Page 1


รายงานประจำปี 2553 บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

1


สารบัญ หน้า รายงานคณะกรรมการบริษทั สรุปข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลเกีย่ วกับบริษทั 1. ข้อมูลทัว่ ไป 2. การลงทุนในบริษทั ย่อย 3. การลงทุนในบริษทั ร่วมหรือบริษทั อืน่ 4. บุคคลอ้างอิงอืน่ ๆ 5. ลักษณะการประกอบธุรกิจ 6. ปัจจัยความเสีย่ ง 7. ผูถ้ อื หุน้ รายใหญ่ 8. การจัดการ 9. การกำกับดูแลกิจการ 10. นโยบายการจ่ายเงินปันผล 11. รายการระหว่างกัน 12. คำอธิบายและการวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน 13. ค่าตอบแทนของผูส้ อบบัญชี รายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงิน รายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ รายงานของผูส้ อบบัญชีและงบการเงินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 รายงานของผูส้ อบบัญชีรบั อนุญาต หมายเหตุประกอบงบการเงิน

2

รายงานประจำปี 2553

3 5 6 6 6 7 8 8 22 29 30 46 59 60 63 65 66 67 71 72 82


รายงานคณะกรรมการบริษทั ด้วยนโยบายการลงทุนของบริษทั ทีม่ งุ่ เน้นโครงการด้านพลังงานและ สาธารณูปโภคพืน้ ฐาน ทำให้ปี 2553 ผลการดำเนินงานหลักทีส่ ร้างรายได้ให้กบั บริษทั ยังคงเป็นธุรกิจไฟฟ้าทีบ่ ริษทั ได้เข้า ลงทุนในบริษทั จี เอ็ม เอส พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ในอัตราส่วนร้อยละ 52.01 และเป็นทีม่ าของ รายได้ในสัดส่วนร้อยละ 50 ของรายได้รวม ในปี 2553 บริษทั จี เอ็ม เอส พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) บริษทั ย่อยของบริษทั ประสบ ความสำเร็จในการขับเคลือ่ นโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 3 ขนาด 440 เมกกะวัตต์ โดยจัดตัง้ บริษทั ไฟฟ้าน้ำงึม 3 ขึน้ เพือ่ ดำเนินโครงการดังกล่าว และมีเป้าหมายทีจ่ า่ ยไฟฟ้าเข้าระบบในต้นปี 2560 สำหรับโครงการส่วนขยายโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำเทิน-หินบูนจากขนาดโรงไฟฟ้าพลังน้ำเดิม 210 เมกกะวัตต์ เป็นขนาดรวม 500 เมกกะวัตต์ ยังคงเป็นไปตามแผนการทีม่ เี ป้าหมายจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ ในต้นไตรมาสที่ 4 ของปี 2555 ซึ่งจะส่งผลให้รายได้ธุรกิจไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าที่จำหน่าย กระแสไฟฟ้าเข้าระบบ ในปัจจุบนั อยูท่ ข่ี นาดรวม 560 เมกกะวัตต์ จากผลสำเร็จทีด่ ใี นธุรกิจไฟฟ้า บริษทั จี เอ็ม เอส พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ได้มมี ติจา่ ยเงินปันผลให้แก่ผถู้ อื หุน้ ในอัตราหุน้ ละ 0.20 บาท เป็นจำนวนเงินรวม 57,300,000 บาท เมือ่ วันที่ 24 พฤษภาคม 2553 ถึงแม้บริษัทจะให้น้ำหนักการดำเนินงานไปที่ธุรกิจไฟฟ้าดังที่กล่าวข้างต้น บริษัทก็ยัง ตระหนักถึงการขับเคลือ่ นนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ซิต้ี อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา ปี 2553 บริษัทสามารถปิดการขายที่ดินให้ผู้ประกอบการ 47 ไร่ ทำให้สัดส่วนรายได้จากการขายที่ดิน นโครงสร้างรายได้อยูใ่ นระดับสัดส่วนร้อยละ 8 ของรายได้รวม ซึง่ นับได้วา่ ดีขน้ึ จากปีกอ่ นโดยมี รายได้จากค่าบริการระบบสาธารณูปโภคและให้เช่าสิง่ อำนวยความสะดวก ภานในนิคมอุตสาหกรรม เกตเวย์ ซิต้ี อยูใ่ นระดับสัดส่วนร้อยละ 14 ของรายได้รวม สำหรับการบริหารจัดการเพือ่ ให้บริษทั สามารถบรรลุผลสำเร็จ บริษทั ได้ ให้ความสำคัญ ปฎิบตั ติ ามหลักกำกับกิจการทีด่ ี ปฏิบตั ติ ามกฏหมาย ระเบียบ ข้อกำหนดทีเ่ กีย่ วข้องด้วยความระมัด ระวังรอบคอบและโปร่งใส พิจารณารายละเอียดได้จากรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ และรายงานของผูส้ อบบัญชีรบั อนุญาตทีแ่ สดงไว้ ในรายงานประจำปีฉบับนีด้ ว้ ยแล้ว นอกเหนือจากการดำเนินงานทางธุรกิจข้างต้น บริษทั ยังตระหนักและให้ความสำคัญกับ การมีสว่ นร่วมในสังคม โดยให้ความร่วมมือกับชุมชนและหน่วยราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ในทุกที่ที่บริษัทเข้าไปดำเนินงานในการดูแลรักษาจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและร่วมพัฒนาชุมชน เพือ่ ให้สามารถ บรรลุเป้าหมายการอยูร่ ว่ มกันระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคสังคมอย่างยัง่ ยืน

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

3


ในนามของคณะกรรมการบริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) ขอขอบคุณ ท่านผูถ้ อื หุน้ ลูกค้าผูเ้ กีย่ วข้องทุกท่าน ทีไ่ ด้ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการดำเนินงานของบริษทั ด้วยดีตลอดมา และรวมถึงพนักงานบริษทั ทุกท่านทีต่ ง้ั ใจปฏิบตั หิ น้าทีอ่ ย่างเต็มความสามารถ ส่งผลให้การดำเนินงาน บรรลุผลสำเร็จในระดับที่ดี ท้ายที่สุดบริษัทขอแสดงเจตจำนงค์ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจ ให้มีความ ก้าวหน้าอย่างยัง่ ยืนตลอดไป

(นายประชา เหตระกูล) ประธานกรรมการ

4

รายงานประจำปี 2553

(นายปรีชา เศขรฤทธิ)์ กรรมการผูจ้ ดั การ


สรุปข้อมูลทางการเงิน งบการเงินรวม สิน้ สุด ณ 31 ธันวาคม 2553

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) สินทรัพย์รวม หนีส้ นิ รวม ส่วนของผูถ้ อื หุน้ บริษทั ใหญ่ ทุนทีอ่ อกและเรียกชำระแล้ว

2553 4,492.31 1,441.31 918.49 4,755.93

2552 4,345.14 1,520.84 773.05 4,755.93

2551 4,297.95 1,560.54 733.21 4,755.93

55.42 29.36 63.61 65.44 14.06 14.23 37.57 64.34 83.63 204.31 (32.38) 341.76 0.10 11.86 297.43 180.23

17.29 29.98 59.52 68.34 3.70 14.56 36.58 61.65 58.64 198.13 (190.76) 305.96 0.09 48.50 66.61 21.52

39.59 31.89 67.25 42.56 7.92 15.50 40.53 47.44 69.89 214.79 (107.66) 367.41 0.09 19.80 239.86 125.44

0.38 10.00 1.93

0.05 10.00 1.63

0.26 10.00 1.54

26.06 21.31

4.40 2.86

22.34 18.74

ผลการดำเนินงาน (ล้านบาท) รายได้จากการขาย รายได้คา่ เช่า รายได้คา่ บริการสาธารณูปโภค รายได้คา่ ทีป่ รึกษาและบริหาร ต้นทุนขาย ต้นทุนค่าเช่า ต้นทุนค่าบริการสาธารณูปโภค ต้นทุนค่าทีป่ รึกษาและบริหาร กำไรขัน้ ต้น ค่าใช้จา่ ยในการขายและบริหาร กำไร(ขาดทุน)จากการดำเนินงาน ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษทั ร่วม ต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้นติ บิ คุ คล กำไร(ขาดทุน) สำหรับงวด กำไร(ขาดทุน) ส่วนทีเ่ ป็นของผูถ้ อื หุน้ บริษทั

ข้อมูลต่อหุน้ (บาท) : กำไร(ขาดทุน) ต่อหุน้ เงินปันผลต่อหุน้ มูลค่าทีต่ ราไว้ตอ่ หุน้ มูลค่าตามบัญชีตอ่ หุน้

-

อัตราส่วนทางการเงิน (%) อัตรากำไรสุทธิของบริษทั ต่อรายได้รวม อัตราผลตอบแทนผูถ้ อื หุน้ ของบริษทั ใหญ่

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

5


ข้อมูลเกีย่ วกับบริษทั 1. ข้อมูลทัว่ ไป ชื่อ : บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) ทะเบียนเลขที่ : 0107536000811 ทีต่ ง้ั สำนักงานใหญ่ : เลขที่ 199 ชัน้ 12 A ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110 โทรศัพท์ : 0-2302-2300 โทรสาร : 0-2302-2400 Home Page : www.mdx.co.th ประเภทธุรกิจ : ลงทุนและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ สาธารณูปโภคพืน้ ฐานและพลังงาน ทุนจดทะเบียน : 4,756,303,780 บาท เรียกชำระแล้วจำนวน 4,755,931,420 บาท แบ่งเป็นหุน้ สามัญจำนวน 475,593,142 หุน้ มูลค่าตราไว้หนุ้ ละ 10 บาท

2. การลงทุนในบริษทั ย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 มูลค่าทีต่ ราไว้ จำนวนหุน้ ที่ จำนวนหุน้ ต่อหุน้ (บาท) นำออกจำหน่าย(หุน้ ) ทีถ่ อื (หุน้ )

สัดส่วนการ ถือหุน้ (%)

ชื่อบริษัท / ที่ตั้ง

ประเภทธุรกิจ

ชนิดหุน้

1. บริษทั จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ จำกัด(มหาชน) ที่ตั้ง : กทม. โทร : 0-2302-2000 แฟกซ์ : 0-2302-2100 2. บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ วอเตอร์ จำกัด ที่ตั้ง : กทม. โทร : 0-2302-2300 แฟกซ์ : 0-2302-2400 3. บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ บีวไี อ จำกัด ที่ตั้ง : บริตชิ เวอร์จนิ ไอส์แลนด์ 4. บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ กรุป๊ จำกัด ที่ตั้ง : กทม. โทร : 0-2302-2300 แฟกซ์ : 0-2302-2400 5. บริษทั เกตเวย์ ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด ที่ตั้ง : กทม. โทร : 0-2652-2412 แฟกซ์ : 0-2652-2440

ผลิตและจำหน่าย กระแสไฟฟ้า

สามัญ

6

286,500,000

148,998,600

52.01

พัฒนาระบบ สาธารณูปโภคน้ำ

สามัญ

10

2,000,000

1,999,993

99.99

ทีป่ รึกษาด้าน การเงิน ลงทุนในกิจการ อื่นๆ

สามัญ

1 (เหรียญ สรอ.)

1

1

100.00

สามัญ

10

4,000,000

3,900,001

97.50

ให้บริการ สาธารณูปโภค

สามัญ

100

560,000

199,993

35.71

6

รายงานประจำปี 2553


จำนวนหุน้ ที่ นำออกจำหน่าย(หุน้ )

จำนวนหุน้ ทีถ่ อื (หุน้ )

สัดส่วนการ ถือหุน้ (%)

ประเภทธุรกิจ

ชนิดหุน้

มูลค่าทีต่ ราไว้ ต่อหุน้ (บาท)

6. บริษทั จี เอ็ม เอส ลาว จำกัด ที่ตั้ง : กทม. โทร : 0-2302-2300 แฟกซ์ : 0-2302-2400

ผลิตและจำหน่าย กระแสไฟฟ้า

สามัญ

10

65,000,000 *64,999,993

*99.99

7. บริษทั เกตเวย์ เพาเวอร์ จำกัด ที่ตั้ง : กทม. โทร : 0-2302-2000 แฟกซ์ : 0-2302-2100

ผลิตและจำหน่าย กระแสไฟฟ้า

สามัญ

10

1,800,000

*1,799,993

*99.99

4,000

*4,000

*100.00

*100.00

ชื่อบริษัท / ที่ตั้ง

8. บริษทั เอ็มดีเอ็กซ์ พาวเวอร์ อินเตอร์เนชัน่ แนล ทีป่ รึกษาด้าน บีวไี อ จำกัด การเงิน ที่ตั้ง : บริตชิ เวอร์จนิ ไอส์แลนด์

สามัญ

9. บริษทั จี เอ็ม เอส อีเปค บีวไี อ จำกัด ที่ตั้ง : บริตชิ เวอร์จนิ ไอส์แลนด์

ทีป่ รึกษาด้าน การเงิน

สามัญ

1 (เหรียญ สรอ.)

27,500

*27,500

10.บริษทั จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ อินเตอร์ เนชัน่ แนล (บีวไี อ) จำกัด ที่ตั้ง : บริตชิ เวอร์จนิ ไอส์แลนด์

ทีป่ รึกษาด้าน การเงิน

สามัญ

1

20,000

**20,000 **100.00

11.TA SANG HYDROPOWER COMPANY LIMITED ที่ตั้ง : สหภาพพม่า

ร่วมทุนในโครง สามัญ การสร้างเขือ่ นผลิต พลังงานกระแส ไฟฟ้าในสหภาพพม่า

10,000

***8,500 ***85.00

หมายเหตุ

* ถือหุน้ โดย บริษทั จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) *** ถือหุน้ โดย บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ กรุป๊ จำกัด

1 (เหรียญ สรอ.)

(เหรียญ สรอ.)

100 (เหรียญ สรอ.)

** ถือหุน้ โดย บริษทั จี เอ็ม เอส ลาว จำกัด

3. การลงทุนในบริษทั ร่วมหรือบริษทั อืน่ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 ชื่อบริษัท / ที่ตั้ง

1. บริษทั อีสเทิรน์ เพาเวอร์ แอนด์ อิเล็คทริค จำกัด ที่ตั้ง : กทม. โทร : 0-2302-2000 แฟกซ์ : 0-2302-2100 2. บริษทั เทิน-หินบูน พาวเวอร์ จำกัด ที่ตั้ง : เวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 3. บริษทั ไฟฟ้า น้ำงึม 3 จำกัด ทีต่ ง้ั : เวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หมายเหตุ

ประเภทธุรกิจ

ชนิดหุน้

มูลค่าทีต่ ราไว้ จำนวนหุน้ ที่ ต่อหุน้ (บาท) นำออกจำหน่าย(หุน้ )

จำนวนหุ้น ทีถ่ อื (หุน้ )

สัดส่วนการ ถือหุน้ (%)

ผลิตและจำหน่าย กระแสไฟฟ้า

สามัญ

100

26,675,155

*8,536,047

*32.00

ผลิตและจำหน่าย กระแสไฟฟ้า

สามัญ

50

1,100,000

**220,000

**20.00

ผลิตและจำหน่าย กระแสไฟฟ้า

สามัญ

3,000

**810

**27.00

(เหรียญ สรอ.)

* ถือหุน้ โดย บริษทั จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

100 (เหรียญ สรอ.)

** ถือหุน้ โดย บริษทั จี เอ็ม เอส ลาว จำกัด

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

7


4. บุคคลอ้างอิงอืน่ ๆ 4.1 นายทะเบียนหุน้ : บริษทั ศูนย์รบั ฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ชัน้ 4 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เลขที่ 62 ถ.รัชดาภิเษก คลองเตย กทม. 10110 โทรศัพท์ : 0-2229-2800 โทรสาร : 0-2359-1259

4.2 ผูส้ อบบัญชี : นางสาววรรญา พุทธเสถียร ผูส้ อบบัญชีรบั อนุญาต เลขที่ 4387 บริษทั เอส. เค. แอคเคาน์แต้นท์ เซอร์วสิ เซส จำกัด 128/150-153 อาคารพญาไทพลาซ่า ชัน้ 14 ถนนพญาไท แขวงทุง่ พญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ : 0-2214-6464 โทรสาร : 0-2215-4772

5. ลักษณะการประกอบธุรกิจ 5.1 ภาพรวมการประกอบธุรกิจ บริษัท เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ สาธารณูปโภคพืน้ ฐานและพลังงาน โดยมุง่ เน้นโครงการเพือ่ ตอบสนองต่อนโยบาย ของรัฐบาล และสร้างผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นในระยะยาว อันได้แก่ โครงการนิคมอุตสาหกรรม โครงการผลิตกระแสไฟฟ้า โครงการผลิตน้ำประปา เป็นต้น รวมทั้งรับบริหารโครงการด้าน อสังหาริมทรัพย์ โดยมีนโยบายในการแบ่งการดำเนินงานของแต่ละบริษทั ตามโครงสร้างการถือหุน้ ดังนี้ บริษทั การลงทุน บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด(มหาชน) : พัฒนาและขายทีด่ นิ ในนิคมอุตสาหกรรม ตลอดจนบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภค ของนิคมอุตสาหกรรม บริษทั จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ จำกัด : โครงการทางด้านไฟฟ้า (มหาชน)และบริษทั ย่อย บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ วอเตอร์ จำกัด : โครงการเกีย่ วกับน้ำประปา บริษทั ย่อยและบริษทั ร่วมอืน่ ๆ : รับบริหารโครงการด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยทีบ่ ริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) ในปัจจุบนั มีโครงการหลักในการดำเนินงาน เพียงโครงการเดียว คือ โครงการนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซติ ้ี ในขณะทีบ่ ริษทั จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ซึง่ เป็นบริษทั ย่อยทีร่ บั ผิดชอบโครงการทางด้านไฟฟ้า มีการวางโครงสร้างใน ลักษณะ ของ Holding Company คือจะจัดตัง้ บริษทั ย่อยแต่ละแห่งขึน้ มาเพือ่ รับผิดชอบแต่ละโครงการ บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ วอเตอร์ จำกัด ซึง่ รับผิดชอบโครงการด้านน้ำประปา ปัจจุบนั อยูใ่ นระหว่างการศึกษา โครงการต่างๆส่วนบริษัทย่อยและบริษัทร่วม อื่นๆ ดำเนินงานด้านการพัฒนาและบริหารโครงการ อสังหาริมทรัพย์

8

รายงานประจำปี 2553


5.2 โครงสร้างการถือหุน้ ของกลุม่ บริษทั ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553

MDX PUBLIC COMPANY LIMITED

100%

35.71%

99.99%

97.50%

12.36%

1.22%

Gateway Development Co.,Ltd. cap. 56 mil

MDX BVI Ltd. cap. US$ 1

52.01%

14.66%

GMS Power Plc. cap. 1,719 mil.

MDX Water Co.,Ltd. cap. 20 mil.

MDX Group Co.,Ltd. cap. 40 mil.

3.49% 85.00%

TA SANG HYDROPOWER Co.,Ltd. cap. us$ 1 mil.

32%

99.99%

Eastern Power & Electric Co.,Ltd. cap. 2,667 mil.

Gateway Power Co.,Ltd cap. 18 mil.

100%

99.99%

100%

GMSEPEC BVI Ltd. cap. US$ 27,500

MDX Power International BVI. cap. US$ 4,000

GMS LAO Co.,Ltd. cap. 650 mil.

28%

Total Gas and Power Thailand S.A. 28%

Axia Power Holding, B.V. 12%

China Development Industrial Bank Inc.

27%

NAM NGUM 3 POWER Co.,Ltd. cap.US$ 300,000 mil.

20%

100%

Theun Hinboun Power Co.,Ltd. cap.US$ 55 mil.

GMS Power Intl, BVI Ltd.cap. US$ 20,000

20% 60%

Nordic Hydropower AB

Electricite du Laos

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

9


5.3 โครงสร้างรายได้ ล้านบาท

ผลิตภัณฑ์ / บริการ ขายทีด่ นิ ค่าเช่า

ดำเนินการโดย

%การถือหุน้

บมจ. เอ็ม ดี เอ็กซ์ บมจ. เอ็ม ดี เอ็กซ์ บมจ. จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ บจ. เกตเวย์ ดิเวลลอปเมนท์

52.01% 35.71%

ค่าบริการ สาธารณูปโภค

บมจ. เอ็ม ดี เอ็กซ์ บมจ. จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ บจ. เกตเวย์ ดิเวลลอปเมนท์

52.01% 35.71%

ค่าบริการที่ปรึกษา

บมจ. เอ็ม ดี เอ็กซ์ บมจ. จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ บจ. เกตเวย์ ดิเวลลอปเมนท์

52.01% 35.71%

รายได้จากธุรกิจไฟฟ้า* บมจ. จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ รายได้อื่นๆ รวม หมายเหตุ

52.01%

2553 55.42 8.01% 17.29 19.82 2.87% 20.30 0.00 0.00% 0.00 9.54 1.38% 9.68 29.36 4.25% 29.98 63.61 9.20% 59.51 0.00 0.00% 0.00 0.00 0.00% 0.00 63.61 9.20% 59.51 22.20 3.21% 38.70 42.04 6.08% 28.32 1.20 0.71% 1.32 65.44 9.46% 68.34 341.76 49.42% 305.96 135.94 19.66% 8.21 691.52 100.00% 489.30

2552 3.53% 4.15% 0.00% 1.98% 6.13% 12.16% 0.00% 0.00% 12.16% 7.91% 5.79% 0.27% 13.97% 62.53% 1.68% 100.00%

2551 39.59 7.05% 22.09 3.93% 0.00 0.00% 9.80 1.75% 31.89 5.68% 67.19 11.97% 0.06 0.01% 0.00 0.00% 67.25 11.98% 28.50 5.08% 12.74 2.27% 1.32 0.24% 42.56 7.58% 367.41 65.44% 12.75 2.27% 561.45 100.00%

* รายได้จากธุรกิจไฟฟ้าอยู่ในรูปของส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วม

5.4 ลักษณะโครงการ 5.4.1 โครงการด้านอสังหาริมทรัพย์และสาธารณูปโภคพืน้ ฐาน (1) โครงการนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซติ ้ี โครงการนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ ("นิคม") เป็นการดำเนินงานด้านการพัฒนา อสังหาริมทรัพย์หลักของบริษัท เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 10 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 331 อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา มีเนือ่ ทีพ่ ฒ ั นาประมาณ 5,183 ไร่ (กรรมสิทธิใ์ นทีด่ นิ เป็นของบริษทั ) เป็นการร่วมดำเนินงานระหว่างบริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) กับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ("กนอ.") โดยบริษทั ฯ เป็นผูร้ วบรวมจัดหาทีด่ นิ และก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง รวมทั้งเป็นผู้บริหารจัดการระบบสาธารณูปโภค ส่วนการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นผู้ควบคุมกำกับด้านนโยบายตามระเบียบราชการ

10

รายงานประจำปี 2553


ซึ่งบริษัท ได้ทำการพัฒนาที่ดินพร้อมระบบสาธารณูปโภคต่างๆ อาทิเช่น ถนน ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบโทรศัพท์ ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบกำจัดขยะ และสิง่ อำนวยความสะดวก ในด้าน อืน่ ๆ รวมถึงการให้บริการด้านสาธารณูปโภคดังกล่าวหลังการขายให้แก่ผปู้ ระกอบการ อุตสาหกรรม ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศที่ประกอบกิจการอยู่ภายในนิคมฯ ทั้งนี้ผู้ประกอบการในนิคมฯ สามารถได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและจากสำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (เขตส่งเสริมการลงทุนที่ 2) ในปัจจุบนั มีนคิ มอุตสาหกรรมทัง้ สิน้ จำนวน 41 แห่ง และสวนอุตสาหกรรม 25 แห่ง กระจายอยูใ่ นเขตส่งเสริมการลงทุนต่างๆ ดังตารางทีแ่ สดงข้างล่างนี้ ทำให้ภาวะการแข่งขันใน การ ขายพืน้ ทีอ่ ยูใ่ นระดับสูง นิคมอุตสาหกรรม เขตประกอบการอุตสาหกรรม รวม

เขต 1 8 8 16

เขต 2 เขต 3 18 15 11 6 29 21

รวม 41 25 66

นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซติ ้ี อาศัยปัจจัยหลักทีเ่ ป็นจุดขาย ดังนี้ 1. นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซติ ้ี ตัง้ อยูใ่ นเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 82 กม. สนามบินสุวรรณภูมปิ ระมาณ 65 กม. และท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังประมาณ 85 กม. ซึง่ เป็นทำเลทีต่ ง้ั ทีถ่ อื ว่ามีการคมนาคมสะดวก ประหยัดเวลาและค่าใช้จา่ ยในการขนส่งสินค้าของ ผูป้ ระกอบการ 2. มีระบบสาธารณูปโภคและสิง่ อำนวยความสะดวกต่างๆ ทีไ่ ด้มาตรฐานตามเกณฑ์ของ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและเพียงพอในการรองรับการลงทุนของลูกค้า 3. ได้รับสิทธิประโยชน์ตามเกณฑ์ของเขตการส่งเสริมการลงทุนที่ 2 จากสำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) และยังมีเขตการค้าเสรี (Free Trade Zone) เพือ่ รองรับ อุตสาหกรรมทีเ่ น้นการส่งออกเป็นหลัก นิคมอุตสาหกรรมเกตเวซิต้ี ยังคงเน้นกลุม่ เป้าหมายอุตสาหกรรมด้านชิน้ ส่วนยานยนต์ และอิเลคทรอนิคส์เป็นสำคัญ และเปิดกว้างต่ออุตสาหกรรมทุกประเภทให้มาจัดตั้งภายในนิคม อุตสาหกรรมได้ ด้วยศักยภาพความพร้อมของพื้นที่ตั้งโครงการ ความสมบูรณ์พร้อมของระบบ สาธารณูโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกทั้งเป็นพื้นที่ที่ไม่อยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก ที่มีจุดอิ่มตัวของธรรมชาติ ในการรองรับมลพิษและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมที่แม้ว่าแต่ละโครงงาน อุตสาหกรรม จะมีมาตรการคุมเข้มในการควบคุมการปล่อยมลพิษให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ แล้วก็ตาม

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

11


ปัจจุบันการพัฒนาโครงการเสร็จสมบูรณ์แล้วและบริษัทยังคงมีพื้นที่เขตอุตสาหกรรม พร้อมขายเหลืออยูอ่ กี ประมาณ 680 ไร่ หรือประมาณ 18% ของพืน้ ทีข่ ายรวม นิคมอุตสาหกรรม เกตเวย์ซติ เ้ี ป็น 1 ใน 18 นิคมอุตสาหกรรมทีอ่ ยูใ่ นเขตส่งเสริมการลงทุนเขต 2 ซึง่ ได้สทิ ธิประโยชน์ น้อยกว่าเขตส่งเสริมการลงทุน 3 และยังอยู่ในตำแหน่งที่ห่างจากกบินทร์บุรีและปลวกแดง จังหวัดระยอง ซึง่ ได้รบั การส่งเสริมการลงทุนเขต 3 เพียง 50 กิโลเมตร ประกอบกับการส่งเสริม ด้านระบบขนส่ง อาทิ ถนน ฯลฯ เข้าสู่พื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นไปอย่างช้ามาก หากเทียบกับ เขตส่งเสริมการลงทุนเขต 3 เฉกเช่นระยอง ปัจจัยดังกล่าวส่งผลอย่างมากต่อการดำเนินการด้าน การขายของนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซติ ้ี ถึงแม้วา่ จะประสบปัญหาข้างต้น บริษทั ก็ยงั พยายามดำเนินการด้านการตลาดและการขาย อย่างต่อเนือ่ ง และเน้นกลยุทธการเข้าถึงลูกค้ากลุม่ เป้าหมายโดยตรง นอกจากพืน้ ทีพ่ ฒ ั นาพร้อมขาย แล้ว บริษัทยังคงมีพื้นที่รอการพัฒนาอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่ใหม่ บริษัท คงต้องพิจารณาช่วงจังหวะเวลาทีเ่ หมาะสม โดยในปัจจุบนั บริษทั จะเน้นการขายพืน้ ทีท่ พ่ี ฒ ั นาแล้ว พร้อมกับพัฒนาปรับปรุงการให้บริการและดูแลระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก ในเขตพื้นที่ที่พัฒนาแล้วเป็นหลัก ดังนั้นการดำเนินงานด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท จะเป็นไปในอัตราทีไ่ ม่สงู มากและเป็นการรอคอยจังหวะและเวลาทีเ่ หมาะสม สำหรับการให้บริการระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในนิคม อุตสาหกรรม นับเป็นธุรกิจอีกแขนงหนึง่ ของบริษทั ทีส่ ร้างรายได้อย่างค่อนข้างคงที่ และมีโอกาส ที่จะเพิ่มขึ้นต่อไปตามปริมาณกำลังการผลิตของสถานประกอบการและรวมถึงยอดการใช้พื้นที่ ที่เพิ่มขึ้นปัจจุบันด้วยขนาดของระบบสาธารณูปโภค อาทิ ระบบผลิตจ่ายน้ำประปา ระบบบำบัด น้ำเสีย ระบบกำจัดขยะ ระบบไฟฟ้า ระบบสือ่ สาร ระบบถนน ทีไ่ ด้จดั เตรียมไว้รองรับการดำเนินงาน ของสถานประกอบการภายในนิคมอุตสาหกรรมอย่างเพียงพอและพร้อมที่จะรองรับการลงทุน ครอบคลุมพื้นที่ขายทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนขยายกำลังการผลิตของระบบสาธารณูปโภค แต่อย่างใด ซึง่ นับได้วา่ เป็นข้อดีประการหนึง่ ของการประกอบธุรกิจ ในการดำเนินงานนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ บริษัทในฐานะส่วนหนึ่งของสังคมไทย ได้มกี จิ กรรมเพือ่ ตอบแทนสังคมควบคูก่ นั ไปด้วย เช่น การมอบอุปกรณ์การศึกษาให้แก่เด็กนักเรียน การซ่อมแซมอาคารเรียน การให้ทนุ การศึกษา เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้คณะนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ เพื่อเพิ่มพูน ความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม อย่างมีประสิทธิภาพ

