Issuu on Google+

INTERVIEW

L

ภาพฉกรรจ์บนความกากของชาติฉกาจ เรื่อง > นันทรัตน์ สันติมณีรัตน์ ภาพ > อนุชิต นิ่มตลุง

1. ทำไมผมถึงอยากสัมภาษณ์ชาติฉกาจ ไวกวี... ประโยคนี้ผุดขึ้นมาในหัวระหว่างนั่งรถตู้เดินทางไปหัวหินเพื่อตามไป สัมภาษณ์ช่างภาพวัยยี่สิบเก้าปีคนนี้ถึงถิ่น สาเหตุที่ผมต้องคิดย้อนถึง คำถามนี้ เพราะผมรู้จักเขาด้วยข้อความเพียงครึ่งหน้ากระดาษ... ‘ชาติฉกาจจบปริญญาตรี สาขาการถ่ายภาพ จากคณะสถาปัตยกรรม ลาดกระบัง ขณะเรียนเป็นช่างภาพประจำนิตยสาร MTV TRAX จบ ปริญญาโทที่คณะวิจิตรศิลป์ ลาดกระบัง ภาควิชาวิจิตรศิลป์ เอกสื่อ ผสม งานส่ ว นใหญ่ ข องเขาเป็ น ภาพถ่ า ยบุ ค คล เขาสนใจในวั ย รุ่ น การ แสวงหาอัตลักษณ์เพื่อการมีตัวตนในสังคมและสะท้อนถึงปัญหาสังคม ปั จ จุ บั น เป็ น หั ว หน้ า ภาควิ ช านิ เ ทศศาสตร์ มหาวิ ท ยาลั ย นานาชาติ สแตมฟอร์ด เขายังเป็นช่างภาพไทยที่อยู่ในเอเจนซี่ DoBeDo ประเทศ อังกฤษ ซึ่งมี contributors ระดับโลกอย่าง Mario Sorrenti และเป็น ช่างภาพอิสระให้ศิลปินต่างๆ  MARS MARCH 2010

เขาเคยมีผลงานตีพิมพ์ลงใน I-D นิตยสารชื่อดัง และล่าสุดเพิ่งเดิน ทางกลับมาจากอังกฤษหลังจากที่นำภาพถ่ายชุด Sawasdee Crub ไป แสดงโชว์ที่นั่น’ ที่เหลือ... ผมขอสารภาพว่ามาหวังตักเอาน้ำบ่อหน้า! ซึ่งไม่ดีเอาเสีย เลย ผู้ ใ หญ่ ส อนว่ า การมาพร้ อ มข้ อ มู ล พื้ น ฐานอั น น้ อ ยนิ ด นอกจาก เป็ น การเสี ย เวลาของเขาและเรา แล้ ว ยั ง เป็ น การไม่ ใ ห้ เ กี ย รติ ผู้ ใ ห้ สัมภาษณ์ด้วย ทำอย่างไรได้กับบุคคลน่าสนใจ แต่มีข้อมูลเพียงหยิบมือเดียวในกู เกิล และมีเสียงบอกเล่าไม่ถึงเก้าสิบในวงสังคมด้วยเหตุผลบางประการ “ผมมีงานออกมาหลายชุดนะ แต่ผมไม่ค่อยรู้เรื่องระบบการจัดการ พิพิธภัณฑ์ที่ดี ไม่รู้จักคิวเรเตอร์* ไม่ได้ไปเดินตามงานศิลปะ ไม่รู้จัก การไปตีสนิทพี่คนนั้น คนนี้เพราะเขาเป็นคนดัง คือผมยังไม่รู้โพสิชั่นข องตัวเองว่าควรเป็นศิลปินแบบไหน แบบที่เอางานไปเปิดตัวในโชว์ของ นาฬิกามองบลังต์หรือควรอยู่ที่หอศิลป์ ผมคิดว่าถ้างานเราดีมันจะพา


