Issuu on Google+

หวานหยียืนชะเงอเมียงมองขามหัวไหลศิษยพี่สามไปเบื้องหนา ผูเปนบิดายืนอยูทามกลางลาน กําลัง บอกกลาวกับศิษยพี่รองอยูอีกดาน “เดี๋ยว อยาเพิ่งไถถาม.. วาระคราวนี้อันตรายอยู ก็เลยอาจพาพวกเราไปไมหมด” แมนางนอยยืนแกวงเทากับพื้นดินอยางเบื่อหนายนักหนา อันตรายอะไรก็ไมเห็นนาสนุกสนาน คราที่ แลวก็พานางไปปลอยทิ้งไวเชิงเขา เบื่อเต็มประดา ดีที่มีเพื่อนเลนชื่อหยวนอาฉินคลายเหงา เหลือบมองบิดาหันกายกลาวทางโนนทางนี้ที เห็นทีจะยาวนาน.. ครั้งจะหันไปชักชวนศิษยพี่ใหญ พูดคุยก็เห็นใบหนาเครงเครียดจริงจัง สมาธิตั้งไวที่เรื่องราวเบื้องหนาชัดแจง เรื่องของฝายผูใหญ นางเปนเด็ก สมควรเลนสนุกอยางเด็กจะดีกวา คิดไดเชนนั้นจึงยางเทาถอยหลังไปสองกาว เงียบกริบและแผวเบายิ่ง เห็นวาไมมีผูใดสนใจแทจริงแลว จึงหันหลังวิ่งลงไปตามทางลงเขา ใจนั้นก็คิดถึงแตที่จะเลนสนุก น้ําตกเลาดึกดื่นเชนนี้คงเย็นยะเยือก หากแต ปลาคงชุกชุมดี ถ้ําที่อยูใกลๆคงเต็มดวยแมลงกลางคืนหวีดหวิว คราที่แลวเห็นตนไมตนหนึ่งออกดอกกลางคืน สวยงามหอมหวน จะตองไปดูอีกครา ผีเสื้อกลางคืนแถบนั้นก็มีอยูหลายสี ไปเที่ยวดูดีกวา แมนางนอยกระโดดกาวเผนโผนลงมาตามทางเทา แมนยํารวดเร็วอยางชํานาญทาง ออกหางสํานักจง ซานที่จุดคบเพลิงเปนแสงรําไรอยูเบื้องหลัง ดวงหนาประปรายรอยยิ้มสนุกสนาน หัวเราะคิกคักกับตนทามกลาง ทางปากลางคืน สักครึ่งชั่วยามหรอก ไมสิ...หนึ่งชั่วยามคอยลอบกลับเขาไปนอนในหองตน... ครานั้นหวานหยีไดเลี่ยงทางหลักไปเบื้องขาง เห็นวาเปนทางลัดไปสูจุดหมาย ทั้งลดทอนเวลาและ ระยะทาง แมจะอันตรายดวยสัตวกลางคืนบางก็ใชระแวดระวังหนักขึ้นก็แลวกัน ทางเบื้องขางนั้นลึกลับซับซอน ยิ่งกวาทางหลักนัก ทั้งยังลาดชัน และตองเดินผานหินลื่น แมผูชํานาญจริงก็ยังเลี่ยงผานตอนกลางคืน แตหวาน หยีนั้นหากลัวไม เปนเพราะนางนั้นตัวเล็กแคลวคลองก็สวนหนึ่ง หวานหยีแทรกกายยันกาวกับตนไมไปเรื่อยๆ พื้นหินลาดชันชื้นตะไคร แมนางยางกาวอยางระวังกาย หอยจับตนไมหนึ่ง กาวตออีกตนหนึ่งอยางรวดเร็วมั่นคง แสงจันทรกระจางตา สองผานเงาไมมิใหมืดมิดเกินไป นัก ยางเทาไปก็นึกถึงศิษยพี่ทั้งหลายไมทันรูกาย คงยังนิ่งฟงเครงเครียด นึกไปก็ใหหัวเราะคิกคัก ครานั้นเองแมนางนอยกลับไดยินเสียงฝเทาแผวเบามากมายแววมา มิใชฝเทาชาวบาน เหตุเพราะเปน เวลากลางคืน ทั้งยังมีจํานวนมาก ไมต่ํากวาหาหกคน!!


