Page 1

กระบวนการสร้างงานนาฏศิลป์ไทยของสาขาวิชานาฏศิลป์ไทย คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ THAI DANCE CREATION PROCEDURE OF THAI DANCE MAJOR FACULTY OF MUSIC AND DRAMA, BUNDITPATTANASILPA INSTITUTE


ผู้วิจัยพบว่าการสร้างงานนาฏศิลป์ไทยแนวสร้างสรรค์ของ สาขา นาฏศิลป์ไทย คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ทั้งหมด 122 ชุดนี้ มีชุดการแสดงที่ประสบผลสาเร็จจนสามารถนา ออกเผยแพร่ตอ่ สาธารณชนอย่างกว้างขวาง และได้รับความนิยมมา จนถึงปัจจุบันนี้ รวมถึงได้รับรางวัลในระดับนานาชาติ โดยผู้วิจัย ได้คัดเลือกจากเกณฑ์ที่กาหนดไว้ 2 วิธี คือ 1. ผลงานสร้างสรรค์ที่ได้รับรางวัล 2. ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่จนได้รับความนิยม จากการคัดเลือกทั้ง 2 วิธีข้างต้นปรากฏผลที่ตรงกัน คือ 4 ชุดการแสดง คือ รอยอีสาน รับขวัญข้าว ล่องใต้ ชาวดอย


วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาแนวคิด และกระบวนการสร้างงานนาฏศิลป์ไทย ของสาขาวิชานาฏศิลป์ไทย คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบัน บัณฑิตพัฒนศิลป์ 2. เพื่อศึกษาวิธีการออกแบบท่าราในผลงานนาฏศิลป์ไทยของ สาขาวิชานาฏศิลป์ไทย คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบัน บัณฑิตพัฒนศิลป์ ที่ได้รบั ความนิยม


การสร้างงานนาฏศิลป์ไทยของสาขาวิชานาฏศิลป์ไทย คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ศิลป์

ประวัตคิ ณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ รายวิชาศิลปนิพนธ์ รอยอีสาน

รับขวัญ

กระบวนการสร้างงาน นาฏศิลป์ไทยของสาขาวิชานาฏศิลป์ไทย 1. การนาเสนอแนวความคิด 2. การกาหนดความคิดหลัก 3. การประมวลข้อมูลการค้นคว้า 4. การกาหนดเนื้อหาและรูปแบบการแสดง 5. การออกแบบองค์ประกอบ 1.) เพลง/ดนตรีประกอบการแสดง 2.) นักแสดง 3.) เครื่องแต่งกาย 4.) อุปกรณ์ประกอบการแสดง 5.) แสง สี เสียง 6.) ท่าราและรูปแบบการแสดง 7.) การใช้พื้นที่บนเวที

6. การสอบประเมินความรู้ผา่ นคณะกรรมการสอบ 7. การนาเสนอบนเวที

ล่องใต้

ชาวดอย

การออกแบบท่ารา 1. ท่ารา 1.1 ท่านาฏศิลป์ไทย 1.2 ท่านาฏศิลป์พื้นบ้าน 1.3 ท่าทางเลียนแบบธรรมชาติ 3. การเคลื่อนไหวร่างกาย 2. รูปแบบการแปรแถว


การแสดงนาฏศิลป์ไทยแนวสร้างสรรค์ชุด รอยอีสาน ผลงานชุดนี้สร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปี การศึกษา 2550 ผู้สร้างงานใน กลุ่มนี้ มีทั้งสิ้น 3 คนด้วยกัน คือ นายยุทธนา อัมระรงค์ นางสาว กนกโฉม สุนทรสีมะ และนางสาว ภัครดา ไชยรัตน์ แรงบันดาลใจ ส่วนหนึ่งเนื่องมาจาก คากล่าวที่ เป็นคาท้าทายว่า ผู้สร้างงานเป็น คนภาคกลาง จะสามารถสร้างงาน ในภาคอื่นๆ ได้ดีหรือไม่