L

ไปหาคนที่ดีพอ ซึ่งผมก็คิดมาตลอดว่าแสดงว่างานผมมันยังไม่ดีพอ “ผมกลายเป็นแค่คนที่ถ่ายภาพออกมาแล้วชอบก็พอ แล้วคิดงานใหม่ดี กว่า ไม่ย้ำรอยอยู่กับที่เหมือนเด็กที่ต่อรถทามิย่าเสร็จ ไม่ต้องเอาลง แข่งก็ได้ แต่งมาสวย คนที่มาดูชอบก็โอเค” ด้วยรูปลักษณ์และบุคลิกทั้งมวลของของเขาที่ผมเองก็มองว่าเท่ การแต่งตัวเข้าขั้นทันสมัย หน้าตาที่คงไม่มีใครคิดว่าเขาขี้เหร่ เขา สามารถฝักใฝ่เป็นช่างภาพอินเทรนด์ลอยไปกับกระแสการภาพถ่าย แฟชั่นสาวน้อยเอียงซ้ายที ตาไม่มองกล้อง แชะ! ขยี้หัวด้วยมือขวาที แชะ! ตามหน้านิตยสาร แต่เขากลับเลือกอยู่ฝ่ายเดียวกับกะเทย เด็ก พังก์ เด็กติดยา ผู้หญิงขายตัว เด็กสาวเที่ยวกลางคืนและเด็กแว้น “ผมรู้สึกว่าผมเป็นพวกเขา ผมจะทำเพื่อพวกเขา ผมมองว่าสิ่งที่พวก เขาทำเจ๋ง ใครจะด่าผมยังไงก็ได้ แต่ผมก็ยังคงมองว่าเด็กแว้นหรือการ ขายตัวมันเฟี้ยวอยู่ดี” ชีวิตไร้การปรุงแต่งของผู้คนบนท้องถนนเหล่านี้ถูกชาติฉกาจบันทึก ออกมาเป็นภาพดิบๆ ที่ใครดูก็รู้ว่าไร้การจัดไฟ ส่วน ‘เด็กช่างกล’ คือ ชีวิตรูปแบบแรกที่ทำให้เขาคิดว่า “กูจะทำเรื่องแบบนี้แหละ” “ถ่ายทำออกมาถูกครูด่าหมดเลย ตอนนั้นเรียนปีสาม ไม่รู้ว่าเป็นอะไร รู้สึกแค่ว่าสัญชาตญาณต่างหากที่เราต้องเก็บในภาพ ไม่ใช่ไดเร็กชั่น

INTERVIEW

“ผมไม่คิดเรื่องอุปกรณ์ ไม่คิดอะไรแล้ว คิดถึงแค่ subject ที่น่าสนใจกับ ความคิดของเราที่มองลงไปใน subject” ในยุคที่คนเราตอบว่าคุณพ่อเจ้าของธุรกิจร้อยล้าน คุณแม่ผู้จัดจ้าน เรื่องแฟชั่น คุณปู่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นฮีโร่ หาใช่ซูปเปอร์ แมน แบทแมน สไปเดอร์แมนอีกต่อไป ชาติฉกาจกลับได้กะเทยแปลง เพศที่ข้าวสารเป็นคนช่วยย้ำให้เขามั่นใจอีกทีว่า นี่แหละ คือเส้นทาง ของเขา “กะหรี่แปลงเพศที่ข้างสาร แต่งตัวเน่าๆ เลย เพิ่งโดนกระทืบมาจาก ในบาร์จนอ่วม นอนอยู่กับพื้น ผมก็เข้าไปบอกว่าขอถ่ายรูปหน่อยดิ แม่ งก็ลุกขึ้นมาโพสท่าเหมือนนางแบบเลย พวกท่าปวดเมนส์เหมือนที่ หนังสือไทยชอบทำกัน ผมรู้สึกว่านี่แหละเรื่องที่กูสนใจมากที่สุด มายา คติที่ถูกครอบงำ และกลายเป็นเรื่องนี้เรื่องเดียวเลย มันทำให้ผมนั่งคิด ไปเองคนเดียวว่า ไม่มีเงินกินข้าว จะตายอยู่แล้ว แต่ยังห่วงสวย คิดว่า ฉันต้องมีภาพสวย “เหมือนอุตสาหกรรมแฟชั่นที่ฝังหัวเด็ก ต้องเรียนแฟชั่นนะ แต่ไม่รู้ จักอะไรกันหรอก ก๊อปๆ เขามาแล้วเปิดร้านเสื้อที่สวนลุมกับเพื่อน แล้ว อ้างว่ารู้จักพี่คนนั้น พี่คนนี้ หรือพวกเด็กที่เรียนอาร์ต ถือกระดานกันจัง เลย แต่ไม่มีคนบอกว่าเด็กที่เรียนอาร์ตจบมาชีวิตย่ำแย่มีเยอะมากๆ” MARCH 2010 MARS 


