Issuu on Google+


ระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อการเชื่อมต่อเป็ นเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ อินทราเน็ต คือ ระบบเครื อข่ายซึง่ ใช้ กนั เฉพาะภายใน โดยใช้ เทคโนโลยีเดียวกับ อินเทอร์ เน็ตและใช้ โปรโตคอลเดียวกันมีความปลอดภัยสูง มักถูกนำาเอาไปใช้ งาน กับองค์กร บริ ษัท หรื อหน่วยงานต่างๆ เอ็กซ์ ทราเน็ต คือ ระบบเครื อข่ายซึง่ เชื่อมเครื อข่ายของอินทราเน็ตเข้ ากับระบบ คอมพิวเตอร์ ภายนอก หรื อเชื่อมอินทราเน็ตกับอินทราเน็ตอีกที่หนึง่ เข้ าด้ วยกัน ใช้ ในการการดูแลจัดการสำานักงานของบริ ษัทแต่ละสาขาเข้ าด้ วยกัน เป็ นต้ น อินเทอร์ เน็ต(Internet) คือ เครื อข่ายนานาชาติ ที่เกิดจากเครื อข่ายขนาด เล็กมากมาย รวมเป็ นเครื อข่ายเดียวทังโลก ้ หรื อเครื อข่ายสื่อสาร


การค้ นหาในรู ปแบบ Search Engine วิธีการอีกอย่างที่นิยมใช้ การค้ นหาข้ อมูลคือการใช้ Search Engine ซึง่ ผู้ใช้ สว่ นใหญ่กว่า 70% จะใช้ วิธีการค้ นหาแบบนี ้ หลัก การทำางานของ Search Engine จะแตกต่างจากการ ใช้ Indexลักษณะของมันจะเป็ นฐานข้ อมูลขนาดใหญ่มหาศาลที่ กระจัดกระจายอยู่ทวั่ ไป บนInternet ไม่มีการแสดงข้ อมูลออกมา เป็ นลำาดับขันของความสำ ้ าคัญ การใช้ งานจะเหมือนการสืบค้ นฐาน ข้ อมูล อื่นๆ


2.2 ประเภทของ Search Engine 1. Keyword Index เป็ นการค้ นหาข้ อมูล โดยการค้ นจากข้ อความในเว็บเพจที่ ได้ ผา่ นการสำารวจมาแล้ ววิธีการค้ นหาของ Search Engine ประเภทนี ้จะให้ ความสำาคัญกับการเรี ยงลำาดับข้ อมูลก่อน-หลัง และความถี่ในการนำาเสนอข้ อมูล นัน้ 2. Subject Directories การจำาแนกหมวดหมูข่ ้ อมูล Search Engine ประเภทนี ้ จะจัดแบ่งโดยการวิเคราะห์เนื ้อหา รายละเอียด ของแต่ละ เว็บเพจ ว่ามีเนื ้อหาเกี่ยวกับอะไร โดยการจัดแบ่งแบบนี ้จะใช้ แรงงานคนในการ พิจารณาเว็บเพจ ซึง่ ทำาให้ การจัดหมวดหมูข่ ึ ้นอยูก่ บั วิจารณญาณของคนจัดหมวด หมูแ่ ต่ละคนว่าจะจัดเก็บข้ อมูลนันๆ ้ อยูใ่ นเครื อข่ายข้ อมูลอะไร


3. Metasearch Engines จุดเด่นของการค้ นหาด้ วยวิธีการนี ้ คือ สามารถเชื่อมโยงไปยัง Search Engine ประเภทอื่นๆ และยังมีความหลาก หลายของข้ อมูล แต่การค้ นหาด้ วยวิธีนี ้มีจดุ ด้ อย คือ วิธีการนี ้จะไม่ให้ ความสำาคัญ กับขนาดเล็กใหญ่ของตัวอักษร และมักจะผ่านเลยคำาประเภท Natural Language (ภาษาพูด) เทคนิค 11 ประการที่ควรรู้ ในการค้ นหาข้ อมูล 1. เลือกรู ปแบบการค้ นหาให้ ตรงกับสิ่งที่คุณต้ องการมากที่สุด 2. ใช้ คาำ มากกว่ า 1 คำาที่มีลักษณะเกี่ยวข้ องกันช่วยค้ นหา 3. ใช้ บริการของผู้ให้ บริการเฉพาะด้ าน 4. ใส่ เครื่ องหมายคำาพูดครอบคลุมกลุ่มคำาที่ต้องการ 5. การขึน้ ต้ นของตัวอักษรตัวเล็กเท่ ากันหมด Search Engine


