Issuu on Google+

www.facebook.com/sakitthink


Sakid think ฉบับปฐมฤกษ์อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวของการคิด บวก อยากสะกิดความคิดให้วัยรุ่นเปิดมุมมอง ปรับความคิด อยู่บนพื้นฐาน แห่งความสุข โดยบุคคลที่เราไปสัมภาษณ์ ล้วนแล้วแต่เป็นวัยรุ่น หรือประสบ ความสำ�เร็จตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น พวกเขาต่างผ่านมรสุมชีวิต การเดินทางที่แสน ยาวไกลมาทั้งนั้น กว่าจะมีวันนี้ มีชื่อเสียง ทำ�ตามความฝัน และหาเลี้ยง ครอบครัวได้ คอลัมน์ Interview celebrity ดร.ป๊อบ – ฐาวรา สิรพิพัฒน์ นัก เขียนที่ประสบความสำ�เร็จตั้งแต่อายุยังน้อย จะมาเปิดใจ ย้อนอดีต เผยมุม มอง แง่คิดชีวิตบวก ถ่ายทอดออกมาให้เราได้ฟังกัน ซึ่งความสำ�เร็จนั่นก็ไม่ ได้มีแต่คนชื่นชมเสมอไป รสชาติชีวิตของดร.ป๊อบก็หวานอมขมกลืน ไม่ได้ สวยงามอย่างที่หลายคนอิจฉา Special Diary คอลัมน์บันทึกเรื่องราวอันน่าหลงใหล และน่า ติดตาม เป็นการรวบรวมเหตุการณ์ชีวิตของบุคคลดัง ที่เป็นไอดอลของ บรรดาวัยรุ่น ฉบับนี้เราได้นำ�เสนอเรื่องราวของสาวล้านวิวในยูทูป “แป้งโกะ – จินตนัดดา ลัมมะกานนท์” ด้วยการนำ�เสนอในรูปแบบไดอารี่ สามารถอ่าน ทำ�ความเข้าใจได้ง่าย อีกหนึ่งคอลัมน์ที่ทีมงานเราภูมิใจเสนอ คือคอลัมน์ Vanishes (ล่องหน) เราจะได้ออกเดินทางไปดูวิถีชีวิตชาวบ้านที่จังหวัดราชบุรี เพื่อนำ� มาปรับใช้และเป็นแรงบันดาลใจดีๆในการใช้ชีวิตวุ่นๆในเมืองกันต่อไป นอกจากนี้หลายคอลัมน์ใน Sakid Think ยังเป็นคอลัมน์ที่ คงคอนเซ็ปต์ คิดบวก ส่งเสริมการมองโลกในแง่ดี คิดก่อนพูด หรือ ลงมือ กระทำ�มากกว่าพูดอย่างเดียว แม้จะเป็นเพียงความคิดเล็กๆ จากคนเพียง ไม่กี่คน แต่ในคำ�บางคำ�ของนิตยสารเล่มนี้ อาจเปลี่ยนชีวิตของคนๆหนึ่งได้ เช่นกัน

นุสรา ศรีเลิศรับสุข บรรณาธิการ

TEAM

น.ส

ีเลิศรับสุข . นุสรา ศร

า แสงกล้า

ฐ น.ส. ขนิษ

ียา น.ส. คัทร

ันธ์

ประชุมพ

น์ ดีเรือง

นาย นิวัฒ

นาย จิรายุ

แก้วแดง


12 Special Diary ความฝันไม่มีวันสิ้นสุด

38 Interview Celebrities ความสุขปลายสายตา

8 Sakid Ming ให้อภัยให้โลกสุข

52 Escape the city

ปล่อยความเครียดไปกับสายลม ห่มความสุขไปกับราชบุรี

18 Love for not reason สี่ขาเพื่อนคู่ซี้

24 Creative Page

ชวนกันมากินแบบสุขๆ

27 Quotes Celebrities 28 Myths and Truth อย่า!! ไม่งั้นเดี๋ยวจะ....

30 The Source

กว่าจะเป็น popcorn

32 Tales from the eyes ระหว่างทาง

34 Bangkok Story

on time at market train garden

48 Campus Star คิด เปลี่ยน 56 Point of view 58 Trick ขึ้นดอยสูง สนุกหรรษา 60 Vanisnes เดินตามรอยเท้าพ่อ 64 Time Machine

เมื่อห้องสมุด ถูกแทนที่ด้วย แอพพลิเคชั่น

66 Eat Guide

ร้านกาแฟเก๋ในตู้คอนเทนเนอร์ Beauty Plus Snowy Girl

68 70 Imagination ขอแค่ใจพอ 72 Tales Comics คิดต่าง


เรื่อง_นุสรา ศรีเลิศรับสุข ภาพ_นิวัฒน์ ดีเรือง

มีคนเคยกล่าวไว้ว่า การให้อภัยเปรียบเหมือนการให้ที่ยิ่งใหญ่ เพราะการให้อภัยจริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่ยากพอควร บางคนให้อภัยแต่ลมปาก ในใจก็ยังขุ่นเคือง อย่างนั้นแล้วคนที่เจ็บก็เห็นทีจะเป็นเราเพียงฝ่ายเดียว หากกำ�มือแล้วเจ็บก็ต้องคลายออก เช่นเดียวกับที่คุณกำ�ลังแบกโลกไว้ทั้งใบ สัก วันคุณก็จะรู้สึกหนักอึ้ง ไม่ไหว อยากหนีไปไกลๆ เมื่อเวลาผ่านไปจนหัวใจเข้มแข็งพอจะให้อภัย คุณก็พูดได้เพียงแค่คำ�ว่า “ช่างมันเถอะ” จะดีกว่าไหม ถ้าเราให้อภัยกันตั้งแต่แรก เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องตลก ขำ�ๆไป ว่าแต่เรามาดูกันดีกว่าว่าหนุ่มสาว รุ่นใหม่คิดเห็นกับเรื่องนี้อย่างไร

8

SAKID THINK


คนแรก ‘นัด - ภานุพงศ์ สมบัติพล’ เจ้าของ ตำ�แหน่งดัชชี่บอยคนล่าสุด (DutchieBoy and girl 2013) หนุ่มแดนอีสานหอบข้ามฝันที่อยากเป็นนักร้องนักแสดงเดิ น ทางไกลเข้ า มากรุ ง เทพ นั ด เป็ น หนุ ่ ม ขี ้ เ ล่ น ที ่ ร ั ก ในเสียง ดนตรีมาก ชอบร้องเพลง ชอบเล่นกีตาร์ นอกจากนี้ยังรัก ธรรมชาติและรักความสงบมาก นัดเผยว่าเวลาว่างชอบไปนั่ง สมาธิและไปพักผ่อนในสวนสาธารณะ นัดจบมัธยมปลายมาจากโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย และตอนนี้กำ�ลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ไม่แปลกใจเลยที่หนุ่มคนนี้สามารถพิชิตใจเหล่าคณะกรรมการ มาได้ ด้วยท่าทางแสนซนบวกกับจิตใจรักสงบ นัดจะคิดยังไงกับ “ให้อภัย ให้โลกสุข” มาดูกันค่ะ

ความทุกข์ความเสียใจ

“เราเป็นคนดีสิ่งดีๆ จะกลับมาหาเราเอง”

ผมก็เคยทุกข์ เคยเสียใจมากๆ ผมจะรู้ตัวเลยว่าเวลา ทุกข์จะทำ�อะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ยกตัวอย่างง่ายๆครับสิ่งที่ใกล้ ตัวเราที่สุดก็คือ ความรัก เมื่อไหร่ที่มันหวานชื่นก็มีแต่ความสุข ทุกอย่างก็จะราบรื่น แต่เมื่อใดที่เรารู้สึกว่าความรักมันไม่ได้ดั่ง ใจเราเลย เราก็จะรู้สึกว่าไม่อยากจะทำ�อะไรเลย การงาน การ เงิน ครอบครัว เพื่อนๆ ทุกอย่างจะเสียไปหมด ดังนั้นผมจะคิดแค่ว่าในเมื่อความรักไม่ได้ เราต้อง ทำ�ตัวให้ดี ทำ�ประโยชน์ให้กับตัวเอง อะไรที่มันเกี่ยวกับสิ่ง ดีมีประโยชน์ ผมก็จะทำ�ครับผมเพื่อที่จะทำ�ให้มันลืม ทำ�ให้ผ่อน คลาย ไม่เครียด ลืมเรื่องที่เรากำ�ลังรู้สึกไม่ดีกับมัน เราก็จะ ดีขึ้นเองตามกาลเวลา แล้วถึงตอนนั้นเราก็จะเจอคนที่ดีเองผม เชื่ออย่างนั้นครับ

“เรื่องที่โกรธเคืองกัน เราก็ลืมๆไปบ้าง”

ชีวิตวัยรุ่นของเราก็เป็นเพียงช่วงหนึ่ง ไม่นานก็ผ่าน ไป เราจะไปโกรธกันทำ�ไมครับ หันมาทำ�สิ่งดีๆให้ตัวเองดีกว่า ครับ อะไรที่มันทุกข์เราก็อย่าไปคิดมัน เดี๋ยวก็ตายแล้ว ชีวิต เราสั้นจะตาย (หัวเราะ) หาความสุขให้ตัวเองกันเยอะๆนะครับ ให้ทาน ให้อภัย เราเป็นคนดีสิ่งดีๆจะกลับมาหาเราเองครับ


ตามมาติดๆกับสาวน้อยน่ารักปน มาดเซอร์ น ิ ด ๆ ‘เล็ ก -นุ ส รา ทองรอด’ ว่ า ที ่ ต ำ � แหน่ ง ดั ช ชี ่ เ กิ ร ์ ล ปี น ี ้ นั ก ศึ ก ษาสาว จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้  2 ปีต่อเนื่อง คณะสัตว์ ศาสตร์และเทคโนโลยี นอกจากบุคลิกภายนอก ที่ทั้งสดใส น่ารัก ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาแล้ว สาว เล็กยังเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี จิตใจโอบอ้อม อารีมากๆ รักสัตว์โดยเฉพาะสุนัขกับหมู สาวเล็กเธอมีเสน่ห์ที่รอยยิ้มและ ดวงตา แม้จะเป็นสาวห้าวนิดๆและอยากเติม เต็ ม สิ ่ ง ดี ๆ ให้ เ พื ่ อ นๆด้ ว ยค่ ะ ไปอ่ า นกั น เลย

ให้อภัย ให้โลกสุข “ไม่มีใครในโลกนี้ถูกเสมอ”

คำ�ว่าการให้อภัยสำ�หรับเล็กมัน เป็นการคิดว่า “ไม่มีใครในโลกนี้ถูกเสมอ” แม้แต่ตัวเราอาจจะผิดแต่คนรอบข้างก็ยังให้ อภัย เล็กจึงอยากให้ทุกคนให้อภัยกัน โลกนี้จะ ได้สดใส ไม่ว่าเขาจะผิดแค่ไหน ถ้าเราให้อภัยเขา เล็กเชื่อว่าทุกอย่างมันจะดีขึ้น..

“การให้อภัยมันเป็นจุดเริม่ ต้นทีด่ จี ริงๆ”

การให้อภัยมันเป็นจุดเริ่มต้นที่ ดีจริงๆ อย่างเด็กวัยรุ่นเดี๋ยวนี้หลายคนใจร้อน และลืมคิดถึงคำ�ว่าให้อภัยไป แค่เหยียบเท้า นิดเดียว ขอโทษแล้วก็ยังอยากจะมีเรื่อง ถ้า เราคิดมุมกลับว่า เรื่องแค่นี้เอง ให้อภัยแล้วกัน เล็กเชื่อว่าเรื่องเลวร้ายต่างๆมันก็จะไม่เกิดขึ้นเลย เล็กมีเครื่องมือขจัดความทุกข์ของ ตัวเองคือ เล็กจะคิดเสมอว่าตัวเราเริ่มมาจาก ศูนย์ในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะผิดหวัง หรือทุกข์ สักเพียงไหน ให้คิดว่าเราเริ่มมาจากศูนย์ คิดว่า เราไม่มีอะไรมาก่อนเลย สิ่งที่เราทำ�ไม่ว่าจะดี หรือไม่ดี มันคือกำ�ไร ถ้าสิ่งไหนดีเล็กให้มันเป็น กำ�ไรความสุข สิ่งไหนไม่ดีเล็กให้มันเป็นรสชาติ ชีวิต สร้างภูมิคุ้มกันให้เราเข้มแข็งมากขึ้นเมื่อ โตมากขึ้น

10 SAKID THINK


อีกหนึ่งชายหนุ่มสุดน่ารักจากเวทีดัชชี่บอย แอนเกิร์ล 2013 เจ้าของตำ�แหน่ง Best Performance ‘���บ็นซ์ - รณชัย ไคร้มูล’ ที่หลงใหลในการร้องเพลงมากๆ ชอบฟังเพลงสบายๆ แต่งตัวชิลล์ๆ ผมยุ่งๆหน่อย และชื่น ชอบ ‘เบล – สุพล’ เป็นพิเศษเพราะมีคนทักบ่อยว่าหน้า คล้ายกัน เบนซ์เรียนที่เดียวกับเล็กคือ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ สาขาพัฒนาการท่องเที่ยว คณะพัฒนาการท่องเที่ยว แถม ยังควบตำ�แหน่งรองชนะเลิศเดือนของมหาวิทยาลัยแม่โจ้อีก ด้วย ท่าทางจะฮอตไม่เบา เราไปดูกันค่ะ กับคำ�ว่าขอโทษ เบนซ์จะคิดยังไงกับคำ�ว่า “ขอโทษ”

“การขอโทษมันดีกว่าการไม่ทำ�อะไรเลย”

“ทางที่ดีก็ควรจะให้อภัยกันดีกว่า”

การขอโทษบ่อยๆ สำ�หรับบางคนอาจจะคิดว่า มันเป็นคำ�ที่ พูดไปงั้นแหละ แต่ในความคิดผมคือ การขอโทษบ่อยๆ ไม่ได้ดูไร้ค่า แต่คือการทำ�ให้อีกคนรู้สึก ดีขึ้น โดยไม่หวังผลตอบแทนว่า ขอโทษไปแล้วคนนั้นจะ คิดอย่างไร ไม่คิดว่าเขาจะ พูดเยอะไป บ่อยไปหรือเปล่า อะไรที่ขอโทษได้ก็ขอโทษ “การขอโทษมันดีกว่าการไม่ทำ� อะไรเลย”

ผมว่าการที่เราหันมาช่วยกันสร้างแนวคิดให้วัย รุ่นหันมาให้อภัยกันมากขึ้น เป็นสิ่งที่จำ�เป็นมากครับ เพราะ โลกสมัยใหม่ เริ่มต้นมันเริ่มมีการทะเลาะของเด็กวัยรุ่นมาก ขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจากที่ไม่สามารถระงับอารมณ์ตัวเอง ไม่ ได้ เพราะวัยรุ่นสมัยใหม่เริ่มมีอารมณ์ที่รุนแรงขึ้น รู้สึกแทบ จะไม่มีการให้อภัยกันเกิดขึ้นเลย เรื่องเล็กๆน้อยๆก็ทำ�ให้ มันเป็นเรื่องใหญ่ จนกระทั่งสามารถฆ่ากันได้ เกลียดกันได้ ครับก็อยากจะปลูกฝังให้วัยรุ่นไทยสมัยใหม่มีความทีจ่ ะเป็น เพื่อนมนุษย์ร่วมโลกด้วยกันมากกว่าที่จะมาโกรธเคืองกัน เพราะเราต้องอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นเพื่อนร่วมโลก ถ้าจะมา พาลมาโกรธกัน มาเกลียดกันมันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำ�ให้ เราและเขามีความสุข แล้วก็จะเกิดผลเสียต่างๆตามมา เยอะมาก ทางที่ดีก็ควรจะให้อภัยกันดีกว่า เรื่องเล็กๆน้อยๆ ถ้ามันเป็นเรื่องใหญ่จริงๆก็ให้หันมาคุยกัน เปิดประเด็น เปิด สาเหตุ เปิดใจคุยกันมากกว่าที่จะใช้ความรุนแรงครับ

“อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตไปกับความสนุกมากกว่า”

ขอฝากวัยรุ่นทุกคนนะครับว่า ให้คิดซะว่าคนๆ นั้นเป็นเพื่อนเรา คนๆนั้นเป็นพี่น้องเรา อย่าได้ไปโกรธเคือง อะไรกัน อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตไปกับความสนุกมากกว่า ไม่ ว่าจะรู้จักคนนั้นหรือเปล่าขอให้คิดว่าเป็น เพื่อน เป็นญาติ เป็นพี่น้องครับ


แป้งโกะ หรือ จินตนัดดา ลัมมะกานนท์ เกิดเมื่อ วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ.2529 ตอนนี้อายุ 27 ปี จบการศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนราชินีบน ก่อนจะลัดฟ้าไปศึกษาต่อ ที่ Wellington East Girls’ College ที่ประเทศนิวซีแลนด์ และ กลับมาศึกษาต่อทีเ่ มืองไทย ปัจจุบนั เธอสำ�เร็จการศึกษาเป็นบัณฑิต คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เอกนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำ�ลังศึกษาปริญญา โทด้าน Design and Planning สาวหน้าหวานเสียงใสคนนี้ ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาหรือ ความสามารถ แต่เธอยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจและน่าติดตาม การ เดินทางสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ล้มบ้างท้อบ้างแต่ก็ยัง ลุกไหว และบอกตัวเองเสมอ ขอให้ได้ลองทำ�ตามความฝันก่อน จะได้รู้ว่าเราทำ�ได้หรือไม่


ภาพโดย : นิวัฒน์ ดีเรือง เขียนโดย : นุสรา ศรีเลิศรับสุข


Diary 01 ตัวตนของฉัน

Diary 03 มัธยมปลาย สาวขี้อาย ความฝันที่เริ่มจางหาย

Diary 02 เริ่มวาดลวดลายร้องเพลงตอนประถม

Diary 04 ลองดูสักครั้ง ตั้งวงกับเพื่อนมหาวิทยาลัย

หากมองแป้งโกะจากภายนอก ใครๆก็คิดว่าเธอเป็นสาวมาด นิ่ง เรียบร้อย ด้วยท่าทางอันสุขุมบวกกับเสียงเล็กๆใสๆของเธอ อีกทั้งแนวการ ร้องเพลงก็ออกไปทางเพลงรักหวานๆ “จริงๆแล้วแป้งเป็นคนที่เกรียนมากๆค่ะ (หัวเราะ) แต่เป็นเฉพาะกับคนที่สนิท” พอมีเวลาว่างทีไรเธอมักต้องหยิบไมค์มา ร้องเพลง หรือเปิดเพลงฟังแล้วฮัมเพลงตาม เพราะรักการร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ นอกเหนือจากนี้เธอยังชอบใช้เวลาว่างไปกับการถ่ายภาพและงานกราฟิกดีไซน์อีก ด้วย นี่คือจุดเริ่มต้นของสาวอาร์ตล้านวิว

ตอนประถมแป้งโกะมีออกงานของโรงเรียนบ้าง งานประกวดร้องเพลง ภายในโรงเรียน ชอบร้องเพลงตั้งแต่อายุ 3-4 ขวบ “จำ�ได้ว่าสมัยก่อนที่บ้านจะมี เตียงไม้ใหญ่ๆ เราก็ชอบขึ้นไปร้องเพลงบนนั้นแล้วก็ให้น้องสาวมาเป็นแดนเซอร์ ไปเกณฑ์พี่เลี้ยงมาเป็นคนดู (หัวเราะ)” นอกจากนี้สาวแป้งโกะยังเล่าให้ฟังว่าทั้ง คุณย่าและคุณพ่อต่างก็ร้องเพลงเพราะ จึงทำ�ให้เธอซึมซับการร้องเพลงมาเรื่อยๆ

คงจะเป็นเรื่องปกติของผู้หญิง ที่พอขึ้นมัธยมปลายก็มักเอาใจใส่ตัวเอง ดูแลตัวเอง และแคร์สายตาคนรอบข้างมากขึ้น สาวแป้งโกะเองก็ดูว่าจะเป็นอย่าง นั้น “อยู่ดีๆพอขึ้นมัธยมปลายแป้งก็กลายเป็นคนขี้อายมากๆ โดยไม่ทราบสาเหตุค่ะ (หัวเราะ) ต่างจากตอนเด็กโดยสิ้นเชิง” ความฝันในการเป็นนักร้องของแป้งโกะจึง ค่อยๆจางหายไป เพราะคิดว่าคงจะทำ�ไม่ได้แน่ๆ

พอขึ้นมหาวิทยาลัย แป้งโกะเข้าศึกษาคณะสถาปัตย์ คณะที่ค่อนข้างชิลล์ๆ สนุกๆ อาร์ตๆ แป้งโกะและเพื่อนๆ เลยคิดอยากฟอร์มวงขึ้นมา และได้มีโอกาสขึ้น เวทีแสดงครั้งหนึ่ง “ตอนนั้นแป้งจำ�ได้ว่า ความรู้สึกคือ ตื่นเต้นมากจนมือสั่น เสียงสั่น ปรากฏว่าล่มไม่เป็นท่า” ความฝันที่คิดว่าเลือนรางกลับยิ่งไกลห่างออกไป เป็นเพราะ เธอรักในเสียงเพลงมากเลยไม่อยากจะล้มเลิกความฝันไปซะทีเดียว แต่พอได้ลอง พิสูจน์แล้วตัวเองทำ�ไม่ได้ ทำ�ให้แป้งโกะต้องถอยไปตั้งหลักไกลๆ


Diary 05 เมื่อได้เป็นนางเอกเอ็มวีครั้งแรก

แป้งโกะได้มีโอกาสไปเล่นเอ็มวีเพลง เบา เบา “ถ้าเป็นเมื่อก่อนแป้ง คงไม่รับงานเอ็มวี เพราะเราก็รู้สึกว่าเขินไม่กล้าเล่นอะไรกับหน้ากล้อง แต่มัน ฟลุ๊คที่ว่าเขาโทรติดต่อมาตอนที่เรางัวเงียมาก จึงตกปากรับคำ�ไปก็ต้องไปเล่น” พอแป้งโกะไปเล่นจริงๆจึงรู้ว่ามันก็ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ตอนนั้นมีโอกาสได้ดูเขา ถ่ายเอ็มวี เห็นวง singura สาวแป้งโกะก็คิดในใจว่า ‘มันเจ๋งมากๆ’ในการมีเพลง เป็นของตัวเอง แล้วตอนนั้นเป็นเพลงซิงเกิ้ลแรกๆด้วย เลยคิดว่าดีจังเลย ที่พี่ๆ เขาได้มีโอกาสทำ�ตามฝันของตัวเองให้เป็นจริง

Diary 06 ฝันที่เป็นจริง สู่นักร้องล้านวิว

ช่วงที่มีโอกาสไปถ่ายเอ็มวี พี่ต้นผู้กำ�กับรู้จักกับพี่ฟั่น ซึ่งตอนนั้นพี่ ฟั่นเป็นโปรดิวเซอร์อยู่ที่ believe record เขาจึงชวนแป้งโกะบอกว่าที่บริษัทยัง ไม่มีศิลปินหญิงเดี่ยวเลย ลองไหม “ตอนนั้น เราก็แบบเอาล่ะ เป็นไงเป็นกัน ลอง ดูก็ได้ ก็เลยลองมาคุยดู แล้วคุยถูกคอกับพี่ฟั่น เขาเลยบอกลองมาทำ�งานเพลง กันไหม ระหว่างนั้นก็กล้าๆกลัวๆอยู่ ก็เลยบอกเขาว่าขอเรียนจบโทก่อนแล้วกัน เพราะแป้งเป็นคนที่ทำ�อะไรหลายอย่างพร้อมกันไม่ได้ สมาธิสั้นมาก ระหว่างนี้ก็ เลยลองเล่นกีตาร์ลงยูทูปดู” ปรากฏว่าทันทีที่ลงยูทูปไปมีคนชมเพลงที่แป้งโกะ รวมๆ แล้วเป็นหลักแสนหลักล้านวิวเลยทีเดียว!!

Diary 07 ฝันที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ความฝันของแป้งโกะที่ว่าอยากเป็นนักร้องตอนนี้ก็ได้เป็นแล้ว แต่พอ มาจุดนี้ก็จะมีความฝันเพิ่มขึ้นอีก “อย่างตอนนี้เราชอบถ่ายรูปมากค่ะ อยากทำ� หนังสือภาพขึ้นมาเป็นความฝันอีกอยางหนึ่ง” มีหลายคนชมว่าแป้งโกะถ่ายภาพ สวย ทำ�ให้แป้งโกะเกิดแรงผลักดันความฝันอยากทำ�หนังสือภาพของตัวเองออก มาสักเล่ม

Diary The end

“แป้งว่าทุกคนคงมีจุดที่คิดว่าตัวเองทำ�ไม่ได้ เพียงแต่ว่าอยากให้ลองกันมากกว่า แป้งเองก็ถือว่าเริ่มช้ากว่าคนอื่น เพราะบางคนก็จะรู้ถึงความฝันความต้องการตั้งแต่มัธยม ปลายแล้ว แต่แป้งก็โชคดีตรงที่ว่าได้เรียนสิ่งที่ชอบคือด้านศิลปะ แล้วก็มีความชอบอีกอย่าง นึงคือการร้องเพลง ดังนั้นอย่าปิดกั้นตัวเอง มันจะเป็นกรอบที่หนามาก ถ้าสมมติทำ�แล้วไม่ ดีไม่มีความสุขก็โอเค ค่อยกลับมาที่จุดเดิมว่าอาจต้องทำ�อย่างอื่นนะ แต่ถ้ายังไม่ได้ลองไม่ได้ เริ่มอะไรแล้วมาบอกว่าทำ�ไม่ได้หรอก สุดท้ายมันก็จะไม่ได้เริ่มสักที เราก็จะฝังใจไปจนแก่ว่า ตอนนี้ทำ�ไมเราไม่ได้ทำ�สิ่งนี้”

อย่าวิ่งหนีความฝัน เพราะความกลัว อย่ามีคำ�ว่า แพ้ตั้งแต่ไม่ได้เริ่ม หากคุณมีฝันขอให้ก้าวเดินไปช้าๆ แต่เป็น ก้าวที่มั่นคง และอย่าหยุดฝัน แต่ละย่างก้าวที่เดินไปย่อมพบ เจอสิ่งแปลกใหม่ข้างทางและนั่นอาจกลายมาเป็นความฝัน ของคุณ เช่นเดียวกับคำ�กล่าว “ความฝันนั้น.. ไม่มีที่สิ้นสุด”


หากคุณเคยมีความรัก คุณจะเข้าใจว่ารักอยู่เหนือกาลเวลา และ เหตุผลนานับประการ ไม่มีเหตุผลว่าทำ�ไมคุณรักสิ่งๆหนึ่งมาก รักคนๆหนึ่ง มาก หรือรักสัตว์ตัวหนึ่งมากๆ คุณแค่รู้อยู่ในใจว่ารักคือรัก และไม่ต้องการ หาเหตุผลมากมายที่จะอธิบายมัน เช่นเดียวกับความรักที่เราจะพูดถึงต่อไปนี้ เป็นความรักระหว่างคน กับสัตว์ที่ผูกพันกันจนน่าหลงใหล “เรารักเขา เหมือนเขาเป็นหัวใจและส่วนหนึ่ง ของชีวิตไปแล้ว” เพชร รัตนารัตน์ กล่าวสั้นๆกับความรู้สึกที่มีต่อเจ้าเหมียว ปุกปุยนับสิบตัว เพชร รัตนารัตน์ เอื้อทวีกุล (แฝดสาวสุดน่ารักของนักร้องเสียงหวาน พลอย รัตนรัตน์) ปัจจุบันเธออายุ 27 ปี จบการศึกษามัธยมปลายจากโรงเรียน ราชินี และเรียนต่อคณะ Business of Arts Major Japanese มหาวิทยาลัยอัส สัมชัญ จนได้มาเปิดธุรกิจส่วนตัวเป็นร้านกาแฟ และเป็นพื้นที่สำ�หรับสัตว์ที่เธอ รักที่สุดก็คือ “แมว” เพชรกับแมวผูกผันกันมาเกือบ 4 ปี ก่อนหน้านี้เพชรได้ศึกษาเรื่อง ราวเกี่ยวกับแมวมามากพอสมควรประมาณ 5-6ปี เพื่อที่จะได้เรียนรู้ว่าแมวเป็น อย่างไร นิสัยยังไง ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เธอยอมทุ่มสุดตัวทั้งแรงกายแรงใจ เพื่อที่จะขอดูแลหนึ่งชีวิตให้ดีที่สุด

ความรู้สึกที่มีสำ�หรับแมวเพชรคิดว่า “เหมือนเขาเป็นชีวิตของเรา เป็น ส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว “เราขาดเขาไม่ได้” เธอยิ้มด้วยสีหน้าท่าทางสดใสทันทีเมื่อพูด จบ จนได้มาเปิดธุรกิจส่วนตัวร่วมหุ้นกับเพื่อนๆชื่อร้านว่า Purr cat café เป็นร้าน กาแฟมุมสบายตาที่ตกแต่งและประดับประดาไปด้วยภาพของแมว หรือแม้แต่เมนู หน้าตาอาหารว่างที่เป็นรูปแมว เช่น คุ้กกี้รูปแมว เครื่องดื่มรูปแมว และแมวคอยเดิน ป้วนเปี้ยนอยู่ในร้าน


ที่เพชรเปิดร้านนี้เพราะอยากมีพื้นที่สำ�หรับคนรักแมวค่ะ อยากสร้าง ความเข้าใจกับคนทุกคนว่า ความจริงแล้วแมวเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย และอยากให้ คนหันมาเลี้ยงแมวกันมากขึ้น อยากให้ได้มาลองสัมผัสแมว แล้วคุณจะผูกพันกับ เขาค่ะ” สำ�หรับแมวตัวโปรด เพชรบอกว่า ‘โปรดทุกตัวค่ะ (หัวเราะ)’ เพชร รักแมวทุกตัวของเธอมาก แต่บางเวลาอาจชอบตัวนี้ก็จะเล่นกับตัวนี้ บางเวลา หมั่นเขี้ยวตัวโน่นก็หยิบตัวโน่นมาเล่น คือตอนนี้เธอรักแมวจนฝังลงไปในกระแส เลือดเจอแมวที่ไหนเป็นอันต้องหยิบมาเล่นทุกครั้งไป ไม่ว่าจะเป็นแมวไทย แมว นอก เธอหลงรักแมวเข้าเต็มเปา ส่วนสาเหตุที่เธอต้องใช้เวลาศึกษาเรื่องแมวนานเป็นเพราะว่า “เพชร รอให้ตัวเองพร้อมค่ะ ตอนนั้นที่อยากเลี้ยงแมว คือช่วงอายุ 18 ปี รู้สึกว่าเรายัง เด็ก แบ่งเวลาไม่ถูก กลัวดูแลได้ไม่ดี จึงรอให้ทุกอย่างพร้อม เพราะอยากเลี้ยง แมว อยากดูแลชีวิตๆหนึ่งให้ดีที่สุดค่ะ ไม่อยากเลี้ยงตามกระแส หรือแค่เล่นกับ เขาไปวันๆ คนรักแมวจะรู้ดีค่ะว่าแมวเป็นมากกว่านั้น (ยิ้ม)” “เรื่องน่ารักๆของเพชรแมว” “ปกติแล้วเพชรจะไม่ค่อยสอนให้แมวฉี่ค่ะ คือแมวจะดีอย่างหนึ่ง ฉี่ เป็นที่เป็นทางตลอด แค่มีกระบะกับทรายให้ เขาก็จะรู้ที่ของเขา แต่มีครั้งหนึ่ง แมวของเพชรเพิ่งออกลูกใหม่ เพชรก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องสอน เพราะปกติแม่มันจะ สอน แต่วันนั้นเพชรกลับบ้านมาคือฉี่แมวเต็มผ้าปูเลยค่ะ (หัวเราะ) ตอนเราออก ไปข้างนอกเขาก็ฉี่ที่กระบะอย่างดี แต่พอเรากลับมา เขาเจอหน้าเราเท่านั้นแหละ ฉี่ที่ผ้าปูเฉยเลย (หัวเราะ) แต่นั้นมาเราก็เลยต้องเรียนรู้ว่าแมวแต่ละตัวเป็นยังไง ต้องใช้วิธีสอนอย่างไร เลี้ยงอย่างไร เพราะธรรมชาติของแมวแต่ละตัวก็แตกต่าง กันออกไปอยู่แล้วค่ะ (ยิ้ม)”

