Page 1

หนังสือสุขภาพ Healthy Book

รู้ทันโรค

ไวรั ส ตั บ อั ก เสบ

โดย สุนัฏฐา อนันตะ


ทีม่ าและความสำ�คัญ

ปั

จจุบันโลกของเราได้มีการเปลี่ ยนแปลงในเรื่ องของสภาพอากาศ ความอุดมสมบูรณ์ต่างๆที่เคยมีลดน้อยลง ส่งผลต่อการดำ�รงชีวิต ที่ ต้ อ งคลุ ก คลี กั บ สภาพแวดล้ อ มหรื อ มลภาวะที่ ส่ ง ผลเสี ย ต่ อ สุ ข ภาพ เช่น อากาศเป็นพิษ นำ�้เน่าเสีย เป็นต้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้สามารถเข้า มาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราอย่างไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งยังเป็นสาเหตุให้ไวรัส สายพันธุ์ต่างๆ แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว จึงทำ�ให้เกิดโรคต่างๆ มากมาย และหนึ่งในนั้น ก็คือโรคไวรัสตับอักเสบ โรคไวรัสตับอักเสบ เป็นโรคติดต่อ ที่เกิดจากไวรัสที่พบได้จาก แหล่งนำ�้ พืช ผัก ผลไม้ หรือเนื้อสัตว์ สามารถติดต่อได้จากคน สู่คน และสามารถแพร่เชื้อได้จากการสัมผัสหรือใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกัน นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นพาหะขณะตั้งครรภ์ สามารถติดต่อได้จากแม่สู่ลูก โรคไวรัสตับอักเสบ จึงเป็นโรคติดต่อ ที่มีความรุนแรง และควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ผู้ จั ด ทำ � จึ ง ต้ อ งการนำ � เสนอข้ อ มู ล พื้ น ฐานเกี่ ย วกั บ โรคไวรั ส ตั บ อักเสบ เพื่อเป็นการให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบ การติด เชื้อ การรักษา รวมถึงวิธีป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค เป็นแนวทางใน การสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน และกระตุ้นให้คนตระหนักถึงอันตราย และควรที่ จ ะมี ค วามระมั ด ระวั ง ในการดำ � รงชี วิ ต ที่ ถู ก สุ ข อนามั ย ต่ อ ไป

1


1

โรคตับอักเส

โรคตับอักเสบเฉียบพลัน (acute hepatitis) หมายถึง โรคตับอักเสบที่เป็นไม่นานก็หาย ผู้ป่วยส่วนใหญ่ มีอาการ 2-3 สัปดาห์โดยมากไม่เกิน 2 เดือน ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายขาด จะมีบางส่วนเป็นตับอักเสบเรื้อรังและบางรายรุนแรงถึงกับเสีย ชีวิต

2

.


สบมี 2 ชนิด

2

โรคตับอักเสบเรื้อรัง (chronic hepatitis) หมายถึง ตับอักเสบที่เป็นนานกว่า 6 เดือน จะแบ่งเป็น 2 ชนิด • chronic persistent เป็นการอักเสบของตับแบบ ค่อยๆ เป็นและไม่รุนแรง แต่อย่างไรก็ตามโรคสามารถที่จะทำ�ให้ ตับมีการอักเสบมากได้ • chronic active hepatitis มีการอักเสบของตับ ตับถูกทำ�ลายมากและเกิดตับแข็ง

.

3


สาเหตุ

1

เกิดจากเชื้อไวรัส มีหลายชนิดได้แก่ .ไวรัสตับอักเสบ เอ บี ซี ดี อี ไวรัสกลุ่มนี้ชอบอาศัยอยู่ในเซลล์ตับ ทำ�ให้เกิดตับอักเสบ เซลล์ตับถูกทำ�ลาย

2

การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ .ในปริมาณมาก เป็นประจำ�

3

การใช้ยาบางชนิด เช่น ยารักษาวัณโรค .halothane, isoniazid, methyldopa, phenytoin, valproic acid, sulfonamide drugs. ผู้ป่วยหากได้ acetaminophen(พาราเซ็ตตามอล)ใน ขนาดสูงมากก็สามารถทำ�ให้ตับถูกทำ�ลายได้

4 4

เชื้อโรคบางชนิด เช่น .ไทฟอยด์ มาลาเรีย


5

ระบบสุขอนามัยที่ไม่ดี เช่น การขับถ่าย .อุจจาระลงแหล่งน้ำ� เป็นสาเหตุที่สำ�คัญ มากของการระบาดของเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ และอี

6

การได้รับเลือดและส่วนประกอบของเลือด .ของบุคคลที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบ

7 8

การใช้ของมีคมร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อ . การสัก การเจาะหู การฝังเข็ม

ไวรั ส ตั บ อั ก เสบทุ ก ชนิ ด .สามารถแพร่ เ ชื้ อ ผ่ า นทาง เลือดได้

9

ไวรัสตับอักเสบชนิด บี ซี ดี . และจี แพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์ ทางมารดาสู่ทารก 5


