Issuu on Google+


ปกใน


รายละเอียดหนังสือ

ผู้เขียน โมริสา พิสูจน์อักษร amany ปก-ศิลปกรรม amany พิมพ์ครั้งที่ 1 มกราคม 2556


จากใจโมริสา สาหรับ “แรงรักเงาริษยา” เป็นผลงานเรื่องแรกที่ได้ตีพิมพ์กับ สานักพิมพ์อักษรศาสตร์ และมันยังเป็นเรื่องแรกที่ได้ทา e-book อีกด้วย จึงขอฝากผลงานในยุคแรกๆ ของผู้เขียนไว้ด้วยนะคะ อาจจะมีกลิ่นอายของสานวนที่ยังไม่ได้ขัดเกลา กับเรื่องราวที่ยังเต็มไปด้วยการสืบสวน และริษยาฆาตกรรม ซึ่ง งานในแนวนี้ น้ อ ยคนนั ก ที่ จ ะชอบ เพราะไม่ใ ช่ ง านแนว โรแมนติกพาฝันทั่วๆ ไป แต่ทว่ามันเป็นงานแนวถนัดของผู้เขียน ซึ่งในปัจจุบันไม่ได้เขียนงานแนวนี้อีกเพราะตลาดนักอ่ านมี น้อย ดังนั้นหากท่านชอบงานสไตล์สืบสวน แต่ไม่ซับซ้อนเกินกว่า ท่านจะค้นหาว่าฆาตกรเป็นใคร ผู้ เ ขี ย นจึ ง ขอฝากผลงานแนวนี้ ใ ห้ ท่ า นเอาไว้ เ ป็ น อี ก หนึ่ ง ทางเลือกด้วยค่ะ โมริสา


ก่อนเข้าเนื้อหา


1 นรสีหผ ์ ล ู้ ก ึ ลับ รถยนต์เก๋งบีเอ็มดับบลิว คันหรูสีดา แล่นมายังลานจอดของ โรงแรมหรูแห่งหนึ่งในตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน มหกรรมหนังสือทางเขตภาคเหนือ รองเท้าคั ทชูสีด ามัน ปลาบก้าวลงจากรถ ตรงไปยังตัวอาคาร ทรงล้านนาประยุก ต์ห ลังใหญ่ ชายกางเกงผ้าเนื้ อดี และเสื้อสูทสีด า พลิ้วไหวตามจังหวะก้าวเดินอย่างมั่นใจ พนักงานบริการของโรงแรมผายมือให้ไปตามโถงทางเดินซึ่งปู พรมสี เ ขี ย วตองอ่ อ น ผ่ า นร้ า นของส านั ก พิ ม พ์ ห ลายแห่ ง รวมถึ ง สานักพิมพ์ปรางทองซึ่งเนืองแน่นด้วยผู้คนชายหญิง เสียงเซ็งแซ่ฟังจับใจความได้ถึงความต้องการ หนังสือเล่มใหม่ ของนักเขียนลึกลับ เรียกรอยยิ้มวาบขึ้นในดวงตา ยามชายหนุ่มเดินผ่าน ไปอย่างสง่า สายตาคมกล้าจับจ้องไปยังห้องประชุมใหญ่ของโรงแรม ซึ่ง กาลังจัดเสวนาเรื่อง “นวนิยายหรือความเป็นตัวตนของนรสีห์ที่ทาให้


เขาโด่งดัง” ผู้ร่วมเสวนาในครั้งนี้คือแชมป์แฟนพันธุ์แ ท้นวนิยายของนรสีห์ นางสาวโมรี สุดารัก ษ์ หรือ “นกยูง” นามปากกาในงานเขีย นนิ ทาน ส าหรั บ เด็ ก และพิ ธี ก รรายการเด็ ก ผู้ จั ด คื อ ส านั ก พิ ม พ์ ป รางทอง ต้นสังกัดของนักเขียนเรืองนาม และโรงแรมลานนาซีซั่น พนักงานโรงแรมเปิดบานประตูกระจกออกสองข้าง แสงสว่าง จากภายนอกสว่างวาบ ส่องให้เห็นร่างสูงยืนเด่นเป็นสง่า แต่ไม่อาจเห็น ใบหน้าได้ชัดเจน สายตาหลายสิบคู่ต่างหันมามองด้วยความสนใจใคร่รู้ ชายหนุ่มเดินแทรกกลุ่มคนไปหยุดอยู่มุมเสาต้นกลมเยื้องเวที ภายในห้องประชุม ใบหน้ าคมเข้ ม ปานรูป สลัก หิน อ่อนสีข าวสงบนิ่ ง ปากหยักได้รูปปิดสนิท จมูกโด่งจนเป็นสัน รองรับแว่นกันแดดสีดาจน ไม่อาจเห็นแววตาคมกล้า สายตาหลายสิบคู่จับจ้องอย่างไม่วางตา ต่างหันไปกระซิบถาม ด้วยความกังขาเรื่องของชายหนุ่มนิรนามมาดเคร่งขรึม ต่างคาดเดาไป ต่างๆ นานา เสีย งคาดเดารอบข้างและสิ่งรอบกาย ไม่ อาจทาให้ชายหนุ่ ม ผู้ลึกลับหวั่นไหว สายตาคมกล้าภายใต้แว่นสีดา จับจ้องไปยังเวทีอย่าง ไม่วางตา “คุณนกยูงคิดว่าอะไรทาให้แฟนๆ ของนรสีห์ไม่เคยตาหนิถึง ความสันโดษของเขา หลายครั้งหลายหนที่แฟนๆ เรียกร้องให้ ปรากฏ ตัว…แต่ไม่เคยมีการตอบรับจากนรสีห์” พิธีกรชายป้อนคาถาม “เพราะความเป็ นตัว ตนที่ชัดเจนของเขาไงคะ” เสีย งใสปาน ระฆังเงินพูดขึ้น รอยยิ้มกระจ่าง ฉายชัดอยู่ในดวงหน้าเนียนใส ปากอิ่มเอิบ แย้มยิ้มจนเห็นฟันขาวราวไข่มุก จมูกโด่งแหลมเล็ก ผมสลวยยาวเคลีย ไหล่ ความหวานในดวงตาสีน้าตาลเป็นประกายวิบวับ ยามตอบคาถาม พิธีกรชายบนเวทีซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมตัวใหญ่ตรงข้าม “ก่ อ นอื่ น ต้ อ งท าความเข้ า ใจก่ อ นว่ า เราชื่ น ชอบคุ ณ นรสี ห์

6


ตรงไหน ถ้าชอบในงานเขียน และความล้าลึกของเขา…ต่อให้คุณนรสีห์ เก็บตัวอยู่ในมุมไหนของโลก แฟนๆ ก็ยังเข้าใจเขาค่ะ” ดวงหน้าเนียนใสยิ้มกระจ่าง เรียกเสียงปรบมือจากกลุ่มแฟน พันธุ์แท้นรสีห์ซึ่งเข้ามาร่วมฟังเสวนาครั้งนี้ให้ดังกึกก้องขึ้น ใบหน้าปานรูปสลักหินอ่อนเจือรอยยิ้มเพียงครู่ เขายังคงยืนจับ จ้องฟังการเสวนาครั้งนี้ต่อไปด้วยมาดเคร่งขรึม “คุ ณ นกยูงคิ ด ว่ า คุ ณ นรสีห์ มี เหตุผลอะไรครับ ถึ งไม่ ป รากฏ ตัว?” “ถ้าเขาปรากฏตัว ความเป็นนรสีห์คงไม่มีความหมายค่ะ” “คุณนกยูงกาลังจะบอกว่านี่เป็นแผนการตลาดของคุณ นรสีห์ รวมไปถึงสานักพิมพ์ต้นสังกัด?” “ฉันหมายถึง ความเป็นตัวตนของนรสีห์จะหายไปค่ะคุณชีวา” หญิงสาวชี้แจงอย่างใจเย็น “ส่วนหัวข้อวันนี้ …เราน่าจะรู้ดีว่าแท้จริงแล้ว ความเป็นตัวตน ในนวนิย ายของเขา ทาให้คุณ นรสีห์โด่งดังแบบไม่ต้องทาการตลาด” โมรีเ ปิ ด ยิ้ม กว้ า ง ดวงตาหวานสีน้ าตาลเป็ น ประกายยามได้ รับ เสี ย ง ปรบมือให้กาลังใจอีกครั้ง “ผมรู้มาว่า คุณนกยูงมักจะได้จดหมายแปลกๆ ส่งมาให้” “ค่ะ นี่แค่ตัวอย่าง” มือเรียวสวยหยิบกระดาษจดหมายหลายสี หลายแผ่นขึ้นส่งให้พิธีกรชายดู “นอกเหนื อ จากอี เ มล์ ที่ ฉั น ได้ รั บ ประจ าในมายบล็ อ กแล้ ว จดหมายพวกนี้ยังส่งมาที่บ้านบ่อยๆ แล้วก็เยอะมากค่ะ” “ในนี้ส่วนมากจะเขียนบอกว่าเขาเป็น นรสีห์ และยินดีให้คุณ นกยูงพบเป็นการส่วนตัว” พิธีกรคลี่กระดาษสีฟ้าออกดู ก่อนชูขึ้นอ่านให้ผู้ร่วมงานเสวนา ครั้งนี้ได้ฟัง “บางฉบับก็มีลายเซ็นเหมือนในหนังสือที่คุณนรสีห์เซ็นตรงหน้า

7


สุดท้ายของเรื่อง” ชายหนุ่มส่งกระดาษเหล่านั้นคืน “คุณนกยูงเคยไปพบผู้อ้างตัวพวกนี้ไหมครับ” โมรีส่ายหน้ายิ้มเยือน “ทาไมครับ?” “ฉันเชื่อว่าเขาไม่ใช่ตัวจริง …คุณนรสีห์คงมีวิธีแยบยลกว่านี้ใน การจะให้ใครพบสักคน” “ทั้งที่คุณนกยูงเองก็เป็นคนที่อยากเจอตัวจริงของเขามากที่สุด คนหนึ่ง?” พิธีกรถามและยิ้มอย่างมีเลศนัย นักเขียนคนสวยเลิกคิ้วแปลกใจในท่าทีนั้น “คุณชีวาลองถามคนในห้องนี้ สิคะว่ามีใครไม่อยากพบตัวจริง คุณนรสีห์?” เสียงอื้ออึงดังกระหึ่มขึ้นทันที “สมมุติว่าคุณนกยูงเจอตัวจริงของเขา จะพูดอะไรดีครับ” “ฉันคงอึ้งไปหนึ่ งนาที …แล้วค าพูดที่เคยคิด ว่าจะถามก็ลืมไป หมดค่ะ” คนพูดยิ้มแย้มสดใส เสียงหัวเราะจึงดังขึ้นภายในห้องประชุม อย่างสนุกสนาน เช่นเดียวกับชายหนุ่มมาดงามสง่าตรงมุมเสา “จะแน่ใจได้ยังไงครับว่าเขาเป็นตัวจริง” “ความรู้สึกมั้งคะ” ชายหนุ่มในเงามืดยิ้มมุมปาก ชอบใจในคาตอบนั้น “ในเมื่อคุณนกยูงบอกว่าใช้ความรู้สึก …สมมุตินะครับ สมมุติว่า ตอนนี้คุณนรสีห์อยู่ในห้องนี้ด้วย คุณนกยูงพอจะบอกได้ ไหมว่าเขายืน อยู่ตรงไหน?” ความเงียบเข้าปกคลุมภายในห้องประชุมอย่างฉับพลัน ทุกคน นั่งนิ่งอย่างพร้อมเพรียง ราวจะให้หญิงสาวได้ใช้สมาธิค้นหาตัวจริงของ นักเขียนเรืองนาม ชายผู้ลึกลับหัวเราะอยู่ในใจ ใบหน้าคมเข้มปานรูปสลักหินอ่อน

8


สีข าวสงบนิ่ ง มื อขาวสะอาดถอดแว่น สีด าออกเก็บ ใส่ก ระเป๋ าเสื้อสูท ดวงตาคมกล้าเป็นประกายวาววับ จับจ้องไปยังโมรี ราวกับใช้พลังจิต ส่วนลึกให้หญิงสาวเบนสายตามาหายังเขาเพียงคนเดียว โมรีนึกหงุดหงิด รู้ดีว่าเขาต้องการทดสอบความรู้สึกเธอ แสง สว่างจากไฟบนเวทีทาให้เห็นข้างล่างไม่ชัดเจนพอ ผู้คนมากหน้าหลายตา ชายหญิง นั่งบ้าง ยืนบ้าง เบียดเสียดกันอยู่ในห้อง รวมไปถึงหน้าประตู หรือแม้แต่เสาด้านข้างเวที เธอมองผ่านเลยไป พลันสายตาหยุดชะงัก กับชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าคนหนึ่งตรงมุมมืดของเสา โมรีเย็นวาบถึงสันหลังอย่างไม่รู้สาเหตุ ขนตามแขนและศีรษะ ลุกชัน ความพรั่นพรึงระทึกอยู่ในใจ เธอลุกพรวดขึ้นด้วยความตื่นเต้น ขณะเดียวกันกลับรู้สึกหวาดหวั่นอย่างไม่น่าเชื่อ!! “นรสีห์อยู่ในห้องนี้” เสียงชายคนหนึ่งคนตะโกนก้องขึ้น เสียงอื้ออึงดังเซ็งแซ่ทันที หลังเห็นหญิงสาวลุกจากเก้าอี้นวมตัว ใหญ่ ผู้คนภายในหอประชุมต่างลุกฮือด้วยความอยากรู้อยากเห็น โต๊ะ เก้ าอี้ล้ม ระเนระนาด ผู้ค นสะดุด หกล้ม พร้อมไฟกลางห้องดับ วู บ ลง ความสับสนวุ่นวายเกิดตามมาอย่างควบคุมไม่อยู่ เสียงกู่ตะโกนก้องให้ อยู่ในความสงบ ไม่สามารถทาให้ผู้คนทาตามได้อย่างต้องการ โมรียืนตะลึงอยู่บนเวที ท่ามกลางแสงสลัวของไฟดวงเล็กตรง ผนั ง ห้ อ ง ทอดสายตาไปยั ง เสาต้ น เยื้ อ งกั บ เวที ในเงามื ด ของความ โกลาหล เธอเห็นนัยน์ ตาคมกริบเป็นประกายกล้า รอยยิ้มเย็น ผุดขึ้ น เพี ย งเสี้ ย ววิ น าที เขาขยั บ ปากพู ด เพี ย งนิ ด เพื่ อ บอกอะไร? เธอจั บ ใจความไม่ได้ ร่างสูงสง่า ขยับตัวออกเดิน ด้วยมาดมั่น ใจ ปะปนไปกับ ฝูงชน จนลับไปจากสายตา ไฟในห้องสว่างขึ้นอีกครั้ง โมรีรู้สึกตัว รีบวิ่งลงจากเวที ผู้คนรีบเปิดทางให้เธอวิ่งอย่างสะดวก ก่อนวิ่งตามติดอย่างกระชั้นชิด หญิงสาวมายืน เคว้ง หอบเหนื่อยอยู่ตรงโถงกลางของอาคาร ทรงล้านนาประยุกต์ เพดานโค้งเป็นโดมสูง ห้อยช่อแชนเดอเลียพวงใหญ่

9


แสงสีนวลส่องเป็นประกายตกทอดมายังเรือนร่างงามระหง ดวงหน้าสวยกระจ่างละมุนละไมดูตื่นตระหนก ปากอิ่มเอิบเม้ม แน่น นัยน์ตาหวานสีน้าตาลเป็นประกายสะท้อนรับแสงไฟวิบวับ ผม ยาวสลวยเคลียไหล่ดูยุ่งเหยิง ชุดเดรสสั้นเข้ารูปสายเดี่ยวสีเขียวเปลือก มะนาว ปักเลื่อมสีทองประปรายตรงช่วงเนินอก ขับผิวขาวให้นวลผ่อง จนดึงดูดสายตาของผู้ที่ห้อมล้อมอยู่รอบๆ ให้เฝ้ามองอย่างชื่นชม ไม่ เว้น แม้ แต่ด วงตาคมกล้าของนรสีห์ ผู้ลึก ลับ เขายืน อยู่ต รง ระเบี ย งชั้นสองของบั นไดขั้ น บนสุด รอยยิ้ม ผุด ขึ้ นบนเรียวปากอย่าง พึงพอใจ ก่อนหันหลังเดินหายลับไปจากตรงนั้น! โมรีเปิดประตูเข้ามาภายในห้องพักบนชั้นสิบสองของโรงแรม ชั้นหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ หลังการสัมมนาเสร็จสิ้นลงอย่างโกลาหล เธอเดินมาหยุดตรงระเบียง เพื่อสูดอากาศให้ผ่อนคลายจากเหตุการณ์ เมื่ อ ครู่ แสงไฟหลากสี ย ามค่ าคื น ของตัว อาคารและบ้ า นเรื อ นต่ า งๆ ไม่อาจทาให้หญิงสาวลืมความหนักหน่วงในความรู้สึกได้ เธอแน่ใจว่า เขาต้องอยู่ที่นี่ หรือแม้แต่ในห้อง และยิ่งบนเชิงบันไดที่เธอวิ่งตามไปดูก็ ตาม ด้วยสัญชาตญาณทาให้เธอรู้สึกว่าเขาเพิ่งเดินจากไป ชายลึกลับคนนั้นทาให้เธอหวาดหวั่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ หรือเขา จะเป็นนรสีห์จริง แต่จะแน่ใจได้อย่างไร พวกทาตัวให้เด่นเพื่อดึงความ สนใจมีถมไป จนเธอนึกเบื่อ แล้วความพรั่นพรึงล่ะ!? ความรู้สึกแบบนี้ไม่เคยเกิดกับเธอมาก่อน ก็เธอเพิ่งตอบคุ ณชีวาหยกๆ ว่ าใช้ค วามรู้สึก เป็ นตัวตัดสินว่ าใครเป็ น นรสีห์ตัวจริง แล้วตอนนี้มันเกิดกับเธอแล้ว เธอยังไม่แน่ใจอะไรอีกว่า เขาเป็นนรสีห์ นักเขียนเรืองนามผู้ทาตัวลึกล้าเกินกว่าจะเข้าใจ! เสียงพู ง ดคุยของผู้ปกครองและนักเรียน ฟังไม่ได้ศัพท์อยู่ใน หอประชุมขนาดกลางของโรงเรียนรุ่งรัศมี แถบชานเมืองของจังหวัด

