Page 1

รายงานการเงินฐานราก ไตรมาสที่ 3 ปี 2556  สพช. ลงพืน้ ที่ “บทเรียนจากบ้านขว้างคลี” หน้า 1

 การเข้าถึงบริการทางการเงิน “กรณีศกึ ษาจังหวัดนาร่อง 7 จังหวัด” หน้า 3

 การเงินฐานรากรอบโลก “ชดเชยค่าก๊าซหุงต้ม : โจทย์ทเี่ หมือน คาตอบทีต่ า่ ง” หน้า 5

 ระบบการเงินฐานรากในประเทศไทย หน้า 7

สานักนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน (สพช.) สานักงานเศรษฐกิจการคลัง


เพื่อให้กระทรวงการคลังมีกรอบแนวทางการแก้ไข ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้าทางสังคมที่อยู่บน พื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วนและเชื่อถือได้ สานักนโยบาย พั ฒ นาระบบการเงิ น ภาคประชาชน (สพช.) ได้ จั ด ท า โครงการน าร่ อ งเพื่ อ พั ฒ นาแนวทางแก้ ไ ขปั ญ หาความ ยากจนและความเหลื่อมล้าทางสังคมในพื้นที่ต้นแบบ โดย ได้คัดเลือกจังหวัดนครพนมเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ต้นแบบ ทั้ ง นี้ ข้ อ มู ล ของส านั ก งานคณะกรรมการพั ฒ นาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบว่าจังหวั ดนครพนมติด อันดับจังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูงสุด 10 อันดับแรกทุกปี ตั้ ง แต่ ปี พ.ศ. 2551 จนถึ ง การส ารวจล่ า สุ ด ในปี พ .ศ. 2554 และในปี พ.ศ. 2554 มีผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัว ระดับจังหวัดต่าที่สุดเป็นลาดับที่ 10 ของประเทศ (ตาราง ที่ 1) ตารางที่ 1 : นครพนมมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่าทีส่ ดุ เป็นอันดับที่ 10 ที่

1 2 3 . . . 10

จังหวัด

ผลิตภัณฑ์ มวลรวม จังหวัด (หน่วย: ล้านบาท) อานาจเจริญ 12,099 บึงกาฬ 14,369 หนองบัวลาพู 17,929 . . . . . . นครพนม 29,611

จานวน ประชากร (หน่วย: พันคน)

ผลิตภัณฑ์มวล รวมจังหวัด ต่อหัว (หน่วย: บาท)

400 435 538 . . . 755

30,231 33,027 33,314 . . . 39,224

หลั ง จากการคั ด เลื อ กพื้ น ที่ ต้ น แบบ สพช. ได้ เดิ น ทางไปยั ง บ้ า นขว้ า งคลี ต าบลบ้ า นค้ อ อ าเภอ โพนสวรรค์ จังหวั ดนครพนม ซึ่งเป็น หมู่บ้านที่ยากจน ตามเกณฑ์ ค วามจาเป็ น พื้ น ฐาน (จปฐ.) ของกรมการ พัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ระหว่างวันที่ 3 – 9 มิถุ น ายน 2556 เพื่อเรี ย นรู้ ถึ งสภาพความเป็น อยู่ข อง หมู่ บ้ า นที่ เ รี ย กได้ ว่ า หมู่ บ้ า นที่ ย ากจน และน ามา ประกอบการเก็ บข้ อมู ลแบบสุ่ ม ตั ว อย่ างในพื้ น ที่ ต้ น แบบ อิ่น ๆ

รายงานการเงินฐานราก สพช.

