Page 1

ฉบับที่

54

ปีท่ี 5 ประจำ�เดือนพฤษภาคม 2559

www.mtoday.in.th

ราคา 30 บาท

สหพันธ์ทวั ร์

25 ปีแห่งความส�ำเร็จ

ผลิตภัณฑ์คุณภาพ


อุทยานอาหารนานาชาติ อันดับ 1 ย่านรามค�ำแหง สถานที่กว้างขวาง อาหารหลากชนิด สด ใหม่ ทุกวัน

ภัตตาคารสินธร

บริการทุกระดับ ประทับใจ โทร.02-3777322


สิwww.sinthornsteakhouse.com นธร สเต็กเฮ้าส์ นุ่มทุกค�ำ ฉ�่ำทุกชิ้น

บริการจัดงานเลี้ยง-โต๊ะจีน ทั้งในและนอกสถานที่ด้วยเมนูอาหารไทย จีน ยุโรป มากมายหลายรายการกว่า 100 เมนู ให้ท่านได้เลือกใน ราคาสุดคุ้ม ทั้งในรูปแบบบุฟเฟ่ต์และโต๊ะจีน เหมาะส�ำหรับงานเลี้ยง งานแต่ง งานสัมมนา และในโอกาสพิเศษต่างๆ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-1386192, 021386193, 089-8117455 3331 ถนนรามค�ำแหง ระหว่างซอย 85-87 ใกล้สี่แยกล�ำสาลี แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240


บทบรรณาธิ ก าร

ถือศีลอดอย่างแท้จริง กับโอกาสในการล้างพิษ

องในเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ ขอน�ำบทความของผู้ที่ใช้ชื่อว่า เนื อั่ บดลฆอนี มาเป็นบทบรรณาธิการ เพื่อเป็นประโยชน์ในการ ปฏิบัติในเดือนรอมฎอน

การถือศีลอด การเหนียตของเรา คือ การท�ำเพื่อพระผู้เป็นเจ้า แต่ พระผู้เป็นเจ้าได้มอบสิ่งดีงามกลับคืนมาให้เรามากมายมหาศาล การถื อศี ล อดส่ งผลต่อร่างกายและจิต ใจอย่างหนั ก หน่ ว งรุ น แรง เพราะการอดอาหารตลอดทั้งวันเป็นการเปลี่ยนวิถีชีวิตที่ด�ำเนินตาม ปกติ ไม่เพียงการอดอาหาร แต่เป็นการละเว้นกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นสิ่งไม่ ดีงามเกือบทั้งหมด ผลกระทบต่อจิตใจ การถือศีลอด คือการละเว้น การกล่าวร้ายนินทา การทะเลาะวิวาท การใช้สายตามองสิ่งไม่ดีงามทั้งปวง คิดแต่สิ่งดีงาม พูดแต่สิ่งดีงาม ท�ำแต่ สิง่ ดีงาม สิง่ ทีเ่ ป็นประโยชน์ตอ่ ตนเองและผูอ้ นื่ ปัญหาในชีวติ เกิดขึน้ น้อยลง การบริจาคมากๆ ช่วยขัดเกลาจิตใจให้สะอาด ลดความตระหนี่ถี่ เหนียวลง เอื้อเฟื้อต่อเพื่อนมนุษย์มากขึ้น การปฏิบัติอิบาดะห์มากขึ้น ส่งผลให้จิตใจผูกพันกับพระผู้เป็นเจ้า มีศรัทธาเข้มแข็ง โอกาสที่จะประพฤติปฏิบัติในสิ่งไม่ดีงามจึงมีน้อยลง ทั้ ง หลายทั้ ง ปวงนี้ ส ่ ง ผลให้ จิ ต ใจสงบ สติ ป ั ญ ญาเจริ ญ งอกงาม นับเป็นการขัดเกลาจิตวิญญาณ การล้างพิษให้จิตใจ ล้างสิ่งไม่ดีออกไป สะสมแต่สิ่งดีๆ ลดความอยากลง ให้และแบ่งปันมากขึ้น ผลกระทบต่อร่างกาย การถือศีลอด ในหมู่คนไม่ศรัทธาจะมองว่าเป็นการทรมานร่างกาย ร่างกายจะได้รับผลกระทบจากการไม่มีอาหารเข้าไปหล่อเลี้ยง ร่างกาย จะอ่อนแอลง แต่ตรงกันข้าม การถือศีลอดกลับท�ำให้ร่างกายเข้มแข็ง อันมาจากจิตใจที่เข้มแข็ง ในทางการแพทย์ พิสูจน์ให้เห็นชัดแล้วว่าการอดอาหารนั้นอวัยวะ ภายในได้พักผ่อนจากการท�ำงานหนักมาตลอดเวลา 1 ปี ไม่ว่าจะเป็น กระเพาะอาหาร ตับ ไต ล�ำไส้ และอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อย อาหารทั้งปวง เป็นการขจัดพิษออกจากร่างกาย หรือการดีท็อกซ์ร่างกายนั่นเอง อาจมีคนส่วนมาว่า ก็ฉันถือศีลอดแล้วท�ำไมร่างกายยังเหมือนเดิม นั่นเป็นผลมาจากการบริโภคที่ไม่ถูกต้องหลังการละศีลอด คนส่วนใหญ่ ตอนกลางวันจะรู้สึกหิวอยากกินทุกสิ่งทุกอย่าง ซื้อมา ไว้มากมาย จนกินทั้งวันทั้งคืน ก็ไม่หมดถึงเวลาละศีลอดก็กินทุกอย่าง อย่างมากมาย นั่นเท่ากับว่า อวัยวะที่พักผ่อนมาตลอดวัน ต้องกลับมาท�ำงานหนัก อีกครั้ง และหนักกว่าปกติ อาหารที่เป็นพิษก็เข้าไปสะสมในร่างกาย

ทีป่ รึกษาด้านกฎหมาย : จารึก ประดู่ บรรณาธิการบริหาร : สมพร หลงจิ ผูจ้ ดั การฝ่าย การตลา่ด : รชต ลาติฟี บรรณาธิการข่าวภาคใต้ : มูฮมั หมัด ดือราแม บรรณาธิการ ข่าวภาคเหนือ : ชุมพล ศรีสมบัตร หัวหน้าข่าวสตรี-วาไรตี้ : สามารถ พยั ค ชาติ คอลัมนิสต์ : พล.ต.ต.จรูญ เดชอุดม, เบนซ์ สุดตา, วิทยา วิเศษรัตน์, ชีวิน ฉายาชวลิตา ศิลปกรรม/พิสูจน์อักษร : พัชราพร ไชยรถ ติดต่อโฆษณา : 081-682-0859 ผู้อ�ำนวยการฝ่ายการเงิน : สุปรีข์ยา อามินเซ็น บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา : สมพร หลงจิ เจ้าของ : บริษัท เอ็มทูเดย์ มีเดีย จ�ำกัด 32/108 หมู่บ้านแกรนด์วิลล์ อ่อนนุช 80 แยก 5 ถนนอ่อนนุช แขวง/เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250 โทร.081-682-0859 emai: mtodaythai@gmail.com page : Mtoday facebook : mtodayvariety เว็บไซด์ : www.mtoday.co.th, www.mtodayvariety.com จ�ำนวนพิมพ์ 15,000 เล่ม

เหมือนเดิม เท่ากับการอดอาหารมาตลอดทั้งวัน ไร้ผล การละศีลอดที่ถูกต้อง จึงไม่ควรบริโภคจ�ำนวนมากๆ และบริโภค อาหารที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย ซุนนะฮ์ให้เราละศีลอดด้วย อินผาลัม (หรือผลไม้) หรือน�้ำเปล่า ไปละหมาดแล้ ว กลั บ มารั บ ประทานอาหารหนั ก นั่ น เพราะหากเรา รั บ ประทานอาหารหนั ก เลื อ ดจะมาอยู ่ ที่ ก ระเพาะอาหารเพื่ อ ย่ อ ย อาหาร ท�ำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ เกิดอาการหน้ามืดได้ และการรับประทานอาหารหนักขณะที่ท้องว่างนั้น กระเพาะอาหารและ อวัยวะที่เกี่ยวกับระบบย่อยต้องท�ำงานหนัก ต้องดึงพลังงานไปใช้ในการ ย่อยจนหมด ร่าวกายจึงอ่อนเพลีย จึงต้องวอร์มร่างกาย บริโภคอาหารเบาๆ ก่อน และไม่ควรรับ ประทานมากจนเกินไป เวลาท้องว่าง ไม่ควรดืม่ น�ำ้ เย็น เพราะจะส่งผลกระทบต่อไต ครัง้ 2 ครัง้ หรือตอนวัยหนุ่มสาวร่างกายอาจจะไม่เป็นอะไร แต่จะส่งผลให้ไตเสื่อม ลงๆ ส่งผลต่อสภาวะไตวายได้ในระยะยาว หลังการละหมาดแล้ว อาหารหนักไม่ควรเป็นอาหารที่หนักเกินไป ควรเน้นผลไม้ ที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงของหวาน และอาหารที่มีส่วน ผสมน�้ำตาลทราย เนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก อาหารพวกแป้ง เพราะอาหารพวก แป้งและน�้ำตาล ก่อให้เกิดไขมันที่ร่างกายขจัดได้ยาก ไหนๆ ก็ถอื ศีลอดกันแล้ว 1 เดือนควรถือศีลอย่างจริงจัง เพือ่ อิบาดะห์ ต่อพระองค์ และผลต่อร่างกาย งดอาหารตอนกลางวัน ลดอาหารตอน กลางคืน ท�ำแบบนี้ได้ จะช่วยขจัดพิษในร่างกายได้ ที่ส�ำคัญจะต้องถือศีลอดด้วยจิตใจที่เบิกบาน ยิ้มแย้มแจ่มใส อย่างมี ความสุข ที่ได้ปฏิบัติอิบาดะห์ต่ออัลเลาะฮ์ และไม่ควรใช้การถือศีลอด เป็นข้ออ้างให้เกิดความสงสาร เพื่อให้การท�ำกิจกรรมในชีวิตประจ�ำวัน อาทิ ท�ำงานน้อยลง แบบนี้ จะเป็นการถือศีลอดอย่างแท้จริง ด้วยจิตคารวะ สมพร หลงจิ


Lanna Movement

โดย...ชุมพล ศรีสมบัติ บรรณาธิการข่าวภาคเหนือ

อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยมี พล.ต.ท.พรหมธร ภาคอัต ผบ.การศึกษา สนง.ต�ำรวจแห่งชาติ กล่าวถึง วัตถุประสงค์ ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรี กระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธานจัดงาน ผูแ้ ทน 3 ศาสนา กล่าวถึงความส�ำคัญในการปฏิบตั ติ น โดยมีศาสนาพุทธ พระพรหมสิทธิ ศาสนาอิสลาม นายสุธรรม บุญมาเลิศ ผูแ้ ทนจุฬาราชมนตรี และศาสนาคริสต์ มุขนายกชูศกั ดิ์ิ สิ ริ สุ ท ธิ มุ ข ยนายกสั ง ฆฆลฑลจั ง หวั ด นครราชสี ม า วัตถุประสงค์การจัดอบรมครั้งนี้ เพื่อให้ความรู้ความ • ศูนย์คุณธรรมร่วมกับต�ำรวจอบรมแกนน�ำ เข้าใจและมีทศั นคติทดี่ ตี ามหลักการศาสนาและวิถีชีวิต ศาสนิกสัมพันธ์ ของศาสนาอื่น เข้าถึงหลักการด�ำเนินชีวิต เข้าใจการ ศูนย์คุณธรรม (องค์กรมหาชน) ร่วมกองบัญชา อยู ่ ร ่ ว มกั น อย่ า งสั น ติ และสามารถน� ำวิธีคิดปฏิบัติ การศึกษา ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ จัดอบรมแกนน�ำ น�ำไปใช้ในการปฏบัติงานได้จริง น�ำหลักสูตรที่อบรม ศาสนิ ก สั ม พั น ธ์ ส� ำ หรั บ หลั ก สู ต รว่ า ด้ ว ยการอบรม สามารถถ่ายทอดกับนักเรียนนายสิบได้ ทั้งนี้มีผู้เข้าร่วม คุณธรรม จริยธรรม ให้กับข้าราชการต�ำรวจและผู้น�ำ จ�ำนวน รวมผู้น�ำศาสนา 3 ศาสนาและนายต�ำรวจ ศาสนา ณ กองบังคับการฝึกอบรมต�ำรวจกลาง ต.ศาลายา ชั้นสัญญาบัตร 163 ท่าน

มัสยิดดุน-นุร ช้างเผือก งาน “รอมฎอนทีร่ กั ”

วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม 2559 เวลา 08.30 น. มัสยิดดุน-นูร ช้างเผือก เชียงใหม่ ได้จดั งาน “รอมฎอน ที่รัก ครั้งที่ 2” เพื่อให้ความรู้ในการเตรียมพร้อมก่อน เข้ า สู ่ เ ดื อ นรอมฎอน ให้ กั บ บุ ค คลในชุ ม ชนและ ผู้สนใจทั่วไป เปิดพิธี โดยการเชิญคัมภีร์อัลกุรอ่าน กล่าวต้อนรับ โดยท่านอิหม่ามมุสตอฟา หะซัน อิหม่าม ประจ�ำมัสยิด คุณราตีฟา สิมารักษ เล่าขานงานวิจัย “โครงการปรับเเปลีย่ นพฤติกรรมเสีย่ งกลุม่ โรค NCDs (กลุ่มโรคไม่ติดต่อ เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ ไต ฯลฯ) ตามหลักการอิสลาม” ซึ่งเป็นการขับเคลือน โดยทีมวิจัย มัสยิดดุน-นูร. ช้างเผือก เชียงใหม่ตาม ด้วยเวทีเสวนาเรื่องจะรอมฎอนแล้ว เราจะมากินอยู่ คือ ตามแบบอย่างท่าน รอซูลลุลลอฮ์(ศ๊อลฯ) โดย อ.ซอและห์ แสวงศิริผล รศ.นพ.อนุชาติ มาธนสาราวุฒิ ผศ.ดร.สุชาติ เศรษฐมาลินี ด�ำเนินรายการโดยคุณรัตติฟา สิมารักษ์ ในช่วงบ่าย ไขปัญหาคาใจก่อนเข้าเดือน รอมฎอน โดย อ.มูฮ�ำมัด บินต่วน หัวหน้าดาอีย์ สถาน ฑูตซาอุฯ ภาคเหนือ และท�ำการแทนครูใหญ่ โรงเรียน จิตตภักดีมสั ยิดอัต-ตักวา เสร็จสิน้ กิจกรรมเวลา 14.30 น. แจกฮาดียะห์ (ของขัวญ) ส�ำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมใน คร้้งนี้

• มัสยิดอัต-ตักวาเชียงใหม่จัดโครงการชุมชน ทุกท่านจะช่วยกันดูแล ประคับประคองรักษาสิ่งที่ สัมพันธ์ เกิดขึ้นวันนี้ ส่งต่อไปยังรุ่นต่อไปกิจกรรมภายในงาน วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2559 ระหว่างเวลา 9.00–17.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารดารุต ตักวา มัสยิดอัต-ตักวา อ�ำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายศุภมิตร ฟูอนัตต์ เป็นประธานและกล่าวชี้แจง วัตถุประสงค์ ในการจัดงาน ชุมชนสัมพันธ์ดารุตตักวา ครั้งที่ 1 โดยงานนี้ขอขอบคุณ คณะกรรมการอิสลาม ประจ� ำ มั ส ยิ ด อั ต -ตั ก วา โรงเรี ย นจิ ต ต์ ภัก ดี กองทุ น สวัสดิการชุมชนมุสลิมมัสยิดอัต-ตักวา ชมรมมุสลีมะห์ มั ส ยิ ด อั ต -ตั ก วา ชมรมกี ฬ ามุ ส ลิ ม มั ส ยิ ด อั ต -ตั ก วา โรงเรียนรักษ์สขุ ภาวะมัสยิดอัต-ตักวา และศูนย์กจิ กรรม ภาคเหนือสสม.ที่ได้ร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมผล ประโยชน์สูงสุดสู่ชุมชนอย่างถ้วนหน้า ขอให้พี่น้อง ทุ ก ท่ า นที่ เข้ า มามี ส ่ ว นร่ ว ม ในการขั บ เคลื่ อ นสิ่ ง ดี ๆ ที่เกิดมาพร้อมกับพลังของชุมชน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า

ประกอบด้วย การน�ำเสนอผลงานและมอบรางวัลแก่ ผู ้ ช นะการประกวด ค� ำ ขวั ญ เรี ย งความ ภาพวาด และภาพถ่าย ในหัวข้อชุมชนมุสลิมมัสยิดอัต-ตักวา ในฝัน การแนะน�ำหน่วยงานองค์กรและน�ำเสนอความ ก้าวหน้าในการด�ำเนินงานแก่สมาชิกในชุมชน ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชน ชมรมมุสลิมะห์ ชมรมกีฬา ของมัสยิดอัต-ตักวา โดยมีการรับฟัง แลกเปลี่ยนความ คิดเห็นและข้อเสนอของสมาชิกในชุมชนต่อการพัฒนา ชุมชนมุสลิมมัสยิดอัต-ตักวาในอนาคต กิจกรรมช่วงบ่าย บรรยายเรือ่ ง “การถือศีลอดกับหลักการแพทย์ปจั จุบนั ” โดย รศ.ดร.วีรศักดิ์ นาวารวงค์ การบรรยายเรือ่ ง “อากาศ ร้ อ นๆ แบบนี้ จ ะถื อ ศี ล อดอย่ า งไร” โดย อ.วิ นั ย (ซอและห์ แสวงศิริผล) ร่วมละหมาดอัศรี และมอบ ของฮาดียะฮ์ ให้แก่ผู้ร่วมงาน

• มุสลิมมะฮ์ล�ำพูน เยี่ยมศูนย์ฯ เด็กก�ำพร้า พอเพี ย งเรี ย บง่ า ยเพราะอาจารย์ ไ ม่ มี เ งิ น เดื อ นค่ า ล�ำบากอยู่ในป่าลึก การเดินทางต้องใช้เวลานานเลย แม่เปา เชียงรายถูกพายุถล่ม ตอบแทน ท�ำทุกอย่างด้วยจิตอาสา หวังผลวันอาคีเราะห์ ไม่มีใครมา อาจารย์ว่าอย่างนั้น อาจารย์ผู้ดูแลศูนย์ กลุ่มสตรีมุสลิมล�ำพูนน�ำโดยคุณขัวญจิต ใบนานา ประธานชมรม คุณวรรณี สิรกิ ญั ญา คุณสาคร อาดหมาด พร้อมคณะ เยี่ยมเยือนศูนย์เด็กก�ำพร้ามูอัลลัฟที่ด้อย โอกาสที่ อ.พญาเม็งราย จ.เชียงรายซึ่งได้รับความเสีย หายอย่างมากทิ้งอาคารสถานที่และข้าวของเครื่องใช้ ต่างๆ จากพายุพัดถล่มเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา จากการพูดคุยกับอาจารย์ที่ดูแลศูนย์ทราบว่ามีเด็กอยู่ ในความดูแลประมาณ 40 กว่าคน เด็กทั้งหมดเป็นชาว เขาที่มีปัญหาทางครอบครัวและเป็นมูอัลลัฟทั้งหมด อาจารย์เป็นคนปัตตานี อาจารย์และเด็กๆ ใช้ชีวิตแบบ

ช่วยกันปลูกผัก เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลาไว้กินเอง ข้าวที่ใช้หุง กินก็เป็นข้าวหักเม็ด หรือที่บ้านเราเรียกข้าวให้ไก่มา วั น นี้ อั ล ลอฺ อ ฮ์ ท ดสอบพวกเขาโดนพายุ พั ด เสี ย หาย ทั้งอาคารที่พักและแปลงเพาะปลูกเด็กๆ และอาจารย์ ขาดอาหารและที่พัก มีหน่วยงานของรัฐเข้ามาช่วยบาง ส่วนและมีมุสลิมบางคนโอนเงินเข้าให้บางส่วนอาจารย์ บอกว่าหลังเหตุการณ์ยังไม่มีมุสลิมกลุ่มใดเข้ามาช่วย เหลือและเยี่ยมเยือนเลย สตรีมุสลิมล�ำพูนเป็นกลุ่ม แรกที่เข้ามาเยี่ยม อาจเป็นได้ว่าศูนย์ฯ แห่งนี้อยู่ไกล ความเจริญ อยู่ท่ามกลางหุบเขาการเดินทางเข้ามา

ฝากพวกเรามาถึงพี่น้องทุกๆ คนว่า ณ เวลานี้สิ่งที่พวก เขาต้องการอย่างมากคือ 1.ก�ำลังใจ 2.ทรัพย์ 3.สิ่งของ สิ่งของเครื่องใช้ทั้งเด็กหญิง+ชาย ตะละกง กะปิเยาะ 4.พวกเขาอยากได้อินทผลัมเพื่อใช้ในการละศีลอดปีนี้ ผูม้ จี ติ ศรัทธาสามารถให้ความช่วยเหลือหรือรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ศูนย์การเรียนรู้เพื่อเด็กก�ำพร้าและด้อย โอกาสอัซซิดดิก จ.เชียงราย แม่เปา อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย ติดต่อที่ อ.อุสมาน (ผู้ดูแลศูนย์ฯ) 0979411332 หรือร่วมบริจาคได้ทบี่ ญ ั ชีนายอัสมัน มาเสาะ ธนาคารกรุงเทพ เลขบัญชี 511-7-05979-9

JUNE/2016/MTODAY VAREITY/5


• อัต-ตักวาร่วมพันธมิตรจัดบิ๊กคลีนนิ่งรับ สะอาด ร่วมรณรงค์ให้พี่น้องในพื้นที่ลุกขึ้นมาจัดการ สลิมมะฮ์ และสัปปุรุษ์ในชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่าง เรื่ อ งความสะอาดของชุ ม ชนงานเริ่ ม ด้ ว ย อิ ห ม่ า ม คับคั่งที่ลืมไม่ได้ต้องขอขอบคุณ น.ท.สมคิด ลัทธิศักดิ์ รอมฎอน ความสะอาดเป็นส่วนของการศรัทธา เป็นค�ำสอน ในอิสลามที่ส่งต่อกันมานับพันปี ยังเป็นสิ่งที่ล�้ำสมัย อยู่เสมอ ห้องประชุมเอนกประสงค์ โรงเรียนจิตต์ภักดี มั ส ยิ ด อั ต -ตั ก วา เชี ย งใหม่ จั ด บิ๊ ก คลี น นิ่ ง ท� ำ ความ สะอาดทั้งโรงเรียน มัสยิด และทุกซอกซอยภายใน ชุ ม ชน โดยประสานความร่ ว มมื อ จากเทศบาลนคร เชียงใหม่ น�ำรถขยะรถน�้ำ อุปกรณ์ในการท�ำความ

ศุภมิตร ฟูอนันต์ อีหม่ามมัสยิดอัต-ตักวา กล่าวว่า การจัดกิจกรรมก็เพื่อการรักษา ความสะอาดในมัสยิด ต้อนรับเดือนรอมฎอน ซึ่งความสะอาดเป็นส่วนหนึ่ง ของความศรัทธา คุณชาตรี เชื้อมโนชาญ รองนายก เทศมนตรี เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม ในการนี้มี สมาชิกสภาเทศบาลในพื้นที่ ทีมงานจากอสม.ชุมชน บ้านวัดเกต นักเรียนศาสนาโรงเรียนจิตต์ภักดี ชมรมมุ

ผอ.ศูนย์กิจกรรมภาคเหนือ มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย สสม.และเจ้ า หน้ า ศู น ย์ ฯ ทุ ก ท่ า นที่ ไ ด้ จุ ด ประกาย กิจกรรมดีๆ เช่นนี้แก่ชุมชน ซึ่งกิจกรรมการมีส่วนดีๆ เช่นนี้ เป็นพลังในการสร้างแรงผลักดัน ให้เกิดความรัก ความสามัคคี ร่วมมือ ร่วมใจ และร่วมกันพัฒนาชุมชน อันจะน�ำมาซึ่งการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม อย่างสันติสุขต่อไป

• สมาคมสตรีมุสลิมเชียงใหม่มอบซะกาตคน ภาระของพี่น้องในช่วงรอมฎอนที่ก�ำลังจะเข้ามาถึง กล่าวนาม ซะกาต เป็นบทบัญญัติ หรือทานประจ�ำปี ทั้ ง นี้ โ ดยมี ก ลุ ่ ม เป้ า หมายในพื้ น ที่ จั ง หวั ด เชี ย งใหม่ หมายถึงทรัพย์สินส่วนเกินจ�ำนวนหนึ่ง ซึ่งมุสลิมต้อง ยากจน วันที่ 4 มิถุนายน 2559 เวลา 09. 00 น. ณ หัอง ประชุ ม เอนกประสงค์ มั ส ยิ ด อั ล ยาเมี๊ ย ฮ์ ช้ า งคลาน จ.เชียงใหม่ คุณรัตนาภรณ์ มะหะหมัด นายกสมาคม สตรจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับคณะกรรมการสมาคมฯ ได้ จัดงานแจกซะกาตให้กับพี่น้องมุสลิมทั้งชายหญิง ที่ ยากจน คนพิการและผู ้ มีความขั ดสน เพื่ อแบ่ ง เบา

ในการจัดกิจกรรมมีผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ มาร่วมงานและร่วมเป็นสักขีพยานกันมากมาย อาทิ ท่านผู้พิพากษาอนุสรณ์ ศรีเมนต์ เป็นประธานในพีธี ครั้งนี้ประกอบด้วย อ.อนันต์ ปัญญาวีร์ รองประธานฯ กอจ.ชม. อิหม่ามมุสตอฟา หะซัน ประธานที่ปรึกษา กอจ.ชม. และท่านอื่นๆ อีกหลายท่าน ขออภัยที่มิได้

จ่ายให้แก่ผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับเมื่อครบรอบปี ถ้ามุสลิมคนใด มี ท รั พ ท์ สิ น เงิ น ทอง สิ น ค้ า ที่ เ หลื อ ในรอบปี แ ล้ ว ไม่ ท� ำ การบริ จ าค ผู ้ นั้ น ก็ ผู ้ ห นึ่ ง ที่ ท� ำ ผิ ด บั ญ ญั ติ ข อง อิสลาม และยังถือเป็นการผิดกฎหมายในบางประเทศ ที่ ใช้ ก ฎหมายอิ ส ลาม ในประเทศไทยมุ ส ลิ ม จ� ำ เป็ น ต้องจ่ายทั้งซะกาตและภาษี

• กก.มัสยิดบ้านฮ่อประชุมเตรียมพร้อมจัดงาน มีเรื่องราวที่น่าสนใจ ในท่ามกลางสังคมของคนล้านนา ปรึกษาโครงการจัดงานฉลอง 100 ปีมัสยิดบ้านฮ่อ ครบรอบ 100 ปี พวกเขาด�ำรงชีวิตร่วมกับพี่น้องในล้านนาอย่างไร อดีต ได้น�ำคณะกรรมการมัสยิดบ้านฮ่อ เข้าพบนายทัศนัย คณะกรรมการมัสยิดเฮดายาตุล้ อิสลาม ประชุมหารือ เตรียมความพร้อมในการจัดงาน 100 ปี ของมัสยิด โดยก�ำหนดจัด งานภายในเดื อนธั น วาคม ปี นี้ มัสยิ ด บ้านฮ่อถือได้ว่าเป็นมัสยิดที่เคียงคู่กับพี่น้องมุสลิมเชื้อ สายจีนยูนนานที่อพยพเข้ามาสู่เชียงใหม่กว่า 150 ปี ก่อนสร้างมัสยิด พื้นที่แห่งนี้บอกเล่าหลายเรื่องราวของ ชาวมุสลิม เป็นศูนย์กลางการศึกษาอิสลามในยุคต้นๆ

ปัจจุบันเป็นเช่นไร เรื่องราวที่หลายท่าน อาจไม่เคยรู้ ไม่เคยได้ยนิ ดังกล่าวนีจ้ ะค่อยๆ ปรากฏให้ทา่ นได้เรียนรู้ คอยพบกับงาน 100 ปีมสั ยิดบ้านฮ่อเร็วๆ นี้ อินชาอัลลอฮ์ ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 24 พ.ค. คณะกรรมการมัสยิด บ้านฮ่อ จ.เชียงหใม่ ได้เข้าพบนายกเทศมนตรีนคร เชียงใหม่ เพื่อหารือในการเตรียมความพร้อมจัดงาน ครบรอบ 100 ปีมัสยิด โดยคุณบุญเรือง ฟูอนันต์ ที่

บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ เพือ่ แนะน�ำตัว และขอการสนับสนุนการจัดงาน 100 ปี มั ส ยิ ด บ้ า นฮ่ อ ทั้ ง นี้ น ายทั ศ นั ย บู ร ณุ ป กรณ์ นายก เทศมนตรี รับปากพร้อมสนับสนุนเรื่องที่จะดูแลเท่า ที่จะท�ำได้ และจะมีการประสานอย่างต่อเนื่องด้วย ในคราวเดี ย วกั น นี้ น ายกสมาคมมุ ส ลิ ม เชื้ อ สายจี น ได้เข้าพบนายกเทศมนตรีด้วย

สหกรณ์การเกษตร วัน วัน วัน จ�ำกัด เข้าร่วมออกบูทงานข้าว และชาวนาแห่งชาติ ที่กรมการข้าว โดยมีนางสาวณชณฆ์ ตรงใจ ประธานบริษัทไชนี่ฯ พร้อมกับ ได้น�ำกระเช้าข้าว วัน วัน วัน น�ำมาถวายสมเด็จพระเทพฯ อีกด้วย 6 /MTODAY VAREITY/JUNE/2016


JUNE/2016/MTODAY VAREITY/7


สังคม มุสลิม

• มัสยิดครองตรง จัดเมาลิดนบี •

มัสยิดนูรุ้ลอิบาดะห์ (คลองตรง) พระราม 9 โดยอหม่ามวัสนต์ ทองสุข จัดงานครบรอบ 66 ปีการก่อตั้งมัสยิด ด้วยการจัดท�ำบุญเมาลิด ร�ำลึกถึง จริยวัตรอันงดงามของศานทูตมูฮัม(ซ.ล.) เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2559 โดยมีแขกผู้มีเกียรติเดินทางไปร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ อดีต ส.ส.สามารถ มะลูลีม อดีต ส.ส.ณัฐ บรรทัดฐาน อดีต ส.ก.นฤมล รัตนาภิบาล เป็นต้น

• มัสยิดคลองตัน จัดเมาลิดนบี •

มัสยิดยามิอุ้ลอิสลาม (คลองตัน) โดยคุณเอกรินทร์ อยู่บ�ำรุง เป็นประธาน จัดงานเมาลิดนบี เพื่อร�ำลึกถึงจริยวัตรอันงดงามของศาสนทูตมูฮัมหมัด (ซ.ล.) โดยมีพี่น้องมุสลิมไปร่วมสรรเสริญนบีอย่างคับคั่ง อาทิ อ.ประสาน ศรีเจริญ ผู้ทรงคุณวุฒิประจ�ำส�ำนักจุฬาราชมนตรี อดีต ส.ก.ประสิทธิ์ รักสลาม และคุณอิสมาแอล บินซอและ เจ้าของร้านสินธรสเต็กเฮาส์ น�ำอาหารไปร่วมจัดเลี้ยงด้วย

• มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางฯ มอบทุนซากาต •

มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย จัดมอบทุนประจ�ำปีให้กับนักเรียนนักศึกษายากจน จ�ำนวนกว่า 500 ทุน มีนักเรียนและผู้ปกครอง มาร่วมรับทุนอย่างคับคั่ง

• สมาคมแม่บ้านมุสลิมฯ จัดมอบทุนเด็กก�ำพร้า •

นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานมอบทุนการศึกษาให้เด็กก�ำพร้าและครูสอน ศาสนา ซึ่งสมาคมแม่บ้านไทยมุสลิมแห่งประเทศไทย ที่มีฮัจยะห์ดารา ขัตติยะอารีย์ เป็นนายกสมาคมฯ ได้จัดขึ้นมาเพื่อมอบทุนการศึกษาให้เด็ก ก�ำพร้าและครูสอนศาสนาศีลธรรม ซึ่งมีนักเรียนทั้งพุทธและมุสลิมมากกว่า 100 ทุน ซึ่งเป็นทุนการศึกษาต่อเนื่องที่มอบเป็นประจ�ำทุกปีจนจบ การศึกษา 8 /MTODAY VAREITY/JUNE/2016


JUNE/2016/MTODAY VAREITY/9


COVER STORY

สหพันธ์ทัวร์ 25 ปีแห่งความส�ำเร็จ

หพันธ์ทัวร์ ธูรกิจให้บริการรถทัวร์กรุงเทพฯ-ภาคอีสาน ฉลอง 25 ปี เปิดส�ำนักงานใหม่ บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ริมถนนวิภาวดี ตอกย�้ำความส�ำเร็จของธุรกิจมุสลิมที่เริ่มต้น จากคนขับรถทัวร์จนกลายเป็นเจ้าของธุรกิจพันล้านและได้ส่งต่อให้รุ่นลูก เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งและสืบทอดการบริหาร

JUNE/2016/MTODAY VAREITY/11


เมื่ อ วั น ที่ 28 พฤษภาคม สหพั น ธ์ ทั ว ร์ ได้ เ ปิ ด ส� ำ นั ก งานใหม่ บ นเนื้ อ ที่ ก ว่ า 10 ไร่ ริมถนนวิภาวดีรังสิต ติดกับร้านอาหารเพลิน เพื่ออ�ำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าผู้ใช้บริการ มีผู้เข้าร่วมงานคับคั่ง ทั้งมุสลิม ผู้ประกอบการ เดินรถและธุรกิจเชือ่ มโยงนับพันคน มีนายอาศิส พิ ทั ก ษ์ คุ ม พล จุ ฬ าราชมนตรี เป็ น ประธาน นายวันมูหมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา และรัฐมนตรีหลายสมัย เป็นประธานกล่าวเปิด ส�ำนักงาน ผูม้ เี กียรติเข้าร่วมงาน อาทิ นายอารีย์ วงศ์อารยะ อดีตปลัดกระทรวงและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสามารถ มะลู ลีม อดีต ส.ส.กทม. นายมุข สุไลมาน อดีต ส.ส.ปั ต ตานี คุ ณ ฟารี ด า สุ ไ ลมาน อดี ต ส.ส.สุ ริ น ทร์ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อดี ต ส.ส.อุทัยธานี นายฤทธิ์ ลือชา คุ้มแพรวพรรณ ดารานักแสดงชื่อดัง เจ้เกียว เป็นต้น สะท้อน ให้เห็นถึงความส�ำเร็จของธุรกิจมุสลิม การเปิ ด ส� ำ นั ก งาน เริ่ ม ต้ น ด้ ว ยการอ่ า น คัมภีร์อัลกุรอ่าน และการแปลความหมาย คุณ วัชรพล โกมลตะเมธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

12 /MTODAY VAREITY/JUNE/2016

สหพันธ์ทัวร์ กล่าวรายงาน นายวันมูหะมัด นอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา กล่าวเปิดงาน ผู้มีเกียรติ ร่วมตัดริบบิ้น ปิดด้วยการกล่าว ดุอาว์ของจุฬาราชมนตรี จากนั้น ผู้มาร่วมงาน รับประทานอาหารร่วมกัน ซึ่งเป็นโต๊ะจีนจาก อามีน บริการ สหพันธ์ทัวร์เปิดให้บริการวิ่งเดินรถทัวร์ สายอีสาน อาทิ กรุงเทพฯ-ร้อยเอ็ด กรุงเทพฯอุบลราชธานี กรุงเทพฯ-บัวขาว กรุงเทพฯสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ-มุกดาหาร กรุงเทพฯพนมไพร กรุงเทพฯ- ยโสธร เป็นต้น ให้บริการ เดิ น รถมากกว่ า วั น ละ 40 เที่ ย ว มี ร ถทั ว ร์ มากกว่า 100 คัน มีการบริการที่ทันสมัย จอง

ตั๋ ว ผ่ า นโทรศั พ ท์ เวบไซต์ แ ละโซเชี ย ลมี เ ดี ย ซึ่งศูนย์บริการของสหพันธ์ทัวร์ เป็นศูนย์ขนาด ใหญ่ใช้รองรับลูกค้าที่จะใช้บริการของสหพันธ์ ทั ว ร์ มี ส ถานที่ จ องตั๋ ว จ� ำ หน่ า ยตั๋ ว ที่ พั ก ผู้โดยสารรองรับลูกค้าได้หลายร้อยคน ด้าน หลังเป็นสถานที่จอดรถสามารถจอดรถทัวร์ได้ มากกว่า 100 คัน พร้อมมีสถานที่ละหมาด รองรับลูกค้ามุสลิม ซึ่งลูกค้าที่จะเดินทางผ่าน ศูนย์บริการริมถนนวิภาวดีรังสิต จะต้องเดิน ทางก่อนเวลารถออกตามที่เวลาที่หมอชิต 1 ชั่วโมง เพราะรถจะออกจากศูนย์บริการเพื่อไป รับผู้โดยสารที่สถานีขนส่งหมอชิต


“การด�ำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ จึงเจริญรุ่งเรือง”

วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา

อชืน่ ชมคุณสมรรถ ขามเขต หรือลาลาแดง และผู้มารับช่วงต่อ ที่สามารถบริหาร กิจการรถทัวร์ภายใน 25 ปี กิจการได้รงุ่ เรือง อย่ า งยิ่ ง ซึ่ ง พวกเราไม่ ท ราบมาก่ อ นว่ า กิ จ การของพี่ น ้ อ งมุ ส ลิ ม มี ค วามก้ า วหน้ า รุ่งเรืองเทียบเคียงกับบริษัทอื่นๆ เคยไปเปิด ส�ำนักงานของสหพันธ์ทัวร์ที่ร้อยเอ็ดก็ใหญ่ ไม่แพ้ที่นี่

สิ่งที่ชื่นชมคือการด�ำเนินธุรกิจที่สร้างสรรค์ มี หั ว ใจบริ ก ารซึ่ ง สถานี ข นส่ ง หมอชิ ต หรื อ ที่ จะเปิดที่รังสิตก็ให้บริการอยู่แล้ว แต่ผู้บริหาร สหพันธ์ก็คิดว่า ถ้ามีการบริการเพิ่มเติมกว้าง ขวางและอ�ำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร นั้ น เป็ น สิ่ ง ที่ ดี แ ละได้ ล งทุ น ดู แ ล้ ว หลายล้ า น นี่คือจิตใจบริการ ไม่มุ่งหวังแต่ก�ำไรอย่างเดียว การท�ำธุรกิจในลักษณะเช่นนี้เป็นธุรกิจที่

อัลเลาะฮ์(ซ.บ.) ได้วางแนวทางไว้ คือ ไม่หวัง ก�ำไรอย่างเดียว แต่บริการด้วยความซื่อสัตย์ ต่ อ ลู ก ค้ า อ� ำ นวยความสะดวกต่ อ ลู ก หน้ า อัลเลาะฮ์(ซ.บ.) ก็จะประทานริสกี ประทาน ผลบุญให้ท่านทั้งในดุนยาและอาคีรัต เพราะ เป็ น การบริ ก ารที่ ป ลอดภั ย บริ ก ารที่ ฮ าลาล และมีคุณธรรมในการด�ำเนินกิจการบริษัทจึงมี ความเจริญก้าวหน้าเป็นล�ำดับ

“ส�ำเร็จ เพราะความมุ่งมั่นและสู้เต็มร้อย”

ฤทธิ์ลือชา คุ้มแพรวพรรณ ดารานักแสดงชื่อดัง

“การท�ำธุรกิจเดินรถให้ขยายใหญ่ อย่างทีเ่ ห็นอยูไ่ ม่ใช่เรือ่ งง่ายทีส่ ำ� เร็จ เพราะผู ้ บ ริ ห ารมี ค วามสามารถ มี วิ สั ย ทั ศ น์ ที่ ส� ำ คั ญ เป็ น นั ก สู ้ มุ่งมั่นในการด�ำเนินกิจการโดยไม่ ยอมแพ้ต่ออุปสรรค”

JUNE/2016/MTODAY VAREITY/13


สมรรถ ขามเขต เริ่มจากคนขับรถสู่เจ้าของธุรกิจพันล้าน

14 /MTODAY VAREITY/JUNE/2016


หพันธ์ทวั ร์กอ่ ตัง้ โดย “คุณสมรรถ ขามเขต” หรือที่เรียกันติดปากว่า ลาลาแดง มุสลิม ปาทาน ที่ เข้ า มาอาศั ย อยู ่ ใ นประเทศไทย โดยเริ่มต้นจากคนขับรถทัวร์และร่วมกับกลุ่ม เพื่อนซื้อรถทัวร์เป็นของตัวเองก่อนจะขยาย กิจการครอบคลุมการให้บริการหลายจังหวัด ลาลาแดงเกิ ด และเติ บ โตในครอบครั ว มุสลิมปาทานในภาคอีสาน มีชีวิตในวัยหนุ่ม ที่ตื่นเต้นโลดโผน ก่อนจะปักหลักในธุรกิจ เดินรถในพื้นที่ภาคอีสาน “ชี วิ ต ในวั ย หนุ ่ ม ผมผ่ า นการท� ำ งานมา หลายอย่าง ตั้งแต่เป็นกุ้ยหน้าโรงหนัง เป็น นักมวยก่อนจะมาขับรถทัวร์ สายกรุงเทพฯโคราช ซึ่งขับรถด้วยความตั้งใจ มีความรับผิด ชอบในการท� ำ งานอย่ า งเต็ ม ที่ จนวั น หนึ่ ง เถ้าแก่มาเสนอขายรถ ตอนแรกก็ยังไม่ตกลง แต่โดนขะยั้นคยอหลายครั้ง จึงร่วมกับเพื่อน รวม 4 คน ซื้อรถจากเถ้าแก่มาเป็นกรรมสิทธิ์ ของตั ว เอง เริ่ ม ต้ น การเป็ น เจ้ า ของกิ จ การ รถทัวร์” คุณสมรรถ ขามเขต กล่าวถึงที่มาของ การเป็นเจ้าของกิจการรถทัวร์ คุณสมรรถกล่าวว่า การประกอบกิจการ รถทัวร์ดำ� เนินการด้วยอมานะห์ ซือ่ สัตย์ ตรงไป ตรงมากับลูกค้า เน้นการบริการที่ดี เป็นผลให้ ได้ รั บ การตอบรั บ ที่ ดี จ ากลู ก ค้ า จนสามารถ ขยายกิจการได้อย่างที่เห็นในปัจจุบัน “ตอนนี้มีอายุมากแล้ว ได้มอบการบริหาร กิจการให้รนุ่ ลูกเข้ามาบริหารแทน ซึง่ ทีผ่ า่ นมาก็ ท�ำได้ดี ขยายกิจการได้อย่างต่อเนือ่ ง” คุณสมรรถ กล่าว คุณสมรรถไม่เพียงมุ่งมั่นในการท�ำธุรกิจ เดินรถ อีกด้านหนึ่งยังใส่ใจศาสนาและสังคม เป็นผู้ออกทุนสร้างมัสยิดจังหวัดร้อยเอ็ดและ มัสยิดหลายแห่งในภาคอีสาน ดูแลมุสลิมภาค อีสานให้ได้รับความรู้ด้านศาสนา รวมทั้งได้

ช่วยเหลือสังคมในหลากหลายรูปแบบ “คนมุสลิมอีสานเป็นคนขาดแคลนความรู้ ศาสนา เพราะไม่มีครูมาสอน ครูเดินทางมา จากพื้นที่อื่นก็อยู่ได้ไม่นาน มีปัญหาหลายเรื่อง ทั้งอาหาร ความเป็นอยู่ จึงจ�ำเป็นต้องเข้าไป ดูแล ให้มีครูสอนเยาวชน สอนพี่น้องมุสลิมให้

มีความรู้ศาสนา” ลาลาแดงกล่าว ลาลาแดง นั บ เป็ น ตั ว อย่ า งของมุ ส ลิ ม ที่ ประสบความส�ำเร็จจากการใช้แนวทางอิสลาม ที่ มุ ่ ง เน้ น ความซื่ อ สั ต ย์ ความตรงไปตรงมา และเมื่อประสบความส�ำเร็จก็แบ่งปันช่วยเหลือ สังคม ไม่ทอดทิ้งสังคม JUNE/2016/MTODAY VAREITY/15


วัชระพล โกมลตะเมธี ต่อยอดธุรกิจสู่พันล้าน

“สหพันธ์ทัวร์ เน้นการให้บริการ ให้เป็นที่ประทับใจของลูกค้า ไม่ให้มีปัญหากับลูกค้า ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของธุรกิจ ให้บริการเดินรถ ซึ่งส�ำนักงาน แห่งใหม่จะตอบสนองความ ต้องการของลูกค้าได้ระดับหนึ่ง เรามีที่พักติดแอร์สะดวกสบาย มีบริการไวไฟ มีบริการที่ละหมาด ร้านค้า และการรับส่งพัสดุภัณฑ์”

16 /MTODAY VAREITY/JUNE/2016


วัชระพล โกมลตะเมธี” เข้ามาสืบทอด ธุ ร กิ จ เดิ น รถ “สหพั น ธ์ ทั ว ร์ ” และได้ พัฒนาต่อยอดธุรกิจ จนมีรถมากกว่า 100 คัน มีส�ำนักงานใหม่ด้วยมูลค่าธุรกิจนับพันล้าน บาท คุณวัชระพล โกมลตะเมธี หรือลาลาด่าน เป็ น มุ ส ลิ ม ปาทาน ที่ เข้ า มาเป็ น ลู ก เขยของ ลาลาแดง โดยแต่งงานกับคุณ......ลูกสาวคน สวย เมื่อลาลาแดง ปลดระวางตัวเอง จากการ บริ ห ารกิ จ การ ลาลาด่ า นจึ ง เข้ า มารั บ ช่ ว ง บริหารต่อ “ปกติ ผ มมี ธุ ร กิ จ ส่ ว นตั ว หลายอย่ า ง เมื่ อ เข้ า มาบริ ห ารกิ จ การสหพั น ธ์ ทั ว ร์ ก็ ไ ด้ พั ฒ นา ขยายกิ จ การให้ เ ติ บ ใหญ่ ม ากขึ้ น ด้ ว ยการซื้ อ รถเข้ า มาเสริ ม ขยายเส้ น ทาง เพิ่ม จนเวลานี้สหพันธ์ทัวร์มีรถทัวร์ให้บริการ

129 คัน เป็นรถโดยสารประจ�ำทาง 97 คัน ที่ เ หลื อ เป็ น รถโดยสารไม่ ป ระจ� ำ ทาง” ลาลาด่านกล่าว รถทัวร์มูลค่าคันละประมาณ 8 ล้านบาท สหพันธ์ทัวร์มีจ�ำนวน 129 คัน คิดเป็นมูลค่า มากกว่า 1,000 ล้านบาท ยังไม่นับรวมพื้นที่ และการก่อสร้างส�ำนักงานใหญ่ ส�ำนักงานที่ จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดอื่น “สหพันธ์ทัวร์เน้นการให้บริการให้เป็นที่ ประทับใจของลูกค้า ไม่ให้มีปัญหากับลูกค้า ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของธุรกิจให้บริการเดินรถ ซึ่ ง ส� ำ นั ก งานแห่ ง ใหม่ จ ะตอบสนองความ ต้องการของลูกค้าได้ระดับหนึ่ง เรามีที่พักติด แอร์สะดวกสบาย มีบริการไวไฟ มีบริการที่ ละหมาด ร้านค้า และการรับส่งพัสดุภัณฑ์” ลาลาด่าน กล่าว

คุณวัชระพลกล่าวว่า การประกอบธุรกิจ เดินรถไม่ใช่เรือ่ งง่าย โดยเฉพาะการจะเริม่ ต้นใหม่ ตนโชคดีทเี่ ข้ามารับช่วงต่อ เพียงแต่เข้ามาเสริม ขยายให้ใหญ่ขึ้น แต่การขยายกิจการก็ดูความ เป็นไปได้ว่าสามารถท�ำได้แค่ไหน “ในอนาคตก็มีโอกาสขยายกิจการเพิ่มเติม ในเส้นทางอื่นๆ นอกจากภาคอีสาน ซึ่งต้องท�ำ อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะต้องลงทุนสูง และ มีปัจจัยแวดล้อมหลายอย่าง ส่วนเส้นทางต่าง ประเทศคิดว่าจะยังไม่ลงทุนขยายเส้นทาง” ลาลาด่านกล่าวถึงผ่านธุรกิจในอนาคต ลาลาด่านเป็นผู้บริหารที่มากความสามารถ ประสบความส� ำ เร็ จ ในธุ ร กิ จ หลายๆ ด้ า น การเข้ า มาบริ ห ารกิ จ การเดิ น รถก็ ไ ด้ พั ฒ นา ขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง เป็นมือ 1 คนหนึ่ง ในแวดวงมุสลิม

JUNE/2016/MTODAY VAREITY/17


ใน

สถานการณ์

กทม.-ฟูกโู อกะ ฉลองครบ 10 ปี สานความสัมพันธ์

2

7 พฤษภาคม 2559 เวลา 12.30 น. ตามเวลาท้องถิน่ จังหวัดฟูกโู อกะ ประเทศ ญีป่ นุ่ : ม.ร.ว.สุขมุ พันธุ์ บริพตั ร ผูว้ า่ ราชการกรุงเทพมหานคร และนายฮิโรชิ โอกาวา ผู้ว่าราชการจังหวัดฟูกูโอกะ เป็นประธานเปิดงานฉลองครบรอบ 10 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ฉันท์มิตรระหว่างกรุงเทพมหานคร ราชอาณาจักรไทย กับจังหวัดฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ชื่องาน “มหกรรมไทย บางกอกแฟร์” ซึง่ จัดขึน้ ระหว่างวันที่ 26–29 พฤษภาคม 2559 ณ Passage Hiroba (โถงทางเดิน เชือ่ มต่อกับห้างไดมารู) จังหวัดฟูกโู อกะ ประเทศญีป่ นุ่ โดยมีนายมาซายูกิ นากาโอะ ประธานสภาจังหวัดฟูกโู อกะ พร้อมคณะผูบ้ ริหารกรุงเทพมหานคร ร่วมพิธี ผู ้ ว ่ า ราชการกรุ ง เทพมหานคร กล่า วว่า งาน ฉลองครบรอบ 10 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ ครั้ ง นี้ จ ะช่ ว ยส่ ง เสริ ม การเข้ า ถึ ง ข้ อ มู ล และการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างประชาชนทั้งสองเมือง ตลอดจนเป็ น ส่ ว นส� ำ คั ญ ที่ จ ะช่ ว ยผลั ก ดั น ความ สัมพันธ์ระดับประเทศที่ยาวนาน ทั้งนี้ความสัมพันธ์ ระหว่ า งสองประเทศได้ พั ฒ นาก้ า วหน้ า ไปอย่ า ง น่าพอใจในทุกด้าน โดยได้มีการขยายความร่วมมือ ระหว่างกันอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ เช่น การลงทุน สังคม วัฒนธรรม ตลอดจนการท่องเที่ยว ซึ่งนับจาก

