Page 1


ขอมูลทางการเงินโดยสรุป หนวย : พันบาท

2551

2550

2549

2,092,327 3,524,551 5,320,611 8,850,871 5,751,954 3,098,917 1,000,000 200,000

2,846,059 4,607,682 5,225,834 9,383,488 6,253,234 3,130,254 1,000,000 200,000

2,732,089 3,081,790 4,870,716 8,374,184 5,356,801 3,017,383 1,000,000 200,000

522,501 612,232 1,134,733 837,459 76,926

513,676 663,277 1,176,954 875,318 124,712

418,207 743,517 1,161,724 931,938 296,887

6.78 2.47 0.84 5.00 0.38 0.40 15.49 24.90 565.94

10.62 4.06 1.40 5.00 0.62 0.15 15.65 23.49 243.66

25.56 12.84 3.69 5.00 1.48 0.15 15.09 28.97 497.07

ฐานะการเงิน เงินลงทุน เงินใหกูยืม ลูกหนี้ และดอกเบี้ยคางรับ - สุทธิ เงินกูยืมและเงินรับฝาก สินทรัพยรวม หนี้สินรวม สวนของผูถ ือหุน ทุนที่ออกและเรียกชําระ จํานวนหุน (พันหุน )

ผลการดําเนินงาน รายไดดอกเบี้ยและเงินปนผล รายไดที่มิใชดอกเบี้ย รายไดรวม รายไดสุทธิ กําไรสุทธิ

อัตราสวนทางการเงิน อัตรากําไรสุทธิตอรายไดรวม (%) อัตราผลตอบแทนตอสวนผูถอื หุน (%) อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพยรวม (%) มูลคาที่ตราไวตอหุน (บาทตอหุน) กําไร(ขาดทุน)สุทธิตอหุน (บาทตอหุน) เงินปนผลตอหุน (บาทตอหุน) มูลคาตามบัญชีตอหุน (บาทตอหุน) เงินกองทุนตอสินทรัพยเสี่ยง (%) เงินกองทุนสภาพคลองสุทธิ (%)


สารจากประธานกรรมการ ภาพรวมเศรษฐกิจ เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยในป 2551 มีขยายตัวของผลิตภัณฑมวลรวมภายในประเทศ (GDP) ตลอดทั้งปในอัตรารอยละ 2.6 โดยที่ GDP รายไตรมาสปรับตัวลดลงอยางตอเนื่องตลอดป จากที่ ขยายตัวรอยละ 6.0 ในไตรมาสที่ 1 กลับมาติดลบรอยละ 4.3 ในไตรมาสที่ 4 โดยที่ภาคการคาระหวาง ประเทศมีการหดตัวอยางรุนแรง ซึ่งมีสาเหตุหลักจากวิกฤติสินเชื่อในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ขยายผล ออกไปในวงกวางจนทําใหภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง เปนผลใหระดับราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกซึ่ง ปรับตัวสูงขึ้นอยางตอเนื่องในชวงครึ่งปแรกจนถึงระดับสูงกวา 140 ดอลลารสหรัฐตอบารเรล ไดปรับตัว ลดลงอยางรวดเร็วจนเหลือประมาณ 40 ดอลลารสหรัฐตอบารเรลในชวงสิ้นป 2551 เปนผลใหอัตราเงิน เฟอของประเทศไทยเคลื่อนไหวอยางรวดเร็วไปในทิศทางเดียวกัน จากภาวะทางเศรฐกิจที่ชะลอตัวลงดังกลาว ธนาคารแหงประเทศไทยจึงตองดําเนินนโยบาย การเงินแบบผอนคลายอยางรวดเร็วเพื่อประครองและกระตุนเศรษฐกิจ จากเดิมที่ไดรักษาระดับอัตรา ดอกเบี้ยนนโยบายไวในระดับรอยละ 3.25 – 3.75 ตอปมาจนถึงเดือนธันวาคม 2551 กลับตองลดอัตรา ดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือรอยละ 2.75 ตอปในระยะเวลาเพียง 1 เดือน และยังมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย นโยบายลงอยางตอเนื่องในชวงตนป 2552 จนเหลือรอยละ 1.50 ในเดือนมีนาคม 2552

ผลประกอบการ ทามกลางสภาวะทางเศรษฐกิจดังกลาว บริษัทยังสามารถรักษาความสามารถในการทํากําไรและ ความมั่นคงในการดําเนินธุรกิจไวไดอยางดี สินทรัพยรวมของบริษัทและบริษัทยอย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 เทากับ 8,851 ลานบาท ลดลงรอยละ 5.66 จาก 9,383 ลานบาทในป 2550 ปจจัยหลักเกิดจากการ ลดปริมาณเงินลงทุนและเงินใหกูยืมที่มีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เปนผลใหหนี้สินรวมมี จํานวน 5,752 ลานบาท ลดลงรอยละ 8.01 จาก 6,253 ลานบาทในป 2550 โดยสวนของผูถอื หุนเทากับ 3,099 ลานบาท ลดลงรอยละ 0.99 จาก 3,130 ลานบาทในป 2550 ซึ่งเหตุผลสวนใหญเกิดจากสวนต่ํา กวาทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลคาเงินลงทุนและการจายเงินปนผลภายในป 2551


รายได หลั ก ของบริษั ทและบริ ษัทย อยได แก ดอกเบี้ ย เงิ นป นผล และคานายหน าในป 2551 เทากับ 1,036 ลานบาท ลดลงรอยละ 7.75 จาก 1,123 ลานบาทในป 2550 โดยรายไดดอกเบี้ย และ เงินปนผลเพิ่มขึ้นเล็กนอยเปน 523 ลานบาท จาก 514 ลานบาทในป 2550 ขณะที่รายไดคานายหนา ลดลงเปน 513 ลานบาท หรือลดลงรอยละ 15.76 จาก 609 ลานบาทในป 2550 กําไรสุทธิของบริษัทและบริษัทยอยลดลงเปน 125 ลานบาท หรือลดลงรอยละ 35.57 จาก 194 ลานบาทในป 2550 เหตุผลหลักเกิดจากหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้นเปน 126 ลานบาท หรือ เพิ่มขึ้นรอยละ 96.87 จาก 64 ลานบาทในป 2550

การดําเนินธุรกิจในป 2552 ภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในป 2552 จะยังอยูในภาวะชะลอตัว ทําใหผูประกอบการใน อุตสาหกรรมตางๆ มีโอกาสไดรับผลกระทบไมมากก็นอย ซึ่งอาจสงผลกระทบตอบริษัทและบริษัทยอย ในฐานะผูประกอบธุรกิจตัวกลางทางการเงินอยางหลีกเลีย่ งไมได บริษทั จึงมีนโยบายในดําเนินธุรกิจดวย ความระมัดระวัง เนนคุณภาพของสินทรัพยมากกวาการเติบโตบนความเสี่ยงที่ประเมินไดยากในภาวะ เศรษฐกิจปจจุบัน ทําใหบริษัทเชื่อมั่นเปนอยางยิ่งวาจะสามารถรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกรงไวได เปนอยางดี สุดทายนี้ในนามของคณะกรรมการบริษัท ขอขอบคุณอยางสูงตอผูถือหุนและลูกคาทุกทานที่ให การสนับสนุนบริษัทดวยดี ตลอดจนขอขอบคุณผูบริหารและเจาหนาที่ของบริษัทที่ไดทุมเทกําลังใจและ กายในการดําเนินธุรกิจ จนเปนผลใหบริษทั มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงตลอดมา

ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม ประธานกรรมการ


คณะกรรมการบริษัท

ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม ประธานกรรมการ

ดร.สาคร สุขศรีวงศ รองประธานกรรมการ ประธานเจาหนาที่บริหาร

นายธีระ วิภูชนิน ประธานกรรมการตรวจสอบ

นายวัฒนา สุภรณไพบูลย กรรมการตรวจสอบ

นายวรกิจ สรางศรีวงศ กรรมการตรวจสอบ

นางกิ่งเทียน บางออ รักษาการกรรมการผูจัดการ

นางธิดา ชลวร กรรมการ

นายสุวิช รัตนยานนท กรรมการ

นายทวีชัย วรรณศิลป กรรมการ


รายงานคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมตรวจสอบของบริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) ประกอบดวยกรรมการ อิสระจํานวน 3 ทาน ไดแก นายธีระ วิภูชนิน ประธานกรรมการตรวจสอบ นายวัฒนา สุภรณไพบูลย กรรมการตรวจสอบ นายวรกิจ สรางศรีวงศ กรรมการตรวจสอบ ทุกทานมีคุณสมบัติครบถวนตามที่กําหนดไวในกฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งสอดคลองกับ ขอกํ าหนดและแนวทางปฏิ บัติ ที่ดี สําหรับ คณะกรรมการของตลาดหลัก ทรั พยแ หง ประเทศไทย และ ธนาคารแหงประเทศไทย คณะกรรมการตรวจสอบไดปฏิบัติหนาที่ตามขอบเขตความรับผิดชอบในภารกิจที่ไดรับมอบหมาย จากคณะกรรมการบริ ษั ท ในการกํ า กั บ ดู แ ลการดํ า เนิ น งานของบริ ษั ท ฯ ให เ กิ ด ความชั ด เจนในการ บริหารงานดวยความซื่อสัตย และความรับผิดชอบของกรรมการบริหารหรือผูบริหาร อันจะพึงมีตอ ผูถือหุนของบริษัทฯ ตลอดจนดําเนินการใหมั่นใจวากรรมการบริหารและผูบริหารไดบริหารกิจการตาม นโยบายของบริษัทฯ อยางถูกตอง ครบถวน และมีมาตรฐาน โดยในรอบป 2551 ไดจัดประชุมทั้งสิ้น 5 ครั้ง ทั้งนี้ไดรวมประชุมกับผูบริหาร ผูตรวจสอบภายใน และผูสอบบัญชี เพื่อรวมเสนอขอมูล หารือ และ แลกเปลี่ยนขอคิดเห็น ในวาระที่เกี่ยวของ สรุปสาระสําคัญไดดังนี้ 1. ใหความเห็นงบการเงินรายไตรมาสและงบการเงินประจําป 2551 ที่ผานการสอบทานและ ตรวจสอบจากผู ส อบบั ญ ชี ก อ นนํ า เสนอให ค ณะกรรมการบริ ษั ท พิ จ ารณาอนุ มั ติ โดยได สอบถามผูสอบบัญชี และผูบริหารในเรื่องความถูกตอง ครบถวนของงบการเงินและความ เพียงพอในการเปดเผยขอมูล นอกจากนี้ยังไดพิจารณาขอเสนอแนะตอระบบการควบคุม ภายในของผู ส อบบั ญ ชี และรั บ ทราบแผนการสอบบั ญ ชี ป ระจํ า ป 2551 คณะกรรมการ ตรวจสอบ มีความเห็นวา กระบวนการรายงานทางบัญชีและการเงินของบริษัทฯ มีการควบคุม ที่เพียงพอใหรายงานทางการเงินแสดงฐานะทางการเงินและผลการดําเนินงานของบริษัทฯ อยางถูกตองตามที่ควรตามมาตรฐานการบัญชีที่กฎหมายกําหนด และมีการเปดเผยขอมูลใน งบการเงินอยางเพียงพอและทันเวลา เพื่อเปนประโยชนกับนักลงทุนหรือผูใชงบการเงินในการ ตัดสินใจลงทุน 2. สอบทานและใหความเห็นตอการเขาทํารายงานที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการที่อาจมี ความขั ด แย ง ทางผลประโยชน รวมถึ ง สอบทานการเป ด เผยข อ มู ล ดั ง กล า วให ถู ก ต อ ง ครบถวน เปนไปตามประกาศ ขอกําหนด และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวของของตลาดหลักทรัพย แหงประเทศไทย และธนาคารแหงประเทศไทย คณะกรรมการตรวจสอบ มีความเห็นวา ฝาย จัดการไดทํารายการดังกลาวดวยความเปนธรรม และเปนการดําเนินการเพื่อผลประโยชนของ บริษัทฯ เปนสําคัญ ดังเชนที่ทํากับบุคคลภายนอกทั่วไปดวยราคาที่สมเหตุสมผล รวมถึงมีการ เปดเผยขอมูลอยางเพียงพอ ถูกตองและครบถวน


3. สอบทานการปฏิบัติงานใหเปนไปตามกฎหมายวาดวยหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย ขอ กํ า หนดของตลาดหลัก ทรัพย แห ง ประเทศไทย หรื อกฎหมายที่ เ กี่ย วขอ งกับ การ ดําเนินธุรกิจของบริษัท เชน พระราชบัญญัติหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย ขอกําหนดของ สํานัก งานคณะกรรมการกํ ากั บหลัก ทรั พย และตลาดหลัก ทรั พย กรรมการกํากับ ตลาดทุ น ธนาคารแห ง ประเทศไทย และ สํ า นั ก งานป อ งกั น และปราบปรามการฟอกเงิ น รวมถึ ง ขอกําหนดภาระผูกพันที่อาจจะเกิดขึ้นจากสัญญาที่กระทํากับบุคคลภายนอก และขอเรียกรอง อื่น ๆ คณะกรรมการตรวจสอบ มีความเห็นวา บริษัทฯ ไดปฏิบัติตามกฎหมายและขอกําหนด ตางที่เกี่ยวของอยางเหมาะสม 4. สอบทานระบบการควบคุมภายใน เพื่อประเมินความเพียงพอและประสิทธิผลของระบบการ ควบคุมภายในที่ชวยสงเสริมใหการดําเนินงานบรรลุตามเปาหมายที่กําหนดไว โดยพิจารณา จากรายงานผลการตรวจสอบภายในประจําป 2551 ตามแผนงานที่ไดรับอนุมัติ ซึ่งครอบคลุม ระบบงานที่สําคัญของบริษัทฯ ทั้งนี้ไมพบจุดออนหรือขอบกพรองที่เปนสาระสําคัญ นอกจากนี้ ไดประเมินระบบการควบคุมภายในตามแนวทางที่กําหนดโดยสํานักงานคณะกรรมการกํากับ หลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย และธนาคารแหงประเทศไทย ในดานการควบคุมดานการ บริหาร การเงิน และการปฏิบัติตามกฎหมาย คณะกรรมการตรวจสอบ มีความเห็นวา บริษัทฯ มี ร ะบบการควบคุ ม ภายในที่ เ หมาะสม เพี ย งพอและมี ป ระสิ ท ธิ ผ ล ซึ่ ง ประกอบด ว ย สภาพแวดลอมภายใน การประเมินความเสี่ยง กิจกรรมควบคุม ระบบสารสนเทศและการ สื่อสารขอมูลที่ดี และระบบการติดตามผลการดําเนินงานที่ชัดเจน 5. กํากับดูแลงานตรวจสอบภายใน โดยไดพิจารณาภารกิจ ขอบเขตการปฏิบัติ ภาระหนาที่ และความรับผิดชอบ ความเปนอิสระ และสิทธิในการปฏิบัติงานตรวจสอบ รวมถึงการจัด องค ก ร และอั ต รากํ า ลั ง คน ของหน ว ยงานตรวจสอบภายใน ได ส อบทานรายงานผลการ ตรวจสอบทุกไตรมาส และไดสอบทานผลการปฏิบัติงานภาพรวมของหนวยงานตรวจสอบ ภายใน รวมถึงไดอนุมัติแผนงานตรวจสอบภายในประจําป 2552 คณะกรรมการตรวจสอบมี ความเห็ น ว า ระบบการตรวจสอบภายในของบริ ษั ท ฯ เป น ไปอย า งอิ ส ระเพี ย งพอ และมี ประสิทธิผล สอดคลองกับเปาหมายที่ไดตั้งไว รวมทั้งมีการพัฒนาคุณภาพการตรวจสอบทั้งใน ด า นบุ ค ลากร และการปฏิ บั ติ ง านตรวจสอบให ส อดคล อ งกั บ มาตรฐานวิ ช าชี พ สากลอย า ง ตอเนื่อง 6. พิจารณาคัดเลือก เสนอแตงตั้ง และเสนอคาตอบแทนของผูสอบบัญชีประจําป 2552 เพื่ อ นํ า เสนอต อ คณะกรรมการบริ ษั ท ให ข ออนุ มั ติ จ ากที่ ป ระชุ ม ผู ถื อ หุ น ประจํ า ป 2552 คณะกรรมการตรวจสอบ ไดพิจารณาความเปนอิสระ ผลการปฏิบัติงาน และบริการของผูสอบ บัญชี รวมถึงความเหมาะสมของคาตอบแทนแลว เห็นวา ผูสอบบัญชีไดแสดงความเห็นและ ขอเสนอแนะที่เปนประโยชนในดานการจัดทํารายงานทางการเงินและการควบคุมภายใน จึงเห็นควรเสนอตอคณะกรรมการบริษัทเพื่อขออนุมัติที่ประชุมผูถือหุนแตงตั้งสํานักงานบัญชี ดี ไอ เอ เปนผูสอบบัญชีประจําป 2552 ตอไปอีกวาระหนึ่ง


ในรอบป 2551 คณะกรรมการตรวจสอบไดปฏิบัติงานตามหนาที่และความรับผิดชอบที่ไดรับ มอบหมาย โดยใชความรูความสามารถประกอบกับความรอบคอบ และมีความเปนอิสระอยางเพียงพอ โดยไมมีขอจํากัดในการไดรับขอมูลทั้งจากผูบริหาร พนักงาน และผูเกี่ยวของ ตลอดจนไดใหความเห็น และขอเสนอแนะตาง ๆ เพื่อประโยชนตอผูมีสวนไดเสียทุกฝายอยางเทาเทียมกัน โดยสรุปในภาพรวมแลว คณะกรรมการตรวจสอบเห็นวา คณะกรรมการบริษัทตลอดจนผูบริหาร ของบริษัทฯ มีจริยธรรมและความมุงมั่นในการปฏิบัติหนาที่เพื่อใหบรรลุเปาหมายของบริษัทฯ อยางมี คุณภาพเยี่ยงมืออาชีพ ไดใหความสําคัญอยางยิ่งตอการดําเนินงานภายใตระบบควบคุมภายในที่มี ประสิทธิผล ภายใตการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุมเหมาะสมและตอเนื่อง มีการกํากับดูแลกิจการที่ดีอยาง เพียงพอ โปรงใสและเชื่อถือได รวมทั้งมีการพัฒนาปรับปรุงระบบการปฏิบัติงานใหมีคุณภาพดีขึ้นอยาง ตอเนื่อง

นายธีระ วิภูชนิน ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ


ขอมูลทั่วไป ขอมูลบริษัท บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) ทะเบียนเลขที่ ประเภทธุรกิจ ที่ตั้งสํานักงานใหญ

: : :

โทรศัพท โทรสาร Home Page

: : :

0107536000722 ธุรกิจเงินทุน ชั้น 23 อาคารกรุงเทพประกันภัย เลขที่ 25 ถนนสาทรใต แขวงทุงมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 0-2677-4300 0-2677-4301 www.bfit.co.th

ขอมูลบริษัทยอย บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) ทะเบียนเลขที่ ประเภทธุรกิจ ที่ตั้งสํานักงานใหญ

: : :

โทรศัพท โทรสาร Home Page

: : :

0107574700798 ธุรกิจหลักทรัพย ชั้น 14 หองเอ, ชั้น 16 อาคารสีลมคอมเพล็กซ เลขที่ 191 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 0-2200-2000 0-2632-0191 www.bfitsec.com

ปจจุบันมีสํานักงานสาขา บริการดานคาหลักทรัพย (หองคาหลักทรัพย) 7 แหง ไดแก • สาขาเพลินจิต

:

โทรศัพท โทรสาร

: :

• สาขาหาดใหญ

:

โทรศัพท โทรสาร

: :

ชั้น 14, ชั้น 18 อาคารเมอรคิวรี่ทาวเวอร เลขที่ 540 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 0-2264-8555 0-2658-5919 ชั้น 5 ลอย, ชั้น 6 อาคารลีการเดนส พลาซา เลขที่ 29 ถนนประชาธิปตย ตําบลหาดใหญ อําเภอหาดใหญ สงขลา 90110 0-7435-3538 0-7435-3539


• สาขานครศรีธรรมราช โทรศัพท โทรสาร • สาขานครราชสีมา

: : : :

โทรศัพท โทรสาร

: :

• สาขาปนเกลา

:

โทรศัพท โทรสาร

: :

• สาขาบางบัวทอง

:

โทรศัพท โทรสาร

: :

• สาขาเชียงใหม

:

โทรศัพท โทรสาร

: :

เลขที่ 111, 111/1-4 ถนนพัฒนาการคูขวาง ตําบลคลัง อําเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000 0-7530-4200, 0-7535-8405 0-7530-4288 ชั้น 6 หองเอ 3 อาคารสํานักงานเดอะมอลลนครราชสีมา เลขที่ 1242/2 ถนนมิตรภาพ ตําบลในเมือง อําเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 30000 0-4439-3768 0-4439-3777 เลขที่ 7/3 อาคารศูนยการคาเซ็นทรัลพลาซา-ปนเกลา ชั้นที่ 11 หองเลขที่ 41101, 41108 ถนนบรมราชชนนี แขวงอรุณอัมรินทร เขตบางกอกนอย กรุงเทพมหานคร 10700 0-2884-8960 0-2884-8957 101/549 หมูบา นชลดา หมู4 ตําบลโสนนอย อําเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 11110 0-2571-1199 0-2579-9199 เลขที่ 2/4 ซอย 3 ถนนนิมมานเหมินทร ตําบลสุเทพ อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม 50300 0-5321-9011 0-5321-9411

บริษัท เอ.เอ็น.ที. (ไทยแลนด) จํากัด ทะเบียนเลขที่

:

0105533075134

ประเภทธุรกิจ

:

ที่ตั้งสํานักงานใหญ

:

โทรศัพท โทรสาร Home Page

: : :

ธุรกิจการซื้อขายลวงหนาประเภทนายหนาซื้อขายสินคาเกษตร ลวงหนา ตาม พรบ. การซื้อขายสินคาเกษตรลวงหนา พ.ศ. 2542 ชั้น 14 หอง เอ ชั้น 16 อาคารสีลมคอมเพล็กซ 191 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 0-2200-2402-4 0-2200-2430 www.antfutures.com


รายละเอียดการถือหุนสามัญในบริษัทอื่นตั้งแตรอยละ 10 ขึ้นไป ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 ชื่อบริษัท บมจ.หลักทรัพย บีฟท

ถือหุนโดย บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร

จํานวนเงิน

อัตรา

ทุน

ทุน

ลงทุน

รอยละ

จดทะเบียน

เรียกชําระ

(ลานบาท)

การถือหุน

(ลานบาท)

(ลานบาท)

400.00

49.27

840.00

812.00

ประเภทธุรกิจ หลักทรัพย

ชื่อ ที่ตั้งสํานักงาน หมายเลขโทรศัพท ของบุคคลอางอิงอื่นๆ นายทะเบียนหลักทรัพย บริษัท ศูนยรับฝากหลักทรัพย (ประเทศไทย) จํากัด เลขที่ 62 อาคารตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย ชั้น 4, 6-7 ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท 0-2229-2800

ผูสอบบัญชี ผูสอบบัญชีสําหรับรอบระยะเวลาบัญชีป 2551 นางสุวิมล กฤตยาเกียรณ นางวิไลรัตน โรจนนครินทร นางสาวสมจินตนา พลหิรัญรัตน

เลขทะเบียน 2982 เลขทะเบียน 3104 เลขทะเบียน 5599

และ/หรือ และ/หรือ

สํานักงานสอบบัญชี ดี ไอ เอ เลขที่ 316/32 ซอยสุขุมวิท 22 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท 0-2259-5300 คาตอบแทนจากการสอบบัญชี (Audit Fee) คา ตอบแทนการสอบบัญ ชีข องบริษ ัท และบริษ ัท ยอ ยในป 2551 มีจํ า นวนเงิน รวม 3,360,000 บาท โดยเปน - คาตอบแทนการสอบบัญชีของบริษัท - คาตอบแทนการสอบบัญชีของบริษัทยอย

1,500,000 บาท 1,860,000 บาท

คาบริการอื่น (Non-Audit Fee) คาตอบแทนของงานบริการอื่น ซึ่งไดแก การตรวจสอบพิเศษที่ตองรายงานตอธนาคาร แหงประเทศไทย จํานวนเงินรวมทั้งสิ้น 200,000 บาท

ที่ปรึกษากฎหมาย - ไมมี -


ลักษณะการประกอบธุรกิจ บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจเงินทุนโดยมีใบอนุญาต 4 ประเภท คือ • กิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย • กิจการเงินทุนเพื่อการพัฒนา • กิจการเงินทุนเพื่อการจําหนายและการบริโภค • กิจการเงินทุนเพื่อการเคหะ บริษัทยังไดรับอนุญาตใหประกอบธุรกิจเปน ที่ปรึกษาทางการเงิน และผูแทนผูถือหุนกู และ/หรือ ผูดูแลผลประโยชนของกองทุนรวม อีกดวย บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) ไดรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย 4 ประเภท คือ • กิจการนายหนาซื้อขายหลักทรัพย • กิจการคาหลักทรัพย • กิจการที่ปรึกษาการลงทุน • กิจการจัดจําหนายและรับประกันการจําหนายหลักทรัพย บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) ยังไดรับอนุญาตใหประกอบธุรกิจเปนที่ปรึกษาทางการเงิน นายทะเบียนหลักทรัพย และไดรับใบอนุญาตใหประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายลวงหนาประเภทการเปนตัวแทน ซื้อขายสัญญาซื้อขายลวงหนา บริ ษั ท เอ.เอ็ น .ที . (ไทยแลนด ) จํ า กั ด (ซึ่ ง เป น บริ ษั ท ย อ ยของบริ ษั ท หลั ก ทรั พ ย บี ฟ ท จํ า กั ด (มหาชน)) ไดรั บใบอนุญ าตประกอบธุร กิจ การซื้อ ขายลว งหนา ประเภทนายหน า ซื้อ ขายสิน ค า เกษตร ลวงหนา จากสํานักงานคณะกรรมการกํากับการซื้อขายสินคาเกษตรลวงหนา (ก.ส.ล.) และเปนสมาชิกตลาด สินคาเกษตรลวงหนา (AFET) หมายเลข 2009


โครงสรางการถือหุนของกลุม ณ สิ้นป 2551 ธุรกิจเงินทุน

บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) 49.27%

ธุรกิจหลักทรัพย

บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) 99.99%

ธุรกิจนายหนาซื้อขาย สินคาเกษตรลวงหนา หมายเหตุ

บริษัท เอ.เอ็น.ที. (ไทยแลนด) จํากัด

บริษัทถือครองหุนบริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) (บริษัทยอย) จํานวนประมาณ 400 ลาน หุน ตั้งแตเริ่มกอตั้งบริษัทยอย โดยบริษัทมิไดมีการลงทุนเพิ่มเติมอีกแตอยางใด เพียงสิ้นวันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทยอยมีทุนเรียกชําระแลว 812 ลานบาท และทําใหบริษัทมีสัดสวนการถือหุนใน บริษัทยอยลดลงเหลือรอยละ 49.27

โครงสรางรายได งบการเงินรวมบริษัทและบริษัทยอย

2551 ลานบาท %

2550 ลานบาท %

2549 ลานบาท %

รายไดดอกเบี้ยและเงินปนผล จากการใหกูยืมและเงินฝาก จากเงินลงทุน รวมรายไดดอกเบี้ยและเงินปนผล (1) หัก คาใชจายในการกูยืมเงิน คาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ หนี้สูญไดรับคืน รวมรายไดดอกเบี้ยและเงินปนผลสุทธิ

362.25 160.25 522.50 (198.82) (125.76) 27.31 225.23

31.93 14.12 46.05 (17.52) (11.08) 2.40 19.85

318.39 195.29 513.68 (253.01) (64.29) 15.67 212.05

27.05 16.59 43.64 (21.50) (5.46) 1.33 18.01

254.45 163.76 418.21 (246.34) 16.55 188.42

21.90 14.10 36.00 (21.20) 1.42 16.22

513.32 63.17 32.88 2.86 612.23

45.24 5.56 2.90 0.25 53.95

609.57 10.30 35.17 5.67 2.57 663.28

51.79 0.88 2.99 0.48 0.22 56.36

693.59 19.90 16.26 13.77 743.52

59.70 1.71 1.40 1.19 64.00

รายไดที่มิใชดอกเบี้ย คานายหนา กําไรจากเงินลงทุน คาธรรมเนียมและบริการ โอนกลับคาเผื่อการดอยคาของทรัพยสินรอการขาย รายไดอื่น รวมรายไดที่มิใชดอกเบี้ย (2)

รายไดรวม (1) + (2)

1,134.73 100.00 1,176.96 100.00 1,161.73 100.00


การดําเนินธุรกิจ ธุรกิจของบริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) และบริษัทยอย ไดแก บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) และบริษัท เอ.เอ็น.ที. (ไทยแลนด) จํากัด ซึ่งเปนบริษัทยอยของบริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) ตามที่ไดรับอนุญาต สามารถแบงประเภทของการใหบริการออกเปนประเภทตาง ๆ ดังตอไปนี้

บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) •

การใหบริการรับฝากเงิน

การใหบริการสินเชื่อใหกูยืมเพื่อการพาณิชย

การใหบริการจัดโครงสรางทางการเงินและการใหกูตามโครงการ

การใหบริการที่ปรึกษาทางการเงิน

การใหบริการเปนผูแทนผูถือหุนกู

การบริหารเงินและการลงทุนในหลักทรัพย

บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) •

การใหบริการนายหนาซื้อขายหลักทรัพย

การใหบริการคาหลักทรัพย

การใหบริการจัดจําหนายและรับประกันการจําหนายหลักทรัพย

การใหบริการที่ปรึกษาทางการเงิน

การใหบริการนายทะเบียนหลักทรัพย

การใหบริการเปนตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายลวงหนา

บริษัท เอ.เอ็น.ที. (ไทยแลนด) จํากัด • การใหบริการเปนตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายสินคาเกษตรลวงหนา


ธุรกิจของบริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) การบริการรับฝากเงิน บริษัทระดมเงินทุนจากเงินออม เพื่อสนองตอบนโยบายของภาครัฐที่สนับสนุนใหประชาชนหันมา สนใจการออมและใหมีการลงทุนในรูปแบบตางๆ เพิ่มมากขึ้น โดยการใหบริการรับฝากเงินในรูปของใบรับ ฝากเงิน ตั๋วสัญญาใชเงินและตั๋วแลกเงินแกบุคคลทั่วไป นิติบุคคล มูลนิธิ สมาคม โดยมีกําหนดเวลาชําระคืน ที่สอดคลองกับความตองการของผูฝากเงิน ตั้งแตการรับฝากเงินที่มีกําหนดชําระคืนเมื่อทวงถามหรือเมื่อสิ้น ระยะเวลาตามที่กําหนดไว เชน 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน เปนตน ดวยอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม และสอดคลองกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ปจจัยดานสภาพคลองของบริษัท อัตราผลตอบแทน และอัตรา ดอกเบี้ยโดยรวมของตลาดเงิน

การใหกูยืมเพื่อการพาณิชย บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) มีบริการใหสินเชื่อเพื่อการพาณิชยแกนิติบุคคลและ บุคคลทั่วไปที่ทําธุรกิจ โดยจะพิจารณาถึงความเหมาะสมในรูปแบบของการใหกูยืมเพื่อใหสอดคลองกับ ความจําเปนของแตละกิจการ ตลอดจนถึงอัตราดอกเบี้ยที่เปนธรรมแกทั้งสองฝาย เชน บริการการใหกูยืม ประเภทเมื่อทวงถามหรือเงินกูระยะสั้นที่มีกําหนดชําระคืนที่แนนอน เพื่อใชเปนทุนหมุนเวียนของกิจการ เพื่อการชําระราคาของสินคาที่สั่งซื้อ หรือเพื่อการขยายวงเงินการใหเครดิตกับลูกคาของกิจการ บริการให สินเชื่อระยะยาวเพื่อการขยายและลงทุนของกิจการ ทั้งนี้ บริษัทอาจใหกูยืมทั้งหมดโดยบริษัทเองหรือให เงินกูยืมรวมกับสถาบันการเงินอื่น ๆ เปนตน อัตราดอกเบี้ยของการใหกูยืมเพื่อการพาณิชยไมวาจะเปน เงินกูประเภทเมื่อทวงถาม เงินกูระยะสั้นและเงินกูระยะยาว เพื่อใหสอดคลองกับแตละประเภทของธุรกิจ บริษัทสามารถใหบริการในรูปอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่หรืออัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว หรือแบบผสม (อัตรา ดอกเบี้ยคงที่บางระยะเวลา และอัตราดอกเบี้ยลอยตัวบางระยะเวลา) ตลอดอายุเงินกู นอกจากนี้ บริษัทยัง มีบริการรับอาวัลตั๋วเงิน และ ออกหนังสือค้ําประกันใหแกลูกคาเพื่อนําไปใชในกรณีตาง ๆ อีกดวย

การจัดโครงสรางทางการเงินแกบริษัทและการใหกูตามโครงการ โครงสรา งทางการเงิน ที่ม ีอัต ราสว นของเงิน กูแ ละเงิน ทุน ที่เ หมาะสมเปน ที่ย อมรับ ของสถาบัน การเงินทั่วไปยอมมีผลตอการดําเนินงานในระยะยาวของกิจการ การวางแผนทางการเงินโดยผูเชี่ยวชาญที่ มีความรู ความชํานาญ และมีประสบการณในตลาดทุน ตลาดเงิน และตลาดตราสารหนี้ มีสวนทําใหกิจการ สามารถดําเนินงานประสบความสําเร็จ และบรรลุถึงเปาหมาย โดยมีเสถียรภาพทางการเงินที่มั่นคงและมี ตนทุนทางการเงินที่เหมาะสม บริษัทเงิน ทุน กรุงเทพธนาทร จํา กัด (มหาชน) มีประสบการณทางดานการวิเคราะหและการ วางแผนโครงสรางทางการเงิน ใหกับกิจ การหรือบริษัทที่จัดตั้งขึ้น ใหม โครงการขยายงานทางดา นผลิต หรือการลงทุนเพิ่มเติมของกิจการ ตลอดจนมีประสบการณทางดานการรับเปนที่ปรึกษาทางดานการเงิน ใหกับบริษัทมหาชนจํากัดหรือบริษัทจํากัด ที่มีความประสงคจะระดมทุนในตลาดแรก โดยการเสนอขายหุน ทุน หรือ ตราสารหนี้ห รือหลัก ทรัพยอื่น ๆ ใหกับ ประชาชนทั่วไป หรือ ใหกับผูล งทุน เฉพาะที่เปน สถาบัน ตามคําจํากัดความของสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย


นอกเหนือ จากการดํ า เนิน การทางดา นการวิเ คราะห และการวางแผนโครงสรา งทางการเงิน ตลอดจนการรับหนาที่เปน ที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อระดมทุนโดยการจัดจําหนายหุนทุนหรือตราสารหนี้ หรือ หลัก ทรัพ ยอื่น ๆ ใหแ กกิจ การตา ง ๆ แลว บริษัท ยัง พรอ มที่จ ะรับ เปน ผูจัด หาเงิน กูห รือ ผูใ หกูยืม โดยตรง หรือเปนผูใหกูยืมรวมกับสถาบันการเงินอื่นตามแผนโครงสรางทางการเงินที่บริษัทเปนผูจัดทําขึ้น นอกจากนั้น สําหรับหุนทุนหรือตราสารหนี้ที่จะเสนอขายประชาชนทั่วไปหรือใหกับผูลงทุนเฉพาะที่เปน สถาบันที่บริษัทรับเปนที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทยอยของบริษัทก็พรอมที่จะเขาทําหนาที่เปนผูจัดการ การจัดจําหนายและรับประกันการจําหนาย เพื่อใหกิจการมั่นใจไดวาแผนการระดมเงินทุนของกิจการนั้น สามารถดําเนินไดตามแนวทางที่บริษัทไดเสนอไว

การใหบริการสินเชื่อสวนบุคคลรายยอย บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) มีบริการใหสินเชื่อสวนบุคคลรายยอยในลักษณะที่ ใกลเคียงกับสินเชื่อสวัสดิการของบริษัท โดยสินเชื่อประเภทนี้จะใหบริการแกพนักงานในทุกระดับที่ทํางาน มาเปน ระยะเวลาหนึ่ง กับ บริษัท ตา ง ๆ ที่ม ีก ารจัด ตั้ง กองทุน สํา รองเลี้ย งชีพ และบริษัท เหลา นี้มีค วาม ประสงคจะจัดหาสวัสดิการประเภทเงินกูซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยต่ําเปนพิเศษสําหรับพนักงานของตน เพื่อให พนักงานที่มีความจําเปนทางการเงินสามารถกูเงินได สินเชื่อสวนบุคคลรายยอยประเภทนี้ บริษัทมีบริการ ใหกูทั้งประเภทระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว ทั้งนี้ขึ้นอยูกับความจําเปน และความสามารถใน การชําระคืนเงินกูของผูกู

การใหบริการที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) ใหบริการเปนที่ปรึกษาทางดานการเงินใหกับบริษัท มหาชนจํากัด หรือ บริษัทจํากัด ที่มีความประสงคจะระดมทุนในตลาดแรก โดยการเสนอขายหุนทุนหรือ ตราสารหนี้ห รือหลัก ทรัพยอื่น ๆ ใหกับประชาชนทั่วไป หรือ ใหกับผูลงทุนเฉพาะตามคํา จํา กัดความของ สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย และการเขาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย แหง ประเทศไทย การใหบ ริก ารครอบคลุม ตั้ง แตศ ึก ษาโครงสรา งทางธุร กิจ และการเงิน แกล ูก คา ให คําแนะนําถึงวิธีการระดมทุนที่เหมาะสม การกําหนดราคา และวิธีการจําหนาย นอกจากนี้บริษัทยังสามารถใหบริการเปนที่ปรึกษาทางการเงินใหแกบริษัทมหาชนและบริษัทจํากัด ในการเขา ซื ้อ หรือ เขา ถือ หลัก ทรัพ ยเ พื ่อ ครอบงํ า กิจ การ การเพิก ถอนหลัก ทรัพ ยอ อกจากการเปน หลักทรัพยจดทะเบียน และรายการตางๆ ที่ตองมีที่ปรึกษาทางการเงินในการใหความเห็นตามประกาศ ตลาดหลักทรัพยและ/หรือตามประกาศของสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย และ/หรือ หนวยงานที่เกี่ยวของ

การใหบริการเปนผูแทนผูถือหุนกู บริษัทไดรับอนุญาตใหประกอบกิจการและใหบริการเปนผูแทนผูถือหุนกู ดูแลผูออกหุนกูใหปฏิบัติ ตามขอกําหนดวาดวยสิทธิและหนาที่ของผูออกหุนกูและผูถือหุนกู ทั้งนี้เปนการกระทําเพื่อประโยชนของ ผูถือหุนกูทั้งปวง โดยปจจุบัน บริษัทใหบริการผูแทนผูถือหุนกูแกบริษัทจดทะเบียนวงเงินประมาณ 46,000 ลานบาท


การบริหารเงินและการลงทุนในหลักทรัพย นอกจากการใหบริการตาง ๆ ขางตน บริษัทยังลงทุนเพื่อบัญชีบริษัทเองในหลักทรัพยประเภทตาง ๆ ทั้งในตลาดแรก และ ตลาดรอง โดยหลักทรัพยที่บริษัทเลือกลงทุนจะเปนหลักทรัพยที่มีปจจัยพื้นฐานดี มี สภาพคลอง และมีการวิเคราะหความเสี่ยงอยางรอบคอบ สําหรับบริษัทที่ออกหลักทรัพยสามารถเปนไดทั้ง บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย และบริษัทที่มิไดจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย สวนประเภทของ หลั ก ทรั พ ย ที่ ล งทุ น ได แ ก พั น ธบั ต รรั ฐ บาล พั น ธบั ต รรั ฐ วิ ส าหกิ จ ตั๋ ว แลกเงิ น หุ น กู เ อกชน กองทุ น รวม อสั ง หาริ ม ทรั พ ย หุ น สามั ญ เป น ต น และยั ง มี ก ารนํ า สภาพคล อ งส ว นเกิ น ไปลงทุ น ในตลาดซื้ อ คื น ทั้ ง ที่ ดําเนินการโดยธนาคารแหงประเทศไทย และที่มีคูธุรกรรมเปนธนาคารพาณิชย อีกดวย

ธุรกิจของบริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) การใหบริการเปนนายหนาซื้อขายหลักทรัพย บริษั ทหลัก ทรั พย บี ฟท จํา กัด (มหาชน) ใหบ ริก ารเปน นายหนา ซื้ อ ขายหลั ก ทรั พ ย แ กนั ก ลงทุ น ประเภทบุ ค คลทั่ ว ไปและนั ก ลงทุ น สถาบั น ทั้ ง ในและต า งประเทศ ที่ ทํ า การซื้ อ ขายหลั ก ทรั พ ย ใ นตลาด หลักทรัพยแหงประเทศไทย และตลาดหลักทรัพยเอ็ม.เอ.ไอ. ในการใหบริการลูกคาสามารถทํารายการซื้อ ขายหลักทรัพยผานเจาหนาที่การตลาดหรือผานระบบซื้อขายหลักทรัพยทางอินเตอรเน็ต ซึ่งบริษัทมีการ พั ฒ นาและปรั บ ปรุ ง ระบบการซื้ อ ขายหลั ก ทรั พ ย ใ ห มี ค วามทั น สมั ย รวดเร็ ว และง า ยต อ การใช ง าน นอกจากนั้น บริษัทยังมีบริการใหกูยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย โดยบริษัทจะเปนผูพิจารณาความเสี่ยงเพื่อ กําหนดวงเงิน และลูกคาตองวางเงินสดและ/หรือหลักทรัพยเปนหลักประกันการชําระหนี้ในอัตราสวนขั้นตน (Initial Margin) ตามอัตราที่รอยละ 50 หรือไมต่ํากวาอัตราที่ตลาดหลักทรัพยกาํ หนด

การใหบริการคาหลักทรัพย บริ ษั ท หลั ก ทรั พ ย บี ฟ ท จํ า กั ด (มหาชน) มี น โยบายลงทุ น ในหลั ก ทรั พ ย ซึ่ ง จดทะเบี ย นในตลาด หลักทรัพยแหงประเทศไทยและตลาดหลักทรัพยเอ็ม.เอ.ไอ. ตลอดจนลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตรา สารการเงิน ใบสําคัญแสดงสิทธิ ตราสารอนุพันธ หนวยลงทุน ตราสารประเภทกึ่งหนี้กึ่งทุนอื่น ๆ รวมถึง ธุรกรรมอื่นใดที่บริษัทสามารถทําไดตามประกาศสํานักงาน ก.ล.ต. การลงทุนมีทั้งการลงทุนชั่วคราวและการ ลงทุนระยะยาว ซึ่งบริษัทจะกําหนดวงเงินลงทุนและใหคณะกรรมการการลงทุนเปนผูกําหนดนโยบายการ ลงทุนใหฝายการลงทุนใชเปนแนวทางปฏิบัติ รวมทั้งจัดใหมีระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ เงื่อนไข และวิธีการ ลงทุนในหลักทรัพยเพื่อบัญชีของบริษัท ซึ่งกําหนดวิธีดําเนินการและการบริหารความเสี่ยงไวอยางชัดเจน

การใหบริการจัดจําหนายและรับประกันการจําหนายหลักทรัพย บริ ษั ท หลั ก ทรั พ ย บี ฟ ท จํ า กั ด (มหาชน) ให บ ริ ก ารการจั ด จํ า หน า ยและรั บ ประกั น การจํ า หน า ย หลักทรัพยใหแกบริษัทที่มีความประสงคจะออกและเสนอขายหลักทรัพยแกนักลงทุน ทั้งประเภทตราสารหนี้ และตราสารทุน


การใหบริการเปนที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) ไดรับความเห็นชอบจากสํานักงาน ก.ล.ต. ในการเปนที่ ปรึกษาทางการเงินใหแกบริษัทที่มีความประสงคจะออกและเสนอขายหุนสามัญตอประชาชนทั่วไป นําบริษัท เขาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทยและตลาดหลักทรัพยเอ็ม.เอ.ไอ. ระดมทุนโดยใชตราสาร ทางการเงินตาง ๆ เสนอขายหลักทรัพยใหแกนักลงทุนโดยเฉพาะเจาะจง หรือเสนอขายหลักทรัพยใหแกผู ถือหุนเดิม เปนตน ตลอดจนใหบริการเปนที่ปรึกษาทางการเงินในการปรับโครงสรางหนี้ การเปนที่ปรึกษา ทางการเงินอิสระ และการเปนที่ปรึกษาทางการเงินในดานอื่น ๆ

การใหบริการเปนนายทะเบียนหลักทรัพย บริ ษั ท หลั ก ทรั พ ย บี ฟ ท จํ า กั ด (มหาชน) ได รั บ ใบอนุ ญ าตประกอบธุ ร กิ จ การเป น นายทะเบี ย น หลักทรัพยจากสํานักงานกํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย (สํานักงาน ก.ล.ต.) ซึ่งปจจุบันบริษัทเปน นายทะเบียนหลักทรัพย ทั้งตราสารประเภทหุน พันธบัตร และตราสารทางการเงินอื่น ใหแกบริษัทและ รัฐวิสาหกิจตาง ๆ

การใหบริการเปนตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายลวงหนา บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) ไดรับใบอนุญาตใหประกอบธุรกิจซื้อขายสัญญาซื้อขาย ลวงหนา ประเภทตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายลวงหนา (Derivatives Agent) จากสํานักงาน ก.ล.ต. ตาม พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายลวงหนา พ.ศ. 2546 นอกจากนั้น บริษัทยังเปนสมาชิ กของบริษัท ตลาด อนุพันธ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) (Thailand Futures Exchange: TFEX) เพื่อประกอบธุรกรรมการ เปนตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายลวงหนาผานตลาดอนุพันธ และเปนสมาชิกของบริษัท สํานักหักบัญชี (ประเทศไทย) จํากัด (Thailand Clearing House: TCH) เพื่อทําหนาที่การชําระราคาสถานะสัญญาซื้อขาย ลวงหนาเพื่อลูกคาผานสํานักหักบัญชี โดยบริษัทสามารถรับคําสั่งซื้อขายสัญญาซื้อขายลวงหนาจากลูกคา และส ง คํ า สั่ ง ซื้ อ ขายดั ง กล า วเพื่ อ ทํ า การซื้ อ ขายในตลาดซื้ อ ขายสั ญ ญาซื้ อ ขายล ว งหน า (Derivatives Exchange) อยางไรก็ตาม เนื่องจากธุรกิจนี้ยังเปนธุรกิจใหม บริษัทจึงใหความสําคัญตอการใหความรูความ เขาใจแกนักลงทุนและเจาหนาที่การตลาด เพื่อที่นักลงทุนจะไดใชเปนทางเลือกหนึ่งในการบริหารความเสี่ยง ในการลงทุน และใหเจาหนาที่การตลาดสามารถใหคําแนะนําแกนักลงทุนไดอยางเหมาะสม

ธุรกิจของบริษัท เอ.เอ็น.ที. (ไทยแลนด) จํากัด การใหบริการเปนตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายสินคาเกษตรลวงหนา บริ ษั ท เอ.เอ็ น .ที . (ไทยแลนด ) จํ า กั ด (ANT) ให บ ริ ก ารเป น นายหน า ซื้ อ ขายล ว งหน า ตาม พระราชบัญญัติการซื้อขายสินคาเกษตรลวงหนา พ.ศ. 2542 โดยไดรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจการซื้อขาย ลวงหนา ประเภทนายหนาซื้อขายสินคาเกษตรลวงหนา จากสํานักงานคณะกรรมการกํากับการซื้อขายสินคา เกษตรลวงหนา (ก.ส.ล.) และเปนสมาชิกตลาดสินคาเกษตรลวงหนา (AFET) หมายเลข 2009 บริการ ประกอบดวยการใหคําแนะนําในการซื้อขายและรับคําสั่ง ซื้อขายจากลูกคาแลวสงคําสั่งมายัง AFET และให คําปรึกษาและดูแลเกี่ยวกับกระบวนการสงมอบรับมอบสินคา นอกจากนั้น ฝายวิจัยยังไดใหบริการขอมูลบท วิเคราะหสถานการณตลาดสินคาเกษตรลวงหนาและการวิเคราะหเชิงเทคนิค เพื่อใหเปนแหลงความรูแกผู ลงทุนในตลาดทุนในการติดตามขาวสารราคาสินคาเปนรายตัว


การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สําคัญในรอบปที่ผานมา บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) เดือนกุมภาพันธ 2551 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ไดมีมติแตงตั้งนายวรกิจ สรางศรีวงศ เปน กรรมการแทนนายหาญ เชี่ยวชาญ ที่ลาออกไป เดือนเมษายน 2551 ที่ประชุม คณะกรรมการบริษัท ไดมีมติแตงตั้ง ดร.สาคร สุขศรีวงศ เปน รองประธานกรรมการ แตงตั้งนายธีระ วิภูชนิน เปนประธานคณะกรรมการตรวจสอบแทนนายเอ็ด เวิรด เทอเรนซ น็อคโก ที่ลาออกจากตําแหนง และแตงตั้ง นายวรกิจ สรางศรีวงศ เปนกรรมการสรร หาและพิจารณาคาตอบแทน แทนนายเอ็ดเวิรด เทอเรนซ น็อคโก โดยใหมีผลตั้งแตวันที่ 30 เมษายน 2551 เปนตนไป ทั้งสามกรณีดังกลาว เดือนพฤษภาคม 2551 ที่ประชุม คณะกรรมการบริษัท ไดมีมติแตงตั้ง ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม เป น กรรมการ โดยดํ า รงตํ า แหน ง เป น ประธานกรรมการ และมี ม ติ แต ง ตั้ ง นายศกุ น พั ฒน จิ ร วุ ฒิ ตานันท เปนเลขานุการบริษัท เดือนตุลาคม 2551 ที่ประชุม คณะกรรมการบริษัท ไดมีมติใหบริษัทยื่นขออนุญาตจัดตั้งกลุม ธุรกิจทางการเงินตอธนาคารแหงประเทศไทยเพื่อใหเปนไปตามประกาศธนาคารแหงประเทศไทย ที่ สนส.66/2551 เรื่องหลักเกณฑการกํากับแบบรวมกลุม ซึ่งตอมาธนาคารแหงประเทศไทยไดมีหนังสือ ที่ ธปท.ฝกก.(22) 358/2552 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ 2552 แจงอนุญาตใหบริษัทจัดตั้งกลุมธุรกิจทาง การเงินดังกลาวแลว

บริษัทหลักทรัพยบีฟท จํากัด (มหาชน) (“บริษัทยอย” หรือ “BSEC”) เดือนมกราคม 2551 ที่ประชุม คณะกรรมการบริษัท ไดมีมติแตงตั้ง ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม เปน กรรมการบริษัท แทนนายสิทธิ เศรษฐวีรวัฒน ซึ่งลาออกไป และมีมติแตงตั้ง นางกิ่งเทียน บางออ ดํารงตําแหนงรองประธานกรรมการ เดือนมิถุนายน 2551 บริษัทไดจดทะเบียนเพิ่มสํานักงานสาขาบางบัวทอง ซึ่งเปนสํานักงาน สาขาลําดับที่ 7 ตั้งอยูเลขที่ 101/549 หมูที่ 4 ตําบลโสนลอย อําเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 11110 และจดทะเบียนเพิ่มสํานักงานสาขาเชียงใหม (ถนนนิมมานเหมินทร) ซึ่งเปนสํานักงานสาขา ลําดับที่ 8 ตั้งอยูเลขที่ 2/4 ซอย 3 ถนนนิมมานเหมินทร ตําบลสุเทพ อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม 50200 เดือนกรกฎาคม 2551 บริษัทไดรับอนุญาตใหประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายลวงหนาประเภท การเปนตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายลวงหนา จากสํานักงาน ก.ล.ต. ใบอนุญาตเลขที่ 0010/2551 และเปนสมาชิกตลาดอนุพันธเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2551 เดือนพฤศจิกายน 2551 บริษัทปดสํานักงานสาขาเชียงใหม (ถนนเชียงใหม – ปาตัน)


การเปลี่ยนแปลงที่สําคัญภายหลังวันที่ในงบการเงิน บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ 2552 ธนาคารแหงประเทศไทยไดมีหนังสือแจงการอนุมัติใหบริษัท จัดตั้งกลุมธุรกิจทางการเงินแลว ทั้งนี้ เปนไปตามประกาศของธนาคารแหงประเทศไทยฉบับที่ สนส. 66/2551 ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551 เรื่อง หลักเกณฑ การกํากับแบบรวมกลุม โดยบริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) เปนบริษัทแม และมีบริษัทลูกในกลุมธุรกิจทางการเงิน 2 บริษัท คือ บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) และบริษัท เอ.เอ็น.ที.(ไทยแลนด) จํากัด บริษัทหลักทรัพยบีฟท จํากัด (มหาชน) เมื่อวั นที่ 19 กุมภาพัน ธ 2552 บริษั ทหลั กทรั พย บีฟท จํากั ด (มหาชน) (BSEC) ไดรั บ หนังสือแสดงความจํานงในการควบรวมกิจการจากบริษัทหลักทรัพย ยูโอบี เคยเฮียน (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) (UOBKH) เมื่ อ วั น ที่ 23 กุ ม ภาพั น ธ 2552 ที่ ป ระชุ ม คณะกรรมการบริ ษั ท หลั ก ทรั พ ย บี ฟ ท จํ า กั ด (มหาชน) ครั้งที่ 2/2552 ไดมีมติให BSEC ตอบรับการเขารวมทําการศึกษาความเปนไปไดของการ ควบรวมกิจการ และแตงตั้งให ดร.เวทางค พวงทรัพย ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ เปนผูแทน ของ BSEC ในการดําเนินการใด ๆ เกี่ยวกับหนังสือแสดงความจํานงและการศึกษาความเปนไปได ของการควบรวมกิ จ การกั บ ผู แ ทนของบริ ษั ท หลั ก ทรั พ ย ยู โ อบี เคย เ ฮี ย น (ประเทศไทย) จํ ากั ด (มหาชน) (UOBKH) เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2552 บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) ไดรับหนังสือผานทาง โทรสารจาก UOBKH ลงวันที่ 2 มีนาคม 2552 ระบุวา เนื่องจาก UOBKH ไมสามารถบรรลุขอตกลง รวมกันในการควบรวมกิจการได ดังนั้นจึงแจงให BSEC ทราบวา UOBKH ไมประสงคจะดําเนินการ ตามขอเสนอในการขอควบรวมกิจการ รวมถึงการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย (Tender Offer) กับ BSEC ตอไป ทั้งนี้คณะกรรมการ BSEC ไดรับทราบขอความตามหนังสือฉบับดังกลาวแลว


เปาหมายการดําเนินธุรกิจ บริ ษั ท ยั ง คงเป า หมายที่ จ ะดํ า เนิ น ธุ ร กิ จ ในฐานะสถาบั น การเงิ น ประเภทบริ ษั ท เงิ น ทุ น ที่ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทยตอไป โดยบริษัทมีนโยบายในการใหความสําคัญกับ คุณภาพของสินทรัพยและสภาพคลองของสินทรัพยมากกวาการขยายตัวของสินทรัพย โดยสินเชื่อ ยังคงเนนลูกคาธุรกิจขนาดยอมและขนาดกลางที่มีฐานะการเงินดี มีศักยภาพ และมีหลักประกัน พรอมทั้งมุงเนนการใหสินเชื่อระยะสั้น ทั้งการใหสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน และ สินเชื่อระยะสั้นหนึ่งถึง สามป นอกจากนี้ บริษัทมีนโยบายที่จะหาโอกาสขยายการประกอบธุรกิจไปสูสินเชื่อที่เกี่ยวกับการ บริโภค (Consumer Finance) เชน สินเชื่อรายยอยสวนบุคคล เปนตน เพื่อที่บริษัทจะไดมีฐานรายได เพิ่มมากขึ้น มีการดําเนินงานที่มั่นคงและมีเสถียรภาพ มีผลตอบแทนในอัตราที่เหมาะสม และเปน ประโยชนตอผูถือหุนในระยะยาว บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) (“BSEC”) ในป 2552 BSEC มีเปาหมายในการเพิ่มสวนแบงการตลาดในธุรกิจหลักทรัพยใหไดรอยละ 5 6 เพื่อใหบรรลุเปาหมายนี้ BSEC จึงมีแผนในการเพิ่มจํานวนสาขาและเจาหนาที่การตลาด พัฒนา ระบบซื้อขายหลักทรัพยทางอินเตอรเน็ต ตลอดจนปรับปรุงบทวิเคราะหหลักทรัพยใหมีคุณภาพและ ทันตอเหตุการณ เพื่ออํานวยความสะดวกใหแกลูกคาและรองรับการขยายฐานลูกคาในสวนของธุรกิจ หลักทรัพย นอกจากนั้น BSEC จะกระจายรายไดในแตละธุรกิจใหเพิ่มมากขึ้นเพื่อเปนการกระจาย ความเสี่ยง และรองรับการเปดคาธรรมเนียมแบบขั้นบันไดในป 2553 และการเปดเสรีคาธรรมเนียม ในป 2555 โดยเพิ่มสวนแบงการตลาดในธุรกิจตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายลวงหนา เพิ่มบริการ ตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายทองคําลวงหนา (Gold Futures) เพิ่มวงเงินลงทุนในบัญชีการลงทุนใน หลักทรัพยเพื่อบัญชีของ BSEC รวมทั้งขยายฐานรายไดไปยังธุรกิจกองทุนสวนบุคคลและธุรกิจยืม และใหยืมหลักทรัพยซึ่งขณะนี้อยูระหวางดําเนินการขออนุญาต นอกจากนั้น BSEC ยังมีแผนในการ เพิ่มสวนแบงการตลาดในธุรกิจตัวแทนซื้อขายลวงหนาในตลาดสินคาเกษตรลวงหนาซึ่งดําเนินการ โดยบริษัทยอยของ BSEC โดย BSEC จะประชาสัมพันธและใหความรูแกนักลงทุนใหมากขึ้น รวมทั้ง พัฒนาระบบการซื้อขายผานอินเตอรเน็ตเพื่อเพิ่มชองทางการใหบริการแกลูกคา


