Page 1


“ผู้ใดเกิดมาเป็ นสุภาพบุรุษ ผู้นนเกิ ั ้ ดมาส�ำหรับผู้อื่น” - กุหลาบ สายประดิษฐ์

อ้ างจากหนังสือ สุภาพบุรุษ รายปั กษ์ ฉบับปฐมฤกษ์ ปี ที่ ๑ ฉบับที่ ๑ : ๑ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๔๗๒


สารบัญ

หน้ า

ดวงตะวัน-จันทร์ เพ็ญ-ผู้ยิ่งใหญ่ : ธุลี บางเวลา : คุณพี่ขายาว เพียงผืนป่ า : ปฐพี รอยล้ ม : แพนด้ าปากน� ้ำโพ มันไม่ใช่บทกวี : ปกุล อารี ย์กรณ์ อุดมการณ์บนทางที่วา่ งเปล่า : เอกสิทธิ์ เทียมธรรม ในห้ องเรี ยน : ศศิกษัย น� ้ำท่วมที่บ้านฉัน : มาดามออนเซ็น กวีสนๆ ั ้ : สมุดพก Classic Moment : ผู้บา่ วกินแมว การ์ ตนู เด็ก : จัก๊ กะแร้ เปี ยก มันไม่ใช่งานเพื่อสังคม : Neo S. Rozeo

๔ ๖ ๗ ๑๐ ๑๕ ๑๖ ๒๐ ๒๒ ๒๕ ๒๖ ๓๐ ๓๒

‘วรรณศิลป์สาร’ จุลสารเล็กๆ ของคนชอบอ่านและเขียน บรรณาธิการ ศักดิ์รพี ริ นสาร กองบรรณาธิการ พิมพ์ชนก พุกสุข ก�ำพล พกนนท์ ปณิธาน ผัสสะผล บรรณาธิการฝ่ ายศิลป์ ชัชชา รอดมา ตรวจค�ำผิด พิมพ์ชนก พุกสุข

ฝ่ ายผลิต สุราลัย สารี ยงั อมรรัตน์ กลิน่ หอม รัตติยา ตันสงวน จัดพิมพ์ ร้ านขีดเขียน ซอยสดใส ข้ างมหาวิทยาลัยบูรพา

กลุม่ วรรณศิลป์ บูรพา Facebook : จุลสาร : วรรณศิลป์สาร อีเมล : omega_1133@hotmail.com URL : http://on.fb.me/hhfzoU


ประหนึ่ง ค�ำทักทาย

สวัสดีครับพวกเรากลุม่ วรรณศิลป์บูรพา คือกลุม่ คนที่ชอบอ่าน ชอบเขียน วันหนึง่ พวกเรานัง่ คุยกัน อยูว่ า่ จะท�ำอะไรดีนะ เพื่อนคนนึงก็เอ่ยขึ ้นมาว่า “เห้ ย เรามาตังชมรมวรรณศิ ้ ลป์กันเถอะ” และทุกคนเห็น ด้ วยกับสิง่ ทีเ่ ขาเสนอ แต่จนถึงตอนนี ้ก็ยงั ไม่ได้ ตงเป็ ั ้ นชมรมเพราะเหตุผลหลายประการ จึงกลายมาเป็ นก ลุม่ วรรณศิลป์บูรพา จุลสาร ‘วรรณศิลป์สาร’ จุลสารฉบับเล็กๆฉบับนี ้ ที่เป็ นเหมือนพื ้นที่ส�ำหรับแสดงผลงานของพวก เรา ก็เกิดขึ ้นจากความสนุกเป็ นตัวตัง้ ที่หวังว่าจะมีคนที่ชอบเหมือนกันผ่านมาเห็น แล้ วมานัง่ คุยเรื่ อง หนังสือที่อา่ น เหมือนกับวันแรกที่ก่อนที่จะเป็ นกลุม่ วรรศิลป์ ใน ‘ฉบับตังไข่ ้ ,หาภายในเล่มเป็ นผลงาน เขียนหลายประเภท ไม่วา่ จะเป็ นกวี, เรื่ องสัน,้ ความเรี ยง และบทความแนะน�ำเพลง เป็ นต้ น กลุม่ วรรณศิลป์บูรพาขอฝากกลุม่ และจุลสาร ที่ก�ำลังตังไข่ ้ ด้ วยนะครับ ศักดิ์รพี ริ นสาร บรรณาธิการฝึ กหัด


รูปวาด : ชวิศ ศรี สวัสดิ์

หน้ า ๔ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


ดวงตะวัน-จันทร์ เพ็ญ-ผู้ย่ งิ ใหญ่ มาร้ องเพลงกล่อมไพรให้ สงัด ให้ ยืนหยัดอยูย่ งและคงมัน่ ให้ ผา่ นพ้ นความเหงาไปด้ วยกัน พร้ อมตะวันที่ทอแสงแห่งอรุณ ดวงตะวันพราวฉายประกายแสง ที่ร้อนเร่ารุนแรงอันแดงฉาน มิอาจอยูค่ ฟู่ ้ าตลอดกาล เวลาผ่านอาทิตย์ลบั กับขอบฟ้า มองนภาเมื่อฟ้าขาดตะวัน แสงสว่างก็พลันสูญสลาย เงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย เหลือฟากฟ้าเคียงกายกับสายลม ดวงดาวเรื องระยับประดับฟ้า ทัว่ นภาทังราตรี ้ มีกลาดเกลื่อน มิอาจอยูส่ ้ แู สงแห่งดวงเดือน ถูกลบเลือนด้ วยแสงผ่องของจันทรา มองเดือนเพ็ญลอยเด่นกลางผืนฟ้า งามสง่าเงียบสงัดรัตติกาล ได้ เคียงอยูค่ รู่ าตรี นี ้เนิ่นนาน เมื่อคืนผ่านแสงจันทราก็ลาเลือน ดัง่ ขุนเขาตระหง่านง� ้ำสูงค� ้ำฟ้า กลับทลายลงมาเพราะหยาดฝน ดัง่ นภาเคยสว่างยังมืดมน เป็ นเพียงคนหรื อจะใหญ่และยืนยง ---

หน้ า ๕ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑

ธุลี


บางเวลา

เรื่ อง : คุณพี่ขายาว

เรื่ องเล่าของชายคนหนึง่ ในคืนที่ไร้ เงาจันทร์ ในค�ำ่ คืนทีม่ ดื มิดราวกับถูกความมืดกลืน กิน ภายในห้ องเล็กๆที่ไม่มีแสงสว่างจากไฟดวงใด เสียงลมหนาวโชยมาเบาๆผ่านทางระเบียง ชวนให้ ชายคนหนึง่ ออกไปยืนคุยกับมัน หมูใ่ บไม้ ปลิวว่อน เหมือนกับเด็กๆที่ก�ำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน “สายลมที่แวะมาทักทายในยามค�่ำคืนท�ำให้ หวน นึกถึงอดีตยามเด็ก” แหงนมองไปบนผืนฟ้าซึง่ ไม่เห็นแม้ แต่เงา ของดวงจันทร์  แต่กลับมองเห็นหมู่ดาวนับร้ อยได้ อย่างเด่นชัด ดาวนับร้ อยระยิบระยับเหมือนกับ ก�ำลังพูดอะไรบางอย่าง มองดวงดาวไปยิ ้มเบาๆไป คือภาพทีป่ รากฏบนใบหน้ านัน สายตาของเขาช่ ้ าง แลดูมีความสุข “ดวงดาวนับหมื่นท�ำให้ คิดถึงใคร นับแสน...หวังว่าคืนนี ้คงจะมีใครบางคนคิดถึงเรา เหมือนกัน” พลันสายลมหยุดนิ่ง หยาดฝนก็ร่วงหล่น ลงมาราวกับท้ องฟ้าก�ำลังเศร้ าเสียใจ เม็ดฝนนับ แสนคงร่วงหล่นลงมาเทียบแทนกับดาวนับล้ านบน ฟากฟ้า หมู่มวลละอองฝนต่างกระโจนมาเกาะที่ ใบหน้ า มันช่างท�ำให้ หนาวเหน็บ ดวงตาคูน่ นของ ั้ เขากลับกลายเป็ นเศร้ าหมองยามมองเห็นมันพลัน ฝนนันถู ้ กต้ องตามตัว “พลันคิดถึงดวงดาวกลับเจอ หยาดฝน หวนพลันคิดถึงใครบางคนกลับร่วงหล่น น� ้ำตา”

ครัน้ มองดวงดาวราวกับเห็นใครบางคน อยูบ่ นฟากฟ้านัน้ แต่พลันหยาดฝนร่วงหล่นลงมา ก็ราวกับว่าใครคนนันก� ้ ำลังร้ องไห้ นี่คงเป็ นสาเหตุ ที่ท�ำให้ ร้ ูสกึ เศร้ าและเหงาในเวลาที่ฝนโปรยลงมา “ตัวเรายังยืนอยู่บนพื ้น เป็ นดินคอยรองรับหยาด ฝนที่ร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย” ภาพดวงดาวบนผืนฟ้าท�ำให้ ชายคนหนึง่ มีความสุขแต่พลันเห็นหยาดฝนกลับท�ำให้ เขารู้สกึ เหงาเศร้ าแต่กไ็ ม่ได้ แต่แปลว่ารู้สกึ ทุกข์ “ความเศร้ า ความเหงามันต่างกับความทุกข์” อันความสุขมีอยูร่ อบตัวเราอยูท่ เี่ ราจะหา มันเจอหรือไม่ ชายคนหนึง่ เคยบอกไว้ วา่ ...แค่นงั่ รถ ตู้กลับบ้ านแล้ วได้ มองลอดผ่านกระจกแผ่นใสออก ไปดูผ้ คู นที่ใช้ ชีวิตตามสองข้ างทางยามค�่ำคืนแค่นี ้ ก็ท�ำให้ เขามีความสุขแล้ ว แม้ วา่ มันจะเป็ นเพียงแค่ ความสุขเล็กๆน้ อยๆที่เจือปนด้ วยความเหงาก็ตาม “มันอาจจะเป็ นความสุขที่อยูค่ กู่ บั ความเหงาแต่วา่ มันก็ยงั มีค�ำว่าความสุข” ---

หน้ า ๖ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


เพียงผืนป่ า

เรื่ อง/ภาพ : ปฐพี

บ่อยครัง้ ที่ผมพยายามหลีกหนีความวุ่นวาย ในเมืองศิวิไลซ์ ทังความบั ้ นเทิง แสงไฟหลากสีที่ สาดส่ อ งบนท้ องถนนในยามที่ แ สงสว่ า งของ ดวงตะวันลับขอบฟ้า เสียงอึกทึกครึกโครม เสียง เพลงของนักร้ องชื่อดังที่ถูกบรรเลงซ�ำ้ แล้ วซ� ้ำเล่า จนแทบไม่ได้ ยนิ เสียงของความรู้สกึ จากคนใกล้ ตวั รวมถึงน� ้ำกลัน่ สีอ�ำพันสัญชาติสก็อตที่ช่วยท�ำให้ สติล่องลอยไปตามเสียงของบทเพลงซึ่งไม่เคย เงียบลงตลอดทังคื ้ น สิง่ ที่กล่าวมาอาจช่วยบรรเทา ความเหนื่อยล้ าทังทางร่ ้ างกายและจิตใจที่สะสม มาตลอดทัง้ สัป ดาห์ ไ ด้ เ ป็ นอย่ า งดี แต่ค งไม่ ใ ช่ ส�ำหรับผม สิง่ หนึง่ ทีจ่ ะช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้ า ของผม คงเป็ นสิง่ ส�ำคัญทีใ่ ครหลายคนมองข้ ามไป อย่างเช่น “ผืนป่ า” ป่ าคือความสวยงาม ความเงียบ สงบ ความอุดมสมบูรณ์ และความสุขที่ไม่อาจหา ได้ ท่ามกลางเมืองอันศิวิไลซ์ซงึ่ เต็มไปด้ วยตึกแถว เรี ยงรายสุดลูกหูลกู ตา ก�ำแพงคอนกรี ตอันสูงชัน

ควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ และเสียงอึกทึกจาก คนรอบข้ างเกือบ ๒๔ ชัว่ โมง หากเปรี ยบผืนป่ าเป็ น ดัง่ เช่นสตรี เพศ คงไม่แปลกหากผมจะตกหลุมรัก สตรี เหล่านันตั ้ งแต่ ้ แรกพบ นี่ก็เป็ นอีกครัง้ หนึง่ ที่ผมออกเดินทางตาม หาความต้ องการของตนเอง ผมใช้ เวลาว่างช่วง วันหยุดสุดสัปดาห์หนึง่ ในฤดูหนาว ออกจาก เมืองอันวุน่ วาย เดินทางเข้ าป่ าเพื่อไปสูย่ อดเขา ช้ างเผือก ณ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัด กาญจนบุรี เพื่อไปซึมซับสิง่ ซึง่ ธรรมชาติมอบไว้ ให้ แก่คนทุกคน การเดินทางขึ ้นสูย่ อดเขาช้ างเผือก คงไม่ใช่เรื่ องง่ายส�ำหรับนักเดินป่ า การเดินทาง ข้ ามภูเขาลูกแล้ วลูกเล่าเป็ นระยะทาง ๕,๕๐๐ เมตรถึงจุดตังแค้ ้ มป์ ไต่ระดับความสูง ๑,๒๐๐ เมตร และต้ องแบกเป้สัมภาระส่วนตัวซึง่ หนัก ราวๆ ๘ กิโลกรัม กว่าครึ่งของระยะทางทังหมด ้ ไม่วา่ จะเป็ นด้ านซ้ ายหรื อขวามักเต็มไปด้ วยหญ้ า