18 /MTODAY VAREITY/JUNE/2016


นี้ต่อไปเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์จะพัฒนามาก ศิ ล ปหั ต ถกรรม เช่ น การแกะสลั ก และ ยิ่งขึ้น เป็นการสร้างประโยชน์อย่างแท้จริงต่อ การร้อยพวงมาลัย เป็นต้น ประชาชนของทั้งสองประเทศร่วมกันต่อไปใน อนาคต ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครและเมืองฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ลงนามสถาปนาความสัมพันธ์ ส�ำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย บ้านพี่เมืองน้อง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2549 นิ ท รรศการความร่ ว มมื อ ระหว่ า งกรุ ง เทพ เพื่อแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวัฒนธรรม มหานครกั บ เมื อ งฟู กู โ อกะ การจั ด แสดง การพั ฒ นาบุ ค ลากรและการบริ ห ารจั ด การ รถสามล้ อ ไทย (Tuk Tuk Exhibition) เมื อ งระหว่ า งสองเมื อ ง ซึ่ ง การเจริ ญ ความ การจ�ำหน่ายอาหารไทย และสินค้าไทย การ สัมพันธ์ระหว่างสองเมืองนี้ยังมีการลงนามใน แสดงนาฏศิ ล ป์ ไ ทย และการสาธิ ต งาน อนุสัญญาหรือ MOU ย่อย เพื่อแลกเปลี่ยน

บุคลากรเพื่อการศึกษาดูงานของเจ้าหน้าที่ใน สังกัด กทม. ตลอดจนการน�ำผู้ประกอบการ ธุรกิจขนาดย่อมหรือ SMEs ไปศึกษาดูงานที่ เมืองฟูกูโอกะ ขณะเดียวกันก็มีการแลกเปลี่ยน เจ้าหน้าที่หรือผู้ประกอบการจากเมืองฟูกูโอกะ มาศึกษาดูงานที่ประเทศไทย นอกจากนี้ได้มี การประสานงานกั บ ส� ำ นั ก การศึ ก ษาในการ แลกเปลี่ยนนักเรียนชั้นมัธยมต้นในสังกัดของ กทม.กับนักเรียนจากเมืองฟูกโู อกะ เพือ่ เดินทาง แลกเปลี่ยนและศึกษาเรื่องราวทางศิลปะและ วัฒนธรรมของกันและกันอย่างต่อเนื่องอีกด้วย JUNE/2016/MTODAY VAREITY/19


ใน

สถานการณ์ โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ (DSJ)

(ค�ำส�ำคัญ) ข่าว, ชายแดนใต้, ความมั่นคง, กระบวนการสันติภาพ, ประชาสังคม, สภาประชาสังคมชายแดนใต้, มูฮ�ำมัดอายุบ ปาทาน

สภาประชาสังคมใต้แถลงยุทธศาสตร์ ใหม่ สร้างพืน้ ทีก่ ลาง-ผลักดันประชาชนร่วมกระบวนการสันติภาพ

ภาประชาสังคมชายแดนใต้แถลงยุทธศาสตร์ใหม่ ปี 2559 – 2561 มุง่ สร้าง พื้นที่กลาง-ผลักดันเชิงนโยบายให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการ สันติภาพ เสริมอ�ำนาจต่อรองให้ภาคประชาสังคม/ภาคประชาชน มุ่งขับเคลื่อน กระบวนการสันติภาพในชุมชน เผยข้อเสนอที่หลากหลายจากภาคีเครือข่าย ประธานชี้จ�ำเป็นต้องสร้างพื้นที่กลาง มีโอกาสมาจากการหนุนเสริมสันติภาพ จากภายในและภายนอก นโยบายรัฐทีข่ บั เคลือ่ นการพูดคุย ผูเ้ ข้าร่วมแนะให้สอื่ สาร ช่วยเด็กก�ำพร้า แก้จนและสร้างคนรุนใหม่ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2559 ที่โรงแรมซีเอส ปั ต ตานี สภาประชาสั ง คมชายแดนใต้ จั ด แถลง นโยบายยุทธศาสตร์สภาประชาสังคมชายแดนใต้ ปี พ.ศ.2559–2561 ต่อกลุม่ องค์กรภาคประชาสังคม

และหน่วยงานภาครัฐทีมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน กระบวนการสันติภาพในพื้นที่ โดยมีคณะกรรมการ สภาฯ ทีป่ รึกษา องค์กรสมาชิก องค์กรภาคประชาสังคม และภาครัฐเข้าร่วมฟังการแถลงกว่า 100 คน โดย นายมูฮำ� มัดอายุบ ปาทาน ประธานสภาประชาสังคม ชายแดนใต้ พร้อมด้วยรองประธานอีก 4 คน ประกอบ ด้วย นายอัศว์มันต์ บินยูโซ๊ะ นายรักชาติ สุวรรณ นางโซรยา จามจุรี และนายมันโซร์ สาและ เป็นผูแ้ ถลง • สังคมที่เป็นธรรมและมีสันติภาพที่ยั่งยืนส�ำหรับ ทุกคน โดยนายอัศว์มันต์เป็นผู้แถลงในส่วนวิสัยทัศน์ ของสภาประชาสังคมชายแดนใต้คือ สังคมที่เป็น ธรรมและมีสนั ติภาพทีย่ งั่ ยืนส�ำหรับทุกคน ส่วนพันธกิจ คือ หนุนเสริมการสร้างสันติภาพและกระบวนการ สั น ติ ภ าพอย่ า งยั่ ง ยื น โดยการมี ส ่ ว นร่ ว มของภาค ประชาชน ส่วนเป้าหมาย คือเป็นองค์กรที่ได้รับการ

20 /MTODAY VAREITY/JUNE/2016


ยอมรับจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดข้อตกลง สันติภาพที่มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน • สร้ า งพื้ น ที่ ก ลาง-ให้ ภ าคประชาชนร่ ว ม กระบวนการสันติภาพ นายอัศว์มันต์แถลงในส่วนของยุทธศาสตร์ ว่ามี 3 ประการ ประกอบด้วย 1. การสร้างพื้นที่กลางและผลักดันเชิง นโยบาย (Common Space and Advocacy) คื อ สร้ า ง/ขยายพื้ น ที่ ก ลางให้ กั บ ภาค ประชาชนที่มีความแตกต่างหลากหลาย ได้เข้า มามีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพเพื่อน�ำ ไปสู่การจัดท�ำข้อเสนอและผลักดันเชิงนโยบาย ด้วยความรู้แก่ทุกฝ่าย 2. การเสริ ม พลั ง (Empowerment) เสริมพลัง สร้างความเข้มแข็งและอ�ำนาจการ ต่ อ รองให้ กั บ ภาคประชาสั ง คมและภาค ประชาชนในทุกมิติ 3. การขยายเครื อ ข่ าย (Networking) ขยายองค์กรสมาชิก/สมาชิกของสภาประชา สั ง คมชายแดนใต้ รวมทั้ ง ขยายเครื อ ข่ า ย องค์กรภายในประเทศและต่างประเทศ

• มุง่ ขับเคลือ่ นกระบวนการสันติภาพในชุมชน นายมันโซร์แถลงในประเด็นการขับเคลื่อน ในปี พ.ศ.2559–2561 มี 4 ข้อดังนี้ 1. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการจัดท�ำ ข้ อ เสนอเชิ ง นโยบายด้ า นกระบวนการสร้ า ง สันติภาพในชุมชน 2. การพัฒนาศักยภาพและการเสริมสร้าง ความเข้มแข็งให้องค์กรภาคประชาสังคมใน การขับเคลื่อนกระบวนการเสริมสร้างสันติภาพ ในชุมชน 3. การเสริ ม สร้ า งความร่ ว มมื อ กั บ ภาค ส่วนต่างๆ อาทิ ภาคราชการ ภาควิชาการ ภาคท้ อ งถิ่ น ในการขั บ เคลื่ อ นกระบวนการ สันติภาพในชุมชน 4. ขยายสมาชิ ก และจั ด ท� ำ ฐานข้ อ มู ล องค์กรภาคประชาสังคมทีข่ บั เคลือ่ นกระบวนการ สันติภาพและงานพัฒนาอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ให้เป็นปัจจุบัน

ประชาสั ง คมชายแดนใต้ ส ามารถเป็ น พื้ น ที่ กลางได้ โดยสภาประชาสังคมฯ เชื่อว่าความ ไม่สงบในพื้นที่ต้องจบด้วยการพูดคุยสันติภาพ เท่านัน้ ไม่สามารถจบลงด้วยการใช้อาวุธ ดังนัน้ ทุกเครือข่ายของสภาฯต้องเติบโตไปด้วยกัน เพื่อน�ำไปสู่ข้อเสนอในหลายๆ ด้าน รวมทั้ง เป็นเครือข่ายทางสังคมที่หนุนเสริมกระบวน การสันติภาพต่อไป” นายมูฮ�ำมัดอายุบ กล่าว ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของสภาประชาสังคม ชายแดนใต้ มี 4 ข้อ ประกอบด้วย 1.เพื่อเพิ่ม ศั ก ยภาพขององค์ ก รภาคประชาชน/ภาค ประชาสังคม 2.เพื่อร่วมก�ำหนดทิศทางการแก้ ปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ เกิดสันติภาพอย่างยั่งยืน 3.เพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ประสาน และสนับสนุนระหว่างองค์กร ที่ท�ำงานเพื่อสังคม 4.เพื่อสร้างพื้นที่กลางแก่ ทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการ สร้างสันติภาพ

• ข้อเสนอจากองค์กรภาคีเครือข่าย นายรั ก ชาติ แถลงในส่ ว นของข้ อ เสนอ ประเด็นการขับเคลื่อนจากองค์กรภาคีเครือ ข่าย มีทั้งหมด 14 ข้อ ส่วนใหญ่เป็นข้อเสนอ เกี่ยวกับการหนุนเสริมสันติภาพ เช่น เปิดพื้นที่ กลางในการสร้างอ�ำนาจต่อรอง พัฒนาศักยภาพ ภาคประชาสังคม พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ ศึกษาวิจยั และฟังความเห็นประชาชนเพือ่ พัฒนา รูป แบบการปกครองท้ อ งถิ่ น รู ปแบบพิ เ ศษที่ ประชาชนมีส่วนร่วมและบริหารจัดการตนเอง ได้จริง นายรั ก ชาติ กล่ า วต่ อ ไปว่ า ส่ ง เสริ ม อั ต ลั ก ษณ์ ข องทุ ก เชื้ อ ชาติ ระบบยุ ติ ธ รรม กระบวนการเจรจาเพือ่ ยุตคิ วามรุนแรง สนับสนุน การแก้ ป ั ญ หาเร่ ง ด่ ว นโดยเฉพาะยาเสพติ ด สิ่งแวดล้อม อาชญากรรมและความยากจน ส่งเสริมสันติวิธี การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ จากเหตุไม่สงบและความไม่เป็นธรรม พัฒนา ศักยภาพเยาวชน สตรีและเครือข่ายชาวพุทธ (อ่านรายละเอียดในเอกสารประกอบการ แถลงนโยบาย ยุทธ์ศาสตร์สภาประชาสังคม ชายแดนใต้ พ.ศ.2559 – พ.ศ.2561)

• จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาสและอุปสรรค นางโซรยา แถลงด้ ว ยว่ า ที่ ผ ่ า นมาสภา ประชาสั ง คมชายแดนใต้ ไ ด้วิเคราะห์ ถึงจุด อ่อน จุดแข็ง โอกาสและอุปสรรคในการท�ำงาน ที่ ผ ่ า นมาและการวางยุ ท ธศาสตร์ ใ หม่ ใ นปี 2559 พบว่า จุดแข็งคือสมาชิกและเครือข่าย สามารถหยิบยกประเด็นมาพูดคุยได้ทุกเรื่อง มีความหลากหลายของสมาชิกสูง ท�ำให้ได้รับ การยอมรั บ ที่ เ ป็ น ทางการ สามารถท� ำ งาน เชื่อมต่อภาคประชาสังคมได้จริง ที่ผ่านมามี ความโดดเด่นในการขับเคลื่อนกระบวนการ สันติภาพและการกระจายอ�ำนาจ นางโซรยา แถลงอี ก ว่ า จุ ด อ่ อ นคื อ การก�ำหนดยุทธศาสตร์ที่ผ่านมากว้างเกินไป ไม่สามารถด�ำเนินการได้ทุกเรื่อง ยังมีสมาชิก น้ อ ยและไม่ ค รอบคลุ ม ทุ ก กลุ ่ ม ยั ง ขาด คนรุ ่ น ใหม่ ใ นฐานะสมาชิ ก ยั ง ท� ำ งานตั้ ง รั บ ขาดการสื่อสารกับสังคมภายนอก

• จ�ำเป็นต้องสร้างพื้นที่กลางเพื่อหนุนเสริม สันติภาพ นายมูฮ�ำหมัดอายุบ แถลงว่า สภาประชา สั ง คมชายแดนใต้ เ กิ ด จากนั ก พั ฒ นาเอกชน อาวุ โ สและนั ก กิ จ กรรมเพื่ อ สั ง คมในพื้ น ที่ ร่วมก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2554 เพื่อเป็นองค์กรประสานงาน ของเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่ “ความรุ น แรงในพื้ น ที่ จ� ำ เป็ น ต้ อ งสร้ า ง พื้ น ที่ ก ลางเพื่ อ แบ่ ง ปั น องค์ ค วามรู ้ ซึ่ ง สภา

• โอกาสจากการหนุ น เสริ ม สั น ติ ภ าพและ นโยบายรัฐ “ยังมีอุปสรรคบางอย่างที่ต้องค�ำนึงในการ ก�ำหนดยุทธศาสตร์การท�ำงานในอนาคตคือ ภายใต้รัฐบาลทหารอาจเป็นอุปสรรคในการ ท� ำ งานเนื่ อ งจากช่ อ งทางทางกฎหมายบาง อย่ า งที่ จ� ำ กั ด การท� ำ งาน และองค์ ก รภาค ประชาสังคมบางส่วนได้รับการจัดตั้งโดยฝ่าย รัฐอาจท�ำให้ความเป็นอิสระในการท�ำงานของ ภาคประชาสังคมหายไป” นางโซรยากล่าว นางโซรยา แถลงด้วยว่า ส่วนโอกาสคือ มี อ งค์ ก รภายในและภายนอกหนุ น เสริ ม ประเด็นสันติภาพมากขึ้น รวมทั้งยังมีโอกาสที่ เกิดจากนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) JUNE/2016/MTODAY VAREITY/21


ปี 2555 – 2557 ว่าด้วย“การบริหารและการ พัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” และค�ำสั่ง ส� ำ นั ก นายกรั ฐ มนตรี ที่ 230/2557 ว่ า ด้ ว ย “การจัดตั้งกลไกการขับเคลื่อนกระบวนการ พูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้” ที่เอื้อ ให้เกิดการพูดคุยสันติภาพ เป็นต้น • ผู ้ เข้ า ร่ ว มอยากให้ สื่ อ สารกั บ ภายนอกช่วยเด็กก�ำพร้าด้วย นายตูแวดานียา มือรีงิง ผู้สื่อข่าวทีวีช่อง 3 มาเลเซี ย กล่ า วว่ า สภาประชาสั ง คมฯ ต้องสื่อสารให้มากขึ้นทั้งในประเทศและต่าง ประเทศเพื่ อ ให้ ป ระชาชนรั บ รู ้ บ ทบาทและ หน้าที่ของสภาประชาสังคมฯ นอกจากนี้ต้อง มีบทบาทพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กก�ำพร้าหรือ ช่วยเหลือองค์กรที่ดูแลเด็กก�ำพร้าในพื้นที่ด้วย เนื่องจากในพื้นที่มีเด็กก�ำพร้าจ�ำนวนมาก นางซิติมาเรียม บินเยาะ ที่ปรึกษากลุ่ม เซากูนา กล่าวว่า คนท�ำงานภาคประชาสังคม ในพื้นที่บางคนท�ำงานหลายองค์กร จึงควรเข้า มาเป็นเครือข่ายของสภาประชาสังคมฯ ด้วย เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้เมื่อมีปัญหา และ อยากให้ ส ภาประชาสั ง คมฯ ตั้ ง กองทุ น ช่ ว ย เหลือเด็กก�ำพร้าและเด็กยากจนด้วย • ให้แก้ปญ ั หาคนมีรายได้นอ้ ย-สร้างคนรุน่ ใหม่ นายอั บ รอน มู ซ อ จากลุ ่ ม พิ ร าบขาว ชายแดนใต้ เสนอว่า สภาประชาสังคมฯ ต้อง เข้ า ไปแก้ ป ั ญ หาความมั่ น คงของครั ว เรื อ น คื อ ประชาชนระดั บ รากหญ้ า มี ร ายได้ น ้ อ ย เพราะปัญหาความมั่นคงของครัวเรือนถือว่า เป็นส่วนหนึ่งของสร้างสันติภาพในพื้นที่ นางสาวปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ นายก สมาคมผูห้ ญิงเพือ่ สันติภาพ (We Peace) กล่าว ว่ า 12 ปี ที่ ผ ่ า นมาประชาชนในพื้ น ที่ ยั ง ไม่ ค ่ อ ยพู ด ถึ ง กระบวนการสั น ติ ภ าพมากนั ก คนที่พูดมีเพียงองค์กรภาคประชาสังคมเท่านั้น ดั ง นั้ น สภาประชาสั ง คมฯ ต้ อ งปรั บ ปรุ ง การ ท�ำงานด้วยโดยลงพื้นที่ให้ประชาชนได้พูดคุย เรื่องกระบวนการสันติภาพมากขึ้น “คนท�ำงานภาคประชาสังคมในพื้นที่ส่วน ใหญ่เป็นคนเดิมๆ ไม่มีคนใหม่ๆ เข้ามาท�ำงาน ในองค์ ก ร ดั ง นั้ น สภาประชาสั ง คมฯ ต้ อ ง สร้างคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาท�ำงานในองค์กรภาค ประชาสังคมในพื้นที่ให้มากขึ้น” นางสาวปาตี เมาะกล่าว

• อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้อง •

เอกสารประกอบการแถลงนโยบาย ยุทธ์ศาสตร์สภาประชาสังคมชายแดนใต้ พ.ศ.2559 – พ.ศ.2561 22 /MTODAY VAREITY/JUNE/2016

เอกสารประกอบการแถลงนโยบาย

ยุทธ์ศาสตร์สภาประชาสังคมชายแดนใต้ (พ.ศ.2559 – พ.ศ.2561) 1. ภูมิหลัง สภาประชาสังคมชายแดนใต้ เกิดขึ้นตามมติของที่ประชุมนักพัฒนาอาวุโสและนักกิจกรรม เพื่อสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ต้องการให้จัดตั้งองค์กรสภาประชาสังคมชายแดนใต้ เพื่อเป็นองค์กรประสานงานกลางของเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม ที่ด�ำเนินกิจกรรม พัฒนาสังคมอย่างถาวรขึ้นในพื้นที่ จชต.เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2554 2. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเพิ่มศักยภาพขององค์กรภาคประชาชน/ภาคประชาสังคม 2. เพื่อร่วมก�ำหนดทิศทางการแก้ปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดสันติภาพ อย่างยั่งยืน 3. เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสาน และสนับสนุนระหว่างองค์กรที่ท�ำงานเพื่อสังคม 4. เพื่อสร้างพื้นที่กลางแก่ทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างสันติภาพ 3. การวิเคราะห์จุด จุดอ่อน จุดแข็ง เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในส่วนของแกนน�ำสมาชิกสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ที่ผ่าน มาได้มีการวิเคราะห์ ถึงจุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และอุปสรรค (ปัจจัยภายในและปัจจัย ภายนอก) ในการท�ำงานของสภาประชาสังคมที่ผ่านมาและการวางทิศทางต่อไปในอนาคต ซึ่งจะมีการก�ำหนดยุทธศาสตร์ของสภาฯ ชุดใหม่ ในปี 2559 นี้ จุดแข็งของสภาฯ ในการท�ำงาน ที่ผ่านมาคือ เป็นพื้นที่ที่สมาชิกและเครือข่ายสามารถที่จะหยิบยกประเด็นมาพูดคุยได้ทุกเรื่อง มีความหลากหลายของสมาชิกสูง ท�ำให้บทบาทของสภาฯ ได้รับการยอมรับที่เป็นทางการ สามารถที่จะท�ำงานเชื่อมต่อภาคประชาสังคมได้จริง อีกทั้งที่ผ่านสภาฯ มีความโดดเด่นในการ ขับเคลื่อนประเด็นกระบวนการสันติภาพและกระจายอ�ำนาจ ส่วนจุดอ่อนของสภาฯ คือ การก�ำหนดยุทธศาสตร์ที่ผ่านมากว้างเกินไป ไม่สามารถที่จะด�ำเนินการได้ทุกเรื่อง มีสมาชิกยัง น้อยและยังไม่ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังขาดคนรุ่นใหม่เข้าร่วมท�ำงานในฐานะ สมาชิกสภาฯ และท�ำงานยังเป็นลักษณะตั้งรับขาดการสื่อสารต่อสังคมภายนอกทั้งในพื้นที่และ นอกพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคบางอย่างที่อาจต้องค�ำนึงในการก�ำหนดยุทธศาสตร์หรือ ทิศทางการท�ำงานในอนาคตคือ ภายใต้ห้วงเวลาของการอยู่ภายใต้รัฐบาลทหาร อาจท�ำให้เป็น อุปสรรคในการท�ำงาน เนื่องจากช่องทางกฎหมายบางอย่างที่จ�ำกัดการท�ำงาน และการที่ องค์กรภาคประชาสังคมบางส่วนนั้นได้รับการจัดตั้งโดยฝ่ายรัฐอาจท�ำให้ความเป็นอิสระในการ ท�ำงานของภาคประชาสังคมหายไป อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางอุปสรรคก็ยังมีโอกาสที่เมื่อน�ำมาวิเคราะห์ร่วมกับจุดแข็งก็จะเห็น โอกาสในการท�ำงานของภาคประชาสังคมมากขึ้นคือ การที่มีองค์กรภายในและภายนอกหนุน เสริมประเด็นสันติภาพมากขึ้น อีกทั้งโอกาสที่เกิดจากนโยบาย สภาความมั่นคงแห่งชาติ สมช. ปี 2555 – 2557 ว่าด้วยเรื่องการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และค�ำสั่งนายก รัฐมนตรีที่ 230/2557 ว่าด้วย “การจัดตั้งกลไกการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข จังหวัดชายแดนใต้” ที่เอื้อให้เกิดการพูดคุยสันติภาพ การมีช่องทางสื่อสาร โดยเฉพาะ social media และบรรยากาศของการเปิดประชาคมอาเซียน ก็เป็นโอกาสที่สภาฯ จะได้ท�ำงานเชื่อม ต่ อ ทั้ ง ในด้ า นการด� ำ เนิ น โครงการและองค์ ค วามรู ้ จ ากประเทศเพื่ อ นบ้ า นมากขึ้ น ซึ่ ง จาก การวิเคราะห์ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกสามารถที่จะก�ำหนดเป็นยุทธศาสตร์ของสภาฯ ได้ดังนี้ 4. วิสัยทัศน์ : สังคมที่เป็นธรรมและมีสันติภาพที่ยั่งยืนส�ำหรับทุกคน 5. พันธกิจ : หนุนเสริมการสร้างสันติภาพและกระบวนการสันติภาพอย่างยั่งยืนโดยการมี ส่วนร่วมของภาคประชาชน 6. เป้าหมาย : เป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดข้อตกลงสันติภาพ ที่มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน 7. ยุทธศาสตร์ 3 ประการ ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างพื้นที่กลางและผลักดันเชิงนโยบาย (Common Space and Advocacy) สร้าง/ขยายพื้นที่กลางให้กับภาคประชาชนที่มีความแตกต่างหลากหลาย ได้เข้ามา มีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพเพื่อน�ำไปสู่การจัดท�ำข้อเสนอและผลักดันเชิงนโยบายด้วย ความรู้แก่ทุกฝ่าย


