Issuu on Google+

รายงาน เรื่อง ซอฟต์ แวร์

เสนอ อาจารย์ สุ จติ ตรา จันทร์ ลอย

จัดทำาโดย 1.นางสาว ไพเราะ ศิริสวัสดิ์

รหัสนักศึกษา 564152015

2.นางสาว ศิริพร พูลทวี

รหัสนักศึกษา 564152061

3.นางสาว สุ นารี ศรีสัน

รหัสนักศึกษา 564152014

4.นางสาว เสาวลักษญ์ ใจนิ่ม

รหัสนักศึกษา 564152040

5.นางสาว สุ ดธิดา สวนสี ดา

รหัสนักศึกษา 564152058

สาขาวิชา ชีววิทยา

รายงานนีเ้ ป็ นส่ วนหนึ่งของวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศเพือ่ การสื่ อสารสำ าหรับครู ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2556 มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง


คำานำา รายงานฉบับนี้ เป็ นส่วนหนึ่งของ วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่ อสารสำาหรับครู (Information and Communication Technology for Teachers) รหัสวิชา PC54504 ซึ่งเป็ นเนื้ อหาเกี่ยวกับ ซอฟต์แวร์ คณะผูจ้ ดั ทำาหวังเป็ นอย่างยิง่ ว่ารายงานเรื่ องจะมีเนื้ อหาสาระที่เป็ นประโยชน์ต่อการศึกษาหาความรู ้ เรื่ องซอฟต์แวร์ และขอขอบคุณคณะผูจ้ ดั ทำาที่ช่วยเหลือในการหาข้อมูลต่าง ๆ มาประกอบรายงานเรื่ อง นี้ ถ้าหากรายงานบกพร่ องในเนื้ อหาประการใดทางคณะผูจ้ ดั ทำาจึงขออภัยไว้ ณ ที่น้ ีดว้ ย

คณะผูจ้ ดั ทำา


สารบัญ

เรื่อง

หน้ า

คำานำา สารบัญ 1.ความหมายของซอฟต์แวร์

1

2.ซอฟต์แวร์ ระบบ

1

2.1 ระบบปฏิบตั ิการกับการปฏิบตั ิงานของคอมพิวเตอร์

2

2.2 ประเภทของระบบปฏิบตั ิการ

2

2.2.1 ประเภทใช้งานเดียว

3

2.2.2 ประเภทใช้หลายงาน

3

2.2.3 ประเภทใช้งานหลายคน

3

2.3 ตัวอย่างระบบปฏิบตั ิการ

3

2.3.1 ระบบปฏิบตั ิการดอส

3

2..3.2 ระบบปฏิบตั ิการยูนิกซ์

3

2.3.3 ระบบปฏิบตั ิการไมโครซอฟต์วินโดวส์

4-5

2.3.4.ระบบปฏิบตั ิการลีนุกซ์

5-6

3. ซอฟต์แวร์ ประยุกต์ 3.1 ซอฟต์แวร์ใช้เฉพาะทาง

6 6


3.1.1 ซอฟต์แวร์ระบบงานด้านบัญชี

6

3.1.2 ซอฟต์แวร์ระบบงานจัดจำาหน่าย

6

3.1.3 ซอฟต์แวร์ระบบงานในโรงงานอุตสาหกรรม

6

3.1.4 ซอฟต์แวร์อื่นๆ

6

3.2 ซอฟต์แวร์สาำ เร็ จ

6-7

4. ซอฟต์แวร์ ประมวลคำา

8-11

5. ซอฟต์แวร์ ตารางทำางาน

11-12

6. ซอฟต์แวร์ จดั การฐานข้อมูล

13-14

7. ซอฟต์แวร์ นาำ เสนอ

14-16

8. ซอฟต์แวร์ จดั การด้านกราฟิ ก

16-17

9. ซอฟต์แวร์ ติดต่อสื่ อสาร

18-19

10. ภาษาคอมพิวเตอร์

19-20

10.1 ภาษาเครื่ อง

21

10.2 ภาษาระดับต่าำ

21

10.3 ภาษาระดับสูง

22

10.3.1 ภาษาฟอร์แทรน

22

10.3.2 ภาษาโคบอล

22

10.3.3 ภาษาเบสิ ก

23

10.3.4 ภาษาปาสคาล

23

10.3.5 ภาษาซีและซีพลัสพลัส

23


10.3.6 ภาษาวิชวลเบสิ ก

23

10.3.7 การเขียนโปรแกรมแบบจินตภาพ

24

10.3.8 ภาษาจาวา

24

10.3.9 ภาษาเดลไฟล์

24

10.4 การทำางานของโปรแกรมแปลภาษา 10.4.1 คอมไพเลอร์

24 25

10.4.2 อินเตอร์พรี เตอร์

25

11.ระบบติดต่อใช้งานคอมพิวเตอร์

25

11.1 กลุ่มพิมพ์คาำ สัง่ เข้าทีละบรรทัด

25

11.2 กลุ่มเลือกรายการเมนู

26

11.3 กลุ่มเลือกสัญรู ป

26-27

12. สรุ ป

28

บรรณานุกรม

29


ซอฟต์ แวร์

ความหมายของซอฟต์ แวร์ การใช้งานระบบสารสนเทศด้วยคอมพิวเตอร์ จำาเป็ นต้องมีซอฟต์แวร์ ควบคุมการทำางาน เช่น การ ซื้อของโดยใช้บตั รเครดิต ผูข้ ายจะตรวจสอบบัตรเครดิตโดยใช้เครื่ องอ่านบัตร แล้วส่ งข้อมูลของบัตรเครดิต ไปยังศูนย์ขอ้ มูลของบริ ษทั ผูอ้ อกบัตร การตรวจสอบจะกระทำากับฐานข้อมูลกลาง โดยมีกลไกหรื อเงื่อนไข ของการตรวจสอบ จากนั้นจึงให้คาำ ตอบว่าจะยอมรับหรื อปฏิเสธบัตรเครดิตใบนั้น การดำาเนินการเหล่านี้ เป็ น ไปโดยอัตโนมัติตามคำาสัง่ ซอฟต์แวร์ ทำานองเดียวกันเมื่อซื้ อสิ นค้าในห้างสรรพสิ นค้า พนักงานเก็บเงินจะใช้เครื่ องกราดตรวจอ่านรหัส แท่งบนสิ นค้าทำาให้บนจอภาพปรากฏชื่อสิ นค้า รหัสสิ นค้า และราคา ในการดำาเนินการนี้ ตอ้ งใช้ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์ จึงเป็ นสิ่ งสำาคัญที่ทาำ ให้ระบบคอมพิวเตอร์ทาำ งานได้ ซอฟต์แวร์ คือ ชุดคำาสัง่ ที่สงั่ งานคอมพิวเตอร์ เป็ นลำาดับขั้นตอนของการทำางาน ชุดคำาสัง่ เหล่านี้ได้ จัดเตรี ยมไว้ในหน่วยความจำาของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ อ่านชุดคำาสัง่ แล้วทำางานตาม ซอฟต์แวร์ จึงเป็ น สิ่ งที่มนุษย์จดั ทำาขึ้น และคอมพิวเตอร์จะทำางานตามคุณลักษณะของซอฟต์แวร์ ที่วางไว้แล้วเท่านั้น ชนิดของซอฟต์แวร์แบ่งเป็ นสองประเภทใหญ่ คือ ซอฟต์แวร์ ระบบ (system software) และ ซอฟต์แวร์ ประยุกต์ (application software) ซอฟต์ แวร์ ระบบ ซอฟต์แวร์ระบบ คือซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการจัดการระบบคอมพิวเตอร์ จัดการอุปกรณ์รับเข้าและส่ ง ออก การรับข้อมูลจากแผงแป้ นอักขระ การแสดงผลบนจอภาพ การนำาข้อมูลออกไปพิมพ์ยงั เครื่ องพิมพ์ การ จัดเก็บข้อมูลเป็ นแฟ้ ม การเรี ยกค้นข้อมูล การสื่ อสารข้อมูล ซอฟต์แวร์ ระบบจึงหมายถึงซอฟต์แวร์ ที่ดูแล จัดการอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีอยูใ่ นระบบ ซอฟต์แวร์ ระบบที่รู้จกั กันดี คือ ระบบปฏิบตั ิการ (operating system) เช่น เอ็มเอสดอส ยูนิกซ์ โอเอสทู วินโดวส์ ลีนุกซ์ เป็ นต้น คอมพิวเตอร์จะทำางานไม่ได้หากปราศจากระบบปฏิบตั ิการ ซึ่งทำาหน้าที่ประสานงานระหว่างมนุษย์ กับคอมพิวเตอร์ เราสามารถสัง่ งานผ่านระบบปฏิบตั ิการให้คอมพิวเตอร์ คาำ นวณ ให้แสดงภาพ ให้พิมพ์ ข้อความหรื อผลลัพธ์ออกมาทางเครื่ องพิมพ์ นอกจากนั้นคอมพิวเตอร์ ยงั ทำาหน้าที่ประสานงานระหว่าง โปรแกรมต่างๆ กับตัวเครื่ อง ซอฟต์แวร์ประยุกต์ไม่วา่ ประเภทใดล้วนแต่ตอ้ งทำางานบนซอฟต์แวร์ ระบบทั้ง


สิ้ น เนื่องจากคอมพิวเตอร์จะไม่ทาำ งาน ถ้าไม่มีระบบปฏิบตั ิการ การเริ่ มใช้งานคอมพิวเตอร์ ทุกครั้งจึง ต้องบรรจุ (load) ระบบปฏิบตั ิการเข้าไว้ในหน่วยความจำาของเครื่ องคอมพิวเตอร์ ก่อนที่จะให้เครื่ องเริ่ ม ทำางานอย่างอื่น

แสดงความสัมพันธ์ระหว่างฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ระบบ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ และผูใ้ ช้

2.1 ระบบปฏิบัติการกับการปฏิบัติงานของคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบตั ิการทำาหน้าที่ประสานงานหรื อกำากับดูแลการทำางานของคอมพิวเตอร์ ในการกำาหนดว่า จะเก็บโปรแกรมหรื อข้อมูลเก็บไว้ในส่วนใดของหน่วยความจำา ดูแลการติดต่อระหว่างส่ วนต่างๆ ของ คอมพิวเตอร์ กบั โปรแกรมใช้งานหรื อผูใ้ ช้คอมพิวเตอร์ ควบคุมการส่ งสัญญาณจากคอมพิวเตอร์ ข้ ึนไป ปรากฏบนจอภาพ ควบคุมการพิมพ์ของเครื่ องพิมพ์ ตัวอย่างเช่น ควบคุมการแปลสัญญาณจากแป้ นพิมพ์ให้ เครื่ องรับรู ้ควบคุมการบันทึกหรื อการอ่านข้อมูลของเครื่ องขับแผ่นบันทึก นอกจากนี้ ในปัจจุบนั การทำางานในลักษณะกลุ่ม และระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ มีบทบาทในการ ใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างกว้างขวาง ทำาให้ระบบปฏิบตั ิการที่พฒั นาขึ้นมาในระยะหลังๆ จำาเป็ นต้องมีความ สามารถในการทำางานและให้บริ การบนเครื อข่ายเพิ่มขึ้น โดยระบบปฏิบตั ิการมีหน้าที่จดั การงานในการ ติดต่อสื่ อสารระหว่างเครื่ องคอมพิวเตอร์ จัดสรรให้คอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่อในเครื อข่ายสามารถใช้งาน อุปกรณ์ต่างๆ ในเครื อข่ายร่ วมกัน เช่น การใช้งานเครื่ องพิมพ์ร่วมกัน และควบคุมดูแลการใช้งานข้อมูลส่ วน กลางซึ่งอยูใ่ นเครื่ องที่ทาำ หน้าที่เป็ นแม่ข่าย โดยสามารถกำาหนดสิ ทธิ ในการเข้าใช้ขอ้ มูลของผูใ้ ช้ที่อยูใ่ นกลุ่ม มีระบบป้ องกันอันตรายที่จะเกิดกับข้อมูล


