Issuu on Google+


นาวิกศาสตร์

  ปีที่ ๙๔ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

บทความ

สารบัญ

๕ ธงชัยเฉลิมพลกับกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส พลเรือโท ทวีวุฒิ  พงศ์พิพัฒน์ ๑๒ ๒๒ ๓๓ ๔๒ ๕๒ ๕๘ ๖๐ ๖๒

การพัฒนาอาชีพให้เเก่ทหารกองประจำการ ของกองทัพเรือ พลเรือโท  ผสมทรัพย์  เกื้อหนุน ผู้บังคับการเรืออู  พลเรือเอก  ไพศาล  นภสินธุวงศ์ มาตราการภาครัฐในการส่งเสริมกองเรือไทย ด้านการเพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางทะเล นาย  เฉลิมพงษ์  เสนารักษ์ งานกู้ชาติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พลเรือเอก  วสินธ์  สาริกะภูติ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง  “ป้องนภา  รักษาฝั่ง”ฝ่ายกิจการพลเรือน  หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง แม่ผู้เสียสละของกองทัพเรือ กองบรรณาธิการ พิธีปล่อยเรือ  ต.๙๙๔ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ ประชาคมอาเซียนกับบทบาทของกองทัพเรือ นาวาเอก  ภุชงค์  ประดิษฐธีระ

คอลั มน์ประจำ ๓ ภาพในอดีต ๕

๑๒

๔ ๗๑ ๗๓ ๗๖ ๗๘ ๘๓ ๘๕ ๙๓ ๙๕ ๙๖ ๙๘ ๑๐๑ ๑๐๓

คุยกับกองบรรณาธิการ ดาวประดับราชนาวี นานาสาระ อาวุธศึกษา ข่าวนาวีรอบโลก พจนานุกรมศัพท์ชาวเรือ

เรือเอกหญิง  สุภาพร  ผกาฟุ้ง  กองบรรณาธิการ กองบรรณาธิการ นาวาโทหญิง  แสงแข  โตษยานนท์ นาวาเอก  ศูนย์ปืน  โสมภีร์ นาวาเอก  จรินทร์  บุญเหมาะ พลเรือเอก  ไพศาล  นภสินธุวงศ์ ภาพข่าวกิจกรรมกองทัพเรือ กองบรรณาธิการ หนังสือน่าอ่าน นาวาเอกหญิง  กรแก้ว  ตันติเวชกุล

ประทีปธรรม  :  ธรรมะจากตาลปัตร  กองอนุศาสนาจารย์  กรมยุทธศึกษาทหารเรือ สารพันสาระเพลง สีแสด สุขภาพนาวี นาวาโทหญิง  กิตติมา  สาธุวงศ์ การฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี กรมสวัสดิการทหารเรือ มาตราน้ำ  เดือน  กันยายน  ๒๕๕๔ กรมอุทกศาสตร์

เวลาดวงอาทิตย์-ดวงจันทร์  ขึ้น-ตก  เดือน  กันยายน-ตุลาคม  ๒๕๕๔

๖๒

ปกหน้า... ปกหลัง... ในปกหน้า... ในปกหลัง... จัดพิมพ์โดย... เจ้าของ... ผู้โฆษณา... ผู้พิมพ์...

พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ  สมเด็จพระนางเจ้า  ฯ  พระบรมราชินีนาถ การท่าเรือแห่งประเทศไทย สารคดีพิเศษเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สหกรณ์เคหะสถานราชนาวี  จำกัด  (สครน.) กองโรงพิมพ์  กรมสารบรรณทหารเรือ ราชนาวิกสภา นาวาเอก  สุวัจ  ดอนสกุล นาวาเอก  ก้องเกียรติ  สัจวุฒิ


บรรณาธิการแถลง

สวั ส ดี ค รั บ ท่ า นผู้ อ่ า นทุ ก ท่ า น  ในเดื อ นสิ ง หาคม  นิ ต ยสารนาวิ ก ศาสตร์ มี บ ทความที่ น่ า สนใจ  ได้ แ ก่   ...ธงชั ย เฉลิ ม พลกั บ กรณี พิ พ าทอิ น โดจี น ฝรั่ ง เศส โดย  พลเรือโท  ทวีวุฒิ  พงศ์พิพัฒน์  ทำให้เราทราบถึง  ความสำคัญของ  ธงชัยเฉลิมพล  และทราบถึงเหตุการณ์  การรบ  กั บ ทหารฝรั่ ง เศส  ที่ ส มรภู มิ แ นวห้ ว ยยาง  ตำบลบ้านพร้าว  พ.ศ.๒๔๘๔...การพัฒนาอาชีพให้แก่ ท ห า ร ก อ ง ป ร ะ จ ำ ก า ร ข อ ง ก อ ง ทั พ เ รื อ   โ ด ย   พลเรือโท  ผสมทรัพย์  เกื้อหนุน  เป็นบทความที่ทำให้  ผู้ อ่ า นได้ เ ข้ า ใจบทบาทของกองทั พ เรื อ กั บ การส่ ง เสริ ม ให้ ท หารกองประจำการได้ รั บ การฝึ ก อาชี พ  เพื่ อ ให้ มี ความรู้   ความสามารถทางอาชี พ   สามารถนำไปประกอบอาชี พ และมี ความมั่ น คงในอนาคต  ซึง่ ดำเนินการโดยคณะกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการกองทัพเรือ  หรือ  คพท...ประชาคมอาเซียน กับบทบาทของกองทัพเรือ  โดย  นาวาเอก  ภุชงค์ ประดิษฐธีระ  ผู้เขียนได้พูดถึง  ประชาคมอาเซียน  มี บ ทบาทและหน้ า ที่ อ ย่ า งไร  ตลอดจนกองทั พ เรื อ ต้ อ งเตรี ย มการในส่ ว นความร่ ว มมื อ ตามกรอบของ  ประชาคมอาเซียนอย่างไร...  และในวันที ่ ๑๒  สิงหาคม  ของทุกปี  เป็นวันแม่ ขอให้คณ ุ แม่ทกุ คนมีสขุ ภาพ  สมบูรณ์แข็งแรงเป็นที่พึ่งของลูก  ๆ  ทุกคนตลอดไปนะครับ  ท้ายสุดนี้...หากมีคำแนะนำหรือข้อเสนอแนะ  ที่เป็นประโยชน์  สามารถส่งมายังตัวผมหรือกองบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์ ได้ครับ  แล้วพบกันใหม่  ฉบับหน้าครับ นาวาเอก editor@rtni.org คณะกรรมการและเหรัญญิกราชนาวิกสภา บรรณาธิการ นายกกรรมการ พล.ร.ท.สมหมาย  ปราการสมุทร  ร.น. รองนายกกรรมการ พล.ร.ท.ประยุทธ  เนตรประภา  ร.น. กรรมการ พล.ร.ท.ณรพนธ์  ตันวิเชียร  ร.น. กรรมการ พล.ร.ต.สุภวัฒน์  สมุทรสาคร  ร.น. กรรมการ พล.ร.ต.พิจารณ์  ธีรเนตร  ร.น. กรรมการ พล.ร.ต.เวทย์วีระ  ทรงวรวิทย์  ร.น. กรรมการ พล.ร.ต.ม.ล.อนุนพนันท์  นวรัตน์  ร.น. กรรมการ พล.ร.ต.ธราธร  ขจิตสุวรรณ  ร.น. กรรมการ พล.ร.ต.ธนะรัตน์  อุบล  ร.น. กรรมการ พล.ร.ต.นภดล  สุธัมมสภา  ร.น. กรรมการ พล.ร.ต.ชุมพล  วงศ์เวคิน  ร.น. กรรมการ พล.ร.ต.สุรพงษ์  อัยสานนท์  ร.น. กรรมการ พล.ร.ต.ธนินท์  จารุดุล  ร.น. กรรมการ พล.ร.ต.เจริญศักดิ์  มารัตนะ  ร.น. กรรมการและเลขานุการ น.อ.สุวัจ  ดอนสกุล  ร.น. เหรัญญิก ร.อ.ไพโรจน์  เปรมปรี  ร.น.

ที่ปรึกษาราชนาวิกสภา พล.ร.ท.สมชัย  มนัสรังษี  ร.น.  พล.ร.ต.พิสันต์  รัตนภู่เพ็ชร  ร.น. พล.ร.ต.ไกรสร  จันทร์สุวานิชย์  ร.น. พล.ร.ต.อภิชัย  อมาตยกุล  ร.น. พล.ร.ต.หญิง  จิรภา  ชัยเลิศ  ร.น.

น.อ.สุวัจ ดอนสกุล  ร.น.

ผู้ช่วยบรรณาธิการ น.อ.หญิง  จิตรา  รัตนวิทย์  ร.น.

ประจำกองบรรณาธิการ น.อ.ธาตรี  ฟักศรีเมือง  ร.น. น.อ.ก้องเกียรติ  สัจวุฒิ  ร.น. น.ท.หญิง  แสงแข  โตษยานนท์  ร.น. น.อ.โกศล  อินทร์อุดม  ร.น. น.ต.หญิง  กมลชนก  ศิริสุนทร  ร.น.  ร.อ.ประมวล  เผือกสง่า  ร.น. ร.อ.วรวุทย์  บุญช่วยช้อย  ร.น.      ร.ท.จักกฤช  สิทธิ์สงวน  ร.น. ร.ต.หญิง  นิพัฒน์  เพชรศิริ  ร.น.  พ.จ.อ.หญิง  อาภาลัย  เรืองศรี  สำนักงาน...อาคารราชนาวิกสภา ถนนอรุ ณ อมริ น ทร์   บางกอกน้ อ ย กรุ ง เทพฯ ๑๐๗๐๐  โทร. ๐  ๒๔๗๕  ๓๐๗๒,  ๐  ๒๔๗๕  ๔๙๙๘  ส่งข้อมูล/ต้นฉบับได้ที่  editor@rtni.org Download  ข้อมูลจากหนังสือได้ที่  www.navy.mi.th/rtni/ebook  และ  www.rtni.org ข้อคิดเห็นในบทความที่นำลงนิตยสารนาวิกศาสตร์เป็นของผู้เขียน  มิ ใช่ข้อคิดเห็นหรือนโยบายของหน่วยงานใดของรัฐและมิได้ผูกพัน  ต่อทางราชการแต่อย่างใด  การกล่าวถึงคำสัง่   กฎ  ระเบียบ  เป็นเพียง  ข่าวสารเบื้องต้น  เพื่อประโยชน์แก่การค้นคว้า


คอลัมน์ประจำ

อดีต

ภาพใน

เรือเอกหญิง  สุภาพร  ผกาฟุ้ง

เรือหลวงนาคานับว่าเป็นเขี้ยวเล็บสำคัญยิ่ง  และรับใช้ชาติมาเป็นเวลานานถึง  ๔๐ ปี  จนเมื่อวันที่ ๒๒  พฤษภาคม  พุทธศักราช  ๒๕๕๐  กองทัพเรือได้สง่ มอบเรือหลวงนาคาแก่สมาคม  National  Association of  USS  LCS  (L)  1  -  130  ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริการ้องขอ   เพื่อนำไปเป็นเรือ พิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ที่  Mare Island  Naval  Shipyard  เมือง  Vallejo  มลรัฐ  California ประเทศสหรัฐอเมริกา   โดยสหรัฐอเมริการับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด   และยังคงชื่อ  “H.T.M.S.NAKHA”   เพื่อเป็นเกียรติแก่ประเทศไทยและกองทัพเรือ  โดยลงนามโอนกรรมสิทธิ์ของเรือระหว่างกัน  ณ ท่าเรือ แหลมเทียน  การท่าเรือสัตหีบ  ฐานทัพเรือสัตหีบ  หลังจากนั้นสมาคม  ฯ  จะลากจูงเรือหลวงนาคา เดิ น ทางไปบรรทุ ก ขึ้ น เรื อ ขนส่ ง   (Cargo  Ship)  ที่ ฮ่ อ งกง  เพื่ อ ส่ ง มอบเรื อ ที่ เ มื อ งซานฟรานซิ ส โก ประเทศสหรัฐอเมริกา กองทัพเรือได้ลงนามโอนกรรมสิทธิ์ของเรือระหว่างกัน  ณ  ท่ า เรื อ แหลมเที ย น  การท่ า เรื อ สั ต หี บ   ฐานทั พ เรื อ สั ต หี บ แก่สมาคม  National  Association  of  USS  LCS  (L)  1  -  130 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐3


คอลัมน์ประจำ

คุยกับกองบรรณาธิการ กองบรรณาธิการ มีคำถามที่  กองบรรณาธิการ  เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์  และสร้างความเข้าใจในการ ดำเนินการของ  กองบรรณาธิการนาวิกศาสตร์ ได้เป็นอย่างดี  จึงขอนำมาลงไว้ ในที่นี้  เพื่อสมาชิกหรือผู้อ่านจะได้เข้าใจ : ทำไมภาพกิจกรรมของกองทัพเรือจึงเป็นข้อมูลที่ช้ากว่าเล่มเดือนที่ออกครับ ? : ก่อนอื่น กองบรรณาธิการต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับ ว่าการดำเนินการจัดทำนิตยสารนาวิกศาสตร์ นั้น จะดำเนินการจัดทำก่อนล่วงหน้าเป็นระยะเวลา ๒ เดือน ตัวอย่าง เช่น  มีบางหน่วยงานที่ต้องการส่ง บทความวันสถาปนาหน่วยหรือการประชาสัมพันธ์หน่วยงานของท่านมาให้กับกองบรรณาธิการในเดือน กันยายน ๒๕๕๔  (ยกตัวอย่างนะครับ) แล้วบอกด้วยว่าต้องการลงในเดือนตุลาคม ๒๕๕๔  ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ครั บ เพราะทางกองบรรณาธิ การได้ ปิ ด เล่ ม เดื อ นตุ ลาคมแล้ ว นะครั บ   และในส่ ว นของบทความที่ ก อง บรรณาธิการดำเนินการจัดทำเดือนกันยายน ๒๕๕๔  ก็จะเป็นบทความที่จะนำลงในเล่มเดือน พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ครับ และจะต้องเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกและพิจารณาจากคณะกรรมการราชนาวิกสภาที่กองทัพเรือ แต่งตั้งซึ่งจะมีการประชุมกันทุกเดือนก่อน ว่าบทความใดสามารถลงได้ บทความใดต้องถูกปรับแก้ เป็นต้น จากนั้น เมื่อได้มติจากคณะกรรมการราชนาวิกสภาเรียบร้อย กองบรรณาธิการก็จะเริ่มดำเนินการวางรูปเล่ม ของเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ ครับ ไม่ใช่ของเดือนกันยายน หรือเดือนตุลาคม นะครับ จึงขอนำเรียนเพื่อ สมาชิกหรือหน่วยงานที่ต้องการนำบทความมาลงกับนาวิกศาสตร์ทราบด้วยครับ ย้อนกลับมาที่คำถามครับ ก็เช่นกันครับภาพกิจกรรมกองทัพเรือที่ท่านเห็นในเดือนที่นิตยสารออกจะเป็นข้อมูลที่ล่าช้าประมาณสองเดือน เช่นกันครับ เหตุผลก็เช่นเดียวกับที่ผมได้นำเรียนไปแล้วข้างต้นครับ เป็นอันว่าท่านเข้าใจถูกครับ ว่าข้อมูล ภาพกิจกรรมกองทัพเรือในเล่มจะช้ากว่าเดือนที่นิตยสารนาวิกศาสตร์ออกประมาณสองเดือนครับ ท้ายสุด...  กองบรรณาธิการฯ  ขอขอบคุณท่านผู้ ใหญ่ ใจดีทุกท่านที่ ให้การสนับสนุนประชาสัมพันธ์บริษัท  ห้างร้าน  หรือ  กิจการ ของท่านมา  ณ  โอกาสนี้  ด้วยครับ  อีกทั้งขอขอบคุณทุกคำ

ติชมของมวลหมู่สมาชิกทั้งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และ เว็บฟอรั่ม  ซึ่งคำแนะนำต่าง  ๆ  จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะปรับปรุง การดำเนินงานของนิตยสารนาวิกศาสตร์ให้ดียิ่ง  ๆ  ขึ้นไปครับ ทั้งนี้  ทางกองบรรณาธิการ  ฯ  ยังคงมีของที่ระลึกเล็กน้อย เป็นแก้วกาแฟ ประทับตราราชนาวิกสภา  ตอบแทนให้ทุกท่าน ที่ ได้รับการตีพิมพ์ลงในคอลัมน์นี้ครับ  อย่าลืมแจ้งที่อยู่หรือ

ติดต่อกลับมาที่  สำนักงานราชนาวิกสภา  หมายเลขโทรศัพท์

๐๒  ๔๗๕  ๔๙๙๘  แล้วเจอกันใหม่ฉบับหน้าครับ ๐4

นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔


บทความ

ธงชัยเฉลิมพล

กับกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส พลเรือโท ทวีวุฒิ  พงศ์พิพัฒน์

นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐5


กล่าวนำ

ธงชั ย เฉลิ ม พล เป็ น ธงประจำหน่ ว ยทหารที่

ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ธงชัยเฉลิมพลถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของทหาร ที่ ท หารทุ ก คนต้ อ งเคารพสั ก การะ และพิ ทั ก ษ์ รั ก ษาไว้ ด้ ว ยชี วิ ต   การปฏิ บั ติ ต่ อ ธงชั ย เฉลิ ม พล ทุกขั้นตอน ต้องเป็นไปตามพิธีการ ระเบียบแบบแผน ที่วางไว้อย่างเข้มงวดกวดขัน  ในโอกาสที่จะเชิญ ธงชั ย เฉลิ ม พลออกประจำที่   จะต้ อ งเป็ น พิ ธี การ ที่ มี ค วามสำคั ญ เกี่ ย วกั บ เกี ย รติ ย ศและเชิ ด หน้ า ชู ต าเท่ า นั้ น เช่ น พิ ธี ก ระทำสั ต ย์ ป ฏิ ญ าณตน ของทหาร  และไปราชการสงคราม  เป็นต้น

ประวัติธงชัยเฉลิมพล

-  ชนิ ด แรก ธงชัยประจำกองทัพ อันได้แก่ ธงจุฑาธุชธิปไตย และ ธงไพชยนต์ธวัช -  ชนิดที่สอง ธงชัยเฉลิมพลประจำกองทหาร

ธงจุฑาธุชธิปไตย

ธงจุ ฑ าธุ ช ธิ ป ไตย นั บ เป็ น ธงชั ย เฉลิ ม พล ประจำกองทั พ ธงแรกของไทย  พระบาทสมเด็ จ พระจุ ล จอมเกล้ า เจ้ า อยู่ หั ว ได้ ท รงสร้ า งขึ้ น พระราชทานแก่ ก องทั พ ไทยเมื่ อ ปี   พ.ศ.๒๔๑๘ เพื่ อ แทนพระองค์ ไ ปในกองทั พ ที่ ย กไปปราบ พวกฮ่ อ ที่ เ ข้ า มาก่ อ การจลาจลในแคว้ น หั ว พั น ๐6

นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

ทั้ ง ห้ า ทั้ ง หก และแคว้ น สิ บ สองปั น นาของไทย ในครั้งนั้น ธงมหาไพชยนต์ธวัช พระบาทสมเด็จพระมงกุฎ เกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๕ เพื่อพระราชทานให้เป็น ธงชัยเฉลิมพล ประจำกองทัพอีกธงหนึ่ง คู่กับ ธงจุฑาธุชธิปไตย สำหรั บ ธงชั ย เฉลิ ม พลประจำกองทหาร องค์ พ ระมหากษั ต ริ ย์ จ ะโปรดเกล้ า ฯ ให้ ส ร้ า งขึ้ น พระราชทานแก่หน่วยทหารเป็นคราว ๆ  ละหลายธง  และในคราวหนึ่ ง ๆ ธงจะมี ลั ก ษณะคล้ า ยคลึ ง กั น  จ ะ ผิ ด กั น ใ น ส่ ว น ที่ เ ป็ น นา ม ห น่ ว ย เ ท่ า นั้ น ธงชั ย เฉลิ ม พล ได้ เ ข้ า ประกอบพิ ธี ส ำคั ญ ทาง ศาสนา  ในพระราชพิ ธี ต รึ ง หมุ ด ธงชั ย เฉลิ ม พล โดยองค์ พ ระมหากษั ต ริ ย์ ทรงประกอบพิ ธี นี้ ใ น พระอุ โ บสถวั ด พระศรี รั ต นศาสดาราม ท่ า มกลาง พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ชั้นผู้ใหญ่ พระมหากษัตริย์ ทรงตรึ ง ธงแต่ ล ะผื น ติ ด กั บ ด้ า มธง โดยทรงตอก

ธงไพชยนต์ธวัช

ค้ อ นเงิ น ลงบนตะปู ท องเหลื อ งอย่ า งแน่ น หนา ธงหนึ่ ง มี รู ต ะปู ป ระมาณ ๓๒ - ๓๕ ตั ว ที่ ส่ ว น บนของคันธง จะมีลักษณะเป็นปุ่มโลหะกลึงกลม สี ท องภายในกลวง ปุ่ ม กลมนั้ น ทำเป็ น ฝาเกลี ย ว ปิ ด - เปิ ด ได้ พระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู่ หั ว จะทรงบรรจุ  เส้นพระเจ้า  พร้อมด้วยพระพุทธรูป


ซ้าย ๏  ธงชัยเฉลิมพลของหน่วย  ทหารเรือ ซ้ายล่าง ๏  ธงชัยเฉลิมพลของหน่วย  ทหารบก ล่างกลาง ๏  ธงชัยเฉลิมพลของหน่วย  ทหารอากาศ ล่างขวา ๏  ธงชัยเฉลิมพลของหน่วย  ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 

ที่ได้เข้าพิธีพุทธาภิเษกแล้ว ชื่อ พระยอดธง ลงใน ปุ่มกลมแล้วทรงปิดฝาเกลียวขันแน่น ทรงเจิมแป้ง กระแจะจันทน์ทยี่ อดธงทุกคัน  พระสงฆ์สวดชัยมงคล คาถา ตั้งแต่เริ่มพิธีจนจบพิธี

ความหมายของธงชัยเฉลิมพล

ความหมายสำคั ญ ของธงชั ย เฉลิ ม พล มี ๓ ประการ คือ -  ผืนธง หมายถึง ชาติ -  บนยอดธงบรรจุพระพุทธรูป หมายถึง  พุทธศาสนา -  เส้ น พระเจ้ า ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

หมายถึง องค์พระมหากษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงกระทำพิธี พระราชทานธงชัยเฉลิมพลให้กับหน่วยทหารต่าง ๆ ทุกกรมกองทหาร เป็นหน้าที่ของทหารที่จะต้องระวัง รักษาธงชัยเฉลิมพลไว้ดว้ ยความเคารพรักและเทิดทูน ไว้อย่างสูงยิง่ เพราะธงชัยเฉลิมพลย่อมเป็นเกียรติยศ ของหน่วยทหารนั้น ๆ เมื่อเวลาเข้าสู่สงครามทหาร ทั้งปวง ต้องพิทักษ์รักษาธงชัยเฉลิมพลของหน่วยตน ไว้ด้วยชีวิต ธงชัยเฉลิมพลจึงเป็นเครื่องนำความ องอาจ กล้าหาญ แห่งหมู่ทหารทั้งปวง ให้เข้าต่อสู้ ข้าศึกศัตรูให้ได้ชัยชนะกลับมา นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐7


พระราชพิธีพระราชทานธงชัยเฉลิมพล

ธงชั ย เฉลิ ม พลกั บ กรณี พิ พ าทอิ น โดจี น ฝรั่งเศส พ.ศ.๒๔๘๓ - ๒๔๘๔

กรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส  เป็นกรณีพิพาท ระหว่างประเทศไทยกับฝรั่งเศสที่เกิดขึ้นในระหว่าง ที่สงครามโลกครั้งที่ ๒ กำลังดำเนินการรบติดพันอยู่ ในทวีปยุโรป  แต่ยังไม่ขยายมาสู่ทวีปเอเชีย  โดยมี มู ล เหตุ สื บ เนื่ อ งมาจากเรื่ อ งดิ น แดนในอิ น โดจี น ที่ ไทยเสียให้ฝรั่งเศสไปโดยไม่เป็นธรรม  ตั้งแต่รัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในยุคของ การล่ า อาณานิ ค มของมหาอำนาจโลกตะวั น ตก ซึ่ ง ในครั้ ง นั้ น   ประเทศไทยต้ อ งจำยอมทำสั ญ ญา และเสี ย ดิ น แดนให้ แ ก่ ฝ รั่ ง เศสหลายครั้ ง   เพื่ อ รักษาดินแดนส่วนใหญ่ไว้  ความรู้สึกในเรื่องความ ไม่ เ ป็ น ธรรมเกี่ ย วกั บ ดิ น แดนที่ เ สี ย ไปนี้ ทำให้ คนไทย  รอโอกาสที่จะเรียกร้องดินแดนกลับคืนจาก ฝรั่งเศสอยู่ตลอดมา  รวมทั้งต้องการที่จะปรับปรุง เส้นเขตแดนระหว่างไทยกับอินโดจีนให้เป็นไปตาม หลั ก กฎหมายระหว่ า งประเทศด้ ว ย  ซึ่ ง ตามหลั ก กฎหมายระหว่างประเทศนั้น  หากใช้แม่น้ำเป็นแนว เส้นเขตแดนแล้ว  ให้ถือร่องน้ำลึกเป็นเส้นแบ่งเขต แต่การกำหนดเส้นเขตแดนด้านอินโดจีนระหว่างไทย และฝรั่งเศสที่ผ่านมานั้นมิได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังกล่าว  ไทยจึงพยายามดำเนินนโยบายขอปรับปรุง เส้นเขตแดนตลอดมา แต่ฝ่ายฝรั่งเศสก็ ไม่มีท่าที ที่จะรับข้อเสนอของไทย จนกระทั่ง พ.ศ.๒๔๗๙ ใน ๐8

นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

ระหว่างเจรจาทำสนธิสัญญาทางไมตรีพาณิชย์และ การเดินเรือกับฝรัง่ เศส  ฝ่ายไทยได้เสนอขอปรับปรุง เขตแดนด้วย  แต่ฝ่ายฝรั่งเศสขอให้รอเจรจากันต่อ เมื่ อ มี ก ารทำสั ญ ญาเกี่ ย วกั บ อิ น โดจี น โดยเฉพาะ รัฐบาลไทยจึงจำเป็นต้องรอโดยเห็นแก่สัมพันธไมตรี ต่อมาฝรั่งเศสทาบทามขอทำกติกาสัญญาไม่ รุกราน  ฝ่ายไทยไม่ขัดข้องแต่ขอให้มีการปรับปรุง เขตแดนตามหลั ก กฎหมายระหว่ า งประเทศและ ความเป็นธรรม ซึ่งในระยะแรกฝรั่งเศสได้ตอบรับ และจะส่ ง ผู้ แ ทนชั้ น เอกอั ค รราชทู ต จากฝรั่ ง เศส มาเจรจากั บ ไทยในภายหลั ง   รั ฐ บาลไทยก็ ต กลง ยินยอมทำกติกาสัญญาดังกล่าว  และมีการลงนาม  ในกติกาสัญญาไม่รกุ รานกันเมือ่ วันที ่ ๑๒  มิถนุ ายน  พ.ศ.๒๔๘๓ ครั้ น เมื่ อ ฝรั่ ง เศสแพ้ ส งครามและ ทำสัญญาสงบศึกกับเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ ๒ เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๓ แล้ว ฝรั่งเศส ได้ แ จ้ ง มายั ง รั ฐ บาลไทยว่ า จะส่ ง เจ้ า หน้ า ที่ ท าง อิ น โดจี น มาร่ ว มประชุ ม กั บ คณะผู้ แ ทนฝ่ า ยไทย และให้ อั ค รราชทู ต ฝรั่ ง เศสในกรุ ง เทพ ฯ เป็ น ประธานฝ่ า ยฝรั่ ง เศส ซึ่ ง รั ฐ บาลไทยได้ ยิ น ยอม หลังจากนั้น  ฝ่ายฝรั่งเศสได้แจ้งผ่านอัครราชทูต ฯ ขอให้ ก ติ ก าสั ญ ญาไม่ รุ ก รานที่ ไ ทยและฝรั่ ง เศส ได้ ท ำไว้ นั้ น มี ผ ลบั ง คั บ ใช้   โดยที่ ไ ม่ ต้ อ งรอการ แลกเปลี่ ย นสั ต ยาบั น กั น   ฝ่ า ยไทยซึ่ ง รอโอกาสที่ จะขอแก้ไขเส้นเขตแดนด้านอินโดจีนอยู่แล้ว  จึงรับ ตกลงตามคำขอของฝ่ า ยฝรั่ ง เศสที่ ไ ม่ เ ป็ น ธรรม รวม  ๓  ข้อ  เกีย่ วกับการปรับปรุงเขตแดน  เพือ่ ให้ เป็นสากลตามที่เคยกล่าวตอนต้น โดยยื่นข้อเสนอ  ต่อฝรั่งเศส  เมื่อเดือนกันยายน  พ.ศ.๒๔๘๓ จากข้อเสนอดังกล่าว  รัฐบาลฝรั่งเศสได้ปฏิเสธ ข้ อ เสนอของฝ่ า ยไทย  ซึ่ ง ได้ เ กิ ด ปฏิ กิ ริ ย าขึ้ น ใน กลุ่ ม ชาวไทยผู้ รั ก ชาติ   โดยเฉพาะอย่ า งยิ่ ง นิ สิ ต นักศึกษา  นักเรียน  เป็นจำนวนมากเกิดความไม่ พอใจ  ได้เดินขบวนเมือ่ วันที ่ ๘  ตุลาคม  พ.ศ.๒๔๘๓ เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการเรียกร้อง เอาดินแดนที่เสียไปกลับคืนมาจากฝรั่งเศส ทั้งใน กรุงเทพ ฯ  และต่างจังหวัด  มีขา้ ราชการ  ประชาชน


นักเรียน นิสติ นักศึกษา และบุคคลต่าง ๆ ร่วมเดินขบวน พร้ อ มทั้ ง ร่ ว มกั น สละทรั พ ย์ สิ น ช่ ว ยราชการ เพื่ อ สมทบการซื้ อ อาวุ ธ ยุ ท ธภั ณ ฑ์ แ ก่ ก องทั พ ไทย ให้ มี ความพร้อมรบมากยิ่งขึ้น ในขณะที่รัฐบาลไทยพยายามหาทางเจรจากับ ฝรัง่ เศส แต่ฝา่ ยฝรัง่ เศสกลับพยายาม  บ่ายเบีย่ งเลีย่ ง การเจรจาอยู่ตลอดเวลา  ยิ่งกว่านั้นยังได้กระทำการ อันเป็นการข่มขู่คุกคามต่อไทย  โดยฝรั่งเศสได้ส่ง เครื่องบินล่วงล้ำเข้ามาตรวจการณ์ ในเขตแดนของ ไทยหลายครั้งนับตั้งแต่เดือนกันยายน  พ.ศ.๒๔๘๓ ไทยจึงได้ส่งเครื่องบินไปทำการบินรักษาเขต และ ขับไล่เครื่องบินฝรั่งเศสให้พ้นไปจากเขตของไทย เหตุการณ์ถึงขั้นวิกฤต เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๘๓  โดยฝรั่งเศสส่งเครื่องบิน  ๕  เครื่อง มาโจมตีและทิ้งระเบิดที่จังหวัดนครพนม พร้อมกับ ได้ใช้ปืนใหญ่  ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองท่าแขกยิงข้ามแม่น้ำ มาตกในเขตฝั่งไทย  กรณีพิพาทจึงได้เริ่มขึ้นตาม บริ เ วณแนวชายแดนไทย  กั บ อิ น โดจี น ฝรั่ ง เศส และทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น  จนถึงขั้นใช้กำลังทหาร เข้ า ทำการสู้ ร บกั น   ทั้ ง กำลั ง ทางบก  ทางเรื อ ทางอากาศ

กองทั พ เรื อ ) และกองหนุ น บู ร พา กองทั พ บู ร พา มีภารกิจเข้าตีด้านเขมร เพื่อยึดพนมเปญ และทำ การยุ ท ธ์ บ รรจบกั บ กองทั พ อี ส านที่ พ นมเปญ จากนั้ น ทั้ ง สองกองทั พ จะกวาดล้ า งข้ า ศึ ก ขึ้ น ไป ทางทิ ศ เหนื อ ตามแนวแม่ น้ ำ โขงเพื่ อ บรรจบกั บ กองพลพายัพที่กวาดล้างลงมาทางใต้ •  กองทัพอีสาน มีพันเอก หลวงเกรียงศักดิ์ พิชิต เป็นแม่ทัพด้านอีสาน กองทัพอีสานประกอบ ด้ ว ย  กองบั ญ ชาการกองทั พ   (ตั้ ง อยู่ ที่ จั ง หวั ด นครราชสีมา) กองพลสุรินทร์ กองพลอุดร กองพล อุบล และกองหนุนอีสาน มีภารกิจในการป้องกัน มิ ใ ห้ ข้ า ศึ ก ข้ า มแม่ น้ ำ โขงเข้ า มาในเขตไทยใน พื้นที่อีสาน และทำการรุกไปยังจำปาศักดิ์ สตรึง เตรง และกระลัน เพื่อช่วยการปฏิบัติของกองทัพ บูรพา •  กองพลพายัพ มีพันโท หลวงหาญสงคราม เป็ น ผู้ บั ญ ชาการกองพลพายั พ กองพลพายั พ ตั้ ง กองบั ญ ชาการที่ จั ง หวั ด อุ ต รดิ ต ถ์ มี ฐ านะเป็ น กองพลน้อยหรือกรมผสม เป็นกองพลที่ ใช้ทหาร ประจำการเพี ย งร้ อ ยละ ๕๐ นอกนั้ น เป็ น ทหาร กองหนุนมีภารกิจในการเข้ายึดหลวงพระบางและ กวาดล้ า งข้ า ศึ ก ลงมาทางใต้ ต ามแนวแม่ น้ ำ โขง การจัดกำลังรบทางบก เพื่อเข้ายึดนครเวียงจันทน์ และทำการยุทธ์บรรจบ การปฏิบัติการของกองทัพบก นับตั้งแต่ฝ่าย กับกองทัพอีสานที่ปากเซ อิ น โดจี น ฝรั่ ง เศสเริ่ ม คุ ก คาม โดยยกกำลั ง •  กองพลผสมปักษ์ใต้ มีพันเอก หลวงเสนา ทหารมาประชิ ด แดนไทย รั ฐ บาลไทยได้ เ ตรี ย ม ณรงค์ เป็นผู้บัญชาการกองพลผสมปักษ์ใต้ กองพล รับสถานการณ์  โดยจัดกำลังกองทัพบกสนามขึ้น ผสมปั ก ษ์ ใ ต้ ป ระกอบด้ ว ยกองบั ญ ชาการกองพล ภายใต้ ก ารบั ง คั บ บั ญ ชาของ พลตรี หลวงพิ บู ล ผสมปักษ์ใต้  (ตัง้ อยูท่ จี่ งั หวัดราชบุร)ี   กองพลนครศรี สงคราม  ผู้บัญชาการทหารสูงสุด  และแม่ทัพบก ธรรมราช และกองพลสงขลา มี ภ ารกิ จ ในการ (ขณะนั้ น ดำรงตำแหน่ ง นายกรั ฐ มนตรี รั ฐ มนตรี ป้องกันมิให้ข้าศึกทางแหลมมลายู  บุกรุกเข้ามาได้ ว่าการกระทรวงกลาโหม  และผู้บัญชาการทหารบก) ทั้งทางบกและทางน้ำ กับรักษาเส้นทางคมนาคม การจัดกำลังกองทัพบกสนามในครัง้ นัน้   ประกอบด้วย  ให้ปลอดภัย •  กองทัพบูรพา  มีพันเอก  หลวงพรหมโยธี •  กองพลผสมกรุงเทพ ฯ ตงั้ อยูท่ จี่ งั หวัดพระนคร เป็นแม่ทัพด้านบูรพา กองทัพบูรพา ประกอบด้วย มีพันโท ขุนเรืองวีรยุทธเป็นผู้บัญชาการกองพลผสม กองบัญชาการกองทัพ (ตั้งอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรี) กรุงเทพ ฯ ประกอบด้วย กองพลธนบุรี กองพลสระบุรี กองพลผสมปราจี น   กองพลผสมอรั ญ   กองพล กองพลเพชรบุรี  และกองพันทหารช่างที่ ๓ พระนคร กองพลจันทบุรี (จัดจากกำลังนาวิกโยธิน นอกจากนี ้ ยังมีหน่วยทีข่ นึ��� ตรงกับกองทัพบกสนาม นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐9


อีก ๕ หน่วย คือ กองพันทหารม้าที่ ๑ กองพัน ทหารช่างที่  ๔  กองพันทหารปืนใหญ่ที่  ๑๖  กอง รถรบ  และกองสื่อสาร

การปฏิบัติการรบของกำลังภาคพื้นดิน

กองทัพบกไทยได้ปะทะต่อสู้กับกองทัพอินโดจีน ฝรั่ ง เศสหลายครั้ ง หลั ง จากที่ ฝ รั่ ง เศสส่ ง เครื่ อ งบิ น มาทิ้งระเบิดบริเวณจังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน  พ.ศ.๒๔๘๓  โดยกองทัพไทยได้ส่ง กำลั ง ทางบกรุ ก เข้ า สู่ อิ น โดจี น และยึ ด ดิ น แดนไว้ ได้หลายแห่ง การสูร้ บในกรณีพพิ าทดังกล่าวนัน้   ทหารบกไทย ได้สร้างวีรกรรมการรบไว้มากมายหลายครั้ง แต่ครั้ง ที่สำคัญและสร้างชื่อเสียงให้กองทัพบกไทยมากที่สุด คือ การรบที่แนวลำห้วยยาง ตำบลบ้านพร้าว ซึ่งอยู่ ห่ า งจากชายแดนไทยเข้ า ไปในดิ น แดนกั ม พู ช า ประมาณ  ๗  กิโลเมตร  ด้านตรงข้ามตำบลโคกสูง อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้วในปัจจุบัน เหตุการณ์ รบครัง้ นัน้   เป็นวีรกรรมการรบของกองพันทหารราบ ที่ ๓ ซึ่งมีที่ตั้งปกติในจังหวัดพระนคร ได้รับคำสั่ง ให้ ไ ปปฏิ บั ติ การรบโดยเป็ น หน่ ว ยขึ้ น ตรงกองพล พระนครแห่งกองทัพบูรพา (ปัจจุบันคือ กองพัน ทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษา

๏ เชลยศึกทหารฝรั่งเศส ซึ่งกองทัพไทยจับได้จากการรบที่สมรภูมิ  แนวห้วยยาง  ตำบลบ้านพร้าว  เมื่อวันที่  ๑๖  มกราคม  พ.ศ.๒๔๘๔

๐10 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

พระองค์ ) มี พั น ตรี ขุ น นิ ม มาณกลยุ ท ธ (นิ่ ม ชโยดม) เป็นผู้บังคับกองพัน ได้เข้าปฏิบัติการรบ กับหน่วยทหารฝรั่งเศสคือ กองพันที่ ๓ กรมทหาร ต่างด้าวที่ ๕ อินโดจีนฝรั่งเศส ซึ่งเป็นหน่วยที่มี ประวัติการรบอันเกรียงไกรมาแล้วในอินโดจีน โดย ในเหตุการณ์ครั้งนั้นกำลังของหน่วยทหารฝรั่งเศส ได้เคลื่อนกำลัง เพื่อทำการเข้าตีกองพันทหารราบ ที ่ ๓  แห่งกองพลพระนครของไทย  กำลังทัง้ สองฝ่าย ได้เริ่มปะทะกันบริเวณทางข้ามลำห้วยยาง ผลจากการรบดังกล่าว  กองร้อยที ่ ๒  ของกองพัน ทหารราบที่ ๓ ในบังคับบัญชาของ  ร้อยเอก อัมพร เสือไพฑูรย์ สามารถจับเชลยศึกได้ ๑๒ คน กับยึด  ธงชัยเฉลิมพลประจำกองพันทหารต่างด้าว  ซึง่ ประดับ  เหรียญครัวซ์เดอแกร์ (Croix de Guerre) ของฝรัง่ เศส ไว้ได้  พร้อมทั้งยึดยุทโธปกรณ์ ได้เป็นจำนวนมาก กองร้ อ ยที่ ๓ ในบั ง คั บ บั ญ ชาของร้ อ ยตรี พร ธนะภูมิ  จับเชลยศึกบาดเจ็บ ๑ คน พบศพทหาร ข้าศึก ๔๙ ศพ และต่อมามีทหารข้าศึก ๒ คน ถือธงขาวเข้ามามอบตัว สำหรับธงชัยเฉลิมพลนั้น ทางฝรั่ ง เศสได้ เ จรจารั บ คื น ไปภายหลั ง สิ้ น สุ ด สงครามโลกครั้งที่ ๒ การสู ญ เสี ย ของฝ่ า ยไทยในวี ร กรรมการรบที่ บ้านพร้าวครั้งนั้น ตาย ๑ คน บาดเจ็บสาหัส ๒ คน

๏ พลตรี หลวงพิบูลสงคราม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และแม่ทัพบก  ประดับเหรียญชัยสมรภูมิ  ให้แก่  พันตรี  ขุนนิมมาณกลยุทธ  (นิ่ม  ชโยดม)  ผู้บังคับกองพันทหารราบที่  ๓  ที่บ้านเตี๊ยะเสียม (อยู่ทาง  ทิศเหนือเมืองศรีโสภณ  ประมาณ  ๒๐  กิโลเมตร)  เมื่อเดือน  มกราคม พ.ศ.๒๔๘๔


๏  พลตรี  หลวงพิบูลสงคราม  ผู้บัญชาการทหารสูงสุด  และแม่ทัพบก  (คนกลาง)  ชมธงชัยเฉลิมพล  ประดับเหรียญกล้าหาญ  ครัวซ์เดอแกร์ของฝรั่งเศส  ซึ่งกองทัพไทยสามารถยึดมาได้ จากการรบที่แนวห้วยยาง ตำบลบ้านพร้าว

จากวีรกรรมดังกล่าวทำให้กองพันทหารราบที่ ๓ ได้รบั พระราชทานเหรียญกล้าหาญประดับ  ธงชัยเฉลิมพล เมื่อวันที่  ๒๕  เมษายน  พ.ศ.๒๔๘๔ การยึ ด ธงชั ย เฉลิ ม พลประจำกองพั น ทหาร  ต่างด้าวของฝรัง่ เศส  ซึง่ ประดับเหรียญครัวซ์เดอแกร์  (Croix  de  Guerre  -  Croix  แปลว่า  กางเขน  de  แปลว่า  of  หรือ  ของ  Guerre  แปลว่า  สงคราม)  ดังนั้น เหรียญครัวซ์เดอแกร์ คือ เหรียญชัยสมรภูมิ  นั่นเอง การปฏิ บั ติ ก ารรบในครั้ ง นี้ ถื อ เป็ น การยุ ท ธ ที่ ยิ่ ง ใหญ่ ควรต่ อ การสรรเสริ ญ ซึ่ ง อาจจะมี ค น ไม่ทราบอีกมาก ซึ่งตามที่กล่าวแล้ว การถูกยึดธงชัย เฉลิมพลได้ ถือเป็นการเสื่อมเกียรติยศ และเสีย ชื่ อ เสี ย งของหน่ ว ยทหารเป็ น อย่ า งยิ่ ง ในครั้ ง นั้ น ถื อ ว่ า ฝรั่ ง เศสได้ พ่ า ยแพ้ ก ารรบอย่ า งสิ้ น เชิ ง จึ ง เป็ น ผลให้ เ มื่ อ จบสงครามโลกครั้ ง ที่ ๒ เมื่ อ ฝ่ายไทยถูกกล่าวหาจากฝรั่งเศสและอังกฤษ  จะให้ เป็นผู้แพ้สงคราม  ฝรั่งเศสจึงถือโอกาสนี้ขอรับคืน แกมหักคอนำกลับไปในที่สุด

ด้วยชีวิต  และมีการสวนสนามสาบานธงทุกปี  และ ทหารทุกนาย  ได้ปฏิญาณว่าจะปฏิบตั ติ อ่ คำปฏิญาณ นั้นอย่างเต็มที่และพิทักษ์รักษาชาติ  ศาสนา  และ ราชบัลลังก์ด้วยชีวิต  ตามคำปฏิญาณ การรบในกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส ถือเป็น การรบที่ ส ำคั ญ   ซึ่ ง แสดงออกถึ ง ความกล้ า หาญ เด็ดเดี่ยว ของทหารไทย ซึ่งมีความมุ่งมั่นและได้รับ ชัยชนะต่ออริราชศัตรูอย่างเด็ดขาด  ควรที่อนุชน รุ่นหลังจะถือเป็นแบบอย่างสืบต่อไป “ ใครรานใครรุกด้าว แดนไทย ไทยรบจนสุดใจ ขาดดิ้น เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล   ยอมสละ สิ้นแล เสียชีพไป่เสียสิ้น ชื่อก้องเกียรติงามฯ   หากสยามยังอยู่ยั้ง ยืนยง เราก็เหมือนอยู่คง ชีพด้วย หากสยามพินาศลง ไทยอยู่ ได้ฤๅ เราก็เหมือนมอดม้วย หมดสิ้นสกุลไทยฯ” พระราชนิพนธ์ ในล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖

ธงชัยเฉลิมพล นับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของทหาร เป็ น อย่ า งยิ่ ง ในการรบทุ ก ครั้ ง จะต้ อ งนำธงชั ย เฉลิ ม พลไปกั บ กองทหาร เพื่ อ เป็ น การแสดงถึ ง ศักดิ์ศรีและเอกราชของประเทศ ดังนั้นเหล่าทหาร ไทยทุ ก คนได้ รั บ การอบรมสั่ ง สอน และปฏิ ญ าณ ต่อธงชัยเฉลิมพลที่เป็นของศักดิ์สิทธิ์ของกองทัพ ว่า  จะจงรักภักดี  ต่อชาติ  ศาสนา  พระมหากษัตริย ์

-  ประวั ติ ก องทั พ เรื อ ,  คณะทำงานจั ด ทำหนั ง สื อ ประวั ติ   กองทัพเรือ ๒๕๕๑ -  กรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส  พ.ศ.๒๔๘๓  -  ๒๔๘๔  , กรมยุทธการทหารบก พ.ศ.๒๕๕๒ -  http://www.welovethekingradio.com, ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๔ -  http://pisanu1004-21.blogspot.com, ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๔ -  http://th.wikipedia.org/wiki/, ๘ มีนาคม ๒๕๕๔ -  http://www.siamsouth.com/smf/index.php?topic=869.0, ๘ มีนาคม ๒๕๕๔ -  http://www.identity.opm.go.th/identity/king/show_content.  asp? , ๙ มีนาคม ๒๕๕๔

บทสรุป

เอกสารอ้างอิง

นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐11


บทความ

การพัฒนาอาชีพ ให้แก่ทหารกองประจำการของกองทัพเรือ พลเรือโท ผสมทรัพย์ เกื้อหนุน

กองทัพไทยกับภารกิจในด้านการพัฒนาประเทศ

จากภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศโดยเฉพาะ

ตามแนวชายแดนในเขตที่หน่วยราชการอื่นเข้าไป

ไม่ ถึ ง หน่ ว ยทหารจึงได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการให้

ความ ช่วยเหลือปกป้องคุ้มครองแก่ราษฎรในชนบท ห่ า งไกลความเจริ ญ อั น เน้ น การตอบสนองต่ อ

พระราชประสงค์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

รั ช กาลปั จ จุ บั น ที่ ท รงห่ ว งใยราษฎรในพื้ น ที่

ดั ง กล่ า ว และทรงพระกรุ ณ าโปรดเกล้ า ฯ ๐12 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

พระราชทานโครงการพระราชดำริให้ดำเนินการใน พื้นที่เหล่านั้น โดยมีพระบรมราชวินิจฉัย “ถ้ามีการ บุกรุกเข้ามาด้วยอาวุธเราต้องรบ ถ้ารุกเข้าด้วยการ แทรกซึ ม เราต้ อ งทำให้ บ้ า นเมื อ งมั่ น คงด้ ว ยการ พัฒนา ให้ประชาชนทั่วไปอยู่ดีกินดี มีความมั่นคง” ดั ง นั้ น ในระยะต่ อ มาใน พ.ศ.๒๕๒๐ กระทรวง กลาโหมจึงกำหนดนโยบายทหารให้สามเหล่าทัพ ให้ ความร่วมมือช่วยพัฒนาทหารกองประจำการให้มี วิชาชีพ ช่วยสร้างพลังมวลชนขึ้นสนับสนุนรัฐบา���ที่เรียกว่า


“การพัฒนาเพื่อความมั่นคง” ตามรัฐธรรมนูญการปกครองแห่งราชอาณาจักร

ไทย พ.ศ.๒๕๔๐ กำหนดให้ทหารมีหน้าที่นอกจาก ในเรื่องการป้องกันราชอาณาจักรเป็นประการสำคัญ แล้วยังจะต้องมีหน้าที่ในการช่วยเหลือพัฒนประเทศ ด้ ว ยอี ก หน้ า ที่ ห นึ่ ง ในการพั ฒ นาประเทศนั้ น กองทัพเรือได้ปฏิบัติตามแผนการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอ เพี ย ง ซึ่ ง พระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู่ หั ว ทรงมี พระบรมราชโองการโปรดเกล้ า โปรดกระหม่ อ ม ประกาศใช้ตั้งแต่ ๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๔ เป็นต้น มา จากยุทธศาสตร์เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้การ พั ฒ นาเศรษฐกิ จ ของประเทศก้ า วทั น โลกาภิ วั ฒ น์ ประชาชนจำเป็นจะต้องมีอาชีพที่มั่นคง จำเป็นต้อง อาศัยความรู้ ความสามารถทางวิชาชีพ ซึ่งจะเป็น เครื่องมือให้ประชาชนมีเศรษฐกิจพอเพียง ยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ กองทัพเรือเล็งเห็นว่า ทหารกองประจำ การเป็นกำลังพลหลักส่วนหนึ่งของกองทัพ ที่ได้ เสี ย สละความสุ ข ส่ ว นตน โดยต้ อ งจากครอบครั ว

หรือหน้าที่การงานเข้ามารับราชการในกองทัพเป็น เวลา ๒ ปี และหลังจากปลดประจำการแล้ว ก็จะ ดำรงสภาพเป็ น กองหนุ น ของกองทั พ เรื อ ต่ อ ไป ทหารกองประจำการเหล่านี้เป็นกำลังคนวัยทำงาน ของชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจ ประเทศให้ก้าวทันโลกาภิวัฒน์กองทัพเรือจึงมีนโยบาย ส่งเสริมให้ทหารกองประจำการได้รับการฝึกอาชีพ เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถทางอาชีพ สามารถ นำไปประกอบอาชี พ และมี ความมั่ น คงในอนาคต ซึ่งเป็นกิจกรรมที่กองทัพเรือได้ดำเนินการสนับสนุน

เพื่ อ ให้ ก ารปฏิ บั ติ เ ป็ น รู ป ธรรมตามแผนพั ฒ นา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เกิดจากความร่วมมือ และประสานงานอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องระหว่าง กองทัพเรือโดยคณะกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกอง ประจำการกองทัพเรือ (คพท.) กับ กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานและกรมการจัดหางาน รวมทั้งสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและศูนย์พัฒนา ฝี มื อ แรงงานที่ อ ยู่ ต ามภู มิ ภ าคต่ า ง ๆ ได้ ใ ห้ ก าร สนับสนุนอย่างใกล้ชิด นอกจากนั้น ยังมีความร่วม มือกับหน่วยงาน บริษัททั้งภาครัฐ และเอกชน อาทิ เช่น กรมเจ้าท่า คณะกรรมการส่งเสริมพาณิชย นาวี สมาคมเจ้าของเรือไทย เป็นต้น

วิสัยทัศน์

คพท.เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการส่งเสริมพัฒนา

และยกระดับฝีมือแรงงานในสาขาอาชีพต่าง ๆ และ

สาขาอาชีพเฉพาะอย่างให้แก่ทหารกองประจำการ เพื่อ ให้มีความรู้ในทักษะอาชีพต่าง ๆ และสามารถ นำไปประกอบอาชีพหลังจากปลดประจำการไปแล้ว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์การฝึกอบรมอาชีพทหารกอง ประจำการ l เพื่ อ พั ฒ นายกระดั บ ฝี มื อ แรงงานและส่ ง เสริมให้ทหารกองประจำการ มีความรู้ แนวทางและ ประสบการณ์ ตลอดจนทั ก ษะทางอาชี พ ที่ เ ป็ น มาตรฐานไปประกอบอาชีพหลังจากปลดประจำการ ได้อย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน ตามที่กรมพัฒนา ฝีมือแรงงาน และกระทรวงแรงงานกำหนด ซึ่งจะ นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐13


เป็น การเพิ่มประสิทธิภาพการประกอบอาชีพและ เป็นการพัฒนาประเทศชาติอีกทางหนึ่ง l เพื่ อ พั ฒ นาและยกระดั บ ฝี มื อ แรงงานใน สาขาอาชีพเฉพาะอย่างที่กองทัพเรือ มีขีดความ สามารถพิเศษให้แก่ทหารกองประจำการ เช่น การ ฝึกอบรมเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในเรือ การให้บริการ และการประกอบอาหาร เป็นต้น การดำเนินการฝึกอบรมอาชีพทหารกองประจำ การ กองทัพเรืออนุมัติ เมื่อ ๒๑ ตุลาคมพ.ศ.๒๕๕๓ ท้ายบันทึกกรมกำลังพลทหารเรือ ด่วนมาก ที่ กห ๐๕๐๓/๘๓๙๓ ลง ๘ ตุ ล าคม พ.ศ.๒๕๕๓ ให้ คพท.ดำเนินการเปิดการฝึกอบรมให้แก่ทหารกอง ประจำการในพื้นที่กรุงเทพ ฯ และปริมณฑล พื้นที่ ภาคตะวันออกและพื้นที่ภาคใต้ ดังนี้ พื้นที่กรุงเทพ ฯ และปริมณฑล - หลักสูตรอาชีพทั่วไป (พลาธิการ ทหารเรือ จำนวน ๔ รุ่น ในแต่ละรุ่นมี จำนวน ๓ หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรการบริการ (พนักงานบริการอาหาร และเครื่องดื่ม) หลักสูตรการสหโภชน์ (ผู้ประกอบ อาหารไทย) ระยะเวลาการอบรมไม่น้อยกว่า ๒๘๐ ชั่วโมง ผู้เข้ารับการอบรม จำนวนรุ่นละประมาณ ๖๒ นาย และหลักสูตรช่างตัดผม (ช่างแต่งผมบุรุษ) ระยะเวลาการอบรมประมาณ ๑๒๐ ชั่วโมง ผู้เข้ารับ การอบรม จำนวนรุ่นละประมาณ ๒๐ นาย - หลักสูตรเสริมทักษะฝีมือแรงงาน (ขส.ทร.) จำนวน ๒ รุ่ น ได้ แ ก่ หลั ก สู ต รการบำรุ ง รั ก ษา รถยนต์ ระยะเวลาการอบรม ๖๐ ชั่วโมง ผู้เข้ารับ

๐14 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

การอบรม จำนวนรุ่นละประมาณ ๒๐ นาย - หลักสูตรเสริมทักษะฝีมือแรงงาน (อจปร.อร.) จำนวน ๒ รุ่ น ได้ แ ก่ หลั ก สู ต รช่ า งซ่ อ มรถ จักรยานยนต์และหลักสูตรช่างซ่อมอุปกรณ์ ไฟฟ้า ระยะเวลาการอบรม ๒๘๐ ชั่ ว โมง ผู้ เ ข้ า รั บ การ อบรม จำนวนรุ่นละประมาณ ๒๐ นาย พื้นที่ภาคตะวันออก (สัตหีบ) - หลักสูตรอาชีพช่างทั่วไป (กรง.ฐท.สส. และ กรม กสพ.กรง.ฐท.สส.) และหลักสูตรเสริมทักษะ ฝีมือแรงงาน (กฝร.) จำนวน ๔ รุ่น ระยะเวลาการ อบรม ๒๘๐ ชั่วโมง รุ่นที่ ๑ แบ่งเป็น หลักสูตรอาชีพช่างทั่วไป จำนวน ๔ หลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรละ

ประมาณ ๒๐ นาย ได้แก่ หลักสูตรช่างซ่อมรถ จักรยานยนต์ หลักสูตรช่างซ่อมเครื่องปรับอากาศ หลั ก สู ต รช่ า งเดิ น สายไฟฟ้ า ภายในอาคาร และ หลักสูตรช่างก่ออิฐ - ฉาบปูน และหลักสูตรเสริม ทักษะฝีมือแรงงาน จำนวน ๒ หลักสูตร ผู้เข้ารับ การอบรมหลั ก สู ต รละประมาณ ๒๔ นาย ได้ แ ก่ หลักสูตรกำลังพลประจำเรือพาณิชย์ (ฝ่ายเดินเรือ) และ หลักสูตรกำลังพลประจำเรือพาณิชย์ (ฝ่ายช่าง กลเรือ) รุ่นที่ ๒ แบ่งเป็น หลักสูตรอาชีพช่างทั่วไป จำนวน ๔ หลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรละ

ประมาณ  ๒๐  นาย  ได้ แ ก่ หลั ก สู ต รช่ า งซ่ อ ม เครื่ อ งปรั บ อากาศ หลั ก สู ต รช่ า งเชื่ อ มไฟฟ้ า หลั ก สู ต รช่ า งซ่ อ มอุ ป กรณ์ และเครื่ อ งใช้ ไ ฟฟ้ า หลักสูตร ช่างก่อสร้างอาคารไม้ และ หลั ก สู ต รเสริ ม ทั ก ษะฝี มื อ แรงงาน จำนวน ๒ หลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรม หลักสูตรละประมาณ ๒๔ นาย ได้แก่ หลั ก สู ต รกำลั ง พลประจำเรื อ พาณิ ช ย์ (ฝ่ายเดินเรือ)  และหลักสูตรกำลังพล ประจำเรือพาณิชย์ (ฝ่ายช่างกลเรือ) รุ่ น ที่ ๓ แบ่ ง เป็ น หลั ก สู ต ร อาชีพช่างทั่วไป จำนวน ๔ หลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรละประมาณ


๒๐ นาย ได้แก่ หลักสูตรช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ หลักสูตรช่างเชื่อมไฟฟ้า  หลักสูตรเดินสายไฟฟ้า ภายในอาคาร หลั ก สู ต รช่ า งทาสี อ าคาร และ หลั ก สู ต รเสริ ม ทั ก ษะฝี มื อ แรงงาน จำนวน ๒ หลั ก สู ต ร ผู้ เ ข้ า รั บ การอบรมจำนวนหลั ก สู ต รละ ประมาณ ๒๔ นาย ได้แก่ หลักสูตรกำลังพลประจำ เรือพาณิชย์ (ฝ่ายเดินเรือ) และหลักสูตรกำลังพล ประจำเรือพาณิชย์ (ฝ่ายช่างกลเรือ) รุ่นที่ ๔ แบ่งเป็น หลักสูตรอาชีพช่างทั่วไป จำนวน ๔ หลั ก สู ต ร ผู้ เ ข้ า รั บ การอบรมจำนวน หลักสูตรละประมาณ ๒๐ นาย ได้แก่ หลักสูตรช่าง ซ่อมเครื่องปรับอากาศ หลักสูตรช่างซ่อมอุปกรณ์ ไฟฟ้ า หลั ก สู ต รช่ า งซ่ อ มรถจั ก รยานยนต์ หลักสูตร ช่างก่อสร้างอาคารไม้ และหลักสูตรเสริม ทักษะฝีมือแรงงาน จำนวน ๒ หลักสูตร ผู้เข้ารับ การอบรมหลั ก สู ต รละประมาณ ๒๔ นาย ได้ แ ก่ หลักสูตรกำลังพลประจำเรือพาณิชย์ (ฝ่ายเดินเรือ) และหลั ก สู ต รกำลั ง พลประจำเรื อ พาณิ ช ย์ (���่ า ย

ช่างกลเรือ) พื้นที่ภาคใต้ (สงขลา) - หลักสูตรอาชีพช่างทั่วไป (ฐท.สข.) จำนวน ๒ รุ่น ได้แก่ หลักสูตรช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ และ หลักสูตรช่างก่ออิฐ - ฉาบปูน ระยะเวลาการอบรม ๖๐ ชั่วโมง ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรละประมาณ ๒๐ นาย

การดำเนินงานของ คพท.