 สพช. ลงพืน้ ที่ “บทเรียนจากบ้านขว้างคลี” ตารางที่ 2 : นครพนมเป็นจังหวัดทีม่ สี ดั ส่วนคนจนสูง ใน 10 อันดับแรกทุกปีตงั้ แต่ปี พ.ศ.2551 ปี

สัดส่วนคนจน (%ของประชากรในจังหวัดนครพนม)

2551 2552 2553 2554

41.51 38.76 47.40 32.30

เจ้ า หน้ า ที่ สพช. ได้ สั ม ภาษณ์ ป ระชาชน ทุกครั ว เรื อนในบ้านขว้ างคลีที่ มีผู้อยู่ อาศั ยจริง รวม จานวน 128 ครั ว เรื อ น ครั ว เรื อนส่ ว นใหญ่ ร ะบุ ว่ า ในเดื อ นที่ ผ่ า นมารายได้ ข องครั ว เรื อ นเพี ย งพอต่ อ ค่ า ใช้ จ่ า ย แต่ ยั ง มี ค วามรู้ สึ ก ว่ า ครั ว เรื อ นมี ฐ านะ ยากจนและต้ อ งการโอกาสในการหารายได้ เ พิ่ ม เติ ม โดยเฉพาะงานที่สามารถทาที่บ้านได้ ครั ว เรื อ นส่ ว นใหญ่ เ ป็ น เจ้ า ของที่ ดิ น ที่ ใ ช้ พักอาศัยและที่ดินที่ใช้ทาการเกษตร โดยพื้นที่ ถือครอง ที่ ใ ช้ ท าการเกษตรประมาณ 5 – 20 ไร่ และมี อาชีพหลักคือ การทานาแบบพึ่งพาน้าฝนเป็นหลัก จึง สามารถทานาได้เพียงปีละครั้ง ครั ว เรื อ นบางส่ ว นใช้ เ วลานอกฤดู ท านา ไปรั บ จ้ างทั่ ว ไปในจั ง หวั ด ต่ า ง ๆ โดยรายได้ จ ากการ ท านาและการรั บ จ้ า งใช้ เ ป็ น ทุ น ส าหรั บ การท านา ในปีต่อไป ทาให้ครัวเรือนไม่มีเงินออมในระยะยาว และ ยังต้องพึ่งพาการกู้ยืมเพื่อใช้จ่ายในการทาการเกษตร และใช้จ่ายในชีวิตประจาวัน นอกจากนี้ ครัวเรือนได้ระบุถึงความต้องการ แหล่ ง เงิ น ทุ น เพิ่ ม เติ ม และได้ ร ะบุ ปั ญ หาหลั ก ในการ ท าการเกษตรคื อ ราคาปั จ จั ย การผลิ ต และราคา ผลผลิตที่ไม่แน่นอน

1


เจ้าหน้าที่ สพช. สัมภาษณ์ประชาชนใน หมูบ่ า้ นขว้างคลี

รายงานการเงินฐานราก สพช.

แม้ ค รั ว เรื อ นจะได้ ป ระโยชน์ จ ากการรั บ จ าน าข้ า วและ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แต่ครัวเรือนยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากนโยบาย อื่น ๆ เช่น โครงการพั ก หนี้ เ กษตรกรและผู้มี ร ายได้น้ อย การ ประกันภัยพืชผล หรือการประกันสังคมสาหรับแรงงานนอกระบบ เป็นต้น ดังนั้น หากใช้บ้านขว้างคลีเป็นกรณีศึกษา ภาครัฐควร พิ จ ารณาถึ ง การขยายระบบชลประทาน และพั ฒ นาอาชี พ เกษตรกรรมทดแทน หรืออาชีพอื่น ๆ เพื่อเสริมรายได้ในพื้นที่ที่ ระบบชลประทานเข้าไม่ถึง นอกจากนี้ ควรสนั บ สนุ น การน าที่ ดิ น มาใช้ ประโยชน์ ร่ ว มกั น ในการท าการเกษตรแบบครบวงจร เพื่ อ ให้ เ กิ ด การ ประหยัดจากการขยายขนาด (economies of scale) โดยการ เพิ่มรายได้จะทาให้ประชาชนมีเงินออมเพิ่มขึ้น ลดการพึ่งพาสินเชื่อ และลดวงจรการกู้ยืมและชาระคืนที่ไม่รู้ จบ ส่วนนโยบายภาครัฐที่ ดาเนินการอยู่แล้ว ต้องทาให้เข้าถึงประชาชนในระดับฐานรากให้ มากขึ้น ส่วนผลการสารวจแบบสุ่มตัวอย่างในจังหวัดนครพนม และจั งหวั ด แม่ ฮ่องสอนจะให้ บทเรี ย นแก่ ภาครั ฐ อย่ างไร จะเล่ า สู่กันฟังต่อไป..

