Page 1

ปัจจุบนั มีสิ่งมีชีวิตที่ได้รับการจำาแนกชนิดประมาณ 2 ล้านชนิด โดยจำาแนกออกเป็ น อาณาจักร (Kingdom) ต่าง ๆกันถึง 5 อาณาจักร ซึ่งเป็ นระบบที่นิยมกันมากที่สุดในปัจจุบนั การจำาแนกชนิดของสิ่ งมีชีวิตนั้นอาศัยลักษณะสำาคัญที่เป็ นลักษณะเฉพาะของสิ่ งมีชีวิตแต่ละกลุ่ม โดยการแบ่งตามลำาดับชั้นจากกลุ่มใหญ่ที่สุดลงไปถึงชนิดดังนี้ อาณาจักร (Kingdom) ไฟลัม (Phylum) ของสัตว์ หรื อดิวิชนั (Division) ของพืช ชั้น (Class) อันดับ (Order) วงศ์ (Family) สกุล (Genus) ชนิด (Species)


การจำาแนกอาณาจักรสิ่ งมีชีวติ ออกเป็ น 5 อาณาจักรดังนี้ 1. อาณาจักรมอเนอรา (Kingdom Monera) 2. อาณาจักรเห็ดรา (Kingdom Fungi) 3. อาณาจักรโพรทิสตา (Kingdom Protista) 4.

อาณาจักรพืช (Kingdom Plantae)

5. อาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia) อาณาจักรมอเนอรา (Kingdom Monera) มอเนอราเป็ นสิ่ งมีชีวิตจำาพวกเซลล์เดียวที่ไม่มีนิวเคลียส หรื อไม่มีเยือ่ หุม้ นิวเคลียส เรี ยกสิ่ งมีชีวิต ำ น หรื อไซ พวกนี้รวมๆ ว่า โพรแคริ โอต (Prokaryote) ได้แก่ แบคทีเรี ย และสาหร่ ายสี เขียวแกมน้าเงิ อาโนแบคทีเรี ย (cyanobacteria) อาณาจักรเห็ดรา (Kingdom Fungi) เห็ดราเป็ นสิ่ งชีวิตที่เซลล์มีนิวเคลียสหรื อมีเยือ่ หุม้ นิวเคลียสเรี ยกว่า ยูแคริ โอต (eukaryote) อาจเป็ นสิ่ งมีชีวิตที่เซลล์เดียวหรื อหลายเซลล์ ไม่มีคลอโรฟิ ลล์ สังเคราะห์อาหารเองไม่ได้ กิน ำ อยแล้วปล่อยออกมาย่อยสารอินทรี ยจ์ นเป็ นโมเลกุลเล็กและดูดเข้าเซลล์ อาหารโดยสร้างน้าย่ (saprophyte) ได้แก่ เห็ดและราชนิดต่างๆ อาณาจักรโพรทิสตา (Kingdom Protista) โพรทิสตาเป็ นสิ่ งมีชีวิตที่มีเซลล์ชนิดยูแคริ โอต มีท้ งั ชนิดเซลล์เดียวและหลายเซลล์ ได้แก่ สัตว์เซลล์เดียว (protozoa) สาหร่ ายต่างๆได้แก่ สาหร่ ายสี เขียว สาหร่ ายสี นาตาล ้ ำ สาหร่ ายสี แดง สาหร่ ายสี ทอง เช่น ไดอะตอม อาณาจักรพืช (Kingdom Plantae)


พืชเป็ นสิ่ งมีชีวิตหลายเซลล์ เซลล์เป็ นชนิดยูแคริ โอต มีสารสี เพื่อการสังเคราะห์ดว้ ยแสง เรี ยกว่าคลอโรฟิ ลล์ ซึ่งมีหลายชนิด มีผนังเซลล์เป็ นสาร เซลลูโลส สื บพันธุ์ท้ งั แบบอาศัยเพศและไม่ อาศัยเพศ มีวฏั จักรชีวิตแบบสลับ (alternation of generation) การจำาแนกเป็ นไฟลัมหรื อดิวิชนั ใช้ ลักษณะวัฏจักรชีวิตแบบสลัลที่มีระยะแกมีโทไฟต์ (gemetophyte) และสปอโรไฟต์ (sporophyte) การมีท่อลำาเลียงอาหารและน้าำ มีรากและใบ และมีดอก (fower) หรื อไม่มีดอก แบ่งออกเป็ นดิวิชนั ดังนี้ 1.

ดิวชิ นั ไบรโอไฟตา (Division Bryophyta) เป็ นพืชขนาดเล็ก ไม่มีระบบท่อลำาเลียง มี ระยะแกมีโทไฟต์เจริ ญเป็ นอิสระนานกว่าระยะสปอโรไฟต์ ได้แก่ มอสส์ (moss) ลิเวอร์ เวิร์ต (liverwort) และฮอร์นเวิร์ต (hornwort)

2.

ดิวชิ นั ไซโลไฟตา (Division Psilophyta) พืชมีลาำ ต้นยาวเรี ยว เริ่ มมีท่อลำาเลียง ไม่มีใบ และรากที่แท้จริ ง ได้แก่สกุล Psilotum หรื อหวายทะนอย

3.