INTERVIEW

 MARS MARCH 2010

L


L

ยิ่ ง คุ ย กั บ เขา ยิ่ ง เข้ า ใจได้ ว่ า ทางของชาติ ฉ กาจไม่ ต่ า งอะไรกั บ งาน สารคดีที่บางครั้งไม่ต้องขับรถออฟโรดบุกเข้าป่าใหญ่เพื่อจับจ้องชีวิต เสือสิงห์ลิงค่าง เขาหาสิ่งมีชีวิตที่มีวิถีน่าสนใจได้ตามซอกหลืบตลอดจน กลางป่าคอนกรีต… “ผมว่างานผมไม่ได้เป็นงานดิบ มันเป็นภาพที่พูดตรงๆ มากกว่า ผมว่ามันโรแมนติก พูดถึงความห่วงใยมากกว่า ทำนองว่าช่วยกันดู หน่อยเถอะ ประเทศมันเจ็บมาขนาดนี้แล้ว “จริงๆ ผมก็ไม่ดีนั่นแหละที่มาเล่าเรื่องแบบนี้ให้ชาวบ้านเขาฟัง แต่ เราต้องไม่อาย มันเน่า เราก็ต้องยอมรับ แล้วเราต้องสำนึกและแก้ไข ผมรู้สึกว่าสังคมมันแย่เพราะเราไม่พูด ทำเป็นมองไม่เห็น” 2. “ถ้าไม่เข้าถ้ำเสือก็ไม่ได้ลูกเสือ” นี่คือวิธีการทำงานของชาติฉกาจ ผลคือแผลตามตัวสองสามแห่ง เป็นร่องรอยให้ระลึก “ผมโดนมาไม่เยอะนะ แต่งานพวก documentary มันมีความเสี่ยง มาก ช่วงไปถ่ายเด็กแว้น โดนตำรวจฟาดมาทีนึง เวลาตำรวจมันเอา จริง มันไม่ได้จะเล่นเด็กหรอก มันจะยึดรถไปขาย มันเอาสิบล้อมาจอด ขวางเลย ถ้าไม่เบรกก็ชนสิบล้อ ถ้าเบรกก็ถูกตี “ไปถึงตรงนั้นแล้วผมไม่สามารถบอกได้ว่าผมมาทำสารคดี ผมอยู่ บนรถแล้ว ผมก็ต้องเป็นเด็กแว้นด้วย ต้องนั่งซ้อนไปเรื่อยๆ ผมไม่ สามารถบอกได้ว่าผมมาหากินกับเด็กพวกนี้ ชายฉกรรจ์ที่ได้ผู้หญิงช่วยหากินเคยฝากหมัดที่เขาหนึ่งทีหลังจาก ถามสาวกางเกงเหี่ยนคนหนึ่งที่มักซ้อนมอเตอร์ไซค์ออกไปกับชาย แปลกหน้าว่าทำไมมาขายตัว “เขาก็พูดแค่ว่าแล้วพี่จะให้หนูทำอะไร แล้วที่พวกพี่มามองหนูต่ำ พวกเด็กทองหล่อก็ใส่สายเดี่ยว กางเกงขาสั้นเหมือนพวกหนู แค่หนูไป กับมอเตอร์ไซค์ เขาไปกับรถเบนซ์ แต่มันก็ถูกเ-็ดเหมือนกัน” แล้วทำไมเสือถึงยอมให้เขา จับด้วยมือเปล่ากัน “ ผ ม โ ด น ถ า ม เ รื่ อ ง นี้ บ่อยๆ ว่าผมไปพูดอะไรกับ พวกเด็กแว้นหรือเด็กช่างกล เขาถึงยอมให้ถ่ายรูป ผมแค่ สะพายกล้องเข้าไปแล้วบอก ว่า เท่ว่ะ ขอถ่ายรูปหน่อยดิ ผมก็ พู ด เหมื อ นที่ พู ด กั บ คน อื่นนั่นแหละ ถ้าพูดกันตรงๆ ผมก็คือพวกแม่ง ที่ดูดีมีการ ศึกษาแล้วอยู่ในสังคมที่พวกเราอยู่เท่านั้นเอง “ผมว่าเทคนิคที่ดีที่สุดของผมไม่ใช่อุปกรณ์หรือเรื่องแนวคิด แต่เป็น ทักษะจิตวิทยาของผมมากกว่า ผมสนุกกับการสร้างสัมพันธ์ในการ