“ชวนกันมาดูแลน้องแมว”

“อยากให้คนที่รักแมว ดูแลเรื่องความสะอาด เพราะเป็ นสิ่งสำ�คัญ ที่จะไม่ให้เกิดโรคภัยต่างๆ อะไรเล็กๆน้อยๆ เช่น ไรหู แบคทีเรีย หรือที่น้องแมว ท้องเสียมันอาจขึ้นอยู่กับการที่เราทำ�ความสะอาดกระบะทราย การอาบน้ำ�การ แปรงขนก็สำ�คัญนะคะ เพราะทุกอย่างจะช่วยลดปัญหาที่จะตามมา เชื่อว่าทุกคน ที่รักแมวดูแลแมวได้ดีแน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือต้องเอาใจใส่เขามากๆถึง แม้เขาจะดูเหมือนโดดเดี่ยวอยู่ตัวคนเดียวได้ก็ตาม” “ส่วนคนที่ไม่ชอบแมวอยากให้ลอง ‘เปิดใจ’ ค่ะ อย่างเพื่อนเพชรก็มี คนที่ไม่ชอบแมวมากๆ เวลามาก็จะไม่กล้าเข้าร้านเพราะกลัวแมว คือเพชรว่าการ ที่หลายคนกลัวแมวอาจมาจากหลายสาเหตุเช่นว่า มีประสบการณ์ไม่ดีกับแมว เคยโดนแมวข่วนตอนเด็กๆ หรือบางคนก็กลัวตาแมว เพราะตามันจะวาวๆตอน กลางคืน ตอนกลางวันตาเขาก็จะหรี่ๆลงเหมือนตางู ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนทัศนคติใคร ได้หรือเปล่า แต่ลองมาเล่นกับแมวดูนะคะ มาสัมผัสความขี้เล่น น่ารักของเขากัน ค่ะ(ยิ้ม)”

หากคุณกำ�ลังมองหาเพื่อนคู่ใจ ‘ แมว’ เป็นสัตว์อีกหนึ่งชนิดที่จะคลายเหงาให้คุณได้ เขาจะคอยอยู่เคียง ข้างคุณแม้จะเถล่ไถลออกไปเล่นซนข้างนอกบ่อยๆ แต่ทุกครั้งเขาก็จะยังคงกลับมาหาคุณอยู่เสมอ เพราะคุณเป็น เจ้านายที่เขารัก ยังไงล่ะ เพื่อนร่วมโลก เพื่อนใหม่ไม่มีที่สิ้นสุดรอคุณอยู่!!


เรื่อง_นุสรา ศรีเลิศรับสุข ภาพ_นิวัฒน์ ดีเรือง

เขาว่ากันว่าเดี๋ยวนี้พวกเราคุยกันน้อยลง เพราะมัวแต่จ้องจอโทรศัพท์ บาง ครั้งอยู่ข้างกันก็ไม่คุยกันดันพิมพ์แชทหากันในเฟซบุ๊ก ว่าแต่เฟซบุ๊กนอกจากทำ�ให้การ สื่อสารเป็นไปได้อย่างดีเยี่ยม (ดีเกินไป) แล้ว มันก็ยังมีสิ่งสร้างสรรค์ต่างๆ อยู่ในนั้นด้วย ที่จะพูดถึงกันต่อไปนี้ก็คือบรรดา ‘ แฟนเพจ’ ทั้งหลายนั่นเอง วันนี้เราจะพาไปรู้จักเพจ ‘Eat all day’ เพจน่ารักๆสุดสร้างสรรค์ที่ ว่าด้วยเรื่องของการกิน กิน กิน และก็กินอย่างมีความสุขของเจ้าแกะน้อยอารมณ์ดี ขน ปุย ตัวอวบ ที่กินได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ ด้วยสไตล์การใช้ภาษาถ้อยคำ�ที่ดูขำ�ขัน และเป็นเรื่องที่ สอดคล้องกับชีวิตประจำ�วันของใครหลายคนทำ�ให้เจ้าแกะตัวนี้เป็นขวัญใจชาวเฟซบุ๊ก บริษัท ลิฟโฟ่แล็บ จำ�กัด มีผลิตผลงานออกมามากมายทั้ง เว็บไซต์ อย่างรวดเร็ว ตอนนี้ยอดกดไลค์ปาเข้าไป 113,452 คนแล้ว แอนิเมชั่น, สื่อ interactive touch screen kiosk, graphic design , character “คุณป๊อบ สุมิตร  สีมากุล”  เจ้าของบริษัท ลิฟโฟ่แล็บ จำ�กัด  design  หรือกระทั่งเกม แต่ทั้งหมดนี้เป็นงานที่รับมาจากผู้ว่าจ้างหรือที่เรารู้จักว่า ตอนนี้ทำ�งานเป็นเกมดีไซน์เนอร์ คาแรกเตอร์ดีไซน์เนอร์ ออกแบบเกม ออกแบบตัวการ์ตูน เป็น Outsource นั่นเอง นามปากกาที่เขียนหนังสือชื่อ ป๊อปทูเดย์ จนกระทั่ง คุณป๊อบ มีความคิดริเริ่มที่อยากจะใช้ตัวการ์ตูนที่ตัวเอง ออกแบบมาสร้างเป็นแฟนเพจดูบ้าง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อ ไปฟังกันได้เลยค่ะ


จุดเริ่มต้นของเพจ ‘Eat all day’’

สิ่งที่กำ�ลังจะพยายามนำ�เสนอ

พอคิดการ์ตูนคาแรคเตอร์ขึ้นมาตัวหนึ่ง ก็คิดต่อว่าจะสามารถนำ�เจ้า การ์ตูนตัวนี้ไปทำ�อะไรได้บ้าง จะเป็นไงต่อดี เลยคิดว่า ลองเปิดเพจขึ้นมาดูแล้วกัน พอจะเปิดเพจเราก็ต้องหาคาแรคเตอร์ให้มันว่า มันจะต้องเป็นอะไร มันจะต้องเป็น แบบไหน

“กินเถอะ ถ้าอยากจะกิน ถ้ารู้สึกอยากกินแต่ไปฝืนตัวเองก็ไม่มีความสุข ก็ไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตแบบนั้นทำ�ไม” คือวิธีการมองโลกสองด้าน โดยผ่านเรื่องกิน ก็คือ ส่วนหนึ่งในเพจ ที่อยากจะบอกก็คือ กินเถอะ ถ้าอยากจะกิน ถ้ารู้สึกอยากกินแต่ไปฝืนตัวเองก็ไม่มี ความสุข ก็ไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตแบบนั้นทำ�ไม คือเรากินเข้าไป พลังงานก็ใช้ไปแต่ก็ไม่ใช้ว่า บ้ากิน กินเยอะเกินเหตุ อันนั้นก็สุดโต่งเกินไป

ทำ�ไมต้องเป็น แกะ จริงๆ ก็ไม่มีอะไรมากมายครับ ปกติเป็นคนชอบออกแบบคาแรคเตอร์ การ์ตูนอยู่แล้ว เหมือนวาดแกะขึ้นมาเท่านั้นเอง ด้วยงานของเราเป็นแนวนี้อยู่แล้ว ครับ ก็เลยออกมาเป็นแกะ ที่รักการกินมากเป็นพิเศษครับ

ไอเดียความคิดสร้างสรรค์ ผมได้ไอเดียมาจากทุกที่เลยครับ เจอกับตัวเองบ้าง คุยกับเพื่อนบ้าง คน โน่นคนนี้เราให้ฟังบ้าง แล้วก็ลองคิดจำ�ลองสถานการณ์ขึ้นมาบ้าง พอคิดว่าเรื่องไหน น่าจะตลก เล่นมุกได้ ก็เอามาต่อยอดดูครับ ส่วนหนึ่งที่หลายคนชอบกันก็อาจเป็น เพราะสถานการณ์ต่างๆ มันเป็นเรื่องใกล้ตัว ทำ�ให้เข้าใจง่าย นึกภาพตามได้ครับ

อีกแง่มุมหนึ่งก็คือ อย่าไปกินตามแกะ เพราะมันเยอะไป และอาจ ทำ�ให้อ้วนได้ครับ แต่เราใช้วิธีการบอกแบบน่ารักๆ ใช้แกะมาเป็นตัวเล่าเรื่อง ใช้ภาษา ที ่ ฟ ั ง แล้ ว น่ า คิ ด ตาม เพราะแกะของผมกิ น ตลอดเวลาโดยไม่ ม ี เ หตุ ผ ลอยู ่ แ ล้ ว ครั บ ก็ ใ ห้ เป็นอีกด้านที่เตือนใจคนที่กินเยอะๆแบบเจ้าแกะนั่นเองครับ (ยิ้ม)

นิยามการกินอย่างมีความสุขที่นำ�มาสร้างสรรค์เพจสุดน่ารัก ผมว่าก็แค่เราอย่าคิดมากเรื่องน้ำ�หนักจนเกินไปครับ ปล่อยวางบ้าง ชิลล์ๆ บ้าง มองให้การกินเป็นเรื่องสนุกขำ�ๆ อย่าให้เครียดจนเกินไป เพราะบางคนยิ่งเครียด ก็ยิ่งกินก็มีนะครับ ให้ทุกอย่างอยู่บนความพอดี ดีกว่า ช่วงไหนเรากินเยอะไปก็หันมา ออกกำ�ลังกาย ทานผัก – ผลไม้เยอะๆ แค่นี้เองครับ ไม่มีอะไรมาก (ยิ้ม) อาจใช้เจ้าแกะ ของผม เป็นการสะท้อนมุมมองก็ได้ครับ เพราะเจ้าแกะตัวนี้ชอบหาเรื่องกิน กิน แบบ ไม่มีเหตุผล อาจทำ�ให้หลายคนชะงักว่าจะทำ�ตามเจ้าแกะ คิดแบบแกะดีไหม (ยิ้ม)

หวังว่าเพจดีๆแบบนี้จะทำ�ให้ลดความตึงเครียดของใครหลายคนได้บ้าง ในชีวิตประจำ�วันหากเจอเรื่องเครียด เรื่องดราม่าบนเฟซบุ๊กมากมาย ก็อย่าลืมว่า บนพื้นทีเ่ ล็กๆในโลกโซเชียลยังมีเพจที่สร้างสรรค์พลังบวก มองโลกในแง่ดี สร้างเสียง หัวเราะได้อีกมากมายหลายเพจ เพราะทุกทุกสิ่งอย่างมีสองด้านเสมอ ขึ้นอยู่กับมุม มองของแต่ละคน


เรื่อง_จิรายุ แก้วแดง

ความถูกใจและความถูกตอ้ ง บางครั้งก็ไมใ่ ชเ่ รื่องเดียวกัน ถ้าไม่มีสติ ความถูกใจมักมาเป็นใหญ่ แต่ถ้ามีสติ ชีวิตก็เป็น ไปในทางที่ถูกตอ้ งมากขึ้น # พระไพศาล วิสาโล

เงินทองของมายา ข้าวปลาซิของจริง # หม่อมเจ้า สิทธิพร กฤษดากร

ความลับของความสุข คืออิสรภาพ และความลับ ของอิสรภาพ คือความกล้าหาญ # Carrie Jones

เรียนรู้ที่จะยิ้มในทุกสถานการ์ณ ให้ได้ และมองมันให้ เป็นเสมือนโอกาส ที่จะพิสูจน์ ความแข็งแกรง่ และ ความสามารถของตัวคุณเอง # Joe Brown

ยิ่งคุณฝันได้มากเท่าไหร่ ก็หมายความว่า คุณสามารถทำ�ได้ มากขึ้นเท่านั้น # Michael Korda

ถา้ หากคุณไมล่ ม้ เหลวบอ่ ยๆ มันก็เป็นสัญญาณแลว้ ล่ะว่า คุณไม่ได้กำ�ลังสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่มากนัก # Woody Allen

แรงบันดาลใจเกิดขึ้นได้ เพียงคิดแล้วทำ� # ธนวัต มณีนารา

ชีวิตคือปัญหา และการใช้ชีวิตคือการแก้ปัญหา # Ray mond E.Feist

มีอยู่สองหนทางที่จะทำ�ให้มีความสุข นั่นก็คือ การปรับเปลี่ยน ความจริง หรือไมก่ ็ลดความหวังลง # Jodi Picoult


เรื่อง_จิรายุ แก้วแดง

สมัยเรายังเป็นเด็กๆ ทุกคนคงต้องเคยได้ยินคำ�ห้ามปรามของผู้ใหญ่กันมาแล้วบ้าง ว่า

“อย่า......ไม่งั้นเดี๋ยวจะ......”

ซึ่งเราก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างแล้วแต่ความดื้อของแต่ละคน เมื่อเรามองย้อนไปในกุศโลบายเหล่านั้น เราได้เห็นข้อเท็จจริงและเหตุผลของเรื่องอะไรกันบ้าง หากลองเปรียบเทียบกันของความเชื่อสมัยก่อนกับหลักการในปัจจุบัน


“อย่าตัดเล็บกลางคืน เดี๋ยวนิ้วจะด้วน”

“อย่าร้องเพลงขณะกินข้าว”

ความเชื่อ ----- ห้ามตัดเล็บ ตอนกลางคืน

ความเชื่อ ----- ถ้าร้องเพลงขณะกินข้าวจะได้เมียแก่

ความจริง ------ คนสมัยโบราณไม่มีกรรไกรตัดเล็บและ

ความจริง ----- การร้องเพลงใช้พลังของปอดเยอะกว่าการพูด

ไฟฟ้าส่องสว่างเหมือนสมัยนี้ เค้าต้องตัดเล็บกันโดยเอามีด คม ๆ เฉือนเล็บทิ้ง เเล้วค่อยตะไบแต่ง ภายใต้แสงตะเกียง วับๆ แวม ๆ โอกาสพลาดพลั้งก็มีสูง สมัยนี้ก็ยังกล้าๆกลัวที่ จะตัดอยู่เพราะอาจจะเข้าที่นิ้วก็ได้ ทางที่ดีตัดเล็บตอนกลาง วันดีที่สุดครับ

คุยกันธรรมดามาก ถ้าจังหวะที่คุณกำ�ลังร้องเพลงแล้วเกิดการ สำ�ลัก จากเศษอาหารที่ไปติดอยู่ในหลอดลม จะทำ�ให้สำ�ลักและ หายใจไม่ออก แล้วถ้าเป็นเด็กๆ อาจจะได้จองวัดกันเลย ในสมัย นั้น แต่ในสมัยนี้ก็ยังอัตรายอยู่ดี หากไม่มีคนช่วยเหลือ

“อย่าเหยียบหนังสือ”

“อย่ากวาดบ้านเวลากลางคืน”

ความเชื่อ  --- การเหยียบหนังสือจะทำ�ให้เราอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง สอบ