หวานหยีลดกายลงระหวางแมกไม ยึดมือไวกับไมลําตนผอมตนหนึ่ง นิ่งเงียบรีรออยูสักอึดใจ ก็ปรากฏ เจาของฝเทาผูหนึ่ง ทานนั้นเปนชาย รูปรางสูงใหญ สวมชุดสีดําขลิบชายสีแดงตลอดกายทั้งผาผูกเอวสีแดง แขนขวากลับ ผูกผาขาวไวชิ้นหนึ่ง ปดหนาตลอดศีรษะ มองเห็นเพียงชองลูกตามอง ทานนั้นยืนโดดเดนอยูทามกลางทางโลง หันซายหันขวาพอครูกลับยกมือซายขึ้นกวักไปดานหลัง ปรากฏเจาของฝเทาแผวเบาอีกหาทานปรากฏ ลวน รูปรางใกลเคียง แตงกายเชนเดียวกันวิ่งมาสมทบ แมนางนอยตกใจจนดวงตาเบิกกวาง กลืนน้ําลายหนึ่งอึก ยิ่งเกร็งขากลั้นหายใจ เกรงวาจะถูกพบ กระนั้นหัวใจยังเตนดังรัวกลอง ชายชุดดําทานแรกหันไปทางพวกตนพลันกลาวสุมเสียงใหญหนักแนน “ทางใด” ชายชุดดําอีกทานหนึ่งพลันกาวขึ้นมาหนึ่งกาว ยกมือคารวะกลาวนอบนอม “หาลําบากแลว ทางซับซอน ถ้ําก็มาก ทั้งยังกลางคืน” ชายทานแรกพลันสะบัดแขนขวาครั้งหนึ่ง รวดเร็วอยางยิ่ง คลื่นลมออนผิวแผวกระจายทั่วบริเวณ ใบไม กลิ้งเกลือก หวานหยีไมไดฝกยุทธหรือลมปราณใด ไมสามารถเกร็งลมปราณตอตานกระแสหนุนเนื่องจึงไดแต หลับตาหลบศีรษะลงกับหัวเขาตน แสรงไมใสใจอาการสั่นสะทานดวยผลกระทบกระแสปราณของรางกาย คิด เพียงวาหากสงเสียงใดแปลกปลอมไป จะถูกจับไดในทันที เสียงแมลงกลางคืนรองหวีดกอง แมนางนอยนึกดีใจยิ่งนัก หากเงียบเกินไปแลวละก็ การจะซุกซอน เสียงกุกกักคงยากเย็นกวานี้เปนแน ครั้งกระแสบางเบาแลวหวานหยีจึงเงยศีรษะขึ้นมองผานกิ่งไมจากที่หลบซอน เห็นรางชุดดํารางหนึ่ง นอนเงียบงันอยูบนพื้นเบื้องหนาชายชุดดําผูเปนหัวหนาก็ใหกลัวจับใจจนแทบรองสบถออกมา ตายหรือนั่น...... “ขาพเจาถามทาง ไมไดกลาวใหแกตัว!!” ชายผูนั้นตวาดกึกกอง “เชนนี้ขาพเจาจะแจงตอทานฑูตซาย วาอยางไร!!” ชายชุดดําอีกทานกาวขึ้น ยกมือคารวะทีหนึ่งจึงกลาว “ทานหัวหนาหนวยอยาเดือดดาล มันบาดเจ็บมาก ยากจะหนีไกล พอฟาสางคอยกระจายคนหาเถิด”


