Issuu on Google+


น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง ประวัติศาสตร วรรณกรรม และวัฒนธรรม วาดวยอุทกภัยในบางกอก – ศาลายา

อภิลักษณ เกษมผลกูล (บรรณาธิการ)

ศูนยสยามทรรศนศึกษา คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล จัดพิมพเพื่อเป.นบรรณรฦกเนื่องในโอกาสการจัดงาน “เลาขานตํานานศาลายา” ครั้งที่ ๗ ๒๐ กุมภาพันธ ๒๕๕๖


| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง ประวัตศิ าสตร วรรณกรรม และวัฒนธรรม วาดวยอุทกภัยในบางกอก – ศาลายา ISBN 978-616-279-359-2 พิมพครั้งแรก ๕๐๐ เลม พ.ศ. ๒๕๕๖ ศูนยสยามทรรศนศึกษา คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล จัดพิมพเผยแพรในโอกาสการจัดงาน “เลาขานตํานานศาลายา” ครั้งที่ ๗ ที่ปรึกษา ศาสตราจารย ดร. คุณหญิงสุริยา รัตนกุล อาจารยวิกัลย พงศพนิตานนท

ประธานที่ปรึกษาศูนยสยามทรรศนศึกษา ที่ปรึกษาศูนยสยามทรรศนศึกษา

บรรณาธิการ อาจารย ดร.อภิลักษณ เกษมผลกูล

คณบดีคณะศิลปศาสตร

ผูชวยบรรณาธิการ อาจารยศิธรา จุฑารัตน นายดรณ แก+วนัย นางสาวพัชรี ศรีเพ็ญแก+ว

ประธานศูนยสยามทรรศนศึกษา เจ+าหน+าที่วิจัยประจําศูนยสยามทรรศนศึกษา เจ+าหน+าที่วิจัยประจําศูนยสยามทรรศนศึกษา

ออกแบบปก: นายสุทธิพงษ ตะเภาทอง

นักวิชาการโสตทัศนศึกษา คณะศิลปะศาสตร

พิมพที่ ห+างหุ+นส1วนจํากัด สามลดา เลขที่ ๙/๑๒๐๕ หมู1 ๑ ซอยสะแกงาม ๓๕/๓ แยก ๖ ถนนสะแกงาม แขวงแสมดํา เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๕๐ โทรศัพท ๐๒-๘๙๕๒๓๐๐-๓, ๐๒-๔๖๒๐๓๘๐ โทรสาร ๐๒-๔๖๒๐๓๐๓, ๐๒-๘๙๕๓๓๑๑


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล |

คํานํา วิถีชีวิตของคนไทยผูกพันกับสายน้ํามาช+านาน เห็นได+จากการ สร+างบ+านเมืองและชุมชนริมฝDEงแม1น้ําสายสําคัญต1างๆ เช1น ชุมชนลุ1มน้ํา เจ+าพระยาตั้งแต1จังหวัดนครสวรรคลงมาถึงจังหวัดสมุทรปราการ หรือ ชุมชนลุ1มน้ํานครชัยศรีในจังหวัดนครปฐม ผู+คนริมน้ําต1างอาศัยประโยชน จากสายน้ํ า ทั้ ง การบริ โ ภค การทํ า เกษตรกรรม การจั บ สั ต วน้ํ า การ เดินทางและการขนส1ง แม+กระทั่งประเพณีต1างๆ ของไทยก็ยึดโยงอยู1กับ สายน้ํา เช1น ประเพณีลอยกระทง แข1งเรือ เปIนต+น ผู+ ค นในอดี ต ถื อ ว1 า สายน้ํ า คื อ ความอุ ด มสมบู ร ณและเปI น ต+ น กําเนิดแห1งชีวิต ทําให+คนไทยแต1โบราณเรียนรู+ที่จะใช+ชีวิตอย1างกลมกลืน กับสายน้ํา เห็นได+จากภูมิปDญญาในการจัดการน้ําของคนไทยในอดีต ไม1 ว1าจะเปIนการสร+างบ+านเรือน การใช+ประโยชนจากแหล1งน้ํา การควบคุม และจัดการแหล1งน้ําในฤดูกาลต1างๆ อย1างไรก็ดีเมื่อกาลเวลาผ1านไป วิถี ชีวิตจึงเริ่มเปลี่ยนไป คนไทยเริ่มไม1คุ+นเคยกับน้ํา ภูมิปDญญาการจัดการน้ํา ถูกละเลยไป เมื่ อเกิ ดอุ ทกภั ย ครั้ งใหญ1 จึ งเกิ ดความเสี ย หายอย1 างใหญ1 หลวง ด+ ว ยเหตุ นี้ ศู น ยสยามทรรศนศึ ก ษา คณะศิ ล ปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได+จัดโครงการเล1าขานตํานานศาลายา ครั้งที่ ๖ ตอน “อยู1 เปIน – เย็น สุข: น้ํากับชีวิตชาวศาลายา” ขึ้น เพื่อเปIนเวทีใน การแลกเปลี่ ย นแนวคิ ด เกี่ ย วกั บ การจั ด การน้ํ า แบบผสมผสานจาก นักวิชาการและชาวบ+านผู+ใช+ชีวิตอยู1กับสายน้ํา และเปIนการถอดบทเรียน จากมหาอุ ท กภั ย ที่ ป ระเทศไทยและชุ ม ชนศาลายาเคยประสบเมื่ อ ปN


| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

พ.ศ. ๒๕๕๔ จนได+รวบรวมเนื้อหาการเสวนา บทความ และวรรณกรรม ที่เกี่ยวกับน้ําขึ้นเปIนหนังสือ น้ําทวมทุงผักบุง (ไม) โหรงเหรง เนื้อหาของหนังสือเล1มนี้ประกอบไปด+วยการถอดบทเรียนจาก การเสวนาเรื่อง “ถ+าอยู1เปIนก็เย็นใจ: บทเรียนจากน้ําท1วมใหญ1 ๒๔๘๕ – ๒๕๕๔” โดย รองศาสตราจารย ดร. กัมปนาท ภักดีกุล รองศาตราจารย ประภาส ปOE น ตบแต1 ง นายแพทยวั ฒ นา เที ย มปฐม อาจารย ดร. อภิ ลั กษณ เกษมผลกู ล และอาจารยชนกพร พั ว พั ฒ นกุ ล นอกจากนี้ หนังสือยังได+รวบรวมวรรณกรรมที่ถ1ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ อุทกภัยครั้งใหญ1ในอดีต ได+แก1 นิราศมหาวารีปNมะเส็ง แหล1เทศนน้ําท1วม และนิราศน้ําท1วมกรุงเทพฯ เพื่อให+เห็นแง1มุมและความรู+สึกนึกคิดของกวี ที่ได+รังสรรคไว+ ศูนยสยามทรรศนศึกษา คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล หวั งเปIน อย1างยิ่ งว1 าหนั งสื อ “น้ําท1ว มทุ1ง ผั กบุ+ ง(ไม1)โหรงเหรงเล1 มนี้ จ ะ อํานวยประโยชนแก1นักศึกษา นักวิชาการ และปราชญในชุมชนนําไปใช+ เปIนแนวทางในการแก+ปDญหาสังคมของตนเมื่อประสบกับอุทกภัย และใช+ เปIนแหล1งข+อมูลและเครือข1ายเกี่ยวกับองคความรู+ในการจัดการน้ําให+แก1 สังคมไทยต1อไป

(อาจารย ดร.อภิลักษณ เกษมผลกูล) คณบดีคณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล, ศาลายา


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล |

สารบัญ คํานํา ...............................................................................................................ค ภาค ๑ น้ําทวมทุง ปาฐกถาพิเศษ “พลังปDญญาชาวบ+านกับการจัดการน้าํ ” โดยศาสตราจารยพิเศษศรีศักร วัลลิโภดม .................................... ๓ เสวนาเรื่อง “ถ+าอยู1เปIน ก็เย็นใจ: บทเรียนจากน้ําท1วมใหญ1 ๒๔๘๕ – ๒๕๕๔” ...............................๒๕ ภาค ๒ ผักบุง (ไม) โหรงเหรง ประวัติศาสตรและวัฒนธรรมว1าด+วยอุทกภัยในบางกอก – ศาลายา อภิลักษณ เกษมผลกูล ..................................................................๕๗ นิราศมหาวารีปNมะเส็ง แหล1เทศนน้ําท1วม และนิราศน้ําท1วมกรุงเทพฯ: ประวัติศาสตรลอยน้าํ ในวรรณกรรมน้ําท1วมทีน่ ้ําไม1ท1วม อภิลักษณ เกษมผลกูล ..................................................................๘๗ นิราศมหาวารีปNมะเส็ง นายเจริญ ......................................................................................๙๑ แหล1เทศนน้ําท1วม นายเจริญ ................................................................................... ๑๐๕ นิราศน้าํ ท1วมกรุงเทพฯ พระยาอรรถศาสตรโสภณ (สวาง จุลวิธูร) ................................. ๑๐๗ ลําตัดอวสานน+องน้าํ : ลํานําชาวบ+านบันทึกเหตุการณอุทกภัย พัชรี ศรีเพ็ญแก(ว ....................................................................... ๑๔๕


| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

สารบัญ (ตอ) ลําตัดอวสานน+องน้าํ ชมรมรักษเพลงพื้นบ(าน มหาวิทยาลัยมหิดล ............................. ๑๕๙ ภาคผนวก คําประกาศเกียรติคุณผู+ได+รบั รางวัลศาลายาสดุดี .....................................๑๖๗ โครงการ “เล1าขานตํานานศาลายา” ครั้งที่ ๗ .......................................... ๑๖๙ กําหนดการงาน “เล1าขานตํานานศาลายา” ครั้งที่ ๗ ............................... ๑๗๔ คําสั่งแต1งตัง้ คณะกรรมการจัดโครงการฯ ................................................. ๑๗๖ ประมวลภาพงาน “เล1าขานตํานานศาลายา” ครั้งที่ ๖ ............................ ๑๘๓ โครงการจัดพิมพหนังสือชุด “ศาลายาศึกษา” ......................................... ๒๐๓ ประวัติและความเปIนมาของศูนยสยามทรรศนศึกษา .............................. ๒๐๖ แนะนําเอกสารวิชาการของศูนยสยามทรรศนศึกษา ................................ ๒๐๙


ภาค ๑ “น้ําทวมทุง” วาดวยภูมิปญญาชาวบานกับการจัดการน้ํา


| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล |

ปาฐกถาพิเศษ “พลังปญญาชาวบานกับการจัดการน้ํา” ศาสตราจารยพิเศษศรีศักร วัลลิโภดม

เรี ย นทานอธิ ก ารบดี แ ละอาจารย ผมมี ค วามยิ น ดี ที่ ไ ด$ ม าเป% น ผู$ แลกเปลี่ยนความรู$ภูมิป(ญญาท$องถิ่นเกี่ยวกับการจัดการน้ําเพราะเห็นวาเรื่อง นี้เป%นเรื่องใหญสําหรับสังคมไทย ขณะนี้เราเกิดภาวะภัยคุกคามคือการขาดสติ ทางวัฒนธรรม หลังจากเกิดเหตุอุทกภัยขึ้น จะเห็นวาคนตื่นตระหนกมาก ไมรู$ วาป6หน$าจะอยูอยางไร เพราะวาอุทกภัยครั้งนี้มันนําไปสูวิถีชีวิตที่ผิดไปจาก เดิม พอน้ํามามันเกิดความสับสนในชีวิต เหมือนวาเราเคยอยูในวัฒนธรรมเดิม


| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

แตเรากําลังเปลี่ยนแปลง ซึ่งวัฒนธรรมใหมที่เกิดขึ้นมาเราไมรู$วาเป%นแบบไหน ทําให$เสียขวัญ เพราะฉะนั้นถ$าหากมีการจัดการที่ดีคุณต$องเรียกขวัญ สิ่งที่ มหิดลทําอยูใน���ณะนี้ก็เรียกวากระบวนการเรียกขวัญ

แนวคิดวาดวยการจัดการน้ํา เราจะจัดการอยางไรในอนาคต อันนี้ผมคิดวาเป%นความคิดริเริ่มที่ดี และก็ พ ยายามจะพู ด ไปถึ ง ในเชิ ง ที่ เ ป% น ตํ า นาน ผมวาอั น นี้ สํ า คั ญ เพราะ สวนมากเวลาเราจะจั ด การเรื่ องน้ํ า ที่ เ ราเห็ น อยู ในขณะนี้ มั น จั ด การเรื่ อ ง เทคนิคแก$ป(ญหาเฉพาะหน$าและก็เป%นการจัดการแบบรวมศูนย การตั้งองคกร ตางๆ และกระจายนักวิชาการไป แตไมได$ผลเพราะอะไรรู$ไหม เพราะการ จัดการน้ําในสังคมนี้แตเดิมไมได$ถูกจัดการโดยรัฐบาล แตมันถูกจัดการโดยคน ในท$องถิ่น เพราะฉะนั้นในการจัดการน้ําของพื้นที่ตรงนี้ (ภาคกลาง) เป%นการ จัดการโดยคนในท$องถิ่นรวมกัน จัดการกับพื้นที่ที่เป%นสาธารณะ (Common property) มันไมใชของป(จเจกอะไรตางๆ อันนี้ต$องทําความเข$าใจ แตป(จจุบัน นี้เราไมเข$าใจ เหตุที่ไมเข$าใจเพราะเราได$เปลี่ยนสังคมเกษตรกรรมแบบเดิมมา เป% น สั ง คมอุ ต สาหกรรม ทํ า ให$ ข าดความรู$ คนรุ นใหมกลายเป% น สั ง คม อุตสาหกรรมที่แม$แตการเกิดบ$านเรือนก็เกิดตามถนนหนทาง เกิดการใช$พื้นที่ อีกแบบหนึ่ง ตางจากสิ่งที่เขามีในอดีตซึ่งเป%นสังคมเกษตรกรรม บ$านเรือนอยู ตามลําน้ําลําคลองมาตลอด แล$วคนเหลานี้เมื่อทานย$อนไปถึงอดีตกอนรัชกาล ที่ ๔ กอนที่ จะมีเรือกลไฟเข$ามา คนอยูกับ น้ํานะครับ ในลําคลองใหญๆ มี เรือนแพยาวหลายชั้นแล$วแถมบ$านคนก็อยูสูงแถวริมน้ํา ถัดลงไปก็เป%นพื้นที่ สวนทั้งนั้น ด$วยเหตุนี้พวกชาวตางประเทศเข$ามาถึงเขาก็เรียกวาไทยแลนด เมืองไทยทั้งอยุธยาทั้งกรุงเทพฯ เป%น Floating City, Floating Village มัน


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล |

ลอยอยูกับน้ํา เพราะฉะนั้นคนเหลานี้เขาอยูกับน้ํา แล$วฤดูน้ําเป%นฤดูที่รื่นเริง มีความอุดมสมบูรณ มีความสนุกสนานเฮฮา เด็กอยางผมเป%นคนคอนศตวรรษ เล็ กๆ ผมมากั บน้ํ า เลย แตคนสมั ย ใหมสั ง คมอุ ต สาหกรรมเป% น โรคกลั ว น้ํ า (hydrophobia) นี่คือป(ญหาที่เกิดขึ้น ถามวาอันนี้เมื่อมันเกิดอุทกภัยขึ้นคุณ ขาดสติแล$วเพราะคุณใช$พื้นที่ในการตั้งถิ่นฐานบ$านเรือนผิดรูปแบบเดิม แต กอนนี่ อยู กับ น้ํา อยูตามแมน้ํ าลํ าคลอง แตเดี๋ ยวนี้ อยู บนถนนหนทาง แล$ ว ทําทางซับซ$อนมากมันก็เกิดป(ญหาขึ้นมา เวลามีป(ญหาขึ้นมาไมมีใครรู$แตคุณ รอวาฝรั่ ง เขาวาไง ก็ เ ราอยู ของเรามาตั้ ง นานแล$ ว จดหมายเหตุ ข องชาว ตางประเทศควรไปอานเลยนะครับ คนที่อยากทําความเข$าใจ อานจดหมาย เหตุของเดอ ลาลูแบรแล$วสิ่งเหลานี้เอามาผสมกับตํานาน ตํานานนี่ต$องทํา ความเข$า ใจนะครั บ ที่บ อกวาเลาขานตํา นาน ตํา นานไมใชนิท านที่ หยุด นิ่ ง ตํานานคือสิ่งที่คนสร$างขึ้นมา มันมีพลวัติ มันมีการเคลื่อนไหวอยู ถายทอด ด$วยมุขปาฐะเป%นการถายทอดความรู$ ต$นฉบับตํานานคนจะสร$างขึ้นอยาง ตอเนื่องเพื่อการมีชีวิตอยูรอดรวมกัน เพราะนั่นเป%นเรื่องใหญ อันนี้ถ$าเรามา ศึกษาเราจําเป%นต$องหวนกลับไปทบทวนรากเหง$าของเรากอน การจะทําความ เข$าใจต$องไปดูรากเหง$า แตกอนนี้เราอยูกับน้ําใชไหม แล$วทําไมตอนนี้เราถึง อยูกับน้ําไมได$ และเมื่อดูแล$วต$องย$อนถามวาแตกอนนี้เขาอยูยังไง

นิเวศวิทยาทางวัฒนธรรมกับการจัดการน้ํา ผมอยากจะบอกวาถ$าเราจะศึกษาภูมิป(ญญาในการจัดการน้ําต$องมี บริบทครับ บริบทที่สําคัญคือ นิเวศวิทยาทางวัฒนธรรม (culture ecology) ตัวบริบททางวัฒนธรรม พื้นที่ทางนิเวศวิทยา บริบททางธรรมชาติ มันถูกปรุง แตงโดยการกระทํ า ของมนุ ษ ยให$ มี แ ผนภู มิ ให$ มี ชื่ ออะไรตางๆ เหลานี้ อ ยู


| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

รวมกัน สิ่งเหลานี้คือฐานบริบทที่จะทําให$เกิดเรื่องภูมิป(ญญาตางๆ ขึ้นมาได$ ภูมิป(ญญา หมายถึง ความรู$ที่เกิดจากประสบการณที่อยูรวมกันในท$องถิ่นเป%น เวลานานและมีการเปลี่ยนแปลงถายทอดอยูตลอด อันนี้คือภูมิป(ญญาเพราะ ความรู$อันนี้มันทําให$เกิดการหยั่งรู$ เพราะเหตุนี้คนโบราณเขาจะแก$ไขเรื่อง ตางๆ เขาใช$ภูมิป(ญญาครับ ภูมิป(ญญาไมได$เกิดจากแนวคิดทฤษฎีของคนนอก มาปรุงแตงมาสอนเขา แตเกิดการอยูรวมกันภายใน เรียนรู$รวมกัน การค$นพบ บางอยางอาจเกิดขึ้นจากการลองผิดลองถูกก็ได$ รู$ผิดรู$ถูกแตทําความเข$าใจ และถายทอดกั น มา ไมวายารั ก ษาโรค การตั้ ง ถิ่ น ฐาน สภาพอากาศ สภาพแวดล$อม สิ่งเหลานี้คือภูมิป(ญญาครับ แล$วเมื่อเกิดเหตุการณขึ้นเขาจะ ใช$ตัวนี้ และภูมิป(ญญาท$องถิ่นอันนี้ต$องระวังนะครับ มันหลากหลาย เพราะวา บริบทของแตละพื้นที่ตางกัน เราต$องทําความเข$าใจอันนี้ถึงจะเห็นวามันคือ อะไร และในสิ่งที่เราพยายามศึกษาในขณะนี้ผมอยากจะศึกษาคน ภูมิป(ญญา เป%นเรื่องที่เกี่ยวกับคน มันมีความสําคัญอยู ๓ ระดับ ด$วยกัน ระดับแรก คือ คนต$องอยูกันเป%นกลุมครับ มีความสัมพันธตอกันตั้งแตครอบครัว ชุมชน วงศา คณาญาติเกิดเป%นบ$านและเมือง ซึ่งความเป%นบ$านเป%นเมืองของเราตอนนี้มอง เป%นพื้นที่วาตรงนี้เป%นเมืองมีเขตการบริหาร แตในอดีตไมใชครับ ความเป%น บ$า นเมื องอยูที่ โ ครงสร$ า ง คํ า วาชุ ม ชนตอบได$ ต อนนี้ เลยวาทุ กคนไมเข$ า ใจ รัฐบาลไมเข$าใจคําวาชุมชน ผมเคยตั้งคําถามวาบ$านจัดสรร คอนโดเป%นชุมชน หรื อ เปลา ในเมื อ งนอกถื อ วาเป% น เพราะผมมี ป ระสบการณแตถ$ า มาใน เมืองไทยไมเป%น จะเห็นวาตางคนตางอยู มีเรื่องอะไรไมรู$ บางคนถูกฆาตาย ๕ วัน ยังไมรู$เลย มันเป%นป(จเจกหมดเลยมันไมเป%นชุมชน กรุงเทพฯ หรือบริเวณ รอบๆ เต็มไปด$วยหมูบ$านจัดสรร คอนโดทั้งนั้น นี่คือป(ญหา แตถามวาเรามอง พวกนี้เป%นชุมชนหรือ คุณจะสอนเขาหรือ ให$ชวยตัวเองยังทําไมได$ ในอดีต ความเป%นชุมชนอยูที่ความสัมพันธของสังคม ในระดับบ$านญาติๆ คําวาบ$าน


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล |

ประกอบด$วยวัด วัดกับบ$านเป%นชื่อเดียวกันถ$าไมมีบ$านก็ไมมีวัด เพราะตัววัด เป%นศูนยกลางกิจกรรมทางสังคมทั้งหมด ทั้งความเชื่ออะไรตางๆ ทําให$คนมี ความสั ม พั น ธตอกั น อั น แรกความสั ม พั น ธของคนกั บ คน อั น ที่ ส อง ความสัมพันธของคนกับธรรมชาติ พื้นที่ที่คุณอยูมีสภาพแวดล$อมเป%นพื้นที่ลุม ที่สูง ที่ราบ ปaาเขา คนที่อยูในพื้นที่รวมต$องศึกษาวิจัยวาจะอยูอยางไร พื้นที่ ให$ ใ ช$ ร วมกั น แบงเป% น ที่ ทํ า กิ น ที่ อ ยู อาศั ย ที่ ต างๆ เหลานี้ อั น นี้ คื อ คนกั บ ธรรมชาติ เพราะฉะนั้นพื้นที่หลายๆ อันที่อยูในท$องถิ่น น้ํา ดิน ปaา เขาเป%น สาธารณสมบัติ แตป(จจุบันนี้เราไปทําลายหมดแล$ว พื้นที่สวนรวมนี้ถูกรักษา โดยคนท$องถิ่นไมเป%นของใคร จึงเกิดความรู$ที่จัดการพวกนั้นอันนี้คือเรื่องคน กับธรรมชาติ แล$วสิ่งที่เห็นชัดและสําคัญที่สุดเลยคือคนที่อยูในท$องถิ่นนั้นรู$ ไมได$รู$เบื้องหน$า เขารู$ดินฟbาอากาศ การเปลี่ยนแปลง ระดับสูงต่ําของพื้นดิน โดยเฉพาะน้ํามาทางไหนแล$วจะเป%นอยางไร แล$วการรักษาพื้นที่ของคนใน สมัยโบราณเขาไมได$รักษาพื้นที่ที่เป%นเกษตรกรรมหรือพื้นที่อุตสาหกรรม แต ป(จจุบันรัฐบาลให$ความสําคัญกับพื้นที่เศรษฐกิจมากกวาพื้นที่อยูอาศัย ในสมัย โบราณคนเน$นเรื่องที่อยูอาศัย เรื่องทํามาหากินรองลงมา เพราะบ$านเมืองเรา มัน อุ ด มสมบู รณด$ ว ยความหลากหลายทางกายภาพ มีกิน ทั้ ง นั้น เขาไมได$ เดือดร$อน แตเขาสนใจวาจะอยูกันอยางไร เพราะฉะนั้นเมื่อถึงฤดูกาลน้ําจะมา ทางไหน จะเป%นอยางไร เขาจะมีการปรึกษาหารือกันจะรับมันได$อยางไร ถึง เวลาแล$วจะทําอยางไร นี่คือสิ่งที่เขา���ํา คนกับธรรมชาติเรียนรู$อยูรวมกัน ถ$า ทานไมเชื่อทานจะเห็นวาทานฟ(งเรื่องประเพณี ๑๒ เดือนไหม อันนี้จะเข$ามา เกี่ยวข$องกับนักศึกษาภาษาไทย


| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

“น้ํา” กับประเพณี ๑๒ เดือนของไทย สมัยกอนมันจะมีพิธีกรรม พิธีกรรมที่สําคัญในความเป%นมนุษยของ เราหลักๆ มี ๒ อยาง อยางหนึ่ง คือ พิธีกรรมที่เกี่ยวกับชีวิตเกิด แก เจ็บ ตาย ไปตามครอบครั ว อี ก อั น หนึ่ ง คื อ พื้ น ที่ ป ระจํ า ป6 ๑๒ เดื อ น ที่ เ ขาตั้ ง จาก สิ่งแวดล$อม สังคม วัฒนธรรมรวมกับธรรมชาติ สังคมในดินแดนประเทศไทย มันถูกคลุมด$วยวิถีชีวิตทางวัฒนธรรม น้ํามาปลูกข$าวหมดเลย เราเห็นไหม เวลาเดือน ๓ เริ่มไถแปรเพื่อที่จะรับน้ํา พอเดือนเมษาฝนเริ่มตกก็อาจจะมา เพาะกล$ า อะไรตางๆ พอวิ ส าขบู ช าขอฝน แล$ ว แถมของภาคกลางมี อ ะไร แปลกๆ เดือน ๑๑ เป%นเดือนที่น้ําจะมามากแคไหนทานเห็นใชไหมก็เกิดการ แขงเรือ เดือน ๑๑ น้ํามา น้ําเริ่มหลาก พอเดือน ๑๒ น้ําจะขึ้นสูงสุด ตรงนั้นก็ จะเกิดพิธีลอยกระทง จากลอยกระทงก็เปลี่ยนผานสูเดือนอ$าย เดือนอ$ายน้ํา ลด ถ$ าน้ํ าไมลดทํ าพิ ธีไ ลน้ํา เลย มัน อยู ในประเพณี ๑๒ เดือนหมด ถามวา กิจกรรมอันนี้เรามองเราชอบตัวกิจกรรมแตคุณไมเห็นผล แตวาในท$องถิ่นเขา จะรู$วาใครเข$าไปรวม เขารวมอยางไร เขารับรู$รวมกันคือการถายทอดการ เรียนรู$ เพราะฉะนั้นเราเรียนประเพณีตางๆ เราไมเข$าใจหรอกครับเรามอง เรา ดึ ง มั น ออกมาจากบริ บ ทของคน จากสภาพแวดล$ อ มของสั ง คมเราก็ เ ห็ น ความหมายของมัน ศึกษาการเป%นชาวบ$าน ศึกษาภาพนิ่งแตวาถ$ามองให$เห็น คนมันจะสนุก อันนี้เวลาเรามองเขาถายทอดพิธีการประเพณี ๑๒ เดือน เป%น การถายทอดการเรียนรู$ที่สังสรรคด$วยโดยที่ปากเปลาด$วย แล$วผมจําได$วาผม ทําจิตอาสา ชวงเวลาสงกรานตเป%นชวงเวลาที่สําคัญมากเพราะสงกรานตเริ่ ม เพาะปลู ก คนที่ เ ป% น ผู$ นํ า ผู$ อ าวุ โ สของแตละชุ ม ชนจะมาชุ ม นุ ม กั น ที่ วั ด สงกรานตนี่คนแกๆ มาชุมนุมกันแล$วคนเหลานี้จะมาคุยกัน วันนั้นเขาจะแจก


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล |

ปฏิทิน ปฏิทินที่มีนาคพนน้ํา ๔ ตัว มันคอนข$างจะเป%นสุริยคติวานาคพนน้ํากี่ ตัว แล$วก็จะมีวาน้ํามาทางไหน มันจะเข$าตรงนี้ไหม ตรงนี้จะแล$งไหม เขาจะ ปรึกษาหารือกัน และทานรู$ไหมวาการทําความเข$าใจไมได$มาจากหมูบ$านเดียว เราเห็นวาเป%นท$องถิ่น ท$องถิ่นประกอบด$วยหลายชุมชนหลายหมูบ$าน แตละ หมูบ$านจะมีวัดเป%นศูนยกลางแตในท$องถิ่นจะมีหลายชุมชน

เวลามีงานเขาจะไปพบปะกันอาจจะเลือกวัดในชุมชนใดชุมชนหนึ่ง มาคุยกันวาจะจัดการน้ํารวมกันอยางไร จะทําฝาย จะทําทํานบ จะขุดคลอง ลอกคลองเขาจัดการทั้งนั้น แตเขาเน$นที่อยูรวมกัน นี่คือสิ่งที่เราเห็นและนี่เป%น คําตอบที่ผมบอกวาสมัยกอนบ$านเมืองเขาอยูกับน้ําเขาอยูได$ เวลาน้ํามาเขา จัดการรวมกัน และสิ่งที่นาสนใจคือคนเหลานี้ไมตอต$านน้ํา เขาจะต$านน้ํา ระดับหนึ่งเทานั้นเอง เขารู$วาน้ํามีฤทธานุภาพมาก ถ$าเอาไมอยูก็ต$องปลอย แล$ว ความรู$สึกของคนมาแล$วก็ไป ตั้งอยูแล$วก็ดับไป แล$วเมื่อมีเหตุการณน้ํา


๑๐

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ทวมหลายๆ คนที่อยูก็มาแล$วก็ไปจะขวางทางทําไม ทานเห็นไหมมาแล$วก็ไป เขาต$องการให$น้ําไหลออกไปเร็วที่สุด ถ$าเข$าหมูบ$านกันไมไหวก็ปลอยให$ไหล ไป ปลอยให$เร็วแตไมพยายามทําเครื่องกีดกั้น

“คนกรุง” กับ “วิกฤตน้ํา” ป(จจุบันนี้เราทําเขื่อนแข็งทํานบแข็งโดยใช$ซีเมนต แตอดีตใช$คันดิน ทั้งนั้นแหละครับ แล$วทานไปดูคันดินเต็มเลยแล$วมันก็รอยหรอไป ผมศึกษา เรื่องผังเมืองชุมชนโบราณ ผมนึกวาเป%นของเกาจริงๆ แล$วไมใช ทํานบนี่ทํา ตลอด ทําแล$วเปลี่ยนแปลงตลอดเขาจะใช$กันเป%นชวงๆ เขาไมต$านน้ํา แต ต$องการให$ไปไวที่สุด แตทานเห็นความขัดแย$งกับที่เป%นป(จจุบันนี้ คุณจะขวาง ด$วยกระสอบทราย พอขวางมันหลบได$อันหนึ่งมันไปกระแทกคนอื่นเขาแล$ว พนัง กั้น น้ําที่ สูง มันก็ แรงยิ่ง กวาสึน ามิ อีก อยางกรณี ที่แล$ ว บางโฉมศรี แถว ลพบุรีต่ํากวาลพบุรีน้ําแรงถึง ๑๕๐ กิโลเมตรตอชั่วโมง ถามวาทําไมเกิดขึ้น ถ$าดูในเรื่องภูมิทัศนของภาคกลางมันเป%นพื้นที่ที่คอนข$างราบ น้ําลงมามันไม ไหวเชี่ ยวมัน ถึง ได$ คดเคี้ ยวตามแมน้ํ าลํา คลองแตคุณ ไปทํา ให$ มัน แรงขึ้ นมา สังคมเกษตรกรรมอยูกับน้ําไมขวางน้ําเพียงแตวากระจายน้ําเบนน้ําเทานั้นเอง แตไมใช$อะไรที่เป%นการตอต$าน กรุงเทพฯ คราวนี้พลาด แตโชคดีทําพนังกั้นน้ํา ๒.๕๐ เมตร ประมาณ ๒.๖๐ เมตร น้ําเข$ากรุงเทพฯ แล$วแตเผอิญน้ําทะเล หนุน แตถ$า ๓ เมตร เรียบร$อยครับ แล$วสิ่งที่คนเกิดความหวาดกลัวเวลานี้คือ ถ$ า น้ํ า มา ๓ เมตร คุ ณ จะทํ า อยางไร อั น นี้ ผ มเห็ น แล$ ว คนที่ อ ยู ในสั ง คม อุตสาหกรรมจะต$องย$า ยไปอยูที่ อื่น บางคนก็สร$ างคอนโดสู งๆ หาทางสู$น้ํ า ทั้งนั้น แตคนที่เขาอยูดั้งเดิมแถวนครชัยศรีหลายแหลงเขาบอกวาเขาสู$ เขาไม สนหรอกสูงเทาไหร เขาใช$วิธีวาเขาจะอยูกับน้ําอยางไร สิ่งเหลานี้ก็ต$องมาคิด


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๑

ถิ่นที่อยูที่อาศัยแตจะเห็นวามันจะต่ําแบบเดิมไมได$ อันนี้ในประสบการณผม การสร$างเขื่อนภูมิพลและอีกหลายๆ เขื่อนในประเทศไทยมันเปลี่ยนระดับน้ํา หมดเลย ขณะนี้ภาคกลางของประเทศไทยหรือสวนใหญของประเทศไทยมัน มี ฤ ดู แ ล$ ง กั บ ฤดู น้ํ า ครั บ ฤดู แ ล$ ง แมน้ํ า เจ$ า พระยาขอดเลยนะแถวหน$ า พระบรมมหาราชวังต$องมีเรือจ$างข$ามไปขุด แตพอหลังจากทําเขื่อนแล$วน้ํา เทากันหมดเลยมันก็สามารถควบคุมพื้นที่ได$ ยิ่งเกิดอาคารบ$านเรือนแบบใหม ขึ้นมาแบบใต$ถุนเตี้ยพวกนี้ก็เรียบร$อย เพราะคราวนี้น้ํามันมามาก แล$วจะทํา อยางไรต$องหวนกลับไปทบทวนถ$าคุณสูงๆ คุณจะปรับได$ไหม แล$วสูงนี้ต$องไม ธรรมดานะครับต$องสูงกวาเกาอีกเพราะน้ําบางแหลงมันขึ้นถึง ๓ เมตร อันนี้ ต$องคุยกัน คราวนี้ท$องถิ่นแตละท$องถิ่นไมเทากันถ$าคนรู$นิเวศท$องถิ่นดีคนที่ อยูในท$องถิ่นจะรู$ดีวาน้ําตรงนี้มันสูงต่ําถ$าสร$างบ$านเสาจะสูงแคไหนแล$วต$อง ทําทางเพื่อจะทําทางน้ําไหล อันนั้นต$องขุดคลองไมให$น้ําเข$าหรือทําทํานบเบน น้ําไมให$เข$าก็ต$องทําแตเขาต$องเชื่อมโยงกันไปตั้งแตต$นน้ํากลางน้ําไปถึงท$าย น้ําแตในป(จจุบันนี้ เป%นหรื อเปลาครับ มันไมได$เป% นเลยแล$ วไมได$คุ ยกันเลย เพราะวาทุกอยางเราให$รัฐบาลทําทั้งนั้น คนในท$องถิ่นก็ไมมีความรู$คนรุนใหม ไมรู$เลย ที่อยูบ$านจัดสรรคอนโดเขาไมรู$ เขาไมรู$วามายังไง น้ําเป%นยังไง คราวนี้ เมื่อมีป(ญหาไมเข$าใจตรงนี้แล$วจะจัดการได$อยางไร เรื่องเรือก็เหมือนกัน คุณ ต$องจัดเรือ จัดเรื่องร$านค$าลอยน้ํา แล$วก็หวนกลับไปวามีแพอะไรตางๆ ด$วย ต$องเข$าสู ๒ ฤดูแบบเกา มันจะอยูแบบเดิมไมได$ มีฤดูที่น้ํามากและฤดูที่แล$ง ฤดูแ ล$ง อยู นานกวาสวนฤดูน้ํ ามากคงมาเป% นพั กๆ ก็ ต$องปรับ ตัว ใหมฉะนั้ น จําเป%นอยางยิ่งที่ต$องปรับตัวอยูกับน้ํา แตวาขณะนี้รัฐบาลหวงอุตสาหกรรม ครั้งนี้ ผมเห็ นความผิดพลาดมาก ที่ จริงคุ ณต$องกระจายเงิ นให$กับ ท$องถิ่น แล$วสร$างท$องถิ่นให$มีความสําคัญกับสังคม ให$ท$องถิ่นจัดการกันเองให$


๑๒

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

เบ็ดเสร็จ ทั้งที่อยูที่อาศัยรวมกันอันนี้ต$องแลกเปลี่ยนกันหมดเลย แตเราไมได$ ทํา เพราะการปกครองของเราเป%นแบบรวมศูนย ชาวบ$านก็แบมือขอ ���ล$ว ทานเห็นไหมวาเมื่อคราวที่แล$วมันไมเป%นชุมชน เมื่อน้ําทวมแล$วไมเหลียวแล กัน สังคมเป%นสังคมที่ตัวใครตัวมันเลย พอไมเหลียวแลกันคนแกก็ทิ้งไว$อยูกับ บ$าน ขโมย ขโจรมันก็เข$าไปปล$น นั่นแหละความไมเป%นชุมชนและอันนี้เกิดขึ้น ในหมูบ$านจัดสรรพวกคอนโดทั้งสิ้น เห็นไหมบ$านจัดสรรจมน้ําราคาเป%นสิบสิบ ล$านตั้งแตปทุมลงมาหมดเลย แล$วจะทํายังไง อันนี้คือเรื่องใหญ ทีนี้ถามวาถ$า คุ ณ จะแก$ ไ ขป6 ต อไปคุ ณ จะทํ า ยั ง ไง รั ฐ บาลหวงแตอุ ต สาหกรรม สงเสริ ม อุตสาหกรรม แล$วโครงการอุตสาหกรรมโครงการเกษตรกรรมมันปiดกั้นทาง น้ําทั้งนั้นครับ ความล$มเหลวคราวนี้ที่เกิดขึ้นน้ําไมมากครับ เทาที่ผมเห็นน้ําไม มากเพราะคนท$องถิ่นบอกผม ผมไปสํารวจแถวอยุธยาแถวคลองสระบัวเขตอยุธยา ไปดูการจัดการ น้ําเขาใช$ลําคลองเป%นที่ระบายน้ํากระจายน้ํา ไปดันน้ําเขาไมขุดลอกแล$วก็ สร$ า งถนนเพิ่ ม ขึ้ น มา ทานจํ า ได$ ไ หมเวลาไปจากกรุ ง เทพฯ ตามแมน้ํ า เจ$าพระยามันจะมีถนนเลียบทั้งสองด$านทําให$บ$านที่อยูระหวางแมน้ํากับถนน ขนาบ น้ําทวมเป%นเวลาเกือบ ๑๐ ป6 น้ําทวมตลอดเวลาน้ํามา เพราะอะไรรู$ ไหม เพราะวาเขาไมทําสะพานเวลาทําถนนเลียบลําน้ํามาเขาต$องเจาะเป%น สะพานเพื่อให$น้ําระบายออก คนโบราณอยูริมน้ําเพาะปลูกริมน้ําเพราะเป%น พื้น ดิ น ตะกอนทั บ ถมสู ง ขึ้ น ถ$ า น้ํ า มาเขาก็ ป ลอยเข$ า ทุ ง แตสมั ย ใหมสั ง คม อุตสาหกรรมไปทําถนนขนานแล$วเป%นถนนที่ไมมีสะพานออก ไมมีสะพาน ชองวางน้ําออกไมได$ แตเหตุที่คุณไมทําเพราะคุณไมอยากให$น้ําไปทวมทุงนา เขา เพราะฉะนั้นน้ําสองฝ(jงจึงทวมท$น สมัยกอนโบราณเวลาเขาจะทําถนนเขา ต$องคํานึงถึงทางน้ํากอนพื้นที่ภาคกลางมันเต็มไปด$วยลําน้ํานับไมถ$วนแตเขา ไมทําลายครั บ เพราะมั นเป%นทางที่ทั้ งกระจายน้ํ าทั้งปลอยให$ น้ําไหลลงไป


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๓

เพราะฉะนั้นเขาจะทําสะพานเป%นชวงๆ เวลาน้ํามาสิ่งที่ถนนขวางอยูน้ํา ๒ ฝ(jง ระดับเทากัน ไมใชฝ(jงหนึ่งแห$งฝ(jงหนึ่งทวมไมเป%นอยางนั้นเขากระจายไป แต ป(จจุบันนี้เราไปทํามันถึงได$เกิดป(ญหาขึ้นมา แล$วก็โดยที่ไมสนใจพื้นที่ที่อยู อาศัยจึงเกิดโศกนาฏกรรมที่อยุธยา ที่คลองสระบัวน้ําทวมเข$าถึงบ$านชาวบ$าน ที่อยูระดับ ๒.๗๐ เมตร น้ําขึ้น ๓ เมตร ภายใน ๖๐ นาที มาอยางสึนามิออก กันแทบไมทัน รวมทั้งเมืองอยุธยาคือเมืองที่เขาอยูกับน้ํามาตลอด

ภูมิปญญาการจัดการน้ํา: บทเรียนจากประวัติศาสตร3 สมัยกอนนี้ถ$าทานไปดูแผนที่โบราณจะพบวาอยุธยามีกําแพงเมือง รอบที่ ฝ รั่ ง เรี ย กวาเวนิ ช ตะวั น ออกแล$ ว เขามี ป ระตู น้ํ า ใชไหม ไปดู แ ผนที่ ที่ ฝรั่งเศลวามันจะมีประตูน้ํา ประตูน้ํานั้นเขามีที่ปiดเปiด ในฤดูแล$งเขากักไมให$ น้ําออกแล$วก็เอาน้ําใช$ในเมือง ฤดูน้ํามากก็ปลอยกระจายออกนอกเมือง ถ$าน้ํา สูงก็ไมล$นกําแพงขึ้นมาเพราะกําแพงมันสูงมาก ขณะนี้เราไปทลายกําแพงเอา กําแพงมาเป%นถนน พอน้ําสูงน้ําทวม อยุธยาเสียหายยิ่งกวาเมื่อตอนพมาทํา เรากรุงแตก เพราะมันขึ้นมาถึงตัวเมืองหมดเลยไมรู$น้ํามายังไง แสดงวาการ จัดการน้ําใช$ไมได$ในยุคป(จจุบัน อยุธยาจัดการน้ําด$วยวิธีแบบนี้ ถ$าทานไปดู แถวเมืองแพร ทําไมกําแพงเมืองแพรเป%นกําแพงดินขนาดใหญ คนไปมองวา กําแพงเมืองเป%นกําแพงปbองกันข$าศึกแตที่จริงไมใช ตัวเมืองแพรตั้งขนานกับ ริมน้ํายมเป%นพื้นที่ระบายน้ําโดยตรง เวลาน้ํามาเขาทํากําแพงสูงทําให$น้ําไม เข$า นี่คือความรู$ของคนโบราณที่เขาทําอยูตลอดเวลาเพราะเขาเป%นสังคมที่อยู กับน้ําอยูกับแมน้ําลําคลอง กรุงเทพฯ ตั้งแตสามโคกลงมาทานจะเห็นแมน้ํา จากสามโคกลงมา พอเกิดเมืองสามโคกขึ้นมามันมีการกระจายคนที่อยูริมน้ํา ของฝ(j ง นั้ น ไปสร$ า งคลองจะมี ค ลองเล็ ก ๆ เหมื อ นกั บ ก$ า นซี่ โ ครงเรา ตั ว


๑๔

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

เจ$าพระยาคือตัวกระดูกที่เป%นสันหลังแตลําคลองออกไปเป%นเสี้ยวๆ ชุมชน กระจายไปตามนั้นครับ แล$วความเป%นเมืองเกิดขึ้นตรงนี้ ใช$คลองซอยลงไปแต คลองเหลานี้ ไ มได$ ไ ปไกล ไปอี ก ระดั บ หนึ่ ง ก็ ห ายไปในทุ งจึ ง เกิ ด ทุ งไง เพราะฉะนั้นจึงเกิดแมน้ําลําคลองในทุง พื้นที่ทุงเป%นพื้นที่ที่รับน้ํา น้ําแทนที่จะ ไหลลงตามแมน้ํา เจ$า พระยาตลอด มั นถู กกระจายไปตามคลองซอยแล$ ว ก็ กระจายไปสูทุง ชุมชนที่อยูใกล$ๆ คลอง ถ$าทานอานผมอยากให$นักวรรณคดีอานกําสรวลสมุทรหรือกําสรวล ศรีปราชญที่เกิดขึ้นในสมัยพระบรมไตรโลกนารถ เขาพูดถึงชุมชนลําคลองที่ อยู ริ ม น้ํ า เจ$ า พระยาแล$ ว ลํ า คลองเหลานั้ น ไมกระจายไป แล$ ว พอมาถึ ง ต$ น กรุงเทพฯ ไปอานนิราศสุนทรภูจะพบวาลําคลองซอยมากกวาเดิม คนไมได$ อยูที่ริมฝ(jงแมน้ําเจ$าพระยาอยางเดียวแตยังอยูตามคลองตางๆ ด$วย แล$วแถม ยังมีการจัดการน้ํา ยกตัวอยางเชน การขุดคลองลัด คลองลัดแรกที่เกิดขึ้นใน เขตนี้ก็คือคลองลัดบางกอกที่ขุดตั้งแตหน$ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตรไปออก หน$าวัดแจ$งหน$าวัดอรุณนั่นเรียกคลองลัด คลองลัดอันนั้นขุดเพื่อการคมนาคม หลังจากขุดแล$วก็เกิดเมืองบางกอกขึ้นมานั่นคือการจัดการอยางหนึ่ง รัฐทํา หน$ า ที่ ใ นการจั ด การคมนาคมขยายที่ อ ยู อาศั ย ก็ อ อกมาเป% น แบบนี้ เพราะฉะนั้นก็เกิดคลองซอยมากมายเลย ทานไปดูที่ธนบุรีตั้งแตปากคลองบางหลวงจนถึงปากคลองสานจะ เห็นวาความเป%นเมืองของเราจริงๆ ที่อาศัยลําน้ําลําคลองยังมีรองรอยอยูมาก แตมันถูกแทนที่ด$วยถนนหนทางหมด เพราะฉะนั้นสมัยกอนมันจะออกไปเป%น แบบนี้ และสิ่งที่นาสนใจคือวาเมื่อเขาปลอยน้ําลงทุง ตรงทุงนั้นเป%นแก$มลิงมัน ก็ จ ะมี ค ลองที่ พ าน้ํ า ออกไปทะเล เขามี จั ง หวะจะโคนอยู แม$ ก ระทั่ ง ซี ก ตะวันออกของแมน้ําเจ$าพระยาเขตทุงรังสิตเป%นเขตการปลูกข$าวที่ใหญที่สุด เพราะเป% น พื้ น ที่ ร ะบายน้ํ า ที่ ใ หญมากระหวางแมน้ํ า เจ$ า พระยากั บ แมน้ํ า


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๕

บางปะกง รัชกาลที่ ๕ ขยายชลประทานเพื่อการเพาะปลูกตรงนั้นแหละครับ จึงเกิดชลประทานแหงแรกขึ้น เพราะกรมชลประทานแตเดิมไมได$ทําเพื่อการ เพาะปลูก ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ทําการเพาะปลูกจึงเกิดคลองแนวตั้งแนวนอน มากมาย เกิดเพื่อจัดการให$เป%นที่เพาะปลูกข$าวแล$วก็มีทางระบายลงสูทะเล มี ทั้งคลองสายหลักอยางคลองแสนแสบ คลองรังสิต พวกนี้มันเชื่อมตอแล$วมี คลองซอยลงไป ทําให$น้ําไมทวม แตถามวาป(จจุบันนี้ทําไมทวม ก็คุณดันเอา นิคมอุตสาหกรรมลงไปขวางหมดเลยตั้งแตวังน$อย โรจนะของโรงผลิตฮอนด$า ตั้งอยูกลางทุงพระอุทัย ถ$ า เป% น นั ก วรรณคดี รู$ ว าในลิ ลิ ต ยวนพายซึ่ ง เป% น วรรณกรรมสมั ย อยุธยาตอนต$นจะพูดถึงวาสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ผู$เป%นพระมหากษัตริย ที่ยิ่งใหญประสูติที่ทุงพระอุทัย แถลงปางพระมาตรไท แดนดําบลพระอุทัย

สมภพ ทานนา ทุงกวาง

มันเป%นทุงกว$างปaาสักทั้งนั้น โรงงานอุตสาหกรรมรถยนตโรจนะไป อยูตรงนั้นกลางทุงพอดีเลย พอน้ํามาคุณสร$างกําแพงสูงขึ้นก็ยังล$ม พอล$ม เสร็จก็ทะลวงผานจากวังน$อยลงมานวนคร คุณไปสร$างแหลงอุตสาหกรรม ขวางแล$วคุณจะแก$น้ําได$อยางไร แล$วเดี๋ยวนี้ก็ยังไมย$าย คุณสงเสริมให$สร$าง กําแพงขึ้นมา แล$วแถมบ$านจัดสรรคอนโดอีก ถ$าเข$าใจวิถีชีวิตในอดีตมันทวม แน คุณแก$ไมได$ถ$าตราบใดที่คุณไมเข$าใจพื้นฐานแตเดิมของเราเป%นสังคมที่อยู กับน���ํา ผังเมืองเราอยูกับน้ําครับ เราไปตามแมน้ําลําคลองซึ่งผิดกับฝรั่ง ฝรั่งไป ตามถนนแล$วก็ไมเรียน เรียนพวกผังเมืองก็ไมเรียน เมื่อที่อังกฤษตีพมาได$มันตี ทางใต$พมาได$แล$วทําไมเขาไมสร$างเมืองที่กรุงหงสาวดี หงสาวดีเป%นเมืองที่อยู


๑๖

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ริมแมน้ําเป% นเมืองเกษตร พมาไปสร$ างชเวดากองซึ่ง เป%น พื้นที่สู งเป%น ภูเขา กลายเป%นนครยางกุ$ง นั่นคือเป%นผังเมืองแบบฝรั่งแตเราอยูกับน้ํามาตลอดคุณ ต$องจัดการด$วยวิธีแบบนั้น คือต$องรับน้ํา ต$องไมหนีน้ํา แตป(จจุบันนี้เราไมมี ความเข$าใจเลย แล$วแถมคนรุนใหมไมมีความเข$าใจจึงเกิดเป%นอาการโรคกลัว น้ําขณะนี้ แตคนรุนเกาเขาอยูได$ผมเห็นสิ่งเหลานี้

การจัดการน้ํา: มิติความสัมพันธ3ระหวางมนุษย3กับธรรมชาติ ถามวางานทางฝaายมหิดลทําผมคิดวาเป%นสิ่งที่ดี เราพยายามจะฟklน ภูมิป(ญญาของชาวบ$านที่มีอยูเอามาสร$างความรู$ใหม เพื่อเผยแพรให$คนรุน ใหมมาใช$ในการจัดการตัวเอง การจัดการน้ําแตโบราณไมได$พึ่งรัฐ การจัดการ น้ําเพื่อการเกษตรเพื่อการเพาะปลูกทําโดยชลประทานราษฎรทั้งนั้น ไมเคย เป%นชลประทานหลวง แตวาความเป%นชลประทานราษฎรจัดการน้ําแบบไหน เขารู$ธรรมชาติ ของน้ํา เพราะฉะนั้ นเวลาเราไปกางแผนที่ แบบเดิ มทานจะ พบวาพื้นที่ท$องทุงมันไมใชท$องทุงราบๆ มันมีแก$มลิงและมันมีลําน้ํานับไมถ$วน ที่มีการถายทอดน้ําตลอดเวลา จากสาขาน้ําเล็กไปสูแมน้ําใหญแล$วลงทะเล สมั ย โบราณเขาทํ า แบบนั้ น ตั้ ง ถิ่ น ฐานไปตามลํ า น้ํ า ตางๆ เขารู$ เรื่ องนิ เวศ เหลานั้นดีแล$วจะจัดการยังไง ผมถึงได$บอกวามันมีสิ่งที่เราเห็นในอดีตมันเป%น ความสัมพันธระหวางคนกับคน คนกับธรรมชาติและคนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ ทานจะปฏิเสธไมได$เลยวาการพัฒนาบ$านเมืองแบบสมัยใหม โดยเฉพาะการ พัฒนาขาดมิติจิตวิญญาณคนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ แตในอดีตเขาใช$ ทานไป อยุธยาทานจะเห็นวาทําไมมีเจดียภูเขาทอง มีเจดียวัดชัยวัฒนารามพวกนั้น ตั้งอยูกลางทุงเป%นพื้นที่เขาสร$างพระบรมธาตุให$คนได$กราบไหว$แล$วคนรอบๆ ทุงมาทําพิธีรวมกันในประเพณี ๑๒ เดือน สร$างความสัมพันธกันแล$วสร$าง


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๗

กฎเกณฑกติกาข$อห$าม ให$คนใช$พื้นที่อยางมีกาลเทศะ พื้นที่ไหนที่เขาเห็นวา อันตรายเขาจะสร$างสิ่งที่คนภาคเหนือเรียก “ขึด” คนตะวันออกเฉียงเหนือ เรียก “คะลํา” เป%นอัปมงคล เพราะฉะนั้นเขาจะมีกาลเทศะ คนสมัยโบราณเขามีกาลเทศะมีกาลเทศะในการใช$พื้นที่ พื้นที่ที่ต่ํา พื้นที่ที่สูง พื้นที่นี้จะทําให$เดือดร$อน เขาจะมีกติกาที่บอกวาอยาทํา อันนี้คือสิ่ง ที่เรียกวาภูมิป(ญญาของคนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ และสิ่งที่เหนือธรรมชาติเป%น สิ่งที่ควบคุมพฤติกรรมให$คนกลัว ควบคุมด$วยความกลัวด$วยความเชื่อ เพราะ ความกลัวความเชื่อเป%นสิ่งหนึ่งของมนุษย ไมเชื่อทานลองดูสิ มนุษยเป%นสัตวที่ นากลัวที่สุด เป%นสัตวกึ่งบกกึ่งน้ํา อยางภาคกลางต$องอยูกึ่งบกกึ่งน้ําถึงจะอยู ได$เหมือนกับกบเขียดอะไรตางๆ อันที่หนึ่งชวยตัวเองไมได$ต$องอยูเป%นกลุม เป%นครอบครัว เป%นชุมชน แตเดี๋ยวนี้เราอยูหรือเปลา เราอยูแบบเป%นเดรัจฉาน อันที่สองคุณต$องอยูกับธรรมชาติ คุณต$องเรียนรู$สภาพแวดล$อม แตไมใชคุณ ไปทําลายโดยใช$เทคโนโลยีไปทําลายหมด อันที่สามคุณต$องมีความเชื่อ เพราะ มนุษยเราไมมั่นใจในตัวเอง ถึงแม$จะมีความก$าวหน$าทางวิทยาศาสตรมาก ยัง มีอีกหลายอยางในจักรวาลมนุษยพิสูจนไมได$ตรงนี้มนุษยต$องหันกลับไปหา ความเชื่อ ความเชื่อจะเป%น สวนหนึ่ง ของความเป%นมนุษ ย เพราะฉะนั้ นใน สังคมตะวัน ออกผิดกั บสั งคมตะวั นตก มั นท$ าทายความเชื่อ มัน ถึง ได$ส ร$า ง เทคโนโลยีขึ้นมาจัดการ แตคนตะวันออกสร$างประเพณีพิธีกรรมขึ้นมาควบคุม อยูรวมกันมันถึงอยูด$วยกันแบบนี้

การจัดการน้ํา: มรดกวัฒนธรรมของทองถิ่น การจั ด การน้ํ า ในอดี ต ของคนในภู มิ ภ าคนี้ เ กื อ บทั้ ง หมดเป% น การ จัดการน้ําที่ให$ความสําคัญของคนกับคน คนกับธรรมชาติ และคนกับสิ่งเหนือ


