Page 1


วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง

นับเนื่องเป็นเวลานานหลายร้อยปีที่ชาวไทใหญ่เข้ามายังภาคเหนือ ของไทยตั้งแต่สมัยอาณาจักรล้านนานั้น ได้นาเอาศิลปะและศาสนาจาก ดินแดนต้น คือ พม่ามาเป็นการถ่ายทอดทางวัฒนธรรม ได้มีการติดต่อ ทางด้านพุทธศาสนากับพม่าอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันชาวไทใหญ่ตั้งถิ่นฐาน อยู่ในจังหวั ดทางภาคเหนือหลายจั ง หวัดได้แก่แม่ฮ่องสอนแพร่พะเยา ลาปางเชียงรายและเชียงใหม่ ในเชียงใหม่นั้น อาเภอฝาง อาเภอแม่อาย นั้นถือว่ามีชาวไทใหญ่อยู่เป็นจานวนมาก ซึ่งก็ได้เอารูปแบบความเป็นอยู่ ประเพณีวัฒนธรรมตั้งเดิมมาด้วย

วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง 3


4 วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง


วัดเมืองหนองตั้งที่ 140 บ้านเมืองหนอง หมู่ 10 ตาบลแม่สาว อาเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ 9 ไร่ 40 ตารางวา สร้างขึ้น เมื่อในปี พ.ศ. 2462 โดยนายหมั่น ยอดแสง เป็นแกนนาชาวบ้าน และรวบรวมศรัทธา ชื่อวัดเมืองหนองนั้นเป็นชื่อของเมืองหนอง ที่ เชียงตุง ประเทศพม่า วัดเมืองหนองได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี พ.ศ. 2530 วัดเมืองหนอง เป็นวัดไทใหญ่วัดหนึ่งในอาเภอ แม่อาย ที่มีค วามสวยงามของงานสถาปัตยกรรม ศิ ลปกรรมและ ลวดลายต่างๆมีรูปแบบและลักษณะเป็นแบบศิลปะไทใหญ่ ทั้งงาน ลวดลายฉลุ ลวดลายประดับอาคาร ที่ยังคงรักษาความสวยงาม ของสถาปั ต ยกรรมแบบไทใหญ่ ไ ว้ สิ่ ง ส าคั ญ ที่ สุ ด ที่ พ บได้ จ าก สถาปัตยกรรม ศิลปกรรมและลวดลายต่าง ๆ ความงามของวิหารซึ่ง ไม่พอเพียงตัวงานเท่านั้น แต่สิ่งสะท้อนคือเรื่องราวเกี่ยวกับสังคม และวัฒนธรรมของชาวไทใหญ่ต่อวัดเมืองหนอง จึงเป็นที่น่าสนใจ อย่างยิ่งในการศึกษาและจัดเก็บเป็นข้อมูลไว้ทางวิชาการและเกิด ประโยชน์สืบไป

วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง 5


6 วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง


รูปแบบทางสถาปัตยกรรมและงานศิลปกรรมประดับวิหารวัด เมืองหนอง อาเภอแม่อาย จัง หวัดเชียงใหม่ มีค วามแตกต่างอั น เนื่องจากสาเหตุหลายประการ คือ ตัวบุคคลที่สร้างงานศิลปกรรม ลวดลาย ความแตกต่าง ตามจิ นตนาการของช่ างแม้จะมีการยึ ด รู ป แบบ และวิ ธี สื บ ทอดการสร้ า งงานศิ ล ปกรรม ลั ก ษณะทาง สถาปัตยกรรมทางศาสนาของชาวไทใหญ่ที่เป็นลักษณะเด่น จะเป็น วิหารที่มีความกว้างขวางที่มีการใช้สอยหลายรูปแบบในวิหารเดียว และแบ่งความสาคัญด้วยการแบ่งระดับพื้นระดับต่างๆ และที่สาคัญ ของศิ ล ปะไทใหญ่ คื อ รู ป แบบการซ้ อ นชั้ น หลั ง คาที่ ไ ด้ รั บ อิ ท ธิ พ ล จากมัณฑะเลย์ และแพร่กระจายไปยังรัฐฉานของเมืองไทใหญ่ ซึ่ง ก่อให้ เ กิดการผสมผสานระหว่างสถาปั ต ยกรรมพม่า และไทใหญ่ ลักษณะการซ้อนชั้นเอกลักษณ์ของไทใหญ่ คือ วิหารที่มีชั้นหลังคา ทรง เจตบุน ทรงยอนแซกและทรงปราสาท

วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง 7


สถาปัตยกรรมวิหารวัดเมืองหนอง เนื่องจากวัดเมืองหนองสร้างโดยชาวไทใหญ่ ทีมีการนับถือ ศาสนาพุทธ และการสร้างวัดตามคติความเชื่อทางพุทธศาสนาของ ชาวไทยใหญ่และความเคยชินในการสร้างสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม และการสร้ า งวั ด จึ ง เป็ น ไปตามโครงสร้ า งสถาปั ต ยกรรมที่ อ ยู่ ใ น ประเทศของตน ซึ่งเป็นศิลปะแบบไทใหญ่ พื้นของวิหาร พื้นของวิหารซึ่งจะมีการปูพื้นที่ต่างกันไปแล้วแต่พื้นที่นั้นจะ เป็นพื้นที่สาคัญมากน้อยแค่ไหน ซึ่งมีพื้นที่ปูด้วยวัสดุที่แตกต่างอยู่ 2 วัสดุ คือ 1. พื้นที่ปูด้วยไม้ ซึ่งเป็นส่วนใหญ่จะเป็นการปูไม้เป็นแผ่นไป ตามแนวทางยาวของวิหาร ซึ่งจะพบอยู่ที่พื้นที่อยู่ในพื้นที่ส่วนสาคัญ ของวิหารที่เป็นห้องโถงและที่ประดิษฐานสถานพระพุทธรูป 2. พื้นที่เป็นกระเบื้อง ซึ่งเป็นพื้ นที่ใช้ประกอบกิจกรรม เช่น ชาน และห้องครัว ส่วนใหญ่จะเป็นการต่อเติมหรือบางครั้งก็เป็น การตกแต่งของอาคารและเป็นการก่อสร้างอยู่เดิมแล้ว เช่น พื้นของ การยื่ น ออกมารั บ บั น ไดด้ า นหน้ า ซึ่ ง ก็ เ ป็ น ซี เ มนต์ เ หมื อ นกั น นอกจากนั้นยังมีการเทพื้นด้วยซีเมนต์ทางด้านล่างของวิหารห้อ งที่ เป็นห้องเอนกประสงค์นั้นเอง 8 วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง


เสาวิหาร เนื่องด้วยวิหารวัดเมืองหนองนี้เป็นการสร้างโดยโครงสร้างการ รับน้าหนักของเสา และขื่อ เสาวิหารมีความสาคัญมาก โดยฐานเสา จะเทด้วยปูนส่วนด้านบนเป็นเสาไม้ มีเสาทั้งหมด 77 ต้น ซึ่งจะมี การตกแต่งต่างกันของห้องเสานั้น ๆ สามารถแบ่งได้ดังนี้ 1.เสาส่วนบนที่มีการตกแต่งด้วยการดับลวดลายฉลุโลหะและ ประดับกระจก โดยส่วนใหญ่จะมีอยู่ในห้องวิหารหลักที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปพบ 16 ต้น 2. เสาส่วนบนที่การตกแต่งด้วยการปิดทอง และไม่มีเทคนิค การประดับกระจกและปั้นรัก จะมีส่วนบนของห้องในวิหารหลักซึ่ง พบ 46 ต้น วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง 9