การฝึกอบรมหลักสูตรดังกล่าวนั้น กำหนด

หลักสูตรสาขาอาชีพที่จะฝึกอบรมโดยสำรวจความ ต้องการของผู้เข้ารับการอบรม และตลาดแรงงาน ปั จ จุ บั น รวมถึ ง ประสานงานกั บ ศู น ย์ พั ฒ นาฝี มื อ แรงงานในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งมีที่ตั้งใกล้กับหน่วยงานที่ ให้การฝึกอบรมของกองทัพเรือ เช่น พื้นที่กรุงเทพ ฯ หลักสูตรของโรงเรียนพลาธิการทหารเรือประสาน งานกับ ศูนย์พัฒนา ฝีมือแรงงาน จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ ขอรับการสนับสนุนงบ ประมาณในการฝึ ก อบรมบางส่ ว นเพิ่ ม เติ ม จากที่ กองทั พ เรื อ สนั บ สนุ น ในโครงการศึ ก ษาอบรม ของกองทัพเรือ ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกได้ขอรับ การสนับสนุนวิทยากรจากหน่วยในพื้นที่ของฐานทัพ เรื อ สั ต หี บ กรมโรงงานฐานทั พ เรื อ สั ต หี บ กรม ก่อสร้างและพัฒนาฐานทัพเรือสัตหีบ และกองการ ฝึก กองเรือยุทธการ ในการฝึกอบรม รวมทั้งงบ ประมาณที่ ใ ช้ ใ นการฝึ ก อบรมบางส่ ว นจากกรม พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง นอกจากนี้ คพท.ได้ ด ำเนิ น การตรวจสอบและ

ประเมินผลการฝึกอบรมหลักสูตรต่าง ๆ ในทุกพื้นที่ รวมทั้ ง ได้ ไ ปเยี่ ย มชมการทดสอบมาตรฐานฝี มื อ แรงงาน ณ ศูนย์พัฒนา ฝีมือแรงงาน จังหวัดระยอง รวมถึงได้ขยายผล การฝึกอบรมอาชีพให้แก่ทหาร กองประจำการ ในพื้ น ที่ ข องกองทั พ เรื อ จั ง หวั ด นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐15


จันทบุรี กับได้ไปตรวจสอบประเมินผลการฝึกอบรม พื้นที่จังหวัดสงขลา พร้อมกับเยี่ยมชมการฝึกอบรม อาชีพ ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ภาค ๑๒ จังหวัดสงขลา เพื่อขยายผลการฝึกอาชีพอื่น ๆ ที่ เหมาะสมให้แก่ทหาร กองประจำการของกองทัพ เรือในโอกาสต่อไป รวมทั้งขยายผลถึงครอบครัว ทหารชั้ น ผู้ น้ อ ยในพื้ น ที่ ต่ า ง ๆเพราะเห็ นว่ า หาก ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีจะทำให้กำลังพลมีขวัญ และกำลั ง ใจในการปฏิ บั ติ ร าชการได้ อ ย่ า งมี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน

ต่าง ๆ ยินดีที่จะให้การสนับสนุนการฝึกอาชีพและ งบประมาณ

การจัดงานวันนัดพบแรงงานกำลังพล ประจำเรือพาณิชย์

กองทั พ เรื อ โดยคณะกรรมการพั ฒ นาอาชี พ ทหารกองประจำการ กองทัพเรือ ร่วมกับกรมการ จั ด หางาน กระทรวงแรงงาน กรมเจ้ า ท่ า และ สมาคมเจ้าของเรือไทย จัดงานวันนัดพบแรงงาน กำลังพลประจำเรือพาณิชย์ เพื่อสร้างโอกาสการมี งานทำและคุณภาพชีวิตให้แก่ ทหารกองประจำการ ๐16 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

ที่สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตรกำลังพลประจำเรือ พาณิ ช ย์ ได้ มี โ อกาสสมั ค รเข้ า ทำงานกั บ บริ ษั ท

ผู้ประกอบการพาณิชยนาวีโดยตรง ซึ่งจะเป็นการ ส่งเสริมการมีงานทำหลังจากปลดประจำการไปแล้ว เนื่องจากทหารกองประจำการเหล่านี้เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ มีความพร้อมที่จะเข้าปฏิบัติงานใน เรือพาณิชย์และที่สำคัญเป็นบุคคลที่มีระเบียบวินัย ซึ่ ง จะเป็ น ผลดี ต่ อ การพั ฒ นากิ จ การพาณิ ช ยนาวี

ต่อไป การฝึ ก อาชี พ ทางด้ า นพาณิ ช ยนาวี นั บ ว่ า มี ความ สำคั ญ ที่ ก องทั พ เรื อ ได้ เ ล็ ง เห็ น ประโยชน์ เนื่ อ งจากปั จ จุ บั น ขาดแคลนบุ ค ลากรปฏิ บั ติ ง าน กิจการพาณิชยนาวี และยังไม่ ได้มีการพัฒนาไปสู่ เป้าหมายที่ประเทศมุ่งหวังไว้ที่ต้องการให้มีศักยภาพ สู ง สุ ด ในการเป็ น เครื่ อ งมื อ สำหรั บ การค้ า ระหว่ า ง ประเทศอั น จะนำไปสู่ ค วามสำเร็ จ ในการพั ฒ นา เศรษฐกิ จ ของไทย ปั ญ หาเรื่ อ งการขาดแคลน บุคลากรที่มีใจรักและมีทักษะฝีมือในสาขางานต่าง ๆ ของกิจการพาณิชยนาวีเป็นปัญหาสำคัญประการ หนึ่ง ปัญหานี้มีสาเหตุมาจากการผลิตบุคลากรทาง ด้านนี้ไม่เพียงพอกับความต้องการบุคลากรในภาค


พาณิชยนาวีโดยรับสมัครทหารกองประจำการ ที่มี วุฒิการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ ๓ มีประสบการณ์เคย ทำงานในเรื อ หลวงไม่ น้ อ ยกว่ า ๑ ปี เข้ า รั บ การ อบรมหลักสูตรกำลังพลประจำเรือพาณิชย์ ฝ่ายเดิน เรือ และฝ่ายช่างกลเรือ ระยะเวลาในการฝึกอบรม ๘ สัปดาห์ เมื่อสำเร็จการฝึก อบรมแล้วจะได้รับ ประกาศนี ย บั ต รฉบั บ สากลของกรมเจ้ า ท่ า คื อ ประกาศนี ย บั ต รนายท้ า ยเรื อ กลเดิ น ทะเลชั้ น สอง และประกาศนียบัตรคนใช้เครื่องจักรยนต์ชั้นหนึ่ง ซึ่ง ภายหลังจากการสำเร็จการฝึกอบรมแล้ว สมาคม เจ้าของเรือไทยเข้ารับทำงานทั้งหมด โดยจะมีบริษัท เดินเรือพาณิชย์มารับสมัคร รายได้ขั้นต่ำ ๘,๐๐๐ – ๑๒,๐๐๐ บาท ปัญหาสำคัญสำหรับทหารที่ สำเร็จการฝึกอบรมจะเป็นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ซึ่ ง จำเป็ น เวลาเดิ น เรื อ พาณิ ช ย์ ใ นน่ า นน้ ำ สากล คพท.ได้หารือกับสมาคมเจ้าของเรือไทย มีความ เห็นว่า น่าจะจัดทำคู่มือภาษาอังกฤษที่ใช้งานบนเรือ ทำการฝึ ก อบรมก่ อ นที่ จ ะส่ ง ไปปฏิ บั ติ ง านบนเรื อ ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ทหารที่สำเร็จการ ฝึกอบรมแล้วเมื่อกลับไปภูมิลำเนาและไม่ยอมกลับ มาทำงานบนเรือ คพท.ได้พิจารณาหารือกับสมาคม เจ้าของเรือไทยแล้วปรากฏว่า ทางบริษัทเดินเรือ ต้องรอเวลาให้เรือกลับเข้าท่าถึงจะเรียกตัวสับเปลี่ยน กำลังพลเป็นช่วงเวลานานหลายเดือน ทำให้ทหาร กลับภูมิลำเนาไม่แน่ใจว่าจะได้ทำงานเมื่อใดและไม่มี รายได้มาดูแลครอบครัว จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทหาร ไปหางานอื่นทำไปก่อน คพท.ได้ขอร้องให้สมาคม เจ้าของเรือไทยแจ้งให้บริษัทเดินเรือพาณิชย์ รับ ทหารลงไปฝึกบนเรือหลังจากรับสมัครเลยที่เรียกว่า Cadet (เด็กรับใช้บนเรือ) แล้วทำการฝึกอบรม ต่อ และระหว่างการฝึกอบรม บริษัทเดินเรือพาณิชย์ มี เบี้ยเลี้ยงให้ ทหารจะเกิดความมั่นใจว่าได้ทำงานและ มี ร ายได้ เ พี ย งพอที่ จ ะประทั ง ชี พ ไปก่ อ น สมาคม

เจ้าของเรือไทยได้รับข้อแนะนำไปดำเนินการให้ และ บริ ษั ท SC Management เป็ น บริ ษั ท นำร่ อ งที่ ม ี พลเอก มนตรี สังขทรัพย์ เป็นที่ปรึกษากรรมการ ผู้จัดการใหญ่

การจัดงานแนะแนวและสาธิตอาชีพอิสระ

กองทั พ เรื อ โดยคณะกรรมการพั ฒ นาอาชี พ ทหารกองประจำการ กองทัพเรือ ร่วมกับกรมการ จั ด หางาน กระทรวงแรงงาน ได้ ก ำหนดจั ด งาน แนะแนวและสาธิตอาชีพอิสระให้แก่ทหารกองประจำ การพื้นที่กรุงเทพ ฯ และปริมณฑล และพื้นที่สัตหีบ ขึ้นปีละ ๒ ครั้ง ช่วงเดือนมีนาคมและสิงหาคม เพื่ อ ให้ ท หารกองประจำการ ได้ มี โ อกาสพั ฒ นา ศักยภาพของตนเองทำให้เกิดการสร้างงาน สร้าง รายได้ ใ ห้ แ ก่ ต นเองและครอบครั ว ทำให้ เ กิ ด

ความรักความสามัคคีในครอบครัวและหมู่คณะ และ ใช้ประกอบอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ สามารถนำไป ใช้ ไ ด้ ใ นชี วิ ต ประจำวั น โดยใช้ เ วลาว่ า งให้ เ กิ ด ประโยชน์ ในการเพิ่มพูนรายได้ ให้แก่ครอบครัวอีก ทางหนึ่งและเป็นการดำรงชีพตามแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย กรมการจัดหางาน โดยสำนักจัดหางานจังหวัด ชลบุรี ได้ร่วมกับกองทัพเรือดำเนินการจัดฝึกอบรม อาชีพอิสระ จำนวน ๑๐ อาชีพ ประกอบด้วย การ ถักสร้อย ข้อมือจากเชือกไนล่อน การประดิษฐ์ซอง ใส่มือถือ ด้วยหนังเทียม การกัดกระจก การกัดหิน อ่ อ น การทำกรอบรู ป เคลื อ บเย็ น การเพ้ น ท์ กระเป๋าผ้า การทำป้ายไม้แฟนซี การเพ้นท์เก้าอี้ การสกรีนเสื้อ และงานประดิษฐ์จากขวดพลาสติก นางสาวสิณี จงจิตต์ ผู้ตรวจการกรมจัดหา งาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ทหารกองประจำ การนั บ เป็ น กำลั ง สำคั ญ ของประเทศ ที่ จ ะช่ ว ย ปกป้องอธิปไตย และช่วยพัฒนาประเทศให้มีความ เจริญก้าวหน้า ทหารกองประจำการทุกนายล้วนเป็น ผู้มีความเสียสละ อดทน มีระเบียบวินัย เนื่องจาก ได้ผ่านการฝึกเป็นอย่างดี ซึ่ง สิ่งเหล่านี้ถือเป็นข้อ ได้เปรียบของผู้ที่ผ่านการฝึกทหาร ที่จะสามารถนำ สิ่ ง ที่ ไ ด้ จากการเป็ น ทหารไปใช้ ใ นชี วิ ต การทำงาน การเป็นผู้นำที่ดีของครอบครัวและสังคมในอนาคต กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน และกองทัพ เรือได้เล็งเห็นความสำคัญของทหารกองประจำการ ทุกนาย จึงได้ร่วมกันจัดโครงการดังกล่าวขึ้น นับ นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐17


เป็นโอกาสดีที่ทุกคนจะได้รับความรู้เรื่องอาชีพและ แนวทางการประกอบอาชีพ เพื่อให้ทหารทุกนาย หลังปลดประจำการออกไปจะนำความรู้ต่าง ๆ เหล่า นี้ กลับมาพัฒนาประเทศให้มีศักยภาพและเจริญ เท่าทันนานาประเทศ

การจัดงานวันนัดพบแรงงานทหาร

หน่ ว ยบั ญ ชาการทหารพั ฒ นากองบั ญ ชาการ กองทั พ ไทย ได้ ก ำหนดจั ด งานวั น นั ด พบแรงงาน ทหารขึ้นปีละ ๑ ครั้ง ประมาณเดือนมีนาคมของ ทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทหารกองประจำการ ทุกเหล่าทัพไม่ว่าจะสังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ที่ใกล้ ปลดประจำการมีโอกาสพบปะ กับผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ บริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ได้สมัครงาน ตามความรู้ ความสามารถของแต่ละคน โดยเฉพาะ ผู้ที่ ได้ โอกาสฝึกอบรมหลักสูตรอาชีพต่าง ๆ จะมี โอกาสได้ ง านทำมากเพราะสามารถนำใบ ประกาศนี ย บั ต รจากกรมพั ฒ นาฝี มื อ แรงงาน หลักสูตรเสริมทักษะฝีมือแรงงานชั้น ๑ ไปประกอบ การสมัครงานได้ทันที คพท. ได้ขอให้หน่วยต่าง ๆ ในพื้นที่กรุงเทพ ฯ และปริมณฑล ตลอดจนพื้นที่สัตหีบจัดทหารกอง

ประจำการไปร่วมงานการจัดงานวันนัดพบแรงงาน ทหาร ซึ่ ง สำนั ก งานทหาร พั ฒ นา หน่ ว ยบั ญ ชาการ ทหารพั ฒ นา กองทั พ ไทย (สทพ.นทพ.บก.ทท.) จัดขึ้นปี ละจำนวน ๑ ครั้ง โดยที่ผ่าน มาเมื่ อ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓ ณ สนามกีฬาพุ่ม แก้ ว ถนน นาวงประชา พั ฒ นา แขวงสี กั น เขต ดอนเมือง กรุงเทพ ฯ โดยให้ ทุ ก เหล่ า ทั พ จั ด ทหารกอง ประจำการที่ใกล้ปลดประจำการ ใ ห้ มี โ อ ก า ส พ บ ป ะ กั บ

๐18 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

ผู้ ป ระกอบการ เจ้ า ของธุ ร กิ จ และบริ ษั ท ต่ า ง ๆ ตลอดจนสมัครงานตามความรู้ความสามารถ โดย เฉพาะทหารกองประจำการที่ ผ่ า นการฝึ ก อบรม หลักสูตรต่าง ๆ ของ คพท. มีโอกาสสมัครงาน และ สามารถนำวุฒิบัตร หลักสูตรช่างทั่วไปและหลักสูตร เสริมทักษะฝีมือแรงงานขั้น ๑ ออกโดยกรมพัฒนา ฝีมือแรงงาน และ คพท. ใช้ประกอบ เป็นหลักฐาน ในการสมั ค รงานที่ ผ่ า นมามี ท หารกองประจำการ ของกองทัพเรือร่วมงานจำนวนประมาณ ๕๐๐ นาย

แนวความคิดในการพัฒนา คพท.

๑. เพื่ อ เป็ น การติ ด ตามและประเมิ น ผลการ ดำเนินงาน คพท. ได้จัดทำแบบประเมินผลความ พึ ง พอใจให้ ท หารกองประจำการตอบ เพื่ อ เป็ น ข้ อ มู ล ในการปรั บ ปรุ ง พั ฒ นาการปฏิ บั ติ ง านให้ มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้ง ได้จัดทำแบบสำรวจ การมีงานทำของทหารกองประจำการหลังจากปลด ประจำการไปแล้ว เพื่อให้ตอบกลับมาที่ คพท. เก็บ เป็นข้อมูล ทั้งนี้ รวมถึงผู้ที่ยังไม่สามารถหางาน ทำได้และแจ้งความประสงค์จะให้ คพท. ช่วยเหลือ หางานจากบริษัทต่าง ๆ ให้ ที่ผ่านมา คพท. ได้ ดำเนิ น การให้ ห ลายคน เช่ น ไปทำงานในบริ ษั ท

รถยนต์และบริษัทเดินเรือพาณิชย์ เป็นต้น ๒. จากการประเมิ น ทหารประจำการที่ ป ลด


ประจำการหลายคนไม่ได้ทำงานตามอาชีพที่ได้ฝึก อบรม มาเนื่องจากที่บ้านมีเรือกสวน ไร่นาที่จะต้อง ดำเนินงาน ต่อจากบิดา มารดา คพท. จึงได้ พิจารณาเห็นว่าในโอกาสต่อไปจะขยายผลในการฝึก อาชี พ โดยยึ ด หลั ก ประโยชน์ สู ง สุ ด แก่ ท หารกอง ประจำการ ซึ่งจะเป็นโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ตามพระราชดำริ ได้แก่ โครงการเกษตรผสมผสาน การปศุสัตว์ การผลิตปุ๋ย ยุ้งฉาง ลานตาก การส่ง เสริมกลุ่มอาชีพการพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติ/ ต้นน้ำ พลังงานทดแทน ซึ่งน่าจะเป็นทางเลือกอีก ทางหนึ่งของทหารประจำการ ที่จะได้ ใช้แนวพระ ราชดำริประกอบอาชีพของตน ตามหลักเศรษฐกิจ พอเพียง ได้แก่ ๒.๑ พอมีพอกิน ปลูกพืชสวนครัวไว้ กิน เองบ้าง ปลูกไม้ผลไว้หลังบ้าน ๒ - ๓ ต้น เลี้ยง สั ต ว์ ขุ ด บ่ อ เลี้ ย งปลา พอที่ จ ะมี ไ ว้ กิ น เองใน ครอบครัว เหลือจึงขาย ๒.๒ พออยู่พอใช้ ทำให้บ้าน น่าอยู่ ปราศ จากสารเคมี กลิ่นเหม็น ใช้แต่ของที่เป็นธรรมชาติ (ใช้จุลินทรีย์ผสมน้ำถูพื้นบ้าน จะสะอาดกว่าใช้น้ำยา เคมี) รายจ่ายลดลง สุขภาพจะดีขึ้น (ประหยัดค่า รักษาพยาบาล) ๒.๓ การส่งเสริมอาชีพ หัตถอุตสาหกรรม จัดการได้เองที่บ้าน หรือผลิตสินค้า OTOP รายได้

เฉลี่ยต่อวัน ๑๒๐ - ๓๐๐ บาท ๓. คพท. เห็ น ว่ า ข้าราชการชั้นผู้น้อยมีรายได้ ไม่เพียงพอกับรายจ่ายและมี หนี้สินสูงมาก คพท. ได้ ประสานกับศูนย์พัฒนาฝีมือ แ ร ง ง า น จั ง ห วั ด ร ะ ย อ ง ชลบุรี และ นนทบุรี เป็น จังหวัดนำร่อง ขยายผลการ ฝึ ก อบรมโครงการอาชี พ เ ส ริ ม เ พิ่ ม ร า ย ไ ด้ ใ ห้ แ ก่ ข้าราชการ ชั้นผู้น้อยมีราย ได้ เ สริ ม เป็ น อาชี พ เสริ ม

นอกเหนือเวลาราชการ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้ แก่ตนเองและครอบครัวประกอบกับกองทัพเรือไม่ ต้ อ งเสี ย ค่ า ใช้ จ่ า ย ในการฝึ ก อบรมและทางศู น ย์ พัฒนาฝีมือแรงงานมีที่พักให้ ๓.๑ ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน จังหวัดระยอง ชลบุรี โดยมีหลักสูตรที่ดำเนินการมีดังนี้ ๓.๑.๑ ช่างเชื่อมใต้น้ำด้วยไฟฟ้า ภาค อุตสาหกรรมที่มาบตาพุด ระยองและ ตลาดแรงงาน ในต่างประเทศมีความต้องการสูง คพท. ได้หารือ กับนายโฆษิต ถาวระ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาฝีมือ แรงงานจังหวัดระยอง ขอเปิดหลักสูตรดังกล่าวและ

ได้รับอนุมัติงบประมาณจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้เปิดหลักสูตรช่างเชื่อมใต้น้ำด้วยไฟฟ้า ระยะเวลา ฝึกอบรม ๖ สัปดาห์ (๗๖ ชั่วโมง) ตั้งแต่ ๑๔ ก.พ. - ๑ มี . ค.๕๔ ณ โรงเรี ย นแล่ น ประสาน แผนก โรงงานเรือเหล็ก กรมโรงงาน ฐานทัพเรือสัตหีบ มี ผู้ เ ข้ า รั บ การอบรม ๒๐ นาย เป็ น ข้ า ราชการชั้ น ประทวน/ลูกจ้างของกองทัพเรือ จำนวน ๑๐ นาย คพท. ซึ่งได้ประชาสัมพันธ์รับสมัครบุคคลเข้ารับการ ฝึกยกระดับฝีมือ เพราะเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อ กองทัพในการพัฒนาฝีมือของบุคลากร เพื่อปฏิบัติ งานซ่อมบำรุงเรือรบหลวงของกองทัพและงานด้าน อื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการเชื่อมของกองทัพ อีกทั้งยัง สามารถรับงานนอกเวลาราชการเป็นการเพิ่มพูน

นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐19


รายได้ให้แก่ครอบครัวได้อีกด้วย ๓.๑.๒ มัคคุเทศก์ใต้ น้ ำ วงการดำน้ ำ ในประเทศ ไทยมี อายุ การเติ บ โตมานาน นับอายุหลายปี โดยวงการดำ น้ ำ ยุ ค แรก ๆ ก็ มี จุ ด เริ่ ม ต้ น จากทหารเป็นหลักก่อน การ ดำน้ำโดยพลเรือนมีวงจำกัดที่ อยู่ในวงแคบและการที่ประเทศ ไ ท ย เ อ ง ก็ มี แ ห ล่ ง ด ำ น้ ำ ธรรมชาติที่มีชื่อเสียงติดอันดับ โลกสามารถดึ ง ดู ด นั ก ท่ อ ง เที่ ย วใต้ น้ ำ ได้ เ พิ่ ม ขึ้ น ปี ล ะ

มาก ๆ พลเรือเอก ชวลิ��� อิศรางกูร ณ อยุธยา ได้ เคยเสนอแนะ คพท. ให้เปิดหลักสูตรนี้และผู้ที่ผ่าน การอบรมแล้วสามารถทำงานกับมูลนิธิจุฬาภรณ์ได้ คพท. ได้หารือกับ พลเรือตรี วินัย กล่อมอินทร์

ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ที่มีขีดความสามารถแน่นอน และ สามารถแนะนำให้ นั ก ท่ อ งเที่ ย วรู้ จั ก การอนุ รั ก ษ์ ทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเล ได้ด้วย คพท. ได้หารือ กับนายโฆษิต ถาวระ เพื่อขออนุมัติงบประมาณเปิด หลักสูตรมัคคุเทศก์ใต้น้ำ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการ พิจารณางบประมาณ ๓.๒ ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดนนทบุรี คพท. ได้ ไปดูงานที่ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน

จังหวัดนนทบุรี ได้หารือกับนางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดนนทบุรี มีหลายหลักสูตรที่น่าสนใจและมีแนวความคิดว่าจะ เปิดหลักสูตรเพิ่มเติมจากที่ดำเนินการ ซึ่งนางเธียร รัตน์ นะวะมะวัฒน์ ไม่ขัดข้อง เพราะเห็นว่า ศูนย์ พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดนนทบุรี เป็นศูนย์ใหญ่มี ที่ พั ก สำหรั บ ผู้ เ ข้ า รั บ การอบรม เหมาะสมที่ ข้าราชการกองทัพเรือที่มีภูมิลำเนาในกรุงเทพ และ ปริมณฑล สามารถเข้ารับการอบรมได้และหลังจาก ฝึกอบรมแล้วสามารถทำงานประกอบอาชีพส่วนตัว หรือในบริษัทต่าง ๆ ซึ่งศูนย์พัฒนา ฝีมือแรงงาน ๐20 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

จังหวัดนนทบุรี จะเป็นตัวกลางในการประสานให้แก่ ผู้ที่สนใจ โดยมีหลักสูตรที่ดำเนินการมีดังนี้ ๓.๒.๑ หลักสูตรขัดและเคลือบสีรถ ใน สภาวะปั จ จุ บั น นี้ การใช้ ร ถเป็ น สิ่ ง สำคั ญ ในชี วิ ต ประจำวัน บ้างก็ใช้รถเล็ก ๆ บ้างก็ใช้รถใหญ่ ๆ หรือ รถของหน่วยงาน เมื่อมีการใช้รถก็จำเป็นต้องรู้จัก ดูแลรักษาเพื่อให้สามารถใช้งานได้นาน มีทั้งการ บำรุงรักษาเครื่องยนต์ การบำรุงรักษาภายในรถ การ ดูแลรักษาภายนอก การล้างทำความสะอาด การดูด ฝุ่น หรือการล้างอัดฉีดในกรณีที่สกปรกหรือขับรถลุย โคลนในหน้ า ฝน จึ ง จำเป็ น ต้ อ งดู แ ลเอาใจใส่ ใ ห้

สะอาด สวยงามน่าใช้ น่าขับขี่ ดังนั้น เราต้องมา ดูแลรักษาสภาพรถภายนอกและสีรถยนต์ผู้เข้าการ อบรมจะรู้จักวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาด ขั้น ตอนการปฏิบัติในการทำความสะอาด การเคลือบสี รถซึ่งจะมี ๔ ขั้นตอน คือ การลงดินน้ำมันการขัด ละเอียด การขัดชักเงา การเคลือบสี ใช้ระยะเวลา ประมาณ ๒ - ๓ วัน ๓.๒.๒ หลักสูตรการติดตั้งแผ่นอลูมิเนียม คอมโพสิตนวัตกรรมด้านการก่อสร้างทุกวันนี้ ได้มี การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต เป็นนวัตกรรมการก่อสร้างอีกประเภทหนึ่ง ที่วงการ สถาปัตยกรรมนิยม นำมาใช้สำหรับตกแต่ง อาคาร สถานที่ ทั้ ง ภายนอกและภายใน ซึ่ ง สามารถ


ดัดแปลงรูปทรงได้ง่าย สวยงาม แข็งแรง น้ำหนัก เบา ทนต่อสภาพอากาศ ด้วยเหตุนี้แผ่นอลูมิเนียม คอมโพสิตจึงถูกเลือกใช้อย่างแพร่หลาย ทั้งในด้าน งานป้ายโฆษณา โชว์รูม บ้านพักอาศัย อาคารและ งานสถาปัตยกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย วัสดุแผ่นอลูมิ เนียมคอมโพสิต ใช้ระบบการเคลือบสี PVDF ทำให้ สี มี ความสดใส ผิ ว สี เ นี ย นเรี ย บเสมอและมี ความ คงทนเป็นพิเศษ ระยะเวลาการฝึกอบรม ๑๒ ชั่วโมง ๓.๒.๓ หลั ก สู ต รการซ่ อ ม เครื่ อ งปรั บ อากาศ จะเน้นการฝึกทั้งภาคทฤษฎีีและภาคปฏิบัติ ตั้ ง แต่ เ รื่ อ งความปลอดภั ย ในการทำงาน ส่ ว น ประกอบวงจรไฟฟ้า วงจรน้ำยา การติดตั้ง การซ่อม บำรุง การล้างแอร์ หลังการฝึกอบรมแล้ว สามารถ ล้างแอร์ในบ้านและของคนใกล้ตัว เปิดตลาดได้ ใช้ ระยะเวลาอบรม ๑๐ วัน (๖๐ ชั่วโมง) ๓.๒.๔ หลักสูตรการฝึกอาชีพเสริม เป็น หลักสูตรฝึกอาชีพให้แก่ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง จะเป็นงานฝีมือขนาดเล็กใช้เงินทุนน้อยและ สามารถทำได้เองภายในครัวเรือนได้แก่ - การนวด แผนไทยเพื่อสุขภาพ ระยะเวลาฝึก ๖๐ ชั่วโมง - การทำ ลูกประคบสมุนไพร ระยะเวลาฝึก ๓๐ ชั่วโมง - การทำ อาหารญี่ปุ่น (ซูชิ) ระยะเวลาฝึก ๖ ชั่วโมง - การจัดสวน ระยะเวลาฝึก ๑๒ ชั่วโมง - การทำ ดอกไม้ประดิษฐ์ ระยะเวลาฝึก ๓๐ ชั่วโมง - การประกอบ อาหารว่าง ระยะเวลาฝึก ๓๐ ชั่วโมง - การทำขนมไทย ระยะเวลาฝึก ๓๐ ชั่วโมง - การกัด ลายกระจก ระยะเวลาฝึก ๑๒ ชั่วโมง ๓.๒.๕ หลั ก สู ต รการฝึ ก อาชี พ ปลู ก ผั ก ปลอดสารพิษ คพท. ได้ประสานกับคุณสัณหจุฑา

จิราธิวัฒน์ เป็นประธานมูลนิธิรักษ์ดิน รักษ์น้ำ จะ นำวิทยากรมาอบรมครอบครัวข้าราชการทหารเรือ ปลูกผักปลอดสารพิษ รวมทั้งสนับสนุนวัตถุดิบให้ และผลิตผลที่ได้ทำสามารถนำไปส่งร้าน TOP ของ ห้างเซ็นทรัล โดยห้างเซ็นทรัลรับซื้อผลผลิตได้ไม่ จำกัด คพท. กำลังดำเนินการอบรมให้กับข้าราชการ ในพื้นที่สัตหีบและทัพเรือภาค เพื่อให้ข้าราชการชั้น

ผู้น้อยได้มีงานทำเป็นรายได้เสริม คพท. ตระหนักดีว่าการฝึกอบรมอาชีพให้แก่ ทหารกองประจำการกองทั พ เรื อ เป็ น หน้ า ที่ แ ละ ภารกิจที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจังตาม นโยบายกระทรวงกลาโหมและนโยบายกองทัพเรือ ในการพัฒนาทหารกองประจำการให้มีอาชีพหลัง ปลดประจำการ อีกทั้ง เพื่อให้สอดคล้องตอบรับกับ แผนพั ฒ นาเศรษฐกิ จ และสั ง คมแห่ ง ชาติ ซึ่ ง ใน โอกาสต่อไป คพท. จะได้ขยายผลลงถึงอาชีพอื่น ๆ ที่เหมาะสมและเป็นความต้องของตลาดแรงงานโดย จะได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกทั้ง ภาครัฐและเอกชนต่าง ๆ เท่าที่โอกาสจะอำนวยเพื่อ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและบรรลุผลต่างวัตถุประสงค์ หลักที่กำหนด นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐21


บทความ

ผู้บังคับการเรืออู 

ตอนที่ ๑๓ ภาวะผู้นำของผู้บังคับการเรืออู

(Menschenfuehrung auf einem Unterseeboot) พลเรือเอก ไพศาล  นภสินธุวงศ์

“ผู้

  บังคับบัญชาควรใช้ความเมตตาและความเข้มงวด  ควรแสดงความเป็นมิตรกับทหาร  พูดคุยกับ    พวกเขาในระหว่ า งการสวนสนาม  เยี่ ย มเยี ย นขณะที่ ท ำอาหาร  ถามพวกเขาว่ า ได้ รั บ  การดู แ ลดี ห รื อ ไม่   ช่ ว ยบรรเทาความต้ อ งการหากพวกเขามี   สำหรั บ บรรดานายทหารที่ ข าด  ประสบการณ์ ใ นสงครามควรได้ รั บ การกระทำอย่ า งมี เ มตตา  เมื่ อ ได้ ก ระทำความดี ค วรยกย่ อ ง   การเรียกร้องเล็ก ๆ  น้อย ๆ  ควรได้รับอนุญาตและไม่ควรกระทำต่อพวกเขาในลักษณะชอบกดขี่  แต่ ต้ อ งดำรงความเข้ ม งวดทุ ก  ๆ  เรื่ อ งที่ เ กี่ ย วกั บ หน้ า ที่   นายทหารที่ ป ระมาทต้ อ งถู ก ลงโทษ   คนที่กล่าวสวนทันทีในเรื่องที่ท่านเข้มงวด  ควรถูกตำหนิ  ทหารที่ขโมยและทะเลาะกันหรือไม่ปฏิบัติ  ตามคำสั่งโดยฉับพลันต้องได้รับโทษ” พระเจ้าเฟรเดอริคมหาราช  แห่งปรัชเซีย คำแนะนำสำหรับนายพลของพระองค์  ค.ศ.๑๗๔๗ (ต่อจากฉบับที่แล้ว)

๐22 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔


กล่าวนำ

องค์การที่มีลักษณะแตกต่างกันจำเป็นต้องใช้   ภาวะผู้นำไม่เหมือนกัน แม้ในองค์การขนาดใหญ่  ที่ มี ห น่ ว ยย่ อ ยซึ่ ง แตกต่ า งกั น ในหลาย ๆ  ด้ า นที่   สำคัญ ก็จำต้องใช้ลักษณะภาวะผู้นำคนละแบบกัน  ผู้บังคับการเรือผิวน้ำ โดยเฉพาะของเรือขนาดใหญ่  ย่อมแตกต่างค่อนข้างมากจากผู้บังคับการเรือดำน้ำ  ทีม่ ลี กั ษณะเด่นเป็นพิเศษ  ในหลาย ๆ  ด้าน  จริงอยู ่ โดยหลักการพื้นฐานแล้วอาจเหมือนกัน แต่ประเด็น  ปลีกย่อยซึ่งมีความละเอียดและความอ่อนไหวแล้ว  ไม่ควรมองข้าม  แม้ได้มีผู้นำท���่มีชื่อเสียงทางทหาร  หลายคนกล่าวว่าภาวะผู้นำเป็นศิลปะก็ตาม แต่ก็มี  จำนวนไม่นอ้ ย  เช่น  พลเอก Lemuel  C.Shepherd,  Jr.  ผู้บัญชาการ  US.  Marine  Corps  คนที่  ๒๐   กล่าวว่า “ผมเชื่อว่าผู้นำส่วนใหญ่เกิดจากการพัฒนา  ไม่ใช่เป็นมาโดยกำเนิด”  ไม่วา่ อย่างไรก็ตาม  ทัง้ ทาง  ทหารและภาคธุ รกิจต่างก็ ให้ความสำคัญต่อภาวะ  ผู้นำด้วยกันทั้งนั้น  ซึ่งเราเห็นได้จากหลักสูตรต่าง ๆ  ด้านการบริหารจัดการมีเรื่องของภาวะผู้นำแทรกอยู่  ด้วยเป็นวิชาสำคัญ  สำหรับวงการทหารก็เช่นกันมี  วิ ช าภาวะผู้ น ำแทบทุ กระดั บ การศึ ก ษา จะมี ก็ แ ต่   กองทัพเรือไทยที่ยังไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าใดนัก   ในโรงเรียนนายเรือแม้จะมีการเรียนการฝึกอยู่บ้าง  แต่อาจน้อยเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับสถาบันอื่น ๆ  ในระดับเดียวกัน  โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือเดิม  ก็ไม่มวี ชิ าภาวะผูน้ ำ  ผูเ้ ขียนเองขณะทีเ่ ป็นรองผูบ้ ญั ชาการ  โรงเรี ย นเสนาธิ การทหารเรื อ เป็ น ผู้ ริ เ ริ่ ม ให้ มี วิ ช า  ดังกล่าวเมือ่ ราวสิบกว่าปีทแี่ ล้ว  แต่ก็ได้ชวั่ โมงการเรียน  ไม่มากเท่าทีค่ วร  ส่วนในวิทยาลัยการทัพเรือ  ผูเ้ ขียน  ในฐานะที่ เ ป็ น อาจารย์ พิ เ ศษได้ พ ยายามผลั ก ดั น  มาหลายปีเพิง่ สำเร็จในปีนเี้ ป็นปีแรก  แต่รสู้ กึ ไม่คอ่ ย  สมใจนักเพราะทางผูร้ บั ผิดชอบเขาให้ทางมหาวิทยาลัย  มหิดลเหมารับผิดชอบทั้งหมด ผู้เขียนไม่มั่นใจว่า  สอดคล้องกับเจตนารมณ์หรือวัตถุประสงค์ของสถาบัน  ของเราที่ ค วรเน้ น เรื่ อ งผู้ น ำทางทหาร/ทางเรื อ  มากกว่าหรือไม่เพียงใด ขอวกกลั บ มาเรื่ อ งภาวะผู้ น ำของผู้ บั ง คั บ การ 

เรืออู  ซึ่งผู้เขียนได้เขียนเรื่องปฏิบัติการของเรืออู   ในการยุทธ์ที่แอตแลนติกมาหลายตอนแล้ว แต่ทาง  กองบรรณาธิการคงประเมินแล้วว่าผู้อ่านอาจเบื่อ  น่าจะหาทางสรุปได้แล้ว  ความจริงแล้วมีเรือ่ งน่าสนใจ  เกี่ยวกับปฏิบัติการของเรืออูอีกมากมาย  อย่างไร  ก็ดีหากไม่กล่าวถึงเรื่องภาวะผู้นำของผู้บังคับการ  เรืออูก็คงเหมือนแกงที่ขาดเกลือ  ในอีกไม่นานนัก  คาดว่ากองทัพเรือคงได้รบั โอกาสให้สามารถเสริมสร้าง  กำลังรบในอีกหนึง่ มิตทิ ยี่ งั ขาดอยูเ่ พือ่ ให้วสิ ยั ทัศน์ของ  กองทัพเรือสมบูรณ์เป็นจริงขึ้นตามที่ ได้กำหนดไว้   เกื อ บสิ บ ปี ม าแล้ ว   กล่ า วคื อ หนึ่ ง ในวิ สั ย ทั ศ น์ นั้ น  กำลังรบ  (โดยเฉพาะทางเรือ)  ต้องเป็นในลักษณะ  ที่ ส มดุ ล   (ทั้ ง มิ ติ ผิ ว น้ ำ   ในอากาศ  และใต้ น้ ำ )   การจัดหา  Hardware  (ตัวเรือดำน้ำ)  มีความเป็นไปได้  หากมีงบประมาณพอสนับสนุนได้  แต่  Peopleware  (องค์บคุ คล)  ก็ไม่เกินความสามารถ  (Competence)  ของทหารเรือไทยเพราะเรามีบทพิสจู น์มาแล้วในอดีต  เมือ่ เรามีเรือดำน้ำใช้กอ่ นใคร ๆ  ในย่านใกล้ ๆ  บ้านเรา   แต่ ก ารเริ่ ม ต้ น จากศู น ย์ อ าจต้ อ งเหนื่ อ ยแน่ น อน   คาดหวังว่าบทความนี้อาจช่วยได้บ้างไม่มากก็น้อย   ความจริงแล้วมีผู้บังคับการเรืออูที่มีชื่อเสียงและเป็น  แบบอย่างของผูน้ ำทีด่ หี ลายคน  แต่สว่ นใหญ่เสียชีวติ   ระหว่างสงคราม  ที่รอดมาได้มีน้อยคนที่ ได้เขียน  เกี่ ย วกั บ ประสบการณ์ ข องตนเอง  หนึ่ ง ในนั้ น แม้ ไ ด้   เสียชีวติ ตอนจวนสงครามยุต ิ แต่เขาได้เคยแสดงปาฐกถา  ให้แก่บรรดานายทหารเรือระดับต่าง ๆ  ตัง้ แต่จอมพลเรือ  Doenitz  (ขณะนัน้ ดำรงตำแหน่งผูบ้ ญั ชาการทหารเรือ)  ลงไปถึงระดับนายทหารหนุ่มที่  Weimar  เมื่อวันที่  ๑๗  ธันวาคม  ค.ศ.๑๙๔๓ ผเู้ ขียนเห็นว่าเป็นปาฐกถา  ที่ มี ความสำคั ญ ในเนื้ อ หาสาระเกี่ ย วกั บ ภาวะผู้ น ำ  ในเรืออู  อีกทัง้ เขายังเป็นบุคคลทีป่ ระสบความสำเร็จ  อย่ า งดี เ ยี่ ย มในฐานะผู้ บั ง คั บ การเรื อ อู เ ป็ น คนที่   Doenitz ให้ความไว้วางใจสูง เขาคือ Wolfgang  Lueth  ซึ่งได้กล่าวถึงเขามาบ้างแล้ว  ในตอนต้น  ของเรื่องนี้ คำปาฐกถาของ  Lueth  ต่อมาได้รบั การถอดเทป  และตีพิมพ์แจกจ่ายให้นายทหารได้ศึกษากัน  แม้แต่  นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐23


Lueth ขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ

จอมพลเรือ  William D. Leahy  อดีตหัวหน้าฝ่าย  เสนาธิการของผู้บัญชาการทหารบกและทหารเรือ  ของสหรัฐ ฯ  ในสงครามโลกครั้งที่ ๒  ระหว่าง   ค.ศ.๑๙๔๒  - ๑๙๔๕  เขียนไว้วา่   “เอกสารจากทาง  ด้านข้าศึกที่เป็นผลงานของบรรดาผู้นำศัตรูของเรา  ซึ่งเป็นผู้ที่มีทั้งความรู้ว่าได้เกิดอะไรขึ้น  และมีความ  สามารถบรรยายได้อย่างชัดเจน  เชื่อได้ทันทีว่าเป็น  ระดั บ ความสำเร็ จ ของมื อ อาชี พ ชั้ น หนึ่ ง สำหรั บ  นายทหารทุ ก คนและรั ฐ บุ รุ ษ รวมทั้ ง สำหรั บ  นั ก ประวั ติ ศ าสตร์ แ ละสาธารณชนทั่ ว ไปของทุ ก  ประเทศที่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องควรทราบ...คนเยอรมัน  เป็ น ชาวเรื อ ที่ ดี เ สมอ ห้ า วหาญและเป็ น นั กรบที่   กระตือรือร้น” Lueth  มีสายเลือดปรัสเซีย  (เยอรมันก่อนการ  รวมชาติได้สำเร็จในปี  ค.ศ.๑๘๗๑  โดยฝีมือของรัฐ  บุรุษเลือดกับเหล็ก  บิสมาร์ค และยอดเสนาธิการ  ทหาร  von  Moltke)  เกิดที่เมือง  Riga  (ตั้งอยู่ที่  ตะวันออกของฝั่งทะเลบอลติก)  เมื่อ  ๑๕  ตุลาคม  ค.ศ.๑๙๑๓  เข้าเรียนที่โรงเรียนนายเรือ  Muerwik  ๐24 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

เมื่อปี  ค.ศ.๑๙๓๓  และจบเป็นนายทหารยศเรือตรี  ในปี ค.ศ.๑๙๓๖ ก่ อ นติ ด ยศเรื อ ตรี ไ ด้ รั บ การฝึ ก  บนเรือลาดตระเวน Koenigsberg ราว ๑๐ เดือน  เริ่มปฏิบัติการกับกองเรือดำน้ำตั้งแต่ปี  ค.ศ.๑๙๓๗  เขาปฏิบัติการอยู่ ในเรืออูตลอดเวลาจนกระทั่งย้าย  ขึ้ น บกในปี ค.ศ.๑๙๔๓ เป็ น ผู้ บั ง คั บ การเรื อ อู ถึ ง  ๔  ลำ  คือ  U-9,  U-38,  U-43  และ  U-181  เขาเป็น  ผู้บังคับการเรือที่เต็มไปด้วยประสบการณ์เกี่ยวกับ  เรื อ อู ข องเยอรมั น   คุ้ น เคยกั บ เรื อ อู ทุ ก ประเภท  ที่มีใช้ในสงครามโลกครั้งที่สอง  กล่าวคือ  Type II  A Coastal U-Boat (Canoe) Type VII (Atlantic  Boat) และเรือรุ่นใหม่ IXD (Oceangoing U-Boat)   Lueth  ได้รบั การยกย่องให้เป็นผูบ้ งั คับการมือชัน้ หนึง่   (U-Boat Ace) ลำดับที่ ๒ รองลงมาจาก Otto  Kretschmer  เขาจมเรือพันธมิตรได้ถึง ๔๗ ลำ  และเรือดำน้ำ ๑ ลำ รวมระวางขับน้ำ ๒๕๔,๐๐๐ ตัน  เขาได้ รั บ เกี ย รติ สู ง สุ ด ด้ า นความกล้ า หาญของ  อาณาจักรไร้ซที่สาม นับเป็นคนที่ ๗ และเป็นคนแรก  ของกองทัพเรือ  เขาเป็น  ผูบ้ งั คับการเรืออูทอี่ อกทะเล  นานทีส่ ดุ คือราว  ๗  เดือนครึง่ ติดต่อกันโดยไม่ได้จอด  ขึ้นบกเลย ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักล่าผู้ยิ่งใหญ่  (Der grosse Jaeger) มกราคม ปี ค.ศ.๑๙๔๔  หลังกลับจากการออกปฏิบัติการอันยาวนานของเขา   Doenitz ย้ายเขาไปเป็นผู้บังคับการหมวดเรือดำน้ำ  ที่ ๒๒ ซึ่ ง เป็ น หมวดเรื อ ฝึ ก ตั้ ง อยู่ ที่ Memel  ทางตะวั น ออกของทะเลบอลติ ก การถู ก ย้ า ยลง  ตำแหน่งที่ใคร ๆ  เข้าใจกันว่าเปรียบเหมือนเข้าสุสาน  ซึ่ง Lueth เอง แม้จะรับใช้กองเรืออูมายาวนานก็ม ี ความรู้สึกว่าตกต่ำลง แต่ Doenitz เองรู้ดีว่าเขา  กำลังคิดและทำอะไรอยู ่ เขายอมรับว่าเป็นการคัดเลือก  คนที่ดีที่สุดแล้ว หมวดเรืออูที่ ๒๒ เป็นหน่วยที่ฝึก  นายทหารเรือให้เป็นนักเรือดำน้ำ และเป็นหน่วย  บั ญ ชาการดี ที่ สุ ด ของกองเรื อ อู ช่ ว งเวลาของปี   ค.ศ.๑๙๔๓  กองเรืออูประสบความเสียหายค่อนข้าง  หนักหน่วงจากการปราบเรือดำน้ำของฝ่ายพันธมิตร  ประมาณกันว่าชีวิตของผู้บังคับการเรือใหม่ที่ออก ปฏิบัติการมีระยะเวลาเพียงราว ๔ เดือนเท���านั้น  