ตกหรือโง่นั่นเอง ความจริง  --- ด้วยความที่บทเรียนในสมัยก่อนจะถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์ ใบลาน โดยมีพระเป็นผุ้ถ่ายทอด เนื้อหาส่วนใหญ่นั้นเกี่ยวพันกับความเชื่อ ทางศาสนา และคัมภีร์ใบลานนั้นมีความเปราะบางสูงกว่าที่เราคิด ไม่ได้ เหนียวเหมือนเนื้อกระดาษในปัจจุบัน การเหยียบลงไปครั้งเดียวอาจทำ�ให้ มันแตกหักเสียหายได้ โดยที่ไม่สามารถไปหาซื้อกันใหม่ได้ ต้องคัดลอกกัน ใหม่ทั้งเล่ม.. อย่างเช่นหนังสือประวัติศาสตร์ในสมัยก่อน คนสมัยก่อนจะ ถือว่าเป็นหนังสือที่มีคุณค่า ไม่ควรจะทิ้งหรือเผา ต่อให้เก่าแค่ไหน หรือ ไม่อ่านก็ตาม จะต้องนำ�หนังสือเหล่านั่นไปเก็บไว้หอสมุดต่างๆ เพื่อให้ คนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป นั้นจึงเป็นเหตุผลได้ว่า การที่ผู้ใหญ่ได้พร่ำ�สอน เราจากกุลโลบายต่างๆ ให้เราทำ�ตาม แบบไม่มีข้อกังขานั่้นเอง

ความเชื่อ ---- จะกวาดเงินทองออกจากบ้าน ข้อเท็จจริง ---- กลางคืน เป็นเวลาของการนอนหลับพักผ่อน

ถ้ามีการกวาดพื้นบ้าน ฝุ่นละอองที่มองไม่เห็นชัดเจน ก็จะปลิ้ว ฟุ้งไปทั่ว ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งดึกๆแสงสว่างจะน้อยมาก และ ทำ�ให้กวาดไม่สะอาด

“อย่าผิวปากตอนกลางคืน” ความเชื่อ ----  การผิวปากตอนกลางคืนจะเป็นการเรียกผี

ขอบคุณที่มาจาก /http/www.pantip.com

ข้อเท็จจริง  ---- การผิวปากจะเป็นการเปล่งเสียงออกมาเป็นเสียงความถี่ สูง ๆ เสียงผิวปากอาจจะไม่ค่อยเข้าหูหมาเท่าไหร่นัก มันอาจจะหอนขึ้นมา เพราะรำ�คาญ และพอหมาเวลาหอนแล้ว มักจะหอนรับกันเป็นทอด ๆ ตาม พฤติกรรมการเรียกหาฝูงของมัน สร้างความเดือดร้อนรำ�คาญให้ชาวบ้าน ได้ทั้งคุ้งน้ำ� แต่เท่าที่ผมรู้จากคนเฒ่าคนแก่อีกเหตุผลหนึ่ง ที่น่าสนใจคือ การผิวปากนั้นเป็นเสมือนเสียงสัญญาณเรียกคู่กันตอนกลางคืน ที่จะแอบ มาพรอดรักกัน ซึ่งส่วนมากเขาจะสั่งห้ามเด็ดขาดโดยฉะเพราะผู้หญิง


เรื่อง_จิรายุ แก้วแดง

ถ้าพูดถึงขนมขบเคี้ยวที่เพิ่มอรรถรสในการชมภาพยนตร์แล้วล่ะก็ คงหนีไม่พ้น “ป๊อปคอร์น” ที่วัยรุ่นอย่างเราๆ ชื่นชอบ และเป็นที่นิยมอย่างมาก ด้วยรสชาติ ของเจ้าป๊อปคอร์น ที่อร่อยจนหยุดไม่อยู่ แต่ใครจะรู้บ้างว่า…กว่าจะเป็นป๊อปคอร์น ของขบเคี้ยวแสนอร่อย ในปัจจุบัน อดีตเคยเป็นอะไรมาก่อน...


ส่วนประกอบสำ�คัญในพีธีต่างๆ ของชาวอินเดีย ป๊อปคอร์นเป็นส่วนประกอบสำ�คัญของพิธีต่างๆ ของชาวอินเดียเผ่า แอสเท็กในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 อาทิเช่น งานเต้นรำ�ป๊อปคอร์น เป็นต้น งานเต้นรำ�ป๊อบคอร์น คือการนำ�ป๊อบคอร์นมาสวมใส่แทนมาลัย ดอกไม้ ให้หญิงสาวจำ�นวนมากมาเต้นด้วยคำ�มั่นสัญญา-บอร์นาดิโน เดอ ซาฮา กัน

เป็นเครื่องประดับ ในปี พ.ศ. 2062 คอร์เตซ ใช้ป๊อปคอร์นเป็นเครื่องประดับประดา มงกุฎที่ใช้ในงานพิธีต่างๆ สร้อยคอ และเครื่องประดับบนรูปปั้นของเทพเจ้าของ พวกเขาด้วย รวมถึง ทลาล็อค(Tlaloc) เทพแห่งฝน และความอุดมสมบูรณ์ และในเวลาต่อมาชาวอินเดีย ค้นพบว่า ป๊อปคอร์น สามารถนำ�มา เป็นขนมได้ จากการระเบิดของของข้าวโพดปิ้ง จนกลายเป็น pisancalla  หรือ ป๊อบคอร์น ที่รู้จักกันในปัจจุบัน หลังจากนั้น ป๊อปคอร์นก็เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในยุค 90s จน กระทั่งเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ พ่อค้าเร่ตามถนนเคยเดินตามฝูงชน แล้วเข็นรถคั่วข้าวโพดที่อาศัยไอน้ำ�หรือก๊าซเป็นเชื้อเพลิงไปตามงานแสดง สวน สาธารณะ และงานแสดงสินค้า

ในช่วงระหว่างเศรษฐกิจถดถอย ป๊อปคอร์นถุงละ 5 หรือ 10 เซนต์ ซึ่งราคาถูกและคนทุกชนชั้นสามารถซื้อหาได้ ในขณะที่ธุรกิจอื่น ล้มเหลว แต่ธุรกิจป๊อปคอร์นยังยืนหยัด นายธนาคารชาวโอกลาโฮมา ผู้ล้มเหลวจากอาชีพ ได้ซื้อเครื่องทำ�ป๊อปคอร์น และเริ่มธุรกิจในร้าน เล็กๆ ใกล้โรงภาพยนตร์ หลังจากสองสามปีผ่านไป ธุรกิจป๊อปคอร์นของ เขาได้ทำ�เงินมากพอที่เขาจะสามารถตั้งตัวได้อีกครั้ง จึงเป็นจุดเริ่มต้นของป๊อปคอร์น ขนมคบเคี้ยวที่ได้รับความ นิยมบริโภคมากในการชมภาพยนตร์ นอกจากนั้นแล้วยังมี ไมโครเวฟ ป๊อปคอร์น ที่ทุกคนสามารถบริโภคกันง่ายๆขณะอยู่ที่บ้านอีกด้วย และในปัจจุบันนี้ป๊อปคอร์นยังคงเป็นที่นิยมของคนจำ�นวน มาก มีรสชาติที่หลากหลายมากขึ้น และราคาก็สูงขึ้นตามลำ�ดับ ป๊อป คอร์นที่แพงที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้น  “Garrett Popcorn” ป๊อปคอร์น ชื่อดังที่มีขายในแถบประเทศเพื่อนบ้านเรามาเลเซีย,สิงค์โปร์ และมีราคา สูงลิ่ว ที่หลายๆคนยอมควักกระเป๋าจ่าย ซึ่งราคาเริ่มตั้งแต่ 200 บาท ถึง 3600 บาท เลยทีเดียว


เรื่อง_จิรายุ แก้วแดง

ท่ามกลางความวุ่นวายต่างๆ บนท้องถนน หลายคนอาจมองภาพเหล่านั้นว่าคือ ปัญหา ซึ่งความ จริงแล้วปัญหาเหล่านั้นอาจมีเรื่องราวสุดแสนจะดราม่า หรือตลกขบขันขึ้นอยู่กับว่า เราจะใช้สายตาคู่นี้มองไป ในมุมไหนมากกว่า ‘ทุกการเดินทางย่อมมีเรื่องราว’ เรื่องราวที่ผมเห็นระหว่างทางกลับบ้าน เกิดจากความตั้งใจมองให้มันเกิดเป็นเรื่อง สิ่งที่ผมเห็นแล้ว แปลกใจไปกับมัน ภาพของผู้คนที่ยังไม่ยอมกลับบ้านต่างยืนดูละครตอนจบ เรื่องโปรดที่ทุกคนไม่อยากจะ พลาด เพราะจะคุยกับเขาหรือคุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่อง พรางคิดว่าละครทำ�ให้ผู้คนเป็นไปได้มากขนาดนี้เลยเหรอ ภาพของผู้คนที่ยืนดูละครบนโปรเจกเตอร์จอยักษ์สาธารณะ ภาพที่ทำ�ให้ผมหยุดมอง สายตาที่ กวาดมองไปเรื่อยๆ เห็นผู้คนที่ไม่รู้จักกัน ได้ทำ�ความรู้จัก คุยกัน มองหน้ากัน และเข้าหากัน ถามไถ่เรื่องราวที่ กำ�ลังดำ�เนินไป แสดงความคิดเห็นกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ เพลิดเพลินกันไป ละครคือ เรื่องเล่าจากปากกาของผู้เขียน ซึ่งอ้างอิงจากเรื่องจริงบ้าง ใส่จินตนาการไปบ้าง แล้วผู้ กำ�กับก็นำ�เรื่องเหล่านั้นมาแปรเป็นภาพให้เราได้เห็น ซึ่งบางมุมก็ให้ความสนุก แง่คิด สะท้อนสังคม กันไป แต่ ก็สร้างอิทธิพลให้กับสังคมอย่างหนึ่ง “ละครทำ�ให้เกิดการพูดคุย” ใช่ครับ ผมมองคำ�ว่าละคร คือเรื่องราวที่ทำ�ให้ผู้คนต่างหันหน้า มาคุยกัน แสดงความคิดเห็นของเรื่อง วิจารณ์เรื่องราว ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องของเรา


มองย้อนกลับไปบ้านผม เขาชอบกินข้าวพร้อมหน้ากัน แล้วรอดูละคร ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้อยากจะ ดู แต่มันก็ทำ�ให้เราติดไปโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน และเป็นอีกสาเหตุจากละครที่ทำ�ให้เรามีเวลาอยู่ด้วยกันมาก ขึ้น ผมคนหนึ่งที่แม้ว่าจะไม่ชอบดูละครสักเท่าไหร่ แต่ก็เคยแอบใช้ประโยชน์จากละครได้คุยกับครอบครัว เวลาที่เราทะเลาะกัน ผมมักจะเนียนไปกับนั่งดูอยู่ข้างๆ แอบพูดแอบบ่นให้เขาคุยกับเรา หรือเนียนขอตัง แม่ ก็เคยได้ผลมาแล้ว หรือเวลาเราอยากจะคุยกับคนแอบชอบ แล้วรู้ว่าเขาชอบละครเรื่องนี้ เราก็จะมีเรื่องคุยกันไป อีกนาน ซึ่งก็ไม่แตกต่างกัน หากเราอยากที่จะรู้จักใคร หรืออยากมีมิตรภาพกับใคร เรามักจะใช้เรื่องราวสัก เรื่องทำ�ความรู้จัก หรือเดินเข้าไปหาแล้วชวนคุย อาจทำ�ให้คนที่ไม่รู้จักได้รู้จัก ไม่สนิทได้สนิท จะถูกคอหรือ ไม่นั้นคุยกันก่อนดีกว่า แล้วความสัมพันธ์จะเกิด ผมเคยคิดว่า ละครน้ำ�เน่าพวกนี้ คือสิ่งที่มอมเมาพวกเรา เพ้อฝันไปกับเรื่องราวที่ถูกสร้าง การ กำ�กับละเรื่องบางเรื่องที่ไม่สมจริงเอาซะเลย แต่ถ้ามองอีกด้านแล้ว ละครก็คือเรื่องราวที่ทำ�ให้เราปลีกตัวมาจากความจริงแล้วจินตนาการ กับไปเรื่องนั้น รู้สึกผ่อนคลายสบายใจในเรื่องของคนอื่น เพื่อปลดปล่อยพันธนาการจากปัญหา แล้วหลับตา ฝันเพื่อตื่นขึ้นมาเริ่มต้นกับความเป็นจริงในเช้าวันถัดมา ละครสร้างความสัมพันธ์ หรือเป็นตัวเปิดให้เราได้เข้าไปอยู่ในชีวิตของคนอื่นได้ง่าย ได้เรียนรู้คน อื่นมากกว่าตัวเอง ก่อนที่จะกลับบ้าน ผมเริ่มอยากรู้แล้วว่า ละครเรื่องนั้นจะมีเรื่องราวอย่างไร จะสนุกขนาดไหน จึงไม่รอช้าที่จะทำ�ความรู้จักกับมัน “เรื่องเล่าระหว่างทาง”


หากพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวเดินซื้อเสื้อผ้าในกรุงเทพฯเวลานี้ หลายคนคง ต้องนึกถึงที่นี่แน่ๆ เพราะเป็นตลาดคนเดินที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ นั่นก็คือ "ตลาดนัดสวนรถไฟ" ตั้งอยู่ที่ ซอยศรีนครินทร์ 51 (หลังห้าง ซีคอนสแควร์) ตลาดรถไฟแห่งนี้เป็นสถานที่ ที่ถือว่ามีวัยรุ่นเดินมากที่สุดติดหนึ่งในสิบ ของตลาดคนเดินในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ เพราะไม่เพียงแต่มีสินค้า เสื้อผ้า ทั้งมือหนึ่ง และมือสองขายกันอย่างหลากหลาย และยังมีทั้งอาหารที่ครบทุกรสชาติ ไม่ว่าจะเป็น ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ�กุ้งมังกร บะหมี่จอมพลัง ผัดไท หอยทอด เห็ดย่าง และเมนูของหวาน แปลกๆ ที่หากินยาก อย่าง���มนูของหวานของร้านลองชา ร้านไอศรีมไข่แข็ง ป๊อบคอนขั้น เทพ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ใครได้ลองไปเดินดูซักครั้งหนึ่งรับประกันได้ว่าจะต้องติดใจ และไปเดินที่นี่อีกอย่างแน่นอน ตลาดนัดสวนรถไฟนอกจากจะเป็นแหล่งรวมเสื้อผ้าและอาหารหลากหลาย แล้วยังมีอีกหนึ่งจุดเด่นที่ใครได้มาก็ต้องมาแวะนั่นก็คือ มุมถ่ายภาพสุดเก๋ เป็นมุมถ่าย ภาพขนาดใหญ่ที่รวบรวมของเก่าแก่แนว Vintage เอาไว้มากมายของทุกๆอย่างถูกจัด วางอย่างลงตัวที่สุด และที่สำ�คัญห้องที่ใช้เป็นมุมถ่ายภาพนั้น มีความยาวมากกว่าร้าน ค้า 30ล็อคด้วยกัน ซึ่งเป็นห้องที่ใหญ่มากและเมื่อได้เดินถ่ายแล้วรับรองว่าถ่ายกันไม่พัก มือแน่นอน โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบ แนวVintage หรือของเก่าๆจะต้องรู้สึกเหมือนได้อยู่ ในโลกของตัวเองและยากที่จะกลับออกมาได้

