Page 1

คำ�นำ�ผู้แปล

ผมชอบคิดว่าการปฏิวัติโค่นล้มฮอสนี มูบารัค ของชาวอียิปต์ในปี 2011 คือการ ‘ปฏิวัติการปฏิวัติ’ อีกทีหนึ่ง ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะนี่อาจเป็นครั้งแรกก็ได้ที่ ‘สื่อสังคม’ อย่าง Facebook Page ได้ท�ำหน้าที่ของมันได้อย่างที่มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ก็คง คิดไม่ถึง การรวมตัวของผู้คนเพื่อส่งผ่านพลังแห่งความคิดและการต่อต้าน นั้น ไม่จ�ำเป็นต้องอยู่ในโลกจริงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่กระแสความ พลุง่ พล่านเหล่านัน้ สามารถไหลเวียนอยูใ่ นโลกไซเบอร์ บ่มเพาะ และฟักตัว อยู่ในนั้นเป็นเวลานาน ก่อนจะระเบิดออกมาเป็นการปฏิวัติบนท้องถนน การปฏิวัติรูปแบบใหม่นี้จึงเปลี่ยนโฉมการปฏิวัติไปอย่างสิ้นเชิง ผูเ้ ขียนหนังสือเล่มนีเ้ ป็นหนึง่ ในผูท้ จี่ ดุ ประกายแห่งการปฏิวตั ผิ า่ น โลกไซเบอร์ทไี่ ม่ได้คาดคิดมาตัง้ แต่ตน้ ว่าอะไรต่างๆ จะด�ำเนินไปและลงเอย ได้ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ เขาเพียงแต่ไม่พึงพอใจต่อการปกครองของทางการ และคลี่คลายตัวเองจากคนที่ไม่กล้าและไม่สนใจทางการเมือง มาเป็นคนที่ 6

Revolution 2 . 0


คิดว่าจะต้องใช้ความรูค้ วามเชีย่ วชาญของตัวเองเพือ่ แสดงความไม่พงึ พอใจ นั้นออกมาเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมที่เป็นอยู่ แล้วปฏิกิริยานิวเคลียร์ก็เกิดขึ้นเป็นลูกโซ่ ผู้เขียนเล่าถึงความอัดอั้นตันใจ การท�ำงานเบื้องหลัง การรวมตัว แบบนิรนาม ซึ่งน่าแปลกที่ยังได้รับการตอบโต้จากทางการด้วยวิธีเก่าแก่ อย่างการถูกจับกุมคุมขัง รวมไปถึงความส�ำเร็จที่ไม่คาดหมาย โดยมากแล้ว เรามักคิดว่าการปฏิวตั จิ บลงทีก่ ารโค่นล้มระบอบเก่า ลงได้ แต่โลกแห่งความเป็นจริงมักไม่ได้เป็นเช่นนั้น เหตุการณ์ในอียิปต์ก็ เช่นเดียวกัน หลังจากหนังสือเล่มนี้จบลงไปแล้ว เรื่องราวในโลกและสังคม การเมืองของอียิปต์ยังด�ำเนินต่อไปในทิศทางที่ยากจะคาดเดา บางทีอาจเป็นอย่างทีห่ ลายคนพูดก็ได้ ว่าการเมืองคือเรือ่ งของการ ต่อสูต้ อ่ รอง ดังนัน้ ตราบเท่าทีม่ นุษย์ยงั มีชวี ติ อยู่ โลกของเขาจึงเป็นการต่อสู้ ต่อรองไม่รู้จบ การปฏิวัติใดๆ ล้วนเป็นเพียงหยดน�้ำหนึ่งในกระแสธารแห่ง เหตุปัจจัยทั้งนั้น เพียงแต่หยดน�้ำประวัติศาสตร์ในหนังสือเล่มนี้พิเศษกว่า หยดอื่นๆ ตรงที่มันคือโฉมหน้าใหม่ของการปฏิวัติโลก เมื่อผู้เขียนได้ปฏิวัติการปฏิวัติ โตมร ศุขปรีชา ธันวาคม 2555

Wa el G h o n i m

7


Revolution 2.0 The Power of the People is Greater Than the People in Power by

Wael Ghonim

ปฏิวัติ 2.0 แปลโดย

โตมร ศุขปรีชา


แด่ผู้รักชาติชาวอียิปต์ ตูนิเซีย และประเทศอื่นๆ ในอาหรับ ผู้ออกมาบนท้องถนนและสร้างประวัติศาสตร์ ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับโลก แด่ชายและหญิงผู้กล้าหาญทุกคน ผู้เสียสละอย่างใหญ่หลวง แด่คนรุ่นต่อไป หวังว่าพวกเขาจะได้อยู่ ในโลกที่เสรีและเป็นประชาธิปไตย


อารัมภบท

โลกรอบตัวผมเหลือแค่สีด�ำสนิท ผมรู้สึกได้ว่าคนขับรถจงใจใช้ถนน เส้นรองขณะทีร่ ถแล่นผ่านกรุงไคโรตอนเทีย่ งคืน รถหักเลีย้ วไปมาหลายครัง้ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ผู้จับกุมมักใช้เพื่อท�ำให้เหยื่อหลงทิศทาง ด้านขวาและซ้ายของผมคือผู้คุมจากหน่วยงานความมั่นคงของ รัฐสองคน พวกเขาจับแขนของผมที่ถูกสวมกุญแจมือไว้แน่น ผมยังเงียบ สนิทเพื่อไม่ไปกระตุ้นให้พวกเขาโกรธ พวกเขาบังคับให้ผมดึงเสื้อเชิ้ตขึ้น มาปิดหัวเพือ่ ทีผ่ มจะได้มองไม่เห็น และใช้เข็มขัดของผมรัดรอบศีรษะเหนือ เสื้อเชิ้ตเอาไว้แน่นหนา คนหนึ่งกดหัวผมลงเพื่อซ่อนผมจากคนเดินถนน ที่ผ่านไปมา ของติดตัวผมถูกยึดไปหมด ชั่วเวลาสั้นๆ ก่อนที่รถจะมาถึงจุดหมายนั้นเป็นสิ่งที่ผมคุ้นเคยดี ผมตีพิมพ์เรื่องราวของผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานความมั่นคงของรัฐ จับกุมมาแล้วหลายคน คราวนี้เป็นทีของผม ผมสงสัยว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับ ตัวเอง แม้จะรู้ค�ำตอบอยู่แล้วว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น “ออกมา ไอ้สตั ว์กะ---” เสียงโกรธเกรีย้ วดังขึน้ เมือ่ เรามาถึงทีห่ มาย 12

Revolutio n 2 . 0


ผมถูกถีบออกจากรถ การต้อนรับในตึกยิ่งหนักและหน่วง ผมถูกตบ เตะ และสาปแช่ง แกล้มด้วยเสียงหัวเราะเย้ยหยัน ดูราวกับคนพวกนี้สนุกกับ งานของตัวเอง หรืออย่างน้อยพวกเขาก็ท�ำไปเพราะมีเป้าหมายบางอย่าง เสี ย งหั ว เราะเป็ น ส่ ว นหนึ่ ง ของกลยุ ท ธ์ ใ นการเพาะความกลั ว ก่ อ นเริ่ ม สอบสวนผู้มาใหม่ สิ่งที่แย่ที่สุดเกี่ยวกับการถูกเตะและตบคือ เราไม่อาจ คาดเดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมเดาไม่ถูกเลยว่าจะถูกเตะหรือตบ เมื่อไหร่เพราะถูกคาดตาไว้ เมื่อไหร่จะถูกตี จากทางไหน ตีส่วนไหน ผม ไม่รู้เลย ผมสงสั ย ว่ า พวกเขารู ้ อ ะไร ผมท�ำอะไรถึ ง ได้ ถู ก พาตั ว มาเตะ สาปแช่ง ผมกลัวมากขึ้น ผมรู้ว่านี่คือสิ่งที่พวกมันต้องการ นั่นคือท�ำให้ผม ประสาทเสียก่อนสอบสวน ผมตัดสินใจเร่งทุกสิ่งให้เร็วด้วยด้วยการแสร้ง ท�ำเป็นตัวสั่น แต่กระนั้น ความกลัวที่แท้จริงก็ก�ำลังจะเริ่มขึ้น ท่ามกลางการทุบตี ผมภาวนากับพระเจ้า ขอให้พระองค์หาวิธดี ลใจ ให้นาจีบ เพื่อนผมที่อยู่ในดูไบ เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีอีเมลของเพจเฟซบุ๊ค ผมภาวนาให้นาจีบท�ำก่อนที่การสอบสวนจะจริงจังกว่านี้ พวกมันต้องไม่รู้ ว่าผมท�ำอะไรมา ผมอยากเห็นลูกๆ ของผมอีกครั้ง

Wa el G h o n i m

13


บทที่ 1

k ยุคสมัยแห่งความกลัว


การถูกจับในปี 2011 ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมต้องเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ หน่วยงานความมัน่ คงของอียปิ ต์ บ่ายในฤดูหนาวหนึง่ ของปี 2007 ผมได้รบั โทรศัพท์จากชายผูอ้ า้ งว่าตนเองคือร้อยเอกราฟัต อัล-กอฮารี จากส�ำนักงาน ในกิซา เมืองใหญ่อนั ดับสามของอียปิ ต์ ซึง่ อยูใ่ นปริมณฑลของไคโร ผมรูไ้ ด้ ทันทีว่า ราฟัต อัล-กอฮารี ไม่ใช่ชื่อจริงของเขา เจ้าหน้าที่หน่วยงานความ มัน่ คงกลัวประชาชนทีพ่ วกตนสอบสวนและทรมานจะตอบโต้กลับ พวกเขา จึงใช้ชอื่ ปลอม ผมทักทายเขาอย่างสงบ พยายามซ่อนความกระวนกระวาย ที่เกิดจากความประหลาดใจเอาไว้ เขาบอกว่าผมต้องไปพบเขาด้วยเรื่อง ส�ำคัญ และให้ไปเจอที่ส�ำนักงานใหญ่ของหน่วยงานความมั่นคงของรัฐที่ ด็อกกิ ย่านหนึ่งในกิซาตอนห้าทุ่มคืนนั้น ความกระวนกระวายของผมเพิ่ม มากขึ้น ผมถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาตอบว่า “ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงหรอก เราแค่มานั่งดื่มกาแฟคุยกันเท่านั้นเอง” นั่นไม่ได้ท�ำให้ผมสบายใจเลย ผม ถามว่าเรานัดเวลากันใหม่ได้ไหม โดยอ้างว่าก�ำลังยุ่งกับงาน เขาปฏิเสธ ผมอยากถ่วงเวลาเพือ่ ค้นหาว่าเหตุใดเขาถึงเรียกตัวผมไป แต่เขายืนยันว่า Wa el G h o n i m

15


เราต้องเจอกันตอนห้าทุม่ สิง่ เลวร้ายทีส่ ดุ ทีอ่ าจเกิดขึน้ คืออะไรนะ ผมสงสัย ผมไม่ได้ท�ำงานเคลื่อนไหวอะไรมานานแล้ว ผมไม่เคยถูกเรียกตัวมาก่อน ทันทีทวี่ างสาย ผมติดต่อเพือ่ นสนิท เราตกลงกันว่าผมต้องโทรหา เขาทันทีที่เสร็จ ถ้าเขาไม่ได้รับโทรศัพท์ เขาจะค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม เพราะในอดีต คนทีต่ กอยูใ่ นสถานการณ์เหมือนผมจูๆ่ ก็หายตัวไปหลายวัน หรือแม้กระทั่งหลายเดือนหลัง ‘การไปเยือน’ ของพวกเขา ผมตัดสินใจ ไม่บอกภรรยาหรือครอบครัว เพราะไม่อยากให้พวกเขาตื่นตระหนก ผมไปถึงประตูใหญ่ตอนห้าทุ่มตรง ผมค่อนข้างคุ้นเคยกับย่านนั้น โรงเรียนมัธยมของผมอยูต่ รงหัวมุมตรงข้ามพอดี ทีแ่ ผนกต้อนรับ หลังจาก ยืนยันว่ามาพบกับร้อยเอกราฟัต อัล-กอฮารี ผมถูกเชิญให้นงั่ รอ รอบตัวผม มีคนอีกอย่างน้อยหกคน แม้ผมไม่ได้พูดกับพวกเขา แต่เห็นชัดว่าเราล้วน ตกอยู่ในห้วงอารมณ์เดียวกัน นั่นคือหวาดหวั่น หน่วยงานความมัน่ คงของอียปิ ต์ลว้ งลึกเข้าไปในสังคม โดยเข้าไป ยุ่งเกี่ยวกับทุกรายละเอียดในชีวิต หน่วยงานนี้เติบโตขึ้นตามกฎหมาย สถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นในปี 1958 แต่ไม่ได้บังคับใช้จนกระทั่งหลัง สงครามหกวัน (Six-Day War) ในปี 1967 และยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ใน กลางปี 2011 กฎหมายนี้ให้อ�ำนาจเจ้าหน้าที่ในการจับกุม สอบสวน และ คุมขังชาวอียิปต์คนใดก็ได้เป็นเวลานานหกเดือนโดยไม่ต้องมีหมายศาล หรือมูลเหตุทางกฎหมาย หรือแม้กระทั่งสิทธิในการมีทนายความ ทั้งยัง ให้อ�ำนาจกับเจ้าหน้าที่ในการยับยั้งการประท้วงทุกรูปแบบ ซึ่งรวมถึงการ รวมกลุ่มของประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานความมั่นคง แฟ้มเอกสารของหน่วยงานความมั่นคงคือสิ่งที่น�ำมาใช้เพื่อสร้าง ความกลัวและเย้ยหยัน นักเคลื่อนไหวทุกรูปแบบหรือแม้กระทั่งคนที่ หน่วยงานเห็นว่ามีอิทธิพลทางการเงินหรือทางความคิด จะมีรายละเอียด ชื่ อ เสี ย งเรี ย งนามอยู ่ กั บ หน่ ว ยงานความมั่ น คง ทุ ก รายละเอี ย ดเท่ า ที่ เจ้าหน้าที่รวบรวมได้ถูกน�ำมาใช้แบล็คเมล์เขาหรือเธอให้ต้องเชื่อฟังใน ยามที่จ�ำเป็น ความเป็นส่วนตัวเกือบไร้ความหมายกับองค์กรที่สุดแสนจะ 16

