Page 1

วิเคราะห์ : สาเหตุหลักทีค่ นไทยไม่ เลือกพุทธวิถีกบั วิกฤติของสั งคม โดย แม่ ชี ดร.ไพเราะ ทิพยทัศน์ ที่สุดของพุทธวิถี คือ การดับการเกิด ดับการเกิดสังสารจักร์ ของอารมณ์ในรู ป-นาม ขันธ์หา้ อายตนะ หกโดยสมาธิ ดับการเกิดการทุกข์ทรมานจากการแก่ การเจ็บการตายโดยการตรัสรู้ความเป็ นจริ งของชีวิต วิถีพุทธวางหลักการไว้ยดื หยุน่ เพื่อให้เหมาะกับจริ ตอันหลากหลายของผูค้ น และเหมาะกับความ ปั่ นป่ วนวุน่ วายอลวนของจิตแต่ละคน การดับทุกข์แบบฉับพลันแบบ “instant enlightenment” หรื อการบรรลุธรรมอย่างฉับพลัน ก็มีให้ เลือกได้ ไม่วา่ ลักษณะของปั ญหาจะเป็ นอย่างไร พุทธวิถีสามารถเข้าถึง บรรเทา ปั ดเป่ า แก้ไข ด้วย กระบวนการทางจิต อาศัยเพียงกัลยาณมิตรผูร้ ู ้ ผูต้ ื่น ผูเ้ บิกบานชักชวนและชี้นา ให้เกิดการคิดแยบคายเท่านั้น แค่กล่าวว่า “ทุกปัญหาดับได้ดว้ ยพุทธธรรม” ทาไมสังคมไทยไม่กล่าวถึง ไม่ปฏิบตั ิตาม ดูราวกับ เป็ นการพูดไร้เหตุผล พูดล่อหลอกให้เชื่อ 90 % เป็ นพุทธบริ ษทั ในทะเบียนบ้าน ไม่รู้แม้กระทัว่ พระธรรมวินยั เป็ นศาสดาของตน นี่คือที่มาของบทความนี้ นัน่ คือ จะวิเคราะห์สาเหตุหลักที่คนไทยไม่เลือกพุทธวิถีเพื่อดับปั ญหาชีวติ ของตน หรื อดับวิกฤติ ของสังคม เมื่อร้อยปี เศษที่ผา่ นมา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเพิ่งได้รับการพัฒนาในโลกสากล และถูกนาเข้ามา เผยแพร่ ในสมัยรัชกาบที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ในฐานะศาสตร์ ที่มีขอ้ มูลเชิงประจักษ์ที่พิสูจน์ทดลองได้วา่ จริ ง ด้วยกระบวนการวิทยาศาสตร์ ส่ วนพุทธศาสตร์ น้ นั ได้รับการสื บทอดโดยพระภิกษุ ใครใคร่ เรี ยนมาเรี ยน ไม่มีระเบียบบังคับ แต่มี ระบบชักจูงให้เลื่อมใสตามค่านิยม จารี ต ประเพณี ซึ่ งหนีไม่พน้ พุทธปนพราหมณ์และแทรกด้วยผีประเภท ต่างๆ พุทธศาสตร์ ถูกทาให้ทนั สมัยสอดคล้องรับกับความรู ้วทิ ยาศาสตร์ เน้นความจริ งที่เป็ นข้อมูลเชิง ประจักษ์ จึงมีการดูแคลนผูเ้ ชื่อเรื่ องผีสางนางไม้แต่อย่างไรๆ ก็ไม่ทิ้งพราหมณ์ เพราะต้องการความเชื่อที่ เกี่ยวกับผูบ้ ริ หารว่าเป็ นดุจสมมติเทพให้ดารงอยู่ ดังนั้นการให้เทพเทวดาเป็ นภพที่สูงกว่ามนุษย์เป็ นเรื่ องของ ศาสนาพราหมณ์ พระพุทธเจ้าท่านปฏิรูปความเชื่อนี้ วา่ การเกิดเป็ นมนุษย์ประเสริ ฐสุ ด แม่แต่เทวดาที่หมด บุญยังอธิ ษฐานขอเกิดเป็ นมนุษย์ แต่พุทธวัธจนะเช่นนี้กลับรู ้กนั น้อยมากในหมู่ชาวพุทธ การยกให้พระธรรมวินยั เป็ นตัวแทนเป็ นตัวแทนของพระพุทธเจ้า เป็ นอีกเรื่ องหนึ่งที่คนไทยรู้นอ้ ย ส่ วนมากมักคิดถึงพระพุทธรู ปเป็ นพระองค์แทนมากกว่า และผูท้ ี่รู้พระธรรมวินยั ก็ไม่นิยมอธิ บายว่า พระ ธรรมเป็ นอย่างไร และวินยั เป็ นอย่างไร คงปล่อยให้เป็ นกฎของคณะสงฆ์ส่วนพุทธบริ ษทั ก็กนั ไป เพราะ รัฐบาลไทยแยกการศึกษาพุทธศาสตร์ออกเด็ดขาดจากระบบการศึกษา ที่เป็ นระบบที่ลอกเลียนมาจากอเมริ กา และยุโรป หรื อเป็ นระบบปรัชญาตะวันตก 1


เป็ นธรรมดาที่แม้มีการศึกษาภาคบังคับ แต่เหมือนจงใจบังคับให้เด็กไทยทอดทิ้งพุทธธรรม เพราะ จากระบบการศึกษาไม่เอื้อให้ใครรู ้จกั พระธรรมวินยั ที่เปรี ยบดังตัวแทนชอบพระพุทธเจ้า ยามเกิดปั ญหา เกี่ยวกับพระธรรมและพระวินยั จึงเกิดการแบ่งพวกในสังคมว่าจะเชื่อใครดี ถ้าไม่รู้ไม่เห็นไม่เคยศึกษาของ จริ ง ย่อมต้องเลือกเชื่ อตามฝ่ ายที่ตนชื่นชอบ หรื อฝ่ ายที่ตนมีผลประโยชน์ร่วมด้วย นี่ เป็ นปกติวสิ ัยของมนุษย์ แค่รัฐบาลไม่บงั คับ ไม่สนับสนุน ไม่จดั การให้เด็กไทยเรี ยนรู ้พระธรรมวินยั แค่น้ ีก็เท่ากับฆ่าล้าง เผ่าพันธ์ความเชื่ อที่แท้จริ งของพุทธธรรมเรี ยบร้อยแล้ว เมื่อไม่รู้ ไม่เห็นคุณค่าของพระธรรม ที่เปรี ยบดังศาสดาของตน แน่นอนเมื่อมีความทุกข์ก็ไม่คิดใช้ พระธรรมมาดับทุกข์ ดูราวกับว่ามิได้นบั ถือพุทธศาสนา ดังนั้นเมื่อเน้นย้าปรัชญาตะวันตกให้เป็ นเรื่ องที่ ถูกต้องมากกว่า เด็กไทยจึงต้องเลียนแบบฝรั่ง หรื อเลียนแบบผูท้ ี่เก่งวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมากกว่า นี่เป็ นเรื่ องสอดรับและตรงเหตุปัจจัย ตามกฎแห่งกรรมที่พระพุทธองค์ทรงเน้นย้าไว้ นัน่ คือจิตดูด ซับอะไรไว้ก็ตอ้ งใช้สิ่งนั้นเป็ นธรรมดา เมื่อระบบการศึกษาที่ลอกเลียนจากปรัชญาตะวันตกออกดอกออกผลเต็มที่ ผลลัพธ์ที่ได้จากการทุ่ม ความพยายามจัดโครงสร้างของการศึกษาให้ทนั สมัย จึงมีดงั ต่อไปนี้ 1. นักวิชาการ ไม่วา่ จะอยูใ่ นรู ปของนักบริ หาร นักปกครองหรื อนักธุ รกิจ ล้วนแล้วแต่ใช้ ปรัชญาสากลพัฒนาประเทศ ต้องแก้ปัญหาด้วยความคิดของฝรั่งเท่านั้น ซึ่ งเป็ นเรื่ องตรงเหตุตรงปั จจัยยิง่ นัก เมื่ออัพโหลด (upload) สิ่ งเหล่านี้เข้าไปในหัวใจ ดาวน์โหลด (download) ที่ได้ก็เป็ นระบบสากลนิยม คือ เชื่อ เรื่ องวัตถุเป็ นใหญ่ เป็ นประธานของสรรพสิ่ งระบบของตะวันตกเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ ขนาดคนเป็ นบ้ายังรักษาด้วยยาและระบบช้อตด้วยไฟฟ้ ามิได้รักษาด้วยกลไกของ พราหมณ์หรื อพุทธแต่อย่างได เห็นได้จากข่าวนางสาวจิตลดาที่ใช้มีดแทงเด็กเซ็นโยเซฟสี่ คน ถูกรักษาด้วย กลไกของวิทยาศาสตร์ลว้ นๆ 2. เมื่อผูน้ าเห็นว่า การเลียนแบบปรัชญาตะวันตกเป็ นเรื่ องถูกต้อง ผลพวงก็คือ การศึกษานอก ระบบในรู ปของสื่ อโทรคมนาคมทุกประเภท จึงลอกเลียนรู ปแบบของต่างประเทศ ชอบข่าวต่างประเทศ ชอบดารา ชอบนักกีฬา ชอบบันเทิง ชอบอาหารฝรั่ง ชองทาท่าแบบฝรั่ง ชอบอยูบ่ า้ นสไตล์ฝรั่ง ชอบกินยาฝรั่ง ชองทาอาหารเกษตรแบบฝรั่ง ฯลฯล สรุ ปก็คือ บรรยากาศที่มนุษย์สร้างขึ้นทั้งเชิงรู ปธรรมและนามธรรมนั้น คัดลอกและ เลียนแบบจากตะวันตก โดยเฉพาะโครงสร้างทางความเชื่อ โครงสร้างทางปรัชญา โครงสร้างทางวัฒนธรรม ซึ่ งเป็ นเรื่ องที่รับและดูดซับได้ง่าย โดยคนทุกคนอยูเ่ ป็ นธรรมดา กล่าวอีกนัยหนึ่ง เปิ ดไฟเขียวให้กระแสโลกาภิวฒั น์ลา้ งสมองสังคมไทย เต็มสปี ด เต็มกาลัง เต็มความพยายาม เต็มใจและเต็มที่ตลอดระยะเวลาที่พฒั นาประเทศไทยให้เจริ ญรอยแบบฝรั่ง สุ นทรี ยภาพในแง่ศิลปศึกษา บันเทิง ดนตรี กีฬา กลายเป็ นตะวันตกหมดสิ้ น เหลือไว้แค่ พุทธรู ปเป็ นตัวแทนของพระพุทธเจ้า และประเพณี ที่มีพระสงฆ์ร่วมอยูด่ ว้ ยเป็ นสัญลักษณ์ของการสื บทอด 2


พระพุทธศาสนา ทุกสิ่ งทุกอย่างที่กล่าวมาล้วนไม่ทาให้สงั คมไทยเข้าถึง “พระธรรมวินยั ” ที่เป็ นดุจดังศาสดา ตัวแทนแต่อย่างใด 3. คณะสงฆ์ได้รับการปกครองตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ให้อยูภ่ ายใต้ฆราวาส ภิกษุทาผิดวินยั โดยเฉพาะศีลข้อ 3 จะถูกฆราวาสจับสึ ก แต่ถา้ ทาผิดแล้วปกปิ ดไว้ ไม่โด่งดังเป็ นข่าวสังคม ก็ถือว่ายังเป็ นภิกษุ การปล่อยให้พระธรรมวินยั กระจุกตัวอยูใ่ นผูร้ ู ้วงแคบ เป็ นเหตุหลักทาให้สังคมไทยปล่อย ปละละเลนความประพฤติของพระสงฆ์เลยทาให้กาลังหรื ออานาจของพระธรรมวินยั ไม่มีความสาคัญใน สังคมไทย 4. การศึกษาในระบบจะจัดโลกียธรรม พระธรรมว่าด้วยเรื่ องของฆราวาสในหลักสู ตร แต่ ทว่าโลกุตธรรมซึ่ งเป็ นแก่นของพุทธกลับไม่ได้รับการส่ งเสริ ม จึงทาให้โลกุตธรรมเป็ นเรื่ องลึกลับ และไร้ พลัง มีประโยชน์นอ้ ย ทั้งๆที่โลกุตธรรมเป็ นพลังความดับทุกข์ที่ยอดเยีย่ มที่สุด 5. สังคมไทยไม่ตระหนก เมื่อรับทราบว่า เยาวชนรุ่ นใหม่มองผูส้ นใจเข้าวัด ดุจผูแ้ พ้ ผูม้ ีปัญหา ผูอ้ ่อนแอบ่อยครั้งยังมองดูผถู ้ ือศีลดุจไดโนเสาร์ เด็กวัยรุ่ นที่อยูว่ ดั