Issuu on Google+

ปี ที่ 5 ฉบับที่ 15 วันที่ 8-12 เมษำยน 2556

เงินบาททาสถิตแิ ข็งค่ าที่สุดในรอบเกือบ 16 ปี ครัง้ ใหม่ ด้ านกระทรวงแรงงานเผย 4 เดือนแรกของปี มีการเลิกจ้ าง 3,053 ราย ECONOMIC HIGHLIGHT THAI ECONOMY

ทิศทางเศรษฐกิจในประเทศ

ผู้ว่าการธปท.ยอมรั บว่ า ค่ าเงินบาทแข็งค่ าเร็ วเกินไป พร้ อมระบุ พบความ เสี่ ยงด้ านการปล่ อยสินเชื่ ออสังหาริ มทรั พย์ ของธนาคารพาณิชย์ หวั่นเกิด ปั ญหาฟองสบู่

INTERNATIONAL ECONOMY

จี นขาดดุ ลการค้ าครั ้งแรกในรอบ 13 เดือน ขณะที่ธนาคารกลางสิงคโปร์ ประกาศคงแนวทางการดาเนินนโยบายการเงินเข้ มงวดต่ อไป

BUSINESS HIGHLIGHT

ราคาสินค้ าโภคภัณฑ์

ทิศทางธุรกิจและอุตสาหกรรม 

COMMODITY MARKETS COMMODITY MARKET WATCH

THAI INDUSTRY

ทิศทางเศรษฐกิจและธุรกิจต่ างประเทศ

วิกฤตไฟฟ้าไทยคลี่คลาย...แท่ นก๊ าซพม่ าซ่ อมเสร็จเร็วกว่ ากาหนด เฟอร์ นิเจอร์ ไทยปรั บกลยุทธ์ เพิ่มศักยภาพการแข่ งขัน

ราคานา้ มันและทองคาปรั บลดลงจากความกั งวล ต่ อวิกฤตหนี ย้ ุ โรป และข้ อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ของสหรั ฐฯ

ทิศทางเศรษฐกิจในประเทศ Highlight: 4 เดือนแรกของปี 2556 มีลูกจ้ างถูกเลิกจ้ าง 3,053 คน ด้ านกรมสรรพสามิตเผยผลการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต ในช่ วง 6 เดือนแรกของปี งบประมาณ 2556 สูงกว่ าเป้า 2.29 หมื่นล้ านบาท  กระทรวงแรงงาน รายงานข้ อมู ล ของศู น ย์ ส นั บ สนุ น  กรมสรรพสามิตเผยผลการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในช่ วง ผู้ประกอบการให้ พร้ อมจ่ ายอัตราค่ าจ้ างขัน้ ต่าทั่วประเทศ 6 เดือนแรกของปี งบประมาณ 2556 มีจานวน 2.31 แสน พบว่ า ตั ้ง แต่ วั น ที่ 1 ม.ค.- 5 เม.ย. 2556 มี ส ถาน ล้ านบาท สูงกว่ าเป้า 2.29 หมื่นล้ านบาท จำกภำษี รถยนต์ที่ ประกอบการเลิกจ้ างลูกจ้ างรวม 64 แห่ ง ลูกจ้ างถูกเลิก สำมำรถจัดเก็บได้ สงู กว่ำเป้ำถึง 2.5 หมื่นล้ ำนบำท อันเป็ นผล จ้ าง 3,053 คน ในจำนวนนีเ้ ป็ นกำรเลิกจ้ ำงและปิ ดกิ จกำร จำกมำตรกำรรถคันแรกของรัฐบำล นอกจำกนี ้ กำรเก็บภำษี เพรำะผลกระทบกำรปรับค่ำจ้ ำง 300 บำท จำนวน 3 แห่ง เป็ น ยำสูบ ภำษี เบียร์ ภำษี เครื่ องดื่ม ก็สงู กว่ำเป้ำ 4,272 ล้ ำนบำท จำนวนลูกจ้ ำง 333 คน ทังหมดเป็ ้ นสถำนประกอบกำรขนำด 3,384 ล้ ำนบำท และ 1,193 ล้ ำนบำท ตำมลำดับ อย่ำงไรก็ เล็ก นอกจำกนี ้ ยังมีสถำนประกอบกำรที่ยังไม่ปิดกิ จกำรแต่ ตำม มำตรกำรลดภำษี น ้ำมันดีเซลยังทำให้ กำรเก็บภำษี น ้ำมัน เลิกจ้ ำงจ ำนวน 38 แห่ง เพิ่ ม ขึน้ จำกเดื อนที่ ผ่ำนมำ 6 แห่ ง ยังต่ำกว่ำเป้ำ 8,022 ล้ ำนบำท ทังนี ้ ้ กรมสรรพสำมิตได้ จ่ำยคืน ลูก จ้ ำงถูก เลิ กจ้ ำง 1,053 คน เพิ่ ม ขึ น้ 447 คน ส่วนสถำน เงินในโครงกำรรถคันแรกไปแล้ ว 9 รอบ โดยรอบล่ำสุดเมื่อวันที่ ประกอบกำรทีป่ ิ ดกิจกำรจำกผลกระทบอื่นๆ และมีกำรเลิกจ้ ำง 5 เม.ย. มีจำนวน 1.53 แสนรำย คิดเป็ นเงิ น 1.04 หมื่นล้ ำน มี 23 แห่ง โดยมีลกู จ้ ำงถูกเลิกจ้ ำง 1,629 คน บำท สำหรับจำนวนรถยนต์ในโครงกำรมีทงสิ ั ้ น้ 1.25 ล้ ำนคัน เป็ นเงิ น ที่ ข อคื น 9.21 หมื่ น ล้ ำนบำท โดยจะจ่ ำ ยคื น ใน ปี งบประมำณ 2556 และปี งบฯ 2557 จำนวนปี ละ 3.4 หมื่น ล้ ำนบำท ส่วนที่เหลือจะคืนภำยในปี งบฯ 2558


2  ผู้ ว่ า การธนาคารแห่ ง ประเทศไทย (ธปท.) ยอมรั บ ว่ า  ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ขณะนีม้ ีความเสี่ยงด้ านการปล่ อย

