Page 1

เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 192

บทที่ 4 การวิเคราะหรูปแบบเครื่องแตงกายสตรีจากงานจิตรกรรมฝาผนัง (กอนพ.ศ.2500) ในเขตจังหวัดลําปาง ก.) การจําแนกและวิเคราะหขอมูลตามรูปแบบการแตงกาย

4.1 รูปแบบการแตงกายในงานจิตรกรรมแบบพมาชวงพุทธศตวรรษที่ 21– 22 4.2 รูปแบบการแตงกายในงานจิตรกรรมแบบพมาชวง พ.ศ.2447 4.3 รูปแบบการแตงกายในงานจิตรกรรมแบบไทยภาคกลางชวง พ.ศ.2450 (เจาบุญวาทยฯ) 4.4 รูปแบบการแตงกายในงานจิตรกรรมแบบพื้นบานลานนา

ข.) การจําแนกและวิเคราะหขอมูลตามลักษณะการแตงกาย

การจําแนกลักษณะการแตงกายนั้นจะใชสภาพสถานะทางสังคมเปนตัวแบงลักษณะที่ สามารถเห็นไดชัดเจน ดังนี้ - ภาพสตรีชั้นสูง นางกษัตริย นางฟา - ภาพนางกํานัลและขาราชบริพาร - ภาพสตรีสามัญชน - ภาพสตรีชั้นสูง นางกษัตริย นางฟา หมายถึงสตรีผูมียศถาบรรดาศักดิ์ที่สูงกวาคนปกติทั่วไป สตรีผูเปนกษัตริย เจาหญิง เชื้อพระ วงศเพศหญิง พระราชินี พระมเหสี นางฟา ที่จะมีลักษณะการแตงกายที่คลายคลึงกันคือ จะมี เครื่องประดับที่หรูหรา และวิจิตรอลังการกวาชนชั้นอื่นๆ - ภาพนางกํานัลและขาราชบริพาร หมายถึง สตรีผูคอยรับใชชนชั้นกษัตริย และชนชั้นเจานายเปรียบไดกับคนรับใชในวัง - ภาพสตรีสามัญชน หมายถึง คนทั่วไป ที่มีการแตงกายที่ไมหรูหราเทาสองชนชั้นกอนหนานี้ และเปนลักษณะ ของภาพกาก


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 193

ค.)การจําแนกและวิเคราะหขอมูลตามสัดสวนของรางกาย เครื่องแตงกายนั้นหากจําแนกเปนสัดสวน จะสามารถวิเคราะหไดงายและชัดเจนขึ้น ผูศึกษา จึงไดแบง การวิเคราะหตามสัดสวน 3 ชวงตัวดังนี้

1.ชวงบน เปนเครื่องแตงกายที่ประดับอยูบริเวณอวัยวะของมนุษยตั้งแตสวนบนสุดของ

ศีรษะ ใบหู ติ่งหู ใบหนา ไปจนถึงชวงลําคอ เครื่องประดับเหลานี้ไดแก ทรงผม เครื่องศิราภรณ ปนปกผม ปนขนสัตว หยอง มงกุฎ ชฎา เกี้ยว ขะจุมหัว ดอกไม ดอกไมไหว หวีสับ รัดเกลา คํากะลิก กระจังหนา กรรเจียกจร ตุมหู ดอกหู ดอกไมทัด ดอกไมสอมหู สอลอ เปนตน

2.ชวงกลาง เปนเครื่องแตงกายที่ประดับอยูบริเวณอวัยวะของมนุษยตั้งแตบริเวณชวงไหล

หนาอก ลําตัว ตนแขน แขน ศอก ขอมือ นิ้วมือ จนถึงชวงสะดือ เครื่องประดับเหลานี้ไดแก กรองศอ นวมคอ สรอยคอ สังวาล สรอยตัว สายระยา ทับทรวง ตาบทับ จี้ เสื้อแบบตางๆ ฉลองพระองค อินทรธนู ผาหม ผาคลุมไหล ผาพันคอ ผาสไบ พาหุรัด มาวแขน กําไลขอแขน กําไลขอมือ แหวน รอบ ทองกร นาฬิกาขอมือ แหวน ธํามะรงค ปะวะหล่ํา ทองกร กําไลตะขาบ เปนตน

3.ชวงลาง เปนเครื่องแตงกายที่ประดับอยูบริเวณอวัยวะของมนุษยตั้งแตบริเวณเอว สะโพก

ตนขา เขา นอง ขอเทา เทา และนิ้วเทา เครื่องแตงกายเหลานี้ไดแก เข็มขัด ปนเหนง สายฮั้ง รัดสะเอว รัดองค กางเกง กระโปรง ผาซิ่น โจงกระเบน ผานุง ชายไหว ชายแครง เจียระบาด สุวรรณกระถอบ ภูษา สนับเพลา กําไลขอเทา รองเทา ฉลองพระบาท นอกเหนือจากนี้ยังวิเคราะหรวมไปถึงเครื่องประดับพิเศษอื่นๆเชน มีดพก ดาบ รม กระเปา ถือ เปนตน โดยการวิเคราะหนั้นจะนําภาพจากงานจิตรกรรมไปเปรียบเทียบกับภาพถายโบราณและ ขอมูลที่มีอยูจริงของเครื่องแตงกายสตรี


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 194

4.1 รูปแบบการแตงกายในงานจิตรกรรมแบบพมาชวงพุทธศตวรรษที่ 21 – 22 การแตงกายในรูปแบบนี้สามารถพบไดเพียงแหงเดียวคือที่วิหารน้ําแตม วัดพระธาตุลําปาง หลวง ซึ่งมีอายุประมาณ 500 ป ตรงกับในชวงที่พมามีความเจริญรุงเรือง อิทธิพลการแตงกายจึงได แพรเขามาในลานนารวมทั้งในเขตเมืองลําปางหลวงที่ถือเปนเมืองสําคัญและรองรับความเจริญใน ดานตางๆไดอยางรวดเร็ว เห็นไดจากภาพสถาปตยกรรมที่มีทั้งรูปแบบพมาและไทใหญ(ภาพประกอบที่ 1) รวมทัง้ การ นํานกยูง มาเปนสัญลักษณของสถาบันกษัตริย (ภาพประกอบที่ 2 ) ก็เปนอิทธิพลความเชื่อที่มาจาก เมืองพมาทั้งสิ้น ซึ่งตรงตามประวัติศาสตรที่กลาวถึงความเจริญรุงเรืองทั้งทางดานศาสนาและ วัฒนธรรมของพมาในยุคนั้นที่แพรหลายไปทั่วอาณาบริเวณ ซึ่งลานนาก็เชนเดียวกัน

ภาพประกอบที่ 3 รูปแบบสถาปตยกรรมที่คลายแบบพมาที่พบในงานจิตรกรรมที่วิหารน้ําแตม


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 4 และการใชสัญลักษณนกยูงแทนกษัตริยในเหรียญตราโบราณของพมา1

1

http://www.myanmarphoto.com/acienphoto.html

| 195


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 196

รูปแบบเครื่องแตงกายก็เชนเดียว ภาพการแตงกายสตรีที่ปรากฏนั้นสวนใหญทั้งสตรีชั้นสูง และนางกํานัลจะแตงกายดวยเสื้อแขนยาวที่มีลักษณะคลายเสื้อปดที่ใชผามัดไขวกันเปนคอวี แตงลาย ตรงขอบเสื้อ บางมีการหมสไบ(ภาพที่ 1) นุงผานุงมีลาย คลายเสื้อผาของชาวจีนตอนใต และกลุมชาติ พันธุไท (ภาพที่ 2) ดานหนาผานุงเปนรูปโคงและดึงชายพกออกมายาว(ภาพลายเสนที่ 1) เกลาผมสูง มีการใสเครื่องประดับที่ผม และใสตุมหู (ภาพลายเสนที่ 2)

ภาพที่ 1 พระราชินี Su Payar Latt แหงพมา ฉายพระรูป ณ สวนในวัง มีการแตงกายคลาย สตรีในงานจิตรกรรมวิหารน้ําแตม คือเกลามวยสูง ปกปน ใสดอกหูกลมใหญ สวมเสื้อแขนกระบอก ยาวและหมสไบ นุงซิ่น (King Thibaw's Queen Su Payar Latt, at the southern garden of the royal palace) 2

2

http://www.myanmarphoto.com/acienphoto.html


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพที่ 2 เสื้อผาของชาวจีนตอนใต และกลุมชาติพันธุไท

| 197


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 3 การชักชายพก ในการนุงซิ่นของสตรีสามัญชนที่พบ

| 198


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 4 การเกลาผมสูงมีการใสเครื่องประดับที่ผม และการใสตุมหูที่พบในงานจิตรกรรม

| 199


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 200

สวนสตรีชาวบานนั้นมีทั้งที่เกลาผมสูงแลวปกปน มีทั้งเกลามวยต่ํา และ มีทั้งที่เปลือยทอน บนและนุงแตซิ่นซึ่งสวนใหญจะเปนซิ่นตาโยนสีตางๆที่นิยมใสกันมาแตโบราณ (ภาพที่ 3) มีทั้งที่ตอ ตีนจก และไมมีตีนจก ซึ่งภาพกากเหลานี้จะพบเห็นในลักษณะที่กําลังปฏิบัติกิจวัตรประจําวันเชน การอาบน้ํา สระผม (ภาพที่ 4 )หรือซักผาอยูริมแมน้ํา การเดินทางไปตลาด ไปวัด ซึ่งเปนกิจกรรม นิยมของชาวบานในสมัยกอน

ภาพที่ 3 ซิ่นตาโยนตีนแดงแบบตางๆที่นิยมใสกันมาแตโบราณ


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 201

ภาพที่ 4 สตรีสามัญชน กําลังปฏิบัติกิจวัตรประจําวันเชน การอาบน้ํา สระผม หรือซักผาอยูริมแมน้ํา


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 202

แตการใชเพียงเครื่องแตงกายสตรีและจะสรุปวามีอิทธิพลจากพมานั้นก็เปนการยาก ซึ่งเครื่องแตงกาย บุรุษก็มีลักษณะบงบอกที่ชัดเจน เชน มงกุฎ และเครื่องแตงกายของกษัตริย และขุนนางดังใน ภาพ ลายเสนที่ 5 ภาพประกอบที่ 5 ภาพประกอบที่ 6 และ ภาพประกอบที่ 7

รอการใสรูปภาพ Wait for photogragh

ภาพลายเสนที่ 6 ภาพของกษัตริยที่ประทับบนหลังชาง และประทับอยูในปราสาท ซึ่งมีเครื่องทรงเปนมงกุฎ และสนับเพลาคลายแบบพมา


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 203

รอการใสรูปภาพ Wait for photogragh

ภาพประกอบที่ 8 ภาพขุนนาง ที่แสดงแบอยางศิลปะอิทธิพลพมาอยางชัดเจน สมเด็จฯกรมพระยาดํารงราชานุภาพกลาวถึงใน เที่ยงเมืองพมา วา “เครื่องแตงตัวเต็มยศ ขุนนางพมา (โบราณ)...คือนุงผาสวมเสื้อครุยใสลอมพอก ตอนยอดทํารูปปองไมรัดแหลม เหมือนของไทย ...มีแปลก อยางหนึ่งที่ขุนนางพมาเวลาแตงเต็มยศ ถือพัดใบตาลปดทองดามยาวเปนเครื่องยศดวย


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 6 มงกุฎ กษัตริยพมาโบราณ 3

3

http://www.myanmarphoto.com/acienphoto.html

| 204


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 7 ภาพกษัตริย Thibaw และพระมเหสี Su Paya Latt หลังงานพิธีการ

King Thibaw and Queen Su Paya Latt after the ceremony 4

4

http://www.myanmarphoto.com/acienphoto.html

| 205


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 206

4.1 ก. ภาพสตรีชั้นสูง นางกษัตริย นางฟา - ลักษณะเครื่องแตงกายชวงบน ทรงผมที่พบจะมีทั้งทรงที่เกลามวยสูงแลวเปนยอดแหลมคลายเปลวไฟ แลวปกปนกลม คลายปนจองของชาติพันธุไทลื้อ และแบบกงจักรของพมา (ภาพลายเสนที่ 7)รวมทัง้ มีการทําทรงผม เกลียวสูงที่เรียกวา โองคะโดง ที่พบทั้งในภาคกลางและพมา ที่สงอิทธิพลถึงลานนา( ภาพลายเสนที่ 8) นอกจากนี้ยังพบการใชเกี้ยวรัดมวยผมที่เกลาสูงขึ้นไปอีกดวย(ภาพลายเสนที่ 9)