๑๘

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ธรรมชาติ เพื่อการอยูรอดรวมกันของคนในท$องถิ่น เพราะฉะนั้นการจัดการ น้ําเป%นมรดกทางวัฒนธรรมของท$องถิ่ น วั ฒนธรรมคือสิ่ งที่ม นุษยในสั งคม ท$องถิ่นสร$างขึ้นมารวมกันเพื่อมีชีวิตรอดรวมกันนั่นคือวัฒนธรรม แล$วป(จจุบัน นี้มีหรือไม การจัดการน้ําโบราณมีอยางภาคเหนือเป%นต$น จะเห็นวาภาคเหนือ มันอยูในลักษณะภูมิประเทศที่สูงซึ่งพื้นที่อยูในหุบเขาและแอง น้ําจะมาแรง กวาที่ลาดชัน เขามีการจัดการน้ําจะเห็นวาเขาจัดการด$วยระบบเหมืองฝายใช ไหม พอถึงเขตต่ํากวาอุตรดิตถลงมาเป%นท$องทุงนาการจัดการน้ําก็เป%นอีกแบบ หนึ่ ง มี ทั้ ง ทํ า นบมี ทั้ ง ขุ ด คลองตางๆ มากมาย แล$ ว ไลมาถึ ง พื้ น ที่ ป ากน้ํ า โพ เรื่อยมา ถามวาตอนนี้เราอยูที่ไหน พื้นที่อะไร ฉะนั้นนักศึกษาจะต$องรู$วาที่ที่ คุณอยูบ$านอยูในพื้นที่แบบไหน เดี๋ยวนี้มีข$อมูลมากมันเป%นดินดอนสามเหลี่ยมซึ่งแบงออกเป%น ๒ ชุด ชุดแรกคือตั้งแตชัยนาทจนถึงอยุธยานั่นเป%นสามเหลี่ยมปากแมน้ําเกา น้ําที่มัน ออกมามั น แพรแยกออกแล$ วระหวางลํ าน้ํ า มี ท$องทุงมี ค นอยู อาศั ย เขาต$ อง เรียนรู$ประเภทนั้น ลําน้ําลพบุรี ลําน้ําน$อย ลําน้ําปaาสักอะไรตางๆ พอจาก อยุธยาความแพรมันน$อยลง ลําน้ําทุกสายมันถูกเชื่อมเข$าสูแมน้ําเจ$าพระยาก็ เกิดลํ าน้ําสายหลั กแมกลอง ทาจี น เจ$าพระยา บางปะกง แล$ว ระหวางแม น้ํามั นมี ทุงกว$า งมากแตละเขตๆ แถมยั งมีระดั บต่ํ าด$ว ย อยางกรุงเทพฯ มี ระดับ ๐.๕-๒ เมตร เพราะฉะนั้นการจัดการน้ําในท$องถิ่นก็ต$องจัดการด$วย ใน ทุงเจ$าพระยาทางตอนลางจัดการด$วยแมน้ําลําคลอง ขุดคลองแล$วต$องลอก คลองเป%นประจําทานไปดูตัวอยางผมอยากให$ดูฝ(jงธน


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๙

สวนฝ9งธน: กรณีศึกษาภูมิปญญากับการจัดการน้ํา จะยกตั ว อยางถ$ า ใครอานตํ า นานกํ า สรวลสมุ ท รเขาพู ด ถึ ง คลอง บางบําหรุ รู$จักคลองบางบําหรุไหม คลองบางบําหรุคุณเข$าบางกอกน$อยเลย บางกอกน$อยไปหนอยมีคลองบางบําหรุในคลองบางบําหรุมันจะพาดเข$าไป ภายในผานศูนยการค$าใหญๆ คือ เซ็นทรัล ไปถึงตั้งฮั่วเส็ง คลองบางบําหรุ เมื่อกอนนี้มันเป%นแหลงปลูกทุเรียนตลาดทุเรียนใหญมาก เดี๋ยวนี้เหลือหนึ่ง สวนสิบ แล$วยังมีคลองนับไมถ$วน สังคมฝ(jงธนเป%นสังคมที่มีการจัดการน้ําที่ ยิ่งใหญมาก เพราะวาเป%นสังคมชาวสวน ถิ่นนี้เป%นสังคมชาวสวนทั้งหมด ลํา น้ําเจ$าพระยาไปถึงตลิ่งชันเป%นชาวสวนหมดเลย มันจะเกิดลําคลองแล$วยังมีลํา กระโดงในสวนตางๆ แล$วพื้นที่ตรงนี้เป%นพื้นที่ที่มีความเข$มข$นของน้ําตางกัน มันมีกรอย เค็ม และจืดอยูด$วยกัน พวกสวนต$องจัดการกับน้ํานี้แล$วจะเห็นวา เกิดสวนที่มีขนัดใชไหมลํากระโดงใชไหม เพราะอันตรายคือน้ําเค็มเข$ารุก ถึง ฤดู แ ล$ ง น้ํ า เค็ ม เข$ า รุ ก มั น ทํ า ลายสวนเขาต$ องทํ า กั น ไว$ แ ล$ ว กั กน้ํ า ไว$ อ ยู ตาม ท$องรองถ$าหน$าน้ําก็ไลออกไปมันละเอียดออนมาก ชาวสวนฝ(jงธนอยูได$ด$วยวิธีการจัดการน้ําแล$วนอกจากการจัดการน้ํา แล$วเขายังสามารถสร$างให$ดินที่มีทั้งน้ําจืดน้ําเค็มกลายเป%นสวนที่ดีที่สุดของ โลก พั น ธุ ไม$ ต างๆ มาปลู ก ที่ นี่ ทุ เรี ย นตางๆ มายมาย กระท$ อ นมากมาย เหลื อ เกิ น เขาอยู ด$ ว ยภู มิ ป( ญ ญาแตเดี๋ ย วนี้ ล มสลายหมดกลายเป% น สั ง คม อุตสาหกรรม บางมดเป%นถิ่นสุดท$ายที่ปลูกส$มบางมดได$ดีมากเพราะมันมีน้ําจืด น้ําเค็มเดี๋ยวนี้เสียหายหมดแล$วกลายเป%นโรงงานอุตสาหกรรม แล$วพันธุก็แพร ไปเป%นโชกุน สายน้ําผึ้ง ที่บอกวาบางมดบางมดปลอมทั้งนั้นแหละ นี่คือป(ญหา แตถามวาสมัยกอนเราอยูได$เพราะอะไร แล$วที่แมน้ําเจ$าพระยาทําไมที่คลอง กระเจ$าซึ่งเป%นที่แมน้ําอ$อมทําไมเขาไมขุด ทําไมไมขุดเชื่อมเป%นแบบบางกอกนี่


๒๐

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ถ$าขุดเชื่อมแบบคลองบางกอกน้ําเค็มมันเข$าทั้งหมด สมัยอยุธยาเขาไมขุด เขา จะใช$เป%นฤดูกาลเทานั้นเอง จนกระทั่งในหลวงมาทําตรงนี้แตทานทําประตูปiด เปiดเพื่อไลน้ําลงทะเล ทําไมเหลือตรงนี้อยูแหงเดียวนอกนั้นขุดหมด ตั้งแต เกร็ดใหญ เชียงราก มาถึงเกร็ดน$อยมาถึงบางกรวยมาถึงบางกอกกลายเป%น เกาะหมดเลยแล$วชุมชนก็ตั้งอยูตรงนั้น แตคลองบางกระเจ$าไมทําเพราะวา น้ําเค็มมันจะเข$ามาถลมสวนแตเดี๋ยวนี้ไมต$องพูดแล$วจะปiดหรือเปiดก็ได$เพราะ สวนมันเสียหายหมดแล$วนี่คือป(ญหา ก็เหลือวาคนเหลานี้จะอยูได$อยางไร แล$วนี่อันตรายที่สุดในคราวนี้สวนลมจมหมดเลยทุเรียนดีๆ แถวบางขุนนนท เรียบร$อยหมด แล$วเราก็ไมเคยสนใจสิ่งเหลานี้ เรามุงแตเรื่องอุตสาหกรรม แต ผมคิดวายังไมสายเพราะมีคนรุนใหมที่เขาคิดที่จะทําสิ่งเหลานี้ มหาวิทยาลัย ต$องเป%นสวนหนึ่งที่ศึกษาสิ่งเหลานี้ นิทาน ตํานาน วรรณคดี: คลังความรูและการสงตอภูมิปญญา ฉะนั้นทานอยาศึกษาเฉพาะเรื่องภาษาหรือเรื่องตํานาน นิทาน ทาน มองในแงที่ มัน มีพ ลวั ติอยู กับ คน คนเขาสร$ างสิ่ง เหลานี้ ขึ้น มาเพื่ ออะไรเรา เรียนรู$วิธีการเหลานี้สร$างความรู$แล$วก็สงไปชวยเขา ให$คนรุนใหมเขาจัดการได$ อยาไปทํา แทนเขานะครับหน$าที่ ของทานคือศึ กษาให$รู$ความหมายของมั น รวบรวมให$เป%นเรื่องราวแล$ วก็ส งความรู$ ไปให$เขาท$องถิ่ น เขาจะได$ จัด การ กันเองได$ อันตรายของเมืองไทยขณะนี้ก็คือเวลาพัฒนาเป%นการพัฒนาการข$าง นอกไมได$พัฒนาจากข$างใน แตคนในก็พัฒนาไมได$เพราะชุมชนมันลมสลายมัน แตกแล$ ว แตมั น ยั ง มี โ อกาส นั ก ศึ ก ษาพวกที่ พ ยายามศึ ก ษาลงไปให$ ถึ ง การศึ กษาวรรณคดี ต างๆ เหลานี้ ต$ อ งมองในอี ก มิ ติ หนึ่ ง สิ่ ง ที่ เป% น วรรณคดี


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๒๑

ภาษามันไมใชความสวยงามเฉพาะภาษาล$วนๆ แตมันสัมพันธกับคนครับ มัน สัมพันธกับคนในวิถีวัฒนธรรม ผมศึกษาวัฒนธรรมท$องถิ่นมาจากวรรณคดีผมไมศึกษาจากหลักฐาน จากนักวิ ชาการเขียนไว$หรอกพวกนั้นแตงเอาเองบางทีตามฝรั่ง เราเข$าไป ท$องถิ่นจะรู$วาในท$องถิ่นเขามีชีวิตวัฒนธรรมของเขาแล$วบางอยางเขาฉลาด กวาเรา ผมเข$าไปท$องถิ่นต$องทําความเคารพเขาคนที่เป%นภูมิป(ญญา ต$อง เคารพเขา ต$องเรียนรู$จากเขาแล$วเรารู$วาเราโงถนัด หลายแหลงเขามองผิด จากตัวเรามอง ผมทํางานด$านโบราณคดีครั้งหนึ่งเข$าไปขุดแถวๆ จันทรเกษมพบ โครงกระดูกมากมาย ชาวบ$านเขามาถามผมอยากลองภูมิ เขาบอกอาจารยคน พวกนี้ตายอายุสักเทาไหร ผมก็อ$างหลักฐานทางโบราณคดีอายุสี่สิบ สามสิบ ห$าพวกนี้เพราะมันเกิดโรคภัยไข$เจ็บ ชาวบ$านบอกวาใชเพราะวาฟ(นยังเต็ม ปากเลย นี่คือสิ่งที่เราโงถนัดหลายอยางที่เรียนรู$ เวลาที่ออกไปข$างนอกหกโมง ถึงสองทุมผู$ใหญไมอยากให$ออก ออกไปเพนพานเดี๋ยวงูกัดตายเพราะมันเป%น ชวงเวลาที่งูออกหากิน เห็นชัดเลยเวลาขับรถไปเราทับงูทับกบตายนับไมถ$วน เวลาฝนตก แล$วเวลาชาวบ$านจะแก$ เวลางูกัดหลังจากสองทุ มไปแล$วคุณ มี โอกาสรอดเพราะพิษมันน$อยแตถ$ากอนหน$าไมรอด ภาคใต$ไปดูที่ทาศาลามีคน ถูกงูกะปะกัดเช$าๆ ก็ถามวาทําไมไมไปหาหมอเขาบอกวามันกัดตอนสี่ทุมเขา ใช$สมุนไพร เห็นไหมวาเขาเรียนรู$ธรรมชาติกับสิ่งแวดล$อมเขาอยูได$ แตเราไม เรียนรู$เลย เพราะฉะนั้นบทความที่เป"นเรื่องราวนิทาน นิยาย ตํานานมัน บรรจุความรู'ไว'มากมายเหลือเกินแล'วต'องถอดรหัส แล'วนั่นเป"นเอกสาร ประวัติศาสตร+ทางสังคม เมื อ งไทยขณะนี้ ส ร$ า งประวั ติ ศ าสตรจากข$ า งบน ประวั ติ ศ าสตร แหงชาติ ประวัติศาสตรเศรษฐกิจการเมือง แตสังคมวัฒนธรรมไมมีเลยครับ


๒๒

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

แล$วถามวาเหตุที่เปลี่ยนไป เนี้อความเป%นชุมชนก็ไมมี ถึงได$บอกวาตอนนี้ผม ทํางานมูลนิธิให$คน คือเรากระตุ$นให$ชาวบ$านทําเอง แตสิ่งแรกที่ทานต$องทํา คือต$องนําเอาความเป%นชุมชนมา ผมเคยพูดเสมอวาในกรุงเทพฯ คุณพัฒนา ยังไงก็ไมได$เพราะกรุงเทพฯ มันแบงเป%นเขต เขตบางรัก เขตโน$นเขตนี่ เป%น เขตการบริหารทั้งนั้นแตสมัยกอนกรุงเทพฯ มันเกิดในที่ยานวัฒนธรรมซึ่งคน หลายชาติพันธุอยูรวมกันแตเกิดสํานึกรวมเขาเชื่อมโยงด$วยการแลกเปลี่ยน สิ น ค$ า กั น เป% น พวกพอค$ า แมค$ า ตางๆ เหลานี้ มี ป ระเพณี รวมกั น เกิ ด สํ า นึ ก เหมือนกันแถวเยาวราชแถวราชวงศตางๆ เหลานี้ เขามีสํานึกรวมวัฒนธรรมมี ความหลากหลายที่จริงเหลานี้คือคลังที่ทําให$เกิดการรวมกัน ฉะนั้นการจะฟklน อะไรตางๆ ได$ ถ$า มองในแงท$ องถิ่น ต$องจั บเอาความเป% นชุ มชนกลับ มาเพื่ อ นําเอาความเป%นมนุษยกลับมาแล$วก็จะมีคลังในการจัดการ ตอนนี้เราพัฒนาเราเอาเชิงเทคนิคไปสอนวาให$ทําโน$นทํานี่ ไมมีทาง หรอก มันกลายเป%นเรื่องป(จเจก เพราะอยางนั้นงานที่สําคัญคือต$องดึงเอา ความเป%นชุมชนกลับมาถึงจะเกิดอะไรขึ้นมาแล$วคอยๆ เรียนรู$จากเขา สร$าง ความรู$ให$เขาได$ใช$สิ่งเหลานี้เป%นเรื่องใหญ เพราะฉะนั้นงานที่เราและนักศึกษา จะไปทําควรเรียนรู$สิ่งเหลานี้ อยาไปมองวาข$อมูลตางๆ เป%นเพียงเนื้อหาเรื่อง ตํานาน แตมันมีความสัมพันธกับคนครับ มันสําคัญกับชีวิต วัฒนธรรมต$องทํา ความเข$าใจอยางหนึ่ง “ศิลปวัฒนธรรม” VS “ชีวิตวัฒนธรรม” เวลาเรามองวั ฒ นธรรมมั น มี ก ารมองอยู ๒ อยาง อยางหนึ่ ง คื อ ศิลปวัฒนธรรม อีกอยางคือชีวิตวัฒนธรรม ศิลปวัฒนธรรมคือวาปราสาทนี้ สวย บ$านเมืองนี้สวยแล$วกลายเป%นภาพนิ่งแตชีวิตวัฒนธรรมคือมองคนวา


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๒๓

ทําไมเขาถึงทําอันนี้ขึ้นมาแล$วเขาให$ความสําคัญสิ่งเหลานี้ยังไง ประเพณีตางๆ อยูอยางนี้ได$อยางไรเขาอธิบายตัวเองได$ แตเราเป%นคนนอกเราต$องเรียนรู$ไว$ กอนเพราะไมอยางนั้นคุณจะใช$สิ่งที่คุณเห็นวาดีไปตัดสินเขาโดยเฉพาะการ พัฒนาสมัยใหม และนี่เป%นข$อห$ามที่สําคัญเป%นสิ่งที่สําคัญสําหรับนักศึกษาที่จะ เข$าไปทํางานในชุมชน อยาไปใช$ความคิดตัวเองเป%นหลักแล$วไปนําเขา ไป เรียนรู$จากเขากอนแล$วคุณจะมีสติป(ญญาเพราะคุณเรียนรู$มากมายแล$วเอา ปรั บใช$ใ นชี วิต ประจํ าวั นด$ วยนี่เป%น เรื่ องใหญ เพราะฉะนั้ นทั ศนคติ เป" นสิ่ ง สําคัญในการจะไปศึกษาเข'าใจถึงภูมิป1ญญาต2างๆ ไม2ว2าการจัดการน้ํา ต'อง เข'าไปพบปะสังสรรค+แล'วอยู2แบบเรียนรู'แบบนักศึกษาที่อ2อนน'อมถ2อมตน ท2านจะได'ความรู'อะไรอีกมาก ป(จจุบันนี้เราบ$าทฤษฎีตางประเทศที่เข$ามาแล$วมันแก$อะไรไมได$เลย เมื่ อสองสามวั น ผมเชิ ญ พอหลวงที่เป% นผู$ นํา วั ฒนธรรมของกะเหรี่ ยงเข$า มา อธิบาย เขามาพูดให$ฟ(ง เขาไมสนใจหรอกเรื่องชุมชน เขาสนเรื่องชีวิตของคน กะเหรี่ยงในชุมชนนั้นจะรอดได$อยางไร ต$องสร$างความรู$ต$องทําความเข$าใจ ใหม นี่คือเรื่องใหญในสังคมวัฒนธรรมตรงนี้ ผมขอยุติตรงนี้อยางน$อยก็ได$เห็นวาการจัดการน้ําในอดีตมันไมได$ จัดการโดยข$างนอกมันจัดการโดยภูมิป(ญญาคนในท$องถิ่น แล$วการจัดการน้ํา แตเดิ มมั น เป% นสวนรวม เป% นการรั กษาพื้ น ที่ส าธารณะซึ่ ง ถายทอดกั น ด$ ว ย มุขปาฐะแล$วก็ปฏิบัติด$วย อันนี้เป%นเรื่องใหญ ขอบคุณครับ


๒๔

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๒๕

เสวนา “ถาอยูเป=น ก็เย็นใจ: บทเรียนจากน้ําทวมใหญ ๒๔๘๕ – ๒๕๕๔” รวมเสวนาโดย รองศาสตราจารย+ ดร.กัมปนาท ภักดีกุล (คณบดีคณะสิ่งแวดล$อม มหาวิทยาลัยมหิดล) รองศาสตราจารย+ประภาส ป56นตบแต2ง (ผู$ขับเคลื่อนโฉนดชุมชนบ$านคลองโยง) นายแพทย+วัฒนา เทียมปฐม (ประธานสภาวัฒนธรรมอําเภอพุทธมณฑล) อาจารย+ ดร.อภิลักษณ+ เกษมผลกูล (ประธานศูนยสยามทรรศนศึกษา) ดําเนินการเสวนาโดย อาจารย+ชนกพร พัวพัฒนกุล (กรรมการศูนยสยามทรรศนศึกษา) อาจารย+ชนกพร พัวพัฒนกุล: กราบเรียนทานรองอธิการบดี ทานคณาจารย ทานแขกผู$มีเกียรติทุก ทาน และกราบสวัสดีทานวิทยากรทุกทาน เมื่อปลายป6 ๒๕๕๔ ที่ผานมาเราก็ คงยั ง จํ า กั น ได$ เราคงจํ า ได$ ว ามี เหตุ การณใหญเกิ ด ขึ้ น เหตุ ก ารณหนึ่ ง ก็ คื อ เหตุการณน้ําทวม แล$วก็ทําให$เกิดความเดือดร$อนทั้งกายและใจกันไปหลาย พื้นที่ในประเทศไทย รวมทั้งพื้นที่ศาลายาของเราด$วย ถ$าเราดูภาพที่ปรากฏ ตามสื่อมวลชนตางๆ ก็จะพบวาโดยมากจะเป%นภาพของความทุกขยาก ความ ลําบาก ความทุกข ความเศร$าความเสียใจ ความไมสบายใจ จนกระทั่งความ


๒๖

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

โกรธแค$นก็มีปรากฏอยูตามสื่อ แตพอเรากลับมามองที่ชุมชนศาลายาของเรา เราพบวาชุมชนของเรารับมือกับเหตุการณน้ําทวมได$ดีกวาที่คิด การรับมือของ เราไมเพียงแคชาวศาลายาจะอยูรอดผานพ$นน้ําทวมมาได$แตยังเป%นที่พักพิง ให$ กับ คนชุ ม ชนอื่ น ๆ ที่ อ พยพหนี น้ํ า มาอยู กั บ เราได$ ด$ ว ยซ้ํ า ไป ดั ง นั้ น สิ่ ง ที่ อยากจะมาพูดคุยกันในวันนี้ คือ ภูมิป(ญญาในรุนของรุนพอรุนแมที่ได$รับการ ฟklนฟูแล$วก็นํากลับมาใช$อีกครั้งหนึ่งในชวงที่น้ําทวมครั้งที่ผานมา รวมไปถึง บทเรียนใหมๆ ที่เราได$จากเหตุการณน้ําทวมในครั้งนี้มีบทเรียนอะไร เป%น ที่มาของการเสวนาในวันนี้ก็คือในหัวข$อ “ถ$าอยูเป%นก็เย็นใจ” บทเรียนจาก กรณีของน้ําทวมตั้งแตพุทธศักราช ๒๔๘๕ - ๒๕๕๔ แตจะถึง ๒๕๕๕ หรือ เปลานั้นคงต$องมาคุยกัน วั น นี้ เ ราได$ รับ เกี ย รติ จ ากวิ ท ยากร ๔ ทาน แตละทานก็ เป% น ผู$ ที่ มี ประสบการณเกี่ยวกับน้ําทวมในครั้งนี้แตกตางกันไป โดยเฉพาะทั้ง ๔ ทานนี้มี ความเกี่ยวข$องกับเหตุการณน้ําทวมในพื้นที่ศาลายากันทั้ง ๔ ทานเลย อันดับ แรกอาจจะต$องเรียนเชิญอาจารยกัมปนาท ทานคณบดีคณะสิ่งแวดล$อมฯ ให$ อาจารยเลาให$ฟ(งภาพรวมๆ กอนเกี่ยวกับสถานการณน้ําทวมในชวง ๒๕๕๔ ที่ผานมา เพราะวาอาจารยเป%นที่ปรึกษาของมหิดลในชวงน้ําทวม เป%นคนที่ คอยบอกวาน้ําจะมาแล$วนะน้ําจะมามากน$อยแคไหนแล$วถ$ามาจะมาทางไหน เพราะฉะนั้นอยากให$อาจารยชวยเลาให$ฟ(งนิดหนึ่งวาน้ํามาจากไหน ที่เราบอก วาน้ําทวมศาลายามากมายแล$วมันมายังไงบ$าง เรียนเชิญอาจารยคะ รองศาสตราจารย+ ดร.กัมปนาท ภักดีกุล: ขอบคุณครับอาจารยชนกพร เราก็เคยได$ทํางานรวมกันอยูชวงหนึ่ง ชวงที่ทําศูนยพักพิงฯ แล$วก็มีการรายงานเรื่องน้ําเข$ามาเป%นระยะๆ สวนใน งานวันนี้ผมต$องขอขอบพระคุณชาวศิลปศาสตร และมหาวิทยาลัยมหิดลที่ให$


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๒๗

ความสนใจ ในสวนของการเลาขานตํ า นานศาลายาผมได$ ยิ น มานานมาก เพราะวาเราเป%นคนศาลายาเราเรียนที่นี่เกิดที่นี่

เมื่อป6 ๒๕๓๑ นั้นผมเป%นนักศึกษาปริญญาโทของคณะสิ่งแวดล$อม และทรัพยากรศาสตร คณะนี้มีความแปลกอยูอยางหนึ่งไมมีปริญญาตรีตอน นั้น เพราะอยางนั้นการเป%นปริญญาโทรุนๆ หนึ่ง ๒๐ กวาคนเป%นโขยงเลย เป% น เด็ ก หนวดคนแกเข$ า มาเรี ย นหนั ง สื อ ก็ เ หมื อ นกั บ เราครองคณะเลย ความรู$สึกเราเลยรู$สึกผูกพันเหมือนเราเรียนปริญญาตรีหนอย พอดีน้ําจะทวม เราน้ําจะมาเราก็สร$างเครือขายเน็ตเวิรคตางๆ ผมได$รับคําสั่งให$มาชวยเป%น ทีมงาน ซึ่งเดิมทีก็มีอาจารยอนุชาติ อาจารยบิ๊กจากคณะวิศวกรรมศาสตร อาจารยสรนิตย อาจารยปรีชาที่เดินกันเข$าๆ ออกๆ ตลอดเวลาที่ศูนยศาลายา เพื่อที่จะประสานการทํางานรวมกัน ทีนี้การทํางานในภาวะวิกฤตก็มีหลาย อยางที่ต$องเชื่อมโยง อาจารยชนกพรเองก็อยูในทีมนั้นอีกหลายทานที่ผมพูด


๒๘

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ไมหมดมีทั้งปริญญาโทปริญญาตรีที่น$องๆ มหิดลด$วยกันมารับอาสาเป%นจิต อาสาได$ทํา งานรวมกั น ผมได$วิ่ งเข$ าวิ่ งออกมากกวาที่จ ะอยู ที่ศู นยศาลายา เพราะวาที่ศูนยศาลายาก็มีผู$รับผิดชอบโดยตรงอยูแล$ว แตวาข$อมูลที่นําเข$ามา น้ําจะมาทางไหนอยางรูปที่ผมแสดงให$ดู ถ$าเราไมเห็นภาพทั้งหมดเลย ผมติดตอกับนายประตูน้ําที่อยูบริเวณแมน้ําทาจีนกับบริเวณแมน้ํา เจ$าพระยาเพราะมันเป%นจุดเชื่อมตอ นี่คือทุงเจ$าเจ็ดบางยี่หน นี่คือทุงพระยา บันลือ ทุงพระพิมล แล$วก็ศาลายา เราอยูบริเวณแถวๆ คลองมหาสวัสดิ์ คลอง สามบาท บางกระทึก ทุกวันผมจะให$เจ$าหน$าที่โทรไปถามวาน้ําเป%นอยางไร บ$าง เหนือประตู ใต$ประตูบริเวณที่เขาปลอยจากทุงลงคลองเป%นอยางไร ขอ รายงานตลอดเวลา บริเวณแมน้ําทาจีนซึ่งผมมีเน็ตเวิรคเดิมอยูเนื่องจากเคย เป%นพนักงานกรมชลประทานกอนที่จะมาเป%นนักศึกษาที่นี่แล$วก็มาเรียนตอ แล$วก็ย$ายมาเป%นอาจารยที่นี่ เพราะฉะนั้นเน็ตเวิรคพวกนี้ยังอยูจนกระทั่งลํา คลองตอนลางมหาชัยผมก็วิ่งไปคลองภาษีเจริญไปนอนที่นั่นบางคืนเพื่อที่จะ เก็บข$อมูลมารายงานทานอธิการตอนนั้น ขณะนั้นตัวเองก็ย$าย ๓ บ$านอยางที่ บอกให$ทราบจากบางกรวยไปอยูบางพลัด บางพลัดไปศาลายา ศาลายาอยูได$ ๒ คืน น้ําก็มาก็ไปอยูเอกมัย วิ่งจากเอกมัยมาทางพระราม ๒ มารายงานตรงนี้ บางทีก็วิ่งเข$าไปรายงานการประชุมที่คณะวิทยาศาสตร ตอนนั้นโยกย$ายไป ภาพนี่จะเห็นวามันเป%นขีดความสามารถในการสูบน้ําและระบายน้ํา คําวา ระบายน้ํา คือ ไมต$องใช$ประตูระบาย มันระบายลงทันทีเลยจากทุงเหลานี้ลง ทาจีนได$ ลงเจ$าพระยาได$ การสูบหมายความวาต$องปiดประตูเพราะวาแม น้ํามันสูงกวาทุงต$องสูบออก คราวนี้จะทํายังไงน้ําถึงจะลดลง ก็อยูที่การกัน เขื่ อ นหรื อ ปi ด เขื่ อ นเจ$ า พระยาตอนบนถ$ า น้ํ า ไหลมาเกิ น ๒๕๐๐ คิ ว เศษ/ ลูกบาศกเมตร/วินาที น้ําก็จะเต็มแมน้ํา เพราะฉะนั้นการจะให$น้ําในลําน้ําลํา ธารตรงนี้ลดให$ระดับน้ํามันลดต่ําลงกวาทุงก็ต$องปiดบานตอนบน ซึ่งเรียกวา


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๒๙

โอเปอรเรตบาน ก็ จะทํ า ให$ ระดั บ น้ํ า ลดลงน้ํ า ในทุ งก็ระบายออกได$ เร็ ว ขึ้ น เพราะนั้นคลองพวกนี้คือคลองขวาง ทั้งหมดที่เราเห็นขณะนี้มันสงผลตอการ ทวมทั้งตะวันตกมาตะวันตก ตะวันตกมาตะวันออกขณะนี้รัฐบาลก็กําลังจัด โซน หรือจัดเขตแบงเขตการจัดการกันอยู อันนี้คือเรื่องที่มาที่ไป คราวนี้ก็อีกสวนหนึ่ ง ที่ผ มอยากจะเรี ย นที เดี ย วเลยประมาณ ๑๐ นาที แล$วเดี๋ยวผมเปลี่ยนคน มันมีหลักฐานวาโลกร$อนเขาบอกวา ๒๔๘๕ ป(จจุบัน อุณหภูมิร$อนขึ้นๆ เรามาดูหลักฐานทางวิทยาศาสตรไมต$องบอกวาวา โลกไมร$อนอีกตอไป เห็นไหมครับระดับน้ําทะเลของโลกเพิ่มขึ้นจาก ๑๐ เป%น ๒๕ เซนติเมตร ในรอบ ๑๐๐ ป6ที่ผานมา ผมมีหลักฐานชัดเจนวามันขึ้นและกําลัง ขึ้นอยู อุณ���ภูมิภายในประเทศเราจากผลการศึกษาวิจัยวันที่อุณหภูมิต่ํากวา ๑๕ องศา จะลดลงไปด$วยทุกๆ ภาคของประเทศ สวนอุณหภูมิรายวันที่เกิน ๓๓ องศา ก็จะเพิ่มขึ้น ผมก็เอาข$อมูลตรงนี้มารันโมเดลวามันมีการผันผวน ของการใช$น้ําอยางไรในแตละป6 เพื่อจะเตรียมการไว$ ๔๐ ป6ข$างหน$าในการใช$ ข$อมูลน้ําประเทศเรา นี่ข$อมูลน้ําในแมน้ํากกเพิ่มขึ้น แนวโน$มเพิ่มขึ้นก็คือฝน มันชุกขึ้น แมน้ําโขงแนวโน$มเพิ่มขึ้น แมน้ําชีแนวโน$มเพิ่มขึ้น ยกเว$นแมน้ํามูล แนวโน$มลดลงนิดหนอยนี่ก็คือสาเหตุของภัยแล$งซึ่งผมคิดวาสําคัญ สีมวงนี่คือ ภัยธรรมชาติที่เกิดจากน้ําที่สูงที่สุดรองลงมาคือภัยแล$งก็ต$องอยูที่การจัดการ นี่คือฟลัดอีเวนทที่เคยเกิดขึ้นเฉลี่ยแล$วประเทศไทยเกิดขึ้น ๑๑ ครั้งตอป6 แล$ว ก็มีคนตายเฉลี่ย ๑๕๒ คน/ป6 นี่คือความแปรปรวนของสภาวะอากาศตางๆ ในชวง ๑๐ ป6 กราฟมันขึ้นๆ ลงๆ มากผิดปกติ แล$วนี่คือภาพความสูญหาย ทางการเกษตรตอป6 หนวยเป%นล$านเฉลี่ยแล$วป6ละ ๑.๕๔ ล$าน ที่ยุโรปเมื่อ ๔๐๐ ป6ที่แล$วเขาเป%นแบบนี้ ฝนตกน้ําทวมแบบที่เราเป%นป6ที่แล$ว เพราะฉะนั้น ให$กําลังใจกันวาของเราเมื่อไมกี่เดือนมาน้ําก็เป%นแบบเขา แตเขาเมื่อ ๔๐๐ ป6


๓๐

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ที่แล$ว เนเธอรแลนดที่เข$มแข็งที่สุดเรื่ องการจัดการน้ํา คนจะไปเรียนเรื่อง เขื่อนที่นี่ เมื่อ ๔๐๐ ป6 ที่แล$ว เขาเป%นแบบนี้เราก็ตามหลังเขาอยู สวนภาพนี้ ให$ดูวาเราจะย$ายไปอยูตรงไหนกันดี ปiง วัง ยม นานแล$วจะเห็นวาการจัดการ มันต$องมองภาพรวมทั้งหมด แล$วก็ไปจัดการต$นน้ําอยางที่รัฐบาลทํา ตอนนี้ต$น น้ํา ก็ต$ องทํ า กลางน้ํ า ก็ต$ องหาชีวิ ต วิถีค วามเป% น อยู กั น จนสุ ด ท$า ยเราก็ต$ อง ปรั บ ตั ว ให$ ไ ด$ ประชาชนก็ ต$ อ งปรั บ ตั ว เราจะเห็ น วาเป% น เรื่ อ งธรรมดาแต ตางประเทศเขาบอกวาคนไทยคิดได$ดีมาก (ภาพเรือขวดน้ําและสิ่งประดิษฐ ตางๆ ในชวงน้ําทวม) และก็ไมนาเชื่อวานี่เป%นความคิดของคนไทย ผมยังไมเห็นหนวยงานวิจัยตรงไหนยืนมือมาบอกเอาทุนวิจัยไปทํา ตรงนี้ตอตอนนี้จะวิจัยกันแตน้ําจะมาน้ําจะไปจะบริหารน้ํายังไง แตตรงนี้ต$อง ทําครับอันนี้คือการปรับตัวในการอยูกับสภาพภูมิอากาศ แม$แตสัตวก็ต$อง ปรับตัว คนเราก็ต$องมาแลกเปลี่ยนกัน วิถีชีวิตก็ต$องย$ายไปอยูในที่ลุมอีก มี ส$วมลอยฟbาลอยน้ํา ตอไปต$องปรับตัวไปอยูบนเรือหรือเปลาต$องคิดเอาไว$ อัน นี้ผมเตรียมมาให$เผื่อใครต$องการ คงมีคนต$องการอยูบ$างตามพรบ.อะไรบ$าง เขาถึงไมยอมทําอะไรเลย ไมยอมจัดการ ไมยอมเปลี่ยนแปลงเพราะอะไร ทํา ผิดปุuปฟbองได$คือบริหารจัดการน้ําผิดพลาดทําให$กระทบสิทธิของประชาชน เรียกคาเสียหาย การบริหารน้ําที่ผิดพลาดกระทบกับสิทธิของประชาชน ๑. ตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ มาตรา ๓, ๔, ๒๖, ๓๐, ๓๒, ๔๑, ๕๖, ๕๗, ๕๘, ๖๑, ๖๖, ๖๗ ๒. ตามพรบ.ปbองกันและบรรเทาสาธารภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๔๓ ๓.ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยมาตรา ๔๒๐ และ ๔.ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ๑๖๕ และ ๕๙ วรรค ๔


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๓๑

เขาบอกวาการจัดการน้ําอยาไปคิดเรื่องวิศวกรรมอยางเดียว ปbองกัน อยางเดียวไมได$ ต$องคิดถึงชุมชนสังคม พูดถึงเรื่องวิศวกรรมเมื่อกอนนี้ซีวิว เรื่องน้ําทําตลอด แตตอนนี้เขาบอกวาศาสตราจารยทางวิศวกรรมโยธาจบตรี โท เอกทางวิศวกรรมศาสตรเขี ยนบอกวาตอไปสหัส วรรษใหมคุณ อยาเอา วิศวกรมาทําอยางเดียว คุณต$องเอาทั้งทางกายภาพและสังคมศาสตรรวมกัน หมด ทั้งหมอทั้งอะไรอยูตรงนี้หมดเลย ต$องทํางานรวมกันหมดในการจัดการ น้ํา และนี่คือสิ่งที่เคยพูดหลายครั้งแล$ววากรมกองตางๆ มีหน$าที่ในการปฏิบัติ เยอะแยะเต็มไปหมดที่ผานมา ๓๔ กระทรวง แตทํายังไงมันจะปรับลงมาได$ให$ มั น อยู เมื่ อ วานนี้ บ าย ๒ โมง ก็ ผ านแล$ ว ผานองคกรจั ด การน้ํ า มาใหมอี ก อันหนึ่งมาทับที่มีอยูแล$วอีกที มียุทธศาสตรปbองกันน้ําที่มีอยูเดิมของสํานัก นายกออกมาใหมก็ผานรัฐมนตรีออกมา สิ่งที่เขาเสนอเข$ามาบอกวาสร$างพื้นที่ ปiดล$อมปbองกันพื้นที่เศรษฐกิจหลักของจังหวัดทุกจังหวัดคือสร$างพื้นที่ปiดล$อม เศรษฐกิจหลักของประเทศ แล$วจะเป%นยังไงถ$าปiดล$อมหมดแล$วพื้นที่รอบๆ จะเป%นอยางไร ผมก็บอกวาไมใชต$องปรับอยางนี้ ไมต$องย$ายฐานการผลิต ไม ต$องปiดล$อมชาวบ$าน ทําทางระบายให$มันลงทะเลเร็วๆ ถ$ากั้นเอาไว$มันจะ เสียหายเยอะ เราต$องคิดใหมครับไมให$น้ําทวมเลยไมได$ ให$น้ําทวมแล$วปลอย ให$ ร ะบายลงเร็ ว ที่ สุ ด ให$ อ ยู สั้ น ที่ สุ ด ให$ เวลาสั้ น ที่ สุ ด โดยผั น ออกทะเล ยก เครื่องมือหนักชั้นบนชั้นสองแตต$องทําคอนกรีตเสริมเหล็กใหมกอนนะครับใน นิคมอุตสาหกรรมยกเครื่องมือหนักขึ้นให$เหล็กรับน้ําหนักได$ ดูสะพานพระราม ๘ อยูได$สะพานแขวนอยูได$ ออกแบบได$ไมยากเย็นเวลามีอะไรก็ทํางานอยู ข$างลางกอนครับทํางานที่ไมต$องโยกย$ายมากพอจําเป%นก็ขึ้นไปอยูข$างบน พูดถึงอยุธยารังสิตพวกนี้ต$องทําแบบใหม ฐานข$อมูลจัดให$มีกฎหมาย ชดเชย มีองคกรบริหารจัดการน้ําแบบเบ็ดเสร็จ วันนี้ผมวาต$องเป%นแบบนี้ ฐานข$อมูลไมต$องสร$างใหม ฐานข$อมูลมีอยูแล$วทั้งกรมทั้งกองกระทรวงตางๆ


๓๒

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

แตไมคอยให$กัน เป%นข$อมูลของใครครับฝนที่ตกลงมาข$อมูลของกรมหรือเปลา ข$อมูลของคน คนไทยเสียภาษีให$กรมนั้นเก็บไว$แตเวลาเราจะใช$เราต$องไปขอ เขาอันนี้ไมใชมองคนละแบบ ชดเชยคาเสียหายไมต$องไปบอกวาต$องมีเขาทํา วิจัยไว$แล$ว รศ. อดิศักดิ์ทําวาชดเชยคาเสียหายตอไรเทาไหรก็ไมคอยมีคนรู$ สภาวิจัยเป%นคนให$ทุนทํา คือต$องบอกไมนั้นจะทําซ้ําถ$าไปขอที่อื่นก็ทําซ้ําไป เรื่อยๆ อยาไปเน$นหน$าตาองคกรแบบเบ็ดเสร็จ เอาภารกิจหลักมาพูดกันกอน เรามีภารกิจหลักๆ อะไรบ$างที่ทําใน ๔ เดือน ข$างหน$า ให$ซักซ$อมแผนปฏิบัติ การรวมของทหารตํารวจ ต$องเอาภารกิจขึ้น แล$วภารกิจนี้ใครจะทํายกมือขึ้น เคลื่อนย$ายของ ยกเครื่องมือหนัก ตําบลนี้ พื้นที่นี้ใครจะทํายกมือ ใครจะทํา อะไรต$องซักซ$อมตรงนี้พร$อมขุดลอกไปด$วย ห$องปฏิบัติการนี่คือเมื่อ ๒๐ ป6ที่ แล$ ว ที่ ผ มไปดู ง าน ขณะที่ ค นไทยนั่ ง ดู หุ$น ขึ้น แตตรงนี้ มั น บอกวาน้ํ า มั น มา เมื่อไหรไปที่ไหน ไหลเทาไหร นั่นคือสิ่งที่เขานั่งปฏิบัติการตรงนี้ นี่คือลุมน้ํา ของเขา แล$วบอกวาแตละคูน้ําไหลเทาไหร เรามีแบบนี้ไมดีกวาหรือ ทําอยางนี้ ได$ไหมทั่วประเทศ มีตัวแบบอยูแล$วของกรมชลประทาน แบบนี้ทําเสร็จเมื่อ ๕ ป6ที่แล$วแตยังไมดีเทาไหร ทําพนังกั้นที่ผมบอกวาไมคุ$ม แล$วคนข$างนอกจะอยู อยางไร ศาลายาจะอยูอยางไร ทุกกระทรวง ทบวง กรม ตอนนี้ถอดบทเรียนหมดเลย สวทช. ก็ถอด มูลนิธิสาธารณสุขแหงชาติ ภาคประชาชน ทํากันหมดเลย แล$วตกลงวาใครทํา อะไรบ$ า งไมมี ใ ครรู$ ผมกํ า ลั ง รวมให$ ต รงนี้ อ ยู นี่ คื อ เอาภารกิ จ ขึ้ น มากอน รายงานอากาศแนวใหมได$ไหม ระบุตําบลพิกัดเลยได$ไหม พยากรณการพิบัติ ใหมได$ไหม รายงานการเคลื่อนตัวมวลน้ําเตือนภัยน้ําเตือนภัยดินถลม พื้นที่ เสี่ยงภัย ณ เวลาจริงอยูตรงไหน ควบคุมเครื่องมือหนักใครจะควบคุม ใครคือ หนวยเคลื่อนที่เร็ว ใครคือหนวยเคลื่อนย$ายยกกระจายไปให$ทั่วถึง การสื่อสาร สองทางไมใชจะสื่อให$เขาอยางเดียว คนหูหนวกตาบอดเขาจะสื่อแตสื่อไมได$


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๓๓

ตรงนี้ยังไมมีใครคิดนะครับ การซักซ$อมแผน การซักซ$อมการบั���คับบัญชายัง ไมมี การขุดลอกคลองเริ่มทําแล$ว กอสร$างทางดวนระบายน้ํา จัดตั้งสหกรณ ทุงน้ํา มาตรการชดเชยที่ ชัดเจนทั้ง หมดนี้ รวมถึ งการฟklนฟู สภาพปaา กรอก ภารกิจให$เต็มกอน เสร็จแล$วตรงนี้ทั้งหมดผมเปลี่ยนหมดเลยองคกรท$องถิ่น อาสาสมั ค ร นั กวิ ช าการ ไอซี ที ตํ า รวจ ทหาร สื่ อมวลชนเขาได$ ทํ า หน$ า ที่ อะไรบ$าง ถอดตรงนี้ออกมากอนแล$วคอยตั้งเป%นองคกร สรุปสุดท$ายก็คือวา การใช$ทรัพยากรพื้นฐานมันมีป(ญหาอยู สามเหลี่ยมที่ตั้งอยูบนพื้นฐานการใช$ ทรัพยากรประกอบไปด$วยเศรษฐกิจ สังคมและก็การเมืองยอสุดก็คือคุณภาพ ชีวิต ของคน แล$ วก็ การทํางานให$เกิด ความยั่ง ยืน แตวาใช$ง านเข$า ไปมากๆ สภาพทรัพยากรมันเปลี่ยน เพราะฉะนั้นเราก็ต$องอาศัยเศรษฐกิจพอเพียงเข$า มาจับตรงนี้ ไมวาจะเป%นความซื่อสัตย สุจริต รอบคอบ อดทน มีความเพียร มี สติป(ญญา ผูกพัน เกิดการทํางาน เกิดความรัก เกิดความเข$าใจ เมื่อเกิดความ เข$ า ใจก็ เ ข$ า ถึ ง ทํ า ให$ เกิ ด การพั ฒ นา สวนสั ง คม ชุ ม ชนเป% น พลั ง ในพื้ น ที่ มี อะไรบ$าง ภูมิป(ญญาท$องถิ่นของชาวบ$าน ความภูมิใจในประวัติศาสตรท$องถิ่น ของพื้ น ที่ ศ าลายา อนุ รั ก ษพื ช พั น ธุ ท$ อ งถิ่ น เชน ส$ ม โอ เป% น ต$ น อาหาร เครื่องนุงหม ยารักษาโรคสิ่งเหลานี้เต็มไปด$วยความยั่งยืน ถ$าเราทําตรงนี้ได$ก็ จะเปลี่ยนตรงนั้น นี่คือสิ่งที่สําคัญที่สุด ขอบพระคุณครับ อาจารย+ชนกพร พัวพัฒนกุล: ขอบพระคุณอาจารยกัมปนาท ที่ทําให$เราเห็นภาพการเปลี่ยนแปลง ในระดับของทั้งโลกและวิธีการจัดการในระดับตั้งแตระดับชาติลงมา จริงๆ แล$วแผนผังที่อาจารยนําเสนอไมใชแคระดับชาติ แตอาจจะเอามาปรับระดับ ขององคกรก็ได$ เมื่อกี้อาจารยเปiดประเด็นไว$นิดหนึ่งวาป6หน$าถ$าตั้งศูนยพักพิง อีกมหิดลอยาไปตั้งในที่ต่ําในที่ลุม คือ ป6นี้เราตั้งที่อาคารเอนกประสงคหน$าตา


๓๔

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

เหมื อ นมั น จะสู ง เพราะเป% น บั น ไดแตจริ ง ๆ แล$ ว ข$ า งในเป% น อางเลยคะ เพราะฉะนั้นถ$าเดินเข$าไป ถ$าน้ําเข$ามามันก็จะเป%นอางสระวายน้ําก็อาจจะต$อง เอาสเกลเดียวกันมาปรับใช$ในระดับขององคกรด$วย ทีนี้สิ่งที่อาจารยเลามาเป%นภาพใหญของทั้งโลก ของทั้งประเทศ พอ เรานําภาพใหญนั้นกลับมาดูวาทามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมอิ ากาศ การเปลี่ยนแปลงของสังคมเศรษฐกิจการเมืองทั้งหลาย ศาลายาจะอยูยังไง เรามีลักษณะที่ตั้งหรือมีอะไรที่เป%นจุดเดนหรือมีลักษณะทางภูมิศาสตรอะไรที่ แตกตางไปจากพื้นที่อื่นๆ บ$าง อาจจะต$องรบกวนอาจารย ดร.อภิลักษณชวย เลาเรื่องของประวัติศาสตรพื้นที่ตรงนี้ให$ฟ(งสักเล็กน$อยวาพื้นที่ศาลายานั่นมี ความเป%นมาแล$วมีลักษณะโดดเดนยังไงบ$าง เรียนเชิญคะ อาจารย+ ดร.อภิลักษณ+ เกษมผลกูล: เรียนทานรองอธิการบดี ถ$าหลายทานได$เดินเข$ามาในงานจะเห็นที่ นิทรรศการหรือทานที่อุดหนุนหนังสือของของคณะศิลปศาสตรก็จะได$เห็นใน หนังสือมหาสวัสดี ขออนุญาตแลกเปลี่ยนวาคลองนี้อยางที่ได$รับความรู$มาจาก คุณหมอวัฒนาหรือจากที่เคยค$นเอกสารมาทําให$เรารู$วาพื้นที่นี้มีคลองเกาแกก็ คือคลองโยง คลองโยงสําคัญตั้งแตต$นกรุงรัตนโกสินทรมาในแผนที่เดินทัพที่ได$ พระราชทานเผยแพรมาก็จะเห็นวามีพื้นที่คลองโยงอยูตรงนั้นแล$ว คลองโยงมี ความสําคัญมากในการสัญจรเดินทางไปมา ตอนที่สําคัญมากที่สุดก็คือ สมัย รัชกาลที่ ๔ ตอนนั้นที่ทานจะเสด็จไปนมัสการองคพระปฐมเจดีย หลายทาน คงจะทราบวามีเกร็ดประวัติศาสตรที่เลาวารัชกาลที่ ๔ ตอนทานผนวชเป%น ภิกษุแล$วทานเสด็จไปถึงองคพระปฐมเจดียซึ่งตอนนั้นไมได$อยูในสภาพแบบนี้ แล$วทานก็อธิษฐานวาถ$าทานได$เถลิงถวัลยราชสมบัติทานจะมาปฏิสังขรณให$ ใหญโต พอทานได$เสวยราชยแล$วทานก็กลับมาบูรณะแล$วก็เป%นเหตุให$ต$องขุด


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๓๕

คลอง แตกอนที่จะขุดคลองก็ยังใช$คลองโยง ผู$ลากมากดี เจ$าขุนมูลนาย รวม ไปถึงสุนทรภูก็ใช$เส$นทางคลองโยงในการเดินทางไปพระปฐมเจดีย ซึ่งตอน หลังรู$สึกวาลําบากเพราะวาต$องขึ้นบกแล$วลงเรือด$วย ท$ายสุดก็มีการขุดคลอง ซึ่งเราเพิ่งฉลอง ๑๕๐ ป6 ไปเมื่อป6 ๒๕๕๓ ซึ่งรัชกาลที่ ๔ ก็โปรดให$ขุดคลอง มหาสวัสดิ์

ที่คณะเราก็พบจดหมายเหตุที่เป%นลายพระหัตถพระราชทานชื่อวา คลองมหาสวัสดี หลังจากนั้นหลังจากขุดคลองมหาสวัสดิ์ในสมัยรัชกาลที่ ๔ เสร็จ ตอนรัชกาลที่ ๕ รัชกาลที่ ๕ ทานต$องการขยายพื้นที่ทําการเกษตรมาก ขึ้น อยางที่อาจารยศรีศักรบอกวาแมน้ําเจ$าพระยาเป%นเหมือนกระดูกสันหลัง แล$วแมน้ําสายเล็กๆ เหมือนซี่โครง ที่ศาลายา มหาสวัสดิ์เป%นเหมือนแกนหลัก มีแตกเล็กๆ ไปอีกก็คือทวีวัฒนากับนราภิรมย ตอนที่น้ําทวมพอดีได$เข$าไป ชวยอยูในศูนยศาลายาอยูแวบหนึ่งชวยรับโทรศัพทแล$วก็ได$ฟ(งขาวแล$วก็มีการ


๓๖

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ให$ข$อมูลซึ่งคอนข$างนาตกใจเหมือนกันเพราะวามันมีป(ญหาเรื่องชื่อคลอง วา คลองที่เขาเรียกวาพื้นที่เหนือคลองทวีวัฒนาวาทวีวัฒนาเหมือนกันซึ่งความ จริงมันคือนราภิรมย แล$วพอน้ํามาเทศบาลก็บอกวาน้ําจะมาที่ทวีวัฒนาซึ่ง ความจริงแล$วเขาหมายถึงคลองนราภิรมย แล$วพวกทวีวัฒนาเก็บของแล$วแต พวกนราภิรมยที่จริงๆ จะโดนคิดวาไมเกี่ยวกับตัวเอง ปรากฏวาน้ํามาน้ํามาที่ ทอนบนที่นี้เป%นสิ่งที่นาคิดเหมือนกันวาความรู$ชุดนี้มันถูกแก$ไขแล$วในพื้นที่แต มันยังไมถูกแก$ไขในระดับที่เป%นหนวยงานราชการ อันนี้ก็เป%นสวนหนึ่งของการ ขุดคลอง ทีนี้พื้นที่นี้ก็มีการขุดคลองเชื่อมไปมาเพื่อขยายพื้นที่ทางการเกษตร แตนัยหนึ่งที่อยากจะเลาขออนุญาตเลาให$คนพุทธมณฑลและชาว มหิดลภูมิใจก็คือวารัชกาลที่ ๕ ทานขุดคลอง ๒ คลองนี้เพื่อถวายเป%นราชกุศล แกรัชกาลที่ ๔ แล$วเหตุที่ชื่อวามหาสวัสดิ์แล$วมันไปคล$องกับทวีวัฒนาและนรา ภิรมยเพราะวารัชกาลที่ ๕ ทานหมายเอาคลองมหาสวัสดิ์ให$หมายถึงพระบรม ราชชนกของทานคือรัชกาลที่ ๔ เพราะวาสมเด็จพอทานเป%นคนขุด ทีนี้คลอง สาขาที่จะแตกออกจากสมเด็จพอทานก็ต$องเป%นสมเด็จอัครมเหสีฝaายซ$ายและ ฝaายขวา เพราะนั้นคลองที่ขุดขวาแรกคือคลองทวีวัฒนาก็คือสมเด็จพระนาง เจ$าโสมนัสวัฒนาวดีก็คือทวีวัฒนา สาขาอีกสายหนึ่งก็คือนราภิรมยก็มาจาก สมเด็จพระเทพศิรินทราหรือพระนางรําเพยภมราภิรมย เพราะฉะนั้นคลองทั้ง สามสายนี้ จึงเป% นเรื่ องของความผู กพันของรั ชกาลที่ ๕ ตอสมเด็ จพระราช บุพการี เพราะฉะนั้น พื้น ที่ตรงนี้ จึง คอนข$า งมี ความสํ าคัญ อยากเลาให$ ชาว ศาลายาและชาวมหิดลได$ภูมิใจในพื้นที่ของตัวเอง นอกจากนี้ยังมีคลองสาขาซึ่งตอนหลังคุณลุงหลีได$ขุดคลองเพิ่มอีก แล$วก็กํานันฮวดขุด เพราะฉะนั้นมันก็จะมีคลองเล็กๆ ที่ชวยพื้นที่การเกษตร ในพื้นที่ศาลายาคอนข$างมากพอสมควร พื้นที่คลองโยงก็จะมีคลองซอยซึ่งสิ่ง เหลานี้ทําให$พื้นที่ตรงนี้มันมีความเป%นมาเป%นไปอยางไร อีกอยางหนึ่งความรู$


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๓๗

ชาวบ$านอีกอยางหนึ่งคือเรื่องภูมินาม นาสนใจมากแตเราลืมไป จากตอนนั้นที่ ไปสัมภาษณพี่อvอย พี่บุญลือที่คลองโยงและก็คนเฒาคนแกที่คลองโยงเขาเลา เรื่องงายๆ แตเราก็กลับมาคิดเหมือนกันวาเขาเรียกตรงนี้วาหนองตาฟุbงแล$ว เขาเรียกตรงนี้วาโคกยายอุน ตรงที่เป%นหนองก็จะไมคอยมีคนอยูตรงที่เป%นโคก ก็ จ ะมี ค นอยู มั น ก็ น าตั้ ง คํ า ถามเหมื อ นกั น วาโบราณเขาก็ เ ตื อ นมาอยู แล$ ว เพราะฉะนั้นก็เป%นสิ่งที่นาตระหนักเรื่องของภูมินามเหมือนกัน หนองงูเหา อาจจะเป%นกรณีที่ต$องศึกษากันอีกกรณีหนึ่ง เบื้องต$นขออนุญาตเทานี้กอน อาจารย+ชนกพร พัวพัฒนกุล: มี ป ระเด็ น ที่ น าสนใจหลายอยาง จริ ง ๆ ได$ ไ ปอานนิ ท รรศการที่ อาจารยได$จัดทําไว$ด$านหน$าห$องประชุมนี้ด$วย ก็มีสวนหนึ่งที่พูดถึงวาการขุด คลองในสมัยกอนนอกจากมีเรื่องเกษตรก็จะมีเรื่องของการระบายน้ําเพราะ พื้นที่นี้ก็เป%นพื้นที่รับน้ํามาตั้งแตสมัยโบราณอยูแล$ว ก็จะถือโอกาสเรียนถาม คุณหมอวัฒนา คือน้ําทวมป6 ๕๔ ไมใชน้ําทวมครั้งแรก พื้นที่นี้มีน้ําทวมมา หลายครั้งแล$ว อยากจะเรียนเชิญให$คุณหมอฐานะของคนในพื้นที่ชวยเลาให$เราฟ(ง วาน้ําทวมในพื้นที่นี้มีความเป%นมาเป%นไปอยางไร เคยทวมมาแล$วกี่ครั้ง แล$ว เมื่อทวมคนศาลายาเขาอยูกันอยางไร เขาอยูกันแบบทุกวันนี้ไหมที่ต$องรอรับ ข$ า วกลอง รอรั บ ถุ ง ยั ง ชี พ หรื อ เขามี วิ ธี อ ยางไรในการดํ า รงชี วิ ต อยู ได$ ใ น สถานการณในหน$าน้ําของพื้นที่นี้ เรียนเชิญคุณหมอคะ นายแพทย+วัฒนา เทียมปฐม: สวัสดีทุกทานนะครับ ในเรื่องน้ําทวมในเขตอําเภอพุทธมณฑลก็ถือ วาในป6ที่ผานมาเป%นป6ที่มีน้ําทวมสูงสุด แม$แตสถานที่สําคัญอยางพระประธาน


