Issuu on Google+

first step on October

8 4728939729 80 บาท


EDITOR TALK

ในฉบับนี้เราจะมาเจาะประเด็นเกี่ยวกับเรื่อง ราวของTHE TWILIGHT SAGA BREAKING DAWN PART1 ซึ่งเป็นครึ่งแรกในตอนจบของ หนังและหนังสือชุดนี้ และได้เปิดตัวตัวอย่าง หนังไปแล้วในงานMTV Movie Awards 2011ที่ ผ่านมา Breaking Dawn ถือเป็นการส่งต่อภาค ที่บ้าคลั่งที่สุดในนิยายวัยหนุ่มสาวของ สเต ฟีนี่ เมเยอร์ ที่ทำ�ให้สมบูรณ์ด้วยการมีเซ็กซ์ฉลองฮันนีมูนอย่างเร่าร้อนแบบบราซิล การตั้งครรภ์อันน่าสะ พรึงกลัว และภัยคุกคามของการฆาตกรรมแวมไพร์หมู่ระดับเดียวกับระเบิดนิวเคลียร์ถล่ม แฟนๆ หลายคน สนใจว่าเรื่องราวจะต้องถูกสร้างขึ้นสู่จอเงินโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง และ จุดแบ่งภาคระหว่าง The Twilight Saga: Breaking Dawn - Part 1 และ The Twilight Saga: Breaking Dawn - Part 2 จะอยู่ตรงไหนแน่ นอกจาก นี้แล้วภาพจากหนังที่ถูกปล่อยออกมาแต่ละภาพก็เป็นประเด็นร้อนแรงไม่แพ้กัน แต่จะเป็นอย่างไรนั้น ติดตามต่อได้ที่สกู๊ปประจำ�เล่มนี้

BY : อุษา แพร่จรรยา E-mail : lhong_puppylove@hotmail.com


IMPRINT

เจ้าของ บริษัท ซีมอร์ จำ�กัด บรรณาธิการเล่ม อุษา แพร่จรรยา ผู้ช่วยบรรณาธิการ วณิชยา แพร่จรรยา พิสูจน์อักษร ภาคภูมิ จิระทรัพย์อนันต์ บรรณาธิการศิลปกรรม/ศิลปกรรม วิลาสินี สมรรถการ บรรณาธิการฝ่ายโฆษณา อรุณี เลิศพนานนท์ ฝ่ายบัญชี พาฝัน พิไรแสงจันทร์

ผู้แปลบทความ ธนัชชา นวลแพ่ง ผู้ร่วมแต่ง หัสยา แสวงดี อคิราภ์ ไกรนรา ภาสกร สายถุงแก้ว ติดต่อ อีเมล์ : lhong_puppylove@hotmail.com 0871117603

CONTRIBUTE

นักเขียนรับเชิญ คอลัมน์ C-PLOT - อิสระลายเสือ


CONTENT C-SLOW Aura of serenity

8

Suthamon Settaapithan

C-PLOT คำาสอนของพ่อ อิสระ ลายเสือ

16

C-SLATE “Bill Condon” ผู้กำากับ Twilight saga : Breaking dawn

20


C-TIME “Twilight saga : Breaking dawn”

26

C-TREND หนังเก่าน่าดู 33

C-TRUE Horoscope

36


SLOW AURA OF SERENIT Y

VAMPIRE


Model - Suthamon Settaapithan Photographer - Usa Phraechanya Place - Srinakharinwirot University


PLOT ¤ÓÊ͹¢Í§¾‹Í โดย อิสระ ลายเสือ

‘มองที่กําแพงแล้วลอง บอกพ่อซิว่าเห็นอะไรบ้าง’ พ่อ ถามหลังจากพาผมมายืนเกือบชิด กําแพงวัด โดยหันหน้าเข้าหากําแพง ‘เห็นแต่กําแพงครับ’ ผมตอบไปตาม จริง ‘คราวนี้ ลองดูที่กําแพงอีกที ซิว่าเห็นอะไรบ้าง’ พ่อถามอีกครั้ง หลังจากจูงมือผมมาหยุดยืนห่าง จากกําแพงเดิมประมาณสิบเมตร ‘เห็นกําแพง ขอบกําแพงด้านบนมุม กําแพงสองข้างครับ’ ผมบอกถึงสิ่งที่ เห็นเกี่ยวกับกําแพง เพราะพ่อบอก ให้ดูที่กําแพง ‘ถ้าอยู่ใกล้กําแพงเกินไป เราจะเห็นแต่กําแพงที่ขวางหน้า เจอแต่ทาง ตัน แต่ถ้าเราถอยห่างออกมาให้พอเหมาะ มุมมองจะกว้างขึ้นเราจะเห็นขอบ กําแพงแต่ละด้าน ทางที่เห็นว่าตัน จะไม่ตันอีกต่อไป ขึ้นอยู่กับเราว่าจะปีน ข้าม หรือเดินเลาะกําแพงออกไปจะซ้ายหรือขวาแล้วแต่เราเลือก...’ พ่อหยุด พูดนิดหนึ่ง เหมือนเจตนารอให้ผมคิดตามได้ทัน ‘กําแพงก็เหมือนกับปัญหาที่เรากําลังเผชิญอยู่ ถ้าขลุกอยู่กับมันมาก เกินไป จะเห็นแต่ปัญหา มีแต่ทางตัน ออกมาตั้งสติให้ห่างจากปัญหาสัก หน่อย แล้วเราจะเห็นทางออกเอง’ ทุกครั้งที่มีปัญหา ภาพของพ่อที่กําลังสอนผมในวัยเด็กจะผุดขึ้นมาใน หัว เพื่อเตือนสติผมอยู่เสมอ พ่อเรียนจบแค่ระดับชั้นประถม แต่พ่อเป็นนัก อ่าน และนักฟังที่ดี พ่อบอกว่าความรู้หาได้จากทุกที่ ถ้ารู้จักไขว่คว้าหามัน ผมเห็นการไขว่คว้าของพ่อตั้งแต่เด็ก ทุกเช้าพ่อจะชอบไปนั่งอ่าน หนังสือพิมพ์ที่ร้านกาแฟหน้าหมู่บ้าน ถกปัญหาสารพัดกับเพื่อนๆในร้าน แรกๆผมเคยตามพ่อไปด้วย แต่หลังๆผมเริ่มเบื่อเรื่องที่ผู้ใหญ่พูดคุยกัน เพราะฟังไม่ค่อยเข้าใจ เรื่องที่คุยก็น่าเบื่อไม่เห็นสนุกตรงไหน ผมเลยไม่คิดจะ ตามไปอีก พ่อติดตามข่าวสารต่างๆผ่านหน้าจอโทรทัศน์ไม่เคยขาด พ่อว่าเรา ควรต้องรู้ว่าโลกเราไปถึงไหนกันแล้ว บ้านเมืองเป็นอย่างไร มีอะไรเกิดขึ้นใน สังคมเราบ้าง ผมยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจในสิ่งที่พ่อพูดทั้งหมด แต่ผมไม่เคยเถียง เพราะไม่รู้จะเถียงว่าอะไร ผมฟังในสิ่งที่พ่อพูด ผมคิดในสิ่งที่พ่อสอนเท่าที่ สมองน้อยๆในตอนนั้นจะคิดได้ แต่ตอนนี้สมองของผมใหญ่ขึ้นรอยหยักเพิ่ม มากขึ้น ผมเริ่มเข้าใจคําสอนของพ่อที่พร่ําสอน เมื่อครั้งที่ผมยังเยาว์วัย หาก ไม่เจอปัญหาผมคงไม่คิดถึงคําสอนของพ่อ เสียงโทรศัพท์มือถือปลุกผมให้ออกจากภวังค์ หน้าจอโทรศัพท์แสดง หมายเลขที่ทําให้ผมต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะเป็นเบอร์ที่ผมคุ้นเคย วันนี้ผมกดตัดสายทิ้งไปสามรอบแล้วแต่คนที่โทรก็ไม่ละความพยายามง่ายๆ 16 C-MORE

ผมลังเลว่าจะรับสายดีหรือเปล่า “สวัสดีครับ” ผมตัดความ รําคาญกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ “คุณสุจริตใช่มั้ยคะ จากบริษัท ผ่อนสบายค่ะ ทําไมคุณยังไม่ชําระ ค่างวดล่ะคะ มีปัญหาอะไรหรือ เปล่า” บอกชื่อบริษัทเสร็จ หล่อน ก็ทวงค่างวดเครื่องเสียงที่ผมยัง ไม่ได้ชําระ สามวันมาแล้วที่หล่อน ตามจองล้างจองผลาญผมหลังจาก เลยกําหนดชําระ “มี...” ผม กระแทกเสียงก่อนจะพูดต่อ “แค่เกินกําหนดชําระมานิด หน่อย ทําไมต้องประจานให้คนในบริษัทรู้ด้วย ว่าผมค้างค่างวดอยู่ ใครรับ สายคุณก็บอกเขาไปหมด” ผมถือโอกาสระบายอารมณ์กับหล่อน “โทร.เข้ามือถือตั้งหลายครั้งคุณก็ไม่รับสาย โทร.เข้าบริษัทคนที่รับบอก ว่าไม่อยู่ เลยต้องฝากข้อความไว้” น้ําเสียงหล่อนเริ่มแข็งกร้าว หางเสียงที่ฟัง ดูสุภาพถูกตัดทิ้ง ผมไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับหล่อนให้ฉุนเฉียวไปมากกว่านี้ “แล้วผมจะรีบไปจ่าย” ผมทําเสียงเหมือนไม่พอใจ ละหางเสียงที่สุภาพ ไว้ แล้วรีบตัดสายทิ้งทันที ความจริงแล้วผมยังไม่รู้ด้วยซ้ําว่าจะหาเงินจากที่ไหนไปจ่ายค่างวด เครื่อง เสียง ผมแกล้งทําเป็นอารมณ์เสียเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นเท่านั้นเอง จะ หยิบยืมเพื่อนฝูงก็เห็นจะยากเต็มที เพราะของเก่าที่ยืมมายังไม่มีปัญญาใช้ คืน ขืนไปรบกวนอีกมีหวังเพื่อนๆคงเลิกคบหาสมาคมด้วยอย่างแน่นอน ถ้าหนี้สินมีเพียงค่าผ่อนส่งเครื่องเสียงอย่างเดียว ผมคงไม่กลุ้มใจ มากมายขนาดนี้ แต่มันไม่ใช่แค่นั้น เพราะยังมีหนี้บัตรเครดิตอีกสี่ใบ รวมๆ กันแล้วเป็นเงินหลายหมื่นบาท เงินเดือนผมแค่สองหมื่นบาทเท่านั้นเอง ที่ ผ่านมาอาศัยหมุนเงินจากบัตรใบโน้นไปจ่ายบัตรใบนั้น จากบัตรใบนั้นมา จ่ายบัตรใบนี้ แรกๆก็ไม่มีปัญหา ทําไปทํามามันกลับยุ่งเป็นงูกินหาง เงิน ที่เคยหมุนจากบัตรแต่ละใบไม่อาจนํามาหมุนได้อีกต่อไป บัตรใบนั้นก็ถึง กําหนดชําระ ใบนี้ก็ต้องจ่าย ใบโน้นก็ต้องเคลียร์ “ไปทํางานที่กรุงเทพฯต้องระวังเรื่องเงินทองดีๆนะสิ่งล่อตาล่อใจมัน เยอะ” พ่อเตือนก่อนผมจะจากบ้าน มาทํางานในเมืองหลวง หลายปีที่เป็นมนุษย์เงินเดือนผมกลายเป็นนักสะสมวัตถุตัวยง เห็นคน อื่นมีอะไรก็อยากจะมีบ้าง โดยไม่คํานึงถึงความจําเป็น ทั้งตู้เย็น โทรทัศน์ เครื่องเสียง โทรศัพท์มือถือ กล้องดิจิทัล และอีกจิปาถะ ของทั้งหมดต้องเป็น ของมียี่ห้อราคาแพง นี่ยังไม่รวมรถยนต์ที่เพิ่งโดนยึดไปเพราะขาดส่งมาหลาย งวด มันเหมือนเป็นการเติมเต็มสิ่งที่ขาดในวัยเด็ก ผมไม่เคยมีของเล่นดีๆ เหมือนที่เพื่อนมี


