Page 1

กรมการพัฒนาชุมชน กับการขับเคลื่อน “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี”

กรมการพัฒนาชุมชน กับการขับเคลื่อน “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” (หน้า ๒) เทคนิคการเขียนความรู้รายบุคคล (KM ๑ คน ๑ เรื่อง) (หน้า ๕) กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านอาวอย ม.๒ ต.โสน อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ (หน้า ๖)


สวัสดีครับ จุลสารส่งเสริมการเรียนรูข้ องชุมชน ฉบับที่ ๗ ครึ่งทางค่อนไปทางปลายปี งบประมาณแล้วนะครับ หลายภาคส่วนต่างระดมสรรพกาลังขับเคลื่อนงานอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับ กรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งได้รับมอบนโยบายและความไว้วางใจจากรัฐบาลขับเคลื่อนงานหลายต่อ หลายเรื่อง เช่น กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ประชาเสวนา กองทุนแม่ของแผ่นดิน ฯลฯ ซึ่งข้อมูล ความก้าวหน้าของกิจกรรมดังกล่าว เราได้ทะยอยนาลงเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้แก่สมาชิกทุกท่าน ขอเชิญท่านเปิดเล่มเพื่อเปิดโลกการเรียนรู้กันได้เลยครับ

กรมการพัฒนาชุมชน กับการขับเคลื่อน “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี”

สังคมไทยเป็นสังคมที่มี

“สตรี” อยู่เป็นจานวนมากเกินครึ่งของสัดส่วนประชากรทั้งประเทศ และเป็น “เพศ” ที่แบกรับภาระและการเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ ในสังคมทั้งระดับครอบครัว ชุมชน และสังคมประเทศ บนพื้นฐานที่ “สตรี” เป็นผู้ที่รับรู้ เข้าใจความเจ็บปวดและทุกข์ยากต่างๆ ที่เกิดขึ้นใน สังคมได้ดีที่สุดและเป็นพลังส่วนข้างมากของสังคม การให้ความสาคัญกับ “สตรี” ในฐานะพลังเสริมสร้าง ภูมิคุ้มกันและพลังในการพัฒนาสังคมให้หลุดพ้นจากภัยพิบัติและความทุกข์ยากต่างๆของสังคม จึงเป็นสิ่ง สาคัญ แนวคิดในการจัดตั้ง “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” ซึ่งอาศัยจุดแข็งและวัฒนธรรมของครอบครัวไทย ให้เข้ามามีบทบาทสาคัญในการช่วยเหลือดูแลสังคมและประเทศ จึงเป็นสิ่งจาเป็นที่ควรได้รับการสนับสนุน อย่างเต็มที่