ภาวะอุตสาหกรรมและการแขงขัน ภาวะธุรกิจเงินทุนป 2551 และแนวโนมป 2552 ภาวะธุรกิจเงินทุน ป 2551 บริ ษั ท เงิ น ทุน ณ วั น ที่ 31 ธั น วาคม 2551 มี จํ านวน 4 บริ ษัท ลดลงจาก 5 บริ ษั ทในป 2550 เนื่องจากบริษัทเงินทุนแหงหนึ่งปดกิจการลงในไตรมาสที่ 3 ของป 2551 โดยบริษัทเงินทุนทั้ง 4 แหงมี ขนาดสินทรัพยรวมเทากับ 42.39 พันลานบาท ลดลงรอยละ 10.00 จากป 2550 ขณะที่สินทรัพยเฉลี่ยตอ รายเทากับ 10.60 พันลานบาท เพิ่มขึ้นรอยละ 12.50 จากป 2550โดยยอดเงินใหสินเชื่อสุทธิของธุรกิจ เงินทุน ณ สิ้นป 2551 มีจํานวน 27.17 พันลานบาท ลดลงรอยละ 12.65 จากสิ้นป 2550 คิดเปนขนาด เงินใหสินเชื่อสุทธิตอบริษัท 6.79 พันลานบาท เพิ่มขึ้นรอยละ 9.18 จากป 2550 เงินใหสินเชื่อดังกลาว ณ สิ้นป 2551 สวนใหญเปนสินเชื่อเชาซื้อรอยละ 52.56 สินเชื่อทั่วไปรอย ละ 41.33 และเปนสินเชื่อเพื่อการเคหะและสินเชื่อตั๋วเงินรอยละ 6.11 ในดานผลการดําเนินงาน ป 2551 บริษัทเงินทุนมีรายไดดอกเบี้ยและเงินปนผลรวม 3.10 พันลาน บาท รายไดสวนใหญเกิดจากใหเชาซื้อและสัญญาเชาการเงินในสัดสวนรอยละ 57.84 ทั้งนี้ กําไรสุทธิรวม มีจํานวน 262.40 ลานบาท แนวโนมรายไดหลักของบริษัทเงินทุนในป 2552 คาดวาจะยังคงมาจากการใหเชาซื้อและสัญญา เชาการเงิน ซึ่งมีโอกาสปรับตัวลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาวะอัตราดอกเบี้ยในป 2551 อัต ราดอกเบี้ ย นโยบายของธนาคารแห ง ประเทศไทย (ซึ่ ง ได แ ก อั ต ราดอกเบี้ ย ธุ ร กรรมซื้ อ คื น พันธบัตรระยะ 1 วัน) ในป 2551 คงที่ในระดับรอยละ 3.25 ตอปในชวงครึ่งแรก และทยอยปรับขึ้นมาอยู ในระดับสูงสุดของปที่รอยละ 3.75 ตอปจนถึงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งการปรับขึ้นดังกลาวเปนไปตามระดับ ราคาน้ํามันในตลาดโลกและอัตราเงินเฟอพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นอยางตอเนื่องตั้งแตชวงกลางป 2550 เปนตน มา อยางไรก็ดี อัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนธันวาคมไดปรับลดลงอยางมากจนมาอยูที่ระดับรอยละ 2.75 ตอป เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอยางรวดเร็วจนเปนผลใหระดับราคาน้ํามันดิบในตลาดโลก และอัต ราเงิ น เฟ อ ลดลงในลั ก ษณะเดี ยวกั น ทั้ ง นี้ ล าสุ ดเมื่ อ วัน ที่ 14 มกราคม 2552 อั ต ราดอกเบี้ ย นโยบายไดปรับลดลงมาอยูที่รอยละ 2.00 ตอป (ที่มา: ธนาคารแหงประเทศไทย) อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาครัฐซึ่งเปนพื้นฐานในการกําหนดอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ ภาคเอกชนมี การเคลื่ อ นไหวตามแนวโน มอั ตราเงิน เฟ อค อ นขางชั ดเจน โดยในช วงครึ่ งป แรกอั ตรา ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 1 ป และ 10 ป ปรับเพิ่มขึ้นจากรอยละ 3.53 และ 4.84 ตอป ณ วันที่ 2 มกราคม 2551 มาอยูที่จุดสูงสุดคือรอยละ 4.20 และ 6.18 ตอป ตามลําดับ ในชวงครึ่งหลังของเดือน มิถุนายน 2551 และไดลดลงอยางตอเนื่องและรวดเร็วจนมาอยูที่รอยละ 1.98 และ 2.69 ตอป ตามลําดับ ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2551 (ที่มา: สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย)


อัตราดอกเบี้ยเงินฝากเฉลี่ยของธนาคารพาณิชยโดยรวมมีการเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันกับ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย กลาวคือจากระดับรอยละ 1.85 ตอปในไตรมาสที่ 4 ของป 2550 ไดปรับขึ้นมาอยู ที่รอยละ 2.03 ตอป ในไตรมาสที่ 3 ของป 2551 และไดปรับลดลงมาอยูที่รอยละ 1.97 ตอป ณ สิ้น ไตรมาสที่ 4 ของป 2551 (ที่มา: ธนาคารแหงประเทศไทย) แนวโนมอัตราดอกเบี้ยป 2552 อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแหงประเทศไทยในป 2552 มีโอกาสลดลงอยางตอเนื่องในชวง ครึ่งปแรก ซึ่งเปนไปตามภาวะเศรษฐกิจและระดับอัตราเงินเฟอ โดยในชวงครึ่งปหลังมีโอกาสคงตัวอยูใน ระดับต่ําหรือมีการปรับเพิ่มขึ้นเล็กนอยตามภาวะเศรษฐกิจที่อาจมีการขยายตัวในอัตราที่ดีขึ้น อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชนมีแนวโนมเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับอัตรา ดอกเบี้ยนโยบาย ในสวนของอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาครัฐ อาจผันผวนไปตามการคาดการณ ภาวะเศรษฐกิ จ ภายในประเทศและเศรษฐกิ จ โลก เช น เดี ย วกั น กั บ อั ต ราผลตอบแทนตราสารหนี้ ภาคเอกชน ที่อาจมีความผันผวนสูงเนื่องจากปจจัยความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีตอสถานะทางการเงิน ของภาคเอกชนผูออกตราสารหนี้ สินเชื่อที่ไมกอใหเกิดรายได ยอดคงคางของสินเชื่อที่ไมกอใหเกิดรายไดสุทธิหลังหักเงินสํารองของบริษัทเงินทุน ณ สิ้นป 2551 อยูที่ 1.84 พันลานบาท หรือคิดเปนรอยละ 5.35 ของสินเชื่อรวม ซึ่งลดลงเล็กนอยจาก 1.84 พันลาน บาทในป 2550 หรือคิดเปนรอยละ 6.04 ของสินเชื่อรวม แนวโนมการแขงขันในอนาคต จากการที่ บ ริ ษั ท เงิ น ทุ น มี ก ารควบรวมกั น และยกระดั บ ขึ้ น เป น ธนาคารพาณิ ช ย เ ต็ ม รู ป แบบ / ธนาคารพาณิชยเพื่อรายยอย จํานวนของบริษัทเงินทุนไดลดลงเหลือเพียง 4 บริษัท ณ สิ้นป 2551 ธุรกิจ สวนใหญของบริษัทเงินทุนยังเปนการใหสินเชื่อเชาซื้อรถยนต โดยมีการแขงขันที่รุนแรงระหวางธนาคาร พาณิชยรายใหมที่เปลี่ยนสถานะมาจากบริษัทเงินทุนกับบริษัทเชาซื้อ และบริษัทเชาซื้อที่มีธนาคาร พาณิชยขนาดใหญเปนบริษัทแม ในสวนของสินเชื่อธุรกิจทั่วไปบริษัทเงินทุน ยังคงเนนลูกคารายยอย และธุรกิจขนาดกลางและขนาดยอมเปนกลุมลูกคาที่สําคัญ ทางดานการระดมเงินฝาก บริษัทเงินทุนจะมี การแขงขันอยางตอเนื่องกับบริษัทหลักทรัพยจัดการกองทุนรวมที่สามารถเสนอขอไดเปรียบทางภาษี ใหกับนักลงทุนที่ลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงิน รวมถึงการแขงขันกับธนาคารพาณิชยขนาดกลางและ บริษัทเงินทุนรายอื่น


ภาวะธุรกิจหลักทรัพย ป 2551 และแนวโนมธุรกิจป 2552 ภาวะธุรกิจหลักทรัพยป 2551 มูลคาการซื้อขายหลักทรัพยเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทยในป 2551 อยูที่ 16,118 ลานบาทตอวัน ลดลงรอยละ 7.56 เมื่อเทียบกับป 2550 ที่มีมูลคาเฉลี่ยเทากับ 17,436 ลานบาทตอวัน โดยการลดลงของมูลคาการซื้อขายในป 2551 มีสาเหตุหลักมาจาก 1) การดิ่งลงอยางรุนแรงของตลาด หลักทรัพยทั่วโลกหลังเกิดวิกฤติสถาบันการเงินในสหรัฐซึ่งเปนวิกฤติการณที่เปนผลตอเนื่องมาจาก วิกฤติซับไพรมของสหรัฐตั้งแตป 2550 และไดลุกลามไปยังสถาบันการเงินหลายแหงในยุโรป จนทําให เกิดการคาดการณกันวาเศรษฐกิจโลกจะเขาสูภาวะถดถอยยาวนาน และ 2) ความไมสงบทางการเมืองใน ประเทศที่นําไปสูการนองเลือดและการปดสนามบินสุวรรณภูมิในเดือน ธันวาคม 2551 ทําใหกระทบตอ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและตางประเทศลดลงอยางรุนแรง SET Index มีการปรับตัวลงอยางตอเนื่องในป 2551 โดย SET Index ไดปรับตัวลงจาก 858.10 จุด มาอยูที่ 449.96 จุด หรือคิดเปนการปรับตัวลดลงรอยละ 47.56 โดย SET Index มีการปรับตัวลงไป ทําจุดต่ําสุดของป 2551 ที่ระดับ 384.15 จุด หรือคิดเปนการลดลง 473.95 จุด หรือรอยละ 55.23 กอนจะ ขึ้นมาปดที่ 449.96 จุด คิดเปนการลดลงตั้งแตตนป จนถึง วันที่ 30 ธันวาคม 2551 ทั้งสิ้น 408.14 จุด ปจจัยลบที่รุนแรงหลายดานที่ทําให SET Index ปรับตัวลงมาทําใหมูลคารวมของตลาดหุนไทยลดลงรอย ละ 46.23 จาก 6.64 ลานลานบาท ในป 2550 เปน 3.57 ลานลานบาท ในป 2551 การขายหุนอยางตอเนื่องของตางชาติเพราะปญหาสภาพคลองทําใหสัดสวนของนักลงทุนตางชาติ ที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพยลดลงจาก 29.65% ของมูลคาการซื้อขายหลักทรัพยของตลาดหุนในป 2550 เปน 18.09% ในเดือนธันวาคม 2551 และสงผลใหสวนแบงตลาดของโบรกเกอรที่มีออรเดอรซื้อ ขายหุนจากนักลงทุนตางชาติมากลดลงในชวงปลายป 2551 บริษัทหลักทรัพยที่มีสวนแบงตลาดของธุรกิจนายหนาในป 2551 สูงสุด 5 อันดับแรก ไดแก KEST (8.18%), PHATRA (5.96%), ASP (5.38%), CS (4.82%) และ ZMICO (4.60%) ตามลําดับ และบริษัท หลักทรัพยที่มีสวนแบงตลาดของธุรกิจนายหนาเพิ่มขึ้นมากสุด คือ ZMICO (+1.55%), PST (+0.78%), BSEC (+0.53%), TNS (+0.49%) และ AIRA (+0.49%) ตามลําดับ สําหรับจํานวนหุน IPO ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพยไทยในป 2551 มีจํานวนทั้งสิ้น 9 บริษัท คิดเปนมูลคาตลาดรวมที่ราคา IPO ทั้งสิ้น 18,389 ลานบาท ซึ่งเปนการระดมทุนที่เกิดขึ้น ในชวง 6 เดือนแรกของป 2551 ในขณะที่จํานวนบริษัทจดทะเบียนที่ออกจากตลาดหุนไทยในป 2551 มี ทั้งสิ้น 9 บริษัท และยายมาจากตลาด เอ็ม เอ ไอ จํานวน 1 บริษัท ทําใหจํานวนบริษัทจดทะเบียน ณ สิ้น ป 2551 มีจํานวนทั้งสิ้น 476 บริษัท จากเดิมที่มีทั้งสิ้น 475 บริษัท แตอยางไรก็ตาม แมวาในระหวางป ปริมาณการระดมทุนของบริษัทจดทะเบียนใหมจะเพิ่มขึ้นจากปกอนหนา ที่มีการระดมทุนจํานวน 10,783 ลานบาทก็ตาม แตจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของโลก โดยเฉพาะการยื่นขอลมละลายของสถาบัน การเงินในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ไดสงผลกระทบตอภาวการณลงทุนของตลาดทุนทั้งระบบ ในช ว งครึ่ ง ป ห ลั ง ทั้ ง ในส ว นของมู ล ค า หุ น และมู ล ค า การลงทุ น จากป จ จั ย ดั ง กล า วส ง ผลให มู ล ค า หลักทรัพยตามราคาตลาด (Market Capitalization) ณ สิ้นป 2551 เทากับ 3,568,223 ลานบาท ลดลง อยางมากเมื่อเทียบกับป 2550 ที่มีมูลคากวา 6,636,069 ลานบาท


ธุรกิจตราสารอนุพันธ ตลาดอนุพันธไดเริ่มเปดดําเนินการซื้อขายสัญญาซื้อขายลวงหนาในวันที่ 28 เมษายน 2549 โดยในป 2550 และ 2551 ตลาดอนุ พั น ธ มี ป ริ ม าณการซื้ อ ขายทั้ ง สิ้ น จํ า นวน 1,236,884 สัญญา และ 4,297,240 สัญญาตามลําดับ ซึ่งคิดเปนมูลคาการซื้อขายทั้งสิ้น 706,318 ลาน บาท และ 2,148,620 ภาวะการลงทุนในตลาดอนุพันธุในป 2551 แข็งแกรงขึ้นตอเนื่อง โดยมีปริมาณการ ซื้อขายเพิ่มขึ้นอยางมีนัยสําคัญจากเฉลี่ย 5,049 ลานสัญญาตอวัน ในป 2550 เปน 8,699 ลานสัญญาตอ วัน ในป 2551 เนื่องจากตลาดหุนอยูในชวงขาลง ดังนั้น นักลงทุนจึงมีความตองการลงทุนในตลาด ลวงหนาที่สามารถเลนไดทั้งขาขึ้นและขาลงมากขึ้น ธุรกิจวาณิชธนกิจ ในป 2551 มูลคาการระดมทุนของบริษัทเขาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยแหง ประเทศไทย เพิ่มขึ้นจากปกอนหนาโดยเปนการระดมทุนที่เกิดขึ้นเฉพาะในชวง 6 เดือนแรกของป โดย ในสวนของตลาดหลักทรัพยจะเปนการระดมทุนของบริษัทขนาดใหญ เชน บมจ. เอสโซ (ประเทศไทย) และ บมจ. น้ําประปาไทย ซึ่งมีมูลคาการระดมทุนประมาณ 9,304 และ 4,200 ลานบาท ตามลําดับ สงผล ใหในป 2551 มีบริษัทเขาจดทะเบียนใหมจํานวน 9 บริษัท คิดเปนมูลคาการระดมทุนประมาณ 18,389 ลานบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปกอนหนาที่มีมูลคาการระดมทุนประมาณ 10,783 ลานบาท และสําหรับใน สวนของตลาดหลักทรัพย เอ็ม เอ ไอ ในป 2551 มีบริษัทเขาจดทะเบียนใหมจํานวน 3 บริษัท คิดเปน มูลคาระดมทุนประมาณ 375 ลานบาท ลดลงเมื่อเทียบกับป 2550 ที่มีมูลคาระดมทุนประมาณ 769 ลาน บาท สํา หรั บในช ว งครึ่ง ปห ลัง ไม มีก ารระดมทุน จากบริ ษัทเข าจดทะเบี ยนใหมทั้ ง ในสว นของตลาด หลัก ทรั พย และ ตลาดหลัก ทรั พย เอ็ ม เอ ไอ เนื่อ งจากภาวะการลงทุ นโดยรวมของตลาดทุน ที่ไ ม เอื้ออํานวยตอการระดม จากปญหาการยื่นขอลมละลายของสถาบันการเงินขนาดใหญในสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ซึ่งสงผลกระทบในวงกวางตอตลาดทุนทั้งระบบ ป 2549 ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย ดัชนีตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย (จุด) 679.84 จํานวนบริษัทจดทะเบียนใหมในตลาดหลักทรัพย 12 มูลคาการระดมทุนของบริษัทจดทะเบียนใหม (ลานบาท) 17,014 จํานวนบริษัทจดทะเบียน 476 มูลคาหลักทรัพยรวมตามราคาตลาด (ลานบาท) 5,078,704 ตลาดหลักทรัพย เอ็ม เอ ไอ ดัชนีตลาดหลักทรัพยใหม (จุด) 193.43 จํานวนบริษัทจดทะเบียนใหมในตลาดหลักทรัพย เอ็ม เอ ไอ 6 มูลคาการระดมทุนของบริษัทจดทะเบียนใหม (ลานบาท) 830 จํานวนบริษัทจดทะเบียน 42 มูลคาหลักทรัพยรวมตามราคาตลาด (ลานบาท) 21,810 ที่มา: ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย

ป 2550

ป 2551

858.10 7 10,783 475 6,636,069

449.96 9 18,389 476 3,568,223

272.37 6 769 48 38,269

162.93 3 375 49 22,152


ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 มีบริษัทที่ไดรับความเห็นชอบจากสํานักงาน ก.ล.ต.ใหเปนที่ปรึกษา ทางการเงินตามขอบเขตที่สํานักงาน ก.ล.ต.กําหนดรวมทั้งสิ้น 78 บริษัท ในจํานวนที่ปรึกษาดังกลาวมี บริษัทหลักทรัพยที่ได รับใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจดานการจัดจําหนายหลักทรัพยจํานวน 41 บริษัท จากจํานวนผูประกอบธุรกิจที่คอนขางมาก ทําใหมีการแขงขันในธุรกิจคอนขางสูง โดยปจจุบัน ผูประกอบการสว นใหญจะเน นการแข งขั นดานคุณภาพและการให บริก าร รวมถึง ประสิทธิ ภาพของ บุคลากรในการใหความชวยเหลือและใหคําแนะนําแกลูกคา ตลอดจนการนําเสนอผลิตภัณฑทางการเงิน ใหมๆ ที่สามารถสนองตอบความตองการของลูกคา และเพื่อสรางความสัมพันธกับลูกคาในระยะยาว แนวโนมธุรกิจหลักทรัพยในป 2552 การหดตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกมีแนวโนมจะทําใหบรรยากาศการลงทุนโดยเฉลี่ยทั้งป 2552 ไม สดใสอยางตอเนื่อง อยางไรก็ตาม การปรับตัวลงมาของราคาหุนทั่วโลกอาจทําใหการเก็งกําไรในบางชวง กระตุนมูลคาการซื้อขายหลักทรัพยของตลาดหุนไดบาง ภาวะการลงทุนที่ยังไมนาจะดีนักจะทําใหโอกาส ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในบริษัทหลักทรัพยในป 2552 จะมากกวาในป 2551 เนื่องจากมีสภาพแวดลอม กดดันหลายดาน ไดแก 1) การเริ่มใชอัตราคานายหนาเปนแบบขั้นบันไดตั้งแต 14 ม.ค. 2553 และ 2) การหดตั ว ของเศรษฐกิ จ ทั่ ว โลกจะทํ า ให บ รรยากาศการลงทุ น ในตลาดหุ น และมู ล ค า การซื้ อ ขาย หลักทรัพยยังไมกระเตื้องขึ้นมาก แตภาวะการดังกลาวจะทําใหบริษัทหลักทรัพยบางแหงจําเปนตอง ปรับตัวเพื่อความอยูรอด เชน การเรงสรางรายไดดานอื่นมาเสริมการลดลงของรายไดคานายหนาฯ ที่ยัง มีสัดสวนสูงในปจจุบัน นอกจากนั้น หากสถานการณของธุรกิจนายหนาคาหลักทรัพยยังไมกระเตื้องขึ้น อาจทําใหบริษัทหลักทรัพยบางแหงที่มีสวนแบงตลาดนอยประสบกับภาวะการขาดทุนจนตองมีการ เรียกรองใหมีการเลื่อนการเปลี่ยนอัตราคานายหนาในป 2553 ออกไปอีกได ชวงเวลา อัตราคานายหนาแบบปกติ 14 มกราคม 2550 – 13 มกราคม 2553 รอยละ 0.25 14 มกราคม 2553 – 31 ธันวาคม 2554 แบบขั้นบันได (Sliding Scale) โดยตลาดหลักทรัพยจะเปนผูเสนอสูตร คาธรรมเนียมตอสํานักงาน ก.ล.ต. 1 มกราคม 2555 เปนตนไป เปดเสรีธุรกิจหลักทรัพย

ในสวนของธุรกิจวาณิชธนกิจ ภายหลังจากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม ทําใหความกังวลในเรื่อง ปญหาการเมืองในประเทศคลี่คลายลง ประกอบกับการออกนโยบายตางๆเพื่อกระตุนภาวะเศรษฐกิจทั้ง ในสวนของการลงทุนของภาครัฐ มาตราการชวยเหลือตาง ๆ เพื่อใหเกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบ ทั้งในเรื่องของการยกเวนการเก็บคาธรรมเนียมสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การขยายเพดานการลดหยอน ภาษีสําหรับการลงทุน (LTF และ RMF) รวมถึงนโยบายการกระตุนใหบริษัทเขาจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพยของตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย จากการยืดระยะเวลาการลดอัตรารัษฎากรใหไดสิทธิ ประโยชนทางภาษี สําหรับบริษัทที่จะเขาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยที่ยื่นคําขอจดทะเบียนกับตลาด หลักทรัพยในระหวางวันที่ 1 มกราคม 2550 – 31 ธันวาคม 2551 และไดรับการจดทะเบียนภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2552 แตอยางไรก็ตาม มาตรการดังกลาวแมวาจะเปนไปเพื่อกระตุนใหเกิดการลงทุนใน ตลาดทุนเพิ่มขึ้นหรือการสนับสนุนการเขาจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย แตจากปญหาภาวะเศรษฐกิจ ที่กระทบในวงกวาง ประกอบกับภาวะตลาดทุนที่ยังไมเอื้ออํานวยตอการลงทุน อาจจะสงผลใหมูลคาการ ระดมทุนของบริษัทที่ประสงคจะเขาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยลดลงจากปกอนหนาได ซึ่งจะสงผลให รายไดคาธรรมเนียมการรับประกันการจัดจําหนายหลักทรัพยโดยรวมลดลง


ปจจัยความเสี่ยง ปจจัยความเสี่ยงที่อาจมีผลกระทบตอธุรกิจของบริษัทสามารถระบุไดดังนี้ :

1. ความเสี่ยงดานกลยุทธ (Strategic Risk) ความเสี่ยงดานกลยุทธ หมายถึง ความเสี่ยงอันเกิดจากการกําหนดแผนกลยุทธ และการปฏิบัติ ตามแผนกลยุทธอยางไมเหมาะสม หรือไมสอดคลองกับปจจัยภายในและสภาพแวดลอมภายนอก ซึ่ง อาจสงผลกระทบในทางลบตอรายได และเงินกองทุนของบริษัท แหลงที่มาของความเสี่ยง ประกอบดวย 2 ปจจัยหลัก คือ ปจจัยภายนอก เปนปจจัยที่อยูนอกเหนือการควบคุมของบริษัท เชน สภาพการแขงขันทั้งดาน ราคา การออกผลิตภัณฑใหมของคูแขง หรือคูแขงรายใหม พฤติกรรมผูบริโภค เทคโนโลยี หรือสภาพ เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ปจจัยภายใน เปนปจจัยที่บริษัทสามารถควบคุมได แตถาควบคุมไมดีอาจสงผลกระทบ หรือ เป นอุ ป สรรคต อ การดํ าเนิ น การตามแผนกลยุท ธ เพื่ อ ให บรรลุเ ปา หมาย ไดแ ก โครงสร างองค ก ร กระบวนการและวิธีปฏิบัติงาน ความเพียงพอของขอมูล และเทคโนโลยีสําหรับการใหบริการ เปนตน ทั้งนี้บริษัทไดใหความสําคัญในเรื่องของการบริหารความเสี่ยง จึงดําเนินการบริหารความเสี่ยงดาน กลยุทธ เพื่อลดหรือพยายามควบคุมความเสี่ยงดังกลาวใหอยูในระดับที่ยอมรับได สรุปเปนประเด็น สําคัญ ดังนี้ 1.1 คุณสมบัติของกรรมการและผูบริหารระดับสูง คณะกรรมการบริษัท และผูบริหารระดับสูงของบริษัทในชุดปจจุบัน เปนผูมีคุณสมบัติ เหมาะสม มีความเปนมืออาชีพ และความรูความสามารถ ตลอดจนมีประสบการณการทํางานที่ หลากหลาย อีกทั้งมีโครงสรางของคณะกรรมการชุดยอยตางๆ เปนไปตามหลักการกํากับดูแลกิจการ ที่ดี 1.2 การวางแผนกลยุทธและแผนการดําเนินงาน บริษัทไดจัดใหมีการกําหนดแผนกลยุทธและวางแผนการดําเนินงานที่มีความชัดเจนโดย ผูบริหารของแตละฝาย มีการระบุปจจัยที่กอใหเกิดความเสี่ยงทั้งภายในและภายนอก และประเมินผล กระทบที่จะเกิดขึ้นตอบริษัท รวมทั้งจัดใหมีการทบทวนความเหมาะสมอยางนอยปละครั้ง หรือพรอม ที่จะมีการปรับปรุงแผนกลยุทธเพื่อลดความสูญเสียหรือแสวงหาประโยชนทางธุรกิจในกรณีที่สภาวะ แวดลอมเปลี่ยนแปลงไป 1.3 ความเสี่ยงเรื่องการดํารงเงินกองทุน บริ ษั ท มี ก ารบริ ห ารเงิ น กองทุ น โดยการให สิ น เชื่ อ และการลงทุ น อย า งเหมาะสมและมี ประสิทธิภาพเพื่อใหมีความเสี่ยงดานความพอเพียงของการดํารงเงินกองทุนในระดับที่ยอมรับได ที่ ผานมาบริษัทดํารงอัตราสวนของเงินกองทุนตอสินทรัพยเสี่ยงสูงกวาเกณฑที่ธนาคารแหงประเทศ


ไทยกําหนดมาโดยตลอด ณ สิ้นป 2551 บริษัทมีอัตราสวนเงินกองทุนตอสินทรัพยเสี่ยงสูงถึงรอยละ 24.90 เปรียบเทียบกับอัตราขั้นต่ําซึ่งกําหนดไวที่รอยละ 8 บริษัทจึงมีศักยภาพเพียงพอในขยาย สินเชื่อและการลงทุนที่อาจมีขึ้นในอนาคต 1.4 ความเสี่ยงจากการประกอบธุรกิจภายใตการควบคุมของหนวยงานที่กํากับดูแล บริ ษั ท ประกอบธุ ร กิ จ ภายใต ก ารควบคุ ม ดู แ ลของ ธนาคารแห ง ประเทศไทย ตลาด หลักทรัพยแหงประเทศไทย และสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย ดังนั้นการกําหนดหรือปรับเปลี่ยนนโยบายและการกํากับดูแลของหนวยงานดังกลาวอาจมีผลกระทบ การประกอบธุรกิจของบริษัท อยางไรก็ตามบริษัทมีหนวยงานกํากับดูแลการปฏิบัติงาน ซึ่งเปนสวน หนึ่งของฝายตรวจสอบ ซึ่งทําหนาที่กํากับดูแลการปฏิบัติงานใหเปนไปตามกฎระเบียบตาง ๆ ที่ เกี่ยวของ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ 2551 ไดมีการประกาศใชพระราชบัญญัติสถาบันคุมครองเงินฝาก พ.ศ.2551 ในพระราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะมีผลบังคับใชเมื่อพนกําหนด 180 วัน นับแตวันประกาศใน พระราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้มีสาระสําคัญเกี่ยวกับการยกเลิกการ ประกันการชําระคืนตนเงินฝากและดอกเบี้ยตามขอบังคับกองทุนเพื่อการฟนฟู และพัฒนาระบบ สถาบันการเงิน โดยจะดําเนินการทยอยลดวงเงินการคุมครองภายในระยะเวลา 4 ป ทั้งนี้วงเงิน คุมครองเงินฝากจะเหลือเพียงจํานวน 1 ลานบาทตอสถาบันการเงิน นับตั้งแตปที่ 5 ของการบังคับใช พระราชบัญญัติดังกลาว เปนตนไป ตอมาเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2551 คณะรัฐมนตรีไดมีมติเห็นชอบ รางพระราชกฤษฎีกากําหนดจํานวนเงินที่ใหความคุมครองเพิ่มขึ้นโดยไดขยายระยะเวลาการคุมครอง เงินฝากเต็มจํานวนตั้งแตปที่ 1 ถึงปที่ 3 และลดเหลือจํานวน 50 ลานบาทในปที่ 4 และจํานวน 1 ลาน บาท นับตั้งแตปที่ 5 เปนตนไป ผลจากการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑดังกลาวมีผลกระทบตอความ เชื่อมั่นของลูกคาเงินฝากในสถาบันการเงินโดยทั่วไป และอาจทําใหมีการเคลื่อนยายเงินฝากในสวนที่ ไมไดรับความคุมครองไดในอนาคต อยางไรก็ตาม ในสวนของบริษัท ไดมีการชี้แจงทําความเขาใจ โดยการใหขอมูลกับลูกคาเกี่ยวกับหลักเกณฑของกฎหมายดังกลาว ตลอดจนสถานะความมั่นคงของ บริษัทอยางตอเนื่อง 1.5 ความเสี่ยงจากการลงทุนในบริษัทยอย บริษัทมีการลงทุนใน บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) คิดเปนสัดสวนเกือบรอยละ 50 จึงมีความเสี่ยงในกรณีบริษัทยอยมีผลการดําเนินงานขาดทุนหรือมีความเสียหายจนสวนทุนติดลบ ซึ่งจะทําใหบริษัทขาดรายไดประเภทเงินปนผลหรืออาจกระทบกับเงินกองทุนของบริษัท ตามลําดับ

2. ความเสี่ยงดานเครดิต (Credit Risk) ความเสี่ยงดานเครดิต คือ โอกาส หรือความนาจะเปนที่คูสัญญาไมสามารถปฏิบัติตามภาระที่ ตกลงกันไว รวมถึงโอกาสที่คูคาจะถูกปรับลดอันดับความเสี่ยงดานเครดิต ซึ่งอาจสงผลกระทบในทาง ลบตอรายได หรือเงินกองทุน


2.1 ความเสี่ยงจากการใหสินเชื่อ ความเสี่ยงจากการใหสินเชื่อหรือการใหกูยืม เกิดจากโอกาสที่ลูกคาจะไมสามารถชําระคืน เงินกู หรือไมสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนด ในการบริหารความเสี่ยงจากการใหกูยืม บริษัทมี การประเมินและวิเคราะหลูกคาแตละรายอยางรอบคอบและถี่ถวนในการขออนุมัติสินเชื่อ โดยจะ ประเมิ น ความเสี่ ย งจากข อ มู ล ต างๆ เช น วั ต ถุ ป ระสงค ใ นการขอสิ น เชื่ อ ภาวะอุ ต สาหกรรมหรื อ ลักษณะธุรกิจ จุดแข็ง/จุดออนของลูกคา ผลการดําเนินงาน ความมั่นคงของฐานะการเงิน คุณภาพ ของสินทรัพย กระแสเงินสด และมูลคาหลักประกัน และจะมีการประเมินสถานะของลูกคาอยาง ตอเนื่อง เพื่อดูแลใหการใชสินเชื่อเปนไปตามเงื่อนไข 2.2 ความเสี่ยงจากการดอยคุณภาพของสินเชื่อ สินเชื่อดอยคุณภาพ หรือหนี้ที่ไมกอใหเกิดรายได ไดแก สินเชื่อจัดชั้นต่ํากวามาตรฐาน สงสัย และสงสัยจะสูญ ซึ่งจะมีผลกระทบตอรายไดและเงินกองทุนของบริษัท ทั้งนี้บริษัทไดทําการ ปรับโครงสรางหนี้อยางตอเนื่องในรูปแบบตางๆ ที่จะทําใหบริษัทเกิดความสูญเสียนอยที่สุด บริษัทได ใหความสําคัญในการควบคุมคุณภาพของสินเชื่อดวยการกําหนดนโยบายแบบอนุรักษนิยมโดยให ความสําคัญกับคุณภาพของสินเชื่อมากกวาปริมาณสินเชื่อ และมีนโยบายใหลูกหนี้วางหลักประกัน การกูยืมเงิน เพื่อรองรับความเสียหายจากที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทมีการตั้งสํารองสําหรับสินเชื่อดอยคุณภาพจํานวน 369.52 ลานบาท สูงกวาจํานวนที่ตองตั้ง ตามเกณฑของธนาคารแหงประเทศไทย 349.34 ลานบาท อยู 20.18 ลานบาท 2.3 ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของเงินใหสินเชื่อ การมีสินเชื่อกระจุกตัวในธุรกิจประเภทใดประเภทหนึ่งมากเกินไปจะเปนการเพิ่มความ เสี่ยงในกรณีที่บริษัทในธุรกิจนั้นประสบปญหาในการดําเนินธุรกิจพรอม ๆ กัน บริษัทจึงพยายาม กระจายเงินใหสินเชื่อออกไปในธุรกิจหลายประเภท โดยในป 2551 บริษัทมีสัดสวนเงินใหสินเชื่อ จําแนกตามประเภทธุรกิจ ดังนี้ ประเภทธุรกิจ -อุตสาหกรรมการผลิตและการพาณิชย -ธุรกิจอสังหาริมทรัพยและการกอสราง -การสาธารณูปโภคและบริการ -ธุรกิจเชาซื้อ - อื่น ๆ รวม * ไมรวมดอกเบี้ยคางรับ

ลานบาท 669.63 623.62 814.31 9.30 1,400.39 3,517.25*

สัดสวน (%) 19.04 17.73 23.15 0.27 39.81 100.00


3. ความเสี่ยงดานตลาด (Market Risk) ความเสี่ยงดานตลาด คือ ความเสี่ยงอันเกิดจากสินทรัพยที่ออนไหวตอการเปลี่ยนแปลงของ อัตราดอกเบี้ย และราคา เชน ตราสารหนี้และตราสารทุน ซึ่งอาจสงผลกระทบในทางลบตอรายได หรือเงินกองทุนของบริษัท 3.1 ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาดมีผลกระทบโดยตรงตอสินทรัพยและหนี้สิน กลาวคือ มีผลกระทบตอปริมาณการปลอยสินเชื่อและตนทุนทางการเงินของบริษัท ซึ่งจะทําใหรายได ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Income) เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นบริษัทจึ งไดมีการติดตามภาวะการ เคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ยอยางใกลชิด เพื่อบริหารระดับอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินกูยืมและเงินฝากให เหมาะสมกับภาวะการณในขณะนั้น นอกจากนั้นบริษัทจัดใหมีระบบรายงานตางๆ เชน การรายงาน ความเสี่ยงดานอัตราดอกเบี้ย และการรายงานฐานะสภาพคลองสุทธิ เพื่อประเมินผลกระทบของ รายไดดอกเบี้ยสุทธิของบริษัทที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยที่อาจเกิดขึ้นไดในกรณีตาง ๆ 3.2 ความเสี่ยงดานราคา ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของราคา คือ ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของราคา ของตราสารหนี้และตราสารทุน ซึ่งมีผลทําใหเกิดความผันผวนตอรายไดและเงินกองทุนของบริษัท ใน เชิ ง คุ ณ ภาพ บริ ษั ท ได มี ก ารกระจายการลงทุ น ในหลั ก ทรั พ ย ป ระเภทต าง ๆ และเลื อ กลงทุ น ใน หลักทรัพยที่มีพื้นฐานดี และใหผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยและเงินปนผลในระดับที่เหมาะสมกับความ เสี่ยง ในเชิงปริมาณ บริษัทใชเครื่องมือวิเคราะหทางสถิติ Value at Risk ในการประเมินความเสี่ยง ดานตลาดโดยการประเมินมูลคาเงินลงทุนที่มีโอกาสที่ไดรับความเสียหายในชวงระยะเวลาถือครอง หนึ่งๆ นอกจากนั้น บริษัทยังมีการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Testing) ตามแนวทางที่ธนาคารแหง ประเทศไทยกําหนดขึ้น พรอมทั้งแนวทางที่บริษัทกําหนดขึ้นเองตามความเหมาะสมของลักษณะ ธุรกิจ ซึ่งเปนการจําลองสวนสูญเสียในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยการเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะตาง ๆ

4. ความเสี่ยงดานสภาพคลอง (Liquidity Risk) ความเสี่ยงดานสภาพคลอง คือ ความเสี่ยงจากการที่บริษัทไมสามารถชําระภาระผูกพันได เนื่องจากไมสามารถเปลี่ยนสินทรัพยใหเปนเงินสด หรือไมสามารถจัดหาเงินทุนไดเพียงพอภายใน ระยะเวลาที่กําหนดและมีตนทุนที่ไมเหมาะสม ซึ่งอาจจะทําใหเกิดความเสียหายตอบริษัทได ที่ผาน มาบริษัทมีวิธีการบริหารความเสี่ยงตามที่ธนาคารแหงประเทศไทยกําหนด โดยการดํารงสินทรัพย สภาพคลองไมต่ํากวารอยละ 6.0 ของยอดรวมเงินฝากที่ไดรับจากประชาชน ซึ่ง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทมีการดํารงสินทรัพยสภาพคลองในอัตรารอยละ 27.05 ของยอดเงินกูยืมและ เงินรับฝากตามงบการเงินเฉพาะของบริษัท ซึ่งสูงกวาอัตราขั้นต่ําที่ธนาคารแหงประเทศไทยกําหนด อยูมาก


นอกจากนั้น บริษัทจัดใหมีการทบทวน ติดตาม และประเมินวิเคราะหสถานการณสภาพคลอง อยางสม่ําเสมอ เพื่อใหเปนไปตามนโยบายที่คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการบริหารความ เสี่ยงกําหนด เพื่อใหบริษัทมีสภาพคลองเพียงพอตอการดําเนินธุรกิจ โดยสถานะสภาพคลอ งซึ่ง พิจารณาจากสินทรัพยและหนี้สินทางการเงินตามงบการเงินเฉพาะของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 แบงตามระยะเวลาครบกําหนดตามสัญญา เปนดังนี้ สินทรัพยทางการเงิน - เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน - หลักทรัพยซื้อโดยมีสัญญาขายคืน - เงินลงทุนสุทธิ - เงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุน* รวมสินทรัพยทางการเงิน หนี้สินทางการเงิน - เงินกูยืมและเงินรับฝาก - เจาหนี้ธุรกิจหลักทรัพย รวมหนี้สินทางการเงิน

ไมเกิน 1 ป

เกินกวา 1 ป

104.95 1,030.00 392.55 1,901.10 3,431.60

1,250.36 1,327.30 2,577.66

5,002.16 5,002.16

317.59 317.59

* ไมรวมหนี้ไมกอใหเกิดรายได

จากขอมูลขางตน จะสังเกตไดวาบริษัทมีความเสี่ยงจากความไมสอดคลองกันของสินทรัพย และหนี้สินทางการเงินระยะสั้นในระดับหนึ่ง สาเหตุสําคัญเนื่องจากบริษัทมีแหลงเงินทุนสวนใหญเปน เงินกูยืมและเงินรับฝากอายุไมเกิน 1 ป ซึ่งเปนลักษณะปกติของการรับฝากเงิน อยางไรก็ดีผูฝากเงิน สวนใหญจะมีการฝากเงินตอไปอีก (Rollover) จึงทําใหความเสี่ยงดานสภาพคลองที่เกิดจากดาน หนี้สินจึงอยูในระดับที่บริหารได นอกจากนี้เงินลงทุนสวนใหญของบริษัททั้งระยะสั้นและระยะยาวเปน หลักทรัพยที่อยูในความตองการของตลาดซึ่งมีตลาดรองในการซื้อขาย สามารถเปลี่ยนเปนเงินสดได ตลอดเวลาเมื่อจําเปน อีกทั้งสามารถใชวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินอื่น เมื่อบริษัทเกิดความ ตองการใชเงินอยางฉุกเฉิน ทําใหพรอมรองรับปญหาวิกฤตดานสภาพคลองไดเปนอยางดี

5. ความเสี่ยงดานปฏิบัติการ (Operational Risk) ความเสี่ยงดานปฏิบัติการ คือ ความเสี่ยงดานความไมมีประสิทธิภาพเพียงพอของกระบวนการ ดําเนินงานภายใน บุคลากร ระบบงาน เหตุการณภายนอก และความเสี่ยงดานกฎหมาย ที่อาจสงผล เสียหายตอรายไดและเงินกองทุนของบริษัท บริษัทจึงไดใหความสําคัญกับการบริหารความเสี่ยงดาน ปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดความสูญเสียจากการปฏิบัติงานและปรับปรุงกระบวนการวิธีการ ปฏิบัติงาน เพื่อสรางมูลคาเพิ่มใหกับผูถือหุน ผูลงทุน และผูเกี่ยวของ นอกจากนี้ ฝายตรวจสอบของ บริษัทมีความเปนอิสระในการตรวจสอบการดําเนินธุรกิจของบริษัท โดยขึ้นตรงตอคณะกรรมการ ตรวจสอบ (Audit Committee) ซึ่งประกอบดวยกรรมการอิสระผูทรงคุณวุฒิในดานการควบคุมภายใน และดานการเงิ นโดยตรง จึงทํ าใหการดําเนิ นงานเป นไปอย างอิ สระและโปรง ใส และเป นไปตาม นโยบายการกํากับดูแลกิจการที่ดี


ปที่ผานมาบริษัทไดกําหนดใหแตละฝายดําเนินการทบทวนความเหมาะสม และถูกตองของ ระเบียบขั้นตอนการปฏิบัติงาน คูมือการปฏิบัติงานของทุกฝาย รวมทั้ง Job Description ของทุก ตําแหนงงานใหเหมาะสมและเปนปจจุบันโดยมีฝายตรวจสอบทําหนาที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานตาม ระเบียบขั้นตอนดังกลาว ทั้งนี้ บริษัทไดพัฒนาระบบการเก็บขอมูลความเสียหายที่เกิดขึ้น (Loss Data) และขอผิดพลาด ที่เกิดขึ้นแตยังไมเกิดความเสียหาย เนื่องจากสามารถปองกันไดทันเหตุการณ (Near-misses) โดยได ใหแ ตละสวนงานทําการบันทึ กขอ มูลความเสีย หาย และข อผิดพลาดที่เ กิด ขึ้น แตยัง ไมเ กิดความ เสียหาย (ถามี) เปนรายเดือน เพื่อประเมินและบริหารความเสี่ยงดานปฏิบัติการใหมีประสิทธิภาพ มากขึ้น และใหนําสงทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ในดานบุคลากร บริษัทไดใหความสําคัญกับการสรรหาบุคลากร และการประเมินคุณภาพ ตลอดจนการสนับสนุนใหเขารับการฝกอบรมความรูเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพื่อใหบุคลากรมี ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ทันตอเทคโนโลยีที่พัฒนาอยางตอเนื่องในปจจุบัน ปจจุบันบริษัทมีผูบริหารที่มีอายุครบเกณฑเกษียณ (เกิน 55 ป) จํานวน 5 อัตรา โดยพิจารณาตออายุ งานใหคราวละ 1 ปตามความเหมาะสมและความจําเปนของบริษัท อีกทั้งบริษัทมีบุคลากรที่มีอายุใกล เกณฑเกษียณอีกจํานวนหนึ่ง โดยบริษัทไดดําเนินการรับพนักงานเพิ่มขึ้นในสวนงานตาง ๆ เพื่อให เพียงพอตอความจําเปนในอนาคต ในดานความเสี่ยงดานเทคโนโลยีสารสนเทศ ฝายเทคโนโลยีสารสนเทศไดตระหนักถึงความ เสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับทรัพยสินตางๆทางเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัท และอาจมีผลกระทบ ตอการทํางานของพนักงานโดยตรง ทางฝายเทคโนโลยีและสารสนเทศจึงไดจัดใหผูใชงานรวมกันทํา การประเมินความเสี่ยงของสินทรัพยเทคโนโลยีสารสนเทศ ดวยวิธีการประเมินเชิงคุณภาพ ไดแก การประเมินระดับความเสียหายที่จะเกิดขึ้น (Exposure Level) และการประเมินระดับความนาจะเปน ที่อาจจะเกิดขึ้น (Probability Level) โดยผลการประเมินทําใหบริษัทสามารถนําไปบริหารความเสี่ยง ในดานนี้ไดเปนอยางดี


ทุนและโครงสรางการถือหุน ทุนจดทะเบียนและเรียกชําระแลว ทุนจดทะเบียน

1,500 ลานบาท ประกอบดวยหุนสามัญจํานวน 300 ลานหุน มูลคาที่ตราไวหุนละ 5 บาท

ทุนที่ออกและเรียกชําระแลว 1,000 ลานบาท ประกอบดวยหุนสามัญจํานวน 200 ลานหุน มูลคาที่ตราไวหุนละ 5 บาท

ผูถือหุนรายใหญ ผูถือหุนรายใหญ 10 รายแรก ในการปดสมุดทะเบียนผูถือหุนครั้งลาสุด เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2551 เปนดังนี้ ลําดับที่ 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10.

ชื่อบุคคล/นิติบุคคล UBS AG Singapore, Branch – PB Securities Client Custody นายศิริธัช โรจนพฤกษ นางสาวกนกนุช ชลวานิช นางสาวเสาวคนธ ลิมอักษร นายวรเจตน อินทามระ นายสมยศ วินจิ ฉัยกุล นายลุชัย ภุขันอนันต นางสาวสุภิดา ฉัตราภิรักษ นางพิรดา อินทามระ นางทัศนีย อินทามระ

จํานวนหุนทีถ่ ือ 10,211,600 9,993,600 9,970,000 9,940,000 9,920,000 9,901,000 9,820,000 9,740,000 9,734,000 9,700,000

รอยละ 5.11 5.00 4.99 4.97 4.96 4.95 4.91 4.87 4.87 4.85

ที่มา : บริษัทศูนยรับฝากหลักทรัพย (ประเทศไทย) จํากัด

นโยบายการจายเงินปนผล บริษัทมีนโยบายการจายเงินปนผลในอัตราไมต่ํากวารอยละ 40 ของกําไรสุทธิของธุรกิจเงินทุน โดยคํานึงถึงภาวะเศรษฐกิจและฐานะการเงินของบริษัทเปนสําคัญ ทั้งนี้ บริษัทไดมีการประกาศ จายเงินปนผลจากผลประกอบการในป 2551 ในอัตราหุนละ 0.20 บาท หรือรวมเปนเงิน 40 ลานบาท คิดเปนอัตรารอยละ 62.95 ของกําไรสุทธิเฉพาะบริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) มีนโยบายการจายเงินปนผลในอัตราประมาณรอยละ 50 ของกําไรสุทธิที่เหลือหลังจากหักเงินสํารองตาง ๆ ทุกประเภทตามที่ไดกําหนดไวในขอบังคับของ บริษัทและตามกฎหมาย หากไมมีเหตุจําเปนอื่นใดและการจายเงินปนผลนั้นไมมีผลกระทบตอการ ดําเนินงานปกติของบริษัทอยางมีนัยสําคัญ ทั้งนี้ บริษัทยอยไดมีการประกาศจายเงินปนผลจากผล ประกอบการในป 2551 ในอัตราหุนละ 0.082 บาท หรือ รวมเปนเงิน 67 ลานบาท คิดเปนอัตรารอยละ 70.52 ของกําไรสุทธิเฉพาะบริษัทหลักทรัพย


คณะกรรมการบริษัท Board of Directors คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน Nomination and Remuneration Committee

คณะเจาหนาที่บริหาร Executive Committee

คณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการสินเชือ่ Credit Committee

Audit Committee

คณะกรรมการลงทุน Investment Committee

กรรมการผูจัดการ Managing Director

คณะกรรมการบริหารทรัพยสินและหนี้สนิ Asset and Liability Management Committee

คณะกรรมการปรับปรุงโครงสรางหนี้

ฝายตรวจสอบ Audit Dept.

Debt Restructuring Committee

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง Risk Management Committee

ผูชวยกรรมการผูจัดการ Assistant Managing

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงกลุมธุรกิจทางการเงิน BFIT Business Group Risk Management Committee

ฝายที่ปรึกษาการลงทุน Investment Advisory

งานพัฒนาธุรกิจ Business

ฝายกฎหมาย Legal Dept.

ฝายจัดการเงิน Treasury & Investment

ฝายดําเนินการ Operations Dept.

ฝายสินเชื่อ Credit Dept.

ฝายวานิชธนกิจ Corporate Finance

ฝายบุคคล Personnel Dept.

ฝายเทคโนโลยีสารสนเทศ Information Tech.

