Issuu on Google+

ปที่ 4 ฉบับที่ 30 วันที่ 23-27 กรกฎาคม 2555

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมและการสงออกเดือนมิ.ย. หดตัวจากผลกระทบยุโรป ดานกนง. คงอัตราดอกเบี้ยพรอมปรับลดคาดการณสงออกป 2555

Economic Highlight

ECONOMIC HIGHLIGHT: THAI ECONOMY

INTERNATIONAL ISSUE

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. 55 หดตัวรอยละ 9.6 (YoY) สอดคลองกับมูลคาสงออกที่หดตัวรอยละ 4.2 (YoY) ขณะที่ กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ รอยละ 3.00 พรอมทั้งปรับลดคาดการณมูลคาสงออกป 55 ลงเหลือรอยละ 7.0 BUSINESS HIGHLIGHT กรมเชื้อเพลิง

ธรรมชาติ เตรียมเปดสัมปทาน ปโตรเลียมรอบใหม โดยคาดวา จะมีแหลงน้ํามันดิบสํ ารอง 1030 ลานบารเรล

เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกไดรับผลกระทบจากภาวะซบ เซาของตลาดโลกต อ เนื่ อ ง ขณะที่ Inward FDI สู เวียดนามลดระดับลงจากชวงเดียวกันปที่ผานมา

BUSINESS HIGHLIGHT

ธุ ร กิ จ วั ส ดุ กอสรางในเครือหางสรรพสินคา ยั กษ ใหญ ข องไทย มี แ ผนการ ลงทุนเปดสาขาใหมรวดเดียว 12 สาขาในตางจังหวัด ในป 55

COMMODITY Markets ธนาคารกลาง

ยุ โ รปให คํ า มั่ น สนั บ สนุ น สกุลเงินยูโร สงผลบวกตอ ตลาดสินคาโภคภัณฑ

ทิศทางเศรษฐกิจในประเทศ Highlight: ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมและมูลคาสงออกเดือนมิ.ย. 55 หดตัวรอยละ 9.6 และ 4.2 (YoY) ดานกนง. คงอัตรา ดอกเบี้ยนที่รอยละ 3.00 และลดคาดการณมูลคาสงออกป 55 เหลือรอยละ 7.0  ดัชนี ผลผลิ ตอุ ตสาหกรรมเดือนมิ. ย. 2555 หดตั วลง  การสงออกเดือนมิ.ย. 2555 ลดลงรอยละ 4.2 (YoY) จาก รอ ยละ 9.6 (YoY) เมื่อ เที ย บกั บช ว งเดีย วกัน ปก อ น เดือนเดียวกันปกอน โดยมีมูลคา 19,770.7 ลานดอลลารฯ หลังจากที่ขยายตัวรอยละ 6.0 (YoY) ในเดือนพ.ค. โดยการ เปนผลจากการลุกลามของปญหาวิกฤตเศรษฐกิจยุโรป สงผล ผลิตในอุต สาหกรรมที่เนนเพื่ อการสง ออกหดตัว ลงรอยละ กระทบตอการผลิตและจําหนายสินคาในหลายประเทศซึ่งเปน 24.6 (YoY) ตอ เนื่องจากที่หดตั วรอ ยละ 10.9 (YoY) ใน ตลาดสํ าคั ญของไทย ทํา ให มี การนํา เข า สิน คา จากไทยลดลง เดื อ นก อ น ขณะที่ ผลผลิ ต อุ ต สาหกรรมในกลุ ม ที่ เ น น ขณะที่ การนําเขามีมูลคา 20,317.0 ลานดอลลารฯ เพิ่มขึ้นรอย จําหนายในประเทศ และกลุมที่ผลิตเพื่อจําหนายในประเทศ ละ 2.6 (YoY) ทําใหไทยขาดดุลการคา 546.32 ลานดอลลารฯ และส ง ออก ขยายตั ว ในอั ต ราที่ ช ะลอลงมาที่ รอ ยละ 2.2 สําหรับชวง 6 เดือนแรกของป (ม.ค.-มิ.ย. 2555) การสงออก (YoY) และร อ ยละ 25.8 (YoY) ตามลํ า ดั บ ทั้ ง นี้ มีมูลคา 112,264.6 ลานดอลลารฯ หดตัวรอยละ 1.9 (YoY) จาก อุตสาหกรรมที่การผลิตลดลงคอนขางมาก ไดแก ฮารดดิสก ชวงเดียวกันของปกอน สวนการนําเขามีมูลคา 122,605.0 ลาน ไดรฟ อุ ปกรณ อิเ ล็ก ทรอนิ ก ส และผลิต ภัณฑย าง สํ าหรั บ ดอลลารฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นรอยละ 10.0 (YoY) จากชวงเดียวกัน อัตราการใชกําลังการผลิตอยูที่รอยละ 72.41 ลดลงจากรอย ของปกอน สงผลใหดุลการคาชวง 6 เดือนแรก ขาดดุลรวมทั้งสิ้น ละ 74.26 ในเดื อ นก อ น สํ า หรั บ ไตรมาส 2/2555 ดั ช นี 10,340.32 ล า นดอลลาร ฯ ทั้ ง นี้ กระทรวงพาณิ ช ย ยั ง คง ผลผลิตอุตสาหกรรมหดตัวรอยละ 1.6 (YoY) ขณะที่อัตรา ประมาณการอัตราการขยายตัวของมูลคาการสงออกป 2555 ไว การใชกําลังการผลิตอยูที่รอยละ 69.24 ที่รอยละ 15.0 (YoY) ไมเปลี่ยนแปลง