พอโตขึ้นมาหน่อยเพื่อนๆต่างมีโทรศัพท์มือถือใช้กันแทบทุกคน แต่ผม ก็ยังไม่มีเหมือนเพื่อน ผมตั้งประณิธานไว้ว่าเมื่อไหร่ที่มีงานทํามีเงินเดือนใช้ ผมต้องมีเหมือนคนอื่น พอเงินเดือนถึงเกณฑ์ที่จะทําบัตรเครดิตได้ ไม่ว่าสถาบันการเงินไหนมาเสนอให้ทําผมสนองตอบทุกครั้งโดยไม่ลังเล มี บัตรเครดิตมันโก้จะตาย ไม่มีเงินสดก็จับจ่ายใช้สอยได้ไม่มีขีดจํากัด กิน เหล้าฟังเพลงเที่ยวผับเข้าบาร์เป็นเรื่องปกติ ที่ทําเป็นประจําทุกเดือนเดือนละ หลายครั้ง ถึงได้มีเงินก็ใช้บัตรจ่ายแทนเงินสดได้ ยิ่งถ้าไปกับสาวๆด้วยแล้วยิ่ง หน้าใหญ่เลี้ยงเขาไปทั่ว มันน่าแปลกที่แต่ก่อนเริ่มทํางานใหม่ๆเงินเดือนยังไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท ผมส่งเงินกลับไปให้พ่อแม่ใช้ทุกเดือนไม่เคยขาด แต่พอเงินเดือนมาก ขึ้นผมกลับส่งน้อยลง จนกระทั่งไม่ส่งสักบาท ผมเอาเงินมาบํารุงบําเรอกิเลส ตัณหาของตัวเองจนเป็นหนี้เป็นสินพะรุงพะรัง เงินเดือนเกือบทั้งหมดต้องใช้ ชําระหนี้ แทบจะไม่มีเหลือไว้ใช้จ่ายส่วนตัว หมดปัญญาจะส่งเงินกลับบ้าน ตอนนี้ผมเดินมาถึงทางตันแล้ว โดยมีบรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายไล่ตามมา ติดๆ เจ้าหนี้แต่ละรายไม่เคยให้เกียรติกันเลยแม้แต่น้อย โทรศัพท์ไปทวงถาม

“มีอะไรก็เล่าให้พ่อกับแม่ฟังได้นะ จะได้ช่วยๆกันคิด” พ่อไม่วายเป็นห่วงส่วน แม่เอียงหูฟังอยู่ข้างๆ ด้วยความอยากรู้ “เนี่ยเหรอปัญหานิดหน่อยเป็น หนี้เป็นสินตั้งหลายหมื่น ว่าแล้ว ไอ้บัตรพลาสติกนั่นน่ะ มันใช้ง่ายใช้คล่องยิ่ง กว่าพิมพ์แบงก์เองซะอีก แล้วเป็นไงล่ะเตือนก็ไม่ฟัง” แม่เสียงดังขึ้นมาทันที หลังจากได้ฟังปัญหาของผม ไอ้บัตรพลาสติกที่แม่ว่า คือบัตรเครดิตที่แม่เคยเห็นผมใช้ เมื่อครั้งที่พา พ่อกับแม่ไปกินอาหารที่ร้านในตัวเมือง ตอนนั้นแม่เตือนว่าให้ระวังเพราะมัน ใช้ง่ายถ้าใช้เพลินโดยไม่คิดจะลําบาก ทีหลัง “แกก็...ยังจะไปซ้ําเติมอีก แค่นี้ ลูกก็กลุ้มใจจะแย่อยู่แล้ว” พ่อปราม จนโดนแม่ค้อนใส่ “แล้วจะทํายังไงต่อไป คิดไว้หรือยัง” พ่อตั้งคําถามขณะที่ผมมีคําตอบ อยู่ในใจแล้ว ผมบอกพ่อกับแม่ว่า จะลองเจรจากับเจ้าหนี้ขอผ่อนชําระค่างวด ให้น้อยลงหน่อย ถ้าไม่ได้จะหยุดชําระ แล้วรอให้เจ้าหนี้แต่ละรายฟ้องร้อง จากนั้นก็รอศาลเรียกไปไกล่เกลี่ยว่าเราสามารถชําระหนี้ได้เดือนละเท่าไหร่ ระหว่างนั้นผมจะไม่ก่อหนี้เพิ่มของอะไรที่มีอยู่และไม่จําเป็นก็จะเอาไปขาย เก็บเงินไว้ใช้หนี้ เครื่องเสียงที่เพิ่งผ่อนมาสามงวดก็ให้เขามายึดคืนไป

“¾‹Í¢Í§àÃÒ·Ø¡¤¹¹Ñ่¹áËÅÐ àÈÃÉ°¡Ô¨¾Íà¾ÕÂ§ä§ ãªŒä´Œ¡Ñº·Ø¡¤¹·Ø¡ÍÒªÕ¾ äÁ‹Ç‹Ò¨ÐÁÕ»˜ÞËÒËÃ×ÍäÁ‹ÁÕ¡็㪌䴌µÅÍ´” ที่บริษัทแทบทุกวัน แถมยังโพนทะนาไปทั่วว่าผมไม่ยอมชําระหนี้ ผมกลาย เป็นวัวสันหลังหวะที่หวาดระแวง เดินไปแผนกไหนในบริษัทรู้สึกเหมือนกับว่า ทุกคนจะมองผมด้วยสายตาแปลกๆ ที่สนิทหน่อยก็กระเซ้าว่าทีหลังอย่าลืม ชําระหนี้ รถทัวร์พาผมมุ่งหน้ากลับบ้านที่ต่างจังหวัด ผมเหม่อมองออกไปนอก รถ เห็นทุ่งนาเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา ภาพของพ่อกับแม่กําลังเอาหลังสู้ฟ้าเอา หน้าสู้ดิน ก้มลงปักต้นกล้าบนผืนนาจนเหงื่อไหลไคลย้อย แวบผ่านเข้ามาใน สมอง หยาดเหงื่อของพ่อกับแม่ที่เสียไป กลายเป็นใบปริญญาบัตรที่ผมได้ มา แต่ผมกลับตอบแทนท่านด้วยหนี้สินก้อนโต ปัญหานี้ผมเป็นคนก่อขึ้นมา ผมต้องแก้ไขด้วยตัวเอง ไม่เคยคิดจะกลับไปรบกวนท่านทั้งสอง ผมแค่อยาก ถอยห่างจากกําแพงปัญหาที่กําลังเผชิญอยู่ เพื่อมองหาทางออกตามที่พ่อ เคยสอนไว้เท่านั้น ผมมาถึงบ้านเมื่อดวงตะวันใกล้ลับขอบฟ้า พ่อกับแม่กําลังตั้งสํารับ กับข้าว ทั้งพ่อและแม่ต่างแปลกใจที่เห็นผมกลับมาบ้าน ซึ่งตามปกติผมจะกลับ เฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่เท่านั้น ในความแปลกใจนั้น แฝง ความดีใจไว้เต็มเปี่ยม แม่กุลีกุจอทํากับข้าวที่ผมชอบมาเสริม พ่อแยกไปหุง ข้าวมาเพิ่ม เพราะรู้ดีว่าข้าวที่อยู่ในหม้อ ไม่พอยาไส้พวกท้องยุ้งอย่างผม แน่นอน ส่วนผมถูกไล่ไปอาบน้ําให้สดชื่น ก่อนมาร่วมวงกินข้าว สามวันที่อยู่บ้าน เป็นสามวันที่สมองผมปลอดโปร่งโล่งสบาย ไม่ต้องคอย หลบเจ้าหนี้ที่โทรศัพท์ตามรังควานถึงในบริษัท ไม่ต้องกังวลว่าโทรศัพท์มือถือ จะเป็นสื่อทวงหนี้ เพราะมันถูกปิดตั้งแต่ออกจากกรุงเทพฯ ผมถอยห่างจาก กําแพงปัญหาจนเริ่มจะมองเห็นทางออกบ้างแล้ว “มีปัญหาอะไรหรือเปล่า พ่อว่าลูกดูเครียดๆตั้งแต่กลับมาแล้วนะ” พ่อเปิดประเด็นขณะนั่งรับลมอยู่ที่ชานเรือน “ก็...มีปัญหานิดหน่อยครับ” ผมลังเลที่จะบอก www.sakulthai.com

