Page 1

พืชดอก หมายถึง พืชที่เมื่อเจริ ญเติบโตเต็มที่แล้วจะมีดอกให้เห็น พืชดอกจัดเป็ นพืชชั้นสูงที่มีอวัยวะต่างๆ ครบสมบูรณ์ คือ ราก ลาต้น ใบ ตา ดอกและ เมล็ด มีไว้เพื่อสาหรับขยายพันธุ์ พืชดอกมีอยูท่ วั่ ไปหลายชนิด มีท้งั ที่อยูบ่ นบกและอยูใ่ นน้ า ได้แก่ - พืชดอกที่อยูบ่ นบก ได้แก่ มะม่วง ชบา กุหลาบ มะเขือ มะขาม มะพร้าว ฟักทอง มะละกอ มะลิ มะกอก -

พืชดอกที่อยูใ่ นน้ า ได้แก่ บัว สันตะวา ผักตบชวา ผักกระเฉด จอก

แหน พืชดอกแบ่งได้ 2 ประเภท 1. พืชยืนต้น คือพืชที่มีอายุยนื ส่วนต่างๆ ของลาต้นสามารถเจริ ญเติบโตได้ ตลอดอายุ ออกดอกออกผลได้หลายครั้ง เช่น ยางพาราและไม้ผลต่าง ๆ พวก มะม่วง มะพร้าว มะขาม กระท้อน เป็ นต้น 2. พืชล้มลุก คือพืชที่มีการเจริ ญเติบโตเพียงแค่ออกดอกออกผลในระยะเวลา อันสั้น แล้วก็ตาย พืชล้มลุกที่จาเป็ นสาหรับมนุษย์มาก ได้แก่ พืชจาพวกผักต่างๆ ผักกาด ผักชี ต้นหอม กะหล่าปลี บวบ ฟักทอง ฯลฯ


พืชดอก หมายถึงพืชที่เมื่อเจริ ญเติโตเต็มที่แล้วจะออกดอกเพื่อใช้ในการสื บพันธุ์ เช่น กุหลาบ มะลิ ทานตะวัน ชบา กล้วยไม้เป็ นต้น ส่วนประกอบของดอก พืชมีอยูห่ ลายชนิดหลายพันธุ์ ดอกของพืชดอกจึงมีลกั ษณะขนาดและสี ที่ ต่างกัน ออกไป แต่ไม่วา่ จะเป็ นพืชชนิดใด ดอกจะมีส่วนประกอบที่สาคัญดังนี้ 1. กลีบเลี้ยง เป็ นกลีบเล็ก ๆ สี เขียว อยูล่ ่างสุดของดอก ในระยะที่ดอก เริ่ มผลิ ดอกออกมาใหม่ๆ เราจะเห็นดอกตูมสี เขียว เมื่อดอกตูมขยายโตขึ้น สี เขียวที่หุม้ ดอก จะแยกออกมารองรับกลีบดอกกลีบสี เขียวนั้นคือกลีบเลี้ยงนัน่ เอง กลีบเลี้ยงจะทา หน้าที่ห่อหุม้ ดอกตูม และป้ องกันอันตรายให้กลีบดอกในขณะที่ยงั ออ่นอยู่ 2.กลีบดอก เป็ นส่วนที่อยูเ่ หนือขึ้นมาจากกลีบเลี้ยง กลีบดอกส่นใหญ่ จะมีสี สวยสะดุดตา หลายชนิดมีกลิ่นหอม ความสวยงามของดอกจะขึ้นอยูก่ บั สี ลักษณะ และจานวนของกลีบดอกเป็ นสาคัญ กลีบดอกเป็ นส่วนประกอบของ ดอกที่บอบช่า ง่ายและร่ วงโรยเร็วกว่าส่วนประกอบอื่น 3. เกสรตัว มีลกั ษณะทั้วไปเป็ นคล้ายหลอดอันเล็ก ๆ มักมีสีขาว ปลาย หลอด จะมีอบั ใส่ละอองเกสร รู ปร่ างค่อนข้างกลมเกสรตัวผูจ้ ะอยูถ่ ดั จากกลีบดอกเข้า มาข้าง ในดอก ก้านของเกสรตัวผูอ้ าจจะติดกับกลีบดอก หรื อแยกออกมาต่างหาก ก็ได้ แล้วแต่ชนิดของพืช ดอกไม่ดอกหนึ่ง ๆ อาจมีเกสรตัวผูต้ ้งั แต่หนึ่งอันไปจนถึง หลาย ๆ อัน


