Page 1

ประยุกต์ ใช้ ในงานด้ านการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศที่นามาใช้สาหรับการเรี ยนการสอน เป็ นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ หลายอย่าง สอนด้วยสื่ ออุปกรณ์ที่ทนั สมัย ห้องเรี ยนสมัยใหม่ มีอุปกรณ์วิดีโอโปรเจคเตอร์ (Video Projector)มีเครื่ องคอมพิวเตอร์ มีระบบการอ่านข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบต่าง ๆ รู ปแบบ ของสื่ อที่นามาใช้ในด้านการเรี ยนการสอน ก็มีหลากหลาย ขึ้นอยูก่ บั ความเหมาะสมในการ นามาใช้ เช่น คอมพิวเตอร์ ช่วยสอน อิเล็กทรอนิกส์บุค วิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ ระบบวิดีโอ ออนดีมานด์ การสื บค้นข้อมูลในคอมพิวเตอร์ และระบบอินเทอร์ เน็ต เป็ นต้น - คอมพิวเตอร์ ช่วยสอน เป็ นการนาเอาเทคโนโลยี รวมกับการออกแบบโปรแกรมการสอน มา ใช้ช่วยสอน ซึ่ งเรี ยกกันโดยทัว่ ไปว่าบทเรี ยน CAI ( Computer - Assisted Instruction ) การจัด โปรแกรมการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ ช่วยสอน ในปัจจุบนั มักอยูใ่ นรู ปของสื่ อประสม (Multimedia) ซึ่ งหมายถึงนาเสนอได้ท้งั ภาพ ข้อความ เสี ยง ภาพเคลื่อนไหวฯลฯ โปรแกรมช่วย สอนนี้เหมาะกับการศึกษาด้วยตนเอง และเปิ ดโอกาสให้ผเู ้ รี ยนสามารถโต้ตอบ กับบทเรี ยนได้ ตลอด จนมีผลป้ อนกลับเพื่อให้ผเู ้ รี ยนรู ้ บทเรี ยนได้อย่างถูกต้อง และเข้าใจในเนื้อหาวิชาของ บทเรี ยนนั้นๆ - การเรี ยนการสอนโดยใช้เว็บเป็ นหลัก เป็ นการจัดการเรี ยน ที่มีสภาพการเรี ยนต่างไปจากรู ป แบบเดิม การเรี ยนการสอนแบบนี้ อาศัยศักยภาพและความสามารถของเครื อข่ายอินเทอร์ เน็ต ซึ่ ง เป็ นการนาเอาสื่ อการเรี ยนการสอน ที่เป็ นเทคโนโลยี มาช่วยสนับสนุนการเรี ยนการสอน ให้เกิด การเรี ยนรู ้ การสื บค้นข้อมูล และเชื่อมโยงเครื อข่าย ทาให้ผเู ้ รี ยนสามารถเรี ยนได้ทุกสถานท ีีี ่ และทุกเวลา การจัดการเรี ยนการสอนลักษณะนี้ มีชื่อเรี ยกหลายชื่อ ได้แก่ การเรี ยนการสอนผ่าน เว็บ (Web-based Instruction) การฝึ กอบรมผ่านเว็บ (Web-based Trainning) การเรี ยนการสอน ผ่านเวิลด์ ไวด์เว็บ (www-based Instruction) การสอนผ่านสื่ อทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-learning) เป็ นต้น - อิเล็กทรอนิกส์บุค คือการเก็บข้อมูลจานวนมากด้วยซี ดีรอม หนึ่งแผ่นสามารถเก็บข้อมูล ตัวอักษรได้มากถึง 600 ล้านตัวอักษร ดังนั้นซี ดีรอมหนึ่งแผ่นสามารถเก็บข้อมูลหนังสื อ หรื อ เอกสารได้มากกว่าหนังสื อหนึ่งเล่ม และที่สาคัญคือการใช้กบั คอมพิวเตอร์ ทาให้สามารถเรี ยก