กลายเป็ นเรื่ องของความยากจน พ่อแม่ไม่มี ปั ญญาเลี้ยงต้องพึ่งวัด แทนที่จะคิดว่า การเข้าวัดคือโอกาสอันงามที่จะได้อยูใ่ กล้ผปู ้ ระพฤติพรหมจรรย์ เป็ นสิ ริ มงคลกับชีวติ เหมือนดังที่คนโบราณเคยคิด 6. โลกที่ทนั สมัยดึงเวลาจานวนไม่นอ้ ยของคนจานวนมาก ให้จอ้ งอยูห่ น้าจอทีวี ทันสมัย หน่อยก็หน้าจอคอมพิวเตอร์ โฆษณาเป็ นสิ่ งจาเป็ น เราจะเห็นการโฆษณาทานายดวงชะตา ทานายฮวงจุย้ และ ผูกดวงแก้ปัญหา เป็ นรายการที่มีทุกวัน แทรกอยูใ่ นทุกสื่ อทุกรู ปแบบ ไม่มีผรู ้ ู ้พยายามห้ามปราม แม่การโฆษณาเช่าพระ โฆษณามหาวิทยาลัย ที่ไม่ควรทาก็ทากัน โจ่งแจ้ง โดยสรุ ป ระบบการศึกษาก็ลอกปรัชญาตะวันตกนอกระบบการศึกษายังโดนอัดทับด้วย ปรัชญาพราหมณ์ จึงไม่แปลกใจว่า ภาพยนตร์ หนังผีจะเลิกทาไม่ได้ ผีประเภทต่างๆ จึงถูกรังสรรค์มอมเมา สังคมไทยอยูต่ ลอด เป็ นการซ้ าเติมระบบพระธรรมวินยั มิให้ช่องว่างแทรกเข้าไปในใจของคน 7. การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติโดยใช้โครงสร้างระบบนายทุนกระแสหลัก ซึ่ งเป็ น ระบบที่มุ่งครองใจคน ในรู ปแบบของตลาดรวมสิ นค้า แข่งขันกันผลิตสิ นค้าที่ดูเหมือนจาเป็ น เช่น อาหาร เครื่ องสาอาง ยาบารุ งกาลัง รวมไวตามิน ผลของการโฆษณาและการมุ่งเป้ าการตลาดเหนื อความมีคุณธรรมและจริ ยธรรม จึงทาให้ กลุ่มคนที่เป็ นเบี้ยล่างทางปั ญญา รวมถึงเยาวชนผูอ้ ยูใ่ นวัยอยากทดลองกลายเป็ นแพะรับบาป ที่วา่ เป็ นแพะรับบาปหมายความว่า เกิดสภาวะอารมณ์ที่เป็ นเบี้ยล่างของกระแสความนิยม ที่มาจากการกระตุน้ การตลอดของสิ นค้าเหล่านั้น ก่อบังเกิดภาระทางจิต ต้องคอยตามกระแส เดี๋ยวจะให้ผวิ ขาว เดี๋ยวผิวต้องอมชมพู เดี๋ยวต้องผมตรง ผมงอ ผมย้อมสี ผมปราศจากรังแค ฯลฯ และ ฯลฯ ทาให้คนเกิด 3


โมหะจิต คิดว่าความฉลาดต้องแครกขวดแบรนด์ สามีรักต้องพอนด์ ฯลฯ รักแม่ตอ้ งรังนก รักน้องต้องน้ าดื่ม จากขวด ฯลฯ และ ฯลฯ ผูท้ ี่รู้เท่าทันกลยุทธ์การตลาดเกิดความสงสารเหล่าแพะรับบาป แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร เพราะนักวิชาการ นักบริ หารกลับเห็นว่า สากลโลกเขาทากันเช่นนี้ คือ ต้องมอมเมาคนของตนเอง คนไหนมี บุญก็เอาตัวรอดได้เอง เพราะเขามิได้บงั คับให้ใช้ การโฆษณาเป็ นเรื่ องของตลาดการค้าเสรี ส่ วนคนชั้นกลางระดับบนจะถูกมอมเมาอีกรู ปแบบหนึ่ง คือ รสนิยมของเครื่ องดื่มตาม ธรรมชาติ แฟชัน่ ที่ทนั สมัยทุกอย่าง เช่น การไปชมคอนเสริ ต ดนตรี กีฬา