใน ความเป็นจริง “ข้อมูล” และ “ความรู”้ เป็นของ 2 อย่างทีไ่ ม่ เหมือนกันเลย เช่น การบอกว่ามีคนตายเป็นจ�ำนวนเท่าไร ในเวลา 8 ปีทผี่ า่ นมา สิง่ นีเ้ ป็นข้อมูล แต่ไม่ใช้ความรู้ การ บอกความถีใ่ นการระเบิดมีเท่าไร เป็นข้อมูล แต่ไม่ใช่ความรู้ ข้อมูลจะเป็นความรูเ้ มือ่ มีการน�ำข้อมูลมาจัดระเบียบด้วย ทฤษฎี แนวความคิดบางอย่าง ข้อมูลจึงจะเป็นความรู้ เช่น ราคาที่ดินในปัตตานีสูงขึ้นในเวลานี้ ค�ำถามที่น่า สนใจคือข้อมูล แต่การอธิบายจะต้องอาศัยความรูเ้ ป็นการ อธิบาย เพราะเหตุการณ์ความไม่สงบยังคงมีอยู่ในพื้นที่ แต่ราคาทีด่ นิ ก็ยงั พุง่ สูงอยู่ มีการก่อสร้างเป็นจ�ำนวนมาก เป็นต้น เป็นปรากฎการณ์ทนี่ า่ สนใจ ในการใช้ขอ้ มูลและ ความรูไ้ ปใช้ในการอธิบาย บางทีภาครัฐก็มกี ารใช้ขอ้ มูลที่ มีการจัดระเบียบ แต่เป็นข้อมูลทีม่ กี ารจัดระเบียบทีไ่ ม่ดสี กั เท่าไร ความรูท้ ใี่ ช้กเ็ ลยกระท่อนกระแท่น

ทางสันติภาพในประเทศต่าง ๆ แถบเอเชียที่ดีขึ้น ยกเว้น ประเทศไทยเพียงแห่งเดียวที่แย่ลงในหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ กรอบการศึกษาในเรือ่ งนีแ้ บ่งความขัดแย้งเป็น 3 ประเภท คือ - ความขัดแย้งระดับชาติ (National conflict) - ความขัดแย้งชายแดน (Border Conflict) - ความขัดแย้งในชาติพนั ธ์ ศาสนา (Radical Conflict) โดยกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาในประเทศแถบเอเชีย มีเพียง ประเทศไทยเท่านัน้ ทีม่ คี วามสอดคล้องกับกรอบการศึกษา คือ มีความขัดแย้งทุกอย่างทีก่ ล่าวมา และเมือ่ วันศุกร์ทผี่ า่ นมา (14 ก.ย. 2555) ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ Prof. Anison กล่าวว่า อังกฤษ (Wale และ Scotland) ทีม่ กี ารปกครองเป็น Autonomy การแก้ไขปัญหาทัง้ ปัญหาชายแดนและ ความขัดแย้งในภาคใต้ เป็นความไม่เข้าใจของสังคมไทยเกีย่ วกับความเป็นรัฐเดียวทีย่ งั ยึดติดกับนิยามแบบเดิม กุญแจความส�ำเร็จอยูท่ ี่ “การเมืองของชาติ” C3 - Compassionate ความรูท้ จี่ ำ� เป็นในการแก้ไขปัญหาใน 2. วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกจากเยอรมันนี (University พืน้ ทีจ่ ำ� เป็นต้องมีความเมตตาธรรมเป็นหลัก โลกนีส้ งิ่ ทีค่ มุ้ ครอง of Passau) โดยศึกษากระบวนการ BRN Coordinate มีขอ้ ค้น อาจไม่ใช่ความยุตธิ รรมแต่เป็นความเมตตา พบหลายประการ เช่น ประเด็นที่ 5 หน้าที่ของมหาวิทยาลัย ความรู้ที่ - ผูก้ อ่ การร้ายเป็นใคร - การแก้ปญั หา ต้องเน้น Actor และให้ความส�ำคัญกับ มีมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่รับใช้อะไร (รับใช้รัฐบาล, รัฐ, ประชาชน) แต่มหาวิทยาลัยควรจะรับใช้ความจริง เพราะ Agency งานวิจยั ชิน้ ที่ 3 ของ Prof. Duncan McCargo จาก Uni- มหาวิทยาลัยถือก�ำเนิด ด�ำรงอยู่เป็นไป เพื่อรับใช้ความ versity of Leeds ซึง่ เป็นนักวิจยั ทีม่ ชี อื่ เรือ่ งและได้รบั รางวัลการ จริงและความจริงนัน้ รัฐอาจจะไม่ชอบ รัฐบาลอาจไม่พอใจ วิจยั มากมาย ข้อค้นพบของ McCargo พบว่าความขัดแย้งใน ประชาชนอาจจะไม่เห็นด้วย แต่ตอ้ งยืนอยูบ่ นความจริง ภาคใต้เกีย่ วกับความชอบธรรม และรัฐไทยหมดสิน้ หวัง ซึง่ ความ ประเด็นที่ 6 ความรูท้ จี่ ะรับใช้ความจริงและมีเมตตาธรรม ชอบธรรมทีเ่ พียงพอต่อการเผชิญกับผูก้ อ่ การ จึงพยายามเดิน เข้าหาหนทางสถาปนาสายสัมพันธ์ความชอบธรรมกับกรุงเทพ หากคิดไม่ออก ลองมอง/คิดถึงคนทีต่ วั เล็กทีส่ ดุ อ่อนแอทีส่ ดุ และปัตตานีเสียใหม่ โรคทีร่ ฐั ไทยเป็นเรียกว่า “ความชอบธรรม เดือดร้อนทีส่ ดุ และถามว่าสถานการณ์ตา่ งๆ เหล่านีก้ ระทบชีวติ เขาอย่างไร ช่วงนีส้ ะท้อนค�ำตอบจากนิยายเรือ่ งหนึง่ ชือ่ “ช่างซ่อม บกพร่อง”