‘ทานหัวหนาหนวย’ นั้นเงียบงันไปกวาอึดใจ “เชนนั้นคงจะได... ขาพเจาก็ไมอยากวุนวายแถบนี้นัก เขตจงซาน ไมอยากใหเจาของบานทราบเรื่อง” กลาวเสร็จก็พยักหนาหนึ่งหน ชายชุดดําสองทานก็ยกรางแนนิ่งขึ้นประคอง หวานหยีจึงเห็นถนัด แขนขวาตั้งแตขอ ศอกลงไปถูกตัดออก ชิ้นสวนหลักฐานก็ยังหลุดหอยกับเศษเนื้อที่ปากแผลเรียบ!! หวานหยีถึงกับกัดริมฝปากตนเสียแรง มิใหสงเสียงกรีดรองเล็ดรอดออกมา... รางทั้งหกพลันกระโจนหายไปในความมืดมิด หวานหยีนั้นแอบอยูอีกครูนึ่งจึงรวบรวมสติและกําลังกาว ออกมาจากที่ซอนได ครั้นออกมาไดก็ใหโลงใจยิ่งนัก ถอนหายใจแรงเสียหลายครา แมกลัวจับใจ แตก็ยังอยากรูอยากเห็นยิ่ง จึงเดินสํารวจที่ชุมนุมสักครูนี้หลายรอบ แปลกยิ่ง ไมมีรอยเลือด .... แตสักครูนั้นเห็นถูกตัดแขนแนแท... อยางไรกัน? เห็นทีตองลองไถถามทานพอ.. วิชาประหลาด ...ชุดประหลาด.. สํานักอะไรหนอ.. คิดไดเพียงเทานั้นก็ครานจะคิดตอ กลับจงซานไปรายงานทานพอทราบดีกวา เหตุการณเชนนี้คงตอง ใหทางผูใหญคิดอานกัน เชนนั้นจึงหันกลับขึ้นเขา หมายจะวิ่งทางเดินเทากลับจงซาน ครานั้นหวานหยีพลันไดยินเสียงรองอืออยูเบื้องหลังก็ใหแปลกใจ พลันมีมือขางหนึ่งมายึดขอเทาไวกระชับแนน แมนางนอยกาวขาไมออกสลัดไมหลุดก็รองใหลั่นไป “ผูใด! ผูใด! ปลอยขาพเจานะ! ปลอยยย....!!!~” “..........ชวย....” ครั้นไดยินเสียงสอดแทรกขึ้นแมนางนอยจึงหันมอง พบรางโชกเลือดผมเผายุงเหยิงรางหนึ่งนอนคว่ํา กายเหยียดแขนทั้งสองเกาะขอเทานางไวเสียแนน แวบแรกนางคิดวาภูติผี แตตรึกตรองอีกคราในชั่วแลนก็ใหนึกถึงคําพูดชายชุดดําแดงขึ้นมาครามครัน ‘บาดเจ็บสาหัส หนีไดไมไกล’ ชางจะตรงกับเมื่อครูอยางประหลาด จึงยอกายลงลองแตะสัมผัสที่หัวไหล เลือดอุนๆเปอนเต็มฝามือ


“ทาน.... ทานลุง...” แมนางนอยเขยาเบามือ “ทานเปนอะไร?... ลุกไหวหรือไม?” “.....จิ้ง...เออ...” “ขาพเจาจะไปตามคนมาชวย...” “..ย...อยา...” คําปรามหนักแนนนัก ทั้งมือที่ยึดไวก็แนนเขา หวานหยีจึงชะงักกึก “เชนนั้นขาพเจาจะพาทานไปพักที่ถ้ําไวกอน” “...จิ้ง.......