ค้นหาข้อมูลภายในซี ดีรอม ได้อย่างรวดเร็วโดยใช้ดชั นี สื บค้นหรื อสารบัญเรื่ อง ซี ดีรอมจึงเป็ น สื่ อที่มีบทบาทต่อการศึกษาอย่างยิง่ เพราะในอนาคตหนังสื อต่าง ๆ จะจัดเก็บอยูใ่ นรู ปซี ดีรอม และเรี ยกอ่านด้วยเครื่ องคอมพิวเตอร์ ที่เรี ยกว่าอิเล็กทรอนิกส์บุค ซี ดีรอมมีขอ้ ดีคือสามารถ จัดเก็บ ข้อมูลในรู ปของมัลติมีเดีย และเมื่อนาซี ดีรอมหลายแผ่นใส่ ไว้ในเครื่ องอ่านชุดเดียวกัน ทาให้ซีดีรอมสามารถขยายการเก็บข้อมูลจานวนมากยิง่ ขึ้นได้ - วิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ หมายถึงการประชุมทางจอภาพ โดยใช้เทคโนโลยีการสื่ อสารที่ ทันสมัย เป็ นการประชุมร่ วมกันระหว่างบุคคล หรื อคณะบุคคลที่อยูต่ ่างสถานที่ และห่ างไกลกัน โดยใช้สื่อทางด้านมัลติมีเดีย ที่ให้ท้งั ภาพเคลื่อนไหว ภาพนิ่ง เสี ยง และข้อมูลตัวอักษร ในการ ประชุมเวลาเดียวกัน และเป็ นการสื่ อสาร 2 ทาง จึงทาให้ ดูเหมือนว่าได้เข้าร่ วมประชุมร่ วมกัน ตามปกติ ด้านการศึกษาวิดีโอเทคเลคอนเฟอเรนซ์ ทาให้ผเู ้ รี ยนและผูส้ อนสามารถติดต่อสื่ อสาร กันได้ ผ่านทางจอภาพ โทรทัศน์และเสี ยง นักเรี ยนในห้องเรี ยน ที่อยูห่ ่ างไกลสามารถเห็นภาพ และเสี ยง ของผูส้ อนสามารถเห็นอากับกิริยาของ ผูส้ อน เห็นการเคลื่อนไหวและสี หน้าของ ผูส้ อนในขณะเรี ยน คุณภาพของภาพและเสี ยง ขึ้นอยูก่ บั ความเร็ วของช่องทางการสื่ อสาร ที่ใช้ เชื่อมต่อระหว่างสองฝั่งที่มีการประชุมกัน ได้แก่ จอโทรทัศน์หรื อจอคอมพิวเตอร์ ลาโพง ไมโครโฟน กล้อง อุปกรณ์เข้ารหัสและถอดรหัส ผ่านเครื อข่ายการสื่ อสารความเร็ วสู งแบบ ไอเอสดีเอ็น (ISDN) - ระบบวิดีโอออนดีมานด์ (Video on Demand) เป็ นระบบใหม่ที่กาลังได้รับความนิยมนามาใช้ ในหลายประเทศเช่น ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริ กา โดยอาศัยเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ความเร็วสู ง ทาให้ ผูช้ มตามบ้านเรื อนต่าง ๆ สามารถเลือกรายการวิดีทศั น์ ที่ตนเองต้องการชมได้โดยเลือกตาม รายการ (Menu) และเลือกชมได้ตลอดเวลา วิดีโอออนดีมานด์ เป็ นระบบที่มีศูนย์กลาง การเก็บ ข้อมูลวีดิทศั น์ไว้จานวนมาก โดยจัดเก็บในรู ปแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ (Video Server) เมื่อผูใ้ ช้ ต้องการเลือกชมรายการใด ก็เลือกได้จากฐานข้อมูลที่ตอ้ งการ ระบบวิดีโอ ออนดีมานด์จึงเป็ น ระบบที่จะนามาใช้ ในเรื่ องการเรี ยนการสอนทางไกลได้ โดยไม่มีขอ้ จากัดด้านเวลา ผูเ้ รี ยน สามารถเลือกเรี ยน ในสิ่ งที่ตนเองต้องการเรี ยนหรื อสนใจได้ - การสื บค้นข้อมูล (Search Engine) ปัจจุบนั ได้มีการกล่าวถึงระบบการสื บค้นข้อมูลกันมาก


