Issuu on Google+

หนา | 1


บทนํา หนังสือรําพึงไตรตรองพระคัมภีร และคําอธิษฐานเพื่อเอกภาพ สําหรับ 8 วัน จัดทําโดยความรวมมือระหวางสภาคริสตจักรในประเทศไทย และคณะกรรมการ คาทอลิก เพื่ อ ศาสนสัม พัน ธแ ละคริ สตศาสนจัก รสั มพั น ธ เพื่ อใชใ นโอกาส สัปดาหอธิษฐานเอกภาพคริสตชน ในป ค.ศ.2014 โดยมีวัต ถุประสงคเพื่ ออํ านวยความสะดวกให ทั้ง พี่นอ ง คริสตชนนิ ก าย โรมันคาทอลิกและโปรเตสแตนต โดยเฉพาะผูนํา คริสตจักร พระสงฆ นักบวช คริสตชน นักเรียน และกลุมองคกรตางๆจะไดเตรียมจิตใจและรับขอคิดจากพระ คัมภีรในระหวาง 8 วันนี้เพื่อใหเกิดเอกภาพขึ้นในหมูคริสตชนอยางกวางขวาง หนั ง สือ เล มนี้ เป น แนวทางสํ า หรั บการอธิ ษ ฐานภาวนาและยัง สามารถ ปรับเปลี่ยนหรือประยุก ตใ ชใ หเหมาะสมตามวัน เวลา สถานที่ และตามความ เหมาะสมของกลุมผูที่ใช ทางคณะกรรมการอธิษ ฐานภาวนาเพื่อเอกภาพคริสตชน ขอขอบคุณ คุณ ชะลอ วรรณประทีป ที่ไดกรุณาแปลตนฉบับใหและหวังเปนอยางยิ่งวาหนังสือ เลมนี้จะเปนประโยชน เปนเครื่องมือสรางความเปนหนึ่งเดียวกัน ในระหวางพี่ นองคริสตชนทุกนิกาย ขอพระเจาโปรดประทานพระพรแดทานและกิจการของ ทานตลอดไป คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธและคริสตศาสนจักรสัมพันธ หนา | 1


สรุปหัวขอ และบทอานประจําวัน วันที่ 1 ขอไตรตรอง : เราถูกเรียกใหเปนนักบุญดวยกัน อพยพ 19: 3-8 ทานจะเปนอาณาจักรสมณะเปนชนชาติศักดิ์สิทธิ์ สําหรับเรา เพลงสดุดี 95: 3-7 เราเปนประชากรที่พระองคทรงเลี้ยงดูดุจฝูงแกะ เปนฝูงแกะ ที่พระองคทรงนํา เปโตรฉบับที่หนึ่ง 2: 9-10 ในอดีตทานมิไดเปนประชากร แตบัดนี้ ทานเปนประชากรของพระเจาแลว มัทธิว 12: 46-50 ผูที่ปฏิบัติตามพระประสงคของพระบิดาของเรา ผูสถิตในสวรรค ผูนั้นเปนพี่นองชายหญิงและ เปนมารดาของเรา

วันที่ 2 ขอไตรตรอง: เราโมทนาคุณพรอมกันสําหรับพระหรรษทาน ของพระเจาในชีวิตของกันและกัน เฉลยธรรมบัญญัติ 26: 1-11 พระเจาทรงนําเราออกจากประเทศอียิปต เพลงสดุดี 100 โมทนาคุณพระเจา และจงสรรเสริญพระนามของ พระองค ฟลิปป 1: 3-11 ขาพเจาขอบพระคุณพระเจาของขาพเจาทุกครั้ง ที่ระลึกถึงทาน หนา | 2


ยอหน 1: 1-18 พระหรรษทานและความจริงมาทางพระเยซูคริสตเจา

วันที่ 3 ขอไตรตรอง : ในความพรอมเพียงกันเราจะไมขาด พระพรฝายจิตใดเลย โยบ 28: 20-28 แนนอนวาความยําเกรงพระเจาคือปรีชาญาณ เพลงสดุดี 145: 10-21 พระองคทรงกางแขนออกและทรงทําใหความ ปรารถนาของทุกชีวิตอิ่มเอิบสมบูรณ เอเฟซัส 4: 7-13 เราแตละคนไดรับพระหรรษทานตามสัดสวนที่ พระคริสตเจาประทานให มาระโก 8: 14-21 ทําไมทานจึงถกเถียงกันเรื่องไมมีขนมปง?

วันที่ 4 ขอไตรตรอง : เรายืนยันพรอมกันวาพระเจาทรงซื่อสัตย เพลงคร่ําครวญ 3: 19-26 ความรักมั่นคงของพระเจาดํารงอยูนิจนิรันดร เพลงสดุดี 57: 7-11 ความซื่อสัตยของพระเจาครอบคลุมไปถึงกอนเมฆ ฮีบรู 10: 19-25 พระผูใหสัญญาทรงเปนผูซื่อสัตย ลูกา 1: 67-75 พระองคทรงทอดพระเนตรมายังประชากรของ พระองคดวยความชื่นชม

หนา | 3


วันที่ 5 ขอไตรตรอง : เราถูกเรียกใหอยูในภราดรภาพดวยกัน เราจะอยูกับทาน เปนการดีและนาชื่นชมอยางยิ่งที่จะอยูรวมกัน ฉันพี่นอง ยอหนฉบับที่หนึ่ง 1: 3-7 เราทุกคนสนิทสัมพันธกัน อิสยาห 43: 1-7 เพลงสดุดี 133

วันที่ 6 ขอไตรตรอง : เราหาขอตกลงรวมกัน ผูวินิจฉัย 4: 1-9 หากทานเดินไปกับขาพเจา ขาพเจาก็จะไป เพลงสดุดี 34: 1-14 จงแสวงหาสันติ แลวจงติดตามมันไป โครินธฉบับที่หนึ่ง 1: 10-15 จงมีจิตใจและความเห็นตรงกัน ลูกา 22: 24-30 มีการทะเลาะเบาะแวงกันในหมูพวกเขาดวย

วันที่ 7 ขอไตรตรอง : เราเปนศิษยของพระคริสตเจาดวยกัน อิสยาห 19: 19-25 พระเจาจะสงพระผูไถมายังพวกเขา เพลงสดุดี 139: 1-12 ขาพเจาจะไปที่ใดจึงจะพนจากพระจิต ของพระองค โครินธฉบับที่หนึ่ง 12: 12-26 ถาอวัยวะหนึ่งเปนทุกข... ถาอวัยวะหนึ่งไดรับเกียรติ... หนา | 4


มาระโก 9: 38-41

ผูใดไมตอตานเรา ก็เปนฝายเรา

วันที่ 8 ขอไตรตรอง : เราประกาศพระวรสารดวยกัน พระจิตของพระเจาทรงสงขาพเจาเพื่อนําขาวดี มาประกาศ เพลงสดุดี 145: 1-8 คนยุคหนึ่งประกาศพระราชกิจของพระองค ใหคนอีกยุคหนึ่งรู โครินธฉบับที่หนึ่ง 15: 1-8 ขาพเจามอบธรรมประเพณีสําคัญที่สุด ใหกับทาน เปนธรรมประเพณีที่ขาพเจา ไดรับมาอีกทอดหนึ่ง ลูกา 4: 14-21 ในวันนี้ขอความจากพระคัมภีรที่ทานไดยินกับหูอยูนี้ เปนความจริงแลว อิสยาห 61: 1-4

หนา | 5


สารบัญ บทนํา สรุปหัวขอและบทอานประจําวัน สารบัญ ขอคิดสําหรับผูจดั งานอธิษฐานเพือ่ เอกภาพ นําเขาสูก ารไตรตรอง การไตรตรองพระคัมภีร การเตรียมสัปดาหอธิษฐานเอกภาพป ค.ศ. 2014 วันที่ 1 เราถูกเรียกใหเปนนักบุญดวยกัน วันที่ 2 เราโมทนาคุณพรอมกันสําหรับพระหรรษทาน ของพระเจาในชีวิตของกันและกัน วันที่ 3 ในความพรอมเพรียงกันเราจะไมขาดพระพรฝาย จิตใดเลย วันที่ 4 เรายืนยันพรอมกันวาพระเจาทรงซื่อสัตย วันที่ 5 เราถูกเรียกใหอยูใ นภราดรภาพดวยกัน วันที่ 6 เราหาขอตกลงรวมกัน วันที่ 7 เราเปนศิษยของพระคริสตเจาดวยกัน วันที่ 8 เราประกาศพระวรสารดวยกัน ประวัติศาสตรประเทศแคนาดาโดยสังเขป

1 2 6 7 11 21 21 24 26 29 31 33 35 37 39

หนา | 6


ขอคิดสําหรับผูจัด งานอธิษฐานเพื่อเอกภาพ การแสวงหาเอกภาพ : ตลอดป ประเพณีสัปดาหอ ธิษฐานเพื่อ เอกภาพในซีก โลกเหนือคือวัน ที่ 18-25 มกราคม พอล วัตสัน เปนผูเสนอวันดังกลาวตองแตป ค.ศ. 1908 เพื่อใหอยูในชวงวันฉลองนักบุญเปโตรและเปาโลซึ่งเปนสัญลักษณที่ดีมี ความหมาย สว นซีกโลกใตนั้นเอนมกราคมเปนเดือนที่เขาพักรอนกัน พระศาสนจักรจึงเลือกวันอื่น ใหเ ปนสัปดาหอธิษฐานเพื่อ เอกภาพ เชน วันที่ใกลเคียงกับวันฉลองพระจิตเจา ซึ่งก็มีความหมายที่ดีเชนเดียวกัน สําหรับความเปนเอกภาพของคริสตจักรตางๆ เมื่อทราบกันดีถึง ความยืดหยุนแหงสัปดาหอธิษฐานกันแลวเรา ใครสนับสนุนใหทานไดสรางความเขาใจเนื้อหาพระคัมภีรที่นําเสนอมา ณ ที่นี้ เพื่อแสวงหาโอกาสตลอดปในการแสดงออกซึ่งความสัมพันธกัน ที่พระศาสนจัก รมีอ ยูแล ว และใหมีก ารสวดภาวนาพรอ มกัน สําหรั บ ความเปน หนึ่ง เดีย วกั น อยา งสมบูร ณ ซึ่ ง เปน พระประสงคของพระ คริสตเจา

