Issuu on Google+

โรคมะเร็งคืออะไร รางกายเราประกอบไปดวยอวัยวะตางๆ อวัยวะจะประกอบดวยเซลล กลุมของเซลลที่มีรูปรางและ ทําหนาที่เหมือนกันรวมตัวกันจะเปนอวัยวะ หลายอวัยวะมาทํางานรวมกันเปนระบบ หลายๆระบบ ทํางานรวมกันเปนรางกายของคนเรา เซลลตางๆจะมีอายุเมื่อตายก็จะมีเซลลใหมเจริญทดแทน เซลลเกา เซลลที่สรางใหมไมหยุดเราเรียกวา เนื้องอก ซึ่งแบงเปน เนื้องอกชนิดไมรายแรงหรือทาง การแพทยเรียก Benign tumor สวนมะเร็งที่แพรกระจายไปอวัยวะอื่นๆเรียก มะเร็ง

โรคมะเร็ง เปนโรคที่พบไดบอยโดยเฉพาะในปจจุบันซึ่งมีมลภาวะจากการพัฒนาประเทศ และ ประชาชนขาดความเอาใจใสตอสุขภาพตนเอง ขาดการออกกําลังกาย รับประทานอาหารไมเลือก เหลาเปนสาเหตุใหเกิดมะเร็งเพิ่มขึ้น โรคมะเร็ง เปนโรคที่ปองกันได และสามารถรักษาใหหายขาดไดหากสามารถวินิจฉัยไดตั้งแตเริ่ม เปน

มะเร็งที่พบบอยในคนไทย เพศหญิง  

มะเร็งเตานม (อันดับ1) มะเร็งปากมดลูก (อันดับ2)

เพศชาย  

มะเร็งตับ (อันดับ 1) มะเร็งปอด (อันดับ 2)


มะเร็งปากมดลูก แม มะเร็งปากมดลูก จะเปนโรคที่ปองกันและรักษาใหหายได แต โรคมะเร็งปากมดลูก ยังคง ครองแชมปอันดับหนึ่งของมะเร็งที่คราชีวิตผูหญิง โดยมีอัตราการเสียชีวิตของ มะเร็งปากมดลูก เฉลี่ยสูงถึง 7 คนตอวัน และพบผูปวย มะเร็งปากมดลูก รายใหมสูงถึง 6,000 คนตอป โดยใน จํานวนของผูมีเชื้อนี้กวาครึ่งตองเสียชีวิต เนื่องจากผูปวยสวนใหญมักอายและกลัวที่จะไปพบแพทย เพื่อตรวจหาเชื้อมะเร็ง ทําใหกวาจะรูวาปวยดวย โรคมะเร็งปากมดลูก นี้ ความรุนแรงของโรคก็ อยูในระยะลุกลามแลว..ดังนั้น วันนี้เราจึงนําขอมูลเกี่ยวกับ มะเร็งปากมดลูก มาใหคุณรูเทา ทัน โรคมะเร็งปากมดลูก กันคะ โรคมะเร็งปากมดลูก (Cancer of Cervix) เกิดจากเชื้อไวรัสตัวหนึ่งที่ชื่อวา HPV (Human Papilloma Virus) ภาษาไทยเรียกกันวา ไวรัสหูด ไวรัสชนิดนี้ติดตอจากการสัมผัส สวนใหญเปน การสัมผัสทางเพศสัมพันธที่ทําใหมีรอยถลอกของผิวหรือเยื่อบุ และเชื้อไวรัสจะเขาไปที่ปากมดลูก ทําใหปากมดลูกมีการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อหรือเซลล จากปากมดลูกปกติกลายเปนระยะกอน เปน มะเร็งปากมดลูก ไวรัสเอชพีวี มีทั้งหมดกวา 100 ชนิด แตที่ทําใหติดเชื้ออวัยวะสืบพันธุมีประมาณ 30-40 ชนิด แบงเปนสองกลุมคือ กลุมเสี่ยงต่ําและกลุมเสี่ยงสูง กลุมเสี่ยงต่ําไมกอใหเกิดมะเร็ง แตทําให เกิดหูดหงอนไกที่อวัยวะเพศ หรือหูดที่กลองเสียง สวนกลุมเสี่ยงสูงกอมะเร็งตางๆ ไดแก มะเร็ง ปากมดลูก มะเร็งชองคลอด และมะเร็งปากชองคลอด สําหรับความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชพีวีดําเนินไดโดยงาย เชื้อชนิดนี้เปนเชื้อที่ทนทานตอ ความรอน และความแหงไดดี สามารถเกาะติดตามผิวหนัง อวัยวะเพศ เสื้อผา หรือแมแตกระจายอยู รอบตัวในรูปของละอองฝุน ซึ่งผูหญิงทุกคนที่เคยมีเพศสัมพันธยอมเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชพี วี อยางไรก็ตาม การติดเชื้อมักหายไดเอง ดวยภูมิตานทานของรางกาย มีเพียง 10% เทานั้น ที่ การติดเชื้อยังดําเนินตอไป สรางความผิดปกติใหกับเยื่อบุปากมดลูก และทําใหกลายเปนมะเร็งใน เวลาตอมา ซึ่งเมื่อเชื้อเขาสูรางกายจนกระทั่งกอใหเกิด มะเร็งปากมดลูก ไดนั้น ใชเวลานาน ประมาณ 10-15 ป

ปจจัยเสี่ยง มะเร็งปากมดลูก       

การมีเพศสัมพันธตั้งแตอายุยังนอย การมีคูนอนหลายคน หรือฝายชายที่เรารวมหลับนอนมีคูนอนหลายคน การคลอดบุตรจํานวนหลายคน การสูบบุหรี่ การมีภาวะภูมิคุมกันต่ํา โดยเฉพาะเปนโรคเอดส การสูบบุหรี่ พันธุกรรม


การขาดสารอาหารบางชนิด

ปจจัยเสี่ยงจากฝายชาย ที่อาจทําใหผูหญิงเปน มะเร็งปากมดลูก -

ผูชายที่มีประวัติโรคติดตอทางเพศสัมพันธ ผูชายที่มีเพศสัมพันธตั้งแตอายุนอย ผูหญิงที่มีสามีเปนมะเร็งองคชาติ ผูหญิงที่มีสามีเคยมีภรรยาเปน มะเร็งปากมดลูก ผูชายที่มีคูนอนหลายคน

นอกจากนั้น มะเร็งปากมดลูก ยังเกิดไดจากการใชทิชชูในเวลาทํากิจวัตร จะเกิดจากเปนเชื้อรา เล็กๆ และขยายวงกวางจนกลายเปนมะเร็งราย สาเหตุที่แทจริงคือทิชชูมีสารเคมีตัวฉกาจที่เมื่อใช เปนเวลานานติดตอกันจะทําใหเกิดเชื้อราในชองคลอดได หมอแนะนําวาหลังจากเสร็จกิจใน หองน้ํา ใหใชทิชชูซับแทนการเช็ด และตองซับครั้งเดียว ไมเกิน 10 วินาทีเปนการหลีกเลี่ยงการ เกิดเชื้อราได 50 %