ตอนแรกแม่จะไม่ยอมเพราะกลัวว่าถ้าโดยฟ้อง ผมจะต้องติดคุกตะราง แม่ว่าจะเอาที่นาไปจํานองธนาคารเอาเงินให้ผมไปใช้หนี้ผมต้องอธิบายให้ แม่ฟังว่า คนอื่นที่เขาเป็นหนี้บัตรพลาสติกที่แม่เรียกมีอยู่หลายรายที่ทําแบบ นี้เมื่อ จ่ายไม่ไหว ไม่มีใครต้องติดคุกสักคน เจ้าหนี้เองก็อยากได้เงินคืน เราก็ ยินดีจ่ายไม่ได้หลบหนีไปไหน แต่ขอความกรุณาในแต่ละงวด ให้จ่ายน้อยลง หน่อยเท่านั้นเอง “ที่ผมกลับมาบ้านไม่เคยคิดจะรบกวนพ่อกับแม่ให้เดือดเนื้อร้อนใจ แต่ผมคิดถึงคําสอนของพ่อ ที่เคยสอนไว้ว่า อย่าขลุกอยู่กับปัญหา ถอยห่าง ออกมาตั้งสติเสียหน่อย แล้วเราจะมองเห็นทางออก ผมรู้สึกว่าอยู่ที่กรุงเทพฯ ปัญหามันรุมเร้ามากเกินไป คิดอะไรไม่ออก” ผมบอกเหตุผลของการกลับ บ้านให้พ่อกับแม่ฟัง “ลูกมองออกไปนอกบ้านสิ เห็นต้นข้าวในนานั่นมั้ย เห็นแปลงผักกับบ่อ เลี้ยงปลาที่ข้างบ้านหรือเปล่า เห็ดที่เพาะไว้หลังบ้านกับเป็ดไก่ที่พ่อเลี้ยงไว้ อีก...” พ่อหันมามองหน้าผมก่อนจะพูดต่อ “พ่อกับแม่มีข้าวและกับข้าวกินทุกวันไม่เคยอด ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อ หา ส่วนที่เหลือก็เอาไปขายได้เงินอีกต่างหาก พ่อกับแม่ก็ทําตามคําสอนของ พ่อเหมือนกัน” “ปู่สอนพ่อเหรอ” ผมพาซื่อ “พ่อของเราทุกคนนั่นแหละ เศรษฐกิจพอเพียงไง ใช้ได้กับทุกคนทุก อาชีพ ลูกคิดถึงคําสอนของพ่อเมื่อมีปัญหา แล้วลูกเคยคิดถึงคําสอนของพ่อ หลวงบ้างหรือเปล่า ไม่ว่าจะมีปัญหาหรือไม่มีก็ใช้ได้ตลอด” พ่อยกมือขึ้นโอบ ไหล่ผม สายตาทอดยาวไปเบื้องหน้า ผมสังเกตเห็นแววตาและรอยยิ้มที่เต็ม เปี่ยมไปด้วยความปลื้มปีติ.


SLATE

แปลโดย : ธนัชชา นวลแพ่ง

Bill Condon ¼ÙŒ¡Ó¡ÑºÀҾ¹µÃàÃ×่ͧ Dreamgirls ¡Ñº¡ÒáӡѺÀҾ¹µÃàÃ×่ͧãËÁ‹ The Twilight saga:Breaking dawn

www.cinemaaudiosociety.org


www.zimbio.com

Q: ในฉากฮันนีมูน ผมรู้สึกได้ว่ามีความขบขันอยู่ในนั้น ทําไมพวกคุณถึงเลือกที่จะทําให้ฉากดังกล่าวออกมาในรูป แบบนี้และอะไรเป็นสาเหตุที่ทําให้ตัดสินใจเช่นนั้น Bill: หมายถึงความตลกในฉากที่เบลล่ากําลังเตรียมตัวเองให้ พร้อมน่ะเหรอครับ? ก็แค่ทําให้รู้สึกว่าเป็นมนุษย์หน่อยน่ะครับ ทําให้ทุกอย่างดูสมจริงให้มากที่สุด เป็นอะไรที่ทุกคนก็คงรู้สึกแบบ เดียวกันในช่วงเวลานั้น แบบ “โอ้ยตายแล้ว, มันกําลังจะเกิดขึ้น แล้วนะ” เรื่องนั้นน่ะ มันกําลังจะเกิดขึ้นคืนนี้แล้ว ให้ตายเถอะ, นั่นเบลล่านะ หลังจากเกิดอะไรขึ้นตั้งมากมาย แถมยังเกิดกับ แวมไพร์ซะด้วย พอนึกออกใช่ไหม? เราพยามทําให้ช่วงอารมณ์ นั้นเชื่อมโยงกับความจริงให้มากที่สุด “เป็นคุณ คุณจะทํายังไง?” พยายามจัดการมันด้วยทุกวิถีทางเท่าที่จะทําได้ อาจจะแปรงฟัน เป็นสิบรอบหรือไม่ก็ทําทุกอย่างเพื่อที่จะหลอกตัวเองว่าพร้อมแล้ว ซึ่งเป็นอะไรที่คุณทําไม่ได้หรอก ส่วนเรื่องการตัดต่อ มันเป็นการ ตัดฉากแบบกระโดดไปมาเพื่อสื่อให้เห็นถึงความกระวนกระวาย ของเบลล่า ตามแบบฉบับของ Kristen น่ะ พอเข้าใจนะ? (Billพู ดก่อนจะเค���ะโต๊ะรัวจนทุกคนหัวเราะ) จังหวะมันก็คงประมาณนี้ แหละ นึกออกนะ? พวกเราก็แค่นําจุดนั้นมาจับคู่กับการนําเสนอ ในแบบของเรา Q: คุณเคยมีประการณ์การทํางานร่วมกับนักแสดงเด็กจํานว นมากๆมาก่อนหรือเปล่า แล้วการทํางานกับเด็กๆ Reneesmes เป็นไงบ้าง Bill: อ๋อ เคยซิครับ(หัวเราะ) นั่นมันสําหรับภาค 2 นะ ! ก็เคย ทํางานกับเด็กมาบ้างเหมือนกันครับ แต่ไม่เยอะเท่าครั้งนี้ คนแรก ก็ Mackenzie เด็กคนนี้เความคิดความอ่านโตกว่าวัยมากครับ ทั้ง มีวุฒิภาวะทั้งฉลาดเลยรู้สึกดีที่ได้ทํางานร่วมกันครับ แต่บางครั้ง ก็ลําบากเหมือนกันเพราะการถ่ายทําบางฉากนั้นมันไม่เกี่ยวข้อง กับนักแสดงคนอื่นๆเลย ต้องอาศัยฝีมือการแสดงของ Mackenzie ล้วนๆ ซึ่งจําเป็นต้องใช้เทคนิคเฉพาะอย่างที่แม้แต่ผมก็ต้องเรียน รู้ไปพร้อมๆกับทุกคนที่กําลังถ่ายทํา แต่ต้องบอกเลยนะครับว่า เด็กๆพวกนี้สุดยอดมากเลยล่ะ

www.zimbio.com

Q: พวกเราดีใจมากที่ Stephenie Meyer ได้มีส่วนร่วมใน การถ่ายทําเรื่องนี้ด้วย การทํางานกับ Stephenie เป็นไงบ้าง สื่อสารกันแบบตัวต่อตัวเลยหรือเปล่า? รู้สึกยังไงที่ได้ทํางาน กับเธอ? Bill: มันเยี่ยมมากเลยครับ คือว่า เธอไมถือตัวเลย เป็นอะไรที่น่า สนใจมาก ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะความคุ้นเคยจากการ ทํางานร่วมกันหรือปกติเธอก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว เธอเป็นคอหนัง ครับ มีความรู้เรื่องการทําหนังพอสมควรแล้วก็รู้ว่าอะไรควรทํา อะไรไม่ควรทํา อย่างบางฉากที่อธิบายได้อย่างสวยงามเป็นตัว หนังสือแต่กลับถ่ายทอดออกมาได้ไม่ดีที่เท่าไหร่เมื่อนํามาอธิบาย ผ่านทางภาพ เห็นใช่ไหมว่าบางฉากมันไม่มีในหนังสือ? จริงๆ ในหนังสือก็พูดถึงนิดหน่อยนะแต่ส่วนนั้นกลับกลายมาเป็นฉาก สําคัญในหนังไป อย่างตอนที่ Jacob ทะเลาะกับ Sam ก็ใช่ว่า Sam จะจู่โจมทันทีแบบในหนังสือ แต่เขาต้องนั่งพักและไตร่ตรอง เรื่องราวก่อนสักนิด เข้าใจใช่ไหม? แล้วตอนที่ติดอยู่ในบ้านหลัง นั้นเพราะโดนล้อม ออกไปหาอาหารไม่ได้จนร่างกายพวกเขา อ่อนแอลงเรื่อยๆ ในขณะที่พวกหมาป่าก็มีแต่จะแข็งแรงขึ้นและ เขยิบเข้าใกล้พวกเขามากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน Jacob เลยต้องหาทาง ช่วยพวกเขาออกมา ก็เลยต้องทําแบบนั้น จริงๆผมก็ไม่อยากไม่ให้ C-MORE 21