Revolutio n 2 . 0


มาคิอาเวลลีน1ี้ ด้วยเหตุนี้ เรื่องอย่างการดักฟังโทรศัพท์จึงท�ำกันเป็นปกติ มากในหมู่เจ้าหน้าที่ความมั่นคง มีการร�่ำลือกันว่า ในห้องที่ส�ำนักงานใหญ่ มีการเก็บรวบรวมเทปที่ดักฟังพฤติกรรมการนอกใจของเหล่านักธุรกิจ ชือ่ ดังและบุคคลส�ำคัญ น่าตลกทีเ่ จ้าหน้าทีเ่ คยแนะน�ำกันเองว่าอย่าไปดักฟัง โทรศัพท์ของเมียตัวเอง ไม่งั้นจะเกิดความขัดแย้งในครอบครัวได้ รัฐไม่เพียงสอดส่องและคุกคามฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองและ นักเคลือ่ นไหวทางศาสนาเท่านัน้ แต่ยงั กดขีไ่ ปถึงใครก็ตามทีท่ �ำงานบริการ สาธารณะ รวมถึงงานการกุศลทีต่ วั เนือ้ งานจ�ำกัดอยูเ่ พียงแค่การเสริมสร้าง พลังให้กับคนยากจนและผู้ด้อยโอกาส ด้วยว่าชาวอียิปต์มากกว่าร้อยละ 40 มีชีวิตอยู่ใต้เส้นความยากจน ทางการจึงพยายามยับยั้งใครก็ตามที่จะ ขับเคลื่อนมวลชนซึ่งอาจกลายเป็นฐานทางการเมืองในอนาคตได้ การได้รับไฟเขียวจากหน่วยงานความมั่นคงนั้นชัดเจนว่าเป็น เงื่อนไขจ�ำเป็นส�ำหรับการแต่งตั้งต�ำแหน่งที่มีความส�ำคัญในรัฐบาล แม้ กระทั่งงานผู้ช่วยสอนในมหาวิทยาลัยซึ่งควรจะเลือกจากนักศึกษาหัวกะทิ ในชั้นปีที่ส�ำเร็จการศึกษา มหาวิทยาลัยก็ไม่อาจว่าจ้างได้โดยไม่มีการ ตรวจสอบจากหน่วยงานความมั่นคง เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขาบริสุทธิ์จาก กิจกรรมที่เป็นปฏิปักษ์ ไม่ว่าทางการเมืองหรือศาสนา ทางการอียิปต์นั้นเกรงกลัวการต่อต้าน แม้มีการสร้างฉากหน้า ความเป็นประชาธิปไตย ด้วยการสร้างภาพว่าอียปิ ต์ก�ำลังเดินหน้าไปสูก่ าร สร้างสิทธิทางการเมืองและเสรีภาพของพลเรือน แต่พร้อมกันนั้นก็ก�ำราบ ฝ่ายตรงข้ามผู้อาจคุกคามและขับเคลื่อนแรงสนับสนุนมากพอที่จะสร้าง ความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงขึ้น กระทรวงมหาดไทยเป็นหนึ่งในกลไกอ�ำนาจหลักในการขู่เข็ญนี้ อีกกลไกหนึง่ คือสือ่ ของภาครัฐ ทัง้ โทรทัศน์ภาคพืน้ ดินและดาวเทียม รวมถึง หนังสือพิมพ์และนิตยสาร ที่โด่งดังที่สุดคือ อัล-อาห์ราม อัล-อัคห์บาร์ และ 1

หมายถึงวิธีการอันชาญฉลาดแต่ไร้ซึ่งศีลธรรม

Wa el G h o n i m

17


อัล-กอมฮอริยา รัฐบาลพยายามบ่มเพาะความกลัวในหัวใจของชาวอียิปต์ ตั้งแต่ยุคแรกๆ ความหวั่นกลัวปรากฏอยู่ในสุภาษิตท้องถิ่น เช่น “จงเดิน เลียบก�ำแพงไปเงียบๆ (เจ้าจะได้ไม่เป็นที่สังเกต)” “ท�ำงานของตัวเองไป สนใจแต่เรื่องปากท้องก็พอ” และ “ใครก็ตามที่หวั่นเกรง จงอย่าท�ำตัวให้ ร้ายกาจ” การควบคุมอย่างหนักของรัฐบาลยังครอบง�ำไปถึงสหภาพแรงงาน และหน่วยงานทางกฎหมายของชาติด้วย ผมเรียกมาตรการในการกดขีเ่ หล่านีว้ า่ ‘อาวุธแห่งการกดขีม่ วลชน’ ไม่ว่าประเทศจะจมดิ่งลงไปมากแค่ไหน ไม่ว่าการคอร์รัปชั่นจะแผ่ขยาย ไปกว้างเท่าไหร่ ก็มีคนเพียงไม่กี่คนที่กล้าว่ายทวนกระแส คนเหล่านี้ ลงเอยในคุกหลังจากท้าทายอ�ำนาจของหน่วยงานความมั่นคง หรือไม่ก็ถูก สร้างภาพให้กลายเป็นผู้ร้ายในสื่อ หรือเป็นเป้าหมายในการถูกตั้งข้อหา ฉ้อโกง หรือไม่ก็ถูกกระท�ำอย่างรุนแรงโดยไม่มีใครสนใจ “หวัดดี วาเอล ท�ำไมคุณถึงท�ำให้เราต้องล�ำบากกันนักนะ ท�ำไม ต้องท�ำตัวเป็นปัญหาด้วยล่ะคุณ” ค�ำพูดนี้พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ คือวิธีที่ร้อยเอกราฟัตทักทายผม ห้องท�ำงานติดเครื่องปรับอากาศของเขามีผู้สอบสวนร่วมอีกสามคน ใน ห้องตกแต่งง่ายๆ ด้วยหนังสือจ�ำนวนหนึ่ง หลายเล่มเห็นได้ชัดว่าเกี่ยวกับ ศาสนา หน่วยงานความมั่นคงอยากให้ทุกคนเชื่อว่าพวกเขาไม่ได้ต่อต้าน ศรัทธา ผมมองเขาแล้วยิ้มขณะที่ตอบไปอย่างสงบ “ผมไม่ได้สร้างปัญหา อะไรเลย พวกคุณต่างๆ ที่สร้างปัญหาให้ผม ผมไม่รู้ว่าท�ำไม ผมดีใจที่คุณ เรียกตัวผมมานะ ผมจะได้รู้ว่าปัญหาคืออะไร ทุกครั้งที่เดินทางกลับอียิปต์ ชื่อของผมจะอยู่ในรายชื่อคนที่ต้องถูกจับตามองตอนเข้าเมือง แล้วเจ้า หน้าทีส่ นามบินก็ตอ้ งส่งหนังสือเดินทางของผมให้กบั หน่วยงานความมัน่ คง เจ้าหน้าที่จะดึงตัวผมออกมาตรวจ แล้วก็ค้นกระเป๋าผมทั้งหมดด้วย” ปัญหานี้เริ่มต้นตั้งแต่เดือนธันวาคม 2001 เมื่อผมกลับมาจาก 18

Revolutio n 2 . 0


สหรัฐอเมริกา สามเดือนหลังเหตุการณ์ 9/11 เมื่อผมมารับกระเป๋า ผม ได้ยินชื่อตัวเองถูกประกาศออกทางล�ำโพง ผมถูกเรียกตัวด่วนให้กลับไป ยังด่านตรวจคนเข้าเมือง และมีคนเดินมาเรียกตัวด้วย ผมเลยแสดงตัว กับเขา เขาเอาหนังสือเดินทางผมไปแล้วขอให้รออยู่หน้าห้องพักที่ติดกับ ห้องท�ำงานของหน่วยงานความมั่นคงในสนามบิน หลังผ่านไปสี่สิบนาที ด้วยความกระวนกระวาย เจ้าหน้าที่สืบสวนคนหนึ่งก็โผล่มาพร้อมกับ หนังสือเดินทางของผมและขอให้น�ำกระเป๋าไปตรวจค้น วันนั้นผมขอบคุณ พระเจ้าทีท่ กุ อย่างเป็นไปด้วยดี ดูเหมือนไม่มอี ะไรมากไปกว่าความผิดพลาด หลังเหตุการณ์ 9/11 ตามปกติ แต่ทกุ ครัง้ ทีผ่ มเข้าอียปิ ต์ตงั้ แต่นนั้ จนกระทัง่ การปฏิวัติเริ่มต้นขึ้น ผมถูกดึงตัวไปสอบทุกครั้ง จนกระทั่งวันนี้ ผมไม่เคย รู้เลยว่าสาเหตุคืออะไร ร้อยเอกราฟัตแสร้งท�ำตัวเป็นมิตร ราวกับเราแค่นั่งคุยเล่นกัน อย่างไรก็ตาม เขามีปากกาและกระดาษเป็นอาวุธ และได้บนั ทึกบทสนทนา อย่างถีถ่ ว้ น เขาใช้เวลาบันทึกค�ำตอบของผมเต็มทีก่ อ่ นทีจ่ ะถามค�ำถามใหม่ เกือบทุกคนที่เป็นชนชั้นกลางหรือชนชั้นสูงที่ถูกหน่วยงานความมั่นคง เรียกตัวมาสอบจะพบกับท่าทีที่เป็นมิตรและเป็นกันเองในแบบเดียวกัน (ขณะที่คนยากจนจะถูกปฏิบัติอย่างโหดร้ายกว่ามาก) มันเป็นเรื่องที่ไร้ซึ่ง ความชอบธรรมอย่างชัดแจ้ง ร้อยเอกถามข้อมูลส่วนตัวของผม ชื่อ อายุ ที่อยู่ สถานภาพการ สมรส ผมตอบทุกค�ำถาม เขาถามถึงชื่อเต็มของภรรยาผม “โอ้ เธอไม่ใช่คนอียิปต์นี่ เธอมาจากไหน” “อเมริกา” ผมตอบ เขาเขียนชือ่ เต็มของเธอลงไปเป็นภาษาอาหรับขณะทีผ่ มออกเสียง ซ�้ำและขอให้ผมตรวจตัวสะกด “งั้นคุณก็แต่งงานกับคนอเมริกันเพื่อให้ได้สัญชาติล่ะสิ” เขาต้องประหลาดใจทีไ่ ด้คน้ พบว่า นอกจากการแต่งงานในปี 2001 แล้ว ผมไม่เคยขอกรีนการ์ดหรือสัญชาติอเมริกันเลย “ผมเป็นคนอียิปต์ที่ Wa el G h o n i m

19


ภูมิใจในตัวเอง ไม่มีเหตุผลว่าท�ำไมผมต้องไปขอสัญชาติจากประเทศอื่น” ผมอธิบาย เขาถามกลับแบบเย้ยหยันว่า “คุณชอบอะไรในอียิปต์นักหรือ” “ผมไม่เคยอธิบายเหตุผลที่รักอียิปต์ออกมาเป็นค�ำพูดได้เลย แต่ ความรักนั้นอยู่ในสายเลือดผม” ผมตอบอย่างซื่อสัตย์ “แม้แต่ภรรยาผมก็ ยังถามว่าท�ำไมผมรักประเทศของตัวเองถึงแม้จะขาดแคลนอะไรหลายอย่าง ผมตอบเสมอว่าผมไม่รู้เหตุผล รู้มั้ย นายร้อย ตอนที่ผมอยู่ซาอุดิอาระเบีย ในช่วงสิบสามปีแรกของชีวิตน่ะ ผมนับวันที่ยังเหลืออยู่ เขียนลงกระดาษ บนโต๊ะว่าเมื่อไหร่จะได้กลับอียิปต์เพื่อมาพักผ่อนประจ�ำปีเลยนะครับ แล้ว พอเหลืออีกไม่กี่วัน ผมก็จะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลย” ผมยิ้มหยันกลับ และพูดติดตลก “ผมชอบที่นี่เพราะชีวิตมันไม่เป็นกิจวัตรดี คุณตื่นขึ้นมาใน ตอนเช้าแต่ไม่รหู้ รอกว่าทัง้ วันจะเป็นยังไง อยูๆ่ เช้าวันหนึง่ ก็ได้รบั โทรศัพท์ ขอให้มารายงานตัวกับหน่วยงานความมั่นคงอย่างที่ผมได้วันนี้แหละ” เขายิ้มพลางพูด “คุณมันตัวสร้างปัญหาจริงๆ เลย” ผมเห็นคัมภีร์อัลกุรอานวางอยู่บนโต๊ะของร้อยเอก ผมทึกทักว่า มันวางอยู่ตรงนั้นเพื่อให้คนที่มานั่งอยู่ตรงข้ามเห็นว่าเขาอ่านคัมภีร์เป็น ประจ�ำและไม่ได้ต่อต้านศรัทธา รัฐบาลนี้วิตกจริตมากกับกลุ่มจัดตั้งทาง ศาสนาในอียิปต์ โดยเฉพาะกลุ่มที่สนใจประเด็นสาธารณะ ความกลัวของ พวกเขายิง่ มากขึน้ เมือ่ ชาวอียปิ ต์นบั พันๆ คนเดินทางไปอัฟกานิสถานเพือ่ ต่อสู้กับผู้รุกรานชาวโซเวียต นักสู้เหล่านั้นซึ่งประกาศว่าตนเองคือนักรบ มูจาฮิดีน ได้หวนกลับประเทศพร้อมอุดมการณ์ที่ปฏิเสธรัฐบาลอาหรับ และประณามพวกนัน้ ว่าเป็นเครือ่ งมือนอกรีตทรยศของตะวันตก อุดมการณ์ ใหม่ ข องนั ก รบกลุ ่ ม นี้ ไ ด้ คุ ก คามผู ้ มี อ�ำนาจในอี ยิ ป ต์ แม้ ว ่ า กฎหมาย ภาวะฉุกเฉินจะถูกประธานาธิบดีอันวาร์ อัล-ซาดัต ประกาศงดใช้ไปใน ปี 1980 แต่สิบแปดเดือนต่อมาก็มีการประกาศใช้ใหม่หลังเกิดเหตุการณ์ ลอบสังหารซาดัตในปี 1981 ด้วยฝีมือของชาวอิสลามหัวรุนแรง แรงจูงใจ ของผูล้ อบสังหารซาดัตนัน้ เห็นได้ชดั ว่ามาจากการปราบปรามนักเคลือ่ นไหว 20

