Page 1


คำขวัญ 2006

1


ศูนยวรรณกรรมซาเลเซียน สำนักงานเจาคณะซาเลเซียน 210 ถนนกรุงเทพกรีฑา หัวหมาก บางกะป กรุงเทพฯ 10240 โทร .0 2731 7100-11 2


สารบัญ คำขวัญ 2006

5

1.อันตราย และ การคุกคาม ตอครอบครัวปจจุบนั ภาวะทีไ่ มสง เสริมครอบครัว ทางออกงายๆ คือการทำแทง การถือวาครอบครัวเปนเรือ่ งสวนตัว ความคาดหวังทีผ่ ดิ ๆ เกีย่ วกับการแตงงาน องคประกอบของเศรษฐกิจ และบริโภคนิยมในครอบครัว

.. .. .

8 8 9 12 13 14

2. ครอบครัว สถานทีพ ่ ระบุตรของพระเจา ทรงรับเอากายเปนมนุษย

15

3. ชีวติ ครอบครัวและพระพรพิเศษซาเลเซียน 3.1. “ในปฐมการมีแมอยดู ว ย” 3.1.1. ประวัตยิ อ ๆ ก) กอนจะยายมาวัลดอกโก (1788-1846) ข) สิบปกบั คุณพอบอสโก (1846-1856) 3.1.2. ชีวติ ฝายจิตของคุณแมมารเกริตา ก) ผหู ญิงเขมแข็ง ข) ผอู บรมซาเลเซียน ค) ครูสอนคำสอนทีม่ ปี ระสิทธิภาพ ง) ผรู ว มงานคนแรก

18 19 20 20 26 29 30 31 33 35

3


3.2. วัลดอกโก คือครอบครัวทีใ่ หการอบรม

36

4. ครอบครัวในแงภารกิจ 4.1 “ครอบครัวเอย จงเปนใน สิง่ ทีค่ วรเปน อยางแทจริง” ครอบครัวคือเซลลของสังคม ครอบครัวเปนสักการสถานแหงชีวติ ครอบครัวประกาศพระวรสารแหงชีวติ ครอบครัวคือโรงเรียนแหงพันธะทางสังคม 4.2. “ครอบครัวเอย จงเชือ่ ใน บทบาทแทจริงทีม่ ”ี

39

5. แนวปฏิบตั ดิ า นอภิบาลและดานอบรม ขอเสนอแนะ แนวทางปฏิบตั ิ

49 49 53

สรุป

57

.. ..

.

4

40 41 43 44 45 48


“เมื่อโยเซฟและพระนางมารียเห็นพระองคก็รูสึกแปลกใจ พระมารดาจึงตรัสถามพระองควา ‘ลูกเอย ทำไมจึงทำกับเราเชนนี้ ดูซิ พอ กับแมตองกังวลใจตามหาลูก’ พระองคตรัสตอบวา ‘พอกับแมตามหา ลูกทำไม พอแมไมรหู รือวาลูกตองอยใู นบานของพระบิดาของลูก’ โยเซฟ และมารียไ มเขาใจทีพ่ ระองคตรัส พระเยซูเจาเสด็จกลับไปทีเ่ มืองนาซาเร็ธ กับบิดามารดาและเชื่อฟงทานทั้งสอง พระมารดาทรงเก็บเรื่องทั้งหมด เหล า นี้ ไ ว ใ นพระทั ย พระเยซู เ จ า ทรงเจริ ญ ขึ้ น ทั้ ง ในพระปรี ช าญาณ พระชนมายุ และพระหรรษทานเฉพาะพระพักตรของพระเจาและตอหนา มนุษย” (ลก 2,48-52) สวัสดีซิสเตอรคณะธิดาแมพระองคอุปถัมภ สมาชิกซาเลเซียน สมาชิกครอบครัวซาเลเซียน เพื่อนดอนบอสโก และเยาวชนผูใหความ ยินดีและความหมายแกชวี ติ ของเรา พอขอสงความสุขใหแกทกุ คนในขณะทีเ่ รากำลังผานจากป 2005 ไปสูป 2006 ขอใหในปใหมนี้ ทุกคนและแตละคนไดรับพระพรจาก พระบิดาผูทรงความออนโยนและเมตตา ผูทรงสงพระบุตรของพระองค มายังโลกเพือ่ ชวยใหทกุ คนมีชวี ติ อยางอุดมสมบูรณ

5


พระสั น ตะปาปายอห น ปอล ที่ 2 ได ต รั ส กั บ คณะทู ต านุ ทู ต เมื่อเดือนมกราคม 2005 ซึ่งเปนพระดำรัสสุดทายของพระองควา “การท า ทายต อ ชี วิ ต เข า ไปถึ ง สั ก การสถานแห ง ชี วิ ต ด ว ย กล า วคื อ ครอบครัว ทุกวันนี้ ครอบครัวไดรับการขมขูจากแรงกดดันของสังคม และวั ฒ นธรรมซึ่ ง พยายามที่ จ ะมองข า มความสำคั ญ ของครอบครั ว ในบางประเทศ ครอบครัวถึงกับตองพบกับการขมขูในเชิงของกฎหมาย ดวย ซึง่ กระทบไปถึงโครงสรางตามธรรมชาติของครอบครัว อันประกอบ ดวยความสัมพันธระหวางชายและหญิงที่ตั้งอยูบนการสมรส ครอบครัว ซึ่งเปนแหลงที่มาแหงชีวิตและเงื่อนไขที่สำคัญและขาดไมไดของความสุ ข ของคู แ ต ง งานแต ล ะคน ของการเลี้ ย งดู บุ ต รและของความดี ข อง สังคม อีกทัง้ ความมัง่ คัง่ ของประเทศชาติ จึงไมควรมองขาม ไมวา จะใน แงกฎหมายหรือในทัศนคติของมนุษย แตควรมีความเขาใจที่ถูกตอง ที่ชอบธรรมและที่บริสุทธิ์ในความรักประสามนุษย ซึ่งแสดงออกมาใน ครอบครัวเปนอันดับแรก1 เพื่อเปนการตอบรับการเชื้อเชิญของพระสันตะปาปาใหชวยกัน ปกปองชีวิตมนุษยผานทางครอบครัว และในโอกาสครบรอบ 150 ป แหงความตายของคุณแมมารเกริตา ผูเปนมารดาของครอบครัวแหง การอบรมที่คุณพอบอสโกกอตั้งขึ้น ณ วัลดอกโก เรายืนยันพันธกิจ ของเราดวยการ

1

Osservatore Romano, 10-11 January 2005, p. 5.

6


มงุ มัน่ เอาใจใสเปนพิเศษแกครอบครัว ซึง่ เปนจุดเริม่ ตนแหงชีวติ และความรัก และเปนสถานทีแ่ รกทีเ่ ราเริม่ เรียนรไู ปสคู วามเปนมนุษย พระศาสนจักรประกอบพันธกิจโดยทางมนุษยฉันใด ชายและ หญิงมุงสูเปาหมายของตนผานทางครอบครัว ณ ที่ซึ่งแตละคนเปดสู ชีวิตและบทบาทในสังคม ฉันนั้น ครอบครัวจึงเปนสถานที่ที่มนุษย แต ล ะคนเรี ย นรู วิ ธี ก ารเป น คน เป น บริ บ ทที่ ม นุ ษ ย แ ต ล ะคนพั ฒ นา ความสำนึ ก ด า นศาสนา ครอบครั ว จั ด ให มี ค วามมั่ น คงที่ จำเป น เพื่ อ การเติบโตอยางกลมกลืนของเด็กๆ และภารกิ จ การอบรมของพ อ แม พระสันตะปาปายอหน ปอล ที่ 2 ทรงเชื่อมั่นในความสำคัญ ของครอบครั ว สำหรั บ อนาคตของเผ า พั น ธุ ม นุ ษ ย แ ละของพระศาสนจั ก รและทรงถื อ ว า ครอบครั ว เป น โครงการอภิ บ าลอั น ดั บ แรกๆ ของ พระศาสนจักรในสหัสวรรษที่สาม “พึ ง ให ค วามตั้ ง ใจแก ง านอภิ บ าล ครอบครัว โดยเฉพาะอยางยิง่ เมือ่ สถาบันสำคัญนีก้ ำลังเผชิญกับวิกฤต ทุกระดับ...จึงตองใหความมัน่ ใจแกครอบครัวคริสตชนวา โดยทางการอบรม ดานพระวรสารทีค่ รบถวนจะชวยใหครอบครัวตระหนักวา ชีวติ ครอบครัว นั้นสอดคลองกับแผนการของพระเจาและยังประโยชนอยางแทจริงใหแก มนุ ษ ย ทั้ ง ของพ อ แม แ ละของลู ก ๆ ซึ่ ง กำลั ง อยู ใ นสถานการณ ที่ เปราะบาง”2

2

Novo millennio ineunte, n. 47.

7


1.อันตรายและการคุกคามตอครอบครัว ปจจุบนั พระสันตะปาปาเบเนดิกต ที่ 16 ไดอางความคิดของพระสันตะปาปายอหน ปอล ที่ 2 เมื่อตรัสเกี่ยวกับครอบครัววา “เปนกรณีเรง ดวนที่งานอภิบาลตองใหความสำคัญอยางที่สุด... ครอบครัวอยูในสวน ลึกของจิตใจของชนรุนใหมและตองเผชิญกับปญหามากมาย กระนั้น ก็ ดี ครอบครั ว กำลั ง สนั บ สนุ น และเยี ย วยาสถานการณ ที่ ดู จ ะสิ้ น หวั ง นี้ อยางไรก็ตาม ครอบครัวตองพบกับความเสี่ยงและการขูเข็ญจาก บริ บ ทแห ง วั ฒ นธรรมป จ จุ บั น นี้ ความเปราะบางและความไม มั่ น คง ภายในของความสัมพันธฉันสามีภรรยาจำนวนมากผสมผสานกับแนวโน ม ด า นสั ง คมและวั ฒ นธรรมก อ ให เ กิ ด การถกเถี ย งเกี่ ย วกั บ ลั ก ษณะ หนึง่ เดียว และภารกิจพิเศษของครอบครัวทีต่ งั้ อยใู นการสมรส”3

.

ภาวะทีไ่ มสง เสริมครอบครัว ทุ ก วั น นี้ มี ก ารเสนอ “ตั ว เลื อ ก” ที่ ค อ นข า งง า ยและผิ ว เผิ น สำหรับรูปแบบครอบครัวที่เคยยึดถือกันมาเปนประเพณี จึงมีการเบน ความสนใจจากปญหาการหยารางไปที่คูสมรสในความเปนจริง จาก การรั ก ษาความเป น หมั น ในหญิ ง ไปที่ ก ารช ว ยด า นการแพทย ใ นการ ตั้งครรภ จากการทำแทงไปที่การคนควาเนื้อเยื่อ (stem-cells) และ นำมาใชเพื่อสรางตัวออน จากปญหาคุมกำเนิดไปที่การกินยาคุมเชา วันรุงขึ้น (morning-after-pill) ซึ่งก็เปนการทำแทงอีกรูปแบบหนึ่ง กฎหมายทำแทงเสรีกำลังแพรหลายไปทั่วโลก การใหสิทธิในการสราง ความสั ม พั น ธ ชั่ ว คราวแก ช ายหญิ ง ที่ ไ ม ต อ งการมี พั น ธะแม แ ต ใ นการ 3

Audience for participants in the 53rd General Assemble of the Italian Bishop’s Conference, Oss Rom 30-31 May 2005, p. 5.

8


จดทะเบียนสมรสกำลังเปนที่นิยมกันมาก ความสัมพันธดังกลาวรวม ถึ ง บุ ค คลเพศเดี ย วกั น ที่ กำลั ง เรี ย กร อ งสิ ท ธิ ใ นการรั บ เด็ ก มาเลี้ ย งเป น ลูกซึ่งจะกอใหเกิดปญหาดานจิตวิทยา สังคม และกฎหมายตามมา โฉมหน า ของครอบครั ว ที่ แ ท จ ริ ง กำลั ง เปลี่ ย นไป นอกนั้ น ก็ มี แนวโน ม ที่ จ ะถื อ ว า ครอบครั ว เป น เรื่ อ งส ว นตั ว และทำให ข นาดของ ครอบครัวเล็กลง จาก “ครอบครัวที่มีหลายชั่วอายุ” อยูรวมกันไป เป น “ครอบครั ว เดี่ ย ว” ซึ่ ง ประกอบด ว ยพ อ แม แ ละลู ก คนเดี ย ว ที่ หนักไปกวานั้นคือ มีการถือกันวาครอบครัวไมใชจุดเริ่มตนของสังคม และเปนประโยชนใหแกสงั คมอยางชนิดทีข่ าดไมไดอกี ตอไปแลว

.

ทางออกงายๆ คือ การทำแทง ในบริบทเชนนี้ โดยเฉพาะในดานของสังคมตะวันตก พอคิด วาเราควรคิดถึงพระดำรัสของพระเยซูเจาเกี่ยวกับการแตงงาน “ชาว ฟารีสีบางคนทูลถามหวังจะจัดผิดพระองควา ‘เปนการถูกตองหรือไมที่ ชายจะหยากับภรรยา’ พระองคตรัสตอบวา ‘โมเสสไดบัญญัติไววา อย า งไร’ เขาทู ล ตอบว า ‘โมเสสอนุ ญ าตให ทำหนั ง สื อ หย า ร า งและ หยากันได’ พระเยซูเจาตรัสตอบวา ‘เพราะใจดือ้ หยาบกระดางของทาน โมเสสจึงไดเขียนบัญญัติขอนี้ไว แตเมื่อแรกสรางโลกนั้น พระเจาทรง สรางมนุษยใหเปนชายและหญิง ดังนั้น ชายจะละบิดามารดา และ ชายหญิงจะเปนเนือ้ เดียวกัน ดังนี้ เขาจะไมเปนสองอีกตอไป แตเปนเนือ้ เดียวกัน ดังนั้น สิ่งที่พระเจาทรงรวมกันไว มนุษยอยาแยกเลย’” (มก 10,2-9)

9


พ อ คิ ด ว า คำสอนของพระเยซู เ จ า ให ค วามกระจ า งในเรื่ อ งนี้ เพราะเปนการตอกย้ำวาการแตงงานเปนจุดเริ่มตนและฐานของครอบครั ว และที่ สำคั ญ เป น การชี้ บ อกให รู ว า พระเยซู เ จ า ทรงคิ ด อย า งไร เกี่ยวกับเรื่องนี้ พระองคไมหลงติดกับการถือกฎหมายแคลายลักษณอักษร เชนวา อะไรทำได อะไรทำไมไดบาง แตพระองคทรงยอนกลับ ไปที่แผนการเริ่มแรกของพระผูสราง นอกนั้น ไมมีใครรูแผนการเริ่ม แรกของพระเจาไดดีเทาพระเยซูเจาในแผนการนี้เองเราพบกับ “ขาวดี” ของครอบครัว แมวาจะมีหลายครอบครัวที่ดำเนินไปตามคุณคาของความสัมพั น ธ ที่ มั่ น คงและสั ต ย ซื่ อ กระนั้ น ก็ ดี เราต อ งยอมรั บ ว า สั ง คมป จ จุ บั น ถื อ ว า พั น ธะในการแต ง งานเป น เรื่ อ งไม แ น น อน และขึ้ น อยู กั บ ใจ ของคูบาวสาวมากกวา ไมวาในระดับทวีปและระดับสังคมแตละแหง แนวทางปฏิบัติเชนนี้มีแตทำใหครอบครัวเปราะบางมากขึ้น และทำให การอบรมของพ อ แม มี ป ญ หา ถ า ไม มี ก ารขจั ด ความไม แ น น อนและ ความไมยั่งยืนในการแตงงาน หรือแยไปกวานั้น ถือวาเปนเรื่องทำได การแยกกันอยูและการหยารางก็จะตามมา เพราะถือวาเปนทางออก อยางเดียวของวิกฤตครอบครัว ทั ศ นคติ แ บบนี้ ทำให คู บ า วสาวเปราะบางและเสี่ ย งอยู ต ลอด เวลา บ อ ยครั้ ง ก็ ล งเอยด ว ยการยอมแพ แ บบง า ยๆ แต ห ากมี ค วาม เข า ใจอย า งแท จ ริ ง ในคุ ณ ค า ของการแต ง งานและมี ค วามเชื่ อ ที่ ห นั ก แนน ก็จะชวยใหสามารถเอาชนะความลำบากไดดวยความกลาหาญ และอยางมีศกั ดิศ์ รี