6. ใช้ ตัวเชื่อมทาง Logic หรื อตรรกศาสตร์ เข้ ามาช่วยค้ นหา มี อยู่ 3 ตัวด้ วยกันคือ - AND 7. ใช้ เครื่ องหมายบวกลบคัดเลือกคำา + หน้ าคำาที่ต้องการจริ งๆ - (ลบ)ใช้ นำาหน้ าคำาที่ไม่ต้องการ () ช่วยแยกกลุม่ คำา 8. ใช้ เป็ นตัวร่ วม เช่น com* 9.หลีก เลี่ยงการใช้ ตัวเลข 10. หลีก เลี่ยงภาษาพูด หลีกเลีย่ งคำาประเภท Natural Language หรื อเรี ยกง่ายๆ ว่าคำาหรื อข้ อความที่เป็ นภาษาพูด หรื อ เป็ นประโยค 11. อย่ าละเลย Help ซึง่ ในแต่ละเว็บ จะมี ปุ่ ม help หรื อ Site map ไว้ คอยช่วยเหลือคุณ


3. คำาแนะนำาวิธีการใช้ Google • เข้ าไปยัง เว็บ www.google.com หรื อ www.google.co.th? ปกติแล้ วจะพาเราเข้ าไปที่ google.co.th เพราะว่าเราใช้ อินเตอร์ เน็ตในประเทศไทย (กูเกิล เขาสามารถตรวจสอบได้ ) • พิมพ์คำาที่ต้องการค้ นหาในช่องว่าง? เช่นคำาว่า ?ไอที? เป็ นต้ น (ไม่ ต้ องใส่เครื่ องหมาย ??) • กดปุ่ ม ?ค้ นหาด้ วย Google? • แค่นี ้ก็จะได้ ผลลัพธ์ตามที่คณ ุ ใส่ไว้ แล้ ว?


วิธีดรู ายละเอียดผลของการค้ นหา • จากบรรทัดล่างของคำาค้ นหา จะมีข้อความ ?ผลการค้ นหาประมาณ 8,010,000 รายการ (0.12 วินาที)?? ซึง่ หมายถึง Google ใช้ เวลาในการค้ นหาคำาว่า ?ไอที? นี ้เพีย 0.12 วินาที (ไม่ถึงวินาทีเลย) • แสดงให้ เห็นว่า มีเว็บประมาณ 8 ล้ านกว่ารายการที่กเู กิล ค้ นพบคำาว่า ? ไอที? ในเว็บเหล่านัน้ • ถ้ าสังเกตให้ ดีที่ด้านล่างของคำาค้ นหา จะมี เราสามารถเลื่อนไปยังหน้ าถัดไป ได้ ด้วย • ในหน้ าแรก กูเกิลจะแสดงจำานวนลิงค์ของเว็บเพียง 10 เว็บเท่านัน้ • ถ้ าต้ องการเข้ าเว็บไหน ให้ คลิกข้ อมูลที่มีการขีดเส้ นใต้ ไว้ ั ้ ให้ ทนั ที • กูเกิล ก็จะเข้ าไปยังเว็บไซต์นนๆ


