Page 1


โครงการปรับปรุงและต่อเติมราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ณัฐณิชา ภมะราภา

วิทยานิพนธ์เล่มนี้เป็ นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรสถาปั ตยกรรมศาสตร์บณ ั ฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปั ตยกรรม คณะสถาปั ตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 2561


RENOVATION AND EXTENSION ROYAL TURF CLUB OF THAILAND UNDER THE ROYAL PATRONAGE

NATNICHA PAMARAPA

A THESIS SUMITTED IN FULFILLMENT OF THE REQUIRMENTS FOR THE BACHELOR DEGREE OF ARCHITECTURE DIVISION OF ARCHITECTURAL TECHNOLOGY, FACLTY OF ARCHITECTURE RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY THANYABURI 2018


PRINCIPLE&THEORY

INDEX ใบอนุมตั วิ ทิ ยานิพนธ์ บทคัดย่อ กิตติกรรมประกาศ สารบัญ สารบัญภาพ สารบัญแผนที่ สารบัญตาราง สารบัญแผนภูม ิ

ก ข ค ง จ ฉ ช ถ

INTRODUCTION บทนา 1.1 ความสาคัญของโครงการ 1.2 วัตถุประสงค์ของการศึกาโครงการ 1.3 ขอบเขตการศึกษา 1.4 วิธแี ละขันตอนการด ้ าเนินการ 1.5 ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะได้รบั จากการศึกษา รูปภาพราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย รูปภาพราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย

1-1 1-2 1-2 1-3 1-4 1-5 1-6

2.1 ความหมายและคาจัดความ 2.1.2 คาจากัดความ 2.2 ความเป็ นมาของเรือ่ งทีศ่ กึ ษา 2.2.1 ประวัตคิ วามเป็ นมา 2.2.2 สนามม้าในกรุงเทพมหานคร 2.2.3 สนามม้าภูธร รูปภาพราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย รูปภาพราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย 2.3 หลักการและทฤษฎีทเ่ี กีย่ วข้อง 2.3.1 การเรียนรู้ 2.3.2 หลักการออกแบบโรงเรียนขีม่ า้ 2.3.3 หลักการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนขีม่ า้ 2.3.4 สรุปเกณฑ์มาตรฐานปั จจัยทางสภาพแวดล้อม ทีส่ ง่ ผลต่อการพัฒนาของเด็ก 2.3.5 แนวคิดการปรับปรุงสภาพแวดล้อมด้านอุณหภูม ิ รูปภาพราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย 2.3.6 แนวคิดการออกแบบศูนย์การเรียนรู้ แนวคิดการออกแบบศูนย์การเรียนรู(้ ต่อ) 2.3.7 การรับรูใ้ นทางสถาปั ตยกรรม รูปภาพอาคารตัวอย่าง การรับรูใ้ นทางสถาปั ตยกรรม(ต่อ) การรับรูใ้ นทางสถาปั ตยกรรม(ต่อ) รูปภาพการจาลองสถานการณ์การขีม่ า้ 2.4 นโยบายและแบบแผนพัฒนาทีเ่ กีย่ วข้อง 2.5 กฎหมายทีเ่ กีย่ วข้อง รูปภาพราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย 2.6 ทฤษฎีทเ่ี กีย่ วข้องกับการออกแบบ 2.6.1 การเรียนรูส้ งิ่ ต่าง ๆ 2.6.2 ลักษณะทางกายภาพของม้า รูปภาพพระองค์หญิงทรงกีฬาขีม่ า้

2-1 2-2 2-3 2-3 2-4 2-4 2-5 2-6 2-7 2-7 2-7 2-8 2-9 2-10 2-11 2-12 2-13 2-14 2-15 2-16 2-17 2-18 2-19 2-20 2-21 2-22 2-22 2-22 2-23

2.6.3 ม้าไทย มรดกสุดท้ายแห่งสายพันธุ์ รูปภาพพระองค์หญิงทรงกีฬาขีม่ า้ รูปภาพพระองค์หญิงทรงกีฬาขีม่ า้ 2.6.4 จุดกาเนิดของม้า 2.6.5 ข้อมูลราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย รูปภาพราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย 2.8 อาคารตัวอย่าง 2.8.1 อาคารตัวอย่าง(ต่อ) 2.8.2 อาคารตัวอย่าง(ต่อ) 2.8.3 อาคารตัวอย่าง(ต่อ) 2.8.4 อาคารตัวอย่าง(ต่อ) 2.8.5 อาคารตัวอย่าง(ต่อ) รูปภาพราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย 2.9 กฎหมายทีเ่ กีย่ วข้องกับการออกแบบพืน้ ทีข่ องม้า 2.9.1 กฎหมาย(ต่อ) 2.9.2 กฎหมาย(ต่อ) 2.9.3 กฎหมาย(ต่อ) 2.9.4 กฎหมาย(ต่อ) 2.10 สรีระการนังบนหลั ่ งม้า 2.11 รูปแบบสนามม้า รูปภาพราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย

2-24 2-25 2-26 2-27 2-28 2-29 2-30 2-30 2-31 2-32 2-33 2-34 2-35 2-36 2-37 2-38 2-39 2-40 2-41 2-42 2-43


DETAILS DETERMINATION OF THE PROJECT

SITE ANALYSIS RACE COURSR LOCATION 3.1 ข้อมูลพืน้ ฐาน 3.2 ความเป็ นมาของทีต่ งั ้ โครงการ 3.3 ข้อมูลทัวไปของที ่ ต่ งั ้ โครงการ รูปภาพราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย 3.3.1 ความเป็ นมาย่านนางเลิง้ 3.4 การศึกษาความสัมพันธ์ในด้านต่าง ๆ 3.5 การวิเคราะห์กายภาพโครงการ 3.6 การวิเคราะห์กายภาพโครงการ 3.7 การวิเคราะห์กายภาพโครงการ 3.8 กฎหมายทีเ่ กีย่ วข้องกับการใช้ประโยชน์ทด่ี นิ 3.9 รูปภาพทางเข้าและทางออกอาคาร 3.10 การวิเคราะห์กายภาพโครงการ ระดับย่าน รูปภาพราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย รูปภาพราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย รูปภาพราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย รูปภาพราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย

3-1 3-2 3-3 3-4 3-5 3-6 3-7 3-8 3-9 3-10 3-11 3-12 3-13 3-14 3-15 3-16 3-17

4.1 ความเป็ นมาของโครงการ 4.2 วัตถุประสงค์ของโครงการ 4.3 หน่วยงานเจ้าของโครงการ 4.4 โครงสร้างการบริหาร 4.4.1 อัตรากาลังเจ้าหน้าที่ 4.4.2 อัตรากาลังเจ้าหน้าที(่ ต่อ) 4.4.3 อัตรากาลังเจ้าหน้าที(่ ต่อ) รูปภาพราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย 4.5 รายละเอียดผูใ้ ช้โครงการ 4.5.1 พฤติกรรมผูใ้ ช่โครงการ 4.5.2 พฤติกรรมผูใ้ ช่โครงการ(ต่อ) 4.6 กิจกรรมและรายละเอียดเบือ้ งต้นของโครงการ 4.7 การกาหนดองค์ประกอบของโครงการ 4.7.1 การกาหนดกิจกรรมของโครงการ 4.7.2 Function Group 4.7.3 กิจกรรมต่าง ๆ ในโครงการ 4.7.4 สายพันธุม์ า้ ในโครงการ 4.7.5 รายละเอียดกิจกรรมของม้าในโครงการ 4.8 การกาหนดรายละเอียดพืน้ ทีใ่ ช้สอยโครงการ 4.8.1 การกาหนดรายละเอียดพืน้ ทีใ่ ช้สอยโครงการ 4.8.2 แสดงสัดส่วนพืน้ ทีอ่ าคาร 4.9 การประมาณการงบประมาณของโครงการ รูปภาพราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย 4.10 รูปภาพโครงสร้างอาคารราชตฤณมัยสมาคม 4.11 ระบบวิศวกรรมทีเ่ กีย่ วข้อง 4.11.1 ระบบวิศวกรรมทีเ่ กีย่ วข้อง(ต่อ) 4.11.2 ระบบวิศวกรรมทีเ่ กีย่ วข้อง(ต่อ) 4.11.3 ระบบวิศวกรรมทีเ่ กีย่ วข้อง(ต่อ) 4.11.4 ระบบวิศวกรรมทีเ่ กีย่ วข้อง(ต่อ) 4.11.5 ระบบวิศวกรรมทีเ่ กีย่ วข้อง(ต่อ) 4.11.6 ระบบวิศวกรรมทีเ่ กีย่ วข้อง(ต่อ) 4.11.7 ระบบวิศวกรรมทีเ่ กีย่ วข้อง(ต่อ) รูปภาพราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย รูปภาพราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ง

APPENDIX 4-1 4-2 4-3 4-4 4-5 4-6 4-7 4-8 4-9 4-10 4-11 4-12 4-13 4-14 4-15 4-16 4-17 4-18 4-19 4-20 4-21 4-22 4-23 4-24 4-25 4-26 4-27 4-28 4-29 4-30 4-31 4-32 4-33 4-34

บรรณานุกรม อ้างอิง

ช ช


สารบัญแผนที่ แผนที่ 3.1 แผนทีป่ ระเทศไทย แผนที่ 3.2 แผนทีก่ รุงเทพมหานคร แผนที่ 3.3 แผนทีเ่ ขตดุสติ แผนที่ 3.4 แผนทีก่ รุงเทพมหานคร แผนที่ 3.5 แผนทีเ่ ขตดุสติ แผนที่ 3.6 แผนทีเ่ ขตดุสติ แผนที่ 3.7 แผนทีเ่ ขตดุสติ แผนที่ 3.8 แผนทีผ่ งั สีก่ รุงเทพมหานคร

สารบัญตาราง

สารบัญภาพ ภาพที่ 1.1 โครงกระดูกม้า ภาพที่ 1.2 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ภาพที่ 1.3 กีฬาขีม่ า้ ภาพที่ 2.1 โรงเรียนขีม่ า้ แข่ง ภาพที่ 2.2 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ภาพที่ 2.3 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ภาพที่ 2.4 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ภาพที่ 2.5 กีฬาม้าแข่ง ภาพที่ 2.6 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ภาพที่ 2.7 กีฬาขีม่ า้ ภาพที่ 2.8 อาคารตัวอย่าง ภาพที่ 2.9 อาคารตัวอย่าง ภาพที่ 2.10 การฝึกทรงตัวบนหลังม้า ภาพที่ 2.11 การฝึกทรงตัวบนหลังม้า ภาพที่ 2.12 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ภาพที่ 2.13 ม้า ภาพที่ 2.14 พระองค์หญิงทรงม้า ภาพที่ 2.15 พระองค์หญิงทรงม้า ภาพที่ 2.16 ทรงกีฬาขีม่ า้ ภาพที่ 2.17 ทรงกีฬาขีม่ า้ แข่ง ภาพที่ 2.18 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ภาพที่ 2.19 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ภาพที่ 2.20 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ภาพที่ 2.21 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ภาพที่ 2.22 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย

3-1 3-1 3-3 3-8 3-8 3-9 3-11 3-11

1-4 1-5 1-6 2-1 2-2 2-3 2-3 2-5 2-6 2-8 2-11 2-11 2-17 2-18 2-21 2-22 2-23 2-25 2-26 2-27 2-28 2-29 2-31 2-38 2-46

ภาพที่ 3.1 ย่านนางเลิง้ ภาพที่ 3.2 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ภาพที่ 3.3 รูปทางเข้าและทางออก ภาพที่ 3.4 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ภาพที่ 3.5 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ภาพที่ 3.6 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ภาพที่ 3.7 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ภาพที่ 4.1 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ภาพที่ 4.2 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ภาพที่ 4.3 ก่อนนาม้าเข้าแข่งในสนามม้า ภาพที่ 4.4 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ภาพที่ 4.5 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ภาพที่ 4.6 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ภาพที่ 4.7 อาคารตัวอย่าง

3-4 3-7 3-12 3-13 3-14 3-15 3-16 4-1 4-1 4-1 4-2 4-3 4-8 4-12

ตารางที่ 2.1 อาคารตัวอย่าง ตารางที่ 2.2 อาคารตัวอย่าง ตารางที่ 2.3 อาคารตัวอย่าง ตารางที่ 2.4 อาคารตัวอย่าง ตารางที่ 2.5 อาคารตัวอย่าง ตารางที่ 2.6 อาคารตัวอย่าง ตารางที่ 4.1 อัตรากาลังเจ้าหน้ าที่ ตารางที่ 4.2 อัตรากาลังเจ้าหน้ าที่ ตารางที่ 4.3 อัตรากาลังเจ้าหน้ าที่ ตารางที่ 4.4 การกาหนดรายละเอียดพืน้ ที่ใช้สอยโครงการ ตารางที่ 4.5 การกาหนดรายละเอียดพืน้ ที่ใช้สอยโครงการ ตารางที่ 4.6 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ตารางที่ 4.7 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ตารางที่ 4.8 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ตารางที่ 4.9 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ตารางที่ 4.10 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ตารางที่ 4.11 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ตารางที่ 4.12 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ตารางที่ 4.13 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง

สารบัญแผนภูม ิ แผนภูมทิ ่ี 1.1 แสดงการดาเนินการและขันตอนการด ้ าเนินการ แผนภูมทิ ่ี 4.1 เพือ่ ทาให้กฬี าการแข่งม้า ได้รบั ความนิยม แผนภูมทิ ่ี 4.2 กลุ่มการใช้งาน แผนภูมทิ ่ี 4.3 แสดงสัดส่วนพืน้ ทีอ่ าคาร

2-32 2-33 2-34 2-35 2-36 2-37 4-5 4-6 4-7 4-19 4-20 4-25 4-26 4-27 4-28 4-29 4-30 4-31 4-32

1-3 4-4 4-15 4-21


H

O R 1.1 ความสาคัญของโครงการ ราชตฤณมัยสมาคมเป็ นสถานทีท่ ม่ี ปี ระวัตคิ วามเป็ นมาทีย่ าวนานเป็ นสถานที่ แข่งม้า 1 ใน 2 แห่งของกรุงเทพมหานครแต่ใน ปั จจุบนั ได้ทุกลดความสาคัญลง เนื่องจากกิจกรรมการแข่งม้าทีน่ ้อย -ลงและผูช้ มการแข่งขันได้มจี านวนลดลงเพราะด้วยระเบียบการทีส่ งั คม มองสนาม ม้าเป็ นสถานทีแ่ ข่งการพนันจึงทาให้ในอนาคตกิจกรรมการแข่งม้าอาจจะถูกลด ความสาคัญถึงขัน้ เลื่อนหายไป ด้วยเหตุน้จี งึ ทาให้สนามม้านางเลิง้ โดนผูค้ นมองในแง่ลบมาตลอด เช่น เป็ น แหล่งฟอกเงินของนักการเมือง เป็ นแหล่งการพนัน และส่งผลให้สนามม้านางเลิง้ ขาดความเป็ นตัวเองไป

ในด้านกีฬาการแข่งม้านัน้ เป็ นเกมกีฬาทีม่ กี ารพนันเหมือนกับ ไม่มสี ว่ นช่วยสังคมมีเพียงความเพลิดเพลินและมีความล่อแหลมต่อ ความเสียหาย แต่ถา้ ให้ความเป็ นธรรมต่อกีฬาแข่งม้า และมองภาพ โดยรวมจะเห็นว่ากีฬาแข่งม้าเป็ นกีฬาทีอ่ านวยประโยชน์สนับสนุนต่อ สังคมส่วนรวมโดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจได้เป็ นอย่างดีมากกว่า ความเสียหายและ เป็ นกีฬาทีค่ วรส่งเสริมอย่างมีระบบ จะช่วยให้ประชากรของชาติ ส่วนหนึ่งมีงานทามี อาชีพสุจริต ช่วยแก้ไขปั ญหา การว่างงานซึง่ มีผลกระทบโดยตรง ต่อประชากรในวงการแข่งม้า จะช่วยเสริมสร้างอาชีพได้เช่น อาชีพเลีย้ งม้าแข่ง เจ้าของคอกม้า สมาคมแข่งม้า โรงเรียนฝึกขีม่ า้ เพือ่ กีฬาโอลิมปิ ค กีฬาม้าโปโล ม้าบาบัด ม้าแสดงโชว์องค์กรทีส่ นับสนุนการแข่งม้าเป็ นต้น

S E&P E O P

L E

1-1


1.2 วัตถุประสงค์ของการศึกษาโครงการ 1.2.1 เพือ่ เป็ นศูนย์กลางการท่องเทีย่ วเชิงพัฒนาในกรุงเทพมหานคร 1.2.2 เพือ่ เป็ นศูนย์กลางการเรียนรูก้ ฬี าม้าแข่ง ม้าบาบัด และกีฬาม้าอีเว้นท์ดง้ิ 1.2.3 เพือ่ เป็ นศูนย์กลางการอนุรกั ษ์ทรัพย์สนิ ส่วนพระมหากษัตริย์

1.3 ขอบเขตการศึกษา 1.3.1 ศึกษาพืน้ ทีแ่ ละบริบทโดยรอบของทีต่ งั ้ โครงการ วิเคราะห์ปัญหาทีเ่ กิดขึน้ และนามาพัฒนา 1.3.2 ศึกษาพฤติกรรมการใช้งานหลักของกลุม่ ผูใ้ ช้รองจนพัฒนาไปสูก่ ารจัดสรรพืน้ ให้เหมาะสมและใช้งานได้ดี 1.3.3 ศึกษาพฤติกรรมของม้า เพือ่ ให้เกิดสภาพแวดล้อมและพืน้ ทีใ่ ช้งานทีด่ ี

1-2


1.4 วิ ธีและขัน้ ตอนการดาเนิ นการ แผนภูมทิ ่ี 1.1 แสดงการดาเนินการและขัน้ ตอนการดาเนินการ

1-3


1.5 ประโยชน์ ที่คาดว่าจะได้รบั จากการศึกษา 1.5.1 ได้ศกึ ษาประวัตคิ วามเป็ นมาและความสาคัญของแหล่งทีต่ งั ้ และประวัตศิ าสตร์ยา่ นพืน้ ทีน่ างเลิง้ 1.5.2 ได้ศกึ ษาวิเคราะห์มา้ บาบัด กีฬาม้าอีเว้นท์ดง้ิ และกีฬาม้าแข่ง 1.5.3 ได้ศกึ ษาและทาความเข้าใจเกีย่ วกับพฤติกรรมของคนดูแลสัตว์และสัตว์ นาไปสูก่ ารออกแบบพืน้ ทีใ่ ช้สอยทีด่ ี ภาพที่ 1.1 โครงกระดูกม้า ทีม่ า www racingacademy.ie

1-4


ภาพที่ 1.2 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า www racingacademy.i

1-5


ภาพที่ 1.3 กีฬาขีม่ า้ ทีม่ า www racingacademy.i

1-6


2

PRINCIPLES&THEORY หลักการออกแบบ และทฤษฎีทเ่ี กีย่ วข้อง

2.1 ความหมาย และคาจากัดความ

2.1.1 ความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิ ตยสถาน “ โครงการปรับปรุงและต่อเติมราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” RENOVATION AND EXTENSION ROYAL TURF CLUB OF THAILAND UNDER THE ROYAL PATRONAGE 2.1.1.1 ต่อเติม คือ สร้างภายหลัง,ต่อมา 2.1.1.2 การฝึกขีม่ า้ คือ การนังคร่ ่ อม หรือ บังคับม้า ให้เป็ นไปตามทีต่ อ้ งการ 2.1.1.3 ทักษะ คือ น. ความชานาญหรือความสามารถในการกระทาหรือการ ปฏิบตั อิ ย่างใดอย่างหนึ่ง ซึง่ อาจเป็ นทักษะด้านร่างกาย สติปัญญา หรือสังคม ทีเ่ กิดขึน้ จากการฝึกฝน หรือการกระทาบ่อย ๆ เข้าถึง 01 สิงหาคม 2561 ( SKILL ) 2.1.1.4 ม้าแข่ง คือ ม้าทีใ่ ช้สาหรับแข่งขันกีฬา 2.1.1.5 ศูนย์การเรียนรู้ คือ การจัดพืน้ ทีก่ ารเรียนทางกายภาพเพือ่ ให้ผเู้ รียนสามารถควบคุมการเรียน ด้วยตนเองหรือมีผเู้ ชีย่ วชาญเฉพาะทางคอยแนะนา 2.1.1.6 ฝึก คือ ก. ทาเป็ นประจาหรือทาบ่อย ๆ จนเป็ น และมีความรูค้ วามเชีย่ วชาญ ในด้านนัน้ ๆ เข้าถึง 01 สิงหาคม 2561 ( TRAINING ) 2.1.1.7 พัฒนา คือ ก. ช่องทาง, ทาให้เจริญ ทาให้กา้ วหน้า เข้าถึง 01 สิงหาคม 2561 ( DEVELOPMENT )