ฝายบริหารความเสี่ยง Risk Management


การจัดการ โครงสรางการจัดการ โครงสรา งการจัด การของบริษัท ประกอบดว ย คณะกรรมการบริษ ัท คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน และคณะเจาหนาที่บริหาร นอกจากนี้บริษัทยังมีคณะกรรมการยอยชุดตาง ๆ รับผิดชอบในแตละธุรกิจ หรือแตละงานที่สําคัญ ไดแก คณะกรรมการปรับปรุงโครงสรางหนี้ คณะกรรมการสินเชื่อ คณะกรรมการลงทุน คณะกรรมการ บริหารสินทรัพยและหนี้สิน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงกลุมธุรกิจ ทางการเงิน คณะกรรมการดัง กลา วมีอํ า นาจหนา ที ่ดํ า เนิน การภายในกรอบอํ า นาจซึ ่ง กํ า หนดโดย คณะกรรมการบริษัท รวมทั้งมีคณะผูบริหารรับผิดชอบควบคุมดูแลใหการปฏิบัติในแตละธุรกิจ หรือแตละ งานของบริษัทเปนไปดวยความเรียบรอยถูกตองตามกฎระเบียบ ขอบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวของ และให สอดคลองกับนโยบายและแผนที่อนุมัติโดยคณะกรรมการบริษัท

อํานาจหนาที่ของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริษัท มีอํานาจหนาที่กํา หนดนโยบาย และกํากับ ดูแ ลการดํา เนิน งานของบริษัท ให เปนไปตามกฎหมาย วัตถุประสงคและขอบังคับของบริษัท จริยธรรมทางธุรกิจ และมติที่ประชุมผูถือหุน ตลอดจนเปนผูจัดใหมีการประชุมผูถือหุนทั้งการประชุมสามัญและการประชุมวิสามัญของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 คณะกรรมการบริษัท ประกอบดวยกรรมการจํานวน 9 ทาน ดังมีรายชื่อ ตอไปนี้ 1. ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม 2. ดร.สาคร สุขศรีวงศ 3. นางกิ่งเทียน บางออ 4. นายสุวิช รัตนยานนท 5. นางธิดา ชลวร 6. นายทวีชัย วรรณศิลป 7. นายธีระ วิภชู นิน 8. นายวัฒนา สุภรณไพบูลย 9. นายวรกิจ สรางศรีวงศ

ประธานกรรมการ (กรรมการอิสระ) รองประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการอิสระ กรรมการอิสระ กรรมการอิสระ

อํานาจหนาที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการตรวจสอบไดรับการแตงตั้งจากคณะกรรมการบริษัทโดยมีวาระการดํารงตําแหนงคราว

ละ 3 ป คณะกรรมการตรวจสอบ มีห นา ที่แ ละความรับ ผิด ชอบในการกํา กับ ดูแ ลบริษัท ตามขอบเขตและ วัตถุประสงคที่คณะกรรมการของบริษัทกําหนด ดังตอไปนี้


1. สอบทานใหบริษัทมีการรายงานทางการเงินอยางถูกตองและเพียงพอ 2. สอบทานและประเมินผลใหบริษัทมีระบบควบคุมภายใน (Internal Control) และการตรวจสอบ ภายใน (Internal Audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล พิจารณาความเปนอิสระของหนวยงาน ตรวจสอบ และใหความเห็นชอบในการแตงตั้ง/โยกยาย/เลิกจาง หัวหนาหนวยงานตรวจสอบภายใน 3. สอบทานใหบริษัทปฏิบัติตามกฎหมายวาดวยหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย ขอกําหนดของตลาด หลักทรัพย หรือกฎหมายที่เกี่ยวของกับธุรกิจของสถาบันการเงิน 4. พิจารณา คัดเลือก เสนอแตงตั้งและเสนอคาตอบแทนผูสอบบัญชีของบริษัท พิจารณาความเปน อิสระของผูสอบบัญชี รวมทั้งประชุมรวมกับผูสอบบัญชีโดยไมมีฝายจัดการเขารวมประชุมดวยอยาง นอยปละ 1 ครั้ง 5. พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแยงทางผลประโยชนใหเปนไปตาม กฎหมาย และขอกําหนดของตลาดหลักทรัพย ทั้งนี้ เพื่อใหมั่นใจวารายการดังกลาวสมเหตุสมผล และเปนประโยชนสูงสุดตอบริษัท 6. จัดทํารายงานการกํากับดูแลกิจการของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปดเผยไวในรายงานประจําป ของบริษั ท ซึ่ งรายงานดังกลาวตองลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบและตอ ง ประกอบดวยขอมูลอยางนอยดังตอไปนี้ - ความเห็นเกี่ยวกับความถูกตอง ครบถวน เปนที่เชื่อถือไดของรายงานทางการเงินของบริษัท - ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษัท - ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายวาดวยหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย ขอกําหนด ของตลาดหลักทรัพย หรือกฎหมายที่เกี่ยวของกับธุรกิจของบริษัท - ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผูสอบบัญชี - ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแยงทางผลประโยชน - จํานวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเขาประชุมของกรรมการตรวจสอบแตละ ทาน - ความเห็นหรือขอสังเกตโดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบไดรับจากการปฏิบัติหนาที่ตามกฎ บัตร (Charter) - รายการอื่ น ที่ เ ห็ น ว า ผู ถื อ หุ น และผู ล งทุ น ทั่ ว ไปควรทราบ ภายใต ข อบเขตหน า ที่ แ ละความ รับผิดชอบที่ไดรับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท 7. กําหนดหนาที่ของคณะกรรมการตรวจสอบตลอดจนการเปลี่ยนแปลงในองคประกอบรวมทั้งการ เปลี่ยนแปลงที่มีนัยสําคัญตอการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบไวอยางชัดเจนเปนลาย


ลักษณอักษรตามที่ไดรับ อนุมัติจากคณะกรรมการและตองเปดเผยใหผู ถือหุนทราบในรายงาน ประจําปของบริษัท 8. รายงานตอคณะกรรมการเพื่อดําเนินการปรับปรุงแกไขภายในเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบ เห็นสมควรในกรณีที่คณะกรรมการตรวจพบหรือมีขอสงสัยวามีรายการหรือการกระทํา ดังตอไปนี้ - รายการที่เกิดความขัดแยงทางผลประโยชน - การทุจริต หรือมีสิ่งผิดปกติหรือมีความบกพรองที่สําคัญในระบบควบคุมภายใน - การฝาฝนกฎหมายวาดวยธุรกิจสถาบันการเงิน กฎหมายวาดวยหลักทรัพย ขอกําหนดตลาด หลักทรัพย ขอกําหนดของธนาคารแหงประเทศไทย หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของกับธุรกิจของ สถาบั น การเงิ น และหลั ก ทรั พ ย และกฎหมายอื่ น ๆ หากคณะกรรมการหรื อ ผู บ ริ ห ารไม ดํ า เนิ น การให มี ก ารปรั บ ปรุ ง แก ไ ขภายในเวลาตามที่ ค ณะกรรมการตรวจสอบกํ า หนด คณะกรรมการตรวจสอบจะตอ งเปด เผยการทํ ารายการดั ง กลา วไวในรายงานประจํ าป และ รายงานตอธนาคารแหงประเทศไทย 9. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายดวยความเห็นชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทมีคณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบดวยกรรมการอิสระ จํานวน 3 ทาน ดังมีรายชื่อตอไปนี้ 1. นายธีระ วิภูชนิน 2. นายวัฒนา สุภรณไพบูลย 3. นายวรกิจ สรางศรีวงศ

ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ

กรรมการตรวจสอบที่มีความรูและประสบการณเพียงพอที่จะทําหนาที่สอบทานความนาเชื่อถือของงบ การเงิน คือ นายธีระ วิภูชนิน

อํานาจหนาที่ของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทนไดรับการแตงตั้งจากคณะกรรมการบริษัท มีวาระการ ดํารงตําแหนงคราวละ 3 ป คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน มีหนาที่และความรับผิดชอบ ดังนี้ 1. กําหนดนโยบาย หลักเกณฑ และวิธีการในการสรรหากรรมการ และผูบริหารระดับสูงตั้งแตผูชวย กรรมการผูจัดการขึ้นไป ทั้งนี้ เพื่อเสนอใหคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ 2. คัดเลือก และเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เพื่อดํารงตําแหนงตางๆ ดังตอไปนี้ เพื่อเสนอ ตอคณะกรรมการบริษัท (1) กรรมการบริษัท (2) ผูบริหารระดับสูงตั้งแตผูชวยกรรมการผูจัดการขึ้นไป


3. ดูแ ลใหค ณะกรรมการบริษ ัท มีข นาด และองคป ระกอบที ่เ หมาะสมกับ องคก ร รวมถึง มีก าร ปรับ เปลี ่ย นใหส อดคลอ งกับ สภาพแวดลอ มที ่เ ปลี ่ย นแปลงไป โดยคณะกรรมการบริษ ัท ประกอบดวยบุคคลที่มีความรู ความสามารถ และประสบการณในดานตาง ๆ 4. กํ า หนดนโยบายการจา ยคา ตอบแทนและผลประโยชนอื ่น รวมถึง จํ า นวนคา ตอบแทนและ ผลประโยชนอื่นที่ใหแกกรรมการและผูบริหารระดับสูงตั้งแตผูชวยกรรมการผูจัดการขึ้นไป โดย ตองมีหลักเกณฑที่ชัดเจน โปรงใส ทั้งนี้เพื่อเสนอใหคณะกรรมการบริษัทพิจารณา 5. ดูแ ลใหก รรมการและผูบ ริห ารระดับ สูง ตั้ง แตผูชว ยกรรมการผูจัด การขึ้น ไปของบริษัท ไดรับ ผลตอบแทนที่เหมาะสมกับหนาที่ และความรับผิดชอบที่ตนมีตอบริษัท โดยกรรมการที่ไดรับ มอบหมายใหมีหนาที่และความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น ไดรับคาตอบแทนที่เหมาะสมกับหนาที่ และ ความรับผิดชอบที่ไดรับมอบหมายนั้น 6. กําหนดแนวทางการประเมิน ผลงานของกรรมการ และผูบริห ารระดับสูงตั้งแตผูชวยกรรมการ ผูจัดการขึ้นไป เพื่อพิจารณาปรับผลตอบแทนประจําป โดยไดคํานึงถึงหนาที่ความรับผิดชอบและ ความเสี่ยงที่เกี่ยวของ รวมถึงใหความสําคัญกับการเพิ่มมูลคาของสวนของผูถือหุนในระยะยาว ประกอบการพิจารณาประเมินผลดวย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทมีคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน ประกอบดวย กรรมการอิสระ จํานวน 3 ทาน ดังมีรายชื่อตอไปนี้ 1. นายวัฒนา สุภรณไพบูลย ประธานกรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน 2. นายธีระ วิภูชนิน กรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน 3. นายวรกิจ สรางศรีวงศ กรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน

อํานาจหนาที่ของคณะเจาหนาที่บริหาร คณะเจาหนาที่บริหารไดรับการแตงตั้งจากคณะกรรมการบริษัท ประกอบดวยกรรมการบริษัท และ ผูบริหารระดับสูงตั้งแตผูชวยกรรมการผูจัดการขึ้นไป โดยคณะเจาหนาที่บริหารอาจพิจารณาแตงตั้งสมาชิก คณะเจาหนาที่บริหารเพิ่มเติมตามที่คณะเจาหนาที่บริหารเห็นวาเหมาะสมก็ได คณะเจาหนาที่บริหาร มีอํานาจจัดการกิจการ และดําเนินการภายในกรอบอํานาจที่คณะกรรมการ บริษัทกําหนด ดังนี้ 1. มีอํา นาจจัด การกิจ การและการดํา เนิน งานของบริษัท โดยทั่ว ไป ยกเวน เรื่อ งที่ขอ บัง คับ บริษัท กํา หนดไวใ หค ณะกรรมการบริษัท พิจารณาอนุมัติ และเรื่อ งที่ค ณะกรรมการบริษัท ไดกําหนด อํา นาจหนา ที่ไ วเ ปน การเฉพาะ อาทิ การพิจ ารณาอนุมัติสิน เชื่อ และการพิจ ารณาอนุมัติก าร ลงทุน เปนตน 2. พิจารณาเปลี่ยนแปลงผูรับมอบอํานาจ และเงื่อนไขการลงลายมือชื่อแทนบริษัทของเจาหนาที่ผูรับ มอบอํานาจ


3. พิจารณาแตงตั้งสมาชิกคณะกรรมการบริหารทรัพยสินและหนี้สิน คณะกรรมการบริหารความ เสี่ยง คณะกรรมการลงทุน และ คณะกรรมการสินเชื่อ กรณีสมาชิกเดิมพนจากตําแหนง แลว รายงานใหคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบ 4. พิจารณากําหนดและทบทวนสัดสวนการถือครองสินทรัพยสภาพคลองของบริษัท 5. พิจารณาอนุมัติใหกูยืมในวงเงินไมเกิน 150 ลานบาทตอราย 6. อนุมัติวงเงินลงทุนในตราสารทุน หรือใบสําคัญแสดงสิทธิ หรือ สัญญาซื้อขายลวงหนาที่มีการซื้อขาย ในตลาดรอง หรือที่คากวาจะซื้อขายในตลาดรอง รวมทั้งหนวยลงทุน ไมเกิน 100 ลานบาทตอราย 7. อนุมัติการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความเสี่ยงต่ํากวาระดับที่ลงทุนได (Investment Grade) ไมเ กิน 100 ลานบาทตอ ราย โดยใหอ นุมัติไ ดไ มเ กิน 10% ของมูล คา การลงทุน ในตราสารหนี้ ทั้งหมดของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทมีคณะเจาหนาที่บริหาร ประกอบดวยกรรมการ และผูบริหาร รวม จํานวน 3 ทาน ดังมีรายชื่อตอไปนี้ 1. ดร.สาคร สุขศรีวงศ (รองประธานกรรมการ) ประธานเจาหนาที่บริหาร 2. นางกิ่งเทียน บางออ (กรรมการ และรักษาการกรรมการผูจ ัดการ) เจาหนาที่บริหาร 3. น.ส.อรุวรรณ เตียวตรานนท (ผูชวยกรรมการผูจัดการ) เจาหนาที่บริหาร

คณะผูบริหารของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทมีกรรมการที่เปนผูบริหาร และผูบริหาร จํานวน 13 ทาน ซึ่งทั้งหมด ไมมีความสัมพันธทางครอบครัวกันเลย และไมมีประวัติการกระทําผิดกฎหมายในระยะเวลา 10 ปที่ผานมา ดัง มีรายชื่อตอไปนี้ 1. ดร.สาคร สุขศรีวงศ รองประธานกรรมการ และประธานเจาหนาที่บริหาร 2. นางกิ่งเทียน บางออ กรรมการ และรักษาการกรรมการผูจัดการ 3. น.ส.อรุวรรณ เตียวตรานนท ผูชวยกรรมการผูจัดการ 4. นางชูจิตต เตยะธิติ ผูอํานวยการ / ผูจัดการฝาย ฝายสินเชื่อ 5. นายมานพ หิมกร ผูอํานวยการ / ผูจัดการฝาย ฝายดําเนินการ 6. นายวิเชียร ปรุงพาณิช ผูอํานวยการ / ผูจัดการฝาย วานิชธนกิจ 7. นางวรรณนิภา โทณะวณิก ผูอํานวยการ / ผูจัดการฝาย ฝายที่ปรึกษาการลงทุน 8. นายวิชัย กุลสมภพ ผูอํานวยการ งานพัฒนาธุรกิจ 9. นางน้ําเพชร สบายใจ ผูชวยผูอํานวยการ / ผูจัดการฝาย ฝายบุคคล 10. น.ส.วิมล จิรมงคลการ ผูชวยผูอํานวยการ / ผูจัดการฝาย ฝายเทคโนโลยีสารสนเทศ 11. น.ส.ยุพดี ตุลานันท ผูชวยผูอํานวยการ / ผูจัดการฝาย ฝายจัดการเงิน 12. นายกนกพร หลิ่วสุวรรณ ผูชวยผูอํานวยการ / ผูจัดการฝาย ฝายกฎหมาย 13. นายศรพล บุพนิมิตร ผูชวยผูอํานวยการ / ผูจัดการฝาย ฝายตรวจสอบ


หมายเหตุ : การเปลี่ยนแปลงผูบริหารระหวางป 2551 1. นางศิริสุข จุฑานนท เกษียณอายุและพนจากตําแหนงผูจัดการฝายผูแทนผูถือหุนกู มีผลตั้งแตวันที่ 1 ส.ค.51 2. นายยิ่งยง สันคติประภา เกษียณอายุและพนจากตําแหนงผูจัดการฝายตรวจสอบ มีผลตั้งแตวันที่ 1 ก.ย.51 3. นายศรพล บุพนิมิตร เขาดํารงตําแหนงผูจัดการฝายตรวจสอบ ตั้งแตวันที่ 1 ก.ย.51

การสรรหากรรมการและผูบริหาร บริษัท มีค ณะกรรมการสรรหาและพิจ ารณาคา ตอบแทน ทําหนาที่คัด เลือ กและเสนอชื่อ บุค คลที่มี คุณสมบัติที่เหมาะสมตอคณะกรรมการบริษัทในการพิจารณาแตงตั้งใหดํารงตําแหนงกรรมการและผูบริหาร ระดับสูงตั้งแตผูชวยกรรมการผูจัดการขึ้นไป

การสรรหาและการแตงตั้งกรรมการบริษัท คณะกรรมการสรรหาและพิ จ ารณาค า ตอบแทนจะพิ จ ารณาคั ด เลื อ กและกลั่ น กรองผู ที่ จ ะมาเป น กรรมการรวมทั้งกรรมการอิสระของบริษัทจากบุคคลที่มีคุณสมบัติ และไมมีลักษณะตองหามตามกฎหมายวา ดวยบริษัทมหาชนจํากัด และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของ มีความรู ความสามารถ และประสบการณในดานตาง ๆ โดยคํานึงถึงขนาด องคประกอบที่เหมาะสมกับองคกร การกํากับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนให สอดคลองกับสภาพแวดลอมที่เปลี่ยนแปลงไป เสนอตอคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาแตงตั้งในกรณีที่ ตําแหนงกรรมการวางลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ หรือเพื่อพิจารณาและเสนอตอที่ประชุม ผูถือหุนเพื่อแตงตั้งในกรณีที่กรรมการพนตําแหนงตามวาระหรือแตงตั้งกรรมการใหมเพิ่มเติม ซึ่งตามขอบังคับ บริษัทกําหนดใหบริษัทมีกรรมการไดไมเกิน 9 คน โดยกรรมการไมนอยกวาครึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการ ทั้งหมดตองมีถิ่นที่อยูในประเทศไทย และในการประชุมสามัญผูถือหุนประจําปทุกครั้ง กรรมการบริษัทจะตอง ออกจากตําแหนงอยางนอยหนึ่งในสามโดยอัตราหรือออกโดยจํานวนใกลที่สุดกับอัตราสวนหนึ่งในสาม มติคณะกรรมการในการแตงตั้งกรรมการ กรณีตําแหนงกรรมการวางลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราว ออกตามวาระตองประกอบดวยคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของจํานวนกรรมการที่ยังเหลืออยู ทั้งนี้ บุคคลที่ไดรับการแตงตั้งเปนกรรมการในกรณีนี้ จะมีวาระการดํารงตําแหนงเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของ กรรมการที่ตนแทน สวนการแตงตั้งกรรมการบริษัทที่เสนอตอที่ประชุมผูถือหุนนั้น ในที่ประชุมผูถือหุนจะทําการเลือกตั้ง กรรมการ โดยผูถือหุนคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเทากับหนึ่งหุนตอหนึ่งเสียง ผูถือหุนแตละคนจะใชคะแนน เสียงของตนที่มีทั้งหมด เลือกตั้งบุคคลคนเดียวหรือหลายคนเปนกรรมการก็ได แตจะแบงคะแนนเสียงใหแก ผูใ ดมากนอ ยเพีย งใดไมไ ด บุค คลซึ่ง ไดรับ คะแนนเสีย งเห็น ชอบสูง สุด ตามลํา ดับ ลงมาเปน ผูไ ดรับ การ เลือ กตั้ง เปน กรรมการเทา กับ จํา นวนกรรมการที่จ ะพึง เลือ กตั้ง ในครั้ง นั้น ในกรณีที่บุค คลซึ ่ง ไดร ับ การ เลือกตั้งในลําดับถัดลงมามีคะแนนเสียงเทากันเกินจํานวนกรรมการที่จะพึงมีหรือพึงจะเลือกตั้งในครั้งนั้น ให ผูเปนประธานในที่ประชุมเปนผูออกเสียงชี้ขาด ทั้งนี้ บริษัทไดเปดโอกาสใหผูถือหุนรายยอยสามารถเสนอชื่อบุคคล เพื่อรับการพิจารณาคัดเลือกเพื่อ เสนอแตงตั้งเปนกรรมการในการประชุมสามัญผูถือหุนได ตามหลักเกณฑที่บริษัทกําหนด สําหรับผูที่จะไดรับการคัดเลือกเปนกรรมการอิสระของบริษัทนั้น จะตองมีคุณสมบัติความเปนอิสระ ตามที่บริษัทกําหนด (รายละเอียดคุณสมบัติกรรมการอิสระของบริษัท ระบุไวในเรื่อง “การกํากับดูแลกิจการ”)


การสรรหาและแตงตั้งผูบริหารในตําแหนงผูชวยกรรมการผูจัดการ หรือสูงกวา คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทนจะพิจารณากลั่นกรองเพื่อเสนอบุคคลที่มีคุณสมบัติ เหมาะสมตอคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาแตงตั้ง

การจัดประชุมคณะกรรมการและการเขารวมประชุม ในป 2551 บริษัทมีการประชุมคณะกรรมการบริษัท 6 ครั้ง คณะกรรมการตรวจสอบ 5 ครั้ง คณะกรรมการ สรรหาและพิจารณาคาตอบแทน 6 ครั้ง และคณะเจาหนาที่บริหาร 6 ครั้ง การเขาประชุมของกรรมการแตละทานสรุป ไดดังนี้ ชื่อกรรมการ 1. ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม 2. ดร.สาคร สุขศรีวงศ 3. นางกิ่งเทียน บางออ 4. นายสุวิช รัตนยานนท 5. นางธิดา ชลวร 6. นายทวีชยั วรรณศิลป 7. นายธีระ วิภชู นิน 8. นายวัฒนา สุภรณไพบูลย 9. นายวรกิจ สรางศรีวงศ 10. นายสมชาย สกุลสุรรัตน 11. นายเอ็ดเวิรด น็อคโก 12. นางสาวอรุวรรณ เตียวตรานนท บุคคลที่ 1 บุคคลที่ 2 บุคคลที่ 6 บุคคลที่ 8 บุคคลที่ 9

จํานวนครั้งที่เขารวมประชุม / สิทธิการประชุม คณะกรรมการ คณะกรรมการ คณะกรรมการสรรหาและ คณะเจาหนาที่ บริษัท ตรวจสอบ พิจารณาคาตอบแทน บริหาร 3/3 6/6 1/1 6/6 6/6 6/6 6/6 6/6 4/4 6/6 5/5 6/6 6/6 5/5 5/5 5/5 4/4 1/2 2/2 2/2 2/2 4/4 6/6

ไดรับการแตงตั้งเปนกรรมการพรอมกับแตงตั้งเปนประธานกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 9 พ.ค.51 ลาออกจากประธานกรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน เมื่อวันที่ 26 ก.พ.51 ไดรับการแตงตั้งเปนกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 29 เม.ย.51 ไดรับการแตงตั้งเปนประธานกรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน เมื่อวันที่ 26 ก.พ.51 ไดรับการแตงตั้งเปนกรรมการบริษัท และกรรมการตรวจสอบ เมื่อวันที่ 26 ก.พ.51 และเปน กรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน เมื่อวันที่ 30 เม.ย.51 บุคคลที่ 10 ลาออกจากประธานกรรมการ และกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 9 เม.ย.51 บุคคลที่ 11 ลาออกจากประธานกรรมการตรวจสอบ, กรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน และกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 29 เม.ย.51 บุคคลที่ 12 ดํารงตําแหนงผูชวยกรรมการผูจัดการ ไมไดเปนกรรมการบริษัท


ประวัติคณะกรรมการบริษัท ณ 31 ธันวาคม 2551

ชื่อ–สกุล / ตําแหนง วาระ/(*ระยะเวลา)การดํารงตําแหนง 1. ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม ประธานกรรมการ (กรรมการอิสระ) ดํารงตําแหนง กรรมการ วาระที่ 1 (8 เดือน)

2. ดร.สาคร สุขศรีวงศ รองประธานกรรมการ กรรมการผูมีอํานาจลงนาม ประธานเจาหนาที่บริหาร - ดํารงตําแหนง กรรมการ วาระที่ 2 (3 ป 4 เดือน)

คุณวุฒิการศึกษา

- ปริญญาเอก นิติศาสตร - ปริญญาโท นิติศาสตร University of California, Berkeley - เนติบัณฑิตไทย สํานักอบรมศึกษากฎหมายแหงเนติบัณฑิตยสภา - ปริญญาตรี นิติศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร - Director Accreditation Program สมาคมสงเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย - ปริญญาเอก บริหารธุรกิจ University of South Australia - ปริญญาโท การจัดการธุรกิจระหวางประเทศ The George Washington University, Washington D.C., U.S.A. - ปริญญาตรี บริหารธุรกิจ (การธนาคารและการเงิน) จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย - Advance Management Program Harvard Business School, Boston Massachusetts, USA. - Certificate Program in Business Law มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ - Executive Leadership Program สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตรและ The Wharton School, University of Pennsylvania, USA. - Director Certification Program สมาคมสงเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย

หมายเหตุ : *ระยะเวลาการดํารงตําแหนงนับถึง 31 ธันวาคม 2551

ประสบการณทํางาน พ.ค.2551 – ปจจุบัน ม.ค.2551 – ปจจุบัน ม.ค.2551 – ปจจุบัน 2550 – ปจจุบัน

ประธานกรรมการ บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร ประธานกรรมการ บมจ.หลักทรัพย บีฟท กรรมการอิสระ บมจ.อมตะคอรปอเรชั่น ประธานกรรมการ บมจ.ศิครินทร

เม.ย.2551 – ปจจุบัน รองประธานกรรมการ ก.ย.2548–เม.ย.2551 กรรมการ ธ.ค.2548-มิ.ย.2549 กรรมการผูจัดการ บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร พ.ย.2540 - ปจจุบัน กรรมการ มิ.ย.2549 – ปจจุบัน กรรมการผูจัดการ บจก.ปรีดาปราโมทย พ.ย.2542 - ปจจุบัน กรรมการ ต.ค.2537 – ธ.ค.2548 ผจก.โครงการ-กรรมการผูจัดการ บจก.คอม-ลิงค ก.ค.2551 – ปจจุบัน กรรมการ บมจ.เนชั่น อินเตอรเนชั่นแนลเอ็ดดูเทนเมนท เม.ย.2551 – ปจจุบัน กรรมการ บมจ.หลักทรัพย บีฟท เม.ย.2551 – ปจจุบัน กรรมการ บจก.เอเชียแปซิฟค ไอเอเทค ซีอารโอ ม.ค.2551 – ปจจุบัน กรรมการ บจก.ผลิตภัณฑนวัตกรรมจามจุรี ธ.ค.2550 – ปจจุบัน ประธานกรรมการ บจก.แฟลชนิวส มี.ค.2550 – ปจจุบัน ประธานกรรมการ บจก.เอส เอ บี เอส โฮลดิ้ง ต.ค.2549 – ปจจุบัน กรรมการ บจก.นวัตกรรมจามจุรี 2549 – ปจจุบัน กรรมการ บจก.ตวันนา โฮเต็ล ก.ค.2547 - ปจจุบัน กรรมการ Beijing Huamao Surapan Hotel Development Co., Ltd. ก.ค.2546 – ปจจุบัน กรรมการ บจก.สุรพันธวณิช


ชื่อ–สกุล / ตําแหนง วาระ/(*ระยะเวลา)การดํารงตําแหนง

คุณวุฒิการศึกษา

ประสบการณทํางาน มี.ค.2546 – ปจจุบัน 2544 – ปจจุบัน

ก.ย.2538 – ปจจุบัน

3. นางกิ่งเทียน บางออ กรรมการผูมีอํานาจลงนาม รักษาการกรรมการผูจัดการ - ดํารงตําแหนง กรรมการ วาระที่ 2 (3 ป 4 เดือน)

- ปริญญาโท บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร - บัญชีบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร - Director Certification Program - Direction Accreditation Program สมาคมสงเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย

พ.ค.2550-ปจจุบัน ก.ย.2548 – ปจจุบัน 2548 - ปจจุบัน 2547 – 2548 2551 - ปจจุบัน 2547 – 2550 2547 – ปจจุบัน 2547 – ปจจุบัน 2547 – ปจจุบัน 2547 – ปจจุบัน 2547 – ปจจุบัน 2547 – ปจจุบัน 2547 – ปจจุบัน 2547 – ปจจุบัน 2547 – ปจจุบัน

2547 – ปจจุบัน 2547 – ปจจุบัน 2547 – ปจจุบัน หมายเหตุ : *ระยะเวลาการดํารงตําแหนงนับถึง 31 ธันวาคม 2551

กรรมการ บจก.เทคโนโลยีบริหารธุรกิจรักไทย กรรมการ และผูจัดการทั่วไป รานภูฟา (โครงการตามพระราชดําริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรม ราชกุมารี) กรรมการ บจก.เอ็กซเซลลิงค รักษาการกรรมการผูจัดการ กรรมการ บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร ที่ปรึกษา ผูชวยกรรมการผูจัดการ บจก.คอม-ลิงค รองประธานกรรมการ ประธานกรรมการ บมจ.หลักทรัพย บีฟท กรรมการ บจก.ไฮ-เทค เน็ทเวิรค กรรมการ บจก.พิญาณี กรรมการ บจก.พีวี ไฮเทค กรรมการ บจก.บิสแอนดฟน กรรมการ บจก.เทคโนโลยีบริหารธุรกิจรักไทย กรรมการ บจก.เทียร วัน เนทเวิรค กรรมการตรวจสอบ บมจ.ไทยไวรโพรดักส กรรมการตรวจสอบ บมจ.ไทยฟลมอินดัสตรีส กรรมการ Beijing Huamao Surapan Hotel Development Co., Ltd. กรรมการ บจก.จิโรลา (ประเทศไทย) กรรมการ บจก.ไอทาวเวอร กรรมการ บจก.เอนกบุญ


ชื่อ–สกุล / ตําแหนง วาระ/(*ระยะเวลา)การดํารงตําแหนง

คุณวุฒิการศึกษา

ประสบการณทํางาน 2546 – ปจจุบัน

4. นายสุวิช รัตนยานนท กรรมการผูมีอํานาจลงนาม - ดํารงตําแหนง กรรมการ วาระที่ 2 (3 ป 7 เดือน)

- ปริญญาโท บริหารธุรกิจ มิ.ย.2548-ปจจุบัน University of Southern Mississippi USA. - Director Accreditation Program 2550 – ปจจุบัน สมาคมสงเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย 2547 – ธ.ค.2549

2546 – 2547 2545 – 2546

5. นางธิดา ชลวร กรรมการผูมีอํานาจลงนาม - ดํารงตําแหนง กรรมการ วาระที่ 2 (1 ป 10 เดือน)

6. นายทวีชัย วรรณศิลป กรรมการผูมีอํานาจลงนาม - ดํารงตําแหนง กรรมการ วาระที่ 1 (8 เดือน)

7. นายธีระ วิภูชนิน กรรมการอิสระ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน - ดํารงตําแหนง กรรมการ วาระที่ 2 (4 ป 11 เดือน)

กรรมการ บจก.สุรพันธวนิช กรรมการ บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร ที่ปรึกษาประธานเจาหนาที่บริหาร รองประธานกรรมการ และ ประธานเจาหนาที่บริหาร บมจ.หลักทรัพย บีฟท รองกรรมการผูจัดการ บล.ฟนันซา จํากัด รองกรรมการผูจัดการ บมจ.หลักทรัพย ยูไนเต็ด

- ปริญญาโท บริหารธุรกิจ Roosevelt University - ปริญญาตรี เศรษฐศาสตร (สาขาทฤษฎี) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร - Director Accreditation Program สมาคมสงเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย

ก.พ.2550 – ปจจุบัน กรรมการ บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร 2543 – ปจจุบัน ผูจัดการแผนกทรัพยากรบุคคล บจก.คอม-ลิงค 2543 – ปจจุบัน ผูพิพากษาสมทบ ศาลทรัพยสินทางปญญาและการคา ระหวางประเทศกลาง

- ปริญญาตรี บริหารธุรกิจ (การบัญชี) มหาวิทยาลัยรามคําแหง - Director Accreditation Program สมาคมสงเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย

เม.ย.2551 – ปจจุบัน กรรมการ บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร เม.ย.2550 – ปจจุบัน ผูอํานวยการฝายบัญชี บมจ.ซีฮอรส ต.ค.2546 –เม.ย.2550 หัวหนาแผนกบัญชี บจก.ปรีดาปราโมทย

- B.Sc. In Economics and Business Administration University of Wisconsin-Steven Point, USA. - Director Certification Program - Audit Committee Program สมาคมสงเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย

ม.ค.2548-ปจจุบัน 2550 – ปจจุบัน 2548 – ปจจุบัน 2546 – ปจจุบัน 2546 – ปจจุบัน 2538 – ปจจุบัน

หมายเหตุ : *ระยะเวลาการดํารงตําแหนงนับถึง 31 ธันวาคม 2551

กรรมการ บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร ประธานกรรมการ บจก.Environment Care Management กรรมการ บมจ.Inter Hides กรรมการ บมจ.สยามแมคโคร กรรมการ บมจ.พรีเซียสชิปปง กรรมการ บมจ.สหอุตสาหกรรมน้ํามันปาลม


ชื่อ–สกุล / ตําแหนง วาระ/(*ระยะเวลา)การดํารงตําแหนง

คุณวุฒิการศึกษา

ประสบการณทํางาน 2548 – 2549

2541 - 2547

8. นายวัฒนา สุภรณไพบูลย กรรมการอิสระ ประธานกรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน กรรมการตรวจสอบ - ดํารงตําแหนง กรรมการ วาระที่ 2 (3 ป 1 เดือน)

9. นายวรกิจ สรางศรีวงศ กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ กรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน - ดํารงตําแหนง กรรมการ วาระที่ 1 (10 เดือน)

กรรมการ และประธานคณะกรรมการ ตรวจสอบ บมจ.หลักทรัพย บีฟท รองกรรมการผูจัดการ ธนาคารเพื่อการสงออกและนําเขาแหงประเทศไทย

- ปริญญาโท ดานการจัดการ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย - MS. (Electrical Engineering) The University of Texas, U.S.A. - ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร (ไฟฟากําลัง-เกียรตินิยม, อุตสาหการ) จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย - ปริญญาตรี เศรษฐศาสตร (เกียรตินิยมอันดับ 1) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช - วปอ.การปองกันประเทศ รุน 35 วิทยาลัยปองกันราชอาณาจักร - Director Accreditation Program - Director Certification Program - Audit Committee Program - Finance for Non-Finance Director สมาคมสงเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย

ก.พ.2551 – ปจจุบัน กรรมการอิสระและประธานกรรมการ ตรวจสอบ บมจ.ซีฮอรส ธ.ค.2548 – ปจจุบัน กรรมการ บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร 2549 – ปจจุบัน กรรมการ บจก.อมตะ-เอ็กโกเพาเวอร 2549 – ปจจุบัน กรรมการ บจก.อมตะเพาเวอร (บางปะกง) 2547 – ปจจุบัน กรรมการ บจก.อมตะเพาเวอร

- ปริญญาตรี วิทยาศาสตร (เกษตรศาสตร) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร - M.A.(Instructional Media) California State University (Long Beach) - Director Accreditation Program - Audit Committee Program สมาคมสงเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย

มี.ค.2551 – ปจจุบัน

หมายเหตุ : *ระยะเวลาการดํารงตําแหนงนับถึง 31 ธันวาคม 2551

มี.ค.2551 – ปจจุบัน มิ.ย.2549 – ปจจุบัน

กรรมการ บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร กรรมการ กองทุนรวมแอสเสทโกรท กรรมการ บจก.คัสสาวาแลนด


ประวัติผูบริหารบริษัท ณ 31 ธันวาคม 2551 ชื่อ–สกุล / ตําแหนง

คุณวุฒิการศึกษา

ประสบการณทํางาน

1. น.ส.อรุวรรณ เตียวตรานนท ผูชวยกรรมการผูจัดการ

- B.S. in B.A. (Accounting) Youngstown State University, Ohio, U.S.A.

2519 - ปจจุบัน

2. นายมานพ หิมกร ผูอํานวยการ/ผูจัดการฝาย ฝายดําเนินการ

- พาณิชยศาสตรบัณฑิต และบัญชีบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร

2533 - ปจจุบัน

ผูอํานวยการ/ผูจัดการฝาย ฝายดําเนินการ บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร

3. นางวรรณนิภา โทณะวณิก ผูอํานวยการ/ผูจัดการฝาย ฝายที่ปรึกษาการลงทุน

- นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร

ส.ค.2548-ปจจุบัน

ผูอํานวยการ/ผูจัดการฝาย ฝายที่ปรึกษาการลงทุน บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร ผูชวยผูอํานวยการ ทีมงานขายผลิตภัณฑเงินฝากและ เงินลงทุน ธนาคารเอเชีย จํากัด (มหาชน)

2540 - 2548

4. นายวิเชียร ปรุงพาณิช ผูอํานวยการ/ผูจัดการฝาย ฝายวานิชธนกิจ

- บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร - บัญชีบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร

2548-ปจจุบัน

2547 - 2548

2545 - 2547

5. นายวิชัย กุลสมภพ ผูอํานวยการ งานพัฒนาธุรกิจ

- ปริญญาโท ภาควิชาการตลาด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร - Exchange Program ปริญญาโท ภาควิชา International Business Norwegian School of Economics and Business Administration, Norway - ปริญญาตรี บริหารธุรกิจ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย - Executive Leadership Program Wharton Business School, University of Pennsylvania, USA&NIDA. - Director Certification Program สมาคมสงเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย

มี.ค.2549 - ปจจุบัน

2549 – ปจจุบัน 2551 – ปจจุบัน 2551 – ปจจุบัน 2551 – ปจจุบัน

- ผูชวยกรรมการผูจัดการ - ผูอํานวยการอาวุโส/ผูจัดการฝาย - ผูอํานวยการ/ผูจัดการฝาย - ผูชวยผูอํานวยการ - เจาหนาที่ที่ปรึกษาการลงทุน ฝายที่ปรึกษาการลงทุน บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร

ผูอํานวยการ/ผูจัดการฝาย ฝายวานิชธนกิจ บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร ผูอํานวยการ ฝายพัฒนาธุรกิจ บลจ.กรุงเทพธนาทร (บลจ.ฟนันซา) ผูอํานวยการ ฝายวานิชธนกิจ บมจ.หลักทรัพย บีฟท ผูอํานวยการ งานพัฒนาธุรกิจ บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร กรรมการอิสระ บ.คาสเซอรพีค โฮลดิ้ง จก. กรรมการ บจก.สหมิตร เอ็นเนอรยี พลัส กรรมการ บจก.บี ที เอ็น สิบสองศูนยเจ็ด กรรมการ บจก.สยามซัมซุง ประกันชีวิต


ชื่อ–สกุล / ตําแหนง

คุณวุฒิการศึกษา

ประสบการณทํางาน

6. นางชูจิตต เตยะธิติ ผูอํานวยการ/ผูจัดการฝาย ฝายสินเชื่อ

- M.B.A. (Business) University of Missouri, Columbia, U.S.A. - บัญชีบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร

2526 - ปจจุบัน

7. นางน้ําเพชร สบายใจ ผูชวยผูอํานวยการ/ผูจัดการฝาย ฝายบุคคล

- พาณิชยศาสตรบัณฑิต (การเงินการธนาคาร) 2534 - ปจจุบัน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร

ผูชวยผูอํานวยการ/ผูจัดการฝาย ฝายบุคคล บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร

8. น.ส.วิมล จิรมงคลการ ผูชวยผูอํานวยการ/ผูจัดการฝาย ฝายเทคโนโลยีสารสนเทศ

- M.S. (CIS) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ - ศิลปศาสตรบัณฑิต (สถิติ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร

2528 - ปจจุบัน

- ผูชวยผูอํานวยการ/ผูจัดการฝาย - หัวหนาสวน - โปรแกรมเมอร ฝายเทคโนโลยีสารสนเทศ บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร

9. น.ส.ยุพดี ตุลานันท ผูชวยผูอํานวยการ/ผูจัดการฝาย ฝายจัดการเงิน

- เศรษฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร

2515 - ปจจุบัน

- ผูชวยผูอํานวยการ/ผูจัดการฝาย - เจาหนาที่บริหารเงิน ฝายจัดการเงิน - เลขานุการ-รองกรรมการผูจัดการ บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร

10. นายกนกพร หลิว่ สุวรรณ ผูชวยผูอํานวยการ/ผูจัดการฝาย ฝายกฎหมาย

- นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคําแหง

2532 – ปจจุบัน

- ผูชวยผูอํานวยการ/ผูจัดการฝาย - นักกฎหมาย ฝายกฎหมาย บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร

11. นายศรพล บุพนิมิตร ผูชวยผูอํานวยการ/ผูจัดการฝาย ฝายตรวจสอบ

- ปริญญาโท บริหารธุรกิจ - ปริญญาตรี รัฐศาสตร มหาวิทยาลัยรามคําแหง

ก.ย.2551 - ปจจุบัน

ผูชวยผูอํานวยการ/ผูจัดการฝาย ฝายตรวจสอบ บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร - หัวหนาสวน - ผูชวยหัวหนาสวน - พนักงานชั้นกลาง - พนักงานชั้นตน ฝายตรวจสอบภายใน ธนาคารกสิกรไทย

2526 – ส.ค.2551

- ผูอํานวยการ/ผูจัดการฝาย - ผูชวยผูอํานวยการ - เจาหนาที่สินเชื่อ - เจาหนาที่วิเคราะหสินเชื่อ ฝายสินเชื่อ บมจ.เงินทุน กรุงเทพธนาทร


การถือครองหุนในบริษัทของกรรมการ ณ 31 ธันวาคม 2551 ชื่อกรรมการ 1. ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม 2. ดร.สาคร สุขศรีวงศ 3. นางกิ่งเทียน บางออ 4. นายสุวิช รัตนยานนท 5. นางธิดา ชลวร 6. นายทวีชัย วรรณศิลป 7. นายธีระ วิภูชนิน 8. นายวัฒนา สุภรณไพบูลย 9. นายวรกิจ สรางศรีวงศ

จํานวนการถือหุน ณ 31 ธ.ค. 2551 เพิ่มขึ้น (ลดลง) ระหวางป -

การถือครองหุนในบริษัทของผูบริหาร ณ 31 ธันวาคม 2551 ชื่อผูบริหาร 1. น.ส.อรุวรรณ เตียวตรานนท 2. นางชูจิตต เตยะธิติ 3. นายมานพ หิมกร 4. นายวิเชียร ปรุงพาณิช 5. นางวรรณนิภา โทณะวณิก 6. นายวิชัย กุลสมภพ 7. นางน้ําเพชร สบายใจ 8. น.ส.วิมล จิรมงคลการ 9. น.ส.ยุพดี ตุลานันท 10. นายกนกพร หลิ่วสุวรรณ 11. นายศรพล บุพนิมิตร

จํานวนการถือหุน เพิ่มขึ้น (ลดลง) ระหวางป ณ 31 ธ.ค. 2551 240,000 2,000 -


คาตอบแทนกรรมการและผูบริหาร คาตอบแทนที่เปนตัวเงิน ก) คาตอบแทนกรรมการ (1) คาตอบแทนกรรมการที่ไดรับอนุมัติจากที่ประชุมผูถือหุน เปนดังนี้ คณะกรรมการบริษัท อัตราคาตอบแทนรายป (บาท) เบี้ยประชุมครั้งละ (บาท) ประธานกรรมการ กรรมการ

ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ

800,000 280,000

50,000 25,000

คณะกรรมการตรวจสอบ อัตราคาตอบแทนรายป (บาท) เบี้ยประชุมครั้งละ (บาท) 100,000 25,000 50,000 25,000

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน อัตราคาตอบแทนรายป (บาท) เบี้ยประชุมครั้งละ (บาท) ประธานกรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน 50,000 กรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน 50,000 -

(2) คาตอบแทนทีก่ รรมการไดรับจากบริษัทในฐานะกรรมการ ป 2551 บริษัทจายคาตอบแทนแกกรรมการ รวม 11 ราย เปนเงิน 5,143,333.37 บาท เทียบ กับป 2550 รวม 9 ราย เปนเงิน 4,543,333.29 บาท ตามรายละเอียด ดังนี้ คาตอบแทนกรรมการ ป 2551 (บาท) ชื่อกรรมการ

คณะกรรมการบริษทั คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาฯ รวม คาตอบแทนรายป เบี้ยประชุม คาตอบแทนรายป เบีย้ ประชุม คาตอบแทนรายป 1. ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม 533,333.36 150,000.00 683,333.36 2. ดร.สาคร สุขศรีวงศ 280,000.00 150,000.00 8,333.34 438,333.34 3. นางกิ่งเทียน บางออ 280,000.00 150,000.00 430,000.00 4. นายสุวิช รัตนยานนท 280,000.00 150,000.00 430,000.00 5. นางธิดา ชลวร 280,000.00 150,000.00 430,000.00 6. นายทวีชัย วรรณศิลป 198,333.31 100,000.00 298,333.31 7. นายธีระ วิภูชนิน 280,000.00 150,000.00 85,416.66 125,000.00 50,000.00 690,416.66 8. นายวัฒนา สุภรณไพบูลย 280,000.00 150,000.00 50,000.00 125,000.00 41,666.67 646,666.67 9. นายวรกิจ สรางศรีวงศ 221,666.67 125,000.00 33,333.36 100,000.00 39,583.33 519,583.36 10. นายสมชาย สกุลสุรรัตน 233,333.35 100,000.00 333,333.35 11. นายเอ็ดเวิรด น็อคโก 93,333.32 50,000.00 33,333.32 50,000.00 16,666.68 243,333.32 รวม 2,960,000.01 1,425,000.00 202,083.34 400,000.00 156,250.02 5,143,333.37


บุคคลที่ 1 บุคคลที่ 2 บุคคลที่ 6 บุคคลที่ 8 บุคคลที่ 9

ไดรับการแตงตั้งเปนกรรมการพรอมกับแตงตั้งเปนประธานกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 9 พ.ค.51 ลาออกจากประธานกรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน เมื่อวันที่ 26 ก.พ.51 ไดรับการแตงตั้งเปนกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 29 เม.ย.51 ไดรับการแตงตั้งเปนประธานกรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน เมื่อวันที่ 26 ก.พ.51 ไดรับการแตงตั้งเปนกรรมการบริษัท และกรรมการตรวจสอบ เมื่อวันที่ 26 ก.พ.51 และเปน กรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน เมื่อวันที่ 30 เม.ย.51 บุคคลที่ 10 ลาออกจากประธานกรรมการ และกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 9 เม.ย.51 บุคคลที่ 11 ลาออกจากประธานกรรมการตรวจสอบ, กรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน และกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 29 เม.ย.51

คาตอบแทนกรรมการ ป 2550 (บาท) ชื่อกรรมการ

คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาฯ คาตอบแทนรายป เบี้ยประชุม คาตอบแทนรายป เบี้ยประชุม คาตอบแทนรายป

1. นายสมชาย สกุลสุรรัตน 800,000.00 2. ดร.สาคร สุขศรีวงศ 280,000.00 3. นางกิ่งเทียน บางออ 280,000.00 4. นายสุวิช รัตนยานนท 280,000.00 5. นายเอ็ดเวิรด น็อคโก 280,000.00 6. นายวัฒนา สุภรณไพบูลย 280,000.00 7. นายธีระ วิภูชนิน 280,000.00 8. นางธิดา ชลวร 244,999.97 9. นายหาญ เชี่ยวชาญ 93,333.32 รวม 2,818,333.29

250,000.00 125,000.00 125,000.00 125,000.00 100,000.00 125,000.00 125,000.00 100,000.00 25,000.00 1,100,000.00

50,000.00 100,000.00 75,000.00 50,000.00 50,000.00 100,000.00 50,000.00 100,000.00 50,000.00 200,000.00 275,000.00 150,000.00

รวม

1,100,000.00 405,000.00 405,000.00 405,000.00 605,000.00 555,000.00 605,000.00 344,999.97 118,333.32 4,543,333.29

บุคคลที่ 8 ไดรับการแตงตั้งเขาเปนกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 20 ก.พ.50 บุคคลที่ 9 ไดลาออกจากการเปนกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 30 เม.ย.50

(3) คาตอบแทนที่กรรมการไดรับจากบริษัทยอยในฐานะกรรมการ หรือหนาที่อื่น

กรรมการบริษัท ซึ่งดํารงตําแหนงกรรมการ หรือหนาที่อื่นในบริษัทยอยของบริษัท มี 3 คน โดยทั้ ง 3 คนดํ า รงตํ า แหน ง กรรมการบริ ษั ท หลั ก ทรั พ ย บี ฟ ท จํ า กั ด (มหาชน) ในรอบป 2551 ได รั บ คาตอบแทนจากบริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) ดังนี้ ชื่อกรรมการ 1. ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม 2. นางกิ่งเทียน บางออ 3. ดร.สาคร สุขศรีวงศ รวม

ตําแหนงในบริษัทยอย ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ กรรมการ

คาตอบแทนที่ไดรับจากบริษทั ยอย คาตอบแทนรายป เบี้ยประชุม รวม 1,200,000.00 230,000.00 1,430,000.00 800,000.00 105,000.00 905,000.00 192,547.95 75,000.00 267,547.95 2,192,547.95 410,000.00 2,602,547.95


ข. คาตอบแทนผูบริหาร ป 2551 บริษัท จายคาตอบแทนรวม (ประกอบดวย : เงินเดือน โบนัส เงินสมทบกองทุนสํารองเลี้ยง ชีพ คาเบี้ยประกันภัยกลุม คารักษาพยาบาล และผลประโยชนอื่น) แกกรรมการที่เปนผูบริหาร และผูบริหาร รวม 15 ราย เปนเงิน 26,008,454.07 บาท เทียบกับป 2550 รวม 17 ราย เปนเงิน 25,298,122.72 บาท

คาตอบแทนอื่น - ไมมี –

สวนไดสวนเสียที่กรรมการมีในสัญญาใดๆ ที่บริษทั ทําขึ้นในรอบป 2551 - ไมมี –


การกํากับดูแลกิจการ คณะกรรมการบริษัทตระหนักและใหความสําคัญตอการดําเนินธุรกิจ และบริหารงานตามแนว ทางการกํากับดูแลกิจการที่ดี เพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการประกอบกิจการ มีการดําเนินงาน ที่โปรงใส ตรวจสอบได และเปนธรรมตอผูมีสวนเกี่ยวของทุกฝาย โดยบริษัทไดมีการกําหนดนโยบายการ กํากับดูแลกิจการที่ดีไวเปนลายลักษณอักษร โดยครอบคลุมในเรื่องสิทธิของผูถือหุน การปฏิบัติตอผูถือ หุนอยางเทาเทียมกัน บทบาทของผูมีสวนไดเสียตาง ๆ การเปดเผยขอมูลและความโปรงใส รวมถึงเรื่อง ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ ทั้งนี้ บริษัทไดเปดเผยนโยบายการกํากับดูแลกิจการที่ดีซึ่งไดรับ ความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทแลว ไวในเว็บไซทของบริษัท ที่ www.bfit.co.th โดยสรุปสวน สําคัญไดดังนี้

สิทธิของผูถือหุนและการปฏิบัติตอผูถือหุนอยางเทาเทียมกัน บริษัทมีการดูแลผูถือหุนมากกวาสิทธิตามกฎหมายโดยการใหขอมูลที่สําคัญและเปนปจจุบันทาง เว็บไซท นอกจากนั้นบริษัทเปดโอกาสใหผูถือหุนสวนนอยเสนอเรื่องเพื่อบรรจุเปนวาระการประชุมและ เสนอบุคคลเขาดํารงตําแหนงกรรมการไดลวงหนา (ดูไดจากเว็บไซทของบริษัทในสวน “ขอมูลสําหรับนัก ลงทุน” ) และเปดโอกาสใหผูถือหุนไดศึกษาขอมูลประกอบการประชุมลวงหนาทางเว็บไซท ไมนอยกวา 30 วันกอนการประชุม โดยแจงรายละเอียด กฎเกณฑและวิธีการประชุมผูถือหุนไวในหนังสือเชิญประชุม ผูถือหุนอยางเพียงพอ พรอมทั้งเสนอชื่อกรรมการอิสระใหเปนผูรับมอบฉันทะจากผูถือหุน โดยภายหลัง การประชุม บริษัทไดจัดทํารายงานการประชุมผูถือหุนซึ่งระบุรายละเอียดที่สําคัญไวอยางครบถวน รวมทั้ ง ได เ ป ด เผยรายงานดั ง กล า วไว ใ นเว็ บ ไซท ข องบริ ษั ท ภายใน 14 วั น หลั ง จากมี ก ารประชุ ม นอกจากนั้น บริษัทไดกําหนดระเบียบการปองกันการใชขอมูลภายในเพื่อมิใหกรรมการ ผูบริหาร และ พนักงานที่มีสวนเกี่ยวของกับขอมูล หาผลประโยชนในทางมิชอบ รวมทั้งไดกําหนดระเบียบการเปดเผย ขอมูลสวนไดเสียของกรรมการ ผูบริหาร และผูที่เกี่ยวของ

สิทธิของผูมีสวนไดเสียกลุมตาง ๆ คณะกรรมการบริษัทมีการดําเนินการดูแลและมีความเชื่อมั่นวาสิทธิตามกฎหมายของผูมีสวนได เสียทุกฝายไมวาจะเปน ผูถือหุน ลูกคา คูคา พนักงานบริษัท ตลอดจนหนวยงานกํากับดูแลตางๆที่ เกี่ยวของจะไดรับความคุมครอง ปฏิบัติดวยความเปนธรรมและความระมัดระวัง ทั้งนี้ตามที่ไดระบุไว อยางชัดเจนในจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ กลาวคือ ผูถือหุน บริษัทมุงมั่นที่จะดําเนินธุรกิจและพัฒนากิจการใหมีความเจริญกาวหนามีความมั่นคง สามารถ สรางผลตอบแทนใหผูถือหุน ปกปองผลประโยชนและดูแลทรัพยสินของบริษัท มีการรายงานผลการ ดําเนินงานที่ครบถวนถูกตองตามความเปนจริงอยางสม่ําเสมอ เปดเผยขอมูลครบถวนโปรงใส ขจัดความ ขัดแยงทางผลประโยชน


ลูกคา บริษัทดําเนินธุรกิจดวยความซื่อสัตย กําหนดราคาในการใหบริการทางการเงินอยางเหมาะสมและ เปนธรรม ใหขอมูลที่ครบถวนถูกตองแกลูกคา เอาใจใสและดําเนินการอยางเปนธรรมและรวดเร็วตอคํา รองเรียนของลูกคา พัฒนาธุรกิจและบริการใหตรงตามความตองการของลูกคา คูคา บริษัทมีการสรางสัมพันธภาพและความเขาใจที่ดีกับคูคา ปฏิบัติตามขอตกลงทางการคาที่ไดทํา กันไว ไมเรียกรองหรือยินยอมที่จะรับทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดซึ่งอยูนอกเหนือขอตกลงทางการคา พนักงาน บริษัทตระหนักดีวาพนักงานทุกคนเปนทรัพยากรที่มีคาของบริษัท และเปนกําลังสําคัญที่จะพา องคกรไปสูความสําเร็จ บริษัทจึงไดใหการสนับสนุนและสงเสริมการศึกษาอบรม และพัฒนาความรู ความสามารถของพนักงานอยางทั่วถึง เพื่อสรางความมั่นคงในอาชีพ ปฏิบัติตอพนักงานโดยเคารพ ศักดิ์ศรีความเปนมนุษย และสิทธิขั้นพื้นฐาน ใหผลตอบแทนดวยความเปนธรรมเหมาะสมกับความรู ความสามารถ ความรั บ ผิ ด ชอบ และผลการปฏิ บั ติ ง านของพนั ก งานแต ล ะคน รวมทั้ ง ดู แ ลรั ก ษา สภาพแวดลอมในการทํางาน โดยคํานึงถึงความปลอดภัยตอชีวิต สุขภาพ และทรัพยสินของพนักงาน นอกจากนั้นบริษัทยังจัดใหมีสวัสดิการตางๆ เพื่อใหพนักงานมีหลักประกันที่มั่นคงเพียงพอตอการ ดํารงชีพ และสามารถดําเนินชีวิตไดอยางมีความสุข เชน สวัสดิการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพเพื่อการออม เงินในอนาคต สวัสดิการประกันชีวิต สวัสดิการรักษาพยาบาล และสวัสดิการเงินกู เปนตน ในภาวะที่ เศรษฐกิจมีปญหาคาครองชีพปรับตัวสูงขึ้นอยางมาก เมื่อกลางป 2551 บริษัทไดพิจารณาชวยเหลือให เงินคาครองชีพแกพนักงานที่มีรายไดนอย (อัตราเงินเดือนไมเกิน 25,000 บาท) คนละ 1,000 บาทตอ เดือน มีผลตั้งแตเดือนมิ.ย.2551 เปนตนไป ชุมชน/สังคม บริษัทไมมีการดําเนินธุรกิจที่สงผลกระทบทางลบโดยตรงตอชุมชนและสังคม อีกทั้งยังสงเสริมให ชุ ม ชน/สั ง คมได รั บ โอกาสในการพั ฒ นาอาย า งต อ เนื่ อ ง เช น การบริ จ าคเงิ น ให กั บ องค ก รทาง พระพุทธศาสนา และการเปดโอกาสใหนักศึกษาในสวนภูมิภาคไดมีโอกาสฝกงานกับบริษัท เพื่อกระจาย ฐานความรูทางการเงินของประเทศใหกวางขวางขึ้น สิ่งแวดลอม บริษัทไมมีการดําเนินธุรกิจที่สงผลกระทบทางลบโดยตรงตอสิ่งแวดลอม อีกทั้งยังสงเสริมให ดําเนินธุรกิจโดยไมใชทรัพยากรธรรมชาติอยางสิ้นเปลือง เชน การริเริ่มจัดทํารายงานทางการเงินผาน ระบบสารสนเทศทางการบริหาร และการนํากระดาษกลับมาใชซ้ํา เพื่อลดการใชทรัพยากรปาไม และการ รณรงคปดไฟสองสวางในชวงเวลาพักเที่ยงเพื่อลดการใชทรัพยากรไฟฟา หนวยงานกํากับดูแล บริษัทมุงมั่นและดําเนินการในการประกอบธุรกิจอยางโปรงใส ปฏิบัติงานใหเปนไปตามระเบียบ กฎเกณฑ ประกาศและคําสั่งของหนวยงานตางๆที่กํากับดูแลบริษัทซึ่งประกอบดวยธนาคารแหงประเทศ ไทย กระทรวงการคลัง สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย ตลาดหลักทรัพย แหงประเทศไทย และสํานักงานปองกันและปราบปรามการฟอกเงินอยางเครงครัด รวมถึงการใหความ รวมมือกับหนวยงานกํากับดูแลดังกลาวอยางเต็มที่


ทั้งนี้ บริษัทเปดโอกาสใหผูมีสวนไดเสียขางตน รองเรียงความเสียหายจากการที่บริษัทละเมิดสิทธิ ตามกฎหมาย ของผูมีสวนไดเสีย รวมถึงแจงเบาะแส หรือขอรองเรียนการกระทําผิดกฎหมาย หรือ จรรยาบรรณ รายงานทางการเงินที่ไมถูกตอง หรือระบบควบคุมภายในที่บกพรองมายังคณะกรรมการ ตรวจสอบ โดยผานทางเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ โดยคณะกรรมการตรวจสอบจะไมเปดเผย ขอมูลของผูแจงเบาะแสตอบุคคลอื่นทั้งภายในและภายนอกบริษัท และจะมีการตรวจสอบขอเท็จจริงอยาง รวดเร็วและเปนธรรม ตลอดจนนําเสนอตอคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาแกไขและ/หรือชดเชย คาเสียหายใหกับผูที่เกี่ยวของตามความเหมาะสมเปนรายกรณี ตอไป

การเปดเผยขอมูลและความโปรงใส บริษัทมีการเปดเผยขอมูลตาง ๆ ตามที่ธนาคารแหงประเทศไทย สํานักงาน ก.ล.ต.และตลาด หลักทรัพยแหงประเทศไทยกําหนดไวอยางถูกตอง ครบถวน ทันเวลา และโปรงใส และเพื่อใหการ เปดเผยขอมูลมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น บริษัทไดบรรจุขอมูลดังตอไปนี้ไวในเว็บไซทของบริษัท 1) 2) 3) 4) 5)

นโยบายการกํากับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ โครงสรางผูถือหุนและคณะกรรมการ วิสัยทัศนและภารกิจ รายงานประจําป ซึ่งรวมถึงนโยบายเกี่ยวกับสิ่งแวดลอมและสังคม งบการเงินและขาวที่บริษัทเผยแพร

นอกจากนั้นบริษัทไดใหคณะกรรมการตรวจสอบเปนผูประเมินประสิทธิภาพในการเปดเผยขอมูล ของบริษัทตอสาธารณชน และใหเลขานุการบริษัทปฏิบัติหนาที่เจาหนาที่นักลงทุนสัมพันธ โดยให สวน บัญชีและรายงาน ฝายกฎหมาย และ Compliance Unit เปนผูสนับสนุนขอมูลที่เกี่ยวของ

ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ องคประกอบคณะกรรมการ ขอ บั ง คั บ บริษั ท กํ า หนดให ค ณะกรรมการบริ ษั ท ประกอบด วยกรรมการไม เ กิ น 9 คน ณ วั น ที่ 31 ธั น วาคม 2551 คณะกรรมการบริ ษั ท ประกอบด ว ยกรรมการจํ า นวน 9 คน องค ป ระกอบ คณะกรรมการสอดคลองตามหลักการกํากับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย และ ขอกําหนดของธนาคารแหงประเทศไทย เรื่องธรรมาภิบาลของสถาบันการเงิน ดังนี้ 1) กรรมการอิสระจํานวน 4 คน ไดแก ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม, นายธีระ วิภูชนิน , นายวัฒนา สุภรณไพบูลย และนายวรกิจ สรางศรีวงศ 2) กรรมการที่เปนผูบริหาร หรือมีสวนรวมในการบริหารงาน จํานวน 2 คน ไดแก ดร.สาคร สุขศรีวงศ และนางกิ่งเทียน บางออ 3) กรรมการที่ไมเปนผูบริหาร จํานวน 3 คน ไดแก นายสุวิช รัตนยานนท, นางธิดา ชลวร และ นายทวีชัย วรรณศิลป