ดิวชิ นั ไลโคไฟตา (Divison Lycophyta) พืชโบราณ มีใบและรากที่แท้จริ ง มีท่อ ลำาเลียง ได้แก่ สกุล Selagilnella หรื อตีนตุก๊ แก สกุล Lycopediun หรื อหญ้ารังไก่ สาม ร้อยยอด

4.

ดิวชิ นั สฟี โนไฟตา (Division Sphenophyta) ลำาต้นมีลกั ษณะเป็ นข้อ ๆ มีรากและใบ ที่แท้จริ ง มีท่อลำาเลียงที่แท้จริ ง ได้แก่สกุล Equisetum หรื อหญ้าถอดปล้อง สนหางม้า

5.

ดิวชิ นั เทอโรไฟตา (Division Pterophyta) เป็ นพืช เริ่ มมีท่อลำาเลียงพัฒนาดีข้ ึน ไม่มี ดอก ได้แก่เฟิ ร์น ผักแว่น จอกหูหนู แหนแดง ชายผ้าสี ดา

6.

ดิวชิ นั ไพโนไฟตา (Division Pinophyta) เป็ นพืชยืนต้น มีเนื้อไม้ มีท่อลำาเลียงที่พฒั นา ดีข้ ึน มีรากและใบ มีเมล็ด แต่เมล็ดไม่มีส่วนหุม้ เมล็ด (คือ เปลือย [ghymnosperm]) แบ่ง เป็ นสามซับดิวิชนั (subdivision) คือ 6.1 ซับดิวิชนั Cycadicae คือพืชพวกปรง (Cycas)


6.2 ซับดิวิชนั Pinicae ได้แก่ แป๊ ะก้วย สกุล Ginkgo และพืชพวกสน เช่น สนสอง ใบ (Pinus merkusii) สนสามใบ (Pinus Kesiya) ไซเพรสส์ (Cypress) เรดวูด (redwood) 6.3 ซับดิวิชนั Gneticae ส่ วนใหญ่เป็ นไม้เลื้อยขนาดใหญ่ เช่น มะเมื่อย สกุล Gnetum และพืชในทะเลทรายแอฟริ กา สกุล Welwitschia 7.

ดิวชิ นั แมกโนลิโอไฟตา (Division Magnoliophyta) คือพืชไม้ดอกที่มีท่อลำาเลียง มีใบ และราก มีเมล็ดที่มีรังไข่ห่อหุม้ แบ่งเป็ นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว (monocots) และพืชใบเลี้ยงคู่ (dicots) หรื อแบ่งเป็ นสองชั้นคือ 7.1 ชั้นแม็กโนลิออปซิดา (Class Magnoliopsida [dicots]) เช่น มะลิ 7.2 ชั้นลิลิออปซิดา (Class liliopsida [monocots]) เช่น ข้าว กล้วย หญ้า


อาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia) สิ่ งมีชีวิตหลายเซลล์ ประกอบด้วยเซลล์ชนิดยูแคริ โอต การจำาแนกเป็ นไฟลัมต่างๆใช้ ลักษณะสำาคัญคือ จำานวนชั้นของเนื้ อเยือ่ ช่องภายในตัว ปล้องขา ลำาตัว ชนิดของท่อทางเดินอาหาร สมมาตร (symmetry) ของลำาตัว ชนิดของระบบไหลเวียน และการพัฒนาของระบบอื่นๆ แบ่งออก ำ เป็ นสอง ซับคิงดอม (Subkingdom) คือ ซับคิงดอมพาราซัว (Parazoa) ได้แก่ฟองน้าและซั บคิงดอม เมทาซัว (Metazoa) ได้แก่สตั ว์อื่นๆที่เหลือ ซึ่งแบ่งย่อยเป็ นไฟลัมต่างๆมากถึง 30 ไฟลัมในปัจจุบนั แต่ที่สาำ คัญมี 10 ไฟลัมคือ 1.

ไฟลัมพอริ เฟอรา (Phylum Porifera) เป็ นสัตว์หลายเซลล์ ไม่มีสมมาตร ลำาตัวเป็ นรู ำ าและช่องน้าออก ำ พรุ น มีช่องน้าเข้ มีโครงร่ างแข็งหรื อเป็ นเส้นใยโปรตีน เช่น ฟองน้าำ ำ าจื ำ ด สกุล Spongilla ฟองน้าถู ำ ตวั สกุล Spongia แก้ว สกุล Euplectella ฟองน้าน้

2.

ไฟลัมซีเลนเทอราตา (Phylun Coelenterata) เป็ นสัตว์ที่มีเนื้ อเยือ่ สองชั้น มีสมมาตร แบบรัศมี(radial symmetry) มีท่อทางเดินอาหาร แต่ไม่มีช่องตัว มีเซลล์ไนโดไซต์ (cnidocyte) สร้างเข็มพิษ (nematocyst) แบ่งเป็ นสามชั้น 2.1 ชั้นไฮโดรชัว (Hydrozoa) ได้แก่ ไฮดรา (Hydra) แมงกะพรุ นไฟ (Physalia) 2.2 ชั้นไซโฟซัว (Scyphozoa) ได้แก่ แมงกะพรุ นหนัง (Aurelia) แมงกะพรุ นไฟ (Chironex) 2.3 ชั้นแอนโทซัว (Anthozoa) ได้แก่ ปะการัง (coral) ปะการังเขากวาง (Acrepora) กัลปังหา (sea fan)

3.