2.2 ประเภทของระบบปฏิบัติการ เนื่องจากระบบปฏิบตั ิการเป็ นส่วนสำาคัญที่ทาำ ให้เครื่ องคอมพิวเตอร์ ทาำ งานได้ แต่ดว้ ยเครื่ อง คอมพิวเตอร์ ที่มีใช้อยูใ่ นปัจจุบนั มีสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน เช่น เครื่ องไมโครคอมพิวเตอร์ ที่เราใช้งาน ทัว่ ไปจะมีคุณสมบัติและการทำางานที่แตกต่างจากคอมพิวเตอร์ ขนาดใหญ่ เช่น มินิคอมพิวเตอร์ ที่ทาำ หน้าที่ เป็ นเครื่ องให้บริ การที่ตอ้ งคอยให้บริ การและดูแลเครื่ องคอมพิวเตอร์ ที่เป็ นบริ วารจำานวนมาก ระบบปฏิบตั ิ การที่ใช้งานกับคอมพิวเตอร์ประเภทนี้ จึงต้องมีความซับซ้อนกว่าระบบปฏิบตั ิการที่ใช้ในเครื่ องไมโคร คอมพิวเตอร์ และเราสามารถแบ่งประเภทของระบบปฏิบตั ิการตามลักษณะการทำางานได้เป็ น 3 ประเภท ดังนี้ 2.2.1 ประเภทใช้ งานเดียว (single-tasking) ระบบปฏิบตั ิการประเภทนี้ จะกำาหนดให้คอมพิวเตอร์ ใช้ งานได้ครั้งละหนึ่งงานเท่านั้น ใช้ในเครื่ องขนาดเล็กอย่างไมโครคอมพิวเตอร์ เช่น ระบบปฏิบตั ิการดอส 2.2.2 ประเภทใช้ หลายงาน (multitasking) ระบบปฏิบตั ิการสามารถควบคุมการทำางานพร้อมกัน หลายงานในขณะเดียวกัน ผูใ้ ช้สามารถทำางานกับซอฟต์แวร์ ประยุกต์ได้หลายชนิดในเวลาเดียวกัน โดย ระบบปฏิบตั ิการจัดสรรทั้งเวลาและเนื้อที่ที่ตอ้ งใช้ในการประมวลผลคำาสัง่ ของซอฟต์แวร์ แต่ละชนิด เช่น แบ่งปั นเวลาในการประมวลผลของซีพียู และการแบ่งเนื้อที่ในหน่วยความจำาสำาหรับเก็บข้อมูลและคำาสัง่ ของซอฟต์แวร์ที่ใช้งาน เช่น ระบบปฏิบตั ิการวินโดวส์ 95 และ 98 2.2.3 ประเภทใช้ งานหลายคน (multiuser) ในหน่วยงานบางแห่ งอาจใช้คอมพิวเตอร์ ขนาดใหญ่ที่ทาำ หน้าที่ประมวลผล ทำาให้ในขณะใดขณะหนึ่งมีผใู ้ ช้คอมพิวเตอร์ พร้อมกันหลายคน แต่ละคนจะมีสถานีงาน ของตนเองเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ จึงต้องใช้ระบบปฏิบตั ิการที่มีความสามารถในการจัดการสูง เพื่อให้ผใู ้ ช้ ทุกคนสามารถทำางานเสร็ จได้ในเวลา ระบบปฏิบตั ิการในกลุ่มนี้ เช่น ระบบปฏิบตั ิการวินโดวส์เอ็นที 2.3 ตัวอย่ างระบบปฏิบัติการ เนื่องจากระบบปฏิบตั ิการจะต้องมีความสัมพันธ์ระหว่างโปรแกรมใช้งาน ดังนั้นระบบปฏิบตั ิการ จึงมีหลายชนิด ปัจจุบนั ระบบปฏิบตั ิการที่นิยมใช้งานกันแพร่ หลายมีดงั นี้ 2.3.1 ระบบปฏิบัติการดอส (Disk Operating System : DOS) บริ ษทั ไอบีเอ็มผลิตเครื่ องไมโคร คอมพิวเตอร์ ข้ ึนมาและให้ชื่อว่าคอมพิวเตอร์ ส่วนบุคคล ได้มอบหมายให้บริ ษทั ไมโครซอฟต์เป็ นผูพ้ ฒั นา ระบบปฏิบตั ิการโดยให้ชื่อว่า พีซีดอส ต่อมาเมื่อไมโครคอมพิวเตอร์ แบบนี้ เป็ นที่แพร่ หลาย จึงมีผผู ้ ลิต


ไมโครคอมพิวเตอร์ซ่ ึงมีการทำางานแบบเดียวกับไมโครคอมพิวเตอร์ ของบริ ษทั ไอบีเอ็ม ไมโครคอมพิวเตอร์ เหล่านี้จะใช้ระบบปฏิบตั ิการของบริ ษทั ไมโครซอฟท์เช่นกันแต่ใช้ชื่อว่าเอ็มเอสดอส (Microsoft Disk Operating System : MS-DOS) ซึ่งมีการทำางานคล้ายพีซีดอส แต่ปัจจุบนั ไม่ได้รับความนิยมแล้ว 2..3.2 ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ (UNIX) เป็ นระบบปฏิบตั ิการประเภทใช้หลายคน และหลายงาน ได้มี ผูพ้ ฒั นาระบบปฏิบตั ิการยูนิกซ์ให้สามารถใช้กบั เครื่ องชนิดต่างๆ หลายระบบโดยตั้งชื่อใหม่ เช่น ซีนิกซ์ (Xenix) วีนิกซ์ (Venix) ไมโครนิกซ์ (Micronix) เอไอเอ็กซ์ (AIX) อัลทริ กซ์ (Altrix) เป็ นต้น ปั จจุบนั มีความ พยายามจะกำาหนดให้ระบบปฏิบตั ิการที่มีชื่อต่าง ๆ เหล่านี้เป็ นมาตรฐานเดียวกัน โปรแกรมที่พฒั นาภายใต้ ระบบยูนิกซ์น้ ี มีขอ้ ดีตรงที่ไม่ตอ้ งขึ้นกับเครื่ องแบบใดแบบหนึ่งโดยเฉพาะ 2.3.3 ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟต์ วนิ โดวส์ (Microsoft Windows) ระบบปฏิบตั ิการที่พฒั นาโดย บริ ษทั ไมโครซอฟต์ เป็ นระบบปฏิบตั ิการที่มีลกั ษณะการใช้งานแตกต่างจาก 2 ระบบแรกที่กล่าวมา เนื่องจากมีส่วนติดต่อกับผูใ้ ช้ (user interface) เป็ นแบบที่เรี ยกว่าระบบติดต่อผูใ้ ช้แบบกราฟิ ก (Graphic User Interface : GUI) หรื อที่เรี ยกว่าจียไู อ คือมีการแสดงผลเป็ นรู ปภาพ และใช้สญ ั ลักษณ์ในรู ปรายการเลือก (menu) หรื อสัญรู ป (icon) ในการสัง่ งานคอมพิวเตอร์ แทนการพิมพ์คาำ สัง่ ทีละบรรทัด ทำาให้การใช้งาน คอมพิวเตอร์ ง่ายขึ้น ทั้งยังมีสีสนั ทำาให้ซอฟต์แวร์ น่าใช้งานมากขึ้น

ระบบปฏิบตั ิการวินโดวส์ที่มีระบบติดต่อผูใ้ ช้แบบจียไู อ สั่งงานด้วยสัญลักษณ์แทนการป้ อนคำาสั่ง


ระบบปฏิบตั ิการวินโดวส์น้ ี เป็ นระบบปฏิบตั ิการที่ได้รับความนิยมสูงมากในเครื่ องไมโคร คอมพิวเตอร์ ทวั่ ไป ทั้งนี้นอกจากจะเป็ นเพราะความง่ายในการใช้งานที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังเป็ นเพราะ หลังจากที่บริ ษทั ไมโครซอฟต์ได้ผลิตระบบปฏิบตั ิการนี้ ออกสู่ตลาด ก็ได้พฒั นาซอฟต์แวร์ ประยุกต์ที่ สามารถใช้งานบนระบบปฏิบตั ิการนี้ ข้ ึนหลายประเภท ไม่วา่ จะเป็ นซอฟต์แวร์ ในกลุ่มซอฟต์แวร์ ประมวลคำา ซอฟต์แวร์ ตารางทำางาน หรื อซอฟต์แวร์นาำ เสนอข้อมูล ซึ่งช่วยอำานวยความสะดวกในการทำางานของผูใ้ ช้ใน ทุกๆ ด้าน ทำาให้เกิดการใช้งานที่แพร่ หลาย นอกจากนี้ยงั ได้มีการพัฒนาระบบปฏิบตั ิการรุ่ นใหม่ๆ ที่ สนับสนุนการใช้งานกับเทคโนโลยีใหม่ที่พฒั นาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วินโดวส์ 3.0 (Windows 3.0) ซึ่งเป็ นรุ่ น แรกที่ทาำ งานบนเครื่ องเดียว พัฒนาเป็ นรุ่ นหรื อเวอร์ ชนั่ (version) ที่สามารถทำางานเป็ นกลุ่มหรื อเครื อข่าย ภายในองค์กรที่ใช้ทรัพยากรร่ วมกันได้ และพัฒนาต่อมาเป็ นวินโดวส์ 95(Windows 95) วินโดวส์ 98 (Windows 98) วินโดวส์ เอ็มอี(Windows ME) และพัฒนาเป็ นระบบปฏิบตั ิการเครื อข่ายที่สามารถจัดการ ด้านการติดต่อสื่ อสารระหว่างเครื่ องคอมพิวเตอร์ บนเครื อข่าย จัดการด้านการใช้งานอุปกรณ์ร่วมกัน และ ดูแลจัดสรรและรักษาความปลอดภัยของข้อมูล เช่น วินโดวส์ เอ็นที (Windows NT) วินโดวส์ 2000(Windows 2000) และวินโดวส์ เอ็กซ์พี (Windows XP) หรื อแม้แต่ระบบปฏิบตั ิการสำาหรับ คอมพิวเตอร์ พกพาอย่างวินโดวส์ ซีอี (Windows CE)

หน้าจอซอฟต์แวร์ระบบลินุกซ์ในสภาวะตัวอักษร

2.3.4.ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ (Linux) เป็ นระบบปฏิบตั ิการยูนิกซ์ระบบหนึ่งเช่นเดียวกับซีนิกซ์หรื อ วีนิกซ์ ได้รับการพัฒนาโดยนักศึกษาภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ในมหาวิทยาลัยเฮลซินกิประเทศ


ฟิ นแลนด์ชื่อลีนุซ ทอร์วาลด์ (Linus Torvalds) เขาเริ่ มพัฒนาระบบปฏิบตั ิการดังกล่าวในปี พ.ศ. 2523 ด้วย เขาต้องการพัฒนาระบบปฏิบตั ิยนู ิกซ์ที่มีความสามารถมากกว่าไมนิกซ์ซ่ ึงเขาใช้งานอยู่ จึงเริ่ มต้นพัฒนา ระบบปฏิบตั ิการนี้ เอง โดยไม่ได้ลอกเลียนแบบจากระบบยูนิกซ์อื่นเลย และในปี พ.ศ. 2534 ระบบปฏิบตั ิการ ลีนุกซ์เวอร์ ชนั่ 0.010 ก็ได้รับการเผยแพร่ โดยมีการแจกให้ใช้งานฟรี รวมทั้งรหัสต้นแบบ (source code) ก็ เป็ นที่เปิ ดเผย จึงเป็ นที่นิยมและมีผนู้ าำ ไปพัฒนาลีนุกซ์ของตนเองขึ้นใช้งานมากมาย รวมทั้งมีผพู ้ ฒั นา ซอฟต์แวร์ ประยุกต์ข้ ึนใช้งานบนลีนุกซ์อีกด้วย ด้วยเหตุที่มีผนู้ าำ รหัสต้นแบบของระบบปฏิบตั ิการระบบนี้ มาพัฒนาเป็ นของตนเองมากมายและ เนื่องจากในปัจจุบนั แนวคิดของจียไู อกำาลังเป็ นที่นิยม จึงมีการพัฒนาระบบปฏิบตั ิการลินุกซ์ให้สามารถ ทำางานบนระบบเอกซ์วินโดวส์ (X Windows) ซึ่งเป็ นระบบที่มีการติดต่อกับผูใ้ ช้แบบกราฟิ ก และถือได้วา่ ลิ นุกซ์เป็ นยูนิกซ์ที่สมบูรณ์แบบ อีกทั้งเป็ นระบบปฏิบตั ิการที่สามารถทำางานได้บนเครื่ องคอมพิวเตอร์ ที่ ประสิ ทธิ ภาพไม่สูงมาก เช่น เครื่ องในตระกูล 80386 ได้ และต้องการหน่วยความจำาเพียง 2 เมกะไบต์ในการ ทำางานบนสภาวะตัวอักษร (text mode) หรื อ 64 เมกะไบต์ในการทำางานบนเอกซ์วินโดวส์

