Issuu on Google+

วันเข้ าพรรษา

วันเข้าพรรษา เรี ยบเรี ยงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม วันเข้ าพรรษา เป็ นวันสำาคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่ง ที่พระสงฆ์อธิษฐานว่าจะพักประจำา อยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดช่วงฤดูฝนที่มีกาำ หนดเป็ นระยะเวลา 3 เดือน ตามที่พระธรรมวินยั บัญญัติ ไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น "เข้ าพรรษา" แปลว่ า "พักฝน" หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ ต้องอยู่ประจำา ณ วัดใดวัดหนึ่ง ระหว่ างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริ กโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระ ธรรมคำาสัง่ สอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จาำ เป็ นต้องมีที่อยูป่ ระจำา แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึง ตำาหนิวา่ ไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่น ๆ จนเสี ยหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำาพรรษา ให้พระภิกษุอยูป่ ระจำาที่ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน คือ เริ่ มตั้งแต่วนั แรม 1 ค่าำ เดือน 8 ของทุกปี เรี ยกว่า "ปุริมพรรษา" ถ้าปี ใดมีเดือน 8 สองครั้ง ก็เลื่อนมาเป็ นวันแรม 1 ค่าำ เดือนแปดหลัง และออกพรรษา ในวันขึ้น 15 ค่าำ เดือน 11 เรี ยกว่า "ปัจฉิมพรรษา" เว้นแต่มีกิจธุระคือเมื่อเดินทางไปแล้วไม่ สามารถจะกลับได้ในเดียวนั้น ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืน เรี ยกว่า "สั ตตาหะ" หากเกินกำาหนดนี้ ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์แห่งการจำาพรรษา จัดว่าพรรษาขาด สำ าหรับข้ อยกเว้ นให้ ภิกษุจาำ พรรษาทีอ่ นื่ ได้ โดยไม่ ถือเป็ นการขาดพรรษา เว้ นแต่ เกิน 7


วัน ได้ แก่ 1.การไปรักษาพยาบาลภิกษุ หรื อบิดามารดาที่เจ็บป่ วย 2.การไประงับภิกษุสามเณรที่อยากจะสึ กมิให้สึกได้ 3.การไปเพื่อกิจธุระของคณะสงฆ์ เช่น การไปหาอุปกรณ์มาซ่อมกุฏิที่ชาำ รุ ด 4.หากทายกนิมนต์ไปทำาบุญ ก็ไปฉลองศรัทธาในการบำาเพ็ญกุศลของเขาได้ นอกจากนี้ หากระหว่าง เดินทางตรงกับวันหยุดเข้าพรรษาพอดี พระภิกษุสงฆ์เข้ามาทัน ในหมู่บา้ นหรื อในเมืองก็พอจะหาที่พกั พิงได้ตามสมควร แต่ถา้ มาไม่ทนั ก็ตอ้ งพึ่งโคนไม้ใหญ่เป็ น ที่พกั แรม ชาวบ้านเห็นพระได้รับความลำาบากเช่นนี้ จึงช่วยกันปลูกเพิง เพื่อให้ท่านได้อาศัยพักฝน รวมกันหลาย ๆ องค์ ที่พกั ดังกล่าวนี้ เรี ยกว่า "วิหาร" แปลว่า ที่อยูส่ งฆ์ เมื่อหมดแล้ว พระสงฆ์ ท่านออกจาริ กตามกิจของท่านครั้ง ถึงหน้าฝนใหม่ท่านก็กลับมาพักอีก เพราะสะดวกดี แต่บางท่าน อยูป่ ระจำาเลย บางทีเศรษฐีมีจิตศัรทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ก็เลือกหาสถานที่สงบเงียบไม่ ห่างไกลจากชุมชนนัก สร้างที่พกั เรี ยกว่า "อาราม" ให้เป็ นที่อยูข่ องสงฆ์ดงั เช่นปัจจุบนั นี้ ทั้งนี้ โดยปกติเครื่ องใช้สอยของพระตามพุทธานุญาตให้มีประจำาตัวนั้น มีเพียงอัฏฐ บริ ขาร อันได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้าำ และมีดโกน และกว่า ำ พระท่านจะหาที่พกั แรมได้ บางทีกถ็ ูกฝนต้นฤดูเปี ยกปอนมา ชาวบ้านที่ใจบุญจึงถวายผ้าอาบน้าฝน สำาหรับให้ท่านได้ผลัดเปลี่ยน และถวายของจำาเป็ นแก่กิจประจำาวันของท่านเป็ นพิเศษในเข้าพรรษา นับเป็ นเหตุให้มีประเพณี ทาำ บุญเนื่องในวันนี้ สืบมา... อย่าง ไรก็ตาม แม้การเข้าพรรษาจะเป็ นเรื่ องของพระภิกษุ แต่พุทธศาสนิกชนก็ถือเป็ น โอกาสดีที่จะได้ทาำ บุญรักษาศีล และชำาระจิตใจให้ผอ่ งใส ก่อนวันเข้าพรรษาชาวบ้านก็จะไปช่วย พระทำาความสะอาดเสนาสนะ ซ่อมแซมกุฏิวิหารและอื่น ๆ พอถึงวันเข้าพรรษาก็จะไปร่ วมทำาบุญ ตักบาตร ถวายเครื่ องสักการะบูชา ดอกไม้ ธูปเทียน และเครื่ องใช้ เช่น สบู่ ยาสี ฟัน เป็ นต้น พร้อมฟังเทศน์ ฟังธรรม และรักษาอุโบสถศีลกันที่วดั บาง คนอาจตั้งใจงดเว้ นอบายมุขต่ าง ๆ