ไฟลัมแพลทิเฮลมินทีส (Phylum Platyhelminthes) ได้แก่ หนอนตัวแบน มีเนื้อเยือ่ สามชั้น ไม่มีช่องตัว มีสมมาตรแบบด้านข้าง (bilateralsymmetry) มีระบบย่อยอาหาร (บางชนิดไม่มี) แบ่งเป็ นสามชั้น 3.1 ชั้นเทอร์เบลลาเรี ย (Turbellaria) ได้แก่ พลานาเรี ย (Dugesia)


3.2 ชั้นทรี มาโทดา (Trematoda) ได้แก่ พยาธิใบไม้ (fluke) เช่น พยาธิใบไม้ในตับ (Opisthorchis viverrini) 3.3 ชั้นเซสโทดา (Cestoda) ได้แก่ พยาธิตวั ตืด (tape worm) เช่น พยาธิตวั ตืดหมู (Taenia solium) 4.

ไฟลัมเนมาโทดา (Nematoda) ได้แก่ หนอนตัวกลม มีเนื้อเยือ่ สามชั้นมีสมมาตรแบบ ด้านข้าง มีช่องตัวเทียม (pseudocoet) เช่น พยาธิไส้เดือน (Ascaris lumbricoides) โรคเท้า ช้าง (Brugia malayi)

5.

ไฟลัมแอนเนลิดา (Phylum Annelida) หนอนปล้อง ลำาตัวแบ่งเป็ นปล้องชัดเจน มี เนื้อเยือ่ สามชั้นมีสมมาตรแบบด้านข้าง มีช่องตัวที่แท้จริ ง (coelom) มีระบบไหลเวียน และระบบประสาท แบ่งเป็ นสามชั้น 5.1 ชั้นโพลีคีตา (Polychaeta) ได้แก่ แม่เพรี ยง (Nereis) หนอนฉัตร (trbe worm) 5.2 ชั้นโอลิโกคีตา (Oligochaeta) ได้แก่ ไส้เดือนดิน (Pheretima) 5.3 ชั้นไฮรู ดิเนีย (Hirudinea) ได้แก่ ปลิง (leech) ทากดูดเลือด (landleech)

6.

ไฟลัมมอลลัสกา (Phylum Mollusca) ลำาตัวนิ่มมักมีเปลือกหุม้ เนื้ อเยือ่ สามชั้น มี สมมาตรด้านข้างมีช่องตัวลดรู ปจนมีขนาดเล็ก มีระบบไหลเวียนและระบบประสาท แบ่งเป็ นห้าชั้น 6.1 ชั้นแอมฟิ นิวรา (Amphimeura) ได้แก่ ลิ่นทะเล (chiton) 6.2 ชั้นแกสโทรโพดา (Gastropoda) ได้แก่ หอยกาบเดี่ยว (snail) หอยทาก (slug) ทากทะเล (nudibranch) 6.3 ชั้นแพลีไซโพดา (Pelecypoda) ได้แก่ หอยกาบคู่ (bivalves) เช่นหอยแมลงภู่ (Mytilus biridis)


6.4 ชั้นสแคโฟโพดา (Scaphoposa)ได้แก่ หอยงาช้าง (tusk shell) 6.5 ชั้นเซฟาโลโพดา (Cephalopoda) ได้แก่ ปลาหมึกสาย หรื อปลาหมึกยักษ์ (Octopus) ปลาหมึกกล้วย (Loligo) หอยงวงช้าง (nautilus) 7. ไฟลัมอาร์โทรโพดา (Phylum Arthropoda) สัตว์ที่มีลาำ ตัวแบ่งเป็ นปล้องมีโครงร่ าง ภายนอกหรื อเปลือกปกคลุม ขาต่อเป็ นข้อๆ สมมาตรแบบด้านข้างมีระบบไหลเวียนและ ระบบประสาท แบ่งเป็ นสองซับไฟลัม คือ เคลิเซอราตา (Chelicerata) ได้แก่ แมงดาทะเล และแมงมุม และซับไฟลัมแมนดิบูลาตา (Mandibulata) เช่น กุง้ ปู ตะขาบ กิ้งกือ แบ่งเป็ นชั้น ดังนี้ 7.1 ไซโฟซูริดา (Xiphosurida) ได้แก่ แมงดาจาน (Tachypleus gigas) 7.2 อะแร็ กนิดา (Arachnida) ได้แก่ แมงมุม แมงป่ อง 7.3 ครัสเตเชีย (Crustacea) ได้แก่ กุง้ กั้ง ปู เพรี ยงหิ น 7.4 ไคโลโพดา (Chilopida) ได้แก่ ตะขาบ 7.5 ไดโพลโพดา (Diplopoda)ได้แก่ กิ้งกือ 7.6 อินเซกตา (Insecta) ได้แก่ แมลงต่างๆ 8. ไฟลัมอีคิโนเดอร์มาตา (Phylum Echinodermata) เป็ นสัตว์ทะเลทั้งหมด ผิวหนังมีหนาม ำ ในการเคลื่อนที่ มีระบบ ตัวอ่อนมีสมมาตรด้านข้าง ตัวเต็มวัยมีสมมาตรรัศมีมีระบบน้าใช้ ไหลเวียน ระบบประสาท และระบบท่อทางเดินอาหาร จำาแนกเป็ นห้าชั้น 8.1 ชั้นแอสเทอรอยเดีย (Asteroidea) ได้แก่ ปลาดาว หรื อดาวทะเล (star fish) 8.2 ชั้นโอฟิ ยูรอยเดีย (Ophiuroidea) เช่น ดาวเปราะ (brittle star) 8.3 ชั้นอีคิยรู อยเดีย (Echiuroidea) เช่น เม่นทะเล (sea urchin) เหรี ยญทราย (sand dollar)