จํานวนกรรมการอิสระมี 4 คน เกินกวา 1 ใน 3 ของจํานวนกรรมการทั้งหมด ประธานกรรมการ เปนกรรมการอิสระ และมิไดเปนประธาน หรือสมาชิกในคณะกรรมการชุดยอย จึงเปนที่เชื่อมั่นไดวามี การถวงดุล โดยกรรมการที่เปนอิสระอยางเหมาะสม และเพียงพอ ภาวะผูนําและวิสัยทัศน กรรมการแตละทานเปนผูมีความรู ประสบการณการทํางาน และความสามารถในดานตาง ๆ ที่เปนประโยชนตอการดําเนินงานของบริษัท นอกจากนั้นบริษัทยังสงเสริมและดําเนินการใหกรรมการ ของบริษัท เขารับการอบรมหลักสูตรตางๆ กับสมาคมสงเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย และสถาบัน อื่น ๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู ความเขาใจในงานและหนาที่ของกรรมการบริษัท ทั้งนี้ กรรมการบริษัททุกคนผานการอบรมหลักสูตร Director Certification Program และ/หรือ Director Accreditation Program รวมทั้งกรรมการตรวจสอบทุกคนผานการอบรมหลักสูตร Audit Committee Program จากสถาบันกรรมการบริษัทไทย คุณสมบัติของกรรมการอิสระ เพื่อใหกรรมการอิสระของบริษัทมีความเปนอิสระอยางแทจริง สอดคลองกับหลักการกํากับดูแล กิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย และขอกําหนดของธนาคารแหงประเทศไทย เรื่อง ธรรมาภิ บ าลของสถาบั น การเงิ น บริ ษั ท ได กํ า หนดให นิ ย ามคํ าว า “กรรมการอิ ส ระ” หมายความถึ ง กรรมการที่ไมมีธุรกิจหรือสวนรวมในการบริหารงาน หรือมีผลประโยชนเกี่ยวของกับบริษัท บริษัทใหญ บริษัทยอย บริษัทรวม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแยง อันอาจมีผลกระทบตอการตัดสินใจโดยอิสระ ของตน และไดกําหนดคุณสมบัติของกรรมการอิสระ ที่เขมงวดกวาขอกําหนดของคณะกรรมการกํากับ หลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย ตามประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน เรื่อง การขออนุญาตและการ อนุญาตใหเสนอขายหุนที่ออกใหม ดังนี้ 1) ถือหุนไม เกินรอ ยละ 0.5 ของจํานวนหุ นที่มีสิท ธิออกเสี ยงทั้งหมดของบริษัท บริษัทใหญ บริษัทยอย บริษัทรวม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแยง ทั้งนี้ ใหนับรวมการถือหุนของผูที่ เกี่ยวของของกรรมการอิสระรายนั้นๆ ดวย 2) ไม เ ป น หรื อ เคยเป น กรรมการที่ มี ส ว นร ว มบริ ห ารงาน ลู ก จ า ง พนั ก งาน ที่ ป รึ ก ษา ที่ ไ ด เงินเดือนประจํา หรือผูมีอํานาจควบคุมของบริษัท บริษัทใหญ บริษัทยอย บริษัทรวม บริษัท ยอยลําดับเดียวกัน หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแยง เวนแตจะไดพนจากการมีลักษณะ ดังกลาวมาแลวไมนอยกวาสองปกอนวันที่ไดรับการแตงตั้ง 3) ไม เ ป น บุ ค คลที่ มี ค วามสั ม พั น ธ ท างสายโลหิ ต หรื อ โดยการจดทะเบี ย นตามกฎหมาย ในลักษณะที่เปนบิดามารดา คูสมรส พี่นอง และบุตร รวมทั้งคูสมรสของบุตร ของผูบริหาร ผูถือหุนรายใหญ ผูมีอํานาจควบคุม หรือบุคคลที่จะไดรับการเสนอใหเปนผูบริหารหรือผูมี อํานาจควบคุมของบริษัท หรือบริษัทยอย


4) ไมมี หรือเคยมีความสัมพันธในลักษณะของการใหบริการทางวิชาชีพ และความสัมพันธทาง ธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ บริษัทยอย บริษัทรวม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแยงใน ลักษณะที่อาจเปนการขัดขวางการใชวิจารณญาณอยางอิสระของตน และไมมีความสัมพันธ อื่นใดที่ทําใหไมสามารถใหความเห็นอยางเปนอิสระเกี่ยวกับการดําเนินงานของบริษัท เวนแต จะไดพนจากการมีลักษณะดังกลาวมาแลวไมนอยกวาสองปกอนวันที่ไดรับการแตงตั้ง ลักษณะความสัมพันธที่อาจเปนการขัดขวางการใชวิจารณญาณอยางอิสระตามวรรค หนึ่ง มีลักษณะ จํานวน หรือมูลคารายการตามเกณฑที่หนวยงานทางการที่กํากับดูแลบริษัท เปนผูกําหนด 5) ไมเปนกรรมการที่ไดรับการแตงตั้งขึ้นเพื่อเปนตัวแทนของกรรมการของบริษัทผูถือหุนราย ใหญ หรือผูถือหุนซึ่งเปนผูที่เกี่ยวของกับผูถือหุนรายใหญของบริษัท 6) ไมมีลักษณะอื่นใดที่ทําใหไมสามารถใหความเห็นอยางเปนอิสระเกี่ยวกับการดําเนินงานของ บริษัท ปจจุบันกรรมการอิสระของบริษัททุกคน มีคุณสมบัติความเปนอิสระครบถวนตามที่บริษัทกําหนด ขางตน การกําหนดวาระการดํารงตําแหนง ขอบังคับของบริษัทมีการกําหนดวาระการดํารงตําแหนงของกรรมการไวอยางชัดเจน โดยในการ ประชุมสามัญผูถือหุนประจําปของบริษัท ทุกครั้งกรรมการจะตองออกจากตําแหนงอยางนอยจํานวนหนึ่ง ในสามโดยอัตรา ถาจํานวนกรรมการจะแบงออกใหเปนสามสวนไมได ก็ใหออกในจํานวนใกลเคียงที่สุด กับสวนหนึ่งในสาม ทั้งนี้ใหกรรมการที่อยูในตําแหนงนานที่สุดเปนผูออกจากตําแหนง กรรมการซึ่งออก จากตําแหนงนั้นอาจจะเลือกเขารับตําแหนงอีกก็ได การดํารงตําแหนงกรรมการในบริษัทอื่นของกรรมการ และผูบริหารระดับสูง เพื่อใหกรรมการและผูบริหารระดับสูง มีเวลาปฏิบัติหนาที่ใหกับบริษัทไดอยางมีประสิทธิภาพและ เพื่อใหสอดคลองกับหลักการกํากับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย และขอกําหนด ธนาคารแหงประเทศไทย เรื่อง ธรรมาภิบาลของสถาบันการเงิน บริษัทไดกําหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับ การดํารงตําแหนงกรรมการในบริษัทอื่นของกรรมการ และผูบริหารระดับสูง ดังนี้ 1) กรรมการ และผูบริหารระดับสูงของบริษัท ไมควรดํารงตําแหนงกรรมการในบริษัทจดทะเบียน เกิน 5 บริษัท 2) กรรมการ และผูบริหารระดับสูงของบริษัท จะดํารงตําแหนงประธานกรรมการ กรรมการที่ เปนผูบริหาร หรือกรรมการผูมีอํานาจลงนามอยางใดอยางหนึ่ง หรือหลายอยางในบริษัทอื่น ไดอีกไมเกิน 3 กลุมธุรกิจ


ปจจุบันไมมีกรรมการ และผูบริหารระดับสูงของบริษัทคนใดที่ดํารงตําแหนงกรรมการในบริษัทจด ทะเบียนเกิน 5 บริษัท และไมมีกรรมการ และผูบริหารระดับสูงของบริษัทคนใดที่ดํารงตําแหนงประธาน กรรมการ กรรมการที่เปนผูบริหาร หรือกรรมการผูมีอํานาจลงนามในบริษัทอื่นเกิน 3 กลุมธุรกิจ คณะอนุกรรมการ คณะกรรมการบริ ษั ท ได อ นุ มั ติ จั ด ตั้ ง คณะกรรมการชุ ด ย อ ยต า ง ๆ เพื่ อ ให ก ารบริ ห ารงานมี ประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งประกอบดวยคณะเจาหนาที่บริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรร หาและพิจารณาคาตอบแทน คณะกรรมการสินเชื่อ คณะกรรมการปรับปรุงโครงสรางหนี้ คณะกรรมการ ลงทุน คณะกรรมการบริหารสินทรัพยและหนี้สิน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการ บริหารความเสี่ยงกลุมธุรกิจทางการเงิน คณะกรรมการแตละชุดดังกลาวขางตนประกอบดวยกรรมการ และ/หรือ ผูบริหารที่เกี่ยวของกับ งานของคณะกรรมการชุดนั้น ๆ การรวมหรือแยกตําแหนง หน า ที่ ข องคณะกรรมการชุ ด ย อ ยต า ง ๆ ที่ รั บ ผิ ด ชอบในงานแต ล ะด า น จะถู ก กํ า หนดโดย คณะกรรมการบริษัท นอกจากนี้อํานาจหนาที่ของประธานกรรมการซึ่งเปนกรรมการอิสระและมิไดถือหุน ในบริษัทก็ไดถูกแบงแยกอยางชัดเจนกับอํานาจหนาที่ของกรรมการผูจัดการซึ่งเปนฝายบริหาร ตลอดจน บริษัทมีนโยบายที่ยึดถือปฏิบัติตลอดมาที่จะไมใหกรรมการของบริษัทคนใดคนหนึ่งมีอํานาจโดยไมจํากัด คาตอบแทนคณะกรรมการและผูบริหาร คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาคาตอบแทน ซึ่งประกอบดวยกรรมการอิสระ 3 ทาน จะเปนผู พิจารณาคาตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท และผูบริหารระดับสูงตั้งแตระดับผูชวยกรรมการ ผูจัดการ ขึ้ น ไป โดยค า ตอบแทนของคณะกรรมการของบริ ษั ท จะนํ า เสนอให ที่ ป ระชุ ม ผู ถื อ หุ น เป น ผู อ นุ มั ติ สวนคาตอบแทนของผูบริหารระดับสูงจะอนุมัติโดยคณะกรรมการบริษัท การประชุมคณะกรรมการ คณะกรรมการบริ ษั ท จะมี ก ารประชุ ม อย า งสม่ํ า เสมอไตรมาสละ 1 ครั้ ง เพื่ อ พิ จ ารณาผลการ ดําเนินงานของบริษัทและพิจารณาอนุมัติงบการเงินและรายงานทางการเงินซึ่งผานการตรวจสอบหรือ สอบทานจากผูสอบบัญชีอิสระ และผานการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบ และอาจมีการประชุม วาระพิเศษเพิ่มเติมตามความจําเปน ทั้งนี้ในรอบป 2551 ที่มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทรวมทั้งสิ้น 6 ครั้ง ในการประชุมที่ผานมาแตละครั้งนั้น เลขานุการคณะกรรมการบริษัทจะมีการจัดสงหนังสือเชิญ ประชุมที่ระบุระเบียบวาระการประชุมและเอกสารประกอบใหกรรมการแตละทานลวงหนากอนการประชุม ไมนอยกวา 7 วัน เพื่อจะไดมีเวลาศึกษาทําความเขาใจ ทั้งนี้ในที่ประชุมกรรมการแตละทานสามารถ เสนอความคิดเห็นไดอยางเปนอิสระ มีเวลาในการอภิปรายอยางเพียงพอ เลขานุการคณะกรรมการ บริ ษั ท จะจดบั น ทึ ก และจั ด ทํ า รายงานการประชุ ม เป น ลายลั ก ษณ อั ก ษรทุ ก ครั้ ง และจะนํ า เสนอ คณะกรรมการเพื่อพิจารณากอนทําการรับรองในการประชุมครั้งตอไป ทั้งนี้รายงานการประชุมที่ผานการ รับรองแลวจะถูกจัดเก็บไวสําหรับการตรวจสอบหรือพิจารณาจากหนวยงานที่เกี่ยวของ นอกจากนี้ สําหรับมติคณะกรรมการบริษัทที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานที่ตองดําเนินการจะถูกแจงใหผูบริหารและ หนวยงานที่เกี่ยวของเพื่อถือปฏิบัติตอไป (จํานวนครั้งในการประชุมคณะกรรมการของกรรมการแตละ ทาน ไดระบุไวในหัวขอ “การจัดการ”)


ความขัดแยงทางผลประโยชน บริษัทยึดมั่นตอหลักการการกํากับดูแลกิจการที่ดี เพื่อชวยปองกันและจัดการความขัดแยงทาง ผลประโยชน ทั้งนี้ไดระบุไวเปนลายลักษณอักษรในจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจของบริษัทดวยการ ปฏิบัติดวยความยุติธรรม เปดเผยรายการขัดแยงทางผลประโยชนใด ๆ ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้บริษัทไดมี การออกระเบียบขอบังคับการทํางานที่กําหนดหามพนักงานของบริษัทกระทําการใด ๆ ที่อาจกอใหเกิด ความขัดแยงทางผลประโยชนกับบริษัทหรือกับลูกคา พนักงานคนใดฝาฝนขอหามดังกลาว หากมีการ ตรวจพบหรือมีขอรองเรียนแลวพบวากระทําจริง ก็จะมีการลงโทษตามระเบียบของบริษัทขั้นต่ําตั้งแต ตักเตือนเปนหนังสือ จนถึงขั้นสูงสุดคือปลดออก จริยธรรมธุรกิจ บริ ษั ท มุ ง มั่ น ในการดํ าเนิ น ธุ ร กิ จ อย า งโปร ง ใส ซื่ อ สั ต ย สุ จ ริ ต และเป น ธรรมภายใต ก รอบของ กฎหมายและตามหลักการกํากับดูแลกิจการที่ดีอยางตอเนื่อง มีความรับผิดชอบตอผูมีสวนไดเสียทุกฝาย และใหความรวมมือในกิจกรรมที่สรางสรรคและนําความเจริญสูสังคม จรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจของบริษัท ไดระบุถึง - กํากับ จัดการ และดําเนินการประกอบธุรกิจของบริษัทดวยความซื่อสัตยสุจริตและโปรงใส เพื่อผลประโยชนของลูกคา ลูกจาง ผูถือหุน และผูที่เกี่ยวของทุกฝาย - พัฒนาและขยายขอบเขตความชํานาญในทางวิชาชีพและความรูของกรรมการ ฝายจัดการ และลูกจางใหกวางขวางขึ้น เพื่อใหสามารถปฏิบัติตามหนาที่และความรับผิดชอบของตนได อยางครบถวนและเหมาะสม - ปฏิบัติงานใหเปนไปตามกฎหมายและขอบังคับของบริษัท - ติดตามและจัดเก็บขอมูลเกี่ยวกับลูกคาใหเปนปจจุบันและอยางเพียงพอ สามารถจัดใหมีคําแนะนําและบริการที่เหมาะสมแกลูกคา

เพื่อใหบริษัท

- จัดใหลูกคาไดทราบถึงขอมูลขาวสารที่มีนัยสําคัญที่เห็นวาถูกตองและเปนปจจุบัน เพื่อให ลูกคาสามารถตัดสินใจทางการเงินไดอยางเหมาะสม - หลีกเลี่ยงความขัดแยงของผลประโยชนที่อาจเกิดขึ้นดวยการปฏิบัติอยางยุติธรรม ดวยการ เปดเผยการขัดแยงของผลประโยชนใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น และดวยการเก็บรักษาความลับของ ลูกคา - เก็บรักษาทรัพยสินของลูกคาใหปลอดภัย และแยกตางหากจากทรัพยสินของบริษัท - รักษาไวซึ่งฐานะการเงินที่มั่นคง มีเงินทุนและสภาพคลองเพียงพอที่จะรองรับภาระผูกพันใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการดําเนินธุรกิจ


- จัดรูปแบบโครงสรางองคกรเพื่อใหบริหารงานมีประสิทธิภาพและมีระบบควบคุมภายในที่ รัดกุม - ใหความรวมมือในกิจกรรมเพื่อจัดใหมีการสรางสรรค และความเจริญสูสังคม - ละเวนการกระทําอันเปนการกลาวรายซึ่งผิดตอกฎหมายหรือไมเปนความจริงตอบริษัทคู แขงขัน - ใหความรวมมือกับเจาหนาที่ในการตรวจสอบหรือรายงานการดําเนินงานอันผิดกฎหมาย (ถามี) ระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน โปรดดูรายละเอียดในหัวขอ “การควบคุมภายใน” รายงานของคณะกรรมการ คณะกรรมการบริ ษั ท จั ด ทํ า รายงานความรั บ ผิ ด ชอบของคณะกรรมการในการจั ด ทํ า รายงาน ทางการเงินประจําป 2551 โดยคณะกรรมการบริษัทไดแตงตั้งและมอบหมายใหคณะกรรมการตรวจสอบ ทําหนาที่ดูแลรับผิดชอบในความถูกตอง ครบถวน และความเชื่อถือไดของงบการเงิน รวมถึงการจัดทํา ตองเปนไปตามาตรฐานบัญชีที่เปนที่รับรองโดยทั่วไป ตามที่ระบุไวในหนาที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ ความสัมพันธกับผูลงทุน บริ ษัท ให ความสํ าคั ญกั บการสร า งความเขา ใจและรักษาความสั มพั นธ ที่ดี กับ ผู ถือ หุน ,ผู ล งทุ น ,นักวิเคราะห และสถาบันตางๆที่เกี่ยวของ ทั้งนี้โดยการเปดเผยขอมูลทางดานการเงินและการดําเนิน ธุรกิจของบริษัทอยางถูกตอง ครบถวน โปรงใสและทันตอเหตุการณผานทางชองทางตางๆ ไมวาจะเปน ทางสื่ออิเล็คโทรนิกสของตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย และการเผยแพรขอมูลผานทางสื่อมวลชน เพื่อใหผูที่เกี่ยวของทุกฝายรับทราบและใชเปนขอมูลประกอบการตัดสินใจ ขอมูลตาง ๆ ของบริษัทยังมี การเผยแพรผานทาง Website ของบริษัท ที่ www.bfit.co.th อีกชองทางหนึ่งดวย

การดูแลเรื่องการใชขอมูลภายใน บริษัทมีมาตรการที่จะปองกันความขัดแยงทางผลประโยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการใชขอมูลภายใน เพื่อปองกันมิใหกรรมการ ผูบริหาร และพนักงานนําขอมูลภายในไปใชเพื่อประโยชนแกตนเองและผูอื่น ทั้งนี้โดยการกําหนดโครงสรางขององคกรอยางชัดเจน มีการแบงแยกอํานาจหนาที่และความรับผิดชอบ ของแตละหนวยงาน มีการจัดทําจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจและระเบียบขอปฎิบัติของพนักงาน ในการหามเปดเผยหรือใชขอมูลภายในเพื่อประโยชนสวนตนในทางมิชอบโดยเด็ดขาด รวมถึงการหาม นําขอมูลใด ๆ เกี่ยวกับฐานะการเงินของบริษัทไปเปดเผยกอนที่จะมีการประกาศอยางเปนทางการ ผูฝาฝนจะไดรับการพิจารณาโทษตามแตกรณี


การควบคุมภายใน คณะกรรมการบริษัทและผูบริหารของบริษัทใหความสําคัญตอการควบคุมภายในที่ดีและผูกพัน ในการดํารงไวซึ่งวัฒนธรรมที่ตระหนักถึงความสําคัญของการจัดการความเสี่ยงและความเพียงพอของ การควบคุมภายในสําหรับการดําเนินงานทุกดานของบริษัท โดยบริษัทกําหนดใหทุกหนวยงานของ บริษัทยึดถือแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการควบคุมภายในเพื่อเปนหลักในการดําเนินธุรกิจของบริษัทและเพื่อ เปนหลักปฏิบัติของพนักงาน นอกจากนี้ ยังกําหนดใหมีการสอบทานประสิทธิผลและความพอเพียงของ กระบวนการบริหารความเสี่ยงและระบบการควบคุมภายในโดยคณะกรรมการตรวจสอบ ผานการหารือ และประเมินผลการปฏิบัติงานของผูตรวจสอบภายใน ซึ่งสาระสําคัญประกอบดวยการพิจารณาความ เหมาะสมของขอบเขต ภาระความรับผิดชอบ แผนการปฏิบัติงาน รวมถึงผลการประเมินความเพียงพอ และคุณภาพของระบบการควบคุมภายใน และรายงานตอคณะกรรมการบริษัทในกรณีที่มีขอเสนอแนะ หรือพบขอบกพรองที่เปนสาระสําคัญ เพื่อใหมีการปรับปรุงแกไขตอไป บริษัทใหความสําคัญกับการกํากับดูแลและการกําหนดวัฒนธรรมของการควบคุม และจัดทํา นโยบายและระเบียบวิธีปฏิบัติงานไวเปนลายลักษณอักษร ทั้งยังจัดใหมีคูมือพนักงานกําหนดระเบียบ วินัยของพนักงาน จรรยาบรรณในวิชาชีพ รวมถึงกําหนดบทลงโทษการกระทําความผิดระเบียบวินัย ทั้งนี้ เพื่อใหการปฏิบัติงานของพนักงานมีประสิทธิภาพ โปรงใส และเปนธรรมตอผูมีสวนไดเสีย นอกจากนี้ ยังไดจัดใหมีการสอบทานการปฏิบัติงานและการควบคุมภายในโดยผูปฏิบัติงานเปน ประจํา เพื่อเสริมสรางใหผูปฏิบัติงานเกิดความรอบคอบระมัดระวังในการปฏิบัติงานบริษัทกําหนดให กิจกรรมการควบคุมเปนสวนหนึ่งของกระบวนการปฏิบัติงานและจัดโครงสรางการควบคุมที่เหมาะสมใน ทุกสวนงาน กระบวนการปฏิบัติงานจะถูกกําหนดใหมีการแบงแยกหนาที่ผูปฏิบัติงาน ผูติดตามควบคุม และประเมินผลออกจากกัน เพื่อใหเกิดการถวงดุลและการตรวจสอบระหวางกันอยางเหมาะสม สําหรับ กิจกรรมที่อาจกอใหเกิดความขัดแยงทางผลประโยชน จะไดรับการระบุและดําเนินการใหเปนไปตาม ระเบียบและขอบังคับตางๆ ที่เกี่ยวของของบริษัท การตรวจสอบและการติดตามดูแลการดําเนินงานของบริษัทใชเกณฑความเสี่ยงซึ่งครอบคลุมการ ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบขอบังคับของทางราชการ นโยบายระเบียบปฏิบัติและจรรยาบรรณ ในการปฏิบัติงานของบริษัท การประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในและการจัดการความ เสี่ยงอยางเหมาะสมทั้งนี้ บริษัทตระหนักเสมอวา การควบคุมภายในถือเปนกระบวนการที่สําคัญของการ ดําเนินธุรกิจของบริษัททําใหการปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ และเกิดความมั่นใจอยางสมเหตุสมผลวาการ ดําเนินงานของบริษัทสามารถบรรลุวัตถุประสงค สรางผลประโยชนตอบแทนในระยะยาว การรายงาน ขอมูลทางการเงินและการดําเนินงานนาเชื่อถือการปฏิบัติงานเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ และขอบังคับ ตางๆ และปองกันมิใหเกิดการกระทําอันอาจกอความเสียหายตอทรัพยสินและชื่อเสียงของบริษัท


รายการระหวางกัน ในป 2551 บริษัทมีการทํารายการระหวางกันกับบุคคลที่เกี่ยวโยงหรือบุคคลที่เกี่ยวของกัน ซึ่ง เปนไปเพื่อการดําเนินธุรกิจของบริษัท รายการดังกลาวเปนไปตามเงื่อนไขทางการคา และเกณฑตาม สัญญาระหวางบริษัทและบริษัทเหลานั้น ซึ่งเปนไปตามเงื่อนไขปกติโดยทั่วไปในการทําธุรกิจของบริษัท ที่ ไ ม แ ตกต า งจากบุ ค คลภายนอก ยกเว น การให กู ยื ม แก พ นั ก งาน ซึ่ ง เป น ไปตามระเบี ย บสวั ส ดิ ก าร พนักงานของบริษัท (โปรดดูหมายเหตุประกอบงบการเงินขอ 7 ของงบการเงินประกอบ) สรุปรายการธุรกิจที่สําคัญกับบุคคลที่เกี่ยวโยงหรือบุคคลที่เกี่ยวของกันในระหวางป 2551 ดังนี้ บุคคลที่มี ผลประโยชนรวม

ลักษณะความสัมพันธ

1. บมจ.หลักทรัพยบีฟท

บริษัทยอย

2. บจ.ปรีดาปราโมทย

มีกรรมการรวมกัน คือ ดร.สาคร สุขศรีวงศ มีกรรมการรวมกัน คือ ดร.สาคร สุขศรีวงศ มีกรรมการรวมกัน คือ นางกิ่งเทียน บางออ มีกรรมการรวมกัน คือ นางกิ่งเทียน บางออ ถือหุนโดยบริษัทที่มีกรรมการ รวมกัน คือ ดร.สาคร สุขศรีวงศ มีกรรมการรวมกัน คือ นางกิ่งเทียน บางออ มีกรรมการรวมกัน คือ นางกิ่งเทียน บางออ มีกรรมการรวมกัน คือ ดร.สาคร สุขศรีวงศ มีกรรมการรวมกัน คือ นางกิ่งเทียน บางออ มีกรรมการรวมกัน คือ ดร.สาคร สุขศรีวงศ มีญาติสนิทของกรรมการบริษัท คือ ดร.สาคร สุขศรีวงศ เปนผูถือหุนรายใหญ มีผูบริหารของบริษัทเปนกรรมการ คือ นายวิชัย กุลสมภพ - มีญาติสนิทของกรรมการบริษัท คือ ดร.สาคร สุขศรีวงศ เปน กรรมการในบริษัทดังกลาว - มีกรรมการอิสระรวมกันคือ นายวัฒนา สุภรณไพบูลย

3. บจ.คอม-ลิงค 4. บจ.จิโรลา (ประเทศไทย) 5. บจ.ไฮ-เทค เน็ทเวิรค 6. บจ.บุญอเนก 7. บจ.เอนกบุญ 8. บจ.เทียร วัน เนทเวิรค 9. บจ.สุรพันธวณิช 10. บจ. บิสแอนดฟน 11. บจ.เอ็กซเซล ลิงค 12. บจ.พลังเกษตร อุตสาหกรรม 13. บจ. สยามโซเคอิ 14. บมจ.ซีฮอรส

ลักษณะรายการ

มูลคา (ลานบาท)

ราคา / อัตราคาธรรมเนียม

- ดอกเบี้ยจายเงินรับฝาก - คานายหนาจาย - ดอกเบี้ยจายเงินรับฝาก

9.8 0.2 14.3

อัตราดอกเบี้ยรอยละ 2.50-3.50 ตอป อัตรารอยละ 0.25 ของมูลคาการซื้อขาย คิดดอกเบี้ยในอัตราปกติที่คิดกับลูกคาทั่วไป

- ดอกเบี้ยจายเงินรับฝาก

2.4

คิดดอกเบี้ยในอัตราปกติที่คิดกับลูกคาทั่วไป

- ดอกเบี้ยจายเงินรับฝาก

0.05

คิดดอกเบี้ยในอัตราปกติที่คิดกับลูกคาทั่วไป

- ดอกเบี้ยจายเงินรับฝาก

1.9

คิดดอกเบี้ยในอัตราปกติที่คิดกับลูกคาทั่วไป

- ดอกเบี้ยจายเงินรับฝาก

8.3

คิดดอกเบี้ยในอัตราปกติที่คิดกับลูกคาทั่วไป

- ดอกเบี้ยจายเงินรับฝาก

0.3

คิดดอกเบี้ยในอัตราปกติที่คิดกับลูกคาทั่วไป

- ดอกเบี้ยจายเงินรับฝาก

0.1

คิดดอกเบี้ยในอัตราปกติที่คิดกับลูกคาทั่วไป

- ดอกเบี้ยจายเงินรับฝาก

0.06

คิดดอกเบี้ยในอัตราปกติที่คิดกับลูกคาทั่วไป

- ดอกเบี้ยจายเงินรับฝาก

0.06

คิดดอกเบี้ยในอัตราปกติที่คิดกับลูกคาทั่วไป

- ดอกเบี้ยจายเงินรับฝาก

0.05

คิดดอกเบี้ยในอัตราปกติที่คิดกับลูกคาทั่วไป

- ดอกเบี้ยจายเงินรับฝาก

0.5

คิดดอกเบี้ยในอัตราปกติที่คิดกับลูกคาทั่วไป

- ดอกเบี้ยจายเงินรับฝาก

0.02

คิดดอกเบี้ยในอัตราปกติที่คิดกับลูกคาทั่วไป

- ดอกเบี้ยจายเงินรับฝาก

11.0

คิดดอกเบี้ยในอัตราปกติที่คิดกับลูกคาทั่วไป


สําหรับ ยอดคงคางระหวางบริษัทและบริษัทที่เกี่ยวของกัน ณ 31 ธันวาคม 2551 มีรายละเอียด ดังนี้ บุคคลที่มีผลประโยชนรวม

ลักษณะความสัมพันธ

1. บมจ.หลักทรัพย บีฟท

บริษัทยอย

2. บจ. ปรีดาปราโมทย

มีกรรมการรวมกัน คือ ดร.สาคร สุขศรีวงศ มีกรรมการรวมกัน คือ นางกิ่งเทียน บางออ ถือหุนโดยบริษัทที่มีกรรมการรวมกัน คือ ดร.สาคร สุขศรีวงศ มีญาติสนิทของกรรมการบริษัท คือ ดร.สาคร สุขศรีวงศ เปนผูถือหุนรายใหญ มีกรรมการรวมกัน คือ ดร.สาคร สุขศรีวงศ มีกรรมการรวมกัน คือ นางกิ่งเทียน บางออ มีกรรมการรวมกัน คือ นางกิ่งเทียน บางออ มีกรรมการรวมกัน คือ ดร.สาคร สุขศรีวงศ มีกรรมการรวมกัน คือ นางกิ่งเทียน บางออ มีกรรมการรวมกัน คือ นางกิ่งเทียน บางออ - มีญาติสนิทของกรรมการบริษัท คือ ดร.สาคร สุขศรีวงศ เปนกรรมการในบริษัท ดังกลาว - มีกรรมการอิสระรวมกัน คือ นายวัฒนา สุภรณไพบูลย

3. บจ.ไฮ-เทค เน็ทเวิรค 4. บจ.บุญเอนก 5. บจ.พลังเกษตรอุตสาหกรรม 6. บจ.คอมลิงค 7. บจ.เอนกบุญ 8. บจ.เทียร วัน เนทเวิรค 9. บจ.สุรพันธวณิช 10. บจ.จิโรลา (ประเทศไทย) 11. บจ. บิสแอนดฟน 12. บมจ.ซีฮอรส

ลักษณะรายการ - เงินกูยืมและเงินรับฝาก บัญชีเพื่อลูกคา - ดอกเบี้ยเงินกูยืมคางจาย - เงินกูยืมและเงินรับฝาก

มูลคา (ลานบาท) 100.0 0.1 510.0

- เงินกูยืมและเงินรับฝาก

40.9

- เงินกูยืมและเงินรับฝาก

25.0

- เงินกูยืมและเงินรับฝาก

21.3

- เงินกูยืมและเงินรับฝาก

100.1

- เงินกูยืมและเงินรับฝาก

9.1

- เงินกูยืมและเงินรับฝาก

4.1

- เงินกูยืมและเงินรับฝาก

2.5

- เงินกูยืมและเงินรับฝาก

2.9

- เงินกูยืมและเงินรับฝาก

2.2

- เงินกูยืมและเงินรับฝาก

600.0

นโยบายหรือแนวโนมการทํารายการระหวางกันในอนาคต บริษัทไดใหความสําคัญตอการบริหารงานภายใตการกํากับดูแลกิจการที่ดี โดยบริษัทมีระเบียบวิธี ปฏิบัติงาน เรื่อง การทํารายการระหวางกันกับบุคคลที่เกี่ยวโยงหรือบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวของ โดย นโยบายในการทํารายการระหวางกันจะเปนไปตามปกติของธุรกิจซึ่งเปนไปในราคาหรือเงื่อนไขที่ไม แตกตางจากบุคคลภายนอก ยกเวนการใหกูยืมแกพนักงาน ซึ่งจะเปนไปตามระเบียบสวัสดิการของ พนักงาน


มาตรการหรือขั้นตอนการอนุมัติการทํารายการระหวางกัน บริษัทพิจารณารายการโดยถือเสมือนเปนการทํารายการที่กระทํากับบุคคลภายนอก การอนุมัติ การทํารายการระหวางกัน สามารถสรุปไดดังนี้ 1. รายการระหวางกันที่เปนไปตามราคาและเงื่อนไขที่ใชกับกรณีลูกคาทั่วไป การอนุมัติรายการ ใหเปนไปตามวงเงินและอํานาจการอนุมัติปกติทั่วไปที่กําหนดในแตละเรื่อง 2. รายการระหวางกันนอกเหนือจากที่กลาวในขอ 1 ตองไดรับการอนุมัติโดยเสียงขางมากจาก คณะเจาหนาที่บริหาร 3. ขอบังคับของบริษัทไดกําหนดใหบริษัทปฏิบัติตามประกาศหรือขอกฎหมายที่เกี่ยวของสําหรับ รายการระหวางกันที่ เขาขายตองไดรับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทและที่ประชุมผูถือหุน นอกจากนี้ บริษัทไดจัดทําสรุปรายการระหวางกันที่เกิดขึ้น และเปดเผยรายการระหวางกันไวใน หมายเหตุประกอบงบการเงินตามมาตรฐานการบัญชี ที่กําหนด ทั้งนี้ บริษัท ไดปฏิบัติตามกฎหมาย ประกาศของสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย และขอกําหนดของตลาด หลักทรัพยแหงประเทศไทยที่เกี่ยวของ เพื่อใหสอดคลองกับหลักการกํากับดูแลกิจการที่ดี โดยในการ ประชุมคณะกรรมการของบริษัทครั้งที่ 4/2551 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2551 ไดอนุมัติในหลักการเกี่ยวกับ ข อ ตกลงทางการค า ที่ มี เ งื่ อ นไขการค า โดยทั่ ว ไปในการทํ า ธุ ร กิ จ ระหว า งบริ ษั ท และบริ ษั ท ย อ ย กั บ กรรมการ ผูบริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวของ ซึ่งเปนไปตามแนวทางของสํานักงานคณะกรรมการ กํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย


คําอธิบายและวิเคราะหฐานะการเงินและผลการดําเนินงาน ภาพรวมของผลการดําเนินงาน ผลการดําเนินงานของบริษัทสําหรับรอบระยะเวลาหนึ่งปสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2551 ซึ่งผาน การตรวจสอบจากผูสอบบัญชีแลว ปรากฏตามงบกําไรขาดทุนเฉพาะ มีผลกําไรสุทธิ 63.54 ลานบาท ลดลง 51.62 ลานบาทหรือลดลงรอยละ 44.82 เมื่อเปรียบเทียบกับผลกําไรสุทธิของป 2550 จํานวน 115.16 ลานบาท สําหรับผลกําไรสุทธิตามงบกําไรขาดทุนรวมในป 2551 มีผลกําไรสุทธิ 76.93 ลาน บาท ลดลง 47.78 ลานบาท หรือลดลงรอยละ 38.32 เมื่อเปรียบเทียบกับกําไรสุทธิของป 2550 จํานวน 124.71 ลานบาท โดยมีรายละเอียดสรุปไดดังนี้ 1. ธุรกิจเงินทุนมีกําไรสุทธิ 63.54 ลานบาท ลดลง 51.62 ลานบาทหรือลดลงรอยละ 44.82 เมื่อ เปรียบเทียบกับกําไรสุทธิจํานวน 115.16 ลานบาทในป 2550 สาเหตุหลักสวนใหญเนื่องมาจากการ ลดลงของรายไดดอกเบี้ยและเงินปนผลสุทธิหลังหักหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญจํานวน 19.24 ลานบาท และการลดลงของรายไดที่มิใชดอกเบี้ยจํานวน 22.73 ลานบาท ในขณะเดียวกันการเพิ่มขึ้นของคาใชจาย ที่มิใชดอกเบี้ยจํานวน 8.77 ลานบาท และการเพิ่มขึ้นของภาษีเงินไดนิติบุคคลจํานวน 0.88 ลานบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.1 รายไดดอกเบี้ยและเงินปนผลสุทธิหลังหักหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญลดลงจากจํานวน 199.68 ลานบาทในป 2550 เปนจํานวน 180.44 ลานบาทในป 2551 หรือลดลง 19.24 ลานบาท โดยสาเหตุหลักมีการลดลงของรายไดดอกเบี้ยและเงินปนผลจํานวน 36.31 ลานบาท แตขณะเดียวกันคาใชจายดอกเบี้ยลดลง 63.30 ลานบาท คาใชจายหนี้สูญและ หนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น 57.29 ลานบาท รายไดจากหนี้สูญไดรับคืนเพิ่มขึ้น 11.06 ลาน บาท 1.2 รายไดที่มิใชดอกเบี้ยของธุรกิจเงินทุนลดลงจากจํานวน 39.14 ลานบาทในป 2550 เปน จํ า นวน 16.41 ล า นบาท ในป 2551 หรื อ ลดลง 22.73 ล า นบาท โดยมี ส าเหตุ ห ลั ก เนื่องมาจากในป 2551 มีกําไรจากเงินลงทุนลดลงจํานวน 15.17 ลานบาท การลดลงของ รายไดคาธรรมเนียมและบริการจํานวน 1.54 ลานบาท การลดลงของรายไดจากการโอน กลับคาเผื่อการดอยคาของทรัพยสินรอการขายจํานวน 5.67 ลานบาท และการลดลงของ รายไดอื่นจํานวน 0.35 ลานบาท 1.3 คาใชจายที่มิใชดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจํานวน 8.77 ลานบาท หรือเพิ่มขึ้นรอยละ 7.89 จาก จํานวน 111.18 ลานบาทในป 2550 เปนจํานวน 119.95 ลานบาทในป 2551 โดยสาเหตุ หลักเปนการเพิ่มขึ้นของการขาดทุนจากการดอยคาของเงินลงทุนจํานวน 12.20 ลาน บาท การเพิ่มขึ้นของการขาดทุนจากการดอยคาของทรัพยสินรอการขายจํานวน 9.87 ลานบาท การเพิ่มขึ้นของคาตอบแทนกรรมการจํานวน 0.58 ลานบาท ในขณะที่มีการ ลดลงของคาใชจายเกี่ยวกับพนักงาน คาใชจายเกี่ยวกับอาคารสถานที่และอุปกรณ คา ภาษีอากร และคาใชจายอื่นจํานวน 0.36 ลานบาท 0.05 ลานบาท 5.74 ลานบาท และ 7.73 ลานบาท ตามลําดับ


1.4 การเพิ่มขึ้นของภาษีเงินไดนิติบุคคลจํานวน 0.88 ลานบาท แมวาในป 2551 จะมีกําไร กอนภาษีเงินไดลดลงจํานวน 50.73 ลานบาท แตเนื่องจากในป 2551 มีรายไดที่ตองบวก กลับเปนคาใชจายเพื่อนํามาคํานวณภาษีเงินไดซึ่งไดแกรายการขาดทุนจากการดอยคา ของทรัพยสินรอการขาย และขาดทุนจากการดอยคาของเงินลงทุน ในขณะที่ป 2550 ไม มีรายการในลักษณะดังกลาว 2. กําไรสุทธิตามงบกําไรขาดทุนรวมลดลงจํานวน 47.78 ลานบาทในป 2551 เปรียบเทียบกับป 2550 สืบเนื่องมาจากกําไรสุทธิจากบริษัทใหญลดลงจํานวน 51.62 ลานบาท ไดรวมเงินปนผล รับจากบริษัทยอยที่ลดลงจํานวน 27.04 ลานบาท สงผลใหกําไรสุทธิของบริษัทใหญที่นํามา จัดทํางบการเงินรวมลดลงจํานวน 24.58 ลานบาท และสาเหตุอีกสวนหนึ่งเกิดจากกําไรสุทธิ จากบริษัทยอยลดลงประมาณ 44.56 ลานบาท หรือลดลงรอยละ 32.03 เมื่อเปรียบเทียบกับ ผลกําไรสุทธิจํานวน 139.11 ลานบาทในป 2550 เปนจํานวน 94.55 ลานบาทในป 2551 โดย เปนผลจากการลดลงของรายไดคานายหนาจากการซื้อขายหลักทรัพย ซึ่งไดรับผลกระทบ อยางตอเนื่องจากปญหาความไมแนนอนทางการเมืองในประเทศ และปญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งสงผลตอสภาพการลงทุนในตลาดทุนทั่วโลก สงผลใหบรรยากาศ การซื้อขายหลักทรัพยในปที่ผานมาคอนขางเบาบาง และยังสงผลใหรายไดจากธุรกรรมวานิช ธนกิจของบริษัทลดลงในป 2551 เนื่องจากการชะลอตัวของการนําบริษัทเขาจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพยของกิจการตางๆ ซึ่งสงผลใหบริษัทมีการรับรูกําไรสุทธิจากบริษัทยอยในการ จัดทํางบกําไรขาดทุนรวมลดลงเปนจํานวน 22.97 ลานบาท

รายไดรวมของบริษัทและบริษัทยอย รายไดหลักของบริษัทประกอบดวยรายไดดอกเบี้ยและเงินปนผล ซึ่งสวนใหญมาจากธุรกิจเงินทุน และรายไดที่มิใชดอกเบี้ยซึ่งสวนใหญมาจากธุรกิจหลักทรัพย ในป 2551 บริษัทมีรายไดจากทั้งสอง สวนรวม 1,134.73ลานบาท ลดลงจาก 1,176.95 ลานบาทในป 2550 หรือลดลงจํานวน 42.22 ลานบาท คิดเปนรอยละ 3.59 โดยเปนการเพิ่มจากรายไดดอกเบี้ยและเงินปนผลจํานวน 8.83 ลานบาท และการ ลดลงจากรายไดที่มิใชดอกเบี้ยจํานวน 51.05 ลานบาท โดยมีรายละเอียดของรายไดรวมดังนี้ (1) รายไดดอกเบี้ยและเงินปนผล ในป 2551 บริษัทมีรายไดจากดอกเบี้ยและเงินปนผลรวมทั้งสิ้น 522.50 ลานบาท เพิ่มขึ้น จํานวน 8.83 ลานบาท หรือเพิ่มขึ้นรอยละ 1.72 เมื่อเทียบกับจํานวน 513.67 ลานบาทในป 2550 โดย เปนรายไดจากเงินใหกูยืมและเงินฝากจํานวน 362.25 ลานบาท รายไดจากเงินลงทุนในหลักทรัพย จํานวน 160.25 ลานบาท รายไดดอกเบี้ยจากเงินใหกูยืมและเงินฝาก เพิ่มขึ้นรอยละ 13.78 หรือเพิ่มขึ้น 43.86 ลาน บาท จากจํานวน 318.39 ลานบาทในป 2550 เพิ่มขึ้นเปนจํานวน 362.25 ลานบาทในป 2551 อันเปนผล จากการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยของเงินใหสินเชื่อในป 2551 ทั้งนี้ในป 2551 บริษัทมีรายไดจากเงินให กูยืมและเงินฝากจากธุรกิจเงินทุนจํานวน 272.76 ลานบาท และจากธุรกิจหลักทรัพยอีกจํานวน 89.49 ลานบาท


สําหรับรายไดดอกเบี้ยและเงินปนผลจากเงินลงทุนในหลักทรัพยของบริษทั ลดลงจาก 195.29 ลานบาทในป 2550 มาเทากับ 160.25 ลานบาทในป 2551 หรือลดลงจํานวน 35.04 ลานบาท คิดเปน การลดลงรอยละ 17.94 (2) รายไดที่มิใชดอกเบี้ย ในป 2551 บริษัทมีรายไดที่มิใชดอกเบี้ยรวมทั้งสิ้น 612.23 ลานบาท ลดลง 51.05 ลานบาท จากจํานวน 663.28 ลานบาทในป 2550 หรือลดลงรอยละ 7.70 โดยเปนรายไดในสวนของธุรกิจเงินทุน จํานวน 16.41 ลานบาท และจากธุรกิจหลักทรัพยจํานวน 595.82 ลานบาท ในสวนของธุรกิจเงินทุน รายไดในสวนนี้ประกอบดวยกําไรจากเงินลงทุนในหลักทรัพยสุทธิจํานวน 6.97 ลานบาท รายไดคาธรรมเนียมและบริการจํานวน 9.19 ลานบาท ซึ่งสวนใหญมาจากคาธรรมเนียม ในการเปนผูแทนผูถือหุนกูและคาธรรมเนียมสินเชื่อ และรายไดอื่น ๆ อีกจํานวน 0.25 ลานบาท อนึ่ง การที่รายไดที่มิใชดอกเบี้ยของธุรกิจเงินทุนในป 2550 ลดลงจากจํานวนรวม 39.14 ลานบาท มาเปน 16.41 ลานบาท ในป 2551 นั้น มีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของกําไรจากเงินลงทุนจํานวน 15.17 ลาน บาท การลดลงของรายไดคาธรรมเนียมและบริการจํานวน 1.54 ลานบาท การลดลงของรายไดจากการ โอนกลับคาเผื่อการดอยคาของทรัพยสินรอการขายจํานวน 5.67 ลานบาท และการลดลงของรายไดอื่น จํานวน 0.35 ลานบาท ในสวนของธุรกิจหลักทรัพย รายไดที่มิใชดอกเบี้ยลดลงจากจํานวน 624.14 ลานบาทในป 2550 เปน 596.86 ลานบาทในป 2551 หรือลดลงจํานวน 27.28 ลานบาท คิดเปนรอยละ 4.37 โดยรายได คาธรรมเนียมนายหนาซื้อขายหลักทรัพยปรับตัวลดลง จากจํานวน 610.22 ลานบาท ในป 2550 เปน 502.87 ลานบาทในป 2551 หรือลดลงจํานวน 107.35 ลานบาท คิดเปนรอยละ 17.59 โดยมีสาเหตุจาก ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพยที่ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับป 2550 ซึ่งไดรับผลกระทบอยางตอเนื่องจาก ปญหาความไมแนนอนทางการเมืองในประเทศ และปญหาวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่ง สงผลตอสภาพการลงทุนในตลาดทุนทั่วโลก

คาใชจายการดําเนินงาน คาใชจายในการดําเนินงานประกอบดวยคาใชจายดอกเบี้ยซึ่งเปนคาใชจายหลักในธุรกิจเงินทุน และ คาใชจายที่มิใชดอกเบี้ยซึ่งเปนคาใชจายหลักในธุรกิจหลักทรัพยและเปนคาใชจายรองในธุรกิจเงินทุน โดยมี รายละเอียดดังนี้ (1) คาใชจายดอกเบี้ย ตามงบการเงินรวมของบริษัท คาใชจายทางดานดอกเบี้ยในป 2551 รวมทั้งสิ้น 198.82 ลาน บาท ลดลงจํานวน 54.19 ลานบาท เมื่อเทียบกับจํานวน 253.01ลานบาทในป 2550 หรือลดลงรอยละ 21.42 สําหรับธุรกิจเงินทุนโดยเฉพาะซึ่งไดรวมเงินฝากจากบริษัทยอยดวยนั้น คาใชจายทางดาน ดอกเบี้ยในป 2551 ลดลงจากจํานวน 248.82 ลานบาทในป 2550 เปน 185.51 ลานบาทในป 2551 สืบเนื่องจากยอดเงินกูยืมและเงินรับฝากโดยเฉลี่ยลดลงจากจํานวน 6,199.26 ลานบาทในป 2550 เปน 5,634.45 ลานบาท ในป 2551 และเปนผลจากอัตราดอกเบี้ยเงินรับฝากที่ลดลง ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย ของป 2551 เทากับรอยละ 3.29 ซึ่งต่ํากวาอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยรอยละ 3.99 ในป 2550


สําหรับธุรกิจหลักทรัพย คาใชจายทางดานดอกเบี้ยในป 2551 เพิ่มขึ้นจากจํานวน 4.19 ลาน บาทในป 2550 เปน 13.30 ลานบาทในป 2551 เพิ่มขึ้น 9.11 ลานบาท ซึ่งเปนไปตามภาวะการซื้อขาย ของลูกคาในระบบเครดิตบาลานซ (2) คาใชจายที่มิใชดอกเบี้ย คาใชจายที่มิใชดอกเบี้ยตามงบการเงินรวมของบริษัทสําหรับป 2551 รวมทั้งสิ้น 668.87 ลาน บาทเพิ่มขึ้นจํานวน 52.70 ลานบาทเมื่อเทียบกับจํานวน 616.17 ลานบาทในป 2550 หรือเพิ่มขึ้นรอยละ 8.55 โดยเปนคาใชจายของธุรกิจเงินทุนจํานวน 119.95 ลานบาท และคาใชจายทางดานธุรกิจหลักทรัพย จํานวน 548.92 ลานบาท คาใชจายที่มิใชดอกเบี้ยทางดานธุรกิจเงินทุนจํานวน 119.95 ลานบาทในป 2551 เพิ่มขึ้น จํานวน 8.77 ลานบาท เมื่อเทียบกับจํานวน 111.18 ลานบาทในป 2550 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของ ขาดทุนจากการดอยคาของเงินลงทุนจํานวน 12.20 ลานบาท การเพิ่มขึ้นของขาดทุนจากการดอยคาของ ทรัพยสินรอการขายจํานวน 9.87 ลานบาท และการเพิ่มขึ้นของคาตอบแทนกรรมการจํานวน 0.58 ลาน บาท ในขณะที่มีการลดลงของคาใชจายเกี่ยวกับพนักงาน คาภาษีอากร คาใชจายเกี่ยวกับอาคารสถานที่ และอุปกรณ และคาใชจายอื่นรวมเปนจํานวน 13.88 ลานบาท คาใชจายที่มิใชดอกเบี้ยของธุรกิจหลักทรัพยเพิ่มขึ้นจากจํานวน 504.99 ลานบาท ในป 2550 เปน 553.10 ลานบาทในป 2551 หรือเพิ่มขึ้นจํานวน 48.11 ลานบาท คิดเปนรอยละ 9.53 คาใชจายที่ เพิ่มขึ้นมามีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของคาใชจายเกี่ยวกับพนักงานจํานวน 38.46 ลานบาท การ เพิ่มขึ้นของคาธรรมเนียมและบริการจายในธุรกิจหลักทรัพยจํานวน 3.56 ลานบาท สืบเนื่องจากการเริ่ม ประกอบธุรกรรมนายหนาซื้อขายสัญญาซื้อขายลวงหนาของบริษัทยอย การเพิ่มขึ้นของคาตอบแทน กรรมการจํานวน 1.76 ลานบาท เนื่องจากบริษัทยอยมีจํานวนกรรมการเพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้นของหนี้สงสัย จะสู ญ จํ า นวน 3.60 ล า นบาท และการเพิ่ ม ขึ้ น ของค า ใช จ า ยอื่ น เป น จํ า นวน 2.78 ล า นบาท ใน ขณะเดียวกันมีคาใชจายเกี่ยวกับอาคารสถานที่และอุปกรณลดลงจํานวน 0.98 ลานบาท และการลดลง ของคาภาษีอากรคือภาษีธุรกิจเฉพาะเปนจํานวน 1.07 ลานบาท ซึ่งเปนผลจากการลดอัตราภาษีธุรกิจ เฉพาะตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 469 สําหรับรายไดดอกเบี้ยบางประเภท จากอัตราภาษีรอยละ 3 ลดลงเหลือรอยละ 0.01 ซึ่งใชบังคับตั้งแตวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2551 เปนตนไป

กําไรสุทธิ ผลการดําเนินงานของบริษัทสําหรับระยะเวลาบัญชีหนึ่งปสิ้นสุดวันที่ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 ปรากฎตามงบกําไรขาดทุนเฉพาะ มีผลกําไรสุทธิ 63.54 ลานบาท ลดลง 51.62 ลานบาท หรือลดลงรอย ละ 44.82 เมื่อเปรียบเทียบกับผลกําไรสุทธิของป 2550 จํานวน 115.16 ลานบาท สําหรับผลกําไรสุทธิ ตามงบกําไรขาดทุนรวมในป 2551 มีผลกําไรสุทธิ 76.93 ลานบาท ลดลง 47.78 ลานบาท คิดเปนรอยละ 38.32 เมื่อเปรียบเทียบกับผลกําไรสุทธิของป 2550 จํานวน 124.71 ลานบาท สาเหตุสําคัญที่กําไรสุทธิ ตามงบกําไรขาดทุนรวมในป 2551 ลดลงจากกําไรสุทธิในป 2550 มีดังนี้


(1) ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจเงินทุนมีกําไรสุทธิ 63.54 ลานบาท ลดลง 51.62 ลานบาท หรือลดลงรอยละ 44.82 เมื่อ เปรียบเทียบกับกําไรสุทธิจํานวน 115.16 ลานบาทในป 2550 การที่กําไรสุทธิในป 2551 ลดลงเนื่องจาก การลดลงของรายไดดอกเบี้ยและเงินปนผลสุทธิหลังหักหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญจํานวน 19.24 ลาน บาท และการลดลงของรายไดที่มิใชดอกเบี้ยจํานวน 22.73 ลานบาท ในขณะเดียวกันการเพิ่มขึ้นของ คาใชจายที่มิใชดอกเบี้ยจํานวน 8.77 ลานบาท และการเพิ่มขึ้นของภาษีเงินไดนิติบุคคลจํานวน 0.88 ลานบาท (2) ธุรกิจหลักทรัพย ผลการดําเนินงานตามงบการเงินรวมของบริษัทยอยสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2551 ปรากฏผล กําไรสุทธิ 94.55 ลานบาท ลดลง 44.56 ลานบาทหรือรอยละ 32.03 เมื่อเปรียบเทียบกับกําไรสุทธิจาํ นวน 139.11 ลานบาทในป 2550 โดยกําไรสุทธิที่ลดลงนี้เปนผลจากลดลงของรายไดคานายหนาจากการซื้อ ขายหลักทรัพยจาก 610.22 ลานบาทในป 2550 เปน 502.87 ลานบาทในป 2551 ลดลง 107.35 ลาน บาทหรือรอยละ 17.59 ซึ่งรายไดคานายหนาจากการซื้อขายหลักทรัพยไดรับผลกระทบอยางตอเนื่องจาก ปญหาความไมแนนอนทางการเมืองในประเทศ และปญหาวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่ง สงผลตอสภาพการลงทุนในตลาดทุนทั่วโลก สงผลใหบรรยากาศการซื้อขายหลักทรัพยในปที่ผานมา คอนขางเบาบาง และยังสงผลใหรายไดจากธุรกรรมวานิชธนกิจของบริษัทลดลงในป 2551 เนื่องจากการ ชะลอตัวของการนําบริษัทเขาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยของกิจการตาง ๆ อยางไรก็ตามในเดือน กันยายน 2551 บริษัทยอยไดเริ่มประกอบธุรกิจนายหนาซื้อขายสัญญาซื้อขายลวงหนาและรับรูรายได จากสว นงานนี้จํ านวน 8.10 ล านบาท ซึ่ง รายไดจากตลาดอนุพั นธ นี้มี แนวโน มเพิ่ม สูง ขึ้น ในอนาคต เนื่องจากการสนับสนุนของหนวยงานทางการตลอดจนการเพิ่มขึ้นของผูลงทุนที่สนใจการลงทุนในตรา สารอนุพันธนอกเหนือจากตราสารทุนเดิม นอกจากนี้บริษัทยอยยังคงนโยบายเพิ่มสัดสวนโครงสราง รายไดทั้งจากกําไรจากการซื้อขายหลักทรัพยของบริษัท รายไดดอกเบี้ยและเงินปนผล ตลอดจนดอกเบี้ย เงินใหกูยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย เปนตน เพื่อเปนการเพิ่มชองทางการหารายไดของบริษัท อยางไรก็ตามเนื่องจากการขยายธุรกิจในสายธุรกิจใหม รวมถึงภาวะการแขงขันของธุรกิจที่สูงขึ้น ในปที่ผานมา ทําใหบริษัทยอยมีคาใชจายในการดําเนินงานปรับตัวสูงขึ้นเชนกันทั้งในสวนของคาใชจาย ในการกูยืมเงิน คาธรรมเนียมและบริการจายคาใชจายเกี่ยวกับพนักงาน คาตอบแทนกรรมการ และ คาใชจายอื่น ๆ สงผลใหกําไรสุทธิของบริษัทยอยลดลงในป 2551 ตามที่ไดกลาวแลวขางตน นอกจากนี้ในระหวางป 2551 บริษัทยอยไดซื้อเงินลงทุนในบริษัทยอยไดแกบริษัท เอ.เอ็น.ที. (ไทยแลนด) จํากัด ซึ่งประกอบธุรกิจนายหนาซื้อ ขายสินคาเกษตรลวงหนา ซึ่งมีผลการดําเนินงาน ขาดทุนสุทธิ 0.47 ลานบาท เมื่อรวมผลการดําเนินงานกับบริษัทยอยปรากฏผลกําไรสุทธิตามงบกําไร ขาดทุนรวมป 2551 ทั้งสิ้น 94.55 ลานบาท กําไรสุทธิของบริษัทยอยประจําป 2551 ปรากฏตามงบกําไรขาดทุนรวมของบริษัทยอยมีจํานวน 94.55 ลานบาท คิดเปนกําไรตอหุนเทากับหุนละ 0.1171 บาท ลดลงรอยละ 32.66 เมื่อเปรียบเทียบกับ กําไรต อหุ นหุ น ละ 0.1739 บาทในป 2550 โดยกํา ไรสุท ธิต อหุ นป 2551 นี้ ได รับ ผลกระทบจากการ


เปลี่ยนแปลงของจํานวนหุนสามัญของบริษัทจากการใชสิทธิซื้อหุนสามัญตามโครงการเสนอขาย ESOP ใหแกพนักงานของบริษัทในระหวางป 2551 ที่ผานมา กลาวคือในป 2550 และป 2551 จํานวนหุนสามัญ ถัวเฉลี่ยถวงน้ําหนักเทากับ 800 ลานหุน และ 807.12 ลานหุนตามลําดับ โดยสรุปกําไรสุทธิของบริษัทในป 2551 ตามงบกําไรขาดทุนเฉพาะมีจํานวน 63.54 ลานบาท คิด เปนกําไรตอหุนเทากับ 0.32 บาทตอหุน เปรียบเทียบกับจํานวน 0.58 บาทตอหุนในป 2550 สวนกําไร สุทธิตามงบกําไรขาดทุนรวมในป 2551 มีจํานวน 76.93 ลานบาท คิดเปนกําไรตอหุนเทากับ 0.38 บาท ตอหุน เปรียบเทียบกับจํานวน 0.62 บาทตอหุนในป 2550