Q: มีอะไรที่คุณคิดว่าเป็นการท้าทายความสามารถของคุณ เป็นพิเศษไหม? มีฉากไหนที่พอเห็นในบทแล้วคิดว่า “ต้อง ทําฉากนี้ให้ได้” แถมยังท้าทายมากด้วย หรือมืฉากไหนบ้าง ที่รู้สึกตื้นเต้นที่จะได้ถ่ายทํา? Bill:ผมว่ามันก็มีทั้งสองอย่างนะ แต่สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุด หนึ่งใน นั้น ก็คือสิ่งที่ท้าทายที่สุด ผมว่าหนังทุกเรื่องก็มีมุมนี้ทั้งนั้นแหละ อย่างในเรื่องนี้มันพูดถึงหมาป่าใช่ไหม? ในที่สุดผมก็เลยมีโอกาส ได้ทําฉากที่เป็นมุมมองของหมาป่า ได้ทําฉากที่มองผ่านสายตา ของหมาป่ารวมไปถึงการล่าเหยื่อและการสื่อสารระหว่างหมาป่า ซึ่งเป็นอะไรที่ท้าทายเหมือนกันนะ การผูกวิญญานนี่ก็ท้าทายมาก อยู่แล้ว ฉากคลอดลูกก็ท้าทายมากทีเดียว พวกนี้แหละที่เป็นสาม ฉากยิ่งใหญ่ที่มาจากแนวคิดสําคัญในหนังสือซึ่งจําเป็นที่ต้องถูก ทําให้กินใจและน่าตื้นเต้น แถมฉากพวกนี้ยังเป็นฉากที่อาจทําให้ เข้าใจผิดได้ง่ายๆ ซึ่งผมหวังว่าพวกเราคงไม่ได้ทําอะไรแบบนั้นลง ไปนะ

www.zimbio.com

Q:ในฉากคลอดที่คุณพูดถึง มันเป็นฉากที่รุนแรงอันนึงเลย นะ ไหนจะฉากการต่อสู้กับพวก Volturi ที่เขยิบใกล้เข้ามา อีก แล้วก็ยังมีฉากฮันนีมูนกับฉากบนเตียงด้วย จากมุมมอง ทั้งหมด มันยากไหมที่จะต้องรักษาสมดุลย์ระหว่างเขตแดน ของเรท PG-13 กับเรท R? คุณเปิดฉาก R แล้วก็ตัดไปฉาก อื่นเฉยๆเลยหรือเปล่า? มีวิธีจัดการกับฉากพวกนี้ยังไง? Bill: ผมว่ามันก็ท้าทายดีนะ ทุกคนคงเข้าใจเรื่องนี้ดีอยู่แล่วล่ะ เพราะความเป็นเรท R ในฉากพวกนั้นก็แสดงออกมาชัดเจนผ่าน ทางหนังสืออยู่แล้ว ผมก็ไม่ได้เน้นฉากพวกนั้นขนาดนั้นหรอก ไม่ ได้ทําให้มันออกมาแบบเปลือยให้เห็นจะๆ ไม่มีใครอยากให้เป็น แบบนั้นอยู่แล้ว มันไม่เหมาะสมเท่าไหร่น่ะนะ 22 C-MORE

แต่ว่าฉากนั้นจะออกมาในลักษณะการจูบที่ดูดดื่มมากกว่า ส่น ฉากคลอดลูก เราก็คงไม่นําเสนอฉากที่เลือดสาดกระจายเต็ม ผนังอะไรแบบนั้นด้วย จะนําเสนอให้เห็นถึงสัญชาตญานภายใน มากกว่า จริงๆฉากนี้เป็นความท้าทายที่น่าสนุกนะ ต้องทําให้คนดู ได้รับประสบการณ์โดยไม่รู้สึกเหมือนกําลังดูอะไรเกี่ยวกับทางการ แพทย์อยู่ ทําออกมาในรูปแบบนี้ดีกว่าเยอะเลย พอนึกออกมั้ยว่า หนังเรท PG-13 ก็มีฉากสวีทหวานซึ้งเหมือนกันน่ะ Q: วันนี้ผมได้ยินคําถามหนึ่งจากงานเปิดตัวหนังที่ว่า “ภาค ไหนที่คุณชอบที่สุดในมหากาพย์เรื่องนี้?” รู้สึกยังไงบ้างที่ นักแสดงทุกคนตอบตรงกันหมดเลยว่าชอบภาค Breaking Dawn? Bill: คือ...ก่อนอื่นเลยนะ ตอนที่ตอบว่าผมชอบภาค Breaking Dawn ผมก็พูดไปแค่ขําๆเท่านั้นแหละ Taylor ยังล้อเลยว่า Kristen ดูระมัดระวังมากเลยนะในการตอบว่าเธอชอบ Twilight ผมเคารพผู้กับกับของภาคก่อนๆทุกคนมากนะ ผมว่าพวกเขาทํา ออกมาได้เจ๋งมากตามไสตล์ของพวกเขา และนี่แหละก็คือหนึ่งใน เหตุผลที่ผมอยากทําภาคต่อจากพวกเขา เพราะผมไม่คิดว่าจะมี คนทําหนังต่อกันได้แนบเนียนแบบนี้ได้หรอก คุณอาจจะแย้งว่า มันก็เหมือนกับเรื่อง Harry Potter ที่แต่ละภาคมีผู้กํากับคนละคน เช่นกันไม่ใช่เหรอ แถมรื่องนี้ยังรักษารูปแบบของแต่ละภาคได้ใกล้ เคียงกันมากด้วย แต่วัตถุกิบที่เราใช้ในการทําหนังมันต่างกันนี่ Melissa เป็นคนดูแลเรื่องบทพูดกับการแคสติ้ง แค่นี้ก็ทําให้หนัง ออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกันมากแล้วล่ะ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ถ้า มีคนบอกว่าผมคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่มากที่มีเรื่องผลประโยชน์ ที่ไม่เป็นธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องในการทําหนังเรื่องนี้ ก็คงเป็นหนัง ภาคก่อนๆน่ะแหละที่ทําให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น และผมว่าถ้ามอง ในฐานะนักเขียน ส่วนที่ยากที่สุดก็คือการเขียนภาคต่อ และส่วนที่ ผมรับผิดชอบก็เป็นการสร้างหนังภาคต่อซะด้วย Q:คุณรู้สึกยังไงกับการที่เพิ่งเข้ามามีส่วนร่วมในการทําหนั งเรื่องนี้ แถมต้องทําภาคจบด้วย ต้องรับมือกับแฟนหนังที่ มีอยู่ก่อนแล้วและก็เป็นที่รู้กันด้วยว่าเอาแน่เอาไม่ได้ ต้อง จัดการผู้หญิงจํานานมาก (Bill หัวเราะ) ที่ติดตามหนังมา ตั้งแต่ต้น รู้สึกยังไงบ้างกับการที่ได้เข้ามาทํางานนี้และต้อง รับผิดชอบภาคสุดท้ายถึงสองตอนด้วยกัน? Bill: ก็เพราะแบบนี้แหละมันถึงได้น่าสนใจไง ไม่ใช่แค่ได้ทําภาค ต่อ แต่ผมได้ทําภาคสุดท้ายเลยนะ จริงๆก็ไม่ใช่ภาคสุด้ทายหรอก เพราะมันแบ่งเป็น 2 ตอน มันเป็นโอกาสที่ดีมากเลย แบบว่า..ไม่รู้ ซิ...(เงียบ) เอาเป็นว่ามันเป็นอะไรที่พิเศษละกัน ถ้าคุณยอมรับ ในความจริงที่ว่า ถ้าต้องทํางานอะไรบางอย่างต่อเนื่อกันเป็นเวลา 20 ปี ใครๆก็คงแสดงออกอย่างเปิดเผยทั้งนั้นแหละว่า “ขอผ่านดี กว่า” แต่สําหรับผม ผมว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ออกจะเร่งรัดเกินไป ด้วยซ้ํา และนี่แหละคือเหตุผลของผม


Q: แล้วอีกเรื่องนึง นอกจากจะได้ทําหนังภาคสุดท้ายแล้ว แฟนคลับของ หนังสือเล่มนี้ส่วนใหญ่คิดว่าภาพยนต์ดําเนินเรื่องได้เป็นขั้นเป็นตอนมาก ขึ้นเรื่อยๆ คุณรู้สึกกดดันเป็นพิเศษไหมที่รู้ว่าพวกแฟนคลับคาดหวังเอาไว้ สูงมากกับภาค Breaking Dawn? Bill:ผมรับรู้ได้ถึงแรงกดดัน���ป็นอย่างดีเลยล่ะ (หัวเราะ) แล้วก็ได้ลิ้มรสถึงความ กดดันนั้นไปแล้วด้วย ตอนที่ปล่อยตัวอย่างหนังออกไป ผมของ Tanya เป็นสีทอง ไม่ใช่สีทองสตอร์เบอรี่แบบในหนังสือ (ติงโดยAmanda จากเว็บไซด์ TwilightMoms ) มีคนรู้สึกไม่พอใจในจุดนี้เยอะมาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกแฟนคลับผู้จง รักภีกดีอย่างไม่น่าเชื่อและยังทรงอิทธิพลเป็นอย่างมากด้วยก็ติเรื่องนี้เช่นกัน ผม รู้อยู่แล้วว่าเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้น แต่ว่าก็ต้องเลือกสีผมให้มันเข้ากับหน้าและรูป ลักษณ์ของแต่ละคนด้วยนี่นา Q: เมื่อเช้านี้ที่งานเปิดตัวภาพยนตร์ผมได้ถาม Ashley เรื่องทรงผมของเธอ ที่เปลี่ยนไปอย่างมากในแต่ละภาคของหนัง อยากรู้ว่าทรงปัจจุบันที่ทําอยู่ มีความเป็นมายังไง เธอยังบอกด้วยว่าพวกคุณกังวลว่าพวกแฟนคลับอาจ จะมีฏิกิริยาตอบกลับในแง่ลบต่อการเปลี่ยนวิกหรือการตัดทรงผมใหม่ และ หวังว่าพวกแฟนคลับจะพอใจกับการทําทรงผมให้ใกล้เคียงกับในหนังสือ ที่สุด Bill:ถ้าเส้นผมของพวกเขาไม่งอกออกมาใหม่อีกแล้ว ผมว่าเรื่องต่อไปทุกคนต้อง โกนหัวแน่ๆเลย (หัวเราะ) แต่ผมว่าหนังเรื่องนี้มันตามสมัยนะ แฟชั่นเปลี่ยนไปทุกๆ 4-5 ปี เพราะฉะนั้นสําหรับ Ashley ที่มีเซ้นซ์ด้านแฟชั่น โดยเฉพาะในหนังที่เธอต้อง ไปร่วมพิธีแต่งงาน มันสื่อให้เห็นถึงการแต่งงานสไตล์ Edwardian แบบที่ Edward อยากให้เป็น และเราก็ได้เผยให้เห็นถึงปฏิกริยาตอบกลับของเธอเมื่อแขกมาร่วม งาน ในพิธีแต่งงานพวกเราให้เธอแต่งตัวในลักษณะ flapper ซึ่งคุณอาจจะได้เห็น บ้างแล้วในตัวอย่างหนัง ซึ่งที่เราทําแบบนี้ก็เพื่อที่จะสื่อให้เห็นว่าใครคือผู้หญิงที่มี สไตล์ที่สุดในโลก? ซึ่งก็คือ Audrey Hepburn ให้เธอดูเป็น Audrey หน่อยละกัน แต่ถ้าเธอไปเปลี่ยนทรงผมอีกล่ะก็ คนนั้นคงเป็น Alicec ไม่ใช่ Audrey แล้วล่ะ ทุก คนคงคิดเหมือนผมนะ ส่วนคําถามอื่น มันก็เหมือนกับถามว่า ทําไม

www.zimbio.com

Jackson Rathbone ถึงมีหลายลุคนั่นแหละ (ทุก คนหัวเราะ) คุณว่ายังไง? ผมว่ามันดูดีออก