• แนวความคิด มีแนวคิดจากการศึกษาเรื่องราวของดินแดนภาคอีสาน ความอุดมสมบูรณ์ในด้านวัฒนธรรมประเพณี นามาเสนอในรูปแบบการ แสดง • การกาหนดความคิดหลัก กาหนดความคิดหลักไว้ 2 ระดับ ระดับ เป้าหมาย และ ระดับวัตถุประสงค์ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวเอกลักษณ์ ปัญญาวัฒนธรรมความอุดมสมบูรณ์ในด้านวัฒนธรรมประเพณีดินแดน ภาคอีสาน • การประมวลข้อมูลการค้นคว้า ประมวลข้อมูลการค้นคว้าหลักฐานเชิง ประจักษ์ ศึกษาหลักฐานร่องรอยอารยธรรมอีสาน และประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมชนชาวอีสานอันแสดงถึงเอกลักษณ์ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน วรรณกรรม นาฏกรรมอีสานต่างๆ


นาฏกรรมอีสาน


• การกาหนดเนือ้ หาและรูปแบบการแสดง รูปแบบการแสดงแบ่งเป็น 3 ช่วง ดังนี้ ช่วงที่ 1 แสดงถึงความเชื่อ ช่วงที่ 2 แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต ของชาวอีสาน การประกอบอาชีพ ช่วงที่ 3 รอยอีสานแสดงถึงความ สนุกสนานกับวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ช่วงที่ 1 • ช่วงที่ 2

ช่วงที่ 3


• เพลง/ดนตรีประกอบการแสดง ในครัง้ แรกที่มีการสร้ างสรรค์ขึ ้น ผู้สร้ างงานใช้ ซาวด์ซีดีเป็ นเพลงประกอบการแสดง โดยเลือกเพลงไทย ร่วมสมัยนามามิกซ์เข้ ากับดนตรี สากลให้ เกิดสาเนียงแปลกใหม่และน่า ฟั งมากขึ ้น ซึง่ มีขายตามท้ องตลาดทั่วไป แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ช่วงที่ 1 เลือกเพลงที่มีจงั หวะช้ าๆ ทานองเพลงกล่อมลูกของชาวอีสาน แสดง ถึงการเริ่มต้ นการเกิดใหม่ ช่วงที่ 2 ใช้ เพลงที่มีจงั หวะค่อยค่อยเร็วขึ ้น มี เสียงหยุด และมีเสียงคนพูดคอยเชียร์ เพื่อให้ เกิดความคึกคักสนุกสนาน มากขึ ้น ช่วงที่ 3 ใช้ เพลงที่มีจงั หวะเร็วขึ ้น มีลกั ษณะเป็ นเทคโนแด๊ นซ์ ผสมกับทานองอีสาน และในช่วงสุดท้ ายของเพลงมีเสียง “โห่” เพิ่ม เข้ ามา


• นักแสดง สาหรับการคัดเลือกผู้แสดงชุดรอยอีสานนี้ นับว่าเป็นชุดแรกที่ เป็นชุดบุกเบิก เป็นต้นแบบของการเลือกจานวนนักแสดงแบบที่ไม่สมดุล เลย เป็นชุดแรก โดยเลือกนักแสดงทั้งหมด 7 คน เป็นนักแสดงหญิง 3 คน นักแสดงชาย 4 คน รวมทั้งยังส่งผลต่อการสร้างงานในชุดต่อๆไป ทีม่ ี นักแสดงในจานวนที่ไม่เท่ากัน


• เครื่องแต่ งกาย การออกแบบเครื่ องแต่งกายการแสดงชุด รอยอีสาน ได้ แนวคิดมาจากการแต่งกายของชาวอีสานแบบดังเดิ ้ มทังสิ ้ ้น

