Issuu on Google+

ประเทศ อิตาลี


ประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปยุโรปในคาบสมุทร อิตาลีที่มีรูปทรงคล้ายรูปรองเท้าบูต และมีเกาะใหญ่ๆอยู่ 2 เกาะใน ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน คือ เกาะซิซิลีและเกาะซาร์ดิเนีย และยังมีหมู่ เกาะเล็กๆอีกจำ�นวนมาก นอกจากนี้มีรัฐอิสระอีก 2 รัฐก็รวมอยู่ใน ประเทศอิตาลีด้วยคือ ซานมาริโน และวาติกัน ซึ่งประเทศอิตาลีมี พื้นที่ทั้งหมด 301,338 ตารางกิโลเมตร หรือ 116,346 ตารางไมล์ เมืองหลวงของประเทศอิตาลีคือ กรุงโรม ภูมิประเทศ ประเทศอิตาลีตั้งอยู่บนคาบสมุทรอิตาลี ถูกล้อมรอบด้วยทะเล ในทุกๆ ด้านยกเว้นด้านเหนือ เพราะอาณาเขตทางทิศเหนือติดต่อกับ ประเทศฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์และออสเตรียโดยมีเทือกเขาแอลป์ กั้นแบ่ง เทือกเขาที่สำ�คัญอีกแห่งคือ เทือกเขาแอเพนไนน์พาด ผ่านตอนกลางและตอนใต้ของประเทศ มีแม่น้ำ�ที่ยาวที่สุดในอิตาลี คือแม่น้ำ�โป (Po) และแม่น้ำ�ไทเบอร์ที่ไหลผ่านกรุงโรม ทางตอน เหนือของอิตาลีมีทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่มากมาย เช่น ทะเลสาบการ์ ดา โกโม มัจโจเร และทะเลสาบอีเซโอ เนื่องจากประเทศอิตาลีถูก ล้อมรอบด้วยทะเล ดังนั้นจึงมีชายฝั่งทะเลยาวหลายพันกิโลเมตรซึ่ง สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาที่นี่ นอกจากนี้ประเทศ อิตาลียังมีทะเลสาบปล่องภูเขาไฟมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกอีกด้วย

ภูมิอากาศ ลักษณะภูมิอากาศของประเทศอิตาลีมีหลากหลายรูปแบบและอาจ แตกต่างจากลักษณภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนตามพื้นที่ตั้งของ ประเทศ ตอนเหนือของอิตาลี – จะเป็นพื้นที่ระหว่างเทือกเขาAlpsและ เทือกเขา Tuscan-Emilian Apenines ภูมิอากาศในภูมิภาคนี้จะค่อน ข้างแปรปรวน ซึ่งในฤดูหนาวจะหนาวมาก และในฤดูร้อน จะมีอากาศ ร้อนชื้น และร้อนมาก ตอนกลางของอิตาลี – จะมีภูมิอากาศที่อบอุ่น มีความแตกต่างกัน เล็กน้อยของอุณหภูมิระหว่างฤดูหนาวและฤดูร้อน ตอนใต้ของอิตาลี และเกาะต่าง ๆ – ฤดูหนาวจะไม่หนาวมาก และ ในส่วนฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงจะมีอากาศคล้ายคลึงกับฤดูร้อน ของภูมิภาคอื่น ๆ ในอิตาลี ตัวอย่างอุณหภูมิในแต่ละเมืองของประเทศอิตาลี


ธงชาติ

ธงชาติอิตาลีมีชื่อว่า ลา บันดิเอร่า ตริโคโลเร่ (La Bandiera Tricolore) มีแถบสีเขียว ขาว และแดง เริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2340 ธงชาติอิตาลีคล้ายกับธงชาติฝรั่งเศส แต่มีแถบเขียวแทนสีน้ำ�เงิน สี เขียวเป็นสัญลักษณ์ของธรรมชาติและสิทธิมนุษยชน คือความเท่า เทียมกันและมีอิสระ วันชาติของประเทศอิตาลีตรงกับวันที่ 25 เมษายนของทุกปี ประชากร ประเทศอิตาลีมีประชากรประมาณ 60.6 ล้านคน เป็นประเทศทีมี ประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของสหภาพยุโรปและมากเป็นอันดับที่ 23 ของโลก เชื้อชาติ ส่วนใหญ่คืออิตาเลียน และมีชนกลุ่มน้อยเชื้อชาติ อื่นๆคือ เยอรมัน ฝรั่งเศส สโลเวเนีย และแอลเบเนีย การแบ่งการปกครอง ประเทศอิตาลีแบ่งการปกครองย่อยออกเป็น 20 แคว้น แบ่งเป็น 15 แคว้น และอีก 5 แคว้นเป็นแคว้นปกครองตนเอง ซึ่งสามารถบัญญัติ กฎหมายท้องถิ่นขึ้นใช้เองได้ และมีทั้งหมด 110 จังหวัดกับอีก 8,100 เทศบาล เขตการปกครองทั้งหมด 20 เขต มีดังนี้ Abruzzo (อาบรุซโซ) แคว้นอาบรุซโซตั้งอยู่ห่างจากกรุงโรมไปทางตะวันออกประมาณ 50 ไมล์ มีพื้นที่ทางทิศเหนือติดต่อกับแคว้นมาร์เก ทางทิศตะวันตก และตะวันตกเฉียงใต้ติดกับแคว้นลาซีโอ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ติด กับแคว้นโมลิเซและทางด้านทิศตะวันออกติดกับทะเลเอเดรียติก ลักษณะภูมิประเทศเป็นหุบเขา และป่า ซึ่งส่วนหนึ่งจะถูกนำ�มาทำ� เป็นรีสอร์ทเพื่อสำ�หรับเล่นสกีในช่วงฤดูหนาว จังหวัด: L’Aquila,Pescara, Teramo และChieti