ยุทธศาสตร์ที่ 2 การเสริมพลัง (Empowerment) เสริมพลัง สร้างความเข้มแข็งและอ�ำนาจการต่อรองให้กับภาคประชาสังคม และ ภาคประชาชนในทุกมิติ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การขยายเครือข่าย (Networking) ขยายองค์กร สมาชิก/สมาชิกของสภาประชาสังคม ชายแดนใต้รวมทั้งขยายเครือ ข่ายองค์กรภายในประเทศและต่างประเทศ 8. ประเด็นการขับเคลื่อน ปี 2559 - 2561 1. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการจัดท�ำข้อเสนอเชิงนโยบาย ด้านกระบวนการสร้างสันติภาพในชุมชน 2. การพัฒนาศักยภาพและการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้องค์กร ภาคประชาสั ง คมในการขั บ เคลื่ อ นกระบวนการเสริ ม สร้ า ง สันติภาพในชุมชน 3. การเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ อาทิ ภาคราชการ ภาควิชาการ ภาคท้องถิน่ ในการขับเคลือ่ นกระบวนการสันติภาพ 4. ขยายสมาชิ ก และจั ด ท� ำ ฐานข้ อ มู ล องค์ ก รภาคประชาสั ง คม ที่ขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพและงานพัฒนาอื่นๆ ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นปัจจุบัน 9. ข้อเสนอประเด็นการขับเคลื่อน จากองค์กรภาคีเครือข่าย 1. สนับสนุนและเปิดพื้นที่กลางในการสร้างดุลอ�ำนาจและการ ต่ อ รองต่ อ คู ่ ขั ด แย้ ง ในการท� ำ งานเพื่ อ ลดความขั ด แย้ ง และ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 2. ส่ ง เสริ ม การเรี ย นรู ้ แ ละพั ฒ นาศั ก ยภาพภาคประชาสั ง คม ในการขับเคลื่อนงานพัฒนาและกระบวนการสร้างสันติภาพ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในพื้นที่ 3. พั ฒ นาเครื อ ข่ า ยความร่ ว มมื อ และการแลกเปลี่ ย นเรี ย นรู ้ ใ น การขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้กับภาคส่วน ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ 4. สร้างช่องทางการสื่อสาร ในระดับพื้นที่ นอกพื้นที่และระดับ สากล 5. ศึ ก ษาวิ จั ย และรั บ ฟั ง ความเห็ น ประชาชนทุ ก หมู ่ เ หล่ า เพื่ อ พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการไปสู่การปกครองท้องถิ่นรูป แบบพิเศษที่ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมและบริหาร จัดการตนเองได้จริง 6. ส่งเสริมอัตลักษณ์ ศาสนา และวัฒนธรรมของประชาชนทุก เชื้อชาติ ทุกชุมชน 7. สนับสนุนการเข้าถึงระบบยุตธิ รรมของประชาชน เพือ่ ประชาชน ทุกหมู่เหล่าได้รับความเป็นธรรมจากระบบและกระบวนการ ยุติธรรมเสมอหน้ากัน 8. ส่ ง เสริ ม และสนั บ สนุ น กระบวนการเจรจาระหว่ า งรั ฐ กั บ ขบวนการก่อความไม่สงบ เพื่อยุติความรุนแรง 9. สนั บ สนุ น การแก้ป ัญ หาเร่งด่ว นของสังคมโดยเฉพาะปั ญหา ยาเสพติด ปัญหาสิ่งแวดล้อมปัญหาอาชญากรรมและปัญหา ความยากจน เป็นต้น 10. สนับสนุนการฟื้นฟู พัฒนา อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 11. ส่งเสริมการยุติความรุนแรงด้วยสันติวิธี 12. จัดท�ำฐานข้อมูลองค์กรและเครือข่ายที่ด�ำเนินงานพัฒนา และกระบวนการสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 13. เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ และผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกรณีอื่นๆ 14. การพัฒนาศักยภาพเยาวชน สตรีและเครือข่ายชาวพุทธ

10. คณะกรรมการบริหารสภาประชาสังคมชายแดนใต้ 1. นายมูฮ�ำมัดอายุบ ปาทาน ประธาน 2. นายอัศว์มันต์ บินยูโซ๊ะ รองประธาน 3. นายรักชาติ สุวรรณ์ รองประธาน 4. นางโซรยา จามจุรี รองประธาน 5. นายมันโซร์ สาและ รองประธาน 6. นายรอซีดี เลิศอริยะพงษ์กุล เลขาธิการ 7. นายฆอซาลี อาแว ผู้ช่วยเลขาธิการ 8. นางสาวพวงเพ็ญ มณีสว่างวงศ์ เหรัญญิก 9. นางสาวซัมซีย๊ะ อีแต เจ้าหน้าที่ธุรการ 10. นางสาวสุรัตน์ เทียมเทศน์ การเงิน/บัญชี 11. นายอับดุลการีม อัสมะแอ วิชาการ 12. นายอับดุลสุโก ดินอะ วิชาการ 13. นายแวรอมลี แวบูละ วิชาการ 14. นายอิมรอน สาเหาะ วิชาการ 15. นางสาวลม้าย มานะการ พัฒนาเครือข่าย 16. ผศ.นุกูล รัตนดากุล ระดมทุน 11. องค์กรสมาชิกสภาประชาสังคมชายแดนใต้ (1) สมาพันธ์ครูจังหวัดชายแดนภาคใต้ (2) มูลนิธิฮิลาลอะห์มัร (3) ศูนย์ฟ้าใสเครือข่ายเยาวชนจังหวัดยะลา (4) เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติชายแดนใต้/สมาคมลุ่มน�้ำ สายบุรี (5) มูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้ (6) มูลนิธิบ้านเด็กก�ำพร้าปัญญาเลิศ (7) กองทุนเกื้อหนุนครอบครัวที่ท�ำงานเพื่อสังคมชายแดนใต้ (8) ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคด้านฮาลาล (9) สถาบันอัสสลาม มหาวิทยาลัยฟาฏอนี (10) ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด “บ้านชีวิตใหม่” (11) ศูนย์อัลกุรอานและภาษา โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ (12) เครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (13) ศูนย์ประสานงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดปัตตานี (14) เครือข่ายสื่อภาคประชาสังคมชายแดนใต้ (15) เครือข่ายชุมชนศรัทธา กัมปงตักวา (16) ศูนย์ประชาสังคมจังหวัดยะลา (17) เครือข่ายวิทยุชุมชนมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ (18) สมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย (19) สมาคมเสริมสร้างสิทธิชุมชน (20) กลุ่มเซากูน่า (21) ศูนย์สันติวิธีชายแดนใต้ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติ ศึกษา (22) เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (23) ศูนย์ประสานเครือข่ายองค์กรประชาสังคมนราธิวาส (24) เครือข่ายพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (25) ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (26) สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา 12. คณะกรรมการที่ปรึกษา (ระหว่างทาบทาม)

JUNE/2016/MTODAY VAREITY/23


เผยผล ‘ส�ำรวจสันติภาพ’ ในชายแดนใต้รอบแรก ใน

ประชาชนยังคงคาดหวังต่อกระบวนการพูดคุย

สถานการณ์ โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ (DSJ)

(ค�ำส�ำคัญ) ข่าว, ชายแดนใต้, ความมั่นคง, การศึกษา, กระบวนการสันติภาพ, Peace Survey

1

5 องค์กรทั้งในและนอกพื้นที่ชายแดนใต้เผยผลส�ำรวจความคิดเห็นประชาชน ต่อกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้ (Peace Survey) รอบแรก พบผู้คน ส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุนการพูดคุยสันติภาพเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่ แม้ว่าจะมีความคืบหน้าไม่มากนักก็ตาม ในขณะที่ยังมีข้อกังวลว่าการพูดคุยอาจ ไม่ได้ท�ำให้ความรุนแรงลดลงและคู่สนทนาตกลงกันไม่ได้ ตลอดจนไม่มีความ จริงจังมากพอ แต่ถึงอย่างนั้นก็เชื่อว่าหากมีความต่อเนื่องก็น่าจะบรรลุถึงข้อตกลง สันติภาพได้ในเร็ววัน เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 เวลา 10.00 น. ผู้แทนของสถาบันทางวิชาการและองค์กรประชา สังคม 15 องค์กร โดยมี พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตต์ภิรมย์ศรี ผศ.ดร.เมตตา กูนิง ดร.ฆายนีย์ ชอบุญพันธ์ ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ ผศ.ดร.วลั ก ษณ์ ก มล จ่ า งกระมล รศ.ดร.วิ ชั ย กาญจนสุวรรณ และพอลลีน ทวีดี้ ได้ร่วมกันแถลง ข่าวผลส�ำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการ สันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Peace Survey) ณ ห้อง B103 คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) มี สื่อมวลชน องค์กรประชาสังคม นักวิชาการและเจ้า หน้าที่รัฐเข้าร่วมฟังจ�ำนวนมาก การส�ำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการ

24 /MTODAY VAREITY/JUNE/2016

สันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ครัง้ นีม้ วี ตั ถุประสงค์ ที่ จ ะสะท้ อ นเสี ย งของประชาชนในพื้ น ที่ จั ง หวั ด ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และอีกสีอ่ ำ� เภอของจังหวัด สงขลาว่ามีความคิดเห็นและความรู้สึกอย่างไรต่อ กระบวนการสั น ติ ภ าพจั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ / ปาตานีที่เกิดขึ้น เพื่อให้รัฐบาล กลุ่มขบวนการต่อสู้ ปาตานีหรือกลุม่ ผูท้ เี่ ห็นต่างจากรัฐ ผูม้ สี ว่ นได้สว่ นเสีย และสาธารณชนได้รับรู้ความต้องการของประชาชน ซึ่ ง จะเป็ น ข้ อ มู ล ส� ำ คั ญ ในการก� ำ หนดทิ ศ ทางการ แก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การส�ำรวจครัง้ นีถ้ อื เป็นการครัง้ แรกทีม่ กี ารร่วมงาน ขององค์กรทางวิชาการและองค์ประชาสังคม 15 หน่ ว ยงาน และผ่ า นการมี ส ่ ว นร่วมกับ หลายฝ่า ย ตั้งแต่การคิดโจทย์ค�ำถามร่วมกันไปจนถึงลงสนาม เก็บข้อมูลในพื้นที่ มีการสุ่มตัวอย่างโดยละเอียดลง ลึ ก ไปถึ ง ระดั บ ครั ว เรื อ น โดยเริ่ ม ส� ำ รวจตั้ ง แต่ 8 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม 2559 โดยมีกลุ่มตัวอย่าง ประชาชนทั่วไปในพื้นที่ดังกล่าว 1,559 ราย ใน จ�ำนวนนี้เป็นเพศหญิงร้อยละ 55 เพศชายร้อยละ 45 และเป็นมุสลิมร้อยละ 76.2 และชาวพุทธร้อยละ 23.4 ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อ�ำนวยการ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทาง วัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) เปิดเผยว่า ผู้ตอบแบบ สอบถามที่เป็นประชาชนทั่วไปส่วนใหญ่สนับสนุน การใช้การพูดคุย/เจรจาเป็นแนวทางในการแก้ไข


ปั ญ หาสถานการณ์ ใ นพื้ น ที่ ถึ ง ร้ อ ยละ 56.4 และระบุว่าไม่สนับสนุนเพียงร้อยละ 4 เมื่ อ ถามถึ ง ความเชื่ อ มั่ น ต่ อ กระบวนการ พูดคุยที่ด�ำเนินการอยู่ขณะนี้ว่าจะแก้ปัญหาได้ ส�ำเร็จหรือไม่ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ ระบุว่ารู้สึกเฉยๆ มากที่สุด คือ ร้อยละ 33 ใน ขณะที่ตอบว่าไม่มีความเชื่อมั่นร้อยละ 23.1 และมีความเชื่อมั่นร้อยละ 20.6 ส่วนภาพรวม ของความพึ ง พอใจกั บ ความก้ า วหน้ า ของ กระบวนการพูดคุยพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ รู ้ สึ ก เฉยๆ กั บ ความก้ า วหน้ า ร้ อ ยละ 39.8 พอใจร้อยละ 22.2 และไม่พอใจร้อยละ 12.2 อย่างไรก็ดี ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ เห็นว่ากระบวนการพูดคุยว่ามีผลท�ำให้บรรยากาศ และสภาพแวดล้อมในชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นถึง ร้อยละ 46.6 นอกจากนีผ้ ลการส�ำรวจยังพบว่าประชาชน มี ข ้ อ กั ง วลต่ อ กระบวนการพู ด คุ ย สั น ติ ภ าพ/ สันติสขุ ทีก่ ำ� ลังด�ำเนินอยูใ่ นประเด็น 5 อันดับแรก คือ 1.กระบวนการพูดคุยไม่สามารถหยุดความ รุนแรงได้จริงร้อยละ 61.8 2.ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ ท�ำตามที่ตกลงกันร้อยละ 60.9 3.สถานการณ์ รุนแรงขึ้นกว่าเดิมร้อยละ 58.6 4.ฝ่ายใดฝ่าย หนึ่งไม่รับฟังความต้องการของอีกฝ่ายอย่าง จริงจังร้อยละ 54.8 และ 5.ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ ให้เกียรติกันร้อยละ 53.8 แต่ถึงจะมีข้อกังวล ข้ า งต้ น น่ า สนใจว่ า มี ผู ้ ต อบแบบสอบถามถึ ง ร้อยละ 51 ที่มีความหวังว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า กระบวนการพูดคุยที่ต่อเนื่องจะท�ำให้เกิดข้อ ตกลงสันติภาพในที่สุด ส�ำหรับข้อเสนอที่ต้องการให้รัฐบาลและ ขบวนการต่อสูฯ้ ได้พดู คุยกันในขณะนีม้ ผี เู้ ลือก ตอบในเรื่ อ งการพั ฒ นาเศรษฐกิ จ และการ ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่จ�ำนวนมากที่สุดเป็น ล� ำ ดั บ แรก ตามมาด้ ว ยการแก้ ไขปั ญ หายา เสพติด และการพัฒนาการศึกษาตามล�ำดับ ในขณะที่ ป ระเด็ น เร่ ง ด่ ว นที่ ทุ ก ฝ่ า ยต้ อ ง ด�ำเนินการเพื่อให้เกิดผลในทางบวกต่อการแก้ ปั ญ หา ได้ แ ก่ 1.การแก้ ไขปั ญ หายาเสพติ ด (ร้อยละ 77.9) 2.การสร้างพื้นที่ปลอดภัยใน ชุมชน (ร้อยละ74) 3.การปรับปรุงการบังคับใช้ กฎหมาย กระบวนการยุ ติ ธ รรม และการ เยี ย วยาให้ มี ค วามเป็ น ธรรม(ร้ อ ยละ 62.2)

การแถลงผลการสารวจความคิดเห็นประชาชน ต่อกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ [peace survey]

ครั้งที่ 1

17 พฤษภาคม 2559 ห้องประชุม B103 คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี 4.การหลีกเลี่ยงการก่อเหตุความรุนแรงกับเป้า หมายอ่อน (ร้อยละ59.1) 5.ตั้งคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยบุคคลหลายฝ่ายในการตรวจ สอบข้ อ เท็ จ จริ ง ของเหตุ ก ารณ์ ค วามรุ น แรง (ร้อยละ 57.9) ส่ ว นข้ อ เสนอที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ การบริ ห าร ปกครองนั้ น การส� ำ รวจพบว่ า ผู ้ ต อบแบบ สอบถามที่ประชาชนส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 61.7 เห็นว่าหากต้องการจะแก้ไขปัญหาและสร้าง สันติภาพ/สันติสุขที่ยั่งยืน จ�ำเป็นต้องพูดถึงรูป แบบการปกครองที่เหมาะสมกับพื้นที่ โดยส่วน ใหญ่อยากเห็นรูปแบบที่มีการกระจายอ�ำนาจ ด้วยโครงสร้างการปกครองที่มีลักษณะเฉพาะ ของพื้นที่นี้ภายใต้กฎหมายของประเทศไทย ร้ อ ยละ 26.5 รองลงมาคื อ รู ป แบบที่ มี ก าร กระจายอ� ำ นาจมากขึ้ น ด้ ว ยโครงสร้ า งการ ปกครองที่เหมือนกับส่วนอื่นๆ ของประเทศ ร้ อ ยละ 22.2 ส่ ว นรู ป แบบที่ ผู ้ ต อบแบบ สอบถามไม่อยากได้คือ รูปแบบที่เป็นอยู่ใน ปัจจุบันโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ร้อยละ 25.1 และรูปแบบที่เป็นอิสระจากประเทศไทย ร้อยละ 22.9 “พื้ น ที่ ก ลางเพื่ อ สร้ า งสั น ติ ภ าพและแก้ ปัญหาความขัดแย้ง ในพืน้ ทีก่ ลางความสัมพันธ์ เชิงสร้างสรรค์ต้องมาจากทุกฝ่าย การท�ำวิจัย

ครั้งนี้ก็เพื่อเสริมความเข้มแข็งของการสร้าง พื้นที่กลาง นักวิชาการทุกปีกสถาบันทั้งในและ นอกพื้นที่ ภาคประชาสังคม ทุกปีกความคิด” ผศ.ดร.ศรีสมภพกล่าว ส�ำหรับทั้ง 15 สถาบันประกอบด้วย สถาน วิ จั ย ความขั ด แย้ ง และความหลากหลายทาง วัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบั น วิ จั ย และพั ฒ นาสุ ข ภาพภาคใต้ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิ ท ยาลั ย สงขลา นครินทร์ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบัน อิ ส ลามและอาหรั บ ศึ ก ษา มหาวิ ท ยาลั ย นราธิ ว าสราชนคริ น ทร์ คณะมนุ ษ ยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ส ถ า บั น สิ ท ธิ ม นุ ษ ย ช น แ ล ะ สั น ติ ศึ ก ษ า มหาวิ ท ยาลั ย มหิ ด ล คณะวิ ท ยาการจั ด การ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะวิทยาการ สื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบัน สั น ติ ศึ ก ษา มหาวิ ท ยาลั ย สงขลานคริ น ทร์ สถาบั น อั ส สลาม มหาวิ ท ยาลั ย ฟาฏอนี ศู น ย์ ค วามร่ ว มมื อ ทรั พ ยากรสันติภาพ ศูนย์ เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ สภาประชาสังคม ชายแดนใต้ มูลนิธิเอเชีย และส�ำนักสันติวิธี และธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า JUNE/2016/MTODAY VAREITY/25


ใน

ทีวจี ฬุ าฯเบิกฟ้าเชียงใหม่คกึ คัก คนเหนือแห่ร่วมกิจกรรมแน่น

สถานการณ์

ฮัจยียงยุทธ ยาณะ ผอ.ศูนย์ประสานงาน 5 มัสยิด (ตอนบน) จ.เชียงใหม่ ฮัจยี พ.ท.มนัส ขันธมาส รอง.ผอ.ศูนย์ฯ อิหม่ามอวยชัย มานิตย์วิฬุรห์ รอง.ผอ.ศูนย์ฯ และคณะกรรมการประจ�ำมัสยิด ทั้ง 5 มัสยิด (ตอนบน) ร่วมงานทีวสี ำ� นักจุฬาฯ เบิกฟ้าสัญจร@ร่วมต้อนรับท่านอาศิส พิทกั ษ์คมุ พล (จุฬาราชมนตรี) พร้อมมอบของที่ระลึกให้จุฬาราชมนตรี

ส�ำ

นักงานคณะกรรมการอิสลามประจ�ำจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับคณะกรรมการ มัสยิดเฮดายาตุ้ลอิสลามบ้านฮ่อ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ชมรมสตรีมุสลิมล้านนา สมาคมสตรีมุสลิมเชียงใหม่ สมาคมสภา สตรีมุสลิมเชียงใหม่ จัดงานทีวีส�ำนักจุฬาฯ เบิกฟ้าสัญจร@เชียงใหม่ ในวันที่ 3 มิถุนายน 2559 ณ มัสยิดเฮดายาตุ้ลอิสลามบ้านฮ่อ โดยนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ได้เดินทางไปเป็นประธานในงาน นายปวิณ ช�ำนิประศาสน์ ผู้ว่า ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้การต้อนรับจุฬาราชมนตรีและรับมอบเงินบริจาค สนันสนุนทีวีส�ำนักจุฬาฯ รายการเบิกฟ้าอิสลาม

นายกวินธร วงศ์ลอื เกียรติ ประธานคณะกรรมการ อิสลามประจ�ำจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ ของการจั ด งานว่ า “เพื่ อ หาทุ น สนั บ สนุ น การจั ด รายการทีวีส�ำนักจุฬาฯ เพื่อให้ความรู้ด้านศาสนา และกิ จ กรรมของคณะกรรมการกลางอิ ส ลามฯ ภายในงานมี ก ารปาฐกถาพิ เ ศษเรื่ อ งการสร้ า ง สังคมคุณภาพ ดุลยภาพและสมานฉันท์เพื่อความ มัน่ คงของประเทศ” โดยอิหม่าม ดร.วิสทุ ธิ์ บิลล่าเต๊ะ (ประธานคณะกรรมการบริ ห ารรายการสถานี โทรทั ศ น์ ส� ำ นั ก จุ ฬ าราชมนตรี ) และมี ก ารเสวนา วิ ช าการเรื่ อ ง “การสื่ อ สารอิ ส ลามในสั ง คมพหุ วัฒนธรรม” โดย อิหม่ามสรกิจ หะซัน คุณสุริยา อร่ามวงค์ อ.ซากีย์ พิทักษ์คุมพล และผ.ศ.ดร.สุชาติ เศรษฐมาลินี การจัดงานทีวีจุฬาฯ เบิกฟ้าเชียงใหม่ เพื่อขอ การสนั บ สนุ น ร่ ว มขอรั บ บริ จ าคเพื่ อ ช่ ว ยกั น สร้างสรรค์ สนับสนุนสื่อส่วนกลาง เผยแพร่หลัก ธรรมค�ำสอนของศาสนาอิสลาม และการอยู่ร่วมกัน ในสั ง คมพหุ วั ฒ นธรรม การเผยแพร่ ภ ารกิ จ ของ จุฬาราชมนตรี กิจกรรมของศูนย์ประสานงานส�ำนัก จุ ฬ าราชมนตรี ประจ� ำ ภาคใต้ และส� ำ นั ก งาน 26 /MTODAY VAREITY/JUNE/2016

คณะกรรมการอิ ส ลามประจ� ำ จั ง หวั ด ตลอดจน กิจกรรมของภาคสังคมมุสลิมและสังคมทั่วไป ให้เป็น ที่แพร่หลายและเป็นที่ประจักษ์ในค�ำสอนอันงดงาม ของอิสลาม ทั้งนี้ชาวเชียงใหม่และพี่น้องภาคเหนือได้ร่วม บริจาคเป็นจ�ำนวนเงินทั้งสิ้น 423,875 บาท และ นายกวินธร วงศ์ลือเกียรติ ประธานคณะกรรมการ อิสลามประจ�ำจังหวัดเชียงใหม่ ได้มอบเงินบริจาค ทั้ ง หมดให้ กั บ ฯพณฯอาศิ ส พิ ทั ก ษ์ คุ ม พล จุฬาราชมนตรี ในวันที่ 3 มิย.59 เพื่อด�ำเนินการตาม เป้าหมายต่อไป


จุฬาราชมนตรีน�ำมุสลิมถวายพระพร เฉลิมพระเกียรติทรงครองราชย์ 70 ปี

ส�ำ

นักจุฬาฯร่วมเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยูห่ วั เนือ่ งในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ ครบ 70 ปี วั น พฤหั ส บดี ที่ 9 มิ ถุ น ายน พ.ศ.2559 เวลา 18.00 น. ส�ำนักจุฬาราชมนตรี ร่วมกับ องค์ ก รทั้ ง ภาครั ฐ และเอกชน จั ด พิ ธี เ ฉลิ ม พระเกียรติ และขอพรถวายแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จ เถลิงถวัลย์ราชสมบัติ ครบ 70 ปี มีนายพลากร สุวรรณรัฐ (องคมนตรี) เป็นผู้กล่าวน�ำ 70 ปี ทรงครองราชย์ พร้อมด้วย ฯพณฯ จุฬาราชมนตรี นายอาศิ ส พิ ทั ก ษ์ คุ ม พล ร่ ว มงานพิ ธี เ ฉลิ ม

พระเกียรติและขอพรถวายแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยูห่ วั โดยมีผเู้ ข้าร่วม อาทิ หม่อมหลวง ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจ�ำส�ำนักนายก รัฐมนตรี เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรี, พลเอก ธนศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี พลเอกอุดมเดช สีตะบุตร รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงกลาโหม, นายอารีย์ วงศ์อารยะ อดี ต รั ฐ มนตรี ว ่ า การกระทรวงมหาดไทย, ฯพณฯ นาซีเราะห์ ฮูเซ็น เอกอัคราชฑูตมาเลเซีย

ประจ�ำประเทศไทย, พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิ ก ารคณะกรรมการกลางอิ ส ลามแห่ ง ประเทศไทย, ดร.วินัย ดะห์ลัน, อ.อรุณ บุญชม ประธานกรรมการด�ำเนินการจัดงานฯ, อ.ชาเร็บ ศรีเจริญ, คณบดีทตู ประจ�ำประเทศไทย, บรรดา ทูตานุฑตู , บาทหลวงตัวแทนจากศาสนาคริสต์, บรรดาอิหม่ามประจ�ำมัสยิดทั่วประเทศไทย, นายปรีดา เชื้อผู้ดี (ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี/ นายก อบต.ท่าอิฐ) และแขกผูม้ เี กียรติเข้าร่วม งานอย่างคับคั่ง ณ ศูนย์บริการจัดการศาสนา อิ ส ลามแห่ ง ชาติ เ ฉลิ ม พระเกียรติ คลอง 9 แขวงหนองจอก กรุงเทพฯ หลังพิธีถวายพระพร ได้มีการจัดเลี้ยงละ ศีลอดร่วมกันด้วย