อาการและการรักษา โรค มะเร็งปากมดลูก โรค มะเร็งปากมดลูก มักพบในผูหญิงอายุ 35 - 60 ป แตก็อาจพบ มะเร็งปาก มดลูก กอนวัยอันควรได ทั้งนี้ อาการของผูปวย มะเร็งปากมดลูก จะมากหรือนอยขึ้นกับระยะ ของมะเร็ง ซึ่งอาการที่พบในผูปวย โรคมะเร็งปากมดลูก ไดแก •

อาการตกเลือดทางชองคลอด เปนอาการที่พบไดมากที่สุดประมาณรอยละ 80 – 90 ของผูปวย มะเร็งปากมดลูก ลักษณะเลือดที่ออกอาจจะเปนเลือดออกกะปริบกะปรอย ระหวางรอบเดือน มีตกขาวผิดปกติ กลิ่นเหม็น มีเลือดปน หรือมีเลือดออกเวลามี เพศสัมพันธ ถาเปนมากและมะเร็งลุกลามออกไปดานขาง หรือลุกลามไปที่อุงเชิงกรานก็จะ มีอาการปวดหลังได เพราะไปกดทับเสนประสาท อาการในระยะหลังเมื่อมะเร็งลุกลามหรือไปสูอวัยวะอื่นๆ ไดแก ขาบวม ปวด หลัง ปวดกนกบ ปสสาวะเปนเลือด ถายอุจจาระเปนเลือด เปนตน

โรค มะเร็งปากมดลูก แบงเปน 0-4 ระยะ ดังนี้ •

• •

ระยะ 0 คือ เซลลมะเร็งยังไมกระจาย วิธีรักษา มะเร็งปากมดลูก ระยะ 0 คือ ผาตัดเล็ก ซึ่งใชเวลาเพียง 15 นาที และตรวจติดตามอาการ การรักษาระยะนี้ไดผล เกือบ 100% ระยะที่ 1 เซลลมะเร็งอยูที่ปากมดลูก การรักษา มะเร็งปากมดลูก ระยะ 1 คือ ผาตัดใหญ ผาตัดมดลูก เลาะตอมน้ําเหลืองในเชิงกราน ซึ่งไดผลดีถึง 80% ระยะที่ 2 เซลลมะเร็งกระจายออกจากปากมดลูก โดยยังไมไปไกลมาก แตก็ไม สามารถผาตัดได การรักษา มะเร็งปากมดลูก ระยะที่ 2 นี้ ตองรักษาดวยการฉาย รังสี และการใหเคมีบําบัด (คีโม) ไดผลราว 60%


• •

ระยะที่ 3 เซลลมะเร็งกระจายชิดเชิงกราน การรักษา มะเร็งปากมดลูก ระยะที่ 3 คือใชรังสีรักษา และการใหเคมีบําบัด การรักษาระยะนี้ไดผลประมาณ 20-30% ระยะที่ 4 เปนระยะที่เซลลมะเร็งกระจายทั่วรางกาย การรักษา มะเร็งปาก มดลูก ระยะที่ 4 คือการใหคีโม และรักษาตามอาการ โดยหวังผลไดเพียง 5-10% และโอกาสรอดนอยมาก แตก็ไมแน โดยมีผูปวย มะเร็งปากมดลูก บางราย สามารถอยูตอไดนานถึง 1-2 ป จึงเสียชีวิต

ผลขางเคียงจากการรักษาโรค มะเร็งปากมดลูก  การผาตัด ผลขางเคียงจากการผาตัดที่อาจเกิดได ไดแก การตกเลือด การติดเชื้อ อันตรายตออวัยวะใกลเคียง  การฉายแสง (ระยะเวลา 1-2 เดือน) ผลขางเคียง คือ ผิวแหง ปสสาวะมีเลือดปน ออนเพลีย  ยาเคมีบําบัด ผลขางเคียงคือ ออนเพลีย คลื่นไส อาเจียน ผมรวง มือเทาชา ซึ่งขึ้นกับยา แตละชนิดที่เลือกใช ผูหญิงควรจะเริ่มตรวจหาโรค มะเร็งปากมดลูก เมื่อใด ผูหญิงที่มีเพศสัมพันธทุกชวงอายุ ควรมาตรวจคัดกรองเชื้อ มะเร็งปากมดลูก หรือที่เรียกวา แพปสเมียร (Pap Smear) อยางนอยปละ 1 ครั้ง และผูหญิงที่ไมเคยมีเพศสัมพันธ ควรเริ่ม เมื่อ อายุ 30 ปขึ้นไป แตในกรณีที่เริ่มพบความผิดปกติแพทยอาจนัดใหไปตรวจถี่ขึ้น ทั้งนี้ แพปสเมียร คือ วิธีการตรวจหาความผิดปกติ หรือโรค มะเร็งปากมดลูก ที่ คอนขางงาย ใชเวลาเพียง 2–3 นาทีเทานั้น เปนการตรวจที่ทําควบคูไปกับการตรวจภายในของ ผูหญิง แพทยจะสอดเครื่องมือเขาไปในชองคลอด โดยใชไมขนาดเล็กขูดเบาๆ เพื่อเก็บเซลล มาปายบนแผนกระจก และนําไปตรวจหาความผิดปกติ โดยกอนที่จะตรวจ ควรเตรียมรางกายให พรอม ไมควรตรวจในชวงระหวางมีประจําเดือน งดการมีเพศสัมพันธ และงดการสวนลางชอง คลอด หรือสอดยาใดๆ กอนเขาทําการตรวจ ขอดีคือ วิธีการตรวจแบบแพปสเมียรนี้ จะชวย ลดความเสี่ยงจากการเปน โรคมะเร็งปากมดลูก ไดถึง 70 เปอรเซ็นต วัคซีนโรค มะเร็งปากมดลูก หลายๆ คนคงเคยไดยินเรื่องการรณรงคฉีดวัคซีนโรค มะเร็งปากมดลูก ความจริงแลว ระดับการ ปองกันโรค มะเร็งปากมดลูก มีหลายระดับ โดยระดับแรกของการปองกันคือ การฉีดวัคซีน ที่เชื่อ วาลดความเสี่ยงไดประมาณ 70 เปอรเซ็นต นอกจากนี้ การปองกันขั้นพื้นฐานดวยการตรวจแพปส เมียรเปนประจําก็เปนเรื่องสําคัญ ทั้งนี้ ตามคําแนะนําของคณะกรรมการสรางเสริมภูมิคุมกันแหงสหรัฐอเมริกา เด็กและหญิง สาวที่อายุต่ํากวา 26 ป ซึ่งไมเคยมีเพศสัมพันธมากอน สามารถรับการฉีดวัคซีนชนิดนี้ไดเลยโดยไม จําเปนตองตรวจหาเชื้อเอชพีวี สวนหญิงสาวที่เคยผานการมีเพศสัมพันธมาแลว ควรตรวจคัด กรอง มะเร็งปากมดลูก หรือแพปสเมียรเสียกอน เพราะเปนไปไดวาอาจพบการติดเชื้อ หรือมีความ


