Page 1

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

1


2

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559


ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

3


4

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท แอลที อินทิเกรท จ�ำกัด

C o n t e n t Logistics Time ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559 บริษัท แอลที อินทิเกรท จ�ำกัด 120/18 ซอยอินทราภรณ์ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310 โทร. +66 (0) 2538-8602, +66 (0) 2538-8612 แฟกซ์ +66 (0) 2538-3963 E-mail : logisticstime@yahoo.com Facebook : Logistics Time www.logisticstime.net

Editor Talk

8

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2559

บ๊ายบาย ...ปีลิงจ๊ะจ๋า!!

วันเวลาล่วงไปตามล�ำดับ จากวินาทีเป็นนาที จากนาทีเป็น ชั่วโมง... ทุกสรรพสิ่งล้วนถูกทุกช่วงจังหวะเวลาฮุบกลืนกิน ดังพุทธ วจนะว่า “กาลเวลาย่อมกลืนกินทุกสิง่ สรรพ์ รวมทัง้ ตัวมันเองด้วย” ไม่ต่างอะไรห้วงเวลานี้ที่ย่างเข้าสู่ปีศักราชใหม่ 2560 ห้วงเวลาแห่ง เตรียมสรรพก�ำลังเพื่อบรรจงกระทืบความผิดหวังล้มเหลว ให้ไหล ลบเลือนไปกับปี 2559 ที่ก�ำลังจะลาลับเป็นปีเก่าของปฏิทินชีวิตใน อีกไม่กี่วัน และเตรียมอกเตรียมใจเพื่อบรรจงความหวังดีและความ ปรารถนาดีต่อคนที่ทุกคนรักใคร่ หากจะทบทวนความสัมฤทธิ์ผลด้านคมนาคมขนส่งไทยในห้วง ขวบปีลงิ ทีน่ บั ถอยหลังโบกมือลาอีกไม่กวี่ นั นีน้ นั้ ถือได้วา่ ตลอดขวบปีลงิ ที่ภาครัฐทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อการลงทุนพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งต่างๆ บางโครงการสามารถเดินหน้าไป ได้อย่างสะดวกโยธิน บางโครงการก็พอไปวัดไปวามีการเซ็นสัญญา ในบางช่วงการก่อสร้าง แต่บางโครงการยังสะดุดตอหลายๆ ตอเข้า ท�ำนอง “ยักตืน้ ติดกึก ยักลึกติดกัก” ท�ำให้บทสรุปตลอดขวบปีทกี่ ำ� ลัง พาดผ่านเป็นได้แค่ “ปีลิงจ๊ะลิงจ๋า” เท่านั้นเอง สะท้อนถึงการท�ำงานของภาครัฐทีเ่ ร่งฝีเท้ามากกว่านี้ ยิง่ ภาครัฐ ตั้งความหวังต่ออัตราการขยายตัวเศรษฐกิจปีหน้าด้วยตัวเลขแตะ 3-4% กับความหวังเครือ่ งจักรเศรษฐกิจจากภาคการส่งออกทีค่ าดหวัง จะพลิกนรกกลับมาเป็นบวก 2.4 % รวมถึงภาคการท่องเที่ยว และที่ ส�ำคัญคือภาคการลงทุนของภาครัฐจากเมกะโปรเจ็กต์ต่างๆ ที่ไม่อาจลืมเลือนไปจากความรู้สึกได้ในปีนี้ที่เป็นปีแห่งความ สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ ที่ได้สูญเสีย “พ่อหลวง” อันเป็นที่รักยิ่งและศูนย์รวมจิตใจของลูกไทยทั้งผอง น�ำ มาซึ่งความเศร้าอาดูรไปทั้งแผ่นดิน ยากที่ท�ำใจได้ในระยะเวลากัน อันรวดเร็วนี้ ถึงกระนั้น สิ่งที่ทดแทนและน้อมร�ำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาทีส่ ดุ มิได้ ก็คอื การเจริญรอยตามเพือ่ มุง่ ท�ำความดีเฉกเช่น “รอย ความดีพ่อหลวง” ที่เคยสอนเอาไว้ตลอด 70 ปีที่พระองค์ทรงครอง สิริราชสมบัติ ไม่มีอีกแล้วที่พระมหากษัตริย์องค์ใดในโลกนี้ที่จะทรง งานหนักทุกวันเพื่อพสกนิกรของพระองค์มากขนาดนี้ ถือเป็นบุญเขตแล้วที่ลูกไทยได้เกิดในแผ่นดิน รัชกาลที่ ๙ นิคม เหล่าสีชัย

11

9

6

12 32

4 LT Editor Talk 6 LT Cover Story : ส�ำรวจตลาดรถใหญ่ แข่งเดือด “โรดโชว์-โปรโมชั่น” ส่งท้ายปี 8 LT สนทนาภาษาโลจิสติกส์ : เกินกว่าฟอยด์จะจินตนาการ! 9 LT CEO Focus : 49 ปี เครือเบทาโกร กับปรัชญาแห่งความพอเพียง 11 LT Exclusive Interview : ประธาน ATF ชี้ ตลาดรถใหญ่ ปี 60 บูม!! เน้นบริการหลังการขาย ชิงเค้กก้อนโต 12 LT Hot Issue : บินไทย เจ็บจริง...ตายจริง! 14 LT Opinion : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ กับวงการโลจิสติกส์ไทย (ตอนแรก) 15 LT FTA : พาณิชย์แนะผู้ผลิตไทย สร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์จากข้าว ตอบโจทย์ตลาดญี่ปุ่น 16 LT จุดประกาย ขยายประเด็น : สหพันธ์ขนส่งฯ ผนึก 10 สมาคม หนุนเลิกผ่อนผันบรรทุกน�ำ้ หนักเกิน - ถอนราก “ส่วย” 21 LT On Trips : เขาค้อ...ดินแดนแห่งทะเลหมอก 360 องศา สุดฟินส์...สุดอลังการ 22 LT CSR Square : เปิดโครงการรินน�ำ้ ใจสู่น้องชาวใต้ พ.ศ. 2560 22 LT Food : “อาหารอินทรีย์” ดีจริงหรือ…? 23 LT Health : จ้องคอมฯ ทั้งวัน...ท�ำร้ายสุขภาพตาแค่ไหน? 27 LT Import - Export : EXIM BANK เผย 9 เดือน ฟันก�ำไร 931 ล. ปล่อย “สินเชื่อส่งออกทันใจ” หนุน SMEs/ดันส่งออกไตรมาส 4 28 LT Brand : The All-New JAC “N-Series” มากคุณค่า ราคาสุดคุ้ม 30 LT ดับเครื่องคุย : PTT The Moving Innovation สู่ความเป็นเบอร์หนึ่ง/Global Brand 31 LT On The Road : 8 เทคนิคเช็คความพร้อม “พาหนะคู่กาย” ก่อนเดินทาง 32 LT เสวนาประสาสิบล้อ : ถลกหนังหน้า...ไอ้โม่งขนส่ง “ไม่จ่ายส่วย” แต่...กินส่วย(เองสะงั้น) 33 LT เลาะระเบียงขนส่ง

คณะทีป่ รึกษากองบรรณาธิการ : พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ , ศาสตราจารย์ประยูร จินดาประดิษฐ์ , เสถียร วงศ์วเิ ชียร , จิตต์สนั ติ ธนะโสภณ , อาจารย์อรรถวิโรจน์ ศรีตลุ า , สุขมุ าลย์ ศรีตลุ า , ภาณุพนั ธ์ พัจนโรจน์ , สมชัย สวัสดีผล , ศิริธัช โรจนพฤกษ์ , สมัคร เจียมบุรเศรษฐ์ , ชัย ราชวัตร , สมาน สุตโต , สัมโพธิ เทียนทอง , เอกภาพ บริสุทธิ์ , ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล , ดร.ปฏิญญา ศิริรักษ์ บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา : วิสูตร ศรีขจร บรรณาธิการ อ�ำนวยการ : วิสูตร ศรีขจร บรรณาธิการอาวุโส : สุรพงษ์ ชโนวรรณ บรรณาธิการข่าว : นิคม เหล่าสีชัย กองบรรณาธิการ : ณัฐธนพัทธ์ แสงศรี , อนุพงศ์ ส�ำลี , ดุลยพัฒน์ นุชเฟื่อง ผู้จัดการฝ่ายการตลาด : สุปราณี (คุณมด) สาลีวงศ์ ติดต่อลงโฆษณา โทร. 087-557-5666 แยกสีและพิมพ์ : บริษัท ก.พลพิมพ์ (1996) จ�ำกัด


ยูดี ทรัคส์ อัดโรดโชว์ทั่วประเทศ หนุนยอดขายปลายปี ปลื้มยอดขาย 9 เดือน พุ่ง 523 คัน โต 53% ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

นางสาววิลาวัลย์ วิศปาแพ้ว รองประธานฝ่ายขายและการตลาด ยูดี ทรัคส์ (ประเทศไทย)

5

ยูดี ทรัคส์ (ประเทศไทย) ใส่เกียร์เดินหน้าเต็มสูบ ปูพรมจัดโรดโชว์ทั่วประเทศ ยกทัพรถบรรทุก ยูดีทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ เปิดม่านตาลูกค้าได้ลอง “สัมผัส-ทดลองขับ” โดยตรง พร้อมยื่นโปรโมชั่นพิเศษ เฉพาะลูกค้าที่รว่ มงาน กรุยทางพุง่ ชนยอดขายในโค้งสุดท้ายของปี ชีผ้ ลตอบรับดีเกินคาด ปลืม้ ยอดขาย หลังผ่าน 9 เดือน พุ่ง 523 คัน โตขึ้น 53% นางสาววิลาวัลย์ วิศปาแพ้ว รองประธานฝ่ายขายและการตลาด ยูดี ทรัคส์ (ประเทศไทย) เปิดเผย ว่า ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ยูดี ทรัคส์ ได้จัดกิจกรรมโรดโชว์ตลอดทั้งไตรมาสเพื่อเป็นเวทีการน�ำเสนอ รถบรรทุก ยูดี ทรัคส์ ให้กับกลุ่มธุรกิจที่หลากหลาย โดยจะจัดทั้งสิ้น 12 ครั้งตลอดทั้งสามเดือนสุดท้ายของ ปีนี้ โดยจะกระจายจัดขึ้นในทุกภูมิภาค ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ “การจัดโรดโชว์ตลอดสามเดือนนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งที่เราได้ก�ำหนดไว้ในแผนงานแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจาก ความส�ำเร็จในการจัดครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยในครั้งนั้น เราประสบความส�ำเร็จทั้งในเรื่อง ของยอดขายและจ�ำนวนผูเ้ ข้าร่วมงาน ถือเป็นกิจกรรมทีไ่ ด้ผลต่อการท�ำตลาดของยูดี ทรัคส์ อย่างมาก เพราะ นอกจากจะเป็นเวทีแสดงผลิตภัณฑ์ครบส�ำหรับทุกกลุ่มธุรกิจแล้ว ยังเป็นโอกาสที่จะได้พบกับลูกค้าผู้ซื้อ โดยตรง ซึง่ นอกจากจะมีการเจรจาการค้าแล้ว ยังเป็นโอกาสทีท่ มี ผูบ้ ริหารยูดี ทรัคส์ จะได้พบปะเพือ่ สอบถาม ความต้องการใช้งานรถบรรทุกจากลูกค้าจ�ำนวนมากโดยตรง” นอกจากนี้ รองประธานฝ่ายขายและการตลาด ยูดี ทรัคส์ (ประเทศไทย) กล่าวเพิม่ ติมว่า ภายในกิจกรรม โรดโชว์นั้น นอกจากจะมีการน�ำรถมาแสดงครบทุกกลุ่มธุรกิจแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถสัมผัสกับ ผลิตภัณฑ์โดยตรง โดยเฉพาะการให้ทดลองขับทดสอบสมรรถนะของรถยูดี ทรัคส์ นอกจากนั้น ยูดี ทรัคส์ ยังมีข้อเสนอพิเศษส�ำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมงานอีกด้วย “ภายหลังจากยูดี ทรัคส์ ประเทศไทย ได้เปิดตัวยูดี เควสเตอร์ ครั้งแรกของโลกในประเทศไทยเมื่อ ปี พ.ศ. 2556 และได้มีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานของ ลูกค้า จนน�ำไปสู่การพัฒนายูดี เควสเตอร์ ในรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย เช่น ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจการเกษตร เป็นต้น จน ยูดี เควสเตอร์ ได้รับการยอมรับอย่างดีจากตลาด โดยเมื่อปีที่แล้ว มียอดขาย 512 คัน เติบโต 112% เมือ่ เปรียบเทียบกับปี 2558 2557 และในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ยอดขายยูดี ทรัคส์ มีจ�ำนวนทั้งสิ้น 523 คัน เพิ่มขึ้น 53% จาก 342 คันในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว” อย่างไรก็ดี นางสาววิลาวัลย์ ระบุในตอนท้ายว่า เราเชื่อมั่นว่าภาวะเศรษฐกิจในปีนี้ น่าจะส่งผลดีกับ ตลาดรถบรรทุกขนาดใหญ่ ซึ่งหลายส�ำนักได้คาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ น่าจะมีอัตราเติบโต ไม่ตำ�่ กว่าร้อยละ 3 ในปีนี้ เราจึงเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะผ่านจุดต�่ำสุดไปแล้ว เราจึงมีความเชื่อมั่นในการ จัดกิจกรรมโรดโชว์ทั่วประเทศว่าจะได้รับการตอบรับจากตลาดอย่างแน่นอน ส�ำหรับกิจกรรมโรดโชว์ทไี่ ด้กำ� หนดไว้แล้ว จะจัดขึน้ ทีจ่ งั หวัดนครพนม อุบลราชธานี ชลบุรี (2 ครัง้ ) ล�ำปาง พิษณุโลก กระบี่ (2 ครั้ง) นครปฐม สระบุรี (2 ครั้ง) และกรุงเทพมหานคร


6

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

LT Cover Story

หลังจากส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ออกมาแถลง ภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ของปี 59 ทีข่ ยายตัวร้อยละ 3.2 ภาคการส่งออกขยายตัวร้อยละ 0.4 พลิกกับมาเป็นบวกครัง้ แรกรอบ 7 ไตรมาส อันเป็นผลพวงมาจากการใช้จา่ ยภาคครัวเรือนขยายตัว ดีต่อเนื่อง ผสมโรงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ขณะทีแ่ นวโน้มการขยายตัวในโค้งสุดท้ายคาดว่าชะลอตัวลงจากไตรมาส 3 เล็กน้อย แต่กย็ งั เชือ่ ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตได้ร้อยละ 3.2 ลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิมที่ 3.3% หรือลดลง ราว 0.1% แต่ก็เชื่อว่าในปี 2560 เศรษฐกิจไทยจะได้แรงดีดภาคการส่งออกที่กลับมาขยายตัวได้อย่าง ต่อเนือ่ ง การฟืน้ ตัวภาคการเกษตร การลงทุนภาครัฐและแรงขับเคลือ่ นภาคการท่องเทีย่ ว พร้อมคาดการณ์ วงล้อเศรษฐกิจไทยปี 60 จะขยายตัว 3-4 % ขณะที่ภาคการส่งออกจะพลิกกลับมาผงาด 2.4% ได้ ผลพวงจากภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนนั้น ท�ำให้ตลาดรถยนต์คึกคักขึ้นมาและ โดยเฉพาะในส่วนของตลาดรถใหญ่ก็ถือได้ว่าก�ำลังอยู่ในช่วง “โค้งเงินโค้งทอง” Logistics Time จึง ขอประมวลโค้งสุดท้ายของตลาดรถบรรทุก และแนวโน้มในปีต่อไป 2560 ดังนี้


7

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

ฮีโน่ โตตามเป้า-ครองสัดส่วนตลาด 45%

เปิดหมวกด้วยพีใ่ หญ่จาก แดนซามูไรอย่าง “ค่ายฮีโน่” โดย นายอ�ำนวย พงษ์วิจารณ์ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ ใหญ่ บริษทั ฮีโน่มอเตอร์ส เซลส์ (ประเทศไทย) ทีเ่ ปิดเผยถึงภาพ รวมตลาดรถบรรทุกว่า หลังผ่าน 10 เดือนแล้ว ตลาดรถใหญ่มี อัตราการเติบโต 3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของ ปีทแี่ ล้ว โดยมียอดขายรวมทัง้ ประเทศ 22,658 คัน ส่วน ฮีโน่ท�ำยอดขายได้ 9,899 คัน เป็นไปตามแผนที่เราวาง ไว้ด้วยมาร์เก็ตแชร์ 45% ถึงกระนั้น เรายังมองว่าตลาด ยังไม่ฟน้ื ตัวเท่าทีค่ วร เพราะมีหลายปัจจัยลบทีไ่ ม่เอือ้ ต่อ การขยายตัวของตลาด “ส่วนครึง่ ปีหลังนัน้ เดิมทีเรามองว่าตลาดน่าจะโต มากกว่าปีก่อน 10 % เพราะเห็นสัญญาณเชิงบวกจาก แรงกระตุน้ ตลาดอยูบ่ า้ ง ทัง้ โครงสร้างพืน้ ฐานสาธารณูปโภคต่าง ๆ ทีภ่ าครัฐเตรียมจะก่อสร้าง ซึง่ จะเป็นแรงหนุน ให้ตลาดรถใหญ่โตมากขึ้น โดยคาดว่ายอดขายรวมทั้งปี จะอยู่ 30,000 คัน แต่เม็ดเงินยังไม่อดั ฉีดเข้าสูร่ ะบบอย่าง ทีค่ วรจะเป็น ท�ำให้เหลืออีก 2 เดือนก็นา่ จะบวกเพิม่ กว่า 6,000 คัน รวมทั้งปีก็น่าจะกว่า 2.8 หมื่นคัน” นายอ�ำนวย ระบุอีกว่า ตลาดรถบรรทุกนับวันยิ่ง จะรุนแรงมากขึ้นตามสภาพของเค้กที่เล็กลง ปีนี้เราเน้น เจาะกลุ่มลูกค้าที่ตรงเป้าหมายมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม ลูกค้าที่สนใจรถ 6 ล้อขนาดกลาง ที่มีอัตราการเติบโต สูงถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องจาก พ.ร.บ.รถบรรทุกที่ปรับใหม่ได้เพิ่มขนาดให้รถ บรรทุกน�ำ้ หนัก 2.2 ตัน สามารถวิง่ ในเมืองได้โดยไม่ตอ้ ง ก�ำหนดช่วงเวลา ส่งผลให้รถประเภทนีโ้ ตสอดรับกับตลาด การก่อสร้างที่ขยายตัวอีกด้วยส่วนการออกโปรดักส์ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้านั้น เมื่อปีที่แล้วเรา เปิดตัววิกเตอร์ซีรีส์รวมทุกเซ็กเมนต์ 20 กว่ารุ่น ปีนี้เรา ได้เปิดตัวรถบรรทุกรุ่นใหม่เพื่อตอบโจทย์ตลาดเออีซี ชื่อ รุ่น 700 Splendor เมื่อช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นรุ่น ที่น�ำเข้าจากบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น 100% มีก�ำลังแรงม้ามาก ถึง 480 มีคุณสมบัติพิเศษเด่นส�ำหรับการขับทางไกล หรือขับข้ามประเทศ “เพือ่ เป็นการเติมเต็มงานบริการหลังการขายและ เตรียมตลาดให้พร้อมรับมือกับเออีซี เราได้ขยายโชว์รูม เพิ่ ม ขึ้ น อี ก หลายแห่ ง ตามจั ง หวั ด อาทิ นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว นราธิวาส รวมแล้วเป็น 91 แห่ง ทัว่ ประเทศ โดยมีแผนขยายให้ได้ 100 แห่งภายใน 1-2 ปี จากนี้ ทัง้ นีเ้ พือ่ ให้บนถนนสายหลักๆ ทีจ่ ะไปอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย ลาว กัมพูชา เมียนมา ทุกๆ 50-100 กิโลเมตร

คนขับจะต้องพบกับโชว์รูมฮีโน่ เพราะเราตระหนักอยู่ เสมอว่า เรามิได้เสนอรถบรรทุกทีด่ ใี ห้ลกู ค้าใช้เพียงอย่าง เดียว แต่เราจะเสนอมูลค่าสูงสุดของสินค้าและบริการ เพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้าในระยะยาว และเรายัง เชือ่ มัน่ ว่าด้วยความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า จะท�ำให้ฮโี น่ ยืนหยัดอย่างมั่นคงในธุรกิจการขนส่งของประเทศและ ของโลกตลอดไป”

วอลโว่กรุป๊ ปลืม้ ยูดี ทรัคส์ เติบโตกว่า 53% ได้จัดกิจกรรมโรดโชว์ตลอดทั้งไตรมาสเพื่อเป็นเวที

ขณะที่ นายก�ำลาภ ศิริ กิตติวัฒน์ ประธานกรรมการ วอลโว่ กรุป๊ (ประเทศไทย) ซึง่ เป็ น ผู ้ จั ด จ� ำ หน่ า ยรถวอลโว่ ทรัคส์ และยูดี ทรัคส์ กล่าวว่า ตลาดรถบรรทุ ก ในภู มิ ภ าคนี้ ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวและ เติบโตได้ดี เนื่องจากการตื่นตัว ในภาคการขนส่งที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจโลจิสติกส์ และห่วงโซ่ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับแรงกระตุ้นจาก การเปิดเสรีในด้านการขนส่งข้ามแดนภายหลังจากทุก ประเทศในภูมภิ าคนีไ้ ด้เข้าสู่ AEC ตลอดถึงแรงหนุนจาก แนวนโยบายการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน คมนาคมของแต่ละประเทศ

“ภาพรวมการท�ำตลาดของวอลโว่กรุป๊ ฯ หลังผ่าน 10 เดือน ยอดขายรวมตลาดภายในประเทศของวอลโว่ ทรัคส์ เราขายไปแล้ว 292 คัน ส่วนรถยูดี ทรัคส์ 605 คัน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วโตขึ้นกว่า 53% ส่วนภาพรวมตลาดต่างประเทศในฮับทีว่ อลโว่กรุป๊ ประเทศไทยดู แ ลนั้ น ทิ ศ ทางการเติ บ โตของแต่ ล ะ ประเทศก็แตกต่างกันไป ซึ่งก็ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะเน้นไปที่ เซกเม้นต์ไหนเป็นส�ำคัญ ตลาดทีป่ รับตัวดีขนึ้ กว่าปีทแี่ ล้ว ก็จะเป็นทีเ่ มียนมา พิลปิ ปินส์ใกล้เคียงกับปีแล้ว ส่วนลาว และเวียดนามปรับตัวลดลง ซึง่ ยอดขายในรอบ 10 เดือน ของตลาดต่างประเทศของฮับวอลโว่กรุ๊ปประเทศรวม แล้วกว่า 220 คัน” ส่วนกลยุทธ์การตลาดเพื่อส่งเสริมการขายช่วง ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้นั้น ประธานกรรมการ วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในส่วนของ ยูดี ทรัคส์

การน�ำเสนอรถบรรทุก ยูดี ทรัคส์ ให้กับกลุ่มธุรกิจที่ หลากหลาย ซึง่ จะจัดทัง้ สิน้ 12 ครัง้ ตลอด 3 เดือนสุดท้าย ของปีนี้ โดยจะกระจายจัดขึน้ ในทุกภูมภิ าคของประเทศ นอกจากนั้นเรายังเน้นกลยุทธ์ด้านการบริการหลังการ ขาย ซึ่งถือว่าเป็นกุญแจดอกส�ำคัญที่ช่วยไขความส�ำเร็จ ขององค์กร “การจัดโรดโชว์ชว่ งโค้งสุดท้ายนี้ ถือเป็นส่วนหนึง่ ทีเ่ ราได้กำ� หนดไว้ในแผนงานแล้วมาก่อนนี้ ผนวกกับเป็น ผลมาจากความส� ำ เร็ จ ในการจั ด ครั้ ง แรกเมื่ อ เดื อ น สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งผลตอบรับดีเกินคาดทั้งในด้าน ยอดขายและจ�ำนวนผู้เข้าร่วมงาน นอกจากจะเป็นเวที แสดงผลิตภัณฑ์ครบส�ำหรับทุกกลุ่มธุรกิจแล้ว ยังเปิด โอกาสให้ ลูกค้า สามารถสัมผัส กับ ผลิตภัณ ฑ์โ ดยตรง และยูดี ทรัคส์ ยังมีขอ้ เสนอพิเศษส�ำหรับลูกค้าทีเ่ ข้าร่วม งานอีกด้วย และทีส่ ำ� คัญยังเป็นโอกาสทีท่ มี ผูบ้ ริหารยูดี ทรัคส์ จะได้พบปะเพื่อสอบถามความต้องการใช้งานรถ บรรทุกจากลูกค้าจ�ำนวนมากโดยตรงอีกด้วย” อย่างไรก็ดี นายก�ำลาภ สะท้อนมุมมองถึงแนวโน้ม การขยายตัวตลาดรถใหญ่ปีหน้าว่า หลังภาครัฐเผย ตัวเลขการขยายตัวเศรษฐกิจไตรมาส 3 และเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจไทยทั้งปีจะโต 3.2% รวมถึงคาดการณ์ไปถึง ปีหน้าเศรษฐกิจจะขยายตัว 3-4% โดยได้รับแรงหนุน จากภาคการส่งออกที่จะพลิกฟื้นกลับมาขยายตัวได้ อีกครัง้ การฟืน้ ตัวในการผลิตภาคการเกษตร แรงขับเคลือ่ น ภาคการท่องเที่ยว และที่ส�ำคัญคือการลงทุนภาครัฐใน โครงการใหญ่ๆ ซึ่งนั่นจะยาขนานเอกกระตุ้นให้ตลาด รถใหญ่เติบโตไปด้วยเช่นกัน

สแกนเนีย เพิ่ม-พัฒนาบุคลากร หนุนองค์กร-ก�ำไรโต ฝั ่ ง ค่ า ยรถยุ โ รปอย่ า ง “สแกนเนีย” นัน้ มร.สเตฟาน ดอร์ ส กี กรรมการผู ้ จั ด การ บริษัท สแกนเนีย สยาม จ�ำกัด ระบุว่า วันนี้ตลาดรถใหญ่เมือง ไทยมีศกั ยภาพและความพร้อม ที่ สู ง มาก ทั้ ง ในด้ า นก� ำ ลั ง ซื้ อ


8

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

LT สนทนาภาษาโลจิสติกส์ โดย...เนตรทิพย์

ความได้เปรียบเชิงภูมศิ าสตร์ในการเป็นฮับขนส่งอาเซียน เป็นแรงหนุนให้ไทยเป็นประเทศทีม่ คี วามพร้อมด้านการ พัฒนาภาคธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ที่สมบูรณ์แบบ “ตลาดรถบรรทุกหนักในไทยช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา นับได้วา่ เติบโตอย่างมากและมีแนวโน้มโตต่อเนือ่ ง ส่งผล ให้ค่ายรถบรรทุกสัญชาติยุโรปหลายยี่ห้อมีส่วนแบ่งใน ตลาดที่ส�ำคัญนี้ ขณะเดียวกันก็ยังต้องแข่งขันกับอีก หลากหลายค่ายรถบรรทุกในอีกหลายสัญชาติ ในส่วนรถ โค้ชสแกนเนียเรามีสถานะเป็นผูน้ ำ� ตลาด เหตุเพราะตอบ โจทย์ความพึงพอใจของผู้ประกอบการและผู้โดยสาร อย่างดีเยี่ยม ขณะที่แนวโน้มอุปสงค์ในตลาดรถบรรทุก ลู ก ค้ า ต้ อ งการรถบรรทุ ก สายพั น ธุ ์ ยุ โรปที่ มี คุ ณ ภาพ ทนทาน และประหยัดเชือ้ เพลิงมากยิง่ ขึน้ โดยเฉพาะกลุม่ ลูกค้าที่เป็นบริษัทขนส่งขนาดใหญ่ มีจ�ำนวนรถที่ต้อง ดูแลเป็นอย่างมาก ดังนั้น เราจึงต้องมีความพร้อมใน ทุกๆ ด้าน ทั้งบุคลากรในทุกๆ ส่วนงานที่ต้องเพิ่ม และ พัฒนาให้เปีย่ มด้วยศักยภาพ รวมถึงการเน้นบริการหลัง การขายที่เป็นหัวใจหลักของธุรกิจนี้” ส่วนกลยุทธ์การตลาดนั้น มร.สเตฟาน กล่าวว่า เราเน้นการเจาะกลุ่มลูกค้าขนส่งขนาดใหญ่ ถึงกระนั้น ก็ไม่ละเลยกลุม่ ขนส่งรายย่อย ส่วนศูนย์บริการสแกนเนีย ทั่วทุกภูมิภาคที่ปัจจุบันมีทั้งหมด 9 แห่ง และเรามีแผน เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวภายในปี 2561 เพื่อรองรับการขยาย ตัวในอนาคต ปลายปีนี้เราจะเปิดอีกศูนย์ที่ระยอง ส่วน ปีหน้าเราจะเปิดเพิ่มอีก 1 แห่ง คือที่สมุทรสาคร แม้ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ภาครัฐแถลงออกมา จะสวยหรู จนท�ำเอาค่ายรถน้อยใหญ่ลงิ โลดปัน้ กลยุทธ์ ทางการตลาดเพือ่ หวังอานิสงส์จากภาวะเศรษฐกิจใน การปั๊มยอดขายรถที่จะพุ่งตามไปด้วย แต่หากเผลอ “หลับใน” ด้วยเชิงกลยุทธ์บดิ เบีย้ ว แค่เสีย้ ววินาทีอาจเสียหลักหลุดโค้งเทกระจาดยอดขาย ดับได้ทุกขณะ