10


เชียงใหม่ บนเวทีวางโต๊ะขนาดกลางคลุมด้วยผ้าปูสีฟ้าอ่อน มีแจกันปัก ดอกกุ ห ลาบสี แ ดงวางไว้ ต รงกลาง เคี ย งข้ า งกั บ ไมโครโฟนตั ว เล็ ก ด้านหลังเป็นผ้าม่านสีฟ้าอีกเช่นกัน มีตัวหนังสือสีชมพูเขียนว่า “ยินดีต้อนรับพี่นกยูง และวันปิดเทอมแสนสุข” ด้านล่างของเวที เป็นเก้าอี้นวมสีฟ้าอ่อนตั้งเรียงรายต่างระดับ จนถึงแถวที่สิบห้า นักเรียนถูกจัดให้นั่งด้านล่าง เรียงตามระดับชั้นตั้งแต่ อนุบาล จนถึงชั้นประถม มีผู้ปกครองนั่งอยู่ด้านบน ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าคมเข้ม ร่างสูงเพรียวสง่า เดินจูงมือบุตรสาว ก้าวขึ้นบันไดอย่างระมัดระวัง เด็กหญิงแป้งวัยสี่ขวบกระโดดโลดเต้นไป มาอย่างมีความสุข เขาพาเดินไปส่งจนถึงเก้าอี้ของกลุ่มเพื่อนๆ ซึ่งนั่ง ชะเง้อมองไปยังเวทีอย่างใจจดจ่อ ส่วนคนเป็นพ่อเดินไปยืนอยู่ปลายแถวของเก้าอี้ ซึ่งติดกับผนัง เพื่ อ ให้ บุ ต รสาวได้ อ ยู่ ใ นสายตา เขายิ้ ม เป็ น ก าลั ง ใจให้ ลู ก ก่ อ น ทอดสายตาไปยังเวที ปรบมื อให้เกี ยรติอาจารย์ใหญ่ข องโรงเรียนซึ่ง แถลงถึ ง การจั ด งานปิ ด ภาค ตลอดจนถึ ง นโยบายของโรงเรี ย นในปี การศึกษาต่อไป ชายหนุ่มก้มดูนาฬิกาข้อมือ ก่อนมองลงไปยังด้านล่าง หญิงสาว ในชุดกระโปรงผ้าชีฟองสีเขียวตองอ่อน ปลายบานพลิ้วไหวตามจังหวะ การก้าวเดินที่เข้ามาภายในหอประชุม เสียงปรบมือพร้อมเสียงร้องเรียกชื่อพี่นกยูงดังขึ้นอย่างเซ็งแซ่ หญิงสาวยิ้มหวานโบกมือน้อยๆ ก่อนยกนิ้วขึ้นจรดที่ปาก ทาสัญญาณให้ เงียบเพียงครั้งเดียว เสียงเหล่านั้นเงียบลงทันทีโดยไม่ต้องเตือนซ้า ชายหนุ่มถึงกับหัวเราะความไร้เดียงสาของเด็กๆ ที่มีต่อขวัญใจ คนโปรด นักเขียนนิทานเล่าถึงที่มาถึงแรงบันดาลใจในการเขียนนิทาน เรื่องต่างๆ และเริ่มเล่านิทาน รวมไปถึงพูดคุยกับเด็กๆ อย่างเป็นกันเอง และสนุกสนาน

11


“ดาวพิเศษดวงนี้ ชื่อดาวประจาใจค่ ะ พิเศษยังไงรู้ ไหมคะ?” รอยยิ้ ม กระจ่ างอยู่ใ นดวงตาสี น้ าตาลหวาน ยามเห็ น เด็ก น้ อยในชุ ด นักเรียนอนุบาลต่างชูมือกันอย่างพร้อมเพรียง แย่งกันส่งเสียงตอบจน จับใจความไม่ได้ โมรีมีหนังสือนิทานเรื่อง “ดวงดาวของขนฟูสีชมพู ” อยู่ในมือ เธอยกนิ้วชี้เรียวงามขึ้นจรดปากทาสัญญาณให้เงียบ นักเรียนตัวน้อย ต่างเงียบเสียงลงพลัน “ให้พี่นกยูงเล่าต่อดีไหมคะ” โมรีทอดเสียงถาม รอยยิ้มอิ่มเอิบ เรียกคาตอบรับจากเด็กๆ ได้อย่างพร้อมเพรียง “ดาวประจาใจพิเศษตรงมีพรวิเศษให้กับทุกคน…ทีนี้พรวิเศษ จะเป็นจริงได้ก็ต้องตั้งใจอธิษฐานค่ะ…คาขอนั้นถึงจะเป็นจริง” ดวงหน้า เนียนใสกระจ่างด้วยรอยยิ้ม ก่อนยกนิ้วชี้ขึ้นชี้ไปมา “อ๊ะๆ แต่พ รวิเศษจะเป็ นจริงได้ น้องๆ ทุก คนต้องเป็ นเด็ก ดี ก่อนค่ะ” โมรีโปรยยิ้มหวานก่อนถามต่อไปว่า “พี่นกยูงอยากรู้จังเลย ใครน้อ…จะเป็นเด็กดีได้บ้าง” เสียงเซ็งแซ่ดังขึ้นอีกครั้ง มือน้อยๆ ยกชูขึ้นไหวๆ “ค่ะๆ พี่นกยูงเชื่อแล้วว่าน้องๆ ทุกคนน่ารักมาก เป็นเด็กดีกัน ทุกคน เด็กดีต้องทาไงบ้างคะ?” หญิงสาวป้องหู ทาท่าเอียงตัวไปยังด้านล่างเวที ดวงหน้าเนียน ใสกระจ่างด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา “ใช่ค่ะ ไม่ดื้อกับคุณพ่อคุณแม่ ตั้งใจเรียนและที่สาคัญอะไรอีก อย่างคะ?” “มีน้าใจค่ะพี่นกยูง” เด็กน้อยร้องตอบ “เก่งมากค่ะ พี่นกยูงรักน้องๆ ทุกคนนะคะ” โมรี ยิ้ม หวานให้เด็ ก นั ก เรี ย นตัว น้ อยอีก ครั้ง หัน ไปพยัก หน้ า เพียงนิดกับเจ้าหน้าที่ ให้เริ่มจัดแถวนักเรียนเพื่อขึ้นมาขอลายเซ็นบน

12


เวทีแห่งนี้ ดวงตาแจ่ ดวงตา มจรัสของเด็กหญิงแป้ง กะพริบถี่ๆ เฝ้ามองไปยัง เวทีอย่างไม่วางตา รอยยิ้มบนเรียวปากสีแดงรูปกระจับอิ่มเอิบ แก้มสอง ข้ า งแดงระเรื่ อ มื อ น้ อ ยยกขึ้ น โบกไหวๆ ยามได้ ยิ น เสี ย งพี่ น กยู งเล่ า เรื่องราวจากนิทานแสนสนุกให้ฟัง ผู้เป็นพ่อมองภาพของเด็กหญิงแป้งด้วยความปีติ ไม่เคยเห็น หนูแป้งหัวเราะยิ้มแย้มแจ่มใสเท่าวันนี้มาก่อน…ทาไมนะ? รอยยิ้มแบบ นี้จึงไม่เกิดที่บ้านบ้าง…ถ้าเพียงแต่.!. ความคิ ด ค านึ ง ของเขาหยุ ด ชะงัก กั บ เสี ย งคุ ณ ครู ธุ ร การผู้ ท า หน้าที่ดูแล ประกาศให้เด็กๆ เตรียมตัวเข้าแถว เพื่อขึ้นไปขอลายเซ็น และถ่ายรูปกับพี่นกยูงแบบชิดใกล้ เสี ย งขยั บ ตั ว พร้ อ มเก้ า อี้ ดั ง ขึ้ น ท่ า มกลางรอยยิ้ ม และเสี ย ง หัวเราะ จุดดึงดูดสายตาของเด็กน้อยทุกคนคือนักเขียนนิทานแสนสวย คุ ณ พ่อ ยังหนุ่ ม เฝ้า มองบุ ต รสาวในแถวอย่ างไม่ ค ลาดสายตา หนูแป้งหันมาสบตา เขาพยักหน้ายิ้มเป็นกาลังใจให้ ดูจนหนูแป้งขยับ ก้าวเดินขึ้นบันไดไปบนเวที แต่กับใจหายวาบเมื่อเด็กหญิงตัวเล็กล้มกลิ้ง ไปกับพื้น โมรีตกใจ เธอวิ่งเข้าไปหาหนูน้อย ช้อนร่างไว้ในอ้อมกอดด้วย ความเป็นห่วง จูบปลอบโยนลงบนหน้าผากอย่างละมุนละไม สองแขน ของเด็กหญิงแป้งวัยสี่ขวบ สวมกอดจนแน่น หยาดน้าใสไหลรินลงอาบ สองข้างแก้มเนียนใส คนเป็ น พ่ อ เห็ น เหตุ ก ารณ์ นั้ น เช่ น กั น ขยับ จะก้ า วออก กลั บ ชะงัก กั บ ภาพของหนู แ ป้ งซึ่งยังคงซุก ตัว อยู่ใ นอ้อมกอดของนั ก เขี ย น นิทานแสนสวยซึ่งอุ้ม พาเดิน กลับ ไปยังโต๊ะ กลางเวที มิ ไยที่คุ ณครูจะ พยายามเข้ามาช่วย เขาสะท้อนใจ ถ้าภาพนี้เปลี่ยนเป็นหนูแป้งอยู่ใน อ้อมกอดของผู้เป็นแม่ล่ะ!…

13


โทรศั พ ท์ เ ครื่ อ งเล็ ก ภายในอกเสื้ อ มี สั ญ ญาณสั่ น สะเทื อ น ชายหนุ่มหยิบออกมาดูเบอร์ เขาผ่อนลมหายใจ ก่อนปรายตาดูทางออก สาวเท้าก้าวยาวๆ ด้วยความรีบร้อนไปยังบานประตู ก่อนส่งเสียงตอบรับทางปลายสายไป อย่างอ่อนโยน “ครับ ปราง” โมรี อุ้ม หนู น้อยมาทรุดลงนั่งบนเก้ าอี้ ก้ ม ลงมองหนู น้อยใน อ้อมกอดด้วยความเอ็นดู ผมยาวถูกถักเป็นเปียรัดไว้สองข้าง ดวงหน้า จิ้มลิ้มเลอะหยาดน้าตา “หายเจ็บหรือยัง บอกพี่นกยูงสิคะ” เสียงหวานใส ก้มลงถาม หนูน้อยในอ้อมกอด “หนูแป้ง…ตอบพี่นกยูงสิจ๊ะ” คุ ณครูผู้ดูแลพูดแทรกขึ้น หลัง แทรกตัวฝ่ากลุ่มของเด็กนักเรียนเข้ามาจนถึงโต๊ะหน้าเวที “อ๋อ…ชื่อหนูแป้งเหรอคะ น่ารักเชียว มิน่าพี่นกยูงได้กลิ่นหอม ของแป้งตลอดเลย” คาหยอกเย้าอย่างน่าเอ็นดูเรียกเสียงหัวเราะสดใสจากหนูน้อย ทั้งที่น้าตายังค้างอยู่บนแก้ม “ไม่ร้องไห้แล้วนะคะ…ไหนให้พี่ดูสิ…ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า” โมรี ไล้มือเช็ดน้าตาบนแก้มให้อย่างอ่อนโยน “แป้งเจ็บที่หัวเข่าค่ะพี่นกยูง ” เสียงใสดังเพียงเบาๆ ก่อนชี้มือ ไปที่หัวเข่าด้านซ้าย “มา…งั้น ให้พี่ดูห น่อยสิค ะ” โมรีเลิก ชายกระโปรงลายสก็ อ ต สี น้ าเงิ น ขึ้ น ดู แ ผลตรงหั ว เข่ า รอยถลอกสี แ ดงจางๆ มี ใ ห้ เ ห็ น เพี ย ง เล็ก น้ อย ก าลังจะหัน มาบอกหนู น้ อย กลับ ชะงัก ค าพูด หลัง ปรายตา มองเห็นรอยเขียวเป็นจ้าตามแขนเรียวเล็ก โมรีร่นชายกระโปรงขึ้นดู ด้วยความเป็นห่วง ใจหายวาบมองเห็นรอยเขียวเป็นจ้า เต็มอยู่บนต้นขา

14


สองข้าง หนูแป้งสบตานิ่ง ซุก หน้าเข้าหาอ้อมกอดใหม่อีกครั้ง เธอเงย หน้ าขึ้ น ขอค าตอบจากคุณ ครูผู้ดูแ ล กลับ ได้รับเพีย งอาการส่ายหน้ า อย่างหนักใจ หญิงสาวถอนใจ ไล้มือลงบนแก้มอย่างห่วงใย “อยากให้พี่เซ็นหนังสือยังไงดีคะ หนูแป้ง” “เซ็ น ว่ า พี่ น กยู ง รั ก หนู แ ป้ ง คนเดี ย วค่ ะ ” หนู น้ อ ยตอบเบาๆ พลางกอดแน่น “พี่นกยูงตัวหอมจังเลยค่ะ” โมรีหัวเราะ จูบแก้มของเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู “หอมเพราะแป้งนั่งใกล้ๆ พี่ไงคะ” “งั้นให้แป้งนั่งตรงนี้นะคะ พี่นกยูงจะได้ตัวหอมตลอด” หนูน้อย ต่อรองอย่างใสซื่อ “แล้วเพื่อนๆ ล่ะคะ พี่สอนให้มีน้าใจ แบ่งปันกันกับเพื่อนๆ ไง คะ” โมรีปล่อยหนูน้อยลงจากตัก ก่อนเซ็นข้อความบนปกหนังสือนิทาน ตามคาบอก ส่งให้ถึงมือ “นะคะเด็กดี…เพื่อนๆ รอนานแล้ว หนูแป้งไม่อยากเอาหนังสือ นิทานไปอวดคุณพ่อคุณแม่เหรอคะ” เธอสบตา รอยยิ้มกระจ่างอยู่สอง ข้างแก้ม หนูน้อยหน้าสลด เธอรั้งตัวมาอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้ง ก่อนโดน กอดแน่น มีเสียงถอนใจจากเด็กไร้เดียงสาตามมา “พี่รักหนูแป้งนะคะ…ถ้าหนูแป้งรักพี่ก็ต้องไม่ดื้อ” “พี่นกยูงต้องรักแป้งคนเดียวนะคะ” หนูน้อยอ้อนเสียงสั่น “เอางี้ดีไหม เดี๋ยวพอพี่กลับ พี่จะให้หนูแป้งไปส่งถึงรถ…แล้วพี่ จะให้ผ้าพันคอหนูแป้งด้วย แต่ห้ามบอกใครนะคะ” เธอกระซิบข้างหู หนูน้อยรีบรับคา หอมแก้มอีกครั้งถึงยอมผละออกไปจากแถว หญิงสาวหันกลับมาสนใจเด็กๆ ตรงหน้าอีกครั้ง งานวันนี้เป็น วันสุดท้าย และเชียงใหม่ก็เป็นจังหวัดสุดท้ายในการทัวร์ครั้งนี้เช่นกัน

15


เย็นนี้เธอจะบินกลับไปฟังข่าวจากคุณวิชัย บรรณาธิการสานักพิมพ์กิ่ง ฟ้าซึ่งเธอเขียนนิทานประกอบภาพให้ที่นี่มาร่วมสี่ปี คุณวิชัยนัดให้เธอ ไปฟังคาตอบถึงนวนิยายแนวฆาตกรรม ซ่อนเงื่อน เรื่องแรกในชีวิตซึ่งใช้ เวลาเขียนแปดเดือน และส่งให้คุณวิชัยพิจารณามาร่วมสามเดือนเต็ม รอยยิ้มฉายชัดอยู่ในดวงตาสีน้าตาลแสนหวาน เธอคิดอย่างมี ความหวัง เชื่อมั่นว่านวนิยายซึ่งเธอบรรจงสร้างสรรค์ขึ้นจะต้องผ่านการ พิจารณา และออกสู่สายตานักอ่านทั่วประเทศแน่นอน!

16


2 นายแพทย์หฤษฎ์ สหัสรังสี “งานยั งาน งไม่เลิก…ถ้าเสร็จแล้วผมจะรีบกลับ…ปราง…นี่งานปิด ภาคของ…” เสียงทุ้มนุ่ม ยังพูดไม่ทันจบ สัญญาณทางปลายสายก็ถูก ปิดลง ไม่เปิดโอกาสให้เจ้าของโทรศัพท์พูดอะไรอีก เขาถอนใจลึก เก็บ โทรศัพท์ใส่กระเป๋ าเสื้อเชิ้ต สีฟ้าอ่อน เดิน กลับออกมายังรถซึ่งจอดอยู่ใ ต้ต้น หางนกยูง ริม บึงน้าขนาดใหญ่ของ โรงเรียน เปิดประตูรถเหวี่ยงเสื้อสูทกับเนกไทไว้บนเบาะ เมื่อตัดสินใจ ไม่กลับเข้าไปในหอประชุม เพราะเป็นช่วงสุดท้ายของงาน ชายหนุ่ม ทอดสายตามองเหม่อไปยังกอบั วกลางสระอย่างใช้ ความคิด ไม่เคยเห็นหนูแป้งสดใสเหมือนวันนี้มาก่อน รอยยิ้มกับเสียง หัวเราะ ทาให้เขามีความสุขไปกับลูก นี่ถ้าทุกอย่างในบ้านของเขา จะไม่ มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น ชีวิตครอบครัวของเขาคงสมบูรณ์ “อ้าว คุณหมอหฤษฎ์ทาไมมายืนอยู่ตรงนี้ล่ะคะ” ผกา ครูใหญ่ สูงวัย ร่างท้วม ในชุดผ้าไหมเนื้อดีสีหมากสุก พนมมือรับไหว้ชายหนุ่ม


อย่างดีใจ ไม่นึกว่าจะเจอ นานๆ ครั้ง คุณหมอหนุ่มจะมาร่วมงานปิด ภาคของโรงเรียน “ไม่เข้าไปข้างในก่อนเหรอคะ มีชากาแฟอาหารว่างเลี้ยงค่ะ” “ขอบคุณครับ ผมขอรอตรงนี้ดีกว่า” เสียงทุ้มนุ่ม ตอบชัดถ้อย ชัดคา “ค่ะตามสบายนะคะ เด็กๆ จวนออกมากันแล้วละมังคะ” ร่าง ท้วมของครูใหญ่กาลังจะก้าวเดิน กลับหยุดชะงักหันมาคุยกับผู้ปกครอง มาดเคร่งขรึมใหม่อีกครั้ง “คุณหมอคะ…อยากให้ช่วยดูแลหนูแป้งด้วยค่ะ รู้สึกว่าแกจะ ซนไปหน่อยมังคะ มีแผลเขียวจ้าจากบ้านมาโรงเรียนบ่อยแทบทุกวัน ” คาพูดแฝงนัยยะ ทาให้ผู้รับฟังต้องตัดบทตอบไปเพียงว่า “ผมจะปรามหนูแป้งเอง…ขอบคุณที่ดูแลแกอย่างดีครับ” คาพูด ตัด บทไม่ ทาให้ผกาแปลกใจ นึ ก อยู่เหมื อนกั น ว่ าจะได้ คาตอบแบบนี้ ไม่ผิดคาร่าลือนัก มักจะได้ยินมาเข้าหูบ่อยๆ สังคมเล็กๆ ในโรงเรียน ทาให้ข่าวไปเร็วนัก ความเคร่งขรึมเย็นชา ฉาบอยู่บนใบหน้าคมเข้มราวรูปปั้น ซึ่ง นายแพทย์หฤษฎ์ใ ช้เป็นเกราะป้องกัน คาถามจากคนรู้จักรอบข้างได้ อย่ า งดี เ ยี่ ย ม ในขณะเดี ย วกั น หน้ า ที่ แ ���ทย์ ศั ล ยกรรมมื อ หนึ่ ง ของ โรงพยาบาล ไม่เคยทาให้คนไข้ต้องพบความผิดหวังเช่นกัน เสียงกริ่งภายในดังขึ้น ครูใหญ่ร่างท้วมขอตัว รีบเดินไปยังเชิง บั น ไดหิ น อ่ อ นของอาคารหอประชุม ประตู ข องหอประชุ ม เปิ ด ออก เด็กๆ กรูเกรียว ต่างส่งเสียงเรียกพี่นกยูงเซ็งแซ่ หญิงสาวร่างระเหิดระหง ก้าวออกจากหอประชุมลงบันไดมา อย่างช้าๆ ดวงหน้ าเนี ยนใสยิ้ม กระจ่าง ผมยาวหยักศกพลิ้ว ไหวยาม ย่างเท้าเดิน ดวงตาหวานละมุนสดใสแย้มยิ้ม เธอหันไปพูดคุยกับเด็กๆ ซึ่งตามหลัง มือเรียวสวยข้างซ้ายจูงหนูแป้งให้เดินลงบันไดมาด้วยกัน ดวงตาคมของนายแพทย์หนุ่มฉาบรอยยิ้ม มองตามโมรีก้มลง