12

รายงานประจำปี 2553


5.4.2 โครงการด้านไฟฟ้า ปี 2554 เป็นปีทม่ี คี วามก้าวหน้าอย่างยิง่ สำหรับ บมจ. จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ ซึง่ เป็นบริษทั ย่อยของ บมจ. เอ็ม ดี เอ็กซ์ ในการพัฒนาโครงการไฟฟ้าเอกชน ตัง้ แต่เริม่ จัดตัง้ บมจ. จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ ได้เจริญเติบโตก้าวหน้า ทัง้ ในด้านธุรกิจและ โครงการใหม่ๆ ในระหว่างการพัฒนา จี เอ็ม เอส (GMS) ย่อมาจาก Greater Mekong Sub-region ซึง่ หมายรวมถึง ประเทศต่างๆ ตลอดสายแม่นำ้ โขง ตัง้ แต่จงั หวัดยูนนานของสาธารณรัฐประชาชนจีน เมียนม่าร์ ประเทศไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กัมพูชา และเวียตนาม บมจ. จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ มีโครงการหรือกำลังวางแผนโครงการในประเทศเหล่านี้ ซึง่ จะนำไปสูภ่ าพของโครงข่าย กำลังไฟฟ้าสำหรับดินแดนแถบนีซ้ ง่ึ มีประชากรมากกว่า 230 ล้านคน ด้วยทุนจดทะเบียน 3,000 ล้านบาท และทุนทีจ่ า่ ยชำระแล้ว 1,719 ล้านบาท บมจ. จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ ได้นำกลุ่มสถาบันการเงินชั้นหลักที่เป็นกลุ่มยุทธศาสตร์ของไทยเข้ามาถือหุ้นด้วย ทีมงานคุณภาพสูง ทัง้ ทางด้านเทคนิคและด้านการเงิน บมจ. จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ วางเป้าหมาย ทีจ่ ะเป็นผูน้ ำในการเป็นผูพ้ ฒ ั นาโครงการไฟฟ้าเอกชนในภูมภิ าคโดยการเข้าร่วมทุนกับรัฐบาลต่างๆ เพือ่ นำการผลิตไฟฟ้าทีย่ ง่ั ยืน และเป็นมิตรต่อสิง่ แวดล้อมไปสูผ่ บู้ ริโภคในภูมภิ าค และเพือ่ เสริมสร้าง ศักยภาพของกระแสรายได้ทม่ี น่ั คงเพือ่ การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจสำหรับทุกประเทศทีเ่ กีย่ วข้อง ณ ปัจจุบนั บมจ.จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ มีสว่ นในโครงการโรงไฟฟ้าในภูมภิ าคนี้ ดังนี้

(1) โครงการในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว บมจ. จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ โดยการถือหุน้ 100% ในบริษทั ย่อยคือ บจ. จี เอ็ม เอส ลาว แสวงหาโอกาสต่างๆ ในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าเอกชนในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน ลาว ("ลาว") การเจริญเติบโตของอุปสงค์ทางด้านพลังงานในประเทศไทยประกอบกับทรัพยากร ทางด้านน้ำทีส่ มบูรณ์ของลาวเป็นเหตุให้รฐั บาลของสองประเทศลงนามในบันทึกความเข้าใจในเดือน มิถนุ ายน 2536 และเดือนมิถนุ ายน 2539 ตามลำดับ นำไปสูก่ ารขายไฟฟ้า 3,300 เม็กกะวัตต์จากลาว ไปสูไ่ ทยตัง้ แต่ในปี 2551 ซึง่ นีย่ อ่ มเป็นหลักฐานสำคัญในความมุง่ มัน่ ในการสนับสนุนประเทศชาติ ในปัจจุบนั บมจ. จี เอ็ม เอส พาวเวอร์ มีสว่ นในโครงการหลักในลาว 2 โครงการ ดังนี้ โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเทิน-หินบูน โครงการโรงไฟฟ้าโครงการแรกทีพ่ ฒ ั นาโดย บจ. จี เอ็ม เอส ลาว คือ โครงการโรงไฟฟ้า พลังน้ำ เทิน-หินบูน ขนาด 210 เม็กกะวัตต์ บจ. เทิน-หินบูน เพาเวอร์ ได้ถกู จัดตัง้ ขึน้ ในปี 2537 โดยเป็น บริษทั ร่วมทุน ระหว่าง บจ. จี เอ็ม เอส ลาว (20%) การไฟฟ้าลาว (60%) Nordic Hydropower (20%) เพื่อพัฒนาและเป็นเจ้าของโครงการ ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าเอกชนต่างชาติแห่งแรก ที่จะถูกพัฒนาขึ้นเพื่อขายไฟฟ้าให้แก่ประเทศไทย บจ. เทิน-หินบูน เพาเวอร์ ได้รับสัมปทาน

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

13


ในการดำเนินกิจการโรงผลิตไฟฟ้าสำหรับระยะเวลา 30 ปี ซึง่ สามารถต่ออายุได้ภายใต้สญ ั ญาอนุญาต ประกอบกิจการ ซึง่ ลงนามโดยรัฐบาลลาวในเดือนตุลาคม 2537 โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเทิน-หินบูน เป็นโครงการโรงไฟฟ้าในลาวโครงการแรกที่มีการลงนามในสัญญาเป็นโครงการโรงไฟฟ้าเอกชน (ไอพีพ)ี กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในเดือนมิถนุ ายน 2539 ต่อมาในเดือนตุลาคม 2539 โครงการนี้ได้กลายเป็นโครงการโรงไฟฟ้าในลาวโครงการแรกที่ประสบความสำเร็จในการได้รับ การสนับสนุนทางการเงินระหว่างประเทศ เป็นเงินกูท้ ม่ี สี ทิ ธิไ์ ล่เบีย้ จำกัดจำนวน 207 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยส่ ว นหนึ ่ ง เป็ น การสนั บ สนุ น โดยกลุ ่ ม ผู ้ ใ ห้ ก ู ้ เ ชิ ง พาณิ ช ย์ ระหว่ า งประเทศหลายกลุ ่ ม ให้กู้เป็นเงินเหรียญสหรัฐภายใต้การค้ำประกันโดยสำนักงานเครดิตการส่งออก และอีกส่วนหนึ่ง ได้รบั การสนับสนุนจากกลุม่ ธนาคารพาณิชย์ไทยร่วมให้กเู้ ป็นเงินบาท ธุรกรรมทางการเงินดังกล่าวนี้ ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นธุรกรรมประวัติศาสตร์แห่งปี (Deal of the Year) ในวารสารตีพิมพ์ ในต่างประเทศหลายฉบับ นับเป็นผลงานก้าวสำคัญของบริษทั และเป็นแบบอย่างทีส่ ำคัญสำหรับ ธุรกรรมทางการเงินในอนาคตของประเทศ การก่อสร้างโครงการซึง่ มีมลู ค่า 280 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้เริม่ ขึน้ ในเดือนธันวาคม 2537 ด้วยสัญญารับเหมาก่อสร้างสำคัญๆ ซึง่ ทางบริษทั มอบหมายให้กบั ผูร้ บั เหมาทีม่ ชี อ่ื เสียงและมีประสบ การณ์ทผ่ี า่ นการคัดเลือกตามขัน้ ตอนการประมูลแข่งขันระหว่างประเทศ และการก่อสร้างโครงการ ได้สร้างเสร็จสมบูรณ์ก่อนกำหนด โดยเริ่มปฎิบัติการในเชิงพาณิชย์ได้ตั้งแต่ 31 มีนาคม 2541 รวมต้นทุนที่ใช้ในการก่อสร้างโครงการประมาณ 240 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งต่ำกว่างบประมาณ ทีต่ ง้ั ไว้มาก บจ. เทิน-หินบูน เพาเวอร์ ประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างเงินกู้ ใหม่ในเดือน เมษายน 2545 โดยสามารถจัดหาเงินกู้ ใหม่ทดแทนวงเงินกูเ้ ดิม เป็นจำนวน 3 พันล้านบาท จากกลุม่ ผู้ ให้กู้ร่วมที่เป็นธนาคารของไทยโดยมีธนาคารกรุงเทพเป็นแกนนำและร่วมให้กู้ โดยไทยธนาคาร ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารนครหลวงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา บริษัทเงินทุนเอกชาติ และธนาคารทหารไทย นอกจากนีย้ งั ได้รบั วงเงินกูเ้ ป็นเหรียญสหรัฐอีกจำนวน 30 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นระยะเวลา 10 ปี จากธนาคารเพือ่ การส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ซึง่ ได้มาทดแทน เงินกูเ้ ดิมของธสน. และเงินกูด้ อ้ ยสิทธิของ AMI (Asian Mezzanine Infrastructure Fund) ซึง่ วงเงินกูใ้ หม่นน้ี บั เป็นวงเงินกูท้ ม่ี ขี อ้ ผูกมัดก้อนใหญ่ทส่ี ดุ ทีธ่ สน. เคยให้กบั บริษทั ทีไ่ ม่ใช่บริษทั ของไทย โครงสร้างทางการเงินนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในหลายด้าน ไม่เพียงแต่จะ สามารถลดภาระดอกเบีย้ ลงได้จำนวนมากแล้ว ยังเป็นการจัดโครงสร้างเงินกูท้ เ่ี หมาะกับโครงสร้าง รายได้ของ บจ.เทิน-หินบูน เพาเวอร์ ซึง่ ยังผลให้ความเสีย่ งจากอัตราแลกเปลีย่ นเงินตราลดลงอีกด้วย นอกจากนี้โครงสร้างทางการเงินโดยการหาเงินกู้ทดแทนนี้ ยังช่วยลดการลงทุนของผู้ถือหุ้น ซึง่ ทำให้ผถู้ อื หุน้ ได้รบั ผลตอบแทนในอัตราร้อยละ 100 ของการลงทุนภายในระยะเวลาประมาณ 4 ปี หลังจากเริม่ ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว สิง่ เหล่านีค้ อื ผลลัพธ์ทน่ี า่ ภาคภูมใิ จยิง่ สำหรับโครงการ โรงไฟฟ้า ซึง่ มักจะค่อยได้เกิดขึน้ กับโครงการด้านพลังน้ำ

14

รายงานประจำปี 2553


ในวันที่ 5 มีนาคม 2547 บจ.เทิน-หินบูน พาวเวอร์ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับ รัฐบาลลาว โดยให้สทิ ธิ บจ. เทิน-หินบูน พาวเวอร์ ในการขยายโครงการของบริษทั ต่อมา บจ. เทินหินบูน พาวเวอร์ จึงได้เริม่ การทำการสำรวจและศึกษาในรายละเอียดหลายครัง้ ทัง้ ทางด้านเทคนิค ด้านสิง่ แวดล้อม และการศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านการเงินสำหรับโครงการส่วนขยายนี้ โครงการเทิน-หินบูนส่วนขยาย ได้แก่ อ่างเก็บน้ำใหม่ โรงผลิตไฟฟ้า ซึง่ อยูท่ างด้านต้นน้ำ ของเขื่อนเดิมและการขยายกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าปัจจุบัน ดังนั้นปริมาณไฟฟ้าที่ขายให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตจะเพิม่ ขึน้ จาก 210 เม็กกะวัตต์ เป็น 440 เม็กกะวัตต์ และอีก 60 เม็กกะวัตต์ จาก โรงไฟฟ้าต้นน้ำจะขายให้กับการไฟฟ้าลาว ดังนั้นการผลิตรวมของโครงการจึงเพิ่มขึ้นเป็น 500 เม็กกะวัตต์ ปี 2551 นับเป็นปีทม่ี กี ารเปลีย่ นแปลงทีส่ ำคัญของโครงการเทิน-หินบูนส่วนขยาย โดยมีการ บรรลุขอ้ ตกลงทางการค้าสำคัญหลายประการ ยังผลให้ โครงการเทิน-หินบูนส่วนขยายเริม่ ดำเนิน การไปได้ มีการต่อรองและแก้ไขสัญญาสำหรับสัญญาผู้ถือหุ้นของบจ. เทิน-หินบูน พาวเวอร์ สัญญาซือ้ ขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและการไฟฟ้าลาว และสัญญาอนุญาต ประกอบกิจการระหว่าง บจ.เทิน-หินบูน พาวเวอร์ กับรัฐบาลลาว นอกจากนีย้ งั มีการต่อรองและ อนุมตั สิ ญ ั ญาการก่อสร้างให้กบั บริษทั CMC จากประเทศอิตาลี สำหรับงานทางด้านโยธา VATech จากประเทศออสเตรีย สำหรับงานทางด้านเครือ่ งจักรกลและระบบไฟฟ้า และบริษทั ร่วมทุนระหว่าง Loxley และ RCR จากประเทศไทย สำหรับงานทางด้านสายส่ง สัญญาเหล่านีเ้ ป็นสัญญาสำหรับ งานหลักทีส่ ำคัญในการดำเนินการก่อสร้างโครงการเทิน-หินบูนส่วนขยาย และได้มกี ารออกประกาศ เริม่ ดำเนินการสำหรับทุกสัญญาในปี 2551 เพือ่ ให้เริม่ ดำเนินการก่อสร้าง อาจจะเป็นไปได้วา่ ความสำเร็จทีน่ า่ ประทับใจทีส่ ดุ สำหรับโครงการเทิน-หินบูนส่วนขยาย ในปี 2551 คือการทีโ่ ครงการประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกูช้ นิดไม่มสี ทิ ธิไล่เบีย้ ซึง่ เทียบได้เป็น จำนวนกว่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐในเดือนตุลาคม โดยแม้ว่าในช่วงระยะเวลานั้น จะยังอยู่ ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจทัว่ โลกทีเ่ ลวร้ายทีส่ ดุ ในประวัตศิ าสตร์ และนีย่ อ่ มเป็นหลักฐานสำคัญทีแ่ สดงถึง ความเข้มแข็งของโครงการและผูส้ นับสนุน เงินกูป้ ระกอบด้วยส่วนทีเ่ ป็นเหรียญสหรัฐและเงินบาท โดยมีสถาบันการเงินหลัก ได้แก่ BNP Paribas, ANZ, KBC และธนส. เป็นผูน้ ำในการให้เงินกู้ เป็นเหรียญสหรัฐ และสำหรับเงินบาท ธนาคารกสิกรไทยเป็นสถาบันการเงินหลักและมีธนาคาร กรุงศรีอยุธยา ธนส. ธนาคารนครหลวง และธนาคารธนชาติเป็นผูร้ ว่ มให้เงินกู้ การก่อสร้างโครงการเทิน-หินบูนส่วนขยายได้เริ่มดำเนินการอย่างจริงจังในปี 2552 แต่สง่ิ สำคัญยิง่ กว่านัน้ คือในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2552 บจ. เทิน-หินบูน พาวเวอร์ ได้ลงนามสัญญา เงินกู้ จำนวน 112.5 ล้านเหรียญสหรัฐกับ 3 สถาบันการเงินเพือ่ สนับสนุนเงินลงทุนในการพัฒนา ได้แก่ PROPACO จากฝรัง่ เศส FMO จากเนเธอร์แลนด์ และ DEG จากเยอรมัน (หรือเรียกรวมกันว่า DFIs) เงินกูจ้ ำนวนนีจ้ ะมาทดแทนเงินกูท้ เ่ี ป็นเงินบาทส่วนเกินซึง่ เกิดจากการเพิม่ เงินกูค้ รัง้ แรกในปี

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

15


2551 ซึง่ จำเป็นต้องจัดหามาเพิม่ เติมเนือ่ งจากได้รบั ผลกระทบจากเหตุการณ์วกิ ฤต เศรษฐกิจทัว่ โลก ทีท่ ำให้ปริมาณเงินกูเ้ หรียญสหรัฐทีม่ ใี นตลาดลดลงและผลจากการทำธุรกรรมในครัง้ นี้ ทำให้สามารถ รักษาสัดส่วนของเงินกูท้ เ่ี ป็นเหรียญสหรัฐต่อเงินกูท้ เ่ี ป็นเงินบาทของโครงการเทิน-หินบูนส่วนขยาย ให้กลับมาอยูท่ ส่ี ดั ส่วนห้าสิบต่อห้าสิบได้ตามความประสงค์เดิม นอกเหนือจากเหตุผลในการรักษาสัดส่วนเงินตราระหว่างเงินสำหรับเงินกูย้ มื ธุรกรรมนี้ ยังมีความสำคัญในแง่ของการรักษามาตรฐานของโลกทางหลักการด้านสิง่ แวดล้อมและสังคม ซึง่ ทาง โครงการนำมาเป็นหลักปฎิบตั ิ สถาบันการเงินเพือ่ สนับสนุนเงินกู้ ในการพัฒนาแต่ละแห่ง ล้วนส่ง ผูเ้ ชีย่ วชาญทางด้านสิง่ แวดล้อมและสังคมมาเยีย่ มสถานทีก่ อ่ ตัง้ โครงการในลาว และประเมินการ ดำเนินงานด้านสิง่ แวดล้อมและสังคม ซึง่ เป็นส่วนหนึง่ ของการประเมินโครงการ ก่อนการอนุมตั วิ งเงิน และการประเมินเหล่านี้ สรุปผลว่า แผนงานและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ของบจ. เทิน-หินบูน พาวเวอร์เป็นไปตามมาตรฐานสูงสุดทีเ่ กีย่ วข้องสำหรับโครงการประเภทนี้ ยังผลให้สถาบันการเงิน เหล่านีอ้ นุมตั เิ งินกูใ้ ห้แก่โครงการ ปี 2553 เป็นปีทแ่ี ห้งแล้งทีส่ ดุ นับตัง้ แต่เริม่ กิจการบจ. เทิน-หินบูน พาวเวอร์ ซึง่ ส่งผล กระทบต่อ ยอดผลผลิตและความสามารถทางการเงิน แต่ในทางกลับกันในปีเดียวกันนี้ การก่อสร้าง โครงการเทิน-หินบูน ส่วนขยายมีความก้าวหน้าอย่างมาก และเป็นไปตามกำหนดการ ซึง่ แล้วเสร็จ ในช่วงกลางปี 2555 โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 3 โครงการที่สองของบจ. จี เอ็ม เอส ลาว ที่กำลังได้รับการพัฒนาอยู่ในสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว ("ลาว") คือโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 3 ขนาด 440 เม็กกะวัตต์ ซึง่ ตัง้ อยูท่ างต้นน้ำของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำทีใ่ หญ่ทส่ี ดุ ในประเทศทีร่ ฐั บาลลาวเป็นเจ้าของ คือ โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 1 ในเดือนมีนาคม 2537 บจ.จี เอ็ม เอส ลาว ได้ลงนามในบันทึก ความเข้าใจกับรัฐบาลลาวเพือ่ เป็นผูส้ นับสนุนร่วมในโครงการนีโ้ ดยบจ. จี เอ็ม เอส ลาวมีสดั ส่วน การลงทุนร้อยละ 55 และรัฐบาลลาวมีสดั ส่วนการลงทุนร้อยละ 45 ในขั้นตอนแรกของการพัฒนาโครงการ กลุ่ม Snowy Mountains Engineering Corporation จากประเทศออสเตรเลี ย ได้ ร ั บ คั ด เลื อ กจากบริ ษ ั ท วิ ศ วกรรมหลายแห่ ง ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาประเทศ ให้เป็นผู้จัดทำรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ของ โครงการ โดยได้สง่ รายงานผลการศึกษาความเป็นไปได้ฉบับสุดท้ายให้กบั รัฐบาลลาว ในเดือนมีนาคม 2539 และได้รบั การยอมรับจากรัฐบาลลาวแล้ว เมือ่ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2540 บจ. จี เอ็ม เอส ลาวและรัฐบาลลาวได้ลงนามในสัญญาว่าด้วย ข้อตกลงในการพัฒนาโครงการ ซึง่ เป็นขัน้ ตอนก่อนสัญญาอนุญาตโครงการ และในวันที่ 29 ธันวาคม

16

รายงานประจำปี 2553


2540 ได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเพื่อระบุนโยบายทางด้านการค้า ทีส่ ำคัญรวมทัง้ อัตราค่ากระแสไฟฟ้า ในขณะที่วิกฤตการณ์ทางการเงินของภูมิภาคเอเชียยังผลให้การพัฒนาของโครง การชะลอลง แต่งานโครงการก็ยงั คงดำเนินการอย่างต่อเนือ่ ง โดยเฉพาะส่วนทีเ่ กีย่ วกับสภาวะแวดล้อม ในเดือนเมษายนและเดือนกันยายนของปี 2545 ได้มกี ารประชุมหารือร่วมกับเจ้าหน้าทีร่ ะดับท้องถิน่ ระดับจังหวัด และเจ้าหน้าทีร่ ะดับสูงของรัฐบาลลาว เกีย่ วกับเรือ่ งของแผนการดำเนินการด้านสังคม และแผนการลดผลกระทบด้านสิง่ แวดล้อม แผนเหล่านีไ้ ด้ถกู สรุปและส่งไปให้รฐั บาลลาวในเดือน พฤศจิกายน และได้รบั อนุมตั จิ ากรัฐบาลลาวในเดือนพฤษภาคม 2546 ทำให้ โครงการโรงไฟฟ้า พลังน้ำน้ำงึม 3 เป็นโครงการแรกที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลลาวภายใต้กฎหมายสิ่งแวดล้อม ฉบับใหม่ซง่ึ ประกาศใช้ตง้ั แต่ปี 2543 เนือ่ งจากเศรษฐกิจไทยค่อยๆ ฟืน้ ตัวดีขน้ึ ในปี 2547 โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 3 จึงได้พฒ ั นาก้าวไปอีกก้าว เมือ่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้แจ้งความประสงค์ขอทบทวน การเจรจา เพือ่ ขอซือ้ ไฟฟ้าจากโครงการในเดือนกรกฎาคม และได้จดั ให้มกี ารประชุมขึน้ อีกหลายครัง้ เกีย่ วกับเรือ่ งนี้ ด้วยเหตุทท่ี ง้ั สองฝ่ายต้องทบทวนการพิจารณาข้อเสนอเดิมอีกครัง้ ต่อมาในปี 2548 โครงการประสบความสำเร็จในการดำเนินงานก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่ง โดยได้มกี ารลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่าง บจ. จี เอ็ม เอส ลาว Marubeni และบจ. ผลิตไฟฟ้า ราชบุรโี ฮลดิง้ เพือ่ สนับสนุนการเข้าร่วมโครงการของทัง้ สองบริษทั ในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า พลังน้ำน้ำงึม 3 การลงนามในบันทึกความเข้าใจได้มขี น้ึ ในวันที่ 26 เมษายน 2548 โดยมีสดั ส่วน การลงทุนในการพัฒนาโครงการดังนี้ บจ. จี เอ็ม เอส ลาว 27% Marubeni 25% บจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิง้ 25% และรัฐบาลลาว 23% ในปี 2550 ก็นบั เป็นก้าวสำคัญยิง่ ของโครงการ ด้วยมีการลงนามเบือ้ งต้นในสัญญาข้อตกลง ซือ้ ขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเมือ่ วันที่ 11 ตุลาคม 2550 และนอกเหนือจากนัน้ ทางโครงการยังได้ดำเนินงานด้านการพัฒนาโครงการเพิม่ เติม ประกอบด้วยการสำรวจภาคสนาม เพิม่ เติมและการก่อสร้างเบือ้ งต้น ควบคูไ่ ปกับการเจรจากับรัฐบาลลาว ในปี 2553 เป็นปีที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 3 ประสบความสำเร็จ ในการ พัฒนาอย่างยิง่ โดยเฉพาะได้มกี ารลงนามในบันทึกความเข้าใจกับทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิต เมือ่ วันที่ 11 มีนาคม 2553 เพื่อระบุข้อตกลงเกี่ยวกับอัตราค่ากระแสไฟฟ้า รวมถึงหลักการข้อกำหนด และเงื่อนไขสำหรับสัญญาข้อตกลงซื้อขายไฟฟ้า หลังจากนั้นได้มีการบรรลุข้อตกลงสำหรับ สัญญาสำคัญๆ สำหรับการพัฒนาโครงการหลายสัญญารวมถึงสัญญาข้อตกลงซื้อขายไฟฟ้ากับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต และสัญญาสัมปทานกับรัฐบาลลาว มีการเจรจากับกลุ่มผู้ลงทุนเป้าหมาย สำหรั บ โครงการ รวมทั ้ ง Asian Development Bank สำหรั บ ทางด้ า นการก่ อ สร้ า ง

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

17


ได้มกี ารออกจดหมายเชิญประมูลให้กบั ผูร้ บั เหมาก่อสร้างหลายราย ทัง้ ทางด้านงานโยธา เครือ่ งกล และระบบไฟฟ้าและเครือข่ายสายส่ง และสุดท้าย อีกก้าวสำคัญของโครงการทีป่ ระสบความสำเร็จคือ การจดทะเบียนอย่างเป็นทางการของบริษทั ไฟฟ้าน้ำงึม 3 จำกัด และการออกใบอนุญาตการลงทุน สำหรับต่างชาติ (Foreign Investment License) จากรัฐบาลลาวในเดือนตุลาคม 2553 (2) โครงการในประเทศไทย โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางบ่อ บมจ. จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ และ Marubeni Corporation จากญีป่ นุ่ ("Marubeni") ได้ร่วมกันจัดตั้งบจ.อีสเทิร์น เพาเวอร์ แอนด์ อิเล็คทริค โดยบมจ. จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ มีถือหุ้นในอัตราร้อยละ 67เพื่อประมูลโครงการโรงไฟฟ้าภายใต้โครงการโรงไฟฟ้าเอกชนของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งได้ร่วมประมูลหลายครั้งกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในเดือน มิถนุ ายน 2538 ในเดือนมีนาคม 2540 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้แจ้งบจ.อีสเทิรน์ เพาเวอร์ แอนด์ อิเล็คทริค ว่าได้คดั เลือก 1 ใน 2 โครงการทีบ่ จ.อีสเทิรน์ เพาเวอร์ แอนด์ อิเล็คทริคเสนอประมูล และผ่านการคัดเลือกเข้ารอบสุดท้าย คือโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางบ่อ ซึง่ ตัง้ อยูท่ อ่ี ำเภอ บางบ่อจังหวัดสมุทรปราการ เพือ่ เจรจาต่อรอง หลังจากการปรึกษาหารือเจรจาต่อรองกับการไฟฟ้า ฝ่ายผลิตแล้ว บจ.อีสเทิรน์ เพาเวอร์ แอนด์ อิเล็คทริค ได้ลงนามในสัญญาโรงไฟฟ้าเอกชน (PPA) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต เมือ่ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2540 ในปี 2542 ได้มกี ารดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างผูถ้ อื หุน้ บจ.อีสเทิรน์ เพาเวอร์ แอนด์ อิเล็คทริคโดยดึงเอาผูร้ ว่ มทุนทีม่ ศี กั ยภาพเข้ามาเสริม อันได้แก่ TOTAL FINA S.A. ("TOTAL") จากฝรัง่ เศส และ China Development Industrial Bank Inc. ("CDIB") จากไต้หวัน TOTAL เป็นบริษัทพลังงานที่ใหญ่ที่ติดอันดับหนึ่งในห้าของโลก ซึ่งดำเนินธุรกิจในการพัฒนาด้าน ก๊าซธรรมชาติในไทยและภูมภิ าคใกล้เคียง ได้เข้าซือ้ หุน้ ของบจ.อีสเทิรน์ เพาเวอร์ แอนด์ อิเล็คทริค ในอัตราร้อยละ 28 เมือ่ วันที่ 9 สิงหาคม 2542 ซึง่ เป็นการนำโอกาสทางธุรกิจในอนาคตทีด่ มี าสู่ บจ.อีสเทิรน์ เพาเวอร์ แอนด์ อิเล็คทริคส่วน CDIB เป็นธนาคารเพือ่ อุตสาหกรรมชัน้ นำของไต้หวัน ซึง่ ดำเนินธุรกิจในด้านการลงทุนในประเทศไทยและภูมภิ าคใกล้เคียง ได้เข้าซือ้ หุน้ ในอัตราร้อยละ 12 เมือ่ วันที่ 23 มิถนุ ายน 2542 ซึง่ เป็นการสนับสนุนด้านการเงินทีส่ ำคัญแก่บจ.อีสเทิรน์ เพาเวอร์ แอนด์ อิเล็คทริค ผลจากการปรับโครงสร้างผูถ้ อื หุน้ ดังกล่าว ทำให้สดั ส่วนการถือหุน้ ของ บมจ.จี เอ็ม เอส พาวเวอร์ ในบจ.อีสเทิร์น เพาเวอร์ แอนด์ อิเล็คทริคลดลงเหลือร้อยละ 32 และ Marubeni มีสัดส่วนการถือหุ้นลดลงเหลือร้อยละ 28 ซึ่งบมจ.จี เอ็ม เอส พาวเวอร์ ก็ยังคงเป็นผู้ถือหุ้น รายใหญ่ที่สุดและเป็นผู้นำหลักในการพัฒนา บจ.อีสเทิร์น เพาเวอร์ แอนด์ อิเล็คทริค ในขณะเดียวกันเป็นการเพิ่มศักยภาพความเข้มแข็งและโอกาสทางธุรกิจในอนาคตที่ดีขึ้นให้กับ บจ.อีสเทิรน์ เพาเวอร์ แอนด์ อิเล็คทริค