เกินกว่าฟอยด์จะจินตนาการ! เข้าสู่โค้งสุดท้ายของปี 2559 แล้ว ดูเหมือนถนนทุกสายจะเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง โดย เฉพาะเมือ่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) กระหน�ำ่ ซัมเมอร์เซลส์เข็นแพคเกจ “ซานตาครอส” ออกมาให้ประชาชนคน ไทยได้ชื่นสะดือแดกันจนแทบส�ำลัก! ไล่มาตั้งแต่มาตรการแจกเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนคนจนเอาไว้ 8.2 ล้านคน โดยก่อนหน้า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็มีมติแจกเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย 3 ล้านคนที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อปีจะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลที่จะโอนเข้าบัญชี 3,000 บาท ส่วนเกษตรกรที่มีรายได้เกิน 30,001 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ได้รับเงินช่วยเหลือ 1,500 บาท ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา ยังเผื่อแผ่อานิสงส์ไปถึงผู้มีรายได้น้อยอีก 5 ล้านคนที่ ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วให้ได้รับเงินช่วยเหลือแพคเกจเดียวกับเกษตรกรก่อนหน้าในอัตรา 1,500 บาท และ 3,000 บาทเช่นกัน โดยเริ่มจ่ายผ่านบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา จนถึง 30 ธันวาคมศกนี้ รวมเม็ดเงินที่รัฐ จะแจกให้โดยโอนเข้าบัญชีให้ผู้มีรายได้น้อยที่ว่านี้ 1.2 หมื่นล้านบาท แจกฟรี! เอ้ย! โอนเข้าบัญชีให้ฟรีโดยไม่มีเงื่อนไข! ยังไม่นับรวมโบนัสพิเศษปรับขึ้นค่าแรงขั้นต�่ำอีกวันละ 5-10 บาท ใน 69 จังหวัดทั่วประเทศ ตามที่คณะ กรรมการไตรภาคีน�ำเสนอและมาตรการต่ออายุรถเมล์ รถไฟฟรีไปอีก 6 เดือนก่อนหน้านี้ รวมทั้งยังแพลมอาจ จะเพิ่มมาตรการช่วยจ่ายค่าน�้ำ ค่าไฟฟ้า ที่กระทรวงการคลังจ่อจะแจกของขวัญให้ผู้มีรายได้น้อยในเมืองในช่วง ปลายปีนี้อีก ไม่แต่เท่านั้นขณะที่รัฐบาลไล่ “เช็คบิล” ความเสียหายโครงการรับจ�ำน�ำข้าวในรัฐบาลชุดเก่า ด้วยการที่ หัวหน้า คสช. ออกค�ำสั่ง ม.44 สั่งให้กระทรวงการคลังและพาณิชย์ออกค�ำสั่งทางปกครองเรียกค่าเสียหายเอากับ อดีตนายกฯ ให้จ่ายชดเชยความเสียหายจากนโยบายรับจ�ำน�ำข้าวที่นัยว่าท�ำให้รัฐเสียหายไปกว่า 185,000 ล้าน บาท โดยอดีตนายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะต้องรับผิดชอบจ่ายชดเชยความเสียหาย 3.5 หมื่นล้านบาท ส่วน ที่เหลือ 1.4 แสนล้านบาท ยังจะไปไล่เอากับข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องอีกกว่า 6,000 คน วันวานคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็งดั มาตรการจ�ำน�ำข้าว+ยุง้ ฉางทีป่ รับเปลีย่ นชือ่ ซะสวยหรู “โครงการสินเชือ่ ชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี” หลังราคาข้าวเปลือกตกต�่ำสุดในรอบ 10 ปี โดยรับจ�ำน�ำข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 13,000 บาท โดย ธกส. จะปรับจ�ำน�ำข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 9,500 บาท รวมกับเงินช่วยเหลือค่าเก็บ เกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพอีกตันละ 2,000 บาท และค่าขึ้นยุ้งฉางและเก็บรักษาตันละ 1,500 บาท ถัดมาอีกสัปดาห์ (7 พ.ย. 59) ครม.ก็มมี ติรบั จ�ำน�ำข้าวเปลือกเจ้าและข้าวหอมจังหวัด ในราคาตันละ 7,000 บาท และ 7,800 บาทตามล�ำดับ โดยรัฐบาลจะช่วยเหลือค่าเก็บเกีย่ วและปรับปรุงคุณภาพอีกตันละ 2,000 บาท กับค่าขึน้ ยุง้ ฉางอีกตันละ 1,500 บาท และปิดท้ายด้วยการรับจ�ำน�ำข้าวเปลือกเหนียวในราคาตันละ 13,000 บาท เช่นเดียวกับข้าวหอม จัดหนักจัดเต็มชนิดที่เรียกได้ว่าเกินกว่าฟรอยด์ (ซิกมุนด์ ฟรอยด์) จะจินตนาการจริงๆ ไอ้ที่เคยก่นด่า ถล่มนโยบาย “ประชานิยมสิน้ คิด” ของรัฐบาลชุดก่อนเขาไว้อย่างไร ตกมาถึงรัฐบาล คสช. ชุดนีก้ ก็ ลับขุดมา ด�ำเนินการซะหมด แถมเดินหน้าเทกระจาดไปไกลเกินกว่าที่รัฐบาลชุดก่อนด�ำเนินการไว้ซะอีก!!! เห็นอาการมือเติบมุง่ แต่เทกระจาดเงินไปอย่างไร้ทศิ ชนิด “ต�ำน�ำ้ พริกละลายแม่นำ�้ ” ตามนโยบายกระตุน้ เศรษฐกิจแบบ “ผิดฝัง่ ผิดฝา” ของรัฐบาล คสช. ชุดนีแ้ ล้ว “เนตรทิพย์” ก็ได้แต่ปลงอนิจจังในโชคชะตาบ้านเมือง เราครับ เพราะหากนโยบาย “ต�ำน�ำ้ พริกละลายแม่นำ�้ ” คือค�ำตอบสุดท้ายของการกอบกู้เศรษฐกิจแล้ว เราคง ได้เห็นนานาประเทศเขางัดมาตรการเทกระจาดแบบนีม้ าใช้กอ่ นหน้าแล้ว คงไม่ตอ้ งรอให้ทา่ นผูน้ ำ� และรัฐบาล คสช. ลุยไฟกู้เศรษฐกิจกันอย่างที่เห็นกันหรอก


9

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

LT CEO Focus

49 ปีเครือเบทาโกร กับปรัชญาแห่งความพอเพียง

อีกครัง้ กับการเปิดวิชนั่ บิก๊ บอสเครือเบทาโกร “วสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์” กับ 49 ปีแห่งเส้นทางด�ำเนินธุรกิจของ เครือเบทาโกร ที่เริ่มต้นจากอุตสาหกรรมการเกษตร ปศุสัตว์ ก่อนขยายสู่อุตสาหกรรมการเกษตร-ปศุสัตว์ ครบวงจรทีย่ ดึ หลักการค�ำสอนของพ่อ “ต้องรูห้ น้าที่ รูจ้ กั แบ่งปันและอย่ามุ่งหวังแต่ก�ำไร” ส�ำหรับภาคธุรกิจเอกชนโดยทั่วไปนั้น “โมเดล” ในการสยายปีกขยายขยายกิจการที่เห็นจนเคยชินนั้น ต่างอาศัยเงินกูจ้ ากสถาบันการเงิน การระดมทุนจากตลาด หลักทรัพย์ การดึงผูบ้ ริหารมืออาชีพ “เทคโนแครต” เข้ามา บริหารขับเคลือ่ นองค์กร แต่สำ� หรับ “เครือเบทาโกร” ผูผ้ ลิต จ�ำหน่ายยาสัตว์ อาหารสัตว์ ปศุสัตว์และอุตสาหกรรม แปรรูปครบวงจรคือบทพิสูจน์เส้นทางการเติบโตสู่ธุรกิจ แสนล้านที่กล่าวได้ว่าทลายความเชื่อเดิมๆ ไปหมดสิ้น โดย นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ กรรมการผูจ้ ดั การใหญ่ เครือเบทาโกร กล่าวว่า เบทาโกรนั้นเริ่มต้นธุรกิจในยุค บุกเบิกจากรุน่ พ่อ (ดร.ชัยวัฒน์ แต้ไพสิฐพงษ์) เมือ่ ปี 2510 หรือเมือ่ 49 ปีกอ่ น จากอุตสาหกรรมเกษตรขยายไปสูก่ าร การผลิต การเลีย้ ง และการพัฒนาสายพันธุ์ ทัง้ สุกร ไก่เนือ้ และไก่ไข่ การผลิตยาและเวชภัณฑ์ส�ำหรับสัตว์ และได้ ขยายฐานการผลิตเต็มรูปแบบไปยังจังหวัดลพบุรี เนือ่ งจาก มีความเหมาะสมทั้งทางด้านแหล่งวัตถุดิบ และท�ำเลที่ตั้ง กลายเป็นจุดเริม่ ต้นสูก่ ารพัฒนาของการเป็นผูน้ ำ� “อุตสาหกรรมการเกษตรครบวงจร” ที่ประกอบด้วย โรงงาน อาหารสัตว์ ฟาร์มไก่ ฟาร์มสุกร โรงฟักไข่ โรงงานแปรรูป และตัดแต่งเนือ้ สุกรอนามัย และโรงงานผลิตอาหารปรุงสุก แช่แข็งจากเนื้อสุกรอนามัย และเนื้อสุกรเอสพีเอฟ ฯลฯ

ธุรกิจที่ต้องเติบโตคู่เกษตรกร-ชุมชน

ทั้งนี้ นายวสิษฐ กล่าวว่า ด้วยความที่บริษัทเป็น ผู้ผลิตยาสัตว์และอาหารสัตว์มาก่อน ในยุคเริ่มต้นจึงมี การน�ำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ หมู เข้ามาเพื่อผลิตลูกพันธุ์มา ส่งเสริมให้เกษตรกรได้เลี้ยง จนกลายมาเป็นความร่วมมือ ระหว่ า งบริ ษั ท กั บ เกษตรกรที่ ต ้ อ งด� ำ เนิ น ธุ ร กิ จ ภายใต้ แนวคิดทีบ่ ริษทั ยึดมัน่ มาแต่ตน้ ว่า จะท�ำอย่างไรให้เกษตรกร สามารถพัฒนาระบบการเลี้ยงให้มีคุณภาพ พัฒนาเป็น อุตสาหกรรมได้ “สิง่ ทีค่ ณ ุ พ่อยึดถือเป็นแนวคิดในการบุกเบิกเบทาโกร เมือ่ 49 ปีกอ่ นก็คอื อย่ามุง่ เน้นหรือติดยึดแต่เรือ่ งของก�ำไร

วสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่เครือเบทาโกร

แต่ให้ยึดมั่นความถูกต้องเป็นเรื่อง ทุกคนต้องรู้หน้าที่ไม่ใช่ อ้างแต่สิทธิ์ แต่ต้องดูภาระหน้าที่เป็นหลัก เมื่อเรามีความ ร่วมมือกับเกษตรกร เราก็ต้องหาทางพัฒนาให้เขาพัฒนา ตัวเองให้ได้ จนกลายมาเป็นพื้นฐานการด�ำเนินธุรกิจของ เบทาโกร ในการเข้าไปดูแลเกษตรกรเข้าไปพัฒนาเป็น พี่เลี้ยง ถ่ายทอดเทคโนโลยีในการดูแลปศุสัตว์ พัฒนาให้ เขาเติบโตไปให้ได้เราจะเติบโตเป็นได้ด้วย เป็นค�ำสอนที่ กล่าวได้ว่า สอดคล้องกับค�ำสอนของในหลวงของเรา” เมือ่ มาถึงการด�ำเนินธุรกิจ องค์กรเบทาโกรจึงเติบโต แบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวา เราไม่ได้มุ่งเน้นแสวงแต่ ผลตอบแทนหรือก�ำไรอย่างเดียว ขอแค่พอสมควร เราอยู่ ได้ พันธมิตรธุรกิจเกษตรกร คู่ค้าเราอยู่ได้ ใช้เงินทุนจาก กระแสเงินสดในมือที่มีเป็นหลัก เน้นการลงทุนในลักษณะ ทีค่ อ่ นข้าง Conservative เน้นธุรกิจทีเ่ รามีความถนัด In Line มี ค วามเชี่ ย วชาญเป็ น หลั ก และต้องเป็นธุรกิจที่เดินไปกับ ชุมชนและสังคม และอีกกิจกรรมที่เครือ เบทาโกรท�ำควบคูม่ าโดยตลอด

ก็คอื การคืนก�ำไรสูส่ งั คม Social Responsibility ให้ธรุ กิจ สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน โดยจัดตั้ง “ศูนย์ เรียนรูอ้ ย่างพอเพียง” ขึน้ ทีล่ พบุรี โดยมีพนื้ ทีฐ่ านมาจาก การที่เครือเบทาโกรมี Contract มีเน็ทเวิร์คกับสถาบัน การศึกษาหลายแห่ง ทั้ง ม.เกษตรศาสตร์ เชียงใหม่ หรือ แม่โจ้ จ�ำเป็นต้องอาศัยนักวิชาการเข้ามาร่วมท�ำงาน ร่วม ท�ำวิจัยเยอะมาก จึงคิดว่าน่าจะถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ เหล่านี้ออกไปเพื่อให้พนักงาน ชุมชนโดยรอบ หรือผูส้ นใจ ได้เข้ามาเรียนรู้ สามารถน�ำองค์ความรูเ้ หล่านีอ้ อกไปต่อยอด ในการประกอบอาชีพได้ จึงเป็นที่มาของศูนย์เรียนรู้อย่าง พอเพียงดังกล่าว

บทพิสจู น์เติบโตโดยไม่เป็น Listed Company อย่างไรก็ตาม นายวสิษฐ ยังกล่าวด้วยว่า แม้เครือ เบทาโกรยังคงมีความจ�ำเป็นต้องก่อสร้างและขยายโรงงาน ใหม่ๆ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทมี แนวทางในการลงทุนโดยเลือกที่จะกู้ยืมกันเองมากกว่า โดยไม่มคี วามจ�ำเป็นต้องน�ำกิจการเข้าจดทะเบียนระดมทุน ในตลาดหลักทรัพย์


10

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

เบทาโกร รับตราสัญลักษณ์ ไทยแลนด์ ทรัส มาร์ก ยกระดับความเชื่อมั่นกลุ่มผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง

“การทีเ่ ราไม่เลือกระดมทุนจากตลาดหุน้ นัน้ มองอีกด้านต้องบอกว่า เป็นเพราะ ผูถ้ อื หุน้ เรามีความอดทนสูงจึงเลือกทีจ่ ะกูย้ มื กันเองมากกว่า เราไม่ได้มองในเรือ่ งของ เงินปันผลเป็นหลัก ผู้ถือหุ้นทุกคนยังใช้ชีวิตปกติไม่ได้ต้องการความหรูหราอะไร คุณพ่อที่เป็นผู้บุกเบิกเคยเป็นอยู่อย่างไร วันนี้ท่านก็ยังอยู่อย่างนั้นอยู่อย่างสมถะ มาโดยตลอด เคยอยู่กันอย่างไรก็ยังคงอยู่อย่างนั้น ยึดหลักความพอเพียงเป็นหลัก และถ่ายทอดกันมาจากรุน่ สูร่ นุ ดอกผลก�ำไรทีไ่ ด้จากการด�ำเนินธุรกิจส่วนใหญ่จะถูก Reinvestment ลงไปกับการขยายธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า การระดมทุน จากตลาดหลักทรัพย์จึงเป็นเรื่องรองลงไป” ขณะทีย่ อดขายในปี 2559 นี้ คาดว่าจะแตะ 100,000 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 8-10 % เช่นปีที่ผ่านมา และมีอัตราการเติบโตในระดับ 12-14% มาโดยตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ที่มีอัตราเติบโต 3-4% เท่านั้น ความ ส�ำเร็จทีเ่ กิดขึน้ ดังกล่าวมีพนื้ ฐานมาจากความอดทน พัฒนา และเอาใจใส่ไม่ทงิ้ ใครไว้ เบื้องหลัง “เมื่อกลับไปมองปรัชญาในหลวง เราถือว่าเราเดินมาถูกทางที่ยึดหลัก เศรษฐกิจพอเพียง ไม่เอารัดเอาเปรียบใคร”

อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทยบนเวทีโลก

ส�ำหรับภาพรวมปศุสัตว์ไทยบนเวทีโลกนั้น นายวสิษฐ กล่าวว่า หากมองในแง่ การพัฒนาแล้ว ปศุสัตว์ไทยจัดได้ว่าอยู่ในระดับ “เวิลด์คลาส” แล้ว แม้จะด้อยกว่า ยุโรป-สหรัฐฯ ทีเ่ น้นการพัฒนาปศุสตั ว์ทตี่ อ้ งค�ำนึงถึงสิง่ แวดล้อม เอาใจใส่สขุ ภาพสัตว์ เป็นหลัก ขณะทีเ่ รายังมุง่ เน้นการลดต้นทุนหรือลด Cost เป็นหลักอยู่ แต่ในแง่เทคโนโลยีการเลี้ยงแล้วกล่าวได้ว่า อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทยเราไม่ได้เป็นรองใคร ยิง่ หากจะเปรียบเทียบอุตสาหกรรมปศุสตั ว์ในบ้านเรากับเพือ่ นบ้านในภูมภิ าค เดียวกันด้วยแล้ว เรายังได้เปรียบเพื่อนบ้านในอาเซียนเกือบทั้งหมด เพราะประเทศ อืน่ ๆ ยังไม่มีมาตรฐานด้านการปศุสัตว์ ระบบการเลี้ยงและฟาร์มยังคงเป็นแบบเก่า ขณะที่การบริโภคโปรตีนหลัก (หมู ไก่ ไข่) นั้นยังต�ำ่ กว่าไทยมาก โดยไทยมีอัตราการ บริโภคเฉลี่ย 40-50 กก./คน/ปี ขณะเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้ยังอยู่ในระดับ 10 กก./ คน/ปี จึงยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ทั้งนี้ ที่ผ่านมา เครือเบทาโกร ได้เข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนามแล้ว โดยกัมพูชานั้นถือได้ว่าเป็นตลาดเกิดใหม่ Emerging ที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี เพราะในเรื่องของระบบปศุสัตว์นั้นยังเป็นไป ตามธรรมชาติ การเลี้ยงไก่และหมูยังไม่เป็นระบบ เครือเบทาโกรจึงเข้าไปตั้งโรงงาน ผลิตอาหารสัตว์และฟาร์มสุกรในกัมพูชา ซึ่งถือได้ว่ายังมีโอกาสท�ำตลาดสูงทั้งฟาร์ม ไก่และฟาร์มสุกร และยังคงมีแผนจะขยายไปยังกิจการอื่นๆ โดยปัจจุบันมียอดขาย เข้ามาแล้วราว 1,000-2,000 ล้านบาท ส่วน สปป.ลาวนั้น ได้เข้าไปท�ำฟาร์มสุกรแล้ว และยังคงมีแผนจะตั้งโรงงาน อาหารสัตว์ตามมา ส่วนเวียดนามนั้นได้เข้าไปตั้งโรงงานผลิตยาสัตว์ และยังมีแผน ขยายไปสู่การผลิตอาหารสัตว์ตามมา ส�ำหรับเมียนมานั้น เครือเบทาโกรมีเครือข่าย ทีเ่ ป็นนักลงทุนท้องถิน่ เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ในเมียนมาอยู่ และมีแผนทีก่ อ่ สร้าง โรงงานผลิตอาหารสัตว์ในระยะต่อไป

บริษทั เพ็ท โฟกัส จ�ำกัด ผูผ้ ลิตและจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์สำ� หรับสัตว์เลีย้ งคุณภาพ ในเครือ เบทาโกร ได้รบั ตราสัญลักษณ์ ไทยแลนด์ ทรัส มาร์ก (Thailand Trust Mark) หรือ TTM ประจ�ำปี 2559 จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยมี นายสัตวแพทย์ชยั วุฒิ อุโฆษกุล รองกรรมการผูจ้ ดั การใหญ่ ธุรกิจสัตว์เลีย้ ง เป็น ตัวแทนรับมอบจาก ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ ผูอ้ �ำนวยการส�ำนักส่งเสริมนวัตกรรมและ สร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา นายสัตวแพทย์ชยั วุฒิ อุโฆษกุล รองกรรมการผูจ้ ดั การใหญ่ ธุรกิจสัตว์เลีย้ ง กล่าว ว่า เครือเบทาโกร ในฐานะผูน้ ำ� ในธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ตระหนักถึงความ ส�ำคัญในเรือ่ งนโยบายความปลอดภัยด้านอาหาร (Food Safety) และด้านคุณภาพ (Food Quality) มาอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องในทุกกระบวนการผลิตทั้งซัพพลาย เชน ไม่เพียง เฉพาะสินค้ากลุม่ ธุรกิจอาหาร ซึง่ เคยได้รบั ตราสัญลักษณ์ TTM มาแล้ว ในส่วนของสินค้า ส�ำหรับสัตว์เลี้ยงก็ให้ความส�ำคัญมากด้วยเช่นเดียวกัน “ปัจจุบัน ลูกค้าให้ความส�ำคัญกับสัตว์เลี้ยง เสมือนสมาชิกในครอบครัว ใส่ใจใน สุขภาพของสัตว์เลี้ยง มีแนวโน้มการเลือกซื้ออาหารและผลิตภัณฑ์ส�ำหรับสัตว์เลี้ยงที่มี คุณภาพมากขึ้น รวมทั้งปริมาณความต้องการก็มีมากขึ้นทุกปี สินค้าส�ำหรับสัตว์เลี้ยงที่ เราผลิตจึงเน้นในเรือ่ ง “คุณภาพ” เพือ่ มุง่ ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ควบคุมการ ผลิตในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ กระบวนการผลิตที่ผ่านเครื่องจักรและ เทคโนโลยีที่ทันสมัย โรงงานมีการออกแบบพื้นที่การผลิตตามหลักการออกแบบทาง วิศวกรรมอาหาร เพื่อความสะอาดและปลอดภัย (Hygienic Design) ใช้ระบบบริหาร คุณภาพ มาตรฐานระดับสากล ได้แก่ มาตรฐาน BRC ซึ่งเป็นมาตรฐานของยุโรป ระบบ GMP HACCP, ISO 14000, ISO 18000 และ ISO 9100 : 2008 เป็นต้น ซึง่ เป็นมาตรฐาน เดียวกับการโรงงานผลิตอาหารคน จึงมั่นใจและเชื่อถือได้ในเรื่องคุณภาพ” บริษัท เพ็ท โฟกัส จ�ำกัด ก่อตั้งมาไม่ต�่ำกว่า 10 ปี พัฒนาสินค้าเพื่อตอบสนอง ความต้องการของลูกค้าในประเทศ ทั้งกลุ่มฟาร์มสัตว์เลี้ยง (Pet Farm) ร้านจ�ำหน่าย ผลิตภัณฑ์สำ� หรับสัตว์เลี้ยง (Pet Shop) คลินิก/โรงพยาบาลสัตว์ (Vet Clinic) โมเดิร์น เทรด (Modern Trade) และรับจ้างผลิต รวมถึงส่งออกไปขายประเทศต่างๆ ในทวีปเอเซีย และยุโรป ปัจจุบันมีโรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเต็มรูปแบบ ตั้งอยู่ที่ อ�ำเภอ พัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดเม็ด (Dry Pet Food) และขนม ขบเคี้ยวส�ำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet Snack) ส�ำหรับสุนัขและแมว ภายใต้แบรนด์ ด็อก เอ็น จอย (Dog‘n joy) แค็ท เอ็นจอย (Cat‘n joy) เพอร์เฟคต้า (Perfecta) และบิงโกสตาร์ (Bingo Star) ส�ำหรับ ไทยแลนด์ ทรัส มาร์ก เป็นตราสัญลักษณ์ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่าง ประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มอบให้กบั สินค้าทีผ่ ลิตโดยบริษทั ทีม่ คี วามพร้อมด้านคุณภาพ และมาตรฐานต่างๆ มีกระบวนการผลิตที่ค�ำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและผลกระทบทางสังคม รวมถึงสวัสดิภาพแรงงานที่ดี เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมีมาตรฐานและคุณภาพทาง ด้านสินค้าและบริการ สามารถเชือ่ ถือได้ในระดับสากลและได้รบั ความไว้วางใจจากทัว่ โลก

9


11

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

LT Exclusive Interview

ประธาน ATF ชี้ “ตลาดรถใหญ่” ปี 60 บูม!! เน้นบริการหลังการขายชิงเค้กก้อนโต เมื่อเอ่ยถึงตลาดรถใหญ่ หรือรถบรรทุกเพื่อการ พาณิชย์ ในปัจจุบนั จะเห็นได้วา่ ค่ายรถทัง้ เล็กและใหญ่ ได้มีการเสนอนวัตกรรม เทคโนโลยี ที่เป็นจุดเด่นของ แต่ละค่ายออกมาน�ำเสนอกลุ่มลูกค้ากันมากมาย จาก การสรุปจ�ำนวนรถใหญ่ทมี่ กี ารจดทะเบียน จะเห็นได้วา่ ปริมาณของรถมีเพิม่ มากขึน้ ทุกปี ซึง่ สามารถบ่งชีไ้ ด้วา่ ตลาดรถใหญ่มอี ตั ราการเติบโตเพิม่ ขึน้ อย่างสม�ำ่ เสมอ ผนวกกับแผนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ภาครัฐ ได้ก�ำหนดเป็นนโยบายชาติที่มีความเร่งด่วนในการ ด�ำเนินการ ส่งผลให้ตลาดรถใหญ่ได้รับอานิสงส์จาก โครงการต่างๆ ของภาครัฐไปด้วยเช่นกัน... คุณยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่ง ทางรถบรรทุกแห่งอาเซียน (ASEAN Trucking Federation) หรือ ATF สรุปทิศทางตลาดของรถบรรทุกเพือ่ การ พาณิชย์ให้ Logistics time ฟังว่า หากมองให้ดีจะเห็น ได้ว่า ตั้งแต่ต้นปี 2559 ตลาดรถใหญ่มีอัตราการเติบโต ไม่แตกต่างจากปีทผี่ า่ นมาสักเท่าไร โดยเฉพาะในส่วนของ รถญี่ปุ่น 2 ค่ายยักษ์ใหญ่ มียอดการขายที่ใกล้เคียงกับปี ทีผ่ า่ นมา แต่ในทางกลับกันค่ายรถเล็กมียอดขายทีต่ กลง ไปบ้าง นั่นอาจเพราะไม่สามารถท�ำการตลาดได้ดีพอ รวมไปถึงรถจากประเทศจีนที่มียอดจ�ำหน่ายตกลงไป ค่อนข้างที่จะมาก สืบเนือ่ งมาจาก ในอดีตทีผ่ า่ นมา รถจีนโดยส่วนใหญ่ จะเป็นรถ NGV ซึ่งมีราคาถูกกว่ารถ NGV ของญี่ปุ่น จึง เป็นเหตุให้ผปู้ ระกอบการหลายรายเลือกทีจ่ ะซือ้ รถน�ำเข้า จากประเทศจีนมาใช้งาน แต่ในขณะเดียวกัน ราคาน�ำ้ มัน ในปัจจุบนั ทีม่ รี าคาถูกลง จึงเป็นเหตุผลให้ผปู้ ระกอบการ หันกลับมาใช้รถทีใ่ ช้เชือ้ เพลิงเป็นน�ำ้ มันเพิม่ มากขึน้ ด้วย เหตุนี้รถ NGV จึงมีปริมาณการใช้ลดน้อยลงไปนั่นเอง จากสถานการณ์ราคาน�ำ้ มันทีล่ ดลง และแก๊ส NGV มีการ ปรับราคาขึน้ จากเดิมกว่า 30% จึงส่งผลให้ผปู้ ระกอบการ

หันกลับมาใช้รถที่ใช้เชื้อเพลิงเป็นน�้ำมันมากยิ่งขึ้น รวม ไปถึงค่าบ�ำรุงรักษารถ NGV มีราคาทีค่ อ่ นข้างจะสูง และ คุณภาพของ NGV ในปัจจุบัน คุณภาพค่อนข้างที่จะต�ำ่ จึงท�ำให้ผู้ประกอบการสามารถที่ตัดสินใจได้ว่า จะใช้ เชื้อเพลิงพลังงานทางเลือกอย่าง NGV ต่อไปอีกหรือไม่ “ดังนัน้ รถทีน่ ำ� เข้ามาจากประเทศจีน จะต้องมีการ ปรั บ ปรุ ง อย่ า งมาก โดยเฉพาะในเรื่ อ งของคุ ณ ภาพ เครือ่ งยนต์ให้ทัดเทียมกับแบรนด์อื่นๆ นั่นก็คือจะต้องมี การพัฒนาเครือ่ งยนต์ให้เป็นยูโร 4 เพราะในอนาคตหาก รถจากจีนได้มาตรฐานยูโร 4 แล้วขายราคาไม่แพงจนเกิน ไป เชื่อว่าผู้ประกอบการก็จะหันกลับให้ความสนใจรถ ที่น�ำเข้าจากประเทศจีนเช่นเดิม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเรื่อง ของราคาจะต้องไม่แพงไปกว่ารถญีป่ นุ่ มิเช่นนัน้ ก็อาจจะ เข้ามาท�ำตลาดแข่งกับรถจากค่ายญี่ปุ่นไม่ได้แน่นอน”

ตลาดรถใหญ่โต รับอานิสงส์โครงการรัฐ

คุณยู อธิบายต่อไปอีกว่า ในด้านของการท�ำตลาด ส�ำหรับปี 2560 ในส่วนของรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ จะมีการเติบโตมากขึ้น เนื่องมาจากในเวลานี้รัฐบาลได้ มีการเปิดประมูลงานการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ ว่าจะเป็การก่อสร้างเส้นทางรถไฟรางคู่ การก่อสร้าง มอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-นครราช- สีมา การก่อสร้าง มอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่-กาญจนบุรี รวมไปถึงการ ก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมใิ นเฟสเพิม่ เติมจากโครงการ ก่อสร้างดังกล่าวจะส่งผลให้ตลาดรถบรรทุกเพื่อการ พาณิชย์มีการขยับตัว และมีสัดส่วนยอดขายรถเพิ่มขึ้น อย่างแน่นอน อีกประเด็นที่จะส่งผลให้ยอดขายรถใหญ่เพิ่มขึ้น ก็คอื ในวันที่ 16 ธันวาคม 2559 รัฐมนตรีวา่ การกระทรวง คมนาคม ได้มีการเซ็นข้อตกลงว่าด้วยอนุภูมิภาคลุ่ม แม่น�้ำโขงในการแลกเปลี่ยนรถ เพื่อขับข้ามแดนไปยัง


12

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

LT Hot Issue โดย...มิสเตอร์ แอล.ที.