ภาพลายเสนที่ 7 การเกลาผมมวยสูงแลวปกปน และรัดเกีย้ ว ทีพ่ บในงานจิตรกรรม


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 10 ทรงผม โอง คะ โดง ทีพ่ บในงานจิตรกรรม

| 207


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 11 เกี้ยวรัดมวยผมที่เกลาสูง

| 208


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ซึ่งในตําราเครื่องแตงกายของชาวตางชาติบางเลมก็มีการกลาวถึงทรงผมที่พบในงาน จิตรกรรมของพมาดังในภาพประกอบที่ 9

ภาพประกอบที่ 9 ตําราทีอ่ า งอิงถึงทรงผมในงานจิตรกรรมพมา

| 209


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 210

สวนตุมหูหรือ ดอกหูที่พบมีลักษณะเปนแปนกลม เรียกอีกอยางไดวา ลานหู ซึ่งตุมหูแบบนี้ ก็ยังคงพบเห็นไดในปจจุบันซึ่งชางฟอนมักใสในการแสดงอยูเปนนิจตุมหูแบบนี้เปนลักษณะที่สตรี ชาติพันธุไทนิยมใสอีกดวยดังในภาพประกอบที่ 10 และภาพลายเสนที่ 12 \

ภาพประกอบที่ 10 การใสตมุ หูทม่ี ลี กั ษณะเปนแปนกลมของสตรีชาติพนั ธุไ ท


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 13 การสวมตุม หูแบบแปนกลม ทีพ่ บในงานจิตรกรรม

| 211


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 212

- ลักษณะเครือ่ งแตงกายชวงกลาง ชวงกลางหรือชวงลําตัวของภาพนางกษัตริยนั้น สวนใหญจะมีเครื่องประดับที่หรูหรา เริ่ม ตั้งแตกรองศอ ซึ่งคลายเครื่องแตงกายของชาวลพบุรีหรือละโวโบราณ (ภาพประกอบที่ 11) โดยกรอง ศอนั้นจะใสทับเสื้อดานใน (ภาพลายเสนที่ 13)


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 11 กรองศอแบบละโว

| 213


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 214

ภาพลายเสนที่ 14 การสวมกรองศอที่พบในงานจิตรกรรมลานนา

นอกจากนี้ยังพบการสวมใสพาหุรัด หรือกําไลขอแขน อยูบริเวณตั้งแตตนแขน ขอศอก และ ขอมือ ในลักษณะคลายๆกัน (ภาพลายเสนที่ 14) ซึ่งพาหุรัดนี้สันนิษฐานวานาจะมีอิทธิพลศิลปะ แบบละโวที่นําเขามาตั้งแตในสมัยพระนางจามเทวี ซึ่งปรากฏการใชกําไลสําริดตางๆ(ภาพประกอบที่ 12)


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 15 การใสพาหุรดั และกําไลขอมือทีพ่ บในงานจิตรกรรม

| 215


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 216

ภาพประกอบที่ 13 กําไลขอมือสําริดที่พบในสมัยหริภุญชัย

สําหรับลักษณะเครื่องแตงกายแบบนี้ผูศึกษาเองก็ไมสามารถระบุไดชัดเจนวาจะเปนการสวม กรองศอและพาหุรัดหรือไม เพราะหากวิเคราะหเปรียบเทียบกับเครื่องแตงกายของชาวชาติพันธุไทที่ มีความเกี่ยวของเชื่อมโยงกันทางเชื้อชาตินั้น ก็พบเครื่องแตงกายที่มีลักษณะเปนเสื้อปดโดยใชปกเสื้อ ขวาทับปกเสื้อซาย และมีการแตงขอบเสื้อและขอบแขนทําใหมีลักษณะคลายกับกรองศอและพาหุรัด ไดเชนเดียวกัน (ภาพประกอบที่ 14 และ ภาพลายเสนที่ 16)


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 15 เครือ่ งแตงกายของกลุม ชาติพนั ธุ ไทลือ้

| 217


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 17 ภาพลายเสนลักษณะเสื้อปดที่พบ

| 218


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 219

- ลักษณะเครื่องแตงกายชวงลาง เครื่องแตงกายนางกษัตริยไมพบ การรัดเข็มขัดหรือสายรั้งใดๆ แตคาดวานาจะมีการรัดเชือก ที่เอว เพราะมีการชักชายออกมาแสดงใหเห็นวาจําเปนตองมีสายรั้งเอวไว สวนผาซิ่นที่นุงนั้นพบเปน ลวดลายดอกไม(ภาพลายเสนที่ 18)และลวดลายขวางลําตัวตามลายทอผาเสนพุง(ภาพลายเสนที่ 19) ซึ่งนิยมเรียกกันวาซิ่นตา หรือซิ่นตาโยน นอกจากนี้ยังมีลวดลายคลายการทอผาของชาวไทลื้ออีกดวย (ภาพประกอบที่ 16) การอางอิงเกี่ยวกับชาติพันธุไทลื้อนั้นเนื่องจากสถาปตยกรรมที่ปรากฏในงาน จิตรกรรมก็พบการวางตัวนกหัสดีลิงคที่เปนที่นิยมในกลุมไทลื้อไวดวย จึงคาดวาการแตงกายจึงมี สวนอยูไมนอย ทั้งนี้ทั้งนั้นเนื่องจากมีการผสมผสานหลากหลายวัฒนธรรมเขาดวยกับ อาจเปนเพราะ ลําปางเองก็เปนเมืองทาสําคัญเมืองหนึ่งก็เปนได

ภาพลายเสนที่ 20 ผาซิน่ ลายดอกไมทพ่ี บในงานจิตรกรรม


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 21 ผาซิ่นลายขวางลําตัวหรือที่เรียกกันวา ซิ่นตาโยน

| 220


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 17 ผาซิ่นของชาวไทลื้อ

| 221


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 222

4.1 ข. ภาพนางกํานัลและขาราชบริพาร

-ลักษณะเครื่องแตงกายชวงบน ภาพนางกํานัลและบริวารนั้นจะมีลักษณะที่คลายกับ ภาพสตรีชั้นสูง อยางมากคือ เกลาผม มวยสูงและปกปน และใสตุมหูแบบแปนกลมดวยเชนกัน( ภาพลายเสนที่ 22) แตการแตงกายจะมี ความหรูหรานอยกวา สตรีชนชั้นสูง

ภาพลายเสนที่ 21 การแตงกายชวงบนของนางกํานัล


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 223

-ลักษณะเครือ่ งแตงกายชวงกลาง นางกํานัลก็เชนเดียวกันลักษณะเสื้อมีความเปนไปไดสองทางคือทั้งเปนเสื้อปดที่กุนขอบเสื้อ เปนลายอยูแลว และแบบที่คาดวาจะเปนเสื้อแขนกระบอกและสวมกรองศอและพาหุรัดทับไว (ภาพ ลายเสนที่ 22)

ภาพลายเสนที่ 22 เครือ่ งแตงกายชวงกลางนางกํานัลและขาราชบริพาร


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 224

-ลักษณะเครื่องแตงกายชวงลาง ทอนลางจะนุงซิ่นตาโยนไมมีเข็มขัดและไมสวมรองเทาภาพลายเสนที่ 23 ภาพนางกํานัล และขาราชบริพารนี้ จะยังคงพบอยูมาก แตมีความเลือนรางพอสมควร

ภาพลายเสนที่ 23 เครือ่ งแตงกายชวงลางนางกํานัลและขาราชบริพาร


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 225

4.1 ค. ภาพสตรีสามัญชน

-ลักษณะเครื่องแตงกายชวงบน สตรีชาวบานทั่วไปนิยมทําผมทรงมวยต่ํา หรือปลอยผมบางในบางโอกาส( ภาพลายเสนที่ 24) ซึ่งดวยเหตุที่เปนสามัญชนจึงไมมีเครื่องแตงกายที่หรูหรานัก บางรูปใสตุมหูแตบางรูปก็ไม ปรากฏ ซึ่งนอกจากนี้ก็ยังพบวาผูชายก็ใสตุมหูดวย


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 226

ภาพลายเสนที่ 24 ทรงผมของสตรีสามัญชน

-ลักษณะเครือ่ งแตงกายชวงกลาง ชวงกลางนั้นไมคอยพบวามีการนสวมใสอาภรณใดๆเลย คือจะเปลือยทอนอก ( ภาพลายเสน ที่ 24) อาจจะมีการพาดผาเช็ดหรือผาสําหรับปดวีแมลงวันดังภาพถายโบราณของเมืองลานนาใน อดีต(ภาพประกอบที่ 18) แตนอกจากนี้ไมมีการสวมใสใดๆ

ภาพลายเสนที่ 25 สตรีสามัญชนที่พบในงานจิตรกรรม


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 19 สตรีลานนาในอดีต

| 227


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 228

-ลักษณะเครื่องแตงกายชวงลาง สตรีสามัญชนจะนุงผาซิ่นที่คาดวานาจะทอขึ้นเอง ซึ่งซิ่นเหลานี้เปนซิ่นที่เรียกกันวาซิ่นตา (โยน) มีลักษณะเปนลายขวางพาดลําตัว สลับสีสวยงาม ซึ่งปจจุบันก็ยังมีการทอนุงกันอยู (ภาพลายเสนที่ 26)

ภาพลายเสนที่ 26 สตรีสามัญชนที่นุงซิ่นตาโยน


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 229

4.2 รูปแบบการแตงกายในงานจิตรกรรมแบบพมาชวง พ.ศ.2440-พ.ศ.2470 รูปแบบการแตงกายนี้พบวามีอยูสามแหงดวยกันคือที่วิหารหลวง วัดพระธาตุลําปางหลวง , อุโบสถ วัดแสงเมืองมา และวิหารหลวงวัดมอนปูยักษ แตดวยเวลาที่จํากัดทําใหศึกษาไดเพียงสอง แหง ทําใหตองละเวนวัดมอนปูยักษไป ตัวงานจิตรกรรมของทั้งสองวัดนั้นเปนศิลปกรรมแบบพมาในยุคหลังที่กลายแลว มีความ เปนพื้นเมืองสูงการวางองคประกอบแบบจิตรกรรมพมาไมมีแลว ยังความเปนพมาอยูบางสวนเชน ภาพผานุงของนางกษัตริย เปนตน (ภาพประกอบที่ 20)

ภาพประกอบที่ 20 ลักษณะเครื่องแตงกายที่ยังคงแบบพมาอยู


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 230

เครื่องแตงกายที่พบแทบจะเปนแบบพมาทั้งสิ้น แตผีมือการเขียนนั้นเปนแบบพื้นบาน รายละเอียดจึงนอยกวาจิตรกรรมพมาที่วัดมอนปูยักษ ซึ่งเปนการเขามาของชางพมาในชวงครึ่งแรก พุทธศตวรรษที่ 25 แตเมื่อมีความเปนพื้นบานมารวมอยูดวยจึงมีตัวละครที่แตงกายทั้งแบบลานนา และแบบตะวันตกปนอยูดวย

4.2 ก. ภาพสตรีชั้นสูง นางกษัตริย นางฟา - ลักษณะเครื่องแตงกายชวงบน ทรงผมที่พบเปนทรงเกลามวยสูงกลางกระหมอมและประดับเพชรและมงกุฎขนาดเล็กไวที่ มวยผม(ภาพลายเสนที่ 27) ซึ่งคลายกับที่พบภาพถายโบราณของสตรีชั้นสูงชาวพมา(ภาพประกอบที่ 21) สวนสตรีชั้นสูงที่แตงกายเปนสมณะเพศนั้น งานจิตรกรรมที่วิหารหลวงวัดพระธาตุลําปาง หลวง จะมีเพียงเครื่องเงินเสนเรียวยาวครอบรอบมวยไว(ภาพลายเสนที่ 25) สวนที่วัดแสงเมืองมาจะ สวมชฎาแบบฤาษี(ภาพลายเสนที่ 29)


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 27 การเกลามวยสูงและประดับปน และมงกุฎ