2-1

ภาพที่ 2.1 โรงเรียนขีม่ า้ ทีม่ า www racingacademy.i

ทีม่ า www racingacademy.ie


ภาพที่ 2.2 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า www racingacademy.i

2.1.2 คาจากัดความ ฝึกขีม่ า้ และ การเรียนรูม้ า้ แข่งไทย หมายถึง สถานที่ สาหรับนักเรียนและผูค้ นทัวไป ่ ที่ ต้องการเรียนรูด้ า้ นการบังคับม้าภายใต้การดูแลของครูหรือผูเ้ ชีย่ วชาญเฉพาะทาง และ การ จัดพืน้ ทีก่ ารเรียนรูด้ า้ นม้าทีใ่ ช้สาหรับแข่งขันกีฬาเพือ่ ให้ผเู้ รียนสามารถควบคุมการเรียนรู้ ด้วยตนเอง เป็ นรายบุคคลหรือเป็ นกลุ่มเล็กๆและมีสอ่ื สารเรียนในรูปแบบสือ่ ประสม ช่วยใน การเรียนรูอ้ ย่างสนุก ทีม่ า นางสาว ณัฐณิชา ภมะราภา,2561

2-2


2.2 ความเป็ นมาของเรื่องที่ศึกษา 2.2.1 ประวัติ ความเป็ นมา “สนามม้าของชาวสยาม” วัฒนธรรมการแข่งม้าและสโมสรม้าแข่งในไทย ถือได้วา่ เป็ นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมจากอารยธรรมตะวันตกทีแ่ พร่กระจายเข้าสูส่ งั คมไทยในช่วงยุคสมัยทีก่ าร ล่าอาณานิคมกาลังคีบคลานเข้าสูด่ นิ แดนแถบเอเชียอาคเนย์ ดังนัน้ จึงไม่น่าประหลาดใจทีว่ ฒ ั นธรรมและธรรมเนียมการแข่งม้าทีป่ รากฏพบเห็น อยูใ่ นสังคมไทยยุคแรกๆ ไม่วา่ จะเป็ นรูปแบบ ของสถาปั ตยกรรมการก่อสร้างสนามการแข่งขัน การจัดการแข่งขัน ตลอดทัง้ จนการบริหารจัดการ จะคล้ายคลึงกับชนชาติตะวันตกเพราะวัฒนธรรมธรรมเนียมการแข่งม้าและสโมสรทัง้ หมด เป็ นผลจากอิทธิพลจากทางซีกโลกตะวันตกทีถ่ อื ได้วา่ เป็ นต้นแบบของวัฒนธรรมการแข่งม้าแบบ สมัยใหม่ จากการสืบค้นทางประวัตศิ าสตร์พบหลักฐานปรากฏชัดเจนว่า “วัฒนธรรมการแข่งม้า สมัยใหม่” ได้เข้ามาสูส่ งั คมไทยและมีการจัดแข่งอย่างเป็ นทางการเมือ่ ปี พ.ศ.2441 ซึง่ การจัดการแข่ง ม้าแบบสมัยใหม่ครัง้ แรกดังกล่าว เป็ นส่วนหนึ่งในหลายๆ กิจกรรม ทีบ่ รรดาเจ้าขุน มูลนายในกระทรวงทบวงกรมต่างพร้อมใจกันจัดขึน้ เพือ่ น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแสดงความ จงรักภักดี ต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั รัชกาลที่ 5 ภายหลังจากทีพ่ ระองค์ทรงเสด็จกลับจากประพาททวีปยุโรป (http://www.siamturakij.com) โดยการจัดการแข่งขันม้าในงาน เฉลิมฉลองครัง้ นัน้ ผูร้ ว่ มคิดและเป็ นกลุ่มทีเ่ ป็ น กาลังสาคัญในการจัดงานแข่งขันแข่งม้าก็คอื กลุ่มสโมสรน้าเค็มศึกษาทีป่ ระกอบไปด้วยกลุม่ ของข้าราชการและขุนนางระดับสูง ทีไ่ ด้รบั การศึกษาจากทางยุโรป โดยมีกรมขุนพิทยลาภพฤติธาดา ผูเ้ ป็ นประธานสโมสรเป็ นแกนนาในการจัดการแข่งขัน เมือ่ ปี พ.ศ.2459โดยสนามม้าแห่งใหม่ได้รบั พระราชทานชือ่ ว่า ”ราชตฤณมัยสมาคม” ซึง่ ถือว่าเป็ นสนามม้าแบบไทยแห่งแรกในประเทศทีม่ จี ุดประสงค์เพือ่ วงการ การแข่งม้าโดยเฉพาะทัง้ ด้านของการปรับปรุงสายพันธุ์ การนาเข้าพันธุม์ า้ และการพัฒนาเกมกีฬาแข่งม้าให้ทนั สมัยเป็ นอย่างสากล ซึง่ แตกต่างจากราชกรีฑาสโมสรที่มองการแข่งม้าเป็ นเรือ่ งรองลงมาจาก การเป็ น สมาคม สถานออกกาลังกายและสถาบันทางสังคม (เอกสารถ่ายสาเนา,ไม่ปรากฏปี ทพ่ี มิ พ์) ทีม่ า http://archive.lib.cmน.ac.th/full/1/2552/socde0252pk_ch2.pdf

ภาพที่ 2.3,2.4 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า www racingacademy.i ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

2-3


2.2.2 สนามม้าในกรุงเทพมหานคร “ราชกรีฑาสโมสร” หรือในชื่อภาษาอังกฤษที่เรียกว่า Royal Sports Club ถือเป็ นสโมสร ตัง้ อยู่เลขที่ 1 ถนนอังรีดนู ังต์ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็ น ที่ดินของสานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริ ย์ ก่อตัง้ ขึน้ เมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2444 ประกอบด้วยสิ่ งอานวยความสะดวก สาหรับสมาชิ ก เพื่อการเล่นกีฬาประเภทต่างๆ เช่น สนามกอล์ฟ สระว่ายน้าสนามเทนนิ ส ห้องฟิ ตเนต นอกจากนี้ ยังมีการจัดแข่งม้าในวันอาทิ ตย์เว้นอาทิ ตย์ สลับกับราชตฤณมัยสมาคม ปัจจุบนั มีสมาชิ กประมาณ 12,500 คน กีฬาและสนามแข่งม้าแห่งแรกในประเทศไทย อย่างไรก็ตามราชกรีฑาสโมสรก็มิได้เป็ นอย่างสโมสรกีฬาและสนามม้าแข่งโดยทั ่วไป ที่สามารถพบเห็นได้ในปัจจุบนั เพราะ ราชกรีฑาสโมสร นัน้ มีรปู แบบและการจัดการบริ หารที่เคร่งครัดเป็ นเอกลักษณ์ เฉพาะ ที่ตอดแบบออกมาจากสโมสร แข่งม้าชัน้ สูงในฝัง่ ตะวันตก ไม่ว่าจะเป็ นในส่วนของ รูปแบบการจัดการ การบริ หาร และการรับ สมัครสมาชิ ก ซึ่งจากรูปแบบที่เคร่งครัดเป็ นลักษณ์ เฉพาะนี้ เอง จึงทาให้ราชกรีฑาสโมสรเป็ น สโมสรที่มีธรรมเนี ยมจารีต ตาม รูปแบบของสังคมสโมสรชัน้ สูงตามแบบตะวันตก“ราชตฤณมัย สมาคม” ซึ่งถือว่าเป็ นสนามม้าแบบไทยแห่งแรกในประเทศ ตัง้ อยู่เลขที่ 183 ถนนพิ ษณุโลก แขวงสวนจิ ตรลดา เขตดุสิตที่มีจดุ ประสงค์ เพื่อวงการการแข่งม้าโดยเฉพาะทัง้ ด้านของการปรับปรุงสายพันธุก์ าร นาเข้าพันธุบ์ า้ และการพัฒนาเกมกีฬา แข่งม้าให้ ทันสมัยเป็ นอย่างสากล ซึ่ง แตกต่างจากราชกรีฑาสโมสรที่มองการแข่งม้าเป็ นเรื่องรองลงมาจาก การเป็ นสมาคม สถานออกกาลังกาย และสถาบันทางสังคม

2.2.3 สนามม้าภูธร เป็ นการกระจายความเจริ ญแบบ ตะวันตก ไปสู่ ภูมิภาค ตามเขตภูธร ซึ่ง โดยส่วนมาก เกิ ดจาก หน่ วยงาน ทหาร ที่ประจาการ อยู่ตามหัวเมืองต่างๆ ซึ่งมีหน่ วยงานเกี่ยวกับ กองพันสัตว์ต่าง ซึ่ง ใช้สตั ว์ไปในถิ่ นที่ทรุ ะกันดาน เมื่อไปไดออกภารกิ จ จึงจัดการแข่งขันขึน้ โดย มีสนามในแต่ละจังหวัด 8 สนาม คือ สนามม้าโคราช สนามม้าขอนแก่น สนาม ม้าอุดรธานี สนามม้าเชียงใหม่ สนามม้าสุรินทร์ สนามม้ามหาสารคาม สนามม้าร้อยเอ็ดและสนามม้าอุบลราชธานี ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

2-4


ภาพที่ 2.5 กีฬาม้าแข่ง ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

2-5


ภาพที่ 2.6 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

2-6


2.3 หลักการและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 2.3.1 การเรียนรู้ "การเรียนรู้ คือ กระบวนการเพิ่ มพูนและปรุงแต่งระบบความรู้ ทักษะ นิ สยั หรือการแสดงออกต่างๆ อันมีผลมาจากสิ่ งกระ อิ นทรียโ์ ดยผ่านประสบการณ์ การปฏิ บตั ิ หรือ การฝึ กฝน"ขึน้ อยู่กบั จุดประสงค์การเรียนรู้ของผูเ้ รียนรู้ว่าต้องการจะเรียนรู้สิ่งใดเพื่อให้เกิ ดเกิ ดขึน้ และผูท้ ี่กาหนดว่าการเรียนรู้แต่ละ อย่างจะเกิ ดขึน้ ได้นัน้ ก็คือตัวผูเ้ รียนรู้ เองเป็ นตัวแปรหลัก ดังนัน้ เมื่อเกิ ดการเรียนรู้ขึน้ ก็ต้องมีสถานที่ประกอบกิ จการเรียนรู้ เพราะการจะเกิ ดกิ จกรรมใดๆ ขึน้ จาเป็ นต้องมีสถานที่ประกอบกิ จกรรมเพื่อช่วยให้การ ประกอบกิ จกรรมนัน้ สาเร็จ ลุล่วงไปได้โดยสถานที่ที่เหมาะสมจะเป็ นส่วนช่วยให้การประกอบกิ จกรรมนัน้ ให้เป็ นไปด้วยประสิ ทธิ ภาพ

2.3.2 หลักการออกแบบโรงเรียน 2.3.2.1 แนวคิ ดทฤษฎีและผลงานวิ จยั ที่เกี่ยวข้องกับเกณฑ์มาตรฐานและสถานการณ์ ทางสภาพแวดล้อมทางกายภาพองค์ประกอบการ) สถาปัตยกรรมของสถานศึกษาขัน้ พืน้ ฐานในปัจจุบนั หลักการวางแผนผังอาคารเรียนและการออกแบบอาคารเรียนโรงเรียนหรือสถานศึกษาทีด่ ตี ามอุดมคติ ควรมีองค์ประกอบของการออกแบบ ถูกต้อง และเหมาะสมกับประโยชน์ใช้สอย ความสวยงาม ในด้านขนาด รูปร่าง รูปลักษณ์ สี วัสดุอุปกรณ์ แสง ทิศทางลมได้สดั ส่วนนอกจากนี้ควรคานึงถึงความปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ บรรยากาศ รอบ ข้างสุขสบายก่อให้เกิดความน่า อยู่ อยากเรียน และเหมาะสมกับการดาเนินชีวติ เนื่องจากโรงเรียน จัดว่าเป็ นสังคมหนึ่งทีใ่ ห้ความอบอุ่นทีช่ ว่ ยฝึกวิชาการ อบรมนิสยั ให้ดงี าม ให้รจู้ กั การสมาคม และ ฝึกอบรม ฝึกบุคคลให้ม ี สุขภาพแข็งแรงมีคุณธรรมและมีอุดมคติ ( ทีม่ าบุญช่วย จินดาประพันธ์ , 2536, U.43 )

สาหรับคุณลักษณะของอาคารเรียนและโรงเรียนทีด่ ี มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา 10 ประการ ได้แก่ (อ้างถึงในบุญช่วย จินดาประพันธ์, 2536, 1.51 1] ความพอเพียง (adequacy) หมายถึง มีเนื้อทีโ่ รงเรียน อาคารเรียน ห้องเรียน 2] ความเหมาะสม (Sullability) หมายถึง ความ เหมาะสมในการเลือกทีต่ งั ้ ของโรงเรียน ลักษณะของพืน้ ที่ การจัดห้องต่าง ๆ เป็ นต้น 3] ความ ปลอดภัย (Safety) หมายถึง การป้ องกันมิให้เกิดอุปัทวะเหตุหรืออันตรายต่าง ๆ 4) สุขลักษณะ (healthfulness) หมายถึง การพิจารณาส่งเสริมในด้านสุขภาพ และอนามัยเป็ นหลัก 5) ระยะการติดต่อ ใช้สอย (accessibility) หมายถึง ระยะทางจากบ้านมาโรงเรียน หรือจากจุดต่าง ๆ ในบริเวณโรงเรียน 6) การยืดหยุน่ ได[ flexibility) หมายถึง การเปลีย่ นแปลงพืน้ ผิว อุปกรณ์ให้ใช้กจิ กรรมได้หลายอย่าง 7] ประสิทธิภาพ (efficiency) หมายถึง การใช้พน้ื ที่ อาคาร อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ได้ผลเต็มที่ 8) การ ประหยัด (economy) หมายถึง การวางผังบริเวณ ออกแบบอาคารเรียนให้คมุ้ ค่ากับเงินทีล่ งทุนไป และเสียค่าบารุงรักษาน้อย 9] การขยายตัว (expansibility) หมายถึง การขยายตัวบริเวณและ อาคาร โดยมีการออกแบบทีเ่ หมาะสม ขยายตัวได้งา่ ย แ ละสิน้ เปลืองค่าใช้จา่ ยน้อย 10] รูปร่าง (appearance) หมายถึง การวางบริเวณโรงเรียน อาคาร และการตกแต่งภายในและภายนอกให้ เป็ นทีช่ น่ื ชมจากผูท้ พ่ี บเห็นรวมทัง้ การบารุงรักษาอาคารสถานที่ให้สวยงามและ สะอาดอยูเ่ สมอ

2-7


2.3.3 หลักการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนขี่ม้า สภาพแวดล้อมทีม่ ผี ลกระทบต่อชีวติ และพฤติกรรมของบุคคล มีผลต่อสุขภาพอนามัย ทางจิตและทางร่างกาย สภาพแวดล้อมมีหลายลักษณะ เช่น สิง่ แวดล้อมทางกายภาพ สิง่ แวดล้อม ทางด้านเคมี สิง่ แวดล้อมทางด่านชีวะ สิง่ แวดล้อมทางด้านสังคมเศรษฐกิจเป็ นต้นดังนัน้ สิง่ แวดล้อมในโรงเรียนมีหลายอย่างหลายประเภทโดยเฉพาะอย่างยิง่ สิง่ แวดล้อม ทางกายภาพ จัดเป็ น ปั จจัยทีส่ ง่ ผลต่อนักเรียนและบุคลากรทุกคนในโรงเรียน อย่างชัดเจน สิง่ แวดล้อมทีว่ า่ นี้ ประกอบด้วย (ที่บา บุญช่วย จีนภาประพันธ์ , 2536, น.น.81 - 99)

1. การถ่ายเทอากาศอากาศทีต่ อ้ งการภายในห้องเรียนหรือสถานศึกษาคืออากาศ ทีบ่ ริสทุ ธิที์ ส่ ดชืน่ ไม่อบอ้าวหรือร้อนจัดจนเกินไป มีการถ่ายเทอยูเ่ สมอ อากาศในห้องเรียนต้องไม่ เหม็น อับ ไม่รอ้ นจัด ซึง่ ทาให้รา่ งกายอ่อนเพลียโดยเหงือ่ ออกมามากเกินไปการถ่ายเทอากาศในสถานศึกษาจึงเป็ นสิง่ จาเป็ นทีจ่ ะทาให้ผเู้ รียนผู้สอนได้รบั อากาศทีบ่ ริสทุ ธิ ์ ซึง่ ทาให้สดชืน่ แข็งแรง และมีชวี ติ ชีวา ในห้องเรียนหนึ่งทีม่ นี กั เรียน จานวน 25 - 40 คน ควรมีการคานึงถึงการระบาย อากาศของห้องเรียน การกาหนดช่องทางระบายหรือถ่ายเทอากาศทีเ่ หมาะสมนัน้ สามารถทาให้ การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพและมีความสุขดังนัน้ การออกแบบอาคารเรียนห้องเรียนจึงจาเป็ นต้องออกแบบให้มกี าร ถ่ายเทอากาศทีด่ ี ซึง่ สามารถแบ่งออกได้เป็ น การ ถ่ายเทอากาศโดย ทางธรรมชาติและการถ่ายเทอากาศโดยทางวิทยาศาสตร์ 2. แรงกดดันของลมทีว่ งิ่ มาปะทะอาคารนี้ถา้ ทีผ่ นังต้นได้ระดับหน้าต่างมีพน้ื ทีม่ ากกว่า+เนื้อทีผ่ นังต้นหรือใสเหนือ ระดับหน้าต่างแต่ลมผ่านไม่ได้ (-)แรงกดดันของสมนี้จะทาให้ลมทีเ่ ข้า ห้องเรียนเปลีย่ นทิศทางได้ในทานองเดียวกันได้ผนังตอนล่างเป็ น - ผนังตอนบน หน้าต่างเป็ น + กระแสจะพัดลงสูพ่ น้ื ห้อง 3. ความสูงต่างของเพดานมิได้ทาให้การถ่ายเทต่างกันหรือเพดานยิง่ สูงยิง่ เย็นแต่ประการใดลมจะพัดเร็วขึน้ หรือ ช้าลงต่อเมือ่ เจาะช่องทางเข้าออกของลมให้กว้าง หรือเล็กกว่ากัน เท่านัน้ ถ้าจะเจาะทางคมเข้าอย่างเดียวไม่เจาะทางลมออก ภายในห้องจะเป็ นบริเวณอับลมเกือบ ทัง้ หมด อากาศภายในห้องจะร้อนอบอ้าวกว่าธรรมดา 4. ถ้าเจาะทางเข้าของลมเท่ากัน แต่หอ้ งหนึ่งเจาะทางออกของลมเล็ก กระแสลม ภายในห้องจะเคลื่อนไหวได้ ช้า แต่ถา้ อีกห้องหนึ่งทางออก ของลมกว้าง กระแสลมจะพัดแรงและ เย็นขึน้ 5. ส่วนต่าง ๆ ทีย่ นื ออกไป เช่น กันสาด จะทาให้ลมพัดเข้าในห้องเรียนเปลีย่ น ทิศทางไปซึง่ มีประโยชน์มาก 6. การถ่ายเทอากาศทีด่ ี คือการเจาะทางเข้าออกของลมให้ตรงกัน และกว้าง มากทีส่ ุดเท่าทีจ่ ะทาได้ เรียกว่า “Cross Ventilation“