ผิดปกติ ซึ่งจะตองทําการรักษาใหหายเสียกอน จึงจะรับการฉีดวัคซีนไดในเวลาตอมา สวนวัยที่ควร เริ่มฉีดวัคซีนชนิดนี้คือ 9 ปขึ้นไป และการใชวัคซีนในผูหญิงวัย 9 – 26 ป จะปองกันไดอยางมี ประสิทธิภาพสูงสุด อยาลืมหมั่นตรวจเช็คสุขภาพ และความผิดปกติของรางกาย ที่สําคัญอยากลัวหรืออายที่จะ ไปตรวจหาเชื้อ มะเร็งปากมดลูก เพราะหากชาไป โรครายอาจทําลายคุณ

มะเร็งเตานม เปนมะเร็งที่พบมากที่สุดในหญิงไทย สวนใหญชวงอายุ 45-50 ป

มะเร็งระยะเริ่มตนนั้นมักจะไมมีอาการเจ็บ แตอาจจะตรวจพบความผิดปกติเกิดขึ้นที่เตานม ซึ่งอาจจะเปนอาการเริ่มตนของโรคมะเร็งเตานม ดังนี้       

มีกอนที่เตานม (รอยละ 15-20 ของกอนที่คลําได บริเวณเตานมเปนมะเร็งเตานม มีการเปลี่ยนแปลงขนาด และรูปรางของเตานม ผิวหนังเปลี่ยนแปลง เชน รอยบุม ยน หดตัว หนาผิดปกติ บางสวนมีสะเก็ด หัวนมมีการหดตัว คัน หรือแดงผิดปกติ มีเลือดหรือน้ําออกจากหัวนม ( รอยละ 20 ของการมีเลือดออกจะเปนมะเร็ง) เจ็บเตานม ( มะเร็งเตานมสวนใหญไมเจ็บ นอกจากกอนโตมากแลว ) การบวมของรักแร เพราะตอมน้ําเหลืองโต

ระยะของมะเร็งเตานม   

ระยะ 0 เปนระยะเริ่มตนของเซลลมะเร็ง ซึ่งยังไมลุกลามไปยังเนื้อเยื่อเตานม ระยะ 1 กอนมะเร็งมีขนาดไมเกิน 2 เซนติเมตร และยังไมลุกลามเขาตอมน้ําเหลือง ระยะ 2 กอนมะเร็งมีขนาดระหวาง 2-5 เซนติเมตร ซึ่งอาจจะลุกลามไปยังตอมน้ําเหลือง บริเวณรักแรหรือไมก็ได หรือมีขนาดไมเกิน 2 เซนติเมตร และลุกลามเขาตอมน้ําเหลือง บริเวณรักแรแลว แตยังไมแพรกระจายไปสูอวัยวะอื่น ระยะ 3 กอนมะเร็งมีขนาดใหญกวา 5 เซนติเมตร และรุกรามเขาตอมน้ําเหลืองบริเวณรักแร แลว แตยังไมแพรกระจายไปสูอวัยวะอื่น


ระยะ 4 มะเร็งแพรกระจายไปสูอวัยวะอื่น ๆ แลว

การดูแลเตานมตัวเองโดยทั่วไป    

อายุ 20 ปขึ้นไป ควรเริ่มตรวจเตานมดวยตนเองทุกเดือน ชวงเวลาที่เหมาะสมสําหรับการตรวจคือ 3 ถึง 10 วัน นับจากประจําเดือนหมด สวนสตรีที่ หมดประจําเดือนใหกําหนดวันที่จดจํางายและตรวจในวันเดียวกันของทุกเดือน สําหรับผูที่มีประวัติในครอบครัวเปนมะเร็งเตานมควรรีบปรึกษาแพทยเพื่อขอคําแนะนํา หากพบสิ่งผิดปกติบริเวณเตานม หรือรักแร ควรรีบปรึกษาแพทยทันทีที่พบ ควรตรวจเตานนมตนเอง หากทานตรวจแลวไมมั่นใจ ใหขอรับคําปรึกษาที่สถานีอนามัยใกล บาน หรือศูนยสุขภาพชุมชนใกลบานทาน

มะเร็งกับผูชาย ฝนรายของคนแข็งแรง (Health&Cuisine) ความซับซอนของระบบฮอรโมนเพศหญิงเปนปจจัยหนึ่ง ที่ทําใหเกิด มะเร็งเตานม มะเร็ง ปากมดลูก และ มะเร็งรังไข แตสําหรับเพศชายแลวมีเพียง มะเร็งตอมลูกหมาก เทานั้น ที่มี สาเหตุหลักมาจากระบบเพศโดยตรง สวนมะเร็งอื่น ๆ มักมาจากการใชชีวิตที่แตกตางกันระหวาง หญิงกับชาย โดยเฉพาะอยางยิ่ง มะเร็งตับ และ มะเร็งปอด มีสาเหตุหลักคือการดื่มเหลาและสูบ บุหรี่ มะเร็งตอมลูกหมาก ตอมลูกหมากมีเฉพาะในผูชาย มีหนาที่ผลิตของเหลวที่เปนสวนประกอบของอสุจิ มะเร็ง ตอมลูกหมาก มีสาเหตุไมชัดเจน แตพบวาเกี่ยวเนื่องกับพันธุกรรมและอาหาร ผูที่มีประวัติสมาชิก ในครอบครัวปวยดวยมะเร็งตอมลูกหมาก และมีสมาชิกฝายหญิงเปนมะเร็งเตานม มีโอกาสเกิด มะเร็งตอมลูกหมากมากกวาคนอื่นถึง 50% มะเร็งตอมลูกหมากแพรกระจายชา พบมากในผูสูงอายุ (เฉลี่ย 60-70 ป) และบอยครั้งพบวา เกิดขึ้นในกลุมคนที่มีการดูแลสุขภาพเปนอยางดี มะเร็งตอมลูกหมากสามารถตรวจพบไดการตรวจ เลือด ชายที่มีอายุ 50 ปขึ้นไปจึงควรไปรับการตรวจรางกายประจําป มะเร็งตับ ตับมีหนาที่สะสมสารอาหารมาเลี้ยงรางกายและกําจัดของเสีย นอกจากนี้ยังทําหนาที่ผลิตอัลบูมิน ซึ่งเปนสารรักษาความสมดุลของน้ําในเซลลและเนื้อเยื่อตาง ๆ ผูที่เปนมะเร็งตับที่นี้ฟองวาคุณ ละเลยสุขภาพอยางถึงที่สุด ปลอยใหสารพิษสะสม จนเปลี่ยนเซลลของอวัยวะที่แข็งแรงที่สุดให กลายเปนเนื้อราย มะเร็งตับมักถูกพบเมื่อเชื้อมะเร็งแพรกระจายและลุกลามไปยังอวัยวะอื่น มะเร็งตับ เปนมะเร็งที่พบมากเปนอันดับ 1ในผูชาย และอันดับ 3ในผูหญิงรองจากมะเร็งเตานม และมะเร็งปากมดลูกตามลําดับ เซลลมะเร็งชนิดนี้เกิดจากเซลลของตับและจากทอน้ําดีที่อยูในตับ และเกี่ยวพันกับโรคตับ