แม้แต่ในเครื อข่ายอินเทอร์ เน็ต ก็มีการประยุกต์ใช้ไฮเปอร์ เท็กซ์ในการสื บค้นข้อมูล จนมี โปรโตคอลชนิดพิเศษที่ใช้กนั คือ World Wide Web หรื อเรี ยกว่า www. โดยผูใ้ ช้สามารถ เรี ยกใช้โปรโตคอล http เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ ระบบไฮเปอร์ เท็กซ์ ซึ่ งเป็ นฐานข้อมูลในอินเทอร์ เน็ต ไฮเปอร์ เท็กซ์มีลกั ษณะเป็ นแบบมัลติมีเดีย เพราะสามารถสร้างเป็ นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ที่เก็บ ได้ท้งั ภาพ เสี ยง และตัวอักษร มีระบบการเรี ยกค้นที่มีประสิ ทธิภาพ โดยใช้โครงสร้างดัชนีแบบ ลาดับชั้นภูมิ โดยทัว่ ไป ไฮเปอร์ เท็กซ์จะเป็ นฐานข้อมูลที่มีดชั นีสืบค้นแบบเดินหน้า ถอยหลัง และบันทึกร่ องรอยของการสื บค้นไว้ โปรแกรมที่ใช้ในการสร้างไฮเปอร์ เท็กซ์มีเป็ นจานวนมาก ส่ วนโปรแกรมที่มีชื่อเสี ยงได้แก่ HTML Compossor FrontPage Marcromedia DreaWeaver เป็ น ต้น ปัจจุบนั เราใช้วิธีการสื บค้นข้อมูล เพื่อนาข้อมูลที่ได้ไปใช้ประกอบในการทาเอกสารรายงาน ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ ว - อินเทอร์ เน็ต คือเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่ งประกอบด้วยเครื อข่ายย่อย และเครื อข่ายใหญ่ สลับซับซ้อนมากมาย เชื่อมต่อกันมากกว่า 300 ล้านเครื่ องในปัจจุบนั โดยใช้ในการ ติดต่อสื่ อสาร ข้อความรู ปภาพ เสี ยงและอื่น ๆ โดยผ่านระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ที่มีผใู ้ ช้งาน กระจายกันอยูท่ วั่ โลก ปัจจุบนั ได้มีการนาระบบอินเทอร์ เน็ต เข้ามาใช้ในวงการศึกษากันทัว่ โลก ซึ่ งมีประโยชน์ในด้านการเรี ยนการสอนเป็ นอย่างมาก ประยุกต์ ใช้ ในงานทะเบียนของสถานศึกษา - งานรับมอบตัว ทาหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานที่นกั ศึกษานามารายงานตัว จากนั้นก็จดั เก็บ ประวัติภมู ิหลังนักศึกษา เช่น ภูมิลาเนา บิดามารดา ประวัติการศึกษา ทุนการศึกษา ไว้ในแฟ้ ม เอกสารข้อมูลประวัตินกั ศึกษา - งานทะเบียนเรี ยนรายวิชา ทาหน้าที่จดั รายวิชาที่ตอ้ งเรี ยนให้กั บนักศึกษา ในแต่ละภาคเรี ยน ทุกชั้นปี ตามแผนการเรี ยนของแต่ละแผนก แล้วจัดเก็บไว้ในแฟ้ มข้อมูลผลการเรี ยน - งานประมวลผลการเรี ยน ทาหน้าที่นาผลการเรี ยนจากอาจารย์ผสู ้ อนมาประมวลในแต่ละภาค เรี ยน จากนั้นก็จดั เก็บไว้ในแฟ้ มเอกสารข้อมูลผลการเรี ยน และแจ้งผลการเรี ยนให้ผทู ้ ี่เกี่ยวข้อง ทราบ