หน้ า ๗ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


คาสูงเท่าหัวไหล่ ทุกคนจึงต้ องสวมเสื ้อแขนยาว ลุยแสงตะวันแทบตลอดทังทาง ้ ซึง่ บางช่วงยังพอ มีต้นไม้ ใหญ่ให้ ได้ เอนหลังอาศัยเงาไม้ เพื่อนัง่ พัก ผ่อนเอาแรง แต่ก็คง ไม่มากเท่าเส้ นทางที่เต็มไป ด้ วยไอร้ อนของแสงตะวัน แม้ ทางจะยากล�ำบาก เพียงใด กลิน่ ของป่ าที่เต็มไปด้ วยความสดชื่น เสียงคลื่นของสายลมที่พดั มาพร้ อมไอเย็นจับใจ จากปุยเมฆสีขาวโพน ซึง่ ช่วยคลายความเหนื่อย ล้ าให้ ผมได้ มากกว่ากลิน่ หอมชวนฝั นจากน� ้ำหอม ยี่ห้อดังของสตรี เลอโฉมทังหลาย ้ หรื อไอเย็นจาก เครื่ องปรับอากาศที่เย็นจับใจแต่จ�ำกัดให้ ผมมอง เห็นและใช้ ชีวิตได้ เพียงในห้ องสี่เหลี่ยมขนาด ๑๖ ตารางวา ผมเดินทางถึงจุดตังแค้ ้ มป์ประมาณเที่ยงวัน มี นั ก เดิ น ป่ าหลายคนเคยบอกว่ า “ถึ ง แม้ เส้ น ทางการเดินป่ าจะยากล�ำบากแค่ไหน แต่พอได้ เห็น ทิวทัศน์อนั สวยงามบนจุดหมายปลายทาง ความ เหนื่อยล้ าที่สะสมมาระหว่างทางก็เหมือนหายเป็ น ปลิดทิ ้ง” ส่วนหนึง่ ผมเชือ่ ว่าคงเพราะห้ วงความรู้สกึ ทีห่ ลงใหลในความงามของธรรมชาติ ช่วยท�ำให้ ลมื ความเหนื่อยล้ าได้ บ้าง แต่ไม่ใช่ทงหมด ั้ ช่วงเวลาทีต่ ำ� แหน่งของดวงตะวันอยูก่ ลางหัว พอดี ทุกคนช่วยกันกางเต็นท์และเพิงบังแดด ไม่ นานทังหมดก็ ้ เสร็จเรียบร้ อย ผมถอดรองเท้ าเดินป่ า คูใ่ จไปตากแดดไว้ เดินด้ วยเท้ าเปล่าไปหยิบหมอน ลมจากเป้มาเป่ าด้ วยลมหายใจที่เต็มไปด้ วยความ เหนื่อยล้ าจนเต็มใบ แล้ วจึงเลือกที่เหมาะเจาะ ดื่ม น� ำ้ อึ ก ใหญ่ ก่ อ นเอนหลัง ลงนอน เพื่ อ เติ ม พลัง ส�ำหรั บการปี นขึน้ ไปสู่ยอดเขาช้ างเผื อกเพื่อชม ตะวันลับขอบฟ้า เสียงเรี ยกจากสหายร่วมเดินทาง เหมือนเป็ น สัญ ญาณให้ เตรี ย มตัว พร้ อมลุ ย อี ก ครั ง้ เวลา

ประมาณสีโ่ มงเย็น การเดินทางได้ เริ่มขึ ้นอีกครัง้ แต่ ครัง้ นี ้ดูเหมือนจะไม่หนักหนาเหมือนตอนเดินทาง มายังจุดกางเต็นท์ เพราะเก็บเป้ไว้ ทเี่ ต็นท์เรียบร้ อย แล้ ว ไม่ถงึ ครึ่งชัว่ โมง ผมก็เดินถึงยอดเขาช้ างเผือก แสงยามสนธยาสาดส่องผ่า นกลุ่มเมฆที่ อยู่ ณ ระดับสายตา เป็ นเพียงช่วงเวลาสันๆที ้ ไ่ ม่อาจหาค�ำ ใดมาบรรยายความงามนันได้ ้ ทุกคนชมความงาม ของแสงสุดท้ ายขณะดวงตะวันลับขอบฟ้า แล้ วเริ่ม เดินทางกลับที่พกั ความมืดและความหนาวเหน็บเริ่ มมาเยือน การได้ นั่ง ล้ อ มวงกิ น อาหารมื อ้ ค�่ ำ และแบ่ ง ปั น ประสบการณ์การท่องเที่ยว คงเป็ นสิง่ เดียวที่ทำ� ได้ ในเวลานี ้ หลัง จากจัด การกั บ อาหารค�่ ำ เสร็ จ เรี ยบร้ อย สิง่ หนึง่ ที่ขาดไม่ได้ คงเป็ นยาคลายกล้ าม เนื ้อ อากาศภายนอกอุณหภูมิประมาณ ๑๓ องศา

หน้ า ๘ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


บวกกับสายลมที่พดั แรงขึ ้นกว่าเมื่อตอนกลางวัน การอยูใ่ นเต็นท์อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ถุงนอนที่ เตรียมมาช่วยให้ ความอบอุน่ ได้ มาก ผมนอนไวกว่า ปกติเพื่อเตรี ยมตัวให้ พร้ อมส�ำหรับวันรุ่งขึ ้น แสงแรกของวันใหม่โผล่พ้นทะเลหมอก หลัง จากจัดการภารกิจส่วนตัวเรี ยบร้ อย การเดินทาง กลับสูโ่ ลกใบเดิมก็ได้ เริ่ มขึ ้น การเดินทางดูเหมือน จะเป็ นเวลาที่แสนวิเศษส�ำหรับผม อากาศยามเช้ า ที่เย็นสบายท�ำให้ การเดินทางสบายขึ ้น ระหว่าง ทางผมได้ นั่งพักและสนทนากับป่ าผืนนี ้ ป่ าเป็ น เหมื อนเพื่ อนสนิ ทเพี ยงไม่กี่คนของผม ป่ าคอย ปกป้องเราอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในเวลาเดียวกันเรา กลับท�ำร้ ายป่ าอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน ขุนเขาที่เคย ตระหง่านกลับถูกท�ำลายเพือ่ น�ำเศษหินไปสร้ างตึก สูงระฟ้า ไม้ ใหญ่ทเี่ คยสูงล� ้ำค� ้ำฟ้าถูกโค่นเพือ่ น�ำไป

ประดับบารมี น� ้ำตาของผืนป่ ารินไหลแต่คงไม่มใี คร สนใจ และน� ้ำตาของผมก็คงรินไหลหากไร้ ซงึ่ ผืนป่ า ป่ าคงต้ องการเพียงแค่ “ให้ เรารักป่ า รักให้ เท่ากับที่ ป่ ารักเรา” ผมทิ ้งเพียงรอยเท้ าไว้ ในป่ าผืนนี ้ สิง่ ที่ท�ำได้ มี เพียงการซึมซับความงามของธรรมชาติและจดจ�ำ ความรู้สกึ ระหว่างการเดินทางไว้ เพราะความรู้สกึ เหล่านันคงไม่ ้ อาจหาได้ จากเมืองอันศิวไิ ลซ์เป็ นแน่ หลายความรู้ สึ ก ระหว่ า งการเดิ น ทางไม่ อ าจ บรรยายเป็ นตัวอักษร สิ่งที่ได้ รับจากการเดินทาง ไม่ใช่เกียรติบตั รทีเ่ ป็ นเครื่องพิสจู น์วา่ ผมได้ เดินทาง ไปยังยอดเขาช้ างเผือก “ความเหนื่อยล้ าระหว่างการเดินทางยังอยูแ่ ต่คง ไม่นาน ­หากแต่ความแข็งแกร่ งในจิตใจยังคงอยู่ ตราบจนหัวใจดวงนี ้หยุดเต้ น” -------

...ต้ นไม้ ปริ มาตร ๑ ตัน จะดูดซับคาร์ บอนไดออกไซด์ได้ ๑.๑๘ ตัน และสังเคราะห์ออกซิเจนออก มา ๑.๓๒ ตัน เทียบเท่ากับเครื่ องปรับอากาศขนาด ๑๒,๐๐๐ บีทียู รวมกับเครื่ องฟอกอากาศอีก ๑ เครื่ อง สามารถผลิตกระดาษ A4 ได้ ๒๕ รี ม ยังไม่นบั คุณค่าที่มีตอ่ ระบบนิเวศของโลกอีกมหาศาล... ที่มา : ทางเลือกแห่งความหวัง : ธนาคารต้ นไม้ ปลูกต้ นไม้ ใช้ หนี ้ (ให้ โลก) เรื่ อง : สุเจน กรรพฤทธิ์ http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=Sections&op=printpage&artid=845 หน้ า ๙ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


หน้ า ๑๐ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


รอยล้ ม เรื่ อง/ภาพ : แพนด้ าปากน�ำ้ โพ

ประสิทธิ์เสียใจกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ ้นเหลือ เกิน เขาเพิง่ รู้เมื่อเช้ านี ้เองว่า อาคารที่เขารับเหมา ก่อสร้ างนันถล่ ้ มลงมาเสียแล้ ว เขาไม่ได้ ตงใจให้ ั้ มนั เป็ นแบบนี ้เลย แต่ก็อีกนัน่ แหละ อย่างไรเสียความ จริ งที่วา่ เขาโกงเงินค่าวัสดุกอ่ สร้ างก็เป็ นความจริง อยูว่ นั ยันค�ำ่ เพียงแต่เขาไม่คดิ ว่าสิง่ ทีเ่ ขาท�ำนันมั ้ น จะส่งผลใหญ่โตเช่นนี ้ ใช่ว่าครัง้ นี ้เขาเพิ่งโกงเป็ น ครัง้ แรกเสียเมือ่ ไหร่ เขาโกงได้ หลายสิบปี แล้ ว บ้ าน ทุกหลัง อาคารทุกแห่งที่เขาสร้ างก็ไม่มีปัญหา ยัง คงยืนตระหง่านท้ าฟ้าท้ าฝนมาโดยตลอด มีแค่ อาคารนี เ้ พี ย งแห่ง เดี ย วเท่า นัน้ ที่ พัง ขณะก� ำ ลัง ก่อสร้ าง มันเป็ นอาคารเรี ยนขนาดย่อมในโรงเรี ยน เล็กๆแถบชานเมือง ทุกอย่างราบรื่นและคืบหน้ าไป

มากแล้ ว จนถึงเมื่อคืน คนงานโทรศัพท์มาบอกเขา กลางดึกว่า อาคารเรี ยนที่ก�ำลังสร้ างนันถล่ ้ มลงมา เสียแล้ ว ประสิทธ์ตกใจเหลือเกินและตกใจยิ่งกว่า เมื่อทราบว่ามีนกั ข่าวเข้ าไปท�ำข่าวด้ วย เขาคาดไม่ ถึงว่าการที่อาคารในโรงเรี ยนเล็กๆถล่มลงมาจะ กลายเป็ นเรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี อย่ ้ างไรก็ตาม ข่าว แพร่ไปทัว่ แล้ วว่าอาคารนันถล่ ้ ม กลายเป็ นจุดสนใจ และวิพากษ์ วิจารณ์ของคนในสังคม โดยเฉพาะใน โลกอินเทอร์ เน็ต หลายคนสงสัยว่าอาจเกิดจากการ โกงวัสดุก่อสร้ างและนัน่ ท�ำให้ ประสิทธิ์กงั วล เขา โทรศัพท์ ไปถึงส�ำนักข่าวนัน้ ๆเพื่อบอกให้ ปิดชื่ อ บริ ษัทผู้รับเหมาเสีย แน่นอนว่าล�ำพังลมปากคงไม่ หนักแน่นพอจะหยุดปลายปากกา ประสิทธิ์ต้องเสีย ทัง้ เงินและเสียทัง้ เวลาไปกับเหตุการณ์ นี ้ แต่ผล ตอบแทนก็ค้ มุ ในระดับหนึ่งเมื่อไม่มีชื่อบริ ษัทของ