Q: นักแสดงมักถูกถามเกี่ยวกับฉากอารมณ์ ที่เล่นยากๆ ในฐานะผู้กํากับ มีฉากไหนมั้ยที่ คุณรู้สึกอินไปกับมันมาก แล้วฉากที่ว่าหมาย ถึงฉากไหนใน Breaking Dawn ที่คุณคิดว่าดู แล้วคงสลัดอารมณ์เหล่านั้นทิ้งไปลําบาก? Bill: ก็จําเป็นต้องมีฉากแบบนั้นอยู่แล้วเพราะ เรื่องราวมันต้องดําเนินไปสู่เหตุการณ์ต่อไป เรื่อยๆ อาจจะเป็นหนึ่งชั่วโมงต่อมาหรือหนึ่งวัน ต่อมา แต่ก็นั่นแหละ ยังไงก็ต้องมีอะไรเกิดขึ้น ระหว่างทางอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการหลั่ง adrenaline ออกมาเมื่อในที่สุดเดินทางไปถึงจุดหมาย และผ่านพ้นมันไปได้ อย่างฉากคลอดลูก ผมวน กลับไปดูตรวจฉากนั้นบ่อยมาก ฉากนี้บีบคั้นผม อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ Taylor ต้องกังวลใจเกี่ยว กับสิ่งที่กําลังเกิดขึ้นจนหัวใจจะหลุดออกมาจาก อกอยู่แล้ว ส่วน Rob คุณเห็นใช่ไหมตอนที่เขา พยามยื้อชีวิตเธอไว้ รวมทั้งความรวดร้าวที่เขา แบกรับกับความตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้น แล้วที่เหลือก็เป็นส่วนของ Kristen ที่เดี๋ยว คุณก็จะเห็นเองในหนัง ความพยายามทั้งหมดที่ เธอทําเพื่อคลอดลูกออกมา ผมว่าเธอคือศพที่เจ๋ง ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลยนะ (ทุกคนหัวเราะ) ซึ่งฉากนี้มันไม่ง่ายเลยเพราะมันมีฉากนึงที่ยาว 1 นาทีและเธอต้องไม่กระพริบตาเลยและต้องทํา เป็นเหมือนหยุดหายใจไปแล้ว ผมไม่รู้เหมือนกัน ว่าเธอทําได้ยังไง รู้แต่ฉากนั่นมีนบีบคั้นหัวใจได้ ดีเลยล่ะ และในการถ่ายทําฉากสุดท้ายที่ Louisiana ที่ที่พวกเราไปถ่ายทํากันเป็นเวลา 4 เดือน แล้ว ทุกคนกําลังอยุ่ในอารฒณ์เหนื่อยและท้อแท้ herocomplex.latimes.com C-MORE 23


ไฟขอพวกเรากําลังจะหมด แต่ฉากนั้นได้ทําให้เราตระหนักได้อีก ครั้งว่าพวกเรามาทําอะไรกันที่นี่และยังทําให้เรามีกําลัง มันเกิดขึ้น จริงๆ นี่แหละคือสิ่งที่สุดยอดที่เกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทํา เมื่อตอน ที่เหตุการณ์นั้นมันเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา มันเป็นตอนที่ทีมงานทุก คนตกอยู่ในความเงียบและพุ่งความสนใจไปที่การถ่ายทํา แบบว่า เหตุการณ์มันเกิดขึ้นข้างหน้าคุณเลยนะ แล้วทุกคนก็ใจจดใจจ่อ กับมันมากด้วย Q: เห็นได้ชัดเลยว่าคุณเป็นผู้กํากับที่มีประสบการณ์โชกโชน และการคัดเลือกนักแสดงก็กระจายสู่ทุกๆคน ไม่ว่าจะเป็น คนที่มาเทสหน้ากล้องครั้งแรก หรือคนที่เคยแสดงหนังมา แล้วเป็นโหลอย่าง Kristen นักแสดงได้ให้ข้อมูลอะไรใหม่ๆ ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนบ้างไหม? Bill:โอ้ มีอยุ่แล้วครับ ถึงแม้ผมจะมีประการณ์เยอะแต่ถ้าเทียบ แล้วก็คงมีปริมาณเพียงแค่ครึ่งนึงของฉากที่ Kristen เคยแสดงมา ทั้งหมดน่ะครับ หรือไม่ก็อาจจะแค่ 1 ใน 3 เลยด้วยซ้ํา เข้าใจสิ่งที่ ผมต้องการจะสื่อใช่ไหมครับ? ซึ่งคงเทียบไม่ติดเลยครับถ้าเอาไป เทียบกับ Michael Sheen เราต้องเรียนรู้จากหนังอยุ่ตลอดเวลา อยู่แล้ว แต่นักแสดงพวกนี้รู้คาแรคเตอร์ของบทที่ตัวเองได้รับเป็น อย่างดีเลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะการได้ร่วม งานกับ Kristen เธอรู้ทุกขั้นตอนเกี่ยวกับการทําหนัง ทุกขั้นตอน จริงๆ เธอรู้แม้กระทั่ง ว่า “ตายละ ฉันว่าเทคห น้าฉันควรเหลือบตาขึ้นไปข้างบนอีกสัก ¼ นิ้ว นะเนี่ย” เธอเป็นผู้ร่วมงานที่สุดยอดมาก และถ้า คุณอธิบายให้เธอฟังว่า “นี่อาจจะดูผิดธรรมชาติ ไปหน่อยแต่ก็คุ้มค่าที่จะทํานะ” จุดนี้ผมเข้าใจดี เลยล่ะ พวกเราได้มีโอกาสนั่งคุยกันเรื่องบทพูด กันเป็นอาทิตย์ และเธอก็เข้าใจ ไอเดียต่างๆได้ดี ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าผมจะมีแค่เธอคนเดียวหรอกนะ แค่ ว่าเธอมีส่วนร่วมเยอะหน่อยแค่นั้นแหละ และ เธอก็มักจะตอบกลับมาว่า “เป็นความคิดที่ดีเลย นะ”ตลอดเลย

www.zimbio.com

www.zimbio.com

Q: สถานที่ที่ชวนคลั่งที่สุดในเรื่อง Twilight เป็นหนึ่งใน สถานที่ที่น่าหลงไหลที่สุดในโลก ซึ่งก็คือ Brazilคุณจัดการเรื่ องการถ่ายทําที่นู่นกับจัดการแฟนคลับที่ไม่เหมือนกันแฟน คลับในอเมริกาแถมยังหลงไหลใน Twilight มากด้วย ได้ยัง ไง ? Bill: ด้วยความเคารพเลยนะครับ ผมว่ามันน่าสนใจออกนะ คุณ จําเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทําที่ Rob เล่าได้ไหม (หัวเราะ) คือทุกคนกําลังสนุกกับปาร์ตี้กันอยู่บนถนน แล้วจู่ๆก็มีสาวคนนึง มากอดเขา (เอามือมาคล้องคอ Rob เลยทําให้ Rob ตกใจ) ไม่รู้ ตอนนี้เธอถูกรุมทึ้งไปหรือยัง (ทุกคนหัวเราะ) เพราะหลังจาก เหตุการณ์เกิดขึ้น 2 ชั่วโมง ชั่วโมงผมก็ถามเขาว่า “เกิดอะไรขึ้นกับ เธอ?” แล้วทุกคนก็พร้อมใจกันตอบว่า “ใครจะไปรู้ล่ะ !” (หัวเราะ) 24 C-MORE

Q: คุณวางแผนจะทําอะไรพิเศษๆที่ Brazil อีกหรือเปล่า ? Bill: ก็หวังว่าจะได้ทําอยุ่เหมใอนกันครับ ผมอยากไปร่วมงาน เทศกาลภาพยนตร์ที่จัดขึ้นที่นั่นอีกครั้ง ไม่ร็เหมือนกันว่าจะได้ไป ปีนี้หรือปีหน้า แต่พวกเราต้องไปอย่างแน่นอนครับ เพราะว่าที่นั่น เป็นฉกที่สําคัญฉากหนึ่งในหนังเลยล่ะ แล้วมันก็เยี่ยมมากด้วย ผมรู้สึกสนุกมากเลยครับตอนยอู่ที่นั่น

http://www.twilightlexicon.com


movie.siamha.com


THE TWILIGHT SAGA

BR EA K ING DAWN PART 1 ANONYMOUS.com


“º·ÊÃØ»µÓ¹Ò¹¤ÇÒÁÃÑ¡ ¢Í§áÇÁä¾Ã¡ÑºÁ¹Øɏ áÅСÒõ‹ÍÊÙŒ¤ÃÑ้§ÊØ´·ŒÒ ¢Í§ TWILIGHT”

ากแฟรนไชส์ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2008 ที่ทํารายไ ด้รวมไปกว่า 1,800 ล้านเหรียญทั่วโลก The Twilight Saga: Breaking Dawn คือบทสรุปของมหากาพย์แวมไพร์ทไวไลท์ ที่จะเปลี่ยน รัตติกาลให้เป็นปรากฏการณ์ครั้งสุดท้าย โดยจะถูกแบ่งเป็นสอง ภาคคือ The Twilight Saga: Breaking Dawn Part I ที่มีกําหนด ฉายในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ และ The Twilight Saga: Breaking Dawn Part II ในเดือนพฤศจิกายนปี 2012 เรื่อง ราวของความรักที่เป็นอมตะ การต่อสู้ระหว่าง กลุ่มแวมไพร์และเผ่าพันธุ์หมาป่า ทุกอย่างถูกตัดสินในสองภาค สุดท้ายของมหากาพย์แวมไพร์ ทไวไลท์ เมื่อชีวิตคู่ของ เบลล่า (ค ริสเต็น สจ๊วต) และ เอ็ดเวิร์ด (โรเบิร์ต แพททินสัน) ต้องพบกับ อุปสรรคสําคัญอย่าง เจคอบ (เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์) ที่ไม่ยอมให้ผู้ หญิงที่เขารักถูกเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ ในขณะเดียวกันกลุ่มáÇÁไพร์ โวลตูรี่ ก็กําลังหาเหตุผลกําจัดครอบครัวคัลเลนให้สิ้นซาก