สีเอิร์ธโทน


เครื่องแต่งกายหญิงรอยอีสาน แบบที่ 1

แบบที่ 2


วิธีการทาผม ผู้สร้างงานนึกภาพความเป็นจริง ที่ชาวอีสานมักทาผมมวยข้างใน พิธีกรรมต่างๆ และเพิ่มลวดลายในการขดเป็นรูปก้นหอย เพื่อแสดงถึงลวดลายที่ ปรากฏในผนังถ้า นอกจากนี้ยังเลือกเครื่องประดับผม ที่เป็นฝ้ายสีขาวมาพันรอบมวย ผม ด้วยเหตุที่ต้องการนาเสนอวิถีชีวิต เพราะชาวอีสานมักใช้ฝ้ายสายสิญจ์ในการ ประกอบพิธีกรรมต่างๆ


เครื่องแต่งกายชายรอยอีสาน แบบที่ 1

แบบที่ 2


อุปกรณ์ประกอบการแสดง


แสง สี เสี ยง


• ท่ ารา ผู้สร้ างงานได้ นาท่าราทางด้ านนาฏศิลป์ที่เป็ นมาตรฐาน ท่ารา พื ้นบ้ าน และท่าทางเลียนธรรมชาติ มาผสมผสานกับแนวคิดใหม่ๆ โดยกาหนดท่าราและแบ่งรูปแบบการแสดงออกเป็ น 3 ช่วง ช่วงที่ 1 ช่วงที่ 2 ช่วงที่ 3


การแสดงนาฏศิลป์ไทยแนวสร้างสรรค์ชุด รับขวัญข้าว รับขวัญข้าว สร้างสรรค์ เมื่อปี การศึกษา 2551 เกิดแรงบันดาล ใจ จากการได้เห็นท้องทุ่งนาจริงใน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็น บ้านเกิดของพีระพัฒน์ พจน์สุข ซึ่งพีระพัฒน์ต้องการสื่อสะท้อนวิถี ชีวิตของชาวนาให้เกิดความ น่าสนใจ นาแนวคิดมาจากการทา นา ด้วยประเทศไทยเป็นประเทศ กสิกรรม พืชสาคัญที่นารายได้มาสู่ ประเทศส่ วนใหญ่ คือ “ข้ าว”


• การประมวลข้ อมูลการค้ นคว้ า ศึกษาจารี ตพิธีกรรมเกี่ยวกับข้ าวไทย ศึกษาการแสดงที่เกี่ยวกับข้ าว


• การกาหนดเนือ้ หาและรูปแบบการแสดง รูปแบบการแสดงแบ่งเป็น 3 ช่วง ดังนี้ ช่วงที่ 1 สื่อให้ เห็นถึงความกตัญญูร้ ูคณ ุ ต่อข้ าว การเคารพต่อ พระแม่โพสพตาม “พิธีทาขวัญข้ าว” ช่วงที่ 2 สื่อให้ เห็นถึงกรรมวิธีและ ชันตอนในการท ้ านา ช่วงที่ 3 สื่อให้ เห็นถึงความสาเร็จจากการทานา

ช่วงที่ 1 •

ช่วงที่ 2

ช่วงที่ 3


• เพลง/ดนตรีประกอบการแสดง เพลงที่ใช้สาหรับประกอบการแสดง นาฏศิลป์ไทยสร้างสรรค์ ชุด รับขวัญข้าว มีด้วยกัน 2 ลักษณะ คือ เพลง ที่เป็นซาวด์ซีดีประกอบการแสดง และเพลงที่เป็นบรรเลงดนตรีไทยสด • เครื่องแต่งกาย การออกแบบเครื่องแต่งกายการแสดงชุด รับขวัญข้าว ได้แนวคิดมาจากการแต่งกายของชาวนาแต่นามาประยุกต์ให้มรี ูปแบบที่ ทันสมัยขึ้น เพื่อทาให้การออกแสดงออกมาสวยงาม ผู้สร้างสรรค์เลือกใช้สี เสื้อผ้าให้เป็นสีเอิร์ธโทน ผู้สร้างสรรค์กล่าวว่า ได้นาแนวคิดทฤษฎีความ สมดุลและไม่สมดุล สอดคล้องกับทฤษฎีการจัดองค์ประกอบศิลป์ ของ สุรพล วิรุฬห์รักษ์


