Page 1


พระวิจิตร​ธรรม​าภรณ (เทอด​​ญาณวชิโร)

สำนัก​งาน​พระพุทธศาสนา​แหง​ชาติ


ยอน​รอย

เสนทาง​พระ​บรม​สารีริกธาตุ

เรียบเรียง : พระวิจิตรธรรมาภรณ (เทอด ญาณวชิโร) พิมพครั้ง​แร​ก : พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕ รูป​แบบจัด​พิมพ : ปกสี่สีเคลือบดาน spot uv : เนื้อใน กรีนลีด สี่สีทั้งเลม จำนวน​หนา : ๔๐ หนา จำนวนจัด​พิมพ : ๑๕,๐๐๐ เลม จัดพิมพตามโครงการอัญพระบรมสารีริกธาตุ​ไปประดิษฐาน​ณ​พระอารามหลวง และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร​เพื่อ​รวม​ฉลอง​“พุทธชยันตี​๒๖๐๐​ป​ แหง​การตรัสรู​ของ​พระพุทธเจา” คณะกรรมการดำเนินงาน ๑. พระพรหมสุธี วัดสระเกศ ประธาน ๒. พระพรหมสิทธิ วัดสระเกศ รองประธาน ๓. นายนิวัฒนธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองประธาน ๔. พระราชปัญญาโสภณ วัดสระเกศ กรรมการ ๕. พระสิทธิธรรมธาดา วัดสระเกศ กรรมการ ๖. พระปัญญาวชิราภรณ วัดสระเกศ กรรมการ ๗. พระเมธีสุทธิกร วัดสระเกศ กรรมการ ๘. พระวิจิตรธรรมาภรณ วัดสระเกศ กรรมการ ๙. พระศรีคุณาภรณ วัดสระเกศ กรรมการ ๑๐. พระวิมลรัตนาภรณ วัดสระเกศ กรรมการ ๑๑. นายนพรัตน เบญจวัฒนานันท ผูอำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแหงชาติ กรรมการ ๑๒. พระครูปลัดสุวัฒนธีรคุณ วัดสระเกศ เลขานุการ ๑๓. พระครูสิริวิหารการ วัดสระเกศ ผูชวยเลขานุการ ดำเนิน​การจัดพ ​ ิมพโดย : สำนักงานสงเสริมคุณธรรม จริยธรรมและความมั่นคง แหงสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย วัดสระเกศ เขตปอมปราบฯ กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๐๐ โทร. ๐-๒๖๒๑-๒๒๘๐ โทรสาร. ๐-๒๖๒๑-๑๘๖๑ www.jariyatam.com


คำปรารภ เมื่อ​วาระ​สำคัญ​เนื่องดวย​องค​สมเด็จพระ​สัมมาสัม​พุทธเจา​เวียน​ มา​บรรจบ​ครบ​รอบ​อีก​ศตวรรษ​หนึ่ง​​ประเทศ​ที่​นับถือ​พระพุทธศาสนา​ได​ จัด​พิธี​เฉลิมฉลอง​อยาง​ยิ่งใหญ​ การ​ฉลอง​พุทธช​ยัน​ตี​ ​ เปน​เทศกาล​สำคัญ​ของ​ชาวพุทธ​ เกี่ยว เนื่อง​กับ​วันสำคัญ​ทาง​พระพุทธศาสนา​ ไดแก​ วัน​ประสูติ​ ตรัสรู​ และ​ ปรินิพพาน​ ซึ่ง​ตรง​กับ​วัน​วิสาขบูชา​ และ​ใชเ​รียก​การ​จัด​กิจกรรม​ ​ ใน​ป​ ครบ​รอบ​วาระ​สำคัญ​ของ​พระพุทธศาสนา​เชน​ฉลอง​กึ่ง​พุทธกาล​๒๕๐๐​ ป​แหง​การ​ปรินิพพาน​ เปนตน​ โดย​ใน​แตละ​ประเทศ​ อาจ​ใช​ชื่อ​ตางกัน​ไป​ บาง​ แต​รวมความ​แลว​ ก็​คือ​ การ​จัด​กิจกรรม​ใน​ป​ครบ​รอบ​วาระ​สำคัญ​ แหง​องค​สมเด็จพระ​สัมมาสัม​พุทธเจา​ ป​พุทธศักราช​ ๒๕๕๕​ รัฐบาล​ไทย​ ได​ประกาศ​ให​เปน​ป​แหง​ การ​เฉลิมฉลอง​พุทธช​ยัน​ตี​ ๒๖๐๐​ ป​ แหง​การ​ตรัสรู​ของ​พระพุทธเจา​ สำนักงาน​พระพุทธศาสนา​แหงชาติ​ ใน​ฐานะ​เปน​หนวย​งานหลัก​ มี​หนาที่​ ขับ​เคลื่อน​งาน​พระพุทธศาสนา​ และ​สนอง​งาน​คณะสงฆ​ ได​ประสาน​การ​ จัดงาน​กับ​หนวยงาน​ตางๆ​ ทุก​ภาค​สวน​ เพื่อ​ถวาย​เปน​พุทธบูชา​ โดย​ เนน​บูรณาการ​การ​ศึกษา​ การ​ปฏิบัติ​ และ​การ​เผยแผ​หลักธรรม​ที่​องค​ สมเด็จพระ​สัมมาสัม​พุทธเจา​ตรัสรู​ ไปสู​ประชาชน​ รวม​ถึงกำหนด​แนว​ ทางใน​การ​จัด​กิจกรรม​เนื่อง​ใน​วัน​วิสาขบูชา​อยาง​ถูกตอง​ เหมาะสม​ และ​ สอดคลองกับ​มติ​มหา​เถร​สมาคม​ จึง​ขอ​เชิญชวน​ประชาชน​ชาวไทย​ ได​ถือโอกาส​ศึกษา​และ​ปฏิบัติ ธรรม​เพื่อ​ถวาย​เปน​พุทธบูชา​ใน​วาระ​ที่​สำคัญ​นี้

(นาย​นพรัตน​​​เบญจ​วัฒนา​นันท) ผู​อำนวยการ​สำนักงาน​พระพุทธศาสนา​แหงชาติ


คำนำ เนื่องดวย​วัน​วิสาขบูชา​ ป​พุทธศักราช​ ๒๕๕๕​ เปน​ป​ที่​ พระบรมศาสดา​สัมมาสัม​พุทธเจา​ ทรง​ตรัสรู​ครบ​ ๒๖๐๐​ ป​ เรียกวา​ พุทธช​ยัน​ตี​ ๒๖๐๐​ ป​ แหง​การ​ตรัสรู​ของ​พระพุทธเจา​ นับเปน​โอกาส​ มหา​มงคล​ที่​นำ​ความ​ปติ​โสมนัส​ มาสู​พุทธศาสนิกชน​ทั่วโลก​ โดยเฉพาะ​ อยางยิ่ง​ ประเทศ​ที่​นับถือ​พระพุทธศาสนา​ ตาง​กำหนด​ให​มี​การ​จัด​ กิจกรรม​​เฉลิมฉลอง​​ถวาย​เปน​พุทธบูชา​ใน​ชวง​สัปดาห​วัน​วิสาขบูชา​ อยาง​ยิ่งใหญ มหา​เถร​สมาคม​ และ​รัฐบาล​ โดย​สำนักงาน​พระพุทธศาสนา​ แหงชาติ​รวมกับ​สำนักงาน​สงเสริม​คุณธรรม​จริยธรรม​และ​ความ​มั่นคง​ แหง​สถาบัน​ชาติ​พระศาสนา​พระมหากษัตริย​​​กำหนด​ให​มี​การ​อัญเชิญ​ พระบรมสารีริกธาตุ​ที่​ขุด​พบ​จาก​กรุง​กบิล​พัสดุ​ซึ่ง​ลน​เกลาฯ​รัชกาล​ที่​๕​ โปรดให​บรรจุ​บน​บรม​บรรพต​ภูเขา​ทอง​ไป​ประดิษฐาน​ณ​พระอาราม​และ​ สถานที่​สำคัญ​ตางๆ​ รอบ​กรุงเทพมหานคร​ เพื่อ​ถวาย​เปน​พุทธบูชา​ และ​ เปนการ​ยอน​ประวัติ​ศาสตร​ รำลึกถึง​พระ​มหา​กรุณาธิคุณ​แหง​ลน​เกลาฯ รัชกาล​ที่​๕​ใน​วาระที่​พระพุทธศาสนา​มีอายุ​ครบ​๒๖​พุทธศตวรรษ​นับแต​ ป​ทพี่​ ระพุทธเจา​ตรัสรู ใน​อภิ​รักขิต​กาล​อัน​เปนมงคล​​จึง​ขอ​เชิญชวน​ประชาชน​ชาวไทย​ ไดถ​ ือโอกาส​ศึกษา​และ​ปฏิบัติ​ธรรม​ เพื่อ​ถวาย​เปน​พุทธบูชา​ ใน​วาระ​ที่​ สำคัญ​นี้ พระวิจิตรธรรมาภรณ วัดสระเกศ​ราชวรมหาวิหาร


สารบัญ ยอน​รอย​ เสนทาง​พระ​บรม​สารีริกธาตุ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ๗ จดหมายเหตุ​ รับ​พระ​บรม​สารีริกธาตุ​ ร.ศ.​๑๑๖​​​​​​​​​​​​​​​​​๑๓ เหตุการณ​สำคัญ​พระ​บรม​สารีริกธาตุ มิสเตอรวิลเลียม เปปเป ขุดพบพระบรมสารีริกธาตุ ๒๒ เจาพระยายมราช(ปัน สุขุม) รับพระบรมสารีริกธาตุ ๒๓ รัชกาลที่ ๕ โปรดฯ ใหบรรจุไว ณ บรมบรรพต (ภูเขาทอง) ๒๕ พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุ แกเจาพระยายมราช(ปัน สุขุม) ๒๗ ๑๑๒ ป แหงการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ๒๗ จากยมราชถึงสุขุมวิท เหตุการณใน ๔ รัชกาล ๒๘ พระบรมสารีริกธาตุ ที่พระองคเจาปฤษฏางค ไดรับ ๓๐ การคนพบพระบรมสารีริกธาตุ ๓๒ การถวายพระบรมสารีริกธาตุ แดพระมหากษัตริยแห  งสยาม ๓๔ พราหมี อักษรจารึกพระธรรมคัมภีรที่เกาแกที่สุดของโลก ๓๗

ตุ่ม​เดดซี​แห่งแคว้นคันธาระ​บรรจุพระธรรม​คัมภีร​จารึก​ใน​ราว​ พุทธศตวรรษ​ที่​​๖​​เขียน​เปน​ภาษา​คันธา​รี​​โดย​​อักษร​พราหมี​​และ​​อักษร​ขโรษฐิ​


ผ​อบ​พระบรมสารีริกธาตุ​ขุด​พบ​ที่​กรุง​กบิล​พัสดุ​ประเทศ​อินเดีย​ เมื่อ​ร.ศ.​๑๑๖​(พ.ศ.​๒๔๔๐)


ย้อนรอย เสนทางพระบรมสารีริกธาตุ

ยอนรอย ​เสนทาง​พระบรมสารีริกธาตุ​รศ.๑๑๖ เนื่องดวย​วัน​วิสาขบูชา​ป​พุทธศักราช​๒๕๕๕​เปน​อภิลักขิตกาล​ ที่​พระบรมศาสดา​ สัมมาสัม​พุทธเจา​ ทรง​ตรัสรู​ครบ​ ๒๖๐๐​ ป​ เรียกวา​ พุทธช​ยัน​ตี​ ๒๖๐๐​ ป​ แหง​การ​ตรัสรู​ของ​พระพุทธเจา​ นับเปน​โอกาส​ มหา​มงคล​ ที่​นำ​ความ​ปติ​โสมนัส​ มาสู​พุทธศาสนิกชน​ทั่วโลก​ โดยเฉพาะ​ อยางยิ่ง​ ประเทศ​ที่​นับถือ​พระพุทธศาสนา​ ตาง​กำหนด​ให​มี​การ​จัด​ กิจกรรม​เฉลิมฉลอง​ ถวาย​เปน​พุทธบูชา​ ใน​ชวง​สัปดาห​วัน​วิสาขบูชา​ อยาง​ยิ่งใหญ วัน​วิสาขบูชา​ ป​พุทธศักราช​ ๒๕๕๕​ ตรง​กับ​วันที่​ ๔​ มิถุนายน​ หนวยงาน​ภาครัฐ​ และ​ องคกร​ทาง​พระพุทธศาสนา​ ในประเทศ​ไทย​ ได​ รวมกัน​จัดงาน​เฉลิมฉลอง​เปนพิเศษ​โดย​มหา​เถร​สมาคม​และ​รัฐบาล​ไทย​ ไดม​ อบหมายใหส​ ำนักงาน​พระพุทธศาสนา​แหงชาติ​จดั งาน​​​​​​วนั ว​ สิ าขบูชา ประจำป​๒๕๕๕​ขึ้น​ณ​วัด​สระ​เกศ​ราชวรมหาวิหาร​ใน​ระหวาง​วันที่​๒​-​ ๔​มิถุนายน​​๒๕๕๕​โดย​มี​กิจกรรม​สงเสริม​พระพุทธศาสนา​หลากหลาย​ กิจกรรม​ และ​กำหนด​ให​มี​พิธี​อัญเชิญ​พระบรมสารีริกธาตุ​ ที่​ประดิษฐาน​ อยู​บน​บรม​บรรพต​ (ภูเขา​ทอง)​ ไป​ประดิษฐาน​ ​ ณ​ พระอาราม​ และ​ สถานที่​สำคัญ​ตางๆ​ รอบ​กรุงเทพมหานคร​ เพื่อให​พุทธศาสนิกชน​ ได​มี​ โอกาส​สักการะ​บูชา​พระบรมสารีริกธาตุ​เพื่อ​ความ​เปน​สิริมงคล​อยาง​ ใกล​ชิด​


