Page 1

g

ปที่ 5 ฉบับที่ 26 วันที่ 24-28 มิถุนายน 2556

เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยลาสุดยังออนแอ...หลายหนวยงานดานเศรษฐกิจปรับลดประมาณการ ECONOMIC HIGHLIGHT THAI ECONOMY

ทิศทางเศรษฐกิจในประเทศ

ภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนพ.ค. 2556 ชะลอลงในทุกกิจกรรม ทามกลาง สัญญาณการฟนตัวอยางออนแอของเศรษฐกิจโลก

INTERNATIONAL ECONOMY

ธนาคารกลางจีนย้ําพรอมดู แลสภาพคลอ ง ขณะที่ เวี ยดนามปรับลด คาเงินดองและอัตราดอกเบี้ยฝาก

BUSINESS HIGHLIGHT

ราคาสินคาโภคภัณฑ

ทิศทางธุรกิจและอุตสาหกรรม 

COMMODITY MARKETS COMMODITY MARKET WATCH

THAI INDUSTRY

ทิศทางเศรษฐกิจตางประเทศ

โรงงานน้ําตาลเตรียมผลักดันการผลิตออยและน้ําตาลใหมีประสิทธิภาพ ผลสํารวจตลาด ททท. ชี้กลุมนักทองเที่ยวฮันนีมูนสรางรายไดการทองเที่ยวไทยมากที่สุด

ทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ปรับตัวดีขึ้นตอเนื่อง สงผลหนุนราคาน้ํามัน แตกดดันทองคํา

ทิศทางเศรษฐกิจในประเทศ Highlight: ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจเดือนพ.ค. 2556 ชะลอตัวตอเนื่อง ขณะที่ หอการคาไทยเปด เผยผลสํารวจหนี้ ภาคครัวเรือนเพิ่มขึน้ รอยละ 12 จากคาเฉลี่ยป 2555  ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนพ.ค. 2556 ตามรายงานของ 2556 หนวย: % YoY ธนาคารแหงประเทศไทย (ธปท.) มีทิศทางชะลอลง นํา 1Q มี.ค. เม.ย. พ.ค. ยกเวนจะระบุเปนอยางอื่น ดั ช นี ก ารบริ โ ภคภาคเอกชน 3.9 1.8 1.8 -0.2 โดย การอุ ป โภคบริ โ ภคภาคเอกชน ส ว นหนึ่ ง เป น เพราะ ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน 3.7 3.7 -0.9 -3.3 ครัวเรื อนระมัดระวั งการใชจาย เนื่ องจาก ภาระหนี้ ที่สูงขึ้ น ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม 3.0 0.9 -4.2 -7.8 ประกอบกั บ แรงกระตุ น จากนโยบายรั ฐ บาลทยอยหมดลง อัตราการใชกําลังการผลิต (%) 67.1 71.1 60.2 65.8 1.9 -0.7 -4.4 0.5 ขณะที่ การสงออกสินคาลดลงตามอุปสงคจากตางประเทศที่ ดัชนีผลผลิตสินคาเกษตร ดัชนีราคาสินคาเกษตร -4.0 -4.1 -3.0 1.5 ยัง ออ นแอ ซึ่ง ส งผลให การผลิ ต ภาคอุต สาหกรรม และการ การสงออก 4.5 4.2 3.7 -5.1 ลงทุนภาคเอกชนชะลอลงตาม อยางไรก็ดี การทองเที่ยวยังคง การนําเขา 7.1 -12.5 8.5 -4.9 ดุ ล การค า (ล า นดอลลาร ฯ ) -221 2,025 -1,620 535 ขยายตัวไดดี ทั้งนี้ ธปท.เตรียมทบทวนตัวเลขคาดการณการ ดุลบัญชีเดินสะพัด (ลานดอลลารฯ) 1,267 1,936 -3,361 -1,051 สงออกในป 2556 ลง โดยธปท.จะนําเสนอขอมูลดังกลาว ใหที่ จํานวนนักทองเที่ยวตางชาติ 22.2 20.0 20.3 21.6 กับประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) พิจารณาใน ที่มา: ธปท., สศก. และ สศอ. วันที่ 10 ก.ค. นี้  สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับลดคาดการณจีดีพีป 2556 ลงมาที่กรอบรอยละ 4.0-5.0 โดยมีคากลางที่รอย ละ 4.5 จากประมาณการเดิมที่รอยละ 5.3 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจประเทศคูคายังฟนตัวไดอยางลาชา ประกอบกับการใชจาย ภาคเอกชนมีแนวโนมชะลอลง ทั้งนี้ สศค.คาดวา จีดีพีในไตรมาส 2/2556 จะขยายตัวรอยละ 4.0 (YoY) สวนในไตรมาส 3/2556 และ 4/2556 จะเติบโตไดมากกวารอยละ 4.0 (YoY)


2  ศู น ย พ ยากรณ เ ศรษฐกิ จ และธุ ร กิ จ มหาวิ ท ยาลั ย

 ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)