2  คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติอยางไมเปนเอกฉันทใหคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไวที่รอยละ 3.00 เนื่องจาก เห็นวานโยบายการเงินในขณะนี้อยูในภาวะผอนปรนเพียงพอที่จะสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศในระยะตอไป และสามารถรองรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกไดในระดับหนึ่ง อยางไรก็ดี คณะกรรมการฯ จะติดตามสถานการณของเศรษฐกิจ โลกและอุ ปสงคในประเทศอยางใกลชิ ด และพร อมดํ าเนิ นนโยบายที่เหมาะสมตามความจํ าเปน พร อมกั นนี้ กนง.ไดป รับลด คาดการณอัตราการขยายตัวของการสงออกและเศรษฐกิจไทยในป 2555 นี้เหลือรอยละ 7.0 และรอยละ 5.7 จากเดิมคาดไวรอย ละ 8.0 และรอยละ 6.0 ตามลําดับ รวมทั้งคาดวา อัตราเงินเฟอทั่วไปจะชะลอลงไปทีร่ อยละ 2.9 จากเดิมคาดไวที่รอยละ 3.3  ศูนยวิจัยกสิกรไทย มองวา มองวา วิกฤตหนี้ยูโรโซนที่ฉุดใหเ ศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวลงสงผลกระทบตอภาคการผลิตและ ภาคการสงออกของไทยอยางชัดเจน โดยเฉพาะผลกระทบสวนที่สงผานการชะลอตัวของคูคาหลักอื่นที่ไมใชยุโรปซึ่งดูเหมือน จะทวีความรุนแรงขึ้นจากชวงที่ผานมา สะทอนจากมูลคาการสงออกของไทยไปยัง สหรัฐฯ จีน และอาเซียน (ที่มีสัดสวนการ สงออกไปยังยุ โรปคอนขางสู ง) ที่แมจะสามารถรักษาอั ตราการขยายตัวไวได แต ก็เปนไปในทิศ ทางที่ชะลอลง และสงผลให สินคาหลายชนิดที่มีประเทศเหลานี้เปนตลาดหลักมีดัชนีผลผลิตและมูลคาการสงออกลดลงอยางเห็นไดชัด สําหรับครึ่งหลัง ของป 2555 ศูนยวิจัยกสิกรไทย คาดวา สถานการณเศรษฐกิจโลกที่ซบเซาจากวิกฤตยุโรปและสัญญาณความออนแอของ เศรษฐกิจจีนและสหรัฐฯ จะเปนปจจัยที่ทําใหการฟนตัวของภาคการสงออกตองลาชาออกไป และคงสงผลกระทบตอภาคการ ผลิตที่ฟนตัวแลวจากเหตุการณน้ําทวมดวยไมนอ ย ดวยเหตุนี้ ศูนยวิจัยกสิกรไทย จึงปรับลดกรอบคาดการณการสงออกไทย ในป 2555 จากกรอบเดิมที่รอยละ 7.0-15.0 ลงมาที่กรอบคาดการณใหมรอยละ 7.0-13.0 แตยังคงคาดการณการขยายตัวใน กรณี พื้น ฐานไว ที่รอ ยละ 10.0 เชน เดิม โดยคาดการณว าในครึ่ งป หลัง มูลคาการสง ออกนา จะขยายตัว สูง กวา รอ ยละ 15.0 (YoY) จากผลจากฐานเปรียบเทียบที่คอนขางต่ําในชวงเดียวกันปกอนหนา  สําหรับประเด็นดานทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยนั้น เครือธนาคารกสิกรไทยยังคาดวา อัตราดอกเบี้ยนโยบาย นาจะคงอยูที่รอยละ 3.00 ไดจนถึงสิ้นป 2555 บนการคาดการณวา เศรษฐกิจไทยจะยังสามารถรักษาแรงสงการขยายตัวไวได ตอเนื่ อง และแรงกดดั นเงิน เฟอ ยังไม เรงตั วขึ้นอยางเดนชัด อย างไรก็ดี การปรั บเปลี่ ยนจุด ยืนด านนโยบายของ กนง.ไปใน ทิ ศ ทางที่ ผอ นคลายมากขึ้ น ด ว ยการลดอั ต ราดอกเบี้ ย อาจเกิ ด ขึ้ น ได ห ากความเสี่ ย งด า นเศรษฐกิ จ (ทั้ ง ในประเทศและ ตางประเทศ) จะสะทอนภาพที่เลวรายกวาที่ประเมินไวอยางมีนัยสําคัญ

ทิศทางเศรษฐกิจและธุรกิจตางประเทศ Highlight: เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกซบเซาจากวิกฤตโลก ขณะที่ Inward FDI สูเวียดนามลดระดับลง  ญี่ ปุ น บั น ทึ ก ยอดขาดดุ ล การค า 37.4 พั น ล า น  ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production Index) ดอลลารฯ ในชวงครึ่งแรกของป 2555 (ม.ค.-มิ.ย.)เปน ของไตหวันเดือนมิ.ย. 2555 หดตัวตอเนื่องเปนเดือนที่ 4 ผลจากการสง ออกที่เติบโตอยางออนแรง (เพิ่มขึ้นรอยละ ในเดือนมิ.ย.2555 ที่รอยละ 2.4 (YoY) โดยยอดการผลิต 1.5 YoY) ตามภาวะซบเซาของตลาดโลก ขณะที่ การ เครื่ องใช อิเล็ กทรอนิกส และเคมี ภัณฑ หดตั วลงรอ ยละ 12.3 นํา เข าเพิ่ มขึ้ นจากความต อ งการน้ํา มั นภายในประเทศที่ (YoY) และรอยละ 5.3 (YoY) ตามลําดับ ทั้งนี้ ทิศทางการผลิต ภาคอุตสาหกรรมที่ยังคงซบเซาอยางตอเนื่องดัง กลาว สงผล ปรับตัวสูงขึ้น (เพิ่มขึ้นรอยละ 7.4 YoY)  สวนอัตราเงินเฟอพื้นฐาน (ไมรวมอาหารสด) เดือนมิ.ย. ใหผลผลิตอุตสาหกรรมครึ่งปแรก (ม.ค.-มิ.ย. 2555) หดตัวลง 2555 หดตัวรอยละ 0.2 (YoY) ขณะที่ มูลคาการคาปลีก รอยละ 3.04 (YoY) ขยายตัวชะลอลงมาที่รอยละ 0.2 (YoY) จากรอยละ 3.6 (YoY) เมื่อเดือนกอนหนา