สมาคมสื่อสารฯระดมทุนจัดวิทยุรอมฎอน เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน สมาคมสื่อสารมวลชนมุสลิมแห่งประเทศไทย โดยนายอาหะหมัด ขามเทศทอง นายกสมาคมฯ ได้จัดงานวันสื่อสาร มุสลิมสัมพันธ์ 1437 หารายได้เป็นกองทุนเผยแพร่อิสลามผ่านสื่อวิทยุกระจายเสียง และกิจการของสมาคม มีนายวิบูลย์ มุขตารี เป็นประธาน ในพิธี นายเกรียงไกร วัชรปรียากร ประธานจัดงาน โดยได้เชิญ ดร.ศราวุฒิ อารีย์ รองผู้อ�ำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปาฐกถาพิเศษ กลเกมส์มหาอ�ำนาจโยงมุสลิม กลุ่มก่อการร้าย” โดยมีพี่น้องมุสลิมร่วมให้ความสนใจร่วมงานอย่างคับคั่ง JUNE/2016/MTODAY VAREITY/27


นศ.มาเลย์-มอ.ส่งมอบศูนย์ เศรษฐกิจพอเพียงรูสะมิแล ชายแดนใต้

นั

ก ศึ ก ษ า แ ล ะ บุ ค ล า ก ร ม . อ . 5 วิทยาเขต และนักศึกษาจาก UUM มาเลเซีย น�ำทีมโดยรองผู้ว่าฯ ปัตตานี ส่งมอบศูนย์การเรียนรู้ เศรษฐกิจพอ เพี ย งให้ ชุ ม ชนรู ส ะมี แ ล ผลงานค่ า ย พัฒนาหลังท�ำงานหนักมา 10 วัน

รองผู ้ ว ่ า ราชการจั ง หวั ด ปั ต ตานี คณะ ผู้บริหารและนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลา นครินทร์ ทั้ง 5 วิทยาเขต และจาก UUM มาเลเซีย ร่วมส่งมอบศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียง ในพิธีปิดค่ายอาสาพัฒนาโรงเรียน และชุมชนรูสะมิแล โดยโรงเรียนและชุมชน รั บ ปากจะดู แ ลและต่ อ ยอดศู น ย์ ก ารเรี ย นรู ้ เศรษฐกิจพอเพียง เมื่อเช้าวันที่ 4 มิถุนายน 2559 ที่โรงเรียน บ้านรูสะมิแล รศ.ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดี มหาวิ ท ยาลั ย สงขลานคริ น ทร์ นายลื อ ชั ย เจริญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายอนุ ศ าสน์ สุ ร รณมงคล สมาชิ ก สภา นิ ติ บั ญ ญั ติ แ ห่ ง ชาติ นางนั น ทา แววสง่ า ผู ้ อ� ำ นวยการโรงเรี ย นบ้ า นรู ส ะมิ แ ล อ� ำ เภอ เมือง จังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วน ราชการ,สถานศึ ก ษา ผู ้ น� ำ ชุ ม ชน นั ก เรี ย น นักศึกษา และชุมชนรูสะมิแล ได้ร่วมในพิธี ส่ ง มอบศู น ย์ ก ารเรี ย นรู ้ เ ศรษฐกิ จ พอเพี ย ง ในพิธีปิดค่ายอาสาพัฒนา ซึ่งเป็นผลงานของ นั ก ศึ ก ษาจากมหาวิ ท ยาลั ย สงขลานคริ น ทร์ 5 วิทยาเขต พร้อมด้วยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย อุตระ ประเทศมาเลเซีย Universiti Utara Malaysia) กว่ า 350 คน ที่ ได้ร่วมกันออก ค่ายพัฒนาโรงเรียนบ้านรูสะมิแล มาตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม - 4 มิถุนายน 2559 ดร.บดิ น ทร์ แวลาเตะ รองอธิ ก ารบดี ฝ่ า ยพั ฒ นานั ก ศึ ก ษา วิ ท ยาเขตปั ต ตานี ได้ รายงานความเป็นมาของโครงการค่ายอาสา พั ฒ นาโรงเรี ย นบ้ า นรู ส ะมิ แ ล อ� ำ เภอเมื อ ง จั ง หวั ด ปั ต ตานี เพื่ อ สร้ า งศู น ย์ ก ารเรี ย นรู ้ เศรษฐกิ จ พอเพี ย ง ความว่ า มหาวิ ท ยาลั ย สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้รับมอบ หมายให้เป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมค่าย 28 /MTODAY VAREITY/JUNE/2016

อาสาอาสาพั ฒ นามหาวิ ท ยาลั ย สงขลา นครินทร์ 5 วิทยาเขต ครั้งที่ 4 ในระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม - 4 มิ ถุ น ายน 2559 ณ โรงเรียนบ้านรูสะมิแล อ�ำเภอเมือง จังหวัด ปั ต ตานี โดยมี วั ต ถุ ป ระสงค์ เพื่ อ ส่ ง เสริ ม และบ่ ม เพาะให้ นั ก ศึ ก ษาให้ มี ทั ก ษะการใช้ ชีวิต และรู้จักการท�ำงานร่วมกันในลักษณะ ค่ายอาสาพัฒนา มีความสามัคคี และการเสีย สละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เพื่ อ เสริ ม สร้ า งความสั ม พั น ธ์ อั น ดี ร ะหว่ า ง มหาวิทยาลัยและชุมชน นักศึกษา ทั้งนี้ในปีนี้ ได้มีนักศึกษาจาก UUM มาเลเซียมาร่วมออก ค่ายอาสาพัฒนาด้วย จ�ำนวน 29 คน โดยมี นั ก ศึ ก ษาและบุ ค ลากรทั้ ง หมดที่ ม าร่ ว มออก ค่ายประมาณ 350 คน ซึ่งหลังจากนักศึกษาจาก 5 วิทยาเขตของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และนักศึกษา จากUUM มาเลเซียได้ร่วมกันก่อการสร้างร้าน ค้าเพื่อจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์ของโรงเรียน การจัด

ท�ำซุม้ โครงเหล็กเป็นอุโมงค์สำ� หรับพันธุไ์ ม้เลือ้ ย การจั ด ท� ำ แปลง ปลู ก ผั ก ตามแนวเศรษฐกิ จ พอเพียง ปรับปรุงโรงเรือนเพาะเห็ด ปรับปรุง บ่อเลี้ยงปลา ในพื้นที่ประมาณ 2 ไร่เศษ ทาสี และวาดภาพก�ำแพงโรงเรียน การปลูกป่าชาย เลนบริ เวณหลั ง โรงเรี ย น และกิ จ กรรมด้ า น วิชาการ เช่น การจัดนิทรรศการความรู้เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง การจัดการขยะ การบริการตรวจสุขภาพ เบือ้ งต้น การอบรมความรูด้ า้ นการใช้คอมพิวเตอร์ ให้แก่นักเรียน การออกแบบบรรจุภัณฑ์สินค้า และการ อบรมอาชีพเสริม ให้แก่ชุมชน กิจกรรมด้าน นันทนาการ การทั ศ นศึ ก ษา สถานที่ ส� ำ คั ญ ด้ า นพหุ วั ฒ นธรรมของจั ง หวั ด ปั ต ตานี การบ� ำ เพ็ ญ ประโยชน์เพื่อเพื่อนมนุษย์ การร่วมเก็บขยะและท�ำความสะอาดพื้นที่ ชายทะเล ณ บริเวณแหลมตาชี อ�ำเภอยะหริ่ง


จังหวัดปัตตานี มาตัง้ แต่วนั ที่ 26 พฤษภาคม - 4 มิถนุ ายน 2559 และในวันนี้เป็นการส่งมอบผลงานค่าย อาสาพัฒนาดังกล่าวให้แก่โรงเรียนและชุมชน รศ.ดร.ชู ศั ก ดิ์ ลิ่ ม สกุ ล อธิ ก ารบดี มหาวิทยาลัยสงขลานคริน ทร์ ได้ก ล่าวมอบ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ในพิธีปิด ค่ายอาสาพัฒนา ความว่า มีความภาคภูมิใจที่ ได้ เ ห็ น ความร่ ว มมื อ ของผู ้ บ ริ ห าร บุ ค ลการ และนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 5 วิทยาเขต พร้อมด้วยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย อุตระ ประเทศมาเลเซีย ที่ได้ขับเคลื่อนภารกิจ ค่ายอาสาพัฒนาครั้งนี้ จนไดรับผลส�ำเร็จอย่าง ดียงิ่ ซึง่ การออกค่ายอาสาพัฒนาครัง้ นีก้ ส็ อดคล้อง กับแนวปฏิบัติตามพระราชปณิธานของสมเด็จ พระราชบิดาที่ว่า “ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ เป็นกิจที่หนึ่ง” นับเป็นการสร้างคุณลักษณะ ของบัณฑิตให้มีจิตสาธารณะ เข้าใจวิถีชาวบ้าน สามารถท�ำงานเป็นทีม อันเป็นนโยบายหลัก และเป็นยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยสงขลา นครินทร์ ในเรือ่ งการบริการชุมชน ซึง่ นอกจาก

เรี ย นรู ้ ท ฤษฎี ใ นห้ อ งเรี ย นแล้ ว ยั ง ต้ อ งมี ก าร ลงพื้นที่ปฏิบัติการจริง นายลือชัย เจริญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการ จังหวัดปัตตานี ประธานในพิธีปิดค่ายอาสา พัฒนามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 5 วิทยาเขต ครัง้ ที่ 4 ได้กล่าวแสดงความชืน่ ชม มหาวิทยาลัย สงขลานคริ น ทร์ วิ ท ยาเขตปั ต ตานี ในการ จัดกิจกรรมค่ายอาสาพัฒนาโรงเรียนบ้านรูสะมิแล ว่ า เป็ น การน้ อ มน� ำ แนวพระราชด� ำ รั ส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ด้านปรัชญา หลักการ กรอบแนวคิดด้านเศรษฐกิจพอเพียง ในการขั บ เคลื่ อ นกิ จ กรรม เพื่ อ เป็ น ต้ น แบบ แหล่ ง เรี ย นรู ้ ใ ห้ กั บ นั ก เรี ย นและชุ ม ชนบ้ า น รูสะมิแล อ�ำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ด้วยรูป แบบกิจกรรมทีม่ คี วามหลากหลาย การจัดกิจกรรม ในครั้งนี้ จึงถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีให้สังคม อันแสดงให้เห็นถึงพลังความสามัคคี ความร่วม มื อ ร่ ว มใจของทุ ก ภาคส่ ว นในการจั ด งานได้ อย่างดียงิ่ ตลอดจนมีสว่ นร่วมในการประชาสัมพันธ์ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดปัตตานี หลั ง จากนั้ น เป็ น พิ ธี ล งนามในข้ อ ตกลง ความร่ ว มมื อ มอบศู น ย์ ก ารเรี ย นรู ้ เ ศรษฐกิ จ พอเพียง ระหว่างนายลือชัย เจริญทรัพย์ รอง ผู ้ ว ่ า ราชการจั ง หวั ด ปั ต ตานี รศ.ดร.ชู ศั ก ดิ์ ลิ่ ม สกุ ล อธิ ก ารบดี ม หาวิ ท ยาลั ย สงขลา

นครินทร์ ผศ.พัชรียา ไชยลังกา รองอธิการบดี ฝ่ า ยวิ ช าการวิ ท ยาเขตปั ต ตานี ดร.บดิ น ทร์ แวลาเตะ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา วิทยาเขตปัตตานี นางนันทา แววสง่า ผูอ้ ำ� นวยการ โรงเรียนบ้านรูสะมิแล นายอลงกต เจ๊ะอีแต ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ้านรูสะมิแล นายแวดอเลาะ หะยีมามุ ผูน้ ำ� ศาสนา นายซาบะ ยาแม ผูใ้ หญ่บา้ นรูสะมิแล หมู ่ 1 ต� ำ บลรู ส ะมิ แ ลนางอั ม พกา จั ว นาน ผู้ช่วยผู้อ�ำนวยการโรงเรียนบ้านรูสะมิแล และ นายสมาแอ อาแว คุณครูโรงเรียนบ้านรูสะมิแล ผู้รับผิดชอบ นางนันทา แววสง่า ผู้อ�ำนวยการโรงเรียน บ้านรูสะมิแล กล่าวว่า โรงเรียนบ้านรูสะมิแล ขอขอบคุ ณ ที่ ม หาวิ ท ยาลั ย สงขลานคริ น ทร์ มาออกค่ า ยพั ฒ นาโรงเรี ย นในครั้ ง นี้ ซึ่ ง โรงเรี ย นให้ ค วามส� ำ คั ญ กั บ ฐานการเรี ย นรู ้ เศรษฐกิจพอเพียง โดยโรงเรียนได้น�ำนักเรียน ลงไปเรียนรู้ทุกวันอังคาร พุธ และพฤหัสบดี ส่วนวันศุกร์จะเป็นการเรียนรูภ้ มู ปิ ญ ั ญาท้องถิน่ โดยโรงเรี ย นและชุ ม ชนรั บ ปากจะดู แ ลและ ต่ อ ยอดศู น ย์ ก ารเรี ย นรู ้ เ ศรษฐกิ จ พอเพี ย ง ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มอบให้ และ หากโรงเรียนมีปัญหาข้อติดขัดก็จะขอความรู้ จากมหาวิทยาลัยต่อไป รายงานข่ า วจากมหาวิ ท ยาลั ย สงขลา นครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี แจ้งว่า โครงการ ค่ายอาสาพัฒนามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 5 วิทยาเขต ซึ่งประกอบด้วย นักศึกษา และ บุ ค ลากรจากวิ ท ยาเขตปั ต ตานี วิ ท ยาเขต หาดใหญ่ วิทยาเขตภูเก็ต วิทยาเขตตรัง และ วิทยาเขตสุราษฏร์ธานี ได้เริ่มโครงการมาตั้งแต่ ปีการศึกษา 2555 จนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 4 จั ด ขึ้ น ระหว่ า งวั น ที่ 26 พฤษภาคม - 4 มิ ถุ น ายน 2559 ณ โรงเรี ย นบ้ า นรู ส ะมิ แ ล อ� ำ เภอเมื อ ง จั ง หวั ด ปั ต ตานี โดยในปี นี้ มี นั ก ศึ ก ษาจากมหาวิ ท ยาลั ย อุ ต ระ มาเลเซี ย เข้ า ร่ ว มโครงการด้ ว ย ทั้ ง นี้ โ ดยได้ รั บ การ สนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานต่างๆ ของ มหาวิ ท ยาลั ย สงขลานคริ น ทร์ เป็ น เงิ น 1,050,000 บาท (หนึ่งล้านห้าหมื่นบาท) และ ได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบการ โรงแรม ธนาคาร และภาคส่ ว นต่ า งๆ ที่ ใ ห้ ก าร สนับสนุน ทั้งนี้กิจกรรมการสร้างศูนย์การเรียน รู้เศรษฐกิจพอเพียง แล้วเสร็จเกือบทั้งหมด เว้นแต่การก่อสร้างอาคารร้านค้าเพื่อจ�ำหน่าย ผลิ ต ภั ณ ฑ์ ข องโรงเรี ย นซึ่ ง ต้ อ งเจาะก� ำ แพง โรงเรียนเพือ่ ก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่ มี ค วามแข็ ง แรงมากคงจะต้ อ งใช้ เวลาอี ก ประมาณ 2 สัปดาห์จึงแล้วเสร็จ JUNE/2016/MTODAY VAREITY/29


เยือนอาณาจักรปลา

อ.บุคอรี บินรามัน สัมภาษณ์

พิเศษ

ใน

วัย 82 ปี อ.บุคอรี บินรามัน ยังมี สุขภาพที่แข็งแรง ท�ำงานตามปกติ เหมือนสมัยวัยหนุม่ งานถนัดก็คอื “การเลีย้ ง ปลา” มีบอ่ ปลาบนพืน้ ทีห่ ลายร้อยไร่ มีปลา หลายแสนตัวทีเดียว อ.บุคอรี บินรามัน เกิดที่บางมด กรุงเทพฯ ในสมัยที่ยังเป็นทุ่งนา เรียกว่า นานอก มีชีวิตใน วัยหนุ่มที่โลดโผนทีเดียว เรียนระดับปริญญาตรี ปี 1 ถึง 4 มหาวิทยาลัย เป็นเวลาถึง 9 ปี แต่กลับมา ได้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย อ.บุคอรี สมับเป็นวัยรุ่น ได้เข้าเรียนที่อิสลาม ศรีอยุธยา เป็นเวลา 7 ปี เกีย่ วกับการท่องจ�ำอัลกุรอ่าน และฮาดิษ ตอนนั้น สามารถท่องจ�ำอัลกุรอ่านและฮาดิษ ได้เกือบทั้งหมด เมื่อจบ ม.7 จึงเข้าเรียนระดับปริญญาตรี ทีม่ หาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มที่การเรียนวิชากฎหมาย รุ่นเดียวกับนายชวน หลีกภัย นายสมัคร สุนทรเวช เป็นต้น เรียนได้ 1 ปี ก็ย้ายไปเรียนคณะสังคมศาสตร์ “ที่คณะสังคมศาสตร์ ได้สร้างวีรกรรมจนเป็นที่รู้จัก ของนักศึกษา ตอนนั้นอาจารย์เรียกชื่อผิด เพราะบุคอรี ไม่ใช่ภาษาไทย สมัยนั้นมุสลิมเรายังไม่กล้าเปิดเผยตัวเองว่า เป็นมุสลิมกัน จะถูกเรียกว่า แขก เมื่อถูกถามว่า เป็นแขก ใช่มั้ย ก็ตอบอาจารย์ไปว่า เป็นคนไทย แต่นับถือศาสนา อิสลาม เป็นการตอบค�ำถามต่อหน้าเพื่อนนักศึกษาหลาย ร้อยคน เป็นที่ฮือฮามากที่กล้าพูดกับอาจารย์ จึงเป็นที่รู้จัก หลายคนก็เข้ามาทักว่า เป็นมุสลิมเหมือนกัน” อ.บุคอรี สะท้อนความเฮี้ยวเมื่อตอนวัยหนุ่ม

30 /MTODAY VAREITY/JUNE/2016


ระหว่างนั้น อ.บุคอรี ได้ยื่นเรื่องขอทุนไปเรียน ที่ไคโร แต่ต้องรอถึง 2 ปี ถึงจะได้ทุน โดยได้เดิน ทางไปเรียนต่อเมือ่ ปี 2506 เป็นนักเรียนทุนรุน่ แรก ที่ได้เดินทางไปเรียนที่ไคโร อียิปต์ “ก� ำ ลั ง ท� ำ งานอยู ่ ใ นนา อ.แช่ ม พรหมยงค์ ให้คนมาตามว่า ได้ทุนไปเรียนไคโร ตอนแรกคิดว่า ไม่ได้ไปแล้ว” อ.บุคอรี กล่าวและว่า ที่อียิปต์ต้อง ย้ายมหาวิทยาลัยถึง 3 แห่ง อาทิ ทีม่ หาวิทยาลัยไคโร มหาวิทยาลัยอัลอัรฮัร “ไม่คอ่ ยได้เรียนหนังสือ เทีย่ วกลางคืน อยูต่ ามผับ ตามโรงโอเปร่า แต่ผับที่อียิปต์ไม่มีเหล้าเบียร์ มีแต่ โค้ก ดูเต้นระบ�ำ กลับที่พักตี 1 ตี 2 ผ่านไป 3 ปี เห็นเพื่อนอยู่ปี 3 แล้ว แต่ตัวเองยังอยู่ปีหนึ่ง จึงตั้งใจเรียน จึงเรียนจบ “กฎหมายอิสลาม” ใช้เวลา 6 ปีทอี่ ยี ปิ ต์ รวมเวลาเรียนปริญญาตรี ทัง้ ทีม่ .ธรรมศาสตร์ และทีอ่ ยี ปิ ต์ ใช้เวลา 9 ปี 4 มหาวิทยาลัย” อ.บุคอรี กล่าวพร้อมหัวเราะ “เมือ่ มาถึงเมืองไทยก็มาเลีย้ งปลา วันหนึง่ ท่ า นผู ้ ห ญิ ง สมร ภู มิ ณ รงค์ บุ ต รสาวท่ า น จุฬาราชมนตรีตว่ น สุวรรณศาสน์ ให้คนมาตาม เนื่ อ งจากมหาวิ ท ยาลั ย รามค� ำ แหงต้ อ งการ อาจารย์สอนวิชากฎหมายอิสลาม ก็บอก ท่านผู้หญิงว่า ตอนนี้ก�ำลังยุ่งกับ การเลี้ยงปลา ขอเวลา 1 ปี ปี หน้ า จะไปสอน ก็ ถู ก ต่ อ ว่ า คนอื่น เขาอยากได้งาน แต่ นีม่ งี านแล้วก็ยงั เล่นตัวอีก สอนนิติศาสตร์อิสลาม ที่ ม.รามค�ำแหง ตั้งแต่

ปี 2518 จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 40 ปี สอน ตัง้ แต่มเี ด็กมาเรียน 4 คน 200 คน จนถึง 8,000 คน ใช้เวลาเป็นเดือนๆ ถึงจะตรวจข้อสอบหมด บางคน เป็นรุน่ ลูกมาเรียน บอกว่าพ่อให้มาเรียนแม่ให้มาเรียน เพราะตอนพ่อแม่เรียน ได้ความรู้ สนุก เป็นวิชา กฎหมายที่สอนสนุก สอนตั้งแต่หลักความเชื่อใน อัลเลาะฮ์ การเชือ่ มโยงถึงหลักปฏิบตั ขิ องกฎหมาย อิสลาม ถ้าสอนแต่กฎหมายอย่างเดียว มีแต่บทลงโทษ ไม่มีที่มาที่ไป นักศึกษาก็มองว่ากฎหมายอิสลาม โหดร้าย” อ.บุคอรี กล่าว อาจารย์ บุ ค อรี สอนนิ ติ ศ าสตร์ อิ ส ลามที่ มหาวิ ท ยาลั ย รามค� ำ แหง ในต� ำ แหน่ ง อาจารย์ พิเศษ ตั้งแต่ปี 2518 โดยไม่บรรจุเป็นอาจารย์ ประจ�ำ ด้วยกลัวว่าจะไม่เป็นอิสระในการสอน แม้จะเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยรามค�ำแหง แต่ ง านหลั ก ที่ อ.บุ ค อรี ไม่ ทิ้ ง คื อ การเลี้ ย งปลา ตั้งแต่วัยหนุ่มจนถึงปัจจุบัน ยังเลี้ยงปลาเป็นอาชีพ “การเลี้ยงปลาตอนอยู่บางมด ตอนนั้นท�ำนา ได้เงินมาเล็กน้อย ท�ำเป็นคันกั้นน�้ำ ชวนชาวบ้าน คนอื่นท�ำก็ไม่ท�ำ พอท�ำเสร็จปีนั้น ที่นาคนอื่นน�้ำ ท่วมของเราไม่ท่วม แถมมีปลาขึ้นมาเยอะ ก็มีคน อืน่ ท�ำตาม ตอนนัน้ ปลาขึน้ มาจากคลองมาอยูใ่ นนา เยอะมาก ตอนไถนา ตอนนั้นไถกับควาย เห็นปลา ดุกเหลืองไปหมด ตอนทีไ่ ปอียปิ ต์ ก็บอกกับทีบ่ า้ นว่า ข้าวพวกเธอเอาไป ปลาเว้นไว้ให้ฉัน แต่ตอนไป คนทีม่ ที นี่ าติดกันก็แอบมาเอาปลาไป จนสร้างบ้าน เรือนไทยได้ 2 หลัง แต่ขนาดนั้น ก็ยังจับปลาได้ มาก” อ.บุคอรี พูดถึงที่มาของความผูกพันกับปลา หลังเรียนจบจากอียปิ ต์ทนี่ าทีบ่ างมดถูกขายไป