๓๘

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

พุทธมณฑลก็เหลือแตฐานบริเวณอื่นก็จะทวม ในอดีตที่ผานมาพื้นที่แถบนี้ใน ประวัติศาสตรพื้นที่นี้ก็จะมีน้ําทวมที่หนักที่สุดก็คือป6 ๒๔๘๕ หลังจากนั้นก็มีป6 ๒๕๐๒ ,๒๕๑๘ ,๒๕๒๖ ,๒๕๓๘ และครั้งที่ผานมาก็คือ ๒๕๕๔ ในป6 ๒๔๘๕ ซึ่งผมยังไมเกิดคุณพอก็เลาให$ฟ(งวา ๒๔๘๕ เป%นน้ํา ทวมครั้งยิ่งใหญในประวัติศาสตรน้ําทวมทางรถไฟทั้งหมดแล$วน้ําก็ล$นไหลผาน ทางรถไฟไปไรนาจมหมดเลย สัตวเลี้ยงอยางพวกควายไปเลี้ยงที่องคพระปฐม เจดียที่ต$นสําโรง สิ่งที่เหลืออยูในแถบนี้ในชวงนั้นคือพระอุโบสถวัดสุวรรณซึ่ง เพิ่งสร$างเสร็จใหมๆ น้ําจะทวมชานด$านนอกแตตัวพื้นพระอุโบสถน้ําไมทวม ในชวงนั้นจะมีเรือของบริษัทสุพรรณขนสงที่สามารถวิ่งลัดทุงได$โดยไมติดต$น ไมโดยไมติดถนน หลังน้ําลดก็เริ่มเกิดมีอาชีพการทําสวนขึ้นมาเพราะวาชวงที่ อพยพควายไปอยูที่องคพระปฐมเจดียชวงที่กลับมาปรากฏวาสวนหนึ่งควายก็ ตายไปบ$างขายไปบ$าง บางคนก็เลยคิดวาเปลี่ยนอาชีพจากการทํานาซึ่งรายได$ น$ อ ยในขณะนั้ น มาเป% น อาชี พ การทํ า สวนซึ่ ง มี ร ายได$ ดี ก วา สํ า หรั บ ความ เสียหายไรนาบ$านเรือนจมน้ําหมดแล$วตอนนั้นก็อยูในชวงสงครามโลกครั้งที่ ๒ พอดี ประชาชนก็ไ ด$รับความเสี ยหายและเดือดร$ อนเป%น จํา นวนมาก เรื่อง เสื้อผ$าอาหารการกินการคมนาคมอะไรตางๆ ในอีก ๓ ครั้ง ในป6 ๒๕๐๒, ๒๕๑๘ และ๒๕๒๖ ระดับน้ําก็ไมทวม ทางรถไฟครั บ ซึ่ ง ทางรถไฟก็ เ ป% น ระดั บ เดิ ม รถไฟก็ ส ามารถให$ บ ริ ก ารได$ ภาพถายนี้ก็เป%นพระอุโบสถของวัดสุวรรณารามในป6 ๒๕๒๖ ซึ่งพระครูสังฆร จรูญก็ได$ทําบันทึกไว$ในพระอุโบสถ ในชวงนี้ก็เป%นชวงที่มีงานประจําป6พอดีก็ สามารถไปดูได$ นะครับ พระอุโ บสถน้ํา ไมมากเทาป6 ๒๔๘๕ สวนสวนใหญ สามารถรักษาไว$ได$ ถัดมาในป6 ๒๕๓๘ ระดับน้ําก็ต่ํากวาป6 ๒๔๘๕ แตสูงกวาทุกครั้งที่ กลาวมา ทางรถไฟมี น้ํ า ทวมในชวงแถวสถานี ศ าลาธรรมสพน รถวิ่ ง น้ํ า ก็


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๓๙

กระเด็นขึ้นมาแล$วก็ขบวนรถไฟมีบริการบางชวงเวลาแล$วก็มีการที่วาคนที่ไม สามารถไปทํางานได$ก็สามารถหยุดได$โดยไมเป%นวันลา ถนนปijนเกล$า - นครชัย ศรี ซึ่ ง ขณะนั้ น ได$ ทํ า เสร็ จ เรี ย บร$ อยแล$ ว ก็ มี น้ํ า ทวมในบางตอนโดยเฉพาะ บริเวณแถวสาย ๕ ตรงจุดตัดสาย ๕ บริเวณนั้นน้ําก็คอนข$างจะสูงแตรถยังวิ่ง ผานได$ วัดสุวรรณก็น้ําทวมแตยังไมถึงพื้นขอบพระอุโบสถ มหาวิทยาลัยมหิดล ขณะนั้นสร$างเสร็จแล$วน้ําไมทวมสามารถปbองกันได$แตก็มีชาวบ$านรอบนอกก็ มาตอวาวามหาวิทยาลัยสูบน้ําไปทวมบ$านเขาในชวงนั้น เพราะวาโรงสูบอยู แถวๆ ถนนพุทธมณฑลสาย ๔ เวลาสูบออกไปทีระดับน้ําก็จะเพิ่มขึ้น ความ เสียหายไรนาก็จะจมเป%นสวนใหญ ในชวงนั้นถ$านั่งรถไฟจากสถานีธนบุรีถ$ายัง มีอยูก็ตรงหอคอยริมแมน้ําตรงวัดสุวรรณจะเหลือสวนไมกี่สวน ในป6ที่ผานมา ระดั บ น้ํ า ก็ สู ง มากก็ จ ะทวมทางรถไฟที่ ย กสู ง กวาป6 ๒๕๓๘ หลั ง ป6 ๒๕๓๘ มีการทํารถไฟรางคูซึ่งก็มีการยกระดับสูงขึ้นไปกวาชวงกอนๆ บางชวงก็สูง เกือบเมตรหนึ่ง สถานีศาลายาและวัดสุวรรณ ตัวสถานีก็จมน้ํารวมทั้งราง รถไฟด$วย เรือสามารถที่จะแลนข$ามทางรถไฟได$สําหรับพระอุโบสถวัดสุวรรณ ซึ่งถือวาเป%นสิ่ง กอสร$างที่ทันน้ํา ทวมป6 ๒๔๘๕ น้ํ าทวมถึง ธรณีประตูในพื้ น โบสถน้ําก็เข$าไปด$วย ถนนหลักคือถนนบรมราชชนนีก็จมน้ํารถใหญไมสามารถ ใช$การได$ สวนไรนาก็เรีย กวาจมทั้ งหมดนะครั บ บ$า นเรือนก็ ถูกน้ํา ทวมทั้ ง อําเภอจนเรียกวาอําเภอพุทธมณฑลประกาศเป%น เขตภัย พิบัติยกเว$นในตั ว มหาวิทยาลัยมหิดลและวิทยาลัยนาฏศิลปwที่ยังพอรอดอยูได$และก็วัดมะเกลือที่ สามารถปbองกันได$ สวนใหญก็จะจมเป%นสวนใหญ ประชาชนต$องอพยพไปยัง ศูนยพักพิงซึ่งตอนแรกก็มีศูนยพักพิงอยูบริเวณอําเภอพุทธมณฑล อยางเชนใน มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยมหามกุฎฯ โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ปรากฏวาระยะหลังน้ําขึ้นมาจนกระทั่งต$องย$ายศูนยพักพิงไปบริเวณตัวเมือง นครปฐม โดยเฉพาะที่มหามกุฏราชวิทยาลัยคันแตกแล$วน้ําเข$ามาชวงเวลา


๔๐

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ชั่วโมงเศษๆ จากพื้นขึ้นมาถึงเอวเลย หลังจากน้ําลดไปแล$วเราไปดูปรากฏ ระดับน้ําจากพื้นดินนี่ขึ้นทวมศีรษะเลยนะ ก็อพยพคนอยางทุลักทุเล นี่ ก็ เ ป% น ภาพน้ํ า ทวมสถานที่ ต างๆ จริ ง ๆ สไลดมี อ ยู เยอะแต ระยะเวลาคอนข$างจะน$อยเลยต$องรวมสไลด นี่คือภาพของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่สามารถปbองไว$ได$โดยใช$คันดินและกระสอบทรายจํานวนมหาศาล ภาพที่วา การอําเภอซึ่งที่วาการอําเภอก็น้ําทวมรวมทั้งโรงพักนะครับ จาเฉยก็มายืนอยู ข$างหน$าแชน้ําอยู แล$วพระประธานพุทธมณฑลบริเวณพื้นที่พุทธมณฑลก็เป%น เหมือนกันปaาชายเลนน้ําทวมหมดเหลือแตพระประธานพุทธมณฑลที่อยูเหนือ น้ํา ถนนอุทยานก็กลายเป%นอุทยานน้ําที่ใช$ก็มีทั้งรถทั้งเรือ ภาพนี้ก็เสียดาย ทานเจ$าของตลาดกลับไปแล$ว ตลาดสีเหลืองคือคุณจุรี ยงใจยุทธ อันนี้ก็จม ตลาดสีชมพูซึ่งเป%นตลาดเกาศาลายาก็จมนะครับ โรงพยาบาลพุทธมณฑลที่ ผมทํางานอยูทั้งรถทั้งเรือก็มาจอดอยูที่เดียวกัน อีกที่หนึ่งก็คือที่วัดสุวรรณ บริเวณลานวัดก็จม การปรับตัวก็มีการปรับตัวในลักษณะตางๆ อยางเชนรถ ของเราก็ อ าจจะเลี ย นแบบแถวรั ง สิ ต ดอนเมื อ ง หรื อ อยุ ธ ยา ถื อ วาตรง สะพานลอยเป%นจุดสูงสุดน้ํานาจะทวมไมถึงก็เอารถไปจอดกัน คนที่ไมสามารถ ออกไปได$ก็จะเห็นวามีการหนุนรถอยางคันสีเขียวก็ใช$โฟมหนุน ในสวนของ รถจักรยานในรูปนี้จะเห็นวามีจักรยานจอดอยูประมาณ ๑๐ คัน ก็จอดอยูบน สันเขื่อนกั้นน้ําซึ่งพนังกั้นน้ําของเขื่อนคันดินแบบของชาวบ$านอันนี้ถ$ามอง ด$านข$างก็จะเห็นวาเขามีความสามารถในการเรียงรถจักยานยนตก็ยังสงสัยวา เขาเอาขึ้นไปได$อยางไร ก็จะเห็นสภาพของสถานีรถไฟศาลายาซึ่งอยูตรงหน$า เทศบาลก็จะเห็นน้ําทวมมองไมเห็นรางเลย แล$วอีกจุดหนึ่งที่เรา���มคอยอยาก เห็นก็คือเฮลิคอปเตอรที่จะบินมาสํารวจน้ําทุกวันวาจะปลอยน้ําเทาไหรอยางนี้ ชาวบ$านแถวนี้ไมคอยอยากเห็นเฮลิคอปเตอรเทาไหร มาทีไรน้ําก็จะขึ้นทุกที แล$วก็จะเห็นสถานีรถไฟวัดสุวรรณซึ่งก็มีผู$มาใช$บริการเป%นจํานวนมาก น้ํา


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๔๑

ทวมรางแตรถไฟยังสามารถแลนได$ ทันทีที่รถไฟแลนได$ชาวบ$านก็รู$สึกวาเขาไม อดแล$วธุรกิจตางๆ ก็สามารถที่จะดําเนินตอไปได$ไมเหมือนตอนชวงน้ําทวม บัตรเอทีเอ็มมีแตไมรู$จะกดที่ไหนเพราะตู$เอทีเอ็มโดนถอนเงินไปบ$าง จมน้ําไป บ$าง ธนาคารก็ปi ดหมด ธนาคารด$ านนอกนี่ จมน้ํ าไมวาจะธนาคารออมสิ น ธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารไทยพาณิชยที่ตลาดสีเหลืองตรงนั้นก็จม ใน มหาวิทยาลัยรู$สึกวารถเอาเงินมาเติมไมได$มีแตตู$ก็เติมเงินไมได$คนก็กดไมได$ เพราะฉะนั้นทันทีที่รถไฟสามารถแลนได$คนก็เริ่มรู$สึกที่จะผอนคลายไปเยอะ ในสวนของการปรับตัวก็จะมีการปรับโดยเฉพาะของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดลถึงแม$น้ําไมทวมแตก็มีการปรับตัววาทําอยางไรให$พื้นที่แถว นี้กอให$เกิดประโยชนสําหรับชุมชนแถวบริเวณนี้แล$วก็รู$สึกวาทุกคนเห็นคุณคา และชวยกันรักษา เพราะถ$ามหาวิทยาลัยมหิดลจม แหลงสงเสบียงตางๆ ใน ยานนี้ก็จะขาดหายไปด$วย มหาวิทยาลัยมหิดลในชวงนั้นก็จะเป%นแหลงที่ผลิต อาหารปรุงสําเร็จสงไปชวยชุมชนตางๆ วัดสงบางวันเป%นหมื่นกลอง แล$วก็ยัง เป% น โรงพยาบาลสนามของหมอช$ า งที่ ใ ช$ ใ นมหาวิ ท ยาลั ย ที่ ค อนโดเป% น โรงพยาบาลสนามสําหรับที่จะชวยเหลือประชาชนที่เจ็บปaวย ตรงโรงพยาบาล พุทธมณฑลในชวงนั้นจะต$องใช$เรือเทานั้นถึงจะมาได$แตมหาวิทยาลัยมหิดลใน โซนทางด$านนี้บางครั้งก็อาจจะเอารถในสายศาลายา-วัดมะเกลือแล$วมาตอเรือ ตรงมหาลัยฯ นิดหนึ่ง ก็สามารถที่จะสงเข$ามาโรงพยาบาลสนามนี้ได$ อีกสวนหนึ่งก็คือในลําคลองมหาสวัสดิ์ก็จะเห็นเรือตางๆ ออกมา วิ่งจํานวนมาก ก็เหมือนกับวาทันทีที่ถนนใช$ไมได$คนก็เริ่มเอาเรือมาใช$อยางใน รูปนี้ก็จะเห็นเรือ ๔ - ๕ ลํา อยูในคลอง ชาวบ$านแถวนี้ก็มีเรืออยูนานๆ จะใช$ สักทีเอาไปเก็บไว$นานแล$วก็ได$โอกาสออกมาใช$กัน ใช$ในการคมนาคมขนสง การติดตอ อีกสวนคือก็ได$เรือใหมๆ มาจากรัฐบาลมั่งจากคนที่อยูไกลมั่งตอ อะไรเยอะแยะไปหมดจะเห็นรูปแบบของเรือ เรือเหล็ก เรือไฟเบอรอะไรตางๆ


๔๒

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

อันนี้ก็เป%นการปรับตัวในสวนนี้แล$วในระยะหลังก็จะมีเรือสแตนเลสขึ้นมามาก ขึ้น ในการปรับตัวของชาวบ$านแถวนี้บางสวนที่บ$านอยูในที่ลุมก็จะมีคันคลอง บางสวนที่น้ําไมทวมเขาก็อพยพมาอยู อาศัยสะพานข$ามคลองบ$างที่เอามา เป%นที่จอดรถ ทําเป%นที่อยูอาศัยก็อพยพทั้งตุมน้ําอะไรตออะไรมาอยู ในสวนนี้ ก็มีการหาเสบียงซึ่งบางสวนก็สามารถหาได$ในคลองมหาสวัสดิ์ ในชวงนั้นเป%น ชวงที่มีปลาชุมมากเพราะวาสวนหนึ่งเรามีวังมัจฉาอยางวัดสุวรรณฯ วัดปุรณา วาสซึ่งมีมานานแล$ว อีกสวนหนึ่งที่ทางมหาวิทยาลัยมหิดลรวมกับชุมชนที่วัดสาลวันเรา ได$ชวยกันทําขึ้นมาเมื่อประมาณป6 ๒๕๕๒ กอนการฉลอง ๑๕๐ ป6 คลองมหา สวัสดิ์ประมาณป6หนึ่งทําให$ในระยะที่ผานมาก็มีปลาเพิ่มมากขึ้นจนกระทั่งเรา รู$สึกวาแหลงปลานี้ก็ได$เป%นประโยชน เวลาน้ําทวมคนก็สามารถไปหาปลาได$ โดยการดักตาขาย ตกปลา แทงปลาอะไรพวกนี้ ยิงปลาบ$างซึ่งอาหารหลักก็ เป%นปลา สวนที่เหลือก็จะทําเป%นปลาแห$งซึ่งตากไว$ตามที่ที่จะสามารถตากได$ อยางในรูปก็เป%นพุมไว$ที่มีอยู อีกสวนหนึ่งก็คือไปช$อปปilงมาก็คือเมื่อรถไฟสามารถเดินได$ก็ไปตุน เสบียง และอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดหายไปนานประมาณ ๑๐ ป6 ก็คือพระที่บิณฑบาต ทางน้ําที่วัดสุวรรณหายไปประมาณ ๑๐ ป6 ครั้งสุดท$ายประมาณป6 ๒๕๔๔ ตอนนั้น หลวงตาป(lน ก็อายุชั กเยอะก็ไ มสามารถที่ จะพายเรื อได$ ก็อาศัย การ บิณฑบาตทางเดิน แตชวงน้ําทวมพระบิณฑบาตไมได$ก็มีหลวงตาป(lนที่สามารถ เอาเรือสําป(lนเพียวที่เคยใช$แล$วก็เป%นนายแบบอยูเมื่อการทองเที่ยวคลองมหา สวัสดิ์เมื่อ ๑๐ ป6 ที่แล$วได$เอากลับมาใช$อีกที แตหลังจากนั้นไมเทาไหรก็รู$สึก วาสวะชักเยอะก็เลอะเปลี่ยนเป%นเรือไฟเบอรแทน จุดที่สําคัญอีกอยางสําหรับ การปรั บ ตั ว และถื อ วาเป% น จุ ด ยุ ท ธศาสตรที่ สํ า คั ญ ของอํ า เภอพุ ท ธมณฑล ระหวางสวนเหนือคลองมหาสวัสดิ์กับสวนใต$ทางรถไฟก็คือประตูน้ําคลอง


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๔๓

ทวีวัฒนา ซึ่งประตูน้ํานี้ถือวาเป%นประตูที่สําคัญที่สุดของการระบายน้ําภาค ตะวันตกของกรุงเทพฯ เพราะวาเป%นประตูน้ําของคลองที่ใหญที่สุด ในชวงที่ บางบัวทองแตกคนก็สนใจแหกันไปดูที่ประตูน้ํานี้คนไปดูวันหนึ่งหลายพันคนก็ เกิดเป%นอาชีพอยางในรูปนี้จะเห็นวาคนที่ไปดูกันมากจนกระทั่งมีร$านขายของ ขึ้นมาเยอะ ตอนนั้นคนก็ลุ$นกันอยูเพราะพุทธมณฑลฝ(jงเหนือคลองมหาสวัสดิ์ ประตูน้ํานาจะเปiดมากกวานี้นาจะเปiดให$หมดเลยเพื่อชวยกันระบาย พวกทาง ใต$ที่อยูทวีวัฒนาฝ(jงกรุงเทพฯ ก็บอกวาประตูน้ํานาจะปiดนะเพราะวาน้ําจะ ทวมเขาจริงๆ ในรูปนี้ก็จะเห็นคนมายิงปลากัน ตรงนี้ก็เป%นจุดที่สําคัญในการ ปรับตัวและเตรียมตัววาถ$ามันแตกแล$วจะทํายังไง ในขณะเดียวกันก็มีคนมอง วิกฤตเป%นโอกาสในการเอาของมาขายก็จะมีขายกันได$ทั้งวัน อีกสวนหนึ่งคือ การปรับตัวของชาวบ$านวาในชวงที่น้ําทวมอาหารที่สําคัญก็มีปลามีการลงขาย ก็จะได$ปลาสวายตัวใหญๆ ซึ่งปกติก็อยูตามหน$าวัดเวลาน้ําทวมก็จะถือโอกาส ออกมาเลนน้ําก็มาติดขายชาวบ$าน ชาวบ$านก็ได$อาศัยสวนนี้เป%นแหลงอาหาร นอกเหนือจากปลาในสวนนี้ก็จะมีผักบุ$งซึ่งเป%นแหลงผักที่สําคัญที่ในคลองมหา สวั ส ดิ์ มี อ ยู จํ า นวนมาก ในชวงนั้ น อาหารในสวนนี้ ก็ ส ามารถที่ จ ะชวยได$ พอสมควร อีกสวนหนึ่งก็คือคนมีการปรับตัวคนที่มีเรือมีเครื่องมีเรือเครื่องก็ สามารถทําอาชีพในการมารับ - สงคนจากชุมชนตางๆ มาขึ้นรถไฟ มารับคนที่ โดยสารกลั บ มาวั น ๆ ก็ ส ามารถทํ า เงิ น ได$ เ ยอะ ในชวงน้ํ า ทวมมี บ างราย สามารถใช$โอกาสนี้หาเงินจากการรับผู$โดยสารได$เกือบแสนหนึ่งก็มี ในสวนโรงพยาบาลพุทธมณฑลเราก็จ$างเรือประจําไว$วันหนึ่งคาจ$าง วันละ ๑,๐๐๐ บาท น้ํามันของโรงพยาบาลแตเรือหางยางนี้ต$องมีคนที่เป%นหัว เรื อ คนหนึ่ ง ราคาจ$ า งวั น ละ ๑,๐๐๐ บาท จ$ า งไป ๔๓ วั น ก็ ไ ด$ เ งิ น ไป ๔๓,๐๐๐ บาท นอกเวลาก็ไปรับจ$างได$อีก บางคนก็เปลี่ยนอาชีพเป%นแมค$า อยางในรูปก็ไปซื้อของมาขายซึ่งในสวนของคนดั้งเดิมก็จะรู$สึกวาไมอดอยาก


๔๔

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

เทาไ หรเพ ราะวาทั น ที ที่ น้ํ า ทวม ไ มกี่ วั น แห ลงอาหาร ก็ เ ริ่ ม จะม า นอกเหนื อ ไปจากที่ จ ะมี หนวยตางๆ มาแจกจายกั น โดยเฉพาะคนที่ อยู ใน เส$นทางหลักรถที่แจกของเยอะจนกระทั่งบางคนน้ําลดแล$วข$าวสารยังไมหมด อาหารกระปxองตางๆ ก็ยังอยูเยอะแล$วก็มีการมาเปรียบเทียบกันวาแตละถุงมี อะไรบ$างมีอะไรของใครดีบ$าง นี่ก็เป%นการพึ่งพาของชุมชน ชุมชนแรกก็คือ ชุมชนที่มาจากที่อื่นมาอาศัยอยูอยางเชนพวกหมูบ$านเอื้ออาทร ในกลุมพวกนี้ ก็จะมีการรวมตัวกัน ชวยเหลือตัวเองไมได$ก็จะมีตัวแทนที่มีเสียงดังก็สามารถ ที่ จ ะ ไ ป ข อ ก า ร ส นั บ ส นุ น จ า ก ห น ว ย ง า น ต า ง ๆ เ ย อ ะ ไ ม ว า จ า ก มหาวิทยาลัยมหิดลที่จะไปสงข$าวกลองให$วันละ ๓ ครั้ง มีเรือประจําหมูบ$าน สงมาจากกรมเจ$าทาบ$าง ปตท.บ$างหรือจากหนวยงานอื่นๆ เอาถุงยังชีพมา แจกซึ่ งพวกนี้ก็จะได$ แจกเป%น ประจํา อี กสวนหนึ่ งก็อพยพจากที่ อื่นมาต$อง เปลี่ยนสถานที่อยูมาอยูศูนยพักพิง ในรูปนี้คือศูนยของมหาวิทยาลัยมหิดล ทันทีที่บางบัวทองแตกก็มีคนแถวๆ บางบัวทอง บางใหญน้ําทวมก็อพยพมา ตอนนั้นพุทธมณฑลยังไมทันทวมศูนยพักพิงที่มหาวิทยาลัยมหิดลก็เต็มแล$วนะ ๓๐๐ คน ตอนนั้นก็แทบไมได$ชวยคนพุทธมณฑลเทาไหร พอขาววาน้ําใกล$เข$า มาถึงแล$วศูนยนี้ก็ปiด เพราะวากลัววาถ$าเกิดมหาวิทยาลัยมหิดลแตกพวกนี้ก็ จะอพยพอยางทุ ลักทุ เล เพราะน้ํ ายั ง ไมมีการขนสงตางๆ งาย ไปตั ว เมื อง นครปฐมใช$เวลาครึ่งชั่วโมงก็ถึง แตเมื่อแตกรถก็เข$าไมถึง ถึงก็เป%นรถทหารซึ่ง บางครั้งวิ่ง ทอดเดียวก็ไมถึ งจํา เป%นต$ องไปสงตอก็จะมีป(ญหา เพราะฉะนั้ น นโยบายบางแหลงก็คือถ$าคิดวาไมปลอดภัยก็จําเป%นต$องอพยพไปที่ที่สูงกวา ประสบการณในป6 ๒๔๘๕ ก็จะบอกเลยวาถ$าอพยพไปที่ตัวเมือง นครปฐม แถวนั้นนาจะปลอดภัยแล$วเราก็ไมต$องอพยพหลายที บางคนอพยพ หลายครั้งนะบางทีมาจากไกล มาจากแถวชัยนาท น้ําทวมก็มาอยุธยา อยุธยา แตกก็มาปทุมฯ ปทุมฯแตกก็มาแถวเมืองนนท อพยพหลายทีจนรู$สึกวาไม


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๔๕

อยากอพยพแล$ว สําหรับการสูญเสียในชวงน้ําทวมการคมมานาคมก็มีป(ญหา หลายคนที่อยูที่นี้คงทราบวาในชวงที่น้ําทวมมากรถไฟก็ไมสามารถแลนได$รถ ประจําทางรถเล็กก็ไมมี ใหมๆ รถทหารมาแตตอนหลังรถทหารก็แลนไมได$เรือ ก็แพงโดยเฉพาะการเหมาบางชวงบางทีราคาปกติไมเทาไหร บางครั้งอาจจะ ต$องเสียเงินอยางกรณีเหมาเรือหางยาวจากงิ้วรายมาวัดสุวรรณในชวงน้ําทวม บางทีเที่ยวละ ๓,๐๐๐ บาท เมื่อวานนี้ผมเจออยูคนหนึ่งเขาเคยมาออกกําลัง กายในมหาวิทยาลัยมหิดลเขาทําโรงงานพวกกาแฟสําเร็จรูป เขาบอกวาชวงที่ น้ําทวมเข$าแถวๆ พุทธมณฑลสาย ๔ อพยพทีวันละ ๑๐,๐๐๐ บาท ตอเที่ยว ซึ่งตอนนั้นก็ลําบากมากเรื่องการคมนาคม อีกสวนหนึ่งก็คือสวนของไรนาและสวน สวนเป%นพื้นที่ที่ประสบ ป(ญหามากเลยเพราะวาน้ํามาถ$าแชไว$นานต$นไม$ก็จะตายอยางในภาพนี้ก็จะ เห็นในสวนซึ่งมีต$นไม$เป%นต$นมะมวงขนาดใหญมากอายุประมาณ ๖๐ กวาป6 สวนนี้ก็เป%นสวนแรกของอําเภอนี้ที่ปลูกต$นมะมวงตับเป%ดซึ่งอายุประมาณ ๖๐ - ๗๐ ป6 โดนน้ําทวมก็ตาย ซึ่งอันนี้เป%นความสูญเสียแทนที่เราจะตัดหรือทิ้งไป เฉยๆเราก็คงจะมีการแปรรูปทําเป%นไม$กระดานเพื่อไปทําโตyะทําอะไรเพื่อเป%น อนุสรณอันนี้ก็เป%นความเสียหายของสวนซึ่งเสียหายคอนข$างจะมากเมื่อเทียบ กับการสูญเสียของกลุมอื่น อยางร$านค$าน้ําลดก็สามารถดําเนินการได$เลย ก็รอ สวนนาชวงนี้ก็เริ่มหวานเมล็ดกันแล$วแตสวนหลายรายก็ยังทําอะไรไมได$ก็ต$อง รอวาป6นี้น้ําจะมาอีกหรือเปลา ส$มโอพันธุอะไรตอนนี้ก็ขาดแคลนนะครับ ทีนี้ การแก$ ป( ญหาน้ํ าทวมของอาจารยกั ม ปนาทก็ คงพู ด ในทาง วิชาการสวนหนึ่งแตในความรู$สึกของผมเองการแก$ไขป(ญหาน้ําทวมบริเวณ แถวนี้ พ ระบาทสมเด็ จ พระเจ$ า อยู หั ว ทานทรงได$ แ นะนํ า ไว$ ตั้ ง แตวั น ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๘ เมื่อน้ําทวมใหญครั้งที่แล$ววาการที่น้ํามาจะต$องมีการระบาย น้ํา ลําพังแมน้ําเจ$าพระยาอยางเดียวก็คงรับไมไหวคงจะต$องมีการระบายน้ํา


๔๖

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ทางด$านฝ(jงตะวันออกและฝ(jงตะวันตก ซึ่งในฝ(jงตะวันออกในชวงที่ผานมาก็มี การทําคลองเลียบทะเลและมีเครื่องสูบที่พร$อมจะระบายน้ําได$ทันทีที่น้ํามาถึง สวนฝ(jงตะวันตกเองเป%นฝ(jงที่การระบายคอนข$างจะยากเพราะวาคลองหลักใน การระบายน้ําของตะวันตกมีเพียงคลองเดียวก็คือคลองทวีวัฒนา แล$วคลองนี้ ก็จะระบายน้ําจากคลองมหาสวัสดิ์ไปยังคลองภาษีเจริญจากคลองภาษีเจริญ สวนหนึ่ ง จะระบายลงแมน้ํ า นครชั ย ศรี ที่ ก ระทุ มแบนที่ ป ระตู น้ํ า อางทอง ทางด$ า นตะวั น ออกของคลองนี้ ก็จ ะไประบายออกที่ ค ลองบางหลวงที่ วั ด ปากน้ํา อีกสวนหนึ่งก็จะมีคลองพระยาราชมนตรีที่จะระบายจากเหนือลง ใต$สูคลองสนามชัยซึ่งจะลงสูสมุทรสาครซึ่งระบายออกทางแมน้ํานครชัยศรีก็ ได$ ซึ่งตอนนั้นเรียกวาแมน้ําทาจีนแล$วระบายลงอาวไทยที่ริมทะเลโดยผาน คลองเล็กๆที่จําเป%นจะต$องทําขึ้นมาใหม แล$วก็มีการจัดรูปแบบของหมูบ$าน จัดสรรบริเวณนั้นให$น้ําผานไปได$ซึ่งอันนี้เป%นหัวใจสําคัญของการแก$ไขป(ญหา น้ําทวมของตะวันตกและรวมทั้งพุทธมณฑลด$วย เพราะฉะนั้นสวนนี้ก็เป%นสวน ที่ผู$เกี่ยวข$องนาจะได$นํามาทบทวน เพราะวาพวกคลองตางๆ ก็มีอยูพอสมควร แตเราละเลยไมได$ดูแล อยางเชนคลองทวีวัฒนาสมัยกอนจะมีขนาดเทากับ คลองนราภิรมยจนเรียกกันวาคลองขวาง บอกไมได$วามันแตกตางกันตรงไหน แตเดี๋ยวนี้จะเห็นความแตกตางที่วาคลองทวีวัฒนาเมื่อเราไปดูจะเห็นวาถนน กําลังขยายเป%น ๔ เลน มีรั้วสแตนเลสอยางสวยงามซึ่งอันนี้ก็สร$างล้ําเข$าไปใน คลองทวีวัฒนาทําให$การระบายน้ํามีป(ญหายิ่งไปถึงถนนเพชรเกษมคลองจะยิ่ง เล็กลงไปใหญตรงนั้นเขาเรียกวาคลองขวางซึ่งมีขนาดเล็กแล$วเลยไปจากนั้น อีกกอนออกสูคลองภาษีเจริญตรงนั้นจะยิ่งแคบเข$าไปอีก เพราะฉะนั้นหัวใจใน การระบายน้ําตะวันตกมันติดป(ญหาสวนนี้ ถ$าเรามีการแก$ไขตามพระราชดําริ มันก็สามารถชวยในการระบายน้ําในสวนนี้ได$ดีกวาที่จะไปทําคันกั้นน้ําริม


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๔๗

คลองมหาสวัสดิ์ให$สูงมากกวา ๓ เมตร ซึ่งถ$าพนังกั้นน้ํานี้แตกน้ําก็อาจจะลง ทะเลได$โดยไมติดถนนพระราม ๒ เหมือนในป6หน$าระดับน้ําที่สะสมสูงกวานั้น ในภาวะที่วิกฤตสิ่งหนึ่งก็คือกําลังใจหรือศรัทธาในสิ่งที่เรานับถือ บางครั้งน้ํา มาหลายคนก็อธิษฐานวาอยาให$ทวมเลยนะน้ํานาจะไปที่อื่นหรือลดลงเร็วๆ แตเมื่อน้ําทวมแล$วบางคนก็รู$สึกวามีความทุกขมีความเศร$าอะไรตางๆ ศาสนา ก็เป%นสิ่งยึดเหนี่ยวตามแตละคนนับถือ ในพื้นที่แถวนี้เราก็มีความนับถือใน หลวงพอพุทธสุวรรณบวรรังสีพระประธานของวัดสุวรรณาราม ซึ่งถือวาเป%น จุดยึดเหนี่ยวของชาวบ$านของลุมน้ําคลองมหาสวัสดิ์รวมทั้งหลวงพอดีซึ่งสิ่ง เหลานี้ถึงแม$จะมีความทุกขแตทุกคนก็ยังรู$สึกวาก็ยังมีกําลังใจที่จะสู$ตอได$เมื่อ นึกถึ งอดี ตที่ นาภาคภู มิใ จและอีกสวนหนึ่ งที่เหมื อนเป%นหน$า ที่ของคนที่อยู ขณะนี้ที่พยายามที่จะอนุรักษสิ่งที่บรรพบุรุษทําไว$โดยเฉพาะการทําสวนก็มี บางทานอยูที่นี่อยางคุณแจvวที่เป%นจุดทองเที่ยวของมหาสวัสดิ์ในเรื่องของการ ทําสวนที่ทํามาแล$วมีการนั่งรถอีแตvน ตอนนี้สวนก็จมน้ําหมดเหมือนกับที่บ$าน ผมตอนนี้ก็มองตอวาในสวนของสวนเราก็คงจะดํารงตอไปถึงแม$จะมีน้ําทวม ครั้งตอๆ ไปแตเราก็คงต$องสู$ตอ อาจารย+ชนกพร พัวพัฒนกุล: ขอบพระคุณคุณหมอวัฒนานะคะ ฟ(งจากที่คุณหมอเลาวาคนใน พื้นที่เองก็มีความพยายามที่จะปรับตัวในด$านตางๆ ทั้งการกิน การอยู การ ประกอบอาชีพ การคมนาคม ลองมาฟ(งเรื่องจากคนในพื้นที่อีกคนหนึ่ง คือ ทานอาจารยประภาส อาจารยเป% น คนคลองโยง ในมุ ม หนึ่ ง อาจารยเป% น นักวิชาการที่สอนทางด$านรัฐศาสตร และอีกมุมหนึ่งอาจารยก็เป%นผู$ขับเคลื่อน เรื่องโฉนดชุมชนให$กับ พื้นที่ค ลองโยงซึ่ง อยูใกล$ๆ กั บมหาวิทยาลัยของเรา เหมือนกัน สิ่งที่อยากจะเรียนถามอาจารยก็คือวาหลังจากที่ขับเคลื่อนเรื่อง


๔๘

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

โฉนดชุมชนมาเมื่อป6ที่แล$วก็จะครบหนึ่งป6ก็จะมีงานฉลองครบ ๑ ป6 โฉนด ชุมชน พอตอสู$เรื่องโฉนดชุมชนมาแล$วหลายพื้นที่น้ําทวมก็จะเกิดกรณีเราจะ ออกจากพื้นที่เราจะหนีเราจะย$ายแตคนตรงนี้เขามีความคิดเห็นอยางไรบ$างวา ถ$าป6นี้น้ําทวมอีกหรือเจออีกจะทํายังไงมีแนวทางจัดการอยางไรคะอาจารย รองศาสตราจารย+ประภาส ป56นตบแต2ง: ครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณอาจารยที่เชิญมา คือผมก็อยูแถวๆ นี้ เป%นหลานอาทุม อาจจะเรียกวาเป%นคนคลองโยงแตก็ย$ายไปย$ายมากันอยูแถว นี้ เรื่องน้ําทวมผมวาพูดได$จากหลายจุดยืน จุดยืนของคนเหนือทางรถไฟก็เป%น จุดยืนหนึ่งซึ่งผมเองก็พยายามสงบจิตสงบใจเวลาพูดถึงน้ําทวมจากจุดยืนของ คนข$างบน เพราะวาผมคุยกับเพื่อนฝูงตอนนี้ก็ยังคุยกันบอยๆ วาทําอยางไรดี เราก็มีทางออกที่ไมกล$าบอกในที่นี้ที่คิดวาเป%นทางออกเดียว แตจะตอจาก อาจารยอภิลักษณนิดหนึ่งวาพื้นที่คลองโยงมาสูโฉลดชุมชน อาจารยอภิลักษณ พูดถึงหนองตาฟุbงคนรุนอาทุมนาจะรู$ดี หนองตาฟุbงคนไมคอยไปเพราะวาตา ฟุbงแกโดนฆาแล$วไปฝ(งไว$ที่นั่น ฝ(งไว$ในหนองเป%นจุดที่เราจะกลัวกันมากเลยไป ไมได$ อันนั้นก็เป%นพื้นที่คลองโยง คลองโยง – คลองมหาสวัสดิ์ตอจากอาจารย อภิ ลักษณนิด หนึ่ งวา คลองมหาสวั ส ดิ์ขุดป6 ๒๔๐๐ ก็คื อหลั งสั ญญาเบาริ่ ง ๒๔๙๘ เป%นเวลา ๒ ป6 ผมคิดวาพื้นที่แถวนี้พูดได$วาเป%นพื้นที่เข$าสูระบบทุน นิยมแรกๆ ของสังคมไทย ก็คือการผลิตข$าวเพื่อการสงออก เพราะฉะนั้นการ ขุดคลองก็จะนําไปสูเรื่องของการจับจองที่นาจะเห็นวาชื่อคลองเป%นชื่อเจ$า ทั้งนั้น มีชื่อคลองเจ$าโดยตรงก็มีนะ บ$านผมไปดูหลังโฉนดจะเป%นของเจ$าจอม มารดาชุมยืนยันได$เพราะวาก็เคยให$อาจารยอภิลักษณดู เจ$าจอมมารดาชุมก็ เป%นเจ$าจอมในรัชกาลที่ ๔ หลังจากนั้นก็เลาตอมาวามันมาถึงโฉนดชุมชนได$ อยางไร ปูaยาตายายเราบุกเบิกมา เมื่อขุดคลองนาเจ$าพูดงายแตก็เชามาตั้งแต


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๔๙

บัดนั้นเรื่อยมาจนกระทั่งป6 ๒๕๑๘ ก็มีการซื้อจากเจ$าของจากวังมีสกุลทางสาย สมเด็ จ เจ$ า พระยาดํ า รงราชานุ ภาพ ป6 ๒๕๑๘ มีกองทุ นหมุ น เวี ยนเพื่ อซื้ อ ชาวนาแถวบ$านผมก็ไปยืมแล$วผอนไปเรื่อยๆ แตผอนไมทันเสร็จรัฐบาลหลังๆ ก็ทําลืม หลังๆ เราก็ตอสูกันมาเพื่อให$ได$กรรมสิทธิ์ ชวงรัฐบาลคุณอภิสิท ธิ์ ได$มามอบโฉนดที่เรียกวาโฉนดชุมชนเมื่อป6ที่แล$ว วันเสารนี้ก็ครบรอบหนึ่งป6 พอดี คุณอภิสิทธิ์ก็จะมาที่คลองโยง ทําไมเป%นโฉนดชุมชน ก็เพราะวารัฐบาล เองไมอยากให$เป%นป(จเจก รัฐบาลเองก็กลัวเหมือนที่ภูเก็ตให$แล$วชาวบ$านเอา ไปขายก็เลยเจรจาวาเอาไปให$สหกรณแล$วห$ามซื้อห$ามขายเป%นมรดก แล$วก็ใช$ ที่ดินแบบยั่งยืนคอยๆ ปรับมาเป%นเกษตรแบบยั่งยืน พวกเราก็พยายามทํากัน อยูเมื่อวันอาทิตยนี่น$องๆ ที่มหิดลก็ไปชวยโยนข$าวโยน ที่บ$านผม โยน ๕ ไร ไป ๓๐ กวาคน โยนเสร็จนกกระยางย่ําหมดเลยตอนนี้กําลังซอมกัน อยู ไมรู$จะทํายังไง ทํานามันไมคอยโรแมนติกเทาไหร โรแมนติกสักหกโมงถึง ทุมหนึ่งเวลาที่รูปมันสวยๆ ที่เหลือมันไมคอยโรแมนติกเทาไหร ชวงน้ําทวมก็ แนนอนวาพื้นที่ทุงเหนือคลองมหาสวัสดิ์ที่เขาเรียกวาทุงพระพิมลที่มีอยูสอง แสนเจ็ดหมื่นไรก็ทวมหมดครับ ความเสียหายคุณหมอก็ได$พูดถึงแล$วนะครับ คราวนี้ผมจะพูดถึงความเสียหายของเกษตรกรมันก็ลึกซึ้งมากอยางที่คุณหมอ พูดถึงนาถึงแม$ชวงลงข$าว ๓ เดือน ไมมีรายได$เลยแล$วต$องรอไป ๔ เดือน ผม พยายามตั้งที่เรียกวาธนาคารเมล็ดพันธุแล$วก็หาการสนับสนุนแล$วก็มีโรงสี โรงสีสวนใหญแถวนี้ก็จะเป%นอนุสาวรียหมดสีไมคอยได$ เพราะชาวบ$านก็ปลูก พวกสุพรรณ ๒ ตอนนี้ก็หาพวงทอง ๓ เดือน จะจํานําไมได$คือกินไมได$ในทุง สักเม็ดตอนหลังๆ ก็ปรับให$สงเสริมทํานาที่กินได$ คราวนี้พี่น$องก็ไมเอาเลย บอกวาอายุมัน ยาวเกิ นไป ยาวแค ๔ เดื อนกวาๆ เขากลัวทํา ไมได$ ๒ รอบ เพราะรายได$อะไรตางๆ ไมมี ผมอยากจะชี้ให$เห็นวาผลกระทบตอเกษตรกร มันกว$างขวางมันลึกซึ้งมาก ต$องคุยกันไปข$างหน$าเยอะแล$วก็พยายามคุยกัน


๕๐

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

อยู เนื่องจากเวลามีไมมากน้ําทวมที่บ$าน คือน้ําแถวนี้ถ$าภาพเร็วๆ ก็คือวาภาพ นี้คือเมื่อ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ ทางบ$านผมบอกวาน้ําทวมตั้งแตปลายเดือนกันยายนแล$วก็จะเห็น วาเป%นจุดๆ แดงๆ น้ําทวมหมดแล$ว ปลายเดือนกันยายนลุงชวยบอกวาน้ํา ทวม อยูในสภาพน้ําทวมแล$ว เดือนพฤศจิกายนที่จริงน้ําทวมสูงสุดประมาณ วันที่ ๖ พฤศจิกายน แตผมไมมีแผนที่วันที่ ๖ ก็เต็มหมดแล$วทางรถไฟ วันที่ ๖ ระดับน้ํา ๒.๙๙ เมตร จากระดับน้ําทะเล แล$วมันหยุดอยูตรงนั้นเพราะอะไร มันถึงหยุดเพราะมันล$นทางรถไฟมามันเหมือนกับน้ําล$นโองมา ข$าวผมป6ที่แล$ว ทําข$าวโยนไว$อุตสาหทําข$าวอินทรียได$ ๔ เกวียนเหลือนิดเดียวเกือบจะทวมอยู แล$วแตโชคดีล$นทางรถไฟมา คราวนี้จะเสริมวาป6นี้ห$าสิบเจ็ดสิบเซนติเมตร ป6 หน$าคงต$องยกไปอีกประมาณ ๗๐ เซนติเมตร จากป6นี้ที่ทวม ๒.๙๙ เมตร จาก ระดับน้ําทะเล เราประเมินกันวานาจะผิดปกติประมาณเกือบๆ ๒ เมตร ผมก็ ไมคอยแนใจแตลองวัดดูจากระดับปกติ มันมาเร็ว ๖ พฤศจิกายน มันสูงสุด วันที่ ๘ ธันวาคม ผมไปเชียงใหม ผมเข$าไปที่คลองโยงไปรับเพื่อนฝูงขับรถไป กัน มีลุงคนหนึ่งดีใจมากเลยบอกวาน้ําลดแล$วอาจารยเทากับป6 ๓๘ พอดีเลย ครับ ๘ ธันวาคม เทากับป6 ๓๘ พอปลายๆ เดือนมกราคมภาพนี้ผมพยายาม จะชี้ให$เห็นวาข$างลางนี่แห$งหมดแล$วใต$ทางรถไฟมาข$างบนยังแดงเถือกจนถึง บางเลนทั้งทุงพระพิมน อันนี้คือสภาพที่ไมเป%นธรรมก็พูดตรงไปตรงมา พอ ใกล$ๆ ป6ใหมน้ําถึงจะเทากับป6 ๔๙ เราเริ่มทํามาหากินได$ก็คือชวงป6ใหมชวยกัน สูบน้ํากันเองด$วย น้ําในทุงแล$วก็พอดีทางไทยพีบีเอสและพี่น$องทางทุงพระพิ มนก็พยายามชวยๆ กันผลักดันเอาทอมาชวยกันอาจารยก็คงพอจะทราบดีอยู พอออกทีวีพวกชลประทานก็วิ่งกันมากหนอยขันหัวตะปูสักหนอย ทีนี้ผมติด นิดเดียววาทําไมมันเป%นอยางนี้ ผมคิดวาอาจารยคงทราบดีวาน้ํามันลงทางทา จีนไมได$ รัฐบาลพยายามจะบอกวาเดี๋ยวจะปลอยลงทาจีนตั้งแตปลายเดือน


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๕๑

ตุลาคม ผมดูน้ําทุกวันเพราะทางชลประทานเขาสงตัวเลขมา น้ําแมน้ําทาจีน สูงกวาในทุงตลอดจนเกือบๆ ป6ใหม ป6ใหมแล$วด$วยหลังป6ใหม เกือบๆ ป6ใหม สู ง กวา ๑ เมตร เพราะฉะนั้ น สู$ ด$ ว ยสู บ อยางเดี ย วสู บ ได$ วั น ละ ๑๑ ล$ า น ลูกบาศกเมตร ทางเจ$าพระยามีประตูฉิมพลี มีประตูบางใหญ ประตูใหญๆ สามสี่ประตู เปiดออกได$บ$าง ได$ประมาณ ๕ ล$าน ทีนี้ข$างลางผมอยากคุยนิดหนอย ผมก็ไมอยากเอาเรื่องบทเรียน เกาๆ มาพู ดแตมั นก็ ต$ องพู ด คือแนวทางรถไฟเราก็ ท ราบดี อยู วาประตู ท วี วั ฒ นา ผมขั บ เรื อ มาดู ทุ ก วั น แตด$ ว ยวั ต ถุ ป ระสงคบางอยางซึ่ ง ตอนนี้ ไ ม อยากจะพูดถึง ปiดมาตลอดแล$วก็เปiดสั้นๆ แค ๕๐ เซนติเมตร หลังจากพี่น$อง ทางนนทเดินขบวนกัน แล$วก็เปiดประตูเล็กประตูน$อยผมเรียกประตูกระจอก งอกงอยคลองควาย คลองขุนศรีบุรีรักษ คลองซอยผมคํานวณน้ํากระเพื่อม ผมบอกเพื่อนไปคํานวณหนอย ผมพายเรือไปดูกันแล$วก็วัดปากคลองวันหนึ่ง คิดวารวมๆ แล$ว ๕ แสนลูกบาศกเมตร แล$วประตูทางด$านตะวันตกทางด$านนี้ ๓ บาน ประมาณต$นๆ เดือนธันวาคมปi ดเกลี้ ย���ปiด หมด นี่คือความไมเป% น ธรรมถ$าพูดอยางตรงไปตรงมา คือน้ําควรจากเหนือลงใต$แตน้ํามาสู$ด$วยสูบ อยางนี้มันก็นาน ข$างลางแห$งหมดแล$ว ชาวบ$านเขาพูดวาแห$งเหมือนวันไมมา ข$างบนเหมือนวันมามาก เป%นสภาพแบบนี้ประมาณสามสี่เดือนนั้นนี้คือสภาพ ที่ เ ป% น อยู ประตู น้ํ า ตรงชั ก พระระเบิ ด เมื่ อ วั น ที่ ๓ ธั น วาคม ผู$ ว าฯ กรุงเทพมหานครไปขอศาลปกครองให$ลดระดับประตูลงเหลือ ๗๕ เซนติเมตร หลังจากนั้นมาไมเคยยกขึ้นอีกเลย แล$วไมเคยบอก สาธารณชนไมเคยรู$เรื่อง การปiดเปiดประตูน้ํานี้ ผมก็อยากจะพูดสักนิดหนอยเพราะคิดวาเรื่องพวกนี้ก็ เป%นบทเรียน อันนี้ไมได$มีเรื่องการเมืองแฝงอยูนะครับ แตอยากจะชี้ให$เห็น ภาพถายวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน หลังจากนั้นไมนานทางรถไฟก็มีหินคลุกมาลง ก็คือบิ๊กแบyกที่ไมมีกระสอบเทานั้นเอง ยาว ๒๖ กิโลเมตรตลอดแนวตั้งแตแม


๕๒

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

น้ําทาจีนจนถึงกรุงเทพมหานคร มันคือบิ๊กแบกที่ทําให$น้ํามันขังอยูในโองบ$าน ผม อันนี้คงเป%นจุดใหญที่ผมคิดวามันก็จะเกิดสภาพแบบนี้ซึ่งก็จะเกิดไปเรื่อยๆ แนวรถไฟก็คอยๆ แห$ง ข$างลางก็แห$งข$างบนก็อยูในโองเหมือนเดิม พวกเราก็ ไปดูวาตรงไหนจะพังได$สะดวกๆ หนอยแตไมได$ทํา โดยสรุปผมก็คือวาถ$าพูดถึงน้ําทวมเนี้ยคือถ$ามันมาโดยธรรมชาติ เรารับมือได$ ภูมิป(ญญาพื้นบ$านผมคิดวามันก็มีข$อจํากัด มันมาแบบนี้มะมวง ยังไงมันก็ตายทีนี้ป(ญหาคือวาเกณฑที่มันทําให$ชีวิตคนมันพออยูกันได$มันอยู ตรงไหน การสร$างคันกั้นน้ําขึ้นมาผมวามันต$องมีเกณฑอะไรบางอยางที่มัน ต$องเฉลี่ยทุกขเฉลี่ยสุข อยางเชนมีการพูดกันวาภาษีเจริญน้ําไมทวมคือพวกน้ํา ไมทวมก็ต$องชดเชย หรือวาการสร$างบิ๊กแบyกนี่มันคือเขื่อนขนาดใหญนะ ๒๖ กิโลเมตร มันต$องทําประชาพิจารณมันต$องพูดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต$อง พูดถึงการชดเชยที่เป%นธรรมสําหรับผู$คนมันต$องมีกลไกลเฉลี่ยทุกขเฉลี่ยสุขให$ ได$ไมงั้นคนก็อยูกันไมได$ จบแคนี้แหละครับอาจารย อาจารย+ชนกพร พัวพัฒนกุล: ฟ(งแล$วรู$สึกไมคอยเย็นเทาไหร แตวานี่คือสิ่งที่เป%นความเป%นจริงที่ เราต$องคุยกัน จริงๆ อยากจะคุยมากกวานี้แตเวลาจํากัดจริงๆ อาจจะต$อง เรียนถามคําถามสุดท$ายอาจารยกัมปนาทคําถามเดียวสั้นๆ คิดวาอยูในใจทุก คนตอนนี้เลย ทวมไหมคะอาจารยป6นี้ รองศาสตราจารย+ ดร.กัมปนาท ภักดีกุล: ตอนนี้ถ$าใครตอบผมก็ตอบทุกเวทีน้ํามาไหม ฝนจะตกไหม ขณะนี้ ถ$าใครตอบได$ตอนนี้ก็คือโหราศาสตรจริงๆ ถ$ามันขึ้นแปซิฟiกมาเรียงกันเป%น ตับเข$ามาจะเข$าเวียดนามจะเข$ามาลาวเข$ามาไทยเป%นดีเปรสชั่นเราบอกได$วา


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๕๓

มันจะตกตรงไหนเทาไหรหนักเทาไหรเราถึงจะบอกได$ แตขณะนี้ถามวาความ นาจะเป% น ความนาจะเกิ ด มั น มี ค วามชุ ก ของฝนมี ความแปรปรวนมี อ ยู ที่ เรียกวาลานินญา โอกาสที่จะเกิดมีแตก็เรียนให$ทราบวาถ$ามันมามันไมได$มา โครมเดียวมานี้เลย ถ$าเป%นแบบป6ที่แล$วทวมยังไงก็ต$องทวมอยูอีกถ$าฝนมา ขนาดป6ที่แล$ว การจัดการยังไมดีพอ ระบบการจัดการยังไมดีพอแตข$างลาง ปรับตัวรอได$ไหม รอได$เพราะข$างบนลงมามันมีรายงานตลอดกอนจะมาถึง ก็ เห็ น ใจอาจารยประภาสนะครั บ มาชวยกั น คิ ด จริ ง ๆ ทางรถไฟผมได$ ยิ น ที่ อาจารยพูดเขาทํางานงายทําปiดรอบทางรถไฟเลย แล$วข$างลางที่ระบายไมได$ มั น มี ป( ญ หาหลายอยาง ผมรู$ ที่ มั น เข$ า มาที่ ส ามบาทมั น ไมไปเพราะอะไร ชาวบ$านทางนี้ก็ดาเหมือนกับทางตะวันตกข$างลางนี้ ถ$าปลอยทางคลองสาม บาทเปiดเข$าปุuปลงหมูบ$านเขาก็โดนอีกถึงต$องไปถามวาเราจะทวมระยะเวลา ให$สั้นที่สุดโดยเทาเทียมกันแตต$องตัดสินจากอันนี้เอาข$างลางให$แห$งกอนแล$ว เอาข$างบนให$แห$งอะไรประมาณนี้ มันมีระบบการจัดการทางน้ําทางวิศวะอยู ถ$าเรามี ๓ ป(จจัย ที่เรารู$ คลองทั้งหมดที่เราเห็นบนกระดาน ถ$าเรารู$ความจุ คลองทั้งหมด รู$ทิศทางการไหล รู$อัตราการไหล แล$วรู$วาน้ําระบายเทาไหร เรา สามารถรู$วาระบายได$เร็วที่สุดอยางไร สามารถทําได$เพราะเรามีโมเดลพวกนี้ อยูแล$ว เพียงแตวาขณะนี้เราไมรู$เลยวาความจุตรงนี้ทั้งหมดเป%นเทาไหร ความ จุจริงๆ นะครับ ไมมีการขุดลอกคลองไมมีการสํารวจอะไรกันมานานมากขุด ลอกหรือเปลาขุดลอกหรือขุดหลอก ตอนนี้ขุดหลอกหรือเปลาอันนี้สําคัญนะ ครับ ขอบคุณมาก อาจารย+ชนกพร พัวพัฒนกุล: ขอบพระคุณอาจารยมากๆ นะคะ จริงๆ เราฟ(งข$อมูลเรารู$แล$ววาน้ํา เยอะแล$วก็รับฟ(งจากทางอาจารยอภิลักษณ ทางคุณหมอวัฒนา ทางอาจารย