INTERVIEW

สื่อสารกับคน อาจารย์ชลูด นิ่มเสมอ* เคยบอกกับผมสมัยเรียนว่างาน โฟโต้ของผมไม่ใช่ศิลปะ การ���ื่อสารของผมต่างหากคือศิลปะ โฟโต้เป็น แค่เครื่องบันทึกให้คนรู้ว่าผมทำอะไรเขาได้ “ลองคิดดูนะครับว่าช่างภาพดังแค่ไหนก็ตามจะไปถ่ายเด็กแว้น เด็ก ขายยาบ้า และเอาความลับของเขามาได้ยังไง แถมมีชื่อติดอยู่ว่าเรียน โรงเรียนอะไรด้วย พวกเขายอมให้ผมถ่ายรูป ทั้งที่ผมคุยกับเขาแค่นาที เดียวเอง พวกช่างภาพเท่ๆ ถ่ายไม่ได้หรอก เพราะเขามีรถเท่ๆ ผมขึ้น รถเมล์ไง” ความตรงไปตรงมาของเขาแสดงออกมาทางคำพู ด แทรกซึ ม ไป จนถึงมุมมองและฝีมือการกดชัตเตอร์ ผมเห็นแบบนั้น “ทำงานปึงปังตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยแล้ว ถ่ายพ่อแม่เ-็ดกัน ถ่าย หมาตาย ไม่ได้ตั้งใจว่ากูจะทำงานแรงๆ ให้คนชอบ แต่แค่คิดแบบ เด็กๆ กวนๆ เหมือนคนที่ทำงานขวางคนฉลาดมากกว่า ผมเป็นคน

MARCH 2010 MARS 


INTERVIEW

L

ทุกตัวเครื่องวัดแสงของเขาเสีย แต่ไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ เพราะเขาดู ปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าแสงแบบนี้ความเร็วชัตเตอร์ 125 รูรับแสง 5.6 “สกิลล์มันผ่านขั้นนั้นมาแล้ว และเราก็เลือกอะไรบางอย่างในขั้นนั้น เหมือนลิ้นชักที่มีของเต็มไปหมด แต่เรารู้แล้วว่าจะใช้ลิ้นชักนี้แค่ชั้น เดียว “แม่นจนไม่ใช่ช่างภาพ กล้องมันคืออวัยวะไปแล้ว” 3. ช่างภาพของผมมองว่า ชาติฉกาจมองคนไทย ของไทย ไม่ต่างจาก สายตาและทัศนคติของฝรั่งตาน้ำข้าวนาม Philip Cornwel-Smith ที่มี เครดิตเป็นนักเขียนและช่างภาพในหนังสือ Very Thai

เคลียร์ๆ เลยอยากพูดเรื่องเคลียร์ๆ ด้วย “งานผมต้องไม่แถครับ อาจารย์ชลูดเคยบอกว่ามีไอเดียดี จุดมุ่ง หมายที่ดี งานก็เสร็จแล้ว อ่านในกระดาษก็พอ ไม่ต้องดูตัวงานก็ได้” ถึงแม้เขาจะว่าไว้อย่างนั้น แต่ในทางปฏิบัติ งานของชาติฉกาจเนี้ยบไม่ แพ้ใคร “ผมยังคงมีความหัวโบราณว่าภาพถ่ายต้องเป็นงานคราฟต์ มันคือ งานหัตถกรรม งานฝีมือ บางทีอาจมีถ่ายแบบสั่วๆ แต่เราไม่ได้ถ่ายสั่ว เราคิดมาแล้วว่าเราจะสั่ว “กระบวนการอัด พรินต์ สแกน ผมเนี้ยบกับเรื่องพวกนี้มาก พรินต์ เองทุกภาพ ฟิล์มของผมล้างออกมาไม่มีฝุ่น ผมเก็บไว้อย่างดี ไม่ปรับสี ไม่ทำคอมพ์ เพราะเชื่อว่าไม่มีผลกับไอเดีย” ชาติฉกาจเรียนถ่ายภาพมาแปดปี รับแต่เกรดเอล้วนๆ เขาเปรียบ การถ่ายภาพของเขาเหมือนคนเล่นกีตาร์โดยไม่ต้องมองคอร์ด กล้อง  MARS MARCH 2010


L

“ผมเห็ น ของที่ ฝ รั่ ง กำลั ง จะมา ขโมยและพยายามย้ ำ เตื อ นว่ า อย่ า เป็ น คนอื่ น เขาจะเป็ น เรากั น หมด แล้ว “ฝรั่ ง ซื้ อ เสื้ อ กระทิ ง แดง แต่ ค น ไทยไม่ยอมใส่เสื้อผ้าสกรีนภาษาไทย แล้วมาด่าพวกเด็กแว้นที่ใส่เสื้อโสด ว่าลาว “เราไปดูมอเตอร์คลอสหรือเอฟวัน กัน ผมก็มีลูกศิษย์ที่เอารถกะบะมาด ริฟต์ เด็กบางคนขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ใส่ หมวกกันน็อก ใส่กางเกงขาสั้นด้วย เก่งกันจะตายห่า สนับสนุนพวกเขา หน่ อ ย ไม่ ใ ช่ ไ ปด่ า เขา เปิ ด บริษทั สตันต์แมนไหม แล้วส่งไปเมือง นอก” เขาว่ามันไม่จริงและไม่เห็นด้วย