10


การหยารางไมใชเรื่องของกฎหมายเทานั้น ทั้งไมใชแค “วิกฤต” ที่ผานไป แตเปนเรื่องที่กอใหเกิดผลรายถาวรใหแกประสบการณมนุษย ด ว ย เพราะมั น เป น ป ญ หาของความสั ม พั น ธ ที่ ถู ก ทำลายไป มั น ทิ้ ง รองรอยที่ไมอาจจะลบไดในสมาชิกครอบครัวแตละคน มันกอใหเกิด ความยากจนทั้งในดานเศรษฐกิจ ดานความรัก และดานความเปน มนุษย คนที่ไดรับผลกระทบมากกวาหมดคือภรรยาและลูก นอกนั้น ก็ยงั ตองจายดวยราคาแพงทางดานสังคมอีกดวย พ อ อยากจะชี้ ใ ห เ ห็ น ว า องค ป ระกอบที่ ก อ ให เ กิ ด การหย า ร า ง เพิ่มขึ้นนั้นมีหลากหลาย แมจะมีการความแตกตางจากประเทศหนึ่ง กั บ อี ก ประเทศหนึ่ ง ก อ นอื่ น หมดคื อ บริ บ ทวั ฒ นธรรมที่ เ น น ฝ า ยโลก อยางเดียว แลวนั้นก็เปนความเขาใจผิดเกี่ยวกับอิสรภาพ ความกลัว ต อ งมี พั น ธะ การอยู ด ว ยกั น โดยไม แ ต ง งาน การลดคุ ณ ค า ของ เพศมนุษย (อยางที่พระสันตะปาปายอหน ปอล ที่ 2 ทรงกลาวถึง) นอกนั้ น ก็ เ ป น เรื่ อ งความลำบากด า นเศรษฐกิ จ ซึ่ ง นำไปสู ก ารแยกกั น อยู ในเวลาเดี ย วกั น รู ป แบบชี วิ ต แฟชั่ น การบั น เทิ ง ละครโทรทัศน ฯลฯ ตางก็ทำใหเกิดความสงสัยในคุณคาของการแตงงาน การแพรหลายทัศนคติวาการที่ชายหญิงจะมอบตนใหกันและกันตลอด ชี วิ ต เป น สิ่ ง ที่ เ ป น ไปไม ไ ด ซึ่ ง ทำให ส ถาบั น ครอบครั ว อ อ นแอและ เปราะบางขึ้นทุกวัน อีกทั้งทำใหความเคารพในสถาบันครอบครัวลด นอยลงและนำไปสูการเลือก “รูปแบบ” ครอบครัวแบบอื่นๆ ในที่สุด

11


.

การถือวาครอบครัวเปนเรือ่ งสวนตัว ทุ ก วั น นี้ เราจะเห็นว ามีก ารเนนความเป นป จเจกในกิ จกรรม ต า งๆ ของมนุ ษ ย อาทิ ในชี วิ ต เศรษฐกิ จ การแข ง ขั น แบบเอาเป น เอาตาย การเปนคูแขงในสังคม การรังเกียจบุคคลที่อยูชายขอบ ฯลฯ ความเปนปจเจกชนิดนี้ไมสนับสนุนความใจกวาง ความซื่อสัตย และ การมอบตนอยางถาวร ทัศนคติดานสั ง คมแบบนี้ ไ ม มี ท างแก วิ ก ฤต ชีวิตแตงงานได อำนาจรัฐซึ่งรับผิดชอบความดีของสวนรวมและการอยูรวมกัน ในสังคมกลับสงเสริมความเปนปจเจกเชนนี้โดยยินยอมใหมีการแสดง ออกมาในด า นกฎหมาย (เช น ในกรณี ข อง “การทำสั ญ ญา” ทาง กฎหมาย) เหมื อ นกั บ เป น การเสนอรู ป แบบใหม ข องครอบครั ว โดย นัยยะ สถานการณยิ่งเลวรายขึ้นในกรณีของความสัมพันธของบุคคล เพศเดี ย วกั น ที่ เ รี ย กร อ งสิ ท ธิ ใ นการรั บ เด็ ก มาเลี้ ย งดู การกระทำดั ง กลาว ฝายตรากฎหมายและฝายรัฐไมใหความสำคัญแกการแตงงาน แถมยั ง สร า งป ญ หาที่ ย ากแก ก ารแก ไ ขอี ก ด ว ย ในสถานการณ เ ช น นี้ คนเริ่มเห็นวาการแตงงานไมมีประโยชนอะไรสำหรับสังคม และมองวา การแตงงานเปนเรือ่ งสวนตัวทีไ่ มตอ งมีการรองรับจากสังคม อุ ด มการณ ด า นสั ง คมในเรื่ อ งของอิ ส รภาพทำให แ ต ล ะคนทำ เพื่อผลประโยชนของตนฝายเดียว พันธะที่สามีและภรรยากระทำตอ กั น ก็ ถื อ ว า เป น เรื่ อ งที่ ส ามารถนำมาทบทวนใหม ไ ด ต ลอด คำสั ญ ญา ใหไวแกกันก็มีคาเพียงแคในเวลาจำกัด และแตละคนตองรับผิดชอบ กิจการของตนกับตนเองเทานัน้

12


.

ความคาดหวังทีผ่ ดิ ๆ เกีย่ วกับการแตงงาน เราควรจะคำนึ ง ด ว ยว า หนุ ม สาวจำนวนมากมี ค วามคิ ด เชิ ง อุดมการณที่ผิดๆ วา การจะเปนสามีและภรรยากันตองเปนอะไรที่มี แตความสุข มีความสมหวัง และไมตองออกแรงแตอยางใด การคิด เช น นี้ อ าจจะก อ ให เ กิ ด ความขั ด แย ง ระหว า งความปรารถนาที่ จ ะเป น หนึ่ ง เดี ย วกั บ อี ก ฝ า ยหนึ่ ง และการปกป อ งอิ ส รภาพของตนเองในเวลา เดียวกัน ความเขาใจผิดเกี่ยวกับความงดงามของความเปนคูสมรสและ ความเข า ใจผิ ด เกี่ ย วกั บ ความมั่ ง คั่ ง แห ง การเป น ส ว นหนึ่ ง ของกั น และ กั น และเสริ ม สร า งกั น และกั น ในความสั ม พั น ธ ข องชาย และหญิ ง ก อ ใหเกิดความสับสนดานเอกลักษณแหงเพศ ซึ่งนำไปสูอุดมการณการ เรี ย กร อ งสิ ท ธิ ส ตรี แ บบผิ ด ๆ ในเวลาเดี ย วกั น สถานการณ ข องการ ประกอบอาชี พ ของทั้ ง ชายและหญิ ง ทำให มี เ วลาอยู ด ว ยกั น ในครอบครัวนอยลง สิ่งนี้สงผลใหการพูดคุยระหวางสามีและภรรยาลดนอย ลงดวย บอยครั้ง เมื่อเกิดวิกฤต สามีและภรรยาตองมาแกไขวิกฤต ตามลำพั ง พวกเขาไม มี ใ ครรั บ ฟ ง และชี้ แ นะ ซึ่ ง อาจจะทำให พ วก เขาต อ งตั ด สิ น ใจทำอะไรลงไปที่ ไ ม อ าจจะเยี ย วยาได การที่ ไ ม มี ใ คร ชวยทำใหสามีและภรรยาตองหมกมุนอยูกับปญหาตามลำพัง มองไม เห็ น ทางออก นอกจากจะแยกกั น อยู ห รื อ ไม ก็ ห ย า กั น ไป ทั้ ง ๆ ที่ ใ น ความเปนจริงแลวอาจจะเป นแคปญหาชั่วคราวและสามารถแกไขได หากพวกเขาได รั บ ความช ว ยเหลื อ จากผู อื่ น และจากหมู ค ณะของ พระศาสนจักร 13


.

องคประกอบเศรษฐกิจและบริโภคนิยมในชีวติ ครอบครัว เศรษฐกิ จ เป น องค ป ระกอบหนึ่ ง ที่ มี บ ทบาทสำคั ญ ในการ สรางรูปแบบครอบครัว ไมวาจะในแงของคุณคา การบริหาร และ กำหนดการดำเนินชีวิตครอบครัว รายไดที่ตองสรางความมั่นใจ คาใช จ า ยที่ ต อ งมี เ พื่ อ ความจำเป น หรื อ เพื่ อ มาตรฐานของครอบครั ว การขาดแหล ง รายได ห รื อ การตกงานซึ่ ง ส ง ผลกระทบไปถึ ง พ อ แม แ ละ ลูก เหลานี้ลวนเปนเงื่อนไขและเปนตัวกำหนดแงตางๆ ของชีวิครอบครัว นอกนั้นสามีและภรรยาหลายคนที่ไมสามารถอยูดวยกัน หรือ ยากจนจนไมสามารถจะแตงงานกันได สถานการณของคนอพยพที่ ตองหางครอบครัวและประเทศชาติเพื่อหางานเลี้ยงดูครอบครัว เมื่อ ตองอยูหางครอบครัวเปนเวลานานหรือเพราะสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งทำ ใหตอ งละทิง้ ครอบครัวหรือเลิกรางกันไปก็มี เศรษฐกิ จ เป น ตั ว ก อ ให เ กิ ด บริ โ ภคนิ ย มซึ่ ง ส ง ผลกระทบถึ ง ครอบครั ว ไม ม ากก็ น อ ย เพราะบริ โ ภคนิ ย มเป น ตั ว กำหนดความสุ ข ในรู ป แบบของมั น และหลายครั้ ง ก็ ก อ ให เ กิ ด ความไม พ อใจหรื อ การ ตองอยูชายขอบสังคม เศรษฐกิจเปนตัวกำหนดความสำคัญของเนื้อ ที่ ใ นครอบครั ว อาทิ ขนาดของบ า นและการต อ งมี บ า น นอกนั้ น เศรษฐกิจเปนตัวกำหนดโอกาสการศึกษาและอนาคตของลูกๆ ดวย เมื่อมองจากแงนี้ เราคงตองสงสารครอบครัวซึ่งเปน หรือ ควร เปนเปลแหงชีวติ และความรัก เปนโรงเรียนสอนความเปนคน

14


2. ครอบครัว สถานทีพ ่ ระบุตรของพระเจาทรงรับเอา กายเปนมนุษย การรับเอากายของพระบุตรของพระเจา ทรงบังเกิดจากสตรี และอยูภายใตกฎเพื่อจะไดไถกูคนที่อยูภายใตกฎใหเปนบุตรบุญธรรม ของพระเจ า (เที ย บ กท 4,4-5) ไม ใ ช เ ป น เหตุ ก ารณ เ ฉพาะในช ว ง พระองคประสูติเทานั้น แตโยงไปถึงชีวิตมนุษยทั้งครบของพระเยซูเจา ไปถึงการสิ้นพระชนมบนไมกางเขน ดังที่นักบุญเปาโลกลาวไว (เทียบฟป 2,8) พระสังคายนาวาติกันที่สองกลาววาพระบุตรของพระเจาทรง ทำงานดวยมือมนุษยและรักดวยหัวใจมนุษย (เทียบ GS 22) ดังนั้น ความเป น มนุ ษ ย ข องพระองค ไ ม เ ป น อุ ป สรรคต อ การเผยแสดงความ เปนพระเจาของพระองค แตเปนดังศีลศักดิ์สิทธิ์ที่พระองคใชเพื่อเผย แสดงพระเจ า และทำให เ ราเห็ น และสั ม ผั ส ได จึ ง เป น สิ่ ง น า พิ ศ วงที่ จะพิ ศ เพ ง พระเจ า ผู ท รงรั ก มนุ ษ ย อ ย า งมากถึ ง ขนาดทรงทำพระองค ใหเราสามารถเขาหาได เพราะเหตุนี้ พระศาสนจักรจึงตองรัก รับใช และชวยมนุษยใหมีชีวิตอยางเต็มเปยม แตเพื่อจะรับเอากาย พระเจาตองมองหาครอบครัว แม (เทียบ ลก 1,26-38) และ พอ (เทียบ มธ 1,18-25) กอนอืน่ หมด ถึงแมพระองค จะทรงปฏิสนธิในครรภของพรหมจารีมารีย แตพระองคทรงเรียนรูการ เปนมนุษยภายในครอบครัวแหงนาซาเรธ พระเจาทรงตองการแมผูหนึ่ง เพื่อจะบังเกิดเปนมนุษย และเพื่อโตเปนมนุษย-พระ พระองคทรงตองการครอบครัว พระนางมารียจ งึ ไมเพียงใหกำเนิดพระเยซูเจา แตในฐานะ ที่ ท รงเป น มารดาที่ แ ท จ ริ ง และร ว มมื อ กั บ นั ก บุ ญ โยเซฟ พระนางทรง ทำใหบานแหงนาซาเร็ธเปนหัวใจเพื่อชวยใหพระบุตรของพระเจา “ทรง มีความเปนมนุษย” (เทียบ ลก 2,51-52) 15


เนื่ อ งจากการรั บ เอากายของพระบุ ต รของพระเจ า เป น เหตุ การณที่เปนจริง กระบวนการตางๆ ก็ตองดำเนินไปตามครรลองของ ความเปนมนุษยดวย จึงตองมีครอบครัวที่ใหการตอนรับพระองค ติด ตามพระองคในขั้นตอนการเติบโต รักและรวมมือกับพระองคในการ พั ฒ นามิ ติ ด า นมนุ ษ ย ทุ ก มิ ติ ซึ่ ง ทำให พ ระองค เ ป น “บุ ค คล” ที่ แ ท จ ริ ง พรอมกันนี้ ก็มีโครงการชีวิตสำหรับพระองคเพื่อพระองคจะไดพัฒนาพรสวรรค พบความหมายของชีวิต และพบความสำเร็จในชีวิต บทบาทดานการอบรมที่จำเปนและขาดไมไดที่แตละครอบครัว ตองทำเพื่อสมาชิกแตละคนนี้ พบแบบอยางในครอบครัวแหงนาซาเร็ธ ดังที่มีบันทึกไวในพระวรสารของนักบุญลูกาในเหตุการณที่พระเยซูเจา ทรงหายไปในพระวิหาร “เมื่อโยเซฟพรอมกับพระนางมารียเห็นพระองค ก็รูสึกแปลกใจ พระมารดาจึงตรัสถามพระองควา ‘ลูกเอย ทำไมจึง ทำกับเราเชนนี้ ดูซิ พอกับแมตองกังวลใจตามหาลูก’ พระองคตรัส ตอบวา ‘พอกับแมตามหาลูกทำไม พอแมไมรูหรือวาลูกตองอยูใน บานของพระบิดาของลูก’ โยเซฟพรอมกับพระนางมารียไมเขาใจที่พระองคตรัส พระเยซูเจาเสด็จกลับไปที่เมืองนาซาเร็ธกับบิดามารดาและ เชื่อฟงทานทั้งสอง พระมารดาทรงเก็บเรื่องทั้งหมดเหลานี้ไวในพระทัย พระเยซูเจาทรงเจริญขึน้ ทัง้ ในพระปรีชาญาณ พระชนมายุ และพระหรรษทานเฉพาะพระพักตรของพระเจาและตอหนามนุษย” (ลก 2,48-52) ในพระวรสารตอนนี้ เราเห็นสามประเด็นที่ครอบครัวมีหนาที่ ต อ ลู ก ๆ เพื่ อ ช ว ยพวกเขาให เ ป น “พลเมื อ งที่ ซื่ อ ตรงและคริ ส ตชน ที่ดี” ซึ่งซาเลเซียนนำมาใชเพื่อตีความการรับเอากายในมุมมองของ การอบรม 16