ท่องเที่ยวตากอากาศ คนที่คิดว่าตนเป็ นคนชั้นสู ง หรื อเป็ นเศรษฐีใหม่ถูกมอมเมาด้วยการหลงตัวเองว่าอยูแ่ ถว หน้าของสังคม ถ้ายังเสี ยดายเงินอยูบ่ า้ ง ก็ซ้ื อสิ นค้าแบรนแนมที่ทาในประเทศไทย สิ นค้าทุกประเภทจะใช้ คุณภาพโหลตามสังคมหมู่มากไม่ได้ เขาจัดศิลปกรรมให้มีสายตาที่ละเอียดอ่อน มองเห็นความเท่ห์แค่ติดแบ รนด์โก้ๆ เท่ห์ที่หีบห่อ ตกแต่งอะไรให้พิสดารขึ้นเล็กน้อย ฯลฯ ผลสุ ดท้ายก็คือ แพะรับบาปในสายตาของผู ้ รู ้เท่าทันกลยุทธการตลาดอยูด่ ี 8. เมื่อราวห้าสิ บปี ที่ผา่ นมา ประมาณช่วงเวลาที่รัฐบาลกาลังจะประกาศแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 พ.ศ.2504-2509 นางเอกในนิยายยังเป็ นแม่บา้ น จัดงานเลี้ยงหรู แค่ไหน ก็ทาได้ สั่งได้ดว้ ยตนเอง พระเอกยังหวานชื่นด้วยการกลับมารับประทานอาหารเย็นพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว ซ่อนภาพพิมพ์ใจไว้ให้สังคมว่า การสามารถทาอะไรได้ดว้ ยมือตนเองคือนางเอกตัวจริ ง จนถึงปั จจุบนั การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยก้าวไปไกล หยุดไม่อยู่ ภาพของ นางเอกพระเอกในนิยายทีวกี ลายเป็ นผูท้ ี่รายล้อมด้วยเงินตรา แวดล้อมด้วยบริ วารที่พร้อมจะบริ การตามคาสั่ง จะแต่งตัว แต่งหน้าต้องใช้ช่างผูเ้ ชี่ยวชาญ แม่หน้าตาของตนเองยังรับผิดชอบไม่ได้ดว้ ยมือของตนเอง หน้าที่ ของนางเอกและพระเอก คือ มาดล้ านาสมัย ดีชวั่ เหมาะสมอย่างไรไม่ตอ้ งพูดถึง ซ่อนภาพพิมพ์ใจว่า ทาอะไรไม่เป็ นเลย แค่มีอานาจในการจ่ายเงินอย่างเดียว ก็เป็ นนางเอก พระเอกได้ ค่านิยมที่ยกย่องความสามารถรังสรรค์ดว้ ยสองมือของตนเองเป็ นคนเก่ง ถูกลบหายไปจาก มโนภาพของคนไทย ในขณะเดียวกัน ภาพพิมพ์ใจใหม่ได้แก่การสร้างภาพลักษณ์ภายนอกให้ล้ าสมัยเท่านั้น กระแสเช่นนี้จะทาให้เยาวชนเกิดความหลงผิดดูหมิ่นกิจกรรมที่ทาด้วยสองมือ ทาอะไร เล็กน้อยแค่ไหนก็คิดถึงตัวช่วย เครื่ องอานวยความสะดวก กลายเป็ นสังคมบริ โภคนิยมสุ ดโต่ง ไม่รู้สึกผิดแม้จะดื่มน้ า กินอาหาร แต่งหน้า แต่งกาย และ ได้ขา้ วของเครื่ องใช้อะไรมามากมาย โดยไม่รู้วา่ สรรพสิ่ งเหล่านั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร มีใครต้องยากลาบาก เพื่อผลิตสิ่ งเหล่านั้น การใช้สรรพสิ่ งจึงเป็ นไปอย่างประมาท ใช้แล้วเบื่อง่ายทิ้งขว้างง่าย แม้แต่ของที่ควร นามาใช้ใหม่ได้ก็ขาดความคิดที่จะนามาใช้ใหม่ ปรากฏการณ์บริ โภคนิยมทาให้สูญเสี ยโยนิ โสมนสิ การ การคิดใคร่ ครวญที่ควรเกิดได้เอง กลับหายไปจากจิตวิญญาณอย่างเหลือเชื่ อ 4