ส่วนวัยรุ่นคนไหนที่ยังไม่เคยได้ลองมาเดินที่ตลาดนัดสวนรถไฟแห่งนี้ บอก เลยว่าครั้งหนึ่งในชีวิตท่านจะต้องมาเดินให้ได้ ซึ่งจะพบกับความสุขที่ครบวงจร ในทุกๆ สิ่งที่กำ�ลังตามหา ไม่ว่าจะเป็นของมือสองหรือว่ามือหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าหรือของ แต่งบ้าน ที่ตลาดนัดสวนรถไฟแห่งนี้มีให้ท่านได้เสียทรัพย์ ควักกระเป๋าซื้อได้ไม่หยุด หย่อน หากท่านไม่ระวัง กระเป๋าตังของท่านอาจแบนได้โดยไม่รู้ตัว เล่าถึงข้อดีมามากมายขณะนี้หากจะบอกว่า ตลาดนัดสวนรถไฟ แห่งนี้ไม่มี ข้อควรระวังก็คงจะเป็นไปไม่ได้ ข้อควรระวังของที่นี่มีอยู่ไม่กี่ข้อแล้วหากเรารู้และระวัง เราก็จะเดินเที่ยวได้อย่างมีความสุข ข้อแรกก็คือ เรื่อง ที่จอดรถ ที่มีการเก็บค่าที่จอด 40บาท ซึ่งก็ถือว่าเป็นราคา ทีไ่ ม่แพงเลยเพราะเราจะจอดรถได้นาน ไม่ว่าจะกี่ ช.ม. ก็ 40บาทเท่านั้น แต่ราคานี้แลก มาด้วยความเสี่ยง เพราะถ้าหากไปช่วงดึกมากๆ เมื่อจ่ายเงินเข้าไปแล้วแต่ก็อาจได้วนรถ ออกมาอย่างรวดเร็วก็เป็นได้ เพราะที่จอดของที่นี่ถึงจะใหญ่แค่ไหนก็ไม่สามารถรองรับ กับผู้คนมากมายที่หลั่งไหลเข้ามาซื้อของได้ และเมื่อเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นกับคุณละก็ มันอาจทำ�ให้ไม่อยากจะกลับมาเดินที่นี่อีกเลยก็เป็นได้


ภาพ_นิวัฒน์ ดีเรือง เรื่อง_นิวัฒน์ ดีเรือง

คำ�แนะนำ�ก็คือควรจะนำ�รถไปจอดก่อน 18.30น. หรือถ้าซื้อของเพียงเล็ก น้อยก็ควรนั่งรถเมย์ไปแทนเพราะว่ารถเมล์ที่ผ่าน ตลาดนัดสวนรถไปแห่งนี้นั้นมีมากมาย หลายสายด้วยกัน แค่นี้ก็จะหมดปัญหาวนหาที่จอด หรือไม่มีที่จอดรถไปทันที แต่หาก เลือกที่จะจอดรถในห้าง (ซีคอน) ทางด้านข้าง และเดินไปแทนต้องแจ้งให้ทราบก่อนเลย ว่านั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย เพราะคุณจะต้องเดินอ้อมไกลเป็นกิโลกว่าจะถึงตัวตลาดนัด ข้อสองก็คือห้องน้ำ�ที่มีเพียง 3จุดเท่านั้นสำ�หรับคุณผู้ชายก็คงไม่ใช่ปัญหา หากจะยื่นรอเพียง 2-3 นาที แต่หากคุณผู้หญิงแล้วละก็ อาจต้องรอนานนับ 10นาที หรือมากกว่านั้น กว่าจะได้เข้าไปทำ�ธุระ เราจึงขอเสนอว่า เมื่อท่านเริ่มรู้สึกว่าอยากเข้า ห้องน้ำ�แล้วก็ให้ท่านรีบเดินไปรอที่หน้าห้องน้ำ�ก่อนที่ท่านจะปวดหนัก จะเป็นผลดีกว่าที่ ท่านเดินไปตอนที่ปวดมากๆแล้ว อาจทำ�ให้ท่านหน้าดำ� หน้าเขียว ก็เป็นได้ ตลาดนัดของคนไทย ตลาดนัดสวนรถไฟ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำ�หรับคนที่ ชอบเดินซื้อของยามค่ำ�คืน อยากให้ได้ลองดูซักครั้งแล้วทุก คนจะติดใจกับความหลาก หลาย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า ของมือหนึ่งมือสอง ของแต่งบ้าน ที่มีให้เลือกกันจนตาลาย เปิดตลาดทุกวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ หลัง6โมงเย็นเป็นต้นไปจนถึงเวลาประมาณ ตี2


เรื่อง_นุสรา ศรีเลิศรับสุข ภาพ_นิวัฒน์ ดีเรือง หลากประสบการณ์ล้านความคิด บนเส้นทางฝันที่ไม่ได้โรย ด้วยกลีบกุหลาบ ล้มลงบ้างเจ็บบ้าง แต่ทรงตัวอยู่ได้ในโลกแห่งความ จริง ไม่มีอะไรสวยเกินและไม่มีอะไรแย่ไปเสียทุกสิ่ง


เมื่อก่อนเราจะได้ยินชื่อเรียกของ ดร.ป๊อป หลายคนก็บางอ้อทันทีว่า “คน นั้นไงที่เป็นนักเขียนเรื่อง “White Road” ดร.ป๊อปกลายเป็นขวัญใจวัยรุ่นมัธยม วัย ทำ�งาน และคอนิยายแฟนตาซีอย่างรวดเร็ว ทว่าวันนี้เขาไม่ได้เป็นแค่นักเขียน เขายัง ถ่ายทอดเรื่องราวความคิดออกมาทางการพูด และเสียงเพลงได้อย่างลงตัว แต่กว่าจะมา ถึงจุดที่ประสบความสำ�เร็จได้ก็มีช่วงที่ท้อ และสับสนอยู่มากเช่นกัน ดร.ป๊อปได้เก็บเกี่ยว ประสบการณ์มากมาย คิดยังไงให้สุข ทำ�ยังไงให้โลกนี้ไม่แคบเกินกว่าใจของเรา เดี๋ยวเรา จะได้ไปฟังดร.ป๊อปมาเติมเต็มพลังแห่งรัก แง่คิดชีวิตบวกให้พวกเราค่ะ ฐาวรา สิริพิพัฒน์ มีนามปากกาแฝงว่า ดร.ป๊อป จบมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย เป็นนักเรียนทุนศตวรรษสมโภช จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) ดร.ป๊อบ เริ่มแต่งเดอะไวท์โรดครั้งแรกเมื่ออายุได้ 14 ปี จากนั้นจึงนำ�งาน เขียนไปลงเว็บไซต์เด็กดี และมีผู้อ่านติดตามมากเป็นอันดับ 1 หลายสัปดาห์ติดกัน จนได้รับการตีพิมพ์และได้รางวัล Best Seller  นวนิยายแนววิทยาศาสตร์ แฟนตาซี อีก สิ่งหนึ่งที่ตอกย้ำ�ความสำ�เร็จของดร.ป๊อปคือ ตอนนี้เขามีแฟนๆที่รัก ชื่นชม และเป็นไอ ดอลให้ใครหลายๆคน

โลกสวยเสมอบนพื้นฐานความเป็นจริง “จำ�เป็นแค่ไหน ที่ต้องทุกข์เพราะความคิดของคนอื่น” การมองโลกในแง่ดี คือการไม่ทำ�ร้ายคนอื่น แต่ไม่จำ�เป็นต้องมองว่า โลกนี้สวยไปทั้งใบ แค่มองในแง่ของความเป็นจริง มองในมุมที่มันเป็นสุข ทุกครั้งทีม่ ี ปัญหาให้คิดเสมอว่ามีทางออก ทุกครั้งที่เศร้าต้องเกิดความหวังอยู่ในตัวเองเสมอ เพราะ ฉะนั้นการมองโลกในแง่ดีของป๊อปไม่ใช่การโกหกตัวเอง เราต้องมองหาสาเหตุ ว่าใครมาทำ�ร้ายเรา และทำ�ไปเพื่ออะไร แล้วเราต้องมองดูด้วยว่ามันจำ�เป็นไหมที่ต้อง เก็บมาใส่ใจแล้วทุกข์ จะดีกว่าไหมถ้าเราไม่ต้องเอาสิ่งนั้นมาฝั่งลงรากลึกของจิตใจ

เหตุการณ์เลวร้าย ทำ�ให้แกร่งขึ้น “โลกนี้เราแคร์คนแค่สามประเภทพอ ตัวเอง คนที่เรารัก คนที่รักเรา” เจอเหตุการณ์ที่ทำ�ให้เสียใจมาเยอะมาก ผ่านเรื่องเลวร้ายมาตั้งแต่เด็ก เพราะเข้าวงการเร็ว ตั้งแต่อายุ17 ปี บอกได้เลยว่าการมีชื่อเสียงเร็ว โลกมันเสียสมดุล จากการที่เป็นเด็กมัธยมธรรมดา ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในตอนนั้นก็แค่นินทา เขม่นกัน แต่พอมีชื่อเสียงก็กลายเป็นที่จับตามอง คนวิจารณ์เยอะ คนชมก็เยอะ ตอนนั้นโลกก็ พลิกกลายเป็นคนสติแตก กลายเป็นแบบถูกด่า ถูกวิจารณ์แล้วเสียใจมาก ท้ อ มาก แม่ก็ ให้แง่คิดว่าโลกนี้เราแคร์คนแค่สามประเภทพอ ตัวเอง คนที่เรารัก คนที่รัก เรา นอกเหนือจากนี้ไม่ต้องเอาเขามาเป็นส่วนสำ�คัญในชีวิต คุณเอาตัวเองไปยุ่งกับคน พวกนี้แสดงว่าชีวิตคุณตกต่ำ�แบบเขาหรือเปล่า อย่าไปยุง่ กับเขา อย่าไปตกต� ำ่ อย่าไป ่ย�ำ แย่แบบเขา อยูใ่ นจุดของเรา ถ้าเขาทำ�ร้ายเรา แล้วเรารู้สึกเจ็บแสดงว่าเขาสำ�เร็จ และ แสดงว่าเราโง่ที่ให้เขาทำ�ร้าย เวลาใครทำ�ร้ายเราได้ ไม่ต้องไปโทษคนอื่นเลยว่าเขาเลว ให้โทษตัวเองว่าโง่ที่ให้เขาทำ�ร้ายได้


หลังจากนั้นมากลายเป็นคนแข็งแกร่ง ไม่ใช่ไม่แคร์สังคมนะครับ แต่เลือกที่ จะแคร์ ตอนนี้กลายเป็นรู้สึกดีเวลาโดนด่า กลายเป็นภูมิต้านทานชีวิต เรารู้สึกว่าการที่ เราอยู่จุดนี้เหมือนกับอยู่ที่ center of the ring ใครจะ���ูดอย่างไรก็ได้ ทุกคนมองเรา ไม่มีใครรักเราหมดอยู่แล้ว แต่ถ้าเขายินดีที่จะว่าเรา แสดงว่าเขายังให้ความสนใจกับเรา อยู่ แต่ถ้าวันใดไม่มีใครว่าหรือชมแสดงว่าเราโนเนมแล้ว หลุดกระแสแล้ว ให้คิดว่านี่คือ รสชาติชีวิต ถ้าชีวิตเรามีแต่ทางตรง จุดหมายปลายทางของเราจะไปอยู่ที่ไหน ชีวิตเรา ต้องแซ่บ จัดจ้าน ขึ้นบ้างลงบ้าง

ไม่คิดมาก ไม่มองโลกแง่ลบ ก็มีพลังเหลือให้คิดอย่างอื่น “อย่าทำ�ตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ว่าพระอาทิตย์ต้องหมุนรอบตัวเรา” การไม่คิดมากมันทำ�ให้ชีวิตง่ายขึ้น เพราะคนเราเป็นโรคจิตชอบผูกติดกับ เรื่องแย่ๆ มากกว่าเรื่องดีๆ เวลาเพื่อนทำ�ดีให้คุณ คุณไม่ค่อยจะสนใจมัน ตัวอย่างง่ายๆ ในปฏิทินมี 365 วัน เพื่อนทำ�ดีให้คุณ 300 วัน คุณไม่ค่อยจะขอบคุณเขา แต่พอเขา ทำ�คุณเสียใจ คุณประชดลงเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์แล้วก็ดราม่ากันไป นี่คือนิสัยมนุษย์ อย่าให้ เรื่องแย่ๆ มีพื้นที่ในหัวใจมากกว่าเรื่องดีๆครับ

ถึงเวลาต้องปลูกฝังอย่างจริงจัง ให้วัยรุ่นรักมองโลก ในแง่ดี แต่ต้องไม่ใช่การยัดเยียด อย่าคอยไปบอกใครว่า ‘โลกเธอต้องสวยงาม ตลอดเวลา’ อย่างนั้นมันคือการ Fake ครับ สังคมทุกวันนี้มัน Fake พออยู่แล้ว เราอย่า Fake ตัวเองขนาดนั้น คือเราน่าจะพยายามบอกวัยรุ่นว่า ให้มีสติ รับมือกับ ทุกอย่าง อย่าทำ�เหมือนว่าเอนทรานซ์ (Entrance) ไม่ติดฉันจะตาย อกหักฉันต้อง ตาย คุณยังมีครอบครัว มีพ่อแม่อยู่ข้างๆ การผิดหวังความรักจากคนๆหนึ่ง ไม่ได้ ทำ�ให้โลกสลาย เสียใจร้องไห้ เสียใจฟังเพลงอกหักนั่นคือคุณบ้า คือเราต้องให้ สติเขาว่าทุกครั้งที่เสียใจ ทุกครั้งที่โดนทำ�ร้าย หนึ่ง ตั้งสติ สองทบทวนว่ามันเกิด อะไรขึ้น แล้วหลังจากนั้นถ้าอยากระบาย อยากร้องไห้ ก็ให้ทำ� แต่ขอให้จบ ภายใน ชั่วโมงสองชั่วโมง อย่าลืมว่าเวลาวันนึงมันมี 24 ชั่วโมงเองนะ เสียใจไปสองชั่วโมง นีข่ าดทุนแล้ว และอย่าถือว่าเรื่องที่ทำ�ให้เสียใจหรือเรื่องที่มันทำ�ร้ายชีวิตแค่เรื่องเดียว อย่าให้มันมาทำ�ร้ายทุกเรื่อง ต้องบอกตัวเองเหมือนบอดี้สแลมว่า ชีวิต ยังมีพรุ่ง นี้เสมอ แต่บอดี้สแลมก็ตอบตัวเองไม่ได้ว่าเราจะมีพรุ่งนี้ได้อีกกี่วัน (หัวเราะ) เพราะ ฉะนั้นเราต้องให้ความหวังกับชีวิตตนเองแล้วเราจะผ่านไปได้ เพราะวัยรุ่นเป็นวัยที่ คิดเยอะ คิดทุกเรื่อง ทุกเรื่องเป็นเรื่องใหญ่เสมอยกเว้นเรื่องเรียน (หัวเราะ)

หนึ่งชั่วโมงเพียงพอสำ�หรับการเสียใจในเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทุกครั้งที่รู้สึกแย่คุณระบายได้แต่ต้องรีบกลับมาไวๆ ป๊อปจะเป็นคนที่เจอ เรื่องเครียดๆ บ่อย แต่จะเครียดกับมันแค่ชั่วโมงเดียว พอหมด 1 ชั่วโมงไปก็ไม่ยุ่งแล้ว เราต้องทำ�งาน เลี้ยงดูตัวเอง เลี้ยงดูครอบครัว ไม่มีเวลาเครียด แต่ถ้าคนโรคจิตคือจะ คิดว่าตัวเองต้องเครียด ต้องเครียดมากๆ แม้ว่าเรื่องนั่นจะเล็กน้อย หรือยิ่งใหญ่ก็ตาม ไม่ เป็นอันทำ�อะไร และพยายามเรียกร้องความสนใจ เราต้องพยายามคิดว่าถ้ามีปัญหาขึ้นมา แล้ว ไม่รู้จะพูดกับใคร ให้ระบายกับคนที่เรารักที่สุดแล้วจบ จบตรงนั้นอย่างเพ้อเจ้อ อย่า ทำ�ตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ว่าพระอาทิตย์ต้องหมุนรอบตัวเรา อย่างนั้นคุณก็ ควรไปอยู่นอกโลกอย่ามาอยู่ในโลก (หัวเราะ)

ดึงตัวเองกลับมาจากการมองโลกในแง่ร้าย ตั้งสติ เปลี่ยนความคิด ทำ�ความเข้าใจกับชีวิตแล้วมองว่าชีวิตมันมีหลายแง่ มุม คิดว่านี่คือกำ�ไรชีวิตแล้วคุณจะอยู่ได้อย่างไม่สะทกสะท้าน