นายทหารทุ ก คนซึ่ ง กำลั ง ฝึ ก กั น อยู่ ต่ า งก็ รู้ กั น ดี   พวกเขาเหล่านั้นต้องการใครสักคนช่วยปลอบใจและ  กระตุ้นกับเพิ่มความมั่นใจว่าการเสียสละ  และการ  อุทิศของพวกเขาจะไม่ทำให้เรื่องร้าย ๆ  เกิดขึ้น  Wolfgang Lueth นายทหารเรือผู้ที่ฉลาดและดีที่สุด  ของกองทัพเรือ คือ บุคคลที่มีคุณสมบัติดังกล่าว Lueth  ทำงานที ่ Memel  ได้ราว  ๖  เดือน  ใน  วั น ที่ ๑๕ กรกฎาคม ค.ศ.๑๙๔๔ เขาได้ รั บ  การแต่งตัง้ ให้เป็น ผบู้ งั คับการกรม ในโรงเรียนนายเรือ  ที่ Muerwik ซึ่งขณะนั้นเขามียศนาวาตรี (Korvetten-  kapitaen) แต่เมือ่   ๑  สิงหาคม  เขาได้รบั การเลือ่ นยศ  เป็นนาวาโท (Fregattenkapitaen) ถัดมาอีก ๑ เดือน  ใน ๑ กนั ยายน เป็น  นาวาเอก  (Kapitaen zur See)  การเลื่ อ นยศครั้ ง ที่ ส องนี้ ท ำให้ เ ขาซึ่ ง มี อายุ เ พี ย ง  ๓๐ ปี เป็นนาวาเอกที่อายุน้อยที่สุดของกองทัพเรือ  Doenitz ต้องเลื่อนยศให้เขาเป็นนาวาเอก เพื่อให้  เขาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ เป็น  ตำแหน่งที่มีเกียรติยศ  และศักดิ์ศรีซึ่งโดยปกติแล้ว  ผู้ดำรงตำแหน่งมียศเป็นนายพลเรือ  อาจมีเสียงบ่น  การเลื่อนยศและตำแหน่งอย่างรวดเร็วของ  Lueth จนเข้าหูของ  Doenitz  ก็เป็นได้  Doenitz  กล่าวกับ  Lueth ว่า “ไม่เป็นไร ถ้าหากบางคนไม่ชอบเช่นนั้น  ผมจะแต่งตั้งให้คุณเป็นนายพลเรือให้มันหมดเรื่อง  ไปเสียที” แล้วในวันที่ ๑๗ กันยายน ค.ศ.๑๙๔๔  เขาก็มียศเป็น  พลเรือตรี  (Konteradmiral)  โดย  ไม่คาดคิดมาก่อน ช่ ว งก่ อ นปิ ด ฉากของสงครามโลกครั้ ง ที่ ส อง  ๓๐ เมษายน ค.ศ.๑๙๔๕  ฮิตเล่อร์ยิงตัวตายในที่  หลบภัยใต้ดิน  ก่อนหน้านั้น  เมื่อ ๒๐ เมษายน   Doenitz ได้ย้ายกองบัญชาการทหารสูงสุดไปอยู่ที่  Ploen ทางตอนเหนือของเยอรมัน เมื่อ Doenitz  ได้รบั การแต่งตัง้ เป็นท่านผูน้ ำ (Fuehrer) แทนฮิตเลอร์  เขาย้ายรัฐบาลทั้งหมดไปอยู่ที่โรงยิม (Sporthalle)  ของโรงเรียนนายเรือ ตัวเขาเองพักอาศัยในบ้านของ  ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือร่วมกับ Lueth ภรรยา  และลูกทั้ง  ๔  คนของเขา คืนของวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ท่ามกลางอากาศ 

อนุสรณ์ของ Lueth ที่โรงเรียนนายเรือ ตรงจุดที่เขาเสียชีวิต

ที่เลวร้าย Lueth อยู่กับ Doenitz ที่โรงยิมในคืนนั้น  จนถึงเวลา ๐๐๑๕ เขาขอตัวกลับบ้านพัก เส้นทาง  เดินจากโรงยิมถึงทีพ่ กั ต้องผ่านป่าและยามรักษาการณ์  ของโรงเรียนนายเรือ  อาจเนือ่ งจากสภาพอากาศเมือ่   ยามตะโกนให้หยุดและถามว่าเป็นใคร  Lueth  อาจ  ไม่ ไ ด้ ยิ น เสี ย งตะโกนก็ ไ ด้ จึ ง ไม่ ไ ด้ ต อบ Matthias  Gottlob จึงยิงไปที่ร่างของ  Lueth พร้อมกับได้ยิน  เสียงคนล้มลง  ยามรักษาการณ์เองหารู้ไม่ว่าเขายิง  ผู้บัญชาการของเขาเอง  พิธีฝังศพของ  Lueth  ได้  กระทำอย่างสมเกียรติ  Doenitz  เข้าร่วมพิธีด้วย เขาได้ ก ล่ า วสรรเสริ ญ ว่ า   “Wolfgang  Lueth   เราอนุ ญ าตให้ คุ ณ พั ก ได้   ไม่ ใ ช่ ผ มคนเดี ย วที่   บรรยายถึ ง ความสู ญ เสี ย ของครอบครั ว ของคุ ณ  พวกเรา สหายของคุณ ได้สูญเสียนักรบที่ยิ่งใหญ่  เพื่ อ นที่ แ ท้ จ ริ ง และประเสริ ฐ แม้ เ ป็ น ช่ ว งเวลาที่   หนั ก หน่ ว งและแสนขมขื่ น ในทุ ก วั น นี้ คุ ณ จะไม่   ถูกลืมและอยู่ในหัวใจของเราตลอดไป” นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐25


นักรบทางเรือผู้ยิ่งใหญ่จากไปแล้ว แม้จะไม่ได้  เสียชีวิตในสนามรบก็ตาม  แต่เขาได้ฝากผลงานและ  แบบอย่างที่ของผู้นำทิ้งไว้ให้นายทหารเรือรุ่นหลัง  โดยเฉพาะนั ก เรื อดำน้ำของเยอรมันได้ศึกษาและ  ระลึกถึง  นอกจากนัน้ ที่โรงเรียนนายเรือบริเวณใกล้ ๆ  กั บ จุ ด ที่ เ ขาถู ก ยิ ง เสี ย ชี วิ ต   มี ก้ อ นหิ น ขนาดใหญ่   วางไว้ใต้ต้นไม้โอค เพื่อเป็นสิ่งเตือนความจำ ชีวิต  ของ Lueth ปิดฉากลงเราอาจกล่าวอย่างเต็มปาก  ว่า  “The old sailor never dies”  ได้เหมือนกัน ก่อนที่จะนำเสนอ “ภาวะผู้นำของผู้บังคับการ  เรื อ อู ” ในอั น ดั บ ต่ อ ไปนั้ น ขอเรี ย นว่ า ส่ ว นใหญ่   ของเนื้อหาสาระนำมาจากการปาฐกถาของ Lueth  เรือ่ ง Menschenfuehrung auf einem Unterseeboot  และสอดแทรกด้วยข้อคิดเห็นของผู้เขียนพร้อมกับ  ความคิดเรือ่ งภาวะผูน้ ำทางเรือ (Naval Leadership)   ของบรรดานายทหารเรื อ ที่ มี ชื่ อ เสี ย ง เช่ น อดี ต  ผู้บัญชาการทหารเรือของสหรัฐ ฯ  ญี่ปุ่น  เยอรมัน  ผู้ บั ญ ชาการหน่ ว ยนาวิ ก โยธิ น สหรั ฐ ฯ  และอื่ น ๆ  สอดแทรกลงไปบ้าง  เพื่อผู้อ่านจะได้ทราบว่าสไตล์  ผู้นำของ Lueth นั้น สอดคล้องกับหลักการผู้นำ  ทางเรืออันเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลาย ขอเชิญ  ติดตามต่อไปได้ครับ

ท่านจอมพลเรือและสุภาพบุรุษทั้งหลาย

งานของผมในฐานะผู้บังคับการเรืออู คือ การจม  เรื อ ข้ า ศึ ก   การปฏิ บั ติ ง านนี้ ผ มจำเป็ น ต้ อ งอาศั ย  ความร่วมมือจากบรรดาลูกเรือทุกคน  เพื่อให้ทุกสิ่ง  ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี  หากลูกเรือให้ความร่วมมือ  อย่างแท้จริง  พวกเขาไม่เพียงแต่ต้องรู้งานของเขา  อย่างดีแล้ว ซึ่งนั่นเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ  น้อย ๆ  ทั้งหมดของงานประจำวัน แต่ยังต้องมีจิตใจรักงาน  ของพวกเขาด้วย ผมประสงค์ที่จะบรรยายให้ท่านทั้งหลายฟังถึง  เรือ่ งราวต่าง ๆ  ทีผ่ มได้บริหารจัดการและพวกเราได้  ดำเนินชีวิตภายในเรืออูอย่างไร  ผมเองได้ใช้เวลา  ออกเรือไปรบกับข้าศึกเป็นเวลานานรวมแล้วถึง ๔ ปี  สิ่งที่ผมเล่าต่อไปนี้ ได้จากประสบการณ์ของผมเอง  ๐26 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

ล้ ว น ๆ  และเป็ น ความคิ ด ของผมเองโดยเฉพาะ  ผมขอไม่ ก ล่ า วถึ ง หลั ก การพื้ น ฐานของภาวะผู้ น ำ  เพราะอาจกลายเป็นเรือ่ งซ้ำซากทีท่ า่ นทราบดีอยูแ่ ล้ว  แต่ จ ะนำเรื่ อ งที่ เ กี่ ย วข้ อ งเพื่ อ เป็ น ตั ว อย่ า งว่ า มั น  สามารถทำได้อย่างไร การออกปฏิบตั ภิ ารกิจแต่ละครัง้ ย่อมแตกต่างกัน  ทั้งนายทหารและลูกเรือส่วนหนึ่งเป็นคนใหม่ในแต่  ละเที่ยว  (กองเรืออูกำหนดเป็นหลักการให้แต่ละลำ  หมุ น เวี ย นให้ ค นใหม่ ส่ ว นหนึ่ ง ได้ รั บ ประสบการณ์   ร่วมกับกำลังพลเดิมของเรือ)  การปฏิบตั กิ ารของเรือ  ไม่มีสูตรสำเร็จที่สามารถนำมาประยุกต์ ใช้ได้กับทุก  กรณี  ผมเองได้เรียนรูเ้ รือ่ งใหม่ ๆ  อยูเ่ สมอแต่ละครัง้   ที่ออกปฏิบัติการรบ ซึ่งรวมทั้งหมด ๑๖ ครั้ง ดังนั้น  จึ ง พอจะกล่ า วได้ ว่ า ผมได้ เ ก็ บ เกี่ ย วประสบการณ์  มามากพอสมควร อย่างไรก็ตามผมขอเริ่มจากเที่ยว  สุดท้ายของผม ซึ่งกินเวลานานราว ๗ เดือนครึ่ง  โดยที่เรือไม่ได้แวะจอดที่ในเมืองท่าไหนเลย ผมขอบรรยายถึงสภาวะในเรืออูเพียงคร่าว ๆ  เนื่องจากว่ามันแตกต่างจากเรือผิวน้ำอื่น ๆ อย่าง  สิ้นเชิง การใช้ชีวิตในเรือช่วงเวลาที่ยาวนานน่าเบื่อมาก  ยิ่งยาวนานหลายสัปดาห์ต้องสามารถทนต่อความ  ล้มเหลวของภารกิจได้  แล้วยิง่ ต้องเผชิญกับระเบิดลึก  จากข้าศึกเพิ่มเข้ามาอีก ทำให้ชีวิตตกอยู่ในสภาพ  ของสงครามประสาท ซึง่ เรือ่ งนีม้ ผี ลกระทบต่อผูบ้ งั คับ  การเรือเป็นหลัก  เสียงระเบิดแต่ละครัง้ เพิม่ รูส้ กึ ทรมาน  เข้ ม ข้ น ทุ ก ที   ไฟแสงสว่ า งในเรื อ ดั บ เนื่ อ งจาก  หลอดไฟแตก พวกเรานั่งอยู่ในความมืด ทุกคนรู้สึก  หวาดกลัวมากขึ้น เราไม่สามารถหนีไปไหนได้ ต้อง  สงบนิง่ อย่างเดียวเท่านัน้ เราไม่สามารถแม้แต่ปอ้ งกัน  ตัวเอง เรื่องยิงต่อสู้ข้าศึกไม่ต้องพูดถึง เรืออูจึงต้อง  การทหารทุกคนที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยว ชี วิ ต ในเรื อ อู ค่ อ นข้ า งฝื น ธรรมชาติ ไม่ ดี ต่ อ  สุขภาพเลยเมื่อเปรียบเที���บกับการใช้ชีวิตบนเรือ  ผิวน้ำอื่น ๆ  เปรียบเสมือนการดำรงชีวิตในเมืองกับ ชีวิตในชนบท เวลากลางวันและกลางคืนแยกไม่ออก เพราะ 


ภายในเรือจะเห็นแสงสว่างคงที่ตลอดเวลา พวกเรา  ไม่มี  วันงานและวันหยุด  ไม่มีความรู้สึกถึงความ  แตกต่างของฤดูกาล  ดังนัน้ ชีวติ ในเรืออูจงึ น่าเบือ่ มาก  และหนีไม่พ้นภาระของผู้บังคับการเรือที่ต้องหาอะไร  มาชดเชยกั บ ข้ อ ด้ อ ยหรื อ ข้ อ เสี ย เปรี ย บเหล่ า นี้ ใ ห้   มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  ทหารของเรืออูต้องเผชิญ  กับความเปลีย่ นแปลงของสภาพอากาศเกือบตลอดเวลา  แม้แต่คนที่มีสุขภาพแข็งแรงที่สุดหากเจอเข้าเป็น  ระยะเวลานาน ย่อมมีผลกระทบได้เช่นกัน โดยเฉพาะ  เมื่อเรือต้องปฏิบัติการนานหลายเดือนและเดินทาง  ไกล  ผ่านสภาพอากาศที่แตกต่างกัน ไม่มีเวลานอน  ที่แน่นอน เพราะการประจำสถานีรบเกือบทุกครั้ง  มั ก ไม่ มี สิ่ ง บอกเหตุ ล่ ว งหน้ า และมั ก จะเป็ น เวลา  กลางคืน  ดังนั้นภาระความรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง  ด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตของทหารประจำเรือ  จึงตกอยู่กับผู้บังคับการเรืออย่างไม่มีทางเลี่ยง ความเข้มงวดทั้งเรื่องการสูบบุหรี่และการดื่ม  ของทหารประจำเรือ  เป็นปัจจัยที่ต้องได้รับการใส่ใจ  เช่นกัน เพราะทั้งสองประการนี้มีผลต่อกระเพาะและ  ประสาทของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าปล่อยให้  กระทำตามอำเภอใจในเวลากลางคืนขณะที่ท้องว่าง  ผมเคยเห็นทหารหนุม่ ๆ อายุราว ๒๓ ปี ทีม่ สี ขุ ภาพ  ไม่เหมาะกับการปฏิบัติงานในเรืออูอีกต่อไปทั้ง ๆ  ทีพ่ วกเขาปฏิบตั งิ านในเรืออูได้เพียงแค่ ๒ ปี เท่านัน้   ประเด็นสำคัญเมื่อทหารได้รับการปล่อยให้ขึ้นบก  ขณะที่เรือจอดในฐานทัพเรือ  ต้องไม่ปล่อยให้พวก  เขาเมาบ่อยเกินไป  ผมเองไม่เคยดื่มกาแฟที่จัดไว้  สำหรั บ ช่ ว งการเปลี่ ย นยามเนื่ อ งจากมั น เข้ ม ข้ น  เกินไป สำหรับการสูบบุหรี่นั้น ผมสูบซิการ์ ไม่เกิน  ๒ มวนต่อวัน แม้เมื่อตอนขึ้นบกผมดื่มจนเมาน้อย  ครั้งมาก

ความรักความศรัทธาต่อ ผูบ้ งั คับการเรือมากขึน้ แม้เขา  จะเป็นคนสมองเฉื่อยชากว่า ผู้บังคับการเรือที่ประสบ  ความสำเร็จ  อย่างไรก็ดีสำหรับ  ผู้บังคับการเรือ  ที่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงมีความสำคัญยิง่ ทีเ่ ขาต้อง ยกระดับขวัญของทหารประจำเรือให้สูงขึ้น งานประจำวันภายในเรือได้รับการจัดการ  อย่างดี การกระทำตนเป็นแบบอย่างทีด่ ขี อง ผูบ้ งั คับ  การเรือ และการมีทัศนคติที่ถูกต้องของนายทหาร ภาวะผู้ น ำทางจิ ต วิ ญ ญาณที่ แ ท้ จ ริ ง ต่ อ  ทหารประจำเรือ  รวมทั้งมีความห่วงใยอย่างจริงใจ  ต่อสวัสดิการของพวกเขา ความคิดเห็น ขวัญ (Morale) ของทหารในยาม  สงครามมีความสำคัญมาก นักการทหารที่มีชื่อเสียง  หลายท่านได้แสดงให้เห็น  เช่น -  นโปเลียน กล่าวว่า “ในสงครามอัตราของขวัญ  ทหารต่อองค์วัตถุเป็นสามต่อหนึ่ง” -  E.J.King อดีต ผบู้ งั คับการทหารเรือเรือสหรัฐ ฯ  ในสงครามโลกครั้งที่สอง กล่าวในพิธีจบการศึกษา  ของนักเรียนนายเรือ เมื่อ ๑๙ มิถุนายน ค.ศ.๑๙๔๒  ว่า “เครื่องจักรไร้ค่าหากปราศจากคน คนก็ ไร้ค่า  หากปราศจากขวัญ” วินัย (Discipline) -  ในจดหมายของนายพลเรือ Richard Kempenfelt แห่งราชนาวีอังกฤษถึง Sir Charles Middleton เมื่อ ๒๘ ธันวาคม ค.ศ.๑๗๗๙ เขียนว่า “หากปราศจากวินัย หน่วยทหาร หรือลูกเรือไม่ได้ด ี ไปกว่าพวกม็อบ วินัยที่ดีทำให้เกิดพลัง ปฏิบัติตาม  คำสั่ง เชื่อฟัง เกิดความสะอาดและสร้างความตื่นตัว  และมีความว่องไวในการทำงาน” -  Jean Dutourd : ในหนังสือของเขาเรื่อง “Taxis of the Marne”, ค.ศ.๑๙๕๗ เขียนว่า “วินัย  เรื่องขวัญของทหารเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง  ขวัญ  เป็นสิ่งจำเป็น สำหรับทหาร พอ ๆ กับอากาศที่เขา  ใช้หายใจ ไม่เป็นเพียงแต่แหล่งที่ทำให้เกิดความ  จะดำรงอยู่ได้ดีขึ้นกับปัจจัยดังต่อไปนี้ เข้ ม แข็ ง เท่ า นั้ น   แต่ เ ป็ น สิ่ ง ที่ ท ำให้ เ ขาเกิ ด ความ  ความมีวินัยภายในเรือ ความสำเร็จ หากผู้บังคับการเรือประสบ  พึงพอใจด้วย” ความสำเร็ จ ในภารกิ จ ทหารประจำเรื อ จะเพิ่ ม  นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐27


การทำตนเป็ น แบบอย่ า งที่ ดี ข องผู้ น ำ   ผู้ บั ง คั บ การเรื อ ต้ อ งทำตั ว เหมื อ นชาวสวนที่ ต้ อ ง  หมั่ น คอยถอนวั ช พื ช แล้ ว ดู แ ลต้ น ไม้ ใ ห้ ดี เรื่ อ งนี้   (Personal Example)

นายพลเรือ Teiji Nakamura อดีต ผู้บัญชาการ  ทหารเรือของญี่ปุ่น ได้วิจารณ์เรื่องนี้ว่า “การทำงาน  เป็ น แบบอย่ า งที่ ดี เ ป็ น ปั จ จั ย สำคั ญ ที่ สุ ด ของ  ภาวะผู้ น ำ แม้ ผู้ บั ง คั บ บั ญ ชาไม่ ส ามารถประกั น  ความสำเร็ จ ที่ ถ าวรได้   โดยอาศั ย การทำตนเป็ น  ตั ว อย่ า งก็ ต าม แต่ เ ขาทำกิ จ ของเขาอย่ า งดี ที่ สุ ด สมั ค รใจรั บ มอบหมายงานที่ ย ากลำบาก  และ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่เห็นแก่ตัวเอง เหล่านี้แหละ  ที่เป็นแบบอย่างที่ดีซึ่งเป็นที่ต้องการมากที่สุด” จอมพล Erwin Rommel จิ้งจอกทะเลทราย  ของเยอรมัน  ซึง่ ได้รบั การยกย่องว่า  มีลกั ษณะผูน้ ำ  ชั้นเยี่ยมคนหนึ่งให้ความเห็นว่า  “ในช่วงเวลาที่มี  การตื่นตระหนกความเหนื่อยล้าหรือสภาพที่ไร้การ  จัดการ หรือเมือ่ เกิดบางอย่างทีไ่ ม่ปกติ ทหารต้องการพึง่   ผูน้ ำ  การกระทำตัวอย่างทีด่ ขี องผูบ้ งั คับบัญชาได้ผล  อย่างน่าอัศจรรย์” Sir Philip Sidney  (ค.ศ.๑๕๕๔ - ๑๕๘๖) กล่าวถึง  เรื่องนี้ว่า “กัปตันเรือที่แสดงความกล้าหาญเปรียบดัง  รากของต้นไม้ อื่น ๆ  เป็นกิ่งก้านสาขา ความกล้า  ของทหารโผล่มาเอง” ปั จ จั ย การสร้ า งขวั ญ ให้ แ ก่ ผู้ ใ ต้ บั ง คั บ บั ญ ชาที่   Lueth บรรยายนั้นแม้ดูเหมือนเป็นหลักการพื้นฐาน   ที่ผู้บังคับบัญชาส่วนใหญ่ทุกระดับทราบกันดีอยู่แล้ว  แต่ทเี่ ขาเน้นเรือ่ งนีเ้ พราะเขาเห็นว่าเป็นเรือ่ งสำคัญยิง่   สำหรับผูใ้ ต้บงั คับบัญชาของเขาซึง่ ต้องตกอยู่ในภาวะ  ที่เครียดตลอดเวลา และยาวนานหลายเดือน เมื่อ  ออกปฏิบัติการ  เผชิญกับข้าศึก  อย่างไรก็ตามสิ่งที ่ ยืนยันนอกจากที่คนสำคัญ ๆ ของโลกได้กล่าวตามที ่ อ้างมาข้างต้น ถงึ ความ สำคัญของขวัญแล้ว ยงั มีหลัก  การสงคราม (Principles of War) ที่ใช้กันสำหรับ  เกือบทุกเหล่าทัพ  และแทบทุกประเทศต่างก็มหี วั ข้อ  ขวัญเกือบทั้งนั้น เป็นหน้าที่ของผู้บังคับการเรือที่ต้องดูแลให้เกิด  ความสามัคคีในหมูค่ ณะเกิดขึน้ ภายในเรือ และอย่าได้  เอาความคิดของคนไม่มสี มรรถนะมาเป็นสาระสำคัญนัก  ๐28 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

ทำไม่ยาก เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วเราจัดการกับพวก  คนหนุม่ ทีม่ ไี ฟแรง  พวกเขาอายุราว ๒๐ - ๒๒ ปี ส่วน  พวกนายทหารประทวนอยู่ระหว่าง  ๒๓  -  ๒๕  ปี  เป็ น ข้ อ ได้ เ ปรี ย บอี ก ประการหนึ่ ง ของเราที่ เ กื อ บ  ทั้งหมดเป็นช่างที่มีฝีมือ ซึ่งผ่านการฝึกศึกษาใน  วิชาชีพช่างมาแล้วอย่างดี เราไม่ค่อยมีพวกระดับ  ปัญญาชนประเภทที่เก่งทุกอย่าง แต่เข้ากับใครไม่  ค่อยได้และคนพวกนี้สามารถสร้างผลกระทบทางลบ  ต่อทหารประจำเรืออื่น ๆ  ได้ แต่อย่างไรก็ตามหาก  มีการดูแลคนพวกนี้อย่างใกล้ชิด ทำปัญหาให้กลาย  เป็นโอกาสโดยนำความสามารถพิเศษของพวกเขา  มาใช้ประโยชน์ได้ไม่ยากนัก ทหารประจำเรือของผมมาจากหลายพื้นที่ของ  เยอรมัน นายทหารประทวนส่วนใหญ่แต่งงานแล้ว  ที่เหลือหมั้นแล้วก็มี ผมไม่คิดว่าคนที่มีครอบครั���  แล้ ว เป็ น ปั ญ หาแต่ ก ลั บ เป็ น ข้ อ ดี เ สี ย อี ก ถึ ง แม้   ผมตระหนั ก ดี ว่ า สตรี ส ามารถทำลายวิ ญ ญาณ  นักรบให้แตกสลายได้ก็จริง แต่ในอีกมุมหนึ่งเธอ  ก็ ส ามารถทำให้ ส ามี เ กิ ด ความเข้ ม แข็ ง ได้ เ ช่ น กั น   ผมสังเกตเห็นว่าทหารที่แต่งงานแล้ว โดยเฉพาะ  เมื่อกลับสู่เรือภายหลังจากการปล่อยให้เป็นชุดพัก  ได้ ก ลั บ ไปอยู่ กั บ ครอบครั ว ด้ ว ยความอบอุ่ น และ  สบายแล้ ว สามารถปฏิ บั ติ ภารกิ จ ใหม่ ไ ด้ ดี อี ก ครั้ ง  เราต้องบอกทหารที่มีครอบครัวแล้วว่าอะไรคือสิ่ง  ที่ ภ รรยาต้ อ งการจากนั กรบ ผมดี ใ จที่ ไ ด้ พ บและ  บอกพวกเขาว่า พวกเรืออูตอ้ งการคนกล้า  ผมเชือ่ ว่า  หลังจากนั้นหลายคนรู้สึกดีขึ้นมาก จนสามารถรับ  ภาระอันหนักหน่วงและความเครียดทัง้ ทางด้านร่างกาย  และด้านจิตใจได้ นอกจากนั้นผมยังขอให้ภรรยาของ  ผมเองเขียนจดหมาย ถึงบรรดาภรรยาของพวกเขา  เป็นครั้งคราวและพยายามติดต่อกับพวกเขาไว้ มีการกล่าวถึงการรับรางวัลเครือ่ งหมายกล้าหาญ  กันค่อนข้างมาก เรื่องนี้ยังมีความขัดแย้งกันอยู่บ้าง   และแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของปัญหา อย่างไร  ก็ตามยังมีข้อเท็จจริงที่ไม่ควรมองข้าม คือ ทหาร 


บางคนได้รบั เครือ่ งหมายกล้าหาญกางเขนเหล็กชัน้ หนึ่ง  แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่นานเขาโชคร้ายที่ป่วย  ติดโรค ซงึ่ ตรวจ ไม่พบด้วยเครือ่ ง X - ray ถา้ หากว่า  นักเรือดำน้ำทุกคนถูกตรวจร่างกาย ผมเชือ่ ว่ามีเพียง  ไม่กี่คนที่มีร่างกายสมบูรณ์เหมาะกับการปฏิบัติงาน  ในเรืออู ผมจึงจำเป็นต้องอ้อนวอนต่อบุรษุ เหล็กของเรา  ให้ รั ก ษาสุ ข ภาพของพวกเขาให้ ดี   และเอาชนะ  ความยากลำบากเล็ก ๆ  น้อย ๆ  ผ่านพ้นไปให้ได้  สมมุ ติ ว่ า มี ท หารสั ก คนมี สิ ท ธิ์ ไ ด้ รั บ รางวั ล เหรี ย ญ  กล้าหาญ และมีเพียงคนเดียวเท่านั้น ผมเลือกที่จะ  มอบให้ แ ก่ ท หารคนที่ ส ามารถอยู่ กั บ เรื อ ตลอดไป  มากกว่า คนทีเ่ มือ่ ได้รบั แล้วได้เลือ่ นยศเป็นจ่าหรือพันจ่า  แต่ต้องย้ายขึ้นจากเรือเนื่องจากเหตุผลทางสุขภาพ เมือ่ ออกปฏิบตั กิ ารที่ใช้เวลายาวนาน  ด้วยเหตุผล  ส่วนตัวและทางปฏิบัติ ผมไม่ ใช้การลงทัณฑ์ตาม  ระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการลงทัณฑ์ทางวินัย เพราะ  การจำคุกทหารบางคน การงดปล่อยหรือการระงับ  การจ่ายเงิน ผมเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ แทนที่ผม  จะสัง่ จำคุกทหารสักคน ๒ สัปดาห์ ผมจะกล่าวกับเขา  ว่ า   “อี ก สองสามเดื อ นข้ า งหน้ า นี้ เ ราจะกลั บ บ้ า น  กันแล้ว แต่ตอนนี้คุณต้องอดทนหน่อยนะ” ต่อมา  ระหว่างการปฏิบัติการเราประสบความสำเร็จภารกิจ  และเผชิ ญ อั น ตรายร่ ว มกั น   ทหารคนดั ง กล่ า วได้  พิสจู น์ให้เห็นว่าเขาเป็นคนทีม่ คี ณุ ค่าคนหนึง่ เรากลับ  ฐานทัพด้วยความรูส้ กึ อย่างผูม้ ชี ยั ชนะว่าเราได้ทำบาง  สิ่ ง สำเร็ จ มี ค ำถามว่ า ผมควรขั ง เขาในฐานะที่ ไ ด้  กระทำความผิดก่อนหน้านั้น ๒ - ๓ เดือนหรือไม่  ผมคิดว่าเป็นการไม่ฉลาดเลยถ้าทำเช่นนั้น แน่ละ  กระนั้นก็ตามผมสั่งให้มีการสอบสวน ทางวินัยขณะที่เรืออยู่ในทะเล กรณีที่เป็นความผิด  ร้ายแรงจะใช้นายทหารทัง้ หมดเป็นกรรมการสอบสวน  โดยให้ทกุ คนแต่งเครือ่ งแบบให้เรียบร้อย ยกตัวอย่าง  เช่น ถ้าทหารกระทำการหยาบคายต่อผู้อาวุโสกว่า  หรือกระทำการฝ่าฝืนอื่นใด ผลของการสอบสวนผู้  กระทำความผิดควรถูก ลงทัณฑ์ ๓ วนั ผมตัดสิทธิห์ า้ ม  เขานอนบนเตียง ๓ วัน โดยต้องลงมานอนบนพื้น  ดาดฟ้าที่ปราศจากฟูกและ  ผ้าห่มนอน  การนอน 

เช่ น นั้ น ไม่ ส บายเลย แต่ ก็ มี ป ระสิ ท ธิ ผ ลมากกว่ า  ขังเขา ๓ วัน ยังมีการประยุกต์ใช้การลงทัณฑ์อื่น ๆ อีก เช่น  ตัดสิทธิก์ ารสูบบุหรีซ่ งึ่ เป็นเรือ่ งค่อนข้างทรมานสำหรับ  คนติดบุหรี ่ หรือห้ามเขาเล่นเกมส์ตา่ ง ๆ ซึง่ สิง่ เหล่านี ้ ได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์ มีอยูเ่ ทีย่ วหนึง่ ทีเ่ ราขาดแคลน  เสบียง  ทหารคนหนึง่ ขโมยอาหารของส่วนรวมไปกิน  ซึง่ พวกเรานักเรือดำน้ำถือเป็นเรือ่ งร้ายแรงและสำคัญ   ผมจึงต้องจัดการมิ ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ผมลงทัณฑ์  โดยวิธพี รหมทัณฑ์ (ไม่ให้คนอืน่ ๆ พูดด้วย) ๒ สปั ดาห์  ซึ่งเป็นวิธีการที่เราคุ้นเคยกันดีสมัยที่เป็นนักเรียน  นายเรือ สองสัปดาห์ไม่มคี นพูดกับเขาเลยและยังต้อง  ถู ก นอนบนพื้ น ดาดฟ้ า อี ก ภายหลั ง ที่ก ารลงทั ณ ฑ์   ผ่านพ้นไป ทุกคนถือว่าจบ ไม่มีใครกล่าวถึงเรื่อง  นั้นอีก  ความเป็นสหายร่วมสุขร่วมทุกข์กลับคืนสู่  สภาพเดิม ผมเคยมีทหารที่ชอบเอะอะโวยวายคนหนึ่ง แล้ว  ยังไม่ค่อยเชื่อฟังผู้ที่เป็นนายและจัดการกับเขาไม่  ค่อยได้  แถมยังเป็นคนมีอารมณ์ฉุนเฉียวง่ายอีก  คล้ายกับการใช้ชีวิตแบบพลเรือน  ช่วงขณะนั้นที่ผม  ล่าเหยื่อไม่ได้เลย  ร่วมหลายสัปดาห์  พฤติกรรมน่า  รั ง เกี ย จของเขาได้ คุ ก คามขวั ญ ของทหารอื่ น ๆ  ผมจึงสั่งให้แถวรวมพลแล้วนำเรือดำลงไปที่ความลึก  ๔๐ เมตร เมื่อทุกอย่างเข้าที่ดีแล้ว ผมมอบหมาย  ให้ทหารซึง่ มีความประพฤติด ี ๓ คน  คอยดูแลในห้อง  ควบคุมและห้องมอเตอร์ไฟฟ้า  ทหารประจำเรือทีเ่ หลือ  รวมพลกันในห้อง ๆ หนึ่ง ผมกล่าวกับทหารคนนั้น  ว่า  “ให้คุณเลือกเอาว่าจะกลับฐานทัพพร้อมกับผม  ในฐานะเพือ่ นทีด่ ตี อ่ กันหรือว่าเมือ่ กลับไปแล้ว  ให้ผม  ส่ ง คุ ณ ไปอยู่ ก องพั น ที่ ต้ อ งโทษซึ่ ง อยู่ แ นวรบด้ า น  ตะวั น ออก  แต่ ต อนนี้ ผ มจะมอบหมายงานพิ เ ศษ  ให้คุณทำรวมเป็นเวลา ๒ สัปดาห์ และต้องเสร็จทัน  ตามเวลาทีก่ ำหนด” ผมลงคำสัง่ เป็นลายลักษณ์อกั ษร  แล้วให้เขาลงชื่อรับทราบ ผมสั่งให้พิมพ์ติดไว้ที่ป้าย  ติดประกาศของเรือ ๒ แห่ง คือ ตรงข้ามกับห้องวิทยุ  และในห้องน้ำท้ายเรือเพื่อให้ทุกคนทราบกันอย่าง  ทัว่ หน้า ทหารคนนัน้ ทำงานพิเศษขณะทีเ่ ราอยูใ่ นเขตร้อน  นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐29


เป็นที่น่าพอใจมาก  เช่น  ตัดมันฝรั่งส่วนที่เน่าเสีย  ออกทิง้ ทำความสะอาดท้องเรือ ลำเลียงพัสดุ เสบียง  ทำงานอีกหลายอย่างประเภทที่ไม่มีคนอยากทำแทน  ทหารคนอื่น เป็นต้น ต่อมาเขาปรับปรุงตัวดีขึ้นตาม  ลำดับ จนกระทัง่ ได้รบั เครือ่ งหมายกางเขนเหล็ก และ  ต่ อ มาผมยั ง แต่ ง ตั้ ง ให้ เ ขาเป็ น คนถื อ ท้ า ยเวลาที่ มี  การประจำสถานีรบ มีสิ่งดี ๆ หลายอย่างที่สามารถนำมาใช้ปฏิบัติ  ในเรือได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีประสิทธิผลมากกว่าการ  ลงทั ณ ฑ์   ทางวิ นั ย ตามระเบี ย บข้ อ บั ง คั บ เสี ย อี ก  สิ่งสำคัญคือต้องทำให้ทหารประจำเรือรับรู้โดยวิธี   ที่เหมาะสมสำหรับการลงทัณฑ์แต่ละครั้ง อาจโดย  วิ ธี ก ารประกาศบนป้ า ยติ ด ประกาศหรื อ ประกาศ  ต่อแถวทหาร แต่ควรละเว้นการใช้อุบายใด ๆ  และ  ต้ อ งทำให้ ผู้ ถู ก ลงทั ณ ฑ์ ไ ม่ มี ค วามรู้ สึ ก ว่ า ผู้ บั ง คั บ  การเรือทำไปด้วยอารมณ์ โดยทั่ว ๆ ไป โดยผมมีนิสัยชอบทำโทษทหาร  เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อไม่สามารถเลี่ยงได้ แต่ไม่  ถึงกับขาดการใส่ใจหรือปล่อยปละละเลยให้เป็นไป  ตามยะถากรรม แต่ มี เ จตนามุ่ ง หวั ง เพื่ อ เป็ น การ  เอาใจใส่ดูแลให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีความเป็นอยู่ที่ดี  เพื่อการนำที่แท้จริง และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ  เพือ่ สอนพวกเขาด้วย  การออกคำสัง่ ทีช่ ดั เจนโปร่งใส  ย่อมทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่ในโอวาทง่ายขึ้น มีอยูค่ รัง้ หนึง่ ตรงกับวันทีผ่ มได้รบั เกียรติเลือ่ นชัน้   เครื่องหมายกางเขนเหล็ก คือกางเขนเหล็กประดับ  ด้วยใบโอคขณะทีเ่ รือปฏิบตั กิ ารอยู่ในทะเล ยามตรวจ  การณ์ที่รับผิดชอบเชคเตอร์ท้ายเห็นเรือพิฆาตข้าศึก  ช้ า ไป  ผมทำได้ แ ค่ เ พี ย งนำเรื อ ดำฉุ ก เฉิ น แล้ ว รอ   เรากำลังตกอยู่ในอันตรายถึงตายและเป็นอันตราย  ที่ไม่สมควรเลย  หากยามตรวจการณ์ ไม่เผลอเรอ   กระนัน้ ก็ตาม ผมหาได้ลงทัณฑ์ทางวินยั ต่อยามคนนัน้   เราต้องกบดานครัง้ นัน้ นานถึง ๑๕ ชัว่ โมง ท่ามกลาง  เสียงระเบิดลึกทีเ่ รือพิฆาตทิง้ ลงมารอบ ๆ เรือของเรา   แต่ละครั้งที่ระเบิดลึกข้าศึกระเบิดขึ้น สายตาของ  คนอื่น ๆ ซึ่งมองไปที่ทหารคนนั้นมีความหมายมาก  เป็นการลงโทษเขาเพียงพอแล้ว ข้อเท็จจริงทีผ่ มไม่ได้  ๐30 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

ลงทัณฑ์เขาอันเกิดจากการไม่เจตนานั้น ยังผลดี  ตามมาภายหลัง  เขากลายเป็นทหารที่ยอดเยี่ยม  คนหนึ่ง ผมก็มที หารบางคนซึง่ เคยมีประวัตถิ กู ขังมาแล้ว  ก่อนหน้านัน้ เหมือนกัน  แต่ผมก็เข้ากับคนเหล่านัน้ ได้ดี   แต่ทั้งนี้ต้องไม่ ใช่พวกหัวขโมยที่ลักของของเพื่อน  หรือความผิดที่เลวกว่านั้น ครั้งหนึ่งเมื่อเราถูกโจมตี  ด้วยระเบิดลึกจากเรือพิฆาตของข้าศึก เราต้องดำหนี  ลงไปลึกมากจนลิ้นกั้นน้ำที่ห้องท้องเรือแตก น้ำไหล  เข้าเรือแรงมาก  ไฟลุกไหม้แผงควบคุมไฟฟ้าทีอ่ ยู่ใน  ห้องควบคุม ไฟฟ้าดับ โชคดีที่ทหารซึ่งเคยถูกขังมา  แล้วคนหนึง่ เขาคงอยาก กชู้ อื่ เสียงของตนเอง กระโดด  เข้าหาไฟที่กำลังลุกอยู่แล้วดับไฟได้สำเร็จ  ต่อมา  ภายหลังเขาได้รับเครื่องหมายกางเขนเหล็กชั้นหนึ่ง  ปัจจุบนั เขาเป็นนายทหารประทวน เรือ่ งนีไ้ ด้ประโยชน์  ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ทุก ๆ  กรณีเป้าหมายของการ  ลงโทษนั้นต้องเพื่อเป็นการสอนเขา ไม่ใช่ทำลายเขา  แต่ โ อกาสสำหรั บ กู้ ชื่ อ เสี ย งของทหารประเภทนี้   มักต้องได้รับการกระตุ้นอย่างแรง เป็นที่ยึดถือกันภายในเรือว่างานประจำวันต้อง เป็นไปตามกำหนด  การเปลี่ยนยามเป็นเกียรติยศ  อย่างหนึ่งที่ต้องทำให้ตรงเวลา ผมยังเคร่งครัดเรื่อง  มารยาทของทหารภายในเรือ โดยเฉพาะจะเข้มงวด  เมือ่ เรือจอดอยูใ่ น ฐานทัพมากกว่าเมือ่ อยูใ่ นทะเล เช่น  การตะโกนบอก “ทั้งหมดตรง” เพียงครั้งเดียวใน  หนึ่งวันนับว่าเพียงพอแล้วเมื่อผู้บังคับการเรือเข้าไป  ในห้องครัง้ แรก ผูอ้ าวุโสสูงสุดเป็นคนรายงานว่ากำลัง  ทำอะไรกันอยูต่ ามแบบธรรมเนียมของทหาร ทำนอง  เดียวกับนายทหารยามเรือเดินต้องรายงานที่สะพาน  เดินเรือ เมือ่ เรือจอดทีท่ า่ เรือต้องมีแถวรวมอย่างน้อย  วันละครั้ง ผมมีความรู้สึกว่าพิธีเชิญธง เป็นสิ่งที่  สง่างาม มีเกียรติ และสำคัญเป็นพิเศษ บางครั้ง  ผมสั่งให้มีการตรวจตู้เสื้อผ้าขณะที่อยู่ ในทะเลด้วย  เหมือนกัน เพราะทุกคนต้องตรวจสอบเป็นประจำ  ว่าอุปกรณ์ของใช้ประจำตัวทั้งหมดเก็บเข้าที่ดีหรือไม่  นอกจากนั้ น ผมยั ง เพิ่ ม เติ ม อี ก ว่ า ผู้ บั ง คั บ การเรื อ  สามารถเข้ า พบได้ ต ลอดเวลาเพื่ อ ว่ า สิ่ ง สำคั ญ ๆ 


จะได้ไม่ต้องรอโดยไม่ต้องกลัวว่าผมจะอารมณ์เสีย ยามตรวจการณ์ถือว่าเป็นบุคคลพิเศษสำหรับ  เรืออู  คุณสมบัติของเขาที่ได้รับการยอมรับขึ้นอยู่  กับลักษณะเฉพาะตัวมากกว่าการมีสายตาที่ดีเพียง  อย่างเดียวเสียอีก  ระหว่างเวลาที่ผมออกปฏิบัติการ  ทั้งหมดรวมแล้วเราสามารถตรวจพบเครื่องบินข้าศึก  ได้มากกว่า ๑๐๐ เครื่อง แต่เราถูกทิ้งระเบิดเพียง  สามครัง้ เท่านัน้ เอง หลายครัง้ ยามตรวจการณ์ตรวจพบ  เครือ่ งบินแม้ในเวลากลางคืนและได้ยนิ เสียงพวกมันทัน  เวลาสำหรับหลบหนีพอดี ทัง้ ๆ ทอี่ าจประสบเหตุการณ์  แบบคอขาดบาดตายเช่นนี้ ผมอนุญาตให้พวกเขา  สูบบุหรีแ่ ละคุยได้ขณะทีเ่ ข้ายาม ซึง่ ต่างจากเรือผิวน้ำ  ที่เป็นเรื่องต้องห้าม  ผมตระหนักดีว่าพวกคนหนุ่ม  เหล่านั้นได้รับการฝึกไม่ให้กระทำดังกล่าว ยามตรวจ  การณ์ ต้ อ งได้ รั บ การปลู ก ฝั ง ให้ มี “วิ นั ย พื้ น ฐาน  ที่ เ ข้ ม แข็ ง ” ซึ่ ง เป็ น หลั ก นิ ย มทั่ ว ๆ  ไปสำหรั บ  ทหารเยอรมัน  แต่ลองคิดดูว่าถ้าท่านต้องออกทะเล  เป็นเวลาหลายเดือนอยู่ในเรือที่คับแคบ ขาดความ  สะดวกสบาย เครียดจากการเสี่ยงอันตรายต่าง ๆ  ท่ า นคงไม่ น่ า จะปล่ อ ยให้ ค นที่ เ ข้ า ยามถึ ง คราวละ  ๔ ชวั่ โมง โดยไม่พดู เลยแม้แต่คำเดียว เมือ่ ผมตระหนัก  ดีว่าพวกเขามีความตื่นตัวตลอดเวลาผมจึงอนุญาต  ให้คุยกันได้บ้างเล็กน้อยโดยหันหลังให้กันและตาของ  พวกเขายังคงจ้องผ่านกล้องส่องทางไกลตลอดเวลา  ส่ ว นการอนุ ญ าตให้ สู บ บุ ห รี่ ใ นเวลากลางคื น ขณะ  เข้ า ยาม  นั้ น ขึ้ น อยู่ กั บ การใช้ วิ จ ารณญาณของ  นายทหารยามเรือเดินที่ต้องพิจารณาว่าการสูบบุหรี่  นั้นทำให้เกิดแสงสว่างล่อแหลมต่อการตรวจพบจาก  ข้าศึกหรือไม่  แต่ผมให้ขอ้ สังเกตในทีน่ วี้ า่ ผมห้ามคน  หนุ่มเหล่านั้นสูบบุหรี่ขณะที่ท้องว่างก่อนอาหารเช้า  คือ ช่วงเวลา ๐๔๐๐ - ๐๘๐๐ มีเหตุการณ์สำคัญและร้ายแรงครั้งหนึ่งที่ทหาร  คนหนึง่ เสียชีวติ และบาดเจ็บอีกหลายคน เพือ่ ทดแทน  ทหารที่เสียชีวิต  ผมได้รับกะลาสีเรือคนหนึ่งที่เคย  ผ่านการทำงานบนเรือสินค้าเยอรมันมาตั้งแต่อายุได้  ๑๔ ป ี เขามาลงเรือขณะทีเ่ ราอยูใ่ นทะเลโดยสวมหมวก  ทีส่ านด้วยฟางพร้อมกับกล่าวทักทายผมว่า “สวัสดีกปั ตัน 

นี่เป็นสถานที่ซึ่งผมจะมาอยู่ ใช่ไหม” เขาไม่รู้เรื่อง  ขนบธรรมเนียมและวินัยทหารแม้แต่น้อย  ดังนั้น  ผมจึงมอบหมายให้นายทหารประทวนคนหนึ่งที่ดี   ที่สุดของผมเป็นผู้อบรมวินัยและสอนความรู้พื้นฐาน  แก่ เ ขา  หลั ง จากนั้ น สองสั ป ดาห์ เ ราจั ด   ให้ มี พิ ธี   สาบานตน ผมนำเรือดำลงไป ประดับห้องพักหัวเรือ  ด้วยธงสัญญาณแล้วทำพิธีสาบานตนอย่างจริงจัง   เขาสามารถท่ อ งคำสาบานตนได้ ค ล่ อ งในโอวาท  ของผม ตอนหนึง่ ผมบอกถึงหน้าทีข่ องทหารเยอรมัน  ในพิ ธี นั้ น ทหารประจำเรื อ ทั้ ง หมดแต่ ง เครื่ อ งแบบ  เรียบร้อยเป็นทางการด้วยชุดสีน้ำตาลที่ใช้ในเขตร้อน  ทุกคนตัดผมเรียบร้อย  มีการเตรียมเพลงทีเ่ หมาะสม  สำหรับใช้ประกอบพิธี  เมื่อได้เวลาของการร้องเพลง  ปรากฏว่าดำเนินไปด้วยดี  ผมได้มอบของที่ระลึก  ชิ้ น หนึ่ ง ให้ แ ก่ เ ขา มั น เป็ น เอกสารที่ เ รี ย กกั นว่ า  “หน้าที่ของสุภาพบุรุษบนเรือรบ”  ซึ่งทหารคนหนึ่ง  ได้บรรจงเขียนอย่างพิถีพิถันในเอกสารนั้น เราต้องให้ความสำคัญแก่พิธีที่แม้จะเล็กน้อย  เช่นนั้น บางครั้งพิธีทางทหารเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเป็น  การปลุกเร้าความศรัทธาของทหารและยกระดับของ  ขวัญทหารได้ด้วย ทหารผู้นี้ต่อมาเป็นทหารชั้นเยี่ยม  เขาได้รับเครื่องหมายกางเขนเหล็กและเครื่องหมาย  นักเรือดำน้ำด้วย เขาเป็นทหารพิเศษคนหนึง่ ทีล่ งประจำ  เรืออูโดยไม่เคยผ่านการฝึกขัน้ พืน้ ฐานมาก่อนเหมือน บรรดาสหายของเขา โดยปกติแล้วห้ามดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์  ในเรือ  อย่างไรก็ตามพวกทหารรู้สึกพอใจมากหาก  ได้ดื่ม เป็นบางครั้งบางคราวในโอกาสพิเศษ เช่น  เมือ่ เราจมเรือสินค้าได้สกั ลำ  หรือเนือ่ งในวันเกิดของ  พวกเราสักคน  หรือสำหรับบางคนทีเ่ ปียกโชกเมือ่ ได้ ทำงานบนดาดฟ้า เป็นต้น ยิ่งนายทหารประทวนและนายทหารสัญญาบัตร  ร่วมมือกันมากเท่าใด  วินัยภายในเรือยิ่งดีขึ้น  ด้วย  เหตุนี้ผมจึงสนับสนุนนายทหารประทวนเสมอเมื่อผม  สามารถทำได้ ผมไม่เพียงแต่บอกพวกเขาว่าอะไรบ้าง  ที่ห้ามกระทำในเรือและอะไรที่เขาสามารถทำได้เพื่อ  สร้างวินัย  ผมบอกเขาว่ามีหลายสิ่งและหลายวิธี  นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐31


ที่ช่วยทำให้เกิดความนับถือจากทหาร  นายทหาร  ประทวนเกือบทั้งหมดยังหนุ่มอยู่เขายังจำเป็นต้อง  ได้รบั คำแนะนำ บางครัง้ ขณะทีเ่ รือเราดำอยู ่ ผมจะสัง่   ให้พวกเขาแถวรวมกันแล้วสอนวินัยแก่พวกเขา และ  พยายามชักนำให้พวกเขาบอกปัญหาและความลำบาก  ต่าง ๆ ภายหลังที่เราได้พูดกันอย่างเปิดอกและเป็น  กันเองแล้ว  คุณอาจตำหนิตัวเองว่าน่าจะได้พูดคุย  กับเขาเสียก่อนเพื่อปัญหาจะได้ไม่เกิดขึ้น  ผมคิดว่า  เป็นความผิดพลาดที่พูดกับทหารซึ่งผ่านการทำงาน  ในเรือ  มานาน เช่นกล่าวว่า “ทหารต้องมีความเชือ่ มัน่   ในตัวเอง” นั่นเป็นเพียงหลักการเพราะทหารประเภท  นี้มีความรับผิดชอบมากกว่าทหารใหม่ที่มีอายุน้อย  กว่าพวกเขา ความสำเร็จทำได้ไม่ยากและยังช่วยยกระดับ  ขวั ญ ของทหารให้สูงขึ้น  อย่างไรก็ดีผมพยายาม  ยกระดั บ ขวั ญ ของทหารประจำเรื อ ให้ สู ง ขึ้ น เสมอ  ทหารที่ดีสามารถแสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของ 

พวกเขาเมื่อคราวตกอยู่ในสภาวะที่เป็นรองข้าศึก   การออกปฏิบัติการสู้รบกับข้าศึกหลายสิ่งไม่ได้ง่าย  อย่างที่คาดคิด สิ่งเลวร้ายอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ท่าน  จึ ง ต้ อ งมี ค วามกล้ า ที่ กระทำสิ่ ง ที่ ย ากและเสี่ ย งภั ย  ท่านต้องทำปัญหาให้ยุติแม้จะยุ่งยากลำบากยากเข็ญ  ก็ตาม หากท่านประสบความสำเร็จในภารกิจท่านต้องทำ  ให้ทุกคนทราบว่าพวกเขาได้มีส่วนร่วม มันเป็นเรื่อง  ที่สำคัญ ของอารมณ์ที่ผู้บังคับการเรือต้องหาวิธีทำ  ให้ทหารประจำเรือรู้สึกว่าพวกเขาเป็นส่วนสำคัญส่วน หนึง่ ของการสูร้ บและความสำเร็จ เป็นเรือ่ งยากสำหรับ  นักเรือดำน้ำที่หลายคนไม่สามารถเข้าร่วมสู้รบได้   โดยตรงหรือกระทำการรบ ทีก่ ล้าหาญอย่างเช่นทหาร  ทีอ่ ยูบ่ นเรือผิวน้ำหรือหน่วยอืน่ ๆ อย่างไรก็ด ี พวกเรา  นักเรือดำน้ำทุกคนทำงานเป็นทีมอย่างเหนียวแน่นเป็น  หนึ่งเดียว หากใครสักคนกระทำอะไรผิดพลาดลง  การยิงตอร์ปิโดที่ได้เตรียมการไว้อย่างพิถีพิถันเป็น  เวลานานล่วงหน้าก่อนหน้านั้น พลาดเป้าได้ อ่านต่อฉบับหน้า

ข่าวประชาสัมพันธ์

เครื่ อ งแบบเฉพาะกาลเสื้ อ สวมกั น หนาวของ  ทหารชายและทหารหญิงสำหรับใช้ในต่างประเทศ  ที่มีอากาศหนาวของทหารหน่วยบก

เครือ่ งแบบเฉพาะกาลเสือ้ สวมกันหนาวของทหารชาย  และทหารหญิงสำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาว  ของทหารหน่วยบก ทำด้วยผ้าเนือ้ หนากันน้ำสีดำ ปกคอบัว  แบบปลายมนด้านไหล่มีอินทรธนูอ่อน ขัดดุมข้างละ  ๑ เม็ด มีตะเข็บกลางหลัง ชายเสื้อที่ตะเข็บเปิดไว้พองาม ชายเสื้อยาวเพียงใต้เข่า มีดุมคอ ๑ เม็ด และมีดุม  ประดับเครื่องหมายยศ งดประดับเครื่องหมายยศ อยู่ในสาบอกเสื้อด้านใน ๔ เม็ด ด้านหน้ามีกระเป๋าล่าง  เจาะเฉียงข้างละ ๑ กระเป๋า ปลายแขนเสื้อ  มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมข้างละ ๑ เม็ด ดุมทั้งหมดใช้  ดุมกลมแบนทำด้วยวัตถุสีดำ และให้มีเสื้อกั๊กรองในทำด้วย ผ้าเนื้อหนาสีดำอีกชั้นหนึ่ง ทัง้ นี ้ เสือ้ แบบนี้ให้สวมทับเครือ่ งแบบทุกชนิด และให้มกี ารประดับเครือ่ งหมายยศเช่นเดียวกับเครือ่ งแบบ  เฉพาะกาลเสื้อกันหนาวประกอบด้วย และหากมีการนัดหมายก็สามารถงดประดับเครื่องหมายยศก็ได้  ๐32 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔


บทความ

มาตราการภาครัฐ

ในการส่งเสริมกองเรือไทย  ด้านการเพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางทะเล นายเฉลิมพงษ์  เสนารักษ์

ปัจจุบันปริมาณสินค้าที่ค้าขายระหว่างประเทศ มี มู ล ค่ า สู ง กว่ า ในอดี ต มาก  ส่ ว นหนึ่ ง เป็ น เพราะ แนวคิดด้านการค้าเสรีที่เป็นตัวผลักดันให้หน่วยธุรกิจ สามารถเคลื่ อ นย้ายปัจจัยการผลิต รวมถึงสินค้า และบริการจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่งได้ อย่างเสรี และต้นทุนต่ำ โดยอาศัยระบบการขนส่ง ที่มีประสิทธิภาพ จากข้อมูลทางสถิติจะเห็นว่าการ ขนส่ ง ทางทะเลโดยกองเรื อ พาณิ ช ย์ โ ลก  จะเป็ น รู ป แบบที่ มี ส่ ว นแบ่ ง ในการขนส่ ง สิ น ค้ า ระหว่ า ง ประเทศสูงที่สุด เมื่อเทียบกับการขนส่งรูปแบบอื่น

เช่น  การขนส่งทางอากาศ  ทางถนน  ทางราง  และ ทางท่อ ฯลฯ ทั้งนี้เพราะว่าการขนส่งทางทะเลนั้น มีความได้เปรียบเหนือรูปแบบการขนส่งอื่นหลาย ประการด้วยกัน ได้แก่ การขนส่งได้ครั้งละมาก ๆ เป็ น ผลให้ ต้ น ทุ น ในการขนส่ ง ต่ ำ กว่ า ต้ น ทุ น ของ รู ป แบบอื่ น   นอกจากนี้ การขนส่ ง สิ น ค้ า ทางทะเล ยั ง มี ความยื ด หยุ่ น สู ง เนื่ อ งจากสามารถขนสิ น ค้ า ได้หลายลักษณะอีกด้วย สำหรั บ ประเทศไทยการขนส่ ง ทางเรื อ ก็ มี ความสำคัญเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าการขนส่งสินค้า นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐33


ภายในประเทศส่วนใหญ่จะขนส่งทางถนน แต่จาก สถิติของกระทรวงคมนาคมว่าด้วยการขนส่งสินค้า เพื่อการนำเข้า และส่งออก แสดงให้เห็นว่าสินค้า เกือบ ร้อยละ ๙๐ ถูกขนส่งทางทะเล และผู้ขนส่ง ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการสายเรือต่างชาติ  ในทาง ตรงกันข้ามผู้ประกอบการเรือไทยกลับมีส่วนแบ่ง ในการขนส่งสินค้าเหล่านี้น้อยมาก  ส่วนหนึ่งเป็น เพราะประเทศไทยมี ก องเรื อ พาณิ ช ย์ ที่ เ ล็ ก มาก เมื่อเทียบกับปริมาณสินค้าที่ประเทศไทยค้าขายกับ ต่างชาติ  ซึ่งเท่ากับว่าประเทศไทยสูญเสียรายได้ อันพึงมีจากการขนส่งสินค้าให้กับต่างชาติจำนวน มหาศาล  และยั ง สู ญ เสี ย โอกาสที่ จ ะนำเงิ น ตรา เหล่านัน้ กลับมาพัฒนาภาคส่วนต่าง ๆ  ทีด่ อ้ ยพัฒนา ให้ มี ศั ก ยภาพทั ด เที ย มกั บ ประเทศเพื่ อ นบ้ า นใน ภูมิภาคเดียวกัน  หรือในระดับโลกอีกด้วย การที่ประเทศไทยมีกองเรือขนาดเล็ก และมี สั ด ส่ ว นในการขนส่ ง สิ น ค้ า ระหว่ า งประเทศน้ อ ย นอกจากจะส่ ง ผลโดยตรงต่ อ ระบบเศรษฐกิ จ ใน เรื่องของการสูญเสียรายได้ ดังสะท้อนให้เห็นจาก ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ที่มีรายได้ ๐34 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

จากภาคการขนส่งทางทะเลในสัดส่วนทีน่ อ้ ยมากแล้ว ยังส่งผลต่อความมั่นคงของชาติอีกด้วย เนื่องจากว่า รั ฐ สามารถที่ จ ะเรี ย กเรื อ ที่ ชั ก ธงไทยมาใช้ ใ นการ ขนส่งกำลังพล  อาวุธยุทโธปกรณ์ เสบียงอาหาร  อพยพประชาชน ฯลฯ ในยามศึกสงคราม หรือใน สถานการณ์ที่ประเทศชาติไม่สงบได้ ดังนั้น หากรัฐ ไม่มกี องเรือหลวง และกองเรือไทยอย่างเพียงพอแล้ว ก็จะทำให้รัฐไม่สามารถปกป้องประเทศไทย และ พสกนิกรชาวไทยให้อยู่อย่างปกติสุขได้ อย่างไรก็ตามเรือพาณิชย์ทั้งที่เป็นเรือต่อใหม่ และเรื อ มื อ สองล้ ว นแล้ ว แต่ เ ป็ น สิ น ทรั พ ย์ ที่ มี มู ล ค่ า สู ง มาก  ทำให้ เ ป็ น การยากที่ จ ะซื้ อ เรื อ เพื่ อ นำมาให้บริการ  ประกอบกับธุรกิจอู่ต่อเรือไทยที่มี จำนวนน้อย  และมีขีดความสามารถในการต่อเรือ ขนาดเล็ก ๆ  เท่านั้น  ทำให้ผู้ประกอบการเรือไทย ต้ อ งเสี ย เงิ น ตราเพื่ อ ซื้ อ เรื อ จาก���ู่ ต่ อ เรื อ ต่ า งชาติ จำนวนมหาศาล  นอกจากนี้ ยั ง มี ปั ญ หาด้ า นการ บริ ห ารจั ด การต้ น ทุ น ผั น แปรโดยเฉพาะอย่ า งยิ่ ง ค่าจ้างคนประจำเรือและค่าน้ำมันที่มีมูลค่าสูงมาก ผนวกกับความเป็นสากลของธุรกิจเดินเรือ ทำให้


คอนเทนเนอร์  นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมกองเรือ โดยการให้ ผ ลประโยชน์ ผ่ า นการจดทะเบี ย นเรื อ ซึ่งผู้ที่จดทะเบียนเป็นเรือสัญชาติสิงคโปร์จะได้รับ ประโยชน์ อาทิ การยกเว้นภาษีเงินได้ของรายได้ จากการให้บริการเรือทั้งหมด ความมีอิสระในการ เลือกลูกเรือสัญชาติใดก็ได้ เป็นต้น รวมถึงนโยบาย ที่ เ รี ย กว่ า Maritime Cluster Fund  ซึ่ ง เป็ น นโยบายส่งเสริมกองเรือ และกิจการพาณิชยนาวี ด้ า นแหล่ ง เงิ น ทุ น และจั ด สรรเงิ น บางส่ ว นเพื่ อ พั ฒ นาบุ ค ลากรด้ า นพาณิ ช ยนาวี ใ ห้ ไ ด้ รั บ การ ฝึ ก อบรม และศึ ก ษาต่ อ ให้ ร ะดั บ ที่ สู ง ขึ้ น ใน ต่างประเทศ ฯลฯ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่า การพัฒนาศักยภาพ  และการขยายกองเรือพาณิชย์ ผู้ประกอบการเรือไทยต้องแบกรับความไม่แน่นอน ไทยเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก  ดังนั้น  การปล่อยให้ภาค และความเสี่ ย งเรื่ อ งความผั น ผวนของอั ต รา เอกชนดำเนินธุรกิจสายเรือเพียงลำพัง  โดยปราศจาก แลกเปลีย่ นเงินตรา  อัตราดอกเบีย้   ค่าน้ำมัน  อัตรา การช่วยเหลือจากภาครัฐคงไม่ ใช่แนวทางที่จะนำ เงินเฟ้อ ฯลฯ  ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรง ไปสู่การบรรลุเป้าประสงค์ดังกล่าว ในทางตรงข้าม ต่อการบริหารธุรกิจเดินเรือ  และยังส่งผลทางอ้อม การทำงานร่ ว มกั น ระหว่ า งหน่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้ อ ง ผ่านธุรกิจอื่น ๆ  ที่อยู่ในโซ่อุปทานเดียวกันอีกด้วย ทั้งภาครัฐ   และภาคเอกชนโดยอาศัยองค์ความรู้ ซึ่ ง ท้ า ยที่ สุ ด ผลกระทบทั้ ง หมดก็ จ ะส่ ง มาถึ ง ธุ ร กิ จ ด้านต่าง ๆ  อย่างบูรณาการในการสร้างมาตรการ เดินเรือ ส่งเสริมกองเรือไทยถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ด้ ว ยความที่ ก องเรื อ พาณิ ช ย์ เ ป็ น กิ จ การ ปั จ จุ บั น หน่ ว ยงานภาครั ฐ ที่ ท ำหน้ า ที่ ควบคุ ม สาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อทั้งระบบ ดู แ ล  และสนั บ สนุ น กิ จ การทางทะเลมี ทั้ ง หมด เศรษฐกิจ  และความมั่นคงของชาติ  ประกอบกับ ๘  หน่ ว ยงาน  ได้ แ ก่   กรมเจ้ า ท่ า   กรมประมง เป็ น กิ จ การที่ มี ความเสี่ ย งในการบริ ห ารจั ด การสู ง  กรมทรัพยากร กรมศุลกากร กองบังคับการตำรวจน้ำ จึ ง ทำให้ ห ลายประเทศจำเป็ น ต้ อ งออกมาตรการ กองทั พ เรื อ สำนั ก งานสภาความมั่ น คงแห่ ง ชาติ สนั บ สนุ น และส่ ง เสริ ม กองเรื อ ของประเทศตนใน และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หลายลั ก ษณะด้ ว ยกั น เช่ น ประเทศสิ ง คโปร์ ซึ่ ง แต่ ส ำหรั บ กิ จ การพาณิ ช ยนาวี อ ยู่ ภ ายใต้ ค วาม เป็นประเทศทีม่ กี องเรือมากเป็นอันดับที่ ๑๒ ของโลก รับผิดชอบของกรมเจ้าท่า  ที่ต้องคอยกำกับ  ดูแล (พ.ศ.๒๕๕๒) จะสนับสนุนกองเรือในด้านแหล่งเงิน ให้กิจการพาณิชยนาวีดำเนินไปได้อย่างเรียบร้อย ทุนผ่านธนาคารหลัก ๆ  ถึง  ๒๐  ธนาคาร  รวมถึงการ และคอยสนับสนุนให้กิจการมีความก้าวหน้า ด้วย ยื่นข้อเสนอทางการเงินที่เรียกว่า Marine Finance เหตุ นี้ กรมเจ้ า ท่ า จึ ง ถื อ เป็ น หน่ ว ยงานหลั ก ในการ Incentive (MFI) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะทำ สร้างมาตรการส่งเสริมกิจการพาณิชยนาวี  ภายใต้ ให้ ป ระเทศสิ ง ค์ โ ปร์ ก ลายเป็ น แหล่ ง เงิ น ทุ น ด้ า น แผนยุทธศาสตร์การพัฒนากิจการด้านพาณิชยานาวี พาณิชยนาวี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นแหล่งเงินทุน ซึ่งประกอบด้วย ๖ ยุทธศาสตร์ด้วยกัน แต่ยุทธศาสตร์ ให้ กั บ ผู้ ที่ ต้ อ งการจะซื้ อ เรื อ คอนเทนเนอร์  และตู้ ที่ส่งเสริมผู้ประกอบการเจ้าของเรือไทยโดยตรง คือ นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐35


๐36 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

ยุทธศาสตร์ที่ ๒

การส่งเสริมการขนส่ง

ชายฝั่งและลำน้ำ ภายในประเทศ

เพื่อส่งเสริมให้มีการขนส่งสินค้า ทางน้ำทดแทนการขนส่งทางบก เพื่อประหยัดพลังงานและส่งเสริม การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ

ยุทธศาสตร์ที่ ๑

การเพิ่มสัดส่วนการ

ขนส่งสินค้าทางทะเลโดย

กองเรือแห่งชาติ

เพื่อขยายเส้นทางให้บริการและ ขนาดของกองเรือแห่งชาติให้มี ระวางบรรทุกสินค้าและสัดส่วน การขนส่งสินค้าทางทะเลเพิ่ม มากขึ้น และทำให้อัตราค่าระวาง มีความเป็นธรรม

เพื่อเสริมสร้างความสามารถใน การแข่งขันของประเทศและ พัฒนาให้ประเทศไทยเป็นประตู การค้าของภูมิภาค

และสอดคล้องกับอุปสงค์

ความมั่นคงของประเทศ

เพื่อเป็นอุตสาหกรรมสนับสนุน การขยายขนาดกองเรือไทย เสริมสร้างการจัดจ้างงานและฝีมือ แรงงานประหยัดเงินตรา ต่างประเทศ ตลอดจนความ มั่นคงของประเทศ

รูปแบบให้เหมาะสม

ขนส่งต่อเนื่องหลาย

ประเทศและเสริมสร้าง

ขนาดกองเรือของ

ส่งเสริมการค้าและการ

การพัฒนาท่าเรือเพื่อ

การพัฒนาอู่เรือเพื่อ สนับสนุนการขยาย

ยุทธศาสตร์ที่ ๔

ยุทธศาสตร์ที่ ๓

แผนยุทธศาสตร์การพัฒนากิจการด้านพานิชยนาวี

พอเพียง

พานิชยนาวีให้

บุคลากรด้านการ

ยกระดับมาตราฐานของ

การพัฒนาและ

ยุทธศาสตร์ที่ ๕

เพื่อนมุ่งเน้นการผลิตบุคลาการที่ ขาดแคลนและพัฒนาขีด ความสามารถของบุคลากรด้าน การพานิชยนาวีให้ได้ตาม มาตราฐานระดับสากลและมี ปริมาณเพียงพอตามความ ต้องการของตลาด

แผนยุทธศาสตร์การพัฒนากิจการด้านพาณิชยนาวี

ที่มา: กรมเจ้าท่า

เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของ ผู้ประกอบการในกิจการ เกี่ยวเนื่องกับพานิชยนาวี

การเสริมสร้างความเข้มแข็ง ของผู้ประกอบการที่เกี่ยวกับ การจัดการข่นส่งสินค้า ระหว่างประเทศและพัฒนา เครือข่ายเชื่อมโยงธุรกิจการ ขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ให้ครบวงจร

ยุทธศาสตร์ที่ ๖


ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ว่าด้วยการเพิ่มสัดส่วน  แบบ  Bareboat  Charter  ที่ใช้ในการขนส่งสินค้า การขนส่ ง สิ น ค้ า ทางทะเลโดยกองเรื อ  ระหว่างประเทศ  โดยยังคงถือเป็นเครดิตภาษีในตอน สิ้นปีตามปกติ  (กำลังต่ออายุมาตรการอีก  ๒  ปี) แห่งชาติ 

๑.๑.๔  ยกเว้ น ภาษี เ งิ น ได้ นิ ติ บุ ค คลสำหรั บ รายได้จากการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศ ในส่วนที่ผู้ประกอบการเจ้าของเรือไทยได้รับจากการ ฝากระวางบรรทุกสินค้าระหว่างกัน  (Slot  Exchange) โดยสิ น ค้ า ของนิ ติ บุ ค คลไทยที่ บ รรทุ ก บนเรื อ อื่ น ที่ เป็นเรือต่างชาติ  ถือว่าเป็นธุรกิจรวมหรือรายได้อัน เกิดจากเรือไทยด้วย  ทัง้ นี ้ มีเงือ่ นไขว่า  สิทธิระวาง ทั้ ง หมดของบริ ษั ท เรื อ ไทยที่ มี อ ยู่ ใ นกลุ่ ม เรื อ ที่ ท ำ ข้ อ ตกลงทั้ ง หมดจะต้ อ งไม่ เ กิ น ความสามารถและ มาตรการระยะสั้น  หรือมาตรการส่งเสริม  ระวางบรรทุกของเรือตนเอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายเส้นทางให้บริการ และขนาดของกองเรือแห่งชาติ ให้มีระวางบรรทุก สิ น ค้ า และสั ด ส่ ว นการขนส่ ง สิ น ค้ า ทางทะเลเพิ่ ม มากขึ้น และทำให้อัตราค่าระวางมีความเป็นธรรม มาตรการภายในยุทธศาสตร์ดงั กล่าว ถูกแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือมาตรการระยะสั้น  (มาตรการที่มีการ บังคับใช้ในปัจจุบนั )  และมาตรการระยะยาว  (มาตรการ ที่คาดว่าจะส่งเสริมในอนาคต)  ดังต่อไปนี้

กองเรื อ พาณิ ช ย์ ไ ท ยที่ ใ ช้ ใน ปั จ จุ บั น  ๑.๒ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (พ.ศ.๒๕๕๓) มาตรการส่งเสริมกองเรือพาณิชย์ ไทยที่ ใช้ใน ปัจจุบนั มีทงั้ หมด  ๑๑  มาตรการ  แบ่งมาตรการออก เป็น ๒ ประเภท ได้แก่ มาตรการส่งเสริมด้านภาษี จำนวน  ๘  มาตรการ  และมาตรการส่งเสริมที่มิใช่ ภาษี  จำนวน  ๓  มาตรการ  ดังนี้

๑. มาตรการส่งเสริมด้านภาษี (Tax Measures) ๑.๑ ภาษีเงินได้นิติบุคคล

๑.๑.๑  ยกเว้นภาษีเงินได้นติ บิ คุ คลสำหรับรายได้ ที่ได้รับจากการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศ สำหรับผู้ประกอบการขนส่งทางทะเลที่มีเรือไทยเป็น ของตนเอง  โดยมีผลบังคับใช้ตงั้ แต่วนั ที ่ ๑  มกราคม พ.ศ.๒๕๔๑ ๑.๑.๒  ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงิน ได้จากการขายเรือเก่าเพื่อซื้อเรือใหม่ทดแทน  โดย ผู้ประกอบการต้องขายเรือเก่าก่อนซื้อเรือใหม่  และ ต้องนำเงิน ได้ จากการขายเรือเก่าไปซื้อเรือใหม่ที่ มีอายุการใช้งานน้อยกว่าและมีขนาดระวางใหญ่กว่าเรือ ที่ขายไปภายในเวลา  ๑  ปี  นับตั้งแต่วันที่ขายเรือ ๑.๑.๓  ลดการจัดเก็บภาษีหกั ณ ทีจ่ า่ ย ร้อยละ ๑ สำหรับเงินได้พึงประเมินที่เป็นค่าเช่าเรือเดินทะเล

๑.๒.๑  เร่งดำเนินการคืนภาษีมลู ค่าเพิม่ จากภาย ใน  ๓๐  วัน  เป็น  ๑๕  วัน  (กรณีซอื้ เรือเดินทะเล จากต่างประเทศ)  นับแต่วันที่มีการยื่นแบบแสดง รายการภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ๑.๒.๒  ให้เจ้าของเรือไทยที่บริการขนส่งทาง ทะเล  (เรือค้าชายฝั่ง)  ในราชอาณาจักรและที่ ให้ บริการขนส่งน้ำมันจากฐานขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทย มี สิ ท ธิ เ ลื อ กขอจดทะเบี ย นภาษี มู ล ค่ า เพิ่ ม เช่ น เดี ย วกั บ การให้ บ ริ ก ารขนส่ ง โดยอากาศยานใน ราชอาณาจักร

๑.๓ ภาษีศุลกากร

ยกเว้ น อากรนำเข้ า สำหรั บ เรื อ ที่ มี ข นาด ๑,๐๐๐  ตันกรอสขึ้นไป  มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๑  กันยายน  พ.ศ.๒๕๓๙  แต่สำหรับเรือสินค้า ทัว่ ไปขนาด  ๑,๐๐๐  ตันกรอสหรือต่ำกว่า  เก็บอากร นำเข้าในอัตรา  ร้อยละ  ๑๐  (จากเดิม  ร้อยละ  ๒๐) ตั้งแต่วันที่  ๒  ตุลาคม  พ.ศ.๒๕๔๖  เพื่อป้องกัน ผลกระทบทางการแข่ ง ขั น ที่ รุ น แรงกั บ อู่ เ รื อ ไทย ที่ปัจจุบันเน้นการต่อและซ่อมเรือขนาดเล็ก ซึ่งรัฐ ต้องการสนับสนุนอู่เรือให้มีขีดความสามารถทางการ แข่งขันเพิ่มขึ้น นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐37


๑.๔ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ภาษี เ งิ น ได้ บุ ค คลธรรมดาสำหรั บ เงิ น ได้ ที่ ค น ประจำเรือได้รับจากการปฏิบัติงานบนเรือเดินทะเล ไทยในการขนส่ ง สิ น ค้ า ระหว่ า งประเทศทั้ ง ที่ เ ป็ น คนไทยและคนต่างชาติ โดยมีมาตราการเปลี่ยนเงื่อนไข จากการยกเว้ น ภาษี เ งิ น ได้ บุ ค คลธรรมดาให้ กั บ คน ประจำเรื อ ที่ ข นส่ ง สิ น ค้ า ระหว่ า งประเทศ เป็ น การ ยกเว้ น ภาษี เ งิ น ได้ บุ ค คลธรรมดาให้ กั บ คนประจำเรื อ ที่ขนส่งสินค้าภายในประเทศ

๒. มาตรการส่งเสริมที่มิใช่ภาษี (Non-tax Measures) ๒.๑ มาตรการด้านการส่งเสริมการลงทุน

ผู้ประกอบการเรือไทยมีสิทธิ ในการขอรับการ ส่งเสริมการลงทุนเพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตาม กฎหมายส่ ง เสริ ม การลงทุ น โดยได้ รั บ การยกเว้ น อากรขาเข้า  ในการนำเข้าเรือและเครื่องจักรจาก ต่ า งประเทศ และได้ รั บ การยกเว้ น ภาษี เ งิ น ได้ นิ ติ บุคคลสูงสุดเป็นเวลา  ๘  ปี

๒.๒ มาตรการส่งเสริมการใช้เรือไทย

๒.๒.๑  การสงวนสิ น ค้ า ขาเข้ า ของรั ฐ บาล/ รัฐวิสาหกิจให้ขนโดยเรือไทย  ๙  เส้นทาง  ตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ.๒๕๒๑ ได้แก่ เส้นทางญี่ปุ่น - ไทย สาธารณรัฐเกาหลี - ไทย  ไต้หวัน - ไทย ฮ่องกง - ไทย สิงคโปร์ - ไทย ยุโรป - ไทย สหรัฐอเมริกา - ไทย จีน - ไทย และมาเลเซีย - ไทย ๒.๒.๒  การปรั บ ปรุ ง ระเบี ย บการอนุ ญ าตให้ เช่าเรือ  โดยอนุญาตให้เช่าเรืออื่นที่ ไม่ ใช่เรือไทย เพื่ อ เสริ ม ระวางบรรทุ ก ของเรื อ ไทย โดยเรื อ ต่างประเทศเหล่านั้นได้สิทธิเสมือนเรือไทยในการ ขนส่ ง สิ น ค้ า สงวนตาม  ๑  อันจะช่ว ยเพิ่ มรายได้ และประสบการณ์ ใ นการดำเนิ น ธุ ร กิ จ ให้ แ ก่ บ ริ ษั ท เรือไทยเพิ่มขึ้น

๐38 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

มาตรการระยะยาว หรือมาตราการส่งเสริม กองเรือพาณิชย์ ไทยในอนาคต

มาตรการส่ ง เสริ ม กองเรื อ พาณิ ช ย์ ไ ทยใน อนาคตมีทั้งหมด  ๒๓  มาตรการ  แบ่งมาตรการ ออกเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ มาตรการส่งเสริมด้าน ภาษี  จำนวน  ๔  มาตรการ  และมาตรการส่งเสริม ที่มิใช่ภาษี  จำนวน  ๑๐  มาตรการ รายละเอียด ดังต่อไปนี้

๑. มาตรการส่งเสริมด้านภาษี (Tax Measures) ๑.๑ ภาษีเงินได้นิติบุคคล

๑.๑.๑  ให้ มี ก ารยกเว้ น ภาษี เ งิ น ได้ ที่ ไ ด้ จ าก การให้บริการของเรือ Offshore Supply Vessel ที่ชักธงไทย ๑.๑.๒  ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงิน ได้จากการขายเรือเก่าเพื่อซื้อเรือใหม่ทดแทน  โดย ขยายระยะเวลาในการซื้อเรือลำใหม่มาจดทะเบียน เรือไทยจากภายใน ๑ ปี เป็น ๒ ปี และยอมให้ ระวางบรรทุกน้อยกว่าเรือลำที่ขายไปได้ ๑.๑.๓  ปรับปรุงมาตรการเกี่ยวกับการคิดค่า เสื่อมราคาเรือเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ เจ้าของเรือไทย

๑.๒ ภาษีศุลกากร

ลดอากรนำเข้ า สำหรั บ เรื อ สิ น ค้ า ทั่ ว ไปขนาด ๑,๐๐๐ ตั น กรอสหรื อ ต่ ำ กว่ า   ให้ เ หลื อ อั ต รา ร้ อ ยละ  ๑  (อย่ า งไรก็ ต ามสมาคมต่ อ เรื อ และ ซ่ อ มเรื อ ไทยมี ค วามเห็ น ว่ า มาตรการนี้ จ ะส่ ง ผลกระทบและขั ด แย้ ง กั บ การส่ ง เสริ ม และพั ฒ นา อุ ต สาหกรรมต่ อ เรื อ และซ่ อ มเรื อ ไทย)  และเพื่ อ ให้ ก ารพั ฒ นาที่ ผู ก ไปกั บ อู่ เ รื อ   ก็ ค วรมี ก ารจั ด กองทุ น สำหรั บ การซ่ อ มเรื อ   ขนาด  ๑,๐๐๐  ตันกรอส  หรือต่ำกว่าโดยให้มกี ารเก็บภาษีมลู ค่าเพิม่ เป็นศูนย์ และทำให้อู่เรือไทยสามารถนำไปปล่อย สิ น เชื่ อ แก่ บ ริ ษั ท ในการนำเรื อ มาซ่ อ มและต่ อ เรื อ กั บ อู่ เ รื อ ไทย (ถ้ า นำเรื อ เข้ า จากต่ า งประเทศ


ต้องเสียอากรร้อยละ ๑ ภาษีมูลค่าเพิ่มอีกร้อยละ ๗)

๒. มาตรการส่งเสริมที่มิใช่ภาษี (Non-tax Measure) ๒.๑ มาตรการด้านการเงิน

๒.๒.๗  มาตรการแก้ ก ฎหมายให้ ส ามารถมี การจดทะเบียนเรือแบบ  Second  Registry

๒.๓ มาตรการส่งเสริมด้านบุคลากร

๒.๓.๑  สนับสนุนเงินให้กบั ผูป้ ระกอบการเจ้าของ ๒.๑.๑  การค้ ำ ประกั น โดยรั ฐ บาล  (Loan เรื อ ไทยในการส่ ง ลู ก จ้ า ง คนประจำเรื อ ไปฝึ ก อบรม Guarantees) ให้กบั ผูป้ ระกอบธุรกิจขนส่งทางทะเลใน ด้ า นพาณิ ช ยนาวี ทั้ ง ในประเทศ และต่ า งประเทศ การทำธุรกรรมการเงิน ๒.๓.๒  สนับสนุนเงินให้กับผู้ประกอบการเจ้า ๒.๑.๒  สร้างมาตรการส่งเสริมและเอือ้ ประโยชน์ ของเรือไทยในการเชิญวิทยากรจากต่างประเทศมา ให้อู่ต่อเรือไทยสามารถให้สินเชื่อในการต่อเรือได้ ให้ความรู้แก่คนประจำเรือ ๒.๑.๓  การจัดหาเงินทุนหมุนเวียน (Revolving ๒.๓.๓  สนับสนุนเงินทุนให้กบั นักเรียน  นักศึกษา Fund)  ให้แก่ผู้ประกอบการ  เพื่อสนับสนุนการให้มี ที่มีความสนใจในการศึกษาด้านพาณิชยนาวี การกูเ้ งินในอัตราดอกเบีย้ ทีต่ ำ่ (Soft Loan) และระยะ ๒.๓.๔  มาตรการส่งเสริมให้โรงเรียนนายเรือ เวลาในการคืนเงินยาวกว่าสินเชื่อทั่วไป เข้าร่วมการผลิตนายประจำเรือพาณิชย์ ๒.๓.๕  มาตรการส่งเสริมสถาบันการศึกษาทั้ง ๒.๒  มาตรการด้ า นการแก้ ไ ขปรั บ ปรุ ง  ภาครัฐ และภาคเอกชนในการผลิตนายประจำเรือ กฎหมาย  กฎระเบียบและข้อบังคับ และลูกเรือ ๒.๒.๑  แก้ ไ ขพระราชบั ญ ญั ติ การเดิ น เรื อ ใน น่านน้ำไทย พ.ศ.๒๔๕๖ ยกเลิกใบอนุญาตใช้เรือ ๒.๔ มาตรการส่งเสริมด้านอื่น ๆ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่า ๒.๔.๑  มาตรการปรับปรุงระบบบัญชีภาษีอากร ๒.๒.๒  ปรับปรุงระเบียบ���ารบรรทุกผลิตภัณฑ์ ให้ ส อดคล้ อ งกั บ หลั ก บั ญ ชี ส ากล  International ปิโตรเลียมตามมาตรา ๑๙๑ ของพระราชบัญญัติ Accounting  Standard  ในเรือ่ งการหักราคาค่าเสือ่ ม การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.๒๔๕๖ ซึ่งอยู่ ใน สินทรัพย์  การจำหน่ายหนีส้ ญู และการขยายระยะเวลา ความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่า การชำระหนี้ ๒.๒.๓  มาตรการผ่ อ นปรนกฎระเบี ย บที่ ใ ช้ ๒.๔.๒  ในเรื่องการอนุญาตให้มีการทำ Bareบังคับกรณีที่มีการส่งคนในประเทศไทยไปสับเปลี่ยน boat  Charter  Registration  การเช่าเรือแบบระบบ คนประจำเรือขณะที่เรืออยู่ในต่างประเทศให้มีหลัก Leasing  ให้สามารถจดทะเบียนเรือได้ ปฏิบัติตามหลักสากล ๒.๔.๓  การให้สามารถจำนองเรือเป็นส่วน ๆ ๒.๒.๔  ปรับปรุงระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการ ตามส่วนของเรือที่สร้างเสร็จในอู่เรือได้ จดทะเบี ย นเรื อ ในลั ก ษณะการให้ บ ริ การเบ็ ด เสร็ จ ๒.๔.๔  อาจซื้ อ หุ้ น ของบริ ษั ท เรื อ ต่ า งชาติ ณ  จุดเดียว  (One  Stop  Service) ให้มีสัดส่วนจำนวนมากเพียงพอที่จะเข้าไปบริหาร ๒.๒.๕  ไม่จำกัดสัญชาติคนประจำเรือที่ปฏิบัติ โดยใช้ ก องทุ น ของประเทศ เช่ น เดี ย วกั บ กองทุ น งานบนเรือไทย  เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านต้นทุน เทมาเส็ก  (Temasek)  ของสิงคโปร์  หรือสนับสนุน ปฏิบัติการของผู้ประกอบการเจ้าของเรือไทย ให้เจ้าของเรือเอกชนไทยไปลงทุนซื้อกิจการเดินเรือ ๒.๒.๖  มาตรการยอมรั บ การใช้ ผ ลของการ ของต่ า งชาติ โดยรั ฐ บาลต้ อ งมี ม าตรการในการ สำรวจเรือของสมาคมจัดชั้นเรือที่เป็นยอมรับของ คุ้ ม ครองให้ เ อกชนมี ค วามมั่ น ใจในการลงทุ น ใน สากล  ให้เพิ่มมากขึ้น ต่างประเทศดังกล่าว นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐39


๐40 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

ภาษี

มูลค่าเพิ่ม

ภาษีเงินได้

นิติบุคคล

ศุลกากร

ภาษี

บุคคลธรรมดา

ภาษีเงินได้

มาตรการส่งเสริมด้านภาษี

ส่งเสริมการลงทุน

มาตราการด้านการ การใช้เรือไทย

มาตราการส่งเสริม

มาตรการส่งเสริมที่มิใช่ภาษี

มาตรการส่งเสริมกองเรือไทยในปัจุบัน

นิติบุคคล

ภาษีเงินได้

ศุลกากร

ภาษี

มาตรการส่งเสริมด้านภาษี

การเงิน

มาตราการด้าน

ข้อบังคับ

กฎระเบียบและ

ที่มา: กรมเจ้าท่า

ด้านอื่น ๆ

ด้านบุคลากร แก้ไขปรับปรุง กฎหมาย

มาตราการส่งเสริม

มาตราการส่งเสริม มาตราการด้านการ

มาตรการส่งเสริมที่มิใช่ภาษี

มาตรการส่งเสริมกองเรือไทยในอนาคต

มาตรการส่งเสริมกองเรือไทย

โครงสร้างมาตรการส่งเสริมกองเรือไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การเพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางทะเลโดยกองเรือแห่งชาติ


บทสรุป

จากมาตรการดังกล่างข้างต้น พบว่าในมุมมอง ของผู้ ป ระกอบการขนส่ ง สิ น ค้ า ระหว่ า งประเทศ ม า ต ร กา ร ย ก เ ว้ น ภาษี เ งิ น ได้ นิ ติ บุ ค คลเป็ น มาตรการที่ มี ค วามสำคั ญ และผลสั ม ฤทธิ์ ม าก ที่ สุ ด ในขณะที่ ม าตรการส่ ง เสริ ม การลงทุ น เป็ น มาตรการที่ มี ค วามสำคั ญ และผลสั ม ฤทธิ์ มากที่สุดสำหรับผู้ประกอบการขนส่งสินค้าภายใน ประเทศ ถึงแม้ว่ามาตรการส่งเสริมต่าง ๆ จะมี ความสำคัญ และผลสัมฤทธิ์ไม่เท่ากัน แต่อย่างไร ก็ตาม ทุ ก มาตรการยังคงมีความจำเป็นที่จะต้อง ส่ ง เสริ ม ต่ อ ไปในอนาคต เพื่ อ เป็ น การสร้ า งภาวะ ที่ เ อื้ อ อำนวยต่ อ การดำเนิ น ธุ ร กิ จ และอำนวย ต่ อ การพั ฒ นาศั ก ยภาพในการแข่ ง ขั น ของผู้ ประกอบการเจ้าของเรือไทยให้ครบทุกด้าน และ ภาครั ฐ ควรที่ จ ะติ ด ตามสถานการณ์ ต่ า ง ๆ ทั้ ง ภายในประเทศ และในต่ า งประเทศเพื่ อ สามารถ ปรับปรุง แก้ไข และเพิม่ เติมมาตรการส่งเสริมกองเรือ ให้ ส อดคล้ อ งต่ อ ความเปลี่ ย นแปลงได้ ต ลอด

เอกสารอ้างอิง

-  เฉลิมพงษ์  เสนารักษ์.  การประเมินศักยภาพและผลสัมฤทธิ์ของ มาตรการภาครัฐในการส่งเสริมกองเรือไทย.  วิทยานิพนธ์ปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต  สาขาวิชา  การบริหารกิจการทางทะเล (สหสาขาวิชา)  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  ๒๕๕๓. -  เจ้าท่า,  กรม.  มาตรการเบื้องต้นที่นำเสนอคณะกรรมการส่งเสริม การพาณิชยนาวี.  ๒๕๕๒.  (เอกสารไม่ตีพิมพ์) -  เจ้าท่า,  กรม.  มาตรการส่งเสริมกิจการพาณิชยนาวีที่ได้ดำเนิน การแล้ว.  ๒๕๕๓.  (เอกสารไม่ตีพิมพ์) -  เจ้าท่า,  กรม.  ผลการดำเนินการตามมติการประชุมคณะกรรมการ ส่งเสริมพาณิชยนาวี  ครั้งที่  ๑/๒๕๕๒,  ๒/๒๕๕๒.  ๒๕๕๓.  (เอกสาร ไม่ตีพิมพ์) -  เจ้าท่า,  กรม.  แผนยุทธศาสตร์การพัฒนากิจการด้านพาณิชยนาวี  [ออนไลน์].  แหล่งที่มา:http://www.mpb.md.go.th/mpb_strategy.htm -  สภาความมั่นคงแห่งชาติ.  แนวทางการดำเนินการตามนโยบายความ มั่นคงแห่งชาติทางทะเล  พ.ศ.๒๕๔๘ - ๒๕๕๒.  กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี,  ๒๕๔๙. -  สมาคมเจ้าของเรือไทย.  บทบาทกองเรือพาณิชย์ ไทยในการพัฒนา ศักยภาพการขนส่งทางทะเลของประเทศ.  ๒๕๔๕. รูปภาพ -  http://3.bp.blogspot.com/_tNu78SMKH6I/TF_TMhlXbOI/ AAAAAAAADtE/DebdyfmcL5Y/s320/Singapore+flag+button.jpg -  http://pdamobiz.com/forum/uploads/imageB/15F78_money.jpg -  http://www.marinerthai.com/gallary/index.php -  http://www.seaspeediran.com/images/images/Bulk_Cargo.jpg

ข่าวประชาสัมพันธ์

โครงการออมสิน  -  กบข.  เพื่อนสมาชิก  กบข.

ธนาคารออมสินและ  กบข.  ได้ทำบันทึกข้อตกลงการจัดสินเชื่อเพื่อเป็นสวัสดิการสำหรับสมาชิก  กบข.  ในโครงการออมสิน  -  กบข.  โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำคัญสรุปได้ดังนี้ ผู้ขอกู้ต้องเป็นสมาชิก  กบข.  เท่านั้น  กำหนดให้กู้  ๓  ประเภท  คือ  สินเชื่อเพื่อการศึกษา สินเชื่อ  เพื่อการท่องเที่ยว  และสินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน  โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้   สิ น เชื่ อ เพื่ อ การศึ ก ษา  มี วั ต ถุ ป ระสงค์ เ พื่ อ เป็ น ค่ า ใช้ จ่ า ยสำหรั บ การศึ ก ษาภายในประเทศ และ  ต่างประเทศในทุกระดับการศึกษา  รวมถึงการอบรมหลักสูตรพัฒนาทักษะวิชาชีพ  ในสถาบันการศึกษาที่  สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน  (ก.พ.)  กระทรวงศึกษาธิการและ/หรือที่หน่วยงานของรัฐรับรอง   วงเงิ น ให้ กู้ กรณี ใช้บุคคลค้ำประกัน ไม่เกิน  ๓๐๐,๐๐๐.-  บาท  กรณีที่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันไม่เกิน  ๑,๕๐๐,๐๐๐.-บาท   สินเชื่อเพื่อการท่องเที่ยว  มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวภายในประเทศ วงเงิน  ให้กู้ไม่เกิน  ๕๐,๐๐๐.-  บาท  และต่างประเทศวงเงินให้กู้ไม่เกิน  ๒๐๐,๐๐๐.-  บาท   สินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน  มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ  หรือเป็นค่าใช้จา่ ยทีจ่ ำเป็นต่อการดำรงชีพ  หรือชำระหนีส้ นิ อืน่ ๆ  โดยให้ผกู้ ไู้ ม่เกินรายละ  ๑๐๐,๐๐๐.-  บาท  ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ สำนักงาน กบข. โทร ๐๒๓๖๓๑๐๐๐ ต่อ ๒๕๖ หรือ www.gpf.or.th นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐41


บทความ

งานกูช้ าติ

ของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พลเรือเอก วสินธ์  สาริกะภูติ

ซ้อมใหญ่ ตีเมืองคัง (ต่อจากฉบับที่แล้ว)

๐42 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔


ปีมะเส็ง เดือน ๑๒ พ.ศ.๒๑๒๔ พระเจ้าบุเรงนอง สิ้ น พระชนม์ แ บบกะทั น หั น (สมั ย ปั จ จุ บั น เรี ย กว่ า หัวใจล้มเหลว) เมื่อพระชนม์ ๖๖ พรรษา ครองราชย์ สมบัติกรุงหงสาวดี  ๓๑ ปี นักประวัติศาสตร์ รุ่นใหม่ ของโลกบางท่าน กล่าวว่า การสิ้นพระชนม์ของ พระเจ้าบุเรงนอง มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง พระมหา อุปราชมังชัยสิงห์ ขึ้นครองราชย์สมบัติต่อ ทรงพระนาม ว่าพระเจ้านันทบุเรง ตั้งมังกยอชวา หรือมังสามเกียด (ไทยเรียก) ราชโอรสองค์ใหญ่เป็นพระมหาอุปราชา

พระเจ้ า หงสาวดี นั น ทบุ เ รง เรี ย กเ���้ า เมื อ ง ประเทศราชต่าง ๆ ไปเฝ้าแสดงความจงรักภักดีถือ น้ำพิพัฒน์สัตยาที่กรุงหงสาวดี ตามประเพณีการ เปลี่ยนแผ่นดิน เจ้าเมืองใดไม่ไปถือว่าแข็งเมือง เป็นขบถ สมเด็จพระนเรศวร พระชนมายุ ๒๖ พรรษา  เสด็จไปแทนสมเด็จพระมหาธรรมราชา พระราชบิดา ซึ่งมีพระชนมายุมากแล้ว ประเทศราชของกรุงหงสาวดีในเวลานั้นมีทั้งที่ เป็ น พม่ า   และที่ เ ป็ น ชาติ อื่ น   ที่ เ ป็ น พม่ า มี อ ยู่

๔ เมือง คือ - พระเจ้าตองอู เป็นโอรสพระเจ้าตองอูองค์แรก ที่เป็นอนุชาของพระเจ้าบุเรงนอง - พระเจ้าแปร  เป็นโอรสของพระเจ้าแปรองค์แรก ที่เป็นอนุชาของพระเจ้าบุเรงนอง - พระเจ้าเชียงใหม่ (มังนรธาช่อ) เป็นราชบุตร องค์เล็กของพระเจ้าบุเรงนอง - พระเจ้าอังวะ  เป็นราชบุตรเขยของพระเจ้า

บุเรงนอง ที่เป็นชาติอื่น มี ๓ องค์ กับเจ้าฟ้าไทยใหญ่อีก ๑๙ อาณาเขต - พระเจ้ามินประลอง ครองเมืองยะไข่ - พระเจ้าหน่อเมือง ครองเมืองลานช้าง - พระมหาธรรมราชา ครองกรุงศรีอยุธยา - เจ้าฟ้าไทยใหญ่ อีก ๑๙ อาณาเขต หรือเรียกว่า ๑๙ รัฐเจ้าฟ้าไทยใหญ่ ปรากฏว่ า ในการผลั ด เปลี่ ย นแผ่ น ดิ น คราวนี้ ประเทศราชทุกประเทศต่างไปเฝ้าพระเจ้าหงสาวดี นั น ทบุ เ รงหรื อ ถ้ า เสด็ จ ไปเองไม่ ไ ด้   ก็ โ ปรดให้ มี

ตัวแทนไป เช่น  สมเด็จพระมหาธรรมราชา  ก็โปรดให้ สมเด็จพระนเรศวร ไปแทน มีประเทศราชที่ไม่ยอม ไปเฝ้าเพียงเมืองเดียว คือ เจ้าฟ้าไทยใหญ่เมืองคัง พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง ที่ขึ้นครองราชย์ใหม่ ๆ จึงจำเป็นจะต้องแสดงแสนยานุภาพ  จัดกองทัพไป ปราบเมื อ งคั ง   มิ ใ ห้ เ มื อ งอื่ น เอาเป็ น เยี่ ย งอย่ า ง

แต่เนื่องจากเมืองคังเป็นเมืองเล็ก มีพระราชประสงค์ ให้มังสามเกียด  ราชโอรสซึ่งเพิ่งเป็นพระมหาอุปราชา แสดงพระเกียรติยศ (แสดงฝีมือ)  จึงตรัสแก่พวก ประเทศราชว่า เจ้านายชั้นผู้ใหญ่นั้น ได้เคยทำศึก สงครามมามากแล้ว  คราวนี้ควรจะให้เจ้านายชั้น หนุ่ม ๆ  ไปตีเมืองคัง ให้เคยสงครามกันเสียบ้าง จึงให้จัดทัพจาก ๓ เมือง ไปตีเมืองคัง คือ - พระมหาอุปราชา  คุมพลชาวกรุงหงสาวดี ทัพหนึ่ง - พระสังกะทัต (นัดจิงหน่อง) ราชบุตรพระเจ้า ตองอู คุมพลชาวเมืองตองอู ทัพหนึ่ง - สมเด็จพระนเรศวร คุมพลชาวกรุงศรีอยุธยา ทัพหนึ่ง เจ้านายทั้ง ๓ พระองค์นี้ ต่างคุ้นเคยกันเป็น อย่างดี เนื่องจากเคยประทับอยู่ด้วยกันในราชสำนัก พระเจ้าบุเรงนอง  สมัยที่ยังทรงพระเยาว์อยู่  ต่าง ยินดีจัดรี้พลไปตามรับสั่ง เมืองคังตั้งอยู่บนที่สูง ภูมิประเทศได้เปรียบ ข้ า ศึ ก จะรุ ก ขึ้ น ไปตี เ มื อ งคั ง จะต้ อ งผ่ า นช่ อ งแคบ

ไม่สามารถใช้กำลังขนาดใหญ่ได้อย่างเต็มที่ จึงสามารถ ใช้คนน้อยป้องกันรักษาเมืองได้ เมื่อกองทัพทั้ง ๓ ยกไปถึงเมืองคัง   ได้เห็น

ภูมิประเทศที่จำกัดเส้นทางเข้าสู่ตัวเมืองแล้ว  จึงได้ ตกลงผลัดเปลี่ยนกันเข้าโจมตีเมืองคัง กองทัพละวัน เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะรวมพลเข้าตีกันพร้อมกัน ทั้ง ๓ กองทัพ  ซึ่งจะกลายเป็นเป้าใหญ่ ให้ทหาร เมืองคัง ทำลายได้ง่าย กองทั พ เมื อ งหงสาวดี ข องพระมหาอุ ป ราชา เป็นกองทัพเข้าตีก่อน  ได้เข้าตีปล้นเมืองคังในเวลา กลางคืน  พวกชาวเมืองคังต่อสู้รักษาทางขึ้นเขา เป็ น สามารถ  รบกั น จนรุ่ ง สว่ า งก็ เ ข้ า เมื อ งไม่ ไ ด้ นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐43


สูญเสียทหารหงสาวดีเป็นจำนวนมาก  ต้องถอยทัพ กลับลงมา วั น ต่ อ มาเป็ น เวรของกองทั พ เมื อ งตองอู

พระสังกะทัต  ซึ่งยกเข้าตีเมืองคังด้วยวิธีเช่นเดียว กับพระมหาอุปราชา  ผลของการรบก็ต้องพ่ายแพ้ ลงมาเช่นเดียวกัน ในขณะที่ ก องทั พ เมื อ งหงสาวดี และกองทั พ เมืองตองอู เข้าตีเมืองคังนั้น สมเด็จพระนเรศวร

ได้ลาดตระเวนตรวจสอบพื้นที่รอบเมืองคัง  จนได้ พบเส้นทางลับที่ชาวเมืองได้ใช้ขึ้นลงเขาอีกทางหนึ่ง

ดังนั้นในวันที่ ๓ ซึ่งเป็นเวรของกองทัพอยุธยา สมเด็จพระนเรศวร จึงให้จัดทัพแยกออกเป็น ๒ กอง กองเล็กให้เข้าตีด้านหน้า  ตามเส้นทางที่กองทัพ เมืองหงสาวดีและเมืองตองอูเคยใช้  แต่ไม่ต้องบุก ขึ้นไป ให้ตีฆ้องร้องเป่า ยิงปืนไฟ ทำเหมือน

ว่ า กองทั พ ใหญ่ จ ะตี ขึ้ น ไปตั้ ง แต่ เ วลาเที่ ย งคื น

ชาวเมื อ งคั ง จะได้ ร ะดมพลมาป้ อ งกั น เมื อ งทาง

ด้านหน้านี้ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนลวง กำลั ง อี ก กองหนึ่ ง เป็ น กำลั ง ส่ ว นใหญ่ ท รง ควบคุมด้วยพระองค์เอง ให้ตีขึ้นไปทางเส้นทางลับ ที่ตรวจพบ  กองทัพอยุธยาก็เข้าเมืองคังได้ในตอน รุ่งเช้าแสงทองส่องฟ้า  จับตัวเจ้าฟ้าไทยใหญ่เมืองคัง ได้เลิกทัพกลับกรุงหงสาวดี ชัยชนะสงครามเมืองคังครั้งนี้ พระเจ้าหงสาวดี นันทบุเรง พระราชทานพานทองคำใส่พระภูษา

องค์หนึ่ง ทองหนัก ๕ ชั่ง จำหลักเป็นรูปเทวดาแก่ สมเด็จพระนเรศวร เมื่ อ สมเด็ จ พระนเรศวรเสด็ จ ยกทั พ กลั บ ถึ ง

เมืองพิษณุโลกแล้ว  ทรงเปลื้องเครื่องทรงออกบูชา ถวายพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ แล้วให้ ทำการเฉลิมฉลอง ๓ วัน สมเด็จพระมหาธรรมราชา เมื่ อ ทราบข่ า วชนะศึ ก ของราชโอรส ก็ โ ปรดให้ แต่งงานสมโภชถึง ๗ วัน วิ เ คราะห์   การชนะศึ ก เมื อ งคั ง ของสมเด็ จ

พระนเรศวร ส่งผลทั้งทางการเมือง การทหาร และการต่างประเทศอย่างไรบ้าง ในทางการเมือง  กระทบต่อบารมีของพระเจ้า ๐44 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

นั น ทบุ เ รง  โดยตรงเป็ น ที่ รู้ กั น ในหมู่ ร าชวงศ์ ว่ า

พระเจ้ า หงสาวดี นั น ทบุ เ รงนั้ น ฝี มื อ สติ ปั ญ ญาสู้

บุเรงนองผู้เป็นพ่อไม่ ได้ชนิดต่างกันมาก ความดุ ความโหด อาจจะใกล้ เ คี ย งกั น แต่ ค วามเก่ ง ใน ทางการทำศึกสงคราม และความเป็นผู้นำ ศิลปะ การปกครองคน สู้ กั น ไม่ ไ ด้ เ ลย ชนิ ด มื อ ห่ า งชั้ น

กันมาก เชื้อพระวงศ์ในรุ่นเดียวกัน เช่น เจ้าเมือง ตองอู แปร อังวะ ก็ทราบดี จะหวังพึ่งฝีมือ ลูกชายพระมหาอุปราชา ก็กลับมาเสียท่าในศึก เมืองคัง นึกว่าจะเป็นดาบคมในฝัก ชักออกมาสนิม เขรอะ ดังนั้นเจ้าเมืองประเทศราชต่าง ๆ ทั้งที่เป็น พม่ า เชื้ อ พระวงศ์ และต่ า งชาติ จึ ง เริ่ ม มองหา จั ง หวะแยกตั ว ออกเป็ น อิ ส ระ  ต่ า งคนก็ ร อเวลา

อันเหมาะสมเท่านั้น ใครจะเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน ก่ อ นกั น แม้ แ ต่ ใ นกลุ่ ม ข้ า ราชการกรุ ง หงสาวดี

ก็ ไ ม่ เ กาะกั น เป็ น ปึ ก แผ่ น เหมื อ นสมั ย พระเจ้ า

บุเรงนอง เริ่มมีกลุ่มเอาใจออกห่าง ในด้านการทหาร  เป็นการเปิดตัวให้เห็นฝีมือ ของกลุ่มเจ้านายรุ่นหนุ่ม ชนิดเปิดตัวแบบเปรียบเทียบ ฝีมือกันแบบจะ ๆ ให้เห็นว่าสติปัญญาเหนือชั้นต่าง กันอย่างไร  เจ้าชายหนุ่มทั้ง ๓ พระองค์เป็นศิษย์ สถาบันบุเรงนองเดียวกัน ได้รับการศึกษาหาความรู้ ต่าง ๆ มาใกล้เคียงกัน เรียนมาตำราเดียวกัน  แต่ พอเริ่มรบก็แสดงให้เห็นว่าฝีมือต่างกัน ครูทหาร ท่านถึงว่าการสงครามเป็นทั้ง “ศาสตร์  และ ศิลป์” เรียนจากสถาบันเดียวกันตำราเล่มเดียวกัน ก็ยัง

รบเก่งไม่เท่ากัน บางคนชนะบางคนแพ้ ในสงคราม ตี เ มื อ งคั ง ครั้ ง นี้ ฝี มื อ ทหารลู ก แถวและแม่ ทั พ

นายกองระดับรองไม่น่าจะแตกต่างกันมาก  ที่แตกต่าง ชัดเจนก็ฝีมือแม่ทัพใหญ่ ทั้งพระมหาอุปราชา และ พระสังกะทัต รบแบบเอาคนเข้าทุ่ม ข้า (พม่า) เคยเก่ง เคยชนะเอ็งมาแล้ว  เอาคนเข้าทุ่มเดี๋ยวก็ชนะ  กะใช้

แรงและฝีมืออย่างเดียว ไม่ ใช้สมอง  โดยเฉพาะ

พระสั ง กะท��� ต ที่ เ ป็ น เวรเข้ า ตี ห น่ ว ยที่ ๒ ได้ เ ห็ น ตั ว อย่ า งมาแล้ ว   แต่ ก็ ก ลั บ คิ ดว่ า   ที่ ทั พ หงสาวดี

ตีไม่ได้เพราะฝีมือไม่เก่งจริง  พม่าตองอูเหนือกว่า จึ ง สั่ ง ลุ ย ขึ้ น ไปแบบเดี ย วกั น   ผลจึ ง เป็ น เช่ น เดิ ม