4. ไปรษณีย์อเิ ล็กทรอนิกส์ • E-mail เป็ นบริ การในระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ที่สำาคัญที่มีผ้ นู ิยม ใช้ บริการกันมากที่สดุ • สามารถส่งตัวอักษร ข้ อความ แฟ้มข้ อมูล ภาพ เสียง ผ่านระบบเครื อ ข่ายคอมพิวเตอร์ ไปยังผู้รับ อาจจะเป็ น • คนเดียวหรื อกลุม่ คนโดยทังที ้ ่ ผู้สง่ และผู้รับเป็ นผู้ใช้ ที่อยู่ในระบบเครื อ ข่ายคอมพิวเตอร์ เดียวกัน ช่วยให้ • สามารถติดต่อสื่อสาร ระหว่าง กันได้ ทวั่ โลก มีความสะดวก รวดเร็ว และสามารถสื่อสารถึงกันได้ ตลอดเวลาโดยไม่ต้องคำานึงถึงว่าผู้รับจะอยู่ ที่ไหน จะใช้ เครื่ องคอมพิวเตอร์ อยูห่ รื อไม่


ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์มีความสำาคัญ คือ 1. ทำาให้ การให้ การติดต่อสื่อสารทัว่ โลกเป็ นไปอย่างรวดเร็วทันที 2. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์สามารถส่งจดหมายถึงผู้รับที่ต้องการได้ ทกุ เวลา 3. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์สามารถส่งจดหมายถึงผู้รับหลาย ๆ คนได้ ในเวลาเดียวกัน โดยไม่ต้องเสียเวลา ส่งให้ ทีละคน 4. การส่งจดหมายทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางไป ส่ง จดหมายถึงตู้ไปรษณีย์ 5. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์นนั ้ ผู้รับจดหมายสามารถเรี ยกอ่านจดหมายได้ ทกุ เวลา ตามสะดวก 6. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์สามารถที่จะถ่ายโอนแฟ้มข้ อมูล แนบไปกับจดหมายถึง ผู้รับได้ 7. ทำาให้ การแลกเปลี่ยนข่าวสารเป็ นไปได้ โดยสะดวก รวดเร็ว ทันเวลา และทัน เหตุการณ์


สามารถแบ่งการใช้ อีเมล์ตามลักษณะของการให้ บริ การได้ กว้ างๆ 3 ลักษณะคือ • อีเมล์ สาำ นักงาน – เป็ นบัญชีการใช้ บริ การรับ/ส่งอีเมล์ที่หน่วยงาน หรื อ สำานักงานของผู้ใช้ เป็ นผู้จดั ทำาและให้ บริ การ มีจดุ เด่นคือ บ่งชี ้ถึงหน่วย งานสังกัดของผู้ใช้ • อีเมล์ โดย ISP – ผู้ใช้ อินเทอร์ เน็ตหลายท่าน คงไม่มีอีเมล์ที่จดั ให้ บริการโดยสำานักงาน เนื่องจากความไม่พร้ อมของสำานักงานหรื อหน่วย งานที่ต้นสังกัด • อีเมล์ ท่ ใี ห้ บริการฟรี ท่ วั ไป – หน่วยงานหรื อเว็บไซต์หลายเว็บไซต์ ให้ บริการบัญชีอีเมล์ฟรี สำาหรับผู้สนใจทัว่ ไป


5. กระดาษข่ าวอิเล็กทรอนิกส์ (Web forum) เป็ นการติดต่อสือ่ สาร ผ่านเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ที่คล้ ายกับการ เขียนข้ อความ ไว้ บนกระดาน เพื่อให้ กลุม่ คนที่ต้องการจะสือ่ สารกันมา อ่านและเขียนโต้ ตอบกันได้ แต่กระดานในที่นี ้เป็ นกระดาน อิเล็กทรอนิกส์ ที่ปรากฏบนหน้ าจอคอมพิวเตอร์ ของผู้ใช้ แต่ละราย


ปั จจุบนั นี ้ เว็บไซต์บางแห่งจัดตังเป็ ้ นเวทีแสดงความคิดเห็นในเรื่ อง ต่างๆ แยกเป็ นแต่ละกระดานสำาหรับ แต่ละเรื่ อง เช่น กรณี เว็บไซต์ www.pantip.com เป็ นต้ น นอกจากนัน้ เว็บไซต์บาง แห่งอนุญาตให้ มีการจัดตัง้ “ชุมชน” สำาหรับกลุม่ คนที่มีความสนใจเรื่ อง เดียวกัน ใช้ สอื่ สารกันด้ วยจดหมาย เอกสาร รูปภาพ ฯลฯ นักศึกษา สามารถเข้ าไปดูตวั อย่างกิจกรรมประเภทนี ้ได้ ที่ http://groups.msn.com/