อยากฝาก อยากบอก ชีวิตจะไม่เป็นอย่างที่คุณคิด แต่มันจะเป็นอย่างที่คุณทำ� คุณคิดอย่างไร มันจะไม่เป็นอย่างนั้นหรอก แต่คุณทำ�มันอย่างไรมันจะเป็นแบบนั้น ถ้าคุณคิดบวก คุณทำ�บวก ชีวิตก็บวก แต่ถ้าคิดบวกแต่ไปทำ�ลบ ชีวิตก็ลบ และคติประจำ�ใจป๊อบคือ จงเชื่อว่าคุณทำ�ได้แล้วคุณจะทำ�ได้ ถ้าคุณคิดดีแล้วคุณทำ�ดี ชีวิตคุณก็ดีไปด้วย

แม้ดร.ป๊อปจะเป็นไอดอลของใครหลายคน มีความสามารถ หลากหลาย ทำ�งานหาเงินเก่ง มีชีวิตที่สมบูรณ์แ บบจนใครหลายคน ก็อิจฉา แต่อีกด้านหนึ่งเขาก็เป็นเพียงคนธรรมดาที่ต้อง ‘พบเจอ’ เรื่องราวทั้งดีและไม่ดีเหมือนกัน จากภายนอกที่เห็นยิ้มแย้มสดใสได้ ขนาดนี้เพราะการมองโลกในแง่ดีล้วนๆ และไม่จมปลักกับเรื่องไม่เป็น เรื่อง


เรื่อง_คัทรียา ประชุมพันธ์

ภาพ_นิวัฒน์ ดีเรือง

“หากเลือกที่จะคิดเราสามารถคิดและทำ�ได้ จะออกมาดีหรือไม่ดีอย่างไร ขึ้นอยู่ กับการใช้ชีวิตของตัวเราเอง ทุกคนสามารถเลือกเส้นทางที่ดีกว่าได้เสมอ”


หนุ่มหน้าทะเล้น ยิ้มหวาน มีดีกรีหลากหลายความสามารถ บุคลิก เรียบร้อยแสนจะอบอุ่น ใช้ชีวิตเรียบง่ายสบายๆ เหมือนผู้ชายทั่วไป เขาได้ ถ่ายทอดมุมมองความคิดเรื่องราวของตัวเองให้เพื่อนๆ ได้ลองเปลี่ยนแปลงใน เส้นทางให้ดีกว่าเดิม

ตัวตนของผม

อ้ำ� หรือ สามารถ ลีลาปัญญาชน อายุ 23 ปี ศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต สาขาวิชาโฆษณา ชั้นปีีที่4 บุคลิกเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ชอบเลี้ยงสัตว์มากๆ (หัวเราะ) โดย เฉพาะสุนัขพันธ์ชิวาวาที่เลี้ยงเป็นเพื่อนอยู่ตัวหนึ่ง มันทำ�ให้ผมรู้สึกอบอุ่นเวลาอยู่ด้วย

ใช้ชีวิตให้พลิกผัน ถ้าพูดถึงการใช้ชีวิตของเขาแล้ว เราอาจจะเคยคิด แต่ไม่เคยลองทำ� สำ�หรับอ้ำ� เมื่อเริ่มคิดจะเริ่มทำ�ทันที “สมัยผมเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตใหม่ๆ คือผมรู้สึกว่าเสีย เวลาปล่อยไปกับเรื่องไร้สาระ เลยกลับมาคิดว่าคราวนี้ต้องตั้งใจแล้ว ปกติเป็นคนอ่านหนังสือ ไม่เป็นเลย คือไม่ชอบสุดๆ ช่วงสอบปี 1ผมเลยต้องอ่านเยอะมากๆ อ่านแบบข้ามวันข้ามคืน เลยครับ (หัวเราะ) คือตอนสอบช่วงแรกก็ไม่ได้หักโหมมากเท่าไหร่ แต่อยากทำ�ให้มันออกมาดี ที่สุด พอปีต่อๆไป ก็อ่านผ่านๆ ไม่หนักขนานช่วงปีแรก อะไรกันนะที่ทำ�ให้หนุ่มอ้ำ�กับมาตั้งใจและอยากเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง “อาจเป็น เพราะผมไปเจอเพื่อนสมัยมัธยมปลายที่เรียนมาด้วยกัน ช่วงที่ผมมาเรียนเกษมบัณฑิตปี 1 พวกเพื่อนๆ ผมก็ปี 3 ปี4 ใกล้จะจบกันแล้ว เลยทำ�ให้รู้สึกว่า เฮ้ย!! เราต้องรีบตามเขาให้ทัน แล้วแหละ และเราก็น่าจะตั้งใจเรียนให้มันดี คืออย่างน้อยเราเรียนจบช้า เราน่าจะทำ�ให้มัน ออกมาให้ดีกว่านะ “


กำ�ลังใจที่ดี คุณแม่ผมเป็นกำ�ลังใจที่ดีสำ�หรับผมเลยครับ คุณแม่จะเป็นคนที่เอาใจใส่ลูกๆ มาก คอยดูแลเอาใจใส่รายละเอียดตลอด ในช่วงที่หยุดเรียนไปคุณแม่ก็จะคอยมาถามตลอด ว่า จะเริ่มเรียนเมื่อไหร่ จะเรียนอะไร แล้วชอบอะไร คอยเตือนผมเสมอ เพราะอยากให้ลูกๆ มีอนาคคตที่ดี จนทำ�ให้ผมตัดสินใจที่จะเรียนที่นี่ครับ ในช่วงที่หยุดเรียนไป ผมเอาแต่สนใจสิ่งอื่นโดยที่ไม่สนใจเรื่องการเรียนเลย ปล่อย เลยตามเลย ทำ�อะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ช่วงเวลาที่หยุดอยู่บ้านก็ไม่ได้ทำ�อะไรหันไปเลี้ยงสัตว์ ผมคิดว่าทำ�แล้วสบายใจ แต่ไม่เคยรู้ว่าสิ่งที่แม่คอยเตือน คอยถามอยู่ตลอดเพราะอยากให้ผม มีทุกวันนี้ ในครอบครัวของผม มีพี่น้อง4 คน ผมเป็นคนเล็ก พวกพี่ๆ เรียน

กันดีและเก่งมากๆ ส่วนผม หรอครับ (หัวเราะ) บอดที่สุด คือเป็นคนเรียนไม่ เก่งตั้งแต่เด็กๆ แล้วครับ

แนวคิด

ผมพยายามคิดให้ดีเข้าไว้ (หลายๆทีก็ทำ�ไม่ได้) ผมเชื่อว่าทุกคนมีดี ใคร จะทำ�จะพูดอะไ���จะพยายามเคารพการตัดสินใจของเขา เพราะเชื่อว่าสิ่งต่างๆ ที่ บุคคลนั้นๆ ทำ�มันผ่านการกลั่นกรองจากเขามาแล้วว่ามันเป็นสิ่งที่ดี เราเลยบอก กับตัวเองและคนอื่นว่า อยากทำ�อะไรทำ�ไปเลย ขอแค่อย่าเดือดร้อนคนอื่น หรือ เดือดร้อนน้อยที่สุด

ตอนเรามีปัญหาเจอปัญหาหนักๆ เราก็เชื่อว่าต้องผ่าน ปัญหานั้นไปให้ได้ แค่ช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง

ผลงานที่ได้รับ

ทางด้านโฆษณาอ้ำ�ได้รับรางวัลมากมายจากการประกวดต่างๆ รางวัลเด่นๆ ที่ ได้รับก็จะมีแก๊สบี้ รางวัลที่เข้ารอบ 5 ทีมสุดท้ายในเอเชีย และรางวัลล่าสุดเป็นรางวัลจาก โครงการของทรู ซึ่งได้เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายเพื่อชิงไปประเทศญี่ปุ่น เคยมีช่วงหนึ่งที่ทำ�ให้ท้อและรู้สึกแย่มาก คือผมส่งงานประกวดเยอะมาก แต่ตก รอบทุกอัน บางทีผมทุ่มเทกับมันไปเยอะเลยอาจจะคาดหวังเยอะ พอผิดหวังก็ท้อจนไม่อยาก ทำ�อะไรเลย เลิกคิดงาน ล้มเลิกการหาเวทีส่งประกวด คำ�ว่า ‘แพ้’ มันมาปรากฏอยู่ตรงหน้า ทำ�ให้เราเหนื่อยและอยากปล่อยวางทุกอย่าง

พอเลยจุดนั้นมา ก็รู้สึกว่าต้องลุกขึ้นสู้ใหม่ เหมือนได้พัก ได้ทบทวนอะไรหลาย อย่าง ทำ�ให้พลังเราเพิ่มขึ้นด้วยมั้งครับ (หัวเราะ) เปรียบเหมือนเราวิ่งรอบสนาม แล้วเหนื่อย มากๆ พอหายเหนื่อยก็มีแรงวิ่งต่อ เพราะฉะนั้นถ้าเหนื่อยมากๆ เราก็จะพัก ทำ�แบบนี้เสมอ ช่วงหลังๆ มางานของผมได้เข้ารอบหลายเวทีการประกวด ตอนนี้ทำ�ให้มีแรงฮึด ขึ้นมาอีกครั้ง คิดว่าที่เข้ารอบไปได้ส่วนหนึ่งมาจากไอเดีย แต่อีกด้านหนึ่งเรามองว่าสิ่งนี้คือ โชคชะตา โอกาส และการท้าทาย เราจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เสมอจากความผิดพลาดของเรา ครับ


“เรามักบอกกับตัวเองว่า ขนาดนักโทษโดนขังคุกแน่นหนา เขายังหาทางออก มาได้เลย ปัญหาที่เราพบเจอเพียงเล็กน้อย เราก็ต้องหาทางออกได้ หรือ บางทีก็จะคิดว่า 20กว่าปีตั้งแต่เกิดมา เราเจอปัญหาตลอด เรายังผ่านมาได้ แสดงว่าปัญหาที่เผชิญอยู่ ณ ตอนนี้ก็ต้องผ่านไปได้เช่นกัน”


เรื่อง_ขนิษฐา แสงกล้า

ภาพ_นิวัฒน์ ดีเรือง

เสียงกระซิบจากลมหนาวผ่านมาแผ่วเบา เป็นฤดูแห่งการท่องเที่ยว อย่างแท้จริงสิินะ แต่ถ้าอย่างนั้นแล้วก็ยังมีหลายคนที่ไม่สามารถ ละทิ้งภารกิจ ต่างๆ ไปได้ ด้วยความไม่ปล่อยวาง ปลีกกรุงฉบับนี้จะพาไป พักผ่อนจิตใจไปกับอากาศสบายๆ และไม่ไกลนักจากกรุงเทพ อย่างราชบุรี ไปกินลมชมแกะ พักผ่อนกลางธารน้ำ� เดินชิวชมตลาดเย็น ตัวอะไรขาวๆ ขนปุยๆ ชื่อแกะ น้องอาศัยอยู่ที่ The Scenery Vintage Farm. หมู่บ้านชาวฟาร์มสไตล์ Vintage ที่รอต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่น ด้วยกิจกรรมที่หลาก หลาย การขี่ม้าแคระสำ�หรับคุณหนูๆ ขบวนรถลากไม้ ซุ้มเกมส์ต่างๆ ที่พร้อมให้ความ สนุกสนานแก่นักท่องเที่ยว และกิจกรรมให้อาหารน้องแกะผู้น่ารัก สายพันธุ์คอริเดล และสาย พันธุ์บรอน น้องแกะเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก หญ้าที่ให้น้องแกะทานได้จะเป็นหญ้า เนเปีย และใบปอกะสา ที่สำ�คัญการให้อาหารน้องแกะต้องยื่นหญ้าออกจากด้านข้างลำ�ตัว เพื่อความปลอดภัยของนักเที่ยว เพราะแกะจะกระโดดแย่งอาหาร จากนั้นก็มาอร่อยกับไอศกรีมนมแกะที่มีทั้งรสวนิลา และช็อกโกแลตที่มีกลิ่นนม แกะน่ากินทีเดียว ที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย และอย่าลืมเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพคู่ กับสถาปัตยกรรมบ้านเรือนที่ได้รับการออกแบบสไตล์ English Country


กลิ่นหอมเดินตามสายลมที่พัดมา มีเปลวไฟปลิวอยู่ในแก้วใส จำ�นวนหลายร้อยใบมีใบขนาดเล็ก ดูแล้วสบายตา สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างโดย คุณเอ๋ รัชนิกร ฉิมมะ บ้านหอมเทียน สมกับคำ�ร่ำ�ลือที่บอกว่าบ้านหอมเทียนมี กลิ่นหอม ชวนเข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศข้างใน มีศิลปะที่ถ่ายทอดศิลปะด้วย เทียนหอมเป็นจำ�นวนมาก ในรูปแบบต่างๆที่ฮิตในปัจจุบัน ทำ�ให้ทุกคนตื่น เต้นที่ได้เข้าไปสัมผัสเทียนหอมที่ดูเหมือนมีชีวิต เหมือนเราอยู่บ้านการ์ตูน เรา สามารถทำ�เทียนหอมเป็นแกะได้ด้วยตัวของเราเอง ที่พลาดไม่ได้คือการถ่าย รูปกับเทียนหอมรูปร่างต่างที่น่าสนใจและมีกลิ่นหอมตลอดทาง

ปู๊น ปู๊น ฉีกฉัก ฉึกฉัก เอ!! เสียงแบบนี้เป็นเสียงขบวนรถไฟ แต่ว่าอยู่ตรงไหน หนา “รถไฟไปโคราช ตดดังป๊าดถึง New Land” เย้ เย้ ถึงแล้วเมือง New Land สถานที่พักผ่อน และทำ�กิจกกรรม เนรมิตให้ที่นี่เป็นดินแดนแห่งความสุขและความสนุก ทุก เพศ ทุกวัย ได้รับความสนุกและทำ�กิจกรรมมากมาย Newland เป็นดินแดนแห่งความสุข ที่ จะพาย้อนกลับไปสนุกสดใสเหมือนในวัยเด็กอีกครั้งกับขบวนรถไฟเล็กแสนสนุก ที่จะพาไป ชมบรรยากาศรอบๆไร่ กิจกรรมที่เด็กชอบเป็นการป้อนนมเจ้าแกะแสนน่ารัก อุ้มเจ้าแกะถ่าย รูปได้อย่างใกล้ชิด ผู้ใหญ่ที่ชอบการผจญภัย ATV ลุยป่า สนุก มันสุดๆ สำ�หรับนักท่องเที่ยว ขาลุย ไม่ควรพลาดดินแดนแห่งความสนุกของทุกๆคน


ตัวอะไรใหญ่ๆ ตื่นเต้นๆ ตัวการ์ตูนในยุคหินที่เราเรียกว่า “มนุษย์หิน” สถาปัตยกรรมที่นำ�โลกแห่งการ์ตูนจากยุคหินมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง เป็นความ ฝันของเด็กทุกคนที่ได้สัมผัสกับมนุษย์หิน ช้างก้านกล้วยจากนิทาน ได้เข้าไปสัมผัส ที่นอนในโลกนิทานอันแสนสุข ในวันนี้ความฝันของเด็กและผู้ใหญ่ก็เป็นจริงเป็นที่พัก ผ่อนหย่อนใจที่มีไอเดียเจ๋งๆให้คนที่ไปเที่ยวราชบุรีมีความสุข