พระวิจิตรธรรมาภรณ​(เทอด​ญาณวชิโร)

อนึ่ง​ พระบรมสารีริกธาตุ​ ที่จะ​อัญเชิญ​ใน​ครั้งนี้​ เปนของ​ พระพุทธเจา​ถูก​คนพบ​ที่​​กรุง​กบิล​พัสดุ​ประเทศ​อินเดีย​บรรจุ​อยู​ในผ​อบ​ โบราณ​ มี​อักษร​พราหมี​โบราณ​จารึก​วา​ เปนของ​ราชวงศ​ศากยะ​ รัฐบาล​ อินเดีย​ใน​ขณะนั้น​ได​ทูลเกลาฯ​ถวาย​พระบรมสารีริกธาตุ​แด​ลน​เกลาฯ รัชกาล​ที่​ ๕​ เมื่อ​ พ.ศ.​ ๒๔๔๑​ (ร.ศ.๑๑๗)​ จึง​ทรง​พระ​กรุณา​โปรด​ เกลาฯ​ ให​พระยา​สุขุมนัย​วินิต​​(ปน​ สุขุม)​ ขาหลวง​เทศาภิบาล​มณฑล​ นครศรีธรรมราช​​​เปน​ผู​ออกไป​รับ​พระบรมสารีริกธาตุ​​​ณ​ ประเทศ​ อินเดีย​ ครั้น​กลับ​มายัง​ประเทศ​ไทย​ ได​อัญเชิญ​พระบรมสารีริกธาตุ​ ขึ้นบ​ ุษบก​ ผาน​​​เมืองตรัง​ พัทลุง​ สงขลา​ แตละ​เมือง​ มี​ประชาชน​ เขารวม​ขบวนแห​ และ​สักการะ​ บูชา​ อยาง​ ลนหลาม​ จากนั้น​ ได​ อัญเชิญ​พระบรมสารีริกธาตุ​ ลง​เรือหลวง​ ตอ​ไปยัง​เมือง​สมุทรปราการ​ และ​​รัชกาล​ที่​ ๕​ โปรด​เกลาฯ​ ให​อัญเชิญ​พระบรมสารีริกธาตุ​ ไป​ ประดิษฐาน​ใน​พระ​วิหาร​ เกาะ​​พระสมุทรเจดีย​ และ​จัด​ขบวน​อัญเชิญ​ พระบรมสารีริกธาตุ​ เดินทาง​เขาสู​กรุงเทพมหานคร​​โปรด​เกลาฯ​ ให​ จัด​ขบวน​รถมา​หลวง​ อัญเชิญ​เขาสู​พระนคร​ แลว​ประกอบพิธี​บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ​ ที่​เจดีย​บรม​บรรพต​ (ภูเขา​ทอง)​ วัด​สระ​เกศ​ ใน​ วันที่​๒๓​พฤษภาคม​พุทธศักราช​๒๔๔๒​ทรง​พระ​กรุณา​โปรด​เกลาฯ​ให​ ประกอบพิธี​โดย​กำหนด​ฤกษ​ตาม​วัน​ประสูติ​​ตรัสรู​และ​ปรินิพพาน​แหง​ องค​สมเด็จพระ​สัมมาสัม​พุทธเจา​ และ​โปรด​เกลาฯ​ ให​มี​พิธี​เฉลิมฉลอง​ สมโภช​พระบรมสารีริกธาตุ​อยาง​ยิ่งใหญ​เปนเวลา​๗​วัน​๗​คืน​ตั้งแต​ บัดนั้น​เปนตนมา​


ย้อนรอย เสนทางพระบรมสารีริกธาตุ

​​​​​​คำ​จารึก​ที่​บรรจุ​พระบรมสารีริกธาตุ​ณ​บรม​บรรพต​​ภูเขา​ทอง

มหา​เถร​สมาคม​ และ​รัฐบาล​ โดย​สำนักงาน​พระพุทธศาสนา​ แหงชาติ​ รวมกับ​ สำนักงาน​สงเสริม​คุณธรรม​ จริยธรรม​ และ​ความ​ มั่นคง​ แหง​สถาบัน​ชาติ​ พระศาสนา​ พระมหากษัตริย​ ​ วัด​สระ​เกศ​ ราชวรมหาวิหาร​จึง​กำหนด​ให​มี​โครงการ​อัญเชิญ​พระบรมสารีริกธาตุ​ ไป​ ประดิษฐาน​​ณ​พระอาราม​และ​สถานที่​สำคัญ​ตางๆ​รอบ​กรุงเทพมหานคร​ เพื่อ​ถวาย​เปน​พุทธบูชา​และ​เปนการ​ยอน​ประวัติ​ศาสตร​รำลึกถึง​พระ​มหา​ กรุณาธิคุณ​แหง​ลน​เกลาฯ​รัชกาล​ที่​๕​ใน​วาระ​แหง​พุทธช​ยัน​ตี​๒๖๐๐​ป​ พุทธศักราช​๒๕๕๕​นี้​ดวย​


จดหมายเหตุ​ รับ​พระบรมสารีริกธาตุ​ร.ศ.๑๑๖


ย้อนรอย เสนทางพระบรมสารีริกธาตุ

จดหมายเหตุ​รับ​พระบรมสารีริกธาตุ​ ร.ศ.๑๑๖​

ใน​ พ.ศ.​ ๒๔๓๙​​รศ.​ ๑๑๕​ ​ มิสเตอร​ วิลเลียม​​แค​ลกซ​ตัน​ ​เปปเป ชาวอังกฤษ​ ซึ่ง​มี​ถิ่น​พำนัก​อยู​ในประเทศ​อินเดีย​ ได​ขุดคน​ซาก​ปรักหักพัง​ของ​สถูป​ โบราณ​ซึ่ง​จม​อยู​ภายใต​เนินดิน​ที่​ตำบล​ปปราห​วะ​ ทาง​ทิศตะวันออก​เฉียง​เหนือ​ของ​ เมือง​บัส​ติ​​อันเปน​ที่ตั้ง​กรุง​กบิล​พัสดุ​ สมัย​พุทธกาล​​ซึ่ง​บริเวณ​สถานที่​ดังกลาว​อยู​ ใน​การ​ดูแล​ของ​ตน​ โดย​ใน​ครั้งแรก​ได​ขุด​หลุม​กวาง​ ๑๐​ ฟุต​และ​ลึก​ ๘​​ฟุต​ (กวาง​ ราว​๖​ศอก​ลึก​ราว​๕​ศอก)​จนกระทั่ง​ทะลุ​ถึง​ถ้ำ​ซึ่ง​กอ​ดวยอิฐ​จึง​เกิด​ความ​มั่นใจ​ วา​เนินดิน​นี้​จะ​ตอง​เปน​สถูป​ใน​พระพุทธศาสนา​อยาง​แนนอน​จึง​หยุด​การ​ขุด​สำรวจ​ ไวกอน​และ​ได​ขอ​คำ​ปรึกษา​ไปยัง​นัก​โบราณคดี ใน​เดือน​ตุลาคม​พ.ศ.​๒๔๓๙​ร.ศ.​๑๑๕​มิสเตอร​ วิน​เซนต​​​สมิท​​ได​ เขามา​ตรวจสอบ​สถูป​ดังกลาว​อีกครั้ง​ ได​แนะนำ​มิสเตอร​เปปเป​วา​ พระ​สถูป​ทาง​ พระพุทธศาสนา​แหงนี้​ นาจะเปน​พระ​สถูป​โบราณ​ที่​มี​ความ​สำคัญยิ่ง​ และ​หาก​มี​สิ่ง​ ใด​บรรจุ​ไว​ใน​พระ​สถูป​นี้​​คงจะ​อยู​ใน​ชอง​ตรงกลาง​ลึก​ต่ำลง​ไป​เสมอ​พื้นดิน​ จาก​คำ​ แนะนำ​ดังกลาว​​จึง​เปน​แรงจูงใจ​ให​มิสเตอร​เปปเป​ทำการ​ขุด​สำรวจ​สถูป​โบราณ​นั้น​ ตอไป วันที่​ ๒๐​ เดือน​มกราคม​ พ.ศ.​ ๒๔๔๐​​(ร.ศ.๑๑๖)​ เมื่อ​มิสเตอร​ ​เปปเป​ ขุด​รื้อ​สำรวจ​พระ​สถูป​โบราณ​จาก​ตรงกลาง​ยอด​ลึก​ลง​ไป​ ๑๐​ ฟุต​ ได​พบ​ทอ​กลม​ กอ​ดวยอิฐ​ปากกวาง​ราว​ ๒​ คืบ​ จึง​ขุด​ตาม​ทอ​กลม​นั้น​ลง​ไปได​พบ​หีบ​ศิลา​สี่เหลี่ยม​ ขนาดใหญ​ทำจาก​หินทราย​๑​หีบ​ภายใน​หีบ​ศิลา​มีผ​อบ​ศิลา​๓​ผ​อบ​กับ​หมอ​แกว​๑​ หมอ​เต็มไปดวย​ขาวของ​เงิน​ทอง​เพชร​พลอย​และ​เครื่อง​ประดับ​ตางๆ​มากมาย​ เชน​รูป​เครื่องหมาย​พระรัตนตรัย​ใบไม​และ​นก​นอกจากนั้น​ยังมี​แผน​ทองคำ​ตีตรา​ เปน​สัญลักษณ​ตางๆ​ดวย​

๑๓


ย้อนรอย เสนทางพระบรมสารีริกธาตุ

​แปลน​สถูป​ปปราห​วะ​เมือง​บาส​ติ​ประเทศ​อินเดีย​กรุง​กบิล​พัสดุ สถานที่​ขุด​พบ​พระบรมสารีริกธาตุ​ร.ศ.​๑๑๖​

แต​สิ่ง​ที่​ทำให​มิสเตอร​เปปเป​เกิด​ความ​ตื่นเตน​มาก​ที่สุด​คือ​ภายใน​หีบ​ศิลา​ หินทราย​มีผ​อบ​บรรจุ​อัฐิ​ธาตุ​ประมาณ​สัก​ฟายมือ​หนึ่ง(one​handful)​และ​ที่ผ​อบ ​ใบ​ที่​บรรจุ​อัฐิ​ธาตุ​นั้น​มี​ ขอความ​จารึก​ดวย​อักษร​พราหมี​โบราณ​อันเปน​ภาษา​ที่​ใช​ มา​กอน​พุทธกาล​ จาก​การ​ตรวจสอบ​จารึก​พบ​วา​เปน​อักษร​โบราณ​มีอายุ​มากกวา​๓๐๐​ป​ กอน​คริสตศักราช​ คือ​ เปน​ภาษา​ที่​จารึก​มาแลว​ประมาณ​ ๒,๑๙๘​ ป​ กอน​การ​ขุด​ พบ​ซึ่ง​เกา​กวา​ภาษา​ที่​ใช​จารึก​เสา​อโศก​ใน​สมัย​พระเจา​อโศก​มหาราช​ที่​เคย​ขุด​พบ​ มาแลว​ ​ นัก​ภาษาศาสตร​เชื่อ​วา​ นาจะเปน​ภาษา​ที่​ใช​ใน​สมัย​ที่​พระพุทธองค​ยัง​ทรง​ พระ​ชนม​อยู​หรือ​หลังจากนั้น​ก็​ไม​นาจะ​เกิน​พุทธศตวรรษ​ที่​๒​-​๔​​

๑๕


๑๖

พระวิจิตรธรรมาภรณ​(เทอด​ญาณวชิโร)