ระบบปฏิบตั ิการลินุกซ์ในสภาวะเอกซ์วินโดวส์


3. ซอฟต์ แวร์ ประยุกต์ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ คือซอฟต์แวร์ที่เขียนขึ้น เพื่อประยุกต์กบั งานที่ผใู ้ ช้ตอ้ งการ เช่น ซอฟต์แวร์ ประมวลคำา ซอฟต์แวร์จดั เก็บภาษี ซอฟต์แวร์ สินค้าคงคลัง ซอฟต์แวร์ ตารางทำางาน ซอฟต์แวร์ กราฟิ ก ซอฟต์แวร์ จดั การฐานข้อมูล เป��� นต้น การทำางานใดๆ โดยใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์ จำาเป็ นต้องทำางานภายใต้สภาพแวดล้อมของซอฟต์แวร์ ระบบด้วย ตัวอย่างเช่น ซอฟต์แวร์ประมวลคำาต้องทำางานภายใต้ซอฟต์แวร์ ระบบปฏิบตั ิการเอ็มเอสดอสหรื อ วินโดวส์ เป็ นต้น ซอฟต์แวร์ประยุกต์ได้รับความนิยมใช้งานอย่างแพร่ หลายในทุกวงการ ความนิยมส่ วนหนึ่งมาจาก ขีดความสามารถของซอฟต์แวร์ประยุกต์น้ นั ๆ เพราะซอฟต์แวร์ ที่ผลิตออกจำาหน่าย ต่างพยายามแข่งขันกัน หลายๆ ด้าน เช่น เรี ยนรู้และใช้งานได้ง่าย สนับสนุนให้ใช้กบั เครื่ องพิมพ์ได้ดี มีคู่มือการใช้ซอฟต์แวร์ ที่อ่าน เข้าใจง่าย ให้วิธีหรื อขั้นตอนที่อธิบายไว้อย่างชัดเจน และมีระบบโอนย้ายข้อมูลเข้าออกกับซอฟต์แวร์ อื่นได้ ง่าย ซอฟต์แวร์ประยุกต์มีอยูม่ ากมาย อาจแบ่งได้เป็ นสองประเภทใหญ่ คือ ซอฟต์แวร์ ใช้เฉพาะทางและ ซอฟต์แวร์ สาำ เร็ จ 3.1 ซอฟต์ แวร์ ใช้ เฉพาะทาง เป็ นโปรแกรมที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาสำาหรับนำาไปใช้งานเฉพาะด้าน หรื อในสาขาใดสาขา หนึ่งตามความต้องการของผูใ้ ช้ โดยที่ผเู้ ขียนคือโปรแกรมเมอร์ (programmer) ที่มีความสามารถในการเขียน โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ และต้องศึกษาทำาความเข้าใจเข้าใจงานและรายละเอียดของการประยุกต์น้ ันเป็ น อย่างดี เช่น โปรแกรมช่วยจัดการด้านการเงิน โปรแกรมช่วยจัดการบริ การลูกค้า ฯลฯ ตามปกติจะไม่ค่อยได้ พบเห็นซอฟต์แวร์ประเภทนี้ ในท้องตลาดทัว่ ไป แต่จะซื้อหาได้จากผูผ้ ลิตหรื อตัวแทนจำาหน่ายในราคาค่อน ข้างสูงกว่าซอฟต์แวร์ที่ใช้งานทัว่ ไป โครงสร้างของซอฟต์แวร์เฉพาะทางมักจะประกอบด้วย ฐานข้อมูลเพื่อใช้เก็บข้อมูลลูกค้า และ ระบบหลักของงาน ภายในซอฟต์แวร์ควรจะมีส่วนทำางานประมวลคำาเพื่อใช้สร้างรายงาน ติดต่อโต้ตอบ จดหมาย และการนัดหมายตามกำาหนดการ ลักษณะของซอฟต์แวร์ เฉพาะทางนี้ มีท้ งั รู ปแบบที่มีผใู ้ ช้งานคน เดียว หรื อผูใ้ ช้งานได้พร้อมกันหลายคน ในประเทศไทยมีการใช้ซอฟต์แวร์ประเภทใช้เฉพาะทางอยูบ่ า้ ง ส่ วนใหญ่จะเป็ นซอฟต์แวร์ ที่บริ ษทั ผูผ้ ลิตต่างประเทศได้ออกแบบมาเพื่อรองรับงานด้านธุรกิจ ในที่น้ ีได้รวบรวมจัดประเภทไว้ดงั นี้


ตัวอย่างซอฟต์แวร์ใช้เฉพาะทาง

3.1.1 ซอฟต์ แวร์ ระบบงานด้ านบัญชี ได้แก่ ระบบงานบัญชีเจ้าหนี้ บัญชีลูกหนี้ บัญชีสินทรัพย์ถาวร และค่าเสื่ อมราคาสะสม บัญชีแยกประเภททัว่ ไป และบัญชีเงินเดือน 3.1.2 ซอฟต์ แวร์ ระบบงานจัดจำาหน่ าย ได้แก่ ระบบงานรับใบสัง่ ซื้อสิ นค้า ระบบงานบริ หารสิ นค้า คงคลังและระบบงานประวัติการขาย 3.1.3 ซอฟต์ แวร์ ระบบงานในโรงงานอุตสาหกรรม ได้แก่ ระบบงานกำาหนดโครงสร้างผลิตภัณฑ์ การวางแผนกำาลังการผลิต การคำานวณต้นทุนของงาน การประเมินผลงานของพนักงาน การวางแผนการ ผลิตหลัก การวางแผนความต้องการวัสดุ การควบคุมการทำางานภายในโรงงาน การกำาหนดเงินทุนมาตรฐาน สิ นค้าและการกำาหนดขั้นตอนการผลิต 3.1.4 ซอฟต์ แวร์ อนื่ ๆ ได้แก่ ระบบการสร้างรายงาน การบริ หารการเงิน การเช่าซื้ออสังหาริ มทรัพย์ และการเช่าซื้อรถยนต์ 3.2 ซอฟต์ แวร์ สำาเร็จ เป็ นซอฟต์แวร์ที่มีบริ ษทั ผูผ้ ลิตได้สร้างขึ้ น และวางขายทัว่ ไป ผูใ้ ช้สามารถหาซื้ อมาประยุกต์ใช้งาน ทัว่ ไปได้ ซอฟต์แวร์ประเภทนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะสำาหรับงานใดงานหนึ่ง ผูใ้ ช้งานจะต้องเป็ นผูน้ าำ ไป ประยุกต์กบั งานของตน ผูใ้ ช้อาจต้องมีการสร้างหรื อพัฒนาชิ้นงานภายในซอฟต์แวร์ ต่อไปอีก ราคาของ ซอฟต์แวร์ ใช้งานทัว่ ไปนี้จะไม่สูงมากเกินไป


ซอฟต์แวร์ใช้งานทัว่ ไปซึ่งนิยมเรี ยกว่า ซอฟต์แวร์ สาำ เร็ จ แบ่งออกเป็ นหลายกลุ่มตามลักษณะการใช้ งานคือ (1) ด้านการประมวลคำา (2) ด้านการวิเคราะห์ขอ้ มูล หรื อตารางทำางาน (3) ด้านการเก็บและเลือกค้นข้อมูลเป็ นระบบฐานข้อมูล (4) ด้านกราฟิ ก และนำาเสนอข้อมูล (5) ด้านการติดต่อสื่ อสารทางไกล (6) ด้านการพิมพ์ต้ งั โต๊ะ (7) ด้านการลงทุนและจัดการการเงิน (8) ด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม (9) ด้านการจำาลอง เกม และการตัดสิ นใจ ในบรรดาซอฟต์แวร์สาำ เร็ จที่มีหลายกลุ่มนี้ กลุ่มซอฟต์แวร์ ที่มีการใช้งานมากและจำาเป็ นต้องมี ประจำาหน่วยงาน มักจะเป็ นรายการแรก คือ ด้านการประมวลคำา ด้าน ตารางทำางาน ด้านระบบฐานข้อมูล และด้านกราฟิ กซอฟต์แวร์สาำ เร็ จส่วนใหญ่เป็ นซอฟต์แวร์ ประยุกต์เชิงพาณิ ชย์ที่นาำ เข้าจากต่างประเทศ ยกเว้นเฉพาะกลุ่มแรก คือ โปรแกรมประมวลคำาที่ประเทศไทยมีการสร้างและพัฒนาขึ้นมาเอง เพื่อให้ สามารถนำามาใช้งานร่ วมกับภาษาไทย และยังมีการนำาซอฟต์แวร์ เดิมมาดัดแปลงและเพิ่มเติมส่ วนที่ใช้งาน เป็ นภาษาไทย


4. ซอฟต์ แวร์ ประมวลคำา ซอฟต์แวร์ประมวลคำาเป็ นซอฟต์แวร์ ในการนำาตัวอักษรมาเรี ยงต่อเป็ นคำา ประโยคหรื อย่อหน้า คล้ายการใช้เครื่ องพิมพ์ดีดพิมพ์ขอ้ ความบนกระดาษ แต่ต่างกันที่ตวั อักษรที่พิมพ์หรื อป้ อนเข้าทางแผงแป้ น อักขระจะเข้าไปเก็บอยูใ่ นหน่วยความจำาของคอมพิวเตอร์ ทำาให้สามารถแก้ไขดัดแปลงได้ง่าย ภายใต้ขอ้ กำาหนดของซอฟต์แวร์ผใู้ ช้สามารถกำาหนดปรับแต่งรู ปแบบได้ตามต้องการ เช่น การกำาหนดเส้นกั้นหน้า และกั้นหลัง กั้นบนและกั้นล่าง เมื่อมีการแก้ไขจนเป็ นที่พอใจแล้ว สามารถสัง่ พิมพ์เอกสารออกทาง เครื่ องพิมพ์ได้หลายชุดตามที่ตอ้ งการ เอกสารที่พิมพ์จากเครื่ องพิมพ์ จะมีคุณภาพดีไม่มีรอยเปื้ อนจากการ แก้ไขดัดแปลง

เป็ นซอฟต์แวร์ประมวลคำา ที่พฒั นาโดยคนไทยชื่อโปรแกรมปลาดาว


เป็ นซอฟต์แวร์ของบริ ษทั ไมโครซอฟต์ซ่ ึ งเป็ นที่นิยมใช้มากในปัจจุบนั

นอกจากนี้ยงั สามารถเก็บบันทึกเอกสารนั้นเป็ นแฟ้ มในสื่ อบันทึก เช่น แผ่นบันทึก เพื่อให้พกพา ติดตัวไปใช้กบั เครื่ องอื่น แฟ้ มเอกสารที่เก็บไว้แล้วนี้ สามารถเรี ยกมาแสดงผลบนจอภาพเพื่อทำาการดัดแปลง ใหม่ได้อีกด้วย ลักษณะการใช้งานซอฟต์แวร์ประมวลคำาจะเป็ นการเตรี ยมเอกสารที่มองเห็นงานพิมพ์ไปปรากฎที่ จอภาพ ถ้าพิมพ์ผิดและต้องการแก้ไขเพิ่มเติมหรื อตัดทอนที่ตาำ แหน่งใด จะต้องเคลื่อนย้ายตัวชี้หรื อตัว กะพริ บบนจอภาพไปยังตำาแหน่งนั้นเพื่อทำาการแก้ไข เนื่องจากสามารถแทรกหรื อลบตัวอักษรหรื อข้อความ ได้ตลอด และโปรแกรมจะคงรู ปแบบให้เป็ นไปตามที่กาำ หนดไว้ จึงทำาให้ไม่เสี ยเวลาและสิ้ นเปลืองเหมือน การพิมพ์เอกสารด้วยเครื่ องพิมพ์ดีด ซึ่งถ้ามีขอ้ ผิดพลาดจะต้องพิมพ์ใหม่ ซอฟต์แวร์ประมวลคำา มีคุณสมบัติเด่นกว่าการเตรี ยมเอกสารด้วยเครื่ องพิมพ์ดีดหลายประการ อาจ จะสรุ ปได้ดงั นี้ 1.สามารถควบคุมสัง่ จัดวางรู ปแบบเอกสารได้ใหม่ตามต้องการ โดยจะพิมพ์ผลลัพธ์ออกมาตามรู ป แบบที่กาำ หนด เช่น การกำาหนดจำานวนตัวอักษรในแต่ละบรรทัด การกำาหนดตำาแหน่งเริ่ มต้นและตำาแหน่ง บรรทัด เป็ นต้น 2.ช่วยควบคุมให้แก้ไขดัดแปลงข้อความเป็ นกลุ่ม คือสามารถสัง่ ทำาการลบ เคลื่อนย้าย หรื อสำาเนา ข้อความเป็ นคำา ประโยคหรื อย่อหน้า จากตำาแหน่งหนึ่งไปยังตำาแหน่งอื่นของเอกสารได้ง่าย 3.สามารถควบคุมการแสดงตัวอักษรของข้อความที่อาจเป็ นตัวเข้ม ตัวหนา ตัวเอียงและขีดเส้นใต้ที่ ตำาแหน่งต่างๆ ได้อย่างอิสระ การพิมพ์เอกสารออกทางเครื่ องพิมพ์จะได้แบบของตัวอักษรที่���วยงามตาม