โป่งยุบอยู่ในท้องที่ ต.ท่าเคย เป็นพื้นที่ของชาวบ้าน เป็นสถานที่ท่อง เที่ยวทางธรรมชาติที่มีลักษณะแปลกตา ในเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ เกิดจากการยุบ ตัวของแปลนดินทำ�ให้เกิดรูปร่างที่แปลกกันออกไป บางอันก็เป็นหลุมลึก 10เมตร ลักษณะโตรกผาคล้ายกับแพะเมืองผี จังหวัดแพร่ อากาศที่โป่งยุบร้อนมาก เนื่องจาก เป็นที่โล่ง มีที่หลบแดดน้อย ทำ�ให้เราได้อยู่กับดินที่เป็น2ชั้นทั้งสูงและต่ำ� ยืนกลางแดดที่มีพระอาทิตย์แรง อากาศร้อนแบบนี้เป็นเวลาบ่ายทำ�ให้ อยากกระโดดน้ำ�และทำ�ให้อยากเล่นน้ำ�ที่ใสสะอาด เจอป้ายติดอยู่ข้างทาง “น้ำ�ตกเก้าชั้นหรือน้ำ�ตกเก้าโจน” ตื่นเต้นที่จะได้เล่นน้ำ�ท่ามกลางขุนเขา ได้ยินเสียง น้ำ�ตกเป็นระยะๆ ความสวยงามของธรรมชาติที่เป็นธรรมชาติ น้ำ�ตกมีขนาดกลาง มี ความสูง 9 ชั้น ตกจากหน้าผาสูงกลางหุบเขา มีน้ำ�ตลอดปี ปริมาณน้ำ�จะมากขึ้น ในชั้นบนๆ หินบริเวณน้ำ�ตกเป็นหินแกรนิต จากลานจอดรถเดินเท้าต่อไป ประมาณ 500 เมตร จะถึงบริเวณน้ำ�ตกชั้นล่าง ซึ่งสามารถเดินเท้าขึ้นไปถึงชั้นสุดท้ายได้ ระยะ ทางประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชม กอดต้นไม้ใหญ่ ไอน้ำ�ที่ตกจากผา ธรรมชาติช่วยให้ผ่อนคลายได้จริง


ยามเย็นอากาศหนาวเย็นใส่เสื้อแขนยาว ผ้าพันคอ ทำ�ให้ชวนมา ้ เดินตลาดนำ�สวนผึ้งเวเนโต ตลาดน้ำ�เวนิสแห่งใหม่ของจังหวัดราชบุรี ตลาด น้ำ�อยู่กลางธรรมชาติ และขุนเขาทำ�ให้เราหลงใหลในธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ อากาศที่แสนบริสุทธิ์สูดอากาศเข้าไปให้เติมปอด พื้นที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ แห่งขุนเขาที่ทอดตัวยาวจนสุดลูกตา และความเขียวขจีของต้นไม้หลากหลาย สายพรรณที่ประดับตกแต่งด้วยริบบิ้นและไฟแสงสี จนได้สมญานาม “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย” โดยจำ�ลองบรรยากาศอันแสนโรแมน ติกของ Venice ที่มีทะเลสาบขนาดใหญ่กว่า 20 ไร่อยู่ในพื้นที่ ผสมผสาน กับสถาปัตยกรรมแนวกรีซ แบบ Santorini ���ึ่งได้ชื่อว่าเป็น “ราชินีแห่ง เมดิเตอร์เรเนียน” ด้วยความโดดเด่นของตัวอาคารสีขาวสะอาดตา ตัดกับ สีน้ำ�เงินสด ท่ามกลาง เทือกเขาที่เขียวขจีที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ตลาดน้ำ�ยัง ตอบโจทย์คนที่ชอบถ่ายรูปเป็นวิวที่สวยกับความคิดที่สร้างสรรค์ เพลิดเพลินกับ การเก็บภาพความประทับใจของลานน้ำ�พุ หอนาฬิกา ปั่นจักรยานน้ำ�ที่มีขนาด ใหญ่ และสวนหย่อม ที่ได้สรรค์สร้างออกมา และยังเป็นสถานที่พักผ่อนอัน แสนโรแมนติก

เป็นเวลาสั้นๆอันน้อยนิดก็ทำ�ให้เรามีความสุขที่ได้ไป เที่ยวสัมผัส กับธรรมชาติ อากาศที่บริสุทธ์ คนราชบุรีก็ใจดีมีน้ำ�ใจ เวลาที่มีค่ากับสถานที่ อันแสนสุขชวนอิ่มใจ เที่ยวที่ไทยไปไหนไปกัน


เรื่อง_จิรายุ แก้วแดง

ภาพ_จิรายุ แก้วแดง


เรื่อง_ขนิษฐา แสงกล้า ภาพ_นิวัฒน์ ดีเรือง

ข้าสู่ฤดูหนาว หลายคนวางแพลนออกเที่ยวต่างจังหวัดมีทริปต่างๆ มากมาย แว๊บเข้ามาในหัว ส่วนสถาน ที่ยอดฮิตก็หนีไม่พ้นการขึ้นดอยสูง แต่เอ๊ะ!! จะทำ�อย่างไรให้สนุกไปตลอดทริปนะ ไปชม “ทะเลหมอก” แต่กว่าจะ ได้เห็นสวรรค์ของธรรมชาติก็ต้องผ่านการเตรียมตัวอย่างมากมาย แต่งกายแบบไหน ควรเตรียมอะไรบ้าง ฉบับนี้เรา มี Trick เด็ด ในการท่องเที่ยวหน้าหนาวให้สนุกมาฝากกัน


ข้อมูลเป็นสิ่งสำ�คัญ เตรียมหาข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ สถานที่ และดอยนั้นๆ ที่เรา ต้องการจะเดินทางไป ว่ามีที่ตั้งอยู่ที่ไหน เส้นทางเป็นอย่างไร จะต้องใช้วิธีการ เดินทางแบบไหนใช้เวลานานเท่าไหร่ มีความสูงชันมากเพียงใด จุดที่เด่นที่สุด ที่เราไม่ควรพลาดในสถานที่นั้นหรือคืออะไร ซึ่งเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่เราจะต้อง ทำ�ความรู้จักคุ้นเคยให้ดีเสียก่อนเพื่อความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวอย่าง ปลอดภัยและได้ความประทับใจกลับมาหากเดินทางและโดยรถส่วนตัว แต่ถ้า หากไม่อยากขับรถไปเอง ก็จะต้องจองตั๋วรถโดยสารไว้ก่อนล่วงหน้า ยิ่งถ้าเป็น ช่วงเทศกาลด้วยแล้ว คนจะยิ่งเยอะมาก อาจจะอดไปเที่ยวได้นะคะ

ใส่ใจเรื่องเสื้อผ้า เตรียมอุปกรณ์ และเครื่องนุ่งห่มกันหนาวไปให้พร้อม เนื่องจากบนยอด ดอย มีอากาศที่หนาวเย็นมาก เสื้อผ้าธรรมดาคงให้ความอบอุ่นไม่พอแน่ และอาจ ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอลงจนหมดความสนุกในการท่องเที่ยวได้ ดังนั้น ควรจะ เตรียมสิ่งเหล่านี้ที่จะช่วยให้ร่างกายของเราอบอุ่นขึ้นไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อกัน หนาว ถุงมือ หมวกไหมพรม ผ้าพันคอ ถุงนอน เป็นต้น

รองเท้าต้องเป๊ะ อย่าประมาทเรื่องที่พัก ติดต่อจองที่พักไว้ล่วงหน้า การเดินทางท่องเที่ยวดอยในหน้าหนาว ส่วนใหญ่จะมีการพักค้างแรมบนยอดดอย เพื่อรอชมความงามของทะเลหมอก และแสงแรกของพระอาทิตย์ในยามเช้า เราจึงจะต้องค้นหาข้อมูล โดยติดต่อ สอบถามเรื่องที่พักกับหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบอยู่ ว่ามีรีสอร์ท บ้านพัก หรือ เต้นท์ให้เรารึเปล่า ถ้ามี ก็ควรจะจองไว้ล่วงหน้าก่อนเลย

รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าปีนเขา เพราะสภาพของดอย มีลักษณะเป็น ภูเขาสูง และจุดชมวิวบางแห่งจะต้องปีนป่ายหรือเดินป่าเข้าไป ดังนั้น จึงจะต้อง สวมใส่รองเท้าที่เหมาะกับสภาพการเดินทางด้วย ซึ่งจะต้องมีสภาพดีพร้อมสำ�หรับ การใช้งาน ไม่ชำ�รุดระหว่างทาง และควรเป็นรองเท้าที่เคยสวมใส่เป็นประจำ�อยู่ แล้ว เพราะรองเท้าใหม่อาจจะกัดเท้าจนไม่สามารถเดินทางต่อได้

แม้จะเป็น Trick เล็กๆ แต่รับรองว่าเป็นประโยชน์ให้ใครหลายๆ คนได้แน่นอน การ ท่องเที่ยวแบบมีแผน แม้จะเสียเวลาบ้างแต่ความสุข ความสนุก ที่ได้เก็บมาคุ้มค่ากับเวลาที่ เสียไปแน่นนอน

ที่มา : http://www.travel.in.th/th


ปัญหานำ�้ ท่วมที่เกิดขึ้นทุกปี ยังคงเป็นเรื่องใหญ่ของชาวไทยหลายคน ทำ�ให้เราอยากมาตามติดวิถีชีวิตชาวบ้านนาหนองแสงที่มีความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจ ช่วยกันทำ�ฝายกั้นน้ำ� แต่เราก็ยังสงสัยว่าพวกเขาทำ�ไปทำ�ไม? ทำ�เพื่อใคร? มันยังเป็น ข้อสงสัยในใจ ทำ�ให้เราอยากรู้อยากเห็นในสิ่งที่ชาวบ้านร่วมมือร่วมใจช่วยกันทำ� เราเดินทางไปยังหมู่บ้านนาหนองแดง จ.ราชบุรี และไปหยุดอยู่ หน้าสะพาน ได้ยินเสียงดังมาจากข้างล่างตะโกน “เราทำ�ความดีเพื่อพ่อหลวง” ประโยคสัน้ ๆได้ใจความจากปากของตาเปียกบ้านนาขุนแสง อ.สวนผึง้ จ.ราชบุรี ทำ�ให้คนที่ได้ยินน้ำ�ตาร่วง ชาวบ้านบ้านนาหนองแสงเดินตามรอย พระราชดำ�ริ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ”ชาวบ้านมีความปลืม้ ปิตกิ บั สิง่ ทีใ่ นหลวง คิดค้นฝายกัน้ น�ำ้ ให้ชาวบ้านได้มีน้ำ�กักเก็บไว้ใช้ช่วยลดน้ำ�ท่วม พอก้มมองลงไปก็เห็นภาพ ชาวบ้านกำ�ลังช่วยกันทำ�ฝายกั้นน้ำ�อย่างขะมักเขม่น

“ในหลวง”ได้ทรงตรัสไว้ ใช้ประโยชน์ในการ อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ที่ได้ผลดียิ่งกล่าวคือ ปัญหา สำ�คัญที่เป็นตัวแปรแห่งความอยู่รอดของป่าไม้นั้น “นำ�้ ” คือสิ่งที่ขาดไม่ได้โดยแท้

ชาวบ้านได้นำ�ตัวอย่างของพระองค์มาเป็นแบบอย่าง ชาวบ้านได้มีวิธีการ ทำ�ฝายกันน้ำ�แบบง่ายก่อสร้างแบบเรียงด้วยหินแบบง่ายที่เรียกว่าฝายแม้ว (check dam) เป็นเขื่อน หรือฝายขนาดเล็กชะลอน้ำ�กึ่งถาวรประเภทหนึ่ง ฝายแม้วเป็นชื่อเรียกโครงการตามแนวพระราชดำ�ริ ฝายแม้วเป็นฝายชะลอ ้นำ�กึ่งถาวรประเภทหนึ่ง ประเภทเดียวกับฝายคอกหมู โดยใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้อง ถิ่น เช่นกิ่งไม้ ก้อนหิน เพื่อกั้นชะลอน้ำ�ในลำ�ธาร หรือทางน้ำ�เล็กๆ ให้ไหลช้าลง และ ขังอยู่ในพื้นที่นานพอที่จะพื้นที่รอบๆจะได้ดูดซึมไปใช้ เป็นการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ให้เกิดความชุ่มชื้นมากพอที่จะพัฒนากลายเป็นป่าสมบูรณ์ขึ้นได้ สิ่งง่ายๆ ที่ผู้หญิงและ เด็กก็ทำ�ได้ วิธีทำ�ของชาวบ้าน นำ�ก้อนหินน้อยใหญ่โยนไปจุดๆ หนึ่งที่จะทำ�ฝายกันน้ำ� โยนก้อนหินให้มีระดับที่สูงขึ้นมาเรื่อยเพราะจะทำ�ให้ฝายกันน้ำ�มีการชะลอน้ำ�ให้ไหลใน ปริมาณที่น้อยลง ฝายกันนำ�้ ยังช่วยเรื่องนำ�้ ท่วม การที่สามารถกักเก็บนำ�้ ไว้ได้บางส่วนนี้ ทำ�ให้ เกิดเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ� และใช้เป็นแหล่งน้ำ�เพื่อการบริโภคของมนุษย์และสัตว์ ต่าง ๆ ตลอดจนนำ�ไปใช้ในการเกษตรได้อีก ด้วยวิธีการทำ�ฝายจะสร้างขวางร่องน้ำ� เล็กๆหรือลำ�ห้วย จากยอดเขาลงมาถึงพื้นราบ ใช้วัสดุธรรมชาติที่หาได้ในท้องถิ่นมา สร้างเช่น ไม้ไผ่ ไม้ล้ม ก้อนหิน ทราย เถาวัลย์มาก่อสร้าง จะใช้ท่อนไม้ไผ่ที่ปักยึดลงใน ดิน ด้านในของฝายใช้กรวด ดินทราย ก้อนหิน ถมจนเต็มเป็นแกนดินเพื่อป้องกันการ กัดเซาะของน้ำ�ที่จะทำ�ให้ฝายพังทลาย


้ และดักตะกอนบางส่วน ฝายแบบนี้เป็นภูมิปัญญา ขณะเดียวกันก็ช่วยกักเก็บนำ� ท้องถิ่นสร้างได้ง่าย และมีราคาถูกอีกด้วย ฝายหินก่อ วัสดุที่ใช้เป็นหิน และกรวดทราย ก่อ ตัวหินขึ้นด้วยปูนซีเมนต์เป็นรูปฝาย มีรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมคางหมู เพิ่มหินก่อพื้นท้ายน้ำ�เพื่อ ป้องกันการกัดเซาะหิน ซึ่งจะช่วยให้ท้องน้ำ�ด้านท้ายน้ำ� แข็งแรงขึ้น มักสร้างฝายชนิดนี้สลับ กับฝายหินเรียงแกนดินเหนียว เพื่อกั้นห้วย ลำ�ธารขนาดเล็ก ในบริเวณที่เป็นต้นน้ำ� หรือพื้นทีท่ ี่มี ความลาดชันปานกลางถึงสูง

นายบุญยัง ชาวบ้านนาหนองแสง ได้บอกว่า “ที่เราทำ� ทำ�เพื่อในหลวง เดินตามรอยพ่อที่ได้สอนพวกเรามา ฝายน้ำ�ช่วยในการชะลอน้ำ�ในหมู่บ้านของ เรา และยังทำ�ให้คนในหมู่บ้านมีความสามัคคีที่ช่วยกันทำ�ฝายกั้นน้ำ� อีกส่วน หนึ่งอยากให้นักท่องเที่ยวได้มีน้ำ�เล่น และ น้ำ�ในหมู่บ้านของเราเป็นน้ำ�ที่ใส สะอาด” นายนาวิก รักสวน อายุ 30ปี ชาวบ้านนาหนองแสง ได้บอกว่า “ทำ�เพื่อชาวบ้าน นักท่องเที่ยวไปเล่นน้ำ�เวลามาพักผ่อนและมีความสุข เวลาเห็นความร่วมมือของคนในหมู่บ้านที่มาทำ�ด้วยใจ” การทำ�แบบนี้จะช่วยให้คนที่มีใจรักบ้านเกิดจะมีจิตสำ�นึกในการ อนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสามารถทำ�เป็นกิจกรรมที่ช่วยรณรงค์เพื่อลด ปัญหาภาวะโลกร้อน และฝึกความอดทนวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ชาวบ้านทุก คนที่มาด้วยใจอาสา อยากช่วยชุมชนของตัวเอง รักบ้านเกิดคนที่ไปทำ�งานอยู่ กรุงเทพก็กลับมาบ้าน เพื่อจะมาทำ�ฝายกั้นน้ำ�เพื่อพ่อหลวง และชุมชน