ภาพประกอบที่ 21 ภาพถายโบราณสตรีชั้นสูงชาวพมา

| 231


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 28 เครือ่ งศิราภรณของสตรีสมณเพศ วิหารหลวง วัดพระธาตุลาํ ปางหลวง

| 232


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 29 เครือ่ งศิราภรณของสตรีสมณะเพศ วัดแสงเมืองมา

| 233


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 234

- ลักษณะเครือ่ งแตงกายชวงกลาง สตรีชั้นสูงสวนใหญจะสวมสรอยเพชรหรือสรอยมุข( ภาพลายเสนที่ 30)ที่เปนที่นิยมใน กลุมสตรีพมาในชวงสมัยหนึ่ง (ภาพประกอบที่ 22) เนื่องจากเมืองพมาเปนเมืองที่มีแรและอัญมณี ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ ทําใหเครื่องประดับเพชรพลอยและไขมุกเปนที่นิยมมากในกลุมสตรีพมา นอกเหนือจากนี้ชาวพมายังใชเพชรพลอยในการสักการบูชาพระธาตุตางในพุทธศาสนาอีกดวย ดานในสวมเสื้อกระโจมอกสีตางๆ และคลุมทับดวยเสื้อแขนกระบอกที่ชายเสื้อทั้งซายและ ขวาบิดงอนเปนปกออกไปดานขาง(ภาพลายเสนที่ 31) บางติดอินทรธนูที่ไหลทั้งสองขาง(ภาพ ลายเสนที่ 32) บางสวมแตเสื้อแขนกระบอกผาหนาที่มีลวดลายประดับตนแขน(ภาพลายเสนที่ 26) นอกจากนี้ยังคลุมผาคลุมไหลอีกดวย(ภาพลายเสนที่ 34)

ภาพลายเสนที่ 30 การใสสรอยในสตรีชน้ั สูง


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 235

ภาพประกอบที่ 24 ภาพถายโบราณการสวมสรอยและเสื้อแขนกระบอก และเสื้อผาหนา และกําไล ตางๆของสตรีพมา


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 31 ลักษณะเสือ้ แขนกระบอกมีปก ทีช่ ายเสือ้

| 236


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 32 เสื้อที่มีการติดอินทรธนู

| 237


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 27 เสือ้ แขนกระบอกทีม่ ลี วดลายประดับตนแขน

| 238


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 34 เครื่องแตงกายชนชั้นกษัตริยที่มีผาคลุมไหล

| 239


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 240

- ลักษณะเครื่องแตงกายชวงลาง ผาซิ่นของสตรีชั้นสูงที่พบนั้น สวนใหญเปนผาซิ่นลาย ลุนตยาอะฉิก(ภาพลายเสนที่ 35) มี ลักษณะเปนลวดลายซิกแซกคลายเกลียวคลื่น ซึ่งผูทอมีแรงบันดาลใจมาจากแมน้ําอิระวดีในประเทศ พมา(ภาพลายเสนที่ 36) ซึ่งแนวความคิดนี้มีที่มาเดียวกับผาทอลายน้ําไหลของชาวไทลื้อที่มีแรง บันดาลใจมาจากแมน้ําในถิ่นที่ตนอาศัย(ภาพลายเสนที่ 37)


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 28 ผาซิ่นลุนตยาอะฉิกที่พบในงานจิตรกรรม

ภาพลายเสนที่ 29 ผาซิ่นลุนตยาอะฉิกของชาวพมา

| 241


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 37 ผาทอลายน้าํ ไหลของชาวไทลือ้

| 242


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 243

4.2ข. ภาพนางกํานัลและขาราชบริพาร -ลักษณะเครื่องแตงกายชวงบน ทรงผมของนางกํานัลจะคลายกับนางกษัตริยคือมีการเกลามวยสูง(ภาพลายเสนที่ 38) และ เกลามวยวิดวอง(คือการ มวยสูงแลวเหลือปอยผมแลวนํามามวนเปนวงกลมไวขางมวย)(ภาพลายเสน ที่ 39) บางประดับเสนเงิน บางประดับดอกไม แตสวนใหญจะไมหรูหราเทากับนางกษัตริย

ภาพลายเสนที่ 38 การเกลามวยสูงในหมูนางกํานัล


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 30 การเกลามวยวิดวองในหมูน างกํานัล

| 244


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 245

นอกจากนี้ยังพบภาพนางกํานัลชาวจีนสวมเครื่องศิราภรณสีดํารูปทรงแปดเหลี่ยมดานไมเทามี การประดับตกแตงเล็กนอย(ภาพลายเสนที่ 40)

ภาพลายเสนที่ 40 เครื่องศิราภรณนางกํานัลชาวจีน


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 246

-ลักษณะเครือ่ งแตงกายชวงกลาง เสื้อผาสวนใหญจะนุงกระโจมอกแลวสวมดวยเสื้อแขนกระบอกทับดานนอก(ภาพลายเสนที่ 41) บางรูปสวมเสื้อแขนกระบอกธรรมดา(ภาพลายเสนที่ 42) บางรูปสวมเสื้อมีกระดุมผาหนาแลวเอาผา มาคลุมไหลกม็ (ี ภาพลายเสนที่ 31)

ภาพลายเสนที่ 32 การนุงกระโจมอกแลวสวมดวยเสื้อแขนกระบอกทับดานนอก


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 42 รูปสวมเสื้อแขนกระบอกธรรมดา

| 247


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 43 การสวมเสื้อมีกระดุมผาหนาแลวเอาผามาคลุมไหล

| 248


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ที่แปลกกวานี้ก็คือชุดของนางกํานัลชาวจีนที่เปนชุดคลุมทั้งตัวผาหนา ที่เปนชุดผาไหมใน ราชสํานักจีนโบราณ มีลักษณะเปนสีสันตางๆพิมพลายดอกไม(ภาพลายเสนที่ 33) (ภาพที่ 5)

| 249


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 34 ชุดคลุมของสตรีชาวจีน

ภาพที่ 5 เครือ่ งแตงกายสตรีชาวจีนสมัยโบราณ

| 250


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 251

-ลักษณะเครือ่ งแตงกายชวงกลาง ทอนลางมีทั้งที่นุงซิ่นลุนตะยาอฉิก ( ภาพลายเสนที่ 35)และซิ่นตาตอตีนจก ซิ่นตาที่พบเปน ซิ่นตาบนาวสีเขียวออน ตอตีนทั้งสีดําและสีแดง(ภาพลายเสนที่ 46) คลายกับซิ่นตาที่พบในปจจุบัน (ภาพลายเสนที่ 36)

ภาพลายเสนที่ 37 นางกํานัลนุงซิ่นลุนตะยาอะฉิก


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 46 นางกํานัลนุง ซิ่นตาบนาวสีเขียวออน ตอตีนทั้งสีดําและสีแดง

| 252


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 47 โครงสรางซิ่นตาที่พบในปจจุบัน

| 253


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 254

4.2ค. ภาพสตรีสามัญชน -ลักษณะเครื่องแตงกายชวงบน ทรงผมของสตรีสามัญชนจะเปนทรงมวยสูงแบบพมาแลวรัดมุขหรือเสนเงิน(ภาพลายเสนที่ 48) บางรูปก็ไมประดับตกแตงใด(ภาพลายเสนที่ 38)

ภาพลายเสนที่ 39 ทรงมวยสูงแบบพมาแลวรัดมุขหรือเสนเงิน


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 409 ทรงมวยผมธรรมดาไมประดับตกแตง

| 255


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 256

-ลักษณะเครือ่ งแตงกายชวงกลาง ไมมีการสวมสรอยใดๆ นุงกระโจมอก(ภาพลายเสนที่ 410) บางรูปก็สวมเสื้อแขนกระบอกทับ ดานนอก(ภาพลายเสนที่ 51) คาดวาการนุงกระโจมอกนี้มีแตเดิมในทองถิ่น แตการสวมเสื้อแขน กระบอกนาจะมีอิทธิพลจากพมาเชนกัน

ภาพลายเสนที่ 50 ภาพการนุงกระโจมอกของสตรีสามัญชน


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 51 การสวมเสือ้ แขนกระบอกทับดานนอกกระโจมอก

| 257


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 258

-ลักษณะเครื่องแตงกายชวงลาง สตรีสามัญชนสวนใหญจะนุงซิ่นตา(ภาพลายเสนที่ 42) เพราะซิ่นลุนตยาอฉิกคลายกับจะเปน เครื่องแตงกายเฉพาะของชนชั้นสูง ซิ่นตาที่พบมีสีเขียวออนคลายซิ่นตาบะนาว( ภาพประกอบที่ 53) และซิ่นสีเหลือง(ภาพประกอบที่ 23)

ภาพลายเสนที่ 43 การนุงซิ่นตาของสตรีสามัญชน


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 24 การนุงซิ่นตาบะนาวในงานจิตรกรรม

| 259


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 27 การนุงซิ่นสีเหลืองในงานจิตรกรรม

| 260


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 261

4.3 รูปแบบการแตงกายในงานจิตรกรรมแบบไทยภาคกลาง ชวง พ.ศ.2450 (รัชกาลที่6) ในยุคสมัยนี้งานจิตรกรรมไดรับอิทธิพลจากสยามหรือจากภาคกลาง (ภาพประกอบที่ 25) การแตงกายจึงเปนแบบไท -สยาม ซึ่งมีทั้งแบบสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร โดยพบงาน จิตรกรรมเหลานี้มีอยู 3 แหงที่มีเอกลักษณที่โดดเดนและมีความคลายคลึงกันคือที่ วัดบุญวาทยวิหาร วัดเกาะวาลุการามและวัดพระแกวดอนเตาสุชาดาราม วัดบุญวาทยวิหารนั้นเริ่มตนมีการวาดขึ้นโดยชางชาวรัตนโกสินทรชื่อ นายจันทน จิตรกร ซึ่งปจจุบันเหลือเพียงภาพพุทธประวัติที่เปนฝมือของนายจันทน นอกเหนือจากนั้นเปนฝมือการ ซอมแซมของลูกศิษยคือนายปวน สุวรรณสิงห ซึ่งเปนคนรังสรรคงานจิตรกรรมที่อุโบสถ วัดเกาะ วาลุการามและวิหารสุชาดา วัดพระแกวดอนเตาสุชาดารามอีกดวย

ภาพประกอบที่ 26 ลักษณะจิตรกรรมแบบไทยภาคกลางทีพ่ บ


| 262

เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

4.3ก. ภาพสตรีชั้นสูง นางกษัตริย นางฟา (งานจิตรกรรมแบบไทยภาคกลาง ) - ลักษณะเครื่องแตงกายชวงบน สตรีชั้นสูงจะแตงกายเลียนแบบชาวไทยภาคกลางแทบทั้งสิ้น ทรงผมสวนใหญไมสามรถ มองเห็นไดแตคาดวาเปนทรงมวยต่ําเพราะมีการสวมชฎา กระจังหนามีกรรเจียกจร (ภาพประกอบที่ 27) ชฎาจะมีขนาดใหญซึ่งนาจะแสดงยศที่มีมากดวย (ภาพลายเสนที่ 44)จะมีดวยกันสามชั้น คือ ชั้นแรกเปนกรรเจียกจรและกระจังหนา ชั้นที่สอง เปนชั้นเกี้ยวที่รัดมวยผมและชั้นตอมาคือยอด ชฎาที่ยาวแหลมขึ้นไป สวนกระจังหนานั้นเปนลักษณะที่มีกรรเจียกจรยาวถึงไหล นักแตลงสีทองคําไวทั้งสองแบบ

ไมมรี ายละเอียดของลวดลายมาก

ภาพประกอบที่ 28 ลักษณะของชฎาและกระจังหนาทีพ่ บ


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 45 ลักษณะของชฎาที่มีอยูจริง

| 263


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 264

-ลักษณะเครือ่ งแตงกายชวงกลาง

สตรีชนชั้งสูงจะสวมกรองศอที่มีลักษณะเปนรูปครึ่งวงกลมบริเวณขอบมีการตกแตงลายเปน รูปใบไมและลายกนก (ภาพลายเสนที่ 46) มีการสวมสังวาลคูทับ การหมสไบผาตาดไว ดานใน (ภาพลายเสนที่ 47) บริเวณตนแขนมีการใสพาหุรัด ต่ําลงมาบริเวณขอมือพบการใสกําไลขอมือ ซึ่ง เครื่องประดับเหลานี้นาจะเปนทองคําทั้งหมด โดยเครื่องแตงกายเหลานี้มีลักษณะคลายกับเครื่องแตง กายของเทวรูปโบราณในสมัยสุโขทัย(ภาพประกอบที่ 29)และอยุธยา(ภาพประกอบที่ 30)