หนา | 7


การปรับขอความพระคัมภีร ขอ ความพระคัม ภี รที่นํา เสนอมาในที่นี้ค วรเข าใจด ว ยวา หาก เปน ได สามารถที่จ ะปรับเปลี่ย นนําไปใชในระดับทองถิ่น ได ในการ ปรับเปลี่ยนจําตอ งคํานึงถึง แนวปฏิบัติในเรื่องของจารีตพิธีก รรมและ ความศรัทธาของคนทองถิ่น การปรับเปลี่ยนดังกลาวโดยปกติแลวมักจะ ทํารว มกัน กับองคก รคริสตจัก รตางๆ สําหรับบางแหงโครงสรางของ ศาสนสัมพันธมีอยูแลวในการปรับเปลี่ยน แตสําหรับที่อื่นๆ เราหวัง วา ความจํ า เป น ที่ จ ะต อ งมี ก ารปรั บ เปลี่ ย นจะเป น แรงกระตุ น ให เ กิ ด มี โครงการดังกลาวขึ้น

การใชหัวขออธิษฐานภาวนาตลอดสัปดาห  สําหรับศาสนจักรและชุมชนคริสตจักรที่อธิษฐานรวมกันและใช พิธีนมัสการเดียวกัน เราแนบระเบียบนมัสการมาในที่นี้แลว  ศาสนจัก รและชุม ชนคริสตจัก รอาจนําเอาหัว ขอ ไตรตรองจาก สัปดาหอธิษฐานเพื่อเอกภาพนี้ไปรวมในพิธีนมัสการของตนได ทั้งบทภาวนาจากพิธีนมัสการ “แปดวัน” ของเรา หรือการเลือก บทภาวนาเพิ่มเติมอาจทําไดทั้งนั้น เพื่อความเหมาะสมสําหรับแต ละแหงที่มีสภาพไมเหมือนกัน หนา | 8


 ชุมชนที่รวมในสัปดาหอธิษฐานเพื่อเอกภาพอาจใชเนื้อหาสําหรับ เปนขอไตรตรองและบทภาวนาประจําวันจากพิธีนมัสการ “แปด วัน” ที่มีอยูในคูมือนี้ได  สําหรั บผูที่อ ยากศึ ก ษาพระคัม ภีรในสัปดาหนี้สามารถที่จ ะใช หัวขอจากพระคัมภีรที่เสนอไวแลวในแตละวัน การศึกษาในแต ละหัวขออาจสรุปทายดวยการอธิษฐานภาวนาวิงวอน  สําหรับผูที่ตองการอธิษฐานภาวนาตามลําพัง เนื้อหาที่ใหไวจ ะ เปนประโยชนสําหรับการเพงจุดประสงคแหงคําภาวนาของเขา ไดเปนอยางดี พวกเขาควรระลึกเสมอวา พวกเขากําลังอยูในสาย สัมพันธแหงความเปนหนึ่งเดียวกันกับผูอื่นที่กําลัง  อธิษฐานภาวนากันทั่วโลกเพื่อความเปนเอกภาพแหงพระศาสน จักรของพระคริสตเจาจะสามารถมองเห็นไดอยางชัดเจนยิ่งขึ้น

ถอยความพระคัมภีร (1โครินธ 1: 1-17) จากเปาโล ซึ่ง พระเจ าทรงเรีย กใหเ ป น อัครสาวกของพระเยซู คริสตเจาตามพระประสงคของพระองค และจากโสสเธเนสพี่นองของเรา ถึงพระศาสนจัก รของพระเจาที่อยู ณ เมืองโครินธ ถึง ผูที่ไดรับ ความศักดิ์สิทธิ์ในพระคริสตเยซู คือไดรับเรียกใหเปนผูศักดิ์สิทธิ์พรอม หนา | 9


กับทุก คนในทุกสถานที่ ทุกคนซึ่งเรียกหาพระนามของพระเยซูคริสต องคพระผูเปนเจาทั้งของเขาและของเราดวย ขอพระหรรษทานและสันติสุขจากพระเจาพระบิดาของเรา และ จากพระเยซูคริสต องคพระผูเปนเจาสถิตอยูกับทานทั้งหลายเถิด ขาพเจาขอบพระคุณพระเจาอยูเสมอเพื่อทานทั้งหลาย เพราะพระ หรรษทานซึ่งพระเจาประทานแกทานเดชะพระคริสตเยซู ทานไดรับ พระพรทุกดานและทุกประการเดชะพระองค คือการประกาศพระวาจา และความรูทุ ก อย าง ท านทั้ ง หลายเปน พยานถึง พระคริส ตเจ าอย างง เขมแข็งจนถึงที่สุด จนกระทั่งทานไมขาดพระคุณใดในขณะที่ร อคอย การเสด็จมาของพระเยซูคริสตองคพระผูเปนเจาของเรา พระองคจะทรง ค้ําจุนทานใหมั่นคงจนถึงวาระสุดทายไมมีที่ติในวันที่พระเยซูคริสตองค พระผูเปนเจาของเราจะเสด็จมา พระเจาทรงเรียกทานใหสนิทสัมพันธ กับพระบุตรของพระองค คือ พระเยซูคริสต องคพระผูเ ปนเจาของเรา แลว พระองคทรงมั่นคงในการรักษาคําสัญญา พี่นองทั้งหลาย ขาพเจาใครขอรองทานในพระนามพระเยซูคริสต องคพระผูเปน เจาของเรา ใหทานปรองดองกัน อยาแตกแยก แตจงมี จิ ต ใจและความเห็ น ตรงกั น พี่ น อ งทั้ ง หลาย ข า พเจ า รู จ ากคนใน ครอบครั ว ของคะโลเอว า ท า นทั้ ง หลายทะเลาะวิ ว าทกั น ข า พเจ า หมายความวาดังนี้ ทานตางก็พูดวา “ฉันเปนพวกของเปาโล” “ฉันเปน พวกของพระคริสตเจา” มีการแบงแยกในองคพระคริสตเจากระนั้นหรือ หนา | 10


เปาโลถูกตรึงกางเขนเพื่อทานกระนั้นหรือ ทานไดรับพิธีลางบาปในนาม ของเปาโลกระนั้นหรือ ขาพเจาขอบพระคุณพระเจาที่ขาพเจาไมไดทําพิธี ลางบาปใหใคร เวนแตคริสปสและกายอัส ดังนั้น ไมมีใครอางไดวารับ พิธีลางบาปในนามของขาพเจา จริงอยู ขาพเจาไดทําพิธีลางบาปใหกับ ครอบครัวของสเทฟานัสดวย นอกจากนี้ ขาพเจาไมรูวาเคยทําพิธีลาง บาปใหใครอีก พระคริสตเจามิไดทรงสงขาพเจามาทําพิธีลางบาป แตทรงสงมา ประกาศขาวดีมิใชดวยการใชโวหารอันชาญฉลาด ดวยเกรงวาจะทําให ไมกางเขนของพระคริสตเจาเสื่อมประสิทธิภาพ

นําเขาสูการไตรตรองสําหรับป 2014 1. ชาวแคนาดามีชีวิตอยูในประเทศที่โดงดังในความหลากหลายไม วาจะเปนเรื่องของภาษา วัฒนธรรม หรืออากาศ และเราก็นําเอาความ แตกตางดังกลาวมาแสดงออกในความเชื่อดวย การเจริญชีวิตทามกลาง ความหลากหลายและความซื่อสัตยตอความปรารถนาของพระคริสตเจาที่ ตอ งการใหศิษยของพระองคเ ปน หนึ่ง เดีย วกัน ทําใหเราตอ งไตรตรอง เกี่ย วกับคําถามที่ทาทายของนัก บุญเปาโลในจดหมายฉบับที่หนึ่ง ของ ทานถึงชาวโครินธ “มีการแบงแยกในองคพระคริสตเจากระนั้ นหรือ?” เราขอตอบดวยความเชื่อวา “ไมมี” แตชุมชนคริสตจักรตางๆของเราก็ยัง หนา | 11