ต้องการ 4.เอกสารที่จดั เตรี ยมไว้สามารถทำาการจัดเก็บลงในแผ่นบันทึกในรู ปของแฟ้ มข้อมูล และสามารถ เรี ยกแฟ้ มนั้นจากแผ่นบันทึกกลับมาลงหน่วยความจำาของเครื่ องคอมพิวเตอร์ เพื่อทำาการแก้ไขข้อความบน จอภาพได้ทนั ที 5. มีคาำ สัง่ ในการเรี ยกค้นคำาหรื อข้อความที่มีอยูใ่ นเอกสารได้อย่างรวดเร็ ว ช่วยให้สามารถแก้ไข ดัดแปลงได้สะดวกและรวดเร็ วขึ้น นอกจากการเรี ยกค้นแล้ว ยังสามารถสัง่ ให้มีการแทนที่คาำ หรื อข้อความ เดิมด้วยข้อความใหม่ได้ทนั ทีอย่างอัตโนมัติ เช่นการเปลี่ยนข้อความจาก “คอมพิวเตอร์ ” เป็ น “ไมโคร คอมพิวเตอร์ ” ในทุกๆ แห่งที่พบในเอกสารนั้น เป็ นต้น 6.มีคุณสมบัติให้สามารถทำาการเชื่อมแฟ้ มข้อความที่อาจเป็ นจดหมายกับแฟ้ มข้อมูลที่เป็ นชื่อหรื อที่ อยูบ่ ริ ษทั เพื่อทำาการพิมพ์เอกสารลักษณะแบบเดียวกันหลายๆ ชุดพร้อมกัน เช่น การส่ งจดหมายเชิญประชุม ถึงผูจ้ ดั การบริ ษทั ต่างๆ จำานวนมาก โดยเนื้อหาของข้อความในจดหมายทุกฉบับเหมือนกัน ต่างกันที่ชื่อ บริ ษทั ซอฟต์แวร์ประมวลคำาจะพิมพ์จดหมายให้เองครบทุกฉบับด้วยการเปลี่ยนแปลงชื่อบริ ษทั เท่านั้น ลักษณะพิเศษที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเป็ นเกณฑ์มาตรฐานทัว่ ไปของซอฟต์แวร์ ประมวลคำา ในปั จจุบนั ซอฟต์แวร์ ได้มีการพัฒนาให้ทาำ งานได้มากขึ้น ใช้งานได้สะดวกขึ้น ซอฟต์แวร์ ประมวลคำายุคใหม่กไ็ ด้มีการ พัฒนาเพิ่มคุณสมบัติอื่น ๆ อีกมาก คุณลักษณะที่เพิ่มขึ้นได้แก่ 1.การช่วยงานด้านการตรวจสอบตัวสะกด โดยเปรี ยบเทียบข้อมูลกับพจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ เก็บในรู ปของแฟ้ ม ถ้ามีการสะกดผิดก็จะมีคาำ ที่คาดว่าถูกต้องแสดงให้เลือกพิจารณานำามาแทนที่ 2.การแสดงความหมายของคำาต่างๆ ที่มีเก็บในพจนานุกรมเรี ยบร้อยแล้ว และการเลือกคำาพ้องความ หมายมาแทนที่คาำ เดิม 3.การสร้างข้อมูลในรู ปแบบตารางได้ง่ายและสะดวก 4.การนำารู ปภาพมาผสมรวมกับข้อมูลที่มีแต่ตวั อักษร โดยจะทำางานอยูใ่ นภาวะกราฟิ ก พิมพ์ได้ท้ งั ตัวอักษรและรู ปภาพ เราสามารถเลือกชุดแบบตัวอักษรได้หลายแบบ 5.การช่วยงานด้านการตรวจสอบรู ปแบบหรื อรู ปแบบของประโยค ซึ่งจะเป็ นการตรวจสอบไวยากรณ์ ทางภาษา และวิเคราะห์ความน่าอ่านหรื อความสละสลวยของเอกสาร วิธีการของการตรวจสอบนี้ จะใช้หลัก วิชาทางปั ญญาประดิษฐ์วา่ ด้วยกฎและข้อเท็จจริ งของภาษาศาสตร์ ซึ่งรู ปแบบของประโยคที่โปรแกรม สามารถวิเคราะห์ได้ในปัจจุบนั จะยังอยูใ่ นวงจำากัดเฉพาะที่ใช้งานในวงการบริ หารธุรกิจเท่านั้น


5. ซอฟต์ แวร์ ตารางทำางาน การวิเคราะห์และคำานวณตัวเลขของผูใ้ ช้ ด้วยการสร้างเป็ นรู ปแบบจำาลองในลักษณะของสูตรคำานวณ และสมการทางคณิตศาสตร์ มักมีการขีดเขียน คำานวณ และจดบันทึกลงในกระดาษ โดยมีเครื่ องคิดเลขเป็ น เครื่ องมือช่วยในการคำานวณ การคำานวณตามงานที่ออกแบบหรื อการค้นหาคำาตอบของรู ปแบบจำาลองสมการ ที่สร้างขึ้น นับเป็ นงานที่น่าเบื่อและต้องใช้ความอดทนมากพอสมควร เพราะผูใ้ ช้จะต้องทำาการคำานวณใหม่ ำ วซ้าอี ำ กหลายๆ ครั้ง ตามการแปรเปลี่ยนอย่างไม่หยุดนิ่งขององค์ประกอบหรื อปั จจัยสำาคัญของงาน โดย ซ้าแล้ เฉพาะอย่างยิง่ หากงานนั้นเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินด้วยแล้ว การคำานวณต่างๆ ก็ตอ้ ง ยิง่ ระมัดระวังให้มีการตรวจทานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องและแม่นยำา

ซอฟต์แวร์สาำ เร็ จตารางทำางาน หรื อกระดาษอิเล็กทรอนิกส์ เป็ นเครื่ องมือช่วยเพื่อการวิเคราะห์และ คำานวณตัวเลขให้กบั ผูใ้ ช้ได้อย่างดี เพราะการใช้งานซอฟต์แวร์ น้ ี จะเปรี ยบเหมือนกับการนัง่ ทำางานอยูบ่ น โต๊ะทำางาน ที่มีกระดาษแผ่นใหญ่ๆ ประกอบด้วยตารางสี่ เหลี่ยมของช่องตามแนวแถวและสดมภ์จาำ นวน มากมายปรากฏบนจอภาพ โดยแต่ละช่องบนตารางทำางาน ภายในซอฟต์แวร์ตารางทำางานจะมีฟังก์ชนั ต่างๆ จัดมาให้เลือกใช้เรี ยบร้อยแล้ว เช่น ฟังก์ชนั การ


คำานวณทางคณิตศาสตร์ ฟังก์ชนั การคำานวณทางสถิติ ฯลฯ ซึ่งฟังก์ชนั เหล่านี้เปรี ยบได้กบั เครื่ องคิดเลขที่วาง บนโต๊ะทำางาน ผูใ้ ช้สามารถนำาข้อมูลจากช่องต่างๆ บนตารางเป็ นตัวแปรของฟังก์ชนั หรื อสูตรคำานวณ เพื่อ คำานวณให้ได้ผลลัพธ์ออกมา และนำาไปใช้ในการคำานวณของช่องอื่นๆ ต่อไปได้อีก

รู ปแสดงความสามารถของซอฟต์แวร์ตารางทำางานในการวิเคราะห์ขอ้ มูลจากรู ป (บน) และแสดงในรู ปของแผนภูมิดงั รู ป (ล่าง)

ข้อมูลในช่องต่างๆ บนตารางทำางานสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยง่ายด้วย การสัง่ งานตามคำาสัง่ ที่ปรากฏบนรายการเมนู ซึ่งการเปลี่ยนแปลงแก้ไขนี้ เปรี ยบได้กบั การมียางลบที่ทาำ การลบ แล้วบันทึกค่าลง ไปใหม่ ถ้าตารางทำางานนี้ ไม่ถูกต้องใช้งานไม่ได้ ผูใ้ ช้อาจลบทั้งตารางและสร้างใหม่เหมือนการขยำากระดาษ โยนใส่ ถงั ขยะทิ้งไป แต่ถา้ ตารางทำางานนี้ ใช้งานได้ดีแล้ว ผูใ้ ช้กส็ ามารถทำาการบันทึกข้อมูลไว้ในแผ่นบันทึก เพื่อนำามาใช้งานใหม่ภายหลัง ขีดความสามารถพิเศษของตารางทำางานมีมากมาย เช่น สามารถแสดงรายงานต่างๆ ในรู ปแบบที่ สวยงาม พิมพ์เป็ นกราฟิ กรู ปภาพ หรื อการแสดงผลอื่นๆ


6. ซอฟต์ แวร์ จัดการฐานข้อมูล ในสังคมเทคโนโลยีสารสนเทศยุคปั จจุบนั ข้อมูลที่มีอยูจ่ าำ นวนมากจะต้องมีการจัดเก็บ และเรี ยกมา ใช้อย่างมีประสิ ทธิภาพ การรวบรวมและเก็บข้อมูลไว้ดว้ ยกันจะช่วยให้การเรี ยกค้นเพิ่มเติมหรื อ เปลี่ยนแปลงทำาได้ง่าย ซึ่งการรวบรวมข้อมูลเข้าด้วยกันนี้ เรี ยกว่า ฐานข้อมูล ประโยชน์ของการใช้ฐานข้อมูล ำ อนของข้อมูลที่จะเกิดขึ้น ช่วยขจัดความขัดแย้ง จะช่วยให้สามารถใช้ขอ้ มูลร่ วมกัน ช่วยหลีกเลี่ยงความซ้าซ้ ของข้อมูลและสามารถกำาหนดความเป็ นมาตรฐานเดียวกันได้ง่าย เป็ นต้น ซอฟต์แวร์จดั การฐานข้อมูลช่วยให้ผใู ้ ช้ดาำ เนินการจัดการข้อมูลได้ง่าย และมีให้เลือกใช้ได้หลาย ซอฟต์แวร์ โดยเน้นให้ผใู้ ช้สามารถสร้างแฟ้ มข้อมูล ช่วยในการจัดเก็บ การขอดู การเรี ยกค้น การเพิ่มเติม การลบ การจัดเรี ยง และการทำารายงาน

ตัวอย่างซอฟ์ แวร์จดั การฐานข้อมูล สามารถสร้างตารางเก็บข้อมูล แบบฟอร์มสำาหรับป้ อน แสดงผล และแก้ไขข้อมูล และแบบสอบถามสำาหรับสื บค้นข้อมูล

การจัดเก็บข้อมูลภายใต้การทำางานของซอฟต์แวร์ จดั การฐานข้อมูล เป็ นเรื่ องทางเทคนิคภายในที่ยงุ่ ยากซับซ้อน ผูใ้ ช้งานฐานข้อมูลทัว่ ไป ไม่จาำ เป็ นต้องเข้าใจ เพราะซอฟต์แวร์ จดั การฐานข้อมูลจะดำาเนินการ ให้เอง นอกจากนี้ซอฟต์แวร์จดั การฐานข้อมูลยังสามารถควบคุมความถูกต้องของข้อมูลในฐานข้อมูล ข้อมูล