ประเด็ น แรก การที่ นั ก บุ ญ โยเซฟและพระนางมารี ย นำพระเยซูเจาไปพระวิหารในวัยที่เด็กชายคนหนึ่งควรเรียนรูที่เขาสูชีวิตของ ประชาชน ปฏิ บั ติ ต ามประเพณี และได รั บ การสนั บ สนุ น จากความ เชื่อของพอแม ครอบครัวของพระเยซูเจานำพระองคไปพระวิหารเพื่อ ปฏิ บั ติ ต ามกฎและปฏิ บั ติ ค วามเชื่ อ ทั้ ง ๆ ที่ พ วกเขารู ว า พระองค คื อ พระบุตรของพระเจา ความเปนพระเจาไมไดยกเวนพระองคจากการ ปฏิบัติตามกฎของพระเจาตามที่ถือกันในชนชาติอิสราเอล พระบุตร ของพระเจาทรงเรียนรทู จี่ ะเปนศมนุษยดว ยการรจู กั นบนอบคน ประเด็นที่สอง ทาทีแหงความเคารพที่บิดามารดามีตอลูกเมื่อ ลูกแสวงหาพระประสงคของพระเจาสำหรับชีวิตของตน คำตอบของ พระเยซูเจาดูจะแปลกไมนอ ย ราวกับจะพูดวา “เปนไปไดอยางไร ทีพ่ อ แม จะถามวาผมไปอยูที่ไหนมาหรือทำไมลูกจึงทำเชนนี้ ในเมื่อพอแมเอง สอนลู ก ให เ รี ย กพระเจ า เป น พระบิ ด าและให ทำตามพระประสงค ข อง พระเจา ลูกจึงตองมาในบานของพระองคเพือ่ ประกอบพิธี Bar Mitzvah และแสวงหาพระประสงคของพระเจาในฐานะที่ลูกโตพอที่จะเปน “บุตร แหงกฎ” แลว? (เทียบ ลก 2,49) ถึงแมวาพระองคยังไมเปนผูใหญ เต็มตัว แตพระองคก็ทรงเตือนพอแมวาเปนพวกเขานั่นแหละที่ไดสอน พระองควา พระเจาและภารกิจของพระองคตอ งมาอันดับแรกในครอบครัว และกิจกรรมของครอบครัว ประเด็นที่สาม แมวาพอแมไมเขาใจสิ่งที่เกิดขึ้น แตพระเยซูเจาก็ยังทรงนบนอบและกลับไปอยูที่นาซาเร็ธ อยูภายใตการดูแลของ ของพวกเขา นักบุญลูกากลาวสรุปวา “พระมารดาทรงเก็บเรื่องทั้งหมด เหลานี้ไวในพระทัย” (ลก 2,51) “พระเยซูเจาทรงเจริญขึ้นทั้งในพระ ปรี ช าญาณ พระชนมายุ และพระหรรษทานเฉพาะพระพั ก ตร ข อง 17


พระเจาและตอหนามนุษย” (ลก 2,52) เปนดังคำชมความสามารถ ของโยเซฟและพระนางมารียในการอบรมพระเยซูเจา นี่คือความหมาย ของการทีค่ รอบครัวเปนบานและโรงเรียน “เปนเปลแหงชีวติ และความรัก และเปนทีซ่ งึ่ ลูกเรียนรกู ารเปนมนุษย” พระเยซู เ จ า ทรงเรี ย นรู ก ารถื อ ตามกฎและเข า สู วั ฒ นธรรมใน ครอบครัว ในครอบครัวนี้เอง พระเยซูเจาทรงแสดงออกซึ่งความปรารถนาให พ ระเจ า มาเป น อั น ดั บ แรกและให ค วามสำคั ญ แก สิ่ ง ที่ เ กี่ ย วกั บ พระเจา ถึงแมวาพระองคจะทรงรูตัววาพระองคทรงเปนพระบุตรของ พระเจา แตพระองคก็ทรงกลับมาในครอบครัวในฐานะมนุษยที่อยูทาม กลางมนุษย และ “เจริญขึ้นทั้งในพระปรีชาญาณ พระชนมายุ และ พระหรรษทาน” พระบุตรของพระเจาสามารถทีเ่ กิดจากหญิงพรหมจารีโดย ไม จำเป น ต อ งมี ค รอบครั ว ก็ ไ ด แต ถ า ไม มี ค รอบครั ว พระองค ก็ ไ ม สามารถเติบโตและบรรลุวฒ ุ ภิ าวะแหงความเปนคนได พรหมจารีคนหนึง่ ตัง้ ครรภพระบุตรของพระเจา ครอบครัวทำใหพระองคเปนมนุษย ครอบครัวจึงมีคณ ุ คาทีศ่ กั ดิส์ ทิ ธิจ์ ริงๆ

3. ชีวติ ครอบครัวและพระพรพิเศษซาเลเซียน สำหรับเราที่เปนลูกของพอบอสโก เรื่องครอบครัวไมใชเรื่อง แปลกสำหรับชีวิตและภารกิจของเรา ในฐานะที่เปนผูอบรม เราตางก็ ตระหนักดีถึงความสำคัญของการสรางบรรยากาศครอบครัวเพื่ออบรม เยาวชนและวั ย รุ น ผู ใ หญ และหนุ ม สาว เพื่ อ การอบรมดั ง กล า ว บรรยากาศที่ดีที่สุดคือบรรยากาศครอบครัว บรรยากาศที่ทำใหรูสึกวา “อยูบาน” และสามารถสื่อความรูสึก ทาที ความคิดและคุณคาตางๆ 18


ได ซึ่ ง บ อ ยครั้ ง เป น ไปโดยธรรมชาติ แ ละไม ต อ งพู ด คำพู ด ของ คุ ณ พ อ บอสโกที่ ว า “การอบรมเป น เรื่ อ งของหั ว ใจ”4 กลายเป น รู ป ธรรมเมื่ อ เราเป ด ประตู ใ ห แ ก ด วงใจของเยาวชนให เ ข า มาด ว ยความ เต็มใจ และปฏิบตั สิ งิ่ ทีเ่ ราสอนตามระบบการอบรมของเรา สำหรั บ เรา ในฐานะสมาชิ ก ครอบครั ว ซาเลเซี ย น การดำเนิ น ชีวิตเยี่ยงครอบครัวไมเปนแคการเลือกดานอภิบาลที่จำเปนอยางเรงดวนในทุกวันนี้ แตเปนวิธีดำเนินชีวิตตามพระพรพิเศษของเรา และ เปนเปาหมายที่เราไดเลือกไวสำหรับภารกิจของเรา การที่เราซาเลเซียน และสมาชิกครอบครัวซาเลเซียนดำเนินชีวิตตามจิตตารมณครอบครัว ถือไดวาเปนลักษณะจำเพาะของเรา ในเวลาเดียวกันเราก็ถือวาเปน เป า หมายเอกที่ เ ราร ว มกั บ ครอบครั ว ต า งๆ ที่ นำลู ก ๆ มาให เ ราอบรม และประกาศขาวดีให เราจึงตองสรางบรรยากาศครอบครัวสำหรับการ อบรมและวิธกี ารอบรมของเรา 3.1. “ในปฐมกาลมีแมอยดู ว ย”5 คุ ณ แม Margherita Occhiena เป น ผู อ บรมและอาจารย วิธอี บรมคนแรกของคุณพอบอสโก6 พระสันตะปาปายอหน ปอล ที่ 2 ตรัส กับครูที่ตุรินเมื่อป 1988 วา “ทุกคนรูดีวา คุณแมมารเกริตามีความ สำคัญตอชีวิตของนักบุญยอหน บอสโกมากแคไหน คุณแมไมเพียง จะกอใหเกิด “จิตตารมณครอบครัว” ในศูนยเยาวชนแหงวัลดอกโก 4

Circular letter of Don Bosco on punishment 1883, Collected Letters (ed. Ceria) SEI Turin, vol. IV, p. 209. 5 คำแรกของหนังสือประวัติคุณพอบอสโก เขียนโดย Joergensen, SEI Turin, 1929, p. 19. 6 P. Braido, Prevenire non reprimere. Don Bosco’s educational system, LAS, Rome 1999, p.139.

19


เทานั้น แตคุณแมยังสามารถหลอหลอมดวงใจของยอหนใหเต็มดวย ความดี แ ละความใจดีซึ่ง ทำใหคุณ พอกลายเป นเพื่อ นและพ อ ของเด็ ก ยากจน” 7 3.1.1. ประวัตยิ อ ๆ พอมั่นใจวาคุณแมมารเกริตามีบทบาทสำคัญมากในการอบรม คุ ณ พ อ บอสโกทั้ ง ในด า นมนุ ษ ย แ ละด า นคริ ส ตชน คุ ณ แม ไ ด ส ร า ง บรรยากาศครอบครัวเพือ่ การอบรมทีว่ ลั ดอกโก พอจึงอยากจะพูดถึงชีวิต และลักษณะฝายจิตของคุณแมอยางสั้นๆ ก) กอนจะยายมาวัลดอกโก (1788-1846) คุ ณ แม ม าร เ กริ ต าเกิ ด ที่ ห มู บ า น Serra di Capriole จั ง หวั ด Asti เมื่อวันที่ 1 เมษายน 1788 บิดาชื่อ Melchiorre Occhiena และ มารดาชื่ อ Domenica Bassone รั บ ศี ล ล า งบาปในวั น เดี ย วกั น บิ ด า มารดาเปนชาวนาทีม่ ฐี านะดี มีทงั้ บานและทีน่ า เนื่ อ งจากไม มี โ รงเรี ย นในหมู บ า น คุ ณ แม จึ ง ไม มี โ อกาสเล า เรียนเขียนอาน กระนั้นก็ดี แมอานหนังสือไมไดแตก็ไมใชเปนคนโงเขลา คุณแมไดความปรีชาฉลาดจากการตั้งใจฟงบทเทศนและการสอน คำสอนที่วัด พรอมกันนั้นก็นำสิ่งที่ไดยินมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันซึ่ง ไมใชจะราบเรียบและมีความสุขเสมอไป คุณพอ Lemoyne ผูเขียน ประวัตเิ ลมแรกของคุณพอบอสโกไดกลาวถึงคุณแมมารเกริตาวา “คุณแม มีน้ำใจเด็ดเดีย่ ว ประกอบกับสามัญสำนึกและพระหรรษทานของพระเจา 7

Address to workers in schools, quoted by Fr. E. Vigano’ in The Pope speaks to us of Don Bosco, AGC 328, p. 20.

20


ทำให คุ ณ แม ส ามารถเอาชนะอุ ป สรรคทั้ ง ด า นวั ต ถุ แ ละด า นจิ ต ใจได อยางดียิ่ง... คุณแมมีมโนธรรมซื่อตรง ทั้งในความนึกคิดและความรัก เวลาเดียวกันก็มกี ารตัดสินทีถ่ กู ตองเกีย่ วกับคนและสิง่ ของ เปนนาย เหนือตนเอง พูดตรงไปตรงมา ไมเคยลังเล...ความเปนคนตรงไปตรง มาและมั่นใจในตนเองชวยคุณแมในการปกปองฤทธิ์กุศลตางๆ นอก นัน้ ความรอบคอบทำใหคณ ุ แมไมผดิ พลาดเลย” 8 ห า งจากหมู บ า น Capriglio มี Francis Bosco ชาวนา วั ย 27 ป อ าศั ย อยู ใ นหมู บ า น Becchi แขวง Morialdo และ Castelnuovo d’Asti เขาเคยแตงงาน มีลูกชายคนหนึ่ง ชื่อ Antonio และเป น ม า ยมา 3 ป แ ล ว เขามาขอแม ม าร เ กริ ต าแต ง งาน ทั้ ง สอง ได แ ต ง งานกั น เมื่ อ วั น ที่ 6 มิ ถุ น ายน 1812 หลั ง จากแต ง งานแล ว คุณแมมารเกริตาก็ยายมาอยูที่หมูบาน Biglione ในไมชา ครอบครัว น อ ยๆ ก็ เ พิ่ ม จำนวนขึ้ น บุ ต รคนแรกชื่ อ Giuseppe เกิ ด เมื่ อ วั น ที่ 8 เมษายน 1813 และสองป ต อ มา ในวั น ที่ 16 สิ ง หาคม 1815 บุ ต รที่ ส องก็ ถื อ กำเนิ ด มาและได ตั้ ง ชื่ อ เป น Giovanni Melchior ซึ่ ง ภายหลังเปนคุณพอบอสโก เมือ่ Francis เสียชีวติ ดวยวัย 33 ป คุณแมมารเกริตา ซึง่ ขณะ นั้นอายุ 29 ป ไดรับบทบาทเปนหัวหนาครอบครัว ตองดูแลลูกสามคน และแมของสามี พรอมทัง้ ดูแลไรนาตามลำพัง หลังจากเปนมายไดไมนาน ก็มีคนมาขอแตงงานดวย โดยมีเงื่อนไขวาเธอตองยอมยกลูกใหคนอื่น 8

การอ า นหนั ง สื อ ที่ Lemoyne เขี ย น ต อ งอ า นในเชิ ง เรื่ อ งสอนใจมากกว า ประวั ติ คุ ณ พ อ จึ ง ได เขียนหนังสืออีกเลมหนึ่ง ชื่อ Edifying scenes in the life of Margaret Bosco, Turin, 1886, pp. 192.

21


เลีย้ ง เธอปฏิเสธอยางไมลงั เลวา “พระเจาประทานสามีใหฉนั แลวพระองค ก็ ท รงยกเขาไป ก อ นจะสิ้ น ใจเขาได ม อบลู ก สามคนให ฉั น ดู แ ล ฉั น คง จะเป น แม ใ จร า ยหากทอดทิ้ ง พวกเขาไปในวั ย ที่ พ วกเขายั ง ต อ งการ ฉันอย”ู คุณแมใหการอบรมลูกทั้งสามคน เปนงานที่แสดงออกถึงพรสวรรคที่คุณแมไดรับ ไมวาจะเปนความเชื่อ ฤทธิ์กุศล รวมทั้งหลาย อยางที่คุณแมทำไดดี เปนการผสมผสานระหวางปรีชาญาณของชาวนา บวกกับความเปนคริสตชนทีเ่ ปย มดวยพระจิตเจา คุณแมรจู กั ปรับตัวเขากับเด็กแตละคน Antonio ผสู ญ ู เสียแมใน วัย 3 ขวบ และเสียพอไปในวัย 9 ขวบกลายเปนเด็กแปลกและยากจะ คบหาดวย พออายุ 18 ปก็กลายเปนคนไมยอมใคร บอยครั้งก็ออกจะ รุนแรงดวย บางครั้งเขาก็เรียกแมมารเกริตาวา “แมเลี้ยงใจราย” ทั้งๆ ที่ เ ธอปฏิ บั ติ กั บ เขาด ว ยความพวกเพี ย รและถื อ ว า เขาเป น ลู ก คนหนึ่ ง กระนั้นก็ดี เธอตองเปนแมที่เขมแข็งและยุติธรรมดวย เธอจึงไดตัด สินใจทีน่ า เศราเพือ่ ความดีของโยเซฟและยอหน ในปลายป 1830 เธอเดิ น เรื่ อ งแบ ง มรดก ทั้ ง บ า นและที่ ดิ น Antonio แยกไปอยูตามลำพัง ไมนานหลังจากนั้นก็แตงงานและมีลูก เจ็ ด คน ต อ มาเขาก็ คื น ดี กั บ ครอบครั ว ต น สั ง กั ด และกลั บ เป น พ อ ที่ ดี และนานับถือของลูกและเปนคริสตชนทีด่ ี Giuseppe เปนคนสุภาพ ใจเย็นและนาคบหาดวย เขาสนิท กับยอหน และยอมรับวายอหนมีคุณลักษณะที่เหนือกวาเขาโดยไมรูสึก 22


อิจฉาแตอยางใด เขารักและยกยองแมมาก ในชวงปทยี่ อหนตองไปเรียน เขาทำตัวเปนลูกที่นบนอบและขยันขันแข็ง เปนที่พึ่งของแมในทุกเรื่อง พออายุ 20 ป เขาก็แตงงานกับหญิงสาวในหมบู า น ชือ่ Maria Colosso และมีบตุ รดวยกัน 10 คน ยอหนเปนเด็กรักการเรียน แมมารเกริตาหาทางชวยใหยอหนได เรียนแตกต็ อ งพบกับการกีดขวางของ Antonio เธอจึงจำใจตองสงยอหน ไปเปนลูกมือชวยในฟารมของครอบครัว Moglia เปนเวลาหนึ่งปแปด เดือน (1828-1829) หลังจากที่ Antonio แยกออกไปอยตู ามลำพัง ยอหน จึงมีโอกาสไปเรียนที่ Castelnuovo (1931) แลวก็เรียนตอที่ Chieri เปน เวลา 10 ป โดยสี่ปแรกเรียนที่โรงเรียนประจำอำเภอและอีกหกปเรียน ที่บานเณรใหญ (1831-1841) ในชวงดังกลาว คุณแมมารเกริตารูสึก มีความสุข มีสันติ และเต็มดวยความหวัง เวลาเดียวกันก็เปนคุณยา สำหรับลูกๆ ของ Antonio และ Giuseppe ดวย เมือ่ อายุเจ็ดสิบ คุณพอบอสโกยังจำคำตอบของคุณแมมารเกริตา เมื่อพูดเกี่ยวกับอนาคตของคุณพอไดอยางดี คุณแมพูดวา “ฟงใหดีนะ ยอหน แมไมมคี วามเห็นเกีย่ วกับกระแสเรียกของลูก นอกจากจะบอกลูก วาลูกตองติดตามพระเจาไปทุกแหง อยาเปนหวงแม แมไมหวังอะไร จากลูกหรอก เพียงแตขอใหลูกจำไววา แมเกิดมาจน มีชีวิตอยางยาก จน และแมอยากจะตายเยี่ยงคนจน แมอยากใหลูกรับรูไววาถาบังเอิญ ลูกบวชแลวเปนพระสงฆร่ำรวยแมจะไมมาเยีย่ มลูกเด็ดขาด” 9

9

Cf. MB I, p. 296.