หน้ า ๑๑ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


เขาในเนื ้อข่าว เขายอมให้ บริษทั รับเหมาของเขาเสือ่ มเสียชือ่ เสียงไม่ได้ เขาจ�ำเป็ นต้ องมีงาน มีรายได้ มากๆเพื่อ น�ำไปรักษาหล่อน ใช่ หล่อนป่ วยกระเสาะกระแสะ มานานแล้ ว บอบบาง ขี ้โรค และเป็ นดัง่ ดวงใจของ เขา ประสิทธิ์สญ ู เสียหล่อนไปไม่ได้ เขายอมท�ำทุก อย่างเพื่อยื ้อชีวติ ของหล่อนให้ นานแม้ สกั นาทีหนึง่ ก็ยงั ดี เวลานี ้เด็กหญิงนอนนิ่งอยู่บนเตียง มีสาย ระโยงระยางรอบตัว มีสภาพไม่ต่างกับเจ้ าหญิ ง นิทรา บางครัง้ บางคราวเขาก็ถามตัวเองว่าหล่อน ยังมีชีวิตอยู่หรื อไม่สกั วันหนึ่งหล่อนจะลุกมาเดิน เหินและพูดคุยกับเขาตามปกติได้ หรือเปล่า เขาเฝ้า มองดูหล่อนนอนหลับอยู่แบบนี ้มาเจ็ดปี ผมของ เด็กหญิงยาวขึ ้นทุกวันเช่นเดียวกับเล็บ เขาตัดเล็บ ให้ และคุยด้ วยทุกครัง้ ทีเ่ ขามาเยีย่ ม บางทีเขาก็คาด หวังว่าหล่อนจะลุกขึ ้นมาตอบค�ำถาม หรื ออย่าง น้ อยที่สดุ ก็อาจจะลืมตาขึ ้นมามองหน้ าบ้ างก็ยงั ดี แต่ดเู หมือนการเคลื่อนไหวจะเกินก�ำลังของหล่อน เหตุการณ์ครัง้ นันท� ้ ำให้ สมองของหล่อนไม่ท�ำงาน อีกต่อไป เป็ นเวรกรรมโหดร้ ายและเลือดเย็นเหลือ เกินส�ำหรับเด็กหญิงตัวเล็กๆ หล่อนต้ องอาศัยอยู่ ในโรงพยาบาลแห่งนี ้ เคลื่อนไหวไม่ได้ สกั อย่าง หลับอยูบ่ นเตียงสีขาวทีอ่ บอวลด้ วยกลิน่ ยาทีฉ่ นุ จน แสบจมูก หล่อนยังไม่ตาย ใช่ ลูกสาวเขายังไม่ตาย เพราะเหตุนนเขาจึ ั้ งยังมีความหวัง เหมือนมีใคร บางคนเปิ ดปากอุโมงค์ทบึ ให้ แสงลอดเข้ ามา ถ้ าเขา รักษาหล่อนไปเรื่ อยๆ สักวันหล่อนคงจะฟื น้ ขึ ้นมา เขาเฝ้ารอวันนันด้ ้ วยความหวังที่คอ่ ยๆริบหรี่ ลง แต่ ไม่สิ ้นแสง หลายครัง้ ทีเ่ ขาร้ องไห้ เพราะความอัดอัน้ ตันใจ เหตุใดลูกจึงไม่ฟืน้ ไม่มใี ครตอบเขา ค่ารักษา พยาบาลที่เริ่ มสูงขึ ้นเรื่ อยๆท�ำให้ เขาต้ องโกง จาก

โกงทีละเล็กละน้ อยจนกระทัง่ โกงได้ อย่างมืออาชีพ ไม่มีใครจับได้ ไม่มีใครรู้ และเขาก็ไม่ได้ บอกใคร เขาค�ำนวณสัดส่วนที่เขาจะโกงได้ โดยไม่ท�ำให้ ตกึ นันทรุ ้ ดตัวลงมา ซึ่งเขาก็ท�ำได้ ดี หลักฐานคือสิ่ง ก่อสร้ างแต่ละแห่งยังไม่ถล่มลงมาแม้ สกั หลัง รวม ถึงโรงพยาบาลที่ลกู สาวเขานอนอยู่ หนแรกหล่อน รั ก ษาตัว ที่ โ รงพยาบาลแถบชานเมื อ ง ครั น้ โรง พยาบาลในเมืองที่เขารั บผิดชอบสร้ างเสร็ จและ สมบูรณ์ดแี ล้ ว เขาก็ย้ายหล่อนมาอยูท่ โี่ รงพยาบาล นันเพื ้ ่อความสะดวกในการไปเยี่ยมและการรักษา เพราะโรงพยาบาลในเมืองมีมาตรฐานกว่าชนบท แต่อุปสรรคใหญ่ เพิ่งจะเกิ ดแก่เขา อาคาร เรี ย นที่ ถ ล่ม นัน้ กลายเป็ นข่ า วใหญ่ โ ตไปเสี ย ได้ ล�ำพังแค่วิ่งปิ ดปากนักข่าวเขาก็แทบจะหมดแรง แล้ ว เขาเกือบจะล้ มฟุบเมื่อลูกน้ องคนหนึง่ ถามเขา ขณะน�ำกาแฟมาเสิร์ฟในห้ อง “แล้ วนายจะท�ำยังไงกับไอ้ พม่านัน่ ครับ” “พม่าไหน” ประสิทธิ์ถามเสียงอ่อน “อ้ าว ก็ไอ้ คนที่มนั ตายในตึกนัน่ ไงนาย” ประสิทธิ์สะดุ้ง มองหน้ าคนพูดด้ วยสีหน้ าตก ตะลึง ฝ่ ายลูกน้ องเองก็ไม่มีทา่ ทีล้อเล่น เขาร้ องขึ ้น มา “อะไรกัน นายไม่ร้ ูหรื อครับว่าตอนตึกถล่ม ไอ้ พม่ามันหนีออกมาไม่ทนั คนหนึง่ ตายเสียในตึกนัน่ ล่ะครับ” “ไม่เลย ไม่เคยรู้เลย” “คงเพราะนายไปปิ ดปากนักข่าวมังครั ้ บ เขา เลยปิ ดข่าวนี ้ไปพร้ อมกับชื่อบริ ษัทของเรา” คนพูด ยักไหล่แล้ วเดินออกจากห้ องไป ทิ ้งให้ ประสิทธิ์นิ่ง อันอยู ้ ค่ นเดียว เขาไม่ร้ ูเลยว่ามีคนตายในเหตุการณ์ นัน้ ด้ ว ย เรื่ อ งราวมัน ชัก จะบานปลาย เขาไม่ ต้ องการให้ ใครมาตายแบบนี ้เลย

หน้ า ๑๒ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


ประสิทธิ์หาทางติดต่อกับทางบ้ านของคนงาน พม่ารายนัน้ ทังครอบครั ้ วอาศัยอยูใ่ นเมืองไทย ฝ่ าย เมียนันสี ้ หน้ าตื่นๆเมื่อเขาเข้ าไปหาถึงบ้ าน ยื่นเงิน ห้ าหมื่นบาทให้ หล่อนพูดภาษาไทยไม่คล่องและ แสดงท่าทีตอ่ ต้ านอย่างชัดเจน คอแข็งหน้ าเชิดและ สองแก้ มเปี ยกชุ่มด้ วยน� ้ำตา หล่อนพูดเป็ นภาษา พม่า โบกมือไล่ให้ เขากลับไป ลูกทังสามของหล่ ้ อน ยังเล็ก คนโตคงอายุไล่เลี่ยกับลูกสาวของเขา ยื่น นิ่งมองเขาเหมือนรู ปปั น้ อยู่หน้ าบ้ านซอมซ่อหลัง นัน้ ครัน้ พอเขาสบตาด้ วยก็สะบัดหน้ าหนี พาน้ อง อี ก สองคนวิ่ ง ไปทางอื่ น ประสิ ท ธิ์ นึ ก สงสาร ครอบครั ว นี แ้ ต่ก็ ไ ม่ไ ด้ ม ากไปกว่า สงสารตัว เอง เท่าใดนัก เขาเองก็เดือดร้ อนจากเหตุการณ์ตกึ ถล่ม นี ้เช่นกัน แล้ วอย่าลืมสิวา่ ลูกสาวเขายังนอนนิ่งอยู่ ในโรงพยาบาลอยูเ่ ลย เขาไปหาลูกสาวเขาบ่อยๆ ไม่ได้ บอกว่าเขามี เรื่ องเดือดร้ อน เขาไม่อยากให้ หล่อนต้ องรับรู้เรื่ อง ของเขา โดยเฉพาะเรื่องทีเ่ ขาท�ำชัว่ เขาเชือ่ ว่าหล่อน ฟั งที่เขาพูดเพียงแต่แสดงอาการรับรู้ ไม่ได้ เท่านัน้ วันนี ้เขาก็ไปหาหล่อนอีก สางผมให้ หล่อนด้ วยนิ ้ว มือใหญ่โตของเขา ลูกสาวเขาผอมแห้ งจนร่างแทบ จะกลืนกับผืนเตียงสีขาว เปลือกตาปูดโปน ลม หายใจเบาบางที่พร้ อมจะดับสลายได้ ทกุ วินาที ประสิทธิ์เล่าเรื่ องหญิงชาวพม่าให้ ลกู ฟั ง ว่า เขาไปเจอครอบครัวชาวพม่าที่ขาดผู้น�ำครอบครัว ไปและสี่คนที่เหลือในครอบครัวนันก� ้ ำลังล�ำบาก มาก... และบอกว่าเขาคิดถึงหล่อน เขาคงทนไม่ได้ หากต้ องสูญเสียคนในครอบครัวไปอีกอย่างที่แม่ ของหล่อนจากไปเมื่ อหลายปี ก่ อน อุบัติเหตุที่ อเมริ กาครั ง้ นัน้ คร่ าชีวิตแม่ของหล่อนและท� ำให้ หล่อนซึง่ ยังเด็กอยูไ่ ด้ รับผลข้ างเคียงทางสมอง เขา ได้ รับเงินชดเชยจากบริ ษัทต่างชาติเพียงสามหมื่น

เหรี ยญ เขายังจ�ำท่าทีของฝรั่งตาน� ้ำข้ าวที่มอบเงิน ให้ ไม่มีทา่ ทีเสียใจต่อการจากไปที่มนั เป็ นผู้ก่อสัก นิด ดวงตานันเย็ ้ นชาและไม่เป็ นมิตร ยัดเยียดเงิน ก้ อนนัน้ ให้ ประสิทธิ์ ที่ตวาดใส่ให้ กลับไปและไม่ ยอมรับเงินนันมาแม้ ้ แต่เหรี ยญเดียว ์ ประสิทธิจมกับความรู้สกึ ผิดอยูห่ ลายวันพร�่ ำ บอกตัวเองและบอกคนงานชาวพม่าซึ่งอยู่ในภพ ภูมิอื่นว่าเขาเสียใจเหลือเกิน แต่ก็จ�ำเป็ นต้ องท�ำ แบบนี ้ ค�ำขอโทษเป็ นสิง่ เดียวที่พอจะให้ ได้ วันหนึง่ เกิดแผ่นดินไหว เขาเองตกใจแทบสิ ้น สติ มองดูข้าวของหล่นลงมาจากตู้และโต๊ ะ พื ้นปูน สัน่ ไหวอยูใ่ ต้ เท้ าเขา เขาทรุดลง ตะโกนเสียงดังลัน่ แสงจากหลอดไฟนีออนกระพริบอยูส่ องสามทีแล้ ว ดับสนิท นานเหลือเกินในความรู้ สกึ ของประสิทธิ์ กว่าพื ้นโลกจะคลายความกราดเกรีย้ วลง เขาค่อยๆ ยันตัวขึ ้นจากพื ้น กวาดตาดูสภาพบ้ านทีม่ เี พียงข้ าว ของเล็ ก ๆน้ อยๆที่ ต กกระทบพื น้ แน่ น อนว่ า เหตุการณ์ นี ้กลายเป็ นข่าวใหญ่ กลบข่าวอาคาร เรี ยนถล่มเสียสนิท บางทีประสิทธิ์คงจะคลายโล่ง ใจที่มีหวั ข้ ออื่นมาเบนความสนใจไปจากข่าวของ เขา หากแต่มีรายงานข่าวสันๆบอกว่ ้ าโรงพยาบาล ที่ลกู สาวเขารักษาตัวอยู่นนถล่ ั ้ มลงมาทังที ้ ่ตกึ อื่น ตังมากมายกลั ้ บไม่ถล่ม ประสิทธิ์ทรุดลง หูตาอื ้อ ภาวนาให้ ผ้ ปู ระกาศ ข่าวอ่านพลาด แต่ชอ่ งอื่นๆก็รายงานเหมือนกันว่า โรงพยาบาลนั น้ ถล่ ม ลงมาแล้ ว อาจเพราะ โครงสร้ างตึ ก ที่ ไ ม่ แ ข็ ง แรงพอท� ำ ให้ ท นการสั่น สะเทือนของแผ่นดินไหวไม่ได้ เขาไปที่โรงพยาบาล คาดหวังว่าลูกสาวเขา อาจจะยังมีชีวิตรอด บางทีพยาบาลอาจน�ำหล่อน หนีออกมาได้ ทนั แต่สิ่งที่เขารับรู้ และมองเห็นคือ ซากปูนสีเทาขนาดใหญ่ บรรยากาศราวกับสุสาน

หน้ า ๑๓ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


ผู้หญิงคนหนึง่ ยืนอยูข่ ้ างๆเขา มองซากตึกนันด้ ้ วย สายตาที่อ่านไม่ออก เขาจ�ำหล่อนได้ หล่อนเป็ น พยาบาลที่ ดูแ ลลูก สาวเขาเป็ นประจ� ำ เขาตรง เข้ าไปหาหล่อนด้ วยความยินดี ถามถึงลูกสาวเขา ใบหน้ าของหล่อนบิดเบี ้ยวและโศกเศร้ าเมื่อ ตอบเขา “ก่ อ นตึ ก ถล่ ม ไม่ กี่ ชั่ ว โมง เธอเพิ่ ง มี ปฏิกิริยาตอบสนองได้ เธอลืมตาและขยับมือได้ แล้ ว” ประสิทธิ์ ยิม้ อย่างยินดี แสงสีขาวในหัวเขา ขยายตัวเช่นเดียวหัวใจเขาที่พองขึ ้นจนคับอก ดวงตาของหล่อนบวมช� ้ำ และใบหน้ านันบิ ้ ด เบี ้ยวมากขึ ้นทุกที “เสียใจด้ วย นะคะ เรา--เราน�ำ เธอออกมาไม่ทนั ” อาจจะเป็ นหั ว ใจหรื อ วิ ญ ญาณเขาที่ ถู ก กระชากออกไปพร้ อมชีวติ ของลูกสาวเขาใต้ ซากตึก นัน้ ประสิทธิ์ยืนนิ่ง แหลกสลายไปพร้ อมกับละออง ฝุ่ น ... .. . ตึกที่เขาเป็ นคนสร้ าง... สุสานของลูกสาว -------

