Page 1

1

การใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศในการนาเสนอผลงาน 1.1 วัตถุประสงค์ ของการนาเสนองานคือ การนาเสนองาน (Presentation) เป็ นทักษะที่มีความสาคัญอย่างยิง่ สาหรับพนักงานทุกๆระดับในองค์กร เช่น พนักงานขายในบริ ษทั บางแห่ง ต้องใช้ทกั ษะการนาเสนองานอยู่ เสมอในระหว่างขั้นตอนการขาย ไม่วา่ จะเป็ นการนาเสนองานเพื่อแนะนาองค์กร เพื่อนาเสนอคุณลักษณะและ คุณประโยชน์ของสิ นค้าและบริ การ รวมไปถึงการสาธิ ตวิธีการใช้งาน นอกจากนั้น การนาเสนองานยังนามาใช้ ภายในองค์กร เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสาร หรื อ ขอความร่ วมมือในโครงการต่างๆ การนาเสนองานที่ประสบความสาเร็ จนั้น เกิดขึ้นจากองค์ประกอบ 3 ประการด้วยกัน

1) การกาหนดวัตถุประสงค์และวิเคราะห์ผฟู ้ ัง 2) การวางโครงสร้างเนื้อหาการนาเสนอ 3) วิธีการนาเสนอ โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในส่ วนของการวิเคราะห์ผฟู ้ ัง ซึ่ งหมายถึง การวิเคราะห์ความต้องการ ความสนใจ หรื อความกังวลใจของผูฟ้ ัง รวมถึงความเข้าใจในสไตล์ ความชอบของผูฟ้ ัง เพื่อให้สามารถ ออกแบบโครงสร้างและเนื้อหาการนาเสนอที่มีความเหมาะสม สอดคล้องและโดนใจผูฟ้ ัง จากคากล่าวที่วา่ ‘รู ้เขา รู ้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง ’ เมื่อรู ้วา่ ผูฟ้ ังเป็ นใคร มีบทบาทอย่างไร ใครเป็ นผูฟ้ ังคน สาคัญ (Key Persons) รู ้ความต้องการของผูฟ้ ังคนสาคัญ หรื อที่เรี ยกว่า ‘รู้เขา’ ส่ วน ‘รู้เรา’ หมายถึง ผูน้ าเสนอ ต้องกาหนดวัตถุประสงค์การนาเสนอที่ชดั เจนว่า ผลลัพธ์สุดท้ายที่ตอ้ งการจากการนาเสนอคืออะไร ผูฟ้ ังต้องทา อะไร ภายหลังเสร็ จสิ้ นการนาเสนอ


2

วัตถุประสงค์การนาเสนอ เปรี ยบเสมือนเข็มทิศนาทางให้แก่ผนู ้ าเสนอในการวางแผนและพัฒนาเนื้อหาการ นาเสนอ รวมไปถึงรู ปแบบหรื อลีลาการนาเสนอ วัตถุประสงค์ในการนาเสนออาจเป็ น เพื่อสร้างความมัน่ ใจ หรื อ โน้มน้าวชักจูงให้ผฟู ้ ังเชื่อและกระทาการบางสิ่ งบางอย่าง หรื อเพื่อแจ้งให้ผฟู ้ ังทราบเพื่อให้เกิดความเข้าใจและ ให้ความร่ วมมือ เมื่อกาหนดวัตถุประสงค์และทราบความต้องการของผูฟ้ ังแล้ว ผูน้ าเสนอก็สามารถวางโครงสร้างเนื้อหาการ นาเสนอที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และความต้องการของผูฟ้ ัง ซึ่ งเนื้อหาการนาเสนอต้องมีความน่าเชื่อถือ โน้มน้าวและจูงใจผูฟ้ ัง รวมถึงมีความเป็ นเหตุเป็ นผล เพื่อให้ผฟู ้ ังติดตามได้ง่าย ไม่สับสน นอกจากนั้น ผูน้ า เสนอยังต้องสามารถเปิ ดการนาเสนอที่ทรงพลัง ดึงดูดความสนใจของผูฟ้ ัง สร้างบรรยากาศที่เป็ นมิตร และ แนะนาตนเองในลักษณะที่ทาให้ผฟู ้ ังเชื่อถือ กาหนดโทนการนาเสนอให้ชดั เจนว่าจะให้ผฟู ้ ังมีส่วนร่ วมในการ นาเสนอมากน้อยเพียงใด ในส่ วนของการปิ ดการนาเสนอ เป็ นส่ วนสุ ดท้ายของการนาเสนอที่มีความสาคัญอย่าง ยิง่ เนื่องจากเป็ นการตอกย้าให้ผฟู ้ ังเห็นถึงคุณประโยชน์ของสิ นค้าหรื อบริ การ หรื อตอกย้าประเด็นสาคัญที่ตรง กับความต้องการของผูฟ้ ัง โดยผูน้ าเสนอต้องไม่ลืมที่จะขอข้อผูกมัดจากผูฟ้ ังเกี่ยวกับการดาเนินการในขั้นตอน ต่อไป อย่างไรก็ตาม แม้วา่ ผูน้ าเสนอจะวิเคราะห์ วางแผน และวางโครงสร้างเนื้อหาการนาเสนอไว้อย่างดี เพียงใด หากผูน้ าเสนอไม่มีวธิ ี การหรื อลีลาการนาเสนอที่โน้มน้าว หรื อสร้างความมัน่ ใจให้แก่ผฟู ้ ัง การนาเสนอ นั้นก็อาจประสบความล้มเหลวได้ ผูน้ าเสนอจึงต้องสามารถใช้สายตา ภาษากาย กิริยาท่าทาง น้ าเสี ยง ภาษา ที่ สอดคล้องกับเนื้อหาการนาเสนอ สร้างความเชื่อมัน่ ดึงดูดและโน้มน้าวผูฟ้ ัง รวมถึงสามารถโต้ตอบกับผูฟ้ ังได้ อย่างเหมาะสมและน่าเชื่อถือ สรุ ปแล้ ว การนาเสนอที่ประสบความสาเร็ จ หมายถึงการนาเสนอที่เน้นผูฟ้ ังเป็ นศูนย์กลาง ไม่ใช่ ตัวผูน้ าเสนอ เป็ นศูนย์กลาง ผูน้ าเสนอควรใช้เวลาในการวิเคราะห์ผฟู ้ ัง เพื่อให้สามารถปรับเนื้อหาและรู ปแบบการนาเสนอให้ สอดคล้องและมีประสิ ทธิ ผลสู งสุ ด การวางแผนจึงป็ นส่ วนประกอบที่สาคัญที่สุดในการนาเสนอ เพราะการ วางแผนที่ดี และความแม่นยาในเนื้อหาการนาเสนอ จะช่วยสร้างความมัน่ ใจ และทาให้ลีลาการนาเสนอเป็ นไป อย่างเป็ นธรรมชาติ จริ งใจ และสร้างความมัน่ ใจแก่ผฟู ้ ังได้ในที่สุด การนาสนอผลงานโดยที่ใช้สื่อโสตทัศนศึกษานั้น มีเหตุผลเบื้องลึกคือ หลักจิตวิทยาการเรี ยนรู ้ ซึ่ งได้มีการ ค้นพบจากนักวิจยั ว่า การรับรู ้ขอ้ มูลผ่านทางประสาทสัมผัสสองอย่างคือ ทั้งตาและหูพร้อมกันนั้นทาให้เกิดการ รับรู ้ที่ดีกว่า รมทั้งเกิดความสามาถในการจดจาได้มากกว่าการรับรู ้โดยผ่านตาหรื อหูอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่าง เดียว จึงได้มีการพัฒนาสื่ อโสตทัศนศึกษารู ปแบบต่างๆ ขึ้นมาใช้ http://noozi-eng-7.blogspot.com/