ฝาผนัง ฝาผนั ง ของวิ ห ารวั ด เมื อ งหนอง ซึ่ ง เป็ น วิ ห ารที่ ส ร้ า งขึ้ น มาแบบ เอนกประสงค์ซึ่งมี 2 ชั้นและมีการก่อสร้างของฝาผนังตามความใช้งาน และความเหมาะสมและความสวยงามซึ่งในการศึกษาในครั้งนี้มีฝาผนังที่ แยกออกเป็น 2 ลักษณะ มีความแตกต่างกันตามวัสดุที่ก่อสร้างซึ่งส่งผลให้ เกิดการตกแต่งที่แตกต่างกันอีกด้วย คือ 1. ฝาผนังที่เป็นปูน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการตกแต่ งซึ่งจะอยู่ตอนล่าง ของวิหารที่เป็นอาคารเอนกประสงค์จะไม่มีการตกแต่งเลย ซึ่งจะเป็นการ เจาะช่องหน้าต่าง แทน ซึ่งก็จะให้ความถาวรแก่ตัวอาคารเพราะด้านล่าง นั้นจะเป็นผนังปูน ส่วนข้างบนจะเป็นฝาผนังไม้แต่ก็มีความไม่เหมือนกันที่ เป็นผนังปูน 2. ฝาผนังที่เป็นไม้ โดยส่วนใหญ่แล้วฝาผนังที่เป็นไม้จะมีอยู่ในตัว วิหารส่วนบนซึ่งทาเป็นฝาผนังที่ทาจากไม้โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝาผนังห้อง วิหารหลักซึ่งก็จะเป็นการแบ่งออกเป็นอีก 3 อย่างจากที่ทาด้วยไม้โดยที่ แบ่งตามการเข้าไม้ตีฝาผนัง คือ  ฝาผนังที่เป็นการตีไม้ธรรมดาซึ่งจะตีไม้จะตีไม้ในแนวยาวซึ่งจะ ช่วยในเรื่องจองกันน้าฝนได้ แต่งการตกแต่งได้ยาก จึงไม่นิยมที่จะตีฝา ชนิดนี้อยู่ข้างหน้าเพื่อจะโชว์ แต่งจะอยู่ทางด้านข้างของวิหาร

10 วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง


 ฝาผนังที่มีการตีไม้ธรรมดาอีกอย่างหนึ่ง คือ การตีไม้แบบ แนวตั้ง ซึ่งจะเป็นการตีไม้ให้สลับกันไป และการตีฝาผนังชนิดนี้จะมีการ ตกแต่งได้ง่ายและดูสวยงามกว่าการตีฝาผนังแบบแนวยาว  ฝาผนังที่ตีเรียบและมีการตีเป็นช่องและตกแต่งช่องอย่างสวยงาม ซึ่งจะมีการตีฝาชนิดนี้เพื่อตกแต่งด้านฝาผนังด้านในโดยเฉพาะอย่าง ยิ่งในตัววิหารด้านหลัง ประตู ประตู ข องวิ ห ารวั ด เมื อ งหนอง มี ก ารใช้ เ พื่ อ ให้ เ หมาะสมต่ า งกั น ออกไปซึ่งก็สามรถแบ่งออกได้เป็นประตูต่าง ๆ แบ่งได้ตามนี้ดังนี้ 1. ประตูม้วนขนาดใหญ่ปิดด้านหน้าของวิหาร ประตูทาด้วยเหล็ก 2. ประตูที่มีบานปิดบานเดียว ประตูทาด้วยไม้ หน้าต่าง หน้าต่างซึ่งเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมนั้น ส่วนวิหารวัด เมืองหนองนั้นแบ่งออกเป็น ดังนี้ 1. หน้าต่างที่มีบานหน้าต่างปิดสองบานซึ่งอยู่ส่วนบนของวิหารบาน หน้าต่างทาด้วยไม้ 2. หน้าต่างที่มีบานหน้าต่างปิดสี่บานซึ่งอยู่ส่วนบนของวิหารบาน หน้าต่างทาด้วยไม้

วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง 11


12 วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง


หน้าบัน โดยทั่ ว ไปแล้ ว หน้ า บั น คื อ ส่ ว นที่ เ ป็ น รู ป จั่ ว สามเหลี่ ย ม ใต้ หลังคาซึ่งในการศึกษาครั้งนี้จะกาหนดของหน้าบัน เฉพาะที่มีการ ตกแต่ ง ที่ เ ป็ น พื้ น ที่ ส ามเหลี่ ย มใต้ ห ลั ง คาซึ่ ง ส่ ว นใหญ่ แ ล้ ว จะเป็ น หลังคาที่ยื่นต่อกันออกมาและจะมีเฉพาะหลังคาที่อยู่ในส่วนที่สาคัญ ของวิหารนั่นก็คือหลังคาของวิหารส่วนหน้าและส่วนกลางซึ่งก็แบ่ง ตามการตกแต่งได้ 2 ชนิด คือ 1.