Apulia (ปูลยา) อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ มีอาณาเขตติดต่อกับทะเล เอเดรียติกทางทิศตะวันออก ทะเลไอโอเนียนทางทิศตะวันออกเฉียง ใต้ และติดกับช่องแคบโอตรันโตและอ่าวตารันโตทางทิศใต้ และเป็น ที่ตั้งของคาบสมุทรย่อยที่มีชื่อว่าซาเลนโต ที่มีรูปร่างคล้ายกับส้น รองเท้า จังหวัด : Bari,Brindisi,Foggia,LecceและTaranto Basilicata (บาซีลีกาตา) ตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศ มีอาณาเขตติดต่อกับแคว้นกัมปาเนียทาง ทิศตะวันตก แคว้นปูลยาทางทิศเหนือและตะวันออก และแคว้นกาลา เบรียทางทิศใต้ มีชายฝั่งทะเลที่ติดกับทะเลติร์เรเนียนที่อยู่ระหว่าง แคว้นกัมปาเนียในด้านตะวันตกเฉียงเหนือ และแคว้นกาลาเบรียทาง ทิศตะวันออกเฉียงใต้ และอีกด้านหนึ่งของแคว้นมีชายฝั่งทะเลที่ติด กับอ่าวตารันโต ในทะเลไอโอเนียนระหว่างแคว้นกาลาเบรียทางทิศ ตะวันตกเฉียงใต้ และแคว้นปูลยาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัด: PotenzaและMatera Calabria (กาลาเบรีย) ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของอิตาลี เป็นส่วนล่างของคาบสมุทรอิตาลี แคว้นกาลาเบรียมีอาณาเขตติดต่อทางทิศเหนือกับแคว้นบาซีลีกา ตา ทางทิศตะวันตกวันตกเฉียงใต้ติดต่อกับแคว้นปกครองตนเองซิซิลี ทางตะวันตกติดกับทะเลติร์เรเนียนและติดต่อกับทะเลไอโอเนียนทาง ทิศตะวันออก แถบนี้นั้นเป็นเขตภูมิอากาศอบอุ่น มีทะเลที่สวยงาม รวมถึงธรรมชาติอื่น ๆ ที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง จังหวัด: Catanzaro, Reggio Calabria,Cosenza,CrotoneและMatera Campania (กัมปาเนีย) แคว้นนี้อยู่ทางทิศใต้ของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บนคาบสมุทรอิตาลี ทางทิศตะวันตกจรดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีหมู่เกาะ Flegrean และกาปรีเป็นส่วนหนึ่งของเขตการปกครองของแคว้นด้วย จังหวัด : Naples,Caserta,Benevento,AvellinoและSalerno


Emilia-Romagna (เอมีเลีย-โรมัญญา) มีพื้นที่ด้านตะวันออกเป็นทะเลเอเดรียติก ทางด้านทิศเหนือเป็น แม่น้ำ�โป และด้านทิศใต้เป็นเทือกเขาแอเพนไนน์ ส่วนด้านอื่นเป็น เนินเขาและภูเขาที่กั้นระหว่างทัสกานีและเอมีเลีย จังหวัด : Bologna,Ferrara, Forli-Cesena,Modena,Parma,Piacenza,Ravenna, Reggio Emilia และRimini Friuli-Venezia Giulia (ฟรีอูลี-เวเนเซียจูเลีย) เป็นหนึ่งใน 5 แคว้นการปกครองตนเอง มีอาณาเขตติดต่อกับแคว้น เวเนโตทางทิศตะวันตก ติดกับประเทศออสเตรียทางทิศเหนือ ประเทศ สโลวีเนียทางทิศตะวันออก และติดกับทะเลเอเดรียติกทางทิศใต้ จังหวัด : Trieste, Gorizia,PordenoneและUdine Lazio (ลาซีโอ) แคว้นลาซิโอมีพื้นที่ทางด้านทิศตะวันออกติดกับแคว้น โมลิเซ และ ทางด้านทิศเหนือติดกับแคว้นอุมเบรีย ส่วนทางด้านทิศตะวันตกและ ตะวันตกเฉียงใต้นั้นติดกับทะเล จังหวัด : Rome, Frosinone,Latina, Rieti และ Viterbo Liguria (ลิกูเรีย) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี และมีอาณาเขตติดกับ ประเทศฝรั่งเศส มีลักษณะพื้นที่เป็นแนวยาวโค้งและแคบกว่าแคว้น อื่นๆ ทางด้านทิศเหนือติดกับแคว้นปิเอมอนเต จังหวัด : Genoa, Imperia,SavonaและLa Spezia Lombardy (ลอมบาร์ดี) แคว้นนี้ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศ มีอาณาเขตติดต่อกับแคว้น ต่างๆดังนี้ ทางด้านทิศใต้ติดกับแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา และทิศ ตะวันตกติดกับแคว้นปิเอมอนเต เป็นสถานที่ที่เป็นจุดมุ่งหมายหลัก ของนักเล่นกีฬาฤดูหนาว นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบ Maggiore ซึ่งเป็น ทะเลสาบขนาดใหญ่และมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่งล จังหวัด : Bergamo,Brescia,Como,Cremona,Lecco,Lodi,Mantua,Milan,Monzaand Brianza,Pavia, Sondrio และVarese


Marche (มาร์เก) อยู่ในภาคกลางของประเทศ มีอาณาเขตติดต่อกับแคว้นเอมีเลียโรมัญญาและประเทศซานมารีโนทางทิศเหนือ ติดกับแคว้นทัสกา นีทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ติดกับแคว้นอาบรุซโซและแคว้นลา ซีโอทางทิศใต้ และติดต่อกับทะเลเอเดรียติกทางทิศตะวันออก ภูมิประเทศโดยส่วนใหญ่จะเป็นหุบเขาและภูเขา ที่ล้อมรอบด้วย เทือกเขา Umbria-Marche Appenines และจะทอดตัวต่ำ�ลงในแถบ ชายหาด จังหวัด : Ancona,Ascoli Piceno, Fermo, Macerata,Pesaroและ Urbino Molise (โมลีเซ) ตั้งอยู่ในภาคใต้ของประเทศ มีอาณาเขตทางด้านทิศเหนือติดต่อกับ แคว้นมีพื้นที่เล็กที่สุดเป็นอันดับสองของรองจากแคว้นปกครองตนเอง วัลเลดอสเต ทางด้านทิศเหนือติดกับแคว้นอาบรุซโซ ทิศใต้ติดกับ แคว้นกัมปาเนีย และด้านทิศตะวันออกติดกับแคว้นปูลยา จังหวัด : Campobasso และ Isernia Piedmont (ปีเอมอนเต) เป็นหนึ่งใน 20 แคว้นของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของ ประเทศ พื้นที่ด้านทิศตะวันออกติดกับแคว้นลอมบาร์ดี และด้านทิศ ตะวันตกติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ดินแดนแห่งนี้ถูกล้อมรอบทั้ง 3 ด้านของแอลป์ และมีธารน้ำ�แข็งที่สูงที่สุดและใหญ่ที่สุดในอิตาลี ภาษาหลักที่ใช้กันคือ ปิเอมอนเตส อ๊อกซีตัน จังหวัด : Turin,Alessandria,Asti,Biella,Cuneo,Novara, Verbano Cusio Ossola และVercelli Sardinia (ซาร์ดิเนีย) ถือว่าเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสามในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตั้งอยู่ ใจกลางของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และมีภูมิประเทศเป็นลักษณะภูเขา แคว้นแห่งนี้มีชื่อเสียงมากในเรื่องของชายหาด อาทิเช่นEmeraldCoastเป็นต้น จังหวัด : Cagliari, Carbonia-Iglesias, Nuoro, Olbia-Tempio, Oristano, Medio Campidano,Sassariและ Ogliastra