6. ห้ องสมุด แหล่ งข้ อมูลความรู้ นับตังแต่ ้ มีการพิมพ์หนังสือเกิดขึ ้นในศตวรรษที่ 18 อารยธรรม ของมนุษย์ มีการบันทึกเพื่อถ่ายทอดแก่อนุชนรุ่นหลังอย่างเป็ นระบบ การแ���่งหนังสือและการพิมพ์เผยแพร่ เป็ นจำานวนครัง้ ละมากๆ ทำาให้ การเรี ยนรู้สามารถขยายขอบเขตออกไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งกว่านัน้ หนังสือยังเป็ นสือ่ ที่สามารถอนุรักษ์ ความรู้ไว้ ได้ เป็ นเวลายาวนาน มากกว่าความยืนยาวของชีวิตมนุษย์หลายสิบเท่า


วิธีการที่ใช้ กนั ในห้ องสมุดต่างๆ ทัว่ โลกนัน้ เรี ยกว่าการจัดทำาบัตร รายการ และการกำาหนดหมู่ เลขรหัส สำาหรับหนังสือแต่ละเล่มหรื อ เอกสารแต่ละชิ ้น การกำาหนดหมูเ่ ลขรหัส ที่ใช้ กนั อย่างแพร่หลาย มีสองระบบ ระบบแรก เรี ยกว่า ระบบดิวอี ้ (Dewy Decimal System) นิยมใช้ กนั ตามสถาบันการศึกษา ส่วนระบบที่สองเป็ นระบบใหม่กว่า เรี ยกว่า ระบบแอลซี (Library of congress System) เป็ น ระบบที่คดิ ขึ ้นมาใช้ สำาหรับห้ องสมุดรัฐสภาสหรัฐ


บัตรรายการสำาหรับหนังสือแต่ละเล่มหรือเอกสารแต่ละชิ ้นนัน้ จะ ระบุหมูเ่ ลขรหัส ชื่อหัวเรื่ อง (ชื่อหนังสือหรื อเอกสาร) ชื่อผู้แต่ง ชื่อ สำานักพิมพ์ ปี ค.ศ. หรื อ พ.ศ. ที่พิมพ์ และชื่อเมืองที่พิมพ์ หลักการกำาหนดหมู่เลขรหัสในระบบ Dewy Decimal System ระบบ LC System จัดหมวดหมูส่ ิ่งพิมพ์ในห้ องสมุด โดยแบ่ง ประเภทตามสาขาความรู้ 21 สาขาและใช้ อกั ษร A – Z (ยกเว้ น I, O, W, X และ Y) แทนแต่ละสาขา


7. Digital Library ห้ องสมุดบนเครือข่ าย คอมพิวเตอร์ Digital Library (ห้ องสมุดอิเล็กทรอนิกส์) หมายถึง การ จัดเก็บสารสนเทศในรูปของสือ่ อิเล็กทรอนิกส์ แทนที่จะจัดเก็บในรูป ของสือ่ พิมพ์ รูปแบบที่ได้ รับการกล่าวขานกันมากที่สดุ ขณะนี ้ คือ อีบ๊ คุ (Ebook) หรื อ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ กับ อีเจอร์ นลั (E-journal) หรื อ วารสารอิเล็กทรอนิกส์ และ อีแมกกาซีน (E-magazine) หรื อนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์


ห้ องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ต่างกับห้ องธรรมดาตรงที่ห้องสมุด อิเล็กทรอนิกส์ ไม่จำาเป็ นต้ องมีอาคารสถานที่ เพียงแต่มี คอมพิวเตอร์ แม่ขา่ ย (Sever) สำาหรับเก็บข้ อมูล มีเครือข่าย(Network) ต่อ เชื่อมไปยังเครื่ องคอมพิวเตอร์ ลกู ข่าย (Clients) ที่ให้ บริ การ ซึง่ อาจ กระจายอยู่ตราที่ตา่ งๆ ก็ได้ เครื อข่ายนันจะเป็ ้ นเครื อข่ายส่วนตัว Private Network หรื อ Intranet) ที่ใช้ ภายในองค์กรก็ได้ หรื อจะเป็ นเครื อข่ายสาธารณะ เช่น อินเทอร์ เน็ต