เออ...” “อยาเพิ่งสั่งเสีย ทานลุงเจอขาพเจาเชนนี้แสดงวายังไมถึงฆาต” ถอยคําหวานหยีทั้งตรง ทั้งโผงผาง แตกลับนําพาใหผูอาวุโสทานนั้นเชื่อถือไดอยางประหลาด ทานนั้น ถึงกับนิ่งเงียบไมฝนกลาวอันใดอีก แมนางนอยสํารวจบาดแผลฉกรรจทั้งหลายอยางรวดเร็วครั้งหนึ่ง กอนจะฉวย แขนซายทานลุงรั้งขึ้นแบก หนักนั้นชัดเจน เลือดสดไหลแดงเยิ้มเลอะเทอะทั้งชุดทั้งผมแมนางนอยไปตั้งแตศีรษะ จนเทียมหัวเขากลิ่นคาวคลุง แมมือสองขางก็ลื่นเฉอะ แตกลับไมมีเสียงกระอิดกระออดใด แมกระทั่งตอนแบก ขามทางลัดไปถ้ําใกลน้ําตกที่แมมาตัวคนเดียวยังเดินยากนักหนาก็ตาม ครั้นพอถึงถ้ําที่หมายที่แมนางนอยคิดไวทีแรก นางก็จัดแจงวางรางทานลุงลงบนกอนหินเรียบแหงกอน หนึ่ง ฉีกเสื้อผาทานลุงออกเพื่อไมใหเจ็บปวด พบวาแผลฉกรรจมีอยูสองแหงคือที่หัวไหลขวาและหลังบั้นเอว นาง จึงใชใบไมใหญวักน้ําที่น้ําตกมาลางแผลเอาฝุนดินและเลือดออก จากนั้นจึงใชเศษผาที่ฉีกออกมาไดพันแผลกับ สมุนไพรงายๆที่ทานแมเคยสอนพอกตอนเด็กๆ แมดูไมเรียบรอยนัก แตเลือดก็หยุด “แมนาง....ขาพเจา...ขอน้ํา” สุมเสียงไมออนระโหยราวทีแรก ทั้งยังไดสติ กระนั้นก็ยังออนแรง แมนางนอยยิ้มประปรายใบหนา แสดงวาดีขึ้น คิดแลวจึงถลันออกไปใชใบไมใหญตักน้ําที่น้ําตกมาปอน ครานี้ไดใกลจึงไดสังเกตุถุงยามเล็กๆที่หอยอยู ที่สะเอวทานลุง “ทานลุงเปนคนพรรคกระยาจกเหรอ?” แมนางถามไถเสียงใส ทานลุงพยักหนา “ชายชุดดําแดงเปนผูทํารายทานลุงเหรอ?” “ไมผิด….” “ทําไม?” “สาเหตุนั้นเด็กนอยเชนทานไมควรทราบ” น้ําเสียงออนโยนเจือเอ็นดู หวานหยีพลันทําหนายุงทีหนึ่ง หากแตไมเซาซี้ติดตามตอ


“ขาพเจาจะไปแจงทานพอแลว” “อยาไป” “อาว...” “ขาพเจาไมอยากใหจงซานเกี่ยวของ” “แตที่นี่ก็เขาจงซาน..จะบาดเจ็บ จะฆาฟนก็อยูในพื้นที่จงซาน จะใหทานพอไมยุงเกี่ยวไดอยางไร?” “นี่เรื่องสวนตัว ไมเกี่ยวกับพรรคแตอยางใด..” หวานหยีไดยินก็ใหหงุดหงิดใจ ทรุดกายลงนั่งกระแทกกับกอนหินเสียแรง “สวนตัวอยางไร ขาพเจาแอบอยูเห็นชายชุดดําแดงถึงหาหกทาน!” “ทางนั้นเขาตีโพยตีพายไปเองลําพัง ยกหนวยมาลาลางขาพเจา....” “ยกหนวยมาเหยียบถิ่นก็ใหจงซานเฉยเสีย ไวขาพเจาไมเจอทานลุงเถอะ พรุงนี้ใหศิษยทานอื่นมาเจอ เขา จะไดเปนเรื่องสวนตัวกันทั้งพรรคกระยาจกทั้งจงซาน!!