Issuu on Google+

รายงานประจําปี 2550 - 2551 บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

EXPANDING

TO

SUCCESS

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) MBK PUBLIC COMPANY LIMITED

444, 8th Floor, MBK Center Building, Phayathai Road,Wang Mai, Pathumwan, Bangkok 10330 Tel : 0-2620-9000 Fax : 0-2620-7000 Website : www.mbk-center.co.th E-mail : mbk@mbk-center.co.th

ANNUAL REPORT 2007-2008 MBK PUBLIC COMPANY LIMITED

รายงานประจําปี 2550 - 2551 Annual Report 2007 - 2008

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) MBK PUBLIC COMPANY LIMITED


กิจกรรมกับการมีสว่ นร่วมในสังคม

สารบัญ

Corporate Social Responsibility

CONTENTS

1 .......... จุดเด่นทางการเงิน 2 .......... สารจากประธานกรรมการ 6 .......... คณะกรรมการ 10 .......... ผู้บริหารระดับสูง 12 .......... ผู้บริหาร 18 .......... โครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทในกลุ่ม MBK 21 .......... วิสัยทัศน์ของ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) 22 .......... ลักษณะการประกอบธุรกิจ 38 .......... ปัจจัยความเสี่ยง 44 .......... โครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการ 60 .......... รายละเอียดของคณะกรรมการและผู้บริหารของบริษัท 66 .......... รายการระหว่างกัน 81 .......... รายงานความเห็นคณะกรรมการตรวจสอบ 82 .......... คําอธิบายการวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดําเนินงาน 89 .......... รายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงิน 292 .......... การแสดงรายการที่กำหนดตามแบบ 56-2 ในรายงานประจำปี 293 .......... ข้อมูลทั่วไป 294 .......... กิจกรรมกับการมีส่วนร่วมในสังคม

1 กำไรสุทธิ

NET PROFIT

ล้านบาท (Million Baht)

1,500

1,402

1,350 1,200

1,286 1,178

1 .......... Financial Highlights 2 .......... Message from Chairman 6 .......... The Board of Directors 10 .......... Executive Management 12 .......... Management Team 18 .......... Structure of MBK Group 21 .......... Vision of MBK 156 .......... Nature of Business Operations 174 .......... Risk Factors 180 .......... Shareholding Structure and Management 196 .......... Profiles of Directors and Executive Management of the Compay 202 .......... Related Party Transactions 217 .......... Audit Committee’s Report 218 .......... Explanation and Analysis of Financial Status and Operating Results 225 .......... Report of Independent Auditor and Financial Statements 292 .......... Disclosure of Information in Annual Report According to From 56-2 293 .......... General Information 294 .......... Corporate Social Responsibility

1 สินทรัพย์รวมและหนี้สินรวม

1 สัดส่วนรายได้ของกลุ่มธุรกิจ

25,000

3,000

TOTAL ASSETS & TOTAL LIABILITIES ล้านบาท (Million Baht )

22,500

21,101

20,000

1,050 900

15,000

750

12,500

600

10,000

2,700 2,100

16,537

1,800 10,636 7,681

2,502 2,234

1,200

5,000

600

150 0 ปี Year 2548/2549 2005/2006

2,500 0 ปี Year 2548/2549 2005/2006

300 0 ปี 2548/2549 Year 2005/2006

กำไรสุทธิ (Net Profit)

สินทรัพย์รวม (Total Assets)

900

902

300

2550/2551 2007/2008

2549/2550 2006/2007

2550/2551 2007/2008

หนี้สินรวม (Total Liabilities)

1 เพือ่ พ่อ...พอเพียง For Father…Sufficiency

1 รณรงค์ลงประชามติรา่ งรัฐธรรมนูญ ปี 2550 To encourage the public to vote in a nationwide referendum

to accept or reject the draft 2007 constitution

ิ ใหม่ “35 ปี ปลูกถ่ายอวัยวะ รพ.จุฬาฯ 1 วิถแี ห่งชีวต th

New Life Path 35 Years of Organ Transplantation at Chulalongkorn Hospital

1 มหัศจรรย์เด็กไทย รูร้ กั ษ์...พิทกั ษ์โลกสวย Mahadsajan Dek Thai…Roo Rak Pi Tak Lok Suey

ิ บริจาคโลหิต 1 มอบของขวัญแด่ชวี ต Give the gift of life by donating blood

2,193

1 MBK Family Day และ MBK Camp Season 2 MBK Family Day and MBK Camp Season 2

1 กีฬาสี MBK Sports Day

1 การฝึกอบรมป้องกันและระงับอัคคีภยั Emergency and Fire Drills Training

ั กิ ารกูช้ วี ติ 1 การปฐมพยาบาลเบือ้ งต้นและปฏิบต First Aid and Life Saving

1,500

7,500

2549/2550 2006/2007

ิ 1 ต้นไม้thเพือ่ ชีวต The 8 Tree for Life Project

1,983

1,902 1,826

450

6,788

1 สานสายใย สือ่ พลัง...รักแม่ San Saiyai Ser Palang...Rak Mae

REVENUE STRUCTURE OF BUSINESS GROUPS ล้านบาท (Million Baht)

2,400

17,500 16,924

1 วันงดสูบบุหรีโ่ ลก World No Tobacco Day

1,003

1,105

679

613

483

2549/2550 2006/2007

รายได้จากการให้บริการและให้เช่า (Revenue from Service and Rental) รายได้จากกิจการโรงแรม (Revenue from Hotal Operations)

2550/2551 2007/2008 รายได้จากการขาย (Sales) รายได้อื่น (Other Revenues)


จุดเด่นทางด้านการเงิน

FINANCIAL HIGHLIGHTS

ข้อมูลสำคัญทางการเงินของบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย Financial Highlights of MBK Public Company Limited and its subsidiaries สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน (For the years ended 30 June)

หน่วย : พันบาท (Unit : Thousand Baht)

2548/2549 ร้อยละ 2549/2550 ร้อยละ 2005/2006 Percentage 2006/2007 Percentage 2550/2551 ร้อยละ 2007/2008 Percentage ปรับปรุงใหม่ (Restated) ปรับปรุงใหม่ (Restated)

สินทรัพย์รวม (Total Assets) หนี้สินรวม (Total Liabilities) ส่วนของผู้ถือหุ้น (Total Shareholders’ Equity) รายได้จากการบริการและให้เช่า (Revenue from Service and Rental) รายได้จากการขาย (Sales) รายได้จากกิจการโรงแรม (Revenue from Hotel Operations) รายได้อื่น (Other Revenues) รายได้รวม (Total Revenues) กำไรขั้นต้น (Gross Profit) กำไรสุทธิ (Net Profit)

16,924,313 100.00 16,537,097 100.00 21,100,645 100.00 7,680,905 45.38 6,787,580 41.04 10,635,823 50.41 9,243,408 54.62 9,749,517 58.96 10,464,822 49.59 1,902,490 36.29 1,983,225 33.62 2,192,534 34.90 1,825,737 34.83 2,234,039 37.87 2,502,079 39.83 901,637 17.20 1,002,589 17.00 1,104,910 17.59 612,606 11.68 678,865 11.51 482,840 7.68 5,242,470 100.00 5,898,718 100.00 6,282,363 100.00 1,777,858 38.40 2,066,495 39.59 2,439,626 42.07 1,177,843 22.47 1,285,658 21.80 1,401,716 22.31

อัตราส่วนทางการเงินของ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย The financial ratios of MBK Public Company Limited and its subsidiaries สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน (For the years ended 30 June)

หน่วย (Unit)

อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวม (Net Profit / Total Revenues) % อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผูถ้ อื หุน้ เฉลีย่ (Return on Average Equity)* % อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์รวมเฉลีย่ (Return on Average Assets) % กำไรสุทธิต่อหุ้น (Earnings Per Share)*** บาท (Baht) เงินปันผลต่อหุ้น (Dividend Per Share) บาท (Baht) มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (Book Value Per Share)* / *** บาท (Baht)

2548/2549 2549/2550 2005/2006 2006/2007 ปรับปรุงใหม่ (Restated)

22.47 14.14 7.12 7.78 3.50 57.29

21.80 14.38 7.68 8.49 3.75 60.78

2550/2551 2007/2008

22.31 14.74 7.45 9.26 ** 64.85

หมายเหตุ * ส่วนของผู้ถือหุ้น หมายถึง ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท (ไม่รวมส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของบริษัทย่อย) ** เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2551 บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2550 ถึง 31 ธันวาคม 2550 ให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 2.00 บาท และในวันที่ 28 ตุลาคม 2551 คณะกรรมการบริษัทจะเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2551 เพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการครึ่งปีหลัง

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2551 ในอัตราหุ้นละ 2.00 บาท รวมเป็นเงินปันผลของงวดบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2550 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2551 เป็นจำนวนทั้งสิ้นหุ้นละ 4.00 บาท *** คำนวณจากจำนวนหุ้นสามัญของบริษัท หักด้วยส่วนของหุ้นทุนซื้อคืนที่ถือครองโดยบริษัทและบริษัทย่อย Note * Shareholders’ equity represented equity attributable to the Company’s shareholders (excluding equity attributable to minority shareholders of subsidiaries) ** On 2 May 2008, the Company paid the interim dividend of Baht 2.00 per share for the performance period from 1 July 2007 to 31 December 2007. On 28 October 2008, the Board of Directors will propose to the Annual General Meeting of the shareholders to approve the dividend payment of Baht 2.00 per share for the second half of fiscal year from 1 January 2008 to 30 June 2008, therefore, the total dividend for this fiscal year from 1 July 2007 to 30 June 2008, will equal to Baht 4.00 per share *** Calculated from the number of ordinary shares which deducted by treasury stocks held by the Company and its subsidiaries. MBK Public Company Limited R Annual Report 2007-2008 R

1


สารจากประธานกรรมการ

MESSAGE FROM CHAIRMAN OF THE BOARD OF DIRECTORS

ภาวะเศรษฐกิจไทยในในปี 2551 มีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่เศรษฐกิจไทยก็ยังคงขยายตัวไม่สูงนัก เนื่องมาจากปัญหาราคาน้ำมันที่ สูงขึ้น รวมทั้งปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองที่ไม่แน่นอน ซึ่งทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น ผู้บริโภคจึงต้องระมัดระวังในการใช้จ่าย ด้วยปัญหาต่างๆ ที่กล่าว มาล้วนส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน แต่อย่างไรก็ตามบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) (“MBK”) ก็ยังสามารถดำเนินธุรกิจจนมี

ผลประกอบการเป็นที่น่าพอใจ

ผลประกอบการในรอบปี 2550/2551

สำหรับผลการดำเนินงานในรอบปีสิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 ของบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“กลุ่มบริษัท”) อยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยมีรายได้รวม 6,282.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2549/2550 ร้อยละ 6.5 มีกำไรสุทธิ 1,401.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.0 เนื่องจาก การเติบโตของรายได้ทุกส่วนงานธุรกิจของกลุ่มบริษัท และผลประกอบการที่เพิ่มสูงกว่าปีที่ผ่านมา สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวมจำนวน 21,100.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.6 มีหนี้สินรวมจำนวน 10,635.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 56.7 และส่วนของ ผู้ถือหุ้นจำนวน 10,464.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.3 ทัง้ นี้ หากไม่มเี หตุการณ์ทนี่ อกเหนือความคาดหมายเกิดขึน้ คาดว่าผลประกอบการในปี 2551/2552 ของกลุม่ บริษทั น่าจะดีกว่าในรอบปีทผี่ า่ นมา

การดำเนินธุรกิจในรอบปี 2550/2551

ในรอบปีที่ผ่านมาการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทมีการพัฒนาและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ ธุรกิจศูนย์การค้า และโรงแรม

ภายหลั ง จากที่ MBK ได้ลงนามในสัญญาให้สิทธิใช้ประโยชน์ศูนย์การค้าบริเวณสี่แยกปทุมวันกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่ อ วั น ที่ 16 ตุลาคม 2550 ซึ่งมีกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอาคาร เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เป็นระยะเวลา 20 ปี นับตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2556 ถึง 21 เมษายน 2576 แล้วนั้น MBK ก็มีโครงการที่จะพัฒนาศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การนำโครงการประหยัดพลังงาน ไฟฟ้ามาใช้ภายในศูนย์การค้าด้วยความตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อน การใช้น้ำรีไซเคิลกับระบบหล่อเย็นของระบบปรับอากาศ และน้ำรดต้นไม้ ส่วนของพื้นที่เช่าได้มีการพัฒนาบริเวณชั้น 4 โซน A เพื่อประกอบธุรกิจประเภทเครื่องมือสื่อสาร ภายใต้ชื่อ “MOBILE MART” และเพิ่มมาตรการรักษา ความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้บริการในศูนย์การค้าโดยติดตั้งเครื่อง Walk Through ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้สำหรับตรวจวัตถุต้องสงสัยที่บริเวณประตูทางเข้าหลัก นอกจากนี้ยังได้เพิ่มเคาน์เตอร์แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคารต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้บริการชาวต่างชาติ ในส่วนของโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ในรอบปีที่ผ่านมามีการปรับอัตราค่าห้องพักขึ้น แต่ไม่มีผลกระทบกับสถิติการสำรองห้องพักล่วงหน้าของ โรงแรมแต่อย่างใด เนื่องจากโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เป็นโรงแรมที่มีทำเลที่ตั้งและคุณภาพของการบริการที่ดีทำให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่เป็น ตลาดหลักเข้ามาใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนโรงแรมเชอราตัน กระบี่ บีช รีสอร์ท ที่จังหวัดกระบี่ ภายใต้การบริหารงานโดยกลุ่ม “สตาร์วูด” ซึ่งเป็น ที่รู้จัก ยอมรับจากทั่วโลกในมาตรฐานคุณภาพทั้งทางด้านสถานที่และบริการ ในด้านการรองรับกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ได้ นอกจากนี้ยังมีโรงแรมรอยัล ปริ๊นเซส ระนอง ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น โรงแรม ทิ นิ ดี ระนอง ก็เป็นที่รู้จักของทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติในเรื่องมาตรฐานการให้บริการเช่นกัน

ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

ในรอบปีที่ผ่านมาธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ธุรกิจพัฒนาที่ดินเพื่อขาย ธุรกิจรับบริหารทรัพย์สิน ธุรกิจรับบริหารอาคารและชุมชน และธุรกิจให้คำปรึกษาและประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ซึ่งดำเนินธุรกิจโดย บริษัท แปลน เอสเตท จำกัด และบริษัทย่อย ยังคงมีการพัฒนาและดำเนิน ธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยทีมผู้บริหารที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ และความชำนาญในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ธุรกิจนี้ยังคงสามารถก่อให้เกิด รายได้หลักให้กับ MBK อีกธุรกิจหนึ่ง



R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


The Thai economy is expected to perform better in 2008 than the previous year. However, the growth of the Thai economy will not be very high, mainly due to the domestic political instability and the rising crude oil prices which lead to the higher cost of living. As a result, consumers need to spend more carefully. Although all the above-mentioned factors impact on the business performance of the private sector, MBK Public Company Limited manages to achieve a satisfactory performance. 2007/2008 Performance The performance of MBK Public Company Limited and its subsidiaries (“the Group”) as at June 30, 2008 was satisfactory. Its consolidated total revenues amounted to Baht 6,282.4 million, representing an increase of 6.5 percent from the previous financial year 2006/2007. Its consolidated net profit amounted to Baht 1,401.7 million, representing an increase of 9.0 percent. This was mainly due to growth in all business areas of the Group and their stronger performance than that of the previous year. In terms of the financial standing as at June 30, 2008, the Group’s consolidated assets amounted to Baht 21,100.6 million, representing an increase of 27.6 percent. Its consolidated liabilities amounted to Baht 10,635.8 million representing an increase of 56.7 percent, while its shareholders equity amounted to Baht 10,464.8 million, representing an increase of 7.3 percent. Unless there is any event beyond expectations, it is anticipated that the Group’s performance will be better in the financial year 2008/2009 than the prior year. 2007/2008 Business Operations In the past year, the Group continued to develop and grow steadily, with details as follows:

Shopping Center and Hotel Businesses

Real Estate Business

Golf Course Business

After signing a 20-year lease contract with Chulalongkorn University on October 16, 2007 for the right to use the land and the MBK Center buildings at Pathumwan intersection throughout the period from April 22, 2013 to April 21, 2033, MBK plans to make continuous improvements to the MBK Center. These include, among others, a project aimed at promoting the introduction of an electricity conservation technology at the shopping center in an effort to address the global warming problem as well as use of recycled water in the air-conditioning cooling systems and in gardening. Moreover, the rental area on the 4th floor (Zone A) has been developed into “Mobile Mart” with focus on communications equipment business. MBK has also installed walk-through trace portals at its key entrances in order to check doubtful objects. In addition, it has increased the number of banks’ foreign currency exchange booths, in order to accommodate the needs of the increased number of overseas visitors. As regards Pathumwan Princess Hotel, although the hotel raised its room rates in the past year, the change did not have any impact on its record of advance room reservations. This is mainly due to the fact that the hotel is in a good location and offers services of high quality standards. This enables it to attract tourists, its main target group, to continue using its services. In relation to Sheraton Krabi Beach Resort in Krabi province, the hotel is managed by the “Starwood Group” which is well known worldwide for its quality standards in terms of quality and location as well as its ability to accommodate large customer groups. Royal Princess Hotel whose name has been changed to Tinidee Hotel@Ranong is also well known to both Thais and foreigners for its high quality services. In the past year, the real estate business consisting of property development for sale, property management, building and community management as well as asset valuation and advisory services which were operated by Plan Estate Company Limited and its subsidiaries continued to grow steadily. This was mainly due to the contributions made by their executive teams with extensive experiences and expertise in the real estate business. As a result, their businesses still contribute significantly to MBK’s revenues. In December 2007, MBK Resort Public Company Limited, a subsidiary of MBK, opened its second golf course namely “the Red Mountain Golf Course” for business. The new golf course with 18 holes, par 72, on a total area of over 600 rai is adjacent to the Loch Palm Golf Course in Kathu District, Phuket province. The Red Mountain Golf Course was voted by Asian Golf Magazine of Singapore as one of three best new courses in Asia in 2007.

MBK Public Company Limited R Annual Report 2007-2008 R




ธุรกิจสนามกอล์ฟ

ธุรกิจข้าว

เมื่อเดือนธันวาคม 2550 บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ MBK ได้เปิดให้บริการสนามกอล์ฟแห่งที่สองชื่อว่า “สนามกอล์ฟ เรด เมาเทิน กอล์ฟ คอร์ส” ตั้งอยู่ในบริเวณข้างเคียงกับสนามกอล์ฟ ล็อค ปาล์ม กอล์ฟ คอร์ส ที่ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต บนเนื้อที่ กว่า 600 ไร่ เป็นสนามกอล์ฟระดับมาตรฐาน 18 หลุม พาร์ 72 โดยได้รับการโหวตจากนิตยสารเอเชียกอล์ฟของสิงคโปร์ ให้เป็น 1 ใน 3 สนามกอล์ฟ ใหม่ยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2550 บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) (“PRG”) ซึ่งมีฐานะเป็นบริษัทย่อยโดยตรงของ MBK โดยในปีที่ผ่านมา ราคาข้าวใน ตลาดโลกสูงขึ้น ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่ดีของ PRG ส่งผลให้ผลประกอบการในปี 2550/2551 ของ PRG ดีขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ PRG ยังได้พัฒนาการผลิตข้าวชนิดใหม่เป็นข้าวเพื่อสุขภาพชื่อ “ข้าวกาบาไรซ์” โดยเข้าร่วมลงทุนกับบุคคลที่ไม่ใช่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในกลุ่ม MBK จัดตั้งบริษัทใหม่ชื่อ “บริษัท อินโนฟู้ด (ไทยแลนด์) จำกัด”

โครงการในอนาคต

ธุรกิจศูนย์การค้า

ในปี 2551/2552 MBK มีแผนที่จะพัฒนาและปรับปรุงศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ดังนี้ 1 โครงการปรับปรุงสถานที่สำหรับจอดรถทัวร์ เพื่อรองรับผู้ใช้บริการที่เป็นนักท่องเที่ยวซึ่งเดินทางมาโดยรถทัวร์ และจัดสถานที่สำหรับจอด รถตู้ที่นำนักท่องเที่ยวมาส่ง ณ บริเวณลานจอดรถภายในศูนย์ฯ 1 โครงการสร้างกิจกรรมทางการตลาด โดยนำกลยุทธ์ด้านการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationship Management : CRM) และความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility : CSR) มาใช้ โดยคาดว่าระบบดังกล่าวจะช่วยเพิ่ม สัดส่วนของลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาใช้บริการที่ศูนย์การค้าให้มากยิ่งขึ้น ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว

โครงการปรับปรุงห้องพักโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โดยใช้งบลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท 1 โครงการพัฒนาโรงแรมและรีสอร์ทที่ภูเก็ต บริเวณสนามกอล์ฟ ล็อค ปาล์ม และ สนามกอล์ฟ เรด เมาเทิน โดยใช้งบลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท 1

ธุรกิจสนามกอล์ฟและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บริเวณรอบสนามกอล์ฟ ล็อค ปาล์ม และ สนามกอล์ฟ เรด เมาเทิน บนเนื้อที่กว่า 500 ไร่ มูลค่า โครงการประมาณ 13,000 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาในการพัฒนาประมาณ 10 ปี 1 โครงการสนามกอล์ฟจังหวัดปทุมธานี บนเนื้อที่ประมาณ 350 ไร่ มูลค่าโครงการประมาณ 700 ล้านบาท ซึ่งจะสร้างแล้วเสร็จประมาณ เดือนกันยายน 2552 1 โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รอบสนามกอล์ฟปทุมธานี บนเนื้อที่กว่า 400 ไร่ มูลค่าโครงการประมาณ 12,000 ล้านบาท ใช้ระยะเวลา ในการพัฒนาประมาณ 10 ปี 1

การกำกับดูแล ความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม

นอกจากการมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและขยายการดำเนินธุรกิจในแต่ละส่วนให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง มั่นคง แล้ว MBK ยังให้ความสำคัญกับการ พัฒนาบุคลากร สังคมและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด โดยมีมาตรการต่างๆ เพื่อลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการดำเนินโครงการและกิจกรรม สาธารณประโยชน์ต่อสังคมโดยส่วนรวมให้เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ MBK ยังให้ความสำคัญในส่วนของการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) และมีการนำระบบเครื่องมือทางการบริหารจัดการมาใช้ในองค์กร เช่น Banlanced Scorecard (BSC) ซึ่งเป็นเครื่องมือใน การนำกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ โดยมีดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน Key Performance Indicator (KPI) ที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน รวมทั้งระบบบริหาร ความเสี่ยง (Risk Management) เพื่อเป็นการพัฒนาระบบบริหารและการจัดการภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในนามคณะกรรมการบริษทั ขอขอบคุณท่านผูถ้ อื หุน้ ผูล้ งทุน ลูกค้า สถาบันการเงิน ผูบ้ ริหาร พนักงาน รวมถึงผูม้ สี ว่ นสนับสนุนบริษทั ทุกท่าน ที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัท จนทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทเป็นไปด้วยดีมาโดยตลอด คณะกรรมการบริษัทขอให้ คำมั่นสัญญาว่าจะกำกับดูแลการดำเนินกิจการของบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย นโยบาย และวิสัยทัศน์ ที่บริษัทกำหนด และคณะกรรมการหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านเช่นนี้ตลอดไป



R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

นายบันเทิง ตันติวิท ประธานกรรมการ


Rice Business

The performance of Patum Rice Mill and Granary Public Company Limited (“PRG”), a directly-held subsidiary of MBK, was better in the financial year 2007/2008 than the previous year, mainly due to the increase in the rice prices in the world market and PRG’s efficient management of the production costs. As well, PRG developed a new type of healthy rice called “GABA Rice”. In this connection, it entered into a joint venture with a party unrelated to the MBK Group and established a new company called “Innofood (Thailand) Company Limited”.

Future Projects

Shopping Center Business

MBK has made the following plans to develop and improve the MBK Center during the financial year 2008/2009. 1 Improvement of the parking lot for tour coaches. The purpose is to give convenience to tourists who travel to the MBK Center by tour coaches. As well, the Company arranges a special area in the parking lot within the MBK Center for minibuses to unload tourists. 1 Development of marketing and promotion activities by making use of the Customer Relationship Management (CRM) Strategy as well as Corporate Social Responsibility (CSR) Strategy. With the strategies, it is expected that foreign tourists will account for a larger share of the MBK Center’s total customers. Hotel and Tourism Businesses

Pathumwan Princess Hotel plans to invest about Baht 500 million to improve its guest rooms. 1 About Baht 1,000 million will be invested in developing a hotel and a resort in Phuket near the Loch Palm Golf Course and the Red Mountain Golf Course. 1

Golf Course and Real Estate Development Businesses

Development of real estate projects on a combined area of over 500 rai around the Loch Palm Golf Course and the Red Mountain Golf Course. The project value amounts to about Baht 13,000 million with the total development period of about 10 years. 1 Development of a golf course on an area of about 350 rai in Pathumthani province. The project value amounts to about Baht 700 million with the construction to be completed by September 2009. 1 Development of a real estate project on an area of over 400 rai around the golf course in Pathumthani province. The project value amounts to about Baht 12,000 million with the total development period of about 10 years. 1

Corporate Governance and Responsibility towards Society, Communities and Environment In addition to its determination to expand its business in different areas steadily and in a sustainable manner, MBK always places strong emphasis on the human resources development as well as society and environment. It has implemented numerous measures aimed at reducing impact on the environment. As well, it continues participating in a number of socially beneficial projects and activities. Moreover, it places strong emphasis on the good corporate governance practices. It makes use of management tools and systems such as Balanced Scorecard (BSC) in managing the organization. BSC which consists of a set of quantifiable Key Performance Indicators (KPIs) serves an important tool for putting strategies into practice. The Company has also adopted a risk management system. The objective is to streamline its management system as well as internal organization management. On behalf of the Company’s Board of Directors, I would like to take this opportunity to express appreciation and thankfulness to you who are the Company’s shareholders, investors, customers, financial institutions, executives, and staff members as well as all the people who have confidence in the Company and support its business operations. Thanks to your contributions and support, the Company is able to continuously achieve satisfactory performance. The Board of Directors is committed to governing the business affairs of MBK Public Company Limited in such a way that it achieves its established goals, visions and policies. The Board of Directors does hope that it will continue receiving the same support from all of you.

Mr. Banterng Tantivit

Chairman of the Board of Directors MBK Public Company Limited R Annual Report 2007-2008 R




คณะกรรมการ

ณ 30 มิถุนายน 2551 (as of June 30, 2008)

THE BOARD OF DIRECTORS

1.

นายบันเทิง ตันติวิท

Mr. Banterng Tantivit

นายศุภเดช พูนพิพัฒน์

Mr. Suphadej Poonpipat

3.

ศาสตราจารย์ ไพจิตร โรจนวานิช

Professor Paichitr Rojanavanich

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

Chairman

2.



ประธานกรรมการ

รองประธานกรรมการ Vice Chairman

กรรมการอิสระ และประธานกรรมการตรวจสอบ Independent Director and Chairman of the Audit Committee


4.

นางประคอง ลีละวงศ์

Ms. Prakong Lelawongs

5.

นายประชา ใจดี

Mr. Pracha Jaidee

6.

ร้อยตำรวจโทฉัตรชัย บุญยะอนันต์

First Lieutenant Chatrachai Bunya-Ananta

กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบ Independent Director and Member of the Audit Committee กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบ Independent Director and Member of the Audit Committee กรรมการอิสระ

Independent Director

MBK Public Company Limited R Annual Report 2007-2008 R




คณะกรรมการ

ณ 30 มิถุนายน 2551 (as of June 30, 2008)

THE BOARD OF DIRECTORS

7.

นางผาณิต พูนศิริวงศ์

Ms. Panit Pulsirivong

8.

นายปิยะพงศ์ อาจมังกร

Mr. Piyaphong Artmangkorn

9.

นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล

Mr. Suvait Theeravachirakul



R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

กรรมการอิสระ

Independent Director กรรมการ Director

กรรมการ และกรรมการผู้อำนวยการ Director and President


10.

นายหัชพงศ์ โภคัย

Mr. Hatchapong Phokai

11.

นายอติพล ตันติวิท

Mr. Atipon Tantivit

กรรมการ Director

กรรมการ Director

MBK Public Company Limited R Annual Report 2007-2008 R




ผูบ้ ริหารระดับสูง

ณ 30 มิถุนายน 2551 (as of June 30, 2008)

EXECUTIVE MANAGEMENT

1.

Mr. Suvait Theeravachirakul

President

2.

นายพงษ์ศักดิ์ ศัพทเสน

Mr. Pongsak Sabdasen

3.

นายกมล รมเยศ

Mr. Kamol Romayesh

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

กรรมการผู้อำนวยการ

10

นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล

รองกรรมการผู้อำนวยการสำนักกรรมการผู้อำนวยการ Senior Executive Vice President Office of President รองกรรมการผู้อำนวยการสายกฎหมาย Senior Executive Vice President Legal


4.

นายเกษมสุข จงมั่นคง

Mr. Kasemsuk Chongmankhong

รองกรรมการผู้อำนวยการสายการเงินและบริหาร

Senior Executive Vice President Finance and Administration

5.

นายศักดิ์ชัย เก่งกิจโกศล

Mr. Sakchai Kengkijkosol

6.

นางสาวยุพาพรรณ์ ปริตรานันท์

รองกรรมการผู้อำนวยการสายปฏิบัติการ Senior Executive Vice President Operation

ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายตรวจสอบภายใน และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบการบริหาร

Ms. Yupapun Paritranun

Executive Vice President Internal Audit Acting Vice President Management Audit Department

7.

นายสมบูรณ์ วงศ์รัศมี

Mr. Somboon Wongrassamee

ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายพัฒนาธุรกิจ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Executive Vice President Business Development Acting Vice President Business Development Department MBK Public Company Limited R Annual Report 2007-2008 R

11


ผูบ้ ริหาร

ณ 30 มิถุนายน 2551 (as of June 30, 2008)

MANANGEMENT TEAM

สายกฎหมาย 1 Legal 1.

นายนรินทร์ ศรัณยสุนทร

Mr. Narin Sarunyasoonthorn

2.

นายอุฤทธิ์ พณนันท์

Mr. Urith Pananunt

3.

นายอภิชาติ กมลธรรม

Mr. Apichat Kamoltham

12

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

ที่ปรึกษากฎหมาย

Legal Consultant

ผู้อำนวยการฝ่ายนิติกรรม-สัญญา Vice President Juristic Act Department ผู้อำนวยการฝ่ายคดีและงานนิติบุคคล Vice President Case and Juristic Person Department


สำนักกรรมการผู้อำนวยการ 1 Office of President 1.

นางสาวอาทร วนาสันตกุล

2.

นางชนินทร์ชร ปรีดีพร้อมพันธุ์

3.

ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบริหารระบบงานโรงแรม Ms. Arthorn Vanasantakul Senior Vice President Hotel System Administration Department ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบริหารระบบงาน Ms. Chaninchorn Predeeprompan Senior Vice President Operation System Management Department

นายจรูญ ปัญญาฉัตรพร

ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายควบคุมโครงการ Mr. Charoon Punyachatporn Senior Vice President Project Management Department

สายพัฒนาธุรกิจ 1 Business Development 1.

นางสาวดารารัตน์ หอมรสสุคนธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุน Ms. Dararat Homrossukhon Vice President Investment Department

MBK Public Company Limited R Annual Report 2007-2008 R

13


ผูบ้ ริหาร

ณ 30 มิถุนายน 2551 (as of June 30, 2008)

MANANGEMENT TEAM

สายการเงินและบริหาร 1 Finance and Administration 1.

Mr. Pramote Virutamawongse

2.

นายสุรพล เสนาจักร์

Mr. Surapon Senachakr

3.

นางสาวกาญจนา ปัญญารัตนกุล

Ms. Kanchana Panyarattanakul

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

ผู้ช่วยรองกรรมการผู้อำนวยการสายการเงินและบริหาร และรัก���าการผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล Assistant Senior Executive Vice President Finance and Administration Acting Vice President Human Resources Department

14

นายปราโมทย์ วิรุตมวงศ์

ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ Senior Vice President Information Technology Department ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการเงิน Senior Vice President Finance Department


4.

นางสาววันเพ็ญ รุ่งโรจน์ชนาทิพย์

Ms. Wanpen Rungrojchanathip

ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและงบประมาณ

Vice President Account and Budget Department

5.

นางณฐอร ตันพูน

Ms. Nata-on Tunpoon

ผู้อำนวยการฝ่ายธุรการ

Vice President General Administration Department

สายตรวจสอบภายใน 1 Internal Audit 1.

นางชัชมาศ เหลืองศักดิ์ศรี

Ms. Chatchamas Luengsaksri

ผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบการปฏิบัติการ Vice President Operational Audit Department

MBK Public Company Limited R Annual Report 2007-2008 R

15


ผูบ้ ริหาร

ณ 30 มิถุนายน 2551 (as of June 30, 2008)

MANANGEMENT TEAM

สายการตลาด 1 Marketing 1.

นายอุทัย แก้วกรประดิษฐ

Mr. Uthai Kaewkornpradit

นางสาวสิรินุช อนันต์กุล

Ms. Sirinuch Anantakul

ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์

Vice President Public Relations Department

3.

นายสุทธิ ลีละวงศ์

Mr. Suthi Lelawongs

ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด Vice President Marketing Department

4.

นายใจดล ไกรฤกษ์

Mr. Chaidole Krairiksh

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

Senior Vice President Sales Department

2.

16

ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายขาย

ผู้อำนวยการฝ่ายตกแต่ง

Vice President Decoration Department


สายปฏิบัติการ 1 Operation 1.

นายวิจารณ์ หีบพร

Mr. Wijarn Heebphorn

ผู้ช่วยรองกรรมการผู้อำนวยการสายปฏิบัติการ Assistant Senior Executive Vice President Operation

2.

นางสาวไปรยาภรณ์ แข็งแรง

Ms. Praiyaporn Khaengraeng

ผู้อำนวยการฝ่ายบริการ Vice President Service Department

3.

นายสาธิต สายศร

Mr. Satit Saisorn

ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรม Vice President Engineering Department

4.

นายอภิชาติ สุวรรณรัตน์

Mr. Apichart Suvannarat

ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัย Vice President Security Department

MBK Public Company Limited R Annual Report 2007-2008 R

17


โครงสร้างการถือหุน้ ของบริษทั ในกลุม่ MBK STRUCTURE OF MBK GROUP

ธุรกิจศูนย์การค้า

ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว

Shopping center business

99.99%

บริษทั เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด

บริษทั เอ็ม บี เค การธุรกิจ จำกัด

MBK Business Company Limited

30.72%

บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด

99.93%

บริษัท เทพไทธุรกิจ จำกัด

บริษัท เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จำกัด

25.00%

บริษทั เอ็ม บี เค ฟูด้ ไอแลนด์ จำกัด

99.93%

MBK Center Company Limited

บริษทั ทรัพย์สนิ ธานี จำกัด

100.00%

บริษทั แพมาลา สปา จำกัด

บริษทั เอ็ม บี เค แอสเซ็ท จำกัด

99.99%

บริษทั แอ๊บโซลูท แทรเวิล จำกัด

บริษทั โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

29.77%

Paemala Spa Company Limited

99.98%

Absolute Travel Company Limited

50.95% 49.00%

49.00%

MBK Capital Company Limited

Supsinnthanee Company Limited

1.06%

กองทุนรวมธนชาติ พร็อพเพอร์ตฟ ี้ นั ด์1

99.80%

บริษทั ภูเก็ต ล็อค ปาล์ม กอล์ฟ คลับ จำกัด

100.00%

Phuket Loch Palm Golf Club Company Limited

MBK Asset Company Limited

Royal Orchid Hotel (Thailand) Public Company Limited

บริษทั ธารธารา แกลอรี่ จำกัด

Tantara Gallery Company Limited

บริษทั เอ็ม บี เค เลเชอร์ จำกัด

* เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2551 บริษัท แปลน อีควิตี้ จำกัด ได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เอ็ม บี เค การันตี จำกัด On August 7, 2008, Plan Equity Company Limited has renamed to MBK Guarantee Company Limited R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

บริษทั เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)

Nasset Property Fund 1

MBK Leisure Company Limited

18

68.82%

MBK Resort Public Company Limited

99.93%

MBK Food Island Company Limited

25.00%

100.00%

บริษทั เอ็ม บี เค แคปปิตอล จำกัด

MBK Entertainment Company Limited

Thepthai Business Company Limited

Golf business

MBK Hotels and Resorts Company Limited

บริษทั เอ็ม บี เค เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด

74.99%

Siam Piwat Company Limited

99.93%

ธุรกิจสนามกอล์ฟ

Hotel and tourism business


ณ 30 มิถุนายน 2551 (as of June 30, 2008)

25.14% 1.33%

ธุรกิจข้าว

MBK Public Company Limited

ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

Rice business

74.52%

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

ธุรกิจอื่นๆ

Real estate development business

บริษทั ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน)

99.99%

บริษทั แปลน พร็อพเพอร์ตสี้ ์ จำกัด

Other business

36.29%

Plan Properties Company Limited

Patum Rice Mill and Granary Public Company Limited

บริษทั แปลน อีควิตี้ จำกัด*

99.99%

100.00%

Plan Equity Company Limited

บริษทั พีอาร์จี พืชผล จำกัด

PRG Granary Company Limited

บริษทั กลาสเฮ้าส์ บิลดิง้ จำกัด

99.99%

บริษทั ราชสีมา ไรซ์ จำกัด

99.99%

บริษทั สีมาแพค จำกัด

49.99%

บริษทั อินโนฟูด้ (ไทยแลนด์) จำกัด

49.96%

บริษทั พรพรหมินทร์ จำกัด

99.99%

16.56%

100.00%

99.99%

100.00%

100.00%

บริษทั แปลน เอสเตท จำกัด

บริษทั ลานบางนา จำกัด

99.99%

บริษทั แปลน แอพไพรซัล จำกัด

99.98%

บริษทั เอ็ม บี เค แอ็ดวานซ์ จำกัด

100.00%

บริษทั คริสตัล เลค พร็อพเพอร์ตสี้ ์ จำกัด

49.99%

บริษทั กะทู้ แลนด์ จำกัด

บริษทั แอพเพิล ออโต ออคชัน่ (ไทยแลนด์) จำกัด

Apple Auto Auction (Thailand) Company Limited

99.97%

99.93%

บริษทั เอ็ม บี เค สแควร์ จำกัด

MBK Square Company Limited

C L P Management Company Limited

Kathu Land Company Limited

บริษทั โคราชธานี จำกัด

Korat Thani Corporation Limited

Crystal Lake Properties Company Limited

70.36%

99.88%

MBK Advanced Company Limited

Plan Appraisal Company Limited

บริษทั ซี แอล พี แมนเนจเม้นท์ จำกัด

บริษทั ดิ โอลิมปิค คลับ จำกัด

The Olympic Club Company Limited

Lan Bangna Company Limited

100.00%

บริษทั เอ็ม บี เค พรีเมียม จำกัด

MBK Premium Company Limited

Plan Estate Company Limited

Innofood (Thailand) Company Limited

บริษทั บริหารสินทรัพย์ แม๊กซ์ จำกัด

Max Asset Management Company Limited

Pomprommintra Company Limited

Sima Pac Company Limited

บริษทั ไพรมาซี อิลแิ กนซ์ อินเวสเมนท์ จำกัด Primacy Elegance Investments Limited

Glas Haus Building Company Limited

Ratchasrima Rice Company Limited

บริษทั เพือ่ นพบแพทย์ จำกัด

Puen Pob Paet Company Limited

99.93%

บริษทั เอ็ม บี เค อาเขต จำกัด

MBK Arcade Company Limited

MBK Public Company Limited R Annual Report 2007-2008 R

19


วิสัยทัศน์ “บริษัทชั้นนําที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง มั่นคง โดยลงทุนในธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการบริหารอย่างมืออาชีพ มุ่งเน้นสร้างความมั่งคั่ง ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยยึดหลักธรรมาภิบาล”

20

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


VISION “THE LEADING COMPANY MANAGED BY PROFESSIONALS WITH CONTINUOUS AND STABLE GROWTH BY INVESTING IN STEADY RETURN-GENERATED BUSINESSES WITH STRONG DETERMINATION IN PRODUCING WEALTH, RELIABILITY AND TRUST FOR ALL RELATED PARTIES, IN COMPLIANCE WITH THE PRINCIPLE OF CORPORATE GOVERNANCE”

MBK Public Company Limited R Annual Report 2007-2008 R

21


ลักษณะการประกอบธุรกิจ

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) (“MBK”) และบริษัทย่อย ประกอบธุรกิจหลัก ดังนี้ 1. ธุรกิจศูนย์การค้า ดำเนินธุรกิจโดย บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) 2. ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว • ธุรกิจโรงแรม ดำเนินธุรกิจโดย MBK และบริษัทย่อยโดยตรงของ MBK ได้แก่ บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด และ บริษัท ทรัพย์สินธานี จำกัด • ธุรกิจท่องเที่ยว ดำเนินธุรกิจโดย บริษัท แอ๊บโซลูท แทรเวิล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK และบริษัท เอ็ม บี เค เลเชอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมโดยอ้อมของ MBK 3. ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ดำเนินธุรกิจโดย บริษัท แปลน เอสเตท จำกัด (“PST”) และบริษัทย่อยของ PST และบริษัท คริสตัล เลดพร็อบเพอร์ตี้ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK 4. ธุรกิจสนามกอล์ฟ ดำเนินธุรกิจโดย บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK 5. ธุรกิจข้าว ดำเนินธุรกิจโดยบริษทั ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) (“PRG”) และบริษทั ย่องของ PRG ซึง่ เป็นบริษทั ย่อยของ MBK

การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญ ปี 2550 : MBK ได้ลงนามในสัญญาให้สิทธิใช้ประโยชน์ศูนย์การค้าบริเวณสี่แยกปทุมวันกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่

: :

:

ปี 2551

:

16 ตุลาคม 2550 ซึง่ มีกำหนดเวลาการใช้ประโยชน์ทดี่ นิ และสิง่ ปลูกสร้างอาคาร เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ตลอดระยะเวลา 20 ปี นับตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2556 ถึง 21 เมษายน 2576 นายเขมภัทร นิสสัยสรการ ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2550 MBK ได้แต่งตั้งนายประชา ใจดี เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ แทนศาสตราจารย์อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ ซึ่งได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ เมื่อเดือนธันวาคม 2550 บริษัท พรพรหมินทร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK ได้ประมูลซื้อที่ดินและสิ่ง ปลูกสร้างบริเวณถนนพระราม 9 เนื้อที่ประมาณ 14 ไร่ จากบริษัทบริหารสินทรัพย์ สุขุมวิท จำกัด เพื่อดำเนินการ พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต เมื่อเดือนมีนาคม 2551 บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีฐานะเป็นบริษัทย่อยโดยตรงของ MBK ได้เข้าร่วมลงทุนกับบุคคลที่ไม่ใช่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในการจัดตั้งบริษัทใหม่ชื่อ “บริษัท อินโนฟู้ด (ไทยแลนด์) จำกัด” เพื่อผลิต และจำหน่ายข้าวเพื่อสุขภาพ “ข้าวกาบาไรซ์”

1. ธุรกิจศูนย์การค้า

ธุรกิจศูนย์การค้าดำเนินธุรกิจโดย MBK ด้วยการนำพื้นที่ภายในอาคารเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ออกให้เช่าภายใต้ชื่อศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ (“MBK Center”) นอกจาก MBK Center แล้ว MBK ยังได้ลงทุนในหุ้นของ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด (“SPW”) จำนวน 30.72 % ของทุน เรียกชำระแล้ว ซึ่งดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าภายใต้ชื่อ สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์ ธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงานชื่อสยามทาวเวอร์ นอกจากนั้น SPW ยังได้ร่วมทุนกับกลุ่มเดอะมอลล์ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าสยามพารากอน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 อาคาร MBK Center มีพื้นที่ทั้งหมด 270,802.75 ตารางเมตร แบ่งเป็น - พื้นที่ส่วนศูนย์การค้า 142,762.86 ตารางเมตร - พื้นที่ส่วนสำนักงาน 23,330.07 ตารางเมตร - พื้นที่ส่วนโรงแรม 47,436.16 ตารางเมตร - พื้นที่จอดรถ 57,273.66 ตารางเมตร รายละเอียดการใช้ประโยชน์ในพื้นที่แต่ละส่วนของอาคาร MBK Center มีดังนี้ 1. ส่วนที่เป็นพื้นที่ให้เช่า แบ่งเป็น 1.1 พื้นที่ศูนย์การค้า (ศูนย์การค้า MBK Center) มีพื้นที่รวม 142,762.86 ตารางเมตร แบ่งออกเป็น - พื้นที่ให้เช่าสำหรับร้านค้าทั่วไป 92,813.88/1 ตารางเมตร - พื้นที่ส่วนกลาง 49,948.98 ตารางเมตร

22

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


1.2 พื้นที่อาคารสำนักงาน (อาคารเอ็ม บี เค ทาวเวอร์) ชั้นที่ 9-20 มีพื้นที่รวม 23,330.07/2 ตารางเมตร แบ่งออกเป็น - พื้นที่สำนักงานให้เช่า 17,760.78 ตารางเมตร - พื้นที่ส่วนกลาง 5,569.29 ตารางเมตร

หมายเหตุ /1 พื้นที่ให้เช่าสำหรับร้านค้าทั่วไปมีจำนวนลดลงจากช่วง 1 กรกฎาคม 2549-30 มิถุนายน 2550 ที่ผ่านมาเท่ากับ 1,721.34 ตารางเมตร

เนื่องจากการนำพื้นที่ ชั้น 4 โซน A มาบริหารเอง และทำให้พื้นที่ส่วนกลางมีจำนวนเพิ่มขึ้น /2 เป็นพื้นที่ให้เช่าแก่ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) ซึ่งสัญญาเช่าจะหมดอายุสัญญาเช่าในปี 2555 (รายละเอียดของรายการที่เกี่ยว โยงกันปรากฏในส่วนของรายการระหว่างกันหน้าที่ 66) 2. ส่วนที่ ไม่เป็นพื้นที่ให้เช่า แบ่งเป็น

2.1 พื้นที่โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส มีพื้นที่รวม - ห้องพัก จำนวน 29 ชั้น - พื้นที่ส่วนกลาง 2.2 พื้นที่ลานจอดรถ

47,436.16 ตารางเมตร แบ่งออกเป็น 26,127.61 ตารางเมตร 21,308.55 ตารางเมตร 57,273.66 ตารางเมตร

MBK แบ่งลักษณะของการให้เช่าพื้นที่ ออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. การให้เช่าพื้นที่ระยะยาว มีกำหนดระยะเวลาเช่ามากกว่า 3 ปี พร้อมเก็บค่าเช่าล่วงหน้าตลอดอายุสัญญาเช่า คิดเป็นสัดส่วน 15%

ของพื้นที่ให้เช่าทั้งหมด 2. การให้เช่าพื้นที่ระยะสั้น มีกำหนดระยะเวลาเช่า 1 ปี ถึง 3 ปี เรียกเก็บค่าเช่าเป็นรายเดือน คิดเป็นสัดส่วน 85% ของพื้นที่ให้เช่า ทั้งหมด ในปี 2550 MBK ได้พัฒนาพื้นที่เช่าของศูนย์การค้า MBK Center จำนวนพื้นที่ประมาณ 2,800 ตารางเมตร บริเวณชั้น 4 โซน D ให้เป็นศูนย์ รวมทางการเงินชั้นนำแห่งแรกของประเทศไทยโดยใช้ชื่อ “MBK Money Park” ในปี 2551 มีการปรับเปลี่ยนภายในศูนย์การค้า MBK Center ดังนี้ - ปรับเปลี่ยนพื้นที่เช่าบริเวณชั้น 4 โซน A จากผู้เช่าหลักมาบริหารเอง จำนวนพื้นที่ประมาณ 3,800 ตารางเมตร ซึ่งเป็นส่วนที่ประกอบ ธุรกิจประเภทเครื่องมือสื่อสาร โดยใช้ชื่อ “MOBILE MART” การปรับเปลี่ยนดังกล่าวทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น 30 % ของค่าเช่าเดิม - ปรับปรุงบริเวณโถงทางเข้าชั้น 2 ด้านสะพานลอยทางเชื่อมกับฝั่งสยามสแควร์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ - ติดตั้ง Walk Through บริเวณทางเข้าหลักจำนวน 10 แห่ง เพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น - เพิ่มเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางด้านการให้บริการข้อมูลข่าวสารภายในศูนย์การค้าให้แก่ผู้ใช้บริการทั้งชาว ไทยและชาวต่างชาติ - ปรับเปลี่ยนร้านค้าในบางโซนของศูนย์การค้า เช่น ปรับปรุงพื้นที่ชั้น 2 ให้เป็นศูนย์บริการด้าน Service Center ครบวงจร

MBK Public Company Limited R Annual Report 2007-2008 R

23


- เพิ่มบูธแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคาร เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้บริการชาวต่างชาติที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น - ปรับปรุง และเพิ่มเติมตู้ ATM เพื่อให้เพียงต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ

กลุ่มลูกค้าของธุรกิจศูนย์การค้า แบ่งออกเป็น 1. ผู้เช่าเพื่อประกอบธุรกิจภายในศูนย์การค้า - ผู้เช่าหลัก (Anchor Tenant) ได้แก่ ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ โรงภาพยนตร์ โบว์ลิ่ง คาราโอเกะ ศูนย์รวมโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ ศูนย์เฟอร์นิเจอร์ ศูนย์รวมอาหารนานาชาติ เป็นต้น โดย MBK มีการคัดเลือกผู้เช่าที่มีความเหมาะสมตรงกับกลุ่มเป้าหมาย รวม ทั้งมีฐานะการเงินที่มั่นคง - ผู้เช่ารายย่อย ได้แก่ ร้านค้าปลีก (Retail Shop) ที่จำหน่ายสินค้าทั่วไป โดย MBK มีการคัดเลือกร้านค้าปลีกที่มีสินค้า และบริการ ที่มีความหลากหลายและมีคุณภาพ 2. ผู้ใช้บริการ และซื้อสินค้าภายในศูนย์การค้า ได้แก่ บุคคลที่เข้าไปใช้บริการภายในศูนย์การค้า ซึ่งครอบคลุมไปถึงบุคคลหลายกลุ่ม เช่น นักเรียน นักศึกษา คนวัยทำงาน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

กลุ่มลูกค้าของธุรกิจศูนย์การค้า

ช่องทางการจำหน่ายของธุรกิจศูนย์การค้า

การขายพื้นที่เช่าภายในศูนย์การค้า MBK Center ใช้วิธีการขายตรง โดยเสนอขายพื้นที่ให้กับกลุ่มผู้เช่าเป้าหมายที่เป็น ร้านค้าที่สามารถ ดึงดูดผู้ใช้บริการให้เข้ามาใช้บริการในศูนย์ และเสริมภาพลักษณ์กับศูนย์การค้าได้มากขึ้น

สภาพการแข่งขันของธุรกิจศูนย์การค้า

ในช่วงปี 2551 อุตสาหกรรมค้าปลีกยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะซบเซาทางเศรษฐกิจ ภาวะราคาน้ำมัน ตลอดจนค่าครองชีพที่สูงขึ้น และ ความไม่แน่นอนทางการเมือง มีผลกระทบต่อความเชือ่ มัน่ ในการใช้จา่ ยของผูบ้ ริโภค ตลอดจนการเกิดขึน้ ของศูนย์การค้ารูปแบบใหม่ๆ ได้แก่ Community mall และ Discount Store ที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ทั้งในและนอกเมืองส่งผลทำให้ศูนย์การค้าหลายแห่งมีผู้เข้าใช้บริการลดลง ทำให้ผู้พัฒนา ศูนย์การค้ารายใหญ่จำเป็นต้องจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดรูปแบบใหม่ๆ ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งต้องปรับปรุงศูนย์การค้าให้ ทันสมัยอย่างสม่ำเสมอเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าไปใช้บริการ อย่างไรก็ตาม ความต้องการของการเช่าพื้นที่ค้าปลีกก็ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด โดย เฉพาะพื้นที่ค้าปลีกที่มีรูปแบบของอาคาร และการจัดการที่ดี โดยในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาศูนย์การค้า MBK Center มีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยอยู่ใน อัตรา 97%-99% ของจำนวนพื้นที่เช่าทั้งหมด

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและสภาพการแข่งขันในอนาคตของธุรกิจศูนย์การค้า

ภาพรวมธุรกิจศูนย์การค้าปี 2552 คาดว่ามีแนวโน้มที่ดีเนื่องจากศูนย์การค้ายังคงเป็นแหล่งพักผ่อนของคนเมืองสามารถตอบสนองความ ต้องกา���ในรูปแบบที่หลากหลาย เป็นแหล่งรวมสินค้าทุกประเภท และในปัจจุบันยังเป็นแหล่งรวมการให้บริการในรูปแบบต่างๆ ที่ในสมัยก่อนใน ศูนย์การค้าจะไม่มีการให้บริการเหล่านี้ เช่น ธนาคาร ฟิตเนส โรงเรียนกวดวิชา ฯลฯ ทั้งนี้ แม้สภาวะการแข่งขันของธุรกิจศูนย์การค้าในปัจจุบันจะมี การแข่งขันค่อนข้างสูง อันเนื่องมาจากการขยายตัวของค้าปลีกรูปแบบใหม่ๆ เช่น Community Mall หรือ Discount Store ที่พัฒนาตัวเองให้มีรูปแบบ ใกล้เคียงกับศูนย์การค้ามากยิ่งขึ้น และส่งผลกระทบต่อศูนย์การค้าโดยรวมทั่วไป แต่ศูนย์การค้า MBK Center ยังคงเป็นศูนย์การค้าที่ได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นศูนย์การค้าที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลก จึงไม่มีผลกระทบต่อผู้เช่าและผู้ใช้บริการมากนัก