ค่ าเงินบาทแข็งค่ าเร็วเกินไป โดยเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2556 เงิน สิ น เชื่ ออสั ง หาริ มทรั พย์ ของธนาคารพาณิ ช ย์ จน บำทได้ ปรับตัวแข็งค่ำสุดในรอบเกือบ 16 ปี มำที่ระดับ 28.95 ก่ อให้ เ กิ ดความกั งวลว่ า จะเกิ ดปั ญหาฟองสบู่ ใ นภาค บำท/ดอลลำร์ ฯ โดยเป็ นผลจำกธนำคำรกลำงญี่ปนที ุ่ ่ประกำศ อสั ง หาริ ม ทรั พ ย์ ธปท.จึ ง ขอควำมร่ ว มมื อ จำกธนำคำร พำณิชย์ในกำรรักษำมำตรฐำนกำรปล่อยสินเชื่อ และดูแลกำร มำตรกำรผ่อนคลำยทำงกำรเงินทีม่ ำกกว่ำที่ตลำดคำดกำรณ์ไว้ ้ ่ระหว่ำงกำรพิจำรณำกำรเพิ่ม และอีกส่วนหนึง่ อำจเป็ นผลมำจำกนักลงทุนต่ำงชำตินำเงินเข้ ำ ปล่อยสินเชื่อให้ รัดกุม รวมทังอยู ้ ้ มำเพื่อชำระค่ำซื ้อหน่วยลงทุนในกองทุน BTSGIF อนึ่ง เงิ น เกณฑ์เงินดำวน์ (LTV) สำหรับกำรซื ้อที่อยู่อำศัยหลังที่ 2 ทังนี บำทแข็งค่ำขึน้ แล้ วกว่ำร้ อยละ 5.0 เทียบกับเมื่อสิ ้นปี 2555 ธปท.แสดงควำมกังวลต่อภำคอสังหำริ มทรั พย์ โดยเฉพำะที่ ขยำยตัวออกไปตำมต่ำงจังหวัดในหัวเมืองใหญ่ ซึ่งมีแนวโน้ ม อย่ำงไรก็ตำม ธปท.จะใช้ เครื่ องมือที่มีอยู่เข้ ำไปดูแลเงินบำท โดยยังไม่มีแผนใช้ มำตรกำรควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้ ำย และจะ ปรับตัวเพิ่มขึ ้นต่อเนื่อง เห็นได้ จำกภำคธุรกิจอสังหำริ มทรัพย์มี กำรออกหุ้นกู้ระดมทุนมำกขึน้ โดยในไตรมำสแรกปี 2556 มี ติดตำมสถำนกำรณ์อย่ำงใกล้ ชิด ยอดระดมทุ น รวม 1.2 หมื่ น ล้ ำ นบำทนั น้ คิ ด เป็ นสัด ส่ ว น  ธปท.ปรั บเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจปี 2556 สู่ร้อยละ ั้ ซึ่งมี 5.1 จำกคำดกำรณ์เดิมที่ร้อยละ 4.9 ตำมแรงส่งกำรใช้ จ่ำยใน ประมำณร้ อยละ 30 ของยอดระดมทุนผ่ำนหุ้นกู้ทงระบบ ประมำณ 4.3 หมื่นล้ ำนบำท ประเทศช่วงไตรมำสสุดท้ ำยของปี 2555 ที่ดีกว่ำทีค่ ำด  ศูนย์ วิจัยกสิกรไทย มองว่ำ ตัวเลขกำรเลิกจ้ ำงดังกล่ำว สะท้ อนให้ เห็นถึ งผลส่วนหนึ่งของควำมไม่ยื ดหยุ่นในกำรปรับตัวของ ผู้ประกอบกำรขนำดเล็ก ซึง่ ส่วนใหญ่มกั พึง่ พำแรงงำนเป็ นปั จจัยหลักในกำรผลิต เมื่อมีกำรปรับค่ำแรงขันต ้ ่ำขึ ้นเป็ น 300 บำท/วัน ทัว่ ประเทศ ทำให้ ผ้ ปู ระกอบกำรขนำดเล็กบำงส่วนที่มีสำยป่ ำนกำรเงินไม่ยำวพอ ไม่สำมำรถปรับตัวได้ และต้ องปิ ดกิจกำรลงในที่สดุ ขณะที่ผ้ ปู ระกอบกำรขนำดเล็กบำงรำยที่มีทนุ หมุนเวียนเพียงพอ หรื อสำมำรถเข้ ำถึงแหล่งเงินกู้ได้ ก็มีกำรปรับลดแรงงำนลง และหัน มำใช้ เครื่ องจักรเพื่ อลดต้ นทุนและเพิ่ มประสิทธิ ภำพกำรผลิตแทน อย่ำงไรก็ ดี อุปสงค์ ในประเทศที่ ยังคงมี แนวโน้ มขยำยตัว โดยเฉพำะในภำคกำรก่อสร้ ำงและกำรท่องเที่ยว ประกอบกับสภำพตลำดแรงงำนของไทยที่ค่อนข้ ำงตึงตัวในกลุม่ แรงงำนที่มีทกั ษะ ฝี มือน้ อย ก็น่ำจะช่วยดูดซับแรงงำนที่ถูกเลิกจ้ ำงจำกกำรปิ ดกิจกำรของผู้ประกอบกำรได้ บำงส่วน ซึ่งย่อมจะทำให้ ภำพรวมของ จำนวนผู้วำ่ งงำนในปี นี ้ ไม่เพิ่มขึ ้นมำกจนถึงระดับที่เป็ นอันตรำย ด้ วยเหตุนี ้ ศูนย์ วิจัยกสิกรไทย จึงยังคงมุมมองเดิมต่อภำวะกำร ว่ำงงำนของไทยในปี 2556 โดยคำดว่ำ อัตรำกำรว่ำงงำนในปี 2556 จะขยับขึ ้นเล็กน้ อยมำอยู่ที่ร้อยละ 0.9 (กรอบคำดกำรณ์ที่ร้อย ละ 0.8-1.0) จำกร้ อยละ 0.8 ในปี 2555

ทิศทางเศรษฐกิจและธุรกิจต่ างประเทศ Highlight: จีนขาดดุ ลการค้ าครั ้งแรกในรอบ 13 เดือน ขณะที่ ธนาคารกลางสิ งคโปร์ ประกาศคงแนวทางการดาเนิ น นโยบายการเงินเข้ มงวดต่ อไป  จีนขาดดุ ลการค้ าครั ้งแรกในรอบ 13 เดือนในเดื อนมี .ค.  ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ประกาศคงแนวทางการ 2556 จากการนาเข้ าที่เร่ งขึน้ โดยกำรนำเข้ ำบันทึกที่ 183.1 ดาเนิ นนโยบายทางการเงินอย่ างเข้ มงวดต่ อไป ผ่ำนกำร พันล้ ำนดอลลำร์ ฯ ขยำยตัวร้ อยละ 14.1 (YoY) หลังจำกที่หดตัว ควบคุ ม กำรเคลื่ อ นไหวของอั ต รำแลกเปลี่ ย น (Nominal ร้ อยละ 15.2 (YoY) ในเดือนก.พ. ขณะที่กำรส่งออกบันทึกที่ Exchange Rate) ให้ อยูใ่ นกรอบที่แข็งค่ำอย่ำงค่อยเป็ นค่อยไป 182.2 พันล้ ำนดอลลำร์ ฯ ขยำยตัวร้ อยละ 10.0 (YoY) ซึ่งชะลอ แม้ ว่ำตัวเลขเศรษฐกิจล่ำสุดไตรมำสแรกของปี 2556 จะหดตัว ตัวลงจำกสองเดือนแรกของปี ที่ขยำยตัวร้ อยละ 29.1 และ 15.3 ที่ร้อยละ 1.4 (QoQ) หรื อหดตัวร้ อยละ 0.6 (YoY) ก็ตำม (YoY) ส่งผลให้ จีนขำดดุลกำรค้ ำ 0.9 พันล้ ำนดอลลำร์ ฯ ส่วน  ธนาคารกลางเกาหลีใต้ คงอัตราดอกเบีย้ นโยบายที่ร้อยละ อัตรำเงินเฟ้อในจีนชะลอลงสู่ร้อยละ 2.1 (YoY) ในเดือนมี .ค. 2.75 ซึง่ ตลำดคำดว่ำ อำจจะมีกำรปรับลดในกำรประชุมรอบนี ้ 2556 จำกระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือนที่ร้อยละ 3.2 (YoY)