3

หลักการขั้นพืน้ ฐานของการนาเสนอผลงานมีจุดเน้ นสาคัญคือ การดึงดูดความสนใจ โดยการออกแบบสิ่ งที่ปรากฎต่อสายตานัน่ ชวนมอง และมีความสบายตาสบาย ใจเมื่อมอง ดังนั้นการเลือกองค์ประกอบต่างๆ เช่นสี พ้นื แบบ สี และ ขนาดของอักษร 

ความชัดเจนและความกระชับของเนื้อหา ส่ วนที่เป็ นข้อความสั้นแต่ได้ใจความชัดเจน ส่ วนที่เป็ น ภาพประกอบต้องมีส่วนสัมผัสอย่างสร้างสรรค์กบั ข้อความที่ชดั เจนสื่ อความหมาย 

1.3 ความต่างของการบรรยายสดเเละการพากย์

การบรรยายสด เหมาะสาหรับประชุมหรื อสัมมนาที่ตอ้ งการให้ผชู ้ มมีส่วนร่ วมเพราะผูบ้ รรยายในกรณี นี้เป็ นผูท้ ี่รู้เรื่ องราวเกี่ยวกับเนื้อหาเป็ นอย่างดี รู ้วา่ ควรจะเน้นตรงจุดใดและปฏิกริ ยาจากผูช้ มสามารถติดตามทา ความเข้าใจ 

การพากย์ เหมาะสาหรับเนื้อหาที่ถ่ายทอดได้โดยไม่ตอ้ งอาศัยการมีส่วนร่ วม สามารถเลือ กใช้ดนตรี หรื อเสี ยงประกอบ 

1.4 เครื่ องมอที่ใช้ในการนาเสนอผลงานที่ใช้ในปัจจุบนั คือ  ของงานที่จะนาเสนอ มีท้ งั ชนิดที่ ใช้กระแสไฟฟ้ าและไม่ใช้กระแสไฟฟ้ า เครื่องพิมพ์ ใช้ในการพิมพ์ขอ้ ความ คาอธิ บาย เนื้อหาสาระ


4

เครื่องเสี ยงและเครื่องขยายเสี ยง ใช้ ในการบันทึกเสี ยงหรือ

เครื่องฉายภาพข้ ามศีรษะ ใช้เป็ นเครื่ องมือในการนาเสนอข้อมูลขึ้นจอภาพขนาดใหญ่ ทาให้ผรู ้ ับ สามารถมองเห็นภาพ หรื อข้อความชัดเจนยิง่ ขึ้น ซึ่ งจะต้อใช้ควบคู่กนั กับแผ่น (แผ่นพลาสติกใสที่ใช้สาหรับเขียน พิมพ์ ข้อความและหรื อพิมพ์ รู ปภาพลงไป) 

คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์นาเสนอ คอมพิวเตอร์ จดั เป็ นเครื่ องมือทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่ งสามารถนามาใช้ นาเสนอแทนเครื่ องมือดังกล่าวข้างต้นได้เป็ นอย่างดีและมีประสิ ทธิ ภาพสู ง สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆใน หลายรู ปแบบ คอมพิวเตอร์ จึงสามารถนาเสนอข้อมูลได้ทุกรู ปแบบอย่างมีประสิ ทธิ ภาพ โดยการใช้ซอฟต์แวร์ ในการประมวลผล แล้วนาเสนอผ่านอุปกรณ์แสดงผลและอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆโดยทัว่ ไปอุปกรณ์แสดงผลของ คอมพิวเตอร์ ที่ใช้ในการนาเสนอและพบเห็นกันอยู่ คือ 4.1 เครื่ องพิมพ์ที่ใช้กบั คอมพิวเตอร์ มีท้ งั พิมพ์สีต่างๆ ได้พิมพ์เฉพาะขาวดา สามารถพิมพ์ขอ้ ความและ รู ปภาพได้ โดยผ่านทางโปรแกรมคอมพิวเตอร์


5

4.2 จอภาพ เป็ นอุปกรณ์ที่มีคู่มากับเครื่ องคอมพิวเตอร์ รู ปร่ างลักษณะและการทางานคล้ายกับเครื่ องรับ โทรทัศน์เราสามารถเห็นงาน หรื อข้อมูลรู ปภาพได้จากหน้าจอ ปัจจุบนั ได้มีการพัฒนาหลากหลายรู ปแบ 1.5 รู ปแบบที่ใช้ในการนาเสนอผลงานที่ใช้ในปัจจุบนั มี 2 รู ปแบบดังนี้ 1.5.1 การนาเสนอแบบ Slide Presentation  โดยใช้ โปรแกรม Powerpoint เป็ นโปรแกรมนาเสนอผลงานในชุด Microsoft Office เป็ นโปรแกรมที่ ใช้ง่ายมากมีแม่แบบให้เลือกหลายแบบ องค์ประกอบหลักของแต่ละหน้าของการนาเสนอคือ หัวข้อ