6 ประเทศ ทีป่ ระกอบไปด้วย ไทย เมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีนตอนใต้ จ�ำนวน 500 คัน ซึ่งมีผล ประกาศใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2560 จากประเด็น ดังกล่าวก็จะส่งผลให้มกี ารขยายตัวส�ำหรับรถบรรทุกเพือ่ การพาณิชย์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย “ดังนัน้ เมือ่ ได้เห็นถึงโครงการต่างๆ ทีก่ ำ� ลังจะเกิด ขึ้นต่อไปในอนาคต การวางกลยุทธ์ในการท�ำตลาดของ แต่ละค่ายก็ย่อมจะต้องมีความสลับซับซ้อนมากขึ้นกว่า ในอดีตที่ผ่านมา รวมไปถึงเรื่องของเทคโนโลยีก็เป็น อีกส่วนหนึ่งที่ส�ำคัญที่คาดว่าจะมีการน�ำมาใช้ในการท�ำ ตลาดมากขึ้น ประกอบกับเมื่อกรอบความร่วมมือของ ประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น�้ำโขง มีการแลกเปลี่ยน รถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์กันอย่างจริงจังแล้ว รถที่จะ เข้ามาในตลาดใหม่ๆ ก็จะต้องเน้นไปในเรื่องของแรงม้า ทีเ่ พิม่ ขึน้ เพือ่ รองรับการใช้งานทีจ่ ะต้องวิง่ ออกไปยังต่าง ประเทศเพิ่มขึ้น ดังนั้นเมื่อมองภาพรวมในปีหน้า ก็คาด การณ์วา่ ตลาดรถใหญ่จะมีการแข่งขันทีส่ งู ขึน้ รวมไปถึง มีรถให้เลือกเพิม่ มากยิง่ ขึน้ ตามประเภทของการใช้งาน”

ประธาน ATF ชี.้ ..ปีหน้าตลาดรถใหญ่ดเุ ดือด

นอกจากความหลากหลายของประเภทรถที่จะมี เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานในแต่ละชนิดงานแล้ว ใน ปีหน้าก็จะค่ายรถน้องใหม่หรือยี่ห้อใหม่ๆ ก็จะเข้ามาชิง ส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น ในเรื่องนี้ ประธาน สหพันธ์การขนส่งทางรถบรรทุกแห่งอาเซียน อธิบาย เพิม่ เติมว่า ส�ำหรับการท�ำการตลาดในปี 2560 ต้องจับตา มองไปยังค่ายรถต่างๆ เป็นพิเศษ โดยเฉพาะรถน�ำเข้า มาจากประเทศอินเดีย จะมีการส่งรถเข้าประกวดใน ตลาดรถใหญ่มากขึ้น รวมไปถึงรถน�ำเข้าจากประเทศ เกาหลี ก็จะมีการน�ำรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้ามาท�ำตลาด เพือ่ ช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดจากค่ายยักษ์ใหญ่ ดังนัน้

จึงมองว่าการแข่งขันในปีหน้าจะมีการแข่งขันที่ดุเดือด อย่างแน่นอน ซึ่งท้ายสุดแล้วผู้ประกอบการก็คือกลุ่มที่ ได้รบั ประโยชน์จากการแข่งขันในครัง้ นี้ เพราะได้มโี อกาส ในการเลือกใช้รถมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นตลาด รถใหญ่ให้ยอดขายกระเตื้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย “ทั้งนี้ ในปี 2560 การเปลี่ยนแปลงในส่วนของ เทคโนโลยี คงจะไม่มีอะไรที่หวือหวามากนัก แต่ในเรื่อง ของการแข่งขันในตลาด คาดว่า จะมีการเปลี่ยนแปลง เยอะพอสมควร ซึ่งในปีหน้าการแข่งขันในตลาดรถใหญ่ จะมีความดุเดือด เนื่องด้วยค่ายรถแต่ละค่ายก็จ�ำเป็นที่ จะต้องรักษายอดขายของตัวเองเอาไว้ ผนวกกับก็ต้อง เพิ่มยอดขายรถให้มากขึ้นไปพร้อมๆ กัน นอกจากการ แข่งขันในเรื่องของยอดขายแล้ว เรื่องของการบริการ หลังการขาย ก็ถือเป็นเรื่องที่แต่ละค่ายจะต้องให้ความ ส�ำคัญ เพราะการบริการหลังการขาย มีส่วนส�ำคัญใน การที่ผู้ประกอบการจะตัดสินใจซื้อรถใหม่สักยี่ห้อหนึ่ง ดังนั้นเรื่องเหล่านี้ค่ายรถต่างๆ จึงต้องให้ความส�ำคัญ ด้วยเช่นเดียวกัน” แม้ในปี 2560 ประธาน ATF จะฟันธงแล้วว่า เป็นปีทองของเหล่าบรรดาค่ายรถใหญ่ แต่ละค่ายรถ ก็อย่ามัวแต่หลงระเริงกวาดยอดขายกันไม่ลืมหูลืมตา จนลืมมองไปทีเ่ รือ่ งของการบริการหลังการขาย เพราะ ไม่อย่างนั้น “ตาอยู่” อย่างค่ายเล็กๆ อาจคว้าลูกค้า ไปครองเป็นของตัวเองก็เป็นได้…

เห็ น นายจรั ม พร โชติ ก เสถี ย ร กรรมการ ผูอ้ ำ� นวยการใหญ่ (DD) บมจ.การบินไทย ออกมาแถลง ผลประกอบการบินไทยล่าสุดในไตรมาส 3 (Q3) ขาดทุนไป 836 ล้าน เมื่อเทียบกับสายการบินอื่นๆ อย่าง แอร์เอเชีย และบางกอกแอร์เวยส์ ที่มีก�ำไร 396.6 ล้าน และ 680.9 ล้านบาท เติบโตขึ้นมากว่า 20% ตามล�ำดับแล้ว ก็ให้น่าเป็นห่วงอนาคตสาย การบินแห่งชาติสายนี้เสียจริง เมือ่ เจาะลึกลงไปพิจารณาไส้ในผลการด�ำเนินงาน ไตรมาส 3 ของการบินไทยแล้วก็ยิ่งน่าเป็นห่วง แม้ฝ่าย บริหารบินไทยจะระบุว่า มีผลขาดทุนลดลงจากปีก่อน ถึง 80.3% จากที่เคยขาดทุน 4,239 ล้านบาท แต่ไส้ใน ของผลประกอบการที่ดีขึ้นนั้นมาจากการลดลงของ ราคาน�ำ้ มันถึง 5,500 ล้าน หรือกว่า 33% และก�ำไรจาก อัตราแลกเปลี่ยน 120 ล้าน ซึ่งนั่นหมายถึงว่าเนื้อแท้ ของการ Operation ของการบินไทยนั้นยังอยู่ในภาวะ ที่ขาดทุนบักโกรก ขณะที่บริษัท เอเชียเอวิเอชั่น หรือ “ไทยแอร์ เอเชีย” นั้น มีกำ� ไรสุทธิในไตรมาส 3 อยู่ที่ 396.6 ล้าน สูงกว่าระยะเดียวกันของปีก่อนที่มี 91 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้นกว่า 333% เช่นเดียวกับสายการบินบางกอก แอร์เวยส์ ทีผ่ ลประกอบการในระยะ 9 เดือนแรก มีกำ� ไร สุทธิมากกว่า 680.9 ล้านบาท เติบโตขึ้นมากกว่า 20% มันสะท้อนให้เห็นอะไรบ้าง?

ยิง่ ได้อา่ นบทสัมภาษณ์ของ นายพุฒพิ งศ์ ปราสาท ทองโอสถ กรรมการผู้อ�ำนวยการใหญ่ บริษัท การบิน กรุงเทพ จ�ำกัด (มหาชน) ที่กล่าวถึงผลประกอบการ ของ BA ที่ดีขึ้นของบริษัทนี้ว่า เป็นผลมาจากจ�ำนวน ผู ้ โ ดยสารที่ เ พิ่ ม มากขึ้ น โดยมี อั ต ราการเติ บ โตของ ผู้โดยสารในไตรมาสที่ 3 ของปี 59 อยู่ที่ 8.9% และมี ปริมาณการขนส่งผู้โดยสารเฉลี่ย 70.3% เพิ่มขึ้น 2.7 จุด เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้วก็ให้ยิ่ง สะท้อนใจ


13

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

บินไทย เจ็บจริง...ตายจริง!

ขณะที่การบินไทยยังคงสาละวนอยู่กับการแก้ไข ปัญหาภายในตามแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทที่คณะ กรรมการก�ำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ “ซูเปอร์บอร์ด” ขีดเส้นทางเดินเอาไว้ให้ ยังคงเน้นการผ่าตัดองค์กร ภายใน ปรับลดสวัสดิการ ปรับลดค่าใช้จ่ายตัดขายและ ปลดระวางเครือ่ งบิน จนถูกสหภาพบินไทยร้องแรกแหก กระเชอว่า ด้อยค่าทรัพย์สินเครื่องบินสูงเกินจริง ท�ำให้ ขาดทุนมาก เพราะล้มเหลวในการหารายได้จากทรัพย์สนิ แต่สายการบินคู่แข่งกลับตีปีกมีก�ำรี้ก�ำไรกันครึกโครม มันสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวและเปราะ บางภายในของการบินไทยได้เป็นอย่างดี แทบจะกล่าว ได้วา่ การบินไทยวันนีอ้ ยูใ่ นภาวะทีก่ ล่าวได้วา่ “เจ็บจริง ตายจริง” อย่างแท้จริงแล้ว และหากยังคงปล่อยไว้ก็ อาจจะเจริญรอยตามสายการบิน TWA, Pan America โดยเฉพาะ Japan Airline (JAL) ทีใ่ นอดีตเคยประสบ ภาวะวิกฤติถึงขั้นล้มละลายมาแล้วเมื่อปี 2553 ด้วย แบกหนีส้ นิ ท่วมตัวกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 7 แสนล้าน จนต้องน�ำกิจการออกจากตลาดหลักทรัพย์ และเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย รัฐบาลญี่ปุ่นต้อง ลงทุนเชื้อเชิญอดีตผู้บริหารมืออาชีพที่เคยปลุกปั้น Kyocera Corporation ให้เข้ามาฟื้นฟูกิจการให้จน สามารถผงาดกลับขึ้นมาบินได้อีกครั้งเมื่อ 3-4 ปีก่อน การบินไทยนัน้ ได้ชอื่ ว่าเป็นรัฐวิสาหกิจที่ “ศึกหนัก ที่สุด” เพราะต้องเผชิญกับภาวะแข่งขันที่สูงมากนับ แต่เกือบทุกประเทศเปิดเสรีทางการบิน Open Sky ไม่เหมือนรัฐวิสาหกิจอื่น ที่ผูกขาดหรือได้เปรียบ หรือ อย่าง บมจ.ปตท และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่หากินบนพื้นฐาน Cost Plus Model ปรับราคาตาม การเปลี่ยนแปลงของราคาน�้ำมันและพลังงานได้ทุกเมื่อ ความยิ่งใหญ่ขององค์กร พนักงาน และฝูงบินที่มีอยู่นับ

ร้อยล�ำนั้นหาใช่เครื่องวัดประสิทธิภาพในการแข่งขัน แต่กลับกลายเป็นความอุ้ยอ้าย เทอะทะ เป็นต้นทุนสูง ที่ท�ำให้องค์กรปรับตัวไม่ทัน กลายเป็นความเสียเปรียบ ในการแข่งขัน ก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2558 การบินไทยอยู่ในภาวะ ทีก่ ล่าวได้วา่ เกือบล้มละลายมาแล้ว เพราะขาดทุนสะสม มหาศาล จนถึงขนาดที่ต้องบากหน้าไปขอให้รัฐและ กระทรวงการคลังค�้ำประกันเงินกู้ฉุกเฉินนับหมื่นล้าน จากสถาบันการเงินของรัฐมาประคับประคององค์กร หากเป็นคนป่วยก็ต้องบอกว่าถึงขั้นต้องปั๊มหัวใจใน ห้อง ICU มาแล้ว ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงของการเฝ้าดูแล อาการอย่างใกล้ชิดเท่านั้น ซึง่ นัน่ หมายถึงว่า การบินไทยจ�ำเป็นต้องได้ผบู้ ริหาร มืออาชีพเข้ามาขับเคลื่อนองค์กรอย่างแท้จริง และควร เป็นผูบ้ ริหารมืออาชีพประเภทนักการตลาดทีพ่ สิ จู น์แล้ว เพื่อให้สามารถจะน�ำพาองค์กรออกไปแข่งขันในสภาวะ

ที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง ผู้บริหารมืออาชีพ ที่ ว ่ า ต้ อ งสามารถสร้ า งขวั ญ และก� ำ ลั ง ใจปลุ ก ขวั ญ พนักงานให้มีความฮึกเหิมที่จะช่วยกันลุกขึ้นมากอบกู้ องค์กร สามารถสร้างจิตส�ำนึกร่วมในการฟื้นฟูกิจการ เฉกเช่นที่ JAL ประสบผลส�ำเร็จมาแล้ว ทัง้ หลายทัง้ ปวงนัน้ ชีใ้ ห้เห็นว่า วันนีก้ ารคัดเลือก ผู้บริหารการบินไทยครั้งนี้ ต้องเน้นมืออาชีพอย่าง แท้จริง ไม่ใช่เน้นเอาพรรคพวกหรือเอาคนทีจ่ ะมารับใช้ การเมือง แล้วท�ำตัวเป็นเจ้านายของพนักงาน ท�ำอะไร ไม่เห็นหัวพนักงานได้อีกแล้ว!!! แต่อย่างไรก็ตาม แค่เริ่มต้นกระบวนการสรรหา ว่าที่ดีดีใหม่ ก็นัยว่า ยังมีการสาดโคลนกันถึงพริกถึงขิง ได้ซะขนาดนี้ เห็นทีงานนี้จะไม่ธรรมดาเสียแล้ว!! ควร ทีผ่ มู้ อี ำ� นาจในบ้านเมือง หรือคนการบินไทยและสหภาพ การบินไทยจะแสวงหาและพูดความจริงว่า มีใครก�ำลัง เล่นอะไรกันอย่างน่าเกลียด ขาดธรรมาภิบาลเพียง เพื่อให้พวกพ้องตนหรือไม่และใครกันได้ประโยชน์จาก เกมนี้ โดยเอาอนาคตของบริษัทเป็นเหยื่อ? ขนาดบริหารแบบมีฝีมือจริงๆ ยังรอดยาก ยิ่ง ถ้าเล่นพรรคเล่นพวก การเมืองแทรกแซง ก็ยงิ่ โอกาส เจ๊งหนักขึ้นแน่นอน!!!


14

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ กับวงการโลจิสติกส์ไทย (ตอนแรก)

“น้อมร�ำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้” ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าหลักสูตรโลจิสติกส์และซัพพลายเชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

LT Opinion

โดย ... รศ.ดร. ระหัตร โรจนประดิษฐ์ รองผู้อ�ำนวยการหลักสูตรวิทยาการจัดการโลจิสติกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เพือ่ ร่วมแสดงความจงรักภักดีและส�ำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช หลักสูตรโลจิสติกส์และ ซัพพลายเชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึง่ ได้เปิดด�ำเนินการ หลักสูตรฯ เป็นระยะเวลา 15 ปีแล้ว ได้จดั งานครบรอบ 15 ปี และจัดให้มีการเสวนา ภายใต้หัวข้อ “พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยูห่ วั รัชกาลที่ ๙ กับวงการโลจิสติกส์ไทย” รวมถึง ธรรมมะในการบริหารงานโลจิสติกส์ โดยผูอ้ ำ� นวยการหลักสูตร และวิทยากรรับเชิญ ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 หลักสูตรฯ จึงเล็งเห็นความส�ำคัญของการน�ำเสนอโครงการพระราช ด�ำริที่เกี่ยวข้องกับวงการโลจิสติกส์ ในวันเวลา ดังกล่าว บทความในส่วนนีจ้ ะมุง่ เสนอเรือ่ งพระราชกรณียกิจ เน้นในด้านการพัฒนาผังเมืองและโลจิสติกส์ไทยซึ่งเป็น อีกด้านหนึ่งของศาสตร์และศิลป์ของการพัฒนาประเทศ ของไทย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหา กรุณาธิคุณต่อพสกนิกรของพระองค์ จึงจะขออ้างอิงพระ ราชกรณียกิจในบางส่วนของพระองค์เพื่อเกิดความรู้แก่ สาธารณชนการพัฒนาประเทศต่อไปดังนี้ 1. โครงการด้านวิศวกรรมโลจิสติกส์ Engineering Logistics Projects โครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชด�ำริดา้ นคมนาคม การสื่อสารและเทคโนโลยีจะเกี่ยวกับการปรับปรุงถนน หนทางทั้งในชนบทที่อยู่ห่างไกลความเจริญ เพื่อใช้สัญจร ไปมาและน�ำสินค้าออกมาจ�ำหน่ายภายนอกได้โดยสะดวก ซึ่งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด�ำริด้านคมนาคม โครงการแรก คือ โครงการสร้างถนนเข้าสูห่ มูบ่ า้ นห้วยมงคล ต�ำบลหินเหล็กไฟ (ปัจจุบัน คือ ต�ำบลทับใต้) จังหวัด

ประจวบคีรีขันธ์ จนกระทั่งโครงการสะพานพระราม 8 ที่ ได้พระราชทานแนวพระราชด�ำริเพือ่ แก้ไขปัญหาการสัญจร ของประชาชนในกรุงเทพมหานครให้ได้รับความสะดวก ยังผลสู่ภาพรวมของประเทศทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ ดังพระราชด�ำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2537 ความว่า “ส�ำหรับการจราจร เครือ่ งมือนัน้ ส�ำคัญทีส่ ดุ คือ ถนนก็ตอ้ งมีถนนทีเ่ หมาะสมที่ เครื่องควบคุมการจราจรไม่ใช่เรื่องของรัฐศาสตร์ หรือ ของต�ำรวจ หรือของศาล เป็นเรื่องของวิศวกรรมก็จะต้อง ให้ดีขึ้น คือ หมายความว่าท�ำให้ถนนดีขึ้นให้สอดคล้อง ซึ่ง เป็นการบ้านที่หนักสุด เพราะว่ากรุงเทพฯ ได้สร้างมาเป็น เวลา 200 ปีแล้ว ไม่ได้มีแผนผังเมืองที่จริงๆ จัง ก็มีการ ผังเมืองของทางการ แต่ว่าก็ไม่ได้ประโยชน์มากนัก เพราะ ว่าคนไทย ตามชือ่ คนไทย คืออิสระบังคับกันไม่ได้ จะสร้าง อะไรก็สร้าง อยากจะสร้างเดี๋ยวนี้ก็สร้างก็ไปขวางกับ คนอื่น คือ ขวางทางอื่นอันนี้ก็เลยแก้ไม่ได้...” 1.1 โครงการสะพานพระราม 8 โครงการสะพานพระราม 8 หนึ่งในโครงการ จตุรทิศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทาน พระราชด�ำริ ให้กรุงเทพมหานครพิจารณาก่อสร้างสะพาน ข้ามแม่น�้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง เมื่อปี 2538 ณ บริเวณโรงงานสุราบางยีข่ นั บรรจบกับปลายถนนวิสทุ ธิกษัตริย์

ใกล้ธนาคารแห่งประเทศไทย และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม พระราชทานชื่อว่า “โครงการสะพาน พระราม 8” เพื่อระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ด้วยทรงตระหนักถึงความคับคัง่ ของการจราจรบนสะพานสมเด็จพระปิน่ เกล้าทีจ่ ะมีปริมาณ เพิ่ ม ขึ้ น ในอนาคต อี ก ทั้ ง เป็ น การแก้ ป ั ญ หาจราจรใน กรุงเทพมหานคร ระหว่างพื้นที่ฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี ที่ยังขาดการเชื่อมต่อที่เพียงพอท�ำให้เกิดการคับคั่งของ การจราจร บริเวณพืน้ ทีด่ า้ นตะวันออกโดยเฉพาะกรุงเทพ มหานครชัน้ ใน บริเวณถนนราชด�ำเนินราชด�ำเนินกลาง ซึง่ ต่อกับฝั่งธนบุรี โดยผ่านสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าและ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งเป็นถนนสายหลักเส้นหนึ่งของฝั่ง ธนบุรที มี่ ปี ริมาณการจราจรคับคัง่ ให้สามารถคลีค่ ลายลงได้ 1.2 โครงการประตูระบายน�ำ้ คลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ ต�ำบลทรงคะนอง อ�ำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ในช่วงที่เกิด น�้ำเหนือไหลหลากและน�้ำทะเลหนุนสูงของทุกปี รวมถึง เหตุการณ์น�้ำทะเลหนุนสูงและน�้ำเหนือไหลหลากในช่วง เดือนตุลาคม – พฤศจิกายน ของปี พ.ศ. 2553 ด้วยทีป่ ระตู ระบายน�้ำคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ ได้ ท�ำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการน�้ำเจ้าพระยา ตอนล่างช่วยลดผลกระทบจากภาวะน�้ำล้นตลิ่งได้อย่างมี


15

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

LT FTA

ประสิทธิภาพ โดยสามารถระบายน�้ำออกสู่อ่าวไทยได้เฉลี่ยวันละประมาณ 40 ล้าน ลูกบาศก์เมตร และผลการด�ำเนินการระบายน�้ำ ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมจนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 สามารถระบายน�้ำได้รวมประมาณ 2,470 ล้านลูกบาศก์เมตร นับว่า เป็นปริมาณน�ำ้ ทีม่ ากพอสมควรทีไ่ ด้ระบายลงสูอ่ า่ วไทย นอกจากนีป้ ระตูระบายน�้ำคลอง ลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ ยังมีศักยภาพในด้านการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังน�้ำ ซึ่งกรมชลประทาน ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ท�ำการศึกษาและวิจัย โดย การประดิษฐ์กังหันไฟฟ้าพลังน�้ำไหลต้นแบบขึ้นมา 2 แบบ คือ แบบหมุนตามแนวแกน (Axial Flow) และแบบหมุนขวางการไหล (Cross Flow) โดยใช้ใบพัดต้นแบบทีว่ เิ คราะห์ และผลิตขึน้ แบบหมุนตามแนวแกนมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เมตร และใบพัดแบบหมุนขวาง การไหล มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร ยาว 2.50 เมตร ที่ความเร็วน�ำ้ ออกแบบ 2 เมตร ต่อวินาที ท�ำให้ได้ก�ำลังไฟฟ้าสูงสุด 5 กิโลวัตต์ โดยได้ด�ำเนินการประกอบและติดตั้ง กังหันทั้ง 2 แบบ กับโครงเหล็กที่ปรับขึ้นลงได้บริเวณท้ายประตูระบายน�้ำคลองลัดโพธิ์ เพื่อท�ำการทดลองผลิตกระแสไฟฟ้า ผลปรากฏว่า ได้กำ� ลังไฟฟ้าสูงสุดถึง 5.74 กิโลวัตต์ สูงกว่าที่ได้วิเคราะห์และ ค�ำนวณออกแบบไว้ ตัวอาคารประตูระบายน�้ำเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก มีช่องประตู ระบายน�้ำที่ติดตั้งบานระบายน�้ำ 4 ช่อง กว้างช่องละ 14 เมตร โดยฤดูแล้งจะปิดบาน ระบายน�้ำตลอดฤดู ส่วนฤดูน�้ำหลากปิดบานประตู เมื่อน�้ำทะเลก�ำลังขึ้น และเปิดบาน ประตูในช่วงที่น�้ำทะเลก�ำลังลง เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2545 เสร็จสิ้น เมือ่ เดือนมิถนุ ายน พ.ศ. 2549 งบประมาณ 509 ล้านบาท ซึง่ นอกจากเป็นประตูระบาย น�้ำแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชด�ำริให้พิจารณาใช้ พลังงานน�้ำที่ระบายผ่านคลองลัดโพธิ์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยออกแบบเป็นกังหัน พลังน�ำ้ อาศัยพลังงานจลน์จากความเร็วของกระแสน�ำ้ ติดตัง้ บริเวณประตูระบายน�ำ้ เพือ่ ผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน�้ำ ซึ่งได้กำ� ลังไฟฟ้าสูงสุดที่ 5.74 กิโลวัตต์ต่อวัน จนทุกวันนี้ 1.3 สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม (Mega Bridge) นับเป็นโครงการในพระราชด�ำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มุ่ง คลีค่ ลายปัญหาจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเฉพาะการอ�ำนวยความ สะดวกด้านการจราจรและเป็นเส้นทางโลจิสติกส์ทางบก เชือ่ มโยงย่านอุตสาหกรรมของ พื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ ยานนาวา จังหวัดกรุงเทพมหานคร และอ�ำเภอส�ำโรงใต้ จังหวัด สมุทรปราการ ผ่านโครงข่ายของถนนวงแหวนอุตสาหกรรมที่สามารถเชื่อมโยงระบบ โครงข่ายอย่างครอบคลุม ในแนวถนนวงแหวนอุตสาหกรรมนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จ พระราชด�ำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2543 และ ก่อสร้างส�ำเร็จในช่วงปีมหามงคลทีพ่ ระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ทรงครองสิรริ าชสมบัติ ครบ 60 ปี ในปี พ.ศ. 2549 นอกจากประโยชน์หลักในการสัญจรแล้วสะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมพิ ล 2 ยังมีความงดงามในแง่ โครงสร้างทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม ทีโ่ ดดเด่น นับว่าเป็นอีกหนึง่ สะพานข้ามแม่นำ�้ เจ้าพระยาทีง่ ดงามทีส่ ดุ โดยคณะรัฐมนตรี ได้มมี ติเมือ่ วันที่ 5 มีนาคม 2539 เห็นชอบให้กรมทางหลวงชนบท เป็นผูด้ ำ� เนินโครงการ โดยมีพระราชประสงค์ให้สร้างถนนวงแหวนอุตสาหกรรมส�ำหรับรองรับรถบรรทุกที่วิ่ง อยูใ่ นเส้นทางเชือ่ มโรงงานอุตสาหกรรม ในจังหวัดสมุทรปราการ กับท่าเรือคลองเตย ได้ อย่างสะดวกรวดเร็วขึ้น อีกทั้งเพื่อมิให้รถบรรทุกเหล่านี้วิ่งเข้าไปยังตัวเมืองหรือทิศทาง อื่นๆ ท�ำให้ปัญหาจราจรบรรเทาลงได้ ส�ำหรับประโยชน์ของโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชด�ำรินี้ เพือ่ รองรับการขนถ่ายและล�ำเลียงสินค้าจากท่าเรือคลองเตย ไปยังโรงงาน อุตสาหกรรมต่างๆ ทางตอนใต้ของกรุงเทพมหานครและสมุทรปราการแล้ว ยังช่วยเสริม โครงข่ายถนนของกรุงเทพมหานครและสมุทรปราการที่เป็นโครงข่ายส�ำคัญในการ ขนถ่ายสินค้าในพืน้ ทีโ่ ครงการไปยังส่วนต่างๆของประเทศได้อกี ด้วย เช่น ด้านทิศใต้ออก สู่ถนนพระราม 2 หรือทางทิศตะวันตกไปสู่ถนนสุขุมวิทหรือถนนบางนา-ตราด ได้อย่าง สะดวกรวดเร็วขึ้นอีกด้วย (ติดตามตอนต่อไปในฉบับหน้า)