9. สมัยก่อนสังคมไทยทานา หลังสู ้ฟ้า หน้าสู ้ดิน ปั จจุบนั เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทแทนพลัง สองมือ ทาให้คนไทยต้องใช้พลังมือไปประกอบอาชีพใหม่ๆ แต่กลับเป็ นอาชีพที่ไม่สร้างความภาคภูมิใจขึ้น ภายในแต่อย่างใด อาชี พสมัยใหม่ที่รับคนเข้าไปทาได้แค่ ทางานในโรงงานทางานให้บริ การใน ห้างสรรพสิ นค้า เป็ นแคชเชี ยร์ ขายประกันชนิดต่างๆ ขายสิ นค้า พยายามคิดบริ การใหม่ ทั้งที่จาเป็ นและไม่ จาเป็ นขึ้นมาอาชีพใหม่ๆ เหล่านี้ ไม่ช่วยให้เกิดการพัฒนาปั ญญาเพื่อมองเห็นความจริ งของชีวติ แต่กลับต้อง ทาหน้าที่ดุจทาสรับใช้ใครก็ไม่รู้ บ่อยครั้งไม่รู้วา่ ใคร คือ เจ้านายตัวจริ ง ใครคือผูท้ ี่เกี่ยวข้อง ก่อให้เกิดจิตแจก กระจายไม่ภาคภูมิใจในน้ ามือของตนเอง พลังมือเปลี่ยนเป็ นแค่พลังเงิน ยิง่ สังคมแข่งขันกันบริ การด้วยกลยุทธ์เชิงจิตวิทยาทุกกระบวนท่า ยิง่ ทาให้เยาวชนไทยไม่ คิดพึ่งตนเอง ยิง่ รู ้สึกเงินคือพระเจ้า ถ้ามีเงินเสี ยอย่างสามารถแลกบริ การทุกชนิ ดตามความต้องการ 10. สรุ ปได้วา่ ยิง่ บริ โภคนิยม ยิ่งต้องพึ่งบริ การผูอ้ ื่นก็ยงิ่ เพิ่มกาลังของมิจฉาทิฏฐิ มองไม่เห็น ความจริ งตรงตามกฎแห่งกรรม ไม่เห็นคุณค่าของบุพการี คุณค่าของธรรมชาติ ล้างผลาญทรัพยากรธรรมชาติ อย่างผูไ้ ม่รู้ เพราะเขาผลิตของมาให้ใช้เช่นนั้น เป้ าหมายของชีวติ ของคนไทย ที่เคยสันโดษ เรี ยบง่าย เห็น คุณค่าของแผ่นดิน คุณค่าของความขยัน หมัน่ เพียร ความเสี ยสละ การแข่งขันเสี ยสละเพื่อส่ วนรวม ก็จาง หายไปกลายเป็ นคนไทยใจใหม่ ไม่รักนวลสงวนตัว ไม่เกรงความชัว่ ไม่กลัวความบาป ไม่รู้สึกละอายใจเมื่อ ทาผิด ความเกรงใจที่เป็ นคุณธรรมที่โดดเด่นของคนไทยจึงหายไป 11. ตามหลักปริ ยตั ิ ที่ใดมีทุกข์ ที่น้ นั มีโอกาสดับทุกข์การมองวิกฤติให้เป็ นโอกาสคิดใหม่ทา ใหม่ เป็ นหลักของพุทธธรรมขอให้ผทู ้ ี่เผชิ ญกับปั ญหาวิกฤติ มองเห็นว่าความทุกข์คือครู ที่สอนตรง สอนจริ ง สอนให้เข็ดหลาบ ถ้าผูร้ ู ้ในสังคมไทยช่วยระดมจิตของเยาวชนไทยให้ตื่น รู ้ เบิกบาน รู ้กาลควร กาลไม่ควร กระทา ทุกปั ญหาก็จะมีทางออก ถ้าหากเจ้าของปั ญหามองเห็นองค์ประกอบและเหตุปัจจัยตามความเป็ นจริ ง

5

วิเคราะห์คนไทย  

วิเคราะห์คนไทย โดย แม่ชีไพเราะ ทิพยทัศน์

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you