3  เศรษฐกิจเกาหลีใตขยายตัวที่รอยละ 0.4 (QoQ) หร���อรอยละ 2.4 (YoY) ในไตรมาสที่ 2/2555 ชะลอลงหลังจากที่ อัตราการขยายตัวอยูที่รอยละ 0.9 (QoQ) หรือรอยละ 2.8 (YoY) ในไตรมาสที่ 1/2555 โดยเปนผลจากการออนแรงลงของการ บริโภคภาคเอกชน การลงทุนในเครื่องจักร (Facilities Investment) และการสงออก  เวียดนามประกาศตัวเลขเงินลงทุนจากตางประเทศ ในชวง 7 เดือนแรกมีมูลคาประมาณ 6.25 พันลานดอลลารฯ ลดลงรอยละ 0.8 (YoY) โดยเปนโครงการที่ไดรับอนุมัติแลวกวา 584 โครงการ มีมูลคากวา 5.2 พันลานดอลลารฯ ลดลงกวา รอยละ 44 (YoY) เทียบกับชวงเดียวกันของปกอน โดยประเทศที่ลงทุนในเวียดนามมากที่สุดคือประเทศญี่ปุน มีมูลคาการ ลงทุนประมาณ 4.29 พันลานดอลลารฯ คิดเปนสัดสวนรอยละ 53.4 ของเงินลงทุนทั้งหมด ปจจุบันลงทุนจากตางชาติสวน ใหญ ใ นเวี ย ดนามเป น การลงทุ น ในธุ ร กิ จ ขนาดกลางและขนาดย อ ม (มู ลค า รวมกว า 4.5 พั น ล า นดอลลาร ฯ ) ในกลุ ม อุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูป และธุรกิจอสังหาริมทรัพย ศูนยวิจัยกสิกรไทย ประเมินวา ตัวชี้วัดเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกในเดือนมิ.ย.2555 ยังสะทอนผลจากภาวะซบเซา ของภาคการคาตางประเทศและภาคอุตสาหกรรม ดังเชนในกรณีของประเทศไตหวันที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวลงใน สวนของสินคากลุมอิเล็กทรอนิกสคอนขางแรง ดวยยอดสั่งซื้อของเครื่องคอมพิวเตอรและสมารทโฟนที่ปรับตัวลดลงจากตลาด สหรัฐฯ ขณะที่ประเทศเกาหลีและญี่ปุน ก็ไดรับผลกระทบจากปญหาเศรษฐกิจของกลุมประเทศคูคาหลักเชนเดียวกัน สงผลให ธนาคารกลางของหลายประเทศทยอยปรับลดประมาณการณเศรษฐกิจทั้งป 2555 ลง ทั้งนี้ในระยะขางหนา ศูนยวิจัยกสิกร ไทย มองวา ธนาคารกลางหลายประเทศนาจะมีความพยายามที่จะกระตุนเศรษฐกิจผานการดําเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ํา ไปอีกระยะ ในขณะที่ยังคงตองจับตามองมาตรการผอนคลายเพิ่มเติมจากจีน และสหรัฐฯ วาจะสามารถสรางกําลังซื้อและ หนุนการสงออกในภูมิภาคไดมากนอยเพียงใด AEC Corner อิ น โดนี เ ซี ย สายการบิ น Air Asia (Malaysia) 29.0 ซึ่งผูประกอบการคาดวา แผนการลดราคานี้จะชวยจู ง ประกาศซื้อหุน Metro Batavia Group ผูประกอบกิจการ ใจให ผู บ ริ โ ภคตั ด สิ น ใจซื้ อ สมาร ท โฟนได ง า ยขึ้ น ขณะที่ สายการบิน Batavia Air ของอินโดนีเซียในสัดสวนรอยละ ผู ป ระกอบการเองคงจะต อ งเร ง พั ฒ นาเครื อ ข า ยเชื่ อ มโยง 49 ขณะที่ อี ก ร อ ยละ 51 ถื อ หุ น โดย Fersindo หุ น ส ว น สัญญาณและเพิ่มรูปแบบการใหบริการอินเตอรเน็ตแกลูกคา สัญชาติอินโดนีเซีย ทั้งนี้ คาดวา การเขาซื้อกิจการจะเสร็จ อย า งหลากหลาย เนื่ อ งจากป จ จุ บั น ชาวฟ ลิ ป ป น ส ยั ง ใช สิ้นในไตรมาส 2/2556 ทั้งนี้ Batavia Air เปนสายการบินที่ สมารทโฟนไดไมเต็มประสิทธิภาพ อันเนื่องจากขอจํากัดดาน มีเส นทางการบิน สว นใหญ ในประเทศ มีเ ครื่อ งบิ น 30 ลํ า ราคาของโทรศั พทและเครือขา ยสัญญาณที่ ยังไมครอบคลุ ม ขณะที่เ สนทางตางประเทศใหบริ การระหว างอิ นโดนีเ ซีย - นัก เจดดาห สิงคโปร และกวางโจว มาเลเซี ย IHH Healthcare Berhad ผู ใ ห บ ริ ก าร ฟ ลิ ปป น ส ตลาดสมาร ท โฟนในฟ ลิป ป น ส น า จะ คึกคักมากขึ้น จากการปรั บลดราคาของสมารทโฟนลงมา อยูที่ 10,000 เปโซ (244 ดอลลารฯ) ถูกลงรอยละ 23 จาก ระดับราคาเดิมในปกอนหนา การปรับราคาดังกลาวเปนผล จากความพยายามในการกระตุนยอดขายของผูผลิตและผู จัดจําหนายสมารทโฟน เพิ่มเติมจากการจัดโปรโมชั่นผอน ชําระปลอดดอกเบี้ยนานกวา 24 เดือน ปจจุบันสมารทโฟน มีสวนแบงในตลาดโทรศัพทมือถือฟลิปปนสราวรอยละ