1.5.2 โดยใช้ โปรแกรม ProShow Gold ProShow Gold 2.0 เป็ นซอฟต์แวร์ สาหรับสร้างแผ่น VCD จากรู ปภาพต่าง ๆ ที่ทางานได้รวดเร็ ว หลายคนคงจะ มีไฟล์รูปภาพต่าง ๆ เก็บสะสมไว้ และเมื่อต้องการที่จะนาเอาภาพเหล่านั้น มาแปลงให้อยูใ่ นรู ปแบบของแผ่น VCD ที่สามารถนาเอาไปใช้เปิ ดกับ เครื่ องเล่น VCD ทัว่ ไปได้ ต้องมาลองดูซอฟต์แวร์ ตวั นี้ครับ ProShow เป็ น ซอฟต์แวร์ ที่สามารถนาเอาภาพ มาทาเป็ นแผ่น VCD โดยที่สามารถทาการแปลงได้อย่างรวดเร็ ว และยังใส่ เสี ยงเพลงประกอบได้ดว้ ย โดยทัว่ ไปแล้ว ซอฟต์แวร์ สาหรับการทาแผ่น VCD จากรู ปภาพจะมีหลายตัว แต่ที่แนะนา ProShow เนื่องจาก เหตุผลหลักคือ การใช้เวลาทาการแปลงที่รวดเร็ วมาก ปกติถา้ เป็ นซอฟต์แวร์ ตวั อื่น จะใช้เวลาหลายชัว่ โมง แต่ตวั ProShow นี้ใช้เวลาแปลง ไม่ถึงชัว่ โมงก็เสร็ จแล้ว ภาพที่ได้ก็จดั อยูใ่ นคุณภาพดี โดยข้อเสี ยที่พบในตัวโปรแกรม นี้ คือค่อนข้างจะมีความยุง่ ยาก ในขั้นตอนของการใช้งานบ้าง แต่ก็ไม่มากมายอะไรนัก การเตรี ยมข้อมูลของภาพและเพลงต่าง ๆ ก่อนที่จะเริ่ มติดตั้งและใช้งาน ก่อนอื่น ก็ตอ้ งทาการหาดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ น้ ีมาก่อน โดยสามารถหาได้จาก http://www.photodex.com และ หารหัส สาหรับการลงทะเบียนจากเว็บไซต์ทวั่ ไปกันเองครับ จากนั้น สิ่ งต่อไปที่จะต้องมีก็คือ ไฟล์รูปภาพต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเป็ นไฟล์ .jpg ก็ได้ และไฟล์ของเพลงที่จะนามาใส่ ประกอบ ซึ่ งจะใช้เพลงแบบ MP3 ทัว่ ไปก็ได้ครับ สุ ดท้ายก็คือ เครื่ องเขียนซี พีหรื อ CD-R Writer สาหรับใช้ในการเขียนแผ่น VCD ที่จะได้ เมื่อเตรี ยมไฟล์ต่าง ๆ


6

พร้อมแล้ว ก็เริ่ มต้น ขั้นตอนการติดตั้งกันได้เลย เริ่ มต้นการติดตั้ง โดยการเรี ยกไฟล์สาหรับติดตั้ง ProShow gold ก่อน

วัตถุประสงค์ ของการนาเสนอผลงานโดยใช้ ซอฟต์ แวร์ สาเร็จรู ป 1) ให้ผชู้ มเข้าใจสาระสาคัญของการนาเสนอ 2) ให้ผชู ้ มเกิดความประทับใจ ซึ่ งจะนาไปสู่ ความเชื่อถือในผลงานที่นาเสนอการนาเสนอผลงานโดยใช้ สื่ อโสตทัศนูปกรณ์ มีผลในทางจิตวิทยาการเรี ยนรู ้ ซึ่ งได้มีการ ค้นพบจากการวิจยั ว่าการรับรู ้ขอ้ มูลโดยผ่านทาง ประสาทสัมผัสสองอย่าง คือ ตา และหูพร้อมกันนั้น ทาให้เกิดการรับรู ้ที่ดีกว่าส่ งผลในด้านความสามารถในการ จดจาได้มากกว่าการรับรู ้โดยผ่านตา หรื อ หูอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว จึงได้มีการพัฒนาสื่ อ โสตทัศนูปกรณ์รูปแบบต่าง ๆ ขึ้นมาใช้งาน โดยเฉพาะสื่ อประสม

หลักการขั้นพืน้ ฐานของการนาเสนอผลงานมีจุดเน้ นสาคัญ 1) การดึงดูดความสนใจ โดยการออกแบบให้สิ่งที่ปรากฏต่อสายตานั้นชวนมอง และมีความสบายตาสบายใจขึ้น เมื่อชมการ นาเสนอ ดังนั้นการเลือกองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น สี พ้นื แบบ สี และขนาดของตัวอักษร รู ปประกอบ ต้อง เหมาะสม สวยงาม 2) ความชัดเจนและความกระชับของเนือ้ หา ส่ วนที่เป็ นข้อความต้องสั้นแต่ได้ใจความชัดเจน ส่ วนที่เป็ นภาพประกอบต้องมีส่วนสัมพันธ์อย่าง สร้างสรรค์กบั ข้อความที่ตอ้ งการสื่ อความหมาย การใช้ภาพประกอบ มีประโยชน์มาก ดังคาพังเพยภาษาอังกฤษ ที่วา่ "A picture is worth a thousand words" หรื อ "ภาพภาพหนึ่งนั้นมีค่าเทียบเท่ากับคาพูดหนึ่งพันคา" แต่


7

ประโยคนี้คงไม่เป็ นจริ งหากภาพนั้นไม่มีความสัมพันธ์ อย่างสร้างสรรค์กบั ความหมายที่ตอ้ งการสื่ อ ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสิ นใจใช้ภาพใดประกอบ จึงควรตอบคาถาม ให้ได้เสี ยก่อนว่าต้องการใช้ภาพเพื่อสื่ อความหมาย อะไรและภาพที่เลือกมานั้นสามารถทาหน้าที่สื่อความหมายเช่นนั้นจริ งหรื อไม่ 3) ความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย การสร้างจุดเน้นตามข้อ 1 และ 2 ข้างต้นต้องคานึงถึง กลุ่มเป้ าหมายด้วย เช่น กลุ่มเป้ าหมายเป็ นเด็ก การใช้สีสด ๆ และภาพการ์ ตูนมีความเหมาะสม แต่ถา้ กลุ่มเป้ าหมายเป็ นผูใ้ หญ่และเนื้อหาที่นาเสนอเป็ นเรื่ องวิชาการหรื อธุ รกิจ การใช้สีสันมากเกินไปและการใช้รูป การ์ ตูนอาจทาให้ดูไม่น่าเชื่อถือเพราะขาดภาพลักษณ์ของการเอาจริ งเอาจังไป