ที่ปรากฏในฐานข้อมูลจะต้องเป็ นไปตามกฎเกณฑ์ความถูกต้อง เช่น เมื่อกำาหนดว่าพนักงานของบริ ษทั แต่ละ คนจะทำางานได้เพียงแผนกเดียว พนักงานนั้นจะมีชื่อไปปรากฏสังกัดแผนกอื่นมากกว่าหนึ่งไม่ได้ หรื ออายุ ของพนักงานจะมีค่ามากกว่า 100 ปี ไม่ได้ เป็ นต้น นอกจากนี้ความถูกต้องของข้อมูลจะรวมถึงว่า ข้อมูลใน ฐานข้อมูลจะต้องสอดคล้องหรื อไม่เกิดการขัดแย้งกัน เช่น วันเกิดของพนักงานที่แสดงไว้ในที่ต่างๆ จะต้อง บันทึกไว้ตรงกัน ซอฟต์แวร์จดั การฐานข้อมูลจะต้องมีคาำ สัง่ ซึ่ งอาจเลือกได้จากเมนูราย���ารคำาสัง่ เพื่อให้ผใู ้ ช้งาน สามารถกำาหนดกฎเกณฑ์ในการควบคุมการทำางาน เมื่อมีการกำาหนดกฎเกณฑ์ไว้แล้ว ซอฟต์แวร์ จดั การฐาน ข้อมูลจะทำาหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมความถูกต้องให้กบั ผูใ้ ช้

ซอฟต์แวร์ จดั การฐานข้อมูลมีมากมาย

หลายโปรแกรม ส่วนใหญ่เน้นการใช้งานที่ง่ายและใช้งานในระดับตั้งแต่ผใู ้ ช้คนเดียว หรื อเชื่อมโยงเป็ นกลุ่ม ตลอดจนเชื่อมต่อฐานข้อมูลอื่น ซอฟต์แวร์จดั การฐานข้อมูลที่รู้จกั กันดี ได้แก่ แอกเซส ออราเคิล อินฟอร์ มิ กซ์ มายเอสคิวแอล เป็ นต้น 7. ซอฟต์ แวร์ นำาเสนอ การนำาข้อมูลตัวเลข โดยปกติจะอยูใ่ นรู ปของตาราง เป็ นแถวและสดมภ์ ซึ่งไม่ใช่วิธีนาำ เสนอข้อมูลที่ ดี เพราะการนำาเสนอข้อมูลในรู ปตารางไม่ดึงดูดความสนใจ และตีความข้อมูลตัวเลขได้ลาำ บากไม่สมบูรณ์ การแปลงข้อมูลตัวเลขให้อยูใ่ นรู ปภาพและแผนภูมิจะเป็ นวิธีที่ดีและมีประสิ ทธิ ภาพสู ง เพราะการนำาเสนอ ข้อมูลด้วยวิธีน้ ี จะดึงดูดความสนใจสื่ อความหมายได้กระจ่างชัด และเข้าใจง่าย ในปั จจุบนั นิยมนำาข้อมูลมาเขียนเป็ นแผนภูมิหรื อนำาข้อมูลมาวิเคราะห์คาำ นวณตัวเลขทางสถิติ ได้ ข้อมูลตัวเลขชุดใหม่ แล้วจึงค่อยนำามาสร้างเป็ นแผนภูมิ ซึ่งแผนภูมิที่ได้น้ ี จะนำาไปเสนอต่อผูบ้ ริ หารระดับสูง เพื่อใช้วางแผนและตัดสิ นใจ หรื ออาจใช้เพื่อนำาเสนอบุคคลทัว่ ไป เพื่อการประชาสัมพันธ์ แผนภูมิทางธุรกิจ เพื่อการนำาเสนอมักมีการจัดทำาขึ้นเป็ นพิเศษเพราะจะต้องให้เข้าใจง่าย ดึงดูดความสนใจผูพ้ บเห็น


ปั จจุบนั มีซอฟต์แวร์ดา้ นกราฟิ กให้เลือกใช้มาก ซึ่งซอฟต์แวร์ เหล่านี้ มกั จะเน้น การใช้งานที่ง่ายและ สะดวก มีชนิดของแผนภูมิให้เลือกใช้หลายแบบตามความเหมาะสมของข้อมูล การปรับแต่งและจัดรู ป แบบแผนภูมิใหม่สามารถทำาได้ง่ายด้วยคำาสัง่ เพียง 1 หรื อ 2 คำาสัง่ นอกจากนี้ยงั สามารถโอนย้ายข้อมูลจาก ซอฟต์แวร์ สาำ เร็ จอื่น เช่น จากระบบฐานข้อมูลและตารางทำางาน มาแสดงแผนภูมิได้ดว้ ย

ตัวอย่างงานที่สร้างจากซอฟต์แวร์นาำ เสนอ ที่มีการแทรกรู ปภาพทำาให้งานนำาเสนอน่าสนใจมากขึ้ น


แผนภูมิที่ได้จากซอฟต์แวร์สาำ เร็ จข้างต้นให้ผลของภาพชัดเจน และละเอียดดี ไม่แพ้ภาพของแผนก ศิลป์ การสร้างปรับแต่งภาพ ก็สามารถทำาได้รวดเร็ ว นอกจากนี้ยงั สามารถเก็บภาพที่ได้ใส่ ไว้ในแผ่นบันทึก ในรู ปของแฟ้ มข้อมูล และนำาผลออกทางเครื่ องพิมพ์ เครื่ องวาดรู ป หรื อออกเป็ นภาพสไลด์กไ็ ด้ ซอฟต์แวร์ดา้ นกราฟิ กแบ่งได้หลายประเภทของการใช้งาน เช่น ทางธุรกิจ ทางการออกแบบ ซอฟต์แวร์ กราฟิ กเชิงธุรกิจจะช่วยในงานด้านวิเคราะห์และเสนอข้อมูลในรู ปของแผนภูมิ โดยสามารถปรับ แต่งรู ปแผนภูมิให้สวยงามเพื่อนำาเสนอและจูงใจผูช้ ม โดยทัว่ ไปแล้วซอฟต์แวร์ดา้ นนี้ จะสามารถสร้างแผนภูมิหลักที่สาำ คัญต่อไปนี้ ได้คือแผนภูมิแท่ง แผนภูมิแท่งซ้อน แผนภูมิแท่งเหลื่อมทับ แผนภูมิวงกลม แผนภูมิวงกลมแยกส่ วน กราฟเส้นตรง แผนภูมิ กระจัดกระจาย แผนภูมิพ้ืนที่และแผนภูมิสูงต่าำ ในการปรับแต่งรู ปแผนภูมิ สามารถกำาหนดข้อความ หัวเรื่ อง ข้อความอธิ บายแกนเลือกขนาดและ ชุดแบบอักษร เลือกสี หรื อแถบระบายของแท่งหรื อชิ้นส่ วนแผนภูมิ และแทรกภาพสัญลักษณ์เข้ารวมในรู ป แผนภูมิ นอกจากนี้ในการรับข้อมูลเข้า สามารถเลือกรับจากแผงแป้ นอักขระ จากแฟ้ มข้อมูล หรื อจาก โปรแกรมสำาเร็ จอื่น เช่น รับแฟ้ มตารางทำางานมาปรับแต่งแผนภูมิให้ดีข้ ึนได้ เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน กราฟิ กเชิงธุรกิจอีกด้วย 8. ซอฟต์ แวร์ จัดการด้ านกราฟิ ก ซอฟต์แวร์จดั การด้านกราฟิ กเป็ นซอฟต์แวร์ ที่ทาำ หน้าที่เหมือนกระดาน หรื อสมุดวาดเขียนที่ผใู ้ ช้ สามารถสร้างภาพเขียนได้ และมีอุปกรณ์ที่ช่วยในการวาดรู ปเช่น ปากกาช่วยวาดลายเส้น พูก่ นั ระบายสี และ ยางลบช่วยลบลายเส้นหรื อสี ที่ไม่ตอ้ งการได้


ตัวอย่างการกวาดภาพโดยใช้ซอฟต์แวร์จดั การด้านกราฟิ ก

ตัวอย่างการตกแต่งภาพ ตัดต่อภาพโดยใช้ซอฟต์แวร์จดั การด้านกราฟิ ก

นอกจากนี้สามารถนำาแฟ้ มข้อมูลที่เป็ นรู ปภาพที่ถ่ายโดยใช้กล้องถ่ายรู ปดิจิตอลมาแก้ไข หรื อ ตกแต่งได้ โดยซอฟต์แวร์จดั การด้านกราฟิ กมีเครื่ องมือที่สามารถปรับเปลี่ยนความเข้มของแสง ปรับเปลี่ยน ความแตกต่างของสี วตั ถุในภาพ และสามารถตัดแปะองค์ประกอบของภาพหลายๆ ภาพมาสร้างเป็ นภาพ ใหม่ได้เหมือนการสร้างศิลปะ นอกจากนี้ ยังสามารถเปลี่ยนลักษณะของภาพ ลักษณะของสี ให้มีพ้ืนสี แบบ ต่างๆ ได้ ซอฟต์แวร์จดั การด้านกราฟิ กที่เป็ นที่นิยมเช่น โฟโตชอป เพนท์บรัช เพนท์ชอป ซอฟต์แวร์จดั การด้านกราฟิ กบางโปรแกรม สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์นาำ เข้าสแกนเนอร์ เพื่อ จัดการนำาแปลงข้อมูลรู ปภาพให้เป็ นข้อมูลแบบดิจิตอล และจัดเก็บข้อมูลในรู ปของแฟ้ มข้อมูลเพื่อนำามา แก้ไขต่อไป


9. ซอฟต์ แวร์ ติดต่ อสื่อสาร เมื่อระบบอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทสำาคัญในการใช้ทาำ งานและการใช้งานคอมพิวเตอร์ ของมนุษย์ มากขึ้น และมีบริ การหรื อการประยุกต์ทาำ งานหลายๆ อย่างบนระบบอินเทอร์ เน็ต ผูใ้ ช้เครื่ องคอมพิวเตอร์ จากซีกโลกหนึ่งสามารถเลือก ค้นหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลในอีกซี กโลกหนึ่งได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้การ ติดต่อสื่ อสารไม่วา่ ในรู ปของการส่งข้อความหรื อการติดต่อด้วยเสี ยงก็สามารถทำาได้ ความสะดวกสบาย เหล่านี้ลว้ นแต่ตอ้ งอาศัยซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่ทาำ หน้าที่จดั การทั้งสิ้ น ซอฟต์แวร์ ประยุกต์ในกลุ่มติดต่อ สื่ อสารที่มีใช้งานเป็ นหลักในสังคมปัจจุบนั คือซอฟต์แวร์ คน้ ผ่านเว็บ (web browser)

ตัวอย่างการใช้งานซอฟต์แวร์คน้ ผ่านเว็บสื บค้นสารสนเทศที่เผยแพร่ บนเครื อข่ายอินเทอร์เน็ต

ซอฟต์แวร์คน้ ผ่านเว็บเป็ นซอฟต์แวร์ ที่สามารถสื บค้น และแสดงสารสนเทศที่นาำ เสนอในรู ปของ เว็บเพจ (web page) ได้ โดยที่สารสนเทศดังกล่าวอาจจะเป็ นสารสนเทศที่เก็บอยูใ่ นเครื่ องคอมพิวเตอร์ ที่ บรรจุซอฟต์แวร์คน้ ผ่านเว็บหรื ออยูท่ ี่เครื่ องแม่ข่าย (web server) ที่ให้บริ การเผยแพร่ สารสนเทศบนเครื อข่าย อินเตอร์ เน็ต สารสนเทศเหล่านั้นอาจอยูใ่ นรู ปของข้อความ รู ปภาพ เสี ยง หรื อภาพเคลื่อนไหว โดย ซอฟต์แวร์ คน้ ผ่านเว็บมีหน้าที่ติดต่อกับระบบเก็บข้อมูลที่เครื่ องแม่ข่าย รับคำาสัง่ จากเครื่ องที่ใช้งานอยูแ่ ล้ว เรี ยกดึงข้อมูลที่อยูใ่ นเครื่ องแม่ข่ายมาแสดงผลบนเครื่ องคอมพิวเตอร์ ที่ใช้งาน และนอกจากนี้ซอฟต์แวร์ ชนิด นี้สามารถช่วยให้ผใู้ ช้ถ่ายโอนข้อมูลระหว่างเครื่ องแม่ข่ายและลูกข่ายได้ ทั้งการส่ งข้อมูลที่ตอ้ งการเผยจาก เครื่ องลูกข่ายไปยังเครื่ องแม่ข่ายที่เรี ยกว่าการบรรจุข้ ึน (upload) และการถ่ายโอนข้อมูลที่ผใู ้ ช้ตอ้ งการจาก