ประเด็นที่ 4 ความรูท้ จี่ ำ� เป็นในสถานการณ์รนุ แรงควรเป็น ความรูท้ มี่ คี ณุ สมบัติ 3 C คือ C1 - Critical เป็นความรูเ้ ชิงวิพากษ์ ซึง่ จะมีประโยชน์ตอ่ การแก้ไขปัญหาในขณะนี้ อะไรผิดก็บอกกันตรง ๆ C2 - Creative เป็นความรูท้ สี่ ร้างสรรค์ไม่ตดิ กับ “กับดัก” ทางปัญญา งานเดินไม่ออก ก้าวไปไม่ได้ เช่น เมือ่ พูดถึงการ ปกครองจะต้องมีการพูดถึงการปกครองแบบอืน่ ๆ ทีม่ ใิ ช่การ ปกครองระดับชาติ ส่วนกลางและท้องถิน่ เท่านัน้ แต่อยูภ่ ายใต้ กรอบรัฐธรรมนูญของไทย มีการพูดถึง Autonomy ต้องมีการ ท�ำความเข้าใจใหม่วา่ “รัฐเดียว” หมายถึงอะไร ทีส่ อดคล้อง กับประเทศไทย เช่น 1. เป็นประชาธิปไตย 2. เป็นระบบรัฐสภา ประเด็นที่ 3 ความรูจ้ ากต่างประเทศ ได้แก่ 3. เป็นรัฐเดียว และ 1. โครงการวิจัยที่ท�ำที่ Cleo โดย Research Institute 4. มีสถาบันกษัตริยท์ รงเป็นประมุข of Moslow, Sweden. ที่มีการศึกษาเกี่ยวกับแนวโน้มใน ซึง่ คุณลักษณะทัง้ 4 ประการ มีประเทศญีป่ นุ่ (โตกินาว่า) และ

ตุก๊ ตาแห่งอคาเซีย” ทีเ่ รียกชีวติ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้วา่ “ชีวติ ทีแ่ สนน่ารักอย่างบัดซบ” เพราะการทีค่ ณุ มีชวี ติ อยูใ่ นเมืองทีแ่ สน น่ารักอย่างบัดซบอย่างนี้ โลกไม่เคยตระหนักถึงการมีอยูข่ องคุณ ไม่เคยมีใครรับรูถ้ งึ การมีอยูข่ องคุณ แต่วา่ คุณล้มหายตายจากไป ทุกคนจึงเริม่ สังเกตว่า คุณเคยมีชวี ติ อยูใ่ นโลกใบนีเ้ ช่นเดียวกับพวกเขา จากนัน้ โลกทัง้ โลกก็จะเป็นห่วงเป็นใย ไถ่ถามว่า คุณคือใคร ก่อน หน้านีม้ ตี ำ� แหน่งแห่งทีห่ นใด บนดาวเคราะห์ดวงนี้ ต่อมาพวกเขา ก็จะขุดค้น คุย้ แคะโคตรเหง้า เหล่ากอ ของคุณนัน้ เป็นพืชพันธ์ ชนิดไหน แล้วถนนหนทางทุกสายจะทอดยาวโยงใยอยูร่ อบด้าน อันปราศจากลมหายใจของคุณ สุดท้ายทุกคนจะสะทกสะท้านกับ การจากไปของคุณ ราวกับว่า คุณคือคนส�ำคัญคนหนึง่ ในครอบครัว ของพวกเขา แต่วา่ ไม่นานทุกคนก็จะลืมว่า เคยมีคณุ อยูใ่ นโลกใบนี้ เช่นเดียวกับตอนทีค่ ณุ ยังมีชวี ติ โลกไม่เคยรับรูถ้ งึ การมีอยูข่ องคุณ “หน้าทีข่ องวิชาการ คือ พยายามไม่ให้โลกลืมว่ามีบคุ คลเหล่านีอ้ ยู่ ด้วย” ไม่วา่ เขาจะสีอะไร ศาสนาใด เป็นคนแบบไหน เด็กหรือผูใ้ หญ่

19


20 ความเคลื่อนไหว

ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

ผู้อภิปราย : นางจิราพร บุนนาค

อดีตรองเลขาธิการส�ำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิในอนุกรรมาธิการวุฒิสภาหลายคณะ

เจ้าหน้าทีร่ ฐั บางคนคิดแบบเหมารวมไม่แย่กแ็ ย่ เช่น กรณีโรงเรียน อิสลามบูรพา ก็พบความจริงตัง้ แต่ 5 ปีทแี่ ล้วถึงปัจจุบนั ซึง่ ถูกปิด ไปหลายปีจากกรณีกรรมการมูลนิธถิ กู จับและถูกศาลพิพากษาว่า มีความผิดจริงในกรณีการก่อเหตุความไม่สงบ โดยถือเป็นผูก้ อ่ การร้าย ปัจจุบันมีการศึกษาการเตรียมความพร้อมตามพระราชบัญญัติ การยึดทรัพย์ฯ ในฐานะทีก่ รรมการมูลนิธอิ ยูใ่ นกลุม่ ผูก้ อ่ การร้ายด้วย