ขอความ​จารึก​ที่ผ​อบ​บรรจุ​พระบรมสารีริกธาตุ​แปลความ​ได​วา​ “ที่​บรรจุ​พระบรมสารีริกธาตุ​ของ​พระพุทธเจา​นี้​ ​ เปนของ​ตระกูล​ ศากย​ราช​ ผู​มี​เกียรติ​งาม​ กับ​พระ​ภาตา​ พรอมทั้ง​พระ​ภคินี​ พระ​โอรส​ และ​ พระชายา​สรางขึ้น​อุทิศถวาย​ไว”​ จาก​จารึก​และ​ขอสรุป​ของ​นัก​ภาษาศาสตร​นั้น​ ทำให​มิสเตอร​เปปเป​มั่นใจ​ ได​วา​ อัฐิ​ธาตุ​ที่​บรรจุ​อยู​ภายในผ​อบ​นี้​เปน​พระบรมสารีริกธาตุ​ของ​พระพุทธเจา ซึ่ง​เปน​๑​ใน​๘​สวน​ที่​เจา​ศากยะ​ไดรับ​ไป​ใน​คราว​แบง​พระบรมสารีริกธาตุ​ หลัง​การ​ ถวายพระเพลิง​พระ​บรม​ศพ​ของ​พระพุทธเจา​อยาง​แนนอน​​ มิ ส เตอร ​เปปเป​จึ ง ​มี ​ห นั ง สื อ ​แ จ ง ​ไปยั ง ​เจ า พนั ก งาน​ภ าษี ​เมื อ ง​บั ส ​ติ​ เจาพนักงาน​ได​สง​สำเนา​หนังสือ​ของ​มิสเตอร​เปปเป​ตอ​ไปยัง​ดอกเตอร​วิลเลียม​โฮย​ ขาหลวง​แขวง​เมือง​โค​รักข​ปุระ​ ​ ดอกเตอรโฮย​ได​ยื่น​เรื่อง​ตอ​ไปยัง​สมุห​เลขานุการ​ รัฐบาล​หัวเมือง​อินเดียต​ ะวันตกเฉียงเหนือ​และ​เมือง​โอธ​ ​ แจง​วา​ ​ มิสเตอร​เปปเป​ ได​ขุด​สำรวจ​สถูป​โบราณ​พบ​โบราณวัตถุ​และ​สิ่งของ​ที่​ล้ำ​คา​ มี​ความ​ยินดี​จะ​ยกให​ พิพิธภัณฑ​อินเดีย​ และ​มอบให​รัฐบาล​เปน​ผูจัดการ​ตาม​เห็นสมควร​ โดย​ตน​ขอ​เก็บ​ สิ่งของ​บางอยาง​ไว​เปน​ที่ระลึก​ ขาวคราว​ที่​มิสเตอร​เปปเป​ขุด​คนพบ​พระบรมสารีริกธาตุ​ไดรับ​การ​ตีพิมพ​ ทาง​หนา​หนังสือ​พิมพ​และ​ไดรับ​ความ​สนใจ​อยาง​กวางขวาง​ ในการนี้​ดอกเตอรโฮย​ ได​เขียน​บทความ​เกี่ยวกับ​การ​ขุด​คนพบ​พระ​บรม สารีริกธาตุ​ของ​พระ​สัมมาสัม​พุทธเจา​พรอมทั้ง​คำ​อาน​และ​คำ​แปล​อักษร​โบราณ​ซึ่ง​ จารึก​ที่ผ​อบ​ลง​ใน​หนังสือ​พิมพ​ชื่อวา​ไพ​โอ​เนีย​​ฉบับ​วันที่​ ๒๗​กุมภาพันธ​ ​ร.ศ.​ ๑๑๖​​โดย​ระบุ​วา​​เปนการ​คนพบ​ครั้ง​ประวัติ​ศาสตร​ครั้งหนึ่ง​ของโลก


ย้อนรอย เสนทางพระบรมสารีริกธาตุ

ตอมา​ นาย​มารควิส​ เคอร​ชัน​ ผู​ดำรง​ ตำแหนง​อุปราช​ครอง​ประเทศ​อินเดีย​ ซึ่ง​เคย​เขามา​รับ ราชการ​อยู​ใน​กรุงเทพฯ​ และ​มี​ความ​คุนเคย​กับ​รัชกาล​ ที่​ ๕​ มา​กอน​ เห็นวา​ พระบรมสารีริกธาตุ​นั้นเ​ปน​ สมบัติ​อัน​ล้ำ​คา​ของ​ชาวพุทธ​​จึง​ควร​มอบ​คืนใหเ​ปน​ สมบัติ​ของ​ชาวพุทธ​และ​นาย​มารควิส​เคอร​ชัน​เห็นวา​ พระมหากษั ต ริ ย  ​ที่ ​ท รง​นั บ ถื อ ​พ ระพุ ท ธศาสนา​ สมัย​นั้น​ ก็​มี​แต​พระเจา​กรุงสยาม​เพียง​พระองค​ เดียว​เทานั้น​ รัฐบาล​อินเดีย​จึง​มี​ความ​ประสงค​ที่จะ​ ทูลเกลาฯ​ ถวาย​พระบรมสารีริกธาตุ​ แด​ รัชกาล​ที่​ ๕​ พรอม​ให​ฝาย​ไทย​สง​ผูแทน​ เปน​คณะ​ราชทูต​ไป​รับ​ และ​ขอให​รัชกาล​ที่​ ๕​ แบง​พระบรมสารีริกธาตุ​แก​ประเทศ​ที่​ นับถือ​พระพุทธศาสนา​ตางๆ​ พระองคเจา​ปฤษฎางค​ ขณะ​ทรง​ผนวช​ที่​ศรีลังกา​ได​เปน​ผู​ประสานงาน ใน​การ​รับ​พระบรมสารีริกธาตุ​ระหวาง​รัฐบาล​อินเดีย​กับ​รัฐบาล​สยาม​ พ.ศ.๒๔๔๑(ร.ศ.๑๑๗)​ พระบาท​สมเด็จพระ​จุลจอมเกลา​เจา​อยู​หัว​ รัชกาล​ที่​๕​ทรง​พระ​กรุณา​โปรด​เกลาฯ​ให​พระยา​สุขุมนัย​วินิต​(ปน​สุขุม)​ขาหลวง​ เทศาภิบาล​มณฑล​นครศรีธรรมราช​เปน​ผู​ออกไป​รับ​พระบรมสารีริกธาตุ​ณ​ประเทศ​ อินเดีย​ โดย​ออก​เดินทาง​ออกจาก​กรุงเทพฯ​เมื่อ​วันที่​ ๑๖​มกราคม​พ.ศ.​๑๔๔๑​​ (ร.ศ.๑๑๗)​​ถึง​เมือง​สิงคโปร​วันที่​ ๒๐​มกราคม​พักอยูที่​สิงคโปร​ ๓​วัน​เพื่อ​คอย​ เรือเมล​ที่จะ​ออก​ดิน​ทาง​ไปกั​ลก​ตา​ จากนั้น​ เดินทาง​ตอไป​จนถึง​อินเดีย​ใน​วันที่​ ๒​ กุมภาพันธ​ร.ศ.​๑๑๗​​ วันที่​ ๑๖​ กุมภาพันธ​ ​ พ.ศ.​ ๒๔๔๑​ (ร.ศ.๑๑๗)​ ทำพิธี​มอบ​พระ​บรม สารีริกธาตุ​ พระยา​สุขุมนัย​วินิต​ (ปน​ สุขุม)​ พรอมดวย​หลวง​พินิจ​อักษร​ อัญเชิญ​ พระ​เจดีย​กาไหล​ทองคำ​ซึ่ง​พระราชทาน​จาก​กรุง​เทพ​เขาสู​มณฑล​พิธี​ดอกเตอรโฮย​ ขาหลวง​แขวง​เมือง​โค​รักข​ปุระ​ ตัวแทน​ฝาย​อินเดีย​อาน​คำ​มอบ​พระบรมสารีริกธาตุ​ ทามกลาง​ขาราชการ​ ทั้งพวก​ผูดี​ชาย​หญิง​ซึ่ง​มา​ประชุม​กัน​เปน​จำนวน​มาก​ โดย​มี​ ทหาร​ยืน​เปนกอง​เกียรติยศ​ ๒๔​ คน​ ตอจากนั้น​ พระยา​สุขุมนัย​วินิต​ ตัวแทน​จาก​ สยาม​กลาว​ขอบคุณ​

๑๗


๑๘

พระวิจิตรธรรมาภรณ​(เทอด​ญาณวชิโร)

วันที่​๒​มีนาคม​พ.ศ.​๒๔๔๑​(ร.ศ.๑๑๗)​เวลา​บาย​๕​โมง​คณะ​อัญเชิญ​ พระบรมสารีริกธาตุ​จาก​สยาม​ประเทศ​ได​ออก​เดินทาง​กลับ​ถึง​เมืองตรัง​ได​อัญเชิญ​ พระบรมสารีริกธาตุ​ขึ้น​บุษบกแห​ผาน​เมือง​ตรัง​พัทลุง​สงขลา​แตละ​เมือง​ที่ผานมา​ มี​ประชาชน​เขารวม​ขบวนแห​พระบรมสารีริกธาตุ​และ​สัก​การ​บูชา​ ดวย​ดอกไม​ ธูป ​เทียน​ แกว​แหวน​ เงินทอง​มากมาย​ แสดงใหเห็น​ถึง​ความ​เลื่อมใส​ศรัทธา​ของ​ ประชาชน​ใน​แตละ​เมือง​ได​เปน​อยาง​ดี​​จากนั้น​​ได​อัญเชิญ​พระบรมสารีริกธาตุ​ลง​ เรือหลวง​ตอ​ไปยัง​เมือง​สมุทรปราการ​


ย้อนรอย เสนทางพระบรมสารีริกธาตุ

วันที่​ ๑๕​ มีนาคม​ พ.ศ.​ ๒๔๔๑​ (ร.ศ.๑๑๗)​​คณะ​อัญเชิญ พระบรมสารี ริ ก ธาตุ ​ถึ ง ​เมื อ ง​ส มุ ท รปราการ​ รัชกาล​ที่​ ๕​โปรด​เกลาฯ ให ​น ำ​พ ระ​บ รมสา​รี ริ ก ​ธ าตุ ​ไ ป​ป ระดิ ษ ฐาน​ ใน​พระ​วิหาร​ เกาะ​พระสมุทร​เจดีย​ทำการ​ฉลอง​ เปนเวลา​ ๓​ วัน​ ๓​ คืน แลว​จัด​ขบวน​อัญเชิญ​พระบรมสารีริกธาตุ​เดินทาง​มา​กรุงเทพมหานคร พ.ศ.๒๔๔๒​(ร.ศ.๑๑๘)​ทรง​พระ​กรุณา​โปรด​เกลาฯ​ให​ประกอบพิธี​บรรจุ​ พระบรมสารีริกธาตุ​ที่​เจดีย​บรม​บรรพต​ ภูเขา​ทอง​ วัด​สระ​เกศ​ ใน​วันอาทิตย​ที่​ ๒๓​​ พฤษภาคม​ พ.ศ.​ ๒๔๔๒​ (ร.ศ.๑๑๘)​ โดย​กำหนด​ฤกษ​ตาม​วัน​ประสูติ​ ตรัสรู​ และ​ ปรินิพพาน​แหง​องค​สมเด็จพระ​สัมมาสัม​พุทธเจา พ.ศ.๒๔๔๒​ (ร.ศ.๑๑๘)​ ทรง​แบง​พระบรมสารีริกธาตุ​แก​ประเทศ​ที่​นับถือ​ พระพุทธศาสนา​ตางๆ​เชน​พมา​ลาว​ลังกา​ญี่ปุน​ไซบีเรีย​​เปนตน​ตาม​ความ​ ประสงค​ของ​รัฐบาล​อินเดีย ฝายรัฐบาล​ญี่ปุน​นั้น​ ได​คัดเลือก​ตัวแทน​คณะสงฆ​ญี่ปุน​จาก​พุทธ​นิกาย​ ตางๆ​ ไปยัง​สยาม​ประเทศ​​เพื่อ​อัญเชิญ​พระบรมสารีริกธาตุ​มายัง​ประเทศ​ญี่ปุน​​ โดย​ได​ประกอบพิธี​พระราชทาน​ที่​กรุงเทพฯ​​เมื่อ​วันที่​๑๕​​มิถุนายน​​พ.ศ.​​๒๔๔๓​​ คณะ​สม​ณ​ทูต​ญี่ปุน​ได​กราบ​บังคม​ทูล​วา​​มี​ความ​ประสงค​จะ​สราง​เจดีย​ และ​วัด​ ขึ้น​ใหม​เปนการ​เฉพาะ​ เพื่อ​ประดิษฐาน​พระบรมสารีริกธาตุ​​และ​เพื่อ​เปน​ สัญลักษณ​การ​รวม​นิกาย​ตางๆ​​ของ​คณะสงฆ​ญี่ปุน​​ พระองค​ได​พระราชทาน​พระ​ราช​ทรัพย​สวนพระองค​ เพื่อ​สราง​พระ​เจดีย​ และ​วัด​ใหม​ตาม​ความ​ประสงค​ของ​คณะสงฆ​ญี่ปุน​นั้น​ดวย​​ในการนี้​ พระองค​ยัง​ได​ ทรง​พระ​กรุณา​โปรด​เกลาฯ​พระราชทาน​พระพุทธรูป​โบราณ​ไป​ดวย​