8.4 ชั้นโฮโลทูรอยเดีย (Holothuroidea) เช่น ปลิงทะเล (sea cucumber) 8.5 ไคนอยเดีย (Crinoidea) เช่น ดาวขนนก (feather star) พลับพลึงทะเล (sea lilly) 9. ไฟลัมคอร์ดาตา (Phylum Chordata) สัตว์มีกระดูกสันหลัง มีสมมาตรด้านข้าง มีช่อง ตัวอย่างแท้จริ ง มีระบบต่างๆพัฒนาสูงสุ ด จำาแนกเป็ นสามซับไฟลัมคือ 9.1 ซับไฟลัมยูโรคอร์ดาตา (Subphhylum Urochordata) ได้แก่ เพรี ยงหัวหอม (tunicate) 9.2 ซับไฟลัมเซฟาโลคอร์ดาตา (Subphylum Cephalochordata)ได้แก่แอมฟิ ออกซัส(Amphioxus) 9.3 ซับไฟลัมเวอร์ทีบราตา (Vertebrata) ได้แก่ สัตว์มีกระดูกสันหลังทั้งหมด จำาแนกเป็ นชั้นดังนี้ 9.3.1 ชั้นแอ็กนาทา (Agnatha) ได้แก่ ปลาปากกลม (cyclostome) 9.3.2 ชั้นคอนดริ กไทอีส (Chomdrichthyes) ได้แก่ ปลากระดูกอ่อน เช่น ปลาฉลาม ปลาฉนาก ปลากระเบน 9.3.3 ชั้นออสทีอิกไทอีส (Osteichthyes) ได้แก่ ปลากระดูกแข็ง เช่น ปลากะพง ปลาช่อน ปลา หมอเทศ ำ 9.3.4 ชั้นแอมฟิ เบีย (Amphibia) สัตว์สะเทินน้าสะเทิ นบก ได้แก่ กบ คางคก เขียด แซลาแมนเดอร์ 9.3.5 ชั้นแรปทิเลีย (Reptilia) สัตว์เลื้อยคลาน ได้แก่ เต่า ตะพาบน้าำ แย้ ตะกวด จิ้งจก จิ้งเหลน จระเข้ 9.3.6 ชั้นเอวีส (Aves) ได้แก่ นกชนิดต่างๆ เป็ ด ไก่ 9.3.7 ชั้นแมมมาเลีย (Mammalia) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ได้แก่ แพลทิปัสปากเป็ ด(duck-billed platypus) สัตว์มีถุงหน้าท้อง (marsupials) เช่น จิงโจ้ โอพอส ซัม แทสมาเนียนเดวิล สัตว์มีรก (placenta) เช่น กระรอก กระต่าย วัว ควาย ช้าง แรด ลิง คน


การจำาแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ หรื อ การจำาแนกชั้นทางชีววิทยา หมายถึงการจัดกลุ่มและหมวดหมู่ สปี ชีส์ของสิ่ งมีชีวิต ทั้งที่มีอยูใ่ นปัจจุบนั และที่สูญพันธุ์ไปแล้ว การจำาแนกในยุคปัจจุบนั อาศัย รากฐานจากระบบการจำาแนกของ คาโรลัส ลินเนียส นักพฤกษศาสตร์ผจู ้ ดั กลุ่มสปี ชีส์ต่าง ๆ โดยดู จากลักษณะเฉพาะทางกายภาพ การจัดกลุ่มแบบนี้ ได้มีการปรับปรุ งอยูเ่ สมอเพื่อให้สอดคล้องกับ หลักดาร์วิน ส่ วนมากเป็ นผลมาจากการศึกษาอนุกรมวิธานระดับโมเลกุลด้วยการวิเคราะห์จีโนม ใน การแบ่งอย่างกว้างๆจะแบ่งได้ 2 ระดับ คือ ลำาดับขั้นสูง และ ลำาดับขั้นต่าำ ลำาดับขั้นสู ง ลำาดับขั้นสู ง (อังกฤษ:Major Taxa) หมายถึง ลำาดับขั้นที่พิจารณาได้จากลักษณะของสิ่ งมีชีวิตโดย สังเขป สิ่ งมีชีวิตที่อยูใ่ นลำาดับขั้นสูงเดียวกัน มีลกั ษณะบางอย่างคล้ายคลึงกันหรื อมีลกั ษณะร่ วมกัน อย่างกว้างขวาง ลำาดับดับขั้นสูงที่เล็กลงมาแสดงความคล้ายคลึงกัน หรื อมีลกั ษณะร่ วมกันแคบลงมา ตามลำาดับ ลำาดับขั้นสูงทั้งหมดสามารถจัดเรี ยงลำาดับ จากลำาดับขั้นที่สูงที่สุดลงมาได้ ดังนี้ โดเมน โดเมน (อังกฤษ:Domain) เป็ นระดับหรื อหมู่ที่ใหญ่ที่สุดของสิ่ งมีชีวิต ใช้ในการการจัดหมวดหมู่ส่ิ ง มีชีวิตในโลก โดยปัจจุบนั แบ่งออกเป็ น 3 โดเมนคือ โดเมนยูแคริ โอต โดเมนอาร์เคีย และโดเมน โพรคาริ โอต อาณาจักร อาณาจักร (อังกฤษ:Kingdom ละติน:Regnum) เป็ นระดับหลักในปัจจุบนั ใช้ในการแบ่งสิ่ งมีชีวิตใน แต่ละโดเมนออกจากกัน ตามลักษณะทางกายภาพพื้นฐานอันสังเกตได้ แรกเริ่ มเดิมที ในปี ค.ศ. 1735 คาโรลัส ลินเนียส ได้แบ่งสิ่ งมีชีวิตออกเป็ น 3 พวก คืออาณาจักรพืช อาณาจักรสัตว์ และส่ วน


ที่เหลือซึ่งไม่ได้จดั อันดับ ต่อมานักวิทยาศาสตร์รุ่นหลังได้ศึกษาวิจยั และแบ่งจำาแนกสัง่ มีชีวิตอย่าง ละเอียดขึ้น จนในปัจจุบนั แบ่งออกเป็ น 10 อาณาจักร อันได้แก่ อาณาจักรพืช อาณาจักรสัตว์ อาณาจักรฟังไจ อาณาจักรโพรทิสตา อาณาจักรโครมาลวีโอลาตา อาณาจักรเอกซ์คาวาตา อาณาจักร ไรซาเรี ย อาณาจักรอะมีโบซัว อาณาจักรอาร์คีแบคทีเรี ย และอาณาจักรยูแบคทีเรี ย ตอน/ ไฟลัม/ ส่ วน ตอน หรื อ ไฟลัม (อังกฤษ:Phylum) หรื อ ส่ วน (อังกฤษ:Division) เป็ นลำาดับขั้นสูงที่รองลงมาจาก อาณาจักร ใช้แบ่งส่ วนย่อยของอาณาจักร ไฟลัมถือเป็ นคำาฐาน แต่ในวงแคบเราจะใช้คาำ ว่า ส่ วน ใน การจำาแนกพืช และฟังไจ ไฟลัมที่สาำ คัญๆ ได้แก่ ไฟลัมสัตว์ขาปล้อง หรื ออาร์โธรพอด (Arthropoda) ไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง (Chordata) ส่ วนพืชดอก (Magnoliophyta) สำาหรับสิ่ งมีชีวิตชั้นสูงบางพวก เช่นพืช และสัตว์ บางพวก มีความซับซ้อนในการแบ่งย่อยในระดับ ไฟลัม ก็จะจัดอันดับไฟลัมใกล้เคียงกัน ขึ้นเป็ นไฟลัมใหญ่ และไฟลัมใหญ่ที่มีลกั ษณะใกล้เคียงกัน จะจัดอันดับรวมกันเป็ นอาณาจักรย่อย ในทางเดียวกัน ไฟลัมที่มีสมาชิกในไฟลัมมาก จะจัดกลุ่ม สมาชิกรวมกันเป็ นไฟลัมย่อย และไฟลัมย่อยที่มีสมาชิกมาก ก็จดั กลุ่มรวมกันเป็ นไฟลัมฐาน ตาม ลำาดับ การตั้งชื่อไฟลัมนั้นหากเป็ นไฟลัม (ส่ วน) ของพืชหรื อโครมาลวีโอลาตา จะลงปัจจัย (suffix) ว่า -phyta ส่ วนฟังไจจะลงปัจจัย -mycota เช่น Magnoliophyta (พืชดอก) ส่ วนอาณาจักรสัตว์ ไม่พบว่า มีการลงปัจจัยเป็ นพิเศษ แต่มกั ลงท้ายด้วย -a เช่น Arthropoda ในไฟลัมย่อยก็มีการลงปัจจัยเช่นกัน แต่จะเปลี่ยนเป็ น ลงปัจจัย -phytina ในพืชและโครมาลวีโอลาตา และลงปัจจัย -mycotina ในฟังไจ ชั้น ชั้น (อังกฤษ:Class) ใช้แบ่งส่ วนย่อยของไฟลัมหรื อไฟลัมย่อยออกเป็ นกลุ่มย่อยลงมา ซึ่งสามารถ เห็นเป็ นรู ปธรรมชัดเจนขึ้น แต่ยงั ถือเป็ นมุมกว้างๆ เช่น ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (Mammalia) ชั้นนก ำ (Aves) ชั้นแมลง (Insecta) ชั้นสัตว์สะเทินน้าสะเทิ นบก (Amphibians) ชั้นปลากระดูกอ่อน (Chondrichthyes) ชื่อของชั้นใช้ภาษาละติน และในพืชจะลงปัจจัยด้วย -opsida เช่น ชั้นพืชใบเลี้ยงคู่