- ๒-


รัฐบาลจึงได้กาหนดนโยบายเร่งด่วนให้มีการจัดตั้ง “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” โดยมีวงเงินเฉลี่ย จังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท มีการดาเนินงานภายใต้ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยกองทุนพัฒนาบทบาท สตรี พ.ศ. ๒๕๕๕ (ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕) ตามนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสตรี ๔ ยุทธศาสตร์ ดังนี้ ๑. การสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนพัฒนาสตรีแบบดอกเบี้ยต่่า ๒. การพัฒนาโอกาสในการงานและอาชีพ การพัฒนาศักยภาพ การเพิ่มบทบาท การสร้างเครือข่ายและภาวะผู้น่า ๓. การเฝ้าระวังและดูแลปัญหาของสตรี ช่วยเหลือเยียวยาสตรี ๔. การรณรงค์ให้สังคมเข้าใจปัญหาสตรีในทุกมิติ โดย กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีมีวิสัยทัศน์ คือ “สร้างสรรค์พลังสตรี ให้เป็ นพลังสาคัญในการพัฒนาประเทศ” กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานที่ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาล และ กระทรวงมหาดไทย ให้ด่าเนินการตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการด่าเนินงานของ “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” โดยมีหน้าที่หาสมาชิก ประชาสัมพันธ์ให้องค์กรสตรี และสตรีที่มีคุณสมบัติ ไปลงทะเบียนเป็นสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีให้มากที่สุด ตามเป้าหมายของรัฐบาล โดยมีการจัดตั้ง ทีมพัฒนากรเป็นหน่วยเคลื่อนที่ลงไปรับลงทะเบียนในหมู่บ้าน เพื่อให้การด่าเนินการจัดตั้งและบริหารจัดการ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในระยะเริ่มแรกให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพอย่างสมบูรณ์ ภายใต้ระเบียบส่านักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี(ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๕ ก่าหนดให้อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ทาหน้าที่ผู้อานวยการสานักงานคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้อานวยการสานักฯ ตามระเบียบนี้ ภายในกรอบการทางานไม่เกินสามร้อยวัน ซึ่งขณะนี้ท่านประภาศ บุญยินดี อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ได้ขับเคลื่อนเพื่อจัดตั้งสานักงานกองทุนฯ และ กาหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนกองทุนฯ อย่างเป็นระบบ ร่วมกับทีมงานบุคลากรกรมการพัฒนาชุมชน และภาคีที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง จากผลการลงทะเบียนเป็นสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีของกรมการพัฒนาชุมชน ส่านักงาน ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๕ มีสตรีอายุตั้งแต่ ๑๕ ปีขึ้นไป สมัครเป็นสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี มากกว่า ๑๐ ล้านคน(ผลจากการบันทึกข้อมูลลงทะเบียน) ได้อาสาเข้ามา ซึ่งแสดงถึงความกระตือรืนร้น ความสมัครใจ ที่จะเข้ามามีบทบาทในการบริหารกองทุนฯ ด้วยตนเอง ถือเป็นพลังส่าคัญในการขับเคลื่อนสังคม

- ๓-


การด่าเนินงานต่อไปของการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี คือการคัดเลือกคณะกรรมการ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับต่าบล และระดับจังหวัด ซึ่งมีหน้าที่ดังนี้ คณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับตาบล มีหน้าที่ดังนี้ พิจารณาโครงการที่องค์กรสตรี ขอรับการสนับสนุนและน่าเสนอคณะกรรมการกองทุนฯ จังหวัดพิจารณา คณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัด มีหน้าที่ดังนี้ ๑. พิจารณาโครงการที่เกี่ยวกับเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการพัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ๒. พิจารณาอนุมัติโครงการที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพสตรี และเครือข่ายสตรี ๓. พิจารณาอนุมัติโครงการที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมพัฒนาบทบาทสตรี และแก้ไขปัญหาสตรี เพื่อให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมีความรู้ความเข้าใจ และสามารถด่าเนินการคัดเลือกคณะกรรมการ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแต่ละระดับ ให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง เรียบร้อย และบริสุทธิ์ยุติธรรม คณะอนุกรรมการด่าเนินการเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จึงจัดให้มีการ ประชุมชี้แจง แนวทางการคัดเลือกคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ให้แก่ผู้เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกฯ ประกอบด้วย ปลัดจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด นายอ่าเภอ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมือง/นคร/เมืองพัทยา ผู้อ่านวยการเขต (กทม.) ผู้อ่านวยการศูนย์คุ้มครองสวัสดิภาพชุมชนเขตใน กทม. นายกสมาคม องค์การ บริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนต่าบลแห่งประเทศไทย นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และผู้อ่านวยการ กศน.จังหวัด รวมจ่านวนทัคน ้งสิ้นเมื๑,๔๕๐ ่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ทรงเหลี่ยม ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ อาคารรัฐประศาสนภักดี ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

โดยมีขั้นตอนการคัดเลือกคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ดังนี้ - วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสมัครเป็นคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาท สตรี (ผู้ลงทะเบียน ก่อนวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕) - วันที่ ๔-๗ มิถุนายน ๒๕๕๕ ผู้ที่ลงทะเบียน ก่อนวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕ แจ้งขอเพิ่มชื่อ (กรณีตรวจไม่พบรายชื่อเป็นผู้มีสิทธิสมัครเป็นคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี) - วันที่ ๑๑-๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ รับสมัครสมาชิกเพื่อคัดเลือกเป็นผู้แทนกองทุนฯ กทม. - วันที่ ๑๗-๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๕ ประชาคมคัดเลือกคณะกรรมการกองทุนฯ ระดับต่าบล - วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๕ ผู้แทนหมู่บ้านคัดเลือกผู้แทนระดับต่าบลๆ ละ ๑ คน และพื้นที่ เทศบาลเมือง/นคร/เมืองพัทยา คัดเลือกผู้แทนระดับต่าบล (ท้องถิ่น) ๑ คน - วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ คัดเลือกคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในระดับจังหวัด และเลือกตั้งคณะกรรมการกองทุนพั-ฒ๔-นาบทบาทสตรีกรุงเทพมหานคร