4.เกสรตัวเมีย เป็ นส่วนที่อยูต่ รงกลางของดอด อาจจะมีอนั เดียวหรื อ หลาย อันก็ได้ เกสรตัวเมียโดยทัว่ ไปจะประกอบด้วยรังไข่ที่อยูล่ ่างสุด บริ เวณฐาน รอง ดอก ภายในรังไข่จะบรรจุไข่อ่อนเล็ก ๆ ไว้ เหนือรังไข่จะเป็ นท่อยาวขึ้นมา เรี ยกว่า ก้านชูเกสร ในท่อของก้านชูเกสรจะมีเหนียว ๆ อยู่ เพื่อนาเชื้อตัว ผูล้ งมาผสมกับเชื้อ ตัวเมียในรังไข่ และบนสุดเป็ นยอดเกสรตัวเมีย ซึ่งมีน้ า เหนียวๆ อยูเ่ ช่นกัน น้ า เหนียวๆ นี้จะช่วยยึดเกาะเกสรตัวผูใ้ ห้เข้ามาผสมกับเกสร ตัวเมียได้ดีข้ ึน 5.ฐานรองดอก เป็ นส่วนประกอบที่ทาหน้าที่รองรับส่วนอื่น ๆ ของดอก ฐานรองดอกเป็ นที่เจริ ญเติบโตแผ่ขยายต่อออกมาจาปลายก้านดอก มักจะมีกลีบ เลี้ยง หุม้ ไว้อีกชั้นหนึ่ง ฐานรองดอกของพืชบางชนิดอาจจะหุม้ รังไขไว้ท้งั หมด เมื่อรังไข่ เจริ ญขึ้น ฐานรองดอกก็เจริ ญด้วย และฐานรองดอกของพืชบางชนิด กลายเป็ นเนื้อ ของผลที่ใช้รับทานได้เช่น ชมพู่ ฝรั่ง แอปเปิ ล สาลี่ เป็ นต้น การสื บพันธุ์ของพืชมีดอก พืชมีดอกมีวิธีแพร่ พนั ธุแ์ ตกต่างกัน พืชดอกจะอาศัยดอกในการสื บพันธุ์ เรี ยกว่า การ สื บพันธุ์แบบอาศัยเพศ และกาสรสื บพันธุ์แบบโดยวิธีอื่นที่ไม่ตอ้ งใช้ดอก เรี ยกว่า การ สื บพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ การสื บพันธุ์แบบอาศัยเพศ การถ่ายละอองเกสร การถ่ายละอองเกสร คือ วิธีการที่ละอองเกสรตัวผูเ้ คลื่อนที่ไป ตกลงบน ยอดเกสรตัวเมีย เพื่อให้เกิดการผสมพันธ์ในโอกาสต่อไป การถ่ายละออง เกสรมี 3 แบบ คือ