โรงพยาบาลรายใหญ ข องเอเชี ย สั ญ ชาติ ม าเลเซี ย เข า จด ทะเบี ย นในตลาดหลั ก ทรั พ ย 2 แห ง (Dual Listing) ใน มาเลเซีย และสิง คโปร และออกจําหนา ยหลัก ทรัพ ยค รั้ง แรก (IPO) เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2555 โดยหุน IHH มีมูลคาตลาดสูง ถึง 22.9 พันลานริงกิต (7.2 พันลานดอลลารฯ) สูงเปนอันดับ 2 ของหุ น กลุ มบริ ก ารสุ ข ภาพที่ มี ก ารจดทะเบี ย นทั้ งโลกนั บ จนถึ ง ป จ จุ บั น และสู ง เป น อั น ดั บ 3 ของหุ น ทั้ ง โลกที่ จ ด ทะเบียนในป นี้ สรา งความสนใจให ทั่วโลกต างจับจ องมายั ง


4 สปป. ลาว บริ ษั ท Power Stallions เจ า ของตรา สิ น ค า รถจั ก รยานยนต ข นาดเล็ ก (Mini Bike) ยี่ ห อ “Stallions” ของไทย มีความสนใจที่จะเขาไปตั้งโรงงานผลิต จักรยานยนตในสปป.ลาว ดวยกําลังการผลิต 10,000 คั น ตอป เพื่อจํ าหนา ยในสปป.ลาว และสง ออกไปยังประเทศ อาเซี ย นอื่ น ๆ เช น เมี ย นมาร กั ม พู ช า และเวี ย ดนาม ใน สัดสว นรอยละ 70:30 โดยเล็ง เห็นโอกาสที่เกิด จากรายได ป ร ะ ช า ก ร ใ น ส ป ป . ล า ว ที่ เ พิ่ ง เ ริ่ ม เ ติ บ โ ต ทํ า ใ ห รถจั ก รยานยนต น า จะตอบสนองความต อ งการของ ประชากรกลุมนี้ไดดี

ตลาดหลักทรัพยมาเลเซียและสิงคโปรมากขึ้น กัมพูชา โรงงานน้ําตาล 3 แหงสัญชาติเวียดนามไดแก Bourbon Tay Ninh Co. Tay Ninh Sugar Co. และ Bien Hoa Sugar Co. ในจังหวัด Tay Ninh มีแผนลงทุนพัฒนา พื้นที่เพาะปลูกออยในจังหวัด Svay Rieng ประเทศกัมพูช า กวา 3,500 เฮกเตอรคิดเปนมูลคาการลงทุน 5 ลานดอลลารฯ เพื่อใชเพาะปลูกและเปนแหลงวัตถุดิบในการผลิตน้ําตาลของ โรงงานทั้ ง สาม และเนื่ อ งจากระบบชลประทานของ Svay Rieng ยั ง ไม พั ฒ นานั ก ผู ป ระกอบการทั้ ง สามจึ ง มี ค วาม จําเปนที่ จะตองลงทุ นในชลประทานและสาธารณูป โภคเอง ด ว ย การลงทุ น ดั ง กล า ว ถื อ เป น ส ว นหนึ่ ง ภายใต ข อ ตกลง ระหว า งรั ฐ บาลท อ งถิ่ น เพื่ อ ส ง เสริ ม การลงทุ น ป จ จุ บั น ผูประกอบการเวียดนามไดลงทุนในกัมพูชากวา 110 โครงการ คิดเปนมูลคากวา 2.4 พันลานดอลลารฯ

ทิศทางธุรกิจและอุตสาหกรรม ขาว  คณะกรรมการนโยบายขาวแหงชาติ (กขช.) เลื่อนการ พิ จารณาโครงการรั บจํ านํ าข าวเปลื อ กนาป 2555/56 และผอนผันใหขาวนาปรังรอบ 2 เขาโครงการรับจํานํา โดยในการประชุมครั้งตอไป (ประมาณปลายเดือนส.ค.) จะ มีการพิจารณารายละเอียดปริมาณการรับจํานําและวงเงิน โดยยังคงเริ่มโครงการรับจํานําวันที่ 1 ต.ค.2555 เพื่อใหทัน กั บ ฤดู ก าลผลิ ต ข า วของเกษตรกร เพี ย งแต อ าจจะปรั บ หลัก เกณฑแ ละวิธีก าร โดยอาจจะจํ ากั ดสิท ธิ์ก ารจํ านํ าให เกษตรกรเพียง 500,000 บาท/ราย (ประมาณ 30 ตัน/ราย) ทั้ ง นี้ เ พื่ อ มุ ง ช ว ยเกษตรกรรายย อ ย หรื อ อาจจะให ใ ช หลั ก เกณฑ อื่ น ซึ่ ง ต อ งหารื อ ในที่ ป ระชุ ม ฯ นอกจากนี้ ยั ง เห็นชอบตามการเสนอของกระทรวงเกษตรฯ ในการผอนผัน ใหเกษตรกรที่ปลูกขาวเปลือกนาปรังป 2555 รอบที่ 2 นํา ขาวมาเขารวมโครงการรับจํานําขาวนาปรังป 2555 ซึ่งคาด วา จะมีปริมาณ 2 ลานตันขาวเปลือก เชื้อเพลิงสําเร็จรูป