Revolutio n 2 . 0


ทางการเมืองและศาสนากว่า 1,500 คน และจากเหตุการณ์ที่เขาไปลงนาม ในสนธิสัญญาสันติภาพกับอิสราเอล ซึ่งถูกตอกย�้ำด้วยการไปเยือนกรุง เทลอาวีฟ อิทธิพลและความหลากหลายของกลุ่มศาสนาในอียิปต์เพิ่มขึ้น ตามกาลเวลา กลุ่มเหล่านี้ไม่เคยเป็นเนื้อเดียวกัน ทั้งยังไม่จ�ำเป็นต้อง มีปรัชญาหรือแม้กระทั่งเป้าหมายเดียวกันด้วย แต่กระนั้นก็มีอย่างหนึ่ง ร่วมกัน นั่นคือเป็นศัตรูกับรัฐบาล รัฐบาลของฮอสนี มูบารัค เกรงกลัว พลังของกลุ่มเหล่านี้เช่นกัน มูบารัครู้ว่ากลุ่มศาสนามีอิทธิพลต่อมวลชน อียิปต์มากกว่ากลุ่มอื่นๆ เพราะคนอียิปต์นั้นมักจะเป็นคนเคร่งศาสนาโดย ธรรมชาติอยูแ่ ล้ว ผลส�ำรวจของแกลลัพโพลทีจ่ ดั ท�ำเมือ่ เดือนมิถนุ ายน 2011 แสดงให้เห็นว่า ร้อยละ 96 ของคนอียิปต์หนึ่งพันคนที่ตอบแบบสอบถาม เห็นพ้องกันว่า ศาสนานั้นมี ‘บทบาทส�ำคัญในชีวิตประจ�ำวันของพวก เขา’ ชาวอียิปต์ทั่วไปมักยึดถือบุคคลส�ำคัญทางศาสนาเป็นต้นแบบ เป็น สัญลักษณ์ของความสูงส่งและจริงใจ เป็นคุณค่าที่หาไม่ได้จากตัวแทน รัฐบาล ส่วนใหญ่แล้วเมือ่ รัฐบาลโจมตีกลุม่ ศาสนา ความนิยมในกลุม่ ศาสนา ก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น สภาวะทางเศรษฐกิจที่ก�ำลังซบเซาหรือด�ำดิ่งเพียงแต่ช่วย ขยายผลของเรื่องนี้ขึ้นเท่านั้นเอง หน่วยงานความมั่นคงจะคอยจับตาดูนักเทศน์และนักวิชาการ ทางศาสนา และไม่ได้จับตาแค่นักเคลื่อนไหวอิสลามที่กระตือรือร้นเท่านั้น กระทั่งนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ไปมัสยิดบ่อยๆ ก็โดนจับตาเช่นกัน พวก รัฐบาลระมัดระวังในการเรียกตัวคนเหล่านี้มายังส�ำนักงานเพื่อสอบถาม ถึงกิจกรรมของพวกเขา และถึงขั้นเข้าไปแทรกแซงและพยายามจะเปลี่ยน แนวทางของพวกเขา บางครั้งมีคนนับร้อยที่ถูกจับและโยนเข้าคุกนาน หลายปีโดยไม่มีข้อกล่าวหาชัดแจ้ง พวกเขาได้รับการปฏิบัติอย่างโหดร้าย และอัปยศในคุก เมื่อถูกปล่อยตัวออกมา พวกเขาอาจจะกลายเป็นพวก คลัง่ ศาสนาเนือ่ งจากประสบการณ์อนั เลวร้ายในคุก หรือไม่กพ็ ยายามกลับ สู่สังคมและลืมอดีตเสีย Wa el G h o n i m

21


ผมตระหนักว่านี่คือเหตุผลแท้จริงในการสอบสวนผม หน่วยงาน ความมั่นคงต้องการรู้ว่าผมมีอะไรเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางการเมืองหรือ ศาสนาหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ผมต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ครั้ง และท�ำให้ได้สัมผัสกับประชาธิปไตยที่แท้จริงมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึง ถึงเวลาที่จะต้องสร้างแฟ้มเอกสารที่มีข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตผม เพื่อใช้อ้างอิงในอนาคต เรื่องราวเกี่ยวกับศรัทธาของผมสามารถสืบย้อนกลับไปในช่วง เรียนมัธยม ก่อนหน้านั้นผมไม่ได้ละหมาดเป็นประจ�ำ แม้จะยึดมั่นใน หลักค�ำสอนทั่วไปทางศาสนาก็ตาม แต่เพราะการสนับสนุนของพ่อแม่ และการเติบโตมาในซาอุดิอาระเบีย ประเทศซาอุดิอาระเบียมีความเป็น อนุรักษนิยมโดยธรรมชาติ โดยเฉพาะในอับฮา เมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ซึ่ง การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมดูจะน้อยกว่าในศูนย์กลางเมือง ใหญ่ หนึ่งในลูกพี่ลูกน้องที่ใกล้ชิดผมที่สุดคือดาเลีย เธอเสียชีวิตด้วย อุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปี 1997 ตอนอายุ 25 ปี ความตายของเธอส่งผล กับผม ผมเริ่มส�ำรวจศรัทธาของตัวเอง และไม่อยากตายจากไปโดยไม่ได้ เตรียมตัว ผมฟังบทเทศน์ เข้าเรียนทางศาสนา และอ่านหนังสือ ผมรู้สึก ว่าชีวิตเป็นบททดสอบสั้นๆ ที่จบลงด้วยความตาย ผมเริ่มท�ำละหมาด วันละห้าครั้ง ตรงเวลา และบ่อยครั้งไปท�ำที่มัสยิด ที่มหาวิทยาลัย ผมคบหากับคนจากหลายกลุ่มศาสนาและหลาก อุดมการณ์ รวมถึงกลุ่มภราดรภาพมุสลิม (Muslim Brotherhood) ผมเคย เข้าร่วมกิจกรรมหลายอย่างที่โรงเรียน แต่ผมชอบตัดสินสิ่งต่างๆ ด้วย ตัวเอง ชีค2ที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งที่ผมมีโอกาสได้พบหลายครั้งเคยกล่าว กับผมว่า “ปัญหาของเจ้านะ วาเอล คือเจ้าเอาแต่เชื่อตรรกะของตัวเอง และไม่อยากมีต้นแบบให้ตาม” ส�ำหรับผมแล้วเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับ 2

sheik หมายถึงผู้น�ำหรือครูสอนศาสนา

22

Revolutio n 2 . 0


ภูมิปัญญาโบราณ เป็นธรรมชาติของผมที่จะถกเถียงเรื่องต่างๆ โดยถี่ถ้วน ก่อนที่จะยอมรับข้อสรุปอย่างเต็มใจ ทัศนคติแบบนี้ในวัยสิบแปดปีไม่ น่ารักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่แค่เรื่องของอายุเท่านั้นหรอก หนุ่มสาวอียิปต์ จ�ำนวนมากค่อยๆ รู้สึกว่าตนมีอ�ำนาจในการเลือกหนทางการศึกษาของ ตนเองได้ เนื่องจากพวกเขามีโอกาสเข้าถึงสื่อในระดับโลกและเครื่องมือ การสื่อสารยุคใหม่ได้มากขึ้น “พ่อของคุณอยู่ที่ซาอุดิอาระเบียล่ะสิ อยู่นานแค่ไหน เขามีมุมมอง ทางศาสนาและการเมืองยังไง” ร้อยเอกราฟัตถาม เขาต้องเก็บข้อมูลให้มาก ที่สุดเท่าที่จะท�ำได้ ไม่เฉพาะตัวผม แต่รวมถึงสมาชิกในครอบครัวทั้งหมด ด้วย มันเป็นส่วนหนึ่งในงานของเขา พ่อของผมเป็นชาวอียิปต์ที่ท�ำงานหนักทั่วไป และเป็นชนชั้น กลางที่ก�ำลังล่มสลายไปอย่างช้าๆ เนื่องจากเกิดในทศวรรษ 1950 คนรุ่น เขาสามารถร้องเพลงสรรเสริญชาตินิยมอาหรับและการปฏิวัติปี 1952 ซึ่ง เป็นปีที่กษัตริย์ฟารุกของอียิปต์ถูกโค่นล้มโดยทหารและอียิปต์เปลี่ยนจาก สมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นสาธารณรัฐ ปู่ของผม (ขอให้ท่านได้พักผ่อน อย่างสงบเถอะ) เคยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่กับการรถไฟอียิปต์ ท่านมี ลูกชายเจ็ดคน ซึง่ ท่านต้องดิน้ รนเพือ่ เลีย้ งดูและให้การศึกษา พ่อของผมเป็น ลูกคนโต เรียนจบจากโรงเรียนแพทย์และไปท�ำงานในโรงพยาบาลรัฐทันที หลังจากพ่อแต่งงานกับแม่ในปี 1979 และให้ก�ำเนิดผมในปี 1980 แล้ว เงินเดือนของพ่อก็แทบไม่พอเลี้ยงดูครอบครัว พ่อจึงตัดสินใจออกไป ท�ำงานในซาอุดิอาระเบีย มันเป็นทางเลือกที่เย้ายวนใจส�ำหรับชาวอียิปต์ จ�ำนวนมาก เงินเดือนในซาอุดิอาระเบียนั้นมากกว่าที่โรงพยาบาลรัฐใน อียิปต์ถึงยี่สิบเท่า พ่อหวังจะเก็บออมเงินแล้วกลับบ้านในสองสามปีเพื่อ เปิดคลินิกส่วนตัวในกรุงไคโร ไม่ต่างจากชาวอียิปต์ที่ไปท�ำงานต่างถิ่น หลายล้านคน นับเป็นความเสียหายของประเทศที่ชาวอียิปต์เก่งๆ กลาย เป็นสินค้าส่งออกหลักไป Wa el G h o n i m

23


สภาวะทางเศรษฐกิจที่บ้านก�ำลังน่าหวาดเสียวในตอนนั้น ทุกปี คนอียิปต์นับหมื่นๆ คนสมัครลอตเตอรี่กรีนการ์ดเพื่อหวังจะอพยพไป สหรัฐอเมริกา บางคนก็หนีไปประเทศอื่นในอ่าวเปอร์เซีย แคนาดา หรือ ยุโรป โดยใช้ทกุ วิธที ที่ �ำได้ การอพยพกลายเป็นฝันร่วมของคนอียปิ ต์จ�ำนวน มาก คนที่ไม่ค่อยมีฝีมือแรงงานไม่มีทางเลือกมากนัก บางคนสิ้นหวังมาก จนต้องเสีย่ งชีวติ ด้วยการหนีเข้ายุโรปทางเรืออย่างผิดกฎหมาย แม้จะเสีย่ ง ต่อการจมน�้ำตายก็ตาม ผมยังจ�ำนักแสดงตลกอียิปต์คนหนึ่งที่ตอบค�ำถาม เรื่องอนาคตของชาติได้ เขาบอกว่า “อนาคตของชาวอียิปต์อยู่ในแคนาดา” หลังอยู่ในซาอุดิอาระเบียได้สองสามปี พ่อของผมก็เหมือนกับ ชาวอียปิ ต์จ�ำนวนมากทีต่ กอยูใ่ นกับดักของบริษทั ลงทุนเอกชนของอิสลาม ซึ่งแพร่หลายในต้นยุคแปดศูนย์ บริษัทเหล่านี้เสนอผลตอบแทนประจ�ำปี ก้อนใหญ่ถึงร้อยละ 30 หรือบางทีก็ร้อยละ 40 ไม่เหมือนธนาคารที่เสนอ ให้เพียงร้อยละ 10 หรือต�่ำกว่า พ่อของผมฝากเงินออมทั้งชีวิตไว้กับบริษัท เหล่านีส้ แี่ ห่งเพือ่ กระจายความเสีย่ ง บริษทั เหล่านีก้ อ่ ตัง้ โดยชาวอียปิ ต์เคร่ง ศาสนาทีเ่ สนอบริการให้เป็นทางเลือกนอกจากธนาคาร เนือ่ งจากนักวิชาการ ศาสนาหลายท่านเห็นว่าดอกเบี้ยคงที่เป็นเรื่องขูดเลือดขูดเนื้อและดังนั้น จึงเป็นข้อห้ามตามกฎหมายชะรีอะฮ์ ไม่กี่ปีหลังจากบริษัทพวกนี้เติบโตขึ้นอย่างมาก รัฐบาลอียิปต์ก็ คิดจะต่อกรด้วย ในบรรดาหลากหลายเหตุผล เหตุผลหนึ่งก็คือรัฐบาล ต้องการจะปกป้องผลประโยชน์ของนักธุรกิจที่ภักดีกับรัฐบาล และเกรงว่า บริษทั จัดการทรัพย์สนิ เอกชนเหล่านีจ้ ะควบคุมเศรษฐกิจและท�ำให้ธนาคาร ล่มสลาย บริษทั เหล่านีท้ งั้ หมดถูกรัฐแช่แข็ง และเหล่าผูก้ อ่ ตัง้ ถูกจับในข้อหา ฉ้อโกงและฟอกเงิน เงินส่วนใหญ่ทพี่ อ่ เก็บออมไว้หลังท�ำงานหนักมาหลายปี ในซาอุดอิ าระเบียสูญไปหมด รวมถึงเงินของชนชัน้ กลางอียปิ ต์จ�ำนวนมาก ทั้งในและนอกอียิปต์ด้วย ด้วยเหตุนี้ พ่อของผมจึงตัดสินใจอยูใ่ นซาอุดอิ าระเบียนานขึน้ กว่า ที่เขาวางแผนเอาไว้แต่แรก ทุกครั้งที่ผมถามเขาว่าท�ำไมเราไม่กลับบ้าน 24

Revolutio n 2 . 0


เขาจะตอบว่า “พ่อจะเลี้ยงดูครอบครัวห้าคนได้ยังไงกับเงินเดือนไม่กี่ร้อย ปอนด์อยี ปิ ต์ทหี่ มดภายในวันทีห่ า้ ของเดือน” พ่อผมเป็นเหมือนคนรุน่ เดียว กับท่าน พ่อตลก ทุกคนรักพ่อ ในตอนนั้นพ่อพูดถึงการเมืองผ่านเรื่องตลก ที่วิพากษ์วิจารณ์ชนชั้นปกครองเพียงผิวเผิน “ไม่ต้องสนใจ มีชีวิต มีความ สุข” คือปรัชญาของพ่อ เมื่อไหร่ก็ตามที่ท�ำได้ พ่อเลือกที่จะไม่สนใจปัญหา แทนที่จะเผชิญหน้ากับมัน ผมไม่ว่าพ่อหรอก การปฏิวัติปี 1952 ส่งผลต่อ คนในรุ่นของพ่อเกือบทั้งหมด แต่แม่เป็นอีกแบบหนึ่ง แม่กดดันพ่อทุกปีให้กลับอียิปต์ ไปเปิด คลินิกของตัวเอง และพยายามปรับตัวให้เข้ากับชีวิตที่อียิปต์ ในที่สุดเราก็ ตัดสินใจร่วมกันทั้งครอบครัวยกเว้นพ่อ (ตอนนี้ผมมีน้องชายและน้องสาว อย่างละคนแล้ว) ว่าจะกลับอียิปต์ และพ่อจะตามเรากลับไปในอีกสองหรือ สามปีเมื่อพ่อมีเงินมากพอจะก่อตั้งธุรกิจที่อียิปต์ (น่าเสียดายที่สิ่งนี้ไม่เคย เกิดขึ้นจริง พ่อของผมยังคงอยู่ที่ซาอุดิอาระเบีย) ร้อยเอกราฟัตไม่สนใจพ่อผมเท่าไหร่เมื่อรู้ว่าพ่อไม่เกี่ยวข้องอะไร กับกลุ่มทางการเมืองหรือศาสนา เขารีบหันไปถามว่า “แล้วคุณกลับมา อียิปต์เมื่อไหร่” ปีนนั้ คือปี 1994 ผมลงทะเบียนเรียนในโรงเรียนเอกชนทีซ่ ามาเลค ใกล้บ้านของเราในโมฮานดีซีน ทั้งสองย่านถือว่าเป็นย่านที่ดีที่สุดของ ไคโร ตอนนั้นผมเรียนเกรดเก้า การตัดสินใจกลับอียิปต์เป็นหนึ่งในช่วง เวลาที่ดีที่สุดของชีวิตผม แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ต้องอยู่ไกลพ่อ ผมเป็นคน ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ ผมคิดถึงพ่อมากและรอคอยการกลับมาเยี่ยมบ้าน ของพ่อเสมอ เวลาพ่อกลับบ้านจากการพักร้อนปีละสี่สิบห้าวัน ผมจะอยู่ กับพ่อตลอด ผมหัวเราะกับเรื่องตลกของพ่อ ผมรักความถ่อมตัวและความ ใจกว้างของพ่อที่มีต่อทุกๆ คนที่ได้พบ น�้ำตามักเอ่อคลอที่ตาผมเมื่อพ่อ ต้องกลับไปซาอุดิอาระเบีย แม่ผมท�ำดีที่สุดที่จะชดเชยการขาดพ่อ แม่อุทิศตัวเต็มที่ในการ Wa el G h o n i m