18

รายงานประจำปี 2553


ในปี 2543 การพัฒนาโครงการได้ประสบความสำเร็จก้าวใหญ่อกี ก้าว เมือ่ สามารถจัดหา แหล่งเงินกู้ ได้สำเร็จเมือ่ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2543 โดยบจ.อีสเทิรน์ เพาเวอร์ แอนด์ อิเล็คทริค ได้ลงนามในสัญญาเงินกู้ เพือ่ พัฒนาโครงการเป็นจำนวนเงินถึง 181,875,000 เหรียญสหรัฐ โดย รายละเอียด ดังนี้ - เงินกู้ก้อนแรกมากกว่า 115 ล้านเหรียญสหรัฐเป็นเงินกู้เพื่อสนับสนุนโครงการ โดยมีการค้ำประกันความเสีย่ งทางการเมืองโดยหน่วยงานภาครัฐจากประเทศญีป่ นุ่ (MITI) จัดเตรียม โดย Citicorp, Tokai Bank, BNP Paribas, และ Credit Agricole Indosuez และร่วมจัดการโดย Standard Chartered Bank - เงินกูก้ อ้ นที่ 2 เป็นจำนวนเงินประมาณ 45 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้รบั การสนับสนุนจาก TOTAL FINA ELF S.A. จัดเตรียม BNP และร่วมจัดการโดย Credit Agricole Indosuez และ Fortis Bank - เงินทุนหมุนเวียนและเงินค้ำประกันอีกจำนวน 525 ล้านบาท สนับสนุนโดยธนาคาร กรุงเทพ - เงินกูเ้ พือ่ ใช้ชำระค่าภาษีมลู ค่าเพิม่ จำนวน 350 ล้านบาท สนับสนุนโดยธนาคารกรุงเทพ และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การสนับสนุนด้านการเงินของโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางบ่อในครั้งนี้ นับว่าประสบความสำเร็จอย่างยิง่ และถือว่าเป็นหนึง่ ในธุรกรรมการสนับสนุนด้านการเงินทีป่ ระสบ ความสำเร็จเป็นครั้งแรก สำหรับธุรกรรมทางการเงินเดียวกันในภูมิภาคเอเชีย นับตั้งแต่เกิด วิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชียเป็นต้นมา หลังความสำเร็จทีส่ ำคัญด้านการเงิน โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางบ่อได้รบั เงินกู้รอบแรกในเดือนมีนาคม 2543 ซึ่งทำให้การพัฒนาโครงการสามารถดำเนินการพัฒนา ไปได้ตามกำหนด และในเดือนเดียวกันนี้ได้มีการแจ้งประกาศเริ่มดำเนินการให้ผู้รับเหมาหลักที่ สำคัญทัง้ หมด รวมถึงสัญญา ก่อสร้างโครงการกับ Alstom Power (เดิมชือ่ ABB Power) สัญญา ก่อสร้างสำหรับสายส่งและท่อก๊าซ กับ Sumitomo Electric Industries และ Italian Thai Development Plc. ตามลำดับ โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางบ่อได้ผ่านการทดสอบการเดินเครื่องครั้งสุดท้าย และเริ ่ ม เดิ น เครื ่ อ งเพื ่ อ ผลิ ต กระแสไฟฟ้ า เชิ ง พาณิ ช ย์ เมื ่ อ วั น ที ่ 25 มี น าคม 2546 ถึงแม้เผชิญความยากลำบาก ในการพัฒนา แต่ในทีส่ ดุ โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางบ่อ กลับใช้เงินลงทุนต่ำกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ถึงประมาณ 30 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็น ผลงานที่น่าภูมิใจสำหรับโครงการที่มีความซับซ้อนและท้าทายนี้ นอกจากนี้โครงการยังได้รับ พระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จมาเป็น

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

19


องค์ประธานในพิธฉี ลองเปิดโครงการเมือ่ วันที่ 1 ตุลาคม 2546 และยังมีบคุ คลสำคัญอืน่ ๆ อีก หลายท่านมาร่วมฉลองความสำเร็จของโครงการนี้ ในเดือนธันวาคม 2547 ความสำเร็จอีกประการของโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม บางบ่อคือ สามารถจัดหาเงินกูท้ ดแทนเงินกูเ้ ดิมได้ โดยมีกลุม่ ผูส้ นับสนุนเงินกู้ ใหม่ได้แก่ China Construction Bank และ Bank of China จากจีน, KBC Bank จากเบลเยีย่ ม และ Citicorp จากสหรัฐอเมริกา ยังผลให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในด้านเงื่อนไขการกู้ยืม และยังสามารถลด ส่วนต่างทางด้านดอกเบี้ยได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังสามารถยกเลิกข้อเรียกร้องในการค้ำประกัน ความเสี่ยงทางด้านการเมือง และสำหรับข้อเรียกร้องในการสำรองเงินเพื่อชดใช้หนี้สามารถ ลดลงได้เหลือเพียง 3 เดือน ความสำเร็จก้าวสำคัญของธุรกรรมนี้ ได้แก่ - เป็นการจัดหาเงินทุนทดแทนได้เป็นครัง้ แรกสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าเอกชน - เป็นโครงการทางด้านสาธารณูปโภคโครงการแรกในประเทศไทยทีไ่ ด้รบั การสนับสนุน ทางการเงินจากสถาบันการเงินจากประเทศจีน และเป็นครั้งแรกที่สถาบันการเงินจากประเทศจีน ได้สนับสนุนเงินกู้ ให้ โครงการในต่างประเทศทีไ่ ม่มผี รู้ ว่ มสนับสนุนจากประเทศจีน - เป็นการให้สนับสนุนเงินกู้ ให้กับโครงการในประเทศไทยเป็นครั้งแรกที่มีระยะเวลา กู้มากกว่า 10 ปีโดยไม่ต้องมีการประกันความเสี่ยงทางด้านการเมืองนับตั้งแต่วิกฤตการณ์ ทางการเงินทัว่ เอเชีย - เป็นโครงการโรงไฟฟ้าเอกชนโครงการแรกในภูมิภาคที่ได้รับเงื่อนไขข้อเรียกร้อง ในการสำรองเงินเพือ่ ชดใช้หนีเ้ พียง 3 เดือน บนพื้นฐานของความสำเร็จอย่างยิ่งทางด้านการเงินนี้ ในปี 2548 โครงการโรงไฟฟ้า พลังความร้อนร่วมบางบ่อยังประสบความสำเร็จในการดำเนินการเป็นอย่างยิ่ง คือโครงการสร้าง สถิตใิ หม่ระดับโลก สำหรับการทำงานอย่างต่อเนือ่ งของเครือ่ งกังหันก๊าซ GT-26 โดยเมือ่ มีการหยุด การเดินเครื่องเพื่อการตรวจเช็คตามกำหนดในเดือนพฤศจิกายน เครื่องกังหันก๊าซ GT-26 ได้ทำงานอย่างต่อเนื่องไปแล้วถึง 189 วัน นับเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่สำหรับเครื่องระบบ พลังความร้อนร่วม และเป็นสถิตทิ เ่ี ครือ่ งกังหันก๊าซ GT-26 อืน่ ๆ ในโลกไม่เคยทำได้ ปี 2553 นับเป็นปีที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางบ่อประสบความสำเร็จ อย่างยิง่ ใหญ่อกี ครัง้ คือโครงการได้สร้างสถิตโิ ลกใหม่อกี ครัง้ ในการทำงานอย่างต่อเนือ่ งของเครือ่ ง กังหันก๊าซ GT-24/26 โดยได้ทำงานติดต่อกันถึง 246 วัน ระหว่างกำหนดการพักการเดินเครือ่ งในเดือน กุมภาพันธ์และตุลาคม 2553 ซึ่งทำลายสถิติเดิมและเป็นครั้งที่ 2 ที่โครงการนี้ได้สร้างเกณฑ์ มาตรฐานใหม่ของโลก นอกเหนือจากความสำเร็จอย่างยิง่ ในการทำงานแล้ว โครงการโรงไฟฟ้าพลัง

20

รายงานประจำปี 2553


ความร้อนร่วมบางบ่อยังได้ทำสถิตทิ น่ี า่ ประทับใจพอๆ กันทางด้านความปลอดภัย ด้วยระยะเวลาถึง 1.1 ล้านชัว่ โมงทำงาน เทียบได้ถงึ 2,200 วัน โดยไม่มกี ารอุบตั เิ หตุสญ ู เสียเวลา และยังคงรักษาการ ทำงาน ทีป่ ลอดภัยและไม่ดา่ งพร้อยนีใ้ ห้ดำเนินต่อไป บนพืน้ ฐานทางด้านกฎหมายและการควบคุม ทางด้านสิง่ แวดล้อม ด้วยโครงการเหล่านีท้ ก่ี ำลังดำเนิน และโครงการอืน่ ๆ อีกหลายโครงการทีย่ งั อยูใ่ นระหว่าง การตัดสินใจ บมจ. จี เอ็ม เอส พาวเวอร์ มีความมุง่ มัน่ อย่างเต็มทีใ่ นการสนับสนุนการเจริญเติบโต ทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยและของภูมิภาคใกล้เคียงในแถบลุ่มแม่น้ำโขงนี้โดยสนับสนุน ความช่วยเหลือในการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานที่สำคัญและจำเป็นต่อการรักษาโอกาสทาง เศรษฐกิจของภูมภิ าคอย่างยัง่ ยืน โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในปัจจุบนั กระแสการพัฒนาของโลกเน้นไป ในทางพลังงานเพือ่ สิง่ แวดล้อม (Green Energy) มากขึน้ บมจ. จีเอ็ม เอส เพาเวอร์ มีความภูมใิ จ ที่ได้รับฐานะเป็นผู้นำในการพัฒนาโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนคำมั่นสัญญา ระยะยาวนีเ้ ปรียบเสมือนเสาหลักสำหรับแผนกลยุทธของบริษทั และ บมจ. จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ มีความ มัน่ ใจว่าโอกาสในอนาคตของบริษทั ยังคงสดใส และจะยังผลให้ โครงการต่างๆ ในอนาคตของบริษทั ประสบความสำเร็จต่อๆ ไป

5.5 การดำเนินงานในปีทผ่ี า่ นมา การเปลีย่ นแปลงและการพัฒนาทีส่ ำคัญ ในรอบปี 2553 บริษัท เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) บริษัทย่อย และบริษัทร่วม มีการเปลีย่ นแปลงและพัฒนาการทีส่ ำคัญเกีย่ วกับการบริหารงานและการประกอบธุรกิจดังนี้ การปรับเปลีย่ นโครงสร้างองค์กร เดือนมกราคม 2553 ทีป่ ระชุมคณะกรรมการบริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) มีมติเป็น เอกฉันท์อนุมัติให้บริษัทปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรของบริษัทใหม่เพื่อลดงานที่ซ้ำซ้อนและจัด ขอบเขตของหน่วยงานระดับส่วนให้ตรงตามขอบเขตงานของฝ่าย ดังนี้ 1. ปรับรวม "สำนักบริหาร" และ "ฝ่ายกฎหมาย" เป็น "สำนักบริหารและกฎหมาย (Executive & Legal Office)" โดยมีรองกรรมการผู้จัดการ (สำนักบริหารและกฎหมาย) เป็นผูบ้ งั คับบัญชาหน่วยงาน 2. ยกเลิก "ส่วนเงินสด" ฝ่ายธุรการ 3. ย้าย "ส่วนประสานงานเลขานุการ" ไปสังกัดฝ่ายธุรการ 4. ปรับรวม "ส่วนโครงการ 1" และ "ส่วนโครงการ 2" ฝ่ายโครงการพิเศษ เป็น "ส่วนโครงการพิเศษ (Special Project Group)" เดือนกุมภาพันธ์ 2553 ได้แต่งตัง้ นายวิรตั น์ จุลนวล เป็นเลขานุการบริษทั คนใหม่

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

21


พัฒนาการทีส่ ำคัญ เมือ่ วันที่ 11 มีนาคม 2553 ได้มกี ารลงนามในบันทึกความเข้าใจกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย ตกลงในหลักการและเงือ่ นไขสำหรับการทำสัญญาซือ้ ขายไฟฟ้า โครงการโรงไฟฟ้า พลังน้ำน้ำงึม 3 ซึง่ เป็นก้าวสำคัญทีท่ ำให้ โครงการเดินหน้าต่อไป และส่งผลต่อเนือ่ งถึงการเจรจา กับสถาบันการเงินทีจ่ ะสนับสนุนโครงการเป็นไปด้วยความราบรืน่ และเมือ่ วันที่ 26 ตุลาคม 2553 ได้ดำเนินการจดทะเบียน บริษทั ไฟฟ้าน้ำงึม 3 จำกัด ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นับเป็นพัฒนาการสำคัญของโครงการน้ำงึม 3 และของบริษทั ในปี 2553 บริษทั ได้แสวงหาลูท่ างในการดำเนินธุรกิจด้านอืน่ ๆ เพิม่ ขึน้ จากเดิม เช่น ธุรกิจ ด้านพลังงานทดแทนโดยเฉพาะธุรกิจด้านพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเทิน-หินบูน ซึง่ ดำเนินการโดยบริษทั ย่อยอยูร่ ะหว่างการ ก่อสร้างโครงการส่วนขยายมีกำหนดแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2555 ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 3 นัน้ ขณะนีไ้ ด้เตรียมแผนงานเพือ่ ดำเนินการก่อสร้างโครงการเช่นกัน ทั้งสองโครงการดังกล่าวข้างต้นเป็นโครงการในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาวของบริษทั จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ซึง่ เป็นบริษทั ย่อยของ บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) ซึง่ มีความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการเพิม่ ขึน้ มาก

6. ปัจจัยความเสีย่ ง จากลักษณะการประกอบธุรกิจของกลุม่ บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) ("บริษทั ") ปัจจัยความเสีย่ งทีส่ ำคัญสามารถสรุปได้ดงั นี้

ความเสีย่ งของบริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) และธุรกิจ นิคมอุตสาหกรรม 1. ความเสีย่ งจากนโยบายของรัฐ นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ เป็นโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน("บีโอไอ") ตามพืน้ ทีส่ ง่ เสริมการลงทุนเขต 2 ในขณะทีป่ จั จุบนั นโยบายของภาครัฐมุ่งเน้นให้การสนับสนุนการลงทุนในพื้นที่เขต 3 นอกจากนั้น จังหวัดระยอง ซึง่ เป็นพืน้ ทีใ่ นเขตการส่งเสริมการลงทุนเขต 2 เช่นเดียวกับนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซติ ้ี แต่ได้รบั การ พิจารณาให้ ได้รบั สิทธิพเิ ศษเท่ากับพืน้ ที่ ในเขตส่งเสริมการลงทุนเขต 3 และปัจจุบนั จังหวัดระยอง ยังได้รับการต่ออายุสิทธิประโยชน์ต่างๆต่อไปอีก ทำให้นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้มีข้อ เสียเปรียบในการแข่งขัน

22

รายงานประจำปี 2553


อย่างไรก็ตาม บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) ("บริษทั ") ได้พยายามมุง่ เน้นในการบริการ และคุณภาพของสาธารณูปโภค อาทิ การจัดเตรียมแหล่งน้ำเพือ่ รองรับอย่างเพียงพอ รวมทัง้ คุณภาพ ของการให้บริการระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อเป็นปัจจัยกระตุ้น การตัดสินใจของผูป้ ระกอบการ 2. ความเสีย่ งด้านความสามารถในการจ่ายเงินปันผล ถึงแม้บริษทั จะออกจากกระบวนการฟืน้ ฟูกจิ การมาแล้วก็ตาม แต่บริษทั ยังคงต้องจ่ายชำระ หนี้ให้กับเจ้าหนี้ตามที่ระบุไว้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ ประกอบกับในปัจจุบันบริษัทยังมีผลขาดทุน สะสมอยูเ่ ป็นจำนวนมาก จึงทำให้ ไม่สามารถทีจ่ ะจ่ายเงินปันผลให้กบั ผูถ้ อื หุน้ ได้ 3. ความเสีย่ งด้านการเงิน ตามแผนฟืน้ ฟูกจิ การของบริษทั บริษทั มีหน้าทีใ่ นการชำระหนีเ้ งินต้นและดอกเบีย้ ทีเ่ กิดจาก การปรับโครงสร้างหนีข้ องบริษทั ณ. สิน้ ปี 2553 บริษทั มีหนีส้ นิ ภายใต้แผนฟืน้ ฟูกจิ การและภายใต้ สัญญาปรับโครงสร้างหนีจ้ ำนวน 1,333.63 ล้านบาท ทีบ่ ริษทั ต้องชำระคืนดอกเบีย้ ทุกไตรมาสและ เงินต้นทุก 6 เดือน ซึง่ อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของบริษทั ได้ อย่างไรก็ดบี ริษทั ได้ตระหนักถึงความเสีย่ งในเรือ่ งดังกล่าว โดยได้มกี ารพิจารณาการจัดทำ ประมาณการกระแสเงินสดระยะสั้นและระยะยาว เพื่อการวางแผนติดตามความต้องการใช้เงิน ทีผ่ า่ นมาบริษทั ไม่เคยผิดนัดชำระหนีแ้ ละสามารถปฎิบตั ติ ามเงือ่ นไขของสัญญาปรับโครงสร้างหนีไ้ ด้ 4. ความเสีย่ งจากการลงทุนในบริษทั ย่อยและบริษทั ร่วม บริ ษ ั ท ลงทุ น ในธุ ร กิ จ พลั ง งานไฟฟ้ า ผ่ า นบริ ษ ั ท ย่ อ ยและบริ ษ ั ท ร่ ว มทุ น โดยบริษทั จะได้รบั ผลตอบแทนการลงทุนในรูปเงินปันผล อย่างไรก็ตามในปัจจุบนั ร่วมทุนดังกล่าวอยู่ ระหว่างการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 3 และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเทิน-หินบูน ส่วนขยายซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก จึงไม่สามารถจ่ายเงินปันผลให้กับบริษัทได้ ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนของผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะเวลาดังกล่าว ถึงแม้วา่ บริษทั ได้พจิ ารณาแล้วว่าการลงทุนในบริษทั ย่อยและบริษทั ร่วมจะให้ผลตอบแทน การลงทุนระยะยาวทีน่ า่ ลงทุน แต่อาจเกิดความไม่แน่นอนของผลตอบแทนการลงทุนอันเนือ่ งมาจาก การขยายโครงการและโครงการทีอ่ ยูร่ ะหว่างการก่อสร้างและการเปลีย่ นแปลงปัจจัยสำคัญด้านอืน่ ทีอ่ าจส่งผลต่อรายได้เงินปันผลและการดำเนินงานของบริษทั 5. ความเสีย่ งทีอ่ าจเกิดขึน้ จากการถือหุน้ ไขว้ บริษทั มีโครงสร้างการถือหุน้ ไขว้กบั บริษทั จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เนือ่ งจาก การแปลงหนีเ้ ป็นทุนตามข้อกำหนดในแผนฟืน้ ฟูกจิ การของบริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

23


ทีไ่ ด้รบั การลงมติจากทีป่ ระชุมเจ้าหนีแ้ ละได้รบั การเห็นชอบจากศาลล้มละลายกลางแล้วซึง่ การถือหุน้ ไขว้ดังกล่าวอาจทำให้บริษัทไม่สามารถทำการเสนอขายหุ้น เพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปได้ บริษัท ได้เปิดเผยข้อมูลการถือหุน้ ดังกล่าวไว้ ในรายงานประจำปีทส่ี ง่ ต่อผูถ้ อื หุน้ ตลอดมา ในปัจจุบนั บริษทั ยังไม่มนี โยบายทีจ่ ะดำเนินการในเรือ่ งดังกล่าวแต่อย่างใด ความเสีย่ งของบริษทั บริษทั ย่อยและบริษทั ร่วม ความเสีย่ งของธุรกิจพลังงาน บริษทั ได้ลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าผ่านบริษทั ย่อยและบริษทั ร่วม ซึง่ ผลิตและจำหน่ายกระแส ไฟฟ้าภายใต้สญ ั ญาซือ้ ขายไฟฟ้าระยะยาว โดยมีความเสีย่ งของการพัฒนาโครงการด้านไฟฟ้า ดังนี้ 1. ความเสีย่ งของการพัฒนาโครงการใหม่ 1.1 ความเสีย่ งจากปัจจัยแวดล้อมในการพัฒนาโครงการ ในการพัฒนาโครงการด้านไฟฟ้านัน้ จะมีปจั จัยแวดล้อมทีเ่ กีย่ วข้องทีอ่ าจก่อให้เกิดความเสีย่ ง หลายประการ ได้แก่ สภาพการแข่งขัน การเติบโตในอุตสาหกรรม ต้นทุนเครือ่ งจักรอุปกรณ์และ การก่อสร้าง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน และการเปลี่ยนแปลงของข้อกฎหมายและ กำหนดอืน่ ๆ ทีเ่ กีย่ วข้องรวมถึงความเสีย่ งทางการเมือง มาตรการป้องกันและจัดการความเสี่ยงดังกล่าวข้างต้นในการดำเนินธุรกิจการผลิตและ จำหน่ายไฟฟ้าของบริษัท คือ การศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการและ การประเมินความเหมาะสมภายใต้กรอบการลงทุนอย่างรอบคอบและครบถ้วน โดยรายงานคณะ กรรมการบริหารอย่างสม่ำเสมอเพือ่ ให้มน่ั ใจว่าโครงการลงทุนแต่ละโครงการนัน้ มีความเหมาะสมและ ให้ประโยชน์กบั กลุม่ บริษทั 1.2 ความเสีย่ งของประเทศทีเ่ ข้าไปลงทุน ด้วยภาวะการแข่งขันภายในประเทศที่สูง ในขณะที่การเติบโตในตลาดของกลุ่มประเทศ เพือ่ นบ้านยังมีอยูม่ าก บริษทั จึงมองหาโอกาสการลงทุนในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศในอนุภมู ิ ภาคลุ่มแม่น้ำโขงซึ่งมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านพลังงานและมีข้อตกลงความร่วมมือกับ ประเทศไทย สำหรับการพิจารณาลงทุนในต่างประเทศนัน้ บริษทั ได้นำข้อมูลต่างๆ เช่น สภาวะเศรษฐกิจ มหภาค สภาวะอุตสาหกรรม นโยบายด้านพลังงาน เศรษฐกิจ การเมืองและสังคมรวมทัง้ ข้อกฎหมาย ของประเทศนั้นๆ มาศึกษาวิเคราะห์และพิจารณาเพื่อให้แน่ใจว่าการลงทุนในโครงการดังกล่าว มีความเป็นไปได้ทั้งทางด้านวิศวกรรม การจัดการ และผลตอบแทนทางการลงทุนโดยมีระดับ ความเสีย่ งทีเ่ หมาะสมและยอมรับได้ทง้ั ในช่วงก่อนการลงทุนและตลอดระยะเวลาโครงการ โดยที่ผ่านมาจากการศึกษาและวิเคราะห์การลงทุน บริษัทได้เล็งเห็นศักยภาพการพัฒนา โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศลาว ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของ ป่าไม้ ทรัพยากรน้ำ และภูมศิ าสตร์ ทีเ่ หมาะกับการสร้างเขือ่ นและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ และมีชายแดนติดกับประเทศไทย

24

รายงานประจำปี 2553


ซึ่งทำให้มีต้นทุนในการพัฒนาสายส่งที่น้อยกว่า อีกทั้งประเทศลาวเป็นประเทศที่สงบเรียบร้อย ความเสี่ยงทางด้านการเมืองน้อยและมีนโยบายสนับสนุนความร่วมมือการพัฒนาด้านพลังงาน ร่วมกับประเทศไทยอีกด้วย 2. ความเสีย่ งของโครงการทีอ่ ยูร่ ะหว่างการก่อสร้าง ปัจจุบนั บริษทั มีโครงการในโรงไฟฟ้าทีอ่ ยูร่ ะหว่างการก่อสร้าง 2 โครงการ คือ โครงการเขือ่ น ไฟฟ้าพลังน้ำเทิน-หินบูนส่วนขยายและโครงการเขือ่ นไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 3 โครงการเทินหินบูนขยายเป็นการลงทุนขยายกำลังการผลิตเพิม่ เติมจากโครงการโรงไฟฟ้า พลังน้ำเทิน-หินบูนเดิม ทีด่ ำเนินการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าภายใต้สญ ั ญาซือ้ ขาย กระแสไฟฟ้า ระยะยาวกับ กฟผ. และกับการไฟฟ้าลาวมาตัง้ แต่ปี 2541 โดยโครงการเทินหินบูนส่วนขยายนีเ้ ป็นการ ลงทุนก่อสร้างอ่างเก็บน้ำและขยายกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าเดิมจาก 210 เมกกะวัตต์ เป็น 500 เมกกะวัตต์ โครงการเทินหินบูนส่วนขยายดังกล่าว มีแผนทีจ่ ะเริม่ การจ่ายกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ภายในเดือนมิถนุ ายน 2555 ทัง้ นี้ ความเสีย่ งหลักในช่วงระหว่างก่อสร้างและการทดสอบการเดินเครือ่ ง คือ งานก่อสร้างอาจล่าช้ากว่ากำหนดและต้นทุนโครงการอาจสูงกว่าทีป่ ระมาณการไว้ ซึง่ อาจส่งผล ให้ผลตอบแทนจากการลงทุนลดลงและการรับรูร้ ายได้ลา่ ช้ากว่าทีป่ ระมาณการไว้ งานก่อสร้างซึง่ เริม่ ต้นตัง้ แต่ชว่ งไตรมาสที่ 4 ของปี 2551 พบว่ามีความล่าช้าในบางส่วนของ งานโยธา อันเป็นผลสืบเนื่องจากอุปสรรคในช่วงการเตรียมงาน และสภาพถนนในการขนถ่าย เครือ่ งมือหนัก เครือ่ งจักรและอุปกรณ์ของผูร้ บั เหมาเข้าสูบ่ ริเวณทีต่ ง้ั เขือ่ นและโรงไฟฟ้า อย่างไรก็ดี ทางฝ่ายบริหารงานก่อสร้างโครงการส่วนขยายได้มีการปรับแผนการทำงานที่เกี่ยวข้องทำให้ งานมีความก้าวหน้าเป็นลำดับอย่างน่าพอใจและคาดว่าการก่อสร้างและทดสอบทัง้ หมดจะแล้วเสร็จ และเริม่ จ่ายกระแสไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ได้ตามแผนทีก่ ำหนดไว้ อย่างไรก็ดี สำหรับความเสีย่ งเรือ่ งความล่าช้าจากงานก่อสร้างและส่งมอบเครือ่ งจักรอุปกรณ์ สำคัญสำหรับโครงการเทินหินบูนส่วนขยายนี้ ทางโครงการได้มีการซื้อประกันภัยครอบคลุม ภาระดอกเบี้ยและต้นทุนการผลิตบางส่วนที่อาจเกิดขึ้นจากความล่าช้าดังกล่าวรองรับไว้ด้วย นอกเหนือจากข้อกำหนดในสัญญาก่อสร้างทีร่ ะบุให้ผรู้ บั เหมาต้องชำระค่าปรับให้แก่ผวู้ า่ จ้างหากการ ส่งมอบงานล่าช้า สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 3 นั้น ได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ ในการขายไฟฟ้าจากโครงการดังกล่าวกับ กฟผ. เริม่ จ่ายไฟฟ้าปี 2560 เมือ่ เดือนมีนาคมทีผ่ า่ นมา ขณะนีก้ ำลังอยูใ่ นระหว่างการเจรจาสัญญาซือ้ ขายไฟฟ้าระยะยาวกับ กฟผ. และการเจรจาสัญญา สัมปทาน (License Agreement) กับรัฐบาลลาว โดยคาดว่าจะบรรลุการเจรจาและลงนามในสัญญา ทัง้ สองได้ ในราวต้นปี 2554 นี้ ในส่วนการเตรียมงานด้านอืน่ ๆ ขณะนีไ้ ด้เปิดประมูลงานก่อสร้าง เพือ่ คัดเลือกผูร้ บั เหมา คาดว่าจะพิจารณาคัดเลือกแล้วเสร็จประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2554 เพือ่ จะ เริม่ งานก่อสร้างประมาณเดือนตุลาคม 2554