23


ในวันที่ 26 ตุลาคม 1835 เมื่ออายุ 20 ป ยอหนรับเสื้อหลอ ในวัดแหง Castelnuovo คุณพอบอสโกบอกเลาวา “คุณแมมองดูพอ บอยๆ... เย็นวันกอนที่พอจะไปบานเณร แมเรียกมาพูดสิ่งที่พอจะไมมี วันลืมเลย ‘ยอหน ลูกแม ลูกไดรับเสื้อหลอ และแมเองก็รูสึกโลงใจ ที่ลูกจะมีอนาคตที่ดี แตจำไววา สิ่งที่ทำใหลูกมีเกียรตินั้นไมใชเสื้อหลอ ทีล่ กู สวมหรอกนะ แตเปนฤทธิก์ ศุ ลทีล่ กู ปฏิบตั ติ า งหาก ถาลูกเกิดสงสัย เกี่ยวกับกระแสเรียก แมก็ขอรองลูกอยาไดทำใหเสื้อหลอนี้มัวหมอง เด็ดขาด จงถอดมันออกทันที แมอยากมีลูกเปนชาวนายากจนดีกวา จะมีลกู เปนพระสงฆทลี่ ะเลยหนาที’่ ” 10 ยอหนไดรับศีลบวชเปนพระสงฆที่ตุรินในวันเสารที่ 5 มิถุนายน 1841 วันรงุ ขึน้ หลังจากทีถ่ วายบูชามิสซาทีว่ ดั แหง Castelnuovo แลว คุณพอก็กลับบานที่ Becchi เมื่อเห็นสถานที่คุณพอเคยฝนและความ ทรงจำที่ดีๆ คุณพอก็อดรองไหไมได ค่ำวันนั้น เมื่ออยูตามลำพังกัน สองแมลูก คุณแมก็พูดวา “ยอหน ตอนนี้ลูกเปนพระสงฆและไดถวาย บูชามิสซาแลว ตั้งแตนี้ไปลูกจะใกลชิดพระเยซูเจา จำไววา เมื่อเริ่ม มิสซาก็เริ่มทุกขทรมาน ตอนนี้ลูกอาจจะยังไมเขาใจ แตไมชาลูกก็จะ เห็นวาแมพูดถูก แมแนใจวาลูกจะสวดสำหรับแมทุกวัน ไมวาแมยังมี ชีวิตอยูหรือเมื่อแมตายไปแลว แคนี้ก็พอแลวสำหรับแม ตั้งแตนี้ไป จงคิดที่จะชวยวิญญาณใหรอดอยางเดียว และไมตองเปนหวงแม” 11

10 11

Memoirs of the Oratory, LAS 1991. MB I, p. 522.

24


วั น ที่ 3 พฤศจิ ก ายน 1841 คุ ณ พ อ บอสโกกล า วอำลาคุ ณ แม และญาติพี่นองเพื่อเดินทางไปตุริน ที่นั้น คุณพอถือตามคำแนะนำของ คุณพอ Giuseppe Cafasso เขาเรียนตอที่วิทยาลัยศาสนาและทำงาน แพรธรรมกับเด็กๆ เรรอ นตามถนนและนักโทษหนมุ ในวันที่ 8 ธันวาคม คุณพอไดเริม่ สอนคำสอนใหแก Bartolomeo Garelli ซึง่ เปนการเริม่ ตน กิจการของคณะซาเลเซียน คุณพอบอสโกเริม่ รวบรวมเด็กๆ ทีม่ าชุมนุมกันทีว่ ทิ ยาลัย จำนวน ของเด็กเพิม่ ขึน้ เรือ่ ยๆ แลวนัน้ ก็ยา ยไปทีบ่ ริเวณบานของ MarchionessBorolo ตอมาก็ยายไปที่สนามหญาขางๆ และที่สุดคุณพอไดซื้อเพิงบาน Pinardi ทีว่ ลั ดอกโกในวันปสกา ป 1846 ในชวงเหลานี้ คุณแมมารเกริตา ยังคงอยูที่ Becchi เปนคุณยาผูมีความสุขสำหรับหลานๆ วัยตั้งแตไมกี่ เดือนไปจนถึงสิบสามขวบ ในเดือนกรกฎาคม 1846 คุณพอบอสโกปวยหนักจนแทบเสีย ชี วิ ต เนื่ อ งจากทำงานหนั ก เกิ น ไป เมื่ อ พ น วิ ก ฤตแล ว คุ ณ พ อ บอสโก ก็กลับมาพักฟนที่ Becchi ในโอกาสนั้น แมและลูกก็ไดใกลชิดกันอีก ครัง้ หนึง่ ทวา หัวใจของคุณพอบอสโกยังอยทู ตี่ รุ นิ ทีซ่ งึ่ เด็กจำนวนมาก กำลังรออยู กระนัน้ ก็ดี ยังมีปญ  หาหนึง่ ทีต่ อ งแกไขไหได กลาวคือ ในวัย 30 ป คุณพอบอสโกไมสามารถจะอาศัยอยใู นเพิงบาน Pinardi ตามลำ พังเนือ่ งจากเปนยานทีม่ ชี อื่ เสียงไมดนี กั คุณพอเจาวัดแหง Castelnuovo แนะวา “จงเอาคุณแมไปอยดู ว ย” ปฏิกริ ยิ าของคุณแมมารเกริตานัน้ เต็ม ดวยความใจกวาง “ถาลูกคิดวาจะเปนที่สบพระทัยพระเจา แมก็พรอม

25


จะออกเดินทางไปกับลูกทันที” 12 ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 1846 แมและ ลูกออกเดินไปตุรนิ ข) สิบปกบั คุณพอบอสโก (1846-1856) ชีวติ ชวงสุดทายของคุณแมมารเกริตาเพิง่ จะเริม่ ตน ชีวติ ทีโ่ ยงใย กับชีวติ ลูกในการเริม่ ตนกิจการซาเลเซียน คุณแมมารเกริตาชวยดูแลเด็กๆ ที่ลูกชายของคุณแมทุมเทชีวิต ให กอนอืน่ คุณแมตอ งทำตัวใหคนุ กับชีวติ ประจำวันของศูนยเยาวชนและ การเรียนภาคค่ำ แลวนั้นก็มีเด็กไรที่อยูมาขออาศัยอยูดวย ครอบครัว ที่ คุ ณ แม ดู แ ลคงต อ งใหญ ม ากที เ ดี ย ว จำนวนเด็ ก เพิ่ ม จาก 15 คน ในป 1848 เปน 30 คนในป 1849 และ 50 ในป 1850 ตอมาเมือ่ สราง ตึ ก สองชั้ น ก็ ส ามารถรั บ เด็ ก ได 70 คนในป 1853 และ 100 คนในป 1854 สองในสามของเด็กๆ เปนเด็กรับจาง ทีเ่ หลือ จำนวน หนึ่งเปนนักเรียน อีกจำนวนหนึ่งเปนเณรสังฆมณฑล ทุกคนไปทำงาน หรือไปเรียนในเมือง คุณพอบอสโกตองจัดหาใหทกุ อยางสำหรับเด็กอยาง นอยสามสิบคน ค่ำวันหนึ่งในป 1850 คุณแมมารเกริตาปวยหนัก ชีวิตสี่ปที่ วัลดอกโกทำใหสุขภาพของคุณแมทรุดโทรมลงอยางมากและสิ้นเรี่ยว สิ้นแรง คุณแมพูดระบายกับคุณพอบอสโกวา “นี่ ยอหน แมทำตอไป ไมไหวแลว เด็กทำใหงานแมหนักขึน้ ทุกวัน...ขอแมเก็บเสือ้ ผากลับ Becchi และใชชีวิตที่เหลืออยางสงบเถอะนะ” คุณพอบอสโกมองคุณแมอยาง 12

Memoirs of the Oratory (ediz Citata), p, 174.

26


สับสน แลวก็มองขึน้ ไปทีก่ างเขนซึง่ แขวนอยบู นกำแพง คุณแมมองตาม แลวก็พูดวา “ถูกตอง ถูกของลูก” พูดเสร็จคุณแมก็ควาผากันเปอนมา ใส หนังสือบันทึกศูนยเยาวชนกลาววาตั้งแตนั้นมาคุณแมไมเคยบน อีกเลย 13 เราไมมีวันรูวาความเสียสละของคุณแมมารเกริตาไดชวยการ พัฒนากิจการซาเลเซียนแคไหน คุณแมมารเกริตาไดมีสวนในการพัฒนา “ชีวิตจิต” ของกิจการ ซาเลเซียนในชวงแรกๆ ดวย ซึ่งเปนชวงของการอบรม หลักการและ วิธกี ารซาเลเซียน โดยมีบรรดาศิษยรนุ แรกๆ ไดแก Cagliero (1851) Rua (1852) Don Alasonatti และ Dominic Savio (1854) แล ว นั้ น ก็สมาชิกจำพวกรุนแรกๆ ซึ่งเปนผลแรกแหงความศักดิ์สิทธิ์ ตอมาก็มี สามเณรและการเตรียมตั้งคณะซาเลเซียน ซึ่งไดรับการตั้งเปนทางการ หลังจากที่คุณแมสิ้นชีวิตแลวสามป ลักษณะสตรีและแม จึงเปนองค ประกอบสำคั ญ ในประวั ติ ศ าสตร ข องการตั้ ง คณะซาเลเซี ย น ผู เ ขี ย น ประวัติคนหนึ่งกลาววา “คณะซาเลเซียนเกิดขึ้นบนตักของคุณแมมาร เกริตา”14 ลั ก ษณะพิ เ ศษอย า งหนึ่ ง ของคุ ณ แม ม าร เ กริ ต าซึ่ ง เป น ที่ รวมของมื อ และหั ว ใจของคุ ณ แม คื อ การมี พ รสรรรค ข องนั ก อบรม เด็ ก กำพร า เรี ย กคุ ณ แม ว า “แม ” ไม ใ ช เ พราะคุ ณ แม ต ระเตรี ย ม อาหารและซักเสื้อผาใหเทานั้น แตเพราะพวกเขาไวใจและรักคุณแม เพราะตางก็รูวาคุณแมรักพวกเขา คุณแมพรอมจะพูดคุยกับพวกเขา 13 14

MB IV, p. 233. Teresio BOSCO, Una nuova biografia di Don Bosco, Elle Di Ci, Leumann 1978.

27


ตั ก เตื อ นพวกเขาด ว ยคำพู ด นุ ม นวล ให กำลั ง ใจหรื อ ไม ก็ บ รรเทาใจ พวกเขาให คำแนะนำพวกเขาในการสร า งนิ สั ย ที่ ดี แ ละมี ค วามเชื่ อ คอยเตือนพวกเขาใหสำนึกถึงการประทับอยูของพระเจา แนะนำพวก เขาใหไปแกบาปกับคุณพอบอสโกและใหมคี วามศรัทธาตอแมพระ คุณแมรูจักเด็กแตละคน เขาหาและเตือนพวกเขาได คุณแม ไดเฝาติดตามเด็กคนหนึ่งที่มาจาก Mondonio เปนเวลาสองป คุณแม ประทับใจความประพฤติของเขามาก วันหนึ่งคุณแมกลาวกับคุณพอ บอสโกวา “ลูกมีเด็กดีๆ หลายคน แตไมมีใครเดนกวาดอมินิก ซาวีโอ ทั้งในเรื่องความคิดอานและในเรื่องจิตใจ...แมเห็นเขาสวดบอยๆ และ เมือ่ อยใู นวัดก็เหมือนกับเทวดา” 15 คุณแมมโี อกาสไดพกั ผอนบางก็ตอนทีก่ ลับมาพักที่ Becchi สอง สามสัปดาหในฤดูใบไมรว ง จะวาเปนการพักก็ไมเชิง เพราะคุณพอบอสโก มักจะพาเด็กที่ไมมีญาติพี่นองหรือกลับบานไมไดไปพักผอนดวย ในป 1856 เมื่อกลับจากการพักผอนตางจังหวัดไดไมนาน คุณแมก็ลมปวย แพทยวนิ จิ ฉัยวาเปนโรคปอดบวม ต อ มาในวันที่ 25 พฤศจิกายน คุณแม ก็สิ้นใจหลังจากที่ไดรับศีลเจิมผูปวยจากคุณพอ Borel ซึ่งเปนผูฟง แกบาปของคุณแม คุณแมกลาวกับคุณพอบอสโกวา “มีแตพระเจา เทานั้นที่ทรงทราบดีวาแมรักลูกมากเพียงใด แตในสวรรคแมจะรักลูก ไดดีกวา แมไดทำทุกอยางที่ทำได ถาบางครั้งแมเครงครัดกับลูก ก็ขอให รูวาแมทำเพื่อความดีของลูกเอง บอกเด็กๆ ดวยวาแมไดพยายามเปน

15

MB V, p. 207.