18


หอมแก้มหนูแป้งอย่างอ่อนหวาน ส่งของในมือให้ หันไปสวัสดีคุณครู ทุกคนตรงเชิงบันได เขายืนมองจนรถแล่นผ่าน รอยยิ้มผุดขึ้นตรงมุมปาก เพียงเสี้ยววินาที หลังเห็นสายตาของหญิงสาวมองเมินผ่านไป โมรีถอนใจโล่งอกเมื่อภารกิจสุดท้ายจบลง โบกมือลาให้เด็กๆ ที่มาส่งจนถึงข้างรถ ไม่ลืมส่งจูบให้หนูแป้งอีกครั้ง หญิงสาวเบนสายตา กลับ มา หลังรถแล่น ผ่านมาตามเส้น ทางภายในรอบๆ โรงเรีย น เธอ ปรายตามองไปยังชายหนุ่มร่างสูงเพรียวงามสง่าตรงรถยนต์คันหรู ท่า ยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงของเขาดูเคร่งขรึมเย็นชา ไม่ยินดียินร้าย กับสิ่งรอบข้าง ดวงตาสีเข้มฉายแสงคมกล้า เหมือนเยาะหยันกับบางสิ่ง โมรีขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ คลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเห็น เขาที่ไหนมาก่อน หรือว่าเขาจะเป็น ?…หญิงสาวนึกหงุดหงิด ทาไมต้อง นึกถึงแต่นักเขียนเรืองนาม “นรสีห์” อยู่ตลอด เขาผู้ซึ่งทาตัวลึกลับได้ อย่างยอดเยี่ยม เธออยากรู้นักว่าเขามีเหตุผลอะไรในการเก็บตัวครั้งนี้ โมรีเหลียวไปมองด้านหลังรถอีกครั้ง มองเห็นหนูแป้งวิ่งเข้าไป หาชายหนุ่มคนนั้นอย่างสนิทสนม. ที่แท้หนูแป้งเป็นลูกของเขา…จริงสิ! รอยเขียวช้าตามแขนขาของหนูแป้ง น่าเป็นห่วงนัก ‘แต่นี่เป็นเรื่องของครอบครัวเขานี่นะ…แต่ถ้าไม่พูดบางทีเขา อาจไม่รู้ หนูแป้งอาจถูกพี่เลี้ยงรังแกก็ได้ ’ นักเขียนสาวคิดก่อนตัดสินใจ บอกคนขับให้จอดรถ เปิดประตูเดินลิ่วกลับไปหาหนูแป้งกับพ่อซึ่งกาลัง จะขึ้นรถ “พี่นกยูง” หนูแป้งเรียกเสียงดัง วิ่งโผเข้ากอดตรงเอวด้วยความ ดีใจ นายแพทย์หนุ่มเลิกคิ้วแปลกใจ มองนักเขียนแสนสวยตรงหน้า อย่างพินิจพิจารณา ผิวขาวนวลเนียนจนมองเห็นไรขนสีน้าตาลอ่อนตาม เรียวแขน รอยยิ้มกระจ่างยิ่งเพิ่มความสว่างให้ดวงหน้าเนียนใสมากขึ้น ดวงตาสีน้าตาลหวาน และเส้นผมสีน้าผึ้งหยักศกยาวถึงกลางหลัง

19


“สวัสดีค่ะ ฉันโมรี หรือนกยูง” หญิงสาวแนะนาตัวเองด้วยมาด มั่นใจ “ครับ …ผมทราบ” นายแพทย์ห นุ่ ม ตอบด้ว ยน้ าเสีย งทุ้ม ทรง พลังเพียงสั้นๆ โมรีรู้สึกแปลกๆ กับเสียงพูดนั้น แต่ก็ปลอบตัวเองว่าเธอกาลัง เป็นโรคนรสีห์ขึ้นสมอง “พี่นกยูงรู้จักคุณพ่อด้วยเหรอคะ” หนูแป้งเงยหน้าขึ้นถาม ยัง ไม่ยอมปล่อยมือจากเอว “แป้งไปคอยพ่อบนรถก่อนลูก ” คนเป็นพ่อเปิดประตูด้านหน้า โคลงศีรษะเรียกลูก หนูแป้งยอมทาตามอย่างว่าง่าย โมรียืดตัวตรง ใจเต้นไม่เป็นส่า ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่ ตอนลงจากรถ เธอมั่นใจในความคิดตนเองยิ่งนัก แต่พอมายืนตรงนี้กลับ ไม่แน่ใจว่าจะพูดดีหรือไม่ “ผมคิดว่าคุณคงมีเรื่องสาคัญ ไม่อย่างนั้นคงไม่ลงจากรถเดิน มาถึงตรงนี้” น้าเสียงเสียดเย้ย ทาให้หญิงสาวตัดสินใจพูดออกไป “ค่ะ ความจริงไม่ใช่เรื่องของฉัน…” “แต่…” นายแพทย์หนุ่มพูด แทรกขึ้น ดวงตาคมกริบมองไปยัง กลุ่มผู้ปกครองซึ่งเริ่มจับกลุ่มมองตรงมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก็ หล่อนเป็นนักเขียนนิทานแสนสวย และพิธีกรรายการเด็กยอดฮิตนี่นะ! “ใช่ค่ะ ต้องมีแต่” หญิงสาวทอดเสียงหวานน่าฟัง “ฉันเป็นห่วงหนูแป้ง…กลัวว่า…” “ขอบคุณ…แต่เรื่องนี้ผมจัดการเองได้ ” คนเป็นหมอแทรกขึ้น อย่างสุภาพ รู้ดีว่าหญิงสาวจะพูดเรื่องอะไร ใบหน้าคมเข้มของเขาจึงดู เย็นชา ร่างสูงสง่าเดินนาหญิงสาวมายังรถของนักเขียนแสนสวยซึ่งจอด คอยอยู่ริมทางใต้ต้นหางนกยูง “ผมขอบคุณสาหรับความห่วงใยที่คุณมีให้หนูแป้ง …ลูกผมรัก

20


คุณมาก แกเฝ้ารอวันนี้มานาน นับวันมาตลอด วันนี้ก็ตื่นตั้งแต่เช้า เร่ง ให้ ผมพามาโรงเรี ย นเร็ ว ๆ กลั ว จะไม่ ทั น เห็ น คุ ณ ผมไม่ เ คยเห็ น ลู ก มี ความสุขเท่าวันนี้มาก่อน” ผู้พูดเปิดประตูด้านหลังรอให้หญิงสาวขึ้นไป นั่ง โมรีนิ่งงันในความคิด ก่อนรู้สึกตัวกับเสียงกระแอมไอ “ผมนายแพทย์ห ฤษฎ์ สหัสรังสี …ผมหวังว่าเราคงมีโอกาสได้ เจอกันอีกนะครับ” ชายหนุ่มแนะนาตัวเอง ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ปรายตา บอกให้หญิงสาวขึ้นรถ “เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่าคะ” ในที่สุดโมรีก็ถาม ออกไป หลังรู้สึกถึงความทรงพลังของนายแพทย์หนุ่ม ซึ่งเธออธิบาย ไม่ได้ว่ามาจากส่วนไหน “ที่ไหนล่ะครับ…โรงเรียน หรือว่าโรงพยาบาล?” คนเป็นหมอ สบตารอค าตอบ รอยยิ้ม วาบขึ้ นในดวงตาเพีย งเสี้ย ววิ นาที ยามเห็น หญิงสาวงุนงง “ฉันหมายถึงที่อื่น ฉันแน่ใจว่าเคยเห็นคุณหมอที่ไหนมาก่อน แต่นึกไม่ออก” “บางทีเราอาจเดินสวนกัน อย่างไม่ตั้งใจมั้ งครับ ” นายแพทย์ หนุ่มยิ้มเยือนด้วยความพอใจ เมื่อนักเขียนสาวยอมขึ้นนั่งบนรถ ดวงตา สีน้าตาลหวานยังเต็มไปด้วยคาถาม “แล้วงานมหกรรมหนังสือล่ะคะ?” โมรีโพล่งออกไป “ผมเคยพาลูกไปเดินซื้อหนังสือ” เขาตอบ ปิดประตูรถให้จน สนิทรอจนรถเคลื่อนตัวออก โมรีเอ่ยปากขอบคุณ เอนหลังพิงเบาะรถอย่างครุ่นคิด ไม่เข้าใจ ว่าเป็นอะไร ทาไมเธอถึงนึกไม่ออกว่าเคยเจอเขาคนนี้ที่ไหน เธอมั่นใจ ว่าไม่ใช่โรงพยาบาล หรือโรงเรียนแห่งอื่นแน่นอน แต่ที่ไหนล่ะ? หญิ งสาวตอบไม่ ได้ อาจเป็ นเพราะช่ วงนี้ เธอนึ กถึ งแต่ นรสี ห์ นักเขียนผู้ลึกลับตลอด เจอใครมีท่าทีแปลกๆ เธอต้องคิดว่าเป็นเขาทุกครั้ง

21


โมรี ถ อนใจเอนตั ว หลั บ ตาพิ ง เบาะรถอย่ า งอ่ อ นเพลี ย เสียงเพลงจากโทรศัพท์เครื่องเล็กดังขึ้นทันทีเช่นกัน เธอรีบกดปุ่มรับ สัญญาณ เป็นสายบก.วิชัย หวังใจว่าจะเป็นข่าวดีสาหรับการรอคอยร่วม สามเดือน “คุ ณ ลุ ง มี ข่ าวดีห รื อ เปล่ าคะ?” โมรีถ ามเสีย งใส รู้สึ ก มี พ ลั ง ขึ้นมาอีกครั้ง “งานเรียบร้อยไหมโม?” ไม่มีคาตอบ นอกจากเสียงถามเนือยๆ ทานักเขียนสาวใจแป้ว “เรียบร้อยดีค่ะคุณลุง แล้วเรื่องของโมล่ะคะ” “ตอบลุงหน่อยสิ คิดยังไงถึงจะเขียนเรื่องแนวนี้?” โมรีใจเสีย แทบไม่อยากอธิบาย เธอพอเดาเรื่องออกว่าผลลัพธ์ จะเป็นอย่างไร “เรื่ อ งของโมใช้ ไ ม่ ไ ด้ เ หรอคะ?” คนถามน้ าตาปริ่ ม อยู่ ร อบ ดวงตา มองเห็นด้านหน้าของทางเข้ าสนามบินอยู่ท่ามกลางแสงสลัว ยามใกล้ค่า “โมรี ตอนนี้ ส านั ก พิ ม พ์ มี ปั ญ หาเรื่ อ งเงิ น …ลุ ง อยากให้ รู้ ว่ า บริษัทโดนเทคโอเวอร์ไปแล้ว” “หมายความว่ายังไงคะคุณลุง?” เธอถามเสียงสั่น “ก็หมายความอย่างที่พูดนั่นแหละ ตอนนี้เรื่องที่ส่งเข้ามา ต้อง ส่งไปที่สานักงานใหญ่อย่างเดียว ลุงไม่มีอานาจพอจะสั่งพิมพ์เรื่องของ ใคร โดยไม่ผ่านเจ้านายได้อีกแล้ว” “ถึงแม้คุณลุงจะเคยบอกว่าเรื่องของโมผ่านแน่นอนเหรอคะ” โมรีย้อนถามเสียงสะอื้น กลับไม่ได้ยินคาตอบรับ วิชัยวางโทรศัพท์มือถือลงอย่างหนักใจ หลังแจ้งข่าวสาคัญให้ โมรี ไ ���้ รู้ ถึ ง ผลการพิ จ ารณาต้ น ฉบั บ จากผู้ บ ริ ห ารคนใหม่ ผู้ เ ป็ น ทั้ ง บรรณาธิการและเจ้าของผู้ถือหุ้นเพียงผู้เดียว วิชัยถอนใจหนักหน่วง ไม่อยากเชื่อว่าเรื่องของโมรีจะไม่ผ่าน

22


นี่เขาทางานกันแบบไหน หรือว่าเรื่องไปไม่ถึงคนตัดสินใจสุดท้ายกันแน่ ชายสูงวัยได้แต่ขบปัญหาอยู่เพียงลาพัง โมรีฝืนยิ้มให้นายอินคนขับรถตรงประตู หลังเขายกกระเป๋า เดินทางใบเล็กมาวางไว้ให้ พลางเอ่ยปากขอบคุณ เธอยกโทรศัพท์ขึ้นดู ให้แน่ใจ สัญญาณถูกปิด บอกให้รู้ว่าการพูดคุยครั้งนี้จบลงแล้ว หญิ ง สาวยื น นิ่ ง รู้ สึ ก เหมื อ นโลกนี้ ห ยุ ด หมุ น ไม่ อยากเชื่ อ ว่ า นวนิยายแนวฆาตกรรมที่เพียรพยายามเขียนร่วมหกเดือน ถูกปฏิเสธ แบบไร้เยื่อใย ความใฝ่ฝันจะเป็นนักเขียนนวนิยาย พังทลายลงหลังการ พูดคุยในเสี้ยวนาที เสียงเพลงของโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง เธอรีบยกขึ้นแนบหูอย่างมี ความหวัง บอกตัวเองว่าคุณวิชัยอาจเปลี่ยนใจโทรมาบอกข่าวดีกับเธอ ใหม่ แต่เสียงที่โทรมาไม่ใช่คุณวิชัย เป็นนาวี เพื่อนชายที่เธอคบหา ด้วย หญิงสาวกาลังจะเอ่ยปากบอกข่าวร้ายของเธอให้เขาฟัง กลับต้อง ชะงักคาพูดไว้ เพราะเสียงหงุดหงิดของเขาถามห้วนๆ ขึ้น “โม…จะกลับถึงกรุงเทพฯ กี่โมง?” “คงอีกชั่วโมงมั้งคะ” “งั้นเจอกันที่สนามบินนะ” นาวีพูดเพียงแค่นั้น โมรี นึก แปลกใจในพฤติก รรมของเพื่อนชาย ตั้งแต่คบหาดูใ จ มาร่วมแปดเดือน เขาไม่เคยรับส่ง เพราะต่างคนต่างมีรถขับ และเวลา ว่างมักไม่ค่อยตรงกัน เขาเป็นนักเขียนอาชีพ ชื่อเสียงของเขาเป็นที่รู้จัก ของนักอ่านกลุ่มหนึ่ง เขามักนัดทานข้าวเย็นเดือนละครั้ง เพื่อบ่งบอกว่า ความสัมพันธ์ยังคงอยู่ ทั้งที่เธอรู้ดีว่ากาลังจะไปไม่รอด นี่เขามาคอยเจอ แบบนี้ เธอกาลังรออยู่ว่าเขาต้องการจะบอกอะไรเธอ! นาวีถอนใจโล่งอก เมื่อเห็นนกยูงเดินลากกระเป๋าเดินทางใบ

23


เล็ก ออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้า ใบหน้าเนียนใสดูอิดโรย อาจเป็น เพราะเหนื่อยจากการเดินสายโปรโมตหนังสือนิทานเล่มใหม่ นึกสงสารที่เธอต้องกลับมารับฟังข่าวร้ายจากเขา แต่เขาไม่มี ทางเลือก ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วมันต้องมีสักวันที่ต้องพูดคานี้ออกไป “ผมหมั้นแล้ว กับนิศาชล” โมรีแ ทบไม่ เชื่อหู ถามย้าไปอีก ครั้ง ค าตอบยังได้เหมือนเดิม คราวนี้เขาเพิ่มเติมข้อมูลให้อีกด้วย “ผมยังมีอีกหลายอย่างที่อยากทา แต่ยังทาไม่ ได้ นิศาชลเขา สามารถช่วยเรื่องนี้ให้ผมได้ ผมก็เลยต้องเลือกสิ่งที่จะทาให้ผมก้าวหน้า ต่อไป” “แสดงว่าที่ผ่านมา โมเป็ นตัว ถ่วงคุ ณวีเหรอ?” โมรีถามเสีย ง เขียว ไม่นึกว่าจะได้รับข่าวร้ายพร้อมกันในวันเดียว “ผมยัง ไม่ ไ ด้พู ด อย่ างนั้ น สั ก ค า แต่ถ้ า โมจะเข้ า ใจอย่า งนั้ น ก็ ตามใจ” โมรีหมดความอดทน รู้สึกเหมือนโดนหักหลัง แถมเพื่อนชายยัง ทาท่าหยิ่งยโสโอหังให้เห็น เธอกาหมัดจนแน่น ชกเปรี้ยงไปที่ปากครึ่ง จมูกครึ่งของเขาด้วยความโมโห จนไอ้ผู้ชายเฮงซวยถึงกับกุมปากร้อง โอดโอย หญิงสาวสะบัดมือไปมาด้วยความเจ็บ แต่ยังไม่หนาใจยกเท้า เตะเข้าไปที่หว่างขาของผู้ชายทรยศอย่างแรง จนเขาทรุดลงไปนอนกุม เป้ากางเกง อยู่บนพื้นต่อหน้าฝูงชนที่เดินผ่านไปมาในสนามบิน เจ้าของผลงานหอบจนตัวโยนอย่างสะใจ เธอลากกระเป๋าเดิน ลิ่ว ตรงไปยังประตูทางออก ก าลังจะหมดความอดทน ลาคอตีบ ตั น เพราะความปวดร้าวกับหลายๆ เรื่อง ไม่นึกว่าจะโหมกระหน่าเข้าสู่ชีวิต ภายในวันเดียว โมรีกลั้นสะอื้นไว้ในอก มายืนเคว้งอยู่ตรงโถงของทางออกไปจุด รอรถ ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะไปไหนดี ไปในที่ที่ทาให้เธอรู้สึกว่าไม่ได้อยู่ตัว คนเดียวในโลกนี้ ที่ซึ่งทาให้เธอไม่อ้างว้างเหมือนอยู่ตามลาพัง ที่ที่เธอ