ชาวบ้านทุกคนทำ�ไปยิ้มไป รอยยิ้มที่จริงใจ เปี่ยม ด้วยความสุข เพื่อพ่อหลวงของเรา เขียนโดย : ขนิษฐา แสงกล้า ภาพโดย : นิวัฒน์ ดีเรือง


เรื่อง_นิวัฒน์ ดีเรือง

เรื่อง_นิวัฒน์ ดีเรือง


หากพูดถึงแหล่งรวมข้อมูลขนาดใหญ่ที่หลายคนใช้กันในสมัยก่อนยุค IT คง หนีไม่พ้นเรื่องของ “ห้องสมุด” ที่เหล่าบรรดาวัยรุ่นจะต้องใช้สืบค้นข้อมูลเพื่อมาอ้างอิงใน เรื่องต่างๆอยู่เสมอ แต่ใครจะคิดว่าเมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปอะไรก็แปลงเปลี่ยน โดยเฉพาะ เทคโนโลยีที่พัฒนาก้าวล้ำ�ไปอย่างรวดเร็ว ทำ�ให้ใครหลายคนเปลี่ยนจากการจับหนังสือ เป็นจับมือถือ? สำ�หรับยุคนี้การค้นพบข้อมูลที่ง่ายและสะดวกที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น Application หรือที่ใครหลายคนเรียกว่า app คำ�ที่ไม่มีวัยรุ่นคนไหนไม่รู้จัก มันกลายมาเป็นแหล่ง สืบค้นข้อมูลใหม่ของวัยรุ่นในยุค IT แต่ถึงอย่างไร app ก็ไม่ใช่ทุกอย่างสำ�หรับการ สืบค้นข้อมูลที่ดี เพราะ ข้อมูลต่างๆที่ได้มาจาก App นั้นไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าเป็น ข้อมูลที่ถูกต้อง 100% หากแต่ข้อมูลนั้นมีความหมายหลากหลายรูปแบบ ฉะนั้นผู้ที่สืบค้น ข้อมูลต่างๆ ใน app จะต้องใช้วิจารณญาณในการเลือกนำ�มาปรับใช้ ลองคิดดูเล่นๆนะครับอีก 50 ปีข้างหน้าเมื่อลูก หลาน ของเราถามเราว่า “พ่อ ครับ ปู่ครับ ถ้าผมจะทำ�วิจัยส่งอาจารย์ ในหัวข้อ Smart Phone ผมจะไปสืบค้นข้อมูล ได้ที่ไหนครับ” เราจะตอบ ลูกหลาน ของเราว่าอย่างไร อนาคตข้างหน้าชีวิตของวันรุ่น จะเป็นอย่างไรและเราจะมีวิธีสอนลูกหลานเราอย่างไร เพื่อที่จะพร้อมรับมือกับ เทคโนโลยี ในอนาคตอันใกล้ ดูเหมือน application ก็เป็นเพียง Soft ware ชนิดหนึ่งที่ช่วยอำ�นวยความ สะดวกในการค้นหาข้อมูลความรู้ แค่ในช่วงเวลาระยะหนึ่งเท่านั้น เพราะภายภาคหน้า อาจมีสิ่งที่ดีกว่าที่จะมาแทน application นั่นอาจเป็นได้ใครจะรู้


เรื่อง_นุสรา ศรีเลิศรับสุข ภาพ_นิวัฒน์ ดีเรือง

กลายเป็นกระแสมาพักใหญ่ สำ�หรับการออกแบบร้านกาแฟ และหน้าตาของเบเกอรี่ ให้มีสไตล์แปลก ใหม่ น่ารัก เพื่อสร้างแรงดึงดูดใจกับลูกค้าที่กำ�ลังมองหาร้านดีๆ บรรยากาศชิลล์ๆ แต่ละร้านเลยงัดกลเม็ดเด็ดสู้ กันที่ ‘IDEA’ ร้านกาแฟนั่งชิลล์ร้านนี้ ทุกอย่างมาจากความคิดล้วนๆ การตกแต่ง การออกแบบ หรือแม้แต่หน้าตา ของบรรดาเบเกอรี่ในร้านก็ถูกออกแบบได้อย่างน่ารักจนอดใจไม่ไหวที่จะแวะเข้าไปชิม กระบวนการทางความคิด ที่ไม่สิ้นสุดจึงกลายเป็นที่มาของคำ�ว่า Think café ชื่อร้านกาแฟแห่งนี้ ย่านตลิ่งชัน


คุณเบญจรักษ์ เสมอเหมือน อายุ 26 ปี ตำ�แหน่งผู้จัดการร้าน บอกกับเราว่า ทุกอย่างของ ที่นี่สื่อความคิดผ่านออกมาสู่โลกไอเดียอย่างไร้ขีดจำ�กัด เพราะที่นี่ต่างจากร้านกาแฟ ติดกระจกใส ทั่วไป แต่นำ�ตู้คอนเทนเนอร์มาทำ�เป็นห้องต่างๆ 5 ห้อง ให้ผู้ที่แวะมาจิบกาแฟพักผ่อนในมุมที่ต่างออก ไปจากเดิม ‘’จริงๆแล้ว เจ้าของร้านได้ไอเดียมาจากการไปท่องเที่ยวต่างประเทศ แล้วไปเห็นอะไร สวยๆ ก็เลยอยากกลับมาเปิดร้านกาแฟสักร้านหนึ่ง ช่วงนั้นที่ไปก็ไปเห็นตู้คอนเทนเนอร์ เลยคิดว่านี่ น่าจะเป็นไอเดียที่ดีในการนำ�มาทำ�เป็นร้าน” โดยตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 5 ห้อง เจาะผนังเพียงเล็กน้อย หรือตกแต่งอะไรมากมาย ด้วยความ ที่อยากรักษาเอกลักษณ์ของตู้คอนเทนเนอร์ไว้ ในห้องต่างๆก็จะมีเพียงโต๊ะ และเก้าอี้เท่านั้น มองลงมา ก็จะสามารถชมวิวด้านล่างได้ เมื่อสั่งกาแฟจากเคาเตอร์ตู้คอนเทนเนอร์จุดศุนย์กลางเสร็จ ก็สามารถ เลือกที่นั่งได้ตามใจชอบ หลังจากพูดถึงไอเดียการตกแต่งร้านไปแล้ว คราวนี้เรามาดูเรื่องของทานเล่นในร้านกันบ้าง ที่นี่มีการเนรมิตเมนูของหวานได้น่ารักมากๆ เอาใจคอคนรักเบเกอรี่สุดๆ เช่นเมนู Teddy Cake Set จะมีเบเกอรี่เป็นรูปหมี แล้วตกแต่งด้วยสตรอว์เบอร์รี่ โรยด้วยดาวสีน้ำ�ตาล แนวน่ารักสดใสสไตล์ญี่ปุ่น นอกจากหน้าตาที่น่ารักแล้วเรื่องของรสชาติก็ไม่ผิดหวังเลย อีกทั้งเบเกอรี่ทุกชิ้นของที่นี่ก็ทำ�เองล้วนๆ พิถีพิถันด้านรสชาติ และปรุงแต่งด้วยไอเดียทุกเดือน เมนูพิเศษของแต่ละเดือนจะทำ�ให้เข้ากับเทศกาล เช่นวัน คริสต์มาส บรรดาขนมก็จะถูกตกแต่งด้วยสีโทนพาสเทล มีลักษะณะ ขาวๆ คล้ายหิมะ เพื่อเข้ากับฤดูหนาว ทุกวันนี้การเปิดร้านกาแฟดีๆสักร้านไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่ง สำ�คัญก็คือไอเดีย ความต่าง และความแปลกใหม่ หวังว่าร้าน Think café จะทำ�ให้คุณได้แรงบันดาลใจดีๆไปต่อยอดความคิดในการ สร้างสรรค์สิ่งใหม่กันนะคะ


เรื่อง_ขนิษฐา แสงกล้า ภาพ_นิวัฒน์ ดีเรือง

สาวๆ หลายคนอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองโดยเฉพาะเรือ่ งของการแต่งหน้า เรามีการแต่ง หน้าให้สาวๆได้สวยกับฤดูกาลที่หนาวเย็น ในฉบับนี้เรามี Concept Snowy Girl มาแนะนำ� คุณสาวๆที่อยากแต่งหน้าให้เข้ากับสภาพอากาศท้าลมหนาวที่กำ�ลังโชยมาในปีนี้


หน้าของคุณสาวๆ ฤดูกาลเปลี่ยน ผิวหน้าก็จะเปลี่ยนไปจากที่เคยผิวมัน ผิวผสม ผิวก็จะเริ่มแห้งเรื่อยๆ แต่ ถ้าคุณเลือก Moisturize ให้เหมาะกับสภาพผิว ต้องดูสภาพผิวของตัวเองด้วย เลือก Moisturize ที่มีความชุ่มชื่นเป็นพิเศษ Moisturize โดยเฉพาะน้ำ�ที่มีส่วนผสมของ Awafaw Decha ทำ�ให้ผิวคุณดูชุ่มชื้น

เลือกครีมรองพื้นให้เหมาะกับสภาพผิวหน้า ซึ่งก่อนจะลงครีมรองพื้นแนะนำ�ให้ใช้ซิลิโคนเบสรองพื้นก่อน เพราะว่าเหมาะสมกับสภาพอากาศหนาวเย็น และทำ�ให้รองพื้นติดและเนียนได้มากขึ้น ถ้าคุณมีผิวขาวให้เลือกสีรองพื้นที่ เข้มกว่าสีผิวจริง 1 เบอร์ แต่ถ้าคุณมีผิวคล้ำ�ให้เลือกรองพื้นที่ใกล้เคียงกับสีผิวคุณที่สุด ลองเลือกเฉดสีสัก 3-4 เฉดที่ใกล้ เคียงกับสีผิวคุณที่สุด ลงพื้นให้บางเบาที่สุด

ดวงตาจะต้องเจิดจรัสท้าลมหนาว เลือก Eye Shadow ที่มีความโดดเด่นให้กับดวงตา แบบมีเกร็ดหิมะเก๋ๆ ออกแนวชมพูเบาๆ หรือสีขาวมุก ขอบตาเพิ่มด้วย Glitter วิ้งๆ ไฮไลท์เส้นขอบตา ลง Glitter ที่หางตา ไม่ต้องกรีด Eye liner ให้หนักเพื่อให้เปลือกตาของคุณมีความโดดเด่น คิ้วไม่ต้องใช้ปลายดินสอเขียน เราใช้พู่กันเขียนแตะกับ Eye Shadow สีอ่อน เช่น นำ�้ ตาลอ่อนหรือนำ�้ ตาลทอง ไล่ระดับไปตามแนวคิ้วหลังจากนั้นเราก็ปัดขนตาจากเคยใช้มาสคร่าสีดำ�อาจจะเพิ่มสีสรรค์โดยปัดขนตาสีฟ้าจางๆ

เลือก Blush on สีส้มอ่อน จะดูเหมือนคุณกำ�ลังปะทะลมหนาว สีส้มอ่อนๆออกไปข้างนอกจะทำ�ให้หน้าเราดู โดดเด่นเหมือนล้อพ���ะอาทิตย์ยามเช้า

ปากควรใช้ Lip Gloss ที่มันวาว ประกายมุกวิ้งๆจะทำ�ให้ปากโดดเด่น ริมฝีปากจะดูเย้ายั่ว

เพียงเท่านี้คุณสาวๆ ก็แปลงร่างเป็น Snowy Girl. พร้อมที่จะโลดแล่นกับฤดูหนาวเย็น แบบไม่ต้องใคร การแต่งแบบนี้เราสามารถไปปาร์ตี้ ไปเที่ยว ไปช็อปปิ๊งกับเพื่อนได้อย่างสบายใจ


เรื่อง_นุสรา ศรีเลอศรับสุข

ภาพ_กุลกนิษฐ์ เซ็นสมบูรณ์


“ทำ�ไมคนรวยก็รวยจนล้นฟ้า คนสวยนับวันยิ่งสวยยิ่งดู ดี ผิวขาว จมูกโด่ง หน้าผ่องเป็นยองใย บางคนทั้งสวยทั้งฉลาด ชาติ ตระกูลดี แฟนหล่อ เรียนจบจากต่างประเทศ แน่หล่ะ ก็โลกนี้มันไม่ ยุติธรรม...” เสียงเล็กๆ ดังมาจากปากของเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่ง อายุราว 19 ปี เธอ มีหน้าตาที่ไม่สวยเอาซะเลย หนำ�ซ้ำ�ที่บ้านก็ไม่ได้รวย ไม่แปลกที่เธอจะคิดแบบนั้น เธอส่องกระจกทุกวัน เช้าเย็น และคิดอยู่เสมอว่า ควรทำ�อะไร ควรทำ� อย่างไร ให้สวยเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ “แค่สวยสักครึ่งหนึ่งของคนอื่นก็ได้ สวยแค่วัน เดียวก็ยอม” หยดน้ำ�เล็กๆ ใสๆ ไหลออกมาจากดวงตาเธอ

เด็กสาวได้ยินดังนั่นก็เบิกตาโต ดวงตาเต็มไปด้วยความหวัง พลางครุ่นคิด ในใจว่าอยากได้พรเป็นอะไร “หนูขอได้เพียงขอเดียวใช่ไหมค่ะ งั้นหนูขอให้หนูสวย สวยมากๆ สวยเหมือนเป็นนางงาม” ราวกับนิยาย นางฟ้าตัวจิ๋วปรากฏกายขึ้น เด็กหญิงร้องเสียงหลง พลางทำ� หน้าตกใจสุดขีด เธอเอ่ยถามด้วยเสียงติดๆ ขัดๆ “คะ คุณ ป่ะ เป็น นาง – ฟ้า นางฟ้า หรอ!!” นางฟ้าตอบกลับมา “ใช่แล้ว ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ ที่แท้ก็เธอนั่นเองสาว น้อย ฉันได้ยินความในใจของเธอหมดแล้ว ทุกเรื่อง หากเราให้หนูขอพรได้เพียงหนึ่งข้อ หนูจะขออะไร”

เมื่อนางฟ้าได้ยินก็ถึงกับกลั้นหัวเราะไม่ไหว เธอหัวเราะออกมา และถาม เด็กสาวต่อว่า “สิ่งที่หนูปรารถนาคือ ความงามอย่างเดียวใช่ไหม หนูแน่ใจนะ แต่ เราขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า อะไรก็ตามที่หนูขอ หนูจะได้มันไปเพียงอย่างเดียว ถ้า หนูอยากสวย ก็จะสวยแต่ไม่รวย อยากรวยก็จะรวย จะรวยอย่างเดียวแล้วทำ�สวย ทีหลังก็ไม่ได้นะ” นางฟ้ายิ้ม แล้วตอบว่า “ถ้าสิ่งที่หนูฝัน ทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันไป เรื่อยๆ หนูก็ต้องเดินทางไกล ยิ่งเดินทางไกลมากเท่าไหร่ สิ่งสุดท้ายที่หนูปรารถนา อันเรียกว่า ความสุข มันก็ยิ่งไกลออกไปมากเท่านั้น” นางฟ้ายิ้มอีกครั้งและหายตัว ไป... หากมีสักครั้งที่คุณพอใจในสิ่งที่มีอยู่ คุณก็จะไม่คิดว่าคุณไม่มี ความ ทะเยอทะยานเคยทำ�ให้ใครหลายคนประสบความสำ�เร็จ แต่ก็ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่า บุคคลเหล่านั้นจะมีความสุข อย่าตามหาสิ่งที่ขาดจนพลาดสิ่งที่มี เพราะปลาย ทางสุดท้ายของชีวิต ก็คือ ความสุข นั่นเอง


Tales Comics

เรื่อง_คัทรียา ประชุมพันธ์ ภาพ_ กุลกนิษฐ์ เซ็นสมบูรณ์



Sakid think Magazine