ประโยชน์ของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี คณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับต่างๆ มีหน้าที่บริหารกองทุนเพื่อประโยชน์ของ สมาชิก โดยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีมีประโยชน์ดังนี้ ๑. เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่่าหรือปลอดดอกเบี้ย ในการสร้างโอกาสให้แก่สตรีเข้าถึง แหล่งทุนส่าหรับการลงทุน เพื่อพัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ หรือส่าหรับการส่งเสริม และพัฒนาไปสู่การสร้างสวัสดิภาพ หรือสวัสดิการให้แก่สตรี ๒. เป็นแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนาศักยภาพสตรีและเครือข่ายสตรี การเฝ้าระวังและดูแลปัญหา ของสตรี ตลอดจนการช่วยเหลือเยียวยาสตรีที่ประสบปัญหาในทุกรูปแบบ การรณรงค์ให้สังคม เข้าใจปัญหาสตรีในทุกมิติ การคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิสตรี ๓. เป็นแหล่งเงินทุนเพื่อการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมในการพัฒนาบทบาทสตรี การแก้ไขปัญหาสตรีขององค์กรต่างๆ การสร้างภาวะผู้น่า การพัฒนาองค์ความรู้ คุณภาพชีวิต รวมทั้งการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของสตรี ๔. เป็นแหล่งเงินทุนเพื่อการสนับสนุนโครงการอื่นๆ ที่เป็นการแก้ไขปัญหาและพัฒนาสตรี “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” จึงเป็นโอกาสที่จะให้สตรีทุกคนได้แสดงศักยภาพ พลัง และบทบาท อันมีคุณค่าของ “สตรี” ในการเป็นแกนหลักเพื่อพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น พัฒนาประเทศ มีโอกาสมีส่วนร่วมใน การคิดตัดสินใจและแก้ไขปัญหาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง เป็นพลังส่าคัญแห่งการ ขับเคลื่อนสังคม สานักงานคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและกรมการพัฒนาชุมชน จึงขอเชิญชวนสตรี ที่ได้สมัครเป็นสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ก่อนวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕ ตรวจสอบรายชื่อ ได้ ณ ที่ท่า การผู้ใหญ่บ้าน ที่ว่าการอ่าเภอ หรือเว็บไซต์ www.womenfund.thaigov.go.th และเข้าร่วมเวทีประชาคม เพื่อคัดเลือกคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับต่าบล ระดับจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ข้อมูลโดย : ส่านักเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน

นายกู้เกียรติ ญาติเสมอ ผอ.กลุ่มงานส่งเสริมการจัดการความรู้ชุมชน

เทคนิคการเขียนความรู้รายบุคคล (KM ๑ คน ๑ เรื่อง) การบันทึกความรู้รายบุคคล(๗) : การบันทึกความรู้รายบุคคล มีข้อควรค่านึง ดังนี้ ความรู้ที่ก่าหนดควรเป็นเรื่องเล็กๆ ที่เคยท่าส่าเร็จ เขียนเป็นขั้นเป็นตอนตามช่วงเวลา หรือกระบวนการแก้ปัญหา บอกเทคนิค/วิธีการในเชิงปฎิบัติ หรือเคล็ดลับการท่างาน ระบุข้อควรค่านึงไว้ด้วยเพื่อย้่าข้อผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้น เขียนแนวเล่าสู่กันฟังไม่เน้นศัพท์ หรือค่าทางวิชาการ สามารถใช้ภาพประกอบด้วยหากต้องมีการอธิบายรายละเอียด และไม่สามารถสื่อสารที่เป็นรูปธรรมได้ ไม่เน้นความคิดเห็นส่วนตัวแต่เน้นข้อเท็จจริง คนอื่นที่เรียนรู้เรื่องนี้สามารถน่าไปปฎิบัติได้ดีหรือผิดพลาดน้อยที่สุด …. (กู้เกียรติ : ๒๐ พ.ค. ๒๕๕๕) (ติดตามอ่านต่อฉบับหน้า) - ๕-


กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านอาวอย ม. ๒ ต.โสน อ. ขุขันธ์ จ. ศรีสะเกษ ๑. ความเป็นมา/จุดเริ่มต้น, การก่อเกิด บ้านอาวอย อยู่ทางทิศใต้ของ อ. ขุขันธ์ ห่างอ่าเภอ ๑๑ กม. จ่านวนครัวเรือน ๑๓๖ ครัวเรือน ประชากร ๕๗๙ คน ชาย ๒๙๙ คน หญิง ๒๘๐ คน ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อาชีพหลักท่านา อาชีพรอง ได้แก่ เลี้ยงสัตว์ ปลูกผัก ผลไม้ ค้าขาย และรับจ้าง รายได้เฉลี่ย ๔๑,๓๘๖.๕๓ บาท/คน/ปี กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านอาวอย ก่อตั้งเมื่อ ๑ พ.ค. ๒๕๓๐ ตามแนวทางของกรมการพัฒนาชุมชน เริ่มก่อตั้งมีสมาชิก ๒๘ คน เงินทุน ๓,๗๔๐บาท ปัจจุบันสมาชิก ๗๖๙ คน เงินสัจจะสะสม ๗,๙๓๓,๘๐๒ บาท คณะกรรมการ ๑๘ คน ชาย ๗ คน หญิง ๑๑ คน แบ่งเป็น ๔ ฝ่าย คือ ๑) ฝ่ายอ่านวยการ ๒) ฝ่ายเงินกู้ ๓) ฝ่ายตรวจสอบ ๔) ฝ่ายส่งเสริม สถานที่ ตั้งกลุ่มสร้างด้วยเงินของกลุ่ม งบฯ ๕๙๗,๘๒๔ บาท เป็นอาคารตึก ๓ ชั้น ชั้นที่ ๑ เป็นศูนย์สาธิตการตลาด ชั้นที่ ๒ เป็นที่ท่าการกลุ่มฯ ชั้นที่ ๓ เป็น ห้องประชุม การบริหารเงินทุนและทรัพย์สินฯ มีเงินทุนและทรัพย์สินรวมกันทั้งสิ้น ๙,๗๖๒,๓๒๒ บาท ๑) ให้สมาชิกกู้ ๑,๕๐๐๐,๖๓๐ บาท ๒) จัดสวัสดิการชุมชน การศึกษา สงเคราะห์สมาชิก ผู้ด้อยโอกาส ปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ยอินทรีย์ พันธุ์พืช ฯลฯ กิจกรรมเครือข่ายของกลุ่มออมทรัพย์ฯ ประกอบด้วย ๑) ศูนย์สาธิตการตลาดเริ่มด่าเนินการ ปี ๒๕๓๗ งบลงทุน ๕๔,๐๐๐ บาท ก่าไรสุทธิ ปี ๒๕๕๔ จ่านวนเงิน ๔๘๐,๒๕๑ บาท ๒) ปั้มน้่ามัน เริ่มด่าเนินการ ปี ๒๕๔๘ งบลงทุน ๒๑๕,๕๘๙ บาท ก่าไรสุทธิ ปี ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๑๙๓,๓๙๖ บาท ๓) รถไถนา เริ่มด่าเนินการ ปี ๒๕๕๑ งบลงทุน ๗๓๒,๐๐๐ บาท ก่าไรสุทธิ ปี ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๙๔,๕๖๔ บาท กรมการพัฒนาชุมชน ได้อนุมัติงบประมาณตามกิจกรรมยุทธศาสตร์ ให้จังหวัดจัดตั้งเป็นสถาบันการ จัดการเงินทุนชุมชน โดยพิจารณาตามหลักเกณฑ์ ๕ ด้าน คือ ๑) เป็นกลุ่มออมทรัพย์ฯ ๒) ตั้งอยู่ในหมู่บ้านที่มีกองทุนอื่นๆ ๓) เป็นกลุ่มออมทรัพย์ฯ ที่ยึดมั่นในคุณธรรม ๕ ประการ ๔) ใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการกลุ่ม ๕) เป็นกลุ่มออมทรัพย์ฯ ที่มีความพร้อมและมีผลงานเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและสมัครใจ ๒. กระบวนการพัฒนากลุ่ม กระบวนการพัฒนากลุ่ม คณะกรรมการฯ มีบทบาทส่าคัญ ในการควบคุมดูแลเศรษฐกิจของหมู่บ้าน เนื่องจากมีประสบการณ์ ล้มลุกคลุกคลานในการด่าเนินกิจกรรม มีความสามารถในการแก้ไข ปัญหาและมีการพัฒนากลุ่มอย่างต่อเนื่อง ๓. กิจกรรมที่ดาเนินการ กิจกรรมที่ด่าเนินการกลุ่มออมทรัพย์ฯ และกิจกรรมเครือข่าย จัดตั้งเป็นสถาบันฯ เมื่อวันที่ ๔ ส.ค. ๒๕๕๔ โดยมุ่งพัฒนาหมู่บ้านไปสู่ การเป็นหมู่บ้านแหล่งเรียนรู้ด้านการบริหารเงินทุนชุมชน การท่า เกษตรอินทรีย์ ปลอดสารพิษ และด่าเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง โดยการให้ทุกกลุ่มฝากเงินไว้กับกลุ่มออมทรัพย์ ในหมู่บ้าน ได้แก่ ๑) กลุ่มออมทรัพย์ฯ และกิจกรรมเครือข่าย มีสมาชิก ๗๖๙ คน มีเงินสัจจะสะสม จ่านวน ๗,๙๓๓,๘๐๒ บาท ๒) กลุ่มสตรีแม่บ้านสหกรณ์ทอผ้าฝ้าย สมาชิก ๕๓ คน เงินทุน ๘๓,๕๒๕ บาท ๓) กลุ่มเลี้ยงโค กระบือ (ไทย-เยอรมัน) สมาชิก ๑๑ คน เงินทุน ๒๗๘,๕๐๐ บาท ๔) กลุ่มเกษตรกรปลูกผัก สมาชิก ๗๖๙ คน เงินทุน ๕๐๒,๓๐๐ บาท ๕) กองทุนหมู่บ้าน สมาชิก ๑๒๑ คน เงินทุน ๒,๑๓๔,๗๑๕ บาท ๖) กลุ่มส่งเสริมการเลี้ยงโค สมาชิก ๒๔ คน เงินทุน ๘๕,๑๐๐ บาท - ๖-