นอกจากวัสดุโสตทัศนูปกรณ์แล้ว ยังมีส่วนประกอบที่สาคัญในการนาเสนองานคือ คาบรรยาย หรื อ บทพากย์ ซึ่ งเป็ นองค์ประกอบด้านโสตหรื อเสี ยงนัน่ เอง โดยมีวธิ ี การและหลักในการพิจารณาดังนี้ 1. การบรรยายสด เหมาะสาหรับการประชุมหรื อสัมมนาที่ตอ้ งการให้ผชู้ มมีส่วนร่ วม เพราะผูบ้ รรยายใน กรณี น้ ีเป็ นผูท้ ี่รู้เรื่ องราวเกี่ยวกับเนื้อหาเป็ นอย่างดีรู้วา่ ควรจะเน้นตรงจุดใดและปฏิกิริยาจากผูช้ มทาให้ผบู ้ รรยาย รู ้วา่ ผูช้ มสามารถติดตามทาความเข้าใจได้เพียงพอหรื อไม่รู้วา่ ส่ วนไหนจะต้องอธิ บายขยายความมากน้อยเพียงใด 2. การพากษ์ เหมาะสาหรับเนื้อหาที่สามารถถ่ายทอดได้โดยไม่ตอ้ งอาศัยการมีส่วนร่ วมของผูช้ ม ข้อดีคือ สามารถเลือกใช้เสี ยงพากย์ที่มีความไพเราะน่าฟัง สามารถเลือกใช้ดนตรี หรื อเสี ยงประกอบ (Sound effect) เพื่อ สร้างบรรยากาศ แต่ขอ้ เสี ยคือไม่มีความยืดหยุน่ ไม่สามารถปรับให้เหมาะสมกับความรู ้สึกของผูช้ มในขณะนั้น


8

หลักการเลือกใช้ ซอฟต์ แวร์ สาเร็จรู ปเพือ่ การนาเสนองาน พรพิมล อรัญเวศ ได้เสนอหลักการเลือกซอฟต์แวร์ และหลักการนาเสนอผลงานโดยใช้ซอฟต์แวร์ไว้ ดังนี้ 1) ทาความเข้ าใจกับงานทีเ่ ราต้ องการนาเสนอก่อนการเลือกระบบสารสนเทศมาใช้ในการนาเสนองานนั้น เรา ต้องเข้าใจถึงลักษณะงานที่เราต้องการนาเสนอก่อนว่า เป็ นงานในลักษณะใด เช่น เป็ นข้อความ หรื อมีการ คานวณหรื อเป็ นงานที่เกี่ยวกับการค้น การเก็บรักษาข้อมูล เพื่อเป็ นแนวทางในการเลือกระบบสารสนเทศที่ เหมาะสมกับงานนั้น ๆ 2) เลือกโปรแกรมสาเร็จรู ปมาใช้ เมื่อทราบลักษณะของงานที่ตอ้ งการนาเสนอแล้ว เราจะเลือกระบบสารสนเทศที่เหมาะสมกับการนาเสนองาน นั้น งานบางอย่างเราอาจใช้ระบบสารสนเทศในการนาเสนอได้หลายอย่าง เราอาจต้องเลือกว่าจะใช้ระบบ ใด ผูใ้ ช้ตอ้ งมีความเข้าใจในความสามารถของระบบนั้น โดยเฉพาะในส่ วนของซอฟต์แวร์ หรื อโปรแกรมว่าแต่ ละโปรแกรม มีความสามารถใดบ้าง เราอาจจะต้องทาการประเมินว่าโปรแกรมใดมีความเหมาะสมเพียงใด แล้วจึงเลือก โปรแกรมที่เห็นว่าเหมาะสมที่สุด 3) จัดหาเครื่องมือตามความต้ องการของซอฟต์ แวร์ ซอฟต์แวร์ หรื อโปรแกรมแต่ละโปรแกรมมีความสามารถไม่เหมือนกัน ขนาดของโปรแกรมก็ไม่เท่ากัน ทาให้ ความต้องการของฮาร์ ดแวร์ ในการทางานตามโปรแกรมนั้นแตกต่างกัน ในคู่มือการใช้งานโปรแกรมหรื อ ซอฟต์แวร์ น้ นั จะบอกข้อกาหนดของฮาร์ ดแวร์ ที่ตอ้ งการสาหรับการใช้งานไว้วา่ จะต้องมีส่วนประกอบอะไรบ้าง เราจะต้องจัดหาฮาร์ ดแวร์ ให้ได้ตามข้อกาหนดนั้นเพื่อให้สามารถใช้งานซอฟต์แวร์ ได้อย่างมีประสิ ทธิ ภาพ สาหรับระบบโปรแกรมสาเร็ จรู ปที่ใช้กบั ไมโครคอมพิวเตอร์ น้ นั ส่ วนใหญ่สามารถนามาใช้กบั ไมโครคอมพิวเตอร์ มาตรฐานที่มีขายทัว่ ไปได้เลย ยกเว้นอุปกรณ์ประเภทเครื่ องพิมพ์ที่อาจเลือกได้ตามความ ต้องการว่าเป็ นเครื่ องพิมพ์สีขาว/ดา หรื อหลายสี จอภาพจะใช้ขนาดใหญ่กี่นิ้ว หรื อฮาร์ ดดิสก์ที่อาจต้องดูขนาด ความต้องการว่าซอฟต์แวร์ มีขนาดเท่าใด และฮาร์ ดดิสก์จะพอใช้หรื อไม่ เพราะในไมโครคอมพิวเตอร์ หนึ่ง เครื่ องนั้นเรามักจะบรรจุโปรแกรมหรื อซอฟต์แวร์ ไว้หลายชนิด และปริ มาณแฟ้ มข้อมูลที่มีอยูเ่ ดิมอาจมาก จนกระทัง่ พื้นที่ที่เหลือไม่เพียงพอต่อการใช้งานโปรแกรมสาเร็ จรู ปใหม่น้ นั 4 ) การใช้ งานโปรแกรม ในการใช้งานนั้น นอกาจากผูใ้ ช้จะต้องทาความเข้าใจการทางานของฮาร์ ดแวร์ วา่ ใช้งานอย่างไรแล้ว รายละเอียด การใช้งานซอฟต์แวร์ ก็เป็ นสิ่ งสาคัญที่ผใู ้ ช้จะต้องทาความเข้าใจให้ชดั เจนก่อนการใช้งาน ส่ วนใหญ่จะศึกษา


9

จากคู่มือของโปรแกรมสาเร็ จรู ปนั้นเพื่อความเข้าใจในความสามารถก่อน ปกติแล้วคู่มือการใช้งานมาจากเจ้าของ ผูผ้ ลิตซอฟต์แวร์ ซึ่ งมักจะอธิ บายถึงความสามารถตามฟังก์ชนั่ ที่มีอยู่ แต่มกั จะไม่ค่อยมีตวั อย่างการประยุกต์ใช้ ผูใ้ ช้ตอ้ งทดลองเอง จึงได้มีผทู ้ ี่มีความรู ้ความสามารถในโปรแกรมนั้น ๆ ทาคู่มือการใช้งานในลักษณะการ ประยุกต์ มีตวั อย่างของงานแสดงให้เห็น ทาให้สามารถเรี ยนรู ้ได้รวดเร็ วขึ้นและในปั จจุบนั นี้มีการทาคู่มือการใช้ งานในรู ปของสื่ อคอมพิวเตอร์ ที่เข้าใจได้ง่ายยิง่ ขึ้น เช่น ทาเป็ นซี ดีการใช้งาน เป็ นต้น ฉะนั้นผูใ้ ช้งานที่ยงั ไม่มี ประสบการณ์จึงควรเรี ยนรู ้จากคู่มือการใช้งาน ทาความเข้าใจให้ชดั เจนก่อน แล้วจึงลงมือปฏิบตั ิดว้ ยตนเอง