แข็ง ไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซี การเกิดพยาธิใบไมในตับ รวมทั้งการรับสารอะฟลาทอกซิน ใน จํานวนผูเสียชีวิตจากมะเร็งตับ พบวา 80% ดื่มสุราติดตอกันเปนเวลานาน มะเร็งปอด เปนมะเร็งที่พบมากในชายรองจากมะเร็งตับ มะเร็งปอดสามารถรักษาใหหายขาดได หาก วินิจฉัยพบตั้งแตแรก มีสาเหตุจากหลายปจจัย แตพบวาการสูบบุหรี่ทําใหเกิดมะเร็งปอดไดมาก ที่สุด นอกจากนี้แลววิถีชีวิตที่ตองทํางานอยูกับสารเคมีบางชนิด อาจเปนสาเหตุประการหนึ่งของ มะเร็งปอดเชนกัน หากมีความเปนไปไดที่อาจจะเปนมะเร็งปอด แพทยตองวินิจฉัยเพื่อดูการกระจายของโรค บอยครั้งที่พบวาเซลลมะเร็งจากปอดแพรสูสมองและกระดูก การรูระยะการแพรกระจายของโรค ทํา ใหสามารถวางแผนการรักษาไดอยางเหมาะสม

มะเร็งเม็ดเลือดขาว เปนโรคมะเร็งชนิดหนึ่งของระบบเลือดที่เกิดจากากรที่เซลลเม็ดเลือดขาวใน ไขกระดูกเติบโต ผิดปกติ ทําใหมีการสรางเม็ดเลือดขาวออกมามากในกระแสเลือด ทําให���ารทํางานของระบบเม็ด เลือดเสียไป อาจเปนแบบเฉียบพลัน (Acute leukemia) หรือเปนแบบชา ๆ คอย ๆ เปน (Chronic leukemia) โดยทั่วไป มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน จะมีอาการรุนแรงกวามะเร็งเม็ดเลือด ขาวชนิดที่เกิดชา ๆ หรือเรื้อรัง ปจจุบันยังไมทราบสาเหตุที่แนชัด แตปจจัยทางกรรมพันธุและการติดเชื้อไวรัส การไดรับสารเคมี บางอยาง เชน ยาฆาแมลง และกัมมันตภาพรังสี สามารถทําใหเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวได อาการของโรค มะเร็งเม็ดเลือดขาว     

เลือดจาง ซีด หนามืด เวียนศีรษะ เหนื่อยงาย เลือดออกงายบริเวณผิวหนัง เหงือก เปนจ้ําตามตัว ตอมน้ําเหลืองโต อาจพบกอนในทองเนื่องจาก ตับ มามโต ระบบภูมิคุนกันของรางกายผิดปกติ เปนโรคติดเชื้อไดงาย มีไข

การตรวจวินิจฉัยโรค มะเร็งเม็ดเลือดขาว 1. จากประวัติการเจ็บปวย 2. การตรวจรางกาย 3. การตรวจทางพยาธิวิทยา การรักษาโรค มะเร็งเม็ดเลือดขาว


โดยทั่วไปแลวจะใชการรักษาดวยยาเคมีบําบัดเปนหลัก การปลูกถายไขกระดูก และ รังสีรักษา จะ เปนการรักษาเสริมเพื่อใหผลการรักษาดีขึ้นหรือหายขึ้นอยูกับชนิดของมะเร็งเม็ดเลือดขาว การ ตอบสนองตอการรักษาดวยเคมีบําบัด และอายุของผูปวย ขอแนะนํา หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับกัมมันตภาพรังสี และสารเคมีที่กอใหเกิดมะเร็ง ..............................................................................................

หากถูกวินิจฉัยวา เปนมะเร็ง สิ่งที่ควรทําเปนอันดับแรกคือการสรางกําลังใจ หาที่ปรึกษาซึ่งอาจเปนญาติสนิทหรือเพื่อน แลว สอบถามรายละเอียดจากแพทยใหมากที่สุดเพื่อวางแผนการรักษาอยางเหมาะสม เซลลมะเร็งเกิดจากองคประกอบทางพันธุกรรมของเซลลปกติถูกทําลาย ไมสามารถทํา หนาที่ไดตามปกติ ทั้งยังเขาไปทําลายเนื้อเยื่อบริเวณใกลเคียงโดยแพรผานกระแสเลือดและทอ น้ําเหลืองไปยังบริเวณอื่น ๆ ของรางกายจนเกิดมะเร็งที่อวัยวะนั้น ๆ การรักษาจึงมีทั้งการทําลาย กอนมะเร็งดวยการผาตัด ฉายรังสี เคมีบําบัด จะใชวิธีการใดก็ขึ้นอยูกับขนาด ความรุนแรง และ ระยะแพรกระจายของโรค นอกจากนี้แลวยังตองคํานึงถึงผลกระทบที่เกิดตามมาจากการรักษาดวย การละเวนสิ่งที่เปนปจจัยเสี่ยงทั้งหมด การรักษาสุขภาพกาย-ใจใหสมบูรณอยูเสมอไมเพียง ลดความเสี่ยงตอมะเร็งรายทั้งหมด แตยังทําใหโอกาสเกิดโรคตาง ๆ ที่บั่นทอนชีวิตคุณลดลงอีก ดวย นอกจากนี้ควรตรวจสุขภาพเปนประจําทุกป เพราะยิ่งอายุมากขึ้น อัตราการสะสมสารพิษก็ยิ่ง เพิ่มขึ้น

อา งอิง จาก • • • • • •

มติชนรายวัน เดลินิวส สถาบันมะเร็งแหงชาติ ladpraohospital.com ศูนยมะเร็ง คณะแพทยศาสตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร ความรูสําหรับประชาชน เรื่อง มะเตานม โดย รศ.นพ.นรินทร วรวุฒิ

....................................................................................................................