สภาพแวดล้อมในหมูบ่ า้ นขว้างคลี

2


รายงานการเงินฐานราก สพช.

 การเข้าถึงบริการทางการเงิน “กรณีศกึ ษาจังหวัดนาร่อง 7 จังหวัด” ปั จ จุ บั น ไม่ มี ใ ครปฏิ เ สธได้ ว่ า การเข้ า ถึ ง บริ ก าร ทางการเงิ น (Financial Inclusion) เป็ น หนึ่ ง ในปั จ จั ย ที่สาคัญในสร้างเสถียรภาพทางการเงิน ซึ่งจะช่วยสนับสนุน การเจริญเติบโตของประเทศให้เกิดความยั่งยืน อย่างไร ก็ตาม ยังคงมีคนจานวนหนึ่งสงสัยว่า การเข้าถึงบริการ ทางการเงินคืออะไร ? ซึ่งนิยามของมันมีหลากหลายขึ้นอยู่ กับสภาพสังคม เศรษฐกิจและวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ จะให้คาจากัดอย่างไร ซึ่ ง ตามความเห็ น ของผู้ เ ขี ย นคิ ด ว่ า นิ ย ามของ TDRI(2013) ได้ให้มุมมองต่อคานี้ไว้ค่อนข้างชัดเจนว่า “การเข้าถึงบริการทางการเงิน คือ การมุ่งสร้าง

โอกาสในการใช้บริการทางการเงินขั้นพื้นฐานที่จาเป็นต่อ การด ารงชี วิ ต ของกลุ่ ม คนด้ อ ยโอกาส (Underserved) ในสังคมที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินหรือคนที่ถูกกีดกัน ทางการเงิน (Financially excluded)” คาถามที่ตามมา คือ แล้วระดับการเข้าถึงบริการ ทางการเงิ น ของประเทศไทยอยู่ ใ นระดั บใดและมี แ นวโน้ ม เป็ น อย่ า งไร ค าถามนี้ ก ระตุ้ น ให้ เ กิ ด การศึ ก ษาระดั บ การเข้าถึงบริการทางการเงินภายในประเทศไทยโดยเริ่มจาก 7 จังหวัดนาร่อง คือ กรุงเทพมหานคร ยโสธร ศรีษะเกษ แม่ฮ่องสอน นนทบุรี สุราษฎร์ธ านี และภูเก็ต ซึ่งใช้เกณฑ์ การพิจารณาจากจังหวัดที่มีการขึ้นทะเบียนหนี้ นอกระบบ สู ง สุ ด แ ล ะ ป ร ะ ยุ ก ต์ ใ ช้ วิ ธี ก า ร ท า ง ค ณิ ต ศ า ส ต ร์ เศรษฐศาสตร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศมาเป็น เครื่องมือ สนับสนุนในการทาดัชนีชี้วัดการเข้าถึงบริการทางการเงิน เรียกว่า Index of Financial Inclusion หรือ IFI ซึ่งมี ลักษณะเป็น Comparative of composite index และมีค่า อยู่ระหว่าง 0 – 1 โดยมีนิยามให้ ถ้า IFI = 0 หมายถึง ประชาชนภายในประเทศ ไทยไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้เลย ในทางตรงข้าม ถ้า IFI = 1 ก็จะมีความหมายใน ทิศทางตรงข้าม