ภาพตีเมืองคัง พ.ศ.๒๑๒๑ นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐45


ประวั ติ ศ าสตร์ ซ้ ำ รอย  เพราะประเมิ น ขี ด ความ สามารถข้าศึกต่ำไป  และประเมินขีดความสามารถ ของตนสูงเกินไป  ส่วนสมเด็จพระนเรศวรนั้นทรงรบ ด้วยสติปัญญา บุกเมื่อควรบุก ลุยเมื่อควรลุย จึงชนะ ด้ ว ยการสู ญ เสี ย กำลั ง พลน้ อ ย  แม่ ทั พ ที่ ช นะศึ ก สงคราม โดยที่ ฝ่ า ยตนสู ญ เสี ย กำลั ง พลน้ อ ย นักการทหารทั่วโลกเขายกย่องว่าเป็นแม่ทัพที่เก่ง กล้าสามารถ ศึ ก ตี เ มื อ งคั ง จึ ง เป็ น การเปรี ย บเที ย บฝี มื อ ขุนศึกรุ่นหนุ่มทั้ง ๓ พระองค์เป็นอย่างดี ทำให้ แต่ ล ะเมื อ ง  แต่ ล ะฝ่ า ยมองภาพสถานการณ์ ข อง เมืองต่าง ๆ ในอุษาคเนย์ ในอนาคตได้ราง ๆ และ ทำให้เจ้าชายหนุ่มทั้ง ๓ พระองค์ที่เคยเป็นเพื่อน เล่ น สนิ ท สนมกั น   เริ่ ม กิ น แหนงแคลงใจกั น แต่

นั้นมา  มิใช่เพราะแย่งสาวสวยคนเดียวกันเหมือน นิยายน้ำเน่า แต่เพราะการแย่งอำนาจ แข่งบารมีกัน ซึ่งสำคัญยิ่งกว่า ผลนี้กระทบต่อขวัญทหารลูกแถวและนายกอง นายหมู่ ของพม่า มอญ เป็นอันมาก จะเห็นได้ว่า ในศึ ก สงครามครั้ ง ต่ อ ๆ มาที่ พ ม่ า กั บ ไทยรบกั น ความรู้สึกว่าสมเด็จพระนเรศวรเก่งกว่าเจ้านายของตน มีผลต่อการรบมาก ทำให้ลูกน้องถอดใจไปด้วย ผลเช่นนี้เคยมีตัวอย่างทันเห็น ที่เสียงกระพรวน ทหารม้าบุเรงนอง ข้าศึกแค่ ได้ยินเสียงก็หนีโดย

ไม่ต้องรบ ด้านการต่างประเทศ กลุ่ม ๑๙ รัฐเจ้าฟ้าไทยใหญ่ บางส่วนที่สมเด็จพระนเรศวรเคยผูกไมตรีไว้ เมื่อครั้ง อยู่กรุงหงสาวดี เริ่มมีความเชื่อมั่นยิ่งขึ้นว่า จะมี ส่วนช่วยให้แคว้น/รัฐไทยใหญ่เป็นเอกราชจากอำนาจ พม่าได้ รวมทั้งหัวเมืองประเทศราชอื่น ๆ ก็เริ่ม

มองหาลู่ทางชักชวนกันแข็งข้อต่อกรุงหงสาวดี เช่น พระเจ้าอังวะ ที่มีสาส์นชักชวน เมืองตองอู แปร เชียงใหม่ ร่วมเป็นกบฏต่อกรุงหงสาวดีในอีก ๓ ปี ต่อมาเป็นต้น D.G.E.Hall นักประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก เฉียงใต้ชาวอังกฤษ กล่าวไว้ว่า อาณาจักรหงสาวดี อั น เกรี ย งไกรของพระเจ้ า บุ เ รงนอง เริ่ ม ส่ ง เค้ า

๐46 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

ล่มสลายเมื่อพระเจ้าบุเรงนองสวรรคต จะเห็ น ได้ ว่ า สงครามตี เ มื อ งคั ง เมื อ งเล็ ก ๆ

บนภู เ ขาที่ พ ระเจ้ า หงสาวดี นั น ทบุ เ รง เห็ น เป็ น

ศึกเล็ก ๆ แต่มิ ใช่เรื่องเล็ก เพราะผลของสงคราม

แม้ ใ นนามของกรุ ง หงสาวดี จ ะชนะเอาเมื อ งคั ง

กลับมาอยู่ใต้อำนาจได้ เหมือนเดิม  แต่ผลตามมา ทั้ ง ในรู ป ธรรมและนามธรรมมี ม ากมายเหลื อ เกิ น สงครามเมืองคัง จึงเป็นดัชนีวัดบารมีหรือศักยภาพ ของพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงโดยตรง การซ้ อ มใหญ่ ข องกองทั พ กู้ ช าติ ของสมเด็ จ พระนเรศวร ได้ประโยชน์มหาศาลด้วยประการฉะนี้

ซ้อมย่อย

กองทั พ อยุ ธ ยามี โ อกาสซ้ อ มย่ อ ยเป็ น ระยะ ๆ

กับกองทัพกัมพูชา  ที่ยกมาตีหัวเมืองต่าง ๆ ของไทย เกือบจะทุกปี  เป็นกองทัพบกบ้างกองทัพเรือบ้าง เข้ า มาถึ ง กรุ ง ศรี อ ยุ ธ ยา ๒ ครั้ ง ตี เ มื อ งเพชรบุ รี

๒ ครั้ง ตีหัวเมืองชายทะเลตะวันออก หัวเมือง ตะวันออกหลายครั้ง ตั้งแต่อยุธยายังไม่ ได้ก่อตั้ง กองทัพกู้ชาติ เป็นการบังคับให้ทหารอยุธยาต้อง

ฝึกเพลงดาบไว้ตลอด มีทั้งฝ่ายอยุธยาแพ้ เช่น

ที่เมืองเพชรบุรีในปี พ.ศ.๒๑๒๔ เพราะกองทัพหลัก ของกรุงศรีอยุธยาไปติดอยู่ที่กรุงหงสาวดี กับ สมเด็จ พระนเรศวรและศึกเมืองคัง ได้บทเรียนราคาแพง เพราะแม่ทัพไทยทั้ง ๓ คน ผู้รักษาเมืองเพชรบุรี แตกความสามัคคีกัน จึงถูกกัมพูชาสังหารเสียหมด ทั้ง ๓ คน แล้วก็เสียเมือง ในช่วงหลังเมื่อกองทัพคนหนุ่ม (กองทัพเตรียม กู้ชาติ) ของสมเด็จพระนเรศวรได้ร่วมออกโรงด้วย ผลปรากฏว่าฝ่ายไทยชนะโดยตลอด เช่นในสงคราม กับกัมพูชาในปี พ.ศ.๒๑๒๕ รายละเอียดดูจากบทที่ ๑๐ ศึกละแวก ศึกละแวกเป็นการซ้อมย่อยชนิดดี ทำให้กำลัง พลทุกระดับชั้นมีความมั่นใจในตนเอง เพราะขนาด แม่ ทั พ จากหั ว เมื อ งจั ตวาก็ ยั ง ชนะทั พ กั ม พู ช าได้ หลังจากปี พ.ศ.๒๑๒๕ เป็นต้นมา  กองทัพเตรียม การกู้ ช าติ ข องไทย ที่ มี ส มเด็ จ พระนเรศวรเป็ น


แม่ทัพใหญ่จึงพร้อมแล้ว ต่อไปนี้ก็รอจังหวะเวลา

ที่เหมาะสมเท่านั้น - “คน  กำลังพล” มีขวัญกำลังใจและฝีมือพร้อม - “อาวุธ ยุทโธปกรณ์” พร้อม - “เสบียงอาหาร” พร้อม - “ผู้นำทัพ” ยอดเยี่ยม

เมืองอังวะจุดชนวนเวลา

หลังจากเจ้ายุทธภพ พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง สิ้นพระชนม์  เมื่อปีมะเส็ง เดือน ๑๒  พ.ศ.๒๑๒๔ อย่างกระทันหัน เป็นการเปิดกว้างบ่งบอกว่า อำนาจ ของพม่าหงสาวดีเริ่มถึงดิ่งลงแล้ว เพียงแต่รอเวลา ว่า เมื่อใดอำนาจของหงสาวดีจะตกลงจนเหมาะที่ อยุธยาจะประกาศเอกราช  กองทัพกู้ชาติที่อุตส่าห์ ซ่องสุมฝึกปรือมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๑๑๔ มิให้พระเจ้า

บุ เ รงนองรู้ ร ะแคะระคาย ได้ รั บ การฝึ ก มาอย่ า งดี ได้รับการทดสอบทั้งซ้อมใหญ่ เมื่อปี พ.ศ.๒๑๒๔ ที่เมืองดัง และซ้อมย่อยกับทัพกัมพูชาที่ดงพญากลาง เมื่ อ พ.ศ.๒๑๒๕ จนทุ ก คนมี ความมั่ น ใจตั้ ง แต่ ลู ก แถวถึ ง แม่ ทั พ ใหญ่ รอแต่ เ วลาอั น เหมาะสม เท่านั้น เวลาอันเหมาะสม ต้องไม่ใช่กรุงศรีอยุธยา เป็นผุ้จุด ถ้าอยุธยาเริ่มก่อน ถูกยำเละแน่ ๆ

๓ เมือง ก่อกบฏด้วย เรื่องคอขาดบาดตายเช่นนี้ มั น น่ า จะมี อ ะไรอยู่ ใ นกอไผ่ อ ยู่ บ้ า ง ถึ ง ได้ ก ล้ า ทำ แบบมีหลักฐานทางวัตถุ เมื่ออังวะบังอาจแข็งเมืองเป็นกบฏ พระเจ้า

หงสาวดีนันทบุเรง จึงต้องยกกองทัพใหญ่ไปปราบ

ด้วยตนเอง พระเจ้าอังวะก็เป็นขุนศึกฝีมือดีคนหนึ่ง ของพระเจ้าบุเรงนอง จึงได้รับความไว้วางใจให้ ครองเมืองอังวะ เมืองใหญ่สำคัญทางเหนือ คอยคาน อำนาจแคว้นยูนนานของจีน กับไทยใหญ่ ที่มักจะ ดอดมาก่อกวนพม่าตอนเหนืออยู่เสมอ ๆ พระเจ้า นั น ทบุ เ รงเกณฑ์ ทั พ หั ว เมื อ งประเทศราชทั้ ง หมด รวมทั้งกองทัพกรุงศรีอยุธยาด้วยไปรุมยำเมืองอังวะ

ยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัว

การเกณฑ์ทัพกรุงศรีอยุธยาไปร่วมทำศึกปราบ เมืองอังวะนั้น พระเจ้านันทบุเรงมิได้หวังจะใช้กำลัง กองทัพอยุธยาไปร่วมรบทำศึกอังวะ แต่ต้องการ ลวงให้กองทัพอยุธยาออกจากดินแดนมาให้กองทัพ พม่า มอญ รุมทำลาย เนื่องจากพระเจ้านันทบุเรง ประมาณสถานการณ์ ไ ด้ ว่ า กรุ ง ศรี อ ยุ ธ ยากำลั ง วางแผนแข็ ง เมื อ ง เป็ น กบฏต่ อ หงสาวดี แ ละใน จังหวะที่เมืองอังวะแข็งเมืองเช่นนี้ จะเป็นจังหวะที่ดี ที่กรุงศรีอยุธยาจะทำอะไรสักอย่าง พระเจ้านันทบุเรง อำนาจของรัฐบาลกลางที่กรุงหงสาวดีเริ่มถูก จึงคิดจะชิงความได้เปรียบ ทำลายกองทัพอยุธยา ท้าทายสั่นคลอน เสี ย ก่ อ น โดยมอบภารกิ จ ล้ อ มทำลายกองทั พ เมื่อปีมะแม พ.ศ.๒๑๒๖ หลังจากพระเจ้า อยุธยาของสมเด็จพระนเรศวรให้กับพระมหาอุปราชา บุเรงนอง พ่อตาสวรรคตได้ ๒ ปีเศษ พระเจ้าอังวะ โดยให้พระมหาอุปราชาอยู่รักษากรุงหงสาวดี แล้ว ผู้ ลู ก เขย ก็ ป ระกาศเอกราช แข็ ง เมื อ งเป็ น กบฏ วางแผนให้ขุนนางมอญ นำทัพมอญไปล่อทัพสมเด็จ ไม่ ย อมขึ้ น กั บ กรุ ง หงสาวดี แถมไม่ คิ ด คนเดี ย ว พระนเรศวรมาเข้าพื้นที่ซุ่ม บริเวณด้านตะวันตก ยังชวนเจ้าเมือง ตองอู แปร และเชียงใหม่ ให้ร่วม ของแม่น้ำสะโตงกับเมืองหงสาวดี โดยวางแผนว่า แข็งเมืองเป็นกบฏด้วย แต่อีก ๓ เมือง ยังไม่เล่นด้วย ทั พ พม่ า หงสาวดี จ ะตี ด้ า นหน้ า ให้ ทั พ มอญของ

กลับส่งเอกสารชวนแข็งเมืองของ พระเจ้าอังวะมาถวาย ๒ พระยามอญตีเข้ามาทางด้านหลัง ถ้าทัพอยุธยา พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง เป็นหลักฐานฟ้อง เจ้าเมือง แตกพ่าย แม่น้ำสะโตงก็จะเป็นเครื่องกีดขวางใหญ่ อังวะเป็นเพียงเขย แต่อีก ๓ เจ้าเมือง เป็นเชื้อพระวงศ์ กว่ า จะข้ า มไปได้ ก็ ค งจะสู ญ เสี ย มาก ฝ่ า ยพม่ า ของบุเรงนองโดยตรง ความใกล้ชิดทางสายเลือด วางแผนกว้ า ง ๆ ไว้ เ ช่ น นี้ โดยตั้ ง เป้ า ประสงค์

มันต่างกัน ไม่เข้าใจว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไร ว่า จะต้องทำลายสมเด็จพระนเรศวรและกองทัพ

อยู่ก่อน พระเจ้าอังวะจึงกล้ามีหนังสือสาส์นไปชวนอีก อยุธยาให้ได้ พระเจ้านันทบุเรงรู้แจ้งแทงตลอดว่า

นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐47


กองทั พ อยุ ธ ยามี ก ำลั ง พลไม่ ม าก ถ้ า ตกเข้ า พื้ น ที่

ซุ่มโจมตีตามที่พม่าวางแผนไว้ คงไม่ยากที่ฝ่ายพม่า มอญจะรุมยำให้เละได้ “ การกระทำเป็นของมนุษย์ ความสำเร็จเป็น ของฟ้า ”

ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่

ฝ่ายไทย สมเด็จพระมหาธรรมราชา โปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระนเรศวร และสมเด็จพระเอกาทศรถ เป็ น ผู้ แ ทนคุ ม ทั พ อยุ ธ ยา ไปช่ ว ยพม่ า ตามหมาย เกณฑ์ทัพ ความจริงกำลังส่วนใหญ่คือกองทัพกู้ชาติ ที่ซ่องสุมอยู่ที่เมืองพิษณุโลกนั่นเอง กองทัพคนหนุ่ม ของพระองค์นั่นแหละ จากพงศาวดารต่าง ๆ ของไทย และจากนักประวัติศาสตร์ชาวยุโรป กล่าวไว้พ้องกัน ว่า ทางกรุงศรีอยุธยาก็เตรียมใช้สถานการณ์ที่เมือง อังวะแข็งเมืองต่อกรุงหงสาวดีครั้งนี้ ประกาศเอกราช เหมือนกัน แต่มิใช่การประกาศเฉย ๆ จะใช้จังหวะ ที่ กรุ ง หงสาวดี มี ก องทหารเบาบางลงนี้ โจมตี ยึ ด

กรุ ง หงสาวดี เ สี ย ด้ ว ย จะเห็ นว่ า แผนของสมเด็ จ

พระนเรศวรนั้น เป็นแผนเชิงรุกโดยตลอด เมื่อเมืองอังวะตั้งแข็งเมืองเป็นกบฏขึ้น สมเด็จ พระนเรศวรท่านก็ทรงล่วงรู้ทันทีว่า ถึงเวลาแล้วที่ เมืองไทยจะเป็นอิสรภาพเสียที สมเด็จพระนเรศวร ยกทัพหลวงออกจากพิษณุโลก เมื่อเดือน ๔ แรม ๖ ค่ำ ปีมะแม พ.ศ.๒๑๒๖ เดินทัพออกไปทางด่านแม่ละเมาไปทางเมืองเมาะตะมะ พงศาวดารไทยหลายฉบั บ กล่ า วไว้ ว่ า พระองค์ พยายามถ่ ว งเวลาเดิ น ทั พ ช้ า ๆ หยุ ด พั ก แห่ ง ละ

หลาย ๆ วัน ถ่วงเวลาให้กองทัพหลวงของพระเจ้า นันทบุเรง ยกออกจากกรุงหงสาวดีไปก่อน ซึ่งก็เป็น ไปตามแผน ระยะทางจากกรุงหงสาวดีถึงเมืองอังวะ ประมาณ ๕๐๐ กิ โ ลเมตร แม้ จ ะสามารถเดิ น

ทัพทางเรือได้ แต่ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร ถ้าต้อง เสียเวลาปราบเมืองอังวะนานเท่าใด ก็จะเปิดโอกาส ให้ ส มเด็ จ พระนเรศวร โจมตี กรุ ง หงสาวดี ไ ด้ ม าก เท่านั้น นี่คือความต้องการของฝ่ายไทย ๐48 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

เมื่อกองทัพอยุธยาถึงเมืองแครง เดือน ๖ ปีวอก พ.ศ.๒๑๒๗ ก็ได้พบขุนนางมอญ ๒ คน พระยาเกียรติ และพระยาราม ที่พระมหาอุปราชาให้คุมทัพมอญ มารอรับสมเด็จพระนเรศวรเพื่อจะนำกองทัพอยุธยา ไปเข้ า พื้ น ที่ ซุ่ ม แล้ ว เป็ น กองทั พ ตี กระหนาบหลั ง กองทั พ อยุ ธ ยาด้ ว ย เมื อ งแครงอยู่ ท างตะวั น ตก แม่น้ำสะโตง พงศาวดารไทยหลายฉบับ กล่าวไว้ว่า สมเด็จ พระนเรศวร ทรงทราบแผนลวงทำลายพระองค์ และกองทั พ อยุ ธ ยาตามแผนของพม่ า พระเจ้ า

นันทบุเรงและพระมหาอุปราชา จากพระยามอญ

๒ ท่าน ผ่านพระมหาเถรคันฉ่อง พระภิกษุมหา เถระผู้ใหญ่ชาวมอญ ผู้เป็นพระอาจารย์ของพระยา มอญทั้ง ๒ คน ที่เมืองแครงนี้เอง แต่ ฮอลล์ นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษที่เขียน ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวไว้ว่า สมเด็ จ พระนเรศวรทรงทราบแผนคิ ด ประทุ ษ ร้ า ย

ต่อพระองค์และต่อกองทัพอยุธยาของพม่า ตั้งแต่

อยู่ ที่ ก รุ ง ศรี อ ยุ ธ ยา หรื อ ที่ เ มื อ งพิ ษ ณุ โ ลกแล้ ว เพราะเชื่อได้แน่นอนว่า ระบบการข่าวต่าง ๆ ของ สมเด็จพระนเรศวรในกรุงหงสาวดีนั้น ต้องมีอย่างดี พระองค์มีเพื่อน ๆ ทั้งชาวมอญ ไทยใหญ่ และยังมี พระพี่นางสุพรรณกัลยา ประทับอยู่ ในพระราชวัง

กรุงหงสาวดี มีเชลยไทยอยู่กันเป็นกลุ่มก้อน ดังนั้น การจัดวางโครงข่ายจากในวังในราชสำนักออกมา แล้ ว ส่ ง ต่ อ ไปยั ง เมื อ งพิ ษ ณุ โ ลกและกรุ ง ศรี อ ยุ ธ ยา

นั้น คงไม่เป็นการเหลือบ่ากว่าแรง ดังนั้ ข้อเขียน ของ ฮอลล์ จึงน่าเชื่อถือได้ หนังสือประวัติศาสตร์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ ฮอลล์ ได้รับความเชื่อ ถือจากนักประวัติศาสตร์ประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย ตะวั น ออกเฉี ย งใต้ ม าก ดั ง นั้ น การเดิ น ทั พ ของ พระองค์จึงถ่วงเวลาเพื่อหาจังหวะโจมตีกรุงหงสาวดี ตอนที่ เ หลื อ เฉพาะกองทั พ พระมหาอุ ป ราชา

ป้ อ งกั น กรุ ง ซึ่ ง คงจะเหลื อ กำลั ง พลไม่ ม ากจน

เกิ น ไปนั ก แม้ จ ะมากกว่ า กองทั พ อยุ ธ ยาก็ ค ง

ไม่เกิน ๓ เท่า


ประกาศเอกราชต่อหน้าฟ้าดิน

จับตามพงศาวดารไทย เมื่อสมเด็จพระนเรศวร ทราบแผนประทุษร้ายของพม่าหงสาวดี จึงมีรับสั่ง ให้ประชุมทัพ ทั้งขุนศึก แม่ทัพนายกอง ตลอดจน ลูกแถว นิมนต์พระสงฆ์ทั้งเมืองแครง มีพระมหาเถร คั น ฉ่ อ งเป็ น ประธาน พระยาเกี ย รติ พระยาราม กับพวกมอญมาประชุมรวมกัน ทรงเล่าเรื่องที่พระเจ้า กรุงหงสาวดี นันทบุเรง ทรงวางแผนประทุษร้ายต่อ กองทัพกรุงศรีอยุธยาให้ที่ประชุมรับทราบ แล้วจึง ประกาศเอกราชเมื่อวันพฤหัสบดี แรม ๒ ค่ำ เดือน ๖ ปีวอก ศก จ.ศ.๙๔๖ พ.ศ.๒๑๒๗ เวลาประมาณ ๑๙.๐๐ น. ทรงหลั่งน้ำลงเหนือแผ่นดินด้วยสุวรรณภิงคาร ประกาศแก่เทพเทวา ต่อที่ประชุม พระภิกษุสงฆ์ ทหารไทย และชาวมอญ ว่ า   “ตั้ ง แต่ วั น นี้ ไ ป

กรุงพระนครศรีอยุธยากับเมืองหงสาวดี มิได้เป็น สุวรรณปฐพีเดียวกันดุจหนึ่งแต่ก่อน ขาดจากกันแต่ วัน นี้ ไ ปตราบเท่ ากัลปวสาน” (จากย่ำอดีต โดย เชาว์ รูปเทวินทร์ หน้า ๓๑๘)

คำประกาศเอกราชที่แท้จริงไม่ทราบเป็นอย่างไร พงศาวดารกล่ า วไว้ ผิ ด แผกกั น ไปบ้ า ง แต่ ค งจะ

อยู่ ใ นข้ อ ความทำนองนี้ แต่ ที่ แ น่ ๆ คื อ เป็ น คำ ประกาศอย่างลูกผู้ชายชาติทหาร ที่ควรบันทึกไว้ใน ประวัติศาสตร์ไทย และประวัติศาสตร์การสงคราม ของโลก เมื่อสมเด็จพระนเรศวรทรงประกาศอิสรภาพ

ที่เมืองแครงแล้ว ทรงถามพวกมอญชาวเมืองแครง ว่าจะเข้าฝ่ายไหน พวกมอญโดยมากจะเข้ากับไทย สมเด็จพระนเรศวร จึงให้จับเจ้าเมืองแครง กรมการเมือง ชาวพม่า เอาเมืองแครงเป็นที่ตั้งประชุมทัพ แล้ว

ยกทัพหลวงจากเมืองแครงตรงไปยังเมืองหงสาวดี เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๑๒๗ เตรียมชิงเข้าตี กรุงหงสาวดี ภาพล่างซ้าย พระสุวรรณภิงคาร  (พระเจ้าทักษิโณทก) ภาพล่างขวา อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชขณะทรงหลั่งน้ำ ประกาศอิสรภาพ ไม่ขึ้นต่อพม่าที่เมืองแครง เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๑๒๗

นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐49


มหาเถรคันฉ่อง  ผู้กราบทูลความลับให้พระนเรศวรทรงทราบว่า พระเจ้ากรุงหงสาวดีคิดไม่ซื่อ

กลับบ้านเรา

  แผนที่แสดงตำแหน่งเมืองแครง  ที่สมเด็จพระนเรศวรทรงประกาศ อิสรภาพ เมื่อปี พ.ศ.๒๑๒๗

กวาดต้อนมาเมื่อปี พ.ศ.๒๑๑๒ ให้อพยพกลับอยุธยา ฝ่ายพระมหาอุปราชา ผู้รักษากรุงหงสาวดีครั้น ได้ ค รอบครั ว ไทยกลั บ มาได้ ป ระมาณ���มื่ น เศษ

ได้ทราบว่า พระยาเกียรติ พระยาราม กลับไปเข้า แผนการถอยทั พ กลั บ กรุ ง ศรี อ ยุ ธ ยา ให้

กับสมเด็จพระนเรศวร จึงไม่กล้ายกกองทัพออกมา ครั ว เรื อ นไทยเดิ น ทางล่ ว งหน้ า ไปก่ อ น พร้ อ ม ดังที่วางแผนเอาไว้ เป็นแต่รักษาพระนครไว้ให้มั่นคง กองทัพคุ้มกันพอสมควร ส่วนสมเด็จพระนเรศวร

สมเด็จพระนเรศวร ยกทัพข้ามแม่น้ำสะโตง เข้าไป คุมกองทัพหลวงระวังหลัง จนใกล้ ถึ ง ชานกรุ ง หงสาวดี ไ ด้ ท ราบข่ า วว่ า พระเจ้ า พม่าเห็นทัพไทยถอยทัพกลับพร้อมครัวเรือน หงสาวดี นั น ทบุ เ รง ได้ ร บพุ่ ง กั บ พระเจ้ า อั ง วะถึ ง ซึ่ ง การเดิ น ทางจะต้ อ งล่ า ช้ า กว่ า ทั พ ทหารมาก

ชนช้างกัน พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง ชนะได้เมือง พระมหาอุปราชา จึงให้จัดกองทัพ มีสุรกรรมาเป็น อังวะแล้ว และได้ยกทัพกลับจวนจะถึงกรุงหงสาวดี แม่ทัพหน้า พระมหาอุปราชา เป็นกองทัพหลวง

สมเด็จพระนเรศวร เล็งเห็นว่า จะตีกรุงหงสาวดี ยกตามมาอย่างเร่งด่วน ครั้งนี้คงไม่ได้ เพราะกองทัพใหญ่ถอยกลับมาแล้ว กองทั พ หน้ า พม่ า ยกมาทั น กองทั พ สมเด็ จ

กองทัพกรุงศรีอยุธยามีกำลังไม่พอเพียง ถ้าทำตาม พระนเรศวรที่แม่น้ำสะโตง เมื่อกองทัพไทยข้ามฝั่ง แผนเดิ ม จะถู ก กองทั พ พระเจ้ า กรุ ง หงสาวดี ตี แม่น้ำสะโตงมาทางตะวันออกแล้ว กองทัพพม่าอยู่ กระหนาบ จะกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ จึงเปลี่ยน ทางตะวันตก กองทัพทั้งสองฝ่ายยิงต่อสู่กันด้วยปืน แผนเป็ น ให้ ก องทั พ ไทยแยกย้ า ยกั น เที่ ย วบอก ไฟนกสับ แต่กระสุนไม่ข้ามถึงอีกฝั่งหนึ่ง เพราะ ครอบครั ว ไทย รอบๆ กรุ ง หงสาวดี ที่ ถู ก พม่ า แม่ น้ ำ สะโตงกว้ า งมาก (ช่ ว งแคบที่ สุ ด ในฤดู แ ล้ ง ๐50 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔


สมเด็จพระนเรศวรกวาดต้อนครัวไทยและมอญข้ามแม่น้ำสะโตง

ประมาณ ๖๕๐ - ๗๐๐ เมตร ถ้าฤดูน้ำ กว้างถึง เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างเมืองหงสาวดี (พะโค) ๑,๐๐๐ - ๒,๐๐๐ เมตร) แม่ น้ ำ สะโตงไหลจาก กับรัฐมอญในปัจจุบัน (อ่านต่อฉบับหน้า) ทิ ศ เหนื อ ไปทางทิ ศ ใต้ ข นานกั บ แม่ น้ ำ สาละวิ น

อข่า วประชาสัมพันธ์

เครื่องแบบปกติกากี คอแบะของนายทหาร สัญญาบัตรชาย

เครื่องแบบปกติกากีคอแบะ การใช้เสื้อคอพับสีกากี แบบมีอินทรธนูอ่อนจาก เสื้อคอพับสีกากีของ เครื่องแบบปกติลำลอง คอพับ  (เครื่องแบบหมาย เลข ๑๐ ก) และใช้ เครื่องหมายยศของ เครื่องแบบเฉพาะกาล เสื้อกันหนาวสำหรับ การแต่งเครื่องแบบปกติ กากีคอแบะ

เครื่องแบบปกติกากีคอแบะของนายทหารสัญญาบัตรชาย และการใช้เสื้อคอพับสีกากีแบบมีอินทรธนูอ่อน  จากเสื้อ คอพับสีกากีของเครื่องแบบปกติลำลองคอพับ (เครื่องแบบ หมายเลข ๑๐ ก) และใช้เครื่องหมายยศ ของเครื่องแบบ เฉพาะกาลเสื้อกันหนาวสำหรับการแต่งเครื่องแบบปกติกากี คอแบะของทหารชายกรณีมีการนัดหมาย

หมายเหตุ

กรณีมีการนัดหมาย หมายถึง การแต่งเครื่องแบบปกติ กากี ค อแบะเข้ า ร่ ว มประชุ ม หรื อ เข้ า ร่ ว มกิ จ กรรมต่ า ง ๆ

กั บ ต่ า งประเทศ  แล้ ว กำหนดให้ มี การถอดเสื้ อ ชั้ น นอก

คอแบะสีกากีออก นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐51


บทความ

หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง

“ป้องนภา รักษาฝั่ง”

ฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง หน่ ว ยบั ญ ชาการต่ อ สู้ อ ากาศยานและรั ก ษา   ฝั่ง หรือ สอ.รฝ. ถือว่าเป็นหน่วยกำลังรบหลักอีก หน่วยหนึ่งของกองทัพเรือ ที่มีความพร้อมรบสูงสุด ในการปกป้องอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของ ชาติ นอกเหนื อ จากกองเรื อ ยุ ท ธการและหน่ ว ย บัญชาการนาวิกโยธิน มีความองอาจ เข้มแข็งและ กล้าหาญ เป็นอีกหน่วยหนึ่งของราชนาวีไทยที่มีผล การปฏิบัติต่อภารกิจที่น่าภาคภูมิใจ โดยมีหน้าที่ใน การจัดเตรียมกำลังป้องกันภัยทางอากาศและภัยทาง ทะเลตามแนวชายฝั่งต่อที่ตั้งสำคัญทางทหาร และ สถานที่สำคัญเกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของชาติทั้ง ทางด้านเศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา เช่น คลังน้ำมัน และโรงกลั่นน้ำมันบางจาก นิคมอุตสาหกรรมบางปู นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง นิคมอุตสาหกรรมมาบ ๐52 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

ตาพุ ด ซึ่ ง มี โ รงกลั่ น และคลั ง น้ ำ มั น โรงแยกก๊ า ซ และท่าเรือสินค้า สถานีคมนาคมภาคพื้นดินผ่าน ดาวเทียม อำเภอศรีราชา โรงไฟฟ้าขนอม จังหวัด นครศรีธรรมราช สนามบินนานาชาติอู่ตะเภาและ ภูเก็ต ท่าเรือน้ำลึกของภูเก็ต และสงขลา เป็นต้น ซึ่งในอดีตของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและ รักษาฝั่งได้สร้างผลงานอันน่าสรรเสริญเพื่อทดแทน บุญคุณแผ่นดินมากมาย ดังเช่น ในช่วงที่เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพาขึ้นนั้น มี เหตุการณ์ในการป้องกันภัยทางอากาศที่อากาศยาน ข้าศึกเข้ามาโจมตีที่หมายต่าง ๆ ได้แก่ ในวันที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ.๒๔๘๘ เครื่องบินข้าศึกเข้าโจมตีพื้นที่ กรุ ง เทพ ฯ และกองร้ อ ยปื น ต่ อ สู้ อ ากาศยานที่ บางกะปิ ได้ทำการยิงต่อสู้ ฝ่ายข้าศึกได้ใช้ปืนกลยิง


u

กราดทำให้ที่ตั้งอาวุธได้รับความเสียหาย พลประจำ ปืนเสียชีวิต ๒ นาย บาดเจ็บสาหัสอีก ๓ นาย ผล จากการปฏิบัติการในวันนั้น ปรากฏว่าที่ตั้งอาวุธได้ รับความเสียหายเล็กน้อย และฝ่ายไทยสามารถ ป้องกันที่ตั้งสำคัญรวมทั้งบ้านเรือนของประชาชนใน บริเวณโดยรอบเอาไว้ได้ อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น ในวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๘ เครื่องบิน ข้าศึกจำนวนมากได้ลักลอบเข้ามาโจมตีต่อกองเรือ ในอ่ า วสั ต หี บ เป็ น ครั้ ง แรก  กองร้ อ ยปื น ต่ อ สู้ อากาศยานที่สัตหีบ ได้ใช้ปืนต่อสู้อากาศยานขนาด ๗๕/๔๑ มิลลิเมตร ทำการยิงเพื่อป้องกันคุ้มครอง กองเรื อ ที่ จ อดอยู่ ใ นอ่ า วสั ต หี บ ทำให้ เ ครื่ อ งบิ น ข้าศึกไม่กล้าบินลงต่ำและส่งผลให้การทิ้งระเบิดผิด เป้าหมายเป็นจำนวนมาก ในครั้งนั้นทำให้ฝ่ายไทย ได้สามารถป้องกันเรือรบที่จอดอยู่บริเวณท่าเรือได้ ในที่สุด และในวันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๘ สอ.รฝ.ได้ยิงป้องกันเครื่องบิน B 24 ของข้าศึกที่ เข้าโจมตีกองเรือในอ่าวสัตหีบ จนข้าศึกไม่อาจบิน ลงต่ำเพื่อทำการทิ้งระเบิดได้อย่างแม่นยำ ในครั้งนี้ ทหารเรือได้ถูกเครื่องบินข้าศึกยิงกราดทำให้กำลัง พลเสียชีวิต ๕ นาย บาดเจ็บสาหัส ๖ นาย ซึ่งถือ ได้ว่า สอ.รฝ. สามารถป้องกันอากาศยานข้าศึกไม่ ให้เข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่อย่างได้ผล

แถวของกำลังพล สอ.รฝ. หน้า บก.สอ.รฝ.

กรณีบ้านร่มเกล้า จากเหตุการณ์กรณีพิพาท บริ เ วณชายแดนไทย – ลาว ที่ บ้ า นร่ ม เกล้ า อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๐ ทร.ได้สั่งการให้ กรม สอ.รฝ.ฐท.สส. จัดกำลังพล จำนวน ๒๑๐ นาย พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์บางส่วน ไปสนับสนุนหน่วยปฏิบัติการตามลำแม่น้ำโขง หรือ นปข.(ในปั จ จุ บั น เป็ น หน่ ว ยเรื อ รั ก ษาความสงบ เรี ย บร้ อ ยตามลำแม่ น้ ำ โขง หรื อ นรข.) ที่ จ.หนองคาย และ จ.นครพนม ในรูปแบบของการ ฝึกร่วม โดยเรียกกำลังส่วนนี้ว่า “หน่วยฝึกร่วม ๓๑” (นฝ.๓๑) ซึ่งในครั้งนั้นถึงแม้ว่าจะไม่ ได้เข้าปฏิบัติ การโดยตรงในพื้ น ที่ ที่ เ กิ ด เหตุ การณ์ แต่ ความมุ่ ง หมายสำคัญที่ส่งไปก็เพื่อจะช่วยสนับสนุน นปข. ใน ทางยุทธการเมื่อเกิดสถานการณ์จริง กรณีการรักษาความสงบ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๙ ทหารกล้าทั้ง ๓ นาย ได้ปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองพระสงฆ์ จากวัดพรหม นิวาส ออกบิณฑบาต จ.นราธ���วาส ได้ถูกลอบวาง ระเบิดเป็นเหตุให้ พลฯ ปราโมทย์ วรรณศุกร์ เสีย ชีวิตในที่เกิดเหตุ พลฯ วชิราวุฒิ เกิดสุวรรณ ได้รับ บาดเจ็ บ สาหั ส ได้ เ สี ย ชี วิ ต ที่ โ รงพยาบาลสงขลา นครินทร์ในเวลาต่อมา และ พลฯ ปรีชา คุชิตา ได้ รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ทำให้ร่างกาย นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐53


u

๒ วีรบุรุษของ สอ.รฝ. ที่พลีชีพในการปฏิบัติหน้าที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้

ทุพพลภาพ จากการความกล้าหาญและเสียสละของ ทหารกล้าทั้ง ๓ นาย กองทัพเรือจึงขอพระราชทาน ปูนบำเหน็จ โดยได้เลื่อนยศเป็นเรือตรี และเสนอ ชื่ อ มารดาของทหารกล้ า ทั้ ง ๓ นาย เข้ า รั บ พระราชทานรางวั ล แม่ ดี เ ด่ น ในวั น แม่ แ ห่ ง ชาติ ประจำปี ๒๕๕๐ นับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน สอ.รฝ. ถือว่าเป็น หน่วยทหารหน่วยหนึ่งที่มีประวัติความเป็นมาอัน ยาวนานมีวีรกรรมในการต่อสู้กับข้าศึกอย่างไม่ย่นย่อ ต่อกำลังรบที่เหนือกว่า และยังคงปฏิบัติหน้าที่ที่ได้ รับมอบหมายด้วยความเข้มแข็งตามแนวทางการ ปฏิ บั ติ ง านของหน่ ว ยซึ่ ง เป็ น ไปตามคำขวั ญ ของ หน่วยที่ว่า “ป้องนภา.....รักษาฝั่ง” อันหมายถึง ความพร้อมที่จะทำการปกป้องน่านฟ้าและรักษาฝั่ง ทะเลในพื้นที่รับผิดชอบ โดยมีตราสัญลักษณ์ของ หน่วยเป็นรูปพระรามแผลงศร สื่อให้เห็นถึงการเตรียม พร้อมในการใช้อาวุธป้องกันภัยตลอดเวลานั่นเอง สำหรับความเป็นมาของ สอ.รฝ. นั้น ได้ถือ กำหนดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๖๓ พลเรือ เอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติ วงศ์ กรมหลวงชุ ม พรเขตอุ ด มศั ก ดิ์ เมื่ อ ครั้ ง ดำรง ตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือได้สั่งการให้ นาวาโท หลวง ศรเสนี และนาวาตรีหลวง สาครยุทธวิชัย สำรวจภูมิประเทศบริเวณตำบลสัตหีบ ซึ่งพระองค์ ท่านทรงมีความเห็นทางยุทธศาสตร์ว่า สมควรใช้ ๐54 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

u

การสวนสนามยานยนต์ของ สอ.รฝ.

พื้นที่บริเวณตำบลสัตหีบ สร้างเป็นฐานที่มั่นสำหรับ กิจการทหารเรือขึ้นตามชายฝั่งทะเลและเกาะต่าง ๆ ในอ่าวสัตหีบเพราะมีทำเลที่ตั้งเหมาะสมแก่การสร้าง เป็นฐานทัพเรืออย่างยิ่งหากได้มีการดัดแปลงพื้นที่ บริเวณอ่าว เช่น ขุดโขดที่ตื้นให้ลึก ก็จะสามารถนำ เรือเข้าจอดได้เป็นจำนวนมากขึ้น ส่วนอ่าวสัตหีบก็ ควรแบ่งออกเป็น ๒ อ่าว คือ ภายในเขตเส้นตรงต่อ แหลมเทียนถึงหัวแหลมปู่เฒ่าถึงประภาคารซึ่งเรียก ว่า “อ่าวด้านใน” และจากเส้นตรงเขตทิศตะวันออก ของอ่าวด้านในไปทางหมู่บ้านสัตหีบเรียกว่า “อ่าว ด้านนอก” ในการป้องกันฐานทัพได้ทรงให้ความเห็น ว่า “ควรสร้างป้อมวางปืนใหญ่ขนาดตั้งแต่ ๑๖ นิ้ว ลงมาจนถึงขนาด ๔.๗ นิ้ว พร้อมกับปืนยิงเครื่องบิน ด้วย โดยวางไว้บนยอดเกาะต่าง ๆ ในอ่าวสัตหีบ” นอกจากนี้ยังมีแผนการป้องกันการโจมตีทางบกอีก ด้วยว่า “ควรสร้างป้อมแล้ววางปืนใหญ่ชนิดต่าง ๆ เพื่อป้องกันการส่งทหารยกพลขึ้นบกของข้าศึก ส่วน สถานที่ ท ำการจะต้ อ งสร้ า งสิ่ ง ต่ า ง ๆ เช่ น โรง พยาบาล โรงทหาร โรงงาน สถานีเรือบินทะเล และ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น การประปา การ คมนาคม การสุขาภิบาล และเสบียงอาหาร” จน กระทั่งในปี พ.ศ.๒๕๑๘ กระทรวงกลาโหมได้อนุมัติ หลักการความพร้อมในด้านการต่อสู้ป้องกันภัยทาง อากาศโดยให้กองทัพเรือพิจารณาจัดตั้งหน่วยต่อสู้ ป้องกันภัยทางอากาศขึ้นใหม่ มีหน้าที่ในการป้องกัน


u

ฝึกยิงปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้ง ขนาด ๑๕๕ มม.

u

ภัยทางอากาศให้แก่ ฐานทัพเรือ และที่ตั้งสำคัญ ของกองทั พ เรื อ จนในวั น ที่ ๒๓ พฤศจิ ก ายน พ.ศ.๒๕๒๔ ได้อนุมัติ ให้จัดตั้ง กรมต่อสู้อากาศยาน และรักษาฝั่ง ขึ้นตรงต่อฐานทัพเรือสัตหีบ โดยใช้ พื้นที่ที่ได้รับมอบจากกองทัพอากาศเป็นที่ตั้งหน่วย และต่อมาได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๑ ในการตั้ ง โครงการพั ฒ นาพื้ น ที่ เศรษฐกิ จ ชายฝั่ ง ทะเลภาคตะวั น ออก จึ ง ได้ ม อบ หมายให้ กองทั พ เรื อ มี ห น้ า ที่ รั บ ผิ ด ชอบด้ า นการ ป้องกันภัยทางอากาศและภัยทางทะเลให้กับพื้นที่ เศรษฐกิจเหล่านั้น กรมต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง จึงได้รับการขยายหน่วยให้เป็น หน่วยบัญชาการ ต่ อ สู้ อ ากาศยานและรั ก ษาฝั่ ง ภายใต้ ชื่ อ ย่ อ ว่ า สอ.รฝ. ขึ้ น ตรงต่ อ กองทั พ เรื อ เมื่ อ วั น ที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๓ อันถือเป็นวันสถาปนาหน่วย บัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง มาจนตราบ เท่าทุกวันนี้ จากการได้ รั บ อนุ มั ติ ใ ห้ เ ป็ น หน่ ว ยขึ้ น ตรงต่ อ กองทัพเรือ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๓ เป็นต้นมาจนถึง ปั จ จุ บั น พ.ศ.๒๕๕๔ นั บ เป็ น ก้ า วที่ ๒๑ ของ สอ.รฝ. มีหลายสิ่งหลายอย่างได้รับการพัฒนาให้ ก้ า วหน้ า สานต่ อ จากที่ อ ดี ต ผู้ บั ง คั บ บั ญ ชาได้ ว าง รากฐานไว้ โดยปัจจุบันมี พลเรือตรี ธราธร ขจิต สุ ว รรณ เป็ น ผบ.สอ.รฝ.  ได้ ด ำเนิ น การตาม นโยบายผู้บัญชาการทหารเรือที่ให้ปกป้องและเทิด

พลเรือตรี ธราธร ขจิตสุวรรณ

ทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่ง สอ.รฝ.ได้จัดกำลัง ในการถวายความปลอดภั ย เมื่ อ มี ก ารเสด็ จ แปร

พระราชฐานในพื้นที่สัตหีบหรือทางกองทัพเรือมอบ หมาย การปลูกจิตสำนึกให้ข้าราชการ ทหารกอง ประจำการ ครอบครัว และประชาชนทั่วไปเทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์โดยการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในการเทิดพระเกียรติ รวมทั้งให้การสนับสนุนตาม โครงการอันเนื่องจากพระราชดำริ นอกจากนี้ยังเฝ้า ติดตาม และป้องกันการหมิ่นสถาบัน และปรับปรุง และพัฒนาขีดความสามารถของกำลังรบ ทำการฝึก ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มที่ จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้กำลังรบสามารถปฎิบัติ ภารกิ จ ในสถานการณ์ ที่ อาจเกิ ด ขึ้ น ได้ อ ย่ า งมั่ น ใจ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า “กองทัพเรือจะเป็นกองทัพเรือ ชั้นนำ ในภูมิภาคด้วยขนาดของกำลังรบที่สมดุล ทันสมัย ภายใต้การบริหารจัดการที่เน้นคุณภาพเป็น สำคัญ” จึงได้จัดเตรียมความพร้อมของหน่วยด้าน องค์บุคคล และองค์วัตถุ ด้วยการประกอบกำลัง ทำการฝึกสวนสนามยานยนต์ และสวนสนามเดิน เท้า เป็นประจำทุกเดือน เพื่อตรวจความเข้มแข็ง ความมีระเบียบวินัย ขององค์บุคคล และความพร้อม ใช้ของอาวุธยุทโธปกรณ์ประจำหน่วย สำหรับการ

เตรียมความพร้อมด้านองค์ยุทธวิธี ได้ทำการฝึกตาม สาขาปฏิบัติการในระดับต่าง ๆ ของหน่วยตามวง รอบเป็นประจำทุกปี การจัดกำลังเข้าร่วมการฝึกปฏิบัติ นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐55


การร่วมของ ๓ เหล่าทัพในการฝึกกองทัพไทย การ ฝึ ก ป้ อ งกั น ภั ย ทางอากาศและฝึ ก ยิ ง อาวุ ธ ต่ อ สู้ อากาศยานร่วมกับกองทัพบก และการฝึกป้องกันภัย ทางอากาศกับกองทัพอากาศ ตลอดจนการฝึกผสม คอบร้าโกลด์ และการฝึกผสมการัตกับกองทัพสหรัฐ ฯ และการฝึ ก ผสมโคปไทเกอร์ กั บ กองทั พ อากาศไทย สิงคโปร์ และสหรัฐ ฯ และในการฝึกของกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา สอ.รฝ.ได้จัดกำลังพลและ ยุทโธปกรณ์ในการปฏิบัติการร่วมกับกำลังทางเรือด้าน การป้องกันภัยทางอากาศและการป้องกันภัยทางทะเล ตามแนวชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน อ่าวไทยตอนล่าง และ ชายฝั่งทะเลอันดามัน และทดสอบระบบเครือข่ายที่เป็น ศู น ย์ ก ลาง (Network Centric Operations) ใน บัญชาการการฝึกยิงปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้งขนาด u

ฝึก COBRA GOLD 2011

๑๕๕ มิลลิเมตรหรือปืนรักษาฝั่ง เพื่อป้องกันฝั่งบริเว��� ฐานทั พ เรื อ พั ง งา ณ ที่ ตั้ ง ยิ ง บริ เ วณเขาหน้ า ยั ก ษ์ จังหวัดพังงา จากศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือที่อยู่บน เรือหลวงจักรีนฤเบศรซึ่งกำลังปฏิบัติการในอ่าวไทย ซึ่ง นับเป็นครั้งแรกที่จัดให้มีการฝึกยิงอาวุธตั้งแต่อาวุธ ประจำกายจนถึงปืนต่อสู้อากาศยานและปืนใหญ่รักษา ฝั่ง โดยบูรณาการการฝึกร่วมกับเรือรบในการเคลื่อน ย้ายอาวุธยุทโธปกรณ์จากชายฝั่งข้ามทะเลไปยังที่ตั้งยิง ในพื้ น ที่ ดั ง กล่ า ว และการอำนวยการยุ ท ธ์ ร่ ว มกั น ระหว่างกำลังทางเรือ คือเรือรบ และอากาศนาวี กับ กำลัง สอ.รฝ.ในการใช้อาวุธต่อฝ่ายตรงข้ามในทะเล ๐56 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

ถือว่าเป็นการทดสอบขีดความสามารถในการปฏิบัติ งานร่วมกันระหว่างหน่วยเรือกับกำลัง สอ.รฝ. ที่มีการ ปฏิบัติการที่ประสานสอดคล้องกันทำให้กองทัพเรือมี ประสิทธิภาพในการป้องกันประเทศมากยิ่งขึ้น สำหรับในอนาคต สอ.รฝ. มีแผนในพัฒนาขีด ความสามารถกำลั ง รบต่ อ ภั ย คุ ก คามที่ จ ะเกิ ด ขึ้ น ใน อนาคต โดยให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือ ปี ๒๕๕๑ – ๒๕๖๐ ซึ่ง สอ.รฝ.มีแนวคิดการเสริม สร้ า งกำลั ง รบ ๒ ระยะ คื อ ระยะแรกปี ๒๕๕๑ – ๒๕๕๕ เป็นการซ่อมแซมปรับปรุงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ ชำรุดให้มีสภาพพร้อมใช้งาน และจัดหายุทโธปกรณ์ให้ เต็ ม อั ต ราตามโครงสร้ า งกำลั ง รบ รวมทั้ ง การปลด ประจำการยุทโธปกรณ์ที่หมดอายุ ส่วนระยะหลัง ปี ๒๕๕๖ – ๒๕๖๐ เป็ น การเสริ ม สร้ า งยุ ท โธปกรณ์

ของกองทัพให้ทันสมัย และมีขีดความสามารถตาม ต้องการ ซึ่งทำให้กองทัพเรือสามารถปฏิบัติภารกิจที่ได้ รับมอบหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพใน ๑๐ ปีข้างหน้า รวมทั้งเป็นกองเรือชั้นนำ และมีดุลกำลังที่เหมาะสม ตามวิสัยทัศน์ที่ตั้งไว้ และสอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัย ใหม่ รวมถึ ง การป้ อ งกั น ภั ย ทางอากาศในภาพรวม ของกองทัพไทย ที่เป็นระบบการควบคุมบังคับบัญชา และการเชื่ อ มโยงข้ อ มู ล แบบอั ต โนมั ติ รวมทั้ ง ให้ สอดคล้องกับการจัดหาเรดาร์ตรวจการณ์ทางอากาศ ของ สอ.รฝ. ซึ่งจะทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศ ของกองทัพเรือมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยจะตรงกับวิสัย


ทัศน์ของ สอ.รฝ. ที่ว่า“หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยาน และรักษาฝั่ง จะเป็นหน่วยกำลังรบ ต่อสู้อากาศยานและ รักษาฝั่งที่มีประสิทธิภาพ และ พร้อมปฏิบัติการตาม ภารกิจที่ได้รับมอบ โดยใช้ระบบการบริหารจัดการ ที่ทัน สมัย ร่วมกับการพัฒนา ยุทโธปกรณ์ ให้มีขีดความ สามารถ สอดคล้องกับภัยคุกคาม” และนอกจากนี้ สอ.รฝ. มีแนวความคิดในจัดสร้างหน่วยปกติในพื้นที่ทัพ เรื อ ภาคที่ ๒ และทั พ เรื อ ภาคที่ ๓ เพื่ อ ใช้ เ ป็ น กอง บังคับการ และเป็นฐานส่งกำลังบำรุง สนับสนุนการ ปฏิบัติภารกิจให้กับหน่วยกำลังของ สอ.รฝ.ประจำพื้นที่ ทัพเรือภาคที่ ๒ และทัพเรือภาคที่ ๓ เพื่อลดปัญหาใน การเคลื่อนย้ายกำลังของหน่วย สอ.รฝ. ซึ่งต้องใช้ยาน พาหนะที่มีสมรรถนะสูง และใช้งบประมาณสูง อันจะ เป็นการเสริมประสิทธิภาพของกองทัพเรือในการป้องกัน u

ป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย นอกจากนี้ได้จัดกำลัง ถวายความปลอดภั ย พระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู่ หั ว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรม วงศานุวงศ์ในการเสด็จแปรพระราชฐานประทับแรมที่ อำเภอสั ต หี บ จั ง หวั ด ชลบุ รี รวมทั้ ง การดำเนิ น งาน โครงการตามแนวพระราชดำริ ใ นการอนุ รั ก ษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและอนุรักษ์เต่าทะเล การสนับสนุน งานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เช่น สุ่ม ตรวจสารเสพติดกับกำลังพล ตรวจจับผู้กระทำความผิด เกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ มีการจัดบรรยายให้ความรู้ ด้ า นยาเสพติ ด แก่ ก ำลั ง พล กั บ ให้ มี ก ารดำเนิ น การ โครงการโรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองกองทัพเรือ ๒ ในการให้ ผู้ต้องขังที่เคยติดยาเสพติดจากกรมราชทัณฑ์ เข้ารับ การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ ให้การศึกษาและ

ฝึก COPE TIGER 2011 การพัฒนาพื้นที่เขาหน้ายักษ์ จังหวัดพังงา เป็นสนามฝึกยิง ปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้งขนาด ๑๕๕ มม. ในการฝึก ทร.๕๔ u

ภั ย ทางอากาศ และป้ อ งกั น ฝั่ ง ต่ อ ที่ ตั้ ง สำคั ญ ที่ ไ ด้ รั บ

มอบหมายได้อย่างสมบูรณ์จากความพร้อมของกำลัง สอ.รฝ.จึงได้รับมอบหมายงานด้านความมั่นคงภายใน ประเทศ ได้แก่ การรักษาความสงบ ๓ จังหวัดชายแดน ใต้ โดย สอ.รฝ. ได้จัดกำลังเข้าร่วมรักษาความสงบกับ กองกำลังหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ณ

ท่าอากาศยานนราธิวาส และการจัดกำลังเป็นหน่วย เฉพาะกิ จ ตามเกาะบริ เ วณชายแดนที่ ติ ด กั บ ประเทศ กั ม พู ช า พม่ า และมาเลเซี ย เพื่ อ ตรวจการณ์ แ ละ รายงานในการรักษาผลประโยชน์ของชาติในทะเล และ