(Magnoliopsida) และ ชั้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว (Liliopsida) ส่ วนในโครมาลวีโอลาตาลงปัจจัยว่า -phyceae เช่น ขณะที่ฟังไจลงปัจจัยด้วย -mycetes เช่น Agaricomycetes เป็ นชั้นเห็ดชั้นหนึ่ง และ แบคทีเรี ยลงปัจจัย -ia ส่ วนในสัตว์ไม่พบการลงปัจจัยเป็ นหลักมาตรฐาน ตระกูล/ อันดับ ตระกูล หรื อ อันดับ (อังกฤษ:Order) ใช้แบ่งชั้นหรื อชั้นย่อยออกเป็ นกลุ่มย่อยลงมา รู ปธรรมจะ ชัดเจนและแบ่งแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้นกว่าระดับชั้น เช่นชั้นนก อาจจะแบ่งออกได้เป็ น อันดับนก เกาะคอน (Passeriformes) อันดับไก่ (Galliformes) และอีกหลายๆอันดับ ในทางเดียวกัน ชั้นพืชใบ เลี้ยงคู่ ก็อาจแบ่งย่อยลงได้เป็ น แอสทีราเลส[2] หรื ออันดับแอสเตอร์ (Asterales) ไมยร์ทาเลส[2] หรื อ อันดับหว้า[3] (Myrtales) แซพินเดลิส หรื ออันดับเงาะ[3] (Sapindales) เป็ นต้น การตั้งชื่ออันดับจะ นิยมลงปัจจัยด้วย -ales ดังตัวอย่างข้างต้น วงศ์ วงศ์ (อังกฤษ:Family) เป็ นลำาดับขั้นสูงที่เล็กที่สุด มีการแบ่งเฉพาะเจาะจงในรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น ชื่อของวงศ์ใช้ภาษาละตินมักลงปัจจัยด้วย -aceae ในพืช โครมาลวีโอลาตา ฟังไจ และแบคทีเรี ย ส่ วนในอาณาจักรสัตว์จะลงปัจจัย -idae สิ่ งมีชีวิตในแต่ละวงศ์ประกอบด้วยสมาชิกที่มีลกั ษณะ คล้ายคลึงกัน นัน่ คือ สิ่ งมีชีวิตในสกุลต่างกัน แต่อยูใ่ นวงศ์เดียวกันจะมีส่วนที่ใกล้เคียงกัน มักเป็ น ลักษณะตามระบบธรรมชาติที่แสดงความเกี่ยวพันทางวิวฒั นาการ แต่บางวงศ์เป็ นลักษณะตาม ระบบเสริ มธรรมชาติ เพียงอาศัยความ สะดวกในการจัดเท่านั้น ในพืชชั้นสูงอาศัยลักษณะที่ใช้ในการจัดวงศ์ จากลักษณะโครงสร้างทางลำาต้น และทางการสื บพันธุ์ ที่สามารถถ่ายทอดได้ ได้แก่ นิสยั การเจริ ญเติบโต การเรี ยงใบ การเกิดเพศดอก บนต้น ชนิดช่อดอก สมมาตรดอก จำานวนกลุ่มของเกสรตัวผู ้ จำานวนและการเชื่อมติดกันของเกสรตัวเมีย ตำาแหน่งรังไข่ ตำาแหน่งไข่อ่อน ชนิดรก ชนิดผลไม้ และคัพภะวิทยา พืชบางตระกูลมีลกั ษณะบางประการที่บ่งชี้ ชดั เจน เช่น วงศ์ทานตะวัน (Compositae) มีช่อดอกแบบ ช่อกระจุกแน่น (head/ capitulum) ส่ วนในวงศ์ผกั ชี (Umbelliferae) มีช่อดอกแบบช่อซี่ร่ม (umbel)