พาณิชย์แนะผู้ผลิตไทย สร้างมูลค่าเพิ่ม ผลิตภัณฑ์จากข้าว ตอบโจทย์ตลาดญี่ปุ่น ข้าวเป็นสินค้าที่มีความส�ำคัญทั้งด้านการเมือง สังคม และเศรษฐกิจของญี่ปุ่น โดยที่ผ่านมาญี่ปุ่นมีมาตรการปกป้องสินค้าเหล่านี้เพื่อคุ้มครองทั้งชาวนา ผู้ผลิต และ ผูบ้ ริโภค ส่งผลให้ขา้ วและผลิตภัณฑ์ขา้ วจากไทยส่งออกไปญีป่ นุ่ ได้ไม่มากนัก แต่หาก ผูป้ ระกอบการไทยน�ำนวัตกรรมหรือสร้างมูลค่าเพิม่ ให้กบั สินค้าข้าวทีส่ ามารถตอบรับ ความนิยมของผูบ้ ริโภคญีป่ นุ่ ก็จะสามารถสร้างกระแสชืน่ ชอบผลิตภัณฑ์จากข้าวของ ไทยให้กับชาวญี่ปุ่นได้ ส่งผลต่อการเพิ่มมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ ระหว่างไทยและญี่ปุ่น อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 ที่ต้องการยก ระดับอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทยโดยน�ำนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์เป็น เครื่องมืออีกด้วย นางมาลี โชคล�ำ้ เลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้า ระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยรายงาน จากส�ำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุง โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ว่า ปัจจุบันชาวญี่ปุ่นมีแนวโน้ม บริโภคข้าวลดลงอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากในปี 2558 ชาวญีป่ นุ่ บริโภคข้าวลดลงเหลือเพียง 55 กิโลกรัมต่อปี หรือบริโภคเพียงครึ่งหนึ่งจากปริมาณที่เคยบริโภค เมื่อปี 2505 ซึ่งบริโภคถึง 118 กิโลกรัมต่อปี แต่ใน ขณะเดียวกันเป็นที่สังเกตว่า มีผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบ จากข้าวออกสูต่ ลาดหลากหลายรูปแบบ ซึง่ เป็นการสร้าง มูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าข้าว และตอบโจทย์กระแสนิยมรักสุขภาพของชาวญี่ปุ่น โดยในปี 2559 นี้ ญี่ปุ่นมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ท�ำจากข้าวออกสู่ตลาดมากมาย เพื่อกระตุ้นก�ำลังซื้อจากผู้บริโภค เช่น เครื่องดื่มโคล่าที่ท�ำจากข้าว ซึ่งเครื่องดื่มโคล่า จากข้าวนีเ้ ริม่ วางจ�ำหน่ายเมือ่ ปลายเดือนกรกฎาคมทีผ่ า่ นมา และได้รบั ความนิยมเป็น อย่างมากด้วยรสชาติหวานผสมความซ่า ช่วยแก้กระหายได้ดี บริโภคได้ทั้งเด็กและ ผู้ใหญ่ โดยมียอดขายกว่า 1 แสนแก้วภายใน 2 สัปดาห์ ท�ำให้ผู้ผลิตต้องเพิ่มก�ำลังการ ผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการ ในขณะที่น�้ำนมข้าวที่ใช้วัตถุดิบจากข้าวกล้องก็ได้ รับความนิยมเป็นอย่างมากเช่นกัน เนือ่ งจากมีรสชาติหวานโดยไม่ตอ้ งเติมน�ำ้ ตาล อีก ทั้งมีคุณค่าทางอาหาร เหมาะส�ำหรับเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ กาแฟข้าวและคราฟต์เบียร์นับเป็นสินค้าที่น่าสนใจในญี่ปุ่น ในส่วน ของกาแฟข้าวจะผลิตจากการน�ำข้าวกล้องมาคั่วจนด�ำ จะได้รสกาแฟ เหมาะส�ำหรับ ผูท้ ไี่ ม่สามารถดืม่ กาแฟได้ เนือ่ งจากปราศจากคาเฟอีน ด้านคราฟต์เบียร์ซงึ่ ใช้ขา้ วเป็น วัตถุดบิ หลักในการผลิต จะมีความหวานและหอมกลิน่ ข้าว เป็นเอกลักษณ์ใหม่ทสี่ ร้าง กระแสนิยมให้กับคราฟต์เบียร์ชนิดนี้ได้เช่นกัน “เทรนด์การบริโภคผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากข้าวของชาวญี่ปุ่นนี้ นับเป็นโอกาส ส�ำหรับผูป้ ระกอบการไทยทีจ่ ะพัฒนาผลิตภัณฑ์และใช้นวัตกรรมต่างๆ เพือ่ สร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากข้าวไทยในการเจาะตลาดผู้บริโภคญี่ปุ่นที่เน้นสินค้าเพื่อสุขภาพ และชืน่ ชอบสินค้าทีม่ เี อกลักษณ์ น�ำไปสูก่ ารเพิม่ มูลค่าการค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทย กับญี่ปุ่นอีกทางหนึ่งด้วย” อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกล่าว ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 (มกราคม – กันยายน 2559) ไทยส่งออกข้าว ไปยังญี่ปุ่นมูลค่า 86.69 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2558 ร้อยละ 12


16

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

LT จุดประกาย ขยายประเด็น หมายเหตุ : รายการวิทยุ “เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ง ประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ คลื่น FM 92.5 MHz. และ AM 891 KHz. ในช่วงระหว่างเวลา 09.10 10.00 น. ด�ำเนินรายการโดย สุชาติ แก้วเพชร และ หนึ่งนุช บุญมาวงศ์ ได้เชิญ ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศ สัมภาษณ์สดในประเด็น “สหพันธ์การขนส่งทางบกสนับสนุน ก�ำจัดรถบรรทุกน�้ำหนักเกินอย่างไร” เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2559

สหพันธ์ขนส่งฯ ผนึก 10 สมาคม หนุนเลิกผ่อนผันบรรทุกน�้ำหนักเกิน – ถอนราก “ส่วย” หลั ง จากรั ฐ บาลใช้ ไ ม้ แข็ ง ออกมาตรการกวดขั น จับกุมกับเหล่าบรรดารถบรรทุกน�ำ้ หนักเกินกว่าทีก่ ฎหมาย ก�ำหนด นับจากนี้รัฐบาลจะไม่มีผ่อนผันอีกต่อไป เพราะ เป็นเหตุท�ำให้ถนนช�ำรุดเสียหายสูญเสียเงินซ่อมมหาศาล ไม่คุ้มค่า ทั้งแนะน�ำให้ผู้ประกอบการขนส่งไปปรับใน กระบวนการตัวเอง ไม่ต้องร้องเรียนราคาต้นทุน เพราะ ขณะนี้น�้ำมันราคาลดลงแล้ว อย่างไรก็ตาม หากย้อนหลังเวลากว่า 10 ปี ในหลาย รัฐบาลก็ได้ผอ่ นผันรถบรรทุกให้บรรทุกน�ำ้ หนักเกิน จนเป็น เหตุทำ� ให้รฐั สูญเสียเงินงบประมาณไม่นอ้ ย เพือ่ ท�ำการซ่อม ถนนที่ช�ำรุดเสียหาย ด้านกลุม่ ผูป้ ระกอบการรถบรรทุก ซึง่ ดูเหมือนจะตก เป็นจ�ำเลยสังคมหรือไม่ ล่าสุด สหพันธ์การขนส่งทางบก แห่งประเทศไทยได้เปิดโต๊ะแถลงข่าว กรณีการกวดขัน น�้ำหนักรถบรรทุก ร่วมกับนายกสมาคมขนส่ง 10 สมาคม แถลงเรื่อง “มาตรการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลกรณีการ บรรทุกน�้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายก�ำหนด” ส่วนรายละเอียดเรือ่ งนีจ้ ะเป็นอย่างไร รายการได้รบั เกียรติจาก ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่ง ทางบกแห่งประเทศไทย สุชาติ : ข้อเท็จจริงรถบรรทุกทีม่ บี รรทุกพิกดั น�ำ้ หนักเกิน กว่ากฎหมายก�ำหนด ดร.ทองอยู่ : รถบรรทุกบรรทุกน�้ำหนักเกินเป็นปัญหา ที่ต้องยอมรับรัฐบาลทุกรัฐบาลพยายามแก้ไข อย่างกับ รัฐบาลก่อน เราเคยลงนามท�ำสัตยาบันร่วมกันกับกระทรวง คมนาคม ทั้งสมาคม 10 สมาคมกับสหพันธ์การขนส่ง ทางบกฯ พร้อมกับรณรงค์ตอ่ ต้านรถบรรทุกทีบ่ รรทุกน�ำ้ หนัก เกิน โดยลงนามร่วมกับปลัดกระทรวงคมนาคม พล.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เป็นตัวแทนกระทรวงคมนาคมในขณะนั้น

หลังด�ำเนินการไปแล้วจ�ำนวนสมาชิกสหพันธ์การขนส่ง ทางบกฯ ก็ลดน้อยลง เหลือสมาชิกไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ นีเ่ ป็นเพราะเราร่วมมือกับมาตรการของรัฐบาล ยอมรับว่า สมาชิกบางส่วนไม่เห็นด้วยกับการท�ำถูกกฎหมาย และมัก จะท�ำสติก๊ เกอร์หรือเรียกระบบ “ส่วย” ดังนัน้ ในปัจจุบนั จึงกราบเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าเราเห็นด้วยอย่างยิ่งกับนโยบายของนายกฯ พร้อมจะ ส่งเสริมนโยบายนีใ้ ห้เป็นมรรคเป็นผล ประสบความส�ำเร็จ ให้ได้ ผู้กระท�ำผิดกฎหมายถ้าไม่ปราบแบบถอนรากถอน โคน มันปราบไม่ได้ เพราะระยะเวลาที่เราด�ำเนินการมา นับตั้งแต่ปี 2535 ตาม พ.ร.บ.ทางหลวง ผ่านมา 25 ปี เกิด ความเสียหายเกิดขึน้ กับถนนเป็นจ�ำนวนมากมาย โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ความเสียหายของงบประมาณแผ่นดิน สุชาติ : จ�ำได้วา่ สมัยก่อนรถบรรทุก 10 ล้อ ก�ำหนดน�ำ้ หนัก อยู่ที่ 21 ตันเท่านั้น ดร.ทองอยู่ : ถูกต้อง รถบรรทุกขนาดเล็กอนุญาตให้นำ�้ หนัก อยู่ที่ 11 ตันเท่านั้นเอง ส่วนรถบรรทุก 10 ล้อปรับขึ้นเป็น 21 ตัน 25 ตัน ตามล�ำดับ รถบรรทุกเทรลเลอร์จาก 37 ตัน เป็น 47 ตัน ปัจจุบันก็ต้องไปดูข้อกฎหมาย เพราะกฎหมายใช้ ค�ำว่า “และ/หรือ” กรณีรถพ่วง 18 ล้อ ก็ดูที่น�้ำหนักลง เพลา ดูจำ� นวนล้อควบคูก่ นั อนาคตเราเตรียมแผนงานเสนอ นายกรัฐมตรี เป็นแผนระยะสั้น กลาง และยาว สุชาติ : ในช่วงทีผ่ า่ นมา มีปญ ั หาการรวมตัวของสมาชิก สหพันธ์การขนส่งฯ ทีม่ สี มาชิกส่วนหนึง่ ทีแ่ ยกตัวออกไป ก็เป็นปัญหาอีกเช่นเดียวกัน ดร.ทองอยู่ : การรวมตัวของเราจะเป็นการรวมตัวกันเป็น ภาคประชาสังคม ภายใต้กฎหมาย พ.ร.บ.สมาคมเข้ามา

ควบคุ ม ท� ำ การรวมตั ว กั น หนาแน่ น มี ก ารประชุ ม จั ด กิจกรรมตลอดทั้งปี ขอเรียนว่า หลังจากท�ำ MOU กับ กระทรวงคมนาคมเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา สมาชิกลดลง ประมาณ 10% แสดงให้เห็นว่า ยังมีผปู้ ระกอบการบางราย ไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมาย ดังนั้น จึงเสนอนายกรัฐมนตรี ว่าให้ใช้มาตรา 44 ลงโทษผูไ้ ม่ปฏิบตั ติ ามทุกภาคส่วนเสมอภาคกัน แต่ระบบนี้ จะใช้มาตรการอย่างไรก็ตาม เอาไม่อยู่ ควบคุมไม่ได้ รถบรรทุก ที่ มี ส ติ๊ ก เกอร์ ต ้ อ งถู ก ด� ำ เนิ น คดี แ ละยึ ด ทรั พ ย์ คนติ ด สติ๊กเกอร์ขึ้นเพื่อแบกน�้ำหนักเป็นการท�ำลายทรัพยากร ของแผ่นดิน ทรัพย์สนิ ของชาติ เพราะฉะนัน้ สติก๊ เกอร์ตอ้ ง ปราบทั้งผู้ว่าจ้างด้วย และรถที่แบกน�้ำหนักไม่ควรปล่อย ให้เข้าโกดังคลังสินค้า แต่ทุกวันนี้ดูก�ำกับดูแลไม่ค่อยให้ ความสนใจเรื่องเหล่านี้ สนใจอย่างเดียวต้องได้ราคาต�่ำ พิ เ ศษ ซึ่ ง ทั้ ง หมดเป็ น ความเสี ย หายของประเทศปี ล ะ หมื่นๆ ล้านบาท และผ่านมา 24 ปี รวมเป็นเงินเท่าไร สุชาติ : ในช่วงนี้ น่าจะร่วมมือกันได้ ถ้าดูต้นทุนต่างๆ ลดต�่ำลง น�ำ้ มันเชื้อเพลิงราคาก็ลดลง ดร.ทองอยู่ : คิดว่าต้องท�ำในเชิงบูรณาการ เพราะว่าใน ช่วง 3-4 ปีทผี่ า่ นมา สติก๊ เกอร์กย็ งั อยูไ่ ม่หมดไป เคยให้ขา่ ว ส่วยออนไลน์ ครัง้ หนึง่ ปัจจุบนั ก็ยงั มีอยู่ ดังนัน้ ทางแก้เรา ได้เสนอให้กระทรวงคมนาคมน�ำทุกภาคส่วนมาคุยร่วมกัน และจัดตั้งคณะกรรมการร่วมกัน จากนั้นเอาความจริงมา พูดกันบนโต๊ะ ถ้าไม่เช่นนั้นยืนยันปัญหาเหล่านี้สูญเปล่า แก้ไขไม่ได้ โดยเราต้องพูดถึงปัญหาที่ถนนเสียหาย ขณะนี้เกิด จากสาเหตุอะไรบ้าง ส่วนหนึ่งเกิดจากรถบรรทุกน�้ำหนัก เกิน แต่อีกส่วนหนึ่งที่บรรทุกตามที่กฎหมายก�ำหนดก็ควร ได้รับการสนับสนุนนส่งเสริม แต่มีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ ในสมาชิกสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ กระท�ำการบรรทุก สินค้าน�ำ้ หนักเกินกว่าที่กฎหมายก�ำหนด พวกเหล่านี้ต้อง ถูกลงโทษ ร่วมถึงเจ้าหน้าทีข่ องรัฐทีร่ เู้ ห็นสนับสนุนส่งเสริม เหล่านี้ก็ต้องถูกลงโทษด้วย


ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

17


18

LT MOVEMENT

กทท. รวมพลังแห่งความภักดีเพือ่ น้อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั รัชกาลที่ ๙

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

พลเรือเอก อภิวฒ ั น์ ศรีวรรธนะ ประธานกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย น�ำคณะกรรมการ ผูบ้ ริหาร พนักงานการท่าเรือ แห่งประเทศไทย ผูใ้ ช้บริการ ผูแ้ ทนชุมชน และประชาชนทัว่ ไป ร่วมกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดีเพือ่ น้อมถวายพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยูห่ วั รัชกาลที่ ๙” แสดงความอาลัยน้อมถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช และกล่าวค�ำปฏิญาณ เบือ้ งหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพือ่ แสดงความจงรักภักดีและร�ำลึกถึงพระมหากรุณาธิคณ ุ ทีไ่ ด้ปกเกล้าปกกระหม่อม ให้ความร่มเย็นเป็นสุขแก่พสกนิกรชาวไทยตลอดระยะเวลา การครองราชย์ 70 ปี สร้างความเจริญทัง้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม ก้าวสูก่ ารพัฒนาอย่างยัง่ ยืน จนเป็นทีป่ ระจักษ์ทงั้ ชาวไทยและต่างประเทศ และร่วมร้องเพลง ในหลวงของ แผ่นดิน พอเพียงเยีย่ งพ่อ และเพลงสรรเสริญพระบารมี ณ บริเวณสนามหน้าอาคารทีท่ ำ� การการท่าเรือแห่งประเทศไทย เมือ่ วันก่อน

พาณิชย์ เปิดเจรจาซื้อขายข้าว-มันส�ำปะหลัง กระตุ้นยอดส่งออก

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดการเจรจาธุรกิจสินค้าข้าวหอมมะลิ ผลิตภัณฑ์ จากข้าว และผลิตภัณฑ์มนั ส�ำปะหลัง ระหว่างผูน้ ำ� เข้าต่างประเทศและผูป้ ระกอบการไทย ทีม่ ผี ซู้ อื้ ผูน้ ำ� เข้า เกือบ 300 ราย จาก 41 ประเทศทั่วโลก และผู้ประกอบการไทยกว่า 110 ราย เข้าร่วมการเจรจาจับคู่ธุรกิจใน ครั้งนี้ เชื่อมั่นว่าจะช่วยเร่งระบาย สินค้าเกษตรของไทยที่จะออกสู่ตลาดในปริมาณมากช่วงปลายปี และที่ส�ำคัญจะช่วยผลักดันราคาในประเทศให้สงู ขึน้ ได้ ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว เมือ่ วันก่อน

รมช.คมนาคม เปิดงาน Smart Rail Asia & Transport Infrastructure Asia 2016

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีชว่ ยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธเี ปิดงานประชุมและนิทรรศการ Smart Rail Asia & Transport Infrastructure Asia 2016 ซึ่งเป็นงานที่ได้รวบรวมเอาความรู้และเทคโนโลยี ที่ทันสมัยของระบบขนส่งทางราง รวมถึงผู้ผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ใช้ในระบบรถไฟฟ้า ระบบซ่อมบ�ำรุงของ รถไฟ รถไฟฟ้า รวมทั้งรถไฟใต้ดินจากทั้งในประเทศ และต่างประเทศกว่า 122 บริษัท จาก 24 ประเทศทั่วโลก มาร่วมจัดแสดงนิทรรศการ โดยมีผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บริษทั รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จ�ำกัด และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทีเ่ กีย่ วข้องทัง้ ในและต่างประเทศ เข้าร่วมประชุม ณ บริเวณ ชั้น 2 สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน เมื่อเร็วๆ นี้


ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

LT MOVEMENT

19

บางจากฯ เพิ่มปั๊มขายข้าวเกษตรกร

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จ�ำกัด (มหาชน) เยี่ยมชมการขายข้าวหอมมะลิที่สถานีบริการน�้ำมันบางจาก สาขาวิภาวดีรังสิต โดยมีตัวแทนสหกรณ์ การเกษตรที่น�ำข้าวมาจ�ำหน่าย มาแสดงความขอบคุณที่บางจากฯ ให้การสนับสนุนข้าวของเกษตรกรในภาวะราคา ตกต�่ำ ซึ่งบางจากฯ จะขยายพื้นที่จำ� หน่ายให้ครบทุกปั๊มในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และอีก 100 แห่ง ใน 10 จังหวัด ภาคกลาง ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้จะน�ำข้าวหอมมะลิ กว่า 160 ตัน มาเป็นของสมนาคุณลูกค้า ที่มาเติมน�้ำมันบางจาก ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2559 เป็นต้นไป

LT Hot Product PTT DYNAMIC ULTRA PLUS น�ำ้ มันเครื่องส�ำหรับรถบรรทุกและรถเพื่อการพาณิชย์

บริษทั ปตท. จ�ำกัด (มหาชน) ผูน้ ำ� ด้านพลังงานของประเทศไทย น�ำเสนอผลิตภัณฑ์นำ�้ มันหล่อลืน่ ระดับพรีเมีย่ ม ทีไ่ ด้รบั การพัฒนา ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะจาก ปตท. PTT DYNAMIC ULTRA PLUS น�้ำมันเครื่องคุณภาพสูงที่ส�ำหรับรถบรรทุกและรถเพื่อการพาณิชย์ โดยเฉพาะ ฟิล์มน�้ำมันแข็งแรง ทนความร้อน และเพิ่มประสิทธิภาพให้เครื่องยนต์มีความสะอาดสูง สามารถรองรับการท�ำงานของ เครื่องยนต์ได้ดีทุกสภาพ ยืดอายุการเปลี่ยนถ่ายสูงสุดถึง 30,000 กิโลเมตร PTT DYNAMIC ULTRA PLUS ยังถูกออกแบบมาเพื่อรองรับ กับเครื่องยนต์ดีเซลสมรรถนะสูง รอบรับเครื่องยนต์เทคโนโลยีทั้งจากอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ผ่านการรับรอบมาตรฐานสูงสุดจาก API CI-4, ACEA E7 และ JASO DH-1

Maxion Wheels เปิดตัว “Gen34” ล้อเหล็กส�ำหรับรถบรรทุกน�ำ้ หนักเบาที่สุดในวงการ

Maxion Wheels ผูผ้ ลิตล้อรถยนต์ชนั้ น�ำของโลก เปิดตัวล้อเหล็กส�ำหรับยานยนต์เพือ่ การพาณิชย์ทมี่ นี ำ�้ หนักเบาทีส่ ดุ ในวงการ โดยล้อเหล็กดังกล่าวคือรุ่น Gen34 ที่มีขนาด 22.5 x 9.0 นิ้ว และมีน�้ำหนักเพียง 34 กิโลกรัม จึงเป็นล้อเหล็ก ส�ำหรับรถบรรทุกที่มีน�้ำหนักเบาที่สุดในปัจจุบัน ทัง้ นี้ Maxion Wheels มุง่ มัน่ ทีจ่ ะพัฒนาล้อเหล็กส�ำหรับยานยนต์เพือ่ การพาณิชย์ทมี่ นี ำ�้ หนักเบาทีส่ ดุ จนเป็นทีม่ าของ Gen34 ล้อเหล็กที่มีนำ�้ หนักเพียง 34 กิโลกรัม การออกแบบที่มีความละเอียดซับซ้อนผนวกกับเทคนิคการผลิตระดับสากล ส่งผลให้สามารถลดน�้ำหนักล้อเหล็กลงได้มากกว่า 5 กิโลกรัม ซึ่งช่วยให้รถบรรทุกมีน�้ำหนักเบากว่าเดิม 35-40 กิโลกรัม โดยไม่กระทบต่อความน่าเชือ่ ถือและความทนทานของล้อรถแต่อย่างใด นอกจากนัน้ ยังพร้อมเดินหน้าพัฒนาล้อเหล็กน�ำ้ หนัก เพียง 30 กิโลกรัมให้ได้ภายในปี 2563 อีกด้วย

LT New Service EXIM BANK เปิดตัวสินเชื่อส่งออกทันใจ เสริมสภาพคล่องผู้ส่งออก SMEs

EXIM BANK เปิดบริการใหม่ “สินเชื่อส่งออกทันใจ” เป็นสินเชื่อหมุนเวียนในช่วงก่อนและหลัง การส่งออก อัตราดอกเบีย้ ต�ำ่ 3.5% ต่อปี ใช้เพียงบุคคลค�ำ้ ประกัน อนุมตั เิ ร็วภายใน 7 วันท�ำการ วงเงิน สูงสุด 500,000 บาท เพือ่ ช่วยเสริมสภาพคล่องให้กบั ผูส้ ง่ ออก SMEs ให้สามารถเริม่ ต้นหรือขยายธุรกิจ ส่งออกได้มากขึ้นและเพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุน SMEs ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการ ส่วนใหญ่ของประเทศทีม่ จี ำ� นวนกว่า 2 ล้านราย โดยปัจจุบนั มีผปู้ ระกอบการทีม่ ศี กั ยภาพเป็นผูส้ ง่ ออก SMEs ประมาณ 24,000 ราย หรือประมาณ 10% ของผู้ประกอบการ SMEs รวมทั้งหมด แม้ว่าภาค การส่งออกของไทยจะเริม่ มีทศิ ทางทีด่ ขี นึ้ แต่ผสู้ ง่ ออกยังคงต้องเผชิญความเสีย่ งจากปัจจัยแวดล้อมทาง ธุรกิจทั้งภายในและภายนอก อาทิ การขาดสภาพคล่อง เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน ความผันผวนของอัตรา แลกเปลี่ยน ราคาสินค้าโภคภัณฑ์อยู่ในระดับต�่ำ เป็นต้น EXIM BANK จึงมีนโยบายพัฒนาบริการที่มี เงื่อนไขผ่อนปรนเพื่อสนับสนุนผู้ส่งออก SMEs ของไทยให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน มีความพร้อมใน การขยายธุรกิจได้มากขึ้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02-271-2929


20

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

LT Society โดย...อินทราภรณ์

นิตยสาร LOGISTICS TIME ฉบับที่ 146 ประจ�ำ เดือนธันวาคม 2559 เนือ้ หาภายในเล่มยังคงเข้มข้นยิง่ กว่า เดิม....พสกนิกรทัว่ สารทิศหลัง่ ไหลถวายบังคมพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ทางประตูวิเศษไชยศรี บางครั้ง อาจจะมีฝนโปรยปรายสลับกับแดดร้อนบางก็ตาม แต่ หาใช่อปุ สรรคเข้าร่วมถวายบังคมพระบรมศพแต่ประการ ใด โดยมีเจ้าหน้าทีค่ อยอ�ำนวยความสะดวก และประชาสัมพันธ์เส้นทาง ขณะทีบ่ รรยากาศบริเวณท้องสนามหลวง เจ้าหน้าทีย่ งั คงเน้นตรวจบัตรประชาชนทุกประตูทางเข้า ออกเพื่อความปลอดภัย มาเข้าเรือ่ งกันดีกว่า...ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองหรือไม่ ในทีส่ ดุ รัฐบาลใช้มาตรการหว่านเม็ดเงิน 12,750 ล้านบาท แจกให้คนจนที่มีรายได้น้อยจับจ่ายใช้สอย เพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจประเทศ เรือ่ งนีด้ เู หมือนรัฐบาล คสช. ถูกวิพากษ์ ว่าใช้นโยบาย “ประชานิยม” ทัง้ ทีก่ อ่ นหน้านีไ้ ม่เห็นด้วย กับ“นโยบายประชานิยม” แต่จนแล้วจนรอดกลับท�ำ การแจกเงิ น ซะเอง หากย้ อ นอดี ต สมั ย รั ฐ บาลพรรค ประชาธิปัตย์ก็เคยกระท�ำเยี่ยงนี้มาแล้ว ครั้งนั้นเรียกว่า “เช็คช่วยชาติ 2,000 บาท” ให้กับลูกจ้างที่มีรายได้ ไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท พร้อมกับให้เหตุผลว่า เพือ่ ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ จนกระทั่ง ล่าสุดรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา กลับปัดฝุ่นขึ้นมาใช้ใหม่ เพียงแต่คราวนี้เลี่ยงบาลี ไม่อยากให้เรียกว่า ประชานิยม แต่เป็นมาตรการเพิม่ รายได้ ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ว่าไปนั้น ด้าน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประธิปตั ย์ ชีแ้ จงว่า จุดเริม่ ต้นรัฐสวัสดิการ หากมีฐานข้อมูลประชาชนผู้มีรายได้น้อยชัดเจน ไม่ใช่ ประชานิยม ส่วนทาง เสธ.ไก่อู พล.ท.สรรเสริญ แก้ว ก�ำเนิด โฆษกรัฐบาล ก็ไม่รอช้ารีบชี้แจงทันทีว่า เป็น มาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ในโครงการ

แนะน�ำ สินเชื่อแฟคตอริ่งทั่วไทย เบิกจ่ายวันเดียว นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผูจ้ ดั การ เอสเอ็มอี ดีเวล ล็อปเม้นท์แบงก์ เป็นประธานเปิดงานแนะน�ำผลิตภัณฑ์ สินเชื่อแฟคตอริ่งทั่วไทย เบิกจ่ายวันเดียว เพื่อช่วย ผูป้ ระกอบการ SMEs ช่วยเสริมสภาพคล่องธุรกิจในช่วงโค้ง สุดท้ายไตรมาส 4/2559 ให้แก่ลูกค้าที่มีลูกหนี้การค้า หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ บริษัทจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ และ บริษทั เอกชน ซึง่ ได้รบั ความสนใจ ผูป้ ระกอบการเข้าร่วมงานจ�ำนวนมาก ณ ส�ำนักงานใหญ่ SME Bank Tower เมื่อเร็ว ๆ นี้