8. แหล่ งข้ อมูลของประเทศไทยบนเครือข่ าย คอมพิวเตอร์ เครื อข่ายอินเทอร์ เน็ต เป็ นเครื อข่ายที่มีคอมพิวเตอร์ แม่ขา่ ย ที่ตดิ ตังอยู ้ ท่ วั่ โลกเชื่อมโยงกันจำานวนมาก เครื่ องแม่ขา่ ยแต่ละเครื่ องมีข้อมูล ข่าวสารบางอย่างบางประเภทบรรจุอยู่ เช่น ถ้ าเป็ นเครื่ องแม่ขา่ ยของ บริษัทผลิตรถยนต์ ก็จะมีข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นต่างๆ ของบริ ษัทนัน้ ข้ อมูลเกี่ยวกับการรับบริการต่างๆ จากบริษัท และอาจมีข้อมูลประเภท ความรู้ที่เกี่ยวข้ อง เช่น ประวัตคิ วามเป็ นมาและพัฒนาการของยาน ยนต์ เทคโนโลยีใหม่ๆ


·

เว็บไซต์ ประเภท Portal หรื อ Gateway หรื อชุมทาง หากเราเข้ าไปที่เว็บไซต์ประเภทนี ้ จะพบว่าในเว็บไซต์ได้ ทำาจุดเชื่อโยงไป ยังเว็บไซต์อื่น โดยจัดแบ่งเป็ นประเภทไว้ ทำาให้ เราสามารถหาแหล่ง ข้ อมูลที่ต้องการได้ ง่ายขึ ้น คล้ ายกับการค้ นหาหมายเลขโทรศัพท์ใน สมุดโทรศัพท์หน้ าเหลืองนัน่ เอง เว็บไซต์ชมุ ทางที่สำาคัญในประเทศไทย คือ http://www.nectec.or.th จัดทำาโดยศูนย์เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ แห่งชาติ ซึง่ เป็ นเว็บไซต์แห่งแรกของ ประเทศไทย


ภาพแสดง  เว็ ภาพแสดง  เว็บบไซต์ ไซต์ขของ  SchoolNet อง  SchoolNet


· เว็บไซต์ ประเภทของการศึกษา      1.  เว็บไซตโครงการ SchoolInet  @  1509   (http://www.school.net.th)  เป็ นเว็บไซต์ชมุ ทางสำาหรับเว็บไซต์ ต่างๆ ที่เป็ นสมาชิกโครงการ SchoolINet  และที่เกี่ยวข้ องกับการ ศึกษาระดับต่าำ กว่าอุดมศึกษา             2. เว็บไซต์ LearnOnline  (http://www.learn.in.th)   ของสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไทย (Thailand   Graduate I nstitute  of  Science  and  Technology   TGIST)   เป็ นเว็บไซต์สำาหรับการเรี ยนรู้ด้วยตนเอง ผ่านเครื อข่าย อินเทอร์ เน็ต เน้ นสาขาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ในทุกระดับการ ศึกษา


ภาพแสดงเว็บไซต์ของ SchoolNet


· เว็บไซต์ ประเภทศิลปวัฒนธรรม เว็บไซต์ วัฒนธรรมไทย http://www.culture.go.th ของ สำานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ จัดว่าเป็ นเว็บไซต์หลักใน เว็บไซต์ประเภทนี ้ นอกจากนี ้ ข้ อมูล ด้ านศิลปวัฒนธรรม มักจะมี ปรากฏอยูบ่ ้ างตามเว็บไซต์ของสถานบันอุดมศึกษาต่างๆ และของภาค เอกชนที่เกี่ยวกับธุรกิจการท่องเที่ยว