ฐานะทางการเงิน สินทรัพย บริษัทและบริษัทยอยมีสินทรัพยรวมตามงบการเงินรวมของบริษัทสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 จํานวน 8,850.87 ลานบาท ลดลงจํานวน 532.62 ลานบาท หรือรอยละ 5.68 เมื่อเทียบกับจํานวน 9,383.49 ลานบาท ณ สิ้นป 2550 สินทรัพยหลักของบริษัทประกอบดวยสินทรัพยทางการเงินอันไดแกเงินสดและเงินฝากสถาบัน การเงิน ตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแหงประเทศไทย เงินลงทุนในหลักทรัพย เงินใหกูยืมลูกหนี้และ ดอกเบี้ยคางรับ และทรัพยสินอื่น ๆ โดยมีรายละเอียดสําหรับสินทรัพยหลักดังนี้

เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน เงินใหกูยืมแกสถาบันการเงิน หลักทรัพยซื้อโดยมีสัญญาขายคืน เงินลงทุนในหลักทรัพยสุทธิ ลูกหนี้สํานักหักบัญชี เงินใหกูยืมและดอกเบี้ยคางรับสุทธิ ทรัพยสินรอการขายสุทธิ ที่ดิน อาคารและอุปกรณสุทธิ ทรัพยสินอื่น ๆ

31 ธันวาคม 2551 ลานบาท % 355.65 4.02 2,605.53 29.44 2,092.33 23.64 76.04 0.86 3,524.55 39.82 45.54 0.51 42.92 0.49 108.31 1.22

31 ธันวาคม 2550 เปลี่ยนแปลง ลานบาท % ลานบาท 369.55 3.94 (13.90) 978.34 10.43 1,627.19 398.00 4.24 (398.00) 2,846.06 30.33 (753.73) 76.04 4,607.68 49.10 (1,083.13) 58.28 0.62 (12.74) 56.25 0.60 (13.33) 69.33 0.74 38.98

ณ สิ้นป 2551 บริษัทมีการลงทุนในตราสารหนี้ของธนาคารแหงประเทศไทยเปนจํานวน 1,030 ลาน บาท (รวมอยูในเงินใหกูยืมแกสถาบันการเงิน) หรือประมาณรอยละ 11.64 ของสินทรัพยรวม ณ สิ้นป 2550 บริษัทมีการลงทุนในหลักทรัพยซื้อโดยมีสัญญาขายคืน ซึ่งเปนการลงทุนผานตลาด ซื้อคืนพันธบัตรของธนาคารแหงประเทศไทยเปนจํานวน 398 ลานบาท หรือประมาณรอยละ 4.24 ของ สินทรัพยรวม


เงินลงทุนในหลักทรัพย (สุทธิ) ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2551 มีจํานวน 2,092.33 ลานบาท ลดลงจาก สิ้นป 2550 จํานวน 753.73 ลานบาท โดยมีราคาทุนและคาปรับมูลคาดังตอไปนี้ (หนวย : ลานบาท) 1. ตราสารทุนและตราสารหนี้ในตลาดหลักทรัพยเพื่อคาในราคาทุน

1.1 ตราสารทุนในความตองการของตลาดในประเทศ 1.2 ตราสารหนี้เอกชน รวมตนทุน หัก คาปรับมูลคา รวมตราสารทุนและตราสารหนี้เพื่อคา

2. เงินลงทุนเผื่อขาย

2.1 ตราสารหนี้เอกชนครบกําหนด 1 ป 2.2 ตราสารหนี้เอกชนครบกําหนดมากกวา 1 ป 2.3 พันธบัตรรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ 2.4 ตราสารทุนในความตองการของตลาดในประเทศ 2.5 อื่น ๆ รวมตนทุน บวก (หัก) คาปรับมูลคา รวมหลักทรัพยเผื่อขาย

3. ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกําหนด

3.1 พันธบัตรรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ 3.2 ตราสารหนี้ภาคเอกชน 3.3 ลูกหนี้บรรษัทบริหารสินทรัพยไทย รวมตราสารหนี้ หัก คาเผื่อการดอยคาและผลขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น ตราสารหนี้ที่จะถือครบกําหนดสุทธิ

4. ตราสารทุนที่ไมอยูในความตองการของตลาดในประเทศ

ตราสารทุนที่ไมอยูในความตองการของตลาดในประเทศ หัก คาเผื่อการดอยคา รวมเงินลงทุนทั่วไป รวมเงินลงทุนในหลักทรัพย

2551

2550

เปลี่ยนแปลง

33.01 100.00 133.01 (11.55) 121.46

96.14 270.14 366.28 (15.79) 350.49

(63.13) (170.14) (233.27) 4.24 (229.03)

198.71 1,048.32 280.06 122.71 149.75 1,799.55 (53.59) 1,745.96

364.33

(165.62) (93.39) 4.99 34.40 (9.68) (229.30) (54.43) (283.73)

129.37 160.39 289.76 (89.52) 200.24

99.71 227.38

275.07 88.31 159.43 0.84

520.69 (96.48) 424.21

(99.71) (98.01) (33.21) (230.93) 6.96 (223.97)

70.53 73.04 (45.86) (31.37) 24.67 41.67 2,092.33 2,846.06

(2.51) (14.49) (17.00) (753.73)

เงินลงทุนรวมในหลักทรัพย (สุทธิ) ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2551 เทากับ 2,092.33 ลานบาท ลดลงจากป 2550 จํานวน 753.73 ลานบาท โดยแบงเปน เงินลงทุนชั่วคราว (สุทธิ) ลดลง 506.48 ลาน บาท และ เงินลงทุนระยะยาว (สุทธิ) ลดลง 247.25 ลานบาท


(หนวย : ลานบาท) งบการเงินรวม 31 ธันวาคม 2551 31 ธันวาคม 2550 ราคาทุน / มูลคายุติธรรม ราคาทุน / มูลคายุติธรรม / / ราคาตามบัญชี ราคาตลาด ราคาตามบัญชี ราคาตลาด เงินลงทุนชั่วคราว เงินลงทุนเพื่อคา ตราสารทุนในความตองการของตลาดในประเทศ หนวยลงทุน รวม คาเผื่อการปรับมูลคา รวมเงินลงทุนเพื่อคา – สุทธิ เงินลงทุนเผื่อขาย หลักทรัพยรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ภาคเอกชน รวม คาเผื่อการปรับมูลคา รวมเงินลงทุนเผื่อขาย – สุทธิ ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกําหนด - ภายใน 1 ป หลักทรัพยรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ภาคเอกชน ตั๋วแลกเงิน หัก: สวนลดรับรอตัดบัญชี สุทธิ รวมตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกําหนด - ภายใน 1 ป - สุทธิ เงินลงทุนชั่วคราว – สุทธิ

33.01 100.00 133.01 (11.55) 121.46

14.86 106.60 121.46 121.46

96.14 270.14 366.28 (15.79) 350.49

73.80 276.69 350.49 350.49

10.00 198.71 208.71 1.37 210.08

10.19 199.89 210.08 210.08

39.95 364.33 404.28 (0.65) 404.93

39.91 365.02 404.93

108.40 -

99.71 41.76 50.00 (0.47) 49.53

108.40 439.94

191.00 946.42

404.93


(หนวย : ลานบาท) งบการเงินรวม 31 ธันวาคม 2550 31 ธันวาคม 2551 ราคาทุน / มูลคายุติธรรม ราคาทุน / มูลคายุติธรรม / / ราคาตามบัญชี ราคาตลาด ราคาตามบัญชี ราคาตลาด เงินลงทุนระยะยาว เงินลงทุนเผือ่ ขาย หลักทรัพยรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ภาคเอกชน ตราสารทุนในความตองการของตลาดในประเทศ หนวยลงทุน อื่น ๆ รวม คาเผื่อการปรับมูลคา รวมเงินลงทุนเผือ่ ขาย – สุทธิ ตราสารหนีท้ ี่จะถือจนครบกําหนด หลักทรัพยรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ภาคเอกชน ตั๋วสัญญาใชเงินจาก บสท. หัก: คาเผือ่ ผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้น สุทธิ รวมตราสารหนี้ทจี่ ะถือจนครบกําหนด - สุทธิ เงินลงทุนทั่วไป ตราสารทุนที่ไมอยูในความตองการของ ตลาดในประเทศ หัก: คาเผื่อการดอยคา รวมเงินลงทุนทั่วไป - สุทธิ เงินลงทุนระยะยาว - สุทธิ

270.06 1,048.32 122.71 149.75 1,590.84 (54.96) 1,535.88

277.58 1,070.67 67.54 120.03 0.06 1,535.88 1,535.88

235.12 1,141.71 88.31 159.43 1,624.57 0.19 1,624.76

20.97 160.39 (89.52) 70.87 91.84

136.09 193.60 (96.48) 97.12 233.21

70.53 (45.86) 24.67 1,652.39

73.04 (31.37) 41.67 1,899.64

231.24 1,140.63 95.87 157.02 1,624.76 1,624.76

เงินลงทุนตามงบการเงินรวม ณ 31 ธันวาคม 2551 มีมูลคาตามราคาทุนสุทธิจากคาเผื่อการปรับ มูลคาและคาเผื่อการดอยคาทั้งสิ้น 2,092.33 ลานบาท ลดลงจาก 2,846.06 ลานบาท ในป 2550 จํานวน 753.73 ลานบาท หรือลดลงรอยละ 26.48 เหตุผลสวนใหญเกิดจากการลดสัดสวนการลงทุนในตราสาร เพื่ อ ค าของบริ ษั ท ย อย และการลดลงของตราสารหนี้ เ ผื่ อ ขายและที่ จ ะถือ จนครบกํ า หนดของบริ ษั ท เนื่องมาจากการรับชําระคืนเงินตน ทั้งนี้ เงินลงทุน ณ 31 ธันวาคม 2551 แบงเปน เงินลงทุนชั่วคราว 439.94 ลานบาท คิดเปนสัดสวนรอยละ 21.03 และ เงินลงทุนระยะยาว 1,652.39 ลานบาท คิดเปน สัดสวนรอยละ 78.97


เงินลงทุนชั่วคราวจํานวน 439.94 ลานบาท ซึ่งเปนเงินลงทุนจากธุรกิจเงินทุนจํานวน 318.48 ลานบาท และเปนเงินลงทุนเพื่อคาจากธุรกิจหลักทรัพยจํานวน 121.46 ลานบาท ลดลงจากจํานวน 946.42 ในป 2550 เหตุผลสวนใหญเกิดจากการลดเงินลงทุนเพื่อคา และการรับชําระคืนเงินตนของตรา สารหนี้ตาง ๆ เงินลงทุนระยะยาวจํานวน 1,652.39 ลานบาท ซึ่งเปนเงินลงทุนจากธุรกิจเงินทุนจํานวน 1,642.32 ลานบาท ประกอบดวย ตราสารหนี้รัฐและเอกชน 1,274.32 ลานบาท ตราสารทุนในความตองการของ ตลาดในประเทศและหนวยลงทุน 272.46 ลานบาท ตั๋วสัญญาใชเงินจากบรรษัทบริหารสินทรัพยไทยสุทธิ จากคาเผื่อผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้น 70.87 ลานบาท และตราสารทุนที่ไมอยูในความตองการของตลาด ในประเทศสุทธิจากคาเผื่อการดอยคา 24.67 ลานบาท และเปนเงินลงทุนจากธุรกิจหลักทรัพยซึ่งเปนตรา สารหนี้เอกชนจํานวน 10.07 ลานบาท เงินลงทุนระยะยาวโดยรวมมีมูลคาลดลงรอยละ 13.02 จากป 2550 เหตุผลสวนใหญเนื่องจากการรับชําระคืนเงินตนของตราสารหนี้ รวมถึงการจําหนายและการดอย คาของเงินลงทุนที่ไมอยูในความตองการตลาดในประเทศ เงิน ให กูยืม และดอกเบี้ย คางรับ สุทธิ จากคาเผื่ อ หนี้สงสัยจะสู ญและค าปรับ มูลค าจากการปรั บ โครงสรางหนี้มีจํานวนทั้งสิ้น 3,524.55 ลานบาท ลดลงจากยอด 4,607.68 ลานบาท ณ สิ้นป 2550 หรือ ลดลงจํานวน 1,083.13 ลานบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

เงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุน ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและสัญญาซื้อขายลวงหนา ดอกเบี้ยคางรับ รวมเงินใหกูยืมและดอกเบี้ยคางรับ หัก คาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ คาเผื่อการปรับมูลคาจากการปรับโครงสราง หนี้ เงินใหกูยืมและดอกเบี้ยคางรับสุทธิ

2551 (ลานบาท) 3,496.61 410.96 8.89 3,916.46 (391.91) 0.00

2550 (ลานบาท) 3,563.46 1,313.12 4.32 4,880.90 (272.93) (0.29)

เปลี่ยนแปลง (ลานบาท) (66.85) (902.16) 4.57 (964.44) (118.98) 0.29

3,524.55

4,607.68

(1,083.13)

การลดลงของเงินใหกูยืมลูกหนี้และดอกเบี้ยคางรับสุทธิ เปนการลดลงของเงินใหกูยืมและลูกหนี้ ในธุรกิจเงินทุนจํานวน 66.85 ลานบาท โดยเปนการลดลงของสินเชื่อธุรกิจระยะสั้น และการลดลงของ ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและสัญญาซื้อขายลวงหนาจํานวน 902.16 ลานบาท จาก 1,313.12 ลานบาท ณ สิ้นป 2550 มาเปน 410.96 ลานบาท ณ สิ้นป 2551 โดยเปนการลดลงของลูกหนี้ซื้อหลักทรัพยดวยเงิน สดจํานวน 507.40 ลานบาท การลดลงของเงินใหกูยืมเพื่อซื้อหลักทรัพยจํานวน 417.03 ลานบาท การ เพิ่มขึ้นของลูกหนี้ผอนชําระ และการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้ธุรกิจสัญญาซื้อขายลวงหนา จํานวน 22.17 ลาน บาท และจํานวน 0.10 ลานบาท ตามลําดับ สําหรับคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและคาเผื่อการปรับมูลคาจาก การปรับโครงสรางหนี้รวมกันเพิ่มขึ้นจาก 273.22 ลานบาท ณ สิ้นป 2550 มาเปน 391.91 ลานบาท ณ


สิ้นป 2551 หรือเพิ่มขึ้นสุทธิ 118.69 ลานบาท ซึ่งเปนการเพิ่มขึ้นของธุรกิจเงินทุนเกือบทั้งจํานวน อยางไรก็ตามบริษัทยังคงระมัดระวังการปลอยสินเชื่อเพิ่ม ขณะเดียวกันทางบริษัทยังคงเนนการปลอย สินเชื่อระยะสั้นเพื่อเปนเงินทุนหมุนเวียนใหแกบริษัทตาง ๆ ซึ่งฐานลูกคาของบริษัทสวนใหญเปนลูกคา ขนาดกลางและขนาดยอม (SME)

หนี้สิน ตามงบการเงินรวม ณ สิ้นป 2551 บริษัทและบริษัทยอยมีหนี้สิ้นรวมทั้งสิ้น 5,751.95 ลานบาท ลดลงจากจํานวน 6,253.23 ลานบาท ณ สิ้นป 2550 หรือลดลง 501.28 ลานบาท โดยเปนการเพิ่มขึ้น ของเงินกูยืมและเงินรับฝากจํานวน 94.78 ลานบาท หนี้สินที่ สําคัญคือเงิ นกูยืมและเงิ นรับฝากซึ่ง มี ยอดเงิน ณ สิ้นป 2551 ที่จํานวน 5,320.61 ลานบาท หรือรอยละ 92.50 ของหนี้สินรวม โดยเปนเงินกูยืม และเงินฝากจากประชาชนจํานวน 5,208.04 ลานบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 249.30 ลานบาท เมื่อเปรียบเทียบ กับยอดเงิน 4,958.74 ลานบาท ณ สิ้นป 2550 เงินกูยืมและรับฝากจากสถาบันการเงินจํานวน 108.00 ลานบาท ลดลงจํานวน 154.88 ลานบาท จากจํานวน 262.88 ลานบาท ณ สิ้นป 2550 และเงินกูยืมและ รับฝากจากตางประเทศจํานวน 4.57 ลานบาท เพิ่มขึ้น 0.04 ลานบาท จากจํานวน 4.53 ลานบาท ณ สิ้น ป 2550 การลดลงของเจาหนี้สํานักหักบัญชี การลดลงของเจาหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและสัญญาซื้อขาย ลวงหนา การลดลงของภาษีเงินไดนิติบุคคลคางจาย และการลดลงของโบนัสคางจาย จํานวน 180.51 ลานบาท 403.26 ลานบาท 25.99 ลานบาท และ 0.22 ลานบาท ตามลําดับ ซึ่งแปรผันตามภาวะการซื้อ ขายหลักทรัพยของลูกคาในชวงสิ้นป 2551 ในขณะที่มีการเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยเงินกูยืมคางจายจํานวน 1.01 ลานบาท การเพิ่มขึ้นของภาษีเงินไดหัก ณ ที่จายรอนําสงและหนี้สินอื่นจํานวน 0.87 ลานบาท และ 12.04 ลานบาท ตามลําดับ

สวนของผูถอื หุน ตามงบการเงินรวม สวนของผูถือหุนบริษัทใหญ ณ 31 ธันวาคม 2551 มีจํานวนรวมทั้งสิ้น 2,014.55 ลานบาท ต่ํากวายอด ณ 31 ธันวาคม 2550 อยู 66.49 ลานบาท ทั้งนี้เปนผลจากการที่บริษัท มีกําไรสุทธิระหวางปจํานวน 76.93 ลานบาท อยางไรก็ตาม บริษัทจายเงินปนผลไปจํานวน 80.00 ลาน บาท ส ว นเกิ น มู ล ค า หุ น สามั ญ จากบริ ษั ท ย อ ยลดลง 9.24 ล า นบาท และส ว นต่ํ า กว า ทุ น จากการ เปลี่ ย นแปลงมู ล ค า เงิ น ลงทุ น เพิ่ ม ขึ้ น จํ า นวน 54.18 ล า นบาท อั น เนื่ อ งจากการลดลงในมู ล ค า ของ หลักทรัพยเผื่อขาย สําหรับรายละเอียดในบัญชีสวนของผูถือหุน ประกอบดวยทุนจดทะเบียนและชําระ แลวจํานวน 1,000.00 ลานบาท สวนเกินมูลคาหุนสามัญที่เปนของบริษัทยอยจํานวน 90.22 ลานบาท สวนต่ํากวาทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลคาเงินลงทุนจํานวน 53.43 ลานบาท สํารองตามกฎหมายจํานวน 134.50 ลานบาท และกําไรสะสมที่ยังไมไดจัดสรรจํานวน 843.26 ลานบาท ยอดคงเหลือของกําไรสะสม ที่ยังไมจัดสรร ณ สิ้นป 2551 จํานวน 843.26 ลานบาท มาจากกําไรสุทธิประจําปจํานวน 76.93 ลานบาท รวมกับกําไรสะสม ณ สิ้นป 2550 จํานวน 855.33 ลานบาท หักสํารองตามกฎหมาย จํานวน 9 ลานบาท และเงินปนผลจายจํานวน 80 ลานบาท สําหรับสวนต่ํากวาทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลคาเงินลงทุน


จํานวน 53.43 ลานบาท ณ สิ้นป 2551 นี้เกิดจากผลตางของราคาตลาดของหลักทรัพยเผื่อขาย ณ สิ้นป 2551 กับราคาทุนของหลักทรัพยโดยมีรายละเอียดดังนี้ ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย รวม (ลานบาท) (ลานบาท) (ลานบาท) สวนเกิน(ต่ํากวา) ทุนจากตราสารหนี้ 31.31 31.31 สวนเกิน(ต่ํากวา)ทุน (ขาดทุน) จากตราสารทุนและใบสําคัญแสดงสิทธิ (84.83) 0.09 (84.74) สวนเกินทุน (ขาดทุน) จากตราสารอื่นๆ ขาดทุนจากการโอนเปลี่ยนบัญชีหลักทรัพย รวมสวนเกิน(ต่ํากวา)ทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลคาเงินลงทุน (53.52) 0.09 (53.43)

คุณภาพของสินทรัพย สภาพคลองและการดํารงอัตราสวนตาง ๆ เงินใหสินเชือ่ ก) การกระจุกตัวของเงินใหสินเชื่อจําแนกตามประเภทธุรกิจ เงินใหกูยืมตามงบการเงินรวม แยกตามประเภทธุรกิจ อุตสาหกรรมการผลิตและและการพาณิชย ธุรกิจอสังหาริมทรัพยและการกอสราง การสาธารณูปโภคและบริการ ธุรกิจเชาซื้อ อื่น ๆ รวม บวก : ดอกเบี้ยคางรับ หัก : รายไดรอตัดบัญชี หัก : สวนลดรับลวงหนา รวมเงินใหกูยืมลูกหนี้และดอกเบี้ยคางรับ

2551 ลานบาท สัดสวน (%) 669.63 17.10 623.62 15.92 814.31 20.79 9.30 0.24 1,811.35 46.25 3,928.21 100.30 8.89 0.23 (19.97) (0.51) (0.67) (0.02) 3,916.46 100.00

2550 ลานบาท สัดสวน (%) 1,005.72 20.61 633.49 12.98 791.12 16.21 84.58 1.73 2,362.43 48.40 4,877.34 99.93 4.32 0.09 (0.76) (0.02) 4,880.90 100.00

เงินใหกูยืมลูกหนี้และดอกเบี้ยคางรับตามงบการเงินรวมลดลงจากยอดเงิน 4,880.90 ลานบาท ณ สิ้นป 2550 เปน 3,916.46 ลานบาท ณ สิ้นป 2551 หรือลดลง 964.44 ลานบาท สาเหตุใหญมาจาก การลดลงของลูกหนี้อื่นซึ่งรวมถึงลูกหนี้ของธุรกิจหลักทรัพยมียอดลดลง 551.08 ลานบาทจากยอด 2,362.43 ลานบาท ณ สิ้นป 2550 เปน 1,811.35 ลานบาท ณ สิ้นป 2551 สินเชื่อในภาคอุตสาหกรรม การผลิตและการพาณิชยมียอดลดลงจํานวน 336.09 ลานบาท จากยอด 1,005.72 ลานบาท ณ สิ้นป 2550 เปน 669.63 ลานบาท ณ สิ้นป 2551 ลูกหนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพยและการกอสรางลดลงจํานวน 9.87 ลานบาท จากยอด 633.49 ลานบาท ณ สิ้นป 2550 มาเปน 623.62 ลานบาท ณ สิ้นป 2551 ลูกหนี้ ธุรกิจเชาซื้อลดลงจํานวน 75.28 ลานบาท จากยอด 84.58 ลานบาท ณ สิ้นป 2550 มาเปน 9.30 ลาน บาท ณ สิ้นป 2551 ในขณะที่ลูกคาภาคสาธารณูปโภคและบริการเพิ่มขึ้นจํานวน 23.19 ลานบาท จาก


ยอด 791.12 ลานบาท เมื่อสิ้นป 2550 มาเปน 814.31 ลานบาท ณ สิ้นป 2551 สําหรับการกระจุกตัวของ สินเชื่อตามภาคธุรกิจตาง ๆ สินเชื่ออื่น ๆ ครองสัดสวนสูงสุดที่รอยละ 46.25 ซึ่งลดลงจากรอยละ 48.40 ณ สิ้นป 2550 โดยเปนการลดลงของสินเชื่อสําหรับธุรกิจหลักทรัพยเปนหลักใหญ ภาคอุตสาหกรรมการ ผลิตและการพาณิชยครองสัดสวนที่รอยละ 17.10 ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพยและการกอสรางที่รอยละ 15.92 ภาคธุรกิจการสาธารณูปโภคและบริการที่รอยละ 20.79 และภาคธุรกิจเชาซื้อที่รอยละ 0.24 ข) การจัดชั้นเงินใหสินเชื่อและคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (1) ธุรกิจเงินทุน ตามขอกําหนดของธนาคารแหงประเทศไทย (ธปท.) ธุรกิจเงินทุนไดจัดชั้นลูกหนี้ออกเปน 6 ประเภท และไดตั้งคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญขั้นต่ําตามประเภทการจัดชั้นเหลานี้ โดยคาเผื่อหนี้สงสัยจะ สูญตามเกณฑของ ธปท.จะคํานวณจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ภายหลังหักมูลคาหลักประกันแลว ซึ่ง ตามงบการเงินเฉพาะของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 การจัดชั้นของสินเชื่อและคาเผื่อหนี้สงสัยจะ สูญตามการจัดชั้นมีดังนี้

การจัดชั้น จัดชั้นปกติ จัดชั้นกลาวถึงเปนพิเศษ จัดชั้นต่ํากวามาตรฐาน จัดชั้นสงสัย จัดชั้นสงสัยจะสูญ มูลคาสํารองทั่วไป สวนที่เกินกวา เกณฑขั้นต่ําของ ธปท. รวม

(ลานบาท)

(ลานบาท)

คาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (ลานบาท) มูลคาที่ตอง มูลคา เงินใหสินเชื่อและ มูลหนี้หลังหัก อัตรารอยละ ตั้ง ที่ตั้งไว ดอกเบี้ยคางรับ หลักประกัน ตามเกณฑ ธปท. ตามเกณฑ ธปท. 2,691.38 2,687.75 1% 26.88 * 26.88 465.26 460.55 2% 9.21 99.02 48.30 13.35 100% 13.35 13.35 130.05 55.56 100% 55.56 55.56 175.41 154.53 100% 154.53 154.53 3,510.40

3,371.74

-

259.53

20.18 369.52

* คาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสําหรับหนี้จัดชั้นปกติไดรวมคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสําหรับเงินใหกูยืมแกพนักงานไวดวย

ซึ่งตามเกณฑของ ธปท.ยอดรวมของคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญขั้นต่ําตามเกณฑการจัดชั้นของ ธปท.อยูที่จํานวน 259.53 ลานบาท แตบริษัทไดตั้งคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญทั้งหมดรวม 369.52 ลานบาท ซึ่ง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทไดกันสํารองสําหรับลูกหนี้ดอยคุณภาพทุกประเภทตามเกณฑใหม ของ ธปท.แลว ซึ่งสูงกวาเกณฑขั้นต่ําอยู 109.99 ลานบาท หรือรอยละ 42.38 ซึ่งประกอบดวยสํารอง สวนเกินของชั้นกลาวถึงเปนพิเศษจํานวน 89.81 ลานบาท และสํารองสวนเกินทั่วไปจํานวน 20.18 ลาน บาท สําหรับมูลหนี้หลังหักหลักประกันที่นํามาคํานวณมูลคาสํารองคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่ตองตั้งตาม เกณฑธนาคารแหงประเทศไทย ถือตามมูลหนี้จัดชั้นตามรายงานสินทรัพยจัดชั้นที่บริษัทไดจัดชั้นและ เสนอขอมูลตอธนาคารแหงประเทศไทย ซึ่งไดรวมเงินใหกูยืมแกพนักงานแตไมรวมดอกเบี้ยคางรับ สําหรับลูกหนี้จัดชั้นปกติ


(2) ธุรกิจหลักทรัพย ในส ว นของธุ ร กิ จ หลั ก ทรั พ ย ผ า นทางบริ ษั ท ย อ ยคื อ บริ ษั ท หลั ก ทรั พ ย บี ฟ ท จํ า กั ด (มหาชน)ไดจําแนกลูกหนี้ ดอกเบี้ยคางรับ และคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 ตาม ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย (กลต.) ดังนี้ การจัดชั้น

ลูกหนี้และดอกเบี้ยคางรับ

มูลหนี้ปกติ มูลหนี้จัดชั้นสงสัย รวม

388.58 22.39 410.97

คาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ที่ตองตั้งตาม กลต. 22.39 22.39

(หนวย : ลานบาท) คาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ในบัญชี 22.39 22.39

สินเชื่อและลูกหนี้ดอยคุณภาพ ตามงบการเงินรวม บริษัทมีสินเชื่อดอยคุณภาพ ณ สิ้นป 2551 และ 2550 จํานวน 375.60 ลาน บาท และ 256.92 ลานบาท ตามลําดับ เพิ่มขึ้นเปนจํานวน 118.68 ลานบาท โดย ณ สิ้นป 2551 เงินให กูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุนมีจํานวน 353.21 ลานบาท คิดเปนรอยละ 94.04 และลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย มีจํานวน 22.39 ลานบาท คิดเปนรอยละ 5.96 ( ณ สิ้นป 2550 : 238.13 ลานบาท และ 18.79 ลานบาท ตามลําดับ) สัดสวนของสินเชื่อดอยคุณภาพ ตอเงินใหกูยืมและลูกหนี้รวมอยูที่รอยละ 7.60 ณ สิ้นป 2551 และรอยละ 5.26 ณ สิ้นป 2550

คุณภาพของเงินลงทุนในหลักทรัพย บริษัทมีเงินลงทุนในหลักทรัพยสุทธิ ณ สิ้นป 2551 และ 2550 จํานวนสุทธิรวม 2,092.33 และ 2,846.06 ลานบาท ตามลําดับ ลดลง 753.73 ลานบาท โดยมูลคาเงินลงทุนในหลักทรัพยดังกลาวไดรวม สวนต่ํากวาทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลคาเงินลงทุนจํานวน 53.43 ลานบาทสําหรับป 2551 แลว ซึ่งได แสดงรายละเอียดไวในหัวขอสวนของผูถือหุน ในป 2551 รายไดจากเงินลงทุนของบริษัทและบริษัทยอยมีจํานวนรวม 208.92 ลานบาท เพิ่มขึ้น จาก 203.29 ลานบาทในป 2550 หรือเพิ่มขึ้นรอยละ 2.77 รายไดในป 2551 ประกอบดวยรายไดจาก ดอกเบี้ยและเงินปนผล 160.25 ลานบาท และรายไดจากกําไรจากเงินลงทุน 48.67 ลานบาท ในสวนของ ธุรกิจเงินทุนมีรายไดรวมจากเงินลงทุนในป 2551 จํานวน 180.52 ลานบาท ลดลงจาก 273.15 ลานบาท ในป 2550 หรือลดลงรอยละ 33.91 ซึ่งรายไดรวมจากเงินลงทุนในป 2551 ประกอบดวยรายไดดอกเบี้ย และเงิ น ป น ผลจํ า นวน 188.05 ล า นบาท และผลขาดทุ น สุ ท ธิ จ ากเงิ น ลงทุ น จํ า นวน 7.53 ล า นบาท เปรียบเทียบกับป 2550 ซึ่งประกอบดวยรายไดดอกเบี้ยและเงินปนผลจํานวน 253.31 ลานบาท และ กําไรจากเงินลงทุนจํานวน 19.84 ลานบาท


การลดลงของรายไดจากเงินลงทุนในสวนของธุรกิจเงินทุนมีสาเหตุหลักจากการรับรูรายไดเงินปน ผลจากบริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) ลดลงเหลือ 33.20 ลานบาท จาก 60.00 ลานบาท ในป 2550 ขณะที่รายไดดอกเบี้ยจากตราสารหนี้ก็ลดลงจากป 2550 เนื่องจากขนาดสินทรัพยประเภทตราสาร หนี้เฉลี่ยตลอดปลดลงจากป 2550 คุณภาพของเงินลงทุนในหลักทรัพยโดยรวมมีการปรับตัวลดลงจากป 2550 จะเห็นไดจากคาเผื่อ การปรับมูลคาเงินลงทุนในป 2551 มีสวนต่ํากวามูลคาเปนจํานวน 65.14 ลานบาท ในขณะที่ป 2550 มี สวนต่ํากวามูลคาเปนจํานวน 14.95 ลานบาท (ไมรวมคาเผื่อการดอยคาของเงินลงทุนทั่วไปและคาเผื่อ ผลขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นของลูกหนี้บรรษัทบริหารสินทรัพยไทย) ทั้งนี้ ธุรกรรมการลงทุนในตราสารหนี้จะผานการพิจารณาสถานะทางการเงินและอันดับเครดิตของ ผูออกตราสารทุกครั้ง และมีการกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐบาลและเอกชนในสัดสวนที่ เหมาะสมกับความเสี่ยง ทําใหในป 2551 บริษัท ไมมีปญหาดานการรับชําระดอกเบี้ยและเงินตนจากตรา สารหนี้แตอยางใด ในสวนของธุรกรรมการลงทุนในตราสารทุนและหนวยลงทุนที่อยูในความตองการของ ตลาดจะผานการพิจารณาสถานะทางการเงิน อัตราผลตอบแทนตาง ๆ และสภาพคลองในการซื้อขาย อยางเพียงพอทุกครั้งเชนกัน ในดานคุณภาพของเงินลงทุนในตั๋วสัญญาใชเงินของบรรษัทบริหารสินทรัพยไทย (“บสท.”) จํานวน 160.39 ลานบาทนั้น จะขึ้นอยูกับความสามารถในการบริหารสินทรัพยที่บริษัทโอนไป ซึ่งบริษัท มีการติดตามขอมูลจากทางบรรษัทบริหารสินทรัพยไทยอยางตอเนื่อง อยางไรก็ตามในระหวางป 2549 บริษัทไดรับแจงจาก บสท.ขอยกเลิกการรับโอนสินทรัพยดอยคุณภาพบางสวนมูลคารวม 153 ลานบาท ที่มีหลักประกันเปนสิทธิการเชา ซึ่ง บสท.พิจารณาวาขาดคุณสมบัติการรับโอน และไดแจงขอปรับลด มูลคาตั๋วสัญญาใชเงินที่ออกโดย บสท. ตามจํานวนเงินดังกลาว ทั้งนี้ฝายบริหารของบริษัทไดทําจดหมาย ยืนยันความมีบุริมสิทธิ์เหนือหลักประกันเหลานั้น ณ วันโอน พรอมยืนยันความถูกตองของราคาโอน อยางไรก็ตาม ในไตรมาสแรกของป 2551 บริษัทไดทําสัญญาปรับโครงสรางหนี้กับลูกหนีข้ า งตน หนึ่งราย มูลคารับโอนที่ 23.22 ลานบาท มีผลใหยอดคงเหลือของลูกหนี้ที่ บสท.ขอยกเลิกการรับโอน ดังกลาวมียอด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 คงเหลือจํานวน 129.78 ลานบาท จากจํานวน 153 ลานบาท โดยบริษัทมียอดคงเหลือของคาเผื่อผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้นสําหรับลูกหนี้ที่โอนไป บสท.ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 จํานวน 89.52 ลานบาท ดังนั้นบริษัทจึงมีผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้นสําหรับลูกหนี้ที่ บสท. ขอยกเลิกการรับโอนจํานวน 40.26 ลานบาท อยางไรก็ตาม บริษัทไมไดบันทึกคาเผื่อผลขาดทุนที่อาจจะ เกิดขึ้นจากจํานวนดังกลาว เนื่องจากบริษัทไดประมาณกระแสเงินสดที่จะไดรับคืนจาก บสท.จากเงินที่จะ เรียกเก็บไดจากแผนปรับปรุงโครงสรางหนี้ซึ่งจะมีจํานวนสูงกวาผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้น โดยลูกหนี้ รายที่ บสท.ขอยกเลิกการรับโอนที่เหลือนั้น ไดมีการปรับโครงสรางหนี้กับ บสท.แลว และมีจํานวนเงินที่ คาดวาจะไดรับตามแผนปรับโครงสรางหนี้จํานวน 45.32 ลานบาท นอกจากนี้ยังมีลูกหนี้รายหนึ่งที่ บสท. ตกลงรับโอนไปแลว จะไดรับชําระหนี้รวมตามแผนที่ไดรับจัดสรรสูงกวาราคาที่โอนไปประมาณ 18.10 ลานบาท


สภาพคลองของบริษัท ณ สิ้นป 2551 บริษัทมีสินทรัพยสภาพคลองตามคําจํากัดความของธนาคารแหงประเทศไทยรวม ทั้งสิ้น 1,498.34 ลานบาท หรือคิดเปนรอยละ 27.05 ของเงินรับฝากและเงินกูยืมทั้งสิ้นจํานวน 5,540.03 ลานบาท (รวมเงินรับฝากและเงินกูยืมจากบริษัทหลักทรัพย) ซึ่งสูงกวาอัตรารอยละ 6.00 ที่กําหนดโดย ธนาคารแหงประเทศไทยมาก สินทรัพยสภาพคลองดังกลาวประกอบดวยเงินฝากที่ธนาคารแหงประเทศ ไทยจํานวน 76.44 ลานบาท เงินฝากธนาคารที่ปราศจากภาระผูกพันจํานวน 33.27 ลานบาท พันธบัตร รัฐบาลไทยที่ปราศจากภาระผูกพันจํานวน 42.66 ลานบาท หลักทรัพยหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ ออกโดยรัฐวิสาหกิจหรือหนวยงานของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นซึ่งปราศจากภาระผูกพันและ สามารถโอนเปลี่ยนมือไดจํานวน 15.33 ลานบาท และหุนกู พันธบัตร หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออก โดยรัฐวิสาหกิจที่เปนบริษัทจํากัด(มหาชน) ซึ่งปราศจากภาระผูกพันและสามารถโอนเปลี่ยนมือจํานวน 229.77 ลานบาท สินทรัพยสภาพคลองดังกลาวไดรวมตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออกโดยธนาคารแหง ประเทศไทยจํานวน 1,030 ลานบาท และตั๋วสัญญาใชเงินของบรรษัทบริหารสินทรัพยไทยจํานวน 70.87 ลานบาท

ความสัมพันธของแหลงที่มาของเงินทุนกับแหลงที่ใชไปของเงินทุน บริ ษั ท มี แ หล ง ที่ ม าของเงิ น ทุ น หลั ก มาจากเงิ น ฝากหรื อ เงิ น กู ยื ม จากประชาชนทั่ ว ไป นอกเหนือไปจากทุนของบริษัท ในขณะที่แหลงที่ใชไปของเงินทุนสวนใหญเปนเงินลงทุนในหลักทรัพย และเงินใหสินเชื่อ โดย ณ สิ้นป 2551 สามารถแบงตามระยะเวลาที่เหลือของสัญญาเงินฝาก ระยะเวลาที่ เหลือของตราสารหนี้ และระยะเวลาที่เหลือของเงินใหสินเชื่อตามงบการเงินรวมของบริษัทดังนี้ ระยะเวลา

เงินฝาก

%

เมื่อทวงถาม ไมเกิน 1 ป เกิน 1 ป รวม

528.71 4,474.31 317.59 5,320.61

9.94 84.09 5.97 100.00

เงินใหกูยืม

908.47 1,578.20 1,420.90 3,907.57

(1)

(หนวย : ลานบาท) เงินลงทุน เงินลงทุนในตราสารหนี้ Gap. (3) ในตราสารหนี้ ที่ออกโดย ธปท. 1,030.00 1,409.76 317.10 (2,579.01) 1,339.36 2,442.67 1,656.46 1,030.00 1,273.42 (2)

หมายเหตุ 1) รวมเงินใหกูยมื ในธุรกิจหลักทรัพยจํานวน 410.97 ลานบาท ไมเกิน 1 ป 2) เฉพาะตนทุนไมรวมรายการบวกคาเผื่อการปรับมูลคาจํานวน 31.40 ลานบาท 3) เนื่องจากเงินลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออกโดยธนาคารแหงประเทศไทยจํานวน 1,030 ลาน บาท มีระยะเวลาไมเกิน 15 วัน ตามงบการเงินเมื่อสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2551 จึงอนุโลมจัดอยูประเภทเมื่อ ทวงถาม

แหลงเงินฝากหรือเงินกูยืมจากประชาชนทั่วไป ณ สิ้นป 2551 มีจํานวนรวมทั้งสิ้น 5,320.61 ลาน บาท โดยจํานวน 528.71 ลานบาท หรือรอยละ 9.94 เปนประเภทเมื่อทวงถาม จํานวน 4,474.31 ลาน บาท หรือรอยละ 84.09 มีระยะเวลาครบกําหนดไมเกิน 1 ป และจํานวน 317.59ลานบาท หรือรอยละ


5.97 มีระยะเวลาครบกําหนดเกินกวา 1 ป เมื่อพิจารณาจากสัดสวนเงินฝากตามระยะเวลาที่เหลือของ สัญญา ณ สิ้นป 2551 ซึ่งมีอัตราสวนเงินฝากเมื่อทวงถาม : ไมเกิน 1 ป : เกิน 1 ป ที่ 9.94 : 84.09 : 5.97 จะเห็นวามีการฝากเงินในระยะสั้นสูง สวนการใชเงินในรูปเงินใหกูยืม เงินลงทุนในตราสารหนี้ และ เงินลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแหงประเทศไทยนั้น แหลงเงินที่ใชไปยังไมสัมพันธกับแหลง ทุนที่ไดมา โดยมีการใหกูยืมหรือลงทุนในระยะสั้นเมื่อทวงถาม และประเภทไมเกิน 1 ป คอนขางต่ํา ในขณะที่การใหกูยืมหรือเงินลงทุนระยะยาวเกินกวา 1 ป มีสัดสวนที่สูง เมื่อเทียบกับระยะเวลาแหลงที่มา ของทุน ซึ่งเปนปกติของธุรกิจเงินทุนโดยทั่วไป อยางไรก็ตาม ผูฝากเงินของบริษัทมีอัตราการตออายุ ของใบรับฝากเงิน และตั๋วสัญญาใชเงินเมื่อครบกําหนดในอัตราที่สูง ทั้งนี้ ถาคํานึงถึงสภาพคลองของ บริษัท ตามคําจํากัดความของธนาคารแหงประเทศไทย ณ สิ้นป 2551 บริษัทมีสินทรัพยสภาพคลองรวม ทั้งสิ้น 1,498.34 ลานบาท หรือคิดเปนรอยละ 27.05 ของเงินรับฝากและเงินกูยืมทั้งสิ้น (รวมเงินรับฝาก และเงินกูยืมจากบริษัทหลักทรัพย) และเงินลงทุนในตราสารหนี้ของบริษัทสวนใหญเปนตราสารหนี้ที่มี ตลาดรองในการซื้อขาย ดังนั้น บริษัทจึงไมมีปญหาสภาพคลองอันเนื่องมาจากความไมสัมพันธระหวาง แหลงที่มาของทุนและการใชไปของทุน เนื่องจากสินทรัพยสภาพคลองอยูในเกณฑที่สูง

การดํารงอัตราสวนตาง ๆ การดํารงอัตราสวนเงินกองทุนตอสินทรัพยเสี่ยง บริษัทฯมีอัตราสวนเงินกองทุนตอสินทรัพยเสี่ยงตามงบการเงินเฉพาะ ณ สิ้นป 2551 เทากับรอย ละ 24.90 ซึ่งสูงกวาอัตราขั้นต่ํารอยละ 8 ที่ธนาคารแหงประเทศไทยกําหนด การดํารงอัตราสวนเงินกองทุนสภาพคลองสุทธิ บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) ซึ่งเปนบริษัทยอยมีอัตราสวนเงินกองทุนสภาพคลอง สุทธิ ณ สิ้นป 2551 เทากับรอยละ 565.94 ซึ่งสูงกวาอัตรารอยละ 7 ที่สํานักงานคณะกรรมการกํากับ หลักทรัพยและตลาดหลักทรัพยกําหนด และสูงกวาอัตรารอยละ 21 ตามเกณฑของสํานักหักบัญชีกรณี ธุรกรรมการเปนนายหนาซื้อขายสัญญาซื้อขายลวงหนา


รายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท ในการจัดทํารายงานทางการเงินประจําป 2551 คณะกรรมการบริษัทมีหนาที่และความรับผิดชอบในฐานะกรรมการของบริษัทจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย ในการการกํากับดูแลรายงานทางการเงินประจําป 2551 ของบริษัท ที่ไดจัดทําขึ้นใหมีขอมูลที่ถูกตองครบถวน ใชนโยบายที่เหมาะสมและถือปฏิบัติตามมาตรฐานการ บัญชีที่เปนที่รับรองโดยทั่วไป คณะกรรมการบริษัทไดแตงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งประกอบดวยกรรมการอิสระจํานวน 3 ทานซึ่งมีความรูความสามารถ ประสบการณ และมีคุณสมบัติครบถวนตามขอกําหนดของตลาด หลักทรัพยแหงประเทศไทย ทําหนาที่ดูแลรับผิดชอบและสอบทานใหบริษัทมีรายงานและงบการเงินที่ ถูกตอง มีการเปดเผยขอมูลทางบัญชีที่ครบถวนรวมถึงเปดเผยรายการที่เกี่ยวโยงหรือเกี่ยวของกัน และรายการที่อาจทําใหเกิดความขัดแยงทางผลประโยชน นอกจากนี้คณะกรรมการตรวจสอบยังทํา หนาที่ดูแลใหบริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสมมีประสิทธิภาพ การปฏิบัติงานเปนไปตาม กฏหมาย ขอบังคับและระเบียบปฏิบัติของหนวยงานตาง ๆ ที่กํากับดูแลบริษัท คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นวารายงานและงบการเงินของบริษัทและบริษัทยอยประจําป 2551 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 ที่คณะกรรมการตรวจสอบไดพิจารณารวมกับฝายบริหาร และผูสอบบัญชีอิสระไดถูกจัดทําขึ้นโดยแสดงฐานะการเงิน ผลการดําเนินงานที่ถูกตองครบถวนถือ ปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่เปนที่รับรองโดยทั่วไปและเปนไปตามกฏหมาย ขอบังคับและระเบียบ ตาง ๆ ที่เกี่ยวของ

(ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม) ประธานกรรมการ

(นางกิ่งเทียน บางออ) รักษาการกรรมการผูจัดการ


บริ ษั ท เงิ น ทุ น กรุ ง เทพธนาทร จํา กั ด (มหาชน) และบริ ษั ท ย อ ย

รายงานของผู ส อบบั ญ ชี แ ละงบการเงิ น ณ วั น ที่ 31 ธั น วาคม 2551 และ 2550


รายงานของผูสอบบัญชีรับอนุญาต เสนอ ผูถือหุนของบริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) ขาพเจาไดตรวจสอบงบดุลรวมและงบดุลเฉพาะกิจการ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 งบกําไรขาดทุน รวมและงบกํ า ไรขาดทุ น เฉพาะกิ จ การ งบแสดงการเปลี่ ย นแปลงส ว นของผู ถื อ หุ น รวมและงบแสดงการ เปลี่ยนแปลงสวนของผูถือหุนเฉพาะกิจการ งบกระแสเงินสดรวมและงบกระแสเงินสดเฉพาะกิจการ สําหรับป สิ้นสุดวันเดียวกันของบริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) และบริษัทยอย และของเฉพาะบริษัท เงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) ซึ่งผูบริหารของกิจการเปนผูรับผิดชอบตอความถูกตองและครบถวน ของขอมูลในงบการเงินเหลานี้ สวนขาพเจาเปนผูรับผิดชอบในการแสดงความเห็นตองบการเงินดังกลาวจาก ผลการตรวจสอบของขาพเจา งบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) และบริษัทยอย และของเฉพาะบริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) สําหรับป สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2550 ตรวจสอบโดยผูสอบบัญชีอื่น และเสนอรายงานไวอยางไมมีเงื่อนไข ตาม รายงานลงวันที่ 26 กุมภาพันธ 2551 ขาพเจาไดปฏิบัติงานตรวจสอบตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไป ซึ่งกําหนดใหขาพเจาตอง วางแผนและปฏิบัติงานเพื่อใหไดความเชื่อมั่นอยางมีเหตุผลวา งบการเงินแสดงขอมูลที่ขัดตอขอเท็จจริงอัน เปนสาระสําคัญหรือไม การตรวจสอบรวมถึงการใชวิธีการทดสอบหลักฐานประกอบรายการทั้งที่เปนจํานวน เงิ น และการเป ด เผยข อ มู ล ในงบการเงิ น การประเมิ น ความเหมาะสมของหลั ก การบั ญ ชี ที่ กิ จ การใช แ ละ ประมาณการเกี่ยวกับรายการทางการเงินที่เปนสาระสําคัญซึ่งผูบริหารเปนผูจัดทําขึ้น ตลอดจนการประเมิน ถึง ความเหมาะสมของการแสดงรายการที่ นํ าเสนอในงบการเงิน โดยรวม ขา พเจา เชื่อ ว าการตรวจสอบ ดังกลาวใหขอสรุปที่เปนเกณฑอยางเหมาะสมในการแสดงความเห็นของขาพเจา ข า พเจ า เห็ น ว า งบการเงิ น ข า งต น นี้ แ สดงฐานะการเงิ น ณ วั น ที่ 31 ธั น วาคม 2551 ผลการ ดําเนินงาน และกระแสเงินสดสําหรับป สิ้นสุดวันเดียวกันของบริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) และบริษัทยอย และงบการเงินเฉพาะบริษัทของบริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) โดยถูกตอง ตามที่ควรในสาระสําคัญตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป


โดยมิไดเปนการแสดงความเห็นอยางมีเงื่อนไขตองบการเงินขางตน ขาพเจาขอใหสังเกตหมายเหตุ ประกอบงบการเงินในเรื่องดังตอไปนี้ (ก) ตามที่กลาวไวในหมายเหตุประกอบงบการเงินขอ 5 เกี่ยวกับผลกระทบของแผนพัฒนาระบบ สถาบันการเงินและการดําเนินงานสถานะเปนบริษัทเงินทุนที่มีตอการดําเนินงานของบริษัทฯ (ข) ตามที่กลาวไวในหมายเหตุประกอบงบการเงินขอ 6 ในระหวางป 2549 บริษัทไดรับแจงจาก บสท.ขอยกเลิกการรับโอนสินทรัพยดอยคุณภาพจํานวน 3 รายมูลคารวม 153 ลานบาท ที่มีหลักประกันเปน สิทธิการเชา ซึ่งบสท.พิจารณาวาขาดคุณสมบัติการรับโอน และไดแจงขอปรับลดมูลคาตั๋วสัญญาใชเงินที่ออก โดย บสท.ตามจํานวนเงินดังกลาว ทั้งนี้ฝายบริหารของบริษัทฯไดทําจดหมายยืนยันความมีบุริมสิทธิเหนือ หลักประกันเหลานั้น ณ วันโอน พรอมยืนยันความถูกตองของราคาโอนตามที่ไดรายงานไวเดิม ในไตรมาส แรกของป 2551 บริษัทไดทําสัญญาปรับโครงสรางหนี้กับลูกหนี้ขางตนหนึ่งรายมูลคารับโอนที่ 23.22 ลาน บาท มีผลใหยอดคงเหลือของลูกหนี้ที่ บสท.ขอยกเลิกการรับโอนดังกลาวมียอด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 คงเหลือจํานวน 129.78 ลานบาท อยางไรก็ตาม จนถึงวันที่ในงบการเงินขอโตแยงดังกลาวยังไมเปนที่สิ้นสุด

สํานักงานสอบบัญชี ดี ไอ เอ

(นางสุวิมล กฤตยาเกียรณ) ผูสอบบัญชีรับอนุญาต ทะเบียนเลขที่ 2982

วันที่ 24 กุมภาพันธ 2552


บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) และบริษัทยอย งบดุล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 (หนวย: บาท) งบการเงินรวม หมายเหตุ

2551

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2550

2551

2550

สินทรัพย เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน

8

355,654,331

369,556,311

109,723,825

เงินใหกูยืมแกสถาบันการเงิน - สุทธิ

9

2,605,531,416

978,339,134

1,030,394,541

-

398,000,000

-

หลักทรัพยซื้อโดยมีสัญญาขายคืน

56,790,469 398,000,000

10

เงินลงทุน เงินลงทุนชั่วคราว - สุทธิ

439,941,166

946,421,969

318,475,761

546,403,127

เงินลงทุนระยะยาว - สุทธิ

1,652,386,173

1,899,637,558

1,642,320,073

1,888,480,358

-

-

399,999,860

399,999,860

2,092,327,339

2,846,059,527

2,360,795,694

2,834,883,345

-

-

-

3,496,607,421

3,563,464,843

3,496,607,421

3,563,464,843

410,964,727

1,313,115,435

-

-

3,907,572,148

4,876,580,278

3,496,607,421

3,563,464,843

8,888,362

4,318,205

8,888,362

4,318,205

3,916,460,510

4,880,898,483

3,505,495,783

3,567,783,048

(391,909,200)

(272,925,283)

(369,519,622)

(254,135,352)

เงินลงทุนในบริษัทยอย

10

รวมเงินลงทุน - สุทธิ ลูกหนี้สํานักหักบัญชี เงินใหกูยืม ลูกหนี้และดอกเบี้ยคางรับ

76,040,391 11

เงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุน ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและสัญญา ซื้อขายลวงหนา รวมเงินใหกูยืมและลูกหนี้ ดอกเบี้ยคางรับ รวมเงินใหกูยืม ลูกหนี้และดอกเบี้ยคางรับ หัก: คาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

12

คาเผื่อการปรับมูลคาจากการปรับ โครงสรางหนี้

12

-

(291,400)

-

(291,400)

รวมเงินใหกูยืม ลูกหนี้และดอกเบี้ย คางรับ - สุทธิ

3,524,551,310

4,607,681,800

3,135,976,161

3,313,356,296

ทรัพยสินรอการขาย - สุทธิ

13

45,541,791

58,274,623

45,541,791

58,274,623

ที่ดิน อาคารและอุปกรณ - สุทธิ

14

42,920,843

56,249,831

3,885,851

4,692,193

สินทรัพยไมมีตัวตน - สุทธิ

15

21,216,323

4,858,764

385,440

616,692

26,028,602

26,674,287

25,639,675

26,563,258

61,058,974 8,850,871,320

37,794,118 9,383,488,395

12,775,546 6,725,118,524

9,431,199 6,702,608,075

ดอกเบี้ยคางรับจากเงินลงทุน สินทรัพยอื่น รวมสินทรัพย

16

หมายเหตุประกอบงบการเงินเปนสวนหนึ่งของงบการเงินนี้


บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) และบริษัทยอย งบดุล (ตอ) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 (หนวย: บาท) งบการเงินรวม หมายเหตุ

งบการเงินเฉพาะกิจการ

2551

2550

2551

2550

5,208,037,185

4,958,744,127

5,208,037,185

4,958,744,127

108,000,000

262,882,956

108,000,000

262,882,956

4,574,093

4,530,708

4,574,093

4,530,708

หนี้สินและสวนของผูถือหุน เงินกูยืมและเงินรับฝาก

18

จากประชาชน จากสถาบันการเงิน จากตางประเทศ สวนลดจายรอตัดบัญชี รวมเงินกูยืมและเงินรับฝาก

-

(323,747)

-

(323,747)

5,320,611,278

5,225,834,044

5,320,611,278

5,225,834,044

เจาหนี้สํานักหักบัญชี

132,201,404

312,709,545

-

-

เจาหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและสัญญาซื้อขายลวงหนา

131,202,492

534,465,698

67,820

67,820

28,653,575

27,642,236

28,770,013

32,237,336

ภาษีเงินไดหัก ณ ที่จายรอนําสง

5,889,764

5,013,903

2,635,890

1,871,358

ภาษีเงินไดนิติบุคคลคางจาย

7,508,609

33,501,790

-

-

โบนัสคางจาย

77,691,455

77,912,812

-

-

หนี้สินอื่น

48,195,246

36,154,249

11,634,603

10,779,424

รวมหนี้สิน

5,751,953,823

6,253,234,277

5,363,719,604

5,270,789,982

ดอกเบี้ยเงินกูยืมคางจาย

หมายเหตุประกอบงบการเงินเปนสวนหนึ่งของงบการเงินนี้


บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) และบริษัทยอย งบดุล (ตอ) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 (หนวย: บาท) งบการเงินรวม หมายเหตุ

งบการเงินเฉพาะกิจการ

2551

2550

2551

2550

1,500,000,000

1,500,000,000

1,500,000,000

1,500,000,000

1,000,000,000

1,000,000,000

1,000,000,000

1,000,000,000

30

90,219,201

99,456,404

-

-

19

(53,430,920)

748,729

(53,516,293)

445,537

จัดสรรแลว - สํารองตามกฎหมาย

134,500,000

125,500,000

70,000,000

66,000,000

ยังไมไดจัดสรร

843,256,994

855,330,675

344,915,213

365,372,556

สวนของผูถือหุนบริษัทใหญ

2,014,545,275

2,081,035,808

1,361,398,920

1,431,818,093

สวนของผูถือหุนสวนนอยของบริษัทยอย

1,084,372,222

1,049,218,310

-

-

รวมสวนของผูถือหุน รวมหนี้สินและสวนของผูถือหุน

3,098,917,497 8,850,871,320

3,130,254,118 9,383,488,395

1,361,398,920 6,725,118,524

1,431,818,093 6,702,608,075

หนี้สินและสวนของผูถือหุน สวนของผูถือหุน ทุนเรือนหุน ทุนจดทะเบียน หุนสามัญ 300,000,000 หุน มูลคาหุนละ 5 บาท ทุนที่ออกและชําระแลว หุนสามัญ 200,000,000 หุน มูลคาหุนละ 5 บาท สวนเกินมูลคาหุนสามัญของบริษัทยอย สวนเกิน(ต่ํากวา)ทุนจากการเปลี่ยนแปลง มูลคาเงินลงทุน กําไรสะสม

หมายเหตุประกอบงบการเงินเปนสวนหนึ่งของงบการเงินนี้


บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) และบริษัทยอย งบกําไรขาดทุน สําหรับป สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 (หนวย: บาท) งบการเงินรวม หมายเหตุ