1. การถ่ยละอองเกสรในดอกเดียงกัน พืชที่มีดอกเป็ นดอกสมบูรณ์ เพศ คือ มีเกสรตัวผูแ้ ละตัวเมียอยูใ่ นดอกเดียวกันละอองเกสรตัวผูส้ ามารถรร่ วงหรื อ ปลิวมาตกบนยอดเกสรตัวเมียได้พืชที่ถ่ายละอองเกสรในดอกเดียวกัน ได้แก่ ถัว่ มะเขือ ฝ้ ายและพืชที่มีดอกสมบูรณ์เพศอื่น ๆ 2. การถ่ายละอองเกสรข้ามดอกในต้นเดียวกัน เกิดกับพืชที่มีดอก ไม่ สมบูรณ์ ละอองเกสรตัวผูจ้ ะต้องเคลื่อนที่ไปตกบนยอดเกสรตัวเมียของดอกหนึ่ง ในต้น เดียวกัน พืชที่ตอ้ งถ่ายละอองเกสรแบบนี้ ได้แก่ ฟักทอง แตงกวา และพืช ที่มีดอก ไม่สมบูรณ์เพศอื่น ๆ 3. การถ่ายละอองเกสรข้างต้น เกิดกับพืชที่มีดอกตัวผูห้ รื อดอกตัวเมีย อยูค่ นละต้น จึงต้องใช้ในการถ่ายละอองเกสรข้ามต้นพืชที่มีดอกสมบูรณ์เพศ หรื อ พืชที่มีดอกตัวผูแ้ ละดอกตัวเมียอยูใ่ นต้นเดียวกัน ก็อาจจะถ่ายละอองเกสร ข้ามต้นได้ โดย อาศัยลมหรื อสัตว์พาไป การปฏิสนธิ คือ เซลล์สืบพันธุ์ตวั ผู้ (ละอองเรณู) ผสมกับเซลล์สืบพันธุ์

ตัวเมีย

(ไข่อ่อน) เมื่อเกิดการถ่ายละอองเรณู ละอองเรณูตกลงบนยอดเกสรตัวเมียและ ได้รับอาหารที่ยอดเกสรตัวเมีย จะงอกหลอดไปตามเกสรตัวเมีย และเข้าไปผสม กับเซลล์ไข่ (ไข่ออ่ น) ภายในรังไข่


การเปลี่ยนแปลงของดอกหลังการปฏิสนธิ หลังจากการปฏิสนธิยอดและก้านชู เกสรตัวเมียจะเหี่ ยวลง กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรตัวผูแ้ ละเกสรตัวเมียก็จะแห้งแล้วร่ วง หลุดไป ส่วนรังไข่และโอวุลจะมีการเจริ ญเติบโตต่อไป โดยรังไข่จะเจริ ญกลายเป็ นผล ส่วนโอวุลจะเจริ ญไปเป็ นเมล็ด ซึ่งภายในเมล็ดจะเก็บต้นอ่อน และอาหารสะสม ไว้ ภายในเพื่อเกิดเป็ นต้นใหม่ต่อไป การสื บพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ 1.การปักชา เป็ นการขยายพันธุพ์ ืชโดยการตัดส่วนของพืชออกจากต้นเดิมมาปัก ลงในดินหรื อทราย ทีมีความชื้นสมควร แล้วรดน้ าทุกวัน จนเกิดรากแตกออกมา ปริ มาณมากเเละเเข็งแรงจึงนาไปปลูกลงในดิน 2. การตอนกิ่งคือ การทาให้กิ่งหรื อต้นพืชเกิดรากขณะติดอยูก่ บั ต้นแม่ จะทาให้ได้ ต้นพืชใหม่ ที่มีลกั ษณะทางสายพันธุ์ เหมือนกับต้นแม่ 3. การทาบกิ่งคือ การนาต้นพืช 2 ต้นเป็ นต้นเดียวกัน โดยส่วนของต้นตอที่นามา ทาบกิ่ง จะทาหน้าที่เป็ นระบบรากอาหารให้กบั ต้นพันธุด์ ี 4.การติดตาคือ การเชื่อมประสานส่วนของต้นพืชเข้าด้วยกัน เพื่อให้เจริ ญเป็ นพืชต้น เดียวกัน โดยการนาแผ่นตาจากกิ่งพันธุ์ดี ไปติดบนต้นตอ