หน้ า ๑๔ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


มันไม่ ใช่ บทกวี มันไม่ใช่บทกวี และไม่ใช่งานเขียนที่ดี สักเท่าไหร่ แต่มนั คือความเป็ นไป จากก้ นลึกของหัวใจ โสมม มันไม่ใช่บทกวี แต่มนั คือวิถี ที่สงั่ สม หยุดนะ ค�ำกล่าวขาน ชื่นชม ไม่ต้องการ ความนิยม ยินดี

มันไม่ใช่บทกวี ของทังโลกนี ้ ้และโลกหน้ า อาจเป็ นเพียงค�ำบอกเล่าจากวงสุรา จากการสนทนาอันมอมเมา

มันไม่ใช่บทกวี แต่มนั คือความสุนทรี ย์ ของฉันนี่ บุรุษที่สงั คมชอบเสียดสี เป็ นคน ที่คนดีไ ม่เข้ าใจ

มันไม่ใช่บทกวี ที่จะสดุดี ความยิ่งใหญ่ ของขุนเขา แต่มนั คือความหวังแต่ก่อนเก่า ของคนคนโง่ งี่เง่า เล่าให้ กนั

มันไม่ใช่บทกวี ที่นกั ดนตรี จะเอาไปบรรเลง เป็ นเพลงใหม่ ไม่ได้ เขียน เพื่อสร้ างสรรค์ ประชาธิปไตย ไม่มีฟ้า ผ่องอ�ำไพ ของประชา

มันไม่ใช่บทกวี ช่างน่าบัดสีที่จะพูดเช่นนัน้ มันเป็ นเพียงความฝั นตอนกลางวัน ว่าสักวัน ฉันจะเขียน บทกวี. มันเป็ นเพียงความฝั นตอนกลางวัน ว่าสักวันฉันจะเป็ นกวี.

ปกุล อารี ย์กรณ์ มกราคม ๒๕๕๔ บางแสน หน้ า ๑๕ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


เรื่ องสัน้ ประจ�ำฉบับ

อุดมการณ์ บนทางที่ว่างเปล่ า เอกสิทธิ์ เทียมธรรม

--- ขอให้ พวกเธอทังหลายจงเชื ้ ่อครูเถิดว่า สิง่ ที่เราท�ำนันยิ ้ ่งใหญ่และมีคณ ุ ค่ามากกว่าสรรพสิ่ง ใดๆในโลก เราท�ำสิง่ ที่อยูส่ ืบไปอีกเป็ นร้ อยๆปี เรา คือผู้รวบรวมความดีงามและสติปัญญาอันพรั่งพรู ของนักปราชญ์ทงหลายมารวมไว้ ั้ เพื่อสอนโลก เรา สร้ างศิลปะและจินตนาการอันกว้ างไกลไม่ร้ ูจบให้ แก่โลก สิ่งที่เราสร้ างนัน้ ก็เพื่อบังเกิดสติปัญญา ความรักและความงดงามบนพื ้นโลกทีเ่ ราอาศัยอยู่ พวกเธอจงไตร่ ตรองดูเถิดว่าหน้ าที่ของเรานันยิ ้ ่ง ใหญ่สกั เพียงใดและจงเชื่อมัน่ อย่างภาคภูมิวา่ ลูก หลาน ของพวกเธอจะนึ ก เทิ ด ทู น และใคร่ ขอบพระคุณเธอเสมอ ที่เธอได้ สร้ างสิง่ ประเสริ ฐที่ เรี ยกว่า ‘หนังสือ’ ให้ แก่พวกเขา เธอได้ สร้ างสติ ปั ญญา ความรู้สกึ นึกคิดที่ดีที่สดุ ให้ แก่เขา เพราะ สิ่งที่เธอสร้ างนัน้ เป็ นส่วนส�ำคัญที่ท�ำให้ พวกเขา เติบโตด้ วยวันคื นแห่งความเป็ นมนุษย์ ได้ อย่าง สมบูรณ์

มาถึ ง ตรงนี พ้ วกเธอคงเห็ น แล้ ว ว่ า อาชี พ บรรณาธิการนันยิ ้ ง่ ใหญ่และน่าปลาบปลื ้มเพียงใด ครู ข อให้ พ วกเธอทัง้ หลายจงช่ว ยกัน คิ ด และพึง ระลึกอยู่เสมอว่าหนังสือคือหัวใจของการเรี ยนรู้ หนังสือคือทิพย์โอสถที่รักษาความป่ วยไข้ หนังสือ คือโภชนาการที่สมบูรณ์โดยแท้ เมื่อเป็ นดังนันแล้ ้ ว --เธอในฐานะของบรรณาธิการคนท�ำหนังสือ เธอ ควรท�ำหนังสือให้ เป็ นสิ่งที่มีคณ ุ ค่าและมีมากกว่า ค�ำว่าสติปัญญา เธอจงเป็ นหมอทีป่ รุงยาด้ วยความ รู้และความช�ำนาญ อีกทังเธอต้ ้ องเป็ นพ่อครัวทีป่ รุง อาหารด้ วยใจรัก เฟ้นหาวัตถุดบิ ที่ดที่ ี่สดุ คลุกเคล้ า ส่วนผสมอย่างกลมกลืน อาหารของเธอจะต้ องมี มากกว่าความอร่ อย ครูอยากให้ เธอทังหลายช่ ้ วย กัน---ช่วยกันท�ำหนังสือให้ ดียิ่งกว่าความดีทงหมด ั้ งามยิง่ กว่าความงามใด ๆ เพราะครูเชือ่ อยูป่ ระหนึง่ ว่า “การท�ำหนังสือดีนัน้ เสมือนการสร้ างวัดวา อาราม สร้ างโบสถ์ สร้ างวิหาร ปานนันเที ้ ยว”

หน้ า ๑๖ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


“โธ่…ครู ครับ ครู คงหลงลืมอะไรไปอีกหลาย อย่างเป็ นแน่” ผมครุ่นคิดในใจ --- ครูคงจะทุม่ เทกับเรื่ องของการ ‘ท�ำหนังสือ ดี’ มากเกินไปนะครับ มากจนไม่มีเวลาที่จะเห็นว่า โลกของเรานันมั ้ นหมุนไปรวดเร็วปานใด ทุกครัง้ ที่ โลกหมุนก็ได้ น�ำความเปลี่ยนแปลงเข้ ามาด้ วย ครู ครับ ---ผมอยากจะบอกครูวา่ สมัยนี ้ทุกอย่างมัน เปลี่ยนไปแล้ ว เปลี่ยนไปทุกอย่างจริ ง ๆ มันเร็วจน คนรุ่นครูคงตามไม่ทนั กระมัง ครูครับ ครูคงไม่ร้ ูหรอกว่าการท�ำหนังสือเดีย๋ ว นี ้ไม่เหมือนเดิมเสียแล้ ว ถ้ าจะให้ คดิ ให้ ท�ำอย่างที่ ครูพดู ในอนาคตผมคงอดตาย ผมเข้ ามาเรี ยนใน มหาวิทยาลัยก็เพื่อที่จะได้ จบไปมีงานท�ำแน่ละ่ ผม จะรวย ผมไม่สนหรอกว่าผมจะได้ ความรู้ตดิ ตัวไป เท่าใด และงานที่ผมท�ำมีจะมีคณ ุ ค่าหรื อไม่ ผมสน ก็แต่วา่ มีงานมาและมีเงินตอบแทนให้ ก็พอแล้ วละ ครับ เงินที่มากพอจะซื ้อบ้ านได้ สกั หลัง ซื ้อรถหรู ๆ สักคัน ซื ้อเสื ้อผ้ าสวย ๆ ใส่ ซื ้ออาหารในร้ านที่ดีมี ระดับ เพื่อที่จะได้ อวดใครต่อใครได้ ไม่อายเขา-เพื่อนๆ ของผมในมหาวิทยาลัยก็คิดอย่างนี ้กันทัง้ นันแหละครั ้ บ สิง่ ที่ครูสอนที่ครูพร�่ ำบอกแก่พวกผม มันเป็ นสิง่ ที่ดมี ากนะครับ ทว่ามันคงใช้ ไม่ได้ กบั ยุค สมัยของผม --ทุกวันนี ้เราอย่าไปค�ำนึงเลยครับ ว่า ต้ องท�ำหนังสือให้ อยูไ่ ด้ เป็ นร้ อยปี เพราะสมัยนี ้คน ท�ำหนังสือมีมากจริงๆครับ เล่มหนึง่ หมดไปเล่มใหม่ ก็ถูกผลิตขึ ้นมาแทน จะเรี ยกว่าวันต่อวันก็ได้ นะ ครับ ยุคสมัยของผมผลก�ำไรต้ องมาก่อนเสมอ -มันเปลี่ยนไปแล้ วจริ งๆนะครับครู ยุคสมัยของผม หนังสือมันก็เหมือนกันทุกเล่มแหละครับ ไม่มีใคร มาใส่ใ จหรอกครั บ ว่ า สิ่ ง ที่ อ ยู่ข้ า งในมัน จะเป็ น อย่างไร ฉาบฉวยและผิวเผินเพียงใด กระแสมา

อย่างไรก็ท�ำไปตามนัน้ คนอ่านเขาไม่ต้องการอะไร มากหรอกครับ หนังสือผลิตมาอย่างไร เขาก็อา่ น ไปอย่างนัน้ ไม่ต้องคิด ไม่ต้องจินตนาการ สติ ปั ญญายิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะอะไรที่ยาก มันน่า เบื่อ เขาต้ องการแค่ความบันเทิงเท่านันแหละครั ้ บ ครูครับ ในยุคสมัยของผมเรื่องของปั ญญาชน หรื อนักปราชญ์คงไม่มีความส�ำคัญเท่านักร้ อง นัก แสดงหรอกครับ เพราะไม่วา่ พวกเขาจะผลิตอะไร ออกมา ผู้คนก็มกั จะปลาบปลื ้มกันทังนั ้ น้ ไม่มีใคร สนหรอกครับว่าสิง่ ทีผ่ ลิตออกมามันจะไร้ สาระและ โง่เง่าสักเพียงใด ครู คงไม่ร้ ู หรอกครับว่าหนังสือที่ ดารา นักร้ องเขียนนัน้ มันขายดีกว่าหนังสือของศรี บูรพาหรื ออัลแบร์ กามูเป็ นไหน ๆ - - จริ ง ๆ นะครับ เขาคงคิดว่าพวกดารา นักร้ องนันมี ้ ความสามารถ ร้ องเพลงได้ หน้ าตาดี เขียนหนังสือก็เป็ นนะครับ แม้ ว่าสิ่งที่เขาเขียนมันจะท�ำลายสติปัญญาของผู้ อ่านก็ตาม ผมเริ่ มรู้ สกึ เหนื่อยจึงขออนุญาตออกมาเข้ า ห้ องน� ้ำ พักสมองและสูบบุหรี่ ผมและครูมกั จะถก เถียงกันเรื่ องเดิม ๆ อยูบ่ อ่ ยครัง้ แต่ถงึ อย่างไรครูก็ ไม่เข้ าใจเสียทีว่า ยุคสมัยของผมหนังสือดีที่สร้ าง ความคิดและสติปัญญามันขายไม่ได้ คนรุ่นผมเขา ไม่แสวงหาหรอกครับ มันดูยงุ่ ยากจนเกินไป มันดี กว่าไม่ใช่หรื อที่หนังสือผลิตมาอย่างไร ก็อ่านไป อย่างนัน้ จบแค่ตรงนันไม่ ้ ต้องไปคิดอะไรต่อให้ ยืด ยาว --แล้ วอย่างนี ้จะให้ ผมท�ำอย่างไร ผมขอท�ำ หนังสือตามกระแสไม่ดีกว่าหรื อ ผู้อ่านเขาอยาก อ่านอะไร ผมก็ท�ำไปตามนัน้ เพราะนัน่ เท่ากับว่า ผลตอบแทนของมันคือเงิน และแน่ละผมจะรวย หากการท�ำหนังสือดีนนต้ ั ้ องใช้ เวลาแรมเดือน แรม ปี มันคงนานเกินรอ แล้ วถ้ าหนังสือดีแต่ขายไม่ได้ จะท�ำอย่างไร ก็อย่างทีบ่ อกนัน่ แหละ ของทีม่ นั ยาก