ฝึกอาชีพ เป็นต้น และงานช่วยเหลือประชาชนที่ประสบ ภัยภิบัติต่าง ๆ งานที่ได้รับมอบหมายทั้งหลายตามที่ กล่าวเหล่านี้เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่ากำลังรบที่มีความ พร้ อ มสมบู ร ณ์ นั้ น มิ ใ ช่ เ พี ย งแค่ ความพร้ อ มรบเพื่ อ ป้องกันประเทศอย่างเดียว แต่จะต้องมีความพร้อมใน การช่วยเหลือประเทศและประชาชนในทุก ๆ ด้าน ซึ่ง หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งแห่งราช นาวีไทย ขอยืนยันว่าสามารถดำเนินการตามพันธกิจได้ อย่างสมบูรณ์ นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔ ๐57


บทความ

แม่ผู้เสียสละของกองทัพเรือ

กองบรรณาธิการ

อุ่นใดเล่าอุ่นนักอุ่นรักเจ้า

อุ่นที่เฝ้าดูแลและถนอม อุ่นสายใยผูกพันทุกวันยอม อุ่นในอ้อมกอดรักฟูมฟักรอ ให้เจ้าได้เติบใหญ่ในครรภ์น้อย เก้าเดือนคอยหัวใจไม่เคยท้อ เจ็บความรักความหวังพลั้งพอ เพียงแค่ได้เจ้าเฝ้าเติบโต จะเก็บเกี่ยวความฝันทุกวันไว้ เจ้าเติบใหญ่รายล้อมพร้อมสุขโข ให้สมบูรณ์แข็งแรงแกร่งกล้าโชว์ เป็นสายโซ่เกี่ยวรัดผูกมัดใจ เจ้านั้นเป็นทหารเรือเชี่ยวชาญนัก แม่ประจักษ์ยืนยงไม่สงสัย เป็นความหวังของแม่และชาติไทย เจ้าเติบใหญ่รักชาติองอาจเอย กองบรรณาธิการ ขอนำบทกลอนถ่ายทอด ความรู้สึกผูกพันรักใคร่ และภาคภูมิใจที่แม่ผู้เสียสละ ของกองทัพเรือ  ได้ถ่ายทอดความห่วงหาอาทร และ ปราบปลื้ ม ใจที่ ลู กชายได้ปฏิบัติหน้าที่   และสร้าง

วีรกรรมปกป้องปฐพีอย่างองอาจกล้าหาญสมเป็น ทหารกล้าแห่งราชนาวี นำความปลื้มปิติมาสู่แม่

ผู้เสียสละของกองทัพเรือทั้ง ๕ ท่าน กองบรรณาธิการ ขอนำรูปและรายละเอียดนำมาตีพิมพ์เพื่อให้ท่าน

ผู้ท่านได้ร่วมภาคภูมิ ใจ กับวีรกรรม  อันสง่างาม ของลูกชายแม่ผู้เสียสละของกองทัพเรือ นางปราณี ยิ้มละไม มารดา พล ฯ เอก นิ่มอยู่

สังกัดพัน. ร.๙ รอ. กรม ๓ พล.นย. ซึ่งบุตรชาย ของท่าน ได้รับบาดเจ็บสาหัสเนื่องจาก  ถูกกลุ่ม

ผู้ก่อเหตุรุนแรงลอบยิง  บริเวณศีรษะด้านขวาได้รับ บาดเจ็ บ สาหั ส   เหตุ เ กิ ด บริ เ วณจุ ด ตรวจจุ ด สกั ด

๐58 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

ประจำที่บ้านปลักปลา หมู่ ๘ ตำบลลำภู อำเภอ เมื อ งนราธิ วาส จั ง หวั ด นราธิ วาส เมื่ อ วั น ที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๓ นางมณฑ์เกษมสี ประจงการ มารดา อส.ทพ. เลิศไชยประพัฒน์ ประจงการ สังกัดพัน. ร.๓

กรม ร.๓ พล.นย. บุตรชายของท่านได้รับบาดเจ็บ สาหั ส   เนื่ อ งจากกลุ่ ม ผู้ ก่ อ เหตุ รุ น แรงใช้ อ าวุ ธ สงครามไม่ ท ราบชนิ ด ซุ่ ม โจมตี   ขณะที่ ข บวนรถ

ชุดพักกำลังเดินทางกลับจากการรับ - ส่งกำลังพล ผลัดพักระ���ว่างการปฏิบัติหน้าที่ ฯ เป็นเหตุให้ได้ รั บ บาดเจ็ บ ถู ก สะเก็ ด ระเบิ ด ที่ ใ บหน้ า บริ เ วณ

ใต้ ตาซ้ า ย แขนและมื อ ขวา เหตุ เ กิ ด ที่ บ ริ เ วณ ทางหลวงหมายเลข ๔๒ บริเวณบ้านยามูแน หมู่ ๔ ตำบลบาเระเหนื อ อำเภอบาเจาะ จั ง หวั ด นราธิวาส เมื่อ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๔


ซ้ายบน     นางปราณี ยิ้มละไม กลาง     นางมณท์เกษมสี ประจงการ ขวาบน     นางรอสนัส แจ๊ะแน ช้ายล่าง     นางสงวน โพธิ์โสภา ขวาล่าง     นางสาว ฮารีแม๊ะ ปาเนาะ

นางรอสนัส แจ๊ะแน มารดา พล ฯ มูฮัม หมัดซาอุดี ดอเลาะ สังกัด พัน. ร.๓ กรม ร.๑

พล.นย. บุ ต รชายของท่ า นได้ รั บ บาดเจ็ บ สาหั ส เนื่ อ งจากถู ก กลุ่ ม ผู้ ก่ อ เหตุ รุ น แรงลอบยิ ง ขณะ

ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยครู  ทำให้บาดเจ็บ บริเวณแขนทั้งสองข้าง และมีบาดแผลที่สะโพก ด้ า นซ้ า ย เหตุ เ กิ ด ที่ บ ริ เ วณทางหลวงหมายเลข ๔๒ บ้ า นกาเด็ ง ตำบลละหาร อำเภอยี่ ง อ จังหวัดนราธิวาส เมื่อ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๓ นางสงวน โพธิ์โสภา มารดา จ.อ.ไพวัลย์ โพธิ์โสภา สังกัด พัน. ร.๙ รอ. กรม ร.๓ พล.นย. บุ ต รชายของท่ า นได้ รั บ บาดเจ็ บ สาหั ส เนื่องจากถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงลอบยิงถูกบริเวณ ศีรษะ เหตุเกิดบริเวณบ้านโคกแมแน หมู่ ๓ ตำบลมะนังตายอ อำเภอเมืองนราธิวาส เมื่อ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๔

นางสาว ฮารีแม๊ะ ปาเนาะ มารดา พล ฯ ยูแว บือราเฮง สังกัด พัน. ร.๓ กรม ร.๑ พล.นย. บุ ต รชายของท่ า นได้ รั บ บาดเจ็ บ สาหั ส เนื่ อ งจาก

ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงลอบยิงทำให้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณไหล่ซ้าย สะโพกขวา ช่องท้องถูกลำไส้เล็ก ฉีกขาด และบริเวณข้อเท้า เหตุเกิดบริเวณสามแยก บ้ า นยางเก่ า ใต้ อำเภอสายบุ รี จั ง หวั ด ปั ต ตานี

เมื่อ ๓๐ ธันวาคม  พ.ศ.๒๕๔๓ กองบรรณาธิการ ในนามกองทัพเรือ ขอคารวะ หัวใจแม่ของทหารกล้า ผู้เสียสละความสุขส่วนตน เพื่อปกป้องประเทศชาติและมาตุภูมิ วีรกรรมอัน สง่างามของท่านทำให้ประเทศชาติ สงบสุขร่มเย็น เอกสารอ้างอิง     ๑.  แบบกรอกประวัติผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นแม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.๒๕๕๔ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย รับจาก กองการปกครอง กรมกำลังพลทหารเรือ     ๒.  รายชื่อของมารดาข้าราชการที่เสนอเป็นแม่ดีเด่นประเภท แม่ผู้เสียสละฝ่ายทหารเรือ รับจากสมาคมภริยาทหารเรือ นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐59


บทความ

พิธีปล่อยเรือ 

ข้อมูลเรือ ต.๙๙๔                  

มีความยาวตลอดลำ ๔๑.๗๐ เมตร ความกว้าง ๗.๒๐ เมตร กราบเรือสูง ๓.๘๐ เมตร กินน้ำลึก ๑.๘๐ เมตร ระวางขับน้ำเต็มที่ ๒๑๕ ตัน ความเร็วสูงสุดไม่น้อยกว่า ๒๗ นอต ระยะปฏิบัติการไม่น้อยกว่า ๑,๕๐๐ ไมล์ทะเล ระยะเวลาปฏิบัติการในทะเลต่อเนื่องไม่น้อยกว่า

๗ วัน และ มีความทนทะเล ระดับ ๓

๐60 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

ต.๙๙๔ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ

“เรือรบขนาดใหญ่ มีราคาแพงและมีค่า ใช้จ่ายในการปฏิบัติงานสูง กองทัพเรือ จึงควรใช้เรือที่มีขนาดเหมาะสมและ สร้างได้เอง ซึ่งเมื่อสร้างเรือตรวจการณ์ ใกล้ฝั่งชุด ต.๙๑ ได้แล้ว ควรขยาย แบบเรือให้ใหญ่ขึ้นและสร้างเพิ่มเติม” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๔๕


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา

โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในพิธีปล่อยเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง ชุดเรือ ต.๙๙๔ เฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบรอบ ๗ รอบ ๘๔ พรรษา ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ลงน้ำ ในวัน จันทร์ที่ ๑๑ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๔ เวลา ๑๖๐๐

ณ อู่หมายเลข ๑ อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ ฯ เมื่อเสด็จพระราชดำเนิน ถึง พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ นางดวงพร พุ่มหิรัญ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายพวงมาลัยข้อพระกร จากนั้ น   สมเด็ จ พระเทพรั ต นราชสุ ด า ฯ

สยามบรมราชกุ ม ารี ได้ เ สด็ จ เข้ า ยั ง พลั บ พลาพิ ธี ทรงจุ ด ธู ป เที ย นเครื่ อ งนมั ส การบู ช าพระรั ต นตรั ย พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายสูจิบัตร และกราบบังคมทูล รายงานการสร้างเรือและขอพระราชทานกราบบังคมทูล ทรงอัญเชิญมิ่งขวัญและมงคลสู่เรือ และทรงปล่อย เรือลงน้ำ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระดำเนินไปยังแท่นประกอบพิธี ทรงอัญเชิญ

มิ่งขวัญและมงคลสู่เรือ จากนั้น พลเรือเอก กำธร พุ่ ม หิ รั ญ ผู้ บั ญ ชาการทหารเรื อ ได้ ทู ล เกล้ า ทู ล กระหม่อมถวายขวานทอง สำหรับทรงใช้ตัดเชือก ประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำ ซึ่งเมื่อ สมเด็จพระเทพ รั ต นราชสุ ดา ฯ สยามบรมราชกุ ม ารี ทรงใช้ ข วาน

ตัดเชือกที่แท่นประกอบพิธี ขวดแชมเปญด้านบน ของหัวเรือ ได้ตกกระทบกับหัวเรือ พร้อม ๆ กับ

เรื อ ต.๙๙๔ ได้ ค่ อ ย ๆ ไหลเลื่ อ นออกไป เป็ น สัญญาณว่าเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา ได้ถูกปล่อยลงน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ เ สด็ จ พระราชดำเนิ น กลั บ มายั ง พลั บ พลาพิ ธี

ทรงประเคนจตุ ปั จ จั ย ไทยธรรมถวายพระสงฆ์ แล้วกลับมาประทับยังพระเก้าอี้ ลงพระนามาภิไธย ในสมุ ด ที่ ร ะลึ ก จากนั้ น ผู้ บั ญ ชาการทหารเรื อ

ได้ ทู ล เกล้ า ทู ล กระหม่ อ มถวายของที่ ร ะลึ ก แด่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระสงฆ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เมื่ อ เสร็ จ พิ ธี สมเด็ จ พระเทพรั ต นราชสุ ด า ฯ

สยามบรมราชกุ ม ารี เสด็ จ พระราชดำเนิ น ไป

ทอดพระเนตรนิ ท รรศการ และตรั ส ถามข้ อ มู ล

จากเจ้ า หน้ า ที่ ด้ ว ยความสนพระราชหฤทั ย

ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐61


บทความ

ประชาคมอาเซี ย น กับบทบาทของกองทัพเรือ นาวาเอก  ภุชงค์  ประดิษฐธีระ

คำนำ

และยุ ท ธศาสตร์   นอกจากนี้ ส ถาบั น การศึ ก ษา

ขณะนี้พวกเราคงได้ยินและเริ่มจะคุ้นหูกับคำว่า ทั้งระดับมหาวิทยาลัย  โรงเรียนระดับประถมและ “ประชาคมอาเซียน ๒๕๕๘ หรือ ASEAN 2015” มั ธ ยมศึ ก ษาต่ า งมี ก ารจั ด ตั้ ง ศู น ย์ อ าเซี ย นศึ ก ษา

จากสื่ อ หรื อ วงประชุ ม สั ม มนาที่ ห ลายหน่ ว ยงาน เพื่อให้ความรู้แก่นักเรียนนักศึกษาด้วย บทความนี้ ได้ จั ด ขึ้ น ถี่ ม าก  หลายท่ า นคงทราบแล้ ว ว่ า ในปี จะนำเสนอประวั ติ ความเป็ นมาและวั ต ถุ ป ระสงค์

พ.ศ.๒๕๕๘ (ค.ศ.๒๐๑๕) ประเทศในกลุ่มอาเซียน ของประชาคมอาเซี ย น รวมทั้ ง การดำเนิ น การ

ตั้งเป้าหมายอะไรไว้  อย่างไรก็ตาม  อาจจะมีบางท่าน ของหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยพร้อมกับ ที่ยังไม่รู้ว่า “ประชาคมอาเซียน” คืออะไร หรืออาจ วิเคราะห์บทบาทของกองทัพเรือที่จะต้องดำเนินการ เข้าใจว่าเป็นอันเดียวกับ “สมาคมอาเซียน” ที่ก่อตั้ง ตามกรอบประชาคมอาเซียน มากว่า ๔๐ ปีแล้ว เพราะชื่อคล้าย ๆ กัน ปัจจุบันหลายองค์กรได้จัดตั้งหน่วยเพื่อศึกษา สมาคมประชาชาติ แ ห่ ง เอเชี ย ตะวั น ออก  และรั บ ผิ ด ชอบงานเกี่ ย วกั บ ประชาคมอาเซี ย น เฉียงใต้หรือสมาคมอาเซียน (Association โดยตรง เช่ น สำนั ก งานปลั ด กระทรวงกลาโหม of Southeast Asian Nations : ASEAN) ได้จัดตั้งกองอาเซียนขึ้นในสังกัดของสำนักนโยบาย ส���าคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ๐62 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔


หรือสมาคมอาเซียน ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๐ โดย

มี จุ ด ประสงค์ ห ลั ก คื อ เพื่ อ ส่ ง เสริ ม ความเข้ า ใจ

อันดีต่อกันระหว่างประเทศในภูมิภาค  ธำรงไว้ซึ่ง สันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงทางการเมือง สร้างสรรค์ความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ การพัฒนา ทางสังคมและวัฒนธรรม การกินดีอยู่ดีบนพื้นฐาน ของความเสมอภาคและผลประโยชน์ ร่ ว มกั น

ของประเทศสมาชิก  แรกเริ่มการก่อตั้ง มีสมาชิก ๕ ประเทศ ประกอบด้วย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิ ลิ ป ปิ น ส์   สิ ง คโปร์   และไทย  ต่ อ มาประเทศ

ในเอเชี ย ตะวั น ออกเฉี ย งใต้ ที่ เ หลื อ คื อ กั ม พู ช า

ลาว พม่ า เวี ย ดนาม และบรู ไ น ได้ เ ข้ า ร่ ว ม

เป็นสมาชิกด้วย ปัจจุบันมีสมาชิกรวม ๑๐ ประเทศ และในอนาคตอันใกล้อาจมีติมอร์เลสเตหรือติมอร์ ตะวันออกเป็นสมาชิกเพิ่มอีก ๑ ประเทศ (ขณะนี้

ยังเป็นประเทศที่เรียกว่าผู้สังเกตการณ์)  สมาคม อาเซียนมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงจาร์กาตา ประเทศ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ปัจจุบันมี ดอกเตอร์สุรินทร์ พิศสุวรรณ เป็นเลขาธิการ

ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community)

แนวความคิดการจัดตั้งประชาคมอาเซียนเป็น ผลจากการประชุมผู้นำอาเซียนเมื่อ  เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๖ ที่เกาะบาหลี ซึ่งผู้นำอาเซียนได้ร่วม

ลงนามในปฏิ ญ ญาว่ า ด้ ว ยความร่ ว มมื อ อาเซี ย นที่ เรี ย กว่ า ปฏิ ญ ญาบาหลี   ๒  (Bali Concord II) เห็ น ชอบร่ ว มกั น ให้ จั ด ตั้ ง ประชาคมอาเซี ย น (ASEAN Community) คือการให้อาเซียนรวมตัว เป็นชุมชนหรือประชาคมเดียวกันให้สำเร็จภายใน

ปี พ.ศ.๒๕๖๓ (ค.ศ.๒๐๒๐) แต่ ต่ อ มาได้ ต กลง

ร่ น ระยะเวลาจั ด ตั้ ง ให้ แ ล้ ว เสร็ จ ในปี พ.ศ.๒๕๕๘ (ค.ศ.๒๐๑๕)  โดยจะเป็นประชาคมที่ประกอบด้วย ๓ เสาหลักคือ เสาประชาคมความมั่ น คงอาเซี ย น (ASEAN Security Community-ASC)  มีวัตถุประสงค์ที่จะ ทำให้ ป ระเทศในภู มิ ภ าคอยู่ ร่ ว มกั น อย่ า งสั น ติ

มี ร ะบบแก้ ไ ขความขั ด แย้ ง ระหว่ า งกั น ได้ ด้ ว ยดี

มีเสถียรภาพอย่างรอบด้าน มีกรอบความร่วมมือเพื่อ รับมือกับภัยคุกคามความมั่นคงทั้งรูปแบบเดิมและ นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐63


รู ป แบบใหม่ เพื่ อ ให้ ป ระชาชนมี ความปลอดภั ย

และมั่นคง  โดยมีหลักการดำเนินการคือ ใช้ เ อกสารทางการเมื อ งและกลไกของ อาเซียนที่มีอยู่แล้ว ในการเพิ่มศักยภาพในการแก้ไข ปัญหาข้อพิพาทภายในภูมิภาค รวมทั้งการต่อต้าน การก่อการร้าย การลักลอบค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ อาชญากรรมข้ามชาติอื่น ๆ และการขจัดอาวุธที่มี อานุภาพทำลายล้างสูง ริเริ่มกลไกใหม่ ๆ ในการเสริมสร้างความ มั่นคง  และกำหนดรูปแบบใหม่สำหรับความร่วมมือ ในด้ า นนี้ ซึ่ ง รวมไปถึ ง การกำหนดมาตรฐานการ ป้องกันการเกิดข้อพิพาท การแก้ไขข้อพิพาท และ การส่งเสริมสันติภาพภายหลังจากการเกิดข้อพิพาท ส่ ง เสริ ม ความร่ ว มมื อ ด้ า นความมั่ น คง

ทางทะเล  ซึ่งอาเซียนยังไม่มีความร่วมมือด้านนี้

ทั้งนี้ความร่วมมือดังกล่าวข้างต้นจะไม่กระทบ ต่อนโยบายต่างประเทศ และความร่วมมือทางทหาร ของประเทศสมาชิกกับประเทศนอกภูมิภาค และ สำหรับเสาประชาคมความมั่นคงอาเซียนนี้ต่อมา

ได้ เ พิ่ ม เรื่ อ งของการเมื อ งเข้ า ไปด้ ว ย เรี ย กว่ า ประชาคมการเมื อ งและความมั่ น คงอาเซี ย น (ASEAN Political and Security CommunityAPSC) เสาประชาคมเศรษฐกิ จ อาเซี ย น (ASEAN Economic Community-AEC) มีวัตถุประสงค์ตาม วิ สั ย ทั ศ น์ อาเซี ย น ๒๐๒๐ (พ.ศ.๒๕๖๓) ที่ จ ะให้ ๐64 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

ภู มิ ภ าคเอเชี ย ตะวั น ออกเฉี ย งใต้ มี ค วามมั่ น คง

มั่งคั่ง และสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่น ๆ ได้ โดย

มุ่งให้เกิดการไหลเวียนอย่างเสรีของสินค้า การบริ ก าร การลงทุ น เงิ น ทุ น การพั ฒ นาทาง เศรษฐกิจ และการลดปัญหาความยากจนและความ เหลื่อมล้ำทางสังคมภายในปี ค.ศ.๒๐๒๐ มุ่ ง ที่ จ ะจั ด ตั้ ง ให้ อ าเซี ย นเป็ น ตลาดเดี ย ว

และเป็ น ฐานการผลิ ต โดยจะริ เ ริ่ ม กลไกและ มาตรการใหม่ ๆ ในการปฏิ บั ติ ตามข้ อ ริ เ ริ่ ม ทาง เศรษฐกิจที่มีอยู่แล้ว ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกใหม่ ของอาเซี ย น ได้ แ ก่ กั ม พู ช า ลาว พม่ า และ เวียดนาม หรือ CLMV (Cambodia Lao Myanmar Vietnam) เพื่ อ ลดช่ อ งว่ า งของระดั บ การพั ฒ นา

และช่วยให้ประเทศเหล่านี้เข้าร่วมในกระบวนการ รวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียน ส่ ง เสริ ม ความร่ ว มมื อ ในนโยบายการเงิ น

และเศรษฐกิจมหภาค ตลาดการเงิน และตลาดเงินทุน การประกันภัยและภาษีอากร การพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานและการคมนาคม กรอบความร่วมมือด้าน กฎหมาย การพัฒนาความร่วมมือด้านการเกษตร พลังงาน การท่องเที่ยว การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยการยกระดับการศึกษาและการพัฒนาฝีมือ เสาประชาสั ง คมและวั ฒ นธรรม (ASEAN Socio-Cultural Community-ASCC) มีจุดมุ่งหมาย

ที่จะทำให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ร่วมกัน


ในสังคมที่เอื้ออาทร ประชากรมีสภาพความเป็นอยู่

ที่ดี ได้รับการพัฒนาในทุกด้าน และมีความมั่นคง ทางสังคม (Social Security) โดยเน้นการส่งเสริม ความร่วมมือในด้านต่าง ๆ อาทิ การพั ฒ นาสั ง คม โดยการยกระดั บ ความ เป็ น อยู่ ข องผู้ ด้ อ ยโอกาสและผู้ ที่ อ าศั ย ในถิ่ น ทุรกันดาร และส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน ของกลุ่มต่าง ๆ ในสังคม การพัฒนาการฝึกอบรม การศึกษาระดับ พื้นฐานและสูงกว่า การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี การสร้างงาน และการคุ้มครองทางสังคม การส่งเสริมความร่วมมือในด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ เช่น โรคเอดส์ และโรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน รุนแรง การจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเขียน นักคิด และศิลปินในภูมิภาค

ที่กล่าวไปแล้วนั้น จะเห็นว่าหลักการหรือจุดประสงค์ ของประชาคมอาเซี ย นที่ มี ส่ ว นเกี่ ย วข้ อ งกั บ งาน

ด้านความมั่นคงมากที่สุดคือ เสาประชาคมการเมือง

และความมั่นคงอาเซียน (APSC) โดยในส่วนของ APSC ได้ จั ด ทำแผนงานการจั ด ตั้ ง ประชาคม การเมืองและความมั่นคงอาเซียน  (APSC Blueprint) ซึ่งมีองค์ประกอบที่สำคัญ ๓ ลักษณะ คือ ประชาคมที่มีกติกาและมีการพัฒนาค่านิยม

และบรรทัดฐานร่วมกัน  (A Rules-based Community

of Shared Valued and Norms) ประชาคมที่ทำให้ภูมิภาคมีความเป็นเอกภาพ

มีความสงบสุข มีความแข็งแกร่ง พร้อมทั้งมีความ รั บ ผิ ด ชอบร่ ว มกั น เพื่ อ แก้ ปั ญ หาความมั่ น คงที่ ครอบคลุมในทุกมิติ (A Cohesive, Peaceful, and Resilient Region with Shared Responsibility for Comprehensive Security) ประชาคมที่ทำให้เป็นภูมิภาคที่มีพลวัตและ มองไปยังโลกภายนอกที่มีการรวมตัว และลักษณะ พึ่งพาซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น (A Dynamic and ประชาคมอาเซียนกับงานด้านความมั่นคง  Outward - looking Region in an Increasingly และความมั่นคงทางทะเล Integrated and Interdependent World) จากเสาหลักของประชาคมอาเซียนทั้ง ๓ เสา สำหรับในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทาง นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐65


ทะเลนั้น ใน APSC Blueprint ได้กำหนดให้มีการ

ส่งเสริมความร่วมมือทางทะเลที่ได้กำหนดกิจกรรม ไว้ประกอบด้วย การจัดตั้งเวทีการประชุมหารือเรื่องความ ร่ ว มมื อ เพื่ อ ความมั่ น คงทางทะเลของอาเซี ย น (Establish the ASEAN Maritime Forum - AMF)

การประยุกต์ใช้แนวทางอย่างรอบด้าน โดย เฉพาะประเด็นเรื่องความปลอดภัยในการเดินเรือและ ความมั่นคงในภูมิภาค (Apply a Comprehensive Approach that Focuses on Safety of Navigation and Security Concern in the Region that are of Common Concerns to the ASEAN Community) การรวบรวมประเด็นความมั่นคงทางทะเล และระบุความร่วมมือทางทะเลร่วมกันของสมาชิก อาเซี ย น (Stock Take Maritime Issues and Identify Maritime Cooperation Among ASEAN Member Countries) ส่งเสริมความร่วมมือด้านความปลอดภัย ทางทะเล การค้ น หาและช่ ว ยเหลื อ ผู้ ป ระสบภั ย

ทางทะเล ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การแลกเปลี่ยน ข้อมูลข่าวสาร ความร่วมมือด้านเทคโนโลยี และการ แลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง (Promote Cooperation in Maritime Safety and Search and Rescue (SAR) through Activities such as Information Sharing, Technological Cooperation and Exchange of Visits of Authorities Concerned)

และความมั่ น คงอาเซี ย น  (APSC)  ประกอบด้ ว ย

๖ ยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์การพัฒนาการเมือง ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างบรรทัดฐานความ ร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค ยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาภัยคุกคามรูปแบบ ใหม่ที่มีลักษณะข้ามชาติ ยุทธศาสตร์การจัดการกับภัยพิบัติที่ส่งผล กระทบรุนแรง ยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ปัญหาความ ขัดแย้งในภูมิภาค ยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์กับมหาอำนาจ ทั้งนี้ในร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าว จะกำหนดมาตรการ ในการดำเนินการในแต่ละยุทธศาสตร์ด้วย รายละเอียด

ดู ได้จากร่างยุทธศาสตร์แห่งชาติ ในการดำเนินการ ด้ า นการเมื อ งและความมั่ น คงในอาเซี ย นของ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในส่ ว นของกระทรวงกลาโหมได้ ใ ช้ ก ลไกการ ประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (ASEAN Defence Ministers’ Meeting - ADMM) เป็นส่วนเสริมสร้าง เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งประชาคมการเมืองและความ มั่นคงอาเซียน (APSC) ซึ่งจากผลของการประชุม ADMM ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบร่วมกันให้มีกิจกรรม ความร่วมมือที่สำคัญคือ ความร่วมมือระหว่างกลาโหมอาเซียนกับ องค์กรภาคประชาสังคม ในด้านความมั่นคงรูปแบบ ใหม่ (ASEAN Defence Establishments and Civil Society Organizations Cooperation on Nonหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยกับการ Traditional Security) ดำเนินการความร่วมมือในกรอบประชาคม การใช้ ท รั พ ยากรและศั ก ยภาพทางทหาร อาเซียน อาเซียนในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การดำเนินการเพื่อรองรับประชาคมการเมือง และการบรรเทาภัยพิบัติ (The Use of ASEAN และความมั่ น คงในระดั บ นโยบายของไทย ซึ่ ง มี Military Assets and Capacities in Humanitarian สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็น Assistance and Disaster Relief) หน่ ว ยรั บ ผิ ด ชอบ ได้จัดทำร่างยุทธศาสตร์ ในการ ความร่ ว มมื อ ด้ า นอุ ต สาหกรรมป้ อ งกั น ดำเนินการด้านการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ประเทศของอาเซียน (ASEAN Defence Industry เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นประชาคมการเมือง Cooperation) ๐66 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔


ของแต่ละด้านนั้น ประเทศในอาเซียนจะได้ดำรง ตำแหน่ ง ประธานคณะทำงานอย่ า งน้ อ ย ๑ ด้ า น

และ ๑ วาระ (มีวาระ ๒ - ๓ ปี) ซึ่งแต่ละด้านจะมี ประธานร่ ว มระหว่ า งประเทศสมาชิ ก อาเซี ย นกั บ ประเทศคู่เจรจา ดังนี้ การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและ บรรเทาสาธารณภัย มีเวียดนาม และ สาธารณรัฐ ประชาชนจีน เป็นประธาน ความมั่ น คงทางทะเล มี ม าเลเซี ย และ ออสเตรเลีย เป็นประธาน นอกจากความร่ ว มมื อ ในกรอบของรั ฐ มนตรี การแพทย์ทหาร มีสิงคโปร์และญี่ปุ่น เป็น กลาโหมอาเซียนดังกล่าวแล้ว ยังมีกรอบความร่วมมือ ประธาน ของการประชุ ม รั ฐ มนตรี ก ลาโหมอาเซี ย นและ การต่อต้านการก่อการร้าย มีอินโดนีเซีย ประเทศคู่เจรจา (ADMM-Plus) อีก ๘ ประเทศ และสหรัฐ ฯ เป็นประธาน ได้แก่ ออสเตรเลีย สาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย การปฏิบัติการรักษาสันติภาพ มีฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ สาธารณรัฐเกาหลี รัสเซีย และ และนิวซีแลนด์ เป็นประธาน สหรัฐ ฯ โดยเมื่อ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓ รัฐมนตรี โดยไทยมี แ นวทางในการเข้ า ร่ ว มเป็ น คณะ กลาโหมอาเซียนและประเทศคู่เจรจาได้เห็นชอบใน ทำงานทุกด้าน และเพื่อสนับสนุนกรอบความร่วมมือ การดำเนิ น การด้ า นความร่ ว มมื อ เพื่ อ ความมั่ น คง ดั ง กล่ า วกระทรวงกลาโหมได้ มี ก ารแต่ ง ตั้ ง คณะ ทำงานผู้ เ ชี่ ย วชาญฝ่ า ยไทย (Thai Experts’ ๕ ด้าน คือ การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและ Working Groups-Thai EWGs) ในแต่ละด้านเพื่อ บรรเทาสาธารณภัย (Humanitarian Assistance ทำหน้าที่กำหนดแนวทาง วางแผนการปฏิบัติ และ เป็ น ศู น ย์ ก ลางการติ ด ต่ อ ประสานงานกั บ กลาโหม and Disaster Relief - HA/DR) ความมั่นคงทางทะเล (Maritime Security) อาเซียนและกลาโหมประเทศคู่เจรจา ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่าในกรอบความร่วมมือแต่ละ การแพทย์ทหาร (Military Medical) การต่ อ ต้ า นการก่ อ การร้ า ย (Counter ด้านตามกรอบ ADMM - Plus ประเทศไทยไม่ได้ เป็นประธานร่วมกับประเทศคู่เจรจาทั้ง ๆ ที่ไทยนั้น Terrorism) การปฏิ บั ติ ก ารรั ก ษาสั น ติ ภ าพ (Peace ถือได้ว่าเป็นประเทศชั้นนำประเทศหนึ่งในอาเซียน และยังเป็น ๑ ใน ๕ ของประเทศที่ร่วมจัดตั้งสมาคม Keeping Operations) สำหรับการดำเนินการตามกรอบความร่วมมือ อาเซียนอีกด้วย

นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐67


บทบาทของกองทั พ เรื อ กั บ ความร่ ว มมื อ  การค้าอาวุธสงคราม การกระทำผิดกฎหมายของเรือ ด้านความมั่นคงในกรอบประชาคมอาเซียน ประมงของแต่ละประเทศ และภัยธรรมชาติ เป็นสิ่ง ตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา กองทัพเรือมีบทบาท ในการเข้าร่วมกิจกรรมความร่วมมือเพื่อความมั่นคง ทางทะเลในภู มิ ภาคตามกรอบเวที ต่ า ง ๆ อย่ า ง

ต่อเนื่องทั้งระดับพหุภาคี เช่น เวที ARF (ASEAN Regional Forum), WPNS (Western Pacific Naval Symposium), ReCAAP(Regional Cooperation Agreement on Combating Piracy and Armed Robbery against Ships in Asia), CSCAP (Council for Security Cooperation in Asia Pacific) การร่วมลาดตระเวนในช่องแคบมะละกา และระดับทวิภาคี เช่น การฝึกร่วม การลาดตระเวน ร่วม การประชุม และการแลกเปลี่ยนการเยือนกับ ประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้น สำหรับในกรอบประชาคมอาเซียนนั้น จากแผน จัดตั้งประชาคมการเมืองและความมั่นคง (APSC Blueprint) และข้อตกลงรัฐมนตรีกลาโหมตามกรอบ ADMM กับ ADMM - Plus ที่กล่าวมาแล้ว จะเห็น ว่ า มี กิ จ กรรมหรื อ งานที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ บทบาทของ

กองทัพเรือค่อนข้างมากโดยเฉพาะด้านความมั่นคง ทางทะเล ซึ่ ง เป็ น เรื่ อ งที่ มี ป ระเด็ น ค่ อ นข้ า งกว้ า ง เนื่องจากปัญหาภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อความ มั่นคงทางทะเลในภูมิภาค มีหลายอย่างทั้งที่เป็น ปั ญ หาภั ย คุ ก คามรู ป แบบดั้ ง เดิ ม (Traditional Threats) เช่น ความขัดแย้งเรื่องเขตแดนทางทะเล และปัญหาภัยคุกคามรูปแบบใหม่ (Non - Traditional Threats) เช่น การก่อการร้าย โจรสลัด ยาเสพติด

๐68 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

ที่จะต้องใช้กำลังพล ทรัพยากร และงบประมาณ ของกองทัพเรือในการร่วมกิจกรรมเหล่านี้ ทั้งเรื่อง การประชุมหารือ การฝึก การลาดตระเวน และการ ขนส่งลำเลียงต่าง ๆ นอกจากนี้ความร่วมมืออีก ๒ ด้านตามกรอบ ADMM - Plus คื อ การให้ ความช่ ว ยเหลื อ ด้ า น มนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย (HA/DR) และ การต่อต้านการก่อการร้าย ก็เป็นสิ่งที่กองทัพเรือจะ ต้องเข้าไปมีบทบาทเกี่ยวข้องด้วยเนื่องจากการเกิด ภัยพิบัติที่ผ่านมาที่ทำความเสียหายต่อภูมิภาคนั้น เป็นภัยพิบัติทางทะเล เช่น คลื่นยักษ์สึนามิ หรือ พายุ ไ ต้ ฝุ่ น นากี ส ซึ่ ง หากดู ใ นลั ก ษณะสภาพ ภูมิศาสตร์ของภูมิภาคแล้ว การร่วมมือกันในการใช้ ทรัพยากรทางทะเลร่วมกัน จะเห็นเป็นรูปธรรมมาก กว่าความร่วมมือทางบก และในส่วนของความร่วมมือ ด้านการต่อต้านการก่อการร้ายก็เช่นกัน เนื่องจาก

การก่อการร้ายทางทะเลเป็นปัญหาภัยคุกคามที่ไม่ อาจมองข้ามได้ กองทัพเรือจึงมีบทบาทสำคัญใน ด้ า นนี้ ด้ ว ยโดยเฉพาะการช่ ว ยเหลื อ และบรรเทา สาธารณภัยทางทะเล���ี่ปัจจุบันเกิดขึ้นบ่อยครั้งตามที่ ปรากฏให้เห็นอยู่ จะเห็ น ว่ า กิ จ กรรมความร่ ว มมื อ ตามกรอบ ประชาคมอาเซียนที่ระบุไว้ตาม APSC Blueprint และความร่วมมือ ๓ ใน ๕ ด้านหลักตามข้อตกลง ของ ADMM - Plus ตามที่กล่าวมาแล้ว ล้วนเป็นสิ่ง ที่กองทัพเรือจะต้องเข้าไปมีบทบาทอย่างหลีกเลี่ยง


ไม่ ไ ด้ ดั ง นั้ น ในการพิ จารณาจั ด ทำหรื อ ทบทวน ยุ ท ธศาสตร์ ข องกองทั พ เรื อ และการจั ด ทำแผน ยุ ท ธศาสตร์ ใ นการปฏิ บั ติ ร าชการของหน่ ว ยที่ เกี่ยวข้องทั้งด้านการจัดหา/เตรียมกำลังและการฝึก ศึกษาต่าง ๆ ควรนำปัจจัยภาระงานของกองทัพเรือ ที่จะต้องปฏิบัติตามกรอบประชาคมอาเซียนมาเป็น หนึ่งในปัจจัยประกอบการพิจารณาจัดทำนโยบาย/ แผนดังกล่าวด้วย นอกจากนี้แล้วหากจะเปรียบเทียบ บทบาทของกองทั พ เรื อ กั บ หน่ ว ยงานด้ า นความ มั่นคงหรือเหล่าทัพอื่นตามกรอบประชาคมอาเซียน แล้ว จะเห็นว่ากองทัพเรือน่าจะมีบทบาทที่จะต้อง ดำเนินการมากที่สุด จึงสมควรที่หน่วยเหนือจะต้อง พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมในส่วนที่กองทัพเรือ จะต้องดำเนินการและเตรียมการในเรื่องความร่วม มื อ ด้ า นต่ า ง ๆ ตามกรอบประชาคมอาเซี ย น

รวมทั้งสนับสนุนกองทัพเรือในการปรับปรุง/พัฒนา ขีดความสามารถ (Capacity Building) ทั้งด้านองค์ บุ ค คลและการจั ด หายุ ท โธปกรณ์ ที่ เ หมาะสมและ ทัดเทียมกับประเทศกลุ่มนำในอาเซียนและประเทศคู่ เจรจาเพื่ อ เกี ย รติ ภู มิ แ ละศั ก ดิ์ ศ รี ข องประเทศไทย

รวมทั้ ง ด้ า นสั ง คมและวั ฒ นธรรมเนื่ อ งจากแต่ ล ะ ประเทศมีคุณลักษณะของประชากรที่แตกต่างกัน มากและมีความละเอียดอ่อนในด้านชาตินิยมที่เกี่ยว เนื่องมาจากประวัติศาสตร์ เป็นต้น สำหรับบทบาทของกองทัพเรือที่จะมีมากขึ้นใน ด้านความร่วมมือเพื่อความมั่นคงทางทะเล ตามที่

กล่ า วมาแล้ ว ก็ เ ป็ น สิ่ ง ท้ า ทาย (Challenges) ที่ กองทั พ เรื อ จะต้ อ งปฏิ บั ติ ใ ห้ บ รรลุ ภ ารกิ จ ตาม นโยบายหน่วยเหนือ จึงควรต้องเตรียมการทั้งด้าน กำลังพลที่มีความรู้ความสามารถในด้านที่เกี่ยวข้อง ยุทโธปกรณ์ โดยเฉพาะ Platforms ที่เหมาะสมใน การร่วมมือด้านต่าง ๆ และหน่วยงานที่จะทำหน้าที่ ทั้งด้านอำนวยการและปฏิบัติการอย่างเป็นทางการ

(Track I) รวมทั้ ง ส่ ว นสนั บ สนุ น ด้ า นวิ ช าการ

(Track II) ด้วย อย่างไรก็ตามนอกจากจะเป็นสิ่งท้าทายอย่าง หนึ่งของกองทัพเรือในการที่จะสนองตอบในกรอบ ประชาคมอาเซียนแล้ว ผู้เขียนเห็นว่าจะเป็นโอกาส (Opportunities) ของกองทั พ เรื อ ที่ จ ะได้ แ สดง บทบาทนำในภูมิภาคตามวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ว่า “จะต้องเป็นกองทัพเรือชั้นนำในภูมิภาค ด้วยขนาด บทส่งท้าย กำลังรบที่สมดุล ทันสมัย ภายใต้การบริหารจัดการ จากความมุ่งหวังของประเทศในกลุ่มอาเซียนที่ ที่เน้นคุณภาพเป็นสำคัญ” ถึงแม้ว่าในขณะนี้ประเทศ จะทำให้ เ ป็ น ประชาคมเดี ย วกั น ในปี พ.ศ.๒๕๕๘ ไทยยังไม่ ได้เป็นประธานร่วมในคณะทำงานแต่ละ (ค.ศ.๒๐๑๕) ทั้ ง ด้ า นการเมื อ งและความมั่ น คง ด้านก็ตาม ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคมและวัฒนธรรม โดย กำหนดคำขวั ญ (Motto) ไว้ ว่ า “วิ สั ย ทั ศ น์ เ ดี ย ว บรรณานุกรม อัตลักษณ์เดียว ประชาคมเดียว (One Vision, One -  กระทรวงกลาโหม. สำนั ก นโยบายและแผน.

Identity, One Community)” ซึ่งเป็นสิ่งท้าทาย กองอาเซียน,  เอกสารประกอบการประชุมสัมมนา (Challenges) ของประเทศในอาเซียนว่าจะประสบ เรื่ อ ง  การเตรี ย มความพร้ อ มของกองทั พ ไทย

ความสำเร็จหรือจะเห็นเป็นรูปธรรม (บ้าง) หรือไม่ เพื่อสนับสนุนความร่วมมือด้านความมั่นคงในกลุ่ม โดยเฉพาะในด้ า นความมั่ น คงที่ ปั จ จุ บั น หลาย ประเทศอาเซียน  เมื่อ ๒ - ๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๔. ประเทศยั ง มี ป ระเด็ น ปั ญ หาที่ ส ำคั ญ เช่ น เรื่ อ ง กรุงเทพมหานคร : สำนักนโยบายและแผนกระทรวง เขตแดนทางระหว่างประเทศสมาชิก และการขาด กลาโหม, ๒๕๕๔. ความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันโดยเห็นได้จากการ -  กระทรวงการต่ า งประเทศ. กรมอาเซี ย น. กำหนดยุ ท ธศาสตร์ทหารที่ยังตั้งอยู่บนพื้นฐานว่า แผนงานการจั ด ตั้ ง ประชาคมการเมื อ งและความ ประเทศเพื่อนบ้านอาจเป็นศัตรู (Threats Base) มั่นคงอาเซียน  (ASEAN Political - Security นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐69


Community - APSC Blueprint) กรุงเทพมหานคร: กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ, ๒๕๕๓. กระทรวงการต่ า งประเทศ. กรมอาเซี ย น. แผน แม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน. กรุ ง เทพมหานคร : กรมอาเซี ย น กระทรวงการ

ต่างประเทศ, ๒๕๕๔. -  สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ. สำนักความ มั่นคงกิจการภายนอกประเทศ.  ร่างยุทธศาสตร์แห่ง

ชาติในการดำเนินการด้านการเมืองและความมั่นคง ในอาเซียน. กรุงเทพมหานคร : ส ำ นั ก ค ว า ม มั่นคงกิจการภายนอกประเทศ สำนักงานสภาความ มั่ น คงแห่ ง ชาติ , ๒๕๕๔. เว็ บ ไซต์ กระทรวงการ

ต่างประเทศ HYPERLINK “http://www.mfa.go.th/ asean/ASEAN%20”http://www.mfa.go.th/asean/ ASEAN%20 Main.pdf

ท่ า นทราบหรื อ ไม่ ว่ า ท่ า นเป็ น ผู้ ห นึ่ ง ที่ ท ำให้ นิ ต ยสาร  นาวิกศาสตร์  ของเราชาวนาวีเป็นหนังสือที่มีคุณค่า  น่าสนใจ   และน่าอ่าน?  ท่านสามารถทำได้ด้วยการเขียน  เสนอแนะ  หรือ  แลกเปลี่ยนประสบการณ์เทคนิคการทำหนังสือ ให้ถูกใจผู้อ่าน   โดยส่ ง จดหมายถึ ง กองบรรณาธิ ก ารนาวิ ก ศาสตร์ ห าก  จดหมาย  หรือข้อเสนอแนะของสมาชิกท่านใดได้รับการตีพิมพ์  กองบรรณาธิการ  มีของที่ระลึกเป็นถ้วยกาแฟ  สมนาคุณ  แก่ท่านด้วยสมาชิกท่านใดสนใจ  ส่งจดหมายตามที่อยู่ข้างล่าง  พร้ อ มแจ้ ง ที่ อ ยู่ ข องท่ า นมาด้ ว ยเพื่ อ สะดวกในการส่ ง ของ  สมนาคุณไปให้ครับ

กองบรรณาธิการนาวิกศาตร์ ถนน อรุณอมรินทร์  บางกอกน้อย กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ หรือ  E - mail  มาที่  editor@rtni.or.th

๐70 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔


คอลัมน์ประจำ

ดาวประดับราชนาวี

กองบรรณาธิการ

นาวาโท  กฤษฎา  แสงเพ็ชร์ส่อง

“โครงการวิจัยระบบสมองกลฝังตัวแบบกราฟฟิคส์สำเร็จได้เพราะความทุ่มเทของอาจารย์ ฝ่ายศึกษาโรงเรียนนายเรือหลายท่านในโครงการ  และที่สำคัญเพราะการสนับสนุนจาก ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน  ซึ่งเป็นอีกผลงานหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึง ศักยภาพของโรงเรียนนายเรือและกองทัพเรือ  ในการผลิตผลงานอันเป็นที่ยอมรับทั้งใน ระดับประเทศและระดับโลก” นีเ่ ป็นเพียงเสียงหนึง่ จากทีมงาน  “โครงการวิจยั ระบบสมองกลฝังตัวแบบกราฟฟิคส์”  นาวาโท  กฤษฎา แสงเพ็ชร์ส่อง  อาจารย์ฝ่ายศึกษาโรงเรียนนายเรือ คลืน่ ลูกใหม่มาแรงลูกนี ้ เป็นคนกรุงเทพ  ฯ  โดยกำเนิด ชอบคิดชอบทดลอง  ชอบความท้าทาย  ซึง่ เป็นแรง บันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่  ๆ จนกระทั่ง ได้ เ ป็ น หั ว หน้ า โครงการ  “วิ จั ย ชุ ด พั ฒ นาระบบ  สมองกลฝังตัวแบบกราฟฟิคส์  ซึง่ เป็นผลงานทีท่ ำให้ ได้รบั สิทธิบตั รเกีย่ วกับโครงสร้างระบบสือ่ สารที่ใช้ในการ จับเวลา  ที่มีประโยชน์ ในการพัฒนาระบบสมองกล ฝังตัว  นับเป็นผลงานทีเ่ ป็นประโยชน์ในการเรียนการสอน และอุ ต สาหกรรมอิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส์   ทั้ ง ในอาเซี ย น และระดับโลก

การศึกษาของ  “ดาว”  ดวงนีน้ นั้   จบการศึกษา จากโรงเรียนนายเรืออังกฤษ  (Britannia  Royal Naval  College-Dartmouth)  ประเทศอั ง กฤษ และในระหว่ า งศึ ก ษาที่ ป ระเทศอั ง กฤษ  เขาจบ อีกสาขา  วิศวกรรมอากาศยาน  เกียรตินยิ มอันดับ  ๑ โรงเรียนนายช่างกลอังกฤษ  (Naval  Engineering College-Manadon)  ประเทศอังกฤษด้วย  เขาจบ ปริญญาเอกสาขาอิเล็กทรอ���ิกส์อากาศยาน  (Avionics) มหาวิทยาลัย  Cranfield  จากสหราชอาณาจักร ประวั ติ การทำงานนั้ น เริ่ ม ต้ น จากเป็ น ผู้ บั ง คั บ กองร้อยที่  ๑  กองพันที่  ๔  กรมนักเรียนนายเรือ รั ก ษาพระองค์   โรงเรี ย นนายเรื อ   ปั จ จุ บั น เป็ น อาจารย์ฝ่ายศึกษาโรงเรียนนายเรือ นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐71


นาวาโท  กฤษฎา  แสงเพ็ชร์ส่อง  คนที่  ๓  จากด้านซ้ายมือ

สำหรับทัศนคติในการทำงานของเขาคือ   “สร้างสรรค์  มุ่งมั่น  และทำงานเป็นทีมเวิร์ค” นอกจากโครงการวิจัยชุดพัฒนาระบบสมองกล ฝั ง ตั ว แบบกราฟฟิ ค ส์   ที่ ท ำให้ เ ขาได้ รั บ ชื่ อ เสี ย ง และการตอบรับจากทั่วโลกแล้ว  เขายังเป็นหัวหน้า โครงการพัฒนาต้นแบบระบบวัดมุมอ้างอิงอีกด้วย ในส่วนของรางวัลต่าง  ๆ  ที่  “ดาว” ดวงนี้ ได้รับนั้น  มีมากมาย  อาทิ รางวัลบทความดีเด่นจากบทความ  “การประยุกต์  ใช้ตวั กรองคาลมานในการหาความสูง”  (เป็นอาจารย์ ที่ ป รึ ก ษา  และผู้ แ ต่ ง ร่ ว ม)  การประชุ ม ทางวิ ช า การการสร้างแบบจำลองและการจำลองสถานการณ์ ครั้ ง ที่   ๒  ประจำปี   ๒๕๕๓  เมื่ อ วั น ที่   ๒๐  -  ๒๑  พฤษภาคม  พ.ศ.๒๕๕๓ ๐72 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

รางวัลนวัตกรรมดีเด่น  ในการประกวดผลิตภัณฑ์ ดี เ ด่ น ด้ า นระบบสมองกลฝั ง ตั ว ของประเทศไทย (TESA)  2009  จัดโดย  สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรม ซอฟต์ แ วร์ แ ห่ ง ชาติ   (องค์ การมหาชน)  ร่ ว มกั บ สมาคมสมองกลฝังตัวไทย  เมือ่ วันที ่ ๒๖  พฤศจิกายน พ.ศ.  ๒๕๕๒ ทุนช่วยเหลือทางด้านวิจัยวิทยาศาสตร์  และ เทคโนโลยีครั้งที่  14  th  จาก  มูลนิธีโทเร เพื่อการ ส่ ง เสริ ม วิ ท ยาศาสตร์   ประเทศไทย  เมื่ อ วั น ที่ ๑๑  กุมภาพันธ์  พ.ศ.  ๒๕๕๑ ณ  ตอนนีแ้ ทบไม่มีใครไม่รจู้ กั   นาวาโท  กฤษฎา แสงเพ็ ช ร์ ส่ อ ง  เพชรเม็ ด งามของกองทั พ เรื อ บุ ค คลคุ ณ ภาพที่ ส ร้ า งสรรค์   มุ่ ง มั่ น   และพั ฒ นา ตนเองตลอดเวลา  สมกับเป็น  “ดาวประดับราชนาวี” ที่พวกเราภาคภูมิใจ


คอลัมน์ประจำ

นานาสาระ

นาวาโทหญิง  แสงแข โตษยานนท์

พระคุณแม่ ในฐานะที่ เ ป็ น ชาวพุ ท ธ  คนไทยได้ รั บ การอบรมให้ มี ค วามกตั ญ ญู ก ตเวทิ ต าต่ อ ผู้ มี พ ระคุ ณ โดยเฉพาะแม่ ผู้ ใ ห้ ก ำเนิ ด เพราะคำว่ า   แม่   เป็ น คำที่ ไ พเราะ  ซาบซึ้ ง   เมื่ อ พู ด ถึ ง ลู ก ทุ ก คนมั ก หวน ระลึกถึงพระคุณของแม่ที่มีต่อตนอย่างมากมาย  ยากที่จะหาโอกาสตอบแทนพระคุณของท่านให้หมดสิ้นได้ พระพุ ท ธเจ้ า ทรงยกย่ อ งผู้ ที่ เ ป็ น พ่ อ แม่ ว่ า “เป็ น พระพรหม  เป็ น บู ร พาจารย์   และเป็ น อาหุ เ นยย  บุ ค คล  เพราะท่ า นเหล่ า นั้ น เป็ น ผู้ มี อุ ป การะมาก  บำรุ ง เลี้ ย งดู   และแสดงโลกนี้ แ ก่ บุ ต รทั้ ง หลาย“ ...พระคุณของแม่ที่เด่นชัด  ตามคำสอนในพระพุทธศาสนาท่านพรรณนาไว้  ๔  ประการ นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐73


แ ม่ เ ป็ น พ ร ะ พ ร ห ม ข อ ง ลู ก   คื อ  แม่มีคุณธรรมเหมือนกับพระพรหมอยู่  ๔  ประการ  คือ  เมตตา กรุณา  มุทิตา  และอุเบกขา ซึ่งเรียกว่า พรหมวิหารธรรม   แปลว่า ธรรมเป็นเครื่องอยู่ของ พระพรหม  เพราะพระพรหมผู้ ส ถิ ต อยู่ บ นชั้ น พรหมโลกนั้นท่านมีคุณธรรมต่อสัตว์ โลกเหมือนกัน หมด  แม่ก็เช่นเดียวกัน  คือ  มีพรหมวิหารธรรม ทั้ง  ๔  ประการนี้ต่อลูกทุกคน  มีเมตตา ปรารถนา ให้ลกู ทุกคนมีความสุข  ความเจริญ  มีกรุณา  สงสาร ต้ อ งการจะให้ ลู ก ผู้ มี ความทุ ก ข์ พ้ น จากความทุ ก ข์ มีมุทิตา  แสดงความยินดีด้วยความจริงใจเมื่อลูก ของตนได้ ดี มี สุ ข   และมี อุ เ บกขาการวางเฉย ไม่ขวนขวายกังวล  ในเมือ่ ทราบว่าลูกของตนเติบใหญ่ มีงานทำเลี้ยงตัวได้  หรือมีครอบครัวเป็นหลักเป็น ฐานแล้ว