Sicily (ซิชิลี) แคว้นนี้ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของประเทศอิตาลี มีลักษณะเป็นเกาะและถือว่าเป็นเกาะที่ใหญ่ ที่สุดในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมืองนี้เป็นเมืองที่ร่ำ�รวยและมีเอกลักษณ์โดดเด่นทางด้าน วัฒนธรรม โดยเฉพาะด้านศิลปะ ดนตรี วรรณคดี อาหารการกินและภาษา จังหวัด : Palermo,Agrigento,Catania,Caltanissetta, Enna,Messina,Ragusa, Siracusa และTrapani Tuscany (ทัสกานี) แคว้นนี้ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางของประเทศ มีพื้นที่ด้านทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ติดกับแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา ทางทิศตะวันออกติดกับแคว้นมาร์เกและอุมเบรีย ส่วนทาง ด้านทิศตะวันตกติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นดินแดนที่มีความสำ�คัญทางด้านมรดกทาง ศิลปะ จังหวัด : Florence,Arezzo,Grosseto, Livorno,Lucca, Massa Carrara,Pisa,Pistoia,PratoและSiena Trentino-Alto Adige (เตรนติโน-อัลโตอาดีเจ) แคว้นนี้ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศ มีพื้นที่ทางด้านทิศใต้ติดกับแคว้นเวเนโต และ ด้านทิศตะวันตกติดกับแคว้นลอมบาร์ดี นอกจากนี้ยังติดกับประเทศออสเตรียและประเทศส วิตเซอร์แลนด์อีกด้วย จังหวัด : BolzanoและTrento Umbria (อุมเบรีย) แคว้นอุมเบรียตั้งอยู่บริเวณภาคกลางของประเทศ มีพื้นที่ด้านทิศใต้ติดกับแคว้นลาซิโอ และด้านทิศตะวันออกติดกับแคว้นมาร์เก ส่วนทางด้านทิศตะวันตกยาวไปจนถึงด้านทิศ เหนือติดกับแคว้นทัสกานี จังหวัด : PerugiaและTerni Veneto (เวเนโต) ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศอิตาลี พื้นที่ทางด้านทิศเหนือติดกับแคว้นเตรนติโน-อัล โตอาดีเจ ด้านทิศตะวันตกติกับแคว้นลอมบาร์ดี ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับ แคว้นฟรีอูลี-เวเนเซียจูเลีย ส่วนพื้นที่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดกับทะเลอาเดรียติก จังหวัด : Venice, Belluno,Padua,Rovigo,Treviso,Veronaและ Vicenz

วัฒนธรรมอิตาลี อิตาลีมีวัฒนธรรมที่คล้ายคนเอเชียโดยให้ความเคารพนับถือผู้สูงอายุ การแสดงความเคารพและให้เกียรติผู้สูงอายุถือเป็นมารยาทที่ชาวอิตาเลียนชื่นชมมาก การมอบดอกไม้ที่เป็นการแสดงความยินดีหรือขอบคุณเมื่อได้รับเชิญเป็นแขกควร ให้เป็นช่อที่จำ�นวนเป็นเลขคู่ในการทักทายกับชาวอิตาเลียนที่ยังไม่คุ้นเคยควรให้คำ� “Signore” นำ�หน้าชื่อสกุลผู้ชายและ “Signora” นำ�หน้าชื่อสกุลผู้หญิง เมื่อแนะนำ�ตัวหรือเรียกขานผู้ นั้น ในที่ทำ�งานและการพบปะทางธุรกิจ เราจะต้องเรียกนามสกุล จนกว่าจะได้รับอนุญาตให้ เรียกชื่อต้นได้ และหากมีคำ�นำ�หน้าชื่อ จำ�เป็นต้องเอ่ยให้ถูกต้องทุกครั้ง เมื่อได้พบปะรู้จักกับคนใหม่ๆ การทักทายด้วยการจับมือเป็นเรื่องปกติ แต่บ่อยครั้งที่อาจนำ�มืออีกข้างมาจับที่แขนประกอบด้วย จึงไม่ต้องตกใจไป คนอิตาลีมักชื่นชมผู้ที่มีการศึกษา มีความสามารถ ประสบความสำ�เร็จในอาชีพ และให้ความสำ�คัญกับศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม เพลง ไวน์ เสื้อผ้า อาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นเราก็ควรจะศึกษาข้อมูลไว้บ้างหากต้องไปอาศัยอยู่ที่อิตาลี

ข้อไม่ควรปฏิบัติ • ไม่ควรซื้อสินค้าที่เป็นของเทียมหรือเลียนแบบ เนื่องจากกฎหมายอิตาลีกำ�หนดโทษ ปรับผู้ซื้อสินค้าดังกล่าว 10,000 ยูโร • ไม่สวมเสื้อเปิดไหล่หรือกางเกงขาสั้นเข้าสำ�นักวาติกันหรือโบสถ์อื่นๆ • ไม่ควรเข้าไปชมโบสถ์หรือส่งเสียงดังในขณะมีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา • ไม่ควรใช้สัญญลักษณ์มือในการสื่อภาษาหากไม่แน่ใจในความหมาย เช่น การใช้นิ้ว มือ(โดยเฉพาะนิ้วกลาง) • หลีกเลี่ยงการสนทนาที่มีความเห็นขัดแย้งทางศาสนา วัฒนธรรมและประเพณี


ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงยุคจักรวรรดิโรมัน

ยุดกลาง

คาบสมุทรอิตาลีมีมนุษย์อาศัยตั้งแต่ยุคหินเก่า ดินแดนลุ่มแม่น้ำ�ไทเบอร์เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของ มนุษย์นีแอนเดอร์ทัลตั้งแต่เมื่อประมาณ 5 หมื่นปีที่แล้ว และด้วยอิตาลีนั้นตั้งอยู่บนคาบสมุทร ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งมีอารยธรรมโบราณกล่าวคือ อารยธรรมมิโนอันและไมซีเนียน อารยธรรมที่เกี่ยวพันกับอารยธรรมกรีกโบราณ อิตาลีเป็นประเทศที่มีอารยธรรมมาช้านานและ แผ่ขยายดินแดนอื่น ๆ ในทวีปยุโรป ในช่วง 1,600 ปีก่อนคริต์ศักราช พวกอีทรัสคัน จากเอเชียไมเนอร์ก็ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานใน บริเวณที่เป็นแคว้นทัสกานีในปัจจุบัน พร้อมกับนำ�อารยธรรมกรีกเข้ามาเผยแพร่ ส่วนพวกกรีก เองก็ได้เดินทางมาตั้งอาณานิคมชื่อว่า “แมกนากราเซีย” (อิตาลี: Magna Graecia) ในตอนใต้ ของอิตาลีใน 800 ปีก่อนคริสต์ศักราช มีพื้นที่ครอบคลุมบริเวณตั้งแต่เมืองเนเปิลส์จนถึงเกาะ ซิซิลี ในคริสต์ศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์ศักราช พวกอีทรัสคันได้มีอำ�นาจปกครองดินแดนตั้งแต่ บริเวณชายฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรอิตาลีตั้งแต่หุบเขาโป จนถึงบริเวณเมืองนาโปลี และดิน แดนรอบ ๆ กรุงโรม ขณะเดียวกันชนเผ่าอื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ในคาบสมุทรอิตาลีก็รวมตัวกันจัดตั้ง เป็นนครรัฐขึ้น เพื่อต่อต้านการขยายตัวและอำ�นาจของพวกอีทรัสคันและกรีก ชนเผ่าที่สำ�คัญใน การต่อต้านอำ�นาจเหล่านี้ได้แก่พวกละติน หรือโรมัน ซึ่งเมื่อถึง 200 ปีก่อนคริสต์ศักราช พวก ละตินก็ได้มีอำ�นาจเหนือดินแดนอิตาลี เกาะซาร์ดิเนียและซิซิลี ทั้งหมดแล้ว ใน 27 ปีก่อนคริสต์ศักราช โรมได้เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากสาธารณรัฐเป็น ระบอบจักรวรรดิ โดยมีจักรพรรดิออกเตเวียน เป็นจักรพรรดิพระองค์แรก นครหลวงแห่งนี้ได้ เจริญถึงขีดสุดและสามารถขยายอำ�นาจปกครองอิทธิพลไปทั่วทั้งยุโรป และบริเวณรายรอบ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการค้าและความเจริญในด้านวัฒนธรรม และศิลปวิทยาการแขนงต่างๆ แทนอารยธรรมกรีกที่เสื่อมถอยลง ระหว่างปี ค.ศ. 96 – 180 เป็นช่วงระยะเวลาแห่งความเจริญรุ่งเรืองของจักรพรรดิที่ปกครอง 5 พระองค์ แต่หลังจากนั้น โรมต้องประสบปัญหาทั้งในทุก ๆ ด้าน รวมไปถึงการรุกรานของพวกอนารยชน รวมทั้งการ เสื่อมโทรมทางศีลธรรมจรรยา ใน ค.ศ. 312 จักรพรรดิคอนสแตนตินทรงยอมรับคริสต์ศาสนา เป็นศาสนาประจำ�ชาติ ซึ่งมีผลให้คริสต์ศาสนามีโอกาสได้เผยแพร่ไปทั่วดินแดนที่อยู่ใต้อาณัติ ของโรม และทรงแบ่งจักรวรรดิโรมันออกเป็นสองส่วน คือ จักรวรรดิโรมันตะวันตก และจักรวรรดิ ไบแซนไทน์

ในช่วงต้นของยุคกลาง ดินแดนต่าง ๆ ในยุโรปได้ตกอยู่ในสภาวะระส่ำ�ระสายที่บ้านเมือง ขาดผู้นำ� ระบบการเมือง เศรษฐกิจและสังคมถูกทำ�ลาย แต่ในขณะเดียวกันบิชอบแห่งโรม ก็ได้สามารถสถาปนาอำ�นาจสูงสุดในคริสตจักรซึ่งต่อมาคือ“สันตะปาปา” และสามารถจัดตั้ง รัฐสันตะปาปา อีกทั้งยังเป็นผู้สืบทอดอารยธรรมโรมันที่ยังหลงเหลือให้คงอยู่ต่อไป อย่างไรก็ ดี แม้นครรัฐต่าง ๆ ในคาบสมุทรอิตาลีจะขาดเอกภาพทางการเมือง แต่นครรัฐเหล่านั้นยังเป็น ศูนย์กลางของความเจริญมั่งคั่งและการฟื้นตัวของศิลปะและวัฒนธรรมของยุโรป ในกลางคริสต์คริสต์ศตวรรษที่ 14 อิตาลีได้ประสบความสำ�เร็จในการฟื้นฟูศิลปวิทยาการของ อารยธรรมกรีกและโรมัน โดยเรียกว่า ยุคเรอเนซองส์ และเป็นผู้นำ�ของลัทธิมนุษยนิยม ในขณะ ที่ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปยังตกอยู่ภายใต้การปกครองแบบศักดินา แต่เมื่อเข้าปลายคริสต์คริสต์ ศตวรรษที่ 15 อิตาลีได้ตกเป็นสมรภูมิแย่งชิงอำ�นาจระหว่างฝรั่งเศส สเปน และออสเตรีย กล่าว คือ เมื่อปี ค.ศ. 1494 พระเจ้าชาร์ลที่ 8 แห่งฝรั่งเศสได้เปิดการโจมตีคาบสมุทร ซึ่งได้ดำ�เนิน เรื่อยมาถึงกลางคริสต์คริสต์ศตวรรษที่ 16 และการโจมตีเพื่อแย่งการเป็นเจ้า ระหว่างฝรั่งเศส และสเปน