ภาพลายเสนที่ 48 ลักษณะของกรองศอทีพ่ บ


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 88 ลักษณะของสังวาลคูทับการหมสไบที่พบ

| 265


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 266

-ลักษณะเครือ่ งแตงกายชวงลาง

ชวงลางของสตรีชั้นสูงอาจมีการรัดเข็มขัดแตไมสามารถสังเกตเห็นได เนื่องจากมีการนุง ผาซิ่นแบบชักชายพก ลักษณะผาซิ่นที่พบ เปนผายกทอง(ภาพลายเสนที่ 49) ซึ่งในราชสํานักสยามจะ นิยมผายกทองอยูหลากหลายชนิด ซึ่งสวนใหญจะเปนผาที่นําเขามาจากตางประเทศเชน อินเดีย เปอร เชีย ผาที่นิยมใชนั้นไดแก ผายกทอง ผาเยียรบับ ผาตาด ผาอัตลัต ผาเขมขาบ เปนตน (ภาพประกอบ ที่ 31) ภาพประกอบที่ 32 ภาพประกอบที่ 33 ภาพประกอบที่ 34 ภาพประกอบที่ 35

ภาพลายเสนที่ 91 การนุง ซิน่ แบบชักชายพก ผายกทอง


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 36 การแตงกายสตรีในสมัยรัตนโกสินทรโดยใชผายกทอง

| 267


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 268

ภาพประกอบที่ 37 ผาตาด ผาที่ทอดวยทองแลงกับไหมสี ไมมีลวดลาย เรียกวาตาดทอง ภาษาเปอรเซีย คําวา TASH แปลวา ผาทองผาทอยกดอกสี่เหลี่ยม เรียกตาดตาตั๊กแตน ยกดอกเปนคด กริช เรียก ตาดคดกริช ถาปกไหมทับบนเปนดอกไม เรียก ตาดระกําไหมถาเสนแลงเปนไมไดกาไหล ทอง เอามาทอกับไหมขาว เรียกตาดขาว ตาดเทียม ทีใ่ ชทองแดงแทนเงิน แลวเอาไปกาไหลทองกาไหล เงินใชไมทน ดําเร็วเรียก ตาดทองแดง หรือตาดเยอรมัน ตาดที่ทําดวยเงินเมื่อเรียกเขาคูกับตาด ทองแดง เรียก ตาดเงินสําหรับตาดไหมนั้นเปนผาตาดที่มีไหมมากกวาทองแลง หรือเงินแลง ไมมี ความแวววาวมากนัก และขอบผาทั้งสี่ดานยกลายดอกสีกลีบในตัวเรียงกันเปนลายขนมเปยกปูน ตอเนื่องกัน แตละชวงของลายจะ เนนระยะดวยดิ้นเงิน และเพิ่มความสวยงามยิ่งขึ้น ดวยการนําปก แมลงทับปกเปนลวดลายตาง ๆ คําวาตาด นี้เขาใจวา "ตาด" ที่หมายถึงผาเนื้อหยาบของอินเดีย หรือ แขก ตาดาร ทีห่ มายถึงแขกตาด ที่นําผาชนิดนี้มาขาย


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 269

ภาพประกอบที่ 38 ผาเยียรบับ ผาทอดวยไหมสีควบกับไหมเงินไหมทอง หรือแลงเงินแลงทอง ยก เปนลายดอกถี่ยิบจนเห็นเปนทองทั้งผืนเห็นสีนอยมาก ZARABAFT เปนภาษาเปอรเซีย หมายถึงผาทอง


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 270

ภาพประกอบที่ 39 ผาเขมขาบ ผาทอดวยไหมทอง โดยการเอาเงินแผกาไหลทองแลวหุมเสนไหมกับ ไหมสี ยกเปนลายริ้วเห็นลายทองกับลายพื้นเทากัน ริ้วทองขึ้นเดนกวาผาอัตลัดบางทีมีไหมทอแซม ดวย ภาษาเปอรเซียมีคําวา KIMKHAB แปลวาผาทอง อินเดียเอาอยางการทอมาจากจีนหรือตาด ตอมาไทยไดมาจากเมืองกุศหราของอินเดีย ผาเข็มขาบมีลายดอกสะเทิน ลายกานแยง และริ้วขอ มีคํา อื่น ๆ ที่นาจะเขาใจวา ใชเรียกผานี้ไดเหมือนกัน เชน KAMKHA หมายถึงผาไหมดอกสีเขียว คําวา KAMKHWA หมายถึงผาไหมยกดอก


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 271

ภาพประกอบที่ 40 ผาอัตลัด ผาทอดวยไหมแพรเสนทองและเงิน มีลายเปนดอกตาง ๆ ทอเมืองสุหรัด การแกมทองแกมเงินนั้นใชเงินแผบางกาไหลทองหุมเสนไหม เรียกวาไหมทอง ทอกับไหมสียกเปนลายดอกลอยหาง ๆ เห็นพื้นมากเห็นทองนอยบางทีก็ทอแซม ไหมเงินบาง คําวาอัตลัด ภาษามาลายู แปลวา แพรตวน 3


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 272

4.2 ข. ภาพนางกํานัลและขาราชบริพาร - ลักษณะเครื่องแตงกายชวงบน ทรงผมของนางกํานัลมีทั้งที่ปลอยผมยาวประบา(ภาพลายเสนที่ 50) และที่ทําทรงผมมวยต่ํา (ภาพลายเสนที่ 94) และที่รวบผมไปดานหลังแลวมัดบริเวณตัดคอดวยโบวผูกผม (ภาพลายเสนที่ 95) มีขอสังเกตอีกอยางหนึ่งคือผูที่มวยต่ําจะแลดูมีอายุกวาผูที่ทําทรงอื่นๆ และสตรีสวนใหญจะไมใส ตุม หู

ภาพลายเสนที่ 90 สตรีไวผมยาวประบา


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 94 สตรีทาํ ผมทรงเกลามวยต่าํ

| 273


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 95 มัดผมแลวผูกดวยโบว

| 274


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 275

- ลักษณะเครือ่ งแตงกายชวงกลาง นางกํานัลมีการสวมสรอยคอเสนเล็กที่เปนสรอยคอทองคําสองถึงสามเสนและมีจี้หอยคอ (ภาพลายเสนที่ 96)เครื่องแตงกายชวงกลางสวนใหญจะหมสไบที่คาดวาจะเปนสไบผาตาด และสไบ อัดพลีท ( ภาพลายเสนที่ 97)ที่เปนที่นิยมในยุคนั้น นอกจากนี้ยังพบการสวมเสื้อแขนสั้น สีเขียวขี้มา ลายจุดดําอีกดวย (ภาพลายเสนที่ 98)

ภาพลายเสนที่ 96 แสดงการใสสรอยคอและจีห้ อยคอ


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 97 แสดงการหมสไบผาตาดและผาอัดพลีบ

| 276


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 98 สตรีสวมเสื้อแขนสั้นลายจุด

- ลักษณะเครื่องแตงกายชวงลาง

| 277


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 278

นางกํานัลสวนใหญจะนุงโจงกระเบนดวยผาพื้นลายตางๆ มีทั้งลายจุดและลายหัวใจ( ภาพ ลายเสนที่ 99) มีการรัดเข็มขัดเงิน ทับโจงกระเบน (ภาพลายเสนที่ 100) ซึ่งเปนที่นิยมในยุ คนั้นซึ่ง ปจจุบันก็ยังมีการใชงานเข็มขัดเงินอยู นอกจากจากนี้ยังรัดเข็มขัดและนุงซิ่นตาแบบทางเหนืออีกดวย (ภาพลายเสนที่101) นอกจากนี้ยังมีการหมสไบทับเสื้อคอกระเชาติดลูกไมดวย(ภาพลายเสนที่ 102)

ภาพลายเสนที่ 99 การนุงโจงกระเบนดวยผาพื้นลายตางๆ


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 100 การรัดเข็มขัดเงิน

| 279


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 101 การรัดเข็มขัดและนุงซิ่นตาแบบทางเหนือ

| 280


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 102 การหมสไบทับเสื้อคอกระเชาติดลูกไม

4.2 ก. ภาพสตรีสามัญชน

| 281


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 282

- ลักษณะเครื่องแตงกายชวงบน ในยุคนี้มีทรงผมหลากหลายที่เปนที่นิยมโดยเฉพาะการไวผมสั้น หรือที่เรียกวาทรงบอบและ ทรงผมดัดลอน(ภาพลายเสนที่ 103) ซึ่งสตรีสยามในชวงรัชกาลที่ 6 จะนิยมทําทรงนี้กันมาก ผมบอบคือผมตัดสั้นระดับใบหูตอนลาง สองขางยาวเทากัน และนิยมดัดขางหลังใหโคงเขา หาตนคอเล็กนอย คลายกับลูกชมพู นอกจากนี้ยังมีการไวกันมากในหมูนักเรียนหญิง ผมบอบเปนทรงผมที่มาจากเมืองนอก และพรอมกันนั้นก็มีผมอีกสองแบบที่เกิดขึ้นไลเลี่ย กันตามมาดวย คือ ผมชิงเกิ้ลกับผมอีตันครอพ ดังที่หนังสือพิมพศัพทไทย ประจําเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2468 ไดลงเรื่อง “ผมของสตรีสมัยปตยุบัน” โดย ฉวี สุจิตตานนท ตอนหนึ่งวา “...สตรีทั้งสองทวีปกําลังตื่นเตนกันอยางซูซาที่สุด... เขาเห็นกันวาสวยที่สุด หรูที่สุด เกที่สุด ถาใครไมมีผมชนิดใดชนิดหนึ่ง...อยูบนศีรษะแลว คนนั้นแทบจะไมใชมนุษยทีเดียว แบบผมทั้งสาม ชนิดนี้มีลวงล้ําเขามาในประเทศสยาม...เพียงชนิดเดียวคือ ผมบอบ ซึ่งสตรีไทยเราทั้งหลายกําลังนิยม ชมชื่นกันอยู วาเปนแบบผมที่งามนัก... สวนอีกสองชนิดที่เปนแบใหมกวาผมบอบ คือผมชิงเกิ้ล และ ผมอีตันครอพ พึ่งเขามาแตชื่อกับรูปถาย ซึ่งขาพเจาและบางทานที่ไดเห็นแลว อยากจะเรียกวาเปน แบบผมที่กากั่นที่สุด”5 จึงทําใหเห็นถึงความนิยมทรงผมบอบของสตรีในยุคนั้น เห็นไดจากภาพโฆษณาบุหรี่ใน สมัยรัชกาลที่6 ที่คลายคลึงกับงานจิตรกรรมที่พบ(ภาพประกอบที่ 41) นอกจากนี้ยังมีบันทึกเกี่ยวกับการทําผมดัดลอนหรือยกลอนในสมัยตอนตน รัชกาลที่ 7 ผูหญิงในสมัยรัชกาลที่ 7 กลาวเฉพาะคนในเมืองนิยมไวผมสั้นดัดลอนเล็กนอย รานดัดผมก็คอยมี เกิดขึ้น เชน แจงความในหนังสือพิมพศรีกรุง (รายวัน) ฉบับวันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2470 ลงภาพ โฆษณารานดัดผมเตาทอง สี่พระยา มีผูหญิงผมสั้นดัดลอน สวมเสื้อไมมีแขน หนาตาเหมือนดาราฝรั่ง ในยุคนั้น แถมหอยตุมหูแบบฝรั่งอีกดวย(ภาพประกอบที่ 46) นอกจากนี้ยังมีอีกฉบับหนึ่ง ประจําวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2470 แจงความวา “รานดัดผมของ นางสะอาด ศุขศรี ศิษยแมกซชอรเนีย รับดัดผม มีทั้งที่อยูตัวนานตั้งแต 1เดือนถึง 6 เดือน” อยางนี้ก็มี6

5

อเนก นาวิกมูล.การแตงกายสมัยรัตนโกสินทร.(กรุงเทพฯ : สํานักพิมพเมืองโบราณ , 2547) หนา 125-126.

6

อเนก นาวิกมูล.เรื่องเดิม หนา 158.