 ศูนยวิจัย กสิกรไทย มองว า การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการรั บ จํา นํ า เป น ประเด็ น ที่ ต อ งจั บ ตามองตอ ไป เนื่ อ งจากจะส ง ผล กระทบตอราคาขาวในชวงหลายเดือนขางหนา อยางไรก็ตาม คาดว า กขช.อาจจะต อ งคงราคารั บ จํ า นํ า ไว ที่ ร ะดั บ เดิ ม (ข า วเปลื อกเจ าความชื้ น ไมเ กิ น15% อยู ที่ 15,000 บาท/ตั น ขาวเปลือกหอมมะลิความชื้นไมเกิน15% อยูที่ 20,000 บาท/ ตั น ) ส ว นการผ อ นผั น ข า วนาปรั ง รอบ 2 (ซึ่ ง จะออกสู ต ลาด ในชวงเดือนก.ค.-ก.ย.2555)ใหเขารวมโครงการรับจํานําไดนั้น เปนการชวยเหลือชาวนาในพื้นที่ที่ไดรับผลกระทบจากน้ําทวม ในชว งปลายป 2554 (พื้ นที่ 14 จัง หวัด ในภาคเหนือตอนลา ง และภาคกลาง) ทั้งนี้ เนื่องจากภายใตขอกําหนดของโครง���าร รับจํานํา ชาวนาสามารถนําขาวมาจํานําไดแปลงละ 2 ครั้ง (นา ปและนาปรัง) ดังนั้น คาดวา จะสงผลทําใหราคาขาวเปลือกมี แนวโนมขยั บตัวเพิ่มขึ้น อยางตอเนื่อง (เทีย บกับเดิมที่ค าดว า ราคาอาจปรับตัวลง หากขาวนาปรังรอบ 2 ไมสามารถเขารวม โครงการ) เชนเดียวกับปริมาณสต็อกขาวของรัฐบาล


5  กรมเชื้ อ เพลิ งธร รมชาติ เต รี ย มเป ด สั ม ปทาน ปโตรเลียมรอบที่ 21 ในชวงเดือนก.พ. 2556 ซึ่งคาดวา จะมี แหล งน้ํ า มัน ดิ บสํ า รองประมาณ 10-30 ล านบาร เ รล และกาซธรรมชาติประมาณ 1-5 ลานลานลูกบาศกฟุต ทั้งนี้ ประเทศไทยผลิต ปโตรเลี ยมไดเพี ยงรอยละ 44 ของความ ต อ งการใช พ ลั ง งานทั้ ง ประเทศ โดยสามารถผลิ ต ก า ซ ธรรมชาติได 3,599 ลานลูกบาศกฟุตตอวัน นําเขาจากพมา 1,000 ลา นลูกบาศกฟุตตอวัน ผลิตกา ซธรรมชาติเหลวได 92.136 บาร เ รลต อ วั น และผลิ ต น้ํ า มั น ดิ บ ได 150,315 บารเรลตอวัน นําเขา 8 แสนบารเรลตอวัน

กอสราง  ธุรกิ จวั สดุ กอสรางในเครือ หางสรรพสิน คายั กษ ใหญ ของไทย มีแผนการลงทุนเปดสาขาใหมสไตล Modern Trade รวดเดี ย ว 12 สาขาในต างจังหวัด ในป 2555 โดยเน น จํ า หน า ยผลิ ต ภั ณ ฑ ฮ าร ด แวร ม ากกว า อุ ป กรณ ตกแต ง บ า น มี มู ลค า ลงทุ น ถึ ง 400-700 ล า นบาท/สาขา เนื่องจากครึง่ ปแรก 2555 มียอดขายเติบโตเกิน 1 เทาตัว ไม ต า งจากหนึ่ ง ในผู นํ า รายใหญ ใ นกลุ ม ธุ ร กิ จ วั ส ดุ ก อ สร า ง สไตล Modern Trade ที่ ล งทุ น เป ด สาขาเพิ่ ม ขึ้ น ทั้ ง ภาคเหนื อ และภาคใต เ ช น เดี ย วกั น โดยตั้ ง เป า รายได 45 ล า นบาท/เดื อ น/สาขา และยั ง เพิ่ ม บริ ก าร Home and Maintenance Service สํ า หรั บ บริ ก ารติ ด ตั้ ง และดู แ ล ผลิตภัณฑใหถึงบาน  ทั้งนี้ ธุรกิจวัสดุกอสรางสไตล Modern Trade ที่มีรูปแบบ จํา หน า ยวั สดุ ก อ สร า งและอุ ป กรณต กแต ง บ านเรื อ นแบบ ครบวงจร ซึ่ง จํ า หนา ยทั้ งราคาปลี ก และส ง และเนน เจาะ กลุมเปาหมายที่เปนเจาของบานมากกวาชางหรือผูรับเหมา โดยผลิ ต ภั ณ ฑ ที่ นํ า มาจํ า หน า ยส ว นใหญ จ ะเป น สิ น ค า สําเร็จรูปที่สามารถเรียนรูและใชงาย โดยในปจจุบันเปนอีก หนึ่งกลุมธุรกิจที่กําลังขยายตัวเพิ่มขึ้น พิจารณาไดจากการ ขยายสาขาของผู ป ระกอบการรายใหญ และรายใหม ใ น

 ศูนยวิจัยกสิกรไทย มองวา ประเทศไทยยังคงมีความตองการ แสวงหาพลั ง งานสํ า รองไว ใ ช อี ก เป น จํ า นวนมาก เนื่ อ งจาก แหลงพลังงานที่มีในปจจุบัน มีการผลิตและใชมาเปนเวลานาน จนปริ ม าณเริ่ ม ลดลง ดั ง นั้ น การเสาะแสวงหาพลั ง งานจาก แหล ง ใหม ๆ ทั้ ง จากแหล ง ภายในประเทศและต า งประเทศ (พมา อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย แคนาดา แอฟริกาใต) จึงนับวามี ความสํ า คั ญ ต อ ความมั่ น คงทางด า นเศรษฐกิ จ ของไทย โดยเฉพาะแหลง สํ ารวจในประเทศ ที่น อกจากจะช วยใหไ ทย พึ่งพาตนเองในดานพลังงานแลว ยังทําใหภาครัฐมีรายไดจาก คาภาคหลวงอีกดวย (กวา 5 หมื่นลานบาทในป 2554)  ปจ จุบั นพื้ นที่ ซึ่ง ให สัม ปทานปโ ตรเลีย มมี ทั้ง สิ้น 63 สัม ปทาน รวม 79 แปลง อยูบนบก 40 แปลงและในทะเล 39 แปลง โดยมี การคาดการณวา ปริมาณสํารองปโตรเลียมที่คนพบในประเทศ จะมีเหลือใชอีกเพียง 4-16 ปสําหรับน้ํามันดิบ 8-16 ปสําหรับ กาซธรรมชาติเหลวและ10-27 ปสําหรับกาซธรรมชาติ  ศูนยวิจัย กสิกรไทย มองวา หา งวัสดุก อสรางสไตล Modern Trade กําลังปรับตัวมากขึ้นอยางเห็นไดชัด จากการขยายสาขา ไปในภูมิภาคตางๆ พรอมจัดแคมเปญพิเศษตางๆมากมาย เพื่อ ขยายฐานลู ก ค า เป า หมายและตอบสนองความต อ งการที่ ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเปนผลสืบเนื่องจากความตองการซอมแซม ความเสียหายของบานเรือนจากเหตุการณน้ําทวมเมื่อปลายป 2554 ทั้งนี้ทําใหผูบริโภคไดรับความสะดวกและมีทางเลือกใน การตัด สินใจซื้อวัสดุ และอุ ปกรณสําหรับ ตกแตง และซ อมแซม บานเรือนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันกลับทําใหผูคาวัสดุกอสรางราย ยอยในทองถิ่นไดรับผลกระทบในการแขงขันทางการคาที่สูงขึ้น ดังนั้นผูคารายย อยตองเตรียมปรับกลยุทธการขาย เพื่อดึงดู ด ผูบ ริ โ ภคที่ กํ า ลั งเปลี่ ย นแปลงพฤติ ก รรมหั น ไปสนใจเลื อ กซื้ อ สิ น ค า ในศู น ย ก ารค า ที่ มี ค วามหลากหลายของผลิ ต ภั ณ ฑ มากกวา