ภาพที่ 2.7 กีฬาขีม่ า้ ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

2-8


2.3.4 สรุปเกณฑ์มาตรฐานปัจจัยทางสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก จากการศึกษางานวิจยั และเกณฑ์มาตรฐานการออกแบบปั จจัยทางสภาพแวดล้อม กายภาพกับพัฒนาการ พฤติกรรมเด็กโดย สรุปว่า ลักษณะ สภาพแวดล้อมทางกายภาพของโรงเรียนที่ สอดคล้องกับนโยบายการจัดแนวประสบการณ์ มีสว่ น สาคัญในการส่งเสริมประสิทธิภาพการพัฒนาการพฤติกรรมของเด็ก เด็กแต่ละช่วงวัยมีความคล้ายคลึงกันในบางเรือ่ ง แต่มคี วาม แตกต่างเป็ นรายบุคคลการเลือก ทาเลทีต่ งั ้ ของโรงเรียน การจัด 1. สถานทีต่ งั ้ โรงเรียน ควรอยูภ่ ายในชุมชน และอยูห่ า่ งจากถนนใหญ่พอควรเพือ่ ลดปั ญหา รบกวนทางด้าน (ทีบ่ า ธงไชย 1ปารัชตพิบูลย์ (2529, บ. 97)

1.เสียงจากรถยนต์ รวม ทัง้ กลิน่ ควัน และความพลุกพล่านซึง่ รบกวนสมาธิของเด็ก แต่ไม่ควรอยูล่ กึ จนเกินไปจนทาให้เกิดปั ญหา เรือ่ งการเข้าถึง 2. สภาพภายในบริเวณโรงเรียน ควรมีการจัดแต่งให้สวยงามเป็ นสถานทีอ่ นั สะอาด สวยงาม น่ารืน่ รมย์ มีการปลูกต้นไม้เพือ่ ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศสภาพแวดล้อมทีเ่ ป็ น ธรรมชาติ คล้ายคลึงกับบ้าน ให้มากทีส่ ุด อีกทัง้ ในเรือ่ งการจัดกลุ่มอาคารควรจัดในลักษณะแบบวงล้อม เพราะจะมีลกั ษณะการสัญจรเข้ ออกสะดวกทีส่ ุดรวมทัง้ ยังมีความเป็ นส่วนตัวพอสมควรซิน่ เหมาะสมกว่าแบบอื่นๆแม้มผี ลเสียในด้านการจัดทิศทางและ แดดลมอยูบ่ า้ ง 3. สภาพห้องเรียน การเลือกใช้ขนาดห้องเรียนทีเ่ หมาะสมสาหรับการออกแบบจาเป็ นต้อง คานึงถึงปั จจัยต่าง ๆ เช่น ระบบโครงสร้างอาคารค่าใช้จ่ายบุคคลากร ฯลฯ ลักษณะทางกายภาพ ของห้องเรียนในด้านตาแหน่งควรอยูบ่ ริเวณทีเ่ ป็ นส่วนตัว สามารถเข้าถึงได้สะดวก อยูใ่ กล้หอ้ งน้าผนังไม่ควรปิ ดทึบทัง้ หมด 4 ด้าน ควรมีบางส่วนเปิ ดให้เห็นทัศนียภาพ ด้านเกณฑ์มาตรฐานทางปั จจัยสภาพแวดล้อมภายภาพทีม่ คี วามเกีย่ วข้องกับการ ส่งเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเด็ก ผูว้ จิ ยั สรุป รายละเอียดจากค่ามาตรฐานหลัก และแนวคิด ต่าง ๆ ประกอบด้วย ค่ามาตรฐานความสว่างของ IEE ค่ามาตรฐานสมาคมวิศวกรรมแสงสว่าง อเมริกาเหนอ [IES: Illumination Engineering Society of North America คามาตรฐานเสียง ของ องค์การอนามัยโลก(WHD: World Health Organization] คามาตรฐานเสียงประเทศญีป่ ่ ุน ค่ามาตรฐานเสียงของประเทศออสเตรเลีย แนวคดมือปสุนกร บุญญาธิการ สูตนนท์ ศรีสดิต เดือน เมลา ฤกษ์พรพัฒน์

2-9


2.3.5 แนวคิ ดการปรับปรุงสภาพแวดล้อมด้านอุณหภูมิ ทฤษฎีต้นไม้ลดความร้อนและสร้างสภาวะสบาย ( ที่มา เดชา บุญค้า, 2543, น.6 ) อุณหภูมิบริ เวณที่โล่งโดยทัวไปในปั ่ จจุบนั อยูท่ ี่ประมาณ 35 - 37 องศา เซลเซียส ซึ่งผลกระทบ จากสภาวะอากาศร้อนส่งผลอย่างยิ่ งต่อบรรยากาศ และความรู้สึกในการ สนใจ และกระบวนการทางสติ และพฤติ กรรมทางสังคม ต้นไม้สามารถดูดความร้อนจาก อากาศทาให้น้าระเหยออกจากปากใบและพาความ ออกไปต้นไม้ใช้พลังงานความร้อนใน บรรยากาศจากบริ เวณที่ต้นไม้อยู่ถึง 60 - 75 เปอร์เซ็นต์ บริ เวณที่มีพนื้ ที่ 200 ตารางวา และมี ต้นไม้คลุมเนื้ อที่ 30 เปอร์เซ็นต์ จะทาให้พนื้ ที่บริ เวณนัน้ มีอณ ุ หภูมิเย็นอยู่ อีกทัง้ สุนทร บุญญาธิ การ [ 2545) พบว่าต้นไม้ในเขต ร้อนชื้นสามารถลดความร้อนแค่สิ่งแวดล้อมได้มากเท่า เครื่องปรับอากาศขนาด 1 ต้น (12,000 BTU) ต้นไม้ยงั ช่วยให้อณ ุ หภูมิของ พืน้ ถนนและลานผิวแข็ง ตลอดจนอาคารที่ถกู แสงแดดลดลงอย่างเห็นได้ชดั ผิ วดิ นที่โล่งอยู่กลางแสงแดดไม่มีร่มเงาปกคลุมจะมีอณ ุ หภูมิ สะสมที่ผิวถึง 50 – 67 องศาเซลเซียส เทียบกับ 28 องศาเซลเซียส ถ้ามีร่มเงากาบัง อุณหภูมิของห้อง ที่ไม่มีฉนวนและรับแสงแดดโดยตรงจะสะสมความร้อนและอบอ้าว 40 องศาเซลเซียส แต่อณ ุ หภูมิ จะลดลงถึง 11 องศาเซลเซียส ด้านมีการปลูกต้นไม้กาบังแดดทัง้ หลัง [เดชา บุญคา, 2543, ม.6) การปลูกต้นไม้เป็ นแนวป้ องกันยังสามารถลดความเร็วของลมได้ เพื่อให้ได้ระดับ ความเร็วลมที่ เหมาะสม การควบคุมความร้อนด้วยกรอบอาคาร (ตรึงใจบูรณสมภพ, 2539,น.29]กล่าวว่าวัสดุต่าง ชนิ ดจะมีคณ ุ ภาพในการดูดกลืนและIIฝรั ่งสีความร้อนไม่เท่ากัน ทางที่ดีที่สดุ คือควรทาให้ ความร้อนผ่านได้ช้าลงและน้ อยลง โดยสามารถทาได้ดงั นี้ (1) รูปร่างและเส้นรอบรูปของกรอบอาคาร ควรมีเส้นรอบรูปที่น้อยในพืน้ ที่ ใช้สอยอาคารที่เท่ากัน เนื่ องจากมีปัจจัยด้านทิ ศทางลม แสงแดด เข้ามาเกี่ยวข้อง อาคารรูป สี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีสดั ส่วนกว้าง ยาวที่เหมาะสมจะสามารถลดปริ มาณการความคุมความร้อนได้ มากกว่า

(2) ให้กรอบอาคารได้รบั ร่มเบาซึ่งอาจจะเป็ นร่มเงาจากแผงบังแดดจากส่วนอื่นของอาคารหรือ จากต้นไม้ใหญ่ทงั ้ นี้ เพราะอุณหภูมิที่ผิววัสดุที่โดนแดดกับที่ อยู่ในร่มจะ แตกต่าง กันมาก (3) หลีกเลี่ยงวัสดุปพู นื้ ที่เป็ นพืน้ แข็ง (Hard Scape) ในบริ เวณภายนอก อาคาร เช่น เป็ นคอนกรีต เนื่ องจากเก็บความร้อนสูงเป็ นต้น วัสดุที่เหมาะสม เช่น เป็ นอิ ฐพืน้ กระเบือ้ ง ดิ น เผา เนื่ องจากเก็บความร้อน

2-10


ภาพที่ 2.8 อาคารตัวอย่าง ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

2-11


2.3.6 แนวคิ ดการออกแบบศูนย์การเรียนรู้ 2.3.6.1 การให้ความสาคัญแนวคิดเรือ่ งเอกลักษณ์ (Issues of Identity) การออกแบบศูนย์ การเรียนรูห้ รือพิพธิ ภัณฑ์ตอ้ งใช้ ความสาคัญกับ “แนวคิดเอกลักษณ์และความแตกต่าง” (Identity and difference) ซึง่ ถือเป็ นหนึ่งในปั จจัยสาคัญ เนื่องจากอาคารประเภกปี ละกับความสาคัญแก่เป็ นอาคารสาธารณะ คือสามารถเป็ นตัวแทนภาพลักษณ์ของเมืองหรือภูมภิ าค แนวคิดดังกล่าวได้รบั ความนิยม อย่างกว้างขวางในการออกแบบสถาปั ตยกรรมพิพธิ ภัณฑ์รว่ ม สมัยในปั จจุบนั 2.3.6.2 การให้ความสาคัญระหว่างบริบทกับสถาปั ตยกรรม Issue of Context] แนวคิดนี้ เห็นว่า การออกแบบศูนย์การเรียนรูต้ อ้ ง คานึงถึงสิง่ เเวดล้อมโดยรอบ ได้แก่ การใช้ภมู สิ ถาปั ตยกรรม เข้า มาเกีย่ วข้องกับการออกแบบอาคาร ภายใต้แนวคิดทีว่ า่ สิง่ เเวดล้อมสามารถ เป็ นสือ่ กลางของการ เรียนรูไ้ ด้ 2.3.6.3 อาคารประเภทนี้มคี ุณค่าในฐานะทีเ่ ป็ นมรดกทางวัฒนธรรม (building as Cultural heritage) อันเป็ นแนวคิดทีว่ า่ สถาปั ตยกรรมทีส่ ร้างนัน้ ต้องมีคุณค่า สามารถดารงอยู่ ได้ยาวนาน ส่งเสริมคุณค่าของพืน้ ที่ 2.3.7.4 การสร้างสรรค์สอ่ื นิทรรศการทีม่ คี วามน่าสนใจ (exhibiting encounters]หมายถึง การใช้สอ่ื ทีม่ ลี กั ษณะไม่หยุดนิ่ง เป็ นพลวัต มีการเปลีย่ นแปลง เพิม่ เติมปรับปรุงอยูต่ ลอด เพือ่ ให้ความรูม้ ี ความทันสมัยและน่าสนใจอยูเ่ สมอ 2.3.7.5 การเป็ นพืน้ ทีส่ ร้างสรรค์องค์ความรู้ (generator of knowledge) จากแนวคิดการ ออกแบบทีก่ ล่าวมาเป็ นแนวทางหนึ่ง ของการออกแบบศูนย์การเรียนรูท้ ด่ี นี าไปสู่การออกแบบศูนย์ การ เรียนรูใ้ ห้ประสบความสาเร็จ โดยมีประเด็นสาคัญทีต่ อ้ งพิจารณาทีส่ อดคล้อง กมแนวทางของสถาบัน พิพธิ ภัณฑ์การเรียนรูแ้ ห่งชาติ ดังที่นธิ ิ เอียวศรีวงศ์ (2548) ได้เสนอไว้ สามารถสรุปได้ดงั นี้

2-12


1. การให้ความรู้แก่สาธารณะ (popularization of knowledge] แบ่งเป็ น 2 ส่วน ปาน ได้แก่ พิ พิธภัณฑ์และการส่งเสริ มความ รู้ด้านพิ พิธภัณฑ์ศาสตร์ (museology) และมุ่งเน้ น 2 ด้านดังต่อไปนี้ คือ ความสามารถในการจัดการให้เป็ นไปในทางธุรกิ จ 2. การสร้างสรรค์ความรู้ (Creation of knowledge) ประกอบไปด้วย 3 ด้าน สาหรับการสร้างสรรค์ ได้แก่ งานศูนย์กลางบริ การงานวิ จยั งานศูนย์วิจยั และเครือข่าย ศูนย์วิจยั จุดมุ่งหมายหลักอยู่ที่การเรียนรู้ เพื่อความงอกงามทางความคิ ดเกิ ดความริ เริ่ มสร้างสรรค์ และผสมผสานกับสานึ กความเป็ นไทย โดยที่สิ่งที่จดั แสดงไม่บง่ เน้ น แต่เพียงการ เก็บรวบรวมวัตถุ แต่ ต้องมีการถ่ายทอดความรู้ที่สามารถเชื่อมโยงกับผูค้ นเป็ นหลักได้ อีกทัง้ ต้องมีการบริ หารจัดการ ประสิ ทธิ ภาพ คล่องตัว และทันสมัย โดยสามารถสรุป ใจความหลักเรื่องวัฒนธรรมกับการศึกษาใน ศูนย์การเรียนรู้ไว้ดงั นี้ คือ การให้ความรู้หรือการศึกษานัน้ ไม่ได้ขึน้ อยู่กบั กาลเวลาหรือวัตถุที่จดั แสดง อยู่ในพิ พิธภัณฑ์ งาน นิ ทรรศการความรู้นัน้ จึงไม่ใช่เพียง การบอกเล่าให้เห็นภาพเท่านัน้ แต่ส่งสาคัญ คือ วิ ธีการสื่อสารและให้ความรู้ที่มีประสิ ทธิ ผล โดยมีข้อสรุปดังนี้ (1) ในส่วนของนิ ทรรศการการมีการใช้สื่อที่มีความเฉพาะ ซึ่งมีความแตกต่างจากหนังสือ อื่นเพื่อสร้างความน่ าสนใจ (2) มีแนวทางที่ทาให้เกิ ดการปฏิ สมั พันธ์ได้ (Interactivity approach) (3) การนาเสนอเนื้ อหาต้องมีความเฉพาะเจาะจงกับกลุ่มคนที่สนใจ (4) ในเนื้ อหาที่เฉพาะเจาะจงกับคนที่สนใจนัน้ จะต้องมีความสอดคล้องกับสังคมและวัฒนธรรมของกลุ่มคนเหล่านัน้ ด้วย (5) การให้ความรู้ต้องมีความแตกต่างจากการให้ความรู้ที่ทาในโรงเรียน นอกจากนี้ ได้มีการให้คานิ ยามของ “นิ ทรรศการเนื้ อหาประวัติศาสตร์ คือ การทัศนาไปตามเรื่องราวของวัตถุที่จดั แสดง เป็ นที่ช่วยโครงสร้างของที่ว่าง สร้างบรรยากาศ และเรื่องราว ประวัติศาสตร์จะสื่อสารกับผูร้ บั ชม สอดคล้องกับที่ วอน แปร (praet, 199677) กล่าวไว้ สรุปได้ว่า ดังต่อไปนี้ (1) ใช้ระยะเวลาที่สนั ้ กระชับในการนาเสนอ (2) ใช้สถานที่เป็ นสื่อ การให้ความรู้จากการนาไปศึกษายังพืน้ ที่จริ ง (3) วัตถุจดั แสดง สามารถสร้างความสมบูรณ์ ในการบอกเล่าเรื่องราว และสามารถมีปฏิ สมั พันธ์กบั ผูม้ าเยี่ยมชม

2-13


2.3.7 การรับรู้ในทางสถาปัตยกรรม 2.3.7.1 การรับรูใ้ ดๆก็ตามนัน้ มนุษย์ตอ้ งรับรูผ้ า่ นระบบประสาทสัมผัสส่วนต่างๆทีม่ อี ยู่ ซึง่ ประสากเป็ น ประสาททีเ่ กีย่ วข้องต่อ การรับรู้ receptors]โดย ประสาทการรับรูข้ องมนุษย์เรานัน้ สามารถแบ่งออกได้ 5 ลักษณะคือ 1. ตา เป็ น ประสาทสัมผัสสาหรับการมองเห็น 2. H เป็ นประสาทสัมผัส ในการได้ยนิ 3. จมูก เป็ นประสาทสัมผัสในการได้กลิน่ 4. ปากและลิน้ เป็ นประสาทสาผัสในการรับรูเ้ รือ่ งรสชาติ 5. ผิวหนัง เป็ นประสาทสัมผัสทีเ่ กีย่ วของกับการสัมผัสหรือจับต้อง โถยกระบวนการรับรูป้ ระสาทสัมผัสทัง้ ทีม่ ตี ่อสิง่ ร้าและสิง่ แวดล้อมนัน้ จะมีลกั ษณะเชือ่ มโยงระหว่างกันและกันซึง่ สามารถแบ่งการรับรูถ้ งึ สิง่ ร้าว 2 รูปแบบคือ ประสาทสัมผัสระยะไกล ปราสาทสัมผัสส่วนนี้ใช้ ตา หู จมูกในการรับรู้ และประสาทสัมผัสระยะโกล้ประสาทสาผัสส่วนนี้ใช้ ปาก ลิน้ และผิวหนังสัมผัส ในการรับรู้ (ทีม่ า : รัจนี นพเกต, 2540)

2.3.7.2 การรับรูท้ างสถาปั ตยกรรม ในหลักการขัน้ พืน้ ฐานในการรับรูห้ รือเนื้อหาในทางสถาปั ตยกรรมนัน้ โดยภาพรวมจะแสดงขึน้ มือเรามีการหยุดนิ่ง เพือ่ สังเกตกับสิง่ ทีป่ รากฏอยูโ่ ดยรอบหรือ ผ่านเข้าไปในมิตติ ่างๆซึง่ องค์ประกอบส่วนนัน้ ได้แก่ มวล ปริมาณ และทีว่ า่ ง รวมทัง้ องค์ประกอบหรือปรากฏการณ์อ่นื ๆของงานสถาปั ตยกรรมนัน้ โดยผ่านประสาทสัมผัสกาการมอบเป็ นหลัก ซึง่ ไม่ได้หมายความว่าการมองเห็นด้วยตาเป็ น การสัมผัสงานสถาปั ตยกรรมได้ดา้ นเดียวแต่เรายังคงต้องประสาทสัมผัสด้านอื่นๆด้วยเช่น การได้ยนิ ได้กลิน่ และการสัมผัสประกอบเข้าด้วยกัน ดังนัน้ เราจึงพอสรุปได้วา่ ทาการรับ รูใ้ นงานสถาปั ตยกรรมจะมีความสัมพันธ์กบั ประสาทสัมผัส 4 อย่างคือ การมองเห็น การได้ยนิ SCRUIZะ การสัมผัส ผิวต่างๆโดยทัง้ 4 อย่างต้องสอดคล้องกันเพือ่ คุณภาพในการรับรูบ้ านสถาปั ตยกรรมสาหรับการรับรูง้ านสถาปั ตยกรรมโดยการมองเห็นนัน้ โดนทัวไปมั ่ กจะเกีย่ วของกับ รูปร่าง (shape) รูปทรง(form) ระนาบ (plan) มวล (mass) ทีว่ า่ ง (space) และรายละเอียดอื่นๆ เช่น สี (color) วัสดุ (material) รูปแบบ[pattern]และพืน้ ผิว[texture) โดยคุณภาพ ในการรับรูด้ ว้ ยการมองจะขึน้ อยูก่ บั ปั จจัย 3 ประการ คือ สิง่ เร้าหรือสิง่ แวดล้อม ตัวกลางในการสือ่ สาร และประสาทสัมผัสในการรับรู้ โดยสิง่ เร้าหรือสิง่ แวดล้อมในทีน่ ้คี อื องค์ประกอบในทางสถาปั ตยกรรม ต่างๆ ไม่วา่ จะเป็ น มวล ปริมาตร สีสนั หรือวัสดุต่างๆ