เครื่ องแม่ข่ายมาไว้ในเครื่ องลูกข่ายที่เรี ยกว่าการบรรจุลง (download) และในปั จจุบนั ผูใ้ ช้สามารถรับ-ส่ ง จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ผา่ นทางซอฟต์แวร์ชนิดนี้ ได้อีกด้วย การค้นสารสนเทศโดยใช้ซอฟต์แวร์ คน้ ผ่านเว็บนี้ มีดว้ ยกัน 2 แบบ ได้แก่ การสื บค้น (browse) ซึ่ง เป็ นการเปิ ดดูเอกสารที่นาำ เสนออยูบ่ นเว็บไปเรื่ อยๆ โดยเอกสารเหล่านั้นมีการเชื่อมโยง (link) กันอยูผ่ ใู ้ ช้ สามารถค้นข้อมูลได้โดยการเลื���กเปิ ดดูเอกสารตามการเชื่อมโยงเหล่านั้นและอีกแบบหนึ่งเรี ยกว่าการค้นหา (search) เป็ นการค้นหาสารสนเทศเฉพาะหัวข้อที่ตอ้ งการ การค้นหาต้องใช้ระบบที่เรี ยกว่าโปรแกรมค้นหา (search engine) ซึ่งเป็ นโปรแกรมที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยในการค้นหาเอกสารหรื อบทความที่เกี่ยวข้อกับเรื่ องที่ผู ้ ใช้สนใจโดยใช้คาำ สำาคัญ (keyword) ที่ผใู้ ช้ป้อนเข้าสู่ระบบ และระบบจะนำาคำาสำาคัญไปเปรี ยบเทียบกับคำาใน เอกสารต่างๆ ที่เผยแพร่ บนอินเตอร์เน็ต และแสดงผลการค้นหาแก่ผใู ้ ช้

ตัวอย่างการค้นหาข้อมูลโดยใช้โปรแกรมค้นหา โดยการป้ อนคำาสำาคัญ เมื่อเสร็จสิ้ นการค้นหาโปรแกรมจะแสดงผลการค้นหาแก่ผใู้ ช้

10. ภาษาคอมพิวเตอร์ มนุษย์ใช้ภาษาในการสื่ อสารมาตั้งแต่สมัยโบราณ การใช้ภาษาเป็ นเรื่ องที่มนุษย์พยายามถ่ายทอด ความคิดและความรู้สึกต่างๆ เพื่อการโต้ตอบและสื่ อความหมาย ภาษาที่มนุษย์ใช้ติดต่อสื่ อสารในชีวิต ประจำาวัน เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หรื อภาษาจีน ต่างเรี ยกว่า ภาษาธรรมชาติ (natural language) เพราะมี การศึกษา ได้ยนิ ได้ฟังกันมาตั้งแต่เกิด การใช้งานคอมพิวเตอร์ซ่ ึงเป็ นเครื่ องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ทาำ งานตามที่ตอ้ งการ จำาเป็ นต้องมี การกำาหนดภาษาสำาหรับใช้ติดต่อสัง่ งานกับคอมพิวเตอร์ ภาษาคอมพิวเตอร์ จะเป็ นภาษาประดิษฐ์ (artificial language) ที่มนุษย์คิดสร้างมาเอง เป็ นภาษาที่มีจุดมุ่งหมายเฉพาะ มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวและจำากัด คืออยูใ่ น


กรอบให้ใช้คาำ และไวยากรณ์ที่กาำ หนดและมีการตีความหมายที่ชดั เจน จึงจัดภาษาคอมพิวเตอร์ เป็ น ภาษาที่มี รู ปแบบเป็ นทางการ (formal language) ต่างกับภาษาธรรมชาติที่มีขอบเขตกว้างมาก ไม่มีรูปแบบตายตัวที่ แน่นอน กฎเกณฑ์ของภาษาจะขึ้นกับหลักไวยากรณ์และการยอมรับของกลุ่มผูใ้ ช้น้ ัน ๆ ภาษาคอมพิวเตอร์ อาจแบ่งได้เป็ น 3 ระดับ คือ ภาษาเครื่ อง ภาษาระดับต่าำ (low-level language) และภาษาระดับสูง (high-level language) 10.1 ภาษาเครื่อง การเขียนโปรแกรมเพื่อสัง่ ให้คอมพิวเตอร์ ทาำ งานในยุคแรกๆ จะต้องเขียนด้วยภาษาซึ่งเป็ นที่ยอมรับ ของเครื่ องคอมพิวเตอร์ที่เรี ยกว่าภาษาเครื่ อง ภาษานี้ประกอบด้วยตัวเลขล้วน ทำาให้เครื่ องคอมพิวเตอร์ สามารถทำางานได้ทนั ที ผูท้ ี่จะเขียนโปรแกรมภาษาเครื่ องได้ตอ้ งสามารถจำารหัสแทนคำาสัง่ ต่างๆ ได้ และใน การคำานวณต้องสามารถจำาได้วา่ จำานวนต่างๆ ที่ใช้ในการคำานวณนั้นถูกเก็บไว้ที่ตาำ แหน่งใด ดังนั้นโอกาสที่ จะเกิดความผิดพลาดในการเขียนโปรแกรมจึงมีมาก นอกจากนี้เครื่ องคอมพิวเตอร์ แต่ละระบบมีภาษาเครื่ อง ที่แตกต่างกันออกไป ทำาให้เกิดความไม่สะดวกเมื่อมีการเปลี่ยนเครื่ องคอมพิวเตอร์ เพราะจะต้องเขียน โปรแกรมใหม่ท้ งั หมด 10.2 ภาษาระดับต่ำ า เนื่องจากภาษาเครื่ องเป็ นภาษาที่มีความยุง่ ยากในการเขียนดังได้กล่าวมาแล้วจึงไม่มีผนู ้ ิยมและมีการ ใช้นอ้ ย ดังนั้นได้มีการพัฒนาภาษาคอมพิวเตอร์ ข้ ึนอีกระดับหนึ่ง โดยการใช้ตวั อักษรภาษาอังกฤษเป็ นรหัส แทนการทำางานและใช้การตั้งชื่อตัวแปรแทนตำาแหน่งที่ใช้เก็บจำานวนต่าง ๆ ซึ่งเป็ นค่าของตัวแปรนั้น ๆ การ ใช้สญ ั ลักษณ์ช่วยให้การเขียนโปรแกรมนี้ เรี ยกว่าภาษาระดับต่าำ ภาษาระดับต่าำ เป็ นภาษาที่มีความใกล้ เคียงกับภาษาเครื่ องมาก ดังนันบางครั ้ ง้ จึงเรี ยกภาษานี ้ว่า ภาษาอิงเครื่ อง (machine – oriented language) ตัวอย่างของภาษาระดับต่าำ ได้ แก่ ภาษาแอสแซมบลี เป็ นภาษาที่ใช้ คำาในอักษรภาษา

อังกฤษเป็ นคำาสัง่ ให้ เครื่ องทำางาน เช่น ADD หมายถึง บวก SUB หมายถึง ลบ เป็ นต้ น การใช้ คำาเหล่านี ้ช่วยให้ การเขียน โปรแกรมง่ายขึ ้นกว่าการใช้ ภาษาเครื่ องซึง่ เป็ นตัวเลขล้ วน ตารางที่ แสดง ที่สงั่ ให้ มีการบวกจำานวนที่เก็บอยู่ในหน่วยความจำา

ตัวอย่างของภาษาระดับต่าำ และภาษาเครื่ อง


ภาษาระดับต่าำ

ภาษาเครื่ อง

รหัสเลขฐานสิ บหก

10110000 00000101 MOV AL,05

10110011

B0 05

MOV BL,08

00001000

B3 08

ADD AL,BL

00000000

00 D8

MOV CL,AL

11011000

88 C1

10001000 11000001 ตารางแสดงความสัมพันธ์ ของคำาสั่งในภาษาระดับต่ำ าและภาษาเครื่อง

จากตารางบรรทัดแรก 10110000 00000101 เป็ นคำาสัง่ ให้นาำ จำานวน 5 (0000 0101) ไปเก็บในเรจีสเตอร์ ชื่อ AL โดยส่ วนแรก 10110000 คือรหัสคำาสัง่ MOV ซึ่งเป็ นการเคลื่อนย้ายข้อมูลจำานวนมาเก็บไว้ในเรจีสเตอร์ AL บรรทัดที่สอง 10110011 00001000 เป็ นคำาสัง่ ให้นาำ จำานวน 8 (0000 1000) ไปเก็บในเรจีสเตอร์ ชื่อ BL โดยส่ วนแรก 10110011 คือรหัสคำาสัง่ MOV ซึ่งเป็ นการเคลื่อนย้ายข้อมูลจำานวนมาเก็บไว้ในเรจีสเตอร์ BL บรรทัดที่สาม เป็ นคำาสัง่ การบวกระหว่างเรจีสเตอร์ AL กับ BL หรื อนำา 5 บวก 8 ผลลัพธ์เก็บในเรจี สเตอร์ AL บรรทัดที่สี่ เป็ นการนำาผลลัพธ์จากเรจีสเตอร์ ชื่อ AL ไปเก็บไว้ในเรจีเตอร์ชื่อ CL การใช้โปรแกรมที่เขียนด้วยภาษาแอสแซมบลีน้ ัน เครื่ องคอมพิวเตอร์ ไม่สามารถทำางานได้ทนั ที จำาเป็ นต้องมีการแปลโปรแกรมจากภาษาแอสแซมบลีให้เป็ นภาษาเครื่ องก่อน โดยอาศัยโปรแกรมในการ แปลที่มีชื่อว่าแอสแซมเบลอร์ (assembler) ซึ่งแตกต่างไปตามเครื่ องคอมพิวเตอร์ แต่ละชนิด ดังนั้นแอสเซม เบลอร์ ของเครื่ องชนิดหนึ่งจะไม่สามารถใช้แปลโปรแกรมภาษาแอสแซมบลีของชนิดอื่นๆ ได้ภาษาแอส แซมบลีน้ ียงั คงใช้ยาก เพราะผูเ้ ขียนโปรแกรมจะต้องเข้าใจการทำางานของเครื่ องคอมพิวเตอร์ อย่างละเอียด


ต้องรู ้วา่ จำานวนที่จะนำามาคำานวณนั้นอยู่ ณ ตำาแหน่งใดในหน่วยความจำา ในทำานองเดียวกับการเขียน โปรแกรมเป็ นภาษาเครื่ อง ภาษาแอสแซมบลีจึงมีผใู ้ ช้นอ้ ยและมักจะใช้ในกรณี ที่ตอ้ งการควบคุมการทำางาน ภายในของตัวเครื่ อง 10.3 ภาษาระดับสู ง ภาษาระดับสูงเป็ นภาษาที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยอำานวยความสะดวกในการเขียนโปรแกรม กล่าวคือ ลักษณะของคำาสัง่ จะประกอบด้วยคำาต่างๆ ในภาษาอังกฤษ ซึ่งผูอ้ ่านสามารถเข้าใจความหมายได้ทนั ที ผู ้ เขียนโปรแกรมจึงเขียนโปรแกรมด้วยภาษาระดับสูงได้ง่ายกว่าเขียนด้วยภาษาแอสแซมบลี หรื อภาษาเครื่ อง ภาษาระดับสูงมีมากมายหลายภาษา อาทิเช่น ภาษาฟอร์ แทรน (FORTRAN) ภาษาโคบอล ภาษาปาสคาล (Pascal) ภาษาเบสิ ก (BASIC) ภาษาวิชวลเบสิ ก (Visual Basic) ภาษาซี (C) และภาษาจาวา (Java) เป็ นต้น โปรแกรมที่เขียนด้วยภาษาระดับสูงแต่ละภาษาจะต้องมีโปรแกรมที่ทาำ หน้าที่แปลภาษาระดับสูงให้เป็ น ภาษาเครื่ อง เช่น โปรแกรมแปลภาษาฟอร์แทรนเป็ นภาษาเครื่ อง โปรแกรมแปลภาษาปาสคาลเป็ นภาษา เครื่ อง คำาสัง่ หนึ่งคำาสัง่ ในภาษาระดับสูงจะถูกแปลเป็ นภาษาเครื่ องหลายคำาสัง่ ภาษาระดับสูงที่จะกล่าวถึงในที่น้ี ได้แก่ 10.3.1 ภาษาฟอร์ แทรน (FORmula TRANslator : FORTRAN) จัดเป็ นภาษาระดับสูงที่เก่าแก่ที่สุด ได้รับการคิดค้นขึ้นเป็ นครั้งแรกราว พ.ศ. 2497 โดยบริ ษทั ไอบีเอ็ม เป็ นภาษาที่เหมาะสำาหรับงานที่ตอ้ งการ การคำานวณ เช่นงานทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และงานวิจยั ต่าง ๆ เนื่องจากแนวคิดในการเขียน โปรแกรมในระยะหลังนี้ เปลี่ยนมานิยมการเขียนโปรแกรมแบบโครงสร้างมากขึ้น ลักษณะของคำาสัง่ ภาษาฟ อร์ แทรนแบบเดิม ไม่เอื้ออำานวยที่จะให้เขียนได้ จึงมีการปรับปรุ งโครงสร้างของภาษาฟอร์ แทรนให้สามารถ เขียนโปรแกรมแบบโครงสร้างขึ้นมาได้ในปี พ.ศ. 2509 เรี ยกว่า FORTRAN 66 และในปี พ.ศ. 2520 สถาบัน มาตรฐานของสหรัฐอเมริ กา (American National Standard Institute หรื อ ANSI) ได้ปรับปรุ ง FORTRAN 66 และยอมรับให้เป็ นภาษาฟอร์แทรนที่เป็ นมาตรฐานเรี ยกว่า FORTRAN 77 ใช้ได้กบั เครื่ องคอมพิวเตอร์ ที่มี ตัวแปลภาษานี้ 10.3.2 ภาษาโคบอล (Common Business – Oriented Language : COBOL) เป็ นภาษาที่พฒั นาขึ้นใน ราว พ.ศ. 2502 ต่อมาได้รับการปรับปรุ งจากคณะกรรมการซึ่งเป็ นตัวแทนของหน่วยงานธุรกิจและรัฐบาล ของสหรัฐอเมริ กา เป็ นภาษาโคบอลมาตรฐานใน พ.ศ. 2517 ภาษาโคบอลเป็ นภาษาที่เหมาะสมสำาหรับงาน ด้านธุรกิจ เครื่ องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ส่วนมากมีโปรแกรมแปลภาษาโคบอล 10.3.3 ภาษาเบสิก (Beginner’s All - purpose Symbolic Instruction Code : BASIC)เป็ นภาษาที่ได้ รับการคิดขึ้นเป็ นครั้งแรกที่วิทยาลัยดาร์ทมัธ (Dartmouth College) เผยแพร่ เป็ นทางการในปี พ.ศ. 2508