กทท. สนับสนุนสมาคมกีฬาเรือพายฯ เรือเอก สุทธินนั ท์ หัตถวงษ์ ผูอ้ ำ� นวยการ การท่าเรือ แห่งประเทศไทย (กทท.) และ พลเรือเอกชัยณรงค์ เจริญรักษ์ นายกสมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการสนับสนุน สมาคมกีฬา ตามนโยบายด้านการกีฬาของรัฐบาล ระหว่าง กทท. และสมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย ซึง่ กทท. จะให้การสนับสนุนเป็นแก่สมาคมเรือพายฯ เป็นจ�ำนวนเงินปีละ 5 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 4 ปี โดยงานจัดขึน้ ณ ห้องประชุมชัน้ 19 อาคารทีท่ ำ� การ กทท. เมือ่ เร็วๆ นี้ ลงโทษตามกฎหมายสถานเดียวและทันที หรือเรียกง่ายๆ ลงทะเบียนเพือ่ สวัสดิการแห่งรัฐ โดยให้เพิม่ รายได้ให้แก่ ว่า “เชือดไก่ให้ลิงดู” สักทีเถอะ... เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยง ผู้มีรายได้น้อยรายละ 1,500 - 3,000 บาท จ�ำนวน 5.4 อย่างอีกต่อไป ท�ำกฎหมายให้มันศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่แค่ขู่ ล้านคน เริ่มจ่ายตั้งแต่วันที่ 1 - 30 ธ.ค. 2559 นี้ ไปวันๆ จนเห็นทีจะไม่มีพ่อค้าแม่ค้าหน้าไหนเกรงกลัว อินทราภรณ์ ขอท�ำนายเอาไว้ลว่ งหน้าโครงการนี้ กันแล้ว เงินที่คนจนได้รับเงินรอบนี้ ส่วนหนึ่งคงหนีไม่พ้นเจ้าหนี้ ส่วนแวดวงการส่งออกก็เริ่มฟื้นตัวบ้าง กระทรวง นอกระบบมาเคาะประตูหน้าบ้านเพื่อทวงดอกเบี้ยราย พาณิชย์คาดการณ์สง่ ออกทัง้ ปี 2559 ขยายตัวอยูท่ ี่ 5 % เดือน-รายวัน เมื่อเป็นอย่างนี้เห็นทีมาตรการกระตุ้น และล่าสุดในช่วง 9 เดือนปีนี้ มูลค่าส่งออกพลิกกลับมา การบริโภค กระตุน้ เศรษฐกิจของรัฐบาลจะได้ผลตรงเป้า เติบโตเป็นบวกในรอบ 7 ไตรมาส โดย 9 เดือนแรกปีนี้ แค่ไหน ยังน่าห่วง หากท�ำให้ได้ผลจริงน่าจะแก้ที่ต้นตอ ขยายตัว 0.6% แต่มองต่างมุม นพพร เทพสิทธา แก้หนี้ครัวเรือนประชาชนให้ได้ก่อนเถอะ ใช่ไหมครับ ประธานสภาผู้สินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ท่านนายกฯ ที่เคารพ ... กลับมองตัวเลขส่งออกทั้งปี 2559 นี้ อย่างที่ สรท. เคย ปรับแล้วค่าจ้างขึ้นต�่ำ หลังอั้นไม่ปรับขึ้นมานาน คาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ คือ อย่างดีขยายตัวอยู่ที่ 0 มติ ครม. วันที่ 22 พ.ย. 2559 มีมติรับทราบการปรับขึ้น - 0.1% ค่าจ้างขั้นต�่ำของคณะกรรมการค่าจ้างประจ�ำปี 2560 แต่สงิ่ ทีน่ า่ ห่วงผลกระทบต่อกรณีสายเรือควบรวม รวม 69 จังหวัด โดยปรับขึน้ ค่าจ้างเป็นวันละ 5 -10 บาท และปิดกิจการ อย่างเช่น สายเรือ COSCO ซึง่ ก่อนหน้านี้ โดยจังหวัดที่ปรับขึ้นค่าแรงขึ้น 5 บาท เป็น 305 บาท มี ควบรวมกิจการกับ China Chipping สายเรือของจีน 49 จังหวัด และปรับขึ้นวันละ 8 บาท เป็น 308 บาท มี ประธาน สรท. บอกว่า สาเหตุมาจากปัญหา Supply 13 จังหวัด พร้อมก�ำชับไม่ต้องการให้การปรับขึ้นค่าจ้าง สายเรือเติบโตเกินขนาด และคิดว่าขาดทุนยาวไปถึงปี ขัน้ ต�ำ่ ในครัง้ นีเ้ ป็นจุดเริม่ ต้นการปรับขึน้ ราคาสินค้า เจ้าภาพ 2020 หรืออีก 4 ข้างหน้าโน่น และมีโอกาสความเป็นไป ทีท่ ำ� หน้าทีเ่ รือ่ งนีก้ ค็ อื กระทรวงพาณิชย์ ก็มาค�ำนวณต้น ได้สงู ยิง่ สายเรือทีม่ อี ยูฉ่ วยโอกาสปรับขึน้ ค่า Freight/ค่า ราคาสินค้าไม่มกี ระทบโครงสร้างต้นทุนของราคาสินค้าน ระวางเรือ เพราะบ้านเรายังไม่มีกฎหมายควบคุมเหมือน น้อยมาก เช่น มีผลกระทบราคาอาหารจานด่วนแค่ 11- กับต่างประเทศ อย่างเวียดนาม ศรีลงั กา ทีม่ กี ฎหมายควบคุม 12 สตางต์ หากไม่ปฏิบตั ติ ามมีโทษตามกฎหมายว่าด้วย ห้ามสายเรือปรับขึ้นค่าระวาง ประธานนพพร เน้นให้ ราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มีโทษจ�ำคุกไม่เกิน “จับตาสายเรือปรับขึ้นค่าระวาง” 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ หาก อินทราภรณ์ กลับมองต่างจาก สรท. เชือ่ ว่าโอกาส ร้านค้าใดที่ฉวยโอกาสปรับราคาสินค้า เป็ น ไปได้ สู ง ยิ่ ง เพราะสายเรื อ ก� ำ ลั ง ตกอยู ่ ใ นภาวะ อินทราภรณ์ ว่ากันจริงตามประสาคนรู้น้อย แต่ การขาดทุนยับเยินขนาดนั้น ในทางเศรษฐศาสตร์เรียก ตั้งใจจริง โฟกัสกันที่เจ้าภาพหลักที่กระทรวงพาณิชย์ ปรากฎการณ์นี้ว่า Demand น้อยกว่า Supply จนสาย นันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน ควร เรืออยูไ่ ม่ได้ หนทางออกทีด่ แี ละง่ายสุด หนีไมพ้นปรับขึน้ เดินหน้าให้ชดั เจน และเอาจริงเอาจัง โดยเฉพาะมาตรการ ค่าระวาง ยิง่ ประเทศไทยด้วยแล้ว เวลานีไ้ ม่มกี ฎหมายควบคุม บังคับใช้กฏหมายอย่างเด็ดขาด หากใครฉวยโอกาส เหมือนกับต่างประเทศ ก็งา่ ยสะดวกโยธินเป็นไหนๆ ปรับขึ้นราคาสินค้า ก็ต้องสั่งการให้เจ้าหน้าที่จับกุมและ พบกันใหม่ฉบับหน้า ... EXIM BANK หารือหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ นายพิศษิ ฐ์ เสรีววิ ฒ ั นา กรรมการผูจ้ ดั การ ธนาคารเพือ่ การส่งออกและน�ำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) พบปะหารือกับนายพันธวัสย์ กรรณกุลสุนทร นาย วโรดม ปิฎกานนท์ และนายนพพร ประโยชน์เจริญผล รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ถึงแนวทางขยาย ความร่วมมือ เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนและการค้า ชายแดนไทย-เมี ย นมา ตลอดจนการท่ อ งเที่ ย วใน เชียงใหม่และภาคเหนือ โดย EXIM BANK พร้อม สนับสนุนด้านเงินทุนแก่ผู้ส่ง ออกและนักลงทุนไทย บริเวณชายแดนไทย-เมียนมาและผูป้ ระกอบการไทยใน เมียนมา ณ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเร็วๆ นี้


21

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

LT On Trips

โดย...ขวัญฤทัย ศรีวฒ ั นพล

เขาค้อ...ดินแดนแห่งทะเลหมอก 360 องศา สุดฟินส์...สุดอลังการ

“เขาค้อดินแดนแห่งทะเลหมอก” จังหวัดเพชรบูรณ์ กับบรรยากาศทีเ่ น้นธรรมชาติ ลายล้อมด้วยขุมเขาเขียวชอุม่ อบอุ่นยามสัมผัสกับลมเย็นๆ และหนาวมากที่สุดในช่วง ฤดูหนาวทีห่ นาวเย็นไปถึงขัว้ หัวใจ แต่ขอกระซิบเบาๆ ว่า มันเย็นชืน่ ใจทีห่ าไม่ได้ในเมืองหลวงไม่ได้.. กับทัศนียภาพ สวยงาม คุณต้องมาลองได้ที่นี้ ปัจจุบัน “เขาค้อ” กลายเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่ติด อันดับของประเทศไทยและอันโดดเด่นเป็นทีส่ ดุ มีความ สวยงามไม่แพ้เมืองนอก หรือที่เรียกขานกันติดปากว่า สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย แถมมีเสน่หด์ งึ ดูดให้นกั ท่องเทีย่ ว มาเยือนเขาค้อมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์ เหตุที่เรียกเขาค้อเพราะสภาพในป่านั้นมี “ต้นค้อ” เป็น พันธุไ์ ม้ ตระกูลปาล์ม ลักษณะคล้ายต้นตาล ผลเป็นทะลาย คล้ายหมาก มีมากกว่าพื้นที่อื่นนั่นเอง ยอดดอยเขาค้อ นับว่าเป็นสถานทีท่ อ่ งเทีย่ วทีย่ อดฮิต ติดลมบนไปแล้ว นอกจากนั้นแต่ละแห่งมีความสวยงาม มีประวัตศิ าสตร์ทนี่ า่ ค้นหาในแต่ละพืน้ ทีท่ แี่ ตกต่างกันไป สถานทีท่ อ่ งเทีย่ วทีส่ ำ� คัญ ได้แก่ อนุสรณ์สถานผูเ้ สียสละ เขาค้อ, ฐานอิทธิ (พิพิธภัณฑ์อาวุธ), พระต�ำหนักเขาค้อ, พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก, หอสมุดนานาชาติ เขาค้อ, น�้ำตกศรีดิษฐ์, ไร่ บี.เอ็น, สถานีทดลองเกษตร ทีส่ งู เขาค้อ, เนินมหัศจรรย์ แอดเวนเจอร์พาร์ค และเขาค้อ เอ็กซ์พลอเรอร์ เป็นต้น นอกจากนี้มีสถานที่ห้ามพลาด ชมหมอกที่เขาค้อที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คือ เขาตะเคียนโง๊ะ จุดชมวิวทะเลหมอกเขาค้อ 360 องศา เป็นจุดชมทะเลหมอกทีส่ วยทีส่ ดุ แห่งหนึง่ บนเขาค้อ ตัง้ อยู่ ริมทางหลวงหมายเลข 2258 เลยพระต�ำหนักเขาค้อไปทาง ทุ่งแสลงหลวง บนเขาตะเคียนโง๊ะ มีจุดกางเต็นท์อยู่ รอบๆ เขา นอนดูดาวยามค�ำ่ คืนได้อย่างสบายใจ พอรุง่ เช้า ตื่ น ขึ้ น มารอดู พ ระอาทิ ต ย์ ขึ้ น ตรงหน้ า พร้ อ มสั ม ผั ส

อากาศเย็นและชมทะเลหมอกแบบ 360 องศาอย่าง ใกล้ชิด และจากจุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะสามารถมอง ไปเห็นเขาปู่ เขาย่า ซึ่งมีรูปทรงคล้ายภูเขาไฟฟูจิ รวมถึง เขาค้อ เป็นทัศนียภาพที่สวยงามหาชมในเมืองไม่ได้ อีกสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ อย่าง กังหันลม แลนด์มาร์คใหญ่ยักษ์ ! สัญลักษณ์ใหม่ของเขาค้อที่มี กังหันลมจ�ำนวน 24 ต้น ความสูง 110 เมตร ให้นกั ท่องเทีย่ ว ได้มาเยือนและถ่ายรูปเป็นทีร่ ะลึก โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว ภูเขาทัง้ ลูกจะถูกปกคลุมไปด้วยทะเลหมอกแบบ 360 องศา แบบสุดลูกหูลูกตากันเลยทีเดียว การเลือกทริปไปเขาค้อปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากแต่ อย่างใด จะใช้บริการรถบัสปรับอากาศ บริการรถตู้ หรือ ขับรถส่วนไปก็แสนง่ายดาย หากเพียงแต่ต้องวางแผน การเดินทาง ส�ำรวจที่พัก รีสอร์ทว่าจะเดินไปใช้บริการ ของแหล่งทีพ่ กั ทีใ่ ด เดินทางไปช่วงไหนและหากเป็นช่วง วันหยุดยาวๆ หรือช่วงเทศกาลก็ต้องเผื่อเวลาไว้ด้วย ด้วยเทคโนโลยีที่เข้าถึงอย่างปัจจุบันผู้ที่จะเดินทางไป ท่องเทีย่ วยังสามารถสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ ได้จากเครือข่าย อิ น เตอร์ เ น็ ต เพื่ อ ใช้ เ ป็ น ข้ อ มู ล ในการตั ด สิ น ใจเลื อ ก ท่องเทีย่ วอย่างชาญฉลาด ปลอดภัย คุม้ ค่าของเงินทีจ่ า่ ยไป อาทิ การเลือกทริปแหล่งท่องเทีย่ วทางธรรมชาติ และทาง ประวัตศิ าสตร์ของพืน้ ทีร่ อยต่อสามจังหวัดอย่าง พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย สถานทีท่ อ่ งเทีย่ วแต่ละแห่งในโปรแกรมนี้ นับว่า เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยังคงความ บริสุทธิ์งดงาม อาทิ ภูเรือ ภูหลวง เชียงคานภูทับเบิก ภูหินร่องกล้า และเขาค้อ ชมอนุสาวรีย์ผู้เสียสละเขาค้อ อนุสรณ์สถานเหตุการณ์สู้รบกันในอดีตระหว่างรัฐบาล กั บพรรคคอมมิ ว นิ ส ต์ และเที่ ย วชมฐานอิ ท ธิ ชมวิ ว ทิ ว ทั ศ น์ ที่ ส วยงามบริ เวณเขาค้ อ และชมซากอาวุ ธ เครื่องจักรที่ใช้ในสมัยสงคราม

หากจะมองหาทีพ่ กั สะอาด สะดวกใกล้ถนนเอเซีย ราคาแสนประหยัด จะขอแนะน�ำบ้านพัก ด๊อกเตอร์ (Dr. House) ซึ่งตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 12 ถนน พิ ษ ณุ โ ลก-หล่ ม สั ก กม.98 ต.แคมป์ ส น อ.เขาค้ อ จ.เพชรบูรณ์ ห่างจากอ�ำเภอเขาค้อเพียงแค่ 20 กิโลเมตร โดยให้บริการห้องพักรายวันและรายเดือนแก่นกั ท่องเทีย่ ว และผู้มาเยือนที่ชื่นชอบธรรมชาติ มีบริการรถน�ำเที่ยว ภูทบั เบิก-เขาค้อ ใกล้วดั ผาซ่อนแก้ว ราคาประหยัดทีท่ กุ คน สัมผัสได้ นอกจากนัน้ บ้านพักด๊อกเตอร์ ยังใกล้จดุ แสดง งาน Overcoat music festival เพียง 3 กิโลเมตร ซึ่ง งานจะจัดแสดงในช่วงต้นเดือนธันวาคมของทุกๆ ปี บ้านพักด๊อกเตอร์ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งแก่นัก ท่องเที่ยวที่ต้องการมาสัมผัสอากาศที่เย็นสบายตลอดปี โทร. 081-905-3415 หรือ www.DrHouse117.com หรือ facebook.com/บ้านพักด๊อกเตอร์ อ�ำเภอเขาค้อ


22 LT CSR Square

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

เปิดโครงการรินน�้ำใจสู่น้องชาวใต้ พ.ศ.2560

ดร. พงษ์เทพ ไข่มกุ ด์ รองผูว้ า่ ราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานเปิดโครงการรินน�ำ้ ใจสูน่ อ้ งชาวใต้ พ.ศ. 2560 พร้อมด้วย นายธนู นูนน้อย ผูอ้ ำ� นวยการเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษา มัธยมศึกษาเขต 15 (ผอ.สพม. เขต 15) ผู้บริหารระดับเขต พืน้ ทีก่ ารศึกษา ผูอ้ ำ� นวยการโรงเรียน คณะครู นักเรียนรวม ทั้งสิ้นกว่า 1,200 คน เข้าร่วมโครงการ ณ โรงแรมซีเอส ปัตตานี ส� ำ หรั บ กิ จ กรรมในช่ ว งแรกก่ อ นเข้ า สู ่ พิ ธี เ ปิ ด ใน โครงการ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีน�ำคณะผู้บริหาร ครู นักเรียน ร่วมเพลงสรรเสริญพระบารมีอย่างกึกก้อง เพือ่ ร่วมถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างพร้อมเพรียงกัน ด้าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า จาก สถานการณ์ความไม่สงบและการใช้ความรุนแรงในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ทำ� ให้การจัดการศึกษาทีไ่ ม่สามารถ ด�ำเนินการได้อย่างปกติ สถานศึกษาต้องหยุดการเรียน การสอน ครูได้รับการคุกคามและถูกปองร้ายต้องขอย้าย ออกนอกพื้นที่ นักเรียนจึงไม่ได้รับการศึกษาอย่างเต็ม ศักยภาพ คุณภาพการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงตกต�่ำ กระทรวงศึกษาธิการโดย ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐานจึงได้ดำ� เนิน การจัดการสอนเสริมโดยจัดครู อาจารย์ และวิทยากร ที่มี ความรู้และมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ ไปจัดให้ความรู้แก่เด็ก นั ก เรี ย นชั้ น มั ธ ยมศึ ก ษาตอนปลายในเขตพั ฒ นาพิ เ ศษ เฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 เป็นต้นมา พบว่า ผลการด�ำเนินงานเป็นที่พึงพอใจของ นักเรียนและผู้ปกครองเป็นอย่างยิ่ง

LT Food โดย... ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้เรียนเพื่อศึกษาต่อระดับ อุดมศึกษาในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในเขตพัฒนา พิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปอย่างต่อเนือ่ ง จึงได้มีการให้ความรู้ทางวิชาการแก่นักเรียนในเขตพัฒนา พิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัด นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล และสงขลา เขต 3 (อ�ำเภอ นาทวี สะเดา จะนะ เทพา และสะบ้าย้อย) เพื่อส่งเสริมให้ กับนักเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในเขตพัฒนาพิเศษ เฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับการเตรียมความ พร้อมที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และสร้าง โอกาสในการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาและสถาบันการ ศึกษาอื่นเพิ่มขึ้น พร้อมส่งเสริมให้นักเรียนในชั้นมัธยม ศึ ก ษาตอนปลายในเขตพั ฒ นาพิ เ ศษเฉพาะกิ จ จั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ที่ขาดโอกาสทางการศึกษาให้ได้รับการ พัฒนาด้านวิชาการอย่างเต็มศักยภาพ และยังเป็นการ ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งให้กับครูใน พื้ น ที่ ใ ห้ ส ามารถพั ฒ นาการจั ด การเรี ย นการสอนที่ มี ประสิทธิภาพได้อย่างยัง่ ยืน ให้สอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องยกระดับการ เรียนการสอน ม.ปลาย ให้เข้มแข็ง เพื่อให้เด็กมีพื้นฐาน การเรียนที่เน้นในการศึกษาต่อระดับที่สูงขึ้น ด้าน ผอ.สพม.เขต 15 กล่าวว่า สพฐ. ได้มีการจัดตั้ง ศูนย์การสอนเสริมระดับจังหวัด เพื่อจัดการสอนเสริมให้ กับนักเรียนระดับชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 6 ในวิชาวิทยาศาสตร์ ทั่วไป ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษา อังกฤษ สังคมศึกษา และการแนะแนวการศึกษา พร้อมทัง้ จัดการสอนเสริมตามความพร้อมของแต่ละสถานที่ เช่น สอนเสริมนักเรียนสายวิทยาศาสตร์และสายศิลป์ หรือตาม ความต้องการของนักเรียนในพืน้ ทีต่ ามความเหมาะสม เช่น ติว O–NET และติวเข้า มอ. และจัดให้มีศูนย์วิทยากร ในส่วนกลาง ประจ�ำศูนย์การสอนเสริมโครงการรินน�้ำใจ สู่น้องชาวใต้ใน 5 จังหวัด เพื่อรับผิดชอบในการจัดท� ำ หลักสูตรและสื่อการสอนเสริม และจัดวิทยากรที่มีความ ช�ำนาญจากส่วนกลางและภูมภิ าคอืน่ เดินทางไปสอนเสริม นักเรียนในพืน้ ทีจ่ งั หวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้การจัดให้มี การแนะแนวการศึกษา เช่น การแนะแนวการศึกษาต่อและ

“อาหารอินทรีย์” ดีจริงหรือ...?

ก่อนอืน่ ควรทราบกันก่อนว่าอาหารอินทรีย์ หรือ organic food นัน่ ก็คอื พืชผักผลไม้ ธัญพืช ผลิตภัณฑ์ จากนมวัวและเนือ้ สัตว์ทกี่ ระบวนการผลิตตัง้ แต่ดนิ น�ำ้ ปุ๋ย และสารฆ่าแมลงนั้นไม่ใช้สารเคมี แต่ใช้สารจาก ธรรมชาติและการปลูกพืชหมุนเวียนทดแทน แน่นอน ว่า อาหารที่ปราศจากสารตกค้างย่อมดีกว่าอาหารที่ อุดมไปด้วยยาฆ่าแมลง แต่กเ็ ป็นทีท่ ราบกันดีวา่ อาหาร อินทรียน์ นั้ ราคาแพงกว่าอาหารรูปแบบเดิมพอสมควร จะคุ้มค่าไหมหากเราซื้ออาหารอินทรีย์มารับประทาน เป็นประจ�ำ ราชวิ ท ยาลั ย กุ ม ารแพทย์ แ ห่ ง สหรั ฐ อเมริ ก า (American Academy of Pediatrics) ได้มีการประชุม ประกาศและตีพิมพ์เมื่อปี พ.ศ. 2555 ว่า อาหารอินทรีย์ ไม่ได้มีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าอาหารแบบเดิม (วิตามิน เกลือแร่ สารต้านอนุมลู อิสระ โปรตีน และคุณค่า ทางอาหารอื่นๆ ไม่ต่างกัน) แต่ปลอดภัยมากกว่าหรือไม่ นัน้ ยังไม่ทราบแน่ชดั และยังไม่มหี ลักฐานในระยะยาวว่า การรับประทานอาหารอินทรียเ์ ป็นประจ�ำจะท�ำให้สขุ ภาพ ดีขนึ้ หรือลดความเสีย่ งต่อโรคฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต (growth hormone) หรือฮอร์โมนเอสโตรเจนในนมวัว

ไม่ได้มีผลต่อสุขภาพที่จะต้องกังวล และการหลีกเลี่ยง เอสโตรเจนอาจท�ำได้โดยดืม่ นมทีป่ ราศจากไขมันเนือ่ งจาก ไขมันเป็นสารตัง้ ต้นในการสร้างเอสโตรเจน (หากเป็นทารก แน่นอนว่านมแม่ดีที่สุด) ส่วนในเนื้อสัตว์ทั่วไปนั้น มีการใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อ ป้องกันการติดเชื้อในสัตว์เหล่านั้นอาจก่อให้เกิดเชื้อโรค ที่ดื้อยา การรับประทานเนื้อเหล่านี้อาจท�ำให้คนได้รับเชื้อ ดื้อยาสู่ร่างกายได้ ส่วนยาฆ่าแมลงที่เป็นสารเคมีในผัก ผลไม้อนิ ทรียย์ อ่ มน้อยกว่าอาหารแบบเดิม แต่ยงั ไม่มขี อ้ มูล เพียงพอว่าสารตกค้างเหล่านีจ้ ะก่อให้เกิดอาการทางคลินกิ แตกต่างจากการรับประทานพืชผักอินทรีย์ ข้อจ�ำกัดของอาหารอินทรียก์ ม็ บี า้ งเช่น เก็บได้ไม่นาน เสียง่าย เนือ่ งจากไม่ได้เคลือบแวกซ์หรือใส่สารกันบูด และ

รูปร่างหน้าตาสีสนั อาจไม่สวยงามเท่าพืชผักทีฉ่ ดี ยาฆ่าแมลง หากเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงพืชผักแบบเดิมได้ ข้อแนะน�ำ ในการเลือกซื้ออาหารและลดปริมาณสารเคมีลง ก็คือ 1. ควรเลือกซื้ออาหารที่มาจากหลากหลายแหล่ง และไม่ทานอาหารซ�ำ้ ๆ เพือ่ หลีกเลีย่ งการได้รบั ยาฆ่าแมลง ชนิดเดิมนานๆ การสะสมในปริมาณมากจะก่อโรคได้ 2. รับประทานผักและผลไม้ตามฤดูกาล ซึ่งจะมี ปริมาณยาฆ่าแมลงน้อยกว่า 3. อ่านฉลากอย่างละเอียด เนือ่ งจากบางครัง้ คนเรา ไม่คอ่ ยชอบอ่าน เห็นฉลากติดว่าเป็นอาหารอินทรียก์ ร็ บี ซือ้ โดยอาจจะมีสงิ่ ทีแ่ ถมมาด้วย เช่น เกลือ น�ำ้ ตาล ไขมัน และ แคลอรี่ในปริมาณสูง 4. ล้างหรือขัดถูผกั ผลไม้อย่างถีถ่ ว้ นโดยผ่านน�ำ้ ไหล


23

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

LT Health

อาชีพ โดยเริ่มจากการท�ำข้อสอบวัดแววความถนัดของ นักเรียนแต่ละคนและจุดที่ต้องมีการพัฒนาเพิ่มเติมใน รายวิชาต่างๆ ซึ่งมีการเปิดบูธ เป็นคลินิกแบ่งตามรายวิชา ให้เด็กนักเรียนได้พบกับติวเตอร์ที่มีความเชี่ยวชาญ อีกทั้ง มีกิจกรรมทดสอบบุคลิกภาพโดยแพทย์และนักจิตวิทยา บริ ก ารให้ ค� ำ ปรึ ก ษา อี ก ทั้ ง มี ก ารสอนเสริ ม ความรู ้ แ ก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และปีที่ 5 โดยศูนย์วิทยากร ทีม่ คี วามพร้อมทีจ่ ะด�ำเนินการ และมีการฝึกทักษะด้านกีฬา ให้นักเรียนในโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษา จังหวัดชายแดนใต้ โดยน�ำครูผู้สอนด้านพลศึกษาหรือโค้ช นักกีฬาจากโรงเรียนทีม่ ชี อื่ เสียงจากส่วนกลางหรือภูมภิ าค อื่นไปฝึกทักษะด้านกีฬาให้นักเรียน เพื่อให้นักเรียนในเขต พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาและ สถาบันการศึกษาอื่นเพิ่มขึ้น คุณภาพการศึกษาในเขต พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับการ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้คุณภาพการศึกษาของ จังหวัดสูงขึน้ และคุณภาพชีวติ ของนักเรียนดีขนึ้ เสริมสร้าง สันติสุขและการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขต่อไป

แน่นอนว่าสารตกค้างไม่สามารถออกได้หมด ดังนั้นหาก ไม่แน่ใจควรปอกเปลือกผลไม้ออกก่อนรับประทาน แม้ จะเป็นที่ทราบดีว่าเปลือกผลไม้บางชนิดมีคุณค่าทาง อาหารมากก็ตาม โดยสรุป หากคุณไม่มปี ญ ั หาเรือ่ งค่าใช้จา่ ย อาหาร อินทรีย์อาจเป็นทางเลือกที่ดี แต่ในรายที่รายได้จ�ำกัด การน�ำเงินไปซื้ออาหารอินทรีย์และได้อาหารมาจ�ำนวน ไม่พอเพียงท�ำให้เด็กขาดอาหารและมีปัญหาตามมาได้ มากกว่า ข้อควรระวังในการเลือกซื้ออาหารและการท�ำ ความสะอาดข้างบนอาจช่วยได้บ้าง ในประเทศไทย หน่วยงานราชการและเอกชนที่ ตรวจรับรองและให้เครือ่ งหมายอาหารอินทรีย์ เช่น มกอช (ส�ำนักงานมาตรฐานเกษตรและอาหารแห่งชาติ มกท. (ส�ำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มูลนิธิมาตรฐาน เกษตรอินทรีย์) มอน. (องค์กรมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ภาคเหนือ) เป็นต้น ส่วนหน่วยงานระดับนานาชาติ เช่น IFOAM (สมาพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ) หรือ USDA (U.S Department of Agriculture) ของสหรัฐอเมริกา เป็นต้น ดังนัน้ ในบ้านเรา อาหารทีม่ ฉี ลากติดว่าเป็นอาหาร อินทรีย์อาจจะต้องพิจารณาให้รอบคอบว่า เชื่อถือได้ หรือไม่ เพือ่ ไม่ให้เสียเงินแพงขึน้ แต่แถมได้สารเคมีตกค้าง มาด้วย