28


แมของทุกคนเสมอมา บอกใหพวกเขาสวดและรับศีลมหาสนิทสำหรับ แมดว ย” 16 คุณแมมารเกริตาไดดำเนินชีวิตที่ยากจนและคุณแมก็สิ้นใจใน ความยากจน รางของคุณแมถกู ฝงไวในหลุมฝงศพรวมโดยไมมีศิลาจารึก ชือ่ ของคุณแมแตอยางใด 3.1.2. ชีวติ ฝายจิตของคุณแมมารเกริตา ความตายของคุณแม “ทำใหความสัมพันธระหวางคุณแมและ คุ ณ พ อ บอสโกเด น ชั ด ขึ้ น เป น ความผู ก พั น ที่ ก อ ให เ กิ ด ลั ก ษณะนิ สั ย แรกๆ ของบุ ค ลิ ก ของคุ ณ พ อ ” 17 คุ ณ แม เ ป น ที่ รั ก ของซาเลเซี ย นและ เด็กๆ เมื่อคุณแมสิ้นใจแลว ทุกคนตางตระหนักใจวาคุณแมเปนนักบุญ แตกระบวนการเพื่อการแตงตั้งคุณแมเปนบุญราศีและนักบุญเพิ่งจะเริ่ม ในวั น ที่ 8 กั น ยายน 1994 หลั ง จากเสร็ จ สิ้ น กระบวนการระดั บ สังฆมณฑลในป 1996 ก็มีการสงเอกสารเกี่ยวกับชื่อเสียงและวีรกรรม ของชี วิ ต และฤทธิ์ กุ ศ ลของคุ ณ แม ไ ปให ส มณกระทรวงว า ด ว ยนั ก บุ ญ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2000 18 นีค่ อื ลักษณะความศักดิส์ ทิ ธิท์ ปี่ รากฏในเอกสารดังกลาว

16

MB V, p. 563 P. Braido, Don Bosco, prete dei giovani nel secolo delle liberta’, Vol. I. LAS, Rome 2003, p. 317. 18 คณะกรรมการที่ศึกษาเรื่องนี้ไดแก ซิสเตอร P. Cavaglia’ และ คุณพอ ใ Desramaut, R. Farina, F. Motto และ G.Tuninetti. 17

29


ก) ผหู ญิงเขมแข็ง คุณแมไมเคยยอมใหกบั ความโนมเอียงตามธรรมชาติใดๆ คุณแม มีความสมดุลอยางนาทึ่งในการจัดการกับความขัดแยงในชีวิตครอบครัว ทาทีของคุณแมจึงมีความไวตอแรงบันดาลใจสูงสง โดยวินิจฉัยวาสิ่ง ใดดีทสี่ ดุ สำหรับลูกๆ ตอพระพักตรพระเจา คุณแมออ นโยนแตหนักแนน เขาใจแตกไ็ มเปลีย่ นไปมาพากเพียรแตก็เด็ดขาด การที่คุณแมสามารถใหความกลมกลืนแกลักษณะที่ขัดกันใน ครอบครัวไดนั้น ก็เพราะวาคุณแมตองทำหนาที่ทั้งพอและแมสำหรับ ลูกๆ แมวาคุณแมจะมีโอกาสหลีกเลี่ยงปญหาที่เกิดจากการเปนมาย ดวยการแตงงานใหม แตคุณแมก็สามารถเลนบทบาททั้งสองไดอยาง ลงตัว ทาทีเยี่ยงมารดาตอลูกมีความเขมแข็งเพียงพอที่จะแทนพอที่ขาด ไปได ในเวลาเดียวกันความเปนพอที่ออนโยนก็สามารถไปแทนความ อบอนุ ของแมได ไมมกี ารลูบไลทวี่ า งเปลาและไมมกี ารระเบิดของอารมณ เสีย จะมีกแ็ ตความหนักแนนและความใจเย็น คุณแมมีใจเยือกเย็นและแจมใสการควบคุมตนเองและความ ออนโยน คุณแมไมเคยตีลูกๆ แตก็ไมเคยตามใจลูก คุณแมมักจะขู ทำโทษหนักแตก็พรอมจะยกโทษใหเมื่อมีการยอมรับผิด คุณพอบอสโก เล า ว า ที่ มุ ม ห อ งครั ว มี ไ ม เ รี ย วอั น หนึ่ ง วางอยู คุ ณ แม ไ ม เ คยใช แ ต ก็ ปล อ ยให อ ยู ที่ นั่ น คุ ณ แม ใ จดี แต ก็ เ ข ม แข็ ง และเด็ ด เดี่ ย ว คุ ณ แม สามารถสรางความกลมกลืนใหแกสองอยางที่มักจะกอใหเกิดปญหา ในครอบครัว กลาวคือ แมของสามีทปี่ ว ยและลูกเลีย้ งทีม่ ปี ญ  หา คุณแม สามารถเปลี่ยนบรรยากาศที่เต็มดวยความยากลำบากใหเปนบรรยกาศ แหงการอบรมทีม่ ปี ระสิทธิผล 30


คุณแมสอนลูกใหปฏิบัติฤทธิ์กุศลที่ชาว Piedmont ยกยอง กันสมัยนั้น อาทิ ความสำนึกถึงหนาที่และการทำงาน ความกลาที่จะ เผชิ ญ ความยากลำบากแห ง ชี วิ ต ประจำวั น ความซื่ อ สั ต ย แ ละความ จริงใจ อารมณขัน เปนตน นอกนั้น ลูกๆ เรียนรูที่จะเคารพผูอาวุโส และช ว ยเหลื อ ผู อื่ น ด ว ยความยิ น ดี โดยนิ สั ย แล ว คุ ณ แม จ ะเป น คน เขมแข็งและใจเย็น แตคุณแมไมกลัวที่จะพูดตรงไปตรงมากับคนที่ทำตัว เป น ที่ ส ะดุ ด ตั ว อย า งของคุ ณ แม ฝ ง ลึ ก ลงในจิ ต ใจของลู ก ทั้ ง สามคน ของคุณแม บทสอนของคุณแมผูที่ไมรูหนังสือ แฝงไวซึ่งความปรีชาและ มิตแิ หงความเชือ่ ข) ผอู บรมซาเลเซียน ความสามารถดานการอบรม ทำใหคณ ุ แมมารเกริตาเห็นถึงพลัง ที่ซอนเรนในตัวลูกๆ แลวนำออกมาพัฒนาและทำใหพวกเขาเห็นเปน ประจักษ โดยเฉพาะอยางยิ่งในตัวยอหน การที่คุณแมมีความสำนึก ที่ชัดเจนแหงความรับผิดชอบในฐานะแมในการใหการอบรมดานชีวิต คริสตชนใหแกลูกๆ แตเวลาเดียวกันคุณแมก็ปลอยใหพวกเขาเปนอิสระ ในการเลือกกระแสเรียกเอง ถือไดวา เปนสิง่ นาทึง่ อยางมาก ความฝนของยอหนในวัยเกาขวบเผยหลายสิ่งหลายอยางเกี่ยวกับอนาคตของเขา แตโดยสวนตัวแลว คุณแมมารเกริตาถือจริงจัง กับความฝนดังกลาวมากกวายอหนเสียอีก และคุณแมก็เปนคนแรก ที่ตีความหมายของความฝนนั้นวา “บางทีลูกอาจจะบวชเปนพระสงฆ” ตอมาเมื่อคุณแมเห็นวาบรรยากาศในครอบครัวไมเหมาะสำหรับยอหน 31


เนื่องจากทาทีอริของ Antonio พี่ชายตางมารดา คุณแมก็ยอมให ยอหนไปเปนลูกมือในฟารมของครอบครัว Moglia ที่ Moncucco การกระทำดังกลาวถือวาเปนการเสียสละอยางใหญหลวงสำหรับผเู ปนแม แตคุณแมจำตองทำ ไมเพียงเพื่อหลีกเลี่ยงความแตกราวในครอบครัว แตเพือ่ เปดเสนทางใหยอหนตามทีเ่ ขาไดฝน เห็น เราสามารถพูดไดวา คุณแมมารเกริตาไดหวานเมล็ดแหง เหตุผล ศาสนา และความรักใจดี ไวในจิตใจของยอหน เพราะเปนสิ่งที่คุณแม ใชในการดำเนินชีวิตและปฏิบัติกับลูกๆ พระญาณเอื้ออาทรไดประทาน พระหรรษทานให คุ ณ แม เ ป น ผู อ บรมซาเลเซี ย นผู มี แ รงบั น ดาลใจจาก ความรักที่เขาใจ เรียกรองและแก ไ ข กระทำไปในความพากเพี ย ร และดวยรอยยิ้ม คุ ณ แม ดู แ ลลู ก ๆ คอยควบคุ ม และชี้ แ นะให แต ไ ม คิ ด จะ ครอบครอง ลูกๆ ตองนบนอบและขออนุญาต แตคุณแมก็จะปลอย ให พ วกเขาเป น อิ ส ระในการละเล น และทำสิ่ ง ที่ ช อบ คุ ณ แม ไ ม ย อม ใหลูกๆ เอาแตอารมณเปนใหญและมักจะตักเตือนลูกๆ ดวยทาทีเต็ม ดวยความรัก คุณพอ Lymoyne ยืนยันวา “เมื่อตักเตือนลูกๆ คุณแม จะหลีกเลี่ยงไมใหเกิดการงอน ความไมไวใจและความขุนเคือง วิธีการ ของคุณแมนั้นชัดเจน โนมนาวใหลูกๆ ทำทุกอยางดวยความรัก หรือ เพื่อเห็นแกพระเจา จึงทำใหคุณแมเปนคุณแมที่นารัก”19 คุณพอบอสโก มักจะพูดเสมอวาการอบรมเปนเรื่องของหัวใจ ที่พูดเชนนี้เพราะคุณพอ ไดรบั ประสบการณทเี่ ต็มดวยความสุขเมือ่ อยใู นบานที่ Becchi 19

G.B. Lemoyne, Scene morali di famiglia esposte nella vita di Margherita Bosco, Torino, Salesiano, p. 39.

32

Tip.


ค) ครูสอนคำสอนทีม่ ปี ระสิทธิภาพ คุณแมมารเกริตามีความสามารถในการทำใหทุกเหตุการณใน ชีวิตเปนบทเรียนสำหรับสอนคำสอน คุณแมถือวาคุณแมเปนคนรับผิด ชอบในการสอนความเชื่อใหแกลูกๆ เปนคนแรก และคุณแมสามารถ ทำหนาที่ดังกลาวไดในบรรยากาศครอบครัว สิ่งแรกที่คุณแมปลูกฝงใน ลูกๆ ทีก่ ำลังเติบโตคือความเชือ่ ทีห่ นักแนน ความสำนึกในการประทับอยู ของพระเจาผูทรงความรัก และความศรัทธาตอพระมารดามารีย ซึ่ง เปนชีวติ ของคุณแมเอง วิธีการสอนคำสอนของคุณแมมารเกริตานั้นนาทึ่ง คุณแมเขียน อานไมได แตคณ ุ แมไดทอ งขึน้ ใจขอความเชือ่ ตางๆ และไมเพียงถายทอด ใหลกู ๆ เทานัน้ แตยงั รจู กั สรุปและตีความเพือ่ ใหลกู ๆ นำไปปฏิบตั ดิ ว ย คุณแมสอนความจริงยิ่งใหญแหงศาสนาดวยวิธีเรียบงายในรูป แบบสัน้ ๆ อาทิ

. .

พระเห็นเธอ ซึง่ เปนความจริงทุกขณะ ไมใชเพือ่ ใหเกิด ความกลัว แตเปนการสรางมัน่ ใจใหลกู รวู า พระเจาทรงดู แลพวกเขาเสมอ และพวกเขาต อ งตอบแทนพระทั ย ดีของพระองคดว ยการเปนเด็กดีเสมอ พระเจาชางดีเสียนี่กระไร คุณแมมักจะพูดเมื่อมีอะไร เกิดขึ้นและกระทบจินตนาการของลูก และกอใหเกิด ความพิศวงใจ

33


. . .

เธอหลอกพระไมได คุณแมมักจะย้ำเตือนเพื่อใหลูกๆ เกลียดชังบาปและความชัว่ เรามีเวลาทำความดีนอยมาก คุณแมจะเอยขึ้นมาเมื่อ ตองการใหลกู ขยันขันแข็งและใจกวาง จะแตงตัวใหสวยไปทำไม ถาวิญญาณสกปรก? คุณแม พู ด เพื่ อ อบรมลู ก ๆ ให เ ห็ น ศั ก ดิ์ ศ รี ข องความยากจน และรักษาวิญญาณใหสะอาดและสวยงาม

นอกนั้ น ก็ มี ก ารสอนคำสอนเกี่ ย วกั บ ศี ล ศั ก ดิ์ สิ ท ธิ์ เรารู จ าก คุณพอบอสโกวาคุณแมไดสอนลูกๆ ในเรือ่ งนีอ้ ยางไร เมือ่ คุณพอบอสโก เตรี ย มรั บ ศี ล มหาสนิ ท ครั้ ง แรก คุ ณ แม จ ะสอนบทภาวนาให ย อห น สวดทุกวัน หรือไมก็ใหอานเรื่องที่เกี่ยวกับศีลมหาสนิท แลวนั้นคุณแม ก็เตรียมยอหนใหแกบาปอยางดี (ใหแกบาปซ้ำอีกสามครั้งในเทศกาล มหาพรต) เมือ่ ถึงวันสำคัญ (วันสมโภชปสกาป 1826) คุณแมกพ็ ยายาม ใหยอหนรวมชิดสนิทเปนหนึ่งเดียวกับพระเจา คุณแมกลาวกับยอหน วา “แมแนใจวาพระเจาไดเขามาครอบครองดวงใจของลูกแลว จงสัญญา กับพระเจาวาลูกจะทำทุกอยางเพือ่ จะเปนคนดีไปตลอดชีวติ ” 20 สุดทาย คำสอนแหงความรัก ไมวาในชวงเวลาที่อุดมสมบูรณ หรือชวงเวลาหิวโหย อดหยาก บานของคุณแมมารเกริตาจะเปดเสมอ 20

Memoirs of the Oratory, p. 43.

34


สำหรับคนยากจน คนเดินทาง คนที่ผานไปมา ตำรวจในหนาที่เขามา ดื่มเหลาองุนแกวหนึ่ง เด็กหญิงที่มีปญหา ฯลฯ นอกนั้น บานของ คุณแมยังเปนที่พึ่งพาของเพื่อนบานที่โชคราย คนปวยที่ตองการคน ดูแล หรือคนกำลังสิน้ ใจทีต่ อ งการคนเฝา ง) ผรู ว มงานคนแรก ในระบบการอบรมแบบปองกันที่คุณพอบอสโกใชอบรมเด็ก เรา จะเห็นวามีวธิ กี ารกระทำ การเนน การสัมผัสของแม บางอยางทีน่ มุ นวล และสรางความมั่นใจ ซึ่งทำใหเห็นไดวา อิทธิพลของคุณแมมารเกริตา ไมไดมาจากภายนอกอยางเดียว แตจากภายใน ในฐานะผดู ลใจ แบบอยาง ผรู ว มงานและผรู ว มงานคนแรกของคณะซาเลเซียน ในชวงสิบปที่คุณแมมารเกริตาอยูที่วัลดอกโก คุณแมมีอิทธิพล อยางมากในการสราง “จิตตารมณครอบครัว” ซึ่งเปนหัวใจของพระพร พิเศษของซาเลเซียน ชวงเวลาสิบปดังกลาวเปนชวงเวลาแหงการสราง ฐานแหงบริบทซึ่งกลายเปนประวัติศาสตรแหงบรรยากาศแหงวัลดอกโก คุณพอบอสโกไดขอใหคุณแมมาชวยเพราะความจำเปน แตแผนการ ของพระเจ า กำหนดให ก ารมาอยู ข องคุ ณ แม น อกจากจะช ว ยงานของ คุณพอบอสโกแลว ยังเปนการร ว มส ว นในพระพรพิ เ ศษที่ กำลั ง อยู ใ น ขัน้ เริม่ ตนอีกดวย คุณแมมารเกริตาตระหนักในกระแสเรียกใหมของคุณแม คุณแม นอมรับดวยความสุภาพและรูวาตองทำอะไร เราก็เห็นไดในสิ่งที่คุณแม ทำเมื่อตองเผชิญกับสถานการณยุงยากตางๆ เชนวา เมื่อมีการระบาด ของอหิวาตกโรค การที่คุณแมใชผาปูแทนเพื่อหอหุมคนเจ็บเปนทาที 35


เชิงประกาศกที่นาคิด นอกนั้น “โอวาทราตรีสวัสดิ์” ซึ่งเปนธรรมเนียม ของคณะซาเลเซียนที่คุณพอบอสโกใหความสำคัญยิ่งยวดนั้นก็เริ่มจาก คำใหกำลังใจทีค่ ณ ุ แมการเกริตาพูดกับเด็กๆ กอนทีพ่ วกเขาจะเขานอน 21 คุณพอบอสโกไดนำสิ่งที่คุณแมทำมาใช ไมใชเพื่อเทศนเหมือนในวัด แตพูดคุยในรูปแบบพอลูกและพี่นองในสนาม ตามระเบียง หรือตาม มุขบันได จิตใจของคุณแมมารเกริตาถือเสมอวา แมลูกจะเปนผูเชี่ยวชาญด า นการอบรมแล ว แต ก็ ยั ง มี อ ะไรต อ งเรี ย นรู จั ก คุ ณ แม เ สมอ คำพูดของคุณพอ Lemoyne สามารถสรุปความจริงนี้ไดดีมาก “เรา สามารถพู ด ได ว า คุ ณ แม ม าร เ กริ ต าทำให เ กิ ด ความเป น คนแก ศู น ย เยาวชน” 22 3.2. วัลดอกโก คือครอบครัวทีใ่ หการอบรม 23 ถึงแมวาวัลดอกโกจะเปนสถาบันสงเคราะหและใหการอบรมแหง แรกและแห ง เดี ย วเท า นั้ น ที่ คุ ณ พ อ บอสโกได ตั้ ง ขึ้ น ทว า ลั ก ษณะของ งานและระบบการอบรมแบบป อ งกั น ที่ ใ ช ใ นสถาบั น แห ง นี้ มี ค วาม เกี่ยวโยงไมเพียงกับคุณพอบอสโก นิสัยใจคอหรือประสบการณของ คุณพอเทานั้น แตยังเปนการผสมผสานประสบการณและพัฒนาไป ดวยกันระหวางผตู งั้ คณะและผรู ว มงานดวย 24

21 Memoirs of the Oratory, p. 181-182. 22 MB, III, p. 376. 23 เปนคำพูดของคุณพอบอสโกเอง 24

Cf. P. Braido, Prevenire non reprimere. Il sistema educativo di Don Bosco, LAS. Rome 1999, p. 158.