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 103 การทําทรงผมบอบทีพ่ บในงานจิตรกรรม

| 283


| 284

เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 45 ทรงผมยกลอนในภาพโฆษณาบุหรี่ยี่หอหนึ่งในสมัยรัชกาลที่

7

อเนก นาวิกมูล.เรื่องเดิม หนา 147.

67


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 46 ภาพโฆษณาการดัดผม 8

8

อเนก นาวิกมูล.เรื่องเดิม หนา 167.

| 285


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 286

นอกจากทรงผมบอบแลวยังมีการไวผมยาวแลวมัดแกละสองขางและผูกโบว(ภาพประกอบ ที่ 47) ที่เริ่มเปนที่นิยมในชวงสมัยรัชกาลที่ 5 เปนตนมา โดยผูที่ริเริ่มไวผมยาวเปนทานแรกคือ เจาคุณ พระประยูรวงศ (แพ บุนนาค) ผูนําเรื่องการแตงกายในสมัย รัชกาลที่ 5 (ภาพประกอบที่ 48) ในประวัติเจาคุณพระประยูรวงศ ตอนที่ 7 สมเด็จฯกรมพระยาดํารงราชานุภาพทรงเขียนวา เมื่อผูชายเลิกผมมหาดไทยแลวก็เกิดปญหาวาฝายหญิงจะไวผมปกอยางเดิมหรือเปลี่ยนเปนผมยาวตาม ไปดวย คนที่สูงอายุเคยชินผมปกก็ยังอยากไวผมแบบเกาอยู ไมเหมือนพวกผูชายที่พรอมจะเปลี่ยน ตามอยูแลว “ครั้งนั้นพระเจาอยูหัวตรัสชวนอยางไรไมทราบ ปรากฏแตวาวาเจาคุณพระประยูรวงศทูล รับอาสาแลวเอาตัวออกหนา กลาเลิกตัดผมปกไวผมยาวกอนผูอื่น เห็นจะถูกคนดู และบางทีถูกคอน อยูสักพักหนึ่ง แตไมชาก็มีพวกนางในเอาอยางไปทําตามมากขึ้นโดยลําดับ จนผมปกสูญไปดวยกัน กับทรงมหาดไทย เพราะเจาคุณพระประยูรวงศตั้งตนเลิกกอนผูอื่น”

ภาพประกอบที่ 47 ทรงผมยาวมัดแกละสองขางแลวผูกโบวทพ่ี บในงานจิตรกรรม


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 287

ภาพประกอบที่ 48 เจาคุณพระประยูรวงศ (แพ บุนนาค) ผูนําเรื่องการแตงกายในสมัย รัชกาลที่ 5 ขวา ภาพในสมัยที่ไวผมปก ซาย ภาพในขณะที่เริ่มไวผมยาว


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 288

นอกจากนี้ยังมีการทําผมทรงที่เปนที่นิยมในหมูสตรีลานนา นั่นก็คือทรงอั่วจองอี่ปุน (ภาพประกอบที่ 49) ซึ่งชางผูเขียนไดสอดแทรกเขาไปในภาพจิตรกรรม ทรงอั่วจองปปุน เปนทรงที่ พระราชชายาเจาดารารัศมีทรงเลียนแบบสตรีชาวญี่ปุนมา ซึ่งในขณะศิลปกรรมจากประเทศญี่ปุนทั้ง งานภาพพิมพ และงานจิตรกรรม และการละครเปนที่นิยมไปทั่วโลก ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเรื่องราวที่ชาวยุ โรบนําไปทําเปนละครคือเรื่อง Madame Butterfly หรือ CHO-CHO-SAN ซึ่งพระบาทสมเด็จพระ เจาอยูหัวรัชกาลที่ 5 ทรงพระราชนิพนธขึ้นใหมในชื่อละคร สาวเครือฟา ซึ่งมีพระราชชายาเจาดารา รัศมีเปนพระชายาฝายเหนือในขณะนั้น จึงโปรดใหพระราชายาทําผลทรงอั่วจองอี่ปุนเลียนแบบการ ละครของญี่ปุน (ภาพประกอบที่ 50) ทรงผมนี้จะทําการตีโปงบริเวณดานในผมใหฟูพอง แลวจึงรวบ ผมทัง้ หมดไวตรงกลางศีรษะ แลวเกลามวย เปนที่นิยมอยางมาก มาตั้งแตในสมัยปลายรัชกาลที่ 5 ทรงอั่วจองอี่ปุนที่พบมีการทัดดอกไมสีแดง และมีการคาดสรอยมุก ดวย ซึ่งจะ เห็น ในหมู ภาพสตรีสามัญชนเทานั้น(ภาพลายเสนที่104)

ภาพประกอบที่ 49 ทรงอั่วจองญี่ปุน


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 50 ทรงผมของสตรีชาวญี่ปุน

| 289


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที1่ 04 แสดงการทําทรงอั่วชองญี่ปุนในภาพจิตรกรรม

| 290


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 291

นอกจากทรงอั่วจอง(ชอง)ญี่ปุนแลวยังผมการปลอยผมยาวประบา และการมวยต่ําที่เปนทรง ปกติของสตรีชาวลานนาที่สอดแทรกอยูในงานจิตรกรรมแบบภาคกลางนี้อีกดวย(ภาพลายเสนที่ 105)

ภาพลายเสนที่ 105 แสดงทรงผมยาวประบาและผมมวยต่าํ


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 292

-ลักษณะการแตงกายชวงกลาง (สตรีสามัญชน รูปแบบจิตรกรรมไทยภาคกลาง)

สตรีสามัญชนมีการคลี่คลายการแตงกายตามลําดับ เริ่มมีการใสสรอยเพชรพลอยตางๆเชน สรอยสีแดงที่คาดวานาจะสมมติไดเปนทับทิมและมีจี้หอยคอ(ภาพประกอบที่51) สวนใหญจะสวม เสื้อแขนกุดคอกระเชา ติดลูกไม(ภาพลายเสนที่106) ซึ่งเริ่มเปนที่นิยมในสมัยปลายรัชกาลที่หก ตน รัชกาลที่เจ็ด ที่เสื้อผาของสตรีเริ่มไมมีแขนเสื้อ และจะคลี่คลายกลายเปนเสื้อหลวมเอวยาว(ภาพ ลายเสนที1่ 07) ในสไตลแกสบี้(ภาพประกอบที่ 52) หรือในชวงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่นิยม เสื้อผาทรงตรงและไวผมบอบ นอกเหนือจากนี้ก็จะเปนการสวมเสื้อคอกระเชาแลวหมสไบทับ(ภาพลายเสนที่ 108) และ สตรีที่หมสไบอยางเดียว(ภาพลายเสนที่ 109) และที่หมแบบตะเบงมานก็มี(ภาพลายเสนที่ 110) ซึ่ง เปนแบบอยุธยาตอนปลอย(ภาพลายเสนที่ 111) นอกเหนือจากนี้ก็คือไมสวมใสอะไรเลย

ภาพประกอบที่ 51 การใสสรอยเพชรพลอยตางๆเชนสรอยสีแดง ที่คาดวานาจะสมมติไดเปนทับทิมและมีจี้หอยคอ


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 106 การสวมเสื้อแขนกุดคอกระเชา ติดลูกไม

| 293


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที1่ 07 ลักษณะของเสือ้ หลวมเอวยาว

| 294


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 52 สไตลแกสตบี้ ในชวงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1

| 295


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 108 การสวมเสื้อคอกระเชาแลวหมสไบทับ

| 296


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 109 สตรีที่หมสไบอยางเดียว

| 297


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 110 หมแบบตะเบงมาน

| 298


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 111 การหมตะเบงมานแบบอยุธยาตอนปลอย

| 299


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 300

-ลักษณะการแตงกายชวงลาง (สตรีสามัญชน รูปแบบจิตรกรรมไทยภาคกลาง)

สตรีสามัญชนจะนุงผาซิ่นที่เรียกวาซิ่นตา ซึ่งเปนซิ่นผาทอลายขวางลําตัวซึ่งจะนุงกันเปน ปกติ ซิ่นสวนใหญที่พบจะเปนสีแดง ซึ่งเปนเอกลักษณหนึ่งของซิ่นเมืองลําปาง (ภาพลายเสนที่ 112) (ภาพประกอบที่ 42)

นอกจากนี้จะเปนการนุงโจงกระเบนอยางสตรีภาคกลางในอดีต(ภาพลายเสนที่ 113)(ภาพประกอบ

ที่ 44)

ภาพลายเสนที่ 112 ซิ่นตาสีแดงแบบลําปางที่พบในงานจิตรกรรมแบบไทยภาคกลาง


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 43 ซิ่นตาสตรีทั่วไปในลานนา

| 301


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 113 การนุงโจงกระเบนที่พบ

| 302


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 44 การนุงโจงกระเบนของสตรีภาคกลาง

| 303


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 304

4.4 รูปแบบการแตงกายในงานจิตรกรรมแบบพื้นบานลานนา งานจิตรกรรมรูปแบบนี้พบกระจายอยูในตัวอาคารที่อยูตามชนบท ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงและ มีอิทธิพลจากภายนอกนอย ทําใหยังคงรักษาเอกลักษณของตนไวได ซึ่งตัวอยางของงานจิตรกรรมที่ นํามาใหดูคือจิตรกรรมฝาผนังวิหารวัดบานกอและวัดทุงฝูง ซึ่งมีชางผูวาดทานเดียวกันคือ หลวงพอ คําปอ อุดหนุน เครื่องแตงกายสตรีที่พบมีทั้งการแตงกายที่เปนแบบพมา ลานนา และการแตงกายของสตรี ในยุคสมัยปจจุบัน เชน ภาพนางกษัตริยที่นุงหมอยางนางในงานจิตรกรรมของพมาคือมีการหมผา คลุมไหล นอกจากนี้ยังพบการทําผมทรงแอพโฟรล หรือทรงดัดลอนหยิกฟู ซึ่งเปนทรงผมที่เริ่ม ไดรับความนิยมที่นําเขามาในประเทศไทยโดยชนชั้นสูง นอกจากนี้ยังพบการแตงกายแบบลานนา จากการนุงซิ่นของชาวบานและนางกษัตริย (ภาพประกอบที่ 45)

ภาพประกอบที่ 45 สวนหนึ่งของงานจิตรกรรมแบบพื้นบานลานนา (วัดทุงฝูง)


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 305

4.4 ก. ภาพสตรีชั้นสูง นางกษัตริย นางฟา - ลักษณะเครื่องแตงกายชวงบน ทรงผมที่พบสวนใหญจะเปนทรงเกลามวยสูง(ภาพลายเสนที่ 114) และประดับเครื่องศิรา ภรณอยางนางกษัตริย ไดแก มงกุฎ ชฎา ปนปกผม และดอกไม นอกเหนือจากนี้ยังมีทรงผมบอบ (ภาพลายเสนที่ 115) ที่เปนที่นิยมในขณะนั้น และยังมีการสวมชฎาแบบสมณะเพศของนางมัทรี(ภาพ ลายเสนที่ 116) ในตอนที่ออกบวชอีกดวย ใบหูมีการใสตุมหูขนาดใหญ(ภาพลายเสนที่ 117) ที่เปน ที่นิยมในลานนา

ภาพลายเสนที่ 114 ทรงเกลามวยสูง


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 115 ทรงผมบอบ

| 306


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 116 การสวมชฎาของนางมัทรี

| 307


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 117 การใสตุมหูขนาดใหญที่นิยมในลานนา

| 308


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 309

มงกุฎมีลักษณะเปนมงกุฎแบบสตรีชั้นสูงชาวพมาที่นิยมใสกันในยุคหลัง(ภาพลายเสนที่ 118) มีลักษณะเปนมงกุฎที่เรียกวารัศมีสุริยะ (ภาพประกอบที่ 46) คือเปนเสนตรงเรียนกันเปนแถว ยาวหนากระดานไลระดับความสูงจากดานซายและขวาเขามาหาตรงกลาง ซึ่งพบมงกุฎชนิดนี้ทั้งใน ยุโรปและเอเชียในระดับชนชั้นกษัตริย (ภาพประกอบที่ 47) ซึ่งชางผูเขียนไดวาดมงกุฎประกอบกับ เครื่องแตงกายที่เปนแบบพมา จึงสันนิษฐานวานาจะเปนอิทธิพลที่มาจากพมามากที่สุด