หน้าบันที่อยู่ใต้หลังคาที่ยื่นต่อของหลังคาที่มีรูปทรง

สามเหลี่ยมเป็นจั่วมีการตกแต่งเป็นแบบที่ 1 มี 3 ชั้น 2. หน้ า บั น ที่ อ ยู่ ใ ต้ ห ลั ง ที่ มี ก ารซ้ อ นชั้ น กั น ด้ า นหน้ า มาคลุ ม บันไดทางขึ้นวิหารมีการแต่งแบบที่ 2 มี 1 หน้าบัน

วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง 13


14 วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง


เพดานของวิหาร เพดานของวิ ห ารวั ด เมื อ งหนองนั้ น จะมี ส่ ว นส าคั ญ ในการ ตกแต่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งของตัววิหารหลักนั้นจะมีการตกแต่งตาม ความสาคัญของพื้นที่ ทั้งๆที่อยู่ในห้องเดียวกันก็จะมีการตกแต่ที่ ต่างกันออกไป และการตกแต่งเพดาน ซึ่งก็สามารถแบ่งเพดานที่มี อยู่ ใ นตั ว วิ ห ารวั ด เมื อ งหนอง ออกเป็ น 2 ชนิ ด ตามโครงสร้ า ง สถาปัตยกรรม คือ 1. เพดานที่มีการตกแต่งเป็นดาวเพดาน เป็นเพดานในส่วน ของห้ อ งวิ ห ารส่ ว นกลางซึ่ ง เป็ น เพดานของห้ อ งที่ ป ระดิ ษ ฐาน พระพุทธรูปนั้นเองจะมีการตกแต่งของดาวเพดานในรูปทรงต่าง ๆ และตกแต่ ง ด้ ว ยเทคนิ ค ต่ า งๆ เช่ น การประดั บ แก้ ว อั ง วะ การ ประดับกระจก การปิดทอง เป็นต้น 2. เพดานที่เ ป็ นพื้น เรียบเป็ นแนวเดียวกัน ไม่มีการตกแต่ ง นอกจากการใช้สีอยู่บ้าง ซึ่งก็จะมีการใช้ปิดโครงสร้างของขื่อ นั้นเอง ซึ่งพบได้ในโถงใหญ่ของวิหาร

วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง 15


16 วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง


หลังคาของวิหาร หลังคาของวิหารนั้นเป็นการซ้อนชั้นกันของหลังคาซึ่งการมุง หลังคาของงานสถาปัตยกรรมแบบเดิมนั้นเป็นการมุงด้วยกระเบื้อง ไม่ ไ ด้ มุ ง ด้ ว ย แป้ น เกล็ ด ซึ่ ง จะไม่ เ หมื อ นการมุ ง หลั ง คาของงาน สถาปัตยกรรมในแถบล้านนา ที่ไม่นิยมการมุงหลังคาแบบสังกะสี แต่เป็นมุงหลังคาด้วยวัสดุ เช่น กระเบื้องดินขอ กระเบื้อง หรือแป้น เกล็ด ซึ่งวิหารวัดเมืองหนองนั้นมีการมุงหลังคาซึ่ งใช้วัสดุตั้งแต่การ สร้ า งมาซึ่ ง มี ก ารมุ ง หลั ง คาซึ่ ง จาการสั ม ภาษณ์ แ รกนั้ น มุ ง ด้ ว ย กระเบื้องลอนขนาดเล็ก ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็นสังกะสีลอนคู่เล็กจนถึง ปัจจุบันๆมีการมุงหลังคาของวิหารที่ต่างกันซึ่งมีแบบ คือ การมุง หลังคาด้วยสังกะสี ซึ่งในการมุงหลังคาสามารถแบ่งเป็นส่วนดังนี้  หลังคาส่วนที่เป็นการมุงไม่มีการยกสูงของตัวอาคารของ ตัวอาคารที่จะมีการซ้อนชั้นกันขึ้นไป แต่จะมีการซ้อนชั้นกันของ หลังคา หรือจะมีการต่อมุกของหลังคา ซึ่งเป็ นตัวรับตัวอาคารหลัง เล็กซึ่งจะมีการซ้อนชั้นกันของหลังคา ที่ต่างกันออกไป และจะมีการ ตกแต่งอยู่ที่ของสันขอบหลังคาชั้นหลังคาของชั้นล่างสุด หรือ ชั้น ของหลังคาชั้นล่างสุด ซึ่งจะขึ้นอยู่กับหลังคานั้นจะอยู่ในตาแหน่ง ไหน ซึ่งวิหารนี้จะมีการตกแต่งในส่วนที่สาคัญๆ เช่นกลางวิหารซึ่ง

วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง 17


เป็ นที่ป ระดิษ ฐานพระพุทธรูป และการส่วนที่เป็ นการมุง หลัง คา แบบไม่มีการยกสูงของการซ้อนชั้นนั้นยังการแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1. การมุ ง หลั ง คาที่ ไ ม่ มี ก ารยกสู ง ของตั ว อาคาร ซึ่ ง เป็ น ส่ ว นกลางของวิ ห ารที่ เ ป็ น ส่ ว นส าคั ญ ซึ่ ง ถื อ ว่ า เป็ น ส่ ว นของการ ประกอบพิ ธี ก รรมทางศาสนา จะมี ก ารมุ ง หลั ง คาแบบจั่ ว และ สามเหลี่ยมมีการต่อหลังคาออกไปต่างกันอีก 2. การมุงหลังคาแบบจั่วหรือสามเหลี่ยมแต่จะมีการซ้อนชั้น หันสองชั้นซึ่งหลังคาหลังคานี้จะมุงด้วยสังกะสีไม่มีตกแต่งซึ่งจะเป็น ส่วนที่มุงหลังคาในส่วนขอกิจของภิกษุซึ่งก็เป็นที่การมุงหลังคาที่อยู่ ในตัววิหารแต่จะไม่เป็นการมุงหลังคาตรงกลางวิหารซึ่งจะเป็นการ มุงหลังคาในส่วนสาคัญของวิหาร

18 วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง


พื้นที่ใช้สอยของวิหารวัดเมืองหนอง ส่ ว นประกอบของวิ ห ารวั ด เมื อ งหนองนั้ น นอกจากจะมี องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมดังที่กล่าวมาแล้วยังมีส่วนประกอบ ของห้องต่าง ๆ ซึ่งวิหารวัดเมืองหนองนี้เป็นวิหารที่เป็นสองชั้นครึ่ง ปูนครึ่งไม้และยังเป็นอาคารเอนกประสงค์ ซึ่งจะมีกิจกรรมและการ ใช้วิหารที่ไม่เหมือนวิหารล้านนา จะมีส่วนประกอบของห้องที่เป็น องค์ประกอบของวิหารดังนี้ 1. ห้องโถงที่เป็นห้องประดิษฐานพระพุทธรูป เป็นห้องที่มี ความสาคัญมากที่สุดของวิหาร ซึ่งจะอยู่ตรงกลางของวิหารและจะมี การประดับตกแต่งสวยงาม และเป็นห้องที่ ใช้ทาพิธีกรรมทางพุทธ ศาสนาด้วย ซึ่งจะมีการเป็ นเขต เช่น เขตของพระสงฆ์ เขตของ พุทธศาสนิกชน และเขตของที่ประดิษฐานพระพุทธรูป 2. ห้องนอนพระสงฆ์ ห้องนอนของพระสงฆ์นั้น หรือ ที่อยู่ ของพระสงฆ์นั้นจะอยู่ในตัววิหารเลยไม่เหมือนกับวัดในล้านนา จะ แยกเป็นสัดส่วนอีกที่หนึ่ง นอกจากนี้ยังมีห้องของสามเณร ซึ่งจะอยู่ ทางตอนท้ายของวิหาร 3. ห้องครัว ห้องครัวนั้นจะอยู่ทางด้านขวาทางด้านหลังของ วิหารซึ่งปัจจุบันมีการต่อเติมใหม่จากห้องครัวเดิมที่มีขนาดเล็กให้ ใหญ่ขึ้น วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง 19