งบการเงินเฉพาะกิจการ

2551

2550

2551

2550

360,043,416

318,388,177

270,553,490

243,812,727

รายไดดอกเบี้ยและเงินปนผล เงินใหกูยืมและเงินฝาก การใหเชาซื้อ

2,211,858

เงินลงทุน รวมรายไดดอกเบี้ยและเงินปนผล

-

2,211,858

-

160,245,790

195,287,581

188,049,614

253,307,702

522,501,064

513,675,758

460,814,962

497,120,429

175,692,380

238,047,296

185,513,806

248,817,582

23,125,558

14,966,648

689

198,817,938

253,013,944

185,514,495

248,817,582

323,683,126

260,661,814

275,300,467

248,302,847

(125,761,635)

(64,293,803)

(121,587,917)

(64,293,803)

27,305,582

15,672,306

26,731,510

15,672,306

225,227,073

212,040,317

180,444,060

199,681,350

513,315,776

609,573,843

-

-

63,170,410

10,302,987

6,969,429

22,136,407

32,883,945

35,166,909

9,187,584

10,730,842

คาใชจายดอกเบี้ย ดอกเบี้ยและสวนลดจาย คาธรรมเนียมในการกูยืมเงิน รวมคาใชจายดอกเบี้ย รายไดดอกเบี้ยและเงินปนผลสุทธิ หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ หนี้สูญไดรับคืน

-

รายไดดอกเบี้ยและเงินปนผลสุทธิหลังหัก หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ รายไดที่มิใชดอกเบี้ย คานายหนา กําไร(ขาดทุน)จากเงินลงทุน

23

คาธรรมเนียมและบริการ โอนกลับคาเผื่อการดอยคาของทรัพยสินรอการขาย รายไดอื่น รวมรายไดที่มิใชดอกเบี้ย รวมรายไดสุทธิ หมายเหตุประกอบงบการเงินเปนสวนหนึ่งของงบการเงินนี้

5,667,050

-

2,861,864

2,566,719

249,697

600,573

612,231,995

663,277,508

16,406,710

39,134,872

837,459,068

875,317,825

196,850,770

238,816,222

-

5,667,050


บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) และบริษัทยอย งบกําไรขาดทุน สําหรับป สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 (หนวย: บาท) งบการเงินรวม หมายเหตุ

งบการเงินเฉพาะกิจการ

2551

2550

2551

2550

420,986,386

382,743,384

50,778,671

51,136,024

คาใชจายเกี่ยวกับอาคารสถานที่และอุปกรณ

92,409,606

92,610,139

10,344,489

10,394,145

คาภาษีอากร

10,467,421

17,275,785

8,469,040

14,205,388

10,623,429

8,285,223

5,143,333

4,565,333

14,496,681

2,298,213

14,496,681

2,298,213

คาใชจายที่มิใชดอกเบี้ย คาใชจายเกี่ยวกับพนักงาน

คาตอบแทนกรรมการ

24

ขาดทุนจากการดอยคาของเงินลงทุน ขาดทุนจากการดอยคาของทรัพยสินรอการขาย

9,871,000

คาธรรมเนียมและบริการจายในธุรกิจหลักทรัพย

62,561,203

59,005,188

คาใชจายอื่น

47,456,230

53,950,661

20,845,520

28,581,267

668,871,956

616,168,593

119,948,734

111,180,370

168,587,112

259,149,232

76,902,036

127,635,852

(43,695,927)

(64,884,332)

(13,359,379)

(12,477,312)

124,891,185

194,264,900

63,542,657

115,158,540

สวนที่เปนของผูถือหุนบริษัทใหญ

76,926,319

124,711,706

63,542,657

115,158,540

สวนที่เปนของผูถือหุนสวนนอยของบริษัทยอย

47,964,866

69,553,194

124,891,185

194,264,900

63,542,657

115,158,540

0.38

0.62

0.32

0.58

200,000,000

200,000,000

200,000,000

200,000,000

รวมคาใชจายที่มิใชดอกเบี้ย กําไรกอนภาษีเงินไดนิติบุคคล ภาษีเงินไดนิติบุคคล

26

กําไรสําหรับป

-

9,871,000 -

-

การแบงปนกําไร -

-

กําไรตอหุน กําไรตอหุนขั้นพื้นฐาน กําไรสวนที่เปนของผูถือหุนบริษัทใหญ จํานวนหุนสามัญถัวเฉลี่ยถวงน้ําหนัก (หุน) หมายเหตุประกอบงบการเงินเปนสวนหนึ่งของงบการเงินนี้


ุ ํ ั (มหาชน) และบริษัทยอย  บริษัทเงินทนุ กรงเทพธนาทร จากด งบแสดงการเปลี่ยนแปลงสวนของผถืู อหนุ ั สิ้นสุดวนท ั ี่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 สําหรบป (หนวย:  บาท) งบการเงินรวม  น (ตากวา) ่ํ  ทนุ สวนเกินมูลคา สวนเกิ ุ ี่ ทนทออก หมายเหตุ และชําระแลว 1,000,000,000

ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550 ั  การจดประเภท - ผลสะสมจากการเปลี่ยนสัดสวนการลงทุนในบริษัทยอย ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550

30

1,000,000,000

หุนสามัญ

จากการเปลี่ยนแปลง

 ของบริษัทยอย

ู  ิ มลคาเงนลงทุ น

375,980,360

(7,997,086)

(276,523,956)

-

99,456,404

สวนของ กําไรสะสม ั จดสรรแล ว 112,500,000 -

(7,997,086)

112,500,000

ุ  ิ สวนเกินทนจากการเปลี ่ยนแปลงมูลคาเงนลงทุ น

-

-

8,745,815

-

ั กําไรสําหรบป

-

-

-

-

ั จดสรรเป นสํารองตามกฎหมาย

-

-

-

ิ   เงนปนผลจาย

-

-

-

-

-

ิ   ี่ ษัทยอยจายให   แกผูถือหนส ุ วนนอย เงนปนผลจายทบริ

-

13,000,000 -

ั  ั ยงไมไดจดสรร

 ของบริษัทยอย

773,618,969

763,280,510

3,017,382,753

276,523,956

-

1,039,804,466

3,017,382,753

(139,329)

8,606,486

69,553,194

194,264,900

773,618,969 124,711,706 (13,000,000)

-

(30,000,000)

-

(30,000,000)

(60,000,021)

(60,000,021)

1,000,000,000

99,456,404

748,729

125,500,000

855,330,675

1,049,218,310

3,130,254,118

ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550

1,000,000,000

99,456,404

748,729

125,500,000

855,330,675

1,049,218,310

3,130,254,118

-

ุ  ิ สวนเกินทนจากการเปลี ่ยนแปลงมูลคาเงนลงทุ น

-

-

ั  ุ นสามัญบริษัทยอย  แปลงใบสําคญแสดงสิ ทธิเปนทนหุ

-

-

ั กําไรสําหรบป

-

ั จดสรรเป นสํารองตามกฎหมาย

-

-

9,237,203

-

-

(215,289)

(54,394,938)

-

-

-

11,859,800

11,859,800

-

-

-

47,964,866

124,891,185

-

-

-

ิ   เงนปนผลจาย

-

-

-

-

ิ   ี่ ษัทยอยจายให   แกผูถือหนส ุ วนนอย เงนปนผลจายทบริ

-

-

-

-

ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 ุ  วนหนึ่งของงบการเงินนี้ หมายเหตประกอบงบการเงิ นเปนส

1,000,000,000

(9,237,203)

90,219,201

-

-

รวม

ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550

  ลดสวนเกินมูลคาจากการเปลี ่ยนสัดสวนการลงทุนในบริษัทยอย

-

ุ วนนอย ผูถือหนส

(54,179,649)

(53,430,920)

9,000,000

134,500,000

76,926,319 (9,000,000)

-

(80,000,000)

-

843,256,994

-

(80,000,000)

(33,692,668)

(33,692,668)

1,084,372,222

3,098,917,497


ิ ั นทุน กรงเทพธนาทร ุ ิ ั อย บรษทเงิ จํากัด (มหาชน) และบรษทย  ื น งบแสดงการเปลี่ยนแปลงสวนของผู ถอหุ ํ บป สนสดวั ิ้ ุ นที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 สาหรั (หนวย:  บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ

ั ่ 31 ธนวาคม ั ยอดคงเหลือ ณ วนที 2550 - ตามที่รายงานไวเดิม ี่ ั ผลสะสมจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีเกยวกบ ิ ั อย การบันทึกเงินลงทุนในบรษทย ั ่ 31 ธนวาคม ั ั ง ยอดคงเหลือ ณ วนที 2550 - หลังการปรบปรุ  ิ นจากการเปลี่ยนแปลงมลคาเงิ ู  นลงทุน สวนเกนทุ ํ าหรบป ั กาไรสํ ํ จัดสรรเปนสารองตามกฎหมาย เงินปนผลจาย ั ่ 31 ธนวาคม ั ยอดคงเหลือ ณ วนที 2550 ั ่ 31 ธนวาคม ั ยอดคงเหลือ ณ วนที 2550  ิ นจากการเปลี่ยนแปลงมลคาเงิ ู  นลงทุน สวนเกนทุ ํ าหรบป ั กาไรสํ ํ จัดสรรเปนสารองตามกฎหมาย เงินปนผลจาย ั ่ 31 ธนวาคม ั ยอดคงเหลือ ณ วนที 2551  ึ่ หมายเหตุประกอบงบการเงินเปนสวนหนงของงบการเงิ นนี้

ทุนที่ออก ํ และชาระแล ว 1,000,000,000

 ิ สวนเกน ู  มลคา หุนสามัญของ  บริษัทยอย 375,980,360

 ิ ุ สวนเกนทน จากการ เปลี่ยนแปลง ู  นลงทุน มลคาเงิ (7,997,086)

1,000,000,000 -

(375,980,360) -

(442,521) (8,439,607) 8,885,144 -

1,000,000,000

-

445,537

1,000,000,000 -

-

445,537 (53,961,830) -

1,000,000,000

-

(53,516,293)

ํ กาไรสะสม ั จดสรรแล ว 60,000,000

ั  จัดสรร ยงไมได 826,118,969

รวม 2,254,102,243

60,000,000 6,000,000 66,000,000

(539,904,953) 286,214,016 115,158,540 (6,000,000) (30,000,000) 365,372,556

(916,327,834) 1,337,774,409 8,885,144 115,158,540 (30,000,000) 1,431,818,093

66,000,000 4,000,000 70,000,000

365,372,556 63,542,657 (4,000,000) (80,000,000) 344,915,213

1,431,818,093 (53,961,830) 63,542,657 (80,000,000) 1,361,398,920


บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) และบริษัทยอย งบกระแสเงินสด สําหรับป สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 (หนวย: บาท) งบการเงินรวม หมายเหตุ

2551

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2550

2551

2550

กระแสเงินสดจากกิจกรรมดําเนินงาน กําไรกอนภาษีเงินไดนิติบุคคล

168,587,112

259,149,232

76,902,036

127,635,852

26,273,128

31,384,149

1,515,907

1,648,235

125,761,635

64,293,803

121,587,917

64,293,803

รายการปรับกระทบกําไรสุทธิเปนเงินสดรับ (จาย) จากกิจกรรมดําเนินงาน: คาเสื่อมราคาและรายจายตัดบัญชี หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ โอนกลับคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

(574,071)

-

-

-

สวนปรับปรุงคาเผื่อการปรับมูลคาจากการ ปรับโครงสรางหนี้ คาใชจายดอกเบี้ย ขาดทุน (กําไร) จากการขายเงินลงทุน

283,725

(1,091,929)

283,725

(1,091,929)

175,692,380

238,047,296

185,513,806

248,817,582

(7,702,830)

-

(7,253,030)

-

ขาดทุน (กําไร) ที่ยังไมเกิดขึ้นจริงจากการ ปรับมูลคาเงินลงทุน

(4,199,715)

15,853,134

37,562

32,598

4,123,476

(1,578,947)

4,053,684

(1,648,739)

คาตัดจําหนายสวนเกิน (สวนต่ํา) มูลคา เงินลงทุนในหุนกู โอนกลับคาเผื่อการดอยคาของตั๋วสัญญาใชเงิน

(6,966,000)

ขาดทุนจากการดอยคาเงินลงทุน

14,496,681

ขาดทุน(กําไร)จากการขายทรัพยสินรอการขาย

17,832

2,298,213

(6,966,000) 14,496,681

(5,667,050)

17,832

โอนกลับคาเผื่อการดอยคาของทรัพยสินรอการขาย

-

-

ขาดทุนจากการตัดจําหนายอุปกรณ

846,400

-

-

(23,196)

(467,289)

(14,017)

2,298,213 (5,667,050) -

และสินทรัพยไมมีตัวตน ขาดทุน(กําไร)จากการขายอุปกรณ ขาดทุนจากการดอยคาของทรัพยสินรอการขาย

9,871,000

รายไดดอกเบี้ยคางรับ(เพิ่มขึ้น)ลดลง

(3,924,472)

3,276,295

(3,646,574)

3,258,848

(174,681,041)

(250,243,474)

(188,981,129)

(259,472,358)

(72,218,840)

(72,075,844)

(15,889,111)

(21,061,997)

255,663,204

283,177,589

191,530,289

158,575,769

จายดอกเบี้ย จายภาษีเงินไดนิติบุคคล

-

9,871,000

(467,289) -

กําไรจากการดําเนินงานกอนการเปลี่ยนแปลง ในสินทรัพยและหนี้สินดําเนินงาน หมายเหตุประกอบงบการเงินเปนสวนหนึ่งของงบการเงินนี้


บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) และบริษัทยอย งบกระแสเงินสด (ตอ) สําหรับป สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 งบการเงินรวม หมายเหตุ สินทรัพยดําเนินงาน (เพิ่มขึ้น) ลดลง เงินใหกูยืมแกสถาบันการเงิน หลักทรัพยซื้อโดยมีสัญญาขายคืน เงินลงทุนชั่วคราว ลูกหนี้สํานักหักบัญชี เงินใหกูยืมและลูกหนี้ สินทรัพยอื่น เงินฝากระยะยาวสถาบันการเงิน หนี้สินดําเนินงานเพิ่มขึ้น (ลดลง) เงินกูยืมจากประชาชน เงินกูยืมจากสถาบันการเงิน เงินกูยืมจากตางประเทศ เจาหนี้สํานักหักบัญชี เจาหนี้ธุรกิจหลักทรัพย โบนัสคางจาย หนี้สินอื่น เงินสดสุทธิไดมาจาก (ใชไปใน) กิจกรรมดําเนินงาน กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน เงินสดจายซื้อเงินลงทุนในบริษัทยอย 10 เงินลงทุนระยะยาว (เพิ่มขึ้น) ลดลง เงินสดจายซื้ออุปกรณ เงินสดรับจากการขายอุปกรณ เงินสดจายซื้อสินทรัพยไมมีตัวตน เงินสดรับจากการขายทรัพยสินรอการขาย เงินสดสุทธิไดมาจาก (ใชไปใน) กิจกรรมลงทุน กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน เงินสดจายชําระหนี้ตามสัญญาเชาซื้อ เงินสดรับจากการแปลงใบสําคัญแสดงสิทธิ เงินปนผลจาย เงินสดสุทธิไดมาจาก (ใชไปใน) กิจกรรมจัดหาเงิน เงินสดและรายการเทียบเทาเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง)สุทธิ เงินสดและรายการเทียบเทาเงินสด ณ วันตนงวด เงินสดและรายการเทียบเทาเงินสด ณ วันปลายงวด หมายเหตุประกอบงบการเงินเปนสวนหนึ่งของงบการเงินนี้

(หนวย: บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550

2551

2550

(1,627,192,282) 398,000,000 509,997,890 (75,750,591) 962,229,358 (14,715,537) (314,913)

423,700,260 108,000,000 453,202,098 230,429,787 (1,596,137,210) (8,271,163) -

(1,030,394,541) 398,000,000 227,207,175 60,078,650 (3,344,347) -

50,288,493 108,000,000 769,006,491 (594,016,747) (124,269) -

249,616,805 (154,882,956) 43,385 (180,508,141) (403,263,206) (221,357) 7,927,237 (73,371,104)

397,448,237 (40,044,414) (2,286,495) 312,709,545 258,465,476 (10,292,444) 810,101,266

249,616,805 (154,882,956) 43,385 4,149,444 (57,996,096)

397,448,237 (276,554,230) (2,286,495) 3,611,528 613,948,777

(21,863,514) 189,587,749 (10,361,437) 23,819 (11,491,933) 2,844,000 148,738,684

(575,137,952) (10,634,996) 467,290 (585,305,658)

188,549,749 (478,316) 14,019 2,844,000 190,929,452

(575,137,952) (305,576) 467,290 (574,976,238)

11,859,800 (113,692,668) (101,832,868) (26,465,288) 369,556,311 343,091,023

(179,400) (90,000,021) (90,179,421) 134,616,187 234,940,124 369,556,311

(80,000,000) (80,000,000) 52,933,356 56,790,469 109,723,825

(30,000,000) (30,000,000) 8,972,539 47,817,930 56,790,469


บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) และบริษัทยอย งบกระแสเงินสด (ตอ) สําหรับป สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 (หนวย: บาท) งบการเงินรวม หมายเหตุ

2551

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2550

2551

2550

ขอมูลเพิ่มเติม เงินสดและรายการเทียบเทาเงินสด ประกอบดวย เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน

8

355,654,331

หัก เงินฝากที่ถึงกําหนดเกินกวา 3 เดือน

(12,563,308)

เงินสดและรายการเทียบเทาเงินสด - สุทธิ

343,091,023

หมายเหตุประกอบงบการเงินเปนสวนหนึ่งของงบการเงินนี้

369,556,311 369,556,311

109,723,825 109,723,825

56,790,469 56,790,469


บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) และบริษทั ยอย หมายเหตุประกอบงบการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 1. ขอมูลทั่วไป 1.1 บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) จัดตั้งขึ้นเปนบริษัทมหาชน มีภูมิลําเนา และประกอบกิ จ การในประเทศไทย บริ ษั ท ฯ ประกอบธุ ร กิ จ หลั ก คื อ ธุ ร กิ จ เงิ น ทุ น และธุ ร กิ จ หลักทรัพยผานบริษัทยอย คือ บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) ที่อยูบริษัทฯ ตามที่จด ทะเบียนตั้งอยูเลขที่ 25 อาคารกรุงเทพประกันภัย / ไว. ดับยู. ซี. เอ ชั้นที่ 23 ถนนสาทรใต แขวง ทุงมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 1.2 ในไตรมาสที่ 2 ของป 2551 บริษัทฯ ไดมีการขยายธุรกิจเงินใหสินเชื่อเพิ่มดานธุรกิจใหสินเชื่อเชา ซื้อยานพาหนะ 1.3 บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) (“บริษัทยอย”) จัดตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับการดําเนินงานดาน ธุรกิจหลักทรัพย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทยอยมีสาขาทั้งในกรุงเทพมหานครและ ตางจังหวัดรวม 7 สาขา (2550: 6 สาขา) 2. เกณฑในการจัดทํางบการเงิน 2.1 เกณฑในการจัดทํางบการเงิน งบการเงินนี้จัดทําขึ้นตามมาตรฐานบัญชีที่กําหนดในพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 และการแสดงรายการในงบการเงินนี้ไดทําขึ้นเพื่อใหเปนไปตามขอกําหนดของประกาศ ธนาคารแหงประเทศไทย เรื่องแบบงบดุลและบัญชีกําไรขาดทุนของบริษัทเงินทุน บริษัทเงินทุน หลักทรัพย และบริษัทเครดิตฟองซิเอรลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2544 และตามหลักเกณฑที่กําหนด โดยสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย งบการเงินนี้จัดทําขึ้นโดยใชเกณฑราคาทุนเดิมเวนแตจะไดเปดเผยเปนอยางอื่นในนโยบาย การบัญชี 2.2 เกณฑในการจัดทํางบการเงินรวม งบการเงินรวมจัดทําโดยรวมงบการเงินของบริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จํากัด (มหาชน) และบริษัทยอยดังตอไปนี้ อัตรารอยละการถือหุน ชื่อบริษัท

ประเภทธุรกิจ

บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) ธุรกิจหลักทรัพย บริษัท เอ.เอ็น.ที. (ไทยแลนด) จํากัด นายหนาซือ้ ขายสินคา (ถือหุนโดยบริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) รอยละ 99.99) เกษตรลวงหนา

จัดตั้งขึ้นในประเทศ

2551

2550

ไทย ไทย

49.27 49.27

49.99 -


ณ วันที่ 21 มกราคม 2551 บริษัทยอยไดลงทุนในบริษทั เอ.เอ็น.ที (ไทยแลนด) จํากัด ตามที่กลาวไวหมายเหตุขอ 10.3 บริษัทฯ จึงไดรวมผลการดําเนินงานของบริษัทดังกลาวนับตั้งแต วันที่ไดลงทุน ยอดคงคางและรายการคาที่มีสาระสําคัญระหวางบริษัทฯและบริษัทยอย เงินลงทุนในบริษัท ยอยในบัญชีของบริษัทฯและสวนของผูถ ือหุน ของบริษทั ยอยไดตัดออกจากงบการเงินรวมนี้แลว 2.3 การประกาศใชมาตรฐานการบัญชีใหม สภาวิชาชีพบัญชีไดออกประกาศสภาวิชาชีพบัญชีฉบับที่ 9/2550 ฉบับที่ 38/2550 และฉบับ ที่ 62/2550 เกีย่ วกับมาตรฐานการบัญชีซึ่งไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว โดยใหใชมาตรฐาน การบัญชีฉบับปรับปรุงใหมป 2550 ดังตอไปนี้แทนมาตรฐานการบัญชีฉบับเดิมที่ยกเลิกไป 2.3.1 มาตรฐานการบัญชีฉบับปรับปรุงใหมที่มีผลบังคับใชในป 2550 ฉบับที่ 44 (ปรับปรุง 2550) งบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการ ฉบับที่ 45 (ปรับปรุง 2550) เงินลงทุนในบริษัทรวม ฉบับที่ 46 (ปรับปรุง 2550) สวนไดเสียในการรวมคา มาตรฐานการบัญชีทั้ง 3 ฉบับขางตนใหถือปฏิบัติกับงบการเงินสําหรับรอบระยะเวลา บัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2550 เปนตนไป ทั้งนี้บริษัทฯ และบริษัทยอยไมตองปฏิบัติ ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 45 และ 46 เนื่องจากไมเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจของบริษัทและบริษัท ยอย 2.3.2 มาตรฐานการบัญชีฉบับปรับปรุงใหมที่มีผลบังคับใชในป 2551 ฉบับที่ 25 (ปรับปรุง 2550) งบกระแสเงินสด ฉบับที่ 29 (ปรับปรุง 2550) สัญญาเชา ฉบับที่ 31 (ปรับปรุง 2550) สินคาคงเหลือ ฉบับที่ 33 (ปรับปรุง 2550) ตนทุนการกูยมื ฉบับที่ 35 (ปรับปรุง 2550) การนําเสนองบการเงิน ฉบับที่ 39 (ปรับปรุง 2550) นโยบายการบัญชี การเปลี่ยนแปลงประมาณการทาง บัญชีและขอผิดพลาด ฉบับที่ 41 (ปรับปรุง 2550) งบการเงินระหวางกาล ฉบับที่ 43 (ปรับปรุง 2550) การรวมธุรกิจ ฉบับที่ 49 (ปรับปรุง 2550) สัญญากอสราง ฉบับที่ 51 สินทรัพยไมมีตัวตน


บริษัทฯ และบริษัทยอยไดถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีดังกลาวแลวสําหรับรอบ ระยะเวลาบัญชีที่เริ่มตั้งแตวันที่ 1 มกราคม 2551 เปนตนไป ฝายบริหารของบริษัทฯ ไดประเมิน แลวเห็นวามาตรฐานฉบับที่ 31, 33 และ 49 ไมเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทยอย สวนมาตรฐานการบัญชีอื่น ๆ ที่เกี่ยวของบริษัทฯ และบริษัทยอยไดถือปฏิบัติไมมีผลกระทบอยาง เปนสาระสําคัญตองบการเงินสําหรับป 2551 2.3.3 มาตรฐานการบัญชีที่มีผลบังคับใชในป 2552 ฉบับที่ 36 (ปรับปรุง 2550) การดอยคาของสินทรัพย ฉบับที่ 54 (ปรับปรุง 2550) สินทรัพยไมหมุนเวียนที่ถอื ไวเพื่อขายและการ ดําเนินงานที่ยกเลิก มาตรฐานการบัญชีขางตนใหถือปฏิบัติกับงบการเงินสําหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือ หลังวันที่ 1 มกราคม 2552 เปนตนไป ฝายบริหารของบริษัทฯ ไดประเมินแลวเห็นวามาตรฐานการ บัญชีฉบับดังกลาวจะไมมีผลกระทบอยางเปนสาระสําคัญตองบการเงินเมื่อไดเริ่มถือปฏิบัติ 3. นโยบายการบัญชีที่สําคัญ นโยบายการบัญชีที่สาํ คัญของบริษัทฯและบริษัทยอยโดยสรุปมีดังตอไปนี้ 3.1 การรับรูรายไดและคาใชจาย ก)

ดอกเบี้ยและสวนลดรับจากเงินใหกูยืม ดอกเบี้ยจากเงินใหกูยืมถือเปนรายไดตามระยะเวลาของเงินใหกูยืมโดยคํานวณจาก ยอดเงินตนที่คงคาง บริษัทฯ หยุดรับรูรายไดดอกเบี้ยตามเกณฑคงคางสําหรับเงินใหกูยืมที่ ผิดนัดชําระเงินตนหรือดอกเบี้ยเกินกําหนดสามเดือนนับจากวันครบกําหนดชําระ และจะ โอนกลับรายการดอกเบี้ยคางรับที่เคยบันทึกบัญชีเปนรายไดแลวนั้นออกจากบัญชีการ บันทึกรายไดดอกเบี้ยรับ หลังจากนั้นจะบันทึกตามเกณฑเงินสด ซึ่งเปนไปตามขอกําหนด ของธนาคารแหงประเทศไทย บริษัทฯ รับรูรายไดสําหรับลูกหนี้ภายหลังการปรับโครงสรางหนี้ใหมตามเกณฑคง คางเชนเดียวกับเงินใหกูยืมที่กลาวขางตน ยกเวนหนี้ตามสัญญาปรับโครงสรางหนี้ที่อยู ระหวางการติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับโครงสรางหนี้ใหมซึ่งจะรับรูรายได ตามเกณฑเงินสดจนกวาลูกหนี้จะปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับโครงสรางหนี้ติดตอกันไมนอย กวาสามเดือน หรือสามงวดการชําระเงินแลวแตระยะเวลาใดจะนานกวา ในกรณีที่ดอกเบี้ยหรือสวนลดไดคิดรวมอยูในตั๋วเงินหรือเงินใหกูยืมแลว ดอกเบี้ย หรือสวนลดดังกลาวจะตั้งพักไวและตัดจําหนายเปนรายไดเฉลี่ยเทา ๆ กันตลอดอายุของตั๋ว เงิน หรือระยะเวลาของเงินใหกูยืมนั้น


ข)

ค)

ง)

ดอกเบี้ยจากการใหเชาซื้อ บริษัทฯ รับรูรายไดจากสัญญาเชาซื้อโดยการปนสวนดอก ผลเชาซื้อไปตลอดระยะเวลาการผอนชําระตามวิธีอัตราดอกเบี้ยที่แทจริง โดยจะรับรูในวันที่ ถึงกําหนดชําระคางวด บริษัทฯ หยุดรับรูรายไดจากสัญญาเชาซื้อ เมื่อคางชําระเกินกวาสาม งวด ดอกเบี้ยจากลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพยของบริษัทยอยถือเปนรายไดตามเกณฑคงคาง เวนแตมีความไมแนนอนในการเรียกเก็บเงินตนและดอกเบี้ย บริษัทยอยจึงหยุดรับรูรายได ดอกเบี้ยดังกลาวตามเกณฑคงคาง กรณีดังตอไปนี้ถือวามีความไมแนนอนในการเรียกเก็บเงินตนและดอกเบี้ยของเงินให กูยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย ซึ่งเปนไปตามหลักเกณฑที่กําหนดโดยสํานักงานคณะกรรมการ กํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย (1) ลูกหนี้ทั่วไปที่มีหลักประกันต่ํากวามูลหนี้ (2) ลูกหนี้ผอนชําระรายที่มีงวดการชําระเงินไมเกินทุกสามเดือน ซึ่งคางชําระเงินตนหรือ ดอกเบี้ยตั้งแตสามเดือนขึ้นไป (3) ลูกหนี้ผอนชําระรายที่มีงวดการชําระเงินเกินกวาทุกสามเดือน เวนแตมีหลักฐานที่ ชัดเจนและมีความเปนไปไดคอนขางแนที่บริษัทยอยจะไดรับชําระหนี้ทั้งหมด (4) ลูกหนี้สถาบันการเงินที่มีปญหา (5) ลูกหนี้อื่นที่คางชําระดอกเบี้ยตั้งแตสามเดือนขึ้นไป ดอกเบี้ยและเงินปนผลจากเงินลงทุนในหลักทรัพย ดอกเบี้ยจากเงินลงทุนถือเปนรายไดตามเกณฑคงคางโดยคํานึงถึงอัตราผลตอบแทน ที่แทจริง สวนเงินปนผลจากเงินลงทุนถือเปนรายไดเมื่อมีสิทธิในการรับเงินปนผล คานายหนา (1) คานายหนาจากการเปนนายหนาซื้อขายหลักทรัพยถื อเปนรายได ณ วันที่ที่เกิ ด รายการ (2) คานายหนาจากการซื้อขายสินคาเกษตรลวงหนา บันทึกตามเกณฑคงคางซึ่งคํานวณ ตามจํานวนสัญญาที่มีการซื้อขายในแตละวัน กําไร (ขาดทุน) จากการซื้อขายเงินลงทุน (1) กําไร (ขาดทุน) จากการซื้อขายเงินลงทุนถือเปนรายไดหรือคาใชจาย ณ วันที่ที่เกิด รายการ (2) กําไร (ขาดทุน) จากการซื้อขายสัญญาซื้อขายสินคาเกษตรลวงหนาถือเปนรายได หรือคาใชจาย ณ วันที่เกิดรายการ


จ)

คาธรรมเนียมและบริการ คาธรรมเนียมถือเปนรายไดตามเกณฑคงคาง รายไดคาบริการรับรูเมื่อไดใหบริการ แลวโดยพิจารณาถึงขั้นความสําเร็จของงาน

ฉ)

คาใชจาย คาใชจายบันทึกตามเกณฑคงคาง

3.2 ดอกเบี้ยจาย ดอกเบี้ยจายถือเปนคาใชจายตามเกณฑคงคาง ในกรณีที่ดอกเบี้ยไดคิดรวมอยูในตั๋วเงิน จายแลว ดอกเบี้ยนั้นจะตั้งพักไวและตัดจําหนายเปนคาใชจายเฉลี่ยเทา ๆ กันตลอดอายุของตั๋ว เงินนั้น 3.3 ภาษีเงินได บริษัทฯและบริษัทยอยบันทึกภาษีเงินไดโดยการคํานวณจากกําไรสุทธิทางภาษีตามที่ กฎหมายที่เกี่ยวของกําหนด โดยใชอัตราภาษีตามที่กลาวในหมายเหตุขอ 26 3.4 กําไรตอหุน กําไรตอหุนที่แสดงไวในงบกําไรขาดทุนเปนกําไรตอหุนขั้นพื้นฐานซึ่งคํานวณโดยการหาร กํ า ไรสุ ท ธิ สํ า หรั บ ป ด ว ยจํ า นวนถั ว เฉลี่ ย ถ ว งน้ํ า หนั ก ของหุ น สามั ญ ที่ อ อกจํ า หน า ยและถื อ โดย บุคคลภายนอกในระหวางป 3.5 เงินสดและรายการเทียบเทาเงินสด เพื่ อ วั ต ถุ ป ระสงค ใ นการจั ด ทํ า งบกระแสเงิ น สด เงิ น สดและรายการเที ย บเท า เงิ น สด หมายความรวมถึงเงินสดในมือและเงินฝากธนาคารทุกประเภทแตไมรวมบัตรเงินฝาก 3.6 หลักทรัพยซื้อโดยมีสัญญาขายคืน บริษัทฯมีการทําสัญญาซื้อหลักทรัพยโดยมีสัญญาขายคืน โดยมีการกําหนดวันเวลาและ ราคาที่แนนอนในอนาคต จํานวนเงินที่จายสําหรับหลักทรัพยซื้อโดยมีสัญญาขายคืนในอนาคต แสดงเปนหลักทรัพยซื้อโดยมีสัญญาขายคืนในงบดุล โดยหลักทรัพยที่ไดรับมาดังกลาวถือเปน หลักประกัน ผลต า งระหว า งราคาซื้ อ และราคาขายจะถู ก รั บ รู ต ามเกณฑ ค งค า งตามระยะเวลาของ รายการซึ่งแสดงรวมอยูในดอกเบี้ยรับ


3.7 เงินลงทุน ก)

เงินลงทุนในหลักทรัพยเพื่อคาแสดงตามมูลคายุติธรรม บริษัทฯและบริษัทยอยบันทึกการ เปลี่ยนแปลงมูลคาของหลักทรัพยเพื่อคาเปนรายการกําไรหรือขาดทุนในงบกําไรขาดทุน

ข)

เงินลงทุนในหลักทรัพยเผื่อขายแสดงตามมูลคายุติธรรม บริษัทฯและบริษัทยอยบันทึกการ เปลี่ ย นแปลงมู ล ค า หลั ก ทรั พ ย ดั ง กล า วเป น รายการแยกต า งหากในส ว นของผู ถื อ หุ น จนกระทั่งจําหนายหลักทรัพยดังกลาวออกไป จึงบันทึกการเปลี่ยนแปลงมูลคานั้นในงบกําไร ขาดทุน

ค)

เงินลงทุนในตราสารหนี้ที่จะครบกําหนดชําระใน 1 ป และที่จะถือจนครบกําหนดแสดงมูลคา ตามวิธีราคาทุนตัดจําหนาย บัญชีสวนเกิน/สวนต่ํากวามูลคาตราสารหนี้จะถูกตัดจําหนาย ตามอัตราดอกเบี้ยที่แทจริง ซึ่งจํานวนที่ตัดจําหนายนี้จะแสดงเปนรายการปรับกับรายได ดอกเบี้ยรับ

ง)

เงินลงทุนในตราสารทุนที่ไมอยูในความตองการของตลาดถือเปนเงินลงทุนทั่วไปซึ่งแสดงใน ราคาทุนสุทธิจากคาเผื่อการดอยคา (ถามี)

จ)

เงินลงทุนในบริษัทยอยที่แสดงอยูในงบการเงินเฉพาะกิจการแสดงมูลคาตามวิธีราคาทุน

มูลคายุติธรรมของหลักทรัพยในความตองการของตลาดคํานวณจากราคาเสนอซื้อหลังสุด ณ สิ้นวันทําการสุดทายของปของตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย มูลคายุติธรรมของตราสารหนี้ที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย คํานวณจาก อัตราผลตอบแทนเสนอซื้อเฉลี่ย (Average bid yield) ของวันทําการสุดทายของป หากไมมีอัตรา ผลตอบแทนเสนอซื้อเฉลี่ย จะใชอัตราผลตอบแทนของการซื้อขายครั้งสุดทายไมเกิน 1 เดือน ทั้งนี้ ภายใตสถานการณทางเศรษฐกิจที่ไมเปลี่ยนแปลงอยางมีสาระสําคัญระหวางวันที่มีการซื้อขายครั้ง สุดทายกับวันที่วัดมูลคา และนํามาคํานวณตามสูตรที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยกําหนด มูลคายุติธรรมของตราสารหนี้ที่ไมไดขึ้นทะเบียนกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย หรือขึ้น ทะเบียนแตไมมีสภาพคลอง คํานวณโดยใชเสนอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล ณ วันทํา การสุดทายของปโดยสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปนฐานในการคํานวณและปรับดวยคาความ เสี่ยงที่เหมาะสม มูลคายุติธรรมของหนวยลงทุนคํานวณจากมูลคาสินทรัพยสุทธิ (Net Asset Value) ณ วัน สิ้นป บริษัทฯและบริษัทยอยใชวิธีถัวเฉลี่ยถวงน้ําหนักในการคํานวณตนทุนของเงินลงทุน


ในกรณีที่มีการโอนเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน บริษัทฯและบริษัทยอยจะปรับเปลี่ยนราคาของ เงินลงทุนใหมโดยใชมูลคายุติธรรม ณ วันที่โอนเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน ผลแตกตางระหวางราคา ตามบัญชีและมูลคายุติธรรม ณ วันที่โอนไดบันทึกเปนรายการกําไร (ขาดทุน) ในงบกําไรขาดทุน หรือแสดงเปนสวนเกิน (ต่ํา)กวาทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลคาในสวนของผูถือหุนแลวแตประเภท ของเงินลงทุนที่มีการโอนเปลี่ยน 3.8 คาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและคาเผื่อการปรับมูลคาจากการปรับโครงสรางหนี้ บริษัทฯ บริษัทฯ ตั้งคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของเงินใหสินเชื่อและสวนสูญเสียจากการปรับโครงสราง หนี้ตามหลักเกณฑที่กําหนดโดยธนาคารแหงประเทศไทย (“ธปท.”) โดยการวิเคราะหและประเมิน ฐานะของลูกหนี้จากประสบการณในการพิจารณาความเสี่ยงและมูลคาหลักประกันประกอบ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2549 ธปท.ไดปรับปรุงหลักเกณฑการตั้งคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและ การนํามูลคาหลักประกันมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ในการกันเงินสํารองสําหรับ ลูกหนี้ดอยคุณภาพ โดยบริษัทฯกันเงินสํารองในอัตรารอยละ 100 สําหรับสวนตางระหวางยอดหนี้ ตามบัญชีกับมูลคาปจจุบันของกระแสเงินสดที่คาดวาจะไดรับจากลูกหนี้หรือมูลคาปจจุบันของ กระแสเงินสดที่คาดวาจะไดรับจากการจําหนายหลักประกัน โดยใชอัตราดอกเบี้ยที่กําหนด คือ รอยละ 7 และระยะเวลาที่คาดวาจะจําหนายหลักประกันไดตามเกณฑของ ธปท. โดยมีกําหนด ระยะเวลาการกันสํารองดังนี้ ก)

ลู ก หนี้ ที่ ศ าลมี คํ า พิ พ ากษาแล ว หรื อ อยู ร ะหว า งบั ง คั บ คดี และลู ก หนี้ ที่ อ ยู ร ะหว า ง ดําเนินคดี ใหกันเงินสํารองตั้งแตงวดการบัญชีหลังของป 2549 เปนตนไป

ข)

ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้น เปนสินทรัพยจัด ชั้นสงสัยจะสูญ และชั้นสงสัย ใหกันเงินสํารอง ตั้งแตงวดบัญชีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2550

ค)

ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเปนสินทรัพยจัดชั้นต่ํากวามาตรฐาน ใหกันเงินสํารองตั้งแตงวด บัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2550

สํ า หรั บ ลู ก หนี้ ที่ จั ด ชั้ น ปกติ (รวมลู ก หนี้ ที่ ผ า นการปรั บ โครงสร า งหนี้ ) และลู ก หนี้ จั ด ชั้ น กลาวถึงเปนพิเศษ บริษัทฯกันสํารองในอัตราไมต่ํากวารอยละ 1 และ 2 ตามลําดับ ของยอดหนี้ เงินตนคงคาง (ไมรวมดอกเบี้ย) ตามหลักเกณฑที่กําหนดโดย ธปท. ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 บริษัทฯไดกันสํารองตามเกณฑใหมของธนาคาร แหงประเทศไทยตามขอกําหนดใน ก) ข) และ ค) ขางตนแลว


บริษัทยอย สําหรับบริษัทยอย (บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน)) เกณฑการจัดชั้นลูกหนี้และ การตั้งคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเปนไปตามประกาศของสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยและ ตลาดหลักทรัพย และปจจัยอื่นประกอบ 3.9 การปรับโครงสรางหนี้ที่มีปญหา บริษัทฯถือปฏิบัตินโยบายการบัญชีสําหรับการปรับโครงสรางหนี้ที่มีปญหา โดยในกรณีที่รับ ชําระหนี้โดยการรับโอนสินทรัพย ตราสารการเงินหรือรับหุนทุนของลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้ เปนทุน บริษัทฯจะบันทึกสินทรัพยที่ไดรับโอนมาดวยราคายุติธรรมของสินทรัพยนั้น สวนสูญเสียที่ เกิดขึ้นจากผลตางระหวางราคาตามบัญชีของหนี้ที่เกินกวามูลคายุติธรรมของสินทรัพยจะบันทึกใน งบกําไรขาดทุน โดยคํานึงถึงคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่ตั้งไวเดิมดวย ในกรณีของการปรับโครงสรางหนี้โดยการผอนปรนเงื่อนไขการชําระหนี้ใหแกลูกหนี้ บริษัท ฯ จะบันทึกสวนสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการคํานวณราคาตามบัญชีใหมของลูกหนี้โดยการคํานวณ มูลคาปจจุบันของกระแสเงินสดรับตามเงื่อนไขใหม โดยใชอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ําสําหรับเงินกู (MLR) ของธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) ในการคิดลด ผลตางระหวางราคาตามบัญชีใหมที่คํานวณได ที่ต่ํากวาราคาตามบัญชีเดิมรวมดอกเบี้ยคางรับของลูกหนี้จะบันทึกเปนสวนสูญเสียจากการปรับ โครงสรางหนี้ในงบกําไรขาดทุน ขาดทุนจากการปรับโครงสรางหนี้ที่มีปญหาซึ่งเกิดจากการลดเงินตนและดอกเบี้ยรับรูเปน คาใชจายในงบกําไรขาดทุน 3.10 ทรัพยสินรอการขาย ทรัพยสินรอการขายแสดงตามราคาทุนหรือ ราคาขายที่คาดวาจะไดรับซึ่งถือตามราคา ประเมินลาสุดหักดวยประมาณการคาใชจายในการขาย (ถามี) แลวแตราคาใดจะต่ํากวา บริษัทฯบันทึกตนทุนของทรัพยสินรอการขายที่รับโอนมาจากการปรับโครงสรางหนี้ดวย มูลคายุติธรรมของทรัพยสินหักดวยประมาณการคาใชจายในการขายแตไมเกินยอดเงินตนและ ดอกเบี้ยคางรับที่มีสิทธิเรียกรองตามกฎหมาย กําไร (ขาดทุน) จากการจําหนายทรัพยสินรอการขายจะรับรูเปนรายไดหรือคาใชจายในงบ กําไรขาดทุนเมื่อมีการจําหนาย และขาดทุนจากการดอยคาจะรับรูเปนคาใชจายในงบกําไรขาดทุน 3.11 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ และคาเสื่อมราคา ที่ดินแสดงมูลคาตามราคาทุน อาคารและอุปกรณแสดงมูลคาตามราคาทุนหักคาเสื่อมราคา สะสมและคาเผื่อการดอยคาของสินทรัพย (ถามี)


คาเสื่อมราคาของอาคารและอุปกรณ คํานวณจากราคาทุนของสินทรัพยโดยวิธีเสนตรงตาม อายุการใชงานโดยประมาณดังนี้ อาคาร

20

ป

3–5

ป

เครื่องตกแตงและติดตั้ง

5

ป

ยานพาหนะ

5

ป

เครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณ

คาเสื่อมราคารวมอยูในการคํานวณผลการดําเนินงาน ไมมีการคิดคาเสื่อมราคาสําหรับที่ดินและสินทรัพยระหวางติดตั้ง 3.12 สินทรัพยไมมีตัวตน สินทรัพยไมมีตัวตน แสดงตามราคาทุนหลังหักคาตัดจําหนายสะสมและคาเผื่อการดอยคา (ถามี) สินทรัพยไมมีตัวตนสําหรับคานิยมจากการซื้อเงินลงทุน บันทึกตามราคาทุนหักดวยคาเผื่อ การดอยคา (ถามี) บริษัทฯ และบริษัทยอยคํานวณคาตัดจําหนายของสินทรัพยไมมีตัวตนจากราคาทุนของ สินทรัพยโดยวิธีเสนตรงตามอายุการใหประโยชนโดยประมาณของสินทรัพยดังตอไปนี้ ซอฟทแวร

5

ป

คาธรรมเนียมใบอนุญาตธุรกิจสัญญาซื้อขายลวงหนา

5

ป

คาธรรมเนียมใบอนุญาตธุรกิจหลักทรัพย

5

ป

คาความนิยม

พิจารณาการดอยคาทุกป

3.13 การขายลูกหนี้ตั๋วเงิน บริษัทฯ บันทึกรายการขายลดตั๋วเงินประเภทผูซื้อมีสิทธิไลเบี้ยซึ่งไมมีธนาคารพาณิชยหรือ บริษัทเงินทุนรับรองหรือรับอาวัลเปนหนี้สินภายใตบัญชี “ภาระจากการขายลูกหนี้ตั๋วเงิน” บริษัทฯ จะโอนบัญชีเงินใหกูยืมตามตั๋วเงินไปหักออกจากบัญชี “ภาระจากการขายลูกหนี้ตั๋วเงิน” เมื่อตั๋ว เงินนั้นถึงกําหนดชําระและผูจายเงินไดจายเงินตามตั๋วเงินแลว 3.14 ลูกหนี้/เจาหนี้สํานักหักบัญชีของบริษัทยอย ลูกหนี้/เจาหนี้สํานักหักบัญชี หมายถึง ยอดดุลสุทธิลูกหนี้/เจาหนี้ที่เกิดจากการชําระราคา ซื้อขายหลักทรัพย รวมถึงเงินที่นําไปวางเปนประกันสํานักหักบัญชีของศูนยรับฝากหลักทรัพย, สํานักหักบัญชีซื้อขายลวงหนาและสํานักหักบัญชีตลาดสินคาเกษตรลวงหนา


3.15 เจาหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและสัญญาซื้อขายลวงหนาของบริษัทยอย เจาหนี้ธุรกิจหลักทรัพย หมายถึง ภาระของบริษัทยอยจากการประกอบธุรกิจหลักทรัพย และธุ ร กิ จ สั ญ ญาซื้ อ ขายล ว งหน า ที่ มี ต อ บุ ค คลภายนอก เช น ยอดดุ ล สุ ท ธิ เ จ า หนี้ ลู ก ค า ซื้ อ หลั ก ทรั พ ย ด ว ยเงิ น สด ภาระที่ ต อ งส ง มอบหลั ก ทรั พ ย เนื่ อ งจากการขายชอร ต หรื อ การยื ม หลักทรัพย และภาระที่ตองสงคืนทรัพยสินที่บริษัทยอยถือไวเพื่อเปนประกันการใหยืมหลักทรัพย 3.16 การรับรูและตัดบัญชีสินทรัพยของลูกคาของบริษัทยอย บริษัทยอยบันทึกเงินที่ลูกคาวางไวกับบริษัทยอยเพื่อการซื้อขายหลักทรัพยบัญชีเงินสด และการซื้อขายหลักทรัพยในระบบเครดิตบาลานซ เปนสินทรัพยและหนี้สินของบริษัทยอยเพื่อ การควบคุมภายใน และ ณ วันที่ในงบดุล บริษัทยอยไดตัดรายการดังกลาวออกทั้งดานสินทรัพย และหนี้สิน โดยจะแสดงเฉพาะสินทรัพยที่เปนของบริษัทยอยเทานั้น 3.17 รายการธุรกิจกับบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวของกัน บุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวของกันกับบริษัทฯ หมายถึง บุคคลหรือกิจการที่มีอํานาจควบคุม บริษัทฯ และบริษัทยอย หรือถูกควบคุมโดยบริษัทฯ และบริษัทยอยไมวาจะเปนโดยทางตรงหรือ ทางออม หรืออยูภายใตการควบคุมเดียวกันกับบริษัทฯและบริษัทยอย นอกจากนี้บุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวของกันยังหมายรวมถึงบริษัทรวมและบุคคลซึ่งมีอิทธิพล อยางเปนสาระสําคัญกับบริษัทฯ และบริษัทยอย ผูบริหารสําคัญ กรรมการหรือพนักงานของ บริษัทฯ และ บริษัทยอยที่มีอํานาจในการวางแผนและควบคุมการดําเนินงานของบริษัทฯ และ บริษัทยอย 3.18 สินทรัพยภายใตสัญญาเชาการเงิน บริษัทยอย บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) มีสัญญาเชายานพาหนะที่ความเสี่ยง และผลตอบแทนของความเปนเจาของสวนใหญไดโอนไปใหกับผูเชาถือเปนสัญญาเชาการเงิน สัญญาเชาการเงินจะบันทึกเปนรายจายฝายทุนดวยมูลคายุติธรรมของสินทรัพยที่เชาหรือมูลคา ปจจุบันสุทธิของจํานวนเงินที่ตองจายตามสัญญาเชาแลวแตมูลคาใดจะต่ํากวา ภาระผูกพันตาม สัญญาเชาหักคาใชจายทางการเงินจะบันทึกเปนหนี้สิน สวนดอกเบี้ยจายจะบันทึกในงบกําไร ขาดทุนตลอดอายุของสัญญาเชา สินทรัพยที่ไดมาตามสัญญาเชาการเงินจะคิดคาเสื่อมราคาตลอด อายุการใชงานของสินทรัพยที่เชาหรืออายุของสัญญาเชาแลวแตระยะเวลาใดจะต่ํากวา 3.19 เงินตราตางประเทศ รายการที่เปนเงินตราตางประเทศซึ่งเกิดขึ้นระหวางปไดแปลงคาเปนเงินบาทโดยใชอัตรา แลกเปลี่ยน ณ วันที่ที่เกิดรายการ สินทรัพยและหนี้สินที่เปนเงินตราตางประเทศคงเหลืออยู ณ วันที่ในงบดุลไดแปลงคาเปนเงินบาทโดยใชอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ในงบดุล กําไรและขาดทุนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในอัตราแลกเปลี่ยนไดรวมอยูในการคํานวณผล การดําเนินงาน


3.20 การดอยคาของสินทรัพย ณ วันที่ในงบดุล บริษัทฯ และบริษัทยอยจะประเมินวามีขอบงชี้ซึ่งแสดงวาสินทรัพยวามีการ ดอยคาหรือไม หากสินทรัพยนั้นมีขอบงชี้ของการดอยคา บริษัทฯ และบริษัทยอยจะประมาณมูล คาที่คาดวาจะไดรับคืนของสินทรัพย หากราคาตามบัญชีของสินทรัพยสูงกวามูลคาที่คาดวาจะ ไดรับคืน บริษัทฯ และบริษัทยอยจะลดมูลคาของสินทรัพยนั้นลงใหเทากับมูลคาที่คาดวาจะไดรับ คืน และรับรูผลขาดทุนจากการดอยคาของสินทรัพยในงบกําไรขาดทุน มูลคาที่คาดวาจะไดรับคืน ของสินทรัพยหมายถึงราคาขายสุทธิหรือมูลคาจากการใชของสินทรัพยนั้นแลวแตจํานวนใดจะสูง กวา 3.21 ผลประโยชนพนักงาน กองทุนสํารองเลี้ยงชีพพนักงาน บริษัทฯ และบริษัทยอยจัดใหมีกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ ซึ่งเปนลักษณะของแผนการจายสมทบ ตามที่ไดกําหนดการจายสมทบไวแลว สินทรัพยของกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ ไดแยกออกไปจาก สินทรัพยของบริษัท และไดรับการบริหารโดยผูจัดการกองทุนภายนอก กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ ดังกลาวไดรับเงินสะสมเขากองทุนจากพนักงานและเงินสมทบจากบริษัท เงินจายสมทบกองทุน สํารองเลี้ยงชีพบันทึกเปนคาใชจายในงบกําไรขาดทุนสําหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เกิดรายการนั้น เงินชดเชยพนักงานเกษียณอายุ บริ ษั ท ฯ มี น โยบายบั น ทึ ก เงิ น ชดเชยพนั ก งานเกษี ย ณอายุ สํ า หรั บ พนั ก งานที่ ใ กล จ ะ เกษียณอายุ (อายุครบ 54 ป) โดยบริษัทฯ จะทยอยรับรูตามระยะเวลา 12 เดือน จนครบ และ บริษัทฯ จะจายเงินชดเชยในเดือนที่พนักงานที่เกษียณอายุครบ 55 ป บริษัทยอยจายเงินชดเชยพนักงานเกษียณอายุเมื่อครบเกษียณอายุ ซึ่งเงินผลประโยชนที่จะ ใหแกพนักงานเมื่อครบเกษียณอายุตามกฎหมายแรงงานกําหนด บริษัทยอยจะบันทึกในงวดบัญชี ที่พนักงานครบเกษียณอายุ คาใชจายเกี่ยวกับเงินเดือน คาจาง โบนัส เงินสมทบกองทุนประกันสังคม เงินสมทบกองทุน สํารองเลี้ยงชีพและผลประโยชนอื่น ๆ บันทึกเปนคาใชจายในปที่เกิดรายการ 3.22 ประมาณการหนี้สิน บริษัทฯ และบริษัทยอยจะบันทึกประมาณการหนี้สินเมื่อมีความเปนไปไดคอนขางแนของ การเกิ ด ภาระผู ก พั น ในป จ จุ บั น ตามกฎหมายหรื อ จากการอนุ ม านอั น เป น ผลสื บ เนื่ อ งมาจาก เหตุ การณ ในอดีต ภาระผูก พั น ดัง กลา วคาดว าจะส ง ผลให สู ญ เสี ยทรั พ ยากรที่มี ป ระโยชน เ ชิ ง เศรษฐกิจ เพื่อจายชําระภาระผูกพันและจํานวนที่ตองจายสามารถประมาณการไดอยางนาเชื่อถือ หากบริษัทฯ และบริษัทยอยคาดวาจะไดรับคืนรายจายที่จายชําระไปตามประมาณการหนี้สิน ทั้งหมดหรือบางสวนอยางแนนอน บริษัทฯ และบริษัทยอยจะรับรูรายจายที่ไดรับคืนเปนสินทรัพย แยกตางหากแตตองไมเกินจํานวนประมาณการหนี้สินที่เกี่ยวของ


3.23 เครื่องมือทางการเงิน เครื่องมือทางการเงินที่แสดงในงบดุลประกอบดวยเงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน เงินให กูยืมแกสถาบันการเงิน หลักทรัพยซื้อโดยมีสัญญาขายคืน เงินลงทุน ลูกหนี้/เจาหนี้สํานักหักบัญชี เงินใหกูยืมและลูกหนี้ เงินกูยืมและเงินรับฝาก และลูกหนี้/เจาหนี้ธุรกิจหลักทรัพย ซึ่งนโยบายการ บัญชีเฉพาะสําหรับรายการแตละรายการไดเปดเผยแยกไวในแตละหัวขอที่เกี่ยวของ บริษัทฯ และบริษัทยอยไมมีนโยบายที่จะประกอบธุรกรรมตราสารทางการเงินนอกงบดุลที่ เปน ตราสารอนุพันธเพื่อการเก็งกําไรหรือเพื่อการคา 3.24 การใชประมาณการทางบัญชี การจัดทํางบการเงินเปนไปตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป ฝายบริหารตองใชการประมาณ การและการตั้งขอสมมติฐานบางประการ ซึ่งอาจมีผลกระทบตอจํานวนเงินที่แสดงไวในงบการเงิน และการเปดเผยในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ซึ่งผลที่เกิดขึ้นจริงภายหลังอาจแตกตางไปจาก จํานวนเงินที่ประมาณไว 4. การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีเกี่ยวกับการบันทึกเงินลงทุนในบริษทั ยอยในงบการเงิน เฉพาะกิจการ ในระหวางป 2550 บริษัทฯไดเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีเกี่ยวกับการบันทึกเงินลงทุนในบริษัท ยอยในงบการเงินเฉพาะกิจการจากวิธีสวนไดเสียเปนวิธีราคาทุน ตามประกาศสภาวิชาชีพบัญชี ฉบับที่ 26/2549 เรื่อง มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 44 เรื่อง งบการเงินรวมและการบัญชีสําหรับเงินลงทุนใน บริษัทยอย (แกไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1) ซึ่งกําหนดใหแกไขการบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทยอย กิจการที่มี อํานาจควบคุมรวม และบริษัทรวมในงบการเงินเฉพาะกิจการจากวิธีสวนไดเสียมาเปนวิธีราคาทุน ในการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีดังกลาว บริษัทฯไดปรับยอนหลังงบการเงินเฉพาะกิจการ งวดกอนที่นํามาแสดงเปรียบเทียบเสมือนวาบริษัทฯไดถือปฏิบัติเกี่ยวกับการบันทึกบัญชีเงินลงทุนใน บริษัทยอยตามวิธีราคาทุนมาโดยตลอด การเปลี่ยนแปลงนี้ทําใหบริษัทฯมีกําไรสุทธิในงบกําไรขาดทุน เฉพาะกิจการ สําหรับปสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2551 ลดลงจํานวน 47.96 ลานบาท ( 0.24 บาทตอหุน) (2550 : ลดลงเปนจํานวน 69.55 ลานบาท ( 0.35 บาทตอหุน ) ผลสะสมของการเปลี่ยนแปลงนโยบาย การบัญชีดังกลาวไดแสดงไวในหัวขอ “ผลสะสมจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีเกี่ยวกับการ บันทึกเงินลงทุนในบริษัทยอย” ในงบแสดงการเปลี่ยนแปลงสวนของผูถือหุนเฉพาะกิจการแลว ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีดังกลาว มีผลกระทบเฉพาะตอรายการบัญชีที่เกี่ยวของกับ เงินลงทุนในบริษัทยอยในงบการเงินเฉพาะกิจการเทานั้น โดยไมไดมีผลกระทบตองบการเงินรวมแต อยางใด


5. แผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินและการดํารงสถานะเปนบริษัทเงินทุน ฝายบริหารของบริษัทฯ คาดวาจะไมไดรับผลกระทบในการประกอบธุรกิจเงินทุนจากการไมไดรับ ความเห็นชอบในคําขอจัดตั้งธนาคารพาณิชยตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่ 1 และจากการ บังคับใชพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 อนึ่งเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ 2551 ไดมีการประกาศใชพระราชบัญญัติสถาบันคุมครองเงินฝาก พ.ศ.2551 ในพระราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะมีผลบังคับใชเมื่อพนกําหนด 180 วัน นับแตวันประกาศใน พระราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป พ.ร.บ.ฉบับนี้มีสาระสําคัญเกี่ยวกับการยกเลิกการประกันการชําระคืน ตนเงินฝากและดอกเบี้ยตามขอบังคับกองทุนเพื่อการฟนฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน โดยจะ ดําเนินการทยอยลดวงเงินการคุมครองภายในระยะเวลา 4 ป ทั้งนี้วงเงินคุมครองเงินฝากจะเหลือเพียง จํานวน 1 ลานบาท ตอสถาบันการเงินในปที่ 5 ของการบังคับใชพระราชบัญญัติดังกลาว เปนตนไป ตอมาเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2551 คณะรัฐมนตรีไดมีมติเห็นชอบรางพระราชกฤษฎีกากําหนดจํานวนเงิน ที่ใหความคุมครองเพิ่มขึ้นโดยไดขยายระยะเวลาการคุมครองเงินฝากเต็มจํานวนตั้งแตปที่ 1 ถึงปที่ 3 และลดเหลือจํานวน 50 ลานบาทในปที่ 4 และจํานวน 1 ลานบาท ในปที่ 5 เปนตนไป 6. พระราชกําหนดบรรษัทบริหารสินทรัพยไทย เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2544 รัฐบาลไดออกพระราชกําหนดบรรษัทบริหารสินทรัพยไทยขึ้น ภายใต พระราชกําหนดนี้ สถาบันการเงินสามารถเลือกที่จะเขารวมโครงการและโอนสินทรัพยดอยคุณภาพ บางสวนตามเงื่อนไขที่กําหนดใหแกบรรษัทบริหารสินทรัพยไทย (“บสท.”) ภายในระยะเวลาที่กําหนดได ราคาโอนคือราคาที่เทากับ มูลคาหลักประกันหรือราคาที่คณะกรรมการ บสท. กําหนดและมีการแบงปน ผลกําไรและการรับผิดชอบในผล ขาดทุนของสินทรัพยดอยคุณภาพดังกลาวในอนาคต ฝายบริหารของ บริษัทฯไดตกลงใหบริษัทฯเขารวมโครงการดังกลาว ในป 2544 บริษัทฯไดดําเนินการโอนลูกหนี้ดอย คุณภาพจํานวน 4 ราย ใหแก บสท. ดวยมูลคาตามบัญชีจํานวน 321.61 ลานบาท ตามลําดับ ซึ่งเปน ราคาที่เปนไปตามเกณฑที่คณะกรรมการ บสท. กําหนดโดย บสท. ไดออกตั๋วสัญญาใชเงินสําหรับคาโอน หนี้ดอยคุณภาพใหแกบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯไมมีผลขาดทุนจากการโอนลูกหนี้ดังกลาว บริษัทฯมีความรับผิดชอบรวมกับ บสท. ในสวนแบงผลกําไรหรือขาดทุนจากการบริหารสินทรัพย ดอยคุณภาพในอนาคต ซึ่งหากการบริหารจัดการสินทรัพยดอยคุณภาพดังกลาวมีผลขาดทุน บริษัทฯ จะตองรวมรับผลขาดทุนในอัตราสวนสูงสุดเทากับรอยละสามสิบของราคาสินทรัพยดอยคุณภาพที่ บสท. รับ โอนหรื อ ประมาณ 96.48 ล านบาท บริ ษั ท ฯ ได บั น ทึ กเป น ค าเผื่ อ ผลขาดทุ น ที่ อ าจจะเกิด ขึ้ น ตาม คาเสียหายสูงสุดทั้งจํานวนในป 2544


ในระหวางป 2549 บริษัทฯไดรับแจงจาก บสท. ขอยกเลิกการรับโอนสินทรัพยดอยคุณภาพ จํานวน 3 รายมูลค ารวม 153 ลานบาท ที่มีหลัก ประกันเป นสิทธิการเชา ซึ่ง บสท.พิจารณาวาขาด คุณสมบัติการรับโอน และไดแจงขอปรับลดมูลคาตั๋วสัญญาใชเงินที่ออกโดย บสท. ตามจํานวนเงิน ดังกลาว ทั้งนี้ฝายบริหารของบริษัทฯไดทําจดหมายยืนยันความมีบุริมสิทธิเหนือหลักประกันเหลานั้น ณ วันโอน พรอมยืนยันความถูกตองของราคาโอนตามที่ไดรายงานไวเดิมในไตรมาสแรกของป 2551 บริษทั ไดทําสัญญาปรับโครงสรางหนี้กับลูกหนี้ขางตนหนึ่งรายมูลคารับโอนที่ 23.22 ลานบาท มีผลใหยอด คงเหลือของลูกหนี้ที่ บสท. ขอยกเลิกการรับโอนดังกลาวมียอด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 คงเหลือ จํานวน 129.78 ลานบาท จากจํานวน 153 ลานบาท โดยบริษัทฯ มียอดคงเหลือของคาเผื่อผลขาดทุนที่ อาจจะเกิดขึ้นสําหรับลูกหนี้ที่โอนไป บสท.ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 จํานวน 89.52 ลานบาท ดังนั้น บริษัทจึงมีผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้นสําหรับลูกหนี้ที่ บสท. ขอยกเลิกการรับโอนจํานวน 40.26 ลานบาท อยางไรก็ตาม บริษัทฯ ไมไดบันทึกคาเผื่อผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้นจากจํานวนดังกลาว เนื่องจาก บริษัทฯ ไดประมาณกระแสเงินสดที่จะไดรับคืนจาก บสท. จากเงินที่จะเรียกเก็บไดจากแผนปรับปรุง โครงสรางหนี้ซึ่งจะมีจํานวนสูงกวาผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้น โดยลูกหนี้รายที่ บสท.ขอยกเลิกการรับ โอนที่เหลือนั้น ไดมีการปรับโครงสรางหนี้กับ บสท. แลว และมีจํานวนเงินที่คาดวาจะไดรับตามแผนปรับ โครงสรางหนี้จํานวน 45.32 ลานบาท นอกจากนี้ยังมีลูกหนี้รายหนึ่งที่ บสท. ตกลงรับโอนไปแลว จะ ไดรับชําระหนี้รวมตามแผนที่ไดรับจัดสรรสูงกวาราคาที่โอนไปประมาณ 18.10 ลานบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 บริษัทฯ มีคาเผื่อผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้นเปนจํานวน 89.52 ลานบาท และ 96.48 ลานบาท ตามลําดับ คาเผื่อผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้นลดลงจากป 2550 จํา นวน6.96 ล า นบาท เนื่ อ งจากในระหว า งไตรมาสแรกของป 2551 บริ ษั ท ฯได ดํ า เนิ น การปรั บ ปรุ ง โครงสรางหนี้กับลูกหนี้รายหนึ่งซึ่งอยูในกลุมลูกหนี้ที่ บสท. ขอยกเลิกการรับโอน มีราคารับโอนที่ 23.22 ลานบาท และมีคาเผื่อผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้นจํานวน 6.96 ลานบาท ในระหวางป สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2551 บสท. มีการชํ าระเงินและไถถอนตั๋ว สัญญาใชเงิ น เพิ่มเติม ยอดคงเหลือของตั๋วสัญญาใชเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 เทากับ160.39 ลานบาท (2550: 193.60 ลานบาท) 7. รายการธุรกิจกับกิจการที่เกี่ยวของกัน ในระหวางป บริษัทฯและบริษัทยอยมีรายการธุรกิจที่สําคัญกับบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวของกัน รายการธุรกิจดังกลาวเปนไปตามเงื่อนไขทางการคาและเกณฑตามสัญญาที่ตกลงกันระหวางบริษัทฯ บริษัทยอย และบริษัทเหลานั้น ซึ่งเปนไปตามปกติธุรกิจ โดยสามารถสรุปรายการ (นอกเหนือจากที่ เปดเผยไวแลวในหมายเหตุประกอบงบการเงินขออื่น) ไดดังนี้


งบการเงินรวม 2551 2550 รายการธุรกิจกับบริษัทยอย: บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) ดอกเบี้ยจาย คานายหนาจาย รายการธุรกิจกับกิจการที่เกี่ยวของกัน ดอกเบี้ยรับ ดอกเบี้ยจาย

(หนวย: ลานบาท) นโยบายกําหนดราคา

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550

-

-

9.8

10.8

-

-

0.2

0.6

2551 : อัตราดอกเบี้ยรอยละ 2.50-3.50 ตอป 2550 : อัตราดอกเบี้ยรอยละ 2.50-4.00 ตอป อัตรารอยละ 0.25 ของมูลคาการซื้อขาย

39.2

4.3 37.4

39.2

4.3 37.4

อัตราดอกเบี้ยปกติที่คิดกับลูกคาทั่วไป อัตราดอกเบี้ยปกติที่คิดกับลูกคาทั่วไป

ยอดคงคางระหวางบริษัทฯ บริษัทยอย และบริษัทที่เกี่ยวของกันมีรายละเอียดดังนี้ ลักษณะความสัมพันธ รายการกับบริษทั ยอย : บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) เงินกูยืมและเงินรับฝาก บัญชีเพื่อลูกคา ดอกเบี้ยเงินกูยืมคางจาย เงินใหกูยืมแกบริษัทที่เกี่ยวของกัน บริษัท เอส อี ซี ออโตเซลส แอนด เซอรวิส จํากัด(มหาชน)

เงินกูยืมและเงินรับฝากจากบริษทั ที่ เกี่ยวของกัน บริษัท ปรีดาปราโมทย จํากัด บริษัท เอส อี ซี ออโตเซลส แอนด เซอรวิส จํากัด (มหาชน)

บริษัท ไฮ-เทค เน็ทเวิรค จํากัด บริษัท บุญเอนก จํากัด บริษัท เอ็กซเซล ลิงค จํากัด บริษัท คอม-ลิงค จํากัด บริษัท พลังเกษตรอุตสาหกรรม จํากัด

งบการเงินรวม 2551 2550

(หนวย: ลานบาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550

บริษัทยอย

กรรมการของบริษัทฯเปน กรรมการอิสระในบริษัท ดังกลาวจนถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2550 *

100.0 -

257.6 -

100.0 0.1

257.6 4.6

-

47.0

-

47.0

440.3 12.5

510.0 -

440.3 12.5

80.0 444.0

40.9 25.0

80.0 444.0

5.0 4.7

100.1 21.3

5.0 4.7

มีกรรมการรวมกัน 510.0 กรรมการของบริษัทฯเปน กรรมการอิสระในบริษัท ดังกลาวจนถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2550 * มีกรรมการรวมกัน 40.9 ถือหุนโดยบริษัทที่มี 25.0 กรรมการรวมกัน มีกรรมการรวมกัน มีกรรมการรวมกัน 100.1 ญาติสนิทของกรรมการ 21.3 บริษัทฯเปนผูถือหุน รายใหญในบริษัทดังกลาว


บริษัท ซีฮอรส จํากัด (มหาชน)

บริษัท เอนกบุญ จํากัด บริษัท เทียร วัน เนทเวิรค จํากัด บริษัท สุรพันธวณิช จํากัด บริษัท จิโรลา (ประเทศไทย) จํากัด บริษัท บิสแอนดฟน จํากัด

ลักษณะความสัมพันธ ญาติสนิทของกรรมการ บริษัทฯเปนกรรมการใน บริษัทฯดังกลาวและมี กรรมการอิสระรวมกัน มีกรรมการรวมกัน มีกรรมการรวมกัน มีกรรมการรวมกัน มีกรรมการรวมกัน มีกรรมการรวมกัน

งบการเงินรวม 2551 2550 600.0 251.3

9.1 4.1 2.5 2.9 2.2

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550 600.0 251.3

-

9.1 4.1 2.5 2.9 2.2

-

* กรรมการของบริษัทฯ ลาออกจากการเปนกรรมการอิสระใน บริษัท เอส.อี.ซี. ออโตเซลส แอนด เซอรวิส จํากัด (มหาชน) มีผลตั้งแตวันที่ 14 พฤศจิกายน 2550 ดังนั้นบริษัทจึงไมแสดงรายการของบริษัท เอส.อี.ซี. ออโตเซลส แอนด เซอรวิส จํากัด (มหาชน) เปนรายการที่ เกี่ยวของกันในงวดบัญชีปจจุบัน

ในระหวางป เงินกูยืมและเงินรับฝากจากบริษัทยอย มีการเคลื่อนไหวดังตอไปนี้ (หนวย: ลานบาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ ยอดคงเหลือ ยอดคงเหลือ ณ วันที่ ณ วันที่ 1 มกราคม เพิ่มขึ้น ลดลง 31 ธันวาคม ในระหวางป ในระหวางป 2551 2551 เงินกูยืมและเงินรับฝากจากบริษทั ยอย บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) บัญชีเพื่อลูกคา

257.6

320.4

478.0

100.0

ในระหวางป เงิ น ใหกูยื มแก และเงิ นกู ยืมและเงิ นรับ ฝากจากกิ จการที่เกี่ ยวขอ งกัน มีก ารเคลื่ อ นไหว ดังตอไปนี้


(หนวย: ลานบาท) งบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการ

เงินกูยืมและเงินรับฝากจากบริษทั ที่เกี่ยวของกัน บริษัท ปรีดาปราโมทย จํากัด บริษัท ไฮ-เทค เน็ทเวิรค จํากัด บริษัท บุญเอนก จํากัด บริษัท เอ็กซเซล ลิงค จํากัด บริษัท คอม-ลิงค จํากัด บริษัท พลังเกษตรอุตสาหกรรม จํากัด บริษัท ซีฮอรส จํากัด (มหาชน) บริษัท เอนกบุญ จํากัด บริษัท เทียร วัน เนทเวิรค จํากัด บริษัท สุรพันธวณิช จํากัด บริษัท จิโรลา (ประเทศไทย) จํากัด บริษัท บิสแอนดฟน จํากัด บริษัท สยามโซเคอิ จํากัด

ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 1 มกราคม 2551

เพิ่มขึ้น ในระหวางป

ลดลง ในระหวางป

ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551

440.3 80.0 444.0 5.0 4.7 251.3 -

347.8 12.0 20.0 465.3 29.8 619.0 9.1 4.1 2.5 2.9 2.2 21.0

278.1 51.1 439.0 5.0 365.2 13.2 270.3 21.0

510.0 40.9 25.0 100.1 21.3 600.0 9.1 4.1 2.5 2.9 2.2 -

รายการที่บริษัทฯและบริษัทยอยมีกับพนักงานระดับชั้นบริหารตั้งแตผูจัดการฝายขึ้นไปและบุคคลที่ เกี่ยวของและ/หรือเกี่ยวโยงกับบุคคลดังกลาวมีดังตอไปนี้ (หนวย: ลานบาท) งบการเงินรวม 2551 2550 พนักงานระดับชัน้ บริหาร ตั้งแตผูจัดการฝายขึ้นไป เงินกูยืมและเงินรับฝาก เงินใหกูยืม

บุคคลที่เกี่ยวของและ/หรือ เกี่ยวโยงกับพนักงาน ระดับชั้นบริหารตั้งแต ผูจัดการฝายขึ้นไป เงินกูยืมและเงินรับฝาก

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550

43.6

45.8

43.6

45.8

0.3

0.2

0.3

0.2

52.1

50.5

51.9

50.3

นโยบายกําหนดราคา

คิดดอกเบี้ยในอัตราปกติที่คิดกับลูกคา ทั่วไปตามประกาศของบริษัทฯ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากตั๋วสัญญาใชเงินของ บริษัทฯระยะเวลา 12 เดือน ณ วันที่ 1 มกราคมของทุกปและไมมีการคิด ดอกเบี้ยสําหรับสินเชื่อเพื่อการซื้อรถยนต

คิดดอกเบี้ยในอัตราปกติที่คิดกับลูกคา ทั่วไปตามประกาศของบริษัทฯ


(หนวย: ลานบาท) งบการเงินรวม 2551 2550 ดอกเบี้ยจาย – เงินกูยืม และเงินรับฝาก พนักงานระดับชั้นบริหาร ตั้งแตผูจัดการฝายขึ้นไป บุคคลที่เกี่ยวของและ/หรือ เกี่ยวโยงกับพนักงาน ระดับชั้นบริหารตั้งแต ผูจัดการฝายขึ้นไป รายไดคาธรรมเนียมจาก การซื้อขายหลักทรัพย ผูบริหารและกรรมการของ บริษัทฯ

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550

1.4

2.0

1.4

2.0

1.6

3.0

1.6

3.0

-

1.0

-

-

นโยบายกําหนดราคา

คิดดอกเบี้ยในอัตราปกติที่คิดกับลูกคา ทั่วไปตามประกาศของบริษัทฯ คิดดอกเบี้ยในอัตราปกติที่คิดกับลูกคา ทั่วไปตามประกาศของบริษัทฯ

อัตรารอยละ 0.25 ของมูลคา การซื้อขาย

ในระหวางป เงินใหกูยืมแกและเงินกูยืมจากพนักงานระดับชั้นบริหารตั้งแตผูจัดการฝายขึ้นไปและ บุคคลที่เกี่ยวของและ/หรือเกีย่ วโยงกับบุคคลดังกลาว มีการเคลื่อนไหวดังตอไปนี้ (หนวย: ลานบาท) งบการเงินรวม ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 1 มกราคม 2551 พนักงานระดับชั้นบริหารตั้งแตผูจัดการฝายขึ้นไป เงินกูยืมและเงินรับฝาก เงินใหกูยืม บุคคลที่เกี่ยวของและ/หรือเกี่ยวโยงกับพนักงาน ระดับชั้นบริหารตั้งแตผูจัดการฝายขึ้นไป เงินกูยืมและเงินรับฝาก

เพิ่มขึ้น ในระหวางป

ลดลง ในระหวางป

ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551

45.8 0.2

8.4 0.3

10.6 0.2

43.6 0.3

50.5

4.7

3.1

52.1


(หนวย: ลานบาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 1 มกราคม 2551 พนักงานระดับชั้นบริหารตั้งแตผูจัดการฝายขึ้นไป เงินกูยืมและเงินรับฝาก เงินใหกูยืม บุคคลที่เกี่ยวของและ/หรือเกี่ยวโยงกับพนักงาน ระดับชั้นบริหารตั้งแตผูจัดการฝายขึ้นไป เงินกูยืมและเงินรับฝาก

เพิ่มขึ้น ในระหวางป

ลดลง ในระหวางป

ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551

45.8 0.2

8.4 0.3

10.6 0.2

43.6 0.3

50.3

4.7

3.1

51.9

8. เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน

เงินสด เงินฝากสถาบันการเงิน รวมเงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน

(หนวย: บาท) งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550 2551 2550 79,000 57,000 20,000 20,000 355,575,331 369,499,311 109,703,825 56,770,469 355,654,331 369,556,311 109,723,825 56,790,469

9. เงินใหกูยืมแกสถาบันการเงิน งบการเงินรวม 2550 2551 เงินใหกูยืมเมื่อทวงถาม 1,575,136,875 738,865,089 เงินใหกูยืมเมื่อสิ้นระยะเวลา 1,030,000,000 239,474,045 รวมเงินใหกูยมื 2,605,136,875 978,339,134 บวก: ดอกเบี้ยคางรับ 394,541 หัก: คาเผื่อหนีส้ งสัยจะสูญ รวมเงินใหกูยมื แกสถาบันการเงิน – สุทธิ 2,605,531,416 978,339,134

(หนวย: บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550 1,030,000,000 1,030,000,000 394,541 1,030,394,541 -


10. เงินลงทุน 10.1 จําแนกตามประเภทเงินลงทุน (หนวย: บาท) งบการเงินรวม 2550 2551 ราคาทุน / มูลคายุติธรรม / ราคาทุน / มูลคายุติธรรม / ราคาตลาด ราคาตามบัญชี ราคาตลาด ราคาตามบัญชี เงินลงทุนชั่วคราว เงินลงทุนเพื่อคา ตราสารทุนในความตองการของ ตลาดในประเทศ หนวยลงทุน บวก (หัก) : คาเผื่อการปรับมูลคา รวมเงินลงทุนเพื่อคา – สุทธิ เงินลงทุนเผือ่ ขาย หลักทรัพยรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ภาคเอกชน รวม บวก : คาเผื่อการปรับมูลคา รวมเงินลงทุนเผือ่ ขาย – สุทธิ ตราสารหนีท้ ี่จะถือจนครบกําหนด – ภายใน 1 ป หลักทรัพยรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ภาคเอกชน ตั๋วแลกเงิน หัก: สวนลดรับรอตัดบัญชี สุทธิ รวมตราสารหนี้ทจี่ ะถือจนครบกําหนด - ภายใน 1 ป – สุทธิ เงินลงทุนชั่วคราว – สุทธิ

33,013,679 100,000,000 (11,548,274) 121,465,405

14,858,019 106,607,386 121,465,405

96,137,982 270,139,173 (15,785,551) 350,491,604

73,805,360 276,686,244 350,491,604

10,001,308 198,708,507 208,709,815 1,369,845 210,079,660

10,185,811 199,893,849 210,079,660 210,079,660

39,952,588 364,326,239 404,278,827 649,655 404,928,482

39,911,808 365,016,674 404,928,482 404,928,482

108,396,101 -

99,716,088 41,758,557 50,000,000 (472,762) 49,527,238

108,396,101 439,941,166

191,001,883 946,421,969


(หนวย: บาท) งบการเงินรวม 2551 ราคาทุน / มูลคายุติธรรม / ราคาตามบัญชี เงินลงทุนระยะยาว เงินลงทุนเผือ่ ขาย หลักทรัพยรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ภาคเอกชน ตราสารทุนในความตองการของ ตลาดในประเทศ หนวยลงทุน อื่น ๆ รวม บวก (หัก) : คาเผื่อการปรับมูลคา รวมเงินลงทุนเผือ่ ขาย – สุทธิ ตราสารหนีท้ ี่จะถือจนครบกําหนด ตราสารหนี้ภาคเอกชน ตั๋วสัญญาใชเงินจาก บสท. หัก : คาเผื่อผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้น สุทธิ รวมตราสารหนี้ทจี่ ะถือจนครบกําหนด เงินลงทุนทั่วไป ตราสารทุนที่ไมอยูในความตองการของ ตลาดในประเทศ หัก : คาเผื่อการดอยคา รวมเงินลงทุนทั่วไป – สุทธิ เงินลงทุนระยะยาว – สุทธิ

270,057,430 1,048,323,458

ราคาตลาด

2550 ราคาทุน / มูลคายุติธรรม / ราคาตามบัญชี

ราคาตลาด

277,579,104 235,120,013 1,070,663,502 1,141,707,238

231,236,282 1,140,633,821

122,710,834 67,537,143 88,306,578 149,747,255 120,037,305 159,433,387 2 60,010 341 1,590,838,979 1,535,877,064 1,624,567,557 190,775 (54,961,915) 1,535,877,064 1,535,877,064 1,624,758,332

95,872,768 157,014,060 1,401 1,624,758,332 1,624,758,332

20,972,338 160,387,000 (89,516,100) 70,870,900 91,843,238

136,087,573 193,607,000 (96,482,100) 97,124,900 233,212,473

70,533,056 (45,867,185) 24,665,871 1,652,386,173

73,037,256 (31,370,503) 41,666,753 1,899,637,558


งบการเงินเฉพาะ

เงินลงทุนชั่วคราว เงินลงทุนเผือ่ ขาย หลักทรัพยรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ภาคเอกชน รวม บวก (หัก) : คาเผื่อการปรับมูลคา รวมเงินลงทุนเผือ่ ขาย – สุทธิ ตราสารหนีท้ ี่จะถือจนครบกําหนด – ภายใน 1 ป หลักทรัพยรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ภาคเอกชน รวมตราสารหนี้ทจี่ ะถือจนครบกําหนด - ภายใน 1 ป เงินลงทุนชั่วคราว – สุทธิ เงินลงทุนระยะยาว เงินลงทุนเผือ่ ขาย หลักทรัพยรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ภาคเอกชน ตราสารทุนในความตองการของ ตลาดในประเทศ หนวยลงทุน อื่น ๆ รวม บวก (หัก) : คาเผื่อการปรับมูลคา รวมเงินลงทุนเผือ่ ขาย – สุทธิ ตราสารหนีท้ ี่จะถือจนครบกําหนด ตราสารหนี้ภาคเอกชน ตั๋วสัญญาใชเงินจาก บสท. หัก : คาเผื่อผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้น สุทธิ รวมตราสารหนี้ทจี่ ะถือจนครบกําหนด – สุทธิ เงินลงทุนทั่วไป ตราสารทุนที่ไมอยูในความตองการของ ตลาดในประเทศ หัก : คาเผื่อการดอยคา รวมเงินลงทุนทั่วไป – สุทธิ เงินลงทุนระยะยาว – สุทธิ

(หนวย: บาท)

2550 2551 ราคาทุน / มูลคายุติธรรม / ราคาทุน / มูลคายุติธรรม / ราคาตลาด ราคาตามบัญชี ราคาตลาด ราคาตามบัญชี 10,001,308 198,708,507 208,709,815 1,369,845 210,079,660

10,185,811 199,893,849 210,079,660 210,079,660

39,952,588 364,326,239 404,278,827 649,655 404,928,482

39,911,808 365,016,674 404,928,482 404,928,482

108,396,101

99,716,088 41,758,557

108,396,101 318,475,761

141,474,645 546,403,127

270,057,430 1,038,178,034

277,579,104 235,120,013 1,060,597,402 1,131,492,022

231,236,282 1,130,618,421

122,710,834 67,537,143 87,718,378 149,747,255 120,037,305 159,433,387 60,010 341 2 1,580,693,555 1,525,810,964 1,613,764,141 (163,009) (54,882,591) 1,525,810,964 1,525,810,964 1,613,601,132

94,730,968 157,014,060 1,401 1,613,601,132 1,613,601,132

20,972,338 160,387,000 (89,516,100) 70,870,900 91,843,238

136,087,573 193,607,000 (96,482,100) 97,124,900 233,212,473

70,533,056 (45,867,185) 24,665,871 1,642,320,073

73,037,256 (31,370,503) 41,666,753 1,888,480,358


10.2

จําแนกตามระยะเวลาคงเหลือของตราสารหนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 บริษัทฯ และบริษัทยอยมีเงินลงทุนประเภทตราสาร หนี้จําแนกตามระยะเวลาที่เหลือของสัญญาไดดังนี้ (หนวย: ลานบาท)

งบการเงินรวม 2551 ครบกําหนดภายใน 1 ป 1 - 5 ป เกิน 5 ป เงินลงทุนเผื่อขาย หลักทรัพยรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ภาคเอกชน รวม คาเผื่อการปรับมูลคา รวม ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกําหนด หลักทรัพยรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ภาคเอกชน ตั๋วแลกเงิน – สุทธิ ตั๋วสัญญาใชเงินจาก บสท. - สุทธิ รวม รวมตราสารหนี้

รวม

2550 ครบกําหนดภายใน 1 ป 1 - 5 ป เกิน 5 ป

10.0 198.7 208.7 1.4 210.1

95.3 843.7 939.0 20.9 959.9

174.7 204.6 379.3 9.1 388.4

280.0 1,247.0 1,527.0 31.4 1,558.4

40.0 364.3 404.3 0.6 404.9

60.4 794.6 855.0 4.2 859.2

108.4 108.4 318.5

19.5 70.9 90.4 1,050.3

1.4 1.4 389.8

129.3 70.9 200.2 1,758.6

99.7 41.8 49.5 191.0 595.9

134.7 97.1 231.8 1,091.0

เงินลงทุนเผื่อขาย หลักทรัพยรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ภาคเอกชน รวม คาเผื่อการปรับมูลคา รวม ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกําหนด หลักทรัพยรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ภาคเอกชน ตั๋วสัญญาใชเงินจาก บสท. - สุทธิ รวม รวมตราสารหนี้

รวม

174.7 275.1 347.1 1,506.0 521.8 1,781.1 (9.1) (4.3) 512.7 1,776.8 1.4 1.4 514.1

99.7 177.9 49.5 97.1 424.2 2,201.0

(หนวย: ลานบาท)

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 ครบกําหนดภายใน 1 ป 1 - 5 ป เกิน 5 ป

รวม

2550 ครบกําหนดภายใน 1 ป 1 - 5 ป เกิน 5 ป

10.0 198.7 208.7 1.4 210.1

95.3 833.6 928.9 20.9 949.8

174.7 204.6 379.3 9.1 388.4

280.0 1,236.9 1,516.9 31.4 1,548.3

40.0 364.3 404.3 0.6 404.9

60.4 784.4 844.8 4.4 849.2

108.4 108.4 318.5

19.5 70.9 90.4 1,040.2

1.4 1.4 389.8

129.3 70.9 200.2 1,748.5

99.7 41.8 141.5 546.4

134.7 97.1 231.8 1,081.0

รวม

174.7 275.1 347.1 1,495.8 521.8 1,770.9 (9.1) (4.1) 512.7 1,766.8 1.4 1.4 514.1

99.7 177.9 97.1 374.7 2,141.5


10.3 เงินลงทุนในบริษัทยอย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 บริษัทฯมีเงินลงทุนในหุนสามัญของบริษัทยอยทั้ง ทางตรงและทางอ อ มซึ่ ง บั น ทึ ก ตามวิ ธี ร าคาทุ น ตามนโยบายการบั ญ ชี ที่ ก ล าวถึ ง ในหมายเหตุ ประกอบงบการเงินขอ3 ดังนี้ ชื่อบริษัท

ประเภทธุรกิจ

เงินลงทุนในบริษัทยอย บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) ธุรกิจหลักทรัพย บริษัท เอ.เอ็น.ที. (ไทยแลนด) จํากัด

ธุรกิจนายหนา ซื้อขายลวงหนา สินคาเกษตร

ทุนเรียกชําระแลว 2551 2550 พันบาท พันบาท

811,860

800,000

สัดสวนเงินลงทุน 2551 2550 รอยละ รอยละ

49.2695733

วิธีราคาทุน 2551 2550 พันบาท พันบาท

49.9999825 399,999.86

399,999.86

(บริษัทยอยของบริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) โดยมีสัดสวนของการลงทุน อัตรา รอยละ 99.99)

เมื่ อ วั น ที่ 15 กรกฎาคม 2548 บริ ษั ท ฯ ได รั บ หนั ง สื อ แจ ง จากธนาคารแห ง ประเทศไทย อนุญาตการขยายเวลาการซื้อหรือมีหุนใน บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน) (BSEC) เกินรอย ละ 10 ของจํานวนหุนที่จําหนายไดแลวทั้งหมดในอัตรารอยละ 99.99 ของจํานวนหุนที่จําหนายได แลวทั้งหมดในขณะนั้น และเปนจํานวนไมเกิน 39,999,986 หุน โดยมีกําหนดระยะเวลา 3 ป ครบ กําหนดวันที่ 2 ตุลาคม 2551 โดยมีเงื่อนไขในการอนุญาต คือ ไมใหผูบริหารระดับสูงตั้งแตระดับ ผู จั ด การฝ า ยของบริ ษั ท ฯ หรื อ ผู ถื อ หุ น รายใหญ ซึ่ ง ถื อ หุ น บริษั ท เงิ น ทุ น กรุ ง เทพธนาทร จํ า กั ด (มหาชน) เกินกวารอยละ0.5ของจํานวนหุนที่จําหนายไดแลวทั้งหมดหรือบุคคลหรือหางหุนสวนที่มี ความเกี่ยวของกับผูที่ไดก ลาวไว เขาถือหุนใน BSEC เวนแตเปนหุนที่ซื้อไวเพื่อ ใหถูก ตองตาม กฎหมาย หรือไดรับอนุญาตจากธนาคารแหงประเทศไทยแลว นอกจากนั้นยังหามไมให บริษัทฯ หรือ บริษัทที่บริษัทฯมีอํานาจควบคุมกิจการทําการจัดตั้งหรือถือหุนในบริษัทอื่นเกินกวารอยละ 10 ของ จํ า นวนหุ น ที่ จํ า หน า ยได แ ล ว ทั้ ง หมดของบริ ษั ท อื่ น นั้ น เว น แต จ ะได รั บ อนุ ญ าตจากธนาคารแห ง ประเทศไทย อีกทั้ง บริษัทฯจะตองควบคุมดูแลการดําเนินงานของ BSEC และจัดสงรายงานผลการ ดําเนินงานของ BSECใหกับธนาคารแหงประเทศไทย ในวันที่ 23 กันยายน 2551 บริษัทฯ ไดทํา หนังสือขอผอนผันขยายเวลาการยื่นขออนุญาตจัดตั้งกลุมธุรกิจทางการเงินตอธนาคารแหงประเทศ ไทย ซึ่งหากบริษัทฯ สามารถจัดตั้งกลุมธุรกิจทางการเงินไดสําเร็จตามเกณฑที่ทางธนาคารแหง ประเทศไทยกําหนดบริษัทก็จะไดรับยกเวนไมตองลดสัดสวนการถือหุนในบริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด(มหาชน)ปจจุบันยังอยูในระหวางการพิจารณาของธนาคารแหงประเทศไทย

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2550 สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย (กลต.) อนุญาตให BSEC เสนอขายใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุนสามัญจํานวน 40 ลานหนวย ใหแกกรรมการและพนักงานของ BSEC ใบสําคัญแสดงสิทธิมีอายุ 4 ป นับแตวันออกใบสําคัญ แสดงสิทธิในระหวางปไดมีการใชสิทธิซื้อหุนสามัญ จํานวน 11.86 ลานหนวย ทําใหสัดสวนการถือ หุนของบริษัทฯ ใน BSEC ลดลง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทฯ ถือหุนใน BSEC เทากับ รอยละ 49.27 ของจํานวนหุนสามัญทั้งหมดที่ออกของ BSEC


ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 BSEC มีสวนเกินมูลคาหุนซึ่งเกิดจากการใชสิทธิ แปลงสภาพของผูถือหุนกูดอยสิทธิแปลงสภาพและการเสนอขายหุนสามัญเพิ่มทุนซึ่งแสดงในงบ การเงินของ BSEC เปนจํานวนเงิน 717 ลานบาท และแสดงในงบการเงินรวมของบริษัทฯเปน จํานวนเงิน 90 ลานบาท และ 99 ลานบาท ตามลําดับ ณ วันที่ 21 มกราคม 2551 บริษัทยอย (BSEC) ไดซื้อหุนสามัญของบริษัท เอ.เอ็น.ที. (ไทยแลนด) จํากัด จํานวน 49,994 หุน มูลคาหุนละ 1,000 บาท โดยมีสัดสวนการถือหุนรอยละ 99.99 ของทุนจดทะเบียนในบริษัทดังกลาว โดยบริษัทยอยจายซื้อในราคารวม 22,945,984 บาท ซึ่งสูงกวามูลคาสินทรัพยสุทธิ จํานวน 1,975,905 บาท บริษัทยอยบันทึกสวนของตนทุนการซื้อ เงินลงทุนที่สูงกวามูลคาสินทรัพยสุทธิตามบัญชีเปนสวนเกินมูลคาเงินลงทุนที่สูงกวามูลคาบัญชี และแสดงไวเปนรายการหักในสวนของผูถือหุน โดยถือตามรางแนวปฏิบัติสําหรับการรวมธุรกิจ ภายใตการควบคุมเดียวกันของสภาวิชาชีพบัญชี ตอมาในไตรมาส 2 ป 2551 ไดมีการพิจารณา เพิ่มเติมและเห็นวาการซื้อหุนสามัญดังกลาวไมเขาขายตามรางแนวปฏิบัติสําหรับการรวมธุรกิจ ภายใตการควบคุมเดียวกัน จึงไดปรับปรุงสวนเกินมูลคาเงินลงทุนที่สูงกวามูลคาบัญชีเปนคา ความนิยมทั้งจํานวน บริษัทยอยไดมีการประเมินมูลคายุติธรรมของบริษัท เอ.เอ็น.ที. (ไทยแลนด) จํากัด ณ วันที่ 30 พฤศจิ ก ายน 2550 ซึ่ ง จากการตรวจสอบรายงานการประเมิ น มู ล ค ายุ ติ ธ รรมพบว ามู ล ค า ยุติธรรมของบริษัทดังกลาวไมแตกตางอยางมีสาระสําคัญกับยอดตามบัญชี ณ วันซื้อหุน โดยมี รายละเอียดดังนี้ มูลคาสินทรัพยสุทธิของบริษทั เอ.เอ็น.ที. (ไทยแลนด) จํากัด ณ วันซือ้ ประกอบดวย สินทรัพย เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน ลูกหนี้เงินวางประกันสํานักหักบัญชี สินทรัพยหมุนเวียนอืน่ เงินฝากประจํา เงินกองทุนเพือ่ การหักบัญชี สินทรัพยถาวร สินทรัพยไมมีตัวตน รวมสินทรัพย หนี้สิน หนี้สินหมุนเวียนอื่น รวมหนี้สิน รวมสินทรัพยสุทธิตามบัญชี หัก สวนของมูลคายุติธรรมของสินทรัพยสทุ ธิทรี่ ะบุไดที่สูง(ต่ํา)กวามูลคาบัญชี รวมมูลคายุติธรรมของเงินลงทุนทีไ่ ดมา – สุทธิ เงินสดจายซื้อเงินลงทุน สวนเกินมูลคาเงินลงทุนที่สูงกวามูลคาบัญชี (คาความนิยม) เงินสดและรายการเทียบเทาเงินสดของบริษัท เอ.เอ็น.ที. (ไทยแลนด) จํากัด เงินสดจายซื้อเงินลงทุน เงินสดจายสุทธิจากการซื้อเงินลงทุน

(หนวย : บาท) 1,082,470 289,800 3,174,917 12,248,395 5,374,402 183,908 135,539 22,489,431 1,519,352 1,519,352 20,970,079 20,970,079 22,945,984 1,975,905 1,082,470 (22,945,984) 21,863,514


สวนเกินมูลคาเงินลงทุนที่สูงกวามูลคาบัญชี จํานวน 1,975,905 บาท นั้นฝายบริหารของ บริษัทยอยประเมินวาเปนผลประโยชนทางภาษีเงินไดนิติบุคคลของขาดทุนสะสมที่มีอยูของบริษัท เอ.เอ็น.ที. (ไทยแลนด) จํากัด 10.4 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทฯ บันทึกตั๋วสัญญาใชเงินจาก บสท. ที่เกิดจากการโอนสินทรัพย ดอยคุณภาพบางสวนตามเงื่อนไขที่กําหนดใหแกบรรษัทบริหารสินทรัพยไทย (“บสท”) จํานวน 70.87 ลานบาท (ซึ่งเปนจํานวนที่สุทธิจากคาเผื่อผลขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น) ซึ่งจํานวนเงินดังกลาว ไดรวมยอดหนี้ที่บสท. ขอยกเลิกการรับโอนจํานวน 40.26 ลานบาทซึ่งเปนจํานวนสุทธิจากคาเผื่อ ผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้น (ตามที่กลาวไวในหมายเหตุประกอบงบการเงินขอ 6) บริษัทฯ บันทึก ตั๋วสัญญาใชเงินดังกลาวขางตนรวมอยูในเงินลงทุนระยะยาวในงบดุล และจัดประเภทเปนเงิน ลงทุนประเภทตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกําหนด ซึ่งตั๋วสัญญาใชเงินดังกลาวจะครบกําหนดในวันที่ 31 ตุลาคม และ 30 พฤศจิกายน 2554 บสท. จะคํานวณดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเฉลี่ย เปนรายไตรมาสของธนาคารพาณิชยหาแหงตามการเผยแพรของธนาคารแหงประเทศไทย โดยจะ คํานวณเปนรายไตรมาสตามปปฏิทินและ บสท. จะชําระดอกเบี้ยทุกสิ้นป โดยชําระเปนตั๋วสัญญา ใชเงินที่เปลี่ยนมือไมได และมีวันถึงกําหนดชําระเมื่อสิ้นระยะเวลา 1 ป นับแตวันออกตั๋วสัญญาใช เงิน โดยมีกองทุนเพื่อการฟนฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเปนผูอาวัล ทั้งนี้ บสท. สงวนสิทธิ ในการตออายุตั๋วสัญญาใชเงินออกไปอีกไดตามที่เห็นสมควร 11. เงินใหกูยืม ลูกหนี้และดอกเบี้ยคางรับ 11.1 จําแนกตามประเภทสัญญา งบการเงินรวม เงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุน: เงินใหกูยืม ลูกหนี้ตามสัญญาเชาซื้อ ตั๋วเงินรับสุทธิ รวมเงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุน บวก: ดอกเบี้ยคางรับ หัก: คาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ คาเผื่อการปรับมูลคาจากการปรับโครงสรางหนี้ เงินใหกูยืม ลูกหนี้ธุรกิจเงินทุนและดอกเบี้ยคางรับ – สุทธิ ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและสัญญาซื้อขายลวงหนา: ลูกหนี้ซื้อหลักทรัพยดวยเงินสด เงินใหกูยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย ลูกหนี้ผอนชําระ รวมลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย หัก: คาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย – สุทธิ ลูกหนี้ธุรกิจสัญญาซื้อขายลวงหนา – สุทธิ เงินใหกูยืม ลูกหนี้และดอกเบี้ยคางรับ – สุทธิ

2551

2550

3,300,424,652 56,261,754 139,921,015 3,496,607,421 8,888,362 (369,519,622) 3,135,976,161

3,410,917,086

138,444,955 231,451,822 40,961,217 410,857,994 (22,389,578) 388,468,416 106,733 3,524,551,310

645,843,398 648,482,106 18,789,931 1,313,115,435 (18,789,931) 1,294,325,504

152,547,757 3,563,464,843 4,318,205 (254,135,352) (291,400) 3,313,356,296

4,607,681,800

(หนวย: บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550 3,300,424,652 56,261,754 139,921,015 3,496,607,421 8,888,362 (369,519,622)

3,410,917,086

3,135,976,161

152,547,757 3,563,464,843 4,318,205 (254,135,352) (291,400) 3,313,356,296

3,135,976,161

3,313,356,296


11.2 จําแนกตามระยะเวลาที่เหลือของสัญญา ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 เงินใหกูยืมธุรกิจเงินทุน (เฉพาะเงินตน) จําแนก ตามระยะเวลาที่เหลือของสัญญาไดดังนี้ (หนวย: บาท) งบการเงินรวมและ งบการเงินเฉพาะกิจการ 2550 2551 908,472,802 371,401,038 1,167,232,086 1,917,285,546 1,274,778,259 1,420,902,533 3,496,607,421 3,563,464,843

เมื่อทวงถาม ไมเกิน 1 ป เกิน 1 ป รวมเงินใหกูยมื และลูกหนี้ธุรกิจเงินทุน

11.3 จําแนกตามประเภทธุรกิจและการจัดชั้น (หนวย: บาท) งบการเงินรวม 2551 กลาวถึง

ต่ํากวา

ปกติ

เปนพิเศษ

มาตรฐาน

สงสัย

สงสัยจะสูญ

รวม

อุตสาหกรรมการผลิตและการพาณิชย

486,211,490

111,590,240

-

38,229,500

33,598,716

669,629,946

ธุรกิจอสังหาริมทรัพยและการกอสราง

353,303,302

173,383,658

20,000,000

70,000,000

6,936,931

623,623,891

การสาธารณูปโภคและบริการ

601,734,248

68,000,000

13,734,221

18,495,464

112,344,847

814,308,780

9,300,000

-

-

-

-

9,300,000

388,575,149

-

-

22,389,578

-

410,964,727

อื่น ๆ

1,252,935,886

107,575,642

14,021,469

3,323,844

22,528,261

1,400,385,102

รวม

3,092,060,075

460,549,540

47,755,690

152,438,386

175,408,755

3,928,212,446

บวก: ดอกเบี้ยคางรับ

3,624,820

4,713,020

550,522

-

-

8,888,362

หัก : รายไดรอตัดบัญชี

(3,655,459)

(11,991,354)

(4,326,683)

-

-

(19,973,496)

หัก : สวนลดรับลวงหนา

(666,802)

-

-

-

-

(666,802)

43,979,529

152,438,386

ธุรกิจเชาซื้อ ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและ สัญญาซื้อขายลวงหนา

รวมเงินใหกูยืม ลูกหนีแ้ ละดอกเบี้ยคางรับ

3,091,362,634

453,271,206

175,408,755

3,916,460,510


(หนวย: บาท) งบการเงินรวม 2550

ปกติ

กลาวถึง

ต่ํากวา

เปนพิเศษ

มาตรฐาน

สงสัย

สงสัยจะสูญ

3,233,692

38,579,500

30,098,716

1,005,722,578

-

19,756,350

8,861,709

633,490,969

-

-

791,114,476

อุตสาหกรรมการผลิตและการพาณิชย

816,910,670

ธุรกิจอสังหาริมทรัพยและการกอสราง

604,872,910

-

การสาธารณูปโภคและบริการ

672,769,629

6,000,000

84,578,305

-

-

-

-

84,578,305

1,294,325,504

-

-

18,789,931

-

1,313,115,435

อื่น ๆ

1,020,035,550

4,023,526

11,500,000

-

13,755,766

1,049,314,842

รวม

4,493,492,568

126,923,526

127,078,539

77,125,781

52,716,191

4,877,336,605

3,933,663

365,432

19,110

-

-

4,318,205

(756,327)

-

-

-

-

(756,327)

127,097,649

77,125,781

52,716,191

ธุรกิจเชาซื้อ ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและ

116,900,000

รวม

112,344,847

สัญญาซื้อขายลวงหนา

บวก: ดอกเบี้ยคางรับ หัก : สวนลดรับลวงหนา รวมเงินใหกูยืม ลูกหนีแ้ ละดอกเบี้ยคางรับ

4,496,669,904

127,288,958

4,880,898,483 (หนวย: บาท)

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 กลาวถึง

ต่ํากวา

ปกติ

เปนพิเศษ

มาตรฐาน

สงสัย

สงสัยจะสูญ

รวม

อุตสาหกรรมการผลิตและการพาณิชย

486,211,490

111,590,240

-

38,229,500

33,598,716

669,629,946

ธุรกิจอสังหาริมทรัพยและการกอสราง

353,303,302

173,383,658

20,000,000

70,000,000

6,936,931

623,623,891

การสาธารณูปโภคและบริการ

601,734,248

68,000,000

13,734,221

18,495,464

112,344,847

814,308,780

-

-

-

-

ธุรกิจเชาซื้อ

9,300,000

9,300,000

อื่น ๆ

1,252,935,886

107,575,642

14,021,469

3,323,844

รวม

2,703,484,926

460,549,540

47,755,690

130,048,808

บวก: ดอกเบี้ยคางรับ

3,624,820

4,713,020

550,522

-

-

8,888,362

หัก : รายไดรอตัดบัญชี

(3,655,459)

(11,991,354)

(4,326,683)

-

-

(19,973,496)

หัก : สวนลดรับลวงหนา

(666,802)

-

-

-

-

(666,802)

453,271,206

43,979,529

รวมเงินใหกูยืม ลูกหนีแ้ ละดอกเบี้ยคางรับ

2,702,787,485

130,048,808

22,528,261

1,400,385,102

175,408,755

3,517,247,719

175,408,755

3,505,495,783


(หนวย: บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ 2550 กลาวถึง

ต่ํากวา

ปกติ

เปนพิเศษ

มาตรฐาน

อุตสาหกรรมการผลิตและการพาณิชย

816,910,670

116,900,000

ธุรกิจอสังหาริมทรัพยและการกอสราง

604,872,910

การสาธารณูปโภคและบริการ ธุรกิจเชาซื้อ

สงสัย

สงสัยจะสูญ

รวม

3,233,692

38,579,500

30,098,716

1,005,722,578

-

-

19,756,350

8,861,709

633,490,969

672,769,629

6,000,000

112,344,847

-

-

791,114,476

84,578,305

-

-

-

-

84,578,305

อื่น ๆ

1,020,035,550

4,023,526

11,500,000

-

13,755,766

1,049,314,842

รวม

3,199,167,064

126,923,526

127,078,539

58,335,850

52,716,191

3,564,221,170

3,933,663

365,432

19,110

-

-

4,318,205

-

-

-

-

(756,327)

127,288,958

127,097,649

58,335,850

52,716,191

บวก: ดอกเบี้ยคางรับ

(756,327)

หัก : สวนลดรับลวงหนา รวมเงินใหกูยืม ลูกหนีแ้ ละดอกเบี้ยคางรับ

3,202,344,400

3,567,783,048

11.4 จําแนกตามประเภทการจัดชั้นตามเกณฑธนาคารแหงประเทศไทย (หนวย: พันบาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 มูลหนี้หลังหัก หลักประกัน หรือ มูลคาปจจุบนั ของ เงินใหสินเชื่อ

กระแสเงินสดที่คาด

อัตราที่ใชใน

มูลคาที่ตอ งตั้ง

มูลคา

และดอกเบี้ยคางรับ

วาจะไดรับในอนาคต

การตั้งคาเผื่อ

ตามเกณฑธปท.

ตามที่ตั้งไว

2,691,376

2,687,752 *

1%

26,878

26,878

จัดชั้นกลาวถึงเปนพิเศษ

465,263

460,550

2%

9,211

99,021

จัดชั้นต่ํากวามาตรฐาน

48,306

13,349

100%

13,349

13,349

จัดชั้นสงสัย

130,049

55,557

100%

55,557

55,557

จัดชั้นสงสัยจะสูญ

175,409

154,534

100%

154,534

154,534

จัดชั้นปกติ

สํารองทั่วไปสวนที่เกินกวาเกณฑขั้นต่าํ ของธปท. รวมเงินใหกูยืม ลูกหนีแ้ ละดอกเบี้ยคางรับ

-

-

3,510,403

3,371,742

-

259,529

20,181 369,520

* ยอดดังกลาวไมรวมดอกเบี้ยคางรับและไมหักมูลคาหลักประกันที่สามารถเลือกนํามาหักไดตามเกณฑธนาคารแหงประเทศไทย

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทฯ มีสํารองสวนที่เกินกวาเกณฑขั้นต่ําของธปท. ทั้งสิ้น จํานวน 109.99 ลานบาท ซึ่งประกอบดวยสํารองสวนเกินของชั้นกลาวถึงเปนพิเศษจํานวน 89.81 ลานบาท และ สํารองสวนเกินทั่วไปจํานวน 20.18 ลานบาท


(หนวย: พันบาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ 2550 มูลหนี้หลังหัก หลักประกัน หรือ มูลคาปจจุบนั ของ เงินใหสินเชื่อ

กระแสเงินสดที่คาด

อัตราที่ใชใน

มูลคาที่ตอ งตั้ง

มูลคา

และดอกเบี้ยคางรับ

วาจะไดรับในอนาคต

การตั้งคาเผื่อ

ตามเกณฑ ธปท.

ตามที่ตั้งไว

3,207,619

3,203,685 *

1%

32,037

32,037

จัดชั้นกลาวถึงเปนพิเศษ

127,289

126,924 *

2%

2,538

2,538

จัดชั้นต่ํากวามาตรฐาน

127,098

115,516

100%

115,516

115,516

จัดชั้นสงสัย

58,336

49,756

100%

49,756

49,756

จัดชั้นสงสัยจะสูญ

52,716

42,964

100%

42,964

42,964

สํารองสวนที่เกินกวาเกณฑขั้นต่ําของธปท.