มีการแตกแยกอันเปนที่สะดุดตอสายตาของผูอื่นอยู จดหมายฉบับที่หนึ่ง ของนักบุญเปาโลถึงชาวโครินธยังชี้ใหเราเห็นถึงหนทางที่จะชวยใหเรา สามารถใหคุณคาและรับสิ่งประทานจากผูอื่นได แมในขณะนี้ที่เ รายัง แตกแยกกัน และนี่คือสิ่งที่มอบกําลังใจใหแกเราในงานสรางเอกภาพ 2. เป น ที่ ท ราบกั น ดี ว า แคนาดามี ชื่ อ เสี ย งในเรื่ อ งของการที่ มี ธรรมชาติสวยงาม ไมวาจะเปนภูเขา ปา ทะเลสาบ แมน้ํา ทุงขาวสาลีสุด หูสุดตา และชายทะเลเหยียดยาวที่กินที่ถึงสามคาบมหาสมุทร พื้นที่ของ เราทอดยาวจากมหาสมุทรแอตแลนติกไปถึงมหาสมุทรแปซิฟก และจาก ชายแดนสหรัฐ อเมริก าไปจนถึง ขั้ว โลกเหนือ มัน เป น แผน ดิน ที่อุด ม สมบูรณไปดวยเกษตรกรรมและทรัพยากรธรรมชาติ นอกนั้นแคนาดายัง เปน ประเทศที่กอปรดวยเผาชนตางๆ ไดแกชนเผากลุม แรก (first nation) อินูอิต และเมทิส (1) รวมถึงคนอีกมากมายที่พากันมาตั้งรกรากที่นี่จาก ทั่ว โลก เรามีภาษาที่ใชในราชการอยูสองภาษา คือ ภาษาฝรั่ง เศสและ ภาษาอังกฤษ แตก็มีชาวแคนาดาจํานวนไมนอยที่ยังคงยึดติดอยูกับมรดก ทางวัฒนธรรมและภาษาของปูยาตายายแหง บานเกิดเมือ งนอนของตน การแบงแยกทางสังคมและการเมืองของเราบอยครั้งมีตนตอมาจากความ แตกตางของภาษา วัฒนธรรม และภูมิภาค แตเราก็ไดรับบทเรียนและ เขาใจวาความเปนอัตลักษณแหงชาติชวยเสริมสรางความหลากหลายของ แคนาดาในเชิงบวกไดอยางไร ภายใตกรอบแหงวัฒนธรรมหลากหลายนี้ หนา | 12


คริ ส ตชนจํ า นวนไม น อ ยนํ า ติ ด ตั ว มาด ว ยซึ่ ง หนทางพิ เ ศษแห ง การ นมัสการและการทําพันธกิจ จดหมายของนัก บุญเปาโลสอนเราภายใต บริบทของความหลากหลาย และเชื้อเชิญเราใหยอมรับวา ในฐานะที่เปน คริ ส ตจั ก รในสถานที่ ต า งกั น เราก็ ไ ม ค วรที่ จ ะถู ก ปล อ ยให อ ยู อ ย า ง สันโดษ หรือมีการปฏิบัติที่มุงรายตอกัน แตใหยอมรับถึงความสัมพันธ กับทุกคนที่ขานพระนามของพระคริสตเจา 3. ในขอความพระคัมภีรที่เลือกมาใชไตรตรองปนี้นักบุญเปาโลเริ่ม จดหมายถึงชาวโครินธดวยคําพูดอันทรงพลัง ดุจการเปดละครโอเปรา หรือ วงดนตรีประสานเสีย ง ขอ ความนี้มีเนื้อหาที่เ ตรียมใหเรารูวาจะมี ขอ ความอะไรตามมาในจดหมายดัง กลาว มีสิ่ง ขับเคลื่อ น 3 ประการ ดวยกันในขอความ ทั้งสามสิ่งวางรากฐานมั่นคงแตก็ทาทายสําหรับการ ไตรตรองของเราในฐานะที่เปนคริสตชนที่เจริญชีวิตและทํางานรวมกัน ในคริสตจักรและสังคมตางๆในยุคปจจุบัน 4. ในการขับเคลื่อนประการแรก (1: 1-3) นักบุญเปาโลพรอมกับพี่ นอ งคริส ตชนชาวโสสเธเนส ซึ่ง เปน คริส ตชนกลุม เล็ก ๆแต เ ปน กลุ ม คริสตชนที่แทจ ริง ทัก ทายกลุม คริสชนชาวโครินธอีก กลุมหนึ่ง ที่ใหญ ���วาและมีความเขมแข็งมากกวา เขาทักทายพี่นองชาวโครินธในฐานะที่ เปน “พระศาสนจักรของพระเจา” ไมใชเปนเพียงสาขายอยทองถิ่นสาขา หนา | 13


หนึ่ง แตในฐานะที่เ ปน พระ ศาสนจัก รเต็ม ตัว ในโลกของภูมิภาคนั้น นักบุญเปาโลเตือนวาพวกเขาเปนประชากร “ผูที่ถูกเลือก” “ถูกเลือกให เปนนักบุญ” ไมใชใหอยูกันอยางสะเปะสะปะตามลําพัง แตให “เจริญ ชีวิตดวยกันกับทุกคนที่ขานพระนามพระเยซูคริสตเจาในฐานะที่ทรงเปน พระเจาของเขาและของเราในทุกสถานที่” ประโยคสุดทายนี้อาจแปลได ดวยวา “ทั้งในสถานที่ของเขาและในสถานที่ของเรา” ดังนั้นพวกเขาจึง เปนพระ ศาสนจักรที่แทจริงของพระเจา แตก็มีความเชื่อมโยงกับทุกคน ที่ขานพระนามของพระคริสตเจาทั้งในความเชื่อและในสถานที่ของตน จากนั้นนักบุญเปาโล ก็เชนเดียวกันกับในจดหมายทุกฉบับของทาน ทาน มอบพระหรรษทานและสันติของพระเจาถึงทุกคน ทานใชคําวา “พระ หรรษทาน” เพื่อแสดงใหเราเห็นถึงความดีของพระเจาและสิ่งประทานที่ ทรงมอบให เ ราในองคพ ระคริ สตเจ า ซึ่ง เชิ ญชวนใหเ ราตอ งมี ความ กตัญูรูคุณตอพระเจาและใหมีใจกวางตอ ผูอื่น “สันติ” สําหรับเราใน ความบริบู ร ณ ในพวกเราคือ สายสั ม พั น ธ แห ง ความเปน หนึ่ ง เดีย วกั น (koinonia) ในพระเจา 5. ท า นเห็ น หระหรรษทานของพระเจ า และสั น ติ ใ นคริ ส ตจั ก ร ทอ งถิ่ น ของท าน ในชุ ม ชนใหญ ๆ และในประเทศของท า นได ณ ที่ ใดบาง? ทานจะกาวขามความสนใจแตในชุม ชนของทานและเขาไป รวมกับคริสตชนทุกคนและกับโลกไดอยางไร? หนา | 14


6. ในขณะที่นักบุญเปาโลกําลังจะเอาจริงกับชุมชนคริสตชนแหงโค รินธ ทานเริ่มการขับเคลื่อนประการที่สองในขอความ (1: 4-9) ดวยการ โมทนาคุณ “พระหรรษทานของพระเจาที่ทรงประทาน” ใหกับพี่นองชาว โครินธใน “องคพระคริสตเยซู ” นี่ไมใชเปน แคธรรมเนียมปฏิบัติ แต เปนความชื่นชมยินดีอยางแทจริงในสิ่งประทานที่พระเจาทรงมอบใหกับ ชุมชนนี้ ทานตอยอดตอไปวา “เพราะทานไดรับพระพรทุกดานและทุก ประการในพระองค ... จนทานไมขาดพระคุณใด” พวกเขาไดรับการ ประกันวาพระองคจะทรงค้ําจุนพวกเขาใหมั่นคงจนถึงวาระสุดทาย และ ใหพวกเขามั่นใจถึง “พระองคทรงมั่นคงในการรักษาคําสัญญา” พระเจา ทรงเรียกใหเราเปนหนึ่งเดียว (koinonia) กับพระบุตรของพระองค และกับ มิติฝายสังคมและฝายจิตวิญญาณเพื่อเห็นแกพระศาสนจักรและประชากร ของเรา 7. ในฐานะที่เปนคริสตชนชาวแคนาดาเราตระหนักดีวา เรายังไมมี ความพรอมเสมอที่จะชื่นชมในพระหรรษทานของพระเจาที่ทรงประทับ อยูในชุมชนคริสตชนอื่นๆ หากอานขอความของนักบุญเปาโลในจิตตา รมณแหงความเปนเอกภาพของคริสตชน เราจะมีความรูสึกวาเรากําลัง ไดรับการเชื้อเชิญใหมีความชื่นชมอยางจริงใจวาพระเจาทรง อวยพร หนา | 15


คริสตชนและประชากรอื่นๆอยางไร ธรรมทูตรุนแรกที่นําความ เชื่อเขาไปยังแคนาดาบอยครั้งมองขามสิ่งประทานและภูมิปญญาของคน พื้นเมือ ง จึง พลาดที่จ ะเห็น พระพรที่พระเจาทรงประทานใหโดยอาศัย พวกเขา เราตางรูสึก กตัญูเ ปน อยางมากสําหรับความหลากหลายของ ประชากรและของการแสดงออกซึ่ง ความเชื่อ ในประเทศของเรา แม ประวัติศาสตรจะมีตัวอยางมากมายที่การดําเนินชีวิตของเราไมไดมีการ ใหความเคารพและใหก ารสนับสนุ น ซึ่ง กัน และกั น แต เ ราก็ท ราบว า ประเทศของเราถูกสรางขึ้นมาอาศัยความรวมมือกันและหาลูทางเพื่อให เกิดมีสันติทั้งในประเทศของเราและในโลก การเสวยสุขกับพระพรแหง ธรรมชาติที่พระเจาทรงประทานใหบอยครั้งเราถือวิสาสะจนเกินไป และ เราก็พยายามที่จ ะสรางสมดุ ล ระหวางความเจริญกาวหนากับการดูแล รักษาสิ่งประทานที่เปนวัตถุ เราใชความพยายามเชนเดียวกันรักษาคุณ คาที่เราตางพากันพูดวาเรายึดมั่นในฐานะที่เปนชาวแคนาดา ในฐานะที่ เปน คริสตชนและเปนพระศาสนจักร เรารูสึกวาเราตองมีความกตัญูตอ สิ่งประทานของพระเจาในตัวผูอื่น ตองขอบคุณและใหความสนใจตอ ประเทศของเราและตอโลกดวย 8. ทานโมทนาคุณพระเจาสําหรับสิ่งใดบางในโบสถ ในชุมชน และ ในประเทศของทาน? ทานมีประสบการณถึงสิ่งประทานทั้งฝายจิตและ หนา | 16