๕๔

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ประภาส ทางอาจารยกัมปนาทก็เริ่มเห็นแนวอยูรําไรเหมือนกัน วาจริงๆ มันก็ มีวิธีที่จะอยูได$แตต$องมานั่งคุยกันแล$วก็ต$องตั้งตัวให$ได$วาจะอยูกันยังไง เวลาที่ เราบอกวา “อยูเป%น” ไมได$หมายความวาตางคนตางอยูหรือวาอยูอยางโดด เดี่ยว แต “อยูเป%น” แปลวาต$องอยูด$วยกันแล$วก็คงจะต$องชวยกันหาวิธีที่จะ รับมือกับน้ํา ไมได$ไปสู$กับน้ํา แตไปรับมือกับน้ํา เสวนาวันนี้อาจเป%นการเริ่มต$น จริงๆ ก็หลายการเริ่มต$น แตอาจจะ เป%นการเริ่มต$น เทาที่ฟ(งมาอาจจะมีประเด็นที่ต$องคุยกันตอได$อีกหลายเรื่องไม วาจะเป%นเรื่องของการระบายน้ําหรือเส$นทางคูคลองตางๆ สมัยโบราณที่เคยมี แล$วตอนนี้ก็อาจจะตื้นเขินไปอาจจะต$องมานั่งรวบรวมกันวาความรู$เดิมๆ ที่มี อยูมีอะไรบ$าง หรือแม$กระทั่งพันธุข$าวพันธุพืชโบราณ เสียดายวันนี้มีพี่บุญลือ รับปากวาจะมาชวยพูด เขาบอกวาเมื่อกอนมีพันธุข$าวที่ลอยน้ําเป%นพันธุข$าวที่ โผลพ$นน้ําขึ้นมาอยางนี้ก็อาจจะต$องมาคุย อาจจะมีประเด็นเล็กๆ น$อยๆ ที่ อาจจะต$ องคุ ยอีกเยอะมาก เป%นโอกาสดีที่ วันนี้ อาจจะเป%นจุ ดเริ่ มต$น ถ$า มี โอกาสทางศูนยสยามทรรศนศึกษาและทางสาขาวิชาภาษาไทย คณะศิลป ศาสตร ก็จะพยายามจัดการเสวนาแล$วก็นําไปสูการปฏิบัติด$วย ไมใชมานั่งคุย กันอยูบนเวทีอยางเดียว ก็จะพยายามทําตัวให$สมกับอยูพื้นที่ศาลายานี้ให$เป%น ประโยชนมากที่สุดเหมือนกัน ในวันนี้ต$องขอขอบพระคุณทานวิทยากรทุก ทานเป% น อยางมาก และก็ ข อบพระคุ ณ ผู$ ช มทุ ก ทานที่ ใ ห$ ค วามสนใจคะ ขอบพระคุณคะ


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๕๕

ภาค ๒ “ผักบุง (ไม) โหรงเหรง” วาดวยประวัติศาสตร+ วัฒนธรรม และวรรณกรรม เกี่ยวกับอุทกภัย


๕๖

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๕๗

“น้ําดีมีวันลด แลน้าํ รายมีวนั รา”๑ : ประวัติศาสตร3 และวัฒนธรรม วาดวยอุทกภัย ในบางกอก – ศาลายา อภิลักษณ เกษมผลกูล๒ สืบเนื่องจากเหตุการณอุทกภัยครั้งใหญเมื่อ พุทธศักราช ๒๕๕๔ ที่ ผานมา นับเป%นอุทกภัยรุนแรงที่สงผลกระทบตอบริเวณลุมแมน้ําเจ$าพระยา และลุมน้ําโขง สงผลให$ราษฎรได$รับผลกระทบกวา ๑๒.๘ ล$านคน อุทกภัย ดังกลาวทําให$พื้นดินกวา ๑๕๐ ล$านไร เกิดความเสียหาย ซึ่งในจํานวนนี้เป%น ทั้ง พื้ น ที่ เกษตรกรรมและอุ ต สาหกรรมใน ๖๕ จั ง หวัด ราษฎรได$ รับ ความ เดือดร$อน ๔,๐๘๖,๑๓๘ ครัวเรือน มีผู$เสียชีวิต ๘๑๓ ราย อุทกภัยครั้งนี้ถูก กลาวขานวาเป%นอุทกภัยครั้งร$ายแรงที่สุดทั้งในแงของปริมาณน้ําและจํานวนผู$ ได$รับผลกระทบ เรื่องภัยจากน้ําทวมนี้ นับเป%นภัยพิบัติที่มนุษยหวั่นเกรงไม น$อย ดั งปรากฏวา ใน พระสุต ตัน ตป5ฎ ก เล2ม ๑๓ อั งคุ ต ตรนิก าย จตุ ก ก นิบาต - ตติยป1ณณาสก+ - ๒. เกสีวรรค ใน ภยสูตรที่ ๒ กลาวถึงภัย���$ายแรง ๔ ประการ ปรากฏวา อุทกภัย เป%นภัยที่อันตราย ๑ ใน ๔ ที่มีการกลาวถึง ดังนี้ ๑

บาทหนึ่งจากบทประพันธ "น้ําดี-น้ําร$าย" ของ เนาวรัตน พงษไพบูลย ศิลปiนแหงชาติ สาขาวรรณศิลปw เผยแพรในเว็บไซตผู$จัดการออนไลน วันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๓ ๒ อาจารยประจําสาขาวิชาภาษาไทย และที่ปรึกษาศูนยสยามทรรศน ศึกษา คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล


๕๘

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

[๑๒๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัย ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป0นไฉนคือ อัคคีภัย ๑ อุทกภัย ๑ ราชภัย ๑ โจร ภัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายภัย ๔ ประการนี้แล ฯ ด$วยเหตุนี้ในประวัติศาสตรและวัฒนธรรมไทยจึงมีเรื่องราวที่เลาถึง เหตุการณเกี่ยวกับอุทกภัยไมน$อย ดังจะได$นาํ เสนอตอไปดังนี้

พระยาน้ําทวม: รองรอยน้ําทวมจากพระนามของผูนํารัฐไทยในอดีต เมื่ อ พ.ศ.๑๘๒๙ (จ.ศ.๖๔๘) ในพงศาวดารเมื องเงิ นยางเชี ยงแสน ๓ กลาวถึงบุตรของมังคราม หรือ ขุนคราม ไว$วาคือ เจ$าท$าวแสนภู เจ$าท$าวน้ํา ทวม เจ$าท$าวงั่ว พระโอรสทั้งสามนี้เมื่อทรงจําเริญวัยขึ้นแล$ว พระบิดาได$สง เข$ า มาเลาเรี ย นศึ กษาศิ ล ปะวิ ท ยาการและราชประเพณี ใ นราชสํ า นั กของ ๓

ขุนคราม หรือ พญาไชยสงคราม เป%นพระราชโอรสของพญามังราย เสวยราชยสืบสันตติวงศเป%นกษัตริยปกครองอาณาจักรล$านนา สืบตอจากพระราช บิดา ในป6พุทธศักราช ๑๘๖๐ ขณะขึ้นเสวยราชยพระองคมีพระชนมพรรษาได$ ๕๕ ป6 พญาไชยสงครามนับเป%นปiยราชโอรส เพราะทรงเป%นเสมือนพระพาหาเบื้องขวา ของพญามังรายพระราชบิดา ในการสถาปนาอาณาจักรล$านนาขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ พระองคทรงเป%นนักรบที่เกงกล$าสามารถ หลังจากที่ทรงมีชัยชนะตอพญาเบิก เจ$าผู$ครองนครหริภุญชัย ในการยุทธครั้งใหญเมื่อป6พุทธศักราช ๑๘๓๙ แล$วพระ ราชบิดาก็สถาปนาให$เป%นมหาอุ ปราช และโปรดประทานเมืองเชียงดาวให$เป% น บําเหน็จรางวัลอีกด$วย


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๕๙

พญามังรายผู$เป%นพระอัยกา ซึ่งพญามังรายก็ได$มีพระกรุณาแกพระนัดดาทั้ง สามเป%นอยางยิ่ง ในศักราช ๖๔๘ ตัวป9ระวายเสดนี้แล ครั้งนั้นชาวเมือง เขินก็ไดมาเอาราชการแลสวยไล ในเวียงกุมกามเมืองพิงทุกเมื่อ แลตั้งแตมังรายเจาลงมาอยูเมืองพิงแลว ลูกทานเจามังครามอยู เสวย เชียงแสนเชียงรายเมืองฝางทั้งมวลแทนแลว ทานก็มีราช บุตรสามตนลูกอายชื่อวาเจาแสนพู ผูถวนสองชื่อวาน้ําทวม ผู ถวนสามชื่อวาน้ํา นานแล ในกาลนั้นพระยามังรายเจาและมัง ครามทั้งสองพอลูกจึงปรึกษากันวา ควรเราจะมีอาชญาใหเจา แสนพูตนเป0นหลานนั้นไปเลือกตั้ง เวียงเงินยางเชียงแสนใหคืน เป0นเวียงแถมแล ใหเจาน้ําทวมไปกินเมืองฝาง แลวก็ใหเจาน้ํา นานไปกินเชียงของแล ที่นี้จักจากดวยเจาแสนพูหลานผูเคานั้น กอนแล ทานก็ ไ หวสายั ง พระยามั ง รายเจาตนปู@ แ ละพระมั ง ครามเจาตนเป0นบิดาวา สวนเวียงเงินยางเชียงแสนลูกเคานั้น๑ มหาราชเจาตนเป0นปู@หากวาบควรไวแลวจึงจักไป ๑ เป0นสรอย คําของสวย เมื่ อ พญาไชยสงครามได$ ขึ้ น ครองราชยสมบั ติ แ ล$ ว ก็ ท รงจั ด การ บ$านเมืองในเมืองเชียงใหมได$ ๔ เดือน พระองคไมโปรดที่จะประทับอยู ณ เมืองเชียงใหม จึงได$สถาปนาให$เจ$าท$าวแสนภูพระราชบุตรองคโตขึ้นครอง เมืองเชียงใหม ในยุคนี้เมืองเชียงใหมได$ลดฐานะเป%นเพียงเมืองลูกหลวง พญา ไชยสงครามองคพระประมุขทรงย$ายราชธานีไปอยูที่เมืองเชียงราย และทรง


๖๐

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

แตงตั้งให$เจ$าท$าวน้ําทวมพระราชบุตรองคกลางไปครองเมืองฝาง ให$พระราช บุตรองคเล็กคือเจ$าท$าวงั่วไปครองเมืองเชียงของ เจ$าท$าวน้ําทวม หรือ พระยาน้ําทวมนี้ กลาวกันวาเกิดในป6น้ําทวม ใหญจึงได$ขนานพระนามวา “น้ําทวม” ดังปรากฏในพงศาวดารเมืองนานและ พงศาวดารลาวเฉียง ของพระยาประชากิจกรจักร (แชม บุนนาค) ดังนี้ เจาไชยสงครามแลขุ น เมื อ งทั้ ง หลาย ตางทู ล ลา เจาพระยา เมงรายกลั บ คื น ไปรั ก ษาเมื อ งแหงตน เจาไชย สงครามกลั บ ไปถึ ง เมื อ งเจาเชี ย งรายแลว จึ ง แตงขุ น ชาง ทั้งหลายมาแผวถางเมืองเชียงดาว สรางคุมวังที่ประทับพรอม ดวยโรงพลแลโรงชางโรงมา ฉางเขาฉางเกลือบริบูรณทุกอัน ครั้นรุงป9ก็เสด็จมาประทั บอยูเมือง เชียงดาว ตั้ งแตเดือนหา จนถึงเดือนแปด จึงกลับไปเมืองเชียงรายเสมอทุกป9 ยามเมื่อ เจามาพักอยูในเมืองเชียงดาวคราวใด ก็เสด็จไปเฝAาพระราช บิดายังเมืองนครพิงคเชียงใหมป9ละครั้งทุกป9 อยูมาเจาพระยา ไชยสงคราม บังเกิดบุต รชายสามองค ๆ ใหญมีนามวา ทาว แสนภู เหตุเมื่อจะประสูตรนั้นพระราชบิดาพานางผูมารดาทรง ครรภไปบวงสรวงเทพารักษบนภูดอยในงานป9ใหม นางผูมารดา ประสูตรพระกุมารองคนี้บนภูเขานั้น บิดาจึงใหนามวาเจาแสน ภู ถัดมาองคที่สองทรงนามวาพอทาวน้ําทวม เพราะประสูตร ในป%น้ําทวมจึงขนานนามตามนิมิตรนั้น องคที่สามทรงนาม พอทาวงั่ว เหตุดวยในวันประสูตรนั้น ชาวเมืองนําเอาหอยงั่วมา ถวายเปนอันมาก จึงขนานนามตามนิมิตรนั้น ครั้นกุมารทั้งสาม เจริ ญ ไวยแลว เจาพระยาไชยสงครามผู บิ ด า ก็ ส งมาเรี ย น


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๖๑

ความรูในสํานักเจาพระยาเมงราย พระราชบิดา เจาพระยาเมง รายมีความกรุณาแกหลานทั้งสามยิ่งนัก ทั้ ง นี้ สั น นิ ษ ฐานวานาจะเป% น เหตุ การณน้ํ า ทวมในป6 พ.ศ.๑๘๒๙ (จ.ศ.๖๔๘) ดังความปรากฏในพงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสน ถัดนั้นไปถึงศักราชได ๖๔๘ ตัวป9ระวายเสด พระ ยามังรายเจาก็ยกเอาหมูรี้พลไปตั้งอยูบานเชียงกุมกวมน้าํ แมระมิง ตั้งบานอยู ๓ แหง แหงที่ ๑ ชื่อวาบานกลาง แหง ที่ ๒ ชื่อวาบานลุมแหงที่ ๓ ชื่อวาบานแหมแล ถึงยามกลาง วรรษาน้ําทวมฉิบหายมากนัก พระนามของท$าวน้ําทวมนี้ อาจยังไมเป%นที่คุ$นเคยของคนทั่วไปนัก อยางไรก็ ต าม ศาสตราจารย ดร. ประเสริ ฐ ณ นคร ได$ ตั้ ง ข$ อ สั ง เกตวา ท$าวน้ําทวม นี้เป%นคนเดียวกันกับ พอขุนศรีนาวนําถม ซึ่งก็คือ น้ําทวม นั่นเอง ซึ่งปรากฏพระนามตามศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ ๒ วาเป%น พอขุนผู$รวบรวม บ$านเมืองในลุมแมน้ํายม-นาน และสถาปนาแคว$นสุโขทัย-ศรีสัชนาลัยขึ้นเป%น ป|กแผน มีการตีความวา อาจมีความเป%นไปได$วาสุโขทัยเริ่มมีการแยกตัวเป%น อิสระ จากอิทธิพลขอม-ละโว$ในรัชสมัยของพอขุนศรีนาวนําถมนี้ กลาวคือ ทรงเป%นปฐมกษัตริยของอาณาจักรสุโขทัย


๖๒

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

“บัญชีน้ําฝน” ในจดหมายเหตุโหร: ภูมิปญญาดานสถิติกับการจัดการอุทกภัยในอดีต หลายคนคงได$อานปฏิทินสงกรานตที่ประกาศชื่อนางสงกรานตในแต ละป6วาถืออะไร และใช$พาหนะอะไร รวมทั้งยังมีการทํานายอีกวาฝนฟbาจะตก ในมหาสมุ ท รกี่ ห า ในโลกกี่ หา ซึ่ ง ทํ า หน$ า ที่ เสมื อนกรมอุ ตุ นิ ย มวิ ท ยาชวย ทํานาย อยางไรก็ตาม อาจมีคําถามตามมาวา “หา” คืออะไร วัดอยางไร “หา” ดังที่ปรากฏในปฏิทินสงกรานต เป%นปริมาตรวัดน้ําฝนแบบ โบราณวาจะมากน$ อยแคไหน หนึ่ ง หานั้ น เทากั บ เมื่ อนํ า บาตรพระไปวาง กลางแจ$ง ได$น้ําเต็มบาตรก็เทากับหาหนึ่ง เมื่อร$อยกวาป6มาแล$ว สมเด็จพระมหาสมณเจ$า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณทรงต$องการทําสถิติฝนตก ทรงบันทึกเป%นจดหมายเหตุจากฝนตก รายวั น ทรงทํ า ติ ด ตอกั น มาถึ ง ๔๕ ป6 เริ่ ม จาก พ.ศ.๒๓๘๙ ในรั ช สมั ย พระบาทสมเด็จนั่งเกล$าเจ$าอยูหัว รัชกาลที่ ๓ และสิ้นสุดลงเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๓ ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล$าเจ$าอยูหัว รัชกาลที่ ๕ ทรงเรียกบันทึกนี้วา จดหมายเหตุบัญชีน้ําฝน ซึ่งไมเพียงบันทึกเรื่องน้ําฝน เทานั้น หากยังบันทึกเหตุการณ สําคัญของบ$านเมืองด$วย ดังนี้


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๖๓

สมเด็จพระมหาสมณเจ'า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ+ ผู'นิพนธ+จดหมายเหตุบญ ั ชีน้ําฝน


๖๔

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๖๕


๖๖

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๖๗


๖๘

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๖๙


๗๐

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๗๑

ตัวอย2างบัญชีน้ําฝน


๗๒

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๗๓

น้ําทวมใหญศาลายา – มณฑลนครไชยศรี เอกสารประวัติศาสตร3 พ.ศ.๒๔๖๐ โสมทั ต เทเวศร หรื อ ส.พลายน$ อ ย เลาไว$ ว าในแผนดิ น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล$าเจ$าอยูหัว ได$เกิดน้ําทวมใหญขึ้นคราวหนึ่ง เมื่ อ พ.ศ.๒๔๖๐ ซึ่ ง ชาวบ$ า นมั ก จะจํ า กั น ได$ ว าเมื่ อ ป6 ม ะเส็ ง น้ํ า ทวมมาก ปรากฏวาน้ําได$ทวมทางรถไฟ ระหวางทาเรือกับบ$านหมอเป%นทางขาดหลาย แหง สะพานแถวพระแก$วก็งอนแงนเต็มที เพราะสะพานรถไฟสมัยนั้นยังทํา ด$วยไม$ ถูกน้ําเซาะกระแทกเข$าก็ชักจะโยกและพังลงมาเป%นทางยาวถึง ๒๐ เมตร น้ําตอนนี้ไหลเชี่ยวจัดมาก น้ํ า ทวมใหญในป6 พ.ศ.๒๔๖๐ ซึ่ ง ได$ ชื่ อวาทวมมาก แตก็ มี ค วาม เสียหายน$อยกวาน้ําทวมในสมัยนี้มาก เพราะทางรถไฟมีเสียหายเฉพาะทาง ทาเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยากับบ$านหมอเทานั้น ทางเลยขึ้นไปถึงสถานี ปaางหัวพง ซึ่งเป%นสถานีสุดท$ายในสมัยนั้นก็ไมมีอะไรเสียหายมากเทาใดนัก ซอมแซมนิด หนอยก็ เดิ นได$ มี เสี ยหายอยางหนักก็เฉพาะชาวนาที่ข$าวลม เสียหายมากตอมาก ต$องเอาควายมาเลี้ยงตามทางรถไฟ ซึ่งเป%นที่มีดินสูง กวาที่อื่น ในราวเดือนตุลาคม น้ําที่อยุธยาก็ลดลงและในเวลาเดียวกันนั้น น้ํา ทางกรุงเทพฯ ก็สูงขึ้นประจวบกับน้ําทะเลหนุนขึ้นมาด$วย น้ําในกรุงเทพฯ จึง ได$สูงขึ้นอีก และน้ําได$ทวมกรุงเทพฯ เจิ่งไปหมด มีคนนั่งเรือเครื่องติดท$าย แลนไปตามถนนอยางสบายและโดยเฉพาะในวันถวายบังคมพระบรมรูปทรง ม$านั้น ประชาชนใช$เรือเป%นพาหนะประกวดประชันกัน และได$มีเรือแขงหน$า พระบรมรูปด$วย น้ําได$ทวมอยูสามสิบกวาวันก็แห$งขอดถนน เมื่อสิ้นเดือน พฤศจิกายนป6เดียวกันนั้น ดังปรากฏตามเอกสารประวัติศาสตร ดังนี้


๗๔

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

พระบรมราชโองการ ประกาศ กระแสพระบรมราชโองการ (สั่งให'เสนาบดี และข'าราชการเป"นกรรมการแบ2งเบาภาระช2วยเหลือราษฎร ที่ประสบอุทกภัยใหญ2ที่เกิดขึ้นในบางมณฑล) ๑๑ พ.ย.๒๔๖๐


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๗๕


๗๖

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

รายการจ2ายข'าวของรัฐบาลช2วยมณฑลนครไชยศรี ๑๐ กุมภาพันธ+ ๒๔๖๐


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๗๗


๗๘

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

แจ'งความเรื่องจ2ายพันธุ+ข'าว ที่เมืองนครไชยศรีแก2ราษฎรที่ประสบอุทกภัย ๒๔ กุมภาพันธ+ ๒๔๖๐


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๗๙

รายงานการจ2ายข'าวช2วยอุทกภัย พ.ศ.๒๔๖๑


๘๐

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

แจ'งความกรรมการจัดการช2วยเหลือเกื้อหนุนราษฎรที่ประสบอุทกภัย พ.ศ.๒๔๖๒


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๘๑


๘๒

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๘๓

แจ'งความเงินบริจาคจากมณฑลนครไชยศรี ๒๕ พ.ค.๒๔๖๒


๘๔

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๘๕


๘๖

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๘๗

“ประวัติศาสตร+ลอยน้ํา” ในวรรณกรรมน้ําทวมทีน่ ้ําไมทวม อภิลักษณ เกษมผลกูล๔ วรรณคดีนับเป%นข$อมูลทางวัฒนธรรมอยางหนึ่งที่บันทึกความรู$สึกนึก คิดของคนในยุคสมัยได$เป%นอยางดี เพราะไมเพียงจะบรรยายหรือพรรณนาให$ เห็นสภาพของบ$านเมืองหรือเหตุการณโดยอาศัยสายตาของกวีเทานั้น หากแต ยังอุดมไปด$วยทัศนวิจารณของกวีที่มีตอสิ่งรอบตัวอีกด$วย นิราศ นั บ เป% น ประเภทหนึ่ ง ของวรรณกรรมที่ มั กใช$ ใ นการบั น ทึ ก สภาพเหตุการณบ$านเมืองในคราวเกิดภัยพิบัติตางๆ ซึ่ง“นิราศ” เป%นชื่อที่ นักวิชาการใช$เรียกวรรณคดีจําพวกหนึ่งที่มีลักษณะของการพรรณนาอารมณ ความรู$สึกระหวางการเดินทาง รวมถึงการเคลื่อนที่ของเวลา โดยมากมักเน$น ให$ เ ห็ น ถึ ง ความพลั ด พราก ทั้ ง การจากนาง จากเมื อ ง รวมถึ ง การจาก ภาระหน$าที่ ใช$กลวิธีการพรรณนาตามขนบของการแตงนิราศ โดยการบันทึก อารมณความรู$สึกและสิ่งที่กวีประสบระหวาง “การเดินทาง” ด$วยรูปแบบร$อย กรอง โดยทั่วไปมักมีลักษณะสําคัญ ๓ ประการ ได$แก ประการแรก ใชการเคลื่อนที่ซึ่งอาจจะเป0นการ เคลื่ อนที่ ของบุ ค คลหรื อเป0 น การเคลื่ อนที่ ของเวลา เพื่ อ แสดงภาวะจากหรือภาวะพลัดพราก ๔

อาจารยประจําสาขาวิชาภาษาไทย และที่ปรึกษาศูนยสยามทรรศน ศึกษา คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล


๘๘

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ประการที่สอง มีการถายทอดอารมณความรูสึก ของกวีในยามจากหรือพลัดพรากรวมถึง การแสดงความ คิดเห็นตอสิ่งที่กวีพบเห็นระหวางการเดินทาง ประการสุ ด ทาย ใชธรรมชาติ เป0 น สื่ อพรรณนา อารมณความรูสึกของกวีในยามจากหรือพลัดพราก (ณัฐกาญจน นาคนวล, ๒๕๔๗: ๒๒) อนึ่ง ในการประพันธกวีอาจขึ้นต$นด$วยการบอกวัตถุประสงคในการ แตง การพรรณนาความรู$ สึ ก ความนึ ก คิ ด ของตนที่ มี ต อสิ่ ง ที่ ต นประสบ เชื่อมโยงกับ “นาง” หรือ “สถานที่ที่จากมา” ไปจนถึงจุดหมายปลายทาง และตอนท$ า ยของนิ ร าศกวี อ าจแสดงความประสงคอยางหนึ่ ง อยางใด โดยเฉพาะก็ได$ การที่ ก ลาวถึ ง นิ ร าศเป% น การเฉพาะนั้ น เนื่ อ งจากในเหตุ ก ารณ อุทกภัย ที่ผ านมานั้น มี การบัน ทึกสภาพเหตุการณในรูป ของนิ ราศไว$อยาง นาสนใจ ๒ เรื่อง ๒ คราว (รวมแหลอีก ๑ เรื่อง) กลาวคือ ๑. อุทกภัยป6 พ.ศ.๒๔๖๐ – นิราศมหาวารีป6มะเส็ง, แหลน้ําทวม ๒. อุทกภัย ป6 พ.ศ. ๒๔๘๕ – นิราศน้ําทวม เหตุการณน้ําทวมในป6มะเส็ง พ.ศ.๒๔๖๐ นี้ นักแตงนิราศทานหนึ่ง คื อ นายเจริ ญ ได$ แ ตง นิ ร าศมหาวารี ป6 ม ะเส็ ง หรื อ น้ํ า ทวมคราวใหญ พุทธศักราช ๒๔๖๐ ขึ้นไว$เลมหนึ่ง นายเจริญผู$นี้ได$แตงหนังสือไว$หลายเลม เทาที่เคยพบมีนิราศหัวหิน นิราศไพ นิราศเป%นทหาร วาถึงสํานวนกลอนก็พอ อานได$เป%นแบบกลอนตลาดทั่ว ๆ ไปในสมัยนั้ น โดยเฉพาะนิราศมหาวารี ป6มะเส็งเลมนี้ เป%นนิราศแบบบันทึกเหตุการณ และแทรกคติธรรมตามแบบ


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๘๙

นิราศยุคนั้น นอกจากนิราศแล$วนายเจริญยังได$แตงแหลเทศนน้ําทวม แถม ไว$ท$ายนิราศอีกแหลหนึ่งด$วย สวนเหตุ ก ารณอุ ท กภั ย เมื่ อ พ.ศ.๒๔๘๕ เคยถู ก บั น ทึ ก ไว$ เ ป% น วรรณกรรมร$อยกรองเรื่อง “นิราศน้ําทวมกรุงเทพฯ พ.ศ.๒๔๘๕” แตไมเป%นที่ รู$จักกันในหมูผู$สนใจวรรณกรรม ทั้งนี้เนื่องจากผู$แตงคือ พระยาอรรถศาสตร โสภณ (สวาง จุลวิธูร) มิได$เป%นกวีที่มีชื่อเสียง เนื้อเรื่องก็เป%นเหตุการณเฉพาะ สมั ย ที่ ค นรุ นตอมาไมคิ ด วาจะเกิ ด ขึ้ น อี ก การหั น มาอานและทบทวน วรรณกรรมเรื่องนี้อาจจะทําให$เข$าใจสภาวะของเหตุการณน้ําทวมในยุคนั้น ผานวรรณกรรม ได$เห็นการสรุปบทเรียนเรื่องภัยธรรมชาติจากคนรุนกอนหน$า การจั ด พิ ม พของศู น ยสยามทรรศนศึ ก ษา คณะศิ ล ปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล ในครั้งนี้ได$รวบรวมวรรณกรรมทั้ง ๓ เรื่องมาจัดพิมพ เพื่อ ประ���ยชนในเชิ ง วิ ช าการ และเพื่ อตออายุ ภู มิ ป( ญ ญาในการ “รั บ มื อ” กั บ อุทกภัยของบรรพบุรุษในอดีต การอ2านประวัติศาสตร+ที่บันทึกเรื่องราวต2างๆ ผ2าน “สายตากวี” เป"นเสมือนการนําพาให'เราเดินทางไปพร'อมๆ กับกวีและแนะนําให'รู'จัก สถานที่บางแห2ง ซึ่งเราอาจไม2มีโอกาสหรือยังไม2เคยเดินทางไปด'วยตนเอง กวี ยัง เป" น ผู' มี บุญ คุ ณ แก2 เ ราอย2า งยิ่ ง โดยการชี้ ใ ห' เ ราเห็ นความงามและ ความสําคัญบางส2วนตามที่กวี “เห็น” ซึ่งแม'นว2าเรามิได'รับการอุปการะ จากกวี แ ล' ว เราอาจมองข' า มไปเสี ย หรื อ ไม2 ส ามารถเข' า ใจได' ทั้ ง ๆ ที่ พิจารณาแล'วพิจารณาเล2า กวีจึงเป"นเหมือนมัคคุเทศก+ที่ดี ที่ช2วยนําพาให' เรา “เห็น” สิ่งที่เราอาจเคยเห็นหรือยังมิเคยเห็นด'วยสายตาใหม2ที่เผยให' เราเห็นความงามและความสําคัญอันเรามองผ2านไปโดยไม2ได'สังเกตจดจํา


๙๐

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๙๑

นิราศมหาวารีปJมะเส็ง นายเจริญ แตง

ตรง พ.ศ. ลวงลองได$สองพัน นิราศเราชาวนาอุราปaวน ต$องร$อนอกด$วยอุทกวารี โอ$เป%นกรรมน้ําหลากมามากล$น ทรัพยสมบัติก็กระจัดกระจายไป นิราศร$างหางสุขต$องทุกขทับ กรรมวิบัติขัดสนจนป(ญญา เหลือแตกายลงวายกระแสหลาก ตางให$เศร$าโสกาน้ําตาริน ทั้งฝูงสัตวในพนัศพนาเวศ ไมวาสัตวมนุษยบุทคล โอ$พวกเราชาวนามาวิบัติ ต$องโทรมทรุดหลุดลอยตามน้ําไป โอ$เป%นเคราะหเหมาะตัวแทบทั่วหน$า แตมนุษยก็ยังสุดสิ้นชีวี ที่ไมมีนาวาจะอาศัย มีลูกน$อยพลอยกันต$องพันพัว ตามทางรถหรือวาสถานี มีลูกออนนอนตากน้ําค$างไป

ป6มะเส็งนพศกตกวสันต อีกเศษนั้นสี่ร$อยหกสิบป6 อีกชาวสวนต$องรันทดสลดศรี มาปaนป6lเสียด$วยกันทั้งนั้นไป ทวมตําบลเคหาที่อาศัย ทําไฉนพวกเราชาวประชา แทบจะดับชีพกายวายสังขาร หมดข$าวปลาคราวนี้ไมมีกิน เวรวิบากยอยยับทั้งทรัพยสิน ต$องพลัดถิ่นที่นาเคหาตน ต$องทุเรศแรมพลัดถึงขัดสน รับความจนเลยจันแทบบรรลัย น้ํามาซัดเคหาที่อาศัย ข$าวในไรหรือก็ลมจมวารี ทั้งสัตวปaาวัวควายตายเป%นผี ที่เรือมีเขาก็ปลอดพอรอดตัว ต$องยากไร$ให$ละเหี่ยกันเมียผัว ทั้งครอบครัวพากันเที่ยวครรไล หนีวารีเฮมาขึ้นอาศัย อนาถใจแสนทุเรศเวทนา


๙๒

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

มีที่พักรอดตนไมพ$นทุกข ไมอิ่มท$องแตพอครองชีวาลา โอ$เวลาวารีจะแห$งลด จะต$องซุกนอนซมตามรมไทร โอ$อนาถวาสนาต$องอาภัพ ด$วยน้ําล$างเหย$าเรือนเกลื่อนทลาย สงสารแตกุมาราเป%นทารก บ$างตกน้ําทําลายวายชีวัน ชาวสวนนาป6นี้หนี้จะนุง โอ$เป%นเหมาะเคราะหเราเหลามนุษย มาช้ําอกด$วยอุทกวารีภัย เป%นสี่ทุกขห$าทับเข$าคับอก แสนวิตกอกช้ําต$องคร่ําครวญ ที่สําราญก็แตเหลาชาวกรุงศรี กลับมีสุขสิ้นทุกขบันเทิงใจ ล$วนหนุมสาวคราวชมระงมสุข หน$าพระรูปทรงม$าปรีชาชาญ น้ําทวมมากหลากหลายมาพายเลน เอิกเกริกสรวลเสกันเฮฮา นิราศเราชาวที่บุรีรัตน แตงตัวโอโอ$อ$ามาในธาร พวกแมค$ามาขายข$าวเมาทอด ทั้งอ$อยควั่นป(jนสิ้นอ$อยจีนไทย ทั้งฮื้อม$วยกvวยเตี๋ยวเกี๊ยวเกี้ยมอี๋

ไร$ข$าวสุกต$องออกแรงแสวงหา อนิจจาจนจริงทุกสิ่งไป ก็ต$องอดธัญญาหาที่ไหน ทนไมได$ก็ต$องลาชีวาวาย มาได$รับตกเรี่ยความเสียหาย จะพักกายที่ไหนอยางไรกัน น้ําตาตกอดอยากยากขยัน ด$วยกรรมนั้นตามรวมทวมถึงกรุง ในไส$พุงก็จะกิ่วด$วยหิวใจ จะดํามุดหลีกตนไปหนไหน ลําบากใจพวกเจ$าเราทั้งมวล แสนวิตกพวกเราหนอชาวสวน ทุกขทั้งมวลจะมาเถือเอาเนื้อไป อันวารีจะทวมไปถึงไหน เที่ยวครรไลลอยลองในท$องธาร เลนสนุกเรือแพแลขนาน มากประมาณเรือแพแหกันมา บ$างโลดเต$นโครมครามตามประสา แขงนาวาเลนตามความสําราญ มิได$ขัดข$าวปลาภักษาหาร สนุกสนานแสนสุขสิ้นทุกขภัย แตงเมหลอดน้ํายาแกงปลาไหล เที่ยวคอนไปขายกันฉันได$ยล ทั้งบะหมี่ขายกันลั่นถนน


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๙๓

ล$วนมากหน$าหลายตาเข$ามาปน โอ$แมสาวคราวรุนแมคุณเอvย ดูกล$องแกล$งแนงน$อยนาชื่นใจ ถึงเป6ยกปอนผอนผ$าหาวาไม พอหนุมหนุมตางก็รุมกันพายตาม เรือสําป(lนน$อยน$อยลอยสล$าง อีกเรือยนตคนนั่งมาเรียงราย ทั้งลูกเล็กเด็กน$อยพาลอยลอง แมเรือมวงทวงทีมีคารม ฉันนิราศคลาดคลาพอมาปะ โทโสฉันนั้นผิดชนิดไกล ฉันโกรธเขาแตงตัวมายั่วจิต ฉันแกกายร$ายกาจไมพาดพิง ที่เรือยนตคนมีบรรดาศักดิ์ ดูอ$อนแอ$นแม$นนางเมืองวิมาน ไว$ผมยาวเกล$ามวยดูสวยนัก ฟ(นเจ$าขาวแลขําดังสําลี นุงสีตองรองเสื้อลูกไม$โปรง ห$อยเหรียญน$อยสร$อยคอลออตา ฉันนิราศคลาดคลาพอมาเห็น แสนกลุ$มจิตคิดเคืองเป%นเรื่องราว ที่เรือบดดูก็งดงามจํารัส ฉันแลเห็นเขนเขี้ยวแล$วเคี้ยวฟ(น ที่เรือจ$างก็สําอางสะอาดโอ

เที่ยวพายวนเวียนกันทุกวันไป กระไรเลยเจ$าชางสุขเกษมใส ขี่ครรไลเรือบดดูงดงาม สําราญใจแมสาวชาวสยาม ดูเหลือหลามมากจริงทั้งหญิงชาย สําป(lนจ$างเหลือหลากมีมากหลาย แสนสบายแตงกายาดูนาชม ออกแซซ$องสําเนียงเสียงขรม พูดแล$วอมยิ้มยวนนากวนใจ เกิดโทสะมุนจิตคิดไฉน เห็นทรามวัยแรกรุนแล$ววุนจริง สวนฉันคิดผอนพักไมรักหญิง แตจะนิ่งอดใจให$รําคาญ วรพักตรรูปทรงสงสัณฐาน ลอยทะยานลองฟbาสูวารี วรพักตรขาวผองละอองศรี ผมเสียบหวีเพชรวาวดูพราวตา งามโอ$โถงแลเลี่ยมดังเลขา ข$อหัตถาจั่นเพชรดูเม็ดวาว หัวอกเต$นโกรธาจนตาขาว เชื่อวาสาวแตงตัวมายั่วกัน ผมเจ$าตัดสวยดีเป%นสีสัน ดูให$หมั่นไส$หญิงเสียจริงเชียว ฉันโมโหมืดหน$าทําตาเขียว


๙๔

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

แมคนหนึ่งขบขันสําป(lนเพรียว แตละล$วนกวนใจให$ใฝaฝ(น คิดถึงเขาชาวนานาปรานี นิจจาเจ$าคราวทุกขมาถมทับ กอนน้ําทวมเชนนี้ไมมีเลย การสิ่งที่มิเห็นเชนปรารภ มิขอเห็นกลับมาเห็นเป%นอยางไร ได$ทราบขาวเจ$าบูรินทรปijนจังหวัด ทรงสงสารแกข$าฝaาละออง จึงทรงจายข$าวเกลือไปเกื้อหนุน ท$าวสอดสองป(ญญาปรีชาไว พร$อมพระญาติวงศาเสนามาตย ได$เรี่ยไรฝaายพวกที่มั่งมี เพราะจํานงจงจิตคิดสมเพช สมกับปราชญวาดเขียนคํารําพัน ปaาก็พึงพึ่งเสือที่เหลือร$าย นายพึ่งบาวเจ$าพึ่งข$าบรรดามี มาคราวนี้เข$าที่อัตคัด ทรงแจกจายให$ทั่วทุกแหงไป บริษัทจัดตั้งหนังญี่ปุaน อุตสาหชวยอุดหนุนทําคุณคน สมกับทานผู$ดีมั่งมีทรัพย ๕

พายลดเลี้ยวแลนมาในวารี ตัวของฉันวุนวายต$องพายหนี ด$วยไมมีความสุขสําราญเลย แสนยากยับกายานิจจาเอvย ๕ พึ่งมาเคยคราวนี้วารีภัย ก็มาพบกับตาดังปราศรัย กลับมาให$พบเห็นดังเชนปอง โทมนัสทุกขทนกระมลหมอง พวกที่ต$องมาตกอุทกภัย เห็นเลิศคุณจอมหล$าจะหาไหน เห็นทุกขภัยกับข$าฝaาธุลี นานาชาติทั่วไปในกรุงศรี สมวาทีได$ทรัพยนับอนันต ชาวนิเวศนที่ลําบากยากขยัน วาเสือนั้นพึ่งปaาดังวาที เรือกับพายพึ่งสายวารีศรี ประชาชีพึ่งกษัตริยกําจัดภัย จอมกษัตริยก็หาเฉยละเลยไม เห็นพระทัยจอมเกล$าเมื่อคราวจน กลาวขอบคุณให$แจ$งแหงนุสนธิ์ ได$รับผลเกียรติยศปรากฏนาม กําหนดนับมาให$มิได$ขาม

ในสมัยรัตนโกสินทรเคยเกิดน้ําทวมมากหลายครั้งด$วยกัน น้ําทวมครั้งนี้เป%นครั้งที่ ๖


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๙๕

ถึงตัวข$าผู$กอซึ่งข$อความ สงสารสัตวทั้งหลายวายชีวาต สุดจะพึ่งสุดจะพาหน$าผู$ใด ปราศจากผู$ปรุงบํารุงรัก โอ$คิดมาน้ําตาจะกระเด็น ถึงสัตวปaาอาศัยอยูไพรกว$าง ถึงน้ําลดจะต$องอดกันไปนาน ถึงป(กษินบินได$อยูไพรกว$าง แตทุกขน$อยเป%นบุญสกุณี นิราศร$างหางบ$านร$านเคหา สิ่งของใช$ไหลลอยตามน้ําวน แลดูทุงวุ$งเวิ้งหมดเพิงพัก เห็นแตน้ําหลามทุงพุงกระจาย หลังคาหลุดผุดลอยไปตามคลื่น พิศดูไปให$สมเพชทุเรศตา โอ$นิราศวาสนาน้ําตาตก ต$องสู$ทนกรรมมานําไป สะพานรถขดเหล็กสกรูขัน ทางรถไฟไหลเซาะเจาะเป%นโพรง โอ$รถไฟสายโคราชขาดประโยชน รถต$องหยุดลีลาศไมคลาดคลาย ถึงสายใต$ไมรอดต$องจอดหมด อุทกภัยไหลทวมทั่วนคร ผลประโยชนจอมบาทก็ขาดเรี่ย

พลอยเห็นงามกับทานทั้งนั้นไป ลอยออกกลาดที่มหาธาราไหล จําบรรลัยหมูสัตวอุบัติเป%น เขาต$องผลักทิ้งร$างไปหางเห็น ด$วยกองเวรมากอทรมาน ก็วายวางชีวานาสงสาร จะสําราญก็แตปลาอยูวารี ก็หมดทางคับใจอยูไพรสี ไมถึงที่วอดวายทําลายชนม มาเปลาตาเสียสิ้นทุกแหงหน ประจวบจนซ้ําจันอันตราย อนาถนักนึกไปแล$วใจหาย เกิดพระพายคลื่นลมระดมพา สุดจะฝkนเหลียวแลชะแง$หา เปลี่ยวอุราแสนเปลายิ่งเศร$าใจ คิดถึงอกแล$วกรรมทําไฉน สาอะไรกับสถานหรือร$านโรง น้ํายังดันเสียจนพังดังโขมง เหล็กรางโค$งพากันอันตราย อุทกโทษแท$ทําระส่ําระสาย กลัวเสียหายลงที่วิถีจร ด$วยปรากฏภัยมาอุทาหรณ แผนดินดอนจมไปใต$นที ราษฎรก็เสียแสนเศร$ากําสรดศรี


๙๖

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

มารวมทุกขทุกขทับคับอินทรีย อัคคีภัยวาร$ายกําเริบฤทธิ์ ที่อยูไกลทานไมเจตนา ไมเลือกรักมักชังหลั่งตลอด โจรภัยไมถึงแตพึงเพียร แมพระเพลิงร$ายกาจทายาทนัก หากใครเผลอเจอมันเป%นโกลี โอ$วิบากยากยับแทบดับจิต โอ$ป6นี้ป6เหมาะเคราะหกระไร ที่ลูกพรากจากไปบรรลัยลับ เพราะอาลัยถึงลูกที่ผูกพัน ที่กรุงเทพฯ น้ําเชี่ยวไหลเคี่ยวจัด ทั้งไทยเจyกเด็กน$อยที่พลอยตาย โอ$พวกเราข$าวลมจมกระแสสินธุ สารพัดซึ่งจะขัดราคีมี เกิดวิบัติขัดสนถึงข$นแล$ง หาสตางคจ$างได$ก็ไมทัน โอ$อนาถวาสนาชะตาอับ แทบทั่วหน$าธานินในดินแดน โอ$น$อยทรัพยก็มาอับป(ญญาคิด เที่ยวเสือกไปไสมาเข$าตาจน โอ$ชาวเราในสยามได$ความทุกข ๖

โสต หมายถึง กระแสสายน้ํา

เพราะวารีให$โทษเป%นโสตมา ทานก็คิดให$โทษไมหนักหนา โทษธาราเหลือขนาดทานกวาดเตียน เลนเสียวอดด$วยกันต$องสั่นเศียร จะเก็บเตียนสิบครั้งก็ยังดี ไมชังรักผู$ใดในกรุงศรี ใครทําดีก็รอดตลอดไป ถึงชีวิตวายปราณลงธารไหล ทั่วกรุงไกรสบเหมาะรวมเคราะหกัน แมแทบดับชีวาลงอาสัญ ได$เห็นกันหลัดหลัดมาพลัดพราย ก็วิบัติเรือลมลงจมหาย ป6นี้ร$ายนักหนาซึ่งวารี จะซื้อกินแล$วแรงคงแพงจี๋ ในธานีผอนผ$าสารพัน เหลือจะแพงจริงจริงทุกสิ่งสรรพ ตางพากันเบียดกรอไปตามแกน ต$องอาภัพยับยากลําบากแสน ต$องคับแค$นเหลือกําลังปะทังทน สุดจะบิดเบี่ยงทาไปหาผล ก็กลับปaนไปอิกสุดพลิกแพลง ต$องยับยุคแทบทั่วหัวระแหง


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๙๗

คําบัญญัติตรัสไว$ไมระแวง อกุศลาแปลวาอกุศล คือกองกรรมที่เราทํามาด$วยกัน โอ$อกเอvยอกเราเลาป6หน$า สวนป6นี้ฉิบหายละลายไป หาไมได$ไหนจะคลายซึ่งความทุกข จะต$องร่ําโศกาน้ําตานอง ทั้งแอกไถใช$สอยก็รอยหรอ นี่วัวควายตายลงในคงคา อีกโรงเรือนเกลื่อนหายทะลายหมด เราคงอดหมดทาหน$าเป%นลิง มีลูกเต$าเอาไปขายหมายประโยชน ทุกขระทมตรมตรองให$หมองมัว ขาวจอมบาทราชทานทะยานจิต หรือไมเที่ยงเพลี่ยงพล้ําจะกล้ํากลาย จะมาแจกหรือให$เข$าไปรับ คงซอกแซกแยกย$ายคิดถายเท คงถูกไปไลเลียงเสียเที่ยงแท$ ประกอบคําน้ําสัตยปฏิญาณ ถึงแค$นคับอับจนต$องทนสู$ คงสมหวังดังมาดไมคลาดเลย ซึ่งทรงพระกรุณังในครั้งนี้ เปรียบรมโพธิ์โตใหญพระไทรพราย จอมมนุษยพุทธพงศทรงป(ญญา

เห็นจริงแจ$งดังคําที่รําพัน จะพาตนลําบากยากขยัน จึงตามคั้นเราให$ปaนทุกคนไป พืชข$าวกล$าพวกเราเอาที่ไหน นิจจาใจจนจิตจะคิดตรอง จะเกิดยุคร่ําไปฤทัยหมอง เป%นกรรมของพวกเราชาวประชา สิ่งนั้นพอจัดแจงแสวงหา จะได$มาแตไหนจนใจจริง เห็นปรากฏยิกยุคไปทุกสิ่ง ทั้งชายหญิงความจนไมพ$นตัว ต$องเป%นโสดต่ําเตี้ยทั้งเมียผัว วิบัติชั่วเจียวจําต$องทําลาย คงสมคิดมุงมาดตามคาดหมาย ที่มุงหมายหรือยังจะลังเล กําหนดนับเวไลยยังไขวเขว นึกคะเนพลาดทาต$องสาบาน ทานรู$แนจริงประจักษเป%นหลักฐาน เห็นเป%นการยากใจกระไรเลย จะนิ่งอยูใยเลาหนอเราเอvย หากเฉยเมยกันเสียหมดจะอดตาย พระคุณมีแกเจ$าเราทั้งหลาย ได$พึ่งกายบาทาฝaาธุลี พระปรีชารู$รอบขอบกรุงศรี


๙๘

| น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ไมละเมินเหินหางทางไมตรี โอ$พวกเราควรชอบจํานอบนบ เมื่อยามค่ําจําจิตจะนิทรา อยาตําหนิติเตียนเป%นเสี้ยนหนาม จะเกิดเรื่องเคืองอุราข$างหน$าไป ที่เก็บเล็มเข$มงวดได$ตรวจจับ สิ่งที่ห$ามเราอยาลามละลานใจ โอ$เทแทไทยไถคนไทยแท$ เจyกไถไทยไทยก็ถูสู$ศักดา คนไทยถมจมไปคิดใครสู$ ต$องนิ่งนอนออนใจไมใยดี ใครไมไถใครไมถูต$องรู$รส อยาขี้คร$านงานคลาดให$ขาดแคลน นิราศเรื่องเมืองไทยหนอใจเอvย ทุกขเบื้องหลังลับไปไมนําพา เป%นทุกขทั่วพอบ$านยานจังหวัด ทุกขกษัตริยทั่วหล$าครองราไชย โอ$รันทดปลดไมเปลื้องที่เครื่องร$อน เปลื้องไมหลุดสุดแสนจะรําคาญ ทุกขกันไปทุกขกันมาหน$าสลด จะสิ้นทุกขพวกเราเมื่อเข$าโรง ร$อนอัคคีที่แรงแสงอาทิตย คิดหนีแดดเข$ารมพนมไพร ความร$อนใจในอินทรียหนีไมพ$น

สมเป%นที่รวมเกล$าชาวประชา กราบเคารพเกียรติคุณอุนเกศา กราบวันทาถึงคุณประยูรไทย เรงตรองความตามป(ญญาอัชฌาสัย กษัตริยไมจําเป%นเคี่ยวเข็ญเรา ได$ถูกปรับตามโทษที่โฉดเขลา ก็เห็นไมต$องราชอาชญา เห็นจะแยไถไทยไถทุกทา ฝaายฝรั่งมาถูไทยไมปรานี ไทยต$องถูคนไทยให$เป%นผี สมัยนี้ต$องไถไปแกนแกน รู$ความอดอยากกายาเป%นหมาแหงน ไถเอาแกนมาใช$ทําไถนา ใจไมเคยทุกขใจกระไรหนา ทุกขเบื้องหน$าเจียวหนออีกตอไป ทุกขเจ$าวัดเหลือแหลจะแก$ไข เป%นทุกขใหญมากล$นพ$นประมาณ จะตัดรอนก็ไมพรากจากสังขาร ทุกขไปนานทุกขทับจะคับโครง ทุกขไมปลดจากกายจนตายโหง นั้นและโปรงหนีปลอดคงรอดไป มิเทาจิตร$อนตรมขมไมไหว หนีร$อนไฟลงน้ําหมดความกัน หากร$อนรนความรักหักสะบั้น


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๙๙

จะเปลื้องร$อนเสียให$คลอนไปจากครัน หนาวน้ําค$างกลางวิถีก็หนีได$ เมื่อหนาวลมหมผ$าสงางาม หนาวสิ่งอื่นพอผอนลงถอนพิษ หนาวอารมณขมกันด$วยอันใด นิราศร$างโรยราเวลาดึก เมื่อหัวค่ําโผลเยี่ยมขึ้นเลี่ยมลาย เมื่อสามทุมเดินถึงมาหนึ่งฟาก เปรียบอายุษบุทคลก็คูเคียง เมื่อเดือนตกพวยพุงขึ้นรุงสาง สิ้นอายุษยอยยับต$องดับชนม โอ$ดวงเดือนเหมือนแม$นมนุษยสัตว ตกกองทุกขคลุกคลีกุลีกาฬ สงสารเหลาสรรพสัตวตัดมิขาด เอาอาวุธคมกล$าผาลงไป คําบัญญัติตรัสไว$มิใชลึก หักกิเลสเสียให$พรากเห็นยากเกิน ความรักหลงปลงใจไมสําเร็จ ตัวกิเลสตัณหามันพาลอย อีกรูปรสกลิ่นเสียงเพียงสัมผัส ทั้งความเศร$าโศกาที่อาดูร อีกโลภลาภหยาบคายตัวร$ายนัก เจ$าตัณหุปาทาราคาแพง รายโทโสโมหะชะชะชิ

สุดผอนผันแล$วพอตามข$อความ มาผิงไฟเปลื้องปลิดไมคิดขาม หนาวก็ทรามเจียวจริงทุกสิ่งไป ก็คลายฤทธิ์ที่หนาวคราวสมัย ต$องฝ(กใฝaหนาวร$อนให$ผอนคลาย รําพึงนึกฟ(jนเฟkอนดูเดือนหงาย ดารารายแวดล$อมอยูพร$อมเพรียง นึกหลากในจิตไมผิดเสียง เมื่อเดือนเที่ยงก็กระจางวากลางคน เหมือนสุดทางที่เดินดําเนินหน จะกลับวนมาได$ไปอีกนาน เชนพระตรัสก็ประจักษเป%นหลักฐาน คือนิพพานเป%นสุขสิ้นทุกขภัย กิเลสชาติมาเหนียวเจียวไฉน มีดก็ไพลบิดบู$ถึงยูเยิน เราตรอง���รึกไมกระจางเห็นหางเหิน จะดําเนินทางไหนมิได$รอย คิดเหนื่อยเหน็ดใจคอกลับท$อถอย พอจะน$อยกลับเหิมเข$าเพิ่มพูน มาคอยขัดพอไว$มิให$สูญ อนุกูลยั่วใจเข$าหลายแรง อีกโรครักรุกเร$าเข$ามาแฝง มาคอยแกล$งให$รับอัประมาณ อุตริดีนักเข$าหักหาญ


๑๐๐ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

เจ$ารูหูเลาก็ชอบประกอบพาล เจ$าลูกตาเจ$าก็มาเห็นจริต ชางชวยกันรุมฆาทาทมิฬ อีกเจ$ากายก็พลอยปaายออกเปะปะ ล$วนแตพลอยชวยกันดันทุรัง ตาไมเห็นหูไมยินคงสิ้นทุกข จิตไมโกรธโลดลามไปตามกัน เจ$าความยากพลอยบากเข$าบั่นบุก มาคอยเตือนกระตุ$นให$วุนวาย โอ$ไฉนใจเราเลาจะคลาศ ตัวศัตรูนับร$อยที่คอยกวน มนุษยสัตวทุกนามล$วนความยาก ต$องแค$นคับรับเข็ญไมเว$นวาย นิราศร$างตัวชราพยาธิ มาตามกวนชวนชีพให$วายชนม ดูเหมือนแกล$งแข$งขาของข$าขัด อีกเนื้อหนังนามย$อยมันคอยดึง เป%นมนุษยเดชาแสนสามารถ ต$องแพ$แกแพ$ชราทั่วหน$าไป นิราศร$างรางกายทั้งชายหญิง ในกองบุญอยาสูญซึ่งศรัทธา กองกุศลทนทําอยาพร่ําเผลอ จะประเสริฐเลิศอ$างคือทางบุญ ซึ่งตัวฉันผู$แตงแจ$งนิราศ

ใครวาขานนานาเก็บมายิน เอาเจ$าจิตพลอยโกรธโหดมะหิน เข$าปากลิ้นหรือก็โพลงขึ้นโดงดัง ดูเหมือนจะรุมเอาเราไปขัง เราก็นั่งอยูมิได$ไปกับมัน ใจเป%นสุขปากคารมอยาคมสัน สิ่งโทษนั้นไหนจะหวนมากวนกาย เจ$าคูทุกขวาบหวิวหิวกระหาย มันเป%นนายเราแนไมแปรปรวน แรมนิราศเรื่องรักที่หักหวน มาตั้งชวนอยูไมสรางจากรางกาย ให$พ$นจากกายานาใจหาย ประจํากายมีอยูศัตรูตน อัปเปหิก็ไมร$างไปหางหน เที่ยวซุกซนชักเอ็นให$เส$นตึง มาผูกมัดหลังงอทุกข$อขึง ชวยกันทึ้งเสียออกปaนทุกคนไป ก็มิอาจทนอยูสู$ไมไหว แพ$บรรลัยเลยลับดับชีวา จะนั่งนิ่งต$องแขวงแสวงหา ศีลแปดห$าทานด$วยชวยเป%นทุน ไปคอยเจอเบื้องหน$าจะมาหนุน จะค้ําจุนชาติหน$าไมอาวรณ หมดสามารถสู$ชราอุทาหรณ


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๐๑

สิ้นอํานาจมาดหมายที่กายกร ต$องออนน$อมยอมแพ$วาแกหละ หากมีผู$ชูชวยให$ชื่นใจ ฉันยอมแพ$แกรางทางสังขาร หวังสงครามตามประกาศเป%นชาติชาย ทุกวันนี่ตัวฉันคิดมั่นมาด ข$าศึกสาวสวยสะอาดออกกลาดไป ฉันแกกายฝaายรับเชิญหลอนรุก ทหารเกาชํานาญการรบรา อีกกําลังวังชาก็สามารถ สัมพันธมิตรหากคิดมาชิงไชย โอ$ตัวฉันไมรําพึงถึงสังขาร ทําพูดเลนเป%นบอพอเสบย ที่จริงจิตก็ไมคิดจะรุกรบ ตามนิราศเรื่องรักสุดหักราญ โอ$สงสารชาวเหนือเหลือรันทด โอ$ชาวสวนซวนซ้ําระกําตรอม ทั้งสวนผักสวนพลูดูก็ฝkด ต$องขนดินถมโถมคันกั้นสาคร เมื่อน้ําหลั่งพังโครมลมแทบแหลก สู$เสียทรัพยปbองกันอันตราย ทั้งต$นพลูดูรายตายออกกลาด สวนทุเรียนเตียนตายกันตามมี