เมือ่ พูดถึง “ความจริง” ครัง้ สมัยด�ำรงต�ำแหน่ง รองเลขาธิการ สภาความมัน่ คงแห่งชาติ ทีม่ เี ครือข่ายการท�ำงานทีส่ ำ� คัญ เช่น อาจารย์ชยั วัฒน์ อาจารย์รตั ติยา และผูน้ ำ� ศาสนาในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ได้เรียนรูค้ วามจริงในพืน้ ทีท่ ว่ี า่ สังคมในพืน้ ที่ เป็น “สังคมพหุวฒั นธรรม” ทีใ่ ห้ความส�ำคัญกับวิถชี วี ติ ทีอ่ ยู่ บนหลักการศาสนา อัตลักษณ์ ประวัตศิ าสตร์ทเี่ ป็นความภูมใิ จ ในขณะเดียวกันก็พบว่ามีประชาชนส่วนหนึง่ มีความเจ็บปวด จากการกระท�ำของเจ้าหน้าทีร่ ฐั จากอดีตทีผ่ า่ นมา จากการไม่ ยอมรับในวิถชี วี ติ อัตลักษณ์ทหี่ ลากหลายในพืน้ ทีเ่ ท่าทีค่ วรท�ำให้ ถูกเลือกปฏิบตั ิ ดัง่ ทีบ่ าบอมะ พูดถึงความส�ำคัญล�ำดับแรกของคนทีน่ ี้ คือ “ความเป็นธรรม” และต่อมา คือ “การศึกษา” ทัง้ ความ เป็นธรรมและการศึกษา เป็นสิง่ ทีอ่ ยูใ่ นความคิดค�ำนึงของ คนในพืน้ ที่ ไม่วา่ จะชาติพนั ธุไ์ หน เมือ่ พบความจริงท�ำให้ เกิดความคิดต่อยอด หากมีนโยบายทีเ่ กีย่ วข้องกับจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ไม่วา่ จะเป็นความมัน่ คงหรือการพัฒนาที่ เป็นแบบ Top-down จะต้องมีการเรียนรูค้ วามจริงจากคนใน พืน้ ที่ การมีองค์ความรู้ การวิจยั เรือ่ งอะไรก็ตามก็เพราะ ต้องการความจริงจากในพืน้ ทีแ่ ละต้องยอมรับในความจริง ความจริงไม่ใช่ความเจ็บปวดอย่างเดียว แต่มคี วามจริงบาง อย่างทีต่ ดิ ใจด้วย

ช่วง 5 ปี ทีโ่ รงเรียนถูกมองว่าเป็นแหล่งซ่องซุม่ อาวุธและถูก ปิด มีเจ้าหน้าทีห่ น่วยงานด้านความมัน่ คงในค่ายจุฬาภรณ์ ได้ ให้ขอ้ คิดว่า โรงเรียน ครูและนักเรียนไม่ได้มคี วามผิด ท�ำไมต้อง ปิดโรงเรียน ให้นกั เรียนต้องล�ำบาก อาคารเรียนก็ไม่มคี วามผิด นักเรียนก็ไม่มคี วามผิด ครูทไี่ ม่ได้จบั กุมก็ไม่มคี วามผิด แต่ถกู เหมารวมปิดโรงเรียน จนเลขาธิการ ศอ.บต. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้รเิ ริม่ และให้มกี ารเปิดโรงเรียนขึน้ ใหม่

กับภาษาไทย และมีโครงการน�ำร่องหลักโดยมหาวิทยาลัยมหิดล ซึง่ เป็นการด�ำเนินการตามนโยบายภาษาแห่งชาติ แต่โครงการทีด่ ำ� เนิน การโดยกระทรวงศึกษาธิการจะมีความแตกต่างกัน ซึง่ ศอ.บต. ต้อง เข้าไปเรียนรู้ ซึง่ ต้องมีการประเมินผลด้วย