๑๙


๒๐

พระวิจิตรธรรมาภรณ​(เทอด​ญาณวชิโร)

“พระพุทธรูป​องค​นี้​งาม​วิจิตร​พิสดาร​ชาวญี่ปุน​ถือวา​เปน​ศิลปะ​คู​บาน​ คู​เมือง​ญี่ปุน​​เพราะ​เปน​หลักฐาน​ทาง​ประวัติ​ศาสตร​ความ​สัมพันธ​ไทย​–​ญี่ปุน​ สมัย​รัชกาล​ที่​๕” เมื่อ​คณะ​สม​ณ​ทูต​กลับ​มาจาก​ประเทศ​สยาม​ ​ ได​ปรึกษาหารือ​รวมกัน​ ระหวาง​รัฐบาล​คณะสงฆ​ญี่ปุน​จาก​นิกาย​ตางๆ​​ตลอดจน​พุทธศาสนิกชน​ชาวญี่ปุน​ แลว​ตกลง​เลือก​สราง​วัด​และ​พระ​เจดีย​ที่​เมือง​นาโง​ยา​ ​ เพราะ​นอกจาก​ชาวเมือง​ เรียกรอง​ตองการ​มาก​ที่สุด​แลว​ ​ ​ เมือง​นาโก​ยา​ ​ ​ ยังเปน​เมือง​มรดก​ทาง​ประวัติ​ ศาสตร​วัฒนธรรม​ญี่ปุน​เนื่องจาก​เปน​ที่ตั้ง​ปราสาท​นาโก​ยา​อัน​เกาแก​ของ​โชกุน​​จึง​ ทำใหเกิด​วัดนิ​ไทยจิ​​(วัด​ไทย​–​ญี่ปุน)​ขึ้น​ที่​เมือง​นาโง​ยา​เมื่อ​พ.ศ.​๒๔๔๗ สำหรับ​สถูป​ที่​ประดิษฐาน​พระบรมสารีริกธาตุ​นั้น​​​ศาสตราจารยซู​ดะ​อี​โต แหง​มหาวิทยาลัย​โตเกียว​เปน​ผูออกแบบ​และ​สราง​แลวเสร็จ​เมื่อ​​พ.ศ.​๒๔๕๑​พระ​ สถูป​บรรจุ​พระบรมสารีริกธาตุ​องค​นี้​ถือ​กัน​วา​มี​ความ​งดงาม​เปน​พุทธ​สถาปตยกรรม​ ซึ่งอ​ อกแบบ​โดย​ศิลปน​ผู​มี​ชื่อเสียง​​ชาวญี่ปุน​ พระ​วิหาร​ที่​ประดิษฐาน​พระพุทธรูป​ซึ่ง​รับ​พระราชทาน​มาจาก​ประเทศ​ สยาม​ ​ ​ ได​บูรณะ​ปฏิสังขรณ​ขึ้น​ใหม​อีกครั้ง​ เมื่อ​ป​ พ.ศ.​ ๒๕๐๘​ เมื่อ​ทรง​ทราบ​ใต​ ฝา​ละออง​ธุลี​พระบาท​พระบาท​สมเด็จ​พระเจาอยูหัว​ภูมิ​พล​อดุลย​เดช​ ​ จึง​ทรง​พระ​ กรุณา​โปรด​เกลาฯ​พระราชทาน​พระพุทธรูป​​ภปร.​​เพิ่มมา​อีก​องค​หนึ่ง​​พรอมทั้ง​ ทรง​ถวาย​พระนาม​พระพุทธรูป​ สมัย​รัชกาล​ที่​ ๕​ เพื่อ​ชาง​จารึก​ลง​บน​ไม​ดวย​ลาย​ จำหลัก​ทอง​วา​ “พระพุทธ​ศากยมุนี”​ ​ โดย​มี​พระ​ปรมาภิไธย​ยอ​ของ​พระองค​และ​ ของ​พระ​บรม​อัยกาธิ​ราช​ประกอบ​อยู​ดวย


เหตุการณ​สำคัญ พระบรมสารีริกธาตุ


๒๒

พระวิจิตรธรรมาภรณ​(เทอด​ญาณวชิโร)

มิสเตอร​วิลเลียม​​เปปเป​ขุด​พบ​พระบรมสารีริกธาตุ เมื่อ​ร.ศ.​๑๑๕​(พ.ศ.๒๔๓๙)​มิสเตอร​วิลเลียม​​เปปเป​วิศวกร​ชาวอังกฤษ​ ได​พบ​ดวงไฟ​ประหลาด​จาก​กอง​เนินดิน​สถูป​ราง​ บริเวณ​ใกล​ที่​พักอาศัย​ของ​ตน​ จึง​ ลงมือ​ขุด​กอง​เนินดิน​ดังกลาว​พบ​ซาก​ปรักหักพัง​ของ​โบราณสถาน​จึง​หยุด​ขุด​ไว​โดย​ ขอ​คำ​ปรึกษา​ไปยัง​นักโ​บราณคดี​​ใน​เดือน​ตุลาคม​พ.ศ.​๒๔๓๙​ร.ศ.​๑๑๕​​มิสเตอร​ วิน​เซนต​​​สมิท​นัก​โบราณคดี​ได​เขามา​ตรวจสอบ​สถูป​ดังกลาว​และ​ให​คำ​แนะนำ​วา​​ เปน​โบราณสถาน​ทาง​พระพุทธศาสนา​ ตอมา​ ร.ศ.​ ๑๑๖​ มิสเตอร​วิลเลียม​ ​เปปเป​ ได​ลงมือ​ขุด​ตอ​ จึง​พบผ​อบ​ พระบรมสารีริกธาตุ​จารึก​ดวย​อักษร​โบราณ​มี​ขอความ​วา​เปน​พระบรมสารีริกธาตุ​ แหง​องค​สมเด็จพระ​สัมมาสัม​พุทธเจา​มิสเตอร​​เปปเป​จึง​ได​มอบให​รัฐบาล​อินเดีย​ เปนผ​ ูดูแล​ และ​รัฐบาล​มี​ความ​ประสงค​จะ​ทูล​เกลา​ถวาย​ แด​ พระบาท​สมเด็จพระ​ จุลจอมเกลา​เจา​อยู​หัว​ รัชกาล​ที่​ ๕​ พระเจาแผนดิน​เพียง​พระองค​เดียว​ ที่​นับถือ​ พระพุทธศาสนา​ใน​ขณะนั้น


ย้อนรอย เสนทางพระบรมสารีริกธาตุ

๒๓

เจาพระยา​ยมราช​(ปน​สุขุม)​ รับ​พระบรมสารีริกธาตุ เมื่ อ ​ห นั ง สื อ ​รั ฐ บาล​อิ น เดี ย ​แ จ ง ความ​ป ระสงค ​ที่ จ ะ​ทู ล ​เ กล า ​ถ วาย​ พระบรมสารีริกธาตุ​ ถึง​สยาม​ประเทศ​ ได​เกิด​ขอถกเถียง​ขึ้น​ใน​หมู​ขาราชการ​ ขณะนั้น​ วา​ จะ​เปน​พระบรมสารีริกธาตุ​จริง​หรือไม​ ​ หาก​ไม​จริง​ ก็​จะ​เปน​เหตุ​ให​ เสื่อมเสีย​พระ​เกียรติคุณ​แหง​องค​พระมหากษัตริย​ได​ ความ​ได​ทราบ​ถึง​พระบาท​ สมเด็จพระ​จุลจอมเกลา​เจา​อยู​หัว​พระองค​ทรง​มี​พระ​ราช​กระแสรับสั่ง​วา​ฝรั่ง​ไมได​ นับถือ​พระพุทธศาสนา​ ยัง​เชื่อ​วา​ เปน​พระบรมสารีริกธาตุ​แหง​องค​สมเด็จพระ​ สัมมาสัม​พุทธเจา​อยาง​แทจริง​เรา​เปน​ชาวพุทธ​จะ​สงสัย​ทำไม ร.ศ.​ ๑๑๖​ (พ.ศ.๒๔๔๐)​ พระบาท​สมเด็จพระ​จุลจอมเกลา​เจา​อยู​หัว​ ทรง​ โปรดฯ​ ให​ เจาพระยา​ยมราช​ (ปน​ สุขุม)​ เปนผูแทน​รัฐบาล​กรุงสยาม​ เดินทาง​ไป​ อัญเชิญ​พระบรมสารีริกธาตุ​ ณ​ ประเทศ​อินเดีย​ ใน​พิธี​รับมอบ​ เจาพระยา​ยมราช​ เกิด​ความ​สงสัย​ใน​พระบรมสารีริกธาตุ​พลัน​ก็​ปรากฏ​รัศมี​เปน​ประกาย​แผ​ออกจาก​ พระบรมสารีริกธาตุ​เปนที่​นา​อัศจรรย​จน​เจาพระยา​ยาม​ราช​หมด​ความ​สงสัย​


๒๔

พระวิจิตรธรรมาภรณ​(เทอด​ญาณวชิโร)

ขณะ​เดินทาง​กลับ​ เรือ​ได​เผชิญ​พายุ​อยาง​หนัก​ ทาน​ได​อธิษฐาน​ขอ​ บารมี​จาก​พระบรมสารีริกธาตุ​ ให​ปลอดภัย​ ก็​ปรากฏ​รัศมี​ พวยพุง​ออกจาก​ พระบรมสารีริกธาตุ​ พายุ​ได​พลัน​สงบลง​ นับเปน​เหตุการณ​อัศจรรย​ ที่​เจาพระยา​ ยมราช​ประสบ​ดวย​ตน​เอง เมื่อ​เดินทาง​ถึง​สมุทรปราการ​ ขณะ​มี​พิธี​เฉลิมฉลอง​ที่​พระสมุทรเจดีย​ เจาพระยา​ยมราช​ และ​ประชาชน​ ที่​รวม​พิธี​ ก็ได​เห็น​รัศมี​เปลง​ประกาย​จาก​ พระบรมสารีริกธาตุ​อีก​ครั้งหนึ่ง


ย้อนรอย เสนทางพระบรมสารีริกธาตุ

๒๕

แผนผังบรมบรรพต​(ภูเขาทอง)​เตรียมบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ​ร.ศ.​๑๑๘

รัชกาล​ที่​๕​โปรดฯ​ให​บรรจุ​ไว​ ณ​​บรม​บรรพต​(ภูเขา​ทอง) จากนั้น​ พระบาท​สมเด็จพระ​จุลจอมเกลา​เจา​อยู​หัว​ ทรง​โปรดฯ​ ให​จัด​ ขบวน​รถมา​หลวง​อัญเชิญ​พระบรมสารีริกธาตุ​ เขาสู​พระนคร​ แลว​ทรง​โปรดฯ​ ให​ บรรจุ​ไว​ ณ​พระ​บรม​บรรพต​(ภูเขา​ทอง)​เมื่อ​ร.ศ.​๑๑๘​ตรง​กับ​พ.ศ.๒๔๔๒​ทรง​ โปรดฯ​ให​มี​พิธีเฉิ​ลม​ฉลอง​สมโภช​พระบรมสารีริกธาตุ​เปนเวลา​๗​วัน​๗​คืน


๒๖

พระวิจิตรธรรมาภรณ​(เทอด​ญาณวชิโร)

ขณะ​ประชาชน​ได​รวม​พิธี​เฉลิมฉลอง​สมโภช​พระบรมสารีริกธาตุ​ ณ​ พระ​บรม​บรรพต​ อยาง​ยิ่งใหญ​นั้น​ ได​ปรากฏ​ดวงไฟ​สุกสวาง​เปลง​ประกาย​เปน​ ฉัพ​พรรณ​รังษี​ลอย​ออกจาก​องค​พระ​บรม​บรรพต​ผาน​พระ​วิหาร​พระ​อัฎฐา​รส​ไปยัง​ พระอุโบสถ​ แลววน​เปน​ทักษิณาวรรต​ กลับมา​ที่​องค​พระ​บรม​บรรพรต​ นับเปน​ เหตุการณ​อัศจรรย​สำหรับ​ประชาชน​ผู​รวม​พิธี​​ใน​ขณะนั้น