INTERVIEW

ถ้าคนไทยจะใช้ชีวิตมินิมอล ผมนึกถึงสินค้าแบรนด์ Muji จากญี่ปุ่น ที่ เรียบ ง่าย ดูดี (แถมแพง!) แต่ไม่ค่อยคุ้นตา “ทุกอย่างในบ้านเรามีชีวิตอยู่แล้ว แต่เราเสือกอยากเป็นคนไม่มี ชีวิตกัน ทำตัวแบบมินิมอล คนไทยมันมินิมอลไม่ได้หรอก มันแมกซิมัม คนมันพูดมาก พูดเยอะ” “แล้วไทยสไตล์ของคุณคืออะไร” ช่างภาพข้างกายผมผู้ชมชอบงาน ของชาติฉกาจอยู่ไม่น้อย ยิงประโยคที่หมายมั่นอยากถามตั้งแต่ยังไม่รู้ จักหน้าค่าตาของเขา “เรื้อน ผมว่าคนไทยแม่งเรื้อน เรื้อนมากๆ ความแถที่ไม่มีเหตุผล แล้วก็พวกสีสันสดๆ คนไทยมันเผ็ด แซบ อย่างป้ายงานวัด งานลูก นิมิต สีแปร๋นๆ เขียวสะท้อนแสง ส้มสะท้อนแสงปนสีแดง เขากล้าใช้ กันขนาดไหน “ผมแค่เอาของเก่ามาต่อยอดให้คนสำนึกว่าเรามีของดีอยู่แล้ว เช่น โลโก้ พ ระอย่ า เห็ น แก่ ตั ว ไม่ ต้ อ งมี ห รอกพวกที ม ฉั น เป็ น กราฟฟิ ก ดีไซเนอร์ไทย เจอลุงทำป้ายคัตเอาต์ดีกว่า” ผมไม่แน่ใจว่าเขารู้สึกอย่างไรเมื่อแรกรู้ว่ารถตุ๊กตุ๊ก กระป๋องโค้ก กระ ป๋องเบียร์ช้างฝีมือพ่อค้าย่านข้าวสารเป็นส่วนหนึ่งในแฟชั่นของวิเวียน เวสต์วูด โกรธ เสียใจ สมน้ำหน้า อาจไม่ถึงขนาดนั้น แต่ที่แน่ๆ ผมว่าเขา เสียดายของไทยทำ ไทยไม่ใช้ ไทยเมิน ชิ้นนี้ “ในขณะที่เรายังมองกันว่ามันไม่เท่หรอก อย่าเลย พวกเขาจะมาเอาไป หมดแล้ว “อย่าง Judy Blame สไตลิสต์ชื่อดังที่ถูกคนไทยก๊อปงานเยอะที่สุด เขามาดูงานผมแล้วเจอรูปเด็กแว้นที่ใส่ เสื้อคิตตี้ แต่งมอเตอร์ไซค์ด้วยโดเรมอน เขากรี๊ดมากเลย เขาซื้อกลับไปทำขำๆ