- งานตรวจสอบผูจ้ บการศึกษา ทาหน้าที่ตรวจสอบรายวิชา และผลการเรี ยน ที่นกั ศึกษาเรี ยน ตั้งแต่เริ่ มต้น จนกระทัง่ จบหลักสู ตร จากแฟ้ มเอกสาร ข้อมูลผลการเรี ยน ว่าผ่านเกณฑ์การจบ หรื อไม่ - งานส่ งนักศึกษาฝึ กงาน ทาหน้าที่หาข้อมูลจากสถานที่ฝึกงาน ในแต่ละแห่ งว่าสามารถ รองรับจานวน นักศึกษาที่จะฝึ กงานในรายวิชาต่าง ๆ ได้เป็ นจานวนเท่าใด จากนั้นก็จดั นักศึกษา ออกฝึ กงานตามรายวิชา ให้สอดคล้องกับจานวนที่สถานประกอบการต้องการ ประยุกต์ ใช้ ในห้ างสรรพสิ นค้ าและสาขาย่ อย เนื่องจากห้างสรรพสิ นค้า เป็ นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ มีอยูห่ ลายสาขาที่จดั จาหน่ายอยูท่ วั่ ประเทศ มีซพั พลายเออร์ กว่าพันราย และมีพนักงานอยูห่ ลายพันคน ดังนั้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และ การตัดสิ นใจต้องทาอย่างรวดเร็ วเพื่อให้ทนั ต่อเหตุการณ์ ดังนั้นการที่ตอ้ งใช้เทคโนโลยีจึงเป็ น สิ่ งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์ และเครื่ องอ่านบาร์ โค้ดจึงมีความจาเป็ นฝ่ าย เทคโนโลยีสารสนเทศจะเป็ นฝ่ ายสนับสนุ น สิ่ งสาคัญที่สุดคือ เราต้องให้ความมัน่ ใจได้ว่า ระบบจะต้องทางานได้ไม่มีปัญหาขัดข้อง ปัจจุบนั ระบบการเชื่อมต่อห้างสรรพสิ นค้าจะเป็ น แบบสอง ลักษณะคือในต่างจังหวัดจะใช้การเชื่อมต่อผ่านดาวเทียม ในกรุ งเทพจะใช้การเชื่อมต่อ แบบออนไลน์ ซึ่ งจะมีการรับส่ งข้อมูลกันทุกวัน ในส่ วนของไอที นอกจากจะต้องทาให้ระบบ สามารถทางานได้ตลอดเวลาแล้ว ยังต้องมัน่ ใจด้วยว่าข้อมูลที่รับส่ งกันนั้นมีความถูกต้อง ซึ่ งใน แต่ละวันมีขอ้ มูลมาก ที่จะต้องผ่านการประมวลผลให้แก่ผบู ้ ริ หารเพื่อใช้ประกอบการตัดสิ นใจ ไม่ว่าจะเป็ นข้อมูลยอดขายข้อมูลสต็อกและข้อมูลต่างๆ ที่ ผูบ้ ริ หารต้องการ ประยุกต์ ใช้ ในงานสาธารณสุ ขและการแพทย์ เทคโนโลยีสารสนเทศได้รับการนามาใช้ในการพัฒนา ด้านสาธารณสุ ขอย่างกว้างขวาง และทาให้งานด้าน สาธารณสุ ขเจริ ญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ ว โดยกระทรวงสาธารณสุ ข ได้ปรับ ระบบการบริ หารงาน และนาเทคโนโลยี สารสนเทศมาใช้ในงานต่างๆ ดังนี้ - ด้านการลงทะเบียนผูป้ ่ วย ตั้งแต่เริ่ มทาบัตร จ่ายยา เก็บเงิน - การสนับสนุนการรักษาพยาบาล โดยการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ ของโรงพยาบาล ต่างๆ


เข้าด้วยกัน สามารถสร้างเครื อข่ายข้อมูลทางการแพทย์ แลกเปลี่ยนข้อมูลของผูป้ ่ วย - สามารถให้คาปรึ กษาทางไกล โดยแพทย์ผเู ้ ชี่ยวชานาญ เทคโนโลยีสารสนเทศ จะช่วยให้ แพทย์สามารถเห็นหน้า หรื อท่าทางของผูป้ ่ วยได้ ช่วยให้ส่งข้อมูลที่เป็ นเอกสาร หรื อภาพเพื่อ ประกอบการพิจารณาของแพทย์ได้ - เทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยในการ ให้ความรู ้แก่ประชาชนของแพทย์ หรื อหน่วยงาน สาธารณสุ ขต่างๆ เป็ นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ ว ได้ผลขึ้น โดยสามารถใช้สื่อต่างๆ เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวมีเสี ยงและอื่นๆ เป็ นต้น - เทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วยให้ผบู ้ ริ หารสามารถกาหนดนโยบาย และติดตามกากับการ ดาเนินงานตามนโยบายได้ดียงิ่ ขึ้น โดยอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องฉับไว และข้อมูลที่จาป็ น ทั้งนี้ อาจใช้ คอมพิวเตอร์ เป็ นตัวเก็บข้อมูลต่างๆ ทาให้การบริ หารเป็ นไปได้ดว้ ยความรวดเร็ ว ถูกต้องมาก ยิง่ ขึ้น - ในด้านการให้ความรู ้หรื อการเรี ยน การสอนทางไกล เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะ ดาวเทียม จะช่วยให้การเรี ยนการสอนทางไกล ทางด้านการแพทย์และสาธารณะสุ ข เป็ นไป ได้มากขึ้นประชาชนสามารถเรี ยนรู ้พร้อมกันได้ทวั่ ประเทศและ ยังสามารถโต้ตอบหรื อถาม คาถามได้ดว้ ย ประยุกต์ ใช้ ในงานด้ านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี กลุ่มนักวิทยาสตร์ วิศวกรที่ตอ้ งการศึกษาพฤติกรรมบางอย่างของสิ่ งมีชีวต รวมถึง สิ่ งแวดล้อมต่างๆ เช่นศึกษาการกระจายถิ่นที่อยูข่ องนก การกระจายของแบคทีเรี ย การสร้าง อาณาจักรของมด ผึ้ง ชีวิตความเป็ นอยูข่ องสัตว์ป่าต่าง ๆ การพึ่งพาอาศัยซึ่ งกันและกัน ตลอดจน ระบบนิ เวศวิทยา ความสนใจในการจาลองความเป็ นอยูข่ อง สิ่ งมีชีวิตได้มีมานานแล้ว เริ่ มตั้งแต่ ครั้ง จอห์น พอยเมน ผูเ้ ป็ นนักคณิ ตศาสตร์ เสนอแนวคิดการทาให้เครื่ องจักรทางานโดย อัตโนมัติภายใต้โปรแกรม ซึ่ งเป็ นรากฐานของเครื่ องคอมพิวเตอร์ จนถึงปัจจุบนั เกมแห่ งชีวิตจึง เกิดขึ้น ประยุกต์ ใช้ ในงานด้ านการสื่ อสารและโทรคมนาคม เทคโนโลยีของการสื่ อสารและโทรคมนาคมในปัจจุบนั ก้าวไกลไปมาก มีบริ การมากมายที่ ทันสมัยและตอบรับกับการนามาประยุกต์ใช้ในการดาเนินธุรกิจ ตัวอย่างการใช้โทรศัพท์ใน