รูปแผนทีเ่ ชิงภูมศิ าสตร์ทแี่ สดงในรูปแบบเฉดสีและ ดัชนีการเข้าถึงบริการทางการเงินตามตาราง

จากการศึกษาระดับการเข้าถึงบริการทางการเงิน ใน 7 จั ง หวั ด น าร่ อ ง (รู ป แผนที่ เ ชิ ง ภู มิ ศ าสตร์ ที่ แ สดง ในรูปแบบเฉดสีและดัชนีการเข้ าถึงบริการทางการเงินตาม ตาราง) พบว่า จังหวัดกรุงเทพมหานครมีระดับการเข้าถึง บริการทางการเงินสูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับ 6 จังหวั ด ที่เ หลือ เมื่อพิจารณาข้อมูลดิบซึ่งแสดงให้เ ห็น ว่ า จั งหวั ด กรุงเทพมีการใช้บริการทางการเงินค่อนข้างสูง เนื่องจาก ข้ อ มู ล สิ น เชื่ อ คงค้ า งและเงิ น ฝากทั้ ง ในเชิ ง ปริ ม าณและ รายสัญญา รวมไปถึงปริมาณตู้ ATM มีปริมาณมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับ 6 จังหวัดที่เหลือ

3


รายงานการเงินฐานราก สพช.

สาเหตุ เ นื่ อ งมาจากกรุ ง เทพมหานครเป็ น เมื อ งหลวงและศู น ย์ ก ลางของระบบ เศรษฐกิ จของประเทศ จึ ง มี ค วามเจริ ญ ในด้ า นต่ างๆ เช่ น ด้ านเศรษฐกิ จซึ่ งส่ งผลต่ อ การเคลื่อนย้ายแรงงาน เนื่องจากค่าจ้างแรงงานในกรุงเทพมหานครมีแนวโน้มค่อนข้างสูง ด้ า นการศึ ก ษาส่ ง ผลกระทบให้ ค รอบครั ว ในต่ า งจั ง หวั ด ส่ ง ลู ก มาร่ าเรี ย นในกรุ ง เทพ ความเจริญทางด้านสาธารณูปโภคซึ่งมีการเดินทางที่สะดวกสบายโดยการใช้รถไฟฟ้าและ รถไฟใต้ดิน ซึ่งในจังหวั ดอื่นๆ ไม่มี ปัจจัยเหล่านี้ จึงส่งผลให้กรุงเทพมีความหนาแน่น ของ ประชากรและแนวโน้ มการท าธุ ร กรรมการเงิ น ค่อนข้ างสู ง จึงส่งผลให้ร ะดับการเข้ าถึ ง บริการทางการเงินมีแนวโน้มสูงตามไปด้วย

ตารางแสดงรายการข้อมูลทีน่ ามาใช้วเิ คราะห์ดชั นีการเข้าถึงบริการทางการเงิน ดัชนีการ เข้าถึง บริการทาง การเงิน กรุงเทพ 0.676 นนทบุรี 0.424 ศรีสะเกษ 0.336 ยโสธร 0.456 แม่ฮอ่ งสอน 0.255 ภูเก็ต 0.291 สุราษฎร์ธานี 0.345 ชือ่ จังหวัด

สินเชือ่ คงค้าง มูลค่า ปริมาณ (ล้านบาท) (ราย สัญญา) 702,703.63 820,082 48,077.51 97,449 52,955.59 305,900 23,868.68 119,168 7,090.69 35,937 19,274.77 38,598 45,614.26 164,625