จึ ง ไปเช่ า ที่ ๆ บางบั ว ทองเลี้ ย งปลา ขณะที่ เ ป็ น อาจารย์พเิ ศษก็ยงั เลีย้ งปลา ย้ายสถานทีม่ า 3 แห่ง จนปั จ จุ บั น ได้ เช่ า ที่ ดิ น 300 ไร่ ที่ อ .องครั ก ษ์ จ.นครนายก ต่อแดน อ.วิหารแดง สระบุรี เป็นบ่อปลา “เช่าที่ดินท�ำสัญญา 15 ปี ซึ่งปีนี้ 14 ปีแล้ว จากนี้ไปก็ตกลงกันว่า จะเช่าคราวละ 3 ปี ก่อนที่ จะเช่าที่ดินตรงนี้มีคนมาเช่าตัดหน้า ผู้เช่าเดิมได้ เข้ามาขุดบ่อ จนเรียบร้อยแล้ว ต่อมาได้เจรจาเซ้ง ต่อเป็นเงินจ�ำนวน 2 ล้านบาท มีบ่อปลา 4 บ่อ บ่อเล็กเลี้ยงปลาดุกพื้นที่ 2 งาน บ่อที่ 2 เนื้อที่ 120 ไร่ บ่ อ ที่ 3 จ� ำ นวน 50 ไร่ และบ่ อ ที่ 4 จ�ำนวน 80 ไร่ ปลาที่ลงเลี้ยงมีประมาณ 8 ชนิด อาทิ ปลานิล ปลากะโห้ ปลาตะเพียน เป็นต้น อย่างบ่อ 120 ไร่ ลงปลาประมาณ 500,000 ตัว ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 1 ปี จับครั้งแรก เมื่อเดือน ตุลาคม 2558 ได้จ�ำนวน 120 ตัน ได้ปลาขนาด 3 ตัว/กิโลกรัม จับไปครึ่งบ่อตอนนี้ ประมาณตัวละ 1 กิโลกรัม เหลือประมาณ 100 ตัน” อ.บุคอรี เล่า ถึงการเลี้ยงปลา ส่วนอีก 2 บ่อ บ่อ 50 ไร่กับ 80 ไร่ ลงปลา ประมาณ 200,000-300,000 ตั ว ปลาชนิ ด เดียวกันใช้เวลาเลี้ยงเหมือนกัน เฉลี่ยจับปลาได้ปี ละมากกว่า 200 ตัน มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท “ตอนเดือนตุลาคม ปลานิลราคาประมาณ 45 บาทต่อกิโลกรัม รวมปลาอื่นๆ ด้วยเฉลี่ยประมาณ 40 บาท ตอนนี้ราคาเหลือประมาณ 25 บาทต่อ กิโลกรัม เพราะผู้เลี้ยงจับขายเพื่อใช้เงินในช่วงเปิด เทอม ขณะเดียวกัน อากาศร้อนน�้ำลดลงมาก ปลา ตายมาก จึงเร่งจับขาย อย่างที่บ่อก็มีปลาลอยตาย วันละลายตัว รอราคาขยับอีกหน่อย คาดว่าเดือน รอมฎอนคงจะจับขาย” อ.บุคอรี กล่าว อ.บุคอรี เลีย้ งปลาแบบธรรมชาติ ให้กนิ ผัก ข้าว และมูลไก่ ไม่ให้กินหัวอาหารเหมือนผู้เลี้ยงรายอื่น ผักก็จะมีคนงานไปขนมาจากตลาด ซึ่งมีแม่ค้าจัด ไว้ให้ เป็นผักที่เหลือจากการขาย หรือผักเสียๆ ข้าวก็เป็นอาหารที่เหลือจากการกินของลูกค้าใน ร้านอาหาร ส่วนมูลไก่ เป็นหัวอาหาร เพราะไก่ที่ กินหัวอาหารจะย่อยไม่หมด ถ่ายออกมาเป็นมูลไก่ นอกจากนี้ก็จะปลูกผักตบชวาไว้ริมของบ่อ ส่วน หนึ่งป้องกันคนเข้ามาทอดแห และเป็นอาหารปลา ด้วย แต่จะต้องคอยก�ำจัด เพราะผักตบชวาเป็น พืชที่ขยายพันธุ์เร็ว “ต้ น ทุ น เดื อ นละประมาณ 300,000 บาท รวมเบ็ดเสร็จประมาณปีละ 5 ล้านบาท มีก�ำไร ประมาณ 5 ล้ า นบาท ก็ น� ำ ไปใช่ จ ่ า ยอย่ า งอื่ น ช่ ว ยการกุ ศ ล สร้ า งมั ส ยิ ด เป็ น ทุ น การศึ ก ษา เยาวชน ท�ำไปใช้ไป ไม่เหลือเท่าไหร่” อ.บุคอรี กล่าวและว่า ก�ำลังหาสถานที่เพื่อเลี้ยงปลาเพิ่ม เติมประมาณ 500 ไร่ แม้ จ ะเลยวั ย 80 ปี มาแล้ ว แต่ อ .บุ ค อรี ยังขยันท�ำงาน และยังมีเรี่ยวแรงในการท�ำงาน โดยเฉพาะการเลี้ ย งปลา อาชี พ ที่ ท� ำ มาตั้ ง แต่ สมัยหนุ่ม เป็นตัวอย่างของการท�ำงานว่า ไม่ว่า จะอยู่ในวัยไหนก็สามารถประสบความส�ำเร็จได้ JUNE/2016/MTODAY VAREITY/31


รายงาน พิเศษ ทีมข่าวต่างประเทศ

อิ

หร่าน ใช้วันครบรอบการถึงอสัญกรรมของอยาตุลเลาะฮ์โคมัยนี ฟื้นกระแส “การปฏิวัติอิสลาม” เป็นพลังในการขับเคลื่อน ประเทศ ทั้งการปลุกจิตวิญญาณคนอิหร่านร่วมมือสร้างชาติ และสร้างภาพลักษณ์บนเวทีนานาชาติ

จุดกระแสโคมัยนี-กระแสปฏิวัติอิสลาม

ปลุกจิตวิญญาณอิหร่าน-สร้างภาพลักษณ์บนเวทีโลก วั น ที่ 3 มิ ถุ น ายน เป็ น วั น ครบรอบการ ถึ ง แก่ อ าสั ญ กรรมของอยาตุ ล เลาะห์ โ คมั ย นี ผู ้ น� ำ การปฏิ วั ติ อิ ส ลามแห่ ง อิ ห ร่ า น ในปี น้ี (2559) ครบรอบ 27 ปีของการอสัญกรรม รัฐบาลอิหร่านได้จัดงานใหญ่ ซึ่งดูเหมือนว่าจะ ใหญ่มากกว่าทุกปี ที่มัสยิดโคมัยนี สถานที่ฝัง ศพของอิหม่ามโคมัยนี มีคนหลายหมื่นคนเดิน ทางไปร่ ว มพิ ธี ขณะที่ ก ารจั ด งานมี ขึ้ น ตาม มั ส ยิ ด ทั่ ว ประเทศ ตามรายงานของอิ ห ร่ า น เดลลี่ ระบุว่า มีคนเข้าร่วมงานประมาณ 10 ล้านคน จากพลเมืองของอิหร่าน 79 ล้านคน นับว่า มีจ�ำนวนมากทีเดียว ในขณะที่ รั ฐ บาลอิ ห ร่ า นได้ เชิ ญ ตั ว แทน มุสลิมจากทั่วโลกมากกว่า 200 คน ไปร่วม สังเกตการณ์ และร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยว กับบทบาทของอิหม่ามโคมัยนี ซึ่งมีทั้งนักการ ศาสนา นักวิชาการ สื่อมวลชน นักการเมือง และหลากหลายอาชีพ โดยจัดกิจกรรมตลอด ระยะเวลา 4-5 วัน เริม่ ตัง้ แต่ การจัดนิทรรศการ โชว์การพัฒนาประเทศตามแนวทางของอิหม่าม โคมัยนี การสัมมนา บทบาทของอิหม่ามโคมัยนี ในทางการเมือง โดยมีหลานของอิหม่ามโคมัยนี ฮาซัน โคมัยนี เป็นองค์ปาฐถก รวมถึงพิธสี ำ� คัญ 32 /MTODAY VAREITY/JUNE/2016

ในวันที่ 3 มิถุนายน ซึ่งมีอยาตุลเลาะห์โคมานี ผู้น�ำสูงสุดเป็นประธาน ตลอดเวลามีนักข่าว ทั้งทีวี หนังสือพิมพ์ วิทยุ ตลอดจนสื่อออนไลน์ เกือบทุกแห่งในอิหร่านระดมสัมภาษณ์ทงั้ ภาษา อังกฤษ ภาษาอาหรับ และฟาวซีผู้มาร่วมงาน นับร้อยๆ คน ร้อยๆ ครั้ง ตั้งแต่ในที่สัมมนา จนถึงโรงแรมที่พักตลอดเวลาที่มีกิจกรรม

สื่อทีวีประโคมข่าวอิหม่ามโคมัยนี ตลอด ทั้งวัน ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์ทั้งภาษาฟาวซีและ อังกฤษ น�ำเสนอเป็นข่าวใหญ่หน้า 1 ทุกฉบับ ทั่ ว ทั้ ง อิ ห ร่ า นยั ง มี ก ารติ ด ป้ า ย เชิ ด ชู ค วาม ดีงามของอิหม่ามโคมัยนี ทั้งป้ายขนาดใหญ่ จนถึงป้ายขนาดเล็กติดตามทางเดินทางมีผู้คน เดินพลุกพล่านเป็นการจุดกระแสการปฏิวัติ


อิสลามที่มาถูกที่ถูกเวลา จากภาพลักษณ์ของ อิสลามที่ดีขึ้นหลังจากการยกเลิกการบอยคอต จากนานาชาติ อิหม่ามโคมัยนี เกิดเมื่อปี 1902 ที่เมือง โคเมนทางตอนกลางของอิ ห ร่ า น ในสมั ย ชาร์ ปาลาวี อิหร่านด�ำเนินนโยบายตามตะวันตก มีการปกครองทีไ่ ม่เป็นธรรม เล่นพรรคเล่นพวก ทุจริตคอร์รปั ชัน่ สูง เศรษฐกิจตกต�ำ่ ด้านศาสนา ตกต�่ำ อิหม่ามโคมัยนี ได้เริ่มชักชวนผู้คนให้ ต่อต้านรัฐบาล จากมูวอลลาเล็กๆ ที่เมืองกุม เมืองแห่งศาสนาและการศึกษา ก่อนจะค่อย ขยายใหญ่ รัฐบาลเห็นว่าเป็นภัยต่อความมัน่ คง จึงด�ำเนินคดี อิหม่ามโคมัยนี ได้ลี้ภัยไปยังอิรัก ต่อไปยังตุรกี และสุดท้ายที่ฝรั่งเศส จนเมื่อ กระแสการสนับสนุนของประชาชนลุกลามไป ทั่วประเทศ จึงได้กลับมาน�ำมวลชนยึดอ�ำนาจ การปกครองแบบระบอบกษัตริยข์ องชาร์ปาลาวี สถาปนาการปกครองแบบสาธารณรัฐอิสลาม เรียกว่า การปฏิวัติอิสลาม เมื่อปี 1979 อิหม่ามโคมัยนี ได้สร้างระบบการปกครอง ใหม่ ส� ำ หรั บ โลกอิ ส ลาม โดยก� ำ หนดให้ ผู ้ น� ำ ศาสนาและจิ ต วิ ญ ญาณเป็ น ผู ้ น� ำ สู ง สุ ด ไม่ มี อ�ำนาจในการบริหาร แต่มีอ�ำนาจในการปลด หรือให้ค�ำปรึกษา ประธานาธิบดีผู้น�ำทางการ บริหารที่มาจากการเลือกตั้ง ส่วนผู้น�ำสูงสุดมา จากสภาผู ้ ส รรหาที่ มี จ ากการผู ้ ท รงคุ ณ วุ ฒิ ด้ า นศาสนา ที่ มี อ� ำ นาจปลดผู ้ น� ำ สู ง สุ ด ด้ ว ย เป็นการปกครองที่สร้างการถ่วงดุลอ�ำนาจของ แต่ละฝ่าย ไม่ให้ฝ่ายใดมีอ�ำนาจมากเกินไป แตกต่างจากระบบคอลีฟะห์ ผู้น�ำอาณาจักร อิสลามในอดีต และระบบกษัตริย์ที่ใช้กันแพร่ หลายในตะวันออกลาง “การปฏิวัติอิสลามเป็นการแก้ปัญหาของ อิหร่าน เป็นการน�ำพาประเทศไปสู่อิสระจาก การครอบง� ำ ของตะวั น ตก การปฏิ วั ติ ข อง อิหร่านเป็นความท้าทายในการน�ำพาอิสลาม มาสู่โลกยุคใหม่ เรายังคงเดินตามแนวทางการ ปฏั ติ อิ ส ลามต่ อ ไป ทั้ ง การพั ฒ นาเศรษฐกิ จ สั ง คม การเมื อ ง ที่ ป ลดจากการแทรกแซง ครอบง�ำจากชาติตะวันตก เป็นค�ำตอบของการ ก้ า วเดิ น ของอิ ห ร่ า น อยาตุ ล ลาห์ ค ามาเนอี กล่าวในพิธีระลึกการอสัญกรรมอิหม่ามโคมัยนี ที่มัสยิดโคมัยนีต่อหน้าผู้คนหลายหมื่นคน “คนอิหร่าน ต้องมีจติ วิญญาแห่งการปฏิวตั ิ ทีไ่ ด้นำ� พาชาติอหิ ร่านมาเป็นเวลา 38 ปี ท�ำงาน เพื่ออิสลาม ตามแนวทางของอิหม่ามโคมัยนี ที่ถือเป็นปูชนียบุคลากรที่เป็นผู้ศรัทธาเป็นบ่าว ผู ้ ท รงธรรมของพระเจ้า ผู้ที่มีความนบน้อม ถ่อมตนและเป็นผู้ที่เคร่งครัดต่อศาสนาอย่าง มาก และเป็นนักปฏิวัติ มีเป้าหมายสูงสุดที่ การด� ำ เนิ น ตามแนวทางของท่ า นอิ ห ม่ า มใน

การปฏิ วั ติ นั้ น ถื อ ว่ า เป็ น วิ ธี ก ารเดี ย วในการ พั ฒ นาและบรรลุ สู ่ เ ป้ า หมายของประชาชน และรัฐอิสลามอย่างแท้จริง” ผู้น�ำสูงสุดของ อิหร่าน อยาตุ ล เลาะห์ ค าเมเนอี กล่ า วว่ า ชาติ มหาอ�ำนาจ มีความหวาดกลัวอย่างรุนแรงต่อ ค�ำว่า “การปฏิวตั แิ ละการปฏิวตั ขิ องประชาชน ชาวอิ ห ร่ า นเป็ น เหตุ ผ ลหลั ก ว่ า ท� ำ ไมมี ก าร บี บ กั้ น และกดดั น มาตลอดหลายปี ที่ ผ ่ า นมา ด้วยกับข้ออ้างต่างๆ นานาเกี่ยวกับปัญหาเรื่อง นิวเคลียร์ และสิทธิมนุษยชน ที่ถูกน�ำเข้ามาสู่ ประเทศ แต่แท้จริงมาจากความหวาดกลัวต่อ การปฏิวัติของประชาชนอิหร่านและการจัดตั้ง ระบบการปกครองรัฐอิสลาม นั่นเอง” “การปฏิวัติอิสลาม ท�ำให้อิหร่านหลุดพ้น จากการถูกควบคุมโดยชาติมหาอ�ำนาจ และ เกิ ด การเปลี่ ย นแปลงสู ่ ก ารปกครองแบบรั ฐ อิ ส ลาม เป็ น แรงบั น ดาลใจให้ กั บ ประเทศ ทั้งหลาย” เขากล่าวและว่า การปฏิวัติอิสลาม ยังน�ำพาประเทศหลุดพ้นจากปัญหาต่างๆ อาทิ การทุจริตด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ, ทางการเมื อ ง, ศี ล ธรรม, ความล้ า หลั ง ทาง วิชาการ ทางเศรษฐกิจ, เทคโนโลยี และความ ตกต�่ำ ระหว่ า งประเทศ จากการถู ก ชี้ น� ำ โดย อเมริกาและอังกฤษ “อิหม่ามโคมัยนี ขับเคลื่อนประเทศไปสู่ การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ น�ำประเทศไปสู่ เป้ า หมายที่ ย่ิ ง ใหญ่ นั่ น คื อ การปกครองโดย ศาสนาของพระเจ้า ที่ก่อให้เกิดความยุติธรรม ทางสังคมที่แท้จริง, การขจัดความยากจนและ ความโง่เขลา และการก�ำจัดปัญหาสังคมและ ความอ่อนแอ สร้างระบบคุณค่าของอิสลาม, ความปลอดภัยทางสุขภาพ ศีลธรรม จิตวิญญาณ, ความก้าวหน้าทางวิชาการ เกียรติยศและตัวตน ของชาติ และการมีอ�ำนาจระหว่างประเทศ

และมี ก ารปฏิ บั ติ ต ามขี ด ความสามารถของ ประเทศ” “หลังจากการอสัญกรรมของอิหม่าม เราก็ ได้ มี ก ารพั ฒ นาตามขั้ น ตอน การปฏิ วั ติ ข อง อิสลาม เป็นทุนอันพิเศษและเป็นเอกลักษณ์ ของประเทศและประชาชาติ การท�ำให้การ ปฏิวัติอิสลามมีผลส�ำเร็จ จะต้องใช้ค่าใช้จ่าย อย่างมากมาย ในขณะเดียวกันจากค่าใช้จ่าย ดังกล่าวก็จะเกิดผลประโยชน์อย่างมหาศาล ด้วยเช่นกัน การปฏิวัติผ่านมา 37 ปี เงื่อนไข มีความกระจ่างชัดมากกว่าเดิม เรามีความมุง่ มัน่ และมี พ ลั ง ประชาชนให้ ก ารสนั บ สนุ น การ ปฏิวัติจึงยังคงอยู่ สามารถยืนหยัดต่อต้านการ ข่ ม ขู ่ ท างการทหารและการคว�่ ำ บาตรต่ า งๆ และด้วยความกล้าหาญและความภาคภูมิใจ ท�ำให้มีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง” เขากล่ า วว่ า หนึ่ ง ในข้ อ ผิ ด พลาดที่ เ ป็ น อั น ตรายยิ่ ง ก็ คื อ การน� ำ เอาแนวคิ ด ในการ ปฏิวัติอิสลามมาเปรียบเทียบเท่ากับกลุ่มหัว รุนแรงนิยม ซึ่งพวกเขาได้แบ่งประชาชนออก เป็น “กลุ่มนิยมหัวรุนแรง” และ “กลุ่มนิยม ปานกลาง” เป็ น ของฝากของชาติ ต ะวั น ตก และค� ำ พู ด ของศั ต รู จะไม่ ต ้ อ งน� ำ เข้ า มายั ง วัฒนธรรมทางการเมืองของประเทศ โดยเรา จะยึดมั่นต่อหลักการพื้นฐานและค่านิยมของ การปฏิ วั ติ อิ ส ลาม, การมี เ ป้ า หมายอย่ า ง ต่ อ เนื่ อ งในอุ ด มการณ์ ข องการปฏิ วั ติ แ ละมี ความพยายามในการบรรลุสู่เป้าหมาย, การมี ความมั่ น คงต่ อ ความเป็ น อิ ส ระภาพของ ประเทศ, ความรู้สึกตอบสนองต่อภัยคุกคาม ของกั บ ศั ต รู แ ละการไม่ ป ฏิ บั ติ ต ามพวกเขา และ “การมีตักวา (ย�ำเกรง) ทางศาสนาและ การเมือง” “เราต้องยึดมั่นต่อความเป็นอิสรภาพการ ขับเคลือ่ นประเทศ ซึง่ จะต้องมีในระดับท้องถิน่ , JUNE/2016/MTODAY VAREITY/33


ภูมิภาคและในระดับโลก” เขากล่าวและว่า “จะต้ อ งระวั ง เล่ ห ์ ก ลและกลลวงของศั ต รู โดยเฉพาะอย่างยิ่งอเมริกา ที่มีการข่มขู่คุกคาม มี ร อยยิ้ ม และการพู ด จาประจบสอพลอ อี ก ด้ า นหนึ่ ง เราจะต้ อ งไปร่ ว มมื อ กั น กั บ ชาติ มหาอ�ำนาจในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของโลก แต่ก็จะต้องระวังสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ การเชิญศัตรู เข้ามาแก้ปัญหา หรือเพื่อขอความช่วยเหลือ ท� ำ ให้ เราตกอยู ่ ภ ายใต้ อิ ท ธิ พ ลของพวกเขา ยกตัวอย่าง ปัญหาซีเรีย เราไม่ได้เข้าร่วมกับ กลุ่มพันธมิตรของอเมริกา ด้วยเหตุผลว่าพวก เขาต้องการใช้ประโยชน์จากการมีอ�ำนาจและ อิทธิพลของเรา และประเทศอื่นๆ เพื่อบรรลุ เป้าหมายทีพ่ วกเขาต้องการ การเติมตารางงานของ ศัตรูให้เต็ม คือการต่อต้านความเป็นอิสรภาพ อย่างแท้จริง” ผู้น�ำสูงสุดของอิหร่านกล่าว เขากล่าวว่า ความมีอิสรภาพนั้นจะต้องมี อิสระทางวัฒนธรรม และเศรษฐกิจ ที่ไม่ตกอยู่ ในอิทธิพลของต่างชาติ ไม่ถูกย่อยในระบบทาง เศรษฐกิจของประชาคมโลก “หลังจากสิ้นสุดการเจรจานิวเคลียร์ มีการ พูดว่า เศรษฐกิจอิหร่านที่ถูกดูดซึมเป็นส่วน หนึง่ ของเศรษฐกิจโลก ตามแผนการไซออนนิสต์ ที่ต้องการประโยชน์ สหรัฐอเมริกาก็ต้องการ คว�่ ำ บาตร เพื่ อ ให้ อิ ห ร่ า นประสบกั บ ความ พิการทางเศรษฐกิจ ระบบเศรษฐกิจต้านทาน จึงเป็นวิธกี ารเดียวทีจ่ ะบรรลุสคู่ วามเป็นอิสรภาพ ทางเศรษฐกิ จ ซึ่ ง เราได้ ด� ำ เนิ น การไปแล้ ว ประชาชนจะเห็นผลความส�ำเร็จ และจะต้อง พัฒนาในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาด้าน เทคโนโลยี” ขณะที่ ฮุ จ ญตุ ล อิ ส ลาม ซั ย ยิ ด ฮะซั น โคมัยนี ผู้อ�ำนวยการดูมัสยิดอิหม่ามโคมัยนี ได้กล่าวว่า การปฏิวตั อิ สิ ลามเป็นการปฏิวตั ขิ อง พระเจ้าและประชาชน เป็นการได้รับการชี้น�ำ จากพระเจ้า, เกียรติยศ, ความรัก, ความเมตตา, เอกภาพ, ความช่วยเหลือมาจากพระเจ้า และ การสนับสนุนจากประชาชน ทั้งหมดนั้นถือว่า

34 /MTODAY VAREITY/JUNE/2016

เป็นคุณลักษณะที่พิเศษในการเคลื่อนไหวของ ท่านอิหม่ามโคมัยนีในการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่นี้ “ผลลัพท์ของการต่อสู้และการขับเคลื่อนก็ คือ หลังจากการอสัญกรรมของท่านอิหม่าม โคมัยนี การแต่งตั้งผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการ เป็นตัวแทนของท่าน เพื่อขับเคลื่อนแนวทาง ปฏิวัติให้ประสบความส�ำเร็จ” การขับเคลื่อนอิหร่านตามแนวทาง “การ ปฏิวัติอิสลาม” ไม่เพียงมีแรงเสียดทานจาก ตะวั น ตก โดยเฉพาะจากสหรั ฐ ฯ อั ง กฤษ และอิสราเอล แต่อิหร่านยังต้องเผชิญกับแรง เสียดทานจากกลุ่มประเทศอาหรับ ที่น�ำโดย ซาอูดอิ าระเบีย รวมทัง้ กระแสสร้างความเกลียด ชังชีอะห์ในกลุ่มมุสลิมด้วย ด้านความเห็นของนักวิชาการไทย ศ.พล.ท. ดร.สมชาย วิรุฬหผล ประธานสภาวิทยาลัย เทคโนโลยีอโยธยา ผู้เชี่ยวชาญประเทศอิหร่าน กล่ า วว่ า การปลุ ก กระแสปฏิ วั ติ อิ ส ลามของ อิ ห ร่ า นเป็ น การรุ ก ทางการเมื อ งเพื่ อ ตอบโต้ ฝ่ า ยตรงข้ า มที่ พ ยายามปลุ ก กระแสกี ด กั น อิหร่านออกจากโลกมุสลิม ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายต่าง

ก็อ้างอิงศาสนาเพื่อการอ้างอิง แต่ฝ่ายตรงข้าม ก็ยังคงใช้ข้ออ้างเดิมคือข้อมูลที่ไม่มีข้อพิสูจน์ที่ ครอบคลุมทั่วไป ในการวินิฉัยว่าชีอะฮ์ทั้งหมด ไม่ใช่มุสลิม ในทางตรงข้ามก็มีพฤติกรรมของ ซุนหนี่บางกลุ่มที่ไม่เป็นไปตามหลักการอิสลาม ส่วนอิหร่านนั้นได้ชูธงความเป็นเอกภาพของ มุสลิมโดยยึดอัลกุรอ่านเป็นหลัก ซึ่งเมื่อเปรียบ เทียบในประเด็นนี้ ค�ำวินิจฉัยย่อมมีน�้ำหนัก อ่อนกว่าอัลกุรอ่านอย่างแน่นอน “สงครามการเมืองที่ต่อสู้ในเชิงอุดมการณ์ จึงพอจะสรุปได้ว่าอิหร่านมีความเหนือกว่า แต่ ถ้าวิเคราะห์ในระดับสงครามความเชื่อฝ่ายตรง ข้ า มมี ซุ น หนี่ เ ป็ น ฐานและมี จ� ำ นวนมากกว่ า หลายเท่า จึงยังคงสามารถยันการรุกทางการ เมื อ งของอิ ห ร่ า นไว้ ไ ด้ แต่ ใ นระยะยาวหาก ซาอูดิอาระเบียและประเทศอาหรับพันธมิตร ยังไม่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการปกครองของ ตนให้เป็นไปตามหลักการอิสลามแล้ว มันก็ เท่ากับว่าเป็นการพูดอย่างท�ำอย่าง ซึ่งจะมีผล ให้พ่ายแพ้สงครามทางการเมือง เพราะอิหร่าน สามารถพิสจู น์ให้เห็นในทางรูปธรรมได้วา่ ระบอบ รัฐอิสลามนัน้ สามารถปฏิบตั ไิ ด้จริงและสามารถ พั ฒ นาไปสู ่ ร ะบอบคอลิ ฟ ะฮ์ ผู ้ ท รงธรรมได้ ซึ่งจะท�ำให้คนรุ่นใหม่ให้การสนับสนุนเพิ่มขึ้น อย่างเป็นนัยส�ำคัญ เพราะมุสลิมผู้ศรัทธารุ่น ใหม่ต่างโหยหาการกลับมารุ่งเรืองใหม่ของโลก มุสลิม และมันจะเป็นไม่ได้เลยหากไม่เริ่มต้น จากการสร้างเอกภาพตามอัลกุรอ่าน อันน�ำไป สู่การเป็นประชาชาติตัวอย่างในสังคมโลก” พล.ท.ดร.สมชาย กล่าวว่า การจุดกระแส การปฏิ วัติอิ สลามของอิ หร่านยังมุ่งหวังที่จะ สร้างความมั่นคงภายในประเทศซึ่งถูกคุกคาม จากทัง้ ภายในและภายนอก อันเป็นกระบวนการ ที่ร่วมมือกันทั้งสหรัฐ กลุ่มอรับ โดยมีไซออนีส เป็นผู้ชักใยบงการด้วยแผนอันแยบยล นั่นคือยุ ให้มุสลิมแตกแยกฆ่ากันเอง การจุดกระแสปฏิวตั ขิ องอิหร่าน อีกด้านหนึง่ เพือ่ ปลุกคนอิหร่านทีอ่ าจจะลืมเลือนการปฏิวตั ิ ให้กลับมามีความเข้มข้นในด้นความคิดและ จิตวิญญาณ อีกด้านหนึ่งก็เพื่อการแข่งขันใน ระดับนานาชาติ เป็นการสร้างภาพลักษณ์ท่ี โดดเด่นแห่งความเป็นอิสลามในเวทีโลก