การปองกันโรคมะเร็ง โรคมะเร็งเปนแลวรักษายาก บางรายรักษาไมหาย การปองกันโรคมะเร็งมิใหเกิดกับทานและ ครอบครัวจึงเปนวิธีที่ทานสามารถนําไปปฏิบัติ การปองกันมะเร็งทําไดไมยาก เนื้อหาที่จะกลาวเปนแนวทางในการดูแลตัวเองใหแข็งแรงและลด ปจจัยเสี่ยงตอมะเร็ง แนวทางการปองกันมะเร็งไดมาจากสมาคมการ


วิจัยเพื่อปองกันโรคมะเร็ง American Institute for Cancer Research ดังนี้ 1. เลือกอาหารที่มาจากพืช ตลอดระยะเวลา 20 ปที่ผานมานักวิทยาศาสตรไดทราบแลววาอาหารเปนสาเหตุของการเกิดมะเร็ง การรับประทานอาหารที่มาจากพืชรวมทั้งการรักษาน้ําหนักที่เหมาะสม และการออกกําลังกายจะ ทําใหรางกายสามารถตอตานโรคมะเร็ง เนื่องจากสารอาหาร วิตามินในพืชสามารถทําใหรางกาย ซอมแซมเซลลไดดี ยับยังการเจริญเติบโตของเซลลมะเร็ง และยังทําลายสารที่จะกอใหเกิดมะเร็ง นักวิทยาศาสตรเชื่อวาการรับประทานผักและผลไมเพิ่ม 2 หนวยรวมกับการออกกําลังกายเพิ่มจะ สามารถปองกันมะเร็งไดรอยละ 60-70 เชนการเปลี่ยนขนมปงธรรมดาเปนขนมปงธัญพืช • • • • •

ใหรับประทานอาหารพวกผักชนิดใหมๆซึ่งจะเพิ่มความอยากรับประทานอาหารพวกผัก ใหมีอาหารพรอมปรุงที่ทําจากพืชไวในตูเย็นเชนพวกถั่วตางๆ อาหารแชแข็ง ผลไมกระปอง ใหใชถั่วในการปรุงอาหารเชนผสมในสลัด ใสถั่วในสมตํา ใสถั่วในแกง อาจจะใชถั่วไดหลาย ชนิดเชน ถั่วลิสง ถั่วเขียว ถั่วแขก เม็ดมะมวงหิมะพาน ใหรับประทานอาหารที่ไมมีเนื้อสัตวสัปดาหละครั้ง หัดปรุงอาหารที่ทําจากพืช 2. รับประทานผักและผลไมเพิ่ม

ผูเชี่ยวชาญแนะนําวาอาหารที่เรารับประทานควรจะมาจากพืชเสีย 2/3 เชนผัก ผลไม ธัญพืช ถั่ว สวนที่เหลือ 1/3 มาจากเนื้อสัตวและนม วิธีการที่จะรับประทานเนื้อสัตวใหลดลงทําไดดังนี้

• • • • • • •

ใชเนื้อเพียงแคปรุงรสเทานั้น ไมใชอาหารหลักอยางบานเราทํากันคือผัดผักใสหมูหรือกุง เพื่อปรุงรสและกลิ่น รับประทานอาหรโปรตีนที่ทําจากพืชเชน เนื้อปลอมที่ทําจากถั่วเหลืองหรือจากเห็ด เลือกอาหารวางที่ทําจากพืช เชน น้ําผลไม ผลไมตางๆ เลือกผลไมกระปองไวประจําบาน ควรเลือกผลไมที่บรรจุในน้ําผลไมหรือน้ําไมควรใส น้ําหวานหรือเกลือ รับประทานผักใบเขียวใหมาก มื้อกลางวันใหรับประทานสลัด ใชรับผลไมหลังจากรับประทานอาหาร

หากทานรับประทานผักและผลไมมากเทาใดทานจะไดรับสารอาหาร วิตามิน สารตานอนุมูลอิสระ มากขึ้นเทานั้นซึ่งจะตอสูกับมะเร็ง 3. รักษาน้ําหนักที่เหมาะสมและออกกําลังกายเปนประจํา น้ําหนักที่เหมาะสมสําหรับทานควรอยูระหวางดัชนีมวลกาย 18.5-23 สําหรับทานที่น้ําหนักนอยก็ ตองรับประทานอาหารเพิ่ม หากรับประทานไมพอก็ตองรับประทานอาหารเสริมเพิ่มขึ้น โรคอวนทํา ใหเกิดผลเสียตอสุขภาพมากมายสําหรับทานที่มีน้ําหนักเกินทานตองรับประทานอาหารนอยลง วิธีการรับประทานอยางฉลาดมีดังนี้


• • • • •

อานฉลากอาหารทุกครั้ง หากปริมาณสารอาหารที่ทานซื้อมากเกินไปทานตองแบงอาหาร ออกมา เพื่อมิใหไดรับพลังงานเกินไป อยาอดอาหารเปนมือเพราะทานจะรับประทานมากขึ้นในมื้อตอไป เลือกอาหารวางอยางฉลาดควรจะเลือกพวกผักและผลไม ใหรับประทานเมื่อทานหิวเทานั้น อยารับประทานเพราะวาอรอย หรือวากําลังเหงา ควรหา งานอดิเรกทําเพื่อจะไดไมรับประทานมากเกินไป อาหารพวกผักและผลไมจะมีไขมันต่ํา หากอาหารหลักของทานเปนอาหารเหลานี้โอกาสที่ จะอวนก็มีนอย

การออกกกําลังกายอยางสม่ําเสมอจะทําใหทานแข็งแรง ลดความเครียดได ทําใหเจริญอาหาร และการขับถายดีขึ้นวิธีการที่จะเริ่มออกกําลังกายอยางงายๆ • • • •

เริ่มทีละเล็กนอยคอยๆเพิ่ม อยาหักโหมเพราะจะทําใหไดรับบาดเจ็บ การเดินเปนวิธีที่ดีและงาย ใหกระฉับกระเฉงเชน การขึ้นบัดได การเดินไปทํางาน การลางรถหรือถูบาน ทานที่สูงอายุหรือมีโรคเขาเสื่อมอาจจะเริ่มออกกําลังในน้ําเพราะจะใชแรงไมมากและไมเปน อันตรายตอขอ 4. ลดการดื่มสุราและสูบบุหรี่

จากการวิจัยพบวาการดื่มสุรากอใหเกิดผลเสียตอสุขภาพแตการดื่มไวนแดงก็อาจจะใหประโยชน ตอรางกายเหมือนกับการรับประทานองุนเพราะมีสาร resveratrol • • •

หากไมเคย���ื่มสุราก็ไมมีความจําเปนตองเริ่มดื่ม หากจะดื่มสุราก็ใหดื่มไมเกิน 1 หนวยสุรา หากไปงานเลี้ยงก็ไมควรใชเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอรผสม

การสูบบุหรี่จะทําใหเกิดมะเร็งไดหลายระบบ การเลิกสูบบุหรี่จะทําใหลดการเกิดมะเร็งไดรอยละ 30 5. เลือกรับประทานอาหารที่มีปริมาณไขมันต่ํา เชื่อวาอาหารมันและเกลือจะเพิ่มโอกาสเปนมะเร็งโดยเฉพาะไขมันอิ่มตัวและไขมัน trans-fats ('partially hydrogenated' oils). ซึ่งไขมันทั้งสองเปนปจจัยเสี่ยงตอมะเร็งและโรคหัวใจ แตมิได หามรับประทานอาหารมันเพราะอาหารมันก็มีประโยชนตอรางกายแตไมควรรับมากเกินไป 6. ปรุงอาหารอยางถูกตอง การปรุงอาหารพวกเนื้อสัตวโดยเฉพาะการยางดวยไฟอุณหภูมิที่สูง จะทําใหเกิดสารกอมะเร็ง เนื่องจากน้ํามันที่ถูกไฟไหมจะกอใหเกิด สาร polycyclic aromatic hydrocarbons ซึ่งเปนสารกอมะเร็ง ควร จะเลี่ยงไปใชวิธีอื่นเชน การอบ การใชmicrowave การตม การ ทอดในน้ํา วิธีการที่จะลดการเกิดสารกอมะเร็งมีดังนี้