~” ผูอาวุโสไดยินดังนั้นก็ใหยิ้มแยม “เด็กนอยทานนี้ชางฉลาดคิดฉลาดพูด ชื่อแซวาอยางไรเหรอทาน?” “ขาพเจาแซจง ชื่อวา หวานหยี” “เชนนั้นจึงเรียกทาน จงชิง วาทานพอสินะ เด็กนอยเอย ขาพเจาทราบแลววาไมอธิบายใหกระจาง ทาน เองก็คงไมลดละ” ผูอาวุโสเวนชวงหายใจยาว เรี่ยวแรงคอยฟนทีละนอย แตยังไมทันใจ “จะกลาวใหฟงอีกสักนิด เรื่องนี้เกี่ยวพันภายในพรรคกระยาจกดวย เกี่ยวพันอินทรียเลือดดวย ทั้งยัง โยงใยจากภายใน มีหลายสิ่งขาพเจายังไมทราบเรื่อง โบราณวาไฟในอยานําออก ไฟนอกอยาไดนําเขา หากเรื่อง ถึงหูทานจงชิงนั้นจะเกิดเหตุสองประการ ประการหนึ่งคือเรื่องราวภายในของกระยาจกที่ยังสะสางไมสําเร็จจะ กําจายถึงคนภายนอก ประการที่สองคือ เกิดศึกใหญนองเลือดขึ้นในยุทธจักรผูคนลมตายเปนอันมาก แถมทั้งผู กอชนวนก็หนีหายหลบหนา เอาผิดไมได” หวานหยีนิ่งฟงอยูก็ใหสงสัย แตถูกปรามเสียแตคําถาม ‘ทําไม?’ แลวจึงเมมริมฝปากเงียบงัน “แลวจะมีสิ่งใดใหจงซานชวยเหลือไดบางเลา?” “หากจงซานไมออกหนา จะดีที่สุด” “แลวมีสิ่งใดใหขาพเจาชวยเหลือไดบาง?” ทานผูอาวุโสแยมยิ้มอีกครา “ขาพเจาไมกลารับไมตรีแมนางนอยตอไปอีกแลว เพียงชวยชีวิตของขาพเจา ก็ไมทราบจะตอบแทน อยางไร”


หวานหยีไดยินก็ใหยุงยากใจนัก “ตอบแทนอะไร ขาพเจายังทํานอยไปเสียซ้ํา” ทานลุงทานนั้นพลันหัวเราะเสียงดัง หากผูอื่นไดยินคําชื่นชมขอบคุณก็มีแตจะเอียงอายเคอะเขินดีใจ ภาคภูมิเปนลนพน แตแมนางนอยทานนี้กลับลําบากใจเสียอยางนั้น “ทานลุงหิวแลวหรือไม” “พอประมาณ..” “ขาพเจาจะไปจับปลามายาง..” พูดไมทันจบก็ถลันไปปากถ้ํา แมนางนอยหายไปจับปลาที่น้ําตกไมถึงครึ่งกานธูป ก็หิ้วปากปลาตัวโต เขามาในถ้ํามาสองตัว เสร็จแลวจึงนั่งลงสุมกิ่งไมแหงกอไฟและเสียบปลายาง “จับปลาเกง..” “น้ําตกแหงนี้กลางคืนเปนน้ําวน น้ําวนนี้เรียกปลา ขาพเจาเพียงยื่นมือไปสุมหยิบมาเทานั้น” นาง อธิบายเสียงเจื้อยแจว ครั้นปลาสุกแลวเห็นทานลุงนอนสลบไสลอยูบนกอนหินก็ไมปลุก จึงเอาปลาวางบนใบไมเคียงขาง ลอง แตะเนื้อตัวทานลุงดูก็พบวาเย็นอุนปกติ ไมมีไขหนาว จึงคิดวาแผลไมนาจะลุกลามเหวอะหนอง คิดไดดังนั้นก็ใหโลงใจจนยิ้มแยมในหนา แมนางนอยเอนกายลงบนผนังถ้ํา เย็นเยือกสบายนัก แขนขา ไดพักผอนแลวก็ใหงวงหาว เหตุเพราะแบกทานลุงมาไกลสวนหนึ่ง