25


เลี้ยงลูกสามคนให้เป็นมนุษย์ที่สุภาพเรียบร้อยและรับผิดชอบ ผมประทับ ใจกั บ การที่ แ ม่ ย อมอยู ่ ห ่ า งจากสามี โ ดยไม่ เ ห็ น แก่ ตั ว แม้ จ ะมี บุ ค ลิ ก ที่ แข็งแกร่งมาก แต่แม่จะค�ำนึงถึงลูกๆ ก่อนเสมอในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ โชคดีที่ผมปรับตัวที่โรงเรียนได้เร็ว เพื่อนสนิทของผมถือเป็นเด็ก อัจฉริยะคนหนึง่ ชือ่ โมตทาเซม เขาเรียนได้ทหี่ นึง่ เสมอโดยไม่ตอ้ งพยายาม อะไรเลย ผมพยายามแข่งกับเขาตอนสอบแต่ก็ผิดหวังเสมอ โมตทาเซม ขยันสุดๆ ผมได้คะแนนร้อยละ 92.5 และได้ทสี่ องถัดจากเขาในชัน้ เกรดเก้า ซึ่งถือเป็นปีหัวเลี้ยวหัวต่อในระบบการศึกษาของเรา เพราะเป็นปีสุดท้าย ก่อนเข้าสู่ ‘การศึกษาระดับมัธยม’ โมตทาเซมตัดสินใจย้ายไปโรงเรียน มัธยมของรัฐ ซึ่งเขาลงทะเบียนในชั้นเรียนส�ำหรับนักเรียนระดับสูง เขา โน้มน้าวให้ผมออกจากโรงเรียนเอกชนไปเรียนกับเขาที่โรงเรียนมัธยม ออร์มาน เขาบอกว่า “นักเรียนจะแข่งขันกันมากในชั้นเรียนระดับสูง ครู ในชั้นเรียนพวกนี้ดีที่สุดในไคโรเลยนะ” ข้อเสนอเหล่านี้มากพอจะท�ำให้ ผมคล้อยตาม แต่อีกเหตุผลหนึ่งคือผมจะได้เรียนรู้อียิปต์ที่แท้จริงและ หลอมรวมเข้ากับชาวอียปิ ต์จากหลากทีม่ าและหลายชนชัน้ ทางสังคม ไม่ใช่ แค่คนที่มีเงินพอจะเรียนโรงเรียนเอกชนเท่านั้น ผมพลาดการสอบความถนัดส�ำหรับชั้นเรียนระดับสูงเพราะไป เยี่ยมพ่อประจ�ำปีที่ซาอุดิอาระเบียในช่วงฤดูร้อนของปี 1995 ก่อนที่ผมจะ ออกเดินทาง เจ้าหน้าที่รับสมัครที่โรงเรียนรับรองว่าผมสามารถสอบความ ถนัดได้เมื่อกลับมา โชคร้ายที่เขาไม่รักษาสัญญา ผมจึงพบว่าตัวเองต้อง เข้าเรียนในชั้นเรียนธรรมดา โรงเรียนมัธยมออร์มานท�ำให้ผมเกิดอาการช็อคทางวัฒนธรรม มันแย่กว่าโรงเรียนรัฐที่ผมเคยนึกถึงหรือได้ยินมา เนื่องจากเป็นโรงเรียน ชายล้วน ระดับเทสโทสเทอโรนในอากาศจึงมีมากเกินควรตลอดเวลา การ ชกกันในสนามเด็กเล่นของโรงเรียนมักจะจบลงที่ใครบางคนบาดเจ็บ มี มุมที่จัดไว้ส�ำหรับการสูบบุหรี่ และบางครั้งก็กัญชา การโดดเรียนเป็นเรื่อง ปกติ ตราบเท่าที่คุณจ่ายค่าผ่านทางหรือสินบนให้กับนักเรียนที่คอยเฝ้ารั้ว 26

Revolutio n 2 . 0


อยู่ จ�ำนวนของนักเรียนในหนึ่งชั้นมีอย่างน้อยสองเท่าของที่ผมเคยเรียน หรือมากกว่าเจ็ดสิบคนในพื้นที่ซึ่งบรรจุนักเรียนแค่สามสิบคนในโรงเรียน เก่าของผม ผมเปลี่ยนใจอย่างรวดเร็วโดยการโทรหาครูใหญ่ที่โรงเรียนเก่า แต่เขาปฏิเสธจะรับผมกลับเพื่อสอนบทเรียนให้แก่ผม ตอนที่ผมประกาศ ว่าจะย้ายโรงเรียน เขายื่นข้อเสนอหลายอย่างเพื่อให้อยู่ต่อ รวมทั้งการ หั่นค่าเทอมของผมเหลือครึ่งเดียวด้วย แต่ผมดื้อมากและปฏิเสธข้อเสนอ ของเขา ผมจึงไม่ว่าเขาหรอกที่ปฏิเสธเมื่อจู่ๆ ผมก็พยายามคลานกลับ ไปหา อย่างไรก็ตาม ผมก็ได้ตัดสินใจเรื่องส�ำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิต ของผมไปอย่างไม่ชาญฉลาดเอาเลย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะรับมือกับสิ่งแวดล้อมใหม่ การเข้ากับเพื่อน ให้ได้เป็นเรื่องท้าทายมากกว่าเรียนให้ดีเสียอีก ผมจะได้สมดุลกลับมา ก็ต่อเมื่อผมเริ่มปรับตัวเท่านั้น ผมเกลียดประสบการณ์ช่วงแรกในโรงเรียน ออร์มานมาก แต่ในตอนท้ายผมก็รักมันมากเช่นกัน โรงเรียนนั้นท�ำให้ผม ได้สมั ผัสกับชนชัน้ ต่างๆ ในสังคมทีไ่ ม่เคยคลุกคลีดว้ ยมาก่อน ผมเรียนรูว้ ธิ ี เข้าถึงคนทุกประเภท ต่อมาผมกลายเป็นคนทีส่ นใจจิตวิทยาและสังคมวิทยา อย่างมาก นั่นก็เพราะช่วงเวลาเหล่านั้นแท้ๆ ในปีแรก ผมได้คะแนนต�่ำสุดเท่าที่เคยท�ำได้ ความล้มเหลวเป็น แรงขับเคลื่อนให้ผมสู้ต่อเสมอ ผมตัดสินใจทุ่มเทเวลาและความพยายาม ทั้งหมดในปีถัดไป (เกรดสิบเอ็ด) เพื่อให้ผลการเรียนเป็นเลิศ และจะได้ ร่วมชั้นระดับสูงกับโมตทาเซมในเกรดสิบสองอันเป็นปีสุดท้ายของระดับ มัธยม แล้วภารกิจก็ส�ำเร็จ หลังท�ำงานหนักมาหนึ่งปี ผมได้คะแนนร้อยละ 95 และสามารถไปนั่งร่วมโต๊ะกับโมตทาเซมได้อีกครั้งหนึ่งดังที่เราเคยท�ำ ในเกรดเก้า อย่างไรก็ตาม ไม่มีความส�ำเร็จใดท�ำให้ผมลืมบางสิ่งที่เห็นใน ช่วงสองปีแรกที่ออร์มานได้ ครูพยายามจะรักษาระเบียบด้วยการใช้ความ รุนแรงและการทุบตี นักเรียนก็สนุกกับการข่มขู่และตอแยครูกลับ เราจึง Wa el G h o n i m

27


ได้เห็นศึกประจ�ำวันในห้องเรียนที่มีนักเรียนเจ็ดสิบคน ซึ่งมีพวกชอบสร้าง ปัญหาอยู่จ�ำนวนมากทีเดียว เช่นเดียวกับเจ้าหน้าทีร่ ฐั บาลอืน่ ๆ ครูในโรงเรียนรัฐในอียปิ ต์ได้รบั เงินเดือนไม่เกินสองถึงสามร้อยปอนด์ ซึ่งไม่พอเลี้ยงครอบครัว ผลก็คือครู มีรายได้หลักจากการสอนพิเศษส่วนตัว ครูท�ำเงินหลายพันปอนด์ได้โดย การไปบ้านนักเรียนแล้วสอนในสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าโรงเรียนมาก ผลส�ำรวจ ที่จัดท�ำโดยศูนย์ข้อมูลของคณะรัฐมนตรีอียิปต์ในปี 2008 เผยว่า ร้อยละ 60 ของผู้ปกครองแสวงหาชั้นเรียนส่วนตัวให้ลูกๆ หลายครอบครัวใช้เงิน หนึ่งในสามของรายได้ไปกับการเรียนพิเศษเหล่านี้ ปรากฏการณ์เรียนพิเศษส่วนตัวแพร่ไปทุกหนแห่งในประเทศ ไม่ต่างจากมะเร็ง ครูเริ่มท�ำการตลาดโดยใช้ใบปลิวที่พบได้ทุกถนนในทุก เมืองใหญ่เมืองเล็ก พวกครูคิดชื่อเตะตาอย่างเช่น ‘จักรพรรดิแห่งฟิสิกส์’ หรือ ‘นายพันแห่งเคมี’ ที่น่าละอายก็คือครูส่วนใหญ่สอนตามต�ำราของ รัฐบาล คือเน้นไปทีก่ ารจ�ำมากกว่าท�ำให้นกั เรียนเข้าใจอย่างแท้จริง นักเรียน และผู้ปกครองต้องหาวิธีของตัวเองในการเรียนรู้วิธีแก้ปัญหา นักเรียน หลายคนต้องพึ่งต�ำราเสริม ชาวอียิปต์ใช้เงินมากกว่าหนึ่งพันล้านปอนด์ อียิปต์ (200 ล้านเหรียญสหรัฐ) ทุกปีกับต�ำราเสริม ผมใจแข็งไม่ยอมเรียน พิเศษจนกระทั่งปีสุดท้ายในโรงเรียนมัธยม เมื่อคณิตศาสตร์และเคมียาก มากจนผมตามไม่ทันจากการสอนในห้องเรียน หนึ่งในวิชาเลือกของผมคือจิตวิทยา ผมเลือกเรียนเพราะสนใจจะ ท�ำความเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์เหมือนกับวัยรุ่นส่วนใหญ่ ผมตัดสินใจ เรียนพิเศษกับอาจารย์มหาวิทยาลัยคนหนึ่งซึ่งผมจะไม่มีวันลืม มิสเตอร์ อีแฮ็บ เราเคยใช้เวลาหลายชัว่ โมงนอกตารางเรียนถกเถียงถึงหัวข้อน่าสนใจ หลายอย่าง มิสเตอร์อีแฮ็บสอนผมว่าจะจัดการกับคนและสถานการณ์อัน หลากหลายอย่างไร และช่วยให้ผมตระหนักว่า ความขัดแย้งจ�ำนวนมาก เป็นผลมาจากการสื่อสารที่ผิดพลาด เหมือนที่อริสโตเติลกล่าวถึงความ ส�ำคัญของการให้นิยามศัพท์เพื่อเลี่ยงความขัดแย้งที่ไม่จ�ำเป็น มันเป็น 28

Revolutio n 2 . 0


ประสบการณ์ที่ดีทีเดียวส�ำหรับคนวัยผม สิ่งแวดล้อมทางการศึกษาที่ฉ้อฉลยังหนุนให้เกิดการโกงด้วย ครู ที่เอาแต่สอนโดยไม่ปล่อยให้เกิดการโกงจะถูกนักเรียนเรียกว่าเป็นพวก ‘น่าร�ำคาญ’ แม่บางคนเคยคิดว่าครูคุมสอบควรจะปล่อยให้ลูกของพวกเธอ โกงได้ ไม่น่าประหลาดใจเลยที่การโกงและหลอกลวงค่อยๆ กลายเป็น กิจกรรมประจ�ำวันในอียิปต์ ซึ่งลุกลามจากการศึกษาไปสู่การท�ำธุรกิจและ การท�ำธุรกรรมทางการค้า และในที่สุดก็สู่การเลือกตั้ง ผมจบมัธยมด้วยคะแนนรวมร้อยละ 97 ผมก�ำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย ไคโรเพือ่ เรียนด้านวิศวกรรม แต่ในตอนแรกผมลองหางานก่อน เหตุผลหลัก ของผมคือเพื่อหาเงินจ่ายค่าโทรศัพท์ซึ่งพุ่งสูงขึ้นด้วยเหตุผลที่พ่อผมไม่มี วันนึกถึง นัน่ คือการใช้บริการเชือ่ มต่ออินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์ ผมใช้เวลา เป็นชั่วโมงๆ ท่องโลกอินเทอร์เน็ต ดูเว็บไซต์ต่างๆ และพูดคุยแบบนิรนาม กับคนที่ผมไม่รู้จักทั่วโลก โดยใช้โปรแกรม mIRC (เป็นผู้ให้บริการสนทนา ชื่อดังในตอนนั้น) เพื่อหาเพื่อนเสมือน ผมจ�ำได้ตอนที่พ่อบุกเข้ามาในห้อง กลางฤดูร้อนหลังจบมัธยมแล้วเพื่อแสดงความโกรธเกี่ยวกับค่าโทรศัพท์ พ่อยึดคอมพิวเตอร์เอาไปลัน่ กุญแจไว้ในตู้ อธิบายว่าผมไม่มคี วามรับผิดชอบ และความสัมพันธ์ระหว่างผมกับคอมพิวเตอร์ตอ้ งยุตลิ ง ทันทีทพี่ อ่ ออกจาก บ้าน ผมงัดตูแ้ ล้วเอาคอมพิวเตอร์คนื มา เมือ่ พ่อกลับมา ผมร้องขอโทษแล้ว ประกาศว่าจะขอเบอร์โทรศัพท์มาใช้และรับผิดชอบค่าโทรศัพท์สายนั้นเอง โชคดีที่พ่อผมพยายามปฏิบัติกับลูกอย่างมีเหตุผลและเกือบเสมอภาคกัน เสมอ พ่อมักจะบอกเราให้ระวังในสิ่งที่ต้องการ คราวนี้ หลังจากได้ยินผม ร�่ำร้อง เขาบอกว่า “ก็ตามใจ” นั่นคือจุดเริ่มต้นชีวิตออนไลน์ของผม และ เป็นจุดเริ่มต้นการไม่พึ่งพิงทางการเงิน ผมเริ่มหารายได้จากการท�ำงานใน ร้านวิดีโอเกมและเป็นนักพัฒนาเว็บไซต์อิสระ การท�ำงานและใช้เวลายาวนานในโลกออนไลน์เป็นอุปสรรคอย่าง แท้จริงกับการเรียนของผม หลังผ่านปีแห่งการเตรียมพร้อมทีค่ ณะวิศวกรรม แล้ว นักศึกษาต้องเลือกแผนกที่จะลงทะเบียน จ�ำนวนที่นั่งในแต่ละแผนก Wa el G h o n i m