24

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


การดำเนินการเพื่อลดผลกระทบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

ตั้งแต่ปี 2539 จนถึงปัจจุบัน ศูนย์การค้า MBK Center และโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ได้ใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ Deep Shaft ซึ่งเป็นระบบ บำบัดน้ำเสียแบบขบวนการตะกอนเร่งชนิดหนึ่ง โดยการนำน้ำเสียไปผ่านกระบวนการบำบัด ด้วยการใช้ตะกอนจุลินทรีย์เป็นตัวหลักในการบำบัด และ ทำการติดตั้งระบบดังกล่าวเพิ่มเติมจากระบบบำบัดน้ำเสียที่ติดตั้งอยู่เดิมตั้งแต่ก่อสร้างอาคาร ทั้งนี้ ในควบคุมดูแลระบบบำบัดน้ำเสียดังกล่าว เจ้า หน้าที่จะทำการจดบันทึก และรายงานผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง และมีการเก็บตัวอย่างน้ำส่งห้องปฏิบัติการเป็นประจำทุกเดือนเพื่อตรวจสอบ คุณภาพน้ำ โดยสามารถบำบัดน้ำเสียได้ตามมาตรฐานอาคารประเภท ก. ส่วนกากของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการบำบัดน้ำเสียซึ่งมีปริมาณประมาณ 2 ตันต่อสัปดาห์ MBK ได้จ้างผู้รับเหมาให้ดำเนินการขนย้ายไปทิ้งอย่างถูกสุขลักษณะ นอกจากนั้น ก่อนที่จะนำน้ำรีไซเคิลมาใช้ในระบบ Cleaning เพื่อล้างพื้นรอบอาคาร ลานจอดรถ และใช้ในระบบ Cooling Tower จะมีการ ผ่านขั้นตอนการกรองเอาสารแขวนลอยออก โดยใช้ Sand Filter และผ่านการฆ่าเชื้อโรคโดยการเติมคลอรีนไดออกไซด์ (Chlorine Dioxide Disinfection) เพื่อให้คุณภาพน้ำที่บำบัดได้เหมาะสม และปลอดภัยต่อการนำไปใช้งาน โดยเฉพาะส่วนที่นำไปใช้ในระบบ Cooling Tower มีการเก็บตัวอย่างน้ำส่งห้อง ปฏิบัติการ เพื่อตรวจหา Legionella Bacteria ทุก 6 เดือน ดังนั้น การดำเนินการดังกล่าวจึงปลอดภัยสำหรับคุณภาพอากาศภายในอาคาร MBK Center ทั้งนี้ เป็นการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของ MBK

2. ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว

ธุรกิจโรงแรม

ธุรกิจโรงแรม ประกอบธุรกิจโดย MBK และบริษัทย่อยโดยตรงของ MBK ได้แก่ บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (“MBK-HR”) และบริษัท ทรัพย์สินธานี จำกัด (“SSTN”) นอกจากนี้ MBK ยังได้ลงทุนในหุ้นของ บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำนวน 29.77% ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงแรม ภายใต้ชื่อ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน และ ทาวเวอร์ ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมซึ่งดำเนินธุรกิจโดย กลุ่ม MBK มีโรงแรมที่เปิดให้บริการแล้ว ดังนี้

1) โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส

โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ตั้งอยู่ที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร ดำเนินการโดย MBK เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2539 มีการให้บริการด้านต่างๆ เช่น ห้องพักจำนวน 462 ห้อง ซึ่งเป็นห้องพักแบบห้ามสูบบุหรี่ทั้งหมด ห้องอาหาร ห้องสัมมนาและจัดเลี้ยง ห้องประชุมย่อยอีก ศูนย์ออกกำลังกาย และสปา

กลุ่มลูกค้าของโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส

กลุ่มลูกค้าหลัก ได้แก่ ลูกค้าจากประเทศ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ เนื่องจาก ยังคงเป็นกลุ่ม ประเทศซึ่งยังคงมีศักยภาพทางการเงินสูงและเศรษฐกิจแข็งแกร่ง

- กลุ่มลูกค้าที่มีการพักในกรุงเทพมหานคร เป็นการพักระหว่างทางหรือเชื่อมต่อสายการบิน - กลุ่มลูกค้าที่มีฤดูกาลท่องเที่ยวในบางช่วงของปี ได้แก่ กลุ่มประเทศยุโรป สแกนดิเนเวีย นิวซีแลนด์ และกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง

ช่องทางการจำหน่ายของโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส

โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ได้กำหนดช่องทางการจำหน่าย ดังต่อไปนี้ - เสนอขายโดยตรงกับบริษัทประกอบธุรกิจ และห้างร้าน - เสนอขายผ่านบริษัททัวร์ตามภูมิภาคต่างๆทั่วโลกทั้งใน และต่างประเทศ - เสนอขายผ่านสื่ออิเล็คทรอนิค หรือ เว็บไซต์ - การเสนอขายผ่านระบบสายการบินชั้นนำ - การเสนอขายผ่านสิ่งพิมพ์ สื่อโฆษณา และประชาสัมพันธ์ - การเสนอขายตามงานส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างๆ - การเสนอขายโดยผ่านช่องทางของเครือข่ายโรงแรม คือ กลุ่มรอยัลปริ๊นเซส

กลุ่มลูกค้ารอง ได้แก่

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

25


สภาพการแข่งขันของโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส

ในปี 2551 ธุรกิจโรงแรมในกรุงเทพมหานครมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ทั้งนี้ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ได้รับผลกระทบเนื่องจากการตัด ราคา และการเปลี่ยนเป็นห้องพักห้ามสูบบุหรี่ของคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส มีทำเลที่ตั้งที่ดี และมีการเพิ่มคุณภาพของการ บริการทำให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นตลาดหลักได้ ด้วยเหตุดังกล่าวอัตราการเข้าพักจึงไม่ลดต่ำลง

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและสภาพการแข่งขันในอนาคตของโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส

ผลกระทบต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมและสภาพการแข่งขันในอนาคตของโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ได้แก่ - เศรษฐกิจโดยรวมของโลก ราคาน้ำมันที่พุ่งตัวสูงอย่างมาก ทำให้นักท่องเที่ยวมีการเปลี่ยนพฤติกรรมการเข้าพัก และนักท่องเที่ยวชาว ต่างชาติเดินทางมายังประเทศไทยน้อยลง - การเมืองภายในประเทศซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย - ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น ซึ่งส่งผลให้นักท่องเที่ยวหันไปเที่ยวประเทศอื่นแทน เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย จีน - การเปิดตัวของโรงแรมใหม่ๆ จำนวนมากในกรุงเทพมหานคร ทำให้มีจำนวนห้องพักเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะบริเวณถนนสุขุมวิท และ ถนนพระราม 1 - ปัญหาสิ่งแวดล้อม การจราจร และมลภาวะ อย่างไรก็ตาม สถานภาพและศักยภาพในการแข่งขันของโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส อยู่ในระดับที่ดี เนื่องจากที่ผ่านมาโรงแรมฯ มีสถิติการ สำรองห้องพักในอนาคต มีตัวเลขกลุ่มเป้าหมายหลักของโรงแรมฯ ที่แน่ชัด ซึ่งสามารถแสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอของผู้เข้าใช้บริการ ขณะเดียวกัน แม้โรงแรมฯ จะมีการปรับขึ้นราคาค่าห้องพักผ่านบริษัทท่องเที่ยวในทุกภูมิภาคของโลกก็ได้รับการยินยอมให้มีการปรับราคาค่าห้องขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็น ถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอนาคตด้วย

การดำเนินการเพื่อลดผลกระทบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส

โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส มีมาตรการดำเนินการเพื่อลดผลกระทบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับศูนย์การค้า MBK Center เนื่องจาก โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส อยู่ในอาคารเดียวกันกับศูนย์การค้า MBK Center (รายละเอียดปรากฏในหน้าที่ 25)

2) โรงแรมเชอราตัน กระบี่ บีช รีสอร์ท

โรงแรมเชอราตัน กระบี่ บีช รีสอร์ท ตั้งอยู่ที่จังหวัดกระบี่ ดำเนินการโดย MBK-HR เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2546 ให้บริการด้านห้องพัก จำนวน 246 ห้อง ห้องอาหาร สถานออกกำลังกาย ห้องสันทนาการ ห้องสัมมนา ห้องจัดเลี้ยง และสปา

กลุ่มลูกค้าของโรงแรมเชอราตัน กระบี่ บีช รีสอร์ท

กลุ่มลูกค้าหลัก ได้แก่ ตลาดนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนเป็นหลัก ได้แก่ นักท่องเที่ยวจากทวีปยุโรป เอเซีย ออสเตรเลีย ประเทศ สหรัฐอเมริกา ประเทศแคนาดา และประเทศสิงค์โปร์ กลุ่มลูกค้ารอง ได้แก่ กลุ่มสัมมนา และบริษัทต่างๆ ที่ต้องการจัดประชุม

ช่องทางการจำหน่ายของโรงแรมเชอราตัน กระบี่ บีช รีสอร์ท

โรงแรมเชอราตัน กระบี่ บีช รีสอร์ทได้กำหนดช่องทางการจำหน่าย ดังต่อไปนี้ - การเสนอขายโดยตรงกับบริษัทประกอบธุรกิจ และห้างร้านต่างๆ - การเสนอขายผ่านสื่ออิเล็คทรอนิค หรือ เว็บไซต์ - การเสนอขายผ่านระบบสายการบินชั้นนำ - การเสนอขายผ่านสิ่งพิมพ์ สื่อโฆษณา และประชาสัมพันธ์ - การเสนอขายตามงานส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างๆ - การเสนอขายผ่านช่องทางของเครือข่ายโรงแรมของกลุ่มสตาร์วูด

สภาพการแข่งขันของโรงแรมเชอราตัน กระบี่ บีช รีสอร์ท

ช่วงปี 2550-2551 จังหวัดกระบี่มีโรงแรมที่มีคุณภาพระดับ 4-5 ดาวเพิ่มขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม โรงแรมเชอราตัน กระบี่ บีช รีสอร์ท มี ศักยภาพในระยะยาวที่ดี เนื่องจากเป็นโรงแรมที่บริหารโดยกลุ่ม “สตาร์วูด” ซึ่งเป็นที่รู้จักทั่วโลกและเป็นที่ยอมรับในมาตรฐานคุณภาพทั้งสถานที่และ บริการ อีกทั้งเป็นโรงแรมที่มีขนาดใหญ่สามารถรองรับกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ๆ ได้ หรือรับกลุ่มลูกค้าที่มาพร้อมกันทีเดียวหลายๆ กลุ่มได้

ผลกระทบต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมและสภาพการแข่งขันในอนาคตของโรงแรมเชอราตัน กระบี่ บีช รีสอร์ท ได้แก่ - เศรษฐกิจโดยรวมของโลก และราคาน้ำมันที่พุ่งตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทาง โดยมีการ เดินทางไปต่างประเทศน้อยลง - การขาดเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

26

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและสภาพการแข่งขันในอนาคตของโรงแรมเชอราตัน กระบี่ บีช รีสอร์ท

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


- ภาวะค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นซึ่งส่งผลให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปท่องเที่ยวประเทศอื่นแทน เช่นประเทศเวียดนาม ประเทศอินโดนีเซีย และ ประเทศจีน - โรงแรมเชอราตัน กระบี่ บีช รีสอร์ท อาจประสบการแข่งขันทีร่ นุ แรงในอนาคต เนือ่ งจาก ในจังหวัดกระบี่ มีโรงแรมระดับสากลเปิด กิจการขึน้ ใหม่หลายแห่ง และบางแห่งมีขนาดทีใ่ กล้เคียงกับโรงแรมเชอราตัน กระบี่ บีช รีสอร์ท ซึง่ อาจทำให้สว่ นแบ่งการตลาดลดลง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจังหวัดกระบี่เป็นจังหวัดที่เริ่มมีชื่อเสียงในระดับโลก และจะเปิดสนามบินที่มีเครื่องบินขนาดใหญ่สามารถลงจอด ได้ ประกอบกับในอนาคต จะมีสายการบินกระบี่แอร์ ที่บินตรงจากเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมัน และเมืองออสโล ประเทศนอรเวย์ไปจังหวัดกระบี่ ซึ่งจะ ช่วยให้มีปริมาณนักท่องเที่ยวที่จะเข้าพักในโรงแรมฯ เพิ่มขึ้นได้

การดำเนินการเพื่อลดผลกระทบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของโรงแรมเชอราตัน กระบี่ บีช รีสอร์ท

โรงแรมเชอราตัน กระบี่ บีช รีสอร์ท มีการดำเนินการเพื่อลดผลกระทบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ดังนี้ 1. เกี่ยวกับน้ำเสีย - มีบ่อบำบัด และระบบการกำจัดน้ำเสีย - มีการตรวจสอบคุณภาพของน้ำทุกเดือน - มีการนำน้ำเสียที่บำบัดแล้วไปใช้ในงานสวน 2. เกี่ยวกับขยะ - มีการคัดแยกขยะเปียก ขยะแห้ง และขยะรีไซเคิล - มีห้องขยะเปียก รักษาอุณภูมิที่ 15 ๐C - มีรถขนขยะเปียกไปทิ้งทุกวัน - มีการทำปุ๋ยชีวภาพเพื่อลดปริมาณขยะ 3. เกี่ยวกับเสียง - มีห้องควบคุมเสียงจากเครื่องสำรองไฟ หรือ GENERATOR นอกจากนี้ โรงแรมเชอราตัน กระบี่ บีช รีสอร์ทได้มีการจัดการ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมในด้านอื่นๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้ - มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารในการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน - มีการจัดนิทรรศการ บรรยาย และประชาสัมพันธ์เกี่ยวการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม - มีการปลูกป่าโกงกาง และปล่อยปูดำสู่ธรรมชาติ เพื่อรักษาระบบนิเวศวิทยา - มีการควบคุมผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในโรงแรมที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เช่น ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก รองเท้าที่ทำจากต้น กก ที่รองแก้วที่ทำจากกระดาษ ควบคุมสารเคมีที่ใช้ในงานช่าง ควบคุมสารเคมีที่ใช้ในการฉีดกำจัดแมลง ฯลฯ - มีระบบการตรวจจับการรั่วไหลของแก๊ส - มีการจัดอบรมและส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมนอกสถานที่ บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

27


ทั้งนี้ โรงแรมเชอราตัน กระบี่ บีช รีสอร์ท ได้รับโล่ห์ประกาศเกียรติคุณสถานประกอบการดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานระดับจังหวัด ปี 2550 และ ปี 2551

3) โรงแรม ทิ นิ ดี ระนอง

โรงแรม ทิ นิ ดี ระนอง เดิมชื่อ โรงแรมรอยัล ปริ๊นเซส ระนอง ตั้งอยู่ที่จังหวัดระนอง ดำเนินการโดย SSTN โรงแรมนี้เปิดให้บริการอยู่ แล้วก่อนที่ MBK จะเข้าไปถือหุ้นใน SSTN เมื่อปี 2545 โรงแรม ทิ นิ ดี ระนอง ให้บริการด้านห้องพักจำนวน 138 ห้อง โดยทุกห้องมีน้ำแร่บริการ ห้อง จัดเลี้ยง ห้องสัมมนา ห้องอาหาร ฟิตเนส ห้องนวดตัว ห้องนวดฝ่าเท้า สระว่ายน้ำ และบ่อแช่น้ำแร่

กลุ่มลูกค้าของโรงแรม ทิ นิ ดี ระนอง

กลุ่มลูกค้าหลัก ได้แก่ - นักธุรกิจ - กลุ่มราชการ - กลุ่มบริษัทต่างๆ ที่มีการจัดประชุม สัมมนา - กลุ่มนักท่องเที่ยว

ช่องทางการจำหน่ายของโรงแรม ทิ นิ ดี ระนอง

โรงแรม ทิ นิ ดี ระนอง ได้กำหนดช่องทางการจำหน่าย ดังต่อไปนี้ - การเสนอขายโดยตรงกับบริษัทประกอบธุรกิจ และห้างร้านต่างๆ - การเสนอขายโดยแผ่นพับสำหรับเทศกาลพิเศษในแต่ละช่วงของปี - การเสนอขายโดยตรงกับส่วนราชการ กระทรวง ทบวง กรม และประชุมสัมมนา การเสนอขายผ่านคนกลาง เช่น สมาคมโรงแรม ไทย สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว ตลอดจนเจ้าของสื่ออินเตอร์เน็ตโดยทั่วไป - การเสนอขายตามงานส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างๆ - การเสนอขายผ่านสื่ออิเล็คทรอนิค หรือ เว็บไซต์

สภาพการแข่งขันของโรงแรม ทิ นิ ดี ระนอง

โรงแรม ทิ นิ ดี ระนอง เป็นโรงแรมซึ่งเป็นที่รู้จักของชาวไทย และชาวต่างชาติในเรื่องของมาตรฐานการให้บริการ และเป็นโรงแรมขนาด ใหญ่ของจังหวัดระนอง ซึ่งสามารถรองรับกลุ่มลูกค้าที่มาประชุมสัมมนาใหญ่ๆ ได้ ทั้งนี้ โรงแรมจะมีคู่แข่งระดับเดียวกันอยู่เพียงรายเดียว

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและสภาพการแข่งขันในอนาคตของโรงแรม ทิ นิ ดี ระนอง

ในอนาคตจังหวัดระนองมีแนวโน้มเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวซึ่งจะทำให้อัตราการเข้าพักของโรงแรมมี จำนวนที่สูงขึ้น

การดำเนินการเพื่อลดผลกระทบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของโรงแรม ทิ นิ ดี ระนอง

โรงแรม ทิ นิ ดี ระนอง มีการดำเนินการเพื่อลดผลกระทบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ดังต่อไปนี้ 1. เกี่ยวกับน้ำเสีย - มีบ่อบำบัดน้ำเสีย - มีการตรวจสอบคุณภาพของน้ำทุก 3 เดือน - มีการนำน้ำเสียที่บำบั���แล้วไปใช้ในงานสวน 2. เกี่ยวกับขยะ - มีการคัดแยกขยะเปียก ขยะแห้ง และขยะรีไซเคิล - มีรถเทศบาลจัดเก็บขยะไปทิ้งทุกวัน 3. ควันจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงเครื่องกำเนิดไอน้ำ - มีการตรวจซ่อมบำรุงเครื่องกำเนิดไอน้ำประจำปี - มีการทดสอบ และรับรองประสิทธิภาพการเผาไหม้โดยวิศวกร นอกจากนี้ โรงแรม ทิ นิ ดี ระนองได้มีการจัดการเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมด้านอื่นๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารในการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน 2. มีการใช้ระบบสื่อสารอิเล็คทรอนิค ( E-mail ) เพื่อลดการใช้กระดาษ ทั้งนี้ โรงแรม ทิ นิ ดี ระนองได้รับเกียรติบัตรสถานประกอบการดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ระดับจังหวัด เมือปี 2550 และ ปี 2551

28

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


ธุรกิจท่องเที่ยว

ดำเนินธุรกิจโดยบริษัท แอ๊บโซลูท แทรเวิล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK และบริษัท เอ็ม บี เค เลเชอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วม โดยอ้อมของ MBK ประกอบธุรกิจบริการจำหน่ายบัตรโดยสาร เครื่องบิน จองโรงแรม รถเช่า และจัดการการท่องเที่ยว ภายใต้ชื่อการค้า MBK Leisure

3. ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ดำเนินธุรกิจโดย บริษัท แปลน เอสเตท จำกัด (“PST”) และบริษัทย่อยของ PST ซึ่งเป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK ดำเนินธุรกิจดังนี้ 1) ธุรกิจพัฒนาที่ดินเพื่อขาย 2) ธุรกิจรับบริหารทรัพย์สิน 3) ธุรกิจรับบริหารอาคารและชุมชน 4) ธุรกิจให้คำปรึกษาและประเมินมูลค่าทรัพย์สิน

1) ธุรกิจพัฒนาที่ดินเพื่อขาย

ดำเนินธุรกิจโดย PST โดยการพัฒนาที่ดินเปล่าเพื่อขายซึ่งเป็นโครงการที่อยู่อาศัยแบบบ้านเดี่ยว แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ บ้านสร้างเสร็จ พร้อมขาย และบ้านสั่งสร้าง ในปีที่ผ่านมา PST พัฒนาโครงการประเภทบ้านสร้างเสร็จพร้อมขายในโครงการเดอะอินดี้ จังหวัดภูเก็ต จำนวน 39 แปลง ปัจจุบันขาย หมดแล้ว นอกจากนี้ PST ได้พัฒนาโครงการบ้านรอบสนามกอล์ฟ เดอะ ล็อค ปาล์ม กอล์ฟ คอร์ส เดิมชื่อ สนามกอล์ฟ ล็อค ปาล์ม กอล์ฟ คลับ จังหวัดภูเก็ต เนื้อที่ 38 ไร่ จำนวน 60 แปลง มีมูลค่าโครงการ 770 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2551 ขายไปแล้วประมาณ 80% ของโครงการ

1. กลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการซื้อบ้านหลังแรก เป็นกลุ่มที่มีรายได้ระดับปานกลางค่อนข้างสูงถึงระดับสูง ที่ต้องการที่พักอาศัยใน เขตใจกลางเมืองหรือเขตชุมชน 2. กลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการซื้อบ้านหลังที่สองไว้สำหรับพักผ่อนในต่างจังหวัด เป็นกลุ่มที่มีรายได้ระดับสูง 3. กลุ่มนักลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เช่า

ช่องทางการจำหน่ายของธุรกิจพัฒนาที่ดินเพื่อขาย

PST ได้กำหนดช่องทางการจำหน่ายของธุรกิจพัฒนาที่ดินเพื่อขาย ดังต่อไปนี้ 1. ขายตรงโดยผ่านทีมงานขายของ PST 2. ขายผ่านตัวแทนขายต่างๆ 3. จัดทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ และโปรแกรมการส่งเสริมการขายต่างๆ ในรูปแบบผสมผสาน เพื่อสร้างและขยายช่องทางการ จำหน่ายสินค้า และเพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้ลูกค้ารู้จักและยอมรับในตัวสินค้ามากขึ้น

กลุ่มลูกค้าของธุรกิจพัฒนาที่ดินเพื่อขาย

สภาพการแข่งขันของธุรกิจพัฒนาที่ดินเพื่อขาย

ในช่วงแรกของปี 2551 ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายยังคงมีสัญญาณการชะลอตัวลงเช่นเดียวกับในปีที่ผ่านมา อันเนื่องมาจาก ภาวะเศรษฐกิจ ปัญหาราคาน้ำมัน และต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ขยับตัวสูงขึ้น สถานการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ และการขาดเสถียรภาพทางการเมืองใน ประเทศ ซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ทำให้การตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยมีการชะลอตัวลงไปด้วย ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องควบคุมต้นทุนการ ผลิตเพื่อให้เหมาะสมกับโครงการ มีการปรับขนาดของโครงการให้เล็กลง และใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่มีกำลังซื้อมาก ทั้งนี้ PST เป็นผู้มีประสบการณ์และความชำนาญในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และ PST ยังมีการออกแบบบ้านที่มีลักษณะสวยงาม และโดดเด่นมี เอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้โครงการของ PST สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและสภาพการแข่งขันในอนาคตของธุรกิจพัฒนาที่ดินเพื่อขาย

ในปี 2551 คาดว่าการลงทุน และการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีแนวโน้มลดลงจากปี 2550 โดยที่อยู่อาศัยที่เปิดตัวใหม่จะมีการขยายตัวไปสู่ตลาดระดับกลาง ถึง ตลาดระดับล่าง คือบ้านในระดับราคา 3-5 ล้านบาท ที่สอดคล้องกับกำลังซื้อใน ตลาดมากขึ้น ส่วนจำนวนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลง โดยทาวน์เฮ้าส์ และห้องชุดมีแนวโน้มอยู่ในสัดส่วนที่สูงขึ้น สำหรับในจังหวัดภูเก็ตนั้น ความต้องการที่อยู่อาศัยยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคาปานกลาง ถึง ระดับสูง ซึ่งกลุ่มผู้บริโภคหลักจะเป็นชาวต่างชาติที่เข้าไปประกอบธุรกิจ หรือทำงานในจังหวัดภูเก็ต หรือจังหวัดใกล้เคียง ดังนั้น สภาพการแข่งขัน สำหรับตลาดที่อยู่อาศัยรอบสนามกอล์ฟยังมีคู่แข่งขันไม่มากนัก ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดีต่อการพัฒนาโครงการพัฒนาที่ดินของ PST ในอนาคต

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

29


2) ธุรกิจรับบริหารทรัพย์สิน

ดำเนินธุรกิจโดย PST ซึ่งรับดำเนินการบริหารทรัพย์สินรอการขาย และบริหารการขาย ได้แก่ 1. การดูแลบำรุงรักษาตลอดจนจัดการในด้านต่างๆ เพื่อให้ทรัพย์สินอยู่ในสภาพพร้อมขาย 2. การให้บริการในด้านการปรับปรุงทรัพย์สิน 3. การประสานงานในด้านการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์สิน 4. การรับเป็นตัวแทนนายหน้าขายทรัพย์สินรอการขายของสถาบันการเงินต่างๆ

ช่องทางการจำหน่ายของธุรกิจรับบริหารทรัพย์สิน

PST ได้กำหนดช่องทางการจำหน่ายของธุรกิจรับบริหารทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้ 1. ขายโดยทีมงานขายทรัพย์สินของ PST 2. ขายโดยการนำทรัพย์สินออกประมูล 3. ขายโดยผ่านสื่อต่างๆ เช่น นิตยสารสิ่งพิมพ์ เว็บไซต์ของ PST โบรชัวส์ หรือ Leaflet 4. ขายผ่านบริษัทตัวแทนนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ 5. ขายในลักษณะเป็น portfolio ให้กับนักลงทุน 6. การร่วมมือกับสถาบันการเงิน ธนาคารโดยออกบูธเพื่อประชาสัมพันธ์การขายและการให้ข้อมูลทรัพย์สินให้กับผู้สนใจซื้อบ้าน ใหม่ และบ้านมือสอง

กลุ่มลูกค้าของธุรกิจรับบริหารทรัพย์สิน ลูกค้าหลัก ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าของสถาบันการเงินต่างๆ กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย แบ่งออกได้ดังนี้

1. 2. 3. 4. 5.

กลุ่มลูกค้าทั่วไปที่ซื้อทรัพย์สินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย หรือเพื่อใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเอง กลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่ซื้อทรัพย์สินเพื่อการลงทุนหารายได้จากการเช่า กลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่ซื้อทรัพย์สินเพื่อปรับปรุงซ่อมแซม และทำการขายต่อ กลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ที่ซื้อทรัพย์สินเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มลูกหนี้เดิมที่มีสิทธิซื้อคืนทรัพย์สิน

สภาพการแข่งขันของธุรกิจรับบริหารทรั���ย์สิน

ปัจจุบัน PST มีการดำเนินงานบริหารที่มีศักยภาพในการแข่งขันเมื่อเทียบกับคู่แข่ง เนื่องจาก PST มีการบำรุงดูแลรักษาทรัพย์สินให้อยู่ใน สภาพที่ดี และให้บริการครอบคลุมถึงการเจรจากับผู้บุกรุกในทรัพย์สินรอการขายของสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสถาบันการเงิน ส่วนธุรกิจรับบริหารการขายโครงการนั้น PST ได้เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2549 สำหรับธุรกิจนี้ PST มีคู่แข่งขันเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม PST มีการวางแผนกำหนดกลยุทธ์ที่ดี ซึ่งคาดว่าธุรกิจนี้จะสามารถทำรายได้ให้กับ PST เป็นอย่างดี

30

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและสภาพการแข่งขันในอนาคตของธุรกิจรับบริหารทรัพย์สิน

โดยทั่วไปในปี 2551 คาดว่าแนวโน้มธุรกิจบ้านมือสองน่าจะขยายตัวในอัตราที่สูงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจาก 1) ต้นทุนของราคาบ้านใหม่ยังคงมีราคาสูง เนื่องจากต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น 2) มีการปรับราคาการประเมินที่ดิน 3) ภาครัฐมีมาตรการสนับสนุนผู้ซื้อบ้าน ดังนี้ - ลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์จาก 2% เหลือ 0.01% - ลดค่าธรรมเนียมการจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% - ลดภาษีธุรกิจเฉพาะจาก 3.3% เหลือ 0.11% ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะสิ้นสุดในวันที่ 15 มีนาคม 2552 ทั้งนี้คาดว่า ภาครัฐน่าจะพิจารณาขยายเวลาของมาตรการเหล่านี้ต่อไปเพื่อช่วย กระตุ้นความต้องการตลาดบ้านมือสองยิ่งขึ้น จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจะทำให้สภาพแข่งขันยังคงอยู่ในระดับสูง โดยทั้งสถาบันการเงินต่างๆ และบริษัทนายหน้าเอกชนจะต้อง ปรับปรุงกลยุทธ์ทางการตลาด ตลอดจนคุณภาพในการบริการให้ดีขึ้น และการจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนให้เกิด ยอดขาย

3) ธุรกิจรับบริหารอาคารและชุมชน

ดำเนินธุรกิจโดย PST ซึ่งให้บริการรับบริหารอาคารสำนักงาน โดยมีขอบเขตการให้บริการ ดังนี้ 1. จัดหาผู้เช่าพื้นที่ในอัตราค่าเช่าตามราคาตลาด 2. จัดการบริหารสภาพแวดล้อมของอาคารให้อยู่ในสภาพที่ดีและสวยงาม 3. ดูแลทรัพย์สินส่วนกลางให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะงานบำรุงรักษาระบบวิศวกรรมของอาคารอันเป็นหัวใจหลักของอาคารสูง ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน นอกจากงานบริหารอาคารสำนักงานแล้ว PST ยังมีการให้บริการงานบริหารหมู่บ้านหรือชุมชนรวมถึงอาคารชุดพักอาศัยเพื่อสนับสนุนงาน พัฒนาโครงการที่พักอาศัยเพื่อขาย ซึ่งเป็นธุรกิจหลักธุรกิจหนึ่งของบริษัท ทำให้ PST มีการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจรอีกรูปแบบหนึ่ง งานบริหารหมู่บ้านหรือชุมชนนั้น จะเป็นการบริหารดูแล และจัดการเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ดังนี้ 1. ทรัพย์สินส่วนกลาง 2. สาธารณูปโภคส่วนกลางของโครงการ 3. งานบริหารสโมสรหมู่บ้านให้อยู่ในสภาพดี และสวยงาม 4. การจัดกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ที่เสริมสร้างวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย เพื่อเป็นการสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้พัก อาศัยด้วยกันเอง รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้พักอาศัยกับ PST 5. จัดตั้งทีม Plan Homecare Services เพื่อให้บริการด้านการตรวจสอบ บำรุงรักษา และซ่อมแซม ให้บริการงานไฟฟ้า ประปา ท่ออุดตัน เครื่องปรับอากาศ และอื่นๆ กลุ่มลูกค้าของธุรกิจรับบริหารอาคารและชุมชน ลูกค้าหลัก อาคารส่วนใหญ่ที่ PST รับบริหารอยู่นั้นเป็นทรัพย์สินของสถาบัน

การเงินต่างๆ ได้แก่ ทรัพย์สินของธนาคาร บริษัทประกันชีวิต และบริษัทเงินทุน เป็นต้น ลูกค้าเป้าหมาย แบ่งออกได้ดังนี้ 1. โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ PST และบริษัทในกลุ่ม PST ได้พัฒนา เช่น อาคารสำนักงาน อาคารชุดพักอาศัย และหมู่บ้านจัดสรร เป็นต้น 2. โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้น ใหม่ หรือโครงการที่ต้องการทีมงานบริหารมืออาชีพ

ช่องทางการจำหน่ายของธุรกิจรับบริหารอาคารและชุมชน

PST ได้กำหนดช่องทางการจำหน่ายในการรับบริหารอาคารสำนักงานและ บริหารชุมชน โดยผ่านช่องทางการขายตรง และสื่ออินเตอร์เนต

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

31


สภาพการแข่งขันของธุรกิจรับบริหารอาคารและชุมชน

สำหรับธุรกิจบริหารอาคารสำนักงาน มีการแข่งขันไม่รุนแรง เนื่องจากมีผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงในธุรกิจไม่มากนัก อีกทั้งตลาดอาคาร สำนักงานให้เช่าในปัจจุบันมีอยู่จำกัดและการขยายตัวในตลาดดังกล่าวต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร ส่วนด้านธุรกิจบริหารชุมชนนั้น ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาธุรกิจบริหารชุมชนได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่ง ขยายตัวตามภาวะเศรษฐกิจ โดยกลยุทธ์การตลาดทีส่ ำคัญทีบ่ ริษทั บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์นำมาใช้เพือ่ จูงใจกลุม่ เป้าหมาย ได้แก่ ราคาทีเ่ หมาะสม และการจัดบริการเสริมต่างๆ อย่างไรก็ตาม บริษัทที่รับบริหารชุมชนที่มีคุณภาพในปัจจุบันยังมีอยู่น้อยรายจึงทำให้สภาพการแข่งขันของธุรกิจบริหาร ชุมชน ปัจจุบันยังถือว่าไม่รุนแรงนัก นอกจากนี้ การดำเนินธุรกิจรับบริหารอาคารสำนักงานและบริหารชุมชนของ PST มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาด เป็นอย่างดี แต่ยังคงต้องสร้างการยอมรับในตราสินค้ากับกลุ่มลูกค้าใหม่ (Brand Awareness and Brand Reputation) เนื่องจาก PST เป็นบริษัทที่เพิ่ง เริ่มดำเนินธุรกิจนี้อย่างจริงจัง

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและสภาพการแข่งขันในอนาคตของธุรกิจรับบริหารอาคารและชุมชน

แนวโน้มธุรกิจรับบริหารอาคารและชุมชนมีการแข่งขันที่สูงเพราะนอกจากโครงการที่อยู่อาศัยที่เกิดขึ้นใหม่จะมีการบริหารโครงการในรูป ของนิติบุคคลแล้ว หมู่บ้านจัดสรรในอดีตที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรก็มีแนวโน้มที่จะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจาก ลูกค้าที่ต้องการเป็นเจ้าของบ้านแต่ละรายมีความต้องการบ้านพักอาศัยในสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องใช้ทีมบริหารมือ อาชีพมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่เกิดขึ้นจะไม่เป็นการแข่งขันกันที่ราคาโดยตรง แต่จะแข่งขันกันที่คุณภาพการบริหารและการสนองตอบความ ต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ ซึ่งคาดว่า PST จะไม่ได้รับผลกระทบดังกล่าวมากนัก

4) ธุรกิจให้คำปรึกษาและประเมินมูลค่าทรัพย์สิน

1. กลุ่มลูกค้าสถาบันการเงิน 2. กลุ่มผู้ประกอบการ หรือนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 3. กลุ่มลูกค้าทั่วไป

PAS แบ่งช่องทางการจำหน่ายในธุรกิจให้คำปรึกษาและประเมินมูลค่าทรัพย์สิน เป็นดังนี้ 1. กลุ่มลูกค้าสถาบันการเงิน ใช้วิธีเสนอการบริการโดยตรงผ่านฝ่ายประเมินราคา หรือสำนักหลักประกันของทางสถาบันการเงิน ต่างๆ 2. กลุ่มผู้ประกอบการ หรือนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ใช้ช่องทางผ่านทางเว็บไซต์ และการส่งจดหมายแนะนำตัว

ดำเนินธุรกิจโดย บริษัท แปลน แอพไพรซัล จำกัด (“PAS”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ PST มีการให้บริการในรูปแบบต่างๆ ดังนี้ 1. การประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับโครงการ 2. การประเมินราคาทรัพย์สินทั่วไป เช่น บ้าน อพาร์ทเมนท์ โรงแรม 3. การให้คำปรึกษาด้านมูลค่า และการใช้ประโยชน์ภายใต้ข้อจำกัดทางกฎหมาย 4. การวิเคราะห์และศึกษาความเป็นไปได้ของการพัฒนาโครงการ 5. การให้ความเห็นเรื่องการบริหารทรัพย์สินรอการขาย

กลุ่มลูกค้าของธุรกิจให้คำปรึกษาและประเมินมูลค่าทรัพย์สิน

ช่องทางการจำหน่ายของธุรกิจให้คำปรึกษาและประเมินมูลค่าทรัพย์สิน

สภาพการแข่งขันและแนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมในอนาคตของธุรกิจให้คำปรึกษาและประเมินมูลค่าทรัพย์สิน

ธุรกิจประเมินมูลค่าทรัพย์สินเป็นธุรกิจที่มีลักษณะผันแปรไปในทิศทางเดียวกับสภาวะเศรษฐกิจ โดยในส่วนของธนาคารมีแนวโน้มที่จะเร่ง ขยายตัวด้านสินเชื่อ ทั้งสินเชื่อด้านที่อยู่อาศัย และสินเชื่อด้านธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งน่าจะส่งผลไปถึงตลาดของธุรกิจให้บริการประเมิน มูลค่าทรัพย์สินให้มีการขยายตัวขึ้นในอนาคต นอกจากนั้น หน่วยงานของทางราชการยังมีมาตรการที่มุ่งเน้นความโปร่งใสในการพิจารณาประเมินมูลค่า ทรัพย์สินโดยส่งเสริมให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการใช้ผู้ประเมินอิสระตามมาตรฐานวิชาชีพ สิ่งเหล่านี้น่าจะทำให้ธุรกิจการประเมินมูลค่าทรัพย์สินโดย รวมของประเทศเติบโตมากยิ่งขึ้นซึ่งเป็นผลดีต่อธุรกิจของ PAS

การดำเนินการเพื่อลดผลกระทบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

การดำเนินการเพื่อลดผลกระทบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มุ่งเน้นไปที่การดำเนินธุรกิจพัฒนาที่ดินเพื่อขายของ PST ซึ่งจะต้องดำเนินการเพื่อลดผลกระทบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทุกโครงการ ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นบทบังคับโดยสำนักวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Evalution Bureau) โดยการดำเนินการจัดทำโครงการบ้าน จัดสรรเพื่อขายแต่ละโครงการ PST จะต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment, EIA) ก่อนการ ก่อสร้างโครงการแต่ละโครงการทุกครั้ง

32

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


ส่วนทรัพย์สินรอการขายหรือการบริหารโครงการอาคารอื่นๆ PST ก็ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานของอาคารนั้นๆ อย่างต่อเนื่อง

4. ธุรกิจสนามกอล์ฟ

ธุรกิจสนามกอล์ฟ ดำเนินธุรกิจ โดย บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (“MBK-R”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK มีสนาม กอล์ฟที่เปิดให้บริการแล้วคือ สนามกอล์ฟ เดอะ ล็อค ปาล์ม กอล์ฟ คอร์ส (“สนามกอล์ฟ LPGC”) และ สนามกอล์ฟ เดอะ เรด เมาเทิน กอล์ฟ คอร์ส (“สนามกอล์ฟ RMGC”) ตั้งอยู่ที่ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต สนามกอล์ฟ LPGC เป็นสนามกอล์ฟระดับมาตรฐาน 18 หลุม พาร์ 72 บนเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ มีการออกแบบสนามกอล์ฟให้สอดคล้องกับ ลักษณะภูมิประเทศไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ แนวต้นปาล์มเขียวชอุ่มยาวเหยียด ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของสนาม อีกทั้งมีสนามฝึกหัดกอล์ฟ อยู่ในบริเวณเดียวกันเพื่อให้ความสะดวกสำหรับนักกอล์ฟในการเตรียมพร้อมร่างกายก่อนการออกรอบ ส่วนสนามกอล์ฟ RMGC ซึ่งเป็นสนามกอล์ฟแห่งที่สองของ MBK-R ได้เปิดให้บริการครบ 18 หลุม พร้อมคลับเฮ้าส์ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2551 เป็นสนามกอล์ฟระดับพรีเมียม 18 หลุม พาร์ 72 สร้างบนเนื้อที่กว่า 600 ไร่ ตั้งอยู่ในบริเวณข้างเคียงกับสนามกอล์ฟ LPGC ทั้งนี้ คลับเฮ้าส์ของ สนามกอล์ฟ RMGC ตั้งอยู่บนเนินเขา และในคลับเฮ้าส์จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน โดยเป็นสถานที่ซึ่งสามารถนั่งชมวิวของทั้งสนามฯ ได้อย่าง ชัดเจน

กลุ่มลูกค้าของธุรกิจสนามกอล์ฟ

ลักษณะลูกค้า และกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เข้าไปใช้บริการในสนามกอล์ฟ จะเน้นกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแบ่งประเภทของ ลูกค้าได้ดังต่อไปนี้ 1. กลุ่มลูกค้าต่างประเทศ ได้แก่ นักท่องเที่ยวจากทวีปเอเชีย ยุโรป และออสเตรเลีย 2. กลุ่มลูกค้าในประเทศ ได้แก่ คนในท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวในประเทศ

MBK-R ได้กำหนดช่องทางการจำหน่ายของธุรกิจสนามกอล์ฟ ดังต่อไปนี้

- ผ่านบริษัททัวร์ที่เป็นตัวแทนของสนามกอล์ฟ LPGC และสนามกอล์ฟ RMGC ทั้งในจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดกรุงเทพมหานคร - ผ่านสื่ออิเล็คทรอนิค หรือ E-mail - ผ่านโรงแรมชั้นนำในจังหวัดภูเก็ต

ช่องทางการจำหน่ายของธุรกิจสนามกอล์ฟ 1. กลุ่มลูกค้าต่างประเทศ

2. กลุ่มลูกค้าในประเทศ

กลุ่มลูกค้าในประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียง และนักท่องเที่ยวในประเทศ โดยเป็นลูกค้า ที่เป็นสมาชิก และลูกค้าที่เข้ามาที่สนามด้วยตนเอง ลูกค้าที่เป็นสมาชิก แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ - สมาชิกตลอดชีพประเภทบุคคล - สมาชิกตลอดชีพประเภทนิติบุคคล - สมาชิกรายปีประเภทท้องถิ่น - สมาชิกรายปีประเภทข้าราชการ

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

33


นอกจากนี้ สนามกอล์ฟ LPGC และสนามกอล์ฟ RMGC ยังจัดให้มีกิจกรรมทางการตลาดในโอกาสพิเศษตามฤดูกาล และยังเปิด โอกาสให้มีการจัดการแข่งขันให้กับสมาคมและชมรมต่างๆ ทั่วไป

สภาพการแข่งขันของธุรกิจสนามกอล์ฟ

ในรอบปีที่ผ่านมาสภาพการแข่งขันของธุรกิจสนามกอล์ฟในจังหวัดภูเก็ตยังคงมีการแข่งขันที่สูงอยู่ อย่างไรก็ตาม สนามกอล์ฟ LPGC และสนามกอล์ฟ RMGC ยังมีข้อได้เปรียบคู่แข่งขันในด้านของทำเลที่ตั้งที่ใกล้ตัวเมือง และหาดป่าตอง นอกจากนั้น ทั้งสองสนามยังเป็นสนามที่มีขนาด ใหญ่ ทำให้มีศักยภาพในการพัฒนาองค์ประกอบต่างๆ เพิ่มเติมภายในสนามกอล์ฟได้เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้สนามมีความแปลกใหม่และสวยงามตลอดเวลา สามารถดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นสนามกอล์ฟ LPGC ยังมีความได้เปรียบคู่แข่งขันในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวก และมีทัศนียภาพที่ เป็นธรรมชาติ ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมาสนามกอล์ฟ LPGC มีสถิติของการจองเวลาการใช้บริการอยู่ในเกณฑ์ที่สูงมาโดยตลอด สะท้อนให้เห็นว่าสนามกอล์ฟ LPGCได้รับความนิยมสูงอย่างสม่ำเสมอ สำหรับสนามกอล์ฟ RMGC ซึ่งเปิดดำเนินการพร้อมคลับเฮ้าส์ใหม่เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2551 ก็ได้รับการตอบรับจากนักกอล์ฟต่างชาติ และนักกอล์ฟชาวไทยเป็นอย่างดี เนื่องจาก ลักษณะสนามเป็นการออกแบบที่มีความท้าทายความสวยงามของภูมิประเทศ มีการบำรุงรักษาสภาพสนาม และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทำให้สนามกอล์ฟ RMGC สามารถขึ้นมาเป็นสนามกอล์ฟชั้นนำสนามหนึ่งในภูเก็ตในระยะเวลาอันสั้น

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและสภาพการแข่งขันในอนาคตของธุรกิจสนามกอล์ฟ

สนามกอล์ฟของ MBK-R ทั้งสองสนามเน้นกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก ดังนั้น แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและสภาพการ แข่งขันในอนาคตของสนามกอล์ฟของ MBK-R จึงขึ้นอยู่กับปัจจัย และผลกระทบภายนอกเป็นหลัก เช่น เศรษฐกิจโลก สงคราม โรคระบาด ภัย ธรรมชาติ ฯลฯ สำหรับในอนาคตจังหวัดภูเก็ตจะมีสนามกอล์ฟใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีผลให้เกิดการแข่งขันเพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม สนามกอล์ฟแห่งใหม่อื่นๆ ไม่ได้แข่งขันในตลาดเดียวกันกับสนามกอล์ฟ LPGC และสนามกอล์ฟ RMGC ของ MBK-R ดังนั้น แนวโน้ม การแข่งขันของธุรกิจสนามกอล์ฟในพื้นที่เดียวกันกับสนามกอล์ฟทั้งสองแห่งของ MBK-R ในอนาคต จึงไม่น่าจะรุนแรงแต่อย่างใด

การดำเ���ินการเพื่อลดผลกระทบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของธุรกิจสนามกอล์ฟ

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของสนามกอล์ฟ LPGC และสนามกอล์ฟ RMGC เกิดจากการที่จะต้องมีการดูแลสนามให้มีสภาพที่สมบูรณ์และ สวยงามอยู่เสมอ ทำให้ต้องมีการใส่ปุ๋ยและสารเคมีบางอย่างอยู่เป็นประจำ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทางสนามได้มีการนำ น้ำดิบจากแหล่งน้ำมาใช้หมุนเวียนในการรดน้ำสนามกอล์ฟ และทำการทดสอบคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน นอกจากนั้น MBK-R ยังได้จัดให้มีการสำรวจและวิจัยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งผลการวิจัยสรุปได้ว่าไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด

5. ธุรกิจข้าว

ดำเนินธุรกิจโดย บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) (“PRG”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยโดยตรงของ MBK และบริษัทย่อยของ PRG ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายข้าวสารทั้งภายในประเทศและเพื่อการส่งออก โดยมีผลิตภัณฑ์ และการจัดจำหน่าย ดังนี้ 1) ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ - ข้าวสารบรรจุถุงพลาสติกขนาด 2 กิโลกรัม และ 5 กิโลกรัม ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ข้าวมาบุญครอง” “ข้าวภัตตา” และ “ข้าว จัสมินโกลด์” - ข้าวสารชนิดข้าวบรรจุถุงขนาดกะทัดรัดที่เพิ่มคุณค่าจากธรรมชาติ ด้วยธัญพืชต่างๆ ตรา “ข้าวมาบุญครอง พลัส” มี 3 ชนิด ได้แก่ ข้าวห้าสี ข้าวธัญพืช และข้าวกระเทียมเห็ดหอม ข้าวสาร มีการแบ่งการจัดจำหน่ายออกเป็น 1. การจำหน่ายภายในประเทศ แบ่งตัวแทนการจำหน่ายเป็น 3 ประเภท คือ ร้านค้าขายส่ง ห้างสรรพสินค้า สหกรณ์ และการขายตรง 2. การจำหน่ายเพื่อการส่งออก ซึ่งเป็นการส่งออกข้าวหอมมะลิเป็นส่วนใหญ่ 2) ผลิตภัณฑ์พลอยได้ ได้แก่ 1. ปลายข้าว จำหน่ายให้กับผู้ส่งออกข้าวสารไปต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ 2. น้ำมันรำดิบ จำหน่ายให้กับบริษัทในประเทศญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่ และมีบางส่วนขายภายในประเทศให้กับบริษัทอุตสาหกรรมผลิต น้ำมันพืช 3. กากรำสกัด จำหน่ายโดยตรงให้กับอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์ 4. ขี้เถ้าแกลบ จำหน่ายโดยตรงไปต่างประเทศทั้งหมด

34

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


3) ผลิตภัณฑ์แป้ง ได้แก่ แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว และแป้งชุบทอดกรอบ 3 รสชาด คือ รสต้นตำรับ รสเผ็ดร้อน และรสพริกไทยดำ จำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกต่างประเทศ

กลุ่มลูกค้าของธุรกิจข้าว

ส่วนใหญ่แล้วลูกค้าที่มีการติดต่อซื้อขายกับ PRG จะเป็นลูกค้าประเภทที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกันมานานทั้งลูกค้าภายในและภายนอก ประเทศ โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา PRG มีการขายข้าวให้แก่ลูกค้ารายใหญ่ 10 รายแรก คิดเป็นร้อยละ 35 ของยอดขายทั้งหมด และไม่มีรายใดรายหนึ่ง มียอดขายเกินร้อยละ 30 ของยอดขายเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน

สภาพการตลาดของธุรกิจข้าว

ในปี 2551 ที่ผ่านมา สภาพตลาดโดยรวมของธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรมีความเปลี่ยนแปลงและผันผวนสูงมาก ทำให้ราคาวัตถุดิบทุกชนิด ซึ่ง PRG มีความต้องการใช้ ได้แก่ ข้าวเปลือก ข้าวสาร ปลายข้าว แกลบ และรำ มีราคาเพิ่มสูงขึ้นเป็นเหตุให้ราคาต้นทุนวัตถุดิบของ PRG สูงขึ้นกว่า ในรอบปีบัญชีที่ผ่านมามาก ดังนั้น PRG จึงได้มีการปรับราคาสินค้าเพื่อให้เกิดภาวะสมดุลสำหรับธุรกิจ รวมทั้งมีการใช้วัตถุดิบต้นทางคือข้าวเปลือกมาก ขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าขนส่งในการรับวัตถุดิบประเภทผลิตภัณฑ์พลอยได้จากข้าวลงได้อีก ในช่วงเดือนเมษายน ปี 2551 ผู้บริโภคมีความตระหนกในวิกฤตอาหารที่เกิดขึ้นเป็นเหตุให้ช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าวสารบรรจุถุงของ PRG ทุกช่องทางมีการสั่งสินค้าเพิ่มขึ้น และทำให้สินค้าคงค้างในตลาดมีมาก จึงส่งผลกระทบให้ยอดขายข้าวสารบรรจุถุงของ PRG ลดลงตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2551 และบริษัทประเมินว่าอาจมีผลกระทบทำให้ยอดขายสินค้าลดลงสำหรับรอบปีบัญชีถัดไป อย่างไรก็ตาม PRG มีกลยุทธ์ทางการตลาด ดังนี้ 1 ด้านผลิตภัณฑ์ “ข้าวมาบุญครอง” และ “ข้าวมาบุญครอง พลัส” ยังเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง ทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นต่อสินค้า และ PRG ยัง ติดตามความต้องการของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าตลอดเวลา รวมทั้งมีการปรับปรุงรูป แบบของบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ 2. ด้านราคา การตั้งราคาสินค้าทำให้ผู้บริโภครู้สึกคุ้มค่า และสร้างความพอใจให้แก่ผู้บริโภค เมื่อเปรียบเทียบกับราคาของคู่แข่งในระดับเดียวกัน 3. ด้านการจัดจำหน่าย PRG ได้เพิ่มพื้นที่ในร้านค้าต่างๆ ทั้งในซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า ห้างโมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อ และเพิ่มจำนวนร้านค้าส่ง และร้านค้าปลีกในตลาดทั่วไป เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของ PRG มีวางจำหน่ายมากกว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่น 4. ด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ PRG มีการจัดกิจกรรมการตลาดและประชาสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ โดยมีการจัดการส่งเสริมการขายด้วยตนเอง หรือร่วมมือกับ พันธมิตร และมีการให้เครดิตแก่ลูกค้าด้วยเงื่อนไขที่ดีที่สุดตามประเภทของร้านค้า