ภาพแสดง ัฒ ภาพแสดง เว็เว็บบไซต์ ไซต์ววฒ ั นธรรมไทย นธรรมไทย


• · เว็บไซต์ ประเภทท้ องถิ่น เว็บไซต์ประเภทนี ้กำาลังเพิ่มจำานวนขึ ้นอย่างรวดเร็ว เว็บไซต์ชมุ ทางของ ประเภทนี ้ ได้ แก่ http://www.thaitambon.com ซึง่ เป็ น ที่รวบรวมเว็บไซต์ของตำาบลต่างๆ ทัว่ ประเทศไทย เพื่อสนับสนุน โครงการหนึง่ ตำาบลหนึง่ ผลิตภัณฑ์นอกจากนี ้จังหวัดใหญ่ๆ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งจังหวัดที่เป็ นแหล่งท่องเที่ยวก็มกั จะมีเว็บไซต์ของจังหวัด และ สถานบันการศึกษาทังระดั ้ บอุดมศึกษาและระดับโรงเรี ยน ก็มกั จะบรรจุ ข้ อมูลเกี่ยวกับท้ องถิ่นไว้ ในเว็บไซต์ของสถานบันด้ วย


ภาพแสดง  เว็บไซต์ไทยตำาบลดอทคอม


• · เว็บไซต์ ประเภทวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เว็บไซต์ของ สำานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรื อ สวทช. (http://www.nstda.or.th) เป็ นเว็บไซต์หลัก สำาหรับสารสนเทศ ด้ านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ซึง่ มีการเชื่อมโยง ไปยังเว็บไซต์ทางด้ านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เช่น เว็บไซต์ของ ศูนย์วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ ทังสาม ้ ได้ แก่ http://www.nectec.or.th http://www.mtec.or.th http://www.biotec.or .th และ เว็บไซต์ของหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี


• · เว็บไซต์ ประเภทพาณิชย์ อเิ ล็กทรอนิกส์ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e - Commerce) หมายถึง การทำากิจกรรม ที่เกี่ยวกับการค้ าขายผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านเครื อ ข่ายอินเทอร์ เน็ต ขณะนี ้การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กำาลังขยายตัวอย่าง รวดเร็วทัว่ โลก ทังการค้ ้ าปลีกหรื อค้ าส่ง การซื ้อขายสินค้ าหรื อบริ การ ใน ยุคโลกาภิวตั น์นี ้ ทำาให้ ประเทศไทยสามารถค้ าขาขายกับต่างประเทศได้ ถงึ ในระดับผู้ค้าปลีก ทังนี ้ ้เราต้ องพยายามเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน ทางการค้ าด้ วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จึงเป็ นอีกเรื่ องหนึง่ ที่คนไทยจะต้ อง เรี ยนให้ ร้ ูและทำาให้ เป็ น เว็บไซต์ http://www.ecommerce.or.th ของศูนย์พฒ ั นาพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์


9. การใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวติ ประจำาวัน 1.การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศในงานสำานักงาน ปั จจุบนั สำานักงานได้ นำาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ ามาประยุกต์ใช้ อย่างแพร่ หลาย เพื่อให้ งานในสำานักงานมีประสิทธิภาพสูงขึ ้น กล่าวคือ ทำาให้ งานมีความสะดวกรวดเร็ว ถูกต้ อง แม่นยำา อุปกรณ์เทคโนโลยี สารสนเทศที่นำามาใช้ ในงานสำานักงาน


1.1งานจัดเตรี ยมเอกสาร เป็ นการใช้ เครื่ องประมวลผลคำาหรื อ เครื่ องประมวลผลเนื ้อหา เป็ นเครื่ องมือในการจัดเตรี ยม อุปกรณ์ ประกอบการใช้ เทคโนโลยีเหล่านี ้ได้ แก่ เครื่ องคอมพิวเตอร์ โมเด็ม และ ช่องทางการสื่อสาร ระบบประมวลผลคำา แบ่งออกได้ 2 ระบบ คือ 1. ระบบเดี่ยว (Stand – alone) เป็ นระบบที่สามารถ ประมวลผลได้ ภายในคอมพิวเตอร์ ชดุ เดียว หรื อจะเชื่อมโยงไปยัง คอมพิวเตอร์ อื่น ๆ 2. ระบบเชื่อมโยงกับข่ายการสื่อสาร เป็ นระบบที่มีการเชื่อมโยง สารสนเทศซึง่ กันและกันผ่านเครื อข่ายโทรคมนาคม เช่น เ���รื อข่าย โทรศัพท์ เครื อข่ายคอมพิวเตอร์