เครื่องแต่งกายรับขวัญข้าว


• อุปกรณ์ ประกอบการแสดง


• แสง สี เสียง


• ท่ ารา ผู้สร้ างงานได้ นาท่าราทางด้ านนาฏศิลป์ที่เป็ นมาตรฐาน ท่ารา พื ้นบ้ าน และท่าทางเลียนธรรมชาติ มาผสมผสานกับแนวคิดใหม่ๆ โดยกาหนดท่าราและแบ่งรูปแบบการแสดงออกเป็ น 3 ช่วง ช่วงที่ 1 ช่วงที่ 2 ช่วงที่ 3


การแสดงนาฏศิลป์ไทยแนวสร้างสรรค์ชดุ ล่องใต้ สร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปีการศึกษา 2552 ผู้สร้างงานทั้ง 4 คนเป็นชาท้องถิ่น ทางภาคใต้ทั้งหมด ซึ่งทั้ง 4 คน เป็นชาวภาคใต้มาแต่กาเนิด เติบโต มาจากสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วย วัฒนธรรมท้องถิ่นชาวใต้ตั้งแต่กาเนิด ทั้งทางด้านวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม การร้องราทาเพลงนาฏศิลป์พื้นเมือง ภาคใต้


• การประมวลข้อมูลการค้นคว้า ศึกษาข้ อมูลหลักฐานเชิง ประจักษ์ ศึกษาร่องรอย อารยธรรม และประวัติศาสตร์ ภาคใต้ ประเพณีที่โดดเด่น และอาชีพต่างๆ


• เพลง/ดนตรีประกอบการแสดง เพลงที่ใช้สาหรับประกอบการแสดง นาฏศิลป์ไทยสร้างสรรค์ ชุด ล่องใต้ คือ เพลงที่เป็นซาวด์ซีดีประกอบการ แสดง แสดงกลิ่นอายของชาวภาคใต้ • นักแสดง สาหรับการคัดเลือกผู้แสดงชุดล่องใต้นี้ ได้รบั แรงบันบาลใจ จากต้นแบบ คือ รอยอีสานและรับขวัญข้าว เป็นชุดบุกเบิกต้นแบบ ของการเลือกจานวนนักแสดงแบบที่ไม่สมดุลเช่นกัน โดยเลือกนักแสดง ทั้งหมด 7 คน เป็นนักแสดงหญิง 4 คน นักแสดงชาย 3 คน


เครื่องแต่งกายล่องใต้


อุปกรณ์ประกอบการแสดง


แสง สี เสียง


ท่ ารา ช่วงที่ 1 ช่วงที่ 2 ช่วงที่ 3


การแสดงนาฏศิลป์ ไทยแนวสร้ างสรรค์ ชุด ชาวดอย สร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปีการศึกษา 2552 แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งงานมา จากชุดประจาชาติของ MISS THAILAND UNIVERS 2007 ซึ่ง เป็นชุดชาวเขา ขึ้นเวทีประกวด MISS UNIVERS 2007 และในช่วง นั้นเองก็เกิดกรณีข้อพิพาทเป็นข่าว ใหญ่เรื่องการไม่เท่าเทียม เกิดความ เหลื่อมล้าทางสังคมของกลุ่มชนเผ่า ชาวเขา แต่เหตุใดผู้ออกแบบ เสือ้ ผ้ าชุดประจาชาติประจา ประเทศไทย ได้ ออกแบบชุด ชาวเขา


• การประมวลข้อมูลการค้นคว้า ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของ ชนเผ่าต่างๆ ได้แก่ ศึกษาประเพณีวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพของ ชาวดอยเผ่าต่างๆ ศึกษาลักษณะเครื่องแต่งกายของชนเผ่า ศึกษา ประเพณีการละเล่นของชนเผ่า