จ้องคอมฯ ทั้งวัน... ท�ำร้ายสุขภาพตาแค่ไหน? มนุษย์เรามีเวลาเฉลี่ยบนโลก 20,000 กว่าวัน และต้องใช้งานสายตาทุกวันตลอดอายุขัย เริ่มตั้งแต่ ลืมตาตืน่ ตอนเช้าจนกระทัง่ หลับตานอนตอนกลางคืน ตาของเราเป็นหนึง่ ในอวัยวะส�ำคัญทีส่ ดุ ของมนุษย์ เพือ่ ให้เรามองเห็นตนเองและผู้อื่น อ่านหนังสือ ขีดเขียน เสพย์สื่อ ทีวี ศิลปะ ภาพยนตร์ เดินทาง ขับรถ มองเห็น โลกกว้าง เมื่อเดินทางท่องเที่ยว อ�ำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์อย่างสุดจะประเมินค่าได้ ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิตคนเรา อย่างแยกออกจากกันไม่ได้ ลองสังเกตดูวา่ ในหนึง่ วัน คนเรา ใช้สายตาจ้องจอสมาร์ทโฟน จอคอมพิวเตอร์ บางทีอาจจะ มากกว่าเวลาที่เราใช้มองสิ่งแวดล้อมรอบกายเสียอีก ใน แต่ละวันเราใช้งานสายตาอย่างหนักหน่วง จนเกิดอาการ “ล้า” หรือ “ปวดตา” ซึ่งเป็นสัญญาณร้ายที่ส่งผลกระทบ ต่อสุขภาพตาอย่างที่เราคาดไม่ถึง อาทิ ปัญหาสายตาสั้น ยาวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปวดหัวเพราะตาเชื่อมกับสมอง โดยตรง ใช้ตามากก็ใช้สมองประมวลผลสิ่งที่เห็นมากเป็นเงาตามตัว เพราะตื่นมาอย่างแรก เราก็ต้องใช้สายตา จนกระทัง่ กลับเข้านอน ตาก็เป็นอวัยวะสุดท้ายทีจ่ ะบอกกับเราว่า “วันนีห้ มดไปอีกหนึง่ วันแล้วนะ” 6 – 8 ชัว่ โมง นั่นจึงถือเป็นเวลาพักผ่อนของสายตา อีก 16-18 ชั่วโมงที่เราใช้งานสายตากันแบบไม่ได้พักอีกครั้ง เป็นอย่างนี้ไป จนเราหมดอายุขยั คิดดูวา่ คนเราใช้สายตากันหนักขนาดไหน หันมาให้ความส�ำคัญกับการดูแล “ตา” กันซักหน่อย เพื่อให้ใช้งานได้ในระยะยาวและอยู่กับเราได้อีกนาน พญ. อุษณีย์ เหรียญประยูร จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสายตา ศูนย์เลเซอร์สายตาจุฬา ฝ่ายจักษุ วิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อธิบายว่า ในปัจจุบันมีประชากรที่มีปัญหาจากการใช้สายตาจ้องจอนานเกินไป ประมาณ 60 ล้านคนทั่วโลก และพบปัญหานี้ได้ร้อยละ 75-90 ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหมด เนื่องจากปัจจุบัน ประชาชนนิยมการใช้คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนมากขึน้ ทัง้ ทีเ่ กีย่ วข้องกับการท�ำงานและความบันเทิง ท�ำให้จักษุแพทย์ตรวจพบปัญหาสุขภาพสายตาที่เกิดจากการใช้สายตาจ้องจอเป็นเวลานานได้บ่อยขึ้นและพบ ได้ในผู้ป่วยทุกเพศ ทุกช่วงอายุ คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (Computer Vision Syndrome) หรือ ซีวีเอส (CVS) คือกลุม่ อาการทางตาทีส่ มั พันธ์กบั การใช้คอมพิวเตอร์และการใช้สายตามองจอระยะใกล้เป็นระยะเวลานาน อาการ ประกอบด้วย ปวดศีรษะ ตาแห้ง เคืองตา เมือ่ ยล้าตา มองภาพไม่ชดั ตาแดง น�ำ้ ตาไหล เห็นภาพซ้อน ความสามารถ ในการปรับโฟกัสช้าลง และการมองเห็นสีเปลี่ยนไป อาการดังกล่าวมักจะเริ่มเมื่อผู้ป่วยใช้คอมพิวเตอร์ต่อเนื่อง เป็นเวลาสองถึงสามชั่วโมง และจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ หากไม่หยุดหรือพักการใช้สายตา “เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพสายตาที่เกิดจากการจ้อง จอคอมพิวเตอร์นานเกินไป ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ ควรพักสายตาทุก 20 นาที ด้วยการมองไปที่ไกลจากคอมพิวเตอร์ 20 ฟุต เป็นเวลา อย่างน้อย 20 วินาที ตั้งจอคอมพิวเตอร์ห่างจากตาอย่างน้อย 20 - 24 นิ้ว ปรับมุมของจอให้ต�่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 14 - 20 องศา ปรับต�ำแหน่งของจอเพือ่ ลดแสงสะท้อน ใช้ผลิตภัณฑ์หรือหน้า จอที่ช่วยลดแสงสะท้อน ปรับความสว่างของจอและห้องให้เหมาะ สม กระพริบตาถี่ขึ้น ประมาณ 10-15 ครั้งต่อนาที โดยต้องกระพริบตาให้เปลือกตาปิดสนิท หากเริ่มมีอาการของ ปัญหาสุขภาพสายตาข้างต้น ควรไปพบจักษุแพทย์”


24

LT News

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

สแกนเนีย จัดอบรมทักษะการขับขี่ชั้นสูง มุ่งสร้างก�ำไรยั่งยืน สแกนเนีย จัดอบรมทักษะการขับขี่ชั้นสูงมุ่งสร้างก�ำไรอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจขนส่ง เน้น 3 หัวใจหลักที่ นักขับสแกนเนียมืออาชีพต้องมีทั้งการใช้รถสแกนเนียได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ขับขี่ประหยัดเชื้อเพลิง และ สร้างความปลอดภัยต่อตนเองและผู้อื่นบนท้องถนน นายอ�ำนาจ ทองทัย ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรมพนักงานขับรถ บริษัท สแกนเนีย สยาม จ�ำกัด กล่าวถึง หลักสูตร การอบรมทักษะการขับขี่รถขนาดใหญ่เพื่อการพาณิชย์ของ สแกนเนีย ว่า หลักสูตรในการอบรมมีความครอบคลุม ทั้งรถโดยสารและรถบรรทุก โดยแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ การขับขี่เบื้องต้น Scania Driver Training มุ่งเน้นให้ผู้ขับขี่ มีความรู้และความช�ำนาญในการใช้รถสแกนเนียได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมการดูแลรถให้พร้อมใช้งานตลอด เวลา ระยะเวลาการอบรม 1 วัน ซึ่งกลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ยังไม่เคยใช้งานรถสแกนเนียมาก่อน หรือกลุ่ม ลูกค้าทีต่ อ้ งการทบทวนทักษะนักขับให้มคี วามรูค้ วามช�ำนาญในการใช้รถสแกนเนียเพิม่ ขึน้ และการฝึกอบรมทักษะ การขับขี่ขั้นสูง Advance Driver Program (ADP) มุ่งเน้นพัฒนาทักษะผู้เข้ารับการฝึกอบรมให้เป็นเทรนเนอร์ หรือครูผู้ฝึกสอนพนักงานขับรถบรรทุกและรถโดยสาร ให้มีความรอบรู้ และสามารถถ่ายทอดความรู้ไปยังนักขับ ต่อไป โดยการอบรมหลักสูตรพิเศษที่สแกนเนียจัดท�ำขึ้นนั้น เป็นหลักสูตรส�ำหรับผู้ฝึกสอนพนักงานขับ และนักขับ ผูม้ ปี ระสบการณ์ทตี่ อ้ งการพัฒนาทักษะความรูเ้ ทคนิคการขับขีใ่ ห้เพิม่ มากขึน้ ทีส่ �ำคัญคือสามารถน�ำไปถ่ายทอดต่อ ได้อย่างมืออาชีพ สามารถผลิตพนักงานขับที่มีคุณภาพให้เพิ่มมากขึ้นแก่บริษัทต้นสังกัด ซึ่งเป็นการต่อยอดผลก�ำไร ทางธุรกิจอย่างยั่งยืนให้กับลูกค้าสแกนเนีย ด้านนายจ�ำลอง โสภาเลิศ จากบริษัท ชัยพัฒนาขนส่งเชียงใหม่ จ�ำกัด หนึ่งในผู้เข้าร่วมอบรมพัฒนาทักษะ การขับขี่รถขนาดใหญ่เพื่อการพาณิชย์ขั้นสูง (ADP) กล่าวถึงการเข้าร่วมอบรมฯ ในครั้งนี้ว่า “นอกจากจะได้พบ เพื่อนใหม่จากต่างบริษัทที่ท�ำอาชีพเดียวกัน ได้แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ยังได้รับความรู้ที่สามารถน�ำไป ถ่ายทอดให้กบั นักขับคนอืน่ ๆ ได้ตอ่ ไป ซึง่ จะช่วยเพิม่ จ�ำนวนนักขับรถทีม่ คี ณ ุ ภาพ เพิม่ ความปลอดภัยและลดอุบตั เิ หตุ ที่เกิดขึ้นบนท้องถนนได้มากขึ้นอีกด้วย” ส�ำหรับผู้ประกอบการและผู้สนใจสามารถขอทราบรายละเอียดได้ที่ แผนกฝึกอบรมพนักงานขับรถสแกนเนีย โทร. 0 2769 9200

บจก. แอลที อินทิเกรท

ธนาคารทหารไทย สาขาทาวน อิน ทาวน เลขที่บัญชี 254-2-05450-3

บจก. แอลที อินทิเกรท

ฝ†ายสมาชิก บจก. แอลที อินทิเกรท

นายอ�ำนาจ ทองทัย


ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

25

LT News

ร.ฟ.ท.มั่นใจรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) เปิดบริการทันตามก�ำหนดปี 63 ผูว้ า่ การรถไฟฯ น�ำคณะผูบ้ ริหารฯ ติดตามความ คืบหน้าการก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต มั่นใจพร้อมเปิดให้บริการทันตาม ก�ำหนดปี 2563 เผยขณะนี้โครงการก้าวหน้าไปแล้ว 60% พร้อมยืนยันการขยายเวลาก่อสร้างสัญญาที่ 1 และสัญญาที่ 2 ออกไปเพราะส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ไม่ ส่งผลกระทบต่อแผนภาพรวมการเปิดให้บริการ นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่ง ประเทศไทย เปิดเผยหลังลงพื้นที่ว่า การรถไฟฯ ได้มี การประชุมติดตามความคืบหน้า และมีการเร่งรัดการ ก่ อ สร้ า งโครงการกั บ ผู ้ รั บ เหมาก่ อ สร้ า งโครงการทั้ ง 3 สัญญา ซึ่งพบว่า ในภาพรวมสัญญาที่ 1 งานโยธา ส�ำหรับสถานีรถไฟบางซือ่ และศูนย์ซอ่ มบ�ำรุง และสัญญา ที่ 2 งานโยธาส�ำหรับทางรถไฟช่วงบางซื่อ – รังสิต มี ความก้าวหน้าไปแล้ว 60% ขณะทีส่ ญ ั ญาที่ 3 งานระบบ รถไฟฟ้าและเครื่องกล รวมงานจัดซื้อตู้รถไฟฟ้า คืบหน้า แล้วประมาณ 10% ซึ่งการรถไฟฯ ได้ให้นโยบายเร่งรัด

การก่อสร้างโครงการทัง้ หมด เพือ่ เปิดให้บริการเดินรถได้ ทันตามแผนในเดือนมิถุนายน 2563 อย่างไรก็ตาม ในส่วนผู้รับเหมาโครงการในสัญญา ที่ 1 คือกลุ่มเอสยูจอยเวนเจอร์ (ชิโยชิโนไทย-ยูนิค) และ ผูร้ บั เหมาโครงการในสัญญาที่ 2 คือบริษทั อิตาเลียนไทย ดิเวลอปเม้นต์ จ�ำกัด ได้ขอขยายระยะเวลาในสัญญา ออกไปจากก�ำหนดเดิม หลังพบปัญหาการส่งมอบพื้นที่ ล่าช้าจากปัญหาข้อพิพาทในพื้นที่ และการบุกรุกเข้ามา

อาศัยในพื้นที่เขตทาง ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มอบหมายให้บริษทั ทีป่ รึกษาจัดท�ำความเห็นประกอบ การพิจารณา เบื้องต้นเห็นว่า มีเหตุผลอันสมควรต่อการ ขยายระยะเวลาของสัญญา แต่ทั้งนี้การขยายเวลาใน สัญญาดังกล่าวจะไม่กระทบต่อแผนการเปิดให้บริการใน เดือนมิถุนายน 2563 อย่างแน่นอน

เอเชียทรัค ดันรถใหญ่เบนซ์บุกตลาดรถใหญ่ ล่าสุด ขายหัวลาก 10 คัน-แชสซีส์บัส 12 คัน

เอเชีย ทรัค ตัวแทนจ�ำหน่ายรถใหญ่แบรนด์ เมอเซเดส-เบนซ์ ดันรถใหญ่เบนซ์ทั้งรถบรรทุกรถโดยสารให้เป็นทีต่ อ้ งการของตลาดรถใหญ่ได้อกี ครัง้ ล่าสุด รถหัวลากรุ่น Actros 440 แรงม้า ส่งให้ลูกค้า มากถึง 10 คัน ส่วนรถโดยสาร 15 เมตร ส่งมอบให้ รถร่วม บขส. 12 คัน มั่นใจคุณภาพและบริการมัดใจ ลูกค้ากล้าลงทุน แหล่งข่าวระดับสูงจาก บริษทั เอเชีย ทรัค จ�ำกัด ตัวแทนจ�ำหน่ายรถใหญ่ยหี่ อ้ เมอเซเดส-เบนซ์ ประเทศ เยอรมนี รายงานว่า ภายหลังบริษัท เอเชียทรัค ได้รับ การแต่งตัง้ ให้เป็นตัวแทนจ�ำหน่วยของบริษทั เมอเซเดส -เบนซ์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด อย่างเป็นทางการ เริ่มมี ลูกค้าให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้น เพราะมีความมั่นใจว่า กลุ่มขนส่งไทยมีความเชื่อมั่นต่อรถใหญ่เมอเซเดสเบนซ์ ที่มีประสิทธิภาพการใช้งานสูง และเชื่อมั่นใจ บริการหลังการขาย “ช่วงแรกนัน้ ประสบปัญหาหลายอย่าง ไม่วา่ จะเป็น ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กลุม่ ขนส่งมีงานลดน้อยลง จึง

ท�ำให้มีลูกค้าเป็นจ�ำนวนน้อยมาก ทางบริษัทฯ จึงได้หา ทางแก้ปัญหาด้วยการเปิดอบรมให้ความรู้แก่หัวหน้า ยานยนต์ของกลุ่มลูกค้าทุกราย ซึ่งได้รับความเชื่อมั่นกับ คุณภาพของรถใหญ่เบนซ์เพิม่ มากขึน้ รวมถึงยังมีกจิ กรรม ส่งเสริมการขาย ไม่วา่ จะเป็นการน�ำลูกค้าร่วมทดสอบไปส่ง สินค้าโดยตรง จุดหมายคือที่ สปป.ลาว รวมถึงยังมีกลุม่ หนึง่ วิง่ ตรงไปยังจังหวัดเลย เพือ่ ให้ลกู ค้าได้เห็นถึงประสิทธิภาพ ของรถ การประหยัดน�้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงการขับขึ้น เนินสูงได้อีกด้วย จึงท�ำให้กลุ่มลูกค้ามีความมั่นใจสั่งซื้อ รุ่น Actros เป็นจ�ำนวนถึง 10 คันทีเดียว” ส่วนเป้าหมายการขายที่วางไว้ปีนี้จะขายให้ได้ถึง 50 คัน ความหวังก็ใกล้เคียง เพราะในช่วงไตรมาส 4 ของ ปี 2559 นี้ เศรษฐกิจต้องดีขนึ้ ท�ำให้การขนส่งทางบกก็ดี ตามไปด้วย ในส่วนของรถโดยสารมีลูกค้าซึ่งเป็นรถร่วม บขส. ได้ตดั สินใจซือ้ เครือ่ งยนต์และแชสซีสจ์ ำ� นวน 12 คัน เพือ่ ไปต่อตัวถังรถโดยสาร ซึง่ มีขนาด 15 เมตร ไว้ให้บริการ กับผู้โดยสารที่เดินทางไกล แสดงให้เห็นว่ากลุ่มขนส่ง ทางบกยังให้ความมั่นใจในคุณภาพของรถโดยสารเบนซ์

อยู่ เมือ่ รวมกับศูนย์บริการของบริษทั ทีม่ ศี กั ยภาพ ไม่วา่ จะเป็นช่าง เครื่องจักร และอะไหล่ที่เตรียมพร้อมไว้ สามารถให้บริการได้ตลอด 24 ชัว่ โมง กลุม่ ลูกค้าจึงกล้า ลงทุนเพื่อท�ำให้งานขนส่งก้าวหน้าขึ้น


26

LT News

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

บลู แอนด์ ไวท์ฯ วางกลยุทธ์รับ-ส่งสินค้าทั่วทุกจังหวัด ไทยสมายล์เปิดเส้นทางใหม่ ชูบริการ MORE Express บล็อคขนส่งต่างชาติฮุบตลาด กรุงเทพฯ-ลัคเนา อีกหนึ่งประตูสู่แดนพุทธภูมิ

บลู แอนด์ ไวท์ฯ ขนส่งสายพันธุ์ไทยรายใหญ่ วางกลยุทธ์บล็อคขนส่งต่างชาติแย่งตลาด ปูพรม ขนส่งสินค้าทุกจังหวัดทั่วประเทศ ใช้พาหนะขนส่งตั้งแต่มอเตอร์ไซด์ ปิกอัพ จนถึงรถหัวลาก เร่งเวลา ส่ง Express ให้เป็น MORE Express เติมเต็มรับสินค้าตามเวลาที่ต้องการ นายปัญญา เศรษฐโภคิน ประธานกรรมการบริษัท บลู แอนด์ ไวท์ โลจิสติกส์ จ�ำกัด ผู้ด�ำเนินการ ขนส่งสินค้ารายใหญ่ของเมืองไทย เปิดเผยว่า ทางบริษทั ฯ ได้เริม่ วางกลยุทธ์ใหม่ทงั้ เพือ่ ป้องกันขนส่งต่างชาติ ที่เริ่มเข้ามาในเมืองไทยมากขึ้น และช่วยกระจายสินค้าไปให้ถึงมือลูกค้า แม้จะอยู่ในที่ทุรกันดารตามต่าง จังหวัดก็ตาม โดยวิธกี ารด�ำเนินงานก็คอื จะรับ-ส่งสินค้าทุกประเภท ทัง้ ทีต่ ดิ ต่อซือ้ -ขายกันทางออนไลน์ การ สั่งซื้อสินค้าตามจุดขายในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันนี้การซื้อสินค้าในรูปแบบนี้เริ่มมีแพร่หลายเป็น อย่างมาก เรียกว่าต้องการซือ้ สินค้าประเภทใดเพียงแต่ตดิ ต่อกับผูข้ ายเท่านัน้ สินค้าก็จะมาถึงตัวเลย โดยทาง บลู แอนด์ ไวท์ฯ จะเป็นผู้ที่ทำ� การส่งสินค้าให้ถึงมือผู้ซื้อโดยตรง “หลังเริม่ การบริการมาได้เพียง 3 เดือน พบว่า ลูกค้าทีม่ าใช้บริการเพิม่ ขึน้ เป็นจ�ำนวนมาก เมือ่ มองเห็น ว่า ตลาดเริม่ โตขึน้ เป็นอย่างมาก ทางเราก็มกี �ำลังคนพอทีจ่ ะให้บริการในเรือ่ งนี้ ยิง่ ไปกว่านัน้ ด้วยความทีท่ ราบ ว่าผูท้ สี่ งั่ สินค้าต้องการได้รบั ในเวลาทีร่ วดเร็ว กระบวนการจัดส่งสินค้าก็ตอ้ งรวดเร็วขึน้ เป็นอย่างมากตามไป ด้วย จากการจัดส่งแบบธรรมดาก็จะเป็นแบบเร่งด่วน และที่แบบเร่งด่วนก็จะเป็นเร่งด่วนมากยิ่งขึ้นไปอีก” นอกจากนี้ นายปัญญา ยังระบุอีกว่า บลู แอนด์ ไวท์ฯ ต้องขยายกลุ่มลูกค้าออกไปให้ได้มากสุด ทุกจังหวัดทั่วประเทศทีเดียว และเราก็สามารถท�ำได้ในเวลาอันรวดเร็ว เพราะมีเพื่อนพันธมิตรขนส่งอยู่ใน ทุกจังหวัดทัว่ ประเทศอยูแ่ ล้ว หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนทีว่ างไว้กจ็ ะเป็นการช่วยป้องกันบริษทั ขนส่งต่างชาติ ที่เริ่มทยอยเข้ามาแย่งตลาดขนส่งในเมืองไทย “ด้วยความที่เป็นขนส่งสายพันธุ์ไทย ก็ต้องช่วยท�ำให้ตลาดขนส่งยังเป็นของคนไทยอยู่ ไม่ให้ขนส่ง ต่างชาติที่มีเงินทุนมาก เทคโนโลยีสูง พร้อมทั้งแผนการตลาดที่ก้าวหน้า เข้ามาปิดบริษัทขนส่งของคนไทย ได้ จึงต้องมีกลยุทธ์ใหม่ออกมาเสมอ เพือ่ ท�ำให้คนไทยด้วยกันให้การสนับสนุนกันเอง ทัง้ นี หากบริษทั ขนส่ง ของคนไทยที่เป็นรายย่อย หรือขนาดกลางทนต่อการขาดทุนไม่ไหว หาทางประคองตัวไม่ได้ ก็สามารถมา ติดต่อ บลู แอนด์ ไวท์ฯ ได้ทุกเวลา เพราะมีหนทางช่วยให้ขนส่งของคนไทยอยู่คนไทยไปอีกนาน”

สายการบินไทยสมายล์ เปิดเส้นทางบินใหม่ล่าสุด น�ำ นักเดินทางสูด่ นิ แดนแห่งพุทธศาสนา อีกหนึง่ เส้นทางแสวงบุญใน ดินแดน พุทธภูมิ สูเ่ มืองลัคเนา (Lucknow) เมืองหลวงของรัฐ อุตตรประเทศ หรือรู้จักในชื่อสุวรรณนครแห่งบูรพา (The Golden City of The East) หรือคอนสแตนติโนเปิลแห่งอินเดีย (Constantinople of India) ประเทศอินเดีย นอกจากนี้ ยังมี แหล่ ง ท่ อ งเที่ ย วที่ ส� ำ คั ญ ๆ ที่ ร อคอยให้ ไ ปค้ น พบและเปิ ด ประสบการณ์ใหม่ อาทิ Bara Imambara อัครมัสยิดที่ผสม ผสานศิลปะฮินดูกับมุสลิมเข้าด้วยกันอย่างสวยงาม Rumi Darwaza หรือ Turkish Gate หนึ่งในแลนด์มาร์คส�ำคัญของ ลัคเนา Husainabad Clock Tower หอนาฬิกาสีแดงโดดเด่น และมีความสูงที่สุดของอินเดีย Hazratganj แหล่งช้อปปิ้งที่ ใหญ่ทสี่ ดุ ของเมือง ไทยสมายล์ขอเสนอเทีย่ วบินตรง กรุงเทพฯ – ลัคเนา ราคาเริ่มต้นเพียง 4,910 บาทต่อท่านต่อเที่ยว (รวม ทุกอย่างแล้ว) ส�ำรองทีน่ งั่ ได้แล้ววันนี้ –25 มี.ค. 2560 เดินทาง ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2559 – 25 มี.ค. 2560 ส�ำรองที่นั่งได้ที่ www.thaismileair.com Smile , Call Center 1181 หรือ 02-118-8888 Smile Service Center และตัวแทนจ�ำหน่าย บัตรโดยสารสายการบินไทยสมายล์

เคทีซี จับมือ 6 โรงพยาบาลชั้นน�ำ มอบแพ็กเกจตรวจสุขภาพส่งท้ายปี นางสาวสิรรี ตั น์ คอวนิช ผูจ้ ดั การอาวุโส – ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซ”ี หรือ บริษทั บัตร กรุงไทย จ�ำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซ”ี เปิดเผยว่า เคทีซเี ล็งเห็นถึงความส�ำคัญของ การมีสขุ ภาพ ทีด่ ี การหมัน่ ดูแลสุขภาพอยู่เสมอจึงเ ป็นสิ่งที่ควรใส่ใจ โดยการตรวจสุขภาพทุกๆ 12 เดือน นอกจากจะท�ำให้รู้ทันสภาพร่างกายแล้ว ยังสามารถค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพือ่ หาทางป้องกันก่อนทีจ่ ะลุกลาม โดยช่วงปลายปีนี้ เคทีซไี ด้จบั มือ 6 โรงพยาบาลชัน้ น�ำ ได้แก่ โรงพยาบาลกรุงเทพ ซอยศูนย์วจิ ยั โรงพยาบาลสมิตเิ วช สุขมุ วิท โรงพยาบาลสมิตเิ วช ศรีนครินทร์ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช โรงพยาบาลนครธน โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน และโรงพยาบาลกรุงเทพ ราชสีมา มอบสิทธิพิเศษเป็นของขวัญให้กับสมาชิกด้วย “แพ็กเกจตรวจสุขภาพ” สมาชิก สามารถใช้คะแนนสะสม KTC FOREVER REWARDS แลกรับส่วนลดสูงสุด 15% หรือเลือกรับ บริการแบ่งช�ำระ KTC FLEXI 0% นานสูงสุด 6 เดือน รวมทั้งเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ตามยอดที่ ก�ำหนด รับบัตรก�ำนัลสตาร์บัคส์ หรือ เอ็ม เค เรสโตรองต์ ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2559


27

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

LT Import - Export

EXIM BANK เผย 9 เดือนฟันก�ำไร 931 ล. ปล่อย “สินเชื่อส่งออกทันใจ” หนุน SMEs/ดันส่งออกไตรมาส 4 นายพิ ศิ ษ ฐ์ เสรี วิ วั ฒ นา กรรมการผู ้ จั ด การ ธนาคารเพื่อการส่งออกและน�ำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า EXIM BANK มีผลการด�ำเนิน งานเป็นที่น่าพอใจ มีกำ� ไรสุทธิ 931ล้านบาท บรรลุเป้า หมายในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้แข่งขันได้มากขึน้ ทัง้ ด้านการค้าและการลงทุน ณ สิน้ เดือนกันยายน 2559 มีเงินให้สินเชื่อคงค้างจ�ำนวน 74,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ สิ้นปี 2558 จ�ำนวน 928 ล้านบาท ซึ่งเป็นสินเชื่อใหม่ที่เบิกจ่ายเพิ่มขึ้นใน ระหว่างปีจ�ำนวน 16,020 ล้านบาท และมีการช�ำระคืน ของสินเชือ่ เดิมบางส่วน ท�ำให้เกิดปริมาณธุรกิจ (Business Turnover) 90,717 ล้านบาท โดยเป็นปริมาณธุรกิจของ SMEs เท่ากับ 59,707 ล้านบาท และมีเงินให้สินเชื่อ คงค้างแก่ SMEs จ�ำนวน 30,867 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,604 ล้านบาท หรือร้อยละ 32.68 เมื่อเทียบกับช่วง เดียวกันของปีก่อน “ผลการด�ำเนินงานที่ดีขึ้นนั้น เป็นผลจากการ บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่เกี่ยวข้อง และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อผู้ส่งออก SMEs โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กที่ยังเข้าไม่ถึง บริการทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ ส่วนอัตราส่วน สินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคาร (NPLs Ratio) ณ สิ้น เดือนกันยายน 2559 อยูท่ รี่ อ้ ยละ 5.07 โดยมีสนิ เชือ่ ด้อย คุณภาพจ�ำนวน 3,774 ล้านบาท และมีเงินส�ำรองหนีส้ งสัย จะสูญจ�ำนวน 6,424 ล้านบาท เป็นส�ำรองหนีพ้ งึ กันตาม เกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยจ�ำนวน 3,111 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินส�ำรองที่กันไว้แล้วต่อส�ำรองพึงกัน ร้อยละ 206.52 ท�ำให้ธนาคารยังคงด�ำรงฐานะการเงิน ที่มั่นคง”

ประกันส่งออกทันใจ หนุนปริมาณส่งออก-ลงทุน 41,671 ล.