พืชไร้ดอก หมายถึงพืชที่ตลอดการดารงชีวิตไม่สามารถออกดอกเพื่อใช้ในการ สื บพันธุ์ พืชไร้ดอกคือพืชชนิดหนึ่งที่ไม่มีดอก ไม่สามารถสื บพันธุ์โดยใช้เมล็ด แต่พืชไร้ดอก จะใช้การผสมพันธุ์โดยแบ่งเซลล์ การแตกหน่อ และการใช้ สปอร์ เช่น เห็ด รา สาหร่ าย ตะไคร่ เป็ นต้น พืชไร้ดอกจะเป็ นพืชชั้นต่า เป็ นพืชที่มีส่วนประกอบไม่ครบถ้วนเหมือนกับพืชดอก ลักษณะของพืชไร้ดอก พืชไร้ดอก หมายถึง พืชที่มีส่วนประกอบต่างๆ ไม่ครบ โดยเฉพาะจะไม่มีดอก จัดเป็ นพืชชั้นต่า พืชไร้ดอกบางชนิดมีสีเขียว ได้แก่ เฟิ ร์น มอส ตะไคร่ น้ า สาหร่ ายบางชนิด ไม่มีสีเขียว ได้แก่ เห็ด รา ยีสต์ แบคทีเรี ย และพืชไร้ดอกแต่ละชนิดจะมีลกั ษณะ แตกต่างกันด้วย ประเภทของพืชไร้ดอก พืชไร้ดอกแบ่งออกเป็ น 2 ประเภทคือ 1. พืชไร้ดอกที่มีคลอโรฟิ ลล์ 2. พืชไร้ดอกที่ไม่มีคลอโรฟิ ลล์ พืชไร้ดอกที่มีคลอโรฟิ ลล์ (สารสี เขียว) เป็ นพืชที่สามารถสร้างอาหารได้เอง เช่น เฟิ ร์น มอส ตะไคร่ น้ า สาหร่ าย


พืชไร้ดอกที่ไม่มีคลอโรฟิ ลล์ เป็ นพืชที่ไม่สามารถสร้างอาหารได้เอง ต้องอาศัย อาหารจากสิ่ งอื่น เช่น เห็ด รา ยีสต์ แบคทีเรี ย การสื บพันธุ์ของพืชไร้ดอก เป็ นการสื บพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เพราะเป็ นพืช ชั้นต่า ไม่มีดอก มีอวัยวะต่างๆ ไม่ครบ การสื บพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืชไร้ ดอก มีวิธีการต่างๆ เช่น การแตกหน่อ, การสร้างสปอร์, การแบ่งตัว ดังนี้ 1. เฟิ ร์น สื บพันธุ์โดยการสร้างสปอร์ สปอร์จะอยูภ่ ายในอับสปอร์ที่อยู่ ใต้ใบ หรื อที่กา้ นใบ เมื่อแก่เต็มที่อบั สปอร์ซ่ ึงเป็ นถุงเล็ก ๆ จะแตกออกและปลิวไปตาม ลม เมื่อตกในที่เหมาะก็จะงอกเป็ นต้นใหม่ 2. สาหร่ าย สาหร่ ายเซลล์เดียวสื บพันธุ์โดยการแบ่งตัว สาหร่ ายหลาย เซลล์ สื บพันธุ์โดยการสร้างสปอร์หรื อผสมระหว่างเซลล์ตวั ผูแ้ ละเซลล์ตวั เมีย 3. เห็ด สืบพันธุ์โดยการสร้างสปอร์ สปอร์จะอยูภ่ ายในริ้ วหรื อครี บใต้ ส่วนหัว


ที่คล้ายหมวก ส่วนที่เราเรี ยกดอกเห็ดนั้น เป็ นส่วนหนึ่งของต้นเห็ด ทาหน้าที่ สร้าง สปอร์ ต้นเห็ดจริ ง ๆ เป็ นเส้นสายสี ขาว ๆ อยูใ่ นสิ่ งที่มนั อาศัยอยู่ สปอร์เมื่อแก่ก็ จะ ปลิวไปยังที่ต่างๆ เมื่อมีความชุ่มชื้น อาหาร แสงแดดพอเหมาะก็จะงอกเป็ นต้น เห็ด 4. รา สื บพันธุ์โดยการสร้างสปอร์ มีลาต้นเป็ นเส้นใย รามีหลายสี เช่น สี สม้ , สี ดา, สี เหลือง, สี เขียว 5. ยีสต์ มีการสื บพันธุ์สองแบบ เมื่อมีอาหารบริ บูรณ์จะแตกหน่อเกิดต้น ใหม่ เมื่อมีอาหารฝื ดเคืองจะสื บพันธุ์โดยการสร้างสปอร์ 6. บัคเตรี จะสื บพันธุ์โดยวิธีการแบ่งตัวเมื่อมีอาหารสมบูรณ์