ANONYMOUS.com 28 C-MORE

ANONYMOUS.com

The Twilight Saga : Breaking Dawn Part I เริ่ม ต้น หลังพิธีแต่งงานของเบลล่าและเอ็ดเวิร์ด เดินทางไปฮันนีมูนที่กรุง ริโอ เดอ จาเนโร ทั้งสองมีช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด แต่ด้วยแรง ปรารถนาของเบลล่าในการเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ ก็กลายเป็นจุด แตกหักของครอบครัวคัลเลนและฝูงหมาป่าเผ่าควิลยูต ที่เตือนไว้ ว่าถ้าเอ็ดเวิร์ด เปลี่ยนเบลล่าเป็นแวมไพร์ สงครามระหว่างสอง เผ่าพันธุ์จะต้องอุบัติขึ้น แต่เหตุก็เกิดขึ้นเมื่อเบลล่าพบว่าตัวเองตั้งท้อง ซึ่งไม่เคย เกิดขึ้นระหว่างมนุษย์และแวมไพร์ การกําเนิดของ เรเนสมี ลูกครึ่ง มนุษย์-แวมไพร์ ล่วงรู้ไปถึงกลุ่มแวมไพร์โวลตูรี่ ผู้ปกครองเผ่าพันธุ์ แวมไพร์ทั้งหมด พวกเขาต้องการที่จะครอบครองเรเนสมี และ ทําลายครอบครัวคัลเลน ทําให้ทุกคนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก เตรียมตัวรับมือ โดยขอความช่วยเหลือไปยังกลุ่มแวมไพร์ พันธมิตรทั่วโลก เพื่อเข้ามาช่วยสนับสนุนในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย www.freemeland.com


เกร็ดภาพยนตร์

Breaking Dawn หนังสือเล่มที่ 4 และเป็นเล่มสุดท้าย ของวรรณกรรมชุด Twilight ที่ เล่าถึงเรื่องของการแต่งงานระหว่าง สองเผ่าพันธุ์ การเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ การให้กําเนิดลูกที่เกือบ คร่าชีวิตแม่ จุดแตกหักกับกลุ่มแวมไพร์ราชวงค์โวลตูรี่ รวมถึงฝูง หมาป่าแห่งเผ่าควิลยูต โดยถูกวางจําหน่ายในปี 2008 และขาย ได้ถึง 1.3 ล้านเล่ม ในเวลาเพียงแค่ 24 ชั่วโมง ซึ่งก็เป็นการเปิดตัว ขายหนังสือในวันแรกที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ผู้กํากับที่มารับหน้าที่กํากับ Breaking Dawn ทั้งสอง ตอนก็คือ บิล คอนดอน มีผลงานที่การันตีคุณภาพมาโดยตลอด โดยเขาเคยได้รับรางวัลออสการ์จากการเขียนบทเรื่อง Gods and Monsters และกํากับหนังเพลงอย่าง Dreamgirls ที่เข้าชิงถึง 8 รางวัล ออสการ์ โดยคอนดอนมีความเชี่ยวชาญในการผลักดัน ANONYMOUS.com ความเข้มข้นออกมาจากเรื่องราว ที่เต็มไปด้วยปมขัดแย้งมากมาย เพื่อให้สมกับเป็นบทสรุปของหนังชุดแห่งทศวรรษ กระแสตอบรับสําหรับ Breaking dawn ด้วยเรื่องราวในหนังสือ Breaking Dawn มีความยาว Breaking dawnโดยทั่วไปได้รับคําวิจารณ์ในด้านลบ ถึง 754 หน้า มันจึงถูกแบ่งเป็นสองภาค โดยคําถามของสาวก พับบลิสเชอร์ วีกลี่ พูดว่าปัญหาหลักคือ “โดยพื้นฐาน แวมไพร์ ทไวไลท์ ทั่วโลกก็คือเรื่องราวจะถูกแบ่งตรงไหน โรเบิร์ต ทุกคนได้อย่างที่ตนเองต้องการ ยิ่งไปกว่านั้นถ้าความปรารถนา แพททินสัน ผู้รับบทเป็นแวมไพร์หนุ่ม เอ็ดเวิร์ด มีคําตอบให้ “ พวก ของพวกเขาบังคับให้อุปนิสัยเปลี่ยนจากหน้ามือ เป็นหลังมือหรือ เราต้องการให้ผู้ชมเข้าใจความรู้สึกของ เบลล่า ที่ต้องถูกเปลี่ยน อารัมภบทอันยุ่งเหยิงของพื้นหลังของเรื่อง ไม่มีใครต้องละทิ้งบาง เป็นแวมไพร์ เราจึงไม่ต้องการตัดส่วนไหนออกไปทั้งสิ้น โดยใน สิ่งหรือทนทุกข์ทรมานไปตลอด--หรือก็คือความสง่างามได้ หาย Part I จะครอบคลุมพิธีแต่งงาน ฮันนีมูน และการกําเนิดของ เรเน ไป” สมี และสิ้นสุดก่อนที่ เบลล่า เริ่มต้นใช้ชีวิตหลังการเปลี่ยนแปลง บทความโดยซารา โรส นักหนังสือพิมพ์เดอะ แอสโซซิ ครั้งสําคัญ เอต เพรสส์ ที่โพสบน NewsOK.com เขียนว่าแฟนของนิยามรัก คริสเตน สจ๊วต ผู้รับบทเป็น เบลล่า เล่าถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น “ตัวละครที่มีเสน่ห์ อารมณ์ขัน หลงใหลความสวยงามอย่างน่า ใน Breaking Dawn ว่า “เรื่องราวใน Breaking Dawn จะ ไม่ใช่ รําคาญ ให้ความสนใจกับอารมณ์เล็กๆน้อยๆ” อย่างไรก็ตาม “ผู้ การช่วงชิงหัวใจ เบลล่าของเอ็ดเวิร์ด หรือ เจคอบ อีกแล้ว เพราะ อ่านอาจจะผิดหวังบทสร้างอารมณ์ที่มากมายและฉากตื่นเต้นที่มี เธอไม่ใช่เบลล่าคนเดิมที่เรารู้จักในสองภาคแรก น้อยมาก”

ANONYMOUS.com th.wikipedia.org th.wikipedia.org

ANONYMOUS.com C-MORE 29


30 C-MORE

ANONYMOUS.com


เพราะเธอมีความมุ่งมั่นในการตัดสินใจตั้งแต่ภาคที่แล้ว จนมาถึง สองภาคสุดท้ายที่จะเป็นการเดินทางที่ยิ่งใหญ่และไม่มีทางหัน หลังกลับ ได้แล้วของเบลล่า” ถ้าใครได้อ่าน Breaking Dawn ก็ จะรู้ว่าหนังสือถูกแบ่ง ออกเป็นสามส่วนใหญ่ โดยส่วนแรกและส่วนที่สามจะเป็นมุม มองของ เบลล่า ในขณะที่ส่วนที่สองจะถูกเล่าผ่านมุมมองของ หมาป่าหนุ่ม โดย เทยเลอร์ เลาท์เนอร์ ผู้รับบทเป็น เจคอบ เผยว่า “ พวก เราทําเหมือนในหนังสือ โดยหนังจะหยุดเล่าเรื่องจากมุม มองของ เบลล่า และใช้เวลาเฝ้าติดตาม เจคอบ เมื่อเขาต้องดิ้นรน กับสถานะของตัวเอง เกิดขึ้นเพราะเขารู้สึกเป็นห่วง เบลล่า ที่ต้อง รับมือกับการตั้งครรภ์ ในขณะที่เขาก็ไม่สามารถให้อภัยได้เมื่อเธอ ต้องกลายเป็นแวมไพร์”

5 ฉากที่ทุกคนตั้งตารอดูใน The Twilight saga: Breaking dawn ฉากแต่งงาน (Wedding Scene) คริสเต็น สจ๊วต - มัน เป็นช่วงเวลาที่ฉันประทับใจที่สุด มีตอนหนึ่งที่ฉันอยู่ในกองถ่าย และได้เห็นนักแสดงตั้งแต่ ภาคแรกทุกคนนั่งอยู่บนม้านั่งในโบสถ์ เตรียมสวมบทเป็น แต่ละตัวละคร มันเป็นช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบ และทําให้ ฉันรู้สึกตื้นตันใจจริง ๆ ฉันแทบอยากขอบคุณพวกเขา สําหรับการมาแทน เบลล่า เลย

ฉากฮันนีมูน (Honeymoon Scene) บิล คอนดอน์ - นี่ คือช่วงเวลาที่มีความสุขของ เอ็ดเวิร์ด และ เบลล่า ก่อนที่การกระทําของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง ผม คิดว่ามันสําคัญที่จะมอบความสุขแบบมนุษย์ให้ เบลล่า เป็นครั้ง สุดท้าย นี่ยังเป็นประสบการณ์ที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อน การไป ถ่ายทําที่บราซิลเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม เพราะนั้นคือสถานที่ สเตฟานี่ เมเยอร์ ตั้งใจเขียนเป็นฉากฮันนีมูน และการได้ไปถ่ายทําสถาน ที่จริงก็เป็นเรื่องที่วิเศษ พวกเราค้นพบและไปถ่ายทําในสถานที่ที่ เธอเขียนไว้ในหนังสือ ผมอยากให้แฟน ๆ ทุกคนได้เห็นมันมีชีวิต ขึ้นมาจริง ฉากเลิฟซีน (Love Scene) โรเบิร์ต แพททินสัน - เชื่อ หรือไม่ว่าก่อนถ่ายทําฉากนี้ ทั้งผม และ คริสเต็น แทบไม่ได้เตรียมตัวเลย พวกเราก็เข้ามาแสดงใน ฉากนี้ด้วยสมองที่ปลอดโปร่งที่สุด นักแสดงหลายคนพูดว่าฉาก ร่วมรักมักทําให้พวกเขาประหม่า... ซึ่งมันก็เกิดขึ้นผมและ คริส เต็น ถึงแม้ว่าเราจะคบกันในชีวิตจริง แต่เมื่อสวมบทเป็นตัวละคร ที่แฟน ๆเชียร์ให้รักกันมานานหลายปี มันก็ทําให้คุณรู้สึกกดดัน แบบพูดไม่ถูกเหมือนกัน