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

35


สภาพการแข่งขันของธุรกิจข้าว

PRG มีขบวนการผลิตที่ครบวงจร ดังนั้น ต้นทุนผลิตต่อรายได้รวมของ PRG จึงต่ำ ซึ่งถือว่าเป็นข้อได้เปรียบต่อคู่แข่งรายอื่นๆ ปัจจุบัน คนไทยมีความนิยมที่จะซื้อข้าวสารบรรจุถุงพลาสติกมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีความสะอาดกว่าข้าวสารบรรจุกระสอบ ทั้งนี้ “ข้าวมาบุญครอง” เป็นข้าว ถุงรายแรกที่บุกเบิกตลาดข้าวบรรจุถุงมาตั้งแต่ปี 2527 จึงมีชื่อเสียงเป็นที่ติดปากของผู้บริโภค ประกอบกับ PRG เน้นเรื่องของคุณภาพและความสะอาด ในทุกขั้นตอนของการผลิต ปัจจุบันได้รับการรับรองจาก ISO 9001:2000 (ระบบคุณภาพ) GMP (หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต) และ HACCP (ระบบ ประกันคุณภาพด้านความปลอดภัยของอาหาร) ดังนัน้ จึงทำให้ผบู้ ริโภคเชือ่ ถือในสินค้าของ PRG และทำให้ขา้ วมาบุญครองมียอดขายทีด่ ตี ลอดมา

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและสภาพการแข่งขันในอนาคตของธุรกิจข้าว

ตลาดข้าวถุงมีแนวโน้มที่ดี และมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจาก พฤติกรรมการบริโภคของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับ ขนาดของครอบครัวที่มีขนาดเล็กลง รวมทั้งการแข่งขันของผู้ผลิตแต่ละรายจะมีผลในการกระตุ้นตลาดให้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันตลาดข้าวบรรจุถุงทวีการแข่งขันมากขึ้น มีหลายบริษัทใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อเป็นสื่อในการสร้างชื่อเสียง และภาพพจน์ ของสินค้า เช่น การเพิ่มวิตามินลงในข้าว ส่วนช่องทางการจำหน่ายข้าวถุงไปสู่ผู้บริโภคขั้นสุดท้ายทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัดนั้น ผู้ บริโภคสามารถหาซื้อข้าวสารได้จากร้านขายของชำซึ่งเป็นร้านค้าใกล้บ้าน และห้างสรรพสินค้า หรือซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นต้น อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกค้า เป้าหมายของ PRG คือ ผู้บริโภคทุกคนไม่แยกว่าอยู่ในระดับใด และ PRG มีนโยบายการตั้งราคาข้าวถุงที่ใกล้เคียงกับคู่แข่งในระดับเดียวกันที่มีคุณภาพ สินค้าใกล้เคียงกัน ซึ่งโดยปกติแล้วราคาจะต่างกันไม่มาก

การดำเนินการเพื่อลดผลกระทบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของธุรกิจข้าว

ในขบวนการผลิตตั้งแต่เริ่มจนถึงขั้นตอนสุดท้าย PRG จะมีการควบคุมมลภาวะที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ดังต่อไปนี้ 1. กรณีฝุ่นละออง PRG ได้ติดตั้งระบบ Bag Filter และระบบ Cyclone เพื่อช่วยในการดักฝุ่นละอองไม่ให้ฟุ้งกระจาย 2. กรณีของน้ำเสีย PRG ได้ใช้ระบบบำบัดแบบ Aerated Lagoon และระบบ Oxidation Ditch ในการบำบัดน้ำเสียก่อนที่จะ ปล่อยออกสู่ธรรมชาติ เป็นต้น 3. สำหรับผลิตภัณฑ์พลอยได้ก็มีอยู่หลายชนิด ซึ่งทุกชนิดจะสามารถขายได้ทันที หรือใช้เป็นวัตถุดิบของขั้นตอนต่อไปได้ ส่งผลให้ PRG สามารถลดปริมาณของเสียได้อีกทางหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้ว PRG จะไม่มีวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์พลอยได้เหลือใช้ที่ส่งผลกระทบต่อสภาวะสภาพ แวดล้อม และสังคมแต่อย่างใด 4. ในการผลิตขี้เถ้าแกลบเพื่อส่งออกโดยใช้เตาเผาแกลบนั้น ทาง PRG มีการควบคุมปัญหาเรื่องฝุ่นละอองจากปล่อง โดยติดตั้ง ระบบบำบัดมลพิษอากาศ 2 แบบ ได้แก่ ระบบ Multi Cyclone ใช้หลักแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง และระบบ Wet Scrubber ใช้หลักการสเปรย์น้ำเป็นตัว จับ ซึ่งระบบดังกล่าวจะทำหน้าที่ดักเอาฝุ่นละอองขี้เถ้าจากการเผาแกลบไว้ และนอกจากนี้ทาง PRG ได้หมั่นตรวจสอบระบบดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระบบสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมนั้น PRG ได้ดำเนินการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้แก่ คุณภาพ อากาศจากปล่อง คุณภาพอากาศในบรรยากาศ คุณภาพน้ำเสีย คุณภาพน้ำผิวดิน คุณภาพน้ำใต้ดิน การตรวจวัดระดับเสียง 24 ชั่วโมง และการตรวจ วัดคุณภาพอากาศแบบ Real Time โดยทาง PRG ได้รับการสนับสนุนและดำเนินการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมจากสำนักงานนโยบายและแผน พลังงาน กระทรวงพลังงาน โดยมีระยะเวลาการตรวจวัดทุก 3 เดือนต่อครั้ง ซึ่งผลการตรวจวัดที่ผ่านมาพบว่า ปริมาณฝุ่นละออง ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และออกไซด์ ข องไนโตรเจน อยู่ ใ นเกณฑ์ ม าตรฐานของกรมโรงงานอุ ต สาหกรรม กระทรวงอุ ต สาหกรรม และกรมควบคุ ม มลพิ ษ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

MBK แบ่งธุรกิจออกเป็น 6 กลุ่ม ดังนี้

- ธุรกิจศูนย์การค้า ดำเนินการภายใต้ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) (“MBK”) และบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ซึ่งเป็น บริษัทร่วมโดยตรงของ MBK - ธุรกิจศูนย์อาหาร ดำเนินการภายใต้ บริษัท เอ็ม บี เค เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด

36

นโยบายการแบ่งการดำเนินงานในกลุ่ม 1. ธุรกิจศูนย์การค้า

2. ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว

- ธุรกิจโรงแรม ดำเนินการภายใต้ MBK บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด และบริษัท ทรัพย์สินธานี จำกัด ซึ่งเป็น บริษัทย่อยโดยตรงของ MBK - ธุรกิจการท่องเที่ยว ดำเนินการภายใต้ บริษัท เอ็ม บี เค เลเชอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมโดยอ้อมของ MBK และบริษัท แอ๊บโซลูท แทรเวิล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


3. ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

ดำเนินการภายใต้ บริษัท แปลน เอสเตท จำกัด (“PST” และบริษัทย่อยของ PST และบริษัท คริสตัล เลค พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด ซึ่ง เป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK

ดำเนินการภายใต้ บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK

4. ธุรกิจสนามกอล์ฟ 5. ธุรกิจข้าว

ดำเนินการภายใต้ บริษทั ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) (“PRG”) และบริษทั ย่อยของ PRG ซึง่ เป็นบริษทั ย่อยของ MBK

6. ธุรกิจอื่นๆ

ธุรกิจของ MBK ทั้ง 6 กลุ่ม จะมีการแบ่งให้แต่ละบริษัททำหน้าที่ดำเนินงานและรับผิดชอบอย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี ธุรกิจโรงแรมมี การแบ่งบริษัทที่ดูแล และรับผิดชอบออกเป็นหลายบริษัท มีการใช้ผู้บริหารโรงแรม (Hotel Operator) ที่แตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสมของ ลักษณะเฉพาะของแต่ละโรงแรม

โครงสร้างรายได้ตามงบกำไรขาดทุนรวมของบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

หน่วย : พันบาท

ผลิตภัณฑ์/บริการ

ประเภทธุรกิจ

ดำเนินกิจการโดย

สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2548/2549 2549/2550 2550/2551 รายได้ % รายได้ % รายได้ %

1. รายได้จากการให้ บริการและให้เช่า 2. รายได้จากการขาย 3. รายได้จากกิจการ โรงแรม 4. รายได้อื่นๆ

- ศูนย์การค้า และ สนามกอล์ฟ - การผลิตและจำหน่าย ข้าวสาร - การผลิตและจำหน่าย กระแสไฟฟ้า - พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อขาย - ศูนย์อาหาร - โรงแรม

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) 1,902,490 36.29 1,983,225 33.62 2,192,534 34.90 และบริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ 1,825,737 34.83 2,234,039 37.87 2,502,079 39.83 แกรนารี จำกัด (มหาชน) บริษัท พีอาร์จี พืชผล จำกัด

รวมรายได้

บริษัท คริสตัล เลค พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด และ บริษัท แปลน เอสเตท จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) 901,637 17.20 1,002,589 17.00 1,104,910 17.59 บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด และ บริษัท ทรัพย์สินธานี จำกัด 612,606 11.68 678,865 11.51 482,840 7.68 5,242,470 100.00 5,898,718 100.00 6,282,363 100.00

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

37


ปัจจัยความเสีย่ ง 1. ปัจจัยความเสี่ยงของธุรกิจศูนย์การค้า ธุรกิจโรงแรม และการท่องเที่ยว

ผลกระทบต่อธุรกิจศูนย์การค้า ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว จะมาจากปัจจัยภายนอก อาทิเช่น การขาดเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศ สถานการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ การเกิดภัยธรรมชาติ ตลอดจนถึงสภาวะเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งมีผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวทั้ง ชาวไทย และชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยดังกล่าวเป็นปัจจัยภายนอกที่บริษัทไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นบริษัทจึงต้องมีการวางแผนด้านกลยุทธ์ และด้านการตลาดเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆ อยู่ตลอดเวลา

2. ปัจจัยความเสี่ยงของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

1) ความเสี่ยงจากผลกระทบของปัญหาสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ด้อยคุณภาพของประเทศสหรัฐอเมริกา

ในช่วงที่ผ่านมาได้เกิดปัญหาวิกฤตสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ด้อยคุณภาพของประเทศสหรัฐอเมริกา (Subprime Crisis) ซึ่งส่งผลกระทบต่อ การลงทุนในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในแถบเอเชียโดยเริ่มมีแนวโน้มชะลอตัวอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม PST ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนสำหรับการขยายโครงการอย่างต่อเนื่องทุกครั้ง และมีการพิจารณาถึงกลุ่ม ลูกค้าเป้าหมายเป็นหลัก โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยที่เป็นสัดส่วน หรือต้องการบ้านที่มีทัศนียภาพสวยงามหลังที่สองสำหรับการพัก ผ่อน ดังนั้น ปัญหาวิกฤตซับไพร์มที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้ส่งผลกระทบในการขยายโครงการที่อยู่อาศัยของ PST เนื่องจากลูกค้าของ PST ส่วนมากจะมีความ สามารถในการชำระราคาโดยไม่ต้องใช้สินเชื่อจากสถาบันการเงินแต่อย่างใด

2) ความเสี่ยงจากข้อจำกัดและมาตรการของภาครัฐ

เนื่องจากการที่ภาครัฐออกกฎหมายจำกัดสิทธิการถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของชาวต่างชาติ ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องดัง กล่าว PST ได้ใช้วิธีการดังต่อไปนี้ - สำหรับลูกค้าชาวต่างชาติ PST ใช้วิธีขายสิทธิการเช่าในลักษณะสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ลูกค้าสามารถต่ออายุสิทธิการเช่าได้ ทั้งนี้ อายุสิทธิการเช่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 90 ปี - กรณีลูกค้าชาวต่างชาติที่มีคู่สมรสเป็นสัญชาติไทย ลูกค้ามีสิทธิในการเลือกซื้อในลักษณะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้กับ คู่สมรส หรือดำเนินการในลักษณะสัญญาเช่าระยะยาวก็ได้

3) ความเสี่ยงจากการผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างและการขาดแคลนแรงงานผู้รับเหมา

ในระยะที่ผ่านมาภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และความผันผวนของภาวะปัจจัยภายนอก อาทิเช่น ราคาน้ำมัน ราคาเหล็ก ทำให้ วัสดุก่อสร้างมีการปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการก่อสร้างของแต่ละโครงการของ PST ที่เพิ่มขึ้น และกระทบไปถึงการปรับขึ้นของราคาขายบ้าน ในแต่ละโครงการของ PST นอกจากนั้นความต้องการแรงงานจากการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ของผู้ประกอบการภาคเอกชน และโครงการต่างๆ ของรัฐบาลมีมากขึ้น แต่ผู้รับเหมาก่อสร้างไม่เพียงพอกับความต้องการในตลาด โดยผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ส่วนมากจะว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างให้ดำเนิน การก่อสร้างทั้งโครงการจนแล้วเสร็จ ซึ่งผู้รับเหมาดังกล่าวจะทำการว่าจ้างผู้รับเหมารายย่อย หรือผู้รับเหมาก่อสร้างที่มีความชำนาญเฉพาะด้านเพื่อ ดำเนินการก่อสร้างแทน ปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนผู้รับเหมาที่มีความชำนาญเพื่อเข้าดำเนินงานก่อสร้างในโครงการของผู้ประกอบ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และเนื่องจาก PST ไม่มีผู้รับเหมาก่อสร้างของบริษัทเอง ทำให้ต้องพึ่งพาผู้รับเหมาก่อสร้างในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

แต่ละโครงการ ซึ่งหากผู้รับเหมาก่อสร้างไม่สามารถดำเนินงานให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้จะส่งผลให้ PST ไม่สามารถส่งมอบสิ่งปลูกสร้างให้แก่ผู้ซื้อตาม กำหนดเวลาที่ตกลงกันได้ แม้ว่าที่ผ่านมา PST จะยังไมมีปัญหาในเรื่องของการส่งมอบงานก่อสร้างล่าช้าก็ตาม อย่างไรก็ตาม PST ได้มีมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากความเสี่ยงดังกล่าว โดยดำเนินการดังต่อไปนี้ - จัดประมูลงานก่อสร้างเพื่อคัดเลือกผู้รับเหมาโดยวิธีจัดประกวดราคาและการใช้ Turnkey Construction Contract ซึ่งจะทำให้ สามารถดูแลต้นทุนค่าก่อสร้างให้อยู่ในงบประมาณได้ - ในการว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้าง PST จะคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างที่มีประวัติการทำงานที่ดี มีระยะเวลาการก่อสร้างและราคาที่ดี และ มีการกำหนดค่าปรับกรณีก่อสร้างไม่ทันตามกำหนดเวลาในสัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง - ติดต่อซื้อวัสดุก่อสร้างบางรายการกับผู้ผลิตรายใหญ่โดยตรง ในลักษณะการตกลงราคาสินค้าล่วงหน้า และจ่ายชำระราคาสินค้าเมื่อมี การเบิกใช้ - PST ได้จดั ทำคูม่ อื มาตรฐานการก่อสร้างบ้านและมีการจัดอบรมให้ความรูแ้ ก่ผรู้ บั เหมาก่อสร้าง รวมทัง้ บุคลากรของ PST ไปพร้อมๆ กัน

38

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


4) ความเสี่ยงจากการแข่งขัน

เนื่องจากมีปัจจัยภายนอกต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ อาทิเช่น ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น การขาดเสถียรภาพทางการ เมือง เป็นต้น ทำให้กำลังซื้อของลูกค้าลดลง ส่งผลให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ จากเหตุผลดังกล่าวทำให้มีจำนวนบ้านที่เป็น อุปทานส่วนเกินในตลาดอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม PST เน้นการพัฒนาที่พักอาศัยในบริเวณรอบสนามกอล์ฟ ซึ่งมีทัศนียภาพสวยงาม ทำให้โครงการมีลักษณะ และจุดขายที่แตกต่างจากผู้ประกอบการอื่นๆ ทั้งนี้ PST มีการวางกลยุทธ์ และแผนการตลาดเพื่อแข่งขันในด้านราคาและการ ส่งเสริมการขายในรูปแบบต่างๆ และมีการปรับปรุงคุณภาพ และรูปแบบของโครงการอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าให้มากยิ่ง ขึ้น เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันไว้

3. ปัจจัยความเสี่ยงของธุรกิจสนามกอล์ฟ

การดำเนินธุรกิจสนามกอล์ฟ ล็อค ปาล์ม กอล์ฟ คอร์ส และ สนามกอล์ฟ เรด เมาเทิน กอล์ฟ คอร์ส ของ บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (“MBK-R.”) ตั้งอยู่ที่ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต จะได้รับผลกระทบในช่วงฤดูฝน คือประมาณเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคมของทุกปี ซึ่งจะ เป็นช่วง Low Season ที่ทำให้รายได้จากการให้บริการสนามกอล์ฟน้อยกว่าในช่วงฤดูร้อน อย่างไรก็ตาม เพื่อลดผลกระทบดังกล่าวในช่วงฤดูฝน MBK-R จึงได้จัดให้มีมาตรการรองรับ ดังต่อไปนี้ - จัดให้มีการส่งเสริมการขายในลักษณะ Monthly Member - เสนอค่ากรีนฟีในราคาพิเศษโดยจัดเป็น Package ร่วมกับโรงแรมในจังหวัดภูเก็ต และร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคม โรงแรม และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว และนักเล่นกอล์ฟจากเอเชีย และออสเตรเลีย ให้เข้ามา ท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตในช่วง Low Season ให้มากขึ้น

4. ปัจจัยความเสี่ยงของธุรกิจข้าว

1) ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบ

เนื่องจากข้าวเปลือกเป็นผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งมีราคาผันผวนขึ้นลงตามความต้องการส่งออก และตามฤดูกาล รวมถึงการแทรกแซง ด้วยการรับจำนำจากภาครัฐตามภาวะต่างๆ อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ อุปทานในประเทศและในตลาดโลก บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) (“PRG”) ได้ตระหนักถึงความเสี่ยงจึงมีการดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงด้านราคาข้าวเปลือก ดังต่อไปนี้ 1. PRG มีไซโลบรรจุข้าวเปลือกขนาดใหญ่จำนวน 70,000 ตัน ทำให้สามารถเก็บสะสมข้าวเปลือกที่มีราคาถูกในฤดูกาลได้ 2 PRG มีเครื่องอบข้าวที่ทันสมัย สามารถอบข้าวเปลือกต้นฤดูกาลและข้าวเปลือกนาปรังที่เก็บเกี่ยวระหว่างปีที่มีความชื้นสูงได้ 3. PRG สามารถบ่มข้าวเปลือกใหม่เป็นข้าวเปลือกเก่าได้ในระยะเวลาอันสั้น ทำให้ไม่ต้องเก็บข้าวเปลือกใหม่เป็นเวลานาน เพื่อรอให้ เป็นข้าวเก่า

2) ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาขาย

จากค่านิยมของผู้บริโภคคนไทยบางส่วนที่หันมาบริโภคข้าวสารบรรจุถุงแทนข้าวสารบรรจุกระสอบ เพราะหาซื้อสะดวก และสะอาดกว่า ข้าวสารบรรจุกระสอบ อย่างไรก็ตาม ข้อด้อยของข้าวสารบรรจุถุงคือ มีการพิมพ์ราคาหน้าถุงไว้ชัดเจน แม้ว่าจะไม่มีการควบคุมราคา แต่การปรับราคา ก็ต้องแจ้งให้กรมการค้าภายในทราบล่วงหน้า ทำให้การปรับราคาของข้าวสารบรรจุถุงไม่รวดเร็วเท่าข้าวสารบรรจุกระสอบ ดังนั้น หากราคาข้าวสาร บรรจุกระสอบมีการปรับลดราคาลงอย่างรวดเร็ว ก็จะทำให้ผู้บริโภคหันไปซื้อข้าวสารบรรจุกระสอบแทนข้าวสารบรรจุถุง และอาจส่งผลให้ยอดขาย ข้าวสารบรรจุถุงลดลง อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงด้านราคาและปริมาณ PRG จึงมีการวางแผนการขายและส่งเสริมการขายด้านต่างๆ ให้ สอดคล้องกับสภาวะตลาดอย่างต่อเนื่อง เช่น การให้ส่วนลดแก่ร้านค้าต่างๆ การกระจายคลังสินค้ารอบเมืองเพื่อความสะดวกในการขนส่งให้ร้านค้า การโฆษณาและประชาสัมพันธ์เพื่อเสริมภาพพจน์ของ “ข้าวมาบุญครอง” เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้ผลิตและจัดจำหน่าย “ข้าวมาบุญครอง” ในรูปแบบ ของข้าวสารบรรจุกระสอบ ทำให้ PRG สามารถตอบสนองทุกความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคในตลาดของข้าวสารได้

3) ความเสี่ยงจากการส่งออก

PRG มีนโยบายที่จะส่งออกข้าวสารให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศมากขึ้น โดยมีสัญญาซื้อขายที่แน่นอน ดังนั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิด จากการไ���่ได้รับเงินค่าขายสินค้าและความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาข้าว PRG จะตกลงราคาก็ต่อเมื่อ PRG มีวัตถุดิบอย่างเพียงพอแล้วเท่านั้น และกำหนดให้ผู้ซื้อต้องเปิด Letter of Credit กับธนาคารขนาดใหญ่ที่น่าเชื่อถือ และในปีที่ผ่านมาได้มีการทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward contract) หลังจากได้รับคำสั่งซื้อเพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาท

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

39


เบอร์โทรศัพท์ โทรสาร ของนิตบิ คุ คลที่ MBK ถือหุน้ มากกว่า 10% ขึน้ ไป ณ 30 มิถุนายน 2551

1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. 13. 14. 15. 16. 17. 18. 19. 20. 21. 22. 23. 24. 25.

ชื่อบริษัท

บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด บริษัท เทพไทธุรกิจ จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค การธุรกิจ จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค ฟู้ด ไอแลนด์ จำกัด บริษัท แพมาลา สปา จำกัด บริษัท แอ๊บโซลูท แทรเวิล จำกัด บริษัท ธารธารา แกลอรี จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค เลเชอร์ จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค แคปปิตอล จำกัด บริษัท ทรัพย์สินธานี จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค แอสเซ็ท จำกัด บริษทั โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) กองทุนรวมธนชาติพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์1 บริษัท ภูเก็ต ล็อค ปาล์ม กอล์ฟ คลับ จำกัด บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) บริษัท พีอาร์จี พืชผล จำกัด บริษัท ราชสีมา ไรซ์ จำกัด บริษัท สีมาแพค จำกัด บริษัท อินโนฟู้ด (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท แปลน พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด บริษัท แปลน อีควิตี้ จำกัด/1

หมายเหตุ

40

/1

เบอร์โทรศัพท์

เบอร์โทรสาร

0-2658-1000 - 19 0-2620-9000 0-2620-9000 0-2620-9000 0-2620-9000 0-2620-9812 0-2216-3700 ต่อ 14 0-2620-9934 - 44 สำนักงานใหญ่ 0-2216-3700 สาขา 0-7562-8885 0-2620-9934 - 44 สำนักงานใหญ่ 0-2620-9000 สาขา 0-7562-8000 0-2620-9000 สำนักงานใหญ่ 0-2620-9000 สาขา 0-7783-5240 0-2620-9000 0-2266-0123 สำนักงานใหญ่ 0-2620-9000 สาขา 0-7632-1929 0-2263-0800 สำนักงานใหญ่ 0-2620-9000 สาขา 0-7632-1929 0-2501-2021 - 34 0-2501-2021 - 34 0-2501-2021 - 34 0-2501-2021 - 34 0-2501-2021 - 34 0-2620-9000 0-2620-9000

0-2658-1020 - 1 0-2620-7000 0-2620-7000 0-2620-7000 0-2620-9815 0-2620-9815 0-2216-3665 0-2620-9936 สำนักงานใหญ่ 0-2216-3730 สาขา 0-7562-8028 0-2620-9936 สำนักงานใหญ่ 0-2620-7000 สาขา 0-7562-8048 0-2620-7000 สำนักงานใหญ่ 0-2620-7000 สาขา 0-7783-5239 0-2620-7000 0-2236-6646 สำนักงานใหญ่ 0-2620-7000 สาขา 0-7632-1927 - 8 0-2263-0875 สำนักงานใหญ่ 0-2620-7000 สาขา 0-7632-1927 - 8 0-2501-2182 0-2501-2182 0-2501-2182 0-2501-2182 0-2501-2182 0-2620-7000 0-2620-7000

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2551 บริษัทแปลน อีควิตี้ จำกัด ได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เอ็ม บี เค การันตี จำกัด

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


26. 27. 28. 29. 30. 31. 32. 33. 34. 35. 36. 37. 38. 39. 40. 41. 42. 43.

ชื่อบริษัท

เบอร์โทรศัพท์

เบอร์โทรสาร

บริษัท กลาสเฮ้าส์ บิลดิ้ง จำกัด บริษัท พรพรหมินทร์ จำกัด บริษัท แปลน เอสเตท จำกัด บริษัท ลานบางนา จำกัด บริษัท แปลน แอพไพรซัล จำกัด บริษัท คริสตัล เลค พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด บริษัท ซี แอล พี แมนเนจเม้นท์ จำกัด บริษัท กะทู้ แลนด์ จำกัด บริษัท เพื่อนพบแพทย์ จำกัด บริษัท ไพรมาซี อิลิแกนซ์ อินเวสเมนท์ จำกัด บริษัทบริหารสินทรัพย์ แม๊กซ์ จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค พรีเมียม จำกัด บริษัท ดิ โอลิมปิค คลับ จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค แอ็ดวานซ์ จำกัด บริษัท โคราชธานี จำกัด บริษัท แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค สแควร์ จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค อาเขต จำกัด

0-2260-6117 - 9 0-2620-9000 0-2260-6100 0-2260-6100 0-2260-6100 สำนักงานใหญ่ 0-2620-9000 สาขา 0-7632-1929 สำนักงานใหญ่ 0-2620-9000 สาขา 0-7632-1929 0-2620-9000 0-2611-4745 0-2620-9000 0-2611-9533 0-2620-9000 0-2620-9000 0-2620-9000 0-2620-9000 0-2620-9000 0-2620-9000 0-2620-9000

0-2260-6055 0-2620-7000 0-2260-6099 0-2260-6099 0-2260-6099 สำนักงานใหญ่ 0-2620-7000 สาขา 0-7632-1927 - 8 สำนักงานใหญ่ 0-2620-7000 สาขา 0-7632-1927 - 8 0-2620-7000 0-2611-4746 0-2620-7000 0-2611-9494 0-2620-7000 0-2620-7000 0-2620-7000 0-2620-7000 0-2620-7000 0-2620-7000 0-2620-7000

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

41


นิตบิ คุ คลที่ MBK ถือหุน้ มากกว่า 10% ขึน้ ไป ณ 30 มิถุนายน 2551 ประเภทธุรกิจ ธุรกิจ ศูนย์การค้า

ชื่อบริษัท

1. บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด 2. บริษัท เทพไทธุรกิจ จำกัด 3. บริษัท เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จำกัด

ที่ตั้ง สำนัก งานใหญ่

ธุรกิจหลัก

กรุงเทพฯ ศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน กรุงเทพฯ บริการด้านรักษาความปลอดภัย กรุงเทพฯ จำหน่ายของที่ระลึก

ทุนจด ทะเบียน (บาท)

ทุนเรียก ชำระแล้ว (บาท)

174,000,000 1,000,000 2,000,000

174,000,000 1,000,000 2,000,000

สัดส่วน สัดส่วน การถือหุ้น การถือหุ้น โดยตรง โดยอ้อม (%) (%)

30.72 99.93 99.93

ธุรกิจโรงแรมและ 4. บริษัท เอ็ม บี เค การธุรกิจ จำกัด กรุงเทพฯ บริการด้านจัดหาบุคลากร การท่องเที่ยว 5. บริษทั เอ็ม บี เค เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด กรุงเทพฯ ศูนย์อาหาร

6. บริษัท เอ็ม บี เค ฟู้ด ไอแลนด์ จำกัด 7. บริษัท แพมาลา สปา จำกัด 8. บริษัท แอ๊บโซลูท แทรเวิล จำกัด 9. บริษัท ธารธารา แกลอรี จำกัด 10. บริษัท เอ็ม บี เค เลเชอร์ จำกัด 11. บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด 12. บริษัท เอ็ม บี เค แคปปิตอล จำกัด 13. บริษัท ทรัพย์สินธานี จำกัด 14. บริษัท เอ็ม บี เค แอสเซ็ท จำกัด 15. บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ

ธุรกิจให้เช่าที่ดิน โรงแรม พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม

ธุรกิจ 16. บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท สนามกอล์ฟ จำกัด (มหาชน)

กรุงเทพฯ สนามกอล์ฟ

17. กองทุนรวมธนชาติพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์1 กรุงเทพฯ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 18. บริษทั ภูเก็ต ล็อค ปาล์ม กอล์ฟ คลับ จำกัด กรุงเทพฯ จัดหาบุคลากรในสนามกอล์ฟ

ธุรกิจข้าว

19. บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) 20. บริษัท พีอาร์จี พืชผล จำกัด 21. บริษัท ราชสีมา ไรซ์ จำกัด 22. บริษัท สีมาแพค จำกัด 23. บริษัท อินโนฟู้ด (ไทยแลนด์) จำกัด

ปทุมธานี ธุรกิจข้าว

ธุรกิจพัฒนา 24. บริษัท แปลน พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด อสังหาริมทรัพย์ 25. บริษัท แปลน อีควิตี้ จำกัด/14

42

กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ

20,000,000 20,000,000 99.99 90,000,000 90,000,000 - ให้เช่าพื้นที่ 1,000,000 1,000,000 - สปา 5,000,000 5,000,000 - ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารเครือ่ งบิน 5,000,000 5,000,000 - จำหน่ายของที่ระลึก 1,000,000 1,000,000 - ท่องเที่ยว 1,050,000 1,050,000 - โรงแรม 2,200,000,000 2,200,000,000 100.00

ปทุมธานี ปทุมธานี ปทุมธานี ปทุมธานี

กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ 26. บริษัท กลาสเฮ้าส์ บิลดิ้ง จำกัด กรุงเทพฯ 27. บริษัท พรพรหมินทร์ จำกัด กรุงเทพฯ 28. บริษัท แปลน เอสเตท จำกัด กรุงเทพฯ 29. บริษัท ลานบางนา จำกัด กรุงเทพฯ 30. บริษัท แปลน แอพไพรซัล จำกัด กรุงเทพฯ 31. บริษทั คริสตัล เลค พร็อพเพอร์ตส้ี ์ จำกัด กรุงเทพฯ 32. บริษัท ซี แอล พี แมนเนจเม้นท์ จำกัด กรุงเทพฯ 33. บริษัท กะทู้ แลนด์ จำกัด กรุงเทพฯ

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

81.23/1/2 81.17/3 25.00/1 99.99/1 63.20/1/2 49.00/1 -

5,000,000 505,325,000 300,000,000 937,500,000

5,000,000 - 99.93/4 505,325,000 100.00 300,000,000 99.99 937,500,000 29.77 -

200,000,000

160,000,000

-

69.88/4/5

305,430,899.68 305,430,899.68 6,250,000 6,250,000

- -

69.74/6 69.88/6

900,000,000

600,000,000

คลังสินค้าและขายพลังงานไฟฟ้า 1,000,000,000 1,000,000,000 ผลิตและจำหน่ายข้าวถุง 250,000,000 250,000,000 โรงงานผลิตถุงพลาสติก 50,000,000 50,000,000 ผลิต และจำหน่ายข้าวเพื่อสุขภาพ 1,000,000 1,000,000 ข้าวกาบาไรซ์ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจการลงทุน ให้เช่าพื้นที่สำนักงาน ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ให้เช่าคลังสินค้า ประเมินราคาทรัพย์สิน พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย บริการดูแลอสังหาริมทรัพย์ ยังไม่ได้ดำเนินกิจการค้า

-

1,000,000,000 1,000,000,000 500,000,000 500,000,000 195,000,000 195,000,000 95,000,000 95,000,000 200,000,000 200,000,000 80,000,000 80,000,000 5,000,000 5,000,000 8,000,000 8,000,000 2,000,000 500,000 4,000,000 4,000,000

74.52

-

- - - -

74.51/7 74.51/8 37.25/8 37.23/7

99.99 - - - - - - - - -

99.98/9 99.97/13 99.98/9 69.88/6 69.88/10 69.88/10 69.88/6 69.88/11 70.36/4


ประเภทธุรกิจ ธุรกิจอื่นๆ

ชื่อบริษัท

ที่ตั้ง สำนัก งานใหญ่

34. บริษัท เพื่อนพบแพทย์ จำกัด กรุงเทพฯ 35. บริษทั ไพรมาซี อิลแิ กนซ์ อินเวสเมนท์ จำกัด หมู่เกาะ บริติช เวอร์จิ้น 36. บริษัทบริหารสินทรัพย์ แม๊กซ์ จำกัด กรุงเทพฯ 37. บริษัท เอ็ม บี เค พรีเมียม จำกัด กรุงเทพฯ 38. บริษัท ดิ โอลิมปิค คลับ จำกัด กรุงเทพฯ 39. บริษัท เอ็ม บี เค แอ็ดวานซ์ จำกัด กรุงเทพฯ 40. บริษัท โคราชธานี จำกัด กรุงเทพฯ 41. บริษัท แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น กรุงเทพฯ (ไทยแลนด์) จำกัด 42. บริษัท เอ็ม บี เค สแควร์ จำกัด กรุงเทพฯ 43. บริษัท เอ็ม บี เค อาเขต จำกัด กรุงเทพฯ

/1 ถือหุ้นโดยบริษัท เอ็ม บี เค การธุรกิจ จำกัด /2 ถือหุ้นโดยบริษัท แพมาลา สปา จำกัด /3 ถือหุ้นโดยบริษัท เอ็ม บี เค เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด /4 ถือหุ้นโดยบริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด /5 ถือหุ้นโดยบริษัท เอ็ม บี เค พรีเมียม จำกัด /6 ถือหุ้นโดยบริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) /7 ถือหุ้นโดยบริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน)

ธุรกิจหลัก

คลินิกรักษาคนไข้ ธุรกิจการลงทุน บริหารสินทรัพย์ ให้เช่าทรัพย์สินแบบลีสซิ่งและเช่าซื้อ ธุรกิจให้เช่าที่ดิน ยังไม่ได้ดำเนินกิจการค้า ธุรกิจการลงทุน นายหน้าซื้อขาย รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ยังไม่ได้ดำเนินกิจการค้า ยังไม่ได้ดำเนินกิจการค้า

ทุนจด ทะเบียน (บาท)

1,000,000 110,900 572,000,000 528,319,300 700,000,000 1,000,000 583,500,000 70,000,000 1,000,000 1,000,000

ทุนเรียก ชำระแล้ว (บาท)

สัดส่วน สัดส่วน การถือหุ้น การถือหุ้น โดยตรง โดยอ้อม (%) (%)

1,000,000 36.29 110,900 100.00

-

572,000,000 16.56 528,319,300 100.00 700,000,000 100.00 1,000,000 - 99.87/12 583,500,000 100.00 70,000,000 49.97 1,000,000 1,000,000

99.93 99.93

-

/8 ถือหุ้นโดยบริษัท พีอาร์จี พืชผล จำกัด /9 ถือหุ้นโดยบริษัท แปลน พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด /10 ถือหุ้นโดยบริษัท แปลน เอสเตท จำกัด /11 ถือหุ้นโดยบริษัท คริสตัล เลค พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด /12 ถือหุ้นโดยบริษัท ดิ โอลิมปิค คลับ จำกัด /13 ถือหุ้นโดยบริษัท แปลน อีควิตี้ จำกัด /14 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2551 บริษัท แปลน อีควิตี้ จำกัด ได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เอ็ม บี เค การันตี จำกัด

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

43


โครงสร้างการถือหุน้ และการจัดการ ผู้ถือหุ้น

ณ วันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นครั้งหลังสุด วันที่ 17 เมษายน 2551 MBK มีผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นเกินกว่า 0.5% ของทุนเรียกชำระแล้ว จำนวน 33 รายคิดเป็น 81.25% ของทุนเรียกชำระแล้ว และมีผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ถือหุ้นไม่เกิน 0.5% ของทุนเรียกชำระแล้วแต่ไม่ต่ำกว่า 100 หุ้น จำนวน 1,391 ราย คิดเป็น 18.74% ของทุนเรียกชำระแล้ว โดยมีรายชื่อผู้ถือหุ้น 10 รายแรก ดังต่อไปนี้

รายชื่อ

จำนวนหุ้น

%

บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน)* 49,924,953 26.47% บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน)* 39,156,909 20.76% RBC DEXIA INVESTOR SERVICES TRUST 9,301,000 4.93% บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 5,366,500 2.84% นายยงศักดิ์ คณาธนะวนิชย์ 4,441,400 2.35% NORTRUST NOMINEES LTD. 3,839,395 2.03% DBS BANK A/C DBS NOMINEES 3,742,700 1.98% สหกรณ์ออมทรัพย์ พนักงานธนชาต จำกัด 3,450,000 1.82% AMERICAN INTERNATIONAL ASSURANCE COMPANY LIMITED-APEX 3,086,400 1.63% MR. COLIN PETROULAS 3,060,000 1.62% หมายเหตุ: * จำนวนหุ้ น ดั ง กล่ า วเป็ น จำนวนหุ้ น ที่ ไ ด้ นั บ รวมหุ้ น ที่ ถื อ โดยบุ ค คลที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั น ตามมาตรา 258 ของ พ.ร.บ.หลั ก ทรั พ ย์ แ ละ ตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551

โครงสร้างการจัดการ

โครงสร้างการจัดการของบริษัทประกอบด้วยคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการเฉพาะเรื่องจำนวน 3 คณะ เพื่อช่วยในการบริหารจัดการ งานที่มีความสำคัญได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน โดยบริหารจัดการผ่านผู้ บริหารระดับสูง มีรายละเอียด ดังนี้

1) คณะกรรมการบริษัท

โดยคณะกรรมการบริษัทมีกรรมการทั้งสิ้น จำนวน 11 ท่าน ประกอบด้วย • กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 10 ท่าน (เป็นกรรมการอิสระ 5 ท่าน ซึ่งเกินกว่า 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งคณะ) • กรรมการที่เป็นผู้บริหาร 1 ท่าน

ลำดับ

44

1 2 3 4 5 6 7 8

รายชื่อของคณะกรรมการบริษัท รายชื่อกรรมการ

นายบันเทิง ตันติวิท นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ ศาสตราจารย์ไพจิตร โรจนวานิช นางประคอง ลีละวงศ์ นายประชา ใจดี ร้อยตำรวจโทฉัตรชัย บุญยะอนันต์ นางผาณิต พูนศิริวงศ์ นายปิยะพงศ์ อาจมังกร

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

ตำแหน่ง

ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ กรรมการอิสระ กรรมการอิสระ กรรมการอิสระ กรรมการอิสระ กรรมการอิสระ กรรมการ

วันที่ดำรงตำแหน่งกรรมการ

14 ก.ย. 32 14 ก.ย. 32 6 ต.ค. 42 8 เม.ย. 37 31 ต.ค. 50 9 ธ.ค. 41 8 เม.ย. 37 8 ต.ค. 41


ลำดับ

รายชื่อกรรมการ

9 10 11

นายสุเวทย์ นายหัชพงศ์ นายอติพล

ธีรวชิรกุล โภคัย ตันติวิท

ตำแหน่ง

วันที่ดำรงตำแหน่งกรรมการ

กรรมการ และกรรมการผู้อำนวยการ กรรมการ กรรมการ

26 ต.ค. 43 26 ต.ค. 43 8 ต.ค. 46

โดยได้จัดให้มีการประชุมเดือนละ 1 ครั้ง โดยในปี 2550/2551 คณะกรรมการบริษัทมีการประชุมรวม ทั้งสิ้น 12 ครั้ง ขอบเขตและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท

1. คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบจัดการงานทั้งปวงของบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมายวัตถุประสงค์และข้อบังคับของ บริษัทรวมทั้งมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น 2. คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจมอบหมายให้กรรมการคนใดคนหนึ่ง หรือหลายคน หรือบุคคลอื่นกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งแทน คณะกรรมการได้ 3. ชื่อและจำนวนกรรมการซึ่งมีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัท คือ นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล นายหัชพงศ์ โภคัย นายอติพล ตันติวิท กรรมการสองคนในสามคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญ ของบริษัท กระทำการแทนบริษัทได้ทุกกรณี 4. คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจกำหนด และแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อกรรมการซึ่งมีอำนาจลงลายมือผูกพันบริษัท

วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการ

1. ในการประชุมสามัญประจำปีทุกครั้งให้กรรมการหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดพ้นจากตำแหน่ง ถ้าจำนวนกรรมการที่จะ พ้นจากตำแหน่งไม่อาจแบ่งออกให้ตรงเป็นสามส่วนได้ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการตามวรรคหนึ่งในปีแรก และปีที่สอง ให้ใช้วิธีจับฉลาก ส่วนในปีต่อๆ ไปให้กรรมการซึ่งอยู่ในตำแหน่ง นานที่สุดเป็นผู้พ้นจากตำแหน่ง หากในคราวใดมีกรรมการหลายคนอยู่ในตำแหน่งมานานเท่าๆ กันเป็นจำนวนมากกว่าจำนวนกรรมการที่ต้องพ้นจาก ตำแหน่งในคราวนั้น ให้กรรมการดังกล่าวพ้นจากตำแหน่งโดยใช้วิธีจับฉลาก ทั้งนี้ กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระดังกล่าวอาจได้รับเลือกตั้งให้ กลับมารับตำแหน่งอีกได้ 2. นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระ กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ 1) ตาย 2) ลาออกโดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อบริษัท 3) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย 4) ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุมและมีสิทธิออกเสียง และมีหุ้น นับรวมกันได้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่ถือ โดยผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุมและมีสิทธิออกเสียง 5) ศาลมีคำสั่งให้ออก 3. ถ้าตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระให้คณะกรรมการเลือกผู้ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้อง ห้ามตามกฎหมายเข้าเป���นกรรมการแทนในการประชุมกรรมการคราวถัดไปด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการที่ยังเหลืออยู่เว้นแต่ วาระของกรรมการที่ว่างลงจะเหลือน้อยกว่าสองเดือน 4. ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงจนเหลือน้อยกว่าจำนวนที่จะเป็นองค์ประชุมได้ กรรมการที่เหลืออยู่ จะทำการในนามของคณะ กรรมการได้เฉพาะการจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อเลือกตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างทั้งหมดเท่านั้น 5. กรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนตามข้อ 3 และ 4 ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการที่ตน แทนเท่านั้น

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

45


2) คณะกรรมการบริหาร รายชื่อและตำแหน่งของคณะกรรมการบริหารและเลขานุการคณะกรรมการบริหาร

ลำดับ

รายชื่อกรรมการ

1 2 3 4 5

นายบันเทิง นายศุภเดช นายปิยะพงศ์ นายสุเวทย์ นางสาวดารารัตน์

ตันติวิท พูนพิพัฒน์ อาจมังกร ธีรวชิรกุล หอมรสสุคนธ์

ตำแหน่ง

ประธานกรรมการบริหาร รองประธานกรรมการบริหาร กรรมการบริหาร กรรมการบริหาร เลขานุการคณะกรรมการบริหาร

โดยได้จัดให้มีการประชุมเดือนละ 1 ครั้ง โดยในปี 2550/2551 คณะกรรมการบริหารมีการประชุม รวมทั้งสิ้น 12 ครั้ง

กำกับดูแลการบริหารจัดการให้เป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการบริษัท

หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหาร

1. พิจารณาเบื้องต้นเกี่ยวกับนโยบาย กลยุทธ์การบริหารจัดการในการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทในเครือ เพื่อนำเสนอต่อคณะ กรรมการบริษัท 2. กำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 3. พิจารณาอนุมัติการบริหารสภาพคล่องในการลงทุนในตราสารหนี้ ระดับไม่ต่ำกว่า INVESTMENT GRADE (ระดับ BBB+ ขึ้นไป) ใน วงเงินไม่เกิน 200 ล้านบาท ต่อรายการ ทั้งนี้ ให้รายงานคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบ เมื่อมีการอนุมัติรายการ 4. พิจารณาอนุมัติรายจ่ายลงทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ นอกเหนืองบประมาณ ในวงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาท ต่อการพิจารณาใน 1 รอบ การประชุมคณะกรรมการบริหาร ทั้งนี้ ให้รายงานคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบเมื่อมีการอนุมัติรายการ 5. การบริหารความเสี่ยงของกิจกรรมทางการเงินหรือการลงทุนในโครงการต่างๆ ของบริษัท และบริษัทในเครือ โดยการกำหนดนโยบาย การบริหารความเสี่ยงรวมถึงการติดตามและประเมินผล เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท 6. พิจารณาความเหมาะสมของแผนธุรกิจและงบประมาณประจำปี ก่อนนำเสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริษัท 7. พิจารณาเกี่ยวกับโครงสร้างบริษัท (Organization Chart) อำนาจดำเนินการ โครงสร้างเงินเดือน และผลตอบแทนประจำปีของ พนักงานและผู้บริหารก่อนนำเสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริษัท 8. ดูแลการบริหารจัดการให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายและไม่เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ 9. ควบคุมดูแลการบริหารจัดการของคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ 10. ภารกิจอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย

วาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการบริหาร

ประธานกรรมการบริหาร รองประธานกรรมการบริหาร และกรรมการบริหาร ดำรงตำแหน่งตามวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท

ขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร

3) คณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2542 มีจำนวน 3 ท่าน โดยทุกท่านเป็นกรรมการ อิสระ และมี 2 ท่านมีความรู้และประสบการณ์เพียงพอในการทำหน้าที่สอบทานงบการเงิน ซึ่งเป็นไปตามคุณสมบัติที่กฎหมายหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์กำหนด โดยคณะกรรมการตรวจสอบชุดปัจจุบัน ประกอบด้วย

46

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


ลำดับ

รายชื่อและตำแหน่งของคณะกรรมการตรวจสอบและเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ รายชื่อกรรมการ

ตำแหน่ง

หมายเหตุ

1 ศาสตราจารย์ไพจิตร โรจนวานิช ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการอิสระและมีความรู้ ประสบการณ์ด้านบัญชีและการเงิน 2 นางประคอง ลีละวงศ์ กรรมการตรวจสอบ กรรมการอิสระและมีความรู้ ประสบการณ์ด้านบัญชีและการเงิน 3 นายประชา ใจดี กรรมการตรวจสอบ กรรมการอิสระและมีความรู้ ประสบการณ์ด้านกฎหมาย 4 นางสาวยุพาพรรณ์ ปริตรานันท์ เลขานุการ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการตรวจสอบมีการประชุมเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และมีการรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทนอกจากนี้ยังร่วม ประชุมกับผู้สอบบัญชีภายนอกและฝ่ายจัดการในการสอบทานงบการเงินเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2550/2551 คณะกรรมการตรวจสอบมีการประชุมรวม ทั้งสิ้น 16 ครั้ง

ให้คณะกรรมการตรวจสอบปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามขอบเขต และวัตถุประสงค์ตามที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด

หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ

1. สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน (Internal Control) และการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่เหมาะสมและมี ประสิทธิผล 2. สอบทานให้บริษัทมีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเพียงพอ 3. พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้งและเสนอค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีของบริษัท 4. สอบทานให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่ เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท 5. ดูแลให้ฝ่ายจัดการมีการแก้ไขข้อบกพร่องที่ตรวจสอบพบ และเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขข้อบกพร่องนั้น 6. สอบทานหลักฐานการไต่สวนภายในเมื่อมีข้อสงสัยว่ามีการทุจริต หรือมีความบกพร่องสำคัญในระบบการควบคุมภายใน และนำเสนอ คณะกรรมการบริษัทพิจารณาต่อไป 7. สั่งการ และสอบทานหลักฐาน หากมีข้อสงสัยว่าอาจมีการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือข้อกำหนดใดๆ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งมีหรืออาจมี ผลกระทบต่อฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ 8. เสนอแนะให้ผู้สอบบัญชีภายนอกสอบทาน หรือตรวจสอบรายการที่เห็นว่าจำเป็น และเป็นเรื่องสำคัญในระหว่างการตรวจสอบบัญชี ของบริษัทได้ 9. พิจารณาทบทวนแผนการตรวจสอบประจำปีของบริษัท ร่วมกับสายตรวจสอบภายใน 10. มีส่วนร่วมในการแต่งตั้ง โยกย้าย ถอดถอนหัวหน้าสายตรวจสอบภายใน 11. จัดทำรายงานการกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งรายงานดังกล่าว ลงนามโดยประธานกรรมการตรวจสอบ 12. ภารกิจอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย 13. หน้าที่และความรับผิดชอบตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด 14. พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทในกรณีที่เกิดรายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้มีความ ถูกต้องและครบถ้วน

ประธานกรรมการตรวจสอบ และกรรมการตรวจสอบดำรงตำแหน่งตามวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัท

ขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ

วาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการตรวจสอบ

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

47


4) คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

รายชื่อและตำแหน่งของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนและเลขานุการคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

ลำดับ

รายชื่อกรรมการ

ตำแหน่ง

หมายเหตุ

1 ร้อยตำรวจโทฉัตรชัย บุญยะอนันต์ ประธานกรรมการสรรหา กรรมการอิสระ และพิจารณาค่าตอบแทน 2 นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ กรรมการสรรหา และพิจารณาค่าตอบแทน 3 นางผาณิต พูนศิริวงศ์ กรรมการสรรหา กรรมการอิสระ และพิจารณาค่าตอบแทน 4 นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล เลขานุการคณะกรรมการ สรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน โดยในปี 2550/2551 คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนมีการประชุมรวมทั้งสิ้น 2 ครั้ง

สรรหาและกำหนดค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งกรรมการ และกรรมการผู้อำนวยการ

หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

1. สรรหาผู้ที่เห็นสมควรดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท และนำเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติหรือนำเสนอที่ประชุมผู้ถือ หุ้นแล้วแต่กรณี 2. สรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนของผู้ที่เห็นสมควรดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการโดยพิจารณาจากหน้าที่ความรับผิดชอบ สถานะทางการเงินของบริษัท และระดับอัตราค่าตอบแทนซึ่งเปรียบเทียบได้กับเกณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรมและนำเสนอคณะ กรรมการบริษัทเพื่อพิจารณา 3. พิจารณาผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้อำนวยการในแต่ละปี เพื่อนำเสนอขออนุมัติปรับอัตราเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นใดจาก คณะกรรมการบริษัท 4. ภารกิจอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย

5) ผู้บริหารระดับสูง

ลำดับ

ขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

1 2 3 4 5 6 7

รายชื่อกรรมการ

นายสุเวทย์ นายพงษ์ศักดิ์ นายกมล นายเกษมสุข นายศักดิ์ชัย นางสาวยุพาพรรณ์ นายสมบูรณ์

ธีรวชิรกุล ศัพทเสน รมเยศ จงมั่นคง เก่งกิจโกศล ปริตรานันท์ วงศ์รัศมี

ตำแหน่ง

กรรมการผู้อำนวยการ รองกรรมการผู้อำนวยการสำนักกรรมการผู้อำนวยการ รองกรรมการผู้อำนวยการสายกฎหมาย รองกรรมการผู้อำนวยการสายการเงินและบริหาร รองกรรมการผู้อำนวยการสายปฏิบัติการ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายตรวจสอบภายใน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายพัฒนาธุรกิจ

6) การสรรหากรรมการและผู้บริหาร

บริษัทมีวิธีการในการคัดเลือกบุคคลที่ได้แต่งตั้งหรือจะแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัทโดยผ่านคณะกรรมการสรรหาฯ ในคณะกรรมการจะมี กรรมการที่มาจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่แต่ละกลุ่มเป็นจำนวนรวมห้าท่าน ซึ่งในการแต่งตั้งกรรมการบริษัทนั้นผู้ลงทุนรายย่อยมีสิทธิในการแต่งตั้งกรรมการ โดยบริษัทได้กำหนดวิธีการในการแต่งตั้งกรรมการไว้ในข้อบังคับด้วยดังนี้

48

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


1. กรรมการของบริษัทจะมีจำนวนเท่าใดให้เป็นไปตามที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าห้าท่าน กรรมการจะถือหุ้นของ บริษัทหรือไม่ก็ได้ แต่กรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดต้องเป็นผู้มีถิ่นฐานอยู่ในราชอาณาจักร 2. การเลือกตั้งกรรมการของบริษัท ให้กระทำโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้ 2.1 ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง 2.2 ในการเลือกตั้งกรรมการอาจใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนเลือกกรรมการเป็นรายบุคคลคราวละคนหรือคราวละหลายคน หรือ ด้วยวิธีการอื่นใดก็ได้ตามแต่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะเห็นสมควร แต่ในการลงมติแต่ละครั้งผู้ถือหุ้นต้องออกเสียงด้วยคะแนนที่มีตาม 2.1 ทั้งหมดจะแบ่งคะแนนเสียงแก่คนใดมากน้อยเพียงใดไม่ได้ 2.3 บุคคลซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมาเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่าจำนวนกรรมการที่จะพึงมี ในกรณีที่ บุคคลซึ่งได้รับเลือกตั้งในลำดับถัดลงมามีคะแนนเสียงเท่ากันเกินจำนวนกรรมการที่จะพึงมี ให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ออกเสียง ชี้ขาด