• • • • • •

อยายางเนื้อสัตวหลายชนิดในไมเดียวกัน เพราะเนื้อทุกชนิดสามารถทําใหเกิดมะเร็งได ให เลี่ยงไปยางผักหรือผลไมแทนเนื้อสัตว เลือกเนื้อสัตวที่ไมมีไขมัน และใหตัดไขมันออกจากเนื้อสัตวใหหมด ใหหมักเนื้อนั้นกอนปรุงอาหารโดยเฉพาะการหมักดวยมะนาวจะชวยลดสารกอมะเร็งใหหมัก กอนปรุง 15-20 นาที ไมควรหมักดวยน้ํามัน ไมควรเผาเนื้อสัตว ใหหุมเนื้อสัตวดวย foil อาจจะทําใหเนื้อสัตวสุขดวยการตม อบหรือ microwave > แลวจึงนํามาเผาภายหลัง อยารับประทานเนื้อสัตวที่ไหม ใหตัดสวนที่ไหมออก การยางหรือเผาอาหารพวกผักไมกอใหเกิดสารกอมะเร็ง 6. การถนอมอาหาร

ผูปวยที่พื้นจากโรคมะเร็งจะมีภูมิคุมกันที่ออนแอโอกาสจะเกิดโรคจากอาหารจะมีสูง ดังนั้นการเก็บ และถนอมอาหารจะชวยปองกันการโรค • • • • • •

ลางมือ ถวยชาม โตะ ใหสะอาดและเปลี่ยนฟองน้ําบอยๆ ใหลางผักและผลไมโดยการรินน้ํา ระวังการปนเปอนอาการจากการใชมีด เขียง ชาม ละลายอาหารแชแข็งในตูเย็นหรือ microwave ไมควรละลายในหองครัว ใชปรอทวัดอุณหภูมิของอาหารเพื่อใหแนใจวาอาหารสุขจริงๆ อานฉลากอาหารใหทราบวันหมดอายุ

7. การใชครีมปองกันแสงแดดโดยเฉพาะตอน 10.00-15.00 น โดยใชครีมที่มี SF อยางนอย 15 8. การไมสําสอนทางเพศเพราะการมีเพศสัมพันธจะทําใหเกิดการติดเชื้อเริม และเชื้อ ไวรัสโรคเอดส ซึ่งทั้งสองโรคดังกลาวจะทําใหเกิดมะเร็ง

คําถามที่ถามบอย •

วิตามินชวยปองกันมะเร็งไดหรือไม จากรายงานพบวาวิตามินในผักและผลไมมีคุณคา มากกวายาเม็ดวิตามิน ดังนั้นแนะนําใหรับประทานอาหารพวกผักและผลไมใหมาก ในกรณีที่ รับอาหารไมไดเลยแพทยก็จะพิจารณาใหวิตามินเสริม

สารอาหารที่ใชปองกันมะเร็ง สารอาหารที่ใชปองกันมะเร็งหรือที่เรียกวา Chemoprevention จะทําหนาที่สองประการคือ ปองกันการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม และหยุดการแบงเซลลมะเร็ง สําหรับสารที่นิยมมาใช ปองกันมะเร็งไดแก สารอาหาร Vitamin A + other retinoids Vitamin C Vitamin D

ชนิดสารอาหาร

ใชปองกันหรือรักษามะเร็ง

vitamin

ผิวหนัง คอและศีรษะ ปอด

vitamin vitamin

ลําไสใหญ กระเพาะอาหาร ลําไสใหญ


Vitamin E

vitamin

Folic Acid Selenium Calcium

vitamin mineral mineral

Beta-Carotene

phytochemical

Monoterpenes Tamoxifen Finasteride Oltipraz NSAIDS (nonsteroidal antiinflammatory drugs -aspirin, buprofen) Sunscreen Spirulina fusiformi

phytochemical drug drug drug

ปอด คอและศีรษะ ลําไสใหญ กระเพาะอาหาร ปากมดลูก ผิวหนัง ลําไสใหญ ปอด คอและศีรษะ ลําไสใหญ กระเพาะอาหาร เตานม เตานม ตอมลูกหมาก ตับ

drug

ลําไสใหญ

other

ผิวหนัง

(blue-green algae)

คอและศีรษะ

เรียบเรียงเมื่อ 11/04/2002

ความสัมพันธระหวางการเกิดมะเร็งกับภูมิตานทาน นอกจากนี้ยังมีการทดลองในสัตวใหญ เชน วัว พบวาการชักนําใหระบบภูมิตานทานสูงขึ้นนั้น จะทํา ใหรางกายสามารถสูกับโรคมะเร็งได โดยมีการทดลองฉีดสารกอมะเร็งจนวัวเปนมะเร็งที่ตา จากนั้น ผูทดลองก็ฉีดสารเคมีที่สกัดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกวาบีซีจี ซึ่งทางการแพทยปจจุบันใชฉีดเขา รางกายมนุษย เพื่อใหเกิดภูมิตานทานโรควัณโรค สารบีซีจีนี้เมื่อถูกฉีดเขาที่บริเวณตาวัวก็จะเขา สลายไปจนตาเปนปกติ การทดลองนี้แสดงใหเห็นอยางชัดเจนวา การเสริมหรือกระตุนระบบภูมิ ตานทานของรางกาย อาจเปนวิธีกําจัดมะเร็งที่ไดผล ในทางตรงกันขามถารางกายมีระบบภูมิตานทานออนแอลง โอกาสเปนมะเร็งจะเพิ่มขึ้นมากมาย ซึ่งอาจอธิบายไดวาทําไมจํานวนผูปวยโรคมะเร็งจึงมักเปนในผูสูงอายุ ซึ่งระบบภูมิตานทานเริ่ม จะออนแอ สวนในคนหนุมสาวหรือเด็กที่เปนมะเร็งอาจเกิดไดหลายกรณีเชน เพราะระบบภูมิ ตานทานผิดปกติมาแตกําเนิด หรือระบบภูมิตานทานถูกทําลายไปเนื่องจากไดรับสารพิษบาง ชนิด


ทรานสเฟอร แฟกเตอร กับผูปวยมะเร็ง

ทรานสเฟอร แฟกเตอร พลัส ไตร-แฟกเตอร ฟอรมูลา เพิ่ม ประสิทธิภาพ ภูมิคุมกัน 437% กําจัดเซลลมะเร็ง