ANONYMOUS.com

ANONYMOUS.com www.movie.kapoog.com

C-MORE 31


ฉาก เจคอบ ตั้งวูล์ฟแพ็คใหม่ (New Wolf Pack Scene) เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ - ผม คิดว่านี่จะเป็นช่วงเวลาที่แสดงให้เห็นถึงความ เป็นผู้ใหญ่ของ เจคอบ แน่นอนที่เขาต้องดิ้นรนกับสถานะของตัวเอง มันเป็น เรื่องที่ลําบาก เพราะเขาทุ่มเทความรักให้กับ เบลล่า แต่ก็ต้องหัวใจสลาย เมื่อเธอไม่ได้เลือกเขา การกระทําของ เจคอบ แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนที่ เติบโตขึ้น และเรียนรู้ที่จะเป็นผู้นําฝูง ถ้านั้นหมายถึงการที่เขาต้องแยกจาก พวกเดียวกันเอง ฉากกําเนิด เรอเนสเม่ (Birth Scene) คริสเต็น สจ๊วต - สําหรับ ฉากเกิดของ เรเนสเม่ พวกเราอยากทําให้คน ดูเห็นจากมุมมองของ เบล���่า ในขณะที่เธอกําลังนอนอยู่ตรงนั้น ทุกสิ่้ง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นรอบตัวเธอ เราจะเห็นจากสายตาของ เบลล่า เธอมอง ขึ้น มองลง หรือส่ายหัวด้วยความเจ็บปวด ฉันคิดว่ามันเป็นการตัดสินใจ ที่ดี เพราะคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ของการคลอดทุกวินาที ยิ่งถ้าคุณ ได้อ่านหนังสือ คุณก็จะรู้ว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ตื่นเต้นและบีบหัวใจที่สุด เรา ต้องการทําให้มันเป็นประสบการณ์ที่มีเลือดเนื้อ ANONYMOUS.com

spicemoviestv.blogspot.com

ครั้งแรกกับการเปิดตัวลูกสาวของเอ็ดเวิร์ด และเบลล่า

ในพาร์ทแรกตัวละครสําคัญที่สุดสําหรับภาคนี้คือหนูน้อยเรเนสเม่ คัลเลน ลูกสาวของ เบลล่า และเอ็ดเวิร์ด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสงครามระหว่างครอบครัวคัลเลน กับกลุ่มแวมไพร์ โวลตูรี ทีมงานได้ทําการคัดเลือกนักแสดงเด็กมากมาย จนมาลงตัวที่แม็คเคนซี่ ฟอย หนู น้อยวัย 10 ปี ซึ่งมีชื่อเสียงมาจากการถ่ายแบบ และโฆษณาให้สินค้ามากมาย ไม่ว่าจะเป็น Gap, Guess Kid, Burger’s King รวมถึงทีวีซีรี่ส์เรื่องดัง Charmed และ Good Day L.A. โดยถือเป็นครั้งแรกของเธอกับการแสดงทางจอเงิน ซึ่งกระแสจากสาวกทไวไลท์ต่างชื่นชม ว่าเหมาะสมกับบทนี้ 32 C-MORE

variety.eduzones.com www.aimconsulting.co.th


TREND

180 bath C-MORE 33


180 bath 34 C-MORE


180 bath movie.kapook.com

C-MORE 35


TRUE ชาวราศีเมษ (เกิดวันที่ 21 มีนาคม ถึง 20 เมษายน)

ชาวราศีพฤษภ (เกิดวันที่ 21 เมษายน ถึง 20 พฤษภาคม)

การงานมีพลัง เต็มไปด้วยการริเริ่ม บุกเบิกการ การงานยังไร้ทิศทาง ขาดความชัดเจน งานที่ งานใหม่ๆ ชีวิตการงานไม่อับเฉา ต้องทำ�งาน ได้ผลดีมาจากงานทางปัญญา ศาสนา การใช้ ร่วมกันเป็นทีม แต่ระวังความขัดแย้งเพราะมุ่ง ความรู้ชั้นสูง งานติดต่อกับชาวต่างชาติ จะมี แต่จะไปข้างหน้า การเงินยังฝืดๆ ต้องประหยัด พัฒนาการที่ดี หุ้นส่วนเป็นที่ปรึกษาได้ดี การ โชคมักมาจากผลแห่งกรรมดีในอดีต ยามเดือด เงินควรเน้นหารายได้จากงานเสริม การเงินที่ ร้อนมีคน ช่วยเหลือแบบ ลับๆ ควรระวังปัญหา เคยฝืดจะ จะหวือหวาน่าประทับใจ ดวงความ บ้านช่อง รถราทรุดโทรม ความรักมักพลัดพราก ระวังความแตกแยก ห่างกัน รักสดใส คู่ครองดี จะศึกษาเรียนรู้ร่วมกันจะหวานแหวว สุขสมอารมณ์หมาย บ้างกลับกลายเป็นดี หากเป็นโสดดวงจะสมพงศ์กับคนสูงวัย ระวังปัญหาโรค ปีนี้อาจมีการจากไปของพี่ ๆน้องๆ ในครอบครัว ระวังสุขภาพจะป่วยไข้ เรื้อรังจากโรคที่เกี่ยวกับเลือดกรรมพันธุ์ ระวังอันตรายจากอาวุธปืน ของร้อน ไต และโรคจากการมีเพศสัมพันฑ์ทั้งหลาย เครื่องจักรกล

ชาวราศีมิถุน (เกิดวันที่ 21 พฤษภาคม ถึง 20 มิถุนายน)

ปีนี้เหมาะสำ�หรับการรื้อฟื้นงานเก่าๆ มา ทำ�ใหม่ ดีกว่าริเริ่มบุกเบิกงานใหม่ เน้นงาน ของเก่า ของโบราณ ลูกค้าเก่าทำ�ให้ธุรกิจ หมุนเวียนได้มาก ดวงการเงินขึ้นสูงสุด มีโชค ทางการเงิน ผู้ใหญ่ คนดีๆ ให้ความช่วยเหลือ แต่ตนควรเลี่ยงการลงทุนทางการเงิน ระวัง เรื่องเงินขาดมือ การช่วยเหลือการช่วยเหลือผู้อื่นบางครั้งกลายเป็นให้โทษ ต้องวางแผนการเงินให้รัดกุม ระวังการป่วยไข้ของคนรัก คู่ครอง มีคนรักใหม่ มักมีมารผจญไม่ค่อยจะราบรื่น ใครที่ริรักเด็ก มีกิ๊ก ระวังเดือดร้อน สุขภาพ ระวังปัญหาจากโรคไต และการมีเพศสัมพันธ์โรคเกี่ยวกับเซลล์เนื้องอก ระวัง อุบัติเหตุทางรถ เพราะดวงหากเกิดอุบัติเหตุจะเกิดซ้ำ�แล้วซ้ำ�อีก

ชาวราศีสิงห์ (เกิดวันที่ 21 กรกฏาคม ถึง 20 สิงหาคม)

ต้องทุ่มเทกับตัวงานที่รับผิดชอบ มีงานเข้ามา ให้แก้ไขปัญหามากมาย ระวังความขัดแย้ง รุนแรงกับบริวาร หุ้นส่วนมีลับลมคมใน ไม่น่า ไว้ใจ ระวังศัตรูลับลอบแทงข้างหลัง การเงินมัก มาจากเรื่องเก่าๆ ที่เคยทำ�ไว้จะกลับมาสนอง ผล หรือเหมาะที่จะหารายได้จากของเก่า ของ โบราณ โหราศาสตร์ สิ่งเร้นลับ เครื่องราง ของขลัง มีโชคทางการเงินจากมรดก พินัยกรรม การประกันภัยทั้งหลาย ความรักยังคลุมเครือ ต่างฝ่ายมีเรื่องปิดบังซ่อนเร้น แต่คนรักเข้ากับญาติมิตร ได้ดี ระวังการป่วยไข้รุนแรง มีดวงอุบัติเหตุ การผ่าตัด ระวังภัยบนถนนให้ มาก 36 C-MORE

ชาวราศีกรกฏ (เกิดวันที่ 21 มิถุนายน ถึง 20 กรกฏาคม)

สภาพแวดล้อมไม่น่ารื่นรมย์ มีแต่เรื่องยุ่งๆ เข้า มา การงานมักพัวพันกับเพศตรงข้าม หุ้นส่วนมี การติดต่อสัมพันธ์มากมาย มักมีทิศทางน่าผิด หวัง งานที่นำ�โชคเกี่ยวกับวิชาการ ความรู้ ต่าง ประเทศ สถานศึกษา ศาสนา ที่ปรึกษา การเงิน ไม่เด่นนัก ต้องหนักใจเรื่องบ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ ควรระวังอันตรายจากฟื้นไฟ ให้มากกว่าเรื่องอื่น ความรักมี การเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ มีความขัดแย้งการใช้ความรุแรงเข้าหากัน ต้องอดทน อดกลั้น ให้อภัย ควรระวังโรคภัยจากการติดเชื้อ โรคภูมิแพ้ มลพิษ และการ วิเคราะห์โรคที่ผิดพลาด ทำ�ให้เป็นอะไรแล้วไม่ค่อยหาย

ชาวราศีกันย์ (เกิดวันที่ 21 สิงหาคม ถึง 22 กันยายน)

การงานต้องพัวพันกับงานรับเหมา การคาด การณ์ เก็งกำ�ไร หากินกับเด็กวัยรุ่น มีอะไร ใหม่ๆ ออกมาตลอดทั้งปี ควรระวังการทุจริต ของบริวาร ลูกน้อง งานพิเศษ ต้องเหนื่อยจึงได้ มา เน้นทำ�ของเสียให้เป็นดีจึงจะให้คุณ หากิน กับคนรากหญ้สจะดี การเงินมักมาจาก หุ้นส่วน คนรัก เพศตรงข้าม มีโชคอย่างไม่คาดฝัน ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน เรื่องความรัก ชีวิตค แต่งงานแบบไม่ตั้งตัว สุขภาพระวังโรคติดเชื้อ ภูมิแพ้ อาการข้างเคียงจากยา สารเคมี หมอมักวิเคราะห์โรคผิดพลาด ต้องมี วิจารณญาณของตนเองด้วย


ดวงตามราศี ประจำ�วันที่ 1-15 ตุลาคม 2554 ชาวราศีตุลย์ (เกิดวันที่ 23 กันยายน ถึง 20 ตุลาคม)