กล้วยไม้

กล้วยไม้ (Orchid) เป็ นพืชวงศ์ใหญ่ที่มีดอกสวยงาม มีความหลากหลายทั้งสี สนั ลวดลาย ขนาด รู ปทรง และกลิ่น เรี ยกได้วา่ เป็ น พืชดอก ที่มีความหลากหลายมากที่สุด กลุ่มหนึ่ง มีมากกว่า 800 สกุล พบในธรรมชาติมากกว่าสองหมื่นชนิด ด้วยความ สวยงามและความหลากหลายทาให้กล้วยไม้เป็ นที่นิยมไปทัว่ โลก มีการปรับปรุ งสาย พันธุ์โดยการผสมข้ามชนิดข้ามสกุลมากกว่าสามหมื่นคู่ผสม ทาให้กล้วยไม้มีความ สวยงามและหลากหลายมากยิง่ ขึ้น กล้วยไม้ หรื อ เอื้อง เป็ นพืชดอกที่มีความ หลากหลายมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง โดยมีประมาณ 880 สกุล และประมาณ 22,000 ชนิดที่มี การยอมรับ(อาจมากกว่า 25,000 ชนิด)[1] คิดเป็ น 6–11% ของพืชมีเมล็ด มีการค้นพบ ราวๆ 800 ชนิดทุกๆปี มีสกุลใหญ่ๆคือ Bulbophyllum (2,000 ชนิด), Epidendrum (1,500 ชนิด), Dendrobium (1,400 ชนิด) และ Pleurothallis (1,000 ชนิด) สายพันธุ์ของ กล้วยไม้ที่ข้ ึนและเติบโตในป่ าเรี ยกว่า กล้วยไม้ป่า กล้วยไม้เป็ นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ใน วงศ์ Orchidaceae เป็ นไม้ตดั ดอกยอดนิยม เนื่องจากมีลกั ษณะดอกและสี สนั ลวดลาย สวยงาม เป็ นไม้ตดั ดอกที่มีอายุการใช้งานได้นาน กล้วยไม้เป็ นพืชเศรษฐกิจที่มี ความสาคัญของไทย เพราะเป็ นไม้ส่งออกขายต่างประเทศทารายได้เข้าประเทศปี ละ หลายร้อยล้านบาท มีการปลูกเลี้ยงอย่างครบวงจร ตั้งแต่การผสมเกสร เพาะเลี้ยง เนื้อเยือ่ เลี้ยงลูกกล้วยไม้ เลี้ยงต้นกล้วยไม้จนกระทัง่ ให้ดอก ตัดดอกบรรจุหีบห่อและ ส่งออกเองอกเอง แหล่งกาเนิดกล้วยไม้ป่าที่สาคัญของโลกมี 2 แหล่งใหญ่ๆ ด้วยกันคือ ลาตินอเมริ กา กับเอเชียแปซิฟิค สาหรับในลาตินอเมริ กาเป็ นอาณาบริ เวณอเมริ กากลาง ติดต่อกับเขตเหนือของอเมริ กาใต้ ส่วนแหล่งกาเนิดกล้วยไม้ป่าในภูมิภาคเอเชียและแป