-

-

-

11,324

รวมเงินใหกูยืม ลูกหนีแ้ ละดอกเบี้ยคางรับ

3,573,058

3,538,845

242,811

254,135

จัดชั้นปกติ

* ยอดดังกลาวไมรวมดอกเบี้ยคางรับและไมหักมูลคาหลักประกันที่สามารถเลือกนํามาหักไดตามเกณฑธนาคารแหงประเทศไทย

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550 บริษัทฯ มีสํารองสวนที่เกินกวาเกณฑขั้นต่ําของธปท. ทั้งสิ้น จํานวน 11.32 ลานบาท ซึ่งเปนสํารองสวนเกินทั่วไปทั้งจํานวน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 บริษัทฯ ไดกันสํารองสําหรับลูกหนี้ดอยคุณภาพทุก ประเภทตามเกณฑใหมของธนาคารแหงประเทศไทยแลว มูลหนี้หลังหักหลักประกันที่นํามาคํานวณมูลคาสํารองคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่ตองตั้งตาม เกณฑธนาคารแหงประเทศไทย ถือตามมูลหนี้จัดชั้นตามรายงานสินทรัพยจัดชั้นที่บริษัทฯ ไดจัด ชั้นและเสนอขอมูลตอธนาคารแหงประเทศไทย มูลหนี้ดังกลาวไดรวมเงินใหกูยืมแกพนักงานแตไม รวมดอกเบี้ยคางรับสําหรับลูกหนี้จัดชั้นปกติ 11.5 เงินใหกูยืมและลูกหนี้ดอยคุณภาพและที่บริษัทฯระงับรับรูรายได 11.5.1 เงินใหกูยืมและลูกหนี้ดอยคุณภาพ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 เงินใหกูยืมและลูกหนี้ดอยคุณภาพมีดังนี้

เงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุน ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและสัญญา ซื้อขายลวงหนา รวม

งบการเงินรวม 2551 2550 353,213 238,131

(หนวย: พันบาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550 353,213 238,131

22,390 375,603

353,213

18,790 256,921

238,131


เงินใหกูยืมและลูกหนี้ดอยคุณภาพดังกลาวถือตามรายงานเงินใหกูยืมและลูกหนี้คาง ชําระที่บริษัทฯ ไดจัดทําเสนอตอธนาคารแหงประเทศไทย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 เงินใหกูยืมและลูกหนี้ดอยคุณภาพในงบการเงินรวมและ งบการเงินเฉพาะกิจการมีอัตรารอยละ 7.60 และ 7.79 ของเงินใหกูยืมและลูกหนี้ (2550: อัตรารอยละ 5.26 และ 6.67) 11.5.2

เงินใหกูยืมที่บริษัทฯระงับการรับรูรายได

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 เงินใหกูยืมและลูกหนี้ที่บริษัทฯ ระงับการรับรูรายไดมี จํานวนทั้งสิ้น 321.3 ลานบาท (2550: 232.4 ลานบาท) 11.6 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 บริษัทฯ มีเงินใหกูยืม ลูกหนี้ และดอกเบี้ยคางรับกับบริษัท ที่มีปญหาเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดําเนินงาน ซึ่งไดตั้งคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไวแลวดังนี้ (หนวย: ลานบาท) งบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการ มูลหนี้ คาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ จํานวนราย 2550 2551 2550 2551 2550 2551 บริษัทจดทะเบียนที่อยูระหวาง การฟนฟูการดําเนินงาน

2

2

26.6

26.6

26.6

26.6

11.7 ลูกหนี้ตามสัญญาเชาซื้อ (หนวย: บาท) งบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 จํานวนเงินทีถ่ ึงกําหนดชําระจายตามสัญญา ไมเกิน 1 ป

1 – 5 ป

มากกวา 5 ป

รวม

ผลรวมของเงินลงทุนขั้นตนทั้งสิ้นตามสัญญา

16,107,000

60,128,250

-

76,235,250

รายไดรอตัดบัญชี

(6,613,857) (13,359,639)

-

(19,973,496)

9,493,143

-

56,261,754

มูลคาปจจุบันของจํานวนเงินขั้นต่าํ ที่ลูกหนี้ตองจายตามสัญญา คาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

46,768,611

11,598,316

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทฯ มีลูกหนี้ภายใตสัญญาเชาซื้อจํานวน 59 สัญญาโดยมี ระยะเวลาในการผอนชําระประมาณ 5 ป ปจจุบันบริษัทฯ มีลูกหนี้ตามสัญญาเชาซื้อผิดนัดชําระหนี้ จํานวน 12 สัญญามีมูลคาสุทธิจํานวน 11.60 ลานบาท (เงินตน 15.93 ลานบาท รายไดรอตัดบัญชี 4.33 ลานบาท) ซึ่งบริษัทฯ ไดตั้งคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญทั้งจํานวน


11.8 การปรับโครงสรางหนี้ ในระหวางปสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทฯไดมกี ารทําสัญญาปรับโครงสรางหนี้กับ ลูกหนี้เพิ่มเติม 3 รายจํานวนเงิน 4.15 ลานบาท สํ า หรั บ ป สิ้ น สุ ด วั น ที่ 31 ธั น วาคม 2551 บริ ษั ท ฯรั บ รู ร ายได ด อกเบี้ ย จากลู ก หนี้ ที่ ป รั บ โครงสรางหนี้แลวเปนจํานวน 21.0 ลานบาท (2550 : 28.2 ลานบาท) และไดรับชําระเงินตนและ ดอกเบี้ยเปนจํานวนเงิน 105.4 ลานบาท (2550 : 59.3 ลานบาท) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทฯมียอดคงคางของเงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุนโดย สรุปไดดังนี้ จํานวนราย

ลานบาท

เงินใหกูยืมที่อยูระหวางการปรับโครงสรางหนี้และจัดชั้นเปนชั้นสงสัยจะสูญ เงินใหกูยืมที่มีการปรับโครงสรางหนีแ้ ละจัดชั้นเปนชั้นปกติ เงินใหกูยืมที่มีการปรับโครงสรางหนีแ้ ละจัดชั้นเปนชั้นกลาวถึงพิเศษ เงินใหกูยืมที่มีการปรับโครงสรางหนีแ้ ละจัดชั้นเปนชั้นต่ํากวามาตรฐาน เงินใหกูยืมที่มีการปรับโครงสรางหนีแ้ ละจัดชั้นเปนชั้นสงสัย เงินใหกูยืมที่มีการปรับโครงสรางหนีแ้ ละจัดชั้นเปนชั้นสงสัยจะสูญ เงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุนปกติ

1 3 2 1 1 4 9,980

15.90 252.56 43.80 2.46 18.50 136.53 3,026.86

รวมเงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุน

9,992

3,496.61

บริษัทฯ ไมสามารถประมาณการผลขาดทุนในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นจากการปรับโครงสราง หนี้ของเงินใหกูยืมที่อยูระหวางการปรับโครงสรางหนีไ้ ดในขณะนี้ 12. คาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและคาเผื่อการปรับมูลคาจากการปรับโครงสรางหนี้ 12.1 คาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (หนวย: บาท) งบการเงินรวม 2551

ยอดตนป หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ หนี้สูญตัดบัญชี อื่น ๆ ยอดปลายป

ปกติ 32,036,857 3,316,675 (8,476,015) 26,877,517

กลาวถึง เปนพิเศษ 2,538,471 91,961,779 4,520,715 99,020,965

ต่ํากวา มาตรฐาน 115,515,748 11,598,316 (113,765,482) 13,348,582

สงสัย 68,546,281 18,310,794 (8,910,172) 77,946,903

สงสัย จะสูญ 54,287,926 120,427,307 174,715,233

รวม 272,925,283 121,870,889 3,316,675 (6,203,647) 391,909,200


ยอดตนป หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ หนี้สูญตัดบัญชี อื่น ๆ ยอดปลายป

ยอดตนป หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ หนี้สูญตัดบัญชี อื่น ๆ ยอดปลายป

ยอดตนป หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ หนี้สูญตัดบัญชี อื่น ๆ ยอดปลายป

ปกติ 27,303,979 4,732,878 32,036,857

ปกติ 32,036,857 3,316,675 (8,476,015) 26,877,517

ปกติ 27,303,979 4,732,878 32,036,857

กลาวถึง เปนพิเศษ 464,081 564,210 1,510,180 2,538,471

(หนวย: บาท) งบการเงินรวม 2550 ต่ํากวา สงสัย มาตรฐาน สงสัย จะสูญ รวม 5,209,250 86,403,037 112,209,584 231,589,931 53,851,418 9,878,175 64,293,803 (4,711,556) (17,573,003) (22,284,559) 61,166,636 (27,734,931) (40,348,655) (673,892) 115,515,748 68,546,281 54,287,926 272,925,283

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 กลาวถึง ต่ํากวา สงสัย เปนพิเศษ มาตรฐาน สงสัย จะสูญ 2,538,471 115,515,748 49,756,350 54,287,926 91,961,779 11,598,316 14,711,147 4,520,715 (113,765,482) (8,910,172) 120,427,307 99,020,965 13,348,582 55,557,325 174,715,233

กลาวถึง เปนพิเศษ 464,081 564,210 1,510,180 2,538,471

(หนวย: บาท)

รวม 254,135,352 118,271,242 3,316,675 (6,203,647) 369,519,622

(หนวย: บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ 2550 ต่ํากวา สงสัย มาตรฐาน สงสัย จะสูญ รวม 5,209,250 67,613,106 112,209,584 212,800,000 53,851,418 9,878,175 64,293,803 (4,711,556) (17,573,003) (22,284,559) 61,166,636 (27,734,931) (40,348,655) (673,892) 115,515,748 49,756,350 54,287,926 254,135,352


12.2

คาเผื่อการปรับมูลคาจากการปรับโครงสรางหนี้ (หนวย: พันบาท) งบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550 291 209 693 2,789 (984) (2,707) 291 -

ยอดตนป เพิ่มขึ้นระหวางป ลดลงระหวางป ยอดปลายป

13. ทรัพยสินรอการขาย ทรัพยสินรอการขายเปนที่ดิน ที่ดินพรอมสิ่งปลูกสราง และสิทธิการเชาที่ไดมาจากการไถถอนตรา สารหนี้ที่ผิดนัดชําระดอกเบี้ยและการจายชําระของลูกหนี้ตามสัญญาเงินใหกูยืม มูลคาของทรัพยสิน ดั ง กล า วแสดงตามมู ล ค ายุ ติ ธ รรมของทรั พ ย สิ น หั ก ด ว ยประมาณการค า ใช จ า ยในการขายแต ไ ม เ กิ น ยอดเงินตนและดอกเบี้ยคางรับซึ่งมีสิทธิเรียกรองตามกฎหมาย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 รายละเอียดของทรัพยสินรอการขายประกอบดวยรายการ ดังตอไปนี้ (หนวย: บาท) งบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการ 2550

2551 ประเภททรัพยสินรอการขาย อสังหาริมทรัพย

ยอดตนป 69,644,500 หัก: คาเผื่อการดอยคาและคาเผื่อการขาย (11,369,877) รวมทรัพยสินรอการขาย - สุทธิ 58,274,623

เพิ่มขึ้น (9,871,000) (9,871,000)

ลดลง (3,160,000) 298,168 (2,861,832)

ยอดปลายป ยอดตนป 66,484,500 69,644,500 (20,942,709) (17,036,927) 45,541,791 52,607,573

เพิ่มขึ้น -

ลดลง 5,667,050 5,667,050

ยอดปลายป 69,644,500 (11,369,877) 58,274,623


14. ที่ดิน อาคารและอุปกรณ (หนวย: บาท) งบการเงินรวม เครื่อง ที่ดิน

อาคาร

คอมพิวเตอร และอุปกรณ

1,548,000

2,231,040

71,191,557

15,153,328

จากการซื้อเงินลงทุนในบริษทั ยอย

-

-

643,816

258,105

ซื้อเพิ่ม

-

-

6,374,553

344,123

3,642,761

-

10,361,437

จําหนาย

-

-

(382,396) (35,387)

(112,747)

(1,487,977)

-

(382,396) (1,636,111)

1,548,000

2,231,040

77,792,143

15,642,809

53,733,129

18,502,635

31 ธันวาคม 2550

-

(1,344,726)

(53,029,217)

(10,202,186)

(25,850,699)

(13,528,246) (103,955,074)

จากการซื้อเงินลงทุนในบริษทั ยอย

-

(481,845)

(236,168)

คาเสื่อมราคาสําหรับป

-

(10,517,184)

(1,736,660)

คาเสื่อมราคาสวนที่จําหนาย

-

-

โอน(เขา)ออก 31 ธันวาคม 2551

-

(1,456,583)

31 ธันวาคม 2550

1,548,000

31 ธันวาคม 2551

1,548,000

เครื่องตกแตง

เครื่องติดตั้ง

ยานพาหนะ

รวม

51,578,345

18,502,635

160,204,905

-

-

901,921

ราคาทุน 31 ธันวาคม 2550

โอนเขา(ออก) 31 ธันวาคม 2551

169,449,756

คาเสื่อมราคาสะสม

(111,857)

382,394

(8,393,419)

(2,261,054) -

(718,013) (23,020,174)

-

-

382,394

27,630 (63,618,222)

44,207 (12,130,807)

710,117 (33,534,001)

886,314

18,162,340

4,951,142

25,727,646

4,974,389

56,249,831

774,457

14,173,921

3,512,002

20,199,128

2,713,335

42,920,843

781,954 (15,789,300) (126,528,913)

มูลคาสุทธิตามบัญชี

คาเสื่อมราคาสําหรับปสิ้นสุดวันที่31ธันวาคม

2550 2551

26,752,743 23,020,174


14. ที่ดิน อาคารและอุปกรณ (ตอ) (หนวย: บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ

ราคาทุน 31 ธันวาคม 2550 ซื้อเพิ่ม จําหนาย 31 ธันวาคม 2551 คาเสื่อมราคาสะสม 31 ธันวาคม 2550 คาเสื่อมราคาสวนที่จําหนาย คาเสื่อมราคาสําหรับป 31 ธันวาคม 2551 มูลคาสุทธิตามบัญชี 31 ธันวาคม 2550 31 ธันวาคม 2551

ที่ดิน

อาคาร

เครื่อง คอมพิวเตอร และอุปกรณ

1,548,000 1,548,000

2,231,040 2,231,040

7,145,605 463,993 (382,396) 7,227,202

6,005,354 6,005,354

11,477,176 14,323 11,491,499

7,867,046 7,867,046

36,274,221 478,316 (382,396) 36,370,141

-

(1,344,726) (111,857) (1,456,583)

(6,718,017) 382,394 (413,969) (6,749,592)

(5,987,892) (9,248) (5,997,140)

(11,444,009) (16,082) (11,460,091)

(6,087,384) (733,500) (6,820,884)

(31,582,028) 382,394 (1,284,656) (32,484,290)

1,548,000

886,314

427,588

17,462

33,167

1,779,662

4,692,193

1,548,000

774,457

477,610

8,214

31,408

1,046,162

3,885,851

เครื่องตกแตง

เครื่องติดตั้ง

ยานพาหนะ

รวม

คาเสื่อมราคาสําหรับปสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2550

1,411,376

2551

1,284,656

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทฯ และบริษัทยอยมีอุปกรณจํานวนหนึ่งซึ่งตัดคาเสื่อมราคา หมดแลวแตยังใชงานอยู ราคาทุนกอนหักคาเสื่อมราคาสะสมของสินทรัพยดังกลาวมีจํานวนเงินประมาณ 66.3 ลานบาท (31 ธันวาคม 2550: 53.4 ลานบาท) และเฉพาะของบริษัทฯมีจํานวนเงินประมาณ 27.5 ลานบาท (31 ธันวาคม 2550: 27.0 ลานบาท) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทยอยมียานพาหนะซึ่งไดมาภายใตสัญญาเชาทางการเงินโดยมี มูลคาสุทธิตามบัญชี 0.6 ลานบาท (31 ธันวาคม 2550: 0.8 ลานบาท)


15. สินทรัพยไมมีตัวตน – สุทธิ (หนวย: บาท) งบการเงินรวม 2551 อายุการตัด ยอดยกมา จากการซื้อเงินลงทุน จําหนายคงเหลือ ตนป ในบริษทั ยอย เพิ่มขึ้น ซอฟทแวร – สุทธิ 1-5 ป 4,858,764 135,539 991,934 คาความนิยม (หมายเหตุ 10.3) 1,975,905 คาธรรมเนียมใบอนุญาต 5 ป ธุรกิจสัญญาซือ้ ขายลวงหนา 15,000,000 คาธรรมเนียมใบอนุญาต 5 ป 1,500,000 ธุรกิจหลักทรัพย 2,111,444 17,491,934 4,858,764 รวม

ยอดคงเหลือ ตัดจําหนาย ปลายป (2,370,819) 3,615,418 1,975,905 (825,000) 14,175,000 (50,000) 1,450,000 (3,245,819) 21,216,323 (หนวย: บาท)

ซอฟทแวร – สุทธิ รวม

อายุการตัด จําหนายคงเหลือ 1-5 ป

งบการเงินรวม 2550 ยอดยกมา ตนป เพิ่มขึ้น ตัดจําหนาย 7,312,234 415,702 (2,869,172) 451,702 (2,869,172) 7,312,234

ยอดคงเหลือ ปลายป 4,858,764 4,858,764 (หนวย: บาท)

ซอฟทแวร – สุทธิ รวม

อายุการตัด จําหนายคงเหลือ 1-5 ป

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 ยอดยกมา ตนป เพิ่มขึ้น ตัดจําหนาย 616,692 (231,252) (231,252) 616,692

ยอดคงเหลือ ปลายป 385,440 385,440 (หนวย: บาท)

ซอฟทแวร - สุทธิ รวม

อายุการตัด จําหนายคงเหลือ 1-5 ป

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2550 ยอดยกมา ตนป เพิ่มขึ้น ตัดจําหนาย 779,191 74,360 (236,859) 74,360 (236,859) 779,191

ยอดคงเหลือ ปลายป 616,692 616,692


ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทฯ และบริษัทยอยมีซอฟทแวรจํานวนหนึ่งซึ่งตัดคาตัดจําหนาย หมดแลว แตยังใชงานอยู ราคาทุนของสินทรัพยดังกลาวกอนหักคาตัดจําหนายสะสมมีจํานวนเงิน ประมาณ 7.3 ลานบาท (2550: 2.3 ลานบาท) และเฉพาะของบริษัทฯมีจํานวนเงินประมาณ 0.7 ลาน บาท (2550: 0.7 ลานบาท) 16. สินทรัพยอื่น

เงินสมทบกองทุนทดแทนความเสียหายในระบบชําระ ราคาและสงมอบหลักทรัพย เงินประกันสํานักหักบัญชี เงินมัดจํา เงินใหกูยืมแกพนักงาน คาใชจายลวงหนา อื่น ๆ รวมสินทรัพยอื่น

(หนวย: บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550 -

งบการเงินรวม 2551 2550 21,848,534 14,398,627 10,447,926 12,489,429 4,907,052 2,781,783 8,584,250 61,058,974

12,066,480 5,274,991 1,967,746 4,086,274 37,794,118

2,310,606 4,907,052 562,775 4,995,113 12,775,546

1,959,876 5,274,991 573,658 1,622,674 9,431,199

17. การจัดชั้นคุณภาพสินทรัพย 17.1 สินทรัพยจัดชั้นตามประกาศของธนาคารแหงประเทศไทย - บริษัทฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 บริษทั ฯ มีสินทรัพยจัดชั้นและเงินสํารองที่เกี่ยวของ ตามเกณฑในประกาศของธนาคารแหงประเทศไทยดังนี้

มูลหนี้ 2551

2550

2,687.8 460.5 48.3 130.1 176.0

3,203.7 126.9 127.1 58.3 53.0

3,502.7 3,502.7

อัตราที่ใชใน การตั้งสํารอง

(หนวย: ลานบาท) คาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ มูลคาที่ตองตั้ง มูลคาที่ตั้งแลว ตามเกณฑของ ธปท. 2551 2550 2551 2550

(1)

ลูกหนี้และเงินใหกูยืม มูลหนี้จัดชั้นปกติ (รวมเงินใหกูยืม แกสถาบันการเงิน เงินใหกูยืม แกพนักงานและสินทรัพยอื่น) มูลหนี้จัดชั้นกลาวถึงเปนพิเศษ มูลหนี้จัดชั้นต่ํากวามาตรฐาน มูลหนี้จัดชั้นสงสัย มูลหนี้จัดชั้นสงสัยจะสูญ มูลคาสํารองทั่วไปสวนที่เกินกวา เกณฑขนั้ ต่ํา ธปท รวมสินทรัพยจัดชั้น คาเผื่อการปรับมูลคาจากการ ปรับโครงสรางหนี้ รวม

1% 2% 100% 100% 100%

26.9 9.2 13.3 55.6 154.5

32.0 2.5 115.5 49.8 43.0

26.9 99.0 13.3 55.6 154.5

32.0 2.5 115.5 49.8 43.0

3,569.0

259.5

242.8

20.2 369.5

11.3 254.1

3,569.0

259.5

0.3 243.1

369.5

0.3 254.4

(1) มูลหนี้/มูลคาตามบัญชีของลูกหนี้จัดชั้นปกติและลูกหนี้จัดชั้นกลาวถึงเปนพิเศษไมรวมดอกเบี้ยคางรับ


ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 บริษัทฯ ไดกันสํารองสําหรับลูกหนี้ดอยคุณภาพทุก ประเภทตามเกณฑใหมของธนาคารแหงประเทศไทยแลว (ตามหมายเหตุ 11.4) 17.2 สินทรัพยจัดชั้นตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย (กลต.) บริษัทยอย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 บริษัทยอยจําแนกลูกหนีธ้ ุรกิจหลักทรัพยและ ดอกเบี้ยคางรับตามประกาศของ กลต. เรือ่ งการจัดทําบัญชีเกี่ยวกับลูกหนี้ดอยคุณภาพของบริษัท หลักทรัพยและคาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญดังนี้ ลูกหนี้และดอกเบีย้ คางรับ 2551 2550 มูลหนี้จัดชั้นสงสัย รวม

22.4 22.4

18.8 18.8

คาเผื่อหนี้สงสัย จะสูญที่ตองตั้งตาม กลต. 2551 2550 22.4 22.4

(18.8) (18.8)

(หนวย: ลานบาท) คาเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ในบัญชีของบริษัทยอย 2551 2550 22.4 22.4

(18.8) (18.8)

18. เงินกูยืมและเงินรับฝาก 18.1 จําแนกตามแหลงเงินกูยืมและเงินรับฝาก

จากประชาชน จากสถาบันการเงิน จากตางประเทศ สวนลดจายรอตัดบัญชี รวมเงินกูยืมและเงินรับฝาก

(หนวย: บาท) งบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550 5,208,037,185 4,958,744,127 108,000,000 262,882,956 4,574,093 4,530,708 (323,747) 5,225,834,044 5,320,611,278

18.2 จําแนกตามระยะเวลาที่เหลือของสัญญา

เมื่อทวงถาม ไมเกิน 1 ป เกิน 1 ป รวมเงินกูยืมและเงินรับฝาก

(หนวย: บาท) งบการเงินรวมและงบเฉพาะกิจการ 2551 2550 528,705,975 309,570,580 4,474,314,299 4,914,384,036 317,591,004 1,879,428 5,225,834,044 5,320,611,278


ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 เงินกูยืมและเงินรับฝากจากสถาบันการเงินในงบการเงินรวมไดรวมเงิน กูยืมและเงินรับฝากจากบริษัทยอยในบัญชีเพื่อลูกคา จํานวน 100.0 ลานบาท (2550 : 257.6 ลานบาท) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 เงินกูยืมและเงินรับฝากจากประชาชน จํานวน 3.85 ลานบาท เปนการ กูยืมโดยการออกตั๋วสัญญาใชเงิน 19. สวนเกิน (ต่ํากวา) ทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลคาเงินลงทุน งบการเงินรวม 2551 2550 ยอดคงเหลือตนป มูลคาหลักทรัพยเปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้นระหวางป ตัดจําหนายขาดทุนจากการโอนเปลีย่ น ประเภทเงินลงทุนรอตัดบัญชี ยอดคงเหลือปลายป

(หนวย: บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550

748,729

(7,997,086)

445,537

(8,439,607)

(54,217,211)

8,713,217

(53,999,392)

8,852,546

37,562 (53,430,920)

32,598 748,729

37,562 (53,516,293)

32,598 445,537

20. สํารองตามกฎหมาย เพื่อใหเปนไปตามมาตรา 116 แหงพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจํากัด พ.ศ. 2535 บริษัทฯและ บริษัทยอยตองจัดสรรกําไรสุทธิประจําปสวนหนึ่งไวเปนทุนสํารองไมนอยกวารอยละ 5 ของกําไรสุทธิ ประจําปหักดวยยอดขาดทุนสะสมยกมา (ถามี) จนกวาทุนสํารองนี้จะมีจํานวนไมนอยกวารอยละ 10 ของ ทุนจดทะเบียน สํารองตามกฎหมายดังกลาวไมสามารถนําไปจายเงินปนผลได 21. เงินปนผล บริษัทฯ ในระหวางป 2551 และ 2550 ที่ประชุมสามัญผูถอื หุน ของบริษัทฯไดมีมติอนุมัติการจายเงินปนผล ดังนี้ เงินปนผล เงินปนผลประจําป สําหรับป 2549

อนุมัติโดย ที่ประชุมสามัญผูถ ือหุนเมือ่ วันที่ 27 เมษายน 2550

รวมเงินปนผลสําหรับป 2550 เงินปนผลประจําป สําหรับป 2550 รวมเงินปนผลสําหรับป 2551

ที่ประชุมสามัญผูถ ือหุนเมือ่ วันที่ 29 เมษายน 2551

เงินปนผลจาย

(หนวย: บาท) เงินปนผลจายตอหุน

30,000,000 30,000,000

0.15 0.15

80,000,000 80,000,000

0.40 0.40


บริษัทยอย ในระหวางป 2551ที่ประชุมสามัญผูถือหุนของบริษัทยอยไดมีมติอนุมัติการจายเงินปนผลดังนี้ เงินปนผล เงินปนผลประจําป สําหรับป 2550 รวมเงินปนผลสําหรับป 2551

อนุมัติโดย ที่ประชุมสามัญผูถ ือหุนเมือ่ วันที่ 24 เมษายน 2551

เงินปนผลจาย 66,892,655 66,892,655

(หนวย: บาท) เงินปนผลจายตอหุน 0.083 0.083

22. เงินกองทุนตามกฎหมาย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550 บริษัทฯ ดํารงเงินกองทุนตามกฎหมายตามคํานิยามในมาตรา 4 ของ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพยและธุรกิจเครดิตฟองซิเอร พ.ศ. 2522 อนึ่งใน วันที่ 5 กุมภาพันธ 2551 ไดมีการประกาศใชพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน ดังนั้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทฯ จึงไดดํารงเงินกองทุนตาม มาตรา 30 พระราชบัญญัติสถาบันธุรกิจสถาบัน การเงิน ตามที่กลาวขางตน ซึ่งวิธีการในการคํานวณเงินกองทุนตามกฎหมายไมเปลี่ยนแปลงจากเดิม ดังนี้ (หนวย: บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 2550 เงินกองทุนชัน้ ที่ 1 ทุนที่ออกจําหนายและเรียกชําระเต็มมูลคาแลว 1,000,000,000 1,000,000,000 เงินสํารองตามกฎหมาย 70,000,000 66,000,000 กําไรสะสมที่ยังไมไดจัดสรร 285,372,556 256,214,016 รวมเงินกองทุนชั้นที่ 1 1,355,372,556 1,322,214,016 เงินกองทุนชัน้ ที่ 2 เงินสํารองสําหรับสินทรัพยจดั ชั้นปกติ 26,877,517 32,036,857 สวนเกินทุน(สุทธิ)จากการเปลี่ยนแปลงมูลคาเงินลงทุน 2,067,446 รวมเงินกองทุนชั้นที่ 2 26,877,517 34,104,303 รายการหัก : สวนต่ํากวาทุน(สุทธิ)จากการเปลี่ยนแปลงมูลคาเงินลงทุน (84,823,632) รวมเงินกองทุนตามกฎหมาย 1,297,426,441 1,356,318,319 อัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 รอยละ 26.01 22.90 อัตราเงินกองทุนตามกฎหมาย รอยละ 24.90 23.49 อัตราขั้นต่ําของเงินกองทุนชัน้ ที่ 1 รอยละ 4.00 4.00 อัตราขั้นต่ําของเงินกองทุนตามกฎหมาย รอยละ 8.00 8.00


23. กําไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุน (หนวย: บาท) สําหรับปสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ กําไรที่ยังไมเกิดขึ้นของหลักทรัพยเพื่อคา กําไรสุทธิจากการซื้อขายหลักทรัพย รวม

2551 2550 2551 2550 4,237,277 (15,820,536) 58,933,133 26,123,523 6,969,429 22,136,407 63,170,410 10,302,987 6,969,429 22,136,407

24. คาตอบแทนกรรมการ คาตอบแทนกรรมการนี้เปนผลประโยชนที่จายใหแกกรรมการของบริษัทฯและบริษัทยอยตาม มาตรา 90 ของพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจํากัด โดยไมรวมเงินเดือนและผลประโยชนที่เกี่ยวของที่ จายใหกับกรรมการและผูบริหาร นอกจากนี้ในป 2551 บริษัทฯ มีคาใชจายเกี่ยวกับเงินเดือน คาตอบแทนและผลประโยชนอื่นใหแก กรรมการและผูบริหารตามนิยามในประกาศของสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยและตลาด หลักทรัพย อันไดแก ผูจัดการ หรือผูดํารงตําแหนงระดับบริหารสี่รายแรกตอจากผูจัดการลงมา ผูซึ่งดํารง ตําแหนงเทียบเทาผูดํารงตําแหนงระดับบริหารรายที่สี่ทุกรายในงบการเงินรวม เปนจํานวน 146.2 ลาน บาท (2550: 129.0 ลานบาท) และงบเฉพาะบริษัทฯ เปนจํานวน 26 ลานบาท (2550: 25.9 ลานบาท) 25. กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ บริษัทฯ บริษัทยอย และพนักงาน ไดรวมกันจัดตั้งกองทุนสํารองเลี้ยงชีพตามพระราชบัญญัติ กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 ซึ่งประกอบดวยเงินที่พนักงานจายสะสมและเงินที่บริษัทฯและบริษัทยอย จายสมทบใหในอัตรารอยละ 3 ถึง 6 ของเงินเดือน กองทุนสํารองเลี้ยงชีพนี้บริหารโดยบริษัทหลักทรัพย จัดการกองทุนในประเทศแหงหนึ่งและจะถูกจายใหแกพนักงานในกรณีที่ออกจากงานตามระเบียบวาดวย กองทุนของบริษัทฯและบริษัทยอย ในระหวางป 2551 บริษัทฯ และบริษัทยอยไดจายเงินสมทบกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ เปนจํานวน 7.59 ลานบาท ซึ่งเปนยอดเฉพาะกิจการจํานวน 1.59 ลานบาท (2550: 7.49 ลานบาท และเปนยอด เฉพาะกิจการ 1.56 ลานบาท)


26. ภาษีเงินไดนติ ิบุคคล ในป 2551 บริษัท เงินทุน กรุงเทพธนาทร จํ ากัด (มหาชน) ไดรั บสิทธิ ประโยชนทางภาษีอั น เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายใชมาตรการภาษีเพื่อกระตุนและฟนฟูเศรษฐกิจของประเทศ โดยการลดหยอน อัตราภาษีเงินไดนิติบุคคลใหกับบริษัทที่มีหลักทรัพยจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร วาดวยการลดอัตราภาษีอากร ฉบับที่ 474 และ 475 โดยไดรับการลดอัตราภาษีเงินไดนิติบุคคลจากอัตรารอยละ 30 เปนรอยละ 25 สําหรับกําไรสุทธิทาง ภาษีเปนเวลาสามรอบระยะเวลาบัญชีตอเนื่องกัน นับแตรอบระยะเวลาบัญชีแรกที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2551 ในป 2550 บริษัทยอย (บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน)) ไดรับสิทธิประโยชนทางภาษีอัน เนื่องมาจากการนําหลักทรัพยเขาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย โดยไดรับการลดอัตรา ภาษีเงินไดนิติบุคคลจากอัตรารอยละ 30 เปนรอยละ 25 สําหรับกําไรสุทธิทางภาษีเปนเวลาหารอบ ระยะเวลาบัญชีตอเนื่องกันนับแตรอบระยะเวลาบัญชีแรกที่เริ่มในหรือหลังวันที่บริษัทยอยมีหลักทรัพยมา จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย 27. ภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจเกิดขึน้ 27.1 ภาระผูกพันเกี่ยวกับสัญญาเชาดําเนินงาน บริ ษั ท ฯ และบริ ษั ท ย อ ยได ทํ า สั ญ ญาเช า และบริ ก ารระยะยาวสํ า หรั บ อาคารสํ า นั ก งาน อุปกรณ และรถยนต ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทฯ และบริษัทยอยมีภาระผูกพันในการจายคาเชาตาม สัญญาเชาดังกลาวดังนี้ (หนวย: ลานบาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ งบการเงินรวม จายชําระภายใน ป 2552 22.3 8.1 ป 2553 – 2554 18.5 13.5 27.2 ภาระผูกพันเกี่ยวกับสัญญาใหบริการระยะยาว 27.2.1 บริษัทฯ มีภาระในการนําสงเงินเขาสถาบันคุมครองเงินฝากในอัตรารอยละ 0.2 ของ ยอดเงินรับฝาก และดอกเบี้ยคางชําระถัวเฉลี่ยรายเดือนของรอบระยะเวลาหกเดือนกอน หนางวดที่จะตองนําสงเงินเขาสถาบันคุมครองเงินฝากภายในวันที่ 30 มิถุนายน และ 31 ธันวาคมของทุกป


27.2.2 บริษัทยอยมีภาระในการนําสงคาธรรมเนียมสมาชิกตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทยเปน รายเดือน เดือนละ 50,000 บาทและในอัตรารอยละ 0.005 ของมูลคาซื้อขายหลักทรัพย 27.2.3 บริษัทยอยมีภาระที่ตองนําสงคาธรรมเนียมใหแกบริษัท ตลาดอนุพันธ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) ในอัตราปละ 500,000.00 บาท คาธรรมเนียมการซื้อขายสัญญาซื้อขาย ลวงหนาสัญญาละ 35 บาท และคาธรรมเนียมการซื้อขายสัญญาออปชั่นสัญญาละ 7 บาท 7.2.4 บริษัทยอยมีภาระที่ตองนําสงคาธรรมเนียมใหแกบริษัท สํานักหักบัญชี (ประเทศไทย) จํากัด ในอัตราปละ 300,000 บาท คาธรรมเนียมการใหบริการชําระราคาสัญญาซื้อขาย ลวงหนาสัญญาละ 15 บาท และคาธรรมเนียมการใหบริการชําระราคาสัญญาออปชั่น สัญญาละ 3 บาท 27.2.5 บริษัทยอยมีภาระตามสัญญาใหบริการซื้อขายแบบออนไลน โดยคิดคาธรรมเนียมในอัตรา รอยละ 0.02 - 0.05 ของมูลคาการซื้อขาย ทั้งนี้คาธรรมเนียมดังกลาวกําหนดขั้นต่ําไมนอย กวา 20,000 บาทตอเดือน 27.2.6 บริษัทยอยมีภาระในการนําสงคาบริการใหบริษัท ศูนยรับฝากหลักทรัพย (ประเทศไทย) จํากัด ในฐานะเปนผูดําเนินการใหบริการปฏิบัติการหลักทรัพยแทนบริษัทยอย โดยคิด คาบริการเปนรายเดือน เดือนละ 40,000 บาทและในอัตรา 7.0 บาท ถึง 16.0 บาทตอ บัญชีลูกคา 27.2.7 บริษัทยอยมีภาระในการนําสงคาธรรมเนียมการประกอบกิจการตามที่ไดรับใบอนุญาตตอ สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยและตลาดหลักทรัพย โดยคิดคาธรรมเนียมใน อัตรารอยละ 1 ของรายไดรวมของคานายหนาและรายไดคาธรรมเนียมและบริการ ทั้งนี้ คาธรรมเนียมดังกลาวกําหนดไมนอยกวา 500,000 บาทตอป และไมเกิน 5,000,000 บาท ตอป 27.2.8 บริษัทยอยมีภาระในการจายเงินสมทบใหกับกองทุนทดแทนความเสียหายในระบบการ ชําระราคาและสงมอบหลักทรัพยซึ่งอยูภายใตการดูแลของบริษัท ศูนยรับฝากหลักทรัพย (ประเทศไทย) จํากัด เปนรายเดือนในอัตรารอยละ 0.008 ของมูลคาการชําระราคาและรับ ชําระราคาหลักทรัพยสุทธิของบริษัทยอยในแตละเดือน 27.2.9 บริษัทยอยมีภาระในการจายเงินสมทบใหกับกองทุนคุมครองผูลงทุนในหลักทรัพย ซึ่งอยู ภายใตการดูแลของตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทยเปนรายเดือนในอัตรารอยละ 0.0005 ของมูลคาซื้อขายหลักทรัพย 27.2.10บริษัทยอยมีภาระในการสงคาบริการสําหรับการใชขอมูลการซื้อขายหลักทรัพยและขอมูล เกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียนใหตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย รวมคิดเปนคาบริการราย เดือนเดือนละ 75,000 บาท


27.3 หนังสือค้ําประกันธนาคาร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทยอยมีหนังสือค้ําประกันที่ออกโดยธนาคาร จํานวน 11.50 ลานบาท ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับภาระผูกพันตามปกติของธุรกิจเพื่อค้ําประกันการใชบริการตาง ๆ 27.4 หนี้สินที่อาจเกิดขึ้นจากคดีความ ก) ในระหวางป 2549 บริษัทยอยไดถูกดําเนินคดีฟองรองโดยพนักงานของบริษัทยอยรายหนึ่ง เกี่ยวกับการจายเงินโบนัสและคาตอบแทนในการปฏิบัติงาน โดยมีทุนทรัพยฟองเปนจํานวน เงิน 20.48 ลานบาท โดยแบงเปน (ก) สําหรับทุนทรัพยฟองจํานวนเงิน 7.34 ลานบาท ศาล แรงงานกลางไดพิพากษาเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2550 ใหบริษัทยอยจายโบนัสใหโจทกเปน จํานวนเงิน 40,000 บาท พรอมดอกเบี้ยรอยละ 7.5 ตอปนับแตวันฟอง (17 มีนาคม 2549) จนกวาจะชําระเสร็จ และ (ข) สําหรับทุนทรัพยสวนที่เหลือจํานวนเงิน 13.14 ลานบาท ศาล แรงงานกลางไดพิพากษายกฟองโจทกเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2550 ซึ่งโจทกไดยื่นอุทธรณคํา พิพากษาทั้งสองคดีตอศาลแรงงานกลางเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2550 และวันที่ 10 ตุลาคม 2550 ตามลําดับ ซึ่งขณะนี้คดีดังกลาวอยูในระหวางการพิจารณาของศาลฎีกา ข) เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2550 บริษัทยอยไดถูกฟองรองเปนจําเลยและถูกเรียกรองคาเสียหาย เปนจํานวนเงินประมาณ 3.5 ลานบาทจากบริษัทแหงหนึ่งในขอหาบริษัทยอยไมชําระคาจาง ตกแตงสํานักงานใหญ ซึ่งบริษัทยอยไดยื่นคําใหการและฟองแยงเพื่อเรียกใหโจทกชําระคาปรับ จากการสงมอบงานลาชาและมีความชํารุดบกพรอง เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2551 ทุนทรัพยตาม ฟองแยงรวม 2.9 ลานบาท ตอมาเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2551 บริษัทยอยไดทําสัญญา ประนีประนอมยอมความกันโดยตกลงชําระคาจางคางจายแกโจทยเปนจํานวน 2.09 ลานบาท ทั้งนี้ ฝายบริหารของบริษัทฯ และบริษัทยอยเชื่อวาภาระหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นเพิ่มเติมจาก คดีความดังกลาวจะไมมีผลกระทบอยางเปนสาระสําคัญตอฐานะการเงิน หรือผลการดําเนินงาน ของบริษัทยอย 28. การเสนอขอมูลทางการเงินจําแนกตามสวนงาน บริษัทฯ ดําเนินกิจการในสวนงานหลัก คือ ธุรกิจเงินทุน บริษัทยอยดําเนินกิจการในสวนงานหลัก คือ ธุรกิจหลักทรัพยและธุรกิจตราสารอนุพันธ บริษัทฯและบริษัทยอยมีการดําเนินธุรกิจในสวนงานทาง ภูมิศาสตรหลักในประเทศ ขอมูลทางการเงินจําแนกตามสวนงาน มีดังตอไปนี้


(หนวย: ลานบาท)

รายไดดอกเบี้ยและเงินปนผลสุทธิ หลังหักหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ รายไดที่มิใชดอกเบี้ย คาใชจายที่มิใชดอกเบี้ย กําไรกอนภาษีเงินได ภาษีเงินไดนิติบุคคล กําไรกอนสวนของผูถือหุนสวนนอย กําไรสวนของผูถือหุนสวนนอย กําไรสุทธิสําหรับป

ธุรกิจเงินทุน 2551 2550

สําหรับปสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม ธุรกิจหลักทรัพย รวม รายการตัดบัญชี 2551 2550 2551 2550 2551 2550

180 17 197 (120) 77 (13)

78 596 674 (549) 125 (31)

200 37 237 (109) 128 (13)

73 624 697 (505) 192 (52)

258 613 871 (669) 202 (44) 158 (48) 110

273 661 934 (614) 320 (65) 255 (70) 185

(33) (33) (33) (33) (33)

(60) (60) (60) (60) (60)

รวม 2551

2550

225 613 838 (669) 169 (44) 125 (48) 77

213 661 874 (614) 260 (65) 195 (70) 125

(หนวย: ลานบาท)

เงินลงทุน – สุทธิ เงินใหกูยืม ลูกหนีแ้ ละ ดอกเบี้ยคางรับ – สุทธิ สินทรัพยอื่น รวมสินทรัพย

ธุรกิจเงินทุน 2551 2550 2,361 2,835

สําหรับปสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม ธุรกิจหลักทรัพย รวม รายการตัดบัญชี รวม 2551 2550 2551 2550 2551 2550 2551 2550 131 411 2,492 3,246 (400) (400) 2,092 2,846

3,136 3,313 389 1,228 555 2,006 6,725 6,703 2,526

1,294 3,525 4,607 1,380 3,234 1,935 3,085 9,251 9,788

(400)

- 3,525 (5) 3,234 (405) 8,851

4,607 1,930 9,383

28.1 รายไดคานายหนาจากการซื้อขายสินคาเกษตรลวงหนาของบริษัท เอ.เอ็น.ที (ไทยแลนด) จํากัด มี จํานวนไมถึง 10 % ของรายไดรวม ดังนั้น จึงแสดงรวมอยูในรายไดที่มิใชดอกเบี้ยของธุรกิจ หลักทรัพย 28.2 บริ ษั ท ฯและบริ ษั ท ย อ ยใช เ กณฑ ใ นการกํ า หนดราคาระหว า งกั น ตามที่ ก ล า วไว ใ นหมายเหตุ ประกอบงบการเงินขอ 7 29. เครื่องมือทางการเงิน บริษัทฯและบริษัทยอยมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงจากการให สินเชื่อจากการที่คูสัญญาจะไมปฏิบัติตามสัญญา และความเสี่ยงดานสภาพคลอง บริษัทฯและบริษัทยอย ไมมีนโยบายในการใชตราสารอนุพันธเปนเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง และไมมีนโยบายประกอบ ธุรกรรมตราสารอนุพันธเพื่อการคาหรือเก็งกําไร


29.1 ความเสี่ยงดานการใหสินเชื่อ ความเสี่ ย งด า นการให สิ น เชื่ อ คื อ ความเสี่ ย งที่ บ ริ ษั ท ฯและบริ ษั ท ย อ ยอาจได รั บ ความ เสียหายอันสืบเนื่องมาจากการที่คูสัญญาของบริษัทฯและบริษัทยอยจะไมสามารถปฏิบัติตามภาระ ผูกพันที่ระบุไวในเครื่องมือทางการเงินได ซึ่งบริษัทฯและบริษัทยอยไดเปดเผยการกระจุกตัวของ ความเสี่ยงดังกลาวไวแลวในหมายเหตุประกอบงบการเงินขอ 11 และมูลคาสูงสุดของความเสี่ยง คือ มูลคาตามบัญชีของเครื่องมือทางการเงินหักดวยสํารองเผื่อขาดทุนตามที่แสดงไวในงบดุล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทฯและบริษัทยอยไมมียอดคงเหลือของรายการนอกงบดุล 29.2 ความเสี่ยงดานอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ ย งด า นอั ต ราดอกเบี้ ย คื อ ความเสี่ ย งที่ มู ล ค า ของเครื่ อ งมื อ ทางการเงิ น จะ เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในตลาด ซึ่งมีผลกระทบตอผลการ ดําเนินงานและกระแสเงินสดของบริษัทฯและบริษัทยอย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551และ 2550 สิน ทรัพยและหนี้สินทางการเงินสามารถจัดตาม ลักษณะอัตราดอกเบี้ย ไดดังนี้ (หนวย: ลานบาท) งบการเงินรวม 2551 ยอดคงเหลือของเครื่องมือทางการเงินสุทธิ มีอัตราดอกเบี้ย ปรับขึ้นลงตาม มีอัตรา ดอกเบี้ยคงที่ ไมมีดอกเบี้ย อัตราตลาด สินทรัพยทางการเงิน เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน เงินใหกูยืมแกสถาบันการเงิน - สุทธิ เงินลงทุน – สุทธิ ลูกหนี้สํานักหักบัญชี เงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุน ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและ สัญญาซื้อขายลวงหนา – สุทธิ หนี้สินทางการเงิน เงินกูยืมและเงินรับฝาก เจาหนี้สํานักหักบัญชี เจาหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและสัญญาซื้อขายลวงหนา

รวม

36.6 336.3 2,571.7

2,605.5 1,420.0 603.6

319.0 336.0 76.0 321.3

355.6 2,605.5 2,092.3 76.0 3,496.6

231.4

18.6

138.6

388.6

5,320.6 -

132.2 131.2

5,320.6 132.2 131.2

-


(หนวย: ลานบาท) งบการเงินรวม 2550 ยอดคงเหลือของเครื่องมือทางการเงินสุทธิ มีอัตราดอกเบี้ย ปรับขึ้นลงตาม มีอัตรา อัตราตลาด ดอกเบี้ยคงที่ ไมมีดอกเบี้ย สินทรัพยทางการเงิน เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน เงินใหกูยืมแกสถาบันการเงิน - สุทธิ หลักทรัพยซื้อโดยมีสัญญาขายคืน เงินลงทุน – สุทธิ เงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุน เจาหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและ สัญญาซื้อขายลวงหนา - สุทธิ หนี้สินทางการเงิน เงินกูยืมและเงินรับฝาก เจาหนี้สํานักหักบัญชี เจาหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและสัญญาซื้อขายลวงหนา

รวม

49.8 465.3 2,794.5

978.3 398.0 1,703.7 584.7

319.8 677.0 184.3

369.6 978.3 398.0 2,846.0 3,563.5

648.5

-

645.8

1,294.3

-

5,225.8 -

312.7 534.5

5,225.8 312.7 534.5

(หนวย: ลานบาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 ยอดคงเหลือของเครื่องมือทางการเงินสุทธิ มีอัตราดอกเบี้ย ปรับขึ้นลงตาม มีอัตรา อัตราตลาด ดอกเบี้ยคงที่ ไมมีดอกเบี้ย รวม สินทรัพยทางการเงิน เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน เงินใหกูยืมแกสถาบันการเงิน – สุทธิ เงินลงทุน – สุทธิ เงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุน หนี้สินทางการเงิน เงินกูยืมและเงินรับฝาก เจาหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและสัญญาซื้อขายลวงหนา

1.5 326.3 2,571.7 -

1,030.4 1,420.0 603.6

108.2 614.5 321.3

109.7 1,030.4 2,360.8 3,496.6

5,320.6 -

0.1

5,320.6 0.1


(หนวย: ลานบาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ 2550 ยอดคงเหลือของเครื่องมือทางการเงินสุทธิ มีอัตราดอกเบี้ย ปรับขึ้นลงตาม มีอัตรา อัตราตลาด ดอกเบี้ยคงที่ ไมมีดอกเบี้ย สินทรัพยทางการเงิน เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน หลักทรัพยซื้อโดยมีสัญญาขายคืน เงินลงทุน – สุทธิ เงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุน หนี้สินทางการเงิน เงินกูยืมและเงินรับฝาก เจาหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและสัญญาซื้อขายลวงหนา

รวม

1.8 455.3 2,794.5

398.0 1,654.2 584.7

55.0 725.4 184.3

56.8 398.0 2,834.9 3,563.5

-

5,225.8 -

0.1

5,225.8 0.1

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551และ 2550 สินทรัพยและหนี้สินทางการเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ สามารถแยกตามวันที่ครบกําหนดนับจากวันที่ในงบดุลถึงวันที่มีการกําหนดอัตราดอกเบี้ยใหมหรือ วันที่ครบกําหนด (แลวแตวันใดจะถึงกอน) ดังนี้ (หนวย: ลานบาท) งบการเงินรวม 2551 ระยะเวลาการกําหนดอัตราดอกเบี้ยใหมหรือวันครบกําหนด เมื่อทวงถาม 0-3 เดือน 3-12 เดือน 1 - 5 ป เกิน 5 ป สินทรัพยทางการเงิน เงินใหกูยืมแกสถาบันการเงิน - สุทธิ 1,562.5 เงินลงทุน – สุทธิ เงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุน 319.0 ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและสัญญา ซื้อขายลวงหนา - สุทธิ หนี้สินทางการเงิน เงินกูยืมและเงินรับฝาก 529.8

1,030.4 59.8 242.2 3,177.6

ไมมี กําหนด

รวม

12.6 223.4 2.0

793.0 40.4

343.8 -

-

2,605.5 1,420.0 603.6

6.6

12.0

-

-

18.6

1,295.6

317.6

-

-

5,320.6

อัตราดอกเบี้ย (รอยละ) 2.25 – 3.63 1.65 - 11.56 5.00 - 10.85 7.50 2.00 - 4.75


(หนวย: ลานบาท) งบการเงินรวม 2550 ระยะเวลาการกําหนดอัตราดอกเบี้ยใหมหรือวันครบกําหนด เมื่อทวงถาม 0-3 เดือน 3-12 เดือน 1 - 5 ป เกิน 5 ป สินทรัพยทางการเงิน เงินใหกูยืมแกสถาบันการเงิน - สุทธิ หลักทรัพยซื้อโดยมีสัญญาขายคืน เงินลงทุน – สุทธิ เงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุน หนี้สินทางการเงิน เงินกูยืมและเงินรับฝาก

738.8 80.0

239.5 398.0 211.6 375.4

189.7 26.3

835.1 103.0

309.6

4,059.4

855.0

1.8

ไมมี กําหนด

รวม

467.3 -

-

978.3 398.0 1,703.7 584.7

2.75 - 3.35 3.22 1.65 - 11.56 3.12 - 9.75

-

-

5,225.8

2.00 - 5.50

อัตราดอกเบี้ย (รอยละ)

(หนวย: ลานบาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 ระยะเวลาการกําหนดอัตราดอกเบี้ยใหมหรือวันครบกําหนด เมื่อทวงถาม 0-3 เดือน 3-12 เดือน 1 - 5 ป เกิน 5 ป สินทรัพยทางการเงิน เงินใหกูยืมแกสถาบันการเงิน - สุทธิ เงินลงทุน – สุทธิ เงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุน หนี้สินทางการเงิน เงินกูยืมและเงินรับฝาก

ไมมี กําหนด

รวม

อัตราดอกเบี้ย (รอยละ)

319.0

1,030.4 59.8 242.2

223.4 2.0

793.0 40.4

343.8 -

-

1,030.4 1,420.0 603.6

2.73 – 2.74 1.65 - 11.56 5.00 – 10.85

529.8

3,177.6

1,295.6

317.6

-

-

5,320.6

2.00 – 4.75 (หนวย: ลานบาท)

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2550 ระยะเวลาการกําหนดอัตราดอกเบี้ยใหมหรือวันครบกําหนด เมื่อทวงถาม 0-3 เดือน 3-12 เดือน 1 - 5 ป เกิน 5 ป สินทรัพยทางการเงิน หลักทรัพยซื้อโดยมีสัญญาขายคืน เงินลงทุน – สุทธิ เงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุน หนี้สินทางการเงิน เงินกูยืมและเงินรับฝาก

80.0

398.0 162.1 375.4

189.7 26.3

835.1 103.0

309.6

4,059.4

855.0

1.8

ไมมี กําหนด

รวม

467.3 -

-

398.0 1,654.2 584.7

3.22 1.65 - 11.56 3.12 - 9.75

-

-

5,225.8

2.00 - 5.50

อัตราดอกเบี้ย (รอยละ)


29.3 ความเสี่ยงดานสภาพคลอง ความเสี่ยงดานสภาพคลอง คือ ความเสี่ยงที่บริษัทฯและบริษัทยอยจะไมสามารถปฏิบัติ ตามภาระผูกพันไดเมื่อครบกําหนด เนื่องจากไมสามารถเปลี่ยนสินทรัพยเปนเงินสดได หรือไม สามารถจัดหาเงินไดเพียงพอตามความตองการในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งอาจทําใหเกิดความเสียหาย ได วันที่ที่ครบกําหนดของเครื่องมือทางการเงินนับจากวันที่ในงบดุล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 และ 2550 มีดังนี้ (หนวย: ลานบาท) งบการเงินรวม 2551 เมื่อทวงถาม 0-3 เดือน 3-12 เดือน 1 - 5 ป สินทรัพยทางการเงิน เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน เงินใหกูยืมแกสถาบันการเงิน – สุทธิ เงินลงทุน – สุทธิ ลูกหนี้สํานักหักบัญชี เงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุน ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและ สัญญาซื้อขายลวงหนา - สุทธิ หนี้สินทางการเงิน เงินกูยืมและเงินรับฝาก เจาหนี้สํานักหักบัญชี เจาหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและ สัญญาซื้อขายลวงหนา - สุทธิ

12.6 256.3 194.4

1,050.1 1,077.6

เกิน 5 ป

343.0 1,575.1 300.4 587.1

1,030.4 62.3 76.0 972.8

231.4

145.2

-

12.0

-

529.8 -

3,177.6 132.2

1,295.6 -

317.6 -

0.1

131.1

-

-

343.4

ไมมี หนี้ที่ไมกอ กําหนด ใหเกิดรายได 423.2 -

รวม

321.3

355.6 2,605.5 2,092.3 76.0 3,496.6

-

-

388.6

-

-

-

5,320.6 132.2

-

-

-

131.2 (หนวย: ลานบาท)

งบการเงินรวม 2550 เมื่อทวงถาม 0-3 เดือน 3-12 เดือน 1 - 5 ป สินทรัพยทางการเงิน เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน เงินใหกูยืมแกสถาบันการเงิน - สุทธิ หลักทรัพยซื้อโดยมีสัญญาขายคืน เงินลงทุน – สุทธิ เงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุน ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและ สัญญาซื้อขายลวงหนา - สุทธิ หนี้สินทางการเงิน เงินกูยืมและเงินรับฝาก เจาหนี้สํานักหักบัญชี เจาหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและ สัญญาซื้อขายลวงหนา - สุทธิ

369.6 738.8 592.5 197.3

239.5 398.0 264.1 1,642.9

648.5

645.8

309.6 -

4,059.4 312.7

0.1

534.4

331.8 274.4 855.0 -

เกิน 5 ป

1,091.1 742.6

514.0 532.1

-

-

-

1.8

ไมมี หนี้ที่ไมกอ กําหนด ใหเกิดรายได 52.5 -

รวม

174.2

369.6 978.3 398.0 2,846.0 3,563.5

-

-

1,294.3

-

-

-

5,225.8 312.7

-

-

-

534.5


(หนวย: ลานบาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ 2551 เมื่อทวงถาม 0-3 เดือน 3-12 เดือน 1 - 5 ป สินทรัพยทางการเงิน เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน เงินใหกูยืมแกสถาบันการเงิน - สุทธิ เงินลงทุน – สุทธิ เงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุน หนี้สินทางการเงิน เงินกูยืมและเงินรับฝาก เจาหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและ สัญญาซื้อขายลวงหนา

เกิน 5 ป

109.7 178.9 587.1

1,030.4 62.3 972.8

256.3 194.4

1,040.1 1,077.6

389.8 343.4

529.8

3,177.6

1,295.6

317.6

-

-

-

-

0.1

-

ไมมี หนี้ที่ไมกอ กําหนด ใหเกิดรายได 433.4 -

รวม

321.3

109.7 1,030.4 2,360.8 3,496.6

-

-

5,320.6

-

-

0.1 (หนวย: ลานบาท)

งบการเงินเฉพาะกิจการ 2550 เมื่อทวงถาม 0-3 เดือน 3-12 เดือน 1 - 5 ป สินทรัพยทางการเงิน เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน หลักทรัพยซื้อโดยมีสัญญาขายคืน เงินลงทุน – สุทธิ เงินใหกูยืมและลูกหนี้ธุรกิจเงินทุน หนี้สินทางการเงิน เงินกูยืมและเงินรับฝาก เจาหนี้ธุรกิจหลักทรัพยและ สัญญาซื้อขายลวงหนา

56.8 240.9 197.3

398.0 214.6 1,642.9

331.8 274.4

1,081.1 742.6

309.6

4,059.4

855.0

1.8

0.1

-

-

-

เกิน 5 ป 514.0 532.1

ไมมี หนี้ที่ไมกอ กําหนด ใหเกิดรายได 452.5 -

รวม

174.2

56.8 398.0 2,834.9 3,563.5

-

-

-

5,225.8

-

-

-

0.1

29.4 ความเสี่ยงดานอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ ย งจากอั ต ราแลกเปลี่ ย น คื อ ความเสี่ ย งที่ มู ล ค า ของเครื่ อ งมื อ ทางการเงิ น จะ เปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตางประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทฯและบริษัทยอยไมมีเครื่องมือทางการเงินที่เปนเงินตรา ตางประเทศที่มีสาระสําคัญ 29.5 มูลคายุติธรรม มูลคายุติธรรม หมายถึง จํานวนเงินที่ผูซื้อและผูขายตกลงแลกเปลี่ยนสินทรัพยกันในขณะที่ ทั้งสองฝายมีความรอบรูและเต็มใจในการแลกเปลี่ยนและสามารถตอรองราคากันไดอยางเปนอิสระ บริ ษั ท ฯ และบริ ษั ท ย อ ยได มี ก ารประมาณการมู ล ค า ยุ ติ ธ รรมของเครื่ อ งมื อ ทางการเงิ น ตาม หลักเกณฑดังนี้


ก)

สินทรัพยทางการเงิน ในการกําหนดราคายุติธรรมขึ้นอยูกับลักษณะของตราสารทางการเงิน ราคายุติธรรม ของ สินทรัพยทางการเงินสวนใหญถือตามจํานวนเงินที่แสดงในงบดุล รวมถึง เงินสด เงิน ฝากธนาคารและเงินใหกูยืมและลูกหนี้ซึ่งจะมีราคาใกลเคียงกับราคาตามบัญชีเนื่องจากตรา สารทางการเงินสวนใหญมีอัตราดอกเบี้ยใกลเคียงกับอัตราดอกเบี้ยในตลาด สวนตราสาร ทางการเงินที่มีเงื่อนไขและระยะเวลาที่เปนมาตรฐานซึ่งซื้อขายในตลาดที่มีสภาพคลองจะใช ราคาตลาดเปนราคายุติธรรม เชน เงินลงทุนในหลักทรัพย เปนตน

ข)

หนี้สินทางการเงิน หนี้สินทางการเงินรวมถึงเงินกูยืมและเงินรับฝากซึ่งมีราคายุติธรรมใกลเคียงกับราคา ตามบัญชี เนื่องจากเหตุผลเดียวกับที่ระบุไวสําหรับสินทรัพยทางการเงินขางตน

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 ราคาตามบัญชีของเครื่องมือทางการเงินของบริษัทฯไมแตกตาง ไปจากราคายุ ติธ รรมอยางมี ส าระสําคัญ ยกเวน เงิ น ลงทุ น ประเภทตราสารหนี้ ที่ จะถือ จนครบ กําหนดดังนี้ (หนวย: ลานบาท) ราคาตามบัญชีสุทธิ มูลคายุติธรรม พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ หุนกู 28.0 28.1 ตั๋วสัญญาใชเงิน 101.4 101.3 มูลคายุติธรรมของเงินลงทุนประเภทตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกําหนดดังกลาวขางตน คํานวณจากสูตรที่กําหนดโดยธนาคารแหงประเทศไทยโดยใชเสนอัตราผลตอบแทนของสมาคม ตลาดตราสารหนี้ไทย 30. การจัดประเภทบัญชี –ลดสวนเกินมูลคาจากการเปลี่ยนสัดสวนการลงทุนในบริษัทยอย ในการจั ด ทํ า งบการเงิ น บริ ษั ท ฯ ได มี ก ารจั ด ประเภทรายการบั ญ ชี ใ นงบการเงิ น ที่ นํ า มา เปรียบเทียบใหม เพื่อใหสอดคลองกับการจัดประเภทรายการบัญชีของงวดปจจุบัน เนื่องจากมีการลด สัดสวนการลงทุนในบริษัทยอย (บริษัทหลักทรัพย บีฟท จํากัด (มหาชน)) ซึ่งไมมีผลกระทบตอกําไร สุทธิหรือสวนของผูถือหุนตามที่ไดรายงานไปแลว โดยไดจัดประเภทลดยอดสวนเกินมูลคาหุนสามัญ ของบริษัทยอย จํานวน 276.52 ลานบาท ไปเปนสวนของผูถือหุนสวนนอยของบริษัทยอยในงบการเงิน รวม เพื่อใหเปนตามสัดสวนการถือหุน ณ วันที่เกิดรายการเพิ่มทุนของบริษัทยอย โดยที่บริษัทฯไดลด สัดสวนการลงทุนในบริษัทยอย จากอัตรารอยละ 99.99 เปนอัตรารอยละ 49.99 ตามที่กลาวในหมาย เหตุประกอบงบการเงินขอ 10.3 31. การอนุมัติงบการเงิน งบการเงินนี้ไดรับอนุมัติใหออกโดยคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ 2552


Bfit 08  

BFIT_2008 BANGKOK FIRST INVESTMENT & TRUST PCL Annual Report 2008

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you