องค์ความรูอ้ กี ประการหนึง่ องค์ความรูใ้ นเรือ่ งของอาหารและ ความคิดเองของ เจ้าหน้าทีร่ ฐั บางคน บางหน่วย เป็นชนวนไปสู่ ของใช้ในชีวติ ประจ�ำวันทีผ่ สมผสานศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี การแตกแยก และไม่รวู้ า่ อะไรควร/ไม่ควร อะไรจะเกิดขึน้ ผลกระทบ เฉพาะท้องถิน่ รวมถึงองค์ความรูข้ องปราชญ์ชาวบ้าน ในทางลบ-บวก อะไรเป็นการสร้างเงือ่ นไขให้ปญั หาความรุนแรงมีมาก องค์ความรูเ้ ป็นเรือ่ งส�ำคัญแต่ไม่ตอ้ งการให้ตวั ตน/กลุม่ คน ขึน้ แต่บางคนก็ยงั ไม่คดิ แบบเชิงบวก และคิดแบบเหมารวม ดังนัน้ การเรียนรูจ้ ากความจริงก็เป็นไปตามความข้างต้น ปัญหา อุปสรรค เท่านัน้ ดังนัน้ ฝ่ายวิชาการ ปฏิบตั แิ ละนโยบายจะเชือ่ โยงความ ส�ำคัญในตอนนี้ ในการขับเคลือ่ นนโยบายการบริหารและการพัฒนา สัมพันธ์ระหว่างองค์ความรูใ้ นตัวตนจากกลุม่ นีไ้ ปสูอ่ กี กลุม่ ได้อย่างไร จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามมาตรา 4 แห่ง พระราชบัญญัตกิ ารบริหาร ทัง้ ใน-นอกพืน้ ที่ ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 ทีก่ ำ� หนดให้ ส�ำนักงาน ประเด็นสุดท้าย คือ ความรูส้ กึ เป็นพวกเดียวกันมีความ สภาความมัน่ คงแห่งชาติ จัดท�ำนโยบายการบริหารและการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึง่ ผ่านการกลัน่ กรอง รับฟังความเห็น การมี ส�ำคัญมากต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทีใ่ ช้ความรุนแรง ส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน จะปฏิบตั ไิ ด้อย่างเป็นรูปธรรม คือ เจ้าหน้าที่ ในพืน้ ที่ ข้อเท็จจริงในปัจจุบนั คือ คนในพืน้ ทีท่ มี่ คี วามทุกข์ บางคนในหน่วยงานความมัน่ คงทีค่ ดิ สวนทางกับนโยบาย โดยเฉพาะ มีปญั หาไม่สามารถพูดได้ตามความจริงอย่างทีค่ ดิ ไม่กล้าให้ เจ้าหน้าทีร่ ะดับกลาง-เจ้าหน้าทีค่ นสุดท้ายในพืน้ ที่ ซึง่ ปฏิบตั โิ ดยสวน ความเห็น กลัวผลการตอบรับ หากเป็นเช่นนัน้ ก็ทำ� ให้การ ทางและไม่เชือ่ มัน่ ก็จะเป็นอุปสรรคต่อการเดินไปข้างหน้า คาดหวัง แก้ไขปัญหาในพืน้ ทีไ่ ม่ตรงจุดก่อให้เกิด คนคิดแทน พูดแทน ว่านักวิชาการทัง้ หลายทีม่ าร่วมคุยกันในวันนี้ ท�ำให้พบความจริง ซึง่ อาจจะตรงบ้างไม่ตรงบ้าง เป็นประเด็นทีต่ อ้ งแก้ไข โดยการ เช่น ทีก่ ล่าวมา ทีน่ ำ� ไปสูก่ ารเสนอแนวทางออกของการแก้ไขปัญหา สร้างเกราะคุม้ กันเพือ่ ให้เขากล้าทีจ่ ะพูด มีพนื้ ทีท่ รี่ สู้ กึ มัน่ ใจว่า สามารถพูดได้อย่างทีค่ ดิ ก็เป็นสิง่ ทีต่ อ้ งท�ำ องค์ความรูท้ สี่ ำ� คัญ คือ องค์ความรูใ้ นตัวคน ซึง่ เป็นสิง่ ทีไ่ ด้รบั ฟัง จากการเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการอิสระเพือ่ ความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) เมือ่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ เห็นความจริงว่าองค์ความรูอ้ ยูท่ ตี่ วั คน ไม่ต้องเรียนหลักวิชาการ แต่มองตัวคนที่มีองค์ความรู้ที่สอดรับ มาตรฐานการพัฒนา มาจากประวัตศิ าสตร์ เช่น องค์ความรูเ้ รือ่ ง ภาษาแม่ ภาษาถิน่ ทีน่ ำ� ไปสูก่ ารเป็นอัตลักษณ์ของพืน้ ที่ ทีม่ ชี าติพนั ธ์ ทีห่ ลากหลาย การให้ความส�ำคัญกับองค์ความรูท้ มี่ ตี วั ตน คือ การให้ ความส�ำคัญกับภาษาทีเ่ ป็นอัตลักษณ์ของตัวคน ซึง่ ต้องท�ำให้เป็นรูป ธรรมจริง เช่น เพลงชาติภาษามลายูของประเทศสิงคโปร์ ป้ายบอก ทาง หรือ ชือ่ สถานทีต่ า่ ง ๆ จะมีภาษามลายู อาหรับ จีน และอังกฤษ อยูร่ ว่ มกัน ซึง่ ในเรือ่ งนี้ ศอ.บต. ก�ำลังด�ำเนินการอยู่

บางภาคส่วนในหน่วยงานด้านความมัน่ คง คิด พูด เขียน ไป ถึงกรรมาธิการวิสามัญว่า ปอเนาะ และ โรงเรียนตาดีกา มีตวั บ่ง ชีเ้ ป็นแหล่งบ่มเพาะกลุม่ ผูก้ อ่ ความไม่สงบ แต่แปลกใจว่าทัง้ เรือ่ งดี และเรือ่ งร้ายในพืน้ ทีม่ กี ารพัฒนาไปอย่างต่อเนือ่ ง การท�ำงานของ ศอ.บต. ในปัจจุบนั มีหลายอย่างทีม่ คี วามเป็น รูปธรรมทีต่ รงและแสดงถึงความจริงใจ สัมผัสได้ เห็นได้ รูส้ กึ ได้ ส�ำหรับประชาชน ซึง่ เป็นข้อมูลทีไ่ ด้รบั จริงจากประชาชน แต่ความ จริงอีกด้านหนึง่ ก็มบี างหน่วยงานด้านความมัน่ คงทีไ่ ม่ยอมรับการ พัฒนาทีเ่ กิดขึน้ ในทางบวก แต่คดิ ในทางลบอยูเ่ สมอ เช่น ปอเนาะ ทีม่ อี ยูม่ า 1,000 ปี ในขณะทีป่ ระเทศมุสลิมต่าง ๆ ไม่มี หรือมี ปอเนาะบ้าง แต่พนื้ ทีน่ ยี้ งั ด�ำรงปอเนาะไว้ได้ดว้ ย ดังนัน้ จึงควร ครัง้ นีร้ ฐั บาลได้เห็นชอบนโยบายแห่งชาติทเี่ สนอโดยราชบัณฑิต ยกย่องให้ “ปอเนาะ” ทีน่ ี้ เป็นวัฒนธรรมของโลก เป็นการคิดเชิง บวกทีท่ ำ� ให้เกิดความสุขและเกิดปัญญาในการคิดต่อได้วา่ อะไร สถาน ซึง่ ขณะนีก้ ำ� ลังด�ำเนินการจัดท�ำยุทธศาสตร์ตามนโยบาย ซึง่ ได้ให้ความส�ำคัญกับการเรียนการสอนภาษาแม่และภาษาถิน่ ควบคู่ แก้ปญั หาอย่างไร