ฝายวัตถุอ ะไรบางกับ คริสตชนนิก ายตางๆหรือ กับผูอื่น ในชุม ชนของ ทาน? 9. ในการขับเคลื่อนประการที่สาม (1: 10-17) นักบุญเปาโลใชคําที่ รุนแรงมากตอชาวโครินธ เพราะวิธีที่พวกเขาบิดเบือนพระวรสารและ ทําลายความเปนเอกภาพของชุมชน “ขาพเจาเปนคนของเปาโล ขาพเจา เปน คนของอาปอลโล ขาพเจาเปน คนของเชฟส ” แมคนที่อางพระ คริสตเจาเปน ผูนําของตนก็ไมไดรับคําชื่นชมจากนักบุญเปาโล เพราะ พวกเขาใชพระนามของพระคริสตเจาเพื่อ แบง แยกตนเองจากผูอื่น ใน ชุม ชนคริสตชน เราไมอาจใชพระนามของพระคริสตเจาสรางกําแพง รอบตัวเรา เพราะพระนามของพระองคสรางมิตรภาพและความเปนหนึ่ง เดียวกัน มิใชสรางความแตกแยก “มีการแบงแยกในองคพระคริสตเจา หรือ ?” นั ก บุญเปาโลไมหามใหสรางชุ ม ชนโดยมี ผูนําที่เ ขม แข็ง แต ชุมชนจะตองมีอัตลักษณพื้นฐานของตนในพระคริสตเจา “เปาโลถูกตรึง กางเขนเพื่อทานหรือ? ทานไดรับพิธีลางบาปในนามของเปาโลหรือ ?” คนในครอบครัว ของคะโลเอไดเห็น การพัฒนานี้ในหมูของตนและได นํามาแจงใหทุกคนทราบ 10. ในความแตกแยกดังกลาวนักบุญเปาโลจึง ขอรองใหทุก คนหัน หนาเขาหากันและ “มีจิตใจและความคิดเห็น เปน หนึ่ง เดีย วกัน ” ทาน หนา | 17


เตื อ นผู ที่ อ า นจดหมายของท า นและชาวโคริ น ธ ใ ห “มี ค วามคิ ด เห็ น ตรงกัน” นักบุญเปาโลคิดวาพวกเขาทุกคนควรทําการนมัสการและทํา ทุกสิ่งแบบเดียวกันหมดหรือ? เราคิดวาไม ประโยคเหลานี้ไมไดเปนการ เรียกรอ งใหทิ้ง ความเปนผูนําของนัก บุญเปาโล อาปอลโล หรือ เชฟส เพราะมีรากฐานในองคพระคริสตเจาเราทุกคนถูกเรียกรองใหตอ งโมทนา คุณพระเจาสําหรับสิ่งประทานที่ผูหนึ่งผูใดหรืชนกลุมหนึ่งกลุมใดจาก ภายนอกนํามาเปนพันธกิจรวมของพระศาสนจักร การใหเกียรติตอสิ่ง ประทานของพระเจาในผูอื่นทําใหเรามีความใกลชิดกันมากขึ้นในความ เชื่อและในพันธกิจ อีกทั้งจะนําใหพวกเราเขาสูความเปนเอกภาพที่พระ คริสตเจาทรงอธิษฐานภาวนาโดยที่เราใหความเคารพตอความแตกตางทัง้ ในการนมัสการและในการดําเนินชีวิต 11. นักบุญเปาโลชี้ใหเห็นปจจัยสําคัญสองประการแหงการเปนศิษย ที่ทําใหเรายึดติดกับพระคริสตเจา นั่นคือศีลลางบาปและไมกางเขนของ พระคริสตเจา เราไมไดรับศีลลางบาปใหเปนศิษยของนักบุญเปาโลและ เปาโลก็ไมไดถูกตรึงกางเขนเพื่อเรา เอกภาพของเราอยูในพระคริสตเจา ชีวิตและความรอดของเรามาจากพระองค ในขณะเดียวกัน เราทุกคนมี สวนรวมอยูในกลุมใดกลุมหนึ่ง พระศาสนจักรทองถิ่ นหลอเลี้ยงเราใน ความเชื่อและชวยใหเราเดินไปในฐานะที่เปนศิษยของพระเยซู บทสรุป ของเรื่องนี้ทั้งสําหรับนักบุญเปาโลและสําหรับเราไมใชเพียงแคทําใหเรา หนา | 18


รูสึก ว าเราขึ้น ���ยู กับคริ สตจัก รใดคริสตจั ก รหนึ่ ง เทา นั้น ตรงกั น ขา ม เปาหมายของเราคือการประกาศขาวดี อันไดแกพระวรสารที่เราทําการ ตอบสนองดวยความเชื่อและดวยความชื่นชมยินดี บัดนี้เราต องแบงปน ขาวดีนี้ใหกับโลก คําสรุปของนักบุญเปาโลทาทายใหเราถามตัวเองวาเรา มีขาวดีในพระคริสตเจาสําหรับกันและกันหรือไม หรือวาเรายังแตกแยก กันแมกระทั่งในพระนามของพระคริสตเจา ดังนั้นนักบุญเปาโลจึงจึงใช คําวา ‘ทําใหไมกางเขนของพระคริสตเจาเสื่อมประสิทธิภาพ’ 12. ในฐานะที่เปนคริสตชนชาวแคนาดาเรามีประวัติศาสตรแหงการ รว มมื อ และการชว ยเหลื อ กั น ที่ ส วยงามมาก ประวัติ ศ าสตรข องเรา ชี้ใหเห็นตัวอยางมากมายแหงความพยายามรวมกัน แบงปนพันธิกิจซึ่ง กันและกัน แมกระทั่งการรวมตัวกันของหลายๆคริสตจักร ที่ใดที่ความ เปน เอกภาพทางกายภาพยั ง ไม สามารถทํา ได บอ ยครั้ ง เรามี ขอ ตกลง รวมกันและแบงปนพันธกิจกันที่แสดงใหเห็นถึงประจักษพยานตอความ เปนเอกภาพของเราในพระคริสตเจา ที่ลังพัฒนาเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ศาสนจัก รตางๆของเรามีก ารปฏิบัติก ารรว มกัน ในประเด็น ที่เ กี่ย วกับ ความยากจนและความยุติธรรมทางสังคม รวมถึงอีกหลายๆศาสนจักรที่ กํา ลัง เริ่ ม รั บผิ ดชอบในทีท าที่ ไม ใช ทัศ นคติ ข องพระคริส ตเจา ตอ ชน พื้น เมื อ งในประเทศของเรา กระนั้น ก็ดี แม จ ะมี ความพยายามสร า ง หนา | 19


เอกภาพที่พระคริสตเจาทรงปรารถนา เราก็ยังคงมีการแตกแยกกันอยูซึ่ง ไมเปนผลดีตอการประกาศพระวรสารเลย 13. เราทราบเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวของคะโลเอะ ภายใตการนํา ของคะโลเอะนั่นเองที่ผูคนพบขอขัดแยงและการแตกแยกในศาสนจักร โครินธ เรายังจําเปนตองมีผูที่เปนประจักษพยานเชนนั้นทั้งชายและหญิง ตอไปจากทุก ศาสนจัก ร รวมถึงพันธกิจที่สรางความคืนดี กันและสราง ความเปนเอกภาพดวย การเปนปากเสีย งใหกับการเปนประจักษพยาน ดังกลาวจะทําใหเรามีความเขาใจถึงวิสัยทัศของนักบุญเปาโลไดดียิ่งขึ้น นั่นคือชุมชนที่มี “เปาหมายและจิตใจเดียวกันในพระคริสตเจา” 14. ท า นและศาสนจั ก รของท า นจะแยกแยะเป า หมายและจิ ต ใจ เดี ย วกั น ในพระคริ ส ตเจ า ด ว ยกั น กั บ ศาสนจั ก รอื่ น ๆได อ ย า งไร ? ประสบการณนาชื่น ชมกับพิธีน มัสการในรูปแบบตางๆภายใน ศาสน จักรในชุมชนและประเทศของทานเปนผลดีตอความพยายามที่จะทําให ความเป น เอกภาพของคริ ส ตชนมองเห็ น ได อ ย า งไร? พั น ธกิ จ ร ว ม อะไรบางที่ทานจะนําไปแบงปนกับคริสตชนอื่นๆเพื่อชวยใหโลกนาอยู มากขึ้นสําหรับผูอื่น?