3  ทางการจีนและออสเตรเลียเปิ ดให้ มีการแลกเปลี่ยน  ธนาคารกลางอินโดนี เซียมีมติคงอัตราดอกเบีย้ นโยบาย ระหว่ างเงินหยวนและดอลลาร์ ออสเตรเลียได้ โดยตรง ไว้ ท่ ีร้อยละ 5.75 ตามคาด พร้ อมส่งสัญญำณเชิงระมัดระวัง เริ่ มตังวั ้ นที่ 10 เม.ย. เป็ นต้ นไป อันจะช่วยลดต้ นทุนและลด ต่อแนวโน้ มในระยะข้ ำงหน้ ำจำกอุปสงค์ โลกชะลอตัว ขณะที่ ควำมผันผวนของกำรแลกเปลี่ยนที่ใช้ เงินดอลลำร์ สหรั ฐฯ คำดหวังว่ำอุปสงค์ ภำยในประเทศจะช่วยประคองอัตรำกำร เป็ นสือ่ กลำง ทังนี ้ ้ สกุลเงินที่ได้ รับอนุญำตให้ แลกเปลี่ยนกับ เติบโตทำงเศรษฐกิจได้ เงิ นสกุลหยวนได้ โดยตรง ในปั จจุบันมีเพียงสกุลดอลลำร์  ตราสารหนีน้ อกประเทศ หรื อ Global Bond ซึ่งออกโดย สหรัฐฯ และเงินเยนของญี่ปนุ่ เท่ำนัน้ ทางการอินโดนี เซียเป็ นรอบแรกของปี 2556 ได้ รับการ  The Chinese Passenger Car Association (CPCA) เผย ตอบรั บที่ดีเกินความคาดหมาย สะท้ อนจำกมูลค่ำประมูลที่ ความต้ องการรถยนต์ ในจีนเติบโตต่ อเนื่ องในเดื อน ทะยำนขึ ้นสูงที่ 12.5 พันล้ ำนดอลลำร์ ฯ จำกเดิมที่คำดกำรณ์ไว้ มี.ค. ที่ร้อยละ 15 (YoY) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 3 พันล้ ำนดอลลำร์ ฯ ทังนี ้ ้ Global Bond ปั จจุบนั ออกขำยใน ก่อนหน้ ำ มำที่ 1.46 ล้ ำนคัน ขณะที่ ยอดขำยรวมไตรมำส 1 สกุลดอลลำร์ ฯ มี อำยุ 10 และ 30 ปี โดยให้ ผลตอบแทนใน ของปี นี ้ อยูท่ ี่ 4.2 ล้ ำนคัน หรื อเติบโตขึ ้นร้ อยละ 19 (YoY) อัตรำร้ อยละ 3.5 และ 4.75 ตำมลำดับ  ยอดขายจั กรยานยนต์ ของอิ นโดนี เซี ยในเดื อนมี .ค.  เงินเยนแตะระดับอ่ อนค่ าสุ ดในรอบ 4 ปี เมื่อเทียบกั บ เติบโตที่ร้อยละ 6.5 (YoY) หรื อ 667,500 คัน ซึ่งทำให้ ดอลลาร์ ฯ โดยยืนใกล้ 100 เยน/ดอลลำร์ ฯ เป็ นผลสืบเนื่อง ยอดขำยรวมของไตรมำสแรกปี นี อ้ ยู่ที่ 1.97 ล้ ำนคันหรื อ จำกนโยบำยผ่ อ นคลำยทำงกำรเงิ น ของญี่ ปุ่ น ทัง้ นี ้ มี ก ำร ขยำยตัวร้ อยละ 1.0 (YoY) คำดกำรณ์วำ่ กำรที่ธนำคำรกลำงญี่ปนเร่ ุ่ งเดินหน้ ำซื ้อ สินทรัพย์ ที่เป็ นพันธบัตรในรูปของเงินเยนต่อเนื่อง จะส่งผลให้ ผ้ ลู งทุนหัน ไปซื ้อสินทรัพย์ในภูมิภำคอื่นๆ มำกขึ ้น  ศูนย์ วิจัยกสิกรไทย มองว่ำ ภำวะกำรขำดดุลกำรค้ ำของจีนที่เกิดขึ ้นในเดือนมี .ค. อำจเป็ นผลของแรงกดดันจำกตลำด ส่งออกสำคัญอย่ำงยุโรป ซึง่ เศรษฐกิจมีควำมผันผวน ขณะที่อีกส่วนหนึง่ อำจมองได้ วำ่ เป็ นผลจำกกำรบันทึกยอดกำรค้ ำที่ช้ำ กว่ำที่ควรจะเป็ น (Time Lagging) ซึง่ ทำให้ ยอดบันทึกกำรส่งออกพุง่ สูงในเดือนก.พ.ซึง่ เป็ นเทศกำลตรุ ษจีน แต่กลับชะลอตัว ลงอย่ำงมำกในเดือนมี.ค.ซึ่งตำมปกติยอดกำรส่งออกจะฟื น้ ตัวขึ ้น ขณะที่ในฝั่ งกำรนำเข้ ำ กำรเร่ งตัวขึ ้นของยอดกำรนำเข้ ำ อำจนับเป็ นสัญญำณที่ดีเนื่องจำกบ่งชีถ้ ึงควำมต้ องกำรบริ โภคและกำรใช้ ปัจจัยกำรผลิตที่กลับมำขยำยตัวสะท้ อนจำก ยอดขำยรถยนต์ที่ยงั คงเติบโตต่อเนื่อง อย่ำงไรก็ดี ยังคงต้ องจับตำมองถึงตัวเลขกำรค้ ำของจีนในเดือนต่อๆ ไปเพื่อให้ สำมำรถ มองเห็นทิศทำงกำรเปลีย่ นแปลงของมูลค่ำกำรค้ ำได้ ชดั เจนยิ่งขึ ้น  สำหรับทิศทำงกำรดำเนินนโยบำยทำงกำรเงินของสิงคโปร์ (MAS) นัน้ ศูนย์ วิจัยกสิกรไทย มองว่ำ กำรรักษำกำรเคลื่อนไหว ของค่ำเงินดอลลำร์ สิงคโปร์ ในกรอบที่กำหนดไว้ ประกอบกับ Macroprudential Policies เพื่อควบคุมระดับรำคำในภำค อสังหำริ มทรัพย์และควำมร้ อนแรงในตลำดยำนยนต์ น่ำจะทำให้ MAS สำมำรถรักษำเสถียรภำพรำคำไว้ ได้ แม้ ว่ำจะมีแรง กดดันผ่ำนค่ำจ้ ำงตำมภำวะตึงตัวของตลำดแรงงำนก็ตำม ทังนี ้ ้ ศูนย์วิจยั กสิกรไทย คำดว่ำ ทิศทำงกำรเติบโตของเศรษฐกิจ สิงคโปร์ ยังคงต้ องเผชิญกับช่วงของกำรปรับตัว (Economic Consolidation and Correction) ในครึ่ งแรกของปี ขณะที่ แนวโน้ มกำรฟื น้ ตัวในช่วงครึ่งหลังของปี อำจต้ องขึ ้นอยูก่ บั หลำยปั จจัยหลัก ประกอบด้ วย กำรฟื น้ ตัวในภำคกำรผลิตและกำร ส่งออก รวมทังอุ ้ ปสงค์ภำยในประเทศ ทังนี ้ ้ MAS คำดกำรณ์ว่ำ ภำพรวมของอัตรำกำรเติบโตทำงเศรษฐกิจของสิงคโปร์ ในปี 2556 น่ำจะอยูใ่ นกรอบร้ อยละ 1-3 จำกที่ขยำยตัวร้ อยละ 1.3 ในปี 2555