ราชอาณาจักรอิตาลิ ในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ได้มีการชุมนุมของขบวนการชาตินิยม เพื่อต้องการรวมอิตาลีจน เป็นผลสำ�เร็จ โดยการนำ�ของพระเจ้าวิคเตอร์เอมมานูเอลที่ 2 นับแต่นั้นมา อิตาลีจึงอยู่ภายใต้ การปกครองระบอบกษัตริย์ เรื่อยมาจนกระทั่งในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ซึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง อย่างมากในอิตาลี เมื่อมีการประกาศยกเลิกความเป็นพันธมิตรกับเยอรมนีและจักรวรรดิ ออสเตรีย-ฮังการี และเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง จนได้รับ สมญานามว่าเป็น 1 ใน 4 มหาอำ�นาจ (The Big Four) ต่อมาสงครามได้ยุติลงด้วยชัยชนะของ สัมพันธมิตร อิตาลีจึงได้ดินแดนบางส่วนของออสเตรียมาครอบครอง ต่อมาในปี ค.ศ. 1922 ระบบเผด็จการฟาสซิสต์ ถูกนำ�มาใช้ในประเทศอิตาลีกว่า 20 ปี โดย การนำ�ของเบนิโต มุสโสลินี ถึงแม้ว่าจะมีกษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ก็เป็นเพียงในนามเท่านั้น จนกระทั่งเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่สอง อิตาลีเข้าร่วมกับฝ่ายอักษะ เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรยึดเกาะ ซิซิลีได้ มุสโสลินีจึงถูกปลดออกจากตำ�แหน่งนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งปีเอโตร บาโดลโย ขึ้น เป็นนายกรัฐมนตรีแทน และประกาศสงครามกับนาซีเยอรมนี จนได้รับชัยชนะ โดยมุสโสลินีถูก กลุ่มต่อต้านฟาสซิสต์จับกุม และถูกสังหารที่เมืองมิลาน


นโยบายต่างประเทศที่สำ�คัญ 1. อิตาลีเป็นประเทศที่มีบทบาทสูงในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ อาทิ เป็นสมาชิก EU องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ องค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการ พัฒนา (Organization for Economic and Co-operation and Development – OECD) องค์การการค้าโลก (World Trade Organization – WTO) องค์การว่าด้วยความมั่นคง และความร่วมมือในยุโรป (Organization for Security and Cooperation in Europe – OSCE) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations – FAO) กองทุนระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม (International Fund for Agricultural Development – IFAD) โครงการอาหารโลก (World Food Programme - WFP) สภายุโรป (Council of Europe) เคยเป็นประธาน G8 ปี พ.ศ. 2544 และ 2552 และเป็นสมาชิกไม่ถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council – UNSC) วาระปี พ.ศ 2550 -2551 2. นโยบายอิตาลีต่อภูมิภาคเอเชีย/อาเซียน (ASEAN) - อิตาลีหันมาให้ความสำ�คัญกับ ภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว กอปรกับเศรษฐกิจในยุโรปที่ ถดถอย โดยสนใจลงทุนในจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ การลงทุนของอิตาลีที่ ประสบความสำ�เร็จในเอเชีย คือ การลงทุนของบริษัท Piaggio ผลิตรถจักรยานยนต์แบบ scooter ยี่ห้อ Vespa และยี่ห้ออื่น ๆ ในเครือ ในอินเดีย จีน และเวียดนาม อิตาลีมุ่งดำ�เนินนโยบาย International Economic Diplomacy หรือการใช้การทูตชักนำ� ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเข้าประเทศอย่างจริงจัง โดยปรับโครงสร้างมาใช้ระบบ Country System เพื่อผลักดันความร่วมมือกับแต่ละภูมิภาคแบบองค์รวม โดยอิตาลีต้องการเข้ามามี ปฏิสัมพันธ์กับอาเซียน ซึ่งจะก้าวขึ้นเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community – AEC) ในปี พ.ศ. 2558 เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนในจีน และ อาศัยประโยชน์จากตลาดอาเซียน และความเชื่อมโยงในภูมิภาคให้เกิดประโยชน์กับตน 3. ท่าที/นโยบายต่อภูมิภาคอื่นๆ - นโยบายต่อตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ ให้ความสำ�คัญต่อการเข้าไปมีบทบาท เนื่องจากมีความสำ�คัญต่ออิตาลีในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงทาง พลังงาน เนื่องจากอิตาลีจำ�เป็นต้องพึ่งพาพลังงานจากภูมิภาคตะวันออกกลาง และการ รับมือกับผู้อพยพผิดกฎหมายจากแอฟริกาเหนือที่สามารถใช้อิตาลีเป็นทางผ่านไปยัง ประเทศในยุโรปอื่นๆ - บทบาทที่สำ�คัญ ได้แก่ การสนับสนุนด้านการพัฒนา สาธารณสุข การศึกษา การเกษตร และโครงสร้างพื้นฐานในแอฟริกาและเอเซีย มูลค่าราว 60 ล้านยูโร (80 ล้านเหรียญ สหรัฐฯ) สำ�หรับโครงการด้านการเกษตรในเอธิโอเปีย โครงการ Afghan institute consolidation ในอัฟกานิสถาน โครงการด้านการศึกษาในโมซัมบิก และกำ�ลังพิจารณา ความช่วยเหลือเงินกู้ยืมให้แก่โซมาเลีย โมซัมบิก เอริเทรีย อัฟกานิสถาน เลบานอน เกาหลีเหนือ และเมียนมาร์