ซิฟิค มีประเทศไทยเป็ นศูนย์กลาง จากการค้นพบประเทศไทยมีพนั ธุก์ ล้วยไม้ป่าเป็ น จานวนมาก แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมเอื้ออานวยต่อการเจริ ญงอก งามของกล้วยไม้มาก และกล้วยไม้ป่าที่ในพบในภูมิภาคแถบนี้มีลกั ษณะเด่นที่เป็ น เอกลักษณ์ของตนเอง แตกต่างจากกล้วยไม้ในภูมิภาคลาตินอเมริ กา ดอกไม้ ดอกไม้ คือโครงสร้างการขยายพันธุ์ของ พืชดอก (พืชในส่วน Magnoliophyta หรื อ เรี ยกว่า angiosperm) การทางานเชิงชีววิทยาของดอกไม้มกั จะเป็ นการขยายพันธุ์ดว้ ย กลไกแบบสเปิ ร์มกับไข่ การปฏิสนธิของดอกไม้สามารถเกิดได้ขา้ มดอก (การรวมตัว ของสเปิ ร์มและไข่ที่มาจากดอกอื่นหรื อต้นอื่นในกลุ่มประชากร) หรื อเกิดในตัวเองก็ ได้ (การรวมตัวของสเปิ ร์มและไข่ในดอกเดียวกันนั้น) ดอกไม้บางชนิดผลิตส่วนแพร่ พันธุ์ (diaspore) โดยไม่ตอ้ งมีการปฏิสนธิ (การเกิดผลลม) ดอกไม้จะมีอบั สปอร์ (sporangia) เป็ นแหล่งสร้างแกมีโทไฟต์ ดอกไม้คือส่วนที่เกิดเป็ นผลไม้และเมล็ด ดอกไม้หลายชนิดวิวฒั นาการตัวเองเพื่อดึงดูดสัตว์เช่นแมลง เพื่อให้เป็ นตัวช่วยส่งถ่าย ละอองเรณู ดอกไม้คือสิ่ งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรื อเกิดขึ้นโดยที่มนุษย์ปลูกขึ้นมา ดอกไม้เป็ นสิ่ งที่สวยงามไม่ใช่มีแต่ดอกไม้ที่เป็ นธรรมชาติแต่มีอีกหลากหลาย เช่น สัตย์ ป่ าไม่

น้ า ทะเล ภูเขา เป็ นต้น สิ่ งเหล่านี้คือธรรมชาติที่เรารู้จกั และอยูใ่ กล้ตวั ของเราเสมอ


ส่วนประกอบ ดอกไม้มีส่วนประกอบหลักอยู่ 4 อย่าง กลีบเลี้ยง,กลีบดอก,เกสรตัวผู,้ เกสรตัวเมีย ชนิดของดอกไม้ แบ่งตามเพศ ดอกสมบูรณ์เพศ คือ ดอกไม้ที่มีท้งั เกสรตัวผูแ้ ละเกสรตัวเมียอยูใ่ นดอกเดียวกัน เช่น ชบา มะเขือ กุหลาบ บัว ถัว่ มะลิ เฟื่ องฟ้ า อัญชัน ข้าว ต้อยติ่ง แค ผักบุง้ เป็ นต้น ดอกไม่สมบูรณ์เพศ คือ ดอกไม้ที่แต่เกสรตัวผูห้ รื อเกสรตัวเมียอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น มะยม ตาลึง แตงกวา เงาะ ฟักทอง มะพร้าว บวบ มะระ มะเดื่อ ข้าวโพด เป็ นต้น แบ่งตามส่วนประกอบ ดอกสมบูรณ์ คือดอกไม้ที่มีส่วนประกอบครบทั้ง 4 อย่างใน 1 ดอก ได้แก่ เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมีย กลีบเลี้ยง กลีบดอก เช่น มะลิ อัญชัน พริ ก แค ต้อยติ่ง การเวก ชงโค กุหลาบ เป็ นต้น ดอกไม่สมบูรณ์ คือดอกไม้ที่ไม่ได้มีส่วนประกอบครบทั้ง 4 อย่างใน 1 ดอก อาจขาด ส่วนประกอบใดส่วนประกอบหนึ่งไป เช่น ข้าว ข้าวโพด หญ้า แตงกวา มะระ มะละกอ จาปา จาปี บานเย็น มะยม มะพร้าว เป็ นต้น

power point  

power power power