Issuu on Google+

ANAPHYLAXIS ภาวะแพ้ชนิ ดรุนแรง อาการแสดงและอาการทั ่วไปของภาวะแพ้ชนิดรุนแรง (anaphylaxis) ประกอบด้วย aura, เยือ่ จมูก อักเสบ (rhinitis), ไอ (cough), คัน (pruritus), ลมพิษ (urticaria), กล่องเสียงบวม (laryngeal edema), อาการบวมทั ่วไป (generalized edema), การรับรูล้ ดลง (decreased sensorium), ช็อค (shock), หลอดลมหดเกร็ง (bronchospasm), ปวดช่องท้อง (GI cramps) และ อาเจียน (vomiting) กรณีทพ่ี บได้ ไม่บ่อยคือ อาการของผูป้ ว่ ยอาจพัฒนาจนทาให้เกิดหัวใจล้มเหลว (heart failure), ปอดบวม (pulmonary edema) และภาวะลิม่ เลือดกระจายทั ่วไปในหลอดเลือด (DIC) ภาวะอื่นๆ เช่น การมี ปฏิกริ ยิ าของเส้นประสาทสมองวากัสโดยเส้นเลือดจะขยายและการทางานของหัวใจลดลง (vasovagal reactions), อาการหายใจเร็วกว่าปกติ (hyperventilation), การรูส้ กึ จุกแน่นในลาคอเวลากลืน (globus hystericus) และลมพิษชนิดลึกทีต่ ดิ ต่อทางพันธุกรรม (hereditary angioedema) อาจจะมีอาการ ลักษณะเดียวกับ anaphylaxis ได้และควรจะแยกผูป้ ว่ ยออกได้ก่อนทีจ่ ะเริม่ การรักษาต่อไป A. Anaphylaxis เกีย่ วเนื่องกับปจั จัยหลายประการ ได้แก่ อาหาร, ยา, การถูกแมลงกัดต่อย, ยาง, น้า อสุจิ และการออกกาลังกาย มากกว่าหนึ่งในสามของผูป้ ว่ ยทัง้ หมดไม่สามารถระบุสาเหตุของการเกิด ได้ ยาทีเ่ กีย่ วเนื่องกับ anaphylaxis ประกอบด้วยยากลุ่ม β-lactam antibiotics, sulfonamides, anesthetics, chymopapain, protamine, dextran, vaccines และสารทึบรังสีทม่ี ไี อโอดีนเป็น ส่วนประกอบ ในผูป้ ว่ ย anaphylaxis จะมีประวัตอิ าการดังกล่าวข้างต้นอย่างชัดเจน B. โดยปกติอาการเฉพาะที่ ประกอบด้วย แดง บวม และปวดบริเวณทีฉ่ ีดยา อาการแสดงและอาการที่ เกิดจากปฏิกริ ยิ าต่อระบบอื่นๆอาจเกิดขึน้ อย่างรวดเร็ว วิธที จ่ี ะชะลอการดูดซึมของแอนติเจนจาก บริเวณทีฉ่ ีด เช่น การใช้น้าแข็ง หรือการใช้สายรัดห้ามเลือดของหลอดเลือดดา (ไม่ใช้กบั หลอดเลือด แดง) อาจเป็นประโยชน์ในการรักษาผูป้ ว่ ยจนกว่าจะอยูใ่ นความดูแลของแพทย์ C. การจัดการขันต้ ้ นของ anaphylaxis ตัง้ อยูบ่ นหลักของการค้าจุนทางเดินหายใจ การหายใจ และการ ไหลเวียน จัดท่าของผูป้ ว่ ยทัง้ หมดเป็นท่านอนศีรษะต่าปลายเท้าสูง (Trendelenburg position) และ ให้ออกซิเจนแก่ผปู้ ว่ ย ในผูป้ ว่ ยทีม่ ภี าวะหัวใจหยุดเต้นหรือหยุดการหายใจ หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ รุนแรง ให้ทา Basic and Advanced Cardiac Life Support D. Epinephrine เป็นตัวหลักในการรักษา anaphylaxis ไม่มยี าใดทีไ่ ด้รบั การรองรับว่ามีประสิทธิผล epinephrine กลับผลของสารสื่อของ anaphylaxis และอาจไปลดการหลั ่งเพิม่ ของสารสื่อเหล่านี้ดว้ ย ในผูใ้ หญ่ส่วนใหญ่ ให้ 0.3-0.5 ml ของสารละลาย 1:1000 โดยการฉีดเข้าทางกล้ามเนื้อ (ในเด็ก 0.01 ml/kg) อย่างไรก็ตาม ถ้าผูป้ ว่ ยอยูใ่ นภาวะช็อค ให้ epinephrine ผ่านทาง central vein หรือใส่เข้าไป ผ่าน endotracheal tube ถ้าการตอบสนองของผูป้ ว่ ยไม่เป็นตามทีต่ อ้ งการ และไม่มอี าการไม่พงึ ประสงค์เกิดขึน้ ให้ให้ epinephrine ซ้าในทุกๆ 10 นาที ติดตามอาการผูป้ ว่ ยสูงอายุ โดยเฉพาะอย่าง ยิง่ ผูป้ ว่ ยทีม่ โี รคหัวใจ ควรติดตามอาการอย่างใกล้ชดิ มาก