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

25


3. ความเสีย่ งของโรงไฟฟ้าทีก่ ำลังดำเนินการผลิต 3.1 ความเสีย่ งจากการพึง่ พาลูกค้าหลัก ธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าของบริษทั เป็นการดำเนินกิจการโดยมีสญ ั ญาซือ้ ขาย กระแสไฟฟ้าระยะยาวกับ กฟผ. และกับรัฐบาลของประเทศเพือ่ นบ้านทีไ่ ปลงทุน ซึง่ รายได้จากการ ขายกระแสไฟฟ้าให้กบั กฟผ. นัน้ คิดเป็นประมาณร้อยละ 99 ของรายได้จากการกระแสไฟฟ้าในปี 2552 ดังนัน้ การพึง่ พาลูกค้ารายใหญ่อาจมีความเสีย่ งทีจ่ ะส่งผลต่อรายได้จากธุรกิจผลิตและจำหน่าย กระแสไฟฟ้าของบริษทั ได้ แต่ดว้ ยภาระกิจของ กฟผ. ทีต่ อ้ งสร้างความมัน่ คงพลังงานไฟฟ้าให้กบั ประเทศ และ กฟผ. เป็นรัฐวิสาหกิจทีม่ ชี อ่ื เสียงดีและมีฐานะทางการเงินทีม่ น่ั คงมาตลอด จึงอาจถือ ได้วา่ บริษทั มีความเสีย่ งในส่วนนีน้ อ้ ยมาก การทีค่ วามต้องการใช้กระแสไฟฟ้าของประเทศลดลง เนือ่ งจากภาวะทางเศรษฐกิจทีช่ ะลอตัว ในช่วงปีทผ่ี า่ นมานัน้ ไม่สง่ กระทบต่อรายได้ของบริษทั ภายใต้สญ ั ญาซือ้ ขายไฟฟ้าระยะยาว ในปัจจุบนั เนื่องจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่มีกับ กฟผ. มีข้อกำหนดให้ กฟผ. ต้องรับซื้อไฟฟ้าส่วนใหญ่ หรือทัง้ หมดทีโ่ ครงการสามารถผลิตได้ ไม่วา่ ประเทศไทยจะมีความต้องการไฟฟ้าเพิม่ ขึน้ หรือลดลง ส่งผลทำให้ความเสีย่ งทางด้านการตลาดน้อยมาก 3.2 ความเสีย่ งด้านการปฎิบตั กิ ารของโรงไฟฟ้า การผลิตกระแสไฟฟ้าตามสัญญาซือ้ ขายกระแสไฟฟ้านัน้ อาจมีความเสีย่ ง ดังนี้ 3.2.1 ความเสีย่ งเกีย่ วกับประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า กระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้ามีปจั จัยหลายประการทีเ่ ป็นตัววัดประสิทธิภาพของ โรงไฟฟ้า ซึง่ การบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพก็เป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึง่ โดยเฉพาะในส่วนของ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมนัน้ ค่าความพร้อมจ่าย (Equivalent Availability Factor : EAF) ค่าอัตราการใช้ความร้อน (Heat Rate) ถูกกำหนดไว้ ในสัญญาซื้อขายกระแสไฟฟ้ากับ กฟผ. หากโรงงานไฟฟ้าไม่สามารถรักษาประสิทธิภาพในการผลิตไว้ ได้เช่น ถ้าระดับความพร้อมจ่ายต่ำกว่า ทีก่ ำหนดไว้อาจต้องเสียค่าปรับให้แก่ กฟผ. บริษทั ได้ตระหนักดีถงึ เรือ่ งนี้ และได้มนี โยบายเกีย่ วกับ การบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอด้วยวิธกี ารทีเ่ หมาะสมโดยมืออาชีพ จึงทำให้สามารถควบคุม ความเสี่ยงในเรื่องนี้ได้ดี อันสะท้อนได้จากการที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางบ่อ จังหวัด สมุทรปราการ ได้รบั การบันทึกสถิตริ ะดับโลกสำหรับการทำงานต่อเนือ่ งของเครือ่ งหันแก๊สรุน่ GT26 ยาวนานทีส่ ดุ ถึง 189 วัน ซึง่ เป็นระยะเวลาทีย่ าวนานกว่าสถิตโิ ลกเดิมทีม่ กี ารบันทึกไว้ อย่างไรก็ตามผูบ้ ริหารยังคงให้ความสำคัญกับมาตรการต่างๆ เพือ่ สร้างความมัน่ ใจว่าการ ปฎิบตั กิ ารทีเ่ กีย่ วข้องจะบรรลุผลตามเป้าหมาย อาทิ - กำหนดปัจจัยหลักทีเ่ ป็นตัววัดประสิทธิภาพ ในการผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นตัววัดผล การดำเนินการทีส่ ำคัญ (KPI) ของโรงไฟฟ้า เพือ่ ให้มน่ั ใจว่าประสิทธิภาพในการผลิตจะได้รบั การดูแล อย่างใกล้ชดิ และพนักงานทุกคนจะมีสว่ นร่วมในความรับผิดชอบ - ทำสัญญาระยะยาวกับบริษัทชั้นนำในต่างประเทศให้เป็นผู้ดูแลจัดการการเดินเครื่อง และบำรุงรักษา เพือ่ ให้มน่ั ใจว่าเครือ่ งจักรได้รบั การดูแลรักษาจากผูช้ ำนาญการเฉพาะทางอย่างแท้จริง

26

รายงานประจำปี 2553


- กำหนดให้มกี ารตรวจสอบการใช้งานของอุปกรณ์ตา่ งๆ ตามเวลาทีก่ ำหนดและจัดให้มี การบำรุงรักษาตามตารางบำรุงรักษาอย่างต่อเนือ่ ง - จัดให้มกี ารสำรองพัสดุทจ่ี ำเป็น และเพียงพอต่อการใช้งานและการบำรุงรักษา ภายใต้ การบริหารพัสดุทเ่ี หมาะสม - มีการพัฒนาความรูค้ วามสามารถของบุคลากรอย่างต่อเนือ่ ง 3.2.2 การขาดแคลนน้ำดิบในการผลิตไฟฟ้า หากเกิดขาดแคลนน้ำดิบจะส่งผลให้การผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังความร้อน ร่วมบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ต้องหยุดชะงักและส่งผลกระทบต่อรายได้ หรืออาจทำให้เสีย ค่าปรับได้ แต่ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมายังไม่เคยประสบกับภาวะการขาดแคลนน้ำดิบแต่อย่างใด ถึงกระนัน้ ก็ตาม บริษทั ได้มกี ารกำหนด และดำเนินการตามมาตรการการใช้นำ้ ให้เกิดประโยชน์สงู สุด เพือ่ ป้องกันและลดความเสีย่ งจากการขาดน้ำดิบในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า ส่วนโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเทินหินบูนนัน้ ขณะนีอ้ ยูร่ ะหว่างการก่อสร้างโครงการส่วนขยาย ซึง่ เมือ่ แล้วเสร็จจะมีผลทำให้พน้ื ทีเ่ ก็บน้ำสำรองเพือ่ ผลิตกระแสไฟฟ้าในฤดูแล้งของโครงการเพิม่ ขึน้ และถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่ลดความเสี่ยงเรื่องปริมาณน้ำดิบที่ส่งผลกระทบโดยตรง ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเทิน-หินบูนด้วย 3.2.3 การขาดแคลนเชือ้ เพลิงในการผลิตไฟฟ้า โรงงานพลังงานความร้อนร่วมบางบ่อ ใช้กา๊ ซธรรมชาติเป็นเชือ้ เพลิงหลักในการผลิตกระแส ไฟฟ้าโดยมีสญ ั ญาซือ้ ขายเชือ้ เพลิงระยะยาวทีแ่ น่นอนกับปตท. จึงมีความเสีย่ งในเรือ่ งนีน้ อ้ ย 3.2.4 ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิง่ แวดล้อม บริษทั ตระหนักดีวา่ กระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้านัน้ อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย สิง่ แวดล้อมและคุณภาพชีวติ ของชุมชนทีอ่ ยูใ่ กล้เคียงโรงไฟฟ้า จึงได้กำหนดมาตรฐานการป้องกันผล กระทบในทางลบและลดโอกาสทีอ่ าจเกิดขึน้ เช่น - ศึกษาวิเคราะห์ วางแผน และจัดระบบบริหารจัดการด้านสิง่ แวดล้อมภายใต้มาตรฐาน สากลเพือ่ การปกป้องสิง่ แวดล้อมและสังคม (Equator Principles) ซึง่ เป็นทีย่ อมรับของสถาบัน การเงินทัว่ โลกในการบริหารจัดการผลกระทบต่อสังคมท้องถิน่ และสิง่ แวดล้อมของโรงไฟฟ้าพลัง น้ำเทิน-หินบูน - ดำเนินการตามคูม่ อื ระบบจัดการความปลอดภัย และสิง่ แวดล้อมทีไ่ ด้จดั ทำขึน้ เพือ่ เป็น แนวทางการปฎิบัติงาน - ดำเนินการตามคูม่ อื การปฎิบตั งิ าน จัดให้มกี ารฝึกอบรม การฝึกซ้อม การจัดทำแผน ฉุกเฉิน การทดสอบแผนงานเครือ่ งมือ ระบบเตือนภัยและปฎิบตั ติ ามคูม่ อื อย่างเคร่งครัด - ดำเนินการตามทะเบียนข้อกฎหมายทีเ่ กีย่ วข้องในเรือ่ งนีท้ ต่ี อ้ งปฎิบตั ติ าม พร้อมกำหนด ผูร้ บั ผิดชอบในการดำเนินการอย่างชัดเจน

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

27


3.2.5 ความเสีย่ งจากอุบตั เิ หตุ ในกระบวนการผลิตและดำเนินการของโรงไฟฟ้าอาจมีอบุ ตั เิ หตุทท่ี ำให้เกิดเพลิงไหม้ จากการ ปฎิบตั งิ าน และอาจเกิดการต่อต้านจากชุมชน หากกระบวนการผลิตก่อให้เกิดผลกระทบ ฝ่ายบริหาร ตระหนักถึงความเสีย่ งเหล่านีจ้ งึ กำหนดมาตรการต่างๆ เพือ่ เป็นการป้องกันและลดโอกาสในการเกิด ความเสีย่ งดังกล่าว เช่น - เน้นย้ำกับผูป้ ฎิบตั งิ านอย่างสม่ำเสมอถึงความไม่ประมาท - บำรุงรักษาอุปกรณ์ตา่ งๆ ตามระยะเวลาทีก่ ำหนดไว้ เพือ่ ให้อปุ กรณ์นน้ั ๆ สามารถทำงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ - สร้างความสัมพันธ์อย่างดีเยี่ยมต่อชุมชนรอบโรงไฟฟ้าอันจะก่อให้เกิดความเข้าใจ ทีถ่ กู ต้องได้ - กำหนดแผนการรักษาความปลอดภัย การติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งการฝึกซ้อม เป็นประจำ - จัดทำประกันภัยโรงไฟฟ้าทีค่ รอบคลุมในเรือ่ ง Properties All Risks, Machinery Breakdown, Business Interruption และ Third Party Liability เพื่อความมั่นใจ ว่าหากมีเหตุการณ์ดงั กล่าวเกิดขึน้ ทรัพย์สนิ และบุคคลทีไ่ ด้รบั ความเสียหายจะได้รบั ความคุม้ ครอง อย่างเพียงพอและเหมาะสม 4. ความเสีย่ งด้านการเงิน การลงทุนในธุรกิจการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าของกลุ่มบริษัท ต้องใช้เงินลงทุน จำนวนมาก โดยเงินทุนทีน่ ำมาใช้สว่ นหนึง่ เป็นการกูย้ มื จากสถาบันการเงินจากทัง้ ในและต่างประเทศ ซึง่ ความเสีย่ งสำคัญคือ ความผันผวนของอัตราดอกเบีย้ และอัตราแลกเปลีย่ น ซึง่ อาจส่งผลให้ประมาณ การผลประกอบการของบริษทั จากกิจการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าลดลง ดังนัน้ แนวทางป้อง กันและลดความเสีย่ งทางการเงิน มีดงั นี้ 4.1 ความเสีย่ งจากความผันผวนของอัตราแลกเปลีย่ น บริษทั มีนโยบายป้องกันความเสีย่ ง จากความผันผวนของอัตราแลกเปลีย่ นของโครงการจาก โรงไฟฟ้าต่างๆโดยพยายามจัดให้ โครงสร้างของสกุลเงินกู้สอดคล้องกับโครงสร้างของรายได้ และค่าใช้จ่าย ของโครงการ และบริหารให้ค่าใช้จ่ายสำหรับการพัฒนาและก่อสร้างโครงการเป็น เงินสกุลเดียวกับเงินกูท้ ไ่ี ด้รบั ในสัดส่วนทีใ่ กล้เคียงกันมากทีส่ ดุ เท่าทีจ่ ะทำได้ 4.2 ความเสีย่ งจากความผันผวนของอัตราดอกเบีย้ บริษทั มีนโยบายป้องกันความเสีย่ งจากการผันผวนของอัตราดอกเบีย้ เช่น การใช้อตั ราดอกเบีย้ คงที่ การทำสัญญาแลกเปลีย่ นอัตราดอกเบีย้ (Interest Rate Swap) เพือ่ ลด ความเสีย่ งด้านอัตราดอกเบีย้ ให้อยูใ่ นระดับทีเ่ หมาะสม ทำให้สามารถประมาณการ กระแสเงินสด ของค่าใช้จา่ ยเงินกูข้ องโครงการตลอดอายุสญ ั ญาได้อย่างถูกต้องและหากไม่สามารถลดความเสีย่ ง ได้ตลอดอายุโครงการ บริษทั จะหาเครือ่ งมือ ทางการเงินทีม่ ใี นตลาด เพือ่ ลดความเสีย่ งจากอัตรา ดอกเบีย้ ให้อยูใ่ นเกณฑ์ทเ่ี หมาะสมต่อไป

28

รายงานประจำปี 2553


7. ผูถ้ อื หุน้ รายใหญ่

ลำดับ 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. 13. 14. 15. 16. 17. 18. 19. 20. 21.

ผูถ้ อื หุน้ รายใหญ่ ณ วันปิดสมุดทะเบียน มีดังต่อไปนี้ ผูถ้ อื หุน้ รายใหญ่

จำนวนหุน้

STANDARD MERCHANT BANK (ASIA) LIMITED บริษทั จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ORIENTAL PACIFIC VENTURES LIMITED THE LAW DEBENTURE TRUST . CORPORATION P.L.C. บริษทั บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด บริษทั สยาม พาวเวอร์ แอนด์ อิเล็คทริค จำกัด นายประชา เหตระกูล พ.ญ.พวงทอง ชุตาภา นายนคร หาญไกรวิไลย์ บริษทั เอ็ม เอส ซี ซี จำกัด น.ส.วราภรณ์ หาญไกรวิไลย์ บริษทั ออคิด พลาซ่า จำกัด บริษทั เกตเวย์ ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด SIAM LAND HOLDING (1990) CO., LTD. น.พ.โอภาส ชุตาภา บริษทั แอล แอนด์ อาร์ พร็อพเพอร์ต้ี จำกัด นางซาลี่ ชุตาภา นางกนิษฐา ทองเรืองกุล นายชูชาติ ทองเจือพงษ์ THAILAND SECURITIES DEPOSITORY CO.,LTD. FOR DEPOSITOR นายชาลี ชุตาภา

ร้อยละ

69,590,077 14.63% 58,794,745 12.36% 44,751,401 9.41% 39,413,146 8.29% 21,606,850 16,097,397 12,560,900 10,360,417 10,000,000 9,407,711 8,000,000 6,243,500 5,793,751 5,348,837 5,199,701 4,833,922 4,131,589 3,700,800 3,523,000 3,493,000

4.54% 3.39% 2.64% 2.18% 2.10% 1.98% 1.68% 1.31% 1.22% 1.13% 1.09% 1.02% 0.87% 0.78% 0.74% 0.73%

3,017,300

0.63%

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

29


8. การจัดการ 8.1 โครงสร้างการจัดการ 8.1.1 โครงสร้างองค์กรของบริษทั

ผูถ้ อื หุน้

คณะทีป่ รึกษา คณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษทั ประธานกรรมการ

ทีป่ รึกษา คณะกรรมการบริหาร

คณะกรรมการบริหาร

กรรมการผูจ้ ดั การ

สำนักบริหาร และกฎหมาย

ฝ่ายธุรการ

ส่วนงานเลขานุการบริษทั ส่วนกฎหมาย 1

ฝ่ายการบัญชี

ฝ่ายการเงินและ การวางแผน

ส่วนการพนักงาน

ส่วนการบัญชี 1

ส่วนวางแผน และระบบข้อมูล

ส่วนประสานงาน เลขานุการ

ส่วนการบัญชี 2

ส่วนกฎหมาย 2 ส่วนบริการทัว่ ไป ส่วนสื่อสารองค์กร

30

รายงานประจำปี 2553

ฝ่ายการตลาด ส่วนการขาย 1 ส่วนการขาย 2

ส่วนการเงิน และการลงทุน

ส่วนบริการการตลาด


คณะกรรมการตรวจสอบ ฝ่ายตรวจสอบภายใน

นิคมอุตสาหกรรม เกตเวย์ ซิต้ี

ฝ่ายออกแบบ โครงการ

ฝ่ายพัฒนาโครงการ

ส่วนก่อสร้าง

ส่วนปฏิบตั กิ าร

ส่วนออกแบบ 1

ส่วนพัฒนาและ บริหารโครงการ

ส่วนวิชาการและ สารสนเทศ ส่วนบริการ งานวิศวกรรม

ส่วนบำรุงรักษา

ส่วนออกแบบ 2

ฝ่ายวิศวกรรม

ส่วนบริการ นิคมอุตสาหกรรม

ส่วนจัดซือ้ โครงการ ส่วนประสานงาน โครงการ

ฝ่ายโครงการพิเศษ ส่วนโครงการพิเศษ ส่วนบริการ โครงการพิเศษ ส่วนลูกค้าสัมพันธ์ โครงการพิเศษ

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

31


8.1.2 ขอบเขตอำนาจหน้าทีข่ องคณะกรรมการ บริษทั มีคณะกรรมการทัง้ หมด 3 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการบริษทั คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการตรวจสอบ โดยมีขอบเขตอำนาจหน้าทีข่ องคณะกรรมการแต่ละชุด ดังนี้ ขอบเขตอำนาจหน้าทีข่ องคณะกรรมการบริษทั 1. การกำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของบริษัท และกำกับดูแลให้ฝ่าย จัดการดำเนินการตามนโยบายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการติดตาม การดำเนินกิจการของบริษทั ตลอดเวลา 2. รับผิดชอบจัดการและตัดสินใจในกิจการทั้งหลายทั้งปวงของบริษัทภายในขอบเขต ที่ระบุไว้ในวัตถุประสงค์และข้อบังคับของบริษัท รวมทั้งควบคุมดูแลให้มีการปฏิบัติ ตามกฎหมายทีเ่ กีย่ วข้อง 3. มีอำนาจหน้าทีต่ ามทีไ่ ด้รบั มอบหมายจากผูถ้ อื หุน้ เว้นแต่เรือ่ งต่อไปนีซ้ ง่ึ คณะกรรมการ ต้องได้รบั อนุมตั จิ ากทีป่ ระชุมผูถ้ อื หุน้ ก่อนดำเนินการ 3.1 เรือ่ งทีก่ ฎหมายกำหนดให้ตอ้ งมีมติทป่ี ระชุมผูถ้ อื หุน้ 3.2 การทำรายการทีเ่ กีย่ วโยงกันทีม่ ขี นาดของรายการเมือ่ คำนวณตามเกณฑ์ท่ี ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดแล้วมีคา่ ตัง้ แต่รอ้ ยละ 50 ขึน้ ไป 3.3 การซือ้ หรือขายสินทรัพย์สำคัญทีม่ ขี นาดของรายการเมือ่ คำนวณตามเกณฑ์ท่ี ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดแล้วมีคา่ ตัง้ แต่รอ้ ยละ 50 ขึน้ ไป ขอบเขตอำนาจหน้าทีข่ องคณะกรรมการบริหาร 1. กำหนดกระบวนการดำเนินงานธุรกิจในทางปฏิบตั ติ ามนโยบายและทิศทางของ คณะกรรมการบริษทั 2. กำกับควบคุมดูแลฝ่ายจัดการให้ดำเนินงานตามกระบวนการทีก่ ำหนดในข้อ 1. 3. พิจารณาทบทวน อนุมตั ริ ะเบียบวิธกี ารปฎิบตั วิ า่ ด้วย การจัดซือ้ จัดจ้าง การพนักงาน ฯลฯ 4. พิจารณาอนุมตั กิ ารแต่งตัง้ โยกย้ายพนักงานในระดับผูช้ ว่ ยรองกรรมการผูจ้ ดั การ และต่ำกว่า 5. พิจารณานำเสนอต่อคณะกรรมการบริษทั เพือ่ ขออนุมตั ิ อัตราการขึน้ เงินเดือน ค่าจ้าง และเงินรางวัล(โบนัส)ประจำปี สำหรับพนักงาน

32

รายงานประจำปี 2553


ขอบเขตหน้าทีแ่ ละความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ 1. สอบทานให้บริษทั มีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเพียงพอ 2. สอบทานให้บริษทั มีระบบการควบคุมภายใน (Internal Control) และระบบ การตรวจสอบภายใน ( Internal Audit ) ทีเ่ หมาะสมและมีประสิทธิผลและพิจารณา ความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการ พิจารณาแต่งตัง้ โยกย้าย เลิกจ้างหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือหน่วยงาน อืน่ ใดทีร่ บั ผิดชอบเกีย่ วกับการตรวจสอบภายใน 3. สอบทานให้บริษทั ปฏิบตั ติ ามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนด ของตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายทีเ่ กีย่ วข้องกับธุรกิจของบริษทั 4. พิจารณาคัดเลือก เสนอแต่งตัง้ บุคคลซึง่ มีความเป็นอิสระเพือ่ ทำหน้าทีเ่ ป็นผูส้ อบบัญชี ของบริษทั และเสนอค่าตอบแทนของบุคคลดังกล่าว รวมทัง้ เข้าร่วมประชุมกับ ผูส้ อบบัญชี โดยไม่มฝี า่ ยจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละ 1 ครัง้ 5. พิจารณารายการทีเ่ กีย่ วโยงกันหรือรายการทีอ่ าจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ ทัง้ นี้ เพือ่ ให้มน่ั ใจว่า รายการดังกล่าวสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สงู สุดต่อบริษทั 6. จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของ บริษทั ซึง่ รายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และต้อง ประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (ก) ความเห็นเกีย่ วกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นทีเ่ ชือ่ ถือได้ของรายงานทางการเงิน ของบริษัท (ข) ความเห็นเกีย่ วกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษทั (ค) ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายทีเ่ กีย่ วข้องกับธุรกิจ ของบริษัท (ง) ความเห็นเกีย่ วกับความเหมาะสมของผูส้ อบบัญชี (จ) ความเห็นเกีย่ วกับรายการทีอ่ าจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (ฉ) จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมกรรมการ ตรวจสอบแต่ละท่าน (ช) ความเห็นหรือข้อสังเกตโดยรวมทีค่ ณะกรรมการตรวจสอบได้รบั จากการ ปฏิบตั หิ น้าทีต่ ามกฎบัตร (Charter ) (ซ) รายการอืน่ ทีเ่ ห็นว่าผูถ้ อื หุน้ และผูล้ งทุนทัว่ ไปควรทราบ ภายใต้ขอบเขตหน้าที่ และความรับผิดชอบทีไ่ ด้รบั มอบหมายจากคณะกรรมการบริษทั

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

33


7. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการของบริษัทมอบหมายด้วยความเห็นชอบจาก คณะกรรมการตรวจสอบ 8. ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบหากพบหรือมีข้อสงสัยว่ามีรายการ หรือการกระทำดังต่อไปนี้ ซึง่ อาจมีผลกระทบอย่างมีนยั สำคัญต่อฐานะการเงินและ ผลการดำเนินงานของบริษทั ให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการ ของบริษทั เพือ่ ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาทีค่ ณะกรรมการตรวจสอบ เห็นสมควร (ก) รายการทีเ่ กิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (ข) การทุจริตหรือมีสง่ิ ผิดปกติหรือมีความบกพร่องทีส่ ำคัญในระบบควบคุมภายใน (ค) การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของ ตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายทีเ่ กีย่ วข้องกับธุรกิจของบริษทั หากคณะกรรมการของบริษัทหรือผู้บริหารไม่ดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไขภายใน เวลาตามวรรคหนึง่ กรรมการตรวจสอบรายใดรายหนึง่ อาจรายงานว่ามีรายการหรือการกระทำตามวรรค หนึง่ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือตลาดหลักทรัพย์ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการตรวจสอบมีความรับผิดชอบต่อคณะ กรรมการบริษทั โดยตรง และคณะกรรมการบริษทั ยังคงมีความรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษทั ต่อบุคคลภายนอก

8.1.3 รายชือ่ และตำแหน่งของกรรมการและผูบ้ ริหาร ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554

คณะกรรมการบริษทั 1. 2. 3. 4 5. 6. 7. 8.

นายประชา เหตระกูล นายปรีชา เศขรฤทธิ์ นายพิชญพงศ์ ณ บางช้าง นายกมลศักดิ์ พันธุเสน นายสวาสดิ์ ปุย้ พันธวงศ์ นางพิมพ์ใจ ศรีสวัสดิ์ นายสมชัย ไชยศุภรากุล นางสาวประภา เทียนเกษม

ประธานกรรมการ กรรมการผูจ้ ดั การ กรรมการและกรรมการบริหาร กรรมการและกรรมการอิสระ กรรมการและกรรมการอิสระ กรรมการและกรรมการอิสระ กรรมการและกรรมการอิสระ กรรมการ

คณะกรรมการบริหาร 1. นายประชา เหตระกูล 2. นายปรีชา เศขรฤทธิ์ 3. นายพิชญพงศ์ ณ บางช้าง

34

รายงานประจำปี 2553

ประธาน กรรมการ กรรมการ


คณะกรรมการตรวจสอบ 1. *นายกมลศักดิ์ พันธุเสน 2. นายสวาสดิ์ ปุย้ พันธวงศ์ 3. *นางพิมพ์ใจ ศรีสวัสดิ์

ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ

หมายเหตุ * มีความรูแ้ ละประสบการณ์ในการสอบทานงบการเงินของบริษทั

ทีป่ รึกษาคณะกรรมการบริษทั 1. 2. 3. 4. 5.

นายศุกรีย์ แก้วเจริญ ดร. สุบนิ ปิน่ ขยัน ศ.ศิริ เกวลินสฤษดิ์ นายสมศักดิ์ ตีระพัฒนกุล นายสว่าง จำปา

ประธานที่ปรึกษา ทีป่ รึกษากิตติมศักดิ์ ทีป่ รึกษา ทีป่ รึกษา ทีป่ รึกษา

ทีป่ รึกษาคณะกรรมการบริหาร 1. นางส่องศรี กัลยาณมิตร

ทีป่ รึกษาคณะกรรมการบริหาร

เจ้าหน้าทีร่ ะดับบริหาร 1. 2. 3. 4.