2-14


ภาพที่ 2.9 อาคารตัวอย่าง ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

2-15


ส่วนตัวกลางในการสือ่ สารในทีน่ ้กี ค็ อื บรรยากาศทีป่ รากฏขึน้ หรือสิง่ ทีแ่ ฝงอยูใ่ นย่านสถาปั ตยกรรมได้แก่ แสง ปริมาณแสง เบารามทน ความแจ่มชัดและความมัว และสุดท้ายคือประสาท สัมผัสในการรับรูโ้ ดยหลักแล้วการรับรูด้ ว้ ยการมองแต่คุณภาพของการมองนัน้ ขึน้ อยูก่ บั ตาแหน่งในการมองบานสถาปั ตยกรรมด้วย (ทีม่ า : ชินศักด์ ตัณฑ์กุล,2546)

2.3.7.3 การนาการรับรูภ้ าพมาใช้ในการออกแบบสถาปั ตยกรรม โดยทัวไปแล้ ่ ว การรับรูง้ านสถาปั ตยกรรมก็ใช้หลักการเดียวกับ การรับรูภ้ าพในเรือ่ ง ทัวๆไปโดยใช้ ่ หลักการจัดระเบียบการ รับรูห้ รือการจัดกลุ่มข้อมูล ได้ลกั ษณะของกลุม่ คล้ายคลึงกันการรับรูก้ จ็ ะง่าย และมีความชัดเจน ถ้าเรือ่ งหรือภาพมีรายละเอียดทีม่ คี วามซับซ้อนสมองก็จะต้องทางานมากขึน้ โดยการลดทอน ความซับซ้อนของของภาพเพือ่ ให้การรับรูง้ า่ ยขึน้ แต่ในลักษณะของการรับรูบ้ านสถาปั ตยกรรมทีเ่ กีย่ วกับภาพ จะพบว่ามีการจัดระเบียบทัง้ ในเรือ่ งของความสัมพันธ์และองค์ประกอบ ซึง่ วิธกี ารจัดระเบียบในการรับรูน้ นั ้ จะประกอบไปด้วย กระบวนการ 9 ลักษณะหลักดังนี้ 1) การจาแจกความเป็ นภาพและพืน้ (Figure and Ground] โดยการจับระเบียบการรับรูน้ นั ้ จะทาให้สามารถรับรูล้ กั ษณะ รูปลักษณ์วสั ดุต่างๆโดย ขอบเขต(Boundary]ทีต่ ดั กับส่วนประกอบ เป็ นพืน้ และโดยทัวไปพื ่ น้ มักจะไปแสดงขอบเขตทีช่ ดั เจนออกบา 2)การจัดกลุ่ม(Proximity) โดยหลักของการรับรูแ้ บบถึงการจัดกลุม่ นัน้ สามารถนามาใช้กบั การรับรูบ้ านสถาปั ตยกรรม ได้ 2 ลักษณะคือการ ทาให้เป็ นกลุ่มก่อนเดียวกัน ให้เกิดความ สอดคล้องกันและอีกลักษณะคือ การสร้างความความเด่นชม เพือ่ การรับรูเ้ ป็ นเอกลักษณะเฉพาะตัว 3) การหาความเหมือนและการจาแนกความต่าง(Similarity and Diffrence) โดยหลักการพิจารณาจะว่าด้วยเรือ่ งของ การรับรูใ้ นรูปแบบของ สิกษณะภายนอกต่างๆ เช่น รูปร่าง shape) รูปทรงform) สี[color) พืน้ ผิว[texture)เป็ นต้น โดยการรับรู้ ในลักษณะนี้จะสามารถนามาใช้ออกแบบงาน สถาปั ตยกรรมได้ลกั ษณะ การสร้างความเป็ นเอกภาพ(unity)และความกลมกลืน (Harmony) และอีกลักษณะคือการสร้างความเป็ นเอกเทศหรือจุดสนใจ[Focus Point]ในองค์ประกอบของบานสถาปั ตยกรรม 4) การปิ ดล้อมและการสร้างความต่อเนื่อง[Closure and Continuation) โดยทัวไปการรั ่ บรูจ้ ากเกิดขึน้ จากการปิ ดล้อมเพือ่ ให้เกิด Space m กบาล รูปทรง ปริมาตร โดยลักษณะการปิ ดล้อม อาจจะเกิดจากความสมบูรณ์หรือไม่สมบรูณ์ แต่มลี กั ษณะของ ความต่อเนื่องของส่วนประกอบทีป่ ิ ดล้อมอยูใ่ น ปริมาณทีเ่ พียงพอ(600d Continuation of Closure ทีจ่ ะทาให้สามารถรับรูไ้ ด้ เช่น รูปสีเ่ หลีย่ มเพือ่ ปิ ดด้วย ผนัง เพดาน ก็จะทาให้รสู้ กึ ถึงปริมาตรได้ อย่างชัดเจน และเมือ่ เราเจาะช่องแสงก็ทาให้เกิดการนาสายตาใน ปริมาตรทีต่ น้ นั ้ และเกิดความต่อเนื่องของทีว่ า่ ง (Space]เป็ นต้น 5) แนวแกน(AXIS)โดยธรรมชาติการมองภาพของเรานัน้ จะสร้างแกนสมมุตคิ อื แกนในแนวตัง้ สร้างขึน้ ตรงกลางเพือ่ แยกการรับรู้ ออกเป็ นสองด้านคือซ้ายและด้านขวา ดังนัน้ ในการรับรูใ้ ดๆ ก็ตามมักจะให้ความสาคัญการจาแนกส่วนประกอบของภาพดังนัน้ การ รับรูจ้ ะให้ความสาคัญเรือ่ งการจาแนกวัตถุ โดยใช้แกนตัง้ เป็ นหลัก สาหรับแดนอื่นๆเป็ นเพียงองค์ประกอบทีต่ ่อเนื่อง จากแกนตัง้ ซึง่ มีความสาคัญกว่าบดบังไป 6) ดุลยภาพ(Balance and Symmetry) ดุลยภาพเป็ นสิง่ ทีร่ บั รูโ้ ดยอาศัยการรับรูเ้ รือ่ งแนวแกนและการจัดองค์ประกอบใดๆก็ตาม โดยทัวไป ่ ลักษณะองค์ประกอบของดุลภาพจะสามารถแบ่ง ออกได้ 2 ลักษณะคือ ดุลยภาพทีอ่ งค์ประกอบทัง้ สองข้างของแนวแกนมี องค์ประกอบเหมือนกัน (Symmetrical Balance) และอีกลักษณะคือ ดุลยภาพทีอ่ งค์ประกอบทัง้ สองข้างของ แนวแกนมี องค์ประกอบไม่เหมือนกัน[Asymmetrical Balance) 7) ลักษณะการจัดวาง(orientation) ในส่วนนี้กจ็ ะมีความสัมพันธ์กบั แนวแกนเช่นกันแต่เกีย่ วของในลักษณะของแบบแผน(Order) โดยทัวไปเราจะคุ ่ น้ กับการรับรูร้ ปู ลักษณ์และรูปแบบหรือการ จัดวางสิง่ ต่างๆ ทาให้ในงานสถาปั ตยกรรมจีน รูปแบบเข้ามาใช้ในการทางานเพือ่ สร้างการรับรู้ เช่น ถ้าต้องการออกแบบอาคารให้ดแู บบแผ่นแสดงถึงความมันคง ่ ก็ควรจะวางอาคารให้ มี ลักษณะราบไปกับพืน้ โดยมีแกนอาคารเป็ นฉาก เป็ นต้น

2-16


8) สัณฐานหรือรูปลักษณะ(Configuration) โดยทัวไปเราจะรั ่ บรูส้ ณ ั ฐานหรือรูปลักษณะโดยผ่านรูปลักชนะ พืน้ ฐานคือรูปทรงเลขาคณิตอย่าง ง่ายๆเช่น รูปสีเ่ หลี่ยมปาลม ตามรูปทรงมีความ ซับซ้อนสมองก็จะใช้รปู ทรงพืน้ ฐานเข้ามาเพือ่ เปรียบเทียบเพือ่ ให้เกิดการรับรู้ ซึง้ จะเห็นได้วา่ ในงาน สถาปั ตยกรรมจะใช้รปู ทรงทีม่ ดี วามเรียบง่ายเพือ่ สือ่ สารอย่างตรงไปตรงมา เช่น สีเ่ หลีย่ มมุมฉากหรือวงกลมเป็ นต้น และนอกเหนือ จากนี้ยงั มีองค์ประกอบที่ ส่งผลต่อรูปสัณฐานทางสถาปั ตยกรรมอก 4 ประการคือ มิต(ิ Dimension) ขนาดและสัดส่วน(Site and Proportion) ทัศนียภาพ(Perspective) และการสือ่ ความหมาย(Meaning) 9) การสร้างภาพซ้อน (Form Reproduction๗ การสร้างภาพชาเป็ นกระบวนการทีเ่ กีย่ วของกับความจา สาหรับความยากง่าย ในการสร้างภาพซ้า นัน้ ขึน้ อยูก่ บั ความซับซ้อนของรูปทรง ความแตกต่างของรูปทรงกับบริบท รวมทัง้ ความคุน้ เคยและความประทับใจ ระยะเวลาในการรับรู้ สาหรับการใช้ในงาน สถาปั ตยกรรม ควรจะใช้รปู ทรงทีไ่ ม่มคี วามซับซ้อนมากเพือ่ ให้เกิด การจดจาได้งา่ ย หรือรูปลักษณะทีไ่ ปจากสภาพแวดล้อมเพือ่ สร้างจุดสนใจเช่นการสร้าง Landmark เป็ นต้น (ทีม่ า ชินศักดิ ์ ตัณฑิกุล, 2546)

ภาพที่ 2.10 การฝึกทรงตัวบนหลังม้า ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

2-17


ภาพที่ 2.11 การฝึกทรงตัวบนหลังม้า ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

2-18


2.4 นโยบายและแผนพัฒนาที่เกี่ยวข้อง 2.4.1 ยุทธศาสตร์กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยุทธศาสตร์กะทวงการท่องเทีย่ วและกีฬา (พ.ศ. ๒๕๕๔ - ๒๕๔๕ ฉบับนี้ จัดทาขึน้ เพือ่ ให้ทศิ ทางการพัฒนาด้านการ ท่องเทีย่ วและกีฬาของประเทศเป็ นไปในทิศทางเดียวกัน สอดคล้องกับ แผนในระดับต่างๆ เกิดการบูรณาการ ทัง้ กิจกรรมงบประมาณ ลดความซ้าซ้อนและเกิดความครอบคลุม การท่องเทีย่ วและการกีฬา รวมทัง้ ให้สอดคล้อง กับสถานการณ์แสบริบทการเปลีย่ นแปลน ของ การท่องเทีย่ วและการกีฬาทัง้ ในระดับโลกและในระดับประเทศ ซึง่ ในอนาคตคาดว่า จะมีการแข่งขันเพือ่ เป็ น ผูน้ าด้านการท่องเทีย่ วและการฆ่า ขณะเดียวกันก็มคี วามเสีย่ งในด้านต่างๆ ทีม่ ี ผลกระทบต่อการพัฒนาของประเทศไทย 2.4.1.2 การเปลี่ยนแปลงของบริ บทการพัฒนา สถานการณ์ และแนวโน้ มด้านการท่องเที่ยวและกีฬา บริบทการเปลีย่ นแปลงด้านเศรษฐกิจและสังคมมีนยั สาคัญต่อแนวโน้มการเปลีย่ นแปลงของโลก ซึง่ จะส่งผลกระกบต่อเพือ่ นไข การพัฒนาประเทศในอนาคต ประเทศไทยยังคงต้องเผชิญกับ การเปลีย่ นแปลงทีส่ าคัญ ทัง้ ที่ เป็ น โอกาสและอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมของคนและระบบให้สามารถปรับตัว พร้อมรับกับการเปลีย่ นแปลงในอนาคต ทัง้ นี้บริ บกการเปลีย่ นแปลงทีส่ าคัญ และเป็ นแนวโน้มในอนาคต ได้แก่ 1) การท่องเทีย่ วมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง 2) การเปลีย่ นแปลงพฤติกรรมของนักท่องเทีย่ ว 3) การจัดทาข้อตกลงระหว่างประเทศและพันธกรณีต่างๆ 4) การเปลีย่ นแปลงของภูมอิ ากาศโลก 5) ความเสีย่ งของโรคระบาดมีเพิม่ ขึน้ 6) ความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจโลก 7) การแข่งขันด้านการท่องเทีย่ วสูงขึน้ 8) การแข่งขันกันเป็ นผูน้ าด้านการกีฬาและการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา 9) การใช้การทีน่ าในการสร้างความเชือ่ มันและภาพลั ่ กษณ์ทด่ี ขี องประเทศ 10) การเติบโตของธุรกิจการทีผ่ า่ และธุรกิจต่อเนื่อง

2-19


2.5 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง 25.1 มาตรฐานการจัดตัง้ โรงเรียนนอกระบบ 25.1.1 ข้อ ๔ ซือ้ ของโรงเรียนนอกระบบต้องใช้อกั ษรไทย โดยต้องมีคาว่า “โรงเรียน กากับด้วยก็ได้ ประกอบชือ่ ด้วยหรืออาจมีอกั ษรต่างประเทศ ในกรณีทโ่ี รงเรียนนอกระบบมีชอ่ื เป็ นอักษรต่างประเทศด้วย ต้องอ่านแล้วได้สาเนียงสอดคล้อง กับภาษาไทยหรือแปลแล้ว ได้ความหมาย เช่นเดียวกับชือ่ ภาษาไทย และมีคาทีแ่ ปลแล้วมีความหมายว่า โรงเรียนนาหนา หรือตามหลังช่อของโรงเรียนนอกระบบ 25.1.2 ข้อ ๔ ชือ่ ของโรงเรียนนอกระบบต้อง (1) เป็ นชือ่ ทีส่ อดคล้องกับหลักสูตรหรือประเภทของโรงเรียนนอกระบบ (2) ไม่ฟ้องหรือมุง่ หมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย หรือพระนามของพระบรมวงศานุวงศ์ เว้นแต่ได้รบั พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้เป็ นชือ่ ของโรงเรียนนอกระบบ (3) ไม่ฟ้องหรือมุง่ หมายให้คล้ายกับราชทินนาม เว้นแต่เป็ นราชทินนามของตน ของผูบ้ ุพการี หรือของผูส้ บื สันดาน และได้รบั พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้เป็ นชือ่ ของโรงเรียนนอก ระบบ (4) ไม่ฟ้องหรือมุง่ หมายให้คล้ายกับชือ่ สกุลหรือชือ่ อื่นใดทีไ่ ด้รบั พระราชทานจาก พระมหากษัตริย์ เว้นแต่ได้รบั พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้เป็ นชือ่ ของโรงเรียนนอกระบบ (5) ไม่ซ้ากับชือ่ โรงเรียนประเภทเดียวกันหรือโรงเรียนทีเ่ ลิกดาเนินกิจการไปแล้ว ซึง่ ได้รบั ใบอนุญาตให้จดั ตัง้ ขึน้ ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน (6) ไปเป็ นชือ่ ทีอ่ าจก่อให้เกิดความเข้าใจว่าเป็ นตัวแทน เครือข่าย หรือสาขาของโรงเรียน นอกระบบ หรือสถาบันหรือสถานศึกษาอื่นในต่างประเทศ เว้นแต่จะได้รบั อนุญาตจากผูอ้ นุญาต ตามมาตรา ๒๙ วรรคสอง (7) ไม่ขดั ต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (8) เป็ นลายโปร่งและเป็ นรูปวงกลมสองวงซ้อนกัน วงนอกมีเส้นผ่าศูนย์กลางยาว ๔.๕ เซนติเมตร วงในมีเส้นผ่าศูนย์กลา ยาว ๓.๕ เซนติเมตรภายในวงกลมเป็ นสัญลักษณ์ของโรงเรียน บอกระบบ ระหว่างเส้นรอบวงของวงกลมทัง้ สอง ด้านบนให้เขียนชือ่ เต็มของโรงเรียนนอกระบบ ส่วนด้านล่างให้เขียนชือ่ อาเภอและจังหวัดทีโ่ รงเรียนนอกระบบตัง้ อยู่ (9) ไม่เหมือนหรือมุง่ หมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธยย่อ พระราชลัญจกร พระบรมราชสัญลักษณ์ ตราประจาราชวงศ์ รวมถึงตราหรือเครือ่ งหมายอื่นในทานองเดียวกัน (10) ไม่เหมือนหรือมุง่ หมายให้คล้ายกับเครือ่ งหมายของหน่วยงานของรัฐ ไม่ขดั ต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน 2.5.1.3 ข้อ 99 สถานทีแ่ ละบริเวณทีจ่ ะใช้เป็ นทีต่ งั ้ โรงเรียนนอกระบบต้องไม่ขดั ต่อสุขลักษณะหรืออนามัยของนักเรียน มีการคมนาคมสะดวก ตัง้ อยูใ่ นสภาพแวดล้อมทีด่ ี และไม่อยูใ่ กล้ โรงงาน ทีอ่ าจเกิดอันตรายหรืออยูใ่ กล้สถานทีท่ ไ่ี ม่เหมาะสมแก่ กิจการของโรงเรียนนอกระบบ พืน้ ทีท่ ใ่ี ช้จดั ตัง้ โรงเรียนนอกระบบต้องติดต่อเป็ นผืนเดียวกัน ไม่ปะปนกับกิจการอื่นและมีพน้ื ทีใ่ ช้สอย ไม่น้อยกว่า 900 ตารางเมตร ในกรณีทโ่ี รงเรียนนอกระบบเปิ ดสอนตัง้ แต่สองประเภท ขึน้ ไป ต้องมีพน้ื ทีใ่ ช้สอย สาหรับแต่ละ ประเภทไม่น้อยกว่า 900 ตารางเมตร เว้นแต่หลักสูตรทีโ่ รงเรียนนอกระบบเปิ ดสอน มีระยะเวลาเรียนเกินหกร้อยชัวโมง ่ ต้องมีพน้ื ทีใ่ ช้สอยไม่น้อย กว่าประเภทละ 700 ตารางเมตร 2.5.1.4 ข้อ 9ๆ ผูข้ อรับใบอนุญาตต้องจัดให้มหี อ้ งธุรการหรือห้องพักครูหรือผูส้ อน พืน้ ทีห่ รือ ห้องพักผ่อนสาหรับนักเรียนบ้าน และห้องส้วมสาหรับชายและหญิงแยกต่างหากเป็ นสัดส่วนให้ เพียงกับ จานวนนักเรียน