1.2 งานกระจายเอกสาร เป็ นการกระจายข้ อมูลสารสนเทศไปยัง ผู้ใช้ ณ จุดต่าง ๆ อาจกระทำาโดยการเชื่อมโยงผ่านเครื อข่ายโทรคมนาคม อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่สามารถปฏิบตั ิงานกระจายเอกสารได้ โดย อัตโนมัติ ได้ แก่ ระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ 1.3 งานจัดเก็บและค้ นคืนเอกสาร สามารถทำาได้ ทงระบบออฟไลน์ ั้ และระบบออนไลน์ผา่ นเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ หรื อผ่านเครื อข่ายโท คมนาคมรูปแบบอื่น เช่นระบบฐานข้ อมูลเป็ นต้ น 1.4 งานจัดเตรี ยมสารสนเทศในลักษณะภาพ เทคโนโลยี สารสนเทศที่ใช้ ดำาเนินงานดังกล่าว ได้ แก่ เครื่ องคอมพิวเตอร์ เครื่ อง สแกนเนอร์ โทรทัศน์


1.5 งานสื่อสารสนเทศด้ วยเสียง เช่น โทรศัพท์ การประชุมทางโทรศัพท์ 1.6 งานสื่อสารสนเทศด้ วยภาพและเสียง เช่น ระบบมัลติมีเดีย 2. การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศในงานอุตสาหกรรม โรงงาน อุตสาหกรรมนำาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการเข้ ามาช่วยในการ จัดการระบบงานการผลิต การสัง่ ซื ้อ การพัสดุการเงิน บุคลากร และงาน ด้ านอื่น ๆ ในโรงงาน 3. การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศในงานการเงินและการพาณิชย์ ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศในรูปแบบของเครื่ องเบิกถอนเงินอัตโนมัติ เพื่อ อำานวยความสะดวกในการฝาก ถอน โอนเงิน


4. การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศในงานด้ านการสื่อสาร ได้ แก่ การบริการโทรศัพท์วิทยุ โทรทัศน์ เคเบิลทีวี การค้ นคืนสารสนเทศระบบ ออนไลน์ ดาวเทียม และโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิตอล 5. การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศในงานด้ านสาธารณสุข ถูกนำา มาใช้ ในระบบงานเวชระเบียน ระบบข้ อมูลยาการรักษาพยาบาล การ คิดเงิน รวมทังการส่ ้ งเวชระเบียนผ่านระบบโทรคมนาคม 6. การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศกับงานด้ านการฝึ กอบรมการ ศึกษา


1.การใช้ คอมพิวเตอร์ ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI) เป็ นการนำาเอาคำาอธิบายบทเรี ยนมาบรรจุไว้ ในคอมพิวเตอร์ แล้ วนำาบท เรี ยนนันมาแสดงแก่ ้ ผ้ เู รี ยน 2. การศึกษาทางไกล 3. เครื อข่ายการศึกษา เป็ นการจัดทำาเครื อข่ายการศึกษาเพื่อให้ ครูอาจารย์และ นักศึกษามีโอกาสใช้ เครื อข่ายเพื่อแสวงหาความรู้ 4. การใช้ งานในห้ องสมุด มีการนำาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ ามาใช้ ในการดำาเนินงาน โดยมีเครื อข่ายต่าง ๆ ที่ให้ การส่งเสริมสนับสนุนในการให้ บริการห้ องสมุด 5. การใช้ งานในห้ องปฏิบตั ิการ เช่น การจำาลองแบบ การออกแบบวงจรไฟฟ้า 6 ใการใช้ ในงานประจำาและงานบริหาร เช่น การจัดทำาทะเบียนประวัตขิ องนักเรี ยน นักศึกษา การเลือกวิชาเรี ยน การลงทะเบียนเรี ยน การแสดงผลการเรี ยน การ แนะแนวอาชีพ



งาน