ข้อมูลทั่วไป

อิตาลีอยู่ในตอนใต้ของทวีปยุโรป และตอนเหนือของแอฟริกา โดย มีลักษณะเป็นคาบสมุทรยื่นออกไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พื้นที่ร้อย ละ 75 เป็นภูเขาและที่ราบสูง ทิศเหนือติดประเทศสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรีย ทิศใต้ติดทะเล เมดิเตอร์เรเนียนและทะเลไอโอเนียน ทิศตะวันตกติดประเทศฝรั่งเศส และทะเลไทเรเนียน ทิศตะวันออกติดทะเลอาเดรียติก และอยู่ตรงข้าม กับสโลเวเนีย โครเอเชีย บอสเนีย มอนเตเนโกร และแอลเบเนีย อิตาลีมีเนื้อที่ 116,303 ตารางไมล์ หรือ 301,225 ตารางกิโลเมตร นอกจากพื้นที่ที่เป็นคาบสมุทรแล้ว อิตาลียังประกอบด้วยเกาะ ซาร์ดิเนียและซิซิลีด้วย พื้นที่ร้อยละ 57 เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ร้อยละ 21 เป็นป่าและภูเขา ภูมิอากาศ แบบเมดิเตอร์เรเนียน ประชากร 61. 50 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวอิตาเลียน และมีชนกลุ่ม น้อยเชื้อชาติอื่นๆ คือ เยอรมัน ฝรั่งเศส สโลวีเนีย และแอลเบเนีย เมืองหลวง โรม (Rome) ภาษาราชการ อิตาเลียน และมีภาษาเยอรมันเป็นภาษารอง โดย เฉพาะบริเวณแคว้น Trentino-Alto Adige ที่ติดกับออสเตรีย และ ภาษาฝรั่งเศสในแคว้น Valle d’Aosta นอกจากนี้ สามารถใช้ภาษา สเปนกับชาวอิตาเลียนได้ อนึ่ง ในอิตาลีมีภาษาท้องถิ่น อาทิ TUSCAN dialect ศาสนา คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก (98%) แต่ให้เสรีภาพทุก ศาสนา โดยอิตาลีรับรองสถานะพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 วันชาติ 2 มิถุนายน สกุลเงิน ยูโร (Euro)

การเมืองการปกครอง รูปแบบการปกครอง ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดี ดำ�รงตำ�แหน่งประมุขของประเทศ มีนายก รัฐมนตรีทำ�หน้าที่หัวหน้าฝ่ายบริหาร และมีฝ่ายตุลาการแยกเป็นอิสระ ประธานาธิบดี นายจิออร์จิโอ นาโปลีตาโน (Mr. Giorgio Napolitano) เป็นประธานาธิบดีคน ที่ 11 เข้ารับตำ�แหน่งสมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2556 นายกรัฐมนตรี นายมัตเตโอ เรนซี่ (Matteo Renzi) เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 56 นายกรัฐมนตรีเป็นผู้จัดตั้งคณะรัฐบาล (Council of Ministers) โดยได้รับความเห็นชอบจาก ประธานาธิบดี ตำ�แหน่งนายกรัฐมนตรี บางทีเรียกว่า President of the Council of Ministers รัฐมนตรีว่าการกระทร���งการต่างประเทศ นายเฟดเดอรีกา โมกลินิ (Federica Mogherini) รัฐสภา ระบบ 2 สภาที่สมบูรณ์แบบ (Perfect bicameral system) คือ สภาผู้แทนราษฎร (Chamber of Deputies) และวุฒิสภา (Senate of the Republic) มีอำ�นาจและหน้าที่เท่าเทียมกัน วาระ การดำ�รงตำ�แหน่ง 5 ปี (ปัจจุบัน มี สส. 630 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง และแบบสัดส่วน และวุฒิสมาชิก 322 คน มาจากการเลือกตั้งทั่วไปจากแคว้นต่างๆ และตลอดชีพ 7 คน) การปกครองส่วนท้องถิ่น อิตาลีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 20 แคว้น หรือภูมิภาค (regions) (และแบ่งเป็น 94 จังหวัด) ได้แก่ Abruzzo, Basilicata, Calabria,Campania, Emilia-Romagna,Fuiuli-Venezia Giulia, Lazio,Liguria, Lombardia, Marche,Molise, Piemonte, Puglia,Sardegna (Sardinia), Sicilia (Sicily)Toscana, Trentino-Alto Adige, Umbria, Valle d’Aosta, Veneto,โดยมี 5 แคว้นคือ Fuiuli-Venezia Giulia,Sardinia, Sicily, Trentino-Alto Adige, และ Valle d’Aosta ได้รับสถานะพิเศษให้ ปกครองตนเองตามรัฐธรรมนูญ ในแต่ละแคว้นจะมีองค์กรการปกครองหลักอยู่ 3 องค์กร คือ - คณะมนตรีแคว้น (Regional Council) ทำ�หน้าที่ตรากฎหมายและระเบียบข้อบังคับในเขต อำ�นาจ - คณะกรรมการ (The Junta) ทำ�หน้าที่เป็นฝ่ายบริหาร - ประธานคณะกรรมการ (The President of the Junta) ทำ�หน้าที่คล้ายนายกรัฐมนตรีในเขต อำ�นาจ แต่ทั้งนี้ ก็จะมีผู้แทนของรัฐบาลคนหนึ่งอยู่ประจำ� ณ นครหลวงของแคว้นนั้นๆ คอย ควบคุมดูแลการบริหารของรัฐบาลท้องถิ่นและทำ�หน้าที่ประสานงานระหว่างรัฐบาลท้องถิ่นกับ รัฐบาลกลาง