นอกจากนี้ นายพิศิษฐ์ กล่าวอีกว่า EXIM BANK ยังใช้จุดแข็งในการท�ำหน้าที่องค์กรรับประกัน ช่วยให้

ผูส้ ง่ ออกไทยแข่งขันได้มากขึน้ เสนอเงือ่ นไขการช�ำระเงิน ที่ผ่อนปรนและขยายตลาดได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้อง กั ง วลว่ า จะไม่ ไ ด้ รั บ ช� ำ ระเงิ น ค่ า สิ น ค้ า จากผู ้ ซื้ อ ใน ต่างประเทศ โดยออกบริการ “ประกันส่งออกทันใจ SMEs (Instant SMEs Export Insurance)” เมื่อ กลางปี 2559 ส่งผลให้ผลการด�ำเนินงานของ EXIM BANK ด้านการรับประกันในช่วง 9 เดือนของปี 2559 มีจำ� นวนรายลูกค้าเพิม่ มากขึน้ เกิดปริมาณธุรกิจส่งออก และลงทุนรวม 41,671 ล้านบาท โดย 8,135 ล้านบาท เป็นธุรกิจส่งออกของ SMEs หรือร้อยละ 19.52 ของ ธุรกิจรับประกันรวม ทัง้ นี้ คาดว่าปริมาณธุรกิจสะสมของ บริการประกันการส่งออกจะค่อยๆ ทยอยเพิ่มขึ้น และ สามารถเป็นไปตามเป้าหมายได้ในสิ้นปี 2559 “ไตรมาส 4 ปี 2559 และปี 2560 EXIM BANK จะเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อช่วยขยายการค้า การลงทุนของผูป้ ระกอบการไทย โดยเฉพาะในตลาดใหม่ ที่ศักยภาพที่เรียกว่า New Frontiers และ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) โดยปัจจุบัน EXIM BANK มีวงเงินอนุมัติสะสมของสินเชื่อเพื่อการค้า และการลงทุนระหว่างประเทศ รวม 52,328 ล้านบาท มี เ งิ น ให้ สิ น เชื่ อ คงค้ า ง ณ สิ้ น เดื อ นกั น ยายน 2559 เท่ากับ 31,641 ล้านบาท และมีแผนจะเปิดส�ำนักงาน ตัวแทนในเมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ภายใน 1-2 ปีขา้ งหน้า เพือ่ ส่งเสริมและสนับสนุนการค้า การลงทุนของไทยใน CLMV”

เปิดตัวสินเชื่อส่งออกทันใจ เสริมสภาพคล่อง SMEs ดันส่งออกไตรมาส 4

อย่างไรก็ดี นายวิศิษฐ์ เปิดเผยถึงสินเชื่อที่ช่วย เสริมสภาพคล่องผู้ส่งออกในไตรมาสสุดท้ายของปีว่า ไตรมาส 4 เป็นช่วงเวลาที่ผู้ส่งออกไทยจะได้รับค�ำสั่งซื้อ เข้ามาเป็นจ�ำนวนมาก เพื่อรองรับความต้องการสินค้า อุปโภคบริโภคและของขวัญในช่วงเทศกาลตัง้ แต่ปลายปี จนถึงต้นปีหน้า เราจึงได้พฒ ั นาบริการสินเชือ่ เพือ่ ช่วยเหลือ

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและน�ำเข้าแห่งประเทศไทย ให้ผู้ส่งออกไทยให้มีเงินทุนหมุนเวียนในช่วงก่อนและ หลังการส่งออกเพิม่ มากขึน้ เรียกว่า สินเชือ่ ส่งออกทันใจ เป็นสินเชื่อหมุนเวียนระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน พร้อม บริการรับซือ้ ตัว๋ ส่งออก อัตราดอกเบีย้ ต�ำ่ 3.5% ต่อปี ใช้ เพียงบุคคลค�้ำประกัน อนุมัติเร็วภายใน 7 วันท�ำการ และมีวงเงินสูงสุด 500,000 บาทต่อรายคาดจะช่วยให้ ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs สามารถเริ่มต้น หรือ ขยายธุรกิจส่งออกได้มากขึ้น “ปัจจุบนั มีผปู้ ระกอบการทีม่ ศี กั ยภาพเป็นผูส้ ง่ ออก SMEs ประมาณ 24,000 ราย หรือประมาณ 10% ของ ผูป้ ระกอบการ SMEs รวมทัง้ หมด แม้วา่ ภาคการส่งออก ของไทยจะเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่ผู้ส่งออกยังคงต้อง เผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจทั้งภายใน และภายนอก อาทิ การขาดสภาพคล่อง เข้าไม่ถึงแหล่ง เงินทุน ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ราคาสินค้า โภคภัณฑ์อยู่ในระดับต�่ำ เป็นต้น EXIM BANK จึงมี นโยบายพัฒนาบริการทีม่ เี งือ่ นไขผ่อนปรนเพือ่ สนับสนุน ผู้ส่งออก SMEs ของไทยให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน มีความพร้อมในการขยายธุรกิจได้มากขึ้น” “ผู้ส่งออก SMEs เป็นกลไกส�ำคัญที่ช่วยผลักดัน ให้การส่งออกขยายตัวมากขึน้ EXIM BANK จึงได้พฒ ั นา บริการสินเชือ่ ควบคูไ่ ปกับเครือ่ งมือบริหารจัดการความเสีย่ ง ทางการค้าระหว่างประเทศให้แก่ผสู้ ง่ ออก SMEs โดยเน้น ความรวดเร็วและความสะดวกในการเข้าถึงบริการของ SMEs โดยสินเชือ่ ส่งออกทันใจเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ทเี่ กิดขึน้ เพื่อช่วยอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบและขับเคลื่อนการเติบโต ของภาคการส่งออกไทยในไตรมาสสุดท้าย” นายพิศิษฐ์ กล่าวในตอนท้าย


28 LT Brand

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

The All-New JAC “N-Series” มากคุณค่าราคาสุดคุ้ม

มร. เกลน ตัน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล จ�ำกัด

ตันจงฯ เสริมทัพในไทยด้วยการจับมือกับ เจ เอ ซี มอเตอร์ส ยักษ์ใหญ่จากจีน เปิดตัวรถบรรทุกใหม่ 3 รุน่ The All-New JAC “N-Series” Light-Duty Trucks หวังเจาะกลุ่มรถบรรทกุ Light-Duty โดยเฉพาะ ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดรถบรรทุกขนาดกลางและเล็ก ลัน่ ประหยัด มากคุณค่า และ ราคาสุดคุม้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “3 บิก๊ ส์ (3 BIGs)” เสริมผูป้ ระกอบการได้รบั ผลก�ำไร มร. เกลน ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล จ�ำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ผนึกพลังทางธุรกิจร่วมกับ เจ เอ ซี มอเตอร์ส ผู้น�ำธุรกิจผลิตยานยนต์และรถบรรทุกที่มีชื่อเสียงระดับ โลก หวังขยายส่วนแบ่งธุรกิจยานยนต์ในประเทศไทย ด้วยการจัดตั้ง บริษัท เจ เอ ซี (ประเทศไทย) จ�ำกัด เพื่อน�ำเสนอ the All-New JAC “N-Series” Light-Duty Trucks หรือรถบรรทุกขนาดกลางและเล็ก รุน่ “เอ็น-ซีรยี ”์ ทีม่ าก คุณภาพในราคาสุดคุม้ ค่า ภายใต้คอนเซ็ปต์ความคุม้ ค่าในแบบ “3 บิก๊ ส์ (3 BIGs)” บิก๊ เซฟ (BIG Save), บิก๊ ควอลิตี้ (BIG Quality) และ บิก๊ แวลลู (BIG Value) ทีร่ วมไว้ใน “N-Series” เป็นครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อเติมเต็มความต้องการของตลาดรถบรรทุกขนาดกลางและเล็ก พร้อมเสริม สร้างผลก�ำไรระดับบิ๊กให้แก่กลุ่มลูกค้าในประเทศไทย “ประเทศไทยตัง้ อยูใ่ นจุดศูนย์กลางของกลุม่ ประเทศอาเซียนและเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้า จากทัว่ ทุกมุมโลกป้อนสูท่ กุ ประเทศในอาเซียน ตันจงฯ จึงเล็งเห็นถึงศักยภาพเพือ่ ใช้เป็นจุดยุทธศาสตร์หลัก ในการขยายส่วนแบ่งทางการตลาดทั้งในอาเซียนและในไทย และผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ เห็นถึงโอกาสการ เติบโตในปัจจุบันก็คือ รถบรรทุกขนาดกลางและเล็ก (Light-Duty) และด้วยแผนการขยายธุรกิจดังกล่าว ท�ำให้บริษัทฯ เสาะหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อจะสร้างโมเดลดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างเต็มศักยภาพ จึงเป็น ทีม่ าของความร่วมมือกับ เจ เอ ซี มอเตอร์ส ยักษ์ใหญ่ผผู้ ลิตยานยนต์และรถบรรทุกระดับโลกทีผ่ สานคุณภาพ กับประสิทธิภาพได้อย่างลงตัว จนสามารถเป็นผูส้ ง่ ออกรถบรรทุกขนาดกลางและเล็กอันดับหนึง่ ของประเทศ จีนตลอด 14 ปีที่ผ่านมา” ส�ำหรับรถบรรทุกขนาดกลางและเล็ก the All-New JAC “N-Series” Light-Duty Trucks 3 รุ่นใหม่ล่าสุดที่จะน�ำเข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทยครั้งนี้ ประกอบด้วย N43 – รถบรรทุก 4 ล้อขนาดเล็ก ส�ำหรับการขนส่งได้ตลอดทั้งวัน โดยไม่ติดข้อจ�ำกัดเรื่องเวลาการ เข้าเขตเมืองและชานเมือง ราคาจ�ำหน่ายอยู่ที่ 649,000 บาท โดยมีคุณสมบัติที่โดดเด่น ตัวรถมีน�้ำหนัก เบากว่ารถรุ่นใกล้เคียงในท้องตลาด ท�ำให้สามารถจดทะเบียนแบบไม่ติดเวลาได้ ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล เทคโนโลยีใหม่ ท�ำให้ประหยัดน�ำ้ มันมากยิ่งขึ้น N65 – รถบรรทุก 6 ล้อขนาดกลาง ทีม่ าพร้อมประสิทธิภาพการบรรทุกสูงถึง 6.5 ตัน ราคาจ�ำหน่าย อยู่ที่ 699,000 บาท โดยมีคุณสมบัติที่โดดเด่น เครื่องยนต์ดีเซลเทคโนโลยีใหม่ ท�ำให้ประหยัดน�ำ้ มันยิ่งขึ้น บรรทุกน�้ำหนักได้มากกว่าคู่แข่งในท้องตลาดกว่า 300 กิโลกรัม และลดอัตราการบริโภคเชื้อเพลิง ต้นทุน ขนส่ง และค่าบ�ำรุงรักษา N85 – รถบรรทุก 6 ล้อประสิทธิภาพการบรรทุกสูงถึง 8.5 ตัน จ�ำหน่ายในราคา 899,000 บาท โดยมีคณ ุ สมบัตทิ โี่ ดดเด่น เครือ่ งยนต์ “คัมมินส์ (Cummins)” รุน่ ใหม่ทมี่ ปี ระสิทธิภาพสูง น�ำ้ หนักเบา แต่ ให้แรงบิดมากถึง 440 นิวตันเมตรทีร่ อบต�ำ่ เพียง 1,200 รอบ ประหยัดน�ำ้ มัน และเพือ่ การบรรทุกทีม่ ากขึน้ เทคโนโลยีระบบเบรกลมล้วน ที่มีเฉพาะในรถบรรทุกขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดระยะการ เบรก ออกแบบพื้นที่บรรทุกเพิ่มมากขึ้นด้วยความยาวแชสซี 5,255 มิลลิเมตร วัดจากท้ายหัวเก๋งจนถึง ปลายสุดของแชสซี ลดอัตราการบริโภคเชื้อเพลิง ต้นทุนขนส่ง และค่าบ�ำรุงรักษา


ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

29


30 LT ดับเครื่องคุย โดย...ดัมพ์แมนโชว์

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

PTT The Moving Innovation สู่ความเป็นเบอร์หนึ่ง/Global Brand

ภายใต้ยทุ ธภพขนส่งเมืองไทยนอกเหนือการไล่บี้ และขับเคี่ยวของหลากหลายค่ายรถแล้ว ยังมีห่วงโซ่ คุณค่าที่เกี่ยวข้องให้แข่งขันระห�่ำเดือดอีกบานตะไท 1 ในนั้นก็คือ ธุรกิจน�ำ้ มันหล่อลื่นเพื่อภาคขนส่ง โดย ในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา ภาวการณ์แข่งขันของธุรกิจนี้ ทวีความเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง หลากหลายค่ายธุรกิจ พลังงานกระโจนร่วมวงไพบูลย์กันพรึบ เช่นเดียวกับพี่ใหญ่ด้านพลังงานในฐานะบริษัท พลังงานแห่งชาติอย่าง ปตท. ทีไ่ ม่ยอมปล่อยโอกาสทอง ฝังเพชรไปโยนทิง้ ข้างไหล่ทาง แม้จะผงาดเป็น “เจ้าตลาด” ในรอบ 4-5 ปีก็ตาม แต่ก็ยังขยันพัฒนาและปล่อย ผลิ ต ภั ณ ฑ์ ที่ ส นองตอบทุ ก ความต้ อ งการของลู ก ค้ า อย่างต่อเนือ่ ง มัน่ ใจเศรษฐกิจโตหนุนธุรกิจไหลลืน่ ตัง้ เป้า เป็นเบอร์หนึ่ง ทะยานครองสัดส่วนกว่า 40 % ทุ่ม 320 ล้านหวังเพิ่มยอดขาย 300 ล้านลิตรในปี 2020 กรุยทาง สู่ Global Brand กางแผนขยายสาขา FIT Auto จาก 24 สาขาในปัจจุบัน เป็น 100 สาขาในอีก 5 ปีข้างหน้า ผลักดันแบรนด์ด้วยนวัตกรรมแห่งการขับเคลื่อน หรือ The Moving Innovation ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน พร้อมสยายปีกโตทัว่ อาเซียนและเกือบทุกภูมภิ าคทัว่ โลก สยายปีกโตทั่วอาเซียน และ 7 ภูมิภาคทั่วโลก ทั้งนี้ คุณบุรณิน รัตนสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการ ผูจ้ ดั การใหญ่ธรุ กิจหล่อลืน่ บริษทั ปตท. จ�ำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ถอื เป็นภาคธุรกิจ ที่มีความส�ำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เนือ่ งจากมีความเกีย่ วข้องกับธุรกิจต่อเนือ่ งอืน่ ๆ จ�ำนวน มาก ปตท. จึ ง เล็ ง เห็ น ความส� ำ คั ญ ในการสนั บ สนุ น ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจดังกล่าว ผ่านผลิตภัณฑ์และ การให้ บ ริ ก ารที่ มี คุ ณ ภาพจาก ปตท. ไม่ ว ่ า จะเป็ น ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นส�ำหรับกลุ่มเครื่องยนต์ดีเซลงานหนัก เช่น ผลิตภัณฑ์ PTT DYNAMIC ULTRA PLUS ที่ผ่าน การทดสอบตามมาตรฐานจากค่าย OEM ชัน้ น�ำ ช่วยยืด

คุณบุรณิน รัตนสมบัติ

ผูช้ ว่ ยกรรมการผูจ้ ดั การใหญ่ธรุ กิจหล่อลืน่ บริษทั ปตท. จ�ำกัด (มหาชน) อายุการเปลี่ยนถ่ายได้ถึง 30,000 กิโลเมตร รวมไปถึง การให้บริการเชิงเทคนิคทั้งก่อนและหลังการขายจาก ทีมผู้เชี่ยวชาญ PTT LUBE SOLUTIONS เพื่อให้ผู้ ประกอบการในภาคการขนส่งและรถเพื่อการพาณิชย์ ไทย สามารถพัฒนาประสิทธิภาพรูปแบบการด�ำเนินงาน และเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจตอบสนองกับความ ต้องการของลูกค้าและการแข่งขันที่มีมากยิ่งขึ้น” “ปีที่ผ่านมา ปตท. มียอดจ�ำหน่ายน�้ำมันหล่อลื่น 170 ล้านลิตร แบ่งเป็นในประเทศกว่า 150 ล้าน และ ต่างประเทศ 20 ล้านลิตร ส่วนปีนี้เราเป้ายังตั้งเป้า คงความเป็นอันดับหนึ่งด้าน Market Share ตั้งแต่ปี 2552 (ปัจจุบัน Market Share ม.ค. - ส.ค. 59 อยู่ที่ 38.61%) ส่วนตลาดในต่างประเทศ ตัง้ แต่ ปี 2558-2559 ที่ผ่านมาเราเริ่มเปิดตลาดอิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บรูไน อินโดนีเซีย และบาห์เรน ได้ส�ำเร็จ และท�ำให้ ปั จ จุ บั น มี ก ารส่ ง ออก ครบทั้ ง 10 ประเทศ อาเซี ย นครบคลุ ม 36 ประเทศ ใน 7 ภูมิภาค ทั่ ว โลกจนได้ รั บรางวั ล Prime Minister’s Award การเติบโตของ ตลาดหล่อลืน่ ในปัจจุบนั อยู ่ ที่ 11% ซึ่ ง เราก็ เติบโตใกล้เคียงกับตลาด (10.88% หรือ ประมาณ 10.31 ล้านลิตร) และ คาดว่ายังคงเติบโตได้อกี ในปีหน้า”

กลยุทธ์ The Moving Innovation ก้าวสู่ Global Brand

นอกจากนี้ คุณบุรณิน ระบุเพิ่มเติมว่า ในอนาคต ปตท. มุง่ หวังจะเพิม่ ยอดการจ�ำหน่ายรวมเป็น 300 ล้าน ลิตรในปี 2020 โดยมุ่งหวังให้ ปตท. ยังคงสัดส่วนการ เป็น Market Share อันดับ 1 ในประเทศต่อไป และ เพิ่มสัดส่วนยอดขายต่างประเทศขึ้นเป็น 30% ของ ยอดขายรวมเพื่อก้าวสู่การเป็น Global Brand มาก ยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณในการขยายตลาด ประมาณ 320 ล้านบาท/ปี และวางแผนขยายสาขา FIT Auto ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เราพัฒนาขึ้นตลอด 2 ปี ทีผ่ า่ นมา ซึง่ มีคอนเซ็ปต์จะต้องเป็นศูนย์บริการยานยนต์ ที่ทันสมัยมีเป็นมาตรฐานครบวงจร เน้นการซ่อมเบา และการบ�ำรุงรักษายานยนต์ ตัง้ แต่การบริการเปลีย่ นถ่าย น�้ำมันหล่อลื่น การเปลี่ยนยาง ซ่อมแซมทั่วไป และ จ�ำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ “น�้ำมันหล่อลื่น PTT จะเป็นเพียงรายการเดียว ที่มีจ�ำหน่ายใน Fit Auto ในปลายปีนี้ จะมีทั้งสิ้น 24 สาขา และภายในอีก 5 ปี เราวางแผนจะเปิดให้ได้รวม อีก 100 สาขา โดยพื้นที่ส่วนใหญ่จะให้บริการจะอยู่ใน เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนในต่างจังหวัดก็จะมี ตามจังหวัดใหญ่ๆ อย่าง เชียงใหม่ อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา ชลบุรี หาดใหญ่ ภูเก็ต” ส่ ว นกลยุ ท ธ์ แ ละนโยบายการพั ฒ นาสิ น ค้ า นั้ น คุณบุรณิน ให้ข้อมูลว่า ธุรกิจหล่อลื่นมีเป้าหมายในการ พัฒนาแบรนด์เข้าสูระดับสากล หรือ Global Brand โดยผลักดันการสร้างแบรนด์จากนวัตกรรมแห่งการ ขับเคลื่อน หรือ The Moving Innovation และยังคง พั ฒ นาผลิ ต ภั ณ ฑ์ แ ละบริ ก ารด้ ว ยเทคโนโลยี แ ละ


31

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

LT On the road โดย...ปีศาจขนส่ง

นวัตกรรมที่ดีที่สุดส�ำหรับยานพาหนะและเครื่องยนต์ ทุกประเภท ซึ่งนวัตกรรมของ ปตท. ซึ่งนวัตกรรมของ ปตท. ต้องเป็นนวัตกรรมทีม่ คี วามหมายทีท่ กุ คนสัมผัสได้ และเป็นไปตามความต้องการของผู้บริโภคจริง “ส่ ว น AEC เรามี ก ลยุ ท ธ์ ทั้ ง ขายผ่ า นตั ว แทน จ�ำหน่ายของแต่ละประเทศเป็นหลัก เช่น พม่า เวียดนาม และมาเลเซีย รวมไปถึงการจ�ำหน่ายผ่านบริษัทลูกของ ปตท. เอง เช่น ลาว กัมพูชา และฟิลิปปินส์ เป็นต้น ส�ำหรับนอกภูมภิ าค AEC ปตท. มีการเปิดตลาดไปสูเ่ กือบ ทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยเน้นประเทศที่เป็น Emerging market โดยเฉพาะในประเทศจีน และประเทศใน ภูมิภาคตะวันออก”

ย�้ำ ยืดอายุการเปลี่ยนถ่ายได้ถึง 30,000 กม.

อย่างไรก็ดี คุณบุรณิน สรุปปิดท้ายว่า ปตท. มี ผลิตภัณฑ์ให้เลือกอย่างหลากหลาย ครอบคลุมทุกการ ใช้งานทั้งในกลุ่มรถใหม่ที่ยังมีระยะวิ่งน้อย หรือรถเก่าที่ ผ่านการใช้งานมานาน โดยเราผลิตภัณฑ์ PTT DYNAMIC ULTRA PLUS น�ำเสนอให้แก่ผู้ประกอบการทุกท่าน โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีจุดเด่นของการได้รับมาตรฐาน ส�ำหรับรถญี่ปุ่น (API CI-4 และ JASO SH-1) และรถ ยุโรป (ACEA E7) รวมถึงผ่านมาตรฐานการทดสอบ จากค่าย OEM เช่น Mercedes Benz, Volvo เป็นต้น โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถยืดอายุการเปลี่ยนถ่าย ได้ ถึ ง 30,000 กิ โ ลเมตร แลยังมีผลิต ภัณฑ์ทั้งกลุ่ม สังเคราะห์ 100% (DYNAMIC EXTRA LONG DRAIN) และกึ่งสังเคราะห์ (DYNAMIC SEMI-SYNTHETIC) ให้ กับผู้ประกอบการทุกท่านได้เลือกใช้งานอีกด้วย “การเข้าให้บริการลูกค้าเป็นสิง่ ส�ำคัญทีจ่ ะช่วยเพิม่ ศักยภาพทางการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการทุกรายได้ สูงยิง่ ขึน้ เนือ่ งจากต้นทุนค่าขนส่งสินค้าถือเป็นค่าใช้จา่ ย หลัก (ประมาณ 50%) ส�ำหรับอุตสาหกรรมการขนส่ง การเลือกใช้งานผลิตภัณฑ์หล่อลื่นส�ำหรับแต่ละ Fleet ถือว่าเป็นสิ่งส�ำคัญในการบริหารต้นทุนจากการจัดเก็บ Stock และยืดระยะการเปลีย่ นถ่าย ทาง ปตท. จึงมีทมี งาน วิศวกรทีใ่ ห้ความรูแ้ ก่ผปู้ ระกอบการและทีมงานทุกท่าน ถึงหน้างาน ซึง่ จะช่วยเลือกผลิตภัณฑ์ทมี่ คี วามเหมาะสม กับแต่ละ Fleet โดยเฉพาะ รวมไปถึงการเข้าร่วมแก้ ปัญหาที่เกิดกับเครื่องยนต์อีกด้วย และเรายังให้บริการ ในผลิตภัณฑ์น�้ำมันเชื้อเพลิงส�ำหรับกลุ่มรถผ่านบัตร Fleet Card ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถควบคุม และติดตามค่าใช้จ่ายได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นอีกด้วย”

8 เทคนิคเช็คความพร้อม “พาหนะคู่กาย” ก่อนเดินทาง ใกล้วันเวลาที่จะทะยานเข้าสู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เต็มแก่แล้ว ถือเป็นห้วงเวลาวันหยุด ย๊าวยาวเพือ่ ร่วมเฉลิมฉลองในเทศกาลความรืน่ เริงเถลิงฤกษ์ใหม่ ทีพ่ นี่ อ้ งชาวไทยนับวันรอพลางกวักมือเรียก ประหนึ่งอยากให้วันนั้นมาถึงในบัดนาว ปรากฏการณ์ที่ตามมากับช่วงวันหยุดยาวก็คงหนีไม่พ้น “คลื่นมหายานยนต์” ไหลบ่าเต็มท้องถนนในทุก ภูมภิ าคของไทย แทบจะเรียกได้วา่ “วันมหาวิปโยครถติด” ก็ดจู ะไม่ผดิ เพราะมวลมหาประชาชนจากเมืองหลวง ก็จะได้ฤกษ์เคลือ่ นทัพไปท่องเทีย่ วยังสถานทีต่ า่ งๆ หรือไม่กย็ กพลกลับภูมลิ ำ� เนาเพือ่ ร่วมท�ำบุญตามจารีตประเพณี รวมถึงพบปะวงศาคณาญาติและร่วมสังสรรค์ในเทศกาลแห่งความสนุกครื้นเครงเช่นนี้ ปีศาจขนส่ง ใคร่ขอน�ำเสนอ 8 เทคนิคการตรวจเช็คสภาพความพร้อมของยานพาหนะคู่กายเดินทางไกล ไปยังสถานทีต่ า่ งๆ เพือ่ ให้เกิดความพร้อมก่อนการเดินทาง ซึง่ ต้องปรบมือรัวๆ ให้กบั “ศูนย์บริการ เชลล์ เฮลิกส์ พลัส” ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนถ่ายน�้ำมันหล่อลื่น ใส่ใจในความปลอดภัยและห่วงใยผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน ที่ ได้ส่งความปรารถนาดีผ่านมายังปีศาจขนส่ง ดังนี้ 1. ตรวจเช็ครอยรั่วซึมตามจุดต่างๆ ตรวจสอบดูใต้ท้องรถว่ามีของเหลวใดๆ ไหลซึมออกมาหรือไม่ อาจเป็นรอยน�้ำหยดที่เกิดจากน�้ำยาแอร์รั่วซึม หรืออาจหนักถึงขั้นเป็นรอยรั่วจากน�้ำมันเกียร์และน�้ำมันเครื่อง ก็เป็นได้ 2. ตรวจเช็คความดันลมยางและดอกยาง เช็คความดันลมยาง ดอกยาง รอยฉีกขาดที่อาจเกิดขึ้นบน หน้ายาง เพราะว่าจะไม่สนุกแน่หากขับรถไปต่างจังหวัดแล้วยางแบนระหว่าง 3. ตรวจเช็คไฟรถรอบคันและมาตรวัดต่างๆ ระหว่างการเดินทางไกลนั้น การให้สัญญาณไฟระหว่าง รถยนต์ด้วยกันเป็นสิ่งส�ำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟหน้ารถสูง-ต�่ำ ไฟเบรก ไฟเลี้ยว และไฟฉุกเฉิน สัญญาณ ไฟที่ส่องสว่างได้ดีจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้ 4. ตรวจเช็คระบบเบรก เบรกคือหนึง่ ในสิง่ ส�ำคัญทีส่ ดุ ในการขับรถ ลองสตาร์ทรถและเข้าเกียร์ D จากนัน้ ลองเหยียบแป้นเบรกดูว่ารถเบรกอยู่หรือไม่ ระยะห่างระหว่างขากับแป้นเบรกอยู่ในระยะพอเหมาะหรือไม่ 5. ตรวจเช็คแบตเตอรีแ่ ละระดับน�ำ้ กลัน่ เช็คแบตเตอรีโ่ ดยการดูทขี่ วั้ ต่อและสายไฟว่าอยูใ่ นสภาพดีพร้อม ใช้งานหรือไม่ หากไม่ใช่แบตเตอรีแ่ บบแห้ง ก็ควรเติมน�ำ้ กลัน่ แบตเตอรรีใ่ ห้อยูใ่ นระดับทีก่ ำ� หนดก่อนออกเดินทาง 6. ตรวจเช็คสายพานภายในรถยนต์ สายพานขับต่างๆ ต้องไม่มีรอยแตกหรือเปื้อนน�ำ้ มันหล่อลื่น และ ทดลองฟังเสียงว่าเมื่อเดินเครื่องแล้วมีเสียงแปลกๆ ออกมาจากสายพานหรือไม่ 7. ตรวจเช็คทีป่ ดั น�ำ้ ฝนและเติมน�ำ้ ยาล้างกระจก การเดินทางไกล บางครัง้ อาจเลีย่ งฝนไม่ได้ ทีป่ ดั น�ำ้ ฝน ที่ช่วยให้เรามองเห็นเส้นทางขณะขับขี่ได้อย่างปลอดภัยจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ แม้ว่าเราจะไม่ค่อยใช้งาน ยางปัดน�้ำฝนก็ตาม 8. ตรวจเช็คระดับของเหลวภายในเครื่องยนต์ อย่าลืมดูแลเครื่องยนต์ของคุณด้วยการตรวจเช็คระดับ ของเหลวภายในเครื่อง อะไรที่พร่องไปก็ควรเติมให้อยู่ในระดับ อย่าลืมน�ำเคล็ดลับง่ายๆ ปฏิบัติเพื่อการเดินทางที่ไม่สะดุด แต่หากยากเกินไป รู้หรือไม่ว่าทีมช่าง ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์บริการ เชลล์ เฮลิกส์ พลัส ทุกสาขาในปั๊มเชลล์ทั่วประเทศ ยินดีตรวจเช็คฟรีถึง 10 จุด ให้คุณ อย่าลืมแวะปั๊มเชลล์ก่อนเดินทาง เพื่อให้เที่ยวได้อย่างอุ่นใจวันหยุดยาวนี้


32 LT เสวนาประสาสิบล้อ โดย...ขันธีร์ขนส่ง

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

ถลกหนังหน้า...ไอ้โม่งขนส่ง “ไม่จ่ายส่วย” แต่...กินส่วย(เองซะงั้น)

เหลือบเห็นข่าวบรรดาอาเฮียจากสมาคมฯ ขนส่ง ต่างๆ ที่น�ำโดยพ่อใหญ่ทองอยู่ คงขันธ์ ประมุขสิบล้อ เมืองไทยตบเท้าร่วมกันแถลงข่าว “มาตรการสนับสนุน นโยบายรัฐบาล กรณีการบรรทุกน�้ำหนักเกินกว่าที่ กฎหมายก�ำหนด” เด้งรับค�ำสัง่ ของนายกฯ ตู่ พร้อมชูมอื สนับสนุนให้รัฐกวดขันจับกุมสิงห์รถบรรทุกที่จงใจ ท�ำผิดกฎหมายแบกน�้ำหนักเกินกว่ากฎหมายก�ำหนด เป็นสาเหตุทำ� ให้ถนนหนทางพังพินาศสันตะโร ทีภ่ าครัฐ ต้องวอดวายเงินหลวงกับการซ่อมแซมในแต่ปถี งึ 2 หมืน่ ล้านบาท ข้าน้อย ขันธีรข์ นส่ง ได้เสพข่าวแล้วอดทีจ่ ะปรบมือ รัวๆ พลางกดไลท์แทบไม่ทันให้กับปฏิบัติการอันเป็น “เนือ้ นาบุญ” ต่อวงการของบรรดาสมาพันธ์ฯ และสมาคมฯ ขนส่งต่างๆ ที่อาสาหามาตรการไล่ล่าเอาผิดกับบรรดา “สิบล้อแตกแถว” ทีม่ จี ติ ส�ำนึกดีตอ่ สังคม “ต�ำ่ เตีย้ ติดดิน” ในครั้งนี้! ไม่มใี ครหาญกล้าปฏิเสธ กฎหมายมีไว้ให้ประชาชน คนไทยทุกคนปฏิบัติตามเท่าเทียมกัน เมื่อกฎหมายระบุ น�ำ้ หนักไว้เท่าไหร่ผขู้ นส่งก็ตอ้ งคงตามน�ำ้ หนักนัน้ ๆ แล้ว ท�ำไมล่ะพฤติกรรมเห็นแก่ตัวสุดโต่งของผู้ขนส่งใน การแบกน�ำ้ หนักเหล่านีถ้ งึ ลอยหน้าลอยตาและยืนสง่า อยูใ่ นสังคมได้? หรือท�ำไมรัฐถึงไม่สามารถก�ำจัด “พวก เดนขนส่ง” ให้สิ้นซากไปจากสังคมไทยได้ซักที และ อีกสะระตะค�ำถาม?