ถูกกดราคาหนัก! ไอแบงก์ลม้ หาผูร้ ว่ มทุน เริม่ ต้นใหม่พร้อมเร่งคลังโอนหนีเ้ น่า การเงิน อิสลาม

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หาพันธมิตรรอบแรกล่ม หลังถูกกดราคา หนัก เร่งคลังโอนหนี้เน่าไปต้ง AMC พร้อมเสริมทัพมุ่งสู่พันธกิจหลัก ระบุมี ลูกค้ามุสลิมเพิ่มถึง 60% ขาดทุนลดลง

นายชั ย วั ฒ น์ อุ ทั ย วรรณ์ ประธานกรรมการธนาคาร ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากวันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 ที่ Super Board ให้ความ เห็ น ชอบแผนฟื ้ น ฟู ใ ห้ ธ นาคาร อิ ส ลามแห่ ง ประเทศไทยหา พั น ธมิ ต รร่ ว มทุ น โดยเข้ า มาเพิ่ ม ทุนให้ธนาคารมีเงินกองทุนไม่ต�่ำ กว่า 8.5% และให้ธนาคารแยก หนี้เสียส่วนของลูกค้าที่มิใช่มุสลิม โอนไปยั ง AMC ที่ จั ด ตั้ ง โดย กระทรวงการคลัง ทั้งนี้ต้นปีที่ผ่าน มาจากการหาพั น ธมิ ต รร่ ว มทุ น โดยที่ ป รึ ก ษาทางการเงิ น ของ ธนาคารซึ่งประกอบไปด้วย บริษัท หลั ก ทรั พ ย์ ทิ ส โก้ จ� ำ กั ด บริ ษั ท หลักทรัพย์แมคควอรี่ จ�ำกัด และ มีบริษทั เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จ� ำ กั ด เป็ น ที่ ป รึ ก ษากฎหมาย ผู้สนใจที่ยื่นข้อเสนอราคาเบื้องต้น

ได้ ยื่ น ข้ อ เสนอด้ ว ยเงื่ อ นไขที่ ข อ เจรจาต่อรอง ซึ่งธนาคารเห็นว่า เงื่อนไขที่เสนอต่อรองอาจกระทบ ต่ อ ผู ้ ส นใจรายอื่ น ที่ มิ ไ ด้ ยื่ น ข้ อ เสนอจึงมีมติให้ยตุ กิ ารหาพันธมิตร ร่วมทุนในรอบแรกและปรับปรุง เงื่อนไขให้เป็นที่น่าสนใจก่อน ความคื บ หน้ า ทั้ ง หมดได้ น� ำ เสนอต่อ Super Board เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2559 โดย Super Board มีมติให้ธนาคารเดินหน้า หาพันธมิตรต่อไปและจัดท�ำแผน รองรับการด�ำเนินงานในอนาคต รวมทั้ ง ให้ ก ระทรวงการคลั ง เร่ ง จัดตั้ง AMC เพื่อรับโอนหนี้เสีย นอกจากนัน้ ล่าสุดจากการประชุม สามั ญ ผู ้ ถื อ หุ ้ น ประจ� ำ ปี 2559 ของธนาคารในวันที่ 27 พฤษภาคม 2559 ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติใน หลักการให้ธนาคารโอนหนี้เสียที่ มิใช่ลูกค้ามุสลิมให้กับ AMC และ

มี ม ติ แ ต่ ง ตั้ ง กรรมการที่ สิ้ น สุ ด วาระการด�ำรงต�ำแหน่งจ�ำนวน 3 ท่าน คือ นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ นายมนต์ ชั ย รั ต นเสถี ย ร และ นางสาวปิยวรรณ ล่ามกิจจา กลับ เข้ า ด� ำ รงต� ำ แหน่ ง อี ก วาระหนึ่ ง และแต่ ง ตั้ ง นายวิ ทั ย รั ต นากร รองผู้อ�ำนวยการ กลุ่มลูกค้าธุรกิจ และภาครัฐธนาคารออมสิน และ นางสาววี ณ า เตชาชั ย นิ รั น ดร์ ทีป่ รึกษาประธานกรรมการธนาคาร อิ ส ลามแห่ ง ประเทศไทย เป็ น กรรมการเพิ่ ม เติ ม อี ก ต� ำ แหน่ ง รวมทั้ ง แต่ ง ตั้ ง ให้ น ายชั ย วั ฒ น์ อุทัยวรรณ์ เป็นประธานกรรมการ ธนาคารต่ออีกวาระหนึ่ง นอกจาก นั้นคณะกรรมการธนาคารในการ ประชุ ม วั น เดี ย วกั น ได้ แ ต่ ง ตั้ ง นางสาววีณา เตชาชัยนิรันดร์ เป็น รักษาการผูจ้ ดั การแทน นายมนต์ชยั รัตนเสถียร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1

มิถุนายน 2559 “ที่ผ่านมาจากความพยายาม ในแก้ ไขปั ญ หา และมุ ่ ง เน้ น การ ด� ำ เนิ น งานตามพั น ธกิ จ อย่ า ง แท้ จ ริ ง ท� ำ ให้ ผ ลประกอบการ ธนาคารดี ขึ้ น อย่ า งเห็ น ได้ ชั ด สั ด ส่ ว นจ� ำ นวนลู ก ค้ า เงิ น ฝาก มุ ส ลิ ม เพิ่ ม ขึ้ น โดยปั จ จุ บั น เพิ่ ม เป็น 60% มากกว่าครึ่งหนึ่งของ ลูกค้าเงินฝากทั้งหมด สัดส่วนเงิน ฝากกระแสรายวั น และเงิ น ฝาก ออมทรัพย์เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา และสามารถบริหาร อั ต ราผลตอบแทนเงิ น ฝากได้ ดี นอกจากนั้นยังสามารถควบคุมค่า ใช้จ่ายในการด�ำเนินงาน ตลอดจน ควบคุมสินเชื่อด้อยคุณภาพให้อยู่ ในระดับทรงตัวท�ำให้ผลประกอบ การดีขึ้นอย่างมีนัยส�ำคัญ โดยมี ผลขาดทุ น จากการด� ำ เนิ น งาน ในปี 2558 ลดลงเหลื อ เพี ย ง 39 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิลด จาก 9,545 ล้านบาท เหลือเพียง 4,595 ล้านบาท” นายชัยวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

JUNE/2016/MTODAY VAREITY/35


สีสัน การตลาด

บับังงคลาเทศเอ็ คลาเทศจั ด งาน กโป 2016 สถานเอกอัคราชทูตบังคลาเทศประจ�ำ ประเทศไทย จัดงาน บังคลาเทศเอ็กซ์โป 2016 BANGLADESH TRADE & INVESTMENT EXPO 2016 BANGKOK Experience Asia’s Next Emerging Tiger ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม-1 มิถุนายน ณ ศู น ย์ ป ระชุ ม แห่ ง ชาติ สิ ริ กิ ติ์ ในงานมี ก าร แสดงสินค้าจากบังคลาเทศ และการเดิน แบบแฟชั่ น เสื้ อ ผ้ า สวยงามของไทยและ บังคลาเทศ

เลขาฯศอบต.จัดนักธุรกิจรุ่นใหม่พบสมาคมแฟรนไชส์ วันที่ 28 พฤษภาคม ที่โรงแรมซีเอส ปัตตานี นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดน ภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ เ ป็ น ประธานการ ประชุ ม ส่ ง เสริ ม ธุ ร กิ จ แฟรนไชส์ ใ นพื้ น ที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีนักธุรกิจรุ่นใหม่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (YES), สมาคม แฟรนไชส์ แ ละไลเซนส์ หั ว หน้ า ส่ ว น ราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ประชุม นายภาณุ กล่าวว่า ปัจจุบันนักธุรกิจรุ่น ใหม่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความ สามารถและมี ค วามคิดกว้างไกล เห็นได้ จากที่ผ่านมาได้เกิดกิจกรรมดีๆ และมีความ คิดสร้างสรรค์ในเชิงธุรกิจ อาทิ การเปิด ตลาดน�้ ำ เมื อ งตานี (Floating Bazaar Tani) หรือล่าสุดได้จัดกิจกรรม Mon D market เป็นงานถนนคนเดิน 36 /MTODAY VAREITY/JUNE/2016

“การด�ำเนินการเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และความมั่นใจให้กับคนในพื้นที่ ซึ่งได้รับ ผลตอบรั บ ที่ ดี เ กิ น คาด สิ่ ง ต่ า งๆ เหล่ า นี้ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและสอดคล้อง กั บ นโยบายของรั ฐ บาลที่ ต ้ อ งการให้ ผู ้ ป ระกอบการมี ก ารลงทุ น ในพื้ น ที่ และ ก่อเกิดนักธุรกิจรุ่นใหม่ในพื้นที่ขึ้นมากมาย ปัจจุบันระบบแฟรนไชส์ มีความก้าวหน้า และก้ า วไกลไปมาก ท� ำ ให้ ส ามารถเพิ่ ม

โอกาสให้ เ ด็ ก รุ ่ น ใหม่ ใ นพื้ น ที่ ไ ด้ มี อ าชี พ มีรายได้ ในขณะเดียวกันกลุ่มผู้ประกอบ การรายใหม่ที่เป็นกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบใน พื้ น ที่ จั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ ซึ่ ง ภาครั ฐ ให้การสนับสนุนเต็มที่เพื่อให้สามารถมีราย ได้ในการเลี้ยงครอบครัว” การน�ำผู้ประกอบการรุ่นใหม่มาพบกับ สมาคมแฟรนไชส์ เพื่อให้มีความร่วมมือใน ทางธุรกิจระหว่างกัน


e-Biz Expo 2016 คึกคัก! ตอบโจทย์ผสู้ นใจรวยด้วยออนไลน์ การตลาด

e-Biz Expo 2016” และ “Thailand e-Commerce Day” ด้วย แนวคิด “Digital in Your Hand” เป็ น ไปด้ ว ยความคึ ก คั ก คนโซเชี ย ล และธุรกิจออนไลน์ สนใจเข้าร่วมแชร์ ประสบการณ์ และติ ด อาวุ ธ การค้ า ดิจติ อลจากบรรดากูรู ด้วยความเชือ่ มัน่ รวยด้วยออนไลน์

ระหว่างวันที่ 9-11 มิ.ย. บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จ�ำกัด (นีโอ) ร่วมกับ กรมพั ฒ นาธุ ร กิ จ การค้ า กระทรวงพาณิ ช ย์ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดงาน “e-Biz Expo 2016” งานแสดงบริการด้านอีคอมเมิรซ์ ครบวงจร ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด “Digital in Your Hand” เพื่ อตอกย�้ ำ ความส�ำคัญ ของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมี น างสาวผ่ อ งพรรณ เจี ย รวิ ริ ย ะพั น ธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นประธานใน พิธีเปิด อธิบดีกรมส่งเสริมธุรกจการค้า กล่าวว่า กรมฯมี น โยบายชั ด เจนในการสนั บ สนุ น e-Commerce โดยเข้ามาเป็นส่วนส�ำคัญใน การสนั บ สนุ น งาน e-BIZ Expo 2016 เนื่ อ งจากปั จ จุ บั น การค้ า ขายผ่ า นช่ อ งทาง ออนไลน์ หรือ e-Commerce มีความส�ำคัญ จึงต้องกระตุ้นและส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจ ของไทยใช้ e-Commerce เป็นเครื่องมือที่จะ ช่ ว ยเพิ่ ม โอกาสในการจ� ำ หน่ า ยสิ น ค้ า และ บริการที่ดีมีคุณภาพมาตรฐาน นายศั ก ดิ์ ชั ย ภั ท รปรี ช ากุ ล กรรมการ ผู้จัดการกลุ่มบริษัท เอ็น.ซี.ซี. กล่าวว่า ในปี 2558 การค้าขายออนไลน์มีมูลค่าประมาณ 70,000 ล้านบาท การจัดงาน e-biz expo 2016 อาจท�ำให้การค้าขายผ่านออนไลน์ ได้ รับการตอบรับ เพิ่มเป็น 90,000 ล้านบาท นางสาวบุ ษ ยา ประกอบทอง ผู ้ จั ด การ ทั่ ว ไป นี โ อ กล่ า วว่ า งาน “e-Biz Expo 2016” ส่งเสริมผู้ประกอบการตั้งแต่เริ่มต้นท�ำ ธุ ร กิ จ ไปจนถึ ง ผู ้ ป ระกอบการอุ ต สาหกรรม ขนาดใหญ่ ให้มีความพร้อมในการประกอบ ธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ ทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดโลก ทั้งนี้ ภายในงานได้ น� ำ องค์ ค วามรู ้ ท างด้ า นธุ ร กิ จ อี ค อมเมิ ร ์ ซ รวมถึ ง โซลู ชั่ น ด้ า นต่ า งๆ จาก

บริษัทอีคอมเมิร์ซชั้นน�ำกว่า 100 บริษัท มา คอยให้ค�ำปรึกษา พร้อมเสนอช่องทางด�ำเนิน ธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์ ต่ อ ผู ้ ป ระกอบการไทย ที่ จ ะได้ รู ้ จั ก กั บ กลุ ่ ม ธุรกิจดิจิทัลต่างๆ มากมาย ซึ่งสามารถตอบ สนองความต้องการได้ทันทุกการเปลี่ยนแปลง ในวงการอี บิ ส ซิ เ นส ถื อ เป็ น การตอบโจทย์ ผู้ประกอบการทุกระดับ เพิ่มประสิทธิภาพให้ แก่ธุรกิจมากขึ้น ทั้งนี้คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้า ร่ ว มงานไม่ ต�่ ำ กว่ า 10,000 คน เนื่ อ งจาก กระแสความนิ ย มในธุ ร กิ จ ออนไลน์ ที่ เ ติ บ โต อย่ า งต่ อ เนื่ อ ง ท� ำ ให้ มี เ ม็ ด เงิ น สะพั ด ภาย ในงานไม่ต�่ำกว่า 70 ล้านบาท นอกจากนี้ ก รมพั ฒ นาธุ ร กิ จ การค้ า กระทรวงพาณิชย์ ยังได้ร่วมจัดงาน Thailand e-Commerce Day ครั้งที่ 5 ควบคู่กันภายใน งานนี้ เพื่ อ สนั บ สนุ น และสอดรั บ กั น ในการ เสริมสร้างความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการที่เริ่มต้น ค้าขายผ่านทางออนไลน์ รวมถึงการต่อยอด โอกาสให้ ผู ้ ป ระกอบการไทยที่ มี ร ้ า นค้ า ออนไลน์ อ ยู ่ แ ล้ ว ให้ เข้ า สู ่ เ กณฑ์ ม าตรฐาน คุณภาพ และปรับตัวเข้าสู่ช่องทางการตลาด สมั ย ใหม่ ไ ด้ ซึ่ ง เป็ น เครื่ อ งมื อ ส� ำ คั ญ ในการ ขยายธุรกิจไทยสู่ตลาดสากล พร้อมมอบรางวัล ให้ กั บ ผู ้ ช นะการประกวด “Best e-Commerce Website Award” และเปิดตัวร้านค้า ออนไลน์ ที่ ไ ด้ รั บ รางวั ล เว็ บ ไซต์ พ าณิ ช ย์ อิเล็กทรอนิกส์ดีเด่นในครั้งนี้ งาน “e-Biz expo 2016” และ “Thai-

land e-Commerce Day ครั้งที่ 5” ได้ใช้ พื้นที่กว่า 5,000 ตร.ม. เพื่อรองรับ 4 โซนที่ รวบรวมผู้ให้บริการด้านอีคอมเมิร์ซชั้นน�ำ อาทิ โซนผู้ให้บริการด้านอีคอมเมิร์ซชั้นน�ำในระดับ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมขยาย ธุรกิจไปยังประเทศในกลุ่ม AEC ให้บริการ ครอบคลุมทุกส่วนธุรกิจ โซนระบบการช�ำระ เงิ น ออนไลน์ โซนผู ้ ใ ห้ บ ริ ก ารระบบขนส่ ง ที่ สนับสนุนและรองรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และ โซนการตลาดออนไลน์ รวมถึ ง โซนให้ ค� ำ ปรึ ก ษาด้ า นอี ค อมเมิ ร ์ ซ ของเมื อ งไทย อาทิ กรมพั ฒ นาธุ ร กิ จ การค้ า กระทรวงพาณิ ช ย์ ส�ำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์ ก ารมหาชน) สมาคมผู ้ ป ระกอบการ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย สภาอุตสาหกรรรม แห่ ง ประเทศไทย และซิ ป ้ า ที่ ร ่ ว มใจกั น มา ให้ ค� ำ ปรึ ก ษา เพื่ อ หวั ง ต่ อ ยอดความคิ ด ให้ ผู ้ ป ระกอบการไทย พร้ อ มรั บ มื อ กั บ เทรนด์ ธุ ร กิ จ ที่ ห ลากหลาย และเตรียมความพร้อม ทั้ ง ด้ า นศั ก ยภาพ และองค์ ค วามรู ้ ใ นยุ ค เศรษฐกิจดิจิทัล ให้นักธุรกิจไทยทัดเทียมคู่ค้า ในตลาดโลก ตลอดจนการดึ ง กู รู ใ นวงการ e-Business และดิจิทัล ทั้งจากในไทยและ ในระดับเอเชีย มาเผยข้อมูลแบบเจาะลึกผ่าน เวทีสัมมนาซึ่งตลอดเวลา 4 วันของการจัดงาน มีผู้สนใจร่วมงานอย่างคับคั่งเพื่อเรียนรู้การเป็น ผู้ประกอบการการค้าขายออนไลน์ นับเป็น ความส�ำเร็จของการจัดงานอีกครั้งหนึ่ง JUNE/2016/MTODAY VAREITY/37


แดนดิน ถิ่นอีสาน

สุรนิ ทร์นำ� ของดีออกงานคลองผดุง

ทั้

งสินค้าของดี แหล่งท่องเที่ยวของสุรินทร์ ถูกน�ำมาร่วมออกร้าน โครงการตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ระหว่าง 3-9 มิ.ย.2559 ณ ตลาดคลองผดุงเกษม บริเวณด้านข้างท�ำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ

นายประเสริ ฐ สุ ข จิ ต นายกองค์ ก าร บริ ห ารส่ ว นต� ำ บลเมื อ งลิ ง อ� ำ เภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ ได้กล่าวกับ ผู้สื่อข่าว Mtoday ว่า ผมเป็นคนที่ท�ำงานอย่างจริงจัง และได้ตั้ง คติในใจผมตลอดเวลาของการท�ำงานของผม คื อ “ฝั น ให้ ไ กล ไปให้ ถึ ง ” นายกองค์ ก าร บริหารส่วนต�ำบลเมืองลิงนั้นเป็นบุคคลที่ตั้งใจ ท�ำงานเพื่อชาวบ้านต�ำบลเมืองลิงอย่างจริงๆ จั ง ๆ เมื่ อ ชาวบ้ า นต� ำ บลตนเองเดื อ ดร้ อ น นายกฯ คนนี้จะรีบด�ำเนินการอย่างเร่งด่วน หรือชาวบ้านจะเข้าพบนายกฯ คนนี้ก็อยู่รอพบ ชาวบ้านต�ำบลของตัวเองตลอดเวลา ซึ่งพูดได้ ว่ า มาไม่ พ บที่ ส� ำ นั ก งานไม่ ใช่ น ายกฯ คนนี้ เพราะท่านจะเข้าที่ท�ำงานตลอดเวลา จนชาว บ้ า นต� ำ บลเมื อ งลิ ง รั ก และให้ ค วามร่ ว มมื อ 38 /MTODAY VAREITY/JUNE/2016


ตลอดมา จนกระทั่งมาถึงการที่จะผลักดันใน เรื่องของแหล่งท่องเที่ยว นั่นคือ ล�ำน�้ำชีเป็น ล� ำ น�้ ำ อี ก เส้ น หนึ่ ง ที่ ห ล่ อ เลี้ ย งเป็ น ที่ ก ่ อ เกิ ด อาชีพท�ำมาหากินของคนสองฟากฝั่ง สุรินทร์บุรีรัมย์ วันนี้อยากจะพาผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ ที่สวยงาม เดินทางมาล่องแพ ท่ามกลางสายน�้ำ ธรรมชาติต้นไม้ที่เขียวขจี ชมบรรยากาศอัน ร่มรื่นที่แสนโรเมติก ในช่วงล�ำชีไหลผ่าน ของ ต�ำบลเมืองลิง (เมืองเลง ภาษาเขมรแปลว่าเมือ ร้างหรือเมืองปล่อย) อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ซึ่งจุดบริการล่องแพ ที่จุดสะพานบ้านเชียงสง อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ไป อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งจะเปิดให้นักท่องเที่ยวชมธรรมชาติ กลาง สายน�้ำใสลึก กว่า 3-4 เมตร ระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร มีต้นไม่น้อยใหญ่ที่ยังอุดมสมบูรณ์ ปกคลุมตลอดริมล�ำน�้ำชี ชี้แนวแบ่งปันทั้งสอง จังหวัด นายประเสริ ฐ สุ ข จิ ต นายกองค์ ก าร บริ ห ารส่ ว นต� ำ บลเมื อ งลิ ง อ� ำ เภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ กล่าวกับ ผู้สื่อข่าว Mtoday อีกว่า ทางองค์การบริหารส่วนต�ำบลเมืองลิง อ�ำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ นั้นได้เดินทาง เข้าร่วมออกร้าน เพื่อน�ำเสนอการท่องเที่ยว วิถีไทย วิถีเมืองลิง โดยทางองค์การบริหาร ส่วนต�ำบลเมืองลิง ร่วมกับเมืองลิงโมเดล ที่ ตลาดคลองผดุง กรุงเทพมหานครในวันที่ 3 มิถุนายน 2559 ถึงวันที่ 9 มิถุนายน 2559 พร้อมทั้งจะได้น�ำเสนอแนะน�ำ ต�ำบลเมืองลิง ในนาม “เมืองลิงโมเดล” โดยในค�ำว่า “เมือง ลิงโมเดล” นั้น มาจากค�ำว่า องค์การบริหาร ส่วนต�ำบลเมืองลิง และประชาชนในพื้นที่ ที่ได้ น้ อ มน�ำ แนวทางพระราชด� ำริ ของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นหลักในการด�ำเนิน ชี วิ ต จึ ง ท� ำ ให้ มี คุ ณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น มีอาชีพ มีรายได้ จึงก่อให้เกิดความสามัคคีในพื้นที่ เกิด พลั ง ที่ เข้ ม แข็ ง พร้ อ มทั้ ง ไม่ ต กอยู ่ ใ นความ ครอบง�ำของนักการเมือง อีกทั้งทางรัฐบาลได้ ส่ ง เสริ ม ในเรื่ อ ง “ยุ ท ธศาสตร์ ป ระชารั ฐ ” จึงท�ำให้ชาวบ้านได้เกิดการตื่นตัวในทุกๆ ด้าน อย่ า งที่ เ ห็ น ได้ ชั ด ว่ า มี ก ารประสานกั บ ส่ ว น ราชการ องค์ ก รต่ า งๆ รวมถึ ง ภาคเอกชน พร้อมทั้งประชาชนในพื้นที่ ได้เข้ามามีส่วนร่วม ในการผลักดันโครงการต่างๆ ที่จ�ำเป็นและให้ ความร่ ว มมื อ ช่ ว ยกั น ออกแนวความคิ ด ทั้งก�ำลังกาย ก�ำลังทรัพย์ จึงน�ำไปสู่การปฏิบัติ กรณีเร่งด่วน โดยอาศัยความสามัคคีเป็นหลัก ซึ่งมีองค์การบริหารส่วนต�ำบลเมืองลิง เป็น ผู ้ ร ่ ว มด� ำ เนิ น การเคี ย งบ่ า เคี ย งไหล่ กั บ ประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งได้ให้การสนับสนุน ตามก� ำ ลั ง ความสามารถ จึ ง ท� ำ ให้ ห ลายๆ โครงการด�ำเนินการไปได้ด้วยดี โดยไม่ต้องรอ