เศรษฐกิจการค้า ข้อมูลเศรษฐกิจโดยสังเขป (ปี พ.ศ. 2555) ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 2,013 พันล้านยูโร (2555) รายได้ประชาชาติต่อหัว 30,100 ยูโร (2555) การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ -2.3 (2555) โครงสร้างทางเศรษฐกิจทั่วไป อิตาลีมีพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่เหมาะแก่การเกษตรกรรม และมีทรัพยากรธรรมชาติ ไม่มาก แม้จะมีก๊าซธรรมชาติอยู่บ้าง จึงเป็นประเทศที่ต้องนำ�เข้าอาหาร (net food importer) และพลังงาน ปัจจุบันอิตาลีเปลี่ยนจากระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพา เกษตรกรรมเป็นสำ�คัญมาเป็นอุตสาหกรรม และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นลำ� ดับต้นๆ ของโลก โดยรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรสูงไล่เลี่ยกับอังกฤษและ ฝรั่งเศส อิตาลีสามารถเป็นโมเดลของไทยในด้านอุตสาหกรรมขนาดกลางและ ขนาดย่อม (SMEs) โดยมีอุตสาหกรรมที่สำ�คัญ อาทิ รถยนต์ เครื่องจักรกล การ ก่อสร้าง เคมีภัณฑ์ เภสัชภัณฑ์ เครื่องไฟฟ้า เครื่องเรือน อุตสาหกรรมทอผ้า เสื้อผ้าและแฟชั่น และการท่องเที่ยว อิตาลีเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่ม G8 และเข้าร่วมสหภาพการเงินของสหภาพยุโรป (EMU) มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2541 แม้ระบบเศรษฐกิจของอิตาลีเป็น ระบบทุนนิยม ภาคเอกชนสามารถดำ�เนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างเสรี แต่ รัฐบาลยังคงเข้ามามีบทบาทควบคุมกิจกรรมที่สำ�คัญ อาทิ ด้านสาธารณูปโภค อุตสาหกรรมพื้นฐาน เป็นต้น ซึ่งได้ก่อประโยชน์ให้แก่ภาครัฐบาลในการสร้าง ฐานอำ�นาจและแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างพรรคการเมืองที่เข้าร่วมรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันได้มีความพยายามที่จะลด บทบาทของพรรคการเมือง โดยการแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้ภาคเอกชนเข้ามาดำ�เนินการ อย่างไรก็ตาม อิตาลี ยังมีปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศหลายประการ ที่สำ�คัญได้แก่ การขาด ดุลงบประมาณในระดับสูง การว่างงาน การขาดแคลนทรัพยากรพลังงานใน ประเทศ และระดับการพัฒนาที่แตกต่างกันอย่างมากระหว่างอิตาลีตอนเหนือ (Lombardy, Emilia, Tuscany) ซึ่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมและการค้า และมี กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs อยู่หนาแน่น กับอิตาลีตอนกลางและตอนล่าง รวมทั้ง เกาะ Sicily และ Sardinia ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรม บริเวณที่พัฒนาน้อยกว่า นี้มีพื้นที่รวมกันเป็นร้อยละ 40 ของประเทศ มีประชากรอาศัยอยู่ถึงร้อยละ 35 และมีอัตราการว่างงานสูงถึงกว่าร้อยละ 20

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐอิตาลี ความสัมพันธ์ทางด้านการทูต ประเทศไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิตาลีเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2411 (ค.ศ. 1868) โดยการลงนามสนธิสัญญาว่าด้วยมิตรภาพ การพาณิชย์ และการเดินเรือ (Treaty of Friendship, Commerce and Navigation) เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2411 ต่อมาอิตาลีได้แต่งตั้งกงสุลอิตาลีประจำ�ประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2429 ความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-อิตาลีโดยทั่วไปดำ�เนินไปอย่างราบรื่น ทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหา ขัดแย้งที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน นอกจากนั้น ยังมีการแลก เปลี่ยนการเยือนทั้งในระดับพระราชวงศ์ บุคคลสำ�คัญ และเจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาลทั้ง สองประเทศอย่างสม่ำ�เสมอ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโรม มีเขตอาณาครอบคลุมสาธารณรัฐแอลเบเนีย สาธารณรัฐ ไซปรัส รัฐอธิปไตยทหาร ออร์เดอร์ ออฟ มอลตา และสาธารณรัฐซานมาริโน สถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ไทยในอิตาลี มีจำ�นวน 6 แห่ง ได้แก่ เจนัว มิลาน เนเปิลส์ ตู ริน คาตาเนีย และเวนิส เอกอัครราชทูตไทยประจำ�อิตาลี นายสุรพิทย์ กีรติบุตร สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำ�ประเทศไทย มีเขตอาณาครอบคลุมลาวและกัมพูชา เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำ�ประเทศไทยคนปัจจุบัน นายฟรันเซสโก ซาเวรีโอ นีซีโอ (Francesco Saverio Nisio) สถานกงสุลกิตติมศักดิ์อิตาลีในประเทศไทย มี 2 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ และภูเก็ต การค้า ในปี พ.ศ. 2556 ไทยและอิตาลีมีมูลค่าการค้ารวม 3,846 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทยส่ง ออก 1,477 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำ�เข้า 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยขาดดุลการค้า 953 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) อิตาลีเป็นคู่ค้าอันดับ 5 ของไทยในกลุ่มสหภาพยุโรป และอันดับ 28 ของไทยในตลาด โลก สินค้าส่งออกสำ�คัญของไทย ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศและส่วน ประกอบ ปลาหมึกสดแช่เย็นและแช่แข็ง ยางพารา รถยนต์และส่วนประกอบ อาหารสัตว์ เลี้ยง ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เหล็ก เหล็กกล้า เครื่องนุ่งห่ม สินค้านำ�เข้าสำ�คัญจากอิตาลี ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์โลหะ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้า และส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ เวชกรรมและเภสัชกรรม สินค้าทุ นอื่นๆ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด สินค้าส่งออกที่มีศักยภาพของไทย ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เสื้อผ้าสำ�เร็จรูป แผงวงจรไฟฟ้า ข้าว อาหารทะเลกระป๋อง ยานพาหนะอุปกรณ์และส่วน ประกอบ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง อัญมณีและเครื่อง ประดับ และยางพารา เป็นต้น สินค้านำ�เข้าที่มีศักยภาพจากอิตาลี ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรใช้ ในอุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า น้ำ�มันดิบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วน ประกอบ ผลิตภัณฑ์โลหะ เหล็กและเหล็กกล้า เครื่องมือเครื่องมือใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์ เครื่องบินและอุปกรณ์การบิน เป็นต้น


สาธารณรัฐอิตาลี เมื่อสงครามโลกครั้งที่สอง สิ้นสุดลง อิตาลียังคงมีพระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 3 เป็นประมุขอยู่ ต่อมาพระองค์สละราชสมบัติให้กับพระ เจ้าอุมแบร์โตที่ 2 ขึ้นครองราชย์แทน แต่ครองราชย์ได้เพียง 1 เดือน เท่านั้น ประชาชนต่างลงประชามติให้อิตาลีเปลี่ยนแปลงการปกครองจาก ระบบกษัตริย์มาเป็นระบบสาธารณรัฐในระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 1946 โดยมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญในปี ค.ศ. 1948 จนถึงปัจจุบัน