4 AEC Corner กัมพูชา The Cambodia's Royal Group กลุม่ ธุรกิจ รำยใหญ่ของกัมพูชำกำลัง อยู่ในขัน้ ตอนกำรเจรจำเพื่อซือ้ ดำวเทียมจำก บริ ษัท China Aerospace Science and Technology Corporation ประเทศจีน รำยงำนระบุว่ำ นำย Hun Sen นำยกรั ฐมนตรี กัมพูชำ และนำย Kith Meng ประธำนบริ ษัท the Royal Group ได้ เดินทำงไปเยี่ยมชม บริ ษัท China Aerospace Science and Technology Corporation อย่ ำ งเป็ นทำงกำรในช่ ว ง 6-10 เม.ย.นี ้ เบื ้องต้ นมีกำรคำดกำรณ์วำ่ รำคำดำวเทียมน่ำจะอยูร่ ะหว่ำง 300- 400 ล้ ำ นดอลลำร์ ฯ มี อ ำยุก ำรใช้ งำน 15 ปี ธุ ร กิ จ โทรคมนำคมกัมพูชำเติบโตอย่ำงรวดเร็ วในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่ำน มำ โดยกำรใช้ งำนในปั จจุบนั อยู่ในรู ปแบบกำรเช่ำเครื อข่ำย ดำวเทียมจำกประเทศเพื่อนบ้ ำน อำทิ ไทย เวียดนำม และ สิงคโปร์ สิ ง คโปร์ หน่ ว ยงำน SPRING ซึ่ ง เป็ นหน่ ว ยงำน ภำยใต้ กำรกำกับดูแลของกระทรวงกำรค้ ำและอุตสำหกรรม ของสิงคโปร์ เปิ ดเผยว่ำ SPRINGได้ ตงงบประมำณรำว ั้ 6 ล้ ำ นดอลลำร์ สิง คโปร์ เพื่ อสนับ สนุ น ธุร กิ จ ที่อ ยู่ในช่ว งเริ่ ม จัด ตัง้ กิ จ กำร โดยเป็ นธุ ร กิ จ ที่ มี ค วำมเกี่ ย วข้ อ งกับ กำรใช้ เทคโนโลยี ใ นเชิ ง พำณิ ช ย์ (Technology Enterprise Commercialisation Scheme: TECS) ครอบคลุม 15 สำขำ อำทิ เคมีภณ ั ฑ์ ไมโครและนำโนเทคโนโลยี ไบโอเมดดิคัล และเทคโนโลยีเพื่ อทรั พยำกรน ำ้ เป็ นต้ น กำรสนับสนุน แบ่งเป็ น 2 ลักษณะ คือ Proof-of-Concept (POC) สำหรับ กำรพัฒนำจำกแนวควำมคิด โดยให้ วงเงินสนับสนุนสูงสุด 250,000 ดอลลำร์ สิงคโปร์ และ Proof-of-Value (POV) ส ำหรั บ กำรพั ฒ นำต่ อ ยอดจำกงำนวิ จั ย เดิ ม ที่ ว งเงิ น สนับสนุนสูงสุด 500,000 ดอลลำร์ สิงคโปร์ โดยจะพิจำรณำ โครงกำรจำกวิทยำกำรที่ใช้ และควำมเป็ นไปได้ ที่จะสำมำรถ ทำกำไรในเชิงพำณิชย์

เวียดนาม สมำคมอำหำรเวียดนำม (VFA) ตังเป ้ ้ำ ส่งออกข้ ำวในไตรมำสที่ 2 ของปี 2556 ที่ 2.2 ล้ ำนตัน ซึ่ง จำนวนดังกล่ำว จะช่วยเพิ่มปริ มำณกำรส่งออกข้ ำวทังหมด ้ ของเวียดนำมในช่วงครึ่ งแรกของปี ที่ 3.65 ล้ ำนตัน นำยเจื่อง แถ่งห์ ฟอง ประธำน VFA กล่ำวว่ำ ด้ วยแนวโน้ มกำรฟื น้ ตัว ทำงเศรษฐกิจน่ำจะทำให้ ควำมต้ องกำรภำยในประเทศปรับตัว ดี ขึน้ ประกอบกับ เมื่ อ ไม่น ำนนี ้ เวี ย ดนำมได้ ลงนำมบัน ทึ ก ควำมเข้ ำใจร่ วมกัน (MRA) กับประเทศกินี โดยเวียดนำมจะ ส่งออกข้ ำวปริ มำณ 300,000 ตัน/ปี ให้ กบั ประเทศกินี ไปจนถึง สิ ้นปี 2558 ซึ่งทำง VFA คำดว่ำ บรรดำชำติต่ำงๆ ในทวีป เอเชีย และแอฟริ กำจะยังคงเป็ นตลำดนำเข้ ำรำยใหญ่ของข้ ำว เวียดนำมต่อไป ทังนี ้ ้ ในไตรมำสแรก (ม.ค.-มี.ค.) ของปี 2556 เวียดนำมส่งออกข้ ำวไปแล้ วทังสิ ้ ้น 1.45 ล้ ำนตัน เป็ นมูลค่ำ 641.3 ล้ ำนดอลลำร์ ฯ เพิ่มขึ ้นในเชิงปริ มำณร้ อยละ 35.12 (YoY) และเพิ่มขึ ้นในเชิงมูลค่ำร้ อยละ 22.76 (YoY) ขณะที่ รำคำส่งออกเฉลี่ย ในไตรมำสแรกลดลง 44.5 ดอลลำร์ ฯ/ตัน จำกช่วงเดียวกันของปี ก่อน ซึง่ รำคำอยูท่ ี่ 442 ดอลลำร์ ฯ/ตัน อินโดนีเซีย ธนำคำรโลก (World Bank) อนุมตั ิเงินกู้ จ ำนวน 95 ล้ ำ นดอลลำร์ ฯ แก่ อิ น โดนี เ ซี ย เพื่ อ ส่ง เสริ ม กำร พัฒนำในสำขำวิทยำศำสตร์ และเทคโนโลยี เนื่องจำกผล ส ำรวจพบว่ ำ กำรลงทุ น ในส่ ว นกำรวิ จั ย และพั ฒ นำของ อิน โดนี เ ซี ย มี เ พี ย งร้ อยละ 0.08 ของจี ดี พี (GDP) ขณะที่ ประเทศอื่นในภูมิภำคอำเซียนเช่น มำเลเซียและไทย มีอตั รำ กำรลงทุนร้ อยละ 0.6 และ0.26 ตำมลำดับ โครงกำรดังกล่ำว เป็ นโครงกำรภำยใต้ ควำมร่ วมมือกันระหว่ำงธนำคำรโลกและ กระทรวงวิจยั และเทคโนโลยีของอินโดนีเซีย โดยกำรพัฒนำจะ มุง่ เน้ นกำรเพิ่มศักยภำพกำรวิจยั และกำรคิดค้ นนวัตกรรมใหม่ มีจดุ มุง่ หมำยเพื่อที่จะยกระดับกำรพัฒนำของอินโดนีเซีย จำก ประเทศที่ พึ่ ง พิ ง ทรั พ ยำกรธรรมชำติ เ ป็ นหลัก (ResourceBased Economy) เป็ นเศรษฐกิ จแห่ ง กำรเรี ยนรู้ (Knowledge-Based Economy) ที่เป็ นผลมำจำกกำรพัฒนำ ศักยภำพของทรัพยำกรมนุษย์และวิทยำกำรทำงเทคโนโลยี