อย่ า งไรก็ ต ามเมื่ อ พิ จ ารณา จั ง หวั ด แม่ ฮ่ อ งสอน ข้ อ มู ล ดั ง กล่ า ว กลั บ มี ลั ก ษณ ะทิ ศ ทางตร งข้ า มกั บ กรุ ง เทพมหานครทั้ ง หมด จึ ง ไม่ น่ า แ ปลก ใจว่ าดั ช นี ก าร เ ข้ าถึ งบริ ก าร ทางการเงินของระดับแม่ฮ่องสอนจึงมีค่า น้อยที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับ 6 จังหวัด ที่เหลือ สาเหตุดังกล่าวอาจเนื่ องมาจาก ลั ก ษณะทางภู มิ ศ าสตร์ ข องจั ง หวั ด แม่ฮ่องสอนซึ่งมีพื้น ที่ส่ว นใหญ่เ ป็น ภูเ ขา ยิ่งไปกว่านั้นถึงแม่จังหวัดแม่ฮ่องสอนจะมี พื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 8 ของประเทศ แต่ กลับมีประชากรอาศัยเพียงแค่ 244,356 คน คิดเป็นอันดับที่ 73 ของประเทศและ ความหนาแน่นของประชากร 19.27 คน ต่อตร.กม. คิดเป็นอันดับที่ 77 จึงไม่น่า แ ปลก ใจที่ ร ะ ดั บก าร เ ข้ าถึ งบริ ก า ร ทางการเงินในจังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงมีค่า น้ อ ยที่ สุ ด เมื่ อ เปรี ย บเที ย บกั บ อี ก 6 จังหวัด

เงินฝาก มูลค่า (ล้านบาท) 1,271,822.38 113,961.49 17,993.86 8,277.11 2,803.79 19,595.88 42,957.35

ปริมาณ (ราย สัญญา) 4,945,653 659,273 903,554 391,285 141,320 245,525 818,945

นอกจากนั้ น เมื่ อ พิ จ ารณา ระดั บ การเข้ า ถึ ง บริ ก ารทางการเงิ น ใน จังหวัดอื่นๆ ที่ทาการศึกษาอย่างละเอียด พบว่า มีระดับใกล้เคียงกัน เช่น จังหวัด ย โ ส ธ ร กั บ จั ง ห วั ด น น ท บุ รี มี ร ะ ดั บ การเข้ า ถึ ง บริ ก ารทางการเงิ น เท่ า กั บ 0.456 และ 0.424 ตามล าดั บ และ จังหวัดสุราษฎร์ธานีกับจังหวัดศรีสะเกษ มี ร ะดั บ การเข้ า ถึ ง บริ ก ารทางการเงิ น 0.345 และ 0.336 ตามลาดับ ทั้งๆ ที่มี ลักษณะภูมิประเทศ โครงสร้างทางสังคม ระบบเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่แตกต่าง กั น ซึ่ ง การจะหาเหตุ ผ ลมาอธิ บ าย จาเป็น ต้องศึกษาปัจจัยดังกล่าวเพิ่มเติม ควบคู่ ไ ปกั บ ข้ อ มู ล ที่ มี ซึ่ ง อาจจะท าให้ เห็ น ภาพชั ด เจนมากกว่ าการใช้ ข้ อมู ลใด เพียงข้อมูลหนึ่ง

ปริมาณ ATM (เครือ่ ง) 717 150 60 45 19 43 106

Gross Province Product (ล้านบาท) 3,331,224.81 165,857.98 52,637.84 21,159.89 8,843.28 104,615.57 179,178.29

ขนาดพืน้ ที่ (ตร.กม.) 1,678.517 676.343 9,546.478 4,455.177 14,308.937 568.383 13,615.968

อี ก หนึ่ ง ประเด็ น ที่ ส าคั ญ งาน ศึกษานี้ยังคงต้องได้รับการปรับปรุงและ พัฒ นาทั้ งในด้านองค์ประกอบของดัช นี และขอบเขตการดาเนินงานให้ครอบคลุม ทั่ ว ทั้ ง ประเทศเพื่ อ น ามาใช้ ป ระโยชน์ ใ น เชิงนโยบาย แผนการและมาตรการเพื่อ การพั ฒ นาระบบการเงิ น ให้ ส ามารถ บริการประชาชนภายในประเทศได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ทั้ ง นี้ การด าเนิ น การดั งกล่ า ว จาเป็ น อย่ างยิ่ งต้ อ งได้ รั บความร่ ว มมื อ และการสนั บสนุ น ข้ อมู ลจากหน่ ว ยงาน สถาบั น แ ละ องค์ ก ร ที่ เ กี่ ย ว ข้ องทุ ก ภาคส่ ว น เพื่ อ ให้ บ รรลุ ผ ลส าเร็ จ อย่ า ง มั่นคงและยั่งยืน