ความขัดแย้งในปัจจุบนั มิใช่ความขัดแย้งกลุม่ อุดมการณ์ตอ่ ต้านรัฐเท่านัน้ แต่มกี ลุม่ ขัดแย้งระหว่างกลุม่ ในพืน้ ทีอ่ ำ� นาจด้วย เพราะไม่คยุ กันด้วยเหตุผล ในขณะทีร่ ฐั และประชาชนจะมีขอ้ มูล ทีข่ ดั แย้งกัน ซึง่ หากมีความจริงทีไ่ ม่เหมือนกัน ก็จะน�ำไปสูก่ าร คิดด้วยเหตุผลทีต่ า่ งกัน ซึง่ ต้องแก้ไขด้วย “ความมีเมตตาธรรม” ประเด็นนีจ้ งึ เป็นสิง่ ส�ำคัญ เพือ่ ไม่ให้เกิดความขัดแย้งทีจ่ ะน�ำไป สูค่ วามขัดแย้ง นอกจากนีย้ งั ต้องมีความรูส้ กึ ห่วงใยในทุกข์สขุ ของคนทีอ่ ยู่ ร่วมกันในท้องถิน่ เดียวกัน สุขทีว่ า่ อะไร คือความภูมใิ จ และท�ำให้ ความภูมใิ จมาหาเรา ความทุกข์ตอ้ งร่วมกันแก้ดว้ ยความห่วงใย เอือ้ อาทร ซึง่ กันและกัน การเห็นคุณค่า ศักดิศ์ รี การมีเกียรติของ คนในพืน้ ทีท่ มี่ คี วามเสมอกันทุกคนเป็นเรือ่ งส�ำคัญทีฝ่ า่ ยวิชาการ จะต้องค�ำนึงถึงประเด็นของการเรียนการสอนด้วย


ความเคลื่อนไหว

ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

ผู้อภิปราย : นายดนัย มู่สา ผู้อ�ำนวยการส�ำนักความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ และชนต่างวัฒนธรรม ส�ำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

กล่าวว่าการจัดงานวันนีม้ คี วามส�ำคัญมากในทางนโยบาย ในเรือ่ งการท�ำ MOU เพือ่ การพัฒนาเครือข่าย การท�ำงานร่วม กันของภาควิชาการในพืน้ ที่ 8 สถาบัน ทีต่ อบสนองต่อนโยบาย การบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยตรง ทัง้ ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการและปัจจัยความส�ำเร็จ ตามที่ ก�ำหนดในพระราชบัญญัตกิ ารบริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้ พ.ศ. 2553 บทบาทของผูส้ นทนาในวันนี้ คือ บทบาท ของผูน้ ำ� นโยบายและบทบาทของผูน้ ำ� ใช้งานวิจยั ดังนี้ ประเด็นการพูดคุย มีดงั นี้ 1. ในการจัดท�ำนโยบายมีการรับฟังทุกภาคส่วน ได้แก่ เจ้าหน้าทีร่ ฐั นักวิชาการ ภาคประชาชน และประชาคม ข่าวกรอง สิง่ ทีน่ า่ สังเกต คือ พบว่าข้อมูลคนละชุด ความ จริงคนละอย่าง ความรูส้ กึ คนละแบบ เป็นโจทย์ใหญ่ใน การท�ำนโยบายว่าจะน�ำความแตกต่างส่วนนี้มาจัดท�ำ นโยบายเพือ่ ไปสูก่ ารตอบโจทย์ปญั หาแท้จริงได้อย่างไร งานวิชาการครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีความส�ำคัญกับ บทบาทของภาควิชาการที่หน่วยงานจะต้องส่งเสริม พัฒนา และใช้งาน การศึกษาวิจัยทางวิชาการเพื่อ ประกอบการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ซึง่ สอดคล้องกับหลักการใน MOU) ในขณะเดียวกันการจะให้นโยบายไปสูค่ วามส�ำเร็จได้ ก็มีการระบุไว้ในปัจจัยความส�ำเร็จว่าทุกภาคส่วนที่มี ส่วนได้สว่ นเสียโดยตรงต่อปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้การยอมรับและมีสว่ นร่วมในการแก้ไขตามนโยบาย โดยเฉพาะภาควิชาการทีเ่ ป็นความส�ำคัญทัง้ ในฐานะของ สถาบันวิชาการและเป็นเครือข่ายวิชาการทีจ่ ะน�ำไปสูก่ าร แก้ไขปัญหา สิ่งที่เครือข่ายวิชาการสามารถท�ำได้ เพื่อจะช่วย คลีค่ ลายสถานการณ์ความไม่สงบใน จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ได้แก่ - การส�ำรวจตรวจสอบ จุดอ่อน จุดแข็ง ของนักวิจยั และ องค์ความรูข้ องสถาบันแต่ละสถาบันทัง้ 8 แห่ง ซึง่ จะมีจดุ อ่อน - จุดแข็ง ของนักวิชาการและองค์ความรูท้ ตี่ า่ งกัน - การหาโจทย์และบูรณาการร่วมกัน เพือ่ น�ำไปสูก่ ารแก้ไข ปัญหาและพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ (การหาโจทย์และ