หนา | 20


15. สรุป เมื่อเราเห็นพระพรและสิ่งประทานมากมายที่พระเจาทรง ประทานใหประเทศและประชาชนของเรา เราเริ่มตระหนักวาเราตอ ง ปฏิบัติตนระหวางกัน อยางเปนผูมีศัก ดิ์ศรี และปฏิบัติตอ แผนดิน ที่เ รา อาศัยอยูดวยความเคารพ การตระหนักนี้เรียกรองใหเราตองยอมรับผิด และเสียใจ พรอมกับหาหนทางใหมๆที่ยั่งยืนในการดําเนินชีวิตในโลกใบ นี้ มันกระตุกมโนธรรมของเราใหเห็น วาพระเจาทรงอวยพรพวกเราทุก คนอยา งไร ทํา ให เ ห็น วา ไม มีม นุษย ก ลุ ม ไหนที่ จ ะสามารถตั ดสิ น ว า จะตองใชทรัพยากรของประเทศอยางไรโดยไมฟงเสียงของพี่นองชาว แคนาดาดวยกัน

การไตรตรองพระคัมภีร และบทภาวนาอธิษฐานแปดวัน วันที่ 1 ขอไตรตรอง : เราถูกเรียกใหเปนนักบุญดวยกัน บทอาน : อพยพ 19: 3-8 ทานจะเปนอาณาจักรสมณะ เปนชนชาติศักดิ์สิทธิ์ สําหรับเรา เพลงสดุดี 95: 3-7 เราเปนประชากรที่พระองคทรงเลี้ยงดูดุจฝูงแกะ เปนฝูงแกะที่พระองคทรงนํา หนา | 21


ในอดีตทานมิไดเปนประชากร แตบัดนี้ ทานเปนประชากรของพระเจาแลว ผูที่ปฏิบัติตามพระประสงคของพระบิดาของเรา ผูส ถิตในสวรรค ผูนั้นเปนพี่นองชายหญิงและ เปนมารดาของเรา

เปโตรฉบับที่หนึ่ง 2: 9-10 มัทธิว 12: 46-50

ขอคิดสามประการ เราผูพรอมเพียงกันขานพระนามของพระคริสตเจาถูกเรียกรองให เปน นักบุญโดย “ไดรับประทานความศักดิ์สิทธิ์ในองคพระคริสตเ ยซู ” (1 คร. 1: 2) ในหนัง สือ อพยพการที่ประชากรของพระเจารวมตัว กัน ไดรับการอธิบายวาเปนผูที่ไดรับขุมทรัพย อันไดแกอาณาจักรสมณะและ เปนชนชาติศักดิ์สิทธิ์ ในจดหมายของนักบุญเปโตรฉบับที่หนึ่ง การเปนสมาชิกของเรา ในสหพันธนักบุญถูกเขาใจวาเปนผลแหงการเรียกของพระเจ าใหเรามา รวมกั น ในฐานะที่ เ ปน ชนชาติ ที่ พ ระองค เ ลื อ กสรรไว เป น สมณราช ตระกูล เปนชนชาติศักดิ์สิทธิ์ เปนประชากรที่เปน กรรมสิทธิ์พิเศษของ พระเจา พรอมกับการเรียกนี้ตามมาซึ่งพระบัญชาที่เราจะตองประกาศการ กระทําที่ยิ่งใหญของพระเจาซึ่งฉุดเราออกมาจากความมืดเขาสูความสวาง ของพระเจา หนา | 22


ยิ่ง ไปกวานั้น อีก เราพบในพระวรสารโดยนัก บุญมัทธิว วา ใน ฐานะที่เราอยูในสหพันธนักบุญ ความเปนเอกภาพของเราจะตองขยายวง กวางเกินเขตครอบครัว วงศาคณาญาติ หรือชนชั้น เพราะวาเราอธิษฐาน ภาวนารวมกันเพื่อความเปนเอกภาพและแสวงหาลูทางที่จะปฏิบั ติตาม พระประสงคของพระเจา

คําถามชวนไตรตรอง  คํา ว า “สหพั น ธ นั ก บุ ญ ” มี ค วามหมายอะไรสํ า หรั บ ท า นหรื อ สําหรับธรรมเนียมปฏิบัติแหงคริสตจักรของทาน?  การเรียกรองใหเปน “ชนชาติศักดิ์สิทธิ์” บังคับใหเราตองกาวขาม ความเปนคริสตจักรทองถิ่นของเราในหนทางใดบาง?

ภาวนา ขาแตพระเจาผูทรงเมตตา ขาพเจาทั้งหลายตางพากันขานพระนาม ของพระคริสตเจา และในความไมเอาไหนของขาพเจา ขาพเจาก็ยังไดยิน เสีย งเรีย กรอ งของพระองคใหขาพเจาเปน นัก บุญ พระองคทรงทําให ขา พเจ าทั้ ง หลายเป น ประชากรที่ ได รั บ การเลื อ กสรร เป น สมณราช ตระกูล และเปนชนชาติศักดิ์สิทธิ์ อาศัยพลังพระจิตของพระองค โปรด ประทานใหขาพเจาทั้ง หลายเปน หนึ่งเดีย วกัน ในสหพันธนัก บุญ และ โปรดประทานใหขาพเจาทั้งหลายปฏิบัติตามน้ําพระทัยของพระองคและ หนา | 23


ประกาศการกระทําอันยิ่งใหญของพระเยซูคริสตเจาพระเจาของขาพเจา ทั้งหลายดวยเทอญ อาแมน

วันที่ 2 ขอไตรตรอง : เราโมทนาคุณพรอมกันสําหรับพระหรรษ ทานของพระเจาในชีวิตของกันและกัน บทอาน: เฉลยธรรมบัญญัติ 26: 1-11 พระเจาทรงนําเราออกจากประเทศอียิปต เพลงสดุดี 100 โมทนาคุณพระเจา และจงสรรเสริญพระนามของ พระองค ฟลิปป 1: 3-11 ขาพเจาขอบพระคุณพระเจาของขาพเจาทุกครัง้ ที่ระลึกถึงทาน ยอหน 1: 1-18 พระหรรษทานและความจริงมาทางพระเยซู คริสตเจา

ขอคิดสามประการ ในพระคัมภีรฉบับเฉลยธรรมบัญญัติความกตัญูคือหนทางของ การดําเนินชีวิตที่ตระหนักถึงการประทับอยูของพระเจาในและรอบตัว เรา มันเปนความสามารเขาใจวาพระหรรษทานของพระเจานั้นมีชีวิตและ กําลังกระทําการอยูในประชากรทุกผูคนทุก หนทุก แหง และประชากร หนา | 24


ตองมโมทนาคุณพระเจา ความชื่นชมยินดีที่หลั่งไหลมาจากผลแหงพระ หรรษทานนั้นยิ่งใหญจนครอบคลุม กระทั่ง “คนแปลกหนาที่อ ยูขางตัว ทาน” ในมุม มองแห ง ความเปน เอกภาพของคริส ตชน ความกตั ญ ู หมายถึงความสา���ารถที่จะมีความชื่นชมยินดีในพระพรแหงพระหรรษ ทานของพระเจาที่มีอยูในชุมชน คริสตชนตางๆ เปนทัศนคติที่เปดประตู การแบงปนพระพรใหกับความเปนเอกภาพและการเรียนรูซึ่งกันและกัน ชีวิตทั้งชีวิตของเราเปนพระพรจากพระเจา ตั้งแตวินาทีแรกแหง การสราง จนถึงวินาทีที่พระเจาทรงเสด็จมาในชีวิตและในพันธกิจของ พระเยซู จนกระทั่งถึงเวลาที่เรากําลังมีชีวิตอยูในขณะนี้ ขอใหเราโมทนา คุณพระเจาสําหรับพระหรรษทานและความจริงที่พระเยซูคริส ตเจาทรง มอบใหเ รา และขอใหเ ราแสดงสิ่งที่เ ราไดรับระหวางกัน และระหวาง คริสตจักรตางๆ

คําถามชวนไตรตรอง  มีพระพรแหง พระหรรษทานของพระเจาประการใดบางที่เ รามี ประสบการณจากธรรมเนียมปฏิบัติของคริสตจักรอื่นๆในชุมชน ของเรา?  คริ สตชนนิ ก ายต างๆจะรั บและแบง ป น พระพรที่พ ระเจ าทรง ประทานใหแตละคนกับผูอื่นในหนทางใดไดบาง? หนา | 25


ภาวนา ขาแตพระเจาผูทรงเปยมดวยความรักและความยิ่งใหญ ขาพเจา ทั้งหลายขอขอบพระคุณสําหรับพระพรแหงพระหรรษทานที่ขาพเจามี ประสบการณทั้งในธรรมประเพณีแหง ศาสนจักรของขาพเจาและของ นิกายอื่น อาศัยพระหรรษทานแหงพระจิตของพระองค โปรดประทาน ให ค วามกตั ญ ู ของขา พเจ า เพิ่ม พู น ขึ้ น ขณะที่ใ นความสัม พั น ธ ข อง ขาพเจาทั้ง หลาย ขาพเจาไดรับพระพรแหง ความเปน หนึ่ง เดีย วกัน ใน หนทางใหมๆ ขาพเจาทั้งหลายวิงวอนทั้งนี้อาศัยบารมีของพระเยซูคริสต เพระเจาของขาพเจาทั้งหลาย อาแมน

วันที่ 3 ขอไตรตรอง : ในความพรอมเพียงกันเราจะไมขาด พระพรฝายจิตใดเลย บทอาน: ยอหน 28: 20-28 แนนอนวาความยําเกรงพระเจาคือปรีชาญาณ เพลงสดุดี 145: 10-21 พระองคทรงกางแขนออกและทรงทําใหความ ปรารถนาของทุกชีวิตอิม่ เอิบสมบูรณ เอเฟซัส 4: 7-13 เราแตละคนไดรับพระหรรษทานตามสัดสวนที่ พระคริสตเจาประทานให หนา | 26


มาระโก 8: 14-21

ทําไมทานจึงถกเถียงกันเรื่องไมมีขนมปง?