การใช Transfer Factor Plus Advanced กับผูปวยมะเร็ง สําหรับการใช Transfer Factor Plus Advanced ในการดูแลโรคมะเร็งนั้น หลักการทํางาน ของ Transfer Factor คือ จะเขาไปทําหนาที่ในการตรวจหาแหลงเชื้อโรคและเชลลรายที่มีอยูใน รางกายและนําขอมูลของเชื้อโรคและเซลลรายที่ไดเหลานั้นสงไปยัง ระบบภูมิคุมกันในเม็ดเลือด ขาว ตอจากนั้นระบบภูมิคุมกันในเม็ดเลือดขาวจะสงขอมูลตอไปยัง Stem Cell ใหผลิตเชลล เพชฌฆาต(NK cell) ออกมาทําลายเชื้อโรคหรือเซลลมะเร็งและทําการเพิ่มจํานวนเม็ดเลือดขาวใน ระบบภูมิคุมกัน โดยเมื่อเซลลเพชฌฆาตที่ผลิตออกมาไดรับการแนะนําจากระบบภูมิคุมกันเกี่ยวกับ เปาหมายในการทําลายแลว ก็จะทําหนาที่เขาไปกัดกินเซลลมะเร็งที่อยูในรางกาย ซึ่งการดูแลโดย วิธีนี้จะแตกตางจากการ ทําคีโมหรือเคมีบําบัด เนื่องจากการทํา คีโม นั้น จะใชการฉีดสารเคมีเขา ไปในรางกายเพื่อทําลายเซลลมะเร็ง แตในการกระทําดังกลาวนั้นขอเท็จจริงก็คือ เซลลมะเร็งจะถูก ทําลายไปพรอม ๆ กับเซลลที่ดี ตาง ๆ ที่อยูภายในรางกายดวย ซึ่งรวมทั้งตัว เซลลเพชฌฆาต ที่ เปนตัวทําลายเชื้อโรคตาง ๆ และผลขางเคียงที่ตามมาก็คอนขางรุนแรง มีทั้งภาวะ คลื่นไส อาเจียน ผมรวง และที่สําคัญคาใชจายคอนขางสูงและตองทําหลายรอบ แตการดูแลโดย Transfer Factor จะไมมีผลขางเคียงเพราะเปนการใหรางกายของเราไดทําการดูแลไดดวยระบบภูมิคุมกันในตัวของ มันเอง นอกจากนี้ยังชวยใหรางกายจดจําเชื้อโรคมะเร็งและทําการตอตานไดรวดเร็วขึ้นอีกในกรณี ที่มีเชื้อโรคมะเร็งใหมเขามา รับประทาน Transfer Factor Plus Advanced ประจําทุกวันสําหรับผูปวยโรคมะเร็ง จะเห็น ผลอยางชัดเจนในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน Transfer Factor Plus ในปริมาณ 3-5 แคปซูลตอ มื้อ , 3 มื้อตอวัน กอนอาหาร (ในระยะลุกลาม) เพื่อไปเสริม เซลลเพชฌฆาต (NK Cells) เขาไป ทําลายเซลลเนื้อรายตอไป


Transfer Factor ไมไดทําลายเซลลมะเร็ง แตจะกระตุนให NK cells ทําลายเซลลมะเร็ง (Transfer Factor does not kill cancer cells but Activated NK cells kill the cancer cells)

ควบคูกับ ทรานสเฟอร แฟกเตอร ริโอวิดา ไตร-แฟกเตอร เพิ่ม ประสิทธิภาพภูมิคุมกัน 283%+สารตานอนุมูลอิสระ ปองกันการกอตัวของเซลลมะเร็ง เพิ่มความสด ชื่นใหรางกาย ลดอาการแทรกซอนจากการ รักษาทางเคมีบําบัด

การเอาใจใสตัวเองอยูเสมอ เปนหนทางสวยงามที่สุดในการหลีกหนีโรครายคะ

ขอมูลลาสุดเกี่ยวกับโรคมะเร็งจาก รพ.จอหน ฮอพกินส หลังจากหลายปที่พูดกันวาการทําคีโมเปนทางเลือกเดียวที่จะ ลอง และใชในการกําจัดโรคมะเร็ง ในที่สุดโรงพยาบาลจอหน ฮอพกินส ก็เริ่มแนะนําถึงทางเลือกอื่นๆอีก 1. ทุกๆ คนมีเซลลมะเร็งอยูในรางกาย เซลลมะเร็งเหลานี้จะไมปรากฎดวยวิธีการตรวจสอบตาม มาตรฐาน จนกระทั่งมันขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับพันลานเซลล เมื่อแพทยบอกวาไมมีเซลลมะเร็งใน รางกายผูปวยโรคมะเร็งที่ไดรับการรักษา แลว มันหมายถึงวาระบบไมสามารถตรวจสอบเซลลมะเร็ง ไดเพราะวาจํานวนของมันยังไม มากพอ จนถึงระดับที่สามารถตรวจจับไดเทานั้น 2. เซลลมะเร็งเกิดขึ้นระหวาง 6 ถึงมากกวา 10 ครั้งในชวงอายุของคนๆหนึ่ง 3. เมื่อระบบภูมิคุมกันของรางกายแข็งแรงเพียงพอ เซลลมะเร็งจะถูกทําลายและปองกันไมใหเกิด การขยายตัวและกลายเปนเนื้องอก 4. เมื่อ ใครก็ตามเปนมะเร็ง มันกําลังบอกวาคนๆนั้นมีความบกพรองหลายประการเกี่ยวกับ