5

ทิศทางธุรกิจและอุตสาหกรรม ไฟฟ้า  วิกฤตไฟฟ้าไทยคลี่คลาย...แท่ นก๊ าซพม่ าซ่ อมเสร็ จเร็ ว  ศูนย์ วิจัยกสิกรไทย มองว่ำ ระยะเวลำดำเนินกำรซ่อมแท่น กว่ าก าหนด โดยกำรซ่ อ มแท่ น ผลิ ต แหล่ ง ก๊ ำซยำดำนำ ก๊ ำซยำดำนำ ที่สำเร็ จเสร็ จสิ ้นตำมแผนกำรที่วำงไว้ ช่วยสร้ ำง ดำเนินกำรได้ เร็ วกว่ำแผนร้ อยละ 10 โดยแล้ วเสร็ จไปกว่ำร้ อย ควำมมั่น ใจต่อไทยว่ำ จะผ่ำนพ้ น วิก ฤตไฟฟ้ ำในปี นี ไ้ ปได้ ละ 80 แต่ทำงพม่ำยังไม่ได้ แจ้ งว่ำ จะสำมำรถกลับมำส่งก๊ ำซ หลัง จำกที่ก่อ นหน้ ำนี ้ หลำยฝ่ ำยมีควำมกังวลว่ำ หำกกำร ได้ เร็ ว กว่ำก ำหนดเดิมในเที่ยงคืนของวันที่ 13 เม.ย. 2556 ซ่อมแซมดังกล่ำวเสร็ จไม่ทนั ตำมที่กำหนด และต้ องขยำยวัน หรื อไม่ เนื่องจำกต้ องทดสอบระบบกำรส่งก๊ ำซก่อน หำกทุก ซ่อมออกไป อำจจะกดดันต่อวิกฤตไฟฟ้ ำอีกรอบ เนื่องจำก อย่ำงไม่มีปัญหำ ก็คำดว่ำ พม่ำจะกลับมำส่งก๊ ำซได้ เร็ วกว่ำ หลังวันที่ 16 เม.ย. ภำคธุร กิ จรวมทัง้ ภำคอุตสำหกรรมจะ กำหนดเดิม ส่วนกำรซ่อมฐำนปฏิบตั ิกำรอีก 1 แท่นในปี 2557 กลับ มำด ำเนิ นกำรตำมปกติ ประกอบกับ ในช่ ว งกลำงถึ ง นัน้ ขณะนี ้ไทยได้ พยำยำมเจรจำให้ ซอ่ มในช่วงสงกรำนต์แทน ปลำยเดื อ นเม.ย. มัก เป็ นช่ ว งที่ อุณ หภูมิ สูง ส่ง ผลท ำให้ กำรซ่อมในเดือนพ.ค. เพื่อไม่ให้ เกิดปั ญหำกระทบกำรผลิต ปริ มำณกำรใช้ ไฟฟ้ ำเพิ่มสูงขึ ้น สำหรับกำหนดกำรซ่อมแท่น ไฟฟ้ ำ ก๊ ำซอีก 1 แท่นในปี 2557 นัน้ หำกสำมำรถเจรจำกับบริ ษัท โททำล ที่เป็ นผู้ผลิตให้ เลือ่ นไปซ่อมในช่วงเทศกำลสงกรำนต์ ซึ่งเป็ นช่วงที่ควำมต้ องกำรใช้ ไฟฟ้ ำไม่สงู ก็จะช่วยลดแรง กดดันต่อกำลังไฟฟ้ ำสำรองในปี หน้ ำลงไปได้  ศูนย์ วิจัยกสิกรไทย มองว่ำ ในปี 2557 จะมีโรงไฟฟ้ ำขนำด ใหญ่เข้ ำมำในระบบ เช่น โรงไฟฟ้ ำวังน้ อย 4 โรงไฟฟ้ ำจะนะ 2 โรงไฟฟ้ ำหนองแซง รวมก ำลัง กำรผลิต ทัง้ 3 โรง ขนำด กำลังกำรผลิต 2,400 เมกะวัตต์ ส่วนโรงไฟฟ้ ำเอกชนขนำด เล็ก (SPP) จะเข้ ำระบบจำนวน 12 โรง ขนำดกำลังกำรผลิต โรงละ 90 เมกะวัตต์ ดังนัน้ ปริ มำณสำรองไฟฟ้ ำในปี หน้ ำจึง ไม่น่ำเป็ นห่วง อย่ำงไรก็ตำม เพื่อควำมยัง่ ยืนและมัน่ คงใน ระยะยำว ภำครัฐจำเป็ นต้ องวำงแผนกำรจัดหำไฟฟ้ ำ ภำยใต้ ทำงเลือกด้ ำนเชือ้ เพลิงที่หลำกหลำย และมีปริ มำณที่เพียง พอที่จะนำมำผลิตไฟฟ้ ำ ด้ วยต้ นทุนกำรจัดหำที่เหมำะสม และยอมรับได้ ของผู้ใช้ เฟอร์ นิเจอร์  เฟอร์ นิเจอร์ ไทยปรั บกลยุทธ์ เพิ่มศักยภาพการแข่ งขัน  ศูนย์ วิจัยกสิ กรไทย เห็ นว่ำ แม้ อุต สำหกรรมเฟอร์ นิเจอร์ ผู้ อ ำนวยกำรส่ ว นพั ฒ นำอุ ต สำหกรรมเครื่ อ งเรื อ น กรม และชิ ้นส่วนของไทยในปั จจุบนั ยังคงต้ องเผชิญกับปั จจัยท้ ำ ส่งเสริ มอุตสำหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสำหกรรม เปิ ดเผย ทำยทัง้ จำกควำมซบเซำของตลำดคู่ค้ำหลักอย่ำงสหรั ฐ ฯ ว่ำ อุต สำหกรรมเฟอร์ นิ เ จอร์ ไ ทยในภำพรวมยัง มี โ อกำส และสหภำพยุโรป ประกอบกับ แรงกดดัน จำกปั จ จัย ด้ ำ น เติบโตได้ อีกมำก แม้ ผ้ ปู ระกอบกำรจะสูญเสียตลำดส่งออก ต้ นทุนวัตถุดิบและค่ำแรงงำนที่ปรับสูงขึ ้น อีกทังยั ้ งได้ รับแรง สำคัญไป ซึ่งเป็ นผลมำจำกกำรชะลอตัวของเศรษฐกิจหลัก กดดันจำกค่ำเงิน แต่กำรส่งออกเฟอร์ นิเจอร์ และชิ ้นส่วนของ แต่กำรมองหำตลำดใหม่เข้ ำมำทดแทนในแถบเอเชียทีม่ กี ำลัง ไทยในปี 2556 ยั ง คงมี โ อกำสกลับ มำขยำยตัว อี ก ครั ง้


6 ซื อ้ สู ง เช่ น จี น ญี่ ปุ่ น อิ น เดี ย สหรั ฐ อำหรั บ เอมิ เ รตส์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ รวมถึงประเทศในกลุม่ อำเซียน ทดแทนตลำดเดิม ทำให้ ผ้ ปู ระกอบกำรสำมำรถพยุงธุรกิจของ ตัวเองไปได้