ภาษาเบสิ กเป็ นภาษาที่สร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้สอนเขียนโปรแกรมแทนภาษาคอมพิวเตอร์ ภาษาอื่น เช่น ภาษาฟอร์แทรน ซึ่งมีขนาดใหญ่และต้องใช้หน่วยความจำาสูงในการทำางาน ซึ่งไม่เหมาะกับเครื่ อง คอมพิวเตอร์ ในสมัยนั้น ภาษาเบสิ กเป็ นภาษาที่มีขนาดเล็ก เป็ นตัวแปลภาษาชนิดที่เรี ยกว่าอินเตอร์ เพรท เตอร์ ซึ่งนักเรี ยนจะได้เรี ยนในหัวข้อถัดไป นอกจากนี้ ภาษาเบสิ กเป็ นที่ง่ายต่อการเขียนซึ่งผูเ้ ขียนจะสามารถนำาไปประยุกต์กบั การแก้ปัญหา ต่าง ๆ ได้ทุกสาขาวิชา ผูท้ ี่เพิ่งฝึ กเขียนโปรแกรมใหม่ ๆ หรื อผูท้ ี่ไม่ใช่นกั เขียนโปรแกรมอาชีพ แต่เป็ นเพียง วิศวกร หรื อนักวิจยั จะสามารถหัดเขียนโปรแกรมภาษาเบสิ กได้ในเวลาไม่นานนัก ปกติภาษาเบสิ กส่ วน ใหญ่ใช้กบั ไมโครคอมพิวเตอร์ 10.3.4 ภาษาปาสคาล (Pascal) ตั้งชื่อตามนักคณิ ตศาสตร์ ชาวฝรั่งเศสชื่อ เบลส ปาสคาล (Blaise Pascal ) ซึ่งได้กล่าวมาแล้วว่าเป็ นผูผ้ ลิตเครื่ องคิดเลขโดยใช้เฟื องหมุน ภาษาปาสคาลคิดขึ้นในปี พ.ศ. 2514 โดยนิคลอสเวียซ (Niklaus Wirth) ศาสตราจารย์วิชาคอมพิวเตอร์ ชาวสวิส ภาษาปาสคาลได้รับการออกแบบ ให้ใช้ง่ายและมีโครงสร้างที่ดีจึงเหมาะกับการใช้สอนหลักการเขียนโปรแกรม ปั จจุบนั ภาษาปาสคาลยังคงได้ รับความนิยมใช้ในการเรี ยนเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 10.3.5 ภาษาซีและซีพลัสพลัส (C และ C++) ภาษาซีเป็ นภาษาที่พฒั นาจากห้องปฏิบตั ิการเบลล์ของบริ ษทั เอ ทีแอนด์ทีในปี พ.ศ .2515 หลังจากที่พฒั นาขึ้นได้ไม่นานภาษาซีกก็ ลายเป็ นภาษาที่นิยมในหมู่นกั เรี ยน โปรแกรมมาก และมีใช้งานเครื่ องทุกระดับ ทั้งนี้ เนื่องจากภษาซีได้รวมเอาข้อมูลของภาษาระดับสูงแลภาษา ระดับเข้าไว้ดว้ ยกัน กล่าวคือ เป็ นภาษาที่มีไวยกรณ์ที่เข้าใจง่ายทำาให้เขียนโปรแกรมได้ง่ายเช่นเดียวกับภาษา ระดับสูงทัว่ ไป แต่ประสิ ทธิภาพและความเร็ วในการทำางานดีกว่ามาก เนื่องจากมีการทำางานเหมือนภาษา ระดับต่าำ สามารถทำางานได้ในระดับที่เป็ นการควบคุมฮาร์ ดแวร์ ได้มากกว่าภาษาระดับสูงอื่นๆ ดังจะเห็นว่า ภาษาซีเป็ นภาษาที่สามารถพัฒนาระบบปฏิบตั ิการได้ เช่น ระบบปฏิบตั ิการยูนิกซ์ นอกจากนี้เมื่อแนวคิดของการเขียนโปรแกรมแบบเชิงวัตถุ (Object Oriented Programing : OOP) ได้เข้ามามีบทบาทในวงการคอมพิวเตอร์มากขึ้น ภาษาซีกย็ งั ได้รับการพัฒนาดดยประยุกต์ใช้กบั การเขียน โปรแกรมดังกล่าว เกิดเป็ นภาษาใหม่ชื่อว่า ภาษาซีพลัสพลัส (C++) 10.3.6 ภาษาวิชวลเบสิก (Visual Basic) เป็ นภาษาที่พฒั นาต่อมาจากภาษาเบสิ ก สำาหรับภาษาวิชวล เบสิ กเป็ นภาษาที่ใช้ไวยกรณ์บางส่วนของภาษาเบสิ กในการเขียนโปรแกรม แต่มีแยวคิดและวิธีการพัฒนา โปรแกรมที่แตกต่างจากภาษาเบลิกโดยสิ้ นเชิง รวมทั้งการใช้เนื้ อที่ในหน่วยความจำาก็แตกต่างกันมาก ทั้งนี้ เนื่องจากภาษาวิชวลเบสิ กใช้แนวคิดการเขียนโปรแกรมแบบรู ปภาพ (visual programing) ในการพัฒนา


โปรแกรม ภาษานี้พฒั นาขึ้นโดยบริ ษทั ไมโครซอฟต์ ออกแบบเพื่อเขียนโปรแกรมที่สามารถใช้งานได้บน ระบบปฏิบตั ิการแบบจียไู อ เช่น ระบบปฏิบตั ิการไมโครซอฟต์วินโดวส์ มีการติดต่อกับผูใ้ ช้โดยใช้รูปภาพ การเขียนโปรแกรมทำาได้ง่ายกว่าการเขียนโปรแกรมแบบเก่ามากซึ่ งจะได้กล่าวในรายละเอียดในบทต่อไป 10.3.7 การเขียนโปรแกรมแบบจินตภาพ (visual programing) ในการพัฒนาโปรแกรม ภาษานี้ พัฒนาขึ้นโดยบริ ษทั ไมโครซอฟต์ ออกแบบเพื่อเขียนโปรแกรมที่สามารถใช้งานได้บนระบบปฏิบตั ิการ แบบจียไู อ เช่น ระบบปฏิบตั ิการไมโครซอฟต์วินโดวส์ มีการติดต่อกับผูใ้ ช้โดยใช้รูปภาพ การเขียน โปรแกรมทำาได้ง่ายกว่าการเขียนโปรแกรมแบบเก่ามาก 10.3.8 ภาษาจาวา (JAVA) พัฒนาขึ้นในปี พ.ศ. 2534 โดยบริ ษทั ซันไมโครซิสเตมส์ และเป็ นภาษาที่ ได้รับความนิยมสูงมาโดยตลอด เนื่องจากเป็ นภาษาที่มีความยืดหยุน่ สูง สามารถเขียนโปรแกรม และใช้งาน ได้บนเครื่ องคอมพิวเตอร์ทุกประเภท และระบบปฏิบตั ิการทุกรู ปแบบ ในช่วงแรกที่เริ่ มมีการนำาภาษาจาวา มาใช้งาน จะเป็ นการใช้งานบนเครื อข่ายอินเตอร์ เน็ต เป็ นภาษาที่เน้นการทำางานบนเว็บ แต่ปัจจุบนั สามารถ นำามาประยุกต์สร้างโปรแกรมใช้งานทัว่ ไปได้ นอกจากนี้ เมื่อเทคโนโลยีของการสื่ อสารก้าวหน้าขึ้น จนกระทัง่ เครื่ องคอมพิวเตอร์ ปาล์มท็อป หรื อ แม้แต่โทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบอินเตอร์ เน็ตและใช้งานระบบเวิร์ดไวด์เว็บได้ ภาษาจาวา ก็สามารถสร้างส่วนที่เรี ยกว่าแอพเพลต (applet) ให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่กล่าวข้างต้นเรี ยกใช้งานจาก เครื่ องที่เป็ นแม่ข่าย (server) ได้ 10.3.9 ภาษาเดลไฟล์ (Delphi) เป็ นภาษาที่ได้รับความนิยมมากภาษาหนึ่ง แนวคิดเขียนโปรแกรม ภาษาเดลไฟล์เหมือนกับแนวคิดของภษาวิชวลเบสิ กคือเป็ นการเขียนโปรแกรมเชิงรู ปภาพแต่ภาษาพื้นฐานที่ ใช้ในการเขียนโปรแกรมจะเป็ นภาษาปาสคาล ในการเขียนโปรแกรมเชิงรู ปภาพนี้ มีคอมโพเนนต์ (component) ที่สามารถใช้เป็ นส่วนประกอบเพื่อสร้างส่ วนติดต่อผูใ้ ช้ที่เป็ นแบบกราฟิ กทำาให้ซอฟต์แวร์ ที่ พัฒนามีความน่าสนใจและใช้งานง่ายขึ้น การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาเดลไฟล์จึงเป็ นที่นิยมในการนำาเป็ น พัฒนาโปรแกรมใช้งานมาก รวมทั้งภาษาปาสคาลเป็ นภาษาที่เข้าใจง่ายเหมาะแก่การนำามาใช้สอนเขียน โปรแกรม 10.4 การทำางานของโปรแกรมแปลภาษา ดังกล่าวมาแล้วว่าในการประมวลผลโปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยภาษาระดับสูงจำาเป็ นต้องอาศัย โปรแกรมที่ทาำ หน้าที่ช่วยในการแปลโปรแกรมภาษาระดับสูงให้เป็ นภาษาเครื่ อง โปรแกรมภาษาที่ใช้แบ่ง ออกเป็ น 2 ลักษณะได้แก่