อาการ ไวรัสตับอักเสบแต่ละชนิดจะมีอาการคล้ายคลึงกัน คือ

1

ไม่มีอาการหรืออาการ . แสดงอะไรเลยหลังจาก ได้รับเชื้อ

2

มีอาการคล้ายเป็นไข้หวัด มีไข้ต่ำ�ๆ . เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ปวดข้ออยู่ 2-3 วัน เป็นแล้วหายได้เอง

3

.ตรวจพบเอนไซม์ตับสูง

4 6

.มีอาการกดเจ็บที่ตับ


5

ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะเหลือง บางรายอาการรุนแรง .ไม่หายจากอาการดังกล่าว แต่กลับเป็นมากขึ้นกว่าเดิม อุจจาระ มีสีซีด อ่อนเพลีย ปวดท้อง ถ้าได้รับเชื้อมากอาจมีอาการรุนแรง คือ ท้องและขาบวม พูดจาเลอะเลือน เพ้อ

6

คันตามผิวหนัง หรือ . ผื่นลมพิษ

ตับอักเสบเฉียบพลันผู้ป่วยจะมีอาการที่พบได้บ่อย คือ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ปวดข้อ คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร อาจจะพบ ผื่นตามตัว หรืออาการท้องเสีย บางรายปัสสาวะสีเข้ม ตัวเหลืองตาเหลือง ซึ่งอาการตัวเหลืองตาเหลืองจะหายไป 1-4 สัปดาห์ แต่บางรายอาจนาน 2-3 เดือน ส่วนใหญ่จะหายเป็นปกติ โรคไวรัสตับอักเสบบี พบว่าร้อยละ 5-10 เป็นตับอักเสบเรื้อรัง ส่วนไวรัสตับอักเสบซี ร้อยละ 85 เป็นตับ อักเสบเรื้อรัง ตับอักเสบเรื้อรัง ผู้ป่วยมักไม่มีอาการ แต่จะมีการทำ�ลายเซลล์ ตับไปเรื่อยๆจนเกิดตับแข็ง และเป็นมะเร็งตับในที่สุด

7


การฉีดวัคซีน

ในปัจ ไวรัส

2 ชนิด คือ ไวรัสตับอักเสบเอ และไ ยังไม่เคยติดเชื้อมาก่อน โดยก่อนการให้วัคซ และตรวจเลือด เพื่อดูว่าเคยได้รับเชื้อมาก่อน เคยติดเชื้อหรือยังไม่มีภูมิคุ้มกันจึงจะให้วัคซีน ตับอักเสบเอและบี ที่ให้ในทารกตั้งแต่แรกเก

ารเลือกใช้ยา เนื่องจ ยาที่ใช้ในปัจจุบัน

8


การรักษา

จุบันมีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ สตับอักเสบ ไวรัสตับอักเสบบี สามารถให้ได้ในผู้ที่ ซีนต้องได้รับการตรวจร่างกายโดยแพทย์ หรือมีภูมิคุ้มกันอยู่แล้วหรือไม่ ถ้ายังไม่ นปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัส กิด

าจะเป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ จากตัวยามีผลข้างเคียงที่พึงระวังมาก น ได้แก่ interferon และ lamuvudin

9


การป้องกัน รั ผู ้

บประทานอาหารที่สุกสะอาด ล้าง มือก่อนและหลังรับประทานอาหาร และหลังออกจากห้องน้ำ�

ประกอบอาหารต้องรักษาความสะอาด ด้วยการล้างมือหรือสวมถุงมือ ขณะประกอบอาหาร

น้ อ

ำ�ดื่มควรได้รับการต้มให้ เดือดเป็นเวลา 20 นาที ก่อนใช้บริโภค

าหารควรปรุงให้สุกก่อน รับประทาน โดยเฉพาะอาหาร ที่มาจากแหล่งนำ�้ทั้งสัตว์และพืช

10


นกรณีที่มีผู้ป่วยที่อยู่ในระยะตับอักเสบ อยู่ในบ้านให้แยกซักเสื้อผ้าของผู้ป่วย และเทอุจจาระ ปัสสาวะ เลือด อาเจียน ลงโถส้วม

ไ ส

ม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับคนอื่น เช่น กรรไกรตัดเล็บ มีดโกน ฯลฯ

วมถุงยางอนามัยทุกครั้ง ที่มีเพศสัมพันธ์

รวจเลือดหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ ก่อนที่จะสมรส

ก ฉี

รณีตั้งครรภ์ ควรฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ

ดวัคซีนป้องกัน กรณีที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน 11


ไวรัสตับอักเสบ ชนิด A

ชนิด B เป็นพาหะ 5,000,000 คน

ได้รับเชื้อ

เสี่ยงเป็นมะเร็งตับ

60-70%

โรคดีซ่านแบบ เฉียบพลัน

วัคซีน เฉียบพลัน เรื้อรัง

สูงกว่าคนปกติ

232 เท่า


บในประเทศไทย ชนิด D

ชนิด C

ชนิด E

สาเหคุของ เฉียบพลัน

ติดต่อทางเลือด

เข็มฉีดยา

รักษาไม่หาย

40% 25% เสียชีวิต


ตับป่วย!! กลัวหรือไม่?

ไวรัสตับอักเสบ  

หนังสือสุขภาพ ออกแบบและจัดทำโดย นางสาวสุนัฏฐา อนันตะ นักศึกษาสาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you