เป็ นกรณีพเิ ศษ เช่ น งดเสพสุ รา งดฆ่ าสั ตว์ เป็ นต้ น อนึ่ง บิดามารดามักจะจัดพิธีอุปสมบทให้ บุตร หลานของตน โดยถือกันว่ าการเข้ าบวชเรียนและอยู่จาำ พรรษาในระหว่ างนีจ้ ะได้ รับอานิสงส์ อย่ าง สู ง

วันเข้าพรรษา นอกจากนี้ ยังมีประเพณี สาำ คัญที่ขาดไม่ได้เลย คือ "ประเพณีหล่ อเทียนเข้ าพรรษา" ประเพณี ที่กระทำากันเมื่อใกล้ถึงฤดูเข้าพรรษา ซึ่งมีมาตั้งแต่โบราณกาล การหล่อเทียนเข้าพรรษานี้ มีอยูเ่ ป็ นประจำาทุกปี เพราะในระยะเข้าพรรษา พระภิกษุจะต้องมีการสวดมนต์ทาำ วัตรทุกเช้า – เย็น และในการนี้ จะต้องมีธูป - เทียนจุดบูชาด้วย พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จึงพร้อมใจกันหล่อ เทียนเข้าพรรษาสำาหรับให้พระภิกษุจุดเป็ นการกุศลทานอย่าง หนึ่ง เพราะเชื่อกันว่าในการให้ทาน


ด้วยแสงสว่าง จะมีอานิสงฆ์เพิ่มพูนปัญญาหูตาสว่างไสว ตามชนบทนั้น การหล่อเทียนเข้าพรรษา ทำากันอย่างเอิกเกริ กสนุกสนานมาก เมื่อหล่อเสร็ จแล้ ก็จะมีการแห่แหน รอบพระอุโบสถ 3 รอบ แล้วนำาไปบูชาพระตลอดระยะเวลา 3 เดือน บางแห่งก็มีการประกวดการตกแต่ง มีการแห่แหน รอบเมืองด้วยริ้ วขบวนที่สวยงาม โดยถือว่าเป็ นงานประจำาปี เลยทีเดียว ทั้งนี้ ในปี 2555 นี้ "วันเข้ าพรรษา" จะตรงกับวันศุกร์ ที่ 3 สิ งหาคม พ.ศ.2555

วันเข้าพรรษา



วันเข้าพรรษา