ล่าสุด ก็ตอ้ งอ้าปากค้างเมือ่ เจ้ากระทรวงหูกวาง “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” ออกโรงเผยการจับกุมรถบรรทุก เกินได้กว่า 200 คัน ในช่วงวันที่ 1-21 พ.ย. และอึง้ กิม่ กี่ ไปกว่านัน้ พบแบกน�ำ้ หนักมากสุดคันเดียวหนัก 115 ตัน ทั้งในความเป็นจริงรถพ่วง 24 ล้อ กฎหมายอนุญาต ในน�ำ้ หนักแค่ 50.5 ตันเท่านั้น เป็นเยี่ยงงี้แล้วมันจะไม่พังได้ไงล่ะ Thailand Only อีหลีครับพี่น้อง! ขณะที่พ่อใหญ่ ทองอยู่ คงขันธ์ ก็ออกมาชี้แจงเป็น ข้อๆ ว่า การทีถ่ นนพังก็ไม่ใช่ โยนบาปให้ กั บ พี่ น ้ อ งรถ บรรทุกเสียทัง้ หมด เพราะยัง มีห่วงโซ่ที่เกี่ยวข้องอีกบาน ไม่ว่าเรื่องของงบประมาณ ที่ได้มา แท้จริงแล้วน�ำไป แต่ทงั้ หลายทัง้ ปวงเป็นเพราะขาด “จิตส�ำนึกทีด่ ”ี สร้างถนนจริงๆ เท่าไร? เมือ่ ของทุกฝายที่มีส่วนเกี่ยวข้องล้วนๆ การที่ถนนพังจะที่ งบประมาณถูกตัดทอนออกไปมาตรฐานถนนก็ต�่ำลงไป ไปโยนขี้ให้กับสิงห์รถบรรทุกฝ่ายเดียวก็ไม่เป็นธรรมแน่ รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐผู้รักษากฎหมายที่ปล่อยปละละเลย เพราะสิงห์บรรทุกเคารพกฎหมายก็มเี ยอะ พวกจิตส�ำนึก พร้อมกับยอมรับแบบลูกผู้ชายตัวจริงว่า รถบรรทุก คือ ป่วยก็ใช่วา่ จะมีนอ้ ย การแบกน�ำ้ หนักเกินกฎหมายก�ำหนด อีกหนึ่งจิกซอว์ส�ำคัญที่มีส่วนท�ำให้ถนนพัง ไปถึงปลายทางได้อย่างไร ถ้าไม่มีผู้รู้เห็นเป็นใจที่เป็นตัว ฟากฝั ่ ง “เฮี ย เต๊ ก ละครทัง้ หลายแหล่ จนเป็นทีม่ า “ทฤษฎีสมประโยชน์” ชุมพล สายเชือ้ ” เลขาธิการ ระหว่างผู้ขนส่งและผู้พิทักษ์กฎหมายบางพวกบางกลุ่ม สหพั น ธ์ ก ารขนส่ ง ทางบก ที่ไร้จิตส�ำนึก จนเล่นแร่แปรธาตุเป็น “ส่วยทางหลวง” แห่งประเทศไทย ก็ให้ความ หรือ “ส่วยสติกเกอร์” ก็แล้วแต่ใครพอใจจะเรียกขาน เห็นว่า ปัญหาหลักที่ท�ำให้ เป็น “เชือ้ มะเร็งร้าย” เกาะกินสังคมไทยมานาน ทีไ่ ม่วา่ เกิดการบรรทุกน�้ำหนักเกิน ยุ ค ใดสมั ย ใดก็ ไ ม่ มี ป ั ญ ญาแก้ ป มนี้ ไ ด้ จนกลายเป็ น และธุ ร กิ จ ส่ ว ยสติ ก เกอร์ “มหากาพย์ ส ่ ว ยทางหลวง” ที่ ห ลอกหลอนพี่ น ้ อ ง ส่วนหนึง่ เป็นผูว้ า่ จ้างต้องการ ชาวไทยอยู่ร�่ำไป ลดต้นทุนในการขนส่ง น�ำไป

สูก่ ารแบกน�ำ้ หนักบรรทุกเกินกว่า 50.5 ตัน ตามทีก่ ฎหมาย ก�ำหนดเป็นเท่าตัว หรือบรรทุกครั้งละเป็นร้อยตันขึ้นไป ปมปัญหานี้เป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน ต่อให้แก้อย่างไร ก็คงไม่หมด หากยังไม่แก้ที่ต้นตอ ก็คือ ผู้ว่าจ้าง หรือ ผูป้ ระกอบการทีย่ งั คงสนับสนุนส่งเสริมและรูเ้ ห็นเป็นใจ ให้เกิดการขนส่งบรรทุกน�้ำหนักเกิน อีกเบื้องลึกที่ ขันธีร์ขนส่ง ได้ยินจาก 2 รูหู จาก 1 ปากผู้ประกอบการขนส่งรายหนึ่ง (ขอสงวนนาม) ที่ ระบุว่า วงจรอุบาทว์ส่วยทางหลวงนี่ต่อให้ปราบปราม อย่างไรก็ไม่สิ้นซากจากสังคมไทยหรอก หากยังมีตัว ละครหลายตั ว โดยเฉพาะตั ว ละครที่ เ ป็ น ผู ้ ป ระกอบ การขนส่ง (บางคน) ที่ไร้จิตส�ำนึกผิดชอบชั่วดี ว่ากันว่า เป็น “ผู้มากบารมีแถบภาคเหนือ” ที่เอยชื่อก็ต้องถึง บางอ้อกันทั้งบ้านทั้งเมือง พฤติกรรมสุดแสบของไอ้โม่ง ขนส่งมากบารมีนี้ เล่นละครตบตาฉากหน้าปากก็บ้วน มธุรวาจาต่อหน้าธารก�ำนัลดังว่า “ไม่เอาไม่จ่ายส่วย” แต่ฉากหลังกลับแสดงพฤติกรรมต�่ำช้าเยี่ยงโจรพลิก บทบาทเป็นรายปีศาจผูห้ วิ โหยเงิน “สวาปามส่วย” เอง ซะงั้น “ด้วยวิธีการเพื่อนพ้องพี่น้องในวงการขนส่ง รายใดต้องการขนส่งสินค้าแบกน�้ำหนักเกินกฎหมาย ก�ำหนดไปที่ใดก็ตาม ไอ้โม่งรายนี้จะรับหน้าที่เคลียร์ เส้นทาง-ด่านชนิด “ไร้ปญ ั หา”จุกจิกกวนใจ พร้อมระบุ “ค่าภูมิปัญญา”ในด�ำเนินการเสร็จสรรพ” แล้วพฤติกรรมแสบสันต์เยีย่ งนีย้ งิ่ เป็น “เชือ้ แรง” ระบาดหนักไปยัง “ผูข้ นส่ง และเจ้าหน้าทีร่ ฐั ”ทีเ่ นือ้ ใน ส�ำนึกต�ำ่ ติดธุลดี นิ (บางคน) เจริญรอยตามกันเป็นพรวน ...ไม่แปลกทีว่ งจรอุบาทว์สว่ ยทางหลวงจะไม่จางหาย ไปจากสังคมไทย ยิ่งแก้...ก็ยิ่งเข้าท�ำนอง “แก้ผ้าเอา หน้ารอด” ไปวันๆ


33

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

LT เลาะระเบียงขนส่ง โดย...ตะวันเพลิง

นิตยสาร Logistics Time ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 ฉบับประจ�ำเดือนธันวาคม 2559 : “ตะวันเพลิง” หน้าเก่า ขาประจ�ำรายงานตัวประจ�ำฐานกองบัญชาการ “เลาะ ระเบียงขนส่ง” ท�ำหน้าที่สื่อกลางรายงานและลัดเลาะ เจาะลึกความเคลื่อนไหวพลางหยิบแกมหยอกบรรดา พี่น้องสิงห์รถบบรทุกและผู้ประกอบการขนส่งทั่วฟ้า เมืองไทยประจ�ำฉบับทิง้ ทวนปีลงิ พร้อมเตรียมแหวกม่าน ศักราชใหม่ปีไก่ เข้าสู่เดือนโบกมือบ๊าบบายปีลิงเต็มตัว และเริ่ม ถอยหลังเข้าปีศักราชใหม่ที่ใครต่อใครคอรอย...เย้ย รอคอยจะมาถึง บทสรุปในแวดวงขนส่งเมืองไทยปีนี้ ทั้ง ในแง่การยกระดับการพัฒนาระบบการขนส่งคมนาคม ทางบก ราง น�้ำ อากาศ ก็ดูมีน�้ำมีนวลขึ้นกว่าปีที่แล้ว ส่วนในแวดวงสิงห์รถบรรทุกก็ไม่ต่างกัน บรรดาค่ายรถ ทั้งจากแดนปลาดิบ ยุโรป และพญามังกรจีน หากวัดกัน ด้วยยอดขายฝั่งปลาดิบ ทั้งพี่โน่พี่สุก็กวาดยอดขายได้ ตามเป้า ส่วนน้องโฟ่หากไม่สะดุด “ด่านเดมเลอร์” โฉมหน้ายอดขายจะเฉิดฉายกว่านี้ ฟากฝัง่ น้องดีนมี่ าแรง แซงทางโค้ง 10 เดือน กวาดไปแล้ว 606 คัน โตขึ้นกว่า 53% เมือ่ เทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีกอ่ นป๊าดดๆๆๆ... ฟากฝั่งค่ายยุโรปอย่างวอลโว่ปีนี้ดูดร็อปลงไปนิด ขณะที่ค่ายสแกนเนียปีนี้ดูไฉไลกว่าปีก่อน ขณะที่ค่าย จากแดนมังกรปีนกี้ ไ็ ม่ตา่ งจากปีกอ่ นพอไปวัดไปวาได้ ว่า กันว่าเซียนระดับท่านอ่องในแวดวงรถใหญ่ฟันธงดวง ชะตายอดขายรถใหญ่ปีลิงดีดเด้งกว่าปีที่แล้วไม่มากนัก ยอดทั้งปีน่าจะแตะระดับ 2.8 หมื่นคันนิดๆ อย่างไรซะ “ตะวันเพลิง” ขอแสดงความยินดีกับค่ายที่สมหวัง แต่ ก็ต้องขอให้ก�ำลังใจกับค่ายที่ยังไม่ฟื้นไข้ดี ปีหน้าฟ้าใหม่ เร่งเครื่องกันใหม่...น่าจะสดใสกว่าเดิม ชีวิตไม่สิ้นก็ต้อง ดิ้นกันต่อไปครับพี่น้อง!! ข่าวคราวความเคลือ่ นไหวในแวดวงขนส่งในเดือน สุดท้ายปลายปีเห็นทีหนีไม่พ้นงานประชุมใหญ่ประจ�ำปี ของสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย หรือทีร่ กู้ นั ใน นาม สมาคมฯ ขนส่งภาคเหนือ ที่นำ� โดยจอมทัพอย่าง “เฮียอภิชาต ไพรรุง่ เรือง” มีคิวระเบิดความยิ่งใหญ่ ปิดท้ายปีในวันที่ 17-18 ธ.ค. ที่เมืองปากน�้ำโพเช่นเดิม แว่วเสียงซึงมาว่า ยังจัดใหญ่ อลังการเหมือนเดิม บรรดา ค่ายรถต่างๆ และห่วงโซ่ ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ต่างตบเท้าร่วมงานเพรียบ ด้านกลุ่มตันจงฯ หลังเผชิญปมดราม่าเซ็นสัญญา กับเดมเลอร์ขนาดต้องขึน้ โรงขึน้ ศาลเพือ่ หาข้อยุติ ใครผิด ใครถูกก็ตอ้ งขึน้ ศาลจะพิจารณาชีข้ าด ล่าสุด พลิกวิกฤติ เป็ น โอกาสด้ ว ยการตั้ ง บริ ษั ท ลู ก ขึ้ น มาใหม่ ใ นนาม บจก.ชวิง สเต็ดเตอร์ เพือ่ รองรับการเป็นตัวแทนจ�ำหน่าย โม่ ผ สมปู น ซี เ มนต์ แ ละจั ก รกลที่ เ กี่ ย วกั บ ปู น ซี เ มนต์

ยูดี ทรัคส์ ประเทศไทย ส่งทีมล็อบสเตอร์ เข้าร่วมแข่ง GEMBA Challenge นางลดาวรรณ ชาญพิทยานุกูลกิจ ผู้จัดการทั่วไป ยูดี ทรัคส์ (ประเทศไทย) ประจ�ำภูมภิ าคภาคกลางและ ภาคเหนือ พร้อมทีมล็อบส์เตอร์ จาก ยูดี ทรัคส์ (ประเทศไทย) สาขาอยุธยา เป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมแข่งขัน GEMBA Challenge รอบสุดท้าย ที่ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเร็วๆ นี้ สั ญ ชาติ เ ยอรมั น ภายใต้ แบรนด์ “SCHWING Stetter” ในประเทศไทย โดยมี “พ่ อ เลี้ ย งเอ ธนภัทร อินทวิพนั ธุ”์ รอง ประธานฟูโซ่ทรัค (ประเทศ ไทย) และยังควบต�ำแหน่ง รองประธานชวิง สเต็ดเตอร์ (ประเทศไทย) อีกต�ำแหน่ง รับหน้าที่กุมบังเหียนในการขับเคลื่อนแบรนด์นี้เข้าสู่ สมรภูมิโม่ปูนเต็มตัว ข้าน้อย ตะวันเพลิง ขออนุญาต “ต�ำจอก” เพือ่ แสดงความยินดีกะท่านเพ่ด้วยขอรับ!! เท่านั้นยังไม่พอยังไล่ล่าหาความตื่นเต้นด้วยการ เป็นตัวแทนจ�ำหน่ายรถเพื่อการพาณิชย์จากแดนมังกร เพิม่ อีก 1 แบรนด์ นัน่ ก็คอื เจเอซี (JAC) ว่ากันว่า แบรนด์ ดังกล่าวนีเ้ ป็นแบรนด์รถบรรทุกทีใ่ หญ่ทสี่ ดุ ของจีนตัง้ ขึน้ ในปี 1964 และมีสำ� นักงานใหญ่ตงั้ อยูใ่ นเหอเฟย์ จังหวัด อันฮุย ประเทศจีน มีความช�ำนาญในการผลิตรถยนต์เพือ่ การพาณิชย์ เช่น รถบรรทุก รถบัส ฯลฯ รวมถึงรถยนต์ นัง่ โดยสารและชิน้ ส่วนของ รถยนต์ โดยมี มร.สตีเฟ่น หยง รับหน้าที่หัวเรือใหญ่ ขั บ เคลื่ อ นเข้ า สู ่ ยุ ท ธภู มิ สิ ง ห์ ร ถบรรทุ ก เมื อ งไทย ผูบ้ ริหารรายนีอ้ ยูเ่ มืองไทย มานานน่าจะเก๋าพอ ตื่นรู้ คมเหลี่ยมการตลาด และ บดขยีก้ บั ค่ายรถจีนด้วยกัน มันหยดติง๋ ๆ น่าดู...ยังไงก็ตอ้ งจับตาดูวา่ แบรนด์จนี จะพลิก ฟื้นกลับมาผงาดในเวทีรถใหญ่ไทยได้อีกครั้งหรือไม่ ขณะที่ “พี่โอ่ง - เลิศชาย ประภาศิริรัตน์” รอง กรรมการผู้อ�ำนวยการ บริษัท น�ำสินประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน) นี่ก็เซียนประกันภัยระดับท่านอ๋องคนหนึ่งที่ หาตัวจับยาก แม้ดว้ ยวัยวุฒจิ ะถึงเวลาเกษียณแล้วก็ตาม หากไม่แน่จริงคงไม่ผ่านวีซ่าจากเบื้องบนให้กลับมาเป็น

น�ำสินประกันภัย จัดมุมหนังสือ “ในหลวงในดวงใจ” ให้ห้องสมุดโรงเรียนวัดเวตวันธรรมาวาส บริษทั น�ำสินประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน) ร่วมน้อมร�ำลึก ถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช โดยจั ด ท� ำ โครงการหนั ง สื อ “ในหลวงในดวงใจ” รวบรวมหนั ง สื อ ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ ในหลวง รัชกาลที่ 9 มาจัดท�ำเป็นมุมหนังสือมอบให้กบั ห้องสมุดโรงเรียนวัดเวตวันธรรมาวาส เพือ่ ให้นกั เรียน และคณะครูได้ใช้ในการศึกษาค้นคว้าพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และน้อมน�ำแนวทางตามพระราช ด�ำริมาใช้เป็นแบบอย่างในการด�ำเนินชีวิต โดยมี คุณ รัตนา เจริญชัยพงศ์ กรรมการ รองผูอ้ ำ� นวยการ บมจ. น�ำสินประกันภัย และ คุณจันทนา ทองศรีงาม ผอ. โรงเรียนวัดเวตวันธรรมาวาส ร่วมเปิดมุมหนังสือกับ น้องๆ นักเรียนโรงเรียนวัดเวตวันธรรมาวาส เมือ่ เร็วๆ นี้ จอมทัพขับเคลื่อนน�ำสิน ประกั น ภั ย ต่ อ อี ก 1 ปี พร้อมกับมัน่ ใจว่า ปี 2560 น�ำสินฯ จะพุ่งชนเป้าการ เติบโตให้ได้ถึง 10% โดย จะคลอดกลยุทธ์ใหม่ทาง การตลาดออกมาให้กลุ่ม รถบรรทุ ก ได้ หั น มาใช้ ประกันภัยชัน้ 1 ของน�ำสิน ประกันภัยมากขึน้ ... จะเด็ดสะระตีแ่ ละมัดใจสิงห์รถบรรทุก ได้มากน้อยแค่ไหน ปีหน้าฟ้าใหม่รู้กัน มาถึงบรรทัดนี้ ตะวันเพลิง ต้องกล่าวค�ำว่าสวัสดี เจอกันฉบันหน้าปีหน้า ขออ�ำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก จงปกปักรักษาผู้อ่านและ ครอบครัวประสบแต่ความสุขชืน่ บาน สุขภาพกายแข็งแรง สุขภาพจิตเข้มแข็ง พร้อมจะตะบันวิถีชีวิตในปีใหม่ และ ที่ส�ำคัญสุดขอฝากให้พี่น้องชาวสิงห์รถบรรทุก รวมถึง รถทัวร์ทวั่ ไทย หรือแม้แต่ผขู้ บั ขีย่ วดยานพาหนะทุกท่าน ให้ใช้รถใช้ถนนกันด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะใน ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ก�ำลังจะมาถึง ที่ขึ้นชื่อลือชากันทุกปีว่า เป็นเทศกาลแห่งอุบัติเหตุ... ดังนั้นทุกครั้งที่อยู่หลังพวงมาลัย สติต้องอยู่กับตัวให้ มากๆ ท่องให้ขึ้นใจ ไม่ใจร้อน ไม่ประมาท ขับด้วยความ ระมัดระวัง เมาอย่าขับ ง่วงให้จอดพัก และขอให้เดินทาง โดยสวัสดิภาพ โชคดีมชี ยั กันทุกท่านครับพี่น้อง


34

ตันจงฯ ตั้งบริษัทลูกรองรับ น�ำเข้าโม่ปูน “SCHWING Stetter” บุกตลาดโม่ปูนในไทยเต็มสูบ

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

คุณธนภัทร อินทวิพันธุ์ หลังตันจงฯ บรรลุข้อตกลงเป็นตัวแทนจ�ำหน่าย ผลิตภัณฑ์สัญชาติเยอรมันภายใต้แบรนด์ “SCHWING Stetter” ในประเทศไทย น�ำเข้าโม่ผสมปูนขนาด 6 ลบ.ม. ล็อตแรก 15 ใบติดตั้งบนแชสซีส์รถบรรทุกโฟตอน หวัง ทางเลือกให้กับผู้ขนส่งไทย สนนราคาที่ไม่ไกลเกินเอื้อม พร้อมอัดโปรโมชัน่ สุดพิเศษ และได้รบั แรงดีดจากกระแส ตอบรับผูข้ นส่งจนหมดล็อตแรก ล่าสุด ตันจงฯ ตัง้ บริษทั ลูก รองรับทันควันในนาม บริษัท ชวิง สเต็ดเตอร์ (ประเทศ ไทย) จ�ำกัด โดยมีหวั เรือใหญ่อย่าง “คุณธนภัทร อินทวิพนั ธุ”์ รับบทบาทกุมบังเหียนสานต่อบุกสมรภูมิโม่ปูนเต็มสูบ ชูกลยุทธ์ 4 ดีกว่า “ดีกว่า-ถูกกว่า-เร็วกว่า-บริการดีกว่า” อ้าแขนรับประกอบบนแชสชีส์ทุกยี่ห้อ พร้อมเปิดตัว อย่างเป็นทางการธันวาคมศกนี้ ทั้งนี้ คุณธนภัทร อินทวิพันธุ์ รองประธาน บจก. ฟูโซ่ ทรัค (ประเทศไทย) และ บจก.ชวิง สเต็ดเตอร์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภายหลังการเปิดตัวรถโม่ปูน ผสม FUSO FJ mixer 280 แรงม้า พร้อมติดตั้งโม่ปูนยี่ห้อ SCHWING Stetter และกระแสตอบรับดีเกิดคาดด้วยการ สร้างปรากฏการณ์ของยอดขายพุ่งทะยานเกือบ 300 คัน ครองสัดส่วนตลาดกว่า 25% ในระยะเวลาเพียง 1 ปี คง เป็ น เพราะสายสั ม พั น ธ์ ที่ ดี บ วกกั บ ผลงานที่ ดี เ ยี่ ย มใน การสร้างยอดขายรถโม่ปูนรุ่นดังกล่าว ท�ำให้ SCHWING Stetter South East Asia ตกลงให้ตันจงฯ เป็นตัวแทน จ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ SCHWING Stetter ทุกชนิดใน ประเทศไทย “SCHWING StetterSouth East Asia ซึ่งเป็น ผู้ผลิตโม่ผสมปูนซีเมนต์และจักรกลที่เกี่ยวกับปูนซีเมนต์ ชั้ น น� ำ ของโลกสายพั น ธุ ์ เ ยอรมั น ที่ มี ฐ านการผลิ ต ใน ประเทศอินเดีย เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและโดดเด่นด้าน คุณภาพและมาตรฐานอันเป็นยอมรับของผู้ขนส่งทั่วโลก มาอย่างยาวนาน ถือเป็นเกียรติและความโชคดีที่ตันจงฯ ได้รับความไว้วางใจและแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจ� ำหน่าย ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ SCHWING Stetter ทุกชนิดในประเทศ ได้แก่ โม่ผสมปูน (Concrete mixer), โรงงานผสมปูน (Hatching plant), เครื่องยิงปูนผสมเสร็จ (Concrete pump), ฐานส่งปูนผสมเสร็จ (Placing boom) รวมถึง อะไหล่และการให้บริการหลังการขาย”

ชูกลยุทธ์ 4 ดีกว่าเขย่าตลาดโม่ปูน

นอกจากนี้ คุณธนภัทร ยังระบุต่ออีกว่า เบื้องต้น เราน�ำโม่ปูนเข้ามาจ�ำหน่ายล็อตแรก 15 ใบ และเป็นที่น่า ยินดีทไี่ ด้กระแสตอบรับดีจากผูข้ นส่งอุดหนุนสัง่ ซือ้ จนหมด ในล�ำดับต่อไปเราจะน�ำเข้ามาเป็นล็อตๆ ป้อนเข้าสู่ตลาด อย่างต่อเนื่อง “โม่ผสมปูนและผลิตภัณฑ์ SCHWING Stetter ที่ น�ำเข้าส�ำเร็จรูป โดยตันจงฯ ได้ท�ำการผลิตและประกอบ จากโรงงาน SCHWING Stetter (India) Pvt. Ltd. ตั้งอยู่ ในประเทศอินเดีย เป็นบริษัทลูกของ SCHWING GmbH ประเทศเยอรมัน ซึ่งปัจจุบันโม่ผสมปูนขนาด 3 ลบ.ม. ถึง 10 ลบ.ม. ที่ผลิตจากโรงงานแห่งนี่ได้ถูกส่งกลับไปขายยัง ประเทศเยอรมันและสหภาพยุโรป ส่วนโม่ผสมปูนขนาด 12 ลบ.ม. ถึง 15 ลบ.ม. จะผลิตเพื่อจ�ำหน่ายและส่งออก จากประเทศเยอรมัน” ส่วนความพร้อมในการท� ำตลาดนั้น คุณธนภัทร กล่าวว่า ถือเป็นความโชคดีอกี อย่างหนึง่ ทีก่ อ่ นหน้านีเ้ ราท�ำ ตลาดรถโม่ปูนฟูโซ่ ท�ำให้มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ขนส่งทั้ง รายใหญ่และรายย่อยอื่นๆ ท�ำให้เรามีฐานข้อมูลค้าและ สะดวกในการท�ำการตลาด และพร้อมให้บริการติดตั้งโม่ ผสมปูน SCHWING Stetter บนแชสซีส์รถทุกยี่ห้อให้กับ ลูกค้ากลุม่ ขนส่งทัว่ ไป ไม่วา่ ลูกค้าจะมีรถของค่ายไหนก็ตาม ทัง้ ฮีโน่ อีซซู ุ ยูดี ค่ายยุโรป หรือจีน เราก็ยนิ ดีอา้ แขนรับ ติดให้กับทุกค่าย ซึ่งขนาดของโม่ผสมปูนมีให้เลือกตั้งแต่ 3 ลบ.ม. ไปจนถึงขนาด 10 ลบ.ม. ซึ่งกรณีของโม่ผสมปูน ขนาด 6 ลบ.ม. (มาตรฐาน) ตันจงฯ พร้อมมอบการรับประกัน (Warranty) ตลอดอายุการใช้งาน 2 ปี (ขณะที่รายอื่นๆ รับประกันเพียง 1 ปี) ไม่จ�ำกัดชั่วโมงการท�ำงาน และฟรี เมนเทนแนนซ์ 1 ปี

“ส่วนกลยุทธ์เราชูกลยุทธ์ “4 ดีกว่า” เป็นทางเลือก ให้ลูกค้าพิจารณา อย่างแรก สินค้าต้องดีกว่า ผู้ขนส่งคง ไม่อาจปฏิเสธคุณภาพและมาตรฐานของโม่ปนู SCHWING Stetter ต่อไปคือ ราคาถูกกว่า เรามั่นใจราคาถูกกว่า เจ้าอื่นๆ ในตลาด รับรองว่าลูกค้าที่ซื้อไปเมือเทียบราคา กับรายอืน่ ๆ ต้องอมยิม้ แน่นอน ขณะทีก่ ารประกอบติดตัง้ เร็วกว่า เรายืนยันเสร็จภายใน 15 วัน และสุดท้ายการ บริการต้องดีกว่า เราวารันตี 2 ปี เติมเต็มการบริการ หลังการขายหน้างาน (On site service) ให้ทั้งหมด นอกจากนี้ เรายังมีพนั ธมิตรธุรกิจทีเ่ ก่งพอต่อการประกอบ โม่ ปู น เวลานี้ ก็ มี เชี ย งใหม่ ที่ รั บ ผิ ด ชอบโซนภาคเหนื อ ชลบุรีก็มีแล้ว ส่วนภาคกลางก็มีที่สำ� นักงานใหญ่ปทุมธานี และในอนาคตเราจะขยายพันธมิตรไปตามหัวเมืองใหญ่ๆ อีกด้วย”

พิกัด “ความโดดเด่น” ที่เหนือและแตกต่าง

อย่างไรก็ดี คุณธนภัทร สรุปปิดท้ายถึงจุดเด่นของ โม่ปนู SCHWING Stetter ทีเ่ หนือกว่าคูแ่ ข่งว่า SCHWING Stetter สามารถเปลี่ยนเป็นทั้งโม่แห้งและเปียกได้โดย ที่ไม่ต้องไปจ่ายเงินเพิ่ม ตัวกรวยที่รองรับปูนสามารถ คายออกแล้วยกขึ้น-ยกเพื่อง่ายต่อการท�ำความสะอาด ส่วนรางเทปูนทุกค่ายสามารถเหวี่ยงซ้าย-ขวาที่ตัวยึดเอา ไว้เหมือนกันหมด แต่ของเราถอดออกมาทัง้ เบ้า ซึง่ จะเหลือ แต่โม่อย่างเดียว ส่วนตัวกรวยก็ยกขึ้นไป ซึ่งง่ายต่อการ ท�ำความสะอาด ส่วนใบมีดใช้เหล็กชุบแข็งที่เป็นลิขสิทธิ์ ของ SCHWING Stetter ทีม่ คี ณ ุ สมบัตคิ งทนมากว่าเจ้าอืน่ ๆ ที่ไม่ได้ชุบแข็ง และที่สำ� คัญโม่ปูนจะเป็นเหล็กทนสึก หรือ “เหล็กไฮเทนไซล์” ทีม่ คี ณ ุ สมบัตมิ นี ำ�้ หนักเบา ไม่ไปกดทับ กับน�ำ้ หนักรถท�ำให้สนิ้ เปลืองเชือ้ เพลิง และโดดเด่นในการ ยืดอายุการใช้งานจาก 10 ปี เป็น 15 ปี เป็นอย่างต�ำ่ “เพือ่ สร้างความมัน่ ใจให้กบั ลูกค้า เราจะท�ำการเปิดตัว อย่างเป็นทางการในกลางเดือนธันวาคมศกนี้ ซึง่ ภายในงาน เราจะน�ำรถหลากหลายยี่ห้อที่ติดตั้งโม่ปูน SCHWING Stetter พร้อมเชิญผู้ประกอบการขนส่งทั้งรายใหญ่และ ย่อยมาร่วมงาน และเราจะถือโอกาสน�ำเสนอความพร้อม ของการท�ำตลาด ความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ และยื่น ข้อเสนอพิเศษส�ำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมงานอีกด้วย”


ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559

35


36

ปีที่ 13 ฉบับที่ 146 เดือนธันวาคม 2559


LT146 e book reduced size  
Advertisement
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you