สุดจะซอนซุกซนไปหนใด จริงหรือจyะทนอยูสู$ไมไหว ฉันก็ไมยอมแพ$เรื่องแกกาย แตใจหาญตอตีไมหนีหาย ไมแพ$พายศึกหญิงด$วยจริงใจ จะประกาศสงครามตามสมัย อยากชิงไชยเชิญประกาศราชกิจจา ฉันจะคลุกตีป(ดไมขัดทา เพลงศาสตราก็ยังคลองดูวองไว ยังองอาจราวีหาหนีไม ฉันจะไลตอตีไมหนีเลย ยังอาจหาญนักหนานิจจาเอvย หวังให$เลยลืมตามความรําคาญ เมื่อมาพบเข$าจักต$องหักหาญ เป%นสันดานชาติชายไมหมายยอม จะต$องอดยากไร$ลงผายผอม ก็พลอยงอมไปด$วยแทบม$วยมรณ ทําหน$าจืดน้ําลมเสียล$มขอน ต$องอาวรณออกทุนดูวุนวาย เหมือนเมืองแตกข$าศึกดังนึกหมาย กลับฉิบหายทรัพยด$วยซวยเต็มที เกิดอุบาทวยากยับเป%นสับผี โอ$ป6นี้นามมะเส็งชางเกงจริง


๑๐๒ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง ∗

เมื่อป6เถาะป6ไหนก็ไมแจ$ง หากจะโกรธโทษแกล$งมาแยงชิง อุบัติเหตุก็ประเทศป(ตตานี เพราะไมเป%นเชนน้ําตามฤดู ประเทศจีนธานีฝaายญี่ปุaน คนวายปราณบ$านหายทลายเปลือง เป%นคราวเคราะหเหมาะมั่นด$วยกันมาก แตกาลกอนรอนไรก็ไมเคย หรือจะเป%นวาสนาจะลาลับ มักกะสันยันยีจะป6ฑา เกิดรบราฆาตีออกป6lปaน เพราะมานะมืดหน$าเข$าหากัน สงสารสัตวปฏิสนธิ์เป%นชนชาติ มิอดเอาเบาสู$ให$รู$การ โอ$เป%นกรรมนําซัดสัตวทั้งหลาย คิดตั้งหน$าฆากันทุกวันไป คําโบราณวาแนแพ$เป%นพระ ช$าเป%นการนานเป%นบุญคุณก็มี เรื่องนิราศกวาดเอามากลาวแก$ ตามนิราศของเราพวกชาวนา ถึงลูกขาดญาติตายต$องพรายพลัด ∗

น้ําก็แผลงมารวมทวมตลิ่ง ความเป%นจริงไหลหลามตามฤดู นั่นวารีร$ายนักเป%นอักชู เห็นจริงอยูน้ําเซาะเหตุเคราะหเมือง ก็เกิดวุนนักหนาจนตาเหลือง ไมเป%นเครื่องน$อยใจกันได$เลย ต$องตกยากทั่วหน$านิจจาเอvย จะเปiดเผยเหตุร$ายกระจายมา พุทธกลับสูญกันตามป(ญหา จะนึกวาดังหมายก็คลายกัน ลงทอดตนชีวาม$วยอาสัญ นับตั้งพันทอดกายลงวายปราณ แสนองอาจตอพักตรเข$าหักหาญ มารุกราญรบกันถึงบัลไลย ต$องโชคร$ายแรงกล$าจะหาไหน ถ$ากลับใจกันเสียบ$างเป%นทางดี ผู$ชนะแนนักเป%นยักษี คําเมธีกลาวไว$แตไรมา ตามกระแสพจนารถศาสนา เตือนวิญญาให$หายคลายอาวรณ คราววิบัติเวราอุทาหรณ

น้ําทวมป6เถาะมีอยูสองครั้ง พ.ศ. ๒๓๖๒ ครั้งหนึ่ง และ พ.ศ. ๒๓๗๔ อีกครั้งหนึ่ง ทั้งสอง ครั้งนี้น้ําทวมมาก ข$าวยากหมากแพง


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๐๓

อยาทุกขโรคโศกศัลยคิดบั่นรอน ถึงกาลเขาเรายังอยาหวังรอด ครบสัญญาแล$วต$องลาเลยครรไล รูปปะขันธขันธห$าสัญญาขันธ จะกังวลหมนหมองนองน้ําตา อันสูญทรัพยนับหมื่นหวังคืนได$ อนิจจายังเบี่ยงไมเที่ยงตรง ถึงรางเราเลาชีวาอยูอาศัย ทั้งรูปรางก็ต$องทิ้งทั้งหญิงชาย ทรัพยสมบัติวาวิบัติสันทัดเที่ยง แตมีชนมก็ต$องทนเวทนา สวนข$าเจ$าเลาก็มีดีแตพูด เป%นนักเปรตเทศนบอกนอกใบลาน ฉันมิใชได$เรียนคัมภีรพจน นึกจะพูดพูดไปใสออกนุง นามเจริญตัวข$าวานิราศ คําที่คลาดพลาดพลั้งโปรดรั้งรอ ฉันขอบใจที่ทานมีปรานีชาติ จะมีชื่อฤาเลื่องอยูเมืองไทย เห็นแกสัตวผู$ยากปราศจากสุข โปรดทําบุญเถิดอยาสูญความศรัทธา ในนิราศก็ประกาศเกียรติยศ เรื่องทําบุญสูญเปลาเราอยาแคลง อันศรัทธาวาเชื่อเพื่อสละ

คงม$วยมรณตามกันเป%นมั่นใจ คงวายวอดและมิวาเวลาไหน สัญญาไว$แตกําเนิดจะเกิดมา ข$อสําคัญตามเหตุเทศนา ก็เห็นวาไมฟklนกลับคืนคง แตก็ไมแนจิตพิศวง แตอยาหลงตรมตรอมของนอกกาย เมื่อดวงใจลวงลับลงดับหาย แหลกละลายทับถมจมสุธา ไมพลาดเพลี่ยงตามกระแสแนหนักหนา ไปจนกวาครบจดกําหนดกาล อวดเป%นปรูดพุงปราดด$วยอาจหาญ พวกสมภารวัดร$างแตครั้งกรุง ตามแบบบทตะติเยวิเสสุง ยัดกระบุงเข$าไว$แทบไมพอ เป%นชายชาติไทยแท$แนหนักหนอ ตัวฉันขอสะมาจงอาไภย ประชาราษฎรทั่วหน$าอัชฌาสัย ที่ทานได$ออกทุนจุนประชา ทานชวยทุกขกับคนจนอนาถา เกิดชาติหน$ากองบุญจะหนุนแรง มีปรากฏไปทั่วหัวระแหง ไมพลาดแพลงกองกุศลที่ตนทํา จริงแล$วนะฉันไมยอในข$อขํา


๑๐๔ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ฉันชอบใจไมน$อยดังถ$อยคํา โอ$ชาวไทยใต$เหนือเมื่อได$รับ ต$องอวยพรจึงงามตามพิเปรย เมื่อได$รับคงคลาดนิราศทุกข จงเรงคิดตอป(ญญาเถิดอยานาน คุณกษัตริยเหลือจัดมาจดกลาว พระคุณนั้นล$นฟbาทั่วธาตรี อยาเผลอจิตคิดระเริงในเชิงทรัพย บัญญัติใช$ให$ชอบประกอบการ เรื่องสุรุยชุยใช$ไพกับถั่ว ประคองขวัญทรัพยทานที่ปรานี เรื่องนิราศบาทบทจดอักษร จะวามากซากซ้ําเชิงคร่ําครวญ นิราศภัยไมสนุกติดขลุกขลัก นิราศร$างเคหาพะว$าพะวัง นิราศฉันนั้นกอพอสังเกต เผื่อผู$ชอบทางเทศนเวสสันดร ขออวยพรทานไว$ท$ายนิราศ แคล$วภัยยันโรคาไมยายี

ใชแนะนํายอหนุนใครมิได$เลย จงคํานับคุณหนาเจ$าอยาเฉย ให$ทานเลยลุลวงพ$นบวงมาร จะเป%นสุขสมรักมีหลักฐาน ลาภสะการคงเกิดกําเนิดมี เห็นล$นเกล$าทวมล$นบนเกศี ก็สุดที่จะนับคะเนการ ที่จะรับจากท$าวเจ$าสถาน อยาใช$พาลทางผิดคิดจงดี จะพาตัวยากจนลงปaนป6l ให$ผลมีงอกไปได$จึงควร ยังขาดตอนข$อคดีไมถี่ถ$วน คงจะชวนเบื่อหูทานผู$ฟ(ง ไมเหมือนรักเชิงนิราศสวาสดิ์หวัง นิราศสั่งเมียบุตรสุดอาวรณ ขอแถมเทศนแหลไว$ในอักษร เป%นบทกลอนนอกคาถาพระบาลี ให$แคล$วคลาศจากทุกขจงสุขขี จงพูนมีสมบัติพิพัฒนเอย


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๐๕

แหลเทศน3น้ําทวม นายเจริญ แตง เมื่อป6มะเส็งนพศก เมื่อ พ.ศ. สองพันมา เมื่อเดือนตุลาพฤศจิกายน เกิดน้ําหลากมามากมี ทวมบ$านเรือนเกลื่อนกลน ทวมโรงรุงรังถึงหลังคา ทวมถึงถานลานวัด ทวมพระเถรเณรชี ทวมวินาศบาตรตะลุม สบงสบ$อยพลอยเป6ยกปอน ทวมถึงปaานาสวน ทวมถึงไหนทวมไปซี ถ$าหากทวมทายกหมด ทวมที่ไหนมิได$พรั่น เงินทายกหัวอกรูปพรั่น เผื่อน้ํามากหลากเข$ามา น้ําทวมป6นี้วิปลาส ทวมอยูนานไมลดต$องอดตาย สงสารนักหนาเหลาทายก ผลที่นาก็มาเสียไป

รูปจะกลาวยกเอาออกมาวา สี่ร$อยกวาหกสิบป6 ทั่วทุกมณฑลชาวกรุงศรี ทวมวิถีทุงนา ทวมไปจนชั้นหมูหมา ทวมวัวควายตายหาจะไถนาแทบไมมี ทวมสารพัดจนเว็จขี้ ทวมกุฏีถึงที่นอน ทวมเสียกลุ$มชั้นมุ$งหมอน ไตรจีวรจนไมมี ทวมเสียปaวนปaนป6l ขอไว$ที่เจ$าของกัณฑ รูปต$องอดไมมีจะฉัน กลัวเจ$าของกัณฑอาตมา เอามาติดกัณฑเสียเถิดโยมจvา จะจมธาราเสียเปลาดาย ข$าวในบาตรก็แห$งหาย ดูชางวุนวายเสียนี่กระไร เหตุอุทกธาราไหล จะทําฉันใดเลาคุณโยม


๑๐๖ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

โอ$โอvอาตมาก็ทาลําบาก ทั้งห$องกุฏิก็ทรุดโทรม ที่ชาวใต$เขาไมลําบาก เขากลับเปรมปรีดิ์ด$วยมีสบาย แหงพระรูปทรงอาชา เขาชวนกันมาแขงนาวี สัปปุรุษทั้งสีกา เหลือหลากมากประมาณ บ$างเรือลมผ$าหมหาย ที่ใสเสื้อบางสําอางตา พวกหนุมหนุมก็พากันมอง ตูมตั้งเข$าบังใบ โฉมฉายเจ$านึกอายเอียง หนุมเจ$าชู$ก็รู$วิธี ที่เป%นผู$เฒาเลาก็น$อย แตล$วนใสเสื้อขี่เรือยาว บ$างขี่เรือบดกะชดกะช$อย พายขึ้นลองงามยองใย พวกหนุมหนุมเป%นคราวสมัย ตางสรวลเสเลนเฮฮา บ$างร$องรําทําเหเรือ พวกเมาอาหนีก็ดีข$างโว ที่โฉมตรูเจ$ามีคูรัก แสนสนุกสุขสําราญ

ด$วยน้ํามากมาหักโหม น้ําประโคมพังทลาย ถึงน้ําทวมมากมิใครเสียหาย ขี่เรือเที่ยวพายดูงามโสภี น้ําหลากมาทวมวิถี สรวลระริกซิกซี้แสนสําราญ เจ$าเลนนาวาสนุกสนาน เที่ยวเลนธารธารา ตางแหวกวายเที่ยวงมหา เมื่อเป6ยกธาราแลเห็นรําไร แลเห็นบัวทองเจ$างามไสว ดูงามวิไลยชางเหลือดี ต$องพายเรือเลี่ยงหลบหนี รีบจ้ํานาวีตามออกกราว มีนับตั้งร$อยแมรุนสาวสาว ผัดหน$าออกขาวเป%นนวลใย ทําตาชม$อยนาพิสมัย แมหญิงสมัยสวยโสภา ดูชางกระไรเออเหมาะนักหนา ร$องสาระพาเอ$าเฮเฮโล ฟ(งชางเพราะเหลือเสียงออกโร อีเซโซไปตามการ เที่ยวแอบซุมพักตรพูดจาวาขาน ที่มาเลนธารบันเทิงใจ นั้นแหล


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๐๗

นิราศน้ําทวมกรุงเทพฯ พ.ศ. ๒๔๘๕ พระยาอรรถศาสตรโสภณ (สวาง จุลวิธูร)

มะเมียป6ที่สามสิบเดือนกันยา ไหลรินเลียบเทียบเข$าข$างเขตรั้ว ฝูงหนูจูหาแห$งแยงทําจวน นาย๗ ของฉันชุลมุนวุนขนของ เชน พ.ศ. หกสิบหลังดังเยี่ยงเคย รุงที่หนึ่งเดือนตุลาน้ํามาอีก ที่สองสามตามบันไดของนอกชาน วันที่สี่ที่หา$ น้าํ บาเรื่อย วันที่แปดเริ่มขึ้นขั้นบันได ในบ$านฉันน้ําทวมดินสิน้ ทุกแหง ต$องใช$เรือขนของเที่ยวทองรุด วันที่เก$าทวมขั้นสามตามบันได กรุงเทพฯ ถนนในน้าํ ทวมนอง บ$านของฉันบันไดทวมขัน้ สี่ โอ$พระแมคงคาใยมากิน บ$านทะลายสวนนาน้ํามาทวม ๗

นาย คือคุณหญิงอังกาบ อรรถศาสตรโสภณ

นิราศแห$งน้ําสวมทวมเคหา พ.ศ. สองสี่แปดห$า น้าํ มากวน ไส$เดือนยั้วพ$นดินดิน้ โหยหวน ฝูงมดชวนขนไขไมละเลย ทําชัน้ รองขนขึ้นเรือนไมเชือนเฉย พอเสบยใจวางอยางกอนกาล ไหลรินหลีกรั้วเข$ามาถึงหน$าบ$าน สูงประมาณห$านิว้ เศษสังเกตไว$ ที่หกเอื่อยที่เจ็ดตรงยังคงไหล ทวมขั้นสองลองวัดได$สบิ นิ้วฟุต กลับกลายแปลงดินเป%นน้าํ ย่ําไมสุด เหมือนกับขุดให$มีน้ําเป%นลําคลอง ขึ้นเรื่อยไปจนดิถีที่สบิ สอง รถของฉันถูกกองบนเนินดิน ประมาณมีเกือบสามฟุตสุดถวิล พืชแผนดินให$ลมจมลงน้ํา ประมาณรวมหลายหมื่นแหงแหลงที่ต่ํา


๑๐๘ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ถนนทางเสียหายมากมายล้าํ คนน้ําทวมไมมีกินทางการชวย อยูอาศัยพ$นภัยชั่วคราวมี พร$อมแถลงแจ$งเหตุทางวิทยุ เพราะรัฐเตรียมไว$หนอพอทุกคน จะเป%นบิดติดโรคไข$รากสาด ชวยรักษาความสะอาดอยาพลาดเกณฑ เจ$าหน$าที่ตางมาวอนสอนคนยาก จะนิ่งหยุดอุดอู$อยูทําไม อีกบอกด$วยชวยรักษาทางถนน ประกาศให$ฝูงชนชวยปรนปรือ การขนสงเขตใกล$ใช$เรือขน แทนยานยนตรขนเข็นดังเชนเคย ท$องถนนยอมให$ใช$เรือแจวพาย แตอยาทองน้ําเลนจะเป%นภัย น้ําทรงตัวอยูสามวันพลันลดลง ที่สิบหกสิบเจ็ดสิบแปดเบา ครั้นสิบเก$าลดลงเทาวันที่หก ทวมขั้นสามทําให$ฉันตันอุรา อันน้ําทวมรวมยีส่ ิบเอ็ดวัน ปลาสร$อยซากุ$งปลาไหลก็มี บ$านของฉันทุกหลังตั้งในน้ํา กระถางโองโตyะเก$าอี้ตั้งที่ดิน

แตที่ดอนนั้นทําประโยชนดี พร$อมอํานวยอาหารและฐานที่ นายินดีรัฐอํานวยชวยคนจน มิให$มุตุนข$าวปลาไว$หาผล ทั้งอยาซนเลนน้าํ จะลําเค็ญ อหิวาตกมีระบาดอาจเกิดเข็ญ สายไฟฟbาขาดเอนเป%นหลีกไกล ให$บั่นบากจองที่ดนิ ถิ่นอาศัย เลี้ยงสัตวไว$ปลูกพืชค$าอยางอมือ ให$รถยนตรเบาหนอยอยาปลอยปรื๋อ ทุกคนถือเป%นของชาติอยาพลาดเลย จะเกิดผลจงจําอยาทําเฉย แตอยาเลยใช$เรือยนตรจักกลไก จะค$าขายหรือโดยสารผานไปได$ ให$พร$อมใจชวยกันภัยบรรเทา เหลืออยูคงเทากันวันที่เก$า ทวมอยูเทาที่เจ็ดแปดแตเดิมมา ยี่สิบยกเทียบที่เก$าเทานัน้ หนา จึงอุตสาหเขียนให$ทันในวันนี้ ในน้ํานั้นแสนเปรอะเลอะถึงที่ ดูก็ดีคล$ายอยูเกาะละเมาะดิน ตะไครคร่ําเกาะเขียวขึ้นตามหิน ก็มีสินธูทวมรวมทุกอัน


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๐๙

ขี้ขยะแลสวะไหลมาเรื่อย ต$องช$อนกวาดสาดออกไปทุกวี่วนั บนฟากฟbาฝนซาคอยแตตก น้ําลางทวมน้ําฝนเทหันเหนัว ของสดสดปลาผักชักแพงมาก สวนหมูข$าวไมคอยขึ้นสูงราคา เรือแจวพายตอขายกันจ$าละหวั่น เพราะต$องใช$เรือพายแจวด$วยมือ จนมีผู$ลักเรือเถือเขามา หนังสือพิมพกลาวเตือนเพื่อนคนไทย สวนลักเล็กลักน$อยมีบอยมาก เคยค$าขายเล็กน$อยถอยหยุดพัก คนจมน้ําตายบ$างมีบางน$อย น้ํามีคลืน่ เพราะรถยนตรคนอันธพาล ประตูรั้วบ$านฉันน้ําดันหัก จนน้าํ เป%นคลืน่ ใหญซัดไปมา ต$องใช$เชือกมานิลามาผูกรัด แตก็ถูกลักไปไมนานวัน บ$านของฉันสร$างอยูชิดติดถนน นามถนนราชบพิธสถิตใน ฉันเขียนนี้เทาที่รู$อยูในบ$าน เห็นใช$เรือขี่รถลุยวารี คิดถึงผู$อยูห$องเชาที่ต่ําเตี้ย เพราะไมรู$หลีกพ$นไปหนใด

พอน้ําเอื่อยเฮเข$าไปในบ$านฉัน อีกปลิงนั้นมีมาดูนากลัว ท$องฟbาปกเมฆคลุ$มคลุมสลัว ทะเลรัวน้ําหันดันขึ้นมา ทั้งก็ยากที่จะใฝaไปซื้อหา กล$วยน้ําว$าหอมส$มพอเสาะซื้อ ราคานัน้ แพงแตใครก็ไมหือ จะแพงหรือก็ต$องหามาไว$ใช$ เที่ยวขายค$าทุกที่มนี ้ําไหล อยาไว$ใจซื้อนาวาที่ถูกลัก เพราะคนยากอัตคัดขัดสนหนัก จึงต$องหักใจหามารัปทาน สัตวร$ายลอยมีแตขาวอยูฉาวฉาน มันเหอหาญขับรถหมดกรุณา เพราะรถยนตรแลนหนักเร็วนักหนา แล$วซัดพาดูดออกตามโดยความดัน เพื่อได$มัดบาน���ับจับยึดมัน่ ต$องผูกกันใหมอีกเพื่อหลีกภัย นามตําบลเสาชิงช$าหาไกลไม บ$านหกแปดถูกภัยอุทกนี้ แตในด$านมาไปในวิถี เปรมปรีดีมิเหงาเศร$าฤทัย ดูละเหี่ยต$องแชน้าํ จําอยูได$ ต$องจําใจแชน้าํ ทุกค่ําคืน


๑๑๐ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

แสนสงสารชาวนาและชาวสวน ต$องน้ําทวมซ้าํ ข$าวปลายากหากลืน หาที่แห$งให$วัวควายอาศัยอยู แจกเสื้อผ$าอาหารเจือจานไป คนมีทรัพยความยากลําบากน$อย แตคนจนอัดใจเพราะไส$กลวง หนุมสาวเด็กดีใจเพราะได$เที่ยว พวกเด็กเล็กเลนธาราเป%นอาจินต ที่สิบห$าฉันต$องลองลงน้ํา พายลอยไปในถนนวกวนตาม ผานไปทางหน$าวัดราชบพิธ ผานกระทรวงมหาดไทยครรไลจร แล$วลัดจูสูถนนนาหับเผย มีผู$คนสับสนอยูเนืองนอง เรือพายผานหน$าศาลยุติธรรม ณ ศาลแพงแหลงคดีที่มตี รา เสร็จแล$วกลับเรือไมรับต$องทองน้ํา กวาจะข$ามสะพานได$ลุยอยูนาน ฉันดีใจวาไมต$องลองลุยน้ํา จําต$องทองลองลุยไปตามทาง ถนนลืน่ ฉันต$องฝkนคอยๆ ย่ํา พอบังเอิญหญิงถลามาตะครุบ ฉันเดินตอพอมาถึงที่สี่กั๊ก ฉันมองดูผู$คนเดินลนลาน

ตางคนครวญเพราะเสียหายไปหลายหมื่น แตยังชื่นเพราะทางรัฐจัดชวยไว$ ทั้งคอยดูชวยบรรเทาเทาทําได$ ประทังไว$เพื่อรอดปลอดภัยปวง เพราะมีทรัพยใช$สอยไมคอยหวง คนฉ$อลวงรวยพอแรงแบงหากิน ขี่เรือพายรายเลี้ยวสมถวิล วายโผผินทั้งเลนเรือเหลือห$ามปราม โดยเรือสําป(lนพายใจวาบหวาม แถวถนนดลข$ามเฟkjองนคร หันขวาบิดเลี้ยวไปไมยอหยอน แล$วก็ย$อนลอดสะพานผานตามคลอง เรือก็เลยพายไปได$คลองๆ บ$างขี่เรือขึ้นลองทองไปมา แล$วก็ลอดจอดประจําอยูทีท่ า หมายเรียกหาให$ฉันนั้นเป%นพยาน คอยคอยย่ํามาทางข$างโรงทหาร จึงได$ผานมาประสพพบรถราง แตถูกซ้ํารถไมเดินต$องเมินหมาง บํารุงเมืองผานหน$าห$างนายยูซบุ เท$าคอยคลํากลัวภัยใจเต$นตุบ ฉันแทบงุบลงในน้าํ นารําคาญ จึงหยุดพักอยูบนแทนไมแลนผาน ทองน้ําชานสาดเซ็นกระเด็นไกล


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๑๑

เรือเล็กน$อยสวนกันหันรีขวาง ฉันรู$สึกระทึกระท$อใจ

แลดูอยางกับคลองลองลอยได$ ชางกระไรแมคงคามาทวมทับ

หน$าพระบรมรูปปฐมบรมราชานุสรณ เมื่อ ๑๒ ต.ค. ๒๔๘๕ ถายไปทางสะพาน

กระทรวงมหาดไทยถายจากฝ(งj ถนนราชินี ตอนหลังวัดราชประดิษฐ ๑๔ ต.ค. ๒๔๘๕


๑๑๒ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

แตคิดดูอีกทีก็ดีดอก ทั้งได$รวมสวมกางเกงเบงคอยรับ นาขอบใจในพวกทําการค$า ถึงน้ําทวมตางค$าขายไมหมายเมิน ขายอาหารของนานาพากันซื้อ ที่โหยหิวหิ้วท$องมองเซซัง ครั้นแล$วฉันลุยน้ําจ้าํ ไปอีก แขกญี่ปุaนเจyกไทยยองทองวาริน กวาจะลุยน้ําถึงบ$านดูนานเหลือ ทั้งหิวข$าวอยากน้าํ อยูรอนรอน ที่สิบหกสมนึกนายกับฉัน สมนึกท$ายนายหัวพายนาวา ผานถนนราชบพิธและตีทอง ต$องลงเข็นเรือข$ามฉันหามท$าย จนกระทั่งถึงวังกรมดํารง ออกคลองสะพานหันพลันแลมอง เข$าถนนวรจักรหาพักไม ตามตึกแถวน้ําทวมถึงเขามี บ$างซื้อหาอาหารของหวานสด บ$างย่าํ น้าํ ใช$เรือถอตลุย เรือเลยหน$าโรงพยาบาลกลาง บายหน$ามุงบํารุงเมืองหมายสําคัญ พายลงคลองผดุงกรุงเกษม สกปรกน้ําเชี่ยวต$องเหนี่ยวไป

คนบกออกลุยน้ําย่าํ ฉับฉับ ถ$านุงผ$าคงยับจับถือเดิน เปiดร$านราขายของต$องสรรเสริญ ดูก็เพลินพวกเราเอาจริงจัง ได$ของถือลุยน้ําไปไมเหลียวหลัง เข$าไปนัง่ ซื้ออาหารงุนงานกิน ต$องลุยหลีกคนไปไมมีสนิ้ ฉันย่ําสินธุถิ่นถนนเฟkjองนคร จนมีเหงื่อชุมไหลไมหยุดหยอน จําต$องจรรีบบึ่งตะบึงมา ลงสําป(lนพายออกนอกเคหา ฉันนั่งกลางอยางวาเป%นขรัวยาย มาถึงคลองวัดสุทัศนถิ่นที่หมาย แล$วลงพายพุ$ยน้าํ ตามลําคลอง ก็ต$องลงยกเรือข$ามเป%นครั้งสอง น้ําก็นองทวมบ$านในยานนี้ พายเรือไปตามแถวแนววิถี ตลาดสีดาก็ทวมคนทนลุย มิได$งดขายซื้อถือกันฉุย บ$างก็พุ$ยพายเลนมีเชนกัน เลี้ยวลงทางเทพศิรินทรแล$วผินผัน แล$วก็หันลงยังทาหน$ารถไฟ แตไมเปรมเหมือนนามวางามไม จนมาใกล$มหานาคแยกจากจร


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๑๓

เลี้ยวเข$าวัดพญายังทางข$างหน$า เรือนสองข$างน้ําทวมถึงที่นอน ฉันสังเกตดูเขามิเศร$าเลย บ$างขายของทองน้ําใสอางมา เรือพายลัดตัดออกเพชรบุรี บนสะพานมีรถยนตรจอดประจํา ลัดข$ามบนหลังถนนเชิงสะพาน ถึงหน$าบ$านสมนึกหยุดกึกลง อนาถหนอเรือนสมนึกน้ําสวมทวม ถ$าสมนึกหยุดอยูบ$านคร$านมาเยือน เขาสั่งคนชวยกันขนขึ้นข$างบน พอเสร็จสรรพกลับลงเรือมิเฉยเมย ที่สิบเจ็ดลงเรือพายไปหลายแหง ออกถนนหน$าพระลานน้าํ พลานไป แถวถิ่นนี้น้ําทวมทั่วทุกถิ่น คล$ายกับสร$างอยูในน้าํ ดูงามงอน สนามหลวงเหมือนทะเลสาบน$อยๆ มีละลอกคลื่นซัดสะบัดวาว เชิงสะพานผานฟbาทัง้ สองข$าง เรือใหญน$อยพายแจวแถวอาคาร ได$ยินขาวเขาเลาวาเวนิช เคยเห็นภาพประกอบชอบไมจาง ลืมระฤกนึกปลื้มใจวาไปถึง ประวัติจิตวาเมืองไทยหมดใยดี

เรือตางๆ นานามาสลอน ตางผันผอนตอเตียงให$ใกล$หลังคา ยังเสบยยิ้มหวัวอยูทั่วหน$า ตางซื้อหากินกันได$อยูในน้าํ ถนนนี้เรือมีจอดกันส่ํา เรือลอยลําผานสะพานอุรุพงศ เรือพายผานไปได$ดังประสงค แล$วก็ตรงเข$ารั้วบ$านสูชานเรือน บนเรือนรวมเกือบเขาเศร$าใจเฝkjอน น้ําจะเปklอนเป6ยกหนังสือเสียหายเลย ชั้นสองพ$นน้าํ ทวมไมนิ่งเฉย ทางเกาเคยกลับถึงบ$านสําราญใจ วัดราชประดิษฐริมกําแพงเรือไปได$ ท$องสนามหลวงน้าํ ไหลทวมทางจร กําแพงวังทวมสิ้นรอบสลอน พาให$หยอนใจได$ไปชั่วคราว ถาวรวัตถุเหมือนลอยอยูกลางหาว มองดูขาวเป%นน้าํ หมดจดสะพาน น้ําสล$างทวมสิน้ ทุกถิ่นฐาน คล$ายกับบ$านริมคลองมองไมวาง ตึกสร$างติดริมคลองทั้งสองข$าง คล$ายเหมือนอยางแถวอาคารฐานถิ่นนี้ เวนิชซึ่งเขาแจ$งแหงวิถี เพราะวารีทวมใชทําจึงลําเค็ญ


๑๑๔ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

อนุสาวรียประชาธิปไตย ถายจากต$นถนนราชดําเนินหน$าอาคารตอนสี่แยกคอกวัว เมื่อ ๑๒ ต.ค. ๒๔๘๕


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๑๕

ราชดําเนินนอกกลางในใชหนองคลอง แตก็นองไปด$วยน้าํ เกิดทําเข็ญ พระบรมรูปทรงม$าถ$าจะเย็น เพราะดูเดนอยูในน้าํ หน$าอนันต คนขึ้นลองหลายหลากมากล$นเหลือ บ$างใช$เรือทองน้าํ พร่ําสรวลสันต แตวัดเบญจมบพิตรจนติดยัน ทําเนียบนายกนั้นน้ําทวมนอง พอลัดออกนางเลิ้งน้าํ เจิ่งลึก ตามแนวตึกน้าํ ประดังแถวทั้งสอง ตลอดจนสุดถนนดูเป%นคลอง เรือขึ้นลองไปได$สบายใจ แตถนนหน$าบรมบรรพต น้ํายังงดมิต$องนองทวมไหล ลัดออกบํารุงเมืองเคืองฤทัย มีน้ําไหลล$นสวมทวมถิ่นทาง เข$าถนนอุณากรรณหันหน$ามุง เจริญกรุงน้ํานองทั้งสองข$าง เฉลิมกรุงดูละม$ายคล$ายกับวาง อยูในอางน้ําแชแลดูดี มีเรือถอแจวพายอยูหลายลํา บ$างทองน้ําเดินอู$เสียงจูvจี๋ พาหุรัดน้ํานองสองข$างมี มากพอทีเรือพายผันผายจร ถนนบ$านหม$อสี่กั๊กพระยาศรี มีวารีทวมท$นล$นสลอน สองข$างน้าํ นองเนืองเฟkjองนคร ฉันจึงย$อนกลับบ$านผานทางมา เทาที่เลาคือเทาที่ฉนั เห็น แตตามเกณฑวาทวมหนักอีกนักหนา ทุกถนนไมมีรอดปลอดคงคา แตน$อยมากนั้นหาได$เทากัน ที่ใดสูงน้าํ มีน$อยไมคอยถึง ที่ต่ําซึ้งน้ําทวมมากกระทันหัน ระดับน้าํ พ$นดินประจําวัน สองสองนั้นสูงหนึ่งเมตรเศษสิบเซ็นต น้ําทวมนําคิดถึงคําจําไว$ได$ วา ‘สิ่งใดเป%นไมได$’ นั้นคงเห็น ตัวหนังสือเทานัน้ แท$แตจําเป%น ต$องมีเชนนัน้ ได$แนโดยแท$จริง สมกันกับคราวนี้เป%นทีส่ ุด ถนนยานบ$านเรือนมุดจมน้ํานิ่ง บนบกตกปลาได$ใชประวิง ทั่วทุกสิ่ง ‘เป%นไมได$เ���%นไมมี’ สมกับคําพระของเราวาไม ‘เที่ยง’ ใครจะเถียงวาอยางไรก็ไมหนี คํา ‘ไมเที่ยง’ ไปได$ดังวาที เพราะอาจดีอาจร$ายไมยืนนาน


๑๑๖ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ต$องหันเหียนเปลี่ยนเกิดแล$วก็ดบั แล$วผันเวียนเปลี่ยนกลับตามคราวกาล แตสิบแปดถึงวันที่ยสี่ ิบถ$วน ฉันก็หยุดเที่ยวเลนดังเชนเคย ในวันที่ยสี่ ิบเอ็ดน้ําลดอีก คงทวมสิบนิ้วฟุตหงุดหงิดใจ ถึงวันที่เขียนนี้ยสี่ ิบสอง เหลืออยูราวเก$านิ้วดังจํานง ต$นไม$ปลูกในดินถิ่นหน$าบ$าน ทั้งไม$ดอกไม$ใบทีไ่ ด$มา มะละกอพอออกผลต$นก็ล$ม ต$นไม$ดัดไม$ตอก็บรรลัย คนมาเยี่ยมมาหาพากันเลา มักกะสันบางรักสีลมล$น เฉพาะบ$านคุณวุฒิอยูองครักษ ออกจากเรือนใช$แพพัลวัน ต$นมังคุดมะมวงตายไปหลายต$น จะเป%นตายอยางไรไมกล$าคุย ถนนมีเรือแจวพายมากมายหน$า ทั้งมีเรือค$าขายพายมาไป เรือเสียโปข$าวต$มปลามาหน$าบ$าน เนื้อปลาผักแห$งสดสุดพามา ยานรถรางหลายสายได$หยุดเดิน ให$ชวยจัดรถบัสเข$ารับรอง

ทุกขระงับแล$วก็สุขสนุกสนาน ใครจะหาญหนี ‘อาจ’ ได$ไมมีเลย น้ํายังงวนงุบอิงนิง่ อยูเฉย จึงขอเอยระดับน้ําร่ําตอไป แตไมหลีกปลีกที่แปดนัน้ ไปได$ ฉันอธิฐานขอให$รีบลดลง ก็สมปองน้ําลดแตยังหลง ฉันคิดปลงสังเวชเหตุนานา ไมชื่นบานโคนล$มตายไปหนักหนา ปลูกรักษาก็มาตายสลายไป หลายต$นจมตายเป%นเผือไมเหลือได$ โอ$โอvใยแมคงคามาผจญ วาบ$านเขาน้าํ ทวมทุกแหงหน น้ําทวมท$นน$อยมากหากตางกัน น้ําทวมหนักเกินโคนขาดูนาขัน ถึงถนนหน$าบ$านพลันหันลงลุย ที่เหลืออยูจะพ$นหรือฮุยหุย มะละกอกล$วยตะกุยผุยบรรลัย รับจ$างพาโดยสารผานไหนได$ ดื่นตามในท$องถนนไมพ$นตา ค่ําคืนขานร$องขายมากมายหน$า เรเรือค$าขายเกลื่อนเหมือนลําคลอง ทางการเชิญประจําทางบางเจ$าของ เพื่อสนองประชาชนทุกคนใช$


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๑๗

ตามถนนแถวถิ่นที่นา้ํ ทวม น้ําสะอาดจะปราศโรคโพยภัย ส$วมสาธารณน้าํ ทวมทัว่ ทุกถิ่น แล$วทําส$วมชั่วคราวแทนมิงด สวนส$วมซึมสวนตัวน้าํ ทวมถึง เทศบาลตั้งถังให$ไมนิ่งนอน นาขอบใจเทศบาลทานป(ดทุกข สวนผู$เชาทีส่ งฆคงจัดการ ลุวันที่ยสี่ ิบสามเดือนตุลา พากันไปหน$าอนันตดูกลมเกลียว พระบรมรูปปiยมหาราช น$อมคํานับรูปทรงองคราชา ทางการงดพิธีมีมหรสพ ทําบุญในประสาทราชมณฑล น้ําวันนี้ขึ้นเทาที่ยี่สบิ สอง ถนนเป%นหลุมและลืน่ เหลือประมาณ การเลนน้ําเลนเรือคอยเบื่อกัน เพราะมีปลามาให$ได$เชยชม ระดับน้าํ ยี่สบิ สี่รี่ลดอีก แล$วกลับขึ้นเทาที่เก$าเข$าประจํา ระดับน้าํ เทียบทันวันที่ห$า ฉันดีใจที่นา้ํ มีจํานง แตฟ(งคําวิทยุประกาศบอก ไมเกินลี้ที่สบิ สองอยาตกใจ

ทําทอสวมทอประปาให$ใช$ได$ ทําที่พักเพื่อให$โดยสารรถ ก็ปiดสิ้นมิให$ใช$ทั่วไปหมด ใช$ประชดเพื่อระงับดับทุกขร$อน ห$ามดื้อดึงงดใช$เอาไว$กอน เพื่อผันผอนใช$แทนได$ไมนิ่งนาน พอมีสุขผานภัยที่เผาผลาญ ผู$ถูกน้ําทวมราญเสียครึ่งเดียว ทุกถ$วนหน$าตางจิตคิดเฉลียว ไมใชเที่ยวแตไปไหว$บูชา ดูดื่นดาษเรือหลากมากนักหนา วางมาลาถวายท$าวเจ$าจุมพล คงนอบนบฝaายในถวายกุศล เพราะน้ําท$นทวมยากลําบากการณ ทําให$หมองไมสุขสนุกสนาน จะลุยทองเซซานซวนแทบล$ม แตกลับหันตกเบ็ดเอ็ดขรม เลยนิยมตกปลาลาเลนน้ํา แตไมหลีกวันที่เจ็ดเป%นอยางต่าํ ยี่สิบห$าวารีล้ําเลื่อนไหลลง หกนิ้วกวาวัดได$ดงั ประสงค ทานยอมปลงคืนพรากจากเราไป น้ําจะออกครั้งที่สามขึน้ ลามไหล กระนั้นในจิตฉันเศร$าเหงาอุรา


๑๑๘ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

แตพอค่ําน้ํากระหน่าํ ขึ้นอยูเรื่อย สองทุมแล$วน้าํ ขึ้นคอยฝkนมา ยี่สิบหกทวมถลันขัน้ ที่สาม ทั้งมีลมหนาวมาไมลางด โอ$ พ.ศ. แปดสิบห$าไมผาสุก ครั้นแล$วก็อุทกภัยไพรเผดิม แตยังดีที่ไทยเป%นเมืองพระ พระยังคุ$มรัฐชวยอุ$มพอทนทาน ปวงประชาชาวไทยใจดียิ่ง รวมประกอบกิจกู$สู$ภัยตรี รบก็รบภัยก็แก$ไมแชเฉย ปลูกถั่วมันพืชพรรณที่สมควร สวนขายค$าไมสันทัดก็หัดค$า พร$อมคนทั่วตื่นตัวและตื่นใจ ประกอบกิจหัตถกรรมทํากันมาก กสิกรรมเลี้ยงสัตวจัดตั้งแบงค แตกระนั้นการค$าขายไมหายขัด หยุดจําหนายซื้อขายการไปมา ต$องบรรทุกอาวุธยุทธภัณฑ ทั้งถูกเรือรบกดให$ปลดปลง เราคงซื้อขายได$ในเอเซีย เพราะฝรั่งรบสู$อยูประจํา การซื้อขายของเรามีกับญี่ปุaน เราสงข$าวสัตวไม$ไปขายสมทบ

ไหลเอื่อยๆ ทวมสองขั้นบันไดหน$า อีกสามนิ้วเลยลาไหลเลื่อนลด จริงสมตามวิทยุปาa วกลาวสมหมด สามวันแล$วลมผะชดชวยเพิ่มเติม ยุทธภัยรุกทุพภิกขภัยมาใสเสริม ชวยมาเติมเป%นภัยสามประการ แม$ถึงจะภัยสามตามเผาผลาญ คอยสําราญดีกวาใครในโลกนี้ ประสพภัยมิได$นิ่งอิงกับที่ ยังเปรมปรีดาปลื้มลืมทุกขมวล นาข$าวเสียเกลี่ยเลยทําเป%นสวน ทดแทนสวนข$าวลมจมน้าํ ไป ภัยมาหาให$ขยันทันเขาได$ ชวยแก$ไขรวมกับรัฐทะมัดทะแมง อุตสาหกรรมหลายหลากมากขันแข็ง เป%นเรี่ยวแรงเริ่มขยายการขายค$า เพราะตางจัดโรมรันรบฟ(นฆา อีกนาวาเดินสมุทรทรุดน$อยลง ไปโรมรันรวมระวังดังประสงค จมสูคงคาหลายมากมายลํา ยุโรปเสียการค$าพลาถลํา งดสินค$ามาทําแตเครื่องรบ ยังอุดหนุนสินค$ามาประสพ จึงพอหลบติดขัดป(ดบางเบา


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๑๙

น้ําทวมคราวนี้เต็มที่หนอย เศรษฐกิจถ$าจะน$อยถอยบรรเทา สมกับคําพระร่ําทรงดํารัส ทุกขแล$วสุขสุขแล$วทุกขรุกเข$ามา พอตกเย็นน้ําลดลงคงขั้นสอง และคงไมใชน้ําทําประวิง ตอนกลางคืนน้ําผืนขึน้ มาอีก ราวสี่ทุมเริ่มลงไมคงราญ เห็นพื้นทั่วถินถนนบนฟุตปาท ฉันดีใจน้ําลงหลงดูเพลิน น้ําไหลเอื่อยเรื่อยออยคอยๆ ขึ้น กลับเป%นโศกงวงงันตันอุรา ชางกระไรแมคงคาไมปราณี ประโยชนทั่วถิน่ ไทยในมณฑล ขอพระแมกรุณาอยาอยูนาน กลับมาอีกจงหลีกไปพ$นดิน จะได$ปลูกพืชพรรณทันเวลา เศรษฐกิจชงักไปจะได$เป%น ยี่สิบเจ็ดวันนี้ดูดีหนอย ทางเดินเท$าริมถนนพ$นธารา น้ําลดน$อยเห็นบนถนนเปรอะ ถนนแยกแตกเห็นเป%นวงกง ทางเดินเท$าตะไครน้ําเขียวคร่ําจับ ถนนเป%นเมื่อกลื่นดาษดืน่ ไป

ข$าวจะถอยลดจํานวนสวนแลกเขา จะอับเฉาทุกสิ่งแพงแรงราคา ความเป%นอยูมนุษยสัตวขัดนักหนา เป%นธรรมดามนุษยสัตวพระตรัสจริง ไมเถอนองแชหยุดอุดอยูนิ่ง ไมมีทาทีต่ ิงจะอยูนาน ไหลรินหลีกทวมขั้นสองของหลังบ$าน พอรุงแจ$งแหลงหน$าบ$านทวมทางเดิน นั่นคงคลาดผิดแนแท$หาวเหิน โมงไมเกินน้าํ ก็ลน$ ท$นขึน้ มา ฉันทํามึนหัวเวียนเปลี่ยนสีหน$า สามโมงกวาขั้นสองนองทวมบน ทวมอยางนีท้ ําให$ไร$เสียผล น้ําทวมท$นแสนลําบากยากหากิน จงรีบผานสูทะเลอยาเหผิน พอได$สิ้นทุกขร$อนผอนลําเค็ญ เลี้ยงสัตวปลาให$มากคลายยากเข็ญ คอยดีเชนกอนกาลที่ผานมา บายน้ําน$อยถอยถดลดนักหนา สี่โมงกวาน้ําเออเท$อแล$วลง ดูเลอะเทอะล$วนมีแตขี้ผง ทั้งทรุดทรงถนนเสียนาเพลียใจ ดูเหมือนกับสนามหญ$าระยั้วไหว ใครเดินไมระวังมั่นพลันล$มตึง


๑๒๐ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

พอสองทุมน้ําเขยิบกระเถิบขึ้น ทวมเทาเกาแตละม$ายคล$ายใครดึง ฉันคอยมองจ$องดูอยูชานบ$าน ไมยอมงดลดลงคงกรานยืน แล$วก็นิ่งติงวนจนสี่ทุม ยังชั่วหนอยเพราะวามีปลาซิว แล$วทานก็คอยขยดลดเลื่อนลง ข$างต$นนี้ดีใจใดไมปาน วันที่ยี่สบิ แปดตอนเช$าตรู พื้นถนนพ$นน้าํ ขึ้นเยี่ยมกาย นําทานสงลงสูท$องทะเล คอยๆ เอื่อยเฉื่อยมาแตไมไว เช$าวันนี้ไมมีเรือขึ้นลอง พอบายหนอยน้าํ ออยคอยขึ้นเบา เช$าวันนี้นายของฉันบัญชาการ ถ���กตามพื้นเสือกไสตะใครน้าํ แตพอเที่ยงน้ําก็เลียงเลื่อนขึ้นอีก เดินขึ้นลองก็ต$องทองลุยวารี สวนอากาศวันนี้มีหนาวหนาว แล$วก็ตกโปรยปรายหลั่งสายชล สามวันแล$ววิทยุสงกลางวัน ยามกินข$าวเพื่อสําราญบานใจเรา นายินดีที่รัฐจัดการชวย พร$อมเพรียงกันจัดสรรพทุกกระทรวง

ยังบึกบึนเหมือนใครขึ้นให$ถึง คอยทะลึ่งไหลน$อยไมถอยคืน ดูน้ําทานคล$ายกับวาทําทาฝkน ครั้นแล$วลื่นไหลท$นพ$นหนึง่ นิ้ว ฉันนึกกลุ$มจนหัวใจไหวไหวหวิว เป%นฝูงพริ้ววายน้าํ คลายรําคาญ สองยามคงเทาตอนบายหมายดังขาน ฉันก็ซานเข$านอนพักผอนกาย น้ําไมอยูทวมคงลงสมหมาย โดยพระพายพัดแรงแบงพาไป พอโมงเช$าทานก็เหเกรมาใหม ขึ้นทวมล$นถนนได$เพียงข$อเท$า ตางคนทองในมือถือกระเปxา ทวมถึงเขามีเรือพายมาหลายลํา กวาดล$างบ$านกี๋กระถางกลางน้ําฉ่ํา เพื่อกระทําเปklอนให$หมดจดเสียที ไหลรินหลีกทวมทางข$างวิถี ทวมพอดีข$อเท$าเศร$าเหลือทน ไมใสขาวเมฆคลุ$มชะอุมฝน เกิดเป%นผลเพิ่มเย็นไมเบนเบา เพื่อประกันให$ถอยคลายหงอยเหงา ผู$จับเจาพอคลายหายทุกขปวง ทั้งกายใจมิให$งวยงุนงงงวง เพื่อให$ลวงหลีกภัยไมทวี


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๒๑

สวนระดับน้าํ ทวมแถวถนน เย็นวันนีน้ ้ําลดบ$างแตยังมี พอสองทุมน้ํากลุ$มไหลขึ้นมา พอสี่ทุมทวมขั้นสองเหมือนกองวาง เช$าวันทีย่ ี่สิบเก$าลดลงมาก ทั้งสองข$างมีบ$างไมวางเว$น นับดีดียสี่ ิบเจ็ดถึงวันนี้ ลงแล$วขึ้นขึ้นแล$วลงไมคงคา วันนี้เด็กเล็กเลนฉันเห็นขัน ริมทางเท$าพวกเขาพากันเฮ ทําทีทาเหมือนวานั่งพายเรือ คิดถึงลางทาทางดูชอบกล น้ําดูเท$อเออขึ้นอยูออยออย อยาเชื่อเลยเด็กซนจงรนไป ฉันรําพันคล$ายกับฉันเป%นบอบ$า ต$องอุดอู$อยูบ$านพาลรําพึง ตามถนนมีคนหาบขายของ บนถนนมูลฝอยลอยเยอะแยะ วันนี้แม$นา้ํ ท$นมิลน$ มาก ทั้งเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงคงประจํา ทวมถนนพอดึงครึ่งหน$าแข$ง พอสี่ทุมฝนตกซกไมซา ตอไปนี้ทจี่ ะลดลงหมดแน ฉันของดจดจ้ําเพราะน้ําเพลา

ยังมีผลขึ้นลงไมคงที่ แประวิถีทางเดินเท$าอยางเบาบาง ดูเหมือนวาทานมิพร$อมยอมออกหาง แล$วคงค$างเหนือบันไดได$สองเซ็นต กลางถนนแห$งผากฉันแลเห็น โมงเช$าเห็นน้าํ คอยเอื่อยออยมา อันวารีเริ่มลดน$อยถอยหนักหนา แชอยูช$าเชิงยอมจูสูทะเล เขาชวยกันเอาม$าวางพลางหันเห แล$วก็เรนั่งพายพุ$ยสายชล ชางไมเบื่อพายพุ$ยตะกุยถนน น้ําจะท$นมาอีกครั้งหรืออยางไร ยังไมถอยจะเชื่อเด็กเล็กไฉน จะอยูใยใชหนองคลองบางบึง ก็เพราะวาไปไหนก็ไมถึง จึงได$ดึงให$ฉันเขียนวนเวียนแวะ ตางคนต$องย่าํ น้าํ ที่ฉําแฉะ ทั้งแชแบะติดถนนจนดูดาํ แตวาหากเวียนวนอยูจนค่ํา เวลาย่ําค่าํ เพ$อเออขึ้นมา แตหัวถนนนั้นแห$งน้ําหายหน$า น้ําก็พาเพิ่มขึ้นบ$างแตบางเบา น้ําคงแพ$ลมพัดป(ดหายเหงา ตอรุงเช$าจึงขอเขียนตอไป


๑๒๒ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ที่สิบสามเช$าตรูดูดีมาก ทั้งในบ$านแห$งพลันฉันดีใจ พอสะอาดก็พอบายสายน้ําท$น บนถนนน้าํ สวมทวมเชนเคย เช$าวันนี้มีสามล$อแลนปรvอปลิว ทั้งรถลากรถม$าพากันชิง พวกหาบเรขายของเที่ยวร$องขาย เดินสวนกันสรวลสันตจํานรรจา แล$วก็ตางหางไปไมรออยู หาบขายของต$องลงเรือเรพาย โอ$ในวัดราชบพิธน้าํ ติดขัง ถึงน้ําลงคงขังขึ้นก็เติม พูดถึงวัดทราบวันนี้มีประชุม เรื่องให$สวมรองเท$ามีเค$าวาง แม$แตพระยังมิละการตอเถียง ที่ทานรู$วามีวินยั นํา อนึ่งมีขาวมาวาเยอรมัน พอมียารักษาโรคที่โกรกรอน นาดีใจขาดอะไรไทยก็ได$ คุณพระคุ$มครองอยูดูเหมือนเงา บายวันนีน้ ้ําขึ้นลงไมคงที่ แตบนบาทวิถีมิกอกวน กลางคืนคงกลับมั่นพลันขานไข ค$าเครื่องชําเลี้ยงเป%ดไกหมูปลา

ลดแห$งผากทั่วถนนพ$นน้าํ ไหล นายของฉันสัง่ ให$กวาดล$างเลย แล$วไหลล$นทวมอีกนี่พิโธเอvย บายพอเลยครึ่งแข$งไมแห$งจริง รถยนตรลิ่วแลนเร็วราวผีสิง ขึ้นลองวิ่งสวนไขวอยูไปมา ทั้งหญิงชายเด็กผู$ใหญมากมายหน$า เพราะน้ําทาแห$งเหินเดินสบาย เมื่อน้ําจูกรูมาเวลาบาย ทั้งหญิงชายตางย่ําน้ําตามเดิม ไมแห$งดังเชนทุกทีมีแตเสริม เพราะเขตเพิ่มขอบพ$นถนนทาง สังฆมนตรีชุมนุมข$อขัดขวาง วินัยกางกั้นไว$มิให$ทํา จะหลีกเลี่ยงวินัยฟ(งไปขํา การเบื่อจําเป%นแก$ได$แนนอน ชางสําคัญสงยามาผันผอน ไมเหมือนกอนแตก็พอบรรเทา เรายังไมถึงกับต$องอับเฉา ตามติดเราปวงไทยพ$นภัยมวล แถววิถียังมีบ$างอยูบางสวน นาจะไมกลับทวนหวนมากมา ทางการให$ปลูกพืชพรรณกันหนักหนา ทั้งได$หารางวัลให$มากไมน$อย


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๒๓

ผู$ขาดแคลนวิบัติสตั วพาหนะ อันรถยนตรสวนตัวให$หยุดคอย ควรใช$รถเทียมม$าแทนรถยนตร แม$ถึงทางราชการงานมากมี กลับตักเตือนให$ราษฎรรีบกวาดล$าง รักษาสะอาดฆาหนูหมดให$ปลดปลง ลุดิถีวันที่สามสิบเอ็ด ถนนแห$งกวาทุกวันฉันดูเพลิน บ$านของฉันน้ําแห$งหมดทุกแหง สวนถนนทอน้าํ ยังฉ่ํามี โอ$ถนนเคยหมดจดงดงามสะอาด ทั้งแตกแยกเสียหายเป%นกายกอง น้ําคงแห$งมิมึนขึน้ มาทวม ไหลออยออยเที่ยงทวมถนนพลัน วันที่หนึ่งพฤศจิกาน้ําลาถอย วันนีน้ ้ํานาจะไมไหลผจญ แตน้ําค$างยังไมไหลลงทอ ทั้งขี้ผงเต็มข$างในไมปลดปลง สมนึกไปถนนเพชรบุรีมา เกือบถึงเขาพวกเรายังทรมาน โอ$เพชรบุรีนามคีรีศรีประเทศ ให$น้ําทวมอยูได$ไมรู$เงย อันแขงเรือ แขงแพ แท$แขงได$ มวลสุนัขแม$จักเปลี่ยนจําแลง

ทางการจะหาให$ได$ใช$สอย ด$วยน้ํามันมีน$อยหยุดใช$ที จะผจญให$ยากลําบากหนี ก็ให$ขี่ใช$น$อยลดถอยลง ทั่วถิ่นทางบ$านเรือนอยาเชือนหลง รถยนตรคงห$าพันกิโลอยาโผลเดิน น้ําเผด็จเหือดแห$งราวเหาะเหิน สามสิบสองวันเผชิญกับวารี เว$นแตแองลุมหลุมน้ําไมหนี ค$างกับทีไ่ มปลดลดลงคลอง มาดื่นดาษด$วยตะไครไผผงผอง ทั่วบ$านชองหมดงามไปตามกัน จนถึงรวมสี่โมงเช$าเข$าถลัน แคข$อเท$ายังหันดันขึ้นวน เจ็ดนาฬิกาขึน้ หนอยน้ําก็รน แปดนาฬิกาน้าํ พ$นท$นไหลลง ทอเล็กไปไมพอน้าํ ประสงค น้ําจึงหลงเหลืออยูดูรําคาญ เขาบอกวาน้ําทวมเฝkอเหลือขนาน ถูกน้ํารานทวมรุกไมสุขเลย เป%นขอบเขตเขินกระไรใยจึงเฉย นิจจาเอvยชื่อไมใชเปลี่ยนแปลง วาสนา แขงไมไหว โบราณแถลง ก็คงแกวงเปลี่ยนเป%นเชนสุวาน