๐74 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

แม่เป็นเทพองค์แรกของลูก  เพราะแม่เป็น ผู้ มี อุ ป การะก่ อ นกว่ า เทพเหล่ า อื่ น ...  เทพมี   ๓  ประเภท คือ  อุปปัตติเทพ  ได้แก่ พวกทีเ่ กิดเป็น เทวดาโดยกำเนิด  สมมติเทพ  ได้แก่  พระมหากษัตริย์ วิ สุ ท ธิ เ ทพ  ได้ แ ก่   พระอรหั น ต์ ส าวก  แม่   พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็น  วิสุทธิเทพ  เพราะท่านไม่ คำนึงถึงความผิดทีล่ กู กระทำผิดต่อท่าน  แม่ให้อภัยเสมอ และหวั ง ความสุ ข   ความเจริ ญ แก่ ลู ก อย่ า งเดี ย ว เหมื อ นวิ สุ ท ธิ เ ทพ  คื อ   พระอรหั น ต์ ไ ม่ ค ำนึ ง ถึ ง ความผิ ด ที่ พ วกคนพาลประพฤติ ผิ ด ในท่ า นหวั ง ความเจริญแก่พวกเขาอย่างเดียว แม่ คื อ ครู ค นแรกของลู ก   สอนให้ ลู ก รู้สิ่งต่าง  ๆ  ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก  ๆ  นอนแบเบาะ ให้รู้จักสัมผัสนิ้วมือของแม่  ให้รู้จักได้ยินเสียงเป็น เบื้ อ งต้ น   และเมื่ อ เติ บ โตขึ้ น มายั ง สอนว่ า สิ่งนี้ควรทำ  สิ่งนี้ไม่ควรทำให้ถูกต้องตามระเบียบ แบบแผน  ต่อมาอาจารย์อื่น   ๆ  จึง สอนหรือให้ การศึกษาตามลำดับ


แม่ เ ป็ น บุ ค คลที่ ลู ก ควรนำของมาบู ช า  เพราะท่านเป็นผู้มีอุปการคุณก่อน  ต่อลูกทุกคน ... ตามหลักของพระพุทธศาสนานั้น  พระอริยบุคคล จั ด เป็ น บุ ค คลที่ ช าวโลกควรนำของมาบู ช าเพราะ ท่านเป็นผู้มีคุณธรรมสูง  สิ่งของที่บูชาหรือให้แก่ พระอริ ย บุ ค คลจึ ง มี ผ ลมาก  เมื่ อ แม่ มี คุ ณ สมบั ติ เป็ น ดั ง พระอรหั น ต์ อ ยู่ ใ นบ้ า นใกล้ ตั ว เรา  เช่ น นี้ ถ้าลูกต้องการที่จะได้บุญมาก  ก็ควรบำรุงท่านให้มี ความสุ ข กายสุ ข ใจ  โดยการไปหาท่ า น  ไปให้ กำลังใจท่าน  ไปกราบท่านบ้าง  ให้สบายใจเถิด

    

รวบรวมจาก

kasaem-naklada.spaces.live.com/blog/  

พระคุ ณ ของแม่ ที่ ไ ด้ ก ล่ า วมาแล้ ว นี้   ปรากฏ เป็นที่ชัดเจนแล้วต่อลูกทุกคน  เว้นเสียแต่ว่าลูก  ๆ บางคนยั ง คิ ด น้ อ ยเนื้ อ ต่ ำ ใจอะไรบางอย่ า งที่ ต น ไม่ เ ข้ า ใจ  และนี่ เ ป็ น การยื น ยั นว่ า   คำสอนทาง พุทธศาสนาได้เน้นถึงพระคุณของแม่ไว้  เมื่อลูกรู้ว่า แม่มีพระคุณมากอย่างนี้  ก็ควรแสดงความกตัญญู กตเวที ต่ อ ท่ า น  โดยสามารถทำได้ ใ นขณะที่ ท่ า น ยั ง มี ชี วิ ต อยู่   ด้ ว ยการช่ ว ยเหลื อ   เกื้ อ กู ล เลี้ ย งดู เป็ น อย่ า งดี และเชื่ อ ฟั ง คำสั่ ง สอนของท่ า น  อีกทั้งยังชักนำให้แม่มีศรัทธาในทาน  ศีล  ภาวนา  หรือเมื่อท่านมีศรัทธาในทาน  ศีล  ภาวนา  อยู่แล้ว  ต้ อ งเพิ่ ม พู น ศรั ท ธาให้ ม ากขึ้ น   จะทำให้ แ ม่ มีความสุขใจ ภูมิ ใจในลูกของตนอีกทั้งยังได้ชื่อว่า เป็ น การรั ก ษาวั ฒ นธรรมอั น ดี ง ามประจำชาติ อั น เป็ น สั ญ ลั ก ษณ์ ที่ ส ำคั ญ ประการหนึ่ ง ของ ไทยเรา... นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐75


คอลัมน์ประจำ

อาวุธศึกษา นาวาเอก ศูนย์ปืน โสมภีร์

ปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติตระกูลกล็อก (Glock) กล็ อ กเริ่ ม ก่ อ ตั้ ง เป็ น บริ ษั ท ในการผลิ ต ปื น ที่ ด้ามจับเป็นโพลิเมอร์เป็นรายแรกเมือ่ ปี  ค.ศ.  ๑๙๖๓ โดยวิศวกรปืนชื่อ  นาย  แกสตัน  กล็อก  (Gaston Glock)  และเริ่ ม ผลิ ต ปื น กล็ อ ก  ๑๗  หรื อ   รุ่ น P80  เข้าแข่งขันในการประมูลกับกองทัพออสเตรีย ในปี   ค.ศ.๑๙๘๒  จากนั้ น มาปื น ตระกู ล กล็ อ ก ก็ เ ป็ น ที่ แ พร่ ห ลายในวงการตำรวจ  และทหาร รวมทั้ ง ภาคเอกชนอื่ น   ๆ  สิ่ ง ที่ ท ำให้ ปื น กล็ อ ก ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากประกอบด้วยส่วนทีด่ ี หลายส่ วนประกอบกันคือ   (๑)  ชิ้นส่วนประกอบ อะไหล่ของกล็อกมีน้อยเพียง  ๓๔  ชิ้น  ในขณะ ที่ ปื น ของตระกู ล อื่ น มี ม ากมายกว่ า เป็ น สองเท่ า ยิงไปกว่านั้นปืนตระกูลกล็อกที่มีมากถึง  ๓๔  แบบ ไม่ว่าจะเป็นขนาด  ๙  มิลลิเมตร  ขนาด  .๔๐  นิ้ว ขนาด  ๑๐  มิ ล ลิ เ มตร  ขนาด  .๔๕ นิ้ ว ออโต้   ขนาด  .๔๕  จี เ อพี   ขนาด  .๓๘๐  นิ้ ว หรือ  ขนาด  .๓๕๗  นิว้   ปืนกล็อกทุกรุน่ ต่างใช้อะไหล่ ร่ ว มกั น ได้ ไ ม่ ต่ ำ กว่ า ร้ อ ยละ  ๗๖  รู ป ร่ า งหน้ า ตา ก็ดูคล้ายกันมากในทุกแบบ  ต่างกันที่ขนาดเท่านั้น ทำให้การบำรุงรักษาปืนกล็อกนอกจากง่ายแล้วยัง มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำ  ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานของรัฐ ๐76 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

ได้ ใ ช้ ปื น กล็ อ กเป็ น ปื นมาตรฐานของหน่ ว ยได้ แ ก่ หน่วยงานปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐ  ฯ สำนัก งานตำรวจนิวยอร์ก  กองกำลังสหประชาชาติ สำนัก งานตำรวจแห่งกรุงวอร์ชิงตัน ไฮไลท์ของปืนกล็อกที่สำคัญก็คือ  ระบบนิรภัย แบบ  Safe  Action  และด้ามจับที่ทำด้วยโพลิเมอร์ ด้ ว ยระบบ  Safe  Action  และด้ า มจั บ ปื น เป็ น โพลิเมอร์ของกล็อกทำให้เป็นที่ขึ้นชื่อลือชากันมาก เพราะกล็อกได้ทำระบบห้ามไกถึง  ๓  ชัน้ ทีเ่ รียบง่าย แต่มีความปลอดภัยสูง  นอกจากจะทำให้สามารถ ยิ ง ได้ ง่ า ยโดยไม่ ต้ อ งพะวงเรื่ อ งระบบห้ า มไกแล้ ว ยั ง เป็ น ปื น ที่ มี น้ ำ หนั ก เบาพกพาไปไหนมาไหน สะดวก  เรียกว่าเบากว่าปืนที่ทำด้วยเหล็กทั้งตัวมาก ถึงร้อยละ  ๘๖  แม้วา่ ระบบนิรภัยแบบ  Safe Action ใช้ ก ารห้ า มไกแบบสามชั้ น   แต่ ก ารปลดห้ า มไก อยู่ ที่ ต ำแหน่ ง ตั ว ไกเพี ย งแห่ ง เดี ย ว  เรี ย กว่ า แค่กดไกยิงเท่านั้นระบบห้ามไกสามชั้นก็จะถูกปลด ทันที  หากไม่ตงั้ ใจกดไกจริง  ๆ  แล้วไม่มที างเลยที่ จะทำให้ปืนกล็อกลั่นได้  หรือแม้แต่ลูกปืนถูกนำเข้า รั ง เพลิ ง พร้ อ มแล้ ว หากทำตกกระแทกกั บ พื้ น ก็ ไม่สามารถทำให้เข็มแทงชนวนลั่นไปชนจานท้าย ลองลูกปืนได้  เนือ่ งจากมีกระเดือ่ งขวางทางเดินของ


­

      เป็นปืนกล็อก ๑๗ แอล ที่เหมาะสมมากสำหรับใช้ในการยิง แข่งขัน เนื่องจากลำกล้องมีความยาวถึง ๖ นิ้ว

เข็มแทงชนวน  กระเดือ่ งนีห้ ากไม่กดไกยิงจะขวางทาง เข็มแทงชนวนอยู่อย่างนี้แหละ  อีกทั้งปืนกล็อกยังมี กากบาทหลังทำการดึงเข็มแทงชนวนไว้ด้วยยิ่งทำให้ โอกาสลั่นเพราะการตกกระแทกพื้นไม่มีเลย ตัวสไลด์และลำกล้องของปืนกล็อกทำด้วยเหล็กกล้า เคลือบผิวแบบแทนนิเฟอร์  (Tenifer)  ทำให้เพิ่ม ความแข็งแรงของเนือ้ ผิวของสไลด์และลำกล้องได้ปนื อย่างดียิ่ง  เรียกว่าตกกระแทกพื้นอย่างแรงยังไม่ ทำให้เกิดรอยขุดขีดแม้แต่น้อย  พื้นผิวของสไลด์ แข็งแรงราวกับเนื้อเพชรก็ว่าได้  ปืนตระกูลกล็อก ผมทำตกหลายครั้ ง ยั ง ไม่ มี ร อยขู ด ขี ด แม้ แ ต่ น้ อ ย แต่ปืนกล็อกรุ่นใหม่  ๆ  จะดูเคลือบผิวดูมันมากกว่า รุ่ น เก่ า   ๆ  ซึ่ ง จะดู ไ ม่ เ งาและสวยสู้ รุ่ น ใหม่ ไ ม่ ไ ด้ แต่ ก ลไกอื่ น   ๆ  ก็ ไ ม่ ไ ด้ เ ปลี่ ย นแปลงสั ก เท่ า ไร ยิ่ ง รุ่ น   เจนโฟร์ ด้ ว ยแล้ ว ก็ ดู ส วยมากขึ้ น อี ก   คื อ เปลี่ ย นลายตรงด้ า มจั บ   สั น ด้ า มจั บ สามารถถอด เปลี่ ย นได้ ใ ห้ เ หมาะมื อ   นอกนั้ น ก็ เ หมื อ นเดิ ม เป็นส่วนใหญ่ คุณสมบัติที่พิสดารของปืนกล็อกที่สำคัญก็คือ ระบบลั่ น ไก  ระบบลั่ น ไกของปื น กล็ อ กเป็ น แบบ เซมิ ดั บ เบิ ล โดยไม่ มี น กสั บ ใช้ ส ปริ ง   และ เข็มแทงชนวนเป็นหลัก  โดยในขณะทีข่ นึ้ ลำนำลูกปืน เข้ารังเพลิงเรียบร้อยแล้ว  ระบบนิรภัยของกล็อก ทำงานโดยอัตโนมัติทำให้ปืนกล็อกมีความปลอดภัย แม้วา่ ลูกปืนอยู่ในรังเพลิง  ในขณะเดียวกันเข็มแทงชนวน ของปืนกล็อกได้งา้ งไปข้างหลังแล้วประมาณหนึง่ ในสาม

แต่ยงั แรงพอทีจ่ ะทำให้พร้อมยิงได้  เมือ่ ทำการกดไกยิง เข็ ม แทงชนวนจะถู ก ง้ า งต่ อ ไปอี ก สองในสาม ในขณะทีก่ ดไกนีร้ ะบบนิรภัยจะถูกปลดออกโดยอัตโนมัติ พร้อมกับเข็มแทงชนวนพุ่งกลับไปข้างหน้าปะทะกับ จานท้ายรังเพลิง  นี่แหละคือระบบลั่นไกที่ไม่ใช่ทั้ง ซิงเกิลแอ็กชัน่ หรือดับเบิลแอ็กชัน่   สำหรับผูท้ ี่ไม่คนุ้ เคย กับระบบลัน่ ไกแบบซิงเกิลแอกชัน่ หรือดับเบิลแอกชัน่ นัน้ ก็ขออธิบายสัน่   ๆ  ก็คอื   ระบบลัน่ ไกแบบซิงเกิลนัน้ นกสับจะถูกง้างสุดในขณะขึ้นลำ  เพียงกดไกเบา  ๆ เท่านัน้ นกสับก็จะวิง่ ไปข้างหน้า  ในขณะทีร่ ะบบลัน่ ไก แบบดับเบิลนั้นนกสับอยู่ ในลักษณะชิดกับโครงปืน หากต้ อ งการยิ ง จะต้ อ งกดไกยิ ง แล้ ว นกสั บ จะต้ อ ง ง้างไปข้างหลังหนึง่ จังหวะก่อน   และเมือ่ กดไกต่อไป นกสับจึงจะวิ่งไปข้างหน้า  ดังนั้นระบบลั่นไกยิงแบบ ดับเบิลจึงหนักกว่าระบบลัน่ ไกยิงแบบซิงเกิลมากทำให้ ยิงยากกว่าแต่ปลอดภัยกว่า  ส่วนระบบลั่นไกของ กล็อกนั้นหนักกว่าซิงเกิลแต่เบากว่าดับเบิลเรียกว่า น้ ำ หนั ก ไกนั้ น อยู่ ก ลาง  ๆ  ระหว่ า งระบบลั่ น ไก สองแบบนั้น  ปืนบางประเภททำงานได้ทั้งซิงเกิล และดั บ เบิ ล   บางประเภททำงานได้ แ บบซิ ง เกิ ล เพี ย งอย่ า งเดี ย ว  บางประเภททำงานได้ ดั บ เบิ ล เพี ย งอย่ า งเดี ย ว  แต่ ล ะประเภทก็ จ ะต้ อ งแลกกั น ระหว่างความปลอดภัยกับความแม่นยำ  แต่สำหรับ ปื น กล็ อ กแล้ ว   ผมเห็ นว่ า ได้ ทั้ ง ความปลอดภั ย และแม่นยำไปในตัว  เนื่องจากระบบลั่นไกของปืน กล็ อ กมี ความเที่ ย งตรงคงเส้ น คงวาไม่ ว่ า จะลั่ น ไก ในแบบไหนก็มคี วามรูส้ กึ เหมือนเดิมอันนีแ้ หละทีท่ ำให้ ผู้ใช้มีความเคยชินกับมันมาก  โดยระบบลั่นไกของ กล็อกนั้นมีให้เลือกสามแบบคือ    แบบน้ำหนักกด ๒  กิโลกรัม  ใช้ในการแข่งขัน    แบบน้ำหนักกด ๒.๕  กิโลกรัม  ใช้ในปืนกล็อก ที่มาจากโรงงานเกือบทั้งหมด   แบบน้ำหนักกด  ๓.๕  กิโลกรัม  ใช้กบั ผูท้ คี่ นุ้ เคย กับการยิงปืนลูกโม่ดับเบิลแอกชั่น  โดยระบบลั่นไก ของกล็ อ กทุ ก แบบมี ร ะยะกดไกจนลั่ น นั้ น ยาว  ๑๒  มิลลิเมตรเสมอ  เเล้วพบกันฉบับหน้าครับ นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐77


คอลัมน์ประจำ

ข่าวนาวีรอบโลก ปากีสถาน การพิจารณาจัดหาเรือดำน้ำ

คณะรั ฐ มนตรีปากีสถานให้ความเห็นชอบต่อ ข้อเสนอของ  กห.  ในการเริม่ เจรจากับจีนเพือ่ การจัดหา เรื อ ดำน้ ำ จำนวน  ๖  ลำ  ทั้ ง นี้ ตามรายงานของ สำนักข่าว  Associated  Press  ของรัฐบาลเมือ่ วันที่ ๑๔  มีนาคม  พ.ศ.๒๕๕๔  จากรายงานดังกล่าว นาง  Firdous  Ashiq Awan  รั ฐ มนตรี ซึ่ ง รั บ ผิ ด ชอบด้ า นสารสนเทศและการกระจายเสี ย ง แถลงว่าจีนและปากีสถานได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ เกี่ยวกับความตั้งใจในการจัดหาเรือดังกล่าวจากจีน โดยคาดหมายว่าจะมีการเริม่ ดำเนินการในเร็ว  ๆ  นี้

๐78 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

นาวาเอก  จรินทร์  บุญเหมาะ

อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลด้านรัฐบาลปากีสถาน มิได้ให้รายละเอียดใด  ๆ  เพิม่ เติมเกีย่ วกับเรือ่ งดังกล่าว แต่ทว่าสำนักข่าวทีเ่ มือง  Islamabad  ได้กล่าวเสริมว่า รัฐบาลมีความประสงค์ ให้เรือดำน้ำที่จะจัดหาใหม่นี้ ติดตัง้ ด้วยระบบขับเคลือ่ นชนิดไม่ใช้อากาศจากภายนอก (Air  Independent  Propulsion System  -  AIP)  ซึง่ ทำให้เรือสามารถปฏิบตั กิ ารใต้นำ้ ได้เป็นระยะเวลานาน กว่าระบบขับเคลือ่ นแบบเดิม  ทัง้ นีเ้ ป็นทีค่ าดหมายว่า จีนได้มีการพัฒนาระบบ  AIP  มาเป็นเวลาราวสอง ถึงสามทศวรรษสำหรับนำมาใช้กับเรือดำน้ำ  โดยใช้ รัสเซียเป็นแหล่งเทคโนโลยีบางส่วนในการพัฒนา ตามรายงานที่ ไ ด้ รั บ   ระบบขั บ เคลื่ อ น  AIP ได้มกี ารติดตัง้ ในเรือดำน้ำชัน้   Yuan  (Project 039A) ของ  ทร.จีนมาตั้งแต่ปี  พ.ศ.๒๕๕๐


เครื่ อ งจั ก รใหญ่ ดี เ ซลขนาด  ๑,๐๑๖  กิ โ ลวั ต ต์ จำนวน  ๔  เครื่ อ ง  แต่ ล ะเครื่ อ งขั บ เคลื��� อ นหนึ่ ง ได้มกี ารเปิดตัวอย่างเป็นทางการโครงการต่อเรือ เพลาใบจักร  เมือ่ ขับเคลือ่ นทุกเพลาให้ความเร็วสูงสุด  ตรวจการณ์ขนาด  ๕๐.๔  เมตร  ของ ทร.บังคลาเทศ  ๒๓  นอต  ที่ความเร็วมัธยัสถ์ ๒๑ นอต  เดินได้ โดยนาย  Sheikh  Hasina  นายกรั ฐ มนตรี ระยะทางไกลสุด  ๑,๕๐๐  ไมล์ทะเล ปฏิบัติการ บังคลาเทศได้ทำพิธีตัดเหล็กแผ่นแรกสำหรับการ ในทะเลได้ น าน  ๗  วั น ยุ ท โธปกรณ์ ป ระจำเรื อ ต่อเรือที่อู่  Khulna  Shipyard  (KSY)  เมื่อวันที่ ประกอบด้ ว ย  ปื น กลขนาด  ๓๗  มิ ล ลิ เ มตร ๕  มี นาคม  พ.ศ.๒๕๕๔  และในวันเดียวกันนั้น แท่นคู่ที่หัวและท้ายเรือแห่งละหนึ่งแท่น  และขนาด ทร.บั ง คลาเทศยั ง ได้ ท ำพิ ธี ขึ้ น ระวางประจำการ ๒๐  มิ ล ลิ เ มตร  ๒  กระบอกที่ ส องกราบบริ เ วณ อดีตเรือตรวจการณ์ไกลฝัง่ (Offshore Patrol Vessels กึ่งกลางลำ -  OPV)  ชั้น  Castle  ของ  ทร.สหราชอาณาจักร แหล่งข่าวใน KSY กล่าวว่า เรือลำแรกกำหนด ส่งมอบในเดือนธันวาคม  พ.ศ.๒๕๕๕  ลำที่สอง ที่ฐานทัพ Mongla เรือทีต่ อ่ ขึน้ ใหม่นี้ได้รบั การจัดหาภายใต้ขอ้ ตกลง เดือนมิถนุ ายน  พ.ศ.๒๕๕๖  ลำทีส่ ามเดือนกันยายน การถ่ า ยทอดเทคโนโลยี ร ะหว่ า งบริ ษั ท   China  พ.ศ.๒๕๕๖  และสองลำสุดท้ายในเดือนธันวาคม Shipbuilding  &  Offshore  International  พ.ศ.๒๕๕๖  ทัง้ โครงการมีมลู ค่ารวมทัง้ สิน้   ๑,๓๔๔ Cooperation  ประเทศจีนกับบังคลาเทศที่ลงนาม ล้านบาท  ทั้งนี้  ทร.บังคลาเทศมีความประสงค์ที่จะ กันเมื่อเดือนพฤษภาคม  พ.ศ.๒๕๕๓  โดยบริษัท ฯ ต่อเรือแบบดังกล่าวขึน้ เป็นจำนวนรวมทัง้ สิน้   ๒๐  ลำ จะทำการจั ด หาแบบเรื อ และวั ส ดุ อุ ป กรณ์ ที่ ใ ช้ ในช่ ว งเวลาเดี ย วกั น เมื่ อ วั น ที่   ๕  มี นาคม ให้แก่  KSY  เพื่อทำการต่อเรือขึ้นในบังคลาเทศ พ.ศ.๒๕๕๔  ทร.บั ง คลาเทศได้ ขึ้ น ระวางอดี ต เรื อ แบบดั ง กล่ า วนี้ มี ค วามกว้ า ง  ๗.๕  เมตร เ รื อ ต ร ว จ กา ร ณ์ ไ ก ล ฝั่ ง ชั้ น  C a s t l e   ข อ ง กินน้ำลึก  ๑.๙  เมตร  ระวางขับน้ำเต็มที ่ ๒๗๐  ตัน สหราชอาณาจั กรจำนวนสองลำคื อ BNS Bijoy นับเป็นเรือตรวจการณ์ขนาดใหญ่ที่สุดที่ได้ต่อขึ้นใน ( อ ดี ต เ รื อ   D u m b a r t o   C a s t l e )   แ ล ะ  บั ง คลาเทศนั บ ถึ ง ปั จ จุ บั น   เรื อ ขั บ เคลื่ อ นด้ ว ย BNS  Dhalesh  (อดีตเรือ  Leeds  Castle)  เรือ

บังคลาเทศ โครงการจัดหาเรือตรวจการณ์

นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐79


ดังกล่าวนีจ้ ดั หามาเมือ่ เดือนพฤษภาคม  พ.ศ.๒๕๕๓ ซึ่งทั้งสองลำได้รับการซ่อมคืนสภาพ  ณ  บริษัท  A&P  Tyne  ทางตะวั น ออกเฉี ย งเหนื อ ของ อังกฤษเมือ่ เดือนกันยายน  พ.ศ.๒๕๕๓  เดินทางมาถึง จิตตะกองทีบ่ งั คลาเทศเมือ่ วันที ่ ๒๑  มกราคม  และ ๗  กุ ม ภาพั น ธ์   พ.ศ.๒๕๕๔  ตามลำดั บ   ซึ่ ง การนำเรือทัง้ สองลำเข้าประจำการทำให้  ทร.บังคลาเทศ มีเรือที่สามารถรองรับการปฏิบัติการร่วมกับ ฮ.ได้ใน ขณะนีร้ วมทัง้ สิน้   ๓  ลำ  เรือฟริเกตทีต่ อ่ ขึน้ ในเกาหลี ชั้น  Ulsan  ชื่อ  BNS  Bangabandhu  คาดว่า จะกลับเข้าปฏิบัติภารกิจได้อีกครั้งหลังในไม่ช้าหลัง เข้ารับการปรับปรุงโดยมีการติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถี FM  -  90M  จากจีนเพิ่มบนเรือ ฮ.แบบ  Agusta  Westland  AW109E ติดตั้ง ปืนกลขนาด  ๗.๖๒ มิลลิเมตร  จำนวน  ๒  ลำ กำหนดเข้าประจำการกับ  ทร.บังคลาเทศช่วงกลางปี พ.ศ.๒๕๕๔  โดยปฏิบัติการร่วมกับ  Bangabandhu และมี ค วามเป็ น ไปได้ ว่ า จะมี ก ารจั ด หา  ฮ.แบบ Z  -  9  จากจีนเข้าประจำการในโอกาสต่อไป นาย  Hasina  กล่าวถึงแผนการจัดหาเรือรบ ๒  ลำ  ที่มีสิ่งอำนวยอำนวยความสะดวกสำหรับ ฮ.จากจีน  โดยอ้างแบบเรือ  F  -  22P ที่ได้รับการ ดัดแปลง  ซึ่งจะนำเข้าประจำการทดแทนเรือฟริเกต ชั้น  Leopard  ที่ต่อขึ้นในสหราชอาณาจักรมาตั้งแต่ ปี  พ.ศ.๒๕๐๐ เมื่ อ วั น ที่   ๒๙  ธั น วาคม  พ.ศ.๒๕๕๓  ทร.บังคลาเทศยังได้ขึ้นระวางประจำการอดีตเรือรบ ของ  ทร.สหราชอาณาจั กรอี ก หนึ่ ง ลำคื อ   BNS Anushandan  (อดีตเรือ Roebuck)

๐80 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

สหรัฐ ฯ โครงการจัดหายานเบาะอากาศ

ทร.สหรั ฐ   ฯ  มี โ ครงการจั ด หาทดแทน กองเรือยานเบาะอากาศความเร็วสูงจำนวน  ๗๓ ลำ ที่ประจำการอยู่ในขณะนี ้ โดยเมื่อวันที่  ๑  มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓  ได้ มี ก ารจั ด ทำร่ า งคำร้ อ งข้ อ เสนอ (Request  for  Proposal  -  RfP)  โครงการ การเชื่อมโยงระหว่างเรือกับฝั่ง  (Ship  to  Shore Connector  -  SSC)  เพือ่ การจัดหาทดแทนดังกล่าว ยานตามโครงการ  SSC  โดยกว้าง  ๆ  แล้ว มีลักษณะคล้ายคลึงกับยานเบาะอากาศที่ประจำการ อยู่ ในปัจจุบัน   ไม่ว่าจะเป็นมิติภายนอกคือ   ยาว ๒๖.๘  เมตร  กว้าง  ๑๔.๓  เมตร  เพือ่ ให้สามารถ เข้ า ทางตอนท้ า ยอู่ น้ ำ ของเรื อ   ยกพลขึ้ น บกได้   อย่ า งไรก็ ตาม  ตามเอกสารของ  ทร.สหรั ฐ   ฯ  ระบุว่ามีการเพิ่มขีดความสามารถในการบรรทุกจาก เดิ ม   ๖๑  ตั น ไปเป็ น   ๗๔  ตั น   จำนวนลู ก เรื อ ลดน้ อ ยลงกว่ า เดิ ม   มี การปรั บ ปรุ ง ประสิ ท ธิ ภาพ การใช้เชือ้ เพลิงดีขนึ้   และใช้วสั ดุผสมและวัสดุอนื่   ๆ ที่มีน้ำหนักเบาเพิ่มขึ้นในการสร้าง ตามการกำหนดความต้องการของ  SSC ยาน จะควบคุมโดยลูกเรือ  ๒  นาย  (ยานแบบปัจจุบัน ใช้  ๓  นาย)  และสามารถปฏิบัติการในภาวะทะเล ที่ สู ง มากกว่ า เดิ ม ในระยะทางที่ ไ กลขึ้ น   และ ความเร็วสูงขึ้น ทั้งนี้กุญแจสำคัญในการออกแบบ คือ  ความเชือ่ ถือได้  บำรุงรักษาง่าย  และความพร้อม ใช้ ง านของยาน  ทั้ ง นี้ ย านแบบปั จ จุ บั น สามารถ ปฏิบัติการด้วยความเร็ว  ๕๐  นอต  ที่ภาวะทะเล ระดับ  ๓  และระวางบรรทุก  ๖๐  ตัน การออกมาของ


SSC  จะเหลื่อมทับกับแผนการใช้และการยืดอายุ การใช้งานของยานเบาะอากาศทีป่ ระจำการอยู่ในขณะนี้ ซึ่ ง ตามแผนจะทยอยปลดระวางให้ ห มดสิ้ น ในปี งป.๒๕๖๐  ซึ่งตามแผนนั้นจะมีการขยายระยะเวลา ประจำการออกไปอีก  ๑๐ ปี จากแต่เดิมที่กำหนดไว้ เพียง ๒๐ ปี มี   ๒  บริ ษั ท ต่ อ เรื อ ได้ เ สนอตั ว เข้ า แข่ ง ขั น เสนอราคาในการรับออกแบบและต่อยานเบาะอากาศ รุ่นใหม่จำนวน  ๗๓  ลำดังกล่าวนี้คือ  Marinette Marine  ร่ ว มกั บ  Boeing  และ  Oceaneering ร่วมกับ  Griffon  Hoverwork  ทั้งนี้  ทร.สหรัฐ  ฯ คาดหมายที่ จ ะได้ รั บ ยาน  SSC  ลำแรกในปี พ.ศ.๒๕๖๑  และยาน  ๘  ลำแรกเข้าประจำการ ได้ในปี  พ.ศ.๒๕๖๓ RfP  ขัน้ สุดท้ายคาดว่าจะแล้วเสร็จได้ชว่ งปลาย ฤดู ใ บไม้ ผ ลิ ปี   พ.ศ.๒๕๕๕  ซึ่ ง   ทร.สหรั ฐ   ฯ  จะทำการตั ด สิ น ใจขั้ น สุ ด ท้ า ยว่ า จะมอบหมายให้ บริษทั ใดเป็นผูไ้ ด้รบั สัญญาสร้างยานดังกล่าวก่อนสิน้ ปี พ.ศ.๒๕๕๔

Atlas  ได้สถาปนาบริษทั ลงในประเทศฟินแลนด์ และเกาหลี ใต้เมื่อเดือนตุลาคม  และพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๒  ตามลำดับ  และในปีเดียวกันนี้ยังได้ ขยายการลงทุนในสหราชอาณาจักรร่วมกับกลุ่มธุร กิจเทคโนโลยีทางทหารชื่อ  QinetiQ  ไปในธุรกิจ การจัดหาระบบปฏิบัติการใต้น้ำอีกด้วย บริ ษั ท   EADS  และ  Thyssenkrupp Technologies  ได้ซื้อกิจการ  Atlas  Elektronic มาจากบริษัท  BAE  Systems  ด้วยมูลค่า  ๙,๖๐๐ ล้ า นเหรี ย ญ  เมื่ อ เดื อ นมิ ถุ น ายน  พ.ศ.๒๕๔๙ ซึ่ ง   EADS  ได้ ถ่ า ยโอนธุ ร กิ จ ด้ า นระบบการรบ ท า ง เ รื อ ใ ห้   A t l a s   เ ป็ น ผู้ รั บ ผิ ด ช อ บ ใ น ปี พ.ศ.๒๕๕๐  และในปี  พ.ศ.๒๕๕๓  ได้จัดตั้งบริษัท Sofrelog  ขึ้นมาทำกิจการร่วมค้า  Sofrelog/Atlas ในชื่อใหม่ว่า  Sofrelog  Atlas  marine  Security หน่ ว ยธุ ร กิ จ หลั ง สุ ด ที่ ตั้ ง ขึ้ น มานี้ ช่ ว ยให้   Atlas ขยายธุรกิจออกไปได้ทั่วโลก  และทำให้  Sofrelog สามารถติดต่อค้าขายกับประเทศ  จีน  เดนมาร์ก มาเลเซีย  โปรตุเกส  และสเปน

เยอรมนี Atlas Elektronik ตั้งบริษัทลูกในสหรัฐ ฯ

บริ ษั ท   German  Marine  Technologies Group  Atlas  Elektronik  ประกาศเมื่ อ��� ๓  มี น าคม พ.ศ.๒๕๕๔  ว่ า จะตั้ ง บริ ษั ท ลู ก ในประเทศสหรัฐ  ฯ  ตามแผนยุทธศาสตร์ของบริษทั ในการทำธุ ร กิ จ ระดั บ โลก  บริ ษั ท   Atlas  North America  จะลงหลักปักฐานที่  Virginia  Beach บริเวณใกล้เคียงกับกองบัญชาการกองเรือแอตแลนติก ทร.สหรัฐ  ฯ  เมือง  Norfolk  รัฐเวอร์จิเนีย การสถาปนาบริษัทข้างต้นในดินแดนสหรัฐ  ฯ ดังกล่าวข้างต้นส่งผลให้บริษทั ร่วมค้าระหว่าง  EADS และ  Thyssenkrupp  ในปัจจุบันมีฐานการค้าใน ๘  ประเทศทั่ ว โลก  นอกเหนื อ ไปจากบริ ษั ท แม่ ในเยอรมนี   กล่ า วคื อ   มาเลเซี ย   ออสเตรเลี ย เดนมาร์ ก   ฟิ น แลนด์   แอฟริ ก าใต้   เกาหลี ใ ต้ สหราชอาณาจักร  และสหรัฐ ฯ นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐81


หน่วยเรือเฉพาะกิจประกอบไปด้วยเรือจาก แคนาดา  กรีซ  อิตาลี  ตุรกี  สหราชอาณาจักร และสหรัฐ  ฯ เรือรบของกองกำลังประเทศภาคีสนธิสัญญา คิดเป็นจำนวนเรือรวมทั้งสิ้น  ๑๖  ลำ  การปิดล้อม แอตแลนติ ก เหนื อ   (North  Atlantic  Treaty  ทางทะเลครั้ ง นี้ น ำโดยเรื อ บรรทุ ก เครื่ อ งบิ น อิ ตาลี Organization  -  NATO)  ร่วมทำการลาดตระเวน ชื่อ  ITS  Garibaldi  พร้อมทั้งเรือฟริเกต  ๑๐  ลำ รักษาด่านนอกชายฝั่งเส้นทางเดินเรือเข้าสู่ประเทศ (๔  ลำจากตุรกี)  เรือดำน้ำ  ๓  ลำ  (จากอิตาลี ลิเบีย  ทั้งนี้เพื่อเป็นการปิดกั้นการขนอาวุธ  และ สเปน  และสหรั ฐ   ฯ)  และเรื อ ช่ ว ยรบ  ๒  ลำ ทหารรับจ้างเข้ามายังประเทศลิเบียซึ่งมีความวุ่นวาย (จากอิตาลีและตุรกี)  ทั้งนี้เรือทั้งหมดจะทำการลาด ทางการเมืองอยู่ในขณะนี ้ ซึง่ การดำเนินการดังกล่าว ตระเวนอยู่ในบริเวณเขตน่านน้ำสากล  และทำการ เป็นไปตามข้อมติของ  UNSCR  1973  ในการบังคับ เฝ้ า ระวั ง เรื อ และเครื่ อ งบิ น ที่ เ ดิ น ทางมุ่ ง ตรงไปยั ง มิ ให้มีการส่งสินค้า  และยุทธปัจจัยเข้าไปยังลิเบีย น่านน้ำทะเลอาณาเขตของลิเบีย  โดยจะใช้อำนาจ ภายใต้ ป ฏิ บั ติ การที่มีชื่อว่า   Operation  Unified ทำการหยุดและขึ้นตรวจค้นเรือที่อยู่ในข่ายน่าสงสัย Protector  ซึ่ ง   อยู่ ภายใต้ การบั ง คั บ บั ญ ชาของ นอกจากการลาดตระเวนทางเรือตามที่กล่าวมา พล.ร.ท.  Rinaldo  Veri  จาก  Maritime  Command แล้วข้างต้น  NATO  ยังเสริมการลาดตระเวนทาง อากาศด้วยการใช้เครือ่ งบินลาดตระเวนทางทะเลร่วม ที่เมือง  Naples กับเครือ่ งบินขับไล่เพือ่ ทำการสกัดกัน้ เครือ่ งบินทีต่ อ้ ง สงสัยว่าจะขนอาวุธเข้าสู่ลิเบีย

นาโต การปิดกั้นลิเบีย

๐82 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔


คอลัมน์ประจำ

พจนานุกรมศัพท์ชาวเรือ พลเรือเอก  ไพศาล  นภสินธุวงศ์

double up

เพิ่มเชือกผูก การเพิม่ เชือกผูกเรือเป็นสองเท่าเพือ่ ให้แน่นขึน้ เป็นหนึง่ ในขัน้ ตอนสุดท้าย  เมือ่ ผูกเรือเข้ากับท่าเทียบ

๑. ปลดใบเรือลงอย่างรวดเร็วทันทีทันใด ๒. การดับไฟโดยใช้น้ำราด

draft

๑.  ระยะกินน้ำลึก ๒.  ทหารเกณฑ์

๑. การกิ น น้ ำ ลึ ก ของเรื อ ใต้ เ ส้ น แนวน้ ำ วัดในทางดิ่ง  กับแนวกระดูกงู ๒. หมายถึง  ทหารเกณฑ์ ใหม่ที่ได้รับบรรจุลง หน่วย  draft  มีความหมายเดียวกับ  draught

draft marks

ตัวเลขบอกเรือกินน้ำลึก

จมลงในน้ำมากกว่าปกติทปี่ ลายสุดหัวเรือ (ท้ายเรือ)

downgrade

ลดชั้นความลับ ลดชัน้ ความลับลงจากเดิม  เพือ่ ประโยชน์ในการ รักษาความลับ

down time

กำหนดหมดสภาพ อุปกรณ์เมือ่ ถึงกำหนดหมดสภาพต้องปลดประจำการ เนือ่ งจากชิน้ ส่วน  กำลังหรือปัจจัยอืน่   ๆ  ไม่สามารถ ทำงานต่อไปได้

down with the helm/down helm หมุนพังงาไปใต้ลม คำสั่งให้หมุนพังงาไปทิศทางใต้ลม

dowse  (douse) ๑.  ปล่อยลงอย่างเร็ว ๒.  ดับไฟ ๓.  การเก็บใบ

ตัวเลขทีแ่ สดงไว้ทหี่ วั เรือและทวนท้ายเรือ  (Stem  and Sternpost) แสดงการกินน้ำลึกของเรือขณะนั้น

drag

๑.  เกา (สมอ) ๒.  สาวคู่นัด ๓.  แรงต้าน

๑. ลากสมอไปตามพื้ น ท้ อ งน้ ำ ตั ว อย่ า งเช่ น สมอเกา  เนื่องจากลมกำลังแรง ๒. คำสแลงใช้ ที่ โ รงเรี ย นนายเรื อ สหรั ฐ   ฯ หมายถึง  หญิงสาวหรือคู่นัด ๓. แรงต้านการเคลื่อนที่ ไปข้างหน้าของเรือ อันเกิดจากความเสียดทานของพื้นผิว นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐83


drain, main ท่อสูบ (หลัก)

ระบบท่อสูบขนาดใหญ่ในบริเวณเครือ่ ง  ใช้สำหรับ สูบน้ำออกจากห้องในเรือเชือ่ มต่อกับท่อสูบน้ำดับเพลิง และท่อสูบน้ำใต้ท้องเรือ

dreadnough

ชั้นเรือเดรดนอต ชัน้ ของเรือประจัญบานทีม่ หี มูป่ นื หลักขนาดเดียวทัง้ ลำ (All  Big  Guns)  มีความเร็วสูง  ได้ชอื่ ตาม  เรือหลวง Dreadnough  ของอังกฤษซึง่ เป็นเรือลำแรกของชัน้ นี้ สร้างใน  ค.ศ.๑๙๐๖  เป็นเรือขนาดใหญ่  มีความเร็วมาก เป็นพิเศษกว่าเรือประจัญบานชัน้ ต่าง  ๆ  ก่อนหน้านัน้

การประดั บ เรื อ ด้ ว ยธงชาติ ที่ ย อดเสาเรื อ ทั้ ง หมด และที่เสาธงท้ายเรือ  การประดับธงอย่างเต็มรูปแบบ ต้องชักธงราวไว้บนยอดเสาจากหัวเรือถึงท้ายเรือ ธงชาติขนาดใหญ่ที่สุด

drift

dredge

๑.  ขุดลอก ๒.  ถังตัก

๑. ขุดลอกให้ลึก  เช่น  ท่าเรือ  หรือร่องน้ำ ๒. ถังตักของเครื่องขุดลอกท้องทะเล

๑.  อาการเยื้อง ๒.  อาการเซ ๓.  ความเร็วกระแสน้ำหรือลม

๑. การเคลื่ อ นที่ เ ยื้ อ งทิ ศ ทางของกระสุ น (Projectile)  ซึ่ ง หมุ น ทรงตั ว   ส่ ว นมากเกิ ด จาก แรงบิดเหนี่ยวนำ ๒. ความเร็วที่เรือและอากาศยานถูกกระทำ ออกจากเข็มเดิม  เนือ่ งจากกระแสน้ำและกระแสลม ๓. ความเร็วกระแสน้ำหรือลมมีหน่วยเป็นนอต

drift angle

dreadger

เรือขุดลอก เรือทำหน้าทีข่ ดุ ลอกร่องน้ำ  หรือท้องทะเลให้ลกึ

มุมเซ มุมในแนวนอนวัดเป็นองศา  ระหว่างแนวทิศ หัวเครือ่ งของอากาศยานหรือหัวเรือกับเส้นแท่งทีเ่ ป็นจริง (Course Made Good)

dreadging

drift ice

การแล่นเรือเกาสมอ การแล่นเรือในทางน้ำไกล  (Tide  Way)  โดยการ เกาสมอ  (Dragging)  บนพืน้ ท้องทะเลเพือ่ ช่วยในการ ถือหางเสือ  ปกติกระทำเมือ่ เข้าร่องน้ำแคบ  ๆ  หรือ เมื่อเข้าเทียบท่า

dressing line

เชือกขึงธงราวแต่งเรือ เชือกที่ใช้ขึงธงราว  เมื่อเตรียมการแต่งเรือ ๐84 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

น้ำแข็งลอย น้ำแข็งที่ลอยจากจุดกำเนิด

drifting mine

ทุ่นระเบิดลอยตามน้ำ ทุ่นระเบิดที่มีกำลังลอยตัวมีเสรีในการเคลื่อนที่ ไปตามคลื่น  ตามลม  และตามกระแสน้ำ  หรือน้ำ ขึ้นน้ำลง


คอลัมน์ประจำ

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา ศิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการ TO BE  NUMBER ONE เสด็จ ฯ เยี่ยมการดำเนินงาน โครงการ TO BE NUMBER ONE จ.สงขลา และทรงเปิดศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น โดยมี พล.ร.ต.จรูญ จาตุรพงศ์ ผบ.ฐท.สข.ทรภ.๒ ผู้แทน ผบ.ทรภ.๒ เข้ารับพระราชทานเข็มสัญลักษณ์ TO BE NUMBER ONE ณ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ จ.สงขลา เมื่อ ๒๕ พ.ค.๕๔ ■

พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. เป็นประธานในการแถลงผลการ สัมมนาและพิธีปิดการฝึก ทร.๕๔ ณ ห้องประชุมบริพัตร อาคาร สรส.ยศ.ทร. อ.ศาลายา จ.นครปฐม เมื่อ ๑๒ พ.ค.๕๔

ผบ.ทร. ร่วมคณะ รมว.กห. และ ผบ.เหล่าทัพ ลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ รพ.ศิริราช กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๔ พ.ค.๕๔

ผบ.ทร.  เป็ น ประธานในพิ ธี ว างศิ ล าฤกษ์ พ ระราชานุ ส าวรี ย์ จอมพลเรือ พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ณ อรม.อร. อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อ ๓๐ เม.ย.๕๔

ผบ.ทร. รับมอบเงินจากคณะนักศึกษา วทร.รุ่น ๔๐ สมทบทุน การจั ด การแสดงกาชาดคอนเสิ ร์ ต กองทั พ เรื อ เฉลิ ม พระเกี ย รติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ณ ห้องรับรอง บก.ทร. กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๒๓ พ.ค.๕๔ นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐85


พล.ร.อ.นิพนธ์ จักษุดุลย์ รอง ผบ.ทร. และคณะตรวจเยี่ยม สน.ผชท. ทร.ไทย/แคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย โดยมี น.อ.เกริกไชย วจนาภรณ์ ผชท.ทร.ไทย/แคนเบอร์รา ให้การต้อนรับ ระหว่าง ๓ ๙ มิ.ย.๕๔ ในโอกาสนี้ได้เข้าเยี่ยมคำนับ ดร.เกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศกรุงแคนเบอร์รา และคุณพีรวิช สุวรรณประเทศ กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์

พล.ร.อ.ศุภกร บูรณดิลก ปธ.คปษ.ทร. ร่วมแถลงข่าวในรายการ “สุริวิภา ฮอลิเดย์” ตอนพิเศษ “หนึ่งในธุลี” ณ ห้องออดิทอเรี่ยม สถานีโทรทัศน์ โมเดิร์นไนน์ทีวี เมื่อ ๒๗ เม.ย.๕๔

พล.ร.อ.เถกิงศักดิ์ วังแก้ว เสธ.ทร. เป็นผู้แทน ผบ.ทร. รับมอบ เงินสนับสนุน การจัดทำสารคดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว “หนึ่งในธุลี” จำนวน ๕๐๐,๐๐๐.- บาท จาก นายวินิจ แตงน้อง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บ.ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ณ ห้องรับรอง บก.ทร. กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๒๕ เม.ย.๕๔

พล.ร.อ.อภิ วั ฒ น์   ศรี ว รรธนะ  ผทค.พิ เ ศษทร.  และคณะ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของ ทร. ลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ณ รพ.ศิริราช กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๒๐ พ.ค.๕๔ ■

๐86 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

พล.ร.อ.สุวิทย์  ธาระรูป  ผช.ผบ.ทร.  ปลูกต้นไม้บริเวณป้อม วิชัยประสิทธิ์ กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๒๕ พ.ค.๕๔

ประธาน คจก. และคณะ ฯ ตรวจเยี่ยมการฝึกกำลังพลฝีพายเรือ พระราชพิธี  ฯ ของ สอ.รฝ. โดยมี น.อ.อดิเรก ชุมภูนุช รอง ผบ.สอ.รฝ. ให้การรับรอง ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำ กรม สอ.๑ สอ.รฝ. อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อ ๒๗ พ.ค.๕๔ ■


พล.ร.ท.ฆนัท ทองพูล ผอ.ศรชล.เขต ๑/ผบ.ทรภ.๑ เป็นประธาน การฝึกปฏิบัติการร่วม ศรชล.เขต ๑ ประจำปี งป.๕๔ เพื่อทดสอบ การประสานงาน การปฏิบัติการ และการทดสอบความพร้อมในการ ควบคุมสถานการณ์เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ ณ อาคารเคียงสะเก็ด บริษัท บี แอล ซี พี พาวเวอร์ จำกัด จ.ระยอง เมื่อ ๒๐ มิ.ย.๕๔ ■

พล.ร.ท.ผสมทรัพย์ เกื้อหนุน ประธาน คพท. และคณะ เดินทาง ไปปฏิ บั ติ ภ ารกิ จ   ร่ ว มหารื อ เยี่ ย มชมการฝึ ก อาชี พ ที่ ส ถาบั น พัฒนาฝีมือแรงงาน ภาค ๑๒ สงขลา โดยมี คุณภิญโญ  สะตะพันธ์ หน.กลุ่มงานพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติสงขลา  ให้การต้อนรับ เมื่อ ๑๑ พ.ค.๕๔ ■

พล.ร.ท.พลวัฒน์ สิโรดม รอง เสธ.ทร. (๒) เป็นผู้แทน ผบ.ทร. ให้การต้อนรับ ดาโต๊ะ  ด็อกเตอร์ พัฒนา หลังปูเต๊ะ อิหม่ามประจำ มัสยิดต้นสนและครูผู้สอนศาสนา (อุสตาซ) เข้าพบและรับฟังโอวาท เกี่ยวกับแนวทางในการดำเนินโครงการสังคมจิตวิทยาด้านความ มั่นคง ณ ท้องพระโรง พระราชวังเดิม กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๔ พ.ค.๕๔ ■

พล.ร.ท.วิฑูรย์ คัมภีระพันธุ์ ผบ.ทรภ.๒ เป็นประธานในพิธีปิด การฝึกอบรมเครือข่ายประชาคมข้อมูลข่าวสารทางทะเลในระดับ ท้องถิ่น ของ พมพ.ทรภ.๒ ประจำปี งป.๕๔ และการประชุมแกนนำ ชุมชนชายฝั่งทะเลในพื้นที่รับผิดชอบ ทรภ.๒ ประจำปี งป.๕๔ เพื่อ สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง  ทรภ.๒  กับหน่วยงานราชการ ในพื้นที่ ณ โรงแรมหาดแก้วรีสอร์ท ปริ้นเซส จ.สงขลา ระหว่าง ๑๙ – ๒๐ พ.ค.๕๔ ■

พล.ร.ท.ชั ย วั ฒ น์   เอี่ ย มสมุ ท ร  ผบ.รร.นร.  เป็ น ประธาน ในพิธีมอบทุนการศึกษา  ประจำปี  ๒๕๕๔  ให้แก่  นนร.  ณ หอประชุมภูติอนันต์ รร.นร. จ.สมุทรปราการ เมื่อ ๙ มิ.ย.๕๔ ■

พล.ร.ท.สุรชัย สังขพงศ์ เสธ.กร. เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกผสม CARAT 2011 โดยมี พล.ร.ต.ไชยยศ สุนทรนาค ผอ.กอฝ. CARAT 2011/ผบ.กฟก.๒ กร. และ น.อ.(พ) David Welch ผบ.กองเรือพิฆาตที่ ๑๑ ทร.สหรัฐ ฯ กล่าวรายงานสรุปผลการฝึก ณ ทลท.กทส.ฐท.สส. อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อ ๒๐ พ.ค.๕๔ ■

นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐87


พล.ร.ท.ประยุทธ เนตรประภา ประธานคณะกรรมการอุทกศาสตร์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออก (EAHC) และ จก.อศ. rdเข้าร่วมประชุม 9th Capacity Building Sub Committee และ 3 Inter-Regional Coordination Committee ณ เมือง Niteroi สหพันธ์สาธารณรัฐ บราซิล ระหว่าง ๒๑ - ๒๙ พ.ค.๕๔

พล.ร.ท.พงศ์ศักดิ์ ภูรีโรจน์ ผบ.กปช.จต./ผบ.นย. เป็นประธานปิด หลักสูตรการฝึกฟื้นฟูรอ้ ย ทพ.นย.รุน่ ที่ ๔/๕๔ ณ ลานเกียรติศกั ดิพ์ ราน ค่ายเทวาพิทักษ์ อ.โปร่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เมื่อ ๒๕ พ.ค.๕๔

พล.ร.ท.จักรชัย ภู่เจริญยศ ประธานกรรมการบริหารโครงการ จัดหายานเกราะล้อยาง และ ผช.เสธ.ทร.ฝขว. เดินทางไปตรวจ เยี่ยมการดำเนินการตรวจรับยานเกราะล้อยางแบบ  BTR-3E1 ในการตรวจสอบ Visual Inspection ของยานเกราะล้อยาง กับ ตรวจเยี่ ย มการทดสอบการเคลื่ อ นที่ ใ นน้ ำ ของยานเกราะ  และ ตรวจเยี่ยมการทดสอบทดลองการยิงกระสุนจริง ณ สนามฝึก ทร. หมายเลข ๑๖ บ้านจันทเขลม จ.จันทบุรี

พล.ร.ท.อิ ท ธิ ค มน์   ภมรสู ต   ผช.เสธ.ทร.ฝยบ.  เป็ น ผู้ แ ทน ผบ.ทร.  เยี่ ย มทหารที่ ไ ด้ รั บ บาดเจ็ บ จากการปฏิ บั ติ ห น้ า ที่   ณ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า พร. กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๒๕ พ.ค.๕๔ ■

๐88 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

พล.ร.ท.ทวีวุฒิ  พงศ์พิพัฒน์  ผช.เสธ.ทร.ฝยก.  และคณะ  ฯ ตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์ การฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธี ประจำปี งป.๕๔  ของ  สอ.รฝ.  ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความพร้อมรบ และขีดความสามารถขององค์บุคคล องค์วัตถุ และองค์ยุทธวิธี โดยมี พล.ร.ต.ธราธร ขจิตสุวรรณ ผบ.สอ.รฝ. ให้การรับรอง ณ สนามฝึกยิงอาวุธหาดยาวทุ่งโปรง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อ ๙ มิ.ย.๕๔

พล.ร.ต.ณรงค์รัตน์  โพธิ์แดง  รอง  ผบ.ทรภ.๒  เป็นประธาน ในการปลู ก ป่ า ชายเลนเพื่ อ เป็ น แหล่ ง อาศั ย ของสั ต ว์ น้ ำ ใน ทะเลสาบสงขลา ณ บริเวณสวน ๗๒ พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อ.เมือง จ.สงขลา เมื่อ ๑๑ พ.ค.๕๔ ■