นางสาวประภา เทียนเกษม นายพรศักดิ์ ภักดีวฒ ั นะกุล นางพูนทรัพย์ อัศวนภากาศ นายวิรตั น์ จุลนวล

5. นางสาวจิรประภา แสงจันทร์ 6. นางสุจปี ภา สิงโตกุล 7. นายนครินทร์ คร้ามอยู่

กรรมการและรองกรรมการผูจ้ ดั การอาวุโส(การบัญชี) รองกรรมการผูจ้ ดั การอาวุโส (พัฒนาโครงการ) รองกรรมการผูจ้ ดั การ (ธุรการ) รองกรรมการผูจ้ ดั การ (สำนักบริหารและกฎหมาย) และเลขานุการบริษทั รองกรรมการผูจ้ ดั การ (การเงินและวางแผน) รองกรรมการผูจ้ ดั การ (การตลาด) รองกรรมการผูจ้ ดั การ (พัฒนาโครงการ)

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

35


8.1.4 ข้อมูลของผูบ้ ริหาร

คณะกรรมการบริษทั นายประชา เหตระกูล

ตำแหน่ง ประธานกรรมการ ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท kodอายุ 69 ปี วุฒกิ ารศึกษา B.S., Mechanical Eng., Batter Sea College of Advanced Technology, England ประสบการณ์การทำงาน 2516 - ปัจจุบนั ประธานกรรมการ บริษทั สีพ่ ระยาการพิมพ์ จำกัด สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท(%) 2.641 ความสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่าง ผู้บริหาร ไม่มี การอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และทักษะ ของการเป็นกรรมการ Director Accreditation Program (DAP) ปี 2550 ข้อพิพาททางกฎหมาย ไม่มี ประวัติการกระทำผิด ไม่มี

36

รายงานประจำปี 2553

นายปรีชา เศขรฤทธิ์

ตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ กรรมการบริหาร กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท อายุ 64 ปี วุฒกิ ารศึกษา วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย M. Eng., Asian Institute of Technology. วิศวกรรมศาสตร์บณ ั ฑิต(เกียรตินยิ ม), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประสบการณ์การทำงาน 2536-ปัจจุบนั กรรมการ บริษทั จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) 2517-ปัจจุบนั ประธานกรรมการ บริษทั เซ้าท์อส๊ี ท์เอเซียเทคโนโลยี จำกัด สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท(%) 0.005 ความสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่าง ผู้บริหาร ไม่มี การอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และทักษะ ของการเป็นกรรมการ Director Accreditation Program (DAP) ปี 2547 Director Certification Program (DCP) ปี 2550 ข้อพิพาททางกฎหมาย ไม่มี ประวัติการกระทำผิด ไม่มี


คณะกรรมการบริษทั นายพิชญพงศ์ ณ บางช้าง

ตำแหน่ง กรรมการ กรรมการบริหาร กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท อายุ 53 ปี วุฒกิ ารศึกษา วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต(ไฟฟ้า) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประสบการณ์การทำงาน 2553-ปัจจุบนั กรรมการบริหาร บริษทั เอ็มดี เอ็กซ์ จำกัด(มหาชน) 2551-2552 กรรมการ (นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซติ )้ี 2544-2550 ผูช้ ว่ ยรองกรรมการผูจ้ ดั การ(วิศวกรรม) บริษทั เกตเวย์ ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด 2540-2543 ผูจ้ ดั การนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซติ ้ี บริษทั เกตเวย์ ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด 2523-2540 วิศวกรไฟฟ้าฝ่ายก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท(%) 0.002 ความสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่าง ผู้บริหาร ไม่มี การอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และทักษะ ของการเป็นกรรมการ Director Accreditation Program (DAP) ปี 2552 ข้อพิพาททางกฎหมาย ไม่มี ประวัติการกระทำผิด ไม่มี

นายกมลศักดิ์ พันธุเสน

ตำแหน่ง กรรมการ กรรมการอิสระ ประธานกรรมการตรวจสอบ อายุ 75 ปี วุฒกิ ารศึกษา พาณิชยศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บัญชีบณ ั ฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นิตศิ าสตร์บณ ั ฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประสบการณ์การทำงาน 2549-ปัจจุบนั กรรมการ กรรมการอิสระ บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด(มหาชน) 2541-2549 ผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต 2535-2540 สรรพากร จังหวัดยะลา สรรพากร จังหวัดสงขลา สรรพากรพืน้ ที่ กรุงเทพมหานคร 6 สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท(%) 0 ความสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่าง ผู้บริหาร ไม่มี การอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และทักษะ ของการเป็นกรรมการ Director Accreditation Program (DAP) ปี 2550 ข้อพิพาททางกฎหมาย ไม่มี ประวัติการกระทำผิด ไม่มี

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

37


คณะกรรมการบริษทั นายสวาสดิ์ ปุย้ พันธวงศ์

ตำแหน่ง กรรมการ กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ อายุ 79 ปี วุฒกิ ารศึกษา วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุน่ 27 บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ M.S.E.E. Oregon State University, USA. วิศวกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นิตศิ าสตร์บณ ั ฑิต, มหาวิทยาลัยรามคำแหง o ประสบการณ์การทำงาน 2548-2550 กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ บริษทั เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) 2546-2549 กรรมการอิสระ ประธานกรรมการตรวจสอบ บริษทั แพคเดลต้า จำกัด (มหาชน) สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท(%) 0 ความสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่าง ผู้บริหาร ไม่มี การอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และทักษะ ของการเป็นกรรมการ Director Accreditation Program (DAP) ปี 2548 ข้อพิพาททางกฎหมาย ไม่มี ประวัติการกระทำผิด ไม่มี

38

รายงานประจำปี 2553

นางพิมพ์ใจ ศรีสวัสดิ์

ตำแหน่ง กรรมการ กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ อายุ 75 ปี วุฒกิ ารศึกษา บัญชีบณ ั ฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประสบการณ์การทำงาน 2540-2549 นักบัญชีอิสระ 2534-2539 ผู้อำนวยการกองรายได้ การไฟฟ้านครหลวง สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท(%) 0.09 ความสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่าง ผู้บริหาร ไม่มี การอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และทักษะ ของการเป็นกรรมการ Director Accreditation Program (DAP) ปี 2550 ข้อพิพาททางกฎหมาย ไม่มี ประวัติการกระทำผิด ไม่มี


คณะกรรมการบริษทั นายสมชัย ไชยศุภรากุล

ตำแหน่ง กรรมการ กรรมการอิสระ อายุ 62 ปี วุฒกิ ารศึกษา Assumption Commercial College MBA-University of Leicester, UK Henley Management College, UK ประสบการณ์การทำงาน 2538-ปัจจุบนั กรรมการผู้จัดการ บริษทั ไวท์กรุป๊ จำกัด(มหาชน) กรรมการผู้จัดการ บริษทั โอสถสภา จำกัด กรรมการอิสระ บริษทั โรเดีย ไทย อินดัสทรีส์ จำกัด กรรมการอิสระ บริษทั หลักทรัพย์ ไอ วี โกลบอล จำกัด (มหาชน) สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท(%) 0 ความสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่าง ผู้บริหาร ไม่มี การอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และทักษะ ของการเป็นกรรมการ Director Accreditation Program (DAP) ปี 2547 ข้อพิพาททางกฎหมาย ไม่มี ประวัติการกระทำผิด ไม่มี

นางสาวประภา เทียนเกษม

ตำแหน่ง กรรมการ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท อายุ 50 ปี วุฒกิ ารศึกษา บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ นิตศิ าสตร์บณ ั ฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์บัณฑิต(วิทยาการคอมพิวเตอร์), มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสติ บริหารธุรกิจบัณฑิต (การเงินและการธนาคาร), มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช บัญชีบณ ั ฑิต (เกียรตินยิ มอันดับหนึง่ ), มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ประสบการณ์การทำงาน 2547-ปัจจุบนั รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส(การบัญชี) บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) 2548-2549 กรรมการ บริษทั วิทยุแพลนเนอร์ จำกัด สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท(%) 0.0003 ความสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่าง ผู้บริหาร ไม่มี การอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และทักษะ ของการเป็นกรรมการ Director Accreditation Program (DAP) ปี 2550 ข้อพิพาททางกฎหมาย ไม่มี ประวัติการกระทำผิด ไม่มี

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

39


เจ้าหน้าทีร่ ะดับบริหาร นายพรศักดิ์ ภักดีวฒ ั นะกุล

นางพูนทรัพย์ อัศวนภากาศ

ตำแหน่ง

ตำแหน่ง

รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส (พัฒนาโครงการ) อายุ 47 ปี วุฒกิ ารศึกษา บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประสบการณ์การทำงาน 2533-2536 บริษัท สยาม ซี เอ็ม จำกัด 2530-2533 บริษทั อรุณชัยเสรี คอนซัลติง้ เอ็นจิเนียร์ส จำกัด สัดส่วนการถือหุน้ ในบริษทั (%) 0 ความสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่างผูบ้ ริหาร ไม่มี การอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ และทักษะของการเป็นผูบ้ ริหาร ไม่มี ข้อพิพาททางกฎหมาย ไม่มี ประวัตกิ ารกระทำผิด ไม่มี

รองกรรมการผู้จัดการ (ธุรการ) อายุ 56 ปี วุฒกิ ารศึกษา ศิลปศาสตร์บณ ั ฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนนั ทา ประสบการณ์การทำงาน 2524-2533 บริษทั ซัมมิท คอมพิวเตอร์ จำกัด สัดส่วนการถือหุน้ ในบริษทั (%) 0.001 ความสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่างผูบ้ ริหาร ไม่มี การอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ และทักษะของการเป็นผูบ้ ริหาร ไม่มี ข้อพิพาททางกฎหมาย ไม่มี ประวัตกิ ารกระทำผิด ไม่มี

นายวิรตั น์ จุลนวล

นางสาวจิรประภา แสงจันทร์

ตำแหน่ง

ตำแหน่ง

รองกรรมการผู้จัดการ(สำนักบริหารและกฎหมาย)และ เลขานุการบริษัท อายุ 46 ปี วุฒิการศึกษา นิตศิ าสตร์บณ ั ฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประสบการณ์การทำงาน 2551-ปัจจุบนั บริษัท ไฮเทค เคเบิล เทเลวิชั่น จำกัด 2548-2550 บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ แอสเซท จำกัด 2531-2533 ธนาคารศรีนคร จำกัด สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท(%) 0 ความสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่างผูบ้ ริหาร ไม่มี การอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ และทักษะของการเป็นผู้บริหาร ไม่มี ข้อพิพาททางกฎหมาย ไม่มี ประวัติการกระทำผิด ไม่มี

รองกรรมการผูจ้ ดั การ (การเงินและวางแผน) อายุ 45 ปี วุฒกิ ารศึกษา บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริหารธุรกิจบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประสบการณ์การทำงาน 2533-2535 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ สหธนกิจไทย จำกัด สัดส่วนการถือหุน้ ในบริษทั (%) 0.0004 ความสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่างผูบ้ ริหาร ไม่มี การอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ และทักษะของการเป็นผูบ้ ริหาร ไม่มี ข้อพิพาททางกฎหมาย ไม่มี ประวัตกิ ารกระทำผิด ไม่มี

40

รายงานประจำปี 2553


เจ้าหน้าทีร่ ะดับบริหาร นางสุจปี ภา สิงโตกุล

นายนครินทร์ คร้ามอยู่

ตำแหน่ง

ตำแหน่ง

รองกรรมการผู้จัดการ (การตลาด) อายุ 50 ปี วุฒกิ ารศึกษา วารสารศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประสบการณ์การทำงาน 2531-2533 ผูจ้ ดั การฝ่ายการตลาด บริษัท ปาล์มบีช ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด 2526-2530 เจ้าหน้าทีฝ่ า่ ยการตลาด บริษัท วอลล์สตรีททาวเวอร์ จำกัด สัดส่วนการถือหุน้ ในบริษทั (%) 0.014 ความสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่างผูบ้ ริหาร ไม่มี การอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ และทักษะของการเป็นผูบ้ ริหาร ไม่มี ข้อพิพาททางกฎหมาย ไม่มี ประวัตกิ ารกระทำผิด ไม่มี

รองกรรมการผู้จัดการ (พัฒนาโครงการ) อายุ 42 ปี วุฒกิ ารศึกษา วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ประสบการณ์การทำงาน 2550-2553 ผูช้ ว่ ยรองกรรมการผูจ้ ดั การ (พัฒนาโครงการ) บริษัท เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) 2547-2550 ผูช้ ว่ ยผูจ้ ดั การโครงการ บริษทั อรุณชัยเสรี คอนซัลติง้ เอ็นจิเนียร์ส จำกัด 2545-2547 วิศวกรโครงการ บริษทั เอรอส จำกัด 2544-2545 วิศวกรโครงการ บริษทั เอเออีแอนด์คอนซัลติง้ เอ็นจิเนียร์ จำกัด 2539-2543 วิศวกรโครงการ บริษัท โทมิซซ์ กรุ๊ป จำกัด 2537-2539 บริษทั อรุณชัยเสรี คอนซัลติง้ เอ็นจิเนียร์ส จำกัด 2532-2537 บริษัท สยามกลการ จำกัด สัดส่วนการถือหุน้ ในบริษทั (%) 0 ความสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่างผูบ้ ริหาร ไม่มี การอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ และทักษะของการเป็นผูบ้ ริหาร ไม่มี ข้อพิพาททางกฎหมาย ไม่มี ประวัตกิ ารกระทำผิด ไม่มี

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

41


8.1.5 ข้อมูลการดำรงตำแหน่งของกรรมการผูบ้ ริหารและผูม้ อี ำนาจ ควบคุมในบริษทั บริษทั ย่อย บริษทั ร่วม บริษทั ทีเ่ กีย่ วข้องกัน

1. นายประชา เหตระกูล /x // / 2. นายปรีชา เศขรฤทธิ์ / // / // / / / 3. นายพิชญพงศ์ ณ บางช้าง / // 4. นายกมลศักดิ์ พันธุเสน / 5. นายสวาสดิ์ ปุย้ พันธวงศ์ / 6. นางพิมพ์ใจ ศรีสวัสดิ์ / 7. นายสมชัย ไชยศุภรากุล / 8. นางสาวประภา เทียนเกษม / / หมายเหตุ : / = กรรมการ x = ประธานกรรมการ // = กรรมการบริหาร แสดงเฉพาะท่านทีด่ ำรงตำแหน่งในบริษทั ย่อย บริษทั ร่วม และบริษทั ทีเ่ กีย่ วข้องกัน

/ /

8.1.6 รายละเอียดเกีย่ วกับกรรมการของบริษทั ย่อย (ทีม่ นี ยั สำคัญ) บริษัทย่อย

รายชือ่ กรรการ บมจ. จี เอ็ม เอส เพาเวอร์

บจ. จี เอ็ม เอส ลาว

1. นายประชา เหตระกูล / 2. นายปรีชา เศขรฤทธิ์ / // / 3. นายรอย อิศราพร ชุตาภา / 4. นายเดวิด แอล ไมค์เคิลส์ / // / 5. นางส่องศรี กัลยาณมิตร / / 6. นายสว่าง จำปา / // 7. นายวีระวัฒน์ ชลายน / 8. นายเวนย์ เอิรล์ แพรทริจ / 9. นายชาลี โสภณพนิช / หมายเหตุ : / = กรรมการ x = ประธานกรรมการ // = กรรมการบริหาร ทีม่ นี ยั สำคัญ หมายถึง มีรายได้เกินกว่าร้อยละ 10 ของรายได้รวมตามงบกำไรขาดทุนรวม ของปีบญ ั ชีลา่ สุด

42

รายงานประจำปี 2553

บริษัท เซ็นทรัล อพาร์ทเมนท์ จำกัด

บริษัท เกตเวย์ เอสเตท จำกัด

บริษัท เกตเวย์ ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด

บริษัท เกตเวย์ เพาเวอร์ จำกัด

บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน

บริษัท เอ็ม ดี เอ็กซ์ กรุ๊ป จำกัด

บริษัท เอ็ม ดี เอ็กซ์ วอเตอร์ จำกัด

บริษัท จี เอ็ม เอส ลาว จำกัด

บริษัท จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

รายชือ่ ผูบ้ ริหาร

บริษัท เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

บริษทั ย่อย

/


8.2 รายละเอียดทีก่ รรมการแจ้งต่อบริษทั 8.2.1 ส่วนได้สว่ นเสียไม่วา่ โดยตรงหรือโดยอ้อม ในสัญญาใดๆ ทีบ่ ริษทั ทำขึน้ ระหว่างรอบปีบญ ั ชี 2552 - ไม่ม-ี

8.2.2 การถือหุน้ ของกรรมการในบริษทั ชือ่ กรรมการ

ชนิดหุน้

จำนวนหุ้น ณ 31 ธันวาคม

1. นายประชา เหตระกูล 2. นายปรีชา เศขรฤทธิ์ 3. นายพิชญพงศ์ ณ บางช้าง 4. นายสวาสดิ์ ปุย้ พันธวงศ์ 5. นายกมลศักดิ์ พันธุเสน 6. นางพิมพ์ใจ ศรีสวัสดิ์ 7. นางสาวประภา เทียนเกษม 8. นายสมชัย ไชยศุภรากุล

สามัญ สามัญ สามัญ สามัญ สามัญ สามัญ สามัญ สามัญ

เพิม่ (ลด)

2553

2552

12,560,900 22,500 10,400 422,000 1,200 -

12,560,900 22,500 10,400 422,000 1,200 -

-

8.2.3 การถือหุน้ ของกรรมการในบริษทั ในเครือ จำนวนหุ้น ณ 31 ธันวาคม

ชื่อบริษัท

กรรมการผู้ถือหุ้นในบริษัทในเครือ

ชนิดหุ้น

เพิม่ (ลด)

2553

2552

1. บริษทั จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

นายปรีชา เศขรฤทธิ์

สามัญ

100

100

-

2. บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ วอเตอร์ จำกัด

นายปรีชา เศขรฤทธิ์

สามัญ

-

-

-

นายปรีชา เศขรฤทธิ์

สามัญ

1

-

-

3. บริษทั จี เอ็ม เอส ลาว จำกัด 4. บริษทั อีสเทิรน์ เพาเวอร์ แอนด์ อิเลคทริค จำกัด 5. บริษทั เกตเวย์ เพาเวอร์ จำกัด

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

43


8.3 ค่าตอบแทนกรรมการและผูบ้ ริหาร 8.3.1 ค่าตอบแทนทีเ่ ป็นตัวเงิน ดังนี้

(1) เงินบำเหน็ จของกรรมการ ชือ่ กรรมการ

ค่าตอบแทนรวมต่อปี

1. นายประชา เหตระกูล 2. นายปรีชา เศขรฤทธิ์ 3. นายพิชญพงศ์ ณ บางช้าง 4. นายกมลศักดิ์ พันธุเสน 5. นายสวาสดิ์ ปุย้ พันธวงศ์ 6. นางพิมพ์ใจ ศรีสวัสดิ์ 7. นางสาวประภา เทียนเกษม 8. นายสมชัย ไชยศุภรากุล

120,000 บาท 100,000 บาท 100,000 บาท 120,000 บาท 100,000 บาท 100,000 บาท 100,000 บาท 100,000 บาท

(2) ค่าตอบแทนของกรรมการตรวจสอบ ชือ่ กรรมการ

ค่าตอบแทนรวมต่อปี

1. นายกมลศักดิ์ พันธุเสน 2. นายสวาสดิ์ ปุย้ พันธวงศ์ 3. นางพิมพ์ใจ ศรีสวัสดิ์

50,000 บาท 50,000 บาท 50,000 บาท

3) เงินเดือนและโบนัสของกรรมการบริหารและผูบ้ ริหารของบริษทั จำนวน 10 ราย เท่ากับ 11,835,917 บาท 8.3.2 ค่าตอบแทนอืน่ กองทุนสำรองเลีย้ งชีพเท่ากับ 508,692 บาท

8.4 การเข้าร่วมประชุมของกรรมการ ในปี พ.ศ. 2553 คณะกรรมการมีการประชุมรวมทัง้ สิน้ 11 ครัง้ โดยการเข้าร่วม ประชุมของกรรมการแต่ละท่านสรุปได้ ดังนี้ ชือ่ คณะกรรมการ

จำนวนการประชุม (ครัง้ )

1. นายประชา เหตระกูล 2. นายปรีชา เศขรฤทธิ์ 3. นายกมลศักดิ์ พันธุเสน 4. นายสวาสดิ์ ปุย้ พันธวงศ์ 5. นางพิมพ์ใจ ศรีสวัสดิ์ 6. นางสาวประภา เทียนเกษม 7. นายสมชัย ไชยศุภรากุล 8. นายพิชญพงศ์ ณ บางช้าง *จำนวนการประชุม นับจากวันที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง

44

รายงานประจำปี 2553

11 11 11 11 11 11 11 11

จำนวนการเข้าประชุม (ครัง้ ) 11 11 11 11 10 11 11 11


8.5 การสรรหากรรมการและผูบ้ ริหาร กรรมการบริหารและกรรมการบริษทั เป็นผูค้ ดั เลือกและกลัน่ กรองบุคคลทีม่ คี ณ ุ สมบัติ ครบถ้วน เหมาะสม และนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาเห็นชอบแล้วจึง นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยในปัจจุบันบริษัทยังไม่มีการแต่งตั้งคณะ กรรมการสรรหา (Nominating Committee) การเลือกตัง้ กรรมการในทีป่ ระชุมผูถ้ อื หุน้ ใช้หลักเกณฑ์และวิธกี ารดังต่อไปนี้ (1) ผูถ้ อื หุน้ คนหนึง่ มีคะแนนเสียงเท่ากับหนึง่ หุน้ ต่อหนึง่ เสียง (2) ผูถ้ อื หุน้ แต่ละคนจะต้องใช้คะแนนเสียงทีม่ อี ยูท่ ง้ั หมดตาม(1)เลือกตัง้ บุคคล คนเดียว หรือหลายคนเป็นกรรมการก็ได้ แต่จะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผใู้ ด มากน้อยเพียงใดไม่ได้ (3) บุคคลซึง่ ได้รบั คะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมา เป็นผูไ้ ด้รบั การเลือกตัง้ เป็น กรรมการเท่าจำนวนกรรมการทีจ่ ะพึงมีหรือจะพึงเลือกตัง้ ในครัง้ นัน้ ในกรณีท่ี บุคคลซึง่ ได้รบั การเลือกตัง้ ในลำดับถัดลงมามีคะแนนเสียงเท่ากัน เกินจำนวน กรรมการทีจ่ ะพึงมีหรือจะพึงเลือกตัง้ ในครัง้ นัน้ ให้ผเู้ ป็นประธานเป็นผูอ้ อก เสียงชีข้ าด

8.6 การคัดเลือกกรรมการอิสระ บริษัทได้กำหนดนิยามกรรมการอิสระของบริษัท ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของคณะ กรรมการตลาดทุน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยกรรมการอิสระคือกรรมการทีไ่ ม่ได้บริหารจัดการ บริษทั หรือบริษทั ย่อยของบริษทั มีความอิสระจากคณะผูบ้ ริหารและ ผูถ้ อื หุน้ รายใหญ่และไม่มธี รุ กิจ กับบริษทั ซึง่ อาจส่งผลกระทบในทางลบต่อผลประโยชน์ของบริษทั และ/หรือผลประโยชน์ของผูถ้ อื หุน้

(1) คุณสมบัตปิ ระการสำคัญของกรรมการอิสระรวมถึง - ถือหุน้ ไม่เกินร้อยละหนึง่ ของจำนวนหุน้ ทีม่ สี ทิ ธิออกเสียงทัง้ หมดของบริษทั บริษทั ใหญ่ บริษทั ย่อย บริษทั ร่วม หรือนิตบิ คุ คลทีอ่ าจมีความขัดแย้ง โดยนับรวมการถือหุน้ ของผูท้ เ่ี กีย่ วข้อง ของกรรมการอิสระรายนัน้ ๆ ด้วย - ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการทีม่ สี ว่ นร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ทีป่ รึกษาทีไ่ ด้ รับเงินเดือนประจำ หรือผูม้ อี ำนาจควบคุมของบริษทั บริษทั ใหญ่ บริษทั ย่อย บริษทั ร่วม บริษทั ย่อยลำดับ เดียวกัน หรือนิตบิ คุ คลทีอ่ าจมีความขัดแย้ง - ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือ โดยการจดทะเบียนตามกฎหมาย ในลักษณะทีเ่ ป็นบิดามารดา คูส่ มรส พีน่ อ้ ง และบุตร รวมทัง้ คูส่ มรสของบุตรของผูบ้ ริหาร ผูถ้ อื หุน้ รายใหญ่ ผูม้ อี ำนาจควบคุม หรือบุคคลทีจ่ ะได้รบั การเสนอให้เป็นผูบ้ ริหารหรือผูม้ อี ำนาจควบคุมของ บริษทั หรือบริษทั ย่อย

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

45


- ไม่มหี รือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษทั บริษทั ใหญ่ บริษทั ย่อย บริษทั ร่วมหรือ นิตบิ คุ คลทีอ่ าจมีความขัดแย้ง ในลักษณะทีอ่ าจเป็นการขัดขวางการใช้วจิ ารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทัง้ ไม่เป็นหรือเคยเป็นผูถ้ อื หุน้ รายใหญ่ กรรมการซึง่ ไม่ใช่กรรมการอิสระ หรือผูบ้ ริหารของผูท้ ม่ี ี ความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษทั บริษทั ใหญ่ บริษทั ย่อย บริษทั ร่วม หรือนิตบิ คุ คลทีอ่ าจมีความ ขัดแย้ง - ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึง่ รวมถึงการให้บริการเป็นทีป่ รึกษากฎหมาย หรือทีป่ รึกษาทางการเงิน ซึง่ ได้รบั ค่าบริการเกินกว่าสองล้านบาทต่อปีจากบริษทั บริษทั ใหญ่ บริษทั ย่อย บริษทั ร่วมหรือนิตบิ คุ คลทีอ่ าจมีความขัดแย้งทัง้ นีใ้ นกรณีทผ่ี ู้ ให้บริการทางวิชาชีพเป็นนิตบิ คุ คลให้รวม ถึงการเป็นผูถ้ อื หุน้ รายใหญ่ กรรมการซึง่ ไม่ใช่กรรมการอิสระ ผูบ้ ริหาร หรือหุน้ ส่วนผูจ้ ดั การของผู้ ให้ บริการทางวิชาชีพนัน้ ด้วย - ไม่เป็นกรรมการทีไ่ ด้รบั การแต่งตัง้ ขึน้ เพือ่ เป็นตัวแทนของกรรมการบริษทั ผูถ้ อื หุน้ รายใหญ่ หรือผูถ้ อื หุน้ ซึง่ เป็นผูท้ เ่ี กีย่ วข้องกับผูถ้ อื หุน้ รายใหญ่ของบริษทั - ไม่มลี กั ษณะอืน่ ใดทีท่ ำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกีย่ วกับการดำเนินงาน ของบริษัท

(2) กระบวนการสรรหากรรมการอิสระ คณะกรรมการบริหารจะเป็นผู้สรรหาและคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมที่จะ แต่งตัง้ เป็นกรรมการอิสระ และมีขน้ั ตอนในการตรวจสอบคุณสมบัตกิ บั หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง แล้วจึง นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ เมื่อผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม คณะกรรมการบริษทั แล้ว จึงนำเสนอต่อทีป่ ระชุมผูถ้ อื หุน้

9. การกำกับดูแลกิจการ บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการทีด่ ี ตามหลัก CG (Corporate Governance) ตามแนวทางทีต่ ลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด โดยได้นำมาเป็นแนวปฎิบตั ใิ นการกำหนดนโยบายการทำงานเพือ่ ให้เกิดความโปร่งใส สามารถเปิดเผย ข้อมูลของบริษทั ได้ถกู ต้อง ครบถ้วนทันต่อเหตุการณ์ และมีการบริหารจัดการทีซ่ อ่ื สัตย์ สุจริต เพือ่ สร้างความเชือ่ มัน่ ให้แก่ผถู้ อื หุน้ นักลงทุนและผูท้ เ่ี กีย่ วข้องทุกท่าน บริษทั จึงได้กำหนดนโยบาย การกำกับดูแลกิจการ ตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการทีด่ สี ำหรับบริษทั จดทะเบียน ปี 2549 ซึง่ แบ่งเป็นหัวข้อหลัก 5 หมวด ดังนี้

9.1 สิทธิของผูถ้ อื หุน้ บริษทั ตระหนักถึงสิทธิของผูถ้ อื หุน้ ในความเป็นเจ้าของในการควบคุมบริษทั โดยผ่าน การแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัทให้ทำหน้าที่แทนผู้ถือหุ้น และมีสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของบริษัท คณะกรรมการบริษัทส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ ใช้สิทธิของตน

46

รายงานประจำปี 2553


ตามสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้น ซึ่งได้แก่ การซื้อ การขาย หรือการโอนหุ้น การได้รับข่าวสาร ข้อมูลของกิจการอย่างเพียงพอ การได้รบั ทราบกฎเกณฑ์และวิธกี ารในการเข้าร่วมประชุม และได้รบั ข้อมูลทีเ่ พียงพอต่อการพิจารณาในแต่ละวาระก่อนการประชุม รวมถึงการมีโอกาสซักถามกรรมการ ในที่ประชุมนอกจากนี้คณะกรรมการบริษัท ยังตระหนักและให้ความสำคัญถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น ในอันทีจ่ ะไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดหรือริดรอนสิทธิของผูถ้ อื หุน้ โดยในการประชุมผูถ้ อื หุน้ ในแต่ละครัง้ บริษทั มีการดำเนินการดังนี้ บริษทั ได้กำหนดให้มกี ารประชุมใหญ่สามัญผูถ้ อื หุน้ อย่างน้อยปีละ 1 ครัง้ ภายในระยะเวลา ไม่เกิน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชี หากมีกรณีที่มีความจำเป็นในเรื่องที่ต้องได้รับอนุมัติ จากผูถ้ อื หุน้ คณะกรรมการบริษทั จะเรียกประชุมวิสามัญผูถ้ อื หุน้ โดยในการประชุมผูถ้ อื หุน้ แต่ละครัง้ บริษทั มีกดี่ ำเนินการดังนี้ การจัดส่งหนังสือเชิญประชุมผูถ้ อื หุน้ ในการจัดการประชุมผูถ้ อื หุน้ คณะกรรมการบริษทั ได้ ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผูถ้ อื หุน้ โดยเริม่ จัดส่งหนังสือเชิญประชุมทีม่ รี ายละเอียดวาระการประชุม พร้อมความเห็นของคณะกรรมการ รายละเอียดของเรือ่ งเพือ่ พิจารณาเหตุผลความจำเป็น หนังสือมอบฉันทะ และรายชือ่ ของกรรมการ อิสระและกรรมการผูจ้ ดั การพร้อมทัง้ คำแนะนำในการมอบฉันทะ เพือ่ ให้ผถู้ อื หุน้ สามารถเลือกทีจ่ ะ มอบฉันทะให้เข้าประชุมแทนได้ รวมทั้งแผนที่แสดงสถานที่ประชุมโดยจัดส่งให้ผู้ถือหุ้นล่วงหน้า ไม่นอ้ ยกว่า 7 วันก่อนประชุม และประกาศลงหนังสือพิมพ์รายวันก่อนวันประชุมไม่นอ้ ยกว่า 3 วัน และติดต่อกันไม่นอ้ ยกว่า 3 วัน เพือ่ บอกกล่าวเรียกประชุมผูถ้ อื หุน้ เป็นการล่วงหน้า วันประชุมผูถ้ อื หุน้ และการดำเนินการประชุม บริษทั ได้ปรับปรุงกระบวนการจัดการประชุมใหญ่สามัญผูถ้ อื หุน้ ให้มคี วามเหมาะสมอย่าง ต่อเนื่องโดยยึดหลักที่ให้ผู้ถือหุ้นทุกรายได้มีโอกาสได้รับทราบ และได้ ใช้สิทธิของผู้ถือหุ้น อย่างเท่าเทียมกัน รวมทัง้ มีสทิ ธิในการให้ความเห็น หรือให้ขอ้ เสนอแนะทีเ่ ป็นประโยชน์ตอ่ บริษทั ในการลงทะเบียนเข้าประชุมบริษทั ได้เปิดให้ผถู้ อื หุน้ ลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนการประชุม อย่างน้อย 2 ชัว่ โมง และต่อเนือ่ งจนกว่าการประชุมจะแล้วเสร็จ นอกจากนัน้ บริษทั ยังจัดให้มกี ารอำนวย ความสะดวกแก่ผถู้ อื หุน้ ด้วยเจ้าหน้าทีข่ องบริษทั อย่างเพียงพอและเหมาะสม บริษทั จัดให้มเี จ้าหน้าที่ ในการอำนวยความสะดวกแก่ผถู้ อื หุน้ ในการขอรับข้อมูลสารสนเทศ และตอบคำถามต่างๆ นอกจากนัน้ ยังจัดให้มกี ารรับรองทีเ่ หมาะสมสำหรับผูถ้ อื หุน้ ทีม่ าร่วมประชุมด้วย สำหรับผูถ้ อื หุน้ ทีไ่ ม่สะดวกเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญผูถ้ อื หุน้ ด้วยตนเอง บริษทั ได้เสนอให้ ผูถ้ อื หุน้ สามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระ หรือมอบฉันทะให้กรรมการผูจ้ ดั การอย่างน้อย 1 ท่าน เข้าประชุมและลงคะแนนเสียงแทน