2-20


ภาพที่ 2.12 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

2-21


2.6 ทฤษฏีทเ่ี กีย่ วข้องกับการออกแบบ 2.6.1 การเรียนรูส้ งิ่ ต่างๆ การเรียนรูส้ งิ่ ต่างๆ คือ กระบวนการเพิม่ พูนและปรุงแต่งระบบความรู้ ทักษะ นิสยั หรือการ แสดงออกต่างๆ อันมีผลมาจากสิง่ กระตุน้ อินทรียโ์ ดยผ่านประสบการณ์ การปฏิบตั หิ รือการฝึกฝน ขึน้ อยูก่ บั จุดประสงค์การเรียนรูข้ องผูเ้ รียนรูว้ า่ ต้องการจะเรียนรูส้ งิ่ ใดเพือ่ ให้เกิดผลลัพธ์ใดและผูท้ ่ี กาหนดว่าการเรียนรูแ้ ต่ละอย่างจะเกิดขึน้ ได้นนั ้ ก็คอื ตัวผูเ้ รียนรูเ้ องเป็ นตัวแปรหลักดังนัน้ เมือ่ เกิดการ เรียนรูข้ น้ึ ก็ตอ้ งมีสถานทีป่ ระกอบกิจกรรมการ เรียนรู้ เพราะการจะเกิดกิจกรรมใดๆ ขึน้ จาเป็ นต้องมี สถานทีป่ ระกอบกิจกรรมเพือ่ ช่วยให้การประกอบกิจกรรมนัน้ สาเร็จ ลุล่วงไปได้โดยสถานทีท่ เ่ี หมาะสม จะเป็ นส่วนช่วยให้การประกอบกิจกรรมนัน้ ให้เป็ นไปด้วยประสิทธิภาพ

2.6.2 ลักษณะทางกายภาพของม้า 2.6.2.1 พันธุไ์ ทย (Thai) มีความสูงไม่เกิน 14.2 hand (1 hand=4นิ้ว=10.16 cm) ความสูงของม้าวัดจากพืน้ จนถึงตะโหงก (withers) มีน้าหนัก 500ถึง900ปอนด์ ponies เป็ นม้าทีม่ สี ายพันธุเ์ ก่าแก่ทส่ี ุดเป็ นม้าทีม่ ขี าสัน้ และ ค่อนข้างแข็งแรง ponies สามารถผสมพันธุก์ บั ม้าใหญ่เช่น พันธ์ shire ได้เพราะทัง้ คูอ่ ยูใ่ น species เดียวกัน คือ equus caballus ม้าแข็งเป็ นม้าทีพ่ ฒ ั นาสายพันธุม์ าจาก ponies โดยการคัดเลือกพันธุแ์ ละ ปั จจัยทางสภาพแวดล้อม ทาให้มา้ มีความสูงเพิม่ มากขึน้ ด้วยเหตุน้ีเอง สายพันธุข์ องponies จึงมีความ ใกล้เคียงกับต้นตระกูลม้ามากกว่าม้ากลุม่ อื่นๆ สายพันธุข์ องponies มีมากมายหลายพันธุใ์ นปั จจุบนั เช่น สายพันธุ์ exmoor,norwegian fjord และ morgolian ส่านสายพันธุท์ ม่ี ขี นาดเล็กเช่น สายพันธุ์ falabella ( มีความสูงต่ากว่า 7 hands ) ซึง่ ถือเป็ นพันธุม์ า้ เล็กทีส่ ุดในโลก มีหลายสี ปั จจุบนั เน้นผสมพันธุใ์ ห้มสี ี appaloosa (จุดด่างบนลาตัว ) ส่วนสายพันธุท์ ม่ี ขี นาดใหญ่ แข็งแรง เช่น norwegian fjord ในปั จจุบนั นี้ ไม่คอ่ ยมีความต้องการทีจ่ ะใช้แรงงาน Ponies มากเท่า work horse แต่ Ponies ได้ถกู นาไปใช้ในการขี่ ม้าของพวกเด็ก ๆ ซึง่ เป็ นทีน่ ิยมเพิม่ มากขึน้ เรือ่ ย ๆ ส่วนม้าสายพันธุก์ ฬี าสามารถนามาฝึกฝนได้ ได้มา จากการผสมจากสายพันธุเ์ ก่าแก่ของ Ponies กับสายพันธุ์ Arabs และ Thoroughbred ซึง่ ทาให้ได้มา้ หลากหลายพันธุม์ ากขึน้ เรือ่ ย ๆ

2.6.2.2 พันธุเ์ ทอร์รบั เบร็ด (Thoroughbred) มีความสูง14.5 ถึง 17 hands (1 hand=4นิ้ว=10.16 cm) มีน้าหนัก 900 ถึง1400 ปอนด์ เป็ นม้าทีม่ ี รูปร่างสูง ขายาว เคลื่อนทีไ่ ด้รวดเร็ว Light horse แบ่งออกเป็ น 2 ประเภท ตามลักษณะนิสยั Pedigree และสภาพภูมอิ ากาศทีม่ า้ อยู่ ดังนี้ hot-bloods เป็ นพันธุแ์ ท้ ซึง่ มีอยู่ 2 สายพันธ์ Arab และสายพันธุ์ Thoroughbred (สายพันธ์ Thoroughred มีถนิ่ กาเนิดทีป่ ระเทศอังกฤษ ต่อมาได้นาไปเพาะเยงในอเมริกาเป็ นฟาร์มขนาดใหญ่สง่ ขายไปทัวโลก ่ และได้ชอ่ื ว่าเป็ นม้าทีว่ งิ่ เร็วทีส่ ุดในโลก warm-bloods เป็ นพันธุผ์ สมทีพ่ ฒ ั นามาจาก hot-bloods warm-bloods เหมาะสาหรับใช้เป็ น Riding Horses และ Driving Horses นอกจากนี้ยงั มีการแบ่งประเภทของ Light horses ได้อกี แบบหนึ่งซึง่ แบ่ง ตามวัตถุประสงค์ทน่ี าไปใช้ในการแข่งขันกีฬา การแสดง หรือการใช้งานต่าง ๆ ม้าทีใ่ ช้สาหรับขีเ่ ดินทาง ม้าแข่ง ม้าสาหรับกระโดดข้ามเครือ่ งกีดขวาง ม้าสาหรับขีแ่ ข่งกีฬาโปโล ม้าขีส่ าหรับเดินสวนสนามม้าขีม่ หี ลายพันธุด์ ว้ ยกัน เช่น

พันธุไ์ ทย (Thai) ทีม่ า https://th.wikipedia.org/wiki/horse ภาพที่ 2.13 ม้า ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

2-22

พันธุเ์ ทอร์รบั เบร็ด (Thoroughbred) ทีม่ า https://th.wikipedia.org/wiki/horse


ภาพที่ 2.14 ภาพพระองค์หญิงทรงม้า ทีม่ า http://horsemovethailand.blogspot.com

2-23


2.6.3 "ม้าไทย" มรดกสุดท้ายแห่งสายพันธุ์ ม้าไทยมาจากไหน ? อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติไม่ได้สร้างม้าให้เกิดขึน้ มาอยูใ่ กล้กบั เส้นศูนย์สตู ร และไม่มหี ลักฐานโครงกระดูก หรือโบราณวัตถุในยุคก่อนประวัตศิ าสตร์วา่ เคยมีมา้ อยูใ่ นโซนเอเชียอาคเนย์น้เี ลย คาถามคือ แล้วม้าไทยมาจากไหน? สพ.ญ.ศุภวรรณ ตันมณี ผูเ้ ชีย่ วชาญเรือ่ งม้าในดินแดนประเทศไทย จากหลักฐานโบราณคดี อธิบายว่า ทุกครัง้ ทีม่ กี ารอพยพหรือการค้าขาย ม้าจะเป็ นสัตว์ทถ่ี กู นาไปใช้งานด้วย เพราะฉะนัน้ ม้าและมนุษย์กจ็ ะเคลื่อนย้ายไปตามการอพยพ การเดินทาง และการค้าขายเป็ นหลัก "สันนิษฐานว่า ม้าเข้ามาในประเทศไทยตัง้ แต่สมัยทวาราวดี เพราะมีหลักฐานเรือ่ งเกีย่ วกับการค้าขาย การเดินเรือ และการทีม่ า้ จะเข้ามาเป็ นเครือ่ งบรรณาการหรือเป็ นสินค้า ในสมัยพระ นารายณ์กม็ กี ารบันทึกเกีย่ วกับการทีจ่ ะนาม้าเข้ามา ว่าม้ามาจากปั ตตาเวีย หรือชวา อันนัน้ ชัดเจนว่าเป็ นม้าสายพันธุอ์ าหรับ ส่วนม้าสายพันธุม์ องโกลมาในหลายระยะมาก ทัง้ จากการเดินทาง หรือจากการส่งมาเป็ นเครือ่ งบรรณาการ ซึง่ บรรณาการไม่ได้สง่ มาแบบรัฐต่อรัฐ อาจจะเป็ นพ่อค้าเอาเข้ามา เพราะว่าในการเดินทางจะมีเรือพ่อค้าอีกหลายร้อยลาตามมาเยอะแยะ แต่ทเ่ี ห็นมากก็ คือเส้นทางบก เราต้องนึกภาพถึงเส้นทางเรือกับเส้นทางบกทีม่ า้ จะมาได้ เพราะฉะนัน้ ถ้าดูตามเส้นทางบกม้าก็อาจจะมาจากทางจีน พม่า ลาว เข้ามาได้หมด" ข้อสันนิษฐานหนึ่งทีจ่ ะใช้วเิ คราะห์ถงึ การเข้ามาของม้าในเมืองไทยคงเป็ นการศึกษาจากเส้นทางม้าชา หรือ Tea Horse Road ซึง่ เกิดขึน้ ราวคริสตศตวรรษที่ 7 ในเขตมณฑลยูนาน ประเทส จีน โดยหมอน้องอธิบายว่า ในตอนนัน้ ทิเบตมีความต้องการบริโภคใบชาปู่เอ๋อ (Puer) จากมณฑลยูนาน ทว่า การขนส่งต้องเดินทางผ่านภูเขาสูงชัน บ้างก็เป็ นหุบเหวลึก และลาธารทีม่ นี ้าไหล เชีย่ วกราก การนาม้ามาเป็ นพาหนะทุน่ แรงจึงเกิดขึน้ กระทังเกิ ่ ดเส้นทางค้าใบชาบนหลังม้าขึน้ จากยูนานไปทิเบต อินเดีย และเวียดนาม จนท้ายทีส่ ุดเส้นทางนี้ทาให้มา้ พืน้ เมืองแพร่ขยายเข้ามาสูภ่ าคเหนือของประเทศไทย เกิดเป็ นวัฒนธรรมการเลีย้ งม้าขึน้ มา และม้าจากยูนานก็เป็ นม้า สายพันธุเ์ อเชียทีม่ ลี กั ษณะทางพันธุกรรมเชือ่ มโยงกับม้ามองโกล "คนชอบถามบ่อย ๆ ว่า ไปสนใจทาไมประวัตศิ าสตร์มา้ แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่แค่ประวัตศิ าสตร์มา้ ความจริงมันคือประวัตศิ าสตร์มนุษย์ ถ้าเราทาลายประวัตศิ าสตร์มา้ ก็เท่ากับเราได้ทาลาย ประวัตศิ าสตร์มนุษย์ดว้ ย ดังนัน้ ตรงนี้กเ็ ป็ นส่วนหนึ่งในแง่ของการดูมรดกเราทีเ่ ราน่าจะรู้ เพราะว่าเราจะได้รภู้ มู หิ ลังของตัวเรา ภูมหิ ลังของประเทศเรา ภูมหิ ลังของชนชาติของเรา"

2-24


ภาพที่ 2.15 พระองค์หญิงทรงกีฬาม้าแข่ง ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

2-25


ภาพที่ 2.16 พระองค์หญิงทรงกีฬาม้าแข่ง ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

2-26


2.6.4 จุดกาเนิดของม้า ย้อนไปกว่า 5,000 ปี จีนเป็ นชนชาติแรกๆ ของโลกทีร่ จู้ กั นาม้ามาเลีย้ งเพือ่ การใช้งาน จากนัน้ ก็พฒ ั นามาเป็ นม้าเพือ่ การศึกสงคราม ม้าสือ่ สาร ม้าพิธกี าร และม้าเพือ่ งานอเนกประสงค์ต่าง ๆ ทีส่ ุดแล้วก็กลายมาเป็ นสัตว์เลีย้ งในตานานทีท่ ุกชนชาติรจู้ กั กันเป็ นอย่างดี ม้ามีอทิ ธิพลต่อการดาเนินชีวติ ของมนุษย์มาตัง้ แต่สมัยโบราณ ทว่า ม้าส่วนใหญ่ทพ่ี บเห็นอยูใ่ นโลกนัน้ เป็ นม้าทีเ่ กิดขึน้ จากการผสมพันธุโ์ ดยฝีมอื ของมนุษย์ จะมีแค่ไม่กเ่ี ปอร์เซ็นต์เท่านัน้ ทีเ่ ป็ น ม้าซึง่ เกิดขึน้ เองตามธรรมชาติ และ "ม้าไทย" ก็อยูใ่ นกลุ่มทีค่ วรค่าแก่การอนุรกั ษ์ เพราะอาจจะถูกจัดให้เป็ น "ม้าธรรมชาติฝงู สุดท้าย" ของโลกในอีกไม่นานไม่ใช่แค่ "สายพันธุ"์ ของม้าไทยเท่านัน้ ทีต่ อ้ งให้ความสาคัญ แต่ "คุณค่า" ทีแ่ ฝงอยูใ่ นเพือ่ นร่วมโลกต่างสายพันธุช์ นิดนี้กลับสะท้อนวิถชี วี ติ ของคนและม้าทีผ่ กู พันกันมายาวนาน จนไม่อาจแยกออกจากกันได้เลย

ภาพที่ 2.17 พระองค์หญิงทรงกีฬาม้าแข่ง ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

2-27


2.6.5 ข้อมูลราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เบือ้ งหลังและพืน้ ภูมิ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั (รัชกาลที่ 5) เสด็จกลับจากประพาสยุโรปในปี พ.ศ. 2440 สโมสรน้าเค็มศึกษา สมาคมของข้าราชการและนักเรียนทีเ่ คยไปทางาน ศึกษา หรือเดินทางไปยุโรป ได้รว่ มกับเจ้าของคอกม้าต่างๆ จัดแข่งม้าเทียมรถ เพือ่ เป็ นการต้อนรับและถวายความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 5 โดยปรับให้ทอ้ งสนามหลวงกลายเป็ น สนามแข่งม้าชัวคราว ่ นับเป็ นการจัดกีฬาแข่งม้าแบบตะวันตกครัง้ แรกของประเทศไทย ในปี 2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั ทรงมีพระราชบรมราชานุ ญาต ให้จดั ตัง้ ราช กรีฑาสโมสร หรือทีเ่ รียกกว่าว่า “สนามฝรัง”่ เพือ่ เป็ นทัง้ แหล่งบันเทิงจากัดวงสาหรับคนต่างชาติ ก่อตัง้ กระทังในสมั ่ ยรัชกาลที่ 6 พระยาประดิพทั ธภูบาลและพระยาอรรถการประสิทธิ ์ ได้ทาหนังสือทูลเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูห่ วั เพือ่ ขอพระบรมราชานุญาตตัง้ สโมสรสนามม้า “สนามไทย” แข่งเพือ่ ให้บริการแข่งม้าสาหรับคนไทยและนารายได้มาใช้บารุงพันธุม์ า้ จากประเทศออสเตรเลียและอังกฤษ ทรงมีพระบรมราชานุญาตพร้อมทัง้ ได้ พระราชทาน นามว่า "ราชตฤณมัยสมาคมแห่งกรุงสยาม" อีกทัง้ ทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมือ่ วันจันทร์ท่ี 18 ธันวาคม พ.ศ. 2459 และพระราชทานนามว่า ราชตฤณมัยสมาคม รวมไปถึงยังทรงส่งม้าในคอกของพระองค์เข้าร่วมแข่งอีกด้วย ปัจจุบนั สมาคมฯ ทาหน้าทีใ่ นการดาเนินกิจการแข่งม้า จัดทาทะเบียนประวัตมิ า้ เจ้าของและผูท้ เ่ี กีย่ วข้อง ส่วนการแข่งขันจะจัดขึน้ ในวันอาทิต ย์เว้นอาทิตย์ สลับกันกับราชกรีฑาสโมสร และ ยังมีการให้บริการอื่น ๆ เช่น สนามเทนนิส, สระว่ายน้า, ห้องอาหาร จัดเลีย้ งต่าง ๆ

ภาพที่ 2.18 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

2-28


ภาพที่ 2.19 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

2-29


2.7 นโยบายและแผนพัฒนาที่เกี่ยวข้อง 2.7.1 แผนพัฒนาสานักงานกรมทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริ ย์ เปลีย่ นสนามม้านางเลิง้ สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 สนามม้านางเลิง้ หรือราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กาลังจะกลายเป็ นตานาน หลังคง อยูค่ แู่ ยกนางเลิง้ มายาวนานรวมอายุได้กว่า 102 ปี โดยเมือ่ วันที่ 4 เมษายนทีผ่ า่ นมา มีหนังสือจากสานักงานทรัพย์สนิ ส่วนพระมหากษัตริย์ โดยนายอนันต์ ไววิทยะ หัวหน้าฝ่ ายอาวุโส ฝ่ ายกฎหมาย สานักงานทรัพย์สนิ ส่วนพระมหากษัตริย์ ส่งถึงประธานคณะกรรมการอานวยการ ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เรือ่ ง การบอกเลิกสัญญาเช่าและขอให้สง่ มอบสถานที่เช่า พร้อมกาหนดให้ขนย้ายทรัพย์สนิ ออกภายใน 180 วัน หรือภายในเดือนกันยายนนี้ ล่าสุด หนังสือพิมพ์ ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 13 เมษายน 2561 อ้างรายงานข่าวว่า หลังจากทีม่ กี ารส่งคืนพืน้ ทีส่ นามม้านางเลิง้ ให้ทางสานักงานทรัพย์สนิ ส่วนพระมหากษัตริยแ์ ล้ว จะมีการ จัดทาพืน้ ทีด่ งั กล่าวเพือ่ เตรียมการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช เพือ่ ให้ประชาชนเข้าสักการะ พร้อมทัง้ เป็ นพืน้ ทีส่ วนสาธารณะให้ประชาชน ได้มาพักผ่อนหย่อนใจและออกกาลังกาย ทีม่ า สานักงานทรัพย์สนิ ส่วนพระมหากษัตริย์

2-30


ภาพที่ 2.20 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

2-31


2.8 อาคารตัวอย่าง ตารางที่ 2.1 อาคารตัวอย่าง รูปภาพอาคารตัวอย่าง

รายละเอียด

ที่ตงั ้

สถาปนิก : OOIIO Arquitectura พืน้ ที่ : 2350 SQM. ไคลเอนต์ : เอกชน ปี ทก่ี ่อสร้าง : 2018 ได้พฒ ั นารูปลักษณ์ใหม่ในฟาร์มปศุสตั ว์ซ่งึ ตัง้ อยูใ่ น เขตทีไ่ ด้รบั การยกเว้นจากเขต Castilla เพือ่ ปรับตัว ให้เข้ากับสิง่ อานวยความสะดวกด้านกีฬาสาหรับการ ฝึกอบรมและการดูแลม้ากระโดดแข่งขัน

Finca Ganadera / OOIIO Arquitectura

2-32

มาดริด สเปน


2.8.1 อาคารตัวอย่าง(ต่อ) ตารางที่ 2.2 อาคารตัวอย่าง รูปภาพอาคารตัวอย่าง

รายละเอียด

ที่ตงั ้

สถาปนิก : สานักงานสถาปั ตยกรรมBETA.øพืน้ ที่ : ไคลเอนต์ : เอกชน ปี ทก่ี ่อสร้าง : 2014 การฟื้ นฟูสมรรถนะของสนามขีเ่ ดิมทีอ่ ยูใ่ นกรุงมาดริด ถือเป็ นการรักษาความทรงจาของสถานทีโ่ ดยเน้นถึง คุณค่าทีม่ อี ยูข่ องอาคารเก่าทีม่ คี วามสัมพันธ์ระหว่าง สภาพแวดล้อมและโครงการการพัฒนาตูไ้ ม้ทช่ี ว่ ยเพิม่ ประสิทธิภาพด้านพลังงาน