7) การพัฒนาบุคลากร

บริษัทตระหนักดีว่า พนักงานทุกคนถือเป็นทรัพย์กรที่มีค่าในการที่จะทำให้บริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายหรือวิสัยทัศน์ และเป็นบริษัทชั้น นำในการดำเนินธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายในการพัฒนาคุณภาพบุคลากรทุกระดับขึ้น โดยในปี 2550 บริษัทได้เริ่มทำ โครงการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง และจัดทำแผนงานการฝึกอบรมพนักงานทั้งภายในบริษัท และจัดส่งพนักงานเข้ารับการฝึกอบรมภายนอกบริษัท อย่างครอบคลุมทั้งด้านความรู้วิชาการ ทักษะวิชาชีพ และกิจกรรมด้านอื่นๆ ดังนี้

1. การพัฒนาระบบงานของการบริหารทรัพยากรบุคคล

บริษัทมีโครงการที่จะปรับปรุงพัฒนาเครื่องมือพื้นฐานที่สำคัญและจำเป็นสำหรับการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ทันสมัย โดยจะมีการ ลงทุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การใช้ซอฟท์แวร์ระบบงานบุคคล (Human Resources Information System) ที่มีลักษณะเป็นฐานข้อมูลแบบบูรณาการ (Integrated Data Base System) ที่เชื่อมต่อกับระบบงานของฝ่ายต่างๆ เป็น Enterprise Resources Planning (ERP) เพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน การนำ Competency Model มาใช้ในการปฏิบัติงานของฝ่ายทรัพยากรบุคคล ตั้งแต่การสรรหาและคัดเลือกพนักงาน การประเมิน ผลพนักงาน การวางแผนอาชีพและการสืบทอดตำแหน่ง และการฝึกอบรมพัฒนาพนักงาน เป็นต้น

2. การพัฒนาทักษะและวิชาชีพของพนักงาน

บริษัทมีการจัดอบรมเพื่อพัฒนาทักษะในการทำงานของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ และมีการติดตามผล หรือวัดผลการเรียนรู้ในแต่ละ หลักสูตร เพื่อทบทวนทักษะต่างๆ ตามความจำเป็นของการอบรมให้กับพนักงานทุกระดับ ได้แก่ • การใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ของ MS Office โปรแกรมต่างๆ ซึ่งมีการจัดห้องเรียนโดยเฉพาะ พร้อมทั้งกำหนดว่าพนักงานใน แต่ละระดับต้องเรียนรู้เรื่องอะไร ถึงระดับใด • การป้องกันวินาศภัย • การป้องกันและระงับอัคคีภัย • การพัฒนาประสิทธิภาพของพนักงานรักษาความปลอดภัย • การให้บริการด้วยใจ (Service Mind) • ทักษะในการการสอนงาน

3. การพัฒนาพนักงานระดับผู้บริหาร

สำหรับพนักงานระดับผู้บังคับบัญชา บริษัทมีโครงการที่จะพัฒนาบุคลากรในระดับผู้บังคับบัญชา เพื่อพัฒนาความเป็นผู้นำ เช่น • 7 Habits • ทักษะการนำเสนอ • Leadership Program

4. การพัฒนาวัฒนธรรมองค์กร

บริษัทได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดเป็น ค่านิยมหลัก (Core Value) ของบริษัทและได้มีการทำกิจกรรมอย่าง สม่ำเสมอ โดยการจัดให้มีคณะกรรมการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กร และคณะทำงานส่งเสริมกิจกรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อช่วยให้พนักงานตื่นตัว และมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ เป็นกลไกในการขับเคลื่อน และสนับสนุนให้วิสัยทัศน์ขององค์กรบรรลุผล

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

49


5. การจัดการความรู้

บริษัทได้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการพัฒนาการจัดการความรู้ ซึ่งเป็นตัวแทนมาจากหน่วยงานต่างๆ และได้มีการกำหนดแผนการ ดำเนินงาน นับตั้งแต่การระบุประเภทและลักษณะความรู้ที่จะจัดเก็บ การส่งเสริมให้พนักงานได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งที่จัดเก็บความรู้ และคาดว่าการ ดำเนินการในเรื่องนี้ จะช่วยให้บริษัทได้พัฒนาให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง โดยความรู้จะยังคงฝังอยู่กับองค์กร แม้ว่าพนักงานจะออกจาก องค์กรไปบ้าง และได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปสู่รุ่นหนึ่ง และได้รับการพัฒนาให้เพิ่มพูนความรู้มากขึ้นตามลำดับ

6. การพัฒนาการบริหารค่าตอบแทน

บริษัทได้มีการพัฒนาปรับปรุงระบบการประเมินผลงานของพนักงาน โดยเริ่มนำหลักของการประเมินผลแบบ 360 องศามาปรับใช้ รวมถึงเตรียมนำ Competency Model ที่ได้พัฒนามาเป็นส่วนประกอบในการวัดผล นอกเหนือจาก KPI ทั้งในระดับองค์กร ระดับฝ่าย ระดับแผนก ตามลำดับ เพื่อให้การประเมินผลมีประสิทธิภาพ และมีความเป็นธรรมมากที่สุด และเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทมีโครงสร้างผลตอบแทนที่สามารถแข่งขันได้ ในตลาด บริษัทได้เข้าร่วมในการสำรวจโครงสร้างผลตอบแทนกับบริษัทชั้นนำ เพื่อนำผลมาพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างผลตอบแทนตามความเหมาะ สม รวมทั้งมีการมอบรางวัลพนักงานที่ทำงานกับบริษัทมานาน (Service Award) นอกจากนี้ บริษัทได้มีโครงการที่จะดำเนินการในเรื่อง คุณภาพชีวิตในการทำงาน (Quality of Work Life) ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้เกิด Happy Work Place เป็นการรักษาสมดุลของชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวของพนักงาน และช่วยทำให้เกิดเป็นสังคมที่น่าอยู่ น่าทำงาน และช่วย รักษาบุคลากรที่มีคุณภาพให้อยู่กับบริษัทได้นานที่สุด

การกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษทั ได้ให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการให้เป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส ยุตธิ รรมและตรวจสอบได้มาตลอดเวลา โดยในปี 2545 คณะกรรมการบริษทั ได้มกี ารกำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการทีด่ ขี นึ้ ซึง่ สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการทีด่ ี 15 ข้อ ตามระเบียบปฏิบตั ขิ อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทัง้ ได้จดั ทำคูม่ อื จริยธรรมและจรรยาบรรณของกรรมการ ผูบ้ ริหาร และของพนักงาน อย่างเป็นลายลักษณ์อกั ษร โดย ประกาศให้ผบู้ ริหาร พนักงานทุกคนของบริษทั ทราบและยึดถือปฏิบตั ิ นอกจากนีย้ งั ให้ขอ้ มูล ความรู้ และข่าวสารต่างๆในเรือ่ งการกำกับดูแลกิจการให้กบั ผูบ้ ริหารและพนักงานอย่างต่อเนือ่ งผ่านทางระบบ Intranet ของบริษทั และเมือ่ บริษทั ได้มกี ารขยายการลงทุนไปในธุรกิจแขนงต่างๆ บริษทั ก็ได้นำนโยบาย การกำกับดูแลกิจการทีด่ ไี ปใช้กบั การดำเนินธุรกิจของกิจการบริษทั ในเครือด้วย เนือ่ งจากคณะกรรมการบริษทั มีความตัง้ ใจทีจ่ ะให้การดำเนินธุรกิจทัง้ ปวงของ บริษทั เป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส ยุตธิ รรม อันจะช่วยสร้างความเชือ่ มัน่ ให้แก่ผทู้ เี่ กีย่ วข้อง ไม่วา่ จะเป็นผูถ้ อื หุน้ หรือผูม้ สี ว่ นได้เสียกลุม่ ต่างๆ ของบริษทั และ เป็นการสนับสนุนการเพิม่ มูลค่าให้กบั บริษทั ในระยะยาว โดยนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษทั ประกอบด้วย 1. สิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสีย 2. คณะกรรมการ-โครงสร้าง บทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบและความเป็นอิสระ 3. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส 4. การควบคุมภายในและบริหารความเสี่ยง 5. จริยธรรมและจรรยาบรรณ 6. การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน

1. สิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทได้ให้ความสำคัญอย่างมากต่อสิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยผู้ถือหุ้นทุกรายจะได้รับการปฏิบัติที่เท่า เทียมกันในเรื่องต่างๆ ได้แก่ สิทธิในการซื้อขายและโอนหุ้น การได้รับข้อมูลสารสนเทศของบริษัท การเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อรับทราบผลการดำเนิน งานประจำปี การออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้นในการแต่งตั้ง ถอดถอนกรรมการ การได้รับเงินปันผล ตลอดจนการซักถามหรือแสดงความเห็น ในเรื่องต่างๆ ที่คณะกรรมการได้รายงานให้ทราบหรือได้ขอความเห็นจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น เป็นต้น

1.1 สิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น และการประชุมผู้ถือหุ้น

บริษัทได้กำหนดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2550 ได้จัดให้มีขึ้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2550 เพื่อให้ผู้ถือ หุน้ พิจารณาและลงมติออกเสียงในเรือ่ งต่างๆ ของบริษทั โดยบริษทั ได้จดั ส่งเอกสารเชิญประชุมพร้อมเอกสารประกอบต่างๆ อย่างเพียงพอทัง้ ฉบับภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการลงมติออกเสียงในเรื่องต่างๆ ได้แก่ วาระการประชุม รายงาน ผลการ ดำเนินงานประจำปี งบการเงิน เอกสารประกอบต่างๆ และหนังสือมอบฉันทะ ให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกรายตามรายชื่อที่ปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเป็นการ ล่วงหน้าประมาณ 14 วัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้ศึกษาข้อมูลต่างๆ ก่อนวันประชุม โดยบริษัทได้จัดสถานที่ กำหนด วัน เวลา ที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ถือหุ้น สามารถเข้าร่วมการประชุมได้อย่างสะดวก โดยหากผู้ถือหุ้นท่านใดไม่สะดวกในการเข้าประชุม บริษัทก็ได้มีการจัดทำหนังสือมอบฉันทะโดยผู้ถือหุ้น สามารถมอบหมายให้ตัวแทนของผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมแทนได้ หรือสามารถเลือกว่าจะมอบหมายให้กรรมการอิสระของบริษัท ซึ่งกำหนดไว้ 2 ท่าน ให้ ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกเป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุม โดยผู้ถือหุ้นสามารถออกเสียงหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียงเพื่อลงมติในวาระต่างๆ

50

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


ทั้งนี้ การประชุมในปี 2550 ที่ผ่านมา บริษัทได้กำหนดวาระการประชุมโดยมีการระบุวัตถุประสงค์และความเห็นของคณะกรรมการ บริษัทในแต่ละวาระอย่างชัดเจน ในหนังสือเชิญประชุม โดยมีคณะกรรมการบริษัทเข้าประชุมรวม 11 ท่าน ในจำนวนดังกล่าวมีประธานคณะกรรมการ ตรวจสอบ ประธานคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนเข้าประชุมด้วย บริษัทได้รายงานผลการดำเนินงานประจำปีของบริษัทแก่ผู้ถือหุ้น มี การซักถาม ให้คำชี้แนะ หรือแสดงความเห็นต่อการดำเนินงานของบริษัทได้อย่างเท่าเทียมกัน โดยบริษัทได้ชี้แจงวาระต่างๆ อย่างละเอียดต่อผู้ถือหุ้น พร้อมทั้งการตอบข้อซักถามต่างๆ จนเป็นที่พอใจต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งวาระการออกเสียงเลือกตั้งกรรมการใหม่ บริษัทจัดให้ผู้ถือหุ้นออกเสียงเลือก กรรมการได้ทีละคน รวมทั้งผู้ถือหุ้นสามารถเสนอชื่อบุคคลอื่นเข้าเป็นกรรมการได้ โดยเสนอชื่อผ่านเข้ามาในเว็บไซต์ของบริษัทก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น หรือเสนอเพิ่มในวันประชุมได้

1.2 สิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทได้ให้ความสำคัญในการดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มทั้งภายในและภายนอกบริษัท ได้แก่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า และพนักงาน และผู้มี ส่วนได้เสียอื่น รวมถึงสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม ให้ได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสม เสมอภาคและเป็นธรรม รวมทั้งเสริมสร้างความเข้าใจกับผู้มีส่วน ได้เสียกลุ่มต่างๆ เพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้เสียในการสร้างความมั่นคง ก้าวหน้า อย่างยั่งยืนแก่บริษัท โดยกำหนดไว้เป็น นโยบายของบริษัทเพื่อให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน ดังนี้ • ผู้ถือหุ้น : บริษัทมีการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ถูกต้อง และยุติธรรม เพื่อสร้างผลประโยชน์สูงสุดต่อ ผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันโดยบริษัทได้จัดตั้งหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ ทำหน้าที่ ดูแล ให้ข้อมูล และตอบข้อซักถามต่างๆ แก่นักลงทุนหรือผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง พร้อมทั้ง จัดทำข้อมูลต่างๆแสดงไว้บนเว็บไซด์ของบริษัท ชื่อ www.mbk-center.co.th ทั้งนี้นัก ลงทุนผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้สนใจทั่วไปสามารถเข้าดูข้อมูลทางการเงินหรือผลการดำเนินงาน ของบริษัทได้ในเว็บไซต์ดังกล่าว • ลูกค้า : ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท ซึ่งบริษัทได้มีการกำหนดนโยบายการ บริหารจัดการเพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าและการปฏิบัติต่อลูกค้าทุกรายอย่างเป็นธรรม เพื่อให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในการบริการของบริษัทให้มากที่สุด ได้แก่ 1) จัดทำ“คู่มือร้านค้า” ขึ้น โดยภายในเล่ม ประกอบด้วยรายละเอียด ของการ ติดต่อใช้บริการ จากหน่วยงานต่างๆ ของบริษัทฯ และหมายเลขโทรศัพท์ เพื่ออำนวยความ สะดวก แก่ผู้ประกอบการในศูนย์การค้า 2) จัดกิจกรรม MBK Meet’n Greet Party เพื่อขอบคุณผู้ประกอบการ และสร้าง ความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ประกอบการภายในศูนย์การค้าพร้อมทั้งรับทราบข้อมูลปัญหา ต่างๆ 3) จัดฝึกอบรมให้กับผู้ประกอบการภายในศูนย์ ได้แก่ - การป้องกันและระงับอัคคีภัย - การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ กรณีเกิดแผ่นดินไหว - การป้องกันวินาศภัยและอันตรายจากวัตถุระเบิด เป็นต้น โดยลูกค้าหรือผู้มาใช้บริการของบริษัทสามารถร้องเรียนหรือแสดงความเห็นต่อการ บริการของบริษัทผ่านระบบข้อร้องเรียนข้อเสนอแนะ ของบริษัท หรือสายตรวจสอบภายใน ซึ่งขึ้นตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบได้ โดยในปีที่ผ่านมาไม่มีเรื่องร้องเรียนแต่อย่างใด • คู่ค้า : บริษัทมีการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสีย และการปฏิบัติที่เป็นธรรม ต่อคู่ค้าทุกรายของบริษัท โดยจัดให้มีขั้นตอนในการคัดเลือก/ประมูลงานต่างๆอย่างโปร่งใส และเป็นธรรมโดยคู่ค้าของบริษัทสามารถร้องเรียนหรือแสดงความเห็นต่อการบริการของ บริษัทผ่านระบบข้อร้องเรียนข้อเสนอแนะ ของบริษัท หรือสายตรวจสอบภายใน โดยในปีที่ ผ่านมาไม่มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด • เจ้าหนี้ : บริษทั มีการใช้เงินกูต้ รงตามวัตถุประสงค์ในการกูย้ มื เงิน และชำระคืนเงินกู้ ดอกเบีย้ แก่เงินกูย้ มื ทุกประเภทอย่างถูกต้องครบถ้วนและตรงตามกำหนดตามเงือ่ นไขการกูย้ มื เงิน

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

51


• พนักงานทุกระดับ

: พนักงานถือเป็นทรัพยากรอันมีคุณค่าและสำคัญยิ่งของบริษัท ซึ่งบริษัทได้ให้ความเป็นธรรม

ต่อพนักงานทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ ให้การดูแลในเรื่องผลตอบแทน สวัสดิการ และความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพนักงาน โดยจัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การประกัน ชีวิตกลุ่ม ซึ่งครอบคลุมการประกันชีวิต การประกันอุบัติเหตุ สหกรณ์ออมทรัพย์ นอกจากนี้ บริษัทยังส่งเสริมให้พนักงานพัฒนาความรู้อย่างสม่ำเสมอ และทุกปีบริษัทได้จัดตั้งงบ ประมาณสำหรับการอบรมพัฒนาคุณภาพของพนักงานทุกระดับ รวมถึงการสนับสนุนด้าน การศึกษา โดยจัดให้มีการมอบทุนการศึกษาแก่พนักงานทั้งระดับปริญญาตรี และปริญญาโท การจัดสัมมนาและกิจกรรม เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีในหมู่พนักงานด้วยกัน และระหว่าง พนักงานกับบริษัท (สามารถดูรายละเอียดได้ในหัวข้อการพัฒนาบุคลากร) • สังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม : บริษัทให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่ง แวดล้อมโดยเสมอมา เพื่อช่วยเหลือและสร้างประโยชน์ให้กับสังคมชุมชน และเป็นไปตาม มาตรฐานและข้อกำหนดการควบคุมอาคารของทางราชการ ในด้านต่างๆ อาทิ 1) การติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียแบบ DEEP SHAFT เพื่อบำบัดน้ำเสียภายในอาคาร MBK และระบบ RECYCLE น้ำ 2) การควบคุมคุณภาพอากาศภายในศูนย์การค้า ด้วยการตรวจวัดคุณภาพอากาศ เป็นประจำทุกปี 3) การควบคุ ม คุ ณ ภาพน้ ำ ประปาภายในศู น ย์ ก ารค้ า และเปรี ย บเที ย บกั บ ค่ า มาตรฐานของน้ำดื่มเป็นประจำทุก 3 เดือน 4) การสนับสนุนให้ทนุ การศึกษาแก่นกั เรียนของโรงเรียนในเขตชุมชนทีบ่ ริษทั ตัง้ อยู ่ 5) การจัดโครงการปันน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัย และผู้ด้อยโอกาสของมูลนิธิต่างๆ เช่น คนพิการ คนตาบอด บ้านพักคนชรา เป็นต้น 6) การสนั บ สนุ น ให้ ใ ช้ ส ถานที่ ศู น ย์ ก ารค้ า แก่ ห น่ ว ยงานภาครั ฐ เพื่ อ จั ด กิ จ กรรม สาธารณประโยชน์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ด้านสุขภาพ เช่น - การรณรงค์งดสูบบุหรี่ในวันงดสูบบุหรี่โลก - การบริจาคโลหิต - วิถีแห่งชีวิตใหม่ “35 ปี ปลูกถ่ายอวัยวะ รพ.จุฬาฯ” เป็นต้น ด้านเศรษฐกิจและสังคม เช่น - งานสายใยสื่อพลังแม่ - งานเพื่อพ่อพอเพียง - รับน้องปลอดเหล้า เป็นต้น ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น - งานรณรงค์ลดโลกร้อน - MBKรักษ์สิ่งแวดล้อม - MBK รวมพลังเยาวชนสู่โลกร้อน - ต้นไม้เพื่อชีวิต เป็นต้น

2. คณะกรรมการ – โครงสร้าง บทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบและความเป็นอิสระ

บริษัทได้กำหนดให้มีคณะกรรมการเฉพาะเรื่องชุดต่างๆ ขึ้น เพื่อช่วยคณะกรรมการบริษัทศึกษาในรายละเอียดและกลั่นกรองงานตาม ความจำเป็นและเหมาะสม โดยคณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาความเหมาะสมของการจัดสรรเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการแต่ละท่านที่ไป ดำรงตำแหน่งกรรมการแต่ละคณะ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ซึ่ง โครงสร้างของคณะกรรมการชุดต่างๆ ได้แสดงไว้ในหัวข้อโครงสร้างการจัดการแล้ว จากโครงสร้างดังกล่าวบริษัทได้ยึดถือตามหลักการกำกับดูแลกิจการ ที่ดี โดยมีกรรมการส่วนหนึ่งเป็นกรรมการอิสระ

52

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


นอกจากนี้กรณีมีกรรมการบริษัทที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ ทางบริษัทได้จัดทำข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับบริษัททั้งหมด เพื่อให้กรรมการได้ศึกษา ทำความเข้าใจในการดำเนินการธุรกิจของบริษัท

2.1 ปัจจุบันคณะกรรมการบริษัท มีจำนวน 11 ท่าน ประกอบด้วย

- กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 10 ท่าน (เป็นกรรมการอิสระ 5 ท่าน ซึ่งเกินกว่า 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งคณะ) - กรรมการที่เป็นผู้บริหาร 1 ท่าน จากโครงสร้างดังกล่าว ทำให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มมั่นใจได้ว่าคณะกรรมการสามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนของผู้ถือหุ้นได้อย่าง อิสระและเหมาะสม กรรมการอิสระ หมายถึง • ถือหุ้นในแต่ละบริษัทไม่เกินร้อยละ 5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือ นิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง • ไม่เป็นพนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษาที่ได้รับเงินเดือนประจำ หรือมีอำนาจควบคุมของบริษัทบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัท ร่วม หรือนิติบุคคลที่มีความขัดแย้งกัน • ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตหรือโดยการจดทะเบียนในลักษณะที่เป็นบิดามารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรส ของบุตร กับ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจ ควบคุมของบริษัทหรือบริษัทย่อย • ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม นิติบุคคลที่อาจมีค���ามขัดแย้ง และไม่มีลักษณะอื่นๆ ใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระในการดำเนินงานของบริษัท

2.2 ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์

คณะกรรมการบริษัทและกรรมการผู้อำนวยการของบริษัทประกอบด้วยผู้ที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์การทำงานจาก หลากหลายสาขา ทำให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยประธานกรรมการ และ กรรมการผู้อำนวยการของบริษัท เป็นคนละคนกัน และ บริษัทได้มีการแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ระหว่างประธานกรรมการกับกรรมการผู้อำนวยการอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการบริหารจัดการ และได้จัดให้มีระบบการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการกับฝ่ายจัดการ ในการกำหนดนโยบายการกำกับดูแลและการ บริหารงานอย่างชัดเจน โดยฝ่ายจัดการมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจ หรือการบริหารจัดการภายใต้อำนาจดำเนินการที่กำหนดไว้ ซึ่งบริษัทได้มีการ จัดทำคู่มืออำนาจดำเนินการขึ้น เพื่อกำหนดบทบาทและอำนาจในการบริหารจัดการให้ฝ่ายจัดการใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติโดยจะมีการปรับปรุงคู่มือ อำนาจดำเนินการให้มีความเหมาะสม ทันสมัย ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท ทั้งนี้คณะกรรมการได้มีการติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด โดย กำหนดให้ฝ่ายจัดการรายงานผลประกอบการ หรือปัญหาต่างๆ ในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกเดือน นอกจากนี้ยังมีการกำกับดูแลและ วัดผลให้ผู้บริหารมีการปฏิบัติตามแผนงานที่กำหนดไว้อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกไตรมาส โดยได้กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จต่างๆ ได้แก่ Key Performance Index (KPI) จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาคณะกรรมการบริษัทได้เล็งเห็นถึงศักยภาพและความพร้อมในการขยายธุรกิจของบริษัท คณะ กรรมการจึงกำหนดวิสัยทัศน์ของบริษัท และทิศทางการดำเนินธุรกิจ นโยบายกลยุทธ์และเป้าหมายต่างๆของบริษัท เพื่อให้ฝ่ายจัดการได้ใช้เป็นแนวทาง ในการจัดทำแผนงานต่างๆในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งงบประมาณเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างความมั่นคงและเติบโตอย่างต่อเนื่องให้แก่บริษัทต่อไป โดยวิสยั ทัศน์ของบริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) คือ “บริษทั ชัน้ นำทีเ่ ติบโตอย่างต่อเนือ่ ง มัน่ คง โดยลงทุนในธุรกิจทีใ่ ห้ผลตอบแทน อย่างสม่ำเสมอ ด้วยการบริหารอย่างมืออาชีพ มุง่ เน้นสร้างความมัง่ คัง่ ความน่าเชือ่ ถือ และความไว้วางใจแก่ผทู้ เี่ กีย่ วข้อง โดยยึดหลักธรรมาภิบาล” ส่วนภารกิจของบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ได้แก่ 1. ขยายธุรกิจศูนย์อาหารและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 2. ขยายธุรกิจสินค้าภายใต้ชื่อ MBK และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 3. ขยายธุรกิจรับบริหารจัดการศูนย์การค้า 4. ขยายธุรกิจศูนย์การค้าแห่งใหม่ 5. เสริมสร้างและพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับการขยายธุรกิจ 6. เสริมสร้างและพัฒนาการบริการ โฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับลูกค้าชาวต่างชาติ

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

53


2.3 ความขัดแย้งของผลประโยชน์

คณะกรรมการบริษัทได้มีการกำหนดแนวทางในเรื่องความขัดแย้งของผลประโยชน์ โดยการปฏิบัติตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย โดยให้บุคลากรของบริษัททุกคนต้องคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทในการตัดสินใจดำเนินการต่างๆทางธุรกิจ โดยพิจารณา แก้ไขปัญหาความขัดแย้งของผลประโยชน์อย่างรอบคอบ ยึดหลักความซื่อสัตย์ สุจริต มีเหตุมีผลและเป็นอิสระภายในกรอบจริยธรรมที่ดี ตลอดจนมีการ เปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนเพื่อผลประโยชน์ของบริษัทโดยรวมเป็นสำคัญ โดยบริษัทได้มีข้อกำหนดมิให้ผู้ที่มีส่วนได้เสีย หรือเกี่ยวข้องเข้าร่วมตัดสินใจ ในเรื่องที่ต้องมีการพิจารณาตัดสินใจอนุมัติต่างๆ โดยในปีที่ผ่านมาของการประชุมคณะกรรมการบริษัท หากวาระใดมีการพิจารณาเรื่องที่กรรมการท่าน ใดอาจมีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้อง กรรมการท่านนั้นจะงดออกความเห็นในวาระดังกล่าว และคณะกรรมการตรวจสอบจะทำหน้าที่พิจารณาให้ความเห็น ต่อรายการเกี่ยวโยงหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติการทำรายการดังกล่าว รวม ทั้งเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี (แบบ 56-1 และ 56-2)

2.4 ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร

การจ่ายค่าตอบแทนแก่กรรมการ จะเป็นการจ่ายในลักษณะของเบี้ยประชุม เบี้ยกรรมการและบำเหน็จกรรมการ ส่วนกรรมการที่ ปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการต่างๆ เช่น คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ เป็นต้น จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มตามความเหมาะสมซึ่งเป็น ไปตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ส่วนการจ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้บริหาร จะจ่ายในรูปของเงินเดือนและโบนัส ตามผลงานของบริษัทและการปฏิบัติงานของผู้บริหาร ซึ่ง ค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารประจำปี 2550/2551 บริษัทได้แสดงอยู่ในหัวข้อการจัดการ ในหน้าที่ 58

2.5 การประชุมคณะกรรมการ

คณะกรรมการชุดต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการตรวจสอบ ได้มีกำหนดการประชุมไว้ ล่วงหน้าอย่างเป็นทางการตลอดทั้งปี โดยจัดให้มีการประชุมเป็นประจำเดือนละหนึ่งครั้ง และอาจมีการจัดประชุมวาระพิเศษเป็นการเฉพาะเพิ่มเติมตาม ความเหมาะสม เพื่อรับทราบและติดตามผลการดำเนินงานในเรื่องต่างๆ ของบริษัท โดยบริษัทจะจัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมวาระการประชุมให้ กรรมการแต่ละท่านล่วงหน้าอย่างน้อย 4 วัน เพื่อให้กรรมการมีเวลาเพียงพอในการศึกษาข้อมูลก่อนวันประชุม ในการประชุมคณะกรรมการสามารถ แสดงความคิดเห็นได้อย่างเปิดเผยและเป็นอิสระ รวมทั้งมีการจดบันทึกการประชุมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อจัดเก็บไว้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องใช้ตรวจสอบ อ้างอิงต่อไป ส่วนคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จะจัดให้มีการประชุมเมื่อมีการสรรหาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ การพิจารณา ผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้อำนวยการ เป็นต้น ซึ่งในปี 2550/2551 นี้ คณะกรรมการชุดต่างๆ ได้จัดให้มีการประชุมขึ้นตามที่กำหนดขอบเขต หน้าที่ไว้อย่างสม่ำเสมอ

การเข้าประชุมของคณะกรรมการชุดปัจจุบันของบริษัทประจำปี 2550/2551

หน่วย : ครั้ง รายชื่อ

การประชุมคณะกรรมการ(การเข้าร่วมประชุม/ การประชุมทั้งหมด ) กรรมการ กรรมการสรรหา การเข้าดำรง กรรมการบริษัท กรรมการบริหาร ตรวจสอบ และพิจารณาค่า ตำแหน่งระหว่างปี รวม 12 ครั้ง รวม 12 ครั้ง รวม 16 ครั้ง ตอบแทน รวม 2 ครั้ง

1. นายบันเทิง ตันติวิท 12/12 12/12 - - 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ 11/12 10/12 - 2/2 3. ศาสตราจารย์ไพจิตร โรจนวานิช 12/12 - 16/16 - 4. นางประคอง ลีละวงศ์ 12/12 - 16/16 - 5. นายประชา ใจดี 7/12 - 8/16 -

54

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

เป็นกรรมการบริษัท 31 ต.ค.50 เป็นกรรมการตรวจสอบ 4 ธ.ค.50


การเข้าประชุมของคณะกรรมการชุดปัจจุบันของบริษัทประจำปี 2550/2551 (ต่อ)

หน่วย : ครั้ง

รายชื่อ

การประชุมคณะกรรมการ(การเข้าร่วมประชุม/ การประชุมทั้งหมด ) กรรมการ กรรมการสรรหา การเข้าดำรง กรรมการบริษัท กรรมการบริหาร ตรวจสอบ และพิจารณาค่า ตำแหน่งระหว่างปี รวม 12 ครั้ง รวม 12 ครั้ง รวม 16 ครั้ง ตอบแทน รวม 2 ครั้ง

6. ร้อยตำรวจโทฉัตรชัย บุญยะอนันต์ 9/12 - - 2/2 7. นางผาณิต พูนศิริวงศ์ 12/12 - - 2/2 8. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร 12/12 12/12 - - 9. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล 12/12 12/12 - - 10. นายหัชพงศ์ โภคัย 12/12 - - - 11. นายอติพล ตันติวิท 11/12 - - - หมายเหตุ คณะกรรมการชุดปัจจุบัน : - คณะกรรมการบริหาร จำนวน 4 ท่าน ได้แก่ลำดับที่ 1, 2, 8 และ 9 - คณะกรรมการตรวจสอบ จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ลำดับที่ 3, 4 และ 5 - คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ลำดับที่ 2, 6 และ 7

-

2.6 การประเมินผลตนเองของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการตรวจสอบ

บริ ษั ท ได้ จั ด ทำแบบฟอร์ ม ประเมิ น ผลการปฏิ บั ติ ง านของคณะกรรมการบริ ษั ท คณะกรรมการตรวจสอบ ตามแนวทางของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้สามารถสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งการตอบ แบบสอบถามการประเมินผลการปฏิบัติงานตนเองของคณะกรรมการชุดต่างๆจะกำหนดให้กรรมการแต่ละท่านเป็นผู้ตอบและนำมาสรุปเพื่อวัดผลโดย รวม ซึ่งในปี 2550/2551 ผลการประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นดังนี้ 2.6.1 ผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทในภาพรวม: 98.95 % อยู่ในระดับดีมากประกอบด้วย - ความพร้อมของกรรมการ คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นว่าความพร้อมของกรรมการในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก โดยสามารถจัดสรรเวลาอย่างเพียงพอเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการบริษัท และมีความเข้าใจในธุรกิจของบริษัท รวมทั้งกรรมการทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นและทำงานร่วมกันได้อย่างเปิดเผย - การกำหนดกลยุทธ์ และวางแผนธุรกิจ คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นว่าการกำหนดกลยุทธ์ และวางแผนธุรกิจใน ภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก โดยกรรมการมีส่วนร่วมในการกำหนดหรือพิจารณาและให้ความเห็นชอบวิสัยทัศน์ ภารกิจ กลยุทธ์ เป้าหมายแผนธุรกิจและงบประมาณ มีการติดตามการดำเนินการของฝ่ายจัดการอย่างสม่ำเสมอ และมีการแบ่ง แยกบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการ และฝ่ายจัดการไว้อย่างชัดเจน/เหมาะสม รวมถึงการ กำหนดระดับอำนาจดำเนินการและกระบวนการพิจารณาอนุมัติทางการเงินอย่างชัดเจน - การจัดการความเสี่ยงและการควบคุมภายใน คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นว่าการจัดการความเสี่ยงและการ ควบคุมภายในในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก โดยกรรมการมีการดูแลให้บริษัทมีระบบบริหารความเสี่ยง และระบบการ ควบคุมภายในที่เพียงพอเหมาะสมกับธุรกิจ และมีการติดตามทบทวนอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการจัดให้มีการตรวจสอบ ภายในอย่างสม่ำเสมอ และรายงานผลการตรวจสอบภายในต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัท - การดูแลไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นว่าการดูแลไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ทางผลประโยชน์ในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก โดยมีการรับทราบถึงรายการที่เกี่ยวโยงกันและรายการที่มีความขัดแย้งทาง ผลประโยชน์ และได้พิจารณาอย่างเหมาะสมรอบคอบทุกครั้ง โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท รวมทั้งได้ปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

55


56

- การติดตามรายงานทางการเงินและการดำเนินงาน คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นว่าการติดตามรายงานทางการ เงินและการดำเนินงานในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก โดยคณะกรรมการได้มีการมีการพิจารณารายงานทางการเงินอย่าง รอบคอบ และให้ความสนใจกับความผิดปกติของรายงานดังกล่าว รวมทั้งติดตามดูแลให้มีการแก้ไขภายในระยะเวลาที่ เหมาะสม - การประชุมคณะกรรมการ คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นว่าการประชุมคณะกรรมการในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก โดยจัดให้มีการประชุมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุวัตถุประสงค์และกรรมการทุกท่านเข้าร่วมประชุมอย่าง สม่ำเสมอ เว้นแต่มีเหตุจำเป็น และสามารถแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์ โดยพิจารณาถึงเป้าหมายและนโยบายธุรกิจ ความเสี่ยงที่สำคัญ รวมทั้งข้อกำหนดและกฎเกณฑ์ต่างๆ อย่างเป็นอิสระ และรายงานการประชุมที่มีรายละเอียดครบถ้วน เพียงพอ และพร้อมที่จะได้รับการตรวจสอบจากผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งคณะกรรมการได้รับทราบและรับรองรายงานการ ประชุมภายในเวลาที่เหมาะสม - การสรรหา การพิจารณาผลตอบแทน และการประเมินผลงานกรรมการผู้อำนวยการ คณะกรรมการบริษัทมี ความเห็นว่าในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก โดยมีกระบวนการพิจารณาคัดเลือกอย่างรอบคอบ เหมาะสม สอดคล้องกับ ความต้องการของบริษัท โดยกระบวนการในการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการมีความชัดเจน โปร่งใส ก่อนที่จะเสนอขอ อนุมัติผู้ถือหุ้น รวมทั้งมีกระบวนการพิจารณากำหนดค่าตอบแทนสำหรับกรรมการและผู้บริหารระดับสูงที่เหมาะสม สอดคล้องกับผลประกอบการของธุรกิจและระดับค่าตอบแทนในอุตสาหกรรมมีกระบวนการที่เหมาะสมในการประเมินผล กรรมการผู้อำนวยการเป็นประจำทุกปี โดยได้พิจารณาจากผลประกอบการและความสำเร็จของเป้าหมาย 2.6.2 ผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบในภาพรวม : 99.25 % อยู่ในระดับดีมากประกอบด้วย - องค์ประกอบของคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการ ตรวจสอบในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก โดยคณะกรรมการตรวจสอบเป็นกรรมการอิสระ มีความรู้และประสบการณ์ที่ เหมาะสมกับหน้าที่กรรมการตรวจสอบ และมีกรรมการตรวจสอบที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการรายงานทางการ เงินการบัญชี รวมทั้งได้ปฏิบัติตามกฎบัตรที่ได้จัดทำขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร และมีการรายงานผลการปฏิบัติงานต่อคณะ กรรมการบริษัทเป็นประจำรวมทั้งรายงานกิจกรรมที่ทำในระหว่างปีต่อผู้ถือหุ้นในรายงานประจำปี - การประชุม คณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นว่าการประชุมในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก โดยมีการประชุมอย่าง สม่ำเสมออย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และมีการประชุมพิเศษตามความเหมาะสม โดยในการเข้าร่วมประชุมกรรมการตรวจ สอบที่มีส่วนได้เสียในเรื่องที่เข้าประชุมจะงดแสดงความคิดเห็นในเรื่องนั้นๆ แต่อย่างไรก็ตามจะเข้าร่วมประชุมด้วยทุกครั้ง - การสอบทานระบบการควบคุมภายใน คณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นว่าการสอบทานระบบการควบคุมภายใน ในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก โดยร่วมกับสายตรวจสอบภายในและผู้สอบบัญชีในการประเมินข้อบกพร่องในการควบคุม ภายในและประเมิ น ประสิ ท ธิ ผ ลของระบบการควบคุ ม ภายใน การประมวลผลข้ อ มู ล และความปลอดภั ย ในระบบ คอมพิวเตอร์ การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบปฏิบัติต่างๆ และพิจารณาการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทในกรณีที่เกิด รายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้มีความถูกต้องและครบถ้วน - การสอบทานรายงานทางการเงิน คณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นว่าการสอบทานรายงานทางการเงินในภาพรวม อยู่ในระดับดีมาก โดยกรรมการตรวจสอบได้ประเมินความถูกต้องครบถ้วนของงบการเงิน หลักการมาตรฐานการบัญชีหรือ กฎระเบียบต่างๆ และผลกระทบที่มีต่องบการเงิน และมีการเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน - ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ ผู้สอบบัญชี และสายตรวจสอบภายใน คณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นว่าความ สัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ ผู้สอบบัญชี และสายตรวจสอบภายในในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก โดยมีการสอบทานการประเมิน ของฝ่ายจัดการเกี่ยวกับความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชีและสายตรวจสอบภายใน และติดตามประเด็นสำคัญที่พบจาก การตรวจสอบ - ข้อมูลข่าวสารและได้รับการฝึกอบรม คณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นว่าข้อมูลข่าวสารและได้รับการฝึกอบรมใน ภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก โดยคณะกรรมการตรวจสอบได้รับข้อมูลข่าวสารและได้รับการฝึกอบรมที่เพียงพอเพื่อให้ สามารถรับผิดชอบตามหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิผล และได้รับแจ้งข่าวสารที่เป็นระบบและสม่ำเสมอ

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


3. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

คณะกรรมการบริษัทได้ให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูล โดยได้กำหนดเรื่องการเปิดเผยข้อมูลไว้ในนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี ของบริษทั ในการเปิดเผยข้อมูลเกีย่ วกับการจัดทำรายงานทางการเงิน ผลการดำเนินงานของบริษทั ให้มคี วามถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลาและโปร่งใส ดังนัน้ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นหรือผู้เกี่ยวข้องได้ใช้ข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน และสร้างความไว้วางใจให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเป็นการสร้างมูลค่าให้กับบริษัทใน ระยะยาว บริษัทจึงได้มีการจัดตั้งหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ ทำหน้าที่ดูแลและให้ข้อมูลแก่นักลงทุนหรือผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง พร้อมทั้งจัดทำข้อมูล ต่างๆ แสดงไว้บนเว็บไซต์ของบริษัท ชื่อ www.mbk-center.co.th ทั้งนี้ นักลงทุน ผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้สนใจทั่วไปสามารถเข้าดูข้อมูลทางการเงินหรือ ผลการดำเนินงานของบริษัททางเว็บไซต์ได้ตลอดเวลา

4. การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง 4.1 การควบคุมภายใน

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้คณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่ในการกำกับดูแลให้ระบบการควบคุมภายในของบริษัท ทั้งด้าน การเงิน การดำเนินงาน มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพรวมถึงการดูแลให้บริษัทมีการปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การดูแลมิให้ เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การทำรายการเกี่ยวโยง ตลอดจนการติดตามควบคุมดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อย การนำทรัพย์สินของบริษัท และบริษัทย่อยไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบหรือไม่มีอำนาจ โดยบริษัทได้จัดให้มีกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลในการกำกับดูแลดังกล่าว โดยสายตรวจ สอบภายในทำหน้าที่ในการตรวจสอบ และประเมินประสิทธิภาพและความเพียงพอของการควบคุมภายในในการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานทั้งของ บริษัท และบริษัทในเครือ เพื่อให้การดำเนินงานด้านต่างๆของบริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสม ซึ่งสายตรวจสอบภายในได้ปฏิบัติหน้าที่ตาม มาตรฐานการตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการตรวจสอบ และรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการ ตรวจสอบเพื่อสั่งการและให้ความเห็นเพิ่มเติม โดยคณะกรรมการตรวจสอบจะนำรายงานผลการตรวจสอบเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อ ทราบหรือให้ความเห็นเป็นประจำทุกเดือน โดยรายงานผลการตรวจสอบดังกล่าวฝ่ายจัดการของบริษัท และบริษัทในเครือจะนำไปพิจารณาดำเนินการ เพื่อปรับปรุงแก้ไขในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม ในปี 2550/2551 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบ ได้กำหนดให้มีการประเมินความเพียงพอของระบบการ ควบคุมภายในของบริษัทตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยการพิจารณาความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในด้านต่างๆ ได้แก่ ระบบการควบคุมภายในด้านบริษัทและสภาพแวดล้อม ด้านการบริหารความเสี่ยง ด้านการควบคุมการปฏิบัติงานของฝ่ายจัดการ ด้านระบบสาร สนเทศและการสื่อสารข้อมูล รวมถึงการควบคุมตรวจสอบว่ามีระบบการควบคุมภายในที่เพียงพอ และเหมาะสมต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทหรือไม่ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าระบบการควบคุมภายในที่เกี่ยวข้องกับด้านต่างๆ ตามที่กล่าวมามี ความเพียงพอและเหมาะสม และในปี 2550/2551 บริษัทไม่พบข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อระบบการควบคุมภายในของบริษัท

4.2 การบริหารความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยงของบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ในรอบปีที่ผ่านมา มีการทบทวนและปรับปรุงโครงสร้างการบริหารความ เสี่ยงโดยคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee : RMC) ได้ทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย และแนวทางบริหารความเสี่ยง ของบริษัท เพื่อให้ผลการดำเนินงานของบริษัทบรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ดูแลการบริหารความเสี่ยงให้ครอบคลุมทั้งบริษัท โดยมีแผนกบริหาร ความเสี่ยง ฝ่ายบริหารระบบงาน เป็นหน่วยงานรับผิดชอบและประสานการดำเนินงาน และพัฒนากรอบและกระบวนการบริหารความเสี่ยงของบริษัทให้ เป็นไปอย่างมีระบบ โดยคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงได้มีการบริหารจัดการความเสี่ยงทั้งระดับบริษัทและระดับหน่วยงานให้คงอยู่ในระดับที่ยอมรับ ได้ ทั้งนี้ ได้กำหนดให้มีระบบการติดตามและรายงานผลเป็นประจำทุกไตรมาส โดยในปี 2550/2551 โดยได้แบ่งความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อการดำเนิน ธุรกิจของบริษัทฯ โดยตรง ออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ • ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk) บริษัทได้บริหารจัดการความเสี่ยงในเชิงกลยุทธ์และนโยบายที่สำคัญของบริษัท ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในเชิงกลยุทธ์ที่วางไว้ • ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน (Operational Risk) บริษัทได้บริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดจากการปฏิบัติงานทุกๆ ขั้น ตอน โดยครอบคลุมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ อุปกรณ์ เทคโนโลยีสารสนเทศ บุคลากรในการปฏิบัติงาน เพื่อให้การ ปฏิบัติงานเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม • ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk) บริษัทได้บริหารจัดการความเสี่ยงสภาพคล่องทางการเงิน รวมทั้งความเสี่ยงที่ส่ง ผลกระทบต่อผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของบริษัท เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการลงทุนต่างๆ ของบริษัท

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

57


• ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance Risk) บริษัทได้บริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการไม่ สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและภายนอกบริษัท โดยได้มีการดูแลและตรวจสอบให้มีการ ดำเนินการให้สอดคล้องและเป็นไปในแนวทางตามกฎระเบียบและกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด • ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย (Hazard Risk) บริษัทได้บริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบในด้านความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของบริษัท ซึ่งอาจมีสาเหตุทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ซึ่งบริษัทมีนโยบายและ มาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทได้มีการบริหารความ เสี่ยงเชื่อมโยงไปถึงบริษัทในเครือด้วย ได้แก่ การพัฒนาระบบบริหารจัดการบริษัทในเครือให้มีมาตรฐานเดียวกับบริษัทแม่ โดย อยู่ระหว่างจัดทำแผนงาน เพื่อเตรียมการปรับปรุงและพัฒนาระบบงานต่างๆ ของบริษัทในเครือให้เป็นระบบและมีมาตรฐานยิ่ง ขึ้นต่อไป

5. จริยธรรมและจรรยาบรรณ

คณะกรรมการบริษัทได้จัดทำคู่มือจริยธรรมและจรรยาบรรณของบริษัทขึ้น เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานทุกคนของบริษัทและ บริษัทในเครือใช้เป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติหน้าที่ให้เหมาะสม เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี อันจะนำมาซึ่งความมั่นคงให้แก่บริษัท อีกทั้ง เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท โดยคู่มือดังกล่าวบริษัทได้กำหนดจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจของบริษัท จรรยาบรรณใน การปฏิบัติตนของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน โดยแจกจ่ายให้แก่ กรรมการ ผู้บริหาร พนักงานของบริษัทและบริษัทในเครือ โดยพนักงานใหม่จะ ได้รับการอบรมเรื่องคู่มือจริยธรรมในเบื้องต้นเพื่อสร้างความเข้าใจในการนำไปประพฤติปฏิบัติ รวมทั้งมีการให้ความรู้และสร้างจิตสำนึกกับทุกคนใน บริษัทอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

6. การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน

บริษัทได้มีนโยบายในเรื่องการใช้ข้อมูลภายในของบริษัทอย่างชัดเจน โดยได้กำหนดไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และคู่มือจริยธรรม และจรรยาบรรณของบริษัทโดยห้ามมิให้ผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้องห้ามนำข้อมูลภายในหรือความลับของบริษัทไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเผย แพร่ให้บุคคลอื่นทราบหรือใช้ประโยชน์ รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขช่วงเวลาห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทนั้นอย่างชัดเจน หรือหาก กรรมการและผู้บริหารมีการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของบริษัทต้องมีการรายงานตามแบบ 59-2 ภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนดทุกประการ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท ซึ่งในรอบปีที่ ผ่านมาไม่มีเหตุการณ์ใดที่เป็นการประพฤติ หรือปฏิบัติไม่เหมาะสมต่อการใช้ข้อมูลภายในของบริษัท

ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารระดับสูง

1) ค่าตอบแทนรวม (1 กรกฎาคม 2550-30 มิถุนายน 2551) ค่าตอบแทนของคณะกรรมการ รายชื่อ

1. นายบันเทิง ตันติวิท 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ 3. ศาสตราจารย์ไพจิตร โรจนวานิช 4. นางประคอง ลีละวงศ์ 5. ศาสตราจารย์อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ/1 6. ร้อยตำรวจโทฉัตรชัย บุญยะอนันต์ 7. นางผาณิต พูนศิริวงศ์/2 8. นายประชา ใจดี/3 9. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร

58

เบี้ย กรรมการ (บาท) 360,000.00 220,000.00 160,000.00 160,000.00 20,000.00 160,000.00 160,000.00 105,000.00 160,000.00

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

เบี้ยประชุม (บาท) กรรมการ บำเหน็จ รวม กรรมการ กรรมการ กรรมการ สรรหาและ กรรมการ ค่าตอบแทน บริษัท ตรวจสอบ บริหาร พิจารณา (บาท) (บาท) ค่าตอบแทน 345,000.00 200,000.00 155,000.00 155,000.00 20,000.00 110,000.00 155,000.00 105,000.00 155,000.00

- - 465,000.00 215,000.00 30,000.00 - 50,000.00 120,000.00 -

600,000.00 305,000.00 - - - - - - 220,000.00

- 35,000.00 - - - 75,000.00 35,000.00 - -

926,303.58 673,675.33 505,256.50 505,256.50 421,047.08 505,256.50 505,256.50 - 505,256.50

2,231,303.58 1,433,675.33 1,285,256.50 1,035,256.50 491,047.08 850,256.50 905,256.50 330,000.00 1,040,256.50


ค่าตอบแทนของคณะกรรมการ (ต่อ) รายชื่อ

10. นายสุเวทย์ 11. นายเขมภัทร 12. นายหัชพงศ์ 13. นายอติพล รวม

ธีรวชิรกุล นิสสัยสรการ/4 โภคัย ตันติวิท

เบี้ย กรรมการ (บาท)

เบี้ยประชุม (บาท) กรรมการ บำเหน็จ รวม กรรมการ กรรมการ กรรมการ สรรหาและ กรรมการ ค่าตอบแทน บริษัท ตรวจสอบ บริหาร พิจารณา (บาท) (บาท) ค่าตอบแทน

160,000.00 155,000.00 55,000.00 50,000.00 160,000.00 155,000.00 160,000.00 145,000.00 2,040,000.00 1,905,000.00

- - - - - - - - 880,000.00 1,125,000.00

- 505,256.50 820,256.50 - 505,256.50 610,256.50 - 505,256.50 820,256.50 - 505,256.50 810,256.50 145,000.00 6,568,334.49 12,633,334.49

ค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูง

ผู้บริหารระดับสูง

ผู้บริหารสี่รายแรก

2) ค่าตอบแทนอื่นๆ

-ไม่มี-

/1

จำนวน (คน)

ลักษณะของค่าตอบแทน

จำนวนเงิน (ล้านบาท)

8/5

เงินเดือน โบนัส

29.37

หมายเหตุ

/3 /4 /5 /2

ศาสตราจารย์อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2550 นางผาณิต พูนศิริวงศ์ ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการตรวจสอบเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2551 นายประชา ใจดี ได้เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจสอบเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2551 นายเขมภัทร นิสสัยสรการ ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2550 นายเขมภัทร นิสสัยสรการ ได้ลาออกจากตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการสายพัฒนาธุรกิจเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2550

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

59


60

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

จำนวนการถือหุ้น MBK* ความสัมพันธ์ ทางครอบครัว (หุ้น) % จำนวนบริษัท จำนวนบริษัท จำนวนนิติ จำกัด ที่ดำรง มหาชนลำดับที่ บุคคลอื่น ตำแหน่ง ดำรงตำแหน่ง ที่ดำรงตำแหน่ง ในปัจจุบัน ในปัจจุบัน ในปัจจุบัน ช่วงเวลา (บริษัท) (บริษัท) (แห่ง) ตำแหน่ง

ชื่อหน่วยงาน/บริษัท

ประสบการณ์การทำงานในระยะ 5 ปี

* รวมหุ้นที่ถือโดยคู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะแล้ว

1. นายบันเทิง ตันติวิท - ปริญญาโท สาขาการเงิน - - นายบันเทิง 8 6 1 2549-ปัจจุบัน - ประธานกรรมการ - บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) (“MBK”) ประธานกรรมการ Sloan School of Management ตันติวิท 2532-ปัจจุบัน - ประธานกรรมการบริหาร - MBK 64 ปี (M.I.T) ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นบิดาของ ปัจจุบัน - ประธานกรรมการ - บริษัทย่อย และบริษัทร่วมของ นายอติพล และกรรมการ MBK ตามที่ปรากฏในหน้าที่ 64-65 ตันติวิท - กรรมการ - สภาสถาบันอาศรมศิลป์ 2545-ปัจจุบัน - ประธานกรรมการ - ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) 2544-ปัจจุบัน - ที่ปรึกษา - บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) - ที่ปรึกษา - บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) 2537-ปัจจุบัน - ประธานกรรมการ - บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) 2530-ปัจจุบัน - กรรมการ - บริษัท ดีบุก จำกัด - กรรมการ - บริษัท ไทยฟาร์มมิ่ง จำกัด - กรรมการ - บริษัท บี.วี.โฮลดิ้ง จำกัด - รองประธานกรรมการ - บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด - ประธานกรรมการ - บริษัท ธนชาตประกันชีวิต จำกัด 2532-2549 - รองประธานกรรมการ - MBK 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ - Master of Science, - - - 6 7 - 2549-ปัจจุบัน - รองประธานกรรมการ - MBK รองประธานกรรมการ University of Wisconsin, 2546-ปัจจุบัน - รองประธานกรรมการบริหาร - MBK และกรรมการสรรหา ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน - กรรมการสรรหาและ - MBK และพิจารณาค่าตอบแทน พิจารณาค่าตอบแทน 58 ปี ปัจจุบัน - กรรมการ - บริษัทย่อย และบริษัทร่วมของ MBK ตามที่ปรากฏในหน้าที่ 64-65 ปัจจุบัน - กรรมการ - บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 2548-ปัจจุบัน - รองประธานกรรมการ - ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าทีบ่ ริหาร 2548-ปัจจุบัน - ประธานกรรมการบริหาร - บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด 2546-ปัจจุบัน - ประธานกรรมการบริหาร - บริษัท ธนชาตประกันชีวิต จำกัด 2543-ปัจจุบัน - ที่ปรึกษา - บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) 2535-ปัจจุบัน - กรรมการ - บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 2533-ปัจจุบัน - กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานกรรมการบริหาร - บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) 2532-2549 - กรรมการ - MBK