หน้ า ๑๗ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


มันลึกซึ ้ง ไม่มีใครเขาอยากจะอ่านกันหรอก สมัยนี ้ อะไรต้ องง่ายไว้ ก่อน เพราะสิง่ ที่งา่ ย ๆ นันมั ้ นดูจะ เกลื่อนกล่นล้ นเกินในสังคมห่วย ๆ สังคมนี ้ - - ยุค สมัยที่เงินส�ำคัญกว่าความรู้ ความหวือหวาส�ำคัญ กว่าเนื ้อใน แล้ วผมจะต้ องท�ำอย่างไรกัน เงินนะครับ เงินส�ำคัญที่สดุ ทุกวันนี ้การศึกษาคือการลงทุน ยิ่ง ในมหาวิทยาลัยด้ วยแล้ ว…เงินเท่านันที ้ ่จะท�ำให้ ผมใช้ ชีวติ อยูไ่ ด้ เพราะถ้ าไม่มีเงินผมคงจะอายเขา เป็ นแน่ ที่มหาวิทยาลัยผมต้ องใส่กางเกงยีนส์ลวี ายส์ รองเท้ าหนังขัดมันยี่ห้อดัง เสื ้อเชิ ้ตแบรนด์เนมและ มีนาฬกิ าข้ อมือโก้ ๆสักเรือน ไหนจะเรื่องอาหารการ กินอีกล่ะ ไม่เคเอฟซีก็ต้องแมคโดนัลด์ก็อย่างที่ผม บอกแหละครับบริ โภคนิยมนันมาแรง ้ มันแซงทุก สรรพสิง่ บนโลกไปหมดแล้ ว ผมมาหยุดตรงหน้ าห้ องน� ้ำ หยิบซองบุหรี่จาก กระเป๋ ากางเกงด้ านขวา เคาะสักสองสามทีบุหรี่ มาร์ ลโบโร่ ก็หลุดออกจากซอง ผมหยิบบุหรี่ ขึ ้นมา คาบไว้ ที่ริมฝี ปากแล้ วจุดไฟ อัดบุหรี่ เฮือกใหญ่เพื่อ ผ่อนคลาย ผมลองนึกดูว่าสูบบุหรี่ มนั มีประโยชน์ อะไร แต่จ�ำได้ ไม่ถนัดนัก ที่พอจะรู้ก็คือ ผมเห็นคน รุ่นราวคราวเดียวกับผม นิ ้วคีบบุหรี่มากกว่าทีจ่ ะถือ หนังสืออ่านเสียอีก ไม่นานนักบุหรี่ ไหม้ จนถึงก้ นกรอง ผมเดินเข้ า ห้ องน� ้ำเพื่อล้ างหน้ าให้ ร้ ูสกึ สดชื่นขึ ้นสักหน่อย ผม เชื่ออยู่ในทีวา่ เมื่อกลับเข้ าห้ องเรี ยน ครูของผมจะ ยัง คงพูด ปลูก ฝั ง เรื่ อ งการท� ำ หนัง สื อ หรื อ อะไร ท�ำนองนัน้ ซึง่ เป็ นเรื่ องเดิม ๆ ที่ผมได้ ยินมาแล้ ว กว่า ๓ ปี ผมเคาะประตู ๓ ครัง้ ก่อนทีจ่ ะเปิ ดเข้ าไป แล้ ว ก็เป็ นจริ งอย่างที่คิดไว้ ครูยงั คงสอนให้ พวกผมท�ำ หนังสืออย่างตังใจ ้ ท�ำหนังสืออย่างมีคณ ุ ค่า ครูมกั

จะบอกว่า -- หนังสือคือสิ่งมหัศจรรย์ที่มนุษย์ทกุ คนต้ องเรี ยนรู้ การท�ำหนังสือนันต้ ้ องท�ำด้ วยความ รักที่ยิ่งกว่ารักใด ๆ ในโลก ต้ องใส่ใจมากกว่าอื่นใด ในโลก - ผมไม่ร้ ู ว่าครู จะท�ำตนเองให้ เหนื่อยไปท�ำไม นอกจากการท�ำหนังสือทีแ่ สนยุง่ ยากแล้ ว ครูมกั จะ ห่วงคนอืน่ ๆในเรื่ องของการอ่าน เพราะการอ่านคือ สิ่ ง ส� ำ คั ญ ครู จึ ง ฝ ากใ ห้ พวกผ ม ใ น ฐ านะ บรรณาธิการให้ ทำ� หนังสือดีๆออกไปเพือ่ ให้ ผ้ คู นได้ อ่านกันเพื่อกระตุ้นให้ คนในประเทศเชยๆประเทศ นี ้อ่านหนังสือกันมากขึ ้น ผมเคยนึกอยากจะบอกแก่ครูวา่ เรื่องการอ่าน นัน้ ครู น่าจะไปเสนอแก่รัฐบาลมากกว่าที่จะมาบ อกแก่พวกผม แต่ก็นนั่ แหละ รัฐบาลก็คือรัฐบาล มีหน้ าที่แค่เพียงบริหารประเทศเชย ๆ ประเทศนี ้ให้ พออยู่รอด เอาแค่เพียงอยู่รอดเท่านันก็ ้ พอ จะให้ พัฒนาไปสู่ความเป็ นเลิศนัน้ ก็ดจู ะเหนือบ่ากว่า แรง แล้ วในเมื่อรัฐบาลมีหน้ าที่อยูแ่ ล้ ว คงไม่เหมาะ ทีค่ รูจะเอาเรื่องการอ่านเข้ าไปให้ พวกเขาแก้ ไข การ อ่านนันยั ้ งไม่สำ� คัญพอหรอกครับ และที่สำ� คัญมัน ก็ไม่ได้ มีอยูใ่ นนโยบาย แต่หากจะให้ รัฐบาลแก้ ไข ผมว่ า ครู ต้ อ งเสนอเรื่ อ งรั ฐ ธรรมนู ญ จะดี ก ว่ า รัฐบาลอาจสนใจ เพราะไม่วา่ จะกี่รัฐบาลที่ผา่ นมา ผมก็เห็นว่าเขาอยากจะแก้ ไขรัฐธรรมนูญด้ วยกัน ทังนั ้ น้ --- ยังดีนะครับที่ผมแค่นกึ ว่าจะบอก แต่ยงั ไม่ ได้ บอก เพราะไม่อย่างนันคงจะวุ ้ น่ วายน่าดู --พูดไปพูดมาผมชักจะเบื่อเสียแล้ ว ผมอยากกลับ ห้ องไปนอนพัก แต่ถงึ อย่างไรผมก็ต้องลืมเรื่ องพัก ผ่อนไว้ ก่อน ผมมีเรื่ องจะโต้ แย้ งกับครู อีกครัง้ หนึง่ เพราะก่อนที่จะเลิกเรี ยน ด้ วยครูพดู ปิ ดท้ ายว่า --ครูเชื่อเสมอว่าหากเราทุกคนอ่านหนังสือดี ๆ แล้ ว

หน้ า ๑๘ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


ชีวิตก็จะดี และการท�ำหนังสือดีก็เสมือนการสร้ าง โบสถ์ สร้ างวิหาร-- เอาอีกแล้ ว ---แต่ครู ครับ ผมขอแย้ งที่ครู พดู หน่อยนะครับ กลับมาที่ยคุ สมัยของผม เรื่ องของ โบสถ์วิหารไม่มีความส�ำคัญเสียแล้ วครับ แล้ วผม ยังต้ องท�ำหนังสือดีไปเพื่ออะไร ในเมื่อทุกวันนี ้ผับ บาร์ มนั สร้ างง่ายและขึ ้นเร็ วยิ่งกว่าดอกเห็ดเสียอีก ครับ ก็อย่างทีผ่ มเคยบอกนัน่ แหละครับ สีสนั ทีฉ่ าบ ไว้ มนั ดึงดูดได้ มากกว่านะครับ แท้ ที่จริงแล้ วเนื ้อใน จะกลวงโบ๋หรื อมอมเมาขนาดไหน วัยรุ่นอย่างผม ก็สนใจมันมากกว่าโบสถ์ วิหารของครูเป็ นแน่ แต่ก็ ช่างมันเถอะครับ แม้ วา่ ผมจะพูดอย่างไรครูกม็ กั จะ เข้ าเรื่ องของ -- การท�ำหนังสือดี เสมือนการสร้ าง โบสถ์ สร้ างวิหาร -- อีกตามเคย ผมดูนาฬิกาที่ข้อมือขวา ใกล้ จะ ๖ โมงเย็น แล้ ว ผมยังมีเวลาพักผ่อนอีกประมาณ ๓ ชัว่ โมง ก่อนที่คืนนี ้สักประมาณสามสี่ท่มุ ผมและเพื่อนๆ

เราจะไปกิ น เหล้ า กัน ที่ ร้ านเหล้ า เปิ ดใหม่ แ ถวๆ มหาวิทยาลัย นึกไปนึกมา บางครัง้ ผมยังอยากจะ ชวนครู ไ ปผ่อนคลายด้ ว ยกัน ที่ ร้ านเหล้ า สักครั ง้ เพราะเดีย๋ วนี ้ร้ านเหล้ ามันมีมากจริง ๆ มากกว่าร้ าน หนังสือเสียอีก แถมทัง้ อยู่ใกล้ มหาวิทยาลัยแค่ เอื ้อม -------

คุณประสบปั ญหานี ้ใช่ไหม เรื่ องสันที ้ ่ไม่กล้ าให้ ใครอ่าน ความเรี ยงที่ไม่มีคนสนใจ บทกวีที่ถกู ลืม ฯลฯ ปั ญหาของคุณจะหมดไป มาเป็ นส่วนหนึง่ กับเรากลุม่ วรรณศิลป์ มหาวิทยาลัยบูรพา กลุม่ คนชอบการอ่านการเขียน และงานศิลปะ สนใจติดต่อ omega_1133@hotmail.com ,084-333-6593 หรื อทาง Facebook : จุลสาร : วรรณศิลป์สาร หมายเหตุ โฆษณาเราก็รับนะจ๊ ะ หน้ า ๑๙ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


ในห้ องเรี ยน เรื่ อง : ศศิกษัย

“เด็ ก ๆ ทั้ ง หลายเวลาเข้า ไปนั ่ง เรี ย นหนั ง สื อ เคยเถี ย งกับ อาจารย์ซึ่ ง เป็ นผูใ้ หญ่ ก ว่ า หรื อ เปล่ า ” เรามักเถียงกับอาจารย์(บ่อยๆ) ด้ วยเหตุผล ต่างกัน ฉันรวมถึงคุณผู้อา่ นที่รัก ก็อาจจะเคยเถียง กับอาจารย์ ฉันเป็ นบ่อยโดยเฉพาะในเวลาที่ถูก เรี ยกให้ ตอบค�ำถาม พอตอบไปแล้ วก็ได้ รับค�ำตอบ ว่า “ไม่ใช่ ไม่เอา” ฉันจึงถามว่า “ถ้ าค�ำตอบของหนู ไม่ใช่ แล้ วอะไร คือ ค�ำตอบที่ถกู ต้ องล่ะคะ รบกวน อาจารย์อธิบายด้ วยค่ะ” ขณะรอฟั งค�ำตอบทีค่ ดิ ว่า ถูกต้ องใครคนข้ างๆ ก็กระซิบ “จะอะไรหนักหนาวะ เดี๋ยวก็ถกู กดเกรดหรอก” กับ “ปล่อยไปบ้ างก็ได้ อาจารย์เขาแก่แล้ ว” ทันทีที่สิ ้นเสียงนัน้ ในหัวฉันก็เกิดค�ำถาม มัน จะมีสว่ นไหมที่นิสิตส่วนใหญ่ไม่ค่อยกล้ าถาม ไม่ ค่อยอยากถาม รวมไปถึงย้ อนถาม เพื่อตอบสิ่งที่ ตนเองสงสัยจากคนทีเ่ ป็ นผู้ใหญ่กว่า(คิดว่า)ตนเอง รู้มากกว่า --อาจารย์ผ้ ใู หญ่…นิสติ เด็ก? สัง คมไทยเป็ นสัง คมที่ ค่ อ นข้ างให้ ความ ส�ำคัญระหว่างความเป็ นเด็กกับผู้ใหญ่ แล้ วเคย สงสัยไหมว่า ความแตกต่างระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ ใช้ อะไรเป็ นเกณฑ์วดั ? ความแตกต่างระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ ร่างกาย ไม่ใช่เกณฑ์ส�ำคัญในการแยกแยะ เพราะเด็กบาง

คนตัวเท่าผู้ใหญ่ ในขณะที่ผ้ ใู หญ่บางคนก็ตวั เท่า เด็ก...เมือ่ ร่างกายไม่ใช่ ก็ต้องอ้ างวัย จะว่าไปก็อ้าง วัยไม่ได้ อีกนั่นแหละเพราะอายุไม่สามารถบอก ความเป็ นเด็กหรื อผู้ใหญ่ได้ อย่างแท้ จริง ไม่ใช่เรื่ อง ง่ายที่จะอธิบายความเป็ นผู้ใหญ่ให้ เด็กฟั ง เพราะ เขายังไม่เคยเป็ นผู้ใหญ่ แต่ผ้ ใู หญ่ที่คิดว่าตนเอง เป็ นผู้ใหญ่แล้ วมักจะยัดเยียดความเป็ นผู้ใหญ่ให้ เด็กโดยจะรู้ตวั หรื อไม่ก็ตาม แม้ วา่ เขาเคยผ่านการ เป็ นเด็ก แต่เขาจะเข้ าใจความเป็ นเด็กจริ งหรื อ ว่า ความเป็ นเด็กนันเป็ ้ นอย่างไร มีเหตุผลบางประการ ทีฉ่ นั คิดว่าเขาไม่นา่ จะเข้ าใจความเป็ นเด็กได้ อย่าง แท้ จริ ง ๑. ผู้ใหญ่บางคนลืมความเป็ นเด็กของเขาไป เมื่อผ่านพ้ นประสบการณ์วยั เด็กมานานโข ความ เป็ นเด็กได้ มลายหายไปจากตัวตนของเขาทังความ ้ ทรงจ�ำและความรู้ สกึ เขาจึงไม่สามารถแยกแยะ ความต่างระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ได้ โดยเฉพาะเมื่อ อยู่ในวัยผู้ใหญ่และในสถานภาพอาจารย์ ยิ่งต้ อง วางตัวให้ สมควรแก่การเคารพนับถือ แต่มนั ก็ไม่ เกี่ยวกับการไม่(ค่อย)ยอมรับ การแสดงความคิด เห็นของเด็กไม่ใช่หรื อ