งบประมาณจากทางราชการอีกด้วย ในด้านประวัติศาสตร์ที่มีมากกว่า 3 ชั่ว อายุ ค น ตั้ ง แต่ ส มั ย กรุ ง ศรี อ ยุ ธ ยา โดยมี บรรพบุรุษของชาว “กวย” คือ “เชียงสง” โดยพาผู ้ ค นอพยพยจากเมื อ งอั ต ปื อ แสนแป แคว้นจ�ำปาศักดิ์ เดินทางมาตั้งรกราก ที่ พื้นที่ แห่งนี้ “ชาวกวยนั้น มีคุณลักษณะพิเศษใน ด้านวิชาคชศาสตร์” สามารถจับช้างป่ามาฝึก ใช้งานได้ และ “เชียงสง”ก็จะเป็นผู้ติดตามจับ ช้างเผือก ที่แตกโรงมาจากกรุงศรีอยุธยา จน สามารถน�ำส่ง พระบาทสมเด็จพระที่นั่งสุริยาม รินทร์ได้ในที่สุด โดยท่านเป็นผู้ที่ก่อตั้งบ้าน เมืองลิง ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2200 – 2260 อีกด้วย อนึ่ง ต�ำบลเมือง นั้น มีความหลากหลาย ในด้วานชาติพันธุ์ มีผู้คนมาอาศัยอยู่รวมกันถึง 5 ชนเผ่า คือ เขมร, กวย, ลาว, จีน, และไทย ภาคกลาง จึงก่อให้เกิดศิลปะ และวัฒนธรรม ซึ่งน�ำไปสู่การท่องเที่ยว นอกจากนี้ “เมืองลิง” จะเป็นศูนย์รวม แห่งวัฒนธรรมที่หลากหลายแล้ว “เมืองลิง” ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยังคงความ งดงามแบบดั้งเดิมไว้ รอนักท่องเที่ยวมาเยี่ยม เยื อ นและชอบท่ อ งเที่ ย วแบบอนุ รั ก ษ์ หรื อ ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ซึ่งสามารถเที่ยวชมได้ทั้ง ปี คือ - ล่องเรือ หรือ นั่งช้างชมไพร ในล�ำน�้ำชี ซึ่งล�ำน�้ำชีนั้นเป็นแม่น�้ำที่ยังคงคุณภาพน�้ำ เป็น อันดับต้นของประเทศ พร้อมทั้งยังคงความ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้ที่หายากซึ่งมีอยู่ เป็นจ�ำนวนมาก - กิจกรรมทางน�้ำ เช่น พายเรือแคนู หรือ จะให้ ช าวบ้ า นน� ำ เที่ ย วด้ ว ยการแจวเรื อ ไม้ โบราณ พาชมวิถีชีวิตริมน�้ำของประมงพื้นบ้าน งมหอยกาบ, หอยลาย, และจับปลาที่เต็มไป ด้วยรอยยิ้มและมิตรไมตรี - กิ จ กรรมเดิ น ป่ า เพื่ อ ชมนก ชมไก่ ป ่ า

และสัตว์ต่างๆ ขนาดเล็กที่แสนน่ารัก พร้อมทั้ง ศึกษาต้นไม้ที่หายากนานาชนิด และสนุกกับ การเก็บเห็ดป่า ที่มีอยู่อย่างดาษดื่น - กิ จ กรรมแคมปิ ้ ง และสถานี ท ดสอบ ก�ำลังใจในค่ายลูกเสือที่มีอยู่ 3 แห่ง แต่ละแห่ง ก็มีความแตกต่างกันไปคนละอย่าง - ที่พักโฮมเสตย์ จ�ำนวน 30 หลังรับนัก ท่องเที่ยวได้ 90 ท่าน กับบ้านของชาวบ้าน จริงๆ ที่มีทุกอย่างคงสภาพแบบวิถีชาวบ้าน แท้ๆ สะอาดและปลอดภัย มี รปภ.ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง - ชมการแสดงความหลากหลายด้ า น ชาติพันธุ์มากถึง 5 ชนเผ่าที่ไม่ซ�้ำกัน และรับ ประทานอาหารพื้นเมืองที่แสนอร่อยไปด้วยที่ แต่ละชนเผ่า จะปรุงอาหารตามสูตรเฉพาะชน เผ่าให้นักท่องเที่ยวได้ชิม พร้อมกับหมูหันอัน เลื่องชื่อของต�ำบลเมืองลิง - เที่ยวชมแหล่งผลิตสินค้าโอท็อป ซึ่งมีทั้ง สินค้าเครื่องจักสาน, เครื่องปั้นดินเผา, ดอกไม้ ประดิษฐ์ และอื่นๆ อีกมากมาย - เที่ยวโพนเรียง (จอมปลวก) มหัศจรรย์ ที่เกิดขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ เพราะตั้งเรียง รายเป็นแนวยาวเดียวกันเป็นระยะทาง - พร้อมกับพาเที่ยวชมในละแวกใกล้เคียง ได้อย่างครบถ้วน เช่น หมู่บ้านเลี้ยงช้างที่ใหญ่ ที่สุดในโลก, หมู่บ้านผ้าไหมยกทอท่าสว่าง, หมู ่ บ ้ า นแหล่ ง ผลิ ต เครื่ อ งเงิ น โบราณ, และ ปราสาทหินโบราณที่เป็นศิลปะขอมแบบบายน ด้านการคมนาคมที่สะดวกสบายห่างจาดก ตั ว เมื อ งสุ ริ น ทร์ เ พี ย ง 38 กิ โ ลเมตรเท่ า นั้ น พร้อมทั้งมีสนามบินสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ก็อยู่ ต�ำบลเมืองลิงเพียง 25 กิโลเมตร หรือจะเป็น รถทัวร์ โดยสาร หรือรถไฟ แม้กระทั่งรถส่วน ตัวก็สะดวกสบายเป็นอย่างมาก จึงขอเรียน เชิ ญ ทุ ก ท่ า นและนั ก ท่ อ งเที่ ย วมาล่ อ งแพชม ธรรมชาติ โทร.082-3604337, 0611651848 JUNE/2016/MTODAY VAREITY/39


ฮาวปลึงกระแบร์ย พิธเี รียกขวัญควาย

อ�ำ

เภอปราสาทร่ ว มกั บ องค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� ำ บลตาเบา ท� ำ พิ ธี สู ่ ข วั ญ ควาย ฮาวปลึ ง กระแบร์ ย ก่อนลงมือท�ำนา ของชาวบ้านปันรัว เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีและรักษากระบือ

อ�ำเภอปราสาทร่วมกับองค์การบริหารส่วน ต�ำบลตาเบา ชาวบ้านปันรัว จัดพิธี “ฮาวปลึง กระแบร์ย” (พิธีเรียกขวัญกระบือ) ประจ�ำปี 2559 เพื่ อ อนุ รั ก ษ์ วั ฒ นธรรมประเพณี แ ละ รักษากระบือ สะท้อนชีวติ เกษตรกรรมธรรมชาติ และความเชื่อของชาวบ้าน ก่อนลงมือท�ำนาที่ ศาลาประชาคมหมู่บ้านบ้านปันรัว ต.ตาเบา อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ นายเวียงชัย แก้วพินิจ ปลั ด จั ง หวั ด สุ ริ น ทร์ เป็ น ประธานเปิ ด งาน “ฮาวปลึ ง กระแบร์ ย ” หรื อ พิ ธี เรี ย กขวั ญ กระบือ ประจ�ำปี 2559 ซึ่งถือว่าเป็นประเพณี ของชาวบ้านปันรัวหมู่ที่ 5 ที่สะท้อนถึงชีวิต แบบเกษตรกรรม เนื่องจากสมัยก่อนการท�ำนาต้องใช้แรงงาน กระบื อ ในการไถนา และถื อ ว่ า เป็ น สั ต ว์ ที่ ท�ำคุณประโยชน์แก่ชาวนาเป็นอันมาก โดย ชาวบ้านได้ยึดถือปฏิบัติท�ำมาทุกๆ ปี ก่อนที่ จะท� ำ การลงมื อ ท� ำ นา และเพื่ อ เป็ น การ สนับสนุนเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นให้ความ ส�ำคัญรักษาประเพณีอันดีงาม พร้อมทั้งระลึก ถึ ง คุ ณ ประโยชน์ ข องกระบื อ และเพื่ อ เป็ น การสร้ า งขวั ญ และก� ำ ลั ง ใจในการประกอบ อาชีพการท�ำนา โดยมีพี่น้องเกษตรกร และ ประชาชนในต� ำ บลตาเบาเข้ า ร่ ว มงาน เป็ น จ�ำนวนมาก งานประเพณีสขู่ วัญควาย (ฮาวปลึงกระแบร์ย) 40 /MTODAY VAREITY/JUNE/2016

เป็ น งานประเพณี ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ การเกษตร โดยเฉพาะ การท�ำไร่นา ตลอดจนการเลีย้ งสัตว์ อย่างชาวหมู่บ้านปันรัว หมู่ที่ 5 ต�ำบลเบา อ�ำเภอปราสาท เมื่อเริ่มย่างเข้าเดือน 6 หรือ วันขึ้น 1 ค�่ำเดือน 6 ชาวบ้านจะมารวมตัวกัน ที่หมู่บ้านอนุรักษ์พันธุ์กระบือไทย เพื่อเริ่มการ ท�ำพิธีเซ่นเจ้าที่เจ้าทาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ วิญญาณ ปู่ย่าตายาย เพื่อขอพรและความเป็นศิริมงคล ในการเริ่มฤดูกาลเพาะปลูก โดยพิธีกรรมจะ เริ่ ม ตั้ ง แต่ เช้ า โดยชาวบ้ า นจะเตรี ย มเครื่ อ ง

เซ่ น ไหว้ ประกอบด้ ว ยเครื่ อ งคาว หวาน น�้ำหวานและเหล้า ไปท�ำการเซ่นไหว้ศาลปู่ตา ที่อยู่ท้ายหมูบ้าน จากนั้นก็จะน�ำเครื่องเซ่นไหว้ ต่างๆ มารวมกันที่ศาลากลางหมู่บ้าน พร้อม กั บ ประกอบพิ ธี เ ซ่ น ไหว้ แ ละสู ่ ข วั ญ ควาย หรือฮาวปลึงกระแบร์ยหรือกระใบ โดยจะมี พราหมณ์น�ำสวดเป็นภาษาท้องถิ่นภาษาเขมร และแปลงเป็นไทยในบางช่วง เมื่อครบช่วงก็จะ มี ก ารสั่ น กระดิ่ ง ชาวบ้ า นก็ จ ะร่ ว มกั น กรวด เครื่องดื่มพร้อมเรียกวิญญาณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์


นางเนตรนภา เหมือนวาจา นายกองค์การบริหารส่วนต�ำบลตาเบา

ให้มารับของเซ่นไหว้ จากนั้นก็จะกล่าวถึงคุณ งามความดีของกระบือ ขอโทษขอขมาที่ต้อง น�ำไปใช้แรงงานในการท�ำนา เสร็จแล้วก็จะ คล้ อ งพวงมาลั ย ให้ กั บ กระบื อ ที่ เข้ า ร่ ว มพิ ธี พร้อมป้อนหญ้าให้ พิธีกรรมดังกล่าวถือว่าเป็น พิธีกรรมที่ชาวบ้านเชื่อถือและปฏิบัติสืบทอด กันมาจนถึงปัจจุบันนี้ หลังจากเสร็จพิธีก็จะมีการจัดกิจกรรมขึ้น โดยชาวบ้ า นก็ จ ะน� ำ กระบื อ มาแข่ ง ขั น ไถนา โดยแต่ ล ะคนจะน� ำ กระบื อ ของตนที่ เ ห็ น ว่ า ไถนาเก่งมาร่วมแข่งขัน ซึ่งใครสามารถไถนาใน พื้นที่ที่ก�ำหนดได้รวดเร็วและหมดก่อนก็จะเป็น ผู้ชนะ การแข่งขันจะมีทั้งหญิงและชายร่วม แข่งขัน ซึ่งก็เป็นการสร้างความสามัคคีและ ความสนุกสนานแก่ผู้มาร่วมงาน อีกทั้งยังมี การจั ด การประกวดกระบื อ สวยงามกระบื อ แฟนซี แ ละการแสดงวั ฒ นธรรมพื้ น บ้ า นอี ก มากมาย นายทานี สินสร้าง ผู้ใหญ่บ้านปันรัว เล่าให้ กับผู้สื่อข่าว Mtoday ทีมข่าวสุรินทร์ว่า งาน ประเพณีสู่ขวัญควาย (ฮาวปลึงกะไบ) เป็นงาน ประเพณีที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรโดยเฉพาะ การท�ำไร่นา ตลอดจนการเลี้ยงสัตว์ อย่างชาว

หมูบ่ า้ นปันรัว หมูท่ ี่ 5 ต�ำบลเบา อ�ำเภอปราสาท เมื่อเริ่มย่างเข้าเดือน 6 หรือวันขึ้น 1 ค�่ำเดือน 6 ชาวบ้านจะมารวมตัวกันที่หมู่บ้านอนุรักษ์ พันธุ์กระบือไทย เพื่อเริ่มการท�ำพิธีเซ่นเจ้าที่ เจ้าทาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ วิญญาณปู่ย่าตายาย เพื่อ ขอพรและความเป็นศิริมงคลในการเริ่มฤดูกาล เพาะปลูก รวมถึงพิธีฮาวปลึงกระแบร์ย หรือ กระใบ พิธีสู่ขวัญควาย โดยชาวบ้านได้ยึดถือ ปฏิบัติกันมาช้านานจนถึงปัจจุบัน เครื่องที่ใช้ เซ่นไหว้ก็จะเป็นเครื่องเซ่นคาวหวานทั่วไปที่ ชาวบ้านจัดหามาเอง จากนั้นจะร่วมกันไปเซ่น ศาลปู่ตา บอกกล่าวท่าน และจะน�ำมารวมกัน ที่ศาลากลางหมู่บ้าน เพื่อท�ำพิธีเซ่นไหว้และสู่ ขวัญควายต่อไป ซึ่งที่บ้านปันรัวเป็นหมู่บ้านที่

มีกระบือจ�ำนวนมาก เมื่อปี 2543 มีกระบืออยู่ ถึง 600 ตัว และได้รับรางวัลหมู่บ้านอนุรักษ์ และพั ฒ นาควายแห่ ง ชาติ ร ะดั บ ประเทศ การท�ำนาของชาวบ้านที่ผ่านมาก็จะใช้ควาย ในการท� ำ นา แม้ ป ั จ จุ บั น ความเจริ ญ และ เทคโนโลยีที่ทันสมัย การใช้ควายมาท�ำนาก็จะ น้อยลงก็ตาม แต่ชาวบ้านก็ยังคงที่จะอนุรักษ์ กระบือไทยไว้ ซึ่งมีอยู่มากถึง 267 ตัว และที่ ส�ำคัญยังคงประเพณีฮาวปลึงกระแบร์ย หรือ กระไบ ไว้อย่างเหนียวแน่นตลอดมา นางเนตรนภา เหมือนวาจา นายกองค์การ บริ ห ารส่ ว นต� ำ บลตาเบา อ� ำ เภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าว Mtoday ทีมข่าวสุรินทร์ ว่า พิธี “ฮาวปลึงกระแบร์ย” บ้านปันรัว หมู่ที่ 5 ต�ำบลเบา อ�ำเภอปราสาท มีกิจกรรมมากมาย อาทิเช่น ขบวนแห่เครื่อง เซ่นปูต่ า, การแข่งขันไถนา ประเภท ลูกเขยฝรัง่ , การแข่งขันต�ำข้าวซ้อมมือ, การแข่งขันสาว ไหม, การประกวดกระบือสายงาม, การประกวด ธิดากระแบร์ย และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย โดยอ�ำเภอปราสาทร่วมกับองค์การบริหารส่วน ต� ำ บลตาเบา และชาวบ้ า นปั น รั ว จั ด พิ ธี “ฮาวปลึงกระแบร์ย” (พิธีเรียกขวัญกระบือ) ประจ� ำ ปี 2559 เพื่ อ อนุ รั ก ษ์ วั ฒ นธรรม ประเพณี แ ละรั ก ษากระบื อ สะท้ อ นชี วิ ต เกษตรกรรมธรรมชาติ และความเชื่ อ ของ ชาวบ้าน ก่อนลงมือท�ำนาที่ศาลาประชาคม หมูบ่ า้ นบ้านปันรัว ต.ตาเบา อ.ปราสาท จ.สุรนิ ทร์ นายเวี ย งชั ย แก้ ว พิ นิ จ ปลั ด จั ง หวั ด สุ ริ น ทร์ เป็นประธานเปิดงาน “ฮาวปลึงกระแบร์ย” หรือ พิธีเรียกขวัญกระบือ ประจ�ำปี 2559 แม้ว่า ปัจจุบันนี้ความเจริญและเทคโนโลยีที่ทันสมัย การใช้ควายมาท�ำนาก็จะน้อยลงก็ตาม แต่ชาว บ้านก็ยังคงที่จะอนุรักษ์กระบือไทยไว้ ซึ่งมีอยู่ มากถึง 267 ตัว และที่ส�ำคัญยังคงประเพณี ฮาวปลึงกระแบร์ย หรือกระไบ ไว้อย่างเหนียว แน่นตลอดมา JUNE/2016/MTODAY VAREITY/41


ทะ

เลน้ อ ย ทะเสสาบน�้ ำ จื ด ที่ ใ หญ่ ที่ สุ ด มี ค วาม สวยงามและมี ค วามอุ ด มสมบู ร ณ์ ข องระบบ นิเวศน์สูง แม้จะมีสะพานข้ามระหว่างฝั่งระโนดกับพัทลุง แต่ดูเหมือนว่าขาดการโปรโมทเท่าที่ควร จึงไม่มบูมเท่าที่ ควร

ถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เชื่อมระหว่างระโนดของ จังหวัดสงขลากับจังหวัดพัทลุง เป็นถนนที่มีความสวยงามเส้นหนึ่ง เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ถนนเส้นนี้เปิดใช้มาตั้งแต่ วันที่ 9 มกราคม 2550 สร้างตามแนวระหว่างทะเลน้อยกับทะเล หลวงของทะเลสาบสงขลา เป็นถนนที่จะว่าไปแล้วชาวบ้านได้ร่วม กันสร้างเป็นถนนลูกรังเพื่อใช้สัญจรกันมาก่อน แต่มีปัญหาถนนพัง

42 /MTODAY VAREITY/JUNE/2016


ท่องเที่ยว พรพญา

ทะเลน้ อ ย มาช่วยกันบูม ช�ำรุดง่าย และเป็นแนวขวางทางระบายน�้ำระหว่างทะเลน้อยกับ ทะเลหลวง ครม.จึ ง ได้ มี ม ติ ก ่ อ สร้ า งสะพาน ด้ ว ยงบประมาณ มากกว่า 600 ล้านบาท เป็นทางยกระดับระยะทาง 5.45 กิโลเมตร ทะเลน้อยเป็นทะเลสาบทีม่ คี วามหลากหลายของระบบนิเวศน์สงู ทั้งพืชน�้ำ สัตว์น�้ำ สัตว์บก นกต่างๆ มองจากสะพานลงไป เห็นการ เคลื่อนไหวที่น่าศึกษาเรียนรู้ และอยู่ไม่ห่างจากเมืองใหญ่อย่างเช่น หาดใหญ่ไม่มากนัก 2 จังหวัด น่าจะร่วมมือกันโปรโมทให้เป็นที่ รู้จัก โดยสร้างจุดขายของธรรมชาติอันสวยงาม มีทุ่งดอกบัวที่ สวยงามไม่แพ้จังหวัดอุดรธานี มีอากาศที่บริสุทธิ์ มีบรรดาสัตว์ ต่างๆ ให้เที่ยวชมและเรียนรู้ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าไป สร้างที่พัก สร้างจุดขายใหม่ๆ เพิ่มขึ้น รวมทั้งส่งเสริมให้ชาวบ้าน

เปิดให้บริการโฮมสเตย์ สร้างเป็นอีกจุดขายหนึ่ง ด้ า นพั ท ลุ ง ดู เ หมื อ นจะมี ที่ พั ก อยู ้ บ ้ า งแล้ ว ระยะทางจาก หาดใหญ่ สะดวกกว่าเดินทางไปทางระโนด ในขณะที่ฝั่งระโนดไม่มี สิ่งอ�ำนวยความสะดวกอะไรเลย มีร้านค้าอยู่ 2-3 ร้าน เป็นร้านขาย สินค้าในท้องถิ่น อาทิ ปลาตากแห้ง สินค้ายังขาดความหลากหลาย ซึ่งไม่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้มากนัก หากส่งเสริมกันอย่างจริงจัง เหมือนการบูมตลาดน�้ำที่ระโนด แม้จะใช้เวลาแต่ก็ดีกว่าไม่เริ่มต้น อย่างไรก็ตาม ทะเลน้อยยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด การไปท่องเที่ยว ศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติ โดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีลูกใน วัยเรียน เยาวชนในวัยศึกษา ไปเที่ยวจะมีประโยชน์มากทีเดียว JUNE/2016/MTODAY VAREITY/43


ขอความสันติจงมีแด่ทุกท่าน

เนื่องในเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ ขออัลเลาะฮ์จงประทานความดีงามให้กับทุกท่าน มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง ได้รับผลต่อแทนจากการปฏิบัติอิบาดะห์ ด้วยความปรารถนาดี

อนุมัติ อาหมัด

รองเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย สมาชิกสภานิติบัญญัตแห่งชาติ

ธกส.น�ำลูกค้าไปอุมเราะห์

เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2559 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ได้อบรมลูกค้าได้รับรางวัลเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ ที่มักกะห์ ซาอุดิอาระเบีย โดยมีลูกค้าที่ฝากเงินกับธกส. จ�ำนวน 2,000 บาทขึ้นไป ได้รับรางวัลไปอุมเราะห์ จ�ำนวน 32 คน จากทั่วประเทศที่ได้รับ รางวัลมาร่วมอบรม ส�ำหรับการเดินทางไปอุมเราะห์ของผู้ได้รับรางวัลธกส.ใช้เวลา 2 สัปดาห์ 44 /MTODAY VAREITY/JUNE/2016


บ้านริมหาด แกลง ระยอง

ที่พักติดชายหาด บรรยากาศสุดแสนโรแมนติก พักสะอาด สะดวก สบาย ติดแอร์ทุกห้อง บ้านเดี่ยวและทาวเฮาส์ ห่างทะเลเพียง 10 เมตร

มีสระน�้ำ ห้องนอนเล็ก ห้องนอนใหญ่ ห้องครัว เหมาะส�ำหรับพาครอบครัวมาพักผ่อน อยู่ห่างจากท่าเรือเกาะเสม็ดเพียง 15 ก.ม.

JUNE/2016/MTODAY VAREITY/45


ครัว เชฟปอง

รสชาติจัดจ้านแบบปักษ์ ใต้แท้ ร้า

นอาหารฮาลาลที่ ไ ด้ ม าตรฐานรองรั บ นั ก ท่ อ งเที่ ย วได้ ทุ ก ระดั บ มีไม่มากนักที่ “ไชยา” เพิ่งมี “ร้านเชฟปอง” ร้านอาหารคุณภาพ ที่รสชาติแบบปักษ์ใต้ กินแล้วลืมไม่ลงเลยทีเดียว

ร้านเชฟปองตั้งอยู่ที่ “พลับพลา” สถาน ที่ๆ ในอดีตสมเด็จพระเจ้าตากสินตั้งพลับพลา ที่ประทับเพื่อรอไปตีเมืองนคร อยู่เลยชุมชน พุมเรียงของพี่น้องมุสลิมไชยาไปประมาณ 4-5

กิโลเมตร บริเวณพลับพลาเดิมมีร้านอาหาร ทะเล 2 ร้าน อยู่ติดทะเล โดยมีสะพานไม้ให้ เดินไปเกือบ 200 เมตร แต่ร้านครัวเชฟปอง ตั้งอยู่ด้านหน้า มีป้ายฮาลาลบอกไว้ชัดเจน เชฟปองเป็นพ่อครัวที่ปรุงอาหารมานาน หลายปี เคยไปเป็ น เชฟที่ ม าเลเซี ย และร้ า น อาหารในกรุงเทพฯ ก่อนจะกลับไปเปิดร้าน อาหารที่บ้านเกิดของตัวเอง ที่พลับพลาแห่งนี้ อาหารที่ร้านเชฟปองมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งประเภทแกง ต้ม ย�ำ นึ่ง ทอด โดยเฉพาะ อาหารทะเล มีเมนูให้เลือกทั้งปลา กุ้ง ปู หอย อาทิ แกงคั่ ว ปลา กุ ้ ง ปู หอย ที่ มี ร สชาติ จัดจ้านแบบปักษ์ใต้แท้ ที่เรียกว่าปรุงแบบไม่ เหนียวเครื่องเลยทีเดียว รสชาติจัดจ้านแค่ไหน ดูแต่ภาพคงบอก ไม่ได้ ต้องไปพิสูจน์กันเอง

46 /MTODAY VAREITY/MAY/2016 46 /MTODAY VAREITY/JUNE/2016


นิตยสาร Mtoday ฉบับที่ 54 เดือน มิถุนายน 2559  

นำเสนอเรื่องราวของมุสลิมที่ประสบความสำเร็จในกิจการรถทัวร์ เริ่มจากเป็นคนขับรถ จนกลายเป็นเจ้าของ สหพันธ์ทัวร์ ที่มีรถทัวร์นับ 100 คัน

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you