4


ข่าวใหญ่ข่ าวหนึ่ งในปัจจุบัน คื อ การปรั บขึ้ น ราคา ก๊าซแอลพีจีหรือก๊าซหุงต้มที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 18.13 บาท ต่อกิโลกรัม โดยตั้งแต่วั น ที่ 1 กัน ยายน 2556 เป็น ต้น ไป ราคาก๊ า ซหุ ง ต้ ม จะทยอยปรั บ ขึ้ น ในอั ต รา 50 สตางค์ ต่ อ เดือน จนราคาแตะเพดานที่ 24.82 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็น ราคาต้ น ทุ น ที่ ห น้ า โรงแยกก๊ า ซธรรมชาติ ท าให้ ร าคา ก๊าซหุงต้มปรับขึ้นจากปัจจุบันถังละ 300 บาทเศษ เป็น 400 บาทเศษ ในเดือนสิงหาคม 2557 แม้ ว่ า รั ฐ บาลได้ เ ปิ ด ให้ ผู้ มี ร ายได้ น้ อ ยลงทะเบี ย น ผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อยืนยันสิทธิ์ซื้อก๊าซหุงต้มในราคาเดิม ก็ ยั งมี เ สี ย งวิ พ ากษ์ วิ จ ารณ์ ว่ า มาตรการดั งกล่ า วมี ค วาม ยุ่งยาก โดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่คุ้น เคยกับการใช้โ ทรศัพท์มือถือ นอกเหนื อจากการพูดคุยตามปกติ และทาให้เ กิดคาถามว่ า ทาไมรัฐบาลไม่ช่วยเหลือด้วยวิธีอื่น เช่น การโอนเงินเข้าบัญชี หรือการแจกคูปองส่วนลด เป็นต้น ซึ่งคาตอบก็คือ การ โอนเงินเข้าบัญชีผู้ใช้ก๊าซหรือการแจกคูปองนั้นขัดกับกฎหมาย ของเงินกองทุนน้ามันเชื้อเพลิง ว่าแต่ก๊าซหุงต้มนี้เกี่ยวข้องกับระบบการเงินฐานราก อย่างไร? ประเทศอิ น เดี ย เป็ น อี ก ประเทศหนึ่ งที่ก าลั งด าเนิ น มาตรการช่ ว ยเหลื อ ประชาชนให้ ใ ช้ ก๊ า ซหุ ง ต้ ม ในราคา ที่เหมาะสม โดยรัฐบาลอินเดียใช้มาตรการ Direct Benefit Transfer for LPG (DBTL) หรือการโอนเงินชดเชยราคา ก๊าซหุงต้มเข้าบัญชีธนาคารของประชาชนโดยตรง

รายงานการเงินฐานราก สพช.