24


จะอยู่ได้อ ย่างปลอดภัย และมีความสุข แต่แล้วหญิงสาวก็สะดุ้งตกใจ เมื่อมีมือหนาหนักมาจับต้นแขนให้หันไปหา โมรีมองผ่านม่านน้าตา ก่อนโผเข้าหาอ้อมกอดอบอุ่นของพี่และ เพื่อนชายแสนดี พี่ตุล หรือตุลา ซึ่งเติบโตมาด้วยกันในสถานสงเคราะห์ ใช่! โมรี เป็นเด็กกาพร้า พ่อกับแม่เสียชีวิตด้ วยอุบัติเหตุตอน เธออายุ ไ ด้ ส ามขวบ หญิ ง สาวถู ก ส่ ง ตั ว ไปที่ นั่ น เพื่ อ รอญาติ ม ารั บ ไป อุปการะ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่มีญาติ หรืออาจเป็นเพราะไม่มีใครอยาก มารับผิดชอบเด็กสามขวบ เธอจึงเติบโตร่วมกับเด็กกาพร้าอีกหลายร้อย คน รวมถึงพี่ตุลผู้ซึ่งเป็นทั้งพี่และเพื่อนคนแรกในที่แห่งนี้ “ไม่เป็นไรแล้วโม…พี่มาแล้ว” ความห่วงใยเจืออยู่ในน้าเสีย ง อย่างชัดเจน ชายหนุ่มลูบหลังลูบไหล่ พลางส่งผ้าให้เช็ดน้าตา “ไปกลับ บ้ านกั น ดีก ว่ า พี่เตรีย มอาหารจานโปรดไว้ ใ ห้ด้ว ย” รอยยิ้มอบอุ่นฉายชัด จนหญิงสาวต้องยิ้มตอบ เดินเคียงข้างพี่ชายแสนดี ผู้ทาหน้าที่ลากกระเป๋าเดินทางแทน “พี่ตุลไม่เห็นบอกว่าจะมารับ ” หญิงสาวเสียงยังสั่น เปิดประตู ขึ้ น ไปนั่ ง บนรถเต่ า สี ด ารุ่ น เก่ า ซึ่ ง เขาซื้ อ มาซ่ อ ม แล้ ว ยกให้ เ ธอเป็ น ของขวัญตอนสาเร็จการศึกษา “เซอร์ไพรส์…” ตุลาตอบแค่นั้น ก่อนสตาร์ตรถ ไม่อยากบอก ว่ า เขาเป็ น ห่ ว งความรู้ สึ ก หล่ อ นมากแค่ ไ หน วั น นี้ เ ขาโทรเข้ า ไป ส านั ก พิ ม พ์ ถามถึ ง นวนิ ย ายของโมรี รู้ ว่ า หล่ อ นรอค าตอบอย่ า งมี ความหวังเต็มเปี่ยม และตอนนี้หล่อนคงรู้คาตอบแล้วเช่นกัน เห็นอยู่ เหมือนกันว่านายนาวีมารอรับ และคงแจ้งข่าวหมั้นของตัวเองให้โมรีได้ รับรู้ หลังทั้งคู่ควงกันได้แค่สามเดือน ‘ดีเหมือนกัน จะได้จบกันไป เขารู้ว่านาวีกับโมรีไปกันไม่รอดแน่ เพราะคนหนึ่งมุ่งมั่นกับความฝันในนวนิยายเรื่องแรกมาก ในขณะที่อีก คน มีหญิงสาวรุมล้อมรอบกาย’ ตุลาคิดแบบนั้น “พี่ตุลรู้เรื่องแล้วใช่ไหม?” โมรีถาม เมื่อพี่ชายแสนดีขับรถมาได้

25


ครึ่งทาง ตุลาพยักหน้า สายตายังจับจ้องไปยังถนนบนทางด่วน “เราเริ่มใหม่ได้นี่นะ” “เพราะเรื่องนี้หรือเปล่า พี่ตุลถึงมารับโม” “ทาไมต้องถามถึงเหตุผล” เจ้าของคาถามเหลือบมอง ก่อนหัน กลับไปยังถนนดังเดิม “โมก็น่าจะรู้ดีกว่าเพื่อน อะไรเป็นเหตุให้พี่ต้องมารับ” หญิงสาวเหลือบมองตุลาผู้ทาหน้าที่ขับรถ แสงไฟจากเสาเกาะ กลาง ส่องให้เห็นความคมสันบนใบหน้า จมูกโด่ง ปากบางจนเกือบเป็น เส้นตรง ดวงตาสีดาทอดมองไปยังท้องถนนเบื้องหน้าอย่างใส่ใจ “พอจะหาเหตุผลเจอหรือยัง?” โมรีสะดุ้ง ค้อนให้เจ้าของคาถามด้วยความหมั่นไส้ “ตกใจหมด คนกาลังคิดอะไรเพลินๆ” ตุลาหัวเราะ “ก็คิดออกหรือยังล่ะ” “ยัง…ยังคิดไม่ออก พี่ตุลแวะไปดูร้านปรารถนากันดีกว่าค่ะ” “ร้านปรารถนาอีกแล้วเหรอ!” คนเป็นพี่ถอนใจหนักหน่วง “ไปท าไม ไปก็ แ ค่ นั้ น กี่ ปี แ ล้ ว ที่ น รสี ห์ เ ขี ย นหนั ง สื อ แฟนๆ เรียกร้องแค่ไหน เขาเคยสนใจออกมาเปิดตัว กับแฟนนักอ่านไหม?” “พี่ตุ ล ” โมรีเ รี ย กเสี ย งสั่ น เมิ น หน้ า หนี ออกไปด้ านข้ างด้ ว ย ความผิดหวัง ตุลาถอนใจ เขาตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางไปยังจุดหมายตามคา ขอ ถนนราชดาเนินช่วงกลางดึกไม่คึกคักวุ่นวาย แสงไฟจากเสาเกาะ กลางยังคงเปิดสว่าง เขาขับรถเลี้ยวเข้าไปทางสี่แยกคอกวัว ผ่านถนน ข้าวสาร เลยไปยังเส้นทางถนนพระอาทิตย์ ขับมาจอดยังสวนสันติชัย ปราการ หล่ อ นขยั บ ตั ว แนบใบหน้ า กั บ กระจกรถ มองเหม่ อ ไปยั ง ตึ ก โบราณสองชั้นหลังใหญ่สีเขียวอ่���นซึ่งปิดประตูและดับไฟมืด มีเพียงไฟ

26


ดวงเล็กส่องให้เห็นป้ายชื่อร้าน “ปรารถนา” ในกลุ่มแฟนคลับของ “นรสีห์” บอกเล่าผ่านบอร์ดสาธารณะ ทางเครือข่ ายอิน เตอร์ เน็ ต ว่ าที่นี่ คื อร้านของนรสีห์ โดยมี ม ารดาเปิ ด กิจการดูแลเรื่องหนังสือมาร่วมหกเจ็ดปี แต่นั่นก็เป็นแค่เรื่องเล่าจากคน หนึ่งไปสู่คนหนึ่ง ไม่มีใครยืนยันได้ แม้แต่เจ้าของร้านซึ่งเป็นหญิงสูงวัย ชื่อแขไข ยังไม่ยอมปริปากพูดถึงเรื่องนี้ โมรีมักแวะเวียนมาที่ร้านนี้บ่อยๆ ในฐานะนักเขียนนิทาน และ ทากิจกรรมตามคาเชิญเจ้าของร้าน เขาจอดให้โมรีได้ซึมซับบรรยากาศจนพอใจ รู้ว่าสถานที่นี้เป็น อีกแห่ง ในยามโมรีมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจ หล่อนจะขับรถมาจอดแล้วนั่ง มองไปยังร้านนั้นได้คราวละนานๆ จากนั้นจะกลับบ้านไปเขียนงานซึ่ง หล่อนบอกว่าได้รับอิทธิพลมาจากนรสีห์ โมรีมองเหม่อไปยังร้าน “ปรารถนา” ซึ่งปิดไฟเงียบ เกิดคาถาม ในใจว่าทาไมเธอต้องมาที่แห่งนี้ด้วย ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่เขาจะ ปรากฏตัว หรือถ้าเขาจะเดินสวนทางกับเธอตามถนนหนทาง เธอไม่มี โอกาสรู้ได้เลยว่าเขาคือ “นรสีห์” หญิงสาวนึกไปถึงนายแพทย์หฤษฎ์ สหัสรังสี กับลูกสาว เขามี บุ ค ลิ ก น่ าสนใจไม่ ใ ช่ น้ อ ย เขาท าราวกั บ ว่ าปิ ด บั งซ่อ นความลั บ อะไร บางอย่างไว้ เหมือนชายลึกลับในมุมมืด ผู้ซึ่งทาให้เธอรู้สึกหวั่นไหวอย่าง ไม่น่าเชื่อ เขาทาให้เธอต้องวิ่งตามไปด้วยความสนใจใคร่รู้ว่าเขาเป็นใคร กันแน่ ทั้งที่ความจริงเธอไม่เคยต้องวิ่งตาม เพราะมีชายหนุ่มเข้ามาให้ เธอได้ศึกษามากหน้าหลายตา แต่เธอไม่เคยให้ความสนิทสนมมากไป กว่าความเป็นเพื่อน ส่วนนาวีซึ่งเป็นอดีตไปแล้วนั้น เธอตอบตัวเองมา นานแล้วว่าเขาไม่ใช่คนที่เธอรัก เสียงสตาร์ตเครื่องยนต์ดังขึ้น ก่อนขับเคลื่อนตัวออก โมรีปรายตา มองผู้ทาหน้าที่ขับรถ พี่ตุลเป็นทั้งเพื่อนและพี่ชายแสนดี เขาดูแลห่วงใยความรู้สึกมา

27


ตลอด เธอรู้ว่าเขารัก ถึงแม้เขาจะยังไม่เอ่ยปากพูดก็ตาม แต่เธอเชื่อว่า วันนั้นคงมาถึงเมื่อทุกอย่างพร้อมสาหรับเขา แล้วเธอล่ะ? จะให้คาตอบไหนกับเขา! ค าตอบซึ่ ง จะท าให้ ค นสองคนมี ค วามสุ ข โดยไม่ มี ใ ครต้ อ ง เจ็บปวด!

28


3 พีช ่ ายทีแ่ สนดี ตุลาส่ า งน้าส้มคั้ น ให้โมรี มีเบี ยร์ก ระป๋ องสาหรับตนเอง เขา ทรุดลงนั่งบนโซฟาหน้าทีวี เมื่อกลับเข้าบ้านร่วมตีหนึ่ง โมรีนั่ งเงีย บ มื อถื อแก้ วน้ าส้ม ค้ าง ดวงตาสีน้ าตาลมองไปยัง รูปภาพวันหญิงสาวรับปริญญา “โมยังไม่ได้เล่าให้พี่ตุลฟัง ” โมรีหันไปสบตาชายหนุ่มบนโซฟา หน้าทีวี คนเป็นพี่เลิกคิ้วรอฟัง “เมื่อวานนี้ โมวิ่งตามผู้ชายคนหนึ่ง” ตุลาหัวเราะ พลางจิบเบียร์ “เขาคงน่าสนใจ…หรือว่าเป็นนรสีห์” โมรีถอนใจ “โมเชื่อว่าเขาเป็น นรสีห์ เขายืนอยู่ตรงเสามืดๆ ตอนนั้นไฟใน ห้องดับเพราะวุ่นวายเรื่องนรสีห์นี่แหละ มีคนตะโกนว่านรสีห์อยู่ในห้อง


ด้วย คนเลยแตกตื่น แต่โมเห็นเขาไม่สนใจใครเลย เขาพูดอะไรกับโม ด้วยก็ไม่รู้ แล้วเขาก็ออกไปจากห้อง โมเลยวิ่งตาม แต่ไม่ทัน ไม่น่าเชื่อ ว่าเขาจะหายตัวได้เร็วมาก ความจริงตัวเขาก็ออกจะสูงใหญ่ ” คนพูดยัง นั่ ง เหม่ อ มองไปยั ง ชั้ น วางหนั ง สื อ ริ ม ห้ อ งซึ่ ง เต็ ม ไปด้ ว ยหนั ง สื อ ของ นักเขียนเรืองนาม “ไม่ใช่พวกทาเท่ ดึงดูดความสนใจโมนะ เสร็จแล้วก็ให้เบอร์ โทรทีหลัง” โมรีส่ายหน้า ดวงตาสีน้าตาลอ่อนล้า “ความรู้สึกมันไม่เหมือนกันค่ะ…โมเชื่อว่าเขาเป็นตัวจริง” “ตอบพี่ ห น่ อ ยสิ โ ม…ถ้ า เจอตั ว จริ ง โมจะท าอะไร” เจ้ า ของ คาถามสบตารอคาตอบ หนั กใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่เคยเห็นหญิงสาว ทาท่าครุ่นคิดแบบนี้มาก่อน ดูโมรีเชื่อมั่นในความรู้สึกมากนัก โมรีทอดถอนใจเอนตัวพิงพนักโซฟา “ไม่รู้เหมือนกันค่ะพี่ตุล …โมตอบไม่ได้ว่าถ้าเจอเขาแล้วจะทา อะไร หรือจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง…ตอนนี้โมรู้แต่ว่าอยากเจอตัวจริงเขา มากที่สุด” “โม…ถ้าพี่บอกว่าโมกาลังหลงรักนรสีห์ล่ะ?” โมรีไม่ตอบคาถาม นอกจากจะถอนใจด้วยความไม่เข้าใจตัวเอง “อันตรายนะ ถ้าเราจะรักคนในเงามืด เราไม่รู้ว่าเป็นใคร ทา อะไรที่ไหน ความเป็นมาอย่างไร ที่สาคัญเขามีภรรยาหรือเปล่า ” ตุลา รั้งโมรีให้มาอยู่ในอ้อมกอด หล่อนสะอื้นไห้จนน่าตกใจ “โมขอโทษค่ ะ แต่ไม่ ใ ช่อย่างที่ พี่ตุลเข้ าใจ แต่โมก็ บ อกไม่ ไ ด้ เหมือนกันว่าทาไมถึงอยากเจอตัวเขานัก ทั้งที่เจอแล้วไม่ได้ทาให้ชีวิต ของโมเปลี่ยนไป แต่โมก็คิดมาตลอดว่า โมจะต้องหาทางเจอตัวจริงของ เขาให้ได้” เสียงใสปานระฆังเงินสั่นพลิ้ว ตุลาลูบไหล่ปลอบโยน โมรีเช็ดน้าตา คิดว่าต้องไปพิสูจน์อะไรบางอย่าง และบางทีเธอ อาจได้นวนิยายสักเรื่อง เธอตัดสินใจในเสี้ยวนาทีก่อนบอกพี่ชายแสนดี

30


“โมจะไปอยู่เชียงใหม่สักพักค่ะพี่ตุล” “แล้วงานพิธีกรล่ะ ไม่มีเหรอ” คนถามยังนั่งเหยียดยาวเคียง ข้าง “ช่วงนี้งานน้อย โมจะพักด้วย…เหนื่อย” ตุลาพยักหน้ารับรู้ เขาตัดสินใจบอกน้องสาวแสนรักให้ไปพักที่ บ้านของอดีตนางพยาบาลชื่อมุกดา พี่สาวร่วมสถานสงเคราะห์ที่อาเภอ แม่สะเมิง เพราะเขารู้ว่าถ้าโมรีตัดสินใจ ใครก็เปลี่ยนเธอไม่ได้ “จะดีเหรอคะ พี่มุกเขาสนิทกับพี่ตุลมากกว่าโมนะ” หญิงสาว ออกความเห็น นึกไปถึงพี่มุกดา พี่สาวร่วมสถานสงเคราะห์อีกคนซึ่งเป็น นางพยาบาลอยู่จังหวัด เชียงใหม่ จาได้ว่ าพี่มุก สวยโดดเด่น สอบเข้ า คณะพยาบาลศาสตร์ ข องมหาวิ ท ยาลั ย รั ฐ ได้ ตั้ ง แต่ นั้ น พี่ มุ ก ดาย้ า ย ออกไป ไม่ติดต่อกลับมา จนพี่ตุลเล่าให้ฟังว่าเจอพี่มุกอีกครั้งก็ตอนเอา รถมาซ่อมที่อู่ “ไม่น่าจะมีปัญหานะโม…พี่มุกเคยบอกไว้ เขาว่าเสียดายบ้าน ปลูกไว้ไม่มีใครดูแล” “แล้ ว พี่ ตุ ล ไม่ ไ ปกั บ โมเหรอคะ” โมรี ยั ง นั่ ง เหม่ อ มองไปยั ง รูปภาพบนผนังอย่างเศร้าๆ “งานในอู่เยอะแยะ ถ้าโมคิดว่าจะอยู่นาน ปีใหม่พี่จะตามไป” หล่อนหันมาสบตา เหมือนต้องการคายืนยัน “ไปโน่นดูแลตัวเองด้วย พี่เป็นห่วง…ถ้าพี่รวยคงจะตามไปดูแล โมทุกหนทุกแห่งได้…แต่นี่…” เสียงทุ้มอ่อนโยนขาดหาย…ราวมีอะไรมาปิดกั้นให้พูดไม่ออก เพราะเหนื่อยล้าในความรู้สึกเกินกว่าจะอธิบายให้เข้าใจได้ ตุลาจึงยก เบียร์ดื่มดับความหน่วงที่มีอยู่ในใจ โมรีสะท้อนใจกั บ ดวงตาสีดาที่ดูเหนื่ อยล้ากั บ ความรู้สึก เธอ ปลอบพี่ชายแสนดีด้วยเสียงสั่นเครือ “พี่ตุลเป็นคนดี ขอให้ความดีที่พี่ตุลทา คืนกลับให้พี่ตุลได้พบสิ่ง