29


มีจ�ำกัด ท�ำให้ต้องแข่งขันสูง ผมได้คะแนนแย่ในปี 1998 ซึ่งเป็นปีเตรียม พร้อม ผมเลยเลือกเรียนวิศวกรรมไฟฟ้าเป็นอันดับแรกแทนที่จะเป็น วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นตัวเลือกแรกของผม อย่างไรก็ดี ผมรู้อย่าง รวดเร็วว่าอยากท�ำงานกับคอมพิวเตอร์จริงๆ เพื่อนคนหนึ่งบอกว่า ถ้าผม สอบวิศวกรรมไฟฟ้าตกในปีแรก ผมสามารถยืน่ ค�ำร้องต่อคณบดีเพือ่ อธิบาย ว่าความฝันในชีวติ ผมคือการเรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ได้ ผมจึงไปทีฝ่ า่ ย กิจกรรมนักศึกษา และได้รู้ว่าข้อมูลของเพื่อนถูกต้อง แต่จะส�ำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับจ�ำนวนค�ำขอย้ายแผนกว่ามีมากเพียงใด ผมเลือกเสี่ยงด้วยการไม่เข้าสอบปีนั้นแล้วยื่นค�ำร้องตอนปลายปี เช่นเคย พ่อแม่ผมประหลาดใจกับการตัดสินใจของผมและพยายามห้าม ปรามทุกวิถที าง แต่ผมยืนกราน หลังผ่านไปไม่กเี่ ดือน ความปรารถนาของ ผมก็เป็นจริง มีนักเรียนอีกเพียงคนเดียวที่ยื่นขอย้าย และเราก็ได้เข้าเรียน วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ชีวิตในแผนกใหม่ของผมแตกต่างออกไป มีนักศึกษาไม่เกินสี่สิบ คน ศาสตราจารย์และผู้ช่วยสอนรู้จักชื่อของเราแต่ละคน ผมพยายามจะ แข่งกับนักเรียนเก่งๆ แต่ผมตามหลังเพื่อนเสมอ เนื่องจากเวลานับไม่ถ้วน ที่ผมใช้บนโลกออนไลน์ ผมจ�ำผู้ช่วยสอนคนหนึ่งที่ชื่ออาห์เม็ดได้ เขาหยุด ขณะสอนครัง้ หนึง่ แล้วถามเฉพาะเจาะจงมาทีผ่ มว่า “วาเอล เธอเข้าใจไหม” เมื่อผมตอบว่าเข้าใจ เขาตอบกลับว่า “ขอบคุณพระเจ้า ถ้าเธอเข้าใจ ฉันก็ มั่นใจว่าคนอื่นๆ เข้าใจเหมือนกัน” นั่นคือหนึ่งในเหตุผลที่ผมเกลียดระบบ การศึกษาในอียปิ ต์ ผมปกป้องตัวเองมากและเชีอ่ ว่าปัญหาอยูท่ รี่ ะบบ ไม่ใช่ ตัวผม ที่ขัดขวางความก้าวหน้าของผม แต่ถึงจะพ่ายแพ้ที่โรงเรียน ผมก็ ได้ชัยในที่อื่น ก่ อ นหน้ า นั้ น ในช่ ว งฤดู ร ้ อ นของปี แ ห่ ง การเตรี ย มพร้ อ มที่ มหาวิทยาลัย คือปี 1998 ผมได้สร้างเว็บไซต์เพื่อช่วยเชื่อมเครือข่ายมุสลิม เข้าด้วยกัน เว็บนี้คล้ายๆ กับยูทูบแบบง่ายๆ แต่มีความแตกต่างพื้นฐาน 30

Revolutio n 2 . 0


อยู่สามแบบ นั่นคือ เว็บไซต์รองรับข้อมูลเสียงเท่านั้น ไม่ใช่วิดีโอ เพราะ คุณภาพของวิดีโอยังไม่ก้าวหน้าเหมือนทุกวันนี้ การอัพโหลดเนื้อหานั้น ท�ำได้เฉพาะผมและเพือ่ นนักศึกษาเท่านัน้ เพราะเนือ้ หาเป็นเรือ่ งของศาสนา นั่นเอง ที่ส�ำคัญคือ ไม่มีใครรู้ว่าผู้ดูแลเว็บไซต์เป็นใคร และจะติดต่อเว็บ มาสเตอร์ได้ผา่ นทางอีเมลทีไ่ ม่มชี อื่ จริงปรากฏอยูเ่ ท่านัน้ ผมตัง้ ชือ่ เว็บไซต์ นี้ว่า IslamWay.com หน่วยงานความมั่นคงคงพุ่งเป้ามาที่ผมทันทีที่ค้นพบว่าผมเคย เป็นผู้สร้างเว็บไซต์อิสลาม ไม่ว่ามันจะมีแนวคิดเป็นกลางขนาดไหนก็ตาม เมื่อผมได้รับโทรศัพท์จากร้อยเอกราฟัต ผมภาวนาว่าอย่าให้เกี่ยวข้องกับ เรื่องของ IslamWay เลย โชคดีที่เขาไม่ได้เอ่ยถึงเว็บนี้ระหว่างสอบสวน ผมจึงไม่พูดถึงเช่นกัน ไม่นานนัก IslamWay ก็กลายเป็นหนึ่งในเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับ อิสลามที่ได้รับความนิยมที่สุดทางอินเทอร์เน็ต ในช่วงปีแรกๆ เว็บไซต์มี ไฟล์เสียงบันทึกบทสวด ค�ำสอน และบทอ่านพระคัมภีร์อัลกุรอานมากกว่า 20,000 ชั่วโมง กว่า 3,000 ชั่วโมงของไฟล์เหล่านี้ผมแปลงเป็นไฟล์ดิจิตอล เอง นอกจากนี้ เว็บไซต์ยังมีอาสาสมัครมากกว่าแปดสิบคน ผมยังไม่รู้เลย ว่าตัวตนจริงของคนส่วนใหญ่เป็นใครแม้กระทั่งทุกวันนี้ คนเหล่านี้จะ รวบรวมและแปลงไฟล์จากเทปคาสเซ็ทที่มีอยู่ สองปีหลังเปิดตัว เว็บไซต์มีผู้เข้าชมหนาแน่นหลายหมื่นคน ต่อวัน ผมอยากให้เว็บนี้เป็นเหมือนห้องสมุดสาธารณะที่สะท้อนมุมมอง เกี่ยวกับอิสลามที่เป็นกลางอย่างรอบด้านสมบูรณ์ เมื่อฉบับภาษาอังกฤษเปิดตัวในปี 1999 เว็บนี้ก็แพร่ไปในหมู่ชาว มุสลิมที่ไม่ได้พูดภาษาอาหรับ รวมไปถึงคนที่อยากเรียนรู้ถึงศรัทธานี้ด้วย เว็บไซต์เริ่มมีอิทธิพลมากขึ้น น่าประหลาดใจที่ IslamWay พาผมไปพบกับภรรยาในอนาคต แม้จะอายุยังน้อย แต่ผมก็อยากแต่งงาน ผมขอผู้หญิงอียิปต์หลายคนที่ ผมพบออนไลน์หรือจากเครือข่ายครอบครัวและเพื่อนแต่งงานหลายครั้ง Wa el G h o n i m

31


ข้อเสนอของผมมักเป็นที่สงสัยและน�ำไปสู่การปฏิเสธ หลายครอบครัวคิด ว่าผมบ้าที่อยากแต่งงานทั้งที่ยังเรียนอยู่ แม้จริงๆ แล้วผมจะพึ่งตัวเองได้ ทางการเงินและมีรายได้ดีทีเดียว อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เป็นคนดื้อรั้น และไม่เชื่อฟังใคร ผมจึงคิดว่าจะแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ในที่สุดผมคิดหา ทางออกได้และตัดสินใจว่าจริงๆ แล้วผมอยากแต่งงานกับคนที่ไม่ใช่อียิปต์ แต่อยากเปลีย่ นศาสนามาเป็นอิสลาม ผมชอบความเปิดเผยของวัฒนธรรม อเมริกันและวิถีทางแบบนักปฏิบัติเวลาคนอเมริกันเผชิญกับปัญหาในชีวิต เพราะฉะนั้นต้องไม่ใช่ใครก็ได้ที่อยากเป็นมุสลิม แต่ต้องเป็นคนอเมริกัน ผมเดาว่าใครก็ตามที่เปลี่ยนความเชื่อหลังใคร่ครวญแล้วระยะหนึ่งจะต้อง เป็นคนพิเศษ ในโลกที่วุ่นวายทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่แทบไม่มีเวลามากพอ จะมาคิดถึงอุดมการณ์ตา่ งๆ ทีไ่ ด้รบั มาจากรุน่ พ่อรุน่ แม่หรอก อย่าว่าแต่ไป เปรียบเทียบกับความเชื่ออื่นๆ เลย ผมว่าคงยิ่งมีน้อยคนที่สามารถรับมือ กับภาระทางอารมณ์ทคี่ รอบครัวและสังคมโยนใส่คนทีเ่ ปลีย่ นความเชือ่ ของ ตัวเอง แต่มปี ญ ั หาอยูอ่ ย่างเดียว นัน่ คือผมไม่รจู้ กั ผูห้ ญิงโสดทีเ่ ข้าข่ายนีเ้ ลย ทว่าผมรู้แน่ว่าผมจะหาพบได้ในอินเทอร์เน็ต ผมพบผู้หญิงที่อยากแต่งงานด้วยในโลกออนไลน์เป็นครั้งแรก หลังอ่านบางสิ่งที่เธอเขียนบนพื้นที่สนทนาในเว็บไซต์ที่ว่าด้วยเรื่องมุสลิม ใหม่ เธอเข้ามาในเว็บนี้บ่อยๆ เพราะเธอก�ำลังขัดเกลาศรัทธาที่เพิ่งเปิดรับ เข้ามา ผมติดต่อหาเธอ แล้วเราก็เริ่มเขียนถึงกัน ผมพบว่าเธอมีบุคลิกที่ แข็งแกร่ง การเขียนของเธอก็ดึงดูด แต่กระนั้นเมื่อผมเสนอแนะแบบบ้าๆ ให้เธอมาเยือนไคโร เธอปฏิเสธ เธออยู่ที่แคลิฟอร์เนีย การเขียนถึงกัน ของเราค่อยๆ ลดน้อยลงตามเวลา ไม่นานหลังจากนั้น ในเดือนมิถุนายน 2001 เมื่อผมอายุยี่สิบปี ผมวางแผนจะไปสหรัฐอเมริกาเพื่อบริจาคเว็บไซต์ให้กับงานการกุศลใน สหรัฐอเมริกาที่สนับสนุนชุมชนมุสลิมทั่วโลก เว็บไซต์ประสบความส�ำเร็จ มากและได้ขยายใหญ่จนเกินความสามารถที่ผมจะรักษาไว้ได้แล้ว ในเวลา นั้นผมท�ำงานอย่างน้อยสัปดาห์ละสามสิบชั่วโมง แถมการเรียนของผม 32

Revolutio n 2 . 0


ก็ก�ำลังย�่ำแย่ ผมได้รับข้อเสนอในปี 2000 จากเพื่อนสนิทที่รู้ว่าผมเป็น เจ้าของ ว่าจะซื้อหุ้นร้อยละ 10 เป็นเงิน 100,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็น เงินก้อนใหญ่ส�ำหรับคนหนุ่ม แต่ผมปฏิเสธ ผมไม่เคยตั้งใจจะท�ำเงินจาก เว็บนี้ และรู้สึกไม่ดีกับการท�ำก�ำไรจากกิจกรรมเพื่อสังคม ผมรู้เสมอว่า อยากบริจาคเว็บไซต์นใี้ ห้กบั องค์กรการกุศล ตอนนีถ้ งึ เวลาแล้วทีจ่ ะถ่ายโอน IslamWay ไปสู่เว็บไซต์ที่มีการจัดการแบบมืออาชีพ และองค์กรอเมริกัน มุสลิมก็พร้อมและตั้งใจจะรับไป ผมจึงกระโดดขึ้นเครื่องบิน ในช่วงที่อยู่ที่นั่น เพื่อนชาวอเมริกันอยากแนะน�ำผมให้รู้จักกับ ผู้หญิงที่ภรรยาของเขารู้ว่าก�ำลังมองหาสามีมุสลิม โชคก้าวเข้ามาแล้ว เธอคือผู้หญิงคนเดียวกับที่ผมเคยสนทนาด้วยเมื่อหลายเดือนก่อน ไม่กี่ สัปดาห์ต่อมา อิลกากับผมก็แต่งงานกัน ผมไม่ได้บอกพ่อแม่ล่วงหน้า เพราะรู้ว่าแม่ผมจะคัดค้านความคิด เรื่องการแต่งงานกับคนแปลกหน้าที่มีวัฒนธรรมแตกต่างจากเรา สองวัน หลังการแต่งงาน (มีแขกแค่แม่ยายของผม พยานสองคน และอิหม่าม) ผม โทรหาพ่อ ที่ผมประหลาดใจก็คือ พ่อแค่ดุผมด้วยน�้ำเสียงสงบว่าท�ำไมไม่ ปรึกษาพ่อกับแม่กอ่ น ผมถามพ่อว่าจะช่วยส่งเงินให้ผมสองสามพันเหรียญ ได้หรือเปล่าจนกว่าผมจะตั้งหลักได้ พ่อตกลง ผมขอพ่อว่าอย่าบอกแม่ จนกว่าผมจะหาทางบอกข่าวกับแม่อย่างประนีประนอมที่สุดเท่าที่จะเป็น ไปได้ แต่พ่อคงคิดเรื่องนี้อีกแบบ ไม่กี่นาทีต่อมา แม่โทรมาระบายความ โกรธทีผ่ มตัดสินใจตามล�ำพัง หลังจากนัน้ แม่ไม่ยอมพูดกับผมอีกหลายเดือน ผมโทรหาครัง้ แล้วครัง้ เล่า แม่จะวางสายทันทีทไี่ ด้ยนิ เสียง ผมเขียนจดหมาย พยายามขอร้องด้วยความรักทีแ่ ม่มใี ห้ผม ผมแสดงออกว่ารักแม่มากแค่ไหน ผมชมอิลกาต่างๆ นานาเท่าที่จะท�ำได้ และเน้นย�้ำว่าเธอมีมารยาทที่ดีและ มีคุณสมบัติอื่นๆ ดีแค่ไหน แต่ไม่มีอะไรได้ผลเลย การไปเยือนสหรัฐอเมริกาสร้างความประทับใจอันยิ่งใหญ่และ ยั่งยืนให้ผม เหมือนชาวอียิปต์ทั่วไปที่ได้ไปเยือนโลกตะวันตก ผมทึ่ง กับคุณภาพของการศึกษา การเคารพในสิทธิพลเมือง และกระบวนการ Wa el G h o n i m