๑๒๔ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ห$าโมงเช$าน้ําเร$าขึ้นกระดิบ ทั้งในบ$านทัง้ ถนนน้ําท$นลาน แตที่ทวมบาทวิถีคงมีน$อย ท$นทวมได$เพราะสูงสมคะเน ยานถนนถิ่นฉันนั้นที่ต่ํา สวนทีส่ ูงพ$นน้ําร่าํ ผจญ สะเทิ้นน้ําสะเทิ้นบกตกลําบาก เพราะน้ําน$อยเรือไมลอยต$องลุยเอา ขอพระพายพัดสงแมคงคา ทั้งพระแมคงคาข$าขอเชิญ จะได$กวาดทําสะอาดแกบ$านชอง ทั้งจะได$ปลดทุกขรุกระทม กลางคืนน้ํายังมีที่ลานบ$าน อีกสองข$างบนทอหลอธารา ถนนคืนนี้เงียบเชียบสงบ จะไปมาลําบากยากเดินยืน วันที่สองพฤศจิกาลานหน$าบ$าน ทอถนนน้าํ ท$นล$นไมจาง โบราณร่ําน้ําลดแล$วตอผุด ข$างถนนขยะเปรอะเลอะกระไร ชี้แสดงแจ$งให$เห็นประชาชน ทิ้งขยะมูลฝอยไหลลอยมา การสร$างทําก็ไมใครแข็งแรง ถนนจึงทําลายหลายแหงมี

ไหวพริบๆ ทวมข$อเท$าทุกถิ่นฐาน ยังยืนกรานไมไหลไปทะเล บางถนนพ$นลอยน้าํ ไมเห แตที่ต่ําน้าํ เทเกรทวมล$น จึงต$องจํามีนา้ํ รุกทุกแหงหน ไมต$องทนน้ําราญเชนยานเรา เรือก็ยากจะใช$ไมเหมือนเขา สวมรองเท$าน้ําเข$าต$องถือเดิน ให$รีบลาเร็วเลื่อนเหมือนเหาะเหิน อยาอยูเนิ่นรีบไหลไปกับลม ให$ถูกต$องตามประกาศสะอาดสม ให$ชื่นชมชูเดนเชนเดิมมา ทวมหลังเท$ายังมิผานเผนถลา ยังไม���าลดน$อยถอยกลับคืน เพราะคนหลบเกรงบนถนนลื่น น$อยคนผืนจะกล$ามาเดินทาง น้ําไหลผานแห$งหดหมดหมองหมาง ตามทอรางน้าํ ไมไหลลงไป จริงประดุจดังวาหาผิดไม ทั้งแตกแยกเห็นได$ประจักษตา มากข$ามพ$นการสะอาดพลาดรักษา ครั้นน้ําซาจึงเห็นเดนไมดี อีกไมแข็งการรักษาให$ถึงที่ เทศบาลก็ยังรีรอช$าทํา


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๒๕

วันนีน้ ้ําลดเลี่ยงเที่ยงจึงขึ้น พอตกเย็นทวมสองข$างทางประจํา ทางเท$าเดินตะไครได$แดดเผา เดินสบายมาไปลื่นไมมี วันที่สามพฤศจิกาน้าํ ลาถอย เสียแตทอผงเต็มเหลือประมาณ ชาวห$องแถวร$องทุกขวาสุขหมด กลิ่นเหม็นฟุbงเจ$าหน$าที่ไมนําพา เขาชวยกันกวาดกองทั้งสองข$าง แตสวนทางเทศบาลทานประวิง เช$าที่สี่วทิ ยุระบุประกาศ ตามถนนหนทางเดินไมเขินเขอะ ฉันยินดีที่พระสวมรองเท$าได$ คลายความร$อนในถนนทุกหนทาง แตรองเท$าใช$อยางไรไมแจ$งชัด ออกบัญญัติจัดวางอยางประจํา วันที่ห$าพฤศจิกาวราหก เริ่มมีหนาวเยือกเย็นเป%นเหมันต จนเย็นค่ําน้ําไมไหลมาอีก มีผงเต็มน้ําเท$อเออขึ้นมา พอสามทุมฝนร่ําพรําพรําเรื่อย ฉันนึกวาน้ําจะขึ้นไมชื่นใจ สองโมงเช$าฝนเป%นสายโปรยปรายร่ํา เพิ่มแตความแฉะชื้นชุมโชกชล

คอยๆ มึนตามทอพอน้ําฉ่าํ แตไมล้ํากลางถนนพ$นวารี เลยบรรเทาความลืน่ คืนหลีกหนี คอยคืนดีการสัญจรผอนรําคาญ ไมมีรอยวาจะฝkนคืนทวมบ$าน น้ําไมผานน้าํ ท$นล$นเข$ามา น้ํานัน้ ลดขยะเนาอยูหนักหนา กองอยูหน$าห$องของเขาเหม็นเนาจริง ทําตามอยางทางการสั่งทุกสิ่ง ไมรีบชิงขนเอาไปทิ้งไว$เลอะ พระสงฆอาจสวมรองเท$ากันเปรอะเปklอน แตถ$าเลอะบ$านจะเข$าต$องเอาวาง เดินไปไหนจะได$ไมหมองหมาง ทั้งกั้นกางหนามไหนไมทิ่มตํา สังฆมนตรีคงจะจัดไมถลํา เพื่อให$ทําไว$ใช$ได$ทั่วกัน ก็มีตกเป%นสายปลายวสันต บอกสําคัญวาน้ําจะล่าํ ลา แตตามทอยังไมหลีกก็เพราะวา มิฉะนั้นคงจะลาฝaาคลองไป สองยามเฟklอยฟาดหนักจั้กจั้กใส แตที่หกน้ําก็ไมไหลทวมท$น แตไมนําให$นา้ํ มาตามฝน เกิดเป%นผลเย็นทื่อสื่อโรคา


๑๒๖ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ที่เจ็ดงดจดเรื่องน้ําประจําวัน ตามที่กรมชลประทานกะเวลา วันนี้มีขาวกลาวทางวิทยุ ประชิดทางด$านอีสานอยูพรั่งพรู แตบอกวานาจะไมใชรุกรบ กับฝรั่งเศสไว$ไมขาดแคลน ขอชาวไทยอยาได$ตนื่ ตระหนก ให$หนักแนนเพงพินิจอยาจิตเมา ทั้งประกาศวาน้าํ ลดคงหมดแล$ว แตเฉพาะถนนต่าํ น้าํ ขึ้นลบ สามสิบสี่วนั วารีมีแชอยู แตยามขึ้นน้าํ มึนตามทอมี ฉันพูดนี้เฉพาะละเมาะฉัน เชนเพลินจิตเพชรบุรียังมีชล อาทิตยที่แปดแดดสองจ$า พร$อมกับนายลูกหลานลงเรือลอย จากปากคลองตลาดเข$าบางหลวง เห็นคราบน้ําที่ขยดลดลงมา ทั้งวัดบ$านร$านถิ่นทัง้ สองฟาก นายินดีที่ขายค$าทั่วหน$ากัน ชาวบ$านตางทอดแหแลตกเบ็ด ทั้งเรือค$าสงเรเตรลอยลํา ถึงตลาดพลูพลูอยูไหนไมมีขาย เพราะรัฐห$ามไมให$กินจึงไมฮือ

จนกวาพลันถึงวันที่สบิ ห$า น้ําจะมาทวมอีกครั้งคอยฟ(งดู วาฝรั่งเศสทหารลุขอบเขตอยู ทั้งมีจูมาสํารวจตรวจชายแดน เพราะเราคบทําไมตรีมีแบบแผน ใยจะเลนมาพบรบกับเรา คอยตั้งอกตั้งจิตอยาคิดเหงา ทาทางเขาคงไมใชเตรียมรบ ถนนแผ$วผานธารามาประสพ ท$นทวมทบเล็กน$อยพลอยยินดี พ$นนี้แล$วก็จไหลหลี ู กหนี ล$นอยูปรี่แตมิทน$ ล$นขึน้ บน เขาพูดกันยังมีทางบางถนน ขึ้นทวมล$นขังแชแตก็น$อย แปดนาฬิกาจากเหย$าไมหงอยเหงา แล$วก็ถอยออกแมน้ําเจ$าพระยา เรือแจวลวงตามคลองมองน้ําทา ประมาณตาเก$าสิบเซ็นตเป%นสําคัญ น้ํายังหลากล$นปรี่ไมหนีหัน ไมดื้อดันมืองอรอดูน้ํา บ$างกวาดเช็ดล$างถูดูออกส่ํา ประกอบทําการค$าไมรามือ ต$นพลูตายเพราะน้ําทําหมดหรือ ปลูกกระทือให$มากหากเชื่อฟ(ง


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๒๗

ถึงคลองดานดานที่ไหนมองไมเห็น ทวมครึ่งบ$านยกร$านพอประทัง แจวตามคลองลองถึงบ$านนายฟkนl คราบน้าํ ข$างฝากวาแปดสิบเซ็นต แล$วแจวไปในคลองบางเชือกหนัง ทุเรียนเงาะมังคุดตายเป%นกายกอง บางเชือกหนังไมมีหนังประทังกัน้ อนาถหนอชาวสวนรัญจวนใจ พอลัดออกบางแวกน้ําแหวกทวม น้ําทวมสวนหมดสิน้ ถิ่นตําบล ถึงบางน$อยน้ําไมน$อยสมกับชื่อ ทั้งทุงนาเจิ่งน้าํ ทํากอกวน อนิจจาสวนผักและนาข$าว ล$วนแตลมจมน้ําไมมีเงย เข$าบางด$วนด$วนแตนามน้าํ มิด$วน ทั้งกล$วยอ$อยน$อยหนาบรรดามี สุกรไกเลี้ยงไว$ต$องยกร$าน สุนัขหนีนา้ํ ขึ้นยืนตะกาย ถึงบางจากชวนจิตอธิษฐาน รีบแห$งผากจากไปอยาแชเชือน โอ$สงสารชาวสวนล$วนแตโศก ต$นไม$ส$มผลไม$บรรลัยราญ ขอเทพเจ$าจงชวยอํานวยผล ให$เหลือบ$างพอฝkนความมึนมัว

มีแตน้ําทวมเดนล$นฟากฝ(jง ได$นอนนั่งพ$นน้าํ คลายลําเค็ญ น้ําทวมพืน้ กระดานดีดกระดอนเห็น สองข$างเรือนดูเหมือนเป%นเชนกับคลอง ทั้งสองฝ(jงน้ําทวมเหมือนกับหนอง สวนทั้งสองข$างลมจมน้าํ ไป น้ําจึงดันทวมท$นล$มลามไหล อุทกภัยผลาญอาชีพบีบให$จน ยังเหลือรวมราวศอกเป%นสองหน แชทวมท$นต$นไม$ตายทั้งมวล น้ํายังฮือไหลหันทวมคันสวน ทวมทบทวนหลายพันไรไมน$อยเลย แม$แตเงาก็ไมมีพิโธเอvย กอนไมเคยจะเป%นมาไปเชนนี้ ยังเรรวนทวมรุกทุกถิ่นที่ ส$มเขียวหวานน้าํ ทวีทวมทับตาย สูงกวาบ$านเลีย้ งไว$ได$สมหมาย ยังอยูชายหลังคาหน$าบ$านเรือน ให$น้ําทานจากไปไมกลนเกลื่อน เพื่อให$เพื่อนพี่น$องไทยพ$นภัยพาล ถูกน้ําโกรกทวมเร$าเข$าเผาผลาญ จะซมซานสิ้นทรัพยยอยยับตัว ให$เขาพ$นยากบ$างคอยยังชั่ว เป%นเครื่องยั่วมิให$ท$อทําตอเติม


๑๒๘ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

แล$วลัดออกบางหลวงทางที่มา ใจยังเกรงกลัวน้ําจะซ้าํ เติม กลับถึงบ$านน้ําแห$งคอยชื่นจิต ทําให$ฉันชื่นสบายคลายกังวล แตวันที่สี่ถึงที่เก$า เริ่มขยดลดไหลไมทวี ฉันคิดวาจะไมจดงดรอดู จะแนหรือการทํานายทายธารา พอจวบพลันวันทีส่ ิบเวลาเช$า ไหลรินแรงทวมลานบ$านทันใด น้ําทวมราวสามเซ็นตแล$วเบนถอย ที่สิบเอ็ดขึ้นอีกพลันฉันมึนงง ประมาณสูงสิบเซ็นตเห็นถนัด พอบายโมงไมมีแมคงคา ทางอากาศมืดคลุ$มชะอุมฝน แมคงคาชางกระไรไมละเลย สิบเอ็ดทราบวาพระวัดพระศรี ไมอยากรวมรวมนิกายสายมาไป โอ$พระสงฆองคเจ$าใยเลาคิด ถือพุทธแท$ผิดแตที่ผา$ ครอง เวลานี้ก็มีธรรมนูญสงฆ ทั้งมีสังฆมนตรีที่สาํ คัญ โอ$พระคุณอยาวุนวนเวียนแวะ รัตนไตรไทยใชเทศควรกลมเกลียว

บายนาวากลับบ$านไมหาญเหิม ให$ชาวสวนถูกเพิ่มความอับจน น้ําไมติดหมดสิ้นถิน่ ถนน คําทายชลผิดแนแพ$วารี น้ํามีเค$าจะลาลาหลีกหนี ฝนตกหนักก็ไมมีนา้ํ ไหลมา ถึงวันกะน้าํ จูเข$ามาหา ก็หรือวาผิดพลาดคาดผิดไป น้ําไหลเข$ารั้วบ$านอยูไหวไหว จึงทําให$ฉันต$องจดงดไมลง เอื่อยๆ ออยเที่ยงแห$งไมเหลือหลง ทวมถนนแล$วคงทรงไมมา แล$วก็ลัดลงเรื่อยเอื่อยถลา แห$งสนิทไมประดาดองเชนเคย ดูมัวมนเหมือนจะวานิจจาเอvย จะมาเกยทวมอีกครั้งหรืออยางไร มหาโพธิ์จิตมีคิดเฉไฉ จะเท็จจริงหรือไมกล$ารับรอง ให$พลาดผิดทางรัฐจัดสนอง วินัยสองหรือไฉนไมเข$ากัน วาให$คงรวมสิ้นไมผินผัน ควบคุมกั้นเข$าครอบเป%นกอบเดียว แท$จริงแหละควรจิตคิดเฉลียว ชวยหนวงเหนี่ยวศาสนไว$ให$ไทยเจริญ


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๒๙

แมคงคาเมื่อจะลาสูทะเล รวมรักษาศาสนาพุทธรุดหน$าเดิน ทานนายกให$คนไทยขายกvวยเตีย๋ ว เพราะทุกสิ่งมีในไทยไมบางเบา พอประกาศไทยไมให$ลุลวง หนังสือพิมพวาดเครื่องแบบแตงกายา อีกสักหนอยเจyกจะด$อยเลิกการค$า ให$ชาติอื่นยื่นหน$ามาชวงชิง น้ําทวมนําไ���ยรวมรวมสนิท ตางตื่นตัวตื่นชีวิตตืน่ จิตใจ ฉันชังแตคนใจร$ายหมายแตลัก ด$านในจิตไมคิดเกรงอาญา ขอพระแมคงคาเมื่อลาลับ สุจริตคิดค$าขายปลูกพืชพรรณ สมเป%นไทยถือพุทธสุทธิผอง คิดค$นคว$าสินในน้าํ ทรัพยในดิน ขอคุณพระอีกเทพที่ศักดิ์สิทธิ์ ความชั่วร$ายกลับกลายเป%นคนดี อันน้ําทวมทําให$หัวใจยุง โลกยุคนี้ชางกระไรภัยกอกรรม ลูกจากพอผัวจากเมียเสียน$องพี่ เมืองวัดบ$านยานสวนนาไรโรงงาน มิตรสหายกลับกลายเป%นศัตรู เพื่อกู$ชาติกู$ชีพให$ยืนยง

ชวยผลักเหสงฆสนิทอยาผิดเผิน ไว$เผชิญป(ดภัยพ$นไทยเรา จะเบนเรี่ยวแรงกล$าค$าสู$เขา จะมาเหงาอยูทําไมไมรีบค$า ทุกกระทรวงกรมทํากันมากหน$า นาปรีดาไทยจะค$ากvวยเตี๋ยวจริง เพราะไทยหมายซื้อของไทยไมสุงสิง เข$าแอบอิงค$าแบงแยงคนไทย ประกอบกิจการค$าหาน$อยไม ตางเห็นภัยเห็นทุกขรุกไมซา ฉ$อชิงหนักทั่วถิ่นไปไมเลือกหน$า เขาเกิดมารวมกับไทยทําไมกัน จงชวยดับจิตใจให$เขาหัน เลี้ยงสัตวสรรพบกน้ําทําหากิน อยูแหลมทองเมืองอุดมสมถวิล ชาติจะภิญโญใหญไปทุกที จงดลจิตให$เขาปลิดคิดหลีกหนี ชวยให$มีจิตประกอบกิจชอบธรรม คิดเฟbอฟุbงใจมากถลากถลํา มากระหน่ําสูมนุษยสุดทนทาน ผลาญชีวีมากมายหมายประหาร ต$องแหลกราญเพราะรบสู$กู$เกียรติคง ข$าศึกจูกลับเป%นมิตรคิดประสงค ทั้งเพื่อทรงอํานาจไว$ไมเคลื่อนคลาย


๑๓๐ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

แมแตตัวอักษรถูกทอนตัด บรรดาศักดิ์ถูกถอดมอดหมดวาย ชายสวมเสื้อนุงกางเกงแบบฝรั่ง อารยธรรมสิวิไลไปทุกคน คําแทนชื่อให$วา ‘ฉัน’ กันทั่วหน$า บุรุษที่สองวา ’ทาน’ กันทั่วไป ‘วันคลอด’ ใช$ทั่วกัน ‘วาวันเกิด’ ต$องเปลี่ยนใหมตางใสกันอลเวง คําพระตรัสแสนจริงยิ่งกวาอืน่ แท$ก็ ‘อนัตตา’ ทั้งตาป6 ดับแล$วเกิดเกิดแล$วดับชัว่ กัปกัลปw พ$นเกิดดับจึงชื่นรื่นกมล กําลังปลงมั่นคงพูดถึงน้าํ รั่วเพราะแตกแยกแยะแบะออกไป คณะรัฐแตกต$องฟาดชาติลมจม แตกกันเพราะแพ$อุบายให$โกรธเคือง แตเมืองไทยมั่นวาดีเป%นทีย่ ิ่ง รวมจิตกันหันปรึกษาพากันชู ฉันฟ(งแล$วชื่นใจไทยไมแตก เขมรลาวเสียไปก็ได$คืน รบก็กล$าฝaาฟ(นอันตราย รวบรวมไทยเดิมเติมเพิ่มทวี เป%นประวัตทิ ี่รัฐได$จัดทํา ทั้งฝaายรัฐก็ประดิษฐกิจนานา

เพื่อให$หัดอานเรียนเขียนได$งาย การแตงกายเปลี่ยนนุงผ$าแตงสากล หญิงกระโปรงแบบแหมมหวังบังเกิดผล อีกเพื่อดลมหาอํานาจแกชาติไทย คํารับ ‘จ$ะ’ ปฏิเสธวาเพียง ‘ไม’ ยกเว$นไว$เฉพาะเจ$าเทานัน้ เอง ต่ําสูงเลิศไมมีดีเหมาะเหมง เข$าในเพลงไมเที่ยงแท$แนเหลือดี ‘อนิจ ทุกข’ ยืนไมหลีกหนี เปลาไมมีอะไรในตัวตน ล$วนแตทุกขสุขไมผันเกิดกุศล เข$าสูหนทางนิพพานสําราญใจ เพราะมีรั่วจึงทําให$นา้ํ ไหล เปรียบเชนในราชการงานการเมือง เชนประถมลิจฉวีมีเค$าเรื่อง จึงตอเนื่องเสียเมืองแกศัตรู คณะรัฐไมชังชิงอิงกินอยู รวมชวยกู$ชาติไทยให$อยูยืน เป%นเหตุแหวกเทอดไทยให$ชุมชื่น ทั้งยังฝkนเรื่องร$ายกลายเป%นดี ได$เชียงตุงสมหมายไว$เป%นศรี ทั้งได$มีแดนเสริมเติมตามมา เป%นจุดนําเทอดไทยได$ชูหน$า ทําขายค$าคิดค$นเฝbาปรนปรือ


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๓๑

ศาสนก็จัดรัฐก็แตงแปลงสวยสด ประเทศเล็กแตก็ฉาวขาวระบือ ฉันขอคุณรัตนไตรไทยเทวา ให$สนิทสามัคคีดีเกลียวกลม ฉันพร่ําพรอดอยูข$างเพ$อเผอเรอมาก เพราะเหตุเกิดรวมกับน้ําร่ํากันไป ครั้งน้ําลดพอย่าํ ค่ําฝนตก ระท$อจิตคิดวาน้าํ จะประดัง พอห$าทุมหยุดพรําน้ําไมเกิด ถึงสองยามเข$านอนพักผอนกาย พื้นถนนหนทางแตงแห$งสิ้น พอถึงเก$านาฬิกาหันมามอง แล$วไหลรินขึ้นล$นพ$นปากทอ สี่โมงเช$าทวมบ$านชานชาลา แตแท$จริงขึ้นเร็วแล$วก็หยุด ระดับน้าํ สี่เซ็นตเป%นประมาณ พอสิบห$านาฬิกาน้ําลาลด รถผู$คนสับสนปนกันนัว บายห$าโมงฝนโปรยโรยน้าํ รวง ทั้งลมพัดฝนซัดสาดกระเซิง แตสองทุมก็หยุดน้ํารุดหนี ลานบ$านฉันแห$งตลอดปลอดธารา ที่สิบสามยามเช$าน้ําเหือดแห$ง อากาศครึ้มเชนนี้ทไี่ มงาม

ทั้งออกกฎราษฎรต$องรับยอมนับถือ ไทยคงชื่อเป%นไทยยังไมจม ชวยรักษาคณะรัฐอุดมสุข ประคบประหงมไทยดํารงคงเป%นไทย เรื่องน้ําหลากไพรเฉเถลไถล จึงทําให$ฉันต$องเลาเค$าให$ฟ(ง โปรยอุทกมาหนักแทบจักคลัง่ ไหลล$นฝ(jงอีกครั้งดังเขาทาย ใจฉันเปiดชื่นทั่วความกลัวหาย ที่สิบสองสมหมายน้าํ ไมนอง ผู$คนเดินผันผินสิน้ มัวหมอง ดูที่รองทอเท$อน้ําเออมา สายน้าํ ออเออไหลไวหนักหนา ดูทีทามากมากวาวันวาน ไมไหลรุดรีบมาดังวาขาน แล$วคอยซานไหลลงไมทรงตัว เหือดหายหมดถนนแห$งน้ําหมดทั่ว ตางยิ้มหวัวไปมาราสําเริง ตกเป%นห$วงเบาหนักชักน้ําเหลิง ทาทีเชิงจะทวมแทนคงคา ไหลรินรี่สูทอไมรอหน$า เป%นอันวาน้ํามิท$นล$นขึ้นตาม แตวาแสงแดดมัวยัว่ จิตขาม ที่สิบสามถึงคําที่ทํานาย


๑๓๒ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

วาน้าํ จะเริ่มหลากมามากขึ้น ถ$าฝนเติมน้าํ เพิ่มขึ้นดังทาย เช$าห$าโมงน้ําโยงเขยิบไหล แตพอเที่ยงฝนใสไมเฉยเมย ประมาณสูงกวาห$าเซ็นตและเห็นชัด คอยไหลเฉื่อยเอื่อยไปไมทวี เที่ยงวันนี้วทิ ยุประกาศแจ$ง กvวยเตี๋ยวหมูไกปูจารนัย ผัดอยางไทยผัดกวางตุ$งกvวยเตี๋ยวน้ํา ให$คนไทยทําขายหมายผดุง นาสรรเสริญกระจายเสียงที่จัดสรรค ให$ลูกเมียแมสงขาวเลาเอออวย สงขาวสารการสนุกสุขทางบ$าน ทั้งปลุกใจให$กล$าหาญการรบรา กระนี้หนอน$องพี่ที่เป%นทหาร เพราะทางรัฐมีใจใฝaเหลียวแล ฉันยกมือขึ้นนบจบศีรษะ ยิ่งป(ญญายิ่งพลาผาสุกดี การทําศึกทําให$ไทยได$ดนิ คืน ทําการค$าทําของใช$ไมเรรวน เช$าวันทีส่ ิบสี่ไมมีน้ํา สองโมงเช$าแสงแดดมีรําไร วิทยุบอกวาฝนตกทางใต$ ทุงสงด$วยฝนตกน้ํากกรุม

น้ําทะเลไหลมึนขึ้นดังหมาย ฉันใจหายภาวนาอยาตกเลย เข$ามาในชานบ$านแล$วพอเหย น้ําก็เสยทวมลานบ$านทันที แล$วก็ลัดลดลงไมคงที่ พอบายโมงแล$วลี้หลีกลดไป เลาแสดงวิธชี ี้กลาวไข เนื้อกะทิบอกให$พร$อมเครื่องปรุง อยางต$มยําอยางแห$งแจ$งหมายมุง เพิ่มบํารุงรายได$กําไรรวย รายการป(นสูทหารทุกกองหนวย พอพี่น$องยอมให$ชวยมาพูดจา ให$ทหารแนวรบรู$ทั่วหน$า ด$วยภาษาไพเราะเหมาะแท$ๆ ยอมชื่นบานใจเย็นเป%นแนๆ คอยคิดแก$ป(ดทุกขให$สุขมี ขอคุณพระคุ$มคณะรัฐเสริมศรี สามัคคีปกครองไทยปลอดภัยมวล น้ําทวมฝkนจิตใจให$ถูกสวน เลี้ยงสัตวปลูกพืชถ$วนทั้งมวลไป อากาศต่ําเตี้ยกดไมสดใส ลมพัดไหวใจสบายคลายมืดคลุ$ม ชุมพรหาดใหญมีมรสุม พายุกลุ$มกวนน้ําทวมทางรถ


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๓๓

ทําให$ตัวรถจักรพักหยุดเดิน บ$านเรือนราษฎรทะลายพังไมยัง้ งด ทางเชียงตุงทีไ่ ทยตีได$ใหม น้ําพาพัดตัดทางบางสะพาน โอ$ถิ่นไทยใต$กลางและทางเหนือ ทําลายสวนไรนาจราจร แตเคราะหดีพระคุ$มคุมมานะ ทั้งราษฎรรัฐจัดอํานวยชวยเหลือกัน พอสายหนอยแดดกล$าสองจ$าแสง ดังจะเผาน้ําเหือดไมเดือดรุก พอถึงเที่ยงน้ําเลี่ยงไหลกลับคืน ลอดรั้วบ$านแล$วเลยเกยชานชาลา ถนนน้าํ ปริ่มทอรอหยุดนิ่ง พอสิบสี่นาฬิกาถึงครึ่งตรง ตลอดวันฝนไมมีไหลตก พอค่ํามีขาวน้ําร่าํ ผจญ เหนือกลางคลายทางใต$กลับทวมทับ กอนเคยชวยคราวนี้ใยจึงได$ราน โอ$พระพายเคยอํานวยชวยผอนร$อน ทวมทําลายพืชบ$านชองนองเนืองไป ขอโปรดพัดพาน้าํ ไปไหลอู$อู$ ถวายพร$อมกับสุราอีกหนึ่งเท อันน้ําทวมทําให$หัวใจยุง ที่แท$ก็ถึงคราวน้ําเข$าดัน

การสื่อสารต$องเผชิญชงักหมด นาสลดใจที่นา้ํ กอรําคาญ ฝนตกใหญทวมมากมายหลายสถาน ท���าให$การเดินสะดุดหยุดบางตอน ลําบากเหลือน้ําทวมถิ่นสลอน พืชและสัตวม$วยมรณมากอนันต ไมลดละนําพากล$าขยัน ภัยจึงบรรเทาน$อยถอยคลายทุกข ดูแจมแจ$งพาใจให$เป%นสุข มิให$บุกฝaาฝkนคืนกลับมา ออยๆรื่นไหลเบาๆ เข$ามาหา แตไมถาทวมหมด แล$วลดลง แล$วก็ดิ่งถอยถีไมมีหลง น้ําก็ปลงลดไหลไมทวมท$น ทั้งอุทกแห$งทั่วท$องถนน ฝนตกล$นทวมตะบึงถึงถิ่นปราณ ดูซับซ$อนแมคงคาชางกล$าหาญ โปรดสงสารปวงชนให$พ$นภัย กลับมาย$อนนําธาราพามาให$ ทั้งชวยกั้นน้ํามิให$ไปทะเล ฉันจะต$มหัวหมูไมหันเห สมคะเณเชนเด็กบลบนรําพัน คิดเพ$อฟุbงชุลมุลวุนหุนหัน ยี่สิบห$าป6นนั้ พลันถึงคราว


๑๓๔ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

พ.ศ.สองสี่หกศูนยก็เคยมาก ลานพระรูปลงเลนเรือกันเกรียวกราว หากน้ําน$อยด$อยกวาหกสิบเซนต อันน้ําทวมเคยดลมงคลดี คราวกอนนั้นก็เกิดสงครามโลก ทําสัญญาทางไมตรีดนี อบนบ แตคราวนี้หนักใจกลัวไมเหมือน ญี่ปุaนมิตรรบเพื่อสู$กู$อิสรา ตลอดคืนจนเช$าน้าํ ไมหลาก ที่สิบห$าบรรจบครบพอดี แตยังมีคําทํานายตอทายทัก ทวมอีกครั้งหนึ่งแท$เป%นแนนอน สองโมงเช$าฝนเร$าตกเล็กน$อย พอเป6ยกลานบ$านได$ไมมากมาย อากาศโปรงแสงแดดจ$าฟbาสีคราม คนไปมาถนนทางตางเสบย นกกระจอกราร$องก$องจิ๊กจyอก บ$างโผผินบินกระโดดโลดทะยาน สาลิกาบินมาลงเดินดุม เหลากาดําราเริงเปiงลําพอง ฝูงเด็กๆ เจyกไทยฝ(กใฝaวุน ตอหยอกเย$าเสียงสนัน่ ฉันได$ยิน ต$นไม$ดัดไม$ต$นพ$นจากน้ํา ลมเฉื่อยพัดสลัดใบเขียวงามงอน

ไหลล$นหลากทวมสวนนาอยูฉาฉาว ทั้งลมหนาวมีเป%นคล$ายเชนนี้ จึงมิเข็นทวมทั่วทุกวิถี เป%นลางบอกราวีจะเลิกรบ พอน้ําโกรกแห$งสิ้นก็ประสพ ยอมสงบเลิกศึกกันแตนั้นมา เยอรมันกลับเป%นเพื่อนรบฟ(นฆา รวมไทยพาเข$าสู$หมูไพรี แห$งเผือดผากทั้งในบ$านยานวิถี น้ําไมมีมากเป%นเชนพยากรณ ยี่สิบเอ็ดน้ําจักมาออนๆ ฉันเลยถอนใจเบื่อเชื่อคําทาย โปรยปรายปรอยสาดกระเซ็นอยูจนสาย สามโมงปลายฝนงดหมดหายเลย เหมือนกับห$ามแมคงคาอยามาเสย ไมนิ่งเฉยประกอบกรรมทําการงาน แล$วบินออกลงเดินตามลานบ$าน เกาะไม$ดัดเบิกบานประสานร$อง สองสามตัวชื่นชุมมิมัวหมอง สงเสียงก$องร$องกากาพากันบิน เลนชุลมุลตามถนนกลนเกลื่อนสิ้น รถยนตรวิ่งสามล$อผินผันถีบจร คอนชื่นฉ่ําใบชูอยูสลอน อากาศร$อนอบต$นไม$หายโชกชล


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๓๕

รวมน้ําทวมน$อยมากจากไมทวม สี่สิบหกวันรวมบังเกิดผล ให$หงอยเหงาเศร$าฤทัยใจกังวล จึงได$พน$ น้าํ บุกรุกรบกวน น้ําทวมกรุงของดการจดจ้าํ รอผู$ทํานายคืบเพื่อสืบสวน จะมีมาหรือจะไมไหลทบทวน ยี่สิบเอ็ดครบถ$วนคําทายทัก วันนี้มีขาวสองหนึ่งเจ็ดห$า วิทยุเกริ่นขาวเลาแตกหัก อําเภอบางเขนขายกvวยเตี๋ยวพัก วันอาทิตยประจักษหยุดพักเลย อีกเดือนหนึ่งถ$าจะรุดหยุดหมดสิ้น จะต$องกินกvวยเตี๋ยวจีนแล$วพอเหย นาอนาถพวกเราเอาแตเสบย ขืนเฉยเมยไมมีเขาเช็ดน้ําตา ขายกvวยเตี๋ยวเป%นปรอทจอดวัดไทย และขอให$เจ$าหน$าที่ตรวจที่หนา ข$าราชการก็สนุกสุขไมซา ทั้งยังพางานเธอลดหมดไปตาม เขารบกันเข$าตั้งแนวหนึ่งสอง แนวที่แสนเราไมปองต$องเกรงขาม เราเอาแตความสนุกทุกโมงยาม น้ําแห$งลามยุทธกีฬาจะมาเยือน เธอเห็นวาไมช$ากvวยเตี๋ยวล$ม เหมือนกิจใหญน$อยระดมล$มกลนเกลื่อน เป%นมรสุมแวบเดียวเดี๋ยวก็เลือน จะคล$ายเหมือนรัฐมนตรีทปี่ ระชุม ถึงเรื่องหมูมีไมมีหนงชั่วโมง เธอฟ(งแล$วไมโลงใจสุขุม ทั้งเรื่องหินสร$างถนนก็จนมุม นายกคุมตรวจเห็นช$ามาถามดู ยุทธโยธาวาหินไมสงไป ทางรถไฟวาหินก็มีอยู ตางเถียงกันจนอัน้ ตันประตู เหมือนเรื่องหมูมีไมมีในครอบครอง ตอนน้ําทวมแจกข$าวสารทานข$าหลวง วาไปตวงข$าวไมได$ดังสนอง บริษัทวาข$าวมีขายอยูกายกอง มหาดไทยเข$าประคองข$าวจึงมี มาบัดนี้ขายกvวยเตี๋ยวเป%นป(ญหา มีไมมีใครจะกล$าวาไมหนี ผู$รับบาปลูกหลานเราดูเข$าที ‘ชาติจะเป%นอยางนี’้ นี่คําเธอ ฉันฟ(งแล$วแสนดีใจใครจะเทา เป%นเครื่องเร$าใจตรึงจึงเสนอ ให$อานคิดเพงพินิจอยาเผลอเลอ จะจ$องเออวาเธอพูดสะดุดใจ


๑๓๖ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

เธอชางคิดชางเขียนขาวมาบอก ในมุมซอกไมได$ดูก็รู$ได$ ขอบพระคุณที่ทานเตือนเพื่อนคนไทย จะทําให$ไหวนึกรู$สึกกัน พอสิ้นขาวมีผบู$ อกน้ําทางใต$ นับแตราชบุรีไปน้าํ ถลัน ทวมทําลายบ$านนาน้าํ มายัน ประจวบคีรีขันธ จึงถึงปราณ โอ$พระแมคงคาและพระพาย ใยจึงร$ายไมละการประหาร ทวมเหนือกลางก็เหลือทนพ$นประมาณ ยังมาผลาญทางใต$ไมการุณ ขอคุณพระรัตนไตรอีกไทยท$าว เทวาธิราชเจ$าชวยอุดหนุน ให$ลมน้ําบางเบาเถอะเจ$าประคุณ จะเป%นบุญให$ชาวไทยพ$นภัยรุก ภัยคราวนี้นาเป%นผลดัดคนไทย ให$ใฝaใจทําอาชีพรีบบั่นบุก ถ$าขึ้นรออดตายไมคลายทุกข ที่เคยสุขจะต$องเศร$าเหงางุนงง สวนตัวฉันคนแกได$แตหัด ปลดทอนตัดการเพ$อละเมอหลง ให$ลูกหลานค$าขายหมายจํานง เพื่อประสงคชาติและคนพ$นภัยปวง โบราณวาสิบพอค$าเลี้ยงไมเทา พระยาเลี้ยงแล$วเราเลิศเลอสรวง ขอกลับวาร$อยพระยาเลี้ยงไมตวง การค$าขายอยางเดียวจ$วงจับเลีย้ งเรา ข$าราชการต$องขยันหมั่นทําการ บริหารกรุงไกรมิให$เฉา เศรษฐกิจราษฎรต$องทําทั้งหนักเบา ให$เกิดผลแล$วเอาเลี้ยงราชการ น้ําพึ่งเรือจึงมีคลองให$น้ําไหล เรือพึ่งน้ําจึงไปได$ทั่วถิ่นฐาน ปaาพึ่งเสือไมมีใครมาระราน เสือพึ่งปaาพ$นภัยพาลเป%นการจริง ราชการเจริญได$เพราะทรัพยมี ทรัพยทวีเพราะขายค$าทําทุกสิ่ง การขายค$าทําการกิจไมประวิง เพราะราชการไมนิ่งชวยบํารุง อันล$อจักรหมุนเหมาะเพราะล$อกลม สนิทสนมหมุนไปได$ดังหมายมุง ราษฎรกับรัฐต$องประสานการผดุง จึงพยุงชาติอยูคูฟbาดิน เรื่องให$พระสวมรองเท$าทางการบอก มีแบบออกสามอยางสมถวิล หนึ่งหนีบคีบผานหลังเท$าดังเคยชิน แบบสองสิน้ ผานหลังเท$าไมต$องมี


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๓๗

สองอยางนีส้ วมใช$ในอาราม สามสานไขว$รัดส$นเท$าใช$ได$ดี เหตุใช$ได$ไมผิดก็เพราะวา มิใชเขตเป%นใครที่ไหนกัน อันน้ําทวมคราวนี้ดไี มน$อย ชี้เหตุผลดีชั่วทั่วๆไป บางครั้งก็กลาวคําขําชวนคิด บางครั้งแจ$งเหตุทุกขรุกทวี บางครั้งกลาวเห็นทุกขรุกชาวนา บางครั้งหึงสตรีที่ใจเบา บางครั้งให$ไทยรวมรวมสามัคคี และแนะให$ทําอาชีพการนานา แจ$งวิถีชาติเป%นมหาอํานาจ ทั้งมอบให$ยุวชนชวยปรนกัน อนึ่งมีขาวของสองหนึ่งเจ็ดห$า ความเฉื่อยชาหาประโยชนในทางการ สองนามทานที่กลาวเลาขยาย พร$อมพร่ํากลาวให$ไทยเราเข$าเผชิญ จุดสําคัญกู$ชาติและกู$ตน ประกอบการอาชีพรีบรักษตัว ที่สิบเก$าสามัคคีชัยไขขาววา เขาทําดีก็มีอยูอนันต และชี้แจงถึงคุณแมโพสพ ชาวนาเป%นกระดูกสันหลังสกล

และเดินตามทางใกล$ในวิถี สําหรับที่เดินทางไกลใช$ได$พลัน ถนนทางเป%นสาธารณมั่น เข$าบ$านพลันจึงหันถอดไมใช$ สามัคคีชัยคอยกลาวขานไข ตักเตือนให$ชาวไทยประพฤติดี บางครั้งติดตามรักเจริญศรี บางครั้งชี้ทางเสื่อมเชื่อมชาติเรา บางครั้งพาชมแดนดินถิน่ เนินเขา ไปคิดเอาตางชาติเป%นภัสดา เป%นผลดีเชิดชูชาติขนึ้ หน$า เลี้ยงสัตวปลาขายค$าปลูกพืชพรรณ อารยชาติได$อยางไรทุกสิ่งสรรพ ประมาณวันอยางน$อยร$อยป6นาน เธอชางกล$าขี้ข$อพลาดอยางฉาดฉาน โต$เถียงค$านงานจึงไมใครเจริญ อธิบายรําพันนาสรรเสริญ พร$อมกันเดินสู$ภัยไมเกรงกลัว ให$ลวงพ$นภัยพองทั้งกองชั่ว พร$อมกันทั่วเป%นเกลียวรวมรวมใจกัน เตือนสองหนึ่งเจ็ดห$าอยาหุนหัน พูดเชนนัน้ ให$เขาเกลียดเบียดเสียดตน เลิศตลบเลี้ยงคนไทยทุกแหงหน บังเกิดผลทํารายได$ให$แผนดิน


๑๓๘ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ฉะนั้นกิจการอื่นต$องปองประกอบ แจ$งบัญชีล่ําสันเห็นเป%นอาจินต ที่สามสา-มัคคีสี่ห$าหก งานจวนเป%นล่ําสันอันจํานง งานทีฟ่ (กตัวเห็นเป%นกอบกํา ขายข$าวสารขายของชําทําเหล$าทอ ขายของกินกvวยเตี๋ยวกับเบ็ดเตล็ด ที่กลาวนี้มีแล$วอยูทั่วไป จะเป%นผลดลเกิดแกชาติเรา นาชมเธอนําความรู$สูกันฟ(ง คืนนี้สองหนึ่งเจ็ดห$าวาถ$วนถี่ พาณิชวามีพออยูพรั่งพรู มหาดไทยรับวามีอําเภอเดียว สร$างโรงละครเฉลิมชาติพลาดไมเล็ก จะต$องรื้อสร$างใหมเพราะไมดี แกนักเรียนจุฬาเป%นแยบยล บริษัทจังหวัดจัดตัง้ ขึ้น ทางกรุงเทพฯ เงินขาดบัญชีนัย บริษัทจัดค$าพืชผลไทย ใครจะเป%นผู$รับผิดชอบยืน เธอคิดวาควรฆาคนฉ$อโกง จะได$เป%นแบบไว$ให$คนเกรง ที่ฉันจดข$อความเป%นคํากลอน ค้ําร$อยแก$วของเธอกลาวเป%นราวโยง

เข$าระบอบเป%นล่ําสันทุกสิง่ สิ้น หนึ่งทํานาสองผินเคารพธง ฝากไว$ตกทั่วกันป(นประสงค คือ แร ยาง ไม$ตางตรงสียังรอ เลี้ยงสัตวทําสบูปลูกฝbายหนอ ผ$า ปลูกถั่วและกอเฆมีไทย การค$าขายในเขตดินแดนใหม ต$องทําให$เป%นล่าํ สันกันจริงจัง ให$สูเข$าเขตอนันตพลันสมหวัง ให$ไทยตั้งใจอวยชวยไทยชู มหาดไทยวารําไมมีพอเลี้ยงหมู อําเภอจูซื้อไปหลายสูขายเจyก ที่ลดเลี้ยวไลออกสมเกกมะเหรก ห$าแสนเสกสร$างเสียเพลียเต็มทน นายกชี้วาเอาไว$แสดงผล ทราบยุบลเค$าการฉ$อตอๆ ไป ก็มัวมึนโกงระนาวฉาวหวาดไหว วาสามหมืน่ ทําอยางไรจะได$คนื เป%นลูกหนี้รถไฟหลายสิบหมืน่ ทานนายกนาจะฝkนรับผิดเอง เลือดชะโลงทาแผนดินจึงเหมาะเหม็ง เป%นเครื่องเพงทราบชัดประวัตโิ กง ความยังออนเหินหาวมิขาวโปรง เป%นเครื่องชี้จรรโลงโผงผางแท$


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๓๙

ฉะนั้นหนอขออภัยข$อตกขาด ฉันขอคําร่ําวานี้อยาปรวนแปร สองนามนี้จงภิญโญใหญโตยิ่ง ทําดีใดจงสําเร็จเสร็จอวยเออ เรื่องน้ําทวมใยฉันเหไฉเฉจด ทวมจึงเกิดให$ไทยได$จดจํา ยี่สิบเอ็ดพฤศจิกาเวลาเช$า วาจะทวมแตก็ไมไหลมาดัน ในบ$านฉันแห$งตลอดปลอดน้าํ สิน้ ถนนในนครงดหมดธารา ภาคกลางวันนี้มีขาววิทยุ ความวารับบัตรสนเทหดาพอใจ เธอทราบวากองยาสูบของรัฐ ทั้งยังไมได$ตัวผู$โกงเลย นายอําเภอกินรําที่ร่ํากลาว ไฉนหนอนายอําเภอเธอมิอาย บริษัทจังหวัดโกงเหลือดี ลพบุรีจับโกงได$อ$ายเสือวาง หมูไมมีเกลือแพงเพราะซื้อค$า ที่สุดราษฎรงดเลี้ยงหมูไมอยูรอ นาดีใจที่กระทรวงพาณิชจะ อันการโกงสามชนิดติดตามมา โกงสามัญได$แกรับเงินหลวงไว$ ใครติดตอต$องขอเรียกรางวัล

ทั้งผิดพลาดเพราะเป%นกลอนไมเหมือนแน พร$อมทั้งแผจิตชวยด$วยกับเธอ คิดใดดีได$ทุกสิ่งสมเสมอ คงเจอะเจอแตที่สิ่งดีทํา เพราะเป%นบทเกิดขณะน้ําถลํา ฉันจําพร่ํากลาวข$อตอพัวกัน ครบเขตเข$าคําทํานายทายน้าํ นัน่ ทั่วเขตขัณฑแห$งหมดงดไมมา แตพื้นดินยังฉ่ําน้าํ บ$างหนา เป%นอันวาไมมาทวมตอไป กลาวระบุสองหนึ่งเจ็ดห$าไข เย็นฤทัยเอมโอชโปรดเชนเคย มีขาวโกงกันชะงัดจัดจริงเหย รัฐมนตรีคงจะเสยเสาะคนร$าย ยังมีขาวกินฟางอยางใจหาย กินเงินเดือนดีสบายกวากินฟาง รัฐมนตรีทานกําลังสั่งสะสาง เพลิงเผาล$างแตพยานหลักฐานพอ กดราคาซื้อและโกงโกงขายหนอ เลิกติดตอมิได$มาขายค$า ไมลดละปรับปรุงใหมให$เข$าทา คือโกงสามัญโกงวิสามัญ เอาไปใช$ยอมติดคุกทุกขไมหวั่น คือโกงวิสามัญเชนกินรํา


๑๔๐ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

สามโกงชั้นพิเศษเลศฉลาด กดราคาซื้อหมูอยูประจํา ทั้งนี้ถ$าไมจัดปลงการลงไป ชาติยอมแยกแตกสลายทําลายบิน เธอขอโทษหากพลาดผิดคาดบ$าง จงมีแตสรรพสิ่งมงคลวอน ฉันเสียใจที่จะไมได$จดตอ เพราะน้ําลดหมดนิราศเรื่องรําพัน การทํานายทายเรื่องเบื้องน้ํามาก ระดับน้าํ ทะเลจูงสูงเทาใด ฉะนั้นจึงผิดคาดพลาดไมน$อย คือโค$งขึ้นโค$งลงไมตรงกัน ฉะนั้นกวาน้าํ ลามาจากเหนือ เป%นโค$งอีกน้ําหลีกบาราบลง สมมุติน้ําเหนือสูงหกสิบเซ็นต ความสูงหายไปกับโค$งธารา ยิ่งทางไกลโค$งยิ่งต่ําตามลําดับ น้ําทะเล กั้นไว$ มิให$ลาม น้ําจืดท$น ล$นอยู มิไหลได$ จึงมีน้ําทวมนาเหมือนคนเท ระดับหกสิบเซนตทีน่ ้ําสูง จะเหลือราวสิบเซนตเกณฑธารา เมื่อพบน้ําทะเลขึน้ ขืนปะทะ น้ําทะเลไหลดันกันอลเวง

กดขี่ราษฎรทางอ$อมพร$อมกระหน่ํา ขายเกลือทําขึ้นราคาโกงหากิน คลังจะไมได$เงินราษฎรสมถวิล โกงกันสิ้นทําลายชาติราษฎร ทานทีด่ ีจงวางใจอยาข$อน ชวยกันต$อนปราบตอนโกงดีเหมือนกัน ตามหัวข$อทานทั้งสองกลาวมหันต ขอย$อนหันเหตุน้ํามากหลากตอไป โดยคิดจากระดับน้าํ เหนือเขาไหล มาบวกใสเป%นน้าํ หลากมากเทานั้น เพราะน้ําลอยคล$ายเส$นเชือกสะบัดสั่น โค$งตอยหันเหือดหายบายหน$าลง ไกลมากเหลือโค$งคลายหายไมสง น้ําจึงคงไมมากเหมือนหลากมา มิใชเกณฑน้ําจะทวมเชนนัน้ หนา ระยะทางที่วารีไหลตาม จนยันกับน้ําทะเลไมเหข$าม เลื่อนไหลหลาม สูลอง ท$องทะเล ข$างเหนือน้ํา ก็ยังไหล ไมหันเห ตามคะเนโค$งน้ําลดขยดมา โค$งน้ําจูงลดน$อยด$วยดังวา ตามระยะน้ําทีล่ ามานัน้ เอง น้ําจืดจะท$นเท$อเออนอนเขลง น้ําเหนือเบงไหลจึงค$างมิหางจร


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๔๑

เหตุน้ํามากความกดอากาศต่าํ วนเวียนร่ําทางเหนืออยูสลอน ครั้นนานวันฝนหนักผลักกระดอน ตกลงรุดไมหยุดหยอนมากเกินควร หลักเกณฑคํานวณน้าํ ร่ํากลาวไข คุณวุฒิได$เรียนรอบและสอบสวน เธอสอนฉันให$ตระหนักหลักคํานวณ ได$ทราบถ$วนดังฉันเลาเค$าข$างบน เรื่องน้ําทวมกรุงเทพฯ ในครั้งนี้ ขอจบทีเพราะน้าํ แห$งทุกแหงหน เป%นอันวาน้ําไมกล$ามาผจญ นับวาพ$นอุทกภัยหมดไปแล$ว คงอยูแตยุทธภัยยังอยูใกล$ ทุพภิกขภัยจะกรูจูมาแผล็ว เพราะสวนนาเสียหายไปหลายแนว ตลอดแถวที่ดินลุมน้ํารุมทับ ยุทธภัยต$องเตรียมตัวทั่วถ$วนหน$า เลี้ยงสัตวค$ากสิกรรมจํารีบจับ การฟุaมเฟkอยต$องตัดหัดระงับ เงินจะรับหลีกลดปลดคาลง เคยซอของหนึ่งบาทอาจกวาสิบ แพงสูงลิบขึ้นรุดสุดประสงค เพราะสินค$าลดน$อยถอยปลดปลง พอค$าหลงรวยละโมบโลภหาเงิน ตางตะโพงโกงราคาพากันซื้อ พัดกระพือหวังรวยมิขวยเขิน ราษฎรจะยากลําบากหลากเผชิญ เงินเฟbอเกินความจนจะข$นเคือง จะเกิดการแกงแยงพลิกแพลงเหลือ ชวยกันเถือชวยกันฉ$อพอหาเรื่อง จะเดือกร$อนร$าวระทมขรมเมือง พอค$าเปรื่องการเงินเพลินเผดิม อันน้ําทวมคราวนี้มีดีหนอย หวูดหวอถอยด$วยข$าศึกไมฮึกเหิม ไมมีเรือบินมาวิ่งทิ้งบอมบเติม หากมีเสริมอีกจะยากลําบากนัก เพราะที่หลุมหลบภัยบรรลัยวอด น้ําทวมทอดแชละลายเสียหายหนัก มีระเบิดก็ไมมีที่จะพัก คงหาญหักชีพชนมวายนับหลายร$อย เป%นบุญของประเทศไทยภัยยุทธหยุด เพราถือพุทธภัยยุทธจึงหยุดถอย หากน้ําลดเรือบินจะผินลอย มาลอบปลอยบอมบสงลงเชนเคย ควรเตรียมตัวไว$คอยรับกับยุทธกีฬา ดังสองหนึ่งเจ็ดห$าวาเฉลย จนกวาการสงครามหยุดสุดลงเอย จึงจะเงยหน$าทํามาใฝaหากิน


๑๔๒ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ขอพระแมคงจงพาภัย ราษฎรจะได$เป%นสุขทุกขโบยบิน กับขอแมโพสพอยาหลบหน$า พืชพันธุปลูกขอให$งอกออกอนันต สัตวน้าํ บกจงตกลูกให$มาก ให$โตคืนโตวันใหญทันใจ อีกขอคุณพระพุทธพระธรรมสงฆ ไทยเทวาจงขจัดป(ดภัยปวง

ยุทธกษัยภัยอื่นลบสงบสิน้ เพราตางผินทําไมตรีคืนดีกนั ชวยชาวนาสวนให$ได$ผลมหันต ได$ผลทันพอกันกับเสียไป แคล$วคลาดจากโรคภัยไกลหวาดไหว เพื่อเลี้ยงไทยให$ชื่นระรื่นทรวง คุ$มครองวงศมวลไทยให$ใหญหลวง ให$ลุลวงไกลทุกขสุขทั่วเอยฯ บ$าน ส.อ. ถนนราชบพิธ

โคลงส2งท'าย กําเนิดเกิดนิราศนี้ สองสี่แปดห$าหนอ นองมากหลากไหลกรอ จะยางยากย่ําล้ํา พาลกลุ$มเพราะกลิ้งอยู นั่งเจาเนาวจนเหมือน นับวันเนินวารเตือน เดินไมได$มนอั้น นงเยาวเนาวอยูพร$อม เธอวาท$าวานฉัน เรื่องน้ําร่ํานําหัน กลอนแตงกลาวตอพ$อ

ปลาย พ.ศ. เนื่องน้ํา เกรทวม กรุงเอย ลวงพ$นชลธาร ยังเรือน มานกั้น เติมโศก ทรวงพอ อกท$องุนเหงา เพรียงกัน จดข$อ หายงวง เหงาเฮย เพิกน้ําลามไหล


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๔๓

จึงไขจดข$อขาว น้ําทวมนําทบเวียน ทวมนาทาน้ําเตียน สถานถิ่นสถลทวมล$น เรื่องนิราศปราชญยอมโอ$ เทียมถิ่นถวิลกําศรวล คลาดรักหักรัญจวน ฟ(งสนิทคิดชวนเร$า แตยุบลแนวข$าแตง ใชพรากจากนุชถอย มีขาวกลาวดีพลอย เทียบถิ่นก็เทียบตั้ง โดยนัยเค$าจดข$อ จึงมิเทียบเปรียบหา ฉะนั้นหนอจึงขอขมา นิราศนิราเก$อ เพื่อไว$ให$ผู$อยู ทราบเรื่องราวกลาวดัง หากผลเกิดดลหวัง อุทิศกุศลสงกั้น

จริงเขียน เนินท$น ทํานบ สวนเนอ สถิตเท$งนองเมือง ออกครวญ สอดเคล$า ใจจอ ละออแม เรงเกื้อกามกล ตามรอย เถอยั้ง พร่ําตอ น้ําแฮ ตอข$อน้ําไหล ขาวธา- ราเอย หื่นเพ$อ มวลทาน อานเนอ กนแก$ในเฝkอ ยังหลัง ดุจนั้น เธอมุง มาดนอ เกลื่อนสิ้นภัยผอง แมเทอญฯ บ$าน ส.อ. ถนนราชบพิตร ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๕


๑๔๔ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๔๕

ลําตัดอวสานนองน้ํา ลํานําชาวบานกับการบันทึกเหตุการณ3อุทกภัย พ.ศ.๒๕๕๔ พัชรี ศรีเพ็ญแก$ว

จากเหตุการณอุทกภัยในป6พุทธศักราช ๒๕๕๔ หรือที่นิยมเรียกกันวา มหาอุทกภัย ซึ่งเป%นอุทกภัยรุนแรงที่สงผลกระทบตอประเทศไทย เริ่มตั้งแต ปลายเดื อนกรกฎาคม พุ ท ธศั กราช ๒๕๕๔ ยาวนานจนถึ ง เดื อนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๕ ทําให$พื้นที่ในหลายจังหวัดของประเทศไทยเกิดความ เสี ย หายรุน แรง ตลอดจนประชาชนได$รับ ความเดื อดร$ อนเป% น จํา นวนมาก โดยเฉพาะอยางยิ่งเมื่อเหตุการณอุทกภัยดังกลาวเข$าถึงพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป%นเมืองหลวงของประเทศไทย ทําให$เกิดผลกระทบอยางหนักตอประเทศ ในหลายด$ า น และที่ สํ า คั ญ ที่ สุ ด ยั ง สงผลกระทบทางด$ า นจิ ต ใจของคนใน ประเทศด$วย สถานการณความเดื อ ดร$ อ นดั ง กลาวบวกกั บ ความตึ ง เครี ย ดของ ประชาชน หรือแม$กระทั่งผู$ที่ไมได$รับความเดือดร$อนตางก็วิตกกังวลไปกับ เพื่ อ นมนุ ษ ยด$ ว ยกั น ที่ ต$ อ งเผชิ ญ กั บ วิ ก ฤตการณไมคาดฝ( น หลายคนจึ ง พยายามให$ความชวยเหลือด$วยวิธีตางๆ ทั้งการบริจาคทรัพยสิน การผลิ ต อาหาร การสร$างหรือซอมแซมที่อยูอาศัย ฯลฯ ในขณะที่คนกลุมหนึ่งหาทาง ระบายออกทางด$านจิตใจ ด$วยการสร$างวรรณกรรมชุดหนึ่งขึ้นมาในรูปแบบ ของ “จดหมาย” ๘