6 ตลาดขณะนี้ กําลังขยายสาขาไปยั งจังหวัดสํา คัญในแตล ะ ภูมิภาค เพื่อเพิ่มยอดขายและฐานลูกคาใหมๆ อยางไรก็ดี กลุมธุรกิจวัสดุ กอสรา งดังกล าว ถือ วาไมมี การแข งขันที่สูง มากนัก เนื่อ งจากยั ง มีคู แ ข งขั น น อยราย และแต ละรายก็ กํา หนดกลุม เป าหมายที่ แตกต างกัน ส งผลใหสินค าที่ เน น จํ า หน า ยของแต ละรายไม เ หมื อ นกั น อาทิ เน น จํ า หน า ย สุขภัณฑ หรือเนนผลิตภัณฑ DIY (สินคาที่สามารถติดตั้งได ดวยตัวเอง โดยไมจําเปนตองจางชาง) เปนตน ทองเที่ยว  กรุงเทพมหานคร (กทม.) และกระทรวงการทองเที่ยว และกีฬา เดินหนาในการสงเสริมและพัฒนาศักยภาพ ด าน ก า ร ท องเ ที่ ย ว ข องก รุ ง เท พฯ เพื่ อดึ งดู ด นั ก ท อ งเที่ ย วต า งชาติ โดยกทม.ใช น โยบายภายใต แคมเปญ “กรุงเทพฯเมืองยิ้ม” 5 ดาน คือ 1.ดานวัฒนธรรม ประเพณี เช น วั ด พระบรมมหาราชวั ง การแสดง ศิลปวั ฒนธรรมและประเพณีตางๆ 2.วิถีชี วิตริ มแมน้ํ า ลํ า คลอง 3.อาหาร - การจั บ จ ายใช สอย ด ว ยความเป น เลิ ศ และหลากหลายของอาหาร รวมถึงยานจับจายสินคาตั้งแต ตามตรอกซอกซอยไปจนถึ ง ห า งสรรพสิ น ค า ชั้ น นํ า 4. สุ ข ภาพ ทั้ ง การนวดแผนโบราณ สปาแบบไทย รวมถึ ง โรงพยาบาลที่ทันสมัย 5.ความคุมคาเงินที่นักทองเที่ยวใช จายในกรุงเทพฯ ขณะที่ การะทรวงการทองเที่ยวและกีฬา โดยสํ า นั ก วั ฒ นธรรม กี ฬ าและการท อ งเที่ ย ว (สวท.)มี โครงการพั ฒ นาพื้ นที่ รอบเกาะรั ตนโกสิ น ทร ตามแนวคิ ด “กา รท อ งเ ที่ ยว เ กา ะ รั ต น โ ก สิ น ท ร 2 4 ช ม . ( The Rattanakosin 24 hrs.) เพื่ อ ส ง เสริ ม การท อ งเที่ ย วทาง วั ฒ นธรรมให นั ก ท อ งเที่ ย วสามารถท อ งเที่ ย วรอบเกาะ รั ต นโกสิ น ทร ไ ด ทั้ ง กลางวั น และกลางคื น โดยในช ว ง กลางวัน เที่ยวชมสถานที่ต างๆ อาทิ พระบรมมหาราชวั ง วั ด พระศรี รั ต นศาสดาราม (วั ด พระแก ว ) เป น ต น ส ว น กลางคืน จะเนน การจัด กิจ กรรมหมุน เวีย นไปตามสถานที่ ตา งๆ อาทิ บริ เวณท อ งสนามหลวง สวนสั นติ ชั ยปราการ ปอมพระสุเมรุ นิทรรศรัตนโกสินทร ตลาดดอกไมและผลไม ปากคลองตลาด และแมน้ําเจาพระยายามค่ําคืน เปนตน  ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครไดรับการโหวตจากนักทองเที่ยวและ สมาชิ กผู อา นนิ ตยสาร “เทรเวล แอนด เลเชอร ” (ซึ่ งเป น