พล.ร.ต.ธนะรั ต น์  อุ บ ล  รอง  จก.ยศ.ทร.(๑)  เป็ น ประธาน การบรรยายพิ เ ศษ  เรื่ อ ง  การนำนิ ติ วิ ท ยาศาสตร์ ม าใช้ ใ นงาน ด้านความมั่นคง โดย แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ณ ห้องประชุมบริพัตร อาคาร สรส.ยศ.ทร. อ.ศาลายา จ.นครปฐม เมื่อ ๓ พ.ค.๕๔ ■

พล.ร.ต.ธราธร ขจิตสุวรรณ ผบ.สอ.รฝ. เป็นประธานในกิจกรรม ปลูกต้นสบู่ดำ และกิจกรรมปลูกต้นมะขาม เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา ครบ ๗ รอบ ๘๔ พรรษา และเนือ่ งในวันต้นไม้แห่งชาติ ณ บริเวณ บก.กรม รฝ.๑ สอ.รฝ. จ.ชลบุรี เมื่อ ๑๙ พ.ค.๕๔ ■

พล.ร.ต.อภิชัย อมาตยกุล จก.ขส.ทร. เป็นประธานในพิธีไหว้ครู หลักสูตร นรจ. ชั้นปีที่ ๒ เหล่า ขส.ทร. ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๔ ณ ห้องประชุม รร.ขส.กวก.ขส.ทร. กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๑๖ มิ.ย.๕๔ ■

รอง  จก.ยศ.ทร.(๑)  เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ และสังเวยพระอนุสาวรีย์ พล.ร.อ. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ  พระองค์เจ้า อาภากรเกียรติวงศ์  กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์  เนื่องในวัน อาภากร ณ บก.ยศ.ทร. อ.ศาลายา จ.นครปฐม เมื่อ ๑๙ พ.ค.๕๔ ■

พล.ร.ต.จรูญ จาตุรพงศ์ ผบ.ฐท.สข.ทรภ.๒ รับการเยี่ยมคำนับจาก พล.ร.ต.อภิชัย  อมาตยกุล  จก.ขส.ทร.  ในโอกาสเดินทางมา ตรวจเยี่ยมกำลังพลสายวิทยาการขนส่ง และตรวจยานพาหนะของ ทรภ.๒ เมื่อ ๖ พ.ค.๕๔ ■

พล.ร.ต.สรชา  ศรประทุม  ผบ.นรข.  แถลงข่าวการตรวจยึด ยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) จำนวน ๑๒,๐๐๐ เม็ด ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ.ปากห้วยม่วง ก่อนนำของกลางทั้งหมด ส่ง พงส.สภ.บ้านแพง จ.นครพนม เมื่อ ๒๓ พ.ค.๕๔ ■

นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐89


พล.ร.ต.สุรพงษ์ อัยสานนท์ จก.สบ.ทร. เป็นประธานในพิธีสักการะ บวงสรวงสังเวยและบำเพ็ญกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา สบ.ทร. ครบ ๗๙ ปี ณ สบ.ทร. เมื่อ ๔ ก.ค.๕๔ ■

พล.ร.ต.ประดิ ษ ฐ  ศิ ริ คุ ป ต์   รองประธาน  พมพ.ทรภ.๑/รอง ผบ.ทรภ.๑  เ���็นประธานเปิดกิจกรรมสร้างแกนนำยุวชนเข้มแข็ง ต้านภัยยาเสพติด ณ โรงเรียนมอบอำมฤตวิทยา อ.ปะทิว จ.ชุมพร เมื่อ ๑๗ มิ.ย.๕๔ ■

พล.ร.ต.ไชยยศ  สุนทรนาค  ผบ.กฟก.๒ กร. นำคณะผู้อำนวยการ ฝึกผสมสหรัฐ ฯ เข้าเยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล สอ.รฝ. พร้อมปล่อยเต่าทะเลคืนสู่ธรรมชาติ ณ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล สอ.รฝ. เมื่อ ๑๑ พ.ค.๕๔ ■

๐90 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

พล.ร.ต.สมศั ก ดิ์   พยั ค คง  ผช.ผอ.ฝ่ า ยผลิ ต   อจปร.อร.  เป็นประธานในพิธีการเปิด – ปิด อบรมหลักสูตรความปลอดภัย ในงาน ให้กับข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการ ของ อจปร. อร. ณ ห้องบรรยาย บก.อจปร.อร. จ.สมุทรปราการ ระหว่าง ๒๔ – ๒๖ พ.ค.๕๔ ■

พล.ร.ต.ทวีศักดิ์ มั่นชวนนท์ รอง ผบ.ทรภ.๒ ผู้แทน ผบ.ทรภ.๒ เป็ น ผู้ อั ญ เชิ ญ ถ้ ว ยรางวั ล พระราชทานจากพระบาทสมเด็ จ พระเจ้าอยู่หัว  งานแข่งขันเรือพายทะเลเฉลิมพระเกียรติ ฯ เพื่อ เป็ น การรำลึ ก ถึ ง พระมหากรุ ณ าธิ คุ ณ ของพระบาทสมเด็ จ พระเจ้าอยู่หัว คราวที่เสด็จประพาส จ.สงขลา เมื่อ ๕ พ.ค.๕๔ ■

พล.ร.ต.โชติวัฒน์ สาริกะวณิช ผบ.กตอ.กร. และคณะเดินทางไป ตรวจเยี่ยมเรือของ กตอ.กร. ที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่ มชด. ณ ฐตร.ทรภ.๑ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ระหว่าง ๒๔ – ๒๕ พ.ค.๕๔ ■


พล.ร.ต.ไกรวุธ วัฒนธรรม จก.ขว.ทร. เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาบุตร ข้าราชการ และลูกจ้างประจำ ขว.ทร. ณ ห้องประชุม ขว.ทร. กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๑๑ พ.ค.๕๔ ■

พล.ร.ต.ไชยณรงค์ ขาววิเศษ เสธ.ทรภ.๑ เป็นประธานเปิดการ ประชุ ม ประชาคมข่ า วกรอง  ทรภ.๑  ร่ ว มกั บ หน่ ว ยงาน ราชการที่เกี่ยวข้องกับการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ณ สโมสรสัญญาบัตร กร. อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อ ๑๖ มิ.ย.๕๔ ■

พล.ร.ต.ธานี ผุดผาด ผบ.กลน.กร. ตรวจเยี่ยมกำลังพล CARAT  2011  ณ  หมู่ เ รื อ รั ก ษาความปลอดภั ย ฐานทั พ เรื อ สัตหีบ (มรภ.ฐท.สส.) และร่วมชมการฝึกยกพลขึ้นบก ณ เนินคนดู หาดยาว อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อ ๑๘ พ.ค.๕๔ ■

พล.ร.ต.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.กทบ.กร. ให้เกียรติเป็นผู้บรรยายการ ปฏิบัติการวางทุ่นระเบิด  แก่นักเรียนหลักสูตรการปฏิบัติการวาง ทุ่นระเบิด (สัญญาบัตร) ณ ห้องประชุม กฝร.กร. จ.ชลบุรี เมื่อ ๑๔ มิ.ย.๕๔ ■

พล.ร.ต.ไพโรจน์ อุ่นใจ จก.กพ.ทร. เป็นประธานในพิธีเปิดการ ประชุ ม เกี่ ย วกั บ การเตรี ย มตั ว ก่ อ นเกษี ย ณอายุ ร าชการ  และ ดำเนินการขอรับสิทธิกำลังพลแก่ผู้ที่จะต้องเกษียณอายุราชการ ใน ๑ ต.ค.๕๔ ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น ๒ อาคารนันทอุทยานสโมสร ฐท.กท. กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๑๘ พ.ค.๕๔ ■

นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐91


คุณดวงพร พุ่มหิรัญ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ รับมอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดีและมอบของที่ระลึกให้กับ พล.ร.ต.ธราธร ขจิตสุวรรณ ผบ.สอ.รฝ. ในโอกาสมาร่วมเป็นเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสมาคมภริยาทหารเรือ ครบรอบ ๓๖ ปี ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุม ทร. กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๑๘ พ.ค.๕๔ ■

น.อ.ชัชวาลย์ มีสวัสดิ์ ผบ.รร.ชุมพล ฯ ยศ.ทร. เป็นประธานในพิธี ไหว้ครู ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๔ ณ อาคารเรียนรวม กศษ. รร.ชุมพล ฯ ยศ.ทร. จ.ชลบุรี เมื่อ ๒๓ มิ.ย.๕๔ ■

กฟก.๑ กร. ทำพิธีเปิดการฝึกผสม AUSTHAI 2011 ระหว่าง ทร.ไทย กับ ทร.อต. ณ ทจม.กทส.ฐท.สส. อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งมีห้วงการฝึกระหว่าง ๒๓ พ.ค. - ๒ มิ.ย.๕๔ ■

๐92 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

น.อ.พิสิษฐ์ ทองดีเลิศ ผบ.กรม สห.ทร. ทำพิธีเปิดห้องรับรอง สห.ทร. บริเวณสโมสร กรม สห.ทร.ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๕ ก.ค.๕๔ ■

หลังจากที่กำลังพลฝีพายเรือพระราชพิธี ๒,๒๐๐ นาย ได้ผ่านการ ฝึกซ้อมพายเรือบนเขียง ฝึกพายในเรือฝึก และเมื่อวันที่ ๖ มิ.ย. ๘ ก.ค.๕๔ กำลังพลทั้งหมดก็ก้าวเข้าสู่การฝึกพายในเรือในน้ำ ขั้นที่ ๒ เป็นการฝึกพายและซ้อมจัดรูปขบวนเรือในแม่น้ำ โดยเมื่อวันที่ ๖ มิ.ย.๕๔ พล.ร.ต.อภิชัย อมาตยกุล จก.ขส.ทร. ในฐานะประธาน อนุกรรมการฝ่ายฝึกซ้อม ตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อม ณ จุดรวมเรือ วัดราชาธิวาสวิหาร กรุงเทพ ฯ ■


คอลัมน์ประจำ

หนังสือน่าอ่าน

นาวาเอกหญิง  กรแก้ว  ตันติเวชกุล

ฉบับนี้  ห้องสมุดกลางกองทัพเรือ  ขอแนะนำหนังสือ  “จดหมายเหตุเสด็จประพาสยุโรป

ร.ศ.๑๑๖  (พ.ศ.๒๔๔๐)”  บั น ทึ ก ประวั ติ ศ าสตร์ ก ารเสด็ จ ประพาสยุ โ รปครั้ ง แรกของ พระมหากษัตริย์ ไ ทย  อันทรงคุณูปการยิ่งแก่แผ่นดินไทย  เรื่องราวพระอัจฉริยภาพ  และ พระราชจริ ย วั ต รในครั้ ง นั้ น   ทำให้ ป ระเทศไทยได้ รั บ การรั บ รองฐานะให้ เ ที ย บเท่ า กั บ นานาอารยประเ ทศ  ***  หนั ง สื อ   “Sasin  Organization  Handbook  :  การบริ หารการเปลี่ยนแปลงองค์กร”  แนะแนวทางการกำหนดกรอบแนวคิดการวางแผน การบริ ห ารเปลี่ ย นแปลงองค์ ก รอย่ า งเป็ น ระบบเพื่ อ ความแข็ ง แกร่ ง ขององค์ ก ร  ***  หนั ง สื อ   “Kitchen  Garden”  ความสุ ข เล็ ก   ๆ  ที่ จ ะทำให้ พื้ น ที่ เ พี ย งน้ อ ยนิ ด หรือมุมแคบ  ๆ  ในบ้านของคุณกลายเป็นแหล่งอาหารสุขภาพปลอดสารพิษที่ทำให้คุณมั่นใจ  และอวดใคร  ๆ  ได้อย่างภาคภูมิ

จดหมายเหตุ เ สด็ จ ประพาสยุ โ รป  ร.ศ.๑๑๖ (พ.ศ.๒๔๔๐)  เส็ ง   วิ ริ ย ศิ ริ .   กรุ ง เทพ  ฯ, แสงดาว,  ๒๕๕๓.๙๕๒  หน้า.  ราคา  ๗๐๐  บาท เลขเรียกหนังสือ  ๙๑๔.๓  ส๘๘๙  จ

พระมหากษั ต ราธิ ร าชเจ้ า พระองค์ ห นึ่ ง   ได้ ท รง พระราชอุตสาหวิรยิ ะแรงกล้า  สูท้ รงสละความผาสุกสำราญ เสด็จฝ่าคลืน่ ฝ่าลมไปจากพระนครในแว่นแคว้นต่างประเทศ ทางไกล  เพือ่ นำความดีและความเจริญของเมืองเหล่านัน้ ที่ควรจะใช้มาสู่เมืองเรา หนังสือ  “จดหมายเหตุเสด็จประพาสยุโรป  ร.ศ.๑๑๖” เป็นบันทึกการเสด็จประพาสยุโรปของล้นเกล้ารัชกาลที่  ๕ พระมหากษัตริย์ ไทยพระองค์แรกที่เสด็จประพาสยุโรป หนังสือนีจ้ ดั ทำขึน้ ในวาระครบรอบ  ๑๐๐  ปี  วันสวรรคต ของพระองค์ทา่ น  ให้ผอู้ า่ นได้ตามรอยเสด็จประพาสยุโรป ครั้งแรกของพระองค์  และประจักษ์ถึงพระอัจฉริยภาพ และพระราชจริ ย วั ต รในการเสด็ จ ประพาสครั้ ง นั้ น  ที่ ท รงประสบความสำเร็ จ ในด้ า นการทู ต อย่ า งงดงาม  ทำให้นานาอารยประเทศรับรองฐานะของประเทศไทย เที ย บเท่ า กั บ นานาอารยประเทศ  มี เ กี ย รติ มี ศั ก ดิ์ ศ รี ในสังคมโลกและมีความสำคัญเทียบเท่าประเทศต่าง  ๆ  ในยุ โ รป  และเป็ น เหตุ ผ ลหนึ่ ง ที่ ส ำคั ญ อย่ า งยิ่ ง ทีท่ ำให้ประเทศไทยสามารถดำรงเอกราชไว้ได้ตราบเท่าทุก วันนี้ นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐93


Sasin  Organization  Handbook  : การบริหารการเปลี่ยนแปลงองค์กร ธนา  ศิริวัลลภ.  นนทบุรี,  มติชนปากเกร็ด, ๒๕๕๓.  ๘๘ หน้า.  ราคา  ๑๘๕  บาท เลขเรียกหนังสือ  ๖๕๘.๔  ธ๒๓๑  ส

“เพราะว่าการเปลีย่ นแปลงเป็นพืน้ ฐานของความ สำเร็จอย่างต่อเนื่องขององค์กร” หนังสือ  “Sasin  Organization  Handbook  : การบริหารเปลี่ยนแปลงองค์กร”  เล่มนี้เป็นหนังสือ ทีช่ ว่ ยแนะแนวทางในการกำหนดกรอบแนวคิดการวางแผน การบริหารเปลีย่ นแปลงองค์กรอย่างเป็นระบบ  สามารถ ใช้ในการตอบคำถามทีส่ ำคัญว่า  “ท่านสามารถจัดการ  กั บ การเปลี่ ย นแปลงในองค์ กรของท่ า น  เมื่ อ ถึ ง  คราวต้องเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร” ท่ า นจะสามารถจั ด ทำกลยุ ท ธ์ ก ารรั บ มื อ กั บ การเปลี่ ย นแปลงองค์ ก ร  อั น ประกอบด้ ว ย ขัน้ ตอนง่าย  ๆ  ๓  ขัน้ ตอนสำหรับปฏิบตั ติ าม  ได้แก่ การทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลง  การวิเคราะห์ องค์ประกอบของการเปลี่ยนแปลง  และการสร้าง กลยุ ท ธ์ ก ารเปลี่ ย นแปลง  ทั้ ง นี้   แบบวิ เ คราะห์ ท้ายเล่มได้ถก��� จัดทำขึน้ เพือ่ ให้ทา่ นทดลองจัดทำแนวทาง การบริหารการเปลีย่ นแปลงสำหรับองค์กรด้วยตัวท่านเอง  ช่วยให้ผู้อ่านสามารถสร้างแนวทางการดำเนินงาน การเปลี่ยนแปลงสำหรับองค์กรของท่านให้มีความ แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

Kitchen  Garden ศศิยา  ศิริพานิช.  กรุงเทพ  ฯ, บ้านและสวน,  ๒๕๕๓.  ๑๒๐  หน้า.  ราคา ๒๖๕ บาท เลขเรียกหนังสือ  ๖๓๕  ศ๒๙๔  ค

ด้ ว ยค่ า นิ ย มที่ มี ม าช้ า นานหรื อ เพราะพื ช สวนครัวแต่ละชนิดมีสีสันไม่มาก  หากปลูกร่วมกัน ก็ ไ ม่ ส ามารถดึ ง ดู ด สายตาหรื อ อวดความงาม ได้เหมือนสวนพรรณไม้ประดับชนิดอื่น  ๆ  ดังนั้น พื้นที่ว่างหลังบ้านหรือมุมเล็ก  ๆ  ริมระเบียงของ ใครหลายคนจึ ง มั ก ปลู ก พื ช สวนครั ว แอบซ่ อ นไว้ เพียงเพือ่ ใช้ประกอบอาหารรับประทานเองภายในบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายที่สวนที่มีประโยชน์เหล่านี้ จะไม่มโี อกาสได้อวดพลังความงามและคุณค่าในตัวเอง หนังสือ  “Kitchen  Garden”  จะช่วยให้ท่าน ปรั บ ความคิ ด และการยึ ด ติ ด แบบเดิ ม   ๆ  โดย เปลี่ ย นรู ป แบบของสวนครั ว ให้ ดู น่ า สนใจมากขึ้ น  ด้ ว ยการปลู ก พรรณไม้ ที่ มี ด อกหรื อ ใบสวยงาม ร่วมกับพืชสวนครัวชนิดอื่น  เปลี่ยนรูปแบบสวนครัว ที่เคยปลูกลงแปลงมาปลูกลงในกระถาง  กระเช้า กระบะ  หรือภาชนะอื่น  ๆ  แล้วนำมาวางรวมกัน ตามองค์ประกอบเรียงลำดับสูง-ต่ำเพื่อสร้างความ โดดเด่นก็นับว่าเป็นความสุขเล็ก  ๆ ที่จะทำให้พื้นท่ี เพี ย งน้ อ ยนิ ด   หรื อ มุ ม แคบ  ๆ  ในบ้ า นของคุ ณ ได้ ก ลายเป็ น แหล่ ง อาหารสุ ข ภาพปลอดสารพิ ษ ที่ ทำให้คุณมั่นใจและอวดใคร  ๆ ได้เหมือนกัน

...นอกจากนี้  กองห้องสมุด  ยศ.ทร.  ยังมีหนังสือเล่มอื่น  ๆ  ที่น่าสนใจ โดยท่านสามารถสืบค้นได้ที่ www.navy.mi.th/navedu  และติดต่อขอยืมได้ที่ กองห้องสมุด   ยศ.ทร. (อาคาร   สรส.ยศ.ทร.)  หมายเลขโทรศัพท์  ๕๓๔๓๖  หรือ  ทีแ่ ผนกห้องสมุดกลางกองทัพเรือ  (อาคารราชนาวิกสภา)  หมายเลขโทรศัพท์  ๕๔๙๘๘ ๐94 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔


คอลัมน์ประจำ

ประทีป

ธรรม

กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ

เรื่อง ธรรมะจากตาลปัตร ท่านที่เคยไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพ  จะเคยพบข้อความที่ตาลปัตรว่า  “ไปไม่กลับ  หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี  หนีไม่พ้น”  ซึ่งถ้าทำความเข้าใจและนำมาสอนใจตนเองก็จะเกิดประโยชน์มิ ใช่น้อย  กล่าวคือ  ไปไม่กลับ  หมายถึง  ผู้ตายไปสู่ปรโลกแล้วไม่มีโอกาสหวนกลับคืนมาดังเดิมได้อีก  จึงเป็นข้อเตือนใจให้ ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่อย่าประมาท  จงรีบสร้างกุศลให้พร้อมก่อนที่จะไปไม่กลับเหมือนผู้ตายนี้ หลับไม่ตนื่   หมายถึง  การหลับตาของผูต้ ายครัง้ นีเ้ ป็นการหลับยาวชัว่ นิจนิรนั ดร์  เตือนใจผูท้ ยี่ งั มีชวี ติ อยู่ ว่าอย่าหลงใหลในสิง่ ที่ไม่ใช่สาระเลย  จงแสวงหาธรรม  คือปัญญาเป็นเครือ่ งดำเนินชีวติ ประดุจตืน่ จากการหลับเถิด ฟื้นไม่มี  หมายถึง  ผู้ตายไม่มีโอกาสจะฟื้นลุกขึ้นมาทำอะไรได้เหมือนเดิมอีกแล้ว  เตือนใจผู้ที่มีชีวิต อยู่ว่าก่อนที่ตนจะเป็นเช่นนั้น  จงใช้เวลาที่มีอยู่สร้างกุศลให้มาก  เพื่อมิให้โอกาสที่มีอยู่ต้องสูญเปล่า หนีไม่พน้   หมายถึงความตายเป็นสัจธรรมทีท่ กุ คนต้องประสบ  เมือ่ เป็นเช่นนี้ จึงควรแสวงหาสิ่งที่ไม่ตาย คือ  อมตธรรมเถิด ดังนัน้   เมือ่ มีโอกาสไปร่วมงานศพคราใด  ถ้านำเอาปริศนาธรรมดังกล่าวมาเป็นเครือ่ งเตือนตนเองเสียบ้างก็จะ เกิดประโยชน์ ไม่น้อย  ดังคำกลอนในอุทานธรรมที่สอนใจว่า

รำลึกถึงความตายสบายนัก บรรเทามืดโมหันธ์อันธการ

มันหักรักหักหลงในสงสาร ทำให้หาญหายสะดุ้งไม่ยุ่งใจ นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐95


คอลัมน์ประจำ

สารพัน สาระเพลง สีแสด

กาชาดคอนเสิร์ตกองทัพเรือเฉลิมพระเกียรติ ฯ

มหากรุ ณ าธิ คุ ณ เป็ น ล้ น พ้ น ที่ พ ระบาทสมเด็ จ

สวั ส ดี ค รั บ ในฉบั บ นี้ ผ มขอเล่ า ต่ อ โดยจะยก พระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชกรณียกิจมากมาย ตัวอย่างจากการฟังเพลงในการแสดงดนตรีกาชาด เหลือคณานับ มิได้ทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย

คอนเสิ ร์ ต กองทั พ เรื อ  เฉลิ ม พระเกี ย รติ พ ระบาท กองทั พ เรื อ กั บ สภากาชาดไทยจึ ง ร่ ว มกั น จั ด การ สมเด็ จ พระเจ้ า อยู่ หั ว เนื่ อ งในโอกาสพระราชพิ ธี แสดงกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ ๓๘ ขึ้น และกำหนด

มหามงคลเฉลิ ม พระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ให้ เ ป็ น กิ จ กรรมเพื่ อ เฉลิ ม พระเกี ย รติ โ ดยใช้ ชื่ อว่ า

ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ณ หอประชุมศูนย์วัฒนธรรม “การแสดงดนตรี ก าชาดคอนเสิ ร์ ต กองทั พ เรื อ แห่งประเทศไทยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒ มิถุนายน เฉลิ ม พระเกี ย รติ พ ระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู่ หั ว 

พ.ศ.๒๕๕๔ ที่ผ่านมา เนื่ อ งในโอกาสพระราชพิ ธี ม หามงคลเฉลิ ม ในปีนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระ พระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔” กรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ  พระองค์ บทเพลงที่ ว งดุ ริ ย างค์ ร าชนาวี บ รรเลงใน

เจ้ า โสมสวลี   พระวรราชาธิ นั ด ดามาตุ เ สด็ จ แทน ภาคแรกได้แก่ เพลง 1812 Overture ประพันธ์โดย พระองค์มาทอดพระเนตรการแสดงดนตรี ในครั้งนี้ Peter Tchaikovsky (ค.ศ.๑๘๔๐ - ๑๘๙๓) คีตกวี การแสดงเริ่ ม ต้ น ด้ ว ยเพลงสรรเสริ ญ พระบารมี เอกชาวรั ส เซี ย Nella Fantasia ประพั น ธ์ โ ดย จากการบรรเลงของวงดุริยางค์ราชนาวี พลเรือเอก Ennio Morricone (ค.ศ.๑๙๒๘) คีตกวีเอกชาวอิตาเลียน กำธร  พุ่ ม หิ รั ญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ประธาน Tales from Vienna Woods ประพันธ์โดย Johann กรรมการจั ด การแสดงดนตรี ก าชาดคอนเสิ ร์ ต Strauss II (ค.ศ.๑๘๒๕ - ๑๘๙๙) คี ต กวี เ อก

ได้ ก ราบทู ล ถึ ง ความปลื้ ม ปิ ติ แ ละสำนึ ก ในพระ ชาวออสเตรียน และเพลง Pomp and Circumstance ๐96 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔


March Op.39 No.1 ประพันธ์ โดย Sir Edward Elgar (ค.ศ.๑๘๕๗ - ๑๙๓๔ ) คีตกวีเอกชาวอังกฤษ

ผมขอยกเอาเพลง 1812 Overture มาเป็น ตั ว อย่ า งในการฟั ง เพลงคลาสสิ ก ในครั้ ง นี้ แ ล้ ว กั น

นะครับ ท่านลองเดาสิครับว่าผมใช้วิธีฟังแบบไหน เสียงเพลง 1812 Overture ดังขึ้นเบา ๆ จากกลุ่ม เครื่ อ งสาย สลั บ กั บ กลุ่ ม เครื่ อ งลมไม้ เป็ น ท่ ว ง ทำนองช้ า ๆ และเคลื่ อ นใหวในขอบเขตแคบ ๆ

ผมรู้ สึ ก คล้ า ยกั บ คนที่ จ มอยู่ ใ นความทุ ก ข์ ใ จอะไร

สั ก อย่ า ง และขณะที่ เ คลิ้ ม ๆ อยู่ นั้ น วงทั้ ง วงได้ ประโคมเสียงดังกึกก้องขึ้นพร้อมกัน แล้วทำนองที่ ทิ่ ม แทงใจจากเครื่ อ งลมไม้ ก็ ดั ง โหยหวนออกมา ท่ า มกลางเสี ย งจั ง หวะถี่ ๆ ของกลุ่ ม เครื่ อ งสาย อารมณ์เพลงในช่วงนี้หลากหลาย ค่อนข้างเจ็บปวด และดุดัน เครื่องดนตรีชนิดต่าง ๆ แข่งกันบรรเลง แย่ ง ชิ ง ความโดดเด่ น เหมื อ นคนกำลั ง โกรธและ ทะเลาะวิวาทกัน จากนั้นไม่นาน เสียงกลองเล็กดัง รัวเป็นจังหวะขึ้นมา ติดตามมาด้วยทำนองฟันฟาร์ อันทรงพลังและฮึกเหิมจากกลุ่มเครื่องลมทองเหลือง เหมื อ นเป็ น การบอกว่ า การสู้ ร บกำลั ง จะเริ่ ม ขึ้ น

รายละเอียดจากนี้ไปผมจำไม่ได้มากนัก แต่ก็ยังพอ ลำดับความได้ว่า เมื่อทำนองฟันฟาร์ผ่านไป ก็ตาม ติดด้วยทำนองและจังหวะที่ดุดันบ่งบอกถึงการต่อสู้ที่ ดุ เ ดื อ ดสลั บ กั บ ทำนองอั น โศกเศร้ า ที่ ผู้ ป ระพั น ธ์ ประสงค์ ให้ผู้ฟังรู้สึกถึงการสูญเสียสิ่งต่าง ๆ จาก สงคราม ในท่วงทำนองของการต่อสู้นี้ จะได้ยินเพลง ชาติ ฝ รั่ ง เศสและรั ส เซี ย สอดแทรกสลั บ กั น เป็ น

ระยะ ๆ ตอนท้ายของเพลงจบลงด้วยกลุ่มเครื่องลม ทองเหลื อ งและวงดุ ริ ย ���งค์ ทั้ ง วงที่ เ ปล่ ง เสี ย งแห่ ง ชัยชนะด้วยทำนองที่สง่างาม เต็มไปด้วยพลัง และ อารมณ์แห่งการเฉลิมฉลอง เพลง 1812 Overture นี้ Tchaikovsky ได้แรง บันดาลใจจากสงครามที่รัสเซียรบชนะฝรั่งเศสในปี ค.ศ.๑๘๑๒ นั้ น เอง เพลงประเภทนี้ เ รี ย กว่ า Programme Music คือเป็นเพลงที่ต้องการบอกเล่า เรื่ อ งราวและให้ ผู้ ฟั ง สร้ า งภาพในใจ ซึ่ ง ต่ า งจาก

เพลงประเภท Absolute Music ที่ให้อารมณ์ความ รู้ สึ ก ล้ ว น ๆ  นั ก ประพั น ธ์ เ พลงยุ ค โรแมนติ ก

(ค.ศ.๑๗๕๐ - ๑๘๒๐) นิยมเขียน Programme Music กันมากอันเนื่องมาจากความเกี่ยวพันของ

วรรณกรรม จิตรกรรม และดนตรี ในยุคนั้น การแสดงภาคหลั ง เป็ น การรวมใจศิ ล ปิ น

นั ก ร้ อ งทั้ ง รุ่ น เก่ า และรุ่ น ใหม่ ม าร่ ว มร้ อ งเพลง เฉลิ ม พระเกี ย รติ พ ระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู่ หั ว

กั บ นั กร้ อ งเสี ย งดี จ ากกองทั พ เรื อ กั น อย่ า งคั บ คั่ ง

คุณ จินตนา สุขสถิตย์ มาขับขานเพลงพระราช นิพนธ์ “แผ่นดินของเรา” คุณ ทิพย์วัลย์ ปิ่นภิบาล เรือตรี สันติ ลุนเผ่ คุณ เศรษฐา ศิริฉายา ครวญ เพลง “เจ้าพระยา” นอกจากศิลปินรุ่นลายครามแล้ว ยังมีคุณ ปาน ธนพร นักร้องยอดนิยมเสียงคุณภาพ ตามแนวสมัยนิยมมาร่วมร้องเพลงถวายความจงรัก ภักดีอีกด้วย ภาพที่น่าตื้นตันใจมากก็คือการรวมกัน ของคณะนักร้องประสานเสียงจากนักเรียนโรงเรียน วัฒนาวิทยาลัย และ นักเรียนโรงเรียนพระดาบส

ซึ่งเป็นโรงเรียนสนับสนุนผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ตามโครงการพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยร่วมร้องเพลงเทิด พระเกียรติกับ อี๊ด วง FLY หรือ คุณ สำราญ ช่วยจำแนก นักร้องเพลงป๊อบร็อกชื่อดังในเพลง

“อยู่อย่างพอเพียง” กับ “คำพ่อสอน” ได้อย่างกินใจ

การแสดงดนตรีกาชาดคอนเสิร์ตจบลงด้วยการ ร่ ว มร้ อ งเพลงเฉลิ ม พระเกี ย รติ พ ระบาทสมเด็ จ พระเจ้าอยู่หัว “แปดสิบสี่พรรษา เฉลิมพระชนม์” โดยเหล่ า นั กร้ อ งทั้ ง หลาย แสงเที ย นในมื อ ของ นั ก เรี ย นนายเรื อ และนั ก เรี ย นวิ ท ยาลั ย พยาบาล ทหารเรือที่ยืนรอบหอประชุม สว่างไสวไปทั่วห้อง เมื่ อ เพลงจบลง เสี ย งถวายพระพร “ทรงพระ เจริญ...ทรงพระเจริญ...ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องไป ทั่วหอประชุมวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นับเป็นความสำเร็จในการแสดงดนตรีกาชาด คอนเสิ ร์ ต กองทั พ เรื อ ที่ ยิ่ ง ใหญ่ แ ละประทั บ ใจ

อีกครั้งหนึ่ง นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐97


สุขภาพนาวี คอลัมน์ประจำ

การเลิกบุหรี่ช่วยท่านได้

แม้ ว่ า ท่ า นจะเป็ น ผู้ ที่ สู บ บุ ห รี่ ม าเนิ่ น นาน  การหยุ ด บุ ห รี่ เ พี ย งแค่   ๑  วั น   หลอดเลื อ ด สามารถที่จะกลับมาทำหน้าที่ได้ตามปกติ การเลิก ได้ ถึ ง   ๑  สั ป ดาห์   ท่ า นจะรั บ ประทานอาหาร ได้ อ ร่ อ ยขึ้ น   การรั บ สั ม ผั ส ทางกลิ่ น จะคื น สภาพ ภายใน  ๑  เดื อ น  อาการเกี่ ย วกั บ หลอดลม อักเสบเรื้อรังจะบรรเทา  ภายใน  ๑  ปี การทำงาน ของปอดจะดีขนึ้   ภายใน  ๑  -  ๕  ปี  ลดความเสีย่ ง ของอาการหั ว ใจวายและโรคหลอดเลื อ ดสมอง และภายใน  ๕  -  ๙  ปี  ความเสี่ยงของการเกิด มะเร็งปอดจะลดลง

นาวาโทหญิง  กิตติมา  สาธุวงศ์

วิ ธี ก ารเลิ ก บุ ห รี่ ด้ ว ยตนเอง  มี แ นวทาง  ดังนี้  คือ   ทำรายการเหตุผลของตนเองในการเลิกบุหรี่

รวมถึงเหตุผลของคนอื่นที่กำลังเลิกบุหรี่อยู่  เหตุผลนี้ วิธีการเลิกบุหรี่โดยทั่วไปแล้วมี  ๔  วิธี  ได้แก่  จะเป็นเครื่องเตือนใจตัวท่านเองว่าทำไมการเลิกบุหรี่ การเลิ ก ด้ ว ยตนเอง  การช่ ว ยเหลื อ ทางด้ า น จึ ง มี ค วามสำคั ญ   เหตุ ผ ลที่ ส องเพื่ อ เป็ น การให้ พฤติ กรรมการบำบั ด โดยใช้ ส ารทดแทนนิ โ คติ น กำลั ง ใจตั ว ท่ า นเองว่ า คนที่ เ ลิ ก ได้ ก็ ไ ม่ ไ ด้ เ ก่ ง กาจ และการใช้ยาท่านสามารถพิจารณา  และเลือกวิธี กว่าตัวเรา  เขายังเลิกได้  แล้วทำไมเราถึงจะทำไม่ได้ ที่ เ หมาะสมกั บ ตนเองมาใช้   นั ก สู บ ส่ ว นใหญ่ เก็บรายการเหตุผลนี้ไว้ใกล้ตัวท่านตลอดเพื่อสามารถ เริ่ ม การเลิ ก บุ ห รี่ ด้ ว ยตนเองแต่ ห ลายคนก็ ต้ อ งใช้ นำออกมาดูเพื่อเตือนสติได้ในทันที่ที่รู้สึกหวั่นไหว วิ ธี ก า ร อื่ น ม า ช่ ว ย   แ ล ะ ห ล า ย ค รั้ ง ข อ ง   เลื อ กกำหนดวั น ที่ จ ะเริ่ ม เลิ ก บุ ห รี่   และ การพยายามจึ ง จะสำเร็ จ ผล  สิ่ ง ที่ ส ำคั ญ คื อ จะต้ อ งมั่ น คงไม่ เ ปลี่ ย นแปลง  อาจวางแผน ต้องใจแข็ง  ไม่หวนกลับไปสูบอีก  แม้เพียงแค่  ๑ ที่ จ ะเลิ ก ในวั น สำคั ญ ของชี วิ ต   เช่ น   วั น เกิ ด มวนบุ ห รี่ ที่ ท่ า นสู บ ไปใหม่ นั้ น ก็ ส ามารถพั ง ทลาย หรื อ วั น ใด  ๆ  ที่ มี ค วามพิ เ ศษกั บ ตั ว ท่ า นเอง ความพยายามนานหลายปีของการเลิกบุหรี่ลงได้ มุ่ ง หน้ า กำจั ด เหตุ ก ารณ์ ตึ ง เครี ย ด  หลี ก เลี่ ย ง ในบทความนี้ จึ ง ขอนำเสนอวิ ธี ก ารเลิ ก บุ ห รี่ การเริ่มในวันหยุด เพราะเป็นไปได้ว่าจะถูกเชิญไปใน ด้วยตนเอง  โดยได้เรียบเรียงจาก  Havard  Health  สถานที่ที่ทำให้ท่านต้องข้องแวะกับบุหรี่อีก P u b l i c a t i o n s   ม า น ำ เ ส น อ แ ก่ ท่ า น ผู้ อ่ า น   พยายามชั ก ชวนคนในบ้ า นหรื อ เพื่ อ น โดยการเลิ ก บุ ห รี่ วิ ธี นี้ ไ ม่ ต้ อ งอาศั ย ผู้ ช ำนาญการ ในการร่วมกันเลิกบุหรี ่ เพือ่ เรียนรูแ้ ลกเปลีย่ นร่วมกัน เ ค รื่ อ ง มื อ ห รื อ อุ ป กร ณ์ ใ ด   ๆ   อ า ศั ย เ พี ย ง ถึงวิธคี ดิ แก้ปญั หา  ตลอดจนความสำเร็จในการเลิกบุหรี่ กำลั ง ใจของตั ว ท่ า นเอง  และความร่ ว มมื อ จาก คนใกล้ชิดที่เผชิญปัญหาเดียวกันจะมีความเข้าใจ ครอบครัวและเพื่อนเป็นสำคัญ  เริ่มจากตัวเราเอง และให้กำลังใจในการร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคต่อไป อย่าโกหกตัวเองว่าพยายามที่จะลด  แต่ไม่ปฏิบัติจริง (แม้วา่ วิธนี อี้ าจมีความเป็นไปได้วา่ อาจจะไม่ประสบผล เกือบทุกรายที่ใช้วิธีนี้ก็จะหวนกลับมาสูบในปริมาณ สำเร็จ  เนือ่ งจากกลุม่ เพือ่ นอาจจะชักชวนกันหวนกลับ ไปสูบใหม่ได้อีก) เดิมที่เคยสูบ ๐98 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔


หลี ก ให้ ห่ า งจากการอยู่ ใ กล้ กั บ ผู้ ที่ สู บ บุ ห รี่ เพราะเป็นไปได้ว่าท่านอาจหักห้ามใจตนเองไม่ได้ เมื่ อ เห็ น หรื อ ได้ ก ลิ่ น บุ ห รี่   ห้ า มคิ ด ถึ ง   ห้ า มใจ   เมื่ อ กำหนดวั น ได้ แ ล้ ว เริ่ ม ทิ้ ง อุ ป กรณ์ เพราะคนที่เคยสูบบุหรี่จะคิดว่า  แค่มวนเดียวเอง ที่ เ กี่ ย วข้ อ ง  ได้ แ ก่   บุ ห รี่   ที่ เ ขี่ ย บุ ห รี่ ไฟแช็ ค  มีการศึกษาพบว่า  แค่เพียงแค่สดู ควันเพียง  ๑  ครัง้ ทำความสะอาดบ้าน รถ เสื้อผ้า  และดูแลช่องปาก เท่านั้น  ท่านก็จะสามารถกลับเข้าสู่วังวนของการ และฟัน  เมื่อท่านอยู่ห่างจากบุหรี่และสิ่งที่เกี่ยวข้อง สูบบุหรี่อีกเช่นเดิม ท่านจะเริ่มตระหนักว่าการสูบบุหรี่นั้น  ได้ทิ้งพิษภัย   ให้รางวัลกับตัวเอง  เช่น  เก็บเงินค่าบุหรี่ และความเสียหายให้กับตัวท่านและรอบข้างไว้มาก ใส่กระปุก  และใช้จา่ ยเงินนัน้ เป็นของขวัญทีม่ ปี ระโยชน์ เพียงใด ให้กับตัวเอง   คาดการณ์ ล่ ว งหน้ า   เกี่ ย วกั บ อาการ   คิดด้านบวก ว่าตัวเราทำได้ แม้ว่าจะล้มเหลว ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเริ่มเลิกบุหรี่  เช่น  รู้สึกหงุดหงิด ไปบ้าง  ก็เริ่มต้นใหม่ได้  พยายามต่อไปคิดว่าเรา กระสับกระส่าย  หิว  ปวดศีรษะ  วิตกกังวล  เชือ่ งช้า ต้ อ งทำได้ ด้ ว ยตั ว เราเอง  แม้ ว่ า จะต้ อ งใช้ วิ ธี การ หรือ  นอนไม่หลับ  อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ใน อื่นอีกหลายวิธีก็ตาม ๑  -  ๓  สั ป ดาห์ ห ลั ง จากการเลิ ก   และในไม่ ใ ช้ จะเ���ิม่ ทุเลาลง  การทีจ่ ะผ่านพ้นช่วงภาวะ  และอาการ วิ ธี ก ารเลิ ก ด้ ว ยตนเองนี้ เ ป็ น วิ ธี ก าร  เหล่านี ้ สิง่ ทีอ่ าจช่วยได้คอื   การเตรียมขนมขบเคีย้ ว ที่เริ่มทำได้ง่ายที่สุด ประเภทแคลอรี่ ต่ ำ   หรื อ หมากฝรั่ ง น้ ำ ตาลน้ อ ย โดยเริม่ ทีต่ วั เราก่อน  และต้องอาศัยความเข้มแข็ง ลูกอม  ไว้ใกล้ตวั   เพือ่ สามารถนำเข้าปาก  หรือ  อม และความรับผิดชอบส่วนบุคคลในการเลิกบุหรี่ให้ได้ ป้องกันความเคยชินจากการคาบบุหรี ่ วางแผนหาสิง่ อย่างเด็ดขาด  ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่ยากในการเริ่มต้น ทีเ่ บีย่ งเบนความสนใจไม่ให้จติ ใจว้าวุน่   หาอะไรทำให้ และในระหว่างกระบวนการเลิกนัน้ ท่านอาจประสบกับ มือไม่ว่างเข้าไว้  จะได้ไม่หวนไปคว้าบุหรี่มาสูบ อุปสรรคต่าง  ๆ  ขอจงอย่าเลิกล้มความพยายาม   ถ้าท่านรู้สึกตึงเครียด  อาจใช้วิธีการนั่งสมาธิ หากท่ า นดำเนิ น การเลิ ก บุ ห รี่ ด้ ว ยตนเองไม่ ไ ด้ ผ ล การฝึกการหายใจ  หรือโยคะ  ชึง่ จะช่วยให้ผอ่ นคลาย อา จ ต้ อ ง รั บกา ร บ ำ บั ด ด้ ว ย วิ ธี อื่ น  ๆ   เ ช่ น มีสติและสมาธิ  มุ่งมั่นในหนทางการเลิกบุหรี่ต่อไป การช่วยเหลือด้านพฤติกรรม  หรือการใช้ยา  ซึ่ง   ใช้การออกกำลังกายประเภทต่าง   ๆ  ซึ่ง ในปั จ จุ บั น นี้ มี ห ลากหลายองค์ ก ร  สำนั ก งาน ช่วยในการบรรเทาความเครียด  ช่วยให้นอนหลับได้ดี โรงพยาบาล  องค์กรของรัฐและเอกชน  ที่มีบริการ อี ก ทั้ ง เป็ น การควบคุ ม น้ ำ หนั ก ได้ ด้ ว ย  การเดิ น ให้การช่วยเหลือผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ทั้งในลักษณะ เพียงวันละ  ๓๐  นาที  ก็สามารถช่วยได้ การให้คำปรึกษารายบุคคลหรือกลุม่   ขอเป็นกำลังใจ   รั บ ประทานอาหารที่ มี คุ ณ ค่ า และปริ ม าณ ให้ กั บ ทุ ก ท่ า นในการเลิ ก บุ ห รี่ ใ ห้ ป ระสบผลสำเร็ จ เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย เพื่อสุขภาพที่ดีของท่านในอนาคต นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐99


คอลัมน์ประจำ

การฌาปนกิจ

สงเคราะห์แห่งราชนาวี

กรมสวัสดิการทหารเรือ ยอดจำนวนสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี ณ ๑ ก.ค.๕๔ - ยอดยกมาจาก ๑ มิ.ย.๕๔ ๗๓,๐๗๐ ราย - สมาชิกสมัครใหม่ ๒๖๕ ราย - คืนสมาชิกภาพ ๒ ราย - พ้นสมาชิกภาพ ๙๐ ราย - ลาออก ๓ ราย - ถึงแก่กรรม ๕๐ ราย - ยอดจำนวนสมาชิก ณ ๑ ก.ค.๕๔ ๗๓,๑๙๔ ราย

รายชื่อรายชื สมาชิก่อฌาปนกิ งราชนาวี ทีแ่ถห่ึงงแก่ราชนาวี อนิจกรรมและถึ งแก่อกนิรรม สมาชิกจสงเคราะห์ ฌาปนกิแจห่สงเคราะห์ ที่ถึงแก่ จกรรมและถึงแก่กรรม จำนวน ๕๐ ศพ ศพที่ ๑๓๖๐๒ - ๑๓๖๕๑ จำนวน ๕๐ ศพ ศพที่ ๑๓๖๐๒ - ๑๓๖๕๑ ๑. จ.ส.ต.โทน ช่างสมบุญ ข้าราชการบำนาญ สังกัด ทร. อายุ ๘๕ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๘ พ.ค.๕๔ ๒. นางปราณี กัณฑโชติ ครอบครัว ฯ อายุ ๗๙ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๒๐ พ.ค.๕๔ ๓. พ.จ.อ.ทะนุ จินิราช ข้าราชการประจำการ สังกัด พัน ป. ๒ อายุ ๔๙ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๒๑ พ.ค.๕๔ ๔. น.ท.เพิ่มศักดิ์ เอกาทศ ข้าราชการบำนาญ สังกัด ทร. อายุ ๖๖ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๓๑ พ.ค.๕๔ ๕. นางบุญชอบ สอนสังข์ ครอบครัว ฯ อายุ ๖๓ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๓๐ พ.ค.๕๔ ๖. น.ส.ศิริเกตุ สมอย้อย ครอบครัว ฯ อายุ ๒๘ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๓๐ พ.ค.๕๔ ๗. นางปวันรัตน์ รุ่งนิธิหิรัญรัฐ ลูกจ้างลาออก อายุ ๕๑ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๓๐ พ.ค.๕๔ ๘. น.อ.วิเศริฐ วิริยะวิทย์ ข้าราชการบำนาญ สังกัด ทร. อายุ ๙๕ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๓๑ พ.ค.๕๔ ๙. น.ท.เพิ่มศักดิ์ เอกาทศ ข้าราชการบำนาญ สังกัด ทร. อายุ ๖๖ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๓๑ พ.ค.๕๔ ๑๐. นางเตี่ยมสวาท งามดี ครอบครัว ฯ อายุ ๖๙ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๓๑ พ.ค.๕๔ ๑๑. พ.จ.อ.สุชิน ขำหาญ ข้าราชการบำนาญ สังกัด ทร. อายุ ๖๒ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๒ มิ.ย.๕๔ ๑๒. ร.ต.ทิวา สวัสดี ข้าราชการบำนาญ สังกัด ทร. อายุ ๖๑ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๒ มิ.ย.๕๔ ๑๓. นางบุญธรรม จูสกุล ครอบครัว ฯ อายุ ๘๕ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๓ มิ.ย.๕๔ ๑๔. พ.จ.อ.บุญชอบ  จันทร์รอด ข้าราชการประจำการ พัน ร.๓ กรม ร.๑ พล.นย. อายุ ๕๔ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ    ๓ มิ.ย.๕๔ ๑๕. พ.จ.อ.สนใจ กายะสิทธิ์ ข้าราชการบำนาญ สังกัด ทร. อายุ ๗๔ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๔ มิ.ย.๕๔ ๑๖. น.ท.เดชา สุขเกษม ข้าราชการบำนาญ สังกัด ทร. อายุ ๗๑ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๖ มิ.ย.๕๔ ๑๗. พล.ร.ต.ยุทธนัย สิตไทย ข้าราชการบำนาญ สังกัด สป. อายุ ๗๕ ปี ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อ ๖ มิ.ย.๕๔ ๑๘. นายทองปอน อยู่เจริญ ลูกจ้างลาออก อายุ ๗๘ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๗ มิ.ย.๕๔ ๑๙. ร.ต.ศุภกิตติ์ สังข์อนันต์ ข้าราชการบำนาญ สังกัด ทร. อายุ ๖๔ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๗ มิ.ย.๕๔ ๒๐. พล.ร.ท.มณดิษฐ์ เคลือบทอง ข้าราชการบำนาญ สังกัด สป. อายุ ๗๐ ปี ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อ ๘ มิ.ย.๕๔ นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

๐101


๒๑. ร.อ.กมล พันธุโม ข้าราชการบำนาญ สังกัด ทร. อายุ ๘๑ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๘ มิ.ย.๕๔ ๒๒. น.ต.ศุภทัต จริยพันธุ์ ข้าราชการบำนาญ สังกัด ทร. อายุ ๖๓ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๘ มิ.ย.๕๔ ๒๓. นางประสาท แสงอ่ำ ครอบครัว ฯ อายุ ๖๒ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๘ มิ.ย.๕๔ ๒๔. นางสุนิสา วงศ์ยืน ครอบครัว ฯ อายุ ๕๘ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๙ มิ.ย.๕๔ ๒๕. พ.จ.อ.หญิง ลออ ทุมกิจจ์ ข้าราชการบำนาญ สังกัด ทร. อายุ ๘๓ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๐ มิ.ย.๕๔ ๒๖. นางประนอม พนมวงค์ ครอบครัว ฯ อายุ ๕๔ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๐ มิ.ย.๕๔ ๒๗. นางอนงค์ ศรีวิลัย ครอบครัว ฯ อายุ ๘๐ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๑ มิ.ย.๕๔ ๒๘. น.อ.สมมาตร์ ศรีอาจ ข้าราชการบำนาญ สังกัด ทร. อายุ ๗๙ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๑ มิ.ย.๕๔ ๒๙. พ.จ.อ.ชัยยุทธ ก้องเสนาะ ข้าราชการประจำการ สังกัด ฐท.สส. อายุ ๕๒ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๑ มิ.ย.๕๔ ๓๐. นางอรนุช สุรนันท์ ครอบครัว ฯ อายุ ๕๐ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๑ มิ.ย.๕๔ ๓๑. นางชื้น บุญโสภาคย์ ครอบครัว ฯ อายุ ๗๗ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๒ มิ.ย.๕๔ ๓๒. ร.อ.ทองพูน ทรัพย์สงวน ข้าราชการบำนาญ สังกัด ทร. อายุ ๖๙ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๕ มิ.ย.๕๔ ๓๓. นางลัดดา บุญส่ง ครอบครัว ฯ อายุ ๖๒ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๕ มิ.ย.๕๔ ๓๔. ร.อ.วีระ โควินท์ ข้าราชการประจำ สังกัด กตอ.กร. อายุ ๕๘ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๖ มิ.ย.๕๔ ๓๕. นางสุรพิน พุ่มไม้ ครอบครัว ฯ อายุ ๕๖ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๖ มิ.ย.๕๔ ๓๖. น.ต.วิชัย อ่อนโสภาพร ข้าราชการประจำ สังกัด บก.นย. อายุ ๕๑ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๘ มิ.ย.๕๔ ๓๗. จ.อ.ถนอม สำคัญจิตร์ ข้าราชการประจำการ สังกัด ดย.ทร. อายุ ๔๒ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๘ มิ.ย.๕๔ ๓๘. จ.อ.วิลเลียม ขันทอง ข้าราชการบำนาญ สังกัด ทร. อายุ๗๗ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๒๐ มิ.ย.๕๔ ๓๙. ร.ท.ชลูด แคฝอย ข้าราชการบำนาญ สังกัด ทร. อายุ ๘๑ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๒๑ มิ.ย.๕๔ ๔๐. ร.อ.สมชาย พิลึก ข้าราชการประจำการ สังกัด กทส.ฐท.สส. อายุ ๕๔ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๒๒ มิ.ย.๕๔ ๔๑. พ.จ.อ.หญิง สุกานดา ศรีเชื้อ ข้าราชการประจำการ สังกัด อู่ราชนาวีมหิดล อายุ ๔๕ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๒๒ มิ.ย.๕๔ ๔๒. น.ท.พิจิตต์ ฉายจรูญ ข้าราชการบำนาญ สังกัด ทร. อายุ ๖๔ ปี ถึงแก่กรรม ๒๒ มิ.ย.๕๔ ๔๓. น.ท.จำลอง อินทร์แก้ว ข้าราชการประจำการ สังกัด ทร. อายุ ๗๖ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๒๓ มิ.ย.๕๔ ๔๔. นายประทุม อุ่นจิต ลูกจ้างประจำ สังกัด บก.ยศ.ทร. อายุ ๕๙ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๒๔ มิ.ย.๕๔ ๔๕. น.อ.ปิยชาติ อยู่แฉ่ง ข้าราชการบำนาญ สังกัด ทร. อายุ ๗๔ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๒๕ มิ.ย.๕๔ ๔๖. นางสุทิน สังข์ทอง ครอบครัว ฯ อายุ ๗๐ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๒๕ มิ.ย.๕๔ ๔๗. นายจิรภัทร์ เปี่ยมฟ้า ลูกจ้างลาออก อายุ ๕๒ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ๒๕ มิ.ย.๕๔ ๔๘. นางสวง แย้มเกษร ครอบครัว ฯ อายุ ๘๕ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๒๕ มิ.ย.๕๔ ๔๙. ร.อ.เศียร บุญมี ข้���ราชการบำนาญ สังกัด ทร. อายุ ๘๖ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๒๗ มิ.ย.๕๔ ๕๐. จ.ส.อ.มานัส เปรมศิลป์ ครอบครัว ฯ อายุ ๔๙ ปี ถึงแก่กรรมเมื่อ ๒๗ มิ.ย.๕๔

นาวิกศาสตร์ในนามของกองทัพเรือ ของแสดงความอาลัยในมรณกรรม ของสมาชิกที่กล่าวนามมาแล้วนี้เป็นอย่างยิ่ง ๐102 นาวิกศาสตร์  ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔



นาวิกศาสตร์ ปีที่ 94 เล่มที่ 8 สิงหาคม 2554