ไมทันรูกายก็ผล็อยหลับไป ......................................................................................................................................... “ไมอยูตรงที่นี้ขอรับ” ศิษยพี่ใหญรองแจงแกจงชิงเสียงแหบพรา เมื่อครูยังชะเงอชะแงอยูขางกาย ประเดี๋ยวเดียวชั่วสองสาม อึดใจเทานั้นก็หายไปได ยิ่งมองพื้นดินถูกคุยเขี่ยวางเปลาแลวใหรอนใจหวงใยนัก ครั้นนึกถึงขงเตือนเรื่องอินทรียกลางคืน เพนพานยิ่งกังวลนักจนคิ้วทั้งสองขมวดแนน สาวเทาเดินไปเดินมาติดตามรองรอยการเหยียบย่ําบนพื้นดิน แต คูหมั้นตัวดีของทานนั้นฝเทาทั้งเบาทั้งเงียบเชียบ และไมเคยทิ้งรองรอยไวเบื้องหลังยามยองกาวไปทางใด แมเจี้ยนซานจะจดจองมองหาอยางไรก็ไมพบ จึงหันไปยังทางเดินมืดมิดเบื้องลาง “หวานหยี...ของขาพเจา..”


เจี้ยนซานรําพึงกับตน คําเรียกคนรักติดปากชินตั้งแตวันที่ทําสัญญาหมั้นหมายกันตอหนาผูใหญ ครานั้นจงชิงผูเปนเจาสํานักเห็นเจี้ยนซานศิษยตนขมวดคิ้วแนนหนา กมหนาเดินไปมางุนงานอยูก็ให นึกชื่นชมและสงสารเทียมกัน คิดแลวจึงรองบอกศิษยเอกของตน “ซานเออ เจาอยาไดกังวล ศิษยนองๆเจาทราบกันหมด หวานหยีนางชางเบื่อ อาจารยพูดอะไรยาวๆ ลวนแตเรื่องวงการยุทธภพ วิสัยนางจึงคิดออกไปเที่ยวเลนเปนธรรมดา” เหลาศิษยนอยใหญอื่นๆ ครั้งไดยินอาจารยกลาวกับศิษยพี่ใหญตนเชนนั้นก็ใหหายกังวลไปสวนหนึ่ง ดวยรําลึกไดวาเหตุการณเชนนี้ก็ไมไดเกิดขึ้นเปนครั้งแรก ศิษยลําดับสามและลําดับหาจึงกลาว “ศิษยพี่ใหญอยากังวล นางเด็กนัก คงเที่ยวอยูแถบนี้ เดี๋ยวก็กลับ” “จริงอยางนองหากลาวนะ ศิษยพี่ใหญ จงอยากังวลมากไป ประเดี๋ยวก็กลับมาเอง” เจี้ยนซานไดยินดังนั้นก็คลายคิ้วออก หันมองหนาศิษยนองทั้งคูก็ใหรูสึกผิด เหตุเพราะตนตื่นตูมยิ่งนัก รอนใจจนละเลย โวยวายกระทํากังวลใหนองๆเปนหวงตาม “ขาพเจาลืมไป หวานหยีนั้นนอนในปาเปนอาจิณ จะกลายเปนบานนางอยูแลว” ศิษยนอยใหญตางเปนเชนนั้นจึงพลันหัวเราะครืน ตางก็หันไปแสดงความคิดเห็นเลาเรื่องราวความ ซุกซนขี้เลนของนางกันใหญ จงชิงเห็นศิษยตนกําลังคุยกันผอนคลายกังวลลง จึงหันไปทางฉูเอี๋ยน “ฉูเอี๋ยน