 การเงินฐานรากรอบโลก “ชดเชยค่าก๊าซหุงต้ม : โจทย์ทเี่ หมือน คาตอบทีต่ า่ ง” อย่ า งไรก็ ดี การโอนเงิ น เข้ า บั ญ ชี ธ นาคารของ ประชาชนในประเทศที่ มี จ านวนประชากรกว่ า 1,200 ล้านคน ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก ทาไม? 1) จานวน – ประเทศอิ น เดี ย ที่ มี ป ระชากรมาก เป็นอันดับ 2 รองจากประเทศจีน 2) ความพร้ อ ม – จ านวนบั ญ ชี อ อมทรั พ ย์ ใ น ประเทศอิ น เดีย มี เ พี ย งประมาณร้ อยละ 50 ของจานวน ประชากร (CRISIL) เท่านั้น และเพื่อให้การเปิดบัญชีและการ ประกอบธุร กรรมอื่ น ๆ ง่ายขึ้ น ประเทศอิน เดีย ได้ริ เ ริ่ ม ระบบหมายเลขประจ าตั ว ประชาชนเมื่ อ เดื อ นกั น ยายน 2553 โดยเมื่ อ วั น ที่ 17 สิ ง หาคม 2556 ประชากรที่ มี หมายเลขประจาตั ว ประชาชนมี ประมาณ 400 ล้ านคน หรือเพียงหนึ่งในสามของประชากรอินเดียเท่านั้น 3) ความยุ่ งยาก – ประชาชนต้ องน าหมายเลข ประจ าตั ว ประชาชนที่ ไ ด้ รั บ ไปที่ ธ นาคาร เพื่ อ เปิ ด บั ญ ชี ธนาคารและเชื่อมโยงหมายเลขประจาตัวประชาชนกับบัญชี ดังกล่าว 4) ปั ญ หา – ธนาคารขาดแรงจู ง ใจ เนื่ อ งจาก ธนาคารไม่ มี ก าไรจากการเปิ ด บั ญ ชี แ ละรั ก ษาบั ญ ชี ออมทรัพย์ ทั้งนี้ รั ฐ บาลอิ น เดี ย ได้ เ ริ่ ม ต้ น โอนเงิ น ชดเชยเข้ า บัญชีธนาคารของประชาชนในพื้น ที่น าร่อง ตั้งแต่วั น ที่ 1 มิถุ น ายน 2556 โดย ณ วั น ที่ 31 สิงหาคม 2556 ได้ โอนเงิ น ให้ ป ระชาชนไปแล้ ว จ านวน 1.72 ล้ า นคน จาก เป้าหมาย 7.3 ล้านคน คิดเป็นเงิน 1,380 ล้านรูปี หรือ ประมาณ 675 ล้านบาท หากเปรี ย บเที ย บประเทศไทยกั บ ประเทศอิ น เดี ย จะเห็ น ได้ ว่ า รั ฐ บาลของทั้ ง สองประเทศได้ ต อบโจทย์ ก าร ชดเชยราคาก๊าซหุงต้มด้ว ยคาตอบที่ต่างกัน ประเทศไทย พึ่งพาเทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อให้ประชาชนลงทะเบียนและ เครื อ ข่ า ยผู้ ข ายก๊ าซหุ ง ต้ ม ในการลดราคาก๊ า ซ ในขณะที่ ประเทศอินเดียใช้เครือข่ายธนาคารในการโอนเงินชดเชยให้ ผู้ใช้ ก๊าซโดยตรง ซึ่ งสะท้อนถึงความจาเป็น ในการพั ฒ นา ระบบการเงิ น ฐานรากควบคู่ ไ ปกั บระบบสวั สดิ ก ารสั งคม ส่วนคาตอบของรัฐบาลใดตรงเป้ามากกว่า ต้องดูกันต่อไป

5


 ระบบการเงินฐานรากในประเทศไทย

ตารางที่ 1 : สินเชือ่ สาหรับประชาชนระดับฐานรากกลุม่ ในระบบ (วงเงินไม่เกิน 200,000 บาท) สินเชือ่ สาหรับประชาชนระดับฐานรากกลุ่มในระบบ (วงเงินไม่เกิน 200,000 บาท) สินเชือ่ รวม (ลบ.) สินเชือ่ ฐานราก (ลบ.) 1. สินเชือ่ ธนาคารพาณิชย์ 5,175,796.00 383,860.00 2. สินเชือ่ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ 2,588,828.00 144,409.00 3. สินเชือ่ ส่วนบุคคล Non-bank 138,107.03 130,522.37 รวมสินเชือ่ ฐานรากของ สง. ในระบบ 7,902,731.03 658,791.37 (ธพ. + SFLs + Non-bank) ทีม่ า : บริษทั ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จากัด (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถนุ ายน 2556)

รายงานการเงินฐานราก สพช.