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

47


ก่อนการประชุมบริษัทได้แนะนำประวัติความเป็นมาของบริษัท ผลการดำเนินงานสรุป ในรอบปีเพือ่ ให้ผถู้ อื หุน้ ได้รบั ทราบข้อมูลโดยสรุปก่อนการประชุมผูถ้ อื หุน้ เมือ่ เริม่ การประชุมทุกครัง้ ประธานกรรมการจะชี้แจงวิธีการลงคะแนนและนับคะแนน โดยบริษัทได้แสดงขั้นตอนการนับ คะแนน และแสดงการสรุปผลคะแนนทุกขัน้ ตอนอย่างชัดเจนในห้องประชุม นอกจากนีใ้ นกรณี ที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ บริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมอบฉันทะให้บุคคลอื่น กรรมการอิสระ กรรมการผูจ้ ดั การเข้าร่วมประชุมแทนในระหว่างการประชุม บริษทั ได้จดั สรรเวลา ในการประชุมอย่างเพียงพอ และเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิอย่างเท่าเทียมกันในการแสดง ความคิดเห็นและตั้งคำถามในที่ประชุม โดยมีกรรมการที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะประธานกรรมการ กรรมการผูจ้ ดั การ รวมทัง้ ผูบ้ ริหารด้านบัญชีการเงินและผูส้ อบบัญชี เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อตอบคำถามในที่ประชุม ประธานกรรมการจะดำเนินการประชุมตามลำดับวาระการประชุม รวมถึงจะไม่เพิ่มวาระการประชุมโดยไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า รวมระยะเวลาการประชุม แต่ละครัง้ ประมาณ 1-2 ชัว่ โมง ภายหลังจากการประชุมแล้วเสร็จ คณะกรรมการได้เปิดโอกาสให้ผถู้ อื หุน้ นักวิเคราะห์ และนักลงทุนทัว่ ไป ได้สอบถามเพิม่ เติม โดยมีประธานกรรมการ กรรมการผูจ้ ดั การ ผูบ้ ริหารด้าน บัญชีการเงินร่วมตอบคำถาม อย่างไรก็ตามในการตอบคำถามของคณะกรรมการได้ยึดถือความ เท่าเทียมของการให้ขอ้ มูลสารสนเทศเป็นสำคัญ ภายหลังวันประชุมผูถ้ อื หุน้ ในการประชุมได้บนั ทึกประเด็นข้อซักถาม และข้อคิดเห็นทีส่ ำคัญไว้ ในรายงานการประชุม อย่างถูกต้องครบถ้วน และสรุปด้วยการลงมติและนับคะแนนเสียง เพือ่ ให้ผถู้ อื หุน้ สามารถตรวจสอบ ได้ โดยจัดให้รายงานการประชุมผูถ้ อื หุน้ แสดงบนเว็บไซต์ของบริษทั ภายหลังการประชุมภายใน 14 วัน เพือ่ เผยแพร่ทางเว็บไซต์ www.mdx.co.th ของบริษทั

9.2 การปฏิบตั ติ อ่ ผูถ้ อื หุน้ อย่างเท่าเทียมกัน บริษทั ตระหนักถึงการดูแลให้มกี ารปฏิบตั ติ อ่ ผูถ้ อื หุน้ ทุกรายอย่างเท่าเทียมกันและเป็น ธรรม โดยดำเนินการ ดังนี้ บริษทั เสนอรายชือ่ ของกรรมการอิสระอย่างน้อยจำนวน 1 ท่านและกรรมการผูจ้ ดั การ อย่างน้อย 1 ท่าน เพือ่ เป็นทางเลือกในการมอบฉันทะให้กบั ผูถ้ อื หุน้ ในหนังสือมอบฉันทะเพือ่ ใช้สทิ ธิ ในการเข้าร่วมประชุม และออกเสียงลงคะแนนในแต่วาระ บริษัทดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นตามลำดับวาระที่ได้แจ้งไว้ ในหนังสือเชิญประชุม และไม่เพิม่ วาระในทีป่ ระชุมโดยไม่ได้แจ้งให้ผถู้ อื หุน้ ทราบล่วงหน้า ทัง้ นีเ้ พือ่ ให้ผถู้ อื หุน้ ได้มโี อกาส ศึกษาข้อมูลประกอบการพิจารณาวาระต่างๆ อย่างเพียงพอและเหมาะสม

48

รายงานประจำปี 2553


บริษัทจัดให้มีบัตรลงคะแนนเสียงสำหรับทุกวาระ ในการบันทึกและแสดงผลการ ลงคะแนนดังกล่าวพร้อมทัง้ จัดให้มเี จ้าหน้าทีค่ อย อำนวยความสะดวกในการจัดเก็บบัตรลงคะแนน เสียงในห้องประชุมภายหลังเสร็จสิน้ การประชุม เจ้าหน้าทีจ่ ะเก็บบัตรลงคะแนนเสียงสำหรับทุกวาระ นอกจากนั้นบริษัท ได้จัดให้มีที่ปรึกษาทางกฎหมายทำหน้าที่พยานในการตรวจนับคะแนน เพือ่ ความโปร่งใสและประธานแจ้งผลการลงมติให้ผถู้ อื หุน้ ทราบ และเปิดโอกาสให้ผถู้ อื หุน้ คัดค้าน ได้อกี ครัง้ ก่อนปิดการประชุม บริษทั ได้มอบหมายให้เลขานุการบริษทั จัดทำ และบันทึกรายงานการประชุมอย่างถูกต้อง ครบถ้วนและเผยแพร่รายงานการประชุมให้ผถู้ อื หุน้ ทุกรายรับทราบผ่านทางเว็บไซต์นกั ลงทุนสัมพันธ์ และบริษทั ได้จดั ส่งรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใน 14 วัน หลังการประชุม เสร็จสิน้ บริษทั ได้กำหนดมาตรการป้องกันการใช้ขอ้ มูลภายใน เพือ่ หาผลประโยชน์ของกรรมการ และผู้บริหารโดยการแจ้งทุกท่านให้รับทราบบทบาทภาระหน้าที่ที่ต้องรายงานการถือหลัก ทรัพย์ของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะที่ถือหลักทรัพย์ของบริษัทและรับทราบการ จัดทำรายงานการเปลีย่ นแปลงการถือหลักทรัพย์ทกุ ครัง้ ทีม่ กี ารซือ้ ขาย โอน หรือรับโอนหลักทรัพย์ ต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัตหิ ลัก ทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ปี พ.ศ. 2535 ภายใน 3 วันทำการหลังจากวันทีซ่ อ้ื ขาย โอน หรือรับโอน หลักทรัพย์ ซึง่ บริษทั มีการแจ้งเตือนในการประชุมคณะกรรมการบริษทั ทุกครัง้ นอกจากนีก้ รรมการ และผู้บริหารยังได้รับทราบหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่กำหนดรวมถึงบทกำหนดโทษ ตามพระราชบัญญัตหิ ลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ปี พ.ศ. 2535 และบริษทั ได้กำหนดห้ามผูบ้ ริหาร ทีไ่ ด้รบั ทราบข้อมูลภายในกระทำการใดๆ ซึง่ เป็นการขัดต่อมาตรา 241 ของ พรบ.ดังกล่าวรวมถึง กฎเกณฑ์ทเ่ี กีย่ วข้อง

9.3 บทบาทต่อผูม้ สี ว่ นได้เสีย บริษทั ได้ ให้ความสำคัญกับกลุม่ บุคคลผูม้ สี ว่ นได้เสีย หรือผูท้ ม่ี แี นวโน้มจะได้รบั ผลกระทบ จากการดำเนินธุรกิจของบริษทั ทัง้ ทางตรงและทางอ้อมทุกกลุม่ ไม่วา่ จะเป็นผูม้ สี ว่ นได้เสียภายใน ได้แก่ พนักงานและผูบ้ ริหารของบริษทั และบริษทั ย่อย หรือผูม้ สี ว่ นได้เสียภายนอก ได้แก่ ลูกค้า คูค่ า้ เจ้าหนี้ ชุมชนและหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจะปฏิบัติตามกฏหมาย กฏระเบียบข้อ กำหนดต่าง ๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง เพือ่ ให้ผมู้ สี ว่ นได้เสียได้รบั การปฏิบตั อิ ย่างถูกต้องเหมาะสม และเป็นธรรม บริษทั เปิดโอกาสให้ผมู้ สี ว่ นได้เสียสามารถร้องเรียนประเด็นทีอ่ าจได้รบั ผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ ของบริษัทได้ที่ส่วนลูกค้าสัมพันธ์นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ หรือผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท (www.mdx.co.th) นอกจากนัน้ บริษทั จะดูแลผูม้ สี ว่ นได้เสียตามสิทธิทม่ี ตี ามกฎหมายทีเ่ กีย่ วข้อง ไม่กระทำการใดๆ ทีเ่ ป็นการละเมิดสิทธิของผูม้ สี ว่ นได้เสีย

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

49


บริษัทได้ตระหนักถึงแรงสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ ซึ่งจะสร้างความสามารถ ในการแข่งขันและสร้างกำไรให้แก่บริษัท ดังนั้นบริษัทได้ส่งเสริมให้มีกระบวนการเสริมสร้าง ความร่วมมือระหว่างบริษัท กับผู้มีส่วนได้เสียรวมถึงผู้มีส่วนได้เสียภายใน ได้แก่ พนักงานและ ผู้บริหารของบริษัท โดยจัดให้พนักงานทุกคนและพนักงานที่เข้ามาทำงานใหม่มีการรับทราบ แนวปฏิบตั /ิ กฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจขององค์กรพร้อมทัง้ กำหนดช่องทางการสือ่ สารระหว่างกัน บริษทั มีความตระหนักดีตอ่ บทบาททีค่ วรรับผิดชอบต่อสังคมและองค์กรโดยเชือ่ ว่าการ รับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิง่ แวดล้อม สิง่ ทีส่ ำคัญควรจะเริม่ จากภายในก่อน โดยการทำให้ พนักงานมีความสุขในการทำงานและมีความ มัน่ คง ในชีวติ การมีสว่ นร่วมของพนักงานทุกคน จะเป็น การสร้างมูลค่าเพิ่มในการดำเนินงานขององค์กร ดังนั้นการให้สวัสดิการที่ดีสำหรับพนักงานจึง ถูกสะท้อนออกมาในรูปของสวัสดิการผ่านโครงการต่างๆ ของบริษทั ดังต่อไปนี้ โครงการกองทุนสำรองเลีย้ งชีพ บริษทั มุง่ หวังทีจ่ ะให้พนักงานมีการเก็บออมเงิน ไว้ ใช้จ่ายในยามเกษียณจึงจัดให้มีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพขึ้นเพื่อให้พนักงานจ่ายเงิน เข้ากองทุนสำรองเลีย้ งชีพในสัดส่วน 4% ของเงินเดือนตัง้ แต่วนั แรกทีพ่ นักงานสมัครเข้ากองทุนฯ โดยบริษทั จะจ่ายสมทบให้อกี 4% เช่นกัน โครงการตรวจสุขภาพประจำปี บริษทั ตระหนักและให้ความสำคัญในการดูแล รักษา สุขภาพของพนักงานจึงจัดให้มบี ริการตรวจสุขภาพพนักงานฟรี เน้นให้พนักงานทราบสุขภาพและ ความเสีย่ งต่อโรคภัยของตนเองและจัดให้พนักงานพบแพทย์เพือ่ ขอรับคำแนะนำหลังจากทราบผล ตรวจสุขภาพเพือ่ ลดโอกาสการเกิดปัญหาทางสุขภาพในอนาคตทีอ่ าจก่อให้เกิดภาระค่าใช้จา่ ยสูงตามมา โครงการสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล บริษทั มีนโยบายในการเข้าไปช่วยรับผิดชอบ และแบ่งเบาภาระค่าใช้จา่ ยให้กบั พนักงาน ในยามทีพ่ นักงานเจ็บป่วยต้องเข้ารักษาตัวทีโ่ รงพยาบาล โดยได้มกี ารจัดสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลโดยเน้นในกรณีผปู้ ว่ ยใน เพือ่ ช่วยเหลือพนักงานให้ได้รบั การรักษาจนหายดีและกลับมาทุม่ เททำงานให้กบั บริษทั ต่อไป โครงการพัฒนาการศึกษาและฝึกอบรม บริษัทส่งเสริมให้มีการพัฒนาบุคลากร ให้มีคุณค่า โดยสนับสนุนให้บุคลากรได้รับการศึกษาต่อเพื่อเพิ่มพูนความรู้ในด้านต่าง ๆ รวมทั้งสนับสนุนให้พนักงานเข้ารับการอบรมในหลักสูตรต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร อย่างต่อเนือ่ ง เพือ่ ให้พนักงานสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบตั งิ าน ซึง่ จะเป็นการสนับสนุนและ เสริมสร้างธุรกิจเพือ่ รองรับการแข่งขันในอนาคตอย่างยัง่ ยืน ซึง่ อาจนับได้วา่ เป็นการพัฒนาบุคคลากร ของชาติ ซึง่ จะมีสว่ นสนับสนุนในการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติอย่างยัง่ ยืนอีกด้วย ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR) ของ นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ซิต้ี

50

รายงานประจำปี 2553


โครงการนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ซิต้ี เป็นโครงการร่วมดำเนินการของบริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) กับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) โดยได้รับความเห็นชอบ ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติตั้งแต่ พ.ศ. 2533 และได้ดำเนินโครงการต่อเนือ่ งเรือ่ ยมาจนถึงปัจจุบนั เป็นระยะเวลา 20 ปี โดยบริษทั ได้เล็งเห็น และคำนึงถึงเสมอว่าในการบริหารจัดการนัน้ ต้องให้โครงการอยูค่ กู่ บั สังคมโดยรอบได้อย่างยัง่ ยืน ดังนั้นการคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียและ คุณภาพสิง่ แวดล้อมชุมชนในบริเวณโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมฯ และพืน้ ทีใ่ กล้เคียง ถือเป็นพันธกิจ หน้าทีแ่ ละความรับผิดชอบของบริษทั ทีต่ อ้ งผลักดันให้มแี ละธำรงรักษาให้ยงั คงอยูต่ ลอดไป การดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของโครงการนิคมฯ สามารถแบ่งออกเป็น ด้านต่างๆ ได้ ดังนี้ 1. ด้านทางสังคม นิคมฯได้ให้ความสำคัญกับสังคมที่อยู่โดยรอบนิคมฯ และรวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงโดยได้ ดำเนินงานต่างๆเพือ่ สังคม ดังนี้ 1.1 ด้านการศึกษา นิคมฯ ได้ดำเนินการต่างๆ ได้แก่ 1.1.1 การมอบทุนการศึกษาประจำปี โดยบริษทั ทำการมอบทุนให้นกั เรียนทีก่ ำลัง ทำการศึกษากับโรงเรียนทีอ่ ยูใ่ นพืน้ ทีใ่ กล้เคียงนิคมฯ ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองสทิต เป็นต้น 1.1.2 การให้การสนับสนุนนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ในสาขาทีเ่ กีย่ วข้อง เข้ารับการฝึกงาน เช่น นักศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือจากมหาวิทยาลัยบูรพา เข้าฝึกงานในแผนกปฏิบตั กิ ารวิทยาศาสตร์และ สิง่ แวดล้อมของนิคมฯ เป็นต้น 1.1.3 การให้การสนับสนุนกับพนักงานในบริษัทให้ ได้เข้ารับการศึกษาเพิ่มเติม เพือ่ เป็นการเพิม่ วิทยฐานะของพนักงานซึง่ เท่ากับเป็นการเพิม่ ศักยภาพของบริษทั ไปในตัว 1.2 ด้านสาธารณะประโยชน์ได้ดำเนินโครงการต่างๆ เพือ่ สังคมและสาธารณะประโยชน์ ดังนี้ 1.2.1 การผันน้ำเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนเพื่อต้านภัยแล้งเป็นประจำทุกปี เนือ่ งจากพืน้ ทีโ่ ดยรอบนิคมฯ เป็นพืน้ ทีท่ อ่ี ยูน่ อกเขตชลประทาน ดังนัน้ ในฤดูรอ้ นเกษตรกรจึงขาด แคลนน้ำที่ใช้ ในการทำการเกษตรโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรที่เป็นชาวนาและได้ดำเนินการ ทำนาปรังไว้แล้วนิคมฯได้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรและความจำเป็นทีต่ อ้ งใช้นำ้ ดังนัน้ นิคมฯ จึงได้ทำการสูบส่งน้ำดิบทีเ่ ตรียมไว้สำหรับผลิตน้ำประปาผ่านเข้าสูค่ ลองวังด้วนให้กบั ชุมชน ในเขตตำบลหัวสำโรง และตำบลแปลงยาวทีข่ าดน้ำ ซึง่ สามารถบรรเทาความเดือดร้อนเนือ่ งจากสภาพ ภัยแล้งให้กับประชาชนที่ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรได้ ทั้งนี้ทางนิคมฯยังได้พิจารณาที่จะทำการ ปรับปรุงแหล่งน้ำต้นโครงการเพิม่ เติมเพือ่ เพิม่ ศักยภาพใ นการกักเก็บน้ำสำรองไว้ ให้เกษตรกรได้ใช้ ในฤดูแล้ง เพือ่ ลดความเดือดร้อนในการขาดแคลนน้ำอีกทางหนึง่

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

51


1.2.2 การปรับปรุงซ่อมแซมถนนสาธารณะซึ่งทางนิคมฯได้จัดงบประมาณเพื่อใช้ ในการปรับปรุงผิวจราจรและเส้นแบ่งจราจรทีช่ ำรุดเป็นประจำทุกปี เพือ่ เป็นการลดความเดือดร้อน ของประชาชน และผูป้ ระกอบการทีผ่ ู้ ใช้เส้นทางสาธารณะเพือ่ การสัญจร 1.2.3 การปรับปรุงสภาพลำคลองทีต่ น้ื เขิน โดยนิคมฯได้ ให้การสนับสนุนเครือ่ งจักร หนักและบุคคลากรในการเข้าร่วมกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในการขุดลอกคลองสาธารณะ (คลองเจริญสุขหรือคลองวังด้วน) ที่มีสภาพตื้นเขิน เพื่อให้การระบายน้ำผิวดินเป็นไปอย่าง คล่องตัวมากยิง่ ขึน้ และเป็นการช่วยทำคุณภาพน้ำในคลองมีคณ ุ ภาพทีด่ ขี น้ึ 1.2.4 การสนับสนุนงานบรรเทาสาธารณภัย เช่น ไฟไหม้หญ้าในพืน้ ทีน่ อกนิคมฯ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี เนื่องจากสภาพของหญ้าในฤดูแล้งจะแห้งและมีจำนวนมากจึง ทำให้สามารถติดไฟได้งา่ ย และมักจะลุกลามเป็นบริเวณกว้างในเวลาอันรวดเร็ว โดยทาง นิคมฯได้ ให้การสนับสนุนหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยในการจัดรถดับเพลิง รถบรรทุกน้ำ พร้อม ทีมดับเพลิงของนิคมฯเข้าสนับสนุนในการดับเพลิงมาโดยตลอด 1.2.5 การสนับสนุนการฝึกซ้อมบรรเทาสาธารณภัยระดับอำเภอ โดยนิคมฯได้จดั เตรียมงบประมาณและทีมบุคคลากรในการเข้าร่วมฝึกซ้อมบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับหน่วยงาน บรรเทาสาธารณภัยในระดับอำเภอเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมหากเกิด อุบตั ภิ ยั ในพืน้ ทีข่ องอำเภอแปลงยาวและรวมถึงพืน้ ทีอ่ น่ื ๆทีน่ คิ มฯสามารถให้การสนับสนุนได้ทนั 1.2.6 การสนับสนุนตำรวจภูธรแปลงยาวโดยทางนิคมฯได้ ให้การสนับสนุนจัดหา อุปกรณ์ตา่ ง เช่น เครือ่ งปรับอากาศ ชุดครุภณ ั ฑ์ เป็นต้น เพือ่ เป็นการอำนวยความสะดวกให้กบั เจ้าหน้าทีต่ ำรวจและรวมถึงประชาชนทีใ่ ช้บริการทีส่ ถานีตำรวจและจุดตรวจของตำรวจ 1.3 ด้านศาสนา วัฒนธรรม และประเพณี นิคมฯได้ดำเนินโครงการต่างๆ ดังนี้ 1.3.1 การทอดกฐินนิคมฯได้รบั เป็นประธานในการจัดงานทอดกฐินประจำปีให้กบั วัด ทีอ่ ยูบ่ ริเวณรอบนิคมฯ โดยทำการหมุนเวียนกันไป เช่น วัดเนินไร่ วัดหนองสทิต เป็นต้น 1.3.2 การสืบสานประเพณีวัฒนธรรมงานขึ้นเขาเผาข้าวหลามของวัดสุวรรณคีรี ซึง่ ทาง นิคมฯได้จดั บุคคลากรเข้าร่วมงานเป็นประจำทุกปีเพือ่ ร่วมเป็นส่วนหนึง่ ในการรักษาประเพณี ทีด่ นี ไ้ี ว้ ให้คงสืบต่อไป 1.4 ด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวติ นิคมฯได้ดำเนินการ ดังนี้ 1.4.1 โครงการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดในสถานประกอบการเนื่องด้วยปัญหา ยาเสพติดเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบในเชิงลบต่อประสิทธิภาพ การทำงานของพนักงานและ ประสิทธิภาพขององค์กร ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่อาจแพร่ระบาด สู่พนักงานของนิคมฯ จึงจัดให้มีโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดกับพนักงาน โดยมีรายละเอียดทีเ่ สนอ ดังนี้ 1.) การอบรมให้ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับยาเสพติดให้กับพนักงานทั้งหมด ทีส่ งั กัดฝ่ายนิคมฯ โดยเชิญวิทยากรจากหน่วยงานราชการมาให้ความรูแ้ ละรวมถึงการชีแ้ จงถึงนโยบาย วินยั และการลงโทษพนักงานทีเ่ กีย่ วข้องกับยาเสพติดโดยผูจ้ ดั การนิคมฯ

52

รายงานประจำปี 2553


2.) การตรวจยาเสพติดกับพนักงานทุกคนทีส่ งั กัดฝ่ายนิคมฯ โดยจะเชิญเจ้าหน้าที่ จากหน่วยงานราชการเป็นผูต้ รวจให้และอาจมีการตรวจซ้ำ(หากจำเป็น) ซึง่ ในขัน้ ตอนนีจ้ ะไม่ระบุวนั ที่ แน่นอนเพือ่ ประสิทธิภาพของการตรวจสูงสุด 3.) การบำบัดฟืน้ ฟูสำหรับพนักงาน โดยให้พนักงานทีพ่ บจากการตรวจว่ามียาเสพติด เข้าทำการบำบัดในสถานที่ที่ราชการให้การรับรอง ทั้งนี้การบำบัดรักษาจะขึ้นอยู่กับระดับของการ ติดยาเสพติดบางรายอาจไม่ตอ้ งหยุดงาน แต่บางรายอาจจะต้องหยุดงานเพือ่ เข้ารับการบำบัดรักษา อย่างต่อเนือ่ ง ดังนัน้ แพทย์จงึ ต้องพิจารณาเป็นกรณีๆ ไปว่าจะสามารถปฏิบตั งิ านในระหว่างการเข้ารับ การบำบัดรักษาได้หรือไม่ สำหรับรายที่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ภายหลังจากการที่หน่วยงาน ทีใ่ ห้การบำบัดรับรองผลการรักษาแล้วว่าหายจึงให้กลับเข้าทำงานได้ 1.4.2 กีฬาสัมพันธ์ เกตเวย์เกมส์ เป็นโครงการทีน่ คิ มฯ ได้รว่ มกับชมรมผูบ้ ริหาร ผู้ประกอบการ ในนิคมฯที่ได้ร่วมกันจัดขึ้นเป็นประจำต่อเนื่องทุกปี เพื่อส่งเสริมสุขภาพ พลานามัยทีด่ ใี ห้กบั พนักงาน และรวมถึงเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ทม่ี อี นั ดีตอ่ กันระหว่างองค์กร 2. ด้านสิง่ แวดล้อม ถึงแม้วา่ นิคมฯจะต้องดำเนินโครงการให้สอดคล้องกับมาตรการลดผลกระทบ สิง่ แวดล้อม และรวมถึ ง การติ ด ตามตรวจสอบคุ ณ ภาพสิ ่ ง แวดล้ อ มตามที ่ ร ะบุ ไ ว้ ในรายงานผลกระทบ สิ่งแวดล้อมของโครงการฯ แต่ด้วยสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้บริษัทต้อง ตระหนักถึงผลกระทบต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมโดยรอบนิคมฯเพิ่มมาขึ้น ดังนั้นบริษัท จึงได้ดำเนินการงานด้านสิ่งแวดล้อมที่อยู่นอกเหนือรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยได้ดำเนินโครงการต่างๆ เพือ่ เป็นการอนุรกั ษ์และรักษาสิง่ แวดล้อม ดังนี้ 2.1 การจัดการคุณภาพสิง่ แวดล้อมเพิม่ เติม ได้แก่ 2.1.1 การตรวจวัดคุณภาพน้ำผิวดินในลำคลองวังด้วน เพือ่ เป็นการคอยเฝ้าระวัง คุณภาพน้ำว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างไร รวมถึงการสื่อสารให้ข้อมูลผลการตรวจวัดกับ หน่วยงานราชการเพือ่ ทราบ 2.1.2 การตรวจวัดคุณภาพน้ำใต้ดนิ เพิม่ เติมบริเวณบ่อฝังกลบขยะ เพือ่ เป็นการ คอยเฝ้าระวังคุณภาพน้ำใต้ดนิ ว่ามีการเปลีย่ นแปลงหรือไม่อย่างไร เพราะชุมชนโดยรอบยังมีการใช้ น้ำบาดาลเพือ่ การอุปโภคจะได้ทราบล่วงหน้าก่อนทีจ่ ะเกิดผลกระทบกับการใช้นำ้ ใต้ดนิ ของคนในชุมชน 2.1.3 การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสียโดยนิคมฯได้จัดทำระบบบึง ประดิษฐ์ (Wetland) เพิม่ เติมบริเวณด้านท้ายของระบบบำบัดน้ำเสียรวม ทัง้ นีเ้ พือ่ เป็นการปรับปรุง คุณภาพน้ำทิง้ ให้มคี ณ ุ ภาพทีด่ เี พิม่ ขึน้ อันเป็นการเพิม่ ประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสียรวมไปในตัว ซึง่ จะช่วยลดมลพิษในน้ำได้อกี ทางหนึง่ ทัง้ นี้ พืชทีน่ ำมาปลูก เป็นพืชน้ำทีห่ าง่ายในท้องถิน่ เช่น ธูปฤษี กกกลม ผักตบชวา เป็นต้น

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

53


2.2 การเป็นทีป่ รึกษาด้านสิง่ แวดล้อม เช่น งานการให้ความรูด้ า้ นการจัดการระบบบำบัด น้ำเสีย โดยให้ความรู้กับผู้ประกอบการและชุมชน ทั้งนี้เนื่องจากนิคมฯมีบุคคลากรที่มีความรู้ ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมจึงทำให้สามารถคอยให้ความช่วยเหลือในการให้องค์ความรู้ ใน เรื่องการจัดการมลพิษทางน้ำ และรวมถึงการจัดการเพื่อปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้กับ ผูป้ ระกอบการในนิคมฯและรวมถึงชาวบ้านในชุมชนทีอ่ ยูใ่ นบริเวณทีต่ ดิ กับนิคมฯ ซึง่ พนักงานของ บริษทั จะคอยออกตรวจสอบคุณภาพสิง่ แวดล้อมอย่างต่อเนือ่ งเป็นระยะๆ รวมถึงการเข้าพบชาวบ้าน เพื่อติดตามสอบถามถึงผลกระทบกับชาวบ้านในชุมชน อีกทั้งให้คำแนะนำกับชาวบ้านในกรณีที่ พบสิ่งผิดปกติ 2.3 การปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติซึ่งนิคมฯได้ให้การสนับสนุนโดยได้ร่วมกับหน่วยงาน ราชการและประชาชน โดยรอบนิคมฯในการเพิม่ พืน้ ทีส่ เี ขียวให้กบั ชุมชน เพือ่ เป็นการหนทางหนึง่ ในการช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ และเป็นการส่งเสริมให้พนักงานเกิดความตระหนักในการช่วยกัน อนุรกั ษ์สง่ิ แวดล้อม นอกจากนี้ นิคมฯได้ดำเนินการปลูกต้นไม้เพิม่ เช่น ต้นสะเดา และมะม่วง รอบโครงการ นิคมฯ และกำหนดให้พน้ื ทีท่ ป่ี ลูกต้นไม้เป็นเขตลดผลกระทบ (Buffer Zone) 2.4 การเฝ้าระวังร่วมกับชุมชนเรือ่ งการกำจัดขยะทัว่ ไป/ขยะมูลฝอยทีผ่ ดิ วิธี โดยหากพบว่า มีการนำขยะไปทิง้ ในทีไ่ ม่ได้รบั อนุญาตจากหน่วยงานราชการ จะแจ้งให้ผนู้ ำขยะไปทิง้ นัน้ ให้นำขยะ กลับไปกำจัดให้ถกู ต้อง 2.5 การมีสว่ นร่วมกับประชาชนในการกำกับโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม (โครงการธงขาว ดาวเขียว) ตามแผนปฏิบัติการรับผิดชอบต่อสังคมประจำปีของการนิคมอุตสาหกรรมแห่ง ประเทศไทย (กนอ.) โดยได้จัดผู้แทนเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง ผูป้ ระกอบการกับชุมชนโดยรอบนิคมฯ ในการจัดการสิง่ แวดล้อม และเพือ่ ทำให้เกิดทัศนคติทด่ี ตี อ่ การดำเนินงานของนิคมฯ เพือ่ ให้เป็นการพัฒนาทีย่ ง่ั ยืน ทางบริษทั จะยังคงแสวงหาแนวทางอันเหมาะสมกับองค์กร เพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นแนวทางในการตอบแทนสังคมและรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เศรษฐกิจ สามารถเติบโตได้อย่างมัน่ คงและยัง่ ยืนสืบไป