เสร็จประชุมแลวออกไปตามนองที” ฉูเอี๋ยนพยักหนาขึงขังหนึ่งครั้ง มองดวงหนากลมแปนของทานพอปรากฏรองรอยกังวล ประหลาดนัก ปกติตั้งแตหวานหยีเริ่มโตจนปจจุบันนั้นหวานหยีไมเคยถูกหามปรามการตระเวณทั่วหุบเขา ทานแมก็ปลอย ทาน พอก็ปลอย เพราะทั้งสองทานเห็นวาหวานหยีนั้นดูแลตนไดดีและรูจักระมัดระวังอันตรายเอง ประชุมทีไรเปนตองหายไปไมมีใครพบ ทานพอก็ยังนิ่ง “นองเจาเอาตัวรอดเกง ไมตองหวงไป” ฉูเอี๋ยนเคยติดตามนางไปที่ถ้ําครั้งหรือสองครั้ง หุบผาลาดชันลดหลั่นสลับ ทั้งลื่น ดานหลังก็เหว นางก็ ยันกายกาวกระโดดขามขึ้นไปเสียเฉยๆ หันมากวักมือเรียกเสียดวย


ฉูเอี๋ยนดวยซ้ําที่มีวิชาตัวเบา....แทบแย.... ครั้งนั้นจึงคอยเขาใจขึ้น สําหรับหวานหยีแลว ปานี้แมหลับตายังเดินได นับประสาอะไรกับกลางคืน ‘ไม ตองเปนหวง’ จริงดังบิดาวา แลววี่แววกังวลครานี้มาอยางไร... จงชิงขมวดคิ้วตรงพยักหนาทีหนึ่ง กอนจะหันไปกลาวประชุมตอ บรรยากาศผอนคลายกลับมาอีกครา มีเพียงเจี้ยนซานเทานั้นที่ยังลอบหันไปมาระหวางความมืดเบื้องลางและอาจารยที่กําลังแจงความสําคัญ ทั้ง หวงใยโกรธเคืองคนรักตัวนอย ใจนั้นก็คิดถึงหนวยอินทรียชุดดําแดงที่อาจารยกลาวถึง คงไมมีอินทรียตนใดกลาเขามาในเขตจงซานหรอก....กระมัง.... แมศิษยพี่ๆทั้งหลายจะเชื่อฟงคําอาจารยนัก ทั้งยังรูทั่วกันวาหวานหยีชํานาญพื้นที่อยางไร แตใจตาง ทานตางสังหรณประหลาด ครากอนหนีไปยังพูดคุยขบขันกันอยู แตครานี้กลับแปลกประหลาด ควรจะเปนเหตุ ปกติ แตกลับแปลกประหลาด ศิษยนองนั้นซุกซนดื้อดึง กระนั้นศิษยนอยใหญก็ตามใจถนอมเลี้ยงราวกับนองคน เล็กรวมครอบครัว ครั้นเปนอันตรายอยางไรขึ้นมาเลา? แมใจตางนึกประหวั่น แตครั้นสิ้นประชุมก็แยกยายกลับหองไปไมมีผูใดกลาวแกกัน กลางดึกเจี้ยนซานแมพยายามนอนหลับก็ไมสําเร็จ พลิกกายไปมาหลายรอบ นึกไปใหหงุดหงิด นึกไปก็ ใหหวงใยนัก ดึกปานนี้หากยังไมกลับอีก เปนเด็กนอยอายุเทาไรกัน ทั้งยังเปนหญิง หายไปเชนนี้สมควรแลวหรือ.... ยิ่งคิดยิ่งทั้งหวงทั้งโกรธ จึงลุกออกจากที่เพียงลําพัง รอนใจอยางยิ่งทนไมไหว ใสเสื้อผา ควากระบี่ผูก เอวถลันออกจากหองไปหมายไปตามหาคนรัก ถึงกลางโถงกลับปรากฏรางอรชรรางหนึ่งยืนสงบอยูกอนแลว เจี้ยนซานประหลาดใจเปนนัก คิดวาอาจ เปนศัตรูในแวบแรก กระชับกระบี่มั่นในมือ แตเพียงเพงดูอีกคราจึงเปนอาภรณเปนสีสมออน “ศิษยนองฉูเอี๋ยนหรือนั่น” เจี้ยนซานพลันรองกลาว