36


ในกลุมผูรวมงานนี้มีสตรีกลุมหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญ คุณแม มารเกริตาไมใชผูรวมงานเพียงคนเดียวของคุณพอบอสโกในศูนยเยาวชน “แตมแี มอกี หลายคนทีอ่ ยทู วี่ ลั ดอกโก และมีบทบาทในการทำใหวลั ดอกโก มีโฉมหนาเปนครอบครัวดวยการเปนแมและประสบการณของพวกเขา” หลังจากที่คุณแมมารเกริตาสิ้นใจ ก็มีพี่สาวของคุณแมชื่อ Marianna มาอยูที่ศูนยเยาวชนเกือบหนึ่งปกอนที่จะสิ้นใจ นอกนั้นก็มีมารดาของ คุณพอรัวมาประจำอยูที่ศูนยเยาวชน โดยมีมารดาของสามเณร Bellia มารดาของ Canon Gastaldi และอีกหลายคนชวย ทีศ่ นู ยเยาวชนยังมี Marianna Magone คุณแมของ Michele Magone มาประจำอยดู ว ย 25 หลังจากที่เธอสิ้นใจในป 1872 ก็ไมมีแมมาประจำอยูในศูนยเยาวชน อีกเลย 26 กระนั้นก็ดี เราคงตองเนนบทบาทของคุณแมมารเกริตาในชวง ป 1846-1856 ในฐานะที่คุณแมอยูเปนเพื่อนและผูรวมงานหลัก รวม แบงปน “ขนมปง งาน ความยากลำบาก ความกังวล และภารกิจเพือ่ เยาวชน” 27 “คุณแมมารเกริตา เปนชือ่ ทีม่ คี วามหมายสำหรับวัลดอกโก เพราะคุณแมมีบทบาทในการพัฒนาของกิจการ นั่นคือ ศูนยเยาวชน แหงแรก หอพักแรกสำหรับนักเรียนและเด็กรับจางทำงาน โรงเรียน แรกๆ และโรงงาน วัดนอยที่อุทิศแดนักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส การ

25

Cf. P. Stella, Don Bosco nella Storia della Religiosita’ Cattolica. Vol I, : Vita e Opere,LAS, Rome 1997, p. 115. 26 เปนชวงเวลาที่มีการวางระบบของโรงเรียน จึงไมมีความจำเปนตองมีสตรีมาทำงานอีก ในเวลาเดียวกันคุณพอบอสโกก็กำลังคิดเกี่ยวกับคณะธิดาแมพระองคอุปถัมภที่จะชวย ในเรื่องนี้ (P. Stella, op.cit. p. 115) 27 P. Braido, Don Bosco, prete dei giovani nel secolo delle liberta’, Vol. I. LAS, Rome 2003, p. 213.

37


ออก “วารสารคาทอลิก” ในบรรยากาศแหงการปฏิวัติและการขมขูชีวิต ของคุณพอบอสโก (1853) ในชวงเหลานั้น ชีวิตครอบครัวในศูนยเยาวชนดำเนินไปตาม ยถากรรม มีทรัพยสินไมเทาไร แตเต็มไปดวยความฝน คุณพอบอสโก ตองออกจากบานไปขอทุนเพื่อดูแลหอพักที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรือ ไมก็ออกไปหาที่สงบเพื่อเขียนหนังสือที่วิทยาลัยศาสนาหรือที่อื่นๆ เมื่อ คุณพอบอสโกไมอยูบาน คุณแมมารเกริตาทำหนาที่แทนในการดูแล เด็กๆ พรอมกับดูแลงานบานและครัวในระหวางวันและปะชุนเสื้อผาใน ตอนค่ำ แมจะมีรายละเอียดเล็กนอย “แตเปนบทบาทสำคัญในชีวิต ของคุ ณ พ อ บอสโกและเด็ ก ๆ ทำให เ กิ ด บรรยากาศของครอบครั ว ขึ้ น ในศูนยเยาวชน” 28 ในความเปนจริงแลว เปนความตั้งใจของคุณพอ บอสโกที่ จ ะทำให ศู น ย เ ยาวชนเป น “บ า น (ครอบครั ว ) คุ ณ พ อ ไม อยากใหเปนแคโรงเรียนอยางเดียว” 29 คุณพอ Egidio Vigano’ เคยเนนถึงการอยขู องคุณแมมารเกริตา ที่วัลดอกโกซึ่งทำใหศูนยเยาวชนมีบรรยากาศครอบครัว กลาววา “การ มาอยูที่วัลดอกโกถือเปนวีรกรรมอยางหนึ่ง เพราะคุณแมทำใหสภาพ การเปนอยขู องเด็กยากจนมีความเปนครอบครัวซึ่งกอใหเกิดที่มาแหง ธรรมชาติ ข องระบบการอบรมแบบป อ งกั น รวมทั้ ง วิ ธี ก ารเชิ ง ขนบ-

28 29

P. Stella, op.cit. p. 115 A. Caviglia, “Il ‘Magone Michele’”, in Opere e scritti editi e inediti di Don Bosco, Vol. V., SEI, Torino 1965, p. 141.

38


ธรรมเนี ย มที่ ค ล า ยกั น อี ก หลายอย า ง คุ ณ พ อ บอสโกรู ดี จ ากประสบการณวา การอบรมดานบุคลิกภาพของคุณพอเกี่ยวของกับบรรยากาศ แหงการอุทิศตนและความใจดีที่มีอยูในครอบครัวของคุณพอที่ Becchi คุณพอจึงอยากจะนำเอาองคประกอบสำคัญเหลานี้มาใชเพื่อการอบรม เด็กยากจนและถูกทอดทิง้ ทีศ่ นู ยเยาวชนทีว่ ลั ดอกโก” 30 ดังนั้น จึงเห็นไดชัดวา องคประกอบของ “ครอบครัวอบรม”31 ที่ คุ ณ พ อ บอสโกอยากให มี ที่ ศู น ย เ ยาวชนนั้ น ไม ไ ด ม าจากทฤษฎี ด า น การอบรมหรือดานเทววิทยาเทานั้น แตจากชีวิตประจำวันของชาวนา แหงแควน Piedmont ดวย 32 การอยูของคุณแมหลายคนที่วัลดอกโก (คนแรกคื อ คุ ณ แม ม าร เ กริ ต า) ช ว ยให เ กิ ด ความเชื่ อ และความ เรียบงาย การเขาหาและปรีชาญาณเชิงการอบรมขึน้

4. ครอบครัวในแงภารกิจ การไตรตรองเกีย่ วกับคุณแมมารเกริตา และครอบครัวของคุณแม ชวยใหเราเขาใจวาโดยธรรมชาติแลวครอบครัวเปนสถาบันสังคมโดย มี ส มาชิ ก รวมเป น หนึ่ ง ในความสั ม พั น ธ ต อ กั น และกั น ในระดั บ ต า งๆ โดยที่ทุกคนมารวมกันในสายสัมพันธแหงความรัก การสื่อสาร และ วินยั ซึง่ กอใหเกิดคุณลักษณะฝายจิตจำเพาะ ความพยายามของเรามงุ 30

E. Vigano’, In the year of the family, AGC 349, June 1994, p. 29. P. Braido, Prevenire non reprimere, Il sistema educativo di Don Bosco, LAS, Rome 1999,p. 305. 32 Cf. P. Braido, Prevenire non reprimere. Il sistema educativo di Don Bosco, LAS, Rome 1999, p. 305. 31

39


ไปที่เยาวชนและสนามงานของเราคือการอบรมและการประกาศขาวดี แตทงั้ เยาวชนและการอบรมไมสามารถจะแยกจากครอบครัวได คุ ณ พ อ Egidio Vigano’ ได พู ด อธิ บ ายเกี่ ย วกั บ การประชุ ม ของสภาพระสั ง ฆราชเกี่ ย วกั บ ครอบครั ว เมื่ อ ป 1980 ซึ่ ง ต อ มา พระสันตะปาปายอหน ปอล ที่ 2 ไดทรงเขียนสมณสาสน Familiaris Consortio กลาววา “พลังผลักดันของกระแสเรียกซาเลเซียนมุงไปที่ผู ยากจนและต่ำตอย พวกเขาตองการครอบครัวเปนอันดับแรก และเพื่อ ตอบสนองความตองการของพวกเขา คุณพอบอสโกไดคิดคนลักษณะ จำเพาะ กลาวคือ ความรักใจดีสำหรับการอบรมในบรรยากาศครอบครัว ทีเ่ ปนหนึง่ เดียวกันในความสุขตามทีค่ ณ ุ พอ Pietro Braido กลาวไว” 33 4.1. “ครอบครัวเอย จงเปนในสิง่ ทีค่ วรเปนอยางแทจริง” “ครอบครัวเอย จงเปนในสิ่งที่ควรเปนอยางแทจริง” พระสันตะปาปายอหน ปอล ที่ 2 ทรงใชประโยคนี้เพื่อเชื้อเชิญครอบครัวทั่วโลก ให ค น พบตนเองในธรรมชาติ แ ท จ ริ ง และทำให เ ป น จริ ง ขึ้ น มา ในโลก ที่ เ สื่ อ มลงเพราะไม เ ชื่ อ ในสิ่ ง ใดนี้ คำเชื้ อ เชิ ญ ของพระสั น ตะปาปา “ ครอบครั ว เอ ย จงเป น ในสิ่ ง ที่ ค วรเป น อย า งแท จ ริ ง ” จึ ง เป น คำให กำลังใจแกครอบครัวในการทีค่ น พบตนเองในความเปนจริงนี้ พระเจาไดทรงวางโครงสรางครอบครัวไวตั้งแตแรก มนุษยจึง ตองถือเปนพันธะในการที่ทำใหครอบครัวเปนไปตามแผนการของพระเจา ดวย 33

E. Vigano’, Appeals of the Synod of 1980, AGC 299, December 1980, p. 29.

40


.

ครอบครัวคือเซลลของสังคม ครอบครัวเปนรากฐานและผูสนับสนุนสังคมดวยการรับใชชีวิต พลเมื อ งแต ล ะคนเกิ ด ในครอบครั ว และมี ค รอบครั ว เป น โรงเรี ย นแรก ในการเรียนรฤู ทธิก์ ศุ ลทีเ่ ปนจิตวิญญาณของชีวติ และการพัฒนาของสังคม เนื่องจากครอบครัวเปนหมูคณะที่มีความรักเปนที่ตั้ง ครอบครัว จึ ง พบว า การมอบตนให แ ก กั น และกั น เป น ตั ว ชี้ นำและก อ ให เ กิ ด การ เติบโตพัฒนาของสมาชิกในครอบครัว การมอบตนคือการแสดงออก ของความรั ก ที่ พ อ แม มี ต อ กั น และเป น แบบอย า งและแนวทางสำหรั บ ความสัมพันธระหวางพี่นองและระหวางสมาชิกวัยตางๆ ที่อยูดวยกัน ในครอบครัว การรวมจิตรวมใจและการแบงปนในชีวิตประจำวันทั้งใน ยามสุ ข และยามทุ ก ข เ ป น การสอนชี วิ ต สั ง คมให ลู ก อย า งเป น รู ป ธรรม และมีประสิทธิภาพ เด็กที่เกิดใหมแตละคนเปนของขวัญสำหรับพี่นอง สำหรับพอแม และสำหรับครอบครัวทั้งครบ ชีวิตของเด็กแตละคนเปน ของขวัญแกผูที่ใหชีวิตแกตัวเด็กเอง ทำใหพอแมชื่นชอบในชีวิตใหม ที่เกิดขึ้นมาในครอบครัว เด็กที่เกิดใหมรวมแบงปนชีวิตกับพอแม ใน เวลาเดียวกันก็กอ ใหเกิดความดีใหแกบคุ คลในครอบครัวและแกสงั คมดวย ประสบการณ แ ห ง การร ว มเป น หนึ่ ง เดี ย วกั น และการแบ ง ป น ตองเปนลักษณะแหงชีวิตครอบครัว เปนการเสริมสรางสังคมอันแรก และสำคั ญ ยิ่ ง ความสั ม พั น ธ ร ะหว า งสมาชิ ก ในครอบครั ว ต อ งได รั บ แรงจูงใจจาก “การมอบตนใหเปลาๆ” ซึ่งนอกจากจะเปนความเคารพ และสงเสริมศักดิ์ศรีของกันและกันแลว ยังเปนการยอมรับ การพบปะ การเสวนา ความพรอมจะรับใชและการเปนน้ำหนึง่ ใจเดียวกันดวย

41


ดังนั้น การสงเสริมความเปนน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่แทจริงและ มี วุ ฒิ ภ าวะในครอบครั ว ทำให ค รอบครั ว เป น โรงเรี ย นแรกและขาด ไมไดของความสัมพันธในสังคม ครอบครัวใหแบบอยางและกระตุน ใหเกิดความสัมพันธตัวตอตัวที่กวางขึ้น ซึ่งตองมีความเคารพ ความ ยุติธรรม การเสวนา และความรักเปนหลัก ครอบครัวจึงเปนที่เกิดและ เปนเครือ่ งมือของการเปนมนุษยและการทำใหสงั คมเปนสังคมแหงบุคคล 34 เรื่ อ งนี้ สำคั ญ มาก เราคงไม อ ยากให ค รอบครั ว ต อ งกลายเป น รู ป แบบครอบครั ว สองรู ป แบบที่ สั ง คมบริ โ ภคนิ ย มก อ ให เ กิ ด ขึ้ น กลาวคือ ครอบครัวที่หมกมุนกับตนเองจนกลายเปนปอมปราการและ ครอบครัวที่เปนโรงแรม ไรซึ่งเอกลักณและความสัมพันธ ดังนั้น ใน สถานการณ สั ง คมที่ เ สี่ ย งต อ การสู ญ เสี ย ความเป น บุ ค คลและเน น แค มาตรฐาน ทำใหมีความเปนมนุษยนอยลงและการเอาแตหมกมุนกับ ตนเอง พรอมกับผลลบจากความหางเหินในรูปแบบตางๆ ครอบครัวตองใช พลังดึงคนกลับมาจากความมืดมน ย้ำใหคนเห็นถึงศักดิ์ศรี เพิ่มความ มั่งคั่งใหแกความเปนมนุษยในคน และทำใหแตละคนมีบทบาทในสังคม ตามความเปนปจเจกและลักษณะทีไ่ มซ้ำแบบใครของตน เมื่อใดที่ครอบครัวรับใชชีวิต ชวยสรางพลเมืองสำหรับอนาคต ปลู ก ฝ ง คุ ณ ค า ที่ สำคั ญ สำหรั บ ประเทศชาติ ใ นลู ก ๆ และนำลู ก ๆ เข า สูสังคม เมื่อนั้นครอบครัวก็ทำตามบทบาทหนาที่ และกลับเปนมรดก อันล้ำคาของมนุษยชาติ เหตุผลตามธรรมชาติและเหตุผลดานศาสนา

34

Francesco di Felice, Radici umane e valori cristiani della famiglia, Libreria Editrice Vaticana, 2005, pp. 138s.

42


ลวนแตบงบอกถึงความจริงนี้ เอกสารสังคายนาวาติกันที่ 2 กลาว ถึงครอบครัววา “เปนเซลลแรกและสำคัญยิง่ ของสังคม” 35

.