โภชนาการ ซึ่งอาจเกิดจากยีน สิ่งแวดลอม อาหารและปจจัยอื่นๆในการดํารงชีวิต 5. เพื่อ เอาชนะภาวะบกพรองหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ การเปลี่ยนแปลงประเภทของ อาหารรวมทั้งสารอาหารบางอยางจะชวยใหภูมิคุมกัน แข็งแรงขึ้น 6. การทํา คีโม คือการใหสารเคมีที่มีความเปนพิษกับเซลลมะเร็งที่กําลังเติบโตอยางรวด เร็ว แต ขณะเดียวกัน มันก็จะทําลายเซลลที่ดีที่กําลังเติบโตอยางรวดเร็วในไขกระดูก ทําลายระบบทางเดิน อาหาร ฯลฯ และเปนสาเหตุทําใหอวัยวะบางสวนถูกทําลาย เชน ตับ ไต หัวใจ ปอด ฯลฯ 7. การฉายรังสีแมวาจะเปนการทําลายเซลลมะเร็ง แตก็ทําใหเกิดอาการไหม เปนแผลเปน และ ทําลายเซลลที่ดี เนื้อเยื่อ และอวัยวะอื่นๆ 8. การ บําบัดโดย คีโม และการฉายรังสีมักจะชวยลดขนาดของเนื้องอกไดในชวงแรกๆ อยางไรก็ ตามถาทําไปนานๆพบวามักไมสงผลตอการทําลายเซลลเนื้องอก 9. เมื่อ รางกายไดรับสารพิษจากการทําคีโม หรือการฉายรังสีมากเกินไป ระบบภูมิคุมกันอาจ ปรับตัวเขากันไดหรือไมก็อาจถูกทําลายลง ดังนั้นคนๆนั้นจึงอาจตกอยูในอันตรายจากการติดเชื้อ หลายชนิดและทําใหโรคมี ความซับซอนยิ่งขึ้น 10. การทํา คีโมและการฉายรังสีอาจเปนสาเหตุทําใหเซลลมะเร็งกลายพันธุ ดื้อยา และยากตอการ ทําลาย การผาตัดก็อาจเปนสาเหตุทําใหเซลลมะเร็งกระจายไปทั่วรางกาย 11. วิธีที่ดีที่สุดในการทําสงครามกับมะเร็ง คือการไมใหเซลลมะเร็งไดรับอาหารเพื่อนําไปใชใน การขยายตัว อะไรคืออาหารที่ปอนใหกับเซลลมะเร็ง A. น้ําตาล คืออาหารของมะเร็ง การตัดน้ําตาลคือการตัดแหลงอาหารสําคัญที่จายใหกับ เซลลมะเร็ง สารทดแทนน้ําตาลอยางเชน นิวตราสวีต , อีควล , สปูนฟูล ฯลฯ ลวนทํามาจากสารให ความหวาน ซึ่งเปนอันตราย สารทดแทนซึ่งเปนกลางที่ดีกวา คือ น้ําผึ้งมานูคา (จากนิวซีแลนด) หรือน้ําออย แตในปริมาณนอยๆเทานั้น เกลือสําเร็จรูปก็ใชสารเคมีในการฟอกขาว ควรหันไป เลือกใช “ แบรก อมิโน” หรือเกลือทะเลแทน B. นม เปนสาเหตุทําใหรางกายผลิตเมือก โดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหาร เซลลมะเร็ง จะไดรับอาหารไดดีในสภาวะที่มีเมือก การใชนมถั่วเหลืองชนิดไมหวานแทนนม จะทําให เซลลมะเร็งไมไดรับอาหาร C. เซลลมะเร็งเติบโตไดดี ในภาวะแวดลอมที่เปนกรด อาหารจําพวกเนื้อจะสราง สภาวะ กรดขึ้น ดังนั้นจึงควรหันไปรับประทานปลาจะดีที่สุด รองลงไปคือรับประทานไกแทนเนื้อและหมู ใน เนื้ออาจมียาฆาเชื้อ ฮอรโมนที่สรางการเจริญเติบโตในสัตว และเชื้อปรสิตบางประเภทตกคางอยู ซึ่งลวนเปนอันตราย โดยเฉพาะอยางยิ่งกับคนที่เปนมะเร็ง D. อาหารที่ประกอบดวยผักสด 80% และน้ําผลไม พืชจําพวกหัว เมล็ด ถั่วเปลือกแข็ง และผลไมจํานวนเล็กนอย จะชวยทําใหรางกายมีสภาวะเปนดาง อาหารอีก 20% อาจไดมาจากการ ทําอาหารรวมกับพืชจําพวกถั่ว น้ําผักสดจะใหเอ็นไซมซึ่งสามารถดูดซึมไดงายและซึมทราบสูระดับ เซลลภายใน 15 นาที เพื่อบํารุงรางกายและสงเสริมการเจริญเติบโตของเซลลที่ดี เพื่อใหได เอ็นไซมในการสรางเซลลที่ดี ใหพยายามดื่มน้ําผักสด ( ผักสวนใหญรวมทั้งถั่วที่มีหนอหรือตน ออน) และรับประทานผักสดดิบ 2-3 ครั้งตอวัน เอ็นไซมจะถูกทําลายไดงายที่อุณหภูมิ 140 องศา F ( ประมาณ 40 องศา C) E. ใหหลีกเลี่ยงกาแฟ น้ําชา และช็อกโกแลต ซึ่งมีคาเฟอีนสูง ชาเขียวถือเปนทางเลือกที่ ดีและมีคุณสมบัติในการตานมะเร็ง น้ําดื่มใหเลือกดื่มน้ําบริสุทธิ์ หรือที่ผานการกรอง เพื่อหลีกเลี่ยง ทอกซินและโลหะหนักในน้ําประปา น้ํากลั่นมักมีสภาพเปนกรด ใหหลีกเลี่ยง 12. โปรตีนจากเนื้อจะยอยยาก และตองการเอ็นไซมหลายชนิดมาชวยในการยอย เนื้อสัตวที่ไม สามารถยอยไดในระบบทางเดินอาหารจะเกิดการบูดเนาและมีความ เปนพิษมากขึ้น 13. ผนังของเซลลมะเร็งจะมีโปรตีนหอหุมไว การงดหรือการรับประทานเนื้อสัตวนอยลง จะทําให มีเอ็นไซมเหลือมากพอมาใชโจมตีกําแพงโปรตีนที่หอหุมเซลลมะเร็ง และชวยใหเซลลของรางกาย


สามารถกําจัดเซลล มะเร็งไดดีขึ้น 14. สารอาหารบางอยางอาจชวยเพิ่มภูมิคุมกัน ( สาร IP6 [inositol hexaphosphate หรือ phytic acid>, สาร Flor-essence, สาร Essiac, สารแอนตี้-ออกซิแดนส , วิตามิน , เกลือแร , EFAs ฯลฯ) เพื่อชวยใหเซลลของรางกายสามารถกําจัดเซลลมะเร็งไดดีขึ้น สารอาหารอื่นๆเชน วิตามินอี เปนที่ทราบกันดีวาทําใหเกิดการตายลงของเซลล หรือกําหนดระยะเวลาการตายของ เซลล ซึ่งเปนกลไกธรรมชาติของรางกายในการกําจัดเซลลที่ถูกทําลาย ซึ่งไมเปนที่ตองการ หรือไมมีประโยชนออกไป 15. มะเร็ง เปนโรคที่สัมพันธกับจิตใจ รางกาย และจิตวิญญาณ การปองกันเชิงรุกและการคิดใน เชิงบวกจะชวยใหเราสามารถอยูรอดจากการทํา สงครามกับมะเร็ง... ความโกรธ การไมรูจักใหอภัย และความขมขื่นใจ จะทําใหรางกายเกิดความตึงเครียดและมีสภาวะเปนกรดเพิ่มขึ้น ใหเรียนรูที่จะมี ความรักและจิตวิญญาณแหงการใหอภัย เรียนรูที่จะผอนคลายและมีความสุขกับชีวิต 16. เซลลมะเร็งไมสามารถเจริญเติบโตไดในสภาวะที่มีออกซิเจนเปนจํานวนมาก การออกกําลัง กายทุกวัน และการหายใจลึกๆจะชวยใหรางกายไดรับออกซิเจนเพิ่มขึ้นลงไปจนระดับเซลล การ บําบัดดวยออกซิเจนถือเปนวิธีการอีกอยางที่ใชในการทําลายเซลลมะเร็ง


2.มะเร็ง