รู ปแบบการนาเสนอผลงานโดยใช้ โปรแกรมสาเร็จรู ป รู ปแบบที่นิยมใช้ในการนาเสนอผลงานโดยใช้คอมพิวเตอร์ ในปัจจุบนั มี 2 รู ปแบบ คือ 1) การนาเสนอแบบ Slide Presentation 2) การนาเสนอบนเว็บ

http://penpizzaa-8.blogspot.com/2012/01/blog-post.html


10

เครื่องมือที่ใช้ ในการนาเสนอผลงาน ลักษณะเฉพาะของอุปกรณ์ประเภทนี้จะเป็ นได้ท้ งั ส่ วนสื่ อหลักซึ่ งสามารถถ่ายทอดสาระการเรี ยนรู ้ได้ โดยตรง ในรู ปของนิทรรศการ และส่ วนสนับสนุน เพื่อให้เกิดการศึกษาหรื อการเรี ยนรู ้ ซึ่ งจะทาหน้าที่ส่งผ่าน หรื อแสดงส่ วนขยายข้อมูลไปยังเป้ าหมายในรู ปของเสี ยง หรื อภาพ หรื อภาพเคลื่อนไหว ในส่ วนของเครื่ องมือและอุปกรณ์เพื่อการนาเสนอ ในส่ วนนี้ประกอบด้วยเครื่ องมือหลายประเภท อาทิ

ประเภทเครื่องเสี ยง : ได้แก่ เครื่ องขยายเสี ยง เครื่ องเล่น CD / DVD เครื่ องเล่นเทปบันทึกเสี ยง ไมโครโฟนและชุดลาโพง โทรทัศน์ วิทยุ เป็ นต้น

ประเภทเครื่องฉาย : ได้แก่ เครื่ องฉายสไลด์ (Slide projector), เครื่ องฉายภาพยนตร์ (Film Projector), เครื่ องฉายภาพข้ามศีรษะ (Overhead projector), เครื่ องฉายวัสดุทึบแสง(Visualizer), เครื่ องฉายวิดีทศั น์(video projector), Plasma TV, LCD TV


11

ประเภทนิทรรศการ : ด้วยเทคโนโลยีทางการพิมพ์ภาพลงบนวัสดุพลาสติกที่เรี ยกว่า Vinyl Inkjet สามารถพิมพ์ดว้ ยเครื่ องพิมพ์ขนาด ใหญ่ และมีราคาถูกลง รวมถึงการออกแบบก็กระทาได้โดยง่ายด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ทาให้สื่อรู ปแบบ นิทรรศการขยายตัวอย่างรวดเร็ ว ปั จจุบนั การเผยแพร่ ความรู ้ การจัดการศึกษาในรู ปแบบต่างๆ ได้พ่ งึ พาอุปกรณ์ การนาเสนอประเภทนี้นามาจัดร่ วมกันในรู ปแบบของนิทรรศการ ได้แก่ ป้ าย บอร์ ด pop-up, roll up, Exhibition Set เป็ นต้น การที่จะให้เกิดกระบวนการเรี ยนรู ้ผา่ นเครื่ องมือและอุปกรณ์เพื่อการนาเสนอ จะต้องมีตวั สื่ อหรื อข้อมูลนาเข้า เป็ นหลัก ซึ่ ง อาจจะอยูใ่ นรู ป CD-Rom DVD หรื อเทปเสี ยง หรื อตัวบุคคล เครื่ องมือและอุปกรณ์เพื่อการนาเสนอ จะเป็ นส่ วนขยายหรื อ ส่ งผ่านข้อมูลไปปรากฏ ยังสถานที่หรื อตาแหน่งต่างๆในพื้นที่หรื อบริ เวณที่ได้กาหนดไว้ นอกจากนี้จะมีวสั ดุที่ใช้ร่วมกับเครื่ องมือในรายการข้างต้นอยูห่ ลายรายการ อาทิ สายต่อพ่วงระบบเสี ยงต่างๆ ชุด ต่อระบบไฟฟ้ า วัสดุยดึ เชื่อมต่อชุดนิทรรศการ เป็ นต้น

2. เครื่องมือและอุปกรณ์ เพือ่ การศึกษาและการเรียนรู้ ในส่ วนของเครื่ องมือและอุปกรณ์เพื่อการศึกษาและการ เรี ยนรู ้ ที่อยูใ่ นกรอบของเทคโนโลยีสารสนเทศ ในอดีตเราใช้วทิ ยุ โทรทัศน์รวมถึงเครื่ องมืออื่นๆ อาทิ เครื่ อง เล่นเทปเสี ยง เครื่ องเล่นเทปวิดีทศั น์ ต่อมาเมื่อยุคคอมพิวเตอร์ มีพฒั นาการทางเทคโนโลยีที่มีคุณภาพมากขึ้น รวมถึงราคาถูกลง สื่ อคอมพิวเตอร์ ซ่ ึ งอยูใ่ นรู ปของ CD-Rom และ DVD เป็ นส่ วนใหญ่ราคาถูกลงอย่างมาก อีก ทั้งเทคโนโลยีของเว็บได้เป็ นบันไดพาไปสู่ สังคมการเรี ยนรู ้ที่ ยิง่ ใหญ่นนั่ คือเครื อข่ายอินเทอร์ เน็ตที่โยงใยทัว่ ทุก มุมโลกเข้าด้วยกัน


12

สรุ ปได้วา่ ปั จจุบนั เรายังใช้รายการวิทยุ รายการโทรทัศน์ ผ่านเครื่ องรับเป็ นสื่ อกลางในการเรี ยนรู ้ เรามีสื่อบน แผ่น CD-Romและ DVD ในรู ปของ สื่ อคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน สื่ อรายการวิดีทศั น์ หรื อสื่ อเสี ยง ที่ใช้กบั เครื่ อง เล่น VCD และ DVD ทาให้ เครื่ องเล่นเทปเสี ยง และเครื่ องเล่นเทปวิดีทศั น์ ต่างก็ค่อยๆหายไป จากโลกของสื่ อ 3. เครื่องมือและอุปกรณ์ เพือ่ การบริหารจัดการเครือข่ าย ในยุคของเทคโนโลยีสารสนเทศ ปั จจัยสาคัญในการจัดการศึกษานัน่ คือการเข้าถึงมวลความรู ้ที่มีอยูม่ ากมาย มหาศาลในโลกของเครื อข่ายอินเทอร์ เน็ต อุปกรณ์ที่จาเป็ นมีหลากหลายประการ อุปกรณ์หลักได้แก่ ชุด คอมพิวเตอร์ ส่ วนเครื่ องมือในการบริ หารและจัดการเครื อข่าย จะมีอยูใ่ น 2 ลักษณะ คือลักษณะของผูใ้ ช้งาน ระบบ กับลักษณะของผูใ้ ห้บริ การและผูบ้ ริ หารการศึกษา/เรี ยนรู้