33


ประชาธิปไตยทีม่ อบเสียงให้กบั ประชาชนและอนุญาตให้พวกเขาเป็นผูเ้ ล่น ที่ตื่นตัวในกระบวนการการเมือง ต้องยอมรับว่าในวัยของผม ผมประทับใจ อะไรง่าย ผมได้ข้อสรุปซึ่งผมย�้ำกับเพื่อนชาวอียิปต์หลายต่อหลายครั้ง ว่า “เราก�ำลังถูกหลอกอยู่ในอียิปต์!” สิ่งที่ท�ำให้ผมประทับใจมากที่สุดคือ เสรีภาพในการนับถือศาสนา ซึ่งหมายถึงการเคารพในศาสนาต่างๆ และ สิทธิมนุษยชนทีจ่ ะปฏิบตั ติ ามความเชือ่ ของตน มีองค์กรมากมายทีป่ กป้อง มุสลิมและสิทธิของพวกเขา รวมถึงสามารถวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของ รัฐบาลอเมริกันได้โดยไม่ต้องกลัวต�ำรวจลับ แต่ก็ใช่ว่าทุกสิ่งในสหรัฐอเมริกาจะดีไปหมดเมื่อเทียบกับอียิปต์ ผมรู้สึกได้ถึงปัจเจกนิยมที่อยู่รอบตัว ซึ่งตรงข้ามกับประสบการณ์ที่อียิปต์ อย่างมาก ในอียิปต์ โดยทั่วไปผู้คนจะให้ความส�ำคัญกับครอบครัวและ กลุ่มก้อน ซึ่งสร้างบรรยากาศที่ก่อให้เกิดความอบอุ่นทางอารมณ์ แม้บาง ครัง้ จะเข้มงวดไปบ้างก็ตาม ในทางตรงกันข้าม ผมสังเกตว่าในสหรัฐอเมริกา ผูค้ นพึง่ พาตัวเองในหลายสถานการณ์ทพี่ วกเขาจะได้รบั การสนับสนุนทาง สังคมมากกว่านีถ้ า้ อยูใ่ นอียปิ ต์ แม้สมองของผมอยูใ่ นสหรัฐอเมริกา แต่หวั ใจ ของผมอยู่ในอียิปต์แน่นอน แผนการในตอนแรกของผมคืออยู่ที่สหรัฐอเมริกาจนจบปริญญา เพราะประทับใจกับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกามาก แต่ผมก็เปลี่ยนใจหลังเหตุการณ์ 9/11 ผมจะไม่มีทางลืมวันนั้นเลย ภรรยา กับผมอยู่บ้าน ผมตื่นเช้าและเริ่มท�ำงานหน้าคอมพิวเตอร์ แล้วผมก็พบคน บอกกันตามเว็บบอร์ดต่างๆ ให้เปิดทีวเี ดีย๋ วนีเ้ ลย ผมดูเปลวไฟลามเลียออก มาจากตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ตึกแรก เราต่างคิดในตอนนั้นว่าเครื่องบิน คงบังเอิญชนเข้ากับตึก ผมปลุกอิลกาให้มาดูด้วย ไม่นานหลังจากนั้น เรา ก็ต้องกรีดร้องอย่างตกใจกลัวเมื่อเครื่องบินล�ำที่สองพุ่งชนอีกตึกหนึ่ง ผม ไม่เคยนึกมาก่อนว่าคนที่อ้างตนเป็นมุสลิมจะท�ำอะไรโหดเหี้ยมได้ขนาดนี้ ความเชือ่ ตามทีผ่ มถูกเลีย้ งดูมานัน้ ห้ามการฆ่าพลเรือนผูบ้ ริสทุ ธิอ์ ย่างแน่ชดั ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ตาม รวมถึงการห้ามการฆ่าตัวตายอย่าง 34

Revolutio n 2 . 0


สิ้นเชิง ดังนั้นผมจึงตกตะลึงเมื่อได้ยินการคาดการณ์ในสื่อว่าผู้กระท�ำผิด เป็นชาวมุสลิม หลายปีที่ผ่านมา ผมสังเกตว่าสื่อตะวันตกหลายแห่งขยาย ความการกระท�ำของพวกบ้าคลั่งและวาดภาพพวกเขาว่าเป็นตัวแทน ของอิสลาม ผมคิดว่าถ้าเหตุการณ์ 9/11 จะเกี่ยวข้องอะไรกับมุสลิม คน ที่วางแผนสังหารหมู่พลเรือนบริสุทธิ์นับพันคนเหล่านี้จะต้องคิดถึงแต่ อุดมการณ์ทางการเมืองของตนเท่านั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะนึกว่า ตัวเองได้ท�ำลายภาพลักษณ์ของอิสลามและชาวมุสลิมทีอ่ ยูใ่ นสหรัฐอเมริกา ไปมากแค่ไหน หรือบางทีพวกเขาอาจไม่สนใจเลยก็ได้ ส�ำหรับชาวมุสลิมอียิปต์ การอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาในช่วง สัปดาห์แรกๆ หลังการโจมตีนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย บางครั้งก็รู้สึกเหมือนว่า เพือ่ นมุสลิมและผมถูกกล่าวหาเป็นการส่วนตัวว่าก่ออาชญากรรมร้ายแรงนี้ ในพื้นที่สาธารณะ ผมเห็นชัดถึงทุกสายตาที่มองอย่างเคลือบแคลงมา ทางผม เพื่อนมุสลิมหลายคนเป็นทุกข์จากการถูกเลือกปฏิบัติ รวมทั้งถูก คุมตัวเป็นเวลาสั้นๆ และถูกรังควานที่สนามบินด้วย ผมเริ่มเบื่อการถูก กีดกันอย่างไม่เป็นธรรม และมีความหวังน้อยนิดในการหางาน ผมจึง เริ่มคิดอย่างจริงจังที่จะกลับอียิปต์ แน่ น อน อิ ล กาผู ก พั น กั บ บ้ า นเกิ ด ของเธอ แม้ เ ธอเองก็ รู ้ สึ ก แปลกแยกกับค�ำวิจารณ์ต่อเนื่องถึงศาสนาของเราที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ เธอสวมผ้าคลุมผมด้วย ท�ำให้ใครๆ ก็รู้ว่าเธอเป็นมุสลิม สิ่งนี้ท�ำให้ชีวิตของ ผู้หญิงคนหนึ่งยากเย็นมากในตอนนั้น แต่กระนั้น เธอก็ลังเลอยู่นานก่อน จะตกลงย้ายไปอียิปต์ ก่อนหน้านี้เธอเคยออกนอกประเทศแค่ครั้งเดียว เป็นการไปเที่ยวช่วงสั้นๆ ที่เม็กซิโก ผมจ�ำได้ว่าเธอบอกผมว่า “ฉันถาม เพื่อนออนไลน์บางคนเกี่ยวกับไคโร พวกเขาบอกว่าถนนสกปรก” “ใช่ ผมต้องยอมรับ ถนนบางเส้นก็สกปรก แต่หัวใจของผู้คนนั้น สะอาด” ชาวอียิป ต์เป็น หนึ่งในผู้ค นที่ใจดีและมีอารมณ์ขันที่สุดในโลก พวกเขาหัวเราะได้แม้ในช่วงทีม่ ดื มนทีส่ ดุ และมีอารมณ์ขนั แม้ในท่ามกลาง Wa el G h o n i m

35


ความทุกข์ กระทั่งหกสิบปีของยุคแห่งความกลัวก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลง สิ่งนั้นได้ หลังรบเร้าเธออย่างหนัก อิลกาก็ตกลง เราบินไปอียิปต์ในเดือน ธันวาคม 2001 สามเดือนหลังเหตุการณ์ 9/11 ผมยืนยันให้เราไปพบแม่ ทันทีที่ไปถึง การก้าวเดินเข้าไปในบ้านแม่หลังนั่งเครื่องบินมาสิบสี่ชั่วโมง นั้นถือเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจ�ำทีเดียว เธอพยายามซ่อนอารมณ์ไว้ แต่ก็ท�ำไม่ได้เลย แม่ไม่ได้ยิ้มด้วยซ�้ำเมื่อผมกล่าวสวัสดี และเมื่อผมแนะน�ำ อิลกา เธอก็ทักอย่างเย็นชา เห็นได้ชัดว่าเธอรู้สึกเหมือนถูกทรยศ อย่างไร ก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปแม่ก็เริ่มชอบอิลกาและรักเธอในที่สุด ไม่นานนักหลังกลับอียิปต์ ผมก็กลับไปเรียนพร้อมกับเริ่มหางาน ท�ำด้วย เพื่อนเก่าคนหนึ่ง คืออับดุลเราะห์มาน มีฮีลบา พร้อมกับหุ้นส่วน ของเขา รามี มัมโดห์ ก�ำลังท�ำงานให้กบั บริษทั อินเทอร์เน็ตทีใ่ ห้บริการอีเมล กับลูกค้าบริษัทและลูกค้าบุคคล Gawab.com แพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว ในโลกอาหรับเพราะให้บริการอีเมลที่สนับสนุนภาษาอาหรับและให้พื้นที่ เก็บข้อมูลถึง 15 เมกะไบต์ ขณะที่ฮ็อตเมลให้เพียง 1 เมกะไบต์ และยาฮู ให้ 2 เมกะไบต์ ด้วยทักษะผู้ประกอบการที่ผมได้รับในช่วงที่ท�ำเว็บไซต์ IslamWay.com อับดุลเราะห์มานจึงเสนองานให้ผมดูแลการตลาดและการขาย ผมรับปากโดยไม่ลังเลเลย เราท�ำงานหนักเพื่อเผยแพร่บริการของกาวับ ในโลกอาหรับ ในที่สุดเราก็มีผู้ใช้งานมากถึงสองล้านคนและมีรายรับที่ มั่นคงยั่งยืนจากการขายโฆษณาและการให้บริการอีเมลส�ำหรับธุรกิจและ เว็บไซต์อื่นๆ Gawab.com เติบโตขึ้นพร้อมเงินเดือนของผม ผมเริ่มรับ ผิดชอบทีมงานสิบสองคนที่ท�ำงานร่วมกับลูกค้าที่มาจากส่วนต่างๆ ของ โลกอาหรับ อินเทอร์เน็ตช่วยให้ผมได้ท�ำธุรกิจกับคนที่ไม่เคยพบปะกันได้ อย่างสนุกสนาน การเติบโตของบริษัทเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น รวมถึงข้อเสนอ จากนักลงทุนอาหรับที่จะซื้อกิจการเป็นตัวเลขหกหลัก 36

Revolutio n 2 . 0


การท�ำงานที่กาวับท�ำให้ผมเข้าใจถึงความรับผิดชอบในฐานะ มืออาชีพเป็นครัง้ แรก อะไรก็ตามทีเ่ กีย่ วข้องกับการตลาดและการขายจะพุง่ มาที่ผม ความรับผิดชอบของผมยังรวมถึงงานบัญชีและการบริหารเงินสด ด้วย ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างประดังเข้ามาพร้อมๆ กัน เพราะนอกจาก แต่ละวันจะต้องทุ่มเวลาท�ำงานที่กาวับและใช้เวลาในการศึกษาอีกวันละ หลายชั่วโมงในช่วงสองปีสุดท้ายของมหาวิทยาลัยแล้ว ผมยังจะได้เป็น พ่อคนด้วย อิลกากับผมได้รับพรเป็นลูกสาวในเดือนมกราคม 2003 เรา ถกกันว่าใครควรจะเป็นคนตั้งชื่อให้ลูก อิลกาวางแผนร่วมกับแม่ผม ท้าย ที่สุดก็ต้องตามใจเธอ เราตั้งชื่อให้ทารกหญิงแสนสวยนี้ว่า อิสรา ผมตื่นเต้นกับการเป็นพ่อมาก มันเป็นเรื่องแปลกส�ำหรับคนอื่นๆ ที่มหาวิทยาลัย เพราะไม่มีใครเคยมีลูกกัน โดยทั่วไปแล้ว เพื่อนร่วมงาน หลายคนก็คิดว่าผมค่อนข้างแปลกเหมือนกัน บางคนเห็นว่าผมรีบตัดสิน ใจและรีบลงมือไปโดยไม่คิดถึงผลที่จะตามมาอย่างถี่ถ้วน พวกเขาพูดถูก สายเลือดผมเป็นอย่างนี้ และไม่ใช่แค่นี้นะครับ ผมยังอยากว่ายน�้ำทวน กระแสอยู่เสมอด้วย เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว อิสราอายุครบหนึ่งขวบ และผมก็กลาย เป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์อย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2004 เพราะ เป็นพ่อคน ผมจึงยิ่งรู้สึกว่าเป็นความรับผิดชอบของผมที่จะต้องท�ำทุก อย่างให้ดยี งิ่ ขึน้ เพือ่ ค�ำ้ จุนครอบครัว ผมท�ำคะแนนได้สงู สุดในช่วงปีสดุ ท้าย ของมหาวิทยาลัย แต่ถึงอย่างนั้นคะแนนรวมของผมที่ร้อยละ 64 ก็ถือว่า ‘ไม่น่าพึงพอใจ’ ในช่วงทีผ่ มท�ำงานทีก่ าวับและไม่กเี่ ดือนหลังเรียนจบ ผมตัดสินใจ ไปเรียนเอ็มบีเอ งานของผมท�ำให้ต้องดูแลการขายและการตลาดของ บริษัท และผมก็ตระหนักว่าต้องการความรู้มากแค่ไหน ผมไม่อาจท�ำแค่ อ่านหนังสือไม่กี่เล่มแล้วจะสามารถท�ำงานได้จริงทันที ผมจ�ำเป็นต้องมี พี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์และได้รับการศึกษาที่เข้มงวดด้านธุรกิจ ตัวเลือก แรกของผมคือมหาวิทยาลัยอเมริกันในกรุงไคโร ซึ่งมีหลักสูตรเอ็มบีเอ Wa el G h o n i m