ดวงหนากระจางขาวในความมืดรําไร ฉูเอี๋ยนพลันหันหนามาเมียงมองเจี้ยนซาน เพียงแคทราบวาเปน ศิษยพี่ใหญ ในใจของนางก็ตื้นตันยิ่งนัก ริมฝปากหยักยิ้มอยางยินดี รั้งตัวเองใหเดินกาวยางเปนธรรมดาใหถึง ตัวเจี้ยนซาน แทจริงอยากจะวิ่งพลางกระโดดพลางอยางที่หวานหยีทําอยางยิ่ง “ขาพเจาคาดแลว ทานคงตองลงไปตามหา จึงรออยู” นางกลาวเสียงเสนาะสุภาพ “อยาเลย ขาพเจาไปเพียงผูเดียวพอแลว” “ในที่ประชุม ทานพอวานขาพเจาไปตามหานอง” “ดึกดื่นเสียแลว ทั้งทานเองก็เปนหญิง” “ที่กลาวเชนนั้นศิษยพี่ใหญก็ดูถูกขาพเจาวาหยิบโหยง ดูแลตนเองไมได” ฉูเอี๋ยนกลาวประชดประชัน ดวงหนากระจางยิ้ม เหตุผลอันนี้ศิษยพี่ใหญคานลําบากแลว “ไมใชอยางนั้น” เจี้ยนซานลําบากใจอยางยิ่ง พนลมหายใจเสียแรงอยางขัดเคืองอึดอัด เถียงอันใดไมได อีก “ค..คือ ศิษยนอง ขาพเจาเปนหวงทานหรอก สวนหวานหยีของขาพเจานั้นก็พอจะนึกออกวานางจะ หลบไปเลนสนุกที่ไหน” “ที่ใดที่ทานนึกถึงอยูตอนนี้” “ถ้ําและน้ําตกดานหนา ... พนันกระบี่ศิษยพี่ใหญคนนี้เลยยังได” “ขาพเจาคาดวาดานหลัง” เจี้ยนซานแลเห็นชองจึงรีบกลาว “เชนนั้นทานจงลองไปดูดานหลัง ขาพเจาไปทางขึ้นเขาดานหนา แลว อีกสักชั่วยามก็มาเจอกันที่นี่” ฉูเอี๋ยนเหลือบดวงตาดําขลับจองหนาศิษยพี่ใหญอยางงงงันแวบหนึ่ง ฝายเจี้ยนซานนั้นรูทีทา ดวยวา ศิษยนองผูนี้นิสัยคลายอาจารยหญิง ชางสังเกตสงสัยระแวดระวัง จึงไมรอชารีบใชวิชาตัวเบากระโดดหายไปใน ความมืดเบื้องหนา ฉูเอี๋ยนคิดกลาวตอบก็เห็นเพียงเบื้องหลังของศิษยพี่จมไปในความมืดเสียแลวไดแตกลาวกับตน “เดินเทาก็ได เหตุใดจนตองใชวิชาตัวเบา....ขาพเจาไมใชยักษเสียหนอย...” ........................................................................................................................................



Bloodeagle chapter 2