13

ในส่ วนของผูใ้ ช้งานระบบที่เห็นได้ชดั นอกจากชุดคอมพิวเตอร์ แล้วต้องมี ส่ วนเชื่อมต่อสัญญาณ หรื อที่ เรี ยกว่า Modem (ที่ปัจจุบนั มีใช้กนั น้อยลง ซึ่ งจะเป็ นระบบ ADSL เป็ นส่ วนใหญ่) หรื อระบบ network หรื อ ส่ วนจัดการเครื อข่าย เป็ นต้น 4. เครื่องมือและอุปกรณ์ เพือ่ การบริหารข้ อมูลและหลักสู ตร ในการดาเนินการจัดกิจกรรมทางการศึกษาและการเรี ยนรู ้ดว้ ยเทคโนโลยีสารสนเทศ ปั จจัยสาคัญก็คือข้อมูล การเรี ยนรู ้ต่างๆ ไม่วา่ จะเป็ นหลักสู ตร สื่ อประกอบการเรี ยนรู ้ สาระเนื้อหารายวิชา กลไกที่จะดูแลในการนา ข้อมูลเหล่านี้นามาให้บริ การ หรื อ ให้การเรี ยนรู ้อย่างมีประสิ ทธิ ภาพ จาเป็ นต้องมีระบบบริ หารและจัดการข้อมูล เหล่านี้ ซึ่ งจาเป็ นต้องมีเครื่ องมือที่มีคุณภาพ ในการจัดระบบบริ หารข้อมูล

ปั จจุบนั กลไกวิธีการแบบนี้ จะใช้ระบบคอมพิวเตอร์ เป็ นเครื่ องมือหลักในการดาเนินการ ซึ่ งจะอยูใ่ นรู ปของ โปรแกรมนามาวางเป็ นระบบที่เรี ยกว่าระบบบริ หารจัดการข้อมูล หรื อหลักสู ตร ซึ่ งส่ วนใหญ่ จะรู ้จกั กันในชื่อ ของ CMS

http://teacher80std.blogspot.com/2012/05/38.htm


14

รูปแบบการนาเสนอ ปัจจุบันมี 3 รูปแบบ 1.การนาเสนอแบบ Slide Presentation มี 3 รู ปแบบ 1.1โดยใช้ โปรแกรม PowerPoint เป็ นโปรเเกรมในการนาเสนอได้ในหลายรู ปเเบบ ไม่วา่ จะเป็ นนาเสนอ เเบบ เป็ นอักษร ภาพ หรื อเสี ยง โดยตัวโปรเเกรมนั้นสามารถนาสื่ อเหล่านี้มาผสมผสานได้ อย่าบงลงตัวเเละมี ประสิ ทธิภาพมากที่สุด ลักษณะการของโปรเเกรม Power Point การทางานในรู ปของภาพนิ่ง (slide) คือเเผ่นเอกสารเดี่ยวๆที่เเสดงสิ่ ง ต่าง ๆ ตัวอักษร กราฟตาราง รู ปภาพ หรื ออื่นๆ เเละสามารถเเสดงไลด์ลงบนแผ่นกระดาษหรื อเครื่ องฉานข้าม ศีรษะ หรื อหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรื อเครื่ องฉาย

1.2โดยใช้ โปรแกรม ProShow Gold คือ โปรแกรมสาหรับเรี ยงลาดับภาพเพื่อนาเสนอแบบมัลติมีเดีย ที่มี ความสามารถสร้างผลงานได้ในระดับมืออาชีพ ด้วยเทคนิคพิเศษมากมาย ใช้งานง่าย เหมาะสมต่อการนาเสนอ สื่ อ การเรี ยนการสอน การแนะนาอัตชีวประวัติ สามารถเขียนชิ้นงานออกมาในรู ปแบบของวีซีดีได้อย่างรวดเร็ ว เป็ นโปรแกรมที่ช่วยสร้างแผ่นวีซีดีจากรู ปภาพต่าง ๆ ที่ทางานได้รวดเร็ ว โดยสามารถทาการใส่ เสี ยงเพลง


15

ประกอบได้ดว้ ย และสามารถแปลงไฟล์เป็ นไฟล์ต่าง ๆ ได้ เช่น VCD ,DVD หรื อ EXE ฯลฯ ภาพที่ได้จดั อยูใ่ น คุณภาพดี ซึ่งโปรแกรมอื่นจะใช้เวลาในการทางานนานพอสมควร

1.3โปรแกรม Flip Album เป็ นโปรแกรมลักษณะโปรแกรมสาเร็ จรู ปโดยโปรแกรมที่นิยมสร้างอีบุค๊ หรื อ หนังสื ออิเล็กทรอนิกส์ มีความสามารถมากมาย คือ มีการเชื่อมโยงกับหนังสื ออิเล็กทรอนิกส์เล่มอื่นๆได้และมี บราวเซอร์ ที่ทาหน้าที่ดึงข้อมูลมาแสดงให้ตามที่ตอ้ งการเหมือนอินเตอร์ เน็ตทัว่ ไป หนังสื ออิเล็กทรอนิกส์ สามารถแสดงข้อความ รู ปภาพ เสี ยง ภาพเคลื่อนไหวและแบบทดสอบและสามารถสัง่ พิมพ์เอกสารที่ตอ้ งการ ออกทางเครื่ องพิมพ์ได้และสามารถปรับปรุ งข้อมูลให้ทนั สมัยได้ตลอดเวลา