ย้อนรอย เสนทางพระบรมสารีริกธาตุ

๒๗

พระราชทาน​พระบรมสารีริกธาตุ แก​เจาพระยา​ยมราช​(ปน​สุขุม)​​ พระบาท​สมเด็จพระ​จุลจอมเกลา​เจา​อยู​หัว​ ทรง​โปรดฯ​ พระราชทาน​ พระบรมสารีริกธาตุ​แก​เจาพระยา​ยมราช​ไว​ใน​คราวนั้น​ดวย พระบาท​สมเด็จพระ​จุลจอมเกลา​เจา​อยู​หัว​ ทรง​พระราชทาน​ถุง​บรรจุ​ พระบรมสารีริกธาตุ​ ที่​อัญเชิญ​มาจาก​ประเทศ​อินเดีย​นั้น​ แก​ เจาพระยา​ยมราช​ นำไป​เก็บรักษา​ไว​ เพื่อ​เปน​บรรณาการ​ ใน​การ​เปนผูแทน​รัฐบาล​กรุงสยาม​ ไป​ อัญเชิญ​พระบรมสารีริกธาตุ​​ เมื่อ​กลับ​ถึง​บาน​ปรากฏ​วา​พระบรมสารีริกธาตุ​ได​เสด็จ​มา​เพิ่ม​ใน​ถุง​บรรจุ​ ของ​เจาพระยา​ยมราช​นั้น​ เมื่อ​นำ​ความ​ขึ้น​กราบ​บังคม​ทูล​ พระบาท​สมเด็จพระ​ จุลจอมเกลา​เจา​อยู​หัว​ ทรง​พระ​กรุณา​ทราบ​แลว​ ทรง​โปรด​เกลาฯ​ ให​เจาพระยา​ ยมราช​นำไป​เก็บรักษา​สักการะบูชา​ไว​ที่​บาน​ของ​ทาน​ตามเดิม ทานผูหญิง​ตลับ​ ภริยา​เจาพระยา​ยมราช​ ก็ได​พบ​กับ​เหตุการณ​อัน​นา​ อัศจรรย​ดวย​ตน​เอง​​ขณะ​ทานผูหญิง​ตลับ​เอนหลัง​หลับ​พักอยู​ได​เกิด​เสียง​เอะอะ​ จึง​ตื่นขึ้น​มา​ แลเห็น​แสง​สีขาว​เปน​ลำ​ สอง​เขา​ไปทาง​หนาตาง​หอง​ของ​เจาพระยา​ ยมราช​ ทานผูหญิง​ตลับ​ รีบ​เปดประตู​เขาไป​ดู​ จึง​เห็น​แสง​สีขาว​เปน​ลำ​ สอง​ไป​ที่​ ถุง​ผา​ขาว​ สำหรับ​แบง​พระบรมสารีริกธาตุ​ ที่​เจาพระยา​ยมราช​ วางไว​ จึง​ได​ปลุก​ เจาพระยา​ยมราช​ ขึ้น​มา​ดู​ ​ แลว​หยิบ​ถุง​มา​ตรวจ​อีก​ครั้งหนึ่ง​ ก็​ปรากฏ​วา​ ยังมี​ พระบรมสารีริกธาตุ​ติดอยู​กับ​เศษผง​อีก​๓-๔​องค

๑๑๒​ป​แหง​การ​บรรจุ​พระบรมสารีริกธาตุ บัดนี้​ ผูสืบสกุล​เจาพระยา​ยมราช​ (ปน​ สุขุม)​ ได​อัญเชิญ​พระ​บรม สารีริกธาตุ​ ที่​เก็บรักษา​ไว​ตาม​สายสกุล​มา​ถวาย​เจาประคุณ​สมเด็จพระ​พุฒ​าจารย ประธาน​คณะ​ผูปฏิบัติ​หนาที่​สมเด็จ​พระสังฆราช​เจาอาวาส​วัด​สระ​เกศ​ภายหลัง​จาก คุณ​เกษม​สุขุม​และ​คุณหญิง​ชื่น​จิตต​สุขุม​ผู​เปน​บิดามารดา​ถึง​แก​อนิจกรรม​


๒๘

พระวิจิตรธรรมาภรณ​(เทอด​ญาณวชิโร)

ขณะ​อัญเชิญ​พระบรมสารีริกธาตุ​ ​มา​ถวาย​เจาประคุณ​สมเด็จฯ​ นั้น ปรากฏ​วา​มี​พระบรมสารีริกธาตุ​เพิ่มขึ้น​ ​นับเปน​เหตุ​อัศจรรย​ที่​ปรากฏ​ตอ​พระภิกษุ สงฆ ​แ ละ​พุ ท ธศาสนิ ก ชน​ผู  ​ร  ว ม​เจริ ญ ​พ ระพุ ท ธมนต ​ใ น​คื น​นั้ น ​เมื่ อ ​เจ า ประคุ ณ สมเด็จพระ​พุฒ​าจารยอ​ ัญเชิญ​ขึ้น​ประดิษฐาน​ ณ​ โตะหมู​บูชา​ ปรากฏ​วา​มี​พระ​บรม สารีริกธาตุ​เพิ่มขึ้น​อีก​เปน​จำนวน​มาก

จาก​ยมราช​ถึง​สุขุมวิท​ เหตุการณ​ใน​๔​รัชกาล หนังสือ​“จาก​ยมราช​ถึง​สุขุมวิท​เหตุการณ​ใน​๔​รัชกาล”​จัดพิมพ​เปน​ อนุสรณ​งาน​พระราชทาน​เพลิงศพ​คุณหญิง​ชื่น​จิตต​สุขุม​ได​บันทึก​เหตุการณ​ความ​ มหัศจรรย​แหง​พระบรมสารีริกธาตุ​ ที่​เจาพระยา​ยาม​ราช​ ไดรับ​พระราชทาน​จาก​ พระบาท​สมเด็จพระ​จุลจอมเกลา​เจา​อยู​หัว​รัชกาล​ที่​๕​ไว​วา​ “....จะ​เปน​ดวย​บุญกุศล​ของ​เจาพระยา​ยมราช​​ที่​ได​ตรากตรำ​​ปรับปรุง ​การ​ปกครอง​​​​​อาณาเขต​ภาคใต​ของ​ประเทศ​ไทย​ที่​มี​พลเมือง​หลาย​เชื้อชาติ​ปนเป ​กัน​อยู​จน​มี​ความ​สงบ​เรียบรอย​เปน​เขต​ขันฑ​สีมา​อัน​มั่นคง​ของ​ราชอาณาจักร​ไทย จึง​ได​มี​โอกาส​ปฏิบัติ​หนาที่​พิเศษ​ อัน​เปนมงคล​ ถวาย​พระบาท​สมเด็จพระ​จุลจอมเกลา​อยู​หัว​ คือ​ ไดรับ​มอบหมาย​ ให​ไป​อัญเชิญ​ รับ​พระบรมสารีริกธาตุ​ ของ​ สมเด็จพระ​สัมมาสัม​พุทธเจา​จาก​อินเดีย​เพื่อ​มา​ประดิษฐาน​ไว​ ณ​​ยอด​ภูเขา​ทอง​ ใน​กรุงเทพมหานคร​เมื่อ​ป​พ.ศ.​๒๔๔๑​ ลอรด​เคอ​สัน​อุปราช​ของ​อินเดีย​ในเครือ​จักรภพ​อังกฤษ​ได​กราบ​บังคม​ทูล​ มา​วา​ทางการ​อังกฤษ​ใน​อินเดีย​ได​ขุด​พบ​พระบรมสารีริกธาตุ​ ของ​องค​สมเด็จพระ​ สัมมาสัม​พุทธเจา​สวน​ที่​เปน​ของ​สมเด็จพระ​สักย​ราช​ซึ่ง​ไดบ​ รรจุ​พระ​สถูป​ไว​ณ​เมือง​ กบิล​พัสดุ​ ราชอาณาจักร​ถิ่นกำเนิด​ ของ​สมเด็จพระ​สัมมาสัม​พุทธเจา​ นับวา​ เปน​ พระบรมสารีริกธาตุ​ สวน​ที่​เปนของ​พระ​ราชสกุล​ ของ​สมเด็จพระ​สัมมาสัม​พุทธเจา​ เอง​ รัฐบาล​อังกฤษ​เห็นวา​ พระบาท​สมเด็จ​พระพุทธ​เจาหลวง​ ทรง​เปน​ประมุข​ ของ​พุทธศาสนิกชน​ในประเทศ​ไทย​ และ​เปน​ประเทศ​ที่​นับถือ​ศาสนาพุทธ​ เปนหลัก​ จึง​มี​หนังสือ​กราบ​บังคม​ทูล​ถวาย​พระบรมสารีริกธาตุ​สวน​นี้​ ทั้งหมด​ โดย​ขอให​สง​ ราชทูต​ไป​รับ​ที่​ประเทศ​อินเดีย


ย้อนรอย เสนทางพระบรมสารีริกธาตุ

พระบาท​สมเด็จ​พระพุทธ​เจาหลวง​ จึง​มี​พระ​ราช​กระแสรับสั่ง​ให​เจา​พระ ยา​ยมราช​ ซึ่ง​ขณะนั้น​ยังเปน​พระยา​สุขุมนัย​วินิต​ ขาหลวง​เทศาภิบาล​มณฑล​ นครศรีธรรมราช​ เปนผูแทน​ประเทศ​ไทย​ เดินทาง​ไป​รับ​พระบรมสารีริกธาตุ​ ณ​ ประเทศ​อินเดีย​ โดย​มี​หลวง​พินิต​อักษร​ ไป​ เปนผ​ ูชวย​ เมื่อ​คณะ​ของ​เจาพระยา​ ยมราช​ ได​อัญเชิญ​พระบรมสารีริกธาตุ​ มาถึง​กรุงเทพฯ​ ได​มี​ พระ​บรม​ราชโองการ​ ให​สมโภช​เปนเวลา​เจ็ด​วัน​เจ็ด​คืน​แลว​พระบาท​สมเด็จ​พระพุทธ​เจาหลวง​ไดโปรด​ เกลาฯ​ให​นำ​ขึ้น​บรรจุ​ไว​บน​ยอด​ภูเขา​ทอง​ภายใน​วัด​สระ​เกศ​ซึ่ง​เปน​จุด​สูงสุด​ของ​ กรุงเทพฯ​ เพื่อให​เปน​มหา​มงคล​ และ​เปนที่​สักการะ​ของ​พุทธศาสนิกชน​ชาวไทย​ ทุกคน​ตลอดไป เมื่อ​เจาพระยา​ยมราช​ ได​อัญเชิญ​พระบรมสารีริกธาตุ​มาถึง​เมืองไทย​แลว ก็ได​เดินทาง​โดย​รถมา​หลวง​เขา​พระ​บรมมหาราชวัง​ เพื่อ​ถวาย​พระบาท​สมเด็จ​พระ เจา​อยู​หัว​ รัชกาล​ที่​ ๕​ หลังจากที่​ได​ถวาย​แลว​ เจาพระยา​ยมราช​ ยัง​นั่ง​รอ​ รับสั่ง​อยู​ พระบาท​สมเด็จ​พระเจาอยูหัว​ ได​ทรง​เปด​พระ​สถูป​ และ​นำ​ถุง​ผา​ที่​ บรรจุ​พระบรมสารีริกธาตุ​ มา​เท​ออก​เลือก​ใน​ถาด​ทองคำ​ และ​ได​ ทรง​คัด​เอา​ องค​พระบรมสารีริกธาตุ​ ออกมา​บรรจุ​ใน​พระ​สถูป​ทองคำ​ของ​ไทย​ เพื่อให​มี​แต​ พระบรมสารีริกธาตุ​ แต​อยางเดียว​แลวจึง​ได​ทรง​เท​เอา​ผง​อื่นๆ​ซึ่ง​อาจ​เปนผง​ของ​ เกสร​ดอกไม​ ที่​ผู​บรรจุ​เดิม​ได​ใส​ปน​เพื่อ​บูชา​ กลับ​ใสถุง​เดิม​ แลว​มอบให​เจาพระยา​ ยมราช​รับ​ไป เจาพระยา​ยมราช​ รับ​ถุง​ผง​แลว​ กราบ​ถวายบังคม​ลา​ กลับ​ไป​บานพัก​ แลว​นำ​ถุง​ผง​ไป​​​วางไว​ชั้นลาง​ของ​โตะ​๒​ชั้น​ใน​หองนอน​โดย​มิได​คิด​อะไร​ใน​คืน​ วัน​นั้น​ซึ่ง​เปน​คืน​เดือนมืด​​ผูหญิง​๒-๓​คน​ที่อยู​เปนเพื่อน​ทานผูหญิง​ตลับ​ใน​หอง​ ถัดไป​ได​เอะอะ​ขึ้น​ทำให​ทานผูหญิง​ตลับ​ซึ่ง​เอนหลัง​หลับ​พักอยู​ได​ตื่นขึ้น​มา​แลเห็น​ แสง​สีขาว​เปน​ลำ​ สอง​เขา​ไปทาง​หนาตาง​หอง​ ของ​เจาพระยา​ยมราช​ ทานผูหญิง​ ตลับ​ รีบ​เปดประตู​เขาไป​ดู​ จึง​เห็นวา​ แสง​สีขาว​เปน​ลำ​นั้น​ สอง​ไป​ที่​ถุง​เศษผง​ ที่​ เจาพระยา​ยมราช​ ได​วางไว​ จึง​ได​ปลุก​เจาพระยา​ยมราช​ ขึ้น​มา​ดู​ แลว​หยิบ​เอา​ถุง​ มา​เท​ออก​ตรวจ​อีก​ครั้งหนึ่ง​ก็​ปรากฏ​วา​ยังมี​พระบรมสารีริกธาตุ​ติดอยู​กับ​เศษผง​ อีก​๓-๔​องค