หากพิจารณาถึง สินเชื่อระดับฐานรากวงเงินไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท (ตาราง 1) ณ วั น ที่ 30 มิถุน ายน 2556 มีประมาณ 6.58 แสนล้านบาท จากจานวนสินเชื่อรวม 7.90 ล้านล้านบาท โดยสินเชื่อรายย่ อยต่อสินเชื่อรวม ของธนาคารพาณิชย์มีประมาณ 3.84 แสนล้านบาท หรือร้อยละ 7.42 จากสินเชื่อรวมประมาณ 5.18 ล้านล้านบาท ส่วนสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFLs) ให้สินเชื่อรายย่อยประมาณ ๑.44 แสนล้านบาท หรือร้อยละ 3.67 ของสินเชื่อรวม ประมาณ 2.59 ล้านล้านบาท ขณะที่บริษัทผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกากับ (Non-bank) เป็นผู้ที่มี สัดส่วนการให้สินเชื่อรายย่อยมากที่สุด ประมาณ 1.31 แสนล้านบาท หรือร้อยละ 94.51 ของสินเชื่อรวมประมาณ 1.38 แสนล้านบาท

ร้อยละ 7.42 5.58 94.51 8.35

อย่างไรก็ดี หากพิจารณาถึงสินเชื่อระดับฐานรากแยกตามโครงการต่าง ๆ ที่ระบุวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสินเชื่อ ระดับฐานราก จากทั้งสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารกรุงไทย กลุ่มผู้ให้สินเชื่อส่วนบุคคล กองทุนหมู่บ้านและชุมชน เมือง สหกรณ์ และกลุ่มออมทรัพย์ (ตาราง 2 ) พบว่า สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีบทบาทในการให้สินเชื่อมากที่สุด ซึ่ง เห็นได้จากสัดส่วนการให้สินเชื่อที่คิดเป็นร้อยละ 57.52 ของสินเชื่อฐานรากทั้งหมด ตามมาด้วยสินเชื่อจากสหกรณ์ที่ร้อย ละ ๓๐.10 ของสินเชื่อฐานรากทั้งหมด และสินเชื่อจากกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่ร้อยละ 5.14 ของสิน เชื่อฐานราก ทั้งหมด ตารางที่ 2 : สินเชือ่ สาหรับประชาชนระดับฐาน บาท สินเชือ่ สาหรับประชาชนฐานราก ล้านบาท ร้อยละ 1. กลุ่มในระบบ : สินเชือ่ ฐานราก กรุงไทย 2,221.38 0.06 สินเชือ่ ฐานรากสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 2,313,503.75 57.52 สินเชือ่ ส่วนบุคคล 138,107.03 3.43 รวมสินเชือ่ ฐานรากของ สง. ในระบบ (ธพ. + SFLs+ Non-bank) 2,446,379.27 60.82 2. กลุ่มกึง่ ในระบบ : สหกรณ์ เครดิตยูเนีย่ น 1,210,765.52 30.10 กองทุนหมู่บา้ นและชุมชนเมืองแห่งชาติ 206,887.26 5.14 3. กลุม่ พึ่งตนเอง : กลุม่ ออมทรัพย์เพือ่ การผลิต 35,000.00 0.87 ลงทะเบียนหนี้นอกระบบ ปี 2552/2553 123,234.42 3.06 รวมสินเชือ่ ฐานรากทัง้ หมด 4,022,266.47 100.00 ทีม่ า : ธนาคารแห่งประเทศไทย, สถาบันการเงินเฉพาะกิจ, กรมตรวจบัญชีสหกรณ์, สานักงานกองทุนหมูบ่ า้ นและชุมชนเมือง แห่งชาติ, กรมการพัฒนาชุมชน, และกรมบัญชีกลาง (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถนุ ายน 2556)

6

รายงานการเงินฐานราก รายไตรมาสq3 2556