MARCH 2010 MARS 


INTERVIEW

L

กับเพื่อนด้วย “ผมว่าพวกเด็กแว้นที่ผมถ่ายมีเซนส์เรื่องแฟชั่นมากกว่าคนที่เรียน จบแฟชั่นโดยตรง พวกนี้ก็แค่รู้ว่าฉันต้องซื้อหนังสืออะไรแล้วทำอันไหน สังเกตดูได้ว่าคนไทยที่จบ St.Martin ทำไมไม่ทำงานที่อังกฤษวะ ช่าง ภาพที่จบเมืองนอก ทำไมเขากลับมาเมืองไทยกันวะ ไม่ได้ดูถูก พวก คุณเก่งกันหมดเลย แต่คิดอะไรกันอยู่ เดี๋ยวก็โดนขโมยไปหมดหรอก “สิ่งที่ผมทำมันไม่ได้เจ๋งหรอก แต่เป็นสิ่งที่ฝรั่งคิดจะมาเอาไง ผม เอาของที่เขากำลังจะมาเอาไปให้ดูว่าอย่าเพิ่งเอาไป กูทำอยู่” เขาปฏิ เ สธคำว่ า อี โ ก้ แต่ เ ขามองว่ า ใน เมื่ออาชีพของเขาคือ photographer คุณค่า งานของเขาควรมีค่าเท่ากับงานของช่างภาพ ระดั บ โลกอย่ า ง Mario Sorrenti หรื อ Juergen Teller “จะบอกไม่ ไ ด้ ห รอกว่ า เราอยู่ เ มื อ งไทย หรื อ ประเทศโลกที่ ส ามก็ เ ลยต้ อ งก๊ อ ปงาน เขา คุณมีเกียรติของช่างภาพอยู่ คุณยืนอยู่ ในระดับเดียวกันแล้ว เหมือนคาราบาวที่ต้อง เท่ากับบ๊อบ ดีแลน ไม่ใช่กระจอกกว่า” 4. “ช่างภาพไทยเป็นได้ทุกแบบ แต่เป็นไม่ ได้อย่างเดียวคือช่างภาพไทย” ชาติ ฉ กาจไม่ ไ ด้ มี ปั ญ หาอะไรกั บ ความ เป็นไทย เขาพยายามรักษามันไว้ด้วยซ้ำ “ผมอยากเป็นช่างภาพแบบคนไทย” เขาย้ำอีกครั้ง ในขณะที่ผมกำลังเปิด I-D นิ ต ยสารฝรั่ ง จากประเทศอั ง กฤษที่ มี น าง แบบสาวขยิบตาข้างเดียวเป็นสัญลักษณ์ทุก ปก และกวาดตามองหาภาพถ่ า ยที่ มี เ ครดิ ต ยาวและแปลกตาว่ า Chardchakaj Waikawee “พี่ ท็ อ ป จ่ า งตระกู ล บอกว่ า งานของผมไม่ ใ ช่ ข องแปลก มั น ก็ เหมือนงานที่ลงในนิตยสารปกตินั่นแหละ เพียงแต่ภาพที่ออกมามัน เป็นคนไทยเท่านั้นเอง ซึ่งคนไทยพยายามถ่ายภาพให้เป็นเมืองนอกไง ครับ” พระบิณฑบาตตอนเช้าท่ามกลางแสงอาทิตย์อ่อนๆ นกกาโบยบิน ออกหาอาหารกลับมาป้อนเข้าปากลูกน้อยที่รัง คือภาพที่เขาอยากถ่าย ในตอนนี้ “สมัยเด็กผมก็เคยด่าพวกช่างภาพสมาคมเลนส์ยาวๆ ใส่เสื้อกั๊ก อวดกันเรื่องอุปกรณ์ แล้วถ่ายพระบิณฑบาต นกป้อนข้าวลูกว่าลาว แต่ พอมาวันนี้ผมอยากรักษาตรงนี้ไว้ด้วยตัวผมเอง ผมรู้สึกว่าถ้าเราไม่ เก็บตรงนี้ไว้ เดี๋ยวมันจะเป็นเหมือนจิม ทอมป์สัน ที่สุดท้ายแล้วเป็นชื่อ ฝรั่ง ทั้งที่มันเป็นของเรา  MARS MARCH 2010

“เอาเข้าจริง รูปพระหรือนกป้อนข้าวลูก ถ่ า ยโคตรยากเลย ผมว่ า snap shot ยื น เขย่าหัวกับฉากขาว มันกากมากแล้ว เห็น มาหมดแล้ ว ประเทศเราพื้ น ฐานมั น ไม่ ใ ช่ เรื่ อ งนั้ น ไง หลั บ ในห้ อ งเตี ย งสี ข าว กิ น ขนมปังฝรั่งเศส มีที่ไหนกัน ผมเลยคิดถึงสิ่ง ที่เป็นอัตลักษณ์ของคนไทย “แต่ว่าแต่ละสังคมมีวิธีการแสดงออกคนละแบบ ผมก็คงเล่าคนละ แบบ พระของผมอาจเป็นอีกแบบ อาจเป็นพระซื้อมือถือ พระเล่น PSP พระพันธุ์ทิพย์” 5. ตั้งแต่แรกเจอชาติฉกาจไม่ปล่อยให้ผมอึดอัดไ���กับความเงียบ เขามี เรื่องราวชีวิตตัวเอง ลูกศิษย์ หัวหิน พรั่งพรูออกมาเป็นทั้งความรู้ มุม มอง และความบันเทิง “ผมเพิ่งมาพูดเยอะๆ ช่วงตอนเป็นอาจารย์นี่เอง มันต้องพูด เมื่อ ก่อนผมเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่ตอนนั้นพอไม่พูดแล้วเจ็บตัวไง บางเรื่อง คนคิดว่าเราทำ อย่างตอนแฟนป่วย แล้วเราไปเดินกับตุ๊ดก็หาว่าเกาะ ตุ๊ดดัง พอแฟนหายป่วย เดินกับแฟน ก็หาว่าพอมีงานแล้วทิ้งตุ๊ด” “เขาว่ากันว่าชาติฉกาจปากจัดมาก ทำไมปากจัดได้ขนาดนี้” อด