10.4.1 คอมไพเลอร์ (compiler) เป็ นโปรแกรมที่ทาำ หน้าที่ในการแปลโปรแกรมที่เขียนด้วยภาษา ระดับสูงที่เรี ยกกันว่า โปรแกรมต้นฉบับ (source program) ให้เป็ นโปรแกรมภาษาเครื่ อง (object program) ถ้ ามีขอ้ ผิดพลาดเครื่ องจะพิมพ์รหัสหรื อข้อผิดพลาดออกมาด้วย ภายหลังการแปลถ้าไม่มีขอ้ ผิดพลาด ผูใ้ ช้ สามารถสัง่ ประมวลผลโปรแกรมและสามารถเก็บโปรแกรมที่แปลภาษาเครื่ องไว้ใช้งานต่อไปได้อีกโดยไม่ ำ ก ต้องทำาการแปลโปรแกรมซ้าอี ตัวอย่างโปรแกรมแปลภาษาแบบนี้ ได้แก่ โปรแกรมแปลภาษาฟอร์ แทรน โปรแกรมแปลภาษาโคบอล โปรแกรมแปลภาษาปาสคาล โปรแกรมแปลภาษาซี 10.4.2 อินเตอร์ พรีเตอร์ (Interpreter)เป็ นโปรแกรมที่ทาำ หน้าที่ในการแปลโปรแกรมที่เขียนด้วย ภาษาระดับสูงให้เป็ นภาษาเครื่ องเช่นเดียวกับคอมไพเลอร์ ความแตกต่างจะอยูท่ ี่อินเตอร์ พรี เตอร์ จะทำาการ แปลและประมวลผลทีละคำาสัง่ ข้อเสี ยของอินเตอร์ พรี เตอร์ กค็ ือ ถ้านำาโปรแกรมนี้ มาใช้งานอีกจะต้องทำาการ แปลโปรแกรมทุกครั้ง ภาษาบางภาษามีโปรแกรมแปลทั้งสองลักษณะ เช่น ภาษาเบสิ ก เป็ นต้น 11.ระบบติดต่ อใช้ งานคอมพิวเตอร์ ตามปกติเมื่อซื้อเครื่ องไมโครคอมพิวเตอร์ มาใช้งาน มักจะได้ระบบปฏิบตั ิการมาพร้อมกับเครื่ อง ซึ่ง สามารถช่วยจัดการให้ผใู้ ช้เรี ยกใช้หรื อติดต่อกับเครื่ องได้ทนั ที โดยรู ปแบบของการติดต่อกับเครื่ องจะขึ้นกับ ระบบปฏิบตั ิการที่ติดตั้ง และซอฟต์แวร์เสริ มสภาพแวดล้อมการใช้งาน ซึ่งเป็ นซอฟต์แวร์ ปรับปรุ ง เปลี่ยนแปลงระบบติดต่อระหว่างเครื่ องกับผูใ้ ช้ให้ใช้ง่ายและทำางานได้รวดเร็ วขึ้ น ระบบติดต่อใช้งาน คอมพิวเตอร์ อาจแบ่งได้เป็ นสามกลุ่มด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มพิมพ์คาำ สัง่ เข้าไปทีละบรรทัด กลุ่มเลือกรายการ เมนู และกลุ่มเลือกสัญรู ป 11.1 กลุ่มพิมพ์คาำ สั่งเข้าทีละบรรทัด ระบบการติดต่อแบบนี้ เป็ นระบบติดต่อแบบแรกที่พฒั นามาพร้อมๆ กับคอมพิวเตอร์ ก่อนที่จะมีการ พัฒนาระบบอื่นๆ เป็ นการป้ อนคำาสัง่ ทีละบรรทัด ซึ่งไม่เอื้อต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์ เท่าใดนัก เพราะผูใ้ ช้ จะต้องเรี ยนรู ้หรื อจดจำาคำาสัง่ ต่าง ๆ ไว้ให้ได้เสี ยก่อน เช่นการเรี ยกใช้คาำ สัง่ ของดอส ระบบนี้ ผูใ้ ช้จะมีความ สับสนในระยะแรก เพราะจะต้องเรี ยนรู้คาำ สัง่ ว่าใช้งานอะไร และใช้ได้อย่างไร ซึ่งการป้ อนหรื อพิมพ์คาำ สัง่ เข้าไปจะต้องพิมพ์ไม่ผิดเลย ระบบติดต่อนี้ จะใช้ยากและเสี ยเวลาบ้างถ้าจำาคำาสัง่ ไม่ได้ แต่ถา้ ใช้ไปนาน ๆ จน คุน้ เคย อาจมีขอ้ ดีที่สามารถเรี ยกโปรแกรมมาทำางานได้รวดเร็ วที่สุด ใช้พ้ืนที่หน่วยความจำาน้อยเพราะลด การแสดงผลในส่วนของกราฟิ ก 11.2 กลุ่มเลือกรายการเมนู ในระบบนี้จะแสดงรายการย่อยของคำาสัง่ ต่าง ๆ ซึ่งโดยทัว่ ไปจะเป็ นข้อความ ตัวอักษรไม่เป็ นรู ป


กราฟิ ก ผูใ้ ช้เพียงแต่เลื่อนตัวชี้ แถบสี หรื อสัญลักษณ์ลูกศรขึ้นหรื อลง รู ปสัญลักษณ์อื่น ๆ ไปยังรายการที่ ต้องการ แล้วกดปุ่ มเลือกรายการนั้น หรื ออาจใช้เมาส์เลือกรายการใช้เช่นกัน ระบบติดต่อใช้งานคอมพิวเตอร์ กลุ่มนี้จะใช้งานได้ง่ายขึ้นไม่ตอ้ งจดจำาคำาสัง่ มาก เพราะจะมีรายการคำาสัง่ แสดงไว้ให้เลือก 11.3 กลุ่มเลือกสัญรู ป มีลกั ษณะคล้ายระบบติดต่อกลุ่มที่สองที่เป็ นรายการเมนูให้เลือก เพียงแต่วา่ รายการของกลุ่มที่สาม จะเป็ นรู ปภาพ หรื อสัญรู ปสำาหรับเลือกโดยมีอุปกรณ์เมาส์เป็ นตัวเลื่อนตัวชี้ และเลือกรายการ ในบางกรณี ก็ อาจเป็ นรายการเมนูยอ่ ยของข้อมูลในระบบ การติดต่อระหว่างเครื่ องกับผูใ้ ช้ในลักษณะนี้ ได้รับความสนใจ มาก เพราะใช้งานง่าย ไม่ตอ้ งเรี ยนรู้ หรื อจดจำาคำาสัง่ ที่ซบั ซ้อน ระบบติดต่อใช้งานในกลุ่มที่สามที่มีผนู ้ ิยมหรื อกล่าวถึงกันมากคือ ระบบติดต่อผูใ้ ช้เชิงกราฟิ กเรี ยก ว่าจียไู อ นับเป็ นระบบที่แสดงรู ปกราฟิ กแบบบิตแมพ (bit map) ระบบปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ ในปั จจุบนั ส่ วนใหญ่ ไม่วา่ จะเป็ น วินโดวส์ ดอส โอเอสทู หรื อยูนิกส์ ต่างก็มีซอฟต์แวร์ มาเสริ มสภาพการใช้งานเป็ น แบบจียไู อกันทั้งหมด ซอฟต์แวร์ประเภทจียไู อ ส่วนใหญ่เป็ นโปรแกรมที่ซบั ซ้อนและมีขีดความสามารถสูงดังนั้นการ ติดต่อหรื อการเรี ยนรู้จึงยากกว่าปกติ แต่หลังจากติดตั้งเสร็ จเรี ยบร้อยแล้ว โปรแกรมกุยจะใช้งานได้ง่าย และ ถ้านำาไปทำางานในเครื่ องความเร็ วสูง ก็จะช่วยประหยัดเวลา และทำาให้โปรแกรมต่าง ๆ ใช้งานง่ายขึ้น โปรแกรมกุยเป็ นโปรแกรมขนาดใหญ่จึงใช้พื้นที่หน่วยความจำามาก ต้องใช้ตวั ประมวลผลที่มีขีดความ สามารถสูง จึงจะทำางานได้ผล ลักษณะเด่นของระบบติดต่อกุยเมื่อใช้กบั ซอฟต์แวร์ ระบบปฏิบตั ิการหลายภารกิจ คือ สามารถทำา หลายงานได้ในเวลาเดียวกัน โดยงานหนึ่ง ๆ จะปรากฏในช่องหน้าต่างที่เปิ ดขึ้นมาบนจอภาพ สามารถสลับ ระหว่างช่องหน้าต่างไปมา เปลี่ยนขนาดและย้ายตำาแหน่งของช่องหน้าต่างและการโอนย้ายข้อมูลระหว่าง ช่องหน้าต่าง หรื อระหว่างโปรแกรมได้ ในส่ วนของผูท้ ี่เป็ นนักเขียนโปรแกรมก็จะได้ประโยชน์ สามารถ เขียนโปรแกรมประยุกต์สร้างเป็ นเมนูภาพ สัญรู ป และช่องหน้าต่างแสดงข้อมูล ระบบติดต่อกุยที่สมบูรณ์แบบควรมีองค์ประกอบ ดังนี้ 1) มีระบบที่ใช้รูปกราฟิ กและสัญรู ป 2) มีการแสดงรายการบนจอที่สวยงาม น่าดู และให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินกับการใช้งาน 3) สามารถพิมพ์ผลลัพธ์ที่ปรากฏบนจอได้เหมือนกับที่เห็น 4) สนับสนุนการใช้เครื่ องพิมพ์หลายรุ่ น 5) แสดงองค์ประกอบของระบบไม่วา่ จะเป็ นช่องหน้าต่าง หรื อรายการเมนูเป็ นมาตรฐานเดียวกัน


จนทำาให้แยกไม่ออกว่ากำาลังทำางานอยูเ่ ครื่ องต่างระบบหรื อทำางานต่างโปรแกรม เป็ นต้น 6) มีลกั ษณะการใช้งานแบบเลือกรายการ เลือกชิ้นวัตถุที่สามารถชี้และเลือกด้วยเมาส์ 7) มีระบบที่ติดตั้งได้ง่ายและสามารถปรับเปลี่ยนระบบภายในได้ง่าย 8) สามารถทำางานเข้ากับได้กบั ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ รุ่นเก่า 9) สนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างโปรแกรม สรุ ป คอมพิวเตอร์ ฮาร์ ดแวร์ ไม่ สามารถทำางานได้ โดยไม่ มีคาำ สั่ ง หรือ โปรแกรมที่เรียกว่ าซอฟต์ แวร์ มีหน้ าที่ คอบคุมให้ คอมทำางานให้ ได้ ผลลัพธ์ ที่ต้องการของงานนั้น ช่ วยให้ การใช้ เทคโนโลยีเกิดประสิ ทธิภาพได้ อย่ าง สู งสุ ด ซอฟต์ แวร์ แบ่ งออกเป็ น 2 ประเภท คือ ซอฟต์ แวร์ ระบบ (System Software) กับ ซอฟต์ แวร์ ประยุคในการ ทำางานใดๆผู้ใช้ จะติดต่ อกับซอฟต์ แวร์ ระบบ หรือ ซอฟต์ แวร์ ประยุคเพือ่ ควบคุมการทำางานของฮาร์ ดแวร์ ซอฟต์ แวร์ ระบบ ซอฟต์ แวร์ ระบบเป็ นโปรแกรม หรือ คำาสั่ งที่ทำาหน้ าที่ควบคุมการปฏิบัติงานของคอมพิวเตอร์ การ สื่ อสารข้ อมูลและเครือข่ าย และอุปกรณ์ อนื่ ๆซอฟต์ แวร์ ระบบเป็ นส่ วนติดต่ อระหว่ างผู้ใช้ กบั โปรแกรมประ ยุคและฮาร์ ดแวร์ ซอฟต์ แวร์ ระบบจำาแนกออกเป็ น 2 ประเภท คือ ระบบปฏิบตั ิการ(Operating System:os) และโปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility Programs) ระบบปฏิบัติการ ระบบปฏิบัติการ เป็ นชุ ดคำาสั่งที่ทำาหน้ าที่เป็ นสื่ อกลางของกิจกรรมต่ างๆระหว่ างโปรแกรมประยุค และอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ และผู้ใช้ ทำางานกับโปรมแกรมประยุค ตัวอย่ างระบบปฏิบัติการได้ แก่ ระบบปฏิบัติ การดอส และระบบปฏิบัติการวิยโดอส์ เช่ น Windows98 Windows ME และ Windows XP เป็ นต้ นผู้ใช้ เปิ ด เครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการจะถูกเรียกจากฮาร์ ดดิสก์ ไปไว้ ที่หน่ วยความจำาหลักและจะอนุญาตให้ ผ้ ู ไช้ สื่อสารกับคอมพิวเตอร์ และโปรแกรมอืน่ ๆได้

บรรณานุกรม


http://it.benchama.ac.th/ebook/files/chap5-24.htm

http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/software/software/

http://www.navy34.com/

www.thaiwbi.com/course/Intro_com/Intro_com/wbi1/.../page42.htm

elearning.northcm.ac.th/it/lesson3-1.asp


งานคอมซอฟต์แวร์ 1 1