และผลแยกแล้วแตก (schizocarp) และ วงศ์ก่วม (Aceraceae) มีผลแยกแล้วแตกและมีปีก (winged schizocarp) แต่ในวงศ์กหุ ลาบ (Rosaceae) มีผลแตกต่างไปตามวงศ์ยอ่ ย สิ่ งมีชีวิตแต่ละตระกูลอาจมีสมาชิกมากน้อยเพียงใดก็ได้ เช่น วงศ์ทานตะวัน และวงศ์กล้วยไม้ เป็ น วงศ์ใหญ่ที่สุดวงศ์หนึ่งของอาณาจักรพืช มีสมาชิกประมาณ 22,000 ชนิด ส่ วนวงศ์ Leitneriaceae มี สมาชิก 1 สกุล และ 1 ชนิด บางครั้งนำาไปรวมไว้กบั วงศ์มะยมป่ า (Simaroubaceae) และในบางครั้ง ที่สกุลใดๆ มีลกั ษณะอันแตกต่างอย่างเห็นได้ชดั เจนกับวงศ์ที่สงั กัดอยู่ ก็จะมีการแบ่งวงศ์ออกมา ใหม่ เช่น วงศ์นกเขียวก้านตอง และวงศ์นกแว่นตาขาว แยกออกมาจากวงศ์นกเขียวคราม เผ่ า เผ่ า (อังกฤษ:Tribe) เป็ นลำาดับการจำาแนกที่ไม่ใช่ลาำ ดับการจำาแนกหลัก จะนิยมนำามาใช้ในการแบ่ง วงศ์ขนาดใหญ่ โดยจะแบงเป็ นวงศ์ยอ่ ยก่อน และหากวงศ์ยอ่ ยยังมีขนาดใหญ่จึงจะแบ่งออกเป็ นเผ่า ชื่อของเผ่าใช้ภาษาละตินและลงปัจจัย -eae สำาหรับพืช โครมาลวีโอลาตา ฟังไจ และแบคทีเรี ย ส่ วน อาณาจักรสัตว์ ลงปัจจัย -ini เช่น ตระกูลย่อยของส้ม (Aurantioideae) แบ่งออกเป็ น 2 เผ่า คือ Citreae และ Clauseneae ลำาดับขั้นต่ำ า ลำาดับขั้นต่ำ า (อังกฤษ:Minor Taxa) หมายถึง ลำาดับขั้นที่สิ่งมีชีวิตแสดงความคล้ายคลึงกันมากขึ้น หรื อมีลกั ษณะร่ วมกัน แคบลงมากกว่าลำาดับขั้นสูง นับเป็ นลำาดับขั้นที่สาำ คัญมากและใช้สาำ หรับชื่อ ำ ำ ้ งหมด ทัว่ ไปของสิ่ งมีชีวิต นักจัดจำาพวกจะทำางานกับลำาดับขั้นต่ามากกว่ าลำาดับขั้นสูง ลำาดับขั้นต่าทั สามารถจัดเรี ยง ลำาดับจากลำาดับขั้นที่สูงที่สุดลงมาได้ ดังนี้ สกุล ำ ่รองลงมาจากวงศ์ สิ่ งมีชีวิตแต่ละวงศ์ประกอบด้วยสมาชิก สกุล (อังกฤษ:Genus) เป็ นลำาดับขั้นต่าที หนึ่งสกุลหรื อมากกว่า (genera) สิ่ งมีชีวิตหลายชนิดที่อยูใ่ นสกุลเดียวกัน มักมีโครงสร้างทาง ำ กายภาพที่เหมือนกัน 2-3 ลักษณะ การเรี ยกชื่อสิ่ งมีชีวิตในระดับขั้นต่าประกอบด้ วยชื่อ 2 คำา หรื อชื่อ


ทวินาม (binomial nomenclature) ชื่อคำาแรกเป็ นชื่อสกุลและชื่อคำาหลังเป็ นชื่อชนิด เช่น นกเขียว ก้านตองปี กสี ฟ้า (Chloropsis cochinchinensis) เป็ นชนิด (สปี ชีส์) ของสกุลนกเขียวก้านตอง (Chloropsis) ชื่อสกุลใช้ภาษาละติน โดยไม่มีการลงปัจจัยต่อท้าย แต่ตอ้ งขึ้นต้นด้วยอักษรตัวใหญ่และชื่อเป็ น เอกพจน์เสมอ สกุลอาจมีขนาดใหญ่หรื อเล็กก็ได้ บางสกุลมีสมาชิกเพียงชนิดเดียวเรี ยกว่า monotypic genus เช่น Leitneria มีสมาชิกเพียงชนิดเดียว คือ L. floridana ขณะที่ Senecio ในวงศ์ ทานตะวัน มีสมาชิก 2,000-3,000 ชนิด ำ บชื่อสกุลหรื อชื่อในอนุกรมวิธานของอาณาจักรอื่นได้ ชื่อสกุลในอาณาจักรหนึ่งสามารถซ้ากั ตัวอย่างเช่น Aotus เป็ นชื่อสกุลของถัว่ และลิง เป็ นต้น แต่ชื่อสกุลในอาณาจักรหนึ่ง ๆ ต้องห้ามซ้าำ กัน ชั้น ำ อนมาก ชั้น (อังกฤษ:Section) ใช้แบ่งส่ วนย่อยของสกุล เมื่อสิ่ งมีชีวิตเป็ นกลุ่มใหญ่และมีความซ้าซ้ เช่น Lepidoploa, Caninae อนุกรม อนุกรม (อังกฤษ:Series) ใช้แบ่งส่ วนย่อยของสกุล เช่น verae เป็ นลำาดับที่มีความสำาคัญค่อนข้าง น้อย สปี ชีส์ สปี ชีส์ หรื อ ชนิด (อังกฤษ:Species) คือกลุ่มสิ่ งมีชีวิตที่มีลกั ษณะทางกายภาพคล้ายคลึงกันมาก จน แยกออกจากกันได้ยาก สปี ชีส์หรื อชนิด เป็ นหน่วยพื้นฐานของการศึกษาการจัดจำาพวก ลำาดับขั้นนี้ ได้รับการศึกษามากกว่าลำาดับขั้นอื่นใด ชนิด หมายถึง หน่วยตามธรรมชาติที่มีขนาดเล็กที่สุดของ ประชากร สิ่ งมีชีวิตชนิดเดียวกัน ประกอบด้วยกลุ่มของสิ่ งมีชีวิตที่มีลกั ษณะเบื้องต้นคล้ายคลึงกัน