 ศูน ยวิ จัย กสิ กรไทย มองวา ความรว มมื อของหนว ยงานทั้ ง ภาครั ฐ และภาคเอกชนในการเร ง ฟ น ฟู ด า นกายภาพและ ภาพลั ก ษณ ข องกรุ ง เทพฯ ซึ่ ง เป น เมื อ งหลวง หลั ง ผ า นพ น สถานการณ รุ น แรงต า งๆที่ เ กิ ด ขึ้ น รวมทั้ ง การพั ฒ นาแหล ง ท อ งเที่ ย วและสิ น ค า ทางการท อ งเที่ ย วใหม ๆ ขึ้ น มาอย า ง ต อ เนื่ อ ง เป น ป จ จั ย สํ า คั ญ ที่ เ รี ย กความเชื่ อ มั่ น ด า นความ ปลอดภัยในหมูนักนักทองเที่ยวกลับฟนคืนมาไดอยางรวดเร็ ว และ ทํ า ใ ห ก รุ ง เ ทพ ฯ ยั งคงเป นปลายทางท อ งเที่ ยว ที่ นักทองเที่ยวตางชาติเกือบทั้งหมดที่เดินทางมายังประเทศไทย ตองหาโอกาสมาเยือน ทั้งนี้ ศู นยวิจัยกสิกรไทย คาดวา ในป 2555 จะมี นั ก ทอ งเที่ย วเดิน ทางมาท องเที่ ยวกรุ งเทพฯ รวม ทั้ ง สิ้ น ไม ต่ํ า กว า 40 ล า นคน ในจํ า นวนนี้ เ ป น นั ก ท อ งเที่ ย ว ตางชาติประมาณ 12 ลานคน ซึ่งสรางรายไดทองเที่ยวสะพัด ในกรุงเทพฯ คิดเปนมูลคาประมาณ 2.63 แสนลานบาท ขณะที่ นัก ทอ งเที่ย วคนไทยซึ่ง มี จํา นวนประมาณ 28 ลา นคน สร า ง รายไดทองเที่ยวใหกรุงเทพฯ คิดเปนมูลคาประมาณ 1.87 แสน ล า นบาท ทํ า ให ค าดว า ในป 2555 กรุ ง เทพฯ จะมี ร ายได ทองเที่ยวรวมทั้งสิ้นคิดเปนมูลคาประมาณ 4.5 แสนลานบาท


7 นิต ยสารท อ งเที่ย วยอดนิย มของสหรัฐ ฯ) จํา นวน 30,000 คน (ในชวงเดือนธ.ค. 2554 – มี.ค. 2555) ใหเป นเมือ ง ท อ งเที่ ย วที่ ดี ที่ สุด ในโลก (The World’s Best Award 2012) จากการคัดเลือก 10 อันดับเมืองทองเที่ยวที่ดีที่สุด ในโลกในป 2555 หลัง จากที่ กรุ งเทพฯเคยได รับรางวั ลนี้ มาแล ว รวม 3 ครั้ ง ในป 2551 ป 2553 และป 2554 นอกจากกรุงเทพฯ แลวยังมีเมืองทองเที่ยวในเอเชียที่ติดใน 10 อัน ดับ อีก 2 เมื อง คื อ ฮอ งกง และโตเกีย ว ซึ่ง อยู ใ น อันดับ 8 และ 9 ตามลําดับ การคาชายแดน  กระทรวงการคลั งรายงานมู ล ค าการค า บริ เวณด า น สะเดา จังหวัดสงขลา วา มีมูลคาสงออก-นําเขาสินคา สูงถึง 3 แสนลานบาท และคาดวาจะเพิ่มเปน 4 แสนลาน บาทในป 2558 หลั ง เข า สู ป ระชาคมเศรษฐกิ จ อาเซี ย น (AEC) ดัง นั้น จึ งต องเรง แก ปญหาการจราจรจากปริ มาณ รถบรรทุกที่ผานเขา-ออกเปนจํานวนมาก โดยดานศุลกากร ที่มีความคับแคบ จึ งจําเป นตองกอสร างดานศุลกากรแห ง ใหม วงเงิ น ลงทุ น ประมาณ 650 ล า นบาท นอกจากนี้ ยั ง จําเปนตองกอสรางควบคูไปกับโครงสรางพื้นฐานอื่นๆ เพื่อ รองรับการคาขายกับมาเลเซียที่จะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต

 ศู น ย วิ จัย กสิ ก รไทย มองว า ประเทศไทยจะต อ งรี บ พั ฒ นา โครงสรางพื้นฐานตางๆ เพื่อที่จะเชื่อมตอเสนทางจากประเทศ เพื่อนบาน โดยเฉพาะฝงมาเลเชีย ที่ประเทศไทยยังคงตามหลัง อยู ม าก และหากสามารถพั ฒ นาโครงสร า งพื้ น ฐานเพื่ อ แกปญหาคอขวดและปญหาจราจรที่เกิดขึ้นได จะสามารถทํา ใหการขนสงและการคาชายแดนระหวางประเทศปรับตัวสูงขึ้น และยังสามารถลดตนทุนโลจิสติกสของประเทศ นอกจากนี้การ เขาสู AEC ในป 2558 จะทําใหการคาระหวางประเทศตางๆใน อาเซียนปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งทําใหการขนสงสินคาระหวางประเทศ เป น ที่ ต อ งการและประเทศไทยที่ อ ยู ศู น ย ก ลางของอาเซี ย น จะต อ งเร ง ปรั บ ปรุ ง และพั ฒ นา เพื่ อ ผลั ก ดั น ตามที่ ภ าครั ฐ ตั้งเปา หมายที่จ ะเปนศู นย กลางการขนสง และกระจายสิ นค า (Hub) ของอาเซียน


8 Commodity Market Watch 23 - 27 กรกฎาคม 2555 2 0 11 Indic a t o rs

C lo s e

2 0 12

2 0 11 3Q

4Q

1Q

P re v io us

La t e s t

C hg

%C hg

Facto r

Short ความเชื่อ มั่น ตอเศรษฐ กิจยุ โรปเพิ่ ม สูงขึ้น Long ทิศ ทางเศรษฐ กิจโล ก

B re nt C rude ( US D / B a rre l)

79.62

113.04

107.55

119.75

108.08

106.57

-1.51

-1.4%

G a s o ho l 9 5 ( T H B / L)

36.21

37.17

33.69

37.66

37.73

37.73

0.00

0.0%

D ie s e l ( T H B / L)

29.51

29.17

28.89

30.81

29.63

29.63

0.00

0.0%

G o ld ( US D / O z)

1225.54

1705.39

1568.84

1691.07

1584.50

1622.84

38.34

2.4%

G o ld ( T H B , S e ll)

22,428

24,412

23,500

24,225

23,800

24,150

350

1.5%

A lum inium ( US D / T o n) 1

2,369

2,400

1,971

2,026

1,895

1,866

-29.5

-1.6%

C o pper ( US D / T o n) 1

8,837

8,992

7,554

7,895

7,625

7,511

-115

-1.5%

569

612

560

496

400

390

-10.00

-2.5%

P o lye thyle ne ( US D / T o n) 2 HDP E

1,220

1,404

1,315

1,386

1,315

n.a

LD P E

1,461

1,590

1,310

1,382

1,260

n.a.