ภาพลายเสนที่ 118 มงกุฎแบบสตรีชั้นสูงชาวพมา


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 46 มงกุฎรัศมีสุริยะ

| 310


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 47 มงกุฎที่พบในยุโรปและเอเชียในระดับชนชั้นกษัตริย

| 311


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 312

สวนชฎานั้นมีความคลายคลึงกับชฎาของภาคกลางแตจะมีขนาดยอมกวา(ภาพลายเสนที่ 119) คลายกับการวาดเลียนแบบมาอีกทีจึงมีรายละเอียดที่ไมชัดเจนและมีความเปนพื้นบานอยูมาก ชฎาที่สตรีชั้นสูงสวมใสมักจะมีลักษณะคลายกับของนางละครในหรือโขน (ภาพประกอบที่ 48) ซึ่งมี ลักษณะที่คลายกัน สวนในรายละเอียดของปนและดอกไม(ภาพประกอบที่ 49) ไมชัดเจนเทาใดนักเพียงแต สันนิษฐานไดวานาจะมีการประดับปนและดอกไมจากตัวละครตัวอื่น เชน การปกปนของนางกํานัล และการเหน็บดอกไม

ภาพลายเสนที่ 119 ชฎามีความคลายคลึงกับชฎาของภาคกลางแตจะมีขนาดยอมกวา


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 48 ชฎาของนางในวรรณคดีซึ่งจะเรียกวา มงกุฎกษัตริย

| 313


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 49 รายละเอียดของปน และดอกไม

| 314


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 315

-ลักษณะเครือ่ งแตงกายชวงกลาง

สตรีชั้นสูงมีการแตงกายหลายรูปแบบดวยกัน ลักษณะเครื่องแตงกายที่พบแบบแรกคือ แบบ พมายุคหลัง แบบลานนา และแบบภาคกลาง ในแบบพมา(ภาพประกอบที่ 50) จะคลุมไหลดวยผา คลุม สวมกรองศอ สังวาล ใสพาหุรัด และกําไลขอพระกร(ภาพลายเสนที่ 120) คาดวาการวาดภาพที่ คลายจิตรกรรมพมาในนาจะเขามาในเขตเมืองกอนแลวจึงแพรเขามาในเขตชนบทและ ลักษณะของ งานก็เริ่มคลี่คลายเปนรูปแบบของตนเอง แบบลานนาจะสวมเสื้อแขนกระบอกยาว หมสไบ (ภาพลายเสนที่ 121) และหมสไบโดยไม สวมเสื้อ (ภาพลายเสนที่ 122) นอกจากนี้ยังสวมเสื้อคอวีแขนตุกตา ลายสกอตแลวหมสไบทับก็มี (ภาพลายเสนที่ 123) สวนแบบภาคกลางจะมีการสวมกรองศอ สังวาล พาหุรัด และกําไลขอพระกร แตมีการสวมชฎา และมีการหมสไบลายเสือ ในชุดนักบวชของนางมัทรี(ภาพประกอบที่ 51)

ภาพประกอบที่ 50 เครือ่ งแตงกายชวงกลางแบบพมา


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 120 เครือ่ งแตงกายชวงกลางแบบพมา

| 316


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 121 สตรีชั้นสูงสวมเสือ้ แขนกระบอกยาว หมสไบ

| 317


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 122 สตรีชั้นสูงหมสไบโดยไมสวมเสื้อ

| 318


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพลายเสนที่ 123 เครือ่ งแตงกายแบบภาคกลาง

| 319


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 320

-ลักษณะเครือ่ งแตงกายชวงลาง

มีการรัดเข็มขัดในชุดแบบภาคกลาง นอกเหนือจากนี้สตรีชั้นสูงสวนใหญจะนุงซิ่นตาแบบ พื้นเมืองหลากหลายสีสัน (ภาพประกอบที่ 51) ซึ่งคาดวานาจะเปนการเลนสีสันในงานจิตรกรรมของ ชางผูรังสรรคงานศิลปกรรมชิ้นนี้

ภาพประกอบที่ 51 ซิ่นตาสีสันตางๆ


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 321

4.4ข ภาพนางกํานัลและขาราชบริพาร (ศิลปะพื้นบานลานนา) -ลักษณะเครือ่ งแตงกายชวงบน

นางกํานัลมีการทําทรงผมหลากหลายรูปแบบเชนเดียวกับสตรีชั้นสูง ซึ่งที่วัดบานกอนั้นเรา จะพบนางกํานัลทําผมทรงเกลามวยสูงเสียสวนใหญ มีการปกปนและดอกไมตางๆ (ภาพประกอบที่ 52) แตวัดทุงฝูงนั้นชางผูวาดมีการสอดแทรกทรงผมแบบตะวันตกสมัยใหมดวย ทรงที่พบคือ ทรง บอบ(ภาพประกอบที่ 53) ที่เปนที่นิยมในชวงสมัยรัชกาลที่ 6-7 ทรงอัฟโฟร (AFRO) หรือการทําผมฟู ขนาดใหญคลายชนผิวสีในอเมริกา ทรงอัฟโฟร (ภาพประกอบที่ 54) เปนชื่อ ทรงผม ที่มีลักษณะเหมือนตนไมหรือกอนเมฆ ลักษณะผมตองการผมที่มีลักษณะหยิกและผมเสนใหญ ซึ่งเปนลักษณะเดนของคน แอฟริกัน ใน อเมริกา และเปนที่มาของชื่อ โดยปกติบุคคลทั่วไปสามารถทําทรงผมอัฟโฟรได โดยการจัดแตงทรง ผมโดยใชการดัด 0

0


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที5่ 2 นางกํานัลทําผมทรงเกลามวยสูง ปกปนและดอกไมตางๆ

ภาพประกอบที่ 53 ทรงผมบอบที่พบในงานจิตรกรรม

| 322


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 54 ทรงอัฟโฟรที่พบในงานจิตรกรรม

| 323


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 324

-เครือ่ งแตงกายชวงกลาง (ศิลปะพื้นบานลานนา) ภาพนางกํานัลมีทังที่เปนแบบอยูรวมกันเปนกลุมกอน และแยกทําหนาที่ตางๆเชน ปรนนิบัติ พัดวี คุมอยูหลังรถพระที่นั่ง และคุมอยูบริเวณวัง เปนตน เครื่องประดับสวนกลางลําตัวที่พบมีหลาย รูปแบบดวยกัน ทั้งแบบลานนา แบบภาคกลาง และแบบสมัยนิยม แบบลานจะมีทั้งที่สวมเสื้อแขนกระบอกสีขาวซึ่งเปนที่นิยมของสตรีลานนาในชวงหลังจาก ที่มีการเขามาของสยามประเทศในชวงรัชกาลที่ 5 ที่มีนําเสื้อแขนกระบอกมาสวมกับผาซิ่นแบบ ลานนา (ภาพประกอบที่ 55) อีกแบบหนึ่งคือการหมสไบโดยไมสวมเสื้อ ซึ่งพบเห็นไดทั่วไปในการแตงกายของสตรี ลานนาที่มีการนุงหมแบบนี้ การพกผาหมหรือผาสไบขนาดยาวนั้น สตรีลานนาสมัยโบราณนํามาใช ปดแมลงวันและเช็ดเหงื่อไคลนั่นเอง(ภาพประกอบที่ 56 ) นอกจากนี้ยังมีการหมผาคลุมไหลแบบพมา โบราณที่พบในแทบทุกชนชั้น(ภาพประกอบที่ 57) สวนในแบบภาคกลางนั้น มีการสวมกรองศอ สังวาล พาหุรัด กําไลขอมือ ดานในสวมเสื้อ แขนสั้นสีตางๆ และที่ไมสวมอะไรเลยก็มี(ภาพประกอบที่ 58) นอกจากนี้ยังมีการสวมเสื้อแบบสมัยนิยม ที่เปนแฟชั่นจากตะวันตกที่เขามาในชวงรัชกาลที่ 7-9 คือ การสวมเสื้อแขนยาวขอวี (ภาพประกอบที่ 59)


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 55 การนําเสื้อแขนกระบอกมาสวมกับผาซิ่นแบบลานนา

| 325


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 326

ภาพประกอบที่ 56 การหมผาสไบของสตรีลานนาและนํามาใชปดแมลงวันและเช็ดเหงื่อไคล


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 57 การหมผาคลุมไหลแบบพมาโบราณที่พบในแทบทุกชนชั้น

| 327


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 58 การแตงกายแบบภาคกลาง

| 328


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 59 การสวมเสือ้ แขนยาวขอวี

| 329


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 330

-เครื่องแตงกายชวงลาง (ศิลปะพื้นบานลานนา) ชวงลางของนางกํานัล มีการนุงเข็มขัดและนุงผา วัดบานกอสวนใหญจะเปนผาซิ่นตาแบบ ลานนาทั่วไป(ภาพประกอบที่60) แตที่วัดทุงฝูงจะนุงกางเกงขาบาน (ภาพประกอบที่ 61) ที่เปนที่นิยม ในยุคหลังเปนสวนใหญ เปนที่นาแปลกวากางเกงขาบานเขามาในประเทศไทยเมื่อประมาณ พ.ศ. 2510 ซึ่งนอกจากนั้นก็ยังมีกางเกงที่ทรงคลายกันคือ กางเกงมอธ กางเกงเซลเลอร ซึ่งเขามาในชวง เดียวกัน ซึ่งตามประวัติวัดนี้มีการสรางขึ้นเมื่อราว พ.ศ. 2501 แตภาพจิตรกรรมมีรูปแบบเสื้อผาที่เขา มาหลังจากนั้น อาจสันนิษฐานไดวางานจิตรกรรมก็นาจะมีอายุหลังจากนั้นเชนกัน

ภาพประกอบที6่ 0 นางกํานัลนุงซิ่นตา


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 61 นางกํานัลนุงกางเกงขาบาน

| 331


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 332

4.4ค ภาพสตรีสามัญชน -ลักษณะเครือ่ งแตงกายชวงบน

สตรีสามัญชนในลานนาสวนใหญจะไวผมยาวไมนิยมไวผมสั้นแบบชาวภาคกลาง ซึ่งเมื่อไว ผมยาวแลวก็จะมีการเกลาผมตามมา สตรีสวนใหญที่พบจะทําผมทรงเกลามวยสูง (ภาพประกอบที่ 62) เกลามวยต่ํา (ภาพประกอบที่ 63) และทรงอั่วจองอี่ปุน คลายกับภาพหญิงชาวบานในสมัยโบราณ (ภาพประกอบที่ 64) นอกจากนี้ยังพบการทําทรงผมบอบ (ภาพประกอบที่ 65) และทรงอัฟโฟรอีก ดวย (ภาพประกอบที่ 66) นอกจากนี้ยังมีการปลอยผม ซึ่งสวนใหญสตรีลานนาจะปลอยผมเมื่ออาบน้ํา หรือไมมีกิจวัตรใดๆ(ภาพประกอบที่ 67)

ภาพประกอบที่ 62 ผมทรงเกลามวยสูง


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 63 ผมทรงเกลามวยต่ํา

| 333


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 64 ทรงอั่วจองอี่ปุน

| 334


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 65 ทรงผมบอบ

ภาพประกอบที่ 66 ทรงอัฟโฟร

| 335


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 67 สตรีปลอยผมยาว

| 336


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 337

-ลักษณะเครือ่ งแตงกายชวงกลาง

สตรีสามัญชนที่วัดบานกอจะนุงหมแบบลานนาเสียสวนใหญ ดวยการใสเสื้อคอกระเชาบาง (ภาพประกอบที่ 68) นุงกระโจมอกบาง (ภาพประกอบที่ 69) และไมสวมใสอะไรเลยก็มี (ภาพประกอบที่ 70) แสดงใหเห็นถึงวิถีชีวิตของสตรีในสมัยโบราณดังที่มีภาพถายสตรีเมื่อ 90 ปกอน นุงกระโจมอก เปลือยอก และนุงเสื้อคอกระเชา นอกจากนี้ยังพบภาพสามัญชนสวมเสื้อแบบตะวันตก คือเสื้อคอวีประดับลูกไม และเสื้อคอ กลมแขนยาว(ภาพประกอบที่ 71-72)