(หลังจำกที่หดตัวลงในช่วง 2 ปี ก่อนหน้ ำ) เนื่องจำกปั จจุบนั ไทยเน้ นกำรผลิตสินค้ ำแบบ Premium End และมีกำรขยำย สำขำหรื อแฟรนไชส์ร้ำนจำหน่ำยเฟอร์ นิเจอร์ Brand ไทยไป ขำยยังต่ำงประเทศด้ วย ประกอบกับมีผ้ ปู ระกอบกำรบำง รำยได้ มีกำรรับเทคโนโลยีกำรผลิตบำงอย่ำงมำจำกประเทศ ญี่ ปุ่น ทำให้ ไทยพัฒนำรู ปแบบผลิตสินค้ ำได้ ตรงกับควำม ต้ องกำรของผู้บริ โภค ส่งผลให้ เฟอร์ นิเจอร์ และชิน้ ส่วนของ ไทยได้ รับควำมนิยมในประเทศญี่ปนเพิ ุ่ ่มขึ ้น จนทำให้ ญี่ปนุ่ กลำยมำเป็ นตลำดส่งออกอันดับ 1 ของไทย แทนที่สหรัฐฯ มำตังแต่ ้ ปี 2554 ต่อเนื่องจนถึงปั จจุบนั  อย่ำงไรก็ตำม เพื่อให้ อยู่รอดท่ำมกลำงหลำยปั จจัยท้ ำทำย ผู้ประกอบกำรไทยควรมีกำรปรับตัวเพื่อเพิ่มศักยภำพในกำร แข่งขันอยูเ่ สมอ ทังกำรเริ ้ ่ มมองหำตลำดใหม่เพื่อรักษำมูลค่ำ กำรส่งออกทดแทนตลำดเดิมอย่ำงสหรัฐฯ และสหภำพยุโรป ที่สถำนกำรณ์ ท ำงเศรษฐกิ จ ยังไม่มั่นคง ซึ่งอำจพิจ ำรณำ เลือกประเทศที่ภำคอสังหำริ มทรัพย์ยงั อยูใ่ นภำวะขยำยตัวดี รวมถึงกำรมองหำแหล่งวัตถุดิบ /ฐำนกำรผลิตใหม่เพื่อลด ต้ นทุนในกำรผลิต นอกจำกนี ้แล้ ว ผู้ประกอบกำรก็ไม่ควรที่ จะละเลยกับตลำดภำยในประเทศ เนื่องจำกในปั จจุบนั ธุรกิจ อสังหำริ มทรัพย์ ยงั คงมีแนวโน้ มเติบโตอยู่ โดยเฉพำะตำม แนวรถไฟฟ้ ำ รถไฟใต้ ดิ นที่ มีทัง้ คอนโดมิเ นีย ม บ้ ำ นเดี่ย ว ทำวน์เฮ้ ำส์ เปิ ดตัวโครงกำรใหม่ๆ อย่ำงต่อเนื่อง รวมไปถึง กำรขยำยตัว ของควำมเป็ นเมื อ งไปสู่พื น้ ที่ต่ำ งจัง หวัด ที่ มี ศั ก ยภำพ ซึ่ ง จะเป็ นอำนิ ส งส์ ต่ อ กำรเติ บ โตของธุ ร กิ จ เฟอร์ นิเจอร์ ไทยด้ วยเช่นกัน

การศึกษา  ปี '56 โรงเรี ยนนานาชาติขยายตัว หวั่นขาดแคลนครู  ศู น ย์ วิ จั ย กสิ ก รไทย มองว่ำ แนวโน้ ม ควำมตระหนัก ถึ ง ต่ างชาติ เนื่องจำกควำมนิยมของผู้ปกครองในกำรส่งบุตร ควำมสำคัญ ของทักษะภำษำอังกฤษควบคู่กับค่ำ นิย มใน หลำนเข้ ำเรี ยนโรงเรี ยนนำนำชำติในระยะเวลำหลำยปี ที่ผ่ำน หลักสูตรกำรเรี ยนกำรสอนต่ำงประเทศของผู้ปกครอง และ มำ ได้ สง่ ผลให้ โรงเรี ยนนำนำชำติมีกำรปรับปรุงคุณภำพอย่ำง แนวโน้ มกำรเข้ ำมำประกอบธุรกิจหรื อทำงำนภำยในประเทศ ต่อเนื่อง โดยเฉพำะอย่ำงยิ่ง ครู ชำวต่ำงชำติ ซึ่งเป็ นหนึ่งใน ไทยของผู้ป กครองชำวต่ ำ งชำติ ที่ สูง ขึ น้ จะส่ง ผลให้ ใ นปี ปั จ จัย ส ำคั ญ ที่ เ ป็ นตัว ก ำหนดคุณ ภำพของโรงเรี ย น โดย 2556 มี จ ำนวนนัก เรี ย นในโรงเรี ย นนำนำชำติเ พิ่ ม ขึน้ เป็ น สำนักงำนคณะกรรมกำรส่งเสริ มกำรศึกษำเอกชนได้ กำหนด 43,133 คน หรื อเติบโตร้ อยละ 10 จำกปี 2555 ประกอบกับ คุณสมบัติของครู ชำวต่ำงชำติผ้ สู อนในโรงเรี ยนนำนำชำติว่ำ ค่ำ เทอมโดยเฉลี่ยที่ จะเพิ่ม ขึน้ ร้ อยละ 5 ต่อปี จะส่ง ผลให้ ต้ องมีคณ ุ สมบัติอย่ำงใดอย่ำงหนึ่ง ได้ แก่ มีวฒ ุ ิปริ ญญำด้ ำน มู ล ค่ ำ ตลำดโรงเรี ย นนำนำชำติ ใ นปี 2556 สู ง ขึ น้ เป็ น กำรศึกษำ หรื อมีวุฒิประกำศนียบัตรวิชำชีพครู ที่รับรองโดย