๔. ปัญหา/อุปสรรค ๔.๑ เนื่องจากกลุ่มออมทรัพย์ฯ ได้ตั้งมากกว่า ๒๕ ปีแล้ว ในระยะจัดตั้งเป็นหมู่บ้านใหญ่ ต่อมากรมการปกครอง ได้แบ่งหมู่บ้านเป็น ๓ หมู่บ้าน แต่สมาชิกก็ยังรวมตัวเป็นกลุ่มเดียวกัน ๔.๒ รูปแบบการดาเนินงานของสถาบันการเงินชุมชน ในระยะเริ่มแรกการจัดตั้งคณะท่างานและผู้น่าชุมชน มีความสับสนต่อ แนวคิด คณะกรรมการบริหารสถาบันฯ ได้เชิญผู้จัดการธนาคาร ธกส. สาขาขุขันธ์ มาชี้แจงท่าความเข้าใจ และไปศึกษาดูงานสถาบันฯ บ้านดอนม่วง ม.๕ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ตามแนวทางของกรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งได้บูรณาการกลุ่มทุนต่างๆ ในชุมชนจนประสบความส่าเร็จ โดยมุ่ง แก้ปัญหาหนี้สินของประชาชน ๔.๓ คณะกรรมการบริหารสถาบันฯ กลุ่มองค์กรชุมชน ในระยะแรกกลุ่มต่างๆ ไม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถด่าเนินการได้ เพราะ เป็นการบูรณาการทุกกลุ่มที่มีความแตกต่างกันในรูปแบบการด่าเนินกิจกรรม คณะกรรมการฯ กลุ่มและเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ได้ร่วมกันท่างานอย่างหนัก จัดการประชุม จัดเวทีระดมความคิดเห็น และได้ข้อสรุปว่าการจัดตั้งสถาบันฯ ไม่มีกฎหมายรองรับ และกลุ่มต่างๆ ก็มีระเบียบของกลุ่มซึ่งแตกต่างกันตาม กิจกรรมรองรับ ๔.๔ สมาชิกกลุ่มและประชาชนกลัวจะไม่ได้รับเงินกู้ตามที่ต้องการ สถาบันฯ ส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง สมาชิก ๑ คน กู้ยืมได้ ๑ สัญญา ๕. บทเรียนที่ได้รับ ๕.๑ ปัญหาและอุปสรรคของการดาเนินงาน ปัญหาและอุปสรรค ท่าให้คณะกรรมการเข้มแข็งขึ้น เกิดการเรียนรู้จากการแก้ไขปัญหากลุ่ม ๕.๒ ต้องเรียนรู้และเข้าใจเรื่องที่จะทาอย่างชัดเจน ต้องศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ท่าแล้วเกิดผลดีผลเสียอย่างไรกับชุมชน ๖. ปัจจัยของความสาเร็จ ๖.๑ กลุ่มทุนชุมชนและกลุ่มองค์กรในชุมชน มีเงินทุนและทรัพยกร อย่างเพียงพอต่อการด่าเนินงานของกลุ่ม องค์กรในชุมชน สมัครใจเข้าร่วม ๖.๒ คณะกรรมการบริหารสถาบันฯ คณะกรรมการ สมาชิกและ ประชาชนยึดหลักคุณธรรมเป็นพื้นฐานในการด่าเนินงาน ๖.๓ การร่างระเบียบข้อบังคับต่างๆ ของสถาบัน มีความชัดเจน ครอบคลุมและได้รับความเห็นชอบจากสมาชิก ๖.๔ การดาเนินงานด้านการเงินต่างๆ มีความโปร่งใส ยุติธรรม และเสมอภาค ๖.๕ การมีส่วนร่วมของสมาชิสร้ ก างความรู้สึกเป็นเจ้าของ สมาชิกได้รับการช่วยเหลือทางการเงินเท่าเทียมกัน ๗. ข้อเสนอแนะ ๗.๑ ข้อแนะนาเชิงนโยบาย การจัดตั้งสถาบันฯ ควรเน้นการด่าเนินงานที่มีคุณภาพมากกว่าปริมาณ ๗.๒ ข้อแนะนาเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อม มีเป้าหมายแนวทางการที่ชัดเจน มีรูปแบบคู่มือการท่างาน ๗.๓ ความพร้อมของชุมชนและผู้นาชุมชน จัดเวทีประชาคม ผู้น่าชุมชน ไม่ควรมีอ่านาจผูกขาดในการตัดสินใจ ข้อมูล : คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์บ้านอาวอย ผู้ถอดบทเรียน: น.ส.สิริกุล เกียรติกุล นวก.พัฒนาชุมชนช่านาญการ และน.ส.ลดา นพรัตน์ จพง.โสตทัศนศึกษาช่านาญงาน ขอขอบคุณ : ส่านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ และส่านักงานพัฒนาชุมชนอ่าเภอขุขันธ์ - ๗-


กิจกรรมภาคีการพัฒนา นายไพวงษ์ เตชะณรงค์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติเป็นประธาน เปิดงาน "ความสุขชุมชนไทย วัดได้ด้วยคนในชุมชน" (การประกาศเปิดตัวชี้วัด GVH Thailand ) จัดโดย สานักเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน โดยมี นายประภาศ บุญยินดี อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และ ผู้บริหารกรมฯ ให้การต้อนรับ ภายในงานนอกจากการแถลงข่าวแล้ว ยังมีการปาฐกถาพิเศษ "การสร้าง ความสุขในชุมชนด้วยเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อ" และเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น "ความสุขชุมชนไทย วัดได้ด้วยคนในชุมชน" เมื่อวันอังคารที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

จุลสารส่งเสริมการเรียนรู้ของชุมชน ฉบับที 7 ปีที่6(2555)  

กรมารพัฒนาชุมชนกับการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you