ดวงมักพลัดพรากจากสภาพแวด ล้อม คน ใกล้ชิด ของรัก ควรระวังอันตรายจากฟืน ไฟ อาวุธ เครื่องจักร เป็นพิเศษ การงานดี สำ�หรับงานกงสี งานที่ทำ�อยู่บ้าน งานที่ร่วม กับญาติมิตร ยังได้ผลดีจากงานที่เกี่ยวข้องกับ อสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน รถยนต์ บริวาร ลูก น้องให้คุณ ด้านการเงินไปได้สวย ได้มาแบบ ง่ายๆใช้ปัญญานำ� เครดิตดีจะ ขอสินเชื่อก็ไม่ยากเย็น ปล่อยกู้ก็ทำ�กำ�ไรดี ดวงความรัก คนรัก เพศตรงข้าม หุ้นส่วน ช่วยให้การเงินเป็นไปแบบง่ายๆ สบายๆ ระวังโรคตับ ปอด ก้อนเนื้อ ในลำ�คอ เนื้องอกทั้งหลายโดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศอวัยวะขับถ่าย

ชาวราศีธนู (เกิดวันที่ 21 พฤศจิกายน ถึง 20 ธันวาคม)

ชาวราศีพิจิก (เกิดวันที่ 21 ตุลาคม ถึง 20 พฤศจิกายน)

การงานต้องเดินทางระยะใกล้ๆ ต้องวิ่งเต้น ติดต่อ เจรจาอย่างต่อเนื่อง ได้พบผู้คนใหม่ๆ ตลอดเวลา หากมีหุ้นส่วนจะรู้สึกอีดอัดลำ�บาก ใจ ทำ�อะไรร่วมกันก็ยังใช้ความถี่ถ้วนลึกซึ้งเป็น พิเศษ การงาน มีการทำ�เอกสารหรือเจรจาที่ สำ�คัญร่วมกับครอบครัวหมู่คณะ การเงินมักได้ มา สมปรารถนาไม่คาดฝัน ดวงดีเรื่องการเสี่ยงโชคเก็งกำ�ไร ซื้อหวย เล่นหุ้น ความรักยังอึดอัด แต่ไม่เลวร้ายนัก คนรักมักเข้ามาพัวพันใกล้ชิด มีอะไรยัง ปรึกษาหารือได้ดี การเดินทางไกล ธุรกิจเกี่ยวกับต่างประเทศ มักมีปัญหา ใหญ่เข้ามาให้แก้ไข ระวังการป่วยไข้เรื้อรังของอวัยวะบริเวณช่องท้อง ระบบ เลือด ระบบสืบพันธุ์มีแนวโน้มผิดปกติเรื้อรัง

ชาวราศีมังกร (เกิดวันที่ 21 ธันวาคม ถึง 20 มกราคม)

งานคือเงิน เงินคืองาน งานมักมีเรื่องเงิน การ ลงทุน การหมุนเวียนทางการเงินเกี่ยวข้อง ทำ� ร่วมกับผู้อื่นถือว่ายังลื่นไหล ยิ่งขยันมาก ผล ประโยชน์ รายได้ ก็จะมากเป็นเงาตามตัว แต่ เนื้องานท���่ต้องลงไปคลุกคลี ถือว่ายังเป็นภาระ หนักอึ้ง ดวงมีโชคจากอสังหาริมทรัพย์ อาจได้ บ้าน ได้ที่ดิน รถยนต์ หรือทำ�ธุรกิจ เกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้ แต่รายได้เสริม กับฝืดต้องเหนื่อยกว่าจะได้มา ความรักมักเป็นไปแบบซ่อนเร้น ไม่เปิดเผย คนโสดมักมีรักแบบแอบซ่อน ไม่อยากให้ใครรู้ แต่หากมีครอบครัวแล้ว จะ มีปัญหาเรื่องกิ๊ก เคราะห์มักเกิดกับผู้ใหญ่ใกล้ชิดเพศหญิง ตนเองควรระวัง อันตรายทั้งหลายเกี่ยวกับน้ำ� ล้วนมีอันตรายรุงแรง

การงานคึกคัก มีแต่การเริ่มต้นเปลี่ยนแปลง ใหม่ๆ คนรอบข้างมีพลังพร้อมลุยงาน ทุกคน ล้วนมุ่งไปข้างหน้าจนขาดการระวังหลัง ควร เพิ่มความถี่ถ้วนรอบคอบให้มากขึ้น ผลงานจะ ออกมาเป็นที่น่าประทับใจ งานด้านการสื่อสาร นายหน้า ตัวกลาง ตัวแทน การคิด การพูด การเขียน ให้มากเป็นพิเศษ มิตรสหาย พี่น้องนำ�โชค ระวังปัญหาจากเพศตรง ข้ามและหุ้นส่วน จะทำ�ให้ลำ�บากใจ งานจะหนักต้องอดทน อาศัยเวลาเป็น เครื่องช่วย จะประสบความสำ�เร็จได้ในที่สุด การเงินยังไม่เด่นยังไม่แน่นอน หารายได้เสริมจากปัญญา ความรู้ จะรับทรัพย์แบบง่ายๆ เคราะห์มักเกิดขึ้น กับมิตรสหาย พี่น้องในครอบครัว เป็นเรื่องการป่วยไข้มากกว่าด้านอื่น

ชาวราศีกุมภ์ (เกิดวันที่ 21 มกราคม ถึง 20 กุมภาพันธ์)

ชาวราศีมีน (เกิดวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ถึง 20 มีนาคม)

เหมาะกับงานที่อยู่หลังฉาก งานโรงงาน ห้อง ทดลอง งานที่ทำ�โดดเดี่ยวมักไปได้ดี เพศตรง ข้ามมักเข้ามาใกล้ชิดทำ�ให้ทำ�งานอย่างมีความ สุข ระวังบริวารชอบทำ�ตัวเป็นนาย จะทำ�ให้ อึดอัด การเงินเด่นเป็นพิเศษ จะเก็บออมมีราย ได้ก้อนใหญ่ เข้ามาเป็นกอบเป็นกำ� ดวงมักรับ ทรัพย์แบบฟลุคๆ ระวังอย่าปล่อยเงินกู้ ค้ำ�ประกันจะเดือดร้อน ความรักไป ได้สวย หากยังโสดจะพบรักจากเพื่อนร่วมงาน ชีวิตครอบครัวเต็มไปด้วยการ ติดต่อและมีโชคจากกัน ระวังอันตรายจากที่สูง หากป่วยไข้อาการเรื้อรังและ รุนแรง ระวังปัญหาเกี่ยวกับกระดูก หัวเข่าที่อาการหลบใน จะกลับมาแผลง ฤทธิ์ horoscope.mthai.com

คนรอบข้างให้การช่วยเหลือดี มีโชคแบบฟ ลุคๆ ขอพรพระ สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะสมหวังทุก ประการ งานมุ่งเน้นงานเสริม งานพิเศษที่เข้า มามากมาย และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา งาน ประจำ�ยังไปได้ดี ดวงการเงินไม่เดือดร้อน ต้อง ระวังเรื่องการประกันภัย ที่มักเคลมได้ไม่ทัน ใจ ต้องรอคอย หากหวังเรื่องมรดกทำ�ให้ทุกข์ จะพบรักจะพบรักจากการเดิน ทางไกล ถูกชะตากับชาวต่างชาติ พบรักทางอินเตอร์เน็ต ระวังอันตรายเกี่ยว กับไฟ ความร้อน โรคกรรมพันธุ์ อาวุธปืน โรคเกี่ยวกับโลหิต

C-MORE 37


38 C-MORE


SUPSCRIPTION ชื่อ________________________________________ นามสกุล____________________________________ วันเกิด_____________________เพศ_____________ ที่อยู่_______________________________________ ___________________________________________ ___________________________________________ สถานที่จัดส่งนิตยสาร_________________________ ___________________________________________ ___________________________________________ โทรศัพท์บ้าน________________________________ โทรศัพท์ที่ทำ�งาน_____________________________ โทรศัพท์มืิอถือ_______________________________ e-mail______________________________________ อายุ ___ต่ำ�กว่า 20 ปี ___21-25 ปึ ___26-30ปึ ___31-35 ปี ___35 ปีขึ้นไป การศึกษา___________________________________ อาชีพ______________________________________ ชอบดูหนังประเภทไหน________________________ ปกติดูหนังแบบ ___พากย์ไทย ___ซาวด์แทรค สมัครสมาชิกประเภท ___6 เดือน 12 ฉบับ ราคา 900 บาท เริ่มรับนิตยสารตั้งแต่ฉบับที่__________________ ___12 เดือน 24 ฉบับ ราคา 1800 บาท เริ่มรับนิตยสารตั้งแต่ฉบับที่__________________

___ชำ�ระด้วยเช็คธนาคาร ___ชำ�ระด้วยการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร ธนาคารกสิกรไทย สาขานางเลิ้ง เลขที่บัญชี 062-2-39845-7 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาอโศก เลขที่บัญชี 111-2-34256-5 ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางเขน เลขที่บัญชี 161-2-45267-3

Promotion

สมัครสมาชิกใหม่ รับบัตรชมภาพยนตร์ จาก MAJOR CINEPLEX 4 ที่นั่ง C-MORE 39


STOCKLIST

Again & Again ที่ Market Place ซ.ทองหล่อ โทร. 08-9486-5359 Celine ชั้น G ศูนย์การค้าเกษร โทร. 0-2656-1045 Milin ชั้น 2 ดิ เอ็มโพเรียม โทร. 08-7001-9309 Evisu ชั้น 3 เซ็นทรัลชิดลม โทร. 0-2793-7777 Gap ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์ โทร. 0-2646-1849 Jogema ชั้น 2 เซ็นทรัลเวิลด์ โทร. 0-2646-1369 Asava และ ASV ชั้น 1 สยามพารากอน โทร. 0-2129-4366 Paul Smith ชั้น 1 สยามพารากอน โทร. 0-26109700 Miss Sixty ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์ โทร. 0-2613-1036-7 J Shoes ชั้น M สยามพารากอน โทร. 0-2690-1000 Issue ชั้น 1 สยามพารากอน โทร. 0-2610-7862 ชั้น 2 ศูนย์การค้าเกษร โทร. 0-2656-1358 Sretsis ชั้น 2 ศูนย์การค้าเกษร โทร. 0-2656-1125 D&G ที่ Blackjack ชั้น 2 เอราวัณแบงค็อก โทร. 0-2250-7750 A|X Armani Exchange ชั้น G สยามดิสคัฟเวอรี่ โทร. 0-2658-0260-1

40 C-MORE



C-MORE MAGAZINE