บูรณาการร่วมกัน คือ การหาโจทย์ทชี่ ว่ ยตอบโจทย์ทศิ ทาง การแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในอีก 3 ปีขา้ งหน้า) - ความร่วมมือของเครือข่ายทัง้ 8 สถาบัน จะช่วยให้มี การเชือ่ มโยงกับเครือข่ายประชาสังคมอืน่ ๆ ทัง้ ในพืน้ ที-่ นอก พืน้ ที่ รวมถึง เชือ่ มโยงกับสังคมใหญ่ทเี่ ป็นสถาบันข้างนอก เช่น สถาบันพระปกเกล้า ม.จุฬา ม.ธรรมศาสตร์ เป็นต้น เพราะ การท�ำความเข้าใจในปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรือ่ ง ส�ำคัญและต้องการให้เรือ่ งนีเ้ ป็น National Agenda จริงๆ - มุง่ ไปสูก่ ารสร้างความไว้เนือ้ เชือ่ ใจต่อการแก้ไขปัญหา โดยเลขาธิการกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ซึ่งมักยึดติด ข้อมูลทีม่ ใิ ช่ความรูจ้ ะท�ำอย่างไรให้หน่วยงานออกมาสูเ่ รือ่ ง ของความรูม้ ากขึน้ ใช้งานวิจยั /วิชาการทีม่ คี วามน่าเชือ่ ถือมา แก้ไขปัญหา - Perception/Attitude (การรับรู/้ ทัศนคติ) ของผูใ้ ช้ (User) ต้องมีการเปลีย่ นแปลงการรับรูข้ องทัศนคติให้เกิดการยอมรับ น�ำงานวิชาการมาใช้ประโยชน์ โจทย์การวิจยั ในความเห็นของฝ่ายนโยบาย ประกอบด้วย 1. Perception/Attitude (การรับรู/้ ทัศนคติ) ของเจ้า หน้าทีร่ ฐั โดยเฉพาะใน 5 กลุม่ คือ การศึกษาของทหาร ต�ำรวจ ข้าราชการพลเรือน (ฝ่ายปกครอง) และกลุม่ ที่ ท�ำงานด้านยุตธิ รรม มี Perception/Attitude ต่อเรือ่ งนี้ เป็นอย่างไร ทัง้ นีม้ ปี ญั หา 3 เรือ่ ง คือ พวกที่ 1 คือ พวกทีไ่ ม่รู้ ไม่เข้าใจ เลยไม่ทำ� พวกที่ 2 คือ รูแ้ ละเข้าใจ แต่ไม่เชือ่ ว่านโยบายแก้ไขได้ เลย ไม่ทำ� เลยท�ำสวนทาง ทัง้ นี้ รองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา) ได้ สัง่ การให้ไปหาเจ้าหน้าทีท่ ที่ ำ� งานใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาอย่างยาวนานและเชือ่ ว่าการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดน

ภาคใต้ ต้องใช้ความรุนแรงและความเด็ดขาดให้ไปหามา 2. การ Mapping กลุม่ หรือหน่วยงานรัฐทีแ่ ก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ในปัจจุบนั ว่าท�ำอะไรอยูบ่ า้ ง โดยเฉพาะ ทีท่ ำ� อยูเ่ ป็นการต่างคนต่างท�ำ ไขว้กนั ขัดขากันและสุดท้าย เป็นการทอนก�ำลังตนเองทัง้ ทีม่ งี บประมาณ ก�ำลังคนเยอะ ทัง้ นี้ ทาง สกว. ได้นำ� ส่ง Mapping หน่วยงานต้นสังกัดวิธี

ทีแ่ ก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะมารวมเครือข่าย Mapping กัน 3. การติดตาม ประเมินผล ทัง้ ในกระบวนการและระบบ การติดตามระดับแผนงาน/โครงการและระดับนโยบาย 4. Peace Dialogue คืออะไร มีกระบวนการอย่างไร แตก ต่างจาก Negotiation อย่างไร มีปญั หา อุปสรรค์อย่างไร จะ ขับเคลือ่ นได้อย่างไร 5. การประเมินสถานการณ์ของความรุนแรง การลดการ แก้ไขปัญหา 6. ปฏิบตั กิ ารข่าวสาร (Information Operation) 7. ศาสนาและวัฒนธรรม เน้นการให้สงั คมใหญ่มี ความเข้าใจต่อสังคมมุสลิมวัฒนธรรมอิสลาม อีกทัง้ สังคม ใหญ่เข้าใจว่าสังคมและวัฒนธรรมของมุสลิมเป็นการ ก่อการร้าย เช่น การผลิตหนังในปัจจุบนั ทีส่ อื่ ออกมาใน ด้านนี้ และการศึกษาในวัฒนธรรมและศาสนาในเชิงลึก นีเ้ ป็นอันว่านโยบายและทฤษฎีทไี่ ม่ไปสูก่ ารปฏิบตั ิ จะ ไม่มพี ลังต่อการแก้ไขปัญหา ภาควิชาการในฐานะทีเ่ ป็น ภาคส่วนส�ำคัญทัง้ การตัง้ ต้นจัดท�ำนโยบาย และการน�ำ นโยบายไปสูก่ ารปฏิบตั ิ ก็ใช้งานวิชาการตามโจทย์ทวี่ า่ นี้ เพือ่ น�ำไปสูก่ ารแก้ไขปัญหาทีม่ ปี ระสิทธิภาพต่อไป