๒๙


๓๐

พระวิจิตรธรรมาภรณ​(เทอด​ญาณวชิโร)

​ว¬ ันรุงขึ้น​เจาพระยา​ยมราช​นำ​พระบรมสารีริกธาตุ​ที่​ติด​มา​กับ​เศษผง​ไป​ ถวาย​พระบาท​สมเด็จพ​ ระพุทธ​เจาหลวง​พรอม​กราบ​บังคม​ทูล​ให​ทรง​ทราบ​เรื่อง​อัน​ อัศจรรย​ดวย​​พระบาท​สมเด็จ​พระเจาอยูหัวฯ​ ได​มี​รับสั่ง​วา​ “เจาคุณ​ เก็บ​ไว​บูชา​ ก็แลวกัน​ฉัน​ได​คัดเลือก​​อยาง​ละเอียด​แลว​เมื่อวานนี้​ไม​นาจะ​มี​เหลืออยู​อีก” นับวา​เปน​พระ​มหา​กรุณา​อยาง​หา​ที่​เปรียบ​มิได​และ​ยังเปน​มหา​มงคล​แก​ เจาพระยา​ยมราช​และ​ลูกหลาน​ซึ่ง​ได​บูชา​พระบรมสารีริกธาตุ​ สืบทอด​กัน​ตอๆ​ไป​ อีก...”​

พระบรมสารีริกธาตุ​ ที่​พระองคเจา​ปฤษฎางค​ไดรับ ตอมา​ เมื่อ​วันที่​ ๒๓​ เมษายน​ ๒๕๕๔ ลูกหลาน​พระองคเจา​ปฤษฎางค​ ได​นำ​พระบรมสารีรกิ ธาตุ​มา​ถวาย​เจาประคุณส​ มเด็จพระ​พฒ ุ า​ จารย​​ ประธาน​ค ณะ​ผู  ป ฏิ บั ติ ​ห น า ที่ ​ส มเด็ จ ​พ ระสั ง ฆราช​ ซึ่ง​พระบรมสารีริกธาตุ​นี้​ เปน​สวน​ที่​พระองคเจา​ ปฤษฎางค​ไดรับ​มาจาก​อินเดีย​ ในขณะที่​พระองค​ทรง​ เปน​ผู​ประสานงาน​ระหวาง​รัฐบาล​อินเดีย​กับ​รัฐบาล​ สยาม​เมื่อคราว​รับ​พระบรมสารีริกธาตุ​​รศ.​๑๑๖​ขณะนั้น​พระองค​ ได​ทรง​ผนวช​ อยูที่​ประเทศ​ศรีลังกา​ เมื่อ​ทราบ​วา​ ประเทศ​อินเดีย​ขุด​พบ​พระบรมสารีริกธาตุ​ ณ​ กรุง​กบิล​พัสดุ​ และ​รัฐบาล​อินเดีย​มี​ความ​ประสงค​จะ​ทูล​เกลา​ถวาย​ แด​ พระบาท​ สมเด็จพระ​จุลจอมเกลา​เจา​อยู​หัว​ รัชกาล​ที่​ ๕​ จึง​ได​เดินทาง​ไป​อินเดีย​เพื่อ​เปน​ผู​ ประสานงาน​ และ​ได​เขาพบ​ลอรด​ เคอร​ซัน​ อุปราช​อินเดีย​ ซึ่ง​พระองค​มี​ความ​ คุนเคย​มา​ตั้งแต​ครั้ง​เปน​ราชทูต​ณ​กรุง​ลอนดอน​​​


ย้อนรอย เสนทางพระบรมสารีริกธาตุ

ภายหลัง​ลาสิกขา​แลว​พระองค​ได​เสด็จ​กลับมา​ประทับ​ที่​วัง​ใน​ซอย​วัด​มหา​ พฤฒา​ราม​ ถนน​สี่​พระยา​ ทรง​ประทาน​แบง​พระบรมสารีริกธาตุ​ ​ ที่​รับ​จาก​รัฐบาล​ อินเดีย​คราวนั้น​ให​หมอมเจา​อุดม​ดิเรก​ลาภ​​ทวี​วงศ​​และ​หมอมหลวง​พัวพัน​(​ศิริ​วงศ) ทวี​วงศ​​​ที่​เปน​ญาติสนิท​​​หมอมหลวง​พัวพัน​ทวี​วงศ​​ได​นำ​พระบรมสารีริกธาตุ​นี้​ มา​สักการะ​จน​สิ้นอายุ​ ​โดย​ได​มอบ​พระบรมสารีริกธาตุ​ให​หมอมราชวงศ​ พิมพ​พงษ​ (ทวี​วงศ)​​อิน​วะษา​​ไว​สักการะ​​ครั้น​หมอมราชวงศ​พิมพ​พงษ​​​(ทวี​วงศ)​อิน​วะษา​​ ถึง​แก​อนิจกรรม​คุณ​ภุชฌงค​ วงศ​วสุ​ และ​คุณ​ถนิม​พงษ​ (อิน​วะษา)​วงศ​วสุ​ ก็​ไดรับ​ ไว​สักการะ​สืบมา​ ตอมา​ จึง​ได​นำ​พระบรมสารีริกธาตุ​ดังกลาว​ มา​ถวาย​เจาประคุณ​ สมเด็จพระ​พุฒา​ จารย​ และ​เจาประคุณ​สมเด็จฯ​ไดใ​ห​อัญเชิญ​ขึ้น​บรรจุ​ ณ​พระ​บรม​ บรรพต​ใน​คราว​เดียวกัน​นี้​ดวย​ นับเปน​เหตุ​อัศจรรย​อีก​ประการ​หนึ่ง​ ที่​พระบรมสารีริกธาตุ​จาก​กรุง​กบิล​ พัสดุ​ได​มารวมกัน​ใน​วาระ​ที่​สำคัญ​เชนนี้​ ใน​วาระ​ที่​เฉลิมฉลอง​ ๒๖​ พุทธศตวรรษ​ พระพุทธศาสนา​มีอายุ​ครบ​๒,๖๐๐​ป​​นับแต​ป​ที่​พระพุทธเจา​ตรัสรู นับ​จำเดิม​แต​ พระบาท​สมเด็จพระ​จุลจอมเกลา​เจา​อยู​หัว​ พระพุทธ​ เจาหลวง​​รัชกาล​ที่​๕​ทรง​โปรดฯ​ให​บรรจุ​พระบรมสารีริกธาตุ​ไว​ณ​พระ​บรม​ บรรพต​ภูเขา​ทอง​เมื่อ​วันที่​๒๓​พฤษภาคม​ร.ศ.​๑๑๘​​(ตรง​กับ​พ.ศ.​๒๔๔๒)​ เวลา​บาย​๔​โมง​๒๖​นาที​ ๕​วินาที​ ​เปน​ปฐมฤกษ​ นั้น​​บัดนี้​กาล​ลวง​แลว​ เปนเวลา​๑๑๒​ป​จนถึง​ปจจุบัน​ เพื่อ​ถวาย​เปน​พุทธบูชา​ แด​ องค​สมเด็จพระ​สัมมาสัม​พุทธเจา​ ใน​โอกาส​ เฉลิมฉลอง​ ๒๖​ พุทธศตวรรษ​ พระพุทธศาสนา​มีอายุ​ครบ​ ๒,๖๐๐​ ป​ ​ นับแต​ป​ที่​ พระพุทธเจา​ตรัสรู​ อัน​จะ​เปนการ​สนอง​พระ​เดช​พระคุณ​ แหง​พระบาท​สมเด็จพระ-​ จุลจอมเกลา​เจา​อยู​หัว​รัชกาล​ที่​ ๕​ที่​ทรง​มี​พระ​ราชประสงค​ให​พระบรมสารีริกธาตุ​ เปน​มรดก​ของ​พระพุทธศาสนา​ ประเทศชาติ​ บานเมือง​ และ​เปน​สิริมงคล​ แก​ ประชาชน​ใน​ชาติ​ตลอดไป

๓๑


๓๒

พระวิจิตรธรรมาภรณ​(เทอด​ญาณวชิโร)

การ​คนพบ​พระบรมสารีริกธาตุ ​ก าร​ขุ ด ​พ บ​พ ระบรมสารี ริ ก ธาตุ ​ที่ ​ ปปราห​วะ​โดด​​​​แขวง​บัส​ติ​​ตั้ง​แต​เวลา​ที่​มี​การ​พบ ​เ สา​ศิ ล า​อั น เป น ​ที่ ร ะลึ ก ​ถึ ง ​ส ถาน​ที่ ​ป ระสู ติ ​ ของ​พ ระ​สั ม มาสั ม ​พุ ท ธเจ า ​ที่ ​ลุ ม พิ นี ​วั น ทำ​ใ ห ​นั ก ​วิ ช าการ​ช าวยุ โ รป​ใ น​อิ น เดี ย ​เ กิ ด​ ความ​ตื่นตัว​ใน​การ​ขุด​พูน​ดิน​ ​(​โกต)​​ ​ตางๆ​ ​ที่​มี​อยู​ทั่ว​ไปตาม​ทิศ​ตะวันตกเฉียงเหนือ​ของ​อินเดีย​ ​ตั้ง​แต​เมือง​กบิล​พัสดุ​จน​ถึง ​สวน​ลุมพินี​ ​ ​และ​ทิศตะวันออก​เฉียง​เหนือ​แถบ​ดิน​แดน​ของ​ประเทศ​เนปาล​​​ ​เรื่อยไป​ จน​ถึง​ทาง​ตอน​ใต​ใน​เขต​อาณานิคม​ของ​อังกฤษ​ ​ ​เพื่อ​สำรวจหา​โบราณสถาน​​ และ ​โบราณวัตถุ​ตางๆ​ที่​นา​จะ​ถูก​เก็บ​ไว​ตั้ง​แต​สมัย​พุทธกาล ​ที่​ตำบล​ปปราห​วะ​โคตร​ ​ ​แขวง​บัส​ติ​ ​ ​ใกล​กับ​พรม​แดน​เนปาล​ ​ ​มี​พูน​ดิน ​โคกสูง​ซึ่ง​ทราบ​กัน​วา​เปน​สถูป​โบราณ​เมื่อ​ครั้ง​อดีต​ ​ ​ที่ดินส​ วน​นั้น​เปนของ​ ​มิสเตอร ​วิลเลียม​แค​ลกซ​ตัน​​​​เปปเป​​​​นัก​วิชาการ​ชาวยุโรป​กัน​ตระกูล​คิบบอน​​​​มิสเตอร​เปปเป ​เมื่อ​ได​ทราบ​จึง​วาง​แผน​จะ​ขุด​สำรวจ​ ​ ​ปลาย​ ​ร.​ศ.​๑๑๕​ ​ ​ได​ขุด​หลุม​ลง​ไป​ใน​โคก​นั้น​ กวาง​​๑๐​​ฟุต​และ​ลึก​​๖​​ฟุต​​จนกระทั่ง​ทะลุ​ถึง​ถ้ำ​ซึ่ง​กอ​ดวยอิฐ​​​ ​จึง​แน​ใจ​วา​พูน​ดิน​นี้​ นา​จะ​เปน​สถูป​ใน​พระพุทธศาสนา​จริง​ดัง​ที่​สงสัย​ ​ ​มิสเตอร​เปปเป​จึง​หยุด​การ​สำรวจ​​ เพียง​เทา​นั้น​กอน ​ใน​เดือน​ตุลาคม​​ร.​ศ.​๑๑๕​​มิสเตอรวิน​เซนต​​สมิท​​เขามา​ตรวจสอบ​สถูป​ดัง ​กลาว​อีกครั้ง​ ​ ​ได​แสดง​ความ​เห็นวา​นา​จะ​เปน​สถูป​โบราณ​ที่​สำคัญ​อยางยิ่ง​และ​ ได​แจง​แก​มิสเตอร​เปปเป​วา​ ​ ​หาก​มี​สิ่ง​ใด​บรรจุ​ไว​ใน​พระ​สถูป​นี้​ ​ ​คง​จะ​อยู​ใน​ชอง​ ตรงกลาง​ลึก​ต่ำ​เสมอ​พื้นดิน​​​​มิสเตอร​เปปเป​จึง​ทำการ​ขุด​สำรวจ​ตอ ​ใน​วัน​ที่​ ​๒๐​​เดือน​มกราคม​​ร.​ศ.​๑๑๖​​(​ป​ ​๑๘๙๘)​​ ​เมื่อ​ขุด​ลึก​ลง​ไป​​๑๐​​ฟุต​ จาก​ยอด​พื้นดิน​ ​มิสเตอร​เปปเป​ได​พบ​หีบ​ศิลา​ขนาด​ใหญ​ทำจาก​หินทราย​ ​๑​ ​หีบ​ ​ใน​ หีบ​นั้น​มีผ​อบ​ศิลา​​๓​​ผ​อบ​กับ​หมอ​แกว​​๑​​หมอ​​​ ​มี​แผน​ปูน​พิมพ​สอง​แผน​​​ ​ใน​หมอ​ แกว​มี​พลอย​ตางๆ​เปน​รูป​เครื่องหมาย​​เชน​​ไตรรัตน​​ใบไม​​และ​นก​​มี​แผน​ทอง​ตีตรา​ อยู​บาง​​​ ​แต​มี​สำคัญ​ที่สุด​คือ​​​ ​พบ​วา​มี​อัฐิ​และ​อังคาร​ประมาณ​สัก​ฟายมือ​หนึ่ง​​(​o​n​e​​​ h​a​nd​ ​f​u​l​)​​มี​คำ​จารึก​ภาษา​มคธ​อยู​ดานบนผ​อบ​ใบ​ที่​บรรจุ