ครอบครัวเปนสักการสถานแหงชีวติ หนาที่แรกและสำคัญกวาหมดของครอบครัวคือการรับใชชีวิต ซึ่งเปนการสานตอพระพรของพระผูสรางที่ประทานใหตั้งแตแรก และ เปนการสงตอภาพลักษณของพระเจาจากบุคคลหนึง่ ไปยังอีกบุคคลคนหนึง่ (เที ย บ ปฐก 5, 1...) ความรั บ ผิ ด ชอบนี้ เ กิ ด มาจากการที่ ค รอบครั ว เปนหมูคณะแหงชีวิตและความรักที่ตั้งอยูในการสมรส และเกิดจาก ภารกิจของครอบครัวที่ตองรักษา เผยแสดง และสื่อความรัก ความรัก ของพระเจาเปนศูนยกลางของทุกสิ่ง พอแมเปนผูรวมงานและทำให ความรั ก ของพระเจ า เป น รู ป ธรรมด ว ยการส ง ทอดชี วิ ต และให ก าร อบรมชีวติ ใหมทเี่ กิดขึน้ ตามแผนการของพระเจา ในครอบครัว ความรัก ตอเนือ่ งไปในกาลเวลาสชู วี ติ เปนการกระทำและเปนของขวัญทีใ่ หเปลาๆ ในครอบครัว สมาชิกแตละคนเปนที่ยอมรับ ไดรับความเคารพและ ใหเกียรติในฐานะที่เปนบุคคลและเปนปจเจก และถาสมาชิกคนใดมี ความตองการมากวาคนอืน่ สมาชิกคนนั้นพึงไดรับการดูแลเอาใจใสมาก กวาคนอืน่ ครอบครั ว มี บ ทบาทที่ ค รอบคลุ ม ความเป น อยู ข องสมาชิ ก ในครอบครัวตั้งแตเกิดไปถึงตาย ครอบครัวจึงเปนสักการสถานแหงชีวิต ที่แทจริง ครอบครัวเปนสถานที่ซึ่งของขวัญแหงชีวิตที่พระเจาประทาน ใหพึงไดรับการตอนรับ ปกปองจากการจูโจมตางๆ และสามารถพัฒนา เติบโตอยางทีค่ วรเปน 35

Apostolicam Actuositatem, n. 11.

43


ครอบครัวเปนวัดนอยที่ตองประกาศ เฉลิมฉลอง และรับใช พระวรสารแหงชีวิต ในการใหกำเนิดชีวิตใหม พอแมตางก็สำนึกวา ชีวิตใหมไมใชผลแหงการมอบตนใหแกกันและกันเทานั้น แตเปนของขวัญที่แตละคนมอบใหแกกันและกันดวย ของขวัญที่มาจากพระเจาผู ทรงเปนของขวัญยิง่ ใหญสำหรับมนุษยชาติ

.

ครอบครัวประกาศพระวรสารแหงชีวติ ครอบครัวทำหนาที่ประกาศขาวดีแหงชีวิตโดยทางการอบรมลูก พอแมอบรมลูกสูอิสรภาพอันแทจริงที่แสดงออกมาในการมอบตนเอง และความเคารพต อ ผู อื่ น มี ค วามสำนึ ก ในความยุ ติ ธ รรม การยอม รับกันและกันที่จริงใจ การพูดคุย การรับใชดวยใจกวาง ความเปน หนึ่งเดียวกัน และคุณคาอื่นซึ่งชวยใหเขาใจวาชีวิตคือกระแสเรียกและ ภารกิจแหงความรัก ดังนั้น แมวาการอบรมจะตองพบกับความยากลำบากหลาย อย า ง แต พ อ แม ต อ งอบรมลู ก ให เ ข า ถึ ง คุ ณ ค า ต า งๆ ที่ มี อ ยู ใ นชี วิ ต มนุษยดวยความมั่นใจและกลาหาญ ลูกๆ ตองเติบโตเปนอิสระจาก การเปนทาสของวัตถุสิ่งของ เลือกดำเนินชีวิตเรียบงายและพอเพียง โดยมีความตระหนักวาสิ่งที่สำคัญสำหรับมนุษยคือสิ่งที่เขาเปน ไมใช สิง่ ทีเ่ ขามี หน า ที่ ข องพ อ แม ค ริ ส ตชนคื อ ช ว ยอบรมลู ก ในด า นความเชื่ อ และช ว ยพวกเขาให ติ ด ตามกระแสเรี ย กที่ ไ ด รั บ เรี ย กจากพระเจ า พ อ แม พึ ง สอนลู ก ๆ และเป น แบบอย า งให ลู ก ๆ เห็ น ถึ ง ความหมาย แทจริงของความทุกขทรมานและความตาย เพื่อจะทำเชนนี้ได พอแม ตองมีความไวตอความทุกขทรมานของบุคคลรอบขางและพัฒนาทาที 44


แหงความใกลชิด ความชวยเหลือ และการรวมสวนในชีวิตของเยาวชน คนปวย และผอู าวุโสทีอ่ ยใู นบริบทครอบครัว เราต า งก็ ต ระหนั ก ดี ว า เยาวชนและเด็ ก วั ย รุ น ต อ งได รั บ การ อบรมด า นความเป น มนุ ษ ย แ ละด า นความรั ก พวกเขาควรได รั บ การ กระตุนใหพัฒนาบุคลิกภาพ ความรับผิดชอบ ความหมายแหงความ ซื่อสัตย และความคิดริเริ่ม พวกเขาควรไดรับการอบรมเกี่ยวกับเพศ โดยช ว ยให พ วกเขาตระหนั ก ว า พวกเขาสามารถทำให เ พศเป น สิ่ ง ที่ สูงสงไดดวยการรักอยางที่พระเจากำหนดไวในธรรมชาติมนุษย จึงตอง เปนการอบรมที่กลมกลืนแหงความรักที่รูจักรับผิดชอบและไดรับแรงบันดาลใจจากเหตุผลและพระวาจาของพระเจา

.

ครอบครัวคือโรงเรียนแหงพันธะทางสังคม บทบาทอีกอยางหนึ่งของครอบครัวคือการอบรมลูกใหปฏิบัติ ความรักในความสัมพันธซึ่งกันและกัน เชนนี้ คนในครอบครัวจะได ไมหมกมุนอยูแคตนเอง แตเปนหมูคณะที่เปด โดยมีแรงบันดาลใจ แหงความยุติธรรม ความเปนหนึ่งเดียวกันกับผูอื่น ความสลวนตอ ผทู อี่ ยรู อบตัว และความรับผิดชอบตอสังคมทัง้ ครบ ดวยการกระทำเชนนี้ การประกาศพระวรสารจึงเปนการแสดง ออกของความเป น หนึ่ ง เดี ย วกั น กั บ ผู อื่ น ที่ เ ป น รู ป ธรรม หน า ที่ ข อง ครอบครั ว จึ ง ไม อ ยู ใ นการให กำเนิ ด และอบรมเลี้ ย งดู ชี วิ ต ใหม เ ท า นั้ น แตตอ งเปดสคู วามตองการของเพือ่ นบานดวย ครอบครัวแตละครอบครัว หรือ รวมกับครอบครัวอื่น ตองอุทิศตนเพื่องานสังคมสงเคราะหใน

45


รูปแบบตางๆ โดยเฉพาะอยางยิ่งในการใหความชวยเหลือผูที่ยากจน งานดั ง กล า วนี้ สำคั ญ และเร ง ด ว นเป น พิ เ ศษในกรณี ที่ ต อ งช ว ยเหลื อ บุ ค คลที่ อ ยู ใ นสถานการณ ที่ อ งค ก รการกุ ศ ลและหน ว ยงานสั ง คม สงเคราะหเขาไปไมถงึ ครอบครั ว คริ ส ตชน ซึ่ ง ได รั บ แรงบั น ดาลใจและการสนั บ สนุ น จากพระบัญญัตแิ หงความรัก พึงใหการตอนรับ เคารพ และรับใชแตละ บุคคล โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีของแตละคนในฐานะเปนบุตรของพระเจา ความรั ก ของครอบครั ว คริ ส ตชนต อ งเลยพี่ น อ งคริ ส ตชนออกไปสู ผู อื่ น เพราะทุกคนคือพี่นองในพระเจา โดยเฉพาะอยางยิ่งคนที่ยากจนและ ออนแอ คนที่ตองทุกขทรมานหรือถูกย่ำยี ความรักจะทำใหเห็นพระฉายาของพระคริสตเจาในแตละคน เห็นความเปนพี่เปนนองที่ตองรัก และรับใช นอกนั้น ครอบครัวคริสตชนตองพรอมจะรับใชมนุษยชาติ และโลกดวยการรวมแรงในการพัฒนาทุกรูปแบบดวย เราต า งก็ ต ระหนั ก ดี ว า มี ค วามอยุ ติ ธ รรมในการแบ ง ป น ทรั พ ย สินระหวางประเทศที่พัฒนาแลวกับประเทศที่กำลังพัฒนาอยู ระหวาง คนรวยและคนจนในประเทศเดียวกัน นอกนั้นก็มีการแยงชิงทรัพยากร ในธรรมชาติ ทำใหทรัพยากรเหลานี้ตกอยูในมือของคนไมกี่คน นอก นั้นก็มีคนที่ไมรูหนังสือ ความขัดแยงทางเชื้อชาติ เผาพันธุและกำลัง อาวุธ สิ่งเหลานี้สงผลรายตอครอบครัวไมมากก็นอย ในเวลาเดียวกัน เราก็ พ บว า มี ห ลายกรณี ที่ ค รอบครั ว เป น บริ บ ทแรกที่ ก อ ให เ กิ ด คุ ณ ค า ตางๆ โดยไดรับแรงบันดาลใจจากความรักและความเปนน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

46


พออยากจะยกประเด็นเรือ่ ง “การตอนรับ” ในรูปแบบตางๆ ซึง่ เปนเรื่องสำคัญขึ้นทุกวันในสังคมของเรา นับตั้งแตการเปดประตูบาน และเป ด ประตู ใ จให ค วามช ว ยเหลื อ แก เ พื่ อ นบ า น ไปจนถึ ง การจั ด ที่ พั ก ที่ อ าศั ย ให ผู อื่ น ในเรื่ อ งนี้ ครอบครั ว คริ ส ตชนพึ ง ปฏิ บั ติ ต ามคำ แนะนำของนักบุญเปาโลทีว่ า “จงเห็นอกเห็นใจ ชวยเหลือพีน่ อ งคริสตชน ในยามขัดสน จงตอนรับดวยอัธยาศัยไมตรี” (รม 12,13) ดวยการตอนรับ เพื่ อ นบ า นตามแบบอย า งและร ว มส ว นในความรั ก ของพระคริ ส ตเจ า “ผูใดที่ใหน้ำเย็นแมเพียงหนึ่งแกวแกคนใดคนหนึ่งในบรรดาคนธรรมดาๆ เหลานี้ เพราะเขาเปนศิษยของเรา เราบอกความจริงแกทา นทัง้ หลายวา ผนู นั้ จะไดรบั บำเหน็จรางวัลอยางแนนอน” (มธ 10,42) นอกนั้น รูปแบบของการรวมเปนหนึ่งเดียวกันกับผูอื่นอีกแบบ หนึ่งคือ การรับเด็กที่ถูกทอดทิ้งหรือถูกละเลยจากพอแมมาเลี้ยงเปนลูก หรือใหความอุปถัมภ ความรักของพอแมที่แทจริงยอมจะเลยขอบเขต ความสัมพันธระดับเลือดเนื้อเชื้อไขและพรอมจะรับเด็กจากครอบครัว อื่ น มาเลี้ ย งดู พร อ มกั บ จั ด หาสิ่ ง ที่ จำเป น เพื่ อ ชี วิ ต และการพั ฒ นาที่ สมบูรณของพวกเขาดวย บรรดาปตาจารยแหงพระศาสนจักรมักจะกลาววา ครอบครัว เปน “พระศาสนจักรระดับบาน” หรือ “วัดนอย” การดำเนินชีวิตอยู ดวยกันในฐานะครอบครัวจึงตอง “เปนเพื่อกันและกัน” และการอบรม ต อ งเสริ ม สร า งความเป น ชายและหญิ ง ของกั น และกั น บางครั้ ง ใน ครอบครัวก็จะมีบุคคลทุพลภาพ ซึ่งสังคม “กาวหนา ” พยายามที่ จะผลักดันใหตกขอบไป นาเสียดายที่หลายครอบครัวซึ่งเปนครอบครัว คริสตชนกลับมีทัศนะคติเชนเดียวกัน จึงเปนสิ่งนาเศราที่ในครอบครัว 47


มี ค วามพยายามกำจั ด สมาชิ ก ผู สู ง อายุ ป ว ย หรื อ พิ ก ารให พ น ไป ยิ่งเร็วยิ่งดี ที่เปนเชนนี้เพราะความเชื่อในพระเจาผูทรงเปนตนกำเนิด แหงชีวิต (เทียบ ลก 20,38) และเปาหมายสุดทายของทุกชีวิตกำลัง หมดสิ้นลง 4.2. “ครอบครัวเอย จงเชือ่ ในบทบาทแทจริงทีม่ ”ี ครอบครัวไมใชผลผลิตของวัฒนธรรม หรือเปนผลของวิวัฒนาการ หรือเปนหมคู ณะชีวติ ทีเ่ กีย่ วโยงกับการบริหารสังคม แตเปนสถาบัน ตามธรรมชาติที่เกิดกอนองคกรการเมืองหรือกฎหมายใดๆ ครอบครัวจึง ไมไดเกิดจากองคกรใดๆ แตเกิดจากพระประสงคของพระเจา ครอบครัว เริ่มตนเมื่อชายและหญิงมอบตนเองทั้งครบใหแกกันและกัน สัตยซื่อ และรักกันและกันดวยความรักทีเ่ ปดสชู วี ติ สิ่งที่พอไดกลาวมาขางตนคือหนาที่สี่อยางของครอบครัวตาม พระสมณสาสน Familiaris consortio กลาวคือ การสรางหมูคณะ แห ง บุ ค คล การรั บ ใช ชี วิ ต การร ว มส ว นการพั ฒ นาสั ง คมและการ ประกาศขาวดี กระนั้ น ก็ ดี เพื่ อ จะทำตามหน า ที่ ดั ง กล า วและทำตามที่ พ ระสันตะปาปายอหน ปอล ที่ 2 ไดตรัสไว “ครอบครัวเอย จงเชื่อใน บทบาทแทจริงที่มี” กอนอื่นหมด ครอบครัว (พอแม ลูก และสมาชิก ในครอบครัวทุกคน) ตองมีความตระหนักถึงหนาที่เหลานี้ซึ่งเกิดจาก ธรรมชาติและภารกิจของสถาบันครอบครัว และเปนสวนหนึ่งของแผนการของพระเจาสำหรับครอบครัวและสมาชิกแตละคน

48


ดังนั้น จึงเปนเรื่องของความตระหนักใจ ซึ่งไมไดมาจากแงของ เหตุ ผ ลหรื อ แง สั ง คม แต มี พื้ น ฐานอยู ใ นความเชื่ อ ต อ พระเจ า ผู ท รง สรางครอบครัวใหเปนหมูคณะแหงความรักและชีวิต และมีพระบุตร ผู ท รงบั น ดาลให ศั ก ดิ์ สิ ท ธิ์ ด ว ยพระหรรษทานแห ง ศี ล ศั ก ดิ์ สิ ท ธิ์ เ พื่ อ ครอบครัวจะไดกลับเปนเครื่องหมายและเครื่องมือแหงความเปนอันหนึ่ง อันเดียวกัน

5. แนวปฏิบตั ดิ า นอภิบาลและดานอบรม ดั ง เช น ทุ ก ป คำขวั ญ แต ล ะป โดยเฉพาะคำขวั ญ ป 2006 เป ด โอกาสให เ สนอแนวทางด า นอภิ บ าลและการประยุ ก ต ด า นการ อบรมสำหรับครอบครัวซาเลเซียน พ อ ได เ ห็ น และชื่ น ชอบที่ แ ขวงหลายแห ง ร า งแผนอภิ บ าลให สอดคล อ งกั บ คำขวั ญ อย า งที่ พ อ ได ทำเมื่ อ ป 2004 นอกนั้ น ทาง ผูจัดทำ Notes on Youth Ministry ไดจัดทำเปนเลมพิเศษ โดยเสนอ มุมมองเกี่ยวกับคำขวัญที่ลึกซึ้งลงไป พรอมกับขอเสนอแนะและเอกสาร ประกอบ พออยากใหทานไดรับรูเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาไดทำ ซึ่งอาจ จะเปนประโยชน พอเองขอเสนอแนวทางสำหรับแผนอภิบาลดวย

.