21


22 ความเคลื่อนไหว

ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

สรุปภาพรวม โดย นายวันฮามัด โตะอาดัม กรรมการอิสลามประจ�ำจังหวัดยะลา เพือ่ เสนอไปยังผูเ้ กีย่ วข้อง ทุกระดับ

“...ขอฝากค�ำเรียกร้องให้ผหู้ ลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองช่วยแก้ ไขปัญหาทีเ่ กิดขึน้ ให้คลายใจ โดยเร็ว อย่าคอยให้เป็นนานกว่านีอ้ กี เพราะว่าประชาชนทุกภาคส่วนทัง้ มุสลิม พุทธ ไม่วา่ จะประกอบอาชีพ ครู ต�ำรวจ ทหาร ต้องอยูใ่ นสภาวะทีห่ วาดผวาและกลัวมาก จึงขอให้ ผู้ใหญ่ทงั้ หลายทีร่ บั ผิดชอบแก้ ไขปัญหานี้ให้โดยเร็ว...”


สังคมสมานฉันท์

ปีที่ 1 ฉบับที่ 8 วันที่ 16-30 กันยายน 2555

มอบเงินเยียวยาให้ทายาทผู้ ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์กรณีตากใบและสะบ้าย้อย งวดที่ 2

เมือ่ วันที่ 1 กันยายน 2555 ทีห่ อ้ งโถง อาคารอเนกประสงค์ 4 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ได้มีการจ่ายไปแล้ว รายละ 3.5 ศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ล้านบาท ซึง่ เป็นไปตามข้อตกลงตามมติคณะกรรมการการ อ.เมือง จ.ยะลา พันต�ำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการ เยียวยา 7.5 ล้านบาท ศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วย นายประมุข ลมุล รองเลขาธิการ ศอ.บต.ฝ่ายบริหาร ส�ำหรับการมอบเงินเยียวยาในครัง้ นี้ กรณีเหตุการณ์ ที่อ�ำเภอตากใบมีผู้เสียชีวิต จ�ำนวน 85 ราย มีทายาท มารับเงินจ�ำนวน 276 ราย กรณีสะบ้าย้อย มีผู้เสียชีวิต จ�ำนวน 19 ราย มีทายาทมารับเงินจ�ำนวน 50 ราย รวม เป็นเงินทั้งสิ้น 335,541,214 บาท โดยมีหลักเกณฑ์ว่า ทายาทผูไ้ ด้รบั ผลกระทบจะต้องปฏิบตั ติ ามขัน้ การเบิก ถอนเงินเยียวยา ซึ่งจะต้องเปิดบัญชีธนาคารที่เข้าร่วม โครงการกับ ศอ.บต. การเบิกถอนเงิน ปีละ 1 ล้าน ใน ระยะเวลา 4 ปี

นายฐานิส ศรียะพันธ์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ฝ่ายยุตธิ รรม ร่วม มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับทายาทผู้ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีเหตุที่อ�ำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส และอ�ำเภอ สะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เพิ่มเติมเป็นงวดที่สอง รายละ

พั น ต� ำ รวจเอกทวี สอด กระทบว่าหากมีเรื่องที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม มีผู้แอบอ้าง ส่อง เลขาธิการศูนย์อ�ำนวย จะช่วยเหลือเยียวยา สามารถสอบถามที่ ศอ.บต. หรือผู้ที่ การบริหารจังหวัดชายแดน ไว้วางใจ เช่น ผู้น�ำศาสนาและผู้น�ำท้องถิ่นได้ ภาคใต้ กล่าวว่า การมอบเงิน เยียวยาในครัง้ นี้ ต่อเนือ่ งจาก ด้านนางฮาซีเยาะ อูเซ็ง อายุ 30 ปี ผู้ได้รับผล ส่ ว นแรกที่ ไ ด้ ม อบไปแล้ ว กระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบกรณีตากใบ กล่าว ส� ำ หรั บ ผู ้ ที่ ไ ด้ รั บ ผลกระทบ ว่า ตนสูญเสียสามีจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ท�ำให้ จากเหตุ ก ารณ์ ก รณี ต ากใบ ต้องเสียเสาหลักของครอบครัว ชีวิตล�ำบากมาก จิตใจ และสะบ้าย้อย เป็นการมอบ อ่อนแอ แต่ต้องขอขอบคุณที่ทาง ศอ.บต. ช่วยเหลือ เงิ น เป็ น เช็ ค และทายาทจะ เยียวยา ท�ำให้ครอบครัวมีความหวังและก�ำลังใจที่จะ ต้องไปฝากเข้าบัญชีทธี่ นาคาร ต่อสู้ต่อไป และขอเป็นก�ำลังใจกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทีท่ ายาทประสงค์จะฝากเงินไว้ ไม่วา่ จะเป็นธนาคารอิสลาม จากเหตุการณ์ความไม่สงบอื่นๆ ด้วย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ จึงขอให้ผไู้ ด้รบั การเยียวยาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด ทั้งทางด้านครอบครัว ภรรยา พ่อแม่ ลูก หรือว่าจะเป็นปฏิบตั ศิ าสนกิจทางศาสนา ให้ผู้เสียชีวิตได้บุญกุศล และอยากฝากให้ญาติผู้ได้รับผล