Covered Riding Arena Refurbishment / BETA.ø architecture office

2-33

มาดริด สเปน


2.8.2 อาคารตัวอย่าง(ต่อ) ตารางที่ 2.3 อาคารตัวอย่าง รูปภาพอาคารตัวอย่าง

รายละเอียด

ที่ตงั ้

สถาปนิก : Casey Brown พืน้ ที่ : ไคลเอนต์ : เอกชน ปี ทก่ี ่อสร้าง : 2015 พอร์ทลั ขนาดใหญ่ผา่ นคอกม้าสามารถมองเห็นวิว ทิวทัศน์ได้ไกลกว่าและมีพน้ื ทีใ่ ช้สอยในการเตรียมตัว สาหรับการขีม่ า้ การแกะกล่องเก็บฟื นและการเข้าออกของ อาคาร

คอกม้า Crackenback

2-34

ออสเตรเลีย


2.8.3 อาคารตัวอย่าง(ต่อ) ตารางที่ 2.4 อาคารตัวอย่าง รูปภาพอาคารตัวอย่าง

รายละเอียด

ที่ตงั ้

สถาปนิก : / FOJAB arkitekter พืน้ ที่ : 4600 SQM. ไคลเอนต์ : เอกชน ปี ทก่ี ่อสร้าง : 2015 Klagshamn อยูป่ ระมาณ 10 กม. ทางทิศใต้ของMalmö และขยายไปยังช่องแคบÖresund ทางทิศใต้มหี าดทราย ยาวซึง่ เหมาะสาหรับการขีม่ า้ จนกระทังเมื ่ อ่ ไม่นานมานี้ สโมสรขีม่ า้ ของKlagshamnตัง้ อยูใ่ นโรงงานคอนกรีตแห่ง เดิม เมือ่ เมืองMalmöวางแผนสาหรับศูนย์ขม่ี า้ แห่งใหม่ มันเป็ นเรือ่ งธรรมดาทีจ่ ะสร้างทีเ่ ดียวกับโรงงานคอนกรีต ใกล้กบั หาดทรายและแนวสันเขาตามแนวน้า เมืองนี้ยงั เลือกทีจ่ ะทาให้ซากปรักหักพังของโรงงานคอนกรีตพัง ยับเยินเข้าไปในสวน

ศูนย์ขม่ี า้ ของ Klagshamn / FOJAB arkitekter

2-35

218 51 Klagshamn, สวีเดน


2.8.4 อาคารตัวอย่าง(ต่อ) ตารางที่ 2.5 อาคารตัวอย่าง รูปภาพอาคารตัวอย่าง

รายละเอียด

ที่ตงั ้

สถาปนิก : POOK พืน้ ที่ : 4600 SQM. ไคลเอนต์ : เอกชน ปี ทก่ี ่อสร้าง : 2015 นอกจากพืน้ ทีท่ ม่ี เี สถียรภาพแล้วหลังคาทรงสูงชันยัง ครอบคลุมพืน้ ทีฟ่ รีชว่ งอุปกรณ์และพืน้ ทีจ่ ดั จาหน่ายและ พืน้ ทีจ่ ดั เก็บปุ๋ ยมูลฝอย จุดมุง่ หมายคือเพือ่ ให้การทางาน ใกล้เคียง กันและมันใจได้ ่ วา่ ใช้งานง่าย ไม้ทงั ้ หมดทีใ่ ช้ใน อาคารเป็ นไม้สนประดับประดา

คอกม้าKekkapää / POOK

2-36

เอสโปฟิ นแลนด์


2.8.5 อาคารตัวอย่าง(ต่อ) ตารางที่ 2.6 อาคารตัวอย่าง รูปภาพอาคารตัวอย่าง

รายละเอียด

ที่ตงั ้

สถาปนิก : Wide Horizon พืน้ ที่ : 6450 SQM. ไคลเอนต์ : เอกชน ปี ทก่ี ่อสร้าง : 2016 ขีม่ า้ มีเสถียรภาพการออกแบบทีม่ สี องวิธที ส่ี าคัญ: การใช้ ทักษะแบบดัง้ เดิมและวัสดุธรรมชาติ, การประยุกต์ใช้เม มเบรนขนาดใหญ่แรง ปั ญหาทีใ่ หญ่ทส่ี ดุ ในการสร้างด้วย อิฐเป็ นรูปแบบโครงสร้าง อาคารอิฐแบบดัง้ เดิมไม่สามารถ บรรลุรปู แบบทีก่ ลวงออกและผลทีเ่ ราต้องการโครงสร้าง กรอบเพือ่ เพิม่ ข้อ จากัด ในการใช้อฐิ เป็ นผนังโครงสร้าง

ศูนย์ขม่ี า้ ใน Luxelakes Eco-City / Chengdu กลุม่ การลงทุน Wide Horizon

2-37

Luxelakes Eco-City, เฉิงตู, จีน


ภาพที่ 2.21 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

2-38


2.9 กฎหมายทีเ่ กีย่ วข้องกับการออกแบบพืน้ ทีข่ องม้า

2-39


2.9.1 กฎหมายทีเ่ กีย่ วข้องกับการออกแบบพืน้ ทีข่ องม้า

2-40


2.9.2 กฎหมายทีเ่ กีย่ วข้องกับการออกแบบพืน้ ทีข่ องม้า

2-41


2.9.3 กฎหมายทีเ่ กีย่ วข้องกับการออกแบบพืน้ ทีข่ องม้า

2-42


2.9.4 กฎหมายทีเ่ กีย่ วข้องกับการออกแบบพืน้ ทีข่ องม้า

2-43


2.10 สรีระการนังบนหลั ่ งม้า

2-44


2.11 รูปแบบสนามม้า

2-45


ภาพที่ 2.22 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

2-46


3

SITE NANG LOENG การศึกษาและวิเคราะห์ทต่ี งั ้ โครงการ


แผนที่ 3.1 แผนทีป่ ระเทศไทย แผนที่ 3.2 แผนทีก่ รุงเทพมหานคร

3-1


“ห ล ง วิ ถี ก รุ ง”

3.1 ข้อมูลพืน้ ฐาน กรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครเป็ นเมืองหลวงหรือนคร ทีม่ ปี ระชากรมากทีส่ ุดในประเทศไทย เป็ นศูนย์กลางการปกครอง การศึกษา การคมนาคมขนส่ง การเงิน การพาณิชย์ การสือ่ สารและความเจริญของประเทศเป็ นเมืองทีม่ ชี อ่ื ยาวทีส่ ุดในโลก ตัง้ อยูบ่ นสามเหลื่ ยมปากแม่น้าเจ้าพระยามีแม่น้าเจ้าพระยาไหลผ่านและแบ่งเมืองออกเป็ น 2ฝั ง่ คือ ฝั ง่ พระ นคร และฝั ง่ ธนบุร ี โดยกรุงเทพมหานครมีพน้ื ทีท่ งั ้ หมด 1,568,737ตร.กม.มีประชากรตาม ทะเบียนราษฎรกว่า 5 ล้านคน ทาให้กรุงเทพมหานครเป็ น เอกนคร (Primate City) จัดมีผกู้ ล่าวว่า กรุงเทพมหานครเป็ น “เอกนครทีส่ ุดในโลก” ใน สมัยอาณาจักรอยุธยา กรุงเทพมหานครยังเป็ นเพียง สถานีการค้าขนาดเล็กอยูท่ ป่ี าก แม่น้าเจ้าพระยาต่อมามีขนาดเพิม่ ขึน้ และเป็ นทีต่ งั ้ ของเมืองหลวง2แห่งคือ กรุงธนบุร ี ในปี พ.ศ.2311 และกรุงรัตนโกสินทร์ใน พ.ศ.2525 กรุงเทพมหา-นครเป็ นหัวใจของการทาให้ ประเทศสยามทันสมัยและเป็ นเวทีกลางของการต่อสูท้ างการเมือง ของประเทศตลอด คริสต์ศตวรรษที2่ 0 นครเติบโตอย่างรวดเร็วและปั จจุบนั มีผลกระทบสาคัญต่อการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา สือ่ และสังคมสมัยใหม่ของไทย ในช่วงทีก่ ารลงทุนในเอเชียรุ่งเรือง ทา ให้บริษทั ข้ามชาติจานวนมากเข้ามาตัง้ สานักงานใหญ่ภมู ภิ าคในกรุงเทพมหานคร ทาให้ กรุงเทพมหานครเป็ นกาลังหลักทางการเงินและธุรกิจในภูมภิ าค นอกจากนี้ยงั เป็ น ศูนย์กลางการขนส่งและสาธารณสุขระหว่างประเทศ และกาลังเติบโตเป็ นศูนย์กลางทาง ศิลปะแฟชันและการบั ่ นเทิงในภูมภิ าค อย่างไรก็ดี การเติบโตอย่างรวดเร็วของกรุงเทพมหานครขาดการวางผังเมือง ทาให้ระบบโครงสร้างพืน้ ฐานไม่เพียงพอถนนทีจ่ ากัดและการ ใช้รถส่วนบุคคลอย่างกว้างขวางส่งผลให้เกิดปั ญหาจราจรแออัดเรือ้ รัง

3-2


3.2 ความเป็ นมาของที่ตงั ้ โครงการ ลักษณะที่ตงั ้ ของเขตดุสิตสภาพที่ตงั ้ เขตดุสิต เป็ น 1 ใน 50 เขตการปกครองของกรุงเทพมหานคร อยูใ่ นกลุ่มเขตกรุงเทพ กลาง สภาพพืน้ ทีป่ ระกอบไปด้วยแหล่งการค้า แหล่งทีอ่ ยูอ่ าศัยหนาแน่นมาก เขตทหาร แหล่งท่องเทีย่ วเชิงประวัตศิ าสตร์และศิลปวัฒนธรรม นอกจากนี้ยงั เป็ นสถานทีท่ ต่ี งั ้ รัฐสภา กระทรวงต่าง ๆ และพระราชวัง จึงทาให้เขตนี้มลี กั ษณะราวกับว่าเป็ นเขตการ ปกครองส่วนกลางของประเทศไทย อนึ่ง ทีท่ าการสานักงานส่วนภูมภิ าคและสานักงาน ประจาประเทศไทย ขององค์การสหประชาชาติ และขององค์การระหว่างประเทศหลาย องค์การ ก็อยูใ่ นพืน้ ทีเ่ ขตนี้ ที่ตงั ้ และอาณาเขต เขตดุสติ ตัง้ อยูร่ มิ ฝั ง่ ซ้ายของแม่น้าเจ้าพระยาหรือฝั ง่ พระนคร มีอาณาบริเวณติดต่อ ดังนี้ ทิ ศเหนื อ ติดต่อกับเขตบางซื่อ มีคลองบางซื่อเป็ นเส้นแบ่งเขต ทิศตะวันออก ติดต่อกับเขตพญาไทและเขตราชเทวี มีทางรถไฟสายเหนือเป็ นเส้นแบ่งเขต ทิ ศใต้ ติดต่อกับเขตปทุมวัน เขตป้ อมปราบศัตรูพา่ ย และเขตพระนคร มีคลองมหานาค และคลองผดุงกรุงเกษมเป็ นเส้นแบ่งเขต ทิ ศตะวันตก ติดต่อกับเขตบางพลัด มีแนวกึง่ กลางแม่น้าเจ้าพระยาเป็ นเส้นแบ่งเขต

แผนที่ 3.3 แผนทีเ่ ขตดุสติ ทีม่ า : สานักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

DUSIT DISTRICT 3-3


3.3 ข้อมูลทัวไปของที ่ ่ตงั ้ โครงการ ย่านนางเลิ้ ง ตลาดนางเลิ้ งเป็ นตลาดเก่าแก่อยูค่ กู่ รุงเทพฯ มานานนับร้อยปี อาจารย์ ดร.นนท พร อยู่ม ั ่งมี ผูเ้ ชีย่ วชาญด้านประวัตศิ าสตร์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิทยา เขตปั ตตานี) เล่าว่า ทีบ่ ริเวณนี้แต่เดิมไม่ได้ขน้ึ ชือ่ เรือ่ ง “ตลาด” หรือ “ย่านของ กิ น” แต่อย่างใด กลับเป็ นย่านทีข่ น้ึ ชือ่ เรือ่ งของ “บ่อนการพนัน” ทีอ่ ยูม่ านานและเป็ น บ่อนแห่งท้ายๆ ของกรุงเทพฯ ทีถ่ กู ยุบ ด้วยเป็ นแหล่งสร้างรายได้สาคัญ (ให้กบั ทัง้ รัฐ และเอกชน)

NANG LOENG

ส่วนชือ่ “นางเลิ้ ง” นัน้ ว่ากันว่าเดิมทีม่ าจากคาว่า “อีเลิ้ ง” ซึง่ คุณเอนก นาวิ ก มูล นักสะสมของเก่าตัวยง ก็ไปพบความหมายจากหนังสืออักขราภิธานศรับท์ของ หมอบรัดเลย์พมิ พ์เมือ่ พ.ศ. 2416 ว่า “อีเลิง้ ” หมายถึง “ม่อใหญ่สาหรับใส่น้า นัน้ ” ส่วนพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานอธิบายว่า อีเลิง้ หมายถึงตุ่มหรือโอ่งใหญ่ เรียกกันว่า ตุ่มอีเลิง้ หรือตุ่มนางเลิง้ หรือโอ่งนครสวรรค์ ทีไ่ ด้ชอ่ื นี้มาก็คงเพราะย่านนี้แต่เดิมเป็ นแหล่งขึน้ ตุ่มอีเลิ้งจากคลองผดุง ก่อนหน้าที่ กิจกรรมอื่นๆ ทีข่ น้ึ ชือ่ ในย่านนี้ไม่วา่ จะเป็ นบ่อน ตลาด หรือสนามม้าจะตามมาใน ภายหลัง แต่คาว่า “อี” คนเมืองอาจจะฟั งแล้วอาจจะไม่สบายหูนกั จึงเปลีย่ นไปใช้คา ว่า “นาง” แทน

ทีม่ า http://www.sanfah.com/portfolio

ภาพที่ 3.1 ย่านนางเลิง้ ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index ทีม่ า https://www.silpa-mag.com/club/miscellaneous/article_10629

3-4


3-5


3.3.1 ความเป็ นมาย่านนางเลิ้ง

3.3.2 ความเป็ นมาสนามม้าราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย

หลังจากที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขดุ "คลองผดุงกรุงเกษม" หรือทีร่ าษฎรนิยมเรียกว่าคลองขุดขึน้ เพือ่ ขยายอาณา เขตของราชธานี เมือ่ พ.ศ.๒๓๙๔ ความเจริญก็ได้เริม่ เข้าสูย่ า่ นนางเลิง้ เป็ นลาดับ ผล ของการขุดคลองผดุงกรุงเกษมนี้ ทาให้เกิดถนนเลียบคลองขึน้ 9 สาย คือ ถนนกรุง เกษม นับแต่นนั ้ เป็ นต้นมา ราษฎรก็นิยมสร้างบ้านเรือน เพาะปลูก ทาสวนบริเวณ ๒ ฝั ง่ คลองทีข่ ดุ ใหม่น้มี ากขึน้ รวมทัง้ ในย่านนางเลิง้ ด้วย ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั ได้ทรงพระกรุณาโปรด เกล้า ฯ ให้ตดั ถนนผ่านย่านนางเลิง้ หลายสายด้วยกัน ประกอบกับ ทรงบูรณะถนนกรุง เกษมเดิมให้มสี ภาพดีขน้ึ ด้วย ทาให้การเดินทางมานางเลิง้ สะดวกขึน้ นับแต่นนั ้ เป็ นต้น มา เจ้านายและข้าราชการชัน้ ผูใ้ หญ่ ก็นิยมมาสร้างวังและสร้างบ้านตามแนวคลองผดุง กรุงเกษมและในบริเวณนางเลิง้ มากขึน้ เมือ่ เกิดมีกจิ การรถรางขึน้ บริษทั ไฟฟ้ าสยามจากัด ซึง่ เป็ นบริษทั ทีด่ าเนินกิจการ รถราง ได้วางเส้นทางการเดินรถรางผ่านย่านนางเลิง้ ด้วย เรียกว่า รถรางสายรอบเมือง หรือรถรางสายแดง เพราะตัวรดทาสีแดง เริม่ เดินรดได้เมือ่ พ.ศ.๒๔๔ญ จนกระทังเลิ ่ ก กิจการรถรางเมือ่ พ.ศ.๒๔99 รถรางสายนี้ผคู้ น นิยมเรียกว่า สายรอบเมือง เมือ่ ชุมชนเมืองขยายตัวออกมานอกกาแพงพระนครดังนี้ ย่านนางเลิง้ ก็กลายจาก สภาพป่ ารกร้างมาเป็ นทีอ่ ยูอ่ าศัยและชุมชน อาชีพดัง้ เดิม ทีเ่ คยทากันมา แต่สมัยบรรพ บุรุษก็เริม่ หายไป ความเจริญเริม่ หลังไหลเข้ามา เริม่ มีแหล่งบันเทิงเข้ามา เช่น ราช ตฤณมัยสมาคม หรือ สนามม้านางเลิง้ และ โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมธานี เป็ นต้น

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูห่ วั รัชกาลที่ 5 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนาม "ราชตฤณมัยสมาคม"และทรงรับไว้ " ใน พระบรมราชูปถัมภ์ "เมือ่ วันจันทร์ท่ี ๑๔ ธันวาคม พระพุทธศักราช ๒๕๕๙ คณะกรรมการ อานวยการพร้อมด้วยสมาชิก ราลึกในพระมหากรุณาเป็ นล้นพ้นจึงได้รว่ มใจกันก่อสร้างพระ บรมรูปฯ และกระทาพิธวี างศิลาฤกษ์ เมือ่ วันจันทร์ท่ี ๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๒๔ เวลา ๐๘.๔๕ น. จนถึงเวลา ๐๙.๑๙ น.