หน้ า ๒๐ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


๒. ผู้ใ หญ่ บ างคนที่ ยัง พอสะลึม สะลื อ กับ ความเป็ นเด็กในตัวเขาอยู่บ้าง ก็มกั ได้ รับการสัง่ สอนว่า ผู้ใหญ่เป็ นมนุษย์ที่สมบูรณ์กว่าเด็ก ข้ อนี ้ เกิดค�ำถามดังก้ องในหัวของฉันว่า “จริงหรือ ผู้ใหญ่ เป็ นมนุษย์ที่สมบูรณ์กว่าเด็ก” แล้ วเวลาผู้ใหญ่ท�ำ อะไรทีไ่ ม่ถกู ต้ องและ เหมาะสม ไม่สมควรเอาเยีย่ ง อย่าง ความสมบูรณ์ที่วา่ นันมั ้ นอยูท่ ี่ไหน แล้ วอะไร ที่เรี ยกว่าสมบูรณ์ในแบบผู้ใหญ่ หรื อสมควรตาม วัยในแบบเด็ก นิสติ ผู้อา่ นที่รักทุกคน ฉันอยากบอกพวกคุณ ว่า ถ้ าคุณสงสัย คุณย้ อนถาม คุณตังค� ้ ำถามกับ อาจารย์ไปเถอะ อย่าไปกังวลเรื่ องเกรดที่คณ ุ กลัว

ว่าจะถูกกด อย่ากังวลเรื่ องวัยของอาจารย์ที่คณ ุ มองว่าเขาแก่แล้ ว(ถ้ าเขามาสอนไม่ไหวเดี๋ยวเขาก็ นอนอยู่บ้านเองแหละ) เพราะสิ่งเหล่านัน้ ไม่ใช่ เหตุผลที่จะเอามาเป็ นข้ ออ้ างในการตอบค�ำถาม หรื อ ห้ ามคุณตังค� ้ ำถาม เด็กกับผู้ใหญ่ไม่มีอะไร เป็ นเกณฑ์ชี ้วัดแน่นอนตายตัว การสงสัย การตัง้ ค�ำถาม ไม่วา่ จะผิดหรื อถูก เป็ นประโยชน์หรื อเป็ น โทษ มันเป็ นองค์ ประกอบแรกของเสรี ภาพทาง ความคิด -------

แวะชมสักนิด

สัญชาติ : ฝรั่งเศส ก�ำกับ : โลรองต์ คองเตต์ เรื่ องย่อ : ครูสอนวรรณคดี โรงเรี ยนมัธยมปลาย แห่ ง หนึ่ ง ในเขตเสื่ อ มโทรมชานเมื อ งปารี ส นักเรียนในชันของเขามี ้ ความแตกต่างทังเชื ้ ้อชาติ และศาสนา เขาหวังเพียงให้ นกั เรียนในชันพั ้ ฒนา ศักยภาพให้ ดีขึ ้น --

สัญชาติ : อเมริ กนั ก�ำกับ : ฌอน เพนน์ เรื่ องย่อ : บัณฑิตหนุ่มจบใหม่ที่น�ำเงิน 24,000 ดอลล่าสหรัฐฯ บริ จาคให้ กับองค์กรเพื่อสังคม เผาบัตรทุกอย่างที่ยืนยันตัวตน แล้ วเดินทางเข้ า สูธ่ รรมชาติ และหนังเรื่ องนี ้สร้ างจากเรื่ องจริ ง --

หน้ า 21 |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


น�ำ้ ท่ วมที่บ้านฉัน เรื่ อง : มาดามออนเซ็น

ข่าวน� ้ำท่วมเมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงต้ น เดือนพฤศจิกายนของปี ที่ผ่านมา อาจท�ำให้ ใคร หลายๆคนได้ เห็นถึงความมีน�ำ้ ใจเอื ้ออาทร ที่ได้ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในรูปแบบต่างๆ ไม่วา่ จะเป็ น เงินช่วยเหลือที่น�ำไปเป็ นปั จจัยในการซื ้อข้ าวของ เครื่ องใช้ สิ่งของอุปโภคบริ โภคในชีวิตประจ�ำวัน เป็ นที่นา่ ยินดีอยูบ่ ้ างในสถานการณ์เช่นนี ้ ผู้เ ขี ย นเองเป็ นอี ก หนึ่ง “ผู้ป ระสบภัย ” ใน เหตุการณ์น� ้ำท่วมครัง้ นี ้เช่นกัน โดยอยูใ่ นช่วงกลาง เดือนไปจนถึงสิ ้นเดือนตุลาคม ภาคอีสานนับว่า เป็ นเขตภัยพิ บัติอี กแห่งหนึ่ง ที่ ความช่วยเหลือ เข้ าไปอย่างล่าช้ า ความจริงของสังคมหลายๆอย่าง ก็ถูกพัดพามากับกระแสน� ำ้ ที่ไหลเชี่ยวกรากเช่น เดียวกัน สถานการณ์น� ้ำท่วมรุนแรงได้ เริ่ มต้ นขึ ้นที่ โคราช และลุกลามไปจนถึงตอนกลางของภาค ซึง่ เป็ นแหล่งต้ นน�ำ้ ของแม่น�ำ้ สายส�ำคัญที่ไหลผ่าน

ภาคอีสาน ด้ วยความที่ประชาชนมีทงในเมื ั้ องและ ชนบท ความเสียหายก็ตา่ งกัน ประชาชนในเมือง ได้ รับความเดือดร้ อนเพราะที่อยู่อาศัย รถยนต์ ถนน มีน� ้ำท่วมสูงเกือบสองเมตร ทางภาครัฐต้ อง ตัดกระแสไฟฟ้าในเมืองเพื่อความปลอดภัย และมี หน่วยทหารเข้ ามาช่วยเหลือในเรื่ องของการเดิน ทางด้ วยเรื อ แต่ในชนบทล่ะ? ชาวบ้ านส่ ว นใหญ่ มี อ าชี พ เกษตรกรรม แน่นอนว่าที่ทางท�ำกิน ทังพื ้ ชสวนไร่นาจมหายไป กับน� ้ำอย่างไม่ต้องสงสัย ทังคอกวั ้ ว เล้ าไก่ บ่อปลา ฝูงเป็ ด ยุ้งข้ าว โรงเพาะเห็ด แปลงผัก นาข้ าว ไร่ พริ ก สวนผัก และอีกมากมายที่หายวับไปกับตา หลายคนแทบสิ ้นเนื ้อประดาตัวกับเงินที่ก้ มู าลงทุน ท�ำนาท�ำไร่ บ้ านก็พงั ไปกับน� ้ำเพราะเป็ นบ้ านไม้ ที่ สร้ างมาหลายปี ดีดกั หน่วยงานราชการไม่อาจเข้ า ถึงเพราะถนนตัดขาด ทังหมู ้ ่บ้านเหมือนติดเกาะ

หน้ า ๒๒ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


เพราะทางออกหมู่บ้านถูกน� ้ำพัดจนขาด บางเส้ น ทางก็ท่วมจนทังรถทั ้ งคนผ่ ้ านไปไม่ได้ นอกจากมี เรื อหางยาวเท่านัน้ ผู้เขียนเอง แม้ บ้านไม่จมน� ้ำ และไม่มที นี่ าหรือไร่ให้ น� ้ำท่วม แต่การได้ ประสบกับ การถูกตัดขาดจากโลกภายนอกนับสิบวัน ก็ท�ำให้ รู้สกึ ถึงความล�ำบากเล็กๆน้ อยๆเมือ่ เทียบกับคนอืน่ ทังหมู ้ ่บ้านไม่ได้ กินอาหารจากตลาดสด มีแต่ผกั สวนครัวที่พอหาได้ ซึง่ นี่แหละ ที่เราได้ เห็นความ จริ งข้ อหนึง่ ของมนุษย์อย่างที่ไม่อาจปฏิเสธ ในสถานการณ์น� ้ำท่วมตามแถบชนบทนัน้ เรา จะเห็นตามข่าวว่า ช่วงเข้ าพรรษา ยังมีบางหมูบ่ ้ าน ในบางจังหวัด ที่ชาวบ้ านนัง่ ท�ำข้ าวต้ มมัดเพื่อไป ท�ำบุญที่วดั โดยไม่ได้ ยี่หระต่อปริ มาณน� ้ำที่สงู มิด ใต้ ถนุ บ้ านแต่อย่างใด นัน่ เป็ นเพราะว่าพวกเขายัง มี วัต ถุดิ บ หลัก ๆจากเรื อ กสวนไร่ น าอยู่ ทัง้ ข้ า ว เหนียว กล้ วย และใบตองที่ใช้ หอ่ ข้ าวต้ ม ชาวบ้ าน บอกว่าที่ยงั ท�ำข้ าวต้ มมัดไปท�ำบุญได้ เพราะยังมี ของให้ ท�ำอยู่ ปลูกเอง กินเอง ยังไม่หายไปกับน� ้ำ และก็อยูใ่ นปริ มาณที่พอกินได้ อีกนาน ข้ าวต้ มมัด

ที่น�ำไปท�ำบุญที่วดั เมื่อเหลือจากส่วนงานบุญแล้ ว ก็น�ำไปแบ่งกันตามหมู่บ้าน แบ่งให้ แก่ผ้ อู ื่นที่อาจ จะขาดแคลน หรื อไม่มีวตั ถุดิบที่จะท�ำข้ าวต้ มมัด ไปร่วมท�ำบุญได้ ชายฉกรรจ์ เด็กหนุม่ หรื อผู้เฒ่าผู้แก่ที่ยงั พอ มีเรี่ยวแรง ก็ออกจับปลา จับกบ จับอึง่ งมหอย ช้ อน กุ้งฝอยในช่วงน� ้ำหลาก เมือ่ มีน� ้ำก็มแี หล่งอาหารชัน้ เลิศ คนอีสานอาจได้ เปรี ยบในเรื่ องของการปรับตัว เก่ง และกินง่ายอยูง่ า่ ย ในช่วงน� ้ำท่วม การรอหน่วย งานทางราชการมาช่วยเหลืออาจต้ องใช้ เวลา และ งบประมาณที่อาจไม่ทวั่ ถึง (รวมถึงกว่าจะฝ่ าด่าน คนใหญ่คนโตก่อนมาถึงชาวบ้ าน) เมื่อเป็ นดังนี ้ใน ช่วงน� ้ำท่วมอาหารหลักๆที่ชาวบ้ านกินเพื่อประทัง ชีวิตมาในช่วงนัน้ จึงหนีไม่พ้นปลาและผักที่อยูไ่ ด้ ทังในน� ้ ้ำและบนบก เช่นผักกระเฉด ผักบุ้ง ดอกโสน สายบัว เป็ นต้ น นับเป็ นการยังชีพด้ วยธรรมชาติ โดยแท้ ซึ่ ง ท� ำ ให้ ชาวบ้ านรอดตาย จากการ ขาดแคลนเสบียงอาหารมาได้ ระยะหนึง่ กลับไปดูที่ในตัวเมือง ซึง่ จ�ำเป็ นต้ องรับ “ถุง

หน้ า ๒๓ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


ยังชีพ” จากหน่วยงานราชการ สาเหตุความเดือด ร้ อนหลักๆของคนในเมืองคือน� ้ำท่วมตลาด และเส้ น ทางคมนาคมมีน� ้ำท่วมสูง ถนนใช้ ไม่ได้ และเมื่อ ไม่มีอาหารส่งเข้ ามาจ�ำหน่ายในเมือง แล้ วคนทัง้ เมืองจะอยูอ่ ย่างไร จึงเป็ นที่มาของถุงยังชีพนัน่ เอง อย่างที่กล่าวไว้ ในข้ างต้ นว่า ผู้เขียนอยูใ่ นชนบทซึง่ ไม่ได้ รับผลกระทบจากน� ้ำท่วม ในแง่ของความเป็ น อยูเ่ ท่าใดนัก แต่เดือดร้ อนจากเส้ นทางคมนาคมที่ ถูกตัดขาด หมูบ่ ้ านทังหมู ้ บ่ ้ าน จ�ำนวนกว่าพันครัว เรื อน จ�ำต้ องอยูใ่ นสภาพที่ติดต่อกับโลกภายนอก ไม่ได้ นานเกือบสัปดาห์ ในช่วงนัน้ ถุงยังชีพยังไม่ เพียงพอต่อจ�ำนวนประชากรที่เดือดร้ อน ผู้ใหญ่ บ้ านต้ องลงพื ้นที่ดวู ่าใครเดือดร้ อนมากน้ อยเพียง ใด ซึง่ นัน่ คือที่มาของการเลือกแจกจ่ายถุงยังชีพให้ แก่ผ้ ทู เี่ ดือดร้ อนมากก่อน และผู้ทเี่ ดือดร้ อนน้ อยลด หลัน่ กันไปตามล�ำดับ ครอบครัวและเพื่อนๆของผู้เขียน ใช้ ชีวิตใน ช่วงน� ้ำท่วม ด้ วยการน�ำเสบียงที่กกั ตุนไว้ ก่อนหน้ า นันมาประทั ้ งชีวติ ทังข้ ้ าวสารอาหารแห้ งจ�ำพวก ไข่ เนื ้อแดดเดียว บะหมี่กึ่งส�ำเร็ จรูป อาหารกระป๋ อง นมถัว่ เหลือง ส่วนอาหารสุนขั นันก็ ้ ต้มปลาที่ได้ มา จ�ำนวนมากให้ กินแทนกระดูกไก่ เพื่อนของผู้เขียน ซึง่ อยูใ่ นตัวเมือง เล่าให้ ฟังว่า ครอบครัวมีทงหมด ั้ เจ็ดคนกับสุนขั อีกหนึ่งตัว ได้ รับความล�ำบากพอ สมควร เพราะอาศัยอาหารจากตลาดมาตลอด เวลา เมื่อสถานการณ์น� ้ำท่วมในเขตตัวเมืองวิกฤต อาหารที่ ห าได้ มี เ พี ย งไข่ ห นึ่ ง แผงและข้ า วสาร เท่านัน้ เป็ นความเครี ยดของทุกคนในครอบครัว จากที่เคยกินดีอยู่ดี ก็ต้องอดอาหารเพื่อกินเท่าที่ จ�ำเป็ นกับชีวิตให้ เพียงพอกับทุกคนในครอบครัว ทัง้ ๆที่มีเงินพอจะซือ้ อาหารได้ จ�ำนวนมากเท่าที่ ต้ องการ แต่ก็ท�ำไม่ได้

