Issuu on Google+

ปัญ หาที่ป ระชาชนผูใ ้ ช้บ ริก ารวิน มอเตอร์ไ ซค์ ซอย เพชรเกษม 48

1). ปัญ หาการเก็บ ค่า โดยสารที่ไ ม่ช ัด เจนแน่น อน ขึ้นราคา ค่าโดยสารไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการ วินรถจักรยานยนต์สาธารณะต้องจัดทำาป้ายแสดงอัตราค่าโดยสาร อย่างเป็นมาตรฐาน และติดประกาศให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน พร้อมทั้งนำาไปติดประกาศ ณ ที่ว่าการอำาเภอที่วินตั้งอยู่ รวมทั้งได้ กำาชับให้สำานักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ ควบคุมการให้บริการของ รถจักรยานยนต์สาธารณะ และประสานงานเจ้าหน้าที่ตำารวจกวดขัน จับกุมผู้เก็บค่าโดยสารเกินกว่าอัตราที่กำาหนดอย่างเคร่งครัด

ผู้ฝ่าฝืน

จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 66/5 ต้อง ระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท


"ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้บริการรถ จักรยานยนต์สาธารณะ หรือรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท สามารถ ร้องเรียนหรือแจ้งข้อมูลได้ทศ ี่ ูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ หมายเลข 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานการ ขนส่งสาธารณะของประเทศ" นายจุมพล สำาเภาพล ผูอ ้ ำานวยการสำานักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันจำานวนวินรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ จดทะเบียนในเขต กทม.มีทั้งหมด 4,524 วิน มีผู้ขึ้นทะเบียนประมาณ 110,000 คน ในการควบคุมอัตราค่าโดยสารรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง กำาหนดไว้ที่ 2 กิโลเมตรแรกเก็บได้ไม่เกิน 25 บาท ต่อไปกิโลเมตรละ 5 บาท หากเกิน 5 กิโลเมตร ให้ตกลงราคากันเองระหว่างผู้โดยสารกับผู้ ขับขี่ ทั้งนี้ ทาง กทม.ได้กำาชับให้ผู้อำานวยการทุกสำานักงานเขตเข้าไป ควบคุมดูแล และติดป้ายบอกอัตราค่าโดยสารอย่างชัดเจน 2). ปัญหารถมอเตอร์ไซค์รับจ้างจอดรถทางเท้าไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย กีดขวางการจราจร กรณีปัญหาวินรถมอเตอร์ไซค์จอดรถกีดขวางหรือเกะกะทางเท้านั้น เกิดขึ้นจากผู้ขับขี่ไม่เข้าไปจอดรถในซอยให้เป็นระเบียบ เพราะเกรงว่า ประชาชนจะใช้บริการไม่สะดวก ดังนั้น จึงต้องพยายามหาทางให้วิน รถมอเตอร์ไซค์ที่ตั้งอยู่บริเวณปากซอยแคบๆ ช่วยกันขยับรถเข้าไป ด้านใน เพื่อไม่ให้ประชาชนที่ใช้ถนนร่วมกันเกิดความเดือดร้อน ส่วน


ปัญหาอื่นๆ ไม่พบ เพราะผู้ประกอบอาชีพนี้เป็นคนที่ประชาชนผู้ใช้ บริการรู้จักหน้าตาและคุ้นเคยกันดี และที่สำาคัญยังคอยช่วยตรวจสอบ หรือเป็นหูเป็นตาสอดส่องสิ่งผิดปกติ และแจ้งข้อมูลเบาะแสให้กับเจ้า หน้าที่ตำารวจอีกด้วย 3). ปัญหามารยาทในการขับขี่ การให้บริการที่ไม่สุภาพ นายไพรวงศ์ เตชะณรงค์ ที่ปรึกษากระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึง วัตถุประสงค์ของโครงการว่า “ในสถานการณ์ปัจจุบัน มีการ เปลี่ยนแปลงทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะแวดล้อมที่มีผลก ระทบต่อการดำารงชีวิตของคนในสังคม อีกทั้งทำาให้ผลกระทบต่อ สุขภาพ และความปลอดภัย เช่น ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนและการจราจร ปัญหาภัยพิบัติและอุทกภัย ปัญหาพฤติกรรมเสี่ยง ปัญหายาเสพติด ปัญหาจากโรคอุบัติใหม่-อุบัติซำ้า และภาวะฉุกเฉิน เป็นต้น ซึ่งปัญหา ต่างๆ เหล่านี้ ก่อให้เกิดผลกระทบ และความสูญเสีย เป็นอย่างยิ่งต่อ สังคมไทย ที่เราต้องให้ความสำาคัญ และเตรียมความพร้อมให้ประชาชน ได้มีการรู้เท่าทันในปัญหาและภัยที่เกิดขึ้น ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และรักษาชีวิต ทรัพย์สิน ให้รอดพ้นปลอดภัยได้ ดังปรากฎใน ยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในภูมิภาคของแผน พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ที่ได้กำาหนดให้มีการ สร้างภูมิคุ้มกัน ในการรับมือกับความเสี่ยงด้านความมั่นคง เพื่อสร้าง ศักยภาพในการเตรียมความพร้อมรับเมื่อเกิดภัยพิบัติ และ ภาวะฉุกเฉิน โดยการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือกันทางสังคม ทั้ง ภายในประเทศ และเครือข่ายระหว่างประเทศ รวมถึงการประสานงาน กันทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน


ดังนั้น การเรียนรู้ในด้านความพร้อมรับภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน จึงเป็นสิ่งจำาเป็นที่จะต้องเร่งดำาเนินการให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับรู้ เพื่อ จะได้เป็นแนวทางการป้องกันตนเองหรือเกิดภูมิคุ้มกันในการป้องกัน ตนเองให้ปลอดภัยจากภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน ซึ่งในการเรียนรู้ที่จะ ได้ผลดี นั้น ผู้เรียนรู้ตอ ้ งได้รับประสบการณ์ตรง หรือประสบการณ์ที่ เสมือนจริง ในเหตุการณ์หรือสถานการณ์ ที่ใกล้เคียงกับการเผชิญ ปัญหาจริงนั้น เพื่อให้เกิดความตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้นำา ไปสู่การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย ในการนี้ ทางโครงการฯ ได้จัด องค์ความรู้การเรียนรู้ด้านความปลอดภัยที่หลากหลายผสมผสานกัน เช่น นิทรรศการ การสาธิต ชุดอุปกรณ์จำาลองเหตุการณ์ เป็นต้น ซึ่งสื่อ ต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้เกิดรูปแบบการเรียนรู้ที่น่าสนใจและสามารถนำา ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำารงชีวิตประจำาวันได้ และ กำาเนิดเป็นบุคคลต้นแบบ คือ “อาสา..วินมอเตอร์ไซค์ ลดอุบัติเหตุชุมชน” ด้วยจิตสำานึกของความปลอดภัย และวัฒนธรรมความปลอดภัยในสังคม ไทยต่อไป”


ปัญหาวินมอไซค์