ขอคิดสามประการ โยบตระหนักดีวาแมเขาจะถูกพรากจากทรัพยสมบัติทุกอยาง เขา ก็ยังคงยําเกรงพระเจา ซึ่งเปนความเฉลียวฉลาด ในฐานะที่เราเปนพี่นอง กันในพระคริสตเจา แมวาจะยากจนเพราะการแตกแยกของเรา เราก็ยัง ไดรับพระหรรษทานดวการมีพระพรตางๆมากมายไมวาจะเปนฝายจิต หรือฝายวัตถุเพื่อสรางพระวรกายของพระคริสตเจา แตถึงแมเราจะมีคําสัญญาของพระเจาพรอมทั้งชีวิตและความรัก อัน เหลื อ คณนาของพระเยซู เราก็เ หมือ นกั บศิ ษ ย ในพระวรสารโดย นักบุญมาระโก ซึ่งบางครั้งเราก็ลืมความมั่งคั่ง ที่แทจริง ของเราไป เรา แบ ง แยกกั น เราซุ ก ซ อ นเงิ น ไว เ ป น ทุ น สํ า รอง เราพู ด และกระทํ า เหมือนวาเรา “ไมมีขนมปง” ไมมีการแบงแยกในพระคริสตเจา อาศัยความพรอมใจกันเรามี พระพรเพียงพอที่จะแบงปนซึ่งกันและกันและกับ “สิ่งที่มีชีวิตทุกชนิด”

คําถามชวนไตรตรอง หนา | 27


 เราลืมความบริบูรณพระพรของพระเจาดวยหนทางใดบาง ดวย การประกาศวาเรา “ไมมีขนมปง” กระนั้นหรือ?  เราจะแบงปนพระพรฝายจิตและฝายวัตถุที่พระเจาทรงประทาน ใหเรากับผูอื่นใหดีกวาเดิมในรูปแบบใดบาง?

ภาวนา ขาแตพระเจาผูทรงซื่อสัตยและน้ําพระทัยดี ขาพเจาทั้งหลายขอ ถวายพระพรแดพระองคที่ทรงประทานพระพรฝายจิตตา งๆที่จําเป น ใหแกขาพเจาทั้งหลายตามมาตรฐานบริบูรณแหงพระคริสตเจา ไมวาจะ เปนปรีชาญาณ การรับใช และอาหาร โปรดชวยใหขาพเจาทั้งหลายเปน เครื่องหมายแหงความบริบูรณของพระองค และเปนหนึ่งเดี ยวกันเพื่อนํา พระพรแหงพระอาณาจักรสวรรคของพระองคไปยังทุกสถานที่ที่มีความ เจ็บปวดและมีความตอ งการ ดว ยหัวใจที่เ ปย มลน ดว ยพระจิตขาพเจา ทั้งหลายทูนวิงวอนในพระนามของพระผูที่ปงแหงชีวิตของพระองคถูก หักเพื่อขาพเจาทั้งหลาย ณ บัดนี้และตลอดไป อาแมน

วันที่ 4 ขอไตรตรอง : เรายืนยันพรอมกันวาพระเจาทรงซื่อสัตย หนา | 28


บทอาน: เพลงคร่ําครวญ 3: 19-26 ความรักมั่นคงของพระเจาดํารงอยูนิจนิรันดร เพลงสดุดี 57: 7-11 ความซื่อสัตยของพระเจาครอบคลุมไปถึงกอนเมฆ ฮีบรู 10: 19-25 พระผูใหสัญญาทรงเปนผูซื่อสัตย ลูกา 1: 67-75 พระองคทรงทอดพระเนตรมายังประชากรของ พระองคดวยความชื่นชม

ขอคิดสามประการ ความเปนเอกภาพนิรันดรแหงพระบิดา พระบุตร และพระจิตทรง ชักนําเราใหเขามาใกลกันยิ่งขึ้นในความรักของพระเจา และเรียกรองให เรามีสว นรวมในพัน ธกิจของพระองคในโลก ซึ่งไดแกความรัก ความ เมตตา และความยุติธรรม ความเมตตาและความยุติธรรมมิไดถูก แยก ออกจากกันในพระเจา แตเปนหนึ่งเดียวกันในความรักอันมั่นคงที่ แสดง งอกในพันธสัญญาของพระองคกับเราและกับสิ่งสรางทั้งปวง เสกะเรียยืนยันถึงการแสดงพระเมตตาของพระเจาดวยการรักษา พระสัญญาที่มีตออับราฮัม และลูกหลาน พระเจาทรงซื่อสัตยตอ พัน ธ สัญญาศักดิ์สิทธิ์ของพระองค ขณะที่เ รายัง อธิษฐานภาวนาต อ ไปเพื่ อ ความเปน เอกภาพของ พระศาสนจักร เราตองไมละเลยที่มารว มประชุมกัน ใหกําลังใจซึ่งกัน หนา | 29


และกัน เตือนกันใหรําลึกถึงความรักและกระทํากรรมดีโดยการกลาววา “พระเจาทรงซื่อสัตย”

คําถามชวนไตรตรอง  ในปที่ผานมาทานสัง เกตเห็ น ความซื่อ สัตยของพระเจาในชี วิต ของทานเอง และในชีวิตชุมชนของทานในรูปแบบใดบาง?  ความซื่ อ สั ต ย ข องพระเจ า เป น แรงบั น ดาลใจให เ ราติ ด ตาม เปาหมายเพื่อความเปนเอกภาพของคริสตชนดวยวิธีใดบาง?

ภาวนา ขาแตพระเจาผูทรงซื่อสัตย ขาพเจาทั้งหลายขอโมทนาคุณสําหรับ ความรักอันมั่นคงและความเอ็นดูที่ครอบคลุมจนถึงหมูเมฆของพระองค ขณะที่ข า พเจ าทั้ ง หลายกํา ลั ง มี ค วามชื่ น ชมยิ น ดี ในการอธิษ ฐานและ ทํางานรวมกันเพื่อความเปนเอกภาพที่มองเห็นไดแหงพระศาสนจักรของ พระองค โปรดประทานใหขาพเจาทั้งหลายมี ความมั่นใจในพระสัญญา ของพระองค ขาพเจาทูน วิง วอนทั้ง นี้โ ดยอาศัยพระเยซูคริสตเจาพระ เจาของขาพเจาทั้งหลาย ในพระพลานุภาพของพระจิต พระเจาหนึ่งเดียว ตลอดนิรันดร อาแมน

วันที่ 5 ขอไตรตรอง : เราถูกเรียกใหอยูในภราดรภาพดวยกัน หนา | 30


บทอาน: อิสยาห 43: 1-7 เพลงสดุดี 133

เราจะอยูกับทาน เปนการดีและนาชื่นชมอยางยิ่งที่จะอยูรวมกัน ฉันพี่นอง ยอหนฉบับที่หนึ่ง 1: 3-7 เราทุกคนสนิทสัมพันธกัน

ขอคิดสามประการ เราถูกเรียกรองใหดํารงอยูในสายสัมพันธกับพระบิดา พระบุตร และพระจิต ขณะที่เราพากันเขาไปใกลกับพระตรีเอกภาพ เราก็ขยับใกล เขาหากันเพิ่มขึ้นในความเปนเอกภาพของเรา พระคริสตเจาเปนผูริเริ่มการเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธของเรา พระองคทรงเรียกเราวาเปนมิตรสหายแทนที่คําวาผูรับใช เพื่อเปนการ ตอบสนองต อ ความสัม พั น ธ แ หง ความรั ก นี้ เราถู ก เรี ย กรอ งให ต อ ง ชวยกันสรางมิตรภาพแหงความรักในความสัมพันธระหวางกัน เราไดรับ การเรีย กจากพระเยซู เราต อ งเปน ประจัก ษพยานต อ พระวรสารทั้งสําหรับผูที่ยังไมเคยไดยินพระวรสารและสําหรับผูที่ทราบ ดีถึงพระวรสารแลว การประกาศนี้สืบเนื่องมาจากการที่เราถูกเรียกใหอยู ในสายสัมพันธกับพระเจา และเราตองสรางมิตรภาพระหวางเราเองซึ่ง เปนผูที่ตอบสนองตอการเรียกดังกลาว หนา | 31


คําถามชวนไตรตรอง  ทานมีประสบการณตอการที่ถูก เรียกใหมีความสัมพันธกับพระ เจาในรูปแบบใดบาง?  พระเจาทรงเรียกทานใหมีความสัมพันธกับผูอื่นที่อยูภายในศาสน จักรของทานและผูที่อยูนอกศาสนจักรในรูปแบบใดบาง?