31


ดีๆ เช่นกันนะคะ” เธอลุกยืน “โมขอตัวไปนอนก่อน เหนื่อยเต็มที” “โม…ไม่ ว่าอะไรจะเกิ ดขึ้ น พี่ยังอยู่เคีย งข้ างโมเสมอนะ” สุ้ม เสียงคนพูด เต็มไปด้ว ยความห่ว งหาอาทรที่ห ญิงสาวรับ รู้ม าตลอดที่ เติบโตมาด้วยกัน โมรียิ้มรับเพียงบางๆ ก่อนจะเดินเข้าห้อง คนเป็นพี่มองตามจนประตูปิดตามหลัง จากนั้นจึงลุกไปปิดไฟ ดวงกลาง ตุลาเปิดประตูเข้าห้องส่วนตัว เดินระเรื่อยไปยังหน้าต่างตรง หัวนอน ทอดสายตาออกไปยังบริเวณที่ตั้งของอู่รถภายในอาณาเขตของ พื้นที่หนึ่งร้อยตารางวา ที่เขาบากบั่นทางานหาเงินผ่อนกับธนาคารมาได้ ห้าหกปีเพื่อจะสร้างอนาคตสาหรับใครคนหนึ่ง แต่ดูเหมือนใครคนนั้น จะมองไม่เห็น นอกจากไมตรีและมิตรภาพแบบเพื่อนแบบพี่น้องที่มอบ ให้กันม���ตลอด นับตั้งแต่หนูน้อยโมรีเข้ามาอยู่ในชายคาของสถานสงเคราะห์ เขาซึ่งเป็นรุ่นโตกว่าต้องรับหน้าที่ดูแลน้องที่มีอายุเพียงสามขวบ ดวงตา ของหนูน้ อยโมรีสดใสเหมื อนดวงดาวบนท้องฟ้า ดวงหน้าจิ้มลิ้มพริ้ม เพรา ผมสีน้าผึ้งหยักศกนุ่มเหมือนแพรไหม ยามหนูน้อยกระโดดโลด เต้นด้วยความยินดี กับอาคันตุกะผู้ใจดีซึ่งมักเปลี่ยนหน้านาอาหารมา เลี้ยง ตอนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เขายังจาได้ว่าปากเต็มอิ่มของหนูน้อย โมรีสีแดงเข้มเพราะกัดแทะไอศกรีมอย่างมีความสุข ตุลาเอนตัวลงบนเตียง หลับตาลงด้ว ยความหน่ วงในใจ สิ่งที่ ชายหนุ่มคิด ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าวันข้างหน้า เขากับหญิงสาวจะมี โอกาสได้ร่วมทางเดินเดียวกันหรือไม่ หญิงรับใช้สูงวัยประคองถาดมีแก้วนมวางเคียงข้างมากับจาน ของว่าง เดินมาเคาะประตูห้องทางานอย่างแผ่วเบา ก่อนเปิดเข้าไปด้วย ใจระทึก คิดในใจว่าถ้าไม่จาเป็นนางจะไม่เข้ามาในห้องนี้เด็ดขาด

32


แสงสว่างจากโคมไฟบนเพดานหน้าห้อง สาดตามไป ทาให้เห็น ร่างผอมบางบนเก้าอี้รถเข็น ซึ่งหมุนตัวมาอย่างช้าๆ หญิงรับใช้กลืนน้าลายลงคออย่างยากเย็น มองเห็นดวงตาเรียว ยาว ขุ่นมัวด้วยแรงโทสะ ใบหน้าตอบลึกซีดเซียว แก้มข้างซ้ายมีรอย แผลเป็นจากอุบัติเหตุร้ายแรงในชีวิต รอยเย็บร่วมหกสิบเข็มเป็นทาง ยาวระหว่างขมับ พาดผ่านแก้มลงมาถึงริมฝีปากจรดปลายคาง ความโกรธเกรี้ย วบนใบหน้ายิ่ง เพิ่มความน่ ากลัวมากขึ้น เมื่ อ รอยแผลเป็นบิดเบี้ยวไปตามแรงขยับของกล้ามเนื้อ ยามตวาดออกไป สุดเสียง “ออกไป!” เสียงของตกพื้นดังเปรื่อง มุกดาอดีตนางพยาบาลชะงักอยู่หน้า ห้อง ก่อนหลีกทางให้หญิงรับใช้เดินลิ่วออกจากห้องพร้อมถาดเปล่า เธอ เคาะประตูเบาๆ ร่างผอมบางของปราง หญิงสาวบนรถเข็นผู้เป็นนายใหญ่ของ บ้ า นยั ง นั่ ง นิ่ ง หั น หน้ า เหม่ อ มองออกไปยั ง ความมื ด ด้ า นนอกของ หน้าต่างห้องทางานซึ่งเป็นกระจกใสแผ่นใหญ่ มองเห็นภายในอาณา เขตของรั้วบ้าน เต็มไปด้วยต้นปีบซึ่งยืนต้นคู่มากับบ้านหลังนี้นับตั้งแต่ ปลูกเป็นเรือนหอ มุกดาปรายตามองพื้นซึ่งเลอะไปด้วยนมจากแก้วและจานของ ว่าง เธอหันไปพยักหน้าให้เด็กรับใช้เข้ามาทาความสะอาดจนเรียบร้อย หญิงสาวบนรถเข็นก็ยังนั่งนิ่งไม่ไหวติง “คุณปรางคะ” “พี่ห มอยัง ไม่ ก ลับ ใช่ ไ หม?” ปรางหั น กลับ มาถามด้ ว ยความ โมโห มุกดายังไม่ทันได้ตอบคาถาม เธอปรายตามองไปยังแสงไฟจาก หน้ารถซึ่งสาดเข้ามาภายในรั้วบ้าน สาวใหญ่ถอนใจโล่งอก หันไปบอก เด็กรับใช้อีกคนให้วางถาดน้าผลไม้ไว้บนโต๊ะทางาน

33


“กลับพอดีเลยค่ะคุณปราง” มุกดา แตะลงบนมือเล็กบางจน เห็นความปูดโปนของกระดูกอย่างเอาใจ “พี่ผสมน้าผลไม้ใหม่ คุณปรางลองชิม ไหมคะ” คนพูดส่งแก้ว น้าผลไม้ให้หญิงสาวบนรถเข็นจนถึงมือ แต่ถูกปฏิเสธด้วยการเมินหน้า หนี ประตูห้องถูกเปิดเข้ามา โดยไม่มีเสียงเคาะ หนูแป้งวิ่งเข้ามา อย่างตื่นเต้น มือน้อยๆ รีบกระแทกปิดดังปัง คนในห้องสะดุ้ง ต่างหันมา มองพร้อมกัน รอยยิ้มสดใสหยุดชะงัก ดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์ของหนูน้อย หลบ สายตาคนเป็นแม่ลงต่า ราวกับรู้ตัวว่ากาลังทาผิดมหันต์ หนูน้อยพนม มือไหว้ข อโทษ โดยไม่ ต้องให้ใ ครเตือน ขยับ ตัว ยืน แอบหลังอดีตนาง พยาบาล จนกระทั่งประตูถูกเคาะเบาๆ ก่อนเปิดเข้ามา “หนูแป้งอยู่ไหนเอ่ย มีใครเห็นหนูแป้งบ้างครับ?” ผู้เป็นบิดายิ้ม พราย แกล้งถามหาลูกสาวตัวน้อย แต่รอยยิ้มค่อยๆ จางหาย เมื่อผู้เป็นพ่อมองเห็นหนูแป้งยืนแอบ หลังมุกดาอยู่ตรงโต๊ะทางาน เขาผ่อนลมหายใจ รับรู้ได้ว่ าบรรยากาศไม่ป กติ เดิน ไปหอม แก้มภรรยา ซึ่งนั่งหันหลังให้อยู่บนรถเข็น “ปราง…ผมขอโทษนะ” คนเป็นสามี ทอดเสียงอ่อนรวมไปถึ ง ใบหน้าและแววตา “พี่หมอก็รู้ว่าปรางเกลียดการรอ” แววตาของคนพูดนิ่งสนิ ท เหมือนน้าเสียงที่บ่งบอกได้ว่ากาลังไม่พอใจกับหลายๆ สิ่งรอบกาย “ผมขอโทษ พอดีงานที่โรงเรียนกว่าจะเลิกก็เย็นแล้ว อีกอย่าง วันนี้เป็นวันพิเศษของลูก ผมเลยพาไปทานไอศกรีม” นายแพทย์หนุ่ม อธิบายอย่างใจเย็น “วันนี้ลูกมีความสุขมากเลยนะ หนูแป้งมีอะไรจะอวดคุณแน่ะ ” สามี ท รุ ด ตั ว ลงนั่ ง ตรงหน้ า รถเข็ น ยิ้ ม เอาใจ จั บ มื อ ภรรยาขึ้ น หอม

34


ภาวนาให้หล่อนอารมณ์ดี แล้วยอมพูดคุยกับลูกบ้าง ชายหนุ่มพยักหน้าให้ลูกเดินออกจากหลังของพี่มุกดา เข้ามาหา “หนูแป้ง เอาหนังสือมาให้คุณแม่ดูสลิ ูก” หนูแป้งทาตามอย่างว่าง่าย รีบหยิบหนังสือในกระเป๋า ออกส่ง ให้ผู้เป็นมารดาอย่างเอาใจ “คุณแม่ดูสคิ ะ วันนี้แป้งได้ลายเซ็นพี่นกยูงมาด้วยค่ะ” หนูแป้งกุลีกุจอเปิดหน้าแรกของหนังสือนิทาน นิ้วน้อยๆ ชี้ลง บนข้อความด้วยความภูมิใจ ปรางก้มลงอ่าน ดวงตาเหยียดยิ้มเยาะ เงย หน้าขึ้นสบตาลูกสาวตัวน้อย “รักมันมากเหรอหนูแป้ง” คนเป็นแม่ถามเสียงเย็น ลูกสาวตัวน้อยตอบพร้อมรอยยิ้ม “รัก มากสิ ค ะ คุ ณ แม่ เห็น ไหม พี่น กยูงเขี ย นว่ ารัก หนู แ ป้ งคน เดียว” “มันสวยมากไหม” เสียงถามเข้มขึ้น “สวยค่ะ สวยเหมือนนางฟ้าเลย” “ถ้าสวยก็ไปอยู่กับมันสิ…ไป! ออกไป!” เสียงตวาด เสียงกรีดร้อง ดังลั่นขึ้น มือผอมบางฉีกหนังสือนิทานจนเป็นเศษเสี้ยวเหวี่ยงทิ้งไปบน พื้น หนูแป้งถูกผลักจนล้ม ก่อนกรีดเสียงร้องแข่งกับมารดา หฤษฎ์สั่งให้มุกดาอุ้มออกจากห้อง ส่วนตนเองหันมาหาภรรยา ซึ่งกาลังคลุ้มคลั่งหยิบข้าวของเหวี่ยงทั่วห้อง เสียงดังฉาด ชายหนุ่มหน้าชา หันไปตามแรงตบจากมือของภรรยา ตามด้วยสันหนังสือเล่มหนาจนเขา เกิดอาการมึน แทบล้มทั้งยืน มือหนาแตะลงบนหางคิ้ว เมื่อรู้สึกว่ามัน บวมปูดขึ้นทันที ภรรยายังกรีดเสียงร้องไม่เลิก นายแพทย์หนุ่มข่มความเจ็บปวด ไว้ในอก ปล่อยให้ภรรยาได้อาละวาดอย่างเต็มที่ เดินไปทรุดตัวลงนั่งบน โซฟารับแขกสีน้าตาลไหม้ ใกล้กับโต๊ะทางานตัวใหญ่สุดในบ้าน “ออกไป…ออกไป ได้ยินไหม”

35


“ปราง…หยุดเถอะ…นะ เชื่อผม” เขาพูดแทรกเสียงกรีดร้อง ซึ่ง ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมหยุดตามคาขอ “ก็ออกไปสิ จะมานั่งฟังอยู่ทาไม” ภรรยายังใช้เสียงเป็นอาวุธ เมื่อข้าวของทุกชิ้นบนโต๊ะทางานถูกเหวี่ยงลงพื้น ยกเว้นเพียงอย่างเดียว คือโน้ตบุ๊กรุ่นทันสมัย “ชื่นชมกันนัก หายไปทั้งวัน เป็นไงล่ะอยากได้นังนกยูงมันเป็น เมียใหม่ใช่ไหม?” “ปราง…ถ้ ายัง ไม่ ห ยุด ผมจะใช้ย ากั บ คุ ณ นะ” คนเป็ น สามี ขู่ ดวงตาคมวาวระยับ “ไปเอามาสิ เอามาฉีดให้ตายไปเลย จะได้เอานังนกยูงมาเป็น เมีย คงสมใจนังลูกตัวดี หรือพ่อมันก็อยากได้เมียใหม่จนตัวสั่น ถึงได้เต็ม อกเต็มใจไปงานโรงเรียนนัก ” ภรรยาตวาดลั่น ร่างผอมบางหอบจนตัว โยน หฤษฎ์ถอนใจด้วยความเป็นห่วง วางผ้าเช็ดหน้าซึ่งใช้ประคบ แผลตรงหางคิ้วลง “ปราง…ขอร้องเถอะอย่าพูดแบบนั้นเลย…ผมรักคุณนะ รักลูก ด้วย เชื่อผมนะ ผมไม่เคยคิดมีใครใหม่เลย” เขาทรุดตัวลงนั่งตรงหน้า เก้าอี้รถเข็นตัวใหญ่ ร่างผอมบางยังหอบเหนื่อย “เพราะแม่ มั น หน้ า เหมื อ นผี นั ง ลู ก ตั ว ดี มั น เลยเห็ น คนอื่ น เหมือนนางฟ้า” คนเป็นสามีฟังด้วยความสะเทือนใจกับชะตาชีวิตของภรรยา อุบัติเหตุเพีย งครั้งเดีย วเปลี่ยนชีวิ ต พลิก โชคชะตาให้กลายเป็ นเรื่อง เลวร้ายทรมาน ตายทั้งเป็นไปตลอดชีวิต “ผมเชื่อว่าลูกไม่ได้คิดแ���บนั้น ” นายแพทย์หนุ่มแก้ตัวแทนลูก อย่างใจเย็น “อย่ า มาแก้ ตั ว ให้ กั น หน่ อ ยเลย…พี่ ห มอสนใจความรู้ สึ ก ลู ก มากกว่ าปรางด้ว ยซ้า” ริ้ว รอยของแผลเป็ น บนใบหน้ าขยับ บิ ด เบี้ ย ว

36


เพราะรอยยิ้มเยาะ “พี่หมอก็รู้ว่าปรางไม่ชอบรอ จะกลับมืดก็ไม่โทรมาบอก มือถือ ก็ปิด” คนเป็นภรรยาตัดพ้อต่อว่า “หนังสือที่สานักพิมพ์ก็มี จะเอาสักกี่ เล่ม ทาไมจะหาให้ไม่ได้ ปรางไม่รู้ว่าทาไมพี่หมอจะต้องตามใจลูก แค่ มันมาเดินสายทัวร์แนะนาหนังสือ” “ปราง วันนี้เป็นวันปิดภาคเรียน เขาจัดกิจกรรมให้เด็กๆ แล้ว ผมนานๆ จะว่างสักครั้ง…นะ ผมแค่พาลูกไปทานไอศกรีมเท่านั้น ” เขา อธิบายเสียงอ่อน นึกเป็นห่วงลูกจะเสียใจแค่ไหน กับลายเซ็นของขวัญ ใจคนโปรด “แล้วที่ปรางต้องมานั่งบนรถเข็นนี่ล่ะ กี่ปีแล้วจาได้ไหม ปราง ได้ ไ ปเที่ ย วไหนกั บ พี่ ห มออี ก หรื อ เปล่ า ” ภรรยาย้ อ นถามเสี ย งแข็ ง ดวงตาวาวระยับ “คุณกาลังไม่มีเหตุผล อย่าลืมว่าหนูแป้งเป็นลูกของเรา” “ใช่…ปรางกาลังไม่มีเหตุผล…แล้วใครล่ะที่ทาให้เป็นแบบนี้” “ปราง…มั น เป็ น เรื่อ งของอุบั ติเหตุ ” คนเป็ น สามี ป รามอย่า ง หนักใจ ทั้งรู้ว่าภรรยาไม่เคยยอมรับความจริง “ใช่อุบัติเหตุ…แล้วใครล่ะทาให้มันเกิด ถ้าลูกจะไม่คลอดก่อน กาหนด เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นไหมล่ะ” รอยเคียดแค้นชิงชังอยู่บนใบหน้าอย่างชัดเจนเมื่อหญิงสาวยัง กราดเกรี้ยวต่อไปอีก “พี่หมอไม่ได้เป็นปราง ไม่รู้หรอกว่ามันทรมานแค่ไหน ที่ต้อง กลายเป็ นคนพิการตั้งแต่อายุยี่สิบแปด…มี ชีวิ ตอยู่บ นรถเข็น กับ เตีย ง คนไข้” คนพูด กระแทกมือลงบนท้าวแขนของรถเข็น ด้ว ยความโมโห แววตาเจ็บช้า ใบหน้าที่เคยสวยงามเคร่งเครียด คนเป็นสามี กุมมือเล็กบอบบางนั้นไว้ “เอาละๆ ผมขอโทษ…อย่าคิดมากนะ ผมรักคุณ รักลูก อยาก เห็นครอบครัวมีความสุข ขอให้คุณเชื่อใจผมนะ”

37


“ปรางกลัวค่ะพี่หมอ กลัวพี่หมอไปมีใครใหม่ ปรางทนไม่ได้…” ภรรยาบอกเสียงพร่า ดวงตาสีดาแห้งแล้ง ไม่มีน้าตาให้เห็นอีกนับแต่ ประสบอุบัติเหตุครั้งสาคัญ “เชื่อผม…ผมสัญ ญา” น้าเสียงหนักแน่นมั่นคงเหมือนแววตา ทาให้คนเป็นภรรยาทอดถอนใจ “นะ อย่าคิดมาก หรือว่าคุณมีอะไรไม่สบายใจ” เขาทอดเสียง ทุ้มนุ่ม ชวนคุยอย่างเอาใจ “วันนี้สุดาแจ้งมาว่างานที่โรงแรมเมื่อวานวุ่นวายมาก เขาเรียก ค่าเสียหายมาเยอะเพราะความโกลาหล เกิดมีคนเชื่อว่านรสีห์มาในงาน ด้วย” ภรรยาบอกเล่าอย่างหนักใจ “นังนกยูงอีกคน เขาว่ ามันวิ่งตามผู้ชายคนหนึ่งแต่ไม่ทัน คน เลยเชื่อว่านรสีห์มาจริง” “แล้วคุณหนักใจเรื่องนี้เหรอ” ร่างสูงสง่าเดินไปยังโต๊ะซึ่งมีแก้ว น้าส้มวางอยู่ในถาด “ปรางดูพี่หมอไม่ค่อยแปลกใจเรื่องนี้?” “ผมไม่ รู้จะแปลกใจทาไม นรสีห์ จะมาจริงหรือไม่ ก็ไม่ มี ใ คร บอกได้” สามีหนุ่มยักไหล่ “ปรางอยากเจอนรสีห์ เขาทาตัวลึกลับมาก ไม่ให้เราได้ติดต่อ อะไรมากนอกจากอี เ มล์ แม้ แ ต่ เ งิ น ก็ ใ ห้ โ อนเข้ า บั ญ ชี เขาไม่ ส นใจ ข้อเสนอของปรางเลยสักนิด” “คุ ณ เสนออะไรให้ เขา” คนพู ด ทอดสายตาลงในแก้ ว น้ าส้ ม อย่างใช้ความคิด “ปรางขอให้เขาเปิดตัว …เสนอเพิ่มเปอร์เซ็นต์ค่าหนังสือให้อีก นอกเหนือจากค่าเรื่องที่เราเหมาซื้อทุกเรื่องที่เขาเขียน” ภรรยาเล่าเป็น งานเป็นการ ลืมเรื่องหมองใจเมื่อครู่จนสิ้น ยามได้คุยถึงเรื่องธุรกิจในมือ ซึ่งทาเงินให้อย่างเป็นกอบเป็นกา “แต่เขาไม่สน?” สามีถามดักคอ ภรรยาพยักหน้าให้

38


“ตอบผมหน่อยสิ ทาไมถึงจะให้นรสีห์เปิดตัว” ภรรยาสบตา ริ้วรอยบนใบหน้าเต็มไปด้วยคาถาม “พี่หมอถามเหมือนนรสีห์ไม่มีผิด” รอยยิ้มเย็นฉายชัดในดวงตาคมเข้ม “แค่สงสัย…คุณบอกผมหลายหนแล้วนี่ว่าเขาไม่เคยตกลงอะไร กับคุณเลย นอกจากเรื่องงานเขียนที่เขาสัญญาว่าจะส่งให้คุณคนเดียว” มือขาวสะอาดส่งแก้วน้าส้มให้จนถึงมือภรรยา “ดื่มน้าส้มก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะชืดซะหมด” ดวงตาคมเข้ม ยิ้มสมใจ ยามมองภรรยาจิบน้าส้มจนหมดแก้ว!