ทีม่ า https://www.silpa-mag.com/club/miscellaneous/article_10629

3-6

เจ้าพระยารามราฆพ สภานายก กาลังอ่านรายงานกิจการทูลเกล้าถวาย วันจันทร์ท่ี ๑๔ ธันวาคม พระพุทธศักราช วันนี้ เวลาบ่าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั เสด็จพระราชดาเนิน โดยกระบวนรถม้าพระทีน่ งไปยั ั ่ งสโมสรสถานราชตฤณมัยสมาคม ในการเปิ ดสมาคมนัน้ เมือ่ เสด็จถึงมีจางวางโทและนายพลตรีพระยาประสิทธิ ์ศุภการราชองครักษ์สภานายกสมาคมและ กรรมการคอยเฝ้ าทูลละอองธุลพี ระบาทรับเสด็จอยู่ พร้อมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั ขึน้ ประทับบนมุขสาหรับทอดพระเนตรการแข่งม้าแล้วพระยาประสิทธิ ์ศุภการกราบบังคมทูลใน นามของสมาชิกแห่งสมาคมว่า มีความรูส้ กึ ในพระมหากรุณา ทีไ่ ด้พระราชทานให้สมาคม อาศัยสถานทีข่ องกรมพระอัศวราชความมุง่ หมายของสมาคมก็เพือ่ จะบารุง (ผสมพืชพันธ์ มาแล้วกราบบังคมทูลพระกรุณา ขอพระราชทาน พระบรมราชูปถัมภ์แก่ สมาคม แลอัญเชิญ เสด็จเปิ ดสมาคมโหม่น้ี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ทรงมีพระราชดารัสตอบ แสดงความพอ พระราชหฤทัยทีจ่ ะทรงเป็ นผูอ้ ุปถัมภ์ทรงรูส้ กึ อยูว่ า่ ความมุง่ หมายของสมาคม นี้ เป็ นความมุง่ หมายอันประเสริฐเป็ นสิง่ ซึง่ ควรพระราชาธิบดีจะอุดหนุน จึงพอพระราชหฤทัยให้ขนานนาม สมาคมนิวา่ เมือ่ สิบประกระแส พระบรมราโชวาทแล้วได้ทรงเปิ ดสมาคมพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยูห่ วั ได้ประทับทอดพระเนตรการแย่งบ้าเมือ่ เสร็จการแข่งม้าแล้วราชตฤณมัยสมาคม เสด็จพระราชดาเนินกลับยังพระบรม มหาราชวัง


ภาพที่ 3.2 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

3.4 การศึกษาความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ ในการพิจารณาตาแหน่งทีต่ งั ้ โครงการนัน้ ได้มขี อ้ กาหนดในการเลือกเพือ่ ความ เหมาะสมกับลักษณะโครงการโดยพิจารณา ๆ ทีเ่ กีย่ วข้องเเละผลกระทบต่างๆ ทีจ่ ะ ส่งผลต่อโครงการ โดยมีเกณฑ์การพิจารณาทีต่ งั ้ ดังต่อไปนี้ 3.1.2.1 ความสัมพันธ์ระหว่างทีต่ งั ้ กับสภาพแวดล้อม โครงการปรับปรุงและต่อเติมราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย เป็ นลักษณะ โครงการสาธารณะเพือ่ ให้บริการ กลุ่มบุคคลทีส่ นใจเกีย่ วกับม้าและกีฬาแข่งม้าและ กลุ่มคนทีต่ อ้ งการพัฒนาการเลีย้ งม้าและการฝึกม้าแบบไทยจึงควรตัง้ อยู่ในพืน้ ทีท่ ่ี ต้องการ1เละ อยูใ่ นพืน้ ทีท่ ใ่ี ช้ดาเนินกิจกรรมของการแข่งม้า เช่น โครงการการอยูใ่ น พืน้ ทีท่ ด่ี าเนินการแข่งกีฬาแข่งบ้า หรือ อยูใ่ นสมาคมทีด่ แู ล กิจกรรมการแข่งม้า เพือ่ ให้ สอบรับกับผูใ้ ช้ และเกิดความสะดวก 3.1.2.2 ความสัมพันธ์ระหว่างทีต่ งั ้ และการคมนาคม เนื่องจากโครงการเป็ นพืน้ ทีถ่ งึ สาธารณะ และ มีความต้องการให้ผเู้ ข้ามาใช้ได้อย่าง สะดวก ดังนัน้ บริเวณสถานทีต่ งั ้ ควรเป็ นสถานทีท่ ม่ี กี ารคมนาคมหลาย รูปแบบ เช่น มี รถประจาทาง หรือ การคมนาคมสาธารณะอื่นๆอานวยความสะดวก มีการจราจรที่ สะดวกสบาย 3.1.2.3 การกาหนดเกณฑ์ในการพิจารณาในการเลือกทีต่ งั ้ โครงการ จากข้างต้นนอกจากการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทีต่ งั ้ กับสภาพแวดล้อมและ ความสัมพันธ์ระหว่างทีต่ งั ้ และการกบน ๆ โดยสรุป ข้อพิจารณาในการเลือกตาแหน่ง ทีต่ งั ้ โครงการดังต่อไปนี้ 1) รูปร่างของทีด่ นิ 2 สภาพแวดล้อมโดยรอบของพืน้ ที่ 3) มุมมองของพืน้ ที่ 4) การจราจร 5) ระบบสาธารณูปโภค และ สาธารณูปการ 6) กฎหมายและข้อบังคับต่างๆ 7) หลักการในทางจิตวิทยา

3-7


3.5 การวิ เคราะห์กายภาพโครงการ

แผนที่ 3.4 แผนทีก่ รุงเทพมหานคร แผนที่ 3.5 แผนทีเ่ ขตดุสติ

3-8


3.6 การวิ เคราะห์กายภาพโครงการ

แผนที่ 3.6 แผนทีเ่ ขตดุสติ

3-9


แผนที่ 3.7 แผนทีเ่ ขตดุสติ

3.7 การวิ เคราะห์กายภาพโครงการ

3-10


3.8 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ ที่ดิน กฎหมายเกีย่ วกับการใช้ประโยชน์ทด่ี นิ เนื่องจากสถานทีต่ งั ้ ของโครงการ อยูจ่ งั หวัดกรุงเทพมหานครกฎหมายสาหรับการใช้ประโยชน์ทด่ี นิ จึงใช้ กฎกระทรวงให้บงั คับใช้ผงั เมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2556 ซึง่ เป็ นฉบับทีใ่ ช้ในปั จจุบนั โดยโครงการอยูใ่ นบริเวณใจกลางย่านอาคารราชการ และศาสนาสถานทีส่ าคัญในเขตดุสติ กรุงเทพมหานคร โดยพืน้ ทีต่ งั ้ ของ โครงการอยูใ่ นพืน้ ที่ ส.-๓๖ กาหนดให้เป็ นทีด่ นิ ประเภท ส.ทีด่ นิ ประเภทนี้ ให้ใช้ประโยชน์ทด่ี นิ เพื่อ สถาบันราชการ การศาสนา การศึกษา การสารธณูปโภคและสาธารณูป-การหรือสารธณะ ประโยชน์ การใช้ประโยชน์ทด่ี นิ เพือ่ วัตถุประสงค์อ่นื ให้ใช้ ได้เฉพาะทีจ่ าเป็ นหรือเกีย่ วเนื่องกับการใช้ประโยชน์ทด่ี นิ หลัก อัตราส่วนของพืน้ ทีโ่ ครงการตามใน “กฎกระทรวงให้บงั คับใช้ผงั เมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2556” FAR. 1:2 OSR.3% จากพืน้ ทีก่ ่อสร้าง ของโครงการ แผนที่ 3.8 แผนทีผ่ งั สีกรุงเทพมหานคร

3-11


3.9 รูปภาพทางเข้าออกอาคาร

ด้านหน้าทางเข้าอาคาร

ภาพที่ 3.3 รูปทางเข้าและทางออก ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

ทางออกอาคาร

3-12


3.10 การวิ เคราะห์กายภาพโครงการ ระดับย่าน

ภาพที่ 3.4 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

3-13


ภาพที่ 3.5 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

3-14


ภาพที่ 3.6 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

3-15


ภาพที่ 3.7 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

3-16


3-17


4

การกาหนดรายละเอียดโครงการ

ภาพที่ 4.1 : ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า : ณัฐณิชา ภมะราภา,2561


4.1 ความเป็ นมาของโครงการ เนื่องจากในปั จจุบนั กีฬาการแข่งม้านัน้ เป็ นเกมกีฬาทีม่ กี ารพนัน เหมือนกับไม่ม ี ส่วนช่วยเหลือสังคม มีเพียงความเพลิดเพลินและมีความล่อแหลมต่อความเสียหายแต่ ถ้าให้ความเป็ นธรรมต่อกีฬาม้าแข่งและมองภาพโดยรวมจะเห็นว่ากีฬา ม้าแข่งเป็ น กีฬาทีอ่ านวยประโยชน์สว่ นสนับสนุน ต่อสังคมส่วนรวมโดยเฉพาะ ใน ด้านเศรษฐกิจได้เป็ นอย่างดีมากกว่าความเสียหายและเป็ นกีฬาทีค่ วรส่งเสริมอย่างมี ระบบจะช่วยให้ประชากรของชาติ ส่วนหนึ่งมีอาชีพสุจริต ช่วยแก้ปัญหาการว่างงาน ซึง่ มีผลกระทบโดยตรงต่อประชากร ในวงการแข่งม้าจะช่วยเสริมสร้างอาชีพได้เช่น อาชีพเลีย้ งม้าแข่งเจ้าของคอกม้า สมาคมแข่งม้า โรงเรียน การขีม่ า้ องค์กรทีส่ นับสนุนการแข่งม้า เป็ นต้น โครงการปรับปรุงและต่อเติมราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรม ราชูถมั ภ์ จะเป็ นพืน้ ทีใ่ ห้ความรู้ และเป็ นสถานทีส่ าหรับเรียนรู้ ด้านกีฬาการแข่งม้า อีเว้นท์ดง้ิ การขีม่ า้ การเรียนรูว้ ถิ ชี วี ติ ของม้า และด้านต่างๆทีเ่ กีย่ วข้อง

ภาพที่ 4.2 : ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย

ภาพที่ 4.3 : ภาพก่อนนาม้าเข้าแข่ง ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า : ณัฐณิชา ภมะราภา,2561

4-1


ภาพที่ 4.4 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

4.2 วัตถุประสงค์ของโครงการ 4.2.1 เพื่อเป็ นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิ งพัฒนาในกรุงเทพมหานคร 4.2.2 เพื่อเป็ นศูนย์กลางการเรียนรู้กีฬาม้าแข่ง ม้าบาบัด และกีฬาม้าอีเว้นท์ดิ้ง 4.2.3 เพื่อทาให้กีฬาการแข่งม้า ได้รบั การนิ ยมในอนาคต

4.2.4 เพื่ออนุรกั ษ์พนั ธุม์ ้าไทย

4-2


ภาพที่ 4.5 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

4.3 หน่ วยงานเจ้าของโครงการ สานักงานทรัพย์สนิ ส่วนพระมหากษัตริย์

4-3


4.4 โครงสร้างการบริ หาร แผนภูม ิ 4.1 เพือ่ ทาให้กฬี าการแข่งม้า ได้รบั ความนิยมในอนาคต

ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โครงการปรับปรุงและต่อเติมราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผูอ้ านวยการโครงการ

ส่วนบริหารโครงการ พนักงานดูแลส่วนต่างๆ พนักงานทะเบียน พนักงานบัญชี เจ้าหน้าทีฝ่ ่ ายบุคคล

ส่วนฝึกอบรมและเผยแพร่ความรู้

ส่วนดูแลกิจกรรม

ผูเ้ ชีย่ วชาญเฉพาะทางด้านม้า ผูเ้ ชีย่ วชาญเฉพาะทางด้านด้านกีฬาขีม่ า้ อีเว้นท์ดง้ิ เจ้าหน้าทีโ่ สตทัศน์

ส่วนงานบริการสาธารณะ พนักงานดูแลกิจกรรมส่วนต่างๆ พนักงานดูแลในส่วนของทีพ่ กั พนักงานต้อนรับ พยาบาล สัตว์แพทย์,ผูช้ ว่ ยสัตว์แพทย์

4-4

ส่วนสาธารณูปการและอาหาร เจ้าหน้าทีอ่ าคาร เจ้าหน้าทีร่ กั ษาความปลอดภัย พนักงานทาความสะอาด เจ้าหน้าทีง่ านระบบ


4.4.1 อัตรากาลังเจ้าหน้ าที่

ตารางที่ 4.1 อัตรากาลังเจ้าหน้ าที่ ส่วนการทางาน

ตาแหน่ ง

หน้ าที่

อัตรา

1.ส่วนบริหารโครงการ 1.1 ฝ่ ายบริหาร - ผูบ้ ริหาร - เลขานุการ - เจ้าหน้าทีธ่ รุ การ

- เป็ นผูต้ ดั สินใจแผนการระยะยาวทีเ่ กีย่ วกับทิศทางโดยรวมขององค์การ - ดูแลรับผิดชอบและช่วยเหลือผูบ้ ริหาร - รับ-ส่งเอกสาร จัดเก็บเอกสารทางด้านงานธุรการ

1 1 2

- เจ้าหน้าทีฝ่ ่ ายบุคคล

- ดูแลและควบคุมการทางานของเจ้าหน้าทีใ่ นโครงการ

2

- เจ้าหน้าทีส่ ถิติ

- จัดทาข้อมูลและนโยบายพัฒนาโครงการ

1

1.2 ฝ่ ายบุคคล 1.3 ฝ่ ายพัฒนา

รวม 2.ส่วนให้ความรูด้ า้ นม้าแข่ง 2.1 ส่วนอบรมและส่งเสริม พันธุม์ า้ แข่ง

- นักวิชาการ

7

- บรรยายและฝึกอบรม ให้แก่ผทู้ ส่ี นใจมาขีเ่ ล่น มาเรียนหรือผูป้ ระกอบการด้าน เพาะพันธุม์ า้ และกีฬาม้าแข่งอีเว้นท์ดง้ิ

4

- จัดทาข้อมูล ประกอบการบรรยายต่างๆ และดูแลอุปกรณ์ในการบรรยาย

4

- เจ้าหน้าทีโ่ สตทัศน์

รวม

4-5

8


อัตรากาลังเจ้าหน้ าที่ (ต่อ)

ตารางที่ 4.2 อัตรากาลังเจ้าหน้ าที่ ส่วนการทางาน

ตาแหน่ ง

หน้ าที่

อัตรา

2.2 ส่วนบริหารโครงการ - นักวิจยั - ผูเ้ ชีย่ วชาญด้านปศุสตั ว์ - ผูเ้ ชีย่ วชาญด้านม้า

- หาความรูแ้ ละพัฒนา ด้านสายพันธุม์ า้ แข่งไทย - ให้ความรูด้ า้ น โรคเกีย่ วกับม้าแข่งและการดูแล - ให้ความรูด้ า้ นการฝึก และดูแล

2 2 2

- เจ้าหน้าทีด่ แู ลห้องปฎิบตั ิ การ

- ดูแลความเรียบร้อย และจัดเตรียมอุปกรณ์ในการทางาน

2

รวม 3.ส่วนการฝึกด้านม้าแข่ง 2.1 ส่วนฝึกและอบรม กีฬาขีม่ า้

8

- ครูฝึกขีม่ า้ และกีฬาขีม่ า้

- ให้ความรูแ้ ละทักษะด้านการขีม่ า้ แก่ผเู้ รียน

6

- เจ้าหน้าทีค่ วบคุมและดูแล กิจกรรม

- ดูแลความเรียบร้อยด้านความปลอดภัยในการฝึก

6

รวม

4-6

12


อัตรากาลังเจ้าหน้ าที่ (ต่อ)

ตารางที่ 4.3 อัตรากาลังเจ้าหน้ าที่ ส่วนการทางาน

ตาแหน่ ง

หน้ าที่

อัตรา

4.ส่วนบริการสาธารณะ 4.1 ส่วนร้านอาหาร - ผูป้ ระกอบอาหาร - พนักงานเสริฟ

- จัดทาอาหาร และ เครือ่ งดื่ม - เสริฟอาหารแก่ผใู้ ช้บริการ

4 4

- ผูด้ แู ลคอก

- ดูแลสุขอนามัย และ เลีย้ งดูมา้ แก่ผใู้ ช้บริการ

6

- ผูจ้ ดั เตรียมสถานที่

- ดูแลและจัดเตรียม สถานทีแ่ ก่ผใู้ ช้บริการ

8

4.2 ส่วนคอกม้าให้เช่า 4.3 กีฬาสาหรับผูแ้ ข่ง และผูด้ แู ลม้า

รวม

22

5.ส่วนสาธราณูปการและอาคาร - ผูด้ แู ลความสะอาด - ผูด้ แู ลความปลอดภัย - เจ้าหน้าทีอ่ าคาร

- ดูแลความสะอาดของอาคาร - ดูแลความปลอดภัยส่วนรวมของโครงการ - ดูแลและซ่อมบารุงอาคารในด้าน ไฟฟ้ า ประปา โยธา อิเล็กทรอนิก เป็ นต้น

8 6 4

รวม รวมทัง้ หมด

4-7

18 75


ภาพที่ 4.6 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

4-8


4.5 รายละเอียดผูใ้ ช้โครงการ

UNIVERSAL DESIGN

4-9


4.5.1 พฤติ กรรมผูใ้ ช้โครงการ

24.00

USER UNIVERSAL DESIGN

TIME 06.00

4-10


4.5.2 กิ จกรรมผูใ้ ช้โครงการ ขีม่ า้ ,ฝึกขีม่ า้ 6.00น.-18.00น.

นิทรรศการเทิดพระเกียรติ 6.00น.-18.00น.

กีฬาขีม่ า้ อีเว้นท์ดง้ิ 12.00น.-21.00น.

HORSE LIFE&HORSE CAFÉ 09.00น.-21.00น.

4-11


4.6 กิ จกรรมและรายละเอียดเบือ้ งต้นของโครงการ 4.6.1 รูปแบบกิ จกรรมโครงการ เนื่ องจากโครงการเป็ นโครงการสาธารณะและมีผท้ ู ี่สนใจหรือผูท้ ี่ใช้โครงการเฉพาะ โดยกิ จกรรมของโครงการจะอ้างอิ ง จากเนื้ อหาการใช้งานหลักของโครงการ เพื่อการวิ เคราะห์ และกาหนด รายละเอียดและรูปแบบของกิ จกรรมของโครงการ

ภาพที่ 4.7 อาคารตัวอย่าง ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

4-12


4-13

SERVICE 10 %

SUPPORT 30 %

MAIN 60 %

CONNECTING LIFE HUB

HORSE & PEOPLE FOR NEW 4.7 การกาหนดองค์ประกอบของโครงการ

PROGRAM


สนามอาชาบาบัด,โรงเรียนขีม่ า้ เพือ่ เยาวชน กีฬาขีม่ า้ อีเว้นท์ตง้ิ FARM STAY,HORSE LIFE พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 /นิทรรศการ เทิดพระเกียรติ ร.6

20% 20% 10% 10%

4-14

-

HORSE CAFE & RESTAURANT RETAIL SHOP PUBLIC SPACE

20% 5% 5%

SERVICE 10 %

-

SUPPORT 30 %

MAIN 60 %

4.7.1 การกาหนดกิ จกรรมของโครงการ

-

INTERIOR CARE OFFICE


4.7.2

FUNCTION GROUP แผนภูมทิ ่ี 4.2 กลุม่ การใช้งาน

MAIN

SUBPORT

SERVICE 4-15


4.7.3 กิ จกรรมต่างๆในโครงการ

FUNCTION GROUP 3

4

1 5 2 6

4-16

7


4.7.4 สายพันธุม์ ้าในโครงการ

Horse breed to develop

พันธุไ์ ทย (Thai)

พันธุเ์ ทอร์รบั เบร็ด (Thoroughbred) ภาพที่ 4.8 สายพันธุม์ า้ ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

4-17


4.7.5 รายละเอียดกิ จกรรมของม้าในโครงการ

ภาพที่ 4.9 พฤติกรรมม้า ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

4-18


4.8 การกาหนดรายละเอียดพืน้ ที่ใช้สอยโครงการ ZONE ขีม่ า้ ,กีฬาขีม่ า้ อีเว้นท์ดง้ิ 3,750 SQ.M.

HORSE LIFE&FARM STAY 1,750 SQ.M.

1

2

นิทรรศการ 600 SQ.M.

3

HORSE CAFÉ&RES. 1,570 SQ.M.

4

องค์ประกอบ

สนามซ้อมขีม่ า้ ห้องเปลื่ยนเสือ้ ผ้า,ห้องน้ า,ล็อกเกอร์ ห้องเก็บอุปกรณ์ขม่ี า้ ห้องอบรม ห้องพัก,ห้องน้ า ส่วนกลาง,สวน,ลานกิจกรรม ปลูกผักให้อาหารม้า อาบน้ าให้มา้ ห้องอาหาร,ครัว,ห้องเก็บของ,ห้องงานระบบ ลานกิจกรรม จัดแสดงประวัตสิ นามม้านางเลิง้ จัดแสดงเทิดพระเกียรติร.6,ร.9 มีพน้ื ทีใ่ ห้เช่าหมุนเวียน การแสดงม้า ห้องเก็บอุปกรณ์ขม่ี า้ จัดอีเว้นท์ประกวดม้า สตูดโิ อถ่ายภาพกับม้า ร้านอาหาร ห้องอาหารราชตฤณมัย HORSE CAFÉ ห้องน้ า

จานวน/หน่ วย 1 2 1 2 20 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 10 1 1 4

ผูใ้ ช้บริการ

ผูใ้ ห้บริการ พืน้ ทีห่ น่วย:ตร.ม. พืน้ ทีร่ วม:ตร.ม.