เหตุการณ์น� ้ำท่วมใหญ่ในครัง้ นี ้ ผู้เขียนสรุ ป ได้ แบบไม่ต้องสงสัยว่า เมื่อถึงเวลาที่เงินไม่มีความ หมาย อาหารเท่านันที ้ ่จะท�ำให้ มนุษย์เรารอดตาย น� ้ำท่วมท�ำให้ เรามองเห็นว่าพืชพันธุ์ธญ ั ญาหารริ ม รัว้ ริ มทุ่งนันมี ้ ความหมายมากกว่ากระดาษสีแดง สีมว่ งในมือเราเสียด้ วยซ� ้ำ การมีทรัพย์สนิ เงินทอง แต่ไม่มีแม้ แต่ไข่สกั ฟองให้ กินเพื่อประทังชีวิตนัน้ เป็ นสิง่ ที่ทกุ ข์ร้อนเกินกว่าใครๆ จะคาดคิด หากไม่ ได้ ประสบกับตนเอง บทเรี ยนครัง้ ยิ่งใหญ่ของคน ไทยหลายๆคน แสดงให้ เห็นแล้ วว่าค�ำกล่าวของ หม่อมเจ้ าสิทธิพร กฤดาก ที่บอกว่า “เงินทองเป็ น มายา ข้ าวปลาเป็ นของจริ ง” นันจริ ้ งแท้ ทีเดียวโดย เฉพาะเมื่อมนุษย์ได้ ประสบภัยที่เดือดร้ อนสุดแสน สาหัสเช่นนี ้ ---------

หน้ า ๒๔ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


กวีระยะสัน้ (ไม่ ต้องขยัน ก็เดินไปถึง) ((อ่ าน ช้ า ช้ า ใจ เย็น เย็น)) จะกลมหรื อแบน ก็เลิกกับแฟนอยูด่ ี

“การเขียนบทกวี” คล้ ายกันกับ “ความรัก” เพราะมันต้ องใช้ “หัวใจ” ในการร่างมันขึ ้นมา ชงกาแฟ หยิบกระดาษ พร้ อมปากกา มานัง่ เขียนบทกวีธรรมดาธรรมดาส่งให้ เธอ

นัง่ ดูรูปเธอ ฉันเผลอยิ ้มคนเดียว ผมแค่วาดภาพตาม “ความฝั น” ของผมเท่านัน้ ถ้ าคุณว่ามันคล้ ายคลึงกัน กับใบหน้ าของคุณ ผมก็ชว่ ยอะไรไม่ได้ ก็คณ ุ เข้ ามาอยูใ่ นนันเอง ้ ปากกาหมด เขียนไม่ตดิ ไอเดียหมด คิดไม่ออก

เธอมาบ่นท�ำไมว่าเธอคิดถึงฉัน ทีสองเดือนก่อนนัน้ ไม่เห็นพูดแบบนี ้ เมื่อใดที่เริ่ มอิจฉาชีวิตเขา ความสุขในชีวิตเราก็จะหายไป เมื่อกล้ องแห่งโอกาส โฟกัสมาที่เรา จงแอ็คท่าให้ สดุ ฤทธิ์

ยางลบใช้ ลบค�ำผิด แต่ความ “ดัดจริ ต” ใช้ ปกปิ ด “ความเยาว์” ลมหนาวในหน้ าหนาว หนาวกว่าในหน้ าร้ อนเสมอ ความทรงจ�ำ ย้ อนกลับมา พร้ อมหน้ าหนาว ภาพของเรา ในวันนัน้ คล้ ายภาพเหมือน เหมือนสัญญาณ ที่มนั คอยย� ้ำเตือน ภาพของเธอ เริ่ มลางเลือน ลงทุกวัน

หนังดราม่า ไม่วา่ เรื่ องไหนไหน ก็ท�ำให้ เราเสียน� ้ำตาได้ ทงนั ั ้ น้ ชีวิตของแต่ละคนก็คงคล้ ายคล้ ายกัน อาจเสียน� ้ำตามากบ้ างน้ อยบ้ างแตกต่างกันไป อยูท่ ี่วา่ “ตอนจบ” ของใครจะมาถึงก่อนกัน (เราต่างมี “หนังดราม่า” อยูใ่ นตัวเอง)

เธอก�ำลังร้ องไห้ ฉันให้ ผ้าเธอยืมได้ แต่เธอต้ องเช็ดน� ้ำตาเอาเอง

สมุดพก หน้ า ๒๕ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


Classic Moments เรื่ อง : ผู้บา่ วกินแมว

Appetite for Destruction

ณ ดาวเคราะห์ดวงนี ้ คุณคิดว่าจะมีวงดนตรี สักกี่วงที่มีอลั บัมเปิ ้ ดตัวยอดขายสูงถึงยี่สิบล้ าน ก็อปปี ท้ วั่ โลก ค�ำตอบคือแทบจะไม่มเี ลย นักดนตรี/ วงดนตรี น้อยวงนักที่จะประสบความส�ำเร็ จด้ วย อัลบัมเปิ ้ ดตัว เพราะไม่มีใครรู้ จกั พวกเขามาก่อน เป็ นใครมาจากไหน ยุคที่ไม่มีอินเทอร์ เน็ต -- ครัน้ จะยิ่งใหญ่ โด่งดังเลยจึงเป็ นเรื่ องไม่ธรรมดา และ ยิง่ เป็ นอัลบัมเปิ ้ ดตัวในช่วงทีย่ ากล�ำบากของวงการ ร็ อคด้ วยละก็ถือเป็ นเรื่ องยากขึ ้นอีกหลายเท่าตัว เลยทีเดียว ลอสแอนเจลิส คือมหานครของผู้ลา่ ฝั นทุกยุค ทุกสมัย เป็ นหนึ่งในศูนย์รวมอุตสาหกรรมดนตรี และภาพยนตร์ ทใี่ หญ่ทสี่ ดุ ในโลก --- และโชคชะตา

ก็นำ� พาพวกเขามาเจอกันทีน่ ี่ เหล่าเด็กแสบบ้ าง ติด ยาบ้ าง ขโมยรถ มัว่ สุมกันไปวันๆเรี ยกได้ วา่ แต่ละ คนแทบหาดีในชีวิตไม่ได้ แต่ถงึ กระนันสวรรค์ ้ ก็ไม่ ใจไม้ ไส้ ระก�ำไปนักหรอกเพราะโลกนี ้ยังมี“Rock ‘n’ Roll”ที่ก�ำลังป่ วยกระเสาะกระแสะไปตามอายุขยั จึ งรอ... W.Axl Rose – ผู้มีน�ำ้ เสียงแหลมแผดสูง! ราวกับเป็ นเสียงที่ซาตานมอบให้ คงจะไม่เกินเลย นัก Slash – มือกีต้าร์ โซโล่หวั ฟูกบั หมวกทรงสูงสุด เท่ ฝี มือจัดจ้ านเป็ นที่ประจักษ์ ไปทังสากลโลก ้ Izzy Strdlin-มือกีต้าร์ ริทมึ่ ผู้ปิดทองหลังพระ คอยสอดประสานริ ฟฟ์และโซโล่ได้ อย่างลงตัว

หน้ า ๒๖ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


Duff McKagan - มือเบสเจ้ าเสน่ห์ การเดิน เบสในแต่ ล ะเพลงของเขาสร้ างเสน่ ห์ แ ละ เอกลักษณ์ Steven Adler – มือกลองสุดระห�่ำ ตีกลอง ดวดสุราและเสพยาได้ เก่งพอๆกัน รั ก ษาด้ ว ยวิ ธี ห นามยอกต้ อ งเอาหนามบ่ง รักษามันแบบทีเ่ คยเป็ นมันคือ Rock ‘n’ Roll นัน่ เอง -- และ Geffen Records คือโรงหมอส�ำหรับเหล่า ผู้รักษา ปี 1987 คือฤกษ์ งามที่จะปล่อยวัคซีนอันมี นามว่า “Appetite for Destruction” ออกมาระงับ ความเศร้ าซึมของสาวกชาวร็ อค เมื่อมันถูกแจก จ่ายผสานผ่าน MTV แล้ วด้ วย จึงเกิดผลข้ างเคียง ทีเ่ รียกว่าความมัน แพร่กระจายไปทัว่ โลก วัคซีนตัว นี ้มีสว่ นผสมของ AC/DC, Led Zeppelin, Aerosmith, Hanoi Rocks อย่างละนิดอย่างละหน่อย ผสานเข้ ากับโปรดิวเซอร์ คบู่ ญ ุ Mike Clink และ ส่วนส�ำคัญทีข่ าดไม่ได้ เลยคือมันสมองของพวกเขา นัน่ เอง It’s So Easy คือซิงเกิ ้ลแรกของวง แต่เหล่าผู้ ป่ วยออกจะดื อ้ ยาสัก หน่ อ ย มัน ยัง ไม่ ไ ด้ ผ ลนัก Welcome to the Jungle จึงถูกส่งมาปลดแอก ปั ญหาทังปวง ้ หนนี ้มันได้ ผลดีเสียด้ วยแต่พวกเขา ไม่ชะล่าใจ จึงส่ง “Sweet Child o’ Mine” เพือ่ ตรวจ ดูให้ แน่ใจว่าวัคซีนตัวนี ้ได้ ผล แต่ดนั เกิดผลที่ไม่มี ใครคาดคิด... มันกลายเป็ นเพลงที่ไต่ขึ ้นถึงอันดับ หนึง่ ใน Billboard Hot 100 Chart ท่อนริฟฟ์มาจาก การที่ Slash เล่นแซวมุกแป้กของเพื่อนๆเท่านัน้ และ Axl.Rose ก็จบั มาเขียนเนื ้อเพลงนี ้ขึ ้นภายใน ห้ านาที เขียนจากประสบการณ์รักของเขากับ Erin Everly แล้ วทุกคนก็คอ่ ยๆแต่งเติมส่วนของตนจน เพลงออกมาสมบูรณ์ แบบเรี ยกได้ ว่าเป็ นเพลงที่

ประสบความส�ำเร็ จสูงสุดของพวกเขาเลยทีเดียว และ Slash หัวฟูก็กลายเป็ น Guitar Hero ที่เหล่า นักกี ต้าร์ รุ่ นหลังต้ องฝึ กแกะคอร์ ดกี ต้าร์ ของเขา ราวเป็ นงานภาคบังคับก็คงไม่ผิดนัก (ถึงขนาดวง เพื่อชีวิตวงหนึ่งในบ้ านเราน�ำมาใช้ เป็ น intro ใน เพลงหนึ่ง ชนิดที่ไม่บอกไม่ร้ ู เลยทีเดียว) – และ Paradise City เป็ นซิงเกิล้ โปรโมทสุดท้ ายของ อัลบัมเพื ้ ่อตอกย�ำ้ ว่า พวกเขาไม่ใช่ “ของแท้ ท�ำ เหมือน” แต่พวกข้ าคือคนเลวตัวจริ งที่พวกเอ็งทัง้ หลายก�ำลังเฝ้าคะนึงหามาแสนนาน ใช่ พวกข้ ามา แล้ ว ! “Appetite for Destruction”เป็ นบันได ให้ พวกเขาก้ าวไปสูจ่ ดุ สูงสุดของวงการทันที เป็ นทีช่ นื่ ชอบทัง้ จากนักวิจารณ์ และแฟนเพลง กวาดทัง้ รางวัลและเงินอย่างล้ นหลาม ยอดขายสิบแปด ล้ านก็อปปี เ้ ฉพาะในสหรัฐอเมริกา สิริรวมกับทัว่ ผืน โลกาปฐพีแล้ วกว่ายี่สบิ แปดล้ านก็อปปี ้ และแม้ จะ ผ่านมากว่ายี่สิบสามปี แล้ ว อัลบัมนี ้ ้ก็ยงั คงครอง ต�ำแหน่งเป็ นอัลบัมเปิ ้ ดตัวทีม่ ยี อดขายสูงสุดตลอด กาล และมีทีทา่ ว่าจะไม่มีผ้ กู ล้ าคนใดที่จะลบล้ าง สถิตินี ้ได้ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีปัญญาหรอก แต่เพราะ ปั ญหาการละเมิดลิขสิทธิ์นนั่ เอง (ฮ่า) น่าสังเกตว่า “Appetite for Destruction” นัน้