9.4 การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

54

รายงานประจำปี 2553


คณะกรรมการของบริษัทให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท เป็นอย่างมาก ทัง้ ข้อมูลทางด้านการเงิน ผลการดำเนินงาน และข้อมูลทีม่ ใิ ช่ทางด้านการเงิน ตลอดจน ข้อมูลสำคัญทีอ่ าจมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษทั ต้องสามารถเปิดเผยได้อย่างถูกต้อง โปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยบริษัทได้จัดทีมงานเพื่อให้ข้อมูลแก่นักลงทุนและได้เผยแพร่ ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ให้แก่ผทู้ เ่ี กีย่ วข้องได้รบั ทราบโดยผ่านช่องทางและสือ่ การเผยแพร่ขอ้ มูลต่างๆ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูลในรายงานประจำปีของบริษัทและคณะกรรมการได้ กำกับให้ฝ่ายบริหารเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน ตรงต่อความเป็นจริง เชื่อถือได้และทันเวลา ทั้งยังมีการประเมินประสิทธิภาพของกระบวนการเปิดเผยข้อมูลเป็นประจำ พร้อมกันนี้บริษัท ยังมีการเปิดเผยบทบาทและหน้าทีข่ องคณะกรรมการ รวมทัง้ จำนวนครัง้ ของการประชุมและนโยบาย การจ่ายค่าตอบแทนแก่กรรมการและผูบ้ ริหารไว้ ในรายงานฉบับนีแ้ ล้ว

9.5 ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ โครงสร้างคณะกรรมการ บริษทั ได้กำหนดวิธกี ารสรรหาคณะกรรมการอย่างเป็นทางการ และโปร่งใส โดยได้เปิดเผย รายชื่อกรรมการ ประวัติ คุณวุฒิ ประสบการณ์ การถือหุ้นในบริษัท และข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น รายงานประจำปีของบริษทั เป็นต้น บริษทั ได้กำหนดรายชือ่ และตำแหน่ง คณะกรรมการไว้อย่างชัดเจน ซึง่ ปัจจุบนั บริษทั ฯ มีกรรมการจำนวน 8 ท่าน ประกอบด้วยกรรมการ ทีเ่ ป็นอิสระและกรรมการจากภายนอกจำนวน 4 ท่าน และบริษทั มีนโยบายการเลือกบุคคลมาเป็น กรรมการดังนี้ (1) ประธานกรรมการของบริษทั ไม่ได้เป็นบุคคลเดียวกับกรรมการผูจ้ ดั การ และได้มี การแบ่งแยกหน้าทีแ่ ละความรับผิดชอบในการกำกับดูแลและบริหารงานอย่างชัดเจน (2) กรรมการบริษทั ได้พจิ ารณาถึงความเหมาะสม ในการรับเป็นกรรมการบริษทั อืน่ ในจำนวน ทีท่ ำให้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ และการติดตามการดำเนินงานของบริษทั ได้ โดย ต่อเนื่อง นอกจากนั้นกรรมการของบริษัทไม่รับเป็นกรรมการในบริษัทอื่น ที่ก่อให้เกิดความ ขัดแย้งทางผลประโยชน์กบั บริษทั (3) กรรมการผู้จัดการของบริษัทได้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัท จดทะเบียนเพียงแห่งเดียวเพื่อให้มีเวลาที่เพียงพอในการบริหารบริษัทให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ทีก่ ำหนดไว้ คณะกรรมการชุดย่อย คณะกรรมการชุดย่อยควรประกอบด้วยกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ใน 3 ของกรรมการ ทัง้ คณะ คณะกรรมการชุดย่อยของบริษทั ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยกรรมการ อิสระจำนวน 3 ท่าน เพื่อทำหน้าที่ถ่วงดุลและตรวจทานการบริหารงานของบริษัท เพื่อป้องกัน

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

55


ไม่ให้เกิดการผูกขาดกับบุคคลหรือกลุม่ ใดกลุม่ หนึง่ ส่วนคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและ คณะกรรมการสรรหายังอยูร่ ะหว่างการสรรหาและเพือ่ ความโปร่งใสและเป็นอิสระในการปฏิบตั หิ น้าที่ ประธานคณะกรรมการไม่ทำหน้าที่เป็นประธานหรือสมาชิกในคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อให้การ ทำหน้าทีข่ องคณะกรรมการชุดย่อยมีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ คณะกรรมการมีหน้าที่พิจารณา และให้ความเห็นชอบในเรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับการ ดำเนินงานของบริษทั รวมทัง้ กำกับ ควบคุม ดูแลให้ฝา่ ยจัดการดำเนินงานตามนโยบาย และแผนงาน ที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลและคณะกรรมการต้องเข้ารับการฝึกอบรม อย่างน้อยในหลักสูตร Director Accreditation Program (DAP) เกีย่ วกับบทบาทหน้าที่ และทักษะ ของการเป็นกรรมการ รวมทั้งมีการส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานทุกท่านเข้าใจถึงมาตรฐาน ด้านจริยธรรมทีบ่ ริษทั ใช้ ในการดำเนินธุรกิจ และสามารถนำมาใช้ ให้เป็นประโยชน์ในการปฎิบตั งิ าน ได้ ด้านระบบการควบคุมและการตรวจสอบภายใน บริษทั ได้จดั ให้มรี ะบบควบคุมภายในทีม่ ี ประสิทธิภาพ ทัง้ ในระดับบริหารและระดับปฏิบตั งิ าน และได้กำหนดขอบเขตภาระหน้าทีอ่ ำนาจการ ดำเนินการของผูป้ ฏิบตั งิ านรวมทัง้ ผูบ้ ริหารไว้อย่างชัดเจน มีการควบคุมดูแลการใช้ทรัพย์สนิ ของ บริษัทให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ และมีการแบ่งแยกหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานผู้ติดตามควบคุมและ ประเมินผลออกจากกัน เพือ่ ให้เกิดการถ่วงดุลและตรวจสอบระหว่างกันอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีการควบคุมภายในทีเ่ กีย่ วกับระบบการเงินการบัญชีทร่ี ดั กุมและเพียงพอ การประชุมคณะกรรมการ คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการประชุมอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยทุกๆ 3 เดือน โดยมีการกำหนดวาระการประชุมอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องเพื่อทราบหรือเรื่องเพื่ออนุมัติ บริษัท ได้จัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมระเบียบวาระการประชุมและเอกสารประกอบการประชุม ไปยังกรรมการล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนวันประชุม เพื่อให้กรรมการมีเวลาในการพิจารณา ศึกษาวาระการประชุมและเอกสารประกอบการประชุม โดยปกติแล้วระยะเวลาในการประชุม แต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดยประธานการประชุมได้ทำหน้าที่จัดสรรเวลาอย่าง เพียงพอ เพื่อให้ฝ่ายบริหารนำเสนอเอกสารหรือข้อมูลรวมทั้งอภิปรายในประเด็นสำคัญและให้ คณะกรรมการบริษัทแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและ ผูม้ สี ว่ นเกีย่ วข้องอย่างเป็นธรรม บริษทั ได้ทำการจดบันทึกรายละเอียดของการประชุมเป็นลายลักษณ์อกั ษร จัดทำรายงาน การประชุมและจัดเก็บรายงานการประชุมทีผ่ า่ นการตรวจสอบจากผูบ้ ริหารและกรรมการ พร้อมกับ การลงนามของประธานการประชุมอย่างเรียบร้อย ซึง่ ผูเ้ กีย่ วข้องสามารถตรวจสอบได้ การประเมินตนเองของคณะกรรมการ

56

รายงานประจำปี 2553


คณะกรรมการของบริษัทจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ คณะกรรมการร่วมกันพิจารณาผลงานและปัญหา เพือ่ การปรับปรุงแก้ ไขในครัง้ ต่อไป ค่าตอบแทน บริษัทได้กำหนดค่าตอบแทนคณะกรรมการตามหลักและนโยบายของบริษัทด้วยความ โปร่งใส ตามหน้าทีแ่ ละความรับผิดชอบของคณะกรรมการ ภายในกรอบทีไ่ ด้รบั อนุมตั จิ ากทีป่ ระชุม ผูถ้ อื หุน้ และเพือ่ ประโยชน์สงู สุดของบริษทั การพัฒนากรรมการและผูบ้ ริหาร คณะกรรมการทุกคนเข้าใจหน้าที่ ความรับผิดชอบและลักษณะการดำเนินธุรกิจของบริษทั โดยบริษทั มีนโยบายและวิธกี ารให้ความรูแ้ ก่กรรมการปัจจุบนั อย่างต่อเนือ่ ง ทัง้ ยังส่งเสริมให้ความรู้ แก่ผบู้ ริหารและผูท้ เ่ี กีย่ วข้องในระบบการกำกับดูแลกิจการของบริษทั มีแผนสืบทอดงานและพัฒนา ผูบ้ ริหารโดยมีการฝึกอบรมให้ความรูแ้ ละจัดให้มแี ผนการพัฒนางานเพือ่ ประโยชน์ ในการสืบทอดงาน โดยให้มกี ารรายงานเป็นประจำทุกปีถงึ สิง่ ทีไ่ ด้ทำในระหว่างปี

9.6 การควบคุมภายใน บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของระบบการควบคุมภายในของบริษัท จึงมุ่งเน้นให้มี ระบบการควบคุมภายในที่เพียงพอและเหมาะสมต่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งในด้านองค์กรและสภาพ แวดล้อม การประเมินความเสีย่ ง กิจกรรมการควบคุมระบบสารสนเทศและการสือ่ สารข้อมูล และ ระบบการติดตามและประเมินผล นอกจากนี้คณะกรรมการและผู้บริหารได้ส่งเสริมให้บริษัท มีการปฏิบตั ติ ามกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆของกฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ บริษทั ได้ประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของบริษทั เป็น 5 ส่วนดังนี้ 1. องค์กรและสภาพแวดล้อม บริษัทได้มีการจัดโครงสร้างองค์กรและสภาพแวดล้อมที่ดี ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของ ระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิผล โดยมีปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาและรูปแบบ การทำงานของผู้บริหาร ส่งเสริมและเอื้อให้ผู้บริหารมีทัศนคติที่ดี มีการส่งเสริมและสนับสนุน วัฒนธรรมองค์กรทีม่ งุ่ เน้นความสำคัญของความซือ่ สัตย์และจริยธรรมหรือระเบียบปฏิบตั ขิ องบริษทั มีการกำหนดทักษะความรูค้ วามสามารถของบุคลากรและจัดให้มกี ารฝึกอบรมบุคลากรอย่างเหมาะสม รวมทัง้ การมีโครงสร้างองค์กร และสายการบังคับบัญชาทีเ่ อือ้ อำนวยต่อการดำเนินงานทีช่ ดั เจน 2. การประเมินความเสีย่ ง บริษัทมีการพิจารณาและไตร่ตรองถึงลักษณะความเสี่ยงที่บริษัทประสบอยู่ หรือคาดว่า จะประสบทัง้ ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก เช่น ความเสีย่ งจากสภาพเศรษฐกิจ รวมทัง้ กฏเกณฑ์ และ\เงื่อนไขการดำเนินงานที่มีการเปลี่ยนแปลงและมีผลกระทบต่อบริษัทรวมทั้งกำหนดให้มี

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

57


มาตรการในการติดตามเหตุการณ์ที่เป็นสาเหตุของความเสี่ยงและมาตรการในการลดความเสี่ยง เหล่านัน้ 3. กิจกรรมการควบคุม เพือ่ ให้มน่ั ใจว่าแนวทางทีฝ่ า่ ยบริหารกำหนดไว้ ได้รบั การตอบสนองและปฏิบตั ติ ามบริษทั จึงมีนโยบายในการควบคุมการปฏิบตั งิ านของฝ่ายบริหาร ดังนี้ การกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่และวงเงินอนุมัติของฝ่ายบริหารในแต่ละระดับ ไว้อย่างชัดเจน และเป็นลายลักษณ์อกั ษร การแบ่งแยกหน้าทีค่ วามรับผิดชอบในงาน 3 ด้านต่อไปนีอ้ อกจากกันโดยเด็ดขาด เพือ่ เป็นการตรวจสอบซึง่ กันและกัน - หน้าทีอ่ นุมตั ิ - หน้าทีบ่ นั ทึกรายการบัญชีและข้อมูลสารสนเทศ - หน้าทีใ่ นการดูแลจัดเก็บทรัพย์สนิ ความถูกต้องและเพียงพอของเอกสารเพือ่ การบันทึกรายการอย่างถูกต้อง การสอบทานงานโดยผูบ้ ริหารแต่ละระดับอย่างต่อเนือ่ งและเหมาะสม 4. ระบบสารสนเทศและการสือ่ สารข้อมูล มีการจัดเตรียมข้อมูลทีส่ ำคัญต่างๆอย่างเพียงพอ เพือ่ ใช้ประกอบการวางแผนการตัดสินใจ และการสั่งการของฝ่ายบริหาร ส่วนผู้ปฏิบัติงานใช้เป็นเครื่องชี้นำในการปฏิบัติงานตามความรับ ผิดชอบ จัดให้มีระบบสารสนเทศและสายการรายงานเพื่อใช้สำหรับการบริหารงานและ การตัดสินใจของฝ่ายบริหาร มีการจัดเก็บเอกสารประกอบการบันทึกบัญชี การจ่ายเงิน การรับเงิน ไว้เป็นหมวดหมู่ เป็นระเบียบและครบถ้วน มีระบบการติดต่อสือ่ สารทัง้ ภายในและภายนอกอย่างเพียงพอ มีการรายงานข้อมูลทีจ่ ำเป็นทัง้ จากภายในและภายนอกให้กบั ผูบ้ ริหารทุกระดับ 5. ระบบการติดตาม เพือ่ การดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล บริษทั มีนโยบายในการติดตาม อย่างสม่ำเสมอว่ามีการปฏิบตั ติ ามเป้าหมายทีว่ างไว้ ระบบการควบคุมภายในยังดำเนินอยูอ่ ย่างต่อ เนือ่ งและมีการปรับปรุงแก้ ไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทเ่ี ปลีย่ นแปลงไป เพือ่ ให้ขอ้ บกพร่องต่างๆ ได้รบั การแก้ ไขอย่างทันท่วงที ในภาพรวมบริษทั มีระบบการควบคุมภายในทีเ่ พียงพอ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ภายใต้ อ งค์ ป ระกอบการควบคุ ม ตามแนวทางของ The Committee of Sponsoring Organizations of The Treadway Commission (COSO)

58

รายงานประจำปี 2553


10. นโยบายการจ่ายเงินปันผล บริษทั มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้กบั ผูถ้ อื หุน้ ไม่ตำ่ กว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังหัก ภาษีและทุนสำรองตามกฎหมาย โดยคณะกรรมการบริษทั จะเป็นผูก้ ำหนดอัตราการจ่ายเงินปันผล โดยพิจารณาจากผลกำไร สภาวะการประกอบธุรกิจ แผนการลงทุนและความเหมาะสมอืน่ ๆ และจะ นำเสนอให้ทป่ี ระชุมผูถ้ อื หุน้ พิจารณาอนุมตั ิ ทัง้ นีใ้ นการจ่ายเงินปันผล บริษทั ต้องปฏิบตั ติ ามมาตรา 115 ของพระราชบัญญัตบิ ริษทั มหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ทีบ่ ญ ั ญัตวิ า่ "การจ่ายเงินปันผลจากเงินประเภทอืน่ นอกจากเงินกำไรจะกระทำมิได้ ในกรณีทบ่ี ริษทั ยังมี ยอดขาดทุนสะสมอยู่ ห้ามมิให้จา่ ยเงินปันผล เงินปันผลนัน้ ให้แบ่งตามจำนวนหุน้ หุน้ ละเท่าๆ กัน เว้นแต่จะมีขอ้ บังคับกำหนดไว้เป็น อย่างอืน่ ในเรือ่ งหุน้ บุรมิ สิทธิ โดยการจ่ายเงินปันผลต้องได้รบั อนุมตั จิ ากทีป่ ระชุมผูถ้ อื หุน้ เมื่อข้อบังคับของบริษัทกำหนดให้ทำได้ คณะกรรมการอาจจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ให้แก่ผถู้ อื หุน้ ได้เป็นครัง้ คราว เมือ่ เห็นว่าบริษทั มีกำไรสมควรพอทีจ่ ะทำเช่นนัน้ และเมือ่ ได้จา่ ยเงิน ปันผลแล้ว ให้รายงานให้ทป่ี ระชุมผูถ้ อื หุน้ ทราบในการประชุมคราวต่อไป การจ่ายเงินปันผลนัน้ ให้กระทำภายในหนึง่ เดือนนับแต่วนั ทีท่ ป่ี ระชุมผูถ้ อื หุน้ หรือคณะ กรรมการลงมติแล้วแต่กรณี ทัง้ นีใ้ ห้แจ้งเป็นหนังสือไปยังผูถ้ อื หุน้ กับให้ โฆษณาคำบอกกล่าวการจ่าย เงินปันผลนัน้ ในหนังสือพิมพ์ดว้ ย สำหรับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษทั ย่อย คณะกรรมการของบริษทั ย่อยจะเสนอ ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทย่อยพิจารณาและอนุมัติการจ่ายเงินปันผลในระดับที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากผลกำไรและโอกาสในการลงทุนของบริษทั ย่อยนัน้ ๆ

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

59


11. รายการระหว่างกัน รายละเอียดเกีย่ วกับรายการระหว่างกัน ในปี 2553 บริษทั และบริษทั ย่อยมีการทำรายการระหว่างกันกับบุคคลทีอ่ าจมีความขัดแย้งกัน ดังต่อไปนี้ บุคคล/นิติบุคคลที่อาจมีความ เกี่ยวข้องกัน/ความสัมพันธ์

ลักษณะของรายการ ระหว่างกัน

บริษัท เกตเวย์ เอสเตท จำกัด - นายประชา เหตระกูล รายได้คา่ บริหาร ประธานกรรมการ และประธานกรรมการ บริหารของบริษัทเป็นกรรมการและเป็น ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทเกตเวย์ เอส เตท จำกัด โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 คิดเป็นร้อยละ ค่าที่ปรึกษา ค่าบริหาร และ 25 ของทุนชำระแล้ว ดำเนินโครงการ

มูลค่าของรายการ ปี 2553 (บาท)

นโยบายการกำหนดราคา

9,600,000.00

ค่าบริการกำหนดจากต้นทุน ที่เกิดขึ้นจริงของบุคลากร บวกอัตรากำไร

เพื่อเป็นการบริหารทรัพยากรบุคคลให้เกิดประโยชน์สูงสุด และก่อให้เกิดรายได้เพิม่ บริษทั ก่อให้เกิดรายได้เพิม่ บริษทั ได้เข้าทำสัญญารับบริหารจัดการด้านต่างๆ เช่น การติดต่อ ประสานงานในด้านต่างๆ งานด้านกฎหมาย งานด้านการ ก่อสร้าง เป็นต้น ให้กับบริษัท เกตเวย์ เอสเตท จำกัด

7,200,000.00

ค่าบริการกำหนดจากต้นทุน ที่เกิดขึ้นจริงของบุคลากรบวก อัตรากำไร

บริษทั เกตเวย์ เอสเตท จำกัด มีบคุ ลากรทีช่ ำนาญงานด้านการ ปฎิบัติการ การบำรุงรักษา ซ่อมแซมระบบและอุปกรณ์ ต่างๆ บริษทั จึงทำสัญญาจ้างให้ บริษทั เกตเวย์ เอสเตท จำกัด บริหารจัดการงานดังกล่าว

อัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมคิด ตามอัตรา MLR ของ ธนาคาร พาณิชย์

เป็นเงินให้กยู้ มื เพือ่ นำไปใช้เป็นเงินทุนในการดำเนินธุรกิจ ณ ปัจจุบัน บริษัท เกตเวย์ เอสเตท จำกัด อยู่ระหว่างการ ดำเนินการตามแผนฟืน้ ฟูกจิ การ การจ่ายชำระคืนหนีเ้ ป็น ไปตามเงือ่ นไขตามแผนฟืน้ ฟูกจิ การ

เงินให้กู้ยืม 591,447,904.98 ยอดต้นงวด บวก ให้กู้เพิ่มระหว่างงวด หัก รับชำระคืนระหว่างงวด (2,234,911.06) 589,212,993.92 ยอดปลายงวด หัก ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (589,212,993.92) สุทธิ ดอกเบี้ยค้างรับ 419,394,115.45 ยอดต้นงวด บวก ให้กู้เพิ่มระหว่างงวด หัก รับชำระคืนระหว่างงวด 419,394,115.45 ยอดปลายงวด หัก ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (419,394,115.45) สุทธิ เงินทดรองจ่าย ยอดต้นงวด บวก เพิ่มระหว่างงวด หัก รับชำระคืนระหว่างงวด ยอดปลายงวด หัก ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ สุทธิ บริษัท เซ็นทรัล อพาร์ทเมนท์ จำกัด รายได้คา่ บริหาร - กรรมการท่านหนึ่งของบริษัท เซ็นทรัล อพาร์ทเมนท์ จำกัด เป็นกรรมการของ บริษทั ต้นทุนการให้บริการ - นายปรีชา เศขรฤทธิ์ กรรมการของบริษทั เป็นกรรมการของ บจ. เซ็นทรัล อพาร์ทเมนท์

60

รายงานประจำปี 2553

ความจำเป็นและรายละเอียด

เป็นดอกเบีย้ ค้างรับจากเงินให้กยู้ มื ข้างต้น

บริษัทจ่ายเงินทดรองให้กับบริษัท เกตเวย์ เอสเตท จำกัด เพือ่ นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

7,787,612.55 (40,79.94) 7,747,032.61 (7,747,032.61) 0.00 1,200,000.00

132,000.00

ค่าบริการกำหนดจากต้นทุน ที่เกิดขึ้นจริงของบุคลากร บวกอัตรากำไร การกำหนดราคาของค่าเช่า เป็นไปตามเงือ่ นไขทีเ่ ป็นปกติ ธุรกิจ เช่นเดียวกับทีบ่ ริษทั เซ็นทรัล อพาร์ทเมนท์ จำกัด ให้บริการกับ บุคคลภายนอก

บริษทั ย่อย ทำสัญญารับจ้างบริหารจัดการงานด้านต่างๆ ให้กับบริษัทเซ็นทรัล อพาร์ทเมนท์ จำกัด รวมทั้งงานด้าน บริหารจัดการแจ้งหนีแ้ ละการจัดเก็บค่าบริการของอาคารชุด บริษัททำสัญญาเช่าห้องชุด 2 ห้อง เพื่อใช้เป็นที่เก็บเอกสาร โดยต่ออายุสัญญาทุก 1 ปี


บุคคล/นิติบุคคลที่อาจมีความ เกี่ยวข้องกัน/ความสัมพันธ์

ลักษณะของรายการ ระหว่างกัน

มูลค่าของรายการ ปี 2552 (บาท)

นโยบายการกำหนดราคา

บริษัท สยามแลนด์ โฮลดิ้ง(1990) จำกัด เงินให้กู้ยืม 190,000,000.00 ยอดต้นงวด - ณ วันที่เกิดรายการ บจ. สยามแลนด์ บวก ให้กู้เพิ่มระหว่างงวด โฮลดิ ้ ง (1990) มี ส ถานะเป็ น ผู ้ ถ ื อ หุ ้ น หัก รับชำระคืนระหว่างงวด 190,000,000.00 รายใหญ่ ของบริษัท โดยถือหุ้นในอัตรา ยอดปลายงวด ร้อยละ 43.77 ของทุนจดทะเบียนที่เรียก หัก ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (190,000,000.00) ชำระแล้ว สุทธิ - ปัจจุบนั บจ. สยามแลนด์ โฮลดิง้ (1990) ไม่ได้เป็นผูถ้ อื หุน้ รายใหญ่ของบริษทั แล้ว

บริษทั สมุทรปราการ ออฟเปอร์เรทติง้ จำกัด - ณ วันที่เกิดรายการ นายรอย อิศราพร ชุตาภา เป็นกรรมการในบริษัทย่อย และเป็นกรรมการของ บจ. สมุทรปราการ ออพเปอร์เรทติ้ง

เงินกูย้ มื (เงินต้น) ยอดต้นงวด บวก กู้เพิ่มระหว่างงวด หัก จ่ายชำระคืนระหว่างงวด ยอดปลายงวด

1,750,000.00 1,750,000.00

ดอกเบีย้ ค้างจ่าย ยอดต้นงวด บวก เพิ่มระหว่างงวด หัก จ่ายชำระคืนระหว่างงวด ยอดปลายงวด

1,630,616.44 87,500.00 1,718,116.44

บริษทั สยาม พาวเวอร์ แอนด์ อิเลคทริค เงินกูย้ มื (เงินต้น) ยอดต้นงวด จำกัด บวก กู้เพิ่มระหว่างงวด - ณ วันทีเ่ กิดรายการ นายรอย อิศราพร หัก จ่ายชำระคืนระหว่างงวด ชุตาภา เป็นกรรมการของบริษัท บริษัท ยอดปลายงวด ย่อย และเป็นกรรมการของ บจ. สยาม พาวเวอร์ แอนด์ อิเลคทริค - ปัจจุบัน นายรอย อิศราพร ชุตาภา ได้ ดอกเบีย้ ค้างจ่าย ลาออกจากบริษัทดังกล่าวทั้งหมดแล้ว ยอดต้นงวด บวก เพิ่มระหว่างงวด หัก จ่ายชำระคืนระหว่างงวด ยอดปลายงวด เงินกูย้ มื (เงินต้น) ยอดต้นงวด บวก กู้เพิ่มระหว่างงวด - ณ วันที่เกิดรายการ หั ก จ่ า ยชำระคืนระหว่างงวด นายรอยอิศราพร ชุตาภา เป็นกรรมการ ยอดปลายงวด ของบริษทั และเป็นกรรมการ และผูถ้ อื หุน้ รายใหญ่ของบริษัท เอ็ม เอส ซี ซี จำกัด โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น คิดเป็นร้อยละ ดอกเบีย้ ค้างจ่าย 99.99 ของทุนชำระแล้ว ยอดต้นงวด บวก เพิ่มระหว่างงวด -ปัจจุบันนายรอยอิศราพร ชุตาภาได้ หั ก จ่ า ยชำระคืนระหว่างงวด ลาออกจากบริษัท เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด ยอดปลายงวด (มหาชน) แล้ว

ในปี 2539 บริษัทย่อยให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่บจ. สยามแลนด์ โฮลดิง้ (1990) โดยใช้สนิ ทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ ค้ำประกัน การขอสินเชื่อของ บจ. สยามแลนด์ โฮลดิ้ง (1990) ต่อสถาบันการเงิน - ต่อมา บจ. สยามแลนด์ โฮลดิง้ (1990) ไม่สามารถไถ่ถอน หลักทรัพย์ดงั กล่าวคืนได้ จึงขอผ่อนปรนเงือ่ นไขการชำระหนี้ โดยจะชดใช้เงินจำนวน 200 ล้านบาทแทน - สิ้นสุด ณ เดือนมกราคม 2551 บจ. สยามแลนด์ โฮลดิ้ง (1990) ได้ชำระคืนหนี้แก่บริษัทย่อย เป็นจำนวนเงินรวม 10 ล้านบาท ณ ปัจจุบัน บจ. สยามแลนด์ โฮลดิ้ง (1990) อยู่ระหว่างการชำระบัญชี ซึ่งบริษัทย่อยดังกล่าวได้ยื่นขอ เฉลี่ยทรัพย์สิน เพื่อรักษาสิทธิตามกฏหมายแล้วแต่ยังไม่ ทราบผล อัตราดอกเบีย้ เงินฝากประจำ ของสถาบันการเงิน

เป็นดอกเบีย้ ค้างจ่ายของมูลหนี้ ตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้