ปัจจุบนั นี้ก็มิไดมีไว้เพียงสาหรับคุยสนทนาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มนั สามารถช่วยงานได้ มากขึ้น โดยอ้างอิงข้อมูลและการเปิ ดให้บริ การของบริ ษทั มีติดต่อสื่ อสารผ่านดาวเทียมทั้งภาพ และเสี ยง มีโทรศัพท์มือถือรุ่ นต่าง ๆ ออกมามากมาย พัฒนาทั้งหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน เช่นเทเลคอม เอเชีย คอร์ ปอร์ เรชัน่ จากัด (มหาชน) ซึ่ งเป็ นผูว้ างแผนการก่อสร้าง และติดตั้ง ขยายบริ การโทรศัพท์พ้นื ฐาน 2.6 ล้านเลขหมาย ครอบคลุมพื้นที่ในเขตกรุ งเทพและปริ มณฑล รวมถึงการซ่ อมบารุ งรักษาเป็ นระยะเวลา 25 ปี และเป็ นหนึ่งในผูใ้ ห้บริ การในปัจจุบนั ประยุกต์ ใช้ ในงานด้ านการออกแบบผลิตภัณฑ์ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศด้านการออกแบบ ได้มีการนาคอมพิวเตอร์มาช่วยใน การออกแบบ ( CAD : Computer Aided Design) ออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบสิ นค้า และ สามารถใช้คอมพิวเตอร์ ช่วยควบคุมกระบวนการผลิต ( CAM : Computer Aided Menufacturing ) เช่นควบคุมอุณหภูมิ ควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ลดแรงงาน โดยใช้คอมพิวเตอร์ ควบคุม หุ่ นยนต์ทางาน ประยุกต์ ใช้ ในสานักงานภาครัฐและเอกชน ปัจจุบนั ได้มีการนาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่าง ๆ มากมาย เช่น การทาบัตรประจาตัวประชาชน การเกิด การตาย การเสี ยภาษีอากร การทา ใบอนุญาตขับรถยนต์ การจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่างๆ การประมวลผลคะแนนเลือกตั้ง ฯลฯ เป็ น ต้น งานเหล่านี้ได้มีการนาระบบสานักงานอัตโนมัติเข้ามาใช้ เพื่อทาให้ได้ขอ้ มูลข่าวสารที่ รวดเร็ ว และยังตอบสนองกับการบริ หารยุคใหม่ที่ตอ้ งใช้ขอ้ มูลเป็ นหลักในการบริ หารจัดการ กล่าวโดยสรุ ปคือ ได้มีการนาคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ใน หน่วยงานต่าง ๆ เกือบทุกวงการ ทั้งภาครัฐและเอกชนไม่ว่าจะอยูใ่ นรู ปของบุคคลหรื อองค์กรใด ๆ ก็ตาม ฉะนั้นจึงจาเป็ นอย่างยิง่ ที่จะต้องมีการศึกษาทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ใน หน่วยงานด้านการศึกษาก็มีความตื่นตัวและเปิ ดทาการเรี ยนการสอนในหลักสู ตรดังกล่าว ทั้งใน ระดับ อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา และเป็ นสาขาวิชาที่มีนกั ศึกษา ให้ความสนใจ กันมาก เนื่องจากยังมีตลาดแรงงานรองรับมากนัน่ เอง

Practical applications.Computers for Education.  

Practical applications. Computers for Education.

Advertisement