7 หน่ ว ยงำนในประเทศที่ อ อกประกำศนี ย บั ต ร หรื อ มี วุ ฒิ 19,973 ล้ ำ นบำท หรื อ เติ บโตร้ อยละ 16 จำกปี 2555 โดย ปริ ญญำตรี หรื อเทียบเท่ำและมีใบประกอบวิชำชี พครู (หรื อ คำดว่ำโรงเรี ยนนำนำชำติมีแนวโน้ มท���่จะขยำยไปจังหวัดที่มี เลขทะเบียนครู ที่ยังไม่ถึงกำหนดหมดอำยุจำกต่ำงประเทศ ศักยภำพทำงด้ ำนเศรษฐกิจและมีชำวต่ำงชำติเข้ ำมำทำงำน หรื อประกำศนียบัตรบัณฑิตด้ ำนกำรศึกษำที่ใช้ เวลำเรี ยนไม่ หรื อประกอบธุร กิ จอยู่เป็ นจ ำนวนมำก เช่น อุด รธำนี และ น้ อยกว่ำ 1 ปี หรื อหลักฐำนกำรศึกษำด้ ำนกำรสอนไม่น้อย อุบลรำชธำนี รวมถึงในบำงจังหวัดที่มีโรงเรี ยนนำนำชำติอยู่ กว่ำ 3 ปี ) แล้ ว เช่ น สุร ำษฎร์ ธ ำนี และขอนแก่ น ก็ มี แ นวโน้ ม ที่ จ ะมี  ทัง้ นี ้ นำยกสมำคมโรงเรี ย นนำนำชำติ แ ห่ ง ประเทศไทย โรงเรี ยนนำนำชำติเพิ่มขึ ้น เปิ ดเผยว่ำ ประเทศไทยมีครู ชำวต่ำงชำติประมำณ 6,000 คน  ศูน ย์ วิจั ย กสิ ก รไทย มองว่ำ กำรเติบ โตของมูลค่ำตลำด ส่ ว นใหญ่ ม ำกจำกสหรำชอำณำจั ก ร สหรั ฐ ฯ แคนำดำ โรงเรี ยนนำนำชำติ นี ้ จะส่ ง ผลให้ มี ค วำมต้ องกำรครู ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ โดยได้ รับค่ำจ้ ำงสูงเป็ นลำดับต้ นๆของ ชำวต่ ำ งชำติ ม ำกขึ น้ เพื่ อ รองรั บ กำรขยำยตัว โดยแม้ ว่ ำ เอเชีย นอกจำกนี ้ ยังมีกำรทำสัญญำจ้ ำงในระยะยำว และมี โรงเรี ยนนำนำชำติจะมีกำรจูงใจครู ชำวต่ำงชำติเป็ นอย่ำงดี สวัสดิกำรต่ำงๆ เช่น ที่พกั ตัว๋ เครื่ องบินไปกลับประเทศบ้ ำน แล้ ว แต่ก็ยงั ต้ องกำรกำรสนับสนุนด้ ำนอื่นๆจำกภำครัฐ เช่น เกิด เป็ นต้ น อย่ำงไรก็ตำม โรงเรี ยนนำนำชำติกำลังประสบ กำรอำนวยควำมสะดวกให้ ครู ชำวต่ำงชำติเข้ ำมำทำงำนยัง ภำวะกำรแย่งตัวครู ชำวต่ำงชำติกับประเทศเพื่อนบ้ ำน เช่น ประเทศไทย เพื่ อ ลดควำมเสี่ ย งในกำรขำดแคลนครู ฮ่องกง สิงคโปร์ มำเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิ ลิปปิ นส์ ซึ่งพบว่ำ ชำวต่ำงชำติและกำรสูญ เสียบุค ลำกรที่มี ค วำมสำมำรถที่ ยังมีอปุ สรรคบำงประกำรที่ยงั ไม่ดึงดูดครู ชำวต่ ำงชำติให้ เข้ ำ เลือกไปทำงำนในประเทศอื่นๆในอนำคต มำสอนในประเทศไทย เช่น กำรขออนุญำตต่ออำยุวีซ่ำของ บุคลำกรต่ำงชำติที่มีอำยุในกำรยื่นขอแต่ละครัง้ เพียง 90 วัน ท่ องเที่ยว  ท่ องเที่ยวจิตอาสา ตลาดท่ องเที่ยวคุณภาพ สร้ างรายได้  ศูนย์ วิจัยกสิกรไทย มองว่ำ กระแสกำรท่องเที่ยวจิตอำสำ ไม่ ต่ า กว่ า 8.6 หมื่ น ล้ า นบาท ปั จ จุบัน กำรเดิ น ทำง จำกต่ำงประเทศที่เดินทำงเข้ ำมำทำกิจกรรมเพื่อสังคมและ ท่องเที่ยวจิตอำสำกำลังได้ รับควำมนิยมอย่ำงแพร่ หลำยไป ท่องเที่ยวไทยในเวลำเดียวกัน ส่วนใหญ่จะเลือกจุดหมำย ทัว่ โลก โดยมีกลุ่มประเทศกำลังพัฒนำเป็ นเป้ำหมำยหลัก ปลำยทำงในภำคเหนื อ ภำคใต้ ภำคกลำง และภำค ขององค์ กรหรื อกลุ่มคนที่มีอุดมกำรณ์ เดียวกัน และหนึ่งใน ตะวันออกเฉี ยงเหนือ ในปั จจุบนั ตลำดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี ้ จุดหมำยปลำยทำง คือ ประเทศไทย เพรำะเป็ นประเทศที่มี ได้ รับกำรสนับสนุนจำกภำคเอกชนเพิ่มขึ ้น เนื่องจำกบริ ษัท ศักยภำพด้ ำนแหล่งท่องเที่ยว ที่สำมำรถรองรับกิจกรรมจิ ต ต่ำงๆ สำมำรถนำเงินบริ จำคมำหักเป็ นค่ำลดหย่อน หรื อหัก อำสำได้ ห ลำกหลำยรู ป แบบ ได้ แ ก่ โครงกำรอนุ รั ก ษ์ เป็ นรำยจ่ำยในกำรคำนวณภำษี ได้ หลำยกรณี เช่น รำยจ่ำย ทรัพยำกรธรรมชำติ (อนุรักษ์ สตั ว์ป่ำ แนวชำยหำด หรื อสัตว์ เพื่ อ กำรคุ้ม ครองดูแ ลรั ก ษำป่ ำ รำยจ่ ำ ยเพื่ อ กำรควบคุม โลกใต้ น ำ้ รวมถึ ง กิ จ กรรมกำรปลูก ป่ ำทดแทน) โครงกำร ป้องกันมลพิษ รำยจ่ำยเพื่อกำรส่งเสริ มอนุรักษ์ พนั ธุ์สตั ว์ป่ำ พั ฒ นำคุ ณ ภำพชี วิ ตแก่ ค นในชุ ม ชนห่ ำ งไก ล (สอ น เป็ นต้ น ขณะที่กำรเดินทำงไปทำกิจกรรมท่องเที่ยวจิตอำสำ ภำษำอังกฤษ สร้ ำงโรงเรี ยน สร้ ำงบ้ ำนให้ แก่ผ้ ยู ำกไร้ ) เป็ นต้ น นับเป็ นหนึ่งในช่องทำงกำรตลำดที่น่ำสนใจของธุรกิจด้ ำน ขณะที่หน่วยงำนด้ ำนกำรท่องเที่ยวของไทย ทัง้ ภำครัฐและ กำรท่อ งเที่ ยว เพรำะมี ล่ทู ำงขยำยตัวได้ อีก มำก และเป็ น เอกชน รวมถึงองค์ กรที่ไม่หวังผลกำไร ต่ำงร่ วมกันกำหนด ตลำดท่อ งเที่ ย วคุณภำพที่ มี ก ำลัง ซื อ้ สูง เนื่ อ งจำกในกำร แผนกำรทำกำรตลำดต่ำงๆ เพื่อนำเสนอควำมโดดเด่นของ เดินทำงไปทำกิจกรรมแต่ละครัง้ จะมีผ้ รู ่ วมเดินทำงจำนวน ไทยให้ สอดรั บ กั บ กระแสกำรท่ อ งเที่ ย วจิ ต อำสำจำก มำก ส่ว นใหญ่ จึ ง พึ่ง บริ ก ำรจำกธุ ร กิ จ น ำเที่ ย วเพื่ อ ควำม กลุ่มเป้ำหมำยสำคัญในภูมิภำคยุโรปและอเมริ กำ โดยกำร


8 ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คำดว่ำ ในปี นี ้ตลำดกลุม่ ท่ อ งเที่ ย วจิ ต อำสำ จะมี สั ด ส่ ว นร้ อยละ 5 ของตลำด นักท่องเที่ยวต่ำงชำติ จำนวน 24.5 ล้ ำนคน ซึง่ ส่วนใหญ่จะใช้ เวลำส ำหรั บ กำรร่ ว มท ำกิ จ กรรมจิ ต อำสำในประเทศไทย เฉลีย่ คนละ 2 สัปดำห์ และมีกำรจับจ่ำยใช้ สอยประมำณ 7.0 หมื่น - 1.4 แสนบำท/คน/ทริ ป