37


คุณภาพเยี่ยม แม้ค่าเล่าเรียนจะแพงหูฉี่ ผมต้องใช้เงินกว่าร้อยละ 60 ของ รายได้ทงั้ ปีไปกับการศึกษา ทว่าสิง่ ทีผ่ มเป็นกังวลนัน้ ไม่ใช่เรือ่ งของค่าเทอม เพราะผมเชื่อว่าเป็นการลงทุนที่จะได้รับผลตอบแทนกลับมาภายในไม่ กี่ ป ี แต่ ม หาวิทยาลัยบอกชัด ว่า อาจไม่รับผมเข้าเรียน เพราะคะแนน ปริญญาตรีของผมไม่สูงมากพอ ผมเขียนจดหมายยาวเหยียดไปถึงมหาวิทยาลัยเพื่ออธิบายถึง เหตุผลเบื้องหลังคะแนนที่ต�่ำของผม ผมอ้างว่าเป็นความผิดของระบบ การศึกษาในอียิปต์ ผมพลาดการสอบในช่วงปีแรกที่เรียนวิศวกรรมไฟฟ้า และอีกครั้งในช่วงครึ่งปีแรกของปีสามเมื่อผมอยู่ในสหรัฐอเมริกา ท�ำให้ผม ถูกปรับแต้มอย่างไม่ยุติธรรม ผมยังอธิบายถึงการแบ่งเวลาเรื่องงานและ การแต่งงานเร็วอีกด้วย และผมเน้นไปที่ความพยายามในการเอาชนะ สิ่งเหล่านี้ หนึ่งในศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยที่ผมรักที่สุด คือ ดร.อาห์เม็ด ดาร์วิช ผู้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการบริหารราชการแผ่นดินของอียิปต์ใน ยุคนั้น ถึงกับเขียนจดหมายรับรองให้ผม หนึ่งในคุณสมบัติที่จะเข้าเรียนหลักสูตรเอ็มบีเอของมหาวิทยาลัย อเมริกันได้คือต้องมีคะแนน GMAT อย่างต�่ำ 500 ผู้อ�ำนวยการฝ่ายรับ นักศึกษาบอกผมว่า ถ้าผมจริงจังกับการสมัครเรียนมาก ก็ควรท�ำคะแนน ให้ได้สูงๆ เพื่อชดเชยผลการเรียนที่ต�่ำ เธอบอกว่าคะแนนของผมไม่ควร ต�่ำกว่า 550 ซึง่ เป็นคะแนนเฉลีย่ ของผูส้ มัคร ผมถือว่านัน่ เป็นความท้าทาย หลังเตรียมตัวอย่างเข้มข้นอยู่สองเดือน ผมได้คะแนน 680 ซึ่งสูงมากเมื่อ เทียบกับคะแนนของเพื่อนชาวอียิปต์ ไม่นานหลังจากนั้นผมก็ได้เข้าเรียน ผมสัญญากับส�ำนักงานรับนักศึกษาว่าผมจะพิสจู น์คณ ุ ค่าของตัวเองและท�ำ คะแนนสูงสุดในทุกชั้นเรียนให้ได้ หลังจากนั้นสองปีกับวิชาเรียนสิบหกวิชา ผมก็จบการศึกษาด้วย คะแนนเฉลี่ย 4.0 ซึ่งสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผมจะเริ่มวันท�ำงานแต่ละวัน ที่กาวับ เดินทางจากที่นั่นไปมหาวิทยาลัยเพื่อเข้าชั้นเรียน แล้วใช้เวลากับ การเรียนในห้องสมุดนานหลายชั่วโมง การได้เกรดเอหมดทุกตัวกลายเป็น 38

Revolutio n 2 . 0


สิ่งส�ำคัญยิ่งยวดส�ำหรับผม แม้จะไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่กับการงานก็ตาม แต่ผมก็ท�ำได้ ความมั่นใจในตัวเองกลับคืนมา ผมพิสูจน์ตัวเองได้ว่าไม่ได้ ล้มเหลว อิลกาคอยสนับสนุนทุกทางและยืนอยู่เบื้องหลังผมตลอด เธอรู้ว่า นีเ่ ป็นความท้าทายส่วนตัวของผม และต่อให้ผมมีเวลาให้กบั เธอและลูกสาว ของเราน้อย เธอก็ยังคอยให้ก�ำลังใจผมเสมอเพื่อให้เรียนต่อและมีสมาธิกับ โครงการต่างๆ ที่มหาวิทยาลัย ประสบการณ์จากการเรียนเอ็มบีเอที่มหาวิทยาลัยอเมริกันนั้น ส�ำคัญมาก การได้เรียนรู้ศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังการตลาดเป็นกุญแจสู่ความ ก้าวหน้าทางอาชีพของผม และต่อมายังมีความส�ำคัญยิ่งยวดต่อกิจกรรม ออนไลน์ของผมด้วย ส่วนผสมระหว่างการตลาดและการมุง่ เน้นไปทีก่ ารเงิน ท�ำให้ผมเข้าใจวิธศี กึ ษาถึงความต้องการของตลาด การออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่สอดคล้องตามความต้องการเหล่านั้น และการส่งเสริมการขายไปยังกลุ่ม เป้าหมาย ชั้นเรียนด้านการเงินน�ำผมเข้าสู่โลกธุรกิจ เพราะพื้นฐานผมมา จากวิศวกร ชั้นเรียนนี้จึงให้ความรู้ถึงวิธีการด�ำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก ผมไม่รู้เลยว่าอีกไม่กี่ปีต่อมา ประสบการณ์ทั้งหมดนี้จะมีประโยชน์มาก ทีเดียวต่อการรณรงค์ขายผลิตภัณฑ์ที่ผมไม่เคยนึกว่าตัวเองจะต้องมา ท�ำการตลาด นั่นคือประชาธิปไตยและเสรีภาพ! ในปี 2005 ซึ่งเป็นช่วงปีแรกของการเรียนเอ็มบีเอ ผมมีแรง บันดาลใจอยากเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง ตอนนั้นผมพบกับชาวอาหรับ ที่เป็นนักลงทุนใหญ่ทางด้านเทคโนโลยี เป็นการพบกันโดยบังเอิญที่ผม เชื่อมั่นว่าต้องเป็นการช่วยเหลือของพระเจ้าแน่ๆ โมฮาเม็ด ราชีด อัลบาลลา เป็นวิศวกรและผู้ถือหุ้นใหญ่ในเนชั่นแนลเทคโนโลยีกรุ๊ป (เอ็นทีจี) เอ็นทีจีมีส�ำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงริยาดห์ ซาอุดิอาระเบีย เป็นกลุ่มบริษัท หลายสัญชาติทเี่ ชีย่ วชาญเรือ่ งเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร (ไอซีท)ี และประกอบด้วยบริษทั มากกว่ายีส่ บิ บริษทั ในตะวันออกกลางและแอฟริกา เหนือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และสหรัฐอเมริกา ที่ผมยินดี ก็คือ อัล-บาลลา ประทับใจกับประสบการณ์ด้านเว็บของผม และฟังผม Wa el G h o n i m

39


น�ำเสนองานเรื่องเว็บท่าเกี่ยวกับรถยนต์ส�ำหรับโลกอาหรับ แบบเดียวกับ เว็บ AutoTrader.com เขาเชิญผมไปเยี่ยมสาขาของบริษัทที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพื่อพูดคุยถึงโครงการในอนาคต ทว่าแทนที่จะยื่นข้อเสนอทางการเงินเพื่อก่อตั้งบริษัท อัล-บาลลา กลับอยากว่าจ้างผม เขาอยากเห็นธุรกิจอินเทอร์เน็ตขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในหลากหลายทิศทาง ผลก็คือ ผมได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของทีมงาน ขนาดใหญ่ที่มีภารกิจสนับสนุนสิ่งที่จะน�ำไปสู่การเปลี่ยนโฉมหน้าเว็บของ อาหรับตามที่อัล-บาลบาเชื่อ ข้อเสนอนั้นยั่วยวนใจ เพราะความฝันในการ เป็นผูป้ ระกอบการของผมก็จะได้รบั การเติมเต็มบางส่วนโดยไม่ตอ้ งมีความ เสี่ยงทางการเงินมากนัก และเมื่อพิจารณาถึงวิสัยทัศน์อันทะเยอทะยาน ของอัล-บาลบาแล้ว สิ่งที่ผมลงแรงไปก็น่าจะส่งผลมากกว่า หลังจากผมเริ่มท�ำงานที่เอ็นทีจีแล้ว ผมพบว่าอัล-บาลลา คือ ต้นแบบนักลงทุนชาวอาหรับ เขาปฏิบัติกับผมเหมือนลูกชาย จนเพื่อน ร่วมงานต่างพากันพูดถึงผมแบบข�ำๆ ว่าผมชือ่ วาเอล นามสกุล อัล-บาลลา หนึ่งในบริษัทที่เอ็นทีจีก่อตั้งขึ้นคือมูบาเชอร์ เป็นคล้ายๆ กับ ส�ำนักข่าวการเงินรอยเตอร์และบลูมเบิร์กของตะวันออกกลาง ซึ่งช่วยให้ นักลงทุนในตลาดหุ้นชาวอาหรับได้รู้ถึงราคาตามเวลาจริงผ่านหน้าเว็บ จึงสะดวกต่อการตัดสินใจซื้อขาย อัล-บาลลารู้ถึงความส�ำคัญของงานวิจัย และข่าวเศรษฐกิจส�ำหรับนักลงทุน เขาขอให้ผมถือหางเสือในการเริ่มต้น บริ ษั ท ที่ จ ะตั้ ง อยู ่ ใ นไคโรเพื่ อ สนั บ สนุ น ข้ อ มู ล และการวิ เ คราะห์ ใ ห้ กั บ มูบาเชอร์ ตอนนั้นผมยังอายุไม่ถึงยี่สิบห้าปีเลย ในตอนนั้น ผมไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับสื่อหรือสิ่งพิมพ์ หรือแม้ กระทัง่ ตลาดหุน้ ผมโง่ถงึ ขนาดไม่รคู้ วามต่างระหว่างหุน้ กับพันธบัตรด้วยซำ�้ ผมกระตือรือร้นอ่านทุกอย่างเท่าที่หาได้เกี่ยวกับตลาดหุ้น และตัดสินใจ ลงเรียนวิชาที่เกี่ยวกับการเงินในหลักสูตรเอ็มบีเอของผม บริษัทก่อตั้ง ขึ้นมาและผมก็รวบรวมทีมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าผมเลือกที่จะ ท�ำงานกับคนรุ่นอินเทอร์เน็ต เพราะสมาชิกส่วนใหญ่ในทีมเพิ่งจบมาทาง 40

Revolutio n 2 . 0


ด้านธุรกิจและสื่อสารมวลชน ผมชอบคนเหล่านี้มากกว่าพวกนักวิจัยมาก ประสบการณ์แต่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับโลกดิจิตอลเลย โมฮาเม็ด อัล-บาลลา ให้การสนับสนุนการเปิดตัวโครงการทั้งใน ด้านการเงินและขวัญก�ำลังใจอย่างเต็มที่ เมื่อ Mubasher.info เปิดตัว มัน กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายหลักของนักลงทุนอาหรับรายย่อยจ�ำนวนมากที่ มองหาข้อมูลข่าวสารของบริษัทต่างๆ ในตลาด ประสบการณ์ครั้งนี้มีความส�ำคัญส�ำหรับผมเป็นอย่างมาก ผมมี โอกาสน�ำทีมขนาดใหญ่ที่มีคนมากกว่า 120 คน เราแสวงหาหนทางที่จะ พัฒนาและสร้างนวัตกรรมขึน้ มาเสมอ ผมพยายามทุกวิถที างทีจ่ ะขับเคลือ่ น ทีมเพือ่ ให้บริษทั ได้รบั สิง่ ดีทสี่ ดุ ผมกระตุน้ พนักงานทุกคนอยูเ่ สมอให้พฒ ั นา ทักษะและสิง่ แวดล้อมในการท�ำงาน เว็บนีม้ ผี เู้ ข้าเยีย่ มชมมากกว่าหนึง่ ล้าน รายต่อเดือน ชื่อเสียงเริ่มกระจายไปทั่วโลก เราเปิดตัวภาคภาษาอังกฤษ เว็บตลาดหุน้ และบริษทั นานาชาติหลายแห่งเริม่ ใช้ชอ่ งทางของเราในฐานะ แหล่งข้อมูลข่าวสารที่เชื่อถือได้ ผลก็คือ บริษัทเริ่มสนใจที่จะขยายตัวและ เพิ่มการลงทุนในอียิปต์ โมฮาเม็ด อัล-บาลลา อยู่ในวัยห้าสิบ แต่เขามีพลังงานของคนวัย ยี่สิบ และสนุกกับการคิดค�ำนวณความเสี่ยงและลงทุนในธุรกิจที่คนอื่นไม่ กล้าท�ำ เขามักบอกผมเสมอว่า โลกที่พัฒนาอย่างรวดเร็วรอบตัวเราท�ำให้ คิดหาสูตรส�ำเร็จจากแผนห้าปีสิบปีได้ยาก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม เกี่ยวกับเทคโนโลยี ในฐานะนักลงทุน อัล-บาลลาลงทุนในกิจการหลาย สิบแห่งพร้อมๆ กัน ซึง่ เป็นกลยุทธ์กระจายแล้วสวดภาวนา โดยหวังว่าจะมี การลงทุนสักอันหนึง่ ทีเ่ ป็นขุมทองและสร้างรายได้มาชดเชยการลงทุนอืน่ ๆ สิ่งนี้ท�ำให้ผมประทับใจใหญ่หลวง อินเทอร์เน็ตมีสว่ นส�ำคัญในการหล่อหลอมประสบการณ์และบุคลิก ของผม ด้วยอินเทอร์เน็ต ผมสามารถเข้าสูโ่ ลกแห่งการสือ่ สาร (ตอนทีผ่ มยัง อายุไม่ถงึ สิบแปดปี) และเครือข่ายของคนหนุม่ สาวรุน่ เดียวกันนับร้อยๆ คน Wa el G h o n i m