หน้ า ๒๗ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


ไม่มีเพลง Ballad Rock เศร้ าๆ ซึ ้งๆ กับเขาเลย แม้ แต่เพลงเดียว ทังที ้ ่ยคุ 80’s นัน้ วงดนตรี สว่ น มากแจ้ งเกิดกับเพลงท�ำนองนี ้ทังนั ้ น้ แต่พวกเขา เลือกที่จะเป็ นส่วนน้ อย ตามสไตล์ของ American Badass มีแต่ความมัน สนุกสนาน ดิบเถื่อนและ จริ งใจ แต่ไม่โรแมนติค -- เนือ้ หาส่วนใหญ่ของ อัลบัมนี ้ ้จึงพูดถึงแง่ลบของ L.A. มหานครแห่งแสง สี แต่มองผ่านมุมของเหล่าชาตรี ที่รักความเสเพล เป็ นสรณะ จากความด�ำมืดจึงกลายเป็ นแสงสว่าง ได้ เนื ้อหาไม่ซบั ซ้ อน ไม่ต้องนัง่ ตีความให้ เมื่อยตุ้ม นี่ก็เป็ นส่วนหนึ่งที่ท�ำให้ วงประสบความส�ำเร็ จใน เรื่ องของการเข้ าถึงคนฟั ง สรุ ป : ถ้ าคุณอยากสัมผัสตัวตนและจิตวิญญาณ ของพวกเขาแบบถึงลูกถึงหลานแล้ ว ขอให้ เริ่ มต้ น

จากอัลบัมนี ้ ้ก่อนเป็ นแกมบังคับ ทังสิ ้ บสองเพลงนี ้ คือความเป็ น Guns N’ Roses มากที่สดุ เท่าที่คณ ุ จะสัมผัสได้ Hard Rock ที่มีทงลู ั ้ กบ้ า ลูกล่อลูกชน และความสด หากเปรี ยบเป็ นซุปก็ต้องบอกว่า เผ็ด ร้ อน แต่กลมกล่อม -- อีกทังสมาชิ ้ กทังห้ ้ าคนนี ้ถือ เป็ น Classic Lineup ของวงแล้ ว เพราะหลังจาก อัลบัมนี ้ ้ก็เกิดปั ญหามากมายจนสมาชิกแต่ละคน ค่อยๆทยอยออกจากวงไปจนในปั จจุบนั เหลือเพียง Axl Rose เท่านัน้ แต่สภาพ G n’ R ในตอนนี ้ก็ไม่ ต่างอะไรจาก One Man Band ที่มีไว้ ให้ Axl Rose ท�ำเพลงสนองตัณหาตัวเองเท่านัน้ หากเพิ่งรู้จกั วง นี ด้ ้ ว ยอัล บัม้ ล่า สุด ล่ะ ก็ คุณ อาจไม่อ ยากรู้ และ สัมผัสผลงานเก่าๆที่ ขึน้ หิ ง้ ของพวกเขาเลยก็ ได้ ฉะนัน้ “Appetite for Destruction” จึงเปรี ยบเป็ น

- เกร็ ดเล็กเกร็ ดน้ อย เสียงผู้หญิงครางกระเส่าในเพลง “Rocket Queen’’ นันมาจาก ้ Adriana Smith คุณตัวที่ Axl. Rose จัดมาเพื่อสะบะละหึม่ กันในสตูดโิ อสดๆกันกว่าสามสิบนาที และเสียงท่อนหนึง่ ใน ระหว่างกิจกาม เขาก็เอาใส่ลงไปในเพลงด้ วย -- ภายหลังเธอถึงได้ ร้ ูวา่ เสียงครางในเพลงคือเสียง ของเธอเอง ท�ำให้ เธอถึงกับเสียศูนย์หนั ไปพึง่ แอลกอฮอล์และยาเสพติดเป็ นปี ๆเชียวล่ะ (ช่างน่า สงสารเสียจริ ง)

รูปหน้ าปกอัลบัม้ 5 หัวกะโหลก บนไม้ กางเขนที่เราท่านเห็น กันอยูน่ ี ้มิใช่หน้ าปกอัลบัมดั ้ งเดิ ้ มแต่อย่างใด เนื่องจากปก เดิมมีเนื ้อหาในภาพที่รุนแรงเกินไป จนถูกปฏิเสธจากทัง้ บรรดาร้ านค้ าปลีกและ MTV ร้ อนไปถึงต้ นสังกัดต้ องสัง่ เปลี่ยนปกอัลบัมมาเป็ ้ นเช่นที่เราท่านเห็นกันทุกวันนี ้ หน้ า ๒๘ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


เข็ ม ทิ ศ น� ำ ทางให้ คุณ รู้ จัก กับ พวกเขาได้ ดี ที่ สุด เพราะพวกเขาคือทีมแพทย์ Rock ‘n’ Roll ที่ดีที่สดุ ในยุคมืดของวงการดนตรี ร็อคอย่างไร้ ข้อกังขา การจัดอันดับสดุดี - ปี 1989 นิตยสาร Rolling Stone จัดอันดับให้ Appetite for Destruction อยูใ่ นอันดับที่ 20 ของ อัลบัมที ้ ่ดีที่สดุ ในทศวรรษที่ 80’s และในนิตยสารเดียวกันนัน้ ยังจัดให้ อลั บัมนี ้ ้อยูใ่ น อันดับที่ 61 จาก 500 อัลบัมยอดเยี ้ ่ยมตลอดกาล - ปี 2001 นิตยสาร Q จัดให้ อลั บัมนี ้ ้เป็ นหนึง่ ใน 50 อัลบัมที ้ ่มีดนตรี หนักหน่วงที่สดุ ตลอดกาล - ปี 2004 นิตยสารเดียวกันนีจ้ ดั Appetite for Destruction เป็ นหนึง่ ในงานร็อคทรงคุณค่าตลอด กาล - ปี 2003 VH1 จัด Appetite for Destruction อยู่ ในอันดับที่ 42 จาก 100 อัลบัมร็ ้ อคยอดเยี่ยมที่สดุ ตลอดกาล - ปี 2002 Pitchfork Media จัด Appetite for Destruction อยูอ่ นั ดับที่ 59 จาก 100 อัลบัมที ้ ่ดี ที่สดุ ในทศวรรษที่ 80’s นิตยสาร Spin จัดให้ อลั บัมนี ้ ้อยู่อนั ดับที่ 18 ใน หมวดอัลบัมที ้ ่ดีที่สดุ ในช่วงปี 1985 – 1995 - ปี 2004 ผู้อา่ นนิตยสาร Metal Hammer โหวตให้ Appetite for Destruction เป็ นอัลบัมร็ ้ อคที่ดีที่สดุ ตลอดกาล - ปี 2006 นิตยสาร Q จัดให้ อลั บัมนี ้ ้อยูใ่ นอันดับที่ 10 จาก 40 อัลบัมที ้ ่ดีที่สดุ ในทศวรรษที่ 80’s - Play.com จัดให้ อยูใ่ นอับดับ 1 จาก 100 อัลบัม้ เมทัลยอดเยี่ยมตลอดกาล - ปี 2006 นิตยสาร Guitar World จัดให้ อลั บัมนี ้ ้ เป็ นที่ 2 จาก 100 สุดยอดอัลบัมกี ้ ต้าร์ ที่ยิ่งใหญ่ ที่สดุ ตลอดกาล

- ปี 2007 National Association of Recording Merchandiser จัดให้ อลั บัมนี ้ ้อยู่ในอันดับที่ 32 จาก 200 อัลบัมที ้ ่ดีที่สดุ ตลอดกาล รายชื่อเพลงจากอัลบัม้ Appetite for Destruction 1. Welcome to the Jungle 4:33 2. It’s So Easy 3:22 3. Night Train 4:28 4. Out Ta Get Me 4:23 5. Mr. Brownstone 3:48 6. Paradise City 6:46 7. My Michelle 3:39 8. Think About You 3:51 9. Sweet Child o’ Mine 5:56 10. You’re Crazy 3:17 11. Anything Goes 3:26 12. Rocket Queen 6:13

หน้ า ๒๙ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


การ์ ตนู เด็ก

เรื่ อง : จั๊กกะแร้ เปี ยก

เรื่ องและภาพ : เทซึกะ โอซามุ. เรื่ อง : ฮิโนโทริ วิหคอมตะ.16 เล่มจบ. ส�ำนักพิมพ์ : วิบลู ย์กิจคอมมิกส์

อาจไม่ร้ ูวา่ แต่ละขันมี ้ อะไรบ้ าง ผมขออนุญาตบอก เลยแล้ วกัน (เรี ยงแบบฐานพีรามิด) - ขันที ้ ่หนึ่ง ความต้ องการทางด้ านร่ างกาย เช่น อาหาร, น� ้ำ, อากาศหายใจ, การสืบพันธุ์ - ขัน้ ที่สอง ความต้ องการความปลอดภัย ที่อยู่ อาศัย สุขภาพ ทรัพยากร สมบัติ - ขันที ้ ่สาม ความต้ องการความรักและการเป็ นที่ ยอมรับของกลุม่ เช่นมิตรภาพ ความรัก ครอบครัว - ขันที ้ ่สี่ ความต้ องการได้ รับการยกย่องจากผู้อื่น ชื่อเสียง - ขันที ้ ่ห้า ความต้ องการเข้ าใจและรู้จกั ตนเอง แต่การเป็ นอมตะไม่แก่ไม่ตายมันอยู่ในขันที ้ ่ เท่าไหร่นี่ ส่วนตัวผมคิดว่าความต้ องการเป็ นอมตะ จะเกิดขึน้ หลังจากขจัดความต้ องการทัง้ สี่ขัน้ ได้ แล้ วคือการรักษาสิง่ ที่มีอยูไ่ ม่ให้ พรากไปโดยความ ตาย ผมคิดอย่างนี ้เพราะผมไม่เคยเห็นคนจนคน ไหนอยากมีชีวติ อมตะเลย ทุกคนหวังเพียงแต่วนั นี ้ จะมีชีวิตรอดไปอีกวันหรื อเปล่า---

การ์ ตนู คลาสสิกอีกเรื่ องของ อ.เทซึกะ โอซา มุ เป็ นต�ำนานของนกเพลิงที่ว่ากันว่าหากใครได้ ดืม่ เลือดของมันจะมีชีวติ อมตะ ด้ วยเหตุผลนี ้ท�ำให้ มนุษย์ที่ต้องการพลังจากเลือดของนกเพลิงออก ตามล่ามัน แต่ละตอนบางทีก็เชื่อมต่อกันบ้ างไม่ ต่อบ้ าง มิตขิ องเวลาเลยซับซ้ อน ไม่ร้ ูวา่ ไหนคืออดีต ปั จจุบัน และอนาคต นอกจากนัน้ ตัวละครจะ มีหน้ าตาคล้ ายกัน ท�ำให้ นกึ ถึงความเชื่อเรื่ องเวียน ว่ายตายเกิด อ่านได้ สองเล่มก็นกึ ถึง ทฤษฎีลำ� ดับขันความ ้ ต้ องการ( Maslow’s Hierarchy of Need) บางคน หน้ า ๓๐ |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


ของฟรี ในห้ องสมุด

จดหมายจางวางหร�่ ำ --น.ม.ส. กรุงเทพฯ : บรรณกิจ, 2520.\ 895.916 พ672จ 2520

แด่หนุม่ สาว(For the young) --กฤษณมูรติ, เขียน ; พจนา จันทรสันติ, แปล. กรุงเทพฯ : มูลนิธิโกมลคีมทอง, 2550 181.4 ก281ด 2550

- คิดถึงบ้ านมาก ผมจะตังใจเรี ้ ยน

- จ�ำได้ ขึ ้นใจว่าเคยเจอในวิชามนุษย์บรู ฯ อ่านแล้ วมีพลัง

อาจารย์ในร้ านคุกกี ้ --นิ ้วกลม กรุงเทพฯ : มติชน, 2553. 158 น672อ 2553

การเดินทางของพาย พาเทล = Life of pi --Yann Martel ; ตะวัน พงศ์บรุ ุษ แปล กรุงเทพฯ : บลิส พับลิชชิ่ง, 2547. น ม464ก

- ทุกอย่างในโลกเป็ นอาจารย์ของเราได้ ! พี่เอ๋เค้ าว่างัน้ : )

- ความจริ งหรื อความลวง อาจจบยังงงอยูเ่ ลย

หน้ า 31 |วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑


มันไม่ ใช่ งานเพื่อสังคม

มันมิใช่การงานเพื่อสังคม แต่มนั คือสายลมในความฝั น มันมิใช่แสงสว่างที่สร้ างผูกพัน แต่มนั คือความเงียบงันที่มืดมน มันมิใช่เส้ นทางอย่างที่คดิ มันก็เพียงดวงจิตที่สบั สน มันมิใช่การช่วยเหลือเพื่อผู้คน มันก็เพียงเพื่อตัวตนที่ขาดแคลน มันมิใช่การสร้ างสรรค์สงิ่ ล� ้ำค่า มันก็แค่ภาพมายาที่หวงแหน มันมิใช่น� ้ำใจส่งลงทัว่ แดน มันก็แค่ความคับแค้ นในสังคม มันมิใช่การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ มันก็แค่การยื ้อยุดความขื่นขม มันมิใช่การฟั นฝ่ าค่านิยม มันก็แค่ฝันลมลมที่หา่ งไกล

Neo Star Rozeo 19/1/2554 ในกระท่อมกับสายลมหนาว

หน้ า ๓๒|วรรณศิลป์สาร ฉบับที่ ๑

วรรณศิลป์สาร ๐๑  

วรรณศิลป์สาร