23


หลักรัฐประศาสโนบาย

ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๖ ซึ่งวางไวสําหรับปฏิบัติราชการ ในยุคสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๖ (พ.ศ.๒๔๕๓-๒๔๖๘) ไดทรงวางหลักรัฐประศาสโนบาย สําหรับมณฑลปตตานี พ.ศ.๒๔๖๖ มีสาระสําคัญ ๖ ประการ ดังนี้ ขอ ๑ ระเบียบการหรือวิธีปฏิบัติการอยางใด เปนทางใหพลเมืองรูสึกหรือเห็นไปวาเปนการเบียดเบียนกดขี่ศาสนาอิสลาม ตองยกเลิกและแกไขเสียทันที การใดจะจัดขึน้ ใหมตองใหอยาขัดกับลัทธินยิ มของอิสลาม หรือยิง่ ทําใหเห็นเปนการอุดหนุนศาสนา มะหะหมัดไดยิ่งดี ขอ ๒ การกะเกณฑอยางใดๆ ก็ดี การเก็บภาษีอากรหรือพลีอยางใดๆ ก็ดี เมื่อพิจารณาโดยสวนรวมเทียบกัน ตองอยา ใหยงิ่ กวาทีพ่ ลเมืองในแวนแควนของตางประเทศ ซึง่ อยูใ กลเคียงติดตอกันนัน้ ตองเกณฑตอ งเสียอยูเ ปนธรรมดา เมือ่ พิจารณาเทียบกัน แตเฉพาะอยาง ตองอยาใหยิ่งหยอนกวากันจนถึงเปนเหตุใหเสียหายในทางปกครองได ขอ ๓ การกดขี่บีบคั้นแตเจาพนักงานของรัฐบาล เนื่องแตการใชอํานาจในทางที่ผิดมิเปนธรรมก็ดี เนื่องจากหมิ่นลูดูแคลน พลเมืองชาติแขกโดยฐานที่เปนคนตางชาติก็ดี เนื่องแตการหนวงเหนี่ยวชักชาในกิจกรรมตามหนาที่เปนเหตุใหราษฎรเสียความ สะดวกในทางหาเลีย้ งชีพก็ดี พึงตองแกไขระมัดระวังมิใหเกิดขึน้ เมือ่ เกิดขึน้ แลวตองใหผทู าํ ผิดรองรับผลตามความผิดโดยยุตธิ รรม ไมใชสักแตวาจัดการกลบเกลื่อนใหเงียบไปเสีย เพื่อจะไวหนาสงวนศักดิ์ของขาราชการ ขอ ๔ กิจการใดๆ ทั้งหมดอันเจาพนักงานจะตองบังคับแกราษฎร ตองระวัง อยาใหราษฎรตองขัดของเสียเวลาเสียการใน ทางหาเลี้ยงชีพของเขาเกินสมควร แมจะเปนการจําเปนโดยระเบียบการก็ดี เจาหนาที่พึงสอดสองแกไขอยูเสมอเทาที่สุดจะทําได ขอ ๕ ขาราชการที่แตงตั้งออกไปประจําตําแหนงในมณฑลปตตานี พึงเลือกเฟนแตคนที่มีนิสัยซื่อสัตยสุจริต สงบเสงี่ยม เยือกเย็น ไมใชสักแตวาสงไปบรรจุใหเต็มตําแหนงหรือสงไปเปนทางลงโทษเพราะเลว เมื่อจะสงไปตองสั่งสอนชี้แจงใหรูลักษณะ ทางการ อันพึงประพฤติระมัดระวังโดยหลักที่กลาวไวในขอ ๑ ขอ ๓ และขอ ๔ ขางบนนั้นแลว ผูใหญในทองที่พึงสอดสอง ฝกฝนอบรมกันตอๆ ไปในคุณธรรมเหลานั้น ไมใชแตคอยใหพลาดพลั้งลงไปกอน แลวจึงวากลาวลงโทษ ขอ ๖ เจากระทรวงทัง้ หลายจะจัดวางระเบียบอยางใดขึน้ ใหม หรือบังคับการอยางใดในมณฑลปตตานี อันจะเปนทางพาดพาน ถึงสุขทุกขของราษฎรควรฟงความเห็นสมุหเทศาภิบาลกอน ถาสมุหเทศาภิบาลขัดของก็ควรพิจารณาเหตุผลแกไขหรือยับยั้ง ถาไมเห็นดวยวามีมลู ขัดของ ก็ควรหารือกับกระทรวงมหาดไทย แมยงั ไมตกลงกันในระหวางกระทรวง ก็พงึ นําความขึน้ กราบบังคับทูล ทราบฝาละอองธุลีพระบาท ขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย

fahmai8  

book of sbpac

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you