16

2.รู ปแบบคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน( CAI =Computer Assisted Instruction) คือ โปรแกรมบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนที่มีหน้าที่เป็ นสื่ อการสอนเหมือนแผ่นสไลด์หรื อวิดีทศั น์ที่ใช้ ประกอบการเรี ยนการสอน เพื่อให้ผเู ้ รี ยนเข้าใจง่ายในเวลาจากัดและตรงตามจุดประสงค์ของบทเรี ยนนั้นๆ โดย มีการใช้โปรแกรมที่นามาสร้างคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน 2 รู ปแบบ ได้แก่ 2.1 การใช้ โปรแกรม Authorware เป็ นโปรแกรมประยุกต์ที่นิยมนามาสร้างบทเรี ยนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนมาก ที่สุด เพราะเนื่องจากว่าเข้าใจง่าย มีการเขียนโปรแกรมที่ใช้ง่าย 2.2 การใช้ ระบบการจัดการเรียนการสอนในระบบออนไลน์ Moodle(Moodle ย่อมาจาก Modular ObjectOriented Dynamic Learning Environment) คือระบบการเรี ยนการสอนในระบบออนไลน์ให้มีบรรยากาศ เหมือนเรี ยนในห้องเรี ยนหรื อระบบจัดคอร์ สการเรี ยนการสอน ผ่านระบบเครื อข่ายอินเตอร์ เน็ตสาหรับ สถาบันการศึกษาหรื อผูส้ อน 3.รู ปแบบ Social Network หมายถึง สังคมออนไลน์ที่จะช่วยหาเพื่อนบนโลกอินเตอร์ เน็ตได้ง่ายๆ สามารถที่จะ สร้างพื้นที่ส่วนตัวขึ้นมาและได้ทาความรู ้จกั กับเพื่อนๆคนอื่นๆและยังสามารถแนะนาตัวเองได้ เช่น Hi5,Bkog,Facebookเป็ นต้นและมีรูปแบบ Social Network 3รู ปแบบ ได้แก่ 3.1 การใช้เว็บบล็อกเพื่อการเรี ยนการสอน Blog มาจากศัพท์คาว่า WeBlog บางคนอ่านคา ๆ นี้วา่ We Blogบาง คนอ่านว่า Web Log แต่ท้ งั นี้ท้ งั นั้น ทั้งสองคาบ่งบอกถึงความหมายเดียวกัน ว่านัน่ คือบล็อก ( ความหมายของคาว่า Blog ก็คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหา ของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่ อง ไม่วา่ จะเป็ นเรื่ องราวส่ วนตัว หรื อเป็ นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น เรื่ อง การเมือง เรื่ องกล้องถ่ายรู ป เรื่ องกีฬา เรื่ องธุ รกิจ เป็ นต้น โดยจุดเด่นที่ทาให้บล็อกเป็ นที่นิยมก็คือ ผูเ้ ขียนบล็อก จะมีการแสดงความคิดเห็นของตนเอง ใส่ ลงไปในบทความนั้น ๆ โดยบล็อกบางแห่ง จะมีอิทธิ พลในการโน้ม น้าวจิตใจผูอ้ ่านสู งมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะเขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันในกลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่ม เพื่อน ๆ หรื อครอบครัวตนเอง จุดเด่นที่สุดของ Blog ก็คือ มันสามารถเป็ นเครื่ องมือสื่ อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่ อถึงความเป็ นกันเองระหว่า ผูเ้ ขียนบล็อก และผูอ้ ่านบล็อกที่เป็ นกลุ่มเป้ าหมาย ที่ชดั เจนของบล็อกนั้น ๆ ผ่านทางระบบ comment ของบล็อก นัน่ เอง 3.2การนาเสนอแบบ Web page หมายถึง หน้าหนึ่ง ๆ ของเว็บไซต์ ที่เราเปิ ดขึ้นมาใช้งาน โดยทัว่ ไป เว็บเพจส่ วนใหญ่จะอยูใ่ นรู ปของเอกสาร HTML หรื อ XHTML (ซึ่งมักมีนามสกุลไฟล์ เป็ น htm หรื อ html) มีลิงก์สาหรับเชื่อมโยงไปยังเว็บเพจหน้าอื่น ๆ สามารถใส่ รูปภาพและรู ปภาพยังสามารถ เป็ นลิงก์ กล่าวคือสามารถคลิกบนรู ปเพื่อกระโดดไปหน้าอื่นได้ นอกจากนี้ยงั สามารถใส่ แอพเพล็ต (applet) ซึ่ง


17

เป็ นโปรแกรมขนาดเล็กแสดงภาพเคลื่อนไหว มีปฏิสัมพันธ์กบั ผูใ้ ช้ หรื อสร้างเสี ยง ได้อีกด้วย โปรแกรมที่ใช้ เปิ ดดูเว็บเพจ เรี ยกว่า เว็บเบราว์เซอร์ ตัวอย่างเว็บเบราว์เซอร์ ที่เป็ นที่นิยม เช่น อินเทอร์ เน็ตเอ็กซ์พลอเรอร์ , Netscape, มอซิลลา ไฟร์ฟอกซ์, และ ซาฟารี เป็ นต้น โปรแกรมสาหรับสร้างเว็บเพจ เช่น โปรแกรม Macromedia Dreamweaver , PHP & MySQL , Flash Professional เป็ นต้น 3.3 Word press Wordpress คือโปรแกรมชนิดหนึ่ง ?ที่มีระบบในการช่วยจัดการเนื้อหาบนเว็บ ได้อย่างง่ายดาย หรื อที่หลายๆ คน ใช้คาว่า Contents Management System (CMS) ซึ่งจริ งๆ แล้ว โปรแกรมประเภท CMS มีเยอะแยะ อย่างเช่นPHP Nuke, Joomla, Mambo, OScommerce, Magento เป็ นต้น Wordpress เป็ น CMS ประเภท Blog ซึ่ งพัฒนาขึ้นโดยภาษา PHP และทางานบนฐานข้อมูล MySQLภายใน สัญญาอนุญาตใช้งานแบบ?General Public License?(GNU) มีเวปไซต์หลักอยูท่ ี่http://www.wordpress.org? และ มี free hosting สาหรับขอรับบริ การฟรี ที่ http://www.wordpress.com Wordpress เป็ นโปรแกรมที่ใช้งานง่าย สาหรับคนที่ตอ้ งการมีบล็อกส่ วนตัว เป็ นที่โปรแกรมที่นิยมกันทัว่ โลก รวมทั้งในประเทศไทยเราด้วยเ นอกจากการติดตั้งง่ายแล้ว Wordpress ยังมีขอ้ ดีก็คือ เราสามารถหาดาวน์ โหลดธีม (Themes) หรื อหน้าตาของเว็บรู ปแบบต่าง