ขอเสนอแนะ เพื่ อ เป น การแสดงออกซึ่ ง ความสนใจที่ เ รามี ต อ ครอบครั ว ใน แผนการอบรมและการแพรธรรมของเรา เราตองคำนึงถึงประเด็นตอไปนี้

49


1. เราตองถือเปนพันธะในการอบรมเกีย่ วกับความรัก ทัง้ ใน การอบรมแบบซาเลเซียนและในการจาริกแหงความเชื่อที่เราเสนอ ใหแกเยาวชน สมัชชา 23 เสนอการอบรมสูความรักซึ่งเปนประเด็นสำคัญ ที่บงบอกถึงความเชื่อหรือการขาดการปฏิบัติที่สอดคลองของความเชื่อ ประสบการณของคุณพอบอสโกและเนื้อหาแงการอบรมและแงจิตของ ระบบการอบรมแบบปองกันชีแ้ นะเรา

. . . .

ใหความสำคัญแกการสรางบรรยากาศของการอบรมที่นำไปสู การสือ่ สารทีเ่ ต็มดวยความรัก ใหสำคัญแกคณ ุ คาของความบริสทุ ธิท์ แี่ ทจริง สนับสนุนความสัมพันธระหวางเด็กชายและเด็กหญิงใหประกอบ ดวยความเคารพตอตนเองและตอกันและกัน เพื่อเสริมความ มั่ ง คั่ ง ให แ ก กั น และแสดงออกซึ่ ง การมอบตนที่ ไ ม ห วั ง ตอบ แทนซึง่ เต็มดวยความยินดี จัดใหบริบทการอบรม มีประจักษพยานที่ชัดเจนและเต็มดวย ความยินดีแหงความรัก โดยเฉพาะอยางยิ่งการมอบตนที่สอด คลองกับความบริสทุ ธิ์

50


2. ติ ด ตามพ อ แม ใ นความรั บ ผิ ด ชอบด า นการอบรมโดย เสริมสรางสิ่งที่พวกเขาตองทำดวยแผนอภิบาลและอบรมของเรา สมัชชา 24 ซึง่ พูดถึงฆราวาสรวมสวนในภารกิจซาเลเซียน เห็น ถึงหนาทีข่ องพอแมและบทบาทของครอบครัวในงานของเรา แตกเ็ รียกรอง ให เ ราเพิ่ ม ความร ว มมื อ กั บ พ อ แม ซึ่ ง เป น บุ ค คลแรกที่ มี บ ทบาทในการ อบรมบุตรชายและบุตรหญิง (เทียบ GC 24, 20. 177) สมัชชาจึง อยากใหเราใหความเคารพตองานของพอแมและครอบครัวที่มีตอเยาวชน มากขึ้น พรอมกับสงเสริมใหเราตั้งคณะกรรมการและสมาคมเพื่อเปด โอกาสให พ อ แม ไ ด ร ว มส ว นในภารกิ จ การอบรมของคุ ณ พ อ บอสโก ดวย (Cf. GC 24, 115) 3. สนับสนุนและจัดใหมีรูปแบบครอบครัวซาเลเซียน ใน แตละครอบครัว ในหมคู ณะซาเลเซียน ในหมคู ณะเพือ่ การอบรม และอภิบาล จิตตารมณครอบครัวซาเลเซียนเปนลักษณะจำเพาะแหงชีวิตของ เรา (Cf. GC 24, 91-93) และแสดงออกมาทาง

. . .

การรจู กั ฟงกันและกัน การใหการตอนรับกัน การทีผ่ อู บรมอยทู า มกลางเยาวชนเยีย่ งผใู หจติ วิญญาณ 51


. .

การเสวนาและการสือ่ สารทัง้ ระดับบุคคล ต อ บุ ค คลและระดั บ ทางการ การรวมสวนในความรับผิดชอบในแผนการอบรม

4. การเติบโตในดานจิตและประสบการณของครอบครัว ซาเลเซียน เพื่อสงเสริมพันธะแหงการอบรมและอภิบาลในการ รับใชเยาวชน ครอบครั ว ซาเลเซี ย นเรี ย กร อ งให พ วกเขาได มี ส ว นร ว มในการ ทำโครงการด า นกระแสเรี ย กที่ เ หมาะสมและจำเพาะสำหรั บ เยาวชน (Cf. GC 25, 41. 48) เพือ่ การนี้ จำตองสงเสริมการพัฒนาดานครอบครัว โดยทาง

. . .

คณะกรรมการทีป่ รึกษาทีม่ ปี ระสิทธิภาพของครอบครัวซาเลเซียน มีเยาวชนทีร่ ว มเปนกรรมการ มีการริเริ่มและกิจกรรมซึ่งชวยใหครอบครัวซาเลเซียน ทำงาน ในรูปแบบกระบวนการฝายจิตและสาวกมากขึน้

52


..

แนวทางปฏิบตั ิ ในโครงสรางการอบรมเยาวชน ควรจัดใหมีโปรแกรมที่เปน ไปตามอันดับและเปนระบบของการอบรมดานความรัก ซึ่งจะ ชวยใหเด็กและเยาวชน

- เขาถึงคุณคามนุษยและคุณคาคริสตชนของเพศ - พัฒนาความสัมพันธระหวางเด็กชายและเด็กหญิงที่เปดเปนไป ในเชิงบวก และมีวฒ ุ ภิ าวะ - เห็นในศักดิศ์ รีของบุคคล คุณคาของชีวติ และมาตรฐานพระวรสาร เห็นถึงปญหาทีม่ อี ยใู นปจจุบนั เกีย่ วกับชีวติ และเพศ - เปดสูแผนการของพระเจาในการดำเนินตามกระแสเรียกแหง ความรัก พึงใหความสำคัญเปนพิเศษเกี่ยวกับโปรแกรมการอบรมในกลุม และสมาคมของ Salesian Youth Movement และในการให ก าร ปรึกษาเปนการสวนตัวแกเยาวชน

.

สงเสริมใหมีแนวการอบรมในดานการวินิจฉัยและการติดตาม กระแสเรียกแตงงานแบบ คริสตชนสำหรับเยาวชน (ผนู ำ อาสาสมัคร ผูรวมงาน ฯลฯ) เพื่อการนี้ ควรขอความรวมมือจากคู สมรสคริสตชนซึง่ สังกัดอยใู นกลมุ ฆราวาสซาเลเซียน 53


.

สนั บ สนุ น ให มี ก ลุ ม กระบวนการ และสมาคมของคู ส มรส และครอบครั ว เพื่ อ ช ว ยกั น ให ดำเนิ น ชี วิ ต ตามกระแสเรี ย ก แหงชีวิตแตงงานอยางลึกซึ้งยิ่งขึ้น และจริงจังกับงานดาน การอบรมลูกๆ

ในครอบครั ว ซาเลเซี ย น มี ก ลุ ม “ครอบครั ว ดอนบอสโก” “Hogares Don Bosco” ซึ่งมีผูรวมงานซาเลเซียนใหการสนับสนุน และนำด า นชี วิ ต จิ ต นอกนั้ น ก็ มี ส มาคมครอบครั ว อี ก หลายสมาคม อาทิ “Christian Family Movement” “Matrimonial Encounters” ฯลฯ

. . .

สนั บ สนุ น ให พ อ แม ข องเยาวชนของเรามี ส ว นในความรั บ ผิ ด ชอบด า นการอบรมโดยจั ด ตั้ ง สมาคมพ อ แม ก ารอบรมสำหรั บ พอแม ฯลฯ โดยจัดทำใหเปนโครงการอบรมและการแบงปน เอกสารเกีย่ วกับการอบรมทีเ่ ปนระบบและเปนรูปธรรม เพิม่ ความเขมแข็งใหแกงานและกิจกรรมของหมคู ณะเพือ่ การอบรม และอภิบาล โดยใหความสำคัญแกความสัมพันธตัวตอตัวและ บรรยากาศครอบครัว การรวมสวนและการแบงปนคุณคาซาเลเซียน และเปาหมายของแผนการอบรมและการอภิบาล ดวยการกระทำ เชนนี้ บานซาเลเซียนจะเปนสถานที่ซึ่งเยาวชนรูสึกเหมือนอยู บานและเวลาเดียวกันก็เปนการสนับสนุนครอบครัวทีเ่ กีย่ วของดวย ใหครอบครัวรวมสวนกับเราในกระบวนการการอบรมและการ แพรธรรมที่เราจัดใหแกเยาวชนโดยจัดกิจกรรมรวมกัน อาทิ 54


. .

การแบงปนระหวางพอแมและลูก การสอนคำสอนในครอบครัว เชิญใหพอแมรวมในกระบวนการ SYM ประชุมและเฉลิมฉลอง ด ว ยกั น ให ค รอบครั ว คริ ต ชนเป น จุ ด อ า งอิ ง ของการจาริ ก แหงความเชือ่ ของเขาวชน ฯลฯ สนับสนุน เตรียม และติดตามฆราวาสในการสงเสริมและปอง กันสิทธิของครอบครัวในสังคม เพื่อตอบโตกฎหมายและสถานการณทเี่ ปนอันตรายตอครอบครัว สงเสริมใหเกิด ความสำนึกแหงครอบครัวซาเลเซียน ในระหวาง กลุมตางๆ ที่อยูละแวกเดียวกัน โดยนำเสนอใหรูและแบงปน “Common Identity Card” (เอกลักษณรวม) และ “Common Mission Statement” (ปฏิญญาแหงพันธะกิจรวมกัน) และ “Consulting Group of the SalesianFamily” (คณะกรรมการทีป่ รึกษาของครอบครัวซาเลเซียน) ในระดับตางๆ

55


56


สรุป เพื่อเปนการสรุป พอขอเสนอนิทานที่สามารถสรุปสิ่งที่พอไดพูด

ครอบครัวหนึง่ กาลครั้งหนึ่งนานมาแลว มีครอบครัวเล็กๆ อาศัยอยูในบาน สองชัน้ ปลูกอยใู นหุบผาเต็มดวยทงุ นา ปา และทงุ หญา ในครอบครัวนัน้ มีพอ แม และเด็กชายที่มีผมงาม วัย 6 ขวบ พอทำงานในโรงงาน ผลิตทอน้ำ แมปลูกสวนครัวหลังบานและเลี้ยงไกตัวเมียสิบสองตัวและ ไกตัวผูหนึ่งตัว เด็กนอยมีความสุขกับการไปโรงเรียนและรูสึกภาคภูมิใจ ทีส่ ามารถเขียนชือ่ ตนเองไดแลว เขารดู ว ยวา “ความฟมุ เฟอย” คืออะไร มีลำธารน้ำไหลคดเคีย้ วผานกลางหุบผา บานตัง้ อยหู า งไกลจากผอู นื่ ในวันอาทิตยครอบครัวนอยๆ จึงตอง นั่งอัดกันอยูรถคันนอยเพื่อไปรวมพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณที่วัด เมื่อ เลิกวัด พวกเขาก็จะพากันไปกินไอศกรีมหรือไมก็ดื่มช็อกโกแลต แลวแต ฤดูกาล ตอนค่ำ ครอบครัวนอยจะยงุ หนอย เพราะเมือ่ ถึงเวลานอนแลว เด็กนอยก็ยงั อยากจะทำอะไรอยู อาทิ นับดวงดาวหรือไมกห็ งิ่ หอย หรือนับ ตารางทีพ่ มิ พอยบู นผาปูโตะ กอนจะเขานอน พวกเขาจะสวดภาวนาดวยกัน และทุกค่ำ เทวดาของพระเจาก็จะมารับคำภาวนาของพวกเขาและนำไปสวรรค

57


ครั้งหนึ่ง ในฤดูใบไมผลิ ฝนตกหลายวันและน้ำในลำธารขุน สกปรกและล น ฝ ง ออกมา น้ำ สู ง ขึ้ น โคลนและลำต น ไม ก ลายเป น เขื่อน ทำใหเปนทะเลสาบโคลนกวาง เมื่อความมืดคืบคลานเขามา เขือ่ นทนแรงน้ำไมไหว ทำใหเกิดน้ำทวมทัง้ หุบเขา พอปลุกแมและเด็กนอย พวกเขากอดกันแนนดวยความหวาดกลัว เพราะน้ำเริ่มไหลเขามาถึงพื้นชั้นลางของบานนอยแลวและยังคง สูงขึน้ เรือ่ ยๆ ในขณะทีท่ กุ อยางรอบดานมืดมิด พอตะโกนวา “ขึ้นหลังคาเร็ว” พออุมหนูนอยที่กอดคอพอไว แนน สายตาบงบอกความหวาดกลัว พอเดินนำไตบันไดหนาขึ้นหอง ใตหลังคา แลวก็ออกมาอยบู นหลังคา แมตามมาเงียบๆ เมื่ อ อยู บ นหลั ง คา พวกเขามี ค วามรู สึ ก เหมื อ นเรื อ แตกและ ลอยคอมาอยู บ นเกาะเล็ ก ๆ ที่ เ ล็ ก ลงเรื่ อ ยๆ เพราะน้ำ ขึ้ น สู ง ถึ ง ระดั บ หัวเขาของพอ พอขยับตัวยืนใหมั่นอยูบนหลังคา แลวก็กอดแมพรอมกับพูด วา “แมจบั มือลูกไวแลวพากันขึน้ มายืนบนไหลของพอ” แมและลูกปนขึ้นไปยืนบนไหลพอ “ตอนนี้แมยืนบนไหลพอแลว แมใหลูกขึ้นไปยืนบนไหลแม ไมตองกลัว ไมวาจะเกิดอะไรพอจะไมทิ้ง แมเด็ดขาด” แมจูบลูกนอยและพูดวา “ปนขึ้นไปยืนบนไหลแมและอยากลัว ไมวา จะเกิดอะไรขึน้ แมจะไมทงิ้ ลูกเด็ดขาด” 58


น้ำสูงขึ้น จนทวมมิดตัวพอ มือพอยังยื่นไปพยุงแมไว แมน้ำ จะเข า ปากแม แ ล ว แต แ ม ยั ง ยื่ น มื อ พยุ ง ตั ว ลู ก ไว พ อ ไม ย อมปล อ ย มื อ แม ก็ ไ ม ย อมปล อ ยมื อ น้ำ ก็ ยั ง สู ง ขึ้ น จนถึ ง ระดับ ปากเด็ ก น อ ย ตา และหนาผาก เมื่อเทวดามารับคำภาวนาในตอนค่ำ ก็เห็นแคปอยผมงามลอย อยบู นผิวน้ำทีม่ ดื มิด เทวดาควาผมและดึงขึ้น ใตผมมีเด็กนอย ติดกับเด็กนอยมีแม และติดกับแมกม็ พี อ ไมมใี ครปลอยมือเลย เทวดาบินขึน้ ไปและนำพอแมลกู ไปไวบนเนินสูง ทีน่ นั่ น้ำขึน้ ไมถงึ พอแมและลูกนอยลมตัวลงบนหญาและกอดกันแนน ทัง้ หัวเราะ ทัง้ รอง ไหดว ยความเต็มตืน้ คืนนัน้ แทนทีเ่ ทวดาจะนำคำภาวนาของพวกเขาไปสวรรค ก็นำ ความรักพวกเขาไป และกองทัพเทวดาทั้งสวรรคก็ปรบมือเสียงดังสนั่น *** เพื่ อ นๆ ที่ รั ก พวกท า นได ฟ ง “นิ ท านเปรี ย บเที ย บ” ที่ เ ป น ซาเลเซียนเอามากๆ เพราะสารของนิทานนั้นชัดเจน คือเราเริ่มตนจาก เด็กเพือ่ ไปถึงครอบครัว ขอจบด ว ยการอวยพรป ใ หม 2006 ซึ่ ง เริ่ ม ต น ภายใต ค วาม อารักขาของพระมารดาแหงพระเจา ขอพระมารดาสอนเราใหพิศเพง 59


ครอบครัวของพระแมทนี่ าซาเร็ธ เพือ่ เราจะไดเขาถึงความลับแหงการเปน ครอบครัวอุดมการณ และเลียนแบบครอบครัวของพระแม ดวยความรักในพอบอสโก คุณพอ Pascual Cha’vez V. อัคราธิการ สมโภชพระนางมารีย พระมารดาของพระเจา โรม - 1 มกราคม 2006

60


strenna 2006  

And when they saw him they were astonished; and his mother said to him, 'Son why have you treated us so?

Advertisement