E. ในผูป้ ว่ ยทีม่ อี าการหลอดลมหดเกร็งรุนแรง การให้ epinephrine และ inhaled β2 agonists (เช่น albuterol) เป็นการรักษาทีม่ ปี ระสิทธิผลมากทีส่ ุด ไม่มหี ลักฐานว่าการให้ IV theophylline มี ประสิทธิภาพในการรักษาอาการหลอดลมหดเกร็งรุนแรงเฉียบพลัน และยังอาจเพิม่ ความเสีย่ งในการ เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ การให้ IV corticosteroid ในช่วงแรกควรพิจารณาให้ดี เนื่องจากสารเหล่านี้มี onset of action ช้า มีการใช้ Methylprednisolone โดยให้ 50-125 mg ทาง IV ทุกๆ 6 ชั ่วโมง ใน กรณีทอ่ี าการรุนแรงไม่มากนัก การให้ oral prednisolone จะเหมาะสมกว่า F. การให้ antihistamines เป็น second-line therapy เมื่อวางแผนจะรักษาระยะยาว H1 blocking agents เช่น diphenhydramine หรือ hydroxyzine อาจจะมีการนาไปใช้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิง่ สาหรับการรักษาอาการคัน (pruritus) ในผูป้ ว่ ยทีต่ อ้ งรักษาระยะยาวหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษา การเพิม่ ยาในกลุ่ม H2 blockers เช่น ranitidine 50 mg IV หรือ 150 mg PO ก็อาจช่วยได้ G. ควรแนะนาผูป้ ว่ ยในการเลีย่ งโอกาสทีจ่ ะสัมผัสกับสารทีส่ ง่ เสริมให้เกิด anaphylaxis ในอนาคต หาก ทราบสาเหตุของการเกิด anaphylaxis ควรจะมีการบันทึกลงในระเบียนประวัตผิ ปู้ ว่ ยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิง่ anaphylaxis ทีเ่ กิดจากการใช้ยา และการรักษาด้วยยากลุ่ม beta blockers หรือ angiotensin-converting enzyme (ACE) inhibitors จะทาให้อาการของ anaphylaxis แย่ลง จึงควร หยุดยาเหล่านี้ ถ้าเป็นไปได้ H. ในบางกรณีของการบาบัดเชิงป้องกันผูป้ ว่ ยเป็นกรณีพเิ ศษจะถูกนามากล่าวถึง พิจารณาจากผูป้ ว่ ยที่ แพ้จากการถูกผึง้ ต่อยซึง่ ไม่สามารถเลีย่ งการเกิดเหตุการณ์น้ขี น้ึ ในอนาคตได้ง่ายนัก ในผูป้ ว่ ยทีเ่ ป็น anaphylaxis ชนิดทีห่ าสาเหตุไม่ได้ โดยกลับมาเป็นซ้าบ่อยๆนัน้ ควรบาบัดเชิงป้องกันด้วยยาในกลุ่ม corticosteroids หรือ antihistamines ซึง่ ได้รบั การรับรองว่ามีประสิทธิภาพ การให้ยาด้วย autoinjectors ทีป่ ระกอบด้วย epinephrine อาจจะใช้ในผูป้ ว่ ยทีเ่ สีย่ งต่อการเกิดปฏิกริ ยิ ารุนแรงอื่นๆ


ANAPHYLAXIS