เจ$าหน$าที่วิจัย ประจําหนวยวิชาการเชิงศร$างสรรคและชุมชนสัมพันธ คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล


๑๔๖ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

จดหมายที่กลาวถึงมิใชจดหมายจากใครสงถึงใครโดยตรง แตเป%นการ สมมติ ส ถานการณการสื่ อสารเรื่ องความรั กโดยใช$ ตั ว ละครจากเหตุ การณ อุทกภัย ได$แก พี่กรุง น$องน้ํา น$องทราย พี่ทะเล ฯลฯ และเผยแพรผานสังคม ออนไลน จนในที่สุดมีสื่อมวลชนนํามาเผยแพรผานสื่อโทรทัศน ยิ่งทําให$เป%นที่ แพรหลายและได$รับความนิ ยมจากประชาชนจํ านวนมาก เกิดเป%น “มหา กาพย+ความรัก” สํานวนตางๆ ขึ้น ยกตัวอยางเชน จดหมายจากนองน้ําถึงพี่ กรุ ง จดหมายจากพี่ ก รุ ง ถึ ง นองน้ํ า จดหมายจากนองน้ํ า ถึ ง นองทราย จดหมายจากพี่ทะเลถึงนองน้ํา ฯ ซึ่งเนื้อหาของจดหมายเป%นการสื่อสารเรื่อง ความรักที่อ$างอิงจากสถานการณน้ําทวม โดยตัวละครพี่กรุง หมายถึง จังหวัด กรุงเทพฯ น'องน้ํา หมายถึง มวลน้ําที่เข$าทวมพื้นที่ตางๆ น'องทราย หมายถึง ทรายที่บรรจุใสกระสอบเพื่อใช$ทําเป%นแนวปbองกันน้ําทวม พี่ทะเล หมายถึง ทะเลที่รองรับมวลน้ําเป%นจุดสุดท$าย และยังมีตัวละครอื่นๆ แล$วแตวาผู$แตง จะต$องการดึงอะไรที่เกี่ยวข$องกับสถานการณขึ้นมากลาวถึงบ$าง นอกจากวรรณกรรมที่ เ กิ ด ขึ้ น ในรู ป แบบของจดหมายแล$ ว ยั ง มี วรรณกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข$องกับสถานการณอุทกภัยเกิดขึ้นเป%นจํานวนมาก ทั้ง บทความ บทเพลง รวมถึงเพลงพื้นบ$าน ที่นักศึกษาชมรมรักษเพลงพื้นบ$าน คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล แตงขึ้นเพื่อใช$แสดงในงาน “เลาขาน ตํานานศาลายา” ครั้งที่ ๖ จัดโดยศูนยสยามทรรศนศึกษารวมกับสาขาวิชา ภาษาไทย คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล การแสดงเพลงพื้นบ$านดังกลาว ใช$ชื่อตอนวา “อวสานน$องน้ํา” ซึ่ง ชมรมฯ ได$ประยุกตเอาสถานการณอุทกภัยที่กําลังเกิดขึ้นมาถายทอดเป% น เรื่องราวผานตัวละครที่จําลองมาจากจดหมาย “มหากาพยความรัก รักในรอย น้ํา (ทวม) ๕๔” ประกอบด$วย พี่กรุง น$องน้ํา น$องทราย พี่ทะเล พี่เข$ ชาวบ$าน และเพิ่มเติมตัวละครที่เกี่ยวข$อง เชน นายกรัฐมนตรี เพื่อสะท$อนให$เห็นถึง


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๔๗

การมีสวนรวมจากหนวยงานภาครัฐบาล โดยในการแสดงได$กลาวถึงเรื่องราว ของเส$นทางน้ําที่ผานจังหวัดตางๆ กอนจะมาถึงกรุงเทพฯ และกลาวถึงระบบ การปbองกันและการจัดการน้ําด$วยวิธีตางๆ เพื่อผันน้ําให$ลงสูทะเล ซึ่งถายทอด ผานตัวละครเปรียบเทียบกับอารมณความรู$สึกด$านความรัก เชน พี่กรุงที่ไม ต$อนรับน$องน้ํา เปรียบเทียบกับกรุงเทพฯ ที่ไมต$องการให$น้ําเข$ามาทวม, พี่เล ที่อ$าแขนรอให$น$องน้ําไปหา เปรียบเทียบกับท$องทะเลที่รอรองรับมวลน้ําให$ ไหลไปลงเป%นแหลงสุดท$าย หรือน$องทรายที่คอยกีดกันความรักระหวางน$อง น้ํากับพี่กรุง เปรียบกับกระสอบทรายที่ทําหน$าที่ปbองกันมวลน้ําไมให$ไหลเข$าสู กรุงเทพฯ เป%นต$น วรรณกรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้น ณ ชวงขณะเวลาที่ประเทศไทยกําลัง ประสบกับวิกฤติการณไมคาดฝ(น ถือเป%นอีกสิ่งหนึ่งที่ใช$แสดงออกเพื่อระบาย ความอัดอั้น ถายทอดความคิดความรู$สึก สะท$อนสถานการณของบ$านเมือง และยังจะชวยบันทึกเรื่องราวของยุคสมัยนั้นไว$ สงผลให$คนรุนหลังได$มีโอกาส รับรู$และศึกษา รวมถึงหาแนวทางปbองกันสถานการณในอนาคตตอไป


๑๔๘ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

มหากาพย+ความรัก รักในรอยน้ํา (ท2วม)’ ๕๔ (สํานวนที่ ๑) ฉบับที่ ๑ จดหมายจากน'องน้ําถึงพี่กรุง ถึง พี่กรุง น้ํารู$วาพี่กรุงไมต$องการน้ําแล$ว รู$แล$ววาพี่มีความสุขดีโดยที่ไมมีน้ํา แตพี่กรุงจําได$หรือเปลาวา เราเคยมีความสุขกันมากขนาดไหน และน้ํารู$วาพี่ ไมพอใจที่น้ํากลับมาหาพี่ ถึงแม$วาที่ผานๆ มา น้ําจะทําไมดีกับคนอื่นมา แต น้ํ า อยากให$ รู$ ว า น้ํ า แคใช$ เ ป% น ทางผานเพื่ อ มาหาพี่ ก รุ ง ให$ ไ ด$ เ ทานั้ น เราจะได$มีเวลาอยูด$วยกันทั้งวันทั้งคืน น้ําอยากให$พี่กรุงรู$เอาไว$วา น้ําจะไม ล$มเลิกความตั้งใจและตัดใจจากพี่กรุงเด็ดขาด ถึงแม$ผู$ใหญของพี่จะพยายาม ผลั ก ดั น น้ํ า ให$ อ อกหางจากพี่ ก รุ ง มากเทาไหรก็ ต าม แตน้ํ า ไมแคร!!! ถึงแม$ใครจะดาน้ําวาหน$าด$าน เบื่อน้ํา เกลียดน้ําก็ตาม น้ําก็จะไปอยูกับพี่กรุง ให$ได$ พี่กรุงคอยดูก็แล$วกัน จาก นองน้าํ (อดีตรักของพี่กรุง) ป.ล. ฝากบอกอินังทรายด$วยวา น้ําไมยอมงายๆ หรอก


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๔๙

ฉบับที่ ๒ จดหมายจากพี่กรุงถึงน'องน้ํา ถึง น้ํา น้ํา...พี่อยากให$น้ํารู$ ทุกวันนี้พี่อยูโดยไมมีน้ํา พี่มีความสุขดีอยูแล$ว น้ําจะมาอะไรตอนนี้ เชื่อเถอะ ยังไงพี่ก็ไมมีความสุขหรอก น้ําไปตามทางของ น้ําเถอะ พี่รู$ดีน้ําเป%นยังไง แตเอาเถอะ ถ$าน้ําดึงดันจะมา พี่เข$าใจ จะมาก็มา เลย พี่รับได$...ฝ(นของพี่จะได$เป%นจริงสักที พี่จะได$ไมไปอยูไหนอยูแตกับน้ํา แต ขอร$อง น้ําอยาให$ความหวังพี่วาน้ําจะมา แล$วมัวแตไปอยูกับคนอื่น ถ$าน้ําจะ มา ขอให$ มาเต็ม มาเคลี ยรให$มั นจบๆ ไมใชให$พี่ คอยลุ$ นวาจะมาไมมา มั น ทรมานนะ อยาทํากับพี่เหมือนที่น้ําทํากับคนอื่นเลย เข$าใจพี่นะ แตยังไงก็ตาม ถึงแม$ชีวิตพี่จะขาดน้ําไมได$ แตเราตางคนตางอยูเถอะ ถ$าพี่ต$องการน้ําเมื่อไหร พี่จะเปiดกyอกเอง... จาก พี่กรุง ป.ล. ตอนนี้ทรายเค$าดูแลพี่ดีอยูแล$ว


๑๕๐ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ฉบับที่ ๓ จดหมายจากน'องน้ําถึงน'องทราย ถึง ทราย ฉันเข$าใจดีวาเธออยากจะปกปbองพี่กรุง แตเธอก็นาจะรู$ดีวาเธอไมมี วันที่จะชนะฉันได$หรอก กี่ครั้งที่เธอแพ$ฉัน ทั้งพี่สิงห พี่ยุทธ พี่นนท สําหรับพี่ กรุงฉันคิดวา ฉันคงได$เข$ามาครอบครองเหมือนทุกครั้งนั้นแหละ เธอจะ ขัดขวางฉันไปได$นานเทาไหรกัน แตเธอไมต$องหวงหรอกนะ ถ$าฉันเบื่อเขา เมื่อไหรฉันจะคืนให$ จาก น้ํา ปล. เตรียมตัวเตรียมใจให$ดีแล$วกัน ฉบับที่ ๔ จดหมายจากน'องทรายถึงน'องน้ํา ถึง นังน้าํ ทรายอยากให$น้ํารู$ไว$นะ วาน้ําเป%นเพียงอดีต ของพี่กรุง! ทรายจะทํา ทุกวิถีทาง เพื่อกีดกันน้ําไมให$พบกับพี่กรุง ผู$ใหญเค$าก็เห็นดีเห็นชอบกับทราย ให$ทรายคอยกันน้ําไปทางอื่น และถึงแม$วา ผู$ใหญเค$าจะบอกวา "เอาอยู" แต น้ําก็ยังไมยอมหยุดที่จะทําลายทรายและพี่กรุง ขอร$องเถอะนะน้ํา อยามาทํา ให$ใครตอใครต$องชอกช้ํา เพราะน้ําไปมากกวานี้เลย T^T "ทรายสัญญาจะ ดูแลพี่กรุงให$ดีที่สุด" ทราย


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๕๑

ฉบับที่ ๕ จดหมายจากพี่ทะเลถึงน'องน้ํา ถึง น$องน้ํา พี่อยากจะบอกน$องน้ําวา พี่ยังรอน$องน้ําอยูทุกลมหายใจ เมื่อเขา รังเกียจไมมีใครต$องการแล$ว เราจะอยูทําไมให$เขาขับไลไสสง กลับมาอยูในที่ ของเราเถอะ พี่กรุงเขากําลังหลงอยูกับ แสง สี เสียง ก็ปลอยเขาอยูกับนัง ทรายตอไปก็แล$วกัน กลับมาไวๆ นะ พี่ทะเลรออยูและจะรอตลอดไป รักน$องน้ําสุดหัวใจ จาก พี่ทะเล

ที่มา: http://www.softbizplus.com/relax/1603-letter-fromnongnum-to-peekrung


๑๕๒ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

มหากาพย+ความรัก รักในรอยน้ํา (ท2วม)’ ๕๔ (สํานวนที่ ๒) จดหมายจากพี่กรุงถึงน'องน้ํา น้ําจะมาทําไมตอนนี้ พี่ไมได$ต$องการน้ําเลยสักนิด ทุกวันนี้พี่อยูโดย ไมมีน้ําพี่ก็มีความสุขดีอยูแล$ว น้ํามาตอนนี้เชื่อเถอะยังไงพี่ก็ไมมีความสุข หรอก น้ําไปตามทางของน้ําเถอะ ไมต$องมาหาพี่ พี่รู$ดีน้ําเป%นยังไง อยาขังพี่ให$ ทรมานเหมือนที่น้ําทํากับคนอื่น เข$าใจพี่นะ ถึงแม$พี่ขาดน้ําไมได$ แตเราตาง คนตางอยูเถอะ ถ$าพี่ต$องการน้ําเมื่อไหรพี่จะเปiดกyอกเอง จดหมายตอบกลับจากน'องน้ํา พี่กรุงที่รัก น้ํารู$ดีวาพี่ไมได$ต$องการน้ําแล$วในเวลานี้ ทุกคนรอบๆ ตัวพี่พยายาม กีดกันน้ํา เพื่อไมให$น้ําได$เจอกับพี่ แตพี่ไมต$องหวงนะ น้ําจะแสดงให$พี่เห็น ถึง พลังความรักของน้ําที่มีตอพี่ น้ําจะทําลายอุปสรรคที่กั้นขวางระหวางเราไว$ให$ได$ พี่รอน้ํานะ อีกไมนานน้ําจะไปหาพี่ รักพี่กรุงปานจะกลืน นองน้ํา


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๕๓

จดหมายจากน'องทรายถึงน'องน้ํา ถึง น้ํา เธอก็รู$ดีวาพี่กรุงกับครอบครัวเขาไมต$อนรับเธอ แตเธอก็ยังพยายาม จะเข$ามา เธอนี่มันหน$าหนาจริงๆ แตเธออยาหวังเลยวาฉันจะปลอยให$เธอได$ เจอกับพี่กรุงได$งายๆ ฉันจะพยายามขัดขวางเธอทุกวิถีทาง เธอจําคําฉันไว$ ฉัน จะไมยอมปลอยเธอผานไปงายๆ หรอก ยังไงเธอต$องข$ามศพฉันไปกอน ทราย

จดหมายจากพี่ทะเลถึงน'องน้ํา ถึงน$องน้ําจ$ะ ใครจะไมรักน$องน้ํา รังเกียจ ขับไลน$องน้ํายังไง ขอให$น$องรู$วา พี่คนนี้ อ$าแขนรอรับน$องน้ําอยูเสมอ ไมวาน$องจะผานใครมา พี่ก็ไมสนอดีตของน$อง ขอเพียงให$น$องรู$วา พี่คนนี้ รอต$อนรับน$องน้ําอยูทุกลมหายใจ จากพี่ทะเล


๑๕๔ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

จดหมายจากน'องน้ําถึงน'องทราย ถึง ทราย ฉันเข$าใจดีวาเธออยากจะปกปbองพี่กรุง แตเธอก็นาจะรู$ดีวาเธอไมมี วันที่จะชนะฉันได$หรอก กี่ครั้งที่เธอแพ$ฉัน ทั้งพี่สิงห พี่ยุทธ พี่นนท สําหรับพี่ กรุงฉันคิดวา ฉันคงได$เขามาครอบครองเหมือนทุกครั้งนั้นแหละ เธอจะ ขัดขวางฉันไปได$นานเทาไหรกัน แตเธอไมต$องหวงหรอกนะ ถ$าฉันเบื่อเขา เมื่อไหรฉันจะคืนให$ น้ํา ปล. เตรียมตัวเตรียมใจให$ดีแล$วกัน

จดหมายจากพี่ทะเลถึงน'องทราย พี่ขอบใจทรายมากนะ ถึงอดีตที่ผานของเรา จะคือ ทรายกับทะเล จนคุณนันทิดาเอาเรื่องของเราไปร$อง แตสําหรับเรื่องน้ํา พี่ขอบใจทรายมาก ถ$าทรายเจอน้ํา บอกน้ํานะ วาพี่รอน้ําอยูเสมอ ขอให$น้ํารีบมา ยืนยันกับน้ําให$ พี่ด$วยวาพี่ไมแครอดีต พี่ขอแคน้ํายอมมาอยูกับพี่ก็พอ จาก พี่ทะเล คนรักน้าํ รอน้ําเสมอ


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๕๕

จดหมายถึงพี่กรุง จากน'องน้ําผู'ไม2ยอมแพ' น้ํารู$วาพี่กรุงไมต$องการน้ําแล$ว รู$แล$ววาพี่มีความสุขดีโดยที่ไมมีน้ํา แตพี่กรุงจําได$หรือปaาววาเราเคยมีความสุขกันมากขนาดไหน และน้ํารู$วาพี่ ไมพอใจที่ น้ํ า กลั บ มาหาพี่ ถึ ง แม$ ที่ ผ านๆ มาน้ํ า ทํ า ไมดี ก ะคนอื่ น มา แตน้ํ า อยากให$ รู$ ว าน้ํ า ใช$ เ ป% น ทางผานเพื่ อ มาหาพี่ ก รุ ง ตอนนี้ น้ํ า ทํ า ได$ดีที่สุดก็แคอยู รอบๆ ตัวพี่กรุง แตให$พี่รู$เอาไว$วาสักวันน้ําจะเข$าไปหาพี่กรุง ให$ได$ เราจะมีเวลาอยูด$วยกันทั้งวันทั้งคืน น้ําอยากให$พี่กรุงรู$เอาไว$วาน้ําจะ ไมล$ มเลิ กความตั้ง ใจและตั ดใจจากพี่ กรุ ง ถึง แม$ ผู$ใ หญของพี่ จะผลั กดั น น้ํ า ให$ออกหางจากพี่กรุงก็ตาม แตน้ําไมแคร!!! ถึงแม$ใครจะดาน้ํา เบื่อน้ํา เกลียด น้ํา น้ําก็จะไปอยูกะพี่กรุงให$ได$พี่กรุงคอยดูและกัน ปล. ฝากบอกอีนังทรายกับอีนังอิฐบลyอกด$วยวาน้ําไมยอมงายๆ หรอก ชิส


๑๕๖ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

จดหมายจากคนข'างบ'าน ที่ลุ'นเรื่องน'องน้ํา นังน้าํ ดูแกอยูนานแล$ว แกจะฟาดให$หมดเลยใชมั้ย ไอ$ยุทธ ไอ$นาท ไอ$นนท ไอ$กาญ ไอ$ลพ รวมอื่นๆ อีกมากมายจาระไนยไมหมด ทําไมเป%นอยางนี้ ไมรู$จัก พอนะยะ นี่จะงาบ คุณกรุงอีกเหรอ แกรู$มั้ย ถ$าแกงาบคุณกรุงไปแล$วอะไรจะ เกิดขึ้น คนข$างบ$านอยางฉันจะต$องได$รับผลกระทบมากมาย เพราะทนดูเรื่อง ของแกไมได$ ขั้นอพยพเชียวนะยะ แกนี่มัน ยิ่งกวา นังทองประกายแสด แรด ไมสราง เถอะ..ดูทาน$องทราย ผู$อดทนจะสู$ไมได$ ก็ขอให$แกรีบมาครอบครอง คุณกรุง รีบเบื่อ แล$วกลับไปหาคนที่เหมาะสมอยางแกแบบพี่ทะเลเถอะ นั่น นะ คูแท$ของแกแล$ว ได$โปรดดด คนข$างบ$านขอร$อง Pleaes **** ถึง พี่เข$ เมืองลพบุรี อยุธยา บางบัวทอง ทั้งหลาย สมุทรปราการบ$านฉัน มีฟารมใหญมากกกก ถ$าพี่มา พี่อาจจะได$โก อินเตอร เพราะฟารมนี้ เค$ามีสงออก แล$วพี่อาจจะไมดังระดับเอเชียไกกา แต พี่อาจได$ดังไประดับโลกอยาง Hermes จนต$องเสียความเป%นตัวเอง ถ$าพี่ยังไม อยากเสียความเป%นตัวของตัวเอง ขอร$องวา อยามา!! **** จาก พี่เข$ เมืองปากน้ํา ที่เตรียมตัวโกอินเตอร มันไมมาก็ได$ มาสงพี่หลาม พี่เหลือมไปแทน 555


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๕๗

อวสานน'องน้ํา บทสรุปที่มาทีไ่ ป ของ มหากาพย+ความรักอันยิ่งใหญ2 เข'าฉายพร'อมกันแล'วทั่วก���ุงเทพมหานคร เร็วๆ นี้ ทั่วถึงจาก ตาตุ2มถึงคอ จากน$องน้ําถึงพี่กรุงสุดรักสุดสวาทขาดใจ............ จดหมายฉบับนี้อาจจะเป%นจดหมายฉบับสุดท$ายแล$วที่น้ําจะแวะเข$ามา รบกวนจิตใจพี่กรุง น้ําอยากให$พี่กรุงได$รู$ไว$วาทําไมน้ําถึงต$องกลับมาเคลียเรื่อง ของเราให$จบลง พี่กรุงคงจะจําไมได$แล$วละซิ หากย$อนกลับไป ถึงตอนที่เราเคย อยูด$วยกันพี่ได$ทําอะไรกับน้ําไว$บ$างและเป%นความผิดของน้ําเหรอที่จะกลับมา ยืนตรงที่เดิม ที่เคยยืน น้ําไมแครหรอกถึงพี่จะมีทั้งทราย ปูน และหิน ถึงแม$พี่ จะไมสนใจใยดีน้ําเหมือนเชนเคย น้ําก็ไมสนใจหรอก อีกทั้งคําพูดของใครตอใคร ที่พยายามจะมาขัดขวางน้ํา เพราะน้ํายังเชื่อในรักของเรา น้ํามั่นใจ ในตัวของพี่ กรุ ง เสมอ ยั ง จํ า ได$ มั้ ยครั้ ง หนึ่ ง ที่ เคยสั ญ ญาวาจะรั กและดู แลน้ํ า ตลอดไป สมัยที่น้ํายัง คง สาว สวย ใสอยู พี่กรุงเป%นคนสัญญาไว$วาจะอยูดูแลรักษาน้ํา เป%นอยางดี แตสุดท$ายแล$วพี่กรุงก็ผิดสัญญาจริงๆ แล$ว น้ําก็ไมได$อยากจากพี่ กรุงไปในตอนนั้นหรอก แตสิ่งที่พี่กรุงทํากับน้ําในตอนนั้นมันเกินรับได$จริงๆ พี่ยังจําได$มั้ยวาพี่ได$ทําอะไรกับน้ําบ$าง ถ$าจําไมได$น้ําจะชวยเตือนความจําให$ก็ แล$วกันนะ พี่กรุงพยายามขับไลน้ําสารพัดเมื่อตอนที่พี่กรุงได$พบกับแสงสีและ ความเจริญ ทิ้งขว$างทั้งขยะและสิ่งปฏิกูลตางๆ ใสตัวน้ํา จากสภาพขาวสวยใส ในตอนนั้นก็ได$เปลี่ยนสภาพไปก็เพราะใครละ....ไมใชเพราะพี่เหรอ และใครกัน อีก ที่เป%นคนรังแก พี่ชายอันเป%นสุดที่รักของน้ํา อยางพี่ต$นไม$ ทั้งที่น้ําและใครๆ ก็เคยห$ามพี่กรุงแล$ว แตพี่กรุงก็ไมสนใจ และยังหันมาทําลายบ$าน แหลงพัก สุดท$ายของน้ําอีก สิ่งที่พี่ทําไว$ในวันนั้น มันทําให$น้ําเสียใจมากพี่รู$มั้ย แตน้ําก็ไม เคยโทษพี่และไมเคยโกรธพี่เลยน้ํารู$วาพี่เปลี่ยนไปเพราะสังคมที่ใหญโตขึ้น น้ํา


๑๕๘ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

พร$อมจะยอมรับมันเลยได$หนีจากพี่ไปในวันนั้น แตมาวันนี้ ถึงวันที่น้ําเองก็ไมรู$ จะไปหาใครแล$ว เพราะน้ํารู$วาถึงน้ําจะอยูกับใครน้ําก็ไมสามารถลืมพี่กรุงได$ พี่ คงตกใจและสงสัยวามาวันนี้ทําไมน้ําจึงได$เปลี่ยนไปมากจนไมเหลือคราบสาวใส ในวันนั้นมันก็เพราะพี่เองนั้นละ แตหวังวาพี่คงจําสัญญาระหวางเราได$วาพี่จะรัก และดูแลน้ําตลอดไป มาวันนี้ก็ถึงวันที่น้ําจะกลับมาทวงสัญญานั้น ปล. นาทีนี้ ตอให$ทั้ง ทราย ปูน หิน สามรุมหนึ่ง น้ําก็ไมหวั่นคะ ยังรักพี่กรุงเหมือนเชนวันวาน จากคนที่เจ็บแลวไมจํา ที่มา: http://www.fwdder.com/topic/364965


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๕๙

ลําตัดอวสานน'องน้ํา ชมรมรักษเพลงพื้นบาน มหาวิทยาลัยมหิดล (สร'อย) เดินดงหลงทาง เข'าปPาโยงยางลิงค2างวิ่งกรู จิ้งหรีดมันหวีดแหว เรไรร'อง แซ2จับบนแง2เขางู ไหว$ครูประเดิมเริ่มหัดที่คิดลําตัดเป%นขั้นตอน ไหว$ครูเฒาเกากอนที่เขียนกลอนกระทู$ ไหว$ครูพักลักจํามาแตโบร่ําโบราณ จนเกิดความชํานาญเพราะเคยผานเข$าหู เคยผานเคยพบเราจึงเคารพบูชา พระคุณล้ําคาที่ให$วิชาความรู$ วิชาศิลปะจังหวะทํานอง ให$แคลวให$คลองการร$องลูกคู จะขึ้นลูกคูแบบครูสอนไว$ เราต$องเข$าใจกลอนไรกลอนรู ไมรู$ทํานองก็ร$องลําบาก เป%นเรื่องยุงยากถ$าหากไมรู$ ต$องร$องให$เป%นต$องเลนสัมผัส ฉะนั้นลําตัดต$องหัดจากครู ครูแกครูเกาครูเฒาชรา ข$าขอศรัทธาบูชาเชิดชู ไมบิดไมเบือนชวยเตือนกระตุ$น ข$าขอขอบคุณครูสุนทรภู ครูดั้งครูเดิมครูเสริมสั่งสอน กําหนดบทกลอนแนนอนนาดู เรายึดมั่นกตัญ”ูตาเราถือวาเป%นของขลัง จะเลนลําตัดแตละครั้งพวกเราจึงตั้ง กํานลครู (สร$อย) (สร'อย) พวงมาลัยลอยไปลอยมา โอ'แม2พวงมาลาใครหนอมาลอยไกล มหิดลวันนี้ประวัตมิ ีนานมา เชี่ยวชาญการศึกษาเป%นป(ญญาของแผนดินไทย เป%นบอเกิดแหงตํานาน เพลงพื้นบ$านพื้นเมือง มีชื่อเสียงลือเลื่อง ลือกระเดื่องไปไกล อีกยังเกิดต$นตําหรับผู$กํากับชมรม ทานคือผู$สร$างสมอุดมการณอันวิไล ทานชื่ออาจารยอภิลักษณเป%นที่ประจักษจิต สร$างแนวทางสาธิตเราขอตามติดทานด$วยใจ เราจะไมท$อถอยจะเดินรอยตามครู แล$วถ$าทุกคนยังดูผมอยู ผมก็ขอสู$ตลอดไป(สร$อย)


๑๖๐ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

(สร'อย) ครืนครืนครื้นเครง เสนาะวังเวงคล'ายเพลงดนตรี วิเวกกังวานแว2วหวานคํา วอน นิ่งนั่งฟ1งกลอนเชิงสุนทรวาที พูดถึงประเทศไทยของผมความสุขสมก็ล$นปริ่ม ขึ้นชื่อวาสยามเมืองยิ้ม ก็อกอิ่มเปรมปรีดิ์ มีแตความสมบูรณ เพิม่ พูนความสุข มีในหลวงเป%นประมุข คลายความทุกข เพิ่มสุขขี อยูกันมานมนาน มีรัฐบาลมาหลายพรรค มาแก$ป(ญหามาเป%นปรป(กษ มายึกยักโยยี ก็ปลอยกันจนมั่ว จะต$องกลัวไปใย มาแก$ป(ญหามากันภัย มาชักใย มาเป%นนอมินี (เฮ$ย...) เริ่มมามีป(ญหา เมื่อกันยาป6ที่แล$ว ความทุกขไมคลาดแคล$วไมผองแผ$วแล$วซี มีน้ําปaาไหลหลาก มันมาพรากความสุข ให$คนต$องระทมทุกข หลังมีความสุขมาหลายป6 ตั้งแตนครสวรรค ก็ยังไมทันได$ตั้งตัว ลงมาชัยนาทยังหมองมัว นากลัวไมปราณี อยุธยาทวมเป%นเดือนกอนจะมาเยือนกรุงเทพ คนกรุงแทบสิ้นเล็บ แปลบเจ็บย่ํายี ผมอยากจะนําเสนอ ให$ทานเธอได$ฟ(ง ในเรื่องที่กําลังดัง เจ็บจังจังในป6นี้ แตจะเลาแบบไทย ให$รวมสมัยให$อินเทรนด เพื่อทุกทานและมายเฟรนด จะแมนหรือวูเม$นก็ฟ(งดี ลองมาฟ(งเรื่องราว ของคูหนุมสาวคูหนึ่ง ที่มีสัมพันธลึกซึ้ง แบบไมทะลึ่งดูสักที (สร$อย) เกริ่นฉ2อย มหิดลมาชวนเชิญ ใช$ทํานองเพลงฉอยที่เหลือน$อยลง ขอวิงวอนพอแมนะวาพี่น$อง ได$ยินเสียงผู$ชายมาร$องเชิญ สําเนียงเสนาะแหมมันเพราะพริ้ง แมหนูที่รักอยามัวชักช$า

ขึ้นร$องเกริ่นเพลงเบิกโรง มาสืบสานธํารงเพลงพื้นบ$านไทย ลูกได$เอยคําร$องอธิบายเอย...ไป แมสาวน$อยก็ไมเนิ่นอยูนิ่ง ฟ(งฟ(งแล$วมันนาเพลิดเพลิน เสียงผู$ชายเขามาร$องเชิญเอย...ไป


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๖๑

ฉ2อย พอจบลําตัดก็ซัดเพลงฉอย ผู$ฟ(งคึกคักนารักหนักหนา (น้ํา) น้ําเดินทางมานานแสนลําบาก ตามหาพี่ชายไมเจอสักที เจอผู$ชายมากมายมาก็หลายคน ทั้งพี่สิงห พี่นนท หรือวาพี่ยุทธ มาอยูเมืองใหญมานั่งตบยุง (พี่กรุง) ผมกับน้ําเคยรักกันหวานชื่น เจ็บปวดรวดร$าวไร$ที่ระบาย แตหากวันนี้น้ําจะกลับมา (ทราย) แหมคิดมากไปไหมพี่จvา ถึงเราจะรักกันได$ไมนาน [นายก: ไมเป0นไรคะ เราเอาอยู] ทางฝaายผู$ใหญเขาก็ผลักดัน (น้ํา) ถึงแกจะทั้งดําและทั้งอ$วน แตอยาคิดวาฉันจะยอมแพ$ ไปทลายกําแพงใจของพี่กรุง (ทราย) ขอโทษนะหลอนวาใครที่วาดําอ$วน หุนอยางฉันเขาไมได$เรียกอ$วน แกอยาหวังวาจะเข$ามา กั้นพี่กรุงเอาไว$และขวางทางแก (น้ํา) เอyะ อีนังทรายนี่วอนแท$แท$ แกยังไมเจียมตัวกล$ามาหาเรื่อง พี่กรุงกับแกไมเหมาะสมกัน

เรามาร$องดูซักหนอยมันจะแคไหน ชวยผมรับเอชาได$ไหม...เอชา เที่ยวระกําตรําตรากมามากมาย ตามมาแล$วหลายที่ทั้งใกล$ไกล วนเวียนวกวนดูวุนวาย แตพี่เค$าเป%นตุyดหนูเลยเลิกไป [แตละคนมีชื่อจริงมั้ย?] มองหา“พี่กรุง”ในเมืองศิวิไลซ (เอชา) ไมเคยจะขมขื่นกอนน้ําจากไป จนมาเจอน$องทรายเข$ามาดามใจ พี่กรุงก็เกรงวาเราจะไปกันไมได$ ทรายจะดูแลอยางแนนหนาอยากังวลใจ แตทรายขอสาบานทรายเอาไหว ให$เรารักกัน แล$วพี่จะกลัวอะไร (เอชา) ผิดอัตราสวนหญิงไทย ตอให$สู$ยันแกฉันก็จะพังเข$าไป แกไมต$องยุงนะนังกระสอบทราย ที่วาผิดอัตราสวนหญิงไทย เขาเรียกวาสมสวนขยี้ใจ จะกลั้นแกจนกวาแกจะถอดใจ เพราะถ$ามีแคนี้ฉันสูไ$ หว (เอชา) หน$าแกก็รุนแมของฉันได$ เดี๋ยวแมตบให$ฟ(jนเฟkอนลืมเชื้อสาย หากแกสืบพันธุลูกคงร$องไห$


๑๖๒ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

แคระดับป(ญญามันก็ตางแล$ว ไอ$ฉันนะมันฉลาดแถมมั่นมาด แถมลาสุดยังไปเข$าที่มหิดล แตผู$คนที่นั่นเขาก็ต$อนรับ พวกเขาคงเศร$าใจตอนฉันออกมา นักศึกษาเขาก็ไมมีกระจิตกระใจเรียน ต$องเลื่อนเปiดเทอมไปตั้งหลายวัน (ทราย) ถึงแกจะฉลาดฉันก็จะสู$ อีกทั้งหลายคนเขาก็เชียรอยู [นายก: เราเอาอยูคะ!] ถึงจะพยายามก็คงเหนื่อยเปลา แกเองก็ได$มาหลายคน ลาสุดก็ได$พี่ปทุม ทั้งบ$านทั้งรถแทบจะไมเหลือ นาสงสารบรรดาชายเหลานั้น แตตอนนี้ฉันจะดูแลพี่กรุง (พี่กรุง) โธ ทั้งสองสาวเธอใจร$อนนัก ใจเย็นเย็นกอนนะน$องทรายจvา เรื่องของเรามันจบไปแล$วน้ําจvา ถึงเมื่อกอนเราจะอยูด$วยกัน แตตอนนี้พี่ขออยูอยางสงบ รักครั้งใหมสดใสกวาเดิม [นายก: เอาอยูคะ!] (พี่เข$) พี่เข$ก็นั่งดูเรื่องราวอยู เพราะตัวพีไ่ ด$ออกเดินทางมา

เดี๋ยวไลไปอยูกับแม$วที่แมสาย ทั้งจุฬาธรรมศาสตรฉันก็เข$าได$ แตมันไกลผู$คนฉันทนไมไหว เยอะเหลือคณานับโอ$ยฉันนี่นับไมได$ ถึงกับเสียน้ําตานั่งร$องไห$ ความขยันหมั่นเพียรก็เริ่มหายไป กวาจะทําใจกันกลับมาเรียนได$ จะใช$กําลังดูให$มันรูไ$ ป ให$เราสองอยูคูแกเข$ามาไมได$ ฉันไมให$แกเอาพี่กรุงไป ทั้งพี่ยุทธพี่นนทแกเอาไปไว$ไหน สูบเขาจนเขากลุ$มต$องสร$างบ$านใหม เหลือแตขี้เกลือที่มาจากน้ําลาย (เฮ$ย...น้ําตา) สุดเกินจะกลั้นแตฉันชวยไมได$ ตอให$เอาเพื่อนมาอีกร$อยกระบุง ก็ไมไหลเข$าไป (เอชา) ก็ด$วยความรักในตัวชาย ขอให$พี่ยาได$แก$ไข อยาไปหวนเวลาเมื่อมันผานไป เป%นดั่งเงาจันทรในเดือนหงาย เพราะตอนนี้พี่พบกับรักใหม นายกคอนเฟiรมวาสู$ไหว (เอชา) เชียรให$น$องน้ําสู$ขาดใจ นนบุรี อยุธยา ได$อยางงายดาย


คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๖๓

เดินทางไปมาหลายพื้นที่ แหมเรื่องไอ$ความรักมันก็ไมจีรัง สงสารแตหนูน้ําคงใจสลาย ไมเป%นไรหรอกลูกถือวาทําบุญ พี่จะแนะให$อยูหนึ่งเรื่อง ไปสงบจิตสงบใจไมให$ฟุbง (พี่กรุง) แตพี่วาอยาไปเลยดีกวา กองอยูเป%นภูเขาเป%นร$อยเป%นพัน (พี่เข$) แหมพอพูดเรื่องนี้พี่ก็เศร$าสร$อย ปaานนี้เป%นยังไงบ$างก็ไมรู$ ไอ$ที่พี่ทําได$มันก็แคนี้ (พี่กรุง) น้ําจvาตอนนี้พี่อยากจะมาเคลียร อยากบอกให$รู$พี่อยูได$ น้ําจะกลับมาทําไมเอาตอนนี้ แตถ$าน้ําดึงดันจะเข$ามา [นายก: เอาอยูคะ] ขอให$รีบมาแล$วก็รีบออก (น้ํา) เมื่อกอนนี้จีบกันน$องยังจําได$

อยูปทุมธานีพี่วายฟรีสไตล บทเวลามันจะพังก็พังงาย คงต$องร$องไห$ น้ําตาไหล มาซบอกไออุนของพี่ก็ได$ ลองลี้ภัยไป“ดอนเมือง”ดูเอาไหม หรือไปชวยแพ็กถุงยังชีพก็ได$ แพ็คไปก็นั้นหนาเขาไมได$เอาไป รอแปะสติ๊กเกอรกันก็ทําไปได$ ยืนคิดจนใจลอยถึง “พี่ใหญ” เห็นวาไปอยูที่ดไู บ แปะสติ๊กเกอรลงไปที่ของชวยภัย พี่ไมอยากจะเสียเวลาไป ถึงเคยใจสลายตอนน้ําจากไกล มาในวันที่มันสายไป ไมต$องพรรณนาพี่กร็ ับไหว

ไปไมต$องบอกแตไปให$ไว (เอชา) ต$องเขียนจดหมายหากันอยูเป%นป6 (เฮย! คุนๆ เหมือนเพลงนะ) เมื่อกอนนี้จีบกันน$องนึกออก ที่พี่ชายบอกจะรักจนตาย รักกันหวานชื่นแบบรื่นรมย แบบไมต$องผสมกับน้าํ อะไร วันนี้น$องกลับมาขอความรัก พี่ชายกลับมาหักหัวใจ เพราะนังกระสอบทรายมันมาป(jนหัว หลงมันจนลืมตัว..หลงนังหมีควาย มาอ$างผู$ใหญ เขาก็ยินดี กลับไปถามมันอีกทีก็ตอบไมได$ (ทําไมละ) (อLอ..ก็น้ํามันทวมปากไงละ เลยตอบไมได/วันนั้นบอกแคเขาๆ กลับไป บาน เทานี่!! ,มิดหัว) นายก: เอาอยูคะ


๑๖๔ |

น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ฉันไมสนวาใครจะมาขวางทาง ไมวาหนาหรือบางน้ําจะพังเข$าไป ไมวาใครจะมาดาวาน้ําหน$าด$าน หาวาเป%นอันธพาลก็ไมสนใจ (กรุง: ไมใชแคนั้นสิ ตอนนี้เขารังเกียจและขยะแขยงแลวดวย) หน$าตาแบบนี้ยังจะคิดสู$ แกกลับไปเก็บหอยเก็บปูดีกวาไหม (นายก: แตเราเอาอยูนะคะ ทําเสียงแบบสําลักน้ํา) แกจําได$ไหมวาฉันสวยที่สดุ ทั้งพี่นนท พี่ยุทธ ฉันก็แยงได$ ตอให$แกขัดขวางฉันกับพี่กรุง แกก็เตรียมกระบุงไว$รองน้ําลาย (เฮ$ย น้ําตา) (ทราย) ฉันจะขวางเธอไว$ด$วยชีวิต เพราะฟbาได$ลิขิตเอาไว$ ให$ฉันดูแลพี่กรุงคนนี้ ให$หางจากชะนีอยางแกไง จะดูแลหน$าผมและก็ทั้งตัว ตั้งแตเท$าจรดหัวให$ปลอดภัย (เอชา) (ชาวบ$าน)โอyยชาวบ$านไมไหวแล$วกับเรื่องนี้ ดูมาหลายนาทีตั้งแตบาย รักมั่วรักซั่วกันพัลวัน แกจะอะไรกันตั้งมากมาย นังน้ํานี้ก็สอยมาแล$วหลายคน ทั้งพี่ยุทธ พี่นนท ก็ยังไมพอใจ ยังจะกลับมาฟาดเจ$ากรุงอีก ฉันเลยถึงจุดพีครับไมไหว ถ$าแกได$เขาไปอีกหนึ่งคน ฉันต$องรับผลกระทบอีกมากมาย เดือดร$อนหญิงชายทั่วหน$ากัน ไปไกลๆ เท$าฉันกอนสายไป (เอชา) (พี่ทะเล) น้ําของพี่เลไมต$องเสียน้ําตา น้ําตาน$องมีคากวาสิ่งใด เห็นน้ําเจ็บใจพี่ก็เจ็บด$วย ตั้งแตหัวจรด..นะแมหวานใจ (เฮย..กระบวย) ดูคนที่นี่เขาไมชอบน$อง พี่เองก็จะร$องบอกไป กลับบ$านไปกับพี่กันดีกวา พี่เลจะอ$า...แขนรับไว$ จะดูแลเนื้อตัวและทะนุถนอม ยุงไมไตไรไมตอมแมหน$าใส จะบํารุงบําเรอนะน$องยา จะประเคนกายาให$น$องไป บ$านเราทั้งใหญทั้งกว$างขวาง ให$น$องน้ําเดินทางเหนือจรดใต$ (น้ํา) เมื่อน$องน้ําจากไปเดีย๋ วเขาก็คิดถึง ป6หน$าน$องจะบึ่งมาใหม (เอชา)


ภาคผนวก


๑๖๖ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๖๗

คําประกาศเกียรติคุณ รางวัล “ศาลายาสดุดี” ครั้งที่ ๓ พุทธศักราช ๒๕๕๖

สหกรณ'บา) นคลองโยง สหกรณ#บานคลองโยง ตําบลคลองโยง อําเภอพุทธมณฑล จังหวัด นครปฐม เป.นแบบอยางที่ดีขององค#กรภาคประชาชนที่ทําหนาที่ในการรักษา ผลประโยชน# ของชุม ชน ผานรูปแบบของสหกรณ#ชุมชน อันแสดงถึ งความ เขมแข็งและการบริหารจัดการชุมชนที่ดี ผลงานที่โดดเดนของสหกรณ#บาน คลองโยงคือ การผลักดันเรื่อง “โฉนดชุมชน” จนประสบความสําเร็จและ ไดรับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเป.นแหงแรกของประเทศ ความพยายามของ สหกรณ# บ านคลองโยงเรื่ อ งโฉนดชุ ม ชนอั น แสดงถึ ง พลั ง ของทองถิ่ น เป. น ประจักษ#พยานถึงความทุมเทและอุทิศตนของกลุมบุคคลเพื่อทองถิ่นของตน นอกจากนี้ ยั ง ทํ า ใหเห็ น ถึ ง การมี ส วนรวมของชุ ม ชนในการที่ มี ส วนในการ บริหารจัดการที่ดินใหเกิดความยั่งยืน ควบคูไปกับการเรียนรูเพื่อพัฒนาชุมชน ใหเป.นตนแบบของพื้นที่การจัดการภายใตรูปแบบโฉนดชุมชน ดวยเหตุ ดั ง กลาวมา คณะศิ ล ปศาสตร# มหาวิ ท ยาลั ย มหิ ด ล โดย คณะกรรมการจั ด งานโครงการเลาขานตํ า นานศาลายาครั้ ง ที่ ๗ จึ ง มี ฉันทานุมัติเห็นสมควรมอบรางวัล “ศาลายาสดุดี” แกสหกรณ#บานคลองโยง เพื่อแสดงความยกยองและเป.นเกียรติประวัติสืบไป


๑๖๘ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๖๙

โครงการ “เลาขานตํานานศาลายา” ครั้งที่ ๗ ตอน “๑๑๐ ป สถานีรถไฟศาลายา”

๑. ชื่อโครงการ โครงการ “เลาขานตํานานศาลายา” ครั้งที่ ๗ ตอน “๑๑๐ ปB สถานีรถไฟ ศาลายา” ๒. หนวยงานที่รับผิดชอบโครงการ ศูนย#สยามทรรศน#ศึกษา คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล ๓. ผู.รับผิดชอบโครงการ อาจารย# ดร.อภิลักษณ# เกษมผลกูล ๔. หลักการและเหตุผล นับแตภาคเรียนที่ ๒ ปBการศึกษา ๒๕๔๘ เป.นตนมา สาขาวิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร# ไดเปHดการเรียนการสอนในรายวิชา “วรรณกรรมพื้นบาน” ขึ้น เพื่อใหนักศึกษาไดเรียนรูความคิด ภ���มิปIญญา และวิถีชีวิตความเป.นอยูของกลุมชน ผานวรรณกรรมพื้นบานทั้งรูปแบบลายลักษณ#และมุขปาฐะ ในการนี้คณะนักศึกษา ไดเก็บรวบรวมขอมูลภาคสนามในพื้นที่ตําบลศาลายา พบวาพื้นที่บริเวณนี้มีประวัติ ความเป.นมายาวนาน มีเอกลักษณ#ทางประวัติศาสตร#และวัฒนธรรมที่นาสนใจ จึง ไดเสนอใหจัดโครงการในลักษณะการเสวนาความรูที่เกี่ยวของกับเอกลักษณ#ทาง ประวัติศ าสตร#แ ละวั ฒนธรรมเพื่ อเป.นการเพิ่ม พูนความรูและเปHดโลกทัศน# ของ นักศึกษาใหกวางขวางยิ่งขึ้น อนึ่ง การดําเนินการสืบคนเอกลักษณ#ทางประวัติศาสตร#และวัฒนธรรม ของตําบลศาลายานั้น หนวยงานในสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดลไดมีการดําเนินการ


๑๗๐ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง มาแลวกอนหนานี้ ซึ่งนอกจากการศึกษาในเชิงประวัติศาสตร#และวัฒนธรรมแลว ยัง มี ก ารศึ ก ษาขอมู ล ในสาขาตางๆ อาทิ สาขาสิ่ ง แวดลอม สาธารณสุ ข ศาสตร# เศรษฐศาสตร# สั ง คมศาสตร# มนุ ษ ยศาสตร# เป. น ตน เพื่ อ แลกเปลี่ ย นความรู ประสบการณ# ตลอดจนเพื่อสรางความสัมพันธ#และสรางความเขาใจอันดีระหวาง ชุ ม ชนกั บมหาวิ ทยาลั ยมหิ ด ล โดย เฉพาะ อยางยิ่ งในปB พ.ศ. ๒๕๔ ๒ มหาวิ ท ยาลั ยมหิด ลไดอนุมั ติ เงิ นทุ น อุด หนุน การวิจั ย ในชุ ด “โครงการวิ จั ยและ พัฒนาประชาคมพุทธมณฑล” โดยโครงการวิจัยดังกลาวแบงเป.น ๖ ชุดโครงการ ยอย คือ ชุดทุนทางสังคมและวัฒนธรรม ชุดทุนทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล"อมและ ระบบนิเวศ ชุดพุทธมณฑลในระดับมหภาค ชุดการจัดตั้งตนเอง การเรียนรู"ทาง สังคมและภาคประชาชน ชุดนักวิชาการรุ,นใหม,กับการพัฒนาองค-ความรู"ท"องถิ่น พุ ท ธมณฑล และ ชุ ด พุ ท ธมณฑลเมื อ งน, า อยู, ซึ่ ง มี วั ต ถุ ป ระสงค# สํ า คั ญ เพื่ อ ให ชาวบานหรือนักวิจัยทองถิ่นกับนักวิชาการและนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ไดเรียนรู ชุมชนรวมกันเพื่อเสริมสรางศักยภาพของชุมชน ภายหลังจากเสร็จสิ้นโครงการวิจัย ดังกลาวแลว หนวยงานในมหาวิทยาลัยมหิดลยังคงมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับพื้นที่ ตําบลศาลายาอยางตอเนื่อง ดวยเหตุนี้ในปBพุทธศักราช ๒๕๕๐ คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล โดยความรวมมือกับสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท จึงไดจัดงาน “เลาขานตํานานศาลายา ครั้งที่ ๑” ขึ้น เพื่อเป.นการเผยแพรและพัฒนาองค#ความรู เกี่ยวกับชุมชนศาลายาในแงมุมทางมนุษยศาสตร#และสังคมศาสตร# เลาขานตํานาน ศ า ล า ย า แ ล ะ นั บ จ า ก นั้ น ม า ส า ข า วิ ช า ภ า ษ า ไ ท ย ค ณ ะ ศิ ล ป ศ า ส ต ร# มหาวิทยาลัยมหิดล ไดดํานินการศึกษาวิจัยและแลกเปลี่ยนเรียนรูรวมกับชุมชน ศาลายามาอยางตอเนื่อง ทําใหเห็นแงมุมของชุมชนศาลายาในมิติทางวัฒนธรรมที่ หลากหลายมากยิ่งขึ้น เป.นผลใหมีการจัดงานเลาขานตํานานศาลายาเป.นประจําทุก ปBเพื่อเผยแพรและประชาสัมพันธ#องค#ความรูดาน “ศาลายาศึกษา” ใหเป.นที่รับรู กวางขวางมากยิ่งขึ้น โดยมีการจัดงานในหัวขอตางๆ ตามลําดับมาเป.นประจําทุกปB ดังนี้


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๗๑

เลาขานตํานานศาลายาครั้งที่ ๑ ตอน “ประวัติศาสตร#และวัฒนธรรมแหง ศาลายา” เลาขานตํานานศาลายาครั้งที่ ๒ ตอน “คุยกับศิลปHนพื้นบานศาลายา” เลาขานตํานานศาลายาครั้งที่ ๓ ตอน “เปHดตํารับ สํารับศาลายา” เลาขานตํานานศาลายาครั้งที่ ๔ ตอน “ศาลา “ยา” ที่ศาลายา” เลาขานตํานานศาลายาครั้งที่ ๕ ตอน “คิดถึงแมประยูร...ลําตัดศาลายา” เลาขานตํานานศาลายาครั้งที่ ๖ ตอน “อยู เป.น เย็น สุข: น้ํากับชีวิตชาว ศาลายา” การจัดงานเลาขานตํานานศาลายา ๖ ครั้งที่ผานมาไดรับความสนใจและ การตอบรั บ อยางดี จ ากผู เขารวมงาน ซึ่ ง ประกอบไปดวยบุ ค ลากรภายใน มหาวิ ทยาลั ยและชาวชุ มชนศาลายา ตลอดจนนัก วิ จั ยชุ ม ชนและผูสนใจทั่ ว ไป รวมถึงกอใหเกิดโครงการและความรวมมือตางๆ มากมาย ในปBพุทธศักราช ๒๕๕๖ นี้ คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล เห็น ความสํ า คั ญ ของการจั ด โครงการเลาขานตํ า นานศาลายาดั ง เชนที่ ผ านมา จึ ง สนั บ สนุ น การจั ด งานในครั้ ง ที่ ๗ นี้ โดยใชชื่ อ วา โครงการ “เลาขานตํ า นาน ศาลายา” ครั้งที่ ๗ ตอน “๑๑๐ ปB สถานีรถไฟศาลายา” เพื่อรวบรวมและ แลกเปลี่ยนองค#ความรูเกี่ยวกับพลวัตของการเดินทางของชาวศาลายา ซึ่งตอเนื่อง จากการจัดโครงการครั้งที่ ๖ ที่ ผานมา ที่เกี่ยวของกับเรื่องของสายน้ําและการ เดินทางทางน้ํา มาสูการเดินทางทางบกดวยการโดยสารรถไฟ ตลอดจนมีการมอบ รางวัล “ศาลายาสดุดี” ครั้งที่ ๓ แกบุคคลสําคัญที่สรางคุณประโยชน#แกอําเภอพุทธ มณฑลอีกดวย ทั้งนี้ เพื่อเป.นการสรางสรรค#และพัฒนาองค#ความรูดาน “ศาลายา ศึกษา” อยางตอเนื่อง อีกทั้งยังเป.นศูนย#กลางในการเผยแพรองค#ความรูเกี่ยวกับ ชุมชนศาลายา อันจักเป.นประโยชน#ในการพัฒนาชุมชนศาลายาใหยั่งยืนตอไป


๑๗๒ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง ๕. วัตถุประสงค4ของโครงการ ๑. เพื่อเผยแพรและพัฒนาองค#ความรูเกี่ยวกับชุมชนศาลายา ๒. เพื่ อ ใหนั ก ศึ ก ษาคณะศิ ล ปศาสตร# มี โ อกาสในการสั ม ผั ส วิ ถี ชี วิ ต และ วัฒนธรรมพื้นบานมากขึ้น ๓. เพื่อแลกเปลี่ยนความรู ทัศนคติในเชิงมนุษยศาสตร#ระหวางนักวิชาการ นักศึกษา ในมหาวิทยาลัยกับปราชญ#ชาวบาน ๖. ระยะเวลาการปฏิบัติงาน มกราคม ๒๕๕๖ - กุมภาพันธ# ๒๕๕๖ ๗. จํานวนผู.เข.ารวมโครงการ นักศึกษาคณะศิลปศาสตร# คณาจารย#และเจาหนาที่ วิทยากรและผูดําเนินการเสวนา ผูสนใจในบริเวณตําบลศาลายาจํานวน

๑๕๐ ๒๐ ๕ ๒๕

คน คน คน คน

๘. สถานที่ปฏิบัติงาน คณะศิลปศาสตร# และศูนย#การเรียนรู มหาวิทยาลัยมหิดล ๙. ลักษณะการปฏิบัติงาน กิจกรรมภายในงานวันพุธที่ ๒๐ กุมภาพันธ4 ๒๕๕๖ ภาคเชา พิธีบวงสรวงพอปูPขุนทุง พิธี “แห,ว,าวสามชายถวายพ,อปู0ขุนทุ,ง” โดยนักศึกษา คณะศิลปศาสตร#ชั้นปBที่ ๔ ภาคบาย จัดปาฐกถา “๑๑๐ ปB เสนทางรถไฟ กรุงเทพฯ – เพชรบุรี”


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๗๓

จัดเสวนา และแสดงนิทรรศการเรื่อง “รถไฟ เรือเมล# มอเตอร#เวย# รถไฟฟSา: วิวัฒนาการการเดินทางและ การขนสง จากบางกอก – ศาลายา” พิธีมอบรางวัล “ศาลายาสดุดี” ครั้งที่ ๓ การแสดงเพลงฉอย ตอน “๑๑๐ ปB สถานี แ หง ความสุข” ๑๐. ผลที่คาดวาจะได.รับ ๑. มหาวิทยาลัยมหิดลกับชุมชนมีความสัมพันธ#ตอกันอยางใกลชิด ๒. ภูมิปIญญาของชุมชนศาลายาไดรับการอนุรักษ#และเผยแพรความรู ๓. นักศึกษาคณะศิลปศาสตร#ไดสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมพื้นบานศาลายา อยางใกลชิด ๔. ไดเครือขายทางวัฒนธรรมซึ่งประกอบไปดวยนักวิชาการ นักศึกษา ใน มหาวิทยาลัยกับปราชญ#ชาวบาน ๕ สามารถนําไปใชในการขยายผลเพื่อจัดตั้งศูนย#วัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ# ทองถิ่นศาลายาหรือหอจดหมายเหตุศาลายา


๑๗๔ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

กําหนดการงาน “เลาขานตํานานศาลายา” ครั้งที่ ๗ “๑๑๐ ป สถานีรถไฟศาลายา” ๒๐ กุมภาพันธ# ๒๕๕๖ ณ หอง Minitheater ชั้น ๓ อาคารศูนย#การเรียนรู มหาวิทยาลัยมหิดล .............................................................. ภาคเช.า (บริเวณมณฑลพิธี ศาลพอปูPขุนทุง) ๐๘.๓๐ - ๐๙.๐๐ น. พิธีแหวาวสามชายถวายพอปูPขุนทุง โดยนักศึกษาชั้น ปBที่ ๔ คณะศิลปศาสตร# ๐๙.๐๐ – ๑๐.๓๐ น. พิธีบวงสรวงพอปูPขุนทุง และการแสดงระบําบูชาพอ ปูPขุนทุง ภาคบาย (อาคารศูนย#การเรียนรู มหาวิทยาลัยมหิดล) ๑๒.๓๐ – ๑๓.๐๐ น. ลงทะเบียนรับเอกสาร ๑๓.๐๐ – ๑๓.๑๕ น. คณบดีคณะศิลปศาสตร# ประธานในพิธีเดินทาง มาถึงบริเวณงานและเยี่ยมชมนิทรรศการ ประธานศูนย#สยามทรรศน#ศึกษา กลาวรายงาน คณบดีคณะศิลปศา���ตร# กลาวเปHดงาน ๑๓.๑๕ – ๑๓.๓๐ น. พิธีประกาศเกียรติคณ ุ และมอบรางวัล “ศาลายา สดุดี” ประจําปB ๒๕๕๖ ๑๓.๓๐ – ๑๔.๓๐ น. บรรยายนํา ในหัวขอ “นั่งรถไฟไปเติมฝ6น” โดย คุณทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการนิตยสาร a day


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๗๕

๑๔.๓๐ – ๑๕.๓๐ น.