คณะกรรมการ

คุณวุฒิทา��� การศึกษาสูงสุด

รายละเอียดคุณวุฒิการศึกษาสูงสุด และประวัติการทำงานของคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง

ชื่อ-สกุล/ตำแหน่ง อายุ

หมายเหตุ

DAP

DAP

2547

2547

ไม่มี

ไม่มี

ยังไม่ ผ่าน การ ผ่านการ การ หลักสูตร เมื่อปี กระทำ อบรม อบรม ผิด

รายละเอียดการอบรมจากสถาบัน IOD

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551

รายละเอียดของคณะกรรมการและผูบ้ ริหารของบริษทั


บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

61

คุณวุฒิทาง การศึกษาสูงสุด

* รวมหุ้นที่ถือโดยคู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะแล้ว

-

-

-

-

จำนวนการถือหุ้น MBK* ความสัมพันธ์ ทางครอบครัว (หุ้น) %

3. ศาสตราจารย์ไพจิตร โรจนวานิช - ปริญญาโท สาขาการคลัง - - กรรมการอิสระ และ มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ประธานกรรมการตรวจสอบ ประเทศสหรัฐอเมริกา 80 ปี - ประกาศนียบัตรชั้นสูงการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ - นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ - ปริญญาบัตรหลักสูตรป้องกัน ราชอาณาจักร รุน่ ที่ 25 ปี พ.ศ. 2525 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร 4. นางประคอง ลีละวงศ์ - ปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ 215,500 0.11% กรรมการอิสระ มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย และกรรมการตรวจสอบ ประเทศสหรัฐอเมริกา 78 ปี 5. นายประชา ใจดี - ปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ - - กรรมการอิสระ และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรรมการตรวจสอบ 53 ปี 6. ร้อยตำรวจโทฉัตรชัย บุญยะอนันต์ - ปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ - - กรรมการอิสระ และ และการบัญชี ประธานกรรมการสรรหาและ มหาวิทยาลัยเวลล์ ประเทศอังกฤษ พิจารณาค่าตอบแทน - หลักสูตรเทคนิคการบริหาร 75 ปี มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา - ปริญญาบัตรหลักสูตรป้องกันราช อาณาจักร รุ่นที่ 28 ปี พ.ศ. 2528/2529 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

ชื่อ-สกุล/ตำแหน่ง อายุ

หมายเหตุ

1 1

3 1 2 4

5 1 - -

- -

ตำแหน่ง

ชื่อหน่วยงาน/บริษัท

ประสบการณ์การทำงานในระยะ 5 ปี

2550-ปัจจุบัน - กรรมการอิสระ และ - MBK กรรมการตรวจสอบ 2549-ปัจจุบัน - กรรมการ - บริษัท หินอ่อนบาตัน จำกัด 2547-ปัจจุบัน - กรรมการตรวจสอบ - บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) 2543-2550 - ที่ปรึกษา - บริษัท แปลน เอสเตท จำกัด 2547-2550 - ที่ปรึกษา - บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) 2549-ปัจจุบัน - กรรมการอิสระ และ - MBK ประธานกรรมการสรรหาและ พิจารณาค่าตอบแทน ปัจจุบัน - ประธานกรรมการ - บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 2541-ปัจจุบัน - กรรมการ - บริษัทย่อย และบริษัทร่วมของ MBK ตามที่ปรากฏในหน้าที่ 64-65 ปัจจุบัน - กรรมการ - บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) - กรรมการ - บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 2541-2549 - กรรมการอิสระ และ - MBK กรรมการตรวจสอบ

ปัจจุบัน - กรรมการอิสระ และ - MBK ประธานกรรมการตรวจสอบ - กรรมการอิสระ และ - บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด ประธานกรรมการตรวจสอบ (มหาชน) - ประธานกรรมการตรวจสอบ - บริษัท มูราโมโต้ อีเล็คตรอน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) - ประธานกรรมการตรวจสอบ - บริษัทหลักทรัพย์ ซิกโก้ จำกัด (มหาชน) - ประธานกรรมการตรวจสอบ - บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) - ประธานกรรมการ - บริษัท ซิกโก้ แอ็ดไวเซอรี่ จำกัด - ประธานกรรมการ - บริษัท สำนักงานกฎหมายฟาร์อีสต์ (ประเทศไทย) จำกัด - ประธานกรรมการ - บริษัท กาญจน์เจียน จำกัด 2546-ปัจจุบัน - กรรมการอิสระและ - MBK กรรมการตรวจสอบ ปัจจุบัน - ประธานกรรมการ - บริษัท อัลฟา บิซิเนส เซ็นเตอร์ จำกัด

จำนวนบริษัท จำนวนบริษัท จำนวนนิติ จำกัด ที่ดำรง มหาชนลำดับที่ บุคคลอื่น ตำแหน่ง ดำรงตำแหน่ง ที่ดำรงตำแหน่ง ในปัจจุบัน ในปัจจุบัน ในปัจจุบัน ช่วงเวลา (บริษัท) (บริษัท) (แห่ง)

✓ ✓

✓ ✓

✓ ✓

✓ ✓ ✓

DAP DCP

DAP ACP

DAP DCP

DCP DAP ACP

2548 2548

2547 2550

2547 2548

2546 2547 2549

ไม่มี

ไม่มี

ไม่มี

ไม่มี

ยังไม่ ผ่าน การ ผ่านการ การ หลักสูตร เมื่อปี กระทำ อบรม อบรม ผิด

รายละเอียดการอบรมจากสถาบัน IOD


62

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

คุณวุฒิทาง การศึกษาสูงสุด

จำนวนการถือหุ้น MBK* ความสัมพันธ์ ทางครอบครัว (หุ้น) % จำนวนบริษัท จำนวนบริษัท จำนวนนิติ จำกัด ที่ดำรง มหาชนลำดับที่ บุคคลอื่น ตำแหน่ง ดำรงตำแหน่ง ที่ดำรงตำแหน่ง ในปัจจุบัน ในปัจจุบัน ในปัจจุบัน ช่วงเวลา (บริษัท) (บริษัท) (แห่ง) ตำแหน่ง

ชื่อหน่วยงาน/บริษัท

ประสบการณ์การทำงานในระยะ 5 ปี

* รวมหุ้นที่ถือโดยคู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะแล้ว

รายละเอียดการอบรมจากสถาบัน IOD

✓ ✓ ✓

✓ ✓

DAP

DCP ACP

DAP

DAP DCP ACP

2547

2544 2549

2546

2547 2548 2549

ไม่มี

ไม่มี

ไม่มี

ไม่มี

ยังไม่ ผ่าน การ ผ่านการ การ หลักสูตร เมื่อปี กระทำ อบรม อบรม ผิด

7. นางผาณิต พูนศิริวงศ์ - ปริญญาโท 24,545 0.001% - 4 1 3 2549-ปัจจุบัน - กรรมการอิสระ และ - MBK กรรมการอิสระ วารสารศาสตร์มหาบัณฑิต กรรมการสรรหาและ และกรรมการสรรหาและ (การสื่อสารภาครัฐและเอกชน) พิจารณาค่าตอบแทน พิจารณาค่าตอบแทน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบัน - ผู้จัดการทั่วไป - บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด 60 ปี - กรรมการบริหาร - บริษัท เวิลด์เอ๊กซเปรส จำกัด - กรรมการผู้จัดการ - บริษัท แนวหน้า เน็ตเวิร์ค จำกัด - ผู้จัดการทั่วไป - บริษทั เดอะ รอยัล เชียงใหม่ กอล์ฟ คลับ จำกัด 2551 - กรรมการ - คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2551 - ที่ปรึกษา - คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและ กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผูด้ อ้ ยโอกาส ของวุฒสิ ภา 2551 - ที่ปรึกษา - คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 2532-2549 - กรรมการอิสระ - MBK และกรรมการตรวจสอบ 8. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร - ปริญญาโท สาขาภาษีอากร - - - - 3 - 2541-ปัจจุบัน - กรรมการ - MBK กรรมการ มหาวิทยาลัยเซ้าเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ปัจจุบัน - กรรมการบริหาร - MBK 51 ปี ประเทศสหรัฐอเมริกา 2548-ปัจจุบัน - รองกรรมการผู้จัดการ - ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) สายงานบริหารเงิน และต่างประเทศ 2548-ปัจจุบัน - ประธานกรรมการ และ - บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ประธานกรรมการบริหาร 2544-2551 - กรรมการ - บริษัท ไทย รอยัล ออคิด เรียล เอซเทท จำกัด 2543-2551 - กรรมการ - บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 2548-2550 - กรรมการ และ - บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) กรรมการบริหาร 9. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล - ปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ 128,700 0.007% - 37 6 1 2545-ปัจจุบัน - กรรมการและ - MBK กรรมการ และ Wagner College, NY กรรมการผู้อำนวยการ กรรมการผู้อำนวยการ นิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน - กรรมการบริหาร - MBK 49 ปี ปัจจุบัน - ประธานกรรมการและ - บริษัทย่อย และบริษัทร่วมของ MBK กรรมการ ตามที่ปรากฏในหน้าที่ 64-65 ปัจจุบัน - กรรมการบริหาร - บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) ปัจจุบัน - กรรมการ - บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 2548-ปัจจุบัน - กรรมการอิสระและ - บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) กรรมการตรวจสอบ 2550-ปัจจุบัน - กรรมการอิสระและ - บริษัท ไอ เอฟ เอส แคปปิตอล (ประเทศไทย) กรรมการตรวจสอบ จำกัด (มหาชน) 2537-ปัจจุบัน - กรรมการ - บริษัท วชิรฉัตร คอนซัลแตนท์ จำกัด 10. นายหัชพงศ์ โภคัย - ปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต - - - 8 2 - 2543-ปัจจุบัน - กรรมการ - MBK กรรมการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบัน - กรรมการ - บริษัทย่อย และบริษัทร่วมของ MBK 47 ปี ตามที่ปรากฏในหน้าที่ 64-65 ปัจจุบัน - กรรมการ - บริษัทบริหารสินทรัพย์ เอ็น เอฟ เอส จำกัด 2542-2547 - กรรมการ - บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน)

ชื่อ-สกุล/ตำแหน่ง อายุ

หมายเหตุ


บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

63

จำนวนการถือหุ้น MBK* ความสัมพันธ์ ทางครอบครัว (หุ้น) %

- บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (ผู้บริหาร) 645,000 0.34% นายอติพล ตันติวิท สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ เป็นบุตรของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายบันเทิง ตันติวิท

คุณวุฒิทาง การศึกษาสูงสุด

9

* รวมหุ้นที่ถือโดยคู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะแล้ว

- - 1 - - -

1 2

-

1 1 3 1

1

- กรรมการ - กรรมการผู้จัดการ - กรรมการ - กรรมการ - กรรมการ - กรรมการ - กรรมการ - กรรมการ - กรรมการ - กรรมการ

ตำแหน่ง

- MBK - บริษัท บี.วี.โฮลดิ้ง จำกัด - บริษัท ยี.เอ็ม.อาร์ จำกัด - บริษัท กะตะวิลเล็จ จำกัด - บริษัท แหลมไทร วิลเล็จ จำกัด - บริษัท ภูเก็ต ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด - บริษัท เอ.ที. ดีไซน์แอนด์จิวเวลรี่ จำกัด - บริษัท ไทยฟาร์มมิ่ง จำกัด - บริษัท บี.วี. จำกัด - บริษัท เอส.แอล.เอส โฮลดิ้ง จำกัด

ชื่อหน่วยงาน/บริษัท

ประสบการณ์การทำงานในระยะ 5 ปี

2543-ปัจจุบัน - ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ - MBK สายตรวจสอบภายใน - รักษาการผู้อำนวยการ - MBK ฝ่ายตรวจสอบการบริหาร 2543-2546 - รักษาการผู้อำนวยการฝ่าย - MBK ตรวจสอบการปฏิบัติการ 2550-ปัจจุบัน - ผช. กก.ผอ.สายพัฒนาธุรกิจ - MBK - รักษาการ ผอ.ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ปัจจุบัน - กรรมการ - บริษัทย่อย และบริษัทร่วมของ MBK ตามที่ปรากฏในหน้าที่ 64-65 2549-2550 - ผช.รองฯ กก.ผอ. - MBK 2548-2549 - กรรมการผู้จัดการ - บริษัท สยามอินดัสตรี จำกัด

2549-ปัจจุบัน - รองกรรมการผู้อำนวยการ - MBK สำนักกรรมการผู้อำนวยการ 2543-2549 - รองกรรมการผู้อำนวยการ - MBK สายปฏิบัติการ ปัจจุบัน - กรรมการ - บริษัทย่อย และบริษัทร่วมของ MBK ตามที่ปรากฏในหน้าที่ 64-65 2544-ปัจจุบัน - รองกรรมการผู้อำนวยการ - MBK สายกฎหมาย ปัจจุบัน - กรรมการ - บริษัทย่อย และบริษัทร่วมของ MBK ตามที่ปรากฏในหน้าที่ 64-65 2548-ปัจจุบัน - กรรมการ - บริษัท กมลและพรรณี จำกัด 2546-ปัจจุบัน - รองกรรมการผู้อำนวยการ - MBK สายการเงินและบริหาร ปัจจุบัน - กรรมการ - บริษัทย่อย และบริษัทร่วมของ MBK ตามที่ปรากฏในหน้าที่ 64-65 2545-2546 - ผู้จัดการบริหารฝ่ายการเงิน - บริษัท ดีทแฮล์ม แทรเวิล (ประเทศไทย) จำกัด และธุรการ 2549-ปัจจุบัน - รองกรรมการผู้อำนวยการ - MBK สายปฏิบัติการ 2548 - ผู้จัดการทั่วไป - บริษัท เค เค เวิลด์ เรียลเอสเตท จำกัด

ปัจจุบัน

จำนวนบริษัท จำนวนบริษัท จำนวนนิติ จำกัด ที่ดำรง มหาชนลำดับที่ บุคคลอื่น ตำแหน่ง ดำรงตำแหน่ง ที่ดำรงตำแหน่ง ในปัจจุบัน ในปัจจุบัน ในปัจจุบัน ช่วงเวลา (บริษัท) (บริษัท) (แห่ง)

1. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล รายละเอียดประวัตินายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล ปรากฏอยู่ในส่วนประวัติคณะกรรมการ หน้าที่ 62 กรรมการผู้อำนวยการ 2. นายพงษ์ศักดิ์ ศัพทเสน - ปริญญาโท - - - 11 รองกรรมการผู้อำนวยการ สาขา Industrial Management, สำนักกรรมการผู้อำนวยการ Marywood College Scranton P.A. 55 ปี ประเทศสหรัฐอเมริกา 3. นายกมล รมเยศ - นิติศาสตร์บัณฑิต - - - 27 รองกรรมการผู้อำนวยการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สายกฎหมาย - MINI MBA มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 60 ปี 4. นายเกษมสุข จงมั่นคง - ปริญญาโท บัญชีมหาบัณฑิต - - - 34 รองกรรมการผู้อำนวยการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สายการเงินและบริหาร 49 ปี 5. นายศักดิ์ชัย เก่งกิจโกศล - ปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต - - - 8 รองกรรมการผู้อำนวยการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สายปฏิบัติการ 53 ปี 6. นางสาวยุพาพรรณ์ ปริตรานันท์ - ปริญญาโท วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต 6,500 0.003% - 1 ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สายตรวจสอบภายใน - Certified Internal Auditor (CIA), 44 ปี The Institute of Internal Auditors, U.S.A. 7. นายสมบูรณ์ วงศ์รัศมี - ปริญญาโท วิศวกรรมศาสตร์ - - 27 ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ Oklahoma State University สายพัฒนาธุรกิจ ประเทศสหรัฐอเมริกา 45 ปี - ปริญญาโท บริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

ผูบ้ ริหาร

11. นายอติพล ตันติวิท กรรมการ 31 ปี

ชื่อ-สกุล/ตำแหน่ง อายุ

หมายเหตุ

DCP FN

✓ ✓

DCP

DCP

DCP

DCP

DCP

2546

2548

2547

2547 2547

2547

2549

ไม่มี

ไม่มี

ไม่มี

ไม่มี

ไม่มี

ไม่มี

ไม่มี

ยังไม่ ผ่าน การ ผ่านการ การ หลักสูตร เมื่อปี กระทำ อบรม อบรม ผิด

รายละเอียดการอบรมจากสถาบัน IOD


R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

ผูบ้ ริหาร

1. นายบันเทิง ตันติวิท 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ 3. ศาสตราจารย์ไพจิตร โรจนวานิช 4. นางประคอง ลีละวงศ์ 5. นายประชา ใจดี 6. ร้อยตำรวจโทฉัตรชัย บุญยะอนันต์ 7. นางผาณิต พูนศิริวงศ์ 8. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร 9. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล 10. นายหัชพงศ์ โภคัย 11. นายอติพล ตันติวิท

คณะกรรมการบริษทั

คณะกรรมการ และผูบ้ ริหาร

บริษทั

บริษัท เอ็ม บี เค การธุรกิจ จำกัด

/

/ / /

×

×

บริษัท เอ็ม บี เค เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด

/

×

×

บริษัท เอ็ม บี เค ฟู้ด ไอแลนด์ จำกัด

/ /

/

×

บริษัท แพมาลา สปา จำกัด

×

บริษัท แอ๊บโซลูท แทรเวิล จำกัด

/ /

/

×

×

บริษัท ธารธารา แกลอรี จำกัด

×

/

/

×

×

บริษัท เอ็ม บี เค เลเชอร์ จำกัด

// = ประธานกรรมการตรวจสอบ /// = กรรมการตรวจสอบ

/ / / /

×

×

×

/ / / /

/

/

บริษัท เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จำกัด

×

บริษัท เทพไทธุรกิจ จำกัด

/

/ /

บริษัท สยามพิวรรธน์ โฮลดิ้ง จำกัด

/ /

บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด

1. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล / 2. นายพงษ์ศักดิ์ ศัพทเสน 3. นายกมล รมเยศ 4. นายเกษมสุข จงมั่นคง 5. นายศักดิ์ชัย เก่งกิจโกศล 6. นางสาวยุพาพรรณ์ ปริตรานันท์ 7. นายสมบูรณ์ วงศ์รัศมี หมายเหตุ × = ประธานกรรมการ / = กรรมการ

บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด

/

/

/ /

×

×

บริษัท เอ็ม บี เค แคปปิตอล จำกัด

/

/ /

×

×

บริษัท ทรัพย์สินธานี จำกัด

= บริษัทย่อย

/

/

/

×

×

บริษัท เอ็ม บี เค แอสเซ็ท จำกัด

บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

/

/

/

/

/

บริษัท ไทย รอยัล ออคิด เรียล เอซเทท จำกัด

/

/

×

/

บริษัท เชอราตัน รอยัล ออคิด จำกัด

/

= บริษัทร่วม

/

/ /

×

×

/

/

/

/

///

/

บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)

×

กองท���นรวมธนชาติพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ 1

/

×

×

ณ 30 มิถุนายน 2551

บริษัท ภูเก็ต ล็อค ปาล์ม กอล์ฟ คลับ จำกัด

/

/ /

×

×

/

/

/

/

//

บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน)

รายชื่อของคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงที่ดำรงตำแหน่งในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมของ MBK

/

/

/

/

บริษัท พีอาร์จี พืชผล จำกัด

64


บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

65

ผูบ้ ริหาร

1. นายบันเทิง ตันติวิท 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ 3. ศาสตราจารย์ไพจิตร โรจนวานิช 4. นางประคอง ลีละวงศ์ 5. นายประชา ใจดี 6. ร้อยตำรวจโทฉัตรชัย บุญยะอนันต์ 7. นางผาณิต พูนศิริวงศ์ 8. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร 9. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล 10. นายหัชพงศ์ โภคัย 11. นายอติพล ตันติวิท

คณะกรรมการบริษทั

คณะกรรมการ และผูบ้ ริหาร

บริษทั

/

บริษัท ราชสีมา ไรซ์ จำกัด

บริษัท สีมาแพค จำกัด

บริษัท อินโนฟู้ด (ไทยแลนด์) จำกัด

บริษัท แปลน พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด

/ /

บริษัท แปลน อีควิตี้ จำกัด/1

/

×

×

บริษัท กลาสเฮ้าส์ บิลดิ้ง จำกัด

×

บริษัท พรพรหมินทร์ จำกัด

1. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล / / × × × 2. นายพงษ์ศักดิ์ ศัพทเสน / / 3. นายกมล รมเยศ / / / / 4. นายเกษมสุข จงมั่นคง / / / / / 5. นายศักดิ์ชัย เก่งกิจโกศล / 6. นางสาวยุพาพรรณ์ ปริตรานันท์ 7. นายสมบูรณ์ วงศ์รัศมี / / / / / หมายเหตุ × = ประธานกรรมการ / = กรรมการ // = ประธานกรรมการตรวจสอบ /// /1 = เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2551 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอ็ม บี เค การันตี จำกัด

บริษัท ลานบางนา จำกัด

/ / /

×

/

×

บริษัท แปลน แอพไพรซัล จำกัด

/

/

/

/

×

/

/

×

×

/

/

×

บริษัท คริสตัล เลค พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด

= กรรมการตรวจสอบ

/ /

/

/

/

/

บริษัท แปลน เอสเตท จำกัด

×

บริษัท ซี แอล พี แมนเนจเม้นท์ จำกัด บริษัท กะทู้ แลนด์ จำกัด

/

/

/ /

×

×

บริษัท เพื่อนพบแพทย์ จำกัด

= บริษัทย่อย

/

/

/

×

/

×

บริษัท ไพรมาซี อิลิแกนซ์ อินเวสเมนท์ จำกัด

บริษัทบริหารสินทรัพย์ แม็กซ์ จำกัด

/ /

/ /

/

/

×

×

บริษัท เอ็ม บี เค พรีเมียม จำกัด

= บริษัทร่วม

/

/

/

/

/

บริษัท ดิ โอลิมปิค คลับ จำกัด

/ /

/

/

×

×

บริษัท เอ็ม บี เค แอ็ดวานซ์ จำกัด

/ /

/

/

×

×

บริษัท โคราชธานี จำกัด

/

/

/ /

×

×

บริษัท แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด

/

/

/

/

/

/

×

×

บริษัท เอ็ม บี เค สแควร์ จำกัด

×

×

/

/

/

/

×

×

บริษัท เอ็ม บี เค อาเขต จำกัด


รายการระหว่างกัน ในปีที่ผ่านมามีรายการระหว่างกันที่เกิดขึ้นระหว่าง MBK และบริษัทย่อย กับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ซึ่ง MBK ได้เปิดเผยรายการดังกล่าวไว้ใน หมายเหตุประกอบงบการเงินประจำปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 ข้อ 41 หน้าที่ 142 ทั้งนี้ มีข้อมูลที่ต้องเปิดเผยเพิ่มเติม ดังนี้

1) รายการระหว่าง บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) (“MBK”) หรือบริษัทย่อยของ MBK กับ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) (“TCAP”) หรือบริษัทย่อยของ TCAP

1.1 วันที่เข้าทำรายการ : มิถุนายน 2543 - สิงหาคม 2555 1.2 รายละเอียดของคู่สัญญา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551)

1. การเช่าพื้นที่ระหว่าง MBK (ผู้ให้เช่า) และ TCAP (ผู้เช่า)

รายชื่อคู่สัญญาของ MBK หรือบริษัทย่อยของ MBK และบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคู่สัญญา

ความสัมพันธ์

รายชื่อกรรมการที่มีส่วนได้เสีย

TCAP และบริษัทในกลุ่มของ TCAP เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ MBK ที่ถือหุ้นรวมเท่ากับ 20.76% 1. นายบันเทิง ตันติวิท ของทุนชำระแล้ว 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ 3. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร 1.3 รายละเอียดการเช่าพื้นที่และเงื่อนไขสำคัญของสัญญา : 1.3.1 การเช่าพื้นที่ระหว่าง MBK (ผู้ให้เช่า) และ TCAP (ผู้เช่า) เป็นรายการที่เกิดจากการที่ TCAP รับโอนสิทธิการเช่าอาคาร เอ็ม บี เค ทาวเวอร์ จาก บริษัท ปทุมวัน เรียล เอสเทท จำกัด (ผู้เช่าเดิม) ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2543 ถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2555 (รวมระยะเวลา 12 ปี 1 เดือน 12 วัน) 1.3.2 TCAP ตกลงรับโอนสิทธิการเช่าจากผู้เช่าเดิมตลอดอายุสัญญาเช่า รวมทั้งค่าเช่าที่เหลืออยู่ ค่าเช่าล่วงหน้า และค่าใช้ จ่ายที่ผู้เช่าเดิมได้ชำระให้กับ MBK ด้วย ทั้งนี้ ผลของการรับโอนสิทธิการเช่าดังกล่าว ทำให้ TCAP รับช่วงสิทธิการเช่า ต่อจากผู้เช่าเดิมเป็นระยะเวลาเท่ากับอายุสัญญาเช่าที่เหลือ (ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 อายุสัญญาเช่าคงเหลือ ประมาณ 4 ปี 1 เดือน 12 วัน) 1.4 มูลค่ารายการ : 2.94 ล้านบาทต่อปี 1.5 ความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการ : เนื่องจาก TCAP รับโอนสิทธิการเช่าอาคารเอ็ม บี เค ทาวเวอร์ ต่อจากผู้เช่าเดิมตลอดอายุสัญญาเช่ามีผลทำให้ TCAP กลับมาเป็นคู่สัญญากับ MBK รายการดังกล่าวจึงเป็นการโอนสิทธิการเช่าโดยปกติ

66

2. การขยายระยะเวลาชำระหนี้ ระหว่าง บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) (“MBK”) (ผู้ให้กู้) กับ บริษัทบริหารสินทรัพย์ แม๊กซ์ จำกัด (“MAX”) (ผู้กู้)

2.1 วันที่เข้าทำรายการ : พฤศจิกายน 2549 2.2 รายละเอียดของคู่สัญญา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551)

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


รายชื่อคู่สัญญาของ MBK หรือบริษัทย่อยของ MBK และบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคู่สัญญา

ความสัมพันธ์

รายชื่อกรรมการที่มีส่วนได้เสีย

1. MAX - เป็นบริษทั ร่วมโดยตรงที่ MBK ถือหุน้ อยู่ 16.56% ของทุนชำระแล้ว 1. นายบันเทิง ตันติวิท - เป็นบริษัทย่อยที่ TCAP ถือหุ้นอยู่ 58.45% ของทุนชำระแล้ว 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ 2. TCAP เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ MAX โดย TCAP ถือหุ้น MAX เท่ากับ 58.45% 3. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร ของทุนชำระแล้ว 3. TCAP และบริษัทในกลุ่ม เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ MBK ที่ถือหุ้นรวมเท่ากับ 20.76% ของ TCAP ของทุนชำระแล้ว 2.3 รายละเอียดการขยายเวลาชำระคืนเงินกู้ยืม : เงินให้กู้ยืมดังกล่าวได้ขยายระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 สิงหาคม 2548 เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 สิงหาคม 2553 2.4 มูลค่ารายการ : - เงินต้นคงเหลือ ณ กันยายน 2549 เท่ากับ 87.60 ล้านบาท - ดอกเบี้ย 11.51% ต่อปี - ณ 30 มิถุนายน 2551 มีมูลค่าเงินต้นรวมดอกเบี้ยคงเหลือเท่ากับ 25.13 ล้านบาท 2.5 ความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการ : การที่ MBK ให้วงเงินกู้ยืมแก่ MAX เป็นการให้กู้ยืมเงินตามสัดส่วนที่ MBK ถือหุ้นใน MAX โดยมีการกำหนดอัตรา ดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ สำหรับกรณีที่ MAX ขอขยายระยะเวลาชำระหนี้ตามสัญญา กู้ยืมนั้น มีสาเหตุมาจากกระแสเงินสดของ MAX ที่จะได้รับช้ากว่าประมาณการ มิได้เป็นปัญหาทางด้านการเงินของ MAX การ ขยายระยะเวลาชำระหนี้ครั้งนี้ MBK จะได้รับดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ รายการดังกล่าว จึงมีความสมเหตุสมผล เป็นรายการเหมาะสม

3. การทำสัญญาจ้างบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) (“TNS”) และ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (“KBANK”) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ของ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) (“MBK”)

3.1 วันที่เข้าทำรายการ : มิถุนายน 2550 3.2 รายละเอียดของคู่สัญญา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551)

รายชื่อคู่สัญญาของ MBK หรือบริษัทย่อยของ MBK และบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคู่สัญญา

1. TNS 2. TBANK 3. TCAP และบริษัทในกลุ่ม ของ TCAP 4. KBANK

ความสัมพันธ์

เป็นบริษัทย่อยที่ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) (“TBANK”) ถือหุ้น 100.00% ของทุนชำระแล���ว เป็นบริษัทย่อยที่ TCAP ถือหุ้นอยู่ 74.93% ของทุนชำระแล้ว เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ MBK ที่ถือหุ้นรวมเท่ากับ 20.76% ของทุนชำระแล้ว ไม่ใช่บุคคลที่เกี่ยวโยงกันกับ MBK

รายชื่อกรรมการที่มีส่วนได้เสีย

1. นายบันเทิง ตันติวิท 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ 3. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

67


3.3 มูลค่ารายการ : 2.72 ล้านบาท 3.4 ความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการ : การทำสัญญาจ้าง TNS และ KBANK เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายแบบรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ของ MBK เป็น รายการที่มีความสมเหตุสมผลและเป็นรายการเหมาะสม เนื่องจากค่าธรรมเนียมที่ MBK ชำระให้กับ TNS และ KBANK เป็น อัตราปกติที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายคิดกับบุคคลอื่นโดยทั่วไป

4. การทำสัญญาซื้อขายที่ดินบริเวณถนนเกาะแก้ว-กะทู้ (ติดถนนเทพกษัตรี) จังหวัดภูเก็ต เนื้อที่ดิน 6 ไร่ 1 งาน 13 ตารางวา ระหว่าง บริษัท แปลน เอสเตท จำกัด (“PST”) (ผู้ซื้อ) และบริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) (“TCAP”) (ผู้ขาย)

4.1 วันที่เข้าทำรายการ : ตุลาคม 2550 4.2 รายละเอียดของคู่สัญญา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551)

รายชื่อคู่สัญญาของ MBK หรือบริษัทย่อยของ MBK และบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคู่สัญญา

ความสัมพันธ์

1. PST เป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK ที่บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (“MBK-R”) ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว 2. MBK-R เป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK ที่บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (“MBK-HR”) และบริษัท เอ็ม บี เค พรีเมียม จำกัด (“MBK-P”) ถือหุ้นอยู่รวมเท่ากับ 69.88% ของทุนชำระแล้ว 3. MBK-HR เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว 4. MBK-P เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว 5. TCAP และบริษัทในกลุ่ม เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ MBK ที่ถือหุ้นรวมเท่ากับ 20.76% ของ TCAP ของทุนชำระแล้ว 4.3 มูลค่ารายการ : 18.85 ล้านบาท 4.4 ราคาเปรียบเทียบ :

ประเภทของราคา

รายชื่อกรรมการที่มีส่วนได้เสีย

1. นายบันเทิง ตันติวิท 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ 3. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร

ราคาเปรียบเทียบ

1. ราคาตลาด (ราคาที่ดินใกล้เคียงกับแปลงที่ซื้อขาย จำนวน 4 แปลง) 2.75 - 7.00 ล้านบาทต่อไร่ 2. ราคาประเมินของทางราชการ 0.30 - 0.60 ล้านบาทต่อไร่ 3. ราคาประเมินจากผู้ประเมินอิสระ 4.40 ล้านบาทต่อไร่ 4.5 ความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการ : เนื่องจาก PST มีนโยบายจะขยายโครงการพัฒนาที่ดินนอกเหนือจากการพัฒนาที่ดินภายในบริเวณสนามกอล์ฟ ไปยัง ที่ดินบริเวณอำเภอเมืองภูเก็ต เพื่อทำเป็นโครงการบ้านจัดสรรขายให้กับกลุ่มผู้มีรายได้ในระดับปานกลางถึงระดับล่างในราคา ประมาณ 5-10 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อศึกษาความเป็นไปได้แล้ว พบว่าที่ดินเปล่าแปลงดังกล่าวมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นโครง การบ้านจัดสรรได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ราคาที่ PST ตกลงจะซื้อขายในราคาไร่ละ 3 ล้านบาท เป็นราคาซื้อขายที่ใกล้เคียงกับราคาซื้อขายที่ดินว่างเปล่าใน บริเวณที่ดินที่ใกล้เคียงกับที่ดินแปลงดังกล่าวที่บุคคลภายนอกทั่วไปซื้อขายกัน ราคาซื้อขายที่ดินดังกล่าวจึงเป็นราคาที่เหมาะสม ดังนั้น การตกลงเข้าทำรายการดังกล่าวมีความสมเหตุสมผล เหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อ PST

68

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


5. การทำสัญญาประกันภัย และประกันชีวิตระหว่าง บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) (“MBK”) บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (“MBK-HR”) บริษัท ทรัพย์สินธานี จำกัด (“SSTN”) บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (“MBK-R”) บริษัท เอ็ม บี เค เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (“MBK-E”) บริษัท เทพไทธุรกิจ (“TTB”) บริษัท แอ๊บโซลูท แทรเวิล จำกัด (“ALT”) และบริษัท เอ็ม บี เค เลเชอร์ จำกัด (MBK-LS”) (ผู้เอาประกันภัย) กับ บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (“TNI”) และบริษัท ธนชาตประกันชีวิต จำกัด (“TLA”) (ผู้รับประกันภัย)

5.1 วันที่เข้าทำรายการ : ตุลาคม 2550 5.2 รายละเอียดของคู่สัญญา (ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2551)

รายชื่อคู่สัญญาของ MBK หรือบริษัทย่อยของ MBK และบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคู่สัญญา

1. MBK-HR 2. SSTN 3. MBK-R 4. MBK-P 5. MBK-E 6. MBK-BUS 7. PMS 8. TTB 9. ALT 10. MBK-LS 11. TNI 12. TLA 13. TBANK 14. TCAP และบริษัทในกลุ่ม ของ TCAP

ความสัมพันธ์

รายชื่อกรรมการที่มีส่วนได้เสีย

เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK ที่ MBK-HR และบริษัท เอ็ม บี เค พรีเมียม จำกัด (“MBK-P”) ถือหุน้ อยูร่ วม 69.88% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษทั ย่อยโดยอ้อมของ MBK ทีบ่ ริษทั เอ็ม บี เค การธุรกิจ จำกัด (“MBK-BUS”) และบริษัท แพมาลา สปา จำกัด (“PMS”) ถือหุ้นอยู่ รวม 99.99% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 99.99% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทร่วมโดยอ้อมของ MBK ที่ MBK-BUS ถือหุ้นอยู่ 25.00% เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 99.93% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK ที่ MBK-BUS ถือหุ้นอยู่ 99.98% เป็นบริษัทร่วมโดยอ้อมของ MBK ที่ MBK-BUS ถือหุ้นอยู่ 49.00% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยที่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) (“TBANK”) ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยที่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) (“TBANK”) ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยที่ TCAP ถือหุ้นอยู่ 74.93% ของทุนชำระแล้ว เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ MBK ที่ถือหุ้นรวมเท่ากับ 20.76% ของทุนชำระแล้ว

1. นายบันเทิง ตันติวิท 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ 3. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร

5.3 ระยะเวลาประกันภัย : ตั้งแต่ 6 ตุลาคม 2550 - 6 ตุลาคม 2551 5.4 มูลค่ารายการ : 12.44 ล้านบาท 5.5 ความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการ : การที่บริษัท บริษัทร่วม และบริษัทย่อยของ MBK เข้าทำสัญญาประกันภัย ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุและประกัน ชีวิตพนักงานบริษัท กับ TNI และ TLA เป็นรายการที่มีความสมเหตุสมผล เนื่องจากอัตราเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันภัยให้ กับทรัพย์สนิ และการประกันสุขภาพ ประกันอุบตั เิ หตุ และประกันชีวติ ให้แก่พนักงานบริษทั เป็นอัตราปกติที่ TNI และ TLA คิดกับ บุคคลทั่วไป ทั้งนี้ การทำสัญญาประกันภัยทรัพย์สินของบริษัท และบริษัทย่อยเพื่อลดผลกระทบกรณีที่จะเกิดความเสียหายใน ความเสี่ยงภัยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพย์สินต่างๆ ส่วนการประกันสุขภาพ การประกันอุบัติเหตุ และการประกันชีวิตพนักงาน บริษัท บริษัทร่วมและบริษัทย่อยเพื่อคุ้มครองสุขภาพพนักงานบริษัทอันเป็นสวัสดิการอย่างหนึ่งซึ่งบริษัทมีให้กับพนักงาน รายการดังกล่าวจึงเหมาะสมและเป็นประโยชน์ บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

69


6. การขอใช้วงเงินค้ำประกันสาธารณูปโภค ระหว่างบริษัท แปลน เอสเตท จำกัด (“PST”) (ผู้ขอใช้วงเงินค้ำประกัน) กับ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) (“TBANK”) (ผู้ให้วงเงินค้ำประกัน)

6.1 วันที่เข้าทำรายการ : ธันวาคม 2550 6.2 รายละเอียดของคู่สัญญา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551)

รายชื่อคู่สัญญาของ MBK หรือบริษัทย่อยของ MBK และบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคู่สัญญา

ความสัมพันธ์

รายชื่อกรรมการที่มีส่วนได้เสีย

1. PST เป็นบริษทั ย่อยโดยอ้อมของ MBK ที่ บริษทั เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด 1. นายบันเทิง ตันติวิท (มหาชน) (“MBK-R”) ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ 2. MBK-R เป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK ที่บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ 3. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร รีสอร์ท จำกัด (“MBK-HR”) และ บริษทั เอ็ม บี เค พรีเมียม จำกัด (“MBK-P”) ถือหุ้นอยู่รวม 69.88% ของทุนชำระแล้ว 3. MBK-HR เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว 4. MBK-P เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว 5. TBANK เป็นบริษัทย่อยที่ TCAP ถือหุ้นอยู่ 74.93% ของทุนชำระแล้ว 6. TCAP และบริษัทในกลุ่ม เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ MBK ที่ถือหุ้นรวมเท่ากับ 20.76% ของ TCAP ของทุนชำระแล้ว 6.3 มูลค่ารายการ : 0.34 ล้านบาท 6.4 ความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการ : การที่ PST ขอใช้วงเงินค้ำประกันสาธารณูปโภคจาก TBANK จัดว่าเป็นรายการที่มีความสมเหตุสมผล และเหมาะสม เนื่องจากอัตราค่าธรรมเนียมที่ TBANK คิดกับ PST และบริษัทย่อยอื่นๆ ของ MBK เป็นอัตราตลาดและเท่ากับค่าธรรมเนียมซึ่ง TBANK ที่คิดกับบุคคลทั่วไป

7. การประกันภัยรถยนต์ของบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) (“MBK”) บริษัท ทรัพย์สินธานี จำกัด (“SSTN”) บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (“MBK-R”) บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (“MBK-HR”) และบริษัท เอ็ม บี เค การธุรกิจ จำกัด (“MBK-BUS”) และการประกันภัยความรับผิดผู้บริหารของ MBK กับ บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (“TNI”)

7.1 วันที่เข้าทำรายการ : ธันวาคม 2550 7.2 รายละเอียดของคู่สัญญา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551)

รายชื่อคู่สัญญาของ MBK หรือบริษัทย่อยของ MBK และบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคู่สัญญา

1. SSTN 2. MBK-R 3. MBK-HR 4. MBK-P 5. MBK-BUS 6. TNI

70

ความสัมพันธ์

เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK ที่บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (“MBK-HR”) และบริษัท เอ็ม บี เค พรีเมียม จำกัด (“MBK-P”) ถือหุ้นอยู่รวม 69.88% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 99.99% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยที่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) (“TBANK”) ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

รายชื่อกรรมการที่มีส่วนได้เสีย

1. นายบันเทิง ตันติวิท 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ 3. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร


รายชื่อคู่สัญญาของ MBK หรือบริษัทย่อยของ MBK และบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคู่สัญญา

ความสัมพันธ์

รายชื่อกรรมการที่มีส่วนได้เสีย

7. TBANK เป็นบริษัทย่อยที่ TCAP ถือหุ้นอยู่ 74.93% ของทุนชำระแล้ว 8. TCAP และบริษัทในกลุ่ม เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ MBK ที่ถือหุ้นรวมเท่ากับ 20.76% ของ TCAP ของทุนชำระแล้ว 7.3 มูลค่ารายการ : - การประกันภัยรถยนต์ของ MBK และบริษัทย่อย 0.64 ล้านบาท - การประกันความรับผิดของผู้บริหารของ MBK 0.57 ล้านบาท 7.4 ความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการ : การที่ MBK ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์ของ MBK และบริษัทย่อย และประกันภัยความรับผิดผู้บริหาร MBK เป็น รายการที่มีความสมเหตุสมผล เนื่องจาก MBK ได้ทำประกันภัยรถยนต์ของบริษัทและบริษัทย่อย เพื่อลดผลกระทบในความ เสี่ยงภัยกรณีที่เกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุรถยนต์ของบริษัทและบริษัทย่อยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนการประกันภัย ความรับผิดผู้บริหาร MBK นั้นก็เพื่อลดผลกระทบในความเสี่ยงภัยกรณีที่ผู้บริหาร MBK ได้รับความเสียหายอันเกิดจากความรับ ผิดจากการปฏิบัติงานในฐานะที่เป็นผู้บริหารของบริษัท MBK ทั้งนี้ เบี้ยประกันภัยที่ MBK ชำระให้กับ TNI นั้นเป็นอัตราปกติที่ TNI คิดกับบุคคลทั่วไป รายการดังกล่าวจึงเหมาะสม และเป็นประโยชน์

8. การขอเปิดใช้เอกสารสินเชื่อ (Letter of Credit) (L/C, T/R) ของบริษัท แปลน พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด (“PPT”) (ผู้กู้) กับธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) (“TBANK”) (ผู้ให้กู้)

8.1 วันที่เข้าทำรายการ : ธันวาคม 2550 8.2 รายละเอียดของคู่สัญญา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551)

รายชื่อคู่สัญญาของ MBK หรือบริษัทย่อยของ MBK และบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคู่สัญญา

ความสัมพันธ์

รายชื่อกรรมการที่มีส่วนได้เสีย

1. PPT เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 99.99% ของทุนชำระแล้ว 1. นายบันเทิง ตันติวิท 2. TBANK เป็นบริษัทย่อยที่ TCAP ถือหุ้นอยู่ 74.93% ของทุนชำระแล้ว 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ 3. TCAP และบริษัทในกลุ่ม เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ MBK ที่ถือหุ้นรวมเท่ากับ 20.76% 3. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร ของ TCAP ของทุนชำระแล้ว 8.3 มูลค่ารายการ : - วงเงินขอใช้ L/C, T/R : 15.00 ล้านบาท - ค่าธรรมเนียมในการเปิด L/C, T/R : 0.02 ล้านบาท 8.4 ความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการ : การขอเปิดใช้วงเงินเอกสารสินเชือ่ L/C, T/R เป็นรายการทีม่ คี วามสมเหตุสมผล เนือ่ งจาก PPT มีความจำเป็นต้องขอเปิด L/C, T/R จาก TBANK เพื่อใช้ในการซื้ออุปกรณ์ชลประทานสำหรับโครงการสนามกอล์ฟที่จังหวัดปทุมธานี ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียม L/C, T/R ที่ PPT ชำระให้กับ TBANK นั้นเป็นอัตราปกติที่ TBANK คิดกับบุคคลทั่วไป รายการดังกล่าวจึงเหมาะสม และเป็น ประโยชน์

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

71


9. การเช่าอาคารระหว่าง บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) (“TCAP”) (ผู้ให้เช่า) และ บริษัท แปลน เอสเตท จำกัด (“PST”) (ผู้เช่า)

9.1 วันที่เข้าทำรายการ : มกราคม 2551 9.2 รายละเอียดของคู่สัญญา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551)

รายชื่อคู่สัญญาของ MBK หรือบริษัทย่อยของ MBK และบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคู่สัญญา

ความสัมพันธ์

รายชื่อกรรมการที่มีส่วนได้เสีย

1. PST เป็นบริษทั ย่อยโดยอ้อมของ MBK ที่ บริษทั เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด 1. นายบันเทิง ตันติวิท (มหาชน) (“MBK-R”) ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ 2. MBK-R เป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK ที่บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ 3. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร รีสอร์ท จำกัด (“MBK-HR”) และ บริษัท เอ็ม บี เค พรีเมียม จำกัด (“MBK-P”) ถือหุ้นอยู่รวม 69.88% ของทุนชำระแล้ว 3. MBK-HR เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว 4. MBK-P เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว 5. TCAP และบริษัทในกลุ่ม เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ MBK ที่ถือหุ้นรวมเท่ากับ 20.76% ของ TCAP ของทุนชำระแล้ว 9.3 รายละเอียดการเช่าอาคาร : เป็นการเช่าอาคารบนโฉนดที่ดินเลขที่ 33535 ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต พื้นที่ 714 ตาราง เมตร ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2551 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2551 9.4 มูลค่ารายการ : 0.91 ล้านบาท 9.5 ความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการ : ค่าเช่าที่ TCAP เรียกเก็บจาก PST เป็นราคาตลาดที่ใกล้เคียงกับค่าเช่าสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่บนที่ดินบริเวณใกล้เคียงกับ ทรัพย์สินที่เช่าดังกล่าว รายการดังกล่าวจึงเหมาะสม และเป็นประโยชน์

10 การขอใช้วงเงินค้ำประกันสาธารณูปโภคสำหรับโครงการพรีเมียร์ พระราม 9 ระหว่างบริษัท พรพรหมินทร์ จำกัด (“PPM”) (ผู้ขอใช้วงเงินค้ำประกัน) บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) (“MBK”) (ผู้ค้ำประกันการใช้วงเงิน) และธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) (“TBANK”) (ผู้ให้วงเงินค้ำประกัน)

10.1 วันที่เข้าทำรายการ : มกราคม 2551 10.2 รายละเอี���ดของคู่สัญญา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551)

รายชื่อคู่สัญญาของ MBK หรือบริษัทย่อยของ MBK และบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคู่สัญญา

1. PPM 2. TBANK 3. TCAP และบริษัทในกลุ่ม ของ TCAP

72

ความสัมพันธ์

เป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK ที่ บริษัท แปลน พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด ถือหุ้นอยู่ 99.99% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยที่ TCAP ถือหุ้นอยู่ 74.93% ของทุนชำระแล้ว เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ MBK ที่ถือหุ้นรวมเท่ากับ 20.76% ของทุนชำระแล้ว

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

รายชื่อกรรมการที่มีส่วนได้เสีย

1. นายบันเทิง ตันติวิท 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ 3. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร


10.3 มูลค่ารายการ : วงเงินที่ใช้ค้ำประกัน ไม่เกิน 0.32 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมที่คิด ไม่เกิน 0.002 ล้านบาท 10.4 ความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการ : การทำรายการเกี่ยวโยงกันดังกล่าวมีความสมเหตุสมผล เป็นรายการเหมาะสม ซึ่งอัตราค่าธรรมเนียมที่ TBANK เรียก เก็บจาก PPM ในอัตรา 0.75% ของวงเงินค้ำประกัน เป็นอัตราค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บกับบริษัทย่อยอื่นๆ ของ MBK และไม่สูง กว่าสถาบันการเงินอื่นที่เรียกเก็บจากลูกค้าทั่วไป ส่วนเงื่อนไขการค้ำประกันวงเงินโดย MBK ถือเป็นเงื่อนไขปกติที่ MBK เข้าค้ำ ประกันวงเงินให้แก่บริษัทย่อยต่อสถาบันการเงินอื่น

11. การทำสัญญาประกันสุขภาพกลุ่ม ประกันชีวิต และกลุ่มประกันอุบัติเหตุของพนักงานบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) (“MBK”) บริษัท เทพไทธุรกิจ (“TTB”) บริษัท เอ็ม บี เค เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (“MBK-E”) บริษัท เอ็ม บี เค เลเชอร์ จำกัด (MBK-LS”) บริษัท แอ๊บโซลูท แทรเวิล จำกัด (“ALT”) (ผู้เอาประกันภัย) กับ บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (“TNI”) และบริษัท ธนชาตประกันชีวิต จำกัด (“TLA”) (ผู้รับประกันภัย)

11.1 วันที่เข้าทำรายการ : กุมภาพันธ์ 2551 11.2 รายละเอียดของคู่สัญญา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551)

รายชื่อคู่สัญญาของ MBK หรือบริษัทย่อยของ MBK และบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคู่สัญญา

ความสัมพันธ์

รายชื่อกรรมการที่มีส่วนได้เสีย

1. TTB เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 99.93% ของทุนชำระแล้ว 1. นายบันเทิง ตันติวิท 2. MBK-E เป็นบริษทั ย่อยโดยอ้อมของ MBK ทีบ่ ริษทั เอ็ม บี เค การธุรกิจ จำกัด 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ (“MBK-BUS”) และบริษัท แพมาลา สปา จำกัด (“PMS”) ถือหุ้นอยู่ 3. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร รวม 99.99% ของทุนชำระแล้ว 3. MBK-BUS เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 99.99% ของทุนชำระแล้ว 4. PMS เป็นบริษัทร่วมโดยอ้อมของ MBK ที่ MBK-BUS ถือหุ้นอยู่ 25.00% 5. MBK-LS เป็นบริษัทร่วมโดยอ้อมของ MBK ที่ MBK-BUS ถือหุ้นอยู่ 49.00% ของทุนชำระแล้ว 6. ALT เป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK ที่ MBK-BUS ถือหุ้นอยู่ 99.98% ของทุนชำระแล้ว 7. TNI เป็นบริษัทย่อยที่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) (“TBANK”) ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว 8. TLA เป็นบริษัทย่อยที่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) (“TBANK”) ถือหุ้นอยู่ 100.00% 9. TBANK เป็นบริษัทย่อยที่ TCAP ถือหุ้นอยู่ 74.93% ของทุนชำระแล้ว 10. TCAP และบริษัทในกลุ่ม เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ MBK ที่ถือหุ้นรวมเท่ากับ 20.76% ของ TCAP ของทุนชำระแล้ว 11.3 ระยะเวลาประกันภัย : ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2551- 1 กุมภาพันธ์ 2552 11.4 มูลค่ารายการ : 3.65 ล้านบาท

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

73


11.5 ความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการ : การที่ MBK บริษัทย่อย และบริษัทร่วมของ MBK เข้าทำสัญญาประกันสุขภาพกลุ่ม ประกันชีวิต กับ TLA และกลุ่ม ประกันอุบัติเหตุ กับ TNI เป็นรายการที่มีความสมเหตุสมผล เนื่องจากเบี้ยประกันที่ TLA และ TNI คิดกับ MBK บริษัทย่อย และ บริษัทร่วมของ MBK นั้นเมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทประกันภัยรายอื่นภายใต้เงื่อนไขอย่างเดียวกัน จึงเห็นว่าเป็นอัตราตลาดที่ เหมาะสม ทั้งนี้การที่บริษัทจัดทำประกันสุขภาพกลุ่ม ประกันชีวิต และกลุ่มประกันอุบัติเหตุ ให้แก่พนักงานบริษัท บริษัทย่อย และบริษัทร่วม เพื่อเป็นการคุ้มครองสุขภาพพนักงานซึ่งเป็นสวัสดิการที่บริษัทมีให้กับพนักงาน รายการดังกล่าวจึงเป็นประโยชน์ ต่อพนักงานโดยรวม

12. การทำสัญญาประกันภัยรถยนต์ของบริษทั เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (“MBK-HR”) การทำสัญญา ประกันภัยอาคารกลาสเฮ้าส์ บิลดิ้ง ของบริษัท กลาสเฮ้าส์ บิลดิ้ง จำกัด (“GHB”) การประกันภัยคลังสินค้าและการ ประกันภัยป้ายโฆษณาของบริษัท ลานบางนา จำกัด (“LBN”) การประกันภัยศูนย์การค้าพรีเมียร์พระราม 9 ของบริษัท พรพรหมินทร์ จำกัด (“PPM”) กับ บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (“TNI”)

12.1 วันที่เข้าทำรายการ : มีนาคม 2551 12.2 รายละเอียดของคู่สัญญา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551)

รายชื่อคู่สัญญาของ MBK หรือบริษัทย่อยของ MBK และบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคู่สัญญา