ในวั นที่ 28 มิ.ย.2556 มีมติ เห็ นชอบขยายระยะเวลา หอการคาไทย เป ดเผยผลสํารวจหนี้ ภาคครัว เรือ นจาก ตรึ ง ราคาก า ซ LPG ภาคครั ว เรื อ นที่ 18.13 บาท/ 1,200 ตัวอยางทั่วประเทศ พบวา รอยละ 64.6 ของครัวเรือนที่ กิโลกรัม จนถึงวันที่ 31 ส.ค. 2556 และจะเริ่มทยอยปรับ สํารวจทั้งหมดมีหนี้สิน โดยหนี้สินเฉลี่ยอยูที่ประมาณ 1.9 แสน ขึ้ น ราคาก า ซ LPG ภาคครั ว เรื อ น เดื อ นละ 50 สตางค / บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นรอยละ 12 จากคาเฉลี่ยในป 2555 (ที่ กิโ ลกรัม ตั้ง แต วัน ที่ 1 ก.ย. นี้ ซึ่ งจะทํา ให ราคาก าซ LPG ประมาณ 1.7 แสนบาท/ครัวเรือน) โดยแบงเป นหนี้ในระบบ ภาคครัวเรือน สะทอนตนทุนเพดานของโรงแยกกาซที่ 24.82 รอยละ 50.4 และเปนหนี้นอกระบบรอยละ 49.6 ทั้งนี้ ระดับหนี้ บาท/กิโลกรัม ในเดือนส.ค. 2557 ตอครัวเรือนป 2556 ดังกลาว นับเปนอัตราการเพิ่มสูงสุดตั้งแต เริ่มสํารวจในป 2551 โดยปจ จัยที่ทําใหหนี้เพิ่ มขึ้น ไดแก ค า  ราคาขายปลีกน้ํามันดีเซลยังคงอยูที่ 30 บาท/ลิตร แม กบง. เห็นชอบปรับเพิ่มอัตราเงินสงเขากองทุนน้ํามัน ครองชีพ คาเลาเรียนบุตรหลาน และการซื้อสินทรัพยถาวร เชื้อเพลิงในสวนน้ํามันดีเซล ขึ้นอีก 50 สตางค/ลิตร ซึ่ง  คณะรั ฐ มนตรี (ครม.) รั บทราบแผนการปรับ ปรุ ง แผน สงผลใหอัตราจัดเก็บเพิ่มขึ้นมาอยูที่ 2.10 บาท/ลิตร ตั้งแต บริหารหนี้สาธารณะ ประจําปงบประมาณ 2556 ครั้งที่ 2 วันที่ 27 มิ.ย. ทีผ่ านมา จากเดิม 1.60 บาท/ลิตร ทั้งนี้ การ ภายใตวงเงินกวา 1.93 ลานลานบาท จากเดิม 1.94 ลานลาน ปรั บอั ต ราเงิน สง เขา กองทุน น้ํ ามั น ฯ ครั้ ง นี้ ทํา ให ก องทุ น บาท หรือลดลงประมาณ 1.22 หมื่นลานบาท นอกจากนี้ ครม. น้ํ า มั น ฯ มี ร ายรั บ เพิ่ ม ขึ้ น เป น 131 ล า นบาท/วั น จาก ไดอนุมัตกิ ารเพิ่มกรอบวงเงินโครงการเงินกูเพื่อฟนฟูเศรษฐกิจ ประมาณ 100 ลานบาท/วัน อนึ่ง ที่ประชุมครม. มีมติขยาย และพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน (DPL) เพื่อเปนคาใชจายในสวน เวลาลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ํามันดีเซลเหลือ 0.005 บาท/ ของภาษีมูลคาเพิ่ม และใหกระทรวงการคลังกูเงินบาทแทนการ ลิตร ออกไปอีก 1 เดือน เปนสิ้นสุด 31 ก.ค.2556 กูเงินจากธนาคารโลกในวงเงินไมเกิน 1.65 หมื่นลานบาท อนึ่ง ในสวนของการกูเงินสําหรับโครงการรถไฟฟาสายสีมวงระยะที่  กระทรวงการคลั ง ลงนามในสั ญ ญาเงิ น กู สํ า หรั บ โครงการบริหารจัดการน้ํากับธนาคาร 4 แหง คือ ออม 3 นั้ น ครม.มี ม ติ เ ห็ น ชอบทบทวนแหล ง กู เ งิ น ตามที่ สิน กรุง ไทย กรุงเทพ และกสิ กรไทย ในวง 324,606 ลา น กระทรวงการคลังเสนอ โดยจะหาแหลงเงินกูในประเทศแทน บาท ในวันที่ 27 มิ.ย. 2556 (เมื่อรวมกับเงินกูที่ไดกูกอนหนา การกูเงินผานองคการความรวมมือระหวางประเทศของญี่ปุน นี้ 25,393 ลา นบาท จะเป น วงเงิ นกู ท้ัง สิ้น 349,999 ล า น (ไจกา) ซึ่งไดปรับสถานะของไทยเปน Upper-Middle- Income บาท) ขณะที่ ศาลปกครองกลางมีคํ า สั่ง ใหรัฐ บาลปฏิ บั ติ Country จาก Middle-Income Country ทําใหไทยอยูในกลุมที่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 57 วรรค 2 และมาตรา 67 วรรค 2 ตองเสียดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ในการนําแผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําไปจัดทํา กระบวนการรับ ฟงความคิ ดเห็น ของประชาชนอยางทั่วถึ ง และศึก ษาผลกระทบโครงการต อ ชุ มชนที่อ าจสร า งความ รุนแรงดานสิ่งแวดลอมกอน  ศูนยวิจัยกสิกรไทย มองวา เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2556 มีโอกาสแผวตัวลงมากกวาที่คาด หลังสัญญาณจากเครื่องชี้ เศรษฐกิจในชวงเม.ย.-พ.ค. ชะลอลงอยางตอเนื่อง ขณะที่ แรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในชวงครึ่งหลังของป 2556 ที่ยังไม ปรากฏทิศทางที่ชัดเจน ทําให ศูนยวิจัยกสิกรไทย ปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยทั้งป 2556 ลงมา ที่รอยละ 4.0 (กรอบคาดการณที่รอยละ 3.8-4.3) เทียบกับประมาณการเดิมที่รอยละ 4.8 สําหรับแนวโนมการสงออกของ ไทยในช วงครึ่ง หลัง ของป 2556 นั้น ความไมแน นอนของภาวะเศรษฐกิจประเทศคูคา สํา คัญ โดยเฉพาะจีนและยูโรโซน รวมถึงความยากลําบากในการแขงขันของการสงออกสินคาเกษตร อาจสงผลใหการฟนตัวของการสงออกเกิดขึ้นลาชากวาที่ คาดการณไวเดิม ซึ่งอาจทําใหการสงออกไทยในป 2556 เติบโตเพียงรอยละ 4.0 (ต่ํากวาคาดการณเดิมที่รอยละ 7.0)