L

INTERVIEW

สงสัยไม่ได้จริงๆ หลังจากได้ยินบทสนทนาถึงพริกถึงขิงของเขามา โดยตลอด “ผมไม่ได้ปากจัดหรอก แต่ผมพูดเรื่องที่ผมคิดตรงกับเรื่องที่พวก คุณคิดไง แต่พวกคุณไม่พูดออกสื่อ ผมเชื่อว่าคนแนวหลายคนมีงาน เพราะเพื่อน พวกเขาก็เลยจำเป็นต้องเป็นคนดีและประนีประนอม แต่ผมเชื่อว่าบางคนอยู่ได้เพราะงาน ซึ่งผมว่าคนที่ชอบงานผมก็คง ไม่ชอบตัวผมหรอก แล้วก็ไม่มายุ่งกับสันดานผม ผมก็อยู่ได้ “ผมเคยพยายามเข้ า ไปคุ ย กั บ พวกที่ ไ ม่ ช อบผมโดยการ ประนีประนอม เอาพอร์ตงานเข้าไปให้ดูแบบนอบน้อม พวกเขานั่งดู งานผมแล้วคุยกับคนอื่นไปด้วย ผมก็เลยรู้สึกว่าไม่จำเป็นแล้วล่ะ คน ที่ไม่ตั้งใจดีกับผม ผมก็ตั้งใจจะไม่ดีกับเขาเหมือนกัน “ผมเคยพยายามจะขอโทษ แบบกูไม่ผิด กูไม่รู้ แต่กูขอโทษก็ได้ แต่เขาก็ไม่ ผมก็โอเค ด่ามันต่อหน้าเลย! “แต่ผมก็ไม่ได้ทำอะไรด้วยความกร่างนะ จริงๆ แล้วผมเป็นคน นอบน้อมมาก พูดเพราะ แค่ไม่ยอม” หรือชาติฉกาจจะเป็นช่างภาพที่คนชอบแล้วชอบเลย เกลียดแล้ว เกลียดเลย “แน่นอนว่าต้องมีคนเกลียดผม ผมปากเสียขนาดนี้ ผมเคยถูก แกล้งขนาดที่ว่ามีคนโทรไปบอกทุกสำนักพิมพ์ว่าถ้าเอาผมมาถ่าย เขาจะไม่ถ่ายให้ หรือบางทีถูกว่าเอาพอร์ตงานของคนอื่นไปเสนอ แต่มัน none sense ไง ถ้าผมเอาพอร์ตงานของธาดา วารีชไปสมัคร