• การกาหนดเนือ้ หาและรูปแบบการแสดง ช่วงที่ 1

ช่วงที่ 2

ช่วงที่ 3


• นักแสดง สาหรับการคัดเลือกผู้แสดงชุดชาวดอยนี้ ได้รับแรงบันบาลใจ จากต้นแบบ คือ รอยอีสานและรับขวัญข้าว เป็นชุดบุกเบิกต้นแบบของ การเลือกจานวนนักแสดงแบบที่ไม่สมดุลเช่นกัน โดยเลือกนักแสดง ทั้งหมด 7 คน เป็นนักแสดงหญิง 4 คน นักแสดงชาย 3 คน


• เครื่องแต่งกาย ผู้สร้างงาน กล่าวว่า นอกเหนือจากแรงบันดาลใจที่เห็น ภาพชุดประจาชาติชาวเขาของ MISS THAILAND UNIVERS 2007 แล้ว ยังมีแนวคิดมาจากการแต่งกายของชนเผ่าชาวเขาแบบดั้งเดิมทั้งสิ้น โดยออกแบบและประยุกต์ให้มีรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น


• อุปกรณ์ ประกอบการแสดง


• แสง สี เสียง


• ท่ ารา ช่วงที่ 1

ช่วงที่ 2

ช่วงที่ 3


กระบวนการสร้างงานนาฏศิลป์ไทย ของสาขาวิชานาฏศิลป์ไทย คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 1. การนาเสนอแนวความคิด 2. การกาหนดแนวคิดหลัก 3. การประมวลข้อมูลการค้นคว้า 4. การกาหนดเนื้อหาและรูปแบบการแสดง 5. การออกแบบองค์ประกอบ 6. การสอบประเมินความรูผ้ ่านคณะกรรมการสอบ 7. การนาเสนอบนเวที


• การนาเสนอแนวความคิด


• การประมวลข้อมูลการค้นคว้า


การออกแบบองค์ประกอบ 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7.

เพลง/ดนตรีประกอบการแสดง นักแสดง เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ประกอบการแสดง แสง สี เสียง ท่ารา การใช้พื้นที่บนเวที


• นักแสดง การคัดเลือกนักแสดง และจัด ตาแหน่งนักแสดงบนเวที ใช้ แนวคิดทฤษฎีความสมดุลและไม่ สมดุล โดยนิยมใช้จานวนเลขคี่ หรือจานวนผู้แสดงชายและหญิงไม่ เท่ากัน ความสูง ต่า ของนักแสดงก็มีการปะปนกันไป จานวนผู้แสดงแต่ละชุดโดยเฉลี่ยไม่ เกิน 10 คน


• เครื่องแต่งกาย เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ที่ใช้ประกอบการ แสดง สร้างสรรค์ขนึ้ ใหม่ โดยออกแบบให้ สอดคล้องและไม่เป็นอุปสรรค์ในการ แสดงออกทางท่าราของการแสดง สีสัน เครื่องแต่งกายนิยมใช้สีธรรมชาติ วัตถุดิบ หาง่ายใกล้ตัว ไม่เชย ไม่ล้าสมัย หรือนา ของทีมีอยู่แล้วมาปรับเปลี่ยน ประยุกต์ โครงสร้างให้เหมาะสมกับรูปแบบการแสดง


อุปกรณ์ประกอบการแสดง


แสง สี เสียง


• ท่ารา ลักษณะท่าราที่โดดเด่นปรากฏ 3 ลักษณะ คือ 1.ท่านาฏศิลป์ ไทย 2. ท่านาฏศิลป์พื้นบ้าน 3. ท่าทางเลียนแบบธรรมชาติ • การใช้พื้นที่ สรุปการแปรแถวได้เป็น 7 ลักษณะ คือ 1.) แถวขนานกับผู้ชม 2.) แถวทแยงมุม 3.) แถวแบบสมดุลและไม่สมดุล 4.) แถวแบบกลุ่ม 5.) แถวตอน / แถวคู่ 6.) แถววงกลม 7.) แถวตั้งซุ้ม


วิธีการออกแบบท่าราผลงานนาฏศิลป์ไทยสร้างสรรค์

1. วิธีการใช้ทา่ รา 2. วิธีการเคลื่อนไหวร่างกาย 3. รูปแบบการแปรแถว


1. วิธีการใช้ทา่ รา ปรากฏ 3 ลักษณะ คือ ท่านาฏศิลป์ไทย ท่านาฏศิลป์ พื้นบ้าน และท่าทางเลียนแบบธรรมชาติ