3

ทิศทางเศรษฐกิจและธุรกิจตางประเทศ Highlight: ธนาคารกลางจีนย้ําพรอมดูแลสภาพคลอง ขณะที่ เวียดนามปรับลดคาเงินดองและอัตราดอกเบี้ยฝาก  ธนาคารกลางจีน (PBoC) สง สัญญาณผ อนคลายสภาพคลองอยา งจํา กัดตอ ไป เพื่อ สรา งแรงกดดั นให ธนาคารพาณิช ยเร ง สะสางปญหาพฤติกรรมการดําเนินธุรกิจที่ไมเหมาะสม อาทิ การปลอยสินเชื่อที่นําไปสูการเก็งกําไรในภาคอสังหาริมทรัพย และ การใชสภาพคลองหลอเลี้ยงธุรกิจ Shadow Banking โดย PBoC กลาววา พรอมที่จะใชเครื่องมือทางการเงินที่มีอยูเพื่อ รักษา เสถียรภาพของตลาดกูยืมเงินระหวางธนาคาร (Interbank) โดยจะชวยผอนคลายสภาพคลองหากเกิดความจําเปน  ธนาคารกลางเวียดนาม (State Bank of Vietnam: SBV) ประกาศลดคาเงินดองลงรอยละ 1 สูระดับ 21,036 ดอง/ดอลลารฯ จากระดับ 20,828 ดอง/ดอลลารฯ โดยใหมีผลตั้งแตวันที่ 28 มิ.ย. ซึ่งถือเปนครั้งแรกที่มีการปรับลดคาเงินนับแตตั้งแตชวงปลายป 2554 เปนตน มา โดยมุงหวั งใหดุลการชํา ระเงินปรับตั วดีขึ้น รวมทั้ง เพิ่มทุนสํารองเงินตราตางประเทศ พรอ มกันนี้ SBV ยังได ประกาศปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยในธุรกรรมการเงินสําคัญ เชน อัตราเงินฝากของนิติบุคคลในสกุลเงินดอลลารฯ (Corporate Dollar Deposits) ลงเหลือรอยละ 0.25 ตอป (จากเดิมที่รอยละ 0.5ตอป) เชนเดียวกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในสกุลดอง สําหรับเงิน ฝากอายุต่ํากวา 1 เดือนสูรอยละ 1.2 ตอป (จากเดิมรอยละ 2.0 ตอป) ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่มีอายุตั้งแต 1 เดือนถึง 6 เดือนอยูที่รอยละ 7.0 ตอป (จากเดิมรอยละ 7.5 ตอป) โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนี้ถูกคาดหวังวาจะชวยกระตุนบรรยากาศใน การใชจายและลงทุนของประเทศ อนึ่ง สํานักงานสถิติแหงชาติของเวียดนามไดประกาศตัวเลขจีดีพไี ตรมาสที่ 2/2556 อยูที่รอยละ 5.0 ขณะที่ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเวียดนาม โดยเฉลี่ยตั้งแตป 2548 จนถึงปจจุบัน อยูที่รอยละ 6.8  รัฐบาลฟลิปปนสเผยตัวเลขการขาดดุลงบประมาณใน 5  เครื่องชี้ทางเศรษฐกิจญี่ปุนเดือน พ.ค. 2556 สงสัญญาณ เดือนแรกของป 2556 วามีมูลคา 42.8 พันลานเปโซ ซึ่งสูง เชิ ง บวก โดยผลผลิต ภาคอุต สาหกรรมขยายตัว ร อ ยละ 2.0 กว า ช ว งเดี ย วกั น ของป ที่ แ ล ว ถึ ง ร อ ยละ 88 อย า งไรก็ ต าม (s.a., MoM) จากรอยละ 0.9 ในเดือนเม.ย. ยอดคาปลีกพลิก ตัวเลขการขาดดุ ลงบประมาณในช วง 5 เดือนแรกนี้ คิดเป น เปนบวกครั้งแรกในรอบ 5 เดือนที่รอยละ 0.8 (YoY) สวนดัชนี ร อ ยละ 18 ของเป า หมายขาดดุ ล งบประมาณที่ รั ฐ บาล ราคาผูบ ริ โ ภคที่ ไ ม รวมราคาอาหาร อยู ที่ รอ ยละ 0.0 (YoY) ฟลิปปนสจัดตั้งไวราว 238 พันลานเปโซ หรือประมาณรอยละ นับเปนการหยุดปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 7 เดือน 2 ของจีดีพี (ซึ่งลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับรอยละ 2.3 ของจีดีพี  ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของไตหวันในเดือนพ.ค. ในป 2555 ที่ ผา นมา) สะท อนให เห็ นถึ งความพยายามของ 2556 ทยอยลดลงอย างตอ เนื่ องเป นเดื อ นที่ 4 โดยการ ผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวลงรอยละ 0.07 (YoY) จากที่หด รัฐบาลในการลดการขาดดุลงบประมาณ สวนในดานการคา นั้น สํานักงานสถิติรายงานวา มูลคานํา เขาของฟลิปปนสใ น ตัวรอยละ 0.80 (YoY) ในเดือนเม.ย. ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับเดือน เดือนเม.ย. 2556 ขยายตัวรอยละ 7.4 (YoY) จากการนําเขา กอน ผลผลิตอุตสาหกรรมในเดือนพ.ค. ขยายตัวรอยละ 0.98 อากาศยาน เครื่องปนไฟ เชื้อเพลิงและสินคาอาหาร ในขณะที่ (s.a., MoM) นําโดย อุตสาหกรรมไฟฟา/กาซ และกอสราง มูลคาสงออกลดลงรอยละ 11.1 (YoY) สงผลใหฟลิปปนสขาด  ยอดขาดดุล บัญชี เดิ นสะพัด ของอินเดีย ในไตรมาสที่ 4 ของปงบประมาณ 2555/56 (เม.ย.55-มี.ค.56) อยูที่ 18.1 ดุลการคาในเดือนเม.ย. 2556 ราว 1 พันลานดอลลารฯ พัน ล า นดอลลาร ฯ (รอ ยละ 3.6 ของจี ดีพี ) ซึ่ง ต่ํ า กวา ที่ ค าด เนื่องจากการนําเขาสินคาที่มิใชน้ํามันเชื้อเพลิงและทองหดตัว ลงตามภาวะเศรษฐกิ จ ส ง ผลให ดุ ลบั ญชี เ ดิ น สะพั ด รวมทั้ ง ปงบประมาณ ขาดดุล 87.8 พันลานดอลลารฯ หรือรอยละ 4.8 ของจี ดี พี ซึ่ ง มากกว า ที่ ข าดดุ ล ร อ ยละ 4.2 ของจี ดี พี ใ น ปงบประมาณกอนหนา