MARCH 2010 MARS 


INTERVIEW

L

ใครก็ต้องรู้ เพราะมันถูกตีพิมพ์มาแล้ว “คนที่ไม่ชอบผมก็ไม่ชอบเลย ตอนแรกๆ ก็เศร้า แต่หลังๆ ไม่เศร้า แล้ว เพราะผมคิดว่าผมแคร์คนที่ชอบผมดีกว่า ไอ้คนที่เกลียดผมไม่ได้ มาเลี้ยงข้าวพ่อแม่ผม “ทุกวันนี้ผมทำงานเลี้ยงครอบครัว ผมไม่ไปยุ่งกับพวกมัน ไม่รู้ทำ อะไรกันอยู่ทุกวันนี้ แนวๆ ลอยไปลอยมา อยากเป็นซัมบอดี้ เห็นผม เป็นคนกากๆ แบบนี้ ผมซื้อบ้านให้แม่สองหลังด้วยเงินสด ใช้หนี้ให้พ่อ แม่ ทุกครั้งที่กลับบ้านผมเลี้ยงข้าวพ่อแม่ทุกมื้อ ผมให้เงินพ่อแม่นัก เรียนบางคนที่เป็นหนี้ธกส.ยืม” หลังจากชีวิตล้มลุกคลุกคลานมานาน เขาเพิ่งมาแข็งแรงช่วง 3 เดือนหลังนี้เอง เขาว่าอย่างนั้น “ช่วงสองปีที่แล้วผมเคยเฟลมากๆ ชีวิตบัดซบ แบบไม่อยากทำ อะไรแล้ว ไม่มีงาน ไม่มีเงินสักบาท ผมไปบวชที่วัดป่า เดินบิณฑบาต ธุดงค์ ปักกลดอยู่ในป่า มีกฎห้ามพูดสามเดือน ซึ่งมันดีมากๆ เขาบอก ว่าเป็นอุบายให้คุยกับตัวเอง เพราะเราพูดกับคนอื่นมาเยอะแล้ว “ผมกลายเป็นคนตื่นเช้า ตื่นเจ็ดโมง ออกไปวิ่งแล้วรดน้ำพืชผักสวน ครัว แล้วค่อยมาสอนเด็ก เป็นวัฏจักรที่ดีกว่าตอนอยู่กรุงเทพฯ ผมรู้สึก ว่าตัวเองนิ่งขึ้นเยอะ” 6. เสียงนักศึกษาเอ่ยทักทายเขาอย่างเป็นกันเองพร้อมยกมือไหว้และ ไม่ลืมส่งเสียงแซว ต่อล้อต่อเถียงกับอาจารย์หนุ่มคนนี้เป็นระยะ ยังมี เรื่องราวควันหลงจากวันที่อาจารย์ชาติฉกาจพานักศึกษาทั้งชั้นไปเลี้ยง หนังเนื่องในวันเกิดเมื่ออาทิตย์ที่แล้วให้ได้ยิน ลงท้ายด้วยเสียงออดอ้อนจากเด็กๆ ว่าไม่อยากเรียนหนังสือในห้อง เพราะมีเพื่อนนักศึกษาชายหนุ่มคนหนึ่งอกหัก ทำให้บรรยากาศในห้อง 10 MARS MARCH 2010


L

INTERVIEW

สี่เหลี่ยมอึดอัดชะมัด พวกเขาว่า อาจารย์ชาติฉกาจโอเค สถานที่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับวิชา มนุษย์กับสังคม เขาเป็นอาจารย์ที่อยากให้นักเรียนตอบว่าชอบศิลปะยุคอียิปต์ เพราะ เป็นต้นกำเนิดของอายไลเนอร์หรือถูกใจวิหารในยุคกรีกเพราะชอบดู เซนส์เซย่า เมื่อเขาให้โจทย์ว่าจงบอกยุคสมัยของศิลปะมาหนึ่งยุคในชั้น เรียนวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์ เขามองว่าการเป็นครูคือการรีเสิร์ชศิลปะของเขา “ผมไม่ได้มาให้อะไรพวกเขาเลย ผมมาเอาของพวกเขาต่างหาก ผมคิด แค่นี้ เพราะฉะนั้นอย่าไปทำร้ายพวกเขาดีกว่า “วันที่ผมเป็นอาจารย์พิเศษก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก ความรู้สึกเหมือน เป็นเรือจ้าง แต่พอถึงวันครู วันที่พวกเหี้ยๆ ทุกตัวเข้ามากราบเท้า... “พ่อแม่หรือคนแก่บางคนมาจับมือผมแล้วยกมือไหว้ บอกว่าอาจารย์ ฝากลูกผมหน่อยนะ ผมขุนมันไม่ขึ้นจริงๆ ผมหวังว่าอาจารย์จะช่วยลูก ผมให้เป็นคนได้” ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรต่อ อายุงานหนึ่งปีเต็มในตำแหน่งหัวหน้า

ภาควิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยนา นาชาติสแตมฟอร์ด เพียงพอทำให้เขา ตั ด สิ น ใจวางแผนเรี ย นต่ อ เพื่ อ ให้ ไ ด้ ตำแหน่ง ผศ.ดร. และเริ่มฝันถึงการเปิด โรงเรี ย นอนุ บ าลทางเลื อ กในแบบของ เขาเอง “ตอนนี้ผมไม่คิดว่าต้องเป็นศิลปินหรือ อะไรแล้ว ผมมีลูกศิษย์ที่ผมรักมาก ผม รอวั น ใส่ ชุ ด ครุ ย กั บ พวกมั น ผมอยาก เป็นครูที่ดี คิดว่าจะเป็นตลอดไปเลยด้วย ซ้ ำ แล้ ว ทำให้ ผ้ า ขาวพวกนี้ ข าว ขาว แบบรู้ตัวว่าอะไรสกปรกและไม่ดี” *คิวเรเตอร์ (curator) ภัณฑารักษ์หรือผู้ ดูแลพิพิธภัณฑ์ *อาจารย์ชลูด นิ่มเสมอ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) ประจำ ปี พ.ศ.2541 MARCH 2010 MARS 11


Thai Sturdy Life...