๑๕.๓๐ – ๑๕.๔๕ น. ๑๕.๔๕ – ๑๖.๐๐ น. หมายเหตุ:

เสวนา “รถไฟ เรือเมล- มอเตอร-เวย- รถไฟฟ8า: วิวัฒนาการการเดินทางและการขนส,ง จากบางกอก – ศาลายา” รวมเสวนาโดย ผู.ชวยศาสตราจารย4 ดร.สมชาย ปฐมศิริ (หัวหนาภาควิชาวิศวกรรมโยธาและ สิ่งแวดลอม ม.มหิดล) นายแพทย4วัฒนา เทียมปฐม (ประธานสภาวัฒนธรรมอําเภอพุทธ มณฑล) คุณอุบลศักย4 บันลือทรัพย4 (หัวหนางานเผยแพรเอกสาร การรถไฟแหง ประเทศไทย) คุณสัญญา เสมา (อดีตนายสถานีรถไฟศาลายา) ดําเนินรายการโดย อ.ชนกพร พัวพัฒนกุล (กรรมการศูนย# สยามทรรศน#ศึกษา) การแสดงลําตัดชุด “๑๑๐ ป สถานีแหงความสุข” โดย ชมรมรักษ#เพลงพื้นบาน คณบดีคณะศิลปศาสตร#กลาวขอบคุณและกลาวปHด งาน พรอมถายภาพเป.นที่ระลึก ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการ และการออกราน ผลิตภัณฑ#หนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ#จากชุมชน ศาลายา และการจําหนายหนังสือชุด “เลาขาน ตํานานศาลายา” ในราคาพิเศษ


๑๗๖ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

คําสั่ง คณะศิลปศาสตร4 มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ ๑๗ / ๒๕๕๖ เรื่อง แตงตั้งคณะกรรมการจัดโครงการ “เลาขานตํานานศาลายา” ครั้งที่ ๗ ตอน “๑๑๐ ป สถานีรถไฟศาลายา” --------------------------------เพื่อรวบรวมและแลกเปลี่ยนองค#ความรูเกี่ยวกับพลวัตของการเดินทาง ของชาวศาลายา และเป.นการเผยแพรและพัฒนาองค#ความรูดาน “ศาลายาศึกษา” อยางตอเนื่อง คณะศิลปศาสตร# จึงไดจัดโครงการ “เลาขานตํานานศาลายา” ครั้งที่ ๗ ขึ้น และเพื่อใหการจัดงานดังกลาวเป.นไปดวยความเรียบรอยและมีประสิทธิภาพ จึงขอแตงตั้งคณะกรรมการดําเนินงาน ดังมีรายนามตอไปนี้ ที่ปรึกษา ๑. อาจารย# ดร.อภิลักษณ# เกษมผลกูล คณบดีคณะศิลปศาสตร# ๒. นายแพทย#วัฒนา เทียมปฐม ประธานสภาวัฒนธรรมอําเภอ พุทธมณฑล ๓. คุณวลี สวดมาลัย ประธานกลุมคนรักษ#ถิ่นบานวัด มะเกลือ คณะกรรมการฝJายอํานวยการและประสานงาน ๑. อาจารย#ศิธรา จุฑารัตน# ๒. อาจารย#ชนกพร พัวพัฒนกุล ๓. อาจาย#อรวี บุนนาค ๔. อาจารย#ฐิตภิ า คูประเสริฐ

ประธานกรรมการ รองประธาน กรรมการ กรรมการ


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๗๗

๕. อาจารย#วศวรรษ ๖. นางสาวพัทนินทร# ๗. นางสาวพัชรี

สบายวัน พรหมมิ ศรีเพ็ญแกว

๘. นางสาวพรทิพย#

ตันติวุฒิปกรณ#

๙. นางสาวสิรริ ัตน#

อุทร

คณะกรรมการฝJายประชาสัมพันธ4และสูจิบัตร ๑. อาจารย#อรวี บุนนาค ๒. อาจารย#ชนกพร พัวพัฒนกุล ๓. อาจารย#วริศรา โกรทินธาคม ๔. นางสาวพนิดา หนูทวี ๕. นางสาวสุกัญญา อินทรชิตจุย ๖. นางสาววราพร ยินดี ๗. นางสาวสมฤทัย ยิ้มแฉง ๘. นายกสโมสรนักศึกษาคณะศิลปศาสตร# ๙. นางสาวอรพรรณ ลิ้มติ้ว

คณะกรรมการฝJายพิธีการและของที่ระลึก ๑. อาจารย#ยิ่งยศ กันจินะ ๒. อาจารย#ชนกพร พัวพัฒนกุล ๓. อาจารย#อรวี บุนนาค ๔. อาจารย#วริศรา โกรทินธาคม

กรรมการ กรรมการ กรรมการและ เลขานุการ กรรมการและผูชวย เลขานุการ กรรมการและผูชวย เลขานุการ

ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและ เลขานุการ

ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ


๑๗๘ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง ๕. อาจารย# ดร.สุธาทิพย# เหมือนใจ ๖. นางสาวกัณฐรัตน# ตะเพียนทอง ๗. นางสาวสิรริ ตั น# อุทร

กรรมการ กรรมการ กรรมการและ เลขานุการ

คณะกรรมการฝJายลงทะเบียน ประเมินผล และจําหนายหนังสือ ๑. อาจารย#ฐิตภิ า คูประเสริฐ ประธานกรรมการ ๒. อาจารย#ศิธรา จุฑารัตน# กรรมการ ๓. อาจารย#เขมฤทัย บุญวรรณ กรรมการ ๔. อาจารย#ปนรรฐพร พจน#พัฒนพล กรรมการ ๕. อาจารย#เนมิ อุนากรสวัสดิ์ กรรมการ ๖. อาจารย#วิราพรหงส#เวียงจันทร# กรรมการ ๗. อาจารย#เก` แดงสกุล กรรมการ ๘. อาจารย#จติ ติขวัญ ภูพันธ#ตระกูล กรรมการ ๙. อาจารย#พรหมธิดา พงศ#พรหม กรรมการ ๑๐. อาจารย#วรรณสม สีสังข# กรรมการ ๑๑. นางสาวสมฤทัย ยิ้มแฉง กรรมการ ๑๒. นางสาวพรทิพย# ตันติวุฒิปกรณ# กรรมการและ เลขานุการ คณะกรรมการฝJายพิธีบวงสรวง ๑. อาจารย#วศวรรษ ๒. อาจารย#เขมฤทัย ๓. อาจารย#ฐิตภิ า ๔. อาจารย#วริศรา ๕. อาจารย#ศิธรา

สบายวัน บุญวรรณ คูประเสริฐ โกรทินธาคม จุฑารัตน#

ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๗๙

๖. อาจารย# ดร.สุธาทิพย# เหมือนใจ ๗. นายดรณ# แกวนัย

กรรมการ กรรมการและ เลขานุการ

คณะกรรมการฝJายจัดเลี้ยงและปฏิคม ๑. อาจารย#ชนกพร ๒. อาจารย#ฐิตภิ า ๓. นางสาวสายสุณีย# ๔. นางหอม ๕. นางสิริกร ๖. นางปริศนา

พัวพัฒนกุล คูประเสริฐ โสมทอง สังขจาย ขันตี ประชุมพันธุ#

ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและ เลขานุการ

คณะกรรมการฝJายจัดนิทรรศการ ๑. อาจารย#ชนกพร ๒. นายสุทธิพงษ# ๓. นายบุญฤทธิ์ ๔. นายธัชนันท# ๕. นายสงบสุข ๖. นายเดโชพล ๗. นางสาวประภา ๘. นางสาวพรจิตร ๙. นางสาวสุภดิ า ๑๐. นางสาวดุจหทัย ๑๑. นางสาวนลรัตน# ๑๒. นางสาวสิรริ ัตน#

พัวพัฒนกุล ตะเภาทอง พุมชาง เครือทองจันทร# นาสวนสุวรรณ บุนนาค งามสามพราน ศรีมนตรี สมานมิตร มาสุข นราพลหิรัญชัย อุทร

ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ


๑๘๐ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง ๑๓. นางสาวกัณฐรัตน#

ตะเพียนทอง

คณะกรรมการฝJายการแสดง ๑. อาจารย#วริศรา โกรทินธาคม ๒. อาจารย#ศิธรา จุฑารัตน# ๓. ประธานชมรมรักษ#เพลงพื้นบานฯ ๔. นางสาวพัชรี ศรีเพ็ญแกว

กรรมการและ เลขานุการ

ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและ เลขานุการ

คณะกรรมการฝJายการเงิน ๑. อาจารย#ศิธรา ๒. อาจารย#อรวี ๓. นางมารศรี ๔. นางสาวฐิติวรดา ๕. นางสาวยุวลักษณ# ๖. นางสาวนันทวดี

จุฑารัตน# บุนนาค โฉมปรางค# วัฒนากร โสภณดิษย# แกวศรี

ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและ เลขานุการ

คณะกรรมการฝJายสถานที่ ๑. อาจารย#วศวรรษ ๒. นายสุทธิพงษ# ๓. นายบุญฤทธิ์ ๔. นายพีระยุทธ ๕. นายอรรถพล ๖. นายฐากร

สบายวัน ตะเภาทอง พุมชาง ส่ําประเสริฐ แหงหน ฉ่ําตากอง

ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๘๑

๗. นายวีรวุฒิ ๘. นายอน ๙. นายดรณ# ๑๐. นางสาวสมฤทัย

จินดาวงษ# คําสม แกวนัย ยิ้มแฉง

คณะกรรมการฝJายโสตทัศนูปกรณ4และบันทึกภาพ ๑. นายสุพจน# ศุภศรี ๒. นายประเทือง เรืองสมุทร ๓. นายพีระยุทธ ส่ําประเสริฐ ๔. นายบุญฤทธิ์ พุมชาง ๕. นายอรรถพล แหงหน ๖. นายฐากร ฉ่ําตากอง ๗. นายสงบสุข นาสวนสุวรรณ ๘. นายนธี การะเวก ๙. นายสุทธิพงษ# ตะเภาทอง

กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและ เลขานุการ

ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและ เลขานุการ

ทั้งนี้ ตั้งแตบัดนี้เป.นตนไป จนกวาการดําเนินงานจะแลวเสร็จ สั่ง ณ วันที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖

(อาจารย# ดร.อภิลักษณ# เกษมผลกูล) คณบดีคณะศิลปศาสตร#


๑๘๒ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

คําสั่ง คณะศิลปศาสตร4 มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ ๖๙ / ๒๕๕๖ เรื่อง แตงตั้งกองบรรณาธิการ เนื่องในโครงการ “เลาขานตํานานศาลายา” ครั้งที่ ๗ ตอน “๑๑๐ ป สถานีรถไฟศาลายา” --------------------------------ตามที่ คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล ไดแตงตั้งคณะกรรมการจัด โครงการ “เลาขานตํานานศาลายา” ครั้งที่ ๗ ตอน “๑๑๐ ปB สถานีรถไฟศาลายา” ตามคํ า สั่ ง คณะศิ ล ปศาสตร# มหาวิ ท ยาลั ย มหิ ด ล ที่ ๑๗/๒๕๕๖ ลงวั น ที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๖ นั้น เพื่อใหการดําเนินการจัดทําหนังสือ เนื่องในโครงการดังกลาว เป.นไปดวยความเรียบรอยและมีประสิทธิภาพ จึงขอแตงตั้งกองบรรณาธิการ ดังมี รายนามตอไปนี้ ๑. อาจารย# ดร.อภิลักษณ# เกษมผลกูล บรรณาธิการ ๒. นายดรณ# แกวนัย กองบรรณาธิการ ๓. นางสาวอรพรรณ ลิ้มติ้ว กองบรรณาธิการ ๔. นางสาวพัชรี ศรีเพ็ญแกว กองบรรณาธิการ ทั้งนี้ ตั้งแตบัดนี้เป.นตนไป จนกวาการดําเนินงานจะแลวเสร็จ สั่ง ณ วันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖

(อาจารย# ดร.อภิลักษณ# เกษมผลกูล) คณบดีคณะศิลปศาสตร#


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๘๓

ประมวลภาพงาน

“เล-าขานตํานานศาลายา” ครั้งที่ ๖ ตอน “อยู- เป0น เย็น สุข: น้ํากับชีวิตชาวศาลายา” ๘ กุมภาพันธ ๒๕๕๕

รองศาสตราจารย#แพทย#หญิงเยาวลักษณ# สุขธนะ รักษาการแทนคณบดี คณะศิลปศาสตร# ประธานในพิธี พรอมดวยแขกผูมีเกียรติ รวมสักการะศาลพอขุนทุงสิ่งศักดิส์ ิทธิ์ประจํามหาวิทยาลัยมหิดล


๑๘๔ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

คุณปSาบํารุง พินิจกุล กลาวคําสังเวยพอขุนทุง

ประธานในพิธีพรอมดวยแขกผูมีเกียรติรวมสักการะศาลพอขุนทุง


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๘๕

ขบวนแหวาวสามชายถวายพอปูPขนุ ทุง โดยนักศึกษาชั้นปBที่ ๔ คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล


๑๘๖ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ขบวนแหวาวสามชายถวายพอปูPขนุ ทุง โดยนักศึกษาชั้นปBที่ ๔ คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๘๗

“ระบําบูชาพอขุนทุง” ประพันธ#คํารองโดยศาสตราจารย#เกียรติคณ ุ นพ.พูนพิศ อมาตยกุล


๑๘๘ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

นักศึกษาชัน้ ปBที่ ๔ คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล เขารับโปรยทานจากประธานในพิธีตามประเพณี


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๘๙

อาจารย#จุฬารัตน# เตชะโชควิวัฒน# รองคณบดีฝPายบริหาร คณะศิลปศาสตร# สักการะศาลพระภูมิเรือนไทย


๑๙๐ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

บรรยากาศการลงทะเบียนเขารวมงาน และการจําหนายหนังสือ ในงานเลาขานตํานานศาลายา ครัง้ ที่ ๖


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๙๑

ศาสตราจารย#นายแพทย# รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดี ประธานในพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และถวายราชสักการะแด สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก


๑๙๒ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

รองศาสตราจารย#แพทย#หญิงเยาวลักษณ# สุขธนะ รักษาการแทนคณบดี คณะศิลปศาสตร# กลาวรายงานตอประธานในพิธี

ศาสตราจารย#นายแพทย# รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ประธานในพิธี กลาวเปHดงาน


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๙๓

ศาสตราจารย#นายแพทย# รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดี ประธานในพิธี พรอมดวยคณะกรรมการจัดงานและแขกผูมีเกียรติ รวมเปHดงาน “อยู เป.น เย็น สุข : น้ํากับชีวิตชาวศาลายา”


๑๙๔ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

พิธีมอบรางวัล “ศาลายาสดุดี” ครั้งที่ ๒ มอบแด นายแพทย#วัฒนา เทียมปฐม ผูอํานวยการโรงพยาบาพุทธมณฑล และ ประธานสภาวัฒนธรรมอําเภอพุทธมณฑล


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๙๕

รองศาสตราจารย#แพทย#หญิงเยาวลักษณ# สุขธนะ รักษาการแทนคณบดี คณะศิลปศาสตร# มอบภาพที่ระลึกแดศาสตราจารย#นายแพทย# รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ประธานในพิธี

แขกผูมีเกียรติรวมชมนิทรรศการ “อยู เป.น เย็น สุข: น้ํากับชีวิตชาวศาลายา”


๑๙๖ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ปาฐกถาพิเศษ “พลังปIญญาชาวบานกับการจัดการน้ํา” โดยศาสตราจารย#พิเศษ ศรีศักร วัลลิโภดม ที่ปรึกษามูลนิเล็ก - ประไพ วิริยะพันธุ# และผูรับรางวัลวัฒนธรรมเอเชียฟูกูโอกะ ประจําปB พ.ศ. ๒๕๕๐


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๙๗

การเสวนาเรื่อง “ถาอยูเป.น ก็เย็นใจ: บทเรียนจากน้ําทวมใหญ ๒๔๘๕ – ๒๕๕๔” โดยอาจารย# ดร.อภิลักษณ# เกษมผลกูล นายแพทย#วัฒนา เทียมปฐม รองศาสตราจารย#ประภาส ปHdนตบแตง และศาสตราจารย# ดร.กัมปนาท ภักดีกุล ดําเนินรายการโดย อาจารย#ชนกพร พัวพัฒนกุล


๑๙๘ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

อาจารย#จุฬารัตน# เตชะโชควิวัฒน# รองคณบดีฝPายบริหาร มอบของที่ระลึกแกวิทยากรผูรวมเสวนา


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๑๙๙

อาจารย#จุฬารัตน# เตชะโชควิวัฒน# รองคณบดีฝPายบริหาร มอบของที่ระลึกแกวิทยากรผูรวมเสวนา


๒๐๐ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

อาจารย#จุฬารัตน# เตชะโชควิวัฒน# รองคณบดีฝPายบริหาร มอบของที่ระลึกแกผูดําเนินรายการ


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๒๐๑

การแสดงเพลงพื้นบานของนักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย คณะศิลปศาสตร# รวมกับนักศึกษาชมรมรักษ#เพลงพื้นบาน มหาวิทยาลัยมหิดล


๒๐๒ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

อาจารย# ดร.อภิลักษณ# เกษมผลกูล ประธานศูนย#สยามทรรศน#ศึกษา มอบของที่ระลึกแกนักแสดงเพลงพื้นบาน

อาจารย# ดร.อภิลักษณ# เกษมผลกูล ประธานศูนย#สยามทรรศน#ศึกษา กลาวขอบคุณและกลาวปHดงาน


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๒๐๓

โครงการการจัดพิมพ'หนังสือ ชุด

“ศาลายาศึกษา” “ศาลายาศึ กษา” เป. น ชุด โครงการที่มุ งศึ กษาเรี ยนรู วิจั ย และ เผยแพรองค# ค วามรู เชิ ง มนุ ษ ยศาสตร# ใ นพื้ น ที่ อํ า เภอพุ ท ธมณฑล จั ง หวั ด นครปฐม ทั้งแงมุมทางประวัติศาสตร# วัฒนธรรม และวรรณคดี เพื่อใหเขาใจ “ภูมิปIญญา” และ “วิธีคิด” ของชาวบานในพื้นที่ดังกลาว อันจักนํามาสูการ พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในทองถิ่นใหยั่งยืนตอไป หนังสือชุด “ศาลายาศึกษา” เป.นงานเขียนทางวิชาการที่มีการ สืบคนขอมูลและเอกลักษณ#ของทองถิ่น จุดเดนของการศึกษาเรื่องราวทองถิ่น ในหนังสือชุดนี้คือการใหความสําคัญกับประวัติศาสตร#ลายลักษณ# (written history) และประวั ติ ศ าสตร# บ อกเลา (oral history) ควบคู กั น ไป โดย พยายามชี้ใหเห็นถึงความสําคัญของ “พื้นที่” เพื่อใหชาวบานในพื้นที่เดิมและ ผูที่เขามาอาศัยใหมในพื้นที่ได “เขาใจ” และ “ภาคภูมิใจ” ในพื้นที่ของตน ผานการศึ กษาประวั ติ ศ าสตร# ภู มิ น าม ประเพณี พิ ธี กรรม และความเชื่ อ ทองถิ่น ตลอดจนบุคคลสําคัญผูมีคุณูปการตอชุมชน โดยมีหนังสือที่อยูในชุด โครงการนี้ ปIจจุบันไดจัดพิมพ#ถึงลําดับที่ ๘ ไดแก เลาขานตํานานศาลายา ฉบับพิมพ#ครั้งแรก พระนครปฐมในนิราศ บันทึกประวัติศาสตร#ผานสายตากวี เลาขานตํานานศาลายา: เปHดบันทึกเรื่องเกา ไมเลาก็ลืม ลํานําคําหวาน: เรื่อง เลาผานเพลงพื้นบานจากศาลายา เปHดตํารับ สํารับศาลายา มหาสวัสดี: ๑๕๐ ปB มหานทีพระราชทาน ศาลายาโอสถ: เรื่องยาและการแพทย#แผนไทยในแวด วงชาวศาลายา และประยูรนิทรรศน#: รอยเรื่องลําตัดกับชีวประวัติแมประยูร ยมเยี่ยม


๒๐๔ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๒๐๕

งานเขียนทั้ง ๘ เลมนี้ จัดเป.นองค#ความรูที่จะชวยทําใหเห็นพลวัต (dynamic) ของวิ ถี ชี วิ ต และวั ฒ นธรรมทองถิ่ น ในพื้ น ที่ อํา เภอพุ ท ธมณฑล จังหวัดนครปฐม ซึ่งจะเป.นขอมูลสําคัญที่สามารถนําไปใชเป.นขอพิจารณาใน กํ า หนดนโยบายเพื่ อ การพั ฒ นาคุ ณ ภาพชี วิ ต ของคนในทองถิ่ น ใหมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได


๒๐๖ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

ประวัติและความเป0นมาของศูนย'สยามทรรศน'ศึกษา ศูนย#สยามทรรศน#ศึกษา (Center of Thai Studies) กอตั้งขึ้นเมื่อ เดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓ สังกัดคณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัย���หิดล เพื่อ เป.นองค#กรที่มุงศึกษาและคนควาองค#ความรูในศาสตร#ตางๆ ที่เกี่ยวของกับ สังคมไทย และเป.นศูนย#กลางขอมูลดานไทยศึกษาทั้งในระดับภูมิภาคและ ระดับชาติ ทั้งยังสงเสริมการคนควา วิจัย และสรางเครือขายรวมกับหนวยงาน ตางๆ ดานไทยศึกษา รวมถึงเผยแพรองค#ความรูทางดานไทยศึกษา ผลิต งานวิ จั ย และโครงการดานไทยศึ กษาที่ เป. น ที่ ย อมรั บ ทั้ ง ในระดั บ ชาติ แ ละ นานาชาติ เพื่อตอบสนองความตองการของสังคม ตลอดจนสงเสริมและ สนั บ สนุ น ใหนั ก วิ ช าการในศาสตร# แ ขนงตางๆ ทั้ ง ภายในและภายนอก มหาวิทยาลัยที่ส นใจศึกษาเรื่องเกี่ยวกับประเทศไทยไดทํา งานรวมกันเพื่ อ สรางสรรค#และพัฒนาองค#ความรูดานไทยศึกษาใหมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ปIจจุบันศูนย#สยามทรรศน#ศึกษา มีโครงการและกิจกรรมตางๆ เป.น จํานวนมาก โดยมีแผนการจัดทําฐานขอมูลงานวิจัยดานไทยศึกษา เพื่อเป.น คลังความรูในการศึกษาวิจัยและสรางความเขาใจสถานการณ#ปIจจุบันของ งานวิจัยและโครงการตางๆ ดานไทยศึกษา จัดบรรยายและสัมมนาวิชาการ ตลอดจนการประชุมวิชาการ เพื่อเผยแพรและแลกเปลี่ยนองค#ความรูดานไทย ศึกษาของนักวิชาการศาสตร#แขนงตางๆ ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ จัด อบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อฝqกทักษะเกี่ยวกับองค#ความรูในสังคมไทยในดานตางๆ แกผูสนใจ อันจะนํามาสูการสืบทอดและอนุรักษ#องค#ความรูของศาสตร#แขนง ตางๆ ในสังคมไทย เพื่อกระตุนความสนใจแกนักวิชาการใหเกิดการเรียนรูและ นํามาสู การศึ กษาวิจั ยตอไป นอกจากนี้ ยังมีการปริว รรตเอกสารโบราณ จัดพิมพ# และเผยแพรเอกสาร งานวิจัย ตํารา และผลงานตางๆ ดานไทยศึกษา


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๒๐๗

เก็บรวบรวมขอมูลองค#ความรูในศาสตร#แขนงตางๆ ที่เกี่ยวกับสังคมไทยที่อยู ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะขอมูลที่ยังไมเคยไดรับการตีพิมพ#เผยแพรมากอน ตลอดจนบริการใหคําปรึกษาเกี่ยวกับองค#ความรูเรื่องศาสตร#แขนงตางๆ ใน สังคมไทยแกหนวยงานตางๆ ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ ศูนย#สยามทรรศน#ศึกษาตั้งอยูที่หอง ๒๐๓ ชั้น ๒ อาคารคณะศิลป ศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล โทรศัพท# ๐๒-๔๔๑-๔๔๐๑-๔ ตอ ๒๐๒ โทรสาร ๐๒-๔๔๑-๔๒๑๘ เปH ด ใหบริ ก ารคนควาคลั ง ขอมู ล เพลงพื้ น บานไทย คลังขอมูลเอกสารโบราณ และคลังขอมูลเอกสารที่เกี่ยวของกับชุมชนศาลายา และจังหวัดนครปฐม ในวันและเวลาราชการ


๒๐๘ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

รายนามคณะกรรมการบริหารศูนย4สยามทรรศน4ศึกษา ประจําปพุทธศักราช ๒๕๕๕ ๑. ศาสตราจารย# ดร.คุณหญิง สุริยา รัตนกุล ๒. อาจารย#วิกัลย# พงศ#พนิตานนท# ๓. ผูชวยศาสตราจารย# ดร.วิรัตน# คําศรีจันทร# ๔. อาจารย# ดร.อภิลักษณ# เกษมผลกูล ๕. อาจารย#อรวี บุนนาค ๖. อาจารย#ศิธรา จุฑารัตน# ๗. อาจารย#วิภา งามฉันทกร ๘. อาจารย#ชนกพร พัวพัฒนกุล ๙. อาจารย#ไพศาล สุขใจรุงวัฒนา ๑๐. อาจารย#ฐิติภา คูประเสริฐ ๑๑. อาจารย#วศวรรษ สบายวัน ๑๒. อาจารย#วริศรา โกรทินธาคม ๑๓. นายดรณ# แกวนัย ๑๔. นางสาวพัชรี ศรีเพ็ญแกว

(ประธานที่ปรึกษา) (ที่ปรึกษา) (ที่ปรึกษา) (ประธานศูนย#) (รองประธานศูนย#) (รองประธานศูนย#) (กรรมการ) (กรรมการ) (กรรมการ) (กรรมการ) (กรรมการ) (กรรมการและเลขานุการ) (กรรมการและผูชวยเลขานุการ) (กรรมการและผูชวยเลขานุการ)


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๒๐๙

แนะนําเอกสารวิชาการของศูนย'สยามทรรศน'ศึกษา เอกสารวิชาการลําดับที่ ๑ ปฐมสาร

“ปฐมสาร” เป. นหนั งสือ สโมสรขาราชการจั งหวัดนครปฐมที่ จัดพิมพ# ขึ้นเพื่อเป.นที่ ระลึ ก ในงานเทศกาลนมั ส การพระปฐมเจดี ย# ข องทุ ก ปB เนื้ อ หาภายในเลมประกอบดวย ประวัติศาสตร#จังหวัดนครปฐม “ปฐมสาร” เลมสําคัญคือฉบับ พ.ศ. ๒๔๙๓ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับ คํานมัสการพระปฐมเจดีย# คาถา เย ธมฺมา ซึ่งพบในจารึกที่พระปฐมเจดีย# ความเป.นมาของเมือง นครปฐม ประวัติพระประโทณเจดีย# ประวัติอําเภอสามพราน เรื่องพระราชวังสนามจันทร#และ สุนัขทรงเลี้ยงของรัชกาลที่ ๖ “ยาเหล” เรื่องคําขวัญประจําจังหวัดนครปฐม นอกจากนี้ยังมีภาพ และเรื่องโฆษณาตางๆ ในสมัยนั้นเป.นจํานวนมาก หนังสือ “ปฐมสาร” ฉบับนี้ นอกจากจะบันทึก ประวัติศาสตร#และวัฒนธรรมของจังหวัดนครปฐมในอดีตแลว ยังทําใหทราบถึงเอกลักษณ#ของ จังหวัดนครปฐมในอดีต ที่ไมปรากฏการกลาวถึงในปIจจุบัน ซึ่งเป.นขอมูลที่สะทอนจากคําขวัญ จังหวั ดนครปฐมในขณะนั้ น หนังสือดังกลาวมีความสําคัญ และมีคุณคาอยางยิ่ งตอการศึกษา ประวัติศาสตร#และวัฒนธรรมทองถิ่นของจังหวัดนครปฐม อีกทั้งยังเป.นการอนุรักษ#และตออายุ เอกสารใหยังคงอยูสืบไป


๒๑๐ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

เอกสารวิชาการลําดับที่ ๒ สยามปกรณ4ปริวรรต เลม ๑: งานสํารวจ ศึกษา และปริวรรตวรรณกรรมท.องถิ่นภาคกลาง

“สยามปกรณ#ปริวรรต” เป.นหนังสือที่ไดคัดสรรวรรณกรรมจํานวนหนึ่งจากการ สํารวจวรรณกรรมทองถิ่นภาคสนามในพื้นที่ภาคกลางมาปริวรรต โดยในเลม ๑ นี้ ไดคัดเลือก และนํามาจัดพิมพ#จํานวน ๑๐ เรื่อง แบงเป.น หมวดวรรณกรรมนิทาน จํานวน ๒ เรื่อง ไดแก ษรี เมืองกลอนสวด ฉบั บหอสมุดแหงชาติ กรุงเทพฯ และ สั งขปMตตชาดก ฉบับวั ดใหญพลิ้ ว จังหวัดจันทบุรี หมวดวรรณกรรมคําสอน จํานวน ๑ เรื่อง ไดแก โลกนิติ ฉบับวัดเกาะหงษ4 จังหวัดนครสวรรค4 หมวดวรรณกรรมตํารา จํานวน ๑ เรื่อง ไดแก พระสมุทอธิไทยโพธิบาท ฉบับวัดตองปุ จังหวัดลพบุรี หมวดวรรณกรรมศาสนา จํานวน ๕ เรื่อง ไดแก กาพย4มงคลทีปนี ฉบับวัดตองปุ จังหวัดลพบุรี มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ4มหาราช ฉบับวัดไลย4 จังหวัดลพบุรี พระอานิสงส4การสร.างสะพาน ฉบับวัดเขาชําห.าน จังหวัดจันทบุรี มรณสงคราม ฉบับวัดพลับ จังหวัดจันทบุรี และ พระมาลัยกลอนสวด ฉบับวัดกาญจนบุรีเกา จังหวัดกาญจนบุรี หมวด พงศาวดารและประวัติศาสตร# จํ า นวน ๑ เรื่ อ ง ไดแก กฏหมายหลั กไชย ฉบั บ วั ด พิกุล ทอง สิงห4บุรี โดยศูนย#ฯ ไดรับความรวมมือจากบุคลากรของศูนย# และเครือขาย เป.นผูปริวรรต และ เขียนบทนําเรื่อง เพื่อจะยังประโยชน#แกผูอานใหทวีมากขึ้น


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๒๑๑

เอกสารวิชาการลําดับที่ ๓ ประชุมเพลงทรงเครื่อง: สืบสานตํานานเพลงพื้นบ.านจากวัดเกาะ

หนังสือ ประชุมเพลงทรงเครื่อง: สืบสานตํานานเพลงพื้นบ.านจากโรงพิมพ4วัดเกาะ แบงออกเป.น ๒ ภาค ไดแก ภาค ๑ แตงองค4: รวมบทความคัดสรรวาด.วยเพลงทรงเครื่อง อัน ประกอบไปดวย บทความเกี่ยวกับเพลงพื้นบานและเพลงทรงเครื่องจากนักวิชาการชั้นนําดาน เพลงพื้นบาน อาทิ รศ.สุกัญญา สุจฉายา อาจารย#เอนก นาวิกมูล ผศ.บัวผัน สุพรรณยศ สวน ภาค ๒ ทรงเครื่อง: ประชุมเพลงทรงเครื่องจากโรงพิมพ4วัดเกาะ ที่ลงพิมพ#ที่โรงพิมพ#ราษฎร# เจริญ (วัดเกาะ) รวม ๙ เรื่อง ไดแก เรื่องโคบุตร เรื่องจันทะโครบ เรื่องพระรถ เรื่องลิ้นทอง เรื่อง นางมโนราห# เรื่องขุนชางขุนแผน เรื่องไกรทอง เรื่องลักษณวงศ# และเรื่องพระอภัยมณี นอกจากนี้ คณะผูจัดทําจึงไดนําบทที่ใชแสดงเพลงทรงเครื่องทั้ง ๓ ครั้ง ที่เคยแสดงในงานเดินตามรอยครู เชิดชูเพลงเกา นอมเกลาฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว มาแลว ไดแก เพลงทรงเครื่อง เรื่องพระเวสสันดร เพลงทรงเครื่องเรื่องขุนชางขุนแผน และเพลงทรงเครื่องเรื่องพระอภัยมณี รวมทั้งยังไดนําบทแสดงเพลงทรงเครื่องที่จะแสดงในครั้งนี้คือ เพลงทรงเครื่องเรื่องหงส#หิน มาลง พิมพ#ไวในภาคผนวกของหนังสือดวย


๒๑๒ | ���้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

เอกสารวิชาการลําดับที่ ๔ กระจางครูผู.ถวายพระอักษร: ๑๓๐ ป ครูกระจาง แสงจันทร4 บรรพกวีเมืองตราดและปMจจันตคีรีเขตร

หนังสือ “กระจางครูผู.ถวายพระอักษร” จัดพิมพ#ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในวาระสําคัญ ที่ครบรอบ ๑๓๐ ปBชาตกาลครูกระจาง แสงจันทร# บรรพกวีเมืองตราดและเมืองปIจจันตคีรีเขตร ทานไดรังสรรค#ผลงานกวีนิพนธ#ไวเป.นจํานวนมาก อีกทั้งประวัติชีวิตของกวีทานนี้ยังเป.นสิ่งที่นา เรี ย นรู และศึก ษา เพราะแสดงใหเห็ นถึ งความสามารถและโชคชะตาของทานที่ นํา พาใหเด็ ก ชาวบานเกาะกง ชายแดนพระราชอาณาเขตสยามในขณะนั้น ไดเขาถวายตัวเป.นมหาดเล็กใน สมเด็จ เจาฟSาฯ กรมหลวงลพบุรีราเมศวร# ภายในหนังสือนี้ประกอบดวย ประวัติของครูกระจาง แสงจันทร4 และมีสวนที่เป.น ประชุมวรรณคดีนิทาน นิราศและบทร.อยกรองของครูกระจาง แสงจันทร4 ไวอยางครบถวนอีกดวย ในตอนทายเลมนั้น ไดจัดพิมพ# รายงานตรวจราชการของ หลวงคิรีเ นมีทวีป ปลัดเมืองปMจจันตคีรี เขตร ร.ศ. ๑๒๑ สงเคราะห#เขาไวในทายเลมซึ่งเป. น เหตุการณ#รวมสมัยกับชวงชีวิตของครูกระจาง แสงจันทร# เพื่อประโยชน#ในทางวิชาการตอไป


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๒๑๓

เอกสารวิชาการลําดับที่ ๕ ลายพระหัตถ4ของสมเด็จพระเจ.าบรมวงศ4เธอเจ.าฟPา กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ4 ประทานแกพระพินิจวรรณกรรม (แสง สาลิตุล)

ปB ๒๕๕๕ นี้ สํานักงานเขตบางกอกนอย กรุงเทพมหานคร รวมกับวัดศรีสุดารามวรวิหาร และคณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล ไดกําหนดจัดงานสดุดีกวีสุนทรภูและอนุรักษ# สงเสริม ศิลปะและวัฒนธรรมไทยขึ้น ณ วัดศรีสุดารามวรวิหาร ในการนี้ คณะกรรมการดําเนินงานเห็น ควรใหมีการจัดพิมพ#วรรณกรรมอันเนื่องกับสุนทรภูขึ้น โดยพิจารณาวาลายพระหัตถ#ของสมเด็จ พระเจาบรมวงศ#เธอเจาฟSา กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ# ที่ไดประทานแกพระพินิจวรรณกรรม (แสง สาลิตุล) เรื่องการตรวจชําระหนังสือพระอภัยมณีและประชุมบทละครดึกดําบรรพ# เพื่อ จัดพิมพ#ในโอกาสสําคัญตางๆ ระหวาง พ.ศ. ๒๔๖๗ – ๒๔๖๘ นั้น เป.นวรรณกรรมประวัติศาสตร# ที่มีการนํามาจัดพิมพ#แลวหลายครั้งในสมัยรัชกาลที่ ๖ ทั้งขอความในลายพระหัตถ#ก็มีประโยชน# ดานการศึกษาอักษรศาสตร#และวรรณคดี ประการสําคัญ เป.นการจัดพิมพ#วรรณคดีอันเนื่องดวย ผลงานของสุนทรภู กวีเอกของโลก คณะกรรมการดําเนินงานจึงเห็นสมควรใหมีการจัดพิมพ#ลาย พระหัตถ#ดังกลาวขึ้นโดยคงลักษณะตัวอักษรใหเหมือนกับตนฉบับเดิมทุกประการ


๒๑๔ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

เอกสารวิชาการลําดับที่ ๖ พลังปMญญาจากวัฒนธรรมวรรณศิลปQของกวีในเมืองตราด

รายงานวิจัยการสํารวจและปริวรรตวรรณกรรมทองถิ่นจังหวัดตราด: พลังปIญญาจาก วัฒนธรรมวรรณศิลปuของกวีในเมืองตราดมีวัตถุประสงค#สําคัญ คือมุงสํารวจและอนุรักษ#ตนฉบับ เอกสารโบราณ ตลอดจนปริวรรตขอมูลวรรณกรรมทองถิ่นจังหวัดตราดเป.นอักขรวิธีปIจจุบัน เพื่อ จัดทําเอกสารอางอิงทางวิชาการ ตลอดจนเพื่อเผยแพรและประชาสัมพันธ#วรรณกรรมทองถิ่นของ จังหวัดตราดใหเป.นที่รูจักกวางขวางมากยิ่งขึ้น ผลการสํารวจและปริวรรตวรรณคดีทองถิ่นทําให เห็นมุมมองเรื่องเมืองตราดผานกวีทองถิ่น ทั้งในฐานะของความเป.นเมืองเกาและมีรากฐานทาง วัฒนธรรมที่มั่งคั่งและมั่นคง ความเป.นเมืองแหงพระพุทธศาสนาและชาวเมืองดํารงตนในฐานะ พุทธศาสนิกชน ความเป.นเมืองแหงนักปราชญ#และแหลงสั่งสมองค#ความรู ความเป.นเมืองทาและ เมืองแหงพาณิชย#นาวี ความเป.นเมืองแหงความหลากหลายทางชาติพันธุ# และความเป.นเมืองแหง การเพาะปลูกและปศุสัตว# สิ่งเหลานี้สะทอนใหเห็นวาความเจริญรุงเรืองของเมืองตราดในปIจจุบัน เป.นผลมาจากการเรียนรูประสบการณ# ความคิดสรางสรรค# และความทุมเทอุตสาหะของบรรพชน ชาวตราดไดอยางชัดเจน


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๒๑๕

เอกสารวิชาการลําดับที่ ๗ การศึกษาภาษาไทยในสมัยกอน

ในโอกาสที่ศาสตราจารย# ดร. คุณหญิงสุริยา รัตนกุล ประธานที่ปรึกษาศูนย#สยาม ทรรศน#ศึกษาไดรับรางวัลเชิดชูเกียรติ “รางวัลผู.มีคุณูปการตอการใช.ภาษาไทย” เนื่องในโอกาส วันภาษาไทยแหงชาติ ประจําปBพุทธศักราช ๒๕๕๕ ศูนย#สยามทรรศน#ศึกษาจึงจัดพิมพ#หนังสือซึ่ง เป.นผลงานของอาจารย#คุณหญิงเรื่อง “การสอนภาษาไทยในสมัยก,อน” ที่เคยลงพิมพ#ในวารสาร ภาษาและวัฒนธรรมเมื่อ ๓๐ ปBลวงมาแลว (พ.ศ.๒๕๒๕) อนึ่ง การจัดพิมพ#บทความเรื่อง “การ สอนภาษาไทยในสมัยก,อน” ของ ศาสตราจารย# ดร. คุณหญิงสุริยา รัตนกุล เป.นครั้งที่ ๒ นี้ กอง บรรณาธิการไดจัดทําเชิงอรรถเพิ่มเติมเพื่ออธิบายตําแหนงหรือขอมูลที่อางถึงใหเป.นปIจจุบัน โดย คงเชิงอรรถเดิมของศาสตราจารย# ดร. คุณหญิงสุริยา รัตนกุล ไว สวนเชิงอรรถใหมจะมีขอความ ขางทายวา (บรรณาธิการ) นอกจากนี้ กองบรรณาธิการยังไดจัดหาภาพประกอบเพิ่มเติมเพื่อให ผูอานไดเขาใจขอมูลไดชัดเจนมากขึ้นดวย


๒๑๖ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

เอกสารวิชาการลําดับที่ ๘ กาลครั้งหนึ่ง ... ถึงกาลครั้งนั้น: พิพิธภัณฑ4บ.านวัดมะเกลือ

พิ พิ ธ ภั ณ ฑ# ท องถิ่ น บานวั ด มะเกลื อ เป. น โครงการความรวมมื อ ระหวางชาวบาน วัดมะเกลือกับโครงการศิลปศาสตร#อาสา คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล มานับตั้งแตปB พุทธศักราช ๒๕๕๒ การดําเนินงานดังกลาวเป.นการสานตอเจตนารมณ#ของพระครูบวรธรรมานุสิฐ เจาอาวาสวัดมะเกลื อ ที่ มุงหมายจะใหเกิ ดแหลงเรีย นรู ทางวั ฒนธรรมแกชาวชุ มชนวั ด มะเกลื อ เพื่อ สงตอองค# ความรู ของทองถิ่ นสูอนุชนรุ นหลั งตอไป อยางไรก็ดี คณะทํา งานได พิจ ารณาวา เพื่ อ ใหพิ พิ ธภั ณฑ#บ านวั ดมะเกลือ เป. นแหลงเรี ย นรู ที่ สมบู รณ# นั้น สมควรจะไดมี เอกสารวิชาการเพื่อเป.นขอมูลอางอิงแกผูสนใจ สําหรับใชในการศึกษาคนควาประวัติศาสตร# วิถี ชีวิต และวัฒนธรรมของชาวบานวัดมะเกลือ จึงไดรวมกันจัดทําหนังสือ “กาลครั้งหนึ่ง ... ถึง กาลครั้งนั้น: พิพิธภัณฑ4บ.านวัดมะเกลือ” ขึ้น และมอบเป.นอภินันทนาการแกผูรวมพิธีเปHด พิพิธภัณฑ#เพื่อจะไดอนุสรณ#ถึงวันแหงความชื่นชมปBตินั้น


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๒๑๗

เอกสารวิชาการลําดับที่ ๙ ประชุมเรื่องเมืองนครไชยศรี

ประชุมเรื่องเมืองนครไชยศรี เลมนี้เป.นการประชุมเอกสารประวัติศาสตร#ที่เกี่ยวเนื่องกับ เมืองนครปฐม เมื่อครั้งที่ยังมีนามวาเมืองนครไชยศรี โดยการจัดพิมพ#ครั้งนี้ไดคัดสรรเอกสารหา ยากจํานวน ๔ เรื่อง ไดแก เอกสารตรวจราชการเมืองนครไชยศรี พระนิพนธ#ในสมเด็จพระเจา บรมวงศ#เธอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ ต.นเหตุของนามนครชัยศรี พระนิพนธ#ในพระวรวงศ# เธอ กรมหมื่นพิทยาลาภพฤฒิ ยากร จดหมายเหตุเ รื่องส.ม โอเมืองนครไชยศรี เป.นเอกสาร ราชการระหวางรัฐบาลไทยกับรัฐบาลอเมริกันเรื่องขอพันธุ#สมโอเมืองนครไชยศรีไปปลูกที่ประเทศ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป.นเอกสารที่ยังมิไดเคยจัดพิมพ#มากอน และเอกสารเรื่องสุดทายคือ นิราศเมือง นครไชยศรี ของกวีนิรนามจากวังหลวงที่กลาวถึงการเดินทางจากพระนครมายังเมืองนครไชยศรี เอกสารดังไดคัดสรรมาลวนเป.นเอกสารที่มีคุณคาดานไทยศึกษา และเป.นขอมูลสําคัญในการ พัฒนาชุมชนดวยขอมูลประวัติศาสตร#สูมิติเศรษฐกิจสรางสรรค# เพื่อความยั่งยืนของชุมชนตอไป


๒๑๘ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

เอกสารวิชาการลําดับที่ ๑๐ ศิลปศาสตรมหิดล

เป.นหนั งสือที่ศูนย#สยามทรรศน#ศึก ษาจัดพิ มพ#เฉลิ มพระเกียรติ คุณเนื่ องในวโรกาส ๑๒๐ ปB วั น พระราชสมภพสมเด็ จ พระมหิ ต ลาธิ เ บศร อดุ ล ยเดชวิ ก รม พระบรมราชชนก พุทธศักราช ๒๕๕๕ ตามโครงการพินิจพิทยา เรื่อง สมเด็จพระบรมราชชนกกับหนังสือ ภาษา และงานศิลปะ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ซึ่งไดรับเกียรติจากอาจารย#วิกัลย# พงศ#พนิ ตานนท# อนุกรรมการวิชาการ มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจา และหัวหนางานจดหมายเหตุ และพิ พิ ธ ภั ณ ฑ# สถานเทคโนโลยี ท างการศึ ก ษา คณะแพทยศาสตร# ศิ ริ ร าชพยาบาล มหาวิทยาลัย มหิดล ใหเกียรติมาเป.นองค# ปาฐกถาพิเศษในวันดังกลาว ผลการจัดโครงการจึ ง รวบรวมขอมูลจั ดพิ มพ# เป. นหนั งสื อ “ศิ ลปศาสตรมหิดล” ขึ้ น ซึ่ งเนื้ อ หาประกอบดวยบั นทึ ก ปาฐกถาพิเศษในโครงการ ชุมนุมพระราชนิพนธ#ดานศิลปศาสตร#ของสมเด็จพระบรมราชชนก พระกรณียกิจเกี่ยวกับหนังสือ ภาษา ศิลปะ รวมทั้งคําขานพระนามและราชาศัพท#ที่เกี่ยวกับ สมเด็จพระบรมราชชนก หนังสือนี้จึงใหคุณคาทั้งดานประวัติพระราชวงศ#และพระเกียรติคุณดาน ศิลปศาสตร#ของพระองค# ผูทรงเป.นคุณูปการตอการศึกษาและสาธารณสุขของไทย


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๒๑๙

เอกสารวิชาการลําดับที่ ๑๑ บรมราชเทวีชลบุรีสถิต

“บรมราชเทวีช ลบุ รี สถิ ต สมเด็จพระพั นวัส สาอัย ยิ กาเจ. ากั บ เมื องชลบุ รี” เป. น หนั งสื อ ที่ คณะศิ ลปศาสตร# มหาวิ ท ยาลั ย มหิ ดล จั ดพิ มพ# ขึ้ น เนื่ อ งในวโรกาสสมเด็ จ พระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินทอดพระเนตรนิ ทรรศการเฉลิมพระ เกียรติเฉลิมฉลองวาระ ๑๕๐ ปB พระราชสมภพสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัส สาอัยยิกาเจา ระหวางวันที่ ๑๙ – ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๖ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ศรี ราชา จั งหวัดชลบุรี เนื้อ หาแสดงพระประวั ติแ ละบทความอั นเนื่อ งดวยพระกรณี ยกิ จของ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจา ไดแก ปฐมกถา สมเด็จพระพันวัส สาราชการุณย4สูภูมิภาคตะวันออก, บรมชนกนาถราชสถาน รัชกาลที่ ๔ กับเมืองชลบุรี: จาก พระบรมชนกนาถสูพระราชธิดา, ศาสนการราชศุภกิจ สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ.ากับการ พระศาสนาในเมืองชลบุรี และพิพิธอาชีวการกรณีย4 สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ.ากับการ สงเคราะห4อาชีพในเมืองชลบุรี และบูรพาสมัยวิถีบรมราชเทวีสมัย วิถีชีวิตและวัฒนธรรม ชลบุรีในสมัยสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ.า หนังสือเลมนี้จึงเป.นเกียรติประวัติของเมืองชลบุรี อันเกี่ยวเนื่องกับสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจา ที่ทรงมีพระมหา กรุณาตอราษฎรในดานการสาธารณสุข การสงเคราะห#อาชีพ และการพระศาสนา จนเป.นผล สืบเนื่องใหเมืองชลบุรีเจริญรุงเรืองตราบเทาทุกวันนี้


๒๒๐ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

เอกสารวิชาการลําดับที่ ๑๒ สยามปกรณ4ปริวรรต เลม ๒: งานสํารวจ ศึกษา และปริวรรตวรรณกรรมท.องถิ่นภาคกลาง

หนังสือ “สยามปกรณ4ปริวรรต ปริทรรศน4วรรณกรรมท.องถิ่นภาคกลาง เลม ๒” เป.นรายงานผลการศึกษาตามโครงการ “สยามปกรณ#” เพื่อการสํ ารวจ ศึ กษา ปริว รรต และ จัดพิมพ#วรรณกรรมทองถิ่นภาคกลาง ระยะที่ ๒ ซึ่งเป.นโครงการตอเนื่องจากระยะที่ ๑ ใน พ.ศ. ๒๕๕๔ ของศูนย#สยามทรรศน#ศึกษา คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งคณะทํางานได คัดสรรวรรณกรรมที่มีลักษณะเฉพาะในทองถิ่นมาจัดพิมพ# จํานวน ๘ เรื่อง แบงเป.นวรรณกรรม ศาสนา จํานวน ๕ เรื่อง ไดแก พลเมืองเกาะกง ขับพลทาพริก ขับพลมหาราชหนองโสน ปMจจัน ตนคโรปมคาถา และพระไตรภูมิพระสังฆะ วรรณกรรมนิทาน จํานวน ๒ เรื่อง ไดแก ปลาบูทอง และลักษณวงศ4 และวรรณกรรมคําสอน จํานวน ๑ เรื่อง ไดแก สุภาษิตสอนชาย – หญิง ขอมูล ทั้งหมดไดรับการปริวรรตและบรรณาธิการจากบุคลากรของศูนย#สยามทรรศน#ศึกษาและเป. น ขอมู ล ที่ ยั งไมมี ก ารเผยแพรมากอน ดั ง นั้ น ผลการศึ ก ษาครั้ ง นี้ จ ะชวยใหผู อานไดขอมู ล อั น ประโยชน#เกี่ยวกับวรรณกรรมทองถิ่นภาคกลาง และมีสวนในการเผยแพรและอนุรักษ#มรดกทาง วัฒนธรรมของสังคมไทยใหคงอยูสืบไป


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๒๒๑

เอกสารวิชาการลําดับที่ ๑๓ คุณสุวรรณ: จินตนาการ ความคิด และชีวิตที่ไมรู.จบ ของกวีหญิงปริศนา แหงกรุงสยาม

คุณสุวรรณ (๒๓๕๒ – ๒๔๑๘) จินตนาการ ความคิด และชีวิตที่ไมรู.จบของกวี หญิ ง ปริ ศนาแหงกรุ ง สยาม เป.นหนั งสื อ ที่ ก ลาวถึ งกวี ห ญิ งคนสํ า คั ญ แหงกรุ งสยามชื่ อ “คุ ณ สุวรรณ” ดวยทานเป.นคนที่แยบคายในการใชภาษาและมีความคิดสรางสรรค#ที่ล้ําหนาเกินกวากวี ทานอื่นในยุคเดียวกัน ทําใหผลงานของคุณสุวรรณเป.นที่รูจักและไดรับความสนใจของผูเสพกวีใน พระนคร และมีชื่อเสียงขามมาในยุคสมัยหลัง ไดแก กลอนเพลงยาวเรื่องหม,อมเป<ดสวรรค- กลอน เพลงยาวเรื่องพระอาการประชวรของกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ บทละครเรื่องพระมะเหลเถไถ และ บทละครเรื่องอุณรุทร"อยเรื่อง อยางไรก็ดี ประวัติของทานอยางคงเป.นปริศนาอยูหลายเรื่อง ดังนั้น ศูนย#สยามทรรศน#ศึกษา คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล จึงไดจัดพิมพ# หนังสือเลมนี้ขึ้นเพื่อจะไดตีแผแงมุมของคุณสุวรรณผานการศึกษาเชิงวิพากษ#ของผูเขียน โดย สะทอนจากผลงานของทานเพื่อใหผูสนใจไดเขาถึงความคิดของคุณสุวรรณและยุคสมัยเพื่อความ งอกงามในวงวิชาการตอไป


๒๒๒ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง

เอกสารวิชาการลําดับที่ ๑๔ ประยูรนิทรรศน4: ร.อยเรื่องลําตัดกับชีวประวัติแมประยูร ยมเยี่ยม

“ประยูรนิทรรศน4” ร.อยเรื่องลําตัดกับชีวประวัติแมประยูร ยมเยี่ยม เป.นหนังสือที่ ศู น ย# ส ยามทรรศน# ศึ ก ษา รวบรวมขอมู ล จากการจั ด งานเลาขานตํ า นานศาลายา ครั้ ง ที่ ๕ พุทธศั กราช ๒๕๕๔ ตอน “คิ ดถึ งแมประยู ร...ลํ า ตัดศาลายา” ซึ่งศู นย# ฯ รวมกั บ สาขาวิ ชา ภาษาไทย คณะศิลปศาสตร# จัดขึ้น เพื่อไวอาลัยแดการจากไปของ “แมประยูร ยมเยี่ยม” ศิลปHน แหงชาติ ช าวศาลายา ผู มี ค วามสามารถรอบตั ว มี ค วามคิ ด ริ เ ริ่ ม สรางสรรค# และสื บ ทอด ศิลปะการแสดงพื้นบานใหคงอยู สามารถนําการแสดงพื้นบานไปแสดงยังตางประเทศจนไดรับ ความสนใจเป.นอยางมาก ทั้งยังเป.นครูถายทอดศิลปะวิชาใหแกบุคคลและสถาบันตางๆ อยาง สม่ําเสมอ รวมถึงมุงมั่นที่จะสืบทอดการแสดงเพลงพื้นบาน จนไดรับยกยองเชิดชูเกียรติในฐานะ ศิลปHนแหงชาติสาขาศิลปะการแสดง (ลําตัด) เมื่อปBพุทธศักราช ๒๕๓๗ หนังสือเลมนี้รวบรวมบทความที่ไดจากปาฐกถาพิเศษและการเสวนาในงานเลาขาน ตํานานศาลายา ทั้งจากครูชินกร ไกรลาส (ศิลปHนแหงชาติ) อาจารย#เอนก นาวิกมูล แมศรีนวล ขํา อาจ แมอุ นเรื อ น ยมเยี่ ย ม ผู ชวยศาสตราจารย# บั ว ผั น สุ พ รรณยศ และคุ ณ ตอตาน นิ ม า นอกจากนี้ยังรวบรวมผลงานของแมประยูรที่ใชแสดงจัดทําเป.นจดหมายเหตุสวนตัวของทาน อัน จะเป.นมรดกใหแกชนรุนหลังไดศึกษาและเรียนรู


คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล | ๒๒๓

ผูสนใจเอกสารวิชาการของศูนย#สยามทรรศน#ศึกษา คณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล สามารถติดตอไดที่ ศูนย#หนังสือมหาวิทยาลัยมหิดล รานหนังสือ Harmony By MU มหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย#หนังสือจุฬาลงกรณ#มหาวิทยาลัย และรานริมขอบฟSา หรือติดตอโดยตรงไดที่ รานศิลปาธิป อาคารที่ทาํ การชัว่ คราวคณะศิลปศาสตร# มหาวิทยาลัยมหิดล โทรศ���พท# ๐๒-๔๔๑-๔๔๐๑-๔ ตอ ๑๔๐


๒๒๔ | น้ําทวมทุง ผักบุง (ไม) โหรงเหรง


Water