4 

ธนาคารกลางของสิงคโปร (MAS) รายงานตัวเลขอัตราเงินเฟอในเดือนพ.ค. 2556 อยูที่รอยละ 1.6 (YoY) จากรอยละ 1.5 ในเดือนกอนหนา โดยเปนผลจากการเพิ่มขึ้นของคาใชจายดานที่พักอาศัย (รอยละ 3.3 YoY) และราคาอาหาร (รอยละ 2.0 YoY) เปนหลัก ในขณะที่คาใชจายดานการคมนาคมทางถนน ปรับตัวลดลงเปนครั้งแรกนับตั้งแตป 2552 (ลดลงรอยละ 3.7 YoY) ทั้งนี้ MAS คาดวา อัตราเงินเฟอในป 2556 จะอยูท ี่รอยละ 3-4 ศูนยวิจัยกสิกรไทย เห็นวา การที่ธนาคารกลางจีนยังคงใชนโยบายผอนคลายสภาพคลองอยางจํากัดอยางตอเนื่อง นับเปน สัญญาณที่ชัดเจนทีส่ งถึงธนาคารพาณิชยใหเดินหนาปฏิรูประบบการเงินตามเจตจํานงของรัฐบาล ซึ่งหากทําสําเร็จก็จะเปน การปฏิรูปครั้งสําคัญของระบบการเงินจีนที่ชวยเกื้อหนุนเศรษฐกิจจีนใหมีเสถียรภาพอยางยั่งยืนในระยะตอไป อยางไรก็ดี ใน ระยะสั้น นโยบายดังกลาวอาจกระทบตอสภาพคลองของธนาคารขนาดกลางและเล็กบางแหง รวมถึงธุรกิจ Shadow Banking ซึ่งทําใหยังคงตองเฝาระวังอยางใกลชิดถึงผลกระทบตอไป ทั้งนี้ ประเด็นสําคัญในระยะขางหนา นอกจากสถานการณในระบบ ธนาคารพาณิชยแลว ยังควรจับตามองถึงตัวเลขเศรษฐกิจเดือนมิ.ย.2556 รวมถึงจีดีพีไตรมาส 2/2556 ที่จะเผยแพรระหวาง วันที่ 8-14 ก.ค. ซึ่งเปนที่คาดกันวาอาจสะทอนภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ตอเนื่องจากที่ไตรมาส 1/2556 ที่ขยายตัว รอยละ 7.7 สําหรับประเด็นของเวียดนามนั้น ศูนยวิจัยกสิกรไทย ประเมินวา การปรับลดคาเงินดองและอัตราดอกเบี้ยในธุรกรรมเงิน ฝาก (SBV ไดปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกูหรือ Refinancing Rate ไปแลวเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผานมาสูรอยละ 7.0 จากเดิมที่รอย ละ8.0) นั้น สะทอ นถึง ความพยายามของธนาคารกลางในการที่จ ะฟน ฟูเ ศรษฐกิจ ของเวี ยดนามใน 4 มิติ สําคั ญอั น ได แ ก 1) ฟนฟูสถานะของดุลบัญชีเดินสะพัดที่ยังคงมีความเปราะบาง (คาเฉลี่ยป 2551-2555 ติดลบรอยละ 3.2 ตอมูลคาจีดีพี) 2) เพิ่มระดับของเงินทุนสํารองของประเทศ(โดยสัดสวนของทุนสํารองของเวียดนามในป 2555 อยูที่ 2.2 เทาของมูลคา นําเข าเฉลี่ยรายเดือน ขณะที่เกณฑทั่ วไปอยูที่ 6 เทา ) 3) ฟน ฟูสถานะของการสงออก ซึ่งเป นแรงสง หลัก ของจีดีพี (การ สงออกในเวียดนามคิดเปนรอยละ 74 ของจีดีพีในป 2555) และ 4) ผอนคลายบรรยากาศในการลงทุนของภาคเอกชน เวียดนามภายหลังที่การเติบโตในฝงของสินเชื่อติดลบมาโดยตลอด ซึ่งจากตัวเลขลาสุดของจีดีพีเวียดนามในไตรมาสสองซึ่ง อยูที่รอยละ 5.0 (YoY) นั้นอาจจะเปนโจทยที่ทาทายความสามารถของทางการเวียดนามพอสมควร กับชวงเวลาในอีกสองไตร มาสที่เหลือเพื่อที่จะผลักดันจีดีพีใหเขาสูรอยละ 5.5 สําหรับทั้งป 2556 ขณะที่ปจจัยดานระดับราคายังคงเปนความทาทาย สําคัญที่อาจจะเรงตัวขึ้นในครึ่งหลังของป นอกจากนี้ สถานการณดานเศรษฐกิจของคูคาสําคัญเชน จีนยังไมอาจไววางใจได และอาจมีผลกระทบตอยอดสงออกของเวียดนามดวยเชนเดียวกัน


5 AEC CORNER เมี ยนมาร สหภาพยุ โรปมี มติ คื นสิ ทธิ พิ เศษทางภาษี ศุลกากร หรือ Generalized System of Preferences (GSP) ใหแกเมียนมารในฐานะที่เปนประเทศพั ฒนาต่ําที่สุด สงผลให สินคาสงออกจากเมียนมารไปยังตลาดสหภาพยุโรปซึ่งมีจํานวน ทั้งสิ้น 27 ประเทศไดรับการลด/ยกเลิกภาษีศุลกากร การยกเลิก การใชมาตรการคว่ําบาตรของสหภาพยุโรปดังกลาว นับวาสงผล ดีตอบรรยากาศการคาระหว างประเทศและการลงทุ นในเมียน มาร ในอนาคตคาดวาการคาระหวางเมียนมารและสหภาพยุโรป จะขยายตัวมากขึ้นอย างตอเนื่ อง และเพิ่มความน าสนใจของ เมียนมารในฐานะของการเปนฐานการผลิตเพื่อสงออก เวียดนาม ในขณะที่ขอตกลงวาดวยการคาสินคาของ อาเซียน (ASEAN Trade In Goods Agreement: ATIGA) มี แผนที่จะลดอากรนําเขารถยนตประกอบสําเร็จหรือ CBU เหลือ รอยละ 50 ในป 2557 รอยละ 35 ในป 2558 รอยละ 20 ในป 2559 ร อยละ 10 ในป 2560 และจะยกเลิ กการเก็ บภาษี ในป 2561 ในที่สดุ นั้น กระทรวงอุตสาหกรรมของเวียดนามไดแสดง ท า ที ที่ จ ะปรั บ กรอบอั ต ราภาษี นํ า เข า ในสิ น ค า ดั งกล าวโดย เบื้องตนจะคงภาษีไวที่รอยละ 50 ในป 2557 และ 2558 แลวจะ ลดลงเหลือรอยละ 40 ในป 2559 รอยละ 30 ในป 2560 และ อาจจะยกเลิกภาษีในป 2561เพื่อใหทันกับกรอบ ATIGA อยางไร ก็ตามแผนดังกลาวยังคงเปนเพียงแผนการเบื้องตน ซึ่งคงจะตอง รอความชัดเจนจากรัฐบาลเวียดนามอีกครั้ง ปจจุบันภาษีการนําเขารถยนตของเวียดนามอยูที่รอย ละ 60 การลดภาษีดังกลาวลงรอยละ 10 จะทําใหราคารถยนต นํ าเข ามี ราคาเท ากั บ รถยนต ที่ ประกอบในประเทศ ส งผลให โรงงานประกอบรถยนตในประเทศ โดยเฉพาะรถยนตขนาดต่ํ า กวา 2,000 ซีซี ตองลดตนทุนการผลิตหรื อยกเลิกการผลิตและ หันไปนําเขาแทน อยางไรก็ตาม มีความเปนไปไดที่เวียดนามจะ ปรับลดอัตราภาษีนําเขาชิ้นสวนรถยนตลงเหลือรอยละ 0 ในป 2558 จากปจจุบันทีร่ อยละ 15-25 ซึ่งขณะนี้เวียดนามสามารถ ผลิตชิ้นสวนรถยนตไดเพียงบางชนิดเทานั้น จึงนับวาเปนการลด ตนทุนใหกับโรงประกอบไดอีกทางหนึ่ง