ย้อนรอย เสนทางพระบรมสารีริกธาตุ

จาก​การ​พิจารณา​จารึก​พบ​วา​เปน​อักษร​โบราณ​เกาแก​มีอายุ​มากกวา​๓๐๐​​ ปกอน​คริสต​ศักราช​ ​ (๒,๑๙๘ปกอน​การ​ขุด​พบ)​ ซึ่ง​เกาแก​จารึก​สมัย​พระเจา​ อโศก​ มหาราช​ที่​เคย​ขุด​พบ​มาแลว​ ​ เปน​หลักฐาน​วา​ผูสราง​พระ​สถูป​นี้​ตั้งใจ​จะ​ใช​ สำหรับ เปนที่​บรรจุ​พระบรมสารีริกธาตุ​ของ​สม​ณ​โค​ดม​บรม​พุทธเจา​​อัน​พวก​ศากยะ​ราช​แหง​ เมือง​กบิล​พัสดุไ​ดรับ​แบง​เมื่อ​เวลา​ที่​ถวายพระเพลิง​พระ​สม​ณ​โค​ดม​ใน​ครั้ง​อดีตกาล

หีบ​ศิลา​บรรจุผ​อบ​พระบรมสารีริกธาตุ​ขุด​พบ​ที่​กรุง​กบิล​พัสดุ​ประเทศ​อินเดีย​ เมื่อ​ร.ศ.​๑๑๖​(พ.ศ.​๒๔๔๐)

ความ​นี้​ ที่​ฝง​พระ​สารีริกธาตุ​แหง​พระ​ผู​มี​พระ​ภาค​ พระพุทธ​เจาของ​ ศากยะ​พี่​นองชาย​ผู​มี​เกียรติ​งาม​พรอมทั้ง​พี่​นองหญิง​พรอมทั้ง​บุตรแล​ชายา (ที่มา​ :​ จดหมาย​ของ​กรมหมื่น​วชิรญษ​ณวโร​รส​ ​ ทูลเกลาฯ​ถวาย​แด​ พระบาท​สมเด็จพระ​จุลจอมเกลา​เจา​อยู​หัว​ ลงวันที่​ ๒๑​ ตุลาคม​ ร.ศ.๑๑๗--​​ หอ​จดหมายเหตุ​แหงชาติ)

๓๓


๓๔

พระวิจิตรธรรมาภรณ​(เทอด​ญาณวชิโร)

การ​ถวาย​พระบรมสารีริกธาตุ ​แด​พระมหากษัตริย​แหง​สยาม มิสเตอร​เปปเป​เมื่อ​ได​พบ​โบราณวัตถุ​เหลานั้น​ก็ได​มี​หนังสือ​แจง​ไปยัง​เจา​ หนัก​งาน​ภาษี​เมือง​บัส​ติ​ ​เจาพนักงาน​ได​สง​สำเนา​หนังสือ​ไปยัง​ด็อก​เตอร​ วิลเลียม​ โฮย​ ขาหลวง​แขวง​เมือง​โค​รักข​บุระ​ ด็อก​เตอรโฮย​ได​ยื่น​เรื่อง​แก​สมุห​เลขานุการ​ รัฐบาล​หัวเมือง​อินเดียต​ ะวันตกเฉียงเหนือแล​เมือง​อินเดีย​ ​ โดย​จะ​ขอ​แบง​ไว​เฉพาะ​ ของ​ที่​เหมือนกัน​เพียง​สอง​สาม​ชิ้น​เทานั้น​ ในการนี้​ด็อก​เตอรโฮย​ได​ลง​คำ​อาน​และ​คำ​ แปล​ของ​จารึก​ที่ผ​อบ​ไว​ใน​หนังสือ​พิมพ​ชื่อวา​ ​ ไพ​โอ​เนีย​ ฉบับ​วันที่​ ๒๗​ กุมภาพันธ​ ร.ศ.๑๑๖พุทธศาสนิกชน​ที่​ได​ทราบ​ขาว​ตาง​มี​ความ​ยินดี​เปนอ​ ยางยิ่ง ขณะนั้น​​พระภิกษุ​ชินวร​วงษ​(พระนาม​เดิม​​พระองคเจา​ปฤษฎางค)​ซึ่ง​ เปนพ​ ระ​บรมวงศานุวงศ​สยาม​พระองค​หนึ่ง​ ​ เที่ยว​เดินทาง​จาริก​และ​เยี่ยม​เยือน​ มาถึง​เสา​ศิลา​ของ​พระเจา​อโศก​มหาราช​ที่​ลุมพินี​วัน​ ​ เมือง​กบิล​พัสดุ​ ​ เมื่อ​ทราบ​ ขาว​เรื่อง​การ​พบ​พระบรมสารีริกธาตุ​ ​ มี​จด​หมายถึง​มิสเตอร​เปปเป​ ​ ลงวันที่​ ​ ๙​​ เมษายน​๑๙๘๙​​ใจความ​วา​​ขอรับ​เอา​พระบรมสารีริกธาตุ​กลับ​ไป​ถวาย​แด​สมเด็จ​ พระเจา​กรุงสยาม​ (พระบาท​สมเด็จพระ​จุลจอมเกลา​เจา​อยู​หัว​ ​ รัชกาล​ที่​ ๕)​ ​ ซึ่ง​ ทรง​เปน​พระมหากษัตริย​ที่​ทรง​นับถือ​และ​อุปถัมภ​พระพุทธศาสนา​อยู​เพียง​พระองค​ เดียว​ใน​สมัย​นั้น​​หาก​ให​พระองค​ทรง​เปน​ผูรักษาแล​จำแนก​พระบรมสารีริกธาตุ​แลว​ ก็​จะ​เปนที่​เลื่อมใส​ของ​พุทธศาสนิกชน​วา​พระบรมสารีริกธาตุ​นั้น​เปน​ของจริง​แท เนื่องจาก​มิสเตอร​เปปเป​ได​ยก​อำนาจ​การ​ตัดสินใจ​ให​แก​รัฐบาล​อังกฤษ​ ด็อก​เตอร​วิลเลียม​ ​ โฮย​ ​ จึง​ได​เสนอ​แก​สมุหเลา​ขานุ​การ​รัฐบาล​หัวเมือง​อินเดีย​ ตะวันตกเฉียงเหนือแล​เมือง​โอธ​วา ​เห็นส​ มควรจะ​ถวาย​พระธาตุแ​ ดพ​ ระเจาก​ รุงสยาม​ ให​ทรง​วินิจฉัย​และ​จำแนก​ไปยัง​ประเทศ​ที่​นับถือ​พระพุทธศาสนา​ ​ เพื่อ​เปนมงคล​ แก​พุทธศาสนิกชน​ของ​ประเทศ​ตางๆ​นั้น​ ​ และ​เพื่อ​เปนการ​เชื่อม​สัมพันธ​ไมตรี​อัน​ดี​ ระหวาง​รัฐบาล​อังกฤษ​และ​รัฐบาล​ประเทศ​สยาม​อีก​ทาง​หนึ่ง ​เลฟเต​แนนต​​คอ​เวลเนอ​​และ​ขาหลวงใหญ​ของ​หัวเมือง​อินเดีย​ตะวันตก เฉียง​เหนือ​ ​ ได​พิจา​ณา​แลว​เห็นควร​ตามที่​ด็อก​เตอรโฮย​เสนอ​ ​ แต​ดวย​พระ​บรมสารีริกธาตุ​นั้น​เปน​ของสูง​ที่​ชาวพุทธ​นั้น​ปวง​เคารพบูชา​ ​ จะ​สงไป​โดย​หีบ​ตามปกติ​ ดูจะ​ไมสมควร​เกียรติ​ ​ จึง​ได​เสนอ​ตอ​เลขานุการ​แหง​รัฐบาล​อินเดีย​ ​ กระทรวง​การ​ ภายใน​วา​​หาก​รัฐบาล​อินเดีย​วินิจฉัย​วา​เห็น​สมควรจะ​ถวาย​พระบรมสารีริกธาตุ​แด​ สมเด็จ​พระเจา​กรุงสยาม​แลว​​ขอ​แนะนำ​ให​ทูล​ขอ​ตอ​พระเจา​กรุงสยาม​ให​ทรง​แตง​ผู​ มา​รับ​ไป​โดย​ถูกตอง​ตาม​ประเพณี​


ย้อนรอย เสนทางพระบรมสารีริกธาตุ

๓๕

ทาง​รัฐบาล​อินเดีย​ได​มอบหมายให​มิสเตอรยอช​ ​ เค​รฟวิล​ ​ ตำแหนง​ ราชทูต​และ​กงสุล​เจ​เนราล​อังกฤษ​ ​ ให​มี​จดหมาย​ทูล​มายัง​พระเจา​นอง​ยา​เธอ​​ กรมหลวง​เทวะ​วง​ษวโร​ประการ​​เสนาบดี​วา​กระทรวง​ตางประเทศ​ของ​สยาม​​โดย​ มี​ใจความ​ตอน​หนึ่ง​วา ...แต​สวน​พระพุทธ​สารีริกธาตุ​ ​ ซึ้ง​เปนของ​นับถือ​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พุทธศาสนิกชน​​เหตุ​ฉะนั้น​รัฐบาล​อินเดีย​จึง​มี​ความ​ประสงค​จะ​ทูล​เกลา​ถวาย​แด​พระบาท​ สมเด็จ​พระเจา​กรุงสยาม​​อันเปน​พระ​กษัตริย​​ซึ่ง​นับถือ​พระพุทธศาสนา​อยู​พระองค​ เดียว​ทุกวันนี้​​เพื่อจะ​ได​ทรง​จำแนก​แก​ผู​ที่​ควร​ไดรับร​ ักษา​ไว (จาก​สำเนา​คำ​แปล​จดหมาย​ของ​มิสเตอรยอช​ เครฟ​วีล​ ถึง​พระเจ้า​น้อง​ ยา​เธอ​กรมหลวง​เทวะ​วง​ษวโร​ประการ​ ​ ลงวันที่​ ๑๗​ สิงหาคม​ ร.ศ.๑๑๘—หอ​ จดหมายเหตุ​แห่งชาติ) ทั้งนี้​ทาง​รัฐบาล​อินเดีย​ได​ขอ​พระราชทาน​พระบรมราชานุญาต​โปรด​ เกลาฯ​พระราชทาน​สวนแบง​ให​แก​พุทธศาสนิกชน​ใน​เมือง​พมา​และ​ลังกา​ ​ ซึ่ง​อยู​ใต​ ปกครอง​ของ​อังกฤษ​ดวย การ​วินิจฉัย​ของ​ฝาย​สยาม​และ​การ​เตรียมการ​เพื่อ​รับ​พระบรมสารีริกธาตุ เมื่อ​ราชทูต​อังกฤษ​มี​หนังสือ​แจง​มายัง​กระทรวง​ตางประเทศ​ของ​ไทย​ พระเจา​นอง​ยา​เธอ​ ​ กรมหลวง​เทวะ​วง​ษวโร​ประการ​จึง​มี​หนังสือ​ทูลเกลาฯ​ถวาย​แด​ พระบาท​สมเด็จ​พระเจาอยูหัว​ทราบ​​ซึ่ง​พระองค​มิได​รีบ​ตอบรับ​พระบรมสารีริกธาตุ​ นั้น​ทันที​ ​ หาก​แต​พระราชทาน​พระ​ราช​วินิจฉัย​ ​ และ​ทรง​สอบถาม​ความเห็น​จาก​​​​ ผู​เชี่ยวชาญ​ของ​สยาม​หลาย​ทาน​เสีย​กอน สมเด็จพระ​มหา​สมณเจา​​กรม​พระ​ยาวชิร​ญาณวโร​รส​​ได​ทรง​ตรวจสอบ​ จารึก​ที่​ขุด​พบ​ทตี่​ ำบล​ปปราห​วะ​โคตร​ ​ เทียบกับ​จารึก​หลัก​ศิลา​สมัย​พระเจา​อโศก​ มหาราช​​และ​ทรง​มี​พระ​วินิจฉัย​ตอบกลับ​มายัง​พระบาท​สมเด็จ​พระเจาอยูหัว


๓๖

พระวิจิตรธรรมาภรณ​(เทอด​ญาณวชิโร)