P o lypro pyle ne ( US D / T o n)

1344

1,608

1,325

1,525

1,213

n.a.

S t e e l B ille t ( US D / T o n) 1

Short คาดการณอุป สงคช ะลอตั ว Long ทิศ ทางเศรษฐ กิจโล ก

Short ทิศ ทางอุป สงค ออนแอลง Long ทิศ ทางเศรษฐกิจโล ก

P a ra xyle ne ( US D / T o n)

1,046

1,574

1,446

1,513

1,330

n.a.

ขา วขาว 5 % ( B a ht / t o n )

15,641

16,853

17,320

17,820

17,620

17,520

-100

-0.6%

น้ํา ตาลทรายดิบ ( c e nt / lb ) 1

28.85

n.a.

23.22

22.01

23.92

22.50

-1.42

-5.9%

มันสํา ปะหลังเสน ( B a ht / k g )

Short การอ อนคาของเงิน ดอลลารฯ Long แหลงลงทุน ที่ป ล อดภัย

7.23

7.08

6.83

6.79

6.30

6.30

0.00

0.0%

144.00

139.23

103.85

112.83

97.80

96.40

-1.40

-1.4%

Short สภาพอากาศมีผ ลตอปริ มาณ ผลผลิต Long ทิศทางเศรษฐกิ จโล ก

ยางแผ นรมควันชั้น3 ( B a ht / k g )

1/ Thursday clo sing level , 2/ Last week values

 ราคาน้ํามันดิ่งลงชวงตน สัปดาห กอนปรั บดีขึ้นปลายสัปดาห โดยราคาน้ํา มันปรับ ตัวลงในชวงตน สัปดาหท ามกลาง ความกัง วลเกี่ย วกับ สถานการณวิ ก ฤตหนี้ ยุ โรป หลัง จากที่มู ดี้ส อิ น เวสเตอร ส เซอรวิ ส ประกาศลดแนวโน มอั น ดับ ความ นาเชื่อถือของเยอรมนี เนเธอรแลนด และลักเซมเบิรก ลงสู "เชิงลบ" จากเดิมมีเสถียรภาพ อยางไรก็ตาม ราคาน้ํามันทยอยฟน ตัวขึ้นในชวงหลังจากนั้นจนถึงทายสัปดาหสวนทางการออนคาของเงินดอลลารฯ โดยมีปจจัยหนุนจากขอมูล PMI ภาคการ ผลิตของจีนที่ปรับตัวดีขึ้น และการที่ธนาคารกลางยุโรปใหคํามั่นปกปองยูโรโซน สวนทิศทางราคาในชวงตอจากนี้ไป ยังคง ตองติดตามทิศทางเศรษฐกิจ และนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจชั้นนําของโลกอยางใกลชิด  ราคาทองคําพลิกกลับมาพุงขึ้น หลังราคาปรับลดลงในชวงตนสัปดาหตามแรงขายสินทรัพยเสี่ยงซึ่งถูกกดดันจากขอมูลที่ ออนแอเกินคาดของภาคการผลิตในเยอรมนี อยางไรก็ดี ราคาทองคํากลับมาทะยานขึ้นในชวงที่เหลือของสัปดาห ทามกลาง การคาดการณวา ธนาคารกลางยุโรป และธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจผลักดันมาตรการผอนคลายทางการเงินเพิ่มเติมเพื่ อ บรรเทาสถานการณวิกฤตหนี้ ซึ่งปจจัยนี้กระตุนใหนักลงทุนเขาซื้อทองคําในฐานะเครื่องมือประกันความเสี่ยงจากภาวะเงิน เฟอ สวนทิศทางราคาในระยะตอไป ยังคงตองติดตามความเคลื่อนไหวของทิศทางปญหาหนี้ในยุโรป และคาเงินดอลลารฯ  ราคาน้ําตาลปรับลดลง หลังสภาพอากาศที่แหงแลงชวยใหบราซิลซึ่งเปนประเทศผูผลิตน้ําตาลใหญที่สุดของโลกสามารถ เก็บเกี่ยวผลผลิตไดมากขึ้น ทําใหอุปทานในตลาดเพิ่มสูงขึ้น สวนทิศทางราคาในระยะตอไป ยังคงตองติดตามสภาพอากาศ ซึ่งสงผลตอปริมาณผลผลิตน้ําตาล

-----------------------------------Disclaimer รายงานวิจยั ฉบับนี้จัดทําเพื่อเผยแพรทั่วไป โดยจัดทําขึ้นจากแหลงขอมูลตางๆที่นาเชื่อถือ แตบริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกตอง ความนาเชื่อถือ หรือความสมบูรณเพื่อใชในทางการคาหรือ ประโยชนอื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงขอมูลไดตลอดเวลาโดยไมตองแจงใหทราบลวงหนา ทั้งนี้ผูใชขอมูลตองใชความระมัดระวังในการใชขอมูลตางๆ ดวยวิจารณญาณของ ตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯจะไมรับผิดตอผูใชหรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใชขอมูลดังกลาว ขอมูลในรายงานฉบับนี้จึงไมถือวาเปนการใหความเห็นหรือ คําแนะนําในการตัดสินใจทางธุรกิจ แตอยางใดทั้งสิ้น


Weekly Economic & Industry Review 23-27 Jul 12 p