การลงทุน ปี พ.ศ. 2555 มีโครงการของอิตาลีขอรับการลงทุน (BOI) 6 โครงการ มูลค่ารวม 54 ล้านบาท การท่องเที่ยว ในปี พ.ศ. 2556 มีนักท่องเที่ยวอิตาลีเดินทางมาไทยจำ�นวน 206,050 คน ทั้งนี้ ปัจจุบันไทย���ยู่ในกลุ่ม 25 ประเทศแรกที่ชาวอิตาลีเลือกเดินทางมาท่องเที่ยว และจำ�นวนนักท่องเที่ยวอิตาลีก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องในแต่ละปี ความตกลงกับไทย - ความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ (ลงนามเมื่อ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2498) - อนุสัญญาว่าด้วยการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับ ภาษีที่เก็บจากเงินได้ (ลงนามเมื่อ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2520) - ความตกลงพื้นฐานว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศ (ลงนามเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2526) - สนธิสัญญาว่าด้วยความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำ�พิพากษาในคดีอาญาระหว่างรัฐบาลแห่ง ราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐอิตาลี (ลงนามเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2527) - ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางการเงิน (ลงนามเมื่อ 22 เมษายน พ.ศ. 2531) - ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการลงทุน (ลงนามเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2535) - ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะมนตรีธุรกิจ ระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกับสมาพันธ์ อุตสาหกรรมแห่งอิตาลี (CONFINDUSTRIA) (ลงนามเมื่อ 14 มีนาคม พ.ศ. 2537) - ข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และเทคโนโลยี ระหว่างสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรม สิ่งทอของไทยกับสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอของอิตาลี (ลงนามเมื่อ 27 มีนาคม พ.ศ. 2542) - ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (ลงนามเมื่อ 22 กันยายน พ.ศ. 2547) - บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ลงนามเมื่อ 22 กันยายน พ.ศ. 2547) - บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำ�นักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกับสถาบันเพื่อ การค้าต่างประเทศของอิตาลี (อิเช่ - ICE) (ลงนามเมื่อ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548) - บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจของอิตาลีในต่างประเทศระหว่างสำ�นักงานคณะ กรรมการส่งเสริมการลงทุนกับสถาบันการเงินของอิตาลี (ลงนามเมื่อ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548) - บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในเรื่องการส่งเสริมและการตลาดอาหารไทยและอิตาลีในระดับ ระหว่างประเทศระหว่างสถาบันอาหารของไทยกับสถาบันเพื่อการค้าต่างประเทศของอิตาลี (ลงนามเมื่อ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548) - บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือเพื่อส่งเสริมสินค้า OTOP และ SMEs ระหว่างหอการค้าไทยอิตาลีกับบริษัทส่งเสริมการค้าเอสเอ็มอีจำ�กัด (ลงนามเมื่อ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548) - บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขยายความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ ไทยกับ กระทรวงการต่างประเทศอิตาลี (ลงนามเมื่อ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553) - บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านกิจการอวกาศ (ลงนามเมื่อ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554) - ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ (ลงนามเมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2556) - บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ฉบับที่ 2) (ลงนามเมื่อ 11 กันยายน พ.ศ. 2556) - บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำ�นักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกับสถาบันเพื่อ การค้าต่างประเทศของอิตาลี (อิเช่ - ICE) ฉบับที่ 2 (11 กันยายน พ.ศ. 2556) ความร่วมมือด้านวิชาการ หน่วยงานต่าง ๆ ของไทยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลอิตาลีภายใต้กรอบความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างไทยกับอิตาลีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงาน และมีบาง ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร คมนาคม สาธารณูปโภค อาชีวศึกษา และการแพทย์ รัฐบาลอิตาลีได้ จัดสรรทุนด้านพลังงาน การเกษตร เศรษฐศาสตร์ อาชีวศึกษา การโรงแรมและท่องเที่ยวให้แก่ไทยค่อน ข้างสม่ำ�เสมอ


ความร่วมมือด้านวัฒนธรรม

ไทยและอิตาลีมีความร่วมมือด้านวัฒนธรรมมานาน โดยในอดีต โดย เฉพาะอย่างยิ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 ไทยได้ว่าจ้างสถาปนิก จิตรกร และ ศิลปินชาวอิตาเลียนเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบอาคาร สถาน ที่สำ�คัญๆ ของไทย อาทิ พระที่นั่งอนันตสมาคม ทำ�เนียบรัฐบาล บ้านพิษณุโลก กระทรวงกลาโหม สถานีรถไฟหัวลำ�โพง วังบางขุน พรหม พระที่นั่งอภิเษกดุสิต พระที่นั่งสวนอัมพร ห้องสมุดเนลสัน เฮย ส์ สำ�หรับชาวอิตาเลียนที่มีบทบาทในวงการศิลปะของไทยมากที่สุด คือ อาจารย์ศิลป์ พีระศรี (นาย Corrado Feroci) ความสัมพันธ์ทาง วัฒนธรรม และความร่วมมือในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นความร่วมมือใน การจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม ระหว่างสอท. อิตาลีประจำ�ประเทศไทย และบริษัทต่างๆ ของอิตาลีในไทย ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ของไทยทั้ง ในภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมหาวิทยาลัยของไทย นอกจากนี้สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำ�ประเทศไทย ยังได้มีส่วน ร่วมในโครงการบูรณะ วังพญาไท (Phya Thai Palace Restoration Project) ของมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า (Phra Mongkut Klao Hospital Foundation) โดยได้นำ�คณะผู้เชี่ยวชาญเชิงอนุรักษ์จาก อิตาลีมาชมโครงการ และร่วมมือสนับสนุนการบูรณะอีกด้วย การเยือนที่สำ�คัญ ฝ่ายไทย ระดับพระราชวงศ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ - วันที่ 28 กันยายน - 1 ตุลาคม พ.ศ. 2503 เสด็จฯ เยือนอิตาลีอย่าง เป็นทางการในฐานะ พระราชอาคันตุกะของประธานาธิบดี Giovanni Gronchi และ นายกรัฐมนตรี Amintore Fanfani


อิตาลี สื่อสิ่งพิมพ์