วิธีนาเสนอผลงานด้ วย Excel ตั้งแต่โปรแกรม Office มีเครื่ องไม้เครื่ องมือช่วยเสริ มสวยที่ดีข้ ึนและใช้งานง่ายมากขึ้น จะเห็นว่าเราใช้ เวลามากขึ้นในการสร้างงาน แม้จะสร้างสู ตรสร้างตารางคานวณเสร็ จแล้ว ก็ยงั ต้องเสี ยเวลาอีกนานเพื่อ ประดิษฐ์ประดอยตกแต่งหน้าตาผลงานให้ดูดีอีกด้วย แถมยังกลายเป็ นคุณสมบัติหนึ่งของพนักงานแต่ละคนไป แล้วว่า ต้องมีหวั ศิลป์ ผูท้ ี่สามารถแต่งตารางให้ดูสวยหรู และสามารถนาเสนอผลงานทั้งบนกระดาษและหน้าจอ ได้ดีกว่า มักจะได้รับคาชมมากกว่าคนอื่น พอปลายปี ก็จะได้รับประเมินผลขึ้นเงินเดือนเป็ นพิเศษอีกด้วย การนาเสนอผลงานที่ดี ต้องทาให้สวยอย่างมีคุณค่า ไม่ใช่้ ่สวยแต่รูป จูบไม่หอมอะไรทานองนั้น เพราะยังมีสิ่งซึ่ ง สาคัญกว่าความสวยงามอีกมาก กล่าวคือ 1. การนาเสนอผลงานต้องมีความยืดหยุน่ จะเรี ยกดูขอ้ มูลเรื่ องใด ต้องสามารถดึงข้อมูลมา นาเสนอได้ทนั ที ครั้นจะนาข้อมูลต่างช่วงเวลามาเปรี ยบเทียบ ต้องทาได้ง่ายเช่นกัน


18

2. แบบตัวอักษร สี ของตัวอักษร สี ของพื้นเซลล์ และกรอบตาราง ต้องมีมาตรฐาน ไม่ใช้มากหรื อ น้อยเกินไป 3. ใช้สัญลักษณ์ช้ ีตาแหน่งเซลล์ซ่ ึ งมีความสาคัญ และใช้สีหรื อรู ปแบบเน้นให้เห็นแตกต่างจาก ส่ วนอื่น ช่วยชี้ประเด็นให้เห็นในทันที 4. หากมีเงื่อนไขการคานวณแตกต่างไปจากเดิม เราสามารถนางานเก่าซึ่ งสร้างไว้แล้วกลับมา ใช้ได้ทนั ทีโดยไม่ตอ้ งสร้างใหม่ หรื อใช้เวลาแก้ไขเพียงเล็กน้อย 5. พยายามใช้กราฟนาเสนอข้อมูลให้บ่อยครั้งที่สุด และผูใ้ ช้สามารถปรับเปลี่ยนค่าซึ่ งนามาสร้าง กราฟได้ทนั ที 6. เมื่อสร้างงานเสร็ จแล้วต้องปรับภาพซึ่ งแสดงบนจอ ให้แสดงเฉพาะส่ วนที่จาเป็ นและง่ายต่อ การใช้งานเท่านั้น เราสามารถเลื่อนค่าซึ่ งนาแสดงบนกราฟได้ 2 แบบ คือ 1. แบบใช้ ตาราง Template ดึงค่าช่วงที่ตอ้ งการนามาแสดงในตาราง Template นี้ จากนั้นจึงใช้ ตารางนี้สร้างกราฟขึ้น เมื่อใดที่ค่าภายในตาราง Template เปลี่ยนแปลง จากการคานวณใหม่หรื อใช้ Input Form ส่ งค่าใหม่ลงไปใน Template จะส่ งผลให้รูปเส้นกราฟเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

2. แบบใช้ Dynamic Formula Name ใช้สูตร Offset เคลื่อนย้ายตาแหน่ง แล้วตั้งชื่อให้กบั สู ตรนี้ ผ่านเมนู Insert > Name > Define จากนั้นจึงนาชื่อมาพิมพ์ทบั ตาแหน่งที่ใช้บนสู ตร โดยให้พิมพ์ทบั เฉพาะส่ วนของตาแหน่งเซลล์อา้ งอิง ไม่ตอ้ งทับส่ วนของชื่อ Sheet! และจะเห็นว่าสู ตร Series ยอมรับ ชื่อนั้น พร้อมกับเปลี่ยนชื่อ Sheet เป็ นชื่อ File ให้เห็นในสู ตร Series


19

Formula Name ชื่อ XValue =OFFSET(Ref,From,0,Interval,1)

Formula Name ชื่อ YValue =OFFSET(Ref,From,1,Interval,1)

Ref เป็ นตาแหน่งเซลล์อา้ งอิง ให้นบั 0 จากตาแหน่งนี้

From คือ จานวน Row ถัดไปจากตาแหน่ง Ref ถือเป็ นตาแหน่งค่าเริ่ มต้นของเส้นกราฟ

Interval คือ ความสู งหรื อจานวน Row ที่นาไปใช้บนกราฟ ช่วยให้เส้นกราฟยืดหรื อหดตาม การจัดเตรี ยมก่อนนาเสนอผลงาน 

งานซึ่ งสร้างเสร็ จแล้ว ควรปรับแต่งให้สวยงาน พร้อมกับตัดทอนสิ่ งที่ไม่จาเป็ นออกให้ดูเหมือนกับกระดาษ มองดูผาดๆแล้วนึกไม่ถึงว่าเป็ นตาราง Excel http://clashnine-8.blogspot.com/2011/12/blog-post_07.html


20

สรุปสาระสาคัญ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนาเสนอผลงานนั้น แต่ละบุคคลก็ยอ่ มมีความสามารถและความถนัด แตกต่างกัน และเทคโนโลยีที่ใช้ในการนาเสนอก็มีกลายรู ปแบบที่สามารถให้ผนู ้ าเสนอนั้นนามาใช้เสนอผลงาน ของตนให้สอดคล้องและมี ปะสิ ทธิ ผลสู งสุ ด และต้องมีการวางแผนที่ดีและแม่นยา จะช่วยสร้างความมัน่ ใจและ ทาให้ลีลาการนาเสนอเป็ นไปอย่างราบรื่ น ไม่ติดขัด


21

บรรณานุกรม

http://noozi-eng-7.blogspot.com/ ( หน้า1-3) http://penpizzaa-8.blogspot.com/2012/01/blog-post.html (หน้า 3-9) http://teacher80std.blogspot.com/2012/05/38.htm (หน้ า 12-15) วันที่สืบค้นวันที่ 02/02/2556


22

คาถามท้ ายบท 1.หลักการขั้นพื้นฐานของการนาเสนอผลงานมีจุดเน้นสาคัญ อะไรบ้าง ตอบ 1.การดึงดูดความสนใจ 2.ความชัดเจนและความกระชับของเนื้อหา 3. ความเหมาะสมกับกลุ่มเป้ าหมาย 2.เครื่ องมือที่ใช้ในการนาเสนอผลงานมีกี่ประเภทอะไรบ้าง ตอบ 3 ประเภท 1.

ประเภทเครื่ องเสี ยง

2.

ประเภทเครื่ องฉาย

3.

ประเภทนิทรรศการ

3. CAIคืออะไร ตอบ รู ปแบบคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน

kutong  

kutong stit loo

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you