ภาพประกอบที6่ 8 การใสเสื้อคอกระเชาที่พบ


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 69 การนุงกระโจมอก

| 338


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 70 การเปลือยอกของสตรีลา นนาในอดีต

| 339


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 71 การสวมเสือ้ แขนยาวคอวีลกู ไม

| 340


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 72 เสือ้ คอกลมแขนยาว

| 341


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 342

-ลักษณะเครื่องแตงกายชวงลาง สตรีสามัญชนมักจะนุงซิ่นตาเปนเอกลักษณเสมอ(ภาพประกอบที่ 73) นอกเหนือจากนั้นก็ จะเปนการนุงกางเกงแบบสมัยนิยม เชนกางเกงขาบาน กางเกงมอธ กางเกงทรงเซลเลอรเปนตน (ภาพประกอบที่ 74)

ภาพประกอบที่ 73 สตรีนุงซิ่นตา


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

ภาพประกอบที่ 74 นุงกางเกงแบบสมัยนิยม

| 343


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

นอกจากนี้ยังพบภาพการกางรม หรือจองของสตรีลานนาเมื่ออกนอกบานอีกดวย

ภาพประกอบที่ 75 การกางจองหรือรมของสตรีลานนา

| 344


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

|1

บทที่ 1 บทนํา 1.1 ชื่อเรื่องการวิจัย การศึกษารูปแบบเครื่องแตงกายสตรีจากงานจิตรกรรมฝาผนัง(กอนพ.ศ.2500) ในเขตจังหวัดลําปาง

1.2 ผูทําการวิจัย นายนนทลี ธรรมลังกา รหัส 4803109 สาขาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป มหาวิทยาลัยเชียงใหม

1.3 ที่มาและความสําคัญของการวิจัย ตั้งแตโบราณกาลมา เครื่องนุงหมคือ สิ่งสําคัญที่ถือเปนหนึ่งในปจจัยสี่ ที่มีความสําคัญแก การดํารงชีวิตของมนุษย ในอดีตนั้นมีเพียงเสื้ อผาเพียงนอยชิ้นเพื่อปกปดและใหความอบอุนแก รางกาย จวบจนมนุษยมีการพัฒนาการทางความคิดและเกิดการตกแตงเครื่องนุงหมและปรับเปลี่ยนมา เปนเครื่องแตงกายที่สามารถพบเห็นไดในปจจุบัน แตกอนที่เครื่องแตงกายเหลานั้นจะกลายสภาพมา เปนแบบที่เราเห็นนั้นปจจุบัน เครื่องแตงกายก็ยังมีประวัติศาสตรความเปนมาที่ถูกบันทึกไวทั้งที่เปน ภาพถายโบราณ และลายลักษณอักษร และที่นาสนใจและควรคาแกการศึกษาที่แขนงหนึ่ง นั่นก็คือ งานจิตรกรรมฝาผนัง งานจิตกรรมเปนงานตกแตงภายในอาคารสถานเนื่องในพระพุทธศาสนา ปรากฏอยูทั่วไป ทุกถิ่นในประเทศไทย จิตรกรรมฝาผนังแตละแหงมีเอกลักษณที่แตกตางกันไป โดยเฉพาะจิตรกรรม ฝาผนังลานนาซึ่งอยูในภาคเหนือของประเทศไทย ในยุคแรกๆภาพจิตรกรรมฝาผนังสวนใหญจะพบ กรุใตเจดีย ในถ้ํา หรือ มณฑป เชน วัดอุโมงค จังหวัดเชียงใหม 1 ภายหลังปรับเปลี่ยนสถานที่ไปนิยม เขียนอยูในโบสถและวิหาร เนื้อหางานจิตรกรรมฝาผนังนิยมเขียนเรื่องราวทางพุทธศาสนา ชาดก และพุทธประวัติ ซึ่ง เปนวิธีหนึ่งของการเผยแพรคําสอนพุทธศาสนิกชนในอดีต สิ่งที่คนรุนหลังสามารถเรียนรูไดจากภาพ 1

ภาณุพงษ เลาหสม, จิตกรรมฝาผนงลานนา, (กรุงเทพฯ:สํานักพิมพเมืองโบราณ, 2541), หนา 15


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

|2

จิตรกรรมฝาผนังนั้นคือ เรื่องราวทางประวัติศาสตร สภาพชีวิตความเปนอยูแล ะขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรมตางๆของยุคนั้นๆที่ไดเขียนงานขึ้น โดยเฉพาะจิตรกรรมฝาผนังลานนาในจังหวัด ลําปาง (ซึ่งบางตํารากลาวถึงในนาม สกุลชางลําปาง) ซึ่งรูปแบบงานจิตกรรมที่แสดงถึงการแตงกาย ของสตรีนั้นมีชิ้นงานที่นาศึกษาในหลายๆชวงเวลาทั้งชวงพุทธศตวรรษที่ 22-25 รูปแบบจิตกรรม พื้นบานลานนา ศิลปะพมา และงานจิตกรรมแบบไทยภาคกลาง สิ่งสําคัญและนาสนใจประการหนึ่งซึ่งปรากฏในภาพเขียนจิตรกรรมดังกลาว คือ ภาพบุคคล และ ภาพสถาปตยกรรมอันเปนองคประกอบหลักที่จะตองสอดคลองกับเรื่องราวชาดกที่เขียน ถือได วาเปนสวนสําคัญของภาพจิตรกรรมฝาผนังลานนาสกุลชางนาน ในภาพบุคคลนั้นจะพบความ หลากหลายของเครื่องแตงายของภาพบุคคลที่มีนัยสําคัญในการบงบอก ฐานะชนชั้นของสภาพสังคม ในอดีต อีกประการหนึ่ง เครื่องแตงกายยังสื่อใหเห็นสุนทรียภาพดานความงาม2 ผาซิ่นถือเปนสวนหนึ่งของเครื่องแตงกายที่สามารถถายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตรและ วัฒนธรรม ทั้งเทคนิคการทอ และลวดลายที่ปรากฏ เนื่องจากการทอผาเปรียบเสมือนเปนการศึกษา ของสตรีในอดีต เปนการเรียนรูอบรมขัดเกลาทางสังคมของผูหญิงจากรุนหนึ่งสูอีกรุนหนึ่ง 3 การทอ ผาเปนเครื่องบงชี้ใหเห็นถึงความชาญฉลาด ความขยันของสตรีในอดีต การทอผาจึงยังไมสามารถแยก ออกจากชีวิตของผูหญิงได ผูหญิงจะเริ่มหัดทอผาตั้งแตวัยรุน โดยมีแม ยาย และคนในครอบครัวชวย ถายทอดความรู งานบาน การปลุกฝาย การปลุกหมอน เลี้ยงไหม การนําเสนใยมาถักทอ และเครื่องใช ไมสอยตางๆ เพื่อใชในการดําเนินชีวิตประจําวันของชาวลานนาเอง โดยเฉพาะซิ่น ซึ่งเปนสิ่งที่เชิด หนาชูตาของสตรีในอดีตอีกดวย4 งานจิตรกรรมฝาผนังในจังหวัดลําปางนั้น มีจุดเดนที่ความหลากหลายของรูปแบบ ศิลปกรรม ทั้งที่เปนงานจิตรกรรม สกุลชางลําปาง งานจิตรกรรมแบบศิลปะพมา งานจิตรกรรมแบบ พื้นบาน และแบบไทยภาคกลาง ซึ่งแตละรูปแบบนั้น เกิดขึ้นในยุคสมัยที่แตกตางกัน ยังใหเกิดการ ถายทอดเรื่องราวทางศิลปกรรมที่นาสนใจ สามารถบอกเลาถึงประวัติศาสตรของการแตงกายในแตละ ยุคแตละสมัยใหแกชนรุนหลัง จึงเปนที่มาของการศึกษาในครั้งนี้ เพื่อการบันทึกและอนุรักษกอนที่ ศิลปกรรมอันล้ําคายิ่งเหลานี้จะสูญสลายหายไป 2

สน สีมาตรัง, “สาระสังเขป”, โครงสรางจิตกรรมฝาผนังลานนา, (เอกสารอัดสําเนา), หนา 26.

3

พิพธิ ภัณฑธนาคารแหงประเทศไทย สํานักงานภาคเหนือ, “สีสนั ลวดลายบนผืนผา:สุนทรียะ ความเชื่อ และความศรัทธา”, เอกสารเย็บเลมประกอบนิทรรศการเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหา มงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 12 สิงหาคม 2547,หนา 5.

4

ทรงศักดิ์ ปรางควัฒนากุล และ แพทรีเซีย แนนหนา,ผาลานนา ยวน ลื้อ ลาว,(กรุงเทพฯ:อัมรินทร พริ้นติ้ง กรุพ,2533), หนา 61


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

|3

1.4 วัตถุประสงคของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาประวัติความเปนมาของงานจิตรกรรมลานนาในเขตจังหวัดลําปาง 2. เพื่อศึกษารูปแบบเครื่องแตงกายสตรีลานนาที่ปรากฏในงานจิตรกรรมฝาผนังลานนา ใน เขตจังหวัดลําปาง 3. เพื่อเปนการเก็บรวบรวมขอมูล หลักฐาน ทางศิลปกรรม เพื่อเปนประโยชนแกผูสนใจ ศึกษาตอไป

1.5 ขอบเขตการวิจยั การวิจัย “ รูปแบบเครื่องแตงกายสตรีจากงานจิตรกรรมฝาผนัง ในเขตจังหวัดลําปาง” ครั้งนี้ ไดกําหนดขอบเขตพื้นที่การศึกษา และขอบเขตดานเนื้อหา ดังนี้ 1.5.1 ขอบเขตดานพื้นที่ วัดในเขตจังหวัดลําปางที่งานจิตรกรรมฝาผนังที่มีเอกลักษณที่โดดเดน และมีภาพปรากฏ ชัดเจนและยังสามารถทําการศึกษาๆได 1.5.2 ขอบเขตดานเนื้อหา ศึกษาประวัติของตัวงานจิตกรรมฝาผนังในเขตจังหวัดลําปาง รูปแบบของเครื่องแตงกายสตรี ที่สะทอนออกมาในงานจิตรกรร ตั้งแตเครื่องสวมศีรษะไปจนถึงรองเทา

1.6 ระเบียบวิธีการวิจัย การวิจัยนี้เปนการวิจัยเชิงคุณภาพ และมีใชการบรรยายเชิงพรรณนา (Descriptive Research) ประกอบภาพถายและลายเสน มีการตีความขอมูล วิเคราะหและจําแนกขอมูล เพื่อศึกษาถึงรูปแบบ เครื่องแตงกายสตรีในงานจิตรกรรมฝาผนัง เขตจงหวัดลําปางโดยมีระเบียบการวิจัยดังนี้

1.6.1 ประชากรและกลุมตัวอยาง

- ประชากรของการศึกษาครั้งนี้ไดแก งานจิตรกรรมฝาผนังในเขตจังหวัดลําปางที่ ปรากฏภาพเครื่องแตงกายสตรี


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

|4

กลุม ตัวอยาง จะจําแนกตามลักษณะการแตงกายตามวรรณะซึ่งจะเห็นไดชัด โดยเลือกภาพที่เปนเอกลักษณเฉพาะ ไดแกภาพ - สตรีชั้นสูง / นางกษัตริย - นางกํานัลและบริวาร - สตรีชาวบาน โดยจะจําแนกและเลือกกลุมตัวอยางในแตละแหงที่พบภาพเครื่องแตงกายสตรี