ท่านาฏศิลป์พื้นบ้าน


ท่าทางเลียนแบบธรรมชาติ


1. การปฏิบัติท่าราที่เหมือนกันทั้งหมด


2. การปฏิบัติท่าราที่ต่างกันทั้งหมด


3. การปฏิบัติโดยแบ่งเป็นกลุ่มๆ ชายหญิง


4. การปฏิบัติท่าคู่ระหว่างชายหญิง


5. การปฏิบัติท่าราเฉพาะผู้หญิงล้วนหรือผู้ชายล้วน


2. วิธีการเคลื่อนไหวร่างกาย แบ่งตามลักษณะการเคลื่อนไหวตามทฤษฎีแห่ง การเคลื่อนไหว คือ 1) การใช้พลัง (Energy) 2) การใช้ที่วา่ ง (Space)

1) การใช้พลัง ปฏิบัติได้ 3 ลักษณะ ดังนี้ 1.1 การใช้พลังงานด้วยความแรง 1.2 การใช้พลังงานน้อย 1.3 การเน้นพลัง


1.1 การใช้พลังงานด้วยความแรง


1.2 การใช้พลังงานน้อย


1.3 การเน้นพลัง กล่าวถึงการใช้จังหวะ ซึ่งปรากฏ 3 ลักษณะ คือ การใช้จังหวะที่สม่าเสมอ การใช้จังหวะที่ไม่สม่าเสมอ การหยุดท่า • การใช้จังหวะที่สม่าเสมอ ตัวอย่ างการย่าเท้ า สม่าเสมอ

ตัวอย่ างการย่าเท้ า สม่าเสมอเพื่อ เคลื่อนที่และสร้ าง จุดเด่ น


• การใช้จังหวะที่ไม่สม่าเสมอ

จังหวะที่ 1

จังหวะที่ 2

จังหวะที่ 3 ค่อยๆ ม้วน มือมาด้านหน้า

จังหวะที่ 4

จังหวะที่ 5

จังหวะที่ 6

จังหวะที่ 7 ย่าเท้ า หมุนตัว

จังหวะที่ 8


• การหยุดท่า

จังหวะที่ 1-2 ในท่าต่อเนื่อง ผช.หยุดใน ท่าก่อนหน้านี้เช่นกัน

จังหวะที่ 3-4

จังหวะที่ 5-6

จังหวะที่ 7-8 ผู้หญิงหยุดในจังหวะที่ 8

จังหวะที่ 1-2

จังหวะที่ 3-4

จังหวะที่ 5-6

จังหวะที่ 7-8


2) การใช้ที่ว่าง (Space) ปรากฏกิริยาการเคลื่อนไหวร่างกายทั้งหมด 4 ลักษณะ ดังนี้ 2.1 การเคลื่อนไหวของศีรษะ เช่นการเอียง การสะบัด การก้ม การเงย 2.2 การเคลื่อนไหวของมือ และแขน เช่น การตั้งวง การจีบ การสลัด การปล่อย การเหวี่ยง การม้วน การงอ เป็นต้น 2.3 การเคลื่อนไหวของขาและเท้า เ ช่น การยกเท้าไปข้างหน้า การยกเท้าไปข้างหลัง เป็นต้น 2.4 การเคลื่อนไหวของลาตัว เช่น การกดเกลียวด้านข้างของลาตัวการก้มลาตัว ไปข้างหน้า การเอนไปข้างหลัง การหมุนของลาตัวเป็นรอบลงกลมการต่อตัว ท่าโนรา การต่อตัวเป็นรูปสัตว์ต่างๆ การอุ้มตัวยก เป็นต้น