40 20

10 50

20 30

1 4 3

30 10 30

3 3 17

100 100

2 2

50 50

50 1 20 20 150 50 20

ทีม่ า : A=Architecture Data , B=มาตรฐานการออกแบบ , C=อาคารตัวอย่าง , D=จากการวิเคราะห์ , E=หนังสือHorse&Rider นางสาว ณัฐณิฃา ภมะราภา,2561

ตารางที่ 4.4 การกาหนดรายละเอียดพืน้ ที่ใช้สอยโครงการ

4-19

3 10 5

40 25

อ้างอิง 3500 100 50 100 1000 200 200 50 200 100 100 100 100 200 40 200 80 400 350 200 100

หมายเหตุ B A E A A A C C A A A A D D B D D B B D A


4.8.1 การกาหนดรายละเอียดพืน้ ที่ใช้สอยโครงการ (ต่อ) ZONE

RETAIL SHOP 150 SQ.M. PUBLIC SPACE 4,450 SQ.M INTERIOR CARE&OFFICE 2,180 SQ.M.

ZONE องค์ประกอบ องค์ป5 ระกอบร้านขายของทีร่ ะลึก 6 7

จานวน/หน่ วย ผูใ้ ช้บริการ ผูใ้ ห้บริการ พืน้ ทีห่ น่วย:ตร.ม. พืน้ ทีร่ วม:ตร.ม. อ้างอิง หมายเหตุ จานวน/หน่ วย ผูใ้ ช้บริการ 1ผูใ้ ห้บริการ พืน้ ที20 ห่ น่วย:ตร.ม. พืน้ ที2ร่ วม:ตร.ม. อ้างอิง หมายเหตุ 30 ร้านขายอุปกรณ์ขม่ี า้ 1 20 2 40 เปิ ดให้เช่าพืน้ ทีส่ าหรับตลาดนางเลิง้ 20 100 20 4 80 สวนสาธารณะ ห้องพักสัตว์แพทย์,พยาบาล 3 3 30 90 สานักงาน 1 20 90 ห้องประชุม 2 20 40 80 ห้องน้ า 2 20 25 50 ห้องปฐมพยาบาล 1 1 30 ห้องงานระบบ 1 1 40 ห้องเจ้าหน้าทีอ่ าคาร 1 2 20 ห้องแม่บา้ น 1 5 20 ห้องพักขยะ 1 20 ห้องเก็บสิง่ ปฎิกูล 1 20 ห้องเก็บฟาง 1 30 ห้องพักอาหารม้า 1 30 ลู่เดินอัตโนมัติ 1 2 150 คอกม้า 60 6 960 บริเวณอาบน้ าม้า 1 300 ห้องเก็บอุปกรณ์ขม่ี า้ 1 100 ห้องพักคนดูแลม้า 5 30 150 รวมทัง้ หมด 14,150 ตร.ม.

ทีม่ า : A=Architecture Data , B=มาตรฐานการออกแบบ , C=อาคารตัวอย่าง , D=จากการวิเคราะห์ , E=หนังสือHorse&Rider นางสาว ณัฐณิฃา ภมะราภา,2561

ตารางที่ 4.5 การกาหนดรายละเอียดพืน้ ที่ใช้สอยโครงการ

4-20

B B B A A A A A A A A A A D D E A E B B


4.8.2 แสดงสัดส่วนพืน้ ที่อาคาร แผนภูมทิ ่ี 4.3 แสดงสัดส่วนพืน้ ที่อาคาร

ขี่ม้า,กีฬาขี่ม้าอีเว้ นท์ดิ ้ง

HORSE LIFE&FARMSTAY

นิทรรศการ

HORSE CAFÉ&RES.

RETAIL SHOP

INTERIOR CARE&OFFICE

PUBLIC SPACE

4-21


4.9 การประมาณการงบประมาณของโครงการ ความเป็ นไปได้ทางการเงิ น (Financial Feasibility Study) ศึกษาการประมาณการค่าใช้จ่ายในการพัฒนาโครงการ (1) ราคาที่ดิน ริ ม ถนนพิ ษณุโลก เขตดุสิต อยู่ที่ 260,000/ตารางวา พืน้ ที่โครงการ 23 ไร่ = 9,600 ตารางวา = 36,800 ตารางเมตร (2) ค่าก่อสร้างอาคาร ตารางเมตรละ 20,000 บาท:ตารางเมตร พืน้ ที่ใช้สอยโครงการทัง้ หมด 29,900 ตารางเมตร x ค่าก่อสร้างอาคาร ตารางเมตรละ 20,000 บาท = 598,000,000 ตารางเมตร การตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ (20%) = 119,600,000 บาท ค่าดาเนิ นการ (5%) = 29,900,000 บาท สรุป รวมค่าก่อสร้าง 747,500,000 บาท อ้างอิ งราคาก่อสร้าง ( กรมธนารักษ์ ) สรุปราคาประเมิ ณทุนทรัพย์ที่ดิน รอบบัญชี พ.ศ.2559-2562

4-22


ภาพที่ 4.10 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

4-23


4.10 รูปภาพโครงสร้างอาคารราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ภาพที่ 4.11 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

4-24


4.11 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ตารางที่ 4.6 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ลาดับที่

ระบบวิ ศวกรรม

รายละเอียด

เหตุผล

1

ระบบเสาเข็มเจาะ

เสาเข็มเจาะเป็ นฐานรากทีเ่ จาะลงไปในชัน้ ดินเมื่อเจาะ แล้วจึงหย่อนแม่แบบและเหล็กเสริมลงไป แล้วเท คอนกรีตตามลงไปในแบบหล่อ เสาเข็มเจาะส่วนใหญ่ สามารถเจาะได้ถงึ ความลึกประมาณ 18-21 เมตร ซึง่ ขึน้ อยูก่ บั สภาพชัน้ ดิน

2

ระบบโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก

- เสาและคาน ระบบหล่อ สามารถรับแรงได้ดแี ละเป็ น โครงสร้าง พืน้ ฐาน โดยวัสดุของโครงสร้าง จะถูกหล่อในแม่แบบ ในทีเ่ พือ่ ความแข็งแรง - พืน้ 1) ระบบพืน้ ทางเดียวแบบตง สร้างขึน้ โดยการเทคานและจงให้เป็ นเนื้อเดียวกันกับ ส่วนทีต่ งรองรับอยู่ เหมาะกับพืน้ ทีม่ ชี ่วงพาดกว้างและ รับน้ าหนักเยอะ

4-25

เนื่องจากในบริเวณรอบพืน้ ทีน่ นั ้ มีอาคารเก่า ซึง่ เป็ นอาคารอนุรกั ษ์และมีกลุ่มอาคารข้างเคียง จึงเลือก เสาเข็มแบบเจาะ เพือ่ ลดการสันสะเทื ่ อน และการสร้าง ความเสียหายต่อ บริเวณโดยรอบ


4.11.1 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) ตารางที่ 4.7 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ลาดับที่ 3

ระบบวิ ศวกรรม ระบบผนังรับน้ าหนัก

รายละเอียด

เหตุผล

ผนังรับน้ าหนัก (Bearing Wall) คือ ผนังทีท่ าหน้าที่ เป็ นโครงสร้างอาคาร โดยรับน้ าหนักของอาคารและ ถ่ายลงสูโ่ ครงสร้างใต้ดนิ โดยตรง จึงไม่มเี สาและคาน รองรับ วัสดุของผนังรับน้ าหนักมักเป็ นอิฐก่อ หรือ คอนกรีตเสริมเหล็กทัง้ รูปแบบหล่อในที่ และแผ่นผนัง คอนกรีตสาเร็จรูป (Precast Concrete) เมือ่ ผนังรับน้ าหนักเป็ นโครงสร้างอาคารประเภท หนึ่ง จึงไม่สามารถทุบ ตัด เจาะผนังในกรณีทต่ี อ้ งการ ปรับปรุงบ้านหรืออาคารทีก่ ่อสร้างด้วยผนังลักษณะนี้ เพราะจะส่งผลต้องความแข็งแรงและปลอดภัยของ อาคารทัง้ นี้ เราอาจพบอาคารทีม่ ผี นังรับน้ าหนักผสม กับโครงสร้างเสา-คานได้ทวไป ั ่ อย่างเช่น อาคารทีม่ ี ลิฟต์โดยสารซึง่ ผนังปล่องลิฟต์จะเป็ นผนังรับน้ าหนัก ในขณะทีส่ ว่ นอื่นของอาคารเป็ นระบบเสา-คานกับผนัง ก่อหรือผนังเบา เป็ นต้น โดยวิศวกรจะเป็ นผูอ้ อกแบบ รูปแบบของโครงสร้างให้เหมาะสมกับอาคารแต่ละหลัง

4-26

ภายในอาคารดูโล่ง


4.11.2 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) ตารางที่ 4.8 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ลาดับที่ 4

ระบบวิ ศวกรรม ระบบพืน้ ไร้คาน

รายละเอียด

เหตุผล

- ระบบปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split Type) เป็ นระบบปรับอากาศขนาดเล็กโดยส่วนใหญ่ ขนาดทาความเย็นจะไม่เกิน 40,00 บีทยี ตู ่อ ชัวโมงส่ ่ วนประกอบของเครือ่ งปรับอากาศจะ แยกเป็ น2ส่วนหลัก คือส่วนของคอล์ยทาความเย็น ที่ เรียกว่าคอล์ยเย็น ซึง่ จะติดตัง้ ในพืน้ ทีป่ รับอากาศ และ คอล์ยร้อน ซึง่ จะมีเครือ่ งอัดสารทาความเย็นอยูภ่ ายใน โดยจะติดตัง้ อยูภ่ ายนอกอาคาร

4-27

1.สามารถจัดแบ่งพืน้ ทีใ่ ช้งานได้สะดวกกาแพงหรือผนัง ไม่จาเป็ นต้องวางอยูบ่ นคานท้องพืน้ เรียบไม่กดี ขวาง แนวท่อหรืองานระบบ 2. ลดความสูงระหว่างชัน้ และความสูงรวมของอาคาร ทาให้ความสูงอาคารไม่เกินข้อกาหนดของกฎหมาย 3. สามารถออกแบบอาคารทีม่ ชี ่วงเสา และพืน้ ยืน่ ยาว มากๆได้ ทาให้ภายในอาคารกว้างขวางสวยงาม 4. สามารถปรับเปลีย่ นพืน้ ทีใ่ ช้สอยภายในได้ทุกโอกาส 5. พืน้ ระบบ Post-Tension ท้องพืน้ เรียบและบาง น้ าหนักโดยรวมน้อยกว่าพืน้ คสล.ทัวไป ่ จึงทาให้ สามารถลดค่าก่อสร้างของงานฐานรากลงได้ ประหยัด ไม้แบบ และค่าโสหุย้ การก่อสร้าง 6. สามารถออกแบบให้มคี า่ การแอ่นตัวของพืน้ น้อยกว่า ( Deflection )เมือ่ เทียบกับพืน้ คสล.ไร้คาน


4.11.3 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) ตารางที่ 4.9 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ลาดับที่ 5

ระบบวิ ศวกรรม ระบบปรับอากาศ

รายละเอียด

เหตุผล

- ระบบปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split Tybe) เป็ นระบบปรับอากาศขนาดเล็กโดยส่วนใหญ่ ขนาดทาความเย็นจะไม่เกิน 40,00 บีทยี ตู ่อ ชัวโมงส่ ่ วนประกอบของเครือ่ งปรับอากาศจะ แยกเป็ น2ส่วนหลัก คือส่วนของคอล์ยทาความเย็น ที่ เรียกว่าคอล์ยเย็น ซึง่ จะติดตัง้ ในพืน้ ทีป่ รับอากาศ และ คอล์ยร้อน ซึง่ จะมีเครือ่ งอัดสารทาความเย็นอยูภ่ ายใน โดยจะติดตัง้ อยูภ่ ายนอกอาคาร

4-28

ใช้พน้ื ทีไ่ ม่มาก และไม่สง่ ผลกระทบต่อกลุ่มอาคาร ข้างเคียงและสามารถเลือกเปิ ด ในแต่ละส่วนได้


4.11.4 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) ตารางที่ 4.10 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ลาดับที่ 6

ระบบวิ ศวกรรม ระบบปรับอากาศ

รายละเอียด

เหตุผล

ระบบปรับอากาศแบบทาความเย็นจากส่วนกลาง (Central Air Conditioning) คือ ระบบปรับอากาศทีท่ าความเย็นให้แก่อาคารโดยอ้อม กล่าวคือ แทนทีจ่ ะใช้สารทาความเย็นเป็ นตัวกลางในการ แลกเปลีย่ นความร้อนกับอากาศภายในอาคารโดยตรง เช่นเดียวกับเครือ่ งปรับอากาศทัง้ สามแบบข้างต้น แต่กลับ ใช้สารทาความเย็นเป็ นตัวกลางในการแลกเปลีย่ นความร้อน ให้แก่น้าทีค่ อยล์เย็น (Evaporator) ของเครือ่ งทาน้ าเย็น (Water Chiller) ทาให้น้ ากลายเป็ นน้าเย็น (Chilled Water) อุณหภูมติ ่าก่อนทีจ่ ะลาเลียงไปตามระบบท่อ (Piping System) โดยอาศัยแรงดันจากเครือ่ งสูบน้าเย็น (Chilled Water Pump) ไปแลกเปลีย่ นความร้อนกับอากาศภายใน ห้องที่ AHU หรือ FCU ทาให้น้ าเย็นมีอุณหภูมสิ งู ขึน้ และ น้ าเย็นอุณหภูมสิ งู นี้กจ็ ะถูกส่งกลับไปแลกเปลีย่ นความร้อน ให้กบั สารทาความเย็นทีค่ อยล์เย็นของเครือ่ งทาน้ าเย็น ทา ให้กลายเป็ นน้าเย็นอุณหภูมติ ่า และนากลับมาแลกเปลีย่ น ความร้อนกับอากาศที่ AHU หรือ FCU อีกครัง้

4-29


4.11.5 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) ตารางที่ 4.11 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ลาดับที่ 7

ระบบวิ ศวกรรม ระบบโครงสร้างเหล็ก

รายละเอียด

เหตุผล

I-Beam: รูปร่างหน้าตัดเหมือนตัว I Z-Shape: ลักษณะเหมือนตัว Z คือมีปีกยืน่ ออกมาแค่ ครึง่ เดียวในทิศทางทีต่ รงข้ามกัน HSS-Shape: โครงสร้างทีม่ หี น้าตัดกลวงทีร่ วมถึง ทรง สีเ่ หลีย่ ม มุมฉาก วงกลม(ท่อ)และหน้าตัดวงรี Angle: เหล็กทีม่ หี น้าตัดเป็ นรูป ตัว L โครงสร้างรางน้า,ช่อง: คานรูปตัว C หรือ เหล็กหน้า ตัดรูปตัว C Tee: เหล็กหน้าตัดรูปตัว T ระบบรางรถไฟ: ชิ้ นส่วนเหล็กที่ใช้ประกอบราง รถไฟทัง้ หมด Bar: ชิน้ ส่วนโลหะ, เหล็กหน้าตัดสีเ่ หลีย่ มมุมฉากและ ยาว แต่ไม่กว้าง ทีเ่ รียกว่า แผ่น Rod: ชิน้ ส่วนโลหะทีม่ ลี กั ษณะเป็ นวงกลมหรือสีเ่ หลีย่ ม มีความยาว เหล็กเส้นก่อสร้างและเหล็กเดือย Plate: แผ่นโลหะหนากว่า 4 มิลลิเมตร

4-30

1. ประหยัดเวลาในการก่อสร้าง 2. ประหยัดค่าใช้จา่ ย 3. ความยืดหยุน่ การประยุกต์ใช้แบบใหม่ เงือ่ นไขของการรับน้ าหนัก การขยายตามแนวดิง่ สามารถปรับเปลีย่ นได้ในอนาคต และการเปลีย่ นแปลงในความต้องการของเจ้าของ โครงการในรูปแบบทีร่ ะบบเฟรมอื่น ๆ ไม่สามารถทาได้ โครงสร้าง เหล็กยังสามารถเพิม่ ชัน้ แม้ในขณะทีก่ าร ก่อสร้างอาคารเดิมเสร็จสมบูรณ์แล้วเป็ นเวลาหลายปี


4.11.6 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) ตารางที่ 4.12 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ลาดับที่

ระบบวิ ศวกรรม ระบบโครงสร้างเหล็ก

รายละเอียด

เหตุผล

โครงสร้างเหล็กทีร่ วมถึงโครงสร้างย่อยหรือชิน้ ส่วนใน อาคารทาจากเหล็ก เหล็กโครงสร้างคือวัสดุก่อสร้างที่ ทาจากเหล็ก ซึง่ สร้างขึน้ ให้มรี ปู ร่างและองค์ประกอบ ทางเคมีทเ่ี ฉพาะเจาะจง เพือ่ ให้เหมาะสมกับการใช้งาน ของแต่ละโครงการส่วนผสมหลักของเหล็ก โครงสร้าง คือ เหล็กและคาร์บอน แมงกานีส โลหะผสม และ สารเคมีบางอย่าง เพิม่ ไปยังเหล็กและคาร์บอนเพื่อเพิม่ ความแข็งแรงและความทนทานทัง้ นี้ขน้ึ อยูก่ บั ข้อกาหนดของ แต่ละโครงการก่อสร้างโครงสร้างเหล็ก ถูกสร้างขึน้ โดย การม้วนแบบร้อนหรือเย็น หรือทาโดยการเชื่อมแผ่น แบนหรืองอเข้าด้วยกัน โครงสร้างเหล็กมีรปู ทรง ขนาดและเกณฑ์ หลายๆ รูปทรงทีพ่ บบ่อย ได้แก่ I-Beam รางและมุม

4-31


4.11.7 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) ตารางที่ 4.13 ระบบวิ ศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ลาดับที่

ระบบวิ ศวกรรม

รายละเอียด

เหตุผล

8

ระบบสุขาภิบาล

1) ระบบสูบน้ าแรงดันท่อโดยตรง 2) ระบบระบายน้ าแบบ Gravity เป็ นระบบระบายน้ า จากทีส่ งู เป็ นระบบระบายน้ าสาธารณะ

โดยพืน้ ทีเ่ ป็ นอาคารเดีย่ วไม่ใช่อาคารกลุ่มจึงใช้แรงดัน น้ าด้านเดียว และระบายออกด้านเดียว

9

ระบบไฟฟ้ า

เครือ่ งดีเซลเยนเนอร์เรเตอร์ การเปิ ด-ปิ ด ทางานโดยอัตโนมัติ ไฟจากเครือ่ งจ่ายไฟฉุกเฉินจะเข้า ไปแทนไฟในระบบไม่เกิน20นาที

ระบบไฟฟ้ าใช้เป็ น ระบบไฟฟ้ ากาลังสูง12*KV เข้าสูโ่ ครงการโดยใช้สายเคเบิลฝั งท่อลงไปในดิน

1) สัญญาณเตือนแบบจับควัน 2) ระบบดับเพลิงแบบโปรยน้ า 3) ระบบดับเพลิงแบบมือถือ

ในโครงการเป็ นอาคารเดีย่ วโดยระบบป้ องเพลิง ต้องมี ทุกจุดโดยเฉพาะจุดเข้าออกอาคาร

10

ระบบป้ องกันอัคคีภยั

4-32


ภาพที่ 4.12 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

4-33


ภาพที่ 4.13 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ทีม่ า http://www.siamhorseclub.com/index

4-34


Complete Horse Riding Manual(2546) หนังสือโดย วิลเลียม มิกเคลิม Clinton Anderson's Down under Horsemanship(2547) หนังสือโดย คลินตัน แอนเดอร์สนั และเอมี เฮนดริกสัน

BIBLIOGRAPHY


หนังสือ Architecture Data ราคาก่อสร้าง ( กรมธนารักษ์ ) สานักงานทรัพย์สนิ ส่วนพระมหากษัตริย์ https://www.silpa-mag.com/club/miscellaneous/article_10629 http://www.siamhorseclub.com/index http://archive.lib.cmน.ac.th/full/1/2552/socde0252pk_ch2.pdf http://www.siamturakij.com https://th.wikipedia.org/wiki/horse

REFERENCE


HORSE LIFE HUB

โครงการปรับปรุงและต่อเติมราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์  

โครงการปรับปรุงและต่อเติมราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

โครงการปรับปรุงและต่อเติมราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์  

โครงการปรับปรุงและต่อเติมราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

Advertisement