ภาวนา ข า แต พ ระบิ ด าองค แ ห ง ความรั ก พระองค ท รงเรี ย กข า พเจ า ทั้งหลายใหอ ยูในสายสัม พันธกับพระบุตรของพระองคและทรงมีพระ ประสงค ใ หข าพเจา ทั้ง หลายบั ง เกิ ดผลในการเปน ประจัก ษ พยานต อ พระวรสาร หาศัยพระหรรษทานของพระจิตโปรดประทานใหขาพเจา ทั้ง หลายสามารถรัก กัน และกัน และดํารงอยูในความเปน เอกภาพ เพื่อ ความชื่นชมยินดีของขาพเจาทั้งหลายจะไดมีความบริบูรณ อาแมน

วันที่ 6 ขอไตรตรอง : เราหาขอตกลงรวมกัน หนา | 32


บทอาน: ผูวินิจฉัย 4: 1-9 หากทานเดินไปกับขาพเจา ขาพเจาก็จะไป เพลงสดุดี 34: 1-14 จงแสวงหาสันติ แลวจงติดตามมันไป โครินธฉบับที่หนึ่ง 1: 10-15 จงมีจิตใจและความเห็นตรงกัน ลูกา 22: 24-30 มีการทะเลาะเบาะแวงกันในหมูพวกเขาดวย

ขอคิดสามประการ การแตกแยกดังที่ปรากฏในจดหมายของเปาโลฉบับที่หนึ่ง 1: 1213 สะทอนใหเห็นถึงการเขาใจพระวรสารอยางไมถูกตอง ซึ่งเทากับเปน การทําใหความถอ งแทแหงสาสนของ พระคริสตเจาไขวเขวไป การ ยอมรับความขัดแยงและการแบงแยกอยางที่ลูกหลานของคะโลเอปฏิบัติ เปนกาวแรกของการสรางเอกภาพ สตรีเ ชน เดโบราหและคะโลเอเปลง เสียงคําพยากรณทามกลาง ประชากรของพระเจาในเวลาที่มีความขัดแยงและการแตกแยก ทาทายให เราเห็นถึงความจําเปนที่จะตองคืนดีกัน เสียงคําพยากรณดังกลาวนาจะ ทําใหผูคนหันหนาเขาหากันและฟนฟูความเปนเอกภาพขึ้นใหม ขณะที่ เ ราพยายามมี จิ ต ใจและความคิ ด เห็ น ตรงกั น เราถู ก เรี ย กร อ งให แ สวงหาพระคริ ส ตเจา และสั น ติ ข องพระองค เ ฉกเช น ที่ ผูประพันธบทเพลงสดุดีเขียนไว หนา | 33


คําถามชวนไตรตรอง  ทานจําโอกาสใดบางไหม เมื่อคําพยากรณระบุถึงความไมลงรอย อันนาเจ็บปวดของศาสนจักรเปน จุดเริ่มตนของการดิ้นรนตอ สู ใหมเพื่อความเปนเอกภาพที่แนบแนนกวาเดิม?  มีประเด็นใดบางที่ยังเปนเหตุแหงการแตกแยกในหมูเราในฐานะ ที่เรานาจะเปนองคกรที่มีเอกภาพ? ทานเห็นหนทางใดบางที่จะ นําไปสูความเปนเอกภาพที่ดีกวาเดิม?

ภาวนา ขาแตพระเจาผูทรงเปนองคแหงความรัก พระองคทรงปรารถนา ใหขาพเจาทั้งหลายเปนประจักษพยานในเวลาที่มีความขัดแยงและการ แตกแยก เมื่อ ขาพเจาทั้ง หลายแสวงหาพระองค โปรดสง พระจิตของ พระองคลงมาทําใหขาพเจาเปนผูสรางการคืนดีกัน ทําใหทุกคนมีจิตใจ และความเห็นตรงกัน ขาพเจาทูนวิงวอนทั้งนี้โดยอาศัยพระเยซูคริสตเจา พระเจาของขาพเจาทั้งหลาย อาแมน

วันที่ 7 ขอไตรตรอง : เราเปนศิษยของพระคริสตเจาดวยกัน บทอาน: หนา | 34


พระเจาจะสงพระผูไถมายังพวกเขา ขาพเจาจะไปที่ใดจึงจะพนจากพระจิต ของพระองค โครินธฉบับที่หนึ่ง 12: 12-26 ถาอวัยวะหนึ่งเปนทุกข... ถาอวัยวะหนึ่งไดรับเกียรติ... มาระโก 9: 38-41 ผูใดไมตอตานเรา ก็เปนฝายเรา อิสยาห 19: 19-25 เพลงสดุดี 139: 1-12

ขอคิดสามประการ อิสยาหมองเห็นวันที่ชาวอียิปตและอัสซีเรียนจะทําการนมัสการ พระเจา พร อ มกั บชาวอิส ราเอลในฐานะที่ เ ป น ประชากรของพระเจ า ความเปนเอกภาพของคริสตชนเปนแผนของพระเจาเพื่อความเปนหนึ่ง เดียวของมนุษย และของโลกทั้งโลก เราจึงอธิษฐานภาวนาสําหรับวันที่ เราจะทําการนมัสการในความเชื่อเดียวกันและในภราดรภาพแหงศี ลมหา สนิทเดียวกัน เราไดรับพระพรของศาสนจักรนิกายตางๆ การยอมรับพระพร ดังกลาวในกันและกันบังคับเราใหตองสรางความเปนเอกภาพที่มองเห็น ได ศีลลางบาปทําใหเราเปนกายเดียวกันในพระคริสตเจา ขณะที่เรา อยูขางศาสนจักรของตน นักบุญเปาโลเตือนเราวา ทุกคนที่ขานพระนาม ของพระคริสตเจาก็อยูขางเราในพระคริสตเจา เพราะเราทุกคนอยูในกาย หนา | 35


เดียวกัน ไมมีเหตุผลที่เราจะกลาวกับผูใดวา “ขาพเจาไมตองการทาน” (1 คร. 12: 21)

คําถามชวนไตรตรอง  เครื่องหมายของ “การเปนคนของพระคริสตเจา” คืออะไร?  วลี “ข า พเจ า เป น คนของพระคริ ส ตเจ า ” ถู ก นํ า เอาไปใช เ พื่ อ แบงแยกคริสตชนแทนที่จะทําใหพวกเขาเปนหนึ่งเดียวกันโดยวิธี ใดบาง?

ภาวนา ขาแตพระเจา ขาพเจาทั้งหลายขอโมทนาคุณพระองคที่พระองค ทรงประทาน พระจิตใหพระพรสําหรับสมาชิกทุกคนแหงพระวรกายของพระ คริสตเจา โปรดประทานใหขาพเจาทั้งหลายสนับสนุนซึ่งกันและกัน ให มีค วามเคารพในความแตกต า ง และให ทํา งานร ว มกั น เพื่อ ความเป น เอกภาพของทุกคนทั่วโลกที่ขานพระนามของพระเยซูวาเปนพระเจา อา แมน

วันที่ 8 ขอไตรตรอง : เราประกาศพระวรสารดวยกัน บทอาน: หนา | 36


อิสยาห 61: 1-4 พระจิตของพระเจาทรงสงขาพเจาเพื่อนําขาวดี มาประกาศ เพลงสดุดี 145: 1-8 คนยุคหนึ่งประกาศพระราชกิจของพระองคให คนอีกยุคหนึ่งรู โครินธฉบับที่หนึ่ง 15: 1-8 ขาพเจามอบธรรมประเพณีสําคัญที่สุด ใหกับทาน เปนธรรมประเพณีที่ขาพเจา ไดรับมาอีกทอดหนึ่ง ลูกา 4: 14-21 ในวันนี้ขอความจากพระคัมภีรที่ทานไดยินกับหูอยูนี้ เปนความจริงแลว

ขอคิดสามประการ เรารวมกันประกาศขาวดีใหมที่อิสยาหพยากรณไว ที่สําเร็จลุลวง ไปในพระเยซู ไดรับการเทศนาโดยนัก บุญเปาโล และพระ ศาสนจัก ร ไดรับสืบทอดตอมา หากจะมองกันอยางตรงไปตรงมาถึงความแตกตางที่ เรามีและชื่อของนิกายที่เรานับถือ เราจะตองไมลืมพระบัญชารวมที่เรา ตองประกาศพระวรสารของพระเยซูคริสตเจา นักบุญเปาโลถูกสงมา “เพื่อประกาศขาวดีมิใชดวยการใชโวหาร อัน ชาญฉลาด ดว ยเกรงวาจะทําใหไมก างเขนของพระคริสตเจาเสื่อ ม ประสิทธิภาพ” (1 คร. 1:17) หนทางสูความเปนเอกภาพตองมีพื้นฐานอยู ในอํานาจแหงไมกางเขน หนา | 37


พระวรสารที่เราทําการประกาศจะสัมผัสไดและเหมาะสมโดย การที่เราดําเนินชีวิตเปนประจักษพยานตอผลงานของพระเยซูคริสตเจา ในชีวิตของเราและในชีวิตของชุมชนคริสตชน

คําถามชวนไตรตรอง  “พระวรสาร” ที่ทานไดรับมีความเชื่อมโยงกับการถายทอดในเชิง ของวัฒนธรรมและประวัติศาสตรอยางไรบาง?  นั่นเปนอุปสรรคตอความเปนเอกภาพหรือไม?  ความเปนเอกภาพที่สมบูรณกวาในพระคริสตเจาจะทําใหเราเปน ประจักษพยานตอพระวรสารที่เราไดรับมาอยางไรบาง?