ฝาย​สมเด็จพ​ ระเจา​บรมวงศ​เธอ​​กรม​พระยา​ดำรงรา​ชานุ​ภาพ​​เสนาบดี​ วาการ​กระทรวง​มหาดไทย​ ​ ซึ่ง​เปน​ผู​เชี่ยวชาญ​ดาน​ประวัติ​ศาสตร​และ​โบราณคดี​ ทรง​พิจารณา​ขอมูล​สำเนา​จดหมาย​ทั้งมวล​ที่ทาง​อังกฤษ​สง​มาแลว​​ทรง​มี​ขอ​วินิจฉัย​ กลับ​มายัง​พระบาท​สมเด็จ​พระเจาอยูหัว​​ความ​โดย​ยอวา พระบรมสารีริกธาตุ​ที่ทาง​อินเดีย​จะ​ถวาย​นั้น​นาจะ​เชื่อได​วา​เปน​ของจริง​ ทั้งนี้​พิจารณา​จาก​ภาษา​ที่​จารึก​ลง​ในผ​อบ​ก็ดี​ ​หรือวา​จะ​พิจารณา​จาก​การ​ที่​ตัว​เจดีย​ ที่​บรรจุ​นั้น​เปน​เจดีย​สำคัญ​ของ​ประเทศ​อินเดีย​​ซ้ำ​ยังอยู​ใน​เขตเมือง​กบิล​พัสดุ​ที่​เชื่อ​ วา​นาจะ​ไดรับ​สวนแบง​พระบรมสารีริกธาตุ​ตั้งแต​ครั้ง​พุทธกาล​ก็ดี​​​​อีกทั้ง​ด็อก​เตอร​ เชื่อว​ า​นาจะ​ไดรับ​สวนแบง​พระบรมสารีริกธาตุ​ตั้งแต​ครั้ง​พุทธกาล​ก็ดี​ ​ อีกทั้ง​ด็อก​ เตอรโฮย​ ขาหลวง​แขวง​เมือง​โค​รักข​บุระ​นั้น​ก็​เปน​ผู​เชี่ยวชาญ​ดาน​โบราณคดี​เปน​ อยางยิ่ง​การ​ที่​ด็อก​เตอรโฮย​ได​ตรวจสอบ​แลวจึง​นาจะ​เชื่อถือ​ได​ แตกระนั้น​สมเด็จฯ​​ กรม​พระยา​ดำรงรา​ชานุ​ภาพ​ก็​ทรง​เสนอแนะ​วา​ควร​กระทำการ​ครั้งนี้​โดย​รอบคอบ ขาพระพุทธเจา​จึง​เห็นชอบ​ดวย​กรมหมื่น​วชิร​ญาณ​วโรรศ​ใน​ขอ​ที่​ควร​ โปรดให​มี​ผู​ออกไป​ตรวจตรา​กอน​ที่จะ​รับ​หรือ​มิ​รับ​ประการใด​ ​ และ​การ​ที่จะ​แตง​ผู​ ออกไป​ตรวจตรา​เรื่อง​นี้​เห็นดวย​เกลาฯ​ ตาม​ปญญา​ของ​ขาพระพุทธเจา​วา​ไมมี​ที่​ เสื่อมเสีย​หรือ​จะ​ให​เปน​เหตุ​ให​ขุนเคือง​แก​รัฐบาล​อินเดีย​อยาง​ใด​ ​ เพราะ​คำ​ที่​เขา​ บอก​มา​ก็​มิได​ยืนยัน​วา​เปน​พระบรมสารีริกธาตุ​โดย​ไมมี​ที่​สงไสย​​อีก​ประการ​หนึ่ง​เขา​ ยอมจะ​เขาใจ​ได​เหมือนกัน​วาการ​ที่​ใต​ฝา​ละอองธุ​รี​พระบาท​จะ​กระทำ​อยาง​ใด​ใน​เรื่อง​ นี้​กระทำ​เพื่อ​พุทธศาสนิกชน​ทั่วไป​​คือ​รับผิดชอบ​ตอ​พุทธศาสนิกชน​ทั่วไป​​เปนการ​ จำเปน​ที่จะ​ตอง​กระทำ​โดย​ความ​หนักหนวง​และ​ให​พน​จาก​ความ​สงไสย​ ​ ความคระ​ หา​ของ​คน​ทั้งหลาย​​ (คัด​เนื้อความ​จาก​หนังสือ​ของ​สมเด็จ​พระเจ้า​บรมวงศ​เธอ​ กรม​พระยา​ ดำรงรา​ชานุ​ภาพ​ ทูลเกล้าฯ​ ​ถวาย​แด่​พระบาท​สมเด็จพระ​จุลจอมเกล้า​เจ้า​อยู่​หัว​ ลงวันที่​๒๑​ตุลาคม​ร.ศ.๑๑๗—หอ​จดหมายเหตุ​แห่งชาติ) หลังจากนั้น​พระบาท​สมเด็จพระ​จุลจอมเกลา​เจา​อยู​หัว​ทรง​เรียกประชุม​ เสนาบดี​ใน​วันที่​๒๓​ตุลาคม​ร.ศ.๑๑๗​ที่ประชุม​เสนาบดี​มี​มติ​ให​สง​พระยาสุ​ขม​วินัย​ วินิต​ซึ่ง​เปน​มหา​เปรียญ​และ​รู​ภาษา​อังกฤษ​เปน​อยาง​ดี​เปน​ตัวแทน​ไป​รับ​พระธาตุ


ย้อนรอย เสนทางพระบรมสารีริกธาตุ

๓๗

พราหมี

อักษรจารึกพระธรรม​คัมภีร​ที่​เกา​แก​ที่สุด​ของโลก ​จาก​เทือกเขา​บามิยัน​ถึง​บรม​บรรพต​​ภูเขา​ทอง ก​ าร​คนพบ​พระคัมภีร​ทาง​พระพุทธศาสนา​ใน​ถ้ำ​ ​บริเวณ​เทือกเขา​บามิยัน ป​ ระเทศ​อฟั กานิสถาน​บ​ น​เสนทาง​สายไหม​ซ​ งึ่ ส​ มัยพ​ ทุ ธกาล​​​​​​เรียกวา​“แควนค​ นั ธ​ าระ” ​เปน​แควน​กำเนิด​พระพุทธรูป​ยุค​แรก​ของโลก​​กอนหนา​ที่​กองกำลัง​ทหาร​ตา​ลิบัน​​จะ​ เขา​ระเบิด​ทำลาย​พระพุทธรูป​หิน​ที่​หนาผา​เทือกเขา​บามิยัน​นั้น​​นับวา​​เปนการ​คนพบ​ พระธรรม​คัมภีร​ทาง​พระพุทธศาสนา​ ​ที่​เกา​แก​ที่สุด​ของโลก​ ครั้งประวัติศาสตร​ อีกครั้งหนึ่ง​ ภายหลังการคนพบพระบรมสารีริกธาตุ​ ณ​ กรุงกบิลพัสดุ​ ร.ศ.๑๑๖​ ของ​มิสเตอร​วิลเลียม​​แค​ลกซ​ตัน​​เปปเป​ชาวอังกฤษ​​​​ พ​ ระคัมภีร​ดังกลาว​​ไดรับ​การ​ยืนยัน​จากนักภาษาศาสตรนานๆ​ชาติ​วา​เปน​ ผลงาน​การ​จารึก​ของ​เหลา​พระ​อรหันต​สาวก​​ใน​ราว​พุทธศตวรรษ​​ที่​​๖​​หรือ​​ประมาณ​​ ๒,​๐๐๐​ ​ป​ ​ลวง​มา​แลว​ ​ได​ทำการ​จารึก​ใน​ใบ​ลาน,​​ ​เปลือกไม,​ ​หนัง​สัตว​ ​และ​แผน​ ทองเหลือง​​ดวย​อักษร​​​​​​​​​​“​พราหมี​โบราณ”​​​​​​อันเปน​อักษร​ที่​ใช​ใน​สมัย​พุทธกาล ที่เกาแกที่สุดเทาที่เคยคนพบมา สถาบัน​อนุรักษส​เค​อเยน​ ​แหง​ราชอาณาจักร​นอรเวย​ ​ได​พระคัมภีร​ มาจาก​พอคา​ของเกา​ชาวอังกฤษ​ ​ซึ่ง​ถูก​แอบ​ลักลอบ​ขน​ยายออกจาก​หุบผาบา​มิยัน​ โดย​ชน​พื้นเมือง​ของ​อัฟกานิสถาน​ ​และ​ได​วาง​แผน​ขนยาย​ทุก​วิถีทาง​ ​เก็บรักษา​ ชิ้นสวน​ที่​สมบูรณ​​และ​แตกหัก​เล็กนอย​​ไว​ได​​ซึ่ง​นัก​โบราณคดี​​และ​นัก​ภาษาศาสตร​ นานาชาติ​ ​ใช​เวลาทำการ​ชำระ​​ศึกษา​​เปนเวลา​​๑๒​​ป​ ​จึง​สามารถ​ทราบ​หลักฐาน​ ที่​ชัดเจน​วา​ ​เปน​ ​“​พระไตรปฎก”​​ ​อันเปน​พระคัมภีร​ทาง​พระพุทธศาสนา​ ​ที่​เกา​แก​ ที่สุด​​มีอายุ​ถึง​​๒,​๐๐๐​​ป


Oslo, 14th of May, 2011, BE 2554.

His Holiness Somdech Phra Buddhacharya President of the Executive Committee for the Supreme Patriarch of Thailand Abbot of Wat Sraketrajajamahavihara Bangkok, Thailand On the occasion of the celebration of the 2600 years of Buddha’s Anuttara Samma Sambodhi, I would like to express my most sincere gratefulness to Somdech Phra Buddhacharya in support of exhibition of Gandhara Buddhist manuscripts that have been so successfully arranged by the Royal Thai Government. Now that we will conduct the ceremony of conclusion, we realize how much this has meant for the promotion of the Grand Tradition of Buddhism, of which the Royal Thai Government and the Thai Samgha Supreme Council are the special guardians. As a token of our gratitude we have the honour of bringing to the Wat Sraketrajamahavihara, at the Golden Mountain, some few fragments of the original texts on the basis of which the exhibition has been made. The fragments have been presented by the owner of the collection of manuscripts, Mr. Martin Schøyen, Schøyen Collection, Norway. By this act Mr. Schøyen would like to convey his very best greetings and felicitations to the concluding event, regretting though, that he could not attend the ceremonies.

Faithfully yours, also on behalf of Mr. Martin Schøyen, Jens Braarvig, Professor of Religious Studies, University of Oslo.


ย้อนรอย เสนทางพระบรมสารีริกธาตุ

๓๙

ท​ ี่​สำคัญ​อักษร​ใน​พระคัมภีร​ทาง​พระพุทธศาสนา​ ​จาก​หุบผา​บามิยัน​ ​กับ​ อักษร​ที่​เขียน​สลัก​บนผ​อบ​บรรจุ​พระบรมสารีริกธาตุ​​บน​บรม​บรรพต​​(​ภูเขา​ทอง)​​​นั้น​ เปน​อักษร​ลักษณะ​เดียว​กัน​ ​คือ​ “อักษร​พราหมี”​ ​ ​ ​ซึ่ง​เปน​ตัวอักษร​ที่​ใช​ใน​ระหวาง​ พุทธกาล​​หรือ​​หลังจาก​นั้น​ไมนาน ​แสดง​ให​เห็นวา​​อักษร​พระธรรม​คัมภีร​ ​ที่​พบ​จาก​หุบผา​บามิยัน​​กับ​บน​ ผ​อบ​บรรจุ​พระบรมสารีริกธาตุ​ ​ที่​ขุด​พบ​จาก​กรุง​กบิล​พัสดุ​นั้น​ ​มีอายุ​อยู​ใน​ ยุคสมัย​เดียว​กัน​​ คณะสงฆ​วัด​สระ​เกศ​ ​และ​พุทธศาสนิกชน​ ​ทั้งมวล​ ​มี​มติ​เห็นสมควร​ ประดิษฐาน​พระธรรม​คัมภีร​แหง​พระพุทธศาสนา​นี้​ ​ไว​ ​ณ​ ​บรม​บรรพต​ ​(​ภูเขา​ทอง)​ เพื่อ​ถวาย​เปน​ พุทธบูชา​ ​ธรรม​บูชา​ ​สังฆ​บูชา​ ​และ​นอม​ถวาย​เปน​พระ​ราช​กุศล​​ ถวายพระพร​ชัย​มงคล​ ​แด​ ​สมเด็จ​บรมบพิตร​ ​พระ​ราช​สมภาร​เจา​ ​พระบาท​สมเด็จ​ พระเจา​อยู​หัว​​ผูทรง​พระคุณ​อัน​ประเสริฐ​​​​อัน​จะ​เปนการ​สืบ​ตออายุ​พระพุทธศาสนา​ ให​ยืนยาว​ออกไป​สิ้น​กาลนาน​


พุทธชยันต์  

ย้อนรอยเส้นทางพระบรรมสารีริกธาตุ

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you