2.1 การเคลื่อนไหวของศีรษะ การก้มศีรษะ มองต่า การเงยศีรษะ มองสูง

การเหลียวมอง ไปด้านหลัง


ท่าทาง ธรรมชาติ

ท่าทางเลียนแบบ ธรรมชาติ


2.2 การเคลื่อนไหวของมือและแขน การเหวี่ยงแขนเป็น วงกลม การยืดแขนตึงไป ด้านหลัง

การยืดแขนตึงลง ด้ านล่ างของลาตัว


การใช้แขนและมือเป็นส่วนโค้ง การใช้ วงพิเศษ เหยียดแขนสูงเลย ศีรษะ

การใช้ วงโนรา ท่ าเขาควาย


การจีบ การจีบนิ้วกลาง

การจีบไขว้มือ ด้านหลังระดับเอว การจีบไขว้มือ ด้านหลังระดับ ศีรษะ


2.3 การเคลื่อนไหวของขาและเท้า การใช้ส่วนของเท้า

การนัง่

การยืน


2.4 การเคลื่อนไหวของลาตัว


รูปแบบการแปรแถว 1) แถวขนานกับผู้ชม 2) 3) 4) 5) 6) 7)

แถวทแยงมุม แถวแบบสมดุลและไม่สมดุล แถวแบบกลุ่ม แถวตอน / แถวคู่ แถววงกลม การตั้งซุม้


1) แถวขนานกับผู้ชม การแปรแถว ขนานชั้นเดียว

การแปรแถว ขนานสองชั้น


2) แถวทแยงมุม แถวทแยงมุม แสดงความลึก

แถวทแยงมุม แบบเพิ่มมิติ

แถวทแยงมุม แบบเฉียงเดี่ยว


3) แถวแบบสมดุลและไม่สมดุล การแปรแถว แบบสมดุล

การแปรแถว แบบไม่สมดุล


4) แถวแบบกลุ่ม การแปรแถว แบบกลุ่ม 2 ก้อน การแปรแถว แบบกลุ่ม และแถว ตรงหรือทแยงมุม

การแปรแถว แบบกลุ่มเดียว


5) แถวตอน/แถวคู่


6) แถววงกลม


7) การตั้งซุ้ม


อภิปรายผล ประเด็นอภิปรายผล 1. การศึกษาแนวคิดและกระบวนการ สร้างงานนาฏศิลป์ไทย 2. การกาหนดแนวคิดหลักของงาน สร้างสรรค์ของสาขาวิชานาฏศิลป์ไทย 3. รูปแบบการนาเสนองานนาฏศิลป์ แนวสร้างสรรค์

ทฤษฎี ทฤษฎีนาฏยประดิษฐ์ ของ สุรพล วิรุฬห์รักษ์ ทฤษฎีนาฏยประดิษฐ์ ของ สุรพล วิรุฬห์รักษ์ ทฤษฎีการเต้นราของ JACQUELINE M. SMITH (สุพรรณี บุญเพ็ง กล่าวถึงรูปแบบของการเต้นราไว้)


อภิปรายผล (ต่อ) ประเด็นอภิปรายผล

ทฤษฎี

ทฤษฎีหลักการประดิษฐ์ชุดการแสดงของ ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย ทั้ง 8 ท่าน แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ การประดิษฐ์ ท่ารา และการประดิษฐ์ท่าเชื่อม ในด้านท่า รา ทฤษฎีแห่งการเคลื่อนไหว ของ สุรพล 5. การเคลื่อนไหวร่างกาย วิรุฬห์รักษ์ 6. รูปแบบการแปรแถวของการสร้ างงาน ทฤษฎีแห่งการเคลื่อนไหว ของ สุรพล วิรุฬห์รักษ์ นาฏศิลป์ไทยสร้ างสรรค์

4. วิธีการออกแบบท่ารา


นางสาวคัทรียา ประกอบผล

ขอกราบ ขอบพระคุณ

THAI DANCE CREATION PROCEDURE OF THAI DANCE MAJOR FACULTY OF MUSIC AND DRAMA, BUNDITPATTA  
THAI DANCE CREATION PROCEDURE OF THAI DANCE MAJOR FACULTY OF MUSIC AND DRAMA, BUNDITPATTA  
Advertisement