สะดวกในกำรเดินทำงไปทำกิจกรรม  จำกสัดส่วนตลำดท่องเที่ยวจิตอำสำที่คำดว่ำจะขยำยร้ อยละ 5 ในปี นี ้ ศูนย์ วิจัยกสิกรไทย จึงคำดกำรณ์ ว่ำ ในปี 2556 จะมีนกั ท่องเที่ยวจิตอำสำต่ำงชำติเดินทำงมำทำกิจกรรมฯ ในประเทศไทยประมำณ 1.23 ล้ ำ นคน และสร้ ำงรำยได้ ท่องเที่ยวเข้ ำประเทศไม่ต่ำกว่ำ 8.6 หมื่นล้ ำนบำท เม็ดเงิน ส่ ว นใหญ่ มี แ นวโน้ ม จะสะ พั ด สู่ ธุ ร กิ จที่ พั ก ส ำหรั บ นักท่องเที่ยวประมำณร้ อยละ 30.0 คิดเป็ นมูลค่ำประมำณ 2.58 หมื่นล้ ำนบำท

Commodity Market Watch 8 - 12 เมษายน 2556 2 0 12 Indic a t o rs

C lo s e

2 0 11

%C hg 2Q

3Q

4Q

P re v io us

La t e s t

C hg

B re nt C rude ( US D / B a rre l)

79.62

97.55

113.30

111.94

105.14

103.21

-1.93

-1.8%

G a s o ho l 9 5 ( T H B / L)

36.21

35.43

38.23

37.83

39.03

37.63

-1.40

-3.6%

D ie s e l ( T H B / L)

29.51

29.53

29.79

29.79

29.99

29.99

0.00

0.0%

G o ld ( US D / O z)

1225.54

1597.40

1772.10

1655.85

1581.15

1483.00

-98.15

-6.2%

G o ld ( T H B , S e ll)

22,428

23,600

25,850

24,150

21,900

21,350

-550

-2.5%

A lum inium ( US D / T o n) 1

2,369

1,833

2,094

2,044

1,834

1,861

27.5

1.5%

C o ppe r ( US D / T o n) 1

8,837

7,421

8,268

7,872

7,337

7,219

-118

-1.6%

569

367

360

310

180.5

150

-30.50

-16.9%

P o lye t hyle ne ( US D / T o n) 2 HDP E

1,220

1,275

1,360

1,400

1,440

n.a

LD P E

1,461

1,220

1,335

1,380

1,425

n.a.

P o lypro pyle ne ( US D / T o n)

1344

1,213

1,243

1,243

1,405

n.a.

S t e e l B ille t ( US D / T o n) 1

Short Long

Short Long

Short Long

Short Long

P a ra xyle ne ( US D / T o n)

1,046

1,155

1,485

1,525

1,405

n.a.

ข้าวขาว 5 % ( B a ht / t o n )

15,641

19,320

17,620

17,520

16,520

16,520

0

0.0%

นา ้ ตาลทรายด ิบ ( c e nt / lb ) 1

28.85

21.21

19.50

19.45

17.65

17.79

0.14

0.8%

ม ันสาปะหล ังเส้น ( B a ht / k g )

7.23

6.65

6.80

6.50

6.75

6.68

-0.07

-1.0%

144.00

98.00

100.70

100.00

80.40

84.70

4.30

5.3%

ั้ ยางแผ่นรมคว ันชน3 ( B a ht / k g )

F acto r

Short Long

1/ Thursday clo sing level , 2/ Last week values

 ราคานา้ มันดิ่งลง หลังจำกปรับตัวขึ ้นเล็กน้ อยในช่วงต้ นสัปดำห์ตำมทิศทำงตลำดหุ้นสหรัฐฯ กำรอ่อนค่ำของเงินดอลลำร์ ฯ และกำรคำดกำรณ์ตอ่ ทิศทำงนโยบำยกำรเงินของจีนที่ยงั ไม่มีสญ ั ญำณคุมเข้ มมำกนักหลังอัตรำเงินเฟ้ อของจีนในเดือนมี .ค. ชะลอลงมำกกว่ำที่นกั วิเครำะห์สว่ นใหญ่คำดกำรณ์ไว้ ทังนี ้ ้ รำคำน ้ำมันดิ่งลงอย่ำงหนักในช่วงท้ ำยสัปดำห์จำกควำมกังวลต่อ วิกฤตหนี ้ยุโรป และข้ อมูลเศรษฐกิจที่ออ่ นแอของสหรัฐฯ อำทิ ยอดค้ ำปลีก และดัชนีควำมเชื่อมัน่ ผู้บริ โภค ขณะที่ OPEC และ IEA ก็ประกำศปรับลดคำดกำรณ์ ควำมต้ องกำรน ้ำมัน ในปี 2556 ลงเช่นกัน ส่วนทิศทำงรำคำในช่วงต่อจำกนี ้ไป ยังคงต้ อง ติดตำมแนวโน้ มปั ญหำกำรชำระหนี ้ของไซปรัส ควำมขัดแย้ งในอิหร่ำน และทิศทำงเศรษฐกิจแกนหลักของโลก  ราคาทองคาร่ วงหนั ก โดยได้ รับแรงกดดันจำกกำรเทขำยสัญญำทองคำอย่ำงต่อเนื่องของกองทุน SPDR ซึ่งเป็ นกองทุน ทองคำที่ใหญ่ ที่สุดในโลก และกำรที่ไซปรัสมีแนวโน้ มจะขำยทองคำออกมำกกว่ำ 400 ล้ ำนยูโร เพื่อนำมำชำระหนี ้ ส่วน ทิศทำงรำคำในช่วงต่อจำกนี ้ไป ยังคงต้ องจับตำแนวโน้ มกำรถือทองคำของกองทุน SPDR และทิศทำงเศรษฐกิจโลก  ราคายางปรับเพิ่มขึน้ โดยได้ รับแรงหนุนจำกข่ำวที่จีนได้ แจ้ งควำมจำนงต้ องกำรซื ้อยำงจำกไทย 4 แสนตัน อย่ำงไรก็ดี กำร แข็งค่ำของเงินบำท รวมถึงพื ้นที่ปลูกยำ���ที่เข้ ำใกล้ ฤดูกำลเปิ ดหน้ ำยำงในช่วงปลำยเดือน จำกัดกำรปรับตัวขึ ้นของรำคำไว้


9

-----------------------------------Disclaimer รำยงำนวิจยั ฉบับนี ้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทวั่ ไป โดยจัดทำขึ ้นจำกแหล่งข้ อมูลต่ำงๆที่น่ำเชื่อถือ แต่บริ ษัทฯ มิอำจรับรองควำมถูกต้ อง ควำมน่ำเชื่อถือ หรื อควำมสมบูรณ์เพื่อใช้ ในทำงกำรค้ ำหรื อประโยชน์อื่นใด บริ ษัทฯ อำจมีกำรเปลี่ยนแปลงปรับปรุงข้ อมูลได้ ตลอดเวลำโดยไม่ต้องแจ้ งให้ ทรำบล่วงหน้ ำ ทังนี ้ ้ผู้ใช้ ข้อมูลต้ องใช้ ควำมระมัดระวัง ในกำร ใช้ ข้อมูลต่ำงๆ ด้ วยวิจำรณญำณของตนเองและรับผิดชอบในควำมเสี่ยงเองทัง้ สิ ้น บริ ษัทฯจะไม่รับผิดต่อผู้ใช้ หรื อบุคคลใดในควำมเสียหำยใด จำกกำรใช้ ข้อมูลดังกล่ำว ข้ อมูลในรำยงำนฉบับนี ้จึงไม่ถือว่ำเป็ นกำรให้ ควำมเห็นหรื อคำแนะนำในกำรตัดสินใจทำงธุรกิจ แต่อย่ำงใดทังสิ ้ ้น


Weekly Economic & Industry Review 8-12 Apr 2013 p