และความคล้ายคลึงกันนี้ แตกต่างไปจากสิ่ งมีชีวิตกลุ่มอื่น และหากมีการเปลี่ยนแปลงถิ่นที่อยูไ่ ปอยู่ ในสิ่ งแวดล้อมใหม่ จะเกิดการพัฒนาในอีกแขนงหนึ่งและกลายเป็ นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นในที่สุด ชนิดพันธุ์หรื อสปี ชีส์ ที่มีลกั ษณะปลีกย่อยต่างกัน มักจะแบ่งออกเป็ นชนิดพันธุ์ยอ่ ย หรื อสปี ชีส์ยอ่ ย (Subspecies) พันธุ์ พันธุ์ (อังกฤษ:Variety (พืช) / Breed (สัตว์)) ใช้กบั ประชากรของสิ่ งมีชีวิตเฉพาะ พืช และสัตว์ ที่ เกิดการแปรผัน อันเนื่องมาจากสภาพภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ หรื อนิเวศวิทยา สิ่ งมีชีวิตมีการปรับตัว ต่อการแปรผันนั้น ซึ่งมีผลทำาให้ลกั ษณะทางพันธุกรรมเปลี่ยนแปลงไป และแสดงออกมาทาง ลักษณะสัณฐานวิทยาและสรี รวิทยาเรี ยกว่า รู ปแบบตามนิเวศ (ecotype) ลำาดับขั้นนี้มี 2 ลักษณะตาม ข้อคิดเห็นที่เป็ น 2 แบบ คือ พันทางวิทยาศาสตร์ เป็ นลำาดับขั้นรองลงมาจากชนิดย่อย (สปี ชีส์ยอ่ ย) ชื่อของพันทางพฤกษศาสตร์ ใช้ ภาษาละติน ใช้ เขียนต่อท้ายชื่อทวินาม และมีคาำ ย่อของคำาว่า พันธุ์ (var.) อยูด่ ว้ ย ทำาให้มีชื่อเป็ น 3 คำา (ชื่อไตรนาม) (trinomial) ใช้แสดงการแปรผันทางสัณฐานวิทยาที่มองเห็นได้ยาก การกระจายตัวทางภูมิศาสตร์ นิเวศวิทยา และนิสยั การเจริ ญเติบโต เช่น ท้อไม่มีขน (Prunus Persica var. nucipersica) ชมพูม่ ะ เหมี่ยว (Eugenia malaccensis var. purpurea) โดยในการเขียนจะใช้ตวั เอียง เพื่อบ่งว่านี้ เป็ นชื่อ พันทางวิทยาศาสตร์ พันธุ์แบบสามัญ เป็ นลำาดับขั้นรองลงมาจากชนิดย่อย (สปี ชีส์ยอ่ ย) เช่นเดียวกันแต่ไม่ ใช้ ภาษาละติน ใช้เขียนต่อท้าย ชื่อทวินาม และมีคาำ ว่า พันธุ์ (var.) เช่นเดียวกัน โดยชื่อสิ่ งมีชีวิตนั้นยังคงเป็ นลักษณะของชื่อทวินาม เหมือนเดิม เช่น ส้มวาเลนเซีย (Citrus sinensis var. Valencia) กรณี ที่เป็ นพันธุ์ผสมตามธรรมชาติก็ ใช้ var. แบบเดียวกัน มะพร้าวสวีลูกผสม 1 (Cocos nucifera var. Swee1) แต่หากเป็ นพันธุ์ผสมแบบ


ปรับปรุ งสายพันธุ์จะใช้ตวั ย่อ cv. (Cultivated Variety) เช่น ข้าวขาวดอกมะลิ 105 (Oryza sativa L. cv. Khao Dowk Mali 105 หรื อ Oryza sativa cv. KDML 105) และการผสมข้ามสายพันธุ์จะใช้คาำ กำากับว่า Hybrid และใช้อญั ประกาศเดี่ยวกำากับชื่อพันธุ์ เช่น บัวศรี วิชยั (Nymphaea Hybrid 'Srivijaya')

biology  

ไบด์น่ารักอิอิ

Advertisement