1. MBK-HR 2. GHB 3. MBK-G 4. PPT 5. LBN 6. PST 7. MBK-R 8. MBK-HR 9. MBK-P 10. PPM 11. TNI 12. TBANK 13. TCAP และบริษัทในกลุ่ม ของ TCAP

74

ความสัมพันธ์

เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษทั ย่อยโดยอ้อมของ MBK ที่ บริษทั เอ็ม บี เค การันตี จำกัด (เดิมชื่อบริษัท แปลน อีควิตี้ จำกัด) (“MBK-G”) ถือหุ้นอยู่ 99.99% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK ที่บริษัท แปลน พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด (“PPT”) ถือหุ้นอยู่ 99.99% เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 99.99% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK ที่ บริษัท แปลน เอสเตท จำกัด (“PST”) ถือหุ้นอยู่ 99.99% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษทั ย่อยโดยอ้อมของ MBK ที่ บริษทั เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (“MBK-R”) ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK ที่บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (“MBK-HR”) และ บริษทั เอ็ม บี เค พรีเมียม จำกัด (“MBK-P”) ถือหุ้นอยู่รวม 69.88% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK ที่ PPT ถือหุ้นอยู่ 99.99% ของทุน ชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยที่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) (“TBANK”) ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยที่ TCAP ถือหุ้นอยู่ 74.93% ของทุนชำระแล้ว เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ MBK ที่ถือหุ้นรวมเท่ากับ 20.76% ของทุนชำระแล้ว

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

รายชื่อกรรมการที่มีส่วนได้เสีย

1. นายบันเทิง ตันติวิท 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ 3. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร


12.3 มูลค่ารายการ : 0.45 ล้านบาท 12.4 ความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการ : การที่บริษัทย่อยของ MBK ทำสัญญาประกันภัยทรัพย์สินกับกลุ่ม TCAP ได้แก่ การประกันภัยรถยนต์ การประกันภัย อาคารกลาสเฮ้าส์ บิลดิง้ การประกันภัยคลังสินค้า การประกันภัยป้ายโฆษณา และการประกันภัยศูนย์การค้าพรีเมียร์พระราม 9 เป็นรายการที่มีความสมเหตุสมผล เนื่องจาก - การทำประกันภัยรถยนต์ MBK-HR เข้าทำประกันภัยรถยนต์โดยมีความประสงค์เพื่อลดผลกระทบในความเสี่ยงภัยกรณีที่เกิดความเสียหาย จากอุบัติเหตุรถยนต์ของ MBK-HR ทั้งนี้ การที่ MBK-HR ตกลงเข้าทำสัญญาประกันภัยรถยนต์กับ TNI เนื่องจากรถยนต์คันดัง กล่าวเป็นรถยนต์เก่าปี พ.ศ. 2543 ซึ่งบริษัทรับประกันภัยบริษัทอื่นจะไม่รับทำประกันประเภท 1 - การประกันภัยทรัพย์สินของบริษัทย่อย GHB, LBN และ PPM เข้าทำประกันภัยทรัพย์สินต่างๆ โดยมีความประสงค์เพื่อลดผลกระทบในความเสี่ยงภัยกรณี ที่เกิดความเสียหายในทรัพย์สินและรายได้ของบริษัทย่อยดังกล่าว ทั้งนี้ เบี้ยประกันภัยที่บริษัทย่อยของ MBK ชำระให้กับ TNI นั้นเป็นอัตราที่เหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราตลาด

13. การทำสัญญาประกันภัยโทรศัพท์มือถือ และเครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook ระหว่าง MBK (ผู้เอาประกันภัย) กับ บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (“TNI”) (ผู้รับประกันภัย)

13.1 วันที่เข้าทำรายการ : เมษายน 2551 13.2 รายละเอียดของคู่สัญญา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551)

รายชื่อคู่สัญญาของ MBK หรือบริษัทย่อยของ MBK และบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคู่สัญญา

ความสัมพันธ์

รายชื่อกรรมการที่มีส่วนได้เสีย

1. TNI เป็นบริษัทย่อยที่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) (“TBANK”) 1. นายบันเทิง ตันติวิท ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ 2. TBANK เป็นบริษัทย่อยที่ TCAP ถือหุ้นอยู่ 74.93% ของทุนชำระแล้ว 3. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร 3. TCAP และบริษัทในกลุ่ม เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ MBK ที่ถือหุ้นรวมเท่ากับ 20.76% ของ TCAP ของทุนชำระแล้ว 13.3 ระยะเวลาประกันภัย : ตั้งแต่ 2 เมษายน 2551 - 30 มิถุนายน 2552 13.4 มูลค่ารายการ : 0.028 ล้านบาท 13.5 ความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการ : การที่ MBK ทำสัญญาประกันภัยโทรศัพท์มือถือ และเครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook กับ TNI เป็นรายการที่มีความ สมเหตุสมผล เนื่องจาก การเข้าทำประกันภัยดังกล่าวมีความประสงค์เพื่อลดผลกระทบในความเสี่ยงภัยกรณีที่โทรศัพท์มือถือ และเครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook ของ MBK สูญหายหรือเสียหาย นอกจากนี้ เบี้ยประกันภัยที่ TNI คิดกับ MBK นั้น เป็นอัตรา ที่เหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราตลาดของทรัพย์สินประเภทเดียวกันกับทรัพย์สินที่บริษัทรับประกันภัยอื่นรับประกันภัย นอกจากนัน้ บางบริษทั จะไม่รบั ทำประกันภัยโทรศัพท์มอื ถือ ส่วนเครือ่ งคอมพิวเตอร์ Notebook บางบริษทั จะมีการรับประกันภัย เฉพาะกรณีที่เป็นเครื่องใหม่เท่านั้น

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

75


14. การทำสัญญาจ้างบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) (“TNS”) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“SCB”) (ผู้รับจ้าง) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ให้กับ MBK (ผู้ว่าจ้าง)

14.1 วันที่เข้าทำรายการ : มิถุนายน 2551 14.2 รายละเอียดของคู่สัญญา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551)

รายชื่อคู่สัญญาของ MBK หรือบริษัทย่อยของ MBK และบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคู่สัญญา

ความสัมพันธ์

รายชื่อกรรมการที่มีส่วนได้เสีย

1. TNS เป็นบริษัทย่อยที่ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) (“TBANK”) 1. นายบันเทิง ตันติวิท ถือหุ้น 100% ของทุนชำระแล้ว 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ 2. TBANK เป็นบริษัทย่อยที่ TCAP ถือหุ้นอยู่ 74.93% ของทุนชำระแล้ว 3. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร 3. TCAP และบริษัทในกลุ่ม เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ MBK ที่ถือหุ้นรวมเท่ากับ 20.76% ของ TCAP ของทุนชำระแล้ว 4. SCB ไม่ใช่บุคคลที่เกี่ยวโยงกันกับ MBK 14.3 มูลค่ารายการ : 1.605 ล้านบาท 14.4 ความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการ : การที่ MBK จ้าง TNS ร่วมกับ SCB เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ของ MBK ในสัดส่วน ที่เท่ากัน โดยมีค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายในอัตราเท่ากับ 0.15% ของมูลค่าหุ้นกู้ที่เสนอขายนั้น เป็นรายการที่สมเหตุสมผลและเหมาะสม เนื่องจาก รายการดังกล่าวมีการคิดค่าธรรมเนียมในอัตราตลาดซึ่งเป็นอัตราที่มีการ เปรียบเทียบกับรายอื่นและเป็นราคาที่ต่ำสุด นอกจากนี้ค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นอัตราค่าธรรมเนียมปกติที่ทางผู้จัดการการจัด จำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายคิดกับบุคคลอื่นทั่วไป

15. การทำสัญญาประกันภัยทรัพย์สินของ MBK และบริษัทย่อย ระหว่าง MBK, บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (“MBK-HR”) บริษัท ทรัพย์สินธานี จำกัด (“SSTN”) บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (“MBK-R”) และบริษัท เอ็ม บี เค เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (“MBK-E”) (ผู้เอาประกันภัย) กับ บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (“TNI”) (ผู้รับประกันภัย)

15.1 วันที่เข้าทำรายการ : มิถุนายน 2551 15.2 รายละเอียดของคู่สัญญา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551)

รายชื่อคู่สัญญาของ MBK หรือบริษัทย่อยของ MBK และบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคู่สัญญา

1. MBK-HR 2. SSTN 3. MBK-R 4. MBK-P 5. MBK-E

76

ความสัมพันธ์

เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK ที่บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (“MBK-HR”) และ บริษทั เอ็ม บี เค พรีเมียม จำกัด (“MBK-P”) ถือหุ้นอยู่รวม 69.88% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษทั ย่อยโดยอ้อมของ MBK ทีบ่ ริษทั เอ็ม บี เค การธุรกิจ จำกัด (“MBK-BUS”) ถือหุ้นอยู่ 74.99% และบริษัท แพมาลา สปา จำกัด ถือหุ้นอยู่ 25.00% ของทุนชำระแล้ว

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

รายชื่อกรรมการที่มีส่วนได้เสีย

1. นายบันเทิง ตันติวิท 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ 3. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร


รายชื่อคู่สัญญาของ MBK หรือบริษัทย่อยของ MBK และบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคู่สัญญา

ความสัมพันธ์

รายชื่อกรรมการที่มีส่วนได้เสีย

6. MBK-BUS เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 99.99% ของทุนชำระแล้ว 7. TNI เป็นบริษัทย่อยที่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) (“TBANK”) ถือหุ้นอยู่ 100.00%ของทุนชำระแล้ว 8. TBANK เป็นบริษัทย่อยที่ TCAP ถือหุ้นอยู่ 74.93% ของทุนชำระแล้ว 9. TCAP และบริษัทในกลุ่ม เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ MBK ที่ถือหุ้นรวมเท่ากับ 20.76% ของ TCAP ของทุนชำระแล้ว 15.3 ระยะเวลาประกันภัย : ตั้งแต่ 30 มิถุนายน 2551 - 30 มิถุนายน 2552 15.4 มูลค่ารายการ : 5.90 ล้านบาท 15.5 ความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการ : การที่ MBK และบริษัทย่อยได้แก่ MBK-HR, SSTN, MBK-R และ MBK-E เข้าทำสัญญาประกันภัยทรัพย์สินกับ TNI นั้น เนื่องจากเป็นการต่อสัญญาประกันภัยประจำปีของ MBK และบริษัทย่อยแต่ละบริษัท เพื่อลดผลกระทบในความเสี่ยงภัยกรณีที่ เกิดความเสียหายในทรัพย์สินและรายได้ของกลุ่ม MBK ทั้งนี้ เบี้ยประกันภัยที่กลุ่ม MBK ชำระให้กับ TNI เพื่อประกันภัยทรัพย์ สินของกลุ่ม MBK นั้นมีความสมเหตุสมผลและเป็นรายการเหมาะสม เนื่องจาก 1) การประกันภัยทรัพย์สินของ MBK การประกันภัยทรัพย์สินของ MBK ยังมีบริษัทรับประกันภัยอื่นๆ ร่วมรับผิดกับ TNI ตามสัดส่วนของทุนประกันภัย แต่ละประเภท ได้แก่ - บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) - บริษัท สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) - บริษัท ภัทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) - บริษัท ไพบูลย์ประกันภัย จำกัด - บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด - บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด 2) การประกันภัยทรัพย์สินของบริษัทย่อยของ MBK เบี้ยประกันภัยที่บริษัท และบริษัทย่อยของ MBK ได้แก่ MBK-HR, SSTN, MBK-R และ MBK-E ชำระให้กับ TNI เป็น อัตราที่เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทประกันภัยรายอื่นแล้วเป็นราคารวมที่ต่ำสุด ทั้งนี้ อัตราเบี้ยประกันภัยที่ TNI คิดกับ MBK และบริษัทย่อยทุกรายการเป็นอัตราปกติที่ TNI คิดกับบุคคลอื่นโ���ยทั่วไป

2) รายการระหว่าง MBK และ/หรือ บริษัทย่อยของ MBK กับ บริษัทย่อยของ MBK

1. การให้วงเงินกู้ยืม และ/หรือ วงเงินค้ำประกัน ระหว่าง บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) (“MBK”) และ/หรือ บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (“MBK-HR”) (ผู้ให้กู้ และ/หรือ ผู้ค้ำประกัน) กับ บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (“MBK-R”) (ผู้กู้)

1.1 วันที่เข้าทำรายการ : ธันวาคม 2550 1.2 รายละเอียดของคู่สัญญา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551)

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

77


รายชื่อคู่สัญญาของ MBK หรือบริษัทย่อยของ MBK และบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคู่สัญญา

1. MBK-HR 2. MBK-R 3. MBK-P

ความสัมพันธ์

เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK ที่บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (“MBK-HR”) และบริษัท เอ็ม บี เค พรีเมียม จำกัด (“MBK-P”) ถือหุ้นอยู่รวม 69.88% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว

1. นายบันเทิง 2. นายศุภเดช 3. นายสุเวทย์ 4. นายหัชพงศ์ 5. นายบัณฑิต

ตันติวิท พูนพิพัฒน์ ธีรวชิรกุล โภคัย ตันติวิท

1.3 มูลค่ารายการ : - วงเงินให้กู้ยืม และ/หรือ วงเงินค้ำประกัน 250 ล้านบาท - อัตราดอกเบี้ย คิดตามอัตราดอกเบี้ย MOR ของธนาคารไทยพาณิชย์รวมถึงภาระภาษีที่เกี่ยวข้อง (หากมี) - ค่าธรรมเนียมการค้ำประกันให้กับ MBK-R นั้น MBK และ/หรือ MBK-HR จะคิดในอัตราค่าธรรมเนียมไม่น้อยกว่าอัตรา ตลาดของวงเงินค้ำประกัน 1.4 ความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการ : การที่ MBK และ/หรือ MBK-HR ให้วงเงินกู้ยืม และ/หรือ วงเงินค้ำประกันแก่ MBK-R รวม 250 ล้านบาท เป็นรายการที่ มีความสมเหตุสมผล เนื่องจาก MBK-R มีความจำเป็นต้องนำเงินไปใช้ในการซื้อที่ดินและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนิน งานของ MBK-R ซึ่งการให้เงินกู้ยืมแก่ MBK-R เงื่อนไขการให้วงเงินกู้ยืม และ/หรือ วงเงินค้ำประกัน โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ย เงินให้กู้ยืมตามอัตราดอกเบี้ย MOR ของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) รวมถึงภาระภาษีที่เกี่ยวข้อง (หากมี) ส่วนค่า ธรรมเนียมการค้ำประกันให้กับ MBK-R นั้น MBK และ/หรือ MBK-HR ได้คิดในอัตราค่าธรรมเนียมไม่น้อยกว่าอัตราตลาดของ วงเงินค้ำประกันซึ่งถือได้ว่ายุติธรรมสำหรับทั้งสองฝ่าย

2. การทำสัญญาซื้อขายทรัพย์สิน ได้แก่ โต๊ะ เก้าอี้ และภาชนะสำหรับโต๊ะอาหาร ระหว่างบริษัท เอ็ม บี เค เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (“MBK-E”) (ผู้ขาย) กับ บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (“MBK-R”) (ผู้ซื้อ)

2.1 วันที่เข้าทำรายการ : พฤษภาคม 2551 2.2 รายละเอียดของคู่สัญญา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551)

รายชื่อคู่สัญญาของ MBK หรือบริษัทย่อยของ MBK และบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคู่สัญญา

1 MBK-E 2. MBK-R 3. MBK-HR 4. MBK-P

78

รายชื่อกรรมการที่มีส่วนได้เสีย

ความสัมพันธ์

เป็นบริษทั ย่อยโดยอ้อมของ MBK ทีบ่ ริษทั เอ็ม บี เค การธุรกิจ จำกัด ถือหุ้นอยู่ 74.99% และบริษัท แพมาลา สปา จำกัด ถือหุ้นอยู่ 25.00% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษทั ย่อยโดยอ้อมของ MBK ทีบ่ ริษทั เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (“MBK-HR”) และบริษทั เอ็ม บี เค พรีเมียม จำกัด (“MBK-P”) ถือหุ้นอยู่รวม 69.88% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษทั ย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุน้ อยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว เป็นบริษทั ย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุน้ อยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

รายชื่อกรรมการที่มีส่วนได้เสีย

1. นายบันเทิง 2. นายศุภเดช 3. นายสุเวทย์ 4. นายหัชพงศ์ 5. นายบัณฑิต

ตันติวิท พูนพิพัฒน์ ธีรวชิรกุล โภคัย ตันติวิท


2.3 มูลค่ารายการ : 0.632 ล้านบาท 2.4 ความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการ : การที่ MBK-E ขายทรัพย์สินซึ่งได้แก่ โต๊ะ เก้าอี้ และภาชนะสำหรับโต๊ะอาหารให้กับ MBK-R ในราคาเท่ากับมูลค่า ทรัพย์สินสุทธิตามบัญชี เป็นรายการที่สมเหตุสมผลและเหมาะสม เนื่องจากทรัพย์สินดังกล่าวได้ถูกหักค่าเสื่อมราคาหลังจากมี การใช้ประโยชน์มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วซึ่งเป็นราคาที่ยุติธรรมสำหรับทั้งสองฝ่าย และทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่เกิน ความจำเป็นสำหรับ MBK-E แต่สามารถนำไปใช้ประโยชน์สำหรับคลับเฮ้าส์แห่งใหม่บริเวณสนามกอล์ฟ เดอะ เรด เมาเทิน กอล์ฟ คอร์ส ซึ่งเป็นสนามกอล์ฟแห่งที่สองของ MBK-R ได้เป็นอย่างดี

3. การทำสัญญาซื้อขายทรัพย์สิน ได้แก่ โต๊ะกลม และเก้าอี้ริมสระน้ำ ระหว่าง MBK (ผู้ขาย) กับ MBK-R (ผู้ซื้อ)

3.1 วันที่เข้าทำรายการ : พฤษภาคม 2551 3.2 รายละเอียดของคู่สัญญา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551)

รายชื่อคู่สัญญาของ MBK หรือบริษัทย่อยของ MBK และบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคู่สัญญา

ความสัมพันธ์

รายชื่อกรรมการที่มีส่วนได้เสีย

1. MBK-R เป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของ MBK ที่บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ 1. นายบันเทิง ตันติวิท รีสอร์ท จำกัด (“MBK-HR”) และบริษัท เอ็ม บี เค พรีเมียม จำกัด 2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ (“MBK-P”) ถือหุ้นอยู่รวม 69.88% ของทุนชำระแล้ว 3. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล 2. MBK-HR เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% ของทุนชำระแล้ว 4. นายหัชพงศ์ โภคัย 3. MBK-P เป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ MBK ถือหุ้นอยู่ 100.00% 5. นายบัณฑิต ตันติวิท ของทุนชำระแล้ว 3.3 มูลค่ารายการ : 0.022 ล้านบาท 3.4 ความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการ : การที่ MBK ขายทรัพย์สินซึ่งได้แก่ โต๊ะกลม และเก้าอี้ริมสระน้ำให้กับ MBK-R ในราคาตลาด เป็นรายการที่สมเหตุสม ผลและเหมาะสมเนื่องจาก ราคาขายตามราคาตลาดสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิตามบัญชี และทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ เกินความจำเป็นสำหรับ MBK แต่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในบริเวณคลับเฮ้าส์แห่งใหม่บริเวณสนามกอล์ฟ เดอะ เรด เมาเทิน กอล์ฟ คอร์ส ซึ่งเป็นสนามกอล์ฟแห่งที่สองของ MBK-R ได้เป็นอย่างดี

1. การอนุมัติการเข้าทำรายการระหว่างกันแต่ละครั้ง ฝ่ายจัดการของบริษัทจะทำการศึกษาความเป็นไปได้ของแต่ละโครงการ โดย จะรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องและทำการศึกษาโอกาส ความเสี่ยง ตลอดจนผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับในสถานการณ์หลายๆ แบบ เพื่อวิเคราะห์ว่าสามารถที่จะเข้าลงทุนในโครงการดังกล่าวได้หรือไม่ รวมทั้งได้ทำการศึกษาว่าการเข้าลงทุนในโครงการ นั้นๆ จะต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2551 หรือไม่ 2. เมื่อศึกษาแต่ละโครงการเป็นอย่างดีแล้ว จึงนำเสนอโครงการเหล่านั้นต่อคณะกรรมการบริหารของบริษัทเพื่อพิจารณา 3. เมื่อคณะกรรมการบริหารของบริษัทเห็นชอบด้วย จึงนำเสนอโครงการดังกล่าวต่อคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทเพื่อ พิจารณา หลังจากนั้นก็จะนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป 4. เมื่อคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้เข้าลงทุนในโครงการดังกล่าวได้ บริษัทก็จะเข้าทำรายการตามโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว ดังกล่าว

ขั้นตอนการอนุมัติการเข้าทำรายการระหว่างกันและนโยบายในการทำรายการระหว่างกันในอนาคต

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

79


80

5. กรณีที่เป็นรายการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ หรือรายการที่เกี่ยวโยงกัน ฝ่ายจัดการของบริษัทก็จะปฏิบัติตามพระราช บัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2551 ทั้งนี้ หลังจากที่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2551 แล้ว บริษัทจึงเข้าทำรายการตามโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้วดังกล่าว 6. การทำรายการระหว่างกันแต่ละรายการนั้น กรรมการ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสียจะไม่มีส่วนในการอนุมัติการเข้าทำราย การนั้นๆ 7. ในการดูแลรายการที่เกิดขึ้นในแต่ละโครงการ บริษัทมีฝ่ายการลงทุนที่จะดูแลติดตามเงินลงทุนที่ลงทุนในโครงการหรือบริษัท ต่างๆ และจะทำรายงานสรุปให้คณะกรรมการบริษัทได้ทราบถึงความคืบหน้าของเงินลงทุนทุกเดือน 8. ในการพิจารณาการเข้าทำรายการระหว่างกันในอนาคต บริษัทจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าการทำรายการนั้นจะต้องมี ความสมเหตุสมผล เหมาะสม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท โดยพิจารณาจากความเป็นไปได้แต่ละโครงการ และจะต้อง เข้าทำรายการโดยถือเสมือนเป็นรายการที่กระทำกับบุคคลภายนอกเป็นเกณฑ์

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


รายงานความเห็นคณะกรรมการตรวจสอบ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

คณะกรรมการตรวจสอบได้รับแต่งตั้งตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2550 โดยมีวาระ การดำรงตำแหน่งตามวาระการเป็นกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการอิสระ ดังต่อไปนี้ 1. ศาสตราจารย์ไพจิตร โรจนวานิช ประธานกรรมการตรวจสอบ 2. นางประคอง ลีละวงศ์ กรรมการตรวจสอบ 3. นายประชา ใจดี กรรมการตรวจสอบ หัวหน้าสายตรวจสอบภายในของบริษัทฯ ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2550/2551 คณะกรรมการตรวจสอบได้ประชุมรวม 16 ครั้ง เพื่อดูแล และสอบทานงานด้าน ต่างๆ ของบริษัทฯ และบริษัทในเครือ ได้แก่ ความเพียงพอ และประสิทธิผลของระบบการควบคุมภายใน แผนการตรวจสอบ ภายใน สอบทานรายงานผลการตรวจสอบ ติดตามการแก้ไขตามข้อสังเกต และข้อเสนอแนะในรายงานการตรวจสอบประเด็นที่มี นัยสำคัญ ดูแลให้มีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม สอบทานงบการเงินรายไตรมาสและงบการเงินประจำปีร่วมกับฝ่ายจัดการ ผู้สอบบัญชี และผู้ตรวจสอบภายใน โดยให้ความสำคัญกับความถูกต้องตามที่ควรของงบการเงินตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรอง ทั่วไปและการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอของงบการเงิน รวมถึงการให้ความเห็นเมื่อมีรายการเกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจจะเกิด ความทับซ้อนทางผลประโยชน์ สอบทานการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามข้อกำหนดกฎหมาย และพิจารณาคัดเลือกผู้สอบบัญชีรวมทั้ง เสนอค่าตอบแทน จากการดำเนินงานในรอบระยะเวลาบัญชีปีที่ผ่านมา การปฏิบัติงานของบริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสม งบการเงินถูกต้องตามควรเป็นไปตามหลักการบัญชีทรี่ บั รองทัว่ ไป การเปิดเผยข้อมูลและรายการทีเ่ กีย่ วข้องกันมีความชัดเจนเพียงพอ การปฏิบัติงานเป็นไปตามข้อกำหนดและกฎหมาย

ศาสตราจารย์ ไพจิตร โรจนวานิช

ประธานกรรมการตรวจสอบ 3 กันยายน 2551

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

81


คำอธิบายการวิเคราะห์ฐานะการเงินและ ผลการดำเนินงาน 1) การวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน

1.1 ภาพรวม

ผลการดำเนินงานของบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) และบริษัทย่อย (“กลุ่มบริษัท”) สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 และ 2550 มีดังนี้ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน

รายได้รวม กำไรสุทธิ กำไรสุทธิต่อหุ้น (บาท)

2551 (ล้านบาท)

2550 (ล้านบาท)

6,282.4 1,401.7 9.26

5,898.7 1,285.6 8.49

เพิ่มขึ้น/(ลดลง) (ล้านบาท) (%)

383.7 116.1 0.77

6.5% 9.0% 9.1%

รายได้รวมสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 เมื่อเทียบกับปี 2550 เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 383.7 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 6.5 เนื่อง จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้ทุกส่วนงานของกลุ่มบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนงานธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายข้าวสารมียอดขายเพิ่มขึ้น จำนวน 201.8 ล้านบาท ธุรกิจให้บริการและให้เช่าเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์มีรายได้เพิ่มขึ้นจำนวน 209.3 ล้านบาท และธุรกิจโรงแรมมีรายได้เพิ่มขึ้น จำนวน 102.3 ล้านบาท ในขณะที่กำไรและดอกเบี้ยรับจากเงินลงทุนในลูกหนี้เงินให้กู้ยืม และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมมียอดลดลงจำนวน 117.4 ล้านบาท และ 89.2 ล้านบาท ตามลำดับโดยรายละเอียดได้แสดงไว้ในงบการเงินและบทวิเคราะห์ผลการดำเนินงานที่จะกล่าวไว้ในหัวข้อถัดไป กำไรสุทธิสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 เมื่อเทียบกับปี 2550 เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 116.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 9.0 เนื่องจากผลประกอบการที่ดีขึ้นซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการเติบโตของรายได้ตามที่กล่าวข้างต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนงานการผลิตและจัดจำหน่าย ข้าวสารซึ่งมีผลการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากการที่ราคาข้าวสารได้มีการปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะตลาด นอกจากนี้ มีการจ่ายค่าธรรมเนียมจากการ เปลี่ยนแปลงสัญญาบริหารของโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซสเป็นจำนวน 113.3 ล้านบาท ในระหว่างไตรมาสที่ 1 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2549 โดยราย ละเอียดต่างๆ ได้แสดงไว้ในงบการเงินและบทวิเคราะห์ผลการดำเนินงานที่จะกล่าวไว้ในหัวข้อถัดไป

1.2 รายได้

รายได้หลักของกลุ่มบริษัทแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ รายได้จากการขาย รายได้จากการให้บริการและให้เช่า และรายได้จากกิจการ โรงแรม รายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมีดังนี้

(ก) รายได้จากการขาย

รายได้จากการขายโดยส่วนใหญ่ประกอบด้วยรายได้จากบริษัทย่อยที่ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายข้าวสารและกระแสไฟฟ้า กิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และรายได้จากการขายอาหาร รายได้จากการขายสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 เพิ่มขึ้นอย่างมีสาระ สำคัญเป็นจำนวน 268.0 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 12.0 เมื่อเทียบกับปี 2550 โดยมีปัจจัยหลักดังต่อไปนี้ • ธุรกิจผลิตและจำหน่ายข้าวสารมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 201.8 ล้านบาท หรือคิดเป็น ร้อยละ 11.6 เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการที่ราคาขายต่อหน่วยได้มีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามต้นทุนและความต้องการข้าวในตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นโดย เฉพาะในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปี 2551 • รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยในจังหวัดภูเก็ตเพิ่มขึ้นจำนวน 29.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 9.5 เมื่อ เทียบกับปีก่อน เนื่องจากมีการรับรู้รายได้เพิ่มมากขึ้นจากเงินวางเริ่มแรกรวมกับเงินค่างวดที่ได้รับชำระที่มีจำนวนครบร้อยละ 20 ของราคาขายตามสัญญา • รายได้จากการขายอาหารของศูนย์อาหารนานาชาติในศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เพิ่มขึ้นจำนวน 36.1 ล้านบาท หรือคิด เป็นร้อยละ 43.3 เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากศูนย์อาหารเพิ่งเริ่มประกอบกิจการในเดือนพฤษภาคม 2549 และมีการทำการ ตลาดและการสนับสนุนการขายอย่างต่อเนื่องจึงทำให้ยอดขายเติบโตขึ้น

82

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


(ข) รายได้จากการให้บริการและให้เช่า

รายได้จากการให้บริการและให้เช่าส่วนใหญ่ประกอบด้วย รายได้จากธุรกิจให้บริการและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจสนามกอล์ฟ รายได้จากการให้บริการและให้เช่าสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 เพิ่มขึ้นจำนวน 209.3 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 10.6 เมื่อเทียบกับปี 2550 โดยมีปัจจัยหลักดังต่อไปนี้ • อัตราค่าเช่าพื้นที่ของศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ และจากการซื้อบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง ที่ประกอบธุรกิจให้บริการและให้เช่าอาคารสำนักงานในเดือนมิถุนายน 2550 ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจำนวน 97.9 ล้านบาท และ 55.6 ล้านบาท ตามลำดับ • การเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจสนามกอล์ฟในจังหวัดภูเก็ตจำนวน 43.2 ล้านบาท เป็นผลจากการพัฒนาปรับปรุงสนามกอล์ฟ อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการเปิดให้บริการสนามกอล์ฟแห่งใหม่ชื่อ “เดอะ เรด เมาเทิน กอล์ฟ คอร์ส” ที่สร้างเสร็จเป็นบาง ส่วนในเดือนสิงหาคม 2549 (9 หลุม) และเดือนพฤษภาคม 2550 (รวม 18 หลุม) สนามกอล์ฟ เดอะ เรด เมาเทิน กอล์ฟ คอร์ส นี้ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วในเดือนมีนาคม 2551

(ค) รายได้จากกิจการโรงแรม

รายได้จากกิจการโรงแรมสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 เพิ่มขึ้นจำนวน 102.3 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 10.2 เมื่อเทียบ กับปี 2550 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับขึ้นของอัตราค่าที่พักและอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้นของทุกโรงแรมในกลุ่มบริษัทอันเนื่องมาจากการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง โดยนำเสนอแพ็กเกจทัวร์ที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

1.3 กำไรและดอกเบี้ยรับจากเงินลงทุนในลูกหนี้เงินกู้

กำไรและดอกเบีย้ รับจากเงินลงทุนในลูกหนีเ้ งินกูส้ ำหรับปีสนิ้ สุดวันที่ 30 มิถนุ ายน 2551 ลดลงอย่างมีสาระสำคัญเป็นจำนวน 117.4 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 99.3 เมื่อเทียบกับปี 2550 เนื่องจากมีลูกหนี้เงินกู้ยืมรายใหญ่รายหนึ่งขอชำระหนี้เป็นกรณีพิเศษในปีก่อน เป็นผลทำให้เงินลงทุนใน ลูกหนี้เงินกู้มียอดคงเหลือลดลง

1.4 ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียในบริษัทร่วม

ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียในบริษัทร่วมสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 ลดลงจำนวน 89.2 ล้านบาท หรือคิด เป็นร้อยละ 34.9 เมื่อเทียบกับปี 2550 โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลประกอบการที่ลดลงของบริษัทร่วม

1.5 ต้นทุนขายและกำไรขั้นต้น

ต้นทุนขายและกำไรขั้นต้นหลักของกลุ่มบริษัทแบ่งตามประเภทของรายได้เป็น 3 ประเภท คือ ต้นทุนขาย ต้นทุนในการให้บริการและให้ เช่า และค่าใช้จ่ายในการบริหารโรงแรม รายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ มีดังนี้

(ก) ต้นทุนขาย และกำไรขั้นต้น

ต้นทุนขายสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจำนวน 53.3 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 2.8 เมื่อเทียบกับปี 2550 ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการเพิ่มขึ้นของยอดขายของธุรกิจตามที่กล่าวไว้ในข้อที่ 1.2 (ก) อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2550 จากร้อยละ 14.4 เป็นร้อยละ 21.4 โดยมีสาเหตุหลักมาจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายข้าวสาร ที่ได้มีการปรับราคาขายต่อหน่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามราคาตลาดของข้าว

(ข) ต้นทุนในการให้บริการและให้เช่า และกำไรขั้นต้น

ต้นทุนในการให้บริการและให้เช่าสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 เพิ่มขึ้นจำนวน 122.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 19.2 เมื่อเทียบกับปี 2550 โดยมีสาเหตุหลักเนื่องมาจากการซื้อบริษัทย่อยแห่งหนึ่งที่ประกอบธุรกิจให้เช่าพื้นที่อาคารสำนักงานในเดือนมิถุนายน 2550 ซึ่งมี ต้นทุนในการให้บริการและให้เช่าเพิ่มขึ้นจำนวน 48.9 ล้านบาท และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการให้บริการของสนามกอล์ฟแห่งใหม่ในจังหวัดภูเก็ตที่ได้ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2551 เป็นจำนวน 55.2 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นถัวเฉลี่ยสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 เปลี่ยนแปลงลดลงเมื่อเทียบกับปี 2550 จากร้อยละ 68.0 เป็นร้อยละ 65.4 โดยสาเหตุหลักมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของสนามกอล์ฟแห่งใหม่ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นต้นทุนคงที่และไม่ผันแปรตามรายได้

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

83


(ค) ค่าใช้จ่ายในการบริหารโรงแรม และกำไรขั้นต้น

ค่าใช้จ่ายในการบริหารโรงแรมสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 เพิ่มขึ้นจำนวน 31.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 5.2 เมื่อ เทียบกับปี 2550 ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับยอดรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามที่กล่าวไว้ในข้อ 1.2 (ค) อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการเพิ่มขึ้นของรายได้มากกว่า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ของโรงแรมเป็นค่าห้องพัก และค่าใช้จ่ายของโรงแรมโดยส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายคงที่ ดังนั้นจึงทำให้อัตรากำไร ขั้นต้นเฉลี่ยจากการดำเนินงานในปีปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2550 จากร้อยละ 39.7 เป็นร้อยละ 42.5

1.6 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจำนวน 25.8 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.6 เมื่อเทียบกับปี 2550 ซึ่งเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของธุรกิจและอัตราภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารไม่มียอดเปลี่ยนแปลงที่มี สาระสำคัญ

2) การวิเคราะห์ฐานะทางการเงิน

สินทรัพย์รวมของกลุ่มบริษัท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 และวันที่ 30 มิถุนายน 2550 มีจำนวน 21,100.6 ล้านบาท และ 16,537.1 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมียอดเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอย่างมีสาระสำคัญเป็นจำนวน 4,563.5 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 27.6 โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญดัง ต่อไปนี้

2.1 สินทรัพย์ 2.1.1 เงินลงทุนระยะสั้น

เงินลงทุนระยะสั้นของกลุ่มบริษัทส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขายในความต้องการตลาด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 มียอดเพิ่มขึ้นจำนวน 351.5 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 13.3 เมื่อเทียบกับยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 เนื่องจากในระหว่างปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 กลุ่มบริษัทได้มีการซื้อเงินลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขายเพิ่มขึ้นจำนวน 700.9 ล้านบาท มีการจัดสรรคืนของหน่วยลงทุนและจำหน่าย เงินลงทุนจำนวน 129.2 ล้านบาท และมีการปรับมูลค่ายุตธิ รรมของหลักทรัพย์เผือ่ ขายทีถ่ อื อยู่ ณ วันที่ 30 มิถนุ ายน 2551 ลดลงเป็นจำนวน 220.2 ล้านบาท เนื่องจากราคาตลาดของหลักทรัพย์มีการปรับตัวลดลงตามภาวะตลาดในต่างประเทศจากกรณีปัญหาสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ประเภทด้อยมาตรฐาน (Subprime Loan) ปัจจัยทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ

2.1.2 สินค้าคงเหลือ – สุทธิ

สินค้าคงเหลือ – สุทธิของกลุ่มบริษัท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 เพิ่มขึ้นอย่างมีสาระสำคัญเป็นจำนวน 455.3 ล้านบาท หรือคิด เป็นร้อยละ 61.8 เมื่อเทียบกับยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 โดยมีปัจจัยหลักดังต่อไปนี้ • ต้นทุนในการพัฒนาที่ดินของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานีซึ่งดำเนินการก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นจำนวน 109.0 ล้านบาท • ธุรกิจโรงสีและจัดจำหน่ายข้าวสารมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจำนวน 247.0 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนสินค้าต่อหน่วยมีการปรับ ตัวสูงขึ้นอย่างมีสาระสำคัญซึ่งเป็นไปตามภาวะตลาด • ต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ตของบริษัทย่อยสองแห่งเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 88.5 ล้านบาท เนื่องจากความ ก้าวหน้าของโครงการและจำนวนโครงการที่เพิ่มขึ้น

2.1.3 เงินลงทุนในบ���ิษัทร่วม

เงินลงทุนในบริษัทร่วมของกลุ่มบริษัท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 เพิ่มขึ้นจำนวน 75.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.7 เมื่อ เทียบกับยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 ยอดเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีการลงทุนจัดตั้งบริษัทร่วมแห่งใหม่เพื่อประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าซื้อขาย รถยนต์เป็นจำนวน 34.7 ล้านบาท และจากการบันทึกส่วนแบ่งกำไรตามวิธีส่วนได้เสียสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 จำนวน 166.2 ล้านบาท ในขณะที่ยอดลดลงมาจากการบันทึกบัญชีเงินปันผลรับตามวิธีส่วนได้เสียจากบริษัทร่วมสองแห่งในระหว่างปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 เป็นจำนวน 109.0 ล้านบาท

2.1.4 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ - สุทธิ

ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิของกลุ่มบริษัท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 เพิ่มขึ้นจำนวน 365.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.6 เมื่อเทียบกับยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 รายการเคลื่อนไหวที่สำคัญสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 มีดังนี้ ปัจจัยที่ทำให้เพิ่มขึ้น • ยอดเพิ่มขึ้นจำนวน 63.9 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นต้นทุนของโครงการก่อสร้างสระว่ายน้ำ ร้านอาหารไทย และการปรับปรุง ต่างๆ ของโรงแรมเชอราตัน กระบี่ บีช รีสอร์ท

84

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


ยอดเพิม่ ขึน้ จำนวน 264.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นต้นทุนของงานปรับปรุงถนนทางเข้าสนามกอล์ฟและระบบงานสาธารณูปโภค ต่างๆ ภายในสนามกอล์ฟทัง้ สองแห่ง (เดอะ ล็อค ปาล์ม กอล์ฟ คอร์ส และ เดอะ เรด เมาเทิน กอล์ฟ คอร์ส) และต้นทุนการ ก่อสร้างคลับเฮ้าส์ของสนามกอล์ฟแห่งใหม่ (เดอะ เรด เมาเทิน กอล์ฟ คอร์ส) ในจังหวัดภูเก็ต • ยอดเพิ่มขึ้นจำนวน 332.9 ล้านบาท จากการที่บริษัทย่อยแห่งหนึ่งซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจำนวน 14 ไร่ 8 ตารางวา ใน จังหวัดกรุงเทพมหานคร เพื่อนำมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจต่อไป • ยอดเพิม่ ขึน้ จำนวน 314.7 ล้านบาท จากการทีบ่ ริษทั ย่อยแห่งหนึง่ ได้มกี ารประเมินราคาทีด่ นิ ใหม่ในส่วนของ เดอะ เรด เมาเทิน กอล์ฟ คอร์ส ในจังหวัดภูเก็ตโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ เนื่องจากราคาตามบัญชีของที่ดินดังกล่าวถึงกำหนดที่ต้องมีการประเมิน ราคาใหม่ตามนโยบายของกลุ่มบริษัท • ยอดเพิ่มขึ้นจำนวน 99.6 ล้านบาท จากความก้าวหน้าของโครงการก่อสร้างสนามกอล์ฟแห่งใหม่ในจังหวัดปทุมธานี ปัจจัยที่ทำให้ลดลง • ยอดลดลงเนื่องมาจากค่าเสื่อมราคาสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 จำนวน 764.6 ล้านบาท

2.1.5 ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า

ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า ณ วันที่ 30 มิถนุ ายน 2551 จำนวน 2,518.7 ล้านบาท เป็นเงินค่าผลตอบแทนในการได้สทิ ธิการทำสัญญาให้ สิทธิการใช้ประโยชน์ศนู ย์การค้าบริเวณสีแ่ ยกปทุมวันเพือ่ ให้ได้ลงนามก่อนบุคคลอืน่ ทีบ่ ริษทั ฯจ่ายให้แก่มหาวิทยาลัยแห่งหนึง่ ในระหว่างเดือนตุลาคม 2550 ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้าดังกล่าวจะตัดจำหน่ายเป็นค่าใช้จา่ ยในงบกำไรขาดทุนตามอายุของสัญญาเช่า โดยมีผลตัง้ แต่วนั ที่ 22 เมษายน 2556 เป็นต้นไป

2.2 หนี้สิน 2.2.1 เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน

เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินของกลุ่มบริษัท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 เพิ่มขึ้นอย่างมีสาระสำคัญ เป็นจำนวน 1,693.3 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 134.8 เมื่อเทียบกับยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 เนื่องจากการลงทุนเพิ่มในหลักทรัพย์เผื่อ ขายในความต้องการตลาด (หมายเหตุข้อ 2.1.1 – เงินลงทุนระยะสั้น) การเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการพัฒนาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย (หมายเหตุ ข้อ 2.1.2 – สินค้าคงเหลือ) การเพิ่มขึ้นของโครงการต่างๆ ในการพัฒนาสินทรัพย์และการซื้อที่ดิน (หมายเหตุข้อ 2.1.4 - ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์) และการให้กู้ยืมระยะยาวแก่บุคคลภายนอกโดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

2.2.2 หุ้นกู้ระยะยาว

หุ้นกู้ระยะยาว (รวมส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี) ของกลุ่มบริษัท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 เพิ่มขึ้นอย่างมีสาระสำคัญเป็น จำนวน 2,419.6 ล้านบาท เมื่อเทียบกับยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 โดยมียอดเปลี่ยนแปลงที่สำคัญดังนี้ • ในเดือนสิงหาคม 2550 บริษัทฯ ได้ออก “หุ้นกู้บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2550 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2553” จำนวน 3 ล้านหน่วย มูลค่าหน่วยละ 1,000 บาท เป็นจำนวนเงิน 3,000 ล้านบาทโดยเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ หุ้นกู้ดังกล่าวมีดอกเบี้ยในอัตราคงที่ร้อยละ 4.3 ต่อปีตลอดอายุหุ้นกู้ และมีอายุ 3 ปี โดยชำระคืนเงินต้นทั้งจำนวนในวันครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 8 สิงหาคม 2553 เพื่อนำมาใช้ในการดำเนิน งาน และเพื่อชำระค่าตอบแทนในการได้สิทธิการทำสัญญาเพื่อให้ได้ลงนามก่อนบุคคลอื่นให้แก่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง • ในระหว่างปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 บริษัทฯ ได้จ่ายชำระคืนเงินต้นสองงวดสุดท้ายของหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2546 มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาทที่ถึงกำหนดชำระคืนเป็นจำนวนเงิน 576.0 ล้านบาท

2.2.3 ค่าเช่ารับล่วงหน้า

ค่าเช่ารับล่วงหน้า (รวมส่วนที่ถึงกำหนดภายใน 1 ปี) ส่วนใหญ่เป็นค่าเช่ารับล่วงหน้าที่เกิดจากการที่ผู้เช่าตามสัญญาเช่าระยะสั้น บางส่วนของธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เปลีย่ นสัญญาเช่าระยะสัน้ เป็นสัญญาเช่าระยะยาว ค่าเช่ารับล่วงหน้าของกลุม่ บริษทั ณ วันที่ 30 มิถนุ ายน 2551 ลดลงจำนวน 298.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 21.8 เมื่อเทียบกับยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 เนื่องจากมีการรับรู้ค่าเช่ารับล่วงหน้าดัง กล่าวเป็นรายได้สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 โดยวิธีเส้นตรงตามอายุของสัญญาเช่าระยะยาว

2.2.4 เงินมัดจำค่าเช่าและรายได้รับล่วงหน้า

เงินมัดจำค่าเช่าและรายได้รับล่วงหน้า ส่วนใหญ่เป็นเงินมัดจำค่าเช่า ค่าบริการ และค่าอุปกรณ์ที่เรียกเก็บจากผู้เช่าตามที่กำหนด ไว้ในสัญญาเช่าเพือ่ เป็นหลักประกันการเช่า เงินมัดจำค่าเช่าและรายได้รบั ล่วงหน้าของกลุม่ บริษทั ณ วันที่ 30 มิถนุ ายน 2551 เพิม่ ขึน้ จำนวน 95.0 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 24.6 เมื่อเทียบกับยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 เนื่องจากสัญญาเช่ากับผู้เช่าหลักรายหนึ่งซึ่งให้เช่าช่วงกับผู้เช่ารายย่อย อยู่เป็นจำนวนมาก ได้หมดอายุลงและไม่ได้ต่ออายุสัญญาเช่ากับบริษัทฯ อีกต่อไป ดังนั้น ผู้เช่ารายย่อยเหล่านี้จึงมาเช่าโดยตรงกับบริษัทฯ แทน ดังนั้น จึงมีการเรียกเก็บเงินมัดจำค่าเช่า ค่าบริการ และค่าอุปกรณ์ เพื่อเป็นหลักประกันการเช่า บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

85


2.3 ส่วนของผู้ถือหุ้น

ส่วนของผู้ถือหุ้นของกลุ่มบริษัท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 เพิ่มขึ้นจำนวน 617.3 ล้านบาท หรือคิดเป็น ร้อยละ 6.7 เมื่อเทียบกับยอด คงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 รายการเคลื่อนไหวที่สำคัญในระหว่างปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 มีดังต่อไปนี้ 2.3.1 ยอดเพิ่มขึ้นจำนวน 1,401.7 ล้านบาท จากกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 2.3.2 ยอดลดลงจำนวน 605.7 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผล 2.3.3 ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ลดลงจำนวน 11.1 ล้านบาท เนื่องจากค่าเสื่อมราคาสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 ที่ คำนวณจากต้นทุนของสินทรัพย์ในส่วนที่มีการตีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยแสดงยอดสุทธิจา���หนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีที่เกี่ยวข้อง จำนวน 165.0 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม มีการตีราคาที่ดินของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งเพิ่มขึ้นจำนวน 314.7 ล้านบาท ตามที่กล่าวไว้ใน ข้อ 2.1.4 – ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ กลุ่มบริษัทรับรู้ส่วนเกินทุนจากการตีราคาที่ดินเพิ่มดังกล่าวตามสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท ย่อยนั้น โดยแสดงยอดสุทธิจากหนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวน 153.9 ล้านบาท 2.3.4 กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากเงินลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขายลดลงจำนวน 152.6 ล้านบาท สุทธิจากหนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากราคาตลาดของหลักทรัพย์เผื่อขายมีการปรับตัวลดลงตามที่กล่าวไว้ในข้อ 2.1.1 - เงินลงทุนระยะสั้น

3) การวิเคราะห์สภาพคล่อง

3.1 งบกระแสเงินสด

กระแสเงินสดของกลุ่มบริษัทสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 และ 2550 สรุปได้ดังนี้

กำไรสุทธิจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลง ในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงาน การเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงาน-สุทธิ กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน – สุทธิ กระแสเงินสดได้มา(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน – สุทธิ กระแสเงินสดได้มาจาก (ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน - สุทธิ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น - สุทธิ

2551 (ล้านบาท)

1,403.8 (508.8) 895.0 (4,393.1) 3,501.5 3.4

สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน กระแสเงินสด 2550 เพิ่มขึ้น/(ลดลง) (ล้านบาท) (ล้านบาท) (%)

1,096.1 (121.7) 974.4 81.1 (1,034.0) 21.5

307.7 (387.1) (79.4) (4,474.2) 4,535.5 (18.1)

28.1% 318.1% (8.1%) (5,516.9%) (438.6%) (84.2%)

3.1.1 กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน รายการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานได้กล่าว ไว้ในส่วนของการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานและฐานะการเงินข้างต้นแล้ว 3.1.2 กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนของกลุ่มบริษัทสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 เพิ่มขึ้นอย่างมีสาระสำคัญเป็นจำนวน 4,474.2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2550 เนื่องมาจากปัจจัยหลักดังต่อไปนี้ ก) เงินสดจ่ายเพื่อลงทุนในที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจำนวน 390.8 ล้านบาท ข) เงินสดจ่ายเพื่อเป็นค่าผลตอบแทนในการได้สิทธิการทำสัญญาเพื่อให้ได้ลงนามก่อนบุคคลอื่นให้แก่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเป็น จำนวนเงิน 2,518.7 ล้านบาท ค) เงินสดจ่ายสุทธิเพื่อซื้อเงินลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขายเพิ่มขึ้นจำนวน 542.3 ล้านบาท ง) เงินสดจ่ายเพื่อให้กู้ยืมระยะยาวแก่บุคคลอื่นที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันจำนวน 810.0 ล้านบาท

86

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


3.1.3 กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินของกลุ่มบริษัทสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 เพิ่มขึ้นอย่างมีสาระสำคัญจำนวน 4,535.5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2550 โดยมีสาเหตุหลักมาจากเงินสดรับจากการออกหุ้นกู้ระยะยาวจำนวน 2,993.7 ล้านบาท สุทธิจากค่าใช้จ่ายในการ ออกหุ้นกู้ และกระแสเงินสดรับสุทธิจากการกู้ยืมเงินระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 1,848.6 ล้านบาท

4) การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีเกี่ยวกับการบันทึกเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม ในงบการเงินเฉพาะกิจการ

ตามประกาศสภาวิชาชีพบัญชี ฉบับที่ 26/2549 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2549 และฉบับที่ 32/2549 ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2549 ได้มีการแก้ไข มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 44 เรื่องงบการเงินรวมและการบัญชีสำหรับเงินลงทุนในบริษัทย่อย และฉบับที่ 45 เรื่องการบัญชีสำหรับเงินลงทุนในบริษัทร่วม โดยกำหนดให้เปลี่ยนวิธีการบัญชีจากวิธีส่วนได้เสียเป็นวิธีราคาทุนสำหรับเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่แสดงไว้ในงบการเงินเฉพาะบริษัท รายได้เงินลงทุนจะรับรู้เมื่อมีการประกาศจ่ายเงินปันผล ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้สำหรับงบการเงินที่มีรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2550 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชีดังกล่าวส่งผลต่อการแสดงรายการบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเงินลงทุนในบริษัทย่อย และบริษัทร่วมในงบการเงินเฉพาะกิจการเท่านั้น และไม่ได้มีผลกระทบต่อการจัดทำงบการเงินรวมและปัจจัยพื้นฐานการทำธุรกิจของบริษัทฯ แต่อย่างใด กลุ่มบริษัทบันทึกเงินลงทุนโดยใช้วิธีราคาทุนตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2550 โดยกลุ่มบริษัทได้ใช้วิธีปรับปรุงงบการเงินย้อนหลัง ซึ่งผลกระทบ ของการเปลี่ยนแปลงที่มีต่องบดุลเฉพาะบริษัท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 และงบกำไรขาดทุนเฉพาะบริษัทสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 และ 2550 มีดังต่อไปนี้ 1. ผลกระทบต่องบดุล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 ทำให้เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมลดลงจำนวน 2,653.8 ล้านบาท และกำไร สะสมส่วนที่ยังไม่ได้จัดสรรลดลงจำนวน 800.6 ล้านบาท 2. ทำให้บริษัทฯมีกำไรสุทธิและกำไรต่อหุ้นในงบกำไรขาดทุนเฉพาะกิจการสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 และ 2550 เพิ่มขึ้นจำนวน 140.9 ล้านบาท (0.93 บาทต่อหุ้น) และลดลงจำนวน 160.9 ล้านบาท (1.06 บาทต่อหุ้น) ตามลำดับ ทั้งนี้ผลสะสมของการเปลี่ยนแปลงหลักการบัญชีนี้ได้แสดงไว้ใน “ผลสะสมจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชีเกี่ยวกับเงินลงทุนในบริษัทย่อย และบริษัทร่วม”ในงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯในงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้นเฉพาะกิจการ และหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 5.1 เรื่องการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชี

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

87


งบการเงิน


รายงานของผูส้ อบบัญชีรบั อนุญาต

เสนอ ต่อผู้ถือหุ้นของ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ข้าพเจ้าได้ตรวจสอบงบดุลรวม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 และ 2550 งบกำไรขาดทุนรวม งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วน ของผู้ถือหุ้นรวมและงบกระแสเงินสดรวมสำหรับปีสิ้นสุดวันเดียวกันของแต่ละปีของบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัท ย่อย และได้ตรวจสอบงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ด้วยเช่นกัน ซึ่งผู้บริหารของกิจการเป็นผู้รับ ผิดชอบต่อความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลในงบการเงินเหล่านี้ ส่วนข้าพเจ้าเป็นผู้รับผิดชอบในการแสดงความเห็นต่องบการ เงินดังกล่าวจากผลการตรวจสอบของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติงานตรวจสอบตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไปซึ่งกำหนดให้ข้าพเจ้าต้องวางแผนและปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้ความเชื่อมั่นอย่างมีเหตุผลว่างบการเงินแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญหรือไม่ การตรวจสอบรวมถึง การใช้วิธีการทดสอบหลักฐานประกอบรายการทั้งที่เป็นจำนวนเงินและการเปิดเผยข้อมูลในงบการเงิน การประเมินความเหมาะสม ของหลักการบัญชีที่กิจการใช้และประมาณการเกี่ยวกับรายการทางการเงินที่เป็นสาระสำคัญ ซึ่งผู้บริหารเป็นผู้จัดทำขึ้น ตลอดจน การประเมินถึงความเหมาะสมของการแสดงรายการที่นำเสนอในงบการเงินโดยรวม ข้าพเจ้าเชื่อว่าการตรวจสอบดังกล่าวให้ข้อ สรุปที่เป็นเกณฑ์อย่างเหมาะสมในการแสดงความเห็นของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเห็นว่า งบการเงินข้างต้นนี้แสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 และ 2550 ผลการดำเนินงานและ กระแสเงินสดสำหรับปีสิ้นสุดวันเดียวกันของแต่ละปีของ���ริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย และเฉพาะของบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) โดยถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป โดยมิได้เป็นการแสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขต่องบการเงินข้างต้น บริษัทฯได้ปรับย้อนหลังงบการเงินเฉพาะกิจการ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 และสำหรับปีสิ้นสุดวันเดียวกันเพื่อสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีเกี่ยวกับการบันทึกเงิน ลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมจากวิธีส่วนได้เสียเป็นวิธีราคาทุน ตามที่กล่าวในหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 5.1 และ บริษัทฯได้ปรับย้อนหลังงบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 และสำหรับปีสิ้นสุดวันเดียวกันเพื่อ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชีเกี่ยวกับการสำรองผลประโยชน์พนักงานภายหลังเกษียณ ตามที่กล่าวไว้ใน หมายเหตุ ประกอบงบการเงินข้อ 5.2 ข้าพเจ้าเห็นว่ารายการปรับปรุงเพื่อจัดทำงบการเงินดังกล่าวมีความเหมาะสมและได้นำไปปรับปรุงงบ การเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการตามสมควรแล้ว

นงลักษณ์ พุ่มน้อย

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 4172 บริษัท สำนักงาน เอินส์ท แอนด์ ยัง จำกัด

กรุงเทพฯ: 26 สิงหาคม 2551

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

89


งบดุล

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 และ 2550

(หน่วย: บาท)

หมายเหตุ

สินทรัพย์ สินทรัพย์หมุนเวียน เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เงินลงทุนระยะสั้น ลูกหนี้การค้า - สุทธิ เงินมัดจำค้างรับโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ส่วนของลูกหนี้การค้าตามสัญญาผ่อนชำระที่ถึงกำหนด ภายในหนึ่งปี สินค้าคงเหลือ - สุทธิ เงินให้กู้ยืมระยะสั้น - บริษัทอื่น เงินให้กู้ยืมระยะสั้นและลูกหนี้อื่น - บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน ดอกเบี้ยค้างรับ - บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น รวมสินทรัพย์หมุนเวียน สินทรัพย์ ไม่หมุนเวียน เงินลงทุนในบริษัทย่อย - สุทธิ เงินลงทุนในบริษัทร่วม เงินฝากประจำที่นำไปค้ำประกัน เงินลงทุนในลูกหนี้เงินให้กู้ เงินลงทุนในบริษัทอื่น - สุทธิ เงินลงทุนระยะยาวอื่นในบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน ลูกหนี้การค้าตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาเช่าการเงิน - สุทธิ ลูกหนี้การค้าตามสัญญาผ่อนชำระ - สุทธิจากส่วนที่ถึง กำหนดชำระภายในหนึ่งปี เงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บุคคลอื่นโดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน สินทรัพย์รอการพัฒนา ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ - สุทธิ ค่าความนิยมติดลบ ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น - สุทธิ รวมสินทรัพย์ ไม่หมุนเวียน รวมสินทรัพย์

งบการเงินรวม 2551 2550

(ปรับปรุงใหม่)

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550

(ปรับปรุงใหม่)

8 9, 41.2 10, 41.3

170,255,730 2,984,939,992 278,363,055 -

166,845,823 2,633,431,427 239,654,432 6,874,058

35,227,932 2,757,723,992 69,982,556 -

22,753,039 2,576,667,580 53,885,933 -

11 41.4 41.5 12

10,733,044 1,192,386,560 299,905 17,563,449 1,280,870 130,864,714 4,786,687,319

7,181,964 737,107,713 1,096,938 40,764,994 2,708,062 122,572,062 3,958,237,473

- 39,329,424 - 919,789,733 1,280,870 34,726,481 3,858,060,988

38,304,767 161,784,938 2,708,062 29,327,678 2,885,431,997

13, 30 14 15 16 41.10

- 2,084,355,695 1,226,413 4,821,607 26,633,986 10,672,507 4,646,664

- 2,009,216,787 3,184,063 11,140,590 26,633,986 11,027,790 5,972,982

6,140,400,458 1,807,534,147 - 4,821,607 10,788,986 - -

7,626,316,799 1,772,873,051 11,140,590 10,788,986 -

17 41.5 18 19 20 1.2 21, 41.9

105,602,015 810,000,000 23,846,400 106,885,500 10,520,810,103 (11,410,018) 2,518,736,275 107,131,099 16,313,958,246 21,100,645,565

81,213,263 - 66,074,400 106,885,500 10,155,714,159 (14,636,185) - 116,432,618 12,578,859,953 16,537,097,426

- 810,000,000 23,846,400 95,625,500 2,387,309,555 - 2,518,736,275 4,693,531 13,803,756,459 17,661,817,447

66,074,400 95,625,500 2,847,179,923 4,829,059 12,434,828,308 15,320,260,305

หมายเหตุประกอบงบการเงินเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินนี้

90

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


งบดุล (ต่อ)

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 และ 2550

(หน่วย: บาท)

หมายเหตุ

หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น หนี้สินหมุนเวียน เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 22, 41.6 เจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้อื่น เงินกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้อื่น - บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน 41.8 ส่วนของหนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงิน - บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน ที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี - สุทธิ 41.11 ส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน ที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 24, 41.7 ส่วนของหุ้นกู้ระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 24 ส่วนของค่าเช่ารับล่วงหน้าที่ถึงกำหนดภายในหนึ่งปี ส่วนของค่าเช่าระยะยาวค้างจ่ายที่ถึงกำหนดชำระ ภายในหนึ่งปี 25 หนี้สินหมุนเวียนอื่น ภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่าย ดอกเบี้ยค้างจ่าย ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย เงินปันผลค้างจ่าย อื่น ๆ 23 รวมหนี้สินหมุนเวียน หนี้สินไม่หมุนเวียน หนี้สินตามสัญญาเช่าการเงิน - บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน - สุทธิจากส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 41.11 เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน - สุทธิจาก ส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 24, 41.7 หุ้นกู้ระยะยาว - สุทธิจากส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 24 ค่าเช่ารับล่วงหน้า - สุทธิจากส่วนที่ถึงกำหนดภายในหนึ่งปี หนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี 34 ค่าเช่าระยะยาวค้างจ่าย - สุทธิจากส่วนที่ถึงกำหนดชำระ ภายในหนึ่งปี 25 เงินมัดจำค่าเช่าและรายได้รับล่วงหน้า หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น 26, 41.9 รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน รวมหนี้สิน

งบการเงินรวม 2551 2550 2,949,429,972 112,617,769 65,354,328 1,809,847 -

(ปรับปรุงใหม่) 1,256,175,761 101,114,593 57,502,641 9,142,788 -

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550

(ปรับปรุงใหม่)

2,212,923,416 11,146,172 54,951,738 1,708,870,979

568,897,422 10,275,480 49,994,948 3,399,738,969

3,560,263

3,902,419

31,500,000 - 294,089,371

41,000,000 576,000,000 294,967,329

- - 294,089,371

625,000,000 294,967,329

85,000,000

45,000,000

85,000,000

45,000,000

252,206,464 50,894,411 184,737,140 47,082,389 147,903,752 4,222,625,443

275,270,237 7,677,315 198,523,823 43,963,475 150,950,485 3,057,288,447

180,412,426 50,893,151 87,969,123 47,082,389 14,023,133 4,750,922,161

241,523,029 8,321,918 142,969,565 43,963,475 13,201,591 5,447,756,145

3,266,428

6,826,691

-

-

122,412,000 2,995,560,963 772,795,032 1,517,308,132

153,912,000 - 1,070,088,652 1,534,769,818

- 2,995,560,963 772,795,032 391,932,924

1,070,088,652 523,725,458

340,000,000 481,067,321 184,054,397 6,413,197,845 10,635,823,288

425,000,000 386,023,025 160,498,584 3,730,292,079 6,787,580,526

340,000,000 480,971,473 43,843,225 5,028,370,045 9,779,292,206

425,000,000 396,307,417 40,593,574 2,462,541,792 7,910,297,937

หมายเหตุประกอบงบการเงินเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินนี้ บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

91


งบดุล (ต่อ)

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 และ 2550

(หน่วย: บาท)

หมายเหตุ

ส่วนของผู้ถือหุ้น ทุนเรือนหุ้น ทุนจดทะเบียน หุ้นสามัญ 188,629,100 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท 27 ทุนที่ออกและชำระแล้ว หุ้นสามัญ 188,629,100 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท ส่วนเกินทุน ส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญ ส่วนต่างระหว่างต้นทุนการซื้อกิจการที่ต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการถือหลักทรัพย์เผื่อขาย กำไร (ขาดทุน) ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากเงินลงทุนในลูกหนี้เงินให้กู้ กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากเงินลงทุนในลูกหนี้เงินให้กู้ ของบริษัทร่วม กำไรสะสม จัดสรรแล้ว สำรองตามกฎหมาย 28 ยังไม่ได้จัดสรร รวมส่วนของผู้ถือหุ้นก่อนหักหุ้นทุนซื้อคืนและส่วนของผู้ถือหุ้น ส่วนน้อยของบริษัทย่อย หัก: หุ้นทุนซื้อคืน 29 รวมส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ 30 ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของบริษัทย่อย รวมส่วนของผู้ถือหุ้น รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น

งบการเงินรวม 2551 2550

(ปรับปรุงใหม่)

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550

(ปรับปรุงใหม่)

1,886,291,000

1,886,291,000

1,886,291,000

1,886,291,000

1,886,291,000

1,886,291,000

1,886,291,000

1,886,291,000

1,276,037,500 172,206,406 2,518,056,598 49,492,779 (513,832)

1,276,037,500 172,206,406 2,529,150,207 202,058,581 2,926,358

1,276,037,500 - 798,084,083 159,083,418 (513,832)

1,276,037,500 956,418,228 312,805,437 2,926,358

54,248,571

65,896,573

200,000,000 4,376,268,506

200,000,000 3,580,248,571

200,000,000 3,563,543,072

200,000,000 2,775,483,845

10,532,087,528 (711,993,784) 9,820,093,744 644,728,533 10,464,822,277 21,100,645,565

9,914,815,196 (711,993,784) 9,202,821,412 546,695,488 9,749,516,900 16,537,097,426

7,882,525,241 - 7,882,525,241 - 7,882,525,241 17,661,817,447

7,409,962,368 7,409,962,368 7,409,962,368 15,320,260,305

-

-

หมายเหตุประกอบงบการเงินเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินนี้

92

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


งบกำไรขาดทุน

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 และ 2550

(หน่วย: บาท)

หมายเหตุ

รายได้ รายได้จากการขาย รายได้จากการให้บริการและให้เช่า รายได้จากกิจการโรงแรม รายได้อื่น กำไรและดอกเบี้ยรับจากเงินลงทุนในลูกหนี้เงินให้กู้ กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุน ดอกเบี้ยรับ เงินปันผลรับ อื่น ๆ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย รวมรายได้ ค่าใช้จ่าย ต้นทุนขาย ต้นทุนในการให้บริการและให้เช่า ค่าใช้จ่ายในการบริหารโรงแรม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ค่าธรรมเนียมจากการเปลี่ยนแปลงสัญญาบริหารโรงแรม รวมค่าใช้จ่าย กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ ดอกเบี้ยจ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล กำไรหลังภาษีเงินได้ กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย กำไรสุทธิสำหรับปี กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน กำไรสุทธิสำหรับปี

จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (หุ้น)

งบการเงินรวม 2551 2550

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550

(ปรับปรุงใหม่)

(ปรับปรุงใหม่)

37

2,502,079,086 2,192,534,299 1,104,910,254

2,234,039,007 1,983,225,031 1,002,589,406

- 1,838,136,652 747,601,267

1,747,330,109 676,201,777

14.1

853,892 16,659,908 32,889,652 190,795,843 75,489,820 166,150,745 6,282,363,499

118,247,125 18,071,260 25,147,656 172,602,082 89,412,141 255,384,104 5,898,717,812

853,892 18,154,045 55,140,082 722,240,427 43,214,644 - 3,425,341,009

118,247,125 73,347,717 358,054,886 39,063,884 3,012,245,498

41.14 34

1,966,472,534 757,706,725 635,718,470 741,736,886 - 4,101,634,615 2,180,728,884 (187,156,517) (499,397,982) 1,494,174,385 (92,458,012) 1,401,716,373

1,913,220,041 635,598,109 604,540,299 715,887,165 113,276,566 3,982,522,180 1,916,195,632 (123,688,646) (462,761,904) 1,329,745,082 (44,087,226) 1,285,657,856

- 449,351,994 427,030,685 286,560,398 - 1,162,943,077 2,262,397,932 (359,985,982) (359,836,323) 1,542,575,627 - 1,542,575,627

438,752,718 409,262,688 302,252,608 113,276,566 1,263,544,580 1,748,700,918 (256,009,277) (367,976,501) 1,124,715,140 1,124,715,140

9.26

8.49

10.19

7.43

35

151,425,025

151,425,025

151,425,025

151,425,025

หมายเหตุประกอบงบการเงินเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินนี้ บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

93


94

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

172,206,406 2,684,044,706 - - 172,206,406 2,684,044,706 - - - - - (225,208,802) - (729,686) - 2,184,980 - - - - - 68,859,009 - - - (154,894,499) - - - - - - 172,206,406 2,529,150,207

- - 2,000,000,000 1,276,037,500

(113,709,000) - - - - - - - - - - - - - - - - - (113,709,000) - - - - - - - 1,886,291,000 1,276,037,500

- - - (10,506,857) - 16,907,602 - 4,566,059 - 10,966,804 - - - 202,058,581

- 191,091,777

191,091,777

- - - - - - (114,996,768) 34,188,816 - (80,807,952) - - - 2,926,358

- 83,734,310

83,734,310

- - - - - - (1,612,331) 483,699 - (1,128,632) - - - 65,896,573

- 67,025,205

67,025,205

- - - - - - - - - - - - - 200,000,000

- 200,000,000

200,000,000

- (281,842,452) (395,551,452) 395,551,452 - - - - - - - - - - - - - - (395,551,452) 113,709,000 - 1,285,657,856 - (529,741,143) - - - 3,580,248,571

395,551,452 - - - - - - - - 395,551,452 - - - (711,993,784)

- 32,358,043 - 395,551,452 2,710,622,858 (1,107,545,236)

395,551,452 2,678,264,815 (1,107,545,236)

- - (1,889,709) (227,098,511) (6,847,993) (18,084,536) 747,020 2,932,000 - 16,907,602 - (116,609,099) 334,780 108,432,363 (20,471,786) (20,471,786) (28,127,688) (253,991,967) - 1,285,657,856 (39,902,657) (569,643,800) 44,087,226 44,087,226 546,695,488 9,749,516,900

1,910,862 34,268,905 570,638,607 9,243,407,585

568,727,745 9,209,138,680

รวม

(หน่วย: บาท)

สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 และ 2550

กำไรที่ยัง ไม่เกิดขึ้นจริง กำไรสะสม จากเงินลงทุนใน จัดสรรแล้ว ลูกหนี้เงินให้กู้ สำรอง สำรองสำหรับ ส่วนของผู้ถือหุ้น ของบริษัทร่วม ตามกฎหมาย หุ้นทุนซื้อคืน ยังไม่ ได้จัดสรร หุ้นทุนซื้อคืน ส่วนน้อย

งบการเงินรวม

ส่วนต่าง กำไร ระหว่างต้นทุน กำไร (ขาดทุน) (ขาดทุน) ที่ยัง การซื้อกิจการ ส่วนเกินทุน ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ไม่เกิดขึ้นจริง ที่ต่ำกว่าราคา จากการตีราคา จากการถือ จากเงินลงทุนใน ยุติธรรม สินทรัพย์ หลักทรัพย์เผื่อขาย ลูกหนี้เงินให้กู้

2,000,000,000 1,276,037,500

หมายเหตุประกอบงบการเงินเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินนี้

หุ้นทุนซื้อคืนส่วนที่ไม่ได้จำหน่ายภายใน ระยะเวลาที่กำหนด (หมายเหตุ 29) โอนกลับสำรองหุ้นทุนซื้อคืน (หมายเหตุ 29) ตัดจำหน่ายส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ การเปลี่ยนแปลงจากการขายสินทรัพย์ เพิ่มขึ้นจากการตีราคาสินทรัพย์ การเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุน ลดลงในกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากเงินลงทุนในลูกหนี้เงินให้กู้ เพิ่มขึ้นจากหนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี ลดลงจากการลงทุนในเงินลงทุนระยะยาว รายการที่ยังไม่รับรู้ในงบกำไรขาดทุน กำไรสุทธิสำหรับปี - ปรับปรุงใหม่ เงินปันผลจ่าย (หมายเหตุ 42) กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550

ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 - หลังปรับปรุง

ผลสะสมจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีที่เกี่ยวกับ การสำรองผลประโยชน์พนักงานภายหลังเกษียณ (หมายเหตุ 5.2)

ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 - ตามที่รายงานไว้เดิม

ทุนเรือนหุ้น ที่ออก ส่วนเกิน และชำระแล้ว มูลค่าหุ้น

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

งบแสดงการเปลีย่ นแปลงส่วนของผูถ้ อื หุน้


บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

95

ตัดจำหน่ายส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ เพิ่มขึ้นจากการตีราคาสินทรัพย์ การเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุน ลดลงในกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากเงินลงทุนในลูกหนี้เงินให้กู้ จำหน่ายเงินลงทุนในส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย เพิ่มทุนในเงินลงทุนในบริษัทย่อย เพิ่มขึ้น (ลดลง) จากหนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี รายการที่ยังไม่รับรู้ในงบกำไรขาดทุน กำไรสุทธิสำหรับปี เงินปันผลจ่าย (หมายเหตุ 42) กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551

ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 - หลังปรับปรุง

ผลสะสมจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีที่เกี่ยวกับ การสำรองผลประโยชน์พนักงานภายหลังเกษียณ (หมายเหตุ 5.2)

ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 - ตามที่รายงานไว้เดิม

- - 1,886,291,000 1,276,037,500 - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 1,886,291,000 1,276,037,500

1,886,291,000 1,276,037,500

ทุนเรือนหุ้น ที่ออก ส่วนเกิน และชำระแล้ว มูลค่าหุ้น

- - 172,206,406 2,529,150,207 - (231,426,123) - 235,712,233 - - - - - - - - - (15,379,719) - (11,093,609) - - - - - - 172,206,406 2,518,056,598

172,206,406 2,529,150,207 - 202,058,581 - - (220,114,838) - - - 67,549,036 (152,565,802) - - - 49,492,779

202,058,581 - 2,926,358 - - - (4,914,558) - - 1,474,368 (3,440,190) - - - (513,832)

2,926,358 - 65,896,573 - - - (16,640,004) - - 4,992,002 (11,648,002) - - - 54,248,571

65,896,573 - 200,000,000 - - - - - - - - - - - 200,000,000

200,000,000 - - - - - - - - - - - - - -

-

- (711,993,784) - - - - - - - - - - - (711,993,784)

(711,993,784)

1,426,777 37,087,906 546,695,488 9,749,516,900 (1,889,707) (233,315,830) 78,986,321 314,698,554 - (220,114,838) - (21,554,562) (5,235,225) (5,235,225) 410,090 410,090 (13,104,477) 45,531,210 59,167,002 (119,580,601) - 1,401,716,373 (53,591,969) (659,288,407) 92,458,012 92,458,012 644,728,533 10,464,822,277

545,268,711 9,712,428,994

หมายเหตุประกอบงบการเงินเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินนี้

35,661,129 3,580,248,571 - - - - - - - - 1,401,716,373 (605,696,438) - 4,376,268,506

3,544,587,442

รวม

(หน่วย: บาท)

สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 และ 2550

กำไรที่ยัง ไม่เกิดขึ้นจริง กำไรสะสม จากเงินลงทุนใน จัดสรรแล้ว ลูกหนี้เงินให้กู้ สำรอง สำรองสำหรับ ส่วนของผู้ถือหุ้น ของบริษัทร่วม ตามกฎหมาย หุ้นทุนซื้อคืน ยังไม่ ได้จัดสรร หุ้นทุนซื้อคืน ส่วนน้อย

งบการเงินรวม

ส่วนต่าง กำไร ระหว่างต้นทุน กำไร (ขาดทุน) (ขาดทุน) ที่ยัง การซื้อกิจการ ส่วนเกินทุน ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ไม่เกิดขึ้นจริง ที่ต่ำกว่าราคา จากการตีราคา จากการถือ จากเงินลงทุนใน ยุติธรรม สินทรัพย์ หลักทรัพย์เผื่อขาย ลูกหนี้เงินให้กู้

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

งบแสดงการเปลีย่ นแปลงส่วนของผูถ้ อื หุน้ (ต่อ)


96

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

- - - - - - - - - -

(113,709,000) - - - - - - - - - - - (113,709,000) - - - - - 1,886,291,000 1,276,037,500

(172,206,406) - -

-

- - (226,185,634) - - 73,990,355 (152,195,279) - - 956,418,228

- 1,108,613,507

-

- - - - - - - - - -

- -

(1,575,431,199)

172,206,406 1,108,613,507 1,575,431,199

- - 2,000,000,000 1,276,037,500

-

2,000,000,000 1,276,037,500

หมายเหตุประกอบงบการเงินเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินนี้

หุ้นทุนซื้อคืนที่ไม่ได้จำหน่ายภายในระยะเวลาที่ กำหนด (หมายเหตุ 29) โอนกลับสำรองหุ้นทุนซื้อคืน (หมายเหตุ 29) ตัดจำหน่ายส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ การเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุน ลดลงในกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากเงินลงทุนในลูกหนี้เงินให้กู้ เพิ่มขึ้น (ลดลง) จากหนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี รายการที่ยังไม่รับรู้ในงบกำไรขาดทุน กำไรสุทธิสำหรับปี - ปรับปรุงใหม่ เงินปันผลจ่าย (หมายเหตุ 42) ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550

ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 - หลังปรับปรุง

ผลสะสมจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีที่เกี่ยวกับ การบันทึกเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม (หมายเหตุ 5.1) ผลสะสมจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีที่เกี่ยวกับ การสำรองผลประโยชน์พนักงานภายหลังเกษียณ (หมายเหตุ 5.2)

ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 - ตามที่รายงานไว้เดิม

ส่วนต่างระหว่าง ต้นทุนการซื้อ ส่วนเกินทุน ทุนเรือนหุ้น กิจการ ส่วนเกินทุน จากการตีราคา ที่ออก ส่วนเกิน ที่ต่ำกว่าราคา จากการตีราคา สินทรัพย์ และชำระแล้ว มูลค่าหุ้น ยุติธรรม สินทรัพย์ ของบริษัทย่อย

(หน่วย: บาท)

สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 และ 2550

- - - 174,863,781 - (52,459,134) 122,404,647 - - 312,805,437

- 190,400,790

-

190,400,790

- - - - - - - - - -

- -

(690,987)

690,987

- - - - (114,996,768) 34,188,816 (80,807,952) - - 2,926,358

- 83,734,310

-

83,734,310

- - - - - - - - - -

- -

(67,025,205)

67,025,205

(507,772,166)

-

(2,323,125,963) - 26,768,906 - 26,768,906 395,551,452 2,197,261,555 (395,551,452) 7,056,047,662

-

395,551,452 2,678,264,815 (395,551,452) 9,352,404,719

- - (281,842,452) 395,551,452 - (395,551,452) 395,551,452 - - - - - (226,185,634) - - - - 174,863,781 - - - - (114,996,768) - - - - 55,720,037 - (395,551,452) 113,709,000 395,551,452 (110,598,584) - - 1,124,715,140 - 1,124,715,140 - - (660,201,850) - (660,201,850) 200,000,000 - 2,775,483,845 - 7,409,962,368

- 200,000,000

-

200,000,000

กำไร (ขาดทุน) กำไร (ขาดทุน) กำไร กำไรที่ยัง ที่ยังไม่เกิดขึ้น ที่ยังไม่เกิดขึ้น (ขาดทุน) ที่ยัง ไม่เกิดขึ้นจริง กำไรสะสม จริงจากการ จริงจากการถือ ไม่เกิดขึ้นจริง จากเงินลงทุนใน จัดสรรแล้ว สำรอง สำรองสำหรับ ถือหลักทรัพย์ หลักทรัพย์เผื่อขาย จากเงินลงทุนใน ลูกหนี้เงินให้กู้ เผื่อขาย ของบริษัทย่อย ลูกหนี้เงินให้กู้ ของบริษัทร่วม ตามกฎหมาย หุ้นทุนซื้อคืน ยังไม่ ได้จัดสรร หุ้นทุนซื้อคืน รวม

งบการเงินรวมเฉพาะกิจการ

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

งบแสดงการเปลีย่ นแปลงส่วนของผูถ้ อื หุน้ (ต่อ)


บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

97

ตัดจำหน่ายส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ การเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุน ลดลงในกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากเงินลงทุนในลูกหนี้เงินให้กู้ เพิ่มขึ้นจากหนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี รายการที่ยังไม่รับรู้ในงบกำไรขาดทุน กำไรสุทธิสำหรับปี เงินปันผลจ่าย (หมายเหตุ 42) ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551

ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 - หลังปรับปรุง

ผลสะสมจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีที่เกี่ยวกับ การบันทึกเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม (หมายเหตุ 5.1) ผลสะสมจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีที่เกี่ยวกับ การสำรองผลประโยชน์พนักงานภายหลังเกษียณ (หมายเหตุ 5.2)

ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 - ตามที่รายงานไว้เดิม

-

- - 1,886,291,000 1,276,037,500 - - - - - - - - - - - - - - 1,886,291,000 1,276,037,500

-

1,886,291,000 1,276,037,500

- - - - - - - - - -

(172,206,406)

172,206,406

- 956,418,228 (226,191,635) - - 67,857,490 (158,334,145) - - 798,084,083

- - - - - - - - - - -

(1,572,731,979)

956,418,228 1,572,731,979

ส่วนต่างระหว่าง ต้นทุนการซื้อ ส่วนเกินทุน ทุนเรือนหุ้น กิจการ ส่วนเกินทุน จากการตีราคา ที่ออก ส่วนเกิน ที่ต่ำกว่าราคา จากการตีราคา สินทรัพย์ และชำระแล้ว มูลค่าหุ้น ยุติธรรม สินทรัพย์ ของบริษัทย่อย

(หน่วย: บาท)

สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 และ 2550

- 312,805,437 - (219,602,884) - 65,880,865 (153,722,019) - - 159,083,418

- - - - - - - - - - -

110,746,856

312,805,437 (110,746,856)

- 2,926,358 - - (4,914,557) 1,474,367 (3,440,190) - - (513,832)

-

2,926,358

- - - - - - - - - -

(65,896,573)

65,896,573

- - - - - - - - - -

-

-

31,487,906 2,775,483,845 - - - - - 1,542,575,627 (754,516,400) 3,563,543,072

(800,591,503)

3,544,587,442

- - - - - - - - - -

-

-

31,487,906 7,409,962,368 (226,191,635) (219,602,884) (4,914,557) 135,212,722 (315,496,354) 1,542,575,627 (754,516,400) 7,882,525,241

(2,500,679,605)

9,879,154,067

หมายเหตุประกอบงบการเงินเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินนี้

- 200,000,000 - - - - - - - 200,000,000

-

200,000,000

กำไร (ขาดทุน) กำไร (ขาดทุน) กำไร กำไรที่ยัง ที่ยังไม่เกิดขึ้น ที่ยังไม่เกิดขึ้น (ขาดทุน) ที่ยัง ไม่เกิดขึ้นจริง กำไรสะสม จริงจากการ จริงจากการถือ ไม่เกิดขึ้นจริง จากเงินลงทุนใน จัดสรรแล้ว สำรอง สำรองสำหรับ ถือหลักทรัพย์ หลักทรัพย์เผื่อขาย จากเงินลงทุนใน ลูกหนี้เงินให้กู้ เผื่อขาย ของบริษัทย่อย ลูกหนี้เงินให้กู้ ของบริษัทร่วม ตามกฎหมาย หุ้นทุนซื้อคืน ยังไม่ ได้จัดสรร หุ้นทุนซื้อคืน รวม

งบการเงินรวมเฉพาะกิจการ

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

งบแสดงการเปลีย่ นแปลงส่วนของผูถ้ อื หุน้ (ต่อ)


งบกระแสเงินสด

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 และ 2550

(หน่วย: บาท) กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน กำไรก่อนภาษีและส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย รายการปรับกระทบกำไรก่อนภาษีและส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย เป็นเงินสดรับ (จ่าย) จากกิจกรรมดำเนินงาน: ค่าเสื่อมราคา รายได้ดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนและค่าความนิยม ค่าตัดจำหน่ายส่วนเกินจากเงินลงทุนในหลักทรัพย์ ในความต้องการของตลาด ค่าตัดจำหน่ายดอกเบี้ยเงินกู้รอตัดจ่าย ค่าตัดจำหน่ายค่าใช้จ่ายในการจำหน่ายหุ้นกู้รอตัดจ่าย ค่าตัดจำหน่ายค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (โอนกลับ) ค่าเผื่อการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ ค่าเผื่อการด้อยค่าจากเงินลงทุน (โอนกลับ) กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุน กำไรและดอกเบี้ยรับจากเงินลงทุนในลูกหนี้เงินให้กู้ กำไรจากการปรับปรุงดอกเบี้ยรับจากเงินลงทุนในลูกหนี้เงินกู้ (กำไร) ขาดทุนจากการขายที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ขาดทุนจากการด้อยค่าของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ โอนสินทรัพย์เป็นค่าใช้จ่าย รายได้จากเงินมัดจำค่าเช่าและรายได้รับล่วงหน้า เงินปันผลรับจากเงินลงทุน ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย กำไรจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์ และหนี้สินดำเนินงาน การเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานสุทธิ (หมายเหตุ 36) เงินสดได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน จ่ายภาษีเงินได้ เงินสดสุทธิ ได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน

งบการเงินรวม 2551 2550

(ปรับปรุงใหม่)

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550

(ปรับปรุงใหม่)

1,993,572,367

1,792,506,986

1,902,411,950

1,492,691,641

531,377,568 (32,889,652) 187,156,517 18,340,973

495,741,286 (25,147,656) 123,688,646 14,478,171

287,512,197 (55,140,082) 359,985,982 1,988,166

287,966,816 (73,347,717) 256,009,277 1,988,552

(507,323) 22,908,320 1,893,367 1,089,814 4,088,462 2,939,775 - (16,659,909) (853,892) - 967,744 - - (456,712,492) (190,795,843) (166,150,745)

(1,135,229) 38,838,713 - 90,818 (4,367,182) 209,361 - (18,071,260) (118,247,125) (988,228) (211,859) 1,486,079 8,395,368 (439,616,055) (172,602,082) (255,384,104)

- 22,908,320 1,893,367 - (497,034) - (12,083,659) (18,154,045) (853,892) - 598,536 - - (455,214,797) (722,240,427) -

38,838,713 (55,357) 20,401,424 (118,247,125) (988,228) 8,685,654 3,058,832 (439,367,250) (358,054,886) -

1,899,765,051 (508,857,516) 1,390,907,535 (495,901,766) 895,005,769

1,439,664,648 (121,713,906) 1,317,950,742 (343,594,657) 974,356,085

1,313,114,582 (99,739,233) 1,213,375,349 (417,526,738) 795,848,611

1,119,580,346 (59,612,921) 1,059,967,425 (301,177,865) 758,789,560

หมายเหตุประกอบงบการเงินเป็นส่ว���หนึ่งของงบการเงินนี้

98

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


งบกระแสเงินสด (ต่อ)

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 และ 2550

(หน่วย: บาท) กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน เงินจ่ายเพื่อซื้อเงินลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขายในความต้องการของตลาด เงินรับจากการจำหน่ายเงินลงทุนในหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด เงินรับจากการจัดสรรคืนเงินของหน่วยลงทุน เงินรับจากเงินลงทุนในลูกหนี้เงินให้กู้ เงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน เงินรับคืนจากเงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่บุคคลและบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน เงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่บริษัทอื่น เงินรับคืนจากเงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่บริษัทอื่น เงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บุคคลอื่นโดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เงินรับคืนจากเงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน ดอกเบี้ยรับ เงินจ่ายเพื่อซื้อเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม เงินสดจ่ายเพื่อซื้อบริษัทย่อย - สุทธิจากเงินสดที่ได้มา (หมายเหตุ 43) เงินรับจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม เงินรับคืนค่าหุ้นจากการลดทุนของบริษัทย่อย เงินปันผลรับจากเงินลงทุน เงินลงทุนในสินทรัพย์เพื่อการพัฒนา เงินรับจากการจำหน่ายที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ เงินจ่ายซื้อที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ เงินจ่ายค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า เงินจ่ายให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยเพื่อลงทุนในบริษัทย่อย เงินสดสุทธิ ได้มาจาก (ใช้ ไปใน) กิจกรรมลงทุน

งบการเงินรวม 2551 2550 (700,756,547) 137,591,234 9,876,000 2,250,626 - - - 797,033 (810,000,000) 42,228,000 32,394,068 (47,660,321) - - - 299,814,810 - 7,450,744 (848,258,475) (2,518,736,275) (90,310) (4,393,099,413)

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550

(ปรับปรุงใหม่)

(127,086,388) 106,184,716 9,876,000 321,320,342 - 20,000,000 (1,096,938) - - 38,088,000 26,754,403 (31,850,879) (171,524,752) 1,499,457 - 306,254,208 (1,500,000) 41,670,582 (457,525,847) - - 81,062,904

(519,948,593) 127,567,342 9,876,000 2,250,626 (1,162,865,000) 399,275,000 - - (810,000,000) 42,228,000 54,162,172 (36,661,096) - - 1,500,000,000 722,240,427 - 751,806 (55,183,806) (2,518,736,275) - (2,245,043,397)

(ปรับปรุงใหม่) (1,188,488,739) 9,876,000 321,320,342 (596,980,000) 1,370,460,000 38,088,000 75,500,539 (1,205,629,093) 372,050,914 330,215 (84,630,742) (888,102,564)

หมายเหตุประกอบงบการเงินเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินนี้ บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

99


งบกระแสเงินสด (ต่อ)

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 และ 2550

(หน่วย: บาท) กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร เงินรับจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน จ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน เงินรับจากเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน จ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน เงินรับจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน จ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน จ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องกัน รับเงินมัดจำค่าเช่าและรายได้รับล่วงหน้า จ่ายคืนเงินมัดจำค่าเช่าแก่ลูกค้า จ่ายดอกเบี้ย จ่ายเงินปันผล จ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย เงินรับจากผู้ถือหุ้นส่วนน้อยลงทุนเพิ่มในบริษัทย่อย เงินรับจากหุ้นกู้ระยะยาว จ่ายชำระคืนหุ้นกู้ระยะยาว เงินสดสุทธิ ได้มาจาก (ใช้ ไปใน) กิจกรรมจัดหาเงิน เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น (ลดลง) สุทธิ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดต้นปี เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายปี

งบการเงินรวม 2551 2550 (771,783) - - - (18,000,000) 8,476,117,674 (6,805,000,000) (23,000,000) 288,413,265 (31,195,773) (143,939,421) (605,696,438) (53,591,969) 500,400 2,993,667,596 (576,000,000) 3,501,503,551 3,409,907 166,845,823 170,255,730

(ปรับปรุงใหม่) (5,384,007) - - 78,401,182 (52,401,182) 5,372,508,893 (5,550,000,000) (22,000,000) 442,723,631 (28,312,420) (131,350,290) (529,984,384) (39,659,417) 7,500,000 - (576,000,000) (1,033,957,994) 21,460,995 145,384,828 166,845,823

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550 - 109,750,000 (1,811,274,000) - - 6,981,117,674 (5,360,000,000) - 286,544,107 (41,204,550) (317,414,749) (754,516,399) - - 2,993,667,596 (625,000,000) 1,461,669,679 12,474,893 22,753,039 35,227,932

(ปรับปรุงใหม่) 1,704,110,000 (327,160,000) 4,192,508,890 (4,335,000,000) 460,348,382 (28,312,420) (264,331,195) (660,201,850) (625,000,000) 116,961,807 (12,351,197) 35,104,236 22,753,039

หมายเหตุประกอบงบการเงินเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินนี้

100

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

หมายเหตุประกอบงบการเงิน

สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 และ 2550

1. ข้อมูลทั่วไป

1.1 ข้อมูลทั่วไปของบริษัทฯและบริษัทย่อย

บริ ษั ท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) จัดตั้งขึ้นเป็นบริษัทมหาชน มีภูมิลำเนาในประเทศไทย และจดทะเบี ย นใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่อยู่บริษัทฯตามที่จดทะเบียนตั้งอยู่ที่ชั้น 8 อาคารเอ็มบีเคเซ็นเตอร์ เลขที่ 444 ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 ธุรกิจหลักของบริษัทและบริษัทย่อย (“กลุ่มบริษัท”) สามารถสรุปได้ดังนี้

- - - - - -

1.2 การทำสัญญาให้สิทธิใช้ประโยชน์ศูนย์การค้าบริเวณสี่แยกปทุมวัน

บริษัทฯได้ทำสัญญาเช่าและลงทุนพัฒนาที่ดินบริเวณสี่แยกปทุมวันกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (“มหาวิทยาลัย”) ลงวันที่ 21 เมษายน 2526 เป็นระยะเวลา 30 ปี ซึ่งการเช่าตามสัญญาดังกล่าวจะครบกำหนดในวันที่ 21 เมษายน 2556 ตามเงื่อนไขของสัญญา หากบริษัทฯมี ความประสงค์จะขอเช่าต่อไป บริษัทฯจะต้องทำหนังสือแจ้งให้มหาวิทยาลัยทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนครบกำหนด

ที่ประชุมผู้ถือหุ้นวิสามัญ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2550 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯทำสัญญาให้สิทธิใช้ประโยชน์ศูนย์การค้าบริเวณ สี่แยกปทุมวันกับมหาวิทยาลัย มีกำหนดระยะเวลา 20 ปี (ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2556 ถึงวันที่ 21 เมษายน 2576) ซึ่งบริษัทฯตกลง ชำระค่าตอบแทนการเช่าแก่มหาวิทยาลัยตามอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา

เมือ่ วันที่ 11 ตุลาคม 2550 ทีป่ ระชุมคณะรัฐมนตรีได้อนุมตั กิ ารทำสัญญาให้สทิ ธิใช้ประโยชน์ศนู ย์การค้าบริเวณสีแ่ ยกปทุมวัน และในวันที่ 16 ตุลาคม 2550 บริษทั ฯและมหาวิทยาลัยได้รว่ มลงนามในสัญญาดังกล่าว นอกจากนี้ บริษทั ฯได้จา่ ยเงินค่าผลตอบแทนในการได้สทิ ธิการ ทำสัญญาเพือ่ ให้ได้ลงนามก่อนบุคคลอืน่ ให้แก่มหาวิทยาลัยเป็นจำนวนเงิน 2,518.7 ล้านบาท ซึง่ ได้บนั ทึกเป็นค่าเช่าจ่ายล่วงหน้าและแสดง เป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนในงบดุล ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้าดังกล่าวจะตัดจำหน่ายเป็นค่าใช้จา่ ยในงบกำไรขาดทุนตามอายุของสัญญาเช่า

โรงสีและจัดจำหน่ายข้าวสาร ผลิตและจัดจำหน่ายกระแสไฟฟ้า ธุรกิจให้เช่าและให้บริการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจสนามกอล์ฟ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย

2. เกณฑ์ ในการจัดทำงบการเงิน

งบการเงินนี้จัดทำขึ้นตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดในพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 ยกเว้นมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 56 เรื่องการ บัญชีเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ซึ่งบริษัทฯถือปฏิบัติก่อนวันที่มีผลบังคับใช้ โดยมาตรฐานการบัญชีฉบับดังกล่าวเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นโดยมาตรฐานการ บัญชีระหว่างประเทศฉบับที่ 12 เรื่องภาษีเงินได้ ฉบับปรับปรุงปี 1996 (IAS No. 12 “Income Taxes” (revised 1996)) การแสดงรายการในงบการเงินได้ทำขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดในประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าลงวันที่ 14 กันยายน 2544 ออกตาม ความในพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543

งบการเงินนี้ได้จัดทำขึ้นโดยใช้เกณฑ์ราคาทุนเดิม เว้นแต่จะได้เปิดเผยเป็นอย่างอื่นในนโยบายการบัญชี

3.1 งบการเงินรวม���ี้จัดทำขึ้นโดยรวมงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 และ 2550 ของบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย รายชื่อของบริษัทย่อยของกลุ่มบริษัท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 และ 2550 แสดงไว้ดังต่อไปนี้

3. เกณฑ์ ในการจัดทำงบการเงินรวม

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

101


ชื่อบริษัท ประเภทธุรกิจหลัก ถือหุ้นทางตรง

บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด บริษัท ทรัพย์สินธานี จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค พรีเมียม จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค การธุรกิจ จำกัด บริษัท แปลน พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) บริษัท ดิโอลิมปิค คลับ จำกัด บริษัท ไพรมาซี อิลิแกนซ์ อินเวสเมนท์ จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค แอสเซ็ท จำกัด บริษัท เทพไทธุรกิจ จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จำกัด บริษัท โคราชธานี จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค สแควร์ จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค อาเขต จำกัด ถือหุ้นทางอ้อม

โรงแรม โรงแรม ลิสซิ่งและเช่าซื้อ จัดหาบุคลากร พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โรงสีและจำหน่ายข้าวสาร ธุรกิจให้เช่าที่ดิน ธุรกิจการลงทุน โรงแรม บริการรักษาความปลอดภัย ขายของที่ระลึก ธุรกิจการลงทุน ยังไม่ได้ดำเนินกิจการค้า ยังไม่ได้ดำเนินกิจการค้า

อัตราร้อยละของการถือหุ้น 2551 2550

100.00 100.00 100.00 99.99 99.99 74.52 100.00 100.00 99.99 99.93 99.93 100.00 99.93 99.93

100.00 100.00 100.00 99.99 99.99 74.52 100.00 100.00 99.99 99.93 99.93 100.00 - -

บริษัท แปลน เอสเตท จำกัด พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 69.88 69.88 บริษัท ลานบางนา จำกัด ให้เช่าคลังเก็บสินค้า 69.88 69.88 บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) สนามกอล์ฟ 69.88 69.88 บริษัท ภูเก็ต ล็อค ปาล์ม กอล์ฟ คลับ จำกัด จัดหาบุคลากร 69.88 69.88 บริษัท เอ็ม บี เค แคปปิตอล จำกัด ธุรกิจให้เช่าที่ดิน 99.93 99.93 บริษัท พรพรหมินทร์ จำกัด ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ 99.98 99.98 บริษัท พีอาร์จี พืชผล จำกัด คลังสินค้า และขายพลังงานไฟฟ้า 74.51 74.51 บริษัท ราชสีมา ไรซ์ จำกัด จัดจำหน่ายข้าวสาร รับจ้างผลิต และให้เช่าเครื่องจักร 74.51 74.51 กองทุนรวมธนชาติพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์1 กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 69.74 69.74 บริษัท ธารธารา แกลอรี จำกัด ขายของที่ระลึก 63.20 63.20 บริษัท คริสตัล เลค พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 69.88 52.41 บริษัท สีมาแพค จำกัด ผลิตและจำหน่ายถุงพลาสติก 37.25* 37.25* บริษัท แปลน แอพไพรซัล จำกัด ให้บริการสำรวจ และประเมินราคาทรัพย์สิน 69.88 69.88 ** บริษัท แปลน อีควิตี้ จำกัด ธุรกิจการลงทุนและค้ำประกันหนี้สิน 99.98 99.98 บริษัท เอ็ม บี เค แอ็ดวานซ์ จำกัด ยังไม่ได้ดำเนินกิจการค้า 99.87 99.87 บริษัท เอ็ม บี เค เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ศูนย์อาหาร 81.23 81.23 บริษัท ซี แอล พี แมนเนจเม้นท์ จำกัด บริการดูแลอสังหาริมทรัพย์ 69.88 52.41 บริษัท แอ๊บโซลูท แทรเวิล จำกัด ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารเครื่องบิน 99.99 99.99 บริษัท กะทู้ แลนด์ จำกัด ยังไม่ได้ดำเนินกิจการค้า 70.36 70.36 บริษัท เอ็ม บี เค ฟู้ด ไอแลนด์ จำกัด ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ 81.17 81.17 บริษัท กลาสเฮ้าส์ บิลดิ้ง จำกัด ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ 99.99 99.99 บริษัท อินโนฟู้ด (ไทยแลนด์) จำกัด พัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้าว 37.23* * กลุ่มบริษัทมีอำนาจในการควบคุมนโยบายการเงินและการดำเนินงานของบริษัท สีมาแพค จำกัด และบริษัท อินโนฟู้ด (ไทยแลนด์) จำกัด ผ่านทาง คณะกรรมการบริหารของบริษัทดังกล่าว ** เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2551 บริษัท แปลน อีควิตี้ จำกัด ได้จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอ็ม บี เค การันตี จำกัด เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะการดำเนินงานของธุรกิจ

102

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


ในระหว่างปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 มีรายการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญดังต่อไปนี้

• ตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2550 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2550 ของบริษัท แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วม มีมติอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทดังกล่าวจากเดิม 3.0 ล้านบาท เป็น 70.0 ล้านบาท โดยการออก หุ้นสามัญใหม่จำนวน 670,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท รวมเป็นจำนวนเงิน 67.0 ล้านบาท เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2550 และวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 บริษัทฯได้ซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวเป็นจำนวน 50,000 หุ้น ใน ราคาหุ้นละ 100 บาท คิดเป็นจำนวน 5.0 ล้านบาท และจำนวน 285,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 100 บาท คิดเป็นจำนวน 28.5 ล้าน บาท ตามลำดับ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 บริษัทฯลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทดังกล่าวรวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 349,993 หุ้น คิด เป็นเงินทั้งสิ้น 35.0 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯมีสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 49.98 เป็นร้อยละ 49.99

• ในเดือนเมษายน 2551 บริษทั โคราชธานี จำกัด ได้ทำการลดทุนหุน้ บุรมิ สิทธิโดยการลดจำนวนหุน้ บุรมิ สิทธิ จำนวน 15 ล้านหุน้ ใน ราคาหุน้ ละ 100 บาท เป็นจำนวนเงินรวม 1,500.0 ล้านบาท โดยบริษทั ย่อยดังกล่าวได้จา่ ยคืนเงินลดทุนให้แก่บริษทั ฯแล้ว เมือ่ วันที่ 11 เมษายน 2551

• เมือ่ วันที่ 1 เมษายน 2551 บริษทั ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) ซึง่ เป็นบริษทั ย่อยของบริษทั ฯ ได้เข้าร่วมลงทุนจัด ตัง้ บริษทั ใหม่ ภายใต้ชอื่ บริษทั อินโนฟูด้ (ไทยแลนด์) จำกัด โดยบริษทั ย่อยถือหุน้ ในบริษทั ดังกล่าวเป็นจำนวน 4,996 หุน้ มูลค่า หุน้ ละ 100 บาท ซึง่ สัดส่วนการถือหุน้ ถือเป็นร้อยละ 49.96 ของบริษทั ดังกล่าว บริษทั อินโนฟูด้ (ไทยแลนด์) จำกัด จดทะเบียนจัด ตัง้ บริษทั กับกระทรวงพาณิชย์เมือ่ วันที่ 4 มีนาคม 2551 รายการดังกล่าวได้รบั การอนุมตั จิ ากทีป่ ระชุมคณะกรรมการบริษทั ย่อยเมือ่ วันที่ 30 มีนาคม 2551

• ในระหว่างเดือนมกราคม 2551 บริษัทฯ ได้ลงทุนจัดตั้งบริษัทใหม่ 2 บริษัท ภายใต้ชื่อ บริษัท เอ็ม บี เค สแควร์ จำกัด และ บริษัท เอ็ม บี เค อาเขต จำกัด ซึ่งบริษัททั้งสองแห่งดังกล่าวมีทุนจดทะเบียน 1.0 ล้านบาท โดยบริษัทฯ เข้าถือหุ้นของบริษัททั้ง สองแห่งเป็นจำนวน 9,993 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท ซึ่งสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ ถือเป็นร้อยละ 99.93 ของทั้งสองบริษัทดัง กล่าว และมีผลทำให้เป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ บริษัท เอ็ม บี เค สแควร์ จำกัด และ บริษัท เอ็ม บี เค อาเขต จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทกับกระทรวงพาณิชย์เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2551 และรายการดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากที่ประชุม

คณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2550

• เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2550 บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยได้ซื้อหุ้นสามัญของบริษัท คริสตัล เลค พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทย่อยดังกล่าวจากผู้ถือหุ้นส่วนน้อยทั้งหมดจำนวน 200,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 65 บาทต่อหุ้น เป็นจำนวนเงินรวม 13.0 ล้านบาท ทำให้กลุ่มบริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท คริสตัล เลค พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 52.41 เป็นร้อยละ 69.88

ในระหว่างปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2550 มีรายการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญดังต่อไปนี้

• เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2550 บริษัท แปลน อีควิตี้ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยแห่งหนึ่งได้เข้าประมูลซื้อหุ้นสามัญของบริษัท กลาสเฮ้าส์ บิลดิ้ง จำกัด จำนวน 19,499,940 หุ้นในราคาหุ้นละ 0.0001 บาทเป็นจำนวนเงิน 1,950 บาทจากบริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) และได้เข้าประมูลซื้อหนี้ของบริษัท กลาสเฮ้าส์ บิลดิ้ง จำกัด ซึ่งมีมูลค่าหนี้ตามบัญชี 401.7 ล้านบาทในราคา 205.0 ล้านบาทจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ เอ็น เอฟ เอส จำกัด ตามที่กล่าวไว้ในหมายเหตุ 43

• เมือ่ วันที่ 4 เมษายน 2550 บริษทั ฯ ได้เข้าร่วมลงทุนจัดตัง้ บริษทั ใหม่ ภายใต้ชอื่ บริษทั แอพเพิล ออโต้ ออคชัน่ (ไทยแลนด์) จำกัด โดยบริษทั ฯถือหุน้ ในบริษทั ดังกล่าวเป็นจำนวน 14,993 หุน้ มูลค่าหุน้ ละ 100 บาท ซึง่ สัดส่วนการถือหุน้ ของบริษทั ฯ ถือเป็นร้อยละ 49.98 ของบริษทั ดังกล่าว และมีผลทำให้เป็นบริษทั ร่วมของบริษทั ฯ บริษทั แอพเพิล ออโต้ ออคชัน่ (ไทยแลนด์) จำกัด จดทะเบียน จัดตัง้ บริษทั กับกระทรวงพาณิชย์เมือ่ วันที่ 3 เมษายน 2550 รายการดังกล่าวได้รบั การอนุมตั จิ ากทีป่ ระชุมคณะกรรมการบริษทั ฯเมือ่ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2550

บริษัทย่อยมีอำนาจในการควบคุมนโยบายการเงินและการดำเนินงานของบริษัทดังกล่าว ผ่านทางคณะกรรมการของบริษัท จึงมีผล ทำให้เป็นบริษัทย่อยโดยทางอ้อมของบริษัทฯ

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

103


• เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2550 บริษัทฯ ได้ลงทุนในหุ้นบุริมสิทธิเพิ่มทุนร้อยละ 100 ของบริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด จำนวน 120,000,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 10 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,200.0 ล้านบาท

• เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2549 บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยได้ซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทย่อยนี้จากผู้ถือหุ้นส่วนน้อยรายหนึ่ง จำนวน 3.83 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 7.27 บาทต่อหุ้น เป็นจำนวนเงินรวม 27.8 ล้านบาท ทำให้กลุ่มบริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 67.49 เป็นร้อยละ 69.88

• เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2549 บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยได้ซื้อหุ้นสามัญของบริษัท กะทู้ แลนด์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทย่อยนี้จากผู้ถือหุ้นส่วนน้อยรายหนึ่ง จำนวน 19,129 หุ้น ในราคาหุ้นละ 4.91 บาทต่อหุ้น เป็นจำนวนเงินรวม 0.1 ล้านบาท ทำให้กลุ่มบริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท กะทู้ แลนด์ จำกัด เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 67.97 เป็น ร้อยละ 70.36

• เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 บริษัท แปลน พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยได้ขายหุ้นสามัญทั้งหมดในบริษัท แปลน เอสเตท จำกัด จำนวน 1,999,994 หุ้น ในราคาหุ้นละ 128.52 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 257.0 ล้านบาท ให้แก่บริษัท เอ็ม บี เค รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยอีกแห่งหนึ่ง การปรับโครงสร้างการถือหุ้นนี้เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการของกลุ่ม บริษัทภายใต้บริษัท แปลน เอสเตท จำกัด ให้ดีขึ้น จากการปรับโครงสร้างการถือหุ้นนี้ทำให้กลุ่มบริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นของ บริษัท แปลน เอสเตท จำกัด เปลี่ยนแปลงลดลงจาก ร้อยละ 99.99 เป็นร้อยละ 67.49 รายการดังกล่าวได้รับอนุมัติจากที่ประชุม สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2549 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2549 บริษัททั้งสามนี้เป็นบริษัทย่อยภายใต้การควบคุมเดียวกันของบริษัทฯ

• เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2549 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท พีอาร์จี พืชผล จำกัด มีมติอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทดัง กล่าวจากเดิม 37.5 ล้านบาท เป็น 1,000.0 ล้านบาท โดยเป็นการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 3.85 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 250 บาท รวมเป็นจำนวนเงิน 962.5 ล้านบาท ซึ่งบริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) ได้ซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าวทั้ง จำนวนและเป็นผลให้สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวเป็นจำนวนเท่าเดิม

• เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2549 บริษัท ลานบางนา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยได้ลดทุนจดทะเบียนจากเดิม 125.0 ล้านบาท เป็น 80.0 ล้านบาท ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทฯแต่อย่างใด

3.2 บริษัทฯได้จัดทำงบการเงินเฉพาะกิจการเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ ซึ่งแสดงเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมตามวิธีราคาทุน

4. การประกาศใช้มาตรฐานการบัญชีใหม่

สภาวิชาชีพบัญชีได้ออกประกาศสภาวิชาชีพบัญชีฉบับที่ 9/2550 ฉบับที่ 38/2550 และฉบับที่ 62/2550 เกี่ยวกับมาตรฐานการบัญชี โดยให้ใช้ มาตรฐานการบัญชีใหม่ดังต่อไปนี้

104

ก) มาตรฐานการบัญชีที่มีผลบังคับใช้ในปีปัจจุบัน

ฉบับที่ 44 (ปรับปรุง 2550) ฉบับที่ 45 (ปรับปรุง 2550) ฉบับที่ 46 (ปรับปรุง 2550)

ข) มาตรฐานการบัญชีที่ยังไม่มีผลบังคับใช้ในปีปัจจุบัน

ฉบับที่ 25 (ปรับปรุง 2550) ฉบับที่ 29 (ปรับปรุง 2550) ฉบับที่ 31 (ปรับปรุง 2550)

งบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการ เงินลงทุนในบริษัทร่วม ส่วนได้เสียในการร่วมค้า

มาตรฐานการบัญชีข้างต้นให้ถือปฏิบัติกับงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2550 เป็นต้นไป ใน ระหว่างไตรมาสที่ 1 ของปีปัจจุบัน บริษัทฯได้เปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีเกี่ยวกับการบันทึกเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมในงบ การเงินเฉพาะกิจการ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 44 และ 45 ฉบับปรับปรุงใหม่ ตามที่กล่าวไว้ในหมายเหตุข้อ 5.1

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

งบกระแสเงินสด สัญญาเช่า สินค้าคงเหลือ


ฉบับที่ 33 (ปรับปรุง 2550) ฉบับที่ 35 (ปรับปรุง 2550) ฉบับที่ 39 (ปรับปรุง 2550) ฉบับที่ 41 (ปรับปรุง 2550) ฉบับที่ 43 (ปรับปรุง 2550) ฉบับที่ 49 (ปรับปรุง 2550) ฉบับที่ 51

ต้นทุนการกู้ยืม การนำเสนองบการเงิน นโยบายการบัญชี การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชีและข้อผิดพลาด งบการเงินระหว่างกาล การรวมธุรกิจ สัญญาก่อสร้าง สินทรัพย์ไม่มีตัวตน

มาตรฐานการบัญชีข้างต้นให้ถือปฏิบัติกับงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป ฝ่าย บริหารของบริษัทฯได้ประเมินแล้วเห็นว่ามาตรฐานการบัญชีฉบับดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบอย่างเป็นสาระสำคัญต่องบการเงินสำหรับปีที่ เริ่มใช้มาตรฐานการบัญชีฉบับดังกล่าว ยกเว้นมาตรฐานการบัญชีดังต่อไปนี้

มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 43 (ปรับปรุง 2550) เรื่อง การรวมธุรกิจ

มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 43 (ปรับปรุง 2550) กำหนดให้บริษัทฯไม่ต้องตัดจำหน่ายค่าความนิยมจากการรวมธุรกิจอีกต่อไป แต่บริษัทฯ ต้องทดสอบการด้อยค่าของค่าความนิยม และแสดงค่าความนิยมด้วยราคาทุนหักค่าเผื่อการด้อยค่าสะสม โดยให้ถือปฏิบัติสำหรับค่า ความนิยมที่เกิดจากการรวมธุรกิจซึ่งมีข้อตกลงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป ส่วนค่าความนิยมที่รับรู้ก่อนหน้านี้ บริษัทฯ สามารถใช้วิธีเปลี่ยนทันทีเป็นต้นไป โดยหยุดตัดจำหน่ายค่าความนิยมแต่ต้องทดสอบการด้อยค่าของค่าความนิยม ทั้งนี้ จะมีผลกระทบ ต่อบริษัทฯสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2551 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2552 เป็นต้นไป

5. การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชี

5.1 การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีเกี่ยวกับการบันทึกเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมในงบการเงินเฉพาะกิจการ

ในระหว่างไตรมาสที่ 1 ของปีปจั จุบนั บริษทั ฯได้เปลีย่ นแปลงนโยบายการบัญชีเกีย่ วกับการบันทึกเงินลงทุนในบริษทั ย่อยและบริษทั ร่วมใน งบการเงินเฉพาะกิจการ จากวิธสี ว่ นได้เสียเป็นวิธรี าคาทุน ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 44 (ปรับป���ุงปี 2550) เรือ่ ง งบการเงินรวมและ งบการเงินเฉพาะกิจการ ซึง่ กำหนดให้เงินลงทุนในบริษทั ย่อยและเงินลงทุนในบริษทั ร่วมในงบการเงินเฉพาะกิจการต้องแสดงตามวิธรี าคาทุน

ในการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีดังกล่าว บริษัทฯได้ปรับย้อนหลังงบการเงินเฉพาะกิจการปีก่อนที่นำมาแสดงเปรียบเทียบเสมือนว่า บริษัทฯได้ถือปฏิบัติเกี่ยวกับการบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมตามวิธีราคาทุนมาโดยตลอด การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ บริษัทฯมีกำไรสุทธิและกำไรต่อหุ้นในงบกำไรขาดทุนเฉพาะกิจการสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 เพิ่มขึ้นจำนวน 140.9 ล้านบาท (0.93 บาทต่อหุ้น) และสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2550 ลดลง 160.9 ล้านบาท (1.06 บาทต่อหุ้น) ตามลำดับ ส่วนผลสะสมของ การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีดังกล่าวได้แสดงไว้ในหัวข้อ “ผลสะสมจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีเกี่ยวกับการบันทึกเงิน ลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม” ในงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้นเฉพาะกิจการแล้ว

ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีดังกล่าว มีผลกระทบเฉพาะต่อรายการบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมใน งบการเงินเฉพาะกิจการเท่านั้น โดยไม่ได้มีผลกระทบต่องบการเงินรวมแต่อย่างใด

5.2 การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีเกี่ยวกับการสำรองผลประโยชน์พนักงานภายหลังเกษียณ

ในระหว่างไตรมาสที่ 1 ของปีปัจจุบัน กลุ่มบริษัทได้ยกเลิกการปฏิบัติตามนโยบายการบัญชีเกี่ยวกับการสำรองผลประโยชน์พนักงานภาย หลังเกษียณเนื่องจากมาตรฐานการบัญชีไทยยังไม่มีการประกาศใช้

ในการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีดังกล่าว กลุ่มบริษัทได้ปรับย้อนหลังงบการเงินรวมและ งบการเงินเฉพาะกิจการปีก่อนที่นำมาแสดง เปรียบเทียบเสมือนว่า บริษัทฯมิได้ถือปฏิบัติเกี่ยวกับการบันทึกผลประโยชน์พนักงานภายหลังเกษียณมาโดยตลอด การเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิในงบการเงินเฉพาะกิจการและงบการเงินรวมสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2550 เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 4.7 ล้านบาท (0.03 บาทต่อหุ้น) และ 3.1 ล้านบาท (0.02 บาทต่อหุ้น) ตามลำดับ สำหรับผลสะสมของการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีดัง กล่าวได้แสดงไว้ในหัวข้อ “ผลสะสมจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีเกี่ยวกับการสำรองผลประโยชน์พนักงานภายหลังเกษียณ” ใน งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้นในงบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการแล้ว บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

105


6. การปรับปรุงงบการเงินของบริษัทร่วม

มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 45 (ฉบับปรับปรุงปี 2550) เรื่อง เงินลงทุนในบริษัทร่วม กำหนดให้ผู้ลงทุนต้องจัดทำงบการเงินโดยใช้นโยบายการ บัญชีเดียวกันสำหรับรายการบัญชีที่เหมือนกันและเหตุการณ์ทางบัญชีที่คล้ายคลึงกัน บริษัทฯและบริษัทย่อยแสดงราคาที่ดิน ส่วนปรับปรุงที่ดิน และ อาคารตามมูลค่ายุติธรรม (ราคาตลาดหรือราคาเปลี่ยนแทน) และใช้นโยบายการบัญชีเกี่ยวกับภาษีเงินได้รอตัดบัญชี ส่วนบริษัทร่วมสามแห่งซึ่งประกอบ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจให้เช่าและให้บริการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบริหารสินทรัพย์แสดงราคาที่ดิน ส่วนปรับปรุงที่ดินและอาคารตามราคาทุน และไม่ได้ใช้นโยบายการบัญชีเกี่ยวกับภาษีเงินได้รอตัดบัญชีซึ่งแตกต่างจากกลุ่มบริษัท ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานการบัญชีดัง กล่าว บริษัทฯได้พิจารณาผลกระทบต่องบการเงินรวมเสมือนว่าบริษัทร่วมได้ใช้นโยบายการบัญชีในการบันทึกที่ดิน ส่วนปรับปรุงที่ดินและอาคาร และ ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเดียวกันกับกลุ่มบริษัทมาโดยตลอด ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้ 1. นโยบายการบัญชีเกี่ยวกับที่ดิน ส่วนปรับปรุงที่ดินและอาคารแสดงตามมูลค่ายุติธรรม

เนื่องจากบริษัทร่วมที่ประกอบธุรกิจบริหารสินทรัพย์ไม่มีที่ดินและอาคาร จึงไม่มีผลกระทบต่องบการเงินรวม ส่วนบริษัทร่วมอีกสองแห่งได้ ทำการประเมินราคาที่ดินและอาคารในปี 2544 และ 2545 ที่บริษัทฯเข้าร่วมลงทุน ดังนั้น เงินลงทุนในบริษัทร่วมดังกล่าวจึงได้รวมมูลค่า ยุติธรรมของที่ดินและอาคารแล้ว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯอยู่ในระหว่างการปรับปรุงมูลค่ายุติธรรมของที่ดินและอาคารของบริษัทร่วมที่ต้อง ประเมินราคาเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการบัญชีของกลุ่มบริษัทที่จัดให้มีการประเมินราคาสินทรัพย์ทุก ๆ 5 ปี ดังนั้น จึงยังไม่ได้ ปรับปรุงในงบการเงินรวมปีปัจจุบัน

2. นโยบายการบัญชีเกี่ยวกับภาษีเงินได้รอตัดบัญชี

บริษัทร่วมที่ประกอบธุรกิจบริหารสินทรัพย์ บริษัทฯได้ทำการปรับปรุงผลกระทบที่เกี่ยวกับภาษีเงินได้รอตัดบัญชีในงบการเงินรวมตั้งแต่วัน ที่บริษัทฯเข้าร่วมลงทุน

บริษัทร่วมที่ประกอบธุรกิจโรงแรมและธุรกิจให้เช่าและให้บริการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ บริษัทฯได้พิจารณางบการเงินของบริษัทร่วมดัง กล่าวแล้ว ไม่พบรายการปรับปรุงบัญชีที่เกี่ยวกับภาษีเงินได้รอตัดบัญชีที่เป็นสาระสำคัญต่องบการเงินรวม

7. นโยบายการบัญชีที่สำคัญ

106

7.1 การรับรู้รายได้และค่าใช้จ่าย

ก) รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมและภัตตาคาร รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมและภัตตาคาร ส่วนใหญ่ประกอบด้วยรายได้ค่าห้องพัก รายได้จากการจำหน่ายอาหารและ เครื่องดื่ม รวมทั้งการบริการที่เกี่ยวเนื่องกัน รับรู้รายได้เมื่อได้ให้บริการแล้วเสร็จ

ข) รายได้ค่าเช่าและให้บริการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ รายได้ค่าเช่าและค่าบริการที่เกี่ยวข้องในอาคารสำนักงานและพื้นที่ในศูนย์การค้าจะรับรู้เป็นรายได้ตามระยะเวลาเช่า

ค) รายได้จากการขาย รายได้จากการขายแสดงมูลค่าตามราคาในใบกำกับสินค้า โดยไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าที่ได้ส่งมอบหลังจากสินค้ารับคืน และส่วนลดแล้ว รายได้จากการขายรับรู้เมื่อได้ส่งมอบสินค้าและโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าให้กับลูกค้าแล้ว

ง) รายได้จากการให้บริการ รายได้ จ ากการให้ บ ริ ก ารถื อ เป็ น รายได้ เ มื่ อ ให้ บ ริ ก ารเสร็ จ เรี ย บร้ อ ยแล้ ว โดยแสดงมู ล ค่ า ตามราคาในใบแจ้ ง หนี้ ซึ่ ง ไม่ ร วม ภาษีมูลค่าเพิ่ม

จ) รายได้จากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ บริษัทย่อยมีโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย โดยลูกค้าต้องชำระเงินมัดจำในวันที่ทำสัญญา คิดเป็นร้อยละ 10-20 ของ ราคาขายตามสัญญาและชำระอีกเป็นงวด ๆ ตามความก้าวหน้าของงานก่อสร้าง จนครบร้อยละ 50 โดยประมาณของราคาขาย ตามสัญญา เมื่อมีการก่อสร้างเสร็จสิ้น ส่วนที่เหลือจะผ่อนชำระตามสัญญาเงินกู้ระยะเวลาประมาณ 8 ปีถึง 11 ปี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์มีข้อจำกัดทางด้านการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน (ลูกค้าชาวต่างประเทศ) บริษัท ย่อยจึงทำสัญญาเพื่อให้มีผลบังคับทางกฎหมายเป็นการเช่าระยะยาว โดยมีระยะเวลาการเช่า 30 ปี และสามารถต่อสัญญาเช่าได้

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


อีกเป็นระยะเวลา 30 ปี หรือระยะเวลาสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น บริษัทย่อยจึงบันทึกรายได้จากรายการดังกล่าวเป็นราย ได้จา���การจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อแสดงรายการและเหตุการณ์ทางบัญชีตามเนื้อหาและความเป็นจริงเชิงเศรษฐกิจมิใช่ตามรูป แบบของกฏหมายเพียงอย่างเดียวโดยยึดหลักเนื้อหาสำคัญกว่ารูปแบบ (Substance over form)

รายได้จากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์รับรู้เป็นรายได้ตามเงินค่างวดที่ถึงกำหนดชำระตามวิธีอัตรากำไรขั้นต้น ในกรณีที่เงินค่า งวดที่ถึงกำหนดชำระเก็บได้สูงกว่าอัตราส่วนของงานที่ทำเสร็จ กลุ่มบริษัทจะรับรู้เป็นรายได้เท่ากับอัตราส่วนของงานที่ทำเสร็จ กลุ่มบริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้เมื่อเงินวางเริ่มแรกรวมกับเงินค่างวดที่ได้รับชำระมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของราคาขายตาม สัญญาและงานพัฒนาและก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของงานก่อสร้างของโครงการ และกลุ่มบริษัทจะหยุด การรับรู้รายได้ทันทีเมื่อผู้ซื้อผิดนัดชำระเงินเกินกว่า 3 งวดติดต่อกัน เงินค่างวดส่วนที่ถึงกำหนดชำระตามสัญญาส่วนที่ยังไม่ได้รับ ชำระจะแสดงไว้เป็น “ลูกหนี้การค้า” เงินค่างวดที่เก็บไว้เกินกว่าส่วนที่รับรู้เป็นรายได้จะบันทึกเป็น “ค่างวดที่ยังไม่รับรู้เป็นรายได้” จากผู้ซื้อและแสดงภายใต้หนี้สินหมุนเวียนอื่น ส่วนของงานที่ทำเสร็จที่เกินกว่าส่วนที่รับรู้เป็นต้นทุนขายแสดงไว้เป็น “ต้นทุนการ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์” ภายใต้สินค้าคงเหลือ

ฉ) ดอกเบี้ยรับและเงินปันผล

7.2 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด

7.3 ลูกหนี้การค้าและค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

7.4 สินค้าคงเหลือ

สินค้าคงเหลือแสดงด้วยราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับแล้วแต่ราคาใดต่ำกว่า ราคาทุนของสินค้าคำนวณโดยวิธีถัวเฉลี่ยถ่วง น้ำหนักหรือวิธีเข้าก่อนออกก่อน ต้นทุนของสินค้าคงเหลือที่ซื้อประกอบด้วย ราคาซื้อรวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นทุกประเภทที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ การซื้อสินค้านั้น ต้นทุนของสินค้าสำเร็จรูปประกอบด้วยค่าวัตถุดิบ ค่าแรงทางตรง ค่าใช้จ่ายทางตรงอื่น และค่าโสหุ้ยในการผลิตปันส่วน ตามเกณฑ์การดำเนินงานปกติ มูลค่าสุทธิที่จะได้รับประมาณจากราคาที่คาดว่าจะขายได้ตามปกติของธุรกิจหักด้วยค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ต้องจ่ายเพื่อให้สินค้านั้นสำเร็จรูปและค่าใช้จ่ายในการขาย

กลุ่มบริษัทบันทึกบัญชีเมื่อจำเป็นสำหรับค่าเผื่อการลดมูลค่าของสินค้าเก่า ล้าสมัยหรือเสื่อมคุณภาพ

สินค้าคงเหลือของธุรกิจพัฒนาเพื่อการจำหน่ายอาคารพาณิชย์ประกอบด้วย ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ต่าง ๆ แสดงตามราคาทุนหรือ มูลค่าสุทธิที่จะได้รับแล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า ราคาทุนคำนวณโดยใช้วิธีต้นทุนเฉพาะหน่วย

สินค้าคงเหลือของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย สินค้าคงเหลือประกอบด้วยที่ดิน ค่าพัฒนาที่ดิน บ้านที่อยู่ในระหว่างขั้นตอนต่าง ๆ ของการก่อสร้าง ซึ่งมีไว้เพื่อขายแสดงตามราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับแล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า ราคาทุนของสินค้าคงเหลือ คำนวณโดยใช้วิธีต้นทุนเฉพาะหน่วย

7.5 ต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

ดอกเบี้ยรับ รับรู้เป็นรายได้ตามเกณฑ์สัดส่วนของเวลาโดยคำนึงถึงอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงของสินทรัพย์ เว้นแต่จะมีความไม่ แน่นอนในการรับชำระ เงินปันผลรับรู้เป็นรายได้เมื่อมีสิทธิได้รับเงินปันผล

เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด หมายถึง เงินสดและเงินฝากธนาคาร และเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง ซึ่งถึงกำหนดจ่ายคืน ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือนนับจากวันที่ได้มาและไม่มีข้อจำกัดในการเบิกใช้ ลูกหนี้การค้าแสดงตามมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ กลุ่มบริษัทบันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสำหรับผลขาดทุนโดยประมาณที่อาจเกิดขึ้นจากการ เก็บเงินลูกหนี้ไม่ได้ โดยอาศัยการวิเคราะห์อายุลูกหนี้ และตามสถานะปัจจุบันของลูกหนี้คงค้าง ณ วันที่ในงบดุล รวมถึงแนวโน้มที่จะได้ รับชำระเงินจากลูกหนี้โดยพิจารณาเป็นราย ๆ ไป

ต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แสดงตามราคาทุนหักด้วยสำรองผลขาดทุนของโครงการ ราคาทุนประกอบด้วยต้นทุนในการได้มาซึ่ง ที่ดิน การพัฒนาที่ดิน ต้นทุนการก่อสร้างโครงการระบบสาธารณูปโภคและต้นทุนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

107


108

7.6 เงินลงทุน

กลุ่มบริษัทได้จัดประเภทเงินลงทุนที่นอกเหนือจากเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม แบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ เงินลงทุนเพื่อค้า เงินลงทุนที่ถือไว้จนครบกำหนด เงินลงทุนเผื่อขาย และเงินลงทุนทั่วไป การจัดประเภทเป็นไปตามเป้าหมายการลงทุนที่ฝ่ายบริหาร ต้องการ เมื่อได้มาซึ่งเงินลงทุนนั้น ฝ่ายบริหารกำหนดการจัดประเภทที่เหมาะสมสำหรับเงินลงทุน ณ เวลาที่ลงทุน และทบทวนการจัด ประเภทเป็นปกติอย่างสม่ำเสมอ เงินลงทุนที่ได้มาเพื่อเป้าหมายหลักในการหากำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาในช่วงเวลาสั้นถูกจัด ประเภทเป็นเงินลงทุนเพื่อค้าและแสดงรวมอยู่ในสินทรัพย์หมุนเวียน เงินลงทุนที่มีเวลาครบกำหนดซึ่งผู้บริหารตั้งใจแน่วแน่และมีความ สามารถถือไว้จนครบกำหนดถูกจัดประเภทเป็นเงินลงทุนที่ถือไว้จนครบกำหนดและแสดงรวมอยู่ในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เว้นแต่เป็นเงิน ลงทุนที่จะครบกำหนดภายใน 12 เดือนนับแต่วันที่ในงบดุลจึงจะแสดงไว้ในสินทรัพย์หมุนเวียน เงินลงทุนที่จะถือไว้โดยที่ไม่ระบุช่วงเวลาที่ จะถือไว้และอาจขายเมื่อต้องการเสริมสภาพคล่องหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงในอัตราดอกเบี้ยถูกจัดประเภทเป็นเงินลงทุนเผื่อขายและแสดง รวมอยู่ในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เว้นแต่ฝ่ายบริหารแสดงเจตจำนงเพื่อถือเงินลงทุนนั้นไว้น้อยกว่า 12 เดือนนับแต่วันที่ในงบดุล หรือเว้น แต่ฝ่ายบริหารมีความจำเป็นที่ต้องขายเพื่อเพิ่มเงินทุนในการดำเนินงาน จึงจะแสดงรวมอยู่ในสินทรัพย์หมุนเวียน เงินลงทุนในตราสารทุน ที่ไม่มีตลาดซื้อขายถูกจัดประเภทเป็นเงินลงทุนทั่วไป

การซื้อและขายเงินลงทุนบันทึกข้อมูล ณ วันที่ซื้อขายซึ่งเป็นวันที่กลุ่มบริษัทตกลงที่จะซื้อหรือขายเงินลงทุน ต้นทุนของเงินลงทุนให้รวมถึง ต้นทุนการจัดทำรายการด้วย เงินลงทุนเพื่อค้าและเงินลงทุนเผื่อขายวัดมูลค่าในเวลาต่อมาด้วยมูลค่ายุติธรรม เงินลงทุนที่ถือไว้จนครบ กำหนดวัดมูลค่าด้วยราคาทุนตัดจำหน่ายตามวิธีอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง รายการกำไรและรายการขาดทุนทั้งที่เกิดขึ้นจริงและยังไม่เกิดขึ้น จริงจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนเพื่อค้าจะรวมอยู่ในงบกำไรขาดทุนในงวดที่เกิดขึ้น รายการกำไรและขาดทุนที่ยัง ไม่เกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนเผื่อขายจะรวมอยู่ในส่วนของผู้ถือหุ้น มูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนวัด มูลค่าตามราคาเสนอซื้อล่าสุดที่อ้างอิงจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ผลสะสมของมูลค่ายุติธรรม ที่เปลี่ยนแปลงไปจะถูกนำไปรวมอยู่ในงบกำไรขาดทุนเมื่อมีการขายเงินลงทุนเผื่อขายหรือเกิดการด้อยค่า โดยแสดงเป็นรายการกำไรและ รายการขาดทุนจากเงินลงทุน ส่วนในงบกระแสเงินสดได้รวมแสดงเงินลงทุนเพื่อค้าและเงินลงทุนเ���ื่อขายไว้ในกิจกรรมลงทุน เงินลงทุน ทั่วไปแสดงด้วยราคาทุนปรับลดด้วยค่าเผื่อการด้อยค่าของเงินลงทุน

กลุ่มบริษัทจะทดสอบการด้อยค่าของเงินลงทุนต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้ว่าเงินลงทุนนั้นอาจมีการด้อยค่าเกิดขึ้น ถ้าราคาตามบัญชีของเงินลงทุนสูง กว่ามูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน รายการขาดทุนจากการด้อยค่าจะบันทึกรวมอยู่ในงบกำไรขาดทุน

ในการจำหน่ายเงินลงทุน ผลต่างระหว่างสิ่งตอบแทนสุทธิที่ได้รับจากการจำหน่ายเมื่อเปรียบเทียบกับราคาตามบัญชีของเงินลงทุนนั้น จะบันทึกรวมอยู่ในงบกำไรขาดทุน เมื่อเงินลงทุนที่ถือไว้ในตราสารหนี้หรือตราสารทุนชนิดเดียวกันได้มีการจำหน่ายออกไปเพียงบางส่วน ราคาตามบัญชีของเงินลงทุนที่จำหน่ายจะกำหนดโดยใช้วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของราคาตามบัญชีจากจำนวนทั้งหมดที่ถือไว้

7.7 เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม

บริษัทย่อยถูกนำมารวมตั้งแต่วันที่บริษัทใหญ่ได้รับโอนมาซึ่งอำนาจควบคุมและต้องไม่นำมารวมตั้งแต่วันที่อำนาจควบคุมหมดไป กลุ่ม บริษัทใช้วิธีซื้อสำหรับการบันทึกการได้มาซึ่งบริษัทย่อย ต้นทุนการได้มาซึ่งบริษัทย่อยวัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ที่ส่งมอบให้ ในการได้มา มูลค่าของหุ้นที่ออกให้ หรือหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบ ณ วันที่ได้มา และยังรวมถึงต้นทุนที่สัมพันธ์โดยตรงกับการได้มานั้น ส่วนของจำนวนต้นทุนการได้มาซึ่งบริษัทย่อยที่สูงกว่ามูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิของบริษัทย่อยที่ได้มาจะบันทึกเป็นค่าความนิยม หมายเหตุ 7.9 อธิบายนโยบายการบัญชีเกี่ยวกับค่าความนิยม สำหรับรายการบัญชี ยอดคงเหลือ และรายการกำไรหรือรายการขาดทุนที่ ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริงซึ่งเป็นผลจากรายการระหว่างกันของกิจการที่อยู่ในกลุ่มบริษัท จะถูกตัดบัญชีออกไปเต็มจำนวน เว้นแต่รายการ ขาดทุนที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริงซึ่งกลุ่มบริษัทจะไม่สามารถได้รับคืนต้นทุนที่เสียไป ในกรณีที่มีความจำเป็นนโยบายการบัญชีของบริษัทย่อย จะถูกเปลี่ยนให้มีความสม่ำเสมอกับนโยบายที่ใช้โดยกลุ่มบริษัท

เงินลงทุนในบริษัทย่อยแสดงในงบการเงินเฉพาะของบริษัทฯโดยใช้วิธีราคาทุน

เงินลงทุนในบริษัทร่วมแสดงในงบการเงินรวมโดยใช้วิธีส่วนได้เสีย ซึ่งวิธีดังกล่าวจะทำให้ส่วนแบ่งกำไรหรือขาดทุนภายหลังการได้มาที่ เป็นเงินส่วนของกลุ่มบริษัทในบริษัทร่วมบันทึกไว้ในงบกำไรขาดทุน และส่วนแบ่งในส่วนของความเคลื่อนไหวในสำรองส่วนเกินทุนภาย หลังการได้มาจะบันทึกไว้ในส่วนของสำรองส่วนเกินทุน ผลสะสมของการเปลี่ยนแปลงภายหลังการได้มาจะปรับปรุงกับต้นทุนของเงิน ลงทุน บริษัทร่วมเป็นกิจการที่กลุ่มบริษัทมีอิทธิพลอย่างเป็นสาระสำคัญแต่ไม่ถึงกับควบคุม รายการกำไรหรือรายการขาดทุนที่ยังไม่ได้ เกิดขึ้นจริง ระหว่างกลุ่มบริษัทกับบริษัทร่วมถูกตัดบัญชีเท่าที่กลุ่มบริษัทมีส่วนได้เสียในบริษัทร่วมนั้น เว้นแต่รายการขาดทุนที่ยังไม่ได้เกิด

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


ขึ้นจริงดังกล่าวซึ่งมีหลักฐานว่าสินทรัพย์ที่โอนระหว่างกันเกิดการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วม รวมถึงค่าความนิยมที่เกิดจากการได้มา (สุทธิจากค่าตัดจำหน่ายสะสม) กลุ่มบริษัทต้องไม่รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนอีกต่อไปเมื่อส่วนแบ่งขาดทุนของกลุ่มบริษัทในบริษัทร่วมมีมูลค่า เท่ากับหรือเกินกว่ามูลค่าส่วนได้เสียของกลุ่มบริษัทในบริษัทร่วม เว้นแต่กลุ่มบริษัทเกิดภาระหนี้หรือต้องจ่ายชำระหนี้แทนบริษัทร่วม

เงินลงทุนในบริษัทร่วมแสดงในงบการเงินเฉพาะของบริษัทฯโดยใช้วิธีราคาทุน

7.8 เงินลงทุนในลูกหนี้เงินให้กู้

เงินลงทุนในลูกหนี้เงินให้กู้แสดงด้วยมูลค่ายุติธรรมปรับลดด้วยค่าเผื่อการด้อยค่าของเงินลงทุน (ถ้ามี) ผลต่างระหว่างราคาตามบัญชีกับ มูลค่ายุติธรรมแสดงเป็นรายการกำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าไว้ในส่วนของผู้ถือหุ้น มูลค่ายุติธรรมคือมูลค่า ปัจจุบันของประมาณการกระแสเงินสดที่คาดว่าจะเก็บได้จากลูกหนี้ ซึ่งพิจารณาความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อในความน่าเชื่อถือของลูกหนี้ โดยรวมลูกหนี้ที่มีลักษณะความเสี่ยงที่คล้ายคลึงกันไว้เป็นกลุ่มเดียวกันแล้วคิดลดด้วยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของตลาดต่อลูกค้าชั้นดี (MLR) ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนี้เทียบเท่ากับอัตราผลตอบแทนของการให้กู้ซึ่งมีเงื่อนไข ลักษณะและระยะเวลาที่เหลืออยู่ในทำนองเดียวกัน

บริษัทรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจากเงินลงทุนในลูกหนี้เงินให้กู้ดังกล่าว โดยใช้วิธีอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงซึ่งเป็นอัตราคิดลดที่ทำให้มูลค่าปัจจุบัน ของประมาณการกระแสเงินสดที่คาดว่าจะเก็บได้จากลูกหนี้เท่ากับมูลค่ายุติธรรมของสิ่งตอบแทนที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน

7.9 ค่าความนิยมและค่าความนิยมติดลบ

ค่าความนิยมแสดงถึงส่วนของต้นทุนการได้มาสูงกว่ามูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนที่กลุ่มบริษัทมีส่วนแบ่งในสินทรัพย์สุทธิของบริษัทย่อย หรือบริษัทร่วม ณ วันที่ได้มาซึ่งบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม ค่าความนิยมที่เกิดจากการซื้อธุรกิจแสดงแยกเป็นสินทรัพย์รายการหนึ่งในงบดุล รวม และตัดจำหน่ายโดยใช้วิธีเส้นตรงตลอดประมาณอายุการให้ประโยชน์ 5 - 20 ปี โดยฝ่ายบริหารกำหนดประมาณอายุการให้ ประโยชน์ของค่าความนิยมซึ่งจะมีผลกระทบต่อกลุ่มบริษัท ณ เวลาที่ได้มาโดยพิจารณาหลายปัจจัย เช่น ส่วนแบ่งทางการตลาดใน ปัจจุบัน ศักยภาพการเติบโตและปัจจัยอื่นที่สืบเนื่องอยู่ในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่ได้มา

ณ วันที่ในงบดุลของแต่ละงวดบัญชี กลุ่มบริษัทจะพิจารณาทบทวนว่ามีข้อบ่งชี้ของการด้อยค่าหรือไม่ เมื่อมีข้อบ่งชี้ที่ทำให้เชื่อได้ว่าอาจ เกิดการด้อยค่าเกิดขึ้น กลุ่มบริษัทก็จะประเมินว่ามูลค่าของค่าความนิยมจะได้รับคืนเต็มจำนวนหรือไม่ กลุ่มบริษัทจะปรับลดราคาตาม บัญชีไม่ให้เกินกว่ามูลค่าที่จะได้รับคืน

ค่าความนิยมติดลบเกิดจากส่วนของมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนที่กลุ่มบริษัทมีส่วนแบ่งในสินทรัพย์สุทธิของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม ณ วันที่ซื้อกิจการสูงกว่าราคาทุนของการซื้อกิจการ ค่าความนิยมติดลบที่เกิดขึ้นก่อนปี 2543 แสดงเป็นรายการหนึ่งในส่วนของผู้ถือหุ้น แต่ ค่าความนิยมติดลบส่วนที่เกิดหลังปี 2543 แสดงเป็นรายการหักจากสินทรัพย์ในงบดุล และเฉพาะค่าความนิยมติดลบส่วนที่เกิดหลังปี 2543 เท่านั้นที่จะถูกตัดจำหน่ายในงบกำไรขาดทุนตามความสัมพันธ์กับผลขาดทุนและค่าใช้จ่ายตามเวลาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

7.10 ทรัพย์สินรอการขาย

7.11 สินทรัพย์รอการพัฒนา

ทรัพย์สินรอการขายประกอบด้วยอาคารพาณิชย์และที่ดิน แสดงตามมูลค่าที่คาดว่าจะขายได้ ในกรณีที่ราคาตามบัญชีสูงกว่ามูลค่าที่คาด ว่าจะขายได้ซึ่งเท่ากับจำนวนที่จะได้รับจากการขายสินทรัพย์หักด้วยต้นทุนการจำหน่ายสินทรัพย์นั้น กลุ่มบริษัทจะปรับลดราคาตามบัญชี ให้เท่ากับมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนและบันทึกเป็นรายการขาดทุนจากการด้อยค่าในงบกำไรขาดทุน สินทรัพย์รอการพัฒนาแส���งด้วยราคาตลาดที่ได้มาจากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญอิสระ กลุ่มบริษัทมีนโยบายให้มีการประเมินราคา สินทรัพย์ดังกล่าวทุกๆ 5 ปี และในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว หากมีปัจจัยอื่นใดที่มีผลกระทบอย่างมีสาระสำคัญต่อมูลค่าสินทรัพย์ กลุ่ม บริษัทจะให้มีการประเมินราคาใหม่โดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ กลุ่มบริษัทบันทึกราคาตามบัญชีที่เพิ่มขึ้นจากการตีราคาใหม่โดยตรงไปยังส่วน ของผู้ถือหุ้นภายใต้บัญชีส่วนเกินจากการตีราคาสินทรัพย์ หากสินทรัพย์นั้นเคยมีการตีราคาลดลงและรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงวดก่อนแล้ว ส่วนที่เพิ่มขึ้นจากการตีราคาใหม่นี้จะรับรู้เป็นรายได้ไม่เกินจำนวนที่เคยรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงวดก่อน กรณีที่มีการลดลงของราคาที่ตีใหม่ จะรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายทันที เว้นแต่สินทรัพย์นั้นยังมียอดคงค้างจากการตีราคาเพิ่มขึ้นคงเหลืออยู่ในส่วนของผู้ถือหุ้น กลุ่มบริษัทจะนำส่วนที่ ลดลงจากการตีราคาใหม่ไปหักออกจากส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ได้ไม่เกินจำนวนซึ่งเคยตีราคาเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์เดียวกัน และรับรู้ส่วนที่เกินเท่านั้นเป็นค่าใช้จ่ายทันที

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

109


7.12 ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ราคาที่แสดงในงบดุล - ราคาทุน

110

เครื่องจักรและอุปกรณ์ เครื่องตกแต่งติดตั้งและอุปกรณ์สำนักงานและยานพาหนะ บันทึกด้วยราคาทุนหักค่าเสื่อมราคาสะสม ราคาทุน คำนวณจากราคาซื้อสินทรัพย์ ทั้งที่เป็นเงินสดและจำนวนเทียบเท่าเงินสดบวกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการทำให้สินทรัพย์นั้นมาอยู่ในสถานที่ หรือในสภาพที่พร้อมจะใช้งานได้ตามที่ประสงค์ไว้ สินทรัพย์ที่กลุ่มบริษัทสร้างขึ้นเองบันทึกด้วยราคาต้นทุนการก่อสร้างซึ่งประกอบด้วย ค่าวัสดุ ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ซึ่งปันส่วนมาตามระบบการปันส่วนต้นทุนที่วางไว้

ราคาที่แสดงในงบดุล - ราคาประเมิน

ที่ดิน ส่วนปรับปรุงที่ดิน สิทธิการเช่าที่ดิน และอาคารแสดงตามมูลค่ายุติธรรม (ราคาตลาดหรือราคาเปลี่ยนแทน) และเงินลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นในกลุ่มบริษัทแสดงในราคายุติธรรม (วิธีคิดจากรายได้หรือวิธีราคามูลค่าคงเหลืออยู่) ที่มีการประเมินโดยผู้ เชี่ยวชาญอิสระ กลุ่มบริษัทมีนโยบายที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระประเมินราคาสินทรัพย์ดังกล่าวทุกๆ 5 ปี และในระหว่างระยะเวลานี้ หากมี ปัจจัยอื่นใดที่มีผลกระทบอย่างมีสาระสำคัญต่อมูลค่าสินทรัพย์ กลุ่มบริษัทจะให้มีการประเมินราคาใหม่โดยผู้เชี่ยวชาญอิสระในปีนั้นๆ ส่วนที่เพิ่มขึ้นของราคาที่ประเมินใหม่ของสินทรัพย์จะถือเป็นส่วนเกินทุนจากการตีราคาที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ในส่วนของผู้ถือหุ้น เว้น แต่ส่วนเพิ่มนั้นเป็นการเพิ่มของราคาตามบัญชีหลังจากที่เคยตีราคาลดลงในงวดก่อนและได้บันทึกยอดที่ลดลงเป็นค่าใช้จ่ายไปแล้วในงบ กำไรขาดทุน ส่วนเพิ่มนั้นจะบันทึกเป็นรายได้ในงบกำไรขาดทุน ส่วนที่ลดลงของมูลค่าของสินทรัพย์จะถือเป็นค่าใช้จ่ายในงวดนั้น เว้นแต่ เป็นการลดลงจากราคาที่ตีเพิ่มขึ้นในงวดก่อน ซึ่งได้บันทึกไว้ในบัญชีส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ กลุ่มบริษัทจะนำส่วนที่ลดลงนั้น ไปลดยอดบัญชีส่วนเกินทุนนั้น สิทธิการเช่าที่ดินและอาคารแสดงด้วยราคาประเมินหักค่าเสื่อมราคาสะสม

ค่าเสื่อมราคา

ค่าเสื่อมราคาคำนวณจากราคาทุนหรือราคาที่ตีใหม่ของสินทรัพย์โดยวิธีเส้นตรงตามอายุการใช้งานโดยประมาณดังนี้

บริษัทฯและบริษัทย่อยบันทึกค่าเสื่อมราคาที่คำนวณได้ข้างต้น ดังต่อไปนี้

สิทธิการเช่าที่ดินและอาคาร ส่วนปรับปรุงที่ดิน อาคาร เครื่องจักรและอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง ติดตั้ง และอุปกรณ์สำนักงาน ยานพาหนะ

30 ปี 5 - 20 ปี 5 - 40 ปี 5 - 20 ปี 3 - 10 ปี 5 ปี

• ค่าเสื่อมราคาของส่วนที่คำนวณจากราคาทุนรวมอยู่ในการคำนวณผลการดำเนินงาน

• ค่าเสื่อมราคาของส่วนที่ตีราคาเพิ่มตัดจำหน่ายไปสู่บัญชีส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ในส่วนของผู้ถือหุ้น

ไม่มีการคิดค่าเสื่อมราคาสำหรับที่ดินและงานระหว่างก่อสร้าง

ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ดังกล่าวไม่สามารถนำมาหักกับขาดทุนสะสมและไม่สามารถจ่ายเป็นเงินปันผลได้

รายการกำไรและรายการขาดทุนจากการจำหน่ายที่ดิน อาคารและอุปกรณ์กำหนดโดยเปรียบเทียบสิ่งตอบแทนที่ได้รับกับราคาตามบัญชี และรวมอยู่ในการคำนวณกำไรจากการดำเนินงาน ในการขายสินทรัพย์ที่มีการตีราคาใหม่ ส่วนเกินทุนจากการตีราคาที่เกี่ยวข้องจะโอน ไปยังกำไรสะสม

รายจ่ายเกี่ยวกับการต่อเติม การต่ออายุ หรือการปรับปรุงสินทรัพย์ให้ดีขึ้น ซึ่งทำให้ราคาเปลี่ยนแทนในปัจจุบันของสินทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่าง เป็นสาระสำคัญจะรวมเป็นราคาทุนของสินทรัพย์ ส่วนค่าซ่อมแซมและค่าบำรุงรักษารับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีที่เกิดขึ้น

7.13 หุ้นทุนซื้อคืน

หุ้นทุนซื้อคืนซึ่งได้แก่หุ้นสามัญของบริษัทฯซึ่งบริษัทฯหรือบริษัทย่อยได้ซื้อคืนกลับมาแสดงด้วยราคาทุนและแสดงเป็นรายการหักจากส่วน ของผู้ถือหุ้นทั้งหมด ผลต่างระหว่างราคาขายของหุ้นทุนซื้อคืนกับราคาซื้อคืนจะบันทึกเป็นส่วนเกินมูลค่าหุ้นทุนซื้อคืน หรือไปหักจากกำไร สะสมแล้วแต่กรณี

R รายงานประจำปี 2550-2551 R บริษท ั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


7.14 สัญญาเช่าระยะยาว – กรณีที่กลุ่มบริษัทเป็นผู้เช่า

สัญญาเช่าที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ที่ความเสี่ยงและผลตอบแทนของความเป็นเจ้าของส่วนใหญ่ได้โอนไปให้กับผู้เช่าถือเป็นสัญญาเช่าการ เงิน สัญญาเช่าการเงินจะบันทึกเป็นรายจ่ายฝ่ายทุนด้วยมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ที่เช่า หรือมูลค่าปัจจุบันสุทธิของจำนวนเงินที่ต้องจ่าย ตามสัญญาเช่า แล้วแต่มูลค่าใดจะต่ำกว่า โดยจำนวนเงินที่ต้องจ่ายจะปันส่วนระหว่างหนี้สินและค่าใช้จ่ายทางการเงินเพื่อให้ได้อัตราดอก เบี้ยคงที่ต่อหนี้สินคงค้างอยู่ โดยพิจารณาแยกแต่ละสัญญา ภาระผูกพันตามสัญญาเช่าหักค่าใช้จ่ายทางการเงินจะบันทึกเป็นหนี้สินระยะ ยาว ส่วนดอกเบี้ยจ่ายจะบันทึกในงบกำไรขาดทุนตลอดอายุของสัญญาเช่า เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อหนี้สินคงค้างอยู่สำหรับแต่ละ งวด สินทรัพย์ที่ได้มาตามสัญญาเช่าการเงินจะคิดค่าเสื่อมราคาตลอดอายุการใช้งานของสินทรัพย์ที่เช่า หรืออายุของสัญญาเช่า แล้วแต่ ระยะเวลาใดจะต่ำกว่า

สัญญาเช่าสินทรัพย์โดยที่ความเสี่ยงและผลตอบแทนของความเป็นเจ้าของส่วนใหญ่ตกอยู่กับผู้ให้เช่าจะจัดเป็นสัญญาเช่าดำเนินงาน เงิน ที่ต้องจ่ายภายใต้สัญญาเช่าดำเนินงานจะบันทึกในงบกำไรขาดทุนโดยใช้วิธีเส้นตรงตลอดอายุของสัญญาเช่านั้น

ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการยกเลิกสัญญาเช่าดำเนินงานก่อนหมดอายุการเช่า เช่น เบี้ยปรับที่ต้องจ่ายให้ผู้ให้เช่าจะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายใน รอบระยะเวลาบัญชีที่การยกเลิกนั้นเกิดขึ้น

7.15 สัญญาเช่าระยะยาว - กรณีที่กลุ่มบริษัทเป็นผู้ให้เช่า

สินทรัพย์ที่ให้เช่าตามสัญญาเช่าทางการเงิน บันทึกเป็นลูกหนี้ด้วยมูลค่าปัจจุบัน���องจำนวนเงินจ่ายตามสัญญาเช่า ผลต่างระหว่างลูกหนี้ เบื้องต้นกับมูลค่าปัจจุบันของลูกหนี้บันทึกเป็นรายได้ทางการเงินรอตัดบัญชี รายได้จากสัญญาเช่าระยะยาวรับรู้ตลอดอายุของสัญญาเช่า โดยใช้วิธีเงินลงทุนสุทธิซึ่งสะท้อนอัตราผลตอบแทนที่คงที่ทุกงวด

สินทรัพย์ที่ให้เช่าตามสัญญาเช่าดำเนินงานรวมแสดงอยู่ในที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ในงบดุล และตัดค่าเสื่อมราคาตลอดอายุการให้ ประโยชน์ของสินทรัพย์ด้วยเกณฑ์เดียวกับที่ใช้กับรายการที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกันที่กลุ่มบริษัทเป็นเจ้าของ ราย ได้ค่าเช่ารับรู้ด้วยวิธีเส้นตรงตลอดระยะเวลาการให้เช่า

7.16 รายการกับบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน

7.17 ผลประโยชน์ของพนักงาน

7.18 ประมาณการหนี้สิน

7.19 ภาษีเงินได้

7.19.1 ภาษีเงินได้ตามแบบแสดงรายการ กลุ่มบริษัทบันทึกภาษีเงินได้โดยคำนวณจากกำไรสุทธิทางภาษีตามกฎหมายภาษีอากร

7.19.2 ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีคำนวณขึ้นจากผลแตกต่างชั่วคราวระหว่างราคาตามบัญชีของสินทรัพย์และหนี้สิน ณ วันที่ในงบดุลกับ ฐานภาษีของสินทรัพย์และหนี้สินนั้น โดยใช้อัตราภาษีที่มีผลบังคับใช้ ณ วันที่ในงบดุล

บุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกันกับบริษัท หมายถึง บุคคลหรือกิจการที่มีอำนาจควบคุมบริษัท ถูกควบคุมโดยบริษัทไม่ว่าจะเป็นโดยทาง ตรงหรือทางอ้อม หรืออยู่ภายใต้การควบคุมเดียวกันกับบริษัท รวมถึงบริษัทที่ทำหน้าที่ถือหุ้นของบริษัทย่อยและบริษัทในกลุ่มเดียวกัน นอกจากนี้ บุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกันยังหมายรวมถึงบริษัทร่วมและบุคคลซึ่งถือหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และ มีอิทธิพลอย่างเป็นสาระสำคัญกับบริษัท ผู้บริหารสำคัญ กรรมการหรือพนักงานของบริษัทที่มีอำนาจในการวางแผนและควบคุมการ ดำเนินงานของบริษัท บริษัทฯรับรู้ เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส และเงินสมทบกองทุนประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดรายการ กลุ่มบริษัทจะบันทึกประมาณการหนี้สินไว้ในบัญชีเมื่อภาระผูกพันซึ่งเป็นผลมาจากเหตุการณ์ในอดีตได้เกิดขึ้นแล้ว และมีความเป็นไปได้ ค่อนข้างแน่นอนว่ากลุ่มบริษัทจะเสียทรัพยากรเชิงเศรษฐกิจไปเพื่อชำระภาระผูกพันนั้น และกลุ่มบริษัทสามารถประมาณมูลค่าภาระ ผูกพันนั้นได้อย่างน่าเชื่อถือ

บริษทั เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) R รายงานประจำปี 2550-2551 R

111


112

กลุ่มบริษัทรับรู้หนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีสำหรับผลแตกต่างชั่วคราวที่ต้องเสียภาษีของทุกรายการที่เกิดจากเงินลงทุนใน บริษัทร่วม เว้นแต่รายการที่กลุ่มบริษัทสามารถควบคุมจังหวะเวลาในการกลับรายการผลแตกต่างชั่วคราวได้และมีความเป็นไปได้ ค่อนข้างแน่ที่ผลแตกต่างชั่วคราวจะไม่ได้กลับรายการภายในระยะเวลาที่คาดการณ์ได้ในอนาคต และรับรู้สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอ การตัดบัญชีสำหรับผลแตกต่างชั่วคราวที่ใช้หักภาษี รวมทั้งผลขาดทุนทางภาษีที่ยังไม่ได้ใช้ ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทจะรับรู้สินทรัพย์ภาษี เงินได้รอการตัดบัญชีก็ต่อเมื่อมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่กลุ่มบริษัทจะมีกำไรทางภาษีในอนาคตเพียงพอสำหรับผลแตกต่าง ชั่วคราวที่ใช้หักภาษีและผลขาดทุนทางภาษีที่ยังไม่ได้ใช้นั้น

กลุ่มบริษัทจะทบทวนมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี ณ ทุกวันที่ใน งบดุล และจะปรับลดมูลค่าตามบัญชี ดังกล่าวเมื่อมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ว่ากลุ่มบริษัทจะไม่มีกำไรทางภาษีในอนาคตเพียงพอต่อการนำสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการ ตัดบัญชีทั้งหมดหรือบางส่วนมาใช้ประโยชน์

กลุ่มบริษัทจะบันทึกภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีโดยตรงไปยังส่วนของผู้ถือหุ้น หากภาษีที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับรายการที่ได้บันทึกโดย ตรงไปยังส่วนของผู้ถือหุ้น

7.20 เงินตราต่างประเทศ

รายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศซึ่งเกิดขึ้นระหว่างปีแปลงค่าเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ที่เกิดรายการ สินทรัพย์และหนี้ สินที่เป็นตัวเงินที่เป็นเงินตราต่างประเทศคงเหลืออยู่ ณ วันที่ในงบดุลแปลงค่าเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ณ วันที่ในงบดุล

กำไรและขาดทุนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในอัตราแลกเปลี่ยนได้รวมอยู่ในการคำนวณผลการดำเนินงาน

7.21 ข้อมูลจำแนกตามส่วนงาน

ส่วนงานทางธุรกิจเป็นส่วนธุรกิจที่จัดหาผลิตภัณฑ์หรือให้บริการที่มีความเสี่ยงและผลตอบแทนซึ่งแตกต่างไปจากความเสี่ยงและ ผลตอบแทนของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ให้ของส่วนธุรกิจอื่น

ข้อมูลจำแนกตามส่วนงาน เปิดเผยแยกตามส่วนงานธุรกิจของกลุ่มบริษัท

7.22 เครื่องมือทางการเงิน

สินทรัพย์ทางการเงินที่แสดงในงบดุลประกอบด้วย เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ลูกหนี้การค้า เงินให้กู้ยืมระยะสั้นและลูกหนี้อื่น และเงินลงทุนระยะยาว หนี้สินทางการเงินในงบดุลประกอบด้วย เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน เจ้าหนี้การค้า และเจ้าหนี้อื่น ซึ่งนโยบายการบัญชีเฉพาะสำหรับรายการแต่ละรายการได้เปิดเผยแยกไว้ในแต่ละหัวข้อที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มบริษัทได้ใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศประกอบด้วยสัญญาซื้อ ขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า

สัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนโดยกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนใน อนาคตที่สินทรัพย์และหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศจะได้รับหรือต้องจ่ายชำระ

7.23 การด้อยค่าของสินทรัพย์

7.24 การใช้ประมาณการทางบัญชี

ทุกวันที่ในงบดุล กลุ่มบริษัทจะทำการประเมินว่ามีข้อบ่งชี