ภาวนา ขาแตพระเจาผูทรงพระทัยดี พระองคทรงสงพระเยซู คริสตเจา พระบุตรของพระองคลงมาดวยอํานาจของพระจิตเพื่อไถกูประชากรของ พระองค ทามกลางความหลากหลาย โปรดประทานใหขาพเจาทั้งหลาย เปนหนึ่งเดียวกัน เพื่อที่ขาพเจาทั้งหลายจะไดสามารถยืนยันและประกาศ พรอมกันถึงขาวดีแหงชีวิต ความตาย และการกลับฟนชีพของพระคริสต เจาเพื่อโลกที่ตองการพระวรสารของพระองคดวยเทอญ อาแมน

หนา | 38


ประวัติศาสตรประเทศแคนาดาโดยสังเขป หนึ่ง ในหลายปจ จัย ที่ มีผลกระทบตอ มิติศ าสนาของประชากร แคนาดาคือความกวางใหญไพศาลของประเทศ แคนาดาเปนสหภาพใน เครื อ จั ก รภพอั ง กฤษมี ก ารปกครองในรู ป ของรั ฐ สภาโดยแบ ง แยก ออกเปน 10 รัฐ ความหางไกลของแตล ะเมือ งกอ ใหเกิดการพึ่ง ตนเอง และ อั ต ลั ก ษณ ห ลากหลายในแต ล ะภู มิ ภ าค ซึ่ ง ประเด็ น นี้ เ ป น อันตรายตอการที่จะทําใหประชาชนมีความรูสึกวาตางคนตางอยู Jacques Cartier นักสํารวจชาวฝรั่งเศสคนแรกเปนผูที่เดินทางสํารวจ

ขึ้น ไปตามแม น้ํ า St. Lawrence และเป น ชาวยุ โ รปคนแรกที่ไ ด ยิ น ชน พื้นเมืองเรียกตนเองวา “แคนาดา” ซึ่งหมายถึง “หมูบาน” ผูที่เดินทางไป ตั้งรกรากชาวฝรั่งเศสรุนแรกสวนใหญนับถือศาสนาโรมันคาทอลิกแตก็ มีผูที่เปนโปรเตสแตนตตามไปดวยจํานวนไมนอยเหมือนกัน โดยเฉพาะ อยางยิ่งพวกที่เปนพอคา ความตึงเครียดทางศาสนาในประเทศฝรั่งเศสยุค นั้นไมไดมีผลตอถิ่นที่เรียกวา ‘New France’ ในแคนาดา สงฆเยซูอิตมีการ รวมมือกันเปนอยางดีกับพี่นองชาวโปรเตสแตนต แตนาเสียดายที่ความ รวมมือกันดังกลาวอยูไดไมนาน เกิดมีการแบงแยกกันขึ้นซึ่งลงทายดวย คาทอลิกเทานั้นที่มีสิทธิไปตั้งรกรากที่ New France ชื่อเกาของ Montreal คือ

หนา | 39


‘Ville Marie’ ซึ่งเปนการบงถึงความเปนคาทอลิกของชาวฝรั่งเศสรุนแรกๆที่

ไปตั้งรกราก กลางศตวรรษที่ 18 New France ตกอยูในอํานาจของอังกฤษซึ่งทํา ใหประชากรคาทอลิกเชื้อสายฝรั่งเศสและแคนาดาตองกลายเปนคนที่อยู ภายใตการปกครองของกษัตริยอังกฤษที่นับถือนิกายแองกลีกัน ในชวง นั้นอังกฤษมีกฎหมายที่กดขี่พวกคาทอลิก แตสําหรับประเทศแคนาดา อนุญาตใหมีเสรีภาพทั้งในการเลือกนับถือศาสนา ภาษา วัฒนธรรม และ การศึกษา ทั้งนั้นก็ดีมีการสลับกันเปนบางชวงที่เสรีภาพดังกลาว ถูก ริดรอนเชน กัน จนกระทั่ง ถึง ป 1850 พระสัง ฆราชคาทอลิก ควบคุ ม สถาบันดานสังคมเกือบทั้งหมดในชุมชนชาวฝรั่งเศส ในขณะเดียวกัน ประเทศมี ก ารพั ฒนามากขึ้ น และใหก ารตอ นรั บกั บคลื่ น ประชาชนที่ อพยพไปตั้งรกรากที่แคนาดาดุจระลอกคลื่นในปตอๆมาไมวาจะเปนผูที่ ไปจากประเทศอังกฤษ สกอตแลนด หรือไอรแลนด ถัดจากนั้นผูอพยพ จากทั้ ง ยุ โ รปตะวั น ตกและตะวั น ออกพากั น หลั่ ง ไหลเข า สู แ คนาดา ติดตอ กัน เรื่อ ยมาจนถึง ปลายศตวรรษที่ 19 มีทั้งจากหมูประเทศลาติน อเมริกา อาฟริกา ตะวันออกกกลาง รวมทั้งเอเซียดวย ในศตวรรษที่ 20 ผูค นจากทั่วโลกแหแหนไปยังแคนาดาในบานะที่เปนผูอพยพยายถิ่นหรือ เปนผูลี้ภัย ทั้งนี้รวมถึงพี่นองชาวออรโธด็อกซจารีตตะวันออกที่มาจาก ยุโรปตะวันออกและตะวันออกกลาง ทําใหแคนาดามีสีสันเพิ่มขึ้น ทุก หนา | 40


วัน นี้ชาวแคนาดาทําพิธีน มัสการกัน รอ ยกวาภาษาโดยที่ตางฝายตางก็ ยังคงรักษาธรรมประเพณีดั้งเดิมของตนไว ผูที่นับถือศาสนาอื่นก็พากัน ไปตั้งรกรากที่แคนาดาเชนเดียวกัน เชน ยิว มุสลิม ซิกส ฮินดู และบาไฮ นครต า งๆในแคนาดาถื อ ว า มี ผู ค นนั บ ถื อ ศาสนาหลากหลายและมี วัฒนธรรมแตกตางกันมากที่สุดในโลก เป น เวลากว า 150 ป ม าแลว ที่ค ริส ต ศาสนานิก ายตา งๆทํ า งาน รว มกัน กับรัฐบาลสง เสริม การศึก ษาของชนเผาอิน เดีย นแดง พวกเขา นําเอาเด็กชนเผาไปสอนใหยึดถือเอาวัฒนธรรมของยุโรปแทนวัฒนธรรม เดิมซึ่งสรางความไมพอใจใหกับผูปกครองเปนอยางยิ่ง โรงเรียนดังกลาว ซึ่งมุงจะถอนรากถอนโคนภาษาพื้นเมืองและขนบธรรมเนียมอยางสิน้ เชิง ไปจากเด็ ก บอ ยครั้ง กลายเปน สถานที่ล ะเมิดเด็ก ไมวาจะเป น ทางกาย อารมณ หรือเพศ ศาสนจักรใหญๆในแคนาดาทั้ง โรมันคาทอลิก United Anglican และPresbyterian ตางพากันปดปากและพึ่งจะยอมรับและออกมาขอ ขมาในหลายวาระเมื่อเร็วๆนี้เอง บัดนี้ศาสนจักรดังกลาวรวมมือกันอยาง ใกลชิดกับชนเผาเพื่อแสวงหาความยุติธรรม การเยียวยา ความจริง และ การคืนดีกันโดยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อการนี้ ตั้งแตยุคแรกๆเรื่อยมาศาสนจักรตางๆในแคนาดารวมมือกันดีใ น พัน ธกิจ อภิบาล ตั้ง แตป 1880 คริสตจัก ร Presbyterian, Methodist และ Congregationist แบงหนาที่กันในการทําพันธกิจทางตะวันตกของแคนาดา หนา | 41


ซึ่งกอใหเกิดคริสตจักรสหกิจขึ้น และพัฒนาขึ้นเปน United Church of Canada ในป 1925 ซึ่งถือไดวาเปนเอกภาพของคริสตจักรครั้งแรกของโลก คริสตจักร 24 นิก ายรวมตัว กัน เปนสภาคริสตจักรแหงแคนาดา Canadian Council of Churches (CCC) ในป 1944 ซึ่งมีทั้ง Anglican, Catholic, Reformed, Evangelical, Free Church, Eastern and Oriental Orthodox traditions. ในป 1963 บาทหลวง Irenee Beaubien ไดกอตั้งศูนยเอกภาพคริสตชนแหงคานาดาขึ้นที่ Montreal มีการออกนิตยาสาร ‘เอกภาพคริสตชน’ เปนภาษาฝรั่งเศสและ ภาษาอังกฤษ และมีสมาชิกอยูใน 40 ประเทศ สังคายนาวาติกัน 2 เมื่อตน ป 1960 มีผลกระทบแรงมากตอการ เจริญเติบโตแหงความเปนเอกภาพของคริสตชนในแคนาดา ในป 1962 พระคารดินั ล Paul-Emile Leger พระอัครสังฆราชแหง Montreal คลายจะมี สายตายาว ทานออกจดหมายอภิบาลที่ชื่อวา ‘คริสตชนแตกแยก’ Chretiens desunis (Disunited Christians) ไมไดเชิญพี่นองโปรเตสแตนตใหกลับใจมาเปน คาทอลิก แตเชื้อเชิญพี่นองคาทอลิกใหอธิษฐานภาวนาเพื่อความเปนหนึ่ง เดียวกัน โดยเฉพาะอยางยิ่งโดยการฟนฟูและการกลับใจของพระศาสน จักรคาทอลิกเอง มีก ารแตกแยกในองคพระคริสตเจาในประเทศแคนาดาไหม? กลาวไดวามีการแตกแยกกันในหมูคริสตชนที่แคนาดา ชุมชนคริสตชนมี การแตกแยกกั น ในเรื่องบทบาทของสตรีทั้ง ในพระศาสนจัก รและใน หนา | 42


สังคม มีการแตกแยกกันในเรื่องศีลธรรม เชนการทําแทง การุญฆาต และ การแตงงานเพศเดียวกัน แตถึงแมในการเผชิญหนากับประเด็นใหมๆนี้ ชุมชนศาสนจัก รตางๆก็ยังมองเห็น คุณคาของผูอื่นเพื่อที่ไดดําเนินชีวิต รวมกันอยางสันติ เรายังแตกแยกกันในเรื่องของขอความเชื่อ การเมือง การปฏิบัติ และการยึดติดอยูกับธรรมเนียมปฏิบัติของตน แตการเดินทาง สูความเปนเอกภาพของเรายังคงตองดําเนินตอไปภายใตการชี้นาํ ของพระ เจา

หนา | 43


หนังสือวันอธิษฐานภาวนาเพื่อเอกภาพคริสตชน