39


4 อุบต ั เิ หตุครัง้ สาคัญ นายแพทย์หนุ่มเปิดและปิดประตูห้องทางานของภรรยา เบาๆ ฝืนยิ้มให้มุกดานางพยาบาลสาว ด้วยรูปร่างที่สมส่วน ดวงหน้า เจือรอยยิ้ ม นั ย น์ ต าสีด าเจิ ด จ้า ปากบางเฉี ย บเคลือ บลิป สติก สีชมพู หวานอยู่ตลอดเวลา ผมสีดาซอยสั้นแค่ต้นคอ ทาให้หญิงสาวดูสดใสกว่า วัย ถึงแม้จะอายุสามสิบห้าก็ตาม มุกดามีสีหน้าตกใจ ยกมือขึ้นแตะแผลตรงหางคิ้วด้วยความเป็น ห่วง “โดนอะไรคะหมอ เจ็บไหม ให้พี่ทาแผลก่อนดีกว่า” ชายหนุ่มผละถอยห่างออก ยกมือขึ้นแตะแผลเบาๆ “ไม่เป็นไรครับ เมื่อกี้ผมประคบทีแล้ว ผมว่าพี่มุกให้ใครไปเก็บ ของในห้องก่อนดีกว่า เดี๋ยวปรางจะโมโหเอาอีก” “ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก ขอพี่ดูแผลหน่อยดีกว่า ” มุกดายัง ไม่ยอมแพ้ ใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กหอมกรุ่นซับแผลให้อย่างเบามือ


“ไปทายังไงให้โดน หน้าก็อีก โดนตบใช่ ไหม” มุกดาลูบรอยสี แดงบนแก้มของหฤษฎ์อย่างหนักใจ “คุณปรางนี่แรงยังเยอะนะ ขนาดผอมจนเหลือตัวนิดเดียว” “ช่างเถอะครับ ผมไม่เป็นไรหรอก…ขอบคุณพี่มุกที่เป็นห่วง” เขาจับมือของมุกดาบีบกระชับ ยิ้มด้วยความซึ้งใจในความอารีที่หญิงสาว มีให้ “ผมว่าพี่มุกไปดูปรางเขาหน่อยดีกว่า เห็นบ่นเรื่องน้าส้มคั้นไม่ อร่อย” “อ้าวเหรอ! พี่ก็ทาเหมือนทุกวัน สงสัยคอเจ็บอีกแล้วมั้ง” “พี่มุกช่วยดูเรื่องอาหารหน่อยแล้วกันครับ หมู่นี้เขาผอมไปอีก แล้ว หนูแป้งเป็นไงบ้างก็ไม่รู้ ผมขอไปดูลูกก่อนนะครับ” มุกดาพยักหน้าให้ “ไปเถอะ ยังไม่หลับหรอก” หฤษฎ์บีบกระชับมือบอกขอบใจอีกครั้ง หันหลังเดินมายังห้อง ของหนูแป้ง เคาะเบาๆ ก่อนเปิดเข้าไป หนูแป้งผุดลุกขึ้นโผเข้าหาอ้อมกอด พร้อมเสียงสะอื้นไห้ “คุณพ่อ ทาไงดีคะ คุณแม่ฉีกหนังสือขาดหมดเลย ลายเซ็นของ พี่นกยูงก็ขาดด้วย” คนเป็นพ่อลูบมือลงบนเส้นผมอย่างอ่อนโยน สะท้อนในหัวอก สงสารลูกจับใจ เขาไม่น่าปล่อยให้ภรรยาทาแบบนั้น ทาไม?…เขาถึงไม่ ห้ามปรามบ้ าง ลูก สาวเขาอาภัพ นั ก เกิ ด มาแม่ ไม่ อุ้ม ชู ยังโดนข้ อหา ร้ายแรงจากมารดา ในอุบัติเหตุครั้งสาคัญ “วันหลังเราขอใหม่ก็ได้นี่ลูก…นะคนดีของพ่อ เงียบนะครับ” ผู้ เป็ น พ่ อ ปลอบประโลมด้ ว ยเสี ย งทุ้ ม นุ่ ม อย่ า งมี พ ลั ง แม้ จ ะซ่ อ นรอย ปวดร้าวได้ไม่มิดก็ตาม “แล้วเมื่อไรพี่นกยูงจะมาอีกล่ะคะ” หนูแป้งถามเสียงสั่น “อี ก ไม่ น านหรอกลู ก …แล้ ว วั น นั้ น พ่ อ จะพาแป้ ง ไปหา…ขอ ลายเซ็นกันอีกครั้งดีไหม?”

41


เจ้าของอ้อมกอดก้มลงสบตาร่างน้อย มือขาวสะอาดเช็ดน้าตา บนร่องแก้มให้อย่างอ่อนโยน “คุณพ่อ…ที่คิ้วเป็นอะไรคะ” ลูกสาวยกมือน้อยๆ ขึ้นลูบแผล อย่างเบามือ “ไม่เป็นไรหรอกลูก.พ่อเดินชนประตูน่ะครับ” ลูกสาวทาตาโตตกใจเหมือนไม่เชื่อ “คุณพ่อเดินยังไงคะ?” คนเป็นพ่อหัวเราะจูบหน้าผากหนูแป้งอย่างอ่อนโยน “คุณพ่อรู้ไหมคะวันนี้ พี่นกยูงอุ้มแป้งแล้วก็เช็ดน้าตาให้แบบ คุณพ่อด้วยละค่ะ ” หนูน้อยเล่าเสียงใส ลืมสิ้นความเสียใจ ยามนึกถึง ขวัญใจคนโปรด “จริงเหรอ…แล้วแป้งของพ่อเป็นอะไร ทาไมร้องไห้?” เขาถาม ยิ้มๆ ตื่นเต้นไปกับความรู้สึกของลูกสาว “จริงค่ะคุณพ่อ…แป้งหกล้มแล้วพี่นกยูงก็วิ่งปรู๊ดมาอุ้มเลยค่ะ ” ดวงตาเจิดจรัสของหนูน้อยเป็นประกาย ดวง���น้าจิ้มลิ้มปลื้ม ปีติ ยาม บอกเล่าอย่างมีความสุขต่อไปอีก “ตัวพี่นกยูงฮ้อมหอม พอพี่นกยูงรู้ชื่อแป้ง พี่นกยูงบอกว่าเป็น เพราะแป้งต่างหากล่ะคะ” คนเป็น พ่อ หัว เราะ หนูแ ป้งเอื้อมไปหยิบ ผ้าพัน คอสีต องอ่อน ออกมาอวดบิดา “นี่ค่ะคุณพ่อไม่มีใครได้เหมือนแป้ง พี่นกยูงให้แป้งค่ะ” หนูแป้ง อวดผ้าพันคอในมือด้วยความภูมิใจ รอยยิ้ ม จากดวงหน้ า คมเข้ ม ของคนเป็ น พ่ อจางลงอย่ า งช้ า ๆ พยายามเก็บความรู้สึก ก่อนบอกลูก “หนูแป้งสัญญากับพ่อนะว่าจะเก็บผ้าผืนนี้ไว้ดีๆ” คิ้วเข้มๆ ของลูกสาวเลิกขึ้นด้วยความสงสัย “ทาไมคะ?” “ก็ผ้าของพี่นกยูง ใครๆ ก็อยากได้ไม่ใช่เหรอ” ผู้เป็นพ่อสบตา ลูกยิ้มๆ หนูแป้งตาโต อ้าปากค้างก่อนรีบจับผ้าผืนนั้นสอดเข้าใต้หมอน

42


ทันที “เอาละนอนดีกว่า พรุ่งนี้พ่อต้องไปทางานแต่เช้า ” คุณพ่อยัง หนุ่มจับลูกขึ้นบนเตียง “คุณพ่อเล่านิทานของพี่นกยูงสิคะ เอาเรื่องใบตองกับมอมจอม ยุ่งก็ได้ค่ะ” คุณพ่อตอบตกลง เริ่มเล่านิทานให้ลูกฟัง “ใบตองกับมอมจอม ยุ่ง” เป็นหนึ่งในเรื่องโปรดของลูก นิทานทุกเรื่อง เขาจาได้ขึ้นใจ เพราะ เป็นคนอ่านให้ลูกฟังก่อนนอน นิทานของหญิงสาวเน้นเรื่องผจญภัยและความซุกซนของเด็กๆ เป็ น ส่ ว นใหญ่ แต่ ไ ม่ ลื ม แฝงค าสอนและคติ เ ตื อ นใจ ท าให้เ ด็ ก ๆ ยึ ด หล่อนเป็นฮีโร่ในใจ รอยยิ้มผุดขึ้นบนเรียวปากอย่างชัดเจน ดวงตาคมเข้มจับจ้องไป ยังชั้นวางหนังสือนิทานริมห้องซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่หนูแป้งรักมาก นับจาก เขาเริ่มอ่านเรื่องราวในนิทานให้ลูกฟังก่อนนอนทุกคืน เขาอดคิดไม่ได้ว่า ทาไมต้องเป็นนิทานของหญิงสาวผู้ใช้นามปากกาว่านกยูง ท าไมเขาไม่ เ ลื อ กของผู้ อื่ น เขาได้ ค าตอบว่ า อาจเป็ น เพราะ โชคชะตา หญิงสาวเขียนนิทานเพื่อให้มาเป็นเพื่อนกับหนูแป้งลูกสาวผู้ อาภัพของเขา คนเป็ น พ่ อ ห่ ม ผ้า ให้ ลูก จนถึ ง ช่ว งอก จู บ ลงบนหน้ า ผากด้ ว ย ความรักอย่างล้นเหลือ เอื้อมปิดไฟตรงหัวเตียง เดินไปเปิดประตูตรง กลางห้ อ ง ผ่ า นไปยั ง ห้ อ งนอนส่ ว นตั ว เตี ย งนอนขนาดใหญ่ ตั้ ง อยู่ กึ่งกลางห้อง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถูกจัดวางอย่างมีรสนิยม ห้องนี้เคยใช้ เป็นห้องหออยู่กันอย่างมีความสุขได้เพียงปีเดียว ทุกอย่างมาหยุดชะงัก ตอนอุบัติเหตุครั้งสาคัญ หฤษฎ์เดินไปยังหน้าต่างซึ่งเป็นกระจกใส ม่านสีเขียวเปลือก มะนาวถูกรูดจนชิด เขาทอดสายตามองเหม่อไปยังต้นหางนกยูงกลาง สนาม ยังจาเหตุการณ์วันนั้นได้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง!

43


“หมอ…พี่ว่าใจเย็นๆ ก่อนดีกว่า ” มุกดารั้งนายแพทย์หนุ่มให้ ออกจากหน้าประตูห้องฉุกเฉินเมื่อถูกกันให้อยู่ด้านนอก หลังทราบข่าว ภรรยาประสบอุบัติเหตุระหว่างทางมาโรงพยาบาล “จะให้ผมใจเย็นได้ยังไง พี่มุกไม่เห็นหรือไงว่าปรางกาลังจะตาย ลูก ในท้องอีก ล่ะ ทาไมเขาไม่ ใ ห้ผมเข้ าไป” หฤษฎ์หัน ไปตวาดมุ ก ดา นางพยาบาลรุ่นพี่ในโรงพยาบาล “หมอ…ถ้าหมอเข้าไปมันจะยิ่งวุ่นวาย เชื่อพี่” “เว้ย! น่าราคาญ!” หฤษฎ์สะบัดตัวออก ลุกเดินไปมาอยู่หน้า ห้องฉุกเฉิน ซึ่งมีบุรุษพยาบาลยืนคุมเชิงตามคาสั่งของท่านผู้อานวยการ เขาร้อนรุ่มดังไฟกองใหญ่สุมอยู่ในอก หลังทราบข่าวอุบัติเหตุ สาคัญ ภาวนาขอให้ชีวิตภรรยากับลูกปลอดภัย อย่าให้มีอะไรร้ายแรง ไปกว่านี้ อีก การเสียชีวิตของคนขั บรถกับ แม่ข องภรรยาในที่เกิด เหตุ ทาให้เขาใจสลายมากพอแล้ว อย่าให้ต้องมีใครเป็นอะไรมากไปกว่านี้เลย หฤษฎ์ทรงตัว ลุก ขึ้ น หลังผ่านไปห้าชั่ว โมงท่านผู้อ านวยการ ผู้เป็นอาจารย์แพทย์ศัลยกรรมออกมาแจ้งข่าวให้ทราบ “คุ ณ ได้ ลู ก สาว แกต้ อ งอยู่ ใ นตู้ อ บไปก่ อ นจนกว่ า จะพ้ น ขี ด อันตราย ส่วนภรรยาคุณ” หฤษฎ์รอฟังด้วยความหวัง ภาวนาขอให้ภรรยาอย่าทิ้งเขากับ ลูกไป “ภรรยาคุณยังอยู่ในไอซียู ผมเชื่อว่าเธอต้องหาย…แต่…” นายแพทย์หนุ่มสะอื้นในอกอย่างปวดร้าว บอกตัวเองว่าเกลียด คาว่าแต่มากที่สุด “กระดูกสันหลังหักทับเส้นประสาท เธอจะเดินไม่ได้อีกต่อไป” ท่านผู้อานวยการแตะไหล่ให้กาลังใจ ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งบนพื้นสะอื้นไห้เสียงดัง โบกมือไล่ไม่ให้ใคร เข้ามายุ่งแม้แต่เพื่อนหมอหรือมุกดา ถามตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น ทาไม ต้องเป็ น ภรรยากับ ลูก ทาไมไม่ เป็ น เขา ทาไมเขาไม่ อยู่ตอนที่ภรรยา

44


ต้องการความช่วยเหลือ ทาไม? ทาไม? เขาถามซ้าอยู่อย่างนั้นมาตลอด สี่ปี ชายหนุ่ม กลืนก้อนสะอื้นลงคอ เก็บความสะเทือนใจไว้ในอก เหตุการณ์ครั้งนั้นยังจาได้ไม่เคยลืม ความเปลี่ยนแปลงในชีวิตเกิดขึ้น ทันทีที่ภ รรยาฟื้น หล่อนกรีด เสียงร้อง รับ ไม่ได้เมื่อต้องกลายเป็นคน พิการตั้งแต่อายุยี่สิบแปด หนาซ้าใบหน้าสวยงามกลับเต็มไปด้วยรอย แผลเป็น ราวจะตอกย้าไม่ให้ภรรยาได้ลืมเหตุการณ์ครั้งสาคัญ กลางดึกสงัดของคืนข้างแรม หรีดหริ่งเรไรส่งเสียงออกจาก ดงไม้ซึ่งหนาทึบไปด้วยไม้ต้นใหญ่ ความเย็นของอากาศทาให้ไอหมอก สีขาวโรยตัวลงต่า แต่ไม่อาจทาให้ชายในชุดดาขยับตัว กลับยืนจับจ้อง ผ่านแว่นอินฟาเรดไปยังความมืดของถนนเบื้องหน้า ขอบของถนนด้าน หนึ่งมีรั้วเหล็กกั้นซึ่งเป็นเหว ส่วนอีกด้านเป็นภูเขา บุ ห รี่ ใ นมื อ แดงวาบขึ้ น แล้ ว ถู ก ทิ้ ง ลงพื้ น รองเท้ า ผ้ า ใบสี ด า เหยียบจนบี้แบน เมื่อชายหนุ่มผู้ลึกลับเห็นลาแสงสีขาวของรถยนต์ทอด ยาวมาแต่ไกล มือหนายกขึ้นกดปุ่มปิดสัญญาณบลูทูธทางใบหูหลังได้รับ แจ้งยืนยันถึงรถยนต์เป้าหมายที่แล่นมาตามถนน ปืนยาวเก็บเสียงติดลา กล้องถูกยกขึ้นเตรียมพร้อม ลาแสงสีแดงจุดเล็กวิ่งตรงไปยังล้อรถยนต์ ด้านหน้าซึ่งแล่นอย่างรวดเร็ว จากนั้นลั่นไกเพียงครั้งเดียว เสียงล้อระเบิดดังขึ้นราวท้องฟ้ายามพิโรธ ตามด้วยเสียงเบรก เสียดสีครูดไปกับพื้นถนนอย่ างกะทันหัน นกกลางคืนกระพือปีกออก จากราวป่าหลังเกิดเสียงกัมปนาท รถยนต์คันเล็กพลิกคว่ากลิ้งไปตามแรงเหวี่ยงจนหยุดนิ่งสนิท ตรงขอบรั้วเหล็ก ไม่มีสิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหว นอกจากไอความร้อนสีขาว ลอยกรุ่นอยู่ในบรรยากาศขมุกขมัว ความเงียบสงัดกลับคืนมาอีกครั้ง ชายในชุดดาเดิ นไปนั่งซ้อน ท้ายรถจักรยานยนต์ พยักหน้าให้เร่งออกรถไปยังจุดหมายตรงกันข้าม

45


ทิ้งไว้เพียงเศษซากของรถยนต์และร่างของหญิงสาวในชุดนางพยาบาล ซึ่งเลอะไปด้วยเลือดสีแดงเข้มอย่างน่าสะพรึงกลัว! บริเวณสถานี รถไฟหัวลาโพงในช่วงหัวค่า คลาคล่าไปด้วย วณ ผู้คนทั้งหญิงและชาย ต่างเดินเบียดเสียดผ่านเข้าออกบริเวณชานชาลา กั น อย่ า งคึ ก คั ก หนาตา บางคนเดิ น ถื อ กระเป๋ า และกล่ อ งกระดาษ พะรุงพะรัง สอดส่ายสายตามองหาญาติพี่น้อง บ้างก็มีเพียงเป้สะพายหลัง เดินหาหมายเลขของขบวนรถตามชานชาลา บ้างก็ยืนจับ กลุ่ม กันอยู่ หน้าร้านค้าซึ่งมีสินค้าสารพัดชนิดรวมไปถึงข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ทุก ฉบับวางจาหน่าย อาจเป็ น เพราะข่ าวพาดหัว สาคั ญ ทาให้ ห น้ าร้านค้ าแน่ น กว่ า ปกติ ทุกสายตาจับจ้องพุ่งความสนใจ ไปยังข่าวใหญ่บนหน้าหนึ่งของ หนังสือพิมพ์ยอดนิยมของประเทศ “อุบัติเหตุสยอง…คร่าชีวิตนางพยาบาลสาวคาที่” ภาพข่าวของรถยนต์ซึ่งมีสภาพเหมือนเศษเหล็ก พลิกคว่าชน ราวเหล็กซึ่งกั้นระหว่างเหวลึกกับถนน บนเส้นทางของถนนชานเมือง เชียงใหม่ รูปภาพของหญิงสาวผู้มีใบหน้างดงาม ในชุดนางพยาบาลถูกขึ้น คู่อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมของรูปอุบัติเหตุ ดึงดูดความสนใจของผู้คนทั้งชาย และหญิงให้หยุดยืนมุงอยู่หน้าร้าน ต่างโจษขานถึงอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วย ความสนใจอย่างทั่วถึง… โมรี เ ดิ น เรื่ อ ยไปตามพื้ น ชานชาลา ซึ่ ง มี ข บวนรถด่ ว นสาย กรุงเทพฯ-เชียงใหม่จอดเทียบ ตุลาเป็นฝ่ายลากกระเป๋าเดินทางใบเล็ก เดินเคียง และเมื่อเดินมาถึงตู้นอนชั้นหนึ่ง เขาจึงยกกระเป๋าขึ้นไปส่งให้ จนถึงห้องพักพิเศษ หญิงสาวเดินสารวจห้องน้าจนทั่ว มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าต่างซึ่ง