4. ชาน หรื อ ที่ โ ล่ ง จะอยู่ ท างตอนหน้ า ของวิ ห ารนั้ น จะใช้ ประโยชน์ เ ป็ น ที่ ป ระกอบกิ จ กรรมต่ า ง ๆ ของทางพระสงฆ์ แ ละ พุทธศาสนิกชน 5. ห้องเก็บของ ห้องเก็บของซึ่งมีทั้งอยู่นอกวิหาร เป็นห้องที่ อยู่ด้านล่างของวิหารซึ่งจะเป็นการก่อฝาผนังด้วยอิฐฉาบด้วยปูน โดยรอบจะมีประตูทางด้านหน้าและมีหน้าต่างอยู่ด้านหลัง ศิลปกรรมของวิหารวัดเมืองหนอง ลวดลายที่ประดับตกแต่งวิหารนั้นส่วนใหญ่จะให้ความสาคัญ กับตัวของวิหารเป็นส่วนใหญ่คือห้องโถงที่ประดิษฐานพระพุทธรูป นั้นเอง แทบกล่าวได้ว่านอกจากส่วนพื้นที่ปูด้วยไม้แล้วไม่มีส่วนไหน ที่ไม่ป ระดับ ตกแต่งและในการประดับตกแต่งใช้วัสดุและเทคนิค ต่าง ๆ โดยเฉพาะลวดลายซึ่งแต่ละชิ้นงานที่ทาการประดับตกแต่ง นั้นจะไม่มีความเหมือนกันมากนักแต่ก็บ้างที่มีลักษณะเหมือนกันซึ่ง เทคนิควีการตกแต่งดังต่อไปนี้ 1. การฉลุสังกะสี เป็นการนาสังกะสีมาฉลุซึ่งแต่เดิมเป็นการ ฉลุไม้นามาตกแต่ง ซึ่งเทคนิคนี้มีการตกแต่งส่วนของหลังคาหน้าบัน ขอบของหลังคา ด้านหลังพระพุทธรูป และพื้นที่ทางด้านหน้าของ ขอบที่ยกต่างระดับ 20 วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง


2. การปิดทอง การปิดทองเป็นการตกแต่งอี กอย่างหนึ่งที่ให้ ความสวยงามซึ่งมีอยู่ในตาแหน่งที่ ทาการตกแต่งคือ มุมของส่วน ต่าง ๆ ลายดาวเพดาน เสา และขอบพื้นด้านบน ล่างที่ต่างระดับ 3. การประดับกระจกสีและแก้วอังวะ การประดับกระจกสี และแก้วอังวะนั้นจะทาคู่กับการปิดทองซึ่งจะเป็นเทคนิคที่ใช้ในการ ตกแต่งวิหารนี้พอสมควร เทคนิคนี้นิยมใช้ในงานที่ตกแต่ง คือ เสา ลายดาวเพดาน เหลี่ยมมุมต่าง ๆ ตลอดจนมณฑปที่ป ระดิษ ฐาน พระพุทธรูป เรื่องดังกล่าวจะเห็นได้ว่าความแตกต่างอันเนื่องมาจากสาเหตุ หลายประการคือ ตัวบุคคลที่สร้างผลงานศิลปกรรม ลวดลาย ความ แตกต่าง ตามจินตนาการของช่างแม้จะมีการยึดถือในรูปแบบ และ การสืบทอดเดียวกัน ปัญหาหลักอีกประการหนึ่งคือช่วงอายุเวลา ของงานที่หลงเหลืออยู่ และน่าสนใจอย่างจริงๆจัง ทั้งการสืบทอด สร้างงานศิลปกรรมลวดลายของชาวไทใหญ่เป็นปัญหาหลักของการ อนุ รั ก ษ์ ใ นครั้ ง นี้ รู ป แบบทางสถาปั ต ยกรรมและงานศิ ล ปกรรม ประดับวิหารวัดเมืองหนอง อาเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ในครั้ง นี้เป็นส่วนหนึ่งในการสื่อออกความเห็นถึงลักษณะตัวลวดลายของ

วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง 21


การสร้ า งงานของช่ า งไทใหญ่ แ ละเห็ น ถึ ง การเปลี่ ย นแปลงพื้ น ที่ เทคนิคและวัสดุ อย่างไรก็ตามรูปแบบทางสถาปัตยกรรมและงานศิลปกรรม ประดับวิหารวัดเมืองหนอง อาเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ก็ยังมี รู ป แบบเฉพาะตั ว ที่ เ ป็ น เอกลั ก ษณ์ แ ฝงไว้ ด้ ว ยศรั ท ธาและความ เชื่อถือ เชื่อในศาสนาและขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวัฒนธรรม ที่ดีงามสืบต่อไป

22 วิหารไทใหญ่วัดเมืองหนอง


วิหารไทใหญ่วดั เมืองหนอง ชไมพร ใจนวล 530310111

ภาษาไทย © 2556 ภาควิชาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สงวนลิขสิทธิ์

พิมพ์ครั้งแรก กรกฎาคม พ.ศ. 2556 จัดพิมพ์โดย ภาควิชาศิลปะไทย คณะวิจติ รศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ออกแบบโดย ชไมพร ใจนวล


Wat Mueang Nong  

Wat Mueang Nong,Wat,สถาปัตยกรรมไทใหญ่,ศิลปกรรมไทใหญ่,ไทใหญ่

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you