1.6.2 ขอมูลและแหลงขอมูลในการศึกษา

1. การเก็บขอมูลภาคเอกสาร ทบทวนเอกสารและวรรณกรรมที่เกี่ยวของ หรือการศึกษา ขอมูลจากเอกสารที่มีอยู เพื่อรวบรวมขอมูลเรื่องราวของ งานจิตกรรมฝาผนังในเขต จังหวัดลําปางจากเอกสารตางๆ โดยเริ่มรวบรวมจากหนังสือ วารสาร รายงานวิจัยและ เอกสารที่เกี่ยวของตางๆ 2. การสํารวจขอมูลภาคสนาม เพื่อศึกษาขอเท็จจริงจากลักษณะทาง รูปแบบศิลปกรรม รูปแบบเครื่องแตงกายตางๆ รวมถึงการสัมภาษณผูเกี่ยวของภายในพื้นที่เพื่อนําขอมูลมา เปรียบเทียบใหเกิดขอเท็จจริง 3. การจัดระเบียบขอมูล - นําขอมูลที่ไดมาตรวจสอบความถูกตองและหาขอเท็จจริงของขอมูลนั้นๆ โดยดูจาก ขอมูลหลายๆ อยางประกอบกับ เชน เอกสาร รูปภาพ คําบอกเลา - นําขอมูลที่ตรวจสอบแลวมาแยกประเภทตามหัวขอ โดยแบงเปนหัวขอดังนี้ - 1. ขอมูลที่เกี่ยวของกับประวัตคิ วามเปนมาแบบเอกสาร และคําบอกเลา - 2. ขอมูลที่เกี่ยวของกับรูปแบบเครื่องกายสตรี 4. การวิเคราะหขอมูล ทําโดยการนําขอมูลมาวิเคราะหและตีความในเชิงประวัติศาสตร ศิลปะ โดยอาศัยแนวทางศิลปะมาเปนสวนประกอบในการอธิบาย เพื่อใหไดขอเท็จจริง ตามจุดประสงค 5. สรุปผลการวิจัย


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

|5

1.7 แผนการดําเนินงาน ในการศึกษาครั้งนี้จะใชระยะเวลาในการศึกษา ทั้งหมด 4 เดือน เพือ่ เตรียมโครงการ รวบรวมขอมูลและ การเก็บขอมูลภาคสนาม เพือ่ วางแผนการการศึกษา และเสนอผลงาน ดังตอไปนี้ 1. ศึกษาจากเอกสารและวรรณกรรมเบื้องตนและเตรียมขอมูลเพื่อการเก็บขอมูล ภาคสนาม จากหนังสือที่เกี่ยวของกับรูปแบบการแตงกายสตรี เพื่อนํามาเปน ขอมูลพื้นฐานในการปฏิบัติงานตอไป 2. การเก็บขอมูลภาคสนามโดยการทําการคนควาและสํารวจ บันทึกภาพ และ สังเกตการณตลอดจนทําการคัดลอกลวดลาย 3. ทําการวิเคราะหและสรุปขอมูล 4. เขียนรายงานและจัดทํารูปเลมรายงาน

ตารางแสดงแผนการดําเนินงาน

แผนการดําเนินงาน กําหนดหัวขอการวิจัย เสนอโครงรางการวิจัย การเก็บขอมูลภาคเอกสาร การเก็บขอมูลภาคสนาม จัดลําดับขอมูล การวิเคราะหขอมูล สรุปและเขียนรายงาน นําเสนอผลงาน

ระยะเวลาในการดําเนินงาน พฤศจิกายน 2551 พฤศจิกายน 2551 ธันวาคม - มกราคม 2551 พฤศจิกายน - มกราคม 2551 มกราคม 2551 มกราคม 2551 มกราคม - กุมภาพันธ 2551 กุมภาพันธ 2551

ตารางที่ 1 แสดงแผนดําเนินงาน


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

|6

1.8 อุปกรณและเครือ่ งมือที่ใชในการวิจัย - อุปกรณ ไดแก กลองถายภาพ อุปกรณเครื่องเขียน คอมพิวเตอร พาหนะ เปนตน - เครือ่ งมือที่ใชในการวิจัย – แบบฟอรม ในการเก็บขอมูล (ภาพที่ 1 แบบฟอรมใน

การเก็บขอมูล)

1.9 งบประมาณของโครงการ คายานพาหนะ คาพิมพรายงาน คาเขาเลม รวมเปนเงินทัง้ สิน้

1,500 บาท 1,000 บาท 500 บาท 3,000 บาท

1.10 ผลที่คาดวาจะไดรับ 1 .ไดทราบขอมูลเกี่ยวกับประวัติความเปนมาของงานจิตรกรรมฝาผนังในเขตจังหวัดลําปาง 2 .ไดทราบถึงรูปแบบเครื่องแตงกายสตรีลานนา ที่มีวิวัฒนาการตามความเปลี่ยนแปลงจากอดีตถึง ปจจุบัน 3.ไดทราบและสํานึกถึงรากเหงา ตนกําเนิด และที่มาที่ไปที่มีความสําคัญยิ่งของเผาพันธุของตนเอง 4 .ขอมูลนี้จะไดเปนประโยชนแกผูที่สนใจตอไป


|7

เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

1.11 เอกสารที่เกี่ยวของ การแตงกายของไทย / กองวัฒนธรรม สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ การแตงกายของไทย / เอนก นาวิกมูล การแตงกายไท-สยาม / โอม รัชเวทย การแตงกายไทย / อภิโชค แซโคว เรียบเรียง การแตงกายไทย : วิวัฒนาการจากอดีตสูปจจุบัน / คณะอนุกรรมการแตงกายไทย สํานักงาน เสริมสรางเอกลักษณของชาติ การแตงกายประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ / สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี การแตงกายพื้นเมือง : นุงหยองเจียงใหม / สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม การศึกษารูปแบบศิลปกรรมจิตรกรรมฝาผนัง วัดมอนปูยักษ จังหวัดลําปาง / สุรชัย จงจิต งาม การศึกษารูปแบบศิลปกรรมจิตรกรรมฝาผนัง วัดสบลี อ.เมืองปาน จ.ลําปาง / โดย ศิริกัลยา กัลยาณมิตร การแตงกายพื้นเมืองเชียงใหม / ศูนยวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม และศูนยศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏเชียงใหม การแตงกายและการสักลายชาวไทยใหญใน จ.แมฮอ งสอน / อาภรณ หมุดใหม การแตงกายสมัยรัตนโกสินทร / เอนก นาวิก เครือ่ งแตงกายชาวไทยยวน / มาณพ มานะแซม เครื่องแตงกายพื้นเมืองในภาคเหนือ และการแสดงแบบเครื่องแตงกายวิจิตราภรณแหง ลานนา : การสัมมนา ; / จัดโดย สถาบันอุดมศึกษาภาคเหนือ รวมกับจังหวัดเชียงใหม จิตรกรรมฝาผนังลานนาเรื่อง ลายเสนและโครงสี วิหารบานกอ อ.วังเหนือ จ.ลําปาง / โดย ณัฐพงษ ดานจรูญ จิตรกรรมฝาผนังลานนา / ภาณุพงษ เลาหสม จิตรกรรมฝาผนังลานนาในพุทธศตวรรษที่ 25 / โดย วราวุฒิ แกวสาหราย จิตรกรรมฝาผนังวัดบุญวาทยวิหาร, วัดเกาะวาลุการาม, และวัดพระแกวดอนเตาสุชาดาราม / อภิวัฒน ธัญญานนท ผาลานนา ยวน ลือ้ ลาว = Lan Na textiles Yuan Lue Lao / ทรงศักดิ์ ปรางควัฒนากุล, แพท รีเซีย ชีสแมน ผาโบราณแหงนครเชียงใหม = Chiang Mai's textile heritage / ทรงศักดิ์ ปรางควัฒนากุล, แพทรีเซีย แนนหนา 0

0

0

0

0

0

0

0

0

0

0

0

0

0

0

0


|8

เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

การศึกษารูปแบบเครื่องแตงกาย บุคคลพมา จากจิตรกรรมฝาผนังสกุลชางไทใหญในชวง พุทธศตวรรษที่ 25 / สุทธิดา บุตรทิพย การศึกษารูปแบบเครื่องแตงกายบุคคลจากจิตรกรรมฝาผนัง จังหวัดเชียงใหม ในชวงกอนป พ.ศ. 2475 / โดย เกียรติศักดิ์ ขุยอาภัย การศึกษารูปแบบเครื่องแตงการบุคคล จากจิตรกรรมฝาผนัง ในจังหวัดลําปาง / จิรัญญ ศิริ รูปแบบเครื่องแตงกายของชาวลานนาในยุคเจาดารารัศมี / มณีรัตน รัตนัง รูปแบบเครื่องแตงกายของบุคคลที่ปรากฏในงานจิตรกรรมฝาผนัง สกุลชางนาน / โดย เนติ พิเคราะห รูปแบบเครื่องแตงกายชนชั้นสูงที่ปรากฎในจิตรกรรมฝาผนังสกุลชางนาน : รายงานการวิจัย เบื้องตน / เนติ พิเคราะห 0

0


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 347

บรรณานุกรม เกียรติศักดิ์ ขุยอาภัย, “การศึกษารูปแบบเครื่องแตงกายบุคคลจากจิตรกรรมฝาผนัง จังหวัด เชียงใหม ในชวงกอนป พ.ศ.2475”, รายงานการศึกษาเฉพาะเรื่อง 1 สาขาศิลปะไทย ภาควิชาศิลปะ ไทย มหาวิทยาลัยเชียงใหม,2542, ฐาปนีย เครือระยา , “ภาพจิตรกรรมเขียนสีในวิหารน้ําแตม วัดพระธาตุลําปางหลวง อําเภอ เกาะคา จังหวัดลําปาง” รายงานการศึกษาเฉพาะเรื่อง สาขาศิลปะไทย ภาควิชาศิลปะไทย มหาวิทยาลัยเชียงใหม, 2545 ณัฏฐภัทร จันทวิส, เครื่องถวยจีนที่พบจากแหลงโบราณคดีในประเทศไทย, (กรุงเทพ: กรมศิลปากร, 2529). เนติพิเคราะห, “รูปแบบการแตงกายชนชั้นสูงที่ปรากฏในจิตรกรรมฝาผนังสกุลชางนาน”, รายงานวิจัยเบื้องตน, สาขาศิลปะไทย ภาควิชาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป มหาวิทยาลัยเชียงใหม ,2546, ธิดา สาระยา, มัณฑะเลย นครราชธานีศูนยกลางแหงจักรวาล (กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ, 2538), ทรงศักดิ์ ปรางควัฒนากุล และ แพทรีเซีย แนนหนา,ผาลานนา ยวน ลื้อ ลาว,(กรุงเทพฯ:อัม รินทร พริ้นติ้ง กรุป ,2533) พิพิธภัณฑธนาคารแหงประเทศไทย สํานักงานภาคเหนือ,“สีสัน ลวดลายบนผืนผา: สุนทรียะ ความเชื่อ และความศรัทธา”,เอกสารเย็บเลมประกอบนิทรรศการเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระ ชนมพรรษา 6 รอบ 12 สิงหาคม 2547,หนา 5. ภาณุพงษ เลาหสม, จิตกรรมฝาผนังลานนา, (กรุงเทพฯ:สํานักพิมพเมืองโบราณ, 2541)

วรรณนิภา ณ สงขลา. จิตรกรรมไทยประเพณีเลมที่ 1. (กรุงเทพ. โรงพิมพชุมนุมสหกรณ การเกษตรแหงประเทศไทย จํากัด. 2533) สงบ ฉิมพลีย, อิทธิพลศิลปะพมาที่มีตอโบราณสถานในจังหวัดลําปางในตนพุทธศตวรรษ ที่ 25, วิทยานิพนธศิลปะศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2529 สน สีมาตรัง, “ขอคิดเห็นการศึกษาประวัติศาสตรลานนาจากจิตรกรรมฝาผนังลานนา”. เมืองโบราณ (กรกฏาคม-กันยายน, 2528) สน สีมาตรัง, “สาระสังเขป”, โครงสรางจิตกรรมฝาผนังลานนา, (เอกสารอัดสําเนา), หนา 26


เครื่องแตงกายสตรีจากจิตรกรรมฝาผนัง ลําปาง

| 348

สน สีมาตรัง, ภาพอดีตพุทธเจาเปนบุคลาธิฐานโลกทัศนลานนา, วารสารมหาวิทยาลัย ศิลปากร, (ปที่ 10 ฉบับที่ 2 ธันวาคม-พฤษภาคม, 2533) สน สีมาตรัง ,ลานนาคดีศึกษา : ศิลปกรรม, เอกสารสัมมนาทางวิชาการ(เอกสารอัดสําเนา), วิทยาลัยครู เชียงใหม, 2529 เสนอ นิลเดช, อิทธิพลศิลปะจีนในประเทศไทย, วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร (ฉบับภาค ตนประจําปการศึกษา 2529) สมพงษ กันธสายบัว, “ภาพเขียนสีภายในวิหารน้ําแตม...” เมืองโบราณ, 112


Ladies costume from Muralpainting  

Mural painting in Lampang province in thailand has a memories of ladies codtume in old period.

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you