46


เป็นกระจกใสแผ่นหนา ทอดสายตามองไปยังความสับสนวุ่นวายภายใน ชานชาลา “นึกยังไงคราวนี้ถึงจะนั่งรถไฟ” ตุลาถาม พลางทรุดตัวลงนั่ง บนเตียงขนาดเล็กภายในห้อง “อยากเปลี่ยนบรรยากาศค่ะ นั่งเครื่องบินมองเห็นแต่ท้องฟ้า นั่งรถไฟยังเห็นอะไรตั้งหลายอย่าง” หญิงสาวฝืนยิ้มให้สดชื่น “เขาบอกกันว่าถ้าหลับตา จะมองเห็นแม้สิ่งที่อยู่ในใจ” ตุลา เปรยเบาๆ “โมจะลองดูค่ะพี่ตุล” โมรีทรุดตัวลงนั่งเคียงข้าง เอียงศีรษะมา ซบต้นแขนชายหนุ่มอย่างสนิทใจ “สัญญากับพี่นะว่าจะไม่ทาอะไรเหลวไหล” “เหลวไหลของพี่ตุลแบบไหนล่ะคะ?” หญิงสาวช้อนสายตาขึ้น รอคาตอบอย่างล้อเลียน “ก็เหลวไหลแบบเด็กหญิงโมรี …ตอนชอบแหย่เพื่อนให้ร้องไห้ น่ะสิ” “โมนึกว่าตอนพี่ตุลเล่านิทาน แล้วไม่มีตอนจบ เลยโดนโมแกล้ง โยนจิ้งจกใส่” โมรีหัวเราะคิก เธอโดนตุลาจับหัวโยกเบาๆ อย่างเอ็นดู “นั่นแหละครั้งเดียวกัน” นักเขียนนิทานหัวเราะอย่างมีความสุข “สัญญานะโม” สีหน้าคนพูดจริงจัง “ค่ ะ โมสั ญ ญา จะเขี ย นหนั งสื อ อย่ างเดีย ว รั บ รองไม่ ไ ปไหน แน่นอน” “ไปถึงแล้วโทรหาพี่มุกนะ เขาจะให้คนเอากุญแจมาให้ ” เสียง หวูดดังเตือนขึ้นอีกครั้ง ตุลาแตะไหล่เตือนหญิงสาวให้รู้ตัว “พี่ตุลไม่ต้องห่วงนะคะ แล้วโมจะโทรหาทุกวัน…อย่าลืมสัญญา ตอนปีใหม่นะคะ”

47


“พี่ ไ ม่ เ คยผิ ด สั ญ ญาสั ก ครั้ ง นี่ น ะ” ตุ ล าพู ด พลางส่ ง สายตา อ่อนโยน โมรีหน้าร้อนผ่าว รีบดันหลังเขาให้เดินออกจากห้อง “ไปค่ะ รถไฟจะออกแล้ว ขับรถดีๆ นะคะ” “โมเหมือนกัน ไปโน่นถ้าจะเช่ารถขับก็ระวังด้วย เมื่อกี้เห็นข่าว แล้วไม่ใช่เหรอ” คนถามลงไปยืนอยู่ตรงบันได “ค่ะไม่ต้องห่วง พี่ตุลดูแลตัวเองด้วยนะ” โมรีส่งมือให้จับ ก่อน โบกมือลา ตุลายืนมองจนขบวนรถแล่นลับสายตา เสียงหวูดรถไฟดังติดกัน หลายครั้ง ราวจะบอกลาทุกสิ่ง และเคลื่อนตัวไปสู่จุดหมายปลายทาง ข้างหน้า ซึ่งไม่มีใครคาดเดาได้ว่าอนาคตต่อจากนี้ไปจะมีอะไรเกิดขึ้น บ้าง โมรีทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนอน ทอดสายตาฝ่าความมืดของคืน ข้างแรมออกไปยังท้องนาโล่งกว้าง มีเพียงดาวดวงเล็กเกลื่อนกระจาย อยู่บนท้องฟ้าสีดา มองเห็นเงารางๆ ของกอไผ่ไหวเอน ใบของต้นตาล สูงชะลูด อยู่เหนือนาข้าวซึ่งกาลังแตกรวงสีนวลอร่าม หญิงสาวเบนสายตากลับมายัง โน้ ตบุ๊กบนเตียงนอน เพ่งมอง หน้าจอนิ่งอย่างใช้ความคิดกับการเริ่มต้นบทใหม่ของนิยายซึ่งเธอต้อง ทาให้สาเร็จ ความตั้งใจแน่วแน่อยู่ในดวงตาสีน้าตาลหวานสดใส เธอ พรมนิ้วลงบนแป้นคีย์บอร์ดด้วยความคิดไหลลื่น ราวสายน้ากาลังพัดพา ตัวอักษรออกจากจินตนาการอย่างไม่ขาดสาย เหลือเพียงแต่จะจัดวาง อักษรเหล่านั้นให้สวยงามอย่างไร “เมื่ อ กลางดึ ก ของคื น วั น ที่ สิ บ ธั น วาคม ได้ เ กิ ด อุ บั ติ เ หตุ ร้ า ยแรงขึ้ น บนถนน…เชี ย งใหม่ รถหมายเลขทะเบี ย น…ซึ่ ง ขั บ โดย

48


นางสาวใจใส นิยมสุข นางพยาบาลโรงพยาบาลจังหวัดเชียงใหม่ ได้เกิด พลิกคว่่าชนราวเหล็กกั้น จนรถพังยับหักครึ่ง โดยมีร่างของนางสาวใจใส เสียชีวิตคาซากรถ…” เสียงผู้ประกาศข่าวสาวรายงานข่าวภาคค่า จากทีวีบนฝาผนัง ห้องนอน ภายในห้องส่วนตัวบนชั้นสองของบ้านแห่งหนึ่ง ทาให้เสียง ฝัก บั ว ในห้ องน้ าเงีย บลงฉับ พลัน ประตูก ระจกฝ้าถูก เลื่อนออกอย่าง รวดเร็ว ร่างสูงสง่าก้าวออกมาอย่างร้อนใจ หยาดน้ายังเกาะพราวทั่ว ร่างซึ่งกายาด้วยมัดกล้าม ผ้าเช็ดตัวสีน้าตาลไหม้ผืนใหญ่พันกายท่อน ล่าง ผ้าผืนเล็กในมือค้างเติ่ง ใบหน้าคมเข้มปานรูปสลักหินอ่อนซีดเผือด ผมเส้นเล็กเปียกลู่ จนติด หนั งศี รษะ ดวงตาคมกล้าจ้องภาพข่ าวอย่างสนใจ ราวไม่ เชื่ อ สายตาตนเอง ปากเม้มจนเกือบเป็นเส้นตรง กรามขบกันจนเป็นสัน เท้า ขาวสะอาดเดินไปมาอย่างใช้ความคิด ใจหายอย่างบอกไม่ถูก เกิดอะไร ขึ้น อุบัติเหตุอีกแล้วหรือ ที่เดียวกันกับเมื่อสี่ปีก่อนไม่ผิดเพี้ยนเลยสักนิด เดียว!

49


5 ร้อยตารวจเอก การันต์ พยุหโยธา มุกดาปรั ดา บเก้าอี้รถเข็นแบบพิเศษให้เอนนอนลง หลังเช็ดตัว ให้ปรางผู้เป็นนายเรียบร้อย ไม่ลืมสอดหมอนให้หนุนศีรษะเป็นลาดับ สุ ด ท้ า ย ภาพข่ า วอุ บั ติ เ หตุ ใ นจอที วี บ นฝาผนั ง ยั ง รายงานข่ า วอย่ า ง ต่ อ เนื่ อ ง เธอส่ ง รี โ มตที วี ใ ห้ หั น หลั ง จะเดิ น ออกจากห้ อ ง กลั บ ต้ อ ง หยุดชะงักกับเสียงเรียกของผู้เป็นนายใหญ่ของบ้าน “มีอะไรหรือคะคุณปราง?” “พี่มุกรู้ข่าวใจใสรถคว่าตั้งแต่เช้าแล้วใช่ ไหม?” เสียงถามเรียบ พอกับความสงบนิ่งในหน้า “พี่วิมลโทรมาเล่าให้ฟังแล้วค่ะ” “มันตายง่ายนะ ปรางเพิ่งโทรไปด่าหยกๆ” คนบนเตียงพูดราว กับเป็นเรื่องปกติ ดวงตาจับจ้องไปยังจอทีวีอย่างไม่วางตา “พี่มุกรู้เรื่องใจใสนานหรือยัง” “พี่รู้นานแล้วค่ะ…แต่…” มุกดาอ้าๆ อึ้งๆ


“ทาไมถึงไม่บอกปราง” คาถามคาดคั้นกับสายตาเย็นเยียบ ราว นักโทษกาลังโดนสอบสวนหาความผิด มุกดาแอบกลืนน้าลาย “พี่ไม่ อยากให้คุณปรางไม่สบายใจ…เพราะคิดว่าไม่น่ามีอะไร” แผลเป็นบนใบหน้าของคนบนเตียง ฉาบด้วยรอยยิ้มเยาะ “ไม่ใช่รู้กันสองคนกับพี่หมอหรือไง…สมคบกันปิดบัง” คนฟังถอนใจ เดินมาแตะมือของหญิงสาวบนเตียง ปรางดึงมือ กลับอย่างไม่ไยดี “คุณปราง พี่รักคุณปรางเหมือนน้องสาวนะ ใครจะทาแบบนั้น ได้” “แล้วทาไม ปรางต้องรู้เรื่องนี้จากคนอื่น” “คุณปรางหมายความว่าไงคะ ใครอะไร พี่ไม่เข้าใจ?” มุกดา ขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัย “ก่อนหน้านี้มีคนโทรมาบอกว่าใจใสเป็นพยาบาลคนใหม่หน้า ห้องของพี่หมอแทนพี่วิมล” ดวงตาของปรางวาวระยับ ก่อนบอกเล่า ต่อไป “เขาโทรมาบอกว่าใจใสทาฉอเลาะกับพี่หมอตลอดเวลา เขาว่า ถ้าไม่จัดการอะไรสักอย่าง รับรองว่าปรางโดนทิ้งแน่” “คุณปราง…ใครคะแล้วเช็ กเบอร์หรือเปล่า มันโทรมาได้ยังไง แล้วคุณปรางทาอะไร” มุกดาถามเสียงร้อนรน “เรื่องนั้นช่างเถอะ ถึงยังไงตอนนี้มันก็ตายแล้วนี่ …จริงไหม?” เสียงถามเข้มขึ้น พอๆ กับแววตาสีดา รอยยิ้มเยาะฉายชัดอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นสงบนิ่ง หลังได้ยินเสียงเคาะประตู ปรางปรายตามองร่างสูงเพรียวงามสง่าของสามี ในชุดนอนแขน ยาวสีน้าตาลไหม้ ใบหน้าคมเข้มปานรูปสลักดูสงบนิ่งอย่างประหลาด ดวงตาคมเข้มเป็นประกาย ความอ่อนโยนอยู่ในลักษณะนิสัยของเขาไม่ เคยเปลี่ย น ในเมื่อเขาดีแสนดีแ บบนี้ จะไม่ให้เธอทั้งรัก ทั้งหวงเขาได้

51


อย่างไร ภรรยาผู้พิการคิดในใจ “พี่ มุ ก ขอกาแฟผมสั ก แก้ ว เถอะครั บ คื น นี้ จ ะเขี ย นรายงาน หน่อย” หฤษฎ์หันไปบอกนางพยาบาลรุ่นพี่ มุกดาเดินออกไปทันที เขามองจนประตูปิดตามหลัง “คุยอะไรกันอยู่” “คุยเรื่องใจใส” คนพูดประกายตาวาววับ หฤษฎ์มองสบต���นิ่ง “มองปรางแบบนั้นทาไม?” “คุณกาลังร้อนตัว อย่าลืมว่าเขาประสบอุบัติเหตุรถคว่านะ” ปรางยิ้มเยาะ “ใครจะไปรู้…บางทีมันอาจมีเบื้องหลังมากกว่านี้ ก็ได้” “เรื่องที่ก่อนหน้านี้คุณโทรไปทะเลาะกับเขาน่ะเหรอ?” “แล้วพี่หมอคิดว่าไงล่ะกาลังสงสัยว่าปรางทาหรือเปล่า…ใช่ไหม?” ภรรยายิ้มเยาะ ริ้วรอยของแผลเป็นบนใบหน้าสงบนิ่งอย่างประหลาด ราวกับไม่ต้องการให้ใครเข้าถึงความรู้สึกภายใน “ผมเชื่อว่าคุณไม่ใช่คนใจร้าย” “ก็ไม่แน่ ถ้ามันคนไหนจะทาให้ปรางต้องทา ก็ช่วยไม่ได้” “ปราง…คุณก็น่าจะรู้ว่าผมรักคุณแค่ไหน…อย่าทาอะไรที่มันจะ ทาให้เราไม่มีความสุขเลย ผมขอร้อง” หฤษฎ์ทรุดตัวลงนั่งตรงขอบเบาะ หนานุ่มของรถวีลแชร์รุ่นพิเศษของภรรยา “เรื่องที่คุณ โทรไปว่ าเขา…ผมโดนตั้งกรรมการสอบและคาด โทษ ผมต้องเซ็น รับ รองว่ าจะไม่ ใ ห้คุ ณ ทาอย่างนั้ น อีก …นะ ถ้าคุ ณ ไม่ อยากเห็นหน้าที่การงานของผมมีปัญหา…อย่าทา” “ปรางเคยบอกพี่หมอให้ลาออกใช่ ไหมคะ?” ภรรยามองสบตา นิ่ง “แล้ว วิชาความรู้ที่ผมเรียนมาล่ะ มั นจะได้ป ระโยชน์อะไร?” หฤษฎ์ปัดผมตรงข้างแก้มให้อย่างเบามือ “ขอให้ผมได้ทางานอย่างเต็มที่ ให้สมกั บที่คุณเคยบอกว่ารัก

52


เพราะผมเรี ย นในสายอาชีพ ช่ ว ยเหลื อเพื่อ นมนุ ษย์ ด้ว ยกั น …นะ ผม รับรองว่าไม่มีใครใหม่แน่นอน” “ปรางจะพยายาม พอใจไหม?” ภรรยาถามเสียงห้วน “ครับ…แค่คาว่าพยายาม ผมก็ขอบใจมากแล้ว” ดวงตาคมเป็น ประกายอ่อนหวาน ผู้เป็นภรรยาถอนใจ “แล้ววันนี้พี่หมอรู้ข่าวใจใสตอนไหนคะ” “ตอนบ่ายแล้ว แต่ไม่รู้รายละเอียดมาก ออกจากห้องผ่าตัด พี่ วิมลถึงได้บอก” “พี่หมอลงมา เพื่อจะพูดเรื่องนี้หรือไง” “ก็ไม่เชิง เพียงแต่ผมไม่ค่อยสบายใจ ก็เลยอยากลงมาคุยกับ เมีย” ภรรยาค้ อ นให้ ทั น ที หฤษฎ์ หั ว เราะจู บ ลงบนหน้ า ผากอย่ า ง อ่อนโยน “รูไ้ หม? คุณไม่ได้ค้อนแบบนี้มานานเท่าไรแล้ว” ปรางสวมกอดผู้เป็นสามีแน่น ซบหน้าลงบนไหล่ พลางถอนใจ ลึก “ปรางรั ก พี่ ห มอนะคะ…ปรางทนไม่ ไ ด้ ถ้ า พี่ ห มอจะไปมี ใ คร ใหม่…จะว่าปรางเห็นแก่ตัวก็ยอม…พี่หมอต้องรักปรางคนเดียวนะ” “ผมสัญญากับปรางตั้งแต่วันที่เราเข้าโบสถ์แล้วนะ…จาได้ไหม” หฤษฎ์สบตาภรรยาในอ้อมกอด ดวงหน้ายิ้มละไม ร่างผอมบางยังซบ หน้านิ่ง ถอนใจลึก “ถอนใจทาไม…บอกผม…ปราง” เสียงทุ้มนุ่มละมุนกระซิบอยู่ แถวเรือนผมยาวสีดาสนิท ภรรยาผละจากอ้อมกอด เบือนหน้าหนี สามี ไล้แก้มอย่างนุ่มนวล “ถามทาไมไม่บอก” “พี่หมอ…ไม่มีอารมณ์บ้างเหรอคะ” ใบหน้าคมเข้มเจือรอยยิ้มอ่อนโยน “มี…แต่จัดการตัวเองได้”

53


“ปรางใจร้ายกับพี่หมอมากใช่ ไหม?” คนถามลูบไล้ใบหน้าคม เข้มของสามีอย่างหลงใหล “ผมไม่ ข ออะไรมาก ขอให้ ป รางเข้ า ใจผมแค่ นั้ น ส่ ว นเรื่ อ ง อะไรๆ ที่คุณถาม มันเป็นเรื่องปลีกย่อย” หฤษฎ์จูบมือผอมบาง อย่าง อ่อนหวาน “ตอนกลางคืน พี่หมอนอนไม่ค่อยหลับใช่ไหมคะ?” หฤษฎ์เลิกคิ้วแปลกใจ “ปรางได้ยินเสียงพี่หมอเดินไปมาอยู่ในห้องหนังสือ บางทีก็ได้ ยินเสียงพิมพ์งาน บางทีก็เหมือนรื้อค้นอะไรสักอย่าง บางทีก็เงียบอยู่ นานมาก” เขาชะงั ก กั บ ค าพู ด นั้ น ไม่ รู้ เ ลยว่ า ช่ ว งกลางคื น ซึ่ ง เป็ น เวลา ส่วนตัวของเขาในห้องสมุด จะทาให้ภรรยานอนไม่หลับและวิตกกังวล ในหลายๆ เรื่อง “ผมรบกวนคุณหรือเปล่า” น้าเสียงอาทรอย่างจริงใจ “เป็นเพราะปรางให้ความสุขพี่หมอไม่ได้ใช่ ไหมคะ พี่หมอเลย นอนไม่ค่อยหลับ” “ไม่เกี่ยวกันหรอก…คุณก็รู้ว่าผมชอบอ่านหนังสือตอนกลางคืน ผมไม่อยากนอนอ่านบนเตียง ไม่อยากกวนเวลานอนของคุณ …ก็เลยไป อ่านในห้องโน้น พออ่านแล้วก็อยากได้ข้อมูลเพิ่ม ผมไม่รู้ว่าทาให้คุณ ตื่น” เจ้าของใบหน้าคมเข้มยังนั่งสบตาอยู่ใกล้ๆ “ทีหลังผมจะทาให้เงียบกว่านี้แล้วกัน จะได้ไม่หนวกหู” “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ปรางห่วงพี่หมอจะพักผ่อนไม่พอมากกว่า ไหนจะต้องขับรถไปทางานอีก” “พอ…ไม่ต้องห่วง…ผมไม่ได้ทาทุกวัน ถ้าวันไหนมีผ่าตัด ผมก็ไม่ อ่านดึก” ภรรยาจับมือไปจูบอย่างอ่อนหวาน “ปรางรักพี่หมอนะคะ” “ผมก็รักคุณ”