41


ทุกแห่งหนทัว่ โลก ผมสนุกกับการใช้เวลายาวนานอยูห่ น้าจอผ่านโปรแกรม แช็ตเช่นเดียวกับเพื่อนคนอื่นๆ ผมสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์เสมือนกับ ผู้คนที่ส่วนใหญ่ไม่เคยพบตัวจริงแม้แต่ครั้งเดียว ผมพบว่าชีวิตเสมือนในโลกไซเบอร์นั้นมีเสน่ห์ทีเดียว ผมชอบ มากกว่าการอยู่ในที่สาธารณะที่คนมองเห็นได้ มันเป็นเรื่องน่าสบายใจกว่า ที่จะปกปิดตัวตนแท้จริงของคุณเอาไว้แล้วเขียนอะไรก็ตามที่คุณต้องการ ด้วยวิธีที่คุณเลือกได้ คุณสามารถเลือกคนที่จะพูดคุยด้วยได้ แถมจะยุติ การสนทนาเมื่อไหร่ก็ได้ ผมไม่ใช่คนประเภท ‘ชอบคบหากับคนอื่น’ ตาม แบบปกติทวั่ ไป นัน่ แปลว่าผมชอบสือ่ สารกับผูค้ นออนไลน์มากกว่าใช้เวลา มากมายไปเยี่ยมเยือนกันหรือออกไปเที่ยวกันเป็นกลุ่ม ผมชอบใช้อีเมล มากกว่าใช้โทรศัพท์ พูดสั้นๆ ก็คือ ในชีวิตจริงผมเป็นพวกปิดตัว แต่ในโลก อินเทอร์เน็ต ผมเป็นพวกชอบแสดงออก การเสพติดอินเทอร์เน็ตท�ำให้ผมรู้สึกว่า การได้ร่วมงานกับกูเกิล เป็นความฝันอย่างหนึ่งที่อยากท�ำให้กลายเป็นจริง ผมได้ยินมามากว่า การท�ำงานที่นั่นเจ๋งอย่างไร ผู้ก่อตั้งบริษัท คือเซอร์เกย์ บริน และลาร์รี เพจ กลายเป็นหนึ่งในคนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกหลังจากพวกเขาพัฒนา เครื่องมือค้นหาทางเว็บที่ดีที่สุดขึ้นมา พนักงานกูเกิลเป็นหนึ่งในกลุ่ม พนักงานที่มีความสุขที่สุดในโลก ทักษะอันชาญฉลาดของพวกเขาได้รับ การนับถือ นวัตกรรมของพวกเขาก็ได้รับความชื่นชม เป็นเวลาหลายปี ทีเดียวที่ผมพยายามสมัครงานออนไลน์ทุกครั้งที่มีต�ำแหน่งว่างและเหมาะ กับประสบการณ์ ผมเคยพูดติดตลกกับภรรยาและเพื่อนๆ ว่า “ผมอยาก ท�ำงานที่กูเกิลถึงแม้จะต้องไปเสิร์ฟชาก็เถอะ” หนึ่งในความพยายามนั้นเกิดขึ้นในปี 2005 เพียงไม่กี่สัปดาห์ หลังจากผมร่วมงานกับเอ็นทีจี กูเกิลประกาศรับต�ำแหน่งงานที่ปรึกษาใน ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ด้วยวัยไม่ถึงยี่สิบห้าปี ผมสมัครงานนี้ โดยไม่ลังเลเลย ผมเขียนประวัติการท�ำงานเพื่อแสดงให้เห็นทันทีว่าผม บ้าคลั่งอินเทอร์เน็ตแค่ไหน ผมไม่ มั่ น ใจเลยว่ า จะได้ ง านนี้ เ พราะอายุ แ ละประสบการณ์ ที่ 42

Revolutio n 2 . 0


น้อยนิดของผม งานนี้คือการพัฒนากลยุทธ์ของบริษัทส�ำหรับภูมิภาค ตะวันออกกลางทั้งหมด แต่ผมก็ต้องประหลาดใจเมื่อได้รับโทรศัพท์จาก แผนกบุคคลเชิญไปสัมภาษณ์ กูเกิลนัน้ ไม่เหมือนใครในทุกเรือ่ ง แผนกบุคคลส่งเอกสารบางอย่าง ให้ผมอ่านก่อนไปสัมภาษณ์ กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาสองถึงสามเดือน การสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายคือครั้งที่เก้าเป็นการสัมภาษณ์กับรองประธาน ซึ่งคุยกับผมจากห้องท�ำงานในกรุงลอนดอน เขาถามถึงประสบการณ์ใน การควบรวมและเข้าซื้อกิจการพร้อมกับประสบการณ์เรื่องเว็บของผม และถามถึงความเข้าใจในประเด็นเกี่ยวกับเว็บในภูมิภาคด้วย แม้ผมจะรู้ ว่าตนขาดประสบการณ์ แต่ก็ยังมีหวัง เพราะผมรู้สึกว่าบุคลิกของผมกับ กูเกิลนั้น ‘เหมาะเหม็ง’ นี่คือเหตุผลที่ผมแทบล้มประดาตาย เมื่ออีกสอง สัปดาห์ให้หลัง ผมพบว่าตนเองไม่ได้รับเลือก ภรรยาของผมงงไปเลย เธอไม่อาจเข้าใจได้ว่าท�ำไมผมถึงไม่ได้งานนี้ ความปรารถนาที่จะร่วมงานกับกูเกิลยิ่งเข้มข้นขึ้นอีก มันไม่ใช่ เรื่องการจ้างงานอีกต่อไป แต่คือความท้าทาย และผมก็เป็นคนหัวดื้อ ผมไม่อยากล้มเหลวในการเข้าร่วมกับบริษัทที่สามารถบ่งบอกถึงตัวตน ของผม ในปี 2008 กูเกิลประกาศรับต�ำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการตลาดประจ�ำ ภูมิภาคเพื่อประจ�ำการที่สาขาในกรุงไคโรซึ่งเปิดมาแล้วหนึ่งปี นี่ถือเป็น โอกาสอันประจวบเหมาะ เพราะถึงเวลานั้นผมได้ปริญญาเอ็มบีเอด้าน การตลาดและมีประสบการณ์ท�ำงานให้กับมูบาเชอร์มาแล้ว ผมไม่พลาด การสมัครงานครั้งนี้แน่นอน ผมอาสาท�ำงานศึกษาที่อธิบายวิสัยทัศน์ ของผมต่อกลยุทธ์ของบริษัทในภูมิภาคที่ควรจะเป็น ข้อสังเกตของผม รวมถึงความเห็นทางเทคนิคเกี่ยวกับสมรรถนะของเครื่องมือค้นหาใน ภาษาอาหรับด้วย จากนั้นการสัมภาษณ์ก็เริ่มต้นขึ้น ผมพบกับผู้สัมภาษณ์ เจ็ดคนจากหลายประเทศและหลากต�ำแหน่งหน้าที่ ผมคิดว่าท�ำได้ดที เี ดียว ในการสัมภาษณ์ส่วนใหญ่ การสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายเป็นการสัมภาษณ์กับ รองประธานด้านการตลาด ผมยังจ�ำค�ำตอบต่อค�ำถามของเธอได้ “ท�ำไม Wa el G h o n i m

43


คุ ณ ถึ ง อยากร่ว มงานกับกูเกิล ” “ผมกระตือรือร้นอยากเข้าร่วมในการ เปลี่ยนแปลงภูมิภาคนี้ ผมเชื่อว่าอินเทอร์เน็ตก�ำลังจะช่วยให้มันเกิดขึ้น และการท�ำงานกับกูเกิลก็เป็นหนทางที่ดีที่สุดในการเข้ามามีบทบาท” หลังสัมภาษณ์เป็นเวลาแปดเดือน ผมก็ได้รับข้อเสนอ ผมเข้า ท�ำงานที่กูเกิลได้แล้ว! ต่อมาผู้จัดการของผมบอกว่า พนักงานอาวุโสใน กู เ กิ ล คนหนึ่ ง ที่ สั ม ภาษณ์ ผ มบรรยายถึ ง ตั ว ผมเอาไว้ ใ นใบประเมิ น ว่ า “ดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยว เป็นคนประเภทที่บริษัทต้องการเมื่อเข้าสู่ตลาดใหม่” ทักษะและประสบการณ์ของผมยิ่งเพิ่มพูนขึ้นไปอีกเมื่ออยู่ที่กูเกิล ผมทึ่งกับวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งทั้งหมดคือการรับฟังผู้อื่น ข้อมูลและสถิติ อยูเ่ หนือความคิดเห็น ส่วนใหญ่แล้ว อ�ำนาจอยูก่ บั ผูท้ คี่ รอบครองข้อมูล หรือ เป็นดังทีด่ บั บลิว เอ็ดเวิรด์ ส์ เดมมิง เคยกล่าวไว้วา่ “เราวางใจในพระเจ้า แต่ ผู้อื่นนอกนั้นแล้วต้องน�ำข้อมูลมา” ที่น่าประทับใจมากพอๆ กันคือความไว้วางใจที่กูเกิลมีให้กับ พนักงาน โดยส่งเสริมให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลภายในจ�ำนวนมากซึ่งปกติ แล้วบริษัทอื่นๆ จะจ�ำกัดการเข้าถึงไว้เฉพาะพนักงานไม่กี่คนเท่านั้น การ สือ่ สารและแบ่งปันความรูใ้ นหมูพ่ นักงานคือกุญแจสูค่ วามส�ำเร็จของบริษทั กูเกิลไม่ได้พุ่งขึ้นสู่จุดสุดยอดในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเพราะ โชคช่วย ความส�ำเร็จทั้งมวลสร้างขึ้นจากกลยุทธ์และปรัชญา ความใส่ใจ ของบริษัทไม่ได้มีต่อพนักงานเท่านั้น แต่รวมถึงผู้ใช้ด้วย บริษัทรับฟัง ผู้ใช้งาน ถามความคิดเห็น วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน และใช้ข้อมูล เหล่านี้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทีมงานภายในบริษัทจะเปลี่ยนแปลงและ พัฒนาผลิตภัณฑ์เสมอโดยใช้วิธีการพัฒนาที่มีเอกลักษณ์และสร้างสรรค์ วัฒนธรรมการทดลองเป็นอีกสิง่ หนึง่ ทีผ่ มรักในบริษทั นี้ การทดลอง ได้รับการต้อนรับเสมอ ตราบเท่าที่เห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว ในกรณีที่ มีความเห็นแตกต่างหลากหลายต่อลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่ก�ำลังพัฒนา อยู่ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์และวิศวกรจะทดลองใช้เวอร์ชั่นเบต้ากับผู้ใช้ งานกลุ่มหนึ่ง การตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับผลลัพธ์และเสียงสะท้อน กูเกิล ไม่กลัวความล้มเหลว ความล้มเหลวเป็นทีย่ อมรับได้ ถ้าผลิตภัณฑ์ลม้ เหลว 44

Revolutio n 2 . 0


ก็เลิกท�ำ ง่ายๆ แค่นั้นเอง สิ่งที่ดึงดูดผมมากที่สุดคือกฎ 20 เปอร์เซ็นต์ของกูเกิล (Google’s 20 percent rule) บริษัทอนุญาตให้พนักงานท�ำงานอะไรก็ได้ที่ตัวเองชอบ เป็นเวลาร้อยละ 20 ของเวลาการท�ำงาน (หนึ่งวันต่อสัปดาห์) นั่นแปลว่า หากต้องการ พวกเขามีอิสระที่จะท�ำโครงการอะไรก็ได้นอกเหนือจากงาน ที่ได้รับมอบหมาย แนวคิดนี้มาจากความเชื่อที่ว่าผู้คนท�ำงานได้ดีที่สุดเมื่อ ได้ท�ำในสิ่งที่ตนหลงใหล ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุดหลายอย่างของกูเกิล เกิดขึ้นจากกฎ 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งรวมทั้งการให้บริการอีเมลอย่างจีเมล และเครื อ ข่ า ยการจั ด การโฆษณาออนไลน์ ที่ ใ หญ่ ที่ สุ ด อย่ า งแอดเซนส์ (Adsense) ส�ำหรับผมแล้วกูเกิลช่วยเสริมสร้างแนวคิดทีว่ า่ การให้พนักงาน มี ส ่ ว นร่ ว มคื อ กลยุ ท ธ์ ที่ ส�ำคั ญ ที่ สุ ด ยิ่ ง คุ ณ ให้ ทุ ก คนเข้ า มามี ส ่ ว นร่ ว ม แก้ปัญหามากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งประสบความส�ำเร็จมากขึ้นเท่านั้น ใน อีกไม่กี่ปีถัดมา ผมพบว่าเราสามารถประยุกต์ใช้ปรัชญานี้กับกิจกรรมทาง สังคมและการเมือง หนึ่งปีก่อนร่วมงานกับกูเกิล ขณะที่ผมนั่งอยู่ตรงข้ามร้อยเอก ราฟัตแห่งหน่วยงานความมั่นคง เขาถามผมหลายค�ำถามเกี่ยวกับความ เชือ่ และการปฏิบตั ติ วั ทางศาสนา แต่ไม่ถามอะไรเลยเกีย่ วกับประสบการณ์ ในเรือ่ งอินเทอร์เน็ตของผม หลังจากสอบสวนไปไม่กชี่ วั่ โมง เขาไม่พบอะไร ที่จะกักตัวผมไว้ได้ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงดูเหมือนจะเชื่อว่าผมไม่เป็นภัย คุกคามต่อความมั่นคงหรือสถานภาพทางการเมืองของกลุ่มอ�ำนาจเก่า เขากล่าวว่าจะพยายามเอาชือ่ ผมออกจากรายชือ่ ผูต้ อ้ งเฝ้าระวังทีส่ นามบิน หลังน�ำเสนอรายงานให้กบั นายของเขา ผมขอบคุณแล้วจากมา นึกขอบคุณ ที่วันประหลาดนี้จบลงอย่างสันติ ถ้าร้อยเอกราฟัตกับเพื่อนร่วมงานของเขาใช้เวลาขบคิดเกี่ยวกับ อินเทอร์เน็ตมากกว่ามัวจัดประเภทคนอียิปต์จากความเชื่อทางศาสนา เขาอาจเตรียมตัวรับมือกับสึนามิดิจิตอลที่ก�ำลังก่อตัวขึ้นได้ดีขึ้น

Wa el G h o n i m

45

การปฏิวัติ 2.0  
การปฏิวัติ 2.0  

การปฏิวัติ 2.0

Advertisement