บริษัท เอ็ม เอส ซี ซี จำกัด

บจ. เอ็ม เอส ซี ซี ได้นำทรัพย์สินตีโอนชำระหนี้ ของบริษัทที่มีต่อสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง บริษัท จึงบันทึก ให้บจ. เอ็ม เอส ซี ซี เป็นเจ้าหนี้ ซึ่ง ณ ปัจจุบันบริษัทมี การทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับ บจ. เอ็ม เอส ซี ซี ตามทีก่ ำหนดโดยแผนทีฟ่ น้ื ฟูกจิ การ มูลหนีด้ งั กล่าวจึงเป็น มูลหนี้ตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งจะชำระคืนปีละ 2 ครั้ง

41,106,360.98 (2,472,881.92) 38,633,479.06

8,406,093.64 (809,661.18) 7,596,432.46

บริษทั ย่อยกูย้ มื เงินระยะสัน้ จาก บจ.สมุทรปราการออพเปอร์ เรทติง้ เพือ่ ใช้เป็นทุนหมุนเวียน

- บริษทั ย่อยโอนขายสิทธิเรียกร้องในมูลหนีบ้ ริษทั ให้กบั บจ. สยาม พาวเวอร์ แอนด์ อิเลคทริค - ณ ปัจจุบนั บริษทั ฯ ได้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนีก้ บั บจ. สยาม พาวเวอร์ แอนด์ อิเลคทริค ตามทีก่ ำหนดโดยแผน ฟื้นฟูกิจการ มูลหนี้ดังกล่าวจึงเป็นมูลหนี้ตามสัญญา ปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งจะชำระคืนปีละ 2 ครั้ง

64,219,290.90 (3,863,312.62) 60,355,978.28

13,132,599.46 (1,264,910.49) 11,867,688.97

ความจำเป็นและรายละเอียด

เป็นดอกเบีย้ ค้างจ่ายของมูลหนี้ ตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

61


บุคคล/นิติบุคคลที่อาจมีความ เกี่ยวข้องกัน/ความสัมพันธ์ บริษัท บี เค ซี ซี จำกัด

ลักษณะของรายการ ระหว่างกัน

มูลค่าของรายการ ปี 2552 (บาท)

เงินกูย้ มื (เงินต้น) ยอดต้นงวด บวก กู้เพิ่มระหว่างงวด หัก จ่ายชำระคืนระหว่างงวด ยอดปลายงวด

3,558,676.25 (214,083.32) 3,344,592.93

- ปัจจุบันนายรอยอิศราพร ชุตาภา ได้ ดอกเบีย้ ค้างจ่าย ลาออกจากบริษัท เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด ยอดต้นงวด (มหาชน) แล้ว บวก เพิ่มระหว่างงวด หัก จ่ายชำระคืนระหว่างงวด ยอดปลายงวด

727,735.67 (70,094.31) 657,641.36

- ณ วันทีเ่ กิดรายการ นายรอยอิศราพร ชุตาภา เป็นกรรมการของบริษทั และเป็น กรรมการและผูถ้ อื หุน้ รายใหญ่ของบริษทั บี เค ซี ซี จำกัด โดยมีสดั ส่วนการถือหุน้ คิดเป็นร้อยละ 99.99 ของทุนชำระแล้ว

นายรอย อิศราพร ชุตาภา - ณ วันที่เกิดรายการ นายรอย อิศราพร ชุตาภา เป็นกรรมการใน บจ. เกตเวย์ ดิเวลลอปเมนท์ - ในปี 2548 นายรอย อิศราพร ชุตาภา ได้เข้าถือหุ้นใน บจ. เกตเวย์ ดิเวลลอป เมนท์ โดยเป็นผูถ้ อื หุน้ รายใหญ่มสี ดั ส่วน การถือหุ้นร้อยละ 64 - ปัจจุบันนายรอย อิศราพร ชุตาภา ลาออกจากบริษัทบจ. เกตเวย์ ดิเวลลอป เมนท์ แล้วแต่ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน บจ. เกตเวย์ ดิเวลลอปเมนท์ นางส่องศรี กัลยาณมิตร - ขณะที่เกิดรายการ นางส่องศรี กัลยาณมิตร เป็นกรรมการของบริษัท

เงินให้กู้ยืม ยอดต้นงวด บวก ให้กู้เพิ่มระหว่างงวด หัก รับชำระคืนระหว่างงวด ยอดปลายงวด หัก ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ สุทธิ

เงินทดรองรับ ยอดต้นงวด บวก เพิ่มขึ้นระหว่างงวด หัก ชำระคืนระหว่างงวด ยอดปลายงวด

1,995,000.00 1,995,000.00 (1,995,000.00) -

422,000.00 56,000.00 478,000.00

นโยบายการกำหนดราคา

ความจำเป็นและรายละเอียด บจ. บี เค ซี ซี ได้นำทรัพย์สินตีโอนชำระหนี้ของบริษัท ที่มีต่อสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง บริษัท จึงบันทึกให้ บจ. บี เค ซี ซี เป็นเจ้าหนี้ ซึง่ ณ ปัจจุบนั บริษทั มีการทำสัญญา ปรับโครงสร้างหนี้กับ บจ. บี เค ซี ซี ตามที่กำหนดโดย แผนทีฟ่ น้ื ฟูกจิ การ มูลหนีด้ งั กล่าวจึงเป็นมูลหนีต้ ามสัญญา ปรับโครงสร้างหนี้ซึ่งจะชำระคืนปีละ 2 ครั้ง

เป็นดอกเบีย้ ค้างจ่ายของมูลหนี้ ตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้

บริษัท เกตเวย์ ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด ในขณะนั้นมีสถานะ เป็นบริษัทย่อยให้กู้ยืมเงินกับนายรอย อิศราพร ชุตาภา

นางส่องศรี กัลยาณมิตร จ่ายเงินทดรองให้กับย่อย เพื่อใช้ เป็นทุนหมุนเวียน

11.2 ความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการระหว่างกัน ในกรณีทบ่ี ริษทั มีการทำรายการระหว่างกันกับบริษทั ย่อย บริษทั ร่วม และบริษทั ทีเ่ กีย่ วข้อง กัน รวมถึงบุคคลทีเ่ กีย่ วข้องกัน บริษทั จะพิจารณาถึงความจำเป็นและความเหมาะสมในการทำรายการ นัน้ ๆ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษทั เป็นหลัก คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติหลักการเกี่ยวกับข้อตกลงทางการค้าที่มีเงื่อนไขการค้า โดยทัว่ ไปในการทำธุรกรรมระหว่างบริษทั หรือบริษทั ย่อยกับกรรมการ ผูบ้ ริหาร หรือบุคคลทีม่ คี วาม เกีย่ วข้องกันโดยอนุมตั ใิ ห้ฝา่ ยจัดการสามารถอนุมตั กิ ารทำธุรกรรมดังกล่าว หากธุรกรรมเหล่านัน้ มี ข้อตกลงทางการค้าในลักษณะเดียวกับทีว่ ญ ิ ญูชนจะพึงกระทำกับคูส่ ญ ั ญาทัว่ ไปในสถานการณ์เดียวกัน ด้วยอำนาจต่อรองทางการค้าทีป่ ราศจากอิทธิพลในการทีต่ นมีสถานะเป็นกรรมการ

62

รายงานประจำปี 2553


11.3 นโยบายและแนวโน้มการทำรายการระหว่างกันในอนาคต เนือ่ งจากการทำรายการระหว่างกันมักเป็นไปตามลักษณะธุรกิจการค้าปกติของบริษทั ซึง่ บริษทั มีนโยบายทีจ่ ะดำเนินการให้การทำรายการระหว่างกันดังกล่าวเป็นไปเพือ่ ประโยขน์สงู สุดของ บริษทั โดยขัน้ ตอนการอนุมตั จิ ะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทก่ี ำหนดไว้ ทัง้ นีใ้ นการพิจารณาการทำรายการ ระหว่างกันกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งที่เป็นผู้ถือหุ้นหรือผู้บริหารของบริษัทนั้น ผู้ถือหุ้นหรือ ผูบ้ ริหารของบริษทั นัน้ ผูถ้ อื หุน้ หรือผูบ้ ริหารดังกล่าวจะไม่มสี ว่ นร่วมในการพิจารณาอนุมตั ิ และบริษทั จะ ปฏิบตั ใิ ห้เป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ หากบริษัทมีรายการระหว่างกันในอนาคตที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง บริษทั จะมอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้ ให้ความเห็นเกีย่ วกับความจำเป็นและความ สมเหตุสมผลในการเข้าทำรายการ และความเหมาะสมของการกำหนดราคาของรายการต่างๆ เพือ่ ให้ เป็นไปตามราคาตลาดตามปกติธรุ กิจทัว่ ไป โดยมีเงือ่ นไขไม่แตกต่างจากบุคคลภายนอก

12. คำอธิบายและการวิเคราะห์ฐานะการเงิน และผลการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน ณ สิน้ ปี 2553 บริษทั มีสนิ ทรัพย์รวมจำนวน 4,492.31 ล้านบาท เพิม่ ขึน้ เพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาสินทรัพย์ที่สำคัญคือเงินลงทุนในบริษัทร่วมและเงินลงทุนระยะยาวอื่น โดยมีสดั ส่วนถึงร้อยละ 46.89 และ 12.77 ของ สินทรัพย์รวมตามลำดับ นอกจากนีบ้ ริษทั มีเงินสด และรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 447.63 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.96 ของสินทรัพย์รวม เพิม่ ขึน้ ร้อยละ 20.11 เมือ่ เทียบกับปีทผ่ี า่ นมา ส่วนหนึง่ เนือ่ งมาจากบริษทั ย่อย แห่งหนึง่ ได้รบั เงิน คืนจากการ ลงทุนในบริษัทร่วมทุน เพื่อก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศสาธารณรัฐ ประชาชนจีน ซึ่งได้ยกเลิกโครงการไป โดยส่วนหนึ่งของเงินสดที่ได้รับคืนมานั้น บริษัทย่อยได้ นำไปลงทุนในโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 3 ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทำให้เงินทดรองรับจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน ณ สิ้นปี 2553 เพิ่มสูงขึ้นในขณะที่บริษัทบันทึก เงินลงทุน ในโครงการจำนวน 194.89 ล้านบาท ซึง่ เพิม่ ขึน้ ร้อยละ 15.22 จากปีทผ่ี า่ นมา เนือ่ งจาก ความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงการ เขือ่ นไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 3 ในส่วนของหนีส้ นิ ณ สิน้ ปี 2553 นัน้ มีจำนวนรวมทัง้ สิน้ 1,441.10 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 5.24 เนื่องจากมีการชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ โดยมีหนี้สินหลักคือหนี้สินภายใต้แผนฟื้นฟู กิจการและภายใต้สญ ั ญาปรับโครงสร้างหนีจ้ ำนวน 1,202.10 ล้านบาท และส่วนของหนีส้ นิ ภายใต้ แผนฟืน้ ฟูกจิ การทีถ่ งึ กำหนดชำระใน 1 ปีจำนวน 131.53 ล้านบาท

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

63


บริษทั มีหนีส้ นิ ภายใต้สญ ั ญาปรับโครงสร้างหนีท้ ไ่ี ด้รบั การขยายระยะเวลาการชำระหนี้ เป็นเวลา 15 ปี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 เป็นจำนวน 1,256.23 ล้านบาท เทียบกับ 1,328.09 ล้านบาท ณ สิน้ ปีทผ่ี า่ นมาลดลงร้อยละ 5.41 โดยบริษทั จะชำระคืนเงินต้น ในเดือนมิถนุ ายนและ ธันวาคมของแต่ละปีและชำระดอกเบี้ยเป็นรายไตรมาสในอัตราที่กำหนดไว้ เนื่องจากบริษัทได้ชำระหนี้คืนเจ้าหนี้ตามที่กำหนดไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการและสัญญา ปรับโครงสร้างหนี้เรื่อยมาจึงทำให้หนี้สินรวมปรับลดลงเป็นลำดับพร้อมๆ กับที่ส่วนของผู้ถือหุ้น ของบริษทั ค่อยๆ เพิม่ สูงขึน้ ส่งผลให้อตั ราส่วนหนีส้ นิ ต่อส่วนของผูถ้ อื หุน้ ลดลง ในขณะทีม่ ลู ค่า ตามบัญชีตอ่ หุน้ เพิม่ สูงขึน้

ผลการดำเนินงาน ในปี 2553 บริษทั สามารถขายทีด่ นิ ได้เพิม่ ขึน้ และสามารถรับรูร้ ายได้จาการขายทีด่ นิ ได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นจากธุรกิจแต่ละประเภทใกล้เคียงกับในปีที่ผ่านมา ยกเว้นอัตรากำไรขัน้ ต้นจากค่าทีป่ รึกษาและบริหารทีล่ ดลงเนือ่ งจากรายได้ในส่วนนีเ้ ป็นเงินเหรียญสหรัฐ จึงได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทในปีที่ผ่านมา ในขณะที่ต้นทุนมีการจ่ายเป็น เงินบาท โดยรวมแล้วอัตรากำไรจากการดำเนินงาน และอัตรากำไรสุทธิของบริษทั ปรับตัวสูงขึน้ ผลการดำเนินงานในปี 2553 บริษทั มีกำไรสุทธิในส่วนของบริษทั จำนวน 180.23 ล้านบาท เทียบกับ 21.52 ล้านบาทในปีทผ่ี า่ นมา เพิม่ สูงขึน้ ร้อยละ 737.38 เนือ่ งจาก 1. ในปี 2553 บริษทั มีรายได้จากการขายทีด่ นิ จำนวน 55.42 ล้านบาท เทียบกับ 17.29 ล้ า นบาทในปี 2552 โดยมี ก ำไรขั ้ น ต้ น จากการขายที ่ ด ิ น เป็ น จำนวน 41.35 ล้ า นบาท คิดเป็นอัตราเพิม่ ร้อยละ 204.34 2. ในปี 2553 บริษัท มีรายได้อื่นเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากบริษัทย่อยแห่งหนึ่งได้รับเงินคืน จากการลงทุนในบริษัทร่วมทุนเพื่อก่อสร้า งโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศสาธารณรัฐ ประชาชนจีนซึ่งได้ยกเลิกโครงการไปและบริษัทได้ตัดเงินทดรองจ่ายในโครงการ ดังกล่าวเป็น หนีส้ ญ ู ไปแล้ว 3. ในปี 2553 บริษทั บันทึกรายการหนีส้ งสัยจะสูญโอนกลับถึง 9.33 ล้านบาท เทียบกับ (1.26) ล้านบาทในปี 2552 ทัง้ นี้ เนือ่ งจากบริษทั ย่อยสองแห่งได้รบั การชำระหนีจ้ ากบริษทั เฉพาะกิจ ที่จัดตั้งขึ้นตามแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท เป็นจำนวนรวม 6.25 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัท ยังได้รบั ชำระหนีค้ นื จากบริษทั ทีเ่ กีย่ วข้องกันอีก 2.27 ล้านบาท และได้รบั ชำระหนีค้ นื จากลูกหนี้ การค้า 1.72 ล้านบาท 4. ในปี 2553 บริษทั บันทึกส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษทั ร่วมเป็นจำนวน 341.76 ล้านบาท เทียบกับ 305.96 ล้านบาทในปี 2552 คิดเป็นอัตราเพิม่ ร้อยละ11.70 ทัง้ นี้ มีสาเหตุทส่ี ำคัญ มาจากการทีโ่ รงไฟฟ้าแห่งหนึง่ ต้องปิดเพือ่ ทำการซ่อมแซมและบำรุงรักษาตามระยะเวลาในปี 2552

64

รายงานประจำปี 2553


เป็นเวลาประมาณ 2 เดือน จึงทำให้รายได้จากธุรกิจไฟฟ้าในปีดงั กล่าวลดน้อยลงเมือ่ เทียบกับปี 2553 5. ในปี 2553 นี้ บริษทั บันทึกภาษีเงินได้เป็นจำนวน 11.86 ล้านบาท เทียบกับ 48.50 ล้านบาทในปีทผ่ี า่ นมา ลดลงร้อยละ 75.55 ทัง้ นี้ เนือ่ งจากบริษทั ย่อยแห่งหนึง่ มีรายได้เงินปันผล รับลดลงจากปี 2552 ส่งผลให้ภาษีเงินได้ลดลง

13. ค่าตอบแทนของผูส้ อบบัญชี ค่าตอบแทนจากการสอบบัญชี บริษทั และบริษทั ย่อยจ่ายค่าตอบแทนการสอบบัญชี ให้แก่ ผูส้ อบบัญชีของบริษทั ในรอบปีบญ ั ชีทผ่ี า่ นมามีจำนวนเงินรวม 990,000 บาท สำนักงานสอบบัญชีทผ่ี สู้ อบบัญชีสงั กัด บุคคลหรือกิจการทีเ่ กีย่ วข้องกับผูส้ อบบัญชี และสำนักงานสอบบัญชีทผ่ี สู้ อบบัญชีสงั กัด ในรอบบัญชีทผ่ี า่ นมามีจำนวนเงินรวม 1,251,000 บาท

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

65


รายงานความรับผิดชอบของ คณะกรรมการต่อรายงานทางการเงิน คณะกรรมการบริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด(มหาชน) ได้ให้ความสำคัญต่อการปฏิบตั ติ าม หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี จึงได้กำกับดูแลการจัดทำงบการเงินและรายงานทางการเงิน ทีป่ รากฏในรายงานประจำปี ให้มขี อ้ มูลทีถ่ กู ต้องครบถ้วนและเพียงพอ คณะกรรมการบริษทั เป็น ผูร้ บั ผิดชอบต่องบการเงินรวมของบริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด(มหาชน) และบริษทั ย่อยซึง่ งบการเงิน ดังกล่าวได้จดั ทำขึน้ ตามมาตรฐานการบัญชีทร่ี บั รองทัว่ ไปในประเทศไทย โดยใช้นโยบายการบัญชี ทีเ่ หมาะสมและถือปฏิบตั อิ ย่างสม่ำเสมอ ได้มกี ารพิจารณาอย่างรอบคอบและสมเหตุสมผล รวมทัง้ มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอในหมายเหตุประกอบงบการเงิน เพือ่ ประโยชน์สงู สุดของผูถ้ อื หุน้ และนักลงทุนทัว่ ไป งบการเงินของบริษทั ได้รบั การตรวจสอบโดยผูส้ อบบัญชีของบริษทั เอส. เค.แอคเคาน์แต้นท์ เซอร์วสิ เซส จำกัด ซึง่ คณะกรรมการบริษทั ได้ให้ความเป็นอิสระแก่ผสู้ อบบัญชีอย่างเต็มทีใ่ นการ ตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นทีม่ ตี อ่ งบการเงิน เพือ่ ให้การจัดทำงบการเงินมีความน่าเชือ่ ถือและ ถูกต้องตามความเป็นจริง รวมทัง้ ได้มอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบของบริษทั ซึง่ ประกอบ ด้วยกรรมการทีเ่ ป็นอิสระจำนวน 3 ท่านเป็นผูก้ ำกับดูแลการจัดทำรายงานทางการเงินการสอบทาน นโยบายบัญชี การปฏิบตั ติ ามกฎหมายและกฎเกณฑ์ทเ่ี กีย่ วข้องและการจัดให้มรี ะบบการควบคุม ภายในที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจัดการให้บริษัทมีการบันทึกและรวบรวมข้อมูลทาง บัญชีทถ่ี กู ต้องครบถ้วน อันเป็นการดำรงรักษาไว้ซง่ึ ทรัพย์สนิ ของบริษทั เพือ่ ป้องกันไม่ให้เกิดการ ทุจริตหรือมีการดำเนินการทีผ่ ดิ ปกติ โดยความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบปรากฏในรายงานของ คณะกรรมการตรวจสอบ ซึง่ ได้แสดงไว้ในรายงานประจำปีฉบับนีแ้ ล้ว คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นว่าระบบการควบคุมภายในของบริษัทโดยรวมมีความ เหมาะสมและเพียงพอ และสามารถให้ความเชือ่ มัน่ ได้วา่ งบการเงินของบริษทั และบริษทั ย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 ได้แสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน อย่างถูกต้องในสาระสำคัญตาม มาตรฐานการบัญชีทร่ี บั รองทัว่ ไปและถูกต้องตามกฎหมายและกฎระเบียบทีเ่ กีย่ วข้อง

(นายประชา เหตระกูล) ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร

66

รายงานประจำปี 2553

(นายปรีชา เศขรฤทธิ)์ กรรมการผูจ้ ดั การและกรรมการบริหาร


รายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ เรียน ท่านผูถ้ อื หุน้ และคณะกรรมการ บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) คณะกรรมการตรวจสอบได้ปฏิบัติงานตามขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับ มอบหมายจากคณะกรรมการบริษทั ซึง่ ได้สอดคล้องตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในรอบปี 2553 ได้จดั ให้มกี ารประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ จำนวน 4 ครัง้ และ ในปี 2554 จนถึงวันทีร่ ายงานจำนวน 2 ครัง้ รวมทัง้ สิน้ 6 ครัง้ โดยกรรมการ ตรวจสอบเข้าร่วมประชุมและเป็นการประชุมร่วมกับผูบ้ ริหาร ผูส้ อบบัญชีและผูต้ รวจสอบภายใน ตามความเหมาะสมซึง่ สรุปสาระสำคัญ ได้ดงั นี้ 1. สอบทานงบการเงินรายไตรมาสและงบการเงินประจำปี 2553 ของบริษทั เพือ่ ให้มน่ั ใจว่า รายงานทางการเงินของบริษทั ได้จดั ทำขึน้ อย่างถูกต้องตามควรในสาระสำคัญ และความเพียงพอ ในการเปิดเผยข้อมูล ซึง่ คณะกรรมการตรวจสอบเห็นว่างบการเงินดังกล่าวมีความถูกต้องตามควร ในสาระสำคัญตามมาตรฐานการบัญชีทร่ี บั รองทัว่ ไป 2. สอบทานข้อมูลการดำเนินงานและระบบการควบคุมภายใน เพือ่ ประเมินความเพียงพอ เหมาะสม และประสิทธิผลของระบบการควบคุมภายใน อันจะช่วยส่งเสริมให้การดำเนินงานของ บริษทั บรรลุตามเป้าหมายทีก่ ำหนดไว้ ทัง้ นีไ้ ม่พบจุดอ่อนหรือข้อบกพร่องทีเ่ ป็นสาระสำคัญมีการดูแล รักษาทรัพย์สนิ ทีเ่ หมาะสมและมีการเปิดเผยข้อมูลครบถ้วนและเชือ่ ถือได้ นอกจากนีไ้ ด้ประเมินระบบ การควบคุมภายในตามแนวทางทีก่ ำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ คณะกรรมการตรวจสอบเห็นว่าบริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่ดีและมีระบบการ ติดตามควบคุมดูแลการดำเนินงานอย่างเพียงพอ เหมาะสมและมีประสิทธิผล 3. สอบทานการตรวจสอบภายใน โดยได้พิจารณาขอบเขตการปฏิบัติงานหน้าที่และ ความรับผิดชอบ ความเป็นอิสระ อัตรากำลัง อีกทัง้ ได้พจิ ารณาทบทวนและได้อนุมตั แิ ผนงาน ตรวจสอบประจำปี ซึง่ คณะกรรมการตรวจสอบเห็นว่าบริษทั มีระบบการตรวจสอบภายในทีเ่ พียงพอ เหมาะสมและมีประสิทธิผล รวมทัง้ มีการพัฒนาคุณภาพการตรวจสอบทัง้ ในด้านบุคลากรและการ ปฏิบตั งิ านตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลอย่างต่อเนือ่ ง 4. สอบทานการปฏิบตั ติ ามกฏหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนด ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฏหมายที่เกี่ยว ข้องกับธุรกิจของบริษัท รวมถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดของบริษัท และข้อผูกพันที่บริษัทมีไว้ กับบุคคลภายนอกซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบเห็นว่าไม่พบประเด็นที่เป็นสาระสำคัญในเรื่องการ ไม่ปฏิบตั ติ ามกฏหมาย ข้อกำหนดและข้อผูกพันทีบ่ ริษทั มีไว้กบั บุคคลภายนอก

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

67


5. สอบทานการบริหารความเสีย่ ง ให้มคี วามเชือ่ มโยงกับระบบการควบคุมภายในเพือ่ จัดการความเสีย่ งทัง้ บริษทั โดยได้พจิ ารณานโยบาย ปัจจัยความเสีย่ ง และแนวทางการบริหาร ความเสีย่ ง ซึง่ คณะกรรมการตรวจสอบเห็นว่า บริษทั มีระบบการบริหารความเสีย่ งทีม่ ปี ระสิทธิภาพ และประสิทธิผล 6. สอบทานและให้ความเห็นต่อรายการทีเ่ กีย่ วโยงกันหรือรายการทีอ่ าจมีความขัดแย้งทาง ผลประโยชน์ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลของรายการดังกล่าว ตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะ กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยผูส้ อบบัญชีรบั อนุญาตมีการเปิดเผยรายการ ค้ากับบริษัทที่เกี่ยวข้องกันที่มีสาระสำคัญได้แสดงรายการในงบการเงินและหมายเหตุประกอบ งบการเงินแล้ว ซึง่ คณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นสอดคล้องกับผูส้ อบบัญชีวา่ รายการดังกล่าว เป็นรายการที่สมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมทั้งมีการ เปิดเผยข้อมูลถูกต้องและครบถ้วน 7. พิจารณาคัดเลือก เสนอแต่งตัง้ และเสนอค่าตอบแทนของผูส้ อบบัญชีประจำปี 2554 โดยนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2554 ซึ่ง คณะกรรมการตรวจสอบได้พจิ ารณาผลการปฏิบตั งิ าน ความเป็นอิสระของผูส้ อบบัญชีและความ เหมาะสมของค่าตอบแทนแล้ว เห็นควรเสนอแต่งตัง้ นางสาววรรญา พุทธเสถียร ผูส้ อบบัญชีรบั อนุญาต เลขทะเบียน 4387 นายอำพล จำนงค์วัฒน์ ผูส้ อบบัญชีรบั อนุญาต เลขทะเบียน 4663 นายนริศ เสาวลักษณ์สกุล ผูส้ อบบัญชีรบั อนุญาต เลขทะเบียน 5369 แห่งบริษทั เอส. เค. แอคเคาน์แต้นท์ เซอร์วสิ เซส จำกัด เป็นผูส้ อบบัญชีประจำปี 2554 พร้อมด้วยค่าตอบแทนเป็นจำนวนเงินรวม 990,000.00 บาท โดยคณะกรรมการตรวจสอบ มีความเห็นเกีย่ วกับการเสนอแต่งตัง้ ผูส้ อบบัญชี ดังกล่าวดังนี้ - ในรอบปีบญ ั ชีทผ่ี า่ นมา ผูส้ อบบัญชีได้ปฏิบตั งิ านด้วยความรู้ ความสามารถในวิชาชีพ และให้ขอ้ เสนอแนะเกีย่ วกับระบบการควบคุมภายในและความเสีย่ งต่างๆ รวมทัง้ มีความเป็นอิสระใน การปฏิบัติงาน - ค่าตอบแทนทีเ่ สนอมาเป็นอัตราทีเ่ หมาะสม โดยได้เสนอค่าตอบแทนผูส้ อบบัญชีเท่ากับ ค่าตอบแทนประจำปี 2553 ทัง้ นีเ้ นือ่ งจากปริมาณงานและรายการทางบัญชีของบริษทั มีปริมาณ เพิม่ ขึน้ เพียงเล็กน้อย - มีการปฏิบัติที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ในเรือ่ งการกำหนดให้บริษทั จดทะเบียน ต้องจัดให้มกี ารหมุนเวียนผูส้ อบบัญชี ที่ลงลายมือชื่อรับรองงบการเงินทุก 5 รอบปีบัญชี ทั้งนี้หากผู้สอบบัญชีได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ผูส้ อบบัญชีประจำปี 2554 จะจัดเป็นปีท่ี 3 ติดต่อกัน - ผูส้ อบบัญชีไม่มคี วามสัมพันธ์ใดๆ กับบริษทั และบริษทั ย่อย

68

รายงานประจำปี 2553


ความเห็น / ข้อสังเกตจากการปฏิบตั หิ น้าที่ โดยสรุปในภาพรวมแล้ว คณะกรรมการตรวจสอบได้ปฏิบัติหน้าที่ครบถ้วนตามที่ได้ ระบุไว้ ในกฏบัตรคณะกรรมการตรวจสอบทีไ่ ด้รบั อนุมตั จิ ากคณะกรรมการบริษทั และมีความเห็นว่า บริษัทมีการรายงานข้อมูลทางการเงินและการดำเนินงานอย่างถูกต้อง มีระบบการควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน การบริหารความเสีย่ งทีเ่ หมาะสม มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีการปฏิบตั ิ ตามกฏหมาย ข้อกำหนดและข้อผูกพันต่าง ๆ มีการเปิดเผยรายการทีเ่ กีย่ วโยงกันอย่างถูกต้อง และมีการปฏิบตั งิ านทีส่ อดคล้องกับระบบการกำกับดูแลกิจการทีด่ อี ย่างเพียงพอโปร่งใส และเชือ่ ถือได้ รวมทัง้ การพัฒนาปรับปรุงระบบการปฏิบตั งิ านให้มคี ณ ุ ภาพดีขน้ึ และเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ทางธุรกิจอย่างต่อเนือ่ ง

นายกมลศักดิ์ พันธุเสน ประธานกรรมการตรวจสอบ

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

69


รายงานการสอบบัญชี วันที่ 31 ธันวาคม 2553 บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)และบริษทั ย่อย

บริษทั เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)

71


Mdx 10  

MDX_2010 M.D.X. PCL Annual Report 2010