54


เสียงเคาะประตูเบาๆ ก่อนเปิดเข้ามา แสงจากภายนอกสว่าง ตามร่างสมส่วนของนางพยาบาลสาว สองสามีภรรยาหันไปมอง แสงเงา จากบานประตูตกทอดทาให้เห็นดวงหน้าและแววตาไม่ชัดเจน กระนั้น ยังได้ยินเสียงกระแอมไอ เจือด้วยน้าเสียงล้อเลียนดังแว่วมา “ขอโทษที่ขัดจังหวะค่ะ กาแฟกับนมอุ่นๆ มาแล้ว” “ปรางดื่มนมก่อนดีกว่ามั้ง แล้วจะได้นอน คืนนี้อย่าทางานดึก เลยนะ” หฤษฎ์รับแก้วนมมาส่ง ให้ภรรยา ส่วนตนเองรับกาแฟมาจิบ เพียงเล็กน้อยแล้ววางลง “พี่มุกนอนเลยก็ได้ครับ ผมจะอุ้มปรางขึ้นไปนอนแล้ว” “อ้าวเหรอคะ ไหนคุณปรางว่าจะตรวจต้นฉบับ …” มุกดาแย้ง ขึ้น “ปรางเปลี่ยนใจแล้ว…เมื่อยหลังด้วย นอนก็ดีเหมือนกัน” ปรางบอก ดื่ ม นมเพี ย งครึ่ ง แก้ ว ก่ อ นส่ ง คื น อ้ า แขนให้ ส ามี สวมกอด เขาช้อนร่างผอมบางไว้ในแขน พาออกจากห้อง มีมุกดาเดิน ตามหลังมาหยุดยืนอยู่กลางห้องรับแขก หฤษฎ์หันกลับมากะทันหัน “พรุ่งนี้ถึงกาหนดเจาะเลือดปราง ไปตรวจแล้วนะครับ พี่มุกจัดการให้ด้วย” “ค่ะ พี่จาได้ ไม่ต้องห่วง” หฤษฎ์ขอบใจ หันกลับ พาภรรยาขึ้นไปยังห้องนอนชั้นสอง เก็บ ความสงสัยไว้ในใจ หลังเห็นดวงตาเจิดจ้าของมุกดารื้นด้วยน้าตา เสียงเคาะประตู ห้องทางานภายในตัวอาคารของสานักงาน ง ตารวจฝ่ายสืบสวนพิเศษดังเพียงครั้งเดียวก่อนถูกเปิด แสงจากหลอดไฟ บนเพดานทางเดินหน้ าห้องสว่ างวาบตามไป ทาให้ร่างสูงล่าซึ่งนอน ทอดตัวเหยียดยาวไปกับเก้าอี้ทางานตรงริมหน้าต่างเผยอเปลือกตาดู ก่อนถอนใจ หลับตาลงอีกครั้ง เมื่อเห็นผู้เข้ามาภายในห้องทางานเป็น จ่าสิบเอกคาวี ลูกน้องในทีมงาน เดินเข้ามากับแฟ้มงานในมือ

55


จ่าคาวีวางแฟ้มลงบนโต๊ะทางาน ซึ่งมีกระดาษเอกสารวางซ้อน กันอย่างไม่เป็นระเบียบ กองสุมอยู่ข้างๆ ป้ายหินอ่อนทรงสามเหลี่ยม ขนาดเล็ก สลักชื่อและตาแหน่งผู้เป็นเจ้าของห้อง ร้อยต ารวจเอก การั น ต์ พยุห โยธา เจ้า หน้ าที่ ห น่ ว ยสืบ สวน พิเศษ บนโต๊ะยังมีโน้ตบุ๊กเครื่องเล็กเปิดทิ้งไว้ หน้าจอยังมีภาพสเก็ตช์ ของมือปืนคนสาคัญ พร้อมประวัติเพียงไม่กี่บรรทัด บ่งบอกให้รู้ว่าผู้เป็น เจ้าของคดีเพิ่งจะละจากงานได้ไม่นานนัก หลอดไฟในห้องถูกเปิดให้สว่างขึ้น ม่านหน้าต่างสีไข่ไก่รูดออก จนกว้างทั้งสองข้าง แสงแดดยามสายทอดตัวผ่านกระจกใสเข้ามา ตาม ด้ ว ยเสี ย งช้ อ นกระทบแก้ ว รวมไปถึ ง เสี ย งเปิ ด ปิ ด ประตู ตู้ เ ย็ น ตรง เคาน์เตอร์เล็กๆ ด้านในสุดของห้อง กลิ่ น หอม ของกาแ ฟ อบอว ลไปทั่ ว ห้ องซึ่ ง เย็ นฉ่ าจา ก เครื่องปรับอากาศ ทาให้ร้อยตารวจเอกขยับขาลงจากเก้าอี้ปลายเท้า นั่งตัวตรง ปรายตามองแก้วกาแฟควันกรุ่นบนโต๊ะพร้อมแก้วน้าเย็นและ แซนด์วิชสองกล่อง เคราเขียวครึ้มขึ้นอยู่เต็มสองข้างแก้ม ความอิดโรย ฉายชัดอยู่บนใบหน้าคมสัน ดวงตาสีเข้มกะพริบถี่ๆ ขับไล่ความง่วงงุน ให้ออกจากร่างกาย การันต์ยกมือเสยผมซึ่งยาวระต้นคอให้เข้าที่เพียงลวกๆ ก่อน ตบท้ายทอยเบาๆ ลุกขึ้นบิดตัวขับไล่ความปวดเมื่อย เดินหายเข้าไปทาง ห้องด้านหลัง เสียงน้าจากก๊อกไหลลงอ่างเพียงครู่ เขากลับออกมาอีก ครั้งกับความสดชื่น ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทางานก่อนโยนผ้าขนหนูผืน เล็กไปบนโต๊ะ “ใจคอแกจะไม่ให้ฉันได้หลับตานอนเลยหรือไง” “ผมเป็นห่วงเจ้านายหรอกครับ กลัวจะหิวกาแฟ เห็นสายเต็มที สิบโมงแล้วครับ” คาวีส่งแก้วกาแฟให้จนถึงมือ “ฉันรู้แล้ว…แกก็น่าจะเห็น หน้าจอคอมนั่นยังไม่ได้ปิดด้วยซ้า”

56


ผู้กองหนุ่มพยักพเยิดไปยังโน้ตบุ๊กเครื่องเล็กบนโต๊ะ “เห็ น แล้ ว ครั บ …แต่ ง านมั น รออยู่ ” คาวี อ ธิ บ าย มื อ จั บ แผ่ น เอกสารเรียงซ้อนกันไว้ในแฟ้ม “กลับจากเชียงใหม่ตั้งแต่เมื่อไรครับ” “เที่ยงคื น …ก็เลยมานั่ งทางานต่อที่นี่ ไม่ อยากกลับไปบ้านให้ คุณย่าตื่นขึ้นมาดึกๆ” การันต์จิบกาแฟแล้วเบ้หน้า ส่งคืนให้ลูกน้อง “เมื่อไรฝีมือชงกาแฟของแกจะพัฒนาซะทีวะคาวี” คาวีแบมือให้พร้อมเสียงหัวเราะ “ได้เรื่องไอ้คิมหันต์ไหมครับ” “ไม่ได้มาก รู้แต่ว่ามันขึ้นไปรับงานที่เชียงใหม่ได้ สิบวันมาแล้ว จากนั้ น เก็ บ ตัว เงี ย บ” การัน ต์แ กะห่อ แซนด์วิ ช กั ด เคี้ ย วกร้ว มๆ ด้ว ย ความหิว “แต่ เ จ้ า นายให้ ผ มเช็ ก ยอดคนตายจากการถู ก ยิ ง ในเขต เชียงใหม่…มันไม่มีสักรายนี่ครับ” การันต์พยักหน้ารับ ก่อนกลืนแซนด์วิชอย่างฝืดคอ “นั่นสิ…ฉันกาลังสงสัยอยู่ว่ามันจะไปรับงานอื่นอีกหรือเปล่า” “แล้ว เจ้านายแน่ ใ จว่ าสายที่ส่ งข่ าวให้น่ ะ ไม่ ห ลอกนะครับ ” คาวีส่งแก้วน้าเย็นให้เจ้านาย “ไม่ มี ปั ญ หา เว้ น แต่ ว่ ามั น จะเข้ า ถึ งตั ว คนที่เราต้อ งการหรื อ เปล่าเท่านั้นแหละ” การันต์ดื่มน้าจนหมดแก้ว เช็ดปากด้วยกระดาษ ทิชชูใ่ นกล่อง “ว่าแต่งานทางนี้เป็นไงบ้าง…อาจารย์สุล่ะท่านเข้ามาหรือยัง?” “ยังครับ เห็นว่าต้องไปบรรยายเรื่องการทางานของหน่วยเรา ให้ พ วกนั ก ศึ ก ษาแพทย์ ฟั ง …แต่ ท่า นฝากงานให้เ จ้ านายช่ว ยดูค รั บ ” ลูกน้องยิ้มประจบเอาใจ เดินมาขยับเมาส์ของเครื่องโน้ตบุ๊ก คลิกเลือก ไฟล์งาน รอเพียงครู่เดียว แฟ้มรายงานของคดีที่ต้องการก็ ปรากฏขึ้นอยู่ เต็มหน้าจอ “คดีอุบัติเหตุนางพยาบาลที่เชียงใหม่ครับ”

57


“แล้วไง” เขาถาม เลิกคิ้วสูง “เชี ย งใหม่ … มาไกลจั ง เว้ ย …แกอย่ า บอกว่ า เขาส่ ง เรื่ อ งมา ร้องเรียนอีกแล้วนะ” “แม่ น แล้ ว ครั บ ผม” คาวี ล ากเก้ า อี้ ม านั่ ง เคี ย งข้ า งกั บ ผู้ เ ป็ น หัวหน้า “คนตายชื่ อใจใสเป็ น นางพยาบาลอยู่ ที่ โรงพยาบาลจั ง หวั ด เชียงใหม่…เขาประสบอุบัติเหตุรถคว่าเสียชีวิตแถวแม่สะเมิงครับ” คาวีชี้ให้ผู้เป็นเจ้านายได้ดูภาพบนหน้าจอ ดวงตาสีเข้มเพ่งมอง ไปยังภาพถ่ายของรถยนต์ใ นสภาพหัก ครึ่ง แหลกยับทั้งคัน รายงาน เบื้องต้นว่าเป็นเพราะล้อระเบิด และเสียชีวิตทันที ไม่มีแอลกอฮอล์ใน เส้นเลือด จึงตัดประเด็นเรื่องเมาแล้วขับออกไปได้ “ตารวจทางโน้นเขาสรุปว่าเกิดอุบัติเหตุ …แต่พี่ชายเขาเชื่อว่า โดนฆาตกรรมครับ” คาวีพูดขึ้น ก่อนหันไปหยิบแฟ้มมาส่งให้ “แกคุยกับพี่ชายเขาบ้างหรือยัง” “สอบบ้างแล้วครับ วันนั้นอาจารย์สุท่านจะรีบไปประชุม ให้ผม รับเรื่องแทน ผมเลยถามรายละเอียดจนเกือบครบ เขาให้เบอร์มือถือไว้ ด้วย เผื่อทางเราจะสอบถามเพิ่มเติม” “แล้วได้อะไรบ้าง” การันต์เปิดแฟ้มรายงานในมือดูอย่างสนใจ คาวียักไหล่ “ตัดเรื่องเงินประกันชีวิต เรื่องคนรัก เพราะยังไม่มี แฟนออกไปได้” “ศัตรูล่ะ?” “ผมก็ถามพี่ชายเขาแบบนี้ เขาบอกว่าเท่าที่เห็นไม่มี…แต่ไม่รู้ว่า เขาจะคิด มากไปหรือเปล่า เพราะก่ อนหน้ านี้ น้ องสาวเขามีเรื่องกั บ ภรรยาของหมอคนหนึ่งในโรงพยาบาล…เขาบอกว่าผู้หญิงคนนั้นโทรมา ด่าและห้ามยุ่งกับสามีของเธอครับ” “ประเด็นนี้น่าสนใจ” ผู้กองหนุ่มลูบคางไปมาอย่างใช้ความคิด “แล้วอาจารย์สุล่ะ…ท่านว่าไง?”

58


“ท่านจะว่าไงล่ะครับ สั่งผมว่าถ้าผู้กองกลับมาก็ให้จัดการเรื่อง นี้ต่อ” “ฉันอีกแล้วเหรอ” ผู้กองหนุ่มชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง พร้อมคาถาม ในดวงตาสีเข้ม “อาจารย์สุท่านสั่งครับ อย่าลืมว่าผู้กองน่ะเป็นศิษย์รักของท่าน งานก็ต้องเยอะกว่าเพื่อน ห้ามโวยครับ ” ลูกน้ องยิ้มกว้าง พลางหยิบ แซนด์วิชกัดเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย “งั้นแกก็เป็นลูกน้องคนสนิทที่ฉันรักมากกว่าเพื่อน…ก็น่าจะรู้ใจ ฉันดีว่าจะสั่งงานยังไง” การันต์พูดดักคอ “ขอสานวนการสอบสวนพี่ชายหรือคนรอบข้างของเขามาให้ ครบ บันทึกประจาวันแล้วรายงานสถานที่เกิดเหตุมาด้วย” สั่งงานเสร็จ จึงลุกขึ้น “แล้วผู้กองจะไปไหนครับ?” “กลับบ้านไปให้คุณย่าฉันเห็นหน้าหน่อยสิ…จะอาบน้าเปลี่ยน เสื้อผ้าด้วย…เดี๋ยวเย็นๆ จะเข้ามาอีกที” นายตารวจมือปราบ เปิดลิ้นชัก โต๊ะทางาน หยิบปืนพกประจาตัวออกตรวจความเรียบร้อย ก่อนเหน็บ ไว้ตรงสายสะพายปืนช่วงหัวไหล่ “แกบอกว่าใจใสเขาเป็นนางพยาบาลอยู่เชียงใหม่ใช่ไหม?” คาวีรับคา เดินตามมายังลิฟต์ด้วย “เดี๋ยวฉันจะโทรฯ ไปคุยกับเพื่อนเอง…เขาเป็นหมออยู่ที่โน่น … เผื่อจะให้ข้อมูลอะไรได้บ้าง” นายตารวจหนุ่มเดินเข้าไปในยืนอยู่ในลิฟต์ กดปุ่มสัญญาณค้าง “ว่าแต่หมอคนนั้นชื่ออะไร?” “หฤษฎ์ ค รั บ หมอหฤษฎ์ สหั ส รั ง สี ศั ล ยแพทย์ มื อ หนึ่ ง ของ โรงพยาบาลครับ” ชื่อนั้นทาให้นายตารวจหนุ่มชะงักงัน ไม่อยากเชื่อว่าชื่อนี้จะเข้า มาเกี่ยวข้องด้วย หมอหฤษฎ์ผู้เป็นเพื่อนรักในวัยเด็ก ผู้เดินตามความฝัน

59


ตั้งแต่วัยเยาว์และสามารถทาได้จนเป็นผลสาเร็จ จริงสินะ เพื่อนของเขาแต่งงานได้เพียงปีเดียว ภรรยาก็ประสบ อุบัติเหตุสาคัญ แล้วข่าวคราวของเพื่อนกับภรรยาก็เงียบหายไป พร้อม กับการงานที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น เห็น ทีง านนี้ เ ขาต้องขึ้ น ไปถามสารทุก ข์ สุก ดิบ ของเพื่ อนด้ว ย ตัวเองสักครั้ง ถึงยังไง การตามล่ามือปืนตัวสาคัญกับคดีร้ายแรงที่ยัง ควานหาตัวคนผิดมาลงโทษไม่ได้ ยังอยู่ในความรับผิดชอบของเขาอยู่ นายตารวจหนุ่มขบคิดไปตลอดทาง หวังใจว่าคดีมือปืนจะถูก สะสางให้ เ รี ย บร้ อ ยลงได้ เ สี ย ที และตั้ ง ความหวั ง ว่ า เพื่ อ นรั ก จะไม่ เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุสาคัญของนางพยาบาลสาวสวยด้วยเช่นกัน

60


6 ปล่อยให้เป็นเรือ ่ งของโชคชะตา โมรีจอดรถจักรยานยนต์คันเล็กตรงหน้าร้านค้าแห่งหนึ่งในตัว เมื อ งเชี ย งใหม่ เมื่ อ เธอเช่า ขี่ ม าจากบ้ านพัก ของพี่ มุ ก ดา เพื่อส ารวจ เส้นทางท่องเที่ยว มือเรีย วสวยหย่อนโปสการ์ด แผ่นเล็ก ลงตู้ไปรษณีย์ แล้ว เดิน เรื่อยมาตามทางอย่างเหงาๆ ไม่รู้จะไปไหนต่อ ผู้คนยังไม่คึกคักวุ่นวาย นัก แต่เธอรู้ดีว่าอีกไม่กี่วันคงจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากต่างแดน เมื่อใกล้เทศกาลคริสต์มาสเข้าไปทุกที สายตาคมกล้าของชายหนุ่มร่างสูงสง่ามองผ่านกระจกใสแผ่น ใหญ่ของร้านหนังสือตามร่างระเหิดระหงของนักเขียนนิทานแสนสวย อย่างไม่วางตา หญิงสาวเดินทอดน่องระเรื่อยไปตามร้านค้าฝั่งตรงข้าม รอยยิ้ ม ผุ ด ขึ้ น บนเรี ย วปากอย่ างชั ด เจน เขาไม่ นึ ก ว่ า จะเจอ หญิงสาวที่นี่ หล่ อ นกลั บ มาท าไม ทั้ ง ที่ ไ ม่ มี ง านโปรโมตหนั ง สื อ หรื อ ว่ า


e-book ลำดับต่อไปของโมริสำคือ พยัคฆ์ร้ายในสายหมอก คอยติดตำมกันด้วยนะคะ



แรงรักเงาริษยา (ตัวอย่าง)