สปป.ลาว เนนย้ําแผนกลยุทธอํานวยความสะดวก ทางการคาป 2554-2558 (Trade Facilitation Strategic Plan for Lao PDR (2011-2015)) โดยหนวยงานนําเขาและสงออก ของกระทรวงอุตสาหกรรมและการคา มุงเนนผลักดันการคาโดย พัฒนาความร วมมื อทางการคา เพิ่ มความโปรงใสและความ รวดเร็วในการขั้ นตอนของการสงออกและนําเข า เพื่ อพั ฒนา เศรษฐกิจลดปญหาความยากจน นําไปสูการยกระดับประเทศ ใหหลุดจากการเปนประเทศดอยพัฒนาภายในป 2563 (Least Developed Country) ทั้ งนี้ แผนงานดั งกล าวสอดคล องกั บ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติฉบับที่ 7 (2554-2558) ที่ตั้งเปาการสงออกขยายตัวเฉลี่ยรอยละ 18 ตอป การนําเข า เฉลี่ยรอยละ 5 ตอป ซึ่งในชวงเวลานี้เปนชวงครึ่งทางของแผนฯ และพบว า มู ลค าการส งออกปรั บเพิ่ มขึ้ นเกิ นกว าเป าหมาย ดังกลาวมาแลว โดยมีตลาดสงออกหลักอยูในเอเชียถึงรอยละ 68 (ไทย เวียดนาม และจีน) อีกรอยละ 21 เปนกลุมโอเชียเนีย (ออสเตรเลียและนิวซีแลนด) และที่เหลือรอยละ 11 เปนสหภาพ ยุโรปและสหรัฐฯ สินคาสงออกที่เปนแหลงรายไดสําคัญ ไดแก สินคาเหมืองแร และพลังงานจากน้ําคิดเปนสัดสวนรอยละ 58 และร อยละ 13 ตามลํ าดั บ ขณะเดี ยวกั น สปป.ลาว ยั งขาด ความพร อมดานการผลิ ตจึงตองพึ่งพาการนําเขาสินคาหลาย ชนิด ไดแก สินคายานยนตและสวนประกอบ คิ ดเปนสัดสวน รอยละ 23 ของการนําเขา ตามมาดวยน้ํามันและกาซธรรมชาติ และอุปกรณการกอสรางคิดเปนสัดสวนรอยละ 18 และรอยละ 16 ตามลําดับ


6 AEC CORNER กัมพู ชา เร งพั ฒนาระบบโทรคมนาคมของประเทศ Ezecom บริษัทผูใหบริการอินเทอรเน็ตรายใหญของกัมพูชาลง นามในบันทึกความเขาใจ (MOU) กับ Telekom Malaysia Bhd บริษัทใหคําปรึกษาดานโทรคมนาคมรายใหญที่สุดในมาเลเซีย เพื่อดําเนินโครงการติดตั้งเคเบิลใตน้ําเปนรายแรกของกัมพูชา เพื่ อ พั ฒ นาประสิ ท ธิ ภ าพการให บ ริ ก ารอิ น เทอร เ น็ ต ด ว ย งบประมาณโครงการ 80 ล า นดอลลาร ฯ โดยคาดว า จะเริ่ ม กอสรางไดราวเดือนกันยายนหรือตุลาคมป 2556และตั้งเปาแลว เสร็จในปลายป 2557 ทั้งนี้ โครงการดังกลาวเปนการวางระบบ เคเบิลเชื่อมตอกัมพูชาจนถึงมาเลเซียเปนระยะทางรวม 1,425 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมตอกับโครงขายเคเบิลใตน้ํา Asia- America Gateway (AAG) อันเปนโครงขายเชื่อมโยงระหวางทวีปเอเชีย ตะวั น ออกเฉี ย งใต กั บ สหรั ฐ ฯ รวมถึ งประเทศอื่ น ๆ ซึ่ ง หาก โครงการแลวเสร็จ นาจะช วยยกระดับความเร็วอินเทอรเน็ตใน กัมพูชาเปน 2 เมกะบิตตอวินาที จากปจจุบันที่มีความเร็วสูงสุด ที่ 512 กิโลบิตตอวินาที

เมียนมาร รัฐบาลเมียนมารประกาศรายชื่อบริ ษัทที่ ชนะการประมู ลใบอนุ ญาตสั มปทานธุ รกิ จโทรคมนาคมจาก ผูเขารวมการประมูลทั้งหมด 11 ราย ซึ่งไดแก บริษัท Telenor ASA (TEL) จากนอรเวย และ Ooredoo QSC (ATEL) จาก กาตาร ทั้งสองบริษัทจะไดรับสัมปทานในการขยายเครื อขาย โทรคมนาคมในเมียนมารเปนเวลา 15 ป โดยรัฐบาลเมียนมาร คาดหวั ง ว า ภายในป 2559 จะสามารถพั ฒ นาระบบ โทรคมนาคมใหครอบคลุมได ถึงรอยละ 80 ของพื้นที่ ทั้งหมด ยอดผู ใชโทรศั พท มื อถื อในเมี ยนมาร ณ เดื อนธ.ค. 2555 มี จํานวนทั้ งสิ้ น 5.44 ล านคน โดยร อยละ 1.3 ของประชากร ทั้งหมดสามารถเชื่ อมต ออิ นเตอร เน็ ตผานทางโทรศั พท บ าน และรอยละ 0.03 สามารถเชื่อมตอผานเครือขายอินเตอรเน็ ต ความเร็วสูง (Broadband Internet)

ทิศทางธุรกิจและอุตสาหกรรม น้ําตาล  ในฤดูการผลิตป 2556/2557 ทางโรงงานน้ําตาลทรายจะ รวมมือกันยกระดับคุณภาพออยและเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตน้ําตาล โดยโรงงานน้ําตาลทรายจะชวยเหลือชาวไร ออยตั้งแตขั้นตอนการบํารุงตอออย การปรับปรุงบํารุงดิน และ การจั ด เตรี ย มหาแหล ง น้ํ า ให เ พี ย งพอต อ การเพาะปลู ก ขณะเดียวกัน จะสนับสนุนทางดานเทคโนโลยีการเพาะปลูก และการจัดเก็บผลผลิตออยใหมีประสิท ธิภาพมากขึ้น พรอ ม ปรับปรุงเครื่องจักรใหมีประสิทธิภาพในการหีบออย เพื่อผลิต น้ําตาลทรายไดดียิ่งขึ้น

 ศูนยวิจัยกสิกรไทย มองวา อุตสาหกรรมออย และน้ําตาล ทรายของไทย มีการพัฒนามาโดยลําดับ จนปจจุบันไทยเปน ผูสงออกน้ําตาลรายใหญ อันดับ 2 ของโลก รองจากบราซิ ล สรางรายไดจากการสงออกถึง 1.33 แสนลานบาท (ป 2555) แต ก ระนั้ น ไทยยั ง จํ า เป น ต อ งมี ก ารพั ฒ นา และปรั บ ปรุ ง ประสิทธิภาพการผลิต โดยเฉพาะทางดานผลผลิตออยตอไร ซึ่ง ยัง อยู ใ นระดั บ เฉลี่ย 11-12 ตั น /ไร ในขณะที่คู แ ขง อาทิ บราซิ ล และออสเตรเลี ย ผลผลิ ตเฉลี่ ย ตอ ไร ทํ าไดม ากกว า โดยอยูท ี่ประมาณ 15 ตัน/ไร  อนึ่ง ในชวง 5 เดือ นแรกป 2556 (ขอมู ลธปท.) ไทยสงออก น้ําตาลประมาณ 3.2 ลานตัน มูลคา 1.53พันลานดอลลารฯ โดยปริมาณ และมูลคาลดลงรอยละ 19.0 (YoY) และรอยละ 32.8 (YoY) จากชวงเดียวกันปกอน ตามลําดับ อันเปนผล จากราคาน้ําตาลตลาดโลกที่ลดลงจากระดับเฉลี่ย 24 เซนต/ ปอนดในป 2555 ลงมาอยูที่ราว 17-18 เซนต/ปอนด ในปนี้


7 กอสราง  อานิสงสโครงการลงทุนโครงสรางพื้นฐานระบบรางกวา  ศูนยวิจัยกสิกรไทย มองวา ระบบขนสงทางรางกอใหเกิ ด 1.8 ลานลานบาท หนุนรัฐบาลเตรียมตั้ง “สถาบันพัฒนา ผลดีตอระบบเศรษฐกิจเนื่องจากทําใหเกิดการประหยัดและ ระบบรางแหงชาติ ” ตามที่รัฐ บาลมี โครงการพัฒ นาระบบ กอใหเกิ ดลดมลภาวะน อยกวา การขนสงทางถนนซึ่งเปน ที่ โครงสรางพื้นฐานผาน ราง พรบ. ใหอํานาจกระทรวงการคลัง นิยมอยู ในป จจุ บัน การจัด ตั้ง สถาบัน ระบบรางแหง ชาติซึ่ ง กูยืมเงินจํ านวน 2 ลา นลา นบาท ในจํานวนนั้ นมีก ารจั ดสรร เป น หน ว ยงานเฉพาะด านใหเ ข ามาดู แลระบบรางทั้ง หมด งบประมาณเพื่อพัฒนาระบบรางขนสงทางรางกวา 1.8 ลาน โดยเน นพัฒนาทางดา นเทคโนโลยีแ ละทรัพ ยากรบุ คคลจะ ลา นบาท หรื อคิ ด เปน สั ด ส วนกว าร อ ยละ 80 ของโครงการ กอใหเกิดการพัฒนาดานการขนสงทางรางอยางยั่งยืน จาก ทั้ ง หมด ซึ่ ง ประกอบไปด ว ยโครงการรถไฟ รถไฟฟ า และ ที่ ป จ จุ บั น ระบบขนส ง ทางรางของไทยพึ่ ง พาเทคโนโลยี รถไฟฟาความเร็วสูง ดังนั้นดวยปริมาณรถไฟที่จะเพิ่มจํานวน ตางประเทศอยูมาก แตไมมีกระบวนการถายทอดเทคโนโลยี ในอนาคตอั น ใกล นี้ ทํ า ให รั ฐ บาลมี โ ครงการที่ จ ะจั ด ตั้ ง ดังกลาวสูผูที่เกี่ยวของในประเทศอยางเพียงพอ ดังนั้น การ “สถาบั นระบบรางแห งชาติ” เพื่อดํ าเนิ นการประกอบรถไฟ เ ตรี ย มคว า มพ ร อ มท า งด า น บุ คค ลา ก รที่ มี ค ว า ม รู และพัฒนาระบบอาณัติสัญญาณ (Signaling) ขึ้นมาใชเอง ความสามารถจึงเปนสิ่ง สําคั ญอัน ดับแรกและจะทําใหเกิ ด เนื่ อ งจากป จ จุ บั น ประเทศไทยมี ค วามก า วหน า ทางด า น การพั ฒ นาเทคโนโลยี ที่ เป น รู ป ธรรมตามมา ซึ่ ง หากมี ก าร เทคโนโลยี ไ ม แ พ ช าติ อื่ น โดยติ ด อั น ดั บ 1 ใน 10 ประเทศ ผลักดันใหเกิดการพัฒนาเทคโนโลยีดานตาง ๆ ไมวาจะเปน สง ออกรถยนต ของโลก ซึ่ ง หากสามารถประกอบรถไฟและ การประกอบรถไฟ การพัฒนาซอฟตแ วรเพื่อควบคุมระบบ พั ฒ นาระบบอาณั ติ สั ญ ญาณได เ อง ก็ จ ะทํ า ให ส ามารถ อาณัติสัญญาณ (ซึ่งระบบอาณัติสัญญาณไดรับการจัดสรร ประหยั ด งบประมาณได ม าก โดยเฉพาะระบบอาณั ติ งบประมาณกวา 7,281 ลา นบาทตามแผน พรบ. เงิน กู 2 สัญญาณที่ หากสามารถพั ฒนาระบบซอฟแวรใ หใ ชรวมกั บ ลานลานบาท) และการมีศูนยซอมบํารุงรถไฟที่ครบวงจรให ระบบขนสง Mass Transit ไดทั้งหมดแลว ก็จะเปนการงาย เกิดขึ้นไดจริงแลว ก็จะทําใหไทยไมตองพึง่ พาเทคโนโลยีจาก ต อ การบริ ห ารตารางเดิ น รถและเป น การประหยั ด ทั้ ง ตา งประเทศตอ ไป อี กทั้ ง ยัง ส งผลดีต อ ผูป ระกอบการผลิ ต งบประมาณและเวลา ชิ้นสวนเพื่อประกอบรถไฟไดในระยะขางหนา คาปลีก  สมาคมผูคาปลีกไทย ระบุ ภาพรวมของธุรกิจคาปลีกใน  ศูนยวิจัยกสิกรไทย มองวา ผูบริโภคอาจจําเปนตองสํารอง ป 2556 นาจะมีแนวโนมขยายตัวชะลอลงเหลือรอยละ เงินไวเพื่อชําระหนี้จึงนํามาซึ่งความทาทายของภาคธุรกิจคา 8-10 (YoY) จากที่กอ นหนา นี้ได คาดการณไ ววา จะขยายตั ว ปลีก เนื่องจากผูบริโภคอาจจะมีการชะลอหรือระมัดระวังใน ถึงรอยละ 10-12 (YoY) เมื่อเทียบกับปที่ผานมา โดยมีปจจัย การใช จา ยสิ นค าต างๆ มากขึ้น อยา งไรก็ต าม การปรั บตั ว สํ า คั ญ มาจาก ราคาพื ช ผลทางการเกษตรในป นี้ ที่ ไ ม ดี นั ก ของผู ประกอบการเพื่อ รองรั บป จจั ยเสี่ย งที่ เกิ ดขึ้ นไดอ ยา ง ประกอบกั บประชาชนมีภาระค าใชจายต างๆ ที่เพิ่ มขึ้น อาทิ รวดเร็ว ไมวาจะเปน การเรงปรับกลยุทธทางการตลาดใหมี การผอนชําระรถยนตจากโครงการรถคันแรก เปนตน ความหลากหลาย และเขมขนขึ้น รวมไปถึงแผนของการรุก ขยายสาขาใหมที่ ยัง คงมีอ ยูใ นป นี้ ก็น าจะช วยรัก ษาอัต รา การเติบโตของธุรกิ จคาปลีกใหเปนไปตามเปาที่วางไว เมื่ อ ผนวกกั บ การประเมิ น ภาพธุรกิ จโดยได คํา นึ งถึ ง ปจ จั ยนี้ ไ ว แลวในระดับหนึ่ง ศูนยวิจัยกสิกรไทยจึงยังคงประมาณการ อัตราการขยายตัวของธุรกิจค าปลีกในป 2556 ที่ระดับเดิ ม


8 คือ รอยละ 6-8 (YoY) เมื่อเทียบกับปที่ผานมา  ในอีกดานหนึ่ง การใชจายอยางระมัดระวังของผูบริโภค อาจ นั บ ว า เป น โอกาสในการเพิ่ ม ยอดขายให กั บ สิ น ค า เฮาส แบรนด ซึ่ ง โดยทั่ ว ไปจะมี ร าคาถู ก กว า สิ น ค า แบรนด ประมาณรอยละ 10-15 อีกทั้งปจจุบัน ผูบริโภคตางมีความรู ความเข า ใจในสิ น ค า เฮาส แ บรนด ม ากขึ้ น ส ง ผลให สิน ค า เฮาส แบรนดมี ย อดขายเพิ่ม ขึ้ น ต อเนื่ อ ง โดยในป 2556 นี้ คาดว า ตลาดสิ นคาเฮาสแ บรนดจะมี อัตราการขยายตัวไม ต่ํากวารอยละ 10 (YoY) เมื่อเทียบกับปที่ผานมา และนาจะ มีแนวโนมการแขงขันที่รุนแรงขึ้น ทองเที่ยว  การท อ งเที่ ย วแห ง ประเทศไทย (ททท.) เป ด เผยผล สํ า รวจตลาดนั ก ท อ งเที่ ย วต า งชาติ เ ฉพาะกลุ ม ที่ มี วั ต ถุ ป ระสงค ห ลั ก ในการเดิ น ทางเน น 4 กลุ ม สร า ง รายได ท อ งเที่ ย วรวมทั้ ง สิ้ น 1.30แสนล า นบาท ทั้ ง นี้ นักทอ งเที่ย วทั้ง 4 กลุม ไดแก กลุม ทองเที่ยวเชิง นิเวศ กลุ ม ฮันนีมูน และแตงงาน กลุมสุขภาพ และกลุมกอลฟ จากการ สํ า รวจพบ ว า มี จํ า นว นรวมราว 7 .98 ล า นคน โดย นักทองเที่ยวกลุมที่มีศักยภาพมากที่สุด คือ กลุมฮันนีมูน และ แตง งาน และกลุ มสุข ภาพ โดยกลุ มฮั นนีมู นและแตง งาน มี จํ า นวน 1 .04 ล า นคน ซึ่ ง คิ ด เป น ร อยละ 13.1 ขอ ง นักทองเที่ ยวเฉพาะกลุมดังกล าว และสรางรายไดทองเที่ย ว สูงเปนอันดับหนึ่ง คือ 3.46 หมื่นลานบาท และ กลุมสุขภาพ มีจํานวน 8.58 แสนคน คิดเปนรอยละ 10.8 โดยสรางรายได ทองเที่ยว 3.11 หมื่นลานบาท สวน กลุมทองเที่ยวเชิงนิเวศ มี จํ า นว น 5. 34 ล านคน คิ ด เ ป น ร อ ยละ 66.9 (รว ม นักทองเที่ยวที่มีการทองเที่ยวเชิงนิเวศเปนวัตถุประสงคหลัก และรอง) สร า งรายได ท อ งเที่ ย วสู ง ถึ ง 5.46 หมื่ น ล า นบาท อย า งไรก็ ต าม ในจํ า นวนนี้ มี เ พี ย งร อ ยละ 18.7 หรื อ 1.02 หมื่ น ล า นบาทที่ เ กิ ด จากนั ก ท อ งเที่ ย วที่ เ ดิ น ทางมาเพื่ อ ทองเที่ยวเชิงนิเวศเปนวัตถุประสงคหลัก สําหรับ กลุมกอลฟ มีจํานวน 7.38 แสนคน คิดเปนรอยละ 9.2 และสรางรายได ทองเที่ยว 1.05 หมื่นลานบาท

 ศู น ย วิ จั ย กสิ ก รไทย มองว า นั ก ท อ งเที่ ย วเฉพาะกลุ ม ที่ เดินทางมายังไทยโดยมีวัตถุประสงคเฉพาะ คือ กลุมฮันนีมูน และแต ง งาน และกลุ ม สุ ข ภาพ เป น นั ก ท อ งเที่ ย วกลุ ม ที่ มี ศักยภาพในการสรา งรายไดทองเที่ยวใหไทย เมื่อพิ จารณา การใช จ ายต อกา รเดิ นทา งเข ามา แต ล ะครั้ ง พ บว า นักทองเที่ยวกลุมนี้มีคาใชจายเฉลี่ยตอหัวสูงถึงครั้งละ 3.62 หมื่ น บาท สํ า หรั บนั ก ท อ งเที่ ย วกลุ ม สุ ข ภาพ ขณะ ที่ นักทองเที่ยวกลุมฮันนีมูน และแตงงานมีคาใชจายเฉลี่ยต อ หัวที่ 3.31 หมื่นบาท โดยพบวา - ตลาดหลักของนักทองเที่ยวกลุมสุขภาพคือ ตะวันออก กลาง รองลงมา คือ อาเซียน และยุโรป โดยนักทองเที่ยวพึง พอใจดานการตอนรับ และการบริการที่ดี ไมตองรอคิวนาน โดยบริการที่ไดรับความนิยมมากที่สุด คือ การตรวจสุขภาพ รองลงมา คื อ ด า นอายุ รกรรม ทั น ตกรรม และศั ล ยกรรม ตามลํา ดับ คาดวา เมื่อก าวสู AEC ในป 2558 ไทยจะได ประโยชน ใ นการขยายตลาดกลุ ม สุ ข ภาพในระดั บ บนของ ประเทศกลุ ม อาเซี ย น โดยเฉพาะ ประเทศเพื่ อ นบ า นที่ มี พรมแดนติดกัน - สวนนักทองเที่ยวกลุมฮันนีมูน และแตงงาน ตลาดหลัก คือ เอเชียเหนือ และยุโรป ในสัดสวนใกลเคียงกัน รองลงมา คือ เอเชีย ใต โดยนั กท องเที่ย วพึง พอใจความสวยงามของ ทะเล และชายหาดของไทย รวมทั้งความหรูหราของโรงแรม ซึ่งเปนสถานที่จดั งาน และภูมิอากาศของไทย


9

Commodity Market Watch 24 - 28 มิถุ นายน 2556 2 012 Indic a t o rs

C lo s e

2 0 13

2 0 11

%C hg 3Q

4Q

1Q

P re v io us

La t e s t

C hg

B re nt C rude ( US D / B a rre l)

79.62

113.30

111.94

110.37

101.44

102.23

0.79

0.8%

G a s o ho l 9 5 ( T H B / L)

36.21

38.23

37.83

39.03

39.13

38.83

-0.30

-0.8%

D ie se l ( T H B / L)

29.51

29.79

29.79

29.99

29.99

29.99

0.00

0.0%

G o ld ( US D / O z)

1225.54

1772.10

1655.85

1598.75

1296.40

1234.57

-61.83

-4.8%

G o ld ( T H B , S ell)

22,428

25,850

24,150

22,200

19,150

18,300

-850

-4.4%

A luminium ( USD / T o n) 1

2,369

2,094

2,044

1,882

1,748

1,754

6

0.3%

C o ppe r ( US D / T o n) 1

8,837

8,268

7,872

7,583

6,777

6,917

140

2.1%

569

360

310

186

130

130

0.00

0.0%

P o lye t hyle ne (US D / T o n) 2 HDPE

1,220

1,360

1,400

1,450

1,440

n.a

LD P E

1,461

1,335

1,380

1,450

1,450

n.a.

P o lypro pyle ne ( US D / T o n)

1344

1,243

1,243

1,438

1,453

n.a.

S t e el B ille t ( USD / T o n) 1

Short ความกัง วลตอภาวะอุ ปสงค อุ ปทาน Long ทิ ศทางเศรษฐ กิ จโล ก

Short การทยอยขาย ทองคําข อง SPDR Long แหลงลงทุ นที่ ปล อดภัย

Short ทิ ศ ทางเศรษฐกิ จปร ะเทศ แกนหลัก Long ทิ ศทางเศรษฐ กิ จโล ก

Short ทิ ศ ทางอุ ปสงค อุ ปทาน Long ทิ ศทางเศรษฐ กิ จโล ก

P a raxyle ne ( USD / T o n)

1,046

1,485

1,525

1,390

1,345

n.a.

ขา วขาว 5 % ( B aht / t o n )

15,641

17,620

17,520

16,520

16,520

16,120

-400

-2.4%

น้ํา ตาลทรายดิบ ( c e nt / lb ) 1

28.85

19.50

19.45

18.21

16.74

16.38

-0.36

-2.2%

มันสําปะหลังเสน ( B a ht / k g )

7.23

6.80

6.50

6.70

6.58

6.58

0.00

0.0%

144.00

100.70

100.00

86.20

86.90

81.50

-5.40

-6.2%

ยางแผนรมควันชั้น3 ( B a ht / k g )

F acto r

Short สภาพอากาศในประเ ทศ Long ทิ ศทางเศรษฐกิจโล ก

1/ Thursday clo sing level , 2/ Last week values

 ราคาน้ํามันพลิก กลับมาเพิ่มขึ้นจากสั ปดาหก อน โดยได รับป จจัย หนุ นจากตัว เลขเศรษฐกิจ ของสหรั ฐฯที่ปรั บตัว ดีขึ้ น ตอเนื่องทั้งยอดขายบานใหมเดือน พ.ค.และดัชนีความเชื่อมั่นผูบริโภคเดือนมิ.ย. ในขณะที่ ทางดานยุโรป ดัชนีความเชื่อมั่น ของผูบริโภคเยอรมนีในเดือนก.ค.ก็พุงขึ้นแตะระดับ 6.8 ซึ่งเปนระดับสูงสุดในรอบ 6 ป สงผลใหเกิดมุมมองที่เปนบวกมากขึ้น ตอสถานการณเ ศรษฐกิจในยุโรป อยางไรก็ดี ความกังวลตอ การปรับลดขนาดมาตรการผอนคลายเชิง ปริม าณ (QE) ของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ จํากัดการปรับขึ้นของราคาน้ํามันไวในชวงปลายสัปดาห สวนทิศทางราคาในชวงตอจากนี้ไป ยังคงตอง ติดตามเศรษฐกิจแกนหลักของโลก และปญหาสงครามในซีเรียอยางตอเนื่อง  ราคาทองคํ าปรับตัว ลงแรงต อเนื่อ งจากสัปดาหก อน โดยได รับ ปจ จัย กดดัน หลั กจากแรงเทขายสัญญาทองคํ าอยา ง ตอเนื่องของกองทุน SPDR และการที่นักลงทุนโยกเงินลงทุนจากทองคําไปลงทุนในตลาดหุนสหรัฐฯซึ่งมีแนวโนมเศรษฐกิจที่ ปรับตัวดีขึ้น รวมไปถึงการแข็งคาของเงินดอลลารฯ จากการทยอยขายสินทรัพยในตลาดเกิดใหมของนักลงทุน และเขาถือเงิน สกุลดอลลารฯมากขึ้น ปจจัยตางๆเหลานี้สงผลกดดันใหราคาทองคําปรับลงแรงจากสัปดาหกอน สวนทิศทางราคาในชวงตอ จากนี้ไป ยังคงตองจับตาแนวโนมทิศทางเศรษฐกิจโลก และแนวโนมการถือทองคําของกองทุน SPDR  ราคายางพาราปรับลดลง ทา มกลางปจจัยกดดันรอบดาน ไดแก ภาวะการชะลอตั วลงของเศรษฐกิจจีน ซึ่งเปน ผูบริโภค ยางพาราอั นดับหนึ่งของโลก ภาวะเศรษฐกิ จของสหรัฐ ฯที่ปรับตัว ดีขึ้นตอเนื่อ งซึ่งสงผลใหเกิดความกังวลตอการลดขนาด มาตรการ QE ในชวงสิ้นป อยางไรก็ดี ราคายางพาราก็ยังไดรับแรงพยุงจากอุปทานที่ยังออกสูตลาดนอย เนื่องจากหลายพื้นที่ ปลูกยางของไทยยังเผชิญกับภาวะฝนตกหนัก สวนทิศทางราคาในชวงตอจากนี้ไป ยังคงตองจับตาแนวโนมทิศทางเศรษฐกิจ โลก และภาวะฝนในพื้นที่ภาคใตของไทย -----------------------------------Disclaimer รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทําเพื่อเผยแพรทั่วไป โดยจัดทําขึ้นจากแหลงขอมูลตางๆที่นาเชื่อถือ แตบริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกตอง ความนาเชื่อถือ หรือความสมบูรณเพื่อใชในทางการคาหรือ ประโยชนอื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงขอมูลไดตลอดเวลาโดยไมตองแจงใหทราบลวงหนา ทั้งนี้ผูใชขอมูลตองใชความระมัดระวังในการใชขอมูลตางๆ ดวยวิจารณญาณของ ตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯจะไมรับผิดตอผูใชหรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใชขอมูลดังกลาว ขอมูลในรายงานฉบับนี้จึงไมถือวาเปนการใหความเห็นหรือ คําแนะนําในการตัดสินใจทางธุรกิจ